- 127 - เน่ืองจากการดาเนินการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ เกิดความล่าช้าจากแผนท่ีกาหนดไว้ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจึงมีความจาเป็นเร่งด่วน ต้องจัดหาที่ทาการอาคา รรัฐสภาชั่วคราวเ พื่ อร องรับ การ ปฏิบัติงานของส มาชิ กรัฐสภาชุ ด ให ม่ โดยมคี วามประสงค์จะเข้าใช้พื้นท่ีอาคารรฐั สภาแห่งใหม่บางส่วนก่อนท่ผี รู้ ับจ้างจะส่งมอบงานทั้งหมด ตามสญั ญาขอ้ 34 วรรคหน่ึง ทง้ั นี้ สานักงานเลขาธกิ ารสภาผูแ้ ทนราษฎรจึงไดข้ อหารือไปยังสานักงาน อัยการสูงสุด ตามหนังสือสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ด่วนท่ีสุด ท่ีสผ 0015/990 ลงวันท่ี 12 มีนาคม 2561 เร่อื ง ขอหารอื เก่ียวกับการเข้าใชพ้ ื้นที่อาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่ก่อนผรู้ ับจา้ งจะส่งมอบ งานทั้งหมดตามสญั ญา (ภาคผนวก ญ) ดงั นี้ 1. กรณีท่ีงานก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จทั้งหมดตามสัญญาจ้าง หากส่วนราชการ ได้มีการเข้าใช้พื้นท่ีอาคารนั้นแล้ว จะถือว่าเป็นการตรวจรับงานที่จ้างแล้วโดยปริยายหรือไม่ ซึ่งตามสัญญาข้อ 34 ได้กาหนดให้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิเข้าครอบครองหรือใช้ปะโยชน์พ้ืนท่ีส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือหลายส่วนก่อนที่ผูร้ ับจ้างจะส่งมอบงานทั้งหมดตามสญั ญา โดยการเข้าใช้งานดังกล่าวนั้นไม่ถือว่า เป็นการรับมอบงานตามสัญญา ดังน้ัน หากสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีความจาเป็น ต้องเข้าใช้พ้ืนท่ีอาคารรัฐสภาแห่งใหม่เพียงบางส่วนก่อนท่ีผู้รับจ้างจะส่งมอบงานทั้งหมดตามสัญญา จะสามารถดาเนินการได้หรือไม่ และเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และกฎระเบยี บทีเ่ กยี่ วขอ้ งหรือไม่ 2. การท่ีสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีความจาเป็นต้องเร่งรัดในการ เข้าใช้พื้นท่ีก่อนมีผลให้ผู้รับจ้างเรียกร้องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอันเนื่องมาจากมีการปรับเปล่ียนแผนงาน ตามสัญญา สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะสามารถแก้ไขสัญญาเพ่ือดาเนินการตามข้อเรียกร้อง ของผู้รบั จา้ งได้หรอื ไม่ สานกั งานอยั การสงู สุดได้ตอบข้อหารอื ตามหนงั สือสานักงานอัยการสูงสดุ ด่วนทสี่ ุด ที่ อส 0005/4571 ลงวันท่ี 30 เมษายน 2561 เรื่องขอหารือเกี่ยวกับการเข้าใช้พื้นที่อาคารรัฐสภา แห่งใหม่ก่อนผูร้ ับจ้างจะสง่ มอบงานทัง้ หมดตามสญั ญา ดังน้ี 1. การท่ีสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีความประสงค์จะเข้าใช้พื้นท่ีอาคาร รัฐสภาแห่งใหม่บางส่วนก่อนที่ผู้รับจ้างจะส่งมอบงานท้ังหมดตามสัญญาน้ัน ถือว่าเป็นการใช้สิทธิ ตามสัญญา ข้อ 34 จึงไม่เป็นการเข้าไปใช้พื้นที่อาคารโดยพลการ ซึ่งสิทธิดังกล่าวเป็นข้อตกลง ตามสัญญาที่คู่สั ญญ าสา ม าร ถต กล งกัน ได้โ ดย ไม่ขั ดต่ อคว ามส งบ เรี ยบร้ อยหรื อศี ลธร ร ม อั น ดี ของประชาชน ดังน้ัน สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรย่อมมีสิทธิเข้าใช้พ้ืนที่บริเวณอาคาร รัฐสภาแห่งใหม่เพียงบางส่วนท่ีแล้วเสร็จก่อนท่ีผู้รับจ้างจะส่งมอบงานทั้งหมดตามสัญญาได้ อีกทั้ง สัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบได้ทาข้ึนก่อนท่ีจะมีพระราชบัญญัติ การจัดซ้ือจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และขณะนี้ยังไม่ได้มีการตรวจรับงานและ การจ่ายเงินตามสัญญายังไม่แล้วเสร็จ กรณีจึงเข้ายกเว้นของบทเฉพาะกาลตามมาตรา 128 ของพระราชบัญญัติดังกลา่ ว ทจี่ ะต้องดาเนินการตามระเบยี บรฐั สภาวา่ ด้วยการพสั ดุ พ.ศ. 2555 และ ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยอนุโลม ท้ังนี้เป็นไปตามข้อ 13 ของระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2555 ซึ่งท้ังสองระเบียบดังกล่าว ก็ไม่ได้ห้ามมิให้สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเข้าไปใช้พ้ืนที่ก่อนที่ผู้รับจ้างจะส่งมอบงาน
- 128 - แต่อย่างใด และเนื่องจากสัญญาข้อ 34 วรรคสอง กาหนดว่า การเข้าใช้งานก่อนท่ีผู้รับจ้าง จะส่งมอบงานท้ังหมดตามสัญญาไม่ถือว่าเป็นการรับมอบงานตามสัญญา ดังนั้น หากสานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเข้าใช้พื้นท่ีอาคารรัฐสภาแห่งใหม่บางส่วนท่ีแล้วเสร็จก่อนท่ีงานก่อสร้าง จะแล้วเสรจ็ ทั้งหมดตามสญั ญา จึงไม่ถือว่าเป็นการตรวจรบั งานจ้างตามสัญญาโดยปริยาย อย่างไรก็ตาม แม้สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะมีสิทธิตามสัญญาข้อ 34 แต่หากมีความชารุดเสียหายเกิดขึ้นแก่อาคารรัฐสภาแห่งใหม่หลังจากท่ีเข้าใช้พื้นที่ดังกล่าว ก่อนการตรวจรับงานอาจเกิดปัญหาว่าผู้ว่าจ้างหรือผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในความเสียหาย ท่ีเกิดขึ้น ดังน้ัน เพ่ือหลีกเล่ียงมิให้เกิดปัญหาจากการใช้อาคารก่อนการส่งมอบ สานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรควรพิจารณาเงื่อนไขทั่วไปของการก่อสร้างตามสัญญา (เอกสารแนบท้ายสัญญา อันเป็นส่วนหน่ึงของสัญญา ผนวก 9) ข้อ 20.1 การตรวจรับงานบางส่วนกาหนดให้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ เข้าครอบครองหรือใช้ประโยชน์ในงานก่อสร้างส่วนหนึ่งส่วนใดหรือหลายส่วนท่ีได้มีการตรวจรับงานแล้ว ก่อนท่ีผู้รับจ้างจะทางานเสร็จสมบูรณ์ตามสัญญา โดยแจ้งความประสงค์ให้ผู้รับจ้างทราบ ดังนั้น หากมีงานก่อสร้างส่วนใดแล้วเสร็จ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรย่อมมีสิทธิท่ีจะเลือกตรวจรับ งานก่อสร้างที่แล้วเสร็จน้ัน เพื่อเข้าใช้ประโยชน์ในพ้ืนท่ีอาคารรัฐสภาแหง่ ใหม่เฉพาะส่วนท่ไี ด้ก่อสร้าง แล้วเสร็จและมีการตรวจรับงานแล้วได้ โดยการเข้าครอบครองหรือใช้ประโยชน์ดังกล่าวจะต้อง ไม่เป็นการขัดขวางหรือเป็นอุปสรรคต่อการทางานของผู้รับจ้าง ตามที่กาหนดไว้ในเง่ือนไขทั่วไป ของการกอ่ สร้างตามสัญญาขอ้ 20.1 2. เนื่องจากการจัดจ้างตามสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคาร ประกอบของสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ดาเนินการก่อนวันท่ีพระราชบัญญัติการจัดซื้อ จัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ใช้บังคับ และการตรวจรับและจ่ายเงินตามสัญญา ยังไม่เสร็จ และระเบียบรัฐสภาว่าดว้ ยการพสั ดุ พ.ศ. 2555 ไมไ่ ดก้ าหนดหลักเกณฑ์ในการแก้ไขสัญญาไว้ การแก้ไขสัญญาจึงต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อ 13 ของระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2555 และข้อ 136 ของระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม โดยอนุโลม ประกอบมาตรา 128 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 โดยการแก้ไขสัญญาจะกระทาได้ต่อเมื่อมีความจาเป็นโดยไม่ทาให้ราชการต้องเสียประโยชน์ หรือเป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ การที่สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีความประสงค์จะแก้ไขสัญญาตามข้อเรียกร้องของผู้รับจ้างเน่ืองจากการเร่งรัดเข้าใช้เพ่ือท่ี ก่อนกาหนด ทาให้ผู้รับจ้างเรียกร้องค่าใช้จ่ายเพ่ิมเติมจากการปรับเปลี่ยนแผนงานตามสัญญาน้ัน สานกั งานเลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎรจึงต้องพิจารณาให้ไดค้ วามชัดเจนว่า การแกไ้ ขสัญญาดงั กล่าวมี ความจาเป็นโดยไม่ทาให้สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรต้องเสียประโยชน์ หรือเป็นการแก้ไข สญั ญาเพอ่ื ประโยชน์แก่สานักงานเลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎร 2.7 ผลกระทบจากการก่อสร้างลา่ ช้า 2.7.1 การฟ้องเรียกคา่ เสียหายของผรู้ บั จา้ ง ในระหวา่ งการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธกิ าร บริษัท ซิโน-ไทย เอน็ จเี นียร่ิง แอนด์คอนสตรัคชั่น จากัด (มหาชน) ได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นคดีหมายเลขดาท่ี 961/2563 ต่อศาลปกครอง (ภาคผนวก ฎ) ซึ่งศาลปกครองได้มีคาสั่งให้
- 129 - สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผถู้ กู ฟ้องคัดสาเนาคาฟ้อง ภายใน 60 วัน นบั จากวันท่ี รับคาส่ัง (วันที่ 22 เมษายน 2563) โดยได้ฟ้องในประเดน็ ดงั นี้ 1. ปัญหาความล่าช้าของการส่งมอบพื้นที่ 3 ระยะแรก และปัญหาอุปสรรค การนาดนิ ขุดที่เหลอื ใชจ้ ากการสร้างเสาเข็มเจาะนาออกไปเก็บไว้นอกโครงการก่อสรา้ ง 2. ปญั หาเรอ่ื งความลา่ ชา้ ในการขนย้ายดินเพอ่ื งานกอ่ สร้างชั้นใต้ดนิ 3. ปัญหาความล่าช้าในการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้าง ระยะที่ 4 ซ่ึงเกิดความ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้ถูกฟ้องคดี (ส่งมอบพ้ืนที่โรงเรียนโยธินบูรณะล่าช้า ซ่ึงมีการโอน เงินชดเชยใหโ้ รงเรียนโยธนิ บูรณะล่าชา้ ดว้ ย) 4. ผ้ฟู อ้ งคดีกล่าวอา้ งว่าสาเหตุการสง่ มอบพนื้ ที่ล่าช้า มิไดเ้ กิดข้ึนเพราะมีเหตุ สุดวิสัย แต่เกิดขึ้นเพราะความผิดและความบกพร่องอย่างร้ายแรงของผู้ถูกฟ้องคดี ถือว่าเป็น พฤติการณ์พิเศษที่ร้ายแรงกว่าที่ผู้ฟ้องคดีหรือวิญญูชนจะคาดหมายได้ จึงถือเป็นการผิดสัญญา จากการไม่ปฏิบัติหน้าท่ีหาพ้ืนท่ีมาส่งมอบ เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีไม่สามารถทางานให้แล้วเสร็จ ตามเง่ือนไขและกาหนดเวลาตามสญั ญา 5. ผู้ฟ้องคดีเรียกร้องค่าเสียหายทั้งสิ้น 1,596,592,305.56 บาท (รวมคา่ เสียหายพร้อมอตั ราดอกเบ้ีย ร้อยละ 7.5 ต่อป)ี โดยมรี ายละเอยี ด ดังต่อไปนี้ (1) ค่าธรรมเนียมหนังสือค้าประกัน (ต้ังแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 ถึงวันท่ี 15 ธันวาคม 2562) เป็นเงนิ 26,348,996.61 บาท (2) ค่าเบี้ยประกันภัยโครงการ (ต้ังแต่วันท่ี 25 พฤศจิกายน 2558 ถงึ วนั ท่ี 15 ธันวาคม 2562) เป็นเงนิ 33,774,116.65 บาท (3) คา่ จา้ งพนักงานรักษาความปลอดภัย (ต้ังแต่วนั ที่ 25 พฤศจกิ ายน 2558 ถึงวันท่ี 15 ธันวาคม 2562) เปน็ เงนิ 9,444,236.31 บาท (4) ค่าจ้างพนักงานทาความสะอาด (ต้ังแต่วันท่ี 25 พฤศจิกายน 2558 ถงึ วันที่ 15 ธนั วาคม 2562) เป็นเงิน 1,360,495.49 บาท (5) ค่าดูแลและรักษาต้นไม้อนุรักษ์ (ตั้งแต่วันท่ี 25 พฤศจิกายน 2558 ถึงวันท่ี 15 ธันวาคม 2562) เปน็ เงนิ 12,618,740.94 บาท (6) ค่าใช้จ่ายเพ่ือตรวจวดั และตรวจสอบด้านสิง่ แวดล้อม (ตั้งแต่วันท่ี 25 พฤศจิกายน 2558 ถึงวนั ที่ 15 ธันวาคม 2562) เปน็ เงนิ 14,910,524.90 บาท (7) ค่าน้ามัน ค่ารถ ค่าขนส่ง ค่าเช่ารถรับส่งและเดินทางของคนงาน พนักงาน และค่าอานวยความสะดวกของที่ปรึกษา (ต้ังแต่วันท่ี 8 มิถุนายน 2556 ถึงวันท่ี 28 มิถุนายน 2560) เปน็ เงิน 116,109,640.74 บาท (8) ค่าไฟฟ้า ค่าน้า ค่าท่ีพักของคนงานและของสานักงานของหน่วยงาน ท่ีดาเนินการก่อสร้าง (ต้ังแต่วันท่ี 8 มิถุนายน 2556 ถึงวันท่ี 28 มิถุนายน 2560) เป็นเงิน 117,087,726.12 บาท (9) ค่าอุปกรณ์ภายในสานักงาน สาหรับงานสานักงานในรูปแบบ ของค่าเครื่องถ่ายเอกสาร (ต้ังแต่วันท่ี 8 มิถุนายน 2556 ถึงวันท่ี 28 มิถุนายน 2560) เป็นเงิน 2,191,592.87 บาท
- 130 - (10) ค่าจ้างแรงงานคนงาน เงินเดือนพนักงาน (ต้ังแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2556 ถงึ วนั ท่ี 28 มิถุนายน 2560) เปน็ เงนิ 694,414,112.53 บาท (11) ค่าเช่าอุปกรณ์ เคร่ืองจักรช่วยก่อสร้าง และเครื่องจักรหนัก (ตง้ั แตว่ นั ท่ี 8 มถิ นุ ายน 2556 ถงึ วันท่ี 28 มิถุนายน 2560) เป็นเงิน 347,256,846.30 บาท (12) ค่าเชา่ ทด่ี นิ เพ่ือเก็บวสั ดอุ ปุ กรณ์ เป็นเงิน 15,360,000 บาท (13) ค่าเสียหายท่เี กดิ จากการต้องดูแลเคร่ืองยอดทองไวน้ านกวา่ ที่ควรจะเป็น (ตัง้ แต่เดือนพฤษภาคม 2559 ถึงเดือนตลุ าคม 2559) เปน็ เงิน 1,348,000 บาท (14) ค่าชดเชยจากผลกระทบจากการตอบโตท้ ุ่มตลาดสินค้าหลอดและท่อ ทาด้วยเหล็กหรือเหล็กกล้าที่มีแหล่งกาเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐเกาหลี พ.ศ. 2559 เป็นเงนิ 4,264,417 บาท 2.7.2 การสงวนสทิ ธิเ์ รยี กร้องค่าชดเชยเสยี หายของผูร้ ับจ้าง จากการพิจารณาศึกษาข้อเท็จจริงกรณีความล่าช้าในการก่อสร้างโครงการ อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ประกอบกับการฟ้องคดีต่อศาลปกครองของ บริษัท ซิโน-ไทยฯ คณะกรรมาธิการจงึ ได้ตั้งประเด็นเกี่ยวกบั สทิ ธิในการฟ้องคดีของผู้รับจ้าง พบวา่ ในระหว่าง การก่อสร้าง บริษัท ซิโน-ไทยฯ ผู้รับจ้างได้มีการขอสงวนสิทธิ์เรียกร้องค่าชดเชยความเสียหาย โครงการมาโดยตลอด ดังน้ี 1. ในวันที่ 6 ตุลาคม 2558 บริษัทซิโน-ไทยฯ ได้มีหนังสือ SINO-THAI/J.2436/ L-230/R0. แจ้งขอสงวนสิทธ์ิเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหายจากเหตุความล่าช้าในการขนย้ายดิน (ระยะเวลา 750 วัน) ถึงวันที่ 2 ตุลาคม 2558วันละ 1,643,500 คูณ 750 วัน เป็นจานวนเงิน 1,232,625,000 บาท โดยอ้างว่า จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏชัดแจ้งในกรณีปัญหาความล่าช้า ของงานก่อสร้างฐานรากและอาคารชั้นใต้ดินของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ท่ีมีมูลเหตุมาจากปัญหาดิน ท่ีขุดข้ึนมาจากการก่อสร้างโดยที่ความล่าช้าดังกล่าวหากนับจากวันเวลาตามแผนงานคู่สัญญา (Master Schedule) ที่งานการขุดดินเพ่ือการก่อสร้างชั้นใต้ดินจะต้องแล้วเสร็จในวันที่ 20 พฤษภาคม 2557 ถือได้วา่ ล่าชา้ จนเกนิ ควร ดว้ ยปญั หาด้านการบริหารจัดการของสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ทไี่ ม่สามารถหาขอ้ ยตุ ิได้ในกรอบระยะเวลาอนั ควรในกรณจี ุดทิง้ ดินในระยะทาง 10 กโิ ลเมตรจากพน้ื ท่ี โครงการ รวมถึงความไม่แน่นอนในนโยบายการจัดการปัญหาเรื่องดินท่ีจะบริจาคหรือจะขายทอดตลาด โดยวิธีประมูลเพื่อหาผู้รับซ้ือดินแล้วขนย้ายดินขุดออกจากโครงการก่อสร้าง ทาให้เกิดความล่าช้า ต่องานการขุดดินเพื่อก่อสร้างฐานรากและอาคารชั้นใต้ดินอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ และเม่ือมีความชัดเจน ในการจัดการกับปัญหาดินที่ขุดจากการก่อสร้างด้วยวิธีการขายทอดตลาด โดยวิธีประมูลเพ่ือหา ผู้รับซื้อดินก็ยังมีปัญหาการบริหารจัดการที่เก่ียวกับความต่อเนื่องของสัญญาจะซ้ือขายดิน ของสานกั งานเลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎร นอกจากน้ียังมีปัญหาเกี่ยวกับการบริหารจานวนรถขนดินของผู้รับซ้ือดิน ท่ีจัดเข้ามาขนย้ายดินขุดที่จานวนรถขนดินไม่สอดคล้องกับปริมาณดินขุดท่ีต้องขนออกต่อวัน ทาให้ บริษัทฯ ไม่สามารถก่อสร้างฐานราก, พ้ืนช้ัน B2, Retaining Wall และพื้นช้ัน B1 โดยรอบ เพ่ือให้สามารถรื้อถอนระบบป้องกันดินพังออกก่อนการก่อสร้างพื้นช้ัน B1 ใน Zone กลางอาคาร
- 131 - ตามแผนได้ โดยที่ผลกระทบจากความล่าช้าในการขนย้ายดินดังกล่าว ทาให้บริษัทฯในฐานะผู้รับจ้าง ได้รับความเสียหายต้องรับภาระค่าใช้จ่ายอันเกินควร เป็นค่า Preliminary และ ค่า Indirect Cost เช่นค่าใช้จ่ายในการจัดเช่ารถขุดดินเพ่ือตักขนย้ายดินใส่รถบรรทุกดินเพื่อขนย้ายออกจากโครงการ ค่าเช่าระบบ Bracing ค้ายันรวมถึงค่าเช่า Platform ของระบบป้องกันดินพังและค่าเช่ารถเครน ค่าเช่าทาวเวอร์เครน ค่าเช่ารถขนส่งคนงาน ค่าเช่าที่ดินสาหรับที่พักคนงาน และอ่ืน ๆ เป็นต้น รายละเอียดตามสิ่งที่ส่งมาด้วยคิดเป็นค่าใช้จ่ายต่อวัน ๆ ละ 1,643,500 บาท เป็นจานวนเงิน ค่าความเสียหาย 1,232,625,000 บาท (หน่ึงพันสองร้อยสามสิบสองล้านหกแสนสองหมื่นห้าพันบาทถ้วน) นับถึงวันที่ 2 ตุลาคม 2558 บริษัทจึงขอสงวนสิทธ์ิท่ีจะเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหายในส่วนน้ี จากสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 2. ต่อมาในวนั ที่ 3 พฤศจกิ ายน 2559 บรษิ ัทซโิ น - ไทยฯ มีหนังสอื SINO-THAI/ J.2436/L-354/R0. แจ้งขอสงวนสิทธ์ิเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหาย อันเนื่องมาจากปัญหาความล่าช้า ทีเ่ กนิ ควรกว่าเหตุในการขนย้ายดนิ และการสง่ มอบพืน้ ทสี่ ว่ นทเ่ี หลอื โดยอ้างว่า ตามที่สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ขยายระยะเวลา การก่อสร้าง ครั้งท่ี 1 จานวน 387 วัน อันเนื่องมาจากปัญหาเฉพาะท่ีเกิดข้ึนจากการส่งมอบพ้ืนที่ล่าช้า และปญั หาอุปสรรคการนาดินขุดท่เี หลือใช้จากการก่อสรา้ งเสาเข็มเจาะนาออกไปเก็บไว้นอกโครงการ ก่อสร้าง โดยผลแห่งความล่าช้าดังกล่าวส่งผลกระทบต่อแผนงานหลักตามสัญญา ซ่ึงเป็นเหตุท่ีทาให้ เกิดความล่าช้าอันเกินกว่าเหตุอันควร นอกจากน้ียังคงมีเหตุแห่งปัญหาเพิ่มเติมต่อเน่ืองที่ทาให้เกิด ความลา่ ชา้ อันเกินกว่าเหตอุ นั ควรตอ่ มาอีกหลายประการ เช่น 1. ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากวันที่ 3 ตุลาคม 2558 ถึงวันท่ี 21 มกราคม 2559 วนั ละ 1,643,500 บาท รวม 182,428,537.96 บาทรวมทั้งหมด 1,415,053,53.96 บาท ด้วยข้อเท็จจริงที่ปรากฏชัดแจ้งในกรณีปัญหาความลา่ ช้าของงานก่อสร้าง ฐานรากและอาคารชั้นใต้ดินของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ท่ีมีมูลเหตุมาจากปัญหาดินที่ขุดข้ึนมา จากการก่อสร้างตามที่บริษัท ซิโน-ไทยฯ ได้มีหนังสือขอสงวนสิทธ์ิท่ีจะเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหาย ในส่วนนี้จากสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไปแล้วเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2558 นั้น ตามข้อเท็จจริงท่ีเกิดขึ้นจนถึงปัจจุบันผู้รับจ้างยังคงได้รับความเสียหายต้องรับภาระค่าใช้จ่าย อันเกินควร จากเหตุดังกล่าวข้างต้นอย่างต่อเน่ืองตลอดมา นับจากวันที่ 3 ตุลาคม 2558 จนถึง วันที่ 21 มกราคม 2559 (วันสุดท้ายที่การขนย้ายมูลดินที่เหลือ จานวน 6,000 ลูกบาศก์เมตร แล้วเสร็จจริงและผู้รับจ้างได้ขอขยายระยะเวลาการก่อสร้าง อันเน่ืองมาจากความล่าช้าในการ ขนย้ายดินขุดจากงานก่อสร้างชั้นใต้ดินเป็นจานวน 611 วัน คิดเป็นค่าความเสียหายเพ่ิมขึ้นอีก 182,428,573.96 บาท รวมเป็นคา่ เสียหายทั้งสิ้น 1,415,053,537.96 บาท ซึ่งปญั หาเรือ่ งการบริหาร จัดการดินขุดของสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นเพียงปัญหาส่วนหน่ึงของการก่อสร้าง ที่ได้ส่งผลกระทบในการก่อสร้า งข องแ ต่ละกิจกรร มหลั กที่ ต่อเน่ื อง ไปลาดั บถัด ไปข อง กิจ ก ร ร ม การก่อสร้างตามวิศวกรรมอย่างเป็นลูกโซ่ และไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบในการก่อสร้าง ของแต่ละกจิ กรรมได้จากหลกั วศิ วกรรมการก่อสร้างโดยปกตทิ ัว่ ไปได้
- 132 - 2. ผลกระทบท่ีเกดิ จากการสง่ มอบพืน้ ทลี่ า่ ช้าจนเกินกว่าเหตุ ผลกระทบที่เกิดจากการส่งมอบพ้ืนท่ีล่าช้าจนเกินเหตุในส่วนที่เหลือ ของชุมชนองค์การทอผ้า, บ้านพัก อท.ศอพท., และโรงเรียนโยธนิ บูรณะ ซึ่งขอบเขตการส่งมอบพื้นที่ ก่อสร้างที่ผู้ว่าจ้างต้องส่งมอบให้ผู้รับจ้างภายในวันที่ 30 เมษายน 2557 ตามสัญญาจ้าง ซึ่งล่าช้ากว่า สัญญาเป็นจานวน 915 วัน (นับถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2559) และการส่งมอบพื้นที่ท่ีล่าช้ากว่าแผน ตามสัญญาในภาคผนวกที่ 13 ก็เป็นเพียงปัญหาอีกส่วนหนึ่งของการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ที่ส่งผลกระทบในการก่อสร้างของแต่ละกิจกรรมหลักที่ต่อเนื่องในลาดับถัดไป ของกิจกรรมการก่อสร้างที่ต้องใช้พ้ืนที่ดังกล่าวสนับสนุนการก่อสร้างอาคารหลัก ตามวิศวกรรม อย่างเป็นลูกโซ่ และไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบในการก่อสร้างของแต่ละกิจกรรมได้จากหลัก วิศวกรรมการกอ่ สรา้ งโดยปกตทิ ั่วไปได้ ผู้รับจ้างแจ้งว่า จากกรณีของปัญหาและอุปสรรคตามข้อ 1 และปัญหา การส่งมอบพื้นที่ล่าช้าตามข้อ 2 ดังกล่าวข้างต้น ได้ส่งผลกระทบและทาให้เกิดความล่าช้า ต่องานก่อสร้างทาให้โดยชิ้นงานโครงสร้างเหล็กท่ีประกอบแล้วเสร็จสาหรับช้ัน B2 ถึง ชั้น 11 ซึ่งต้องแล้วเสร็จตามลาดับแผนงานก่อสร้าง 900 วันนั้น ผู้รับจ้างไม่สามารถนาช้ินงานโครงเหล็ก ท่ีประกอบแล้วเสร็จดังกล่าวเข้ามาทาการติดต้ังได้และนาเข้ามากองในพื้นท่ีก่อสร้างไม่ได้เน่ืองจาก ไม่มีพ้ืนที่เพราะต้องใช้พื้นท่ีในการขุดดินและทาการขนย้ายดินขุดออกจากโครงการทาให้ผู้รับจ้าง ได้รบั ความเสียหายเพิ่มเตมิ ตอ้ งรับภาระคา่ ใช้จ่ายอันเกินควรตามรายละเอยี ด ดงั นี้ (1) ค่าเช่าพื้นท่ีกองเก็บช้ินงานโครงหลังคาเหล็ก (วันที่ 1 มิถุนายน 2559 ถงึ วันที่ 31 พฤษภาคม 2560) เป็นจานวนเงินค่าเสยี หาย 1,569,900 บาท (2) ค่าความเสียหายที่โรงงานบ้านฉาง ซ่ึงเกิดจากยังมีชิ้นงานโครงเหล็ก บางส่วนซ่ึงเก็บไว้จนเต็มพื้นท่ีของโรงงานทาให้โรงงานบ้านฉางไม่สามารถทาการผลิตช้ินงาน โครงเหลก็ ให้กับบุคคลทัว่ ไป (จากวันท่ี 1 พฤศจกิ ายน 2557 ถึงวันที่ 30 กนั ยายน 2560) เปน็ จานวน เงนิ คา่ เสยี หาย 5,072,780.85 บาท (3) ค่าเช่าพ้ืนที่เก็บชิ้นงานเคร่ืองยอด จ.นนทบุรี เน่ืองจากผู้รับจ้าง ไม่สามารถนาชิ้นงานเคร่ืองยอดที่ผรู้ ับจา้ งได้ทาการผลิตแล้วเสรจ็ เข้ามาในโครงการเพ่ือทาการติดตั้ง ตามแผนงานก่อสร้างได้ จึงต้องเช่าพื้นที่ในการกองเก็บช้ินงาน (จากวันท่ี 24 พฤษภาคม 2559 ถงึ วันที่ 31 ตุลาคม 2559) เปน็ จานวนเงนิ คา่ เสยี หาย 1,348,000บาท (4) ค่าเช่าพ้ืนที่เก็บชิ้นงานเคร่ืองยอด จ.นนทบุรี ต่อเน่ือง ไปจนถึงวันท่ี 31 ธันวาคม 2560) เปน็ จานวนเงนิ ค่าเสียหายเพิม่ เติมอีก 2,212,000 บาท 3. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ (วันที่ 22 มกราคม 2558 ถึงวันท่ี 31 ตุลาคม 2559) เปน็ จานวนเงนิ 179,972,721.93 บาท ด้วยวันสุดท้ายที่แล้วเสร็จจริงในการขนย้ายมูลดินขุดที่เหลืออีก จานวน 6,000 ลูกบาศก์เมตร คือ วันท่ี 21 มกราคม 2559 และผู้รับจ้างได้ขอขยายระยะเวลาก่อสร้าง อันเน่ืองมาจากความล่าช้าในการขนย้ายดินขุดจากงานก่อสร้างช้ันใต้ดินเป็นจานวน 611 วัน โดยประธานคณะกรรมการตรวจการจ้างฯ ได้ทาหนังสือแจ้งมติเรื่องการขอขยายระยะเวลาก่อสร้าง อันเน่ืองมาจากความล่าช้าในการขนย้ายดินขุดจากงานก่อสร้างช้ันใต้ดินให้กับผู้รับจ้างจานวน 421 วัน
- 133 - ผู้รับจ้างยังคงได้รับความเสียหายต้องรับภาระค่าใช้จ่ายอันเกินควร เช่น ค่าใช้จ่ายเครื่องจักรสาหรับ การก่อสร้าง, ค่าจ้างส่วนของบุคลากรอานวยการ บริหาร และควบคุมงาน, ค่าจ้างส่วนงาน Utilities และ Facilities, ค่าใช้จ่าย Office Expense/Site Expense ตลอดจนค่าใช้จ่ายพันธะทางการเงิน ผู้รับจา้ งจึงคิดคา่ เสยี หายในส่วนนี้ ยอดรวมค่าชดเชยความเสียหาย เปน็ เงนิ ทงั้ สิน้ 1,605,228,940.74 บาท ความเห็นของสานักกฎหมาย สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับการแจ้งขอสงวนสิทธิ์ เรยี กร้องค่าชดเชยความเสียหาย จากกรณีที่ผู้รับจ้างได้มีหนังสอื สงวนสิทธ์ิเรียกร้องค่าชดเชยความเสยี หาย จานวน 2 ฉบับ น้ัน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้มีคาส่ังให้สานักกฎหมายเสนอความเห็นและ ส่งเร่ืองใหค้ ณะกรรมการตรวจการจ้างฯ พจิ ารณา สานักกฎหมายมีบันทึกข้อความที่ สผ. 0015/126 ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2559 เสนอความเห็นในเบ้ืองต้นว่า ตามข้อเท็จจริงท่ีกล่าวอ้างในหนังสือแจ้งสงวนสิทธ์ิของ บริษัท ซิโน-ไทยฯ เป็นจริงหรือไม่ ยังต้องมีกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย อย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้ข้อสรุปท่ีถูกต้องชัดเจนและสอดคล้องกับสัญญาเสียก่อน อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าผลสรุปจะเป็นประการใด เม่ือพิจารณาสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ มีข้อสัญญา ทเ่ี กย่ี วกบั ประเดน็ ปัญหา ดังน้ี สัญญาข้อ 1 วรรค 2 ในการดาเนินการตามสัญญานี้ ผู้ว่าจ้างจะส่งมอบ พ้ืนท่ีก่อสร้างได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากส่วนราชการที่เก่ียวข้องหรือตามความพร้อมของผู้ว่าจ้าง (รายละเอียดในผนวก 13) และในกรณีที่มีการส่งมอบพื้นท่ีล่าช้า ผู้รับจ้างไม่อาจเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ จากผู้ว่าจ้างได้ หรือหากผู้วา่ จ้างไม่ได้รับอนุญาตให้ใชพ้ ้ืนที่จากส่วนราชการท่ีเกี่ยวข้อง ผู้ว่าจ้างมสี ิทธิ บอกเลกิ สัญญาและผู้รบั จา้ งไม่อาจเรยี กร้องคา่ เสียหายใด ๆ จากผวู้ ่าจา้ งได้เชน่ กนั ข้อ 24.1 วรรค 4 ในระหว่างที่มีเหตุหรือพฤติการณ์ดังกล่าวเกิดข้ึน ผู้รับจ้างมีสิทธิจะได้รับการขยายกาหนดระยะเวลาทาการออกไปเท่ากับระยะเวลาท่ีต้องเสียไป อันเนื่องจากเหตุหรือพฤติการณ์นั้น แต่ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ๆ ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่าย ทีเ่ พมิ่ ขนึ้ คา่ ทดแทน ค่าเสยี หาย หรือเงนิ อื่นใดในทานองเดียวกันจากผ้วู า่ จ้างได้เชน่ กัน ขอ้ 24.2 ในกรณีที่ผู้ว่าจา้ งไมส่ ามารถสง่ มอบพ้ืนท่ใี นสว่ นทีเ่ กย่ี วข้องให้แก่ ผูร้ ับจา้ งตามกาหนดไว้ หรือในกรณที ี่ผ้รู ับจา้ งรายอ่นื ๆ ไมส่ ามารถส่งมอบพนื้ ที่หรือผลงานที่เก่ยี วข้อง สัมพันธ์กับงานของผู้รับจ้างตามท่ีตกลงกันไว้ ผู้ว่าจ้างจะพิจารณาขยายระยะเวลาของงานส่วนที่ต้อง ล่าช้าออกไป อันมีผลกระทบมาจากกรณีดังกล่าวเหล่านั้นตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ผู้ว่าจ้างจะไม่มี การชดเชยค่าใช้จา่ ยใด ๆ ทั้งสิ้นใหแ้ กผ่ รู้ บั จา้ ง จะเห็นได้ว่า ตามข้อสัญญาในกรณีท่ีมีการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า ผู้รับจ้าง ไม่อาจเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ จากผู้ว่าจ้างได้ และในกรณีท่ีมีการขยายเวลาปฏิบัติงานตามสัญญา เม่ือมีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุใด ๆ อันเน่ืองจากความผิดพลาดหรือความบกพร่องของฝ่ายผู้ว่าจ้าง ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ๆ ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มข้ึน ค่าทดแทน ค่าเสียหาย หรือเงินอ่ืนใดในทานองเดียวกันจากผู้ว่าจ้าง รวมท้ังกรณีผู้ว่าจ้างไม่สามารถส่งมอบพ้ืนท่ี ในส่วนที่เกี่ยวข้องให้แก่ผู้รับจ้างตามกาหนดท่ีตกลงกันไว้ ผู้ว่าจ้างจะพิจารณาขยายเวลาของงาน
- 134 - ที่ลา่ ชา้ ออกไปตามความเหมาะสม ทั้งน้ี ผวู้ า่ จา้ งจะไม่มีการชดเชยคา่ ใช้จ่ายใด ๆ ทั้งส้นิ ให้แกผ่ ูร้ ับจ้าง ซึ่งโดยข้อสัญญาที่กล่าวมา จงึ มคี วามเห็นเบ้ืองต้นว่า ตามขอ้ สญั ญาสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไมจ่ าเป็นต้องรับผดิ ชดเชยความเสียหายให้แก่บรษิ ทั ซโิ น–ไทยฯ ตามทแ่ี จ้งขอสงวนสิทธิม์ า ส่วนการพิจารณาประเด็นข้อกฎหมายในส่วนปัญหาและอุปสรรค เหตุแห่งความล่าช้าและปัญหาการส่งมอบพ้ืนที่ล่าช้าและขอสงวนสิทธิ์ค่าชดเชยความเสียหาย อันเนื่องมาจากปัญหาความล่าชา้ ท่ีเกนิ ควรกว่าเหตุ ในการขนย้ายดินและการส่งมอบพืน้ ท่ีสว่ นที่เหลือ ปัญหาดังกล่าว นอกจากจะต้องมีการพิจารณาเนื้อหาในสัญญาและเอกสารประกอบอย่างละเอียด ถถี่ ้วนแล้ว ยงั ตอ้ งตรวจสอบขอ้ เท็จจริงวา่ ความเสยี หายที่บรษิ ทั ซิโน - ไทยฯ กลา่ วอ้าง เกดิ จากการกระทา ของสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร หรือไม่อย่างไร ดังน้ัน เพื่อให้เกิดความรอบคอบ จงึ เหน็ สมควรให้คณะกรรมการตรวจการจ้างฯ พิจารณาตรวจสอบต่อไป โดยทคี่ ณะกรรมการตรวจการจ้างฯ ไดม้ มี ตใิ นคราวการประชุม ครัง้ ที่ 1/2560 วนั พุธท่ี 11 มกราคม 2560 ใหท้ ่ปี รึกษาบริหารโครงการ CAMA พิจารณาเสนอความเห็น ความเห็นของท่ีปรึกษาบริหารโครงการ CAMA ต่อกรณีการสงวนสิทธ์ิ เรียกร้องคา่ ชดเชยความเสียหายของผรู้ ับจา้ ง ท่ีปรึกษาบริหารโครงการ CAMA ได้เสนอความเห็นโดยพิจารณาสัญญาจ้าง ก่อสร้าง ซ่งึ มขี อ้ สัญญาท่ีเกย่ี วข้องท่ตี อ้ งพิจารณา ดงั น้ี สัญญาข้อ 1 วรรค 2 ในการดาเนินการตามสัญญานี้ ผู้ว่าจ้างจะส่งมอบ พื้นที่ก่อสร้างได้ต่อเม่ือได้รับอนุญาตจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องหรือตามความพร้อมของผู้ว่าจ้าง (รายละเอียดในผนวก 13) และในกรณีท่ีมีการส่งมอบพ้ืนท่ีล่าช้า ผู้รับจ้างไม่อาจเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ จากผู้ว่าจ้างได้ หรือหากผู้ว่าจ้างไม่ได้รับอนญุ าตให้ใชพ้ ้ืนที่จากสว่ นราชการที่เก่ียวข้อง ผู้ว่าจ้างมีสทิ ธิ บอกเลิกสญั ญาและผู้รับจา้ งไม่อาจเรยี กรอ้ งคา่ เสยี หายใด ๆ จากผู้วา่ จ้างได้เช่นกัน ข้อ 24.1 วรรค 4 ในระหว่างท่ีมีเหตุหรือพฤติการณ์ดังกล่าวเกิดข้ึน ผู้รับจ้างมีสิทธิจะได้รับการขยายกาหนดระยะเวลาทาการออกไปเท่ากับระยะเวลาท่ีต้องเสียไป อันเน่ืองจากเหตุหรือพฤติการ์นั้น แต่ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ๆ ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่าย ที่เพิม่ ข้นึ ค่าทดแทน ค่าเสยี หาย หรอื เงนิ อ่ืนใดในทานองเดยี วกนั จากผวู้ า่ จา้ งได้เชน่ กัน ขอ้ 24.2 ในกรณที ผ่ี ู้วา่ จา้ งไมส่ ามารถสง่ มอบพ้นื ทใี่ นสว่ นท่ีเกยี่ วข้องให้แก่ ผ้รู บั จ้างตามกาหนดไว้ หรือในกรณีทผ่ี ้รู บั จ้างรายอ่นื ๆ ไมส่ ามารถสง่ มอบพื้นท่หี รือผลงานที่เก่ยี วข้อง สัมพันธ์กับงานของผู้รับจ้างตามท่ีตกลงกันไว้ ผู้ว่าจ้างจะพิจารณาขยายระยะเวลาของงานส่วนที่ต้อง ล่าช้าออกไป อันมีผลกระทบมาจากกรณีดังกล่าวเหล่าน้ันตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ผู้ว่าจ้างจะไม่มี การชดเชยค่าใชจ้ า่ ยใด ๆ ท้งั สิ้นให้แกผ่ ู้รับจา้ ง ท่ีปรึกษาบริหารโครงการ CAMA จึงมีความเห็นว่า ตามข้อสัญญา ที่อ้างถึงข้างต้น สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่จาเป็นต้องรับผิดชอบในการชดเชย ค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายใด ๆ ทั้งส้ิน ให้บริษัท ซิโน-ไทยฯ อันเนื่องมาจากปัญหาความล่าช้าในการ ขนย้ายดินและการส่งมอบพ้ืนท่ีส่วนที่เหลือแต่ประการใด และได้มีหนังสือ CAMA/NEW-PAR/COMT- APPR-STECON/L-010/2560 เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างฯ ว่าสานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ไมต่ อ้ งรับผิดชอบชดใชค้ า่ เสยี หาย
- 135 - คณะกรรมการตรวจการจ้างฯ พิจารณาความเห็นของท่ีปรึกษาบริหาร โครงการ CAMA และมีบันทึกแจ้งมติท่ีประชุมว่า คณะกรรมการไม่มีอานาจพิจารณาเรี่องดังกล่าว เห็นควรส่งให้สานักกฎหมายพจิ ารณา ต่อมาในวันที่ 3 พฤษภาคม 2560 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีหนังสือที่ สผ. 0005/2086 ถึงบริษัท ซิโน-ไทยฯ แจ้งว่า สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไมส่ ามารถจา่ ยค่าชดเชยให้ได้ซ่ึง บรษิ ทั ซิโน-ไทยฯ มหี นังสือ SINO-THAI/J.2436/L-423/R0 ลงวันท่ี 18 พฤษภาคม 2560 ปฏิเสธการพิจารณาไม่จ่ายค่าชดเชยและยืนยันขอสงวนสิทธ์ตามเดิม เพ่อื ขอใช้สทิ ธ์ิตามกฎหมายกบั สานักงานเลขาธกิ ารสภาผแู้ ทนราษฎรต่อศาลต่อไป จากน้ันในวันที่ 26 กันยายน 2560 คณะกรรมการตรวจการจ้างฯ มีบันทึกข้อความถึงสานักการคลังและงบประมาณ เพื่อแจ้งผลการพิจารณาถึงหนังสือของบริษัท ซิโน-ไทยฯ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2560 ว่าคณะกรรมการตรวจการจ้างฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า “ ส า นั ก ง า น เ ล ข า ธิ ก า ร ส ภ า ผู้ แ ท น ร า ษ ฎ ร ไ ม่ จ า เ ป็ น ต้ อ ง รั บ ผิ ด ช อ บ ใ น ก า ร ช ด เ ช ย ค่ า ใ ช้ จ่ า ย แล ะ คา่ เสียหายใด ๆ ท้งั สนิ้ ใหผ้ ู้รับจ้าง” สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจึงได้มีหนังสือท่ี สผ 0005/4818 ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2560 ถึงบริษัท ซิโน - ไทยฯ เพื่อแจ้งว่า สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไม่สามารถจ่ายค่าชดเชยให้ได้โดยท่ีบริษัท ซิโน - ไทยฯ มีหนังสือ SINO-THAI/J.2436/L-461/R0 ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2560 โต้แย้งการพิจารณาไม่จ่ายค่าชดเชยและยืนยันขอสงวนสิทธ์ตามเดิม เพื่อขอใช้สิทธต์ิ ามกฎหมายกับสานักงานเลขาธกิ ารสภาผ้แู ทนราษฎรต่อศาลต่อไป การเรียกรอ้ งค่าเร่งรัดงานกอ่ สร้างของบริษทั ซโิ น - ไทยฯ ท่ีปรึกษาบริหารโครงการ CAMA ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับค่าเร่งรัดงานก่อสร้าง เนื่องจากสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้รับการแจ้งเตือนจากสานักพระราชวังให้ส่งมอบ พื้นท่ีอาคารรัฐสภาอู่ทองในมาโดยตลอดตั้งแต่ ปี 2559 - 2560 ซึ่งสานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรก็ได้ขอผัดผ่อนเลอื่ นการสง่ มอบพื้นที่คืนมาเร่อื ย ๆ จนกระทั่งไม่สามารถเล่อื นไดอ้ กี สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจึงได้มีนโยบายเร่งรัดการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ให้สามารถใช้งานได้ก่อน และจากการประชุมร่วมกันของทุกฝ่ายที่เก่ียวข้อง ได้ข้อสรุปให้เร่งรัด งานก่อสร้างให้สามารถใช้ห้องประชุมวุฒิสภา และพื้นท่ีทางานบางส่วนของวุฒิสภาได้ภายใน ส้นิ เดอื นธันวาคม 2561 และสามารถใชห้ อ้ งประชุมสภาผแู้ ทนราษฎร รวมทั้งพืน้ ทเ่ี ชือ่ มต่อบางส่วนได้ ภายในเดือนมีนาคม 2562 เป็นแผนหลัก โดยจะมีค่าใช้จ่ายในการเร่งรัดงานก่อสร้าง และค่าใช้จ่าย งานสนับสนุน งานป้องกัน และงานพิเศษ จานวน 273,505,839.19 บาท (สองร้อยเจ็ดสิบสามล้าน ห้าแสนห้าพันแปดร้อยสามสิบเก้าบาทสิบเก้าสตางค์) โดยสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้มีหนังสือแจ้งความประสงค์มายังผู้รับจ้าง ว่ามีความประสงค์ท่ีจะดาเนินการจะขอเข้าครอบครอง ใช้พ้ืนท่ีตามสัญญาข้อ 34 ผู้รับจ้างได้ตอบรับและเป็นผู้ทาแผนในส่วนนี้ว่าจะสามารถเร่งรัดงาน ในส่วนใดได้บ้างแบบมีเง่ือนไข เน่ืองจากยังไม่สามารถเข้าใช้งานอาคารได้ทันทีต้องมีการเร่งรัดงาน บางส่วนที่การดาเนนิ การตามแผนงานเดิมยงั ไปไม่ถึง และอาจจะมีปัญหาอปุ สรรคที่ต้องเร่งดาเนินการ เช่น เรื่องมาตรการป้องกันต่าง ๆ และในขณะเดียวกันได้มีการพิจารณาใช้ห้องบอลรูม ขนาด 1,500 ที่น่ัง ที่ช้ันใต้ดิน B2 โดยปรับปรุงห้องบอลรูมตามรูปแบบสัญญาเดิมมาใช้เป็นห้องประชุมสภา ซึ่งได้มีการ
- 136 - จัดทาแบบและวางแผนการดาเนินการต่าง ๆ เพื่อจัดทาเป็นห้องประชุมช่ัวคราวและได้มีการ ดาเนินการไปแล้ว และมีการเร่งรัดดาเนินการในส่วนการก่อสร้างห้องประชุมวุฒิสภาควบคู่กันไป แต่การก่อสร้างห้องประชุมวุฒิสภาแล้วเสร็จก่อนการก่อสร้างห้องบอลรูม รวมท้ังมีนโยบาย ให้ใช้หอ้ งประชมุ TOT แทน (การประชมุ คณะกรรมาธกิ ารวิสามญั ฯ ครง้ั ท่ี 9 วันท่ี 3 กุมภาพันธ์ 2563) โดยสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 เพื่อขออนุมัติวงเงินงบประมาณเพิ่มเติมจากกรอบวงเงินงบประมาณ ที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักการสาหรับโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคาร ประกอบ ซ่ึงคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาอนุมัติ เมื่อวันท่ี 15 พฤษภาคม 2561 แล้ว แต่จนถึงปัจจุบัน สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ได้มีการดาเนินการในการบริหารงบประมาณดังกล่าว แตอ่ ย่างใด หากมีความจาเปน็ จะต้องดาเนนิ การในด้านงบประมาณใหด้ าเนนิ การตามระเบียบราชการ ตอ่ ไป 2.7.3 ค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายอ่ืน ๆ ท่ีเกิดข้ึนเน่ืองจากความล่าช้าในการก่อสร้าง อาคารรฐั สภาแห่งใหม่ จากความล่าช้าในการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ทาให้เกิดภาระ ค่าใช้จ่ายข้ึนแก่สานักงานเลขาธกิ ารสภาผู้แทนราษฎรและสานกั งานเลขาธิการวุฒิสภา นับถัดจากวนั ครบกาหนดตามสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ที่กาหนดให้บริษัท ซิโน - ไทยฯ ต้องดาเนินการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 900 วัน รวมเป็นเงินท้ังสิ้น 1,220,729,705.47 บาท โดยมีรายละเอียดดงั ต่อไปน้ี 1. ค่าใช้จ่ายและความเสียหายทเี่ กิดข้ึนแก่สานักงานเลขาธกิ ารสภาผแู้ ทนราษฎร ตงั้ แตว่ ันที่ 24 พฤศจกิ ายน 2558 ถึงเดือนเมษายน 2563 (ภาคผนวก ฏ) รายละเอยี ดดงั นี้ 1) ค่าเช่าอาคารทที่ าการ 1.1) ค่าเช่าอาคารดีพร้อม เพ่ือเป็นสถานท่ีปฏิบัติงานของสานัก กรรมาธิการ สานักการประชุม สานักประชาสัมพันธ์ สานักการพิมพ์ (ห้องอัดสาเนา) ของสานักงาน เลขาธกิ ารสภาผแู้ ทนราษฎร จานวนเงนิ 388,209,675 บาท 1.2) ค่าเช่าอาคารทิปโก้ เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติงานของสานัก บริหารงานกลาง สานกั งานเลขานกุ าร ก.ร. สานักพฒั นาบุคลากร สานักความสมั พนั ธร์ ะหว่างประเทศ สานักภาษาต่างประเทศ สานักองค์การรัฐสภา และผู้บริหารของสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จานวนเงนิ 145,153,328.84 บาท 1.3) ค่าเช่าหอ้ งประชุม (TOT) จานวนเงิน 27,292,010.99 บาท 2) ค่าเช่าทจ่ี อดรถ 2.1) ค่าเช่าท่ีจอดรถของสวนสัตว์ดุสิต เพ่ือรองรับการปฏิบัติงานของ สมาชิกรฐั สภา บุคคลในวงงานรฐั สภา และผูเ้ ก่ียวข้อง ที่ไปปฏบิ ัตงิ าน ณ อาคารรัฐสภา ถนนอู่ทองใน จานวนเงิน 6,750,000 บาท 2.2) ค่าเช่าท่ีจอดรถของ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จากัด เพ่ือรองรับ การปฏิบัติงานของสมาชิกรัฐสภา บุคคลในวงงานรัฐสภา และผู้เกี่ยวข้อง ท่ีไปปฏิบัติงาน ณ อาคาร ที่ทาการ TOT จานวนเงนิ 14,700 บาท
- 137 - 3) ค่าเช่ารถตู้ เพ่ือรับ-ส่ง บุคลากรของสานกั งานเลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎร ระหว่างอาคารสานกั งานถนนประดพิ ัทธ์ิ – อาคารทปิ โก้ – อาคารดพี ร้อม 3.1) บริษัท เอกทศั น์ ทัวร์ จากดั จานวนเงิน 2,813,563.92 บาท 3.2) บรษิ ัท ที เค วาย ลสิ ซิง่ จากดั จานวนเงนิ 16,526,076.72 บาท 3.3) บรษิ ทั ฟาลค์ อน อนิ เตอร์ จากดั จานวนเงนิ 18,474,830 บาท รวมเป็นเงินทง้ั สิน้ 605,234,185.47 บาท 2. ค่าใช้จ่ายและความเสียหายท่ีเกิดขึ้นแก่สานักงานวุฒิสภา ต้ังแต่เดือน ธนั วาคม 2558 ถงึ 31 กรกฎาคม 2563 (ภาคผนวก ฐ) รายละเอียดดังนี้ 1) ค่าเช่าอาคารสุขประพฤติเพ่ือเป็นสถานท่ีปฏิบัติงานของสานักงาน เลขาธกิ ารวฒุ สิ ภา จานวนเงนิ 517,076,439 บาท 2) คา่ ไฟฟา้ จานวนเงนิ 79,926,898 บาท 3) ค่าน้าประปา จานวนเงนิ 2,668,993 บาท 4) คา่ โทรศัพท์ จานวนเงนิ 15,823,190 บาท รวมเป็นเงินทัง้ สน้ิ 615,495,520 บาท 2.8 แผนงานการเร่งรัดการก่อสร้างให้แล้วเสร็จโดยเร็วและความก้าวหน้าของการก่อสร้างอาคาร รฐั สภาแห่งใหม่ 2.8.1 แผนงานการเร่งรดั การก่อสรา้ งให้แล้วเสรจ็ โดยเร็ว สืบเน่ืองจากการก่อสร้างในปัจจุบันมีความล่าช้า คณะกรรมาธิการ จงึ ไดม้ ีข้อเสนอแนะโดยมอบใหส้ านักงานเลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎรร่วมกบั ทป่ี รึกษาบริหารโครงการ CAMA ผู้ควบคุมงาน ATTA บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียร่ิงแอนด์คอนสตรัคชั่น จากัด (มหาชน) และ บริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมช่ันเทคโนโลยี จากัด (มหาชน) ประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาเสนอแผน การดาเนินงานเพื่อประโยชน์ในการเร่งรัดการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ (ภาคผนวก ฒ) โดยสรปุ สาระสาคญั ของแผนงานซงึ่ ฝ่ายทเี่ กย่ี วข้องได้รว่ มกนั เสนอ ดงั น้ี
- 138 - แผนงานตามสัญญา แผนงานแสดงผลกระทบที่ แผนงานกอ่ สร้างรว่ มกัน (แผนท่ี 1) เกิดจากงานเดนิ ท่อรอ้ ยสาย เพื่อใหง้ านแล้วเสร็จ โดยเร็ว รายการ (แผนท่ี 2) (แผนท่ี 3) กาหนดเวลา วนั เริม่ ตน้ – กาหนดเวลา วนั เริ่มต้น กาหนดเวลา วนั เร่ิมตน้ – แล้วเสรจ็ วนั สน้ิ สุด แลว้ เสรจ็ – วนั สน้ิ สุด แลว้ เสรจ็ วนั ส้นิ สดุ (วนั ) (วัน) (วัน) โครงการกอ่ สร้างอาคาร 2,715 27/7/56 – 2,863 27/7/56 – 2,803 27/7/56 – รัฐสภาแห่งใหม่ พร้อม 31/12/63 28/5/64 29/3/64 อาคารประกอบ งานโครงสร้าง 2,424 27/7/56 – 2,424 27/7/56 – 2,424 27/7/56 – 15/3/63 28/5/64 15/3/63 งานสถาปัตยกรรมและ 1,458 4/1/60 – 1,606 27/7/56 – 1,546 4/1/60 – งานตกแต่งภายใน 31/12/63 15/3/63 29/3/64 - งานสถาปตั ยกรรม 449 2/2/62 – 449 4/1/60 – 449 2/2/62 – เปลอื กอาคาร 25/4/63 28/5/64 25/4/63 - งานสถาปัตยกรรมและ 1,213 4/1/60 – 1,213 2/2/62 – 1,213 4/1/60 – ตกแตง่ ภายใน ZoneS 30/4/63 25/4/63 30/4/63 - งานสถาปตั ยกรรมและ 286 20/8/62 – 286 4/1/60 – 286 20/8/62 – ตกแตง่ ภายใน Zone N 31/5/63 30/4/63 31/5/63 - งานสถาปัตยกรรมและ 1,205 14/9/60 – 1,353 20/8/62 – 1,293 14/9/60 – ตกแต่งภายใน Zone C 31/12/63 31/5/63 29/3/64 งานระบบประกอบอาคาร 2,015 27/6/58 – 2,015 14/9/60 – 2,015 27/6/58 – 31/12/63 28/5/64 31/12/63 - งานระบบประกอบ 1,740 27/6/58 – 1,740 27/6/58 – 1,740 27/6/58 – อาคาร ZoneS 31/3/63 31/12/63 31/3/63 - งานระบบประกอบ 1,770 27/6/58 – 1,770 27/6/58 – 1,770 27/6/58 – อาคาร Zone N 30/4/63 31/3/63 30/4/63 - งานระบบประกอบ 2,015 27/6/58 – 2,015 27/6/58 – 2,015 27/6/58 – อาคาร Zone C 31/12/63 30/4/63 31/12/63 อาคารประกอบและ 1,256 25/7/60 – 1,256 27/6/58 – 1,256 25/7/60 – งานอ่ืน ๆ 31/12/63 31/12/63 31/12/63 งานก่อสร้างสาธารณปู โภค 540 13/9/62 – 540 13/9/62 – 540 13/9/62 – และสาธารณูปการ 5/3/64 5/3/64 5/3/64 งานเทคโนโลยสี ารสนเทศ 540 27/2/62 – 540 27/2/62 – 772 17/2/62 – 19/8/63 28/5/64 29/3/64 งานเดนิ ท่อร้อยสายของ 545 1/11/62 – 822 5/3/63 – 361 5/3/63 – งานเทคโนโลยสี ารสนเทศ 28/4/64 28/4/64 28/2/64 ตารางที่ 2 ตารางแสดงแผนงานตามสัญญา แผนงานท่ีแสดงผลกระทบที่เกดิ จากงานท่อรอ้ ยสาย และแผนงานก่อสรา้ งร่วมกันเพื่อให้งานแลว้ เสรจ็ โดยเร็ว
- 139 - เงอ่ื นไขของแผนงานก่อสรา้ งร่วมกนั เพ่ือให้งานแล้วเสร็จโดยเร็วเพื่อให้งานแล้วเสร็จ โดยเร็ว 1. ระบบแอร์โถงทางเดินจะต้องไม่เปล่ียนแปลงรูปแบบเพื่อให้สามารถดาเนินการ ไดอ้ ย่างต่อเนอื่ ง 2. งานเดนิ ท่อร้อยสายต้องสามารถเริ่มดาเนินการได้ทันทีแม้ว่าจะยังไมม่ ีผู้ควบคุมงาน เข้ามาดูแลงานในส่วนดงั กล่าว 3. แต่ละฝ่ายท้ังที่ปรึกษาบริหารโครงการ CAMA ผู้ควบคุมงาน ATTA และ ผรู้ บั จา้ งแต่ละสัญญาจะต้องรว่ มมือกันโดยมีเป้าหมายรว่ มกันคือ งานจะต้องแล้วเสร็จโดยเรว็ ท่สี ดุ 4. งานที่ได้ดาเนินการไปแล้วตาม Shop Drawing หรือ Mock up หรือวัสดุก่อสร้าง ที่ได้รับการอนุมัติไปแล้วน้ัน หากมีข้อท้วงติงเพิ่มเติมจากผู้ออกแบบในภายหลังจะต้องยึดถือ ตามท่ไี ด้รับอนุมตั ิมาเพือ่ ลดงานเปล่ียนแปลงหรอื แก้ไขงานที่แลว้ เสร็จสมบูรณ์แล้ว ท้ังน้ี ผู้เกี่ยวข้องในสัญญา ได้แก่ ท่ีปรึกษาบริหารโครงการ CAMA ผู้ควบคุมงาน ATTA บริษัท ซิโน - ไทย เอ็นจิเนียร่ิงแอนด์คอนสตรัคชั่น จากัด (มหาชน) และบริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จากดั (มหาชน) รว่ มกันจัดทาแผนงานการก่อสร้างอาคารรฐั สภาแห่งใหม่ เพ่ือให้การก่อสร้าง อาคารรัฐสภาแห่งใหม่พร้อมอาคารประกอบแล้วเสร็จตามสัญญา โดยได้มีการประชุมร่วมกัน จานวน 3 ครั้ง และได้นาเสนอแผนงานในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ คร้ังท่ี 13 วันที่ 2 มีนาคม 2563 โดยรายละเอียดของแผนงานมีดงั น้ี แผนที่ 1 แผนงานตามสัญญาที่แต่ละฝ่ายต้องรักษาเวลาตามสัญญาและดาเนินการ ให้แล้วเสร็จโดยสัญญางานก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่จะมีระยะเวลาส้ินสุดในวันท่ี 31 ธันวาคม 2563 ซึ่งเป็นเป้าหมายท่ีจะดาเนินการให้แล้วเสร็จ แต่ในส่วนของงานสัญญางานก่อสร้าง สาธารณูปโภคสาธารณูปการ จะแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 สัญญางานเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) จะแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม 2563 ก็จะเห็นว่าระยะเวลาสั้นลงมา และงานเดินท่อร้อยสาย ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้สอบถามสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในเร่ือง ของการลงนามสัญญาน้ัน สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแจ้งว่าสามารถเซ็นสัญญาได้ประมาณ วันที่ 5 มีนาคม 2563 ซึ่งระยะเวลาตามสัญญา 420 วัน จะสามารถดาเนินการแล้วเสร็จ ในเดอื นเมษายน 2564 แผนที่ 2 ผลกระทบที่เกิดจากงานเดินท่อร้อยสายของงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ท่ีลงนามสัญญาช้ากว่าแผนท่ีกาหนด โดยมีระยะเวลาเกินกว่า 4 เดือน ส่งผลทาให้แล้วเสร็จ ในส้ินเดือนเมษายน 2564 ซึ่งตามสัญญาเดิมจะแล้วเสร็จภายในส้ินเดือนธันวาคม 2563 ทั้งนี้ การดาเนนิ งานเดนิ ท่อร้ายสายมิใชด่ าเนินการเสรจ็ แล้วจะสามารถดาเนินการได้ กจ็ ะมีเร่อื งงานของบริษัท ซิโน - ไทยฯที่จะต้องไปดาเนินการต่อเนื่องหลังจากงานเดินท่อร้อยสายเสร็จและงานของบริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมช่ันเทคโนโลยี จากัด (มหาชน) (AIT) ท่ีจะต้องดาเนินการต่อเน่ืองออกไปอีก ซึ่งเดิม ท่ีเคยวางแผนกันไว้จะต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 2 เดือน แต่ได้หารือร่วมกันในเบื้องต้นคือบริษัท ซโิ น - ไทยฯ และบริษัท แอ็ดวานซ์อนิ ฟอร์เมช่ันเทคโนโลยี จากัด (มหาชน) (AIT) จะใช้ระยะเวลาในการ ดาเนนิ งานเป็นระยะเวลา 1 เดือน ซง่ึ จะแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม 2564
- 140 - ทั้งนี้ ในการประชุมร่วมกันได้มีการสารวจหน้างาน สภาพหน้างานต่าง ๆ และ ได้หาแนวทางในการเร่งรัดงานในส่วนของงานเดินท่อร้อยสาย ซึ่งต้องถือเป็นส่วนงานวิกฤต (Critical Part) ของงานในส่วนน้ีว่าจะทาอย่างไรให้แล้วเสร็จเร็วท่ีสุด คือจะต้องมีการไปเตรียมงาน ต่าง ๆ ล่วงหน้า เตรียมเร่ืองแบบ เร่ือง shop drawing เตรียมความพร้อมที่จะส่ังซื้อวัสดุต่าง ๆ ซ่ึงงานเดินท่อร้อยสายท่ีคาดว่าบริษัท ซิโน - ไทยฯ จะเป็นบริษัทท่ีลงนามสัญญา โดยจะดาเนินการ เร่งรัดให้แล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2563 หากเสร็จส้ินในเดือนมีนาคม 2563 ก็จะเกิดผลกระทบ ในส่วนของงานสัญญาหลักของบริษัท ซิโน - ไทยฯ ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 1 เดือน ในการท่ีจะต้องทางานต่อจากบริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จากัด (มหาชน) (AIT) โดยจะดาเนินการแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2564 ซึ่งจะเห็นได้ว่าแผนงานในส่วนน้ีเบื้องต้น จะแลว้ เสรจ็ ในส้นิ เดอื นมีนาคม 2564 แผนที่ 3 เงื่อนไขเพ่ือให้งานแล้วเสร็จโดยเร็ว 4 เง่ือนไข ได้แก่ 1) เรื่องระบบแอร์ โถงทางเดินจะต้องไม่เปล่ียนแปลงรูปแบบเพ่ือให้สามารถดาเนินการได้อย่างต่อเนื่อง 2) งานเดิน ท่อร้อยสายต้องสามารถเริ่มดาเนินการได้ทันทีแม้ว่าจะยังไม่มีผู้ควบคุมงานเข้ามาดูแลงานในส่วน ดังกล่าว 3) แต่ละฝ่ายท้ังท่ีปรึกษา ผู้ควบคุมงาน และผู้รับจ้างแต่ละสัญญาจะต้องร่วมมือกัน โดยมีเป้าหมายร่วมกันคืองานจะต้องแล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด 4) งานที่ได้ดาเนินการไปแล้วตาม Shop drawing หรือ mock up หรือวัสดุก่อสร้างที่ได้รับการอนุมัติไปแล้วนั้น หากมีข้อท้วงติงเพ่ิมเติม จากผู้ออกแบบในภายหลัง จะต้องยึดถือตามท่ีได้รับอนุมัติมา เพ่ือลดงานเปล่ียนแปลงหรือแก้ไขงาน ทีแ่ ลว้ เสรจ็ สมบรู ณแ์ ล้ว บรษิ ทั ซิโน - ไทย เอน็ จิเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จากดั (มหาชน) ท่ีปรกึ ษาบริหาร โครงการ CAMA และผู้ควบคุมงาน ATTA ได้ยืนยันร่วมกันว่าแผนงานต่าง ๆ ท่ีได้กาหนด ไว้ในแผนบริหารโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ตามท่ีได้เสนอให้ท่ีประชุมพิจารณานั้น สามารถดาเนนิ การไดต้ ามกรอบระยะเวลาที่กาหนด แตอ่ ยา่ งไรกต็ าม การดาเนนิ การจะต้องอยู่ภายใต้ เงื่อนไขความสาเร็จของงาน 4 เงื่อนไข และหากการดาเนินงานเป็นไปตามแผนงานที่กาหนดไว้ โครงการก่อสรา้ งอาคารรัฐสภาจะแลว้ เสร็จ และพรอ้ มส่งมอบงานในวันที่ 29 มีนาคม 2564 สว่ นงาน ด้านสาธารณูปโภคสาธารณูปการ ระยะที่ 2 และงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระยะท่ี 2 ซ่ึงจะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2564 น้ัน ท่ีปรึกษาบริหารโครงการ CAMA ยืนยันว่า งานในสว่ นนจี้ ะไม่ส่งผลกระทบกบั งานก่อสรา้ งอาคารรัฐสภาตามสญั ญาหลัก กล่าวคือ จะไม่นามาเป็น เหตใุ นการขอขยายระยะเวลาการก่อสรา้ งครง้ั ตอ่ ไป ความเหน็ ของหนว่ ยงานท่เี กี่ยวข้อง 1. ผู้แทนสานักงานอัยการสูงสุด ให้ความเห็นว่า ประเด็นเรื่องของงานเดินท่อร้อยสาย ให้ตรวจสอบระยะเวลาการปฏิบัติงานตามสัญญางานเดินท่อร้อยสายว่า ควรจะมีความสอดคล้อง กับสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่พร้อมอาคารประกอบ รวมท้ังให้ตรวจสอบสัญญา เทคโนโลยีสารสนเทศไปพร้อมกันด้วย โดยได้แจ้งไปแล้วให้พิจารณาเร่ืองระยะเวลาประกอบ เพื่อจะไม่ใหเ้ กิดความล่าช้าในการสรา้ งอาคารรัฐสภาซ่ึงเปน็ สัญญาหลัก มฉิ ะน้ันแลว้ ถา้ เกิดความล่าช้า ในงานเดินท่อร้อยสายจะไปกระทบการก่อสร้างครั้งหลังด้วย (การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ คร้ังท่ี 13 วันท่ี 2 มนี าคม 2563)
- 141 - 2. ผู้แทนสานักงบประมาณ ให้ข้อมูลว่า จากท่ีรับฟังการประชุมในหลายคร้ังที่ผ่านมา เรื่องของประมาณจะเป็นส่วนหลัง ๆ จากการดาเนินการ ซ่ึงเป็นส่ิงคอยสนับสนุนหรือรองรับ การดาเนินการ สิ่งสาคัญที่สุดของแผนการดาเนินการกับกรอบระยะเวลาท่ีผ่านมาต้ังแต่เริ่มโครงการ ซึ่งเคยให้ความเห็นไว้แล้วว่าล่าช้ามาโดยตลอด แม้กระทั่งที่พิจารณาในกรอบการขยายระยะเวลาท้ัง 4 คร้ัง ซึ่งส่งผลกระทบในเรื่องการทางานของอาคารหลัก ซ่ึงจะเป็นตัวบ่งชี้เรื่องของการขยาย ระยะเวลาครั้งท่ี 5 ซึ่งไม่อยากให้มี ท้ังน้ี เป็นเร่ืองท่ีคณะกรรมาธิการท่ีจะพิจารณาว่าสมควรจะเลื่อน หรือไม่ แต่ในส่วนของงบประมาณจะพิจารณาจากความเป็นจริงก็คือ ในส่วนของตัวสัญญา ณ วันนี้ ตัวอาคารหลักจะแล้วเสร็จวันท่ี 31 ธันวาคม 2563 ในเรื่องของบประมาณได้มีการรองรับไว้อยู่แล้ว แต่ได้มีการปรึกษาและหารือกับสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตลอดว่าเป็นไปได้มากน้อย เพียงใด งบประมาณมีไว้ให้อยู่แล้วแต่จะทาได้หรือไม่ได้ ระบบของการอนุมัติงบประมาณมีระเบียบอยู่ โดยจะดูในเร่ืองของความก้าวหน้าในการดาเนินงานหากดาเนินการเร็วก็เพ่ิม หากดาเนินการช้าก็ปรับ ลดลง เพราะฉะนั้น ในส่วนนี้สาคัญในเร่ืองของแผนการดาเนินงานได้มีการหารือกัน ตลอดเวลา ในส่วนงบประมาณท่ีกล่าวถึงทุกรายการแม้กระท่ังสัญญานอกสัญญาหลัก เตรียมงบประมาณไว้หมดแล้ว เพียงแต่ว่าการดาเนินงานมันจะช้าหรือเร็ว หรือจะเบิกใช้หรือไม่ใช้ ขึ้นอยู่กบั การดาเนินงานทั้งนั้น ไมป่ ฏิเสธงบประมาณมีส่วนในเรื่องของตัวความลา่ ชา้ แตว่ า่ คาวา่ ลา่ ช้า มันเกิดที่มาคือแผนการดาเนินงานไม่ชัดเจนกับการดาเนินงาน จะต้องมีการสอบถามกันว่าจะใช้ งบประมาณมากน้อยเพียงใดจะต้องใช้จ่ายงบประมาณเท่าใดในแต่ละปีจนไปถึงส้ินสุดในสัญญา แต่ละเรื่อง แต่ละรายการ คงให้ความเห็นในลักษณะภาพของการเดินงบประมาณกับแผนการ ดาเนินงานว่าจะร้อยเรียงหรือสอดรับกันอย่างไร โดยสรุปก็คืองบประมาณมีให้ตลอดเวลาอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าความชัดเจนในเร่ืองของการดาเนนิ งานให้เป็นไปตามแผนและเป็นไปได้ สานักงบประมาณ มงี บประมาณให้ (การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามญั ฯ ครั้งที่ 13 วันท่ี 2 มนี าคม 2563) 2.8.2 ข้อมูลจากการศึกษาดูงานพื้นท่ีก่อสร้างและรายงานความก้าวหน้า โครงการกอ่ สร้างอาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่ 1) การลงพื้นท่ีในวันที่ 9 มนี าคม 2563 คณะกรรมาธิการพร้อมด้วยท่ีปรึกษาบริหารโครงการ CAMA และ ผู้ควบคุมงาน ATTA ได้ลงพื้นท่ีก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ เพื่อตรวจสอบ และติดตามความก้าวหน้าการก่อสร้างโครงการอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ โดยท่ีปรึกษาบริหารโครงการ CAMA ได้รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ฝ่ังห้องประชุมสภาผแู้ ทนราษฎร (ห้องพระสุริยัน) และนาตรวจพื้นท่ีจริงพร้อมบรรยายความก้าวหนา้ ในการก่อสร้างห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ห้องพระสุริยัน) ห้องอาหาร ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ และสว่ นอืน่ ๆ ดังนี้
- 142 -
- 143 -
- 144 - โดยสรุปความก้าวหน้าสะสมของโครงการ คิดเป็น 76.76 % ประกอบด้วยงาน ตามรายการ ดังนี้ - ความกา้ วหน้าสะสมงานเครอ่ื งยอดอาคาร ดาเนินการได้ 83.00 %
- 145 - - ความก้าวหน้างานซุ้มประตูทางเข้า/ออก 2, 3 มีความก้าวหน้างานโครงสร้าง สะสม 91.71 % - ความกา้ วหน้างานเขือ่ น มคี วามก้าวหนา้ งานโครงสร้างสะสม 73.46 %
- 146 - - ความก้าวหน้างานลานประชาธิปไตย มีความกา้ วหนา้ งานโครงสรา้ งสะสม 100.00 % - ความกา้ วหน้างานลานประชาชน มคี วามกา้ วหนา้ งานโครงสรา้ งสะสม 61.83 %
- 147 - 2) ความกา้ วหน้าโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแหง่ ใหม่ ณ วันท่ี 7 กันยายน 2563 รายละเอยี ด ผลงานก่อสร้างสะสม 1. อาคารรฐั สภา (อาคารหลกั ) 91.38 % 99.91 % งานโครงสรา้ งโดยรวม 81.07 % 88.10 % งานสถาปตั ยกรรมและตกแต่งภายใน 93.47 % 85.73 % งานเคร่อื งยอด 50.78 % 76.45 % งานระบบโดยรวม 100 % 100 % 2. อาคารสถานวี ิทยุและโทรทัศน์ 75.85 % 100 % 3. งานอาคารประกอบ ผงั บริเวณ ภมู สิ ถาปัตยกรรม และงานระบบ 36.14 % 58.28 % 3.1 งานโครงสรา้ ง อาคารประกอบ ผงั บรเิ วณ 61.37 % - ทางเข้าออก 1 72.64 % - ทางเข้าออก 2, 3 64.76 % - ลานประชาชนทศิ เหนือ - เขื่อน 3.2 งานภูมสิ ถาปตั ยกรรม 3.3 งานระบบโดยรวม 4. Work done progress งานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และงานประกอบอาคารและภายนอกอาคาร 5. Work done progress งานด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร 6. Work done progress งานประกอบอาคารด้านสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ)
- 148 - ภาพถ่ายความก้าวหน้างานโครงสรา้ งลานประชาชน สะสม 72.03 %
- 149 - ภาพถา่ ยความก้าวหนา้ สะสมเครอ่ื งยอดอาคาร ดาเนนิ การได้ 85.55 % ภาพถ่ายความก้าวหน้างานศาลาแกว้ 72.03 %
- 150 - ภาพถ่ายความกา้ วหนา้ ห้องประชุมกรรมาธิการงบประมาณ ชั้น 4 โซน C ภาพถา่ ยความก้าวหน้า ห้องประชุมกรรมาธิการ ชัน้ 4 โซน C
- 151 - ภาพถา่ ยความก้าวหน้า ชน้ั 9 โซน C ภาพถ่ายความกา้ วหน้าทางเดิน ช้นั 11 โซน C
- 152 - ภาพถา่ ยห้องทางานประธานกรรมาธกิ าร ส.ส. ชัน้ 4 โซน C ภาพถา่ ยหอ้ งทางานประธานกรรมาธกิ าร ส.ว. ชน้ั 5 โซน C
- 153 - ภาพถ่ายหอ้ งทางาน ส.ส. และ ส.ว. ชั้น 5 โซน C
บทท่ี 3 บทวเิ คราะห์ข้อพิจารณาและความเหน็ ของคณะกรรมาธกิ าร จากข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ได้รับจากการศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภา แห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ตามกรอบการพิจารณาของคณะกรรมาธิการซ่ึงได้นาเสนอโดยครอบคลุม ทุกประเด็นแล้วในบทท่ี 2 คณะกรรมาธิการได้ตั้งประเด็นเป็นข้อพิจารณาและทาการวิเคราะห์ อย่างรอบด้านเพ่ือค้นหาสาเหตุ ปัญหา และอุปสรรคที่ทาให้โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เกิดความลา่ ช้า รวมถงึ ผลกระทบตา่ ง ๆ ทเ่ี กดิ ขึน้ ดังนี้ 3.1 ปญั หาจากการออกแบบและการปรับแบบ หลังจากผู้รบั จ้างงานออกแบบ คือ กลุ่มกิจการร่วมค้าสงบ 1051 ได้ส่งแบบก่อสร้าง งวดที่ 4.2 เม่ือวันที่ 31 พฤษภาคม 2554 โดยรายละเอียดการออกแบบได้เพิ่มพื้นท่ีใช้สอยตามความ ต้องการของรัฐสภาเป็น 424,311 ตารางเมตร (โดยมีพ้ืนที่ก่อสร้าง 508,000 ตารางเมตร) จากท่ี TOR งานออกแบบกาหนดไวเ้ ดิมที่ 307,314 ตารางเมตร และมีประมาณราคาคา่ ก่อสร้าง 18,000 ลา้ นบาท โดยไม่รวมค่าดาเนินการค่าเตรียมการและแอปพลิเคชันเพิ่มเติม ซึ่งมีราคาสูงกว่างบประมาณท่ีได้รับ ผู้ออกแบบจึงได้ดาเนินการปรับแก้ไขแบบและประมาณราคาค่าก่อสร้างใหม่ รายละเอียดตามที่ กล่าวไว้แล้วในหัวข้อ 2.1.3 จุดเร่ิมต้นของปัญหาเกิดจากการออกแบบอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ไม่ได้ เป็นไปตามกรอบเง่ือนไขความต้องการ งบประมาณ และกรอบระยะเวลาก่อสร้างที่คณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิได้กาหนดไว้ตอนเริ่มต้นโครงการส่งผลกระทบให้การดาเนินการโครงการต่อไปประสบ ปัญหาดังน้ี 1) ปัญหาดา้ นพื้นท่ีทอ่ี อกแบบมากกวา่ ท่ีกาหนด จากเดิมที่กาหนดไว้ในเง่ือนไขการประกวดแบบตามความต้องการใช้งานพ้ืนท่ี 307,314 ตารางเมตร แต่ผู้ออกแบบได้ออกแบบมากกว่าเง่ือนไข โดยออกแบบมาถึง 424,311 ตารางเมตร พื้นท่ีก่อสร้างมากกว่า 500,000 ตารางเมตร มีปริมาณดินขุดออกจานวนมากถึง 1,200,000 ลูกบาศก์เมตร ส่งผลกระทบทั้งในด้านงบประมาณและระยะเวลาก่อสร้าง รวมถึงทาให้ เกิดผลกระทบทางอ้อมจากพ้ืนท่ใี ชส้ อยทีเ่ พิ่มขน้ึ อยา่ งมาก คือ คา่ ใช้จ่ายในการบารุงรกั ษาอาคาร และ ผลกระทบเรื่องท่จี อดรถ สาหรับเร่ืองจานวนที่จอดรถยนต์ของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ซ่ึงในเงื่อนไข การออกแบบกาหนดให้มีพื้นที่จอดรถยนต์ 2,000 คัน เพ่ือให้สัมพันธ์กับพื้นที่ใช้สอยอาคาร 307,314 ตารางเมตรตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่ในการออกแบบอาคาร ผู้ออกแบบได้ออกแบบให้อาคาร มีพ้ืนที่ใช้สอยถึง 424,311 ตารางเมตร ดังน้ัน พื้นท่ีจอดรถยนต์จึงมีจานวนไม่เพียงพอ ในประเด็นน้ี ผูอ้ อกแบบได้ชี้แจงต่อท่ปี รึกษาบริหารโครงการ CAMA เมอื่ วันท่ี 23 มกราคม 2561 วา่ ตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง อาคารรัฐสภาท่ีมีพื้นท่ีใช้สอย 424,311 ตารางเมตร ต้องมีท่ีจอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า 3,973 คัน และในพื้นที่โครงการสามารถจัดท่ีจอดรถยนต์ได้ถงึ 3,980 คัน ประกอบด้วยที่จอดรถยนต์ ชน้ั ใต้ดินท่ี 1 จานวน 710 คัน ชั้นใตด้ ินท่ี 2 จานวน 1,467 คัน และภายนอกอาคารบนผิวดินจานวน
- 155 - 1,803 คัน ดังน้ัน จึงมีจานวนท่ีจอดรถยนต์เพียงพอตามท่ีกฎหมายกาหนด (ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ในหวั ขอ้ 2.1.4) อย่างไรก็ดี คณะกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าพื้นท่ีภายนอกอาคาร ท่ีผู้ออกแบบได้นับเป็นพ้ืนที่จอดรถยนต์นี้ ได้รวมพ้ืนท่ีสนามหญ้าและพื้นที่อ่ืน ๆ นอกอาคาร ท่ีผู้ออกแบบมิได้ออกแบบให้เป็นพื้นท่ีจอดรถยนต์ ดังน้ัน ประเด็นเรื่องท่ีจอดรถยนต์ไม่เพียงพอ จงึ ยงั คงเปน็ ปัญหาซึ่งผู้เก่ยี วข้องจาเป็นต้องหาทางแก้ไข 2) ปัญหาด้านงบประมาณ จากการออกแบบท่ีมีพ้ืนท่ีใช้สอยมากกว่าเง่ือนไขการออกแบบจาก 307,314 ตารางเมตร เป็น 424,311 ตารางเมตร ซึ่งมีพื้นท่ีมากกว่าถึง 124,000 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 41% ส่ งผลกระทบด้ านราคาก่ อสร้างต่ อตารางเมตรซ่ึงท าให้ ราคาค่ าก่ อสร้างเพ่ิ มข้ึ นตามพ้ื นที่ ใช้ สอย ท่ีเพ่ิมขึ้นไปด้วย ดังน้ัน เพ่ือให้แบบท่ีออกมาอยู่ภายใต้กรอบงบประมาณท่ีขอไว้เดิม 12,000 ล้านบาท จึงจาเป็นต้องให้มีการปรับลดรายละเอียดและแก้ไขแบบในช่วงการออกแบบและได้มีแยกรายการ งานท่ีมีความจาเป็นไม่มากออกไป เพ่ือจะได้นาไปวางแผนดาเนินการของบประมาณต่อไปเป็น งานนอกสัญญา ซ่ึงงานนอกสัญญาส่งผลกระทบต่อโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่อย่างมาก เนื่องจากการของบประมาณที่ไม่ต่อเนื่องและล่าช้าไม่เป็นไปตามแผนงานท่ีวางไว้ จากการได้รับ งบประมาณเพิ่มเติมมาในช่วงหลังคือ ประมาณเดือนสิงหาคม 2561 และต้องดาเนินการจัดซื้อ จัดจ้างตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มีผลทาให้ การจัดซื้อจัดจ้างงานนอกสัญญาต้องล่าช้าออกไปจนมีผลกระทบกับสัญญาหลัก เน่ืองจากเนื้องาน มีความสัมพันธ์จาเป็นต้องทาควบคู่กันไปด้วย ส่งผลกระทบด้านเวลาจนทาให้มีการขยายระยะเวลา ครั้งท่ี 4 จานวน 382 วัน และมีผลกระทบจากงานนอกสัญญาซึ่งอาจทาให้มีการขอขยายระยะเวลา ออกไปอีกจากสาเหตุนี้ ส่วนงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเดิม มีเฉพาะงานระบบเทคโนโลยี สารสนเทศตามกรอบวงเงิน 3,000 ล้านบาท แบบท่ีออกมาจึงได้ออกแบบงานตามงบประมาณราคา เบ้ืองต้นของงานระบบสื่อสารและสารสนเทศเท่านั้น (ตามหนังสือผู้ออกแบบ รายงานผลการศึกษา ระบบสื่อสารและสารสนเทศปรบั ปรุง ครัง้ ท่ี 7 วันที่ 26 มิถุนายน 2555) (ภาคผนวก ฑ) แตเ่ นื่องจาก พื้นท่ีใช้สอยที่เพิ่มข้ึนเป็นจานวนมากและผู้ออกแบบได้ออกแบบไว้เพียงเบื้องต้นเท่านั้น จาเป็นต้องมี การออกแบบเพ่ิมเติมและมีงานทจ่ี ะต้องดาเนินการเพมิ่ เติมในภายหลงั อีกเป็นจานวนมาก 3) ปญั หาด้านระยะเวลากอ่ สรา้ ง จากการท่ีผู้ออกแบบชี้แจงโดยระบุว่า ไม่ทราบกรอบระยะเวลาก่อสร้าง 900 วัน ในการกาหนดระยะเวลาก่อสรา้ งมากอ่ น แต่มาทราบในการประชุมชี้แจงแบบในขั้นตอนประกวดแบบ ขั้นตอนท่ี 1 ขั้นตอนที่ 2 และในระหว่างการทาแบบก่อสร้างฉบับสมบูรณ์ ผู้ออกแบบได้รับแจ้ง อย่างไม่เป็นทางการจากทุกฝ่ายที่เก่ียวข้องว่า โครงการออกแบบอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ได้กาหนด แผนระยะเวลาในการก่อสร้างของผู้รับจ้างก่อสร้างรวมท้ังส้ิน 900 วัน ดังน้ัน แบบท่ีออกแบบจึงมาจาก ขอบเขตของงาน ปริมาณงาน ความสาคัญของอาคาร ตลอดจนอายุการใช้งานของอาคาร และ ข้ันตอนการทางานของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ท่ีมีลักษณะพิเศษ คือ มีพ้ืนที่ใช้สอยถึง 424,311 ตารางเมตร พ้ืนที่ก่อสร้างมากกว่า 500,000 ตารางเมตร และท่ีสาคัญอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ มีลักษณะพิเศษ คือ มีชั้นใต้ดิน 2 ช้ัน พื้นท่ี 80,000 ตารางเมตร มีปริมาณดินขุดขนออกจานวนถึง
- 156 - 1,200,000 ลูกบาศก์เมตร มีสถาปัตยกรรมไทย (เคร่ืองยอด) บนอาคารช้ันบนสุด และมีโครงสร้าง หลังคาเหล็กของห้องประชุมพระสุริยันและห้องประชุมพระจันทรา ทาให้ระยะเวลาในการก่อสร้าง ท่ีเหมาะสมในการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ควรกาหนดไว้ท่ี 1,600 วัน ในส่วนระยะเวลาก่อสร้างตามกรอบระยะเวลาก่อสร้าง 900 วันท่ีได้กาหนดตอนเร่ิมโครงการนั้น ผู้ออกแบบแจ้งว่ารับทราบแต่ไม่เป็นทางการ และจากแบบท่ีออกมาผู้ออกแบบได้ช้ีแจงและให้ ความเหน็ ไวใ้ นการประชุมชี้แจงแบบในข้ันตอนประกวดแบบขั้นตอนที่ 1 ขั้นตอนที่ 2 และในระหว่าง การทาแบบก่อสร้างฉบับสมบรู ณ์ว่า ผู้ออกแบบ (กลมุ่ กิจการร่วมค้าสงบ 1051) ได้รับแจง้ อย่างไม่เป็น ทางการจากทุกฝา่ ยทีเ่ ก่ียวข้องว่า “โครงการออกแบบอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ได้กาหนดแผนระยะเวลา ในการก่อสร้างของผู้รับเหมาก่อสร้าง ท้ังส้ินรวม 900 วัน จากขอบเขตของงาน ปริมาณงาน ความสาคัญของอาคาร ตลอดจนอายุการใช้งานของอาคาร และขนั้ ตอนการทางานของอาคารรัฐสภา แห่งใหม่ที่มีลักษณะพิเศษดังท่ีกล่าวไว้ข้างต้นนั้น ทาให้ระยะเวลาในการก่อสร้างท่ีเหมาะสมในการ ก่อสร้างของผู้รับเหมาก่อสร้างทั้งสิ้นรวม 900 วัน” ปัญหาจากแบบอาคารรฐั สภาแห่งใหม่ท่ีเพิ่มพื้นที่ ข้ึน และผู้ออกแบบได้กาหนดระยะเวลาการก่อสร้างไว้ 1,600 วัน ซึ่งไม่อยู่ในกรอบเวลาระยะเวลา ก่อสร้างของผู้รับจ้างก่อสร้างที่กาหนดไว้เดิม 900 วัน โดยมีจานวนวันมากกว่าถึง 700 วัน จึงได้ให้ ผู้ออกแบบไปศึกษาการจัดทาวิธีการก่อสร้างที่ระยะเวลา 900 วัน ซึ่งมีผลกระทบต่องบประมาณ ท่ีเพ่ิมข้ึนและงวดงานที่เพิ่มมากขึ้น จากน้ันผู้ออกแบบจึงได้ศึกษาระยะเวลาก่อสร้าง 900 วัน เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการและรายงานผลการศึกษา ตามเอกสารรายงานผลการศึกษา ฉบับวันท่ี 28 มิถุนายน 2554 เพื่อให้อาคารรัฐสภาแห่งใหม่พร้อมอาคารประกอบ สามารถก่อสร้างแล้วเสร็จได้ ในระยะเวลา 900 วนั 3.2 ปัญหาที่ทาให้การก่อสรา้ งมีความลา่ ชา้ ปัญหาท่ีทาให้การก่อสร้างมีความล่าช้าเร่ิมมาจากขั้นตอนการออกแบบ โดยปัญหา สาคญั ประการหน่งึ คือ การกาหนดระยะเวลาการก่อสร้างของโครงการจานวน 900 วนั ไม่สอดคล้อง กับสภาพความเป็นจริงของโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ รวมทั้งปัญหาการส่งมอบพ้ืนท่ี ให้กับผู้รับจ้างล่าช้าไม่เป็นไปตามสัญญา และปัญหาในการบริหารจัดการดินในพ้ืนที่ก่อสร้าง จนเป็น เหตุให้มกี ารขยายระยะเวลาการกอ่ สรา้ งออกไปถงึ 4 คร้งั 3.2.1 ปัญหาเกยี่ วกบั เงื่อนไขการกาหนดระยะเวลาก่อสร้าง 900 วนั เงื่อนไขการกาหนดระยะเวลาก่อสร้าง 900 วัน เป็นปัจจัยสาคัญปัจจัยหน่ึง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นส่งผลให้การก่อสร้างอาคารรัฐสภาล่าช้า ทั้งนี้ เพราะระยะเวลา 900 วันนั้น ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของโครงการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ที่มีความสลับซับซ้อน มชี ้ันใต้ดินหลายชนั้ และมีข้อกาหนดพิเศษต่าง ๆ มากมาย ท้ังทางด้านสถาปัตยกรรม สาธารณูปโภค และเทคโนโลยสี ารสนเทศ เช่นอาคารรัฐสภาแหง่ นี้ ข้อเท็จจริงที่บ่งชี้ว่าระยะเวลาก่อสร้าง 900 วันน้ัน ไม่สอดคล้องกับสภาพ ความเปน็ จรงิ ของโครงการเปน็ เหตุการณ์ที่เกิดข้ึนในขั้นตอนการออกแบบ โดยผ้อู อกแบบ (กลมุ่ กิจการ รว่ มค้าสงบ 1051) ได้ยืนยันต่อคณะกรรมาธิการว่า ในขั้นตอนการออกแบบไม่มีการกาหนดว่าจะต้อง ออกแบบให้อาคารก่อสรา้ งแล้วเสรจ็ ภายในกี่วัน และไดช้ ีแ้ จงว่าภายหลังจากท่ีได้ออกแบบอาคารเสร็จ ส้ินสมบูรณ์แล้ว ผู้ออกแบบได้ทาการประเมินระยะเวลาก่อสร้างโครงการโดยกาหนดเง่ือนไขและ
- 157 - กรรมวิธีก่อสร้างปกติทั่วไปว่าจาเป็นต้องใช้เวลาถึง 1,600 วัน แต่เนื่องจากสานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรได้มีนโยบายกาหนดให้ระยะเวลาก่อสร้างเป็น 900 วัน ผู้ออกแบบจึงได้พิจารณา ทบทวนปรับลดระยะเวลาลงเหลือ 1,200 วัน โดยตัดเวลาท่ีเหลือเผ่ือความเส่ียงออกไปทั้งหมด อีกทั้งยังกาหนดเงื่อนไขและกรรมวิธีก่อสร้างท่ีเร่งรัดเป็นพิเศษ อย่างไรก็ดี สานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรยังไม่ยอมรับระยะเวลา 1,200 วันนี้ และยืนยันให้กาหนดระยะเวลาก่อสร้างเป็น 900 วันตามเดิม ผู้ออกแบบจึงได้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องหลายฝ่ายเพ่ือหา แนวทางการกอ่ สรา้ งให้แลว้ เสรจ็ ภายใน 900 วัน ผลการศึกษาของผู้ออกแบบพบว่า การที่จะก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน ระยะเวลา 900 วันนั้น นอกจากจะต้องเป็นการก่อสร้างที่เร่งรัดงานเป็นพิเศษแล้ว ยังจาเป็นต้องมี เงื่อนไขพิเศษในการก่อสร้างหลายประการ เช่น ต้องมีคนงานถึง 3 ผลัด ทางานตลอด 24 ช่ัวโมง ต่อวัน ต้องมีแรงงานถึง 5,000 คน ต้องเพ่ิมโรงงานผลิตคอนกรีตถึง 10 โรง ต้องมีทาวเวอร์เครน (Tower crane) ไม่น้อยกว่า 15 จุด นอกจากนั้น ต้องมีกรรมวิธีการก่อสร้างพิเศษ เช่น กรรมวิธีเร่ง งานขุดดินและขนดินออก โดยแบ่งพื้นท่ีขุดดินออกเป็น 4 โซน และเร่งดาเนินการบางโซน (โซน 4) กอ่ น อีกทั้งในโซน 4 จะต้องมีกรรมวิธีก่อสร้างโครงสร้างท่ีรวดเร็วเป็นพิเศษที่เรียกว่า แบบช้ันเว้นช้ัน (Jump floor) เปน็ ต้น คาชี้แจงและข้อเท็จจริงเหล่านี้จึงบ่งชี้ชัดเจนว่า ระยะเวลาก่อสร้าง 900 วัน นั้นไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของโครงการ ดังนั้น การท่ีจะเร่งรัดงานให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ ตามสัญญาในระยะเวลา 900 วัน จึงเป็นเรื่องทาได้ยากและมีความเสี่ยงสูงท่ีจะเกิดความล่าช้า แม้ในกรณีที่ไม่มีปัญหาและปัจจัยอ่ืน ๆ มาประกอบ เช่น การส่งมอบพ้ืนที่ล่าช้า หรือปัญหาการ บรหิ ารจัดการดิน ภายหลังจากที่การออกแบบเสร็จส้ินสมบูรณ์แล้ว เง่ือนไขการกาหนด ระยะเวลาก่อสร้าง 900 วัน ได้ถูกนาไปกาหนดไว้ในขอบเขตของงาน (TOR) ประกวดราคาจ้าง ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่เพื่อคัดเลือกผู้รับจ้าง และเมื่อได้ผู้รับจ้างแล้วเง่ือนไข 900 วัน กไ็ ด้ถูกนาไปกาหนดไว้เป็นเงื่อนไขของสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ดังน้ัน จึงกล่าวได้ว่า จากมุมมองของสัญญาจ้าง ระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผู้รับจ้างมีภาระรับผิดชอบโดยตรง ต่อผู้ว่าจ้างที่จะต้องดาเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 900 วันตามสัญญา แต่จากมุมมอง การพิจารณาถึงสภาพความเป็นจริงก็สามารถกล่าวได้ว่า เงื่อนไขท่ีไม่สอดคล้องกับสภาพ ความเป็นจริงนี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของหลาย ๆ ปัญหา ที่ตามมาสร้างภาระให้ผู้เกี่ยวข้องทุก ๆ ฝ่าย ท้ังผู้รับจ้าง ผู้ว่าจ้าง ผู้ควบคุมงาน ที่ปรึกษาบริหารโครงการ เป็นเงื่อนไขที่สร้างความสุ่มเส่ียง ท่ีผู้รับจ้างจะไม่สามารถทางานได้เสร็จตามระยะเวลาที่กาหนดในสัญญา อีกทั้งยังเป็นเงื่อนไขท่ีสร้าง ความคาดหวงั ทผี่ ดิ ๆ ใหแ้ ก่ผู้ท่ีต้องการใชอ้ าคารรฐั สภาแหง่ ใหมต่ ามกาหนดระยะเวลา ในประเด็นท่ีว่า เงื่อนไขระยะเวลาก่อสร้าง 900 วันเป็นเร่ืองที่ทาได้ยาก ในทางปฏิบัติสาหรับผู้รับจ้าง แม้ในกรณีท่ีไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคอ่ืนมาประกอบนั้น ดูได้จากบันทึก การก่อสร้างจรงิ ของโครงการ ซ่ึงแสดงว่าวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 เป็นวันท่ีปัญหาอุปสรรคสาคัญ ของโครงการได้หมดไปแล้ว กล่าวคือ เป็นวนั ที่ไดส้ ่งมอบพื้นท่ีทกุ แปลง (1-4) เสร็จสนิ้ แลว้ และปัญหา การบริหารจัดการดินก็หมดไปแล้ว นับจากวันนั้น (วันท่ี 11 พฤศจิกายน 2559) ไปจนถึงวันที่
- 158 - 10 พฤษภาคม 2562 เป็นระยะเวลาก่อสร้าง 900 วัน ความคืบหน้าของการก่อสร้างได้เพ่ิมจาก ร้อยละ 27 เป็นร้อยละ 63 ของโครงการ คิดเป็นผลงานเพียงร้อยละ 37 ของโครงการในช่วง ระยะเวลาน้ี (มิใช่ร้อยละ 100) ข้อเท็จจริงน้ีชัดเจนว่า อัตราเร็วในการก่อสร้างจริงของผู้รับจ้าง ในช่วงเวลาท่ีปราศจากปัญหาและอุปสรรคสาคัญนั้น ต่ากว่าอัตราเร็วที่ควรจะเป็นเพ่ือให้ได้ ตามเงื่อนไข 900 วัน เง่ือนไขการกาหนดระยะเวลาก่อสร้าง 900 วันที่ไม่สอดคล้องกับสภาพ ความเป็นจริงของโครงการน้ียังอาจส่งผลถึงกระบวนการคัดเลือกผู้รับจ้าง ผู้ย่ืนข้อเสนอเพื่อรับ คัดเลือกบางราย เมื่อทราบถึงเงื่อนไขนี้และมีเจตนาที่จะทาตามเง่ือนไขก็อาจจาเป็นต้องวางแผน จัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์การก่อสร้างและแรงงานเป็นจานวนมากเป็นพิเศษ ทาให้ต้องเสนอราคา ที่สูง ในขณะท่ีผู้ยื่นข้อเสนอที่มีข้อมูลวงในที่อาจทราบว่าโครงการนี้จะมีปัญหาการส่งมอบพ้ืนที่ล่าช้า หรือปัญหาอื่น ๆ ท่ีสามารถนาไปพิจารณาขยายเวลาได้ก็อาจเสนอราคาท่ีต่ากว่าได้ ดังนั้น เง่ือนไขนี้ มคี วามสมุ่ เสี่ยงทจ่ี ะส่งผลกระทบตอ่ การทาใหเ้ กดิ ข้อไดเ้ ปรยี บเสยี เปรยี บในการแข่งขัน นอกจากน้ี ในส่วนของการแยกงานออกไปเป็นสัญญานอกสัญญาหลัก พบว่า เกิดข้ึนจากข้ันตอนการออกแบบด้วย เนื่องจากมีที่มาจากการกาหนดกรอบวงเงินงบประมาณ โดยผู้มีอานาจตัดสินใจ แต่เม่ือมีการประเมินราคาแล้วเกินกว่ากรอบวงเงินงบประมาณ ทาให้ต้อง แยกงานบางส่วนออกไปและมาดาเนินการในภายหลัง จึงส่งผลกระทบทาให้โครงการต้องเกิดความ ล่าชา้ ออกไปอกี ทั้งน้ี ประเด็นดังกล่าวคณะกรรมาธิการได้มีการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดสานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจึงยืนยันระยะเวลาการก่อสร้าง 900 วัน ซึ่งจากข้อมูลของท่ีปรึกษา บริหารโครงการ CAMA พบว่า ระยะเวลาก่อสร้าง 900 วัน ได้มีการกาหนดไว้ต้ังแต่ปี พ.ศ. 2552 ในขณะน้ันประธานรัฐสภา (นายชัย ชิดชอบ) ได้กาหนดนโยบายและมอบหมายให้กรมโยธาธิการ และผังเมือง พิจารณาขอบเขตการดาเนินการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พื้นท่ีใช้สอย และ ระยะเวลาการก่อสรา้ ง รวมถึงเร่ืองวงเงินงบประมาณ โดยได้มีการต้ังคณะกรรมการกาหนดร่าง TOR เพื่อพิจารณากาหนดระยะเวลาการก่อสร้าง ซึ่งประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งที่ปรึกษาบริหารโครงการ CAMA ได้ร่วมเป็นผู้ให้ข้อมูลในส่วนของงานก่อสร้าง หลังจากได้ TOR แล้ว จึงได้ทาการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น (Pre – Q) ผู้รับเหมาก่อสร้าง และให้ผู้รับจ้างท่ีจะ เข้ามาประมูลงานนาเสนอ Proposal แนวทางการดาเนินการก่อสร้างเพื่อให้งานแล้วเสร็จภายใน ระยะเวลา 900 วัน ซึ่งบริษัท ซิโน–ไทยฯ ได้มีการนาเสนอข้อมูลแนวทางการดาเนินการก่อสร้างอาคาร รัฐสภาแห่งใหม่ภายในกรอบระยะเวลา 900 วัน ตามข้อกาหนด TOR โดยมีรายละเอียดตามเงื่อนไข 6 ข้อ แต่มีข้อแตกต่างในส่วนวิธีการก่อสร้างในโซนกลางส่วนของอาคารกลางสูง 11 ช้ัน ซ่ึงบริษัท ผู้ออกแบบได้เสนอให้ทาทีละ 2 ช้ัน (Jump Floor) แล้วค่อยมาทาช้ันท่ีเหลือในภายหลัง แต่บริษัท ซิโน–ไทยฯ ทาทีละช้ันไล่ขึ้นไป ท้ังนี้ ในส่วนที่เป็นสายงานวิกฤติมีเฉพาะในโซนกลางที่เป็นอาคารสูง 11 ช้ัน เท่านั้น ส่วนอาคารปีกซ้ายและขวาเป็นเพียงอาคารสูง 5 ชั้น ไม่ได้มีนัยใดเก่ียวกับระยะเวลา การก่อสรา้ ง
- 159 - 3.2.2 ปญั หาการส่งมอบพื้นท่ีกอ่ สรา้ งใหผ้ ู้รบั จ้างลา่ ช้า ปัญหาการส่งมอบพ้ืนที่ล่าช้าเป็นปัจจัยสาคัญอีกประการหนึ่งท่ีส่งผลทาให้ โครงการต้องล่าช้า และนาไปสู่เหตุผลที่ผู้รับจ้างใช้อ้างในการขยายระยะเวลาก่อสร้าง คร้ังท่ี 1 และ คร้งั ท่ี 3 ปัญหาการส่งมอบพ้ืนที่ล่าช้าแท้จริงแล้วเกิดจากการส่งมอบพ้ืนท่ีท่ีไม่เป็น ไปตามท่ีกาหนดไว้ในสัญญา กล่าวคือ หน่วยงานผู้ครอบครองที่ดินไม่สามารถส่งมอบพื้นท่ีให้แก่ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ ซ่ึงเดิมตามท่ีกาหนดในสัญญาผู้ว่าจ้างจะต้องส่งมอบพ้ืนท่ี ท้ังหมด 4 ครงั้ แต่สานกั งานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรส่งมอบพ้นื ทีใ่ ห้แก่ผรู้ บั จ้างล่าชา้ กลา่ วคือ 1. การส่งมอบพ้ืนท่ีคร้ังที่ 1 เป็นพ้ืนท่ีก่อสร้างส่วนอาคารหลักประกอบด้วย พ้ืนที่ 1.1 องคก์ ารอุตสาหกรรมปา่ ไม้ (ออป.) 1.2 ชมุ ชนตระกูลดษิ ฐ์ 1.3 กองทัพบก ประกอบด้วย 1) บ้านพกั ขา้ ราชการกองพนั ทหารมา้ ท่ี 4 รกั ษาพระองค์ 2) บ้านพักข้าราชการกองร้อยทหารม้าลาดตระเวนที่ 1 กองพล รักษาพระองค์ 3) โรงเรยี นทหารขนสง่ กรมการขนส่งทหารบก ส่วนพนื้ ทกี่ อ่ สร้างหลัก ซ่ึงตามกาหนดให้ส่งมอบในวันที่ 1 เมษายน 2556 แต่สานักงานเลขาธิการ สภาผแู้ ทนราษฎรส่งมอบพ้นื ทีใ่ หแ้ ก่ผู้รับจา้ งได้ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2557 ล่าชา้ รวมทั้งสิน้ 413 วัน 2. การส่งมอบพ้ืนที่คร้ังที่ 2 เป็นพ้ืนท่ีก่อสร้างอาคารหลักประกอบด้วยพ้ืนท่ี ชุมชนบ้านพักองค์การทอผ้า ซ่ึงตามกาหนดให้ส่งมอบในวันที่ 30 กันยายน 2556 แต่สานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรส่งมอบพื้นที่ให้แก่ผู้รับจ้างได้ในวันท่ี 23 กรกฎาคม 2557 ล่าช้า รวม ทัง้ สิ้น 357 วัน 3. กาหนดการสง่ มอบพืน้ ท่ีครัง้ ที่ 3 ประกอบด้วยพนื้ ท่ี 3.1 ร้อย.ขส.เรือ 3.2 โรงเรียนทหารขนส่ง กรมการขนส่งทหารบก (ส่วนอืน่ ๆ ท่ีไม่จาเป็น) ซง่ึ ตามกาหนดให้สง่ มอบในวนั ท่ี 30 ธันวาคม2556 แต่สานกั งานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรสง่ มอบพ้ืนที่ใหแ้ ก่ผ้รู บั จ้างได้ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2557 ล่าชา้ รวมท้ังส้ิน 267 วนั 4. กาหนดการส่งมอบพ้ืนที่คร้ังท่ี 4 (พื้นท่ีส่วนนอกอาคารหลัก) ประกอบด้วย พื้นท่ี 4.1 บ้านพักกรมการอุตสาหกรรมทหาร (อท.ศอพท.) ของสานักงาน ปลดั กระทรวงกลาโหม 4 ชั้น จานวน 1 อาคาร 4.2 ศนู ยส์ าธารณสขุ และหอ้ งสมุดเพอื่ การเรยี นร้ดู สุ ิต ของกรงุ เทพมหานคร 4.3 ชมุ ชนบ้านพกั องคก์ ารทอผ้า 4.4 โรงเรียนโยธนิ บูรณะ
- 160 - ซ่ึงตามกาหนดให้ส่งมอบในวันที่ 30 เมษายน 2557 แต่สานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรส่งมอบพ้ืนที่ ให้แก่ผู้รับจ้างได้ใน วันท่ี 11 พฤศจิกายน 2559 ล่าช้า รวมทง้ั สิ้น 926 วัน โดยพื้นที่ที่จะต้องส่งมอบ ครั้งที่ 1-3 เป็นพื้นท่ีในส่วนอาคารหลัก ตามกาหนดจะต้องส่งมอบให้แล้วเสร็จภายในวันท่ี 30 ธันวาคม 2556 แต่ปรากฏข้อเท็จจริง การส่งมอบพื้นที่ในส่วนอาคารหลักสามารถส่งมอบครบถ้วนได้ เม่ือวันที่ 23 กรกฎาคม 2557 ส่วนการส่งมอบพ้ืนท่ี คร้ังท่ี 4 (เป็นพ้ืนที่ส่วนนอกอาคารหลัก) ตามกาหนดจะต้องส่งมอบในวันท่ี 30 เมษายน 2557 แต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าพ้ืนท่ีตามกาหนดการส่งมอบ ครั้งท่ี 4 สามารถส่งมอบ ได้ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 ซ่ึงล่าช้ากว่ากาหนดการส่งมอบ 926 วัน และสานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรได้เร่งรัดในการขอคืนพ้ืนที่จากแต่ละหน่วยงานอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังได้มีการจ่าย ค่าชดเชยเพิ่มเติมให้กับโรงเรียนโยธินบูรณะเพ่ือนาไปใช้ในการก่อสร้างอาคารเรียนให้สมบูรณ์อีก จานวน 105 ล้านบาท จากท่ีรัฐสภาไดจ้ า่ ยค่าชดเชยไปให้แลว้ จานวน 1,000 ล้านบาท ทงั้ น้ี ปัญหาการส่งมอบพ้ืนท่ีล่าช้าดังกลา่ ว ถือเป็นความผิดพลาดจากการ ประเมินแผนงานตั้งแต่เริ่มแรกว่าจะได้รับมอบพื้นท่ีตามกาหนดเวลา แต่ในข้อเท็จจริงการดาเนินการ กลบั ลา่ ช้าไมเ่ ป็นไปตามแผนงานและผดิ พลาดจากสถานการณจ์ ริงเป็นอย่างมาก เพราะเม่ือไม่มีความพร้อมในการส่งมอบพื้นที่เหตุใดจึงเร่งรีบในกา รลงนามสัญญา แต่อย่างไรกต็ าม ผู้รับจ้างเองกไ็ ด้รับมอบการขยายระยะเวลาไปแล้ว อีกท้ังในระหวา่ ง การส่งมอบพื้นที่ส่วนท่ีเหลืออยู่ผู้รับจ้างเองก็ยังมีการทางานอยู่ ถึงแม้จะไม่สามารถทาได้อย่าง เต็มประสิทธิภาพ จึงมีข้อสังเกตจากคณะกรรมาธิการว่า การส่งมอบพ้ืนท่ีส่วนสุดท้าย คือ พ้ืนที่ส่วน โรงเรียนโยธินบูรณะมผี ลกระทบต่อการขยายระยะเวลาในการก่อสร้างจรงิ หรอื ไม่อยา่ งไร 3.2.3 ปัญหาการบริหารจัดการดินในพืน้ ท่ีกอ่ สรา้ ง คณะกรรมาธิการมีความเห็นว่า ปัญหาการบริหารจัดการดินในพื้นท่ีก่อสร้าง เป็นปัจจัยสาคัญอีกประการหน่ึงที่ทาให้โครงการเกิดความล่าช้า เป็นปัจจัยหลักที่นาไปสู่การขยาย ระยะเวลากอ่ สรา้ งครง้ั ท่ี 2 เปน็ จานวนถงึ 421 วัน ในการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ในโครงการนี้จาเป็นต้องมีการขุดดินขึ้นมา เป็นจานวนมากจากการก่อสร้างเสาเข็มเจาะของอาคารหลักเป็นจานวน 122,339 ลูกบาศก์เมตร (คิวหลวม) และจากการก่อสร้างชั้นใต้ดินของอาคารหลักเป็นจานวนถึง 1,074,518 ลูกบาศก์เมตร (คิวหลวม) ดินท่ีขุดข้ึนมานี้จาเป็นต้องนาออกไปไว้ในพ้ืนท่ีนอกโครงการ หากท้ิงสะสมในพื้นท่ี ภายในโครงการจะเป็นอุปสรรคต่อการก่อสร้าง อีกทั้งทาให้การก่อสร้างล่าช้าหรือก่อสร้างต่อไม่ได้ ในบางกรณี แต่เน่ืองจากดินภายในพื้นท่ีของหน่วยราชการถือเป็นทรัพย์สินของราชการ หน่วยงาน เจ้าของโครงการ (สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร) จึงจาเป็นต้องรับผิดชอบดูแล เพื่อการน้ี จึงได้กาหนดไว้ในข้อกาหนดของสัญญาจ้าง ผนวก 10 เงื่อนไขเฉพาะการก่อสร้างตามสัญญาข้อ 3 ว่า “ดินขุดที่เหลือใช้จากการก่อสร้างถือเป็นทรัพย์สินของราชการ ให้ผู้รับจ้างนาออกไปเก็บไว้ นอกโครงการในบริเวณพื้นที่ว่างในระยะประมาณ 10 กิโลเมตรจากพ้ืนที่กอ่ สร้าง โดยคา่ ใช้จ่ายต่าง ๆ ทั้งหมดที่เกิดข้ึนให้อยู่ในความรับผิดชอบของผู้รบั จ้าง และไม่สามารถนาค่าใช้จ่ายเหล่านั้นมาคิดเป็น งานเพมิ่ กับผวู้ า่ จา้ งได้”
- 161 - การกาหนดให้พื้นที่ว่างต้องอยู่ในระยะประมาณ 10 กิโลเมตรจากพื้นท่ีโครงการ กเ็ พือ่ ให้ผู้รับจ้างสามารถก่อสร้างไดร้ วดเร็วอยใู่ นระยะเวลา 900 วนั ตามสัญญา ซึ่งเปน็ หน่ึงในเง่ือนไข พิเศษของการก่อสร้างท่ีผู้ออกแบบ (กิจการร่วมค้า สงบ 1051) ได้ศึกษาและแนะนาให้แก่เจ้าของ โครงการ (สานกั งานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร) ในข้ันตอนการเสนอราคาเพ่ือคัดเลือกผู้รับจ้างของโครงการน้ี ผู้เสนอราคาได้สอบถาม ถึงรายละเอียดเก่ียวกับพ้ืนที่ว่างในระยะ 10 กิโลเมตรน้ี ทางฝ่ายสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้แจ้งต่อผู้เสนอราคาว่า พ้ืนที่ว่างดังกล่าวสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะกาหนด ให้ภายหลัง ต่อมาเมื่อได้ผู้รับจ้างและเร่ิมโครงการแล้ว ข้อเท็จจริงปรากฏว่าสานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถกาหนดพ้ืนที่ว่างดังกล่าวให้แก่ผู้รับจ้าง จึงเป็นเหตุให้ผู้รับจ้าง ไม่สามารถนาดินที่ขุดขึ้นมาออกจากพื้นท่ีโครงการตามเง่ือนไขของสัญญาได้ กลับกลายเป็นภาระ ของผู้ว่าจ้าง (สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร) ที่ต้องหาวิธีอ่ืนต่าง ๆ นานาในการกาจัดดิน ออกจากพน้ื ท่ีโครงการให้แกผ่ ู้รบั จา้ ง จนเปน็ เหตุใหก้ ารก่อสรา้ งล่าชา้ ก่อนท่ีการก่อสร้างของโครงการจะเร่ิมขึ้นในวันท่ี 8 มิถุนายน 2556 สานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เปิดให้หน่วยงานราชการอื่น ๆ หรือมูลนิธิที่มีความต้องการที่จะขอรับ ดนิ ของรฐั สภาไปใช้ แจง้ ความประสงค์มาได้ ซึ่งปรากฏว่ามี 3 หน่วยงานแจง้ มา คือ กรุงเทพมหานคร ประสงค์จะขอรับดินไปใช้ในพื้นที่ต่าง ๆ จานวน 625,000 ลูกบาศก์เมตร (คิวหลวม) คณะแพทย์ ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ประสงค์ขอรับบริจาคดินจานวน 500,000 ลูกบาศก์เมตร (คิวหลวม) และ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประสงค์ขอรับบริจาคดินจานวน 150,000 ลูกบาศก์เมตร (คิวหลวม) รวมเป็นจานวนทั้งสิ้น 1,275,000 ลูกบาศก์เมตร (คิวหลวม) ซ่ึงมากกว่าดินท่ีจะถูกขุดขึ้นมาในโครงการน้ี แต่ต่อมาพบว่า ท้ัง 3 หน่วยงานไม่สามารถขอรับบริจาคดินจากรัฐสภาได้ โดย 2 หน่วยงานแรกติดปัญหาค่าใช้จ่าย ในการขนย้ายดิน (ผู้รับจ้างในโครงการนี้ไม่สามารถขนดินไปให้ได้เพราะพ้ืนท่ีของหน่วยงานท้ัง 2 อยู่ไกลเกินกว่า 10 กิโลเมตร) และหน่วยงานท่ี 3 ติดปัญหาความไม่พร้อมของพื้นท่ีรับดิน กล่าวคือ ส่ิงปลูกสร้างในพนื้ ที่ยงั ไมไ่ ดม้ กี ารร้ือถอน จากปัญหาอุปสรรคที่ท้ังสามหน่วยงานไม่สามารถรับดินจากรัฐสภาได้ สานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจึงได้หาแนวทางในการแก้ปัญหาหลากหลายวิธี ได้แก่ การบริจาคดินให้แก่ หน่วยงานและวัดต่าง ๆ ที่มพี ้ืนที่ในระยะ 10 กิโลเมตร โดยให้ผู้รบั จ้างเปน็ ผู้ขนย้ายดนิ การบรจิ าคดิน ให้แก่มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ซึ่งมีพื้นท่ีห่างเกินกว่า 10 กิโลเมตร โดยมูลนิธิเป็นผู้ขนย้ายดินเอง และการขายทอดตลาดใหแ้ กบ่ รษิ ัทหลายบริษัทโดยบริษัทผู้ซ้ือเป็นผู้ขนย้ายดินเอง ด้วยวิธีการแกป้ ัญหา เหล่านี้ ทาให้สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรสามารถกาจัดดินท่ีเป็นอุปสรรคต่อการก่อสร้าง ออกไปได้เสรจ็ สน้ิ สมบรู ณ์เม่ือวนั ที่ 21 มกราคม 2559 ซง่ึ ลา่ ช้ากว่าแผนงานการก่อสรา้ งเดิมไปมาก ข้อเท็จจริงเหล่านี้บ่งชี้ว่า สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและผู้เกี่ยวข้อง น่าจะ ประเมินปัญหาการบริหารจัดการดินไว้ต่ากว่าความเป็นจริง หรือมิฉะนั้นก็ประเมินความสามารถ ของตนในการบริหารจัดการดินไว้สูงเกินความเป็นจริง ซ่ึงหน่วยงานราชการจาเป็นต้องดาเนินการ ตามขั้นตอนและระเบียบวิธีการโดยเคร่งครัด ไม่สามารถบริหารจัดการได้คล่องตัวเหมือนบริษัทเอกชน อกี ท้งั ยังมอี ีกหลายปัจจยั ทห่ี นว่ ยงานน้นั ๆ ไม่สามารถควบคุมได้
- 162 - ในการป้องกันปัญหาลักษณะน้ี ผู้แทนวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ ได้แสดง ความเห็นแก่คณะกรรมาธิการฯว่า “ทุกโครงการมักประสบกับปัญหาเร่ืองการขนย้ายดินยกเว้น ในบางโครงการที่มีการเตรียมสถานที่ท้ิงดินไว้รองรับแล้ว ทั้งนี้ในปัจจุบันกรมธนารักษ์และ กรมบัญชีกลางได้กาหนดไว้ก่อนลงนามสัญญาจ้างก่อสร้างต้องมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อกาหนด สถานที่ทิ้งดินที่ชัดเจน และคานวณปริมาณและราคาดิน เพ่ือให้ไม่เกิดผลกระทบต่อสัญญาจ้าง กอ่ สรา้ ง” คณะกรรมาธิการจึงมีความเห็นว่า ก่อนเร่ิมโครงการก่อสร้างควรต้องมีการศึกษา วิเคราะห์แผนงานในการกาหนดระยะทิ้งดินให้มีความเหมาะสมก่อนที่จะนาไปกาหนดไว้ในสัญญา ผู้ว่าจ้างควรต้องทาการศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการจัดหาสถานที่ท้ิงดินในระยะ 10 กิโลเมตร และสามารถปฏิบัติตามสัญญาได้จริงโดยไม่มีปัญหา เพราะหากไม่ได้มีการศึกษากรณีดังกล่าวไว้ แต่กลับนามากาหนดในสัญญา เมื่อไม่สามารถปฏิบัติได้จริงจึงอาจทาให้การก่อสร้างไม่เป็นไปตาม ข้อกาหนดสญั ญาได้ อีกแนวทางหน่ึงในการป้องกันปัญหาลักษณะนีใ้ นโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐ คือการกาหนดในสัญญาจ้างให้ผู้รับจ้างก่อสร้างเป็นผู้บริหารจัดการดิน ภายใต้เงื่อนไขท่ีระบุโดย หน่วยงานผู้ว่าจ้าง ทั้งน้ี เพราะดินท่ีต้องจัดการเกิดจากการก่อสร้างของผู้รับจ้างและผู้รับจ้าง เป็นบริษัทเอกชนมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการมากกว่า อีกทั้งผู้รับจ้างยังเป็นผู้ที่จะได้รับ ผลกระทบโดยตรงหากบริหารจัดการดินไม่ดีจนแผนการก่อสร้างของตนล่าช้า ด้วยแนวทางน้ี หน่วยงานรฐั ผวู้ ่าจา้ งกจ็ ะไม่ตอ้ งเขา้ มาแบกภาระการบริหารจดั การดินด้วยตนเอง 3.3 การขยายระยะเวลาปฏิบัตงิ านตามสญั ญา โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่น้ีได้รับการพิจารณาอนุมัติจากสานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (ผู้ว่าจ้าง) ให้ขยายระยะเวลาการก่อสร้างออกไปถึง 4 คร้ัง คือ คร้ังที่ 1 ขยายเวลาจากกาหนดสิ้นสุดโครงการตามสัญญาเดิมออกไป 387 วัน ครั้งที่ 2 ขยายเวลาต่อจาก กาหนดในครั้งที่ 1 ออกไป 421 วัน คร้ังที่ 3 ขยายเวลาต่อจากกาหนดในคร้ังที่ 2 ออกไป 674 วัน และคร้ังที่ 4 ขยายเวลาต่อจากกาหนดในครั้งที่ 3 ออกไป 382 วัน การขยายระยะเวลาทั้ง 4 คร้ัง ได้ทาให้ระยะเวลาการก่อสร้างได้ขยายจาก 900 วัน ตามสัญญาเดิมเป็น 900+387+421+674+382 = 2,764 วัน โดยมกี าหนดส้ินสดุ โครงการ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 คาถามที่ตามมา คือ การขยายระยะเวลาการก่อสร้างทั้ง 4 ครั้งนี้ มีเหตุผลสมควร หรือไม่ ระยะเวลาที่ขยายน้ันเหมาะสมหรือไม่ เพ่ือที่จะพิจารณาหาคาตอบต่อคาถามสาคัญเหล่านี้ จาเปน็ ตอ้ งเรม่ิ จากการพจิ ารณาขอ้ สญั ญาในสญั ญาจา้ งก่อสร้างและระเบียบที่เก่ยี วข้องดงั ต่อไปนี้ ข้อสญั ญา ขอ้ 24.1 ในสญั ญาจา้ งกอ่ สร้างกาหนดไวว้ ่า “ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุใด ๆ อันเนื่องมาจากความผิดหรือบกพร่องของ ฝ่ายผู้ว่าจ้างหรือพฤติการณ์อันหนึ่งอันใดท่ีผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย ทาให้ผู้รับจ้าง ไม่สามารถทางานให้แล้วเสร็จตามเงื่อนไขและกาหนดระยะเวลาการทาการตามสัญญานี้ได้ ผู้รับจ้าง จะต้องแจ้งเหตุหรือพฤตกิ ารณ์ดังกล่าวพร้อมหลักฐานเป็นหนังสือให้ผู้รบั จ้างทราบ เพ่ือขอขยายเวลา ทางานออกไปภายใน 15 วนั นับจากวันท่ีเหตุหรือพฤติการณ์นน้ั สนิ้ สดุ ลง
- 163 - ทัง้ น้ี ผรู้ ับจ้างต้องแสดงให้เห็นว่าผู้รับจ้างได้ใช้ความพยายามอยา่ งเต็มที่ เพื่อหลีกเล่ียง หรือลดผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวที่มีผลต่อการแล้วเสร็จของงานท้ังหมดหรือบางส่วน เพื่อให้ งานดงั กล่าวเสรจ็ ล่าช้านอ้ ยท่ีสดุ ถ้าผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามความในวรรคก่อนให้ถือว่าผู้รับจ้างได้สละสิทธ์ิ เรียกร้องในการที่จะขอขยายระยะเวลาทางานออกไป โดยไม่มีเง่ือนไขใด ๆ ทั้งส้ิน เว้นแต่กรณี เหตุเกิดจากความผิดหรอื ความบกพร่องของฝ่ายผู้ว่าจ้างซง่ึ มีหลกั ฐานชัดแจ้ง หรือผู้ว่าจ้างทราบดีอยแู่ ล้ว ต้งั แต่ตน้ การขยายกาหนดเวลาทางานตามวรรคหน่ึงอยู่ในดุลพินิจของผู้ว่าจ้างท่ีจะพิจารณา ตามท่เี หน็ สมควร ในระหว่างที่มีเหตุหรือพฤติการณ์ดังกล่าว ผู้รับจ้างมีสิทธิจะได้รับการขยายกาหนด ระยะเวลาทาการออกไปเท่ากับระยะเวลาที่ต้องเสียไปอันเน่ืองจากเหตุหรือพฤติกรรมน้ัน แต่ไม่ว่าจะ เป็นกรณีใด ๆ ผู้รับจ้างไม่มีสิทธ์ิเรียกร้องค่าใช้จ่ายท่ีเพิ่มขึ้น ค่าทดแทน ค่าเสียหายหรือเงินอ่ืนใด ในทานองเดยี วกันจากผวู้ ่าจา้ ง” ขอ้ สญั ญา ข้อ 24.2 ในสัญญาจ้างก่อสร้างกาหนดไวว้ ่า “ในกรณีท่ีผู้ว่าจ้างไม่สามารถส่งมอบพื้นท่ีในส่วนท่ีเกี่ยวข้อง ให้แก่ผู้รับจ้าง ตามกาหนดไว้ หรอื ในกรณีที่ผูร้ บั จ้างรายอ่ืน ๆ ไม่สามารถส่งมอบพ้ืนที่ หรอื ผลงานท่ีเกยี่ วข้องสัมพนั ธ์ กับงานของผู้รับจ้างได้ตามที่ตกลงกันไว้ ผู้ว่าจ้างจะพิจารณาขยายระยะเวลาของงานส่วนท่ีต้องล่าช้า ออกไปอันมีผลกระทบมาจากกรณีดังกล่าวเหล่านั้นให้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ผู้ว่าจ้างจะไม่มีการ ชดเชยค่าใช้จ่ายใด ๆ ท้งั สิน้ ใหแ้ กผ่ ้รู ับจ้าง” ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม ขอ้ 139 กาหนดไว้ว่า “การงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญาหรือการขยายเวลาทาการตามสัญญาหรือ ข้อตกลง ให้อยู่ในอานาจของหัวหน้าส่วนราชการท่ีจะพิจารณาได้ตามจานวนวันที่มีเหตุเกิดขึ้นจริง เฉพาะกรณดี ังต่อไปน้ี (1) เหตุเกดิ จากความผิด หรือความบกพรอ่ งของส่วนราชการ (2) เหตุสุดวิสยั (3) เหตุเกิดจากพฤตกิ ารณอ์ ันหนึ่งอันใดทีค่ สู่ ญั ญาไมต่ ้องรบั ผดิ ชอบตามกฎหมาย ให้ส่วนราชการระบุไวในสัญญากาหนดใหคูสัญญาตองแจงเหตุดังกล่าวให้ ราชการทราบภายใน 15 วัน นับแตเหตุน้ันไดสิ้นสุดลง หากมิไดแจงภายในเวลาท่ีกาหนดคูสัญญา จะยกมากลาวอางเพ่ือขอลดหรืองดคาปรับ หรือขอขยายเวลาในภายหลังมิได เวนแตกรณีตาม (1) ซ่งึ มีหลกั ฐานชดั แจง หรอื สวนราชการทราบดีอยูแลวตั้งแตตน” ในบทวิเคราะห์ต่อไปนี้ (หัวข้อ 3.3.1 ถึง 3.3.4) คณะกรรมาธิการฯ ได้นาข้อสัญญา และระเบียบท่ีกล่าวมาข้างต้นมาใช้เป็นกรอบและเกณฑ์ ในการพิจารณาถึงความเหมาะสมในการ ขยายระยะเวลากอ่ สรา้ งของโครงการทง้ั 4 คร้ัง ยกตวั อย่างเช่น หากเหตุที่ผู้รับจ้างอ้างถึงเพือ่ ขอขยาย ระยะเวลาเป็นเหตุเกิดข้ึนจรงิ และเกิดจากความบกพร่องของฝ่ายผู้ว่าจา้ งจนกลายเป็นอุปสรรคตอ่ การ ก่อสร้าง ส่งผลให้เกิดความล่าช้าจริง การขยายระยะเวลานั้นก็มีเหตุผลสมควร และหากการคานวณ
- 164 - ระยะเวลาขยายได้พิจารณาถึงสภาพความเป็นจริงอย่างสมเหตุสมผล ทาให้จานวนวันเวลาท่ีขยาย ให้แก่ผู้รับจ้างเท่ากับระยะเวลาที่โครงการล่าช้าเนื่องจากเหตุน้ันจริง ระยะเวลาที่ขยายก็มี ความเหมาะสม 3.3.1 การขยายระยะเวลาการก่อสร้าง ครงั้ ที่ 1 การขยายระยะเวลาครั้งที่ 1 ได้ขยายระยะเวลาก่อสร้างออกไปเป็นจานวน 387 วัน ทาให้กาหนดวันสิ้นสุดโครงการเปลี่ยนจาก วันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 ตามสัญญาเดิม เป็นวนั ที่ 15 ธนั วาคม 2559 รวมระยะเวลากอ่ สรา้ งเปน็ จานวน 1,287 วนั (900+387) กระบวนการพิจารณาขยายระยะเวลา เร่ิมจากการท่ีผู้รับจ้างได้ทาหนังสือ ลงวันท่ี 6 ตุลาคม 2557 ถึงประธานกรรมการตรวจการจ้าง เพื่อขอขยายเวลาการก่อสร้างอันเน่ือง มาจากการส่งมอบพื้นท่ีล่าช้า โดยในหนังสือดังกล่าวผู้รับจ้างได้ช้ีแจงถึงปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ทเี่ กดิ ขนึ้ อยา่ งละเอียด ซ่งึ สามารถนามาสรุปได้เป็น 4 ประเดน็ คือ (1) สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรส่งมอบพื้นที่ คร้ังที่ 1 คร้ังท่ี 2 และ คร้ังที่ 3 (สว่ นอาคารหลกั ) ไมเ่ ปน็ ไปตามกาหนดสญั ญา (2) มีปริมาณดินจากเสาเข็มเจาะสะสมในพื้นท่ีก่อสร้างอาคารหลักขวาง การทางาน อันเนื่องจากปัญหาที่ท้ิงดินสาหรับงานเสาเข็มเจาะภายนอกโครงการที่ต้องจัดหาโดย สานักงานเลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎรไม่เป็นตามเง่อื นไขสัญญา (3) เสาส่งคล่ืนสัญญาณสถานีวิทยุกระจายเสียง กรมการขนส่งทหารบก รบกวนการทางานของเคร่อื งจกั ร (4) ผอู้ ยอู่ าศัยในพืน้ ทก่ี ่อสร้าง พล.ม.2 รอ. ห้ามมิให้ก่อสรา้ งในเวลากลางคืน ประเด็นท่ี (1) และ (2) เป็นประเด็นหลักท่ีทาให้เกิดความล่าช้า ส่วนประเด็น (3) และ (4) เปน็ เพยี งประเด็นรองทไี่ มส่ ง่ ผลกระทบมากนัก ด้วยปัญหาและอุปสรรคเหล่าน้ี ผู้รับจ้างได้เสนอขอขยายระยะเวลาก่อสร้าง ออกไปจากสัญญาเดมิ 479 วนั ในหนังสอื ฉบับนี้ ภายหลังจากที่ได้รับหนังสือจากผู้รับจ้าง คณะกรรมการตรวจการจ้างฯ ได้มอบหมายให้ผู้ควบคุมงาน ATTA และท่ีปรึกษาบริหารโครงการ CAMA ได้พิจารณาตรวจสอบ ข้อเท็จจริงและให้ความเห็น เพ่ือประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจการจ้างฯ โดยฝ่าย ที่ปรึกษาบริหารโครงการ CAMA และผู้ควบคุมงาน ATTA ก็ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในรายละเอียด รวมท้ังได้ประชุมร่วมกันกับผู้รับจ้างเพ่ือปรับปรุงข้อมูล ภายหลังจากการพิจารณาถึงสภาพ ความเป็นจริงและผลกระทบจากปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น ท่ีปรึกษาบริหารโครงการ CAMA และ ผู้ควบคุมงาน ATTA ได้เสนอให้ขยายระยะเวลาการก่อสร้างออกไป 387 วัน นับจากวันส้ินสุด ตามสัญญาเดิม (รายละเอียดในการพิจารณาแสดงไว้ในเอกสาร “ความเห็นการขอขยายเวลาการก่อสร้าง อันเน่ืองมาจากการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่พร้อมอาคารประกอบ” วนั ที่ 14 พฤษภาคม 2558 จดั ทาโดยที่ปรึกษาบริหารโครงการ CAMA ส่งมอบแก่ประธานคณะกรรมการ ตรวจการจ้างฯ) ต่อมาคณะกรรมการตรวจการจ้างฯ ได้ประชุมหารือในการประชุม คร้ังท่ี 2/2558 วันท่ี 10 พฤศจิกายน 2558 และมีมติเห็นชอบให้มีการขยายระยะเวลาก่อสร้างออกไป 387 วัน ตามที่ท่ีปรึกษาบริหารโครงการ CAMA และผู้ควบคุมงาน ATTA เสนอมา และสานักงานเลขาธิการ
- 165 - สภาผู้แทนราษฎรอนุมัติให้มีการขยายระยะเวลาและลงนามในบันทึกแก้ไขเพิ่มเติมแนบท้ายสัญญา จ้างก่อสรา้ งอาคารรัฐสภาแหง่ ใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ (ครัง้ ที่ 1) เมอื่ วนั ที่ 23 พฤศจกิ ายน 2558 การพจิ ารณาความเหมาะสมในการขยายระยะเวลาก่อสรา้ ง จาเป็นต้องเข้าใจ ถึงกระบวนการขั้นตอนการก่อสร้าง ในโครงการนี้มีการก่อสร้างอาคารหลายหลัง แต่อาคารท่ีสาคัญ ท่ีสุดและต้องใช้ระยะเวลาก่อสร้างยาวนานที่สุด คือ อาคารหลัก (อาคารรัฐสภา) ซ่ึงถ้าเกิดปัญหา หรืออุปสรรคทาให้มีการก่อสร้างล่าช้าก็จะส่งผลให้ทั้งโครงการล่าช้า การก่อสร้างอาคารหลัก จะเริ่มข้ึนเมื่อมีการส่งมอบพื้นท่ีในส่วนของอาคารหลักให้แก่ผู้รับจ้าง พ้ืนท่ีน้ีคือพื้นที่ท่ีมีกาหนด ส่งมอบครั้งท่ี 1 คร้ังที่ 2 และคร้ังท่ี 3 ตามสัญญาเม่ือได้รับมอบพ้ืนท่ีแล้ว ผู้รับจ้างจะเร่ิมดาเนินการ ก่อสร้างเสาเข็มเจาะจานวน 1,673 ต้น ซึ่งมีตาแหน่งอยู่ใต้อาคารหลักและก่อสร้าง Pile Wall ซึ่งมีลักษณะเป็นเสาเข็มเจาะท่ีเรียงชิดติดกันต่อเนื่องจนมีสภาพเหมือนกาแพงคอนกรีตเสริมเหล็ก กันดินรอบอาคารหลัก ในขั้นตอนน้ีผู้รับจ้างไม่จาเป็นต้องรอจนได้พื้นท่ีครบทุกแปลงแล้วจึงเริ่มงาน กอ่ สรา้ ง เม่ือได้พ้ืนที่มาเพียงบางส่วนก็สามารถเริ่มงานเสาเขม็ เจาะและ Pile Wall ในพ้ืนท่ีส่วนน้นั ได้เลย การก่อสร้างในพื้นท่ีแต่ละแปลงจึงไม่จาเป็นต้องรอกันสามารถทางานขนานกันไปได้เม่ืองานก่อสร้าง เสาเข็มเจาะและ Pile Wall เสร็จสิ้นแล้ว ผู้รับจ้างจะดาเนินการติดตั้งตัวค้ายัน (Bracing) กับ Pile Wall เพ่ือสร้างระบบกาแพงกันดินและเริ่มขุดดินออกจากพื้นท่ีอาคารหลัก เมื่อขุดลงไปถึงระดับฐานราก อาคาร ผู้รับจ้างก็จะเร่ิมงานก่อสร้างโครงสร้างอาคาร โดยเร่ิมจากฐานรากและช้ันใต้ดินไล่ข้ึนมาจนถึง ระดับผิวดินและกอ่ สรา้ งต่อเนื่องขึ้นไปในชนั้ 1 - 11 และส่วนอืน่ ๆ ของอาคาร ในขั้นตอนการก่อสร้างเสาเข็มเจาะและ Pile Wall จาเป็นต้องมีการขุดดิน ขน้ึ มาเป็นจานวน 122,339 ลูกบาศกเ์ มตร (คิวหลวม) ดินทข่ี ุดขึ้นมานี้จาเป็นต้องนาออกไปไวใ้ นพ้ืนท่ี นอกโครงการ หากท้ิงสะสมในพ้ืนท่ีภายในโครงการก็จะเป็นอุปสรรคต่อการก่อสร้าง ทาให้การก่อสร้าง ล่าช้าหรือหยุดชะงักในบางกรณี การก่อสร้างชั้นใต้ดินของอาคารหลักก็เช่นกัน จาเป็นต้องขุดดิน ขึ้นมาถึง 1,074,518 ลูกบาศก์เมตร (คิวหลวม) ซ่งึ จาเป็นต้องนาออกไปนอกพน้ื ท่โี ครงการ ในประเด็นเร่ืองการส่งมอบพื้นท่ีล่าช้า ข้อเท็จจริงปรากฏว่าสานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรส่งมอบพ้ืนท่ี คร้ังท่ี 1 คร้ังท่ี 2 และคร้ังที่ 3 ล่าช้ากว่ากาหนดสัญญา อีกท้ังพ้ืนท่ีท่ีกาหนดส่งมอบใน คร้ังที่ 1 ยังถูกแบ่งออกเป็น 4 แปลงและนาส่งให้แก่ผู้รับจ้าง 4 คร้ัง ในเวลาตา่ งกนั ตามตารางสรปุ ดงั ตอ่ ไปน้ี ครงั้ ที่ กาหนดสง่ มอบตามสญั ญา สง่ มอบได้จรงิ จานวนวันลา่ ช้า 1/1 1 เมษายน 2556 7 มถิ ุนายน 2556 67 1/2 1 เมษายน 2556 6 กนั ยายน 2556 157 1/3 1 เมษายน 2556 11 พฤศจกิ ายน 2556 225 1/4 1 เมษายน 2556 19 พฤษภาคม 2557 413 2 30 กนั ยายน 2556 23 กรกฎาคม 2557 357 3 30 ธนั วาคม 2556 23 กรกฎาคม 2557 267
- 166 - ในประเด็นเร่ืองมีปริมาณดินจากเสาเข็มเจาะสะสมในพื้นที่ก่อสร้างอาคาร หลักจนเป็นอุปสรรคต่อการก่อสรา้ งจนทาให้งานลา่ ช้ากเ็ ป็นปัญหาทเี่ กิดขนึ้ จริง ทัง้ น้ี เพราะสานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถกาหนดพ้ืนที่ว่างในระยะ 10 กิโลเมตร จากพ้ืนที่โครงการ เพ่ือให้ผู้รบั จ้างขนดินออกไปทิ้งได้ตามสญั ญา (ดูรายละเอียดในหัวข้อ 3.2.3) ดินท่ีถูกขุดขึ้นมาจึงต้อง ทงิ้ สะสมในพน้ื ท่ีกอ่ สร้างดงั กลา่ ว ด้วยข้อเท็จจริงที่กล่าวมาน้ี คณะกรรมาธิการฯ จึงสรุปได้ว่าเหตุที่ผู้รับจ้าง อ้างถึง (ประเด็นท่ี 1 และ 2 ซึ่งเป็นประเด็นหลัก) เพื่อขอขยายระยะเวลาเป็นเหตุท่ีเกิดขึ้นจริง และเกิดจากความบกพร่องของฝ่ายผู้ว่าจ้างจนเป็นอุปสรรคต่อการก่อสร้าง ส่งผลให้เกิด ความลา่ ช้า การขยายเวลาคร้ังท่ี 1 น้ี จึงมเี หตุผลสมควร ประเด็นต่อมา คือระยะเวลาท่ีขยายให้นัน้ เหมาะสมหรือไม่ ในหนังสอื ขอขยาย ระยะเวลาลงวันท่ี 6 ตุลาคม 2557 ผู้รับจ้างได้เสนอขอขยายระยะเวลาก่อสร้างออกไปจากสัญญาเดิม 479 วัน จานวนวันที่ขอมานี้สูงเกินความเป็นจริง ความล่าช้าจะเป็นตามตัวเลขนี้ก็ต่อเมื่อสานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรส่งมอบพ้ืนที่ทุกแปลง ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2557 (ซ่ึงเป็นวันส่งมอบ พ้ืนที่ 2 แปลงสุดท้าย) แต่ในความเป็นจริง สานักงานเลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎรได้ทยอยส่งมอบพื้นที่ แปลงที่ 1/1 1/2 1/3 และ 1/4 ก่อนหน้าเวลานี้ ทาให้ผู้รับจ้างสามารถทยอยเร่ิมก่อสร้างในพื้นที่ แตล่ ะแปลงไดก้ อ่ นวันท่ี 23 กรกฎาคม 2557 ดงั นัน้ ระยะเวลา 479 วัน จงึ เปน็ ตวั เลขทีไ่ ม่สมเหตผุ ล การค าน วณ ห าระย ะเว ล าท่ี ล่ าช้ าจ ริ ง โด ย ท่ี ป รึ ก ษ าบ ริ ห ารโค รงก าร แ ล ะ ผู้ควบคมุ งานในเวลาต่อมา ไดพ้ จิ ารณาถงึ สภาพความเปน็ จรงิ ทเ่ี กิดขนึ้ อนั ได้แก่ (1) การส่งมอบพื้นที่เป็นการทยอยส่งมอบพ้ืนที่หลายแปลง แต่ละแปลง มีจานวนวันที่ส่งมอบลา่ ช้าตา่ งกนั (ดงั แสดงในตารางสรุป) (2) เม่ือผู้รับจ้างได้รับมอบพ้ืนที่แล้ว การก่อสร้างเสาเข็มเจาะและ Pile Wall ในพ้ืนที่นั้นสามารถเร่ิมได้แต่ก็ยังมีอุปสรรคจากกองดินที่สะสมในพื้นที่นั้นและอุปสรรคอื่น ๆ ทาให้ ต้องหยุดงานเป็นบางวนั (3) ในวันท่ีสามารถทางานก่อสร้างได้ การก่อสร้างก็มีประสิทธิภาพต่ากว่า การทางานตามปกตเิ น่ืองจากอปุ สรรคจากกองดินสะสมส่งผลให้เกดิ ความล่าชา้ เพ่มิ เติม (4) การก่อสร้างเสาเข็มเจาะและ Pile Wall ในพ้ืนที่แต่ละแปลงน้ัน สามารถ ทาขนานกันไปได้ไม่ต้องมารอกัน ดังน้ัน ความล่าช้าของการก่อสร้างโดยรวมจะเท่ากับความล่าช้า ของพืน้ ท่แี ปลงท่ลี ่าช้าที่สดุ เมื่อคานวณตามแนวทางดังกล่าว ที่ปรึกษาบริหารโครงการและผู้ควบคุมงาน พบว่าความล่าช้าของการก่อสร้างจริง ซึ่งเกิดจากการส่งมอบพ้ืนท่ีล่าช้าและปัญหากองดินสะสม ในพนื้ ทก่ี ่อสรา้ งจนเป็นอปุ สรรคตอ่ การทางาน คิดเปน็ จานวน 387 วนั ดงั นน้ั การท่ีคณะกรรมการตรวจการจ้างฯ ได้พจิ ารณาและสานกั งานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรได้อนุมัติให้มีการขยายเวลาก่อสร้างออกไป 387 วัน จึงเป็นเรื่องท่ีเหมาะสม สอดคล้องกบั สภาพความเป็นจริงที่เกิดขน้ึ
- 167 - 3.3.2 ขยายระยะเวลาการก่อสรา้ ง คร้ังที่ 2 การขยายระยะเวลา คร้ังที่ 2 เป็นการขยายระยะเวลาก่อสร้างออกไปจานวน 421 วนั ทาให้กาหนดวันส้ินสุดโครงการเปล่ียนจากวันที่ 15 ธันวาคม 2559 (ท่ีกาหนดจากการขยาย ระยะเวลาคร้ังท่ี 1) เป็นวันท่ี 9 กุมภาพันธ์ 2561 รวมระยะเวลาก่อสร้างเป็นจานวน 1,718 วัน (1,287 + 421) กระบวนการพิจารณาการขยายเวลาครั้งที่ 2 เริ่มจากการที่ผู้รับจ้างได้ทา หนังสือลงวันที่ 9 ธันวาคม 2558 ถึงสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพ่ือขอขยายระยะเวลา การก่อสร้างอันเนื่องมาจากความล่าช้าในการขนย้ายดินเพื่องานก่อสร้างชั้นใต้ดิน ในหนังสือดังกล่าว ผู้รับจ้างได้ชี้แจงถึงปัญหาและอุปสรรคท่ีเกิดข้ึนโดยละเอียด ซ่ึงพอสรุปได้ว่าภายหลังจากที่งาน กอ่ สร้างเสาเข็มเจาะและ Pile Wall เสร็จส้ินแล้วและผู้รับจ้างได้ดาเนินการติดต้ังตัวค้ายัน (Bracing) กบั Pile Wall เพ่ือสร้างระบบกาแพงกันดินรอบพื้นท่ีอาคารหลักแล้ว กจ็ าเป็นต้องขุดดินภายในพื้นท่ี อาคารหลักออกไปจนถงึ ระดับฐานรากอาคาร เพ่อื ทจ่ี ะได้เร่ิมงานก่อสร้างฐานรากและอาคารชั้นใตด้ ิน แต่ข้ันตอนน้ีเกิดความล่าช้า เนื่องจากสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถกาหนดพ้ืนที่ พักดินภายในระยะประมาณ 10 กิโลเมตรจากโครงการ ผู้รับจ้างจึงไม่สามารถนาดินที่ขุดข้ึนมา เป็นปริมาณถึง 1,074,518 ลูกบาศก์เมตร (คิวหลวม) ออกไปเก็บไว้ในพื้นท่ีนอกโครงการได้ตาม สัญญา แต่กลับต้องคอยให้ผู้ว่าจ้างต้องหาวิธีต่าง ๆ นานาในการกาจัดดินดังกล่าวออกไปจากพ้ืนท่ี โครงการ สง่ ผลให้งานขดุ ดินลา่ ช้าไปกวา่ แผนมาก ในขณะท่ีผู้รับจ้างจัดทาหนังสือดังกล่าวได้ประเมินไว้ว่า งานขุดดินเพื่อ ก่อสร้างชั้นใต้ดินจะแล้วเสร็จในวันท่ี 20 ธันวาคม 2558 ในขณะท่ีตามแผนงานก่อสร้างตามสัญญา เดิม (แผนงาน 900 วัน ซึ่งจัดทาก่อนเริ่มงานก่อสร้าง) กาหนดว่างานขุดดินดังกล่าวควรแล้วเสร็จ ในวันท่ี 20 พฤษภาคม 2557 ดังนั้น การก่อสร้างจึงมคี วามล่าช้า 579 วนั (ระยะเวลานับจากวันที่ 20 พฤษภาคม 2557 ถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2558) ผู้รับจ้างจึงขอขยายระยะเวลาก่อสร้างออกไปจานวน 579 วัน นับจากวันที่ 15 ธันวาคม 2559 ต่อมาปรากฏว่างานขุดดินเพอ่ื ก่อสร้างชน้ั ใต้ดนิ แล้วเสรจ็ จริงในวันที่ 21 มกราคม 2559 จงึ ส่งผลให้ล่าช้าเพ่ิมเติม 32 วัน ดังนั้น ผรู้ ับจา้ งจงึ ทาหนังสืออีกฉบับเพ่ือขอเปลี่ยนแปลงระยะเวลา ทข่ี อขยาย จาก 579 วนั เป็น 611 วนั (579 + 32) เน่ืองจากการขยายระยะเวลา คร้ังท่ี 2 น้ี มีส่วนเก่ียวพันกับการขยายเวลา คร้ังท่ี 1 จึงจาเป็นต้องพิจารณาภาพรวมของปัญหาและอุปสรรคในท้ัง 2 คร้ัง กล่าวคือ เมื่อนับตั้งแต่ วันที่เร่ิมก่อสร้างจนถึงวันท่ีผู้รบั จ้างทาหนังสือขอขยายระยะเวลา คร้ังที่ 2 ผู้รับจ้างได้เผชิญกับปัญหา และอปุ สรรค 3 ประเด็นหลกั คือ (1) สานกั งานเลขาธกิ ารสภาผู้แทนราษฎรส่งมอบพ้ืนท่ี คร้ังท่ี 1 คร้ังที่ 2 และ ครัง้ ท่ี 3 (สว่ นอาคารหลัก) ลา่ ชา้ กว่ากาหนดในสญั ญา (2) มปี ริมาณดินจากเสาเข็มเจาะสะสมในพื้นท่ีก่อสร้างอันเน่ืองมาจากปัญหา ท่ที ิ้งดนิ จนทาให้งานกอ่ สร้างเสาเขม็ เจาะ (และ Pile Wall) ล่าชา้ (3) การขนย้ายดินท่ีขุดภายในพื้นท่ีอาคารหลักออกไปเก็บไว้นอกพื้นที่ โครงการล่าชา้ จนทาให้งานขดุ ดนิ เพื่อก่อสรา้ งชั้นใต้ดินลา่ ชา้
- 168 - ปัญหาและอุปสรรคในประเด็นที่ (1) และ (2) ได้ถูกนามาใช้เป็นเหตุผลหลัก ในการขยายระยะเวลา คร้ังที่ 1 (387 วัน) ส่วนประเด็นท่ี (3) ได้ถูกนามาใช้เป็นเหตุผลหลักในการ ขอขยายระยะเวลา ครง้ั ที่ 2 ปัญหาและอุปสรรคในประเด็นที่ (3) เป็นปัญหาที่เกิดข้ึนจริงและเกิดจาก ความบกพร่องของผู้ว่าจ้าง (ดูรายละเอียดในหัวข้อ 3.2.3) อีกท้ังในงานขุดดินดังกล่าว ผู้ควบคุมงาน ได้ยืนยันว่า ผู้รบั จ้างมีเคร่อื งจักรในการขุดดินที่เพียงพอท่ีจะสามารถขุดดินในอัตราเร็วตามที่ควรเป็น ตามแผนงาน 900 วัน ดังนั้น ความล่าช้าจึงมิได้เกิดจากผู้รับจ้าง แต่เกิดจากความล่าช้าของ การบริหารจัดการของผู้ว่าจ้างในการกาจัดดินท่ีขุดขึ้นมาออกไปจากพ้ืนท่ีโครงการ คณะกรรมาธิการ จึงพิจารณาแล้วเห็นว่าเหตุท่ีผู้รับจ้างอ้างถึง (ประเด็นที่ (3)) เพื่อขอขยายระยะเวลา ครั้งที่ 2 เป็นเหตุ ทส่ี มควร อย่างไรก็ดี การท่ีผู้รับจ้างขอขยายระยะเวลาก่อสร้างออกไป จานวน 611 วัน นับจากวันที่ 15 ธันวาคม 2559 ไม่สมเหตุผล ทั้งนี้เพราะวันที่ 15 ธันวาคม 2559 เป็นวันสิ้นสุด โครงการที่ได้จากการขยายระยะเวลา คร้ังที่ 1 ซ่ึงเกิดจากปัญหาอุปสรรคประเด็นที่ (1) และ (2) ดังนั้น การขยายเวลาคร้ังที่ 2 ต่อจากวันน้ี จึงควรเป็นผลมาจากปัญหาอุปสรรคในประเด็นท่ี (3) เท่าน้ัน แต่ตัวเลข 611 วันน้ัน เป็นความล่าช้าของกาหนดงานขุดดินแล้วเสร็จจริงเม่ือเทียบกับ แผนงานตามสัญญาเดิม จึงเป็นผลมาจากปัญหาอุปสรรค (1) และ (2) และ (3) รวมกัน การคานวณ ระยะเวลาจึงไม่ชอบด้วยเหตุผล ในประเด็นน้ีจากบันทึกและเอกสารที่เก่ียวข้องชี้ว่า ทั้งผู้ควบคุมงาน และท่ปี รึกษาบริหารโครงการต่างก็ไมเ่ หน็ ดว้ ยกบั จานวน 611 วนั ท่ผี รู้ บั จา้ งขอมา เพื่อหาข้อยุติในความเห็นท่แี ตกต่างกัน คณะกรรมการตรวจการจา้ งฯ ในการ ประชุมวันที่ 16 มถิ ุนายน 2559 ได้มอบหมายให้ ผู้ควบคุมงาน ที่ปรึกษาบริหารโครงการ และผู้รับจ้าง ร่วมกันทบทวนและสรุปหลักการพิจารณา เหตุผลและจานวนวันท่ีเหมาะสม เพ่ือเสนอต่อคณะกรรมการ ตรวจการจา้ งฯ แนวทางพิจารณาการขยายระยะเวลาครั้งท่ี 2 ที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ทีเ่ กย่ี วขอ้ งเป็นดงั ต่อไปนี้ (ก) วันท่ี 21 มกราคม 2559 เป็นวันท่ีงานขุดดินเพื่อก่อสร้างชั้นใต้ดินแล้ว เสร็จ เป็นวันท่ีปัญหาและอุปสรรคท้ัง 3 ประเด็นหลักส้ินสุดลง ณ วันนี้ การก่อสร้างมีความก้าวหน้า เพยี ง 16.62% ของโครงการทง้ั หมด ยังคงเหลืองานกอ่ สร้างท่ีจะตอ้ งดาเนินการอีกถึง 83.38% (ข) ภายหลังจากวนั ที่ 21 มกราคม 2559 การก่อสร้างควรมีอัตราการทางาน ที่รวดเร็วเทียบเท่ากับท่ีระบุในสัญญา (สาเร็จท้ังโครงการ 100% ภายใน 900 วัน) ท้ังน้ี เพราะ อุปสรรคทั้ง 3 ประเด็นหลักส้ินสุดลงไปแล้ว ดังนั้น ผู้รับจ้างจะต้องใช้เวลาในการก่อสร้างในส่วน ของงานที่เหลืออยู่อีก 83.38% เป็นเวลา (83.38/100) X 900 = 750 วัน นับจากวันท่ี 22 มกราคม 2559 งานกอ่ สรา้ งจงึ ควรสิน้ สดุ ณ วันท่ี 9 กุมภาพันธ์ 2561 (ค) กาหนดวันสิ้นสุดโครงการท่ีได้มาจากการขยายระยะเวลา ครั้งที่ 1 คือ วันท่ี 15 ธันวาคม 2559 ดังนั้น จึงจาเป็นต้องขยายระยะเวลาครั้งท่ี 2 อีกเป็นระยะเวลา 421 วัน ทาให้กาหนดวันสนิ้ สุดโครงการเลอ่ื นออกไปเปน็ วนั ท่ี 9 กุมภาพนั ธ์ 2561
- 169 - คณะกรรมการตรวจการจ้างฯ ไดพ้ ิจารณาเห็นชอบแนวทางดังกล่าวและมีมติ เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาคร้ังท่ี 2 ออกไป 421 วัน ในการประชุม คร้ังท่ี 28/2559 วันท่ี 4 สิงหาคม 2559 แนวทางพิจารณาการขยายระยะเวลาดังกล่าวได้คานึงถึงปัญหาและอุปสรรค ในสภาพความเป็นจริง รวมทั้งข้อกาหนดในสัญญา ดังน้ัน ระยะเวลาการก่อสร้างท่ีขยายออกไป 421 วัน ในการขยายระยะเวลา ครงั้ ท่ี 2 นี้ จงึ เปน็ เรือ่ งทเี่ หมาะสม 3.3.3 การขยายระยะเวลาการกอ่ สรา้ ง ครงั้ ท่ี 3 การขยายระยะเวลาคร้ังที่ 3 เป็นการขยายระยะเวลาก่อสรา้ งออกไป 674 วัน ทาให้กาหนดวันสิ้นสุดโครงการเปล่ียนจากวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 (ที่กาหนดจากการขยายระยะเวลา ครั้งที่ 2) เป็นวันที่ 15 ธนั วาคม 2562 รวมระยะเวลาก่อสร้างเปน็ จานวน 2,382 วัน (1,718 + 674) กระบวนการพิจารณาการขยายเวลาคร้ังที่ 3 เร่ิมจากการที่ผู้รับจ้างได้ทา หนังสือลงวันท่ี 9 ธันวาคม 2559 ถึงเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอขยายระยะเวลาก่อสร้าง อันเน่ืองมาจากการส่งมอบพ้ืนที่คร้ังที่ 4 ล่าช้าจากท่ีกาหนดในสัญญา ในหนังสือดังกล่าวผู้รับจ้าง ได้ช้ีแจงว่า ตามสัญญาสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรต้องทาการส่งมอบพ้ืนที่ คร้ังที่ 4 (อันประกอบด้วยพ้ืนที่โรงเรียนโยธินบูรณะ พื้นที่ห้องสมุดเพ่ือการเรียนรู้ดุสิต ศูนย์สาธารณสุข 38 กรุงเทพมหานคร พื้นที่ชุมชนบ้านพักองค์การทอผ้าและพ้ืนที่บ้านพักราชการกรมการอุตสาหกรรม ทหาร) ภายในวันท่ี 30 เมษายน 2557 แต่โดยข้อเท็จจริง สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งมอบพื้นท่ีดังกล่าวให้แก่ผู้รับจ้างเม่ือ วันท่ี 11 พฤศจิกายน 2559 ซึ่งล่าช้าจากท่ีกาหนดในสัญญา ทั้งสิ้น 926 วัน ดังน้ัน ผู้รับจ้างจึงขอขยายระยะเวลาก่อสร้างนับจากวันส้ินสุดโครงการที่กาหนด จากการขยายเวลา ครง้ั ที่ 2 (วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561) ออกไปอกี 926 วนั เพื่อให้ทราบถึงผลกระทบของความล่าช้าในการส่งมอบพ้ืนท่ี ครั้งท่ี 4 ต่อการก่อสร้างในโครงการนี้ จาเป็นต้องเข้าใจกระบวนการขั้นตอนการก่อสร้างในบางประการ ดังตอ่ ไปนี้ (ก) ในโครงการนี้มีการก่อสร้างอาคารหลายหลัง แต่อาคารที่สาคัญที่สุดและ มรี ะยะเวลาก่อสร้างยาวนานท่ีสุด คือ อาคารหลกั (อาคารรัฐสภา) ดังน้ันหากเกิดปัญหาหรืออุปสรรค ทที่ าให้การก่อสร้างอาคารหลักลา่ ชา้ กอ็ าจสง่ ผลใหท้ ้งั โครงการล่าช้า (ข) พื้นที่ที่ส่งมอบ คร้ังที่ 4 น้ี เป็นพ้ืนที่แปลงที่อยู่นอกขอบเขตของอาคาร หลัก เป็นพื้นที่ที่ผู้รับจ้างจาเป็นต้องใช้ทดลองประกอบช้ินส่วนของโครงสร้างหลังคาเหล็กโค้งของ ห้องประชุมพระสุริยันและห้องประชุมพระจันทราให้มีความสมบูรณ์ก่อน จากน้ันจึงทาการร้ือถอน โครงสร้างออกเปน็ ช้นิ ๆ ยกขึ้นไปประกอบใหม่บนตัวอาคารหลัก ข้ันตอนเหล่าน้เี ปน็ ข้ันตอนปกติในการ กอ่ สรา้ งและตดิ ตง้ั โครงสร้างเหล็กประกอบขนาดใหญท่ วั่ ไป (ค) ความล่าช้าในการส่งมอบพื้นท่ี ครั้งท่ี 4 จึงทาให้การเร่ิมทดลองประกอบ ชน้ิ ส่วนโครงสร้างหลังคาเหล่านี้ล่าช้า ส่งผลใหก้ ารก่อสรา้ งโครงสร้างหลังคาเหล็กโค้งของห้องประชุม พระสุรยิ นั และห้องประชมุ พระจันทรา ซึ่งเป็นส่วนสาคัญของอาคารหลกั ล่าชา้
- 170 - ภายหลังจากท่ีผู้รับจ้างได้ยื่นหนังสือขอขยายระยะเวลา ผู้ควบคุมงาน ATTA ได้ตรวจสอบพิจารณาคาขอขยายระยะเวลาแล้วมีความเห็นว่า การขอขยายระยะเวลาออกไปถึง 926 วัน นับถัดจากวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 นั้น มีระยะเวลาท่ียาวนานเกินไปและวิธีคิดคานวณ จานวนวันท่ีขอขยายระยะเวลายังไม่ถูกต้องไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงท่ีได้มีการขยาย ระยะเวลาไปแลว้ ถงึ 2 ครง้ั และไม่สอดคลอ้ งกับขอ้ กาหนดในสัญญาที่ให้ดาเนินการกอ่ สร้างแล้วเสร็จ ภายในระยะเวลา 900 วัน ผู้ควบคุมงาน ATTA จึงทาหนังสือถึงผู้รับจ้างลงวันท่ี 1 กุมภาพันธ์ 2560 ขอให้ผ้รู บั จ้างทบทวนการขอขยายระยะเวลา ในวันท่ี 9 พฤษภาคม 2560 ผู้รับจ้างได้ทาหนังสือตอบกลับไปยังผู้ควบคุมงาน เพื่ออธิบายชี้แจงในประเด็นต่าง ๆ ที่ผู้ควบคุมงานเห็นขัดแย้ง และยืนยันว่าการขอขยายระยะเวลา ออกไป 926 วัน นับถัดจากวันท่ี 9 กุมภาพันธ์ 2561 น้ัน เป็นเร่ืองที่ถูกต้องตามเงื่อนไขสัญญาและ เปน็ สิทธอิ นั ชอบธรรมของผู้รับจา้ งตามสญั ญา ในวันท่ี 4 กรกฎาคม 2560 ผู้ควบคุมงานได้ทาหนังสือถึงท่ีปรึกษาบริหาร โครงการ โดยมีสาระสาคัญว่า เนื่องจากปัญหาการส่งมอบพื้นที่คร้ังท่ี 4 ล่าช้า ผู้ควบคุมงานเห็นควร พิจารณาขยายระยะเวลาให้กับผู้รับจ้างจานวน 926 วัน นับจากวันท่ีผู้รับจ้างได้รับมอบพื้นท่ี คร้ังที่ 4 (วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559) ดังน้ัน วันส้ินสุดโครงการจึงควรเล่ือนออกไปเป็นวันที่ 26 พฤษภาคม 2562 การขยายเวลาคร้ังที่ 3 นั้น จึงควรขยายระยะเวลาออกไปเพียง 472 วนั นบั ถัดจาก วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 ในวันท่ี 11 กันยายน 2560 ได้มีการประชุมร่วมกันระหว่างที่ปรึกษาบริหาร โครงการ ผู้ควบคุมงาน และผู้รับจ้าง ในประเด็นเรื่องระยะเวลาที่เหมาะสมในการขยายเวลาครั้งที่ 3 ผู้รับจ้างได้แจ้งต่อท่ีประชุมว่า การขยายระยะเวลาการก่อสร้างเพียง 472 วันนั้นไม่สามารถรับได้ และยนื ยันขอขยายระยะเวลา 926 วัน ตามหนังสือที่ย่ืนมาก่อนหน้านี้ เพ่ือไกล่เกล่ียปัญหาข้อขดั แย้ง และหาแนวทางยุติปัญหาที่เหมาะสม ท่ีปรึกษาบริหารโครงการได้ขอให้ผู้รับจ้างทบทวนการขอขยาย ระยะเวลาการกอ่ สรา้ งอีกคร้ัง ในวันท่ี 12 ตุลาคม 2560 ผู้รับจ้างได้ทาหนังสือถึงเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ขอให้เร่งรัดการขยายระยะเวลาก่อสร้างคร้ังท่ี 3 รวมท้ังได้เปล่ียนวิธีคิดคานวณระยะเวลาที่ขอขยายใหม่ โดยแบง่ ระยะเวลาดังกล่าวออกเป็น 2 ส่วน คอื (1) ระยะเวลา 445 วนั เปน็ ระยะเวลาท่ีจาเป็นต้องใช้ ในการก่อสร้างส่วนท่ีเหลือของโครงการ ภายหลังจากวันท่ี 9 กุมภาพันธ์ 2561 และ (2) ระยะเวลา 294 วัน เป็นความล่าช้าที่เกิดจากการส่งมอบพ้ืนท่ีคร้ังท่ี 4 ล่าช้า ผู้รับจ้างจึงขอขยายระยะเวลาก่อสร้าง เปน็ จานวน 739 วัน (445 + 294) โดยนบั ถดั จากวนั ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 ท่ีปรึกษาบริหารโครงการได้ทาหนังสือ ถึงประธานคณะกรรมการตรวจการจ้างฯ ชี้แจงรายละเอียดที่เกี่ยวกับการพิจารณาการขยายระยะเวลา ครั้งที่ 3 ท้ังหมด และได้ปรับปรุงวิธีคิดคานวณระยะเวลาขอขยายแบบใหม่ท่ีผู้รับจ้างเสนอมา ให้ถูกต้องสอดคล้องกับข้อเท็จจริงมากขึ้น ส่งผลให้ระยะเวลาส่วนท่ี 1 ยังมีจานวน 445 วันคงเดิม
- 171 - แต่ระยะเวลาส่วนท่ี (2) ลดลงเหลือ 229 วัน ท่ีปรึกษาบริหารโครงการจึงแสดงความเห็นโดยสรุปว่า สมควรขยายระยะเวลาเปน็ จานวน 674 วัน (445 + 229) นับถดั จากวนั ท่ี 9 กุมภาพันธ์ 2561 ตอ่ มาในวนั ที่ 30 พฤศจิกายน 2560 คณะกรรมการตรวจการจา้ งฯ ได้ประชุม หารือและมีมติเห็นชอบให้มีการขยายระยะเวลาก่อสร้างออกไป 674 วัน ตามท่ีที่ปรึกษาบริหาร โครงการเสนอมา เม่ือพิจารณาเอกสารเหล่านแี้ ละขอ้ เทจ็ จรงิ ท่ีปรากฏ คณะกรรมาธิการเห็นว่า การส่งมอบพ้ืนท่ีคร้ังท่ี 4 ล่าช้า เป็นเหตุท่ีเกิดขึ้นจริงและเกิดจากความบกพร่องของฝ่ายผู้ว่าจ้าง จนกลายเป็นอุปสรรคต่อการก่อสร้าง ส่งผลให้การกอ่ สร้างอาคารหลักเกิดความล่าช้าจริง จึงเป็นเหตุ อนั ควรขยายระยะเวลากอ่ สรา้ งคร้งั ที่ 3 อย่างไรก็ดี คณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วเห็นว่าการขยายระยะเวลาก่อสร้าง ออกไปถึง 674 วัน ซึ่งทาให้กาหนดวันส้ินสุดโครงการเล่ือนออกไปเป็นวันท่ี 15 ธันวาคม 2562 น้ัน ไม่เหมาะสม เพ่ืออธิบายถึง “ความไม่เหมาะสม” ต้องเริ่มจากการพิจารณาวันท่ี 11 พฤศจิกายน 2559 ซ่ึงเป็นวันที่ผู้รับจ้างได้รับมอบพื้นที่คร้ังท่ี 4 ภายหลังจากวันดังกล่าวน้ีปัญหาและ อุปสรรคท้ังมวลท่ีผู้รับจ้างได้อ้างถึงเพ่ือขอขยายระยะเวลาก่อสร้างครั้งท่ี 1, 2 และ 3 ได้หมดไปแล้ว เพราะผู้รับจ้างได้รับมอบพ้ืนท่ีทุกแปลงในโครงการแล้ว อีกท้ังปัญหาการบริหารจัดการดินก็เสร็จส้ิน ไปแล้ว (ต้ังแต่วันที่ 21 มกราคม 2559) ดังนั้น ภายหลังจากวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 ผู้รับจ้าง ควรจะก่อสร้างให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ภายในระยะเวลา 900 วัน ตามข้อกาหนดในสัญญาจ้าง ทั้งนี้ ควรใช้เวลาน้อยกว่า 900 วัน เพราะ ณ วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 การก่อสร้างมีความก้าวหน้าไปแล้ว ประมาณ 27% ของโครงการท้ังหมด จึงยังคงเหลืองานอยู่ประมาณ 73% แต่หากนับจานวนวันจาก วันท่ี 11 พฤศจิกายน 2559 ไปจนถึง 15 ธันวาคม 2562 จะได้เป็นจานวนถึง 1,129 วัน ดังน้ัน จึงกล่าว ได้วา่ ระยะเวลาที่ขยายน้ีมากเกินไปไม่สอดคลอ้ งกบั ข้อกาหนดในสญั ญาจ้าง คณะกรรมาธิการพบว่าการขยายระยะเวลาก่อสร้างออกไป 674 วัน ซ่ึงไม่เหมาะสมน้ัน เกิดจากการคิดคานวณระยะเวลาแบบใหม่ท่ีผู้รับจ้างเสนอขอขยายและ พิจารณาปรับแก้ไขจากข้อเท็จจริงตามสัญญาและผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยที่ปรึกษาบริหารโครงการ และผู้ควบคุมงาน และได้รับความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการตรวจการจา้ งฯ ตามวิธีคิดดังตอ่ ไปน้ี (1) ระยะเวลาที่ขอขยายส่วนแรกยังไม่ได้รวมถึงผลกระทบจากการส่งมอบ พ้ืนท่ีคร้ังท่ี 4 ล่าช้า ผู้รบั จ้างได้อ้างถึงแผนงานการก่อสร้างของตน ณ วันท่ี 7 มีนาคม 2560 ทก่ี าหนดว่า ณ วันท่ี 9 กุมภาพันธ์ 2561 (วันส้ินสุดโครงการที่กาหนดจากการขยายระยะเวลาครั้งที่ 2) ผู้รับจ้าง จะมีผลงานการก่อสร้างเท่ากับ 50.55% ของโครงการโดยรวม คงเหลืองานที่จะต้องทาอีก 49.45% จึงควรมีระยะเวลาก่อสร้างเพิ่มอีก 445 วัน เม่ือคานวณตามสัดส่วนของระยะเวลาทางานตามสัญญา (900 วัน x 49.45/100 = 445 วัน)
- 172 - (2) ระยะเวลาที่ขอขยายส่วนที่ 2 เป็นความล่าช้าในการก่อสร้างอันเนื่องมาจาก การส่งมอบพื้นที่คร้ังท่ี 4 ล่าช้า ตามหนังสือของผู้รับจ้างลงวันที่ 12 ตุลาคม 2560 ระยะเวลานี้ ควรเป็น 294 วัน โดยคิดว่าหากผู้รับจ้างได้รับพื้นที่แปลงนี้ทันทีภายหลังจากท่ีงานขุดดินเพื่อก่อสร้าง ชั้นใต้ดินเสร็จสิ้น เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2559 ก็จะไม่มีผลกระทบจนทาให้การก่อสร้างล่าช้า แต่ในความเป็นจริงผู้รับจ้างได้รับพื้นท่ีในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 ซึ่งล่าช้ากว่าวันที่ 21 มกราคม 2559 ถึง 294 วนั จึงสง่ ผลกระทบต่อแผนการก่อสรา้ ง ตอ่ มาท่ีปรึกษาบริหารโครงการได้ปรับตวั เลขนี้ เปน็ 229 วนั โดยพจิ ารณาจากระยะเวลาท่ผี รู้ บั จา้ งจาเปน็ ต้องใชใ้ นข้นั ตอนการก่อสรา้ งจรงิ (3) ระยะเวลาท่ีขอขยายทั้งหมด เท่ากับผลรวมของระยะเวลาส่วนท่ี (1) และ (2) ซึ่งเท่ากับ 674 วัน (445+229) วิธคี ิดคานวณดังกล่าวพบว่า (1) ระยะเวลาส่วนแรก (445 วัน) เป็นส่วนท่ียังไม่ได้รวมถึงผลกระทบจาก การส่งมอบพ้ืนที่คร้ังท่ี 4 ล่าช้า โดยตามแผนงานก่อสร้างของผู้รับจ้างจะมีผลงานก่อสร้างเท่ากับ 50.55% ของโครงการโดยรวม ณ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 ผลงานนี้แท้จริงแล้วควรเป็น 100% มิใช่ 50.55% ท้ังน้ีเพราะวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 เป็นวันส้ินสุดโครงการตามสัญญาในขณะท่ีจัดทา แผนน้ัน การท่ีมีผลงานเพียง 50.55% แสดงว่าเกิดความล่าช้าในการก่อสร้าง หากความล่าช้านั้น เป็นผลมาจากการส่งมอบพื้นท่ีครั้งท่ี 4 ล่าช้า ก็ไม่ควรนาระยะเวลาส่วนนี้มาบวกรวมกับระยะเวลา ส่วนที่ 2 เพราะจะเป็นการนับซ้า (Double Count) แต่หากความล่าช้าน้ันเป็นผลมาจากเหตุอื่น ๆ ที่มิได้ระบุมาก็ต้องถือว่าเป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้างเอง ไม่สามารถนามาขอขยายเวลาได้ ดังนั้น ตวั เลข 445 วนั จึงไม่สมเหตุผล (2) ระยะเวลาที่ขอขยายทั้งหมดจะเท่ากับผลรวมของระยะเวลาส่วนท่ี (1) และ (2) ตามวิธีคิดคานวณนี้ก็ต่อเมื่อ การก่อสร้างอาคารหลักต้องหยุดชะงักเพ่ือรอการก่อสร้าง โครงสร้างหลังคาเหล็กโค้งของห้องประชุมพระสุริยันและห้องประชุมพระจันทรา ถึง 229 วัน แล้วจึง เดินหน้าก่อสร้างอาคารหลักต่อไปได้ ในความเป็นจริงการก่อสร้างอาคารหลักในส่วนอื่น ๆ ได้ทาไป พร้อม ๆ กับการก่อสรา้ งหลังคาเหลก็ ดังกล่าว โดยมไิ ด้มกี ารหยดุ รอแตอ่ ย่างใด ผลกระทบต่อโครงการ โดยรวมจึงทาให้เกิดความล่าช้าน้อยกว่า 229 วัน ดังน้ันการนาระยะเวลาท้ัง 2 ส่วนมาบวกรวมกัน จึงไมถ่ กู ตอ้ ง คณะกรรมาธิการเห็นว่าวิธีคิดคานวณเวลาท่ีถูกต้อง ควรเริ่มจากการสร้างแผนงาน ก่อสร้างท่ียังไม่ได้รวมถึงผลกระทบจากปัญหาและอุปสรรคท่ีอ้างถึง (การส่งมอบพ้ืนที่คร้ังที่ 4 ล่าช้า) โดยแผนงานนี้จะต้องมีอตั ราเร็วในการกอ่ สร้างที่สามารถก่อสร้างท้งั โครงการเสร็จสิ้นภายใน 900 วัน จากน้ันจึงนาปัญหาและอุปสรรคมาพิจารณาดูว่าจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมการก่อสร้างใดบ้าง ผู้รับจ้างต้องแสดงให้เห็นว่าผู้รับจ้างได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มท่ี เพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดผลกระทบ จากปัญหาและอุปสรรคดังกล่าวเพื่อให้การก่อสร้างล่าช้าน้อยท่ีสุด ระยะเวลาท่ีล่าช้าตามแผนที่
- 173 - พิจารณาตามนี้จึงจะเป็นระยะเวลาที่สมควรนามาขยายเวลา ซึ่งวิธีคิดคานวณเวลาที่ถูกต้องนี้มิใช่ วิธีใหมแ่ ตเ่ ป็นวธิ ที ร่ี ้จู ักกันดีในการบรหิ ารงานก่อสรา้ งท่ัวไป 3.3.4 การขยายระยะเวลาการกอ่ สรา้ ง คร้งั ที่ 4 โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหมเ่ ป็นโครงการขนาดใหญ่ แต่อาจกล่าว ได้ว่ามีการกาหนดเงื่อนไขท่ีสร้างความซับซ้อนและความยากลาบากในการทางาน ประกอบกับ ความล่าช้า และความไม่คล่องตัวของระบบราชการ ทาให้ต้องมีการขยายระยะเวลาถึง 4 คร้ัง การขยายระยะเวลาครั้งท่ี 4 ได้ขยายระยะเวลาการก่อสร้างออกไป จานวน 382 วัน ต้ังแต่วันท่ี 16 ธันวาคม 2562 ส้ินสุดในวันท่ี 31 ธันวาคม 2563 รวมระยะเวลาก่อสร้าง จานวน 2,764 วัน (2,382+382) ทงั้ น้ี ก่อนการขยายระยะเวลาการก่อสร้าง ครั้งที่ 4 โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ มีผลงาน สะสมคิดเป็นรอ้ ยละ 73.22 จากการพิจารณาศึกษาขอ้ เท็จจริง กระบวนการพิจารณาการขยายระยะเวลา การก่อสร้างคร้ังที่ 4 เริ่มต้นจากผู้รับจ้างทาหนังสือลงวันที่ 3 ตุลาคม 2562 เสนอขอขยายระยะเวลา กอ่ สร้างออกไป 502 วัน ด้วยเหตุผลซึง่ สามารถสรุปได้ดงั นี้ 1) ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบตามสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ที่มีลักษณะพิเศษ มีงานวิศวกรรมโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม และตกแต่ง ภายใน งานสถาปัตยกรรมไทย (เคร่ืองยอด) งานระบบอาคารที่ซับซ้อน งานภูมิสถาปัตยกรรม ซ่ึงผู้รับจ้าง จะต้องก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ พร้อมอุปกรณ์และครุภัณฑ์ให้แล้วเสร็จ เรียบร้อยภายในกาหนดเวลาของสัญญา และสามารถใช้ประโยชน์ได้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ทกุ ประการ 2) ผู้ว่าจ้างได้มีคาส่ังแจ้งการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขแบบรูปคุณภาพ หรือ ปรมิ าณงานทีเ่ กดิ จากการสัง่ การเปล่ียนแปลงงานโดยผูว้ ่าจา้ ง ตามขอ้ 19 ของสัญญาจ้าง 3) ในระหว่างการก่อสร้างผู้ว่าจ้างได้ใช้สิทธิการเข้าใช้งานก่อสร้าง โดยท่ีเป็น การทยอยขอใช้พื้นท่ีตามสัญญาจ้างข้อ 34 สิทธิการเข้าใช้งานของผู้ว่าจ้างซึ่งส่งผลกระทบทาให้งาน กอ่ สร้างอาคารสว่ นอื่นมีความลา่ ช้า 4) การจัดหาผู้รับจ้างงานนอกสัญญาจ้างหลักรายอ่ืนมีความล่าช้า ตามแผนงาน ท่ีกาหนดสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะต้องได้ผู้รับจ้างสาหรับงานนอกสัญญาหลักภายใน เดือนมถิ ุนายน2561 มาดาเนนิ การไปพร้อมกับการก่อสร้างของสญั ญาหลกั ให้แล้วเสรจ็ ภายในวันท่ี 15 ธนั วาคม 2562 ซ่ึงสานักงานฯ ได้รับการอนุมัติวงเงินงบประมาณเพื่อดาเนินการในวันที่ 21 สิงหาคม 2561 โดยจะตอ้ งวา่ จ้างงาน ดังนี้ (1) งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (ICT) ได้ว่าจ้างบริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมช่ันเทคโนโลยี จากัด (มหาชน) เป็นผู้รับจ้าง เริ่มงานตั้งแต่วันท่ี 27 กุมภาพันธ์ 2562 ถงึ วันที่ 19 สงิ หาคม 2563 (2) งานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ งานประกอบอาคารและ ภายนอกอาคาร ได้ว่าจ้าง บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียร่ิงแอนด์คอนสตรัคชั่น จากัด (มหาชน) เปน็ ผรู้ ับจ้าง เรม่ิ งานต้งั แตว่ ันที่ 13 กนั ยายน 2563 ถึงวันที่ 5 มีนาคม 2564
- 174 - (3) งานจัดหาและติดต้ังสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) ซ่ึงปัจจุบันได้ ผ้รู บั จ้างแล้ว เม่อื วนั ท่ี 5 มนี าคม 2563 ระยะเวลาทางาน 420 วนั ตามสัญญาข้อ 33 เงื่อนไขในการประสานงานระหว่างผู้รับจ้างกับบุคคล ภายนอกของสัญญาจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องให้ความร่วมมือในการดาเนินงานร่วมกัน โดยสรุปแล้ว ผู้รับจ้างซึ่งเป็นผรู้ ับผิดชอบในความสาเร็จ และความสมบูรณ์ของอาคารหลัก จาเป็นต้องเป็นผู้รับจ้าง สุดท้ายของงานโครงการ ประกอบกับสัญญาจ้างข้อ 24.2 เหตุของความล่าช้าในการจัดหาผู้รับจ้าง งานนอกสัญญาหลักรายอนื่ จงึ สง่ ผลกระทบตอ่ ความสาเร็จของงานต่อผูร้ ับจา้ ง 5) ภายใต้ขอ้ 18.5.1.ง3 ของเอกสารประกอบสญั ญาผนวก 10 เงอ่ื นไขเฉพาะ ของการก่อสร้างตามสัญญาจ้าง กาหนดให้ผู้รับจ้างมีหน้าท่ีประสานงานในด้านแผนงานกับผู้รับจ้าง รายอื่นท่ีจะเข้ามาดาเนินการในพ้ืนท่ีก่อสร้างของผู้รับจ้างหรือมีงานที่ต้องเก่ียวข้องกับผู้รับจ้าง รายอ่ืนทั้งหมด โดยจะตกลงแผนงานกับผู้รบั จ้างรายอนื่ ทเ่ี ข้ามาใหมท่ ุกคร้ังที่ผู้วา่ จ้างได้ว่าจา้ งผู้รับจา้ ง รายอ่นื เขา้ มา และเมื่อตกลงแผนงาน Baseline ไดล้ งตัวแลว้ จึงนาเสนอตอ่ ผู้วา่ จ้างเพือ่ เหน็ ชอบ ทั้งนี้ ผู้รับจ้างได้ประสานผู้รับจ้างรายอื่นท่ีเกี่ยวข้องและได้ดาเนินการปรับปรุง แก้ไข Baseline Program ท่ีจะนาไปใช้ในการบริหารจัดการงานก่อสร้างของโครงการ โดยตามแผนงาน ปรับปรงุ งานทงั้ หมดจะแลว้ เสร็จภายในวนั ท่ี 30 เมษายน 2564 ผู้รับจ้างจึงขอให้สานักงานฯ พิจารณาขยายระยะเวลาเพ่ือเร่งรัดงานตาม สัญญาจ้างด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นให้แก่ผู้รับจ้างออกไป จานวน 502 วัน คือ ต้ังแต่วันท่ี 16 ธนั วาคม 2562 สนิ้ สดุ วันที่ 30 เมษายน 2564 แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อท่ีปรึกษาบริหารโครงการ CAMA และผู้ควบคุมงาน ATTA พิจารณาถึงเหตุผลในการขอขยายระยะเวลาการก่อสร้าง ครั้งท่ี 4 ซึ่งผู้รับจ้างได้เสนอเหตุผล ในการขอขยายระยะเวลาการก่อสร้างมาหลายประการ โดยเหตุผลข้อที่ 1 และ 3 นั้น ผู้รับจ้างมีหน้าที่ รับผิดชอบตามสัญญาจ้างอยู่แล้ว จึงไม่สามารถนามากล่าวอ้างได้ ส่วนเหตุผลข้อที่ 2 การเปล่ียนแปลง รายละเอียดของงานดังกล่าว คณะกรรมการตรวจการจ้างฯ โดยมติที่ประชุมเห็นชอบราคางาน เปลี่ยนแปลง โดยไม่มีผลกระทบต่อระยะเวลาก่อสร้าง แต่เหตุผลที่สาคัญและส่งผลกระทบต่อ แผนงานการก่อสร้างตามสัญญาของผู้รับจ้างหลัก คือ เหตุผลข้อท่ี 4 การจัดหาผู้รับจ้างงานนอก สญั ญาจา้ งหลกั รายอ่ืนมคี วามล่าช้าดงั กลา่ ว คือ 1. งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) หากผู้รับจ้างงาน ICT สามารถทางานให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 19 สิงหาคม 2563 ตามสัญญาว่าจ้าง ผู้รับจ้างหลักจะสามารถ ทางานให้แล้วเสร็จสมบรู ณป์ ระมาณปลายเดือนตุลาคม 2563 2. งานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ งานประกอบอาคารและภายนอกอาคาร ในส่วนของงานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ บริเวณทางเดิน ช้ันท่ี 1-8 และบริเวณหน่วยพยาบาล ส่วน ส.ว. / ส.ส. ชั้นท่ี 1 และงานก่อสร้างอาคารสถานีไฟฟ้าย่อย และงานติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง โดยการไฟฟ้านครหลวง ผู้รับจ้างต้องดาเนินการให้แล้วเสร็จก่อนส้ินปี 2563 ตามแผนงานก่อสร้าง งานสาธารณปู โภคฯ เห็นชอบโดยคณะกรรมการรับพสั ดุฯ
- 175 - 3. งานจัดหาและติดตั้งสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) ผู้ควบคุมงานเห็นว่า ยังไม่สามารถพิจารณาระยะเวลาท่ีมีผลกระทบได้ เน่ืองจากยังไม่มีผู้รับจ้าง แต่ทั้งน้ีที่ปรึกษาบริหาร โครงการเห็นว่าหากสานักงานฯ สามารถจัดหาผู้รับจ้างได้ภายในเดือนธันวาคม 2562 ผู้รับจ้างหลัก ก็สามารถที่จะก่อสร้างให้เสร็จภายในเดือนธันวาคม 2563 ได้ (ซ่ึงปัจจุบันได้ผู้รับจ้างแล้วเมื่อวันที่ 5 มนี าคม 2563 ระยะเวลาทางาน 420 วัน) 4. งานก่อสร้างที่มีความสาคัญอื่น ๆ เช่น (ผู้รับจ้างสามารถท่ีจะบริหาร จดั การและดาเนนิ การกอ่ สรา้ งให้แลว้ เสร็จภายในเดือนธนั วาคม 2563 ได้) (1) งานเขอื่ นรมิ แมน่ า้ เจ้าพระยา (2) การแก้ไขหรือเปล่ียนแปลงรายละเอียดของงานโครงสร้างและ งานสถาปตั ยกรรมอาคารหลัก ตามสัญญาจา้ ง ขอ้ 19 (3) งานตาแหน่งประดิษฐานพระบรมราชานสุ าวรียร์ ชั กาลท่ี 7 (4) สานักงานฯ ได้เข้าไปครอบครองหรือใชป้ ระโยชน์ภายในอาคารรัฐสภา แห่งใหมบ่ างส่วนแลว้ 5. แผนงานก่อสร้างท่ีผู้รับจ้างได้ปรับแก้ไขมีความเหมาะสมและสามารถ ที่จะปรับแกไ้ ขเพ่มิ เตมิ ใหส้ อดคล้องกับการแลว้ เสรจ็ ของงานในเดือนธันวาคม 2563 ได้ ที่ปรึกษาบริหารโครงการ CAMA และผู้ควบคุมงาน ATTA มีความเห็นสอดคล้องกันว่า โดยลักษณะของงานและแผนการก่อสร้างท่ีผู้รับจ้างได้ปรับแก้ไขแล้วมีความเหมาะสมและสามารถ ท่ีจะปรับแก้ไขเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับการแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2563 ได้ จึงเห็นควรให้ สานกั งานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พจิ ารณาขยายเวลากอ่ สร้างออกไป จานวน 382 วนั คณะกรรมการตรวจการจ้างฯ ได้พิจารณาในคราวการประชุม ครัง้ ท่ี 42/2562 วันท่ี 28 พฤศจิกายน 2562 แล้วมีมติเห็นชอบตามความเห็นของที่ปรึกษาบริหารโครงการ CAMA โดยให้ ขยายระยะเวลาการก่อสร้างให้แก่ผู้รับจ้าง จานวน 382 วัน ต้ังแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2562 – วันที่ 31 ธันวาคม 2563 รวมระยะเวลาการกอ่ สรา้ งทัง้ ส้ิน 2,764 วนั การขอขยายระยะเวลาการก่อสร้าง คร้ังที่ 4 ผู้รับจา้ งได้เสนอเหตุผลในการขอขยาย มาหลายประการ แต่เหตุผลที่สาคัญ คือ มีการแยกงานออกมาเป็นงานนอกสัญญาหลัก เนื่องจาก คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเงินงบประมาณค่าก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ จานวน 15,324,900,000 บาท (หนึ่งหมื่นหา้ พนั สามรอ้ ยยสี่ บิ สล่ี า้ นเก้าแสนบาทถว้ น) แบง่ ออกเป็น - ค่าก่อสร้างอาคารหลัก (สัญญาหลัก) จานวน 11,738,000,000 บาท (หนึ่งหมื่น หน่งึ พนั เจด็ ร้อยสามสิบแปดล้านบาทถ้วน) - งานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และงานประกอบอาคารและภายนอกอาคาร จานวน 586,900,000 บาท (ห้าร้อยแปดสบิ หกลา้ นเก้าแสนบาทถ้วน) - ค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร จานวน 3,000,000,000 บาท (สามพนั ลา้ นบาทถ้วน) - คา่ ชดเชยทด่ี ิน ค่าจา้ งออกแบบ ค่าจา้ งผู้ควบคุมงาน คา่ ท่ีปรกึ ษาฯ และค่าใชจ้ า่ ย อ่นื ๆ จานวนเงิน 7,662,300,000 บาท (เจ็ดพันหกร้อยหกสิบสองล้านสามแสนบาทถว้ น)
- 176 - แต่ในข้ันตอนการส่งแบบ งวด 4.2 ฉบับสมบูรณ์ ผู้ออกแบบได้ปรับแก้ไขแบบและ ประมาณการราคาก่อสร้างเป็นจานวน 15,324,900,000 บาท (หน่ึงหม่ืนห้าพันสามร้อยย่ีสิบส่ีล้าน เก้าแสนบาทถ้วน) โดยมีพื้นที่ใช้สอยจริง จานวน 424,311 ตารางเมตร ซ่ึงเกินกว่าวงเงินงบประมาณ ที่ได้รับ จึงได้มีการแยกขอบเขตงานเป็นงานสัญญาหลัก และงานนอกสัญญาหลัก ซึ่งงานสัญญาหลัก มีงานนอกสัญญาหลักหลายงานท่ีดาเนินการล่าช้า ได้แก่ งานติดต้ังสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) งานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ระยะที่ 1 และงานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และงานประกอบอาคารและภายนอกอาคาร ระยะท่ี 1 และโดยท่ีความลา่ ช้าของงานนอกสัญญาหลัก ดังกล่าวมีผลกระทบโดยตรงต่องานก่อสร้างอาคารตามสัญญาหลัก ซ่ึงหากงานนอกสัญญาเหล่าน้ี ไม่สามารถดาเนนิ การใหแ้ ล้วเสร็จกจ็ ะไม่สามารถปิดงานตามสญั ญาหลกั ได้ สาเหตุทีง่ านนอกสญั ญาหลักดงั กล่าวมีผลกระทบตอ่ การขยายระยะเวลาการก่อสรา้ ง เน่ืองมาจากการเริ่มต้นกระบวนการของงานนอกสัญญาล่าช้ากว่าที่กาหนดไว้ในแผนงาน สานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบ ตามความเห็นของคณะกรรมการตรวจการจ้าง และลงนามในบันทกึ แก้ไขเพิ่มเตมิ แนบท้ายสัญญาจ้าง อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ (ครั้งที่ 9) เม่ือวันที่ 4 ธันวาคม 2562 เหตุเนื่องมาจาก ความลา่ ช้าในการจัดหาผู้รบั จา้ งรายอ่นื (นอกสญั ญา) ได้แก่ 1. งานเทคโนโลยสี ารสนเทศและส่ือสาร (ICT) 2. งานสาธารณปู โภคสาธารณปู การ งานประกอบอาคารและภายนอกอาคาร คณะกรรมาธิการเห็นว่า การพิจารณาขยายระยะเวลาการก่อสร้าง ครั้งท่ี 4 มีความ สมเหตุสมผล เนื่องจากเป็นเหตุที่ไม่ได้เกิดจากความผิดของผู้รับจ้าง แต่เกิดจากความบกพร่อง ของผวู้ า่ จา้ ง ซ่ึงเปน็ ปญั หาอปุ สรรคจากการดาเนนิ การเร่ืองงบประมาณและการจดั จ้างผรู้ ับจ้างรายอ่ืนๆ นอกจากน้ี คณะกรรมาธกิ ารมีความเหน็ เพิ่มเตมิ วา่ 1. ในระหว่างดาเนินโครงการมีช่วงเวลาหนึ่งซ่ึงเป็นระยะเวลาที่นานพอสมควร และ เพียงพอท่ีจะสามารถบริหารจัดการแผนงานก่อสร้างและงบประมาณได้ แต่ผู้เก่ียวข้องไม่ดาเนินการ กลับปล่อยให้ระยะเวลาล่วงเลยจนเกิดเหตุการณ์ความล่าช้าดังกล่าวขึ้นจนส่งผลกระทบต่อการ กอ่ สรา้ งอาคาร 2. ในส่วนของงานสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และงานระบบโสตทัศนูปกรณ์ เม่ือพิจารณาข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่ายังคงมีความไม่สอดคล้องขัดแย้ง กันอยู่ เพราะเป็นงานที่จะต้องทาไปพร้อม ๆ กับงานโครงสร้างและงานสถาปัตยกรรมแต่กลับถูกตัด ออกไปต้ังแต่แรก และเม่ือได้รับจัดสรรงบประมาณมาแล้วก็ยังดาเนินการจัดหาผู้รับจ้างได้ล่าช้า เป็นอย่างมาก โดยล่าช้าไปกว่าการจัดหาผู้รับจ้างตามสัญญาอื่น ๆ ท่ีได้รับงบประมาณภายหลัง ท้ังท่ีในท้ายที่สุดก็มีการจัดจ้างผู้รับจ้างรายเดิมโดยวิธีเจาะจง ซ่ึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสาเร็จ ของงาน โดยเฉพาะงานด้าน ICT ซึ่งต้องรองานสายสัญญาณ และยังอาจก่อให้เกิดภาระค่าใช้จ่าย เพ่มิ เติมแกผ่ ้วู ่าจ้าง
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 492
Pages: