Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore (4) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว 4.1

(4) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว 4.1

Published by agenda.ebook, 2020-11-03 09:27:42

Description: (4) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว 4.1 การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 2 ครั้งที่ 3-4 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันที่ 11-12 พฤศจิกายน 2563

Search

Read the Text Version

เรอื่ งทคี่ ณะกรรมาธิการ พจิ ารณาเสร็จแล้ว ครั้งที่ 3-4 (สมยั สามัญประจาปคี ร้ังท่ีสอง) วันที่ 11-12 พฤศจิกายน 2563 ระเบียบวาระท่ี 4.1





รายงาน คณะกรรมาธกิ ารวิสามัญพิจารณาศกึ ษา โครงการกอ่ สรา้ งอาคารรัฐสภาแหง่ ใหม่ สภาผแู้ ทนราษฎร กลมุ่ งานคณะกรรมาธกิ ารกจิ การสภาผ้แู ทนราษฎร สานกั กรรมาธิการ 2 สานักงานเลขาธกิ ารสภาผู้แทนราษฎร





รายงาน คณะกรรมาธกิ ารวสิ ามัญพจิ ารณาศกึ ษา โครงการกอ่ สรา้ งอาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่ สภาผแู้ ทนราษฎร กล่มุ งานคณะกรรมาธกิ ารกจิ การสภาผู้แทนราษฎร สานักกรรมาธิการ ๒ สานักงานเลขาธกิ ารสภาผแู้ ทนราษฎร

-ก- รายนามคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธกิ ารวิสามญั พจิ ารณาศกึ ษาโครงการก่อสรา้ งอาคารรฐั สภาแห่งใหม่ นายอนนั ต์ ผลอานวย ประธานคณะกรรมาธิการ นายสมคิด เชอื้ คง นายศภุ ชยั ใจสมุทร นายอภิชาต ศกั ดเิ ศรษฐ์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนท่หี นงึ่ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนท่ีสอง รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม นายฐติ นิ นั ท์ แสงนาค นางสาวศิลมั พา เลิศนุวัฒน์ นายไกลกอ้ ง ไวทยการ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนทส่ี ่ี โฆษกคณะกรรมาธิการ โฆษกคณะกรรมาธกิ าร นายองอาจ วงษ์ประยูร นายสายัณห์ ยุตธิ รรม นายสราวธุ อ่อนละมัย โฆษกคณะกรรมาธกิ าร โฆษกคณะกรรมาธกิ าร โฆษกคณะกรรมาธิการ รอ้ ยตารวจเอก อรณุ สวัสดี นางพชิ ชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ นายสุชาติ โรจน์ทองคา เลขานุการคณะกรรมาธิการ ผู้ชว่ ยเลขานุการคณะกรรมาธิการ คนที่หนง่ึ ผู้ช่วยเลขานกุ ารคณะกรรมาธกิ าร คนทส่ี อง

-ข- รายนามคณะกรรมาธกิ าร คณะกรรมาธกิ ารวิสามญั พิจารณาศกึ ษาโครงการก่อสรา้ งอาคารรฐั สภาแห่งใหม่ นางกรณิศ งามสคุ นธ์รัตนา นายกฤษณ์ แก้วอยู่ นายกษิด์เิ ดช ชุติมันต์ กรรมาธกิ าร กรรมาธกิ าร กรรมาธกิ าร นายเกยี รติ เหลอื งขจรวทิ ย์ นายจกั รพล ต้งั สุทธธิ รรม นายชลน่าน ศรแี กว้ กรรมาธกิ าร กรรมาธิการ กรรมาธิการ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ นายชุมสาย ศรยี าภัย นายซกู าร์โน มะทา กรรมาธิการ กรรมาธกิ าร กรรมาธิการ นายดิสทัต คาประกอบ นายเดชอิศม์ ขาวทอง รองศาสตราจารย์ ต่อตระกูล ยมนาค กรรมาธกิ าร กรรมาธกิ าร กรรมาธกิ าร นายธรี ะทัศน์ เตยี วเจรญิ โสภา นายธรี จั ชัย พันธุมาศ นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลอื กรรมาธิการ กรรมาธกิ าร กรรมาธกิ าร

-ค- รายนามคณะกรรมาธกิ าร คณะกรรมาธกิ ารวิสามญั พิจารณาศึกษาโครงการกอ่ สรา้ งอาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่ นางปณั ณติ า สทา้ นไตรภพ ศาสตราจารย์ เป็นหนึ่ง วานิชชัย นายพงศ์กวนิ จึงรุ่งเรืองกิจ กรรมาธกิ าร กรรมาธิการ กรรมาธิการ นายพงศ์กิตต์ิ อรุณภักดสี กุล นายพัฒนา สัพโส นายพิเชษฐ สถริ ชวาล กรรมาธกิ าร กรรมาธกิ าร กรรมาธกิ าร นายพินจิ พูลเกดิ นายพุทธสิ ตั ย์ นามเดช นายภราดร ปริศนานนั ทกุล กรรมาธกิ าร กรรมาธิการ กรรมาธิการ นายภูดิท อนิ สุวรรณ์ นายเรืองไกร ลีกจิ วัฒนะ นายวชั รพล โตมรศกั ด์ิ กรรมาธิการ กรรมาธกิ าร กรรมาธิการ นายวิจติ ร พรพฤฒิพันธ์ุ นายวิชากร เฮงษฎีกุล นายศกั ดา คงเพชร กรรมาธิการ กรรมาธิการ กรรมาธกิ าร

-ง- รายนามคณะกรรมาธกิ าร คณะกรรมาธิการวิสามญั พจิ ารณาศึกษาโครงการกอ่ สร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ นายสมศักด์ิ ภูส่ กุล นายสยาม หัตถสงเคราะห์ นายอันวาร์ สาและ กรรมาธิการ กรรมาธกิ าร กรรมาธิการ นายอมั ภัส ปน่ิ วนชิ ย์กลุ นายอิสระ เสรีวฒั นวุฒิ นายสมชาติ ธรรมศริ ิ กรรมาธกิ าร กรรมาธิการ กรรมาธิการ (ลาออก) นายสภุ ดิช อากาศฤกษ์ กรรมาธิการ (แทน)

-จ- ทีป่ รึกษาคณะกรรมาธิการวสิ ามัญพิจารณาศึกษาโครงการก่อสรา้ งอาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่ ๑. พลตำรวจเอก วทิ ยำ ประยงค์พันธ์ุ ๒. นำยรังสรรค์ สบำยเมอื ง ๓. นำยปณุ ยวัฒน์ สนใจ ๔. นำยวลิ ำศ จันทร์พทิ กั ษ์ ๕. นำยดำรง นทิ ศั กำญจนำนนท์ ๖. นำงชนำทิพย์ วรี ะสบื พงศ์ ๗. นำยวริ ยิ ะ รำมสมภพ ๘. ผแู้ ทนสำนกั งำนอัยกำรสูงสุด ๘.๑ นำงพฤฒิพร เนตโิ พธ์ิ ๘.๒ นำยธนกฤต วรธนัชชำกุล ๘.๓ นำยเจษฎำ ธนำสิทธิ์พันธก์ ลุ ๙. ผู้แทนวศิ วกรรมสถำนแห่งประเทศไทย ในพระบรมรำชปู ถัมภ์ (นำยทศพร ศรเี อ่ียม)

-ฉ- คณะอนุกรรมาธกิ ารจัดทารายงานผลการพจิ ารณาของคณะกรรมาธิการวสิ ามญั พิจารณาศกึ ษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแหง่ ใหม่ ๑. นำยชลน่ำน ศรแี ก้ว ประธำนคณะอนุกรรมำธกิ ำร ๒. ศำสตรำจำรยเ์ ป็นหนึง่ วำนชิ ชัย รองประธำนคณะอนุกรรมำธกิ ำร คนทีห่ นึ่ง ๓. นำยดิสทตั คำประกอบ รองประธำนคณะอนุกรรมำธกิ ำร คนท่สี อง ๔. นำยไกลกอ้ ง ไวทยกำร เลขำนกุ ำรคณะอนกุ รรมำธิกำร ๕. นำยกษิดิเ์ ดช ชุติมันต์ อนุกรรมำธิกำร ๖. นำยพุทธิสัตย์ นำมเดช อนกุ รรมำธิกำร ๗. นำยอภชิ ำต ศักดิเศรษฐ์ อนกุ รรมำธิกำร ๘. นำยอมั ภัส ป่ินวนิชยก์ ุล อนกุ รรมำธิกำร ๙. ผูแ้ ทนสำนกั งำนอยั กำรสูงสดุ อนุกรรมำธกิ ำร ๙.๑ นำงพฤฒิพร เนตโิ พธ์ิ ๙.๒ นำยธนกฤต วรธนัชชำกุล ๙.๓ นำยเจษฎำ ธนำสิทธ์พิ ันธ์กลุ ๑๐. นำงสำวกรรณกิ ำร์ ผลพัฒน์ ผู้ชว่ ยเลขำนุกำรคณะอนุกรรมำธกิ ำร

-ช- ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการคณะอนุกรรมาธิการจัดทารายงานผลการพิจารณา ของคณะกรรมาธกิ ารวสิ ามญั พิจารณาศกึ ษาโครงการกอ่ สร้างอาคารรฐั สภาแห่งใหม่ ๑. นำยวริ ยิ ะ รำมสมภพ ๒. นำยพนิ จิ พลู เกดิ ๓. นำยโชติจฑุ ำ อำจสอน ๔. นำยพฑิ รู ย์ มณุ ศี รี ๕. นำยชัยโรจน์ วงศส์ ิทธกิ รณ์

-ซ- บทสรปุ ผ้บู รหิ าร Executive Summary โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ในพื้นท่ีราชพัสดุ ถนนทหาร (เกียกกาย) ได้เริ่มโครงการขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานท่ีปฏิบัติงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ในการประชุมสภาและการประชุมคณะกรรมาธิการ ตลอดจนเป็นสถานท่ี ในการปฏิบัติงานของข้าราชการ และบุคลากรในวงงานรัฐสภา เพื่อสนับสนุนภารกิจของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา โดยในวันที่ 30 เมษายน 2556 สานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรได้ลงนามสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบกับ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จากัด (มหาชน) มูลค่า 12,280,000,000 บาท (หนึ่งหม่ืนสองพันสองร้อยแปดสิบล้านบาทถ้วน) โดยมีระยะเวลาก่อสร้าง 900 วัน เริ่มดาเนินงาน ในวันที่ 8 มถิ นุ ายน 2556 สน้ิ สุดในวนั ท่ี 24 พฤศจกิ ายน 2558 สืบเน่ืองจากการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ และได้มีการขยายระยะเวลาการก่อสร้าง ให้ผู้รับจ้างออกไปถึง 4 คร้ัง แต่การก่อสร้างก็ยังไม่แล้วเสร็จ จึงทาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอ ญัตติต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมีประเด็นญัตติเกี่ยวกับปัญหาความล่าช้าในการก่อสร้าง อาคารรัฐสภาแหง่ ใหม่ ทีไ่ ด้ดาเนนิ การกอ่ สร้างตง้ั แต่วนั ที่ 8 มิถุนายน 2556 ซึง่ กาหนดเดิมตามสัญญา ต้องแล้วเสร็จภายใน 900 วัน (วันที่ 24 พฤศจิกายน 2558) ซึ่งความล่าช้าดังกล่าวส่งผลกระทบ ต่อการใช้พื้นที่ในการปฏิบัติงานของสมาชิกรัฐสภา รวมท้ัง ผลกระทบด้านงบประมาณ เช่น งบประมาณในการเช่าสถานที่อื่น ๆ เพื่อใช้ในการปฏิบัติงานของสมาชิกและข้าราชการในระหว่าง ท่ีการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ท่ีประชุมสภาผู้แทนราษฎรจึงได้มีมติต้ังคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้น เพ่ือพิจารณาศึกษาปัญหาความล่าช้าของการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่พร้อมอาคารประกอบ รวมท้งั พจิ ารณาเรง่ รดั การดาเนินการกอ่ สร้างใหแ้ ลว้ เสร็จโดยเร็ว แลว้ รายงานตอ่ สภาผู้แทนราษฎร โดยที่โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ เป็นโครงการ ก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ มีพื้นที่ใช้สอยถึง 424,311 ตารางเมตร มีชั้นใต้ดิน 2 ชั้น มีปริมาณดิน ท่ีต้องขุดออกไปมากกว่า 1,200,000 ลูกบาศก์เมตร มีสถาปัตยกรรม (เครื่องยอด) บนอาคาร ช้ันบนสุด มีโครงสร้างหลังคาโค้งของห้องประชุมพระสุริยันและห้องประชุมพระจันทรา มีระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศท่ีทันสมัยและมีข้อกาหนดพิเศษต่าง ๆ มากมายทางด้านสถาปัตยกรรม และสาธารณูปโภคสาธารณูปการ การก่อสร้างในโครงการน้ีได้เร่ิมขึ้นในวันที่ 8 มิถุนายน 2556 โดยมีการจัดทาสัญญาจ้าง คือ งานการก่อสร้างอาคารรฐั สภาแห่งใหม่เปน็ สัญญาหลัก และมีงานนอก สญั ญาหลักอีก 9 สญั ญา โดยกาหนดให้มรี ะยะเวลาก่อสรา้ ง 900 วนั ตามสญั ญา แต่ได้เกิดปัญหาและ อุปสรรคหลายประการทาให้การก่อสร้างล่าช้า ส่งผลใหส้ านักงานเลขาธกิ ารสภาผ้แู ทนราษฎรในฐานะ ผู้ว่าจา้ ง จาเป็นต้องพิจารณาอนมุ ัติให้ขยายระยะเวลาก่อสร้างออกไปถึง 4 ครัง้ ทาใหร้ ะยะเวลาก่อสร้าง ขยายจาก 900 วัน เปน็ 2,764 วัน โดยมีกาหนดส้ินสดุ โครงการ ณ วันท่ี 31 ธนั วาคม 2563 ปัญหาและอุปสรรคบางส่วนท่ีส่งผลให้การก่อสร้างล่าช้าได้เร่ิม ตั้งแต่ในข้ัน ต อน การออกแบบ ซึ่งผู้ออกแบบ (กิจการร่วมค้า สงบ 1051) ได้ออกแบบอาคารตามแบบก่อสร้างโดยมี พ้ืนที่ใช้สอยเพิ่มจากเดิม 307,314 ตารางเมตร ตามที่กาหนดไว้ใน TOR เป็น 424,311 ตารางเมตร

-ฌ- มีประมาณราคาค่าก่อสร้าง 18,000 ล้านบาท ซึ่งสูงเกินกว่ากรอบวงเงินงบประมาณที่สานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตั้งไว้จานวน 15,000 ล้านบาท และมีระยะเวลาก่อสร้างถึง 1,600 วัน และผู้ออกแบบได้มีการทบทวนการประเมินระยะเวลาก่อสร้างถึง 2 ครั้ง เน่ืองจากสานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีนโยบายกาหนดให้ระยะเวลาก่อสร้างเป็น 900 วัน โดยได้ข้อสรุปว่า การท่ีจะก่อสร้างอาคารให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 900 วัน ต้องเป็นการก่อสร้างที่เร่งรัดงาน เป็นพิเศษและจาเป็นต้องมีเง่ือนไขและกรรมวิธีการก่อสร้างพิเศษหลายประการอีกด้วย ซึ่งประเด็น ท่ีกาหนดให้ก่อสร้างโครงการแล้วเสร็จภายใน 900 วันดังกล่าวนั้น คณะกรรมาธิการเห็นว่า เป็นเง่ือนไขท่ีสร้างความสุ่มเสี่ยงที่ผู้รับจ้างจะไม่สามารถทางานได้แล้วเสร็จตามกาหนดในสัญญา เพราะเป็นเง่อื นไขที่ไมส่ อดคล้องกับสภาพความเปน็ จริง สาหรับปัญหาเร่ืองประมาณราคาก่อสร้างสูงกว่างบประมาณที่สานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรตั้งไว้ คณะกรรมการตรวจและรับมอบแบบฯ ได้มีมติให้ผู้ออกแบบดาเนินการ ปรับแก้ไขแบบเพ่ือให้ราคาค่าก่อสร้างอยู่ในกรอบวงเงินที่กาหนด ผู้ออกแบบจึงได้แยกงานบางส่วน ออกจากงานก่อสร้างหลัก ทาให้งานก่อสร้างหลักเรียกว่างานสัญญาหลัก มีประมาณราคาค่าก่อสร้าง ใหม่เท่ากับ 11,738 ล้านบาท ตามกรอบวงเงินท่ีสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรต้ังไว้สาหรับ งานก่อสร้างอาคาร สว่ นงานบางสว่ นที่ถูกแยกออกมานี้ ตอ่ มาได้กลายเปน็ งานสัญญานอกสัญญาหลัก ประกอบด้วย งานเทคโนโลยีสารสนเทศ งานตดิ ต้ังสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) งานสาธารณูปโภค สาธารณูปการ ฯลฯ ด้วยวธิ ดี งั กล่าวน้สี านักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจึงสามารถเร่ิมดาเนินการ ก่อสร้างงานสัญญาหลักไปได้ก่อนด้วยงบประมาณที่มีอยู่ แต่วิธีน้ีได้ก่อให้เกิดปัญหาตามมา หลายประการ ท้ังนี้เพราะงานที่ถูกแยกออกมาเป็นงานท่ีควรทาไปพร้อม ๆ กับงานก่อสร้างในสัญญา หลัก ความล่าช้าของการดาเนินงานสัญญานอกสัญญาหลักเหล่านี้ ในเวลาต่อมาได้กลายเป็นเหตุ ให้ต้องขยายระยะเวลาก่อสรา้ งครงั้ ที่ 4 นอกจากน้ี ในสัญญาจ้างก่อสร้างได้ระบุไว้ว่า สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้ว่าจ้าง จะทยอยส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างให้แก่ผู้รับจ้าง 4 คร้ัง ตามวันและเวลาที่กาหนด และ ในโครงการนีจ้ าเป็นต้องมีการขุดดนิ เปน็ จานวนมากเพ่ือก่อสรา้ งอาคารช้นั ใต้ดนิ โดยให้ผูร้ ับจา้ งนาดิน ออกไปไว้นอกพ้ืนท่ีโครงการเพ่ือมิให้เป็นอุปสรรคต่อการก่อสร้าง แต่เนื่องจากดินภายในพ้ืนท่ี ของหน่วยงานราชการถือเป็นทรัพย์สินของราชการ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจึงกาหนด ในสัญญาจ้างให้ผู้รับจ้างนาดินท่ีขุดขึ้นมาน้ีไปเก็บไว้นอกพ้ืนท่ีโครงการในพ้ืนที่ว่างในระยะประมาณ 10 กิโลเมตรจากพ้ืนทโ่ี ครงการ โดยผวู้ า่ จ้างจะเป็นผูก้ าหนดพื้นที่วา่ งเหลา่ นใ้ี ห้แกผ่ รู้ บั จ้าง เม่ืองานก่อสร้างเริ่มข้ึน ปรากฏว่าสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถ ส่งมอบพ้ืนที่ครั้งท่ี 1 คร้ังที่ 2 และครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นพื้นท่ีก่อสร้างอาคารหลัก (อาคารรัฐสภา) ได้ตาม กาหนดในสัญญา อีกทงั้ ไม่สามารถกาหนดพ้นื ที่วา่ งในระยะประมาณ 10 กิโลเมตร จากพ้ืนทโ่ี ครงการ เพ่ือให้ผู้รับจ้างนาดินที่ขุดข้ึนมาไปท้ิงได้ตามสัญญา จึงทาให้เกิดกองดินสะสมในพื้นที่ก่อสร้าง เปน็ จานวนมาก ปัญหาและอปุ สรรคเหล่านี้เป็นเหตุผลหลักท่ีทาให้สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อนมุ ัติใหม้ ีการขยายระยะเวลาก่อสร้าง ครงั้ ที่ 1 เปน็ จานวน 387 วนั และครงั้ ที่ 2 เป็นจานวน 421 วัน ต่อมาเมื่อถึงกาหนดการส่งมอบพื้นท่ีก่อสร้างครั้งที่ 4 ซ่ึงเป็นพ้ืนท่ีนอกเขตอาคารหลัก สานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็ยังไม่สามารถส่งมอบพ้ืนที่ให้แก่ผู้รับจ้างได้ตามกาหนด จึงส่งผลให้

-ญ- มีการขยายระยะเวลาก่อสร้าง คร้ังที่ 3 อีกเป็นจานวน 674 วัน ส่วนการขยายระยะเวลาการก่อสรา้ ง คร้ังท่ี 4 เป็นผลมาจากความล่าช้าของงานเทคโนโลยีสารสนเทศ งานติดต้ังสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) และงานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ ซึ่งงานเหล่าน้ีเป็นงานที่ควรต้องดาเนินการไปพร้อม ๆ กบั งานกอ่ สร้างในสัญญาหลกั แตก่ ลบั ถกู แยกออกมาจากสัญญาหลกั ความล่าช้าของโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่นี้ได้ก่อให้เกิดความเสียหาย ต่อผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้าง และผู้ใช้อาคารรัฐสภา ในฝ่ายผู้ว่าจ้าง สานักงานฯ ต้องรับภาระค่าเช่าอาคารท่ีทาการสานักงานและอาคารเพ่ือเป็นสถานท่ีประชุมสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาเป็นการชั่วคราว ภายหลังจากครบกาหนดระยะเวลา 900 วันตามสัญญาจ้าง อีกทั้ง ตอ้ งรับภาระค่าใชจ้ ่ายอน่ื ๆ ทเ่ี ก่ียวขอ้ ง ได้แก่ คา่ เช่าท่จี อดรถ คา่ เชา่ รถต้เู พื่อรับสง่ บุคลากร คา่ ไฟฟ้า นา้ ประปา โทรศพั ท์ ฯลฯ ซง่ึ สานักงานได้ประเมินค่าเสียหายโดยรวมเป็นจานวนประมาณ 1,220 ล้านบาท ในฝ่ายผู้รับจ้าง ความล่าช้าของโครงการส่งผลให้ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างเพิ่มเติม ซ่ึงรวมถึงค่าใช้จ่ายเคร่ืองจักรสาหรับการก่อสร้าง ค่าจ้างบุคลากร ค่าจ้างส่วนงาน Utilities และ Facilities ค่าใช้จ่ายสานักงาน ตลอดจนพันธะทางการเงิน ผู้รับจ้างได้ประเมินค่าเสียหายในส่วน ของตนเป็นจานวนประมาณ 1,600 ล้านบาท ในฝ่ายผู้ใช้อาคารรัฐสภา ความล่าช้าได้ก่อให้เกิด ความเสียหายอันไม่อาจคานวณเป็นจานวนเงินในหลายรูปแบบ ได้แก่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ ส ม า ชิ ก วุ ฒิ ส ภ า สู ญ เ สี ย โ อ ก า ส ใ ช้ อ า ค า ร รั ฐ ส ภ า แ ห่ ง ใ ห ม่ เ พื่ อ ใ ห้ ส า ม า ร ถ ป ฏิ บั ติ ง า น ไ ด้ อ ย่ า ง มีประสิทธิภาพ เจ้าหน้าที่มีข้อจากัดในการสนับสนุนงานให้แก่สมาชิกเหล่าน้ี อีกท้ังประชาชนและ บุคคลในวงงานรัฐสภาสูญเสียโอกาสในการติดต่อราชการย่ืนข้อร้องเรียนและเข้าใช้ประโยชน์ ในพ้ืนที่อาคาร ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดข้ึนในโครงการนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการส่งมอบพ้ืนท่ี ล่าช้า ปัญหาการบริหารจัดการดิน ปัญหาการบริหารสัญญาโดยการแยกงานในโครงการออกเป็น หลายสัญญา ปัญหาเหล่าน้ีล้วนเกิดขึ้นกับโครงการก่อสร้างของรัฐเป็นจานวนมากในอดีต และคงจะ เกิดต่อไปในอนาคตหากมิได้รับการป้องกันแก้ไข และจากบทเรียนของการก่อสร้างท่ีล่าช้า ไม่เป็นไป ตามแผนงานท่ีกาหนด คณะกรรมาธิการฯ จึงมีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเพ่ือเป็นการป้องกันและ แก้ไขปญั หาการดาเนินโครงการอยา่ งเป็นระบบและมีประสทิ ธิภาพ ดังน้ี 1) เรื่องการออกแบบ อาคารรัฐสภาเป็นสัญลักษณ์ของสถาบันนิติบัญญัติ ซึ่งเป็น เสาหลักในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย รูปแบบของอาคารและสถาปัตยกรรมจึงควร สะท้อนถึงหลักสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาค จึงควรออกแบบให้มีลักษณะเป็นสากล เปิดให้ ประชาชนมีส่วนร่วมเสนอความเห็นในการออกแบบด้วย อีกทั้งการออกแบบต้องคานึงถึงการใช้งาน ให้เกิดประโยชน์สูงสุดสอดคล้องกับกรอบวงเงินงบประมาณหรืองบประมาณท่ีได้รับ เพ่ือให้เป็น การใช้ภาษีของประชาชนอย่างคุ้มค่า และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาครัฐ ส่วนการตรวจรับแบบ ควรต้องทาอย่างรอบคอบและเคร่งครัดให้เป็นไปตามขอบเขตของงาน (TOR) และกฎหมายท่ีเกี่ยวข้อง ส่วนกรณีท่ีมีการปรับแบบต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสาคัญอันจะส่งผลกระทบ ท่ีจะเกิดข้ึน ในภายหลัง นอกจากน้ี การออกแบบพ้ืนที่จอดรถซ่ึงมีจานวนน้อยไม่สัมพันธ์กับพื้นที่ใช้สอยอาคาร

-ฎ- จึงจาเป็นต้องหาพื้นที่จอดรถเพิ่มเติม โดยหาพื้นที่จอดรถในสถานที่อื่น แต่ไม่ควรนาพื้นที่สีเขียว บนช้นั ผิวดินของโครงการมาเปน็ พ้ืนทจี่ อดรถ เพ่ือเป็นการรักษาภมู สิ ถาปตั ยแ์ ละสภาพแวดลอ้ มของรฐั สภา 2) การกาหนดขอบเขตของงาน (TOR) งานก่อสร้างภาครัฐควรมีการปรับปรุง ระเบียบปฏิบัติในการกาหนด TOR และสัญญาจ้างก่อสร้างโครงการของภาครัฐให้การกาหนด ระยะเวลาก่อสร้างต้องเป็นไปตามระยะเวลาท่ีได้จากการประเมินอย่างถูกต้องตามหลกั วิชา จากแบบ ก่อสร้างและข้อมูลประกอบที่มีอยู่ภายใต้เง่ือนไขและกรรมวิธีการก่อสร้างปกติ โดยมีการเผื่อความ ไมแ่ นน่ อนและปัญหาอุปสรรคทอ่ี าจเกิดข้ึนได้ นอกจากนี้ ในการจัดทาขอบเขตของงาน (TOR) และสัญญาจ้างก่อสร้างโครงการ ภาครัฐ ควรต้องมีการพิจารณาศึกษารายละเอียดของโครงการเป็นอย่างดีเสียก่อน และควรมีการ ประเมินความสามารถ รวมทั้งข้อจากัดของหน่วยงานเจ้าของโครงการ ในการบริหารจัดการโครงการ น้ัน ๆ แล้วจึงนาผลการศึกษาและผลการประเมินมาพิจารณากาหนดเง่ือนไขต่าง ๆ ใน TOR และ สัญญาจ้าง เพ่ือให้เง่ือนไขและข้อกาหนดเหล่าน้ันสามารถนาไปปฏิบัติได้จริง และนอกจากจะต้องมี การพิจารณาศึกษาและประเมินข้อมูลรายละเอียดของโครงการเป็นอย่างดีและถูกต้องตาม หลักวิชาการแล้ว ควรท่ีจะต้องทาให้เกิดการแข่งขันราคากันอย่างเป็นธรรม ขอบเขตของงาน (TOR) ต้องไม่เป็นการกีดกันและเป็นการป้องกันการสมยอมราคา เพ่ือให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ ของกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซ่ึงจะทาให้การจัดจ้างได้ราคาค่าก่อสร้างที่ถูกต้องและ เหมาะสม เป็นการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ และไม่กระทบสิทธิ ของผู้ประกอบการ อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างภาคเอกชนให้มีความแข็งแกร่ง ส่งเสริม ให้มี ผปู้ ระกอบการรายใหม่ ๆ ท่ีมีความร้คู วามสามารถ เพื่อมาทางานใหท้ างราชการ ในส่วนของข้อกาหนดในสัญญาจ้าง การกาหนดงวดงานตามสัญญาโดยให้ผู้รับจ้าง สามารถที่จะทางานและส่งมอบงานงวดใดก่อนก็ได้ เมื่องานนั้นแล้วเสร็จผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินให้แก่ ผู้รับจ้างตามงวดเงินที่กาหนดไว้ก็ตาม แต่ควรเคร่งครัดในการกาหนดจานวนเงินค่าจ้างท่ีจะต้องจ่าย ให้สัมพนั ธ์กับเนอ้ื งานด้วย 3) การส่งมอบพื้นท่ีก่อสร้างระหว่างหน่วยงานรัฐด้วยกัน แม้จะมีการทาบันทึก ข้อตกลง (MOU) แต่ก็ไม่มีสภาพบังคับหากไม่มีการปฏิบัติตามข้อตกลง อีกฝ่ายไม่สามารถดาเนินการ ฟ้องร้องคดีหรือดาเนินการอ่ืนใดเพื่อบังคับให้เป็นไปตามข้อตกลงได้ ดังน้ัน ควรให้หน่วยงาน ท่ีเก่ียวข้องแก้ไขกฎหมายและระเบียบในส่วนท่ีรับผิดชอบ ให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการข้ึนคณะหน่ึง เพ่ือพิจารณาและกาหนดแผนการสง่ มอบพืน้ ทโี่ ดยเฉพาะ 4) การบริหารจัดการดินในพ้ืนที่ก่อสร้างไม่เป็นไปตามแผนงาน ก่อนเริ่มโครงการ ก่อสร้างควรต้องมีการศึกษาวิเคราะห์แผนงานในการกาหนดระยะทิ้งดินให้มีความเหมาะสมก่อนท่จี ะ นาไปกาหนดไว้ในสัญญา และกาหนดเง่ือนไขในสัญญาให้ผู้รับจ้างก่อสร้างเป็นผู้บริหารจัดการดิน เนอ่ื งจากบริษัทเอกชนมีความคลอ่ งตวั ในการบรหิ ารจัดการมากกว่าผวู้ า่ จ้างท่ีเปน็ หน่วยรฐั

-ฏ- 5) การบริหารสัญญา (การแยกสัญญา) งานก่อสร้างในโครงการนี้ได้ถูกแบ่งแยก ออกเป็นงานก่อสร้างอาคารในสัญญาหลักและงานสัญญานอกสัญญาหลักหลายงาน จนเป็นเหตุให้ งานก่อสร้างอาคารในสัญญาหลักล่าช้าตามไปด้วย ดังนั้น งานท่ีควรทาไปพร้อม ๆ กันกับการก่อสร้าง อาคารไม่ควรถูกแยกออกมาเป็นงานสัญญาอ่ืนยกเว้นกรณีจาเป็น เช่น งานติดตั้งระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ ซง่ึ เปน็ งานท่ีต้องมีผรู้ ับจ้างท่ีมีความรู้ ความชานาญเฉพาะทาง ส่วนในกรณที จ่ี าเป็นต้องแยก งานออกเป็นหลายสัญญา ควรแยกในลักษณะท่ีให้งานในแต่ละสัญญามีความเช่ือมโยงหรือมีผลกระทบ ต่อกันน้อยที่สุดเท่าท่ีจะเป็นได้ รวมทั้ง หน่วยงานเจ้าของโครงการต้องจัดทาแผนบริหารโครงการ ที่ครอบคลุมงานทุก ๆ สัญญาก่อนเร่ิมงานก่อสร้าง และต้องมีมาตรการท่ีทาให้การดาเนินงานเป็นไป ตามแผนนนั้ ๆ 6) กระบวนการพิจารณาขยายระยะเวลาให้กับผู้รับจ้าง ในการเรียกร้องขอขยาย ระยะเวลาก่อสร้าง ผู้รับจ้างมักระบุจานวนวันที่ขอขยายมากเกินกว่าท่ีควรเป็น โดยมิได้แสดงการคิด คานวณทช่ี ดั เจนว่า จานวนวันทข่ี อนั้นเท่ากบั ระยะเวลาทโี่ ครงการลา่ ช้า การขอขยายระยะเวลาก่อสร้าง ของผู้รับจ้าง ควรเร่ิมจากการแสดงแผนงานก่อสร้างที่ยังไม่ได้คานึงถึงผลกระทบจากปัญหาและ อุปสรรคที่เป็นเหตุให้เกิดความล่าช้า แผนงานนี้จะต้องมีอัตราเร็วในการก่อสร้างที่สามารถก่อสร้าง ทั้งโครงการแล้วเสร็จภายในระยะเวลาท่ีกาหนดในสัญญา (เช่น 900 วันในโครงการก่อสร้างอาคาร รัฐสภาแห่งใหม่) จากนั้นผู้รับจ้างจะต้องแสดงให้เห็นว่า เม่ือเกิดปัญหาและอุปสรรคที่อ้างถึง จะเกิดผลกระทบ/ความล่าช้าต่อกิจกรรมการก่อสร้างใดบ้าง และส่งผลให้เกิดความล่าช้าของ ท้ังโครงการเท่าใด ในขั้นตอนนี้ ผู้รับจ้างจะต้องแสดงให้เห็นว่าผู้รับจ้างได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มท่ี เพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดผลกระทบจากปัญหาและอุปสรรคดังกล่าว เพื่อให้การก่อสร้างล่าช้าน้อยที่สุด ระยะเวลาทลี่ า่ ช้านีจ้ งึ จะเปน็ ระยะเวลาที่สมควรนามาพจิ ารณาขยายเวลาให้ 7) ผลกระทบความเสียหายจากการก่อสร้างล่าช้า การก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ ของภาครัฐควรกาหนดไว้ในสัญญาว่า กรณีมีข้อพิพาทเกิดขึ้นตามสัญญา ให้คู่สัญญาทุกฝ่ายตกลง เห็นชอบร่วมกันท่ีจะตกลงระงับข้อพิพาทด้วยวิธีการเจรจาหาข้อยุติร่วมกันตามขั้นตอนและ กระบวนการในการเจรจาท่ีกาหนดไว้ในสัญญา 8) การมีส่วนร่วมการตรวจสอบโครงการกอ่ สรา้ งของภาครัฐ ควรกาหนดให้โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของภาครัฐทุกโครงการต้อง ดาเนนิ การให้เป็นไปตาม “โครงการความโปร่งใสภาครฐั ” (Infrastructure Transparency Initiative : CoST) โดยมีคณะทางานตรวจสอบข้อมูล ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่เปิดเผย และจัดทา รายงานผลการตรวจสอบข้อมูลเสนอต่อคณะอนุกรรมการ เพ่ือส่งเสริมความโปร่งใสในการก่อสร้าง ภาครัฐ ซึ่งทาหน้าที่เป็นกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Multi-Stakeholder Group : MSG) ซ่ึงเป็น กล่มุ ตัวแทนของภาครฐั ภาคเอกชน องคก์ รวิชาชพี และภาคประชาสังคม

-ฐ- สารบัญ หน้า ก รายนามคณะกรรมาธิการ ฉ ซ รายนามคณะอนุกรรมาธิการ ฐ 1 บทสรปุ ผูบ้ ริหาร 8 8 สารบญั 9 9 รายงานของคณะกรรมาธิการ 10 10 บทท่ี 1 บทนา 11 1.1 ความเป็นมาและความสาคัญของปัญหา 12 1.2 วตั ถปุ ระสงคข์ องการศกึ ษา 1.3 วิธีการศกึ ษา 13 1.4 ระยะเวลาในการศกึ ษา 1.5 ประโยชนท์ คี่ าดว่าจะได้รับ 14 บทที่ 2 ผลการรวบรวมข้อมูลและข้อเท็จจรงิ ตามกรอบการพจิ ารณา 15 2.1 ทีม่ าโครงการและการออกแบบโครงการกอ่ สร้าง 18 อาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ 18 2.1.1 การออกแบบและการประกวดแบบอาคารรัฐสภาแหง่ ใหม่ 18 พรอ้ มอาคารประกอบ 2.1.2 ขอบเขตของงาน (TOR) จา้ งออกแบบอาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่ 20 พร้อมอาคารประกอบ 25 2.1.3 ขั้นตอนการออกแบบและการปรบั แบบ 2.1.4 ผลของการออกแบบและการปรับแบบ 29 2.2 การจา้ งกอ่ สร้างอาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ 35 2.2.1 ขอบเขตของงาน (TOR) ประกวดราคาจ้างกอ่ สร้าง 36 อาคารรัฐสภาแหง่ ใหม่ พร้อมอาคารประกอบ 36 2.2.2 พ้ืนท่โี ครงการและการส่งมอบพน้ื ท่ี 2.2.3 สัญญาจ้างก่อสรา้ งอาคารรัฐสภาแหง่ ใหม่ พร้อมอาคารประกอบ (สญั ญาหลัก) 2.2.4 การบริหารจัดการดิน 2.3 สญั ญานอกสัญญาหลักและหน้าทีข่ องผู้รบั จา้ งตามสัญญานอกสัญญาหลัก 2.3.1 สญั ญาจา้ งออกแบบอาคารรฐั สภาแห่งใหม่พรอ้ มอาคารประกอบ 2.3.2 สัญญาจา้ งที่ปรกึ ษาบรหิ ารโครงการกอ่ สรา้ งอาคารรฐั สภาแห่งใหม่

-ฑ- สารบญั (ตอ่ ) หน้า 2.3.3 สัญญาจ้างควบคุมงานกอ่ สรา้ งอาคารรฐั สภาแห่งใหม่ 37 พรอ้ มอาคารประกอบ 2.3.4 สญั ญาจ้างออกแบบรายละเอียดการติดตั้งระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ 38 และการสอื่ สาร โครงการกอ่ สร้างอาคารรฐั สภาแห่งใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ 2.3.5 สัญญาจ้างงานดา้ นเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สาร 41 โครงการก่อสร้างอาคารรฐั สภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ 2.3.6 สญั ญาจ้างกอ่ สร้างงานสาธารณปู โภคสาธารณูปการ 46 และงานประกอบอาคารและภายนอกอาคาร 2.3.7 สัญญาจ้างงานประกอบอาคารด้านสายสญั ญาณ (ทอ่ สาย เต้ารับ) 50 งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและงานระบบโสตทัศนปู กรณ์ 2.3.8 สัญญาจ้างทีป่ รึกษางานระบบประกอบอาคารระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ 56 2.3.9 สญั ญาจา้ งควบคมุ งานระบบประกอบอาคารระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ 61 2.4 งบประมาณโครงการอาคารรัฐสภาแหง่ ใหม่ 64 2.5 การขยายระยะเวลาการกอ่ สรา้ งโครงการอาคารรัฐสภาแหง่ ใหม่ 72 พร้อมอาคารประกอบครัง้ ที่ 1 - 4 2.5.1 การขยายระยะเวลาคร้งั ท่ี 1 73 2.5.2 การขยายระยะเวลาครั้งที่ 2 88 2.5.3 การขยายระยะเวลาครัง้ ท่ี 3 99 2.5.4 การขยายระยะเวลาครั้งที่ 4 107 2.6 การเขา้ ใช้พนื้ ท่ีกอ่ นการสง่ มอบตามสญั ญา 126 2.7 ผลกระทบจากการกอ่ สร้างล่าชา้ 128 2.7.1 การฟ้องเรยี กคา่ เสยี หายของผรู้ บั จา้ ง 128 2.7.2 การสงวนสิทธิเ์ รยี กรอ้ งค่าชดเชยเสยี หายของผูร้ ับจา้ ง 130 2.7.3 ค่าใชจ้ ่ายและค่าเสียหายอนื่ ๆ ทเี่ กิดขึ้นเนื่องจากความล่าช้า 136 ในการก่อสร้างอาคารรฐั สภาแห่งใหม่ 2.8 แผนงานการเรง่ รดั การก่อสรา้ งใหแ้ ลว้ เสรจ็ โดยเรว็ และ 137 ความกา้ วหนา้ ของการก่อสร้างอาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่ 2.8.1 แผนงานการเร่งรัดการก่อสร้างใหแ้ ลว้ เสร็จโดยเรว็ 137 2.8.2 ข้อมูลจากการศึกษาดูงานพื้นที่ก่อสร้างและรายงานความก้าวหน้า 141 โครงการก่อสรา้ งอาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่

-ฒ- สารบัญ (ตอ่ ) หน้า 154 บทท่ี 3 ขอ้ พจิ ารณาและความเห็นของคณะกรรมาธิการ 154 3.1 ปญั หาจากการออกแบบและการปรับแบบ 156 3.2 ปญั หาท่ีทาใหก้ ารก่อสรา้ งมคี วามลา่ ชา้ 156 3.2.1 ปญั หาเกย่ี วกบั เง่ือนไขการกาหนดระยะเวลาก่อสร้าง 900 วัน 159 3.2.2 ปญั หาการส่งมอบพ้นื ทีก่ ่อสร้างใหผ้ ู้รับจ้างล่าช้า 160 3.2.3 ปญั หาการบริหารจดั การดินในพื้นที่ก่อสร้าง 162 3.3 การขยายระยะเวลาปฏิบตั ิงานตามสัญญา 164 3.3.1 การขยายระยะเวลาการกอ่ สรา้ ง คร้งั ท่ี 1 167 3.3.2 การขยายระยะเวลาการก่อสรา้ ง คร้ังที่ 2 169 3.3.3 การขยายระยะเวลาการกอ่ สร้าง คร้งั ท่ี 3 173 3.3.4 การขยายระยะเวลาการกอ่ สร้าง ครง้ั ท่ี 4 177 3.4 งานนอกสญั ญาหลกั 183 3.5 แผนงานเพ่ือเรง่ รดั การกอ่ สรา้ งตามทีค่ ณะกรรมาธกิ ารมอบหมาย 187 3.6 ความเหน็ ของคณะกรรมาธกิ ารต่อกรณีผลกระทบจากการก่อสรา้ งลา่ ช้า 187 3.6.1 ความเสยี หายของผวู้ า่ จา้ ง 188 3.6.2 ความเสยี หายของผูร้ ับจ้าง 189 3.6.3 ความเหน็ ของคณะกรรมาธกิ ารตอ่ กรณีผ้รู ับจ้างยนื่ ฟ้อง เรียกคา่ เสยี หายจากผ้วู ่าจ้างต่อศาลปกครองกลาง 191 191 บทท่ี 4 บทสรุป ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ 195 4.1 บทสรุป 4.2 ข้อสังเกตและขอ้ เสนอแนะ บรรณานุกรม

-ณ- สารบัญ (ตอ่ ) ภาคผนวก ก คาสั่งแต่งตั้ง ข หนังสอื ขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธกิ าร ค เอกสารประกาศเชิญชวนประกวดแบบ เลขท่ี 19/2552 เร่ือง การประกวดแบบอาคาร รัฐสภาแห่งใหม่พร้อมอาคารประกอบ โดยวิธีพิเศษ ตามประกาศสานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ลงวนั ท่ี 4 มถิ ุนายน 2552 ง ขอบเขตของงาน (TOR) จา้ งออกแบบอาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ จ สัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ เลขที่ 116/2556 ลงวันที่ 30 เมษายน 2556 (1) ผนวก 9 เงือ่ นไขทั่วไปของการก่อสร้างตามสญั ญา (2) ผนวก 10 เงอ่ื นไขเฉพาะของการก่อสร้างตามสญั ญา (3) ผนวก 13 รายละเอียดการส่งมอบพนื้ ท่ี (4) ผนวก 16 เงือ่ นไขการประสานงานระหวา่ งผูร้ บั จา้ งกับบคุ คลภายนอก (5) ผนวก 19 ขอบเขตของงาน (TOR) ประกวดราคาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ (6) ผนวก 20 เอกสารประกวดราคาจ้าง เลขที่ 2/2556 การจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภา แหง่ ใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ฉ เอกสารช้ีแจงข้อซักถามของคณะกรรมาธิการวสิ ามัญพิจารณาศึกษาโครงการก่อสรา้ งอาคาร รฐั สภาแหง่ ใหม่, ทป่ี รกึ ษาบริหารโครงการ CAMA, 20 มกราคม 2563) ช ความเห็นของท่ีปรึกษาบริหารโครงการเพ่ือประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการส่งมอบ ดินฯ เกี่ยวกบั การคดิ ค่าปรบั ขนมลู ดินล่าช้ากวา่ สัญญาของ บริษทั บอยโอเชยี่ น สตาร์ จากดั ซ สัญญานอกสัญญาหลัก (1) สัญญาจ้างออกแบบอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ เลขที่ 32/2553 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2553 (2) สัญญาจ้างท่ีปรึกษาบริหารโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เลขท่ี 23/2554 ลงวันท่ี 21 กุมภาพันธ์ 2554 (3) สัญญาจ้างควบคุมงานก่อสรา้ งอาคารรัฐสภาแหง่ ใหม่ พร้อมอาคารประกอบ เลขท่ี 125/2556 ลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2556 (4) สัญญาจ้างออกแบบรายละเอียดการติดต้ังระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โครงการกอ่ สร้างอาคารรฐั สภาแห่งใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ เลขที่ 71/2560 ลงวนั ที่ 27 เมษายน 2560

-ด- สารบัญ (ตอ่ ) ภาคผนวก (5) สญั ญาจ้างงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภา แหง่ ใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ เลขท่ี 135/2562 ลงวนั ท่ี 20 กุมภาพันธ์ 2562 (6) สัญญาจ้างงานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และงานประกอบอาคารและภายนอก อาคาร เลขท่ี 178/2562 ลงวนั ท่ี 20 สิงหาคม 2562 (7) สัญญาจ้างงานติดตั้งสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และงานระบบโสตทศั นปู กรณ์ เลขที่ 123/2563 ลงวันที่ 5 มีนาคม 2563 (8) สญั ญาจา้ งท่ีปรึกษางานระบบประกอบอาคารระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ เลขท่ี 166/2563 ลงวนั ท่ี 8 พฤษภาคม 2563 (9) สัญญาจ้างควบคุมงานระบบประกอบอาคารระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เลขที่ 168/2563 ลงวันท่ี 22 พฤษภาคม 2563 ฌ เอกสาร Bar chart แผนงานโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ของบริษัท ซิโน-ไทย เอน็ จเี นยี ริง่ แอนด์คอนสตรัคชน่ั จากัด (มหาชน) วนั ท่ี 30 มกราคม 2563 ญ หนังสือตอบข้อหารือของสานักงานอัยการสูงสุด เกี่ยวกับการเข้าใช้พื้นที่อาคารรัฐสภา แหง่ ใหม่ก่อนผ้รู ับจ้างจะส่งมอบงานท้งั หมดตามสัญญา ฎ คาฟอ้ งเรียกคา่ เสยี หายของบรษิ ัท ซิโน-ไทย เอน็ จีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จากดั (มหาชน) ฏ ค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายอ่ืน ๆ ท่ีเกิดข้ึนเน่ืองจากความล่าช้าในการก่อสร้างอาคารรัฐสภา แหง่ ใหม่ ของสานกั งานเลขาธกิ ารสภาผูแ้ ทนราษฎร ฐ ค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายอ่ืน ๆ ที่เกิดข้ึนเน่ืองจากความล่าช้าในการก่อสร้างอาคารรัฐสภา แหง่ ใหม่ ของสานกั งานเลขาธิการวฒุ ิสภา ฑ รายงานผลการศึกษาระบบส่ือสารและสารสนเทศ ปรับปรุง ครั้งที่ 7 วันที่ 26 มิถุนายน 2555 ของกลุ่มกจิ การร่วมค้า สงบ 1051 ผ้อู อกแบบ ฒ แผนงาน 3 แผนงาน ท่ีจะสามารถทาให้งานก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคาร ประกอบ แลว้ เสร็จไดต้ ามสญั ญา หรอื แผนงานทเ่ี ป็นไปได้จรงิ ณ รายชอื่ ฝ่ายเลขานกุ าร

รายงานของคณะกรรมาธิการวสิ ามญั พจิ ารณาศึกษา โครงการกอ่ สรา้ งอาคารรัฐสภาแหง่ ใหม่ สภาผแู้ ทนราษฎร ----------------------------- ตามท่ีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ คร้ังที่ ๑๔ (สมัยสามัญประจาปี คร้ังท่ีสอง) เป็นพิเศษ วันศุกร์ที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๒ ท่ีประชุมได้พิจารณาญัตติ เร่ือง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ (นายสมคิด เช้ือคง และนายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เป็นผู้เสนอ) และญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาสอบสวนเก่ียวกับโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ล่าช้า (นายศุภชัย ใจสมุทร และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ เป็นผู้เสนอ) และลงมติต้ังคณะกรรมาธิการวิสามัญข้ึน คณะหน่ึงเพื่อพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ตามข้อบังคับการประชุม สภาผแู้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ้ ๔๙ โดยกาหนดระยะเวลาพิจารณาศึกษาไว้ ๖๐ วัน น้นั บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ดาเนินการพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคาร รัฐสภาแห่งใหมเ่ สร็จเรียบร้อยแล้ว ซง่ึ ปรากฏผล ดงั นี้ ๑. การเลอื กต้งั ตาแหน่งตา่ ง ๆ ๑.๑ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้มีมติเลือกตั้งตาแหน่งต่าง ๆ ดังนี้ (๑) นายอนันต์ ผลอานวย เปน็ ประธานคณะกรรมาธกิ าร (๒) นายสมคดิ เชื้อคง เป็นรองประธาน คณะกรรมาธกิ าร คนทีห่ น่งึ (๓) นายศุภชัย ใจสมทุ ร เปน็ รองประธาน คณะกรรมาธกิ าร คนที่สอง (๔) นายอภิชาต ศกั ดิเศรษฐ์ เป็นรองประธาน คณะกรรมาธกิ าร คนที่สาม (๕) นายฐติ ินันท์ แสงนาค เป็นรองประธาน คณะกรรมาธิการ คนทส่ี ่ี (๖) ร้อยตารวจเอก อรุณ สวัสดี เป็นเลขานกุ าร คณะกรรมาธิการ (๗) นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ เปน็ ผ้ชู ว่ ยเลขานุการ คณะกรรมาธิการ คนทห่ี น่งึ (๘) นายสุชาติ โรจน์ทองคา เป็นผู้ชว่ ยเลขานกุ าร คณะกรรมาธกิ าร คนที่สอง (๙) นายสมชาติ ธรรมศิริ เปน็ ผู้ช่วยเลขานุการ คณะกรรมาธกิ าร คนท่สี าม (๑๐) นางสาวศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ เป็นโฆษกคณะกรรมาธิการ (๑๑) นายไกลก้อง ไวทยการ เป็นโฆษกคณะกรรมาธิการ

-๒- (๑๒) นายองอาจ วงษ์ประยูร เป็นโฆษกคณะกรรมาธิการ (๑๓) นายสายัณห์ ยุติธรรม เป็นโฆษกคณะกรรมาธิการ (๑๔) นายสราวุธ อ่อนละมัย เป็นโฆษกคณะกรรมาธิการ (๑๕) นางกรณิศ งามสคุ นธร์ ตั นา เปน็ กรรมาธกิ าร (๑๖) นายกฤษณ์ แก้วอยู่ เปน็ กรรมาธิการ (๑๗) นายกษิดิเ์ ดช ชุตมิ นั ต์ เป็นกรรมาธกิ าร (๑๘) นายเกยี รติ เหลอื งขจรวิทย์ เปน็ กรรมาธกิ าร (๑๙) นายจกั รพล ตั้งสุทธิธรรม เปน็ กรรมาธกิ าร (๒๐) นายชลน่าน ศรแี กว้ เปน็ กรรมาธกิ าร (๒๑) นายชาดา ไทยเศรษฐ์ เปน็ กรรมาธกิ าร (๒๒) นายชุมสาย ศรียาภยั เปน็ กรรมาธกิ าร (๒๓) นายซูการ์โน มะทา เป็นกรรมาธกิ าร (๒๔) นายดสิ ทตั คาประกอบ เป็นกรรมาธกิ าร (๒๕) นายเดชอิศม์ ขาวทอง เปน็ กรรมาธิการ (๒๖) รองศาสตราจารย์ตอ่ ตระกูล ยมนาค เปน็ กรรมาธิการ (๒๗) นายธรี ะทัศน์ เตียวเจริญโสภา เปน็ กรรมาธิการ (๒๘) นายธรี จั ชยั พันธุมาศ เปน็ กรรมาธกิ าร (๒๙) นายประเดมิ ชัย บุญช่วยเหลอื เปน็ กรรมาธิการ (๓๐) นางปัณณิตา สทา้ นไตรภพ เปน็ กรรมาธิการ (๓๑) ศาสตราจารย์เป็นหน่ึง วานชิ ชัย เปน็ กรรมาธิการ (๓๒) นายพงศ์กวนิ จึงรุ่งเรอื งกิจ เปน็ กรรมาธกิ าร (๓๓) นายพงศ์กติ ติ์ อรณุ ภักดสี กุล เปน็ กรรมาธิการ (๓๔) นายพัฒนา สพั โส เป็นกรรมาธิการ (๓๕) นายพิเชษฐ สถริ ชวาล เปน็ กรรมาธิการ (๓๖) นายพินจิ พูลเกิด เป็นกรรมาธกิ าร (๓๗) นายพุทธิสตั ย์ นามเดช เปน็ กรรมาธิการ (๓๘) นายภราดร ปรศิ นานันทกุล เป็นกรรมาธิการ (๓๙) นายภูดิท อนิ สุวรรณ์ เป็นกรรมาธกิ าร (๔๐) นายเรืองไกร ลีกจิ วฒั นะ เป็นกรรมาธกิ าร (๔๑) นายวัชรพล โตมรศักด์ิ เปน็ กรรมาธกิ าร (๔๒) นายวจิ ติ ร พรพฤฒิพนั ธุ์ เป็นกรรมาธกิ าร (๔๓) นายวชิ ากร เฮงษฎกี ลุ เปน็ กรรมาธิการ (๔๔) นายศกั ดา คงเพชร เปน็ กรรมาธกิ าร (๔๕) นายสมศกั ดิ์ ภ่สู กลุ เป็นกรรมาธิการ (๔๖) นายสยาม หัตถสงเคราะห์ เป็นกรรมาธกิ าร (๔๗) นายอันวาร์ สาและ เป็นกรรมาธกิ าร

-๓- (๔๘) นายอมั ภสั ปิ่นวนิชยก์ ุล เปน็ กรรมาธกิ าร (๔๙) นายอสิ ระ เสรวี ัฒนวฒุ ิ เป็นกรรมาธกิ าร อน่ึง นายสมชาติ ธรรมศิริ ได้ขอลาออกจากการเป็นกรรมาธิการ เม่ือวันที่ ๑๘ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๓ และในคราวการประชุมสภาผ้แู ทนราษฎร ชดุ ที่ ๒๕ ปีท่ี ๑ ครงั้ ท่ี ๓๐ (สมยั สามัญ ประจาปีครั้งท่ีสอง) วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ท่ีประชุมเห็นชอบให้ตั้ง นายสุภดิช อากาศฤกษ์ เป็นกรรมาธิการแทนตาแหนง่ ทว่ี ่าง ๑.๒.คณะกรรมาธกิ ารวิสามัญได้มีมติต้ังที่ปรึกษาคณะกรรมาธกิ ารวิสามัญ ดังน้ี (๑) พลตารวจเอก วิทยา ประยงค์พันธ์ุ (๒) นายรงั สรรค์ สบายเมือง (๓) นายปณุ ยวฒั น์ สนใจ (๔) นายวิลาศ จนั ทร์พิทกั ษ์ (๕) นายดารง นทิ ัศกาญจนานนท์ (๖) นางชนาทพิ ย์ วรี ะสบื พงศ์ (๗) นายวิรยิ ะ รามสมภพ (๘) ผู้แทนสานักงานอัยการสงู สุด (๘.๑) นางพฤฒิพร เนติโพธิ์ (๘.๒) นายธนกฤต วรธนัชชากลุ (๘.๓) นายเจษฎา ธนาสทิ ธพ์ิ ันธ์กุล (๙) ผแู้ ทนวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (นายทศพร ศรีเอ่ียม) ๑.๓ คณะอนุกรรมาธกิ ารได้มมี ตเิ ลือกต้ังตาแหน่งตา่ ง ๆ ดังนี้ (๑) นายชลนา่ น ศรีแกว้ ประธานคณะอนุกรรมาธิการ (๒) ศาสตราจารย์เปน็ หนึง่ วานชิ ชัย รองประธานคณะอนกุ รรมาธกิ าร คนที่หนึ่ง (๓) นายดิสทตั คาประกอบ รองประธานคณะอนกุ รรมาธิการ คนที่สอง (๔) นายไกลก้อง ไวทยการ เลขานกุ ารคณะอนกุ รรมาธิการ (๕) นายกษิดิ์เดช ชุติมนั ต์ อนกุ รรมาธิการ (๖) นายพุทธสิ ตั ย์ นามเดช อนกุ รรมาธิการ (๗) นายอภิชาต ศกั ดเิ ศรษฐ์ อนุกรรมาธิการ (๘) นายอมั ภัส ปน่ิ วนชิ ยก์ ลุ อนกุ รรมาธิการ (๙) ผู้แทนสานักงานอัยการสงู สุด อนกุ รรมาธิการ (๙.๑) นางพฤฒพิ ร เนติโพธิ์ (๙.๒) นายธนกฤต วรธนชั ชากุล (๙.๓) นายเจษฎา ธนาสิทธ์พิ ันธก์ ุล (๑๐) นางสาวกรรณิการ์ ผลพฒั น์ ผูช้ ว่ ยเลขานุการ คณะอนกุ รรมาธิการ

-๔- ๑.๔ คณะอนกุ รรมาธกิ ารไดม้ ีมตติ ัง้ ทปี่ รึกษาคณะอนกุ รรมาธิการ ดังน้ี (๑) นายวิริยะ รามสมภพ (๒) นายพนิ จิ พลู เกิด (๓) นายโชตจิ ฑุ า อาจสอน (๔) นายพิฑูรย์ มณุ ศี รี (๕) นายชัยโรจน์ วงศส์ ิทธิกรณ์ ๑.๕ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้มีมติต้ังผู้ช่วยเลขานุการในคณะกรรมาธิการ ตามขอ้ บังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ้ ๙๓ วรรคสี่ ดังนี้ - นางสาวกรรณกิ าร์ ผลพัฒน์ นิตกิ รชานาญการพิเศษ กล่มุ งานคณะกรรมาธกิ าร กจิ การสภาผ้แู ทนราษฎร สานกั กรรมาธิการ ๒ ๒. ผซู้ ่งึ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้เชญิ มาชี้แจงแสดงความคิดเห็น คอื ๒.๑ สานักงบประมาณ (๑) นางสาวชวนชม กิจพันธ์ รองผอู้ านวยการสานักงบประมาณ (๒) นายส่งเสริม รุ่งรักสกลุ ผอู้ านวยการกองจัดทางบประมาณ องค์การบรหิ ารรูปแบบพิเศษและ รฐั วสิ าหกิจ (๓) นางสาวสายใจ สิทธิสา นกั วเิ คราะหง์ บประมาณ (๔) นายนราทร เกดิ บารงุ ชานาญการพิเศษ นกั วเิ คราะห์งบประมาณปฏบิ ัตกิ าร ๒.๒ กระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุม่ งานสถาปตั ยกรรมหลัก - นายนภดล สวาสดญ์ิ าติ สานักสถาปตั ยกรรม กรมโยธาธกิ าร และผงั เมือง ๒.๓ สานกั งานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (๑) นางสาวมณฑา น้อยแยม้ ผอู้ านวยการคลังและงบประมาณ (๒) นางสาวรุ่งนภา ขนั ธิโชติ ผู้อานวยการสานักบรกิ าร (๓) นางสาวสิตาวรี ์ ธีรวริ ฬุ ห์ ทางการแพทย์ประจารฐั สภา ผอู้ านวยการสานกั สารสนเทศ (๔) นางสาวศภุ ยา วรกรรณ ผู้บงั คบั บัญชากลุ่มงานพัสดุ (๕) นางสาวณัฐาศริ ิ สขุ ภาพ นกั วชิ าการโสตทศั นศึกษา ชานาญการพเิ ศษ (๖) นางปิยะรัตน์ สุมงคล นักวิชาการพสั ดุชานาญการพิเศษ (๗) นางณชั ชา ศรเพลงิ นกั วชิ าการคอมพิวเตอร์ ชานาญการพิเศษ

-๕- (๘) นางสาวสุภตั รา สวา่ งศรี นกั วชิ าการพสั ดชุ านาญการ (๙) นายอคั รสทิ ธิ์ เพิม่ แพงพันธ์ุ นักวชิ าการพสั ดุชานาญการ (๑๐) นายรุ่งศลิ ป์ ดาแก้ว นายช่างชานาญงาน (๑๑) นายคณนิ ววิ ัฒน์นริ นั ดร นักวชิ าการพสั ดุปฏิบัติการ (๑๒) นางสาวณัฏฐ์นารา ศิริวัตร นักวชิ าการพสั ดปุ ฏบิ ัติการ ๒.๔ ที่ปรึกษาบรหิ ารโครงการก่อสรา้ งอาคารรัฐสภาแหง่ ใหม่ CAMA (๑) นายพฒุ พงศ์ พิทยาวุธวินิจ รองผอู้ านวยการโครงการ (๒) นายโชตจิ ฑุ า อาจสอน กรรมการบรหิ าร (๓) นายภมู ิ เพียรเลิศ ทีป่ รึกษา (๔) นายสตั ยา วัฒนรุจิรานนท์ สถาปนกิ อาวโุ ส ๒.๕ ผคู้ วบคุมงานก่อสร้างอาคารรัฐสภาแหง่ ใหม่ ATTA (๑) นายพฑิ ูรย์ มณุ ีศรี ผู้อานวยการโครงการ (๒) นายไพรชั สาครวัฒนานนท์ รองผู้อานวยการโครงการ (๓) นายสุธี กรกมลพฤกษ์ วิศวกรอาวุโส ๒.๖ บริษัท ซโิ น-ไทย เอ็นจเิ นียร่ิง แอนด์ คอนสตรคั ชนั่ จากดั (มหาชน) (๑) นายศุภโชค อรทัย ผู้จัดการโครงการ (๒) นายปรเมษฐ์ ชวศิรกิ ลุ ฑล ผู้จดั การโครงการงานระบบ (๓) นายสทุ ธพิ ล พชั รนฤมล ผู้อานวยการโครงการ (๔) นายยรรยงค์ อินทรสงเคราะห์ ท่ปี รกึ ษา (๕) นายปรญิ ญา ศรีสมบรู ณ์ วศิ วกรโครงการ (๖) นายคเชนทร์ โนนจาด วศิ วกรโครงการ ๒.๗ บรษิ ทั แอด็ วานซอ์ ินฟอรเ์ มช่นั เทคโนโลยี จากัด (มหาชน) (๑) นายสหสั ชา้ งสาต ผูอ้ านวยการโครงการ (๒) นายสมชาย ชาญสมาธิ ผูป้ ระสานงานโครงการ ๒.๘ กลมุ่ กิจการรว่ มค้า สงบ ๑๐๕๑ (๑) นายบุญฤทธิ์ ขอดิลกรัตน์ ผู้อานวยการโครงการ (๒) นายทรงพล ตันติกุลวัฒน์ ผูช้ ว่ ยผู้อานวยการโครงการ (๓) นายชาตรี ลดาลลติ สกลุ หวั หนา้ ทมี ออกแบบ (๔) นายการุญ จนั ทรางศุ หัวหน้าวศิ วกรงานออกแบบ (๕) นายแกว้ สรร อตโิ พธิ ท่ีปรึกษาโครงการ (๖) นายขวัญสรวง อติโพธิ ทปี่ รกึ ษาโครงการ (๗) นายโชติ บุญจริง ท่ปี รกึ ษาโครงการ (๘) นางสาวจรสั ศรี ศรีบารงุ เกียรติ ผูช้ ่วยที่ปรึกษาโครงการ (๙) นางสาวศิรวิ รรณ เจอื แกว้ สถาปนิกโครงการ ๒.๙ บริษทั เมอร์ลนิ ส์ โซลูช่ันส์ อนิ เตอรแ์ นชนั่ นลั จากัด - นายพรเทพ ฤทยั เจรญิ ลาภ ผู้จัดการโครงการออกแบบ

-๖- ๓. การพจิ ารณาของคณะกรรมาธกิ ารวิสามญั คณะกรรมาธิการวิสามัญได้มีการประชุมพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคาร รฐั สภาแหง่ ใหม่ ซ่ึงสรุปสาระสาคญั ได้ ดังนี้ ๓.๑ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ประชุมเพ่ือพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้าง อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ โดยเชิญหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องมาร่วมประชุมเพ่ือให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง ตลอดจน ชี้แจงแสดงความคดิ เหน็ จานวน ๑๘ คร้ัง ดังน้ี (๑) คร้งั ท่ี ๑ วนั องั คารท่ี ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ (๒) ครงั้ ท่ี ๒ วันอังคารท่ี ๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๓ (๓) ครัง้ ท่ี ๓ วันจันทรท์ ่ี ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๓ (๔) คร้ังที่ ๔ วันอังคารที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๓ (๕) ครั้งท่ี ๕ วันจันทร์ท่ี ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๓ (๖) ครง้ั ที่ ๖ วันอังคารท่ี ๒๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๓ (๗) ครั้งที่ ๗ วนั จนั ทรท์ ่ี ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๓ (๘) ครั้งท่ี ๘ วนั อังคารที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๓ (๙) ครง้ั ที่ ๙ วนั จนั ทร์ที่ ๓ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๖๓ (๑๐) ครัง้ ที่ ๑๐ วนั อังคารท่ี ๔ กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๖๓ (๑๑) ครัง้ ที่ ๑๑ วนั จันทรท์ ี่ ๑๗ กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๓ (๑๒) ครง้ั ที่ ๑๒ วันอังคารท่ี ๑๘ กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๓ (๑๓) ครงั้ ที่ ๑๓ วนั จนั ทรท์ ่ี ๒ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๖๓ (๑๔) คร้งั ท่ี ๑๔ วันองั คารที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ (๑๕) ครง้ั ที่ ๑๕ วันจันทร์ที่ ๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ (๑๖) คร้ังที่ ๑๖ วันองั คารท่ี ๑๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ (๑๗) คร้งั ท่ี ๑๗ วนั จนั ทร์ที่ ๒๒ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๕๖๓ (๑๘) ครง้ั ที่ ๑๘ วนั พธุ ท่ี ๒๓ กันยายน ๒๕๖๓ ๓.๒ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาศึกษาข้อเท็จจริงและรายละเอียดข้อมูล เร่ืองนี้จากเอกสาร ขอ้ มูล คาชีแ้ จงจากหน่วยงานที่เก่ียวข้อง รวมท้ังรายละเอยี ดจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ โดยนามาประกอบการพิจารณาศึกษาข้อเท็จจริงของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ๓.๓ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ศึกษาดูงานโดยลงพื้นที่ตรวจสอบความก้าวหน้า ของการกอ่ สรา้ งอาคารรัฐสภาแหง่ ใหม่ จานวน ๑ คร้งั เมื่อวนั จันทรท์ ่ี ๙ มีนาคม ๒๕๖๓ ๓.๔ คณะอนุกรรมาธิการได้ประชุมเพ่ือพิจารณาจัดทารายงานผลการพิจารณา ศกึ ษาของคณะกรรมาธิการ จานวน ๒๘ ครง้ั ๔. ผลการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามญั คณะกรรมาธิการวิสามัญได้จัดทารายงานผลการพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้าง อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ โดยแบ่งเนื้อหารายงานออกเปน็ ๔ บท ประกอบดว้ ย บทที่ ๑ บทนา บทที่ ๒ ผลการรวบรวมขอ้ มูลและขอ้ เท็จจรงิ ตามกรอบการพิจารณา



บทที่ 1 บทนำ 1.1 ควำมเปน็ มำและควำมสำคญั ของปัญหำ สืบเนื่องจากการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ยังไม่แล้วเสร็จ และได้มีการขยายระยะเวลาการก่อสร้างให้ผู้รับจ้างออกไปถึง 4 ครั้ง รวมระยะเวลาการก่อสร้าง ท่ีได้รับการขยายออกไป เป็นจานวนทั้งส้ิน 2,764 วัน แต่การก่อสร้างก็ยังไม่แล้วเสร็จ จึงทาให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอญัตติ ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร และในคราวประชุม สภาผู้แทนราษฎร คร้ังท่ี 14 (สมัยสามัญประจาปีครั้งท่ีสอง) เป็นพิเศษ วันศุกร์ท่ี 20 ธันวาคม 2562 ที่ประชุมได้พิจารณาญัตติ จานวน ๒ ญัตติ ประกอบด้วย ญัตติเร่ือง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ต้ังคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ (นายสมคิด เชื้อคง และนายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เป็นผู้เสนอ) และ ญัตติเร่ือง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรต้ังคณะกรรมาธิการ วสิ ามญั พจิ ารณาสอบสวนเกีย่ วกับโครงการก่อสรา้ งอาคารรัฐสภาแห่งใหมล่ ่าช้า (นายศุภชยั ใจสมทุ ร และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ เป็นผู้เสนอ) โดยมีประเด็นญัตติเก่ียวกับปัญหาความล่าช้าในการก่อสร้าง อาคารรัฐสภาแหง่ ใหม่ ทไ่ี ด้ดาเนนิ การกอ่ สร้างตั้งแต่วันที่ 8 มถิ นุ ายน 2556 ซง่ึ กาหนดเดิมตามสัญญา ต้องแล้วเสร็จภายใน 900 วัน (วันที่ 24 พฤศจิกายน 2558) แต่ปัจจุบันโครงการก่อสร้างยังไม่ แล้วเสร็จและมีการขยายระยะเวลาก่อสร้างตามสัญญาออกไปอีก 4 คร้ัง ซ่ึงความล่าช้าดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อการใช้พ้ืนที่ในการปฏิบัติงานของสมาชิกรัฐสภา รวมท้ัง ผลกระทบด้านงบประมาณ เชน่ งบประมาณในการเชา่ สถานที่อ่ืน ๆ เพื่อใชใ้ นการปฏบิ ัตงิ านของสมาชกิ และข้าราชการในระหว่าง ที่การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ตลอดจนทาให้สาธารณชนเกิดความสงสัยถึงสาเหตุแห่งความล่าช้า ท่ีเกดิ ข้นึ ท่ีประชุมสภาผู้แทนราษฎรจึงได้มีมติต้ังคณะกรรมาธิการวิสามัญเพ่ือพิจารณาศึกษา โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 ข้อ 49 โดยกาหนดระยะเวลาการพิจารณาศึกษาไว้ 60 วัน เพ่ือพิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงและตรวจสอบ ปัญหาความล่าช้าของการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ รวมทั้งพิจารณาเร่งรัด การดาเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แล้วรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร ทั้งน้ี คณะกรรมาธิการ ไดพ้ ิจารณาศึกษาภายใต้กรอบหน้าที่และอานาจตาม มาตรา 129 ของรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช 2560 โดยกาหนดกรอบการพิจารณาศกึ ษา ดังนี้ 1) ภาพรวม ความเป็นมา และความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ 2) ขอบเขตของงานออกแบบโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคาร ประกอบ 3) สัญญาจ้างออกแบบโครงการก่อสรา้ งอาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่ พร้อมอาคารประกอบ 4) ขอบเขตของงานจ้างก่อสรา้ งอาคารรัฐสภาแหง่ ใหม่ พร้อมอาคารประกอบ 5) สญั ญาจ้างกอ่ สร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ (สญั ญาหลกั ) 6) การขยายระยะเวลาก่อสรา้ ง

-9- 7) งบประมาณของโครงการก่อสรา้ งอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ 8) ติดตามความคืบหน้างานนอกสัญญาหลัก เช่น งานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการส่ือสาร งานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และงานประกอบอาคารและภายนอกอาคาร และงานตดิ ตง้ั สายสัญญาณ (ทอ่ สาย เต้ารบั ) เปน็ ตน้ 9) แผนเรง่ รัดการดาเนนิ โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ ทั้งน้ี เน่ืองจากการดาเนินโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ซึ่งสานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในฐานะผู้ว่าจ้าง ได้ต้ังคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ข้ึนมาพิจารณาในเร่ือง ที่เก่ียวข้องกับโครงการจานวนหลายชุด รวมท้ังการจ้างที่ปรึกษาบริหารโครงการก่อสร้างอาคาร รัฐสภาแห่งใหม่ เพ่ือทาหน้าที่บริหารโครงการ ประสานงาน และให้คาปรึกษาแก่ผู้ว่าจ้าง และ จ้างผู้ควบคุมงานเพื่อควบคุมงานให้เป็นไปตามสัญญาจ้างก่อสร้าง ดังน้ัน คณะกรรมาธิการเห็นควร นาข้อมูลการพิจารณาของคณะกรรมการชุดต่าง ๆ รวมท้ัง การเสนอความเห็นของที่ปรึกษาและ ผู้ควบคุมงานมาประกอบการพิจารณาเพ่ือให้ได้มาซ่ึงสาเหตุของความล่าช้าในการก่อสร้าง และ แนวทางในการเร่งรัดดาเนินงานเพื่อให้การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแล้วเสร็จโดยเร็ว อีกทั้งเพ่ือเป็น กรณีศกึ ษาการดาเนินโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐ 1.2 วัตถุประสงค์ของกำรศึกษำ 1) เพ่อื พจิ ารณาศึกษาและสอบหาข้อเทจ็ จรงิ ของโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ 2) เพอ่ื พิจารณาศกึ ษาและสอบหาข้อเท็จจริงปัญหาความล่าชา้ ในการก่อสรา้ งอาคาร รฐั สภาแหง่ ใหม่ 3) เพ่ือพิจารณาศึกษาและสอบหาข้อเท็จจริงเหตุของการขยายระยะเวลาการก่อสร้าง อาคารรฐั สภาแห่งใหม่ ครง้ั ท่ี 1 – 4 4) เพ่ือพิจารณาศึกษาและสอบหาข้อเท็จจริงเก่ียวกับผลกระทบที่เกิดจากความล่าช้า ของโครงการก่อสร้างอาคารรฐั สภาแห่งใหม่ 5) เพ่ือพิจารณาหาแนวทางหรือมาตรการในการดาเนินงานเพ่ือให้การก่อสร้าง อาคารรัฐสภาแหง่ ใหม่แลว้ เสรจ็ โดยเรว็ 6) เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการป้องกันปัญหาความล่าช้าในการดาเนิน โครงการกอ่ สรา้ งอาคารขนาดใหญ่ของรัฐ 1.3 วิธีกำรศึกษำ 1) ศึกษาจากข้อมูลปฐมภมู ิ โดยการประชุมรบั ฟังขอ้ มูลจากหน่วยงานท่เี กย่ี วขอ้ ง 2) ศึกษาจากข้อมูลทุติยภูมิ โดยศึกษาจากเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้าง อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ ระเบียบ กฎหมายต่าง ๆ รวมถงึ ขอ้ เท็จจริงที่เก่ยี วข้องดว้ ย 3) ศึกษาข้อมูลจากการลงพ้ืนท่ีเพ่ือตรวจความก้าวหน้าในการก่อสร้างอาคารรฐั สภา แห่งใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ

- 10 - 1.4 ระยะเวลำในกำรศึกษำ 1) ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดท่ี 25 ปีที่ 1 ครั้งท่ี 14 (สมัยสามัญประจาปี คร้งั ทสี่ อง) เปน็ พเิ ศษ วันศุกรท์ ่ี 20 ธนั วาคม 2562 ไดม้ ีมติใหค้ ณะกรรมาธิการวสิ ามัญพจิ ารณาศึกษา โครงการกอ่ สร้างอาคารรฐั สภาแห่งใหม่พิจารณาศึกษาใหแ้ ล้วเสร็จภายในระยะเวลา 60 วนั เรมิ่ ต้งั แต่ วันท่ี 21 ธนั วาคม 2562 ถึงวนั ที่ 21 กมุ ภาพนั ธ์ 2563 2) คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปอีก 30 วัน ซ่ึงสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดท่ี 25 ปีที่ 1 คร้ังที่ 29 (สมัยสามัญประจาปีคร้ังท่ีสอง) วันพุธท่ี 19 กุมภาพันธ์ 2563 แล้วเห็นชอบให้ขยายระยะเวลา ได้ตามที่รอ้ งขอ นบั ต้งั แต่วนั ท่ี 22 กุมภาพันธ์ 2563 ถงึ วันท่ี 22 มีนาคม 2563 3) คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษา ออกไปอีก 45 วัน ซ่ึงประธานสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาแล้วอนุญาตให้ขยายระยะเวลาได้ตามท่ีร้องขอ นับต้งั แต่วันที่ 23 มนี าคม 2563 ถึงวันที่ 6 พฤษภาคม 2563 4) คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษา ออกไปอีก 60 วัน ซึ่งประธานสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาแล้วอนุญาตให้ขยายระยะเวลาได้ตามที่ร้องขอ นับตงั้ แต่วนั ที่ 7 พฤษภาคม 2563 ถงึ วนั ที่ 5 กรกฎาคม 2563 5) คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปอีก 60 วัน ซ่ึงสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร คร้ังท่ี 7 (สมัยสามัญ ประจาปี คร้ังที่หน่ึง) เป็นพิเศษ วันพุธที่ 24 มิถุนายน 2563 แล้วเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาได้ ตามทร่ี ้องขอ นับตั้งแตว่ นั ท่ี 6 กรกฎาคม 2563 ถึงวันที่ 5 กนั ยายน 2563 6) คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปอีก 30 วัน ซ่ึงสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร คร้ังท่ี 22 (สมัยสามัญ ประจาปี ครั้งท่ีหน่ึง) วันพุธที่ 19 สิงหาคม 2563 แล้วเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาได้ตามท่ีร้องขอ นับตงั้ แตว่ ันท่ี 6 กนั ยายน 2563 ถึงวนั ที่ 5 ตุลาคม 2563 รวมระยะเวลาการศึกษา รวม 274 วนั 1.5 ประโยชนท์ ี่คำดว่ำจะไดร้ บั 1) ทาให้ทราบข้อเทจ็ จรงิ ทเ่ี กดิ ขึ้นของโครงการก่อสรา้ งอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ 2) ทาใหท้ ราบปัญหาความลา่ ช้าในการกอ่ สรา้ งอาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่ 3) ทาให้ทราบเหตุแห่งการขยายระยะเวลาการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ครงั้ ท่ี 1 – 4 4) ทาให้ทราบผลกระทบที่เกิดจากความล่าช้าของโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภา แห่งใหม่ 5) ทาให้ได้แนวทางหรือมาตรการในการดาเนินงานเพ่ือให้การก่อสร้างอาคารรัฐสภา แห่งใหมแ่ ล้วเสรจ็ โดยเรว็ 6) ทาให้ได้แนวทางในการป้องกันปัญหาความล่าช้าในการดาเนินโครงการก่อสร้าง อาคารขนาดใหญ่ของรัฐ

บทท่ี 2 ผลการรวบรวมขอ้ มลู และข้อเทจ็ จริงตามกรอบการพจิ ารณา ในการพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ภายใต้อานาจหน้าท่ี ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 คณะกรรมาธิการได้กาหนดขอบเขตการศึกษา ตามวัตถุประสงค์ กรอบการพิจารณา และวิธีการศึกษา อย่างเคร่งครัด เพื่อมุ่งค้นหาคาตอบเก่ียวกับ ปัญหาการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ท่ีเกิดความล่าช้า และผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยศึกษาถึง ขอบเขตของงานจ้าง (TOR) และสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ และสัญญาอื่น ๆ ที่เก่ียวข้อง รวมทั้งศึกษาความเห็นและคาช้ีแจงของหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้อง กับการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ และข้อค้นพบอ่ืน ๆ ในระหว่างการพิจารณาศึกษาของ คณะกรรมาธิการ นอกจากน้ี ยังมุ่งศึกษาถึงแนวทางในการดาเนินการเพื่อให้โครงการก่อสร้างอาคาร รัฐสภาแห่งใหม่แล้วเสร็จโดยเร็ว รวมถึงมีแนวทางที่เป็นประโยชน์ในการป้องกันปัญหาความล่าช้า ในการดาเนนิ การโครงการก่อสร้างอาคารขนาดใหญข่ องภาครฐั ในอนาคต ภายใต้กรอบเวลาในการพิจารณาศึกษาข้อมูลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโครงการก่อสร้าง อาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่ คณะกรรมาธกิ ารได้เชญิ ผู้แทนหน่วยงานทเี่ ก่ียวขอ้ งเข้ารว่ มประชุม ดังน้ี (1) สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้ว่าจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภา แห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ (2) ท่ีปรึกษาบริหารโครงการ (กลุ่มนิติบุคคลร่วมทางาน CAMA) ในฐานะผู้รับจ้าง งานท่ปี รึกษาบริหารโครงการก่อสรา้ งอาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่ (3) ผู้ควบคุมงาน (กลุ่มนิติบุคคลร่วมทางาน ATTA) ในฐานะผู้รับจ้างควบคุมงาน ก่อสรา้ งอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ (4) ผู้ออกแบบก่อสร้าง (กลุ่มกิจการร่วมค้า สงบ 1051) ในฐานะผู้รับจ้างออกแบบ อาคารรัฐสภาแหง่ ใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ (5) บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จากัด (มหาชน) ในฐานะ ผู้รับจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ งานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และ งานประกอบอาคารและภายนอกอาคาร และงานติดตั้งสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) (6) บริษัท แอ็ดวานซอ์ นิ ฟอร์เมช่นั เทคโนโลยี จากัด (มหาชน) (AIT) ในฐานะผูร้ ับจา้ ง งานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคาร ประกอบ (7) สานกั งบประมาณ (8) สานกั งานอยั การสูงสุด (9) วิศวกรรมสถานแหง่ ประเทศไทย ในพระบรมราชูปถมั ภ์ (10) คณะกรรมการชดุ ตา่ ง ๆ ทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกบั โครงการกอ่ สร้างอาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่ รวมทั้งได้พิจารณาศึกษาข้อมูลและข้อเท็จจริงจากเอกสารที่เก่ียวข้อง และจากการ ลงพ้ืนที่เพ่ือตรวจความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ คณะกรรมาธิการได้รวบรวม ข้อมูลและขอ้ เทจ็ จรงิ ในประเดน็ ตา่ ง ๆ ได้ดงั ตอ่ ไปนี้

- 12 - 2.1 ทีม่ าโครงการและการออกแบบโครงการกอ่ สรา้ งอาคารรัฐสภาแหง่ ใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ อาคารรฐั สภาเดิมต้งั อยู่บริเวณถนนอู่ทองใน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร อาคารดังกล่าว เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2517 ใช้เป็นสถานท่ีในการปฏิบัติหน้าท่ีของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ในการประชุมสภาและการประชมุ คณะกรรมาธกิ าร ตลอดจน เป็นสถานท่ีในการปฏิบัติงานของข้าราชการ และบุคลากรในวงงานรัฐสภา เพื่อสนับสนุนภารกิจของ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร และสมาชิกวฒุ ิสภา ต่อมา เน่อื งจากจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชกิ วุฒิสภาที่มีจานวนมาก อีกทง้ั จานวนข้าราชการและบุคลากรในวงงานรัฐสภาทีต่ ้องปฏิบัติหน้าท่ีเพื่อสนบั สนุนภารกิจของสมาชิก รัฐสภาที่มีจานวนเพิ่มขึ้นตามภารกิจ และจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ท่ีเปลี่ยนแปลงไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ อาคารรัฐสภาจึงเร่ิมคับแคบ มีพื้นที่ใช้สอย ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน รัฐสภาจึงได้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าบางส่วนโดยการเช่าอาคารสาหรับ ปฏิบัติงานให้แก่ข้าราชการและลูกจ้าง อาทิ อาคารกษาปณ์ (ถนนประดิพัทธ์) อาคารทิปโก้ (ถนน พระรามทหี่ ก) อาคารทหารไทย (ถนนพญาไท) อาคารสขุ ประพฤติ (ถนนประชาชนื่ ) และอาคารดีพร้อม (ถนนสโุ ขทัย) การท่ีสถานที่ปฏิบัติงานของข้าราชการไม่ได้อยู่ในสถานท่ีเดียวกัน ทาให้เกิด อุปสรรคและข้อจากัดในการปฏิบัติหน้าท่ีเพื่อสนับสนุนภารกิจของสมาชิกรัฐสภา ตลอดจนการอานวย ความสะดวกให้แก่ประชาชนที่มาติดต่อราชการ รัฐสภาโดยสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จึงมีความพยายามเร่ือยมาในการจัดหาสถานท่ีก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่เพ่ือให้มีสถานท่ีเพียงพอ ต่อการปฏิบัติงาน จนกระท่ังในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2551 ได้มีการประชุมคณะกรรมการจัดหา สถานที่ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ โดยมีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ในขณะน้ันเป็น ประธาน พร้อมด้วยนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายประสพสุข บุญเดช ประธาน วุฒสิ ภา พนั เอก อภวิ นั ท์ วริ ยิ ะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนทส่ี อง นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวฒุ สิ ภา คนที่หน่ึง และผทู้ เี่ กี่ยวข้องรว่ มประชุม โดยที่ประชุมได้พิจารณาสถานที่ก่อสร้าง อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งมีสถานที่ให้พิจารณา 3 แห่ง ได้แก่ (1) ที่ดินราชพัสดุ ถนนทหาร (เกียกกาย) เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร (2) ท่ีดินราชพัสดุ กองคลังแสง กรมสรรพาวุธทหารบก จังหวัดนนทบุรี และ (3) ที่ดินบริเวณคลังเช้ือเพลิง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร (ฝ่ายเลขานุการโครงการก่อสร้าง อาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่, 2559) หลังจากท่ีคณะกรรมการจัดหาสถานที่ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ได้พิจารณา ถึงความเหมาะสมของสถานที่ รวมทั้งข้อดีข้อเสีย ข้อจากัดในด้านต่าง ๆ ของที่ดินแต่ละแปลง โดยคานึงถึงความเหมาะสมหลาย ๆ ด้าน ทั้งด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม คมนาคม และสาธารณูปโภคแล้ว จึงได้มีมติเลือกท่ีดินราชพัสดุ ถนนทหาร (เกียกกาย) เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เป็นสถานท่ีสาหรับก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ สถานที่ก่อสร้างดังกล่าว ต่อมาในวันท่ี 15 สิงหาคม 2551 ได้มีการจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ระหว่างรัฐสภาร่วมกับสานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองทพั บก กรมราชองครกั ษ์ กรุงเทพมหานคร สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน องคก์ าร อุตสาหกรรมป่าไม้ และกรมธนารักษ์ เพ่ือแสดงว่าท้ัง 8 ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง มีข้อตกลงในการ

- 13 - ให้ความรว่ มมอื ในการดาเนินการโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ในพ้ืนท่รี าชพัสดุ ถนนทหาร (เกียกกาย) เขตดุสิต แปลงริมแม่น้าเจ้าพระยา เน้ือท่ี 119 ไร่ เพ่ือก่อประโยชน์เกี่ยวกับกิจการ ของรฐั สภาและประชาชนโดยรวมต่อไป ต่อมาเม่ือวันพฤหัสบดีท่ี 12 สิงหาคม พ.ศ. 2553 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกฎุ ราชกุมาร (ขณะนั้น) เสดจ็ พระราชดาเนินแทนพระองค์ทรงวางศิลาฤกษ์อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ณ พ้ืนท่รี าชพสั ดุ ถนนทหาร (เกียกกาย) เขตดสุ ติ กรงุ เทพมหานคร 2.1.1 การออกแบบและการประกวดแบบอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคาร ประกอบ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ดาเนินการจัดจ้างงานออกแบบ อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ โดยใช้วิธีพิเศษ ตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพ่ิมเติม โดยได้มีการประกาศเชิญชวนให้ผู้สนใจเข้าร่วม ประกวดแบบก่อสร้างโครงการอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ตามเอกสารประกาศ เชิญชวนประกวดแบบ เลขท่ี 19/2552 ลงวันท่ี 4 มิถุนายน 2552 (ภาคผนวก ค) ภายใต้แนวคิด การออกแบบอาคารให้มีความสง่างามทรงคุณค่า มีเอกลักษณ์ความเป็นสถาบันอันทรงเกียรติของ ประเทศไทย มีความสวยงามด้านสถาปัตยกรรม เหมาะสมตามประโยชน์ใช้สอย รองรับเทคโนโลยี สมัยใหม่ เป็นอาคารอนุรักษ์พลังงานและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม มีการจัดการสภาพแวดล้อมและ จัดมาตรการป้องกันและแก้ไขภัยพิบัติต่าง ๆ ท่ีประชาชนทั่วไป รวมถึงคนพิการและผู้สูงอายุสามารถ เข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่างสะดวก และมีพ้ืนท่ีสีเขียวไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 รวมท้ังมีการจัดวาง ผังแม่บทที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของเมือง โดยมีผู้ส่งประกวดแบบท้ังหมด 131 ราย และได้มี การประกาศผลการตัดสิน เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ได้ผู้ชนะการประกวดแบบ คือ กลุ่มกิจการ ร่วมคา้ สงบ 1051 ภายใต้ช่ืออาคารรฐั สภาแห่งใหม่วา่ “สปั ปายะสภาสถาน” ผู้ออกแบบ อธิบายถึงแนวคิด “สัปปายะสภาสถาน” ว่า ได้แรงบันดาลใจในการ ออกแบบตามหลักการสถาปตั ยกรรมไทยแบบไตรภูมิตามความเชื่อคติพุทธ โดยใหม้ อี าคารเคร่ืองยอด สถาปัตยกรรมไทยตั้งอยู่ตรงบริเวณกลางอาคาร เพ่ือแสดงถึงโอกาสที่จะยกฐานะของรัฐสภาไทย ไปสูร่ ะดบั โลก ซงึ่ นาไปสสู่ ันติภาพและพลิกฟ้ืนจิตวญิ ญาณของมนุษยโ์ ลก (บริษัท ธารา คอนซัลแตนท์ จากัด, 2544, น.27) ต่อมาสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ลงนามสัญญาจ้างออกแบบ อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ ตามสัญญาเลขท่ี 32/2553 เมือ่ วนั ท่ี 26 พฤษภาคม 2553 กับกลุ่มกิจการร่วมค้า สงบ 1051 (ภาคผนวก ซ. (1)) ซ่ึงประกอบด้วยบริษัทสถาปนิก 5 บริษัท ได้แก่ บริษัท สถาปนิกชุมชนและสิ่งแวดล้อม อาศรมศิลป์ จากัด, บริษัท แปลนแอสโซซิเอทส์ จากัด, บริษัท แปลนสตูดิโอ จากัด, บริษัท ต้นศิลป์สตูดิโอ จากัด และบริษัท บลูแพลนเน็ต จากัด และบริษัท ออกแบบจานวน 21 บริษทั ตามสัญญาเลขท่ี 32/2553 กาหนดให้ผู้ออกแบบจะต้องปฏิบัติงานท้ังหมด ตามสัญญาให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ภายใน 210 วัน นับแต่วันลงนามในสัญญา และตกลงค่าจ้างออกแบบ ท้งั โครงการเปน็ จานวนเงนิ ทัง้ ส้ิน 205,440,000 บาท (สองร้อยห้าลา้ นสี่แสนสีห่ ม่ืนบาทถว้ น)

- 14 - 2.1.2 ขอบเขตของงาน (TOR) จ้างออกแบบอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อม อาคารประกอบ การกาหนดร่างขอบเขตของงานการจ้างออกแบบ คณะผู้จัดทาร่างขอบเขต ของงาน (TOR) ประกอบด้วย สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กรมโยธาธิการและผังเมือง และสมาคมสถาปนิกสยาม ได้ดาเนินการร่างขอบเขตของงาน (TOR) โดยสานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรได้มอบหมายให้สมาคมสถาปนิกสยามร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง ซ่ึงเป็น สมาคมวิชาชีพและหน่วยงานท่ีมีความเชี่ยวชาญ จัดทาร่างขอบเขตของงาน (TOR) ข้ึนมา เพื่อให้ เปน็ ไปตามแบบมาตรฐาน การออกแบบก่อสร้างโครงการอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ มีการกาหนดขอบเขต ของงาน (ภาคผนวก ง) ในขั้นตอนการออกแบบ โดยสรุปสาระสาคัญของขอบเขตการดาเนินงานและ เง่อื นไข ดงั น้ี 1. จัดทาการวางผงั แม่บท ออกแบบภูมิสถาปตั ยกรรม ออกแบบสถาปตั ยกรรมหลัก สถาปัตยกรรมภายในและมัณฑนศิลป์ งานวิศวกรรมทุกสาขา งานระบบสารสนเทศและงานระบบ แสง-เสียงห้องประชุม พร้อมอาคารประกอบอ่ืน ๆ รวมทั้งจัดการสภาพแวดล้อมที่ทุกคนรวมถึง คนพกิ ารและผสู้ ูงอายสุ ามารถเข้าถงึ 2. ข้อกาหนดการดาเนินงานออกแบบสถาปัตยกรรมหลัก และงานวิศวกรรม ทกุ สาขาท่เี ก่ียวข้อง 3. ข้อกาหนดการดาเนินงานออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมและงานระบบ วศิ วกรรมที่เกี่ยวข้อง 4. ข้อกาหนดการดาเนินงานออกแบบสถาปัตยกรรมภายในและมัณฑนศิลป์ และงานระบบวิศวกรรมที่เกี่ยวขอ้ ง 5. จัดทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการ เสนอต่อ สานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม เพ่ือพิจารณาให้ความเห็นชอบ รายงานดงั กลา่ ว และดาเนนิ การออกแบบใหส้ อดคล้องกบั รายงานที่ได้รับความเห็นชอบ 6. ข้อกาหนดการดาเนินการที่ผู้ออกแบบต้องให้ความรว่ มมือในการประกวด ราคา 7. ข้อกาหนดการดาเนินการท่ีผู้ออกแบบต้องให้ความร่วมมือในระหว่าง การกอ่ สร้างเพ่ือให้การกอ่ สร้างดาเนินไปตามความประสงค์ในการออกแบบและเอกสารสัญญา 8. ข้อกาหนดการดาเนนิ การส่งมอบเอกสาร 9. รายการทีไ่ ม่ครอบคลมุ ในคา่ บริการ 10. งวดการจ่ายเงิน 11. ลิขสทิ ธ์ิในแบบ ขอ้ มลู รายงาน และเอกสารต่าง ๆ 12. ในกรณีท่ีผู้ว่าจ้างได้อนุมัติให้ผู้รับจ้างเขียนแบบก่อสร้างแล้ว หากผู้ว่าจ้าง ประสงค์จะแก้ไขไปจากเดิมในส่วนที่เป็นสาระสาคัญ ผู้ว่าจ้างตกลงจ่ายเงินค่าจ้างเพิ่มให้แก่ผู้รับจ้าง ตามท่ีตกลงกันภายหลัง

- 15 - 2.1.3 ขนั้ ตอนการออกแบบและการปรบั แบบ หลังจากได้ผู้รับจ้างงานออกแบบ คือ กลุ่มกิจการร่วมค้า สงบ 1051 แล้ว ในช่วงการพัฒนาแบบก่อสร้าง ข้อกาหนด และเง่ือนไขของการก่อสร้างท่ีสมบูรณ์ ผู้ออกแบบได้มีการ ประชมุ เชงิ ปฏิบัติการเพ่ือตรวจแบบร่วมกบั คณะกรรมการตรวจรับแบบ ท่ีปรึกษาบรหิ ารโครงการ CAMA และสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร รวมท้งั ส้ิน 8 คร้งั ต่อมาในวันท่ี 31 พฤษภาคม 2554 ผู้ออกแบบได้ส่งแบบก่อสร้าง งวดที่ 4.2 ฉบับสมบรู ณ์ พรอ้ มทัง้ ราคาคา่ ก่อสรา้ ง โดยมรี ายละเอียด ดังน้ี 1) ออกแบบก่อสร้างจากแบบท่ีชนะการประกวด และได้เพิ่มพ้ืนท่ีใช้สอย ตามความต้องการของรัฐสภา เป็น 424,311 ตารางเมตร (โดยมีพื้นท่ีก่อสร้าง 508,000 ตารางเมตร) จากที่ TOR งานออกแบบกาหนดไว้เดมิ ท่ี 307,000 ตารางเมตร 2) ประมาณราคาค่าก่อสร้าง 18,000 ล้านบาท ไม่รวมค่าดาเนินการ คา่ เตรียมการและแอปพลิเคชนั เพ่มิ เตมิ ทั้งน้ี จากการตรวจสอบรายละเอียดราคาแบบ งวด 4.2 ราคาค่าก่อสร้าง ที่ได้ออกแบบไว้ มีราคาสูงกว่างบประมาณที่ได้รับ ผู้ออกแบบ (กลุ่มกิจการร่วมค้า สงบ 1051) จึงได้ดาเนินการปรับแก้ไขแบบและประมาณราคาค่าก่อสร้างใหม่ และแยกรายการงานบางส่วนออก เพื่อให้อยู่ในวงเงินงบประมาณ โดยได้ดาเนินการปรับแก้แบบและปรับเปลี่ยนรายการใช้วัสดุ บางรายการ แยกรายการงานโสตทัศนูปกรณ์ รายการงานเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) รายการ งานสาธารณปู โภคและระบบประกอบอาคาร (บางรายการ) ออกจากงานตามสัญญาหลัก จากน้ันผู้ออกแบบได้สรุปแบบท่ีสามารถก่อสร้างได้แล้วเสร็จและนาเสนอต่อ คณะกรรมการตรวจรับแบบก่อสร้าง โดยผู้ออกแบบได้เสนอแบบก่อสร้างฉบับสมบูรณ์และเอกสาร ประกอบแบบ เม่อื วนั ท่ี 25 สิงหาคม 2554 กาหนดระยะเวลาก่อสร้างจานวน 1,600 วนั โดยกาหนดเงือ่ นไข และกรรมวิธีก่อสร้างปกติท่ัวไป แต่สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้มีนโยบายกาหนดทางเลือก ระยะเวลาการก่อสร้าง 900 วัน ผู้ออกแบบจึงได้พิจารณาหาวิธีลดระยะเวลาการก่อสร้างลง และได้ เสนอแบบก่อสร้างฉบับสมบูรณ์และเอกสารประกอบแบบอีกคร้ัง เม่ือวันท่ี 17 ตุลาคม 2554 กาหนด ระยะเวลาก่อสร้าง จานวน 1,200 วัน โดยตัดเวลาท่ีเหลือเผื่อความเส่ียงออกท้ังหมดและได้กาหนด เงอื่ นไขและกรรมวธิ กี อ่ สร้างท่รี ดั กุม อย่างไรก็ตาม สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรยืนยันใหค้ ณะกรรมการกลาง ศึกษาระยะเวลาการก่อสร้างจานวน 900 วันตามเดิม รายละเอียดปรากฏตามหนังสือคณะกรรมการ กาหนดราคากลางก่อสรา้ งอาคารรฐั สภาแห่งใหม่ เรื่อง การกาหนดราคากลางโครงการก่อสร้างอาคาร รฐั สภาแห่งใหม่ ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2555 ผูอ้ อกแบบจงึ ได้มีการประชุมเชิงปฏิบัตกิ ารเพื่อตรวจแบบ ร่วมกับคณะกรรมการราคากลาง คณะกรรมการตรวจรับแบบ ท่ีปรึกษาบริหารโครงการ CAMA และ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งสิ้น 2 ครั้ง เพื่อหาแนวทางการก่อสร้างให้แล้วเสร็จ ภายในระยะเวลา 900 วัน ผู้ออกแบบได้ทาการศึกษาวิธีการก่อสร้างเพื่อให้แล้วเสร็จได้ภายใน ระยะเวลา 900 วัน โดยผลการศึกษาพบว่า จะต้องมีการวางแผนการบริหารจัดการท่ีมีประสิทธิภาพ และมีกระบวนการในการก่อสร้างตามแผนงานท่ีเกิดจากการศึกษาและวางแผน อันนาไปสู่ผลสาเร็จ ของแต่ละกระบวนการอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ข้อกาหนดเงื่อนไขและงบประมาณที่เหมาะสม เพ่ืออานวย

- 16 - ให้แผนการของกระบวนการก่อสร้างดังกล่าวสามารถดาเนินการให้บรรลุผลความสาเรจ็ ในระยะเวลา 900 วัน แต่จะทาให้ราคาค่าก่อสร้างต้องเพิ่มขึ้นอีก 800 ล้านบาท โดยกาหนดเง่อื นไขในการก่อสรา้ ง (เอกสารประกอบคาชี้แจงประเด็นเก่ียวกับแนวคิดในการออกแบบ รายละเอียดแบบก่อสร้าง และ ความสอดคล้องของแบบก่อสร้างกับระยะเวลาทก่ี าหนดในสัญญาการก่อสรา้ ง,กลุ่มกจิ การร่วมค้า สงบ 1051, 2563) ได้แก่ 1. การสง่ มอบพน้ื ที่ตอ้ งเปน็ ไปตามแผนท่ีกาหนด 2. งานขุดดินและขนดิน สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ต้องหาสถานที่ เกบ็ ดินในรัศมไี ม่เกิน 10 กิโลเมตรจากสถานท่ีกอ่ สร้าง 3. ผู้รับจ้างก่อสร้างต้องทางาน 3 ผลัด ตลอด 24 ช่ัวโมง โดยมีจานวนแรงงาน 5,000 คนตอ่ วนั 4. ต้องไม่มขี ้อจากัดเรอ่ื งไม้แบบ 5. เพม่ิ โรงงาน (Plant) คอนกรตี 10 โรง 6. ต้องมี Tower Crane ไมน่ ้อยกว่า 15 จุด พรอ้ มกันนั้นยงั ได้กาหนดกรรมวิธีก่อสรา้ งพิเศษ ดังน้ี 1. เร่งงานขุดและขนดินออกเพื่อให้ดาเนินการก่อสร้างได้เร็วขึ้น โดยแบ่งโซน การขุดดินออกเป็น 4 โซน และดาเนินการในโซน 4 เป็นอันดับแรก เพื่อเตรียมพื้นที่สาหรับ การก่อสร้างงานโครงสร้างและเคร่ืองยอดอาคาร ซึ่งเปน็ งานประณีตท่ีต้องใช้ระยะเวลาอยา่ งเหมาะสม 2. ในส่วนโซนที่ 4 การก่อสร้างงานโครงสร้างกาหนดให้ทาการก่อสร้าง แบบชั้นเว้นชั้น (Jump Floor) สาหรับอาคารหลัก (อาคารรัฐสภา) เพื่อเร่งรัดเวลาให้เหลือเพียงพอ ในการทางานดา้ นสถาปัตยกรรมและตกแต่งเคร่ืองยอดอาคาร 3. ส่วนโซนอ่ืน ๆ (โซน 1, 2 และ 3) กาหนดแผนการก่อสร้างให้ต่อเน่ืองจาก โซน 4 เป็นลาดบั 4. งานประกอบอาคารอื่น ๆ เชน่ วิศวกรรมระบบอาคารประกอบ สถาปตั ยกรรม และตกแต่ง ภูมิสถาปัตยกรรม ตลอดจนสาธารณูปโภค ได้ถูกกาหนดแผนการก่อสร้างไปพร้อม ๆ กับ โซนต่าง ๆ จนแล้วเสร็จ ท้ังน้ี งานส่วนท่ียากมีเฉพาะงานเคร่ืองยอดซึ่งต้องใช้ผู้รับจ้างท่ีเป็นช่างฝีมือ ชาวไทยเท่านั้นท่ีจะสามารถเข้าใจลักษณะงาน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของที่ปรึกษาบริหารโครงการ CAMA ยืนยนั ว่า งานไมไ่ ดม้ คี วามยากเป็นพิเศษเพียงแต่มรี ายละเอยี ดจานวนงานที่มาก ต่อมาในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2554 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ตรวจรับแบบก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่จากผู้ออกแบบ (กลุ่มกิจการร่วมค้า สงบ 1051) โดยมอี งคป์ ระกอบของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ดังน้ี 1) อาคารรัฐสภา (อาคารหลัก) จานวน 1 หลัง สูง 11 ชั้น (ชั้นใต้ดิน และ ชัน้ ลอยชน้ั ใตด้ ิน 3 ชั้น) 2) อาคารสถานวี ทิ ยุและโทรทัศน์รฐั สภา จานวน 1 หลงั สงู 4 ช้ัน 3) อาคารสถานไี ฟฟา้ ยอ่ ย จานวน 1 หลัง สงู 3 ชนั้ 4) อาคารลานประชาชนทิศเหนอื จานวน 1 หลัง สงู 1 ชัน้ 5) อาคารศาลาแก้ว จานวน 2 หลัง สงู 1 ช้นั

- 17 - 6) อาคารหอพระ จานวน 1 หลัง สงู 1 ช้นั 7) อาคารกองรกั ษาการณ์ จานวน 4 หลงั สูง 1 ชัน้ 8) อาคารตรวจยานพาหนะ จานวน 3 หลงั สูง 1 ชัน้ 9) อาคารทางเขา้ ทา่ เรือ จานวน 1 หลงั สูง 1 ชั้น 10) อาคารบรกิ ารด้านทศิ เหนอื จานวน 1 หลัง สูง 1 ช้นั 11) ทา่ เรือริมน้า จานวน 1 ทา่ สงู 1 ชน้ั 12) อาคารป้อมยาม จานวน 4 หลัง สงู 1 ชั้น 13) อาคารเรือนเพาะชา จานวน 1 หลงั สูง 1 ช้นั 14) ศาลาทศิ ตะวันออก จานวน 1 หลัง สูง 1 ช้ัน สาหรับอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ มีพื้นท่ีใช้สอยทั้งส้ิน จานวน 424,311 ตารางเมตร แบ่งเป็น 5 ส่วน ประกอบด้วย 1) ที่ทาการสภาผู้แทนราษฎร จานวน 67,911 ตารางเมตร ประกอบด้วย ทท่ี าการสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสว่ นทท่ี าการสานกั งานเลขาธกิ ารสภาผ้แู ทนราษฎร 2) ที่ทาการวุฒิสภา จานวน 39,335 ตารางเมตร ประกอบด้วยที่ทาการสมาชิก วุฒสิ ภาและส่วนทีท่ าการสานักงานเลขาธิการวุฒิสภา 3) พื้นที่รัฐสภาส่วนกลาง (สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา) จานวน 184,955 ตารางเมตร ประกอบด้วย - สว่ นห้องประชุมสภาผ้แู ทนราษฎรและวุฒิสภา - ส่วนหอ้ งประชุมคณะกรรมาธิการสภาผแู้ ทนราษฎรและวุฒสิ ภา - สว่ นห้องทางานสมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎรและสมาชกิ วุฒิสภา - สว่ นหอ้ งสัมมนา - ส่วนสโมสรรฐั สภา - ส่วนห้องอาหาร - ส่วนหอ้ งสมดุ พพิ ธิ ภณั ฑ์ และหอจดหมายเหตุ - ส่วนบริการหนว่ ยงานภายนอก - ส่วนโรงพิมพร์ ัฐสภา - ส่วนอาคารจอดรถรัฐสภา - ส่วนงานอาคารสถานท่ี - ส่วนงานรักษาความปลอดภยั - หอ้ งเครือ่ ง 4) งานพ้ืนท่ีสิ่งก่อสร้างภายนอกอาคาร จานวน 125,710 ตารางเมตร ประกอบดว้ ย - สว่ นอาคารสนบั สนนุ ภายนอก - ส่วนงานภูมสิ ถาปตั ยกรรม และสาธารณปู โภคภายนอก

- 18 - 2.1.4 ผลของการออกแบบและการปรบั แบบ จากเดิมท่ีกาหนดไว้ในเงื่อนไขการประกวดแบบให้อาคารมีพื้นท่ีใช้สอย 307,314 ตารางเมตร แต่ผู้ออกแบบได้ออกแบบให้อาคารมีพ้ืนที่ใช้สอยถึง 424,311 ตารางเมตร จึงส่งผล กระทบต่อราคาก่อสร้างและระยะเวลาก่อสร้างอาคาร อีกท้ังยังส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการ บารุงรักษาอาคารและตอ่ จานวนท่ีจอดรถยนต์ ซึ่งทาให้ท่ีจอดรถยนต์ 2,000 คนั ทกี่ าหนดไวใ้ ห้สมั พนั ธ์ กับพ้นื ทีใ่ ชส้ อย 307,314 ตารางเมตรตามกฎหมายที่เก่ียวข้อง มีจานวนท่ีไมเ่ พียงพอต่อพนื้ ที่ใช้สอยที่ เพิม่ มากขน้ึ ในประเด็นเรื่องท่ีจอดรถยนต์นี้ ท่ีปรึกษาบริหารโครงการ CAMA ได้สอบถามไปยัง ผู้ออกแบบในหนังสือลงวันท่ี 20 ตุลาคม 2560 ขอให้ชี้แจง ผู้ออกแบบได้ตอบกลับไปยังท่ีปรึกษา บริหารโครงการ CAMA ในหนังสือลงวันท่ี 23 มกราคม 2561 ว่าหากยึดถือหลักเกณฑ์การจัดให้มี ที่จอดรถยนต์ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2517) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2479 และตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เร่ือง ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2544 อาคารรัฐสภาท่ีมี พ้ืนทใี่ ชส้ อย 424,311 ตารางเมตร ตอ้ งมีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า 3,973 คนั และผู้ออกแบบได้ชี้แจง ว่าในพ้ืนท่ีโครงการสามารถจัดที่จอดรถยนต์ได้ 3,980 คัน ซ่ึงประกอบด้วยที่จอดรถยนต์ชั้นใต้ดิน ชัน้ ที่ 1 จานวน 710 คัน ช้นั ใต้ดนิ ชั้นที่ 2 จานวน 1,467 คนั และภายนอกอาคารบนผวิ พนื้ ดินจานวน 1,803 คัน ดังนั้น จึงมีจานวนท่ีจอดรถยนต์เพียงพอตามท่ีกฎหมายกาหนด อย่างไรก็ดี พื้นที่จอดรถ ภายนอกอาคารท่ีผู้ออกแบบระบุถึงนี้ได้รว มพื้นที่สนามหญ้าและพ้ืนที่อื่น ๆ นอกอาคาร ท่ีผู้ออกแบบมิไดอ้ อกแบบให้เปน็ พื้นที่จอดรถยนต์ 2.2 การจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแหง่ ใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ 2.2.1 ขอบเขตของงาน (TOR) ประกวดราคาจา้ งก่อสรา้ งอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้แต่งต้ังคณะกรรมการกาหนด ร่างขอบเขตของงาน (TOR) และรา่ งเอกสารการประกวดราคาข้ึน เพือ่ กาหนดร่างขอบเขตของงาน (TOR) และร่างเอกสารการประกวดราคาจ้าง ซึ่งขอบเขตของงานประกวดราคาจ้าง (ภาคผนวก จ (5)) ไดก้ าหนดสาระสาคัญ ดงั นี้ 1. หลักการและเหตุผล 2. วัตถุประสงค์เพ่ือดาเนินการจ้างเหมาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ สาหรับรองรับภารกิจของรัฐสภา และรองรับส่วนราชการในสังกัดรัฐสภา ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2555 ประกอบระเบียบ สานักนายกรัฐมนตรวี า่ ด้วยการพสั ดุ พ.ศ. 2535 และท่แี ก้ไขเพิ่มเติม 3. คุณสมบัติของผู้เสนอราคา 4. แบบรปู รายการหรือคุณลกั ษณะเฉพาะ 5. งานอ่ืน ๆ นอกเหนือจากแบบรูปรายการหรือคุณลักษณะเฉพาะ อาทิ งานโสตทัศนูปกรณ์ งานระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ และหรือระบบรกั ษาความปลอดภยั 6. สถานท่กี อ่ สร้าง

- 19 - 7. ระยะเวลาการดาเนินการก่อสร้าง ผู้ชนะการประกวดราคาจ้าง (ผู้รับจ้าง) จะตอ้ งดาเนนิ การก่อสร้างใหแ้ ลว้ เสร็จภายใน 900 วันนับแต่วันท่เี ริ่มงานตามสัญญา หรอื ไดร้ บั หนงั สือ แจ้งให้เร่ิมงานจากสานักงานเลขาธกิ ารสภาผแู้ ทนราษฎร การสง่ มอบพืน้ ที่เพ่ือดาเนินการก่อสร้าง สานกั งานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จะส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากส่วนราชการที่เก่ียวข้องหรือตามความพร้อมของ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ดังระบุรายละเอียดแนบท้ายเอกสารประกวดราคาจ้าง ข้อ 1.16 และในกรณีท่ีการสง่ มอบพื้นท่ีล่าช้า ผู้ชนะการประกวดราคาจ้าง (ผู้รับจ้าง) ไม่สามารถเรียกร้องค่าเสยี หาย ใด ๆ จากสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ หรือหากสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่จากส่วนราชการท่ีเกี่ยวข้อง สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีสิทธิ์ ยกเลกิ สัญญา ผู้ชนะการประกวดราคาจ้าง (ผูร้ ับจา้ ง) ไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ จากสานักงาน เลขาธิการสภาผูแ้ ทนราษฎรได้เชน่ กัน 8. ระยะเวลาส่งมอบงาน กาหนดเวลาก่อสร้างแล้วเสร็จ แบ่งงวดงาน ออกเป็น 4,760 งวดงาน ดงั ระบุรายละเอียดในเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาจา้ ง ข้อ 1.15 อนึ่ง งานตั้งแต่งวดงานที่ 1 ถึงงวดงานที่ 4,760 (งวดสุดท้าย) ผู้ชนะ การประกวดราคาจ้าง (ผู้รับจ้าง) สามารถท่ีจะทางานงวดใดก่อนก็ได้ หากไม่กระทบต่อโครงสร้าง และความม่ันคงแข็งแรง หรือขั้นตอนการดาเนินการทางวิชาช่าง ท้ังนี้ สานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรมีสิทธ์ิท่ีจะกาหนดให้ผู้ชนะการประกวดราคาจ้าง (ผู้รับจ้าง) ทางานใดก่อนหลัง ตามที่สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเห็นสมควร และผู้ชนะการประกวดราคาจ้าง (ผู้รับจ้าง) สามารถทีจ่ ะส่งงานงวดใดก่อนก็ได้เม่ืองานนนั้ แล้วเสร็จ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะจ่ายเงินให้แก่ผู้ชนะประกวดราคาจ้าง (ผู้รับจ้าง) ตามงวดเงินที่กาหนดไว้ข้างต้น แต่ทั้งนี้จานวนเงินที่จะจ่ายให้ผู้ชนะการประกวดราคาจ้าง (ผู้รับจ้าง) ต้องเป็นไปตามจานวนเงินงบประมาณที่สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้รับของ แตล่ ะปีงบประมาณ โดยผชู้ นะการประกวดราคาจ้าง (ผูร้ บั จ้าง) จะไมเ่ รียกร้องคา่ เสียหายใด ๆ ทงั้ ส้ิน 9. วงเงินในการจัดจ้างกาหนดราคากลางงานก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ เป็นเงินท้ังสิ้น 12,287,465,000 บาท (หน่ึงหมื่นสองพันสองร้อยแปดสิบเจ็ดล้าน สี่แสนหกหมื่นหา้ พนั บาทถว้ น) ทั้งน้ี ราคากลางของสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่ถือว่าผูกพัน ท่ีผู้เสนอราคาจะต้องพิจารณาไปตามน้ัน ผู้เสนอราคาจะต้องรับผิดชอบในการถอดแบบและคานวณ ราคางานเอง จะนาราคากลางของทางสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมาปฏิเสธความ รับผิดชอบหรือเรียกรอ้ งราคางานเพมิ่ เติมในภายหลังไม่ได้ 10. เง่ือนไขและข้อกาหนดตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจรติ แห่งชาติ 11. ระบบการจัดการความปลอดภัยในการก่อสร้าง กรณีเป็นงานเข้าข่าย ตามมตคิ ณะรฐั มนตรี 12. สถานทีต่ ิดต่อเพ่ือขอทราบข้อมลู เพ่ิมเตมิ

- 20 - อนึ่ง สาหรับขอบเขตของงาน (TOR) จ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อม อาคารประกอบ เกี่ยวกับระยะเวลาการก่อสร้างในข้อ 7 กาหนดเพียง “ระยะเวลาการดาเนินการ ก่อสร้างที่ผู้ชนะการประกวดราคาจ้าง (ผู้รับจ้าง) จะต้องดาเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 900 วัน โดยนับแต่วันท่ีเร่ิมงานตามสัญญาหรือได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มงานจากสานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร” แต่เงื่อนไขและกรรมวิธีการก่อสร้างพิเศษตามที่ผู้ออกแบบได้ทาการศึกษา ดังแสดงในหัวข้อ 2.1.3 มิได้ถูกนามาเป็นเอกสารประกอบ TOR เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประกวดราคา รบั ทราบ 2.2.2 พ้ืนทีโ่ ครงการและการสง่ มอบพนื้ ที่ ตามท่ีสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เลือกที่ดินราชพัสดุ ถนนทหาร (เกียกกาย) เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เป็นสถานที่สาหรับก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ และ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ (ภาคผนวก ฉ) ระหว่างรัฐสภา ร่วมกับสานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองทัพบก กรมราชองครักษ์ กรุงเทพมหานคร สานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ และกรมธนารักษ์ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2551 เพ่ือทาข้อตกลงในการให้ความร่วมมือในการดาเนินการโครงการก่อสร้างอาคาร รัฐสภาแห่งใหม่ ในพ้ืนท่ีราชพัสดุ ถนนทหาร (เกียกกาย) เขตดุสิต แปลงริมแม่น้าเจ้าพระยา เนื้อท่ี 119 ไร่ โดยมีข้อตกลงร่วมกัน ดังตอ่ ไปนี้ 1. สทิ ธกิ ารใชท้ ดี่ ิน 1.1 สานักงานปลดั กระทรวงกลาโหม ยินยอมให้ใชท้ ี่ดินบรเิ วณตา่ ง ๆ ดังน้ี 1.1.1 ให้รัฐสภาใช้ท่ีดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ กท. 3049 (บ้านพักข้าราชการกรมอุตสาหกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลงั งานทหาร) เนอื้ ที่ 1-1-50 ไร่ เปน็ ทก่ี อ่ สรา้ งอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ 1.1.2 ให้กรมราชองครักษ์ใช้ท่ีดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียน ที่ กท. 4591 โฉนดเลขที่ 3239 (ใช้ในราชการสานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม) แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร (ขา้ งวัดสรอ้ ยทอง) เนอื้ ท่ี 7 ไร่ เพ่ือก่อสร้างที่พักอาศัยนายทหารต่ากว่า ช้ันสัญญาบัตร 1.1.3 ให้โรงเรียนโยธินบูรณะใชท้ ่ีดนิ ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียน ที่ กท.4591 โฉนดเลขที่ 3239 (ใช้ในราชการสานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม) แขวงบางซ่ือ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร (ข้างวัดสร้อยทอง) เน้ือที่ 16 ไร่ เพื่อเป็นที่ตั้งโรงเรียนโยธินบูรณะ แห่งใหม่ 1.1.4 ให้กองทัพบกใช้พ้ืนที่กองคลังแสง กรมสรรพาวุธทหารบก จังหวัดนนทบุรี เนื้อท่ี 265 ไร่ เพ่ือเป็นที่ต้ังหน่วยงานของกองทัพบกท่ีย้ายจากที่ราชพัสดุถนนทหาร (เกยี กกาย) ดุสิต 1.2 กองทัพบกยินยอมให้รัฐสภาใช้ท่ีดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียน ที่ กท. 3049 ถนนทหาร (เกียกกาย) เขตดุสิต ในส่วนของกองทัพบก บริเวณโรงเรียนทหารขนส่ง กรมการขนส่งทางบก เน้ือที่ 49-1-00 ไร่ กองร้อยขนส่งเรือ เนื้อท่ี 5-0-14 ไร่ บ้านพักข้าราชการ กองร้อยทหารมา้ ลาดตระเวนท่ี 1 กองพลท่ี 1 รกั ษาพระองค์ เน้ือที่ 3-2-32 ไร่ และบา้ นพกั ข้าราชการ

- 21 - กองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ เน้ือที่ 24-0-78 ไร่ และท่ีดินราชพัสดุหมายเลขทะเบียนที่ กท. 4936 แผนกซ่อมบารุงเรือ เนอ้ื ท่ีประมาณ 4 ไร่ เป็นที่รองรบั ผู้ท่ีได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้าง อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ 1.3 กรมราชองครักษ์ยินยอมให้รัฐสภาใช้ที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลข ทะเบียนท่ี กท. 3049 ถนนทหาร (เกียกกาย) เขตดุสิต เน้ือท่ี 4-0-33.9 ไร่ เพื่อเป็นท่ีก่อสร้างอาคาร รัฐสภาแหง่ ใหม่ 1.4 สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานยินยอมให้รัฐสภาใช้ที่ดนิ ราชพัสดแุ ปลงหมายเลขที่ กท 3049 ทต่ี ้งั โรงเรยี นโยธนิ บูรณะ เน้อื ท่ี 8-3-38 ไร่ เปน็ ทกี่ ่อสร้างอาคาร รัฐสภาแห่งใหม่ โดยรัฐสภาต้องสร้างโรงเรียนโยธินบูรณะในท่ีดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียน ที่ กท. 4591 โฉนดเลขท่ี 3239 (ใช้ในราชการสานักงานปลักระทรวงกลาโหม) แขวงบางซื่อ เขตบางซ่ือ กรงุ เทพมหานคร (ขา้ งวดั สรอ้ ยทอง) เนือ้ ท่ี 16 ไร่ซ่ึงต้องใช้เวลาในการดาเนนิ การ 2 ปี 1.5 กรุงเทพมหานครยินยอมให้รัฐสภาใช้ท่ีดินราชพัสดุแปลงหมายเลข ทะเบียนที่ กท. 3049 บริเวณศูนย์สาธารณสุข 38 สานักอนามัย เนื้อท่ี 1-1-21.5 ไร่ และบริเวณ หอ้ งสมุดเพื่อการเรียนรูด้ สุ ิต เนื้อท่ี 1-0-22 ไร่ เป็นทก่ี อ่ สรา้ งอาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่ 1.6 องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ยินยอมให้รัฐสภาใช้ที่ดินขององค์การ อุตสาหกรรมป่าไม้ติดกับพื้นท่ีราชพัสดุถนนทหาร (เกียกกาย) เขตดุสิต แปลงหมายเลขทะเบียน ท่ี กท. 3049 โฉนดที่ 5307,53600 และ 53601 แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เนอื้ ที่ 12-3-30 ไร่ เป็นทก่ี อ่ สร้างอาคารรัฐสภาแหง่ ใหม่ 1.7 กรมธนารักษ์ ยินยอมให้สานักงานปลัดกระทรวงกลาโหมใช้ท่ีดิน ราชพัสดุ แปลงหมายเลขทะเบยี นที่ อ.นบ. 12 อาเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เนื้อท่ี 101-1037 ไร่ ใช้เป็นที่กอ่ สร้างหน่วยงานและทพ่ี กั อาศยั ของสานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 2. การจ่ายคา่ ชดเชย 2.1 สานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 2.1.1 ค่าชดเชยท่ีดนิ ละสิ่งก่อสร้างใหส้ านักงานปลดั กระทรวงกลาโหม จานวน 1,000,000,000 บาท โดยแยกเปน็ - ค่าก่อสร้างหน่วยงานของสานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ตามขอ้ 1.7 จานวน 1,000,000,000 บาท (ปี 2533 จานวน 200 ล้านบาท ปี 2554 จานวน 400 ลา้ นบาท และปี 2555 จานวน 400 ลา้ นบาท) - ค่าก่อสร้างแฟลตกรมการอุตสาหกรรมทหารฯ สานักงาน ปลัดกระทรวงกลาโหม 40 ครอบครัว จานวน 100,000,000 บาท 2.1.2 ค่าปรับปรุงพ้ืนท่ีท่ีใช้ในการก่อสร้างหน่วยงานของสานักงาน ปลัดกระทรวงกลาโหม ตามขอ้ 1.7 จานวน 100,000,000 บาท (โดยใช้งบกลางปี 2551 จากรัฐบาล) 2.1.3 จัดซ้ือท่ีดินโฉนดเลขที่ 4035 เลขท่ีดิน 367 เน้ือท่ี 3-3-07 ไร่ (ใกลบ้ รษิ ัท บญุ รอดบริวเวอร่ี จากดั ) เพอ่ื สรา้ งบา้ นพักใหก้ รมการอุตสาหกรรมทหาร ศูนยก์ ารอุตสาหกรรม ป้องกันประเทศและพลังงานทหาร สานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ตามดาริของนายกรัฐมนตรี (นายสมัคร สุนทรเวช)

- 22 - 2.1.4 ให้จัดหาที่ดินสาหรับก่อสร้างศาลาว่าการกลาโหมแห่งใหม่ จานวน 250 ไร่ โดยมีระยะห่างจากศาลาว่าการกลาโหมเดิม ประมาณ 30-40 กิโลเมตร ใหส้ านักงาน ปลัดกระทรวงกลาโหม หากกรณมี ีการยา้ ยศาลาวา่ การกลาโหมในอนาคต 2.2 กองทพั บก - คา่ ชดเชยที่ดินและส่งิ ก่อสร้างกองทัพบก จานวน 3,925,000,000 บาท 2.3 กรมราชองครกั ษ์ - คา่ ชดเชยใหก้ รมราชองครักษ์ จานวน 2,000,000 บาท 2.4 โรงเรียนโยธนิ บูรณะ - คา่ รอ้ื ย้ายและก่อสร้างอาคารเรยี น อาคารประกอบ สิ่งก่อสร้างอนื่ ๆ ค่าวสั ดุครภุ ัณฑ์ และค่ากอ่ สร้างระบบสาธารณูปโภคของโรงเรียนโยธินบรู ณะ จานวน 1,000,000,000 บาท พร้อมปรับปรุงการจราจรทางบกและทางน้าสู่โรงเรียน และดูแลความปลอดภัยจากปั๊มแก๊ส ขา้ งเคียง 2.5 องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ - ค่าซื้อที่ดิน ค่าร้ือถอนโรงงาน และขนย้ายครอบครัวพนักงาน 30 ครอบครัว ขององคก์ ารอตุ สาหกรรมป่าไม้ไปอยู่ในทแี่ ห่งใหม่ จานวน 400,000,000 บาท (โดยรัฐสภา ยอมจ่ายค่ารื้อถอนโรงงานและขนย้ายครอบครัวพนักงาน 30 ครอบครัวก่อน แบบเหมาจ่ายจานวน 50,000,000 บาท) 2.6 กรงุ เทพมหานคร - ค่าชดเชยค่าก่อสร้างศูนย์บริการสาธารณสุข 38 สานักอนามัย และ ห้องสมุดเพ่ือการเรยี นรดู้ สุ ิต ของกรงุ เทพมหานคร จานวน 100,000,000 บาท 2.7 ให้รัฐสภาสร้างท่ีอยู่อาศัยให้ชุมชนบ้านพักองค์การทอผ้าและชุมชน ตระกูลดษิ ฐ์ในทดี่ นิ ราชพัสดุ หมายเลขทะเบียนท่ี กท. 4936 แผนกซ่อมบารุงเรอื เนอ้ื ทปี่ ระมาณ 4 ไร่ ใหแ้ ลว้ เสร็จภายใน 1 ปี 3. เงือ่ นไขการส่งมอบพน้ื ที่ 3.1 สานักปลัดกระทรวงกลาโหม จะส่งมอบพื้นที่บริเวณบ้านพัก กรมการ อุตสาหกรรมทหาร ศูนยก์ ารอตุ สาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร สานักงานปลดั กระทรวง กลาโหม ตามข้อ 1.1.1 ให้รัฐสภาได้เมื่อรัฐสภาจัดซื้อที่ดิน ตามข้อ 2.1.3 พร้อมกับก่อสร้างแฟลต กรมการอตุ สาหกรรมทหารฯ 40 ครอบครวั แลว้ เสรจ็ และพร้อมเข้าอยอู่ าศยั 3.2 กองทัพบกจะส่งมอบพื้นท่ีราชพัสดุถนนทหาร (เกียกกาย) เขตดุสิต ท่ีไร้ประโยชน์ในส่วนของกองทัพบก ตามข้อ 1.2 ให้รัฐสภาได้หลังจากที่มีการร้ือย้ายหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นท่ีดังกล่าวแล้วเสร็จ ซ่ึงต้องใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ในส่วนที่จาเป็นเร่งด่วน ส่วนที่เหลือ ให้ส่งมอบโดยเรว็ ตอ่ ไป 3.3 กรมราชองครักษ์จะส่งมอบพื้นที่ท่ีจะก่อสร้างบ้านพักอาศัยนายทหาร ตา่ กวา่ สญั ญาบัตรในพน้ื ที่ ตามขอ้ 1.3 ใหร้ ัฐสภา 3.4 สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน จะส่งมอบพื้นท่ี ตามขอ้ 1.5 ให้รฐั สภาได้ เมือ่ มกี ารสรา้ งอาคารเรยี นทดแทนในพ้นื ท่ี ตามขอ้ 1.1.3 เสร็จเรียบร้อยแล้ว

- 23 - 3.5 องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ จะส่งมอบพ้ืนที่ให้รัฐสภาได้ภายใน ระยะเวลา 2 เดอื น หลงั จากทล่ี งนามบันทกึ ข้อตกลงนี้แล้ว 3.6 กรุงเทพมหานคร จะสง่ มอบพื้นท่ีศนู ย์บรกิ ารสาธารณสุข 38 สานักอนามัย และหอ้ งสมดุ เพือ่ การเรยี นรู้ดสุ ติ ใหร้ ัฐสภา 3.7 ให้กรมธนารักษ์ส่งมอบพื้นที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียน ที่ อ.นบ. 12 อาเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จานวน 101-1-37 ไร่ ให้สานักงานปลัดกระทรวง กลาโหม ภายในวันที่ 15 กันยายน 2551 (เฉพาะบริเวณท่ีเป็นพื้นท่ีว่าง เน้ือท่ีประมาณ 80 ไร่เศษ) ส่วนพื้นท่ีท่ีเหลือบริเวณที่จัดให้เช่าจะได้ดาเนินการบอกเลิกสัญญาทันที และส่งมอบพ้ืนที่ให้โดยเร็ว ต่อไป ทัง้ นี้ สานักงานปลดั กระทรวงกลาโหมจะไดป้ ระสานการขอใชก้ บั กรมธนารกั ษต์ ่อไป ต่อมากรมธนารกั ษ์ไดอ้ อกหนังสือสาคัญสาหรับท่ีหลวง (น.ส.ล.) เพือ่ ใช้ประโยชน์ เป็นท่ีตั้งรัฐสภา ออกให้ ณ วันท่ี 2 มีนาคม 2554 ตามหนังสือกรมธนารักษ์ ท่ี กค 0311/3106 ลงวันที่ 11 มนี าคม 2554 ซง่ึ รัฐสภาโดยสานกั งานเลขาธกิ ารสภาผู้แทนราษฎรได้ดาเนินการติดตามและเร่งรัด การส่งมอบที่ดินจากหน่วยงานต่าง ๆ เรื่อยมา ซึ่งมีบางหน่วยงานที่ส่งมอบพื้นที่ให้รัฐสภา ส่วนพื้นท่ี ที่เหลือหน่วยงานมีแผนจะส่งมอบให้รัฐสภาในปี พ.ศ. 2556-ต้นปี 2557 จากน้ันจึงได้มีการกาหนด เป็นแผนการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างในร่างขอบเขตของงานจ้างผู้รับจ้าง เพ่ือให้สานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร เตรียมดาเนนิ การประกวดราคาจา้ งก่อสร้างต่อไป และได้มีการกาหนดรายละเอียด การส่งมอบพื้นที่ไว้ใน ผนวก 13 แนบท้ายสัญญาจ้างก่อสร้าง (ภาคผนวก จ (3)) (เอกสารช้ีแจงข้อซักถาม ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่,ประเด็นการส่งมอบ พน้ื ที่ก่อสรา้ งใหผ้ รู้ บั จา้ ง, ทป่ี รึกษาบริหารโครงการ CAMA, 20 มกราคม 2563) เม่ือสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ลงนามสัญญาจ้างก่อสร้าง อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ กับ บรษิ ทั ซโิ น-ไทย เอน็ จเิ นียริ่งแอนด์คอนสตรัคช่ัน จากัด (มหาชน) ได้มีการส่งมอบพ้นื ทใ่ี ห้แกผ่ ้รู บั จา้ ง ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้ 1. กาหนดการส่งมอบพื้นท่ีคร้ังที่ 1 ในวันที่ 1 เมษายน 2556 พ้ืนท่ี ประมาณ 90-3-4 ไร่ เป็นพน้ื ที่กอ่ สร้างสว่ นอาคารหลกั ประกอบด้วยพ้ืนที่ 1.1 องคก์ ารอตุ สาหกรรมป่าไม้ (ออป.) 1.2 ชุมชนตระกูลดิษฐ์ 1.3 กองทัพบก ประกอบด้วย 1) บา้ นพักข้าราชการกองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ 2) บ้านพักข้าราชการกองร้อยทหารม้าลาดตระเวนที่ 1 กองพล รักษาพระองค์ 3) โรงเรียนทหารขนสง่ กรมการขนสง่ ทหารบก ส่วนพน้ื ทีก่ อ่ สรา้ งหลัก การส่งมอบตามข้อเท็จจริง : ผู้ว่าจ้าง (สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทน ราษฎร) ได้ส่งมอบพื้นที่ให้ผู้รับจ้างก่อสร้างได้จริงล่าช้ากว่ากาหนดการส่งมอบ รวมทั้งส้ิน 413 วัน โดยแบ่งการสง่ มอบเป็น 4 คร้ัง ดังนี้ ครั้งท่ี 1/1 เม่ือวันท่ี 7 มิถุนายน 2556 ล่าช้า 67 วัน ส่งมอบพ้ืนที่ จานวน 47-1-28 ไร่ ประกอบดว้ ย

- 24 - - บา้ นพกั ม.พัน4 รอ. พล. ม.2 รอ. และร้อย ม. (ลว.) 1 (ทบ.) - ชมุ ชนตระกลู ดิษฐ์ - องคก์ ารอตุ สาหกรรมป่าไม้ (ออป.) ครั้งท่ี 1/2 เมื่อวันท่ี 6 กันยายน 2556 ล่าช้า 159 วัน ส่งมอบพื้นท่ี จานวน 15-3-80 ไร่ ประกอบด้วย - กองพันนักเรียน และบ้านพกั ขส.ทบ. - สถานีวทิ ยุยานเกราะ (ทบ.) คร้ังที่ 1/3 เมอื่ วันท่ี 11 พฤศจกิ ายน 2556 ลา่ ช้า 225 วนั ส่งมอบพ้ืนที่ จานวน 17-0-28 ไร่ ประกอบดว้ ย - โรงเรียนกองทพั บกอปุ ถมั ภ์ ชา่ งกล ขส.ทบ. และโรงเรียน ขส.ขส.ทบ. (ทบ.) ครั้งที่ 1/4 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2557 ล่าช้า 413 วัน ส่งมอบพ้ืนที่ จานวน 10-3-20 ไร่ ประกอบด้วย - บา้ นพัก รร.ขส.ขส.ทบ. - สถานีวทิ ยุ ขส.ทบ. 2. กาหนดการส่งมอบพื้นท่ีคร้ังท่ี 2 ในวันท่ี 30 กันยายน 2556 พ้ืนที่ ประมาณ 0-1-60 ไร่ ประกอบดว้ ยพื้นทช่ี มุ ชนบา้ นพกั องค์การทอผา้ สว่ นพ้ืนท่กี อ่ สรา้ งอาคารหลกั การส่งมอบตามข้อเท็จจริง : ผู้ว่าจ้าง (สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทน ราษฎร) ส่งมอบพ้ืนที่ท้ังหมดจานวน 0-1-60 ไร่ ให้ผู้รับจ้างก่อสร้างได้จริง ในวันท่ี 23 กรกฎาคม 2557 ซึง่ ล่าชา้ กวา่ กาหนดการส่งมอบ จานวน 357 วนั 3. กาหนดการส่งมอบพื้นท่ีคร้ังที่ 3 ในวันท่ี 30 ธันวาคม 2556 พื้นที่ ประมาณ 11-3-60 ไร่ ประกอบด้วยพ้ืนท่ี 3.1 กองร้อย ขส.เรือ (สว่ นอาคารหลัก) 3.2 กองรอ้ ย ขส.เรือ (ส่วนทเี่ หลือ) การส่งมอบตามข้อเท็จจริง : ผู้ว่าจ้าง (สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทน ราษฎร) ได้ส่งมอบที่กองร้อยขนส่งเรือบางส่วน (อาคารหลัก) จานวน 2-3-54 ไร่ ให้ผู้รับจ้างก่อสร้าง ได้จริงในวันท่ี 23 กรกฎาคม 2557 ซง่ึ ล่าชา้ กวา่ กาหนดการสง่ มอบ จานวน 267 วัน ท้ังน้ี การส่งมอบพื้นท่ีส่วนอาคารหลักครบถ้วน เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2557 ซง่ึ ทาใหป้ ัญหาการส่งมอบพ้ืนท่ีก่อสรา้ งอาคารหลักส้ินสุดลง และผรู้ บั จ้างสามารถทางานขุดดิน ได้จรงิ ตัง้ แต่วันท่ี 1 สิงหาคม 2557 เป็นต้นไป 4. กาหนดการส่งมอบพื้นท่ีครั้งท่ี 4 ในวันท่ี 30 เมษายน 2557 พ้ืนที่ ประมาณ 20-0-80 ไร่ เป็นพื้นทส่ี ่วนนอกอาคารหลกั ประกอบด้วยพ้นื ที่ 4.1 บ้านพักกรมการอุตสาหกรรมทหาร (อท.ศอพท.) ของสานักงาน ปลดั กระทรวงกลาโหม 4 ช้นั จานวน 1 อาคาร 4.2 ศูนย์สาธารณสุขและห้องสมุดเพ่ือการเรียนร้ดู ุสติ ของกรุงเทพมหานคร 4.3 ชุมชนบ้านพักองค์การทอผา้ 4.4 โรงเรียนโยธนิ บรู ณะ

- 25 - การส่งมอบตามข้อเท็จจริง : ผู้ว่าจ้าง (สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทน ราษฎร) ได้ส่งมอบพ้ืนท่ีตามกาหนดการส่งมอบ ครั้งที่ 4 ให้ผู้รับจ้างก่อสร้างได้จริง ในวันที่ 11 พฤศจกิ ายน 2559 ซ่ึงลา่ ชา้ กว่ากาหนดการส่งมอบ จานวน 926 วัน ดว้ ยสาเหตดุ ังน้ี 1. พื้นที่อาคารบ้านพักกรมการอุตสาหกรรมทหาร (อท.ศอพท.) ซ่ึงเป็น พื้นทข่ี องสานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ล่าช้าเนื่องจากสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อยู่ระหว่าง ดาเนินการตามระเบียบพัสดุในการรื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้าง เช่น แต่งตั้งคณะกรรมการกาหนด ราคากลาง คณะกรรมการขายซากอาคาร เป็นตน้ 2. พื้นท่ีศูนย์สาธารณสุข 38 และพื้นท่ีห้องสมุดเพ่ือการเรียนรู้ดุสิต ซง่ึ เปน็ พื้นทขี่ องกรงุ เทพมหานคร ล่าชา้ เน่ืองจากกรงุ เทพมหานครได้รอ้ื ยา้ ยอุปกรณ์สานักงานแลว้ เสร็จ และอยู่ระหว่างดาเนินการรื้อถอนอาคาร ตามระเบียบฯ โดยคาดว่าส่งพื้นที่คืนให้รัฐสภาในเดือน พฤษภาคม 2558 3. พื้นท่ชี ุมชนบ้านพกั องค์การทอผ้า ล่าช้าเนื่องจากสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อยู่ระหว่าง เร่งรัดการก่อสร้างอาคารท่ีพักอาศัย จานวน 79 ครอบครัว ซ่ึงส่วนแรกจานวน 37 ครอบครัว จะแล้ว เสร็จก่อน ส่วนที่เหลือคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2558 และพิจารณาหาข้อสรุปกรณี มีผู้ท่ีได้รับผลกระทบ จานวน 19 ราย และเพ่ิมเติมอีก 9 ราย ร้องเรียนไปยังคณะรักษาความสงบ แห่งชาติและนายกรัฐมนตรี เพื่อขอความเป็นธรรมขอสิทธิ์ที่อยู่อาศัยท่ีรัฐสภาจะสร้างให้เพิ่มเติม ซึ่งหากไม่ได้ทีอ่ ยกู่ ็จะไมย่ า้ ยออกจากพน้ื ที่ 4. พื้นที่สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน (สพฐ.) เป็นพื้นท่ี โรงเรยี นโยธินบูรณะ ลา่ ชา้ เนือ่ งจากรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธกิ ารได้อนมุ ัติเห็นชอบ ในหลักการจ้างผู้รับจ้างก่อสร้างแล้ว เม่ือวันท่ี 24 เมษายน 2558 ซึ่งสานักงานคณะกรรมการ การศึกษาข้ันพ้ืนฐานและโรงเรียนโยธินบูรณะอยู่ระหว่างจัดเตรียมเอกสารเพื่อลงนามสัญญาจ้าง ผู้รับจ้างก่อสร้าง และเร่งรัดงานก่อสร้างระบบอุปกรณ์ประกอบอาคาร เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบปรับ อากาศ เป็นต้น ให้แล้วเสร็จก่อนเปิดการเรียนการสอนในเดือนพฤศจิกายน 2558 ซ่ึงสานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐานจะส่งมอบพ้ืนที่พร้อมสิ่งปลูกสร้างคืนให้รัฐสภาได้ภายในเดือน สิงหาคม 2558 2.2.3 สัญญาจ้างกอ่ สร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ (สญั ญาหลกั ) สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ประกาศประกวดราคาจ้างก่อสร้าง อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม ปรากฏตามเอกสารประกวดราคาจ้าง เลขท่ี 2/2556 ลงวันท่ี 4 มกราคม 2556 (ภาคผนวก จ (6)) หลังจากที่ได้มีการประกาศประกวดราคา ได้มีผู้เข้ารับเอกสาร จานวน 14 ราย มีผู้สนใจยื่นเอกสารเพื่อคัดเลือกเป็นผู้ท่ีมีคุณสมบัติเบื้องต้นในการประกวดราคาจ้าง จานวน 6 ราย มีผู้ผ่านคัดเลือกจานวน 4 ราย ประกอบด้วย (1) บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์

- 26 - จากัด (มหาชน) (2) บริษัท ซินเท็ค คอนสตรัคช่ัน จากัด (มหาชน) (3) บริษัท เพาเวอร์ไลน์ จากัด (มหาชน) (4) บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียรงิ่ แอนดค์ อนสตรัคชนั่ จากัด (มหาชน) วันที่ 28 ธันวาคม 2555 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ดาเนินการ ประกาศประกวดราคางานก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ โดยเชิญผู้ที่ผา่ นคุณสมบัติเบื้องต้นท้ัง 4 ราย เข้าเสนอราคา และรับฟังการชี้แจงรายละเอียดและขอบเขตของงาน รวมท้ังระยะเวลาในการก่อสร้าง ให้แล้วเสร็จภายใน 900 วัน และตรวจสอบการไม่มีผลประโยชน์ร่วมกนั ของผู้ย่ืนข้อเสนอ ผลปรากฏว่า ทัง้ 4 รายผา่ นการตรวจสอบ วันท่ี 6 มีนาคม 2556 คณะกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคาได้เปิดซอง ราคาของผู้ย่ืนข้อเสนอท้ัง 4 ราย ผู้ท่ีผ่านคุณสมบัติเบ้ืองต้นทั้ง 4 ราย ได้ย่ืนข้อเสนอทางด้านราคา ด้านเทคนิคการก่อสร้าง และระยะเวลาในการก่อสร้างให้แล้วภายใน 900 วัน ซึ่งบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียร่งิ แอนด์คอนสตรัคช่ัน จากดั (มหาชน) เปน็ ผู้เสนอราคาต่าท่สี ดุ เป็นจานวน 12,906,982,000 บาท แตส่ ูงกวา่ ราคากลาง คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาจึงได้ดาเนินการต่อรองราคา ซง่ึ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จากัด (มหาชน) ได้ปรับลดราคาให้ต่ากว่าราคากลางอยู่ท่ี 12,280,000,000 บาท (หนึง่ หมื่นสองพนั สองรอ้ ยแปดสบิ ลา้ นบาทถว้ น) ต่อมาเมื่อวันท่ี 30 เมษายน 2556 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงนามสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบกับบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียร่ิงแอนด์คอนสตรัคชั่น จากัด (มหาชน) (ผู้รับจ้าง) ตามสัญญาเลขที่ 116/2556 (ภาคผนวก จ) โดยมีระยะเวลาก่อสร้าง 900 วัน เร่ิมดาเนินงานในวันท่ี 8 มิถุนายน 2556 ส้ินสุดใน วันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 มูลค่างาน 12,280,000,000 บาท (หนึ่งหมื่นสองพันสองร้อยแปดสิบล้าน บาทถ้วน) จานวนงวดงาน 4,760 งวด รายละเอียดตามผนวก 3 เอกสารแนบท้ายสัญญาจ้างก่อสร้าง (สรุปการดาเนินกระบวนการจัดซ้ือจัดจ้างงานตามสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อม อาคารประกอบ (สัญญาหลกั ) และงานนอกสัญญา ของกลุ่มงานพสั ดุ, สานักการคลังและงบประมาณ ที่ สผ 0005.05/671 ลงวันท่ี 2 มิถุนายน 2563) หน้าท่ีของผูว้ ่าจ้างและผูร้ บั จ้างตามสัญญา หนา้ ทหี่ ลกั ของผ้วู า่ จา้ งตามสัญญามี 2 ประการ คอื 1. ผู้ว่าจ้างจะส่งมอบพ้ืนท่ีก่อสร้างต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้อง หรือตามความพร้อมของผู้ว่าจ้าง และในกรณีท่ีมีการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า ผู้รับจ้างไม่อาจ เรียกร้องค่าเสียหายใดจากผู้ว่าจ้างได้ หรือหากผู้ว่าจ้างไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้พ้ืนที่จากส่วนราชการ ที่เก่ียวข้อง ผู้ว่าจ้างมีสิทธ์ิบอกเลิกสัญญา และผู้รับจ้างไม่อาจเรียกร้องค่าเสียหายหายใด ๆ จากผู้ว่าจ้าง ไดเ้ ชน่ กัน 2. ผู้ว่าจ้างต้องจัดหาสถานท่ีท้ิงดินในระยะประมาณ 10 กิโลเมตรจากพื้นท่ี ก่อสร้างให้แก่ผู้รับจ้าง เพ่ือให้ผู้รับจ้างสามารถนาดินออกไปพักไว้นอกโครงการตามเง่ือนไขเฉพาะ ของงานก่อสร้างตามสัญญา ในผนวก 10 ข้อ 3 (ภาคผนวก จ (2)) และผนวก 18 ตารางสรุปรายการ คาถาม-คาตอบ โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ แนบท้ายสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภา แหง่ ใหม่ พร้อมอาคารประกอบ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook