Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore (4) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว 4.1

(4) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว 4.1

Published by agenda.ebook, 2020-11-03 09:27:42

Description: (4) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว 4.1 การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 2 ครั้งที่ 3-4 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันที่ 11-12 พฤศจิกายน 2563

Search

Read the Text Version

- 27 - ส่วนหน้าท่ีของผู้รับจ้างตามสัญญาจ้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เลขท่ี 116/2556 ลงวันที่ 30 เมษายน 2556 กาหนดให้ผู้รับจ้างต้องทาการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่พิเศษมีพื้นที่ ใช้สอยประมาณ 424,000 ตารางเมตร มีงานติดตั้งงานระบบประกอบอาคารท่ีซับซ้อนประกอบด้วย งานสถาปัตยกรรม งานสถาปัตยกรรมไทย (เครื่องยอด) งานสถาปัตยกรรมและตกแต่งภายใน งานภูมิสถาปัตยกรรม งานวิศวกรรมโครงสร้าง งานวิศวกรรมไฟฟ้า งานวิศวกรรมปรับอากาศและ ระบายอากาศ งานวิศวกรรมสุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อม งานวิศวกรรมป้องกันอัคคีภัยและแจ้งเหตุ เพลิงไหม้ งานระบบรักษาความปลอดภัย งานลิฟต์และบันไดเล่ือน งานออกแบบกราฟิก ป้ายและ สัญลักษณ์ งานครุภัณฑ์ งานระบบโสตทัศนูปกรณ์และเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งงานอ่ืนใด โดยมีช้ันใต้ดินและชั้นลอยในช้ันใต้ดินรวมสามช้ัน เน่ืองจากโครงการมีวงเงินค่าก่อสร้างสูงผูกพัน งบประมาณข้ามปี และจาเป็นต้องใช้เครื่องจักร เครื่องมือ เทคโนโลยี วิธีการก่อสร้างและการจัดการ วัสดุในการก่อสร้างโดยผู้ชานาญงานเฉพาะด้านในเวลาท่ีจากัด เป็นโครงการที่ต้องใช้เทคโนโลยี ในการขุดดินปริมาณประมาณ 1 ล้านลูกบาศก์เมตร ประกอบกับสถานที่ก่อสร้างที่ติดแม่น้า อันจาเป็นต้องมีระบบการป้องกันการพังทลายของดิน และจะต้องมีการเคล่ือนย้ายดินขุด อนั จาเป็นต้องมีการขนย้ายท่ีมปี ระสิทธภิ าพโดยไม่ส่งผลกระทบต่อการจราจร และสร้างความเดือดร้อน ราคาญรบกวนพื้นท่ีข้างเคียง ในการตรวจร่างสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคาร ประกอบสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้มีหนังสือ ที่ สผ 0015/518 ลงวันที่ 15 มกราคม 2556 ถึงอยั การสูงสุด เพอื่ ขอความอนุเคราะหจ์ ากสานักงานอัยการสงู สุดตรวจร่างสัญญาจ้างก่อสร้าง อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ และต่อมาสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีหนังสือ ด่วนท่ีสุด ที่ สผ 0015/2763/56 ลงวันท่ี 28 กุมภาพันธ์ 2556 และหนังสือสานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ที่ สผ 0015/4198 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2556 ชี้แจงข้อเท็จจริงและส่งเอกสาร เพ่ิมเติมเพื่อประกอบการพิจารณาตรวจร่างสัญญา สานักงานอัยการสูงสุดได้พิจารณาร่างสัญญา ดังกล่าว โดยมีนายกุลพล วัชรกาฬ ผู้บังคับบัญชากลุ่มงานพัฒนากฎหมายและคณะ ผู้แทนสานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไปช้ีแจงข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณา ตามบันทึกคาชี้แจง ของผแู้ ทนสานกั งานเลขาธกิ ารสภาผู้แทนราษฎร ลงวนั ที่ 23 มกราคม 2556 และวันที่ 13 มนี าคม 2556 สานักงานอัยการสูงสุดได้มีหนังสือ ด่วนท่ีสุด ท่ี อส 0005/4127 ลงวันท่ี 28 มีนาคม 2556 ถึงเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แจ้งว่าได้ตรวจพิจารณาร่างสัญญาดังกล่าวเสร็จแล้ว พรอ้ มส่งรา่ งสัญญาซงึ่ ไดพ้ ิมพย์ กรา่ งขน้ึ ใหม่และให้ขอ้ สังเกตวา่ 1. บรรดาเอกสารแนบท้ายสัญญาซ่ึงเป็นรายละเอียดเก่ียวกับข้อเท็จจริงและ บางส่วนเป็นเอกสารประกอบรายละเอียดของ TOR ซ่ึงได้มีการออกประกาศแก่สาธารณชนแล้ว สานักงานอัยการสูงสุดไม่ได้ตรวจพิจารณา สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจึงต้องพิจารณา ในแง่ของความเช่ือมโยงระหว่างเอกสารภาคผนวกให้สอดคล้องกับเง่ือนไขของสัญญาและควรระบุ เอกสารแนบท้ายสัญญาให้ครอบคลุมถึงเอกสารประกอบประกาศประกว ดราคาจ้างก่อสร้าง ร่างขอบเขตของงาน (TOR) และเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งเง่ือนไขทวั่ ไปและเงื่อนไขเฉพาะของงานก่อสรา้ งตามสัญญาให้ครบถ้วนก่อนลงนามดว้ ย

- 28 - 2. เน่ืองจากในการดาเนินการตามสัญญาน้ี กาหนดให้งานตั้งแต่งวดงานที่ 1 ถึงงวดงานที่ 4,760 (งวดสุดท้าย) ผู้รับจ้างสามารถที่จะทางานงวดใดก่อนก็ได้ หากไม่กระทบต่อ โครงสร้างและความม่ันคงแข็งแรงหรือขั้นตอนการดาเนินการทางวิชาการ ทั้งนี้ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิท่ีจะ กาหนดให้ผู้รับจ้างทางานใดก่อนหลัง ตามที่ผู้ว่าจ้างเห็นสมควรและผู้รับจ้างสามารถท่ีจะส่งงวดงาน งวดใดก่อนก็ได้เมื่องานน้ันแล้วเสร็จ โดยผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้างตามงวดเงินที่กาหนดไว้ ดังน้ัน สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจึงควรกาหนดจานวนเงินค่าจ้างท่ีจะต้องจ่ายให้สัมพนั ธ์ กบั เน้ืองานด้วย 3. เน่ืองจากสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ มีความเก่ียวข้องเช่ือมโยงกับสัญญา (1) สัญญาจ้างที่ปรึกษาศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมโครงการ ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ (2) สัญญาจ้างออกแบบอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ (3) สัญญาจ้างท่ีปรึกษาบริหารโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ (4) สัญญาจ้างควบคุมงาน กอ่ สร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ ในการกาหนดค่าปรับและค่าเสยี หายตามสัญญานี้ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจึงต้องคานึงถึงค่าปรับและค่าเสียหายที่อาจเกิดข้ึนหรือ ทีต่ ้องจ่ายหากมีการไมป่ ฏบิ ัติตามสญั ญานี้ให้ครอบคลมุ ถงึ สญั ญาอืน่ ๆ ขา้ งต้นด้วย 4. สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรควรตรวจสอบว่าการประกันภัย การก่อสร้างแบบ Construction All Risks ตามที่กาหนดในเง่ือนไขเฉพาะของงานก่อสร้างตามสัญญา ข้อ 8.1 ครอบคลุมถึงความรับผิดของผู้รับจ้างตามสัญญาหรือไม่ หากได้ความว่ายังไม่ครอบคลุมถึง ภัยธรรมชาติและเหตุสุดวิสัย และหากประสงค์ให้ครอบคลุมถึงเหตุพิเศษดังกล่าวก็ควรเจรจาต่อรอง กับผ้รู บั จา้ งเพือ่ ให้ครอบคลุมถงึ เหตุดังกล่าวดว้ ย 5. สัญญากรมธรรม์ประกันภยั ที่ระบุให้สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับประโยชน์เป็นสัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก ซ่ึงผู้รับประโยชน์จะได้รับค่าสินไหมทดแทน ต่อเม่ือได้แสดงเจตนาจะขอเข้ารับประโยชน์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 374 จึงเป็นเรอื่ งทีส่ านักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรควรใชค้ วามระมัดระวัง โดยเมือ่ ได้มีการทาสัญญา ประกันภัยแล้ว สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรควรท่ีจะแจ้งแสดงเจตนาไปยังผู้รับประกันภัย ว่าจะถือเอาประโยชน์จากสัญญาทันทีก็จะเป็นประโยชน์ต่อสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในการบรหิ ารโครงการอย่างมีประสิทธภิ าพ อย่างไรก็ตาม ผู้แทนสานักงานอัยการสูงสุดให้ข้อมูลว่า ในส่วนสัญญาจ้าง ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ สานักงานอัยการสูงสุดไม่ได้เป็นผู้ร่าง แต่เข้าใจว่าเป็นการร่างโดย สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรร่วมกับที่ปรึกษาบริหารโครงการ CAMA ส่วน TOR สานักงาน อัยการสูงสุดก็ไม่ได้เก่ียวข้องในการยกร่าง เพราะสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ส่งสัญญา มาให้สานักงานอัยการสูงสุดตรวจภายหลังจากที่ได้มีการประกาศเชิญชวนตาม TOR ไปแล้ว เช่นเดียวกับที่ปรึกษาบริหารโครงการ CAMA ชี้แจงในการประชุมว่า ที่ปรึกษาบริหารโครงการ CAMA ไม่ได้เป็นผู้ร่างสัญญา (การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคาร รัฐสภาแห่งใหม่, คร้งั ที่ 5 วันท่ี 20 มกราคม 2563)

- 29 - อน่ึง ในการจัดทาร่างสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคาร ประกอบ (สัญญาหลัก) นายสมชาติ ธรรมศิริ ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมาธิการ คนท่ีสาม ในฐานะ ผู้อานวยการสานักกฎหมายในขณะน้ัน ได้ให้ข้อมูลในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ คร้ังที่ 8 วันที่ 28 มกราคม 2563 ว่า ร่างสัญญาแรกจัดทาข้ึนโดยท่ีปรึกษาบริหารโครงการ CAMA ต่อมา ร่างสัญญาดังกล่าวสานักการคลังและงบประมาณ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดส่ง มาให้สานักกฎหมาย สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตรวจพิจารณา โดยได้ส่งมาเม่ือวันท่ี 30 พฤศจิกายน 2555 แต่ไม่ได้ส่งร่างขอบเขตของงาน (TOR) มาด้วย หลังจากน้ันประมาณกลางเดือน ธันวาคม 2555 จึงได้รับร่าง TOR ตามมา ซึ่งสานักกฎหมายได้ต้ังคณะทางานและดาเนินการปรับแก้ ให้สอดคล้องกับระเบียบและเปรียบเทียบจากสัญญาต้นแบบที่เป็นสัญญาก่อสร้างของรัฐส่วนใหญ่ โดยใช้เวลาปรับแก้ประมาณ 1 เดือน จากนั้นส่งให้สานักงานอัยการสูงสุดช่วยตรวจร่างสัญญา ตามหลักการ ประมาณวันที่ 15 มกราคม 2556 โดยสานักกฎหมายได้ส่งผู้แทนไปประสานงานกับ สานักงานอัยการสูงสุดเป็นระยะ รวมทั้งที่ปรึกษาบริหารโครงการ CAMA ได้ส่งตัวแทนไปชี้แจงด้วย และได้มีการยอมรับอยู่ในบันทึกข้อตกลงการตรวจร่างสัญญาว่า ร่างสัญญาในฉบับแรกท่ีปรึกษา บริหารโครงการ CAMA เป็นผู้จัดทาข้ึน จากนั้นสานักกฎหมายจึงได้ทาการปรับปรุง ซ่ึงสานักงาน อัยการสูงสุดได้ตรวจแก้หลายครั้งและได้ส่งกลับมาท่ีสานักกฎหมายปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2556 จึงได้ทาการเสนอผู้บังคับบัญชา โดยในการประสานงานทุกครั้งจะมีการรายงานผ่านเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้นคือนายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย รายงานให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทราบทุกคร้ัง ซ่ึงตอนท่ีส่งสัญญามาได้จัดทา TOR เรียบร้อยแล้ว สานักกฎหมายไม่สามารถปรบั แก้ได้ และได้มีการเซ็นสัญญากับบริษัท ซิโน-ไทยฯ เมื่อประมาณเดือนเมษายน 2556 โดยสัญญาดังกล่าว มแี บบกอ่ สรา้ งทั้งหมด 2.2.4 การบรหิ ารจดั การดิน ตามท่ีผู้ออกแบบโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคาร ประกอบ (กลุ่มกิจการร่วมค้า สงบ 1051) ได้ออกแบบอาคารรัฐสภาแห่งใหม่โดยมีชั้นใต้ดินเพ่ือเป็น ท่ีจอดรถ จานวน 2 ชั้น ความลึกในการขุดดินประมาณ 12-16 เมตร พ้ืนท่ี 80,000 ตารางเมตร มีปริมาณดินขุดจานวน 944,355 ลูกบาศก์เมตร (คิวแน่น) เมื่อคูณค่าการขยายตัวของดินขุดท่ี 1.25 (อ้างอิงค่า Factor จากกรมโยธาธกิ ารและผังเมือง) จะมีปริมาณดินท่ีต้องขนย้าย จานวน 1,180,443 ลูกบาศก์เมตร (คิวหลวม) โดยคณะกรรมการกาหนดราคากลางงานก่อสร้างฯ ได้กาหนดค่าใช้จ่าย ในการขนยา้ ยดินออกจากโครงการในระยะทาง 10 กโิ ลเมตร จากพ้นื ทก่ี ่อสรา้ ง สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยคณะกรรมการกาหนดขอบเขต ของงานจ้างก่อสร้าง ฯ ได้กาหนดการบริหารจัดการดินไว้ในเง่ือนไขเฉพาะของการของการก่อสร้าง ตามสัญญา ข้อ 3 ดินขุดจากการก่อสร้าง “ดินขุดที่เหลือใช้จากการก่อสร้างถือว่าเป็นทรัพย์สิน ของราชการให้ผู้รับจ้างนาออกไปเก็บไว้นอกโครงการในบริเวณพื้นท่ีว่างในระยะประมาณ 10 กิโลเมตร จากพื้นท่ีก่อสร้าง โดยค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้อยู่ในความรับผิดชอบของ ผู้รับจ้าง และไม่สามารถนาค่าใช้จ่ายเหล่าน้ันมาคิดเป็นงานเพิ่มกับผู้ว่าจ้างได้” และในขั้นตอน การประกวดราคาได้มีผู้สนใจเข้าร่วมเสนอราคาตั้งคาถามในประเด็น “พื้นที่ว่างในระยะ 10 กิโลเมตร” ซึ่งคณะกรรมการกาหนดขอบเขตของงานจ้างก่อสร้างฯ ได้ตอบช้ีแจงในประเด็นน้ีว่า “สถานที่ท้ิงดิน

- 30 - ผู้ว่าจ้างจะกาหนดให้ภายหลัง” (ผนวก 18 ตารางสรุปรายการ คาถาม-คาตอบ โครงการก่อสร้าง อาคารรัฐสภาแหง่ ใหม่ แนบทา้ ยสญั ญาจ้างก่อสรา้ งอาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่ พร้อมอาคารประกอบ) แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถ ที่จะกาหนดท่ีพักดินในรัศมีจากพื้นที่โครงการประมาณ 10 กิโลเมตร ให้แก่ผู้รับจ้างได้ แม้ข้อเท็จจริง จะปรากฏว่าได้ดาเนินการแก้ไขมาโดยตลอด ในเบ้ืองต้นด้วยวิธีการบริจาคดินและท้ายสุดด้วยวธิ ีการ ขายดินเป็นระยะ ๆ จนผู้รับจ้างสามารถท่ีจะขนย้ายดินได้แล้วเสร็จในวันที่ 21 มกราคม 2559 ซึ่งมีความล่าช้าจากแผนการก่อสร้าง (เอกสารช้ีแจงข้อซักถามของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่, ประเด็นการบริหารจัดการดิน, ท่ีปรึกษาบริหาร โครงการ CAMA, 20 มกราคม 2563) ต่อมาสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยคณะกรรมการให้คาปรึกษา และประสานงานในการกากบั ดูแลโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแหง่ ใหม่ ไดใ้ หน้ โยบายในการบริหาร จัดการดินโดยเปิดให้หน่วยงานราชการอื่น ๆ หรือมูลนิธิ ท่ีมีความต้องการหรือความประสงค์ที่จะขอรับ ดนิ ของรัฐสภาไปใช้ ซง่ึ ไดม้ ี 3 หนว่ ยงาน ทที่ าหนังสอื แจ้งความประสงคท์ ี่จะนาดินของรฐั สภาไปใช้ ดังน้ี 1. กรงุ เทพมหานคร ได้แจง้ ความประสงค์ขอรับดิน ตามหนงั สอื ที่ กท 1106/933 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2556 โดยเจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานของกรุงเทพมหานครร่วมกับท่ีปรึกษาบริหาร โครงการ CAMA ได้สรุปปริมาณดินที่กรุงเทพมหานครจะขอรับไปใช้ในพื้นที่ต่าง ๆ จานวน 625,000 ลกู บาศก์เมตร (ควิ หลวม) ดงั น้ี - ซอยเพชรเกษม 69 (บางบอน 3) จานวน 400,000 ลกู บาศกเ์ มตร - ทีด่ นิ บริเวณสแ่ี ยกสรรพาวธุ เขตบางนา จานวน 160,000 ลูกบาศก์เมตร - สวนหลวง ร.9 เขตประเวศ จานวน 45,000 ลูกบาศกเ์ มตร - กลุ่มงานขยายพันธ์ไุ ม้อ่อนนชุ เขตประเวศ จานวน 20,000 ลูกบาศกเ์ มตร 2. คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้แจ้ง ความประสงค์เพ่ือขอรับบริจาคดิน ตามหนังสือท่ี ศธ 0517.06/2720 ลงวันที่ 4 เมษายน 2556 จานวน 500,000 ลกู บาศก์เมตร (คิวหลวม) เพ่อื นาไปถมพืน้ ท่ีภายในโครงการก่อสร้างสถาบันการแพทย์ จกั รีนฤบดินทร์ อาเภอบางพลี จังหวัดสมทุ รปราการ 3. สานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้แจง้ ความประสงคเ์ พื่อขอรับบริจาคดิน ตามหนงั สอื ที่ ทช 1001/13466 ลงวันท่ี 7 พฤษภาคม 2556 จานวน ประมาณ 150,000 ลูกบาศก์เมตร(คิวหลวม) เพื่อไปถมพื้นที่ ที่ทาการก่อสร้างอาคารสานักงาน กสทช. แห่งใหม่ บนท่ีดินเนื้อที่ 22 ไร่ บริเวณถนนรัตนาธิเบศร์ (สี่แยกแคราย) ตาบลบางกระสอ อาเภอเมือง จังหวดั นนทบรุ ี รวมปริมาณดินท่ีผู้ขอรับบริจาคทั้ง 3 หน่วยงาน มีจานวน 1,275,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งจานวนดินที่มีผู้มาขอรับบริจาคมีปริมาณมากกว่าจานวนดินท่ีสานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรมีอยู่ แต่ภายหลังหน่วยงานท่ีขอรับบริจาคได้พิจารณาในรายละเอียดร่วมกับ คณะกรรมการให้คาปรึกษาและประสานงานในการกากับดูแลโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ และพบวา่ ทง้ั 3 หน่วยงานไมส่ ามารถขอรบั บรจิ าคดนิ จากรฐั สภาได้ เนอ่ื งจากปัญหาดังนี้

- 31 - 1) กรณีกรุงเทพมหานคร ติดปัญหาเร่ืองระยะทางในการขนย้ายท่ีไกลเกิน จากระยะทาง 10 กิโลเมตร และจะต้องใช้ค่าใช้จ่ายในค่าขนย้ายดินจานวนมากถึงประมาณ 77,726,250 บาทประกอบกับกรุงเทพมหานครไม่ได้เตรียมงบประมาณรองรับในส่วนน้ีไว้ อีกทั้ง รถบรรทุก ของกรงุ เทพมหานครทจี่ ะนามาใช้ในการขนย้ายดนิ มีไมเ่ พียงพอ จงึ ได้แจ้งปฏิเสธไม่ขอรบั บรจิ าค 2) กรณีคณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ติดปัญหาเรื่องระยะทางในการขนย้ายที่ไกลเกินจากระยะทาง 10 กิโลเมตร และจะต้องใช้ค่าใช้จ่าย ในค่าขนย้ายดินจานวนมากถึงประมาณ 216,450,000 บาท อีกทั้ง หากซื้อดินบริเวณอาเภอบางพลี จะมีราคาที่ต่ากว่าค่าขนย้ายดินจากสถานท่ีก่อสร้างอาคารรัฐสภาไปยังอาเภอบางพลี จึงได้มีการ ขอยกเลิกการรับบริจาค 3) กรณีของสานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตดิ ปญั หาในเรื่องสถานที่ซึง่ สานักงานคณะกรรมการกิจการ กระจายเสียงฯ จะนาดินไปถม ยงั ไม่ไดท้ าการร้อื ถอนสงิ่ ปลูกสร้างออกจากสถานท่ีดังกลา่ ว จึงได้มีการ ขอยกเลิกการรับบริจาค แต่ต่อมาภายหลังเมื่อมีการรือ้ ถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากสถานท่ีดังกลา่ วแล้ว จงึ ไดม้ กี ารกลบั มาขอซือ้ ดินใหม่ จากปัญหาอุปสรรค ทั้ง 3 หน่วยงาน ท่ีไม่สามารถรับดินจากรัฐสภาได้ สานกั งานเลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎรไดแ้ ก้ปัญหาในการบรหิ ารจัดการดิน ดังนี้ 1. ดินจากเสาเข็มเจาะอาคารหลัก จานวน 122,339 ลูกบาศก์เมตร (คิวหลวม) สานกั งานเลขาธิการสภาผ้แู ทนราษฎร บริหารจัดการ ดงั นี้ 1.1 บริจาคใหก้ องพนั ทหารมา้ ท่ี 3 รักษาพระองค์ จานวน 4,216 ลกู บาศก์เมตร โดยผู้รบั จ้างขนยา้ ยดินให้ 1.2 ขายทอดตลาด จานวน 2 คร้งั โดยผู้ซ้อื ขนยา้ ยดนิ เอง ได้แก่ 1) ขายให้ บริษัท ทีเอ็นเอ็น คอนสตรัคชั่น จากัด จานวน 30,000 ลูกบาศก์เมตร 2) ขายให้ บริษัท มติ รไมตรี 1994 จากดั จานวน 88,158 ลกู บาศกเ์ มตร โดยเริม่ ขนยา้ ยดินต้ังแตว่ ันท่ี 20 ตุลาคม 2556 ถงึ วนั ที่ 23 สงิ หาคม 2557 2. ดินจากการก่อสร้างชั้นใต้ดินอาคารหลัก จานวน 1,074,518 ลูกบาศก์เมตร (ควิ หลวม) สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จดั การดงั นี้ 2.1 บรจิ าคจานวนท้งั ส้ิน 791,075 ลกู บาศก์เมตรดังน้ี 1) บริจาคให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จานวน 500,000 ลูกบาศก์เมตร ตามหนังสือมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ที่ 1292/2557 ลงวันท่ี 22 เมษายน 2557 หนงั สือสานกั งานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่ สผ 0005/3144 ลงวนั ที่ 30 เมษายน 2557 และหนังสือกรมธนารักษ์ ที่ กค 0314/4103 ลงวันท่ี 19 พฤษภาคม 2557 โดยมูลนิธิเป็นผู้ขนย้าย ดินเองโดยมีการเร่ิมขนย้ายดินคร้ังแรกในวันท่ี 7 กรกฎาคม 2557 ซึ่งการดาเนินการในส่วนน้ี ไดด้ าเนินการตามระเบยี บของกระทรวงการคลังคือมีการอนุญาต รับมอบ และส่งมอบดนิ ตามระเบยี บ

- 32 - 2) บริจาคให้วัดในบริเวณจังหวัดนนทบุรีท่ีมีระยะห่างจากโครงการ ไม่เกิน 10 กิโลเมตร ได้แก่ วัดสังฆทาน วัดเขียน วัดปราสาท และวัดแก้วฟ้า รวมจานวน 291,075 ลูกบาศกเ์ มตร โดยผรู้ ับจ้างเปน็ ผู้ขนยา้ ยดินให้ 2.2 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ขายทอดตลาดให้บริษัท บอยโอเชย่ี น สตาร์ จากดั จานวน 248,443 ลกู บาศก์เมตร โดยผูซ้ ้ือเป็นผู้ขนยา้ ยดินเอง 2.3 ผู้รับจ้างนาดินมาใช้ในการปรับพ้ืนที่ก่อสร้าง จานวน 35,000 ลกู บาศกเ์ มตร จึงเทา่ กับว่าปริมาณดินจานวน 1,074,518 ลกู บาศก์เมตร ได้มีการบริหาร จัดการโดยมีผู้มาขอรับบริจาคและผู้มาขอซ้ือตามจานวนดังกล่าว โดยเริ่มขนย้ายดินตั้งแต่วันท่ี 5 กรกฎาคม 2557 เป็นต้นมา แต่การขนย้ายดินไม่เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ ทาให้ต้องขนดินวันละ 4,200 ลกู บาศก์เมตร และตอ้ งขนยา้ ยใหห้ มดภายในระยะเวลา 251 วนั ทีผ่ ู้รบั จ้างกาหนด เม่ือดาเนินการไปถึงต้นปี 2558 สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ตรวจสอบการขนย้ายดินของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ พบว่าผู้ขอรับบริจาคนาดินไปใช้ไม่ตรง ตามวัตถุประสงค์โดยนาดินจากรัฐสภาไปถมพ้ืนที่ของเอกชน สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จึงได้มีการตรวจสอบผู้เกี่ยวข้อง (ซ่ึงขณะนี้คดีอยู่ในช้ันการพิจารณาของศาลแพ่ง) และกรมธนารักษ์ จึงได้มีหนังสือแจ้งยุติเรื่องการบริจาคดินท้ังหมดแล้วให้ดาเนินการขายทอดตลาดนาเงินที่ได้ส่งเป็น รายได้ของกรมธนารักษ์ต่อไป ตามหนังสือกรมธนารักษ์ ที่ กค 0314/203 ลงวันที่ 8 มกราคม 2558 และท่ี กค 0314/1150 ลงวันที่ 23 มกราคม 2558 ซึ่งขณะน้ันได้มีการขนย้ายดินโดยการบริจาค ตงั้ แต่วนั ที่ 5 กรกฎาคม 2557 ถึงวันท่ี 16 มกราคม 2558 จานวน 408,068 ลูกบาศกเ์ มตร จึงทาใหม้ ี ปรมิ าณดนิ ทเ่ี หลือจากการระงับการบรจิ าค จานวน 383,007 ลกู บาศกเ์ มตร ด้วยเหตุน้ีจึงเป็นท่ีมาให้สานักงานเลขาธกิ ารสภาผู้แทนราษฎร ต้องนาดิน ในส่วนนี้มาดาเนินการขายทอดตลาด โดยการแบ่งเป็นกอง ๆ ละ 30,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อให้ได้ ผู้ซื้อหลายรายเข้ามาขนย้ายดิน ซ่ึงได้ดาเนินการตั้งแต่วันท่ี 21 มกราคม 2558 จาหน่ายรวมจานวน 10 ครั้ง จนกระท่ังจาหน่ายหมดในต้นปี 2559 และการขนย้ายดินได้ดาเนินการเสร็จส้ินเม่ือวันที่ 21 มกราคม 2559 รวมระยะเวลาในการขนย้ายดิน จานวน 565 วนั รวมรายได้จากการจาหน่ายดินทั้งหมด ประมาณ 17,000,000 บาทเศษ โดยรายได้จากการจาหน่ายดินทั้งหมดได้มีการนาส่งกรมธนารักษ์ เป็นผู้จัดเก็บรายได้แล้ว (ที่ปรึกษาบริหารโครงการ CAMA ได้ให้ข้อมูลไว้ในการประชุมคณะกรรมาธิการ วิสามัญฯ ครั้งที่ 4 วันอังคารท่ี 14 มกราคม 2563 และเอกสารชี้แจงข้อซักถามของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่, ท่ีปรึกษาบริหารโครงการ CAMA, วันท่ี 20 มกราคม 2563) กรณีการคิดค่าปรับ บริษัท บอยโอเชี่ยน สตาร์ จากัด (ผู้ซื้อดิน) ตามที่ คณะกรรมาธิการได้ต้ังข้อซักถามไว้ ที่ปรึกษาบริหารโครงการ CAMA ได้ให้ข้อมูลโดยนาส่งเป็นเอกสาร การให้ความเห็นของทป่ี รึกษาบริหารโครงการเพ่ือประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการส่งมอบดินฯ เก่ียวกับการคิดค่าปรับขนมูลดินล่าช้ากว่าสัญญาของ บริษัท บอยโอเช่ียน สตาร์ จากัด (ภาคผนวก ช) โดยสรปุ ได้ดังนี้

- 33 - 1) คณะกรรมการส่งมอบดินฯ ได้มีหนังสือ ท่ี สผ (บรส) 0005/4296 ลงวันที่ 29 มิถุนายน 2558 แจ้งให้ที่ปรึกษาบริหารโครงการทาความเห็นประกอบการพิจารณา ของคณะกรรมการเกี่ยวกับการคิดค่าปรับของ บริษัท บอยโอเช่ียน สตาร์ จากัด เนื่องจากผู้รับซื้อ มูลดินได้ทาการขนมูลดินครบถ้วนตามสัญญาจ้างแล้ว เม่ือวันท่ี 27 มิถุนายน 2558 ซ่ึงล่วงเลย ระยะเวลาตามสัญญาฯ จึงมอบหมายให้ท่ีปรึกษาบริหารโครงการดาเนินการทาความเห็นเกี่ยวกับ การคิดค่าปรับ ตั้งแต่วันท่ี 30 มีนาคม 2558 ถึงวันที่ 27 มิถุนายน 2558 ว่าจะคิดค่าปรับอย่างไร มีเหตุในการลดค่าปรับตามสัญญาหรือไม่ประการใด พร้อมพยานหลักฐานอ้างอิง ซ่ึงท่ีปรึกษาบริหาร โครงการ CAMA ได้ขอความเห็นเพ่ือประกอบการพิจารณาจากผู้ควบคุมงาน ATTA จากนั้น จึงได้รายงานความเห็นโดยมีหนังสือแจ้งไปยังประธานกรรมการส่งมอบดิน ตามหนังสือเลขที่ CAMA/PLM/L-125/2558 ลงวนั ท่ี 9 กรกฎาคม 2558 โดยมีความเห็นว่า ตามที่ บริษัท บอยโอเชี่ยน สตาร์ จากัด (ผู้ซ้ือดิน) ดาเนินการขนย้ายดินแล้วเสร็จ ล่วงเลยระยะเวลาตามสัญญา จานวน 90 วัน เป็นการดาเนินการ ที่เป็นความบกพร่องของผู้ซ้ือดินท่ีไม่สามารถนารถบรรทุกดินเข้ามาและขนย้ายดินให้เป็นไปตาม ปริมาณ จานวน 12 วัน เป็นเหตุให้คิดค่าปรบั ได้ ส่วนอีก 78 วัน ผู้ซ้ือดินดาเนินการขนย้ายดินเป็นไป ตามสภาพหน้างาน จึงเป็นเหตุให้พิจารณางดค่าปรับได้ซึ่งจากข้อมูลของผู้ควบคุมงาน กลุ่มนิติบุคคล ATTA ตามหนังสือ ที่ NEW-PAR/ATTA/CAMA/031/58 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2558 และตารางสรุป ปริมาณขนดินชั้นใต้ดิน ท่ีปรึกษาบริหารโครงการขอให้ความเห็นเก่ียวกับการคิดค่าปรับ บริษัท บอยโอเชี่ยน สตาร์ จากัด (ผู้ซื้อดิน) ซึ่งได้ทาการขนมูลดินต้ังแต่วันท่ี 30 มีนาคม 2558 ส้ินสุดเมื่อ วันที่ 27 มิถุนายน 2558 รวมระยะเวลา 90 วัน ซ่ึงได้ล่วงเลยระยะเวลาดาเนินการตามสัญญาแล้ว ท่ีปรึกษาบริหารโครงการ CAMA พิจารณาแล้ว จึงมีความเห็นว่าควรใช้หลักในการคิดค่าปรับและ พจิ ารณาเหตุในการงดคา่ ปรบั ซึง่ ไดพ้ ิจารณาจากรายงานประจาวันของผู้ควบคมุ งาน สรุปว่าความล่าช้าในการขนดินของบริษัท บอยโอเชี่ยน สตาร์ จากัด (ผู้ซ้ือดิน) พิจารณาจากการขนย้ายดินท่ีไม่เป็นไปตามจานวนที่กาหนดในสัญญา ช่วงวันที่ 30 มีนาคม 2558 ถึงวันที่ 7 เมษายน 2558 ล่าช้า 4 วัน และพิจารณาจากผู้ซ้ือดินไม่สามารถนารถบรรทุกดิน เข้ามาขนดินรวมถึงไมส่ ามารถบริหารจัดการพื้นที่ปลายทางได้ จานวน 8 วัน รวมเปน็ 12 วัน เปน็ เหตุ ให้พิจารณาค่าปรับตามสัญญาข้อ 9 ได้ ส่วนอีก 78 วัน ท่ีล่าช้าจากผู้ขายที่ไม่สามารถมอบดินให้ ผู้ซื้อได้เป็นเหตุให้พิจารณางดค่าปรับตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และทีแ่ กไ้ ขเพิม่ เตมิ ข้อ 139 2) ต่อมาสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้มีหนังสือ ที่ สผ (บรส) 0005/5191 ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2558 แจ้งให้ท่ีปรึกษาบริหารโครงการให้ความเห็นเพ่ิมเติม โดยให้พิจารณาจากรายงานความก้าวหน้าของผู้ควบคุมงานเป็นสาคัญและให้แนบรายงานประจาวัน ของผู้ควบคุมงานเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ ที่ปรึกษาบริหารโครงการจึงได้แจ้ง ความเห็นไปยังประธานกรรมการส่งมอบดิน ตามหนังสือเลขที่ CAMA/PLM/L-146/2558 ลงวันที่ 5 สิงหาคม 2558 โดยมีความเห็นว่า ระยะเวลาที่ขนย้ายดินล่วงเลยสัญญา จานวน 12 วัน เกิดจากความผิดของผู้ซ้ือดิน จึงพิจารณาคิดค่าปรับได้ตามสัญญา ข้อ 9 ส่วนอีก 78 วัน ที่ขนย้ายดิน

- 34 - ล่วงเลยสัญญาน้ัน ผู้ซ้ือดินดาเนินการขนย้ายดินเป็นไปตามสภาพหน้างานที่เกิดขึ้นจริง จึงพิจารณา งดคา่ ปรบั ตามระเบยี บฯ ได้ ซงึ่ มคี วามเหมาะสมและเปน็ ธรรมทัง้ สองฝ่ายแล้ว 1) ต่อมาที่ปรึกษาบริหารโครงการได้มีหนังสือ เลขท่ี CAMA/PLM/L-194/2558 ลงวันท่ี 3 พฤศจกิ ายน 2558 ไปยังประธานคณะกรรมการส่งมอบดิน เพอื่ ใหค้ วามเหน็ เกี่ยวกับคา่ ปรับของ บริษัท บอยโอเชี่ยน สตาร์ จากัด ตามท่ีสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จาหน่ายมูลดิน จากการก่อสร้างช้ันใต้ดิน (ดินหลวม) จานวน 21,307 ลูกบาศก์เมตร ให้กับผู้รับซ้ือมูลดิน คือ บริษัท บอยโอเชี่ยน สตาร์ จากัด ซึ่งผู้รับซ้ือมูลดินจะต้องดาเนินการขนย้ายมูลดินท่ีเกิดจากการก่อสร้าง ชน้ั ใตด้ นิ ให้แลว้ เสร็จภายใน 15 วนั นบั ถัดจากวันท่ีได้รับหนงั สอื ที่ปรึกษาบริหารโครงการ CAMA ได้ตรวจสอบข้อมูลการขนย้ายมูลดินแล้ว ปรากฏวา่ บริษัท บอยโอเชยี่ นสตาร์ จากัด ได้ขนย้ายมลู ดินท่เี กิดจากการกอ่ สรา้ งชัน้ ใต้ดนิ (ดนิ หลวม) ล่าช้าไปจากสัญญา และจากการประชุมคณะกรรมการส่งมอบดิน วันที่ 26 ตุลาคม 2558 ได้ให้ ท่ีปรึกษาบริหารโครงการ CAMA ให้ความเห็นเกี่ยวกับการคิดค่าปรับ บริษัท บอยโอเช่ียน สตาร์ จากัด หลังจากส้ินสุดสัญญา ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2558 ถึงวันท่ี 24 ตุลาคม 2558 เพื่อประกอบ การพิจารณาของคณะกรรมการส่งมอบดินฯ ต่อไป ซึ่งจากข้อมูลของผู้ควบคุมงาน ATTA ตามหนังสือ ท่ีปรึกษาบริหารโครงการ CAMA ขอให้ความเห็นเก่ียวกับการคิดค่าปรับ บริษัท บอยโอเช่ียน สตาร์ จากดั ซึ่งได้ทาการขนย้ายมูลดนิ ครบถว้ นตามสญั ญา เมอ่ื วันที่ 24 ตุลาคม 2558 บรษิ ัท บอยโอเชยี่ น สตาร์ จากดั เรมิ่ ขนย้ายดนิ ต้งั แตว่ ันท่ี 8 กนั ยายน 2558 ถึงวันที่ 22 กันยายน 2558 ระยะเวลา 15 วัน ขนย้ายดินได้จานวน 8,291 ลูกบาศก์เมตร (คิวหลวม) หลงั จากสิน้ สุดสญั ญา บรษิ ัท บอยโอเช่ยี น สตาร์ จากดั ได้ใช้ระยะเวลาตงั้ แตว่ ันที่ 23 กนั ยายน 2558 ถึงวันท่ี 24 ตุลาคม 2558 ในการขนย้ายดินให้ครบตามสัญญา คิดเป็นจานวน 32 วัน บริษัท บอยโอเช่ยี น สตาร์ จากดั เรม่ิ ดาเนินการขนย้ายมลู ดิน ตงั้ แต่วันที่ 8 กันยายน 2558 และขนยา้ ยครบ ปริมาณตามสัญญา เม่ือวันที่ 24 ตุลาคม 2558 ซึ่งตามสัญญาที่ให้ดาเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นน้ั ตามสัญญาการซื้อขาย ขอ้ 9. ค่าปรับ ผซู้ ือ้ จะตอ้ งชาระค่าปรบั เป็นรายวันใหแ้ ก่ผู้ขายในอัตรา รอ้ ยละ 0.2 (0.2%) ของราคามลู ค่าดินตามสัญญา ข้อ 1. เป็นจานวนเงนิ วันละ 873.59 บาท นับตง้ั แต่ วันถดั จากวนั ครบกาหนดตามสญั ญาจนถงึ วันที่ผซู้ ้อื ไดด้ าเนนิ การขนย้ายแล้วเสรจ็ สรุปความล่าช้าจากการขนย้ายดินของบริษัท บอยโอเชี่ยน สตาร์ จากัด (ผู้ซื้อดิน) พิจารณาจากการขนย้ายดินที่ไม่เป็นไปตามที่กาหนดในสัญญา โดยพิจารณาจากข้อมูล โดยในวนั ที่ 23 – 26 กนั ยายน 2558 และวันที่ 8 – 12 ตลุ าคม 2558 ผ้รู บั ซ้อื ดนิ ประสบอปุ สรรคจาก สภาพอากาศที่มีฝนตกต่อเน่ืองทาให้สภาพเส้นทางภายในพ้ืนที่ท้ิงดินไม่พร้อมและพ้ืนที่ทิ้งดิน มีปัญหาน้าท่วมขัง และในวันท่ี 27 กันยายน 2558 ถึงวันท่ี 7 ตุลาคม 2558 และวันที่ 13 – 24 ตุลาคม 2558 เป็นปัญหาจากผู้รับซื้อดินไม่สามารถปรับปรุงเส้นทางภายในให้สามารถขนย้ายดินได้และ จานวนรถบรรทกุ มีไม่เพียงพอ ดังนั้น จากอุปสรรคท่เี กิดจากสภาพอากาศที่มฝี นตกต่อเนอื่ งทง้ั ในพื้นท่ี ก่อสร้างและนอกพ้ืนท่ีก่อสร้างทาให้เกิดอุปสรรคแก่ผู้รับซ้ือดินเป็นเหตุควรพิจารณาลดค่ าปรับ จานวน 9 วนั และจากปัญหาอุปสรรคท่ีเกิดจากผ้รู ับซื้อดินไม่สามารถเข้ามาขนย้ายดินเป็นจานวน 23 วนั ท่ลี ่าช้าไปจากสญั ญาเปน็ เหตใุ หพ้ ิจารณาคา่ ปรับตามสัญญาข้อ 9 ได้

- 35 - ความเหน็ ของหนว่ ยงานทีเ่ กยี่ วขอ้ ง 1. ผู้แทนสานักงานอัยการสูงสุด ให้ความเห็นกรณีการเรียกร้องค่าเสียหายของ ผู้รับจ้าง เป็นไปตามเง่ือนไขที่กาหนดไว้ในสัญญาข้อ 17.1 ประกอบสัญญาจ้างก่อสร้างข้อ 24.2 ท่ีกาหนดไว้วา่ ในกรณีทีผ่ ู้วา่ จ้างไมส่ ามารถสง่ มอบพื้นท่ีให้ผูร้ ับจา้ งตามท่ีกาหนดได้ และผู้ว่าจา้ งขยาย ระยะเวลางานออกไป อันมีผลกระทบจากการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า ผู้ว่าจ้างจะไม่มีการชดเชยค่าใช้จ่าย ใด ๆ ใหแ้ กผ่ ู้รับจา้ งทัง้ สน้ิ 2. ผู้แทนสานกั งานอัยการสูงสดุ ใหค้ วามเหน็ กรณีการบรหิ ารจัดการดนิ ตามเงื่อนไข เฉพาะของสัญญาก่อสร้างอาคารรัฐสภาและอาคารประกอบ จะกาหนดไว้ในข้อที่ 3 ว่า ดินท่ีขุดจากการก่อสร้างถือว่าเป็นทรัพย์สินของทางราชการ กาหนดให้ผู้รับจ้างนาออกไปเก็บไว้ นอกโครงการในบริเวณพื้นทีว่ ่างในระยะประมาณ 10 กิโลเมตรจากพ้นื ที่ก่อสร้าง โดยคา่ ใชจ้ ่ายต่าง ๆ ท้ังหมดท่ีเกิดขึ้นจากการขนดินให้อยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง และไม่สามารถนาค่าใช้จ่าย เหล่านี้มาคิดเป็นงานเพิ่มกับผวู้ า่ จ้างได้ (การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการ กอ่ สรา้ งอาคารรฐั สภาแห่งใหม่, ครั้งท่ี 5 วันที่ 20 มกราคม 2563) 3. ผู้แทนวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้ความเห็นว่า ในการดาเนินโครงการก่อสร้างส่วนใหญ่มักประสบกับปัญหาเรื่องดิน ยกเว้นในบางโครงการท่ีเตรียม ท่ีท้ิงดินไว้รองรับก่อน ซ่ึงในปัจจุบันกรมธนารกั ษ์และกรมบัญชกี ลางกาหนดว่าก่อนลงนามสัญญาจา้ ง ก่อสร้างต้องมีการคานวณดิน มีการตั้งคณะกรรมการตรวจการจ้าง และมีที่ทิ้งดินที่ชัดเจน เพื่อทาให้ การดาเนินการตามสัญญาการขนดนิ ออกจากพน้ื ที่ของรัฐไมเ่ กิดผลกระทบกบั สัญญาจา้ งก่อสร้าง 2.3 สญั ญานอกสญั ญาหลักและหนา้ ท่ขี องผูร้ ับจ้างตามสัญญานอกสัญญาหลัก สัญญานอกสัญญาหลัก คือ สัญญาท่ีสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างในสัญญาอ่ืน ๆ นอกเหนือจากสัญญาจ้างก่อสร้างโครงการอาคารรัฐสภาแห่ง ใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ (ภาคผนวก ซ) ได้แก่ (1) สัญญาจ้างออกแบบอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ (2) สญั ญาจา้ งที่ปรกึ ษาบริหารโครงการก่อสร้างอาคารรฐั สภาแห่งใหม่ (3) สัญญาจ้างควบคมุ งานก่อสรา้ งอาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ (4) สัญญาจ้างออกแบบรายละเอียดการติดตั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและ การส่ือสาร โครงการกอ่ สร้างอาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่ พร้อมอาคารประกอบ (5) สัญญาจา้ งงานดา้ นเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร โครงการก่อสร้างอาคาร รัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ (6) สัญญาจ้างงานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และงานประกอบอาคารและ ภายนอกอาคาร (7) สัญญาจ้างงานติดตั้งสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และงานระบบโสตทัศนูปกรณ์ (8) สญั ญาจ้างท่ปี รึกษางานระบบประกอบอาคารระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ (9) สัญญาจา้ งควบคมุ งานระบบประกอบอาคารระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

- 36 - 2.3.1 สญั ญาจ้างออกแบบอาคารรัฐสภาแหง่ ใหม่พร้อมอาคารประกอบ สานกั งานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ดาเนนิ การจัดจ้างกลุม่ กิจการร่วมค้า สงบ 1051 โดยวิธีประกวดแบบ ตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และ ที่แก้ไขเพ่ิมเติม และได้ลงนามสัญญาจ้างออกแบบอาคารรัฐสภาแห่งใหม่พร้อมอาคารประกอบ ตามสัญญาเลขท่ี 32/2553 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2553 กับ กลุ่มกิจการร่วมค้า สงบ 1051 (ภาคผนวก ซ (1)) ประกอบด้วย 1) นายธรี พล นิยม 2) นายอเนก เจรญิ พริ ิยะเวศ 3) นายชาตรี ลดาลลิตสกลุ 4) นายปิยเมศ ไกรฤกษ์ 5) บรษิ ัท อาศรมสถาปนกิ ชุมชนและส่งิ แวดลอ้ ม จากัด 6) บริษัท แปลน สตูดิโอ จากดั 7) บรษิ ัท ตน้ ศิลป์ สตดู ิโอ จากัด 8) บรษิ ัท บลแู พลนเนต ดไี ซน์ อินเตอร์เนชัน่ แนล จากัด 9) บรษิ ทั แปลน แอสโซซิเอทส์ จากัด ท้ังน้ี สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งร่างสัญญาให้สานักงาน อัยการสงู สุดตรวจพจิ ารณาแลว้ หนา้ ท่ีของผูร้ ับจา้ งตามสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องดาเนินการออกแบบอาคารรัฐสภาแห่งใหม่และอาคารประกอบ อื่น ๆ ประกอบด้วยการจัดทาผังแม่บท ออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม ออกแบบสถาปัตยกรรมหลัก สถาปัตยกรรมภายในและมัณฑนศิลป์ งานวิศวกรรมออกแบบทุกสาขา งานระบบสารสนเทศ งานระบบแสง – เสียง และงานอ่ืนใดท่ีเก่ียวข้องกับงานดังกล่าว (ยกเว้นการดาเนินงานในส่วน การจัดทารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการ) โดยจะต้องปฏิบัติงานให้เป็นไปตาม หลักวิชาการทางด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรม วิชาการอ่ืน ๆ อันเป็นท่ียอมรับตามระบบสากล ให้สอดคลอ้ งกับรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มท่ีไดร้ ับความเห็นชอบแลว้ และบทบัญญัติ แห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกประการและจะนางานตามสัญญานี้ไม่ว่าท้ังหมดหรือบางส่วนไปจ้างช่วง อีกต่อหนึ่งไม่ได้ ทั้งนี้ ผู้ออกแบบจะต้องปฏิบัติงานท้ังหมดตามสัญญาน้ีให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ภายใน 210 วัน นับแต่วนั ลงนามในสญั ญา 2.3.2 สัญญาจ้างท่ีปรึกษาบริหารโครงการกอ่ สรา้ งอาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ดาเนินการจัดจ้างท่ีปรึกษาบริหาร โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่โดยวิธีคัดเลือกตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม และได้ลงนามสัญญาจ้างที่ปรึกษาบริหารโครงการก่อสร้างอาคาร รัฐสภาแห่งใหม่ ตามสัญญาเลขท่ี 23/2554 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2554 กับ กลุ่มนิติบุคคล ร่วมทางานภายใตช้ ่ือ CAMA (ภาคผนวก ซ (2)) ประกอบด้วย 1) บรษิ ทั ซีอแี อล เอน็ จเิ นียส์ จากัด 2) บริษทั เอทที ี คอนซลั แตนท์ จากดั

- 37 - 3) บรษิ ทั สถาปนิก 49 จากัด 4) บริษทั มติ รเทคนคิ ลั คอนซัลแทน้ ท์ จากัด ท้งั นี้ กอ่ นลงนามสัญญาสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ส่งร่างสัญญาให้ สานกั งานอยั การสูงสดุ ตรวจพิจารณาแล้ว หนา้ ทีข่ องผู้รบั จา้ งตามสญั ญา โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ จาเป็นต้องมีการจ้างท่ีปรึกษาบริหาร โครงการที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะในลักษณะ Project Management Consultant (PMC) เพื่อทาหน้าท่ีบริหารโครงการก่อสร้าง และให้คาปรึกษาในการบารุงรักษาอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ภายหลงั จากการเปดิ ใช้อาคารอย่างเปน็ ทางการแลว้ อกี 2 ปี และท่ีปรึกษาบรหิ ารโครงการจะต้องเป็น ผู้รับผิดชอบดาเนินการบริหารโครงการด้านการออกแบบ ด้านการก่อสร้าง และด้านการบารุงรักษา ภายหลังการก่อสร้างและการเข้าใช้อาคารให้แก่ผู้ว่าจ้างตามแผนงานท่ีผู้ว่าจ้างเห็นชอบ ด้วยความรู้ ความสามารถ ความซื่อสัตย์สุจริต โดยถูกต้องตามมาตรฐานการปฏิบัติวิชาชีพที่เก่ียวข้อง กฎหมาย รวมท้ังกฎ ระเบียบ และขอ้ บงั คบั ของทางราชการ และขอ้ กาหนดทวั่ ไปตามมาตรฐานสากล รวมทั้งจะต้องเป็นผู้ประสานงานและจัดให้มีการประสานงานร่วมกับ ผอู้ อกแบบ คณะกรรมการตรวจรับแบบก่อสรา้ ง ผกู้ ่อสรา้ ง ผคู้ วบคมุ งานกอ่ สร้าง คณะกรรมการตรวจ การจ้างงานก่อสร้าง และอ่ืน ๆ ที่เกี่ยวข้องให้แก่ผู้ว่าจ้าง ภายใต้การกากับดูแลของคณะกรรมการ กากับการบริหารโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เพื่อให้การดาเนินโครงการก่อสร้างเกิด ประโยชน์สูงสดุ ท่ปี รกึ ษาบริหารโครงการและบุคลากรของทปี่ รกึ ษาบริหารโครงการ ตลอดจน นิติบุคคลในเครือของที่ปรึกษาบริหารโครงการจะต้องไม่มีผลประโยชน์ร่วมหรือมีส่วนเก่ียวข้องกับ ผู้รบั จ้างก่อสรา้ งไมว่ ่าจะเป็นโดยตรงหรอื โดยออ้ ม เช่น ผอู้ อกแบบ ผรู้ ับจ้างงานตา่ ง ๆ 2.3.3 สัญญาจ้างควบคมุ งานก่อสรา้ งอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ดาเนินการจัดจ้างผู้ควบคุมงาน ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบโดยวิธีคัดเลือกแบบจากัดข้อกาหนด ตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพ่ิมเติม และได้ลงนาม สัญญาจ้างควบคุมงานก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ตามสัญญาเลขท่ี 125/2556 ลงวันท่ี 30 พฤษภาคม 2556 กบั กล่มุ นติ ิบุคคลรว่ มทางาน ภายใต้ชือ่ ATTA (ภาคผนวก ซ (3)) ประกอบดว้ ย (1) บริษัท อรุณ ชัยเสรี คอนซัลติ้ง เอนจิเนียร์ส จากัด จานวนเงิน 3,761,187.50 บาท (สามล้านเจ็ดแสนหกหมื่นหนงึ่ พันหนึง่ ร้อยแปดสิบเจด็ บาทห้าสบิ สตางค)์ (2) บริษัท เทสโก้ จากัด จานวนเงิน 3,761,187.50 บาท (สามล้านเจ็ดแสน หกหม่ืนหน่ึงพนั หน่งึ รอ้ ยแปดสิบเจ็ดบาทหา้ สบิ สตางค)์ (3) บริษัท สถาปนิกหนึ่งร้อยสิบ จากัด จานวนเงิน 2,149,250 บาท (สองลา้ นหน่งึ แสนสหี่ มนื่ เก้าพันสองรอ้ ยห้าสิบบาทถว้ น) (4) บริษัท ไทยเอนยิเนียร่ิงคอนซัลแตนทส์ จากัด จานวนเงิน 1,074,625 บาท (หนง่ึ ลา้ นเจ็ดหมืน่ สี่พันหกรอ้ ยยีส่ ิบห้าบาทถว้ น)

- 38 - ทั้งนี้ ก่อนลงนามสัญญาสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งร่าง สญั ญาใหส้ านักงานอยั การสูงสดุ ตรวจพิจารณาแล้ว หน้าทีข่ องผรู้ ับจ้างตามสญั ญา ผู้ควบคุมงานจะเป็นผู้ควบคุมงานแทนผู้ว่าจ้างตามสัญญาจ้างก่อสร้างอาคาร รัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบระหว่างผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้างก่อสร้าง โดยผู้ควบคุมงานจะเริ่ม ควบคุมงานภายในกาหนดเวลา 900 วัน (เก้าร้อยวัน) นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากผู้ว่าจ้างให้เร่ิม ดาเนินการตลอดระยะเวลาการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่และอาคารประกอบอื่นที่เก่ียวข้อง ตามสัญญาจ้างก่อสร้าง รวมตลอดถึงควบคุมงานในระยะรับประกันความชารุดบกพร่องของผู้รับจ้าง ก่อสรา้ งดว้ ย ท้งั นี้ ผูค้ วบคมุ งานจะควบคุมงานให้เป็นไปตามสัญญาจา้ งก่อสรา้ งและถูกต้อง ตามหลักวิชาการทางด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมและจะต้องรับผิดชอบต่อผู้ว่าจ้างจนกว่างาน ตามสัญญาจ้างก่อสร้างจะแล้วเสร็จตามแบบรูปรายการก่อสร้างและรายละเอี ยดประกอบ แบบก่อสร้างและข้อกาหนดขอบเขตของงานแนบท้ายสญั ญา รวมท้ังระยะเวลารับประกันความชารุด บกพรอ่ งของงานตามสัญญากอ่ สร้างดว้ ย 2.3.4 สัญญาจ้างออกแบบรายละเอียดการติดต้ังระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสอ่ื สาร โครงการกอ่ สรา้ งอาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่ พร้อมอาคารประกอบ เน่ืองจากงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร งานโสตทัศนูปกรณ์ งานสาธารณูปโภคและงานระบบประกอบอาคารท่ีอยู่นอกสัญญาหลัก มีความจาเป็นที่จะต้องทาไป พร้อมกับงานก่อสร้างสัญญาหลัก เช่น งานฝังท่อร้อยสายและงานเตรียมการอย่างอ่ืน ๆ เพ่ือให้เกิด ความสวยงามตามรูปแบบท่ีผู้ออกแบบได้ออกแบบไว้ และไม่ให้เกิดความเสียหาย คณะกรรมการ บริหารโครงการฯ จึงได้มีมติในการประชุม คร้ังที่ 2/2558 เมื่อวันท่ี 19 กุมภาพันธ์ 2558 ให้มีการ พิจารณาสั่งงานก่อสร้างและติดต้ังอุปกรณ์ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร เฉพาะงาน ท่ีจะต้องมีการติดตั้งท่อร้อยสายฝังในเสาและผนังของห้องต่าง ๆ ดังกล่าว หากอยู่ในขอบข่ายทั่วไป แหง่ วัตถุประสงค์ของสัญญาจ้างก่อสร้าง (สัญญาหลัก) ยอ่ มส่ังเปน็ งานเพิ่มไดต้ ามสญั ญาจ้างก่อสร้างฯ ข้อท่ี 19 จากนั้นสานกั งานเลขาธกิ ารสภาผแู้ ทนราษฎรจึงได้ดาเนนิ กระบวนการจดั หาผรู้ ับจ้าง ดังน้ี ในวันท่ี 22 พฤษภาคม 2558 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแต่งต้ัง คณะกรรมการดาเนินการจ้างท่ีปรึกษาโดยวิธีตกลงและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ โดยมีความ ประสงค์จะดาเนินการจัดจ้างที่ปรึกษาเพื่อทาการศึกษาและออกแบบรายละเอียดการติดตั้งระบบ เทคโนโลยสี ารสนเทศของอาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่ ในวงเงินงบประมาณ 82,500,000 บาท โดยวธิ ีตกลง ตามระเบียบรัฐสภาวา่ ด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2555 ข้อ 13 ประกอบระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าดว้ ย การพสั ดุ พ.ศ. 2535 ข้อ 77 (1) และขอ้ 83 (4) ต่อมาเม่ือวันท่ี 10 มิถุนายน 2558 ในการประชุมคณะกรรมการเร่งรัดและ ติดตามโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ คร้ังท่ี 6/2558 ที่ประชุมโดยนายสมชาติ ธรรมศิริ ในฐานะผู้แทนเลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎร (นายจเร พันธุเ์ ปร่อื ง) ไดแ้ สดงความเหน็ ต่อทปี่ ระชมุ สรุป ได้ว่า แม้ว่าสัญญาว่าจ้างออกแบบอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ จะกาหนดให้กลุ่ม กจิ การร่วมคา้ สงบ 1051 ในฐานะผ้รู ับจ้างออกแบบโครงการ มีหนา้ ท่ีออกแบบอาคารรฐั สภาแห่งใหม่

- 39 - พร้อมอาคารประกอบ และมีหน้าท่ีออกแบบงานระบบสารสนเทศ ระบบแสง-เสียง รวมท้ัง ระบบที่ เก่ียวข้องทั้งหมด ตลอดจนมีหน้าท่ีต้องดาเนินการออกแบบในส่วนของปริมาณงานเพิ่ม ในรายละเอียดตามท่ีได้รับมอบหมายจากสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในฐานะผู้ว่าจ้าง ตามท่ีปรากฏในบันทึกการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 5/2558 เม่ือวันท่ี 3 มิถุนายน 2558 นอกจากนี้ ในเร่ืองของงบประมาณท่ีต้องใช้ในการดาเนินการเก่ียวกับระบบต่าง ๆ ดังกล่าว ผู้ออกแบบโครงการก็มิได้มีการจัดทารายละเอียดในการใช้งบประมาณไว้แต่อย่างใดจากเหตุผล ดังกล่าว กรณีนี้จึงอาจกล่าวได้ว่า ที่ผ่านมาการออกแบบงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ท่ีได้ดาเนินการออกแบบโดยกลุ่มกิจการร่วมค้า สงบ 1051 เปรียบเสมือน ไม่มกี ารออกแบบ ดังนั้น สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จึงมีความจาเป็นต้องดาเนินการ ให้มีการออกแบบระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศของอาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่ในรายละเอียดใหเ้ ป็นรูปธรรม และสมควรว่าจ้างที่ปรกึ ษาด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศท่ีเป็นหน่วยงานของรัฐ เช่น มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (บางมด) ซึ่งเป็นหน่วยงานท่ีมีความรู้และความชานาญเรื่องระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมีผลงานด้านระบบเทคโนโลยีกับรัฐสภา อย่างต่อเน่ืองมาเป็นเวลาประมาณ 10 ปี จึงเป็นหน่วยงานท่ีมีความรู้ความเข้าใจในวัตถุประสงค์และ ระบบเทคโนโลยีของรฐั สภาเป็นอย่างดี ให้เป็นผู้ออกแบบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของอาคารรัฐสภา แห่งใหมใ่ นรายละเอียดต่อไป ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2558 คณะทางานด้านกฎหมายโครงการก่อสร้าง อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ได้มีเอกสารเลขที่ 64/2558 หารือกับพนักงานอัยการ โดยพนักงานอัยการ ไดใ้ ห้ความเห็นในเบอื้ งต้นวา่ ตามสัญญาจ้างออกแบบเดิมจะมีการกาหนดงานสารสนเทศไว้ แต่ในการ ประชุมเกี่ยวกับงานออกแบบโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาท่ีผ่านมาได้เคยมีการให้ความเห็นว่า งานสารสนเทศซึ่งได้มีการกาหนดให้ผู้ออกแบบ (กลุ่มกิจการร่วมค้า สงบ 1051) ออกแบบนั้น เป็นการออกแบบโครงร่างงานสารสนเทศเบ้ืองต้นเท่านั้น ไม่ได้มีการให้ออกแบบรายละเอียดอันเป็น โครงสร้างหลักของงานสารสนเทศของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ อีกทั้ง ผู้ออกแบบก็มิได้เป็นผู้เช่ียวชาญ ในการออกแบบระบบงานด้านสารสนเทศแต่อย่างใด ประกอบกับได้เคยมีการให้ข้อมูลในการประชุม เก่ียวกับงานผู้ออกแบบไว้ว่า งานติดตั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ควรมีการศึกษาใหม่และจัดจ้างผู้ออกแบบใหม่ เพื่อให้งานด้านสารสนเทศของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ มีความทันสมัย ดังน้ัน จึงเห็นว่าควรมีการศึกษาและทบทวนการออกแบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่เพ่ิมเติม เพื่อให้งานด้านสารสนเทศของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ มีความทนั สมัยและใชง้ านไดค้ รบถว้ นสมบูรณ์ จากน้ันในวันที่ 14 สิงหาคม 2558 คณะกรรมการจ้างท่ีปรึกษาโดยวิธีตกลง ได้รายงานผลการจ้างที่ปรึกษาเพื่อทาการศึกษาและออกแบบรายละเอียดการติดต้ังระบบเทคโนโลยี สารสนเทศของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ โดยคณะกรรมการฯ มีมติเห็นชอบให้จัดจ้างสถาบันวิทยาการ หุ่นยนต์ภาคสนาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีและสถาบันวิจัยและให้คาปรึกษา แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นจานวนเงิน 74,888,074 บาท ต่อมาในวันที่ 2 ธันวาคม 2558 คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ กรมบัญชีกลาง ได้ตอบกลับหนังสือข้อหารือของสานักงานเลขาธิการ

- 40 - สภาผู้แทนราษฎร เรื่องการจัดจ้างท่ีปรึกษาซ่ึงเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ โดยแจ้งว่า ตามท่ีสานักงาน เลขาธิการสภาผ้แู ทนราษฎร มคี วามประสงคจ์ ะทาการจดั จา้ งทีป่ รกึ ษาเพื่อทาการศึกษาและออกแบบ รายละเอียดการติดต้ังระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ โดยเห็นชอบท่ีจะจ้าง สถาบนั วิทยาการหุน่ ยนต์ภาคสนาม มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีพระจอมเกลา้ ธนบุรี และสถาบันวิจัยและ ให้คาปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้ดาเนินโครงการดังกล่าว แต่จากการตรวจสอบ บุคลากรหลักและบุคลากรสนับสนุนการปฏิบัติงานพบว่า ส่วนใหญ่ไม่ใช่บุคลากรของหน่วยงาน ที่เสนอรับงานแต่เป็นบุคคลภายนอก ทาให้กรณีนี้อาจจะขัดกับวัตถุประสงค์ในการให้สิทธิพิเศษ ตามมติคณะรัฐมนตรี เม่ือวันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 แจ้งตามหนังสือสานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ท่ี นร. 0406/ว 217 ลงวันที่ 2 ธันวาคม 2553 ท่ีให้มหาวิทยาลัยของรัฐได้รับสิทธิพิเศษ เกี่ยวกับการรับจ้างศึกษาวิจัย (งานท่ีปรึกษา) กับส่วนราชการต่าง ๆ โดยไม่ต้องแข่งขัน จึงทาให้ ไม่สามารถจดั จ้างสถาบนั ของรัฐดงั กล่าวได้ ต่อมาในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้แต่งต้ังคณะกรรมการศึกษาความต้องการและวางแผนการใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและ การส่ือสารของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เพื่อให้อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ มีระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศ อุปกรณ์ระบบโสตทัศนูปกรณ์ที่ทันสมัย เป็นปัจจุบัน และมีระบบจัดการศูนย์ ข้อมูลหลัก ศูนย์ข้อมูลสารอง ได้ตามมาตรฐานสากล มีระบบท่ีมั่นคง น่าเช่ือถือ และปลอดภัยต่อ การใช้งานได้อย่างต่อเน่ืองและตลอดเวลา เพื่อสนับสนุนการประชุมและภารกิจของรัฐสภาให้มีความ สะดวกและเกิดประสิทธิภาพประสิทธิผลสูงสุด และต่อมาประธานคณะกรรมการได้แต่งตั้ง คณะอนกุ รรมการ จานวน 3 คณะ จากทัง้ สภาผแู้ ทนราษฎรและวฒุ สิ ภา เพ่อื ศกึ ษาและรวบรวมข้อมูล ความต้องการใช้งานของรัฐสภา โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิด้าน ICT จากสถาบันการศึกษาของรัฐ ใหค้ าแนะนา เ มื่ อได้ ผ ล ก า ร ศึ ก ษ า ค ว า ม ต้ อง ก าร จา ก ค ณ ะอนุ ก ร รม ก า ร แ ล้ว ส า นัก งาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จึงได้ทาการจัดหาผู้รับจ้างออกแบบงานเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร งานโสตทัศนูปกรณ์ งานสาธารณูปโภคและงานระบบประกอบอาคาร เพ่ือดาเนินการ นาผลการศึกษาและรวบรวมข้อมูล ทบทวนรูปแบบงานเทคโนโลยีสารสนเทศและโสตทัศนูปกรณ์ ท่ีรฐั สภาได้จัดทาไว้แล้วมาทาการออกแบบให้ทันสมัยและเป็นปจั จุบัน และมีระบบจัดการศูนยข์ ้อมูลหลัก ศูนย์ข้อมูลสารองได้ตามมาตรฐานสากล จนได้บริษัท เมอร์ลินส์ โซลูชั่นส์ อินเตอร์แนช่ันนัล จากัด เป็นผรู้ บั จ้างออกแบบ ส า นั ก ง า น เ ล ข า ธิ ก า ร ส ภ า ผู้ แ ท น ร า ษ ฎ ร ไ ด้ ด า เ นิ น ก า ร จั ด จ้ า ง ผู้ อ อ ก แ บ บ รายละเอียดการติดต้ังระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภา แห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ โดยวิธีพิเศษ ตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพ่ิมเติม และได้ลงนามสัญญาจ้างกับบริษัท เมอรล์ ินส์ โซลชู นั่ ส์ อนิ เตอร์แนชั่นนัล จากัด เพื่อออกแบบรายละเอียดการติดต้ังระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ตามสัญญาเลขที่ 71/2560 ลงวันที่ 27 เมษายน 2560 จานวนเงิน 54,000,000 บาท ระยะเวลา ดาเนินการ 270 วัน ต้ังแต่วันท่ี 28 เมษายน 2560 ถึงวันท่ี 22 มกราคม 2561 (ภาคผนวก ซ (4)) ท้ังน้ี

- 41 - ก่อนลงนามสัญญาสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งร่างสัญญาให้สานักงานอัยการสูงสุด ตรวจพจิ ารณาแล้ว หน้าท่ีของผรู้ บั จ้างตามสัญญา บริษัท เมอร์ลินส์ โซลูชั่นส์ อินเตอร์แนชั่นนัล จากัด ต้องรับประกันผลงาน และปฏิบัติหน้าที่ผู้รับจ้างภายในระยะเวลา 2 ปี หลังส้ินสุดสัญญา เพื่อเข้าร่วมประชุมให้คาแนะนา และให้รายละเอียดเพ่ิมเติมตามความจาเป็นที่ตัวแทนของผู้ว่าจ้างร้องขอ ท้ังน้ี เพื่อให้การติดต้ังและ ใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ดาเนินไปด้วยความเรียบร้อย (ครบกาหนด การรับประกันผลงาน และปฏบิ ัตหิ นา้ ที่ผรู้ บั จา้ งในวันที่ 22 มกราคม 2563) 2.3.5 สญั ญาจา้ งงานดา้ นเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร โครงการก่อสร้าง อาคารรฐั สภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ การดาเนินการจัดหาผู้รับจ้างงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ วันท่ี 23 กุมภาพันธ์ 2561 สานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้มีการประสานขอความอนุเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานภายนอก 5 หน่วยงาน เพื่อเข้าร่วมเป็นกรรมการงานจ้างติดตั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร ประกอบดว้ ย 1. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (กรรมการตรวจรับพัสดุ) ตอบรับยินดี เขา้ รว่ มเปน็ กรรมการ 2. ดร. สกุ ิจ นติ นิ ยั (กรรมการตรวจรับพัสด)ุ ไม่เข้ารว่ มเปน็ กรรมการ 3. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (กรรมการ กาหนดรายละเอยี ด) ตอบรับยนิ ดเี ขา้ รว่ มเป็นกรรมการ 4. บรษิ ัท ทา่ อากาศยานไทย จากดั (มหาชน) (กรรมการจัดจา้ ง) ตอบรับยนิ ดี เขา้ รว่ มเป็นกรรมการ 5. กระทรวงการคลงั (กรรมการจัดจา้ ง) ตอบรบั ยินดีเข้าร่วมเปน็ กรรมการ วันท่ี 7 มีนาคม 2561 ได้มีการประสานขอรายช่ือเจ้าหน้าที่ของสานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการฯ งานจ้างติดตั้งระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ และการส่ือสาร จานวน 3 คณะ ประกอบด้วย 1) คณะกรรมการกาหนดรายละเอียดและ คุณลักษณะเฉพาะของพัสดุและราคากลาง 2) คณะกรรมการซ้ือหรือจ้าง และ 3) คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุ ต่อมาได้มีการประสานเจ้าหน้าที่ทั้งของสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และ สานักงานเลขาธิการวุฒิสภาเพ่ือเข้าร่วมเป็นกรรมการ และในระหว่างน้ันได้ติดตามการเสนอรายชื่อ เจ้าหน้าท่ีเพ่ือเข้าร่วมเป็นกรรมการจานวนถึง 5 ครั้ง โดยการติดตามเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม 2561 จนถึงวันที่ 5 กันยายน 2561 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จึงได้มีคาส่ังแต่งต้ัง คณะกรรมการกาหนดรายละเอียดและคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุและราคากลาง การจ้างงาน ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (คาส่ังสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ท่ี 1042/2561 ลงวนั ท่ี 5 กนั ยายน 2561)

- 42 - จากนั้น สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ทาหนังสือแจ้ง กรมบัญชีกลาง เกี่ยวกับข้อมูลโครงการที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาท ข้ึนไป ตามประกาศ คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต เร่ือง แนวทางและวิธีการในการดาเนินงานโครงการ ความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ แบบข้อตกลงคุณธรรมการคัดเลือก ผู้สังเกตการณ์ และการจัดทารายงานตามมาตรา 17 และมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อ จัดจา้ งและการบรหิ ารพสั ดภุ าครฐั พ.ศ. 2560 วันท่ี 19 ตุลาคม 2561 กลุ่มงานพัสดุ สานักการคลังและงบประมาณ ได้ตรวจสอบรายงานผลการดาเนินงานฯ (เบื้องต้น) ของคณะกรรมการกาหนดรายละเอียด คุณลักษณะเฉพาะของพัสดุและราคากลาง ปรากฏข้อสังเกตของรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของ พัสดุและราคากลางซ่ึงยังไม่มีความชัดเจน ถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ จึงเห็นควรให้คณะกรรมการฯ พิจารณาทบทวนด้วยความรอบคอบ รัดกุมให้แล้วเสร็จ เพ่ือให้สามารถนาไปใช้ในการดาเนินการขอ ซือ้ ขอจ้างต่อไป และในวนั ที่ 31 ตลุ าคม 2561 คณะรัฐมนตรไี ด้อนมุ ตั ิความเห็นของสานักงบประมาณ ให้สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเปลี่ยนแปลงรายการก่อหน้ีผูกพันข้ามปีงบประมาณ ต่อมา วันท่ี 2 พฤศจิกายน 2561 กลุ่มงานพัสดุ สานักการคลังและงบประมาณ จัดทารายงานขอจ้างตาม ระเบียบกระทรวงการคลงั ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพสั ดุภาครฐั พ.ศ. 2560 ขอ้ 22 ดังน้ี 1. ขอความเหน็ ชอบรายละเอียดคณุ ลกั ษณะเฉพาะของพัสดุ 2. ขอความเหน็ ชอบราคากลาง 3. ขออนุมัติให้ดาเนินการจ้างงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ จานวนเงินทั้งสิ้น 3,422,476,500 บาท โดยวิธีคัดเลือก ตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (1) (ค) 4. ขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการจ้างโดยวิธีคัดเลือก และคณะกรรมการ ตรวจรบั พัสดุ (คาสงั่ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ 1273/2561 ลงวันที่ 2 พฤศจกิ ายน 2561) ต่อมาวันที่ 26 ธันวาคม 2561 คณะกรรมการจ้างโดยวิธีคัดเลือกรายงาน ผลการพิจารณาโดยเห็นควรให้บริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จากัด (มหาชน) เป็นผู้ชนะ การคัดเลือกโครงการฯ เนื่องจากเป็นผู้ผ่านคุณสมบัติยื่นข้อเสนอเป็นไปตามข้อกาหนด และเสนอ ราคารวมตา่ สุด เปน็ จานวนเงินทงั้ สิน้ 3,339,597,212.02 บาท ซง่ึ เป็นราคาท่อี ยูใ่ นวงเงนิ งบประมาณ กลุ่มงานพัสดุ สานักการคลังและงบประมาณ ได้รายงานผลการตรวจสอบ รายงานผลการพิจารณาและเอกสารประกอบการยื่นข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอ ในวันที่ 10 มกราคม 2562 โดยปรากฏข้อสังเกต ดงั นี้ 1) กรณีของบริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จากัด (มหาชน) ผลปรากฏว่าแบบแสดงปริมาณเน้ืองานค่าวัสดุและค่าแรงงานไม่ปรากฏในส่วนของห้องประชุม กรรมาธกิ าร 30 คน 2) กรณีของบรษิ ทั เอสวโี อเอ จากัด (มหาชน) ปรากฏวา่ 2.1) หนงั สอื มอบอานาจของบริษทั (ระบุวิธีการจัดซื้อจัดจา้ งไม่เปน็ ไปตาม พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบกระทรวงการคลัง วา่ ดว้ ยการจัดซอ้ื จัดจ้างและการบริหารพสั ดุภาครัฐ พ.ศ. 2560)

- 43 - 2.2) หนงั สอื มอบอานาจในการย่นื ซองเสนอราคาโดยวิธคี ดั เลือก (ไมแ่ สดง ถงึ การแต่งตง้ั ผูร้ บั มอบอานาจชว่ ง) 2.3) การตรวจผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน (ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ เป็นบริษัทจากัด จาเป็นต้องตรวจสอบความสัมพันธ์ของผู้ย่ืนข้อเสนอในคราวเดียวกัน ในเชิงบริหาร เชงิ ทนุ และไขวก้ นั กับผยู้ นื่ ขอ้ เสนอทกุ ราย) จากข้อสังเกตข้างต้นกลุ่มงานพัสดุ สานักการคลังและงบประมาณ จึงแจ้งให้ คณะกรรมการจ้างโดยวิธีคัดเลือก พิจารณาทบทวนรายงานผลการพิจารณาและเอกสารประกอบการยื่น ข้อเสนอให้รอบคอบ รัดกุม ต่อมาวันที่ 18 มกราคม 2562 คณะกรรมการจ้างโดยวิธีคัดเลือก ได้พจิ ารณาทบทวนรายงานฯ แลว้ เสรจ็ มรี ายละเอยี ดดงั นี้ 1) กรณีของบริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมช่ันเทคโนโลยี จากัด (มหาชน) แบบแสดงปริมาณเน้อื งานค่าวัสดุและค่าแรงงานไม่ปรากฏในส่วนของหอ้ งประชมุ กรรมาธิการ 30 คน คณะกรรมการฯ ยืนยันว่ารายงานผลการพิจารณากรณีของบริษัท แอ็ดวานซ์ อนิ ฟอร์เมชน่ั เทคโนโลยี จากดั (มหาชน) ถูกต้องแลว้ 2) กรณีของบรษิ ทั เอสวโี อเอ จากัด (มหาชน) ปรากฏว่า 2.1) หนังสือมอบอานาจของบริษัท (ระบุวิธีการจัดซื้อจัดจ้างไม่เป็นไปตาม พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจดั ซื้อจดั จา้ งและการบริหารพสั ดุภาครฐั พ.ศ. 2560) 2.2) หนงั สอื มอบอานาจในการยื่นซองเสนอราคาโดยวธิ ีคัดเลือก (ไมแ่ สดง ถงึ การแตง่ ต้ังผรู้ ับมอบอานาจช่วง) คณะกรรมการฯ ยืนยันว่ารายงานผลการพิจารณาเก่ียวกับบริษัท เอสวีโอเอ จากัด (มหาชน) ถูกตอ้ งแล้ว 2.3) การตรวจผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน (ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ เป็นบริษัทจากัด จาเป็นต้องตรวจสอบความสัมพันธ์ของผู้ยื่นข้อเสนอในคราวเดียวกัน ในเชิงบริหาร เชิงทนุ และไขวก้ ันกบั ผ้ยู ืน่ ขอ้ เสนอทุกราย) คณะกรรมการฯ ยืนยันว่าได้ดาเนินการตรวจสอบข้อมูลและรายงานผล การพิจารณาผมู้ ีผลประโยชน์ร่วมกันของบรษิ ทั เอสวีโอเอ จากัด (มหาชน) ถกู ตอ้ งเรียบรอ้ ยแลว้ ต่อมาในวันท่ี 25 มกราคม 2562 กลุ่มงานพัสดุ สานักการคลังและ งบประมาณ รายงานผลการพิจารณาและขออนุมัติจ้างงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตามที่คณะกรรมการจ้างโดยวิธีคัดเลือกเสนอรายงานผลการพิจารณาและการทบทวนรายงานผล การพิจารณา และอนุมัติสั่งจ้างงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารจากบริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมช่ันเทคโนโลยี จากัด (มหาชน) เป็นจานวนเงินท้ังส้ิน 3,399,597,212.02 บาท รวมภาษีมลู ค่าเพ่ิมและภาษีอน่ื คา่ ขนสง่ คา่ จดทะเบยี น และค่าใชจ้ ่ายอ่ืน ๆ ทง้ั ปวงและมอบหมายให้ สานกั กฎหมายยกร่างสญั ญาจา้ งฯ เพอื่ สง่ ให้สานักงานอยั การสูงสดุ พิจารณาใหค้ วามเห็นชอบ จากนั้นวันท่ี 29 มกราคม 2562 กลุ่มงานงบประมาณ ได้แจ้งว่า สานัก งบประมาณเห็นชอบความเหมาะสมของราคาค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในวงเงิน 3,351,066,000 บาท ผูกพันงบประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 – 2563

- 44 - ต่อมากลุ่มงานพัสดุ สานักการคลังและงบประมาณ จึงได้แจ้งให้คณะกรรมการจ้างโดยวิธีคัดเลือก เจรจาตอ่ รองราคากับบริษัท แอ็ดวานซ์อนิ ฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จากัด (มหาชน) ผ้ชู นะการเสนอราคา ตามกรอบวงเงินท่ีสานักงบประมาณเห็นชอบ โดยผลการเจรจาต่อรอง จากเดิมบริษัทเสนอราคา 3,399,597,212.02 บาท ปรับลดลงเหลือ 3,351,000,000 บาท และเป็นราคาต่ากว่าท่ีสานัก งบประมาณให้ความเห็นชอบไว้ 66,000 บาท รวมเป็นจานวนเงินที่ปรับลดท้ังส้ิน 48,663,212.02 บาท ทั้งน้ี ได้มีหนังสือนากราบเรียนนายกรัฐมนตรีเพ่ือรับทราบผลการพิจารณาความเหมาะสมของราคา ค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร ที่สานักงบประมาณให้ความเห็นชอบความ เหมาะสมของราคา และผลท่คี ณะกรรมการจ้างโดยวิธคี ัดเลอื กไดต้ ่อรองราคากบั บรษิ ัทดว้ ยแล้ว ต่อมาวันท่ี 30 มกราคม 2562 กลุ่มงานพัสดุ สานักการคลังและงบประมาณ รายงานผลการพิจารณาต่อรองราคาการจ้างงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร ตามท่ี คณะกรรมการจ้างโดยวิธีคัดเลือกเสนอรายงาน และอนุมัติส่ังจ้างงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและ การส่ือสารจากบริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมช่ันเทคโนโลยี จากัด (มหาชน) เป็นจานวนเงินทั้งส้ิน 3,351,000,000 บาท รวมภาษีมูลค่าเพ่ิมและภาษีอ่ืน ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ท้งั ปวง ตามมติของคณะกรรมการจ้างโดยวธิ คี ดั เลอื ก วนั ท่ี 1 กมุ ภาพนั ธ์ 2562 สานักกฎหมาย สง่ ร่างสญั ญาจ้างงานดา้ นเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งสานักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว และได้ดาเนินการปรับแก้ไขร่างสัญญาในเบ้ืองต้นตามความเห็นของสานักงานอัยการสูงสุด โดยมีความเห็นเพิ่มเตมิ ดังนี้ 1. สานักงานอัยการสูงสุดได้เพ่ิมเงื่อนไขข้อกาหนดเรื่องการประกันภัย ในรา่ งสญั ญาฯ เปน็ ผลใหผ้ ู้ได้รับการคดั เลอื กต้องจดั ให้มีการประกนั ภยั ก่อนลงนามในสญั ญา 2. ข้อกาหนดในร่างสัญญาที่ยังไม่เติมข้อความให้ระบุข้อความให้เป็นไปตาม ขอ้ กาหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของงาน (TOR) ต่อมากลุ่มงานพัสดุ ได้ทาการตรวจสอบร่างสัญญาแล้วพบว่า รายละเอียด ที่กาหนดในสัญญาตลอดจนเอกสารภาคผนวกท่ีได้กาหนดเป็นเอกสารอันเป็นส่วนหน่ึงของสัญญา ยังไม่มีความชัดเจนในบางประเด็น เช่น ร่างสัญญาข้อ 7 ความรับผิดชอบในความชารุดบกพร่อง ของงานจ้างและการบารุงรักษา (ตัวถ่วง) และข้อ 26 การประกันภัย (ซ่ึงสานักงานอัยการสูงสุด ได้กาหนดเง่ือนไขดังกล่าวเพิ่มเติม) จึงเห็นควรให้หน่วยงานที่เก่ียวข้องหารือร่วมกัน เพื่อให้การ กาหนดรายละเอยี ดเงือ่ นไขของสญั ญาจ้าง ถกู ต้อง ครบถว้ น ครอบคลมุ ชดั เจนทุกประเด็น สอดคลอ้ ง ตามเจตนารมณ์ของสัญญาตามท่ีสานักงานอัยการสูงสุดและสานักกฎหมายได้ยกร่างไว้ หลังจากนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 กลุ่มงานพัสดุ ได้เสนอความเห็นต่อเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพ่ือเห็นชอบร่างสัญญาจ้างงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารโครงการก่อสร้างอาคาร รัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ (ฉบับสมบูรณ์) ก่อนลงนามในสัญญา และแจ้งให้บริษัท แอด็ วานซอ์ นิ ฟอร์เมช่ันเทคโนโลยี จากดั (มหาชน) ลงนามในสญั ญา วันท่ี 15 กุมภาพันธ์ 2562 กลุ่มงานพัสดุ เห็นควรให้สานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาเง่ือนไขและรายละเอียดเก่ียวกับเอกสารการประกันภัยของผู้ชนะ การเสนอราคา โดยมอบหมายสานักกฎหมาย สานักสารสนเทศ คณะกรรมการกาหนดรายละเอียด

- 45 - คุณลักษณะเฉพาะของพัสดุและราคากลาง และผู้ที่เกี่ยวข้อง พิจารณาความเหมาะสมก่อนลงนาม ในสัญญา ท้ังนี้ เนื่องจากการประกันภัยมิได้มีข้อกาหนดไว้ในรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (TOR) เป็นเหตุให้สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถพิจารณาขอบเขตของการคุ้มครอง ท่ีชัดเจนเก่ียวกับการประกันภัยดังกล่าวได้ จึงอาจเกิดข้อขัดข้องในการปฏิบัติตามสัญญาที่กาหนดให้ ผู้รับจ้างต้องจดั ใหม้ ีการประกนั ภัยโดยมีเง่ือนไขตามทผ่ี ู้วา่ จ้างกาหนด จากน้ัน สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอขอความเห็นชอบต่อ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบกรมธรรม์ประกันภัยประเภทการประกันภัยความรับผิด ตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก ของบริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จากัด (มหาชน) และ ให้เป็นเอกสารอันเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา และเห็นชอบเง่ือนไขของสัญญาข้อ 15 ค่าปรับ ตามความเห็นของสานักกฎหมาย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจึงได้ลงนามสัญญาจ้างบริษัท แอ๊ดวานซ์อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จากัด (มหาชน) (AIT) ตามสัญญาเลขที่ 135/2562 ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 วงเงินงบประมาณ 3,351,000,000 บาท (สามพันสามร้อยห้าสิบเอ็ดล้านบาทถ้วน) โดยมรี ะยะเวลาดาเนินการ จานวน 540 วัน ต้งั แตว่ นั ท่ี 27 กมุ ภาพันธ์ 2562 ส้ินสุดวนั ที่ 19 สิงหาคม 2563 (ภาคผนวก ซ (5)) โดยดาเนนิ การจัดจ้างงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โครงการ ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ โดยวิธีคัดเลือก ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อ จัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (สรุปการดาเนินกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างงานตาม สัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ (สัญญาหลัก) และงานนอกสัญญา, การจา้ งงานดา้ นเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (งานนอกสัญญา), กลุ่มงานพัสดุ สานกั การคลัง และงบประมาณ ที่ สผ0005.05/671 ลงวันที่ 2 มิถนุ ายน 2563) หน้าที่ของผรู้ ับจ้างตามสญั ญา โดยที่ผู้ว่าจ้างได้ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่เพ่ือใช้เป็นสถานท่ีปฏิบัติงาน ของหน่วยงานในสังกัดรัฐสภา จึงมีความจาเป็นท่ีจะต้องมีการติดตั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ทันสมัยและมีความซับซ้อนสูงภายในอาคาร เพื่อรองรับการใช้งานตั้งแต่การก่อสร้างศูนย์ข้อมูลหลัก (Main Data Center) ศูนย์ปฏิบัติการเครือข่าย : NOC ศูนย์ปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ : SOC ตามมาตรฐานสากล รวมถึงงานติดตั้งงานประกอบอาคาร อาทิ ระบบ IP TV งานโสตทัศนูปกรณ์ เป็นการติดตั้งระบบประชุม ระบบภาพและระบบเสียง งานติดตั้งเคร่ืองคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและซอฟต์แวร์สนับสนุนท่ีศูนย์ข้อมูลหลัก เพ่ือรองรับการใช้งาน ระบบสารสนเทศในปัจจุบันและระบบสารสนเทศท่ีพัฒนาใหม่ งานติดต้ังระบบเครือข่ายส่ือสาร ต้ังแต่การติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณหลัก (Core Switch) อุปกรณ์กระจายสัญญาณรอง (Distribution Switch) อุปกรณ์กระจายสัญญาณย่อย (Access Switch) รวมถึงระบบเครือข่าย สื่อสารไร้สาย (Wireless) ระบบโทรศัพท์ IP Phone และระบบรักษาความปลอดภัยด้านเทคโนโลยี สารสนเทศ (IT Security) งานพัฒนาระบบสารสนเทศเพอื่ รองรับภารกจิ หลักของสานกั งานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร คือ การประชุม และงานติดต้ังเครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่ายและอุปกรณ์ต่อพ่วง สาหรบั ใชง้ านระบบสารสนเทศ

- 46 - 2.3.6 สัญญาจ้างก่อสร้างงานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และงานประกอบ อาคารและภายนอกอาคาร วันท่ี 2 กุมภาพันธ์ 2561 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีหนังสือ ด่วนที่สุดที่ สผ 0005/443 ถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เรื่อง ขออนุมัติวงเงินงบประมาณเพ่ิมเติมจาก กรอบวงเงินงบประมาณที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักการฯ จานวนเงินท้ังส้ิน 8,648,056,864.20 บาท ซ่งึ มีงบประมาณในส่วนงานสาธารณูปโภคสาธารณปู การ และงานประกอบอาคารและภายนอกอาคาร เป็นจานวนเงนิ 1,413,061,178 บาท วันท่ี 27 สิงหาคม 2561 สานักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี มีหนังสือ ด่วนท่ีสุด นร 0505/25954 ถึงสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยแจ้งผลการพิจารณา ของคณะรัฐมนตรีเม่ือวันที่ 21 สิงหาคม 2561 โดยเห็นควรอนุมัติวงเงินงบประมาณ ในส่วนงาน สาธารณูปโภคสาธารณูปการ เปน็ เงนิ จานวน 796,135,700 บาท วันที่ 29 สิงหาคม 2561 กลุ่มงานงบประมาณของสานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร รายงานเร่อื งรายการท่สี านักงบประมาณปรับลดวงเงินงบประมาณฯ ต่อเลขาธิการ สภาผูแ้ ทนราษฎร โดยในส่วนงานสาธารณปู โภคสาธารณปู การ มรี ายละเอยี ดเกยี่ วกบั เงนิ งบประมาณ ที่ขออนุมัติ จานวน 802,197,461.40 บาท (มีการปรับหลายคร้ัง) ได้รับการอนุมัติ จานวน 796,135,700 บาท ถกู ปรบั ลด (งานระบบรกั ษาความปลอดภัย) จานวน 6,061,761.40 บาท วันที่ 13 กันยายน 2561 ท่ีปรึกษาบริหารโครงการ CAMA มีความเห็น ในเร่ืองงานสาธารณูปโภค เห็นว่าด้วยลักษณะงานเป็นประเภทงานก่อสร้างตามแบบก่อสร้าง รายละเอียดประกอบแบบ และรวมงานทดสอบอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ได้ติดตั้งเพื่อให้สามารถใช้งานได้ ตามวัตถุประสงค์ของงาน และเป็นงานลักษณะเดียวกันท่ีดาเนินการภายใต้สญั ญาจ้างก่อสร้างอาคาร รัฐสภาแห่งใหม่ (สัญญาหลัก) โดยท่ีงานดังกล่าวเป็นส่วนย่อยและส่วนต่อเชื่อมเพ่ิมเติมกับงาน ตามสัญญาหลัก เพื่อให้อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ มีความสมบูรณ์ สมควรที่จะดาเนินการก่อสร้างควบคู่ กับงานตามสัญญาหลัก เพ่ือให้งานแล้วเสร็จพร้อมใช้งานร่วมกัน เพ่ือป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาท่ีจะมี ผลกระทบต่อระยะเวลาก่อสร้างและเกิดค่าเสียหายจึงสมควรท่ีจะให้ผู้รับจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภา แห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ คือ บริษัท ซิโน-ไทยฯ เป็นผู้ดาเนินการซึ่งจะสามารถดาเนินการ ได้ทันที โดยใช้วิธีการจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (จ) เพ่ือจะทาให้ทันต่อการใช้อาคาร รัฐสภาแห่งใหม่ ตามนโยบายของฝา่ ยบรหิ ารและไม่สง่ ผลเสียหายต่อราชการ วันท่ี 17 กันยายน 2561 กลุ่มงานพัสดุของสานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ขออนุมัติประกาศเผยแพร่แผนการจัดซ้ือจัดจ้างที่กาหนดว่าจะสามารถประกอบ จัดซื้อจัดจ้างได้ภายในเดือนธันวาคม 2561 โดยเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบและ อนุมัติประกาศเผยแพร่ฯ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จึงได้ประกาศเผยแพร่แผน การจดั ซ้อื จ้าง วนั ที่ 21 กนั ยายน 2561 โดยคาดการณป์ ระกาศจดั ซ้อื จัดจา้ งในเดอื นธันวาคม 2561

- 47 - วันท่ี 24 กันยายน 2561 กลุ่มงานพัสดุของสานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร มีบันทึกข้อความท่ี 814/2561 เร่ือง ขออนุมัติแต่งตั้ง คณะกรรมการจัดทาแบบรูป รายการงานก่อสร้าง และคณะกรรมการกาหนดราคากลางงานก่อสร้างฯ โดยสานักงานเลขาธิการ สภาผแู้ ทนราษฎร มคี าสงั่ แตง่ ต้ังคณะกรรมการ จานวน 2 คณะ ประกอบด้วย 1. คณะกรรมการจัดทาแบบรูปรายการงานก่อสร้างฯ ตามคาส่ังสานักงาน เลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎร ท่ี 1174/2561 ลงวนั ท่ี 27 กันยายน 2561 2. คณะกรรมการกาหนดราคากลางฯ ตามคาสั่งสานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ที่ 1176/2561 ลงวนั ท่ี 27 กนั ยายน 2561 และสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้มีหนังสือท่ี สผ 0005/3855 ถึงผู้ว่าการตรวจเงิน แผ่นดิน เพอ่ื นาสง่ แผนปฏิบตั ิการจดั ซ้ือจดั จ้างปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 เม่อื วันท่ี 5 ตุลาคม 2561 วนั ท่ี 13 ธนั วาคม 2561 กลุ่มงานพสั ดุสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไดแ้ จ้งคณะกรรมการกาหนดราคากลางงานก่อสร้าง เพ่อื ทราบประกาศคณะกรรมการราคากลางและ ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการกาหนดราคากลางงานก่อสร้าง ฉบับที่ 3 ทีค่ ณะกรรมการราคากลางและขน้ึ ทะเบียนผู้ประกอบการ ประกาศไว้ ณ วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 ซ่ึงเลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎรได้รับทราบและเห็นชอบส่งเรื่องดังกล่าวใหค้ ณะกรรมการกาหนดราคา กลางงานก่อสร้างดาเนนิ การในสว่ นท่ีเก่ยี วข้องต่อไป วันท่ี 21 ธันวาคม 2561 คณะกรรมการจัดทารูปแบบรายการงานก่อสร้างฯ (ซ่ึงครบกาหนดการดาเนินการไปแล้ว เม่ือวันท่ี 7 พฤศจิกายน 2561 แต่คณะกรรมการฯ ได้ขอขยาย ระยะเวลาดาเนินการออกไปอีก 2 คร้ัง (ครั้งละ 15 วันทาการ) ซ่ึงครบกาหนดการดาเนินการในวันท่ี 21 ธันวาคม 2561) ได้รายงานผลการพจิ ารณาการจัดทาแบบรูปรายการงานก่อสรา้ งฯ เรยี บรอ้ ยแล้ว วันท่ี 2 มกราคม 2562 คณะกรรมการกาหนดราคากลางงานก่อสร้างฯ (ซึ่งครบกาหนดการดาเนินการไปแล้ว เมื่อวันท่ี 31 ตุลาคม 2562 แต่คณะกรรมการฯ ได้ขอขยาย ระยะเวลาดาเนินการออกไปอีก 2 คร้ัง (ครั้งละ 15 วันทาการ) ซึ่งครบกาหนดในวันท่ี 2 มกราคม 2562) ไดร้ ายงานผลการพจิ ารณาการจัดทาแบบรูปรายการงานก่อสรา้ งฯ เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ได้เห็นชอบราคากลางงานก่อสร้างงานสาธารณูปโภคสาธารณูปการฯ เป็นเงิน 759,059,153.70 บาท วันที่ 22 มกราคม 2562 กลุ่มงานพัสดุของสานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร จัดทารายงานขออนุมัติจัดจ้างก่อสร้างงานสาธารณูปโภคฯ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในการจ้างงาน ก่อสร้าง รวม 2 คณะ และในวันที่ 28 มกราคม 2562 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้มีคาสั่งท่ี 102/2562 เร่ือง แต่งต้ังคณะกรรมการจัดจ้างและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง และได้มีหนังสือด่วนที่สุด ท่ี สผ 0005.05/321 ลงวันท่ี 12 กุมภาพันธ์ 2562 แจ้งระยะเวลาการดาเนินการของคณะกรรมการจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง เพ่ือแจ้งให้คณะกรรมการ ได้ทราบถึงกรอบระยะเวลาการปฏิบัติหน้าท่ีของคณะกรรมการฯ จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 ถึงวันท่ี 6 มีนาคม 2562 รวม 20 วันทาการ และมีหนังสือด่วนท่ีสุด ที่ สผ 0005.05/404 ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 แจ้งให้คณะกรรมการกาหนดราคากลางพิจารณาทบทวนราคากลาง

- 48 - การจ้างงานสาธารณูปโภคสาธารณูปการฯ เพ่ือให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการราคากลางและ ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการกาหนดไว้ เร่ือง หลักเกณฑ์และวิธีการกาหนดราคากลางงานก่อสร้าง ข้อ 2.1.18 โดยใหร้ ะยะเวลาดาเนนิ การให้แลว้ เสร็จภายใน 7 วนั ทาการ นบั ถัดจากวนั ทไี่ ด้รบั หนังสือ วันที่ 8 มีนาคม 2562 เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบอนุมัติให้ คณะกรรมการกาหนดราคากลางงานก่อสร้างฯ ขยายระยะเวลาดาเนินการออกไปอีก 10 วันทาการ ซึ่งครบกาหนดในวันที่ 22 มีนาคม 2562 โดยเม่ือครบกาหนดคณะกรรมการกาหนดราคากลางงาน ก่อสร้างฯ ได้รายงานผลการพิจารณาทบทวนราคากลางงานก่อสร้าง ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้พิจารณา ทบทวนราคากลางงานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และงานระบบประกอบอาคารและภายนอกอาคาร โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่เรียบร้อยแล้ว เป็นเงินจานวนท้ังสิ้น 758,439,646.70 บาท จากราคาเดิม 759,059,153.70 บาท และต่ากว่าการกาหนดราคากลางงานก่อสร้างที่กาหนดไว้ คร้งั กอ่ นเป็นเงิน 619,507 บาท เนื่องจากมีราคาวัสดเุ ปลย่ี นแปลงจานวน 14 รายการ วนั ท่ี 4 เมษายน 2562 ประธานกรรมการคณะกรรมการจ้างโดยวธิ เี ฉพาะเจาะจง รับทราบราคากลางงานก่อสร้างฯ ซึ่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบราคากลางงานก่อสร้างฯ ที่สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาทบทวนราคากลางงานก่อสร้างฯ และขออนุมัติ ขยายระยะเวลาดาเนินการออกไปอีก 20 วันทาการ ซึ่งครบกาหนดวันท่ี 8 พฤษภาคม 2562 ซงึ่ เลขาธกิ ารสภาผ้แู ทนราษฎรอนุมตั ใิ ห้ขยายระยะเวลาดาเนินการได้ จากนั้นคณะกรรมการฯ ได้มีการประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาดาเนินการ ตามอานาจหน้าที่ท่ีได้รับแต่งตั้ง ตามพระราชบัญญัติการจัดซ้ือจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 56 (2) (จ) ประกอบกับระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซ้ือจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 78 (1) (ค) จึงเห็นควรเชิญผู้รับจ้างรายเดิมท่ีดาเนินการ โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ (บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียร่ิงแอนด์ คอนสตรัคช่ัน จากัด (มหาชน)) ยื่นเสนอราคางานฯ ดังกล่าว โดยคณะกรรมการฯ มีหนังสือ เลขท่ี 1/2562 ลงวันท่ี 10 เมษายน 2562 ถึงบริษัท ซิโน-ไทยฯ เร่ือง เชญิ ชวนเสนอราคาจ้างก่อสร้าง งานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และงานระบบประกอบอาคารและภายนอกอาคาร โดยให้ บริษัท ชิโน-ไทยฯ ยื่นเสนองานในวันท่ี 26 เมษายน 2562 ซึ่งบริษัท ซิโน-ไทยฯ มีหนังสือที่ ซท. G-QE-7814/0222/2562 เรื่อง เสนอราคางานจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจงจ้างก่อสร้างงาน สาธารณูปโภคสาธารณูปการ และงานระบบประกอบอาคารและภายนอกอาคารสาหรับโครงการ ก่อสรา้ งอาคารรัฐสภาแหง่ ใหม่ พร้อมอาคารประกอบ โดยเสนอราคาเปน็ เงินทั้งส้ิน 794,900,944 บาท วันท่ี 29 เมษายน 2562 คณะกรรมการฯ มีหนังสือท่ี 2/2562 เรื่อง เชิญต่อรองราคาจ้างก่อสร้างงานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และงานระบบประกอบอาคารและ ภายนอกอาคาร โดยเชิญบริษัท ซิโน-ไทยฯ มาต่อรองราคาในวันอังคารที่ 30 เมษายน 2562 ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้ต่อรองราคาและบริษัทฯ ยินยอมลดราคาลง คงเหลือเสนอราคาเป็นเงินทั้งส้ิน 755,000,000 บาท จากน้ันในวันท่ี 7 พฤษภาคม 2562 คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาและเห็นควรให้ บริษัท ซิโน-ไทยฯ เป็นผู้ดาเนินการโครงการฯ เน่ืองจากเป็นผู้มีคุณสมบัติ ยื่นข้อเสนอเป็นไปตาม ข้อกาหนด และเสนอราคาท่ีอย่ใู นวงเงนิ งบประมาณและต่ากวา่ ราคากลางงานก่อสร้างฯ

- 49 - วันท่ี 8 พฤษภาคม 2562 กลุ่มงานพัสดุของสานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร มีบนั ทกึ ข้อความ ด่วนที่สุด เรื่องรายงานผลการพิจารณาและขออนุมัติจ้างก่อสร้าง งานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ โดยเห็นควรจ้างบริษัท ซิโน-ไทยฯ เป็นผู้ดาเนินการซึ่งเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาอนุมัติเม่ือวันท่ี 13 พฤษภาคม 2562 ซ่ึงสานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ได้นาส่งให้สานักงบประมาณพิจารณาก่อนลงนามผูกพันสัญญาต่อไป ทั้งนี้ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้สั่งการให้หาวิธีการให้สานักงบประมาณให้ความเห็นชอบโดยเร็ว เพราะว่าหากล่าช้าจะส่งผลกระทบต่อโครงการก่อสร้างฯ ทั้งน้ี สานักงบประมาณได้เห็นชอบ ความเหมาะสมของราคางาน ในวงเงนิ 750,735,700 บาท เมือ่ วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 วันท่ี 30 กรกฎาคม 2562 กลุ่มงานพัสดุ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไดน้ าเรียนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบถึงผลการพิจารณาของสานักงบประมาณ และเห็นชอบ มอบหมายให้คณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจงเป็นผู้เจรจาต่อรองกับบริษัท ซิโน-ไทยฯ ตามความเห็นของสานักงบประมาณ และวันที่ 7 สิงหาคม 2562 คณะกรรมการจัดจ้าง โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ได้รายงานผลการต่อรองราคากับบริษัทฯ ซ่ึงบริษัทฯ ยินดีลดราคาลงเหลือ 750,000,000 บาท วันท่ี 8 สิงหาคม 2562 กลุ่มงานพัสดุสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีบันทึกข้อความรายงานผลการดาเนินการตามความเห็นของสานักงบประมาณเรื่องความเหมาะสม ของราคาค่างานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และงานประกอบอาคารและภายนอกอาคาร โดยตัดเนื้องานในส่วนของอาคารสถานีไฟฟ้าย่อยเป็นเงิน 5,398,593.72 บาท และอนุมัติให้จ้าง บริษทั ซโิ น-ไทยฯ เปน็ ผูด้ าเนนิ การงานโครงการดังกลา่ วเปน็ เงินทัง้ สน้ิ 743,728,937.30 บาท ส า นั ก ง า น เ ล ข า ธิ ก า ร ส ภ า ผู้ แ ท น ร า ษ ฎ ร จึ ง ไ ด้ ด า เ นิ น ก า ร จั ด จ้ าง ก่ อ ส ร้ าง งานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และงานประกอบอาคารและภายนอกอาคาร โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ได้ลงนามสัญญาจ้าง บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียร์ร่ิงแอนด์คอนสตรัคช่ัน จากัด (มหาชน) ก่อสร้างงานสาธารณูปโภค สาธารณูปการ และงานประกอบอาคารและภายนอกอาคาร ตามสัญญาเลขที่ 178/2562 ลงวันท่ี 20 สงิ หาคม 2562 จานวนเงนิ 743,728,937.30 บาท โดยมีระยะเวลาดาเนนิ การ จานวน 540 วนั ต้งั แต่ วันที่ 13 กันยายน 2562 ส้ินสุด วันที่ 5 มีนาคม 2564 (ภาคผนวก ซ (6)) (สรุปการดาเนิน กระบวนการจัดซ้ือจัดจ้างงานตามสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ (สัญญาหลัก) และงานนอกสัญญา, งานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และงานระบบประกอบอาคาร และภายนอกอาคาร (งานนอกสัญญา), กลุ่มงานพัสดุ สานักการคลังและงบประมาณ ที่ สผ 0005.05/671 ลงวันที่ 2 มถิ ุนายน 2563) กรณีสัญญาจ้างก่อสร้างงานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และงานประกอบ อาคารและภายนอกอาคาร ผู้แทนสานักงานอัยการสูงสุดได้ให้ข้อมูลในการประชุมคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ครั้งที่ 8 เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2563 ว่า สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ส่งร่างสัญญาให้สานักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณา เน่ืองจากเป็นกรณีที่ผู้ร่างสัญญาเห็นว่าเป็นสัญญาท่ีมีรูปแบบในลักษณะเดิม ๆ และสาระสาคัญของ

- 50 - เง่ือนไขในสั ญญาไม่แตกต่างจ ากสัญญาแบบมาตรฐานหรื อสั ญญ าที่ผ่าน การ ตรว จ พิจารณ า ข อง สานักงานอัยการสงู สดุ แลว้ หนา้ ท่ขี องผูร้ ับจา้ งตามสญั ญา ผู้รับจ้างมีหน้าท่ีทาการก่อสร้างงานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และ งานประกอบอาคารและภายนอกอาคาร ได้แก่ งานระบบไฟฟ้าและไฟฟ้าสื่อสาร อาคารหลักและ อาคารประกอบ งานระบบรักษาความปลอดภัย งานระบบปรับอากาศ งานระบบป้องกันอัคคีภัย งานอาคารสถานีไฟฟ้าย่อย งานระบบ Light Control Dimming System ในห้องประชุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและในห้องประชุมสมาชิกวุฒิสภา งานระบบปรับอากาศบริเวณทางเดิน ภายในอาคารรัฐสภา และงานอืน่ ๆ ตามแบบรูปและรายการ 2.3.7 สัญญาจ้างงานประกอบอาคารด้านสายสัญญาณ (ท่อ สาย เตา้ รบั ) งานระบบ เทคโนโลยสี ารสนเทศและงานระบบโสตทัศนปู กรณ์ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ขอแจ้งการอนุมัติเปลี่ยนแปลงรายการ ก่อหน้ีผูกพันข้ามปีงบประมาณที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการแล้ว จากรายการค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยี สารสนเทศและการส่ือสาร จานวน 3,876,308,700 บาท เป็นงานประกอบอาคารด้านสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและงานระบบโสตทัศนูปกรณ์ จานวน 453,832,200 บาท ผูกพันงบประมาณประจาปี พ.ศ. 2562-2563 ซ่ึงสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดทา บันทึกเสนอขออนุมัติ ในวันท่ี 8 พฤศจิกายน 2561 เพ่ือจัดเตรียมข้อมูลเพ่ือประกอบการจัดจ้าง โดยมอบหมายให้ที่ปรึกษาบริหารโครงการ CAMA พิจารณาเสนอความเห็นเพิ่มเติมเชิงเปรียบเทียบ ข้อดีข้อเสีย ในกรณีสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจัดจ้างผู้รับจ้างรายเดิมกับผู้รับจ้างรายใหม่ มอบหมายให้คณะกรรมการตรวจการจ้างโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ พิจารณาความชัดเจนในปริมาณงานที่ผู้รับจ้างได้ดาเนินการเปลี่ยนแปลงงานตามสัญญา ข้อ 19 และ มอบหมายให้รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรท่ีกากับดูแลโครงการก่อสร้าง และหน่วยงานอื่นท่ีเก่ียวข้อง กบั งานจา้ ง พิจารณาเสนอรายชอื่ ผู้มคี วามรู้ ความเชย่ี วชาญ มีประสบการณ์ และเปน็ ผู้ทรงคุณวฒุ ิเกี่ยวกับ งานจา้ งดงั กล่าวเพ่ือเขา้ ร่วมเป็นคณะกรรมการการซ้ือหรือจา้ งตามระเบียบ คณะกรรมการตรวจการจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ได้มีมติเห็นชอบ ให้กาหนดรูปแบบรายการในการจัดจ้างงานประกอบอาคารด้านสายสัญญาณ (ทอ่ สาย เต้ารบั ) งานระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศและงานระบบโสตทัศนูปกรณ์ วงเงิน 453,000,000 บาท ตามท่ีคณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติเปล่ียนแปลงงบประมาณ ท้ังน้ี สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแล้วเห็นว่า ยังขาดความชัดเจนในส่วนของปริมาณงานที่ผู้รับจ้างก่อสร้างได้ดาเนินการตามคาสั่งเปลี่ยนแปลงงาน ตามสัญญา ข้อ 19 ซ่ึงอาจส่งผลกระทบต่อการพิจารณาของคณะกรรมการกาหนดแบบรูปรายการในส่วน การก่อสร้างงานดังกล่าว ที่จาเป็นต้องพิจารณากาหนดรายละเอียดให้สอดคล้องตามหลักการเกี่ยวกับ การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุโดยใช้เงินงบประมาณให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส คุ้มค่า ประหยัด และตรวจสอบได้ ดงั นัน้ จงึ เหน็ ควรให้คณะกรรมการพิจารณาทบทวนมติดังกลา่ ว เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงนามคาส่ังแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทารูปแบบ รายการงานก่อสร้าง เลขท่ี 481/2562 ลงวันที่ 26 เมษายน 2562 และคาส่ังแต่งตั้งคณะกรรมการกาหนด ราคากลางงานก่อสร้าง เลขที่ 482/2562 ลงวันท่ี 26 เมษายน 2562 ต่อมาเม่ือวันที่ 20 มิถุนายน 2562

- 51 - คณะกรรมการฯ ได้รายงานผลการจัดทารูปแบบรายการงานก่อสร้าง ซึ่งกลุ่มงานพัสดุได้มีข้อสังเกต และขอ้ เสนอแนะให้คณะกรรมการฯ พิจารณาทบทวนรูปแบบรายการงานก่อสรา้ ง จากนน้ั กลมุ่ งานพัสดุจึง ได้รายงานผลการจัดทารูปแบบรายการงานก่อสร้างต่อเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้พิจารณา เหน็ ชอบในวันท่ี 30 กรกฎาคม 2562 และนาส่งให้คณะกรรมการจัดทาราคากลางงานก่อสร้างและทาการ ประกาศเผยแพร่การจ้างงานก่อสร้างตามระเบียบ โดยคณะกรรมการจัดทาราคากลางฯ ได้กาหนดราคา กลาง เป็นเงิน 453,812,114.04 บาท ซ่ึงกลุ่มงานพัสดุเห็นควรให้คณะกรรมการพิจารณาทบทวน รายละเอียดการจัดทาราคากลางฯ เพื่อให้เกิดความชัดเจน ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นไปตามกฎหมายและ ระเบียบทีเ่ กี่ยวข้อง และสามารถนาไปใช้ในการดาเนินการจัดจ้างต่อไปได้ กลุ่มงานพัสดุได้รับรายงานการทบทวนความเห็นของคณะกรรมการจัดทา ราคากลางฯ จึงได้ขอเสนอความเห็นชอบราคากลางก่อสร้าง เป็นจานวนเงิน 453,812,114.04 บาท แล ะอนุมัติให้ใ ช้เอกส ารราคากล างงานก่อส ร้าง ของ คณ ะกรรม การประ กอบ การจัดทาร า ย ง า น ขอซื้อขอจ้าง เมื่อเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบราคากลางแล้ว กลุ่มงานพัสดุจึงประกาศ เผยแพร่ราคากลางงานก่อสร้างในระบบ e-GP โดยท่ีรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรท่ีกากับดูแล ได้นัดประชุมเพื่อหารือแนวทางการดาเนินการจัดจ้างโดยมอบหมายให้ที่ปรึกษาบริหารโครงการ CAMA เสนอความเหน็ ประกอบการพจิ ารณาจัดจ้าง เม่ือได้รับความเห็นจากท่ีปรึกษาบริหารโครงการ CAMA แล้ว กลุ่มงานพัสดุ จึงได้เสนอรายงานขอจา้ งก่อสร้างงานประกอบอาคารด้านสายสญั ญาณ ดังนี้ 1. เหตุผลความจาเป็นท่ีต้องจ้าง เน่ืองจากงานประกอบอาคารด้านสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) งานเทคโนโลยีสารสนเทศและงานระบบโสตทัศนูปกรณ์ เป็นงานที่ต้องดาเนินการควบคู่ ไปกับโครงสร้างอาคารและเพ่ือให้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของโครงการก่อสร้างอาคาร รฐั สภาแหง่ ใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ สามารถใชง้ านได้อย่างสมบรู ณ์และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ 2. ดาเนินการโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดซ้ือ จัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 56 (2) (จ) พัสดุท่ีจะทาการจัดซื้อจัดจ้างเป็นพัสดุ ที่เก่ียวพันกับพัสดุที่ได้ทาการจัดซ้ือจัดจ้างไว้ก่อนแล้ว และมีความจาเป็นต้องทาการจัดซ้ือจัดจ้าง เพ่ิมเติม เพ่ือความสมบูรณ์หรือต่อเนื่องในการใช้พัสดุน้ัน โดยมูลค่าของพัสดุท่ีทาการจัดซื้อจัดจ้าง เพิ่มเติมจะต้องไม่สูงกว่าพัสดุที่ได้ทาการจัดซื้อจัดจ้างไว้ก่อนแล้ว โดยมีเหตุผลประกอบการพิจารณา จดั จ้างโดยวธิ ีการดงั กลา่ ว 3. ขอแต่งตั้งคณะกรรมการจ้างโดยวิธเี ฉพาะเจาะจงและคณะกรรมการตรวจ รบั พัสดุ จากนั้น ในวันท่ี 26 กันยายน 2562 คณะกรรมการจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจงได้มี หนังสือเชิญชวนให้ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียร่ิงส์แอนด์คอนสตรัคชั่น จากัด (มหาชน) ย่ืนข้อเสนอ และราคาค่าจา้ งก่อสร้างงานประกอบอาคาร เนื่องจากงานประกอบอาคารด้านสายสัญญาณ ได้รับจัดสรรงบประมาณผูกพัน งบประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562-2563 แต่สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ยังไม่สามารถลงนามสัญญาก่อหน้ีผูกพันภายในเดือนกันยายน 2562 จึงทาให้งบประมาณ พ.ศ. 2562 เป็นอนั พับไป

- 52 - โดยทโ่ี ครงการจา้ งกอ่ สร้างงานประกอบอาคารด้านสายสัญญาณ (ท่อ สาย เตา้ รับ) งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและงานระบบโสตทัศนูปกรณ์ เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ครอบคลุม หลายสัญญาภายใต้โครงการเดียวกัน จึงเป็นโครงการที่ต้องจัดทาข้อตกลงคุณธรรมตามหลักเกณฑ์ ของคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต (ค.ป.ท.) และจะต้องเชิญผู้สังเกตการณ์เข้าร่วม ทุกข้ันตอนของการจัดจ้าง กลุ่มงานพัสดุจึงได้ขอขยายระยะเวลาดาเนินการพิจารณาผลการเสนอราคา ออกไปจนถึงวนั ท่ี 22 พฤศจิกายน 2562 ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 กรมบัญชีกลางได้มีหนังสือแจ้งกรณีงานประกอบ อาคารด้านสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและงานระบบโสตทัศนูปกรณ์ ไม่สามารถก่อหน้ีผูกพันไว้ก่อนส้ินปีงบประมาณ จึงไม่อาจพิจารณาการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีได้ทาให้ งบประมาณประจาปี พ.ศ. 2562 จานวน 385,757,400 บาท ถูกพบั ไป ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้รายงานผลการพิจารณาของคณะกรรมการจ้างฯ ต่อเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และเสนอความเห็น ให้คณะกรรมการพิจารณาทบทวนรายงานผลให้เป็นไปตามระเบียบฯ ข้อ 27 เน่ืองจากไม่ปรากฏผล การพิจารณาคัดเลือก และในวันท่ี 25 พฤศจิกายน 2562 คณะกรรมการฯ รายงานการทบทวนผล การพิจารณาจ้างโดยมีมติเห็นควรให้สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จ้าง บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งส์แอนด์คอนสตรัคช่ัน จากัด (มหาชน) เป็นผู้ดาเนินงานก่อสร้างงานประกอบอาคาร ด้านสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและงานระบบโสตทัศนูปกรณ์ เป็นจานวนเงิน 452,000,000 บาท โดยรวมภาษีมูลค่าเพ่ิมและภาษีอ่ืน ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งปวงแล้ว ซึ่งต่ากว่าวงเงินงบประมาณเป็นเงิน 1,832,000 บาท หลังจากนั้น สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจึงได้ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ซ่ึงผู้ได้รับการคัดเลือก คือ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งส์แอนด์คอนสตรัคชั่น จากัด (มหาชน) โดยเสนอราคาเป็นเงินท้ังสิ้น 452,000,000 บาท เมื่อสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้รับสัญญาจ้างงานประกอบ อาคารด้านสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) สาหรับงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและงานระบบ โสตทัศนูปกรณ์ จากสานักกฎหมายท่ีผ่านการตรวจพิจารณาร่างสัญญาจากอัยการสูงสุดแล้ว ซึ่งสานักงานอัยการสูงสุดมีข้อสังเกตให้สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบแผนงาน ตามสัญญาทผี่ รู้ ับจา้ งเสนอให้มีความสอดคล้องกับกาหนดเวลาแลว้ เสรจ็ ตามสัญญาจ้างก่อสรา้ งอาคาร รัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ รวมถึงสัญญาอื่น ๆ ท่ีเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน เพ่ือป้องกันมิให้ นาเหตุของงานตามสญั ญานีม้ าเปน็ เหตุแห่งการขอขยายระยะเวลา ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จึงได้ แจ้งให้ผู้รับจ้างตามสัญญาหลัก จัดเตรียมพ้ืนที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานประกอบอาคารด้าน สายสัญญาณฯ เพ่ือส่งมอบให้แก่ผู้รับจ้าง ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ต่อมา สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ดาเนินการจัดจ้างงานติดตั้งสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และได้ลงนามสัญญาจ้างกับบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียร์ร่ิงแอนด์คอนสตรัคชั่น จากัด (มหาชน) (ภาคผนวก ฉ (7)) เม่ือวันท่ี 5 มีนาคม 2563 และผู้รับจ้างได้นาหลักประกันสัญญา เป็นจานวนเงิน

- 53 - 22,600,000 บาท และกรมธรรม์ประกันภัยพร้อมใบเสร็จแสดงการชาระค่าเบ้ียประกันภัยมามอบไว้ ใหส้ านกั งานเลขาธิการสภาผ้แู ทนราษฎร โดยมรี ะยะเวลาการดาเนินการ 420 วัน นบั แตว่ ันท่ผี วู้ ่าจ้าง มีหนังสือแจ้งให้ผู้รับจ้างดาเนินงาน ซึ่งผู้ว่าจ้างได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้รับจ้างเร่ิมงาน ต้ังแต่วันท่ี 13 มีนาคม 2563 ดังน้ัน ระยะเวลาดาเนินการจะส้ินสุดในวันที่ 6 พฤษภาคม 2564 (สรุปการดาเนิน กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างงานตามสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ (สัญญาหลัก) และงานนอกสญั ญา, งานประกอบอาคารดา้ นสายสัญญาณ (ทอ่ สาย เต้ารบั ) งานระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศและระบบโสตทัศนูปกรณ์ (งานนอกสัญญา), กลุ่มงานพัสดุ สานักการคลังและ งบประมาณ ที่ สผ 0005.05/671 ลงวนั ท่ี 2 มิถุนายน 2563) อน่ึง ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการในประเด็นการทาสัญญาจ้าง งานด้านสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) ผู้แทนสานักงานอัยการสูงสุดได้ให้ข้อมูลในการประชุม คณะกรรมาธิการวสิ ามญั พิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ครั้งท่ี 8 เม่อื วนั ท่ี 28 มกราคม 2563 ว่า สัญญาจ้างงานด้านสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) อยู่ระหว่างการตรวจพิจารณา ของสานักงานอัยการสูงสุด โดยสัญญางานด้านสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) กาหนดระยะเวลา ดาเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 420 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน แต่ยังไม่ได้มีการ ลงนามในสัญญาจ้าง ซึ่งหากไม่เร่งรัดดาเนินการอาจจะเป็นสาเหตุหน่ึงท่ีทาให้การก่อสร้างอาคาร รัฐสภามีความล่าช้า และเป็นเหตุให้ผู้รับจ้างนามาใช้เป็นเหตุอ้างในการขอขยายระยะเวลา การกอ่ สรา้ งครง้ั ตอ่ ไปได้ ท้ังน้ี ในประเด็นดังกล่าวที่ปรึกษาบริหารโครงการ CAMA ให้ข้อมูลว่า ในการบริหารสัญญาตามสัญญาหลักเพื่อบรรเทาปัญหาการจัดจ้างงานเทคโนโลยีสารสนเทศและ งานโสตทัศนูปกรณ์ไม่เป็นไปตามแผน ได้มีการดาเนินการบริหารสัญญาเพื่อแก้ไขปัญหาจากการ จัดจ้างงานเทคโนโลยีสารสนเทศและงานโสตทัศนูปกรณ์ล่าช้า และไม่สอดคล้องกับแผนงานของ สัญญาหลัก ดังนั้น ขณะที่ยังไม่มีผู้รับจ้างติดต้ังงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) และปรับปรุงงานสาธารณูปโภค และเพ่ือเป็นการทางานแบบบูรณาการ ที่ปรึกษาบริหารโครงการ CAMA จึงได้เสนอเหตุผลความจาเป็นท่ีจะต้องดาเนินการติดต้ังท่อร้อยสายของงานเทคโนโลยี สารสนเทศ (ICT) ควบคู่ไปกับงานของผู้รับจ้างบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จากัด (มหาชน) โดยมีความเห็นในเบ้ืองต้นว่าสมควรสั่งงานเพ่ิมในสัญญาหลักเพ่ือติดต้ังเฉพาะงาน ติดต้ังท่อร้อยสายของงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ สาหรับชั้นใต้ดิน B1 และ B2 ก่อน สาหรับ การติดตง้ั ท่อรอ้ ยสายในชัน้ อ่นื ๆ และการติดตั้งอุปกรณ์งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหลอื ควรจะ ดาเนินการภายหลัง เพ่ือให้งานในสัญญาหลักสามารถดาเนินงานได้ตามแผนงาน และเพื่อบรรเทา ไม่ใหเ้ กดิ ความเสียหายกับโครงการในภายหลัง และทาให้งานก่อสร้างงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารของระบบประกอบอาคารมีความเรียบร้อยสมบูรณ์ และสอดคล้องกับแผนงาน การก่อสร้างของผู้รับจ้าง ซึ่งในภายหลังคณะกรรมการบริหารโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ไดพ้ จิ ารณาขอ้ เสนอของท่ีปรกึ ษาบรหิ ารโครงการ CAMA แล้วมีมติเหน็ ว่า ไม่ควรแบ่งจา้ งงานก่อสร้าง และติดตั้งอุปกรณ์ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เฉพาะงานที่จะต้องมีการติดต้ังท่อร้อย สายฝังในเสาและผนงั ของห้องต่าง ๆ ดงั กลา่ ว เฉพาะชั้นใต้ดนิ B1 และ B2 เนอ่ื งจากเน้ืองานดังกล่าว

- 54 - เปน็ ประเภทเดียวกัน ควรเปน็ งานชุดเดียวกันทง้ั โครงการ อกี ทั้ง สานกั งบประมาณอนุมัติงบประมาณ สาหรับงานทอ่ รอ้ ยสายดังกล่าวมาทง้ั โครงการไมค่ วรแยกงานออกเปน็ ส่วน ๆ โดยท่ีสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้มีหนังสือ ท่ี สผ 0005/1446 ลงวันท่ี 8 มีนาคม 2559 เพื่อแจ้งคาสั่งงานเพ่ิมเติมให้ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียร่ิงแอนด์คอนสตรัคชั่น จากัด (มหาชน) ดาเนินการเปล่ียนแปลงแก้ไขรายละเอียดของงานก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ตามสัญญาจ้างก่อสร้าง ข้อ 19 ตามท่ีคณะกรรมการตรวจการจ้างโครงการ ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ได้มีมติเม่ือวันท่ี 11 มกราคม 2559 และ วันที่ 14 มกราคม 2559 เห็นควรให้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายละเอียดของงานก่อสร้างอาคาร รัฐสภาแหง่ ใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ โดยมรี ายละเอยี ด ดังน้ี 1. การเปล่ียนแปลงงานตามแบบไฟฟ้า ปรับแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับ แบบตกแตง่ ภายในและการปรับการใช้งานของรัฐสภา 2. งานติดตั้งท่อร้อยสาย สายไฟฟ้า สายสัญญาณและติดตั้ง OUTLET งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) และงานระบบโสตทศั นปู กรณ์ โดยมขี อบเขตของงานดังตอ่ ไปน้ี 2.1 งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) 2.1.1 อาคารหลัก - งานระบบเครอื ขา่ ยขอ้ มลู (Data IT Network) - งานบริหารจัดการท่ีจอดรถ (Parking Management System) - งานระบบนาฬกิ ารวม (Master Clock System) - งานระบบบริหารจัดการพลังงาน (Energy Monitoring System) - งานระบบ Mobile 3G (เตรียมเฉพาะร่าง Wire Way) - งานระบบ RF-Application for Data IT Network - งานระบบควบคุมอาคารอัตโนมตั ิ (Building Management System) 2.1.2 อาคารสถานวี ทิ ยโุ ทรทศั น์ - งานระบบเครอื ข่ายขอ้ มลู (Data IT Network) - งานระบบควบคุมอาคารอตั โนมัติ (Building Management System) โดยงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) ตามข้อ 1 จะหมายความ รวมถึง Structure of Cabling ท้ังหมด (ยกเว้นเฉพาะงานอุปกรณ์สลับสายสัญญาณเครือข่ายข้อมูล Active device หรอื Data Network Switch เท่าน้ัน ในงานระบบเครือข่ายข้อมลู Data IT Network) 2.2 งานระบบโสตทัศนปู กรณอ์ าคารหลัก 3. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขโครงสร้างเสาเหล็กประกอบ Built-up CSB1 ให้สอดคล้องกับขนาดเสา CSB1 ตามแบบงานสถาปัตยกรรม เน่ืองจากพบว่ามีความขัดแย้งกัน ระหว่างแบบงานโครงสร้างและแบบงานสถาปตั ยกรรมในขนาดของเสา CSB1

- 55 - 4. การปรับเปล่ียนข้อกาหนดงานกระจกสาหรับผนังกรอบอาคารของอาคาร รัฐสภาแห่งใหม่ เนื่องจากผู้ออกแบบ (กิจการร่วมค้าสงบ 1051) ขอปรับเปลี่ยนงานกระจกและ ส่วนประกอบที่เก่ียวข้องสาหรับผนังกรอบอาคารของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ให้สอดคล้องกับ กฎกระทรวงฉบับท่ี 48 (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และขอ้ บญั ญตั กิ รงุ เทพมหานคร พ.ศ. 2544 ข้อ 112 ท้ังน้ี เม่ือวันที่ 22 ตุลาคม 2561 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้มีคาสั่งแจ้งให้ผู้รับจ้างหยุดดาเนินการงานติดต้ังท่อร้อยสาย สายไฟฟ้า สายสัญญาณและติดต้ัง OUTLET งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) และงานระบบโสตทัศนูปกรณ์ ผู้ว่าจ้างได้สรุปขออนุมัติ ราคางานเปล่ียนแปลงตามคาส่ัง ข้อ 19 ท่ีได้ดาเนินการไปแล้วเป็นมูลค่างานเพ่ิมจากสัญญาท้ังสิ้น 48,547,673.59 บาท โดยรวมค่า Factor F 1.09782 แล้ว ซ่ึงที่ปรึกษาบริหารโครงการ CAMA ได้พิจารณาตรวจสอบราคางานเพิ่ม ตามท่ีผู้ควบคุมงาน ATTA ได้พิจารณาตรวจสอบและรับรอง มูลค่างานที่ผู้รับจ้างได้ดาเนินการตามสัญญาจ้างก่อสร้าง ข้อ 19 ไปแล้ว มีความเห็นว่าถูกต้องและ เป็นไปตามเง่ือนไขของสัญญา เป็นมูลค่างานเพ่ิมเป็นจานวนเงินทั้งสิ้น 41,870,906.56 บาท โดยรวมค่า Factor F 1.09782 แล้ว ซ่ึงอยู่ระหว่างการพิจารณานาไปหักมูลค่าตามสัญญาจ้างงาน ประกอบอาคารด้านสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) สาหรับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและ ระบบโสตทัศนูปกรณ์ อาคารรฐั สภาแห่งใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ ต่อมาเมื่อวันท่ี 5 มีนาคม 2563 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ทาสัญญาจ้างงานประกอบอาคารด้านสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) สาหรับระบบเทคโนโลยี สารสนเทศและระบบโสตทัศนูปกรณ์ อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ โดยตกลงว่าจ้าง บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคช่ัน จากัด (มหาชน) ตามสัญญาเลขที่ 123/2563 เป็นจานวนเงิน 452,000,000 บาท โดยรวมภาษีมูลค่าเพิ่มจานวน 29,570,093.46 บาท และ ภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายท้ังปวงด้วยแล้ว โดยถือราคาเหมารวมเป็นเกณฑ์ กาหนดกรอบ การจ่ายเงิน 77 งวด และกาหนดผู้รับจ้างจะต้องทางานให้แล้วเสร็จภายในกาหนด 420 วัน นับถัด จากวันท่ีได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน โดยได้กาหนดเง่ือนไขในสัญญาให้มีสาระสาคัญว่าค่าใช้จ่าย ท่ีได้ทาไปแล้วตามงานสัญญาหลัก ให้นามาหักเป็นค่าใช้จ่ายสาหรับงานตามสัญญาว่าจ้างดังกล่าว ขา้ งต้น จึงไมเ่ ป็นการซา้ ซ้อนและไม่กอ่ ให้เกดิ ความเสียหายต่อโครงการ หนา้ ทีข่ องผรู้ บั จ้างตามสญั ญา ผู้รับจ้างตกลงรับจ้างทางานประกอบอาคารสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) สาหรับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบโสตทัศนูปกรณ์ ได้แก่ ดาเนินการตรวจสอบรูปแบบ รายการ (Drawing) ท่ีได้มีการดาเนินการไปแล้ว ตามสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ เลขที่ 116/2556 ลงวันท่ี 30 เมษายน 2556 ข้อ 19 เอกสารแนบท้ายสัญญา และเอกสารท่ีเก่ียวข้องในโครงการ เพื่อดาเนินการจัดทารูปแบบรายการ (Drawing) ใหม่ ตามเน้ืองาน จริงท่ดี าเนนิ การติดต้ัง ดาเนินการออกแบบ จดั หา ตดิ ตง้ั ทดสอบ และสง่ มอบรูปแบบ/อุปกรณ์ระบบ สายสัญญาณ ระบบสายไฟฟ้าสาหรับระบบเทคโนโลยีและการส่ือสาร รวมถึงระบบโสตทัศนูปกรณ์ ของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ และดาเนินการติดตั้งระบบสายสัญญาณ ระบบ เครือข่ายสัญญาณสื่อสาร และระบบสายไฟฟ้า งานสายสัญญาณและสายไฟฟ้าสาหรับงาน

- 56 - โสตทัศนูปกรณ์ งานสายสัญญาณและสายไฟฟ้าสาหรับระบบเครือข่ายส่ือสาร งานสายสัญญาณและ สายไฟฟา้ สาหรบั งานประกอบอาคาร ใหค้ รบถว้ นตามรปู แบบรายการงานก่อสร้างและงานอ่ืน ๆ ตาม แบบรูปรายการงานก่อสร้าง เอกสารแนบท้ายสัญญา ผนวก 1 และบูรณาการระบบเทคโนโลยี สารสนเทศและการส่ือสาร รวมถึงระบบโสตทัศนูปกรณ์ ณ โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ บนที่ดินราชพัสดุ แปลงหมายเลขทะเบียนเลขท่ี กท.3049 แขวงถนนนครไชยศรี เขตดสุ ติ กรุงเทพมหานคร ผู้รับจ้างตกลงจะจัดหาแรงงานและวสั ดุ เคร่ืองมือเคร่ืองใช้ ตลอดจนอุปกรณ์ ตา่ ง ๆ ชนิดดีเพอ่ื ใช้ในงานจา้ งตามสญั ญา 2.3.8 สัญญาจ้างท่ีปรึกษางานระบบประกอบอาคารระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะดาเนินงานนอกสัญญาหลัก ของโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ อันมีเน้ืองานประกอบไปด้วย (1) งานสาธารณูปโภค สาธารณูปการและงานระบบประกอบอาคารและภายนอกอาคาร สาหรับโครงการก่อสร้างอาคาร รัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ (งานระบบประกอบอาคาร) (2) งานจัดหาพร้อมติดตั้ง ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ) และ (3) งานประกอบ อาคารด้านสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและงานระบบ โสตทัศนูปกรณ์ (งานประกอบอาคารด้านสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ)) ใช้งบประมาณในการ ก่อสร้าง จัดหา ควบคุม และบริหารโครงการประมาณ 4,672 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาดาเนินการ 540 วัน และมีระยะเวลารับประกันการชารุดบกพร่องของงานจ้าง 2 ปี เนื่องจากโครงการดังกล่าว เปน็ โครงการขนาดใหญ่ มคี วามซับซ้อน การดาเนนิ งานนอกสัญญาหลักดังกล่าว สานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรจึงต้องการบุคลากรในการบริหารงานท่ีมีความรู้ความสามารถและความชานาญ ด้านการบรหิ ารโครงการให้เป็นไปดว้ ยความถกู ต้อง เรยี บร้อย และเป็นประโยชนส์ งู สดุ ตอ่ รฐั สภา โ ด ย ที่ งา น ด้ า น ร ะบ บ เ ทคโ น โ ล ยี ส า ร ส น เ ท ศแล ะ กา ร สื่ อส า ร เ ป็ น ง า น ท่ี มี ความจาเป็นต้องอาศัยบุคลากรท่ีมีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการตรวจรับงาน แต่ คณะกรรมการตรวจรบั งานด้านระบบงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สารท่ีสานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรตั้งข้ึน ไม่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในการตรวจรับงานท่ีมีความซับซ้อนสูง แต่งานติดต้ังระบบงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารไม่มีระเบียบรองรับ ในการตั้งท่ีปรึกษา ส า นั ก ง า น เ ล ข า ธิ ก า ร ส ภ า ผู้ แท น ร า ษ ฎ ร จึ งไ ด้ เ ส น อ ข อ อ นุ มั ติ จั ด จ้ า งท่ี ป รึ ก ษ าแ ล ะ ผู้ ค ว บ คุ ม งาน ระบบประกอบอาคารระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศต่อคณะรัฐมนตรี ซ่งึ คณะรฐั มนตรไี ด้พิจารณาอนุมัติ ให้จัดจ้างได้ หลังจากน้ัน สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจึงได้ตั้งคณะกรรมการร่างข้อกาหนด (TOR) ที่ปรึกษาและผู้ควบคุมงานข้ึน เพ่ือกาหนดคุณสมบัติของที่ปรึกษาและผู้ควบคุมงาน ซึ่งในกระบวนการจัดทาร่างข้อกาหนด (TOR) ท่ปี รกึ ษาและผู้ควบคุมงาน คณะกรรมการได้มีการปรับ TOR เพ่ือแก้ไขคุณสมบัติของที่ปรึกษาและผู้ควบคุมงานถึง 4 ครั้ง เน่ืองจากการกาหนดคุณสมบัติ ของผู้เสนอราคาใน TOR ไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซ้ือจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 นอกจากนี้ คณะกรรมการยังไม่ได้กาหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาราคา อีกท้ัง

- 57 - คณะกรรมการได้กาหนดคณุ สมบัตขิ องที่ปรึกษาและผู้ควบคุมงานตามระเบียบไว้สูง เพ่อื ไมใ่ ห้เป็นการ เออื้ ประโยชน์ให้กบั ผ้รู บั จา้ งรายใดรายหนง่ึ เป็นการเฉพาะ ทาใหไ้ มม่ ีผู้ผา่ นการคัดเลือก ทั้งน้ี คณะกรรมาธิการได้ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาในการตรวจรับมอบ งานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคาร ประกอบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ต้องล่าช้าออกไปอีก เนื่องจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุท่ีสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตั้งขึ้น ไม่สามารถตรวจรับงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารท่ีมีความทันสมัยและมีความ สลับซับซ้อนสูง โดยบริษัท AIT ได้ให้ข้อมูลไว้เม่ือวันท่ี 18 กุมภาพันธ์ 2563 แจ้งว่า ได้เร่งดาเนินการ งานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารตามสัญญาจ้างท่ีได้ลงนามไปแล้ว และพร้อมท่ีจะส่ง งวดงานให้สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่สามารถส่งมอบงวดงานได้ เนื่องจากไม่มี ท่ีปรึกษาและผู้ควบคุมงานงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จึงทาให้คณะกรรมการ ตรวจรับงานไมส่ ามารถเบกิ จ่ายเงินตามงวดงานได้ สานักงานเลข าธิก ารส ภาผู้ แ ทนร า ษฎร ได้ ด าเนิ น การ จั ด หาผู้ รับ จ้า ง ง า น ท่ีปรึกษางานระบบประกอบอาคารระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมีการดาเนินการทั้งสิ้น 4 คร้ัง ดงั นี้ ครั้งที่ 1 เมื่อเริ่มดาเนินการสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ดาเนินการเพ่ือจัดจ้างที่ปรึกษาและผู้ควบคุมงานงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมีการแต่งตั้ง คณะกรรมการจัดทาร่างขอบเขตของงานจ้างที่ปรึกษาฯ (คาส่ังที่ 1168/2561 ลงวันที่ 27 กันยายน 2561) ภายหลงั ได้มกี ารประกาศเผยแพรแ่ ผนการจดั จา้ งที่ปรึกษาฯ สานักการคลังไดข้ ออนุมตั ทิ บทวน ขอบเขตงานจ้างผู้ควบคุมงานติดต้ังระบบเทคโนโลยีสารสนเทศได้ เน่ืองจากมิใช่ลักษณะงานก่อสร้าง จึงไม่สามารถจ้างผู้ควบคุมงานได้ และหากเห็นว่ามีความจาเป็นต้องจัดหาผู้รับจ้างเพื่อดาเนินการ กากับ ดูแล ติดตามการติดต้ังระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ควรกาหนดไว้ในขอบเขตงานการจ้าง ทีป่ รึกษาแทน จากน้ัน กลุ่มงานพัสดุ สานักการคลังและงบประมาณ ได้ดาเนินการจัดทา รายงานขอจ้างท่ีปรึกษา โดยวิธีคัดเลือก เน่ืองจากเป็นงานท่ีซับซ้อนตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อ จดั จ้างและการบริหารพสั ดุภาครฐั พ.ศ. 2560 มาตรา 70 (2) (ข) ตามคาสั่งที่ 336/2562 ลงวนั ที่ 14 มีนาคม 2562 และได้แต่งต้ังคณะกรรมการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือกและคณะกรรมการ ตรวจรับพสั ดุเพ่ือดาเนนิ การตามระเบยี บฯ โดยในวันท่ี 10 เมษายน 2562 คณะกรรมการได้มหี นังสือ เชิญชวนบริษัท จานวน 8 ราย แต่มีผู้ย่ืนข้อเสนอเพียงรายเดียวและไม่ย่ืนเอกสารให้ครบถ้วน จงึ ไมผ่ ่านเง่ือนไขตามที่กาหนด จึงได้ประกาศยกเลิกโครงการเนื่องจากไม่มผี ยู้ นื่ ขอ้ เสนอที่ถูกต้อง คร้ังท่ี 2 มีการแต่งต้ังคณะกรรมการจัดทาร่างขอบเขตของงานจ้างท่ีปรึกษาฯ (คาส่ังท่ี 618/2562 ลงวันที่ 4 มิถุนายน 2562) และได้แต่งต้ังคณะกรรมการจ้างท่ีปรึกษาโดยวิธี คัดเลือกเน่ืองจากเป็นงานท่ีซับซ้อน ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดภุ าครฐั พ.ศ. 2560 มาตรา 70 (2) (ข) (คาสั่งท่ี 20/2563 ลงวันท่ี 8 มกราคม 2563) และคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุเพื่อดาเนินการตามระเบยี บฯ โดยในวันที่ 14 สงิ หาคม 2562 คณะกรรมการไดม้ หี นังสือ เชิญชวนบริษัท จานวน 25 ราย แต่มีผู้ย่ืนข้อเสนอเพียงรายเดียวและไม่ย่ืนเอกสารให้ครบถ้วน

- 58 - โดยไม่ย่ืนหนังสือแสดงพนักงานประจาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ (ภ.ง.ด.) จึงไม่ผ่านเง่ือนไข ตามท่ีกาหนด สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จึงได้ประกาศยกเลิกโครงการเนื่องจาก ไม่มีผูย้ น่ื ขอ้ เสนอทถี่ กู ต้อง คร้ังท่ี 3 มีการแต่งตั้งคณะกรรมการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีเฉพาะเจาะจง เน่ืองจากการคัดเลือกแล้วไม่ได้ผลดี ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดภุ าครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 70 (3) (ก) (คาสั่งท่ี 1952/2562 ลงวันท่ี 19 กันยายน 2562) โดยคณะกรรมการ ได้มีหนังสือเชิญชวนกลุ่มนิติบุคคลร่วมทางาน จานวน 3 ราย แต่ปรากฏว่ากลุ่มนิติบุคคลร่วมทางาน ไมป่ ระสงคย์ นื่ ขอ้ เสนอสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จึงได้ประกาศยกเลิกโครงการ เนอื่ งจาก ไม่มีผูย้ ืน่ ข้อเสนอ ครั้งท่ี 4 มีการแต่งตั้งคณะกรรมการจดั ทาร่างขอบเขตของงานจ้างที่ปรึกษาฯ (คาสั่งท่ี 1958/2562 ลงวันท่ี 11 พฤศจิกายน 2562) และได้แต่งตั้งคณะกรรมการจดั ทาร่างขอบเขต ของงานจ้างท่ีปรึกษาฯ (เพ่ิมเติม) (คาสั่งที่ 2210/2562 ลงวันท่ี 2 ธันวาคม 2562) เนื่องจาก คณะกรรมการฯ ขอผู้ทรงคุณวุฒิด้านโยธาเพ่ิม จากนั้นได้มีการต้ังคณะกรรมการจ้างท่ีปรึกษา โดยวธิ คี ัดเลือก คณะกรรมการตรวจรบั พัสดุในงานจ้างที่ปรึกษา ตามพระราชบัญญัติการจดั ซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 70 (2) (ข) (คาส่ังท่ี 96/2563 ลงวันที่ 14 มกราคม 2563) และแต่งตั้งคณะกรรมการดาเนินงานจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือก (เพิ่มเติม) (คาสั่งที่ 124/2563 ลงวันท่ี 21 มกราคม 2563) โดยในวันท่ี 14 สิงหาคม 2562 คณะกรรมการได้มีหนังสือเชิญชวน ท่ีปรึกษายื่นข้อเสนอ จานวน 40 ราย และมีที่ปรึกษายื่นข้อเสนอ 1 ราย คือ บริษัท มิตรเทคนิคัล คอนซัลแทน้ ท์ จากดั และผลปรากฏวา่ ได้ยืน่ ขอ้ เสนอทางด้านเทคนิคถูกต้อง ครบถว้ น สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จึงได้ขออนุมัติส่ังจ้างท่ีปรึกษาและ ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา เป็นเงิน 45,789,000 บาท และทาการตกลงความเหมาะสมของราคา ค่าจ้างกับสานักงบประมาณ ซ่ึงสานักงบประมาณเห็นชอบความเหมาะสมของราคาค่าจ้าง เป็นเงิน 32,576,400 บาท คณะกรรมการดาเนินงานจ้างท่ีปรึกษาได้ทาการต่อรองราคา และสานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ขออนุมตั ิค่าจ้างที่ปรึกษาโดยเปล่ียนแปลงแก้ไข เป็นเงิน 32,576,400 บาท ระยะเวลา 384 วัน และส่งร่างสัญญาจ้างให้สานักกฎหมายตรวจสอบก่อนลงนามในสัญญาแล้ว ซึ่งสานักกฎหมายมีความเห็นว่าระยะเวลาการดาเนินงานของท่ีปรึกษาไม่ควรเหลื่อมล้ากับสัญญา โครงการระบบประกอบอาคารระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จึงได้ทาการขออนุมัติจ้างท่ีปรึกษา งานระบบประกอบอาคารระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เปน็ เงิน 30,486,000 บาท ระยะเวลา 363 วนั สิ้นสุดวันที่ 6 พฤษภาคม 2564 เพื่อมิให้เหลื่อมล้ากับสัญญาท่อร้อยสายซึ่งเป็นสัญญาที่ส้ินสุด ฉบับสุดท้าย โดยสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ลงนามสัญญาจ้างท่ีปรึกษางานระบบ ประกอบอาคารระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เลขท่ี 166/2563 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2563 กับ บริษัท มิตรเทคนิคัลคอนซัลแท้นท์ จากัด โดยเร่ิมงานในวันที่ 9 พฤษภาคม 2563 สิ้นสุดสัญญา วนั ท่ี 6 พฤษภาคม 2564 (ภาคผนวก ซ (8)) (สรปุ การดาเนินกระบวนการจัดซ้ือจัดจา้ งงานตามสัญญา จ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ (สัญญาหลัก) และงานนอกสัญญา,

- 59 - จ้างท่ีปรึกษางานระบบประกอบอาคารระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (งานนอกสัญญาหลัก), กลมุ่ งานพสั ดุ สานกั การคลงั และงบประมาณ ที่ สผ. 0005.05/671 ลงวันท่ี 2 มถิ ุนายน 2563) หน้าทข่ี องผู้รบั จา้ งตามสญั ญา ผู้รับจ้างมีหน้าท่ีให้คาปรึกษา แนะนา กากับ ดูแล ตรวจสอบ ประสานงาน ให้ความเห็นชอบด้านวิชาการ การดาเนินงานการบารุงรักษา งานระบบประกอบอาคาร (ตามสัญญาจ้าง งานก่อสร้างงานสาธารณูปโภค สาธารณูปการ และงานประกอบอาคารและภายนอกอาคาร) งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ตามสัญญาจ้างงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร) และ งานประกอบอาคารด้านสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) (ตามสัญญาจ้างก่อสร้างงานประกอบอาคาร ด้านสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและงานระบบโสตทัศนูปกรณ์) สาหรับอาคารรัฐสภาแห่งใหม่จนดาเนินการโครงการดังกล่าวเสร็จสิ้น และให้คาปรึกษาแนะนา ในระยะเวลารบั ประกัน 2 ปี ใหเ้ ป็นไปตามวตั ถุประสงค์ที่กาหนดในสญั ญา คาช้แี จงของผเู้ ก่ียวข้องกับสัญญาจ้างท่ีปรึกษางานระบบประกอบอาคารระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ 1. คาช้ีแจงจากผู้แทนสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร : สัญญาจ้าง ที่ปรึกษาและผู้ควบคุมงานซึ่งได้รับงบประมาณแล้ว แต่ติดปัญหาที่ว่างานด้านระบบเทคโนโลยี สารสนเทศและการส่ือสาร กับงานระบบสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) ไม่สามารถจ้างท่ีปรึกษา และผู้ควบคุมงานได้ เพราะเป็นเร่ืองของการจัดซื้อจัดจ้างซ่ึงสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไมก่ ลา้ ทีต่ ั้งคณะกรรมการข้ึนมาพจิ ารณาจ้างที่ปรึกษาหรือผู้ควบคุมงาน เนอ่ื งจากไม่มรี ะเบียบรองรับ แต่ต่อมาคณะกรรมการตรวจการจ้างแจ้งว่า งานน้ีมีความซับซ้อนมากไม่สามารถท่ีจะตรวจรับงานได้ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จึงเห็นว่าควรมีที่ปรึกษากับผู้ควบคุมงานเนื่องจากมีเหตุผล เพียงพอท่ีจะสามารถจัดจ้างท่ีปรึกษาหรือผู้ควบคุมงานได้ แต่อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการจัดซ้ือ จัดจ้างไม่สามารถหาผู้รับจ้างได้เนื่องมาจากคณะกรรมการร่างข้อกาหนดขอบเขตของงาน (TOR) ของการจ้างท่ีปรึกษาได้กาหนดคุณสมบัติของที่ปรึกษาไว้สูงเน่ืองจากทาตามระเบียบเพราะวงเงิน ในการจัดซ้ือจดั จา้ งน้นั ใชง้ บประมาณเป็นจานวนมาก สาหรับความคืบหน้าของการจัดจ้างท่ีปรึกษากับผู้ควบคุมงาน ปัจจุบันได้มีการ จัดทาข้อกาหนดขอบเขตของงาน (TOR) เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนการจัดหาผู้รับจ้างงาน ท่ีปรึกษาและผู้ควบคุมงาน ซึ่งต้องรองบประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณประกาศใช้จึงจะ สามารถดาเนนิ การทาสญั ญาได้ (การประชมุ คณะกรรมาธิการวสิ ามัญพิจารณาศกึ ษาโครงการก่อสร้าง อาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่, คร้ังที่ 10 วนั ท่ี 4 กุมภาพันธ์ 2563) 2. คาชี้แจงจากประธานกรรมการร่างข้อกาหนดขอบเขตของงาน (TOR) งานจ้างท่ีปรกึ ษาและผูค้ วบคุมงาน : เกยี่ วกบั การจา้ งท่ปี รกึ ษาได้รับมอบหมายใหเ้ ป็นคณะกรรมการ ร่างข้อกาหนดขอบเขตของงาน TOR ต้ังแต่วันท่ี 9 ตุลาคม 2561 ซึ่งดาเนินการตามระเบียบเพื่อท่ีจะ ดาเนินการจัดจ้างท่ีปรึกษาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร ส่งไปสานักการคลังและ งบประมาณ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 31 ตุลาคม 2561 แต่สานักการคลัง ส่งกลับมาให้ทบทวนเนื่องจากมีบางส่วนท่ียังไม่สามารถที่จะดาเนินการต่อไปได้ ซึ่งคณะกรรมการฯ ก็ได้ส่งรายงานการทบทวนกลับไปเมื่อวันท่ี 21 พฤศจิกายน 2561 ซ่ึงเป็นฉบับแรกท่ีได้ดาเนินการไป

- 60 - แต่ก็ยงั ไมส่ ามารถดาเนินการจัดจา้ งไดเ้ น่ืองจากกาหนดคณุ สมบัติของผู้รบั จ้างไว้สูงทาให้ไม่สามารถหา ผู้รบั จ้างได้ จากนนั้ ได้รบั มอบหมายใหด้ าเนินการร่างข้อกาหนดขอบเขตของงาน (TOR) ใหม่ ซงึ่ เริ่มดาเนินการต้ังแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 แล้วสง่ รายงานการจัดจ้างที่ปรึกษากลับไปให้สานัก การคลังและงบประมาณในวันที่ 6 มีนาคม 2562 ซ่ึงก็ได้รับทราบมาว่าการจ้างท่ีปรึกษาเก่ียวข้อง กับการจ้างควบคุมงาน ซ่ึงตามระเบียบการจ้างท่ีปรึกษางานด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารไม่สามารถจ้างได้ จึงทาให้มีการชะลอการดาเนินการไปหลายเดือน และก็ดาเนินการต้ัง คณะกรรมการใหม่ซึ่งเริ่มดาเนินการในวันที่ 4 มิถุนายน 2562 แล้วจึงส่งรายงานให้สานักการคลัง และงบประมาณ ในวันที่ 25 มิถุนายน 2562 เพ่ือดาเนินการจัดจ้างครั้งที่ 2 แต่ก็ยังไม่สามารถหา ผู้รับจ้างได้ ต่อมาก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการร่างข้อกาหนดขอบเขตของงาน (TOR) อีกครั้ง เป็นคร้ังท่ี 3 โดยได้รับมอบหมายให้ดาเนินการเม่ือวันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 แล้วเสร็จวันท่ี 17 ธันวาคม 2562 ซ่ึงสานักงานการคลังและงบประมาณได้ดาเนินการเสร็จสิ้นแล้ว (การประชุม คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่, ครั้งท่ี 10 วันที่ 4 กมุ ภาพนั ธ์ 2563) 3. คาช้ีแจงจากผู้บังคับบัญชากลุ่มงานพัสดุ สานักการคลังและงบประมาณ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร : เกี่ยวกับการดาเนินการต้ังแต่คร้ังท่ี 1 จนถึงคร้ังที่ 4 ซึ่งครั้งแรกเงื่อนไขของผู้รับจ้างยังไม่เป็นตามท่ีกาหนดไว้ในร่างข้อกาหนดขอบเขตของงาน (TOR) และคุณสมบัติของผู้เสนอราคายังไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐ พ.ศ. 2560 นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังไม่กาหนดเกณฑ์ในการพิจารณาราคามาด้วย จึงได้ส่งเร่ืองให้คณะกรรมการฯ กลับไปทบทวน และเนื่องจากการจ้างท่ีปรึกษาด้านระบบเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารไม่ได้เป็นลักษณะของการจ้างก่อสร้างแต่เป็นการจ้างทั่วไป เพราะฉะนั้น ทาให้ไม่สามารถมที ี่ปรกึ ษาได้ สานักการคลังและงบประมาณจงึ ได้แจ้งให้คณะกรรมการฯ ตัดการจ้าง ในส่วนนอ้ี อกไป คณะกรรมการฯ ต้องปรับเปลี่ยนร่างข้อกาหนด (TOR) อีกคร้ัง ซ่ึงอยู่ระหว่าง ขอให้คณะกรรมการกาหนดขอบเขตของงานจ้างควบคุมงานให้เรียบร้อยก่อนจึงจะสามารถแจ้ง ให้คณะกรรมการฯ จัดทาขอบเขตของงานจ้างที่ปรึกษา และทบทวนขอบเขตของงานจ้างที่ปรึกษา ซ่ึงในคร้ังนี้มีการเชิญผู้เสนอราคาทั้งหมด 8 บริษัท แต่มีผู้ย่ืนเสนอราคาเพียง 1 บริษัท คือ บริษัท บางกอก แพลนเนอร์แอนด์คอนซัลแท้นส์ จากัด แต่ไม่เป็นไปตามคุณสมบัติท่ีคณะกรรมการกาหนด คือ วงเงินสัญญาน้อยกว่าที่สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรกาหนด และไม่ยื่นหนังสือแสดง พนกั งานประจา และแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ (ภ.ง.ด.) ตอ่ มาครัง้ ที่ 2 หลงั จากมกี ารทบทวนร่างขอ้ กาหนดของเขตของงาน (TOR) สานกั การคลังและงบประมาณก็ได้ดาเนินการจัดซ้ือจัดจ้างโดยเชิญชวนผู้เสนอราคาท้ังหมด 25 บริษัท ปรากฏว่าก็มีการย่ืนเสนอราคามาเพียง 1 บริษัท ก็คือบริษัท บางกอก แพลนเนอร์แอนด์คอนซัลแท้นส์ จากดั ซง่ึ บริษัทกย็ งั ไมด่ าเนินการตามระเบียบทาใหก้ ารเสนอราคาดังกลา่ วตกไป

- 61 - เมอ่ื มกี ารยกเลกิ ไปทง้ั 2 ครัง้ สานกั งานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จงึ ได้กลบั มา ทบทวนว่าวิธีการคัดเลือกดังกล่าวไม่ได้ผล ซ่ึงตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและ การบรหิ ารพสั ดภุ าครฐั พ.ศ. 2560 มาตรา 70 (3) (ก) กาหนดให้สามารถใช้วิธเี ฉพาะเจาะจงได้ เมื่อกลับมาใช้วิธีเฉพาะเจาะจงสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญ บริษัท 4 บริษัท ได้แก่ 1) บริษัท ซี แอนด์ ซี อินเตอร์เนชั่นแนล เวนเจอร์ จากัด 2) บริษัท เอเชี่ยน อินเทลลีเจนท์ อินฟอร์มเมชั่น เทคโนโลยี จากัด 3) บริษัท ไวสโปรเจ็ค คอนซัลติ้ง จากัด และ 4) บริษัท สแปน คอนซัลแตนท์ จากัด ปรากฏว่าท้ัง 4 บริษัทไม่ยื่นซองเสนอราคา เมื่อไม่มีการย่ืน ราคา จงึ ทาให้การดาเนนิ การ ครั้งที่ 3 ตอ้ งยกเลกิ คร้ังท่ี 4 มีการกลับมาทบทวนร่างข้อกาหนดของเขตของงาน (TOR) ใหม่ ทาให้ ไม่สามารถใช้วิธีเฉพาะเจาะจงได้ ต้องกลับไปใช้วิธีคัดเลือก ซ่ึงขณะนี้อยู่ระหว่างเชิญชวน ให้มีการเสนอราคา โดยมีประมาณ 40 บริษัทท่ีได้ย่ืนเสนอราคา และในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 จะให้บริษัทท่ีตอบรับเข้ามายื่นซองเสนอราคาต่อไป (การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศกึ ษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแหง่ ใหม่, คร้งั ท่ี 10 วันท่ี 4 กุมภาพันธ์ 2563) 4. คาช้ีแจงจากผู้แทนสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร : เกี่ยวกับการ ท่ีผู้ร่างข้อกาหนดขอบเขตของงาน (TOR) กาหนดให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ (ภ.ง.ด) เนอื่ งจากไม่ต้องการไดผ้ ูร้ ับจา้ งซึ่งไม่ใช่บุคลากรประจาของบรษิ ัทผู้รับจ้าง เมื่อกาหนดไว้เชน่ น้ันบริษัท จึงไม่สามารถยื่นเสนอราคาได้ สานักการคลังและงบประมาณจึงได้ยกเลิก และมีการปรับแก้ ร่างข้อกาหนดขอบเขตของงาน (TOR) ใหม่ จึงทาให้เกิดความล่าช้าในการจัดหาผู้รับจ้าง (คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่, คร้ังที่ 10 วันที่ 4 กมุ ภาพันธ์ 2563) ในส่วนการจ้างท่ีปรึกษากับผู้ควบคุมงานที่มีปัญหาอยู่ปัจจุบัน สานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรรู้สึกหนักใจกับเร่ืองน้ีมาก เพราะว่าการจ้างท่ีปรึกษาและผู้ควบคุมงาน จะต้องมีคณะกรรมการข้ึนมาเพื่อดาเนินการคณะหนึ่ง แต่ก็ไม่มีใครกล้าเป็นคณะกรรมการเนื่องจาก ระเบียบไม่ได้กาหนดวิธีการไว้ หากตั้งคณะกรรมการมาแล้วก็ต้องยึดหลักเกณฑ์ตามระเบียบ ซึ่งคณะกรรมการแจ้งว่าถ้าบังคับให้ทาเสร็จก่อนงบประมาณตกก็ไม่มีใครยอมทาและจะขอลาออก ซึ่งเป็นกระบวนการที่ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะบังคับให้ คณะกรรมการพิจารณาโดยมีเง่ือนไขจึงไม่มีใครทา คณะกรรมการกว่าจะต้ังได้แต่ละชุดมีความยากมาก ทั้งนี้ เห็นว่าบุคลากรไม่มีความรู้เฉพาะเป็นปัญหาหลักและยังไม่สามารถหาบุคลากรได้ (คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่, คร้ังที่ 13 วันที่ 2 มีนาคม 2563) 2.3.9 สัญญาจ้างควบคุมงานระบบประกอบอาคารระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เนื่องด้วยสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จะดาเนินงานนอกสัญญาหลัก ของโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งมีเนื้องาน 2 งาน ประกอบไปด้วย (1) งานสาธารณูปโภค สาธารณูปการ และงานระบบประกอบอาคารและภายนอกอาคาร สาหรับโครงการก่อสร้างอาคาร รัฐสภาแห่งใหม่ (งานระบบประกอบอาคาร) (2) งานประกอบอาคารด้านสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและงานระบบโสตทัศนูปกรณ์ (งานประกอบอาคารด้านสายสัญญาณ

- 62 - (ทอ่ สาย เต้ารับ)) ซง่ึ เน้อื งานดงั กล่าวเปน็ ลักษณะงานทีม่ ีความซับซ้อน ใชง้ บประมาณในการก่อสร้าง จัดหา ควบคุม และบริหารโครงการประมาณ 1,249 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาดาเนินการ 540 วัน (18 เดือน) และมีระยะเวลารับประกันการชารุดบกพร่องของงานจ้าง 2 ปี แต่สานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ขาดบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และความชานาญด้านการบริหารโครงการ งานระบบประกอบอาคาร เพ่ือกากับดูแลการควบคุมงานระบบประกอบอาคารระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ จึงต้องจัดจ้างผู้ควบคุมงานระบบประกอบอาคารระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือให้ การดาเนินงานนอกสญั ญาหลักและโครงการกอ่ สรา้ งอาคารรัฐสภาแห่งใหมบ่ รรลวุ ัตถุประสงค์ ส า นั ก ง า น เ ล ข า ธิ ก า ร ส ภ า ผู้ แ ท น ร า ษ ฎ ร จึ ง ไ ด้ ด า เ นิ น ก า ร จั ด ห า ผู้ รั บ จ้ า ง งานควบคุมงานระบบประกอบอาคารระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมีการดาเนินการทงั้ ส้ิน 3 ครัง้ ดังนี้ คร้ังที่ 1 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ดาเนินการแต่งต้ัง คณะกรรมการกาหนดขอบเขตของงานจ้างฯ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซ้ือจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 139 คาส่ังสานักงานเลขาธิการสภาเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ที่ 1200/2651 ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2561 และคาส่ังสานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ท่ี 1268/2561 ลงวันท่ี 1 พฤศจิกายน 2561 เนื่องจากเป็นงานซับซ้อน ไม่เหมาะสมท่ีจะดาเนินการโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป และเป็นโครงการมีขนาดใหญ่ ตาม พระราชบญั ญตั ิการจดั ซือ้ จัดจ้างและการบรหิ ารพสั ดุภาครฐั พ.ศ. 2560 มาตรา 81 (2) และไดแ้ ต่งต้ัง คณะกรรมการดาเนินงานจ้างควบคุมงานก่อสร้างโดยวิธีคัดเลือก และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ในงานจ้างควบคุมงานก่อสร้าง ตามคาสั่งสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ 347/2562 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2562 คณะกรรมการฯ จัดทาหนังสือเชิญชวนไปยังบริษัทที่แสดงความประสงค์ เข้ายื่นข้อเสนอ จานวน 4 ราย แต่ปรากฏว่าไม่มีผู้ยื่นข้อเสนอ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จึงไดข้ ออนมุ ัตแิ ละประกาศยกเลิกการจา้ งควบคุมงาน ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2562 ครั้งที่ 2 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ดาเนินการแต่งต้ัง คณะกรรมการกาหนดขอบเขตของงานจ้างฯ เน่ืองจากมีการปรับแก้รายละเอียดและราคากลาง ตามคาส่ังสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ 617/2562 ลงวันที่ 4 มิถุนายน 2562 จากนั้น สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดทารายงานขอจ้างผู้ควบคุมงานฯ โดยวิธีคัดเลือก เนื่องจากเป็นงานซับซ้อน โครงการมีขนาดใหญ่ ไม่เหมาะสมที่จะดาเนินการโดยวิธีประกาศเชิญชวน ท่ัวไป ตามพระราชบัญญัติการจัดซ้ือจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 81 (2) พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการดาเนินงานจ้างผู้ควบคุมงานก่อสร้างโดยวิธีคัดเลือก และคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุในงานจ้างควบคุมงานก่อสร้าง ตามคาสั่งสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ท่ี 857/2562 ลงวนั ท่ี 5 กรกฎาคม 2562 โดยคณะกรรมการได้มีหนังสือเชิญชวนไปยังบริษัทจานวน 44 ราย มีบริษัท ที่แสดงความประสงค์เข้ายื่นข้อเสนอ จานวน 6 ราย มีผู้ย่ืนข้อเสนอเพียงรายเดียว คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาคุณสมบัติแล้วปรากฏว่าไม่ผ่านการคัดเลือก เน่ืองจากข้อเสนอด้านเทคนิคไม่เป็นไปตาม ข้อกาหนดของสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จึงได้มีการประกาศยกเลิกการจ้าง ในวันที่ 23 กันยายน 2562

- 63 - ครั้งท่ี 3 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ดาเนินการจัดทารายงาน ขอจ้างควบคุมงานฯ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง เน่ืองจากสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เคยดาเนินการจ้างโดยวธิ ีคัดเลือกมาแล้ว 2 คร้ัง แต่ข้อเสนอไม่ได้รับการคัดเลือกตามพระราชบัญญตั ิ การจัดซ้ือจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 81 (1) พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการ ดาเนินงานจ้างควบคุมงานก่อสร้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้าง ควบคุมงานก่อสร้าง ตามคาส่ังสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ 1540/2562 ลงวันท่ี 20 กนั ยายน 2562 คณะกรรมการดาเนินงานจ้างควบคุมงานฯ ได้มีหนังสือเชิญชวนไปยัง กลุ่มนิติบุคคลร่วมทางาน (บริษัท โปรเอ็น เทคโนโลยี จากัด, บริษัท ปัญญา คอนซัลแตนท์ จากัด, บริษัท ยูพลัส คอนซัลแตนท์ จากัด) โดยกลุ่มนิติบุคคลได้ย่ืนข้อเสนองานและเสนอราคาตามกาหนด แต่คณะกรรมการไม่สามารถดาเนินการให้แล้วเสรจ็ ตามระยะเวลาท่ีกาหนดในวันที่ 16 ตลุ าคม 2562 จึงได้ขยายระยะเวลาการดาเนินการออกไป 2 ครั้ง ซึ่งจะครบกาหนดในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 โดยที่คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาคุณสมบัติของกลุ่มนิติบุคคลผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติผู้เสนอราคา เกณฑก์ ารพิจารณาขอ้ เสนอทางดา้ นเทคนิคและเสนอราคา 43,500,000 บาท สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ขอปรับลดราคาค่าจ้างลงเนื่องจาก มูลค่างานก่อสร้างมีการปรับลดลงจากเดิมที่เคยประมาณการไว้ ซึ่งกลุ่มนิติบุคคลฯ ได้มีหนังสือตอบ ยืนยันราคา ลดลงเหลือ 43,000,000 บาท สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จึงได้ทารายงาน ขออนุมัติจ้างควบคุมงานฯ กับกลุ่มนิติบุคคลฯ จากน้ันได้ขอทาความตกลงกับสานักงบประมาณ ให้เห็นชอบความเหมาะสมของราคาก่อนทาสัญญาก่อหน้ีผูกพัน โดยสานักงบประมาณเห็นชอบ ความเหมาะสมของราคาจ้างในวงเงิน 27,310,900 บาท เลขาธิการฯจึงอนุมัติให้คณะกรรมการ ดาเนินงานจ้างควบคุมงานก่อสร้าง โดยวิธีเฉพาะเจาะจงตามคาสั่งสานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ที่ 1540/2562 ลงวันที่ 20 กันยายน 2562 วงเงินตามความเห็นของสานัก งบประมาณ คณะกรรมการฯได้ต่อรองราคากับกลุ่มนิติบุคคลร่วมทางาน (บริษัท โปรเอ็น เทคโนโลยี จากัด, บริษัท ปัญญา คอนซัลแตนท์ จากัด, บริษัท ยูพลัส คอนซัลแตนท์ จากัด) และ มีมติให้จัดจ้างงานควบคุมระบบฯ ในวงเงิน 27,300,000 บาท ตามบันทึกท่ี สผ 0013.04/924 ลงวันที่ 28 เมษายน 2563 และมีหนังสือ ท่ี สผ 0005.04/84 ลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 แจ้งให้กลุ่มนิติบุคคลร่วมทางานฯ มาทาสัญญา โดยสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงนาม ในสัญญาจ้างควบคุมงานระบบประกอบอาคารระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เลขที่ 168/2563 ลงวันท่ี 22 พฤษภาคม 2563 (ภาคผนวก ซ (9)) (สรุปการดาเนินกระบวนการจัดซ้ือจัดจ้างงานตาม สัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ (สัญญาหลัก) และงานนอกสัญญา, จ้างควบคุมงานระบบประกอบอาคารระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (งานนอกสัญญา), กลุ่มงานพัสดุ สานกั การคลงั และงบประมาณ ท่ี สผ0005.05/671 ลงวันท่ี 2 มิถนุ ายน 2563) หน้าทข่ี องผรู้ บั จา้ งตามสัญญา ผู้รับจ้างมีหน้าท่ีควบคุมงานสาธารณูปโภค สาธารณูปการและงานระบบ ประกอบอาคารและภายนอกอาคาร ประกอบไปด้วย งานระบบไฟฟ้าและไฟฟ้าส่ือสาร งานระบบ

- 64 - รักษาความปลอดภัยอาคาร งานระบบปรับอากาศ งานระบบป้องกันอัคคีภัย งานสถานีไฟฟ้าย่อย งานระบบ Lighting Control Dimming System ห้องประชมุ สานักงานเลขาธิการวุฒสิ ภา สานกั งาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร งานระบบปรับอากาศบริเวณทางเดินภายในอาคาร และงานประกอบ อาคารด้านสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) และให้คาปรึกษาในการบารุงรักษาอาคาร ระบบ สารสนเทศและการสอ่ื สาร ใหเ้ ปน็ ไปตามวตั ถุประสงค์ทก่ี าหนดตามสัญญา คาชแ้ี จงของผู้เก่ียวข้องกบั สัญญาควบคมุ งานระบบประกอบอาคารระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ 1. คาช้ีแจงจากผู้แทนสานักงานเลขาธกิ ารสภาผู้แทนราษฎร : เก่ยี วกับสัญญาจา้ ง ทปี่ รึกษาและผูค้ วบคมุ งานได้รับงบประมาณแล้วแต่ติดปัญหางานดา้ นระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศและ การส่ือสาร กับงานระบบสายสัญญาณ (ท่อ สาย อุปกรณ์) ไม่สามารถจ้างที่ปรึกษาและผู้ควบคุมงาน ได้ เพราะเป็นเรื่องของการจัดซ้ือจัดจ้าง สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไม่กล้าต้ัง คณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาจ้างที่ปรึกษาหรือผู้ควบคุมงานเน่ืองจากไม่มีระเบียบรองรับ แต่ต่อมา คณะกรรมการตรวจการจา้ งแจง้ วา่ งานนม้ี คี วามซับซอ้ นมากไม่สามารถที่จะตรวจรับงานได้ สานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจึงเห็นว่าควรให้มีที่ปรึกษาและผู้ควบคุมงาน เน่ืองจากมีเหตุผลเพียง พอท่ีจะสามารถจัดจ้างท่ีปรึกษาหรือผู้ควบคุมงานได้ แต่อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการจัดซื้อ จัดจ้างไม่สามารถหาผู้รับจ้างได้ เน่ืองจากคณะกรรมการร่างข้อกาหนด (TOR) ของการจ้างที่ปรึกษา กาหนดคุณสมบัติของท่ีปรึกษาไว้สงู เพราะต้องทาตามระเบียบเน่ืองจากวงเงินในการจดั ซ้ือจัดจ้างน้ัน ใช้งบประมาณเป็นจานวนมาก สาหรับความคืบหน้าของการจัดจ้างท่ีปรึกษากับผู้ควบคุมงาน ปัจจุบันได้มีการ จัดทาข้อกาหนดขอบเขตของงาน (TOR) เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงข้ันตอนการจัดหาผู้รับจ้างงาน ท่ีปรึกษากับผู้ควบคุมงาน ซ่ึงต้องรองบประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณประกาศใช้ก็จะสามารถ ดาเนินการทาสัญญาได้ (คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภา แหง่ ใหม่, คร้งั ท่ี 10 วนั ที่ 4 กุมภาพนั ธ์ 2563) 2. คาช้ีแจงจากประธานกรรมการร่างข้อกาหนดขอบเขตของงาน (TOR) จ้างที่ปรึกษาและผู้ควบคุมงาน : เกี่ยวกับการจ้างผู้ควบคุมงานขณะน้ีได้ผู้รับจ้างและได้ส่งเรื่องให้ สานักงานการคลังและงบประมาณแล้ว (คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้าง อาคารรฐั สภาแห่งใหม่, ครงั้ ที่ 10 วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563) 2.4 งบประมาณโครงการอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ การอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณของโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ มรี ายละเอยี ดเปน็ ลาดับดังตอ่ ไปนี้ วันท่ี 15 สิงหาคม 2551 รัฐสภาโดยเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เลขาธิการวุฒิสภา กับ สานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม โดยปลัดกระทรวงกลาโหม กองทัพบก โดยผู้ช่วยผู้บัญชาการ ทหารบก กรมราชองครักษ์ โดยเสนาธิการกรมราชองครักษ์ กรุงเทพมหานคร โดยรองปลัด กรุงเทพมหานคร สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน โดยเลขาธิการคณะกรรมการ การศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน ผู้อานวยการสานักงานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษา กรงุ เทพมหานคร เขต 1 ผ้อู านวยการ โรงเรียนโยธินบูรณะ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ โดยผู้อานวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ และ

- 65 - กรมธนารักษ์ โดยรองอธิบดีกรมธนารักษ์รักษาราชการแทนอธบิ ดีกรมธนารักษ์ ได้มีการจัดพิธีลงนาม บันทึกข้อตกลงโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ (MOU) ในพ้ืนที่ราชพัสดุ ถนนทหาร (เกยี กกาย) วันท่ี 3 กุมภาพันธ์ 2552 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เสนอขออนุมัติ โครงการและงบประมาณก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ต่อคณะรัฐมนตรี คร้ังท่ี 1 เรื่อง “การขอ อนุมัติโครงการและงบประมาณก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ บริเวณพ้ืนท่ีราชพัสดุ ถนนทหาร (เกียกกาย) เขตดุสิต และขออนุมัติเบิกจ่ายค่าชดเชยในโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่” โดยมีกรอบเวลาในการก่อสร้างจานวน 900 วัน และกรอบค่าใช้จ่ายในการดาเนินงาน จานวน 23,047.5 ล้านบาท (สองหมนื่ สามพันส่สี บิ เจด็ ล้านหา้ แสนบาทถว้ น) (ภาคผนวก ฉ) ดงั น้ี 1) ค่าใช้จ่ายเพ่ือเตรียมความพร้อมก่อนการก่อสร้าง ได้แก่ ค่าชดเชยที่ดิน และ ค่าใช้จา่ ยอ่ืนๆ 7,199.7 ลา้ นบาท 2) คา่ จา้ งออกแบบ 205.4 ล้านบาท 3) ค่าจา้ งผคู้ วบคมุ งาน 205.4 ล้านบาท 4) ค่าจ้างทป่ี รึกษาฯ 112 ลา้ นบาท 5) คา่ กอ่ สรา้ ง 11,738 ลา้ นบาท 6) เงนิ เผอ่ื เหลือเผอ่ื ขาด 586.9 ลา้ นบาท 7) ค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศ 3,000 ล้านบาท (เป็นกรอบวงเงิน เบ้อื งต้นท่ยี ังไมม่ กี ารศกึ ษารายละเอียด) (เอกสารช้ีแจงข้อซักถามของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการ ก่อสร้างอาคารรฐั สภาแห่งใหม่,ประเดน็ ระยะเวลาก่อสรา้ ง 900 วัน, ที่ปรึกษาบริหารโครงการ CAMA, 20 มกราคม 2563) วันท่ี 20 กันยายน 2554 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอขออนุมัติ โครงการและงบประมาณก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ต่อคณะรัฐมนตรี คร้ังท่ี 2 ซึ่งคณะรัฐมนตรี ไดอ้ นมุ ัติหลักการตามทส่ี านกั งานเลขาธิการสภาผูแ้ ทนราษฎรเสนอขออนมุ ตั โิ ครงการและงบประมาณ ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแหง่ ใหม่ วงเงนิ รวม 15,324,900,000 บาท (หนง่ึ หมน่ื ห้าพันสามร้อยยสี่ ิบส่ลี ้าน เกา้ แสนบาทถ้วน) แบ่งออกเป็น 1) ค่าก่อสร้างอาคารหลัก (สัญญาหลัก) จานวน 11,738,000,000 บาท (หน่ึงหม่ืน หนงึ่ พันเจ็ดรอ้ ยสามสบิ แปดล้านบาทถว้ น) 2) งานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และงานประกอบอาคารและภายนอกอาคาร จานวน 586,900,000 บาท (หา้ ร้อยแปดสิบหกล้านเกา้ แสนบาทถ้วน) 3) ค่าใชจ้ ่ายด้านเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สาร จานวน 3,000,000,000 บาท (สามพันล้านบาทถว้ น) 4) ค่าชดเชยที่ดิน ค่าจ้างออกแบบ ค่าจ้างผู้ควบคุมงาน ค่าจ้างท่ีปรึกษาฯ และ ค่าใชจ้ า่ ยอื่น ๆ จานวนเงิน 7,662,300,000บาท (เจ็ดพันหกร้อยหกสิบสองล้านสามแสนบาทถ้วน)

- 66 - วันท่ี 17 ตุลาคม 2554 ผู้ออกแบบได้ปรับแก้ไขและส่งแบบ งวด 4.2 ฉบับสมบรู ณ์ และในวันท่ี 17 พฤศจิกายน 2554 คณะกรรมการตรวจและรับมอบแบบก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ได้ตรวจรับแบบก่อสร้าง โดยมีพ้ืนที่ใช้สอยจริง 424,311 ตารางเมตร มีพื้นท่ีก่อสร้าง 508,000 ตารางเมตร และมีประมาณการราคาก่อสร้าง 15,324,900,000 บาท (หน่ึงหมื่นห้าพันสามร้อยย่ีสิบสี่ล้าน เกา้ แสนบาทถว้ น) โดยแยกขอบเขตงานเป็นงานสญั ญาหลัก และงานนอกสัญญาหลัก มีรายละเอยี ดดังน้ี งานสัญญาหลกั 11,738,000,000 บาท - งานอาคารรัฐสภาแห่งใหม่พร้อมอาคารประกอบ ได้แก่ งานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรมและตกแต่งภายใน งานระบบประกอบอาคาร งานระบบรกั ษาความปลอดภยั - งานภูมิสถาปตั กรรมและงานภายนอกอาคาร - งานสถาปตั ยกรรมไทย งานนอกสัญญาหลัก - งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และงานโสตทัศนูปกรณ์ 3,000,000,000 บาท (สามพนั ลา้ นบาทถ้วน) - งานสาธารณูปโภคและงานระบบประกอบอาคาร (บางรายการ) 586,900,000 บาท (ห้ารอ้ ยแปดสิบหกล้านเกา้ แสนบาทถ้วน) - งาน Application เพม่ิ เตมิ บางอยา่ งท่ีเหน็ ควรให้คณะกรรมการจัดหาทป่ี รึกษา เพือ่ ทาการศึกษาและนามาใช้งานเพือ่ อานวยความสะดวกแก่ผใู้ ช้งาน วันที่ 30 เมษายน 2556 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ดาเนินการ จัดจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ด้วยวงเงินงบประมาณ จานวน 12,280,000,000 บาท (หนึ่งหมื่นสองพันสองร้อยแปดสิบล้านบาทถว้ น) โดยลงนามสญั ญาจา้ งก่อสร้างอาคารรฐั สภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ กับผู้รับจ้าง คือ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียร่ิงแอนด์คอนสตรัคชั่น จากัด (มหาชน) โดยไม่รวมค่างานนอกสัญญาหลัก คือ งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร งานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และงานประกอบอาคารและภายนอกอาคาร (บางรายการ) และ งาน Application เพมิ่ เติม บางอยา่ งท่ีเหน็ ควรให้คณะกรรมการจัดหาท่ีปรึกษาเพื่อทาการศึกษาและ นามาใชง้ านเพือ่ อานวยความสะดวกแก่ผใู้ ช้งาน วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอ คณะรฐั มนตรีขออนมุ ัติกรอบวงเงินงบประมาณเพ่ิมเติม จากกรอบวงเงินที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักการ สาหรับโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ และขออนุมัติเพิ่มวงเงิน และขยายเวลาก่อหน้ีผูกพันข้ามปีงบประมาณ ค่าก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคาร ประกอบ คา่ ควบคุมงานกอ่ สรา้ งอาคารรัฐสภาแหง่ ใหมฯ่ และค่าจา้ งทีป่ รึกษาบริหารโครงการกอ่ สร้าง อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ รวมวงเงินท้ังสิ้น 8,648,056,864.20 บาท (แปดพันหกร้อยส่ีสิบแปดล้าน หา้ หมนื่ หกพันแปดรอ้ ยหกสิบส่ลี า้ นบาทยีส่ ิบสตางค)์ ประกอบดว้ ย 1. งานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และงานประกอบอาคารและภายนอกอาคาร จานวน 1,413,061,178 บาท (หนึง่ พันสีร่ อ้ ยสิบสามล้านหกหมน่ื หน่งึ พนั หน่ึงร้อยเจ็ดสิบแปดล้านบาท)

- 67 - 2. ค่าใช้จ่ายสาหรับงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สาร จานวน 6,493,493,599 บาท (หกพนั สี่ร้อยเก้าสิบสามล้านส่ีแสนเก้าหมืน่ สามพันห้าร้อยเก้าสิบเก้าล้านบาทถ้วน) แบง่ เนื้องานออกเป็น 2 สว่ น คือ 2.1 ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (IT) จานวน 2,759,410,996 บาท (สองพนั เจด็ รอ้ ยห้าสิบเก้าลา้ นสแ่ี สนหน่งึ หมืน่ เก้าร้อยเกา้ สบิ หกบาทถว้ น) 2.2 ระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สาร (Non IT) จานวน 3,734,082,603 บาท (สามพนั เจ็ดร้อยสามสบิ สล่ี า้ นแปดหมน่ื สองพนั หกรอ้ ยสามบาทถ้วน) 3. งานจ้างท่ีปรึกษาและผู้ควบคุมงานก่อสร้าง (งานนอกสัญญาหลัก) จานวน 229,000,000 บาท (สองรอ้ ยยี่สบิ เก้าลา้ นบาทถ้วน) 4. ขออนุมัติเพิ่มวงเงินและขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ จานวน 512,502,087.20 บาท (ห้าร้อยสิบสองลา้ นหา้ แสนสองพันแปดสบิ เจด็ บาทยส่ี ิบสตางค์) วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติตามความเห็นของสานัก งบประมาณ ให้สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพ่ิมวงเงินและขยายระยะเวลา จานวนเงิน 512,502,087.20 บาท (ห้าร้อยสิบสองล้านห้าแสนสองพันแปดสิบเจ็ดบาทยี่สิบสตางค์) ในส่วนงาน สาธารณูปโภคสาธารณูปการ และงานประกอบอาคารและภายนอกอาคาร จานวน 1,413,061,178 บาท (หน่ึงพันสี่ร้อยสิบสามล้านหกหม่ืนหน่ึงพันหน่ึงร้อยเจ็ดสิบแปดบาทถ้วน) และค่าใช้จ่ายสาหรับ งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จานวน 6,493,493,599 บาท (หกพนั สรี่ ้อยเก้าสิบสามล้าน สี่แสนเก้าหม่ืนสามพันห้าร้อยเก้าสิบเก้าบาทถ้วน) โดยให้สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นากลับไปทารายละเอยี ดใหค้ รบถ้วนและปรบั ลดรายการที่แพงเกินไปลง วันที่ 13 มิถุนายน 2561 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจึงได้มีการประชุม ร่วมกันของผู้รับผิดชอบโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เพ่ือพิจารณาทบทวนการขอ งบประมาณเพ่ิมเตมิ ตามความเห็นของสานักงบประมาณที่ให้เสนองบประมาณในสว่ นที่มีความจาเป็น เร่งด่วนก่อน และชะลอในส่วนท่ีสามารถจัดหามาภายหลังได้สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จึงไดพ้ ิจารณาทบทวนโดยนาความเหน็ ของท่ีปรึกษาบรหิ ารโครงการ CAMA มาประกอบการพจิ ารณา ซ่ึงที่ปรึกษาบริหารโครงการมีความเห็นว่า งานก่อสร้างในส่วนที่เป็นงานนอกสัญญาหลักโครงการ ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ที่ได้ทบทวน มีรายการที่มีความจาเป็นที่ต้องดาเนินการไปพร้อมกับ แผนก่อสร้างอาคารรัฐสภาจากเหตุผลความจาเป็นในการใช้เทคโนโลยีสารสน เทศ ระบบ โสตทัศนูปกรณ์ และระบบจัดเก็บข้อมูลของการประชุมและการปฏิบัติของท้ังสองสานักงานและ สานักงานได้นากราบเรียนประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในฐานะรัฐมนตรีเจ้าสังกัดเพ่ือโปรด รับทราบและเห็นชอบ ตามท่ีสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาทบทวนรายการและ วงเงินงบประมาณสาหรับงานนอกสัญญาหลัก ท่ีมีความจาเป็นต้องดาเนินการควบคู่กับแผนการ ก่อสรา้ งอาคารรฐั สภาแห่งใหม่ ดังนี้ วันที่ 9 กรกฎาคม 2561สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีหนังสือถึง เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพ่อื ขออนุมัติงบประมาณ ดงั น้ี 1. งานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และงานประกอบอาคารและงานภายนอก อาคาร คงเหลือ จานวน 802,197,461.40 บาท (แปดร้อยสองล้านหนึ่งแสนเก้าหมื่นเจ็ดพันสี่ร้อย

- 68 - หกสิบเอ็ดบาทส่ีสิบสตางค์) โดยพิจารณารายการที่มีความจาเป็นต้องดาเนินการควบคู่ไปพร้อมกับ การกอ่ สร้างอาคารหลกั 2. ค่าใช้จ่ายสาหรับงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (งาน IT และ งาน Non IT) คงเหลือจานวน 3,989,007,779 บาท (สามพันเก้าร้อยแปดสิบเก้าล้านเจ็ดพันเจ็ดร้อย เจด็ สิบเกา้ บาทถว้ น) 3. งานจ้างที่ปรึกษาและผู้ควบคุมงานก่อสร้างสาหรับงานนอกสัญญาหลัก คงเหลือ จานวน 143,736,157.21 บาท (หนึ่งร้อยส่ีสิบสามล้านเก้าแสนสามหม่ืนหกพันหนึ่งร้อยห้าสิบเจ็ดบาท ยี่สิบเอ็ดสตางค์) สรุป คงเหลือวงเงินนาเสนอคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ จานวน 4,934,941,398 บาท (สี่พันเก้าร้อยสามสิบส่ีล้านเก้าแสนสี่หมื่นหน่ึงพันสามร้อยเก้าสิบแปดบาทถ้วน) ซึ่งเพิ่มจากกรอบ วงเงินท่ีคณะรัฐมนตรีอนุมัติไว้เดิม เมื่อวันท่ี 20 กันยายน 2554 จากจานวน 3,586,900,000 บาท (สามพันห้าร้อยแปดสิบหกล้านเก้าแสนบาทถ้วน) โดยเพ่ิมขึ้นอีกจานวน 1,348,041,398 บาท (หนึ่งพนั สามรอ้ ยสี่สบิ แปดล้านส่ีหม่นื หนึ่งพนั สามรอ้ ยเกา้ สิบแปดบาทถ้วน) คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ทบทวนและหารือร่วมกับหน่วยงานที่เก่ียวข้อง ได้แก่ สานักงบประมาณ กระทรวงดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคม โดยท่ีประชุมได้พิจารณางบประมาณ ด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่กาหนดให้สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาปรับลด วงเงินงบประมาณและให้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เก่ียวข้องเพื่อให้ได้ข้อยุติ และสานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรได้นาผลการปรับลดวงเงินงบประมาณในส่วนของงานเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสอ่ื สาร และงานโสตทัศนปู กรณเ์ ขา้ สกู่ ารพิจารณาของคณะกรรมการจัดหาคอมพิวเตอร์ภาครฐั วันที่ 10 สิงหาคม 2561 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอขออนุมัติ งบประมาณ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ทบทวนและหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สานักงบประมาณ กระทรวงดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคม โดยที่ประชุมได้พิจารณางบประมาณ ด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่กาหนดให้สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาปรับลด วงเงินงบประมาณและให้หารือร่วมกับหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ข้อยุติ และสานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรได้นาผลงานปรับลดวงเงินงบประมาณในส่วนของงานเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารและงานโสตทัศนูปกรณ์เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการจัดหาคอมพิวเตอร์ภาครัฐ ซึ่งมีผลการพิจารณา คือ กรอบวงเงินงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (งาน IT และงาน Non IT) ที่เสนอขออนุมัติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 จานวน 3,989,007,779 บาท (สามพันเก้าร้อยแปดสิบเก้าล้านเจ็ดพันเจ็ดร้อยเจ็ดสิบเก้าบาทถ้วน) ปรับลดลง 73,364,897 บาท (เจ็ดสิบสามล้านสามแสนหกหม่ืนส่ีพันแปดร้อยเก้าสิบเจ็ดบาทถ้วน) คงเหลือ 3,915,642,882 บาท (สามพันเก้าร้อยสิบห้าล้านหกแสนส่ีหม่ืนสองพันแปดร้อยแปดสิบสองบาทถ้วน) และท่ีประชุม เห็นชอบวงเงินงบประมาณจะนาเสนอขออนุมัติคณะรัฐมนตรี เป็นจานวน 4,861,576,500.40 บาท (ส่พี ันแปดร้อยหกสบิ เอด็ ลา้ นหา้ แสนเจ็ดหมื่นหกพนั หา้ รอ้ ยบาทสส่ี ิบสตางค์) ประกอบดว้ ย 1. ค่าใช้จ่ายสาหรับงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (งาน IT และ งาน Non IT) คงเหลือจานวน 3,915,642,882 บาท (สามพันเก้ารอ้ ยสบิ หา้ ลา้ นหกแสนสีห่ มนื่ สองพัน แปดร้อยแปดสบิ สองบาทถ้วน)

- 69 - 2. งานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และงานประกอบอาคารและงานภายนอก อาคาร คงเหลือจานวน 802,197,461.40 บาท (แปดร้อยสองล้านหนึ่งแสนเก้าหม่ืนเจ็ดพันสี่ร้อย หกสิบเอ็ดบาทส่ีสิบสตางค์) โดยพิจารณารายการท่ีมีความจาเป็นต้องดาเนินการควบคู่ไปพร้อมกับ การก่อสร้างอาคารหลกั 3. งานจ้างที่ปรึกษาและผู้ควบคุมงานก่อสร้างสาหรับงานนอกสัญญาหลัก คงเหลือ จานวน 143,736,157 บาท (หนึ่งรอ้ ยสส่ี ิบสามล้านเจด็ แสนสามหม่ืนหกพนั หนึ่งร้อยห้าสบิ เจ็ดบาทถ้วน) สาหรับงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้ปรับลดงบประมาณตาม ความเห็นของคณะกรรมการจัดหาระบบคอมพวิ เตอร์ของรฐั สาหรับงานสาธารณปู โภคสาธารณูปการ และงานประกอบอาคารและงานภายนอกอาคาร และงานจ้างท่ีปรึกษาและผู้ควบคุมงานก่อสร้าง สาหรบั งานนอกสัญญาหลัก ไม่ได้มีการปรับลดงบประมาณแต่ประการใด วนั ท่ี 21 สิงหาคม 2561 คณะรัฐมนตรไี ด้พิจารณาและมีมติอนุมัติตามความเห็นของ สานกั งบประมาณ อนมุ ัตงิ บประมาณงานสาธารณูปโภคสาธารณูปการฯ งานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการส่ือสาร และงานจ้างที่ปรึกษาและผู้ควบคุมงาน ภายในกรอบวงเงิน 4,812,617,700 บาท (ส่พี ันแปดรอ้ ยสบิ สองล้านหกแสนหนง่ึ หม่ืนเจด็ พันเจด็ ร้อยบาทถ้วน) ประกอบดว้ ย 1. ค่าใช้จ่ายสาหรับงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (งาน IT และ งาน Non IT) จานวน 3,876,308,700 (สามพันแปดร้อยเจ็ดสิบหกล้านสามแสนแปดพันเจ็ดร้อยบาทถ้วน) 2. งานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และงานประกอบอาคารและงานภายนอก อาคาร จานวน 796,135,700 บาท (เจ็ดร้อยเก้าสิบหกล้านหนงึ่ แสนสามหมนื่ หา้ พนั เจ็ดร้อยบาทถ้วน) 3. งานจ้างท่ีปรึกษาและผู้ควบคุมงานก่อสร้างสาหรับงานนอกสัญญาหลัก จานวน 140,173,300 บาท (หนง่ึ รอ้ ยสี่สบิ ลา้ นหนึ่งแสนเจ็ดหมืน่ สามพันสามรอ้ ยบาทถ้วน) จากนั้นสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณางบประมาณท่ีได้รับอนุมัติ ในรายการค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จานวน 3,876,308,700 บาท (สามพันแปดร้อยเจ็ดสิบหกล้านสามแสนแปดพันเจ็ดร้อยบาทถ้วน) เพ่ือดาเนินการจัดซ้ือจัดจ้าง ตามระเบียบท่ีเก่ียวข้องแล้วพบว่า งานระบบประกอบอาคาร จานวน 479,465,578 บาท (ส่ีร้อยเจ็ดสิบเก้าล้านส่ีแสนหกหม่ืนห้าพันห้าร้อยเจ็ดสิบแปดล้านบาทถ้วน) เป็นรายการย่อย ท่ีอยู่ภายใต้ค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศท่ีได้รับอนุมัติ ซ่ึงผู้ออกแบบรายละเอียดการติดตั้ง ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้แจ้งว่า มีงบประมาณท่อ สาย และเต้ารับ จานวน 479,465,578 บาท รวมอยู่ด้วย โดยบริษัทที่ปรึกษาบริหารโครงการ CAMA ได้พิจารณานาเสนอ แนวทางดาเนินการแก้ไขปัญหากรณี งานท่อร้อยสาย สายไฟฟ้า สายสัญญาณ และติดต้ังเต้ารับ งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และงานระบบโสตทัศนูปกรณ์ โดยให้แยกมูลค่างานท่อร้อยสาย สายไฟฟ้า สายสัญญาณ และติดต้ังเต้ารับ ต่อคณะกรรมการบริหารโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภา แห่งใหม่ และคณะกรรมการตรวจการจ้างโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ได้มีมติให้แยก งบประมาณตามความเห็นของบรษิ ัทที่ปรึกษาโครงการ ท้ังนี้ เน่ืองจากผู้ออกแบบอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ (กลุ่มกิจการร่วมค้า สงบ 1051) ได้กาหนดให้งานติดต้ังท่อร้อยสาย สายไฟฟ้า สายสัญญาณ และติดตั้งเต้ารับ งานระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ และงานระบบโสตทัศนูปกรณ์ต่าง ๆ จะต้องฝังอยู่ในคอนกรีต ส่วนที่เป็นผนัง คาน

- 70 - และเสา เพ่ือความสวยงามของงานสถาปัตยกรรม จึงมีความจาเป็นท่ีจะต้องให้ผู้รับจ้างหลัก ดาเนินการติดต้ังท่อร้อยสาย สายไฟฟ้า สายสัญญาณ และติดตั้งเต้ารับของงานท้ังสองส่วนควบคู่ไป กับงานก่อสร้างโครงสร้างพ้ืน ผนัง คาน และเสา เพ่ือความสมบูรณ์ของงานและให้อยู่ในความ รับผิดชอบของผู้รับจ้างรายเดียว เพราะเป็นงานท่ีมีความสัมพันธ์กันกับเน้ืองานของผู้รับจ้างที่ต้องทา การทดสอบสายสัญญาณและอุปกรณ์ทั้งระบบ จึงจาเป็นที่จะต้องขออนุมัติคณะรัฐมนตรีแยกงาน ประกอบอาคารด้านสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และงานระบบ โสตทัศนูปกรณ์ จากรายการงานระบบประกอบอาคาร ท่ีอยู่ภายใต้รายการค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยี สารสนเทศและการสือ่ สารที่คณะรฐั มนตรีไดอ้ นมุ ัติหลักการแล้ว วันท่ี 10 ตุลาคม 2561 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอให้ คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติหลักการเปลี่ยนแปลงรายการก่อหน้ีผูกพันข้ามปีงบประมาณ ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติหลักการแล้ว จากรายการค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสอื่ สาร จานวน 3,876,308,700 บาท (สามพันแปดร้อยเจ็ดสิบหกล้านสามแสนแปดพันเจ็ดร้อยบาทถ้วน) แยกเปน็ งานประกอบอาคารดา้ นสายสญั ญาณ (ทอ่ สาย เต้ารบั ) งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และ งานระบบโสตทัศนูปกรณ์ จานวน 453,832,187 บาท (สี่ร้อยห้าสิบสามล้านแปดแสนสามหม่ืนสองพัน หน่ึงร้อยแปดสิบเจ็ดบาทถ้วน) ระยะเวลาก่อหน้ีผูกพันข้ามปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 – 2563 ซึ่งอยู่ ภายในวงเงนิ ที่ได้รบั อนุมตั ผิ ูกพนั งบประมาณไว้แล้ว สรุปเหลืองบประมาณรายการค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จานวน 3,422,476,513 บาท (สามพันสี่ร้อยยี่สิบสองล้านสี่แสนเจ็ดหมื่นหกพันห้าร้อยสิบสาม บาทถ้วน) ซ่ึงในวันท่ี 24 ตุลาคม 2561 คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาและมีมติอนุมัติตามความเห็นของ สานักงบประมาณ โดยอนมุ ตั ใิ หเ้ ปล่ยี นแปลงรายการดงั กล่าวได้ จากน้ันสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจึงได้จัดหาผู้รับจ้างและได้ลงนาม ในสัญญาจ้างงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร เม่ือวันท่ี 20 กุมภาพันธ์ 2562 วงเงิน งบประมาณ 3,351,000,000 บาท (สามพนั สามร้อยหา้ สิบเอด็ ล้านบาทถ้วน) ความเห็นของหน่วยงานท่เี กย่ี วข้อง 1. นายส่งเสริม รุ่งรักสกุล ผู้อานวยการกองจัดทางบประมาณองค์การรูปแบบ พเิ ศษและรัฐวสิ าหกจิ ผแู้ ทนสานักงบประมาณ ไดใ้ หข้ อ้ มลู วา่ โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาเกิดขึ้น ต้ังแต่ปี 2554 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณ จานวน 15,324 ล้านบาท ประกอบด้วย 3 รายการหลัก (1) ค่าก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ 11,700 ล้านบาท (2) ค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ 3,000 ล้านบาท (3) ค่าใช้จ่ายงานสาธารณูปโภคสาธารณูปการและงานระบบประกอบอาคารและภายนอกอาคาร รัฐสภาแหง่ ใหม่ 586 ลา้ นบาท แต่แผนการดาเนนิ งานโครงการยังไมช่ ัดเจนสาหรับโครงการขนาดใหญ่ หากมีการวางแผนหรือวางระบบท้ังหมดไว้อย่างชัดเจน การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่คงจะเดิน ไปไดด้ ว้ ยดี แต่เนอ่ื งด้วยเปน็ โครงการขนาดใหญ่สานักงานเลขาธิการสภาผูแ้ ทนราษฎรมีประสบการณ์ ค่อนข้างน้อย เพราะฉะน้ันจึงทาให้การวางแผนงานขาดความต่อเนื่องและไม่เป็นระบบจึงเกิดปัญหา การดาเนินงานที่ล่าช้าจนถึงปัจจุบัน แม้กระท่ังการก่อสร้างอาคารรัฐสภาที่เป็นอาคารหลักท่ีเริ่มตั้งแต่ ปี 2554 จนถึงปี 2563 และขยายระยะเวลามาเป็นครั้งท่ี 4 ทาให้กรอบอื่น ๆ ล่าช้าตามไปด้วย

- 71 - เช่น ระบบ ICT เพราะต้องดาเนินการหลังจากก่อสร้างตัวอาคารแล้วเสร็จ นอกจากระบบ ICT จะยังไม่สามารถทาได้เพราะการก่อสร้างไม่แล้วเสร็จอาจเน่ืองมาจากเรื่องของการออกแบบท่ีล่าช้าด้วย รวมถึงความไม่ชัดเจนของเทคโนโลยีท่ีจะนามาใช้และปัญหาเรื่องวงเงินท่ีมูลค่าเกินกว่าพันล้านบาท ที่ต้องเสนอกระทรวง ICT พิจารณาด้วยตามหลักเกณฑ์ท่ีคณะรัฐมนตรีกาหนด ตรงนี้ก็จะเป็นเหตุผล ประกอบหลาย ๆ อยา่ งทท่ี าใหก้ ารก่อสรา้ งลา่ ชา้ ไป ในส่วนกระบวนการงบประมาณ สานักงบประมาณได้เร่งรัดการพิจารณา ให้สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไปดาเนินการอยู่แล้ว และได้พยายามประสานข้อมูล ในเรื่องของแบบรูปรายการมาตั้งแต่ต้น แต่เน่ืองจากเป็นโครงการท่ีซับซ้อนมีรายละเอียดจานวนมาก การทสี่ านักงานเลขาธกิ ารสภาผู้แทนราษฎรทาความตกลงกับสานักงบประมาณเป็นรายการไป กไ็ ม่ได้ หมายความว่าข้อมูลจะสมบูรณ์ ต้องประสานการทางานอยู่ตลอดเวลา แต่อย่างไรก็ตาม สานัก งบประมาณพยายามเร่งรัดการดาเนินงานในแต่ละเรื่อง เช่น การก่อสร้างอาคารรัฐสภาก็พยายาม เร่งรัดการพิจารณาอนุมัติความเหมาะสมแล้วก็ให้สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรดาเนินการ ก่อหน้ผี ูกพันตามสัญญา การจดั สรรเงนิ ก็ใหต้ ามงวดงานหรือแผนการดาเนินงานจริง ซ่ึงในความล่าช้า เริ่มต้นตั้งแต่การส่งมอบพื้นท่ีให้กับบริษัทผู้รับจ้างไม่ได้ ตรงจุดน้ีก็เสียเวลาอย่างมาก ในเร่ืองของ การขุดดินและย้ายดินก็เป็นปัญหาอีกส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นรายการท่ีสะสมความล่าช้าจึงมีอยู่ ตลอดเวลาและตามข้อมูลที่รองเลขาธิการฯ ให้ไว้ หลังจากที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบกรอบวงเงินแล้ว สานักงบประมาณเห็นชอบวงเงินแล้ว สานักงบประมาณได้อนุมัติวงเงินเป็นบางรายการให้ด้วย แต่สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถก่อหน้ีผูกพันได้ทันเงินก็พับไปอีก 3 รายการ ซึ่งเกิดปัญหาในหลายประเด็น (คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคาร รฐั สภาแห่งใหม่, ครงั้ ท่ี 8 วันที่ 28 มกราคม 2563) 2. นางสาวชวนชม กิจพันธ์ รองผอู้ านวยการสานกั งบประมาณ ได้ชี้แจงภาพรวม ของการใช้งบประมาณแผ่นดิน สรุปสาระสาคัญได้ดังน้ี ถ้าเป็นรายการก่อหนี้ผูกพันหน่วยงานต่าง ๆ ก็จะมีคาของบประมาณมายังสานักงบประมาณ โดยสานักงบประมาณจะมีการพิจารณารายละเอียด ในคาของบประมาณว่ามีความพร้อมหรือไม่ จนกระท่ังตั้งงบประมาณได้ เป็นงบผูกพันใน พระราชบัญญัติงบประมาณประจาปีงบประมาณจะมีการระบุว่าก่อหนี้ผูกพันตั้งแต่ปีไหนถึงปี ใด ซึ่งในการก่อหนี้ผูกพันอาจจะเป็นการผูกพันท้ังโครงการหรือในบางรายการ นอกจากนี้ ในการก่อหน้ี ผูกพันจะมีอีกรายการหนึ่ง คือ ถ้าดาเนินการก่อหน้ีผูกพันไม่ทันตามพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจาปีงบประมาณซ่ึงเป็นการก่อหน้ีผูกพันกลางปี กรณีนี้ต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรี พิ จ า ร ณ า อ นุ มั ติ ก่ อ น ถึ ง จ ะ เ ป็ น ลั ก ษ ณ ะ ก่ อ ห นี้ ผู ก พั น ไ ด้ แ ล ะ จ ะ มี ก า ร ต้ั ง ง บ ป ร ะ ม า ณ ดั ง ก ล่ า ว ในปีงบประมาณถัดไปซ่ึงรายการก่อหน้ีผูกพันจะไปปรากฏในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจาปีงบประมาณปีถัดไปแต่ถ้าเป็นการก่อหนี้ผูกพันตามปกติเม่ือมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณหน่วยงานต่าง ๆ ต้องมาขอความเห็นชอบความเหมาะสม ของวงเงินกับสานักงบประมาณก่อนจะไปทาสัญญาก่อหน้ีผูกพันซ่ึงต้องมีการประกาศประกวดราคา กลางให้สานกั งบประมาณพิจารณา ถา้ ไมส่ ามารถดาเนินการได้ตามสญั ญาหรือมีการเปล่ียนแปลงแล้ว กระทบวงเงินต้องเสนอให้คณะรฐั มนตรพี ิจารณาอนุมัติใหม่ (คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา โครงการกอ่ สรา้ งอาคารรัฐสภาแห่งใหม่, คร้งั ที่ 10 วันท่ี 4 กมุ ภาพนั ธ์ 2563)

- 72 - 2.5 การขยายระยะเวลาการกอ่ สร้างโครงการอาคารรฐั สภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ครัง้ ที่ 1 – 4 ตามท่ีสานักงานเลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎรได้ว่าจ้าง บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียร่ิงแอนด์ คอนสตรัคชั่น จากัด (มหาชน) ผู้รับจ้าง ดาเนินการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคาร ประกอบ กาหนดให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 900 วัน นับถัดจากวันท่ีได้รับหนังสือให้เร่ิมงาน โดยสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้มีหนังสือที่ สผ 0005/8275 ลงวันที่ 7 มิถุนายน 2556 แจ้งส่งมอบพื้นที่และให้บริษัท ซิโน-ไทย ฯ เข้ามาดาเนินการก่อสร้างได้ ซ่ึงจะครบกาหนดสัญญา ภายในวันท่ี 24 พฤศจิกายน 2558 น้ัน ในระหว่างการดาเนินการก่อสร้างโครงการอาคารรัฐสภา แห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียร่ิงแอนด์คอนสตรัคชั่น จากัด (มหาชน) ผ้รู ับจ้าง ได้มกี ารยืน่ เร่ืองเพื่อขอขยายระยะเวลาการก่อสร้างต่อสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จานวน 4 ครั้ง ตามตารางแสดงภาพรวมการขยายระยะเวลาการก่อสร้างโครงการก่อสร้างอาคาร รฐั สภาแหง่ ใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ ดังน้ี การขยาย วันทผี่ รู้ ับจา้ ง ความคืบหน้า วันท่คี ณะกรรมการ ความคบื หนา้ จานวนวัน วันเร่มิ ตน้ และ รวมระยะเวลา ระยะเวลา ยืน่ ขอขยาย งานกอ่ สร้าง ตรวจการจ้างฯ งานกอ่ สร้าง ท่ีได้รับ วันสนิ้ สุด ผลงานสะสม การก่อสรา้ ง ระยะเวลา พจิ ารณาอนมุ ตั ิ การขยาย การขยาย กอ่ นการขยาย เม่อื สนิ้ สดุ ระยะเวลา ระยะเวลา ระยะเวลา การขยาย ระยะเวลา ครง้ั ที่ 1 6 ต.ค. 57 8.04 % 10 พ.ย. 58 15.20 % 387 วนั 25 พ.ย. 2558 15.47 % 1,287 วัน ถึง ณ วันที่ 24 15 ธ.ค. 2559 พ.ย. 58 ครั้งท่ี 2 9 ธ.ค. 58 15.69 % 4 ส.ค. 59 22.50 % 421 วนั 16 ธ.ค. 2559 30.49 % 1,708 วนั ถึง ณ วันท่ี 15 9 ก.พ. 2561 ธ.ค. 59 ครัง้ ที่ 3 9 ธ.ค. 59 30.08 % 30 พ.ย. 60 43.00 % 674 วนั 10 ก.พ. 2561 45.37 % 2,382 วนั ถงึ ณ วันที่ 9 ก.พ. 15 ธ.ค. 2562 61 ครั้งที่ 4 3 ธ.ค. 62 68.44 % 28 พ.ย. 62 71.39 % 382 วนั 16 ธ.ค. 2562 73.22 % 2,764 วัน ถึง ณ วนั ที่ 15 31 ธ.ค. 2563 ธ.ค. 62 ตารางท่ี 1 ตารางแสดงภาพรวมการขยายระยะเวลาการก่อสร้างโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภา แห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพ่ิมเติม ข้อ 139 เมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างใดอย่างหน่ึง กล่าวคือ (1) เหตุเกิดจากความผิด หรือความบกพร่อง ของส่วนราชการ (2) เหตสุ ดุ วิสัย และ (3) เหตุเกดิ จากพฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่คู่สัญญาไมต่ ้องรับผิด ตามกฎหมาย ผู้รับจ้างต้องแจ้งเหตุข้างต้นให้ผู้ว่าจ้างทราบ ภายใน 15 วัน นับแต่เหตุนั้นได้ส้ินสุดลง

- 73 - หากมิได้แจ้งภายในเวลาท่ีกาหนด คู่สัญญาจะยกมากล่าวอ้างเพ่ือขอลดหรืองดค่าปรับ หรือขอขยาย เวลาในภายหลังมิได้ โดยในการพิจารณาขยายเวลาทาการตามสัญญาให้อยู่ในอานาจของหัวหน้า สว่ นราชการทจ่ี ะพจิ ารณาไดต้ ามจานวนวันที่มีเหตเุ กดิ ขนึ้ จรงิ การขอขยายระยะเวลาสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคาร ประกอบ ในแต่ละครั้งบริษัทซิโน-ไทยฯ ผู้รับจ้างก่อสร้างได้แจ้งเหตุท่ีเกิดข้ึนตามระเบียบสานัก นายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม ข้อ 139 ประกอบสัญญาจ้างข้อ 24 ต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ซึ่งสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้แต่งตั้งขึ้นเพื่อดาเนินงานตรวจการจ้างโครงการก่อสร้าง อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล โดยให้มีหน้าที่พิจารณาเหตุผลความเหมาะสมในการขยายระยะเวลาการก่อสร้างอาคาร รัฐสภาตามเหตุท่ีผู้รับจ้างได้เสนอเพื่อขอขยายระยะเวลาแต่ละครั้ง และเนื่องจากโครงการก่อสร้าง อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ เป็นโครงการขนาดใหญ่ การออกแบบมีความ สลับซับซ้อน ดังนั้น จึงมีความจาเป็นต้องว่าจ้างผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาเป็น ผู้ให้คาปรึกษาในการดาเนินงานและการบริหารจัดการด้านต่าง ๆ รวมท้ังต้องว่าจ้างบริษัทผู้ควบคุมงาน เพื่อทาหนา้ ทค่ี วบคุมงานกอ่ สร้างแทนสานักงานเลขาธกิ ารสภาผู้แทนราษฎร ดว้ ย ในการพิจารณาเหตุผลความเหมาะสมในการขยายระยะเวลาก่อสร้างอาคารรัฐสภา แต่ละคร้ัง บริษัทท่ีปรึกษาบริหารโครงการและบริษัทผู้ควบคุมงานได้เข้ามามีบทบาทในการ ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเหตุผลความเหมาะสมในการขยายระยะเวลาการก่อสร้าง อาคารรัฐสภาตามหลักวิศวกรรมให้กับคณะกรรมการตรวจการจ้างฯ เพ่ือให้การพิจารณา ขยายระยะเวลาตามสัญญามีความละเอียดรอบคอบ ถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิศวกรรม และ เม่ือคณะกรรมการตรวจการจ้างฯ ได้ประชุมเพื่อพิจารณาถึงเหตุในการขอขยายระยะเวลาก่อสร้าง อาคารรัฐสภาตามที่ผู้รบั จา้ งไดเ้ สนอเพอ่ื ขอขยายระยะเวลาแตล่ ะคร้งั และมีมติอยา่ งใดแลว้ ห ลั ง จ า ก นั้ น จึ ง เ ส น อ ค ว า ม เ ห็ น ใ ห้ กั บ เ ล ข า ธิ ก า ร ส ภ า ผู้ แ ท น ร า ษ ฎ ร ใ น ฐ า น ะ หัวหน้าส่วนราชการเพื่อพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติในการขยายระยะเวลาก่อสร้างอาคารรัฐสภา ให้กบั ผู้รับจา้ งตอ่ ไป 2.5.1 การขยายระยะเวลาครง้ั ท่ี 1 การขยายระยะเวลาคร้ังท่ี 1 ผู้รับจ้างได้รับการขยายระยะเวลาก่อสร้าง ออกไป จานวน 387 วัน ตั้งแต่วันท่ี 25 พฤศจิกายน 2558 สิ้นสุด วันที่ 15 ธันวาคม 2559 รวมระยะเวลาก่อสร้าง จานวน 1,287 วัน (900 + 387) ท้ังน้ี ก่อนการขยายระยะเวลาการก่อสร้าง คร้ังที่ 1 โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ มีผลงานสะสมคิดเป็นร้อยละ 15.47 (ภาคผนวก ฌ) โดยมีรายละเอียดข้อเท็จจริง (บันทึกเสนอความเห็นของที่ปรึกษาบริหารโครงการก่อสร้างอาคาร รัฐสภาแห่งใหม่เก่ียวกับการขอขยายระยะเวลาการก่อสร้าง ครั้งที่ 1, เสนอต่อคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศกึ ษาโครงการกอ่ สรา้ งอาคารรฐั สภาแหง่ ใหม)่ ดังตอ่ ไปน้ี การขอขยายระยะเวลาของผรู้ บั จ้าง ผู้รับจ้างได้มีหนังสือเลขท่ี SINO-THAI/J.2436/L-115/Rev.o ลงวันท่ี 6 ตุลาคม 2557 ถึงประธานกรรมการตรวจการจ้าง เพ่ือขอขยายระยะเวลาก่อสร้างอันเนื่องมาจาก

- 74 - การส่งมอบพ้ืนที่ล่าช้า ซ่ึงผู้รับจ้างได้เสนอขอขยายเวลาการก่อสร้างออกไปจากสัญญาเดิมอีก 479 วัน โดยอ้างถึงหนังสือแจ้งปัญหาและอุปสรรคในการดาเนินงานก่อสร้าง ท่ีมีไปยังสานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรผู้ว่าจ้างให้รับทราบและดาเนินการแก้ไขปัญหาจานวน 23 ฉบับโดยสรุปปัญหา และอปุ สรรคทส่ี ่งผลกระทบกบั การกอ่ สรา้ งได้ดงั นี้ 1) สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรส่งมอบพ้ืนที่ไม่เป็นไปตามกาหนด สญั ญา 2) มีปริมาณดนิ จากเสาเข็มเจาะสะสมในพนื้ ท่ีกอ่ สร้าง 3) เสาส่งคล่นื สัญญาณสถานีวทิ ยุ ขส.ทบ. รบกวนการทางานของเคร่อื งจกั ร 4) ผอู้ ยู่อาศัยในพื้นทีก่ อ่ สรา้ งพล ม.2 รอ ห้ามมใิ หก้ อ่ สร้างในเวลากลางคนื ขอ้ เทจ็ จรงิ ในการสง่ มอบพืน้ ท่ีลา่ ช้า ไม่สมบูรณ์ และไม่เปน็ ไปตามเงอ่ื นไขของ สญั ญา ที่เปน็ ปญั หาและอุปสรรคในการดาเนินการกอ่ สร้างเกดิ ขน้ึ เปน็ ลาดบั ดงั นี้ การส่งมอบพ้ืนท่ี คร้ังที่ 1/1 (กาหนดส่งมอบ 1 เมษายน 2556) ส่งมอบจริง วันที่ 7 มิถุนายน 2556 พ้ืนที่ส่งมอบได้แก่ บ้านพัก ม.พัน.4 รอ., บ้านพัก ม.พัน2 รอ., ชุมชนตระกูลดิษฐ,์ บ้านพกั ขา้ ราชการ รอ้ ย ม.(ลว) 1, ออป. รวมเนือ้ ทส่ี ่งมอบ 47.32 ไร่ ล่าชา้ 67 วนั การส่งมอบพื้นท่ี คร้ังที่ 1/2 (กาหนดส่งมอบ 1 เมษายน 2556) ส่งมอบจริง วันที่ 6 กันยายน 2556 พ้ืนท่ีส่งมอบได้แก่ กองพันนักเรียน สถานีวิทยุยานเกราะ รวมเนื้อท่ีท่ีส่งมอบ 15.95 ไร่ ล่าช้า 159 วนั การส่งมอบพ้ืนที่ ครั้งที่ 1/3 (กาหนดส่งมอบ 1 เมษายน 2556) ส่งมอบจริง วันท่ี 11 พฤศจิกายน 2556 พื้นที่ส่งมอบได้แก่ โรงเรียน ทบอ.ช่างกล ,โรงเรียน ขส.ทบ. รวมเนื้อที่ ทส่ี ่งมอบ 17.07 ไร่ ล่าช้า 225 วนั การส่งมอบพน้ื ที่ ครงั้ ท่ี 1/4 (กาหนดสง่ มอบ 1 เมษายน 2556) สง่ มอบจริงวันที่ 19 พฤษภาคม 2557 พื้นท่ีส่งมอบได้แก่ พื้นที่บ้านพักราชการ รร.ขส.ทบ. และพ้ืนท่ีสถานี วิทยุกระจายเสยี ง ขส.ทบ. (บางสว่ น) ลา่ ช้า 413 วัน การส่งมอบพ้ืนท่ีคร้ังที่ 2 (กาหนดส่งมอบ 30 กันยายน 2556) ส่งมอบจริง วันท่ี 23 กรกฎาคม 2557 พื้นท่ีส่งมอบได้แก่ ชุมชนบ้านพักองค์การทอผ้า (บางส่วน) ตามแนวขอบ อาคารหลกั ลา่ ช้า 357 วนั การส่งมอบพื้นท่ีคร้ังที่ 3 (กาหนดส่งมอบ 30 ธันวาคม 2556) ส่งมอบจริง วันท่ี 23 กรกฎาคม 2557 พื้นท่ีส่งมอบได้แก่ ร้อย.ขส.เรือ (บางส่วน) ตามแนวขอบอาคารหลักและ ส่วนต่อเน่อื ง ลา่ ชา้ 267 วนั ด้วยเหตุความล่าช้าในการส่งมอบพ้ืนท่ีดังกล่าวประกอบกับในระหว่าง การทางานผู้รับจ้างได้เคยแจ้งถึงปัญหาและอุปสรรคของงานก่อสร้างที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ทาให้ผู้รับจ้างไม่สามารถทางานระบบป้องกันดินพังเพ่ือทาการขุดดินลงไปก่อสร้างฐานรากและ พ้ืนช้ันใต้ดิน (B2) ได้ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในพ้ืนท่ีที่ส่งมอบคร้ังที่ 1 และครั้งท่ี 2 ทั้งหมด โดยมีนัยสาคัญว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นการก่อสร้างอาคารหลักซ่ึงเป็นสาระสาคัญของการก่อสร้าง งานระบบฐานรากและพ้ืนชั้นใต้ดิน B2 ของโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ จนมีผลกระทบ ให้งานก่อสร้างล่าช้ากว่ากาหนดตามสัญญา และผู้รับจ้างต้องเปล่ียนลาดับข้ันตอนการทางาน

- 75 - ก่อสร้างใหม่ไม่เป็นไปตามแผนงานเดิม เพ่ือให้การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่สาเร็จสมบูรณ์ ตามวัตถุประสงค์แห่งสัญญา โดยผู้รับจ้างได้แจ้งเหตุหรือพฤติการณ์อันเกิดจากปัญหาอุปสรรค ของงานก่อสร้างดังกลา่ ว พร้อมหลักฐานเปน็ หนังสือใหผ้ ู้วา่ จา้ งทราบโดยตลอด ดังนั้น ผู้รับจ้างจึงขอใช้สิทธิขยายระยะเวลาการก่อสร้างอันมาจากเหตุ ท่ีผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นท่ีล่าช้า และขอใช้สิทธิขยายเวลาทางานก่อสร้างที่มีปัญหาอุปสรรคของงาน ก่อสร้างตามข้อเท็จจริงที่เกิดข้ึน ออกไปอีกจานวน 479 วัน ตามสัญญาข้อ 24 และด้วยเหตุ แหง่ ปัญหาอุปสรรคตา่ ง ๆ ยังสง่ ผลใหก้ ารทางานไม่เปน็ ไปตามลาดบั ข้นั ตอนการทางานและระยะเวลา การก่อสร้างท่ีเคยได้รับการอนุมัติตามแผนงานก่อสร้าง จนส่งผลให้บริษัทจาเป็นต้องมีการปรับลาดับ ขั้นตอนและแผนการทางาน เพ่ือให้สอดคล้องกับลาดับการส่งมอบพ้ืนที่และปัญหาอุปสรรคของงาน กอ่ สรา้ งตามข้อเทจ็ จริงทเ่ี กดิ ข้ึนและสงวนสิทธิ์ในความเสียหายท่ีเกดิ ข้ึนจากผวู้ ่าจ้างด้วย หลังจากผู้รับจ้างได้มีหนังสือขอขยายระยะเวลาการก่อสร้างไปยังประธาน กรรมการตรวจการจ้าง คณะกรรมการตรวจการจ้างได้พิจารณาและมอบหมายให้ที่ปรึกษาบริหาร โครงการ CAMA และผูค้ วบคุมงาน ATTA เสนอความเหน็ และได้มหี นังสือท่ี สผ. (ตร.ส.) 0005/7599 ลงวันท่ี 28 พฤศจิกายน 2557 ถึงผู้รับจ้างเพ่ือขอให้ชี้แจ งข้ อมูลเ พ่ิ มเติ ม เกี่ ย ว กั บ การส่งมอบพ้ืนท่ีบริเวณอาคารหลักล่าช้าจากสัญญา และปัญหาอุปสรรคกองดินท่ีเกิดจากการทางาน เสาเข็มเจาะและเสาเข็ม Pile Wall ในพื้นที่อาคารหลักขวางการทางาน อันเนื่องจากปัญหาท่ีท้ิงดิน สาหรับงานเสาเข็มเจาะภายนอกโครงการที่ต้องจัดหาโดยสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขสัญญา และปัญหาอ่ืน ๆ ในพ้ืนท่ีอาคารหลัก ซึ่งผู้รับจ้างขอขยายระยะเวลา ในการกอ่ สร้างออกไปจากกาหนดการเดมิ ผู้รับจ้างจึงได้มีหนังสือ เลขท่ี SINO-THAI/J.2436/L-155/Rev.o ลงวันที่ 28 มกราคม 2558 ถงึ ประธานกรรมการตรวจการจ้าง เพือ่ นาสง่ ขอ้ มลู ดงั กลา่ วโดยมรี ายละเอียดดงั นี้ 1. การทางานเสาเข็มเจาะที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุปสรรคดินและ สถานีวิทยุ ขส.ทบ. ขวางการทางาน จานวน 520 วนั 1) การส่งมอบพื้นท่ี คร้ังท่ี 1 (สาหรับพื้นท่ีอาคารหลัก) กาหนดส่งมอบ ตามสัญญา วันที่ 1 เมษายน 2556 ส่งมอบได้ทั้งหมดตามจริง วันที่ 23 กรกฎาคม 2557 ล่าช้า จากวันท่ีกาหนดในสัญญา 479 วนั ท้ังนี้ แบ่งการส่งมอบออกเปน็ 4 ครง้ั ดังน้ี 1.1) การสง่ มอบพืน้ ท่ี ครั้ง 1/1สง่ มอบวันท่ี 7 มถิ ุนายน 2556 จานวน 18.12 ไร่ คิดเป็น 35.78% ของพ้ืนที่อาคารหลักมีจานวนเสาเข็มในพ้ืนท่ี 577 ต้น สามารถเร่ิมงาน เจาะเสาเข็มต้นแรกในพื้นที่ได้ในวันท่ี 27 กรกฎาคม 2556 สามารถเจาะเสาเข็มต้นสุดท้าย ในพื้นที่ได้แล้วเสร็จ ในวันท่ี 23 กรกฎาคม 2557 มีจานวนวันที่ไม่สามารถทางานได้ 186 วัน มีจานวนวนั ที่เครอ่ื งจักรทางานไดไ้ มเ่ ต็มประสทิ ธภิ าพ 86 วัน สรุป ความล่าช้าจากการทางานเสาเข็มเจาะในพื้นที่ส่งมอบ ครงั้ ท่ี 1/1 เนือ่ งจากอุปสรรคดนิ ขวางการทางานรวม 272 วนั 1.2) การสง่ มอบพ้ืนที่ ครัง้ 1/2 ส่งมอบวนั ที่ 6 กนั ยายน 2556 จานวน 11.22 ไร่ คิดเป็น 22.15 % ของพื้นท่ีอาคารหลักมีจานวนเสาเข็มในพ้ืนที่ 399 ต้น สามารถเริ่มงาน เจาะเสาเข็มต้นแรกในพ้ืนท่ีได้ในวันท่ี 14 กันยายน 2556 สามารถเจาะเสาเข็มต้นสุดท้าย

- 76 - ในพื้นท่ีได้แล้วเสร็จ ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2557 มีจานวนวันท่ีไม่สามารถทางานได้ 130 วัน มีจานวนวนั ทเี่ คร่อื งจักรไมส่ ามารถทางานได้เตม็ ประสทิ ธภิ าพ 48 วนั สรุป ความล่าช้าจากการทางานเสาเข็มเจาะในพื้นที่ 1/2 เน่ืองจากอปุ สรรคดินขวางการทางานและสถานีวิทยุ ขส.ทบ. รวม 178 วัน 1.3) การส่งมอบพ้ืนที่ ครั้ง 1/3ส่งมอบวันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 จานวน 11.07 ไร่ คิดเป็น 21.85 % ของพื้นที่อาคารหลักมีจานวนเสาเข็มในพื้นท่ี 355 ต้น สามารถ เริ่มงานเจาะเสาเข็มต้นแรกในพ้ืนท่ีได้ ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 สามารถเจาะเสาเข็มต้นสุดท้าย ในพื้นท่ีได้แล้วเสร็จ ในวันท่ี 2 มีนาคม 2557 มีจานวนวันที่ไม่สามารถทางานได้ 37 วันมีจานวนวนั ท่ี เครอื่ งจกั รไมส่ ามารถทางานได้เต็มประสทิ ธภิ าพ 17 วนั สรุป ความล่าช้าจากการทางานเสาเข็มเจาะในพื้นที่ 1/3 เน่อื งจากอปุ สรรคดินขวางการทางาน 54 วัน 1.4) การส่งมอบพื้นที่ คร้ัง 1/4 ส่งมอบวันที่ 19 พฤษภาคม 2557 จานวน 9.57 ไร่ คิดเป็น 18.90 % ของพ้ืนที่อาคาร มีจานวนเสาเข็มในพื้นท่ี 319 ต้น เริ่มงานเจาะ เสาเข็มต้นแรกในพื้นที่ได้ในวันท่ี 21 ตุลาคม 2556 สามารถเจาะเสาเข็มต้นสุดท้ายในพ้ืนที่ได้แล้ว เสร็จในวันที่ 20 กรกฎาคม 2557 มีจานวนวันท่ีไม่สามารถทางานได้ 8 วัน มีจานวนวันท่ีเครื่องจักร ไมส่ ามารถทางานไดเ้ ต็มประสทิ ธิภาพ 8 วัน สรุป ความล่าช้าจากการทางานเข็มเจาะในพื้นท่ี 1/4 เนื่องจาก อุปสรรคดินขวางการทางานและสถานีวทิ ยุ ขส.ทบ.16 วนั 2) การสง่ มอบพ้ืนท่ี ครั้งท่ี 2 และครัง้ ที่ 3 (สาหรับพนื้ ที่อาคารหลัก) - ครง้ั ท่ี 2 ลา่ ช้าจากวนั ทก่ี าหนดในสญั ญา 357 วนั - คร้งั ที่ 3 ลา่ ชา้ จากวนั ที่กาหนดในสัญญา 267 วนั โดยส่งมอบได้ท้ังหมด วันที่ 23 กรกฎาคม 2557 จานวนรวม 0.7 ไร่ คิดเป็น 1.32 % ของอาคารหลักมีจานวนเสาเข็มในพ้ืนท่ี 25 ต้น เข้าเริ่มงานเจาะเสาเข็มต้นแรกในพ้ืนที่ ได้ในวันท่ี 1 มิถุนายน 2557 สามารถเจาะเสาเข็มต้นสุดท้ายในพ้ืนท่ีได้แล้วเสร็จในวันท่ี 4 กรกฎาคม 2557 จากรายละเอียดการทางานเสาเข็มในพ้ืนที่ที่ได้รับมอบ ครั้งท่ี 1/1 – คร้ังที่ 1/4 และการรับมอบพ้ืนท่ีคร้ังท่ี 2, 3 ปัญหาอุปสรรคจากงานดินขวางการทางานเสาเข็มเจาะ และปัญหาสถานีวิทยุ ขส.ทบ. ที่ส่งผลให้ไม่สามารถทางานในพื้นท่ีที่ได้รับมอบได้ รวมทั้งเคร่ืองจักร ไม่สามารถทางานได้เต็มประสิทธภิ าพ ทาใหเ้ กิดความล่าชา้ ดงั รายละเอียดข้างต้น ซง่ึ คดิ เป็นวันล่าช้า ทัง้ สน้ิ 520 วัน 2. การทางานระบบปอ้ งกนั ดินพงั Pile Wall ทไี่ ดร้ ับผลกระทบจากปัญหา อปุ สรรคดินขวางการทางาน 1) การส่งมอบพื้นที่ คร้ังท่ี 1 (สาหรับพ้ืนที่อาคารหลัก) ล่าช้าจากวันท่ี กาหนดในสญั ญา 479 วนั แบ่งเป็น ดังน้ี 1.1) การส่งมอบพ้ืนที่ ครั้ง 1/1 มีจานวน Pile Wall ในพื้นท่ี 456 ต้น จากปัญหาอุปสรรคงานดินขวางการทางาน ทาให้เร่ิมงานเจาะเข็ม Pile Wall ต้นแรกได้ในวันที่ 9


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook