- 177 - 3. เมื่อพิจารณาบนั ทึกแกไ้ ขเพิ่มเติมแนบท้ายสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ (ครั้งที่ 9) ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2562 เหตุแห่งความล่าช้าที่ได้รับการพิจารณา เห็นชอบให้ขยายระยะเวลา กลับไม่ปรากฏความล่าช้าในส่วนของงานสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและงานระบบโสตทัศนูปกรณ์ จึงอาจจะเกิดปัญหาวา่ ผรู้ ับจ้างอาจนาเหตุ ดังกลา่ วไปใชใ้ นการขยายเวลาคร้ังต่อไป สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอขออนุมัติโครงการและงบประมาณ ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ต่อคณะรัฐมนตรี ตั้งแต่วันท่ี 3 กุมภาพันธ์ 2552 เพ่ือเป็นค่าใช้จ่าย ในการดาเนินงานเก่ียวกับการก่อสรา้ งซ่ึงเป็นจานวนเงนิ รวมค่าใช้จ่ายของงานก่อสรา้ งทั้งหมด ก่อนที่ จะมีการจัดจ้างงานออกแบบอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ และในขณะท่ีผู้ออกแบบ (กลุ่มกิจการร่วมค้า สงบ 1051) ได้ทาการออกแบบ ถึงแม้ในขอบเขตของงาน (TOR) จ้างออกแบบ อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ จะกาหนดครอบคลุมในองค์ประกอบของงานก่อสร้าง ในหลาย ๆ งาน และได้มีการแบ่งงานเพ่ือส่งมอบออกเป็นส่วน ๆ โดยได้มีการแยกขอบเขตของงาน เป็นงานสัญญาหลัก ได้แก่ งานจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ (เป็นงานหลัก) และงานนอกสัญญาหลัก ได้แก่ งานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) งานสาธารณูปโภค สาธารณูปการ และงานระบบสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) เป็นต้น (เป็นงานรอง) ซ่ึงทั้งงานหลัก และงานรองตอ้ งดาเนนิ การเก่ียวขอ้ งสมั พันธก์ นั และต้องติดตั้งควบค่ไู ปพร้อมกับงานโครงสรา้ งอาคาร เชน่ การติดต้ังงานท่อร้อยสาย เป็นต้น แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า งานทอ่ ร้อยสายไม่ได้ดาเนินการติดตั้ง ไปพร้อมกับงานโครงสร้างอาคาร ซ่ึงเม่ือพิจารณาวิธีการบริหารจัดการเริ่มต้ังแต่เสนอขออนุมัติ งบประมาณไดม้ ีการแยกงานออกเป็นส่วน ๆ อย่างชัดเจนตั้งแต่เร่ิมต้นแล้ว จึงไม่ควรนามาเป็นเหตุผล เพื่อเปล่ียนแปลงแก้ไขแบบก่อสร้างในภายหลัง ซึ่งในประเด็นดังกล่าว ท่ีปรึกษาบริหารโครงการ CAMA ได้ให้ข้อมูลว่า เพ่ือแก้ไขปัญหาดังกล่าวและเพ่ือประโยชน์แก่ทางราชการ จึงได้เสนอความเห็นต่อ ผู้ว่าจ้างพิจารณาให้ผู้รับจ้างดาเนินการติดต้ังงานระบบสายสัญญาณบางส่วนที่มีความจาเป็นต้องติดต้ัง ควบคู่ไปพร้อมกับงานโครงสร้างอาคาร โดยใช้แบบที่ผู้ออกแบบ (กลุ่มกิจการร่วมค้า สงบ 1051) ได้ดาเนินการออกแบบไว้ และให้คิดค่าจ้างในลักษณะเป็นงานจ้างเพิ่มแก่ผู้รับจ้าง ดังน้ัน งานนอก สญั ญาหลักจะเกี่ยวข้องกับงานสัญญาหลกั ซ่ึงปญั หาท่ีเกิดจากการแยกงานตามสัญญาหลักออกมาเป็น งานนอกสัญญาหลัก จนกระทบกับการก่อสร้างตามสัญญาหลักได้ปรากฏเป็นปัญหาชัดเจนแล้ว ตามโครงการนี้ จึงไม่ควรมีการแยกงานจากสัญญาหลักมาเป็นงานนอกสัญญาหลักต้ังแต่การเร่ิม ขออนุมัติโครงการและงบประมาณ และควรดาเนินการควบคู่ไปพร้อมกับงานโครงสร้างอาคาร เพอ่ื ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาความล่าช้าในการดาเนินโครงการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ของรฐั ในอนาคต 3.4 งานนอกสัญญาหลกั โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ได้มีการจัดทา สัญญาจ้างกอ่ สร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ เป็นสัญญาหลกั นอกจากน้ี ไดม้ ีการ จัดทาสญั ญานอกสัญญาหลัก จานวน 9 สัญญา ประกอบด้วย
- 178 - 1) สญั ญาจา้ งออกแบบอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ 2) สัญญาจ้างงานที่ปรึกษาบริหารโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคาร ประกอบ 3) สัญญาจ้างงานควบคุมงานก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ 4) สญั ญาจา้ งงานออกแบบระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร 5) สัญญาจ้างงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารโครงการก่อสร้างอาคาร รฐั สภาแหง่ ใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ 6) สัญญาจ้างก่อสร้างงานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และงานประกอบอาคาร และภายนอกอาคาร 7) สญั ญาจา้ งงานติดต้ังสายสญั ญาณ (ทอ่ สาย เตา้ รบั ) 8) สัญญาจา้ งงานทป่ี รึกษาระบบประกอบอาคารระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ 9) สัญญาจา้ งผคู้ วบคมุ งานระบบประกอบอาคารระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ เน่ืองจากการขอขยายระยะเวลาการก่อสร้าง ครั้งท่ี 4 ผู้รับจ้างได้อ้างเหตุผลในการ ขอขยายระยะเวลา เนื่องจากปัญหาและอุปสรรคในระหว่างการดาเนินการก่อสร้างท่ีทาให้ผู้รับจ้าง ไม่สามารถดาเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จภายในวันที่ 15 ธันวาคม 2562 ได้โดยที่ไม่ใช่เหตุใด ๆ อนั เนื่องมาจากความผิดหรอื ความบกพร่องของผ้รู ับจ้าง ใน 4 เหตุผล ตามทไี่ ด้กล่าวไปแล้วในบทท่ี 2 ซ่ึงเหตุผลประการสาคัญท่ีได้รับการพิจารณา คือ การจัดหาผู้รับจ้างรายอ่ืนล่าช้า ซึ่งเป็นงานนอก สัญญาจ้าง ประกอบดว้ ย (1) งานเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) (2) งานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และงานประกอบอาคารและภายนอกอาคาร (3) งานจดั หาและติดต้งั สายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) ความเห็นและข้อพจิ ารณาของคณะกรรมาธกิ ารเกีย่ วกบั ประเดน็ งานนอกสญั ญาหลกั 1. งานด้านสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) สาหรับระบบเทคโนโลยีด้านสารสนเทศ และระบบโสตทัศนูปกรณ์ เป็นงานที่ควรกาหนดไว้ในสัญญาจา้ งก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ซง่ึ เป็น สัญญาหลัก ไม่ควรแยกออกมาเป็นสัญญานอกสัญญาหลัก เพราะเป็นงานท่ีต้องดาเนินการควบคู่ไป กับงานก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ตามสัญญาหลัก อย่างไรก็ตามในส่วนของงานติดตั้งระบบและ อุปกรณ์ของงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อาจสามารถแยกออกมาเป็นงานนอก สญั ญาได้ เน่ืองจากเปน็ การจัดหาเพอ่ื ต้องการใหเ้ ทา่ ทันเทคโนโลยี 2. งานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และงานประกอบอาคารและภายนอกอาคาร เป็นงานท่ีควรกาหนดไว้ในสัญญาจ้างก่อสรา้ งอาคารรฐั สภาแห่งใหม่ซ่ึงเป็นสัญญาหลัก ไม่ควรแยกออกมา เป็นสัญญานอกสัญญาหลัก เพราะงานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และงานประกอบอาคารและ ภายนอกอาคาร เป็นงานท่ีตอ้ งดาเนินการควบคู่ไปกับงานก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหมต่ ามสญั ญาหลัก 3. การจัดหาผู้รับจ้างระบบสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) มีความล่าช้าไปกว่า แผนงานที่กาหนดให้ต้องได้ผู้รับจ้างและลงนามสัญญาจ้างภายในเดือนมิถุนายน 2561 แต่ปรากฏว่า สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ลงนามสัญญาจ้างในวันที่ 5 มีนาคม 2563 ซ่ึงล่าช้า
- 179 - กว่าแผนงานจน อาจเป็นเหตุให้ผู้รับจ้างตามสัญญาหลักนาเหตุความล่าช้าน้ีมาขอขยาย ระยะเวลา ก่อสร้างตามสญั ญาในครง้ั ตอ่ ไปได้ 4. คณะกรรมาธิการมีข้อสังเกตว่า เมื่อผู้รับจ้างงานเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร (AIT) ได้มีการเบิกจา่ ยงบประมาณจานวน 500 กว่าลา้ นบาทไปแล้ว เหตุใดถึงสามารถเบิก เงินในส่วนน้ีได้ ประเด็นนี้ได้รับการช้ีแจงว่า การเบิกงบประมาณส่วนดังกล่าว เป็นการเบิกล่วงหน้า รอ้ ยละ 15 ซึ่งงวดงานของบริษัท AIT มีท้งั หมด 93 งวด โดยบริษทั AIT ไดด้ าเนินการส่งมอบงวดงาน ไปแล้วประมาณ 15 งวด แต่ได้รับการตรวจรับงานไปแล้ว 4 งวด โดยงวดงานท่ีส่งมอบไปแล้วเป็น เนื้องานที่เกี่ยวกับระบบเน็ตเวิร์กที่มีความจาเป็น โดยได้ดาเนินการวางระบบเพื่อให้สามารถใช้งาน ห้องต่าง ๆ ภายในอาคารวุฒิสภาได้ก่อน ส่วนของศูนย์ข้อมูลหลัก (Data Center) บริษัท AIT ทาเสร็จ แล้วเกือบร้อยละ 100 ขาดเพียงตัวเมนไฟฟ้า ท้ังนี้ จากการที่ยังไม่มีท่ีปรึกษาและผู้ควบคุมงานระบบ ประกอบอาคารระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ทาให้เกิดผลกระทบต่อการอนุมัติแบบเบ้ืองต้นที่จะต้อง ปรับแบบให้สอดคล้องกับสัญญาหลัก ซ่ึงคณะกรรมการตรวจรับฯ ไม่อาจพิจารณารายละเอีย ด ของแบบโดยไม่มีท่ปี รกึ ษาและผคู้ วบคุมงานทมี่ ีความเชยี่ วชาญเปน็ การเฉพาะได้ อย่างไรก็ตาม สานักงานเลขาธิการสภาผ้แู ทนราษฎรได้แก้ไขปัญหาโดยการขอความ ร่วมมือจากบริษัทที่ปรึกษาและผู้ควบคุมงานตามสัญญาหลัก ให้เข้าร่วมประชุมเพื่อร่วมพิจารณา อนุมัติในเบ้ืองต้น ทั้งนี้ เพ่ือให้การดาเนินงานเกี่ยวกับงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สามารถดาเนินการได้ ดังน้ัน เพ่ือให้การตรวจรับเป็นไปโดยถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจึงเห็นควรให้มีการจ้างท่ีปรึกษาและผู้ควบคุมงานเทคโนโลยี สารสนเทศและการส่ือสารซ่ึงเป็นผู้มีความเช่ียวชาญเฉพาะด้าน เพื่อให้คาปรึกษาและเสนอความเห็น ประกอบการพิจารณาตรวจรับมอบงานของคณะกรรมการ แต่เนื่องจากปัญหาในกระบวนการจัดจ้าง ที่ผู้เสนอราคามีคุณสมบัติและเง่ือนไขไม่เป็นไปตามข้อกาหนดขอบเขตของงาน (TOR) และ พระราชบัญญัติการจัดซ้ือจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ทาให้ต้องมีการทบทวน และแก้ไขหลายครั้ง จึงทาใหก้ ระบวนการจัดหาผรู้ ับจ้างงานทป่ี รึกษาและผู้ควบคุมงานตอ้ งล่าช้าออกไป จึงส่งผลกระทบทาให้การตรวจรับมอบงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร โครงการก่อสร้าง อาคารรฐั สภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ตอ้ งลา่ ชา้ ออกไปด้วย 5. ข้อกาหนด (TOR) ในการจัดจ้างที่ปรึกษาและผู้ควบคุมงานท่ีจัดทาขึ้นจาก คณะกรรมการที่เป็นข้าราชการในสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดทาขึ้นโดยยึดถือตาม ระเบียบและกฎหมายท่ีเกี่ยวข้องในขณะน้ัน ไม่สามารถจัดหาผู้รับจ้างท่ีมีคุณสมบัติตามข้อกาหนด (TOR) ทาให้การดาเนินการจัดจ้างทป่ี รกึ ษาและผู้ควบคุมงานด้านระบบงานเทคโนโลยีสารสนเทศและ ส่ือสารลา่ ช้า งานนอกสัญญาหลัก เป็นหน่ึงในสาเหตุสาคัญท่ีทาให้เกดิ ความล่าช้าของการก่อสรา้ ง โครงการก่อสรา้ งอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ซ่ึงเหตุผลที่ทาให้งานนอกสัญญาหลัก ส่งผลกระทบต่อแผนงานของผู้รับจ้างหลัก คือ การจัดหาผู้รับจ้างงานนอกสัญญาหลักรายอื่นมีความ ลา่ ชา้ ซง่ึ งานนอกสัญญาหลกั ท่ีถูกใชเ้ ป็นเหตใุ นการขอขยายระยะเวลาก่อสรา้ งของสัญญาหลกั มดี ังน้ี
- 180 - (1) งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร (ICT) (2) งานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และงานประกอบอาคารและภายนอกอาคาร (3) งานจัดหาและติดต้ังสายสญั ญาณ (ทอ่ สาย เตา้ รับ) หากพิจารณาแล้วล้วนเป็นงานระบบอาคารที่สาคัญและจาเป็นต่อการใช้ประโยชน์ ของอาคารรัฐสภา และเก่ียวข้องกับการแล้วเสร็จของงานผู้รับจ้างหลัก จากการศึกษาข้อเท็จจริงพบ ปัญหาทส่ี าคญั คือ 1) งานนอกสัญญาหลักดังกล่าว ได้ถูกแยกรายการออกจากงานในสัญญาหลัก อันเน่ืองมาจากการดาเนินการปรับแก้ไขแบบและประมาณราคาค่าก่อสร้างใหม่ เพื่อให้อยู่ในกรอบ วงเงนิ งบประมาณ 2) ความไม่สมบูรณ์ของแบบงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร ทาให้ ต้องมีการดาเนินการจัดจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาและออกแบบรายละเอียดเพ่ิมเติม และจัดทาประมาณการ ราคาใหม่ รวมทั้งความลา่ ช้าในการจดั จ้างท่ปี รึกษาดงั กล่าว 3) ความล่าช้าของกระบวนการเพื่อให้ได้มาซึ่งแบบ ตลอดจนถึงการจัดหาผู้รับจ้าง ของงานนอกสญั ญาหลกั การพิจารณาปัญหาในแต่ละประเด็น กล่าวคือ ประการแรก แบบและประมาณการ ราคาค่าก่อสร้างซ่ึงสูงกว่างบประมาณที่ได้รับ ทาให้ต้องดาเนินการปรับแก้ไขแบบและประมาณการ ราคาค่าก่อสร้างใหม่ และแยกรายการงานบางส่วนออกเพ่ือให้อยู่ในวงเงินงบประมาณ ได้แก่ งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และงานโสตทัศนูปกรณ์ งานสาธารณูปโภคและงานระบบ ประกอบอาคาร (บางรายการ) แต่การปรับลดเนื้องานบางส่วนออกไปนี้ ดูจะมีความขัดแย้งกับ การทางานตามหลักวชิ าการทางวิศวกรรม เช่น การปรับลดงานระบบสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) โดยเฉพาะงานวางหรือฝังท่อในส่วนที่ต้องทาพร้อมกับงานโครงสร้างและงานสถาปัตยกรรม ซ่ึงเป็น ส่วนหนึ่งท่ีส่งผลทาให้ต้องขยายเวลาก่อสร้าง คร้ังท่ี 4 อีกท้ังยังอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อ ทางราชการ เนื่องจากงานในส่วนนี้หากนามาทาในภายหลังจะเกิดความยากลาบากในการทางาน และอาจก่อให้เกดิ ความเสยี หาย ทาให้เกดิ ภาระค่าใช้จ่ายโดยไม่จาเป็น ประการต่อมา สัญญาว่าจ้างออกแบบอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ กาหนดให้กลุ่มกิจการร่วมค้า สงบ 1051 ในฐานะผู้รับจ้างออกแบบโครงการมีหน้าท่ีออกแบบอาคาร รัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ และมีหน้าที่ออกแบบงานระบบสารสนเทศ ระบบแสง/เสียง รวมท้ังระบบท่ีเก่ียวขอ้ งทั้งหมด ตลอดจนมีหน้าท่ีต้องดาเนินการออกแบบในส่วนของปริมาณงานเพิ่ม ในรายละเอียดตามท่ีได้รับมอบหมาย ท้ังยังต้องจัดทารายละเอียดในการใช้งบประมาณดังกล่าว แต่จากข้อเท็จจริงพบว่า เป็นเพียงการออกแบบโครงร่างงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เบ้ืองต้นเท่าน้ัน ทาให้ต้องมีการดาเนินการจัดจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาและออกแบบรายละเอียด เพ่ิมเติมและจัดทาประมาณราคาใหม่ โดยอ้างเหตุผลเพื่อให้งานด้านสารสนเทศของอาคารรัฐสภา แหง่ ใหม่มคี วามทันสมยั และใชง้ านได้ครบถว้ นสมบรู ณ์ จากเหตุดังกล่าว งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร งานโสตทัศนูปกรณ์ งานสาธารณูปโภคและงานระบบประกอบอาคารที่อยู่นอกสัญญาหลัก โดยเฉพาะงานฝังท่อร้อยสาย ซ่ึงมีความจาเป็นท่ีจะต้องทาไปพร้อมกับงานก่อสร้างสัญญาหลัก คณะกรรมการบริหารโครงการ
- 181 - เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 จึงมีมติให้มีการพิจารณาสั่งงานก่อสร้างและติดต้ังอุปกรณ์ระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร เฉพาะงานท่ีจะต้องมีการติดตั้งท่อร้อยสายฝังในเสาและ ผนังของห้องตา่ งๆ ดังกล่าว หากอยูใ่ นขอบข่ายท่ัวไปแห่งวัตถุประสงค์ของสัญญาจ้างก่อสร้าง (สัญญา จ้างหลัก) ย่อมสั่งเป็นงานเพิ่มได้ตามสัญญาจ้างก่อสร้างฯ ข้อที่ 19 ต่อมาเม่ือวันที่ 22 พฤษภาคม 2558 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเริ่มต้นกระบวนการจัดหาผู้ออกแบบงานระบบเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร จนได้ผู้รับจ้างงานออกแบบโดยวิธีพิเศษ คือ บริษัท เมอร์ลินส์ โซลูช่ัน อินเตอร์แนช่ันนัล จากัด เมื่อวันท่ี 27 เมษายน 2560 ซึ่งล่าช้าไปกว่าแผนงานเดิมท่ีกาหนดให้มีการ ว่าจ้างผู้รับจ้างในเดือนสิงหาคม 2558 แต่กลับต้องใช้เวลานานเกือบ 2 ปี เพียงขั้นตอนการจัดหา ผอู้ อกแบบงานระบบดงั กล่าว ความล่าช้าดังกล่าว เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นปัญหาจากกระบวนการจัดจ้างที่มี การปรับเปลี่ยนวิธีการไปตามนโยบายของผู้บริหารสานักงานในแต่ละช่วง ประกอบกับข้ันตอน การทางานทม่ี ีความลา่ ชา้ โดยกระบวนการจัดจ้างเร่ิมข้ึนจากการแต่งต้ังคณะกรรมการดาเนนิ การจ้าง ที่ปรึกษาโดยวิธีตกลง และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เม่ือวันท่ี 22 พฤษภาคม 2558 ต่อมาในการ ประชุม คณะกรรมการเร่งรัดและติดตามโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่เม่ือวันที่ 10 มิถุนายน 2558 มีมติสมควรว่าจ้างที่ปรึกษาด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารท่ีเป็น หน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความรู้ความชานาญ และประสบการณ์ เช่น มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีหรือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้เป็นผู้ออกแบบระบบให้กับอาคาร รัฐสภาแห่งใหม่ คณะกรรมการดาเนินการจ้างท่ีปรึกษาฯ มีมติจ้างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เม่ือวันที่ 14 สิงหาคม 2558 ต่อมาเมื่อวันท่ี 2 ธันวาคม 2558 คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ กรมบัญชีกลาง แจ้งตอบกลับข้อหารือของสานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ว่าการจ้างดังกล่าวอาจจะขัดกับวัตถุประสงค์ในการให้สิทธิพิเศษ ต า ม ม ติ ค ณ ะ รั ฐ ม น ต รี ที่ ใ ห้ ม ห า วิ ท ย าลั ย ข อ งรั ฐ ได้ รั บ สิ ท ธิ พิ เศ ษ เกี่ ย ว กั บ ก า ร รั บ จ้ างศึ ก ษ าวิ จั ย (งานที่ปรึกษา) กับส่วนราชการต่าง ๆ โดยไม่ต้องแข่งขัน จึงทาให้ไม่สามารถจัดจ้างสถาบันของรัฐ ดงั กลา่ วได้ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 แต่งต้ัง คณะกรรมการศกึ ษาความตอ้ งการและวางแผนการใชง้ านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร ของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งเดิมมีแนวคิดที่จะให้ผู้ออกแบบ (กลุ่มกิจการร่วมค้า สงบ 1051) เป็น ผู้รับจ้างงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมท้ังงานด้านสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) (การประชมุ คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ครั้งท่ี 3 วนั ที่ 13 มกราคม 2563) แตอ่ ยา่ งไรก็ตาม มีคาช้ีแจง จากผแู้ ทนสานักงานเลขาธกิ ารสภาผู้แทนราษฎรวา่ คณะกรรมการดงั กลา่ วถกู ยกเลิกและมกี ารแต่งตั้ง คณะกรรมการชุดใหม่ โดยมีสภานิติบัญญัติแห่งชาติเข้ามาบริหารจัดการโดยเริ่มกระบวนการใหม่ ท้ังหมด ตั้งแต่หาผู้ออกแบบ จัดทาร่างขอบเขตของงาน (TOR) และได้ทาการจัดจ้างผู้ออกแบบ งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร โดยวิธีพิเศษ โดยลงนามสัญญาจ้างกับบริษัท เมอร์ลินส์ โซลูช่ัน อินเตอร์แนชั่นนัล จากัด เมื่อวันท่ี 27 เมษายน 2560 (บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการก่อสรา้ งอาคารรฐั สภาแหง่ ใหม,่ ครัง้ ที่ 8 วนั ที่ 28 มกราคม 2563)
- 182 - ประการท่ีสาม ปัญหาความล่าช้าของกระบวนการจัดจ้างท่ีปรึกษาเพื่อให้ได้มา ซึ่งแบบดังที่ได้กล่าวมาแล้วในข้างต้น ตลอดจนถึงการจัดหาผู้รับจ้างของงานนอกสัญญาหลัก ซึ่งเป็น ปญั หาหลักทที่ าให้เกิดความล่าช้าของการก่อสร้าง และสง่ ผลกระทบต่อแผนงานการก่อสร้างอย่างชัดเจน ปัจจุบันการดาเนินการจัดจ้างผู้รับจ้างงานนอกสัญญาหลักรายอ่ืนได้สิ้นสุดลงแล้ว ดงั น้ี วันท่ี 20 กุมภาพันธ์ 2562 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจัดจ้างบริษัท แอ๊ดวานซ์อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จากัด (มหาชน) (AIT) เป็นผู้รับจ้างงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสือ่ สาร โครงการกอ่ สร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ สิ้นสุดระยะเวลาวนั ที่ 19 สงิ หาคม 2563 วันท่ี 20 สิงหาคม 2562 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจัดจ้าง บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียร์ร่ิงแอนด์คอนสตรัคชั่น จากัด (มหาชน) เป็นผู้รับจ้างงานสาธารณูปโภค สาธารณูปการ และงานระบบประกอบอาคารและภายนอกอาคาร โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภา แห่งใหม่ ส้ินสุดระยะเวลาวันที่ 5 มนี าคม 2564 วันท่ี 5 มีนาคม 2563 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจัดจ้าง บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียร์ริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จากัด (มหาชน) เป็นผู้รับจ้างประกอบอาคารด้านสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) สาหรับงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบโสตทัศนูปกรณ์อาคารรัฐสภา แหง่ ใหม่ พร้อมอาคารประกอบ สิน้ สดุ ระยะเวลาวันท่ี 6 พฤษภาคม 2564 วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจัดจ้าง บริษัท มิตรเทคนิคัลคอนซัลแท้นท์ จากัด เป็นผู้รับจ้างงานที่ปรึกษางานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสือ่ สาร และงานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และงานระบบประกอบอาคารและภายนอกอาคาร โครงการกอ่ สร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ สนิ้ สุดระยะเวลาวันท่ี 6 พฤษภาคม 2564 วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจัดจ้าง กลุ่มนิติบุคคลร่วมทางาน (บริษัท โปรเอ็นเทคโนโลยี จากัด, บริษัท ปัญญาคอนซัลแตนท์ จากัด, บริษัท ยูพลัสคอนซัลแตนท์ จากัด) เป็นผู้รับจ้างงานควบคุมงานงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร และงานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และงานระบบประกอบอาคารและภายนอกอาคาร โครงการกอ่ สร้างอาคาร รฐั สภาแห่งใหม่ สนิ้ สุดระยะเวลาวนั ท่ี 6 พฤษภาคม 2564 แต่เม่ือพิจารณาข้อเท็จจริงแล้ว ปัญหาความล่าช้ายังคงมีอยู่ เนื่องจากการดาเนินการ เพ่ือจัดจ้างงานนอกสัญญาหลักมีความล่าช้า และไม่สอดคล้องกันกับท้ังสัญญานอกสัญญาหลัก ด้วยกันเอง และสัญญาก่อสร้างอาคารหลัก เช่น หากงานสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) ล่าช้า งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (ICT) ก็จะล่าช้า และจะส่งผลให้งานก่อสร้างอาคาร ตามสญั ญาหลกั ลา่ ช้าออกไป ดังจะเห็นว่าสัญญาจ้างงานนอกสัญญาหลักล้วนมีกาหนดแล้วเสร็จตามสัญญา ในปี 2564 คงมีเพียงสัญญางานเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารเท่าน้ัน ที่จะต้องแล้วเสร็จ ในวันที่ 19 สิงหาคม 2563 ซ่ึงหากพิจารณาประกอบกับงานสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) ก็จะ ยังคงไม่สามารถส่งมอบงานได้ นั่นย่อมหมายถึงว่างานก่อสร้างตามสัญญาหลักก็อาจจะยังคง ไม่สามารถแล้วเสรจ็ ได้ ภายในวนั ท่ี 31 ธันวาคม 2563
- 183 - คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เม่ือวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 เห็นว่า การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ยังคงมีความล่าช้า ควรมี การจัดทาแผนงานก่อสร้างที่จะสามารถทาให้งานแล้วเสร็จได้ตามสัญญา หรือแผนงานท่ีเป็นไปไดจ้ ริง จึงมีมติมอบหมายให้ผู้รับจ้างงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (AIT) ผู้รับจ้างงาน สาธารณูปโภคสาธารณูปการฯ งานสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) งานก่อสร้างอาคารหลัก (บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จากัด (มหาชน)) ท่ีปรึกษาโครงการ และผู้ควบคุมงาน รว่ มกันจัดทาแผนงานก่อสร้าง และได้มีการนาเสนอแผนงานต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ 3 แผนงาน ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามญั ฯ ครั้งที่ 13 วันที่ 2 มีนาคม 2563 ซ่ึงเมือ่ พิจารณา แลว้ แผนที่ 3 นา่ จะเป็นแผนทดี่ ที ีส่ ดุ แตก่ ็ยังคงจะแลว้ เสร็จในปี 2564 อยา่ งไรก็ตาม เมอ่ื พจิ ารณาถึงเหตทุ ี่ใช้การขยายระยะเวลาในครง้ั ท่ี 4 ยงั คงไม่รวมถึง ความล่าช้าในการจัดจ้างผู้รับจ้างสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) เนื่องจากยังไม่สามารถพิจารณาได้ ในขณะน้ันเพราะขณะน้ันเหตุยังไม่สิ้นสุด คือ ยังจัดหาผู้รับจ้างไม่ได้ (บันทึกแก้ไขเพ่ิมเติมแนบท้าย สญั ญาจ้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ (คร้ังที่ 9) เมื่อวันที่ 4 ธนั วาคม 2562) ดังนั้น ความล่าช้าของงานติดต้ังสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) จึงอาจจะยังคงเป็นเหตุหรือเง่ือนไขให้ ผู้รับจ้างนามาขอขยายระยะเวลาก่อสร้างอาคารตามสัญญาหลักต่อไปได้ หากการดาเนินงาน ตามแผน 3 ไมส่ ามารถดาเนินการใหเ้ รว็ ขน้ึ กวา่ เปา้ หมาย ค ณ ะ ก ร ร ม า ธิ ก า ร พิ จ า ร ณ า จ า ก ข้ อ เท็ จ จ ริ ง แ ล ะ เอ ก ส า ร ท่ี ป ร า ก ฏ แ ล้ ว เห็ น ว่ า ความล่าช้าของงานนอกสัญญาหลักเป็นความล่าช้าที่นานเกินกว่าปกติซึ่งเป็นเหตุผลสาคัญที่ส่งผล กระทบต่องานก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ และเป็นเหตุท่ีเกิดข้ึนจริง เม่ือปัญหาอุปสรรคจาก งานนอกสัญญาหลักได้ส้ินสุดลง ผู้รับจ้างหลักซ่ึงมีหน้าที่ตามสัญญาจะต้องช่วยประสานเพ่ือให้เกิด ความร่วมมืออย่างเต็มที่ของทุกฝ่ายท่ีเกี่ยวข้องในการทางาน การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ จึงจะสามารถสาเรจ็ ลลุ ่วงโดยเรว็ การดาเนินการแยกงานบางส่วนออกไปอันเน่ืองมาจากสาเหตุของงบประมาณ ท่ีไม่เพียงพอ ควรดาเนินการด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ เพ่ือประโยชน์ของราชการในการบรหิ าร โครงการก่อสรา้ งของภาครฐั และให้เปน็ ไปตามหลักทางวศิ วกรรมเพ่อื มใิ หเ้ กิดความเสียหาย อีกท้ังการดาเนินงานบางส่วนที่จาเป็นต้องทาไปก่อนซึ่งเป็นการสั่งงานเพ่ิม เช่น งานท่อร้อยสายท่ีต้องฝังในงานโครงสร้างและงานสถาปัตยกรรม ควรจะต้องให้มีการยืนยัน ด้วย เอกสารว่าได้มีการแยกค่างานเพิ่มในส่วนนี้ออกจากมูลค่าสัญญางานนอกสัญญาหลักที่เกี่ยวข้องแล้ว เพอื่ ป้องกันความซา้ ซอ้ นมใิ ห้เกิดความเสยี หาย 3.5 แผนงานเพอื่ เร่งรดั การกอ่ สร้างตามท่ีคณะกรรมาธิการมอบหมาย นับตั้งแต่เร่ิมงานก่อสร้างในปี พ.ศ. 2556 จนถึงปัจจุบัน โครงการก่อสร้างอาคาร รัฐสภาแห่งใหม่น้ีได้ประสบปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ จนเป็นเหตุให้จาเป็นต้องมีการขยายระยะเวลา การก่อสร้างไปแล้วถึง 4 ครั้ง ส่งผลให้กาหนดวันสิ้นสุดโครงการเล่ือนจากวันท่ี 24 พฤศจิกายน 2558 ตามสัญญาเดิม เป็นวันท่ี 31 ธันวาคม 2563 และทาให้ระยะเวลาก่อสร้างขยายจาก 900 วัน ตามสัญญาเดิมเป็น 2,764 วัน แม้จะมีการขยายระยะเวลามาถึงเพียงนี้ แต่ก็มีเหตุหลายประการ ท่ีทาให้คณะกรรมาธิการเช่ือว่าการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่อาจไม่แล้วเสร็จตามกาหนด
- 184 - เหตุประการสาคัญที่อาจทาให้โครงการก่อสร้างนี้ล่าช้ากว่ากาหนด คือ ความล่าช้าของงานติดต้ัง สายสัญญาณ (ทอ่ สาย เต้ารับ) งานติดตั้งสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) เป็นงานสัญญานอกสัญญาหลักท่ีต้องทา ควบคูไ่ ปกับงานด้านเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (เรียกโดยย่อวา่ งาน ICT) ซึ่งเป็นงานสัญญา นอกสัญญาหลักอีกงานหนึ่ง ดังนั้น หากงานติดตั้งสายสัญญาณล่าช้า งาน ICT ก็จะล่าช้าไปด้วย ส่งผลกระทบให้งานก่อสร้างอาคารรัฐสภาในสัญญาหลักล่าช้า (ดูคาอธิบายเพ่ิมเติมในหัวข้อ 3.2.4) ในขณะท่ีพิจารณาการขยายระยะเวลาการก่อสร้างคร้ังท่ี 4 ในช่วงเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน 2562 ท่ีปรึกษาบริหารโครงการ CAMA ได้ประเมินว่า หากสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรสามารถ จัดหาผู้ว่าจ้างงานติดต้ังสายสัญญาณและเริ่มงานได้ภายในเดือนธันวาคม 2562 ความล่าช้า ท่ีเกิดแก่งาน ICT จะไม่ส่งผลกระทบต่องานก่อสร้างอาคารรัฐสภาในสัญญาหลักจนต้องเปล่ียนแปลง กาหนดวันส้ินสุดโครงการ (วันที่ 31 ธันวาคม 2563) แต่ในความเป็นจริงสานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรได้ลงนามสัญญาว่าจ้าง บริษัท ซิโน-ไทยฯ ทางานนี้เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2563 โดยกาหนดให้เร่มิ งานวันที่ 13 มนี าคม 2563 และส้นิ สดุ งานวันท่ี 6 พฤษภาคม 2564 คณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วเห็นว่าควรมีการจัดทาแผนงานก่อสร้างที่เป็น ไปได้จริง แผนนี้ควรแสดงถึงงานสัญญาหลักและงานสัญญานอกสัญญาหลักที่เก่ียวข้อง การกาหนด แผนดังกล่าวควรคานึงถึงสภาพความเป็นจริง (เช่น ความล่าช้าของงานติดตั้งสายสัญญาณและ ผลกระทบที่มีต่องานอื่นๆ) อีกทั้งแผนน้ีควรเป็นแผนงานที่มีการเร่งรัดการก่อสร้าง เพื่อให้มีความ ล่าช้าน้อยที่สุด ผู้จัดทาแผนควรระบุเงื่อนไขสาคัญที่จะทาให้แผนดังกล่าวเป็นจริงได้ รวมท้ังประเมิน ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่อาจเกิดข้ึนจากการดาเนินงานตามแผนนี้ ผู้เก่ียวข้องทุกฝ่ายเม่ือได้ รับทราบถึงแผนดังกล่าวก็จะสามารถร่วมมือช่วยกันบริหารงานในสัญญาต่างๆให้ประสานสอดคล้อง กนั ตามแผนที่กาหนด ในการประชุมวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ จงึ มมี ติเสนอให้ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ผู้รับจ้างงาน ICT (บริษัท AIT) ผู้รับจ้างงานสัญญาหลัก งานสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ และงานติดต้ังสายสัญญาณ (บริษัทซิโน- ไทยฯ) ที่ปรึกษา บริหารโครงการ CAMA และผู้ควบคุมงาน ATTA ไปปรึกษาหารือร่วมกันเพ่ือจัดทาแผนดังกล่าว ขา้ งต้นเพือ่ นามาเสนอให้คณะกรรมาธกิ ารฯ พิจารณาตอ่ ไป ในการประชุมของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ วันท่ี 2 มีนาคม 2563 ท่ีปรึกษา บรหิ ารโครงการ CAMA ไดร้ ายงานตอ่ คณะกรรมาธิการฯ วา่ ในชว่ งสัปดาหท์ ผ่ี ่านมาผู้เก่ยี วขอ้ งทุกฝ่าย ได้มีการประชุมร่วมกัน 3 ครั้ง เพ่ือจัดทาแผนงานการก่อสร้างตามที่คณะกรรมาธิการ มอบหมาย จานวน 3 แผน (ภาคผนวก ฒ) ดงั ต่อไปน้ี แผนที่ 1 เป็นแผนงานตามที่กาหนดในสัญญาต่างๆที่มีอยู่ในขณะน้ัน โดยมี สาระสาคญั คอื - การกอ่ สรา้ งอาคารรัฐสภา (สญั ญาหลัก) สิน้ สดุ วันท่ี 31 ธันวาคม 2563 - งานก่อสร้างสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเริ่มวันที่ 13 กันยายน 2562 สิ้นสุด วันท่ี 5 มนี าคม 2564 รวมระยะเวลา 540 วนั
- 185 - - งานเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) เริ่มวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 สิ้นสุดวันท่ี 19 สิงหาคม 2563 รวมระยะเวลา 540 วนั - งานติดตั้งสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) เร่ิมวันที่ 5 มีนาคม 2563 สิ้นสุดวันที่ 28 เมษายน 2564 รวมระยะเวลา 420 วนั (หมายเหตุ : กาหนดวันเร่ิมต้นและวันสิ้นสุดของงานติดต้ังสายสัญญาณคลาดเคลื่อน จากความเป็นจริง 8 วนั เพราะเป็นการประมาณการในขณะจัดทาแผน) งานสัญญานอกสัญญาหลักอ่ืน ๆ เช่น งานสาธารณูปโภคและงานสาธารณูปการ ระยะท่ี 2 และงานเทคโนโลยีสารสนเทศระยะที่ 2 ไม่แสดงในแผนนี้เพราะไม่มีผลกระทบต่อ งานสญั ญาหลกั งานเหลา่ นีส้ ามารถดาเนนิ การต่อไดภ้ ายหลังการส่งมอบอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ แผนน้ีเป็นแผนท่ีไม่สามารถนาไปปฏิบัติได้จริง ทั้งนี้เพราะงาน ICT จะเสร็จสิ้นลงได้ ต้องรอให้งานติดตั้งสายสัญญาณส้ินสุดลงก่อน และการก่อสร้างอาคารรัฐสภา (สัญญาหลัก) จะเสร็จสิ้นลงได้ก็ต้องรอให้งาน ICT ส้ินสุดลงก่อน ดังนั้น หากงานติดต้ังสายสัญญาณสิ้นสุดลง วันที่ 28 เมษายน 2564 ตามกาหนดในสัญญา จะส่งผลให้งาน ICT และงานก่อสร้างอาคารรัฐสภา ลา่ ช้ากวา่ ทก่ี าหนดในสัญญา อย่างไรกด็ ี การท่ีงานก่อสร้างสาธารณูปโภคและสาธารณูปการส้นิ สดุ วันที่ 5 มีนาคม 2564 นั้น มิได้ส่งผลกระทบต่อแผนการก่อสร้างอาคารรัฐสภา ทั้งนี้เพราะการก่อสร้างสาธารณูปโภค และสาธารณูปการหลักจะแล้วเสร็จก่อนส้ินปี 2563 ส่วนงานท่ีเหลืออยู่ในช่วงมกราคม - มีนาคม 2564 เป็นงานทดสอบระบบซ่ึงสามารถดาเนินการภายหลังจากที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานในสัญญาหลัก ใหแ้ กผ่ ูว้ า่ จา้ งแล้วในวันท่ี 31 ธนั วาคม 2563 แผนที่ 2 เป็นแผนท่ีคานึงถึงความเกี่ยวข้องและผลกระทบระหว่างกันของงาน ในสว่ นตา่ ง ๆ จนเป็นแผนที่สามารถนาไปปฏบิ ัติได้จรงิ โดยมสี าระสาคัญคือ - การก่อสรา้ งอาคารรัฐสภา (สญั ญาหลกั ) สิน้ สุดวันที่ 28 พฤษภาคม 2564 - งานก่อสร้างสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ เร่ิมวันท่ี 13 กันยายน 2562 ส้ินสุด วันที่ 5 มนี าคม 2564 รวมระยะเวลา 540 วัน - งานเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) เร่ิมวันท่ี 27 กุมภาพันธ์ 2562 ส้ินสุดวันท่ี 28 พฤษภาคม 2564 รวมระยะเวลา 822 วนั - งานติดต้ังสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) เร่ิมวันท่ี 5 มีนาคม 2563 สิ้นสุดวันที่ 28 เมษายน 2564 รวมระยะเวลา 420 วัน ตามแผนนี้เม่ืองานติดต้ังสายสัญญาณส้ินสุดลง ผู้รับจ้างงาน ICT จาเป็นต้องใช้เวลา ดาเนินการต่ออีกประมาณ 1 เดือนจึงจะทางานแล้วเสร็จ ส่วนผู้รับจ้างงานก่อสร้างอาคารรัฐสภา ก็จาเป็นต้องใช้ช่วงเวลาเดียวกันน้ีเร่งรัดดาเนินงานสถาปัตยกรรมและตกแต่งภายใน ในส่วนสุดท้าย ใหแ้ ล้วเสรจ็ พรอ้ มกับงาน ICT หากดาเนินการตามแผนนี้ งานสัญญาหลักจะล่าช้ากว่าท่ีกาหนดในสัญญาถึง ประมาณ 5 เดอื น
- 186 - แผนที่ 3 เป็นแผนที่คานึงถึงความเก่ียวข้องและผลกระทบระหว่างกันของงาน ในส่วนต่าง ๆ เป็นแผนที่สามารถนาไปปฏิบัติได้จริงและมีการเร่งรัดการดาเนินงาน โดยมีสาระสาคัญ คอื - การกอ่ สรา้ งอาคารรฐั สภา (สัญญาหลกั ) สนิ้ สุดวันท่ี 29 มีนาคม 2564 - งานก่อสร้างสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเริ่มวันที่ 13 กันยายน 2562 ส้ินสุด วนั ท่ี 5 มีนาคม 2564 รวมระยะเวลา 540 วนั - งานเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) เร่ิมวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 ส้ินสุดวันท่ี 29 มนี าคม 2564 รวมระยะเวลา 762 วัน - งานติดตั้งสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) เร่ิมวันที่ 5 มีนาคม 2563 ส้ินสุดวันท่ี 28 กมุ ภาพนั ธ์ 2564 รวมระยะเวลา 361วัน ตามแผนนี้ จะมีการเร่งรัดงานติดตั้งสายสัญญาณซึ่งเป็นงานสายวิกฤต (Critical Path) ให้แล้วเสร็จก่อนกาหนดในสัญญา เมื่องานนี้เสร็จเร็วข้ึนก็จะส่งผลให้งานส่วนอ่ืน ๆ เสร็จเร็วกว่า ทกี่ าหนดในแผนที่ 2 แผนน้ีถือได้ว่าเป็นแผนเร่งรัดการก่อสร้างท่ีสามารถปฏิบัติได้จริงและมีความล่าช้า น้อยที่สดุ อยา่ งไรก็ดี การท่จี ะทาใหแ้ ผนนี้เปน็ จริงนั้นมเี งื่อนไข 4 ข้อ ดงั ต่อไปน้ี (1) ระบบแอร์โถงทางเดินจะต้องไม่เปล่ียนแปลงรูปแบบจากสัญญาใหม่เพื่อให้ สามารถดาเนนิ การไดอ้ ย่างต่อเนื่อง (2) งานเดินท่อร้อยสาย (งานติดตั้งสายสัญญาณ) ต้องสามารถเร่ิมดาเนินการได้ทันที แม้ว่าจะยังไมม่ ีผู้ควบคมุ งานเขา้ มาดูแลงานในส่วนดังกล่าว (3) แต่ละฝ่ายท้ังท่ีปรึกษาบริหารโครงการ CAMA ผู้ควบคุมงาน ATTA และผู้รับจา้ ง แต่ละสัญญาจะต้องร่วมมอื กนั โดยมีเป้าหมายร่วมกันคืองานจะต้องเสร็จโดยเร็วท่สี ดุ (4) งานที่ได้ดาเนินการไปแล้วตาม Shop drawing หรือ mock up หรือวัสดุ ก่อสรา้ งท่ีได้รับการอนมุ ัติไปแล้วน้ัน หากมีข้อทว้ งติงเพ่ิมเติมจากผู้ออกแบบในภายหลัง จะต้องยึดถือ ตามทไี่ ดร้ ับอนมุ ัตมิ าเพ่อื ลดงานเปล่ียนแปลงหรอื แก้ไขงานทแ่ี ล้วเสร็จสมบรู ณแ์ ล้ว จากการสอบถามเพ่ิมเติมโดยคณะกรรมาธิการทาใหท้ ราบว่าเงื่อนไขข้อ (1) และ (4) ดูเหมือนจะเก่ียวข้องกับระบบแอร์โถงทางเดินเป็นหลัก ระบบน้ีเป็นส่วนสาคัญของงานก่อสร้าง สาธารณูปโภคและสาธารณูปการ เง่ือนไขดังกล่าวบ่งช้ีว่า ยังมีปัญหาข้อขัดแย้งระหว่างผู้เก่ียวข้อง (ผู้ออกแบบ ผู้ควบคุมงาน ท่ีปรกึ ษาบริหารโครงการ ผู้รับจ้าง และผู้ว่าจ้าง) ในเรื่องระบบแอรโ์ ถงทางเดิน นี้ อีกท้ังภายหลังผู้ควบคุมงาน ATTA ได้ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการว่าเงื่อนไขข้อ (4) น้ี มิได้เกิดจาก การประชุมร่วมกันระหวา่ งผเู้ กีย่ วข้อง ดังนั้น หากผู้เกีย่ วข้องยังปล่อยให้ปัญหาและข้อขัดแย้งยังคงอยู่ โดยมิไดแ้ ก้ไข อาจส่งผลให้งานก่อสรา้ งสาธารณูปโภคและสาธารณูปการล่าช้าจนส่งผลกระทบตอ่ งาน สัญญาหลกั เน่ืองจากสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ดาเนินการจ้างผู้ควบคุมงาน และ ท่ีปรึกษาระบบประกอบอาคารและระบบ ICT โดยให้เริ่มงานแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2563 เง่ือนไขขอ้ (2) จึงไม่น่าจะเปน็ ปัญหาอกี ต่อไป
- 187 - เง่ือนไขที่ (3) เป็นเง่ือนไขของการดาเนินงานร่วมกันของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายตามปกติ แต่การที่มีเงื่อนไขข้อน้ีบ่งชี้ว่าอาจมีปัญหาหรือข้อขัดแย้งในประเด็นอ่ืน ๆ ระหว่างผู้เกี่ยวข้องที่อาจ นาไปสคู่ วามล่าช้าของโครงการ คณะกรรมาธิการเห็นว่า แผนที่ 3 น้ีเป็นแผนงานที่ดีท่ีสุดท่ีมีอยู่ในขณะนี้ เป็นแผนท่ี สามารถนามาปฏิบัติได้จริงและเป็นแผนท่ีจะส่งผลให้สัญญาหลักมีความล่าช้ากว่าท่ีกาหนดในสัญญา เพียง 3 เดือน แต่การท่ีจะบริหารงานให้การก่อสร้างในส่วนต่าง ๆ เป็นไปตามแผนนั้น เป็นเร่ือง ท่ีผู้เก่ียวข้องทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อให้งานในทุก ๆ สัญญา ที่เก่ียวข้องเสร็จส้ินสมบูรณ์ ทั้งปริมาณและคุณภาพตามข้อกาหนดในสัญญา และแล้วเสร็จตาม กาหนดเวลาในแผนนี้ นอกจากน้ี คณะกรรมาธิการเห็นควรให้คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ตดิ ตามและตรวจสอบการกอ่ สร้างอาคารรฐั สภาให้แลว้ เสร็จโดยเร็ว 3.6 ความเหน็ ของคณะกรรมาธิการตอ่ กรณีผลกระทบจากการก่อสร้างล่าชา้ 3.6.1 ความเสยี หายของผู้วา่ จา้ ง จากการท่ีการดาเนินโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ เกิดปัญหาและอุปสรรคในการก่อสร้างจนเป็นเหตุให้มีการขยายระยะเวลาการก่อสร้างออกไป 4 คร้ัง ทาให้ระยะเวลาการก่อสร้างขยายออกไปจากเดิม เป็นจานวน 2,764 วัน จากความล่าช้าที่เกิดขึ้น ส่งผลทาให้สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและสานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ต้องรับภาระ ค่าใช้จ่ายที่เพ่ิมข้ึนเป็นจานวนมาก ท้ังค่าใช้จ่ายในส่วนค่าเช่าอาคารที่ทาการสานักงาน รวมถึงค่าเช่า อาคารเพ่ือเป็นสถานที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเป็นการช่ัวคราว ค่าเช่าที่จอดรถ ค่าเช่า รถตู้เพื่อรับส่งบุคลากร และค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ เป็นจานวนเงินท้ังสิ้น 1,220,729,705.47 บาท ซึ่งค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดข้ึนภายหลังจากครบกาหนดระยะเวลาจ้างตามสัญญาจ้าง 900 วัน ถือเป็นค่าใช้จ่ายตามปกติท่ีเกิดแก่สานักงานฯ ซ่ึงสานักงานฯ ก็ย่อมมีสิทธิเรียกร้อง ค่าเสียหายดังกล่าวจากบริษัท ซิโน-ไทยฯ ได้ รวมท้ังค่าใช้จ่ายตามสัญญาจ้างควบคุมงานก่อสร้าง อาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่ และสัญญาจา้ งท่ีปรึกษาบรหิ ารโครงการกอ่ สรา้ งอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งเป็น สัญญาจ้างผู้ควบคุมงานและท่ีปรึกษาบริหารโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภา แห่งใหม่จากการขยาย ระยะเวลาก่อสร้างออกไป รวมถึงต้องดาเนินการจัดซื้อจัดจ้างทางพัสดุอีกเป็นจานวนมากเพ่ือใช้ ในการดาเนินกิจการของสภาผู้แทนราษฎรอกี ดว้ ย (ดหู นา้ 136) นอกจากความเสียหายที่คานวณเป็นตัวเงนิ แล้ว ยงั มีความเสียหายอนั ไม่อาจคานวณ เป็นจานวนเงินได้ เช่น ความเสียหายจากการสูญเสียโอกาสในการปฏิบัติงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ณ อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ นับต้ังแต่วันเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ การใช้ สถานท่ีในการประชุมสภาและการประชุมคณะกรรมาธิการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ท้ังยังเกิด ผลกระทบในการลงมติในกฎหมายและเร่ืองท่ีสาคัญ เกิดข้อจากัดในการสนับสนุนงานของเจ้าหน้าท่ี ให้แก่สมาชิก รวมถึงการสูญเสียโอกาสในการติดต่อราชการ การยื่นข้อร้องเรียน รวมท้ังการเข้าใช้ ประโยชน์ในพ้นื ท่อี าคารรัฐสภาของประชาชน และบคุ คลในวงงานรฐั สภา
- 188 - นอกจากน้ี แม้ว่าสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในฐานะผู้ว่าจ้าง จะสามารถ เข้าใช้พ้ืนท่ีอาคารรัฐสภาได้บางส่วนก่อนที่ผ้รู ับจ้างจะสง่ มอบงานทั้งหมดตามสัญญา โดยไม่ถือว่าเป็น การรับมอบงานตามสัญญาโดยปริยายก็ตาม แต่หากมีความชารุดเสียหายเกิดข้ึนแก่อาคารรัฐสภา แห่งใหม่หลังจากที่เข้าใช้พื้นที่ดังกล่าวก่อนการตรวจรับงาน อาจเกิดปัญหาว่าผู้ว่าจ้างหรือผู้รับจ้าง จะต้องรับผิดชอบในความเสียหายท่ีเกิดข้ึน ตามที่สานักงานอัยการสูงสุดได้ตอบข้อหารือของ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับการเข้าใช้พื้นที่อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ก่อนผู้รับจ้างจะ สง่ มอบงานท้งั หมดตามสัญญา อีกทง้ั การเข้าใช้พื้นท่ีในระหว่างท่มี ีการก่อสร้างยงั ทาให้เกดิ ความเส่ียง ท่ีจะเกิดอุบัติเหตุที่เป็นอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลผู้เข้าใช้อาคาร และยังอาจ กดี ขวางการทางานของผูร้ ับจา้ งอีกดว้ ย 3.6.2 ความเสียหายของผู้รับจ้าง ตามที่บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จากัด (มหาชน) ย่นื ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากสานักงานเลขาธกิ ารสภาผู้แทนราษฎรต่อศาลปกครองกลาง โดยมีรายละเอียด ค่าเสียหาย ดังตอ่ ไปนี้ 1. คา่ ธรรมเนียมหนงั สอื ค้าประกนั 2. คา่ เบย้ี ประกนั ภยั โครงการ 3. คา่ จา้ งพนกั งานรักษาความปลอดภัย 4. ค่าจา้ งพนักงานทาความสะอาด 5. ค่าดูแลและรักษาตน้ ไม้อนุรกั ษ์ 6. ค่าใชจ้ ่ายเพอื่ ตรวจวดั และตรวจสอบด้านสงิ่ แวดล้อม 7. คา่ นา้ มนั คา่ รถ ค่าขนส่ง ค่าเช่ารถรับสง่ และเดนิ ทางของคนงาน พนักงาน และค่าอานวยความสะดวกของทป่ี รกึ ษา 8. ค่าไฟฟ้า ค่าน้า ค่าท่ีพักของคนงานและของสานักงาน ของหน่วยงาน ท่ีดาเนนิ การกอ่ สร้าง 9. ค่าอุปกรณ์ภายในสานักงาน สาหรับงานสานักงาน ในรูปแบบของค่าเคร่ือง ถา่ ยเอกสาร 10. ค่าจ้างแรงงานคนงาน เงนิ เดอื นพนักงาน 11. คา่ เช่าอปุ กรณ์ เครือ่ งจกั รชว่ ยก่อสร้าง และเครอ่ื งจักรหนัก 12. คา่ เชา่ ท่ีดนิ เพอ่ื เก็บวสั ดอุ ุปกรณ์ 13. คา่ เสียหายท่ีเกดิ จากการต้องดแู ลเครอ่ื งยอดทองไวน้ านกว่าทีค่ วรจะเปน็ 14. ค่าชดเชยจากผลกระทบจากการตอบโต้ทุ่มตลาดสนิ ค้าหลอดและท่อทาด้วย เหลก็ หรอื เหล็กกลา้ ท่ีมีแหล่งกาเนิดจากสาธารณรฐั ประชาชนจีน และสาธารณรัฐเกาหลี พ.ศ. 2559 รวมเป็นค่าเสียหายท้ังส้ิน 1,596,592,305.56 บาท (รวมค่าเสียหายพร้อม อัตราดอกเบ้ยี รอ้ ยละ 7.5 ต่อปี) ค่าเสียหายดังกล่าวเป็นค่าเสียหายท่ีฝ่ายผู้รับจ้างประสงค์จะเรียกร้องให้ สานกั งานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรชดเชยให้ ซึง่ เปน็ คา่ เสยี หายท่ตี อ้ งรอการพสิ จู น์ในช้ันศาลต่อไป
- 189 - 3.6.3 ความเห็นของคณะกรรมาธิการต่อกรณีผู้รับจ้างย่ืนฟ้องเรียกค่าเสียหาย จากผู้วา่ จา้ งตอ่ ศาลปกครองกลาง ตามที่ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จากัด (มหาชน) ย่ืนฟ้องเรียกค่าเสียหายจากสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรต่อศาลปกครองกลาง จานวน ประมาณ 1,596 ล้านบาท จากปัญหาการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ล่าช้า โดยอ้างว่า สานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในฐานะผู้ว่าจ้างเป็นฝ่ายผิดสัญญา ในเร่ืองนี้ระเบียบของที่ประชุมใหญ่ ตุลาการในศาลปกครองสงู สุดวา่ ด้วยวิธพี ิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543 ข้อ 43 กาหนดให้ สานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรผู้ถูกฟ้องคดี ยื่นคาให้การพร้อมส่งพยานหลักฐานภายใน 30 วัน นับแต่วันท่ีได้รับสาเนาคาฟ้องหรือภายในระยะเวลาที่ศาลกาหนด ซ่ึงศาลปกครองกลางได้กาหนดให้ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรทาคาให้การแก้คาฟ้องพร้อมด้วยพยานหลักฐานย่ืนต่อศาล ปกครองกลางภายใน 60 วัน นับแต่วันท่ีได้รับคาสั่งเรียกให้ทาคาให้การ ซ่ึงสานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรได้รับคาส่ังเรียกให้ทาคาให้การเม่ือวันท่ี 22 เมษายน 2563 ระยะเวลา 60 วัน จึงเริ่มนับจากวันดังกล่าวเป็นต้นไป และครบกาหนดระยะเวลา 60 วัน ในวันที่ 21 สิงหาคม 2563 และเมื่อครบกาหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ย่ืนขอขยาย ระยะเวลาทาคาให้การแก้คาฟ้องต่อศาลปกครองกลางต่อไปอีก 60 วัน โดยในขณะนี้สานักงาน คดปี กครอง สานกั งานอยั การสูงสดุ อยรู่ ะหวา่ งทาคาใหก้ ารแก้คาฟอ้ งเพอ่ื ย่ืนต่อศาลปกครองกลาง สาหรับกรณีความเสียหายท่ีสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ผู้ว่าจ้าง ได้รับอันเป็นผลกระทบจากการก่อสร้างอาคารรัฐสภาล่าช้าของบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์ คอนสตรัคชั่น จากัด (มหาชน) ผู้รับจ้างนั้น สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรอาจใช้สิทธิฟ้อง เรียกค่าเสียหายท่ีเกิดขึ้นจากผู้รับจ้างได้ โดยระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543 ข้อ 44 กาหนดให้สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ผูถ้ ูกฟ้องคดี ฟ้องแย้งมาในคาให้การได้ โดยคาฟ้องแย้งให้ถือเสมือนเป็นคาฟ้องใหม่ ท้ังนี้ คาฟ้องแย้ง ต้องเก่ียวกับคาฟ้องเดิม ดังน้ัน สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจึงอาจฟ้องแย้งมาในคาให้การ เพื่อเรียกค่าเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดข้ึนจากการก่อสร้างอาคารรัฐสภาล่าช้า หากมีความเสียหายเกิดขึ้น จากความผิดของผู้รับจ้าง ซึ่งสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรควรพิจารณาเสนอประเด็น การฟ้องแย้งเรียกค่าเสียหายดังกล่าวนี้ให้สานักงานคดีปกครอง สานักงานอัยการสูงสุดพิจารณาด้วย เพื่อไม่ให้กระทบสิทธิในการฟ้องเรียกค่าเสียหายของสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนร าษฎรในกรณี ที่สามารถกระทาได้ แต่ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสานักงานคดีปกครอง สานักงานอัยการ สูงสุด ซ่ึงเปน็ ผูร้ บั ผดิ ชอบแก้ตา่ งคดีน้ี อนึ่ง ตามสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ข้อ 1 กาหนดไว้ว่า ในการดาเนินการตามสัญญาน้ี ผู้ว่าจ้างจะส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างต่อเมื่อได้รับ อนุญาตจากส่วนราชการท่ีเก่ียวข้องหรือตามความพร้อมของผ้วู ่าจา้ ง และในกรณีที่มีการส่งมอบพ้ืนที่ ลา่ ช้า ผูร้ ับจ้างไมอ่ าจเรียกร้องค่าเสยี หายใด ๆ จากผูว้ า่ จา้ งได้ แต่ถึงแมส้ ัญญาจะกาหนดไวด้ ังกล่าวว่า ผู้รับจ้างไม่อาจเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ว่าจ้างในกรณีที่มีการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า ก็ไม่ตัดสิทธิผู้รับจ้าง ท่ีจะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ว่าจ้าง และผู้รับจ้างได้ขอสงวนสิทธิฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายไว้
- 190 - ส่วนว่าสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้รับจ้างหรือไม่ แค่ไหน เพยี งใด ย่อมขนึ้ อยู่กับการพิจารณาและวนิ ิจฉัยคดขี องศาลปกครองกลาง อย่างไรก็ตาม สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็อาจอ้างได้ว่า ได้มี การขยายระยะเวลาตามสัญญาให้ผู้รับจ้างแล้วถึง 4 คร้ัง จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 เพ่ือชดเชย ความเสียหายท่ีผู้รับจ้างได้รับ โดยตามเงื่อนไขทั่วไปของการก่อสร้างตามสัญญา ข้อ 17.1 ได้กาหนด กรณีการขอต่ออายุสัญญาเพราะไม่สามารถทางานในพื้นท่ีก่อสร้างให้แก่ผู้รับจ้างไว้ว่า ในกรณีท่ี ผู้วา่ จ้างไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ในส่วนท่ีเกี่ยวข้องให้แก่ผู้รับจ้างตามกาหนดไว้ หรือในกรณีที่ผู้รับจ้าง รายอ่ืนไม่สามารถส่งมอบพื้นที่หรือผลงานท่ีเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับงานของผู้รับจ้างได้ตามท่ีตกลงกันไว้ ผู้ว่าจ้างจะพิจารณาขยายระยะเวลาของงานส่วนที่ต้องล่าช้าออกไป อันมีผลกระทบมาจากกรณี ดังกล่าวเหล่าน้ันให้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ผู้ว่าจ้างจะไม่มีการชดเชยค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งส้ินให้แก่ ผรู้ ับจา้ งจากการขยายระยะเวลาตามสัญญาใหผ้ รู้ ับจ้าง นอกจากน้ี ความเสียหายตา่ ง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการก่อสร้างอาคารรัฐสภาลา่ ช้า หากเกิดข้ึนจากความผิดของฝ่ายผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างก็อาจต้องรับผิดในความเสียหายท่ีเกิดข้ึนด้วย และตามเงื่อนไขเฉพาะของงานก่อสร้างตามสัญญา ข้อ 1 กาหนดเร่ืองการส่งมอบและรับมอบพื้นที่ ก่อสร้างไว้ว่า ในกรณีที่พื้นที่ก่อสร้างท้ังหมดยังไม่สามารถส่งมอบให้กับผู้รับจ้างได้ โดยมีบางส่วน ยังไม่พร้อมที่จะส่งมอบ การส่งมอบพื้นที่จะส่งมอบเป็นส่วนๆ โดยจะมีการกาหนดพื้นที่และวันท่ี ส่งมอบตามเอกสารแนบท้ายสัญญา ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องจัดลาดับและแผนงานก่อสร้างให้สอดคล้อง กับพ้ืนที่ก่อสร้างที่ได้รับมอบนั้น และเร่งรัดให้งานก่อสร้างตามสัญญาแล้วเสร็จตามท่ีกาหนดไว้ ซ่ึงแม้ว่าผู้ว่าจ้างจะไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างให้แก่ผู้รับจ้างได้ตามกาหนดระยะเวลาในสัญญา แต่ผู้รับจ้างก็ยังคงมีหน้าที่ตามสัญญาที่ต้องจัดลาดับและแผนงานก่อสร้างให้สอดคล้องกับพื้นท่ี ก่อสร้างที่ได้รับมอบ เพื่อเร่งรัดให้งานก่อสร้างตามสัญญาเสร็จทันภายในระยะเวลาท่ีกาหนด ตามที่ ได้รับการขยายระยะเวลาการก่อสร้างตามสัญญาด้วย จึงควรต้องพิจารณาด้วยว่าผู้รับจ้างได้ ดาเนินการจัดลาดับและแผนงานก่อสร้างให้สอดคล้องกับพ้ืนท่ีก่อสร้างท่ีได้รับมอบอย่างถูกต้อง เหมาะสม และอย่างที่ควรจะต้องดาเนินการเพื่อให้งานแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ได้รับการขยายไป ในแต่ละครั้งหรือไม่ ซึ่งอาจนามาซ่ึงความรับผิดของผู้รับจ้างได้หากผู้รับจ้างดาเนินการในเร่ืองดังกล่าวนี้ อย่างไมถ่ ูกตอ้ งเหมาะสม
บทท่ี 4 บทสรุป ขอ้ สังเกตและขอ้ เสนอแนะ 4.1 บทสรุป โครงการกอ่ สรา้ งอาคารรฐั สภาแห่งใหม่ พรอ้ มอาคารประกอบ เป็นโครงการก่อสร้าง อาคารขนาดใหญ่ มีพื้นท่ีใช้สอยถึง 424,311 ตารางเมตร มีช้ันใต้ดิน 2 ช้ัน มีปริมาณดินท่ีต้องขุด ออกไปมากกว่า 1,200,000 ลูกบาศก์เมตร มีสถาปัตยกรรม (เครื่องยอด) บนอาคารชั้นบนสุด มีโครงสร้างหลังคาโค้งของห้องประชุมพระสุริยันและห้องประชุมพระจันทรา มีระบบเทคโนโลยี สารสนเทศท่ีทนั สมัยและมีข้อกาหนดพิเศษตา่ ง ๆ มากมายทางด้านสถาปตั ยกรรมและสาธารณปู โภค สาธารณูปการ การก่อสร้างในโครงการน้ีได้เร่ิมข้ึนในวันท่ี 8 มิถุนายน 2556 โดยกาหนดให้มี ระยะเวลาก่อสร้าง 900 วันตามสัญญา แต่ได้เกิดปัญหาและอุปสรรคหลายประการทาให้การก่อสร้าง ล่าช้า ส่งผลให้สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในฐานะผู้ว่าจ้าง จาเป็นต้องพิจารณาอนุมัติ ให้ขยายระยะเวลาก่อสร้างออกไปถึง 4 คร้ัง ทาให้ระยะเวลาก่อสร้างขยายจาก 900 วัน เป็น 2,764 วัน โดยมีกาหนดสน้ิ สดุ โครงการ ณ วันท่ี 31 ธันวาคม 2563 ปัญหาและอุปสรรคบางส่วนที่ส่งผลให้การก่อสร้างล่าช้าได้เริ่มก่อตัวข้ึนในขั้นตอน การออกแบบ ผู้ออกแบบ (กจิ การร่วมค้า สงบ 1051) ซงึ่ เปน็ ผูช้ นะการประกวดแบบไดเ้ ริม่ ดาเนินการ ออกแบบอาคารรัฐสภาแห่งใหม่เมื่อวันท่ี 26 พฤษภาคม 2553 และได้ส่งมอบแบบก่อสร้าง ฉบับสมบรู ณ์ให้แกส่ านักงานเลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎรในฐานะผูว้ ่าจ้าง เม่อื วนั ที่ 31 พฤษภาคม 2554 โดยอาคารตามแบบก่อสร้างนี้มีพื้นที่ใช้สอยเพ่ิมจากเดิม 307,314 ตารางเมตร ตามท่ีกาหนดไว้ ในขอบเขตของงาน (TOR) เป็น 424,311 ตารางเมตร มีประมาณราคาค่าก่อสร้าง 18,000 ล้านบาท ซ่ึงสูงเกินกว่ากรอบวงเงินงบประมาณท่ีสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตั้งไว้จานวน 15,000 ลา้ นบาท และมรี ะยะเวลาก่อสรา้ งยาวนานถงึ 1,600 วัน โดยท่ีสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีนโยบายกาหนดให้ระยะเวลาก่อสร้าง เป็น 900 วัน ผู้ออกแบบจึงได้พิจารณาทบทวนการประเมินระยะเวลาก่อสร้างถึง 2 คร้ัง และ ได้ข้อสรุปว่าการท่ีจะก่อสร้างอาคารให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 900 วันน้ัน นอกจากจะต้องเป็น การก่อสร้างที่เร่งรัดงานเป็นพิเศษแล้ว ยังจาเป็นต้องมีเงื่อนไขพิเศษในการก่อสร้างอีกหลายประการ เช่น ต้องมีคนงานถึง 3 ผลัด ทางานตลอด 24 ช่ัวโมงต่อวัน ต้องมีแรงงานถึง 5,000 คน ต้องเพ่ิม โรงงานผลิตคอนกรีตถึง 10 โรง ต้องมีทาวเวอร์เครน (Tower crane) ไม่น้อยกว่า 15 จุด อีกทั้ง ยั งต้องมีกร ร มวิธีก่อส ร้ างโ ค ร งส ร้ า งอ าคาร ท่ี ร ว ดเร็ ว เ ป็ น พิเศ ษท่ี เรี ย กว่าส ร้ างแ บ บ ช้ัน เ ว้ น ช้ั น (Jump Floor) อีกด้วย ในประเด็นน้ีข้อกาหนดที่ให้ก่อสร้างโครงการให้แล้วเสร็จภายใน 900 วันนั้น คณะกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นข้อกาหนดเงอื่ นไขที่สร้างความสุม่ เสี่ยงที่ผู้รับจ้างจะไม่ สามารถทางานได้แล้วเสร็จตามกาหนดในสัญญาเพราะเป็นเงื่อนไขที่ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็น จริง (ดรู ายละเอยี ดเพม่ิ เตมิ ในหวั ข้อ 3.2.1)
- 192 - สาหรับปัญหาเร่ืองประมาณราคาก่อสร้างสูงกว่างบประมาณท่ีสานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรต้ังไว้ คณะกรรมการตรวจและรับมอบแบบฯ ได้มีมติให้ผู้ออกแบบดาเนินการปรับ แก้ไขแบบเพ่ือให้ราคาค่าก่อสร้างอยู่ในกรอบวงเงินท่ีกาหนด ผู้ออกแบบจึงได้แยกงานบางส่วนออก จากงานก่อสร้างหลัก ทาให้งานก่อสร้างหลกั เรียกว่างานสัญญาหลัก มีประมาณราคาค่าก่อสร้างใหม่ เท่ากับ 11,738 ล้านบาท ตามกรอบวงเงินที่สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรต้ังไว้สาหรับงาน ก่อสร้างอาคาร ส่วนงานบางส่วนที่ถูกแยกออกมาน้ีต่อมาได้กลายเป็นงานสัญญานอกสัญญาหลัก ประกอบด้วย งานเทคโนโลยสี ารสนเทศ งานตดิ ต้งั สายสัญญาณ (ท่อ สาย เตา้ รับ) งานสาธารณูปโภค สาธารณปู การ ฯลฯ ดว้ ยวิธีดังกล่าวน้ีสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจึงสามารถเริม่ ดาเนินการ ก่อสร้างงานสัญญาหลักไปได้ก่อนด้วยงบประมาณที่มีอยู่ แต่วิธีน้ีได้ก่อให้เกิดปัญหาตามมาหลาย ประการ ท้ังน้ีเพราะงานท่ีถูกแยกออกมาเป็นงานท่ีควรต้องทาไปพร้อม ๆ กับงานก่อสร้างในสัญญาหลัก ความล่าช้าของการดาเนินงานสัญญานอกสัญญาหลักเหล่าน้ี ในเวลาต่อมาได้กลายเป็นเหตุให้ต้อง ขยายระยะเวลาก่อสรา้ งคร้ังที่ 4 (ดูรายละเอียดเพ่ิมเติมในหัวขอ้ 3.1, 3.3.4, 3.4) ภายหลังจากการรับมอบแบบก่อสร้างที่ปรับแก้ไขแล้วสานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรได้ดาเนินการประกวดราคาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ผลปรากฏว่า บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคช่ัน จากัด (มหาชน) ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้รับจ้าง ก่อสร้างงานสัญญาหลัก ในราคาค่าก่อสร้าง 12,280 ล้านบาท และระยะเวลาก่อสร้าง 900 วัน โดยเร่ิมการก่อสร้างวันท่ี 8 มิถุนายน 2556 และมีกาหนดวันส้ินสุดโครงการที่ต้องก่อสร้างแล้วเสร็จ วันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 ท้ังน้ี ในสัญญาจ้างก่อสร้างได้ระบุไว้ว่า สานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรในฐานะผู้ว่าจ้าง จะทยอยส่งมอบพ้ืนที่ก่อสร้างให้แก่ผู้รับจ้าง 4 ครั้ง ตามวันและ เวลาท่ีกาหนด อีกท้ังในโครงการนี้จาเป็นต้องมีการขุดดินขึ้นมาเป็นจานวนมาก จากการก่อสร้าง เสาเข็มเจาะและอาคารชั้นใต้ดิน โดยที่ดินเหล่านี้จาเป็นต้องนาออกไปไว้นอกพ้ืนท่ีโครงการ เพ่ือมใิ ห้เป็นอุปสรรคต่อการก่อสร้าง แตเ่ น่ืองจากดินภายในพื้นท่ีของหน่วยงานราชการถือเป็นทรัพย์สิน ของราชการ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจึงกาหนดในสัญญาจ้างให้ผู้รับจ้างนาดินที่ขุด ข้ึนมาน้ีไปเก็บไว้นอกพื้นท่ีโครงการในพื้นที่ว่างในระยะประมาณ 10 กิโลเมตร จากพื้นท่ีโครงการ โดยผวู้ า่ จ้างจะเปน็ ผกู้ าหนดพ้ืนทีว่ ่างเหลา่ น้ีให้แกผ่ ้รู ับจ้าง เม่ืองานก่อสร้างเริ่มขึ้นปรากฏว่าสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถ ส่งมอบพ้ืนที่คร้ังท่ี 1 คร้ังที่ 2 และคร้ังท่ี 3 ซึ่งเป็นพื้นที่ก่อสร้างอาคารหลัก (อาคารรัฐสภา) ได้ตาม กาหนดในสัญญา โดยพ้ืนท่ีบางแปลงส่งมอบล่าช้าถึง 413 วัน ส่งผลให้การก่อสร้างเสาเข็มเจาะและ ระบบกาแพงกันดินโดยรอบอาคารหลักล่าช้า อีกท้ังสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไม่สามารถกาหนดพ้ืนที่ว่างในระยะประมาณ 10 กิโลเมตร จากพ้ืนที่โครงการเพ่ือให้ผู้รับจ้างนาดิน ทขี่ ดุ ข้ึนมาไปท้ิงได้ตามสัญญา จึงทาใหเ้ กิดกองดินสะสมในพื้นที่ก่อสร้างเปน็ จานวนมาก จงึ กลายเป็น อุปสรรคทาให้การก่อสร้างมีประสิทธิภาพต่าและเกิดความล่าช้าเพิ่มเติม ปัญหาและอุปสรรคเหล่านี้ เป็นเหตุผลหลักท่ีทาให้สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรอนุมัติให้มีการขยายระยะเวลาก่อสร้าง คร้ังท่ี 1 เปน็ จานวน 387 วัน (ดรู ายละเอียดเพมิ่ เติมในหัวขอ้ 3.3.1) เมื่องานก่อสร้างเสาเข็มเจาะและระบบกาแพงกันดินโดยรอบอาคารหลักเสร็จสิ้นลง งานขั้นต่อไปเป็นงานขุดดินภายในพ้ืนท่ีอาคารหลักลงไปจนถึงระดับฐานรากอาคารเพื่อที่จะได้เริ่ม
- 193 - การก่อสร้างฐานรากและโครงสร้างอาคารชั้นใต้ดิน สาหรับดินท่ีต้องขุดข้ึนมามีปริมาณสูงถึง 1,074,518 ลูกบาศก์เมตร แตเ่ นื่องจากสานกั งานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถกาหนดพ้ืนที่ พักดินภายในระยะประมาณ 10 กิโลเมตรจากโครงการ ผู้รับจ้างจึงไม่สามารถนาดินปริมาณดังกล่าว ออกไปเก็บไว้นอกพื้นที่โครงการ และยังต้องรอให้ผู้ว่าจ้าง (สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร) หาวิธี ต่าง ๆ นานาในการกาจัดดินดังกล่าวออกไปจากพื้นท่ีโครงการส่งผลให้งานขุดดินล่าช้าไปกว่าแผนมาก จนเป็นเหตุให้สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีการอนุมัติให้ขยายระยะเวลาก่อสร้าง คร้ังท่ี 2 เปน็ จานวน 421 วัน (ดูรายละเอยี ดเพ่มิ เติมในหัวขอ้ 3.2.3 และ 3.3.2) อุปสรรคลาดับต่อมาท่ีทาให้การก่อสร้างล่าช้าคือ การส่งมอบพ้ืนท่ีก่อสร้างคร้ังท่ี 4 ซึ่งล่าช้ากว่ากาหนดในสัญญาถึง 926 วัน โดยพื้นท่ีแปลงนี้อยู่นอกขอบเขตของอาคารหลัก เป็นพ้ืนที่ ที่ผู้รับจ้างจาเป็นต้องใช้ทดลองประกอบช้ินส่วนโครงสร้างหลังคาเหล็กโค้งของห้องประชุมพระสุริยัน และห้องประชุมพระจันทราให้มีความสมบูรณ์ก่อน จากน้ันจึงทาการร้ือถอนโครงสร้างออกเป็นชิ้น ๆ ยกขึ้นไปประกอบใหม่บนตัวอาคารหลัก ขั้นตอนเหล่าน้ีเป็นขั้นตอนปกติในการก่อสร้างและติดต้ัง โครงสร้างเหล็กประกอบขนาดใหญ่ทั่วไป ดังน้ัน ความล่าช้าในการส่งมอบพื้นที่แปลงน้ีจึงสง่ ผลให้การ ก่อสร้างโครงสร้างหลังคาเหล็กโค้งของห้องประชุมท้ังสองล่าช้า ภายหลังจากการพิจารณาคาร้องขอ ขยายระยะเวลาของผู้ว่าจ้าง ประกอบความเห็นของผู้ควบคุมงาน ATTA และที่ปรึกษาบริหาร โครงการ CAMA สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจึงได้อนุมัติให้มีการขยายระยะเวลาก่อสร้าง ครั้งที่ 3 เป็นจานวน 674 วัน (ดรู ายละเอียดเพ่ิมเติมในหวั ข้อ 3.3.3) คณะกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาข้อเท็จจริงเหล่าน้ีแล้วเห็นว่าการขยายระยะเวลา ก่อสร้างครั้งท่ี 1 และครั้งที่ 2 น้ันมีความเหมาะสม ทั้งน้ีเพราะปัญหาและอุปสรรคท่ีเป็นเหตุให้ขยาย เวลาเป็นเหตุท่ีเกิดข้ึนจริงและเกิดจากความบกพร่องของฝ่ายผู้ว่าจ้าง จนกลายเป็นอุปสรรคต่อการ ก่อสร้างที่ส่งผลให้เกิดความล่าช้าจริง อีกทั้ง การคานวณระยะเวลาการขยายได้พิจารณาถึงสภาพ ความเป็นจริงอย่างสมเหตุสมผล ทาให้จานวนวันเวลาที่ขยายให้แก่ผู้รับจ้างเท่ากับระยะเวลาที่ โครงการล่าช้าเนื่องจากเหตุนั้นจริง แต่การขยายระยะเวลาก่อสร้างครั้งที่ 3 เป็นจานวน 674 วันน้ัน เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะเปน็ การขยายเวลาเกินกว่าทคี่ วรเป็น (ดรู ายละเอยี ดเพ่มิ เตมิ ในหัวข้อ 3.3.3) สาหรับการขยายระยะเวลาการก่อสร้างครั้งท่ี 4 เป็นผลมาจากความล่าช้าของงาน สัญญานอกสัญญาหลัก อันได้แก่งานเทคโนโลยีสารสนเทศ งานติดต้ังสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) และงานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ งานเหลา่ นีเ้ ปน็ งานทค่ี วรดาเนินการไปพร้อม ๆ กบั งานกอ่ สร้าง ในสัญญาหลัก ซึ่งงานก่อสร้างในสัญญาหลักจะเสร็จส้ินสมบูรณ์ได้ก็ต้องรอให้งานสัญญานอกสัญญา หลักเหล่านี้เสร็จก่อน จากจ้อมูลข้อเท็จจริงปรากฏว่าภายหลังท่ีแยกงานเหล่าน้ีออกจากงานสัญญาหลัก ในข้นั ตอนการออกแบบในปี พ.ศ. 2554 สานกั งานเลขาธิการสภาผูแ้ ทนราษฎรก็ได้ประสบปัญหาและ อุปสรรคหลายประการจนทาให้งานเหล่านี้เพิ่งมาเริ่มดาเนินการได้ในช่วงปี พ.ศ. 2562 ส่งผลให้งาน ก่อสร้างในสัญญาหลัก ซ่ึงล่าช้ามาแล้วด้วยสาเหตุอ่ืน ๆ ต้องมาล่าช้าเพ่ิมเติมอีก ด้วยเหตุนี้สานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจึงได้อนุมัติให้มีการขยายระยะเวลาก่อสร้างครั้งท่ี 4 เป็นจานวน 382 วัน โดยมีกาหนดสิ้นสุดโครงการ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาข้อเท็จจริง เหล่านี้แล้วเห็นว่าการขยายระยะเวลาก่อสร้างคร้ังท่ี 4 มีความสมเหตุสมผล (ดูรายละเอียดเพ่ิมเติม ในหัวขอ้ 3.3.4)
- 194 - ทั้งนี้แม้จะมีการขยายระยะเวลาก่อสร้างมาแล้วถึง 4 ครั้ง แต่ก็มีเหตุหลายประการ ท่ีทาให้คณะกรรมาธิการฯ เชื่อว่าการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่อาจไม่แล้วเสร็จตามกาหนด (วันที่ 31 ธันวาคม 2563) เหตุประการสาคัญคือความล่าช้าของงานติดตั้งสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) ซึ่งเป็นงานท่ีต้องทาควบคู่ไปกับงานเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) เมื่องานดังกล่าวน้ีล่าช้า งาน ICT ก็จะล่าช้าไปด้วย จนส่งผลกระทบให้งานก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ในสัญญาหลักล่าช้า ในขณะทีม่ ีการพจิ ารณาขยายระยะเวลาก่อสร้างครั้งที่ 4 ไดม้ กี ารประเมนิ วา่ หากสานกั งานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรสามารถจัดหาผู้รับจ้างงานติดตั้งสายสัญญาณและเริ่มงานได้ภายในเดือนธันวาคม 2562 ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อการก่อสร้างในสัญญาหลัก จนต้องเปล่ียนแปลงกาหนดวันส้ินสุด โครงการ (วันที่ 31 ธันวาคม 2563) แต่ในความเป็นจริงสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ว่าจ้างบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จากัด (มหาชน) ให้ดาเนินงานโดยเริ่มงาน วันที่ 13 มนี าคม 2563 และสิน้ สดุ งานวนั ที่ 6 พฤษภาคม 2564 คณะกรรมาธิการจึงได้มีมติให้ผู้เก่ียวข้องทุกฝ่ายไปปรึกษาหารือร่วมกันเพ่ือจัดทา แผนงานก่อสร้างที่คานึงถึงสภาพความเป็นจริงและเร่งรัดการก่อสร้างเพ่ือให้มีความล่าช้าน้อยที่สุด ซ่ึงต่อมาท่ีปรึกษาบริหารโครงการ CAMA ได้รายงานต่อคณะกรรมาธิการฯ ว่าผู้เก่ียวข้องทุกฝ่ายได้ ร่วมกันจัดทาแผนงานข้ึนมา 3 แผน โดยแผนงานที่ดีท่ีสุดการก่อสร้างอาคารรัฐสภาจะสิ้นสุด ในวันท่ี 29 มนี าคม 2564 คณะกรรมาธิการพจิ ารณาเหน็ วา่ แผนงานนี้เป็นแผนทสี่ ามารถนามาปฏบิ ัติ ได้จริง แต่การท่ีจะบริหารงานให้การก่อสร้างในส่วนต่าง ๆ เป็นไปตามแผนนั้นเป็นเร่ืองท่ีผู้เกี่ยวข้อง ทกุ ฝา่ ยตอ้ งรว่ มมือกันแก้ไขปญั หาและอปุ สรรคต่าง ๆ ทยี่ งั มีอยู่ เพอ่ื ให้งานในทกุ ๆ สญั ญาทเ่ี กีย่ วข้อง เสร็จส้ินสมบูรณ์ทั้งปริมาณและคุณภาพตามข้อกาหนดในสัญญาและแล้วเสร็จตามกาหนดเวลา ในแผนนี้ คณะกรรมาธิการเห็นควรให้คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรติดตามและ ตรวจสอบการกอ่ สรา้ งอาคารรัฐสภาใหแ้ ล้วเสร็จโดยเร็วด้วย (ดูรายละเอยี ดเพิม่ เตมิ ในหัวขอ้ 3.5) ความล่าช้าของโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหาย กับผู้เก่ียวข้องทุกฝ่าย ท้ังผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้าง และผู้ใช้อาคารรัฐสภา โดยในฝ่ายผู้ว่าจ้าง (สานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร) ต้องรับภาระค่าเช่าอาคารที่ทาการสานักงานและอาคารเพ่ือใช้เป็น สถานท่ีประชุมสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเป็นการช่ัวคราวภายหลังจากครบกาหนดระยะเวลา 900 วันตามสญั ญาจ้าง อีกท้ังต้องรับภาระค่าใชจ้ า่ ยอน่ื ๆ ที่เกยี่ วขอ้ ง เช่น ค่าเชา่ ที่จอดรถ ค่าเช่ารถตู้ เพ่ือรับส่งบุคลากร ค่าไฟฟ้า น้าประปา โทรศัพท์ ฯลฯ ซ่ึงสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ประเมินค่าเสียหายโดยรวมเป็นจานวนประมาณ 1,220 ล้านบาท ส่วนฝ่ายผู้รับจ้างความล่าช้าของ โครงการส่งผลให้ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างเพ่ิมเติม ซ่ึงรวมถึงค่าใช้จ่ายเคร่ืองจักรสาหรับ การก่อสร้าง ค่าจ้างบุคลากร ค่าจ้างส่วนงาน Utilities และ Facilities ค่าใช้จ่ายสานักงาน ตลอดจน พันธะทางการเงิน ผู้รับจ้างได้ประเมินค่าเสียหายเป็นจานวนประมาณ 1,600 ล้านบาท ส่วนฝ่ายผู้ใช้ อาคารรัฐสภาท่ัวไปความล่าช้าได้ก่อให้เกิดความเสียหายอันไม่อาจคานวณเป็นจานวนเงินในหลาย รูปแบบ เช่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาสูญเสียโอกาสใช้อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เจ้าหน้าท่ีมีข้อจากัดในการสนับสนุนงานให้แก่ สมาชิกรัฐสภา อีกทั้งประชาชนและบุคคลในวงงานรัฐสภาสูญเสียโอกาสในการติดต่อราชการ การยื่นขอ้ ร้องเรียน และเข้าใชป้ ระโยชน์ในพ้นื ทอี่ าคาร
- 195 - อนึ่งขณะน้ีผู้รับจ้างได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเรียกค่าเสียหายจากผู้ว่าจ้างเป็ น จานวน 1,596 ล้านบาท และทางฝ่ายผู้ว่าจ้างอยู่ระหว่างทาคาให้การแก้คาฟ้องพร้อมด้วย พยานหลักฐานเพื่อย่ืนต่อศาล ซ่ึงในประเด็นนี้คณะกรรมาธิการฯ มีความเห็นว่า หากผู้ว่าจ้าง มีพยานหลักฐานหรือข้อเท็จจริงใด ๆ ที่ช้ีว่าผู้รับจ้างมีส่วนทาให้โครงการเกิดความล่าช้าจนส่งผลให้ เกดิ ความเสยี หายต่อผูว้ ่าจ้าง ผ้วู ่าจา้ งกย็ อ่ มมสี ิทธิฟ้องรอ้ งคา่ เสียหายจากผู้รับจา้ งไดเ้ ชน่ กัน อย่างไรก็ตามปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ท่ีเกิดขึ้นในโครงการนี้ไม่ว่าจะเป็นเร่ือง การสง่ มอบพื้นท่ีล่าช้า ปัญหาการบริหารจัดการดิน หรือการแยกงานในโครงการออกเป็นหลายสัญญาจ้าง จนเกิดปัญหาในการบริหารจัดการ ปัญหาเหล่าน้ีเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาแล้วกับโครงการก่อสร้าง ของรัฐเป็นจานวนมากในอดีต และคงจะเกิดต่อไปในอนาคตหากมิได้รับการป้องกันแก้ไข คณะกรรมาธิการฯ จึงเห็นควรให้มีการดาเนินการหาวิธีป้องกันแก้ไขปัญหาและอุปสรรคอย่างเป็น ระบบและอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การดาเนินโครงการก่อสร้างของรัฐปราศจากความล่าช้าและ เปน็ ไปตามแผนงานที่กาหนด 4.2 ข้อสงั เกตและข้อเสนอแนะ 1) เรอื่ งการออกแบบ (1) อาคารรัฐสภาเป็นสัญลักษณ์ของสถาบันนิติบัญญัติ ซ่ึงเป็นเสาหลัก ในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย รูปแบบของอาคารและสถาปัตยกรรมควรสะท้อนถึง หลักสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาค จึงควรออกแบบให้มีลักษณะเป็นสากล ไม่แบ่งแยกชนช้ัน เช้ือชาติ หรืออิงตามหลักความเชื่อของศาสนาใดศาสนาหน่ึง อีกทั้งควรเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม เสนอความเห็นในการออกแบบดว้ ย (2) การออกแบบต้องคานึงถึงการใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุดสอดคล้องกับ กรอบวงเงินงบประมาณหรืองบประมาณที่ได้รับเพ่ือให้เป็นการใช้ภาษีของประชาชนอย่างคุ้มค่า และไมก่ อ่ ใหเ้ กดิ ความเสยี หายต่อภาครฐั (3) การจ้างออกแบบและการตรวจรับแบบควรต้องทาอย่างรอบคอบและ เคร่งครัดให้เป็นไปตามขอบเขตของงาน (TOR) และกฎหมายท่ีเก่ียวข้อง ส่วนกรณีที่มีการปรับแบบ ตอ้ งไม่มีการเปลีย่ นแปลงอยา่ งมนี ัยสาคัญอันจะสง่ ผลกระทบท่ีจะเกดิ ขนึ้ ในภายหลัง (4) ตามแบบก่อสร้างอาคารรัฐสภาได้กาหนดพื้นที่จอดรถมีจานวนน้อย ไม่สัมพันธ์กับพ้ืนที่ใช้สอยอาคารทาให้จาเปน็ ต้องหาพ้ืนที่จอดรถเพ่ิมเติม โดยไม่ควรนาพ้ืนที่ชนั้ ผวิ ดนิ ในส่วนพื้นท่ีสีเขียวมาเป็นพื้นที่จอดรถเพ่ิมเติม แต่ควรหาพื้นที่จอดรถในสถานท่ีอื่นเพ่ือเป็นการรกั ษา ภมู สิ ถาปัตย์และสภาพแวดล้อมของรัฐสภา 2) การกาหนดขอบเขตของงาน (TOR) งานกอ่ สรา้ งภาครฐั (1) การกาหนดขอบเขตของงาน TOR จ้างก่อสร้าง เป็นขั้นตอนท่ีมีความสาคญั ต่อการบริหารโครงการก่อสร้างภาครัฐโดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ ข้อกาหนดใน TOR ที่สาคัญ ได้แก่ การกาหนดระยะเวลาก่อสร้าง การกาหนดแผนการส่งมอบพื้นท่ีก่อสร้าง การกาหนดเง่ือนไข ในการจัดการดินการก่อสร้าง เป็นต้น สาหรับโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภานี้ ได้กาหนดระยะเวลา ก่อสร้างเป็นจานวน 900 วัน นับเป็นระยะเวลาก่อสร้างที่ค่อนข้างสั้น เมื่อเปรียบเทียบกับขนาดของ โครงการและความไม่พร้อมก่อนการดาเนินการก่อสร้างรวมท้ังปัญหาอุปสรรคที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้
- 196 - ในระหว่างก่อสร้าง ถึงแม้ว่าในขณะที่มีการเข้าแข่งขันประกวดราคาผู้รับจ้างได้รับทราบถึงข้อกาหนด ระยะเวลาก่อสร้าง 900 วันน้ี รวมท้ังได้ประเมินถึงปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ในการก่อสร้าง ที่อาจเกิดขึ้นได้ไว้แล้ว แต่การก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ย่อมมีความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาและ อปุ สรรคอืน่ ๆ อกี มากทอ่ี าจสง่ ผลให้การกอ่ สรา้ งล่าชา้ ไม่เป็นไปตามแผนทกี่ าหนดไว้ คณะกรรมาธิการฯ จึงเห็นว่าควรมีการปรับปรุงระเบียบปฏิบัติในการ กาหนด TOR และสัญญาจ้างก่อสร้างโครงการของภาครัฐให้การกาหนดระยะเวลาก่อสร้าง ต้องเป็นไปตามระยะเวลาท่ีได้จากการประเมินอย่างถูกต้องตามหลักวิชาจากแบบก่อสร้างและ ข้อมูลประกอบที่มีอยู่ ภายใต้เงื่อนไขและกรรมวิธีการก่อสร้างปกติโดยมีการเผื่อความไม่แน่นอน และปัญหาอุปสรรคที่อาจเกดิ ขึ้นได้ นอกจากนี้ โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภายังมีการกาหนดแผนการส่งมอบ พ้ืนที่ก่อสร้างและกาหนดเง่ือนไขการจัดการดินจากการก่อสร้างในลักษณะท่ีผู้กาหนดเองไม่สามารถทา ได้ เน่ืองจากมีข้อจากัดต่าง ๆ มากมายในระบบราชการ จนนาไปสู่ความล่าช้าของโครงการ คณะกรรมาธกิ ารฯ จึงเห็นว่าในการจัดทาขอบเขตของงาน (TOR) และสญั ญาจา้ งกอ่ สร้างโครงการ ภาครัฐ ควรต้องมีการพิจารณาศึกษารายละเอียดของโครงการเป็นอย่างดีเสียก่อน และควรมีการ ประเมินความสามารถ รวมท้ังข้อจากัดของหน่วยงานเจ้าของโครงการในการบริหารจัดการโครงการ นั้น ๆ แล้วจึงนาผลการศึกษาและผลการประเมินมาพิจารณากาหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ใน TOR และ สัญญาจา้ ง เพอื่ ให้เงอื่ นไขและขอ้ กาหนดเหล่าน้ันสามารถนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้จริง (2) คณะกรรมาธิการมีข้อเสนอแนะว่า การจัดทาหรือกาหนดขอบเขตของงาน (TOR) จ้างก่อสร้างทุก ๆ โครงการของภาครัฐในอนาคตน้ัน เพื่อประโยชน์และประสิทธิภาพในการ บริหารโครงการก่อสร้าง นอกจากจะต้องมีการพิจารณาศึกษาและประเมินข้อมูลรายละเอียดของ โครงการเป็นอย่างดีและถูกต้องตามหลักวิชาการแล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย และระเบียบต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง ควรที่จะต้องทาให้เกิดการแข่งขันราคากันอย่างเป็นธรรม ขอบเขต ของงาน (TOR) ต้องไม่เป็นการกีดกันและเป็นการป้องกันการสมยอมราคา ซ่ึงจะทาให้การจัดจ้าง ได้ราคาค่าก่อสร้างท่ีถูกต้องและเหมาะสม อันจะเป็นการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า เกิดประโยชน์ สูงสุดต่อทางราชการ และไม่กระทบสิทธิของผู้ประกอบการ อีกท้ังยังเป็นการเสริมสร้างภาคเอกชน ให้มีความแข็งแกร่ง ส่งเสริมให้มีผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ ที่มีความรู้ความสามารถ เพ่ือมาทางานให้ ทางราชการ 3) ขอ้ กาหนดในสญั ญาจา้ งก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ โครงการขนาดใหญ่และมีระยะเวลาการก่อสร้างสน้ั การกาหนดงวดงานจานวนมาก ถือว่าส่งผลดีต่อการบริหารจัดการโครงการ เน่ืองจากทาให้เกิดความคล่องตัวในการทางาน อีกทั้ง ยังเป็นการช่วยให้เกิดสภาพคล่องทาใหง้ านก่อสร้างสามารถบรรลุเป้าหมายหรือสาเร็จลุลว่ งได้ ดังน้ัน แม้ว่าการกาหนดงวดงานตามสัญญา ข้อ 4 จานวน 4,760 งวดงาน และให้ผู้รับจ้างสามารถ ที่จะทางานงวดใดก่อนก็ได้ หากไม่กระทบต่อโครงสร้างและความม่ันคงแข็งแรง หรือขั้นตอนการ ดาเนินการทางวิชาช่าง โดยผู้ว่าจ้างมีสิทธิท่ีจะกาหนดให้ผู้รับจ้างทางานใดก่อนหลังตามที่ผู้ว่าจ้าง เห็นสมควร และผู้รับจ้างสามารถที่จะส่งงวดงานใดก่อนก็ได้เมื่องานน้ันแล้วเสร็จโดยผู้ว่าจ้าง จะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้างตามงวดเงินท่ีกาหนดไว้ก็ตาม แต่คณะกรรมาธิการเห็นว่า สานักงาน
- 197 - เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในฐานะผู้ว่าจ้าง ควรเคร่งครัดในการกาหนดจานวนเงินค่าจ้างที่จะต้อง จา่ ยใหส้ ัมพันธ์กบั เนอื้ งานด้วย 4) การส่งมอบพนื้ ท่ีกอ่ สรา้ ง (1) การดาเนินโครงการก่อสร้างของภาครัฐ หากพ้ืนที่ท่ีจะใช้ในการดาเนิน โครงการก่อสร้างยังไม่มีความพร้อม หน่วยงานเจ้าของโครงการไม่ควรดาเนินการประกวดราคา ดังนั้น ก่อนทาการประกวดราคา ควรรวบรวมพื้นที่ให้ครบกอ่ นเพือ่ ให้มีความพร้อมท่จี ะส่งมอบพ้ืนทก่ี ่อสร้าง อย่างไรก็ตาม กรณีการส่งมอบพ้ืนท่ีเกิดข้ึนหลายคร้ังเป็นส่วน ๆ เน่ืองจากเป็น พื้นท่ีขนาดใหญ่ผู้รับจ้างเองก็มีหน้าที่ที่จะต้องจัดลาดับงานและมีแผนงานก่อสร้างพร้อมแผนงาน ทางเลือกให้สอดคล้องเหมาะสมกับพ้ืนที่ก่อสร้างที่ได้รับมอบนั้น เพื่อให้สามารถเร่งรัดงานก่อสร้าง ตามสัญญาให้แล้วเสร็จตามท่ีกาหนด เช่น งานส่วนใดท่ีสามารถจัดทาในโรงงานนอกพ้ืนที่ก่อสร้างได้ เปน็ ตน้ (2) การส่งมอบพ้ืนที่ก่อสร้างระหว่างหนว่ ยงานรัฐด้วยกัน แม้จะมีการทาบันทึก ข้อตกลง (MOU) แต่ก็ไม่มีสภาพบังคับหากไม่มีการปฏิบัติตามข้อตกลง เม่ือเกิดกรณีท่ีหน่วยงาน เจ้าของพ้ืนทีเ่ ดิมไมส่ ่งมอบพ้ืนที่ตามข้อตกลง อกี ฝ่ายจึงไม่สามารถดาเนินการฟ้องร้องคดีหรือดาเนินการ อืน่ ใดเพอื่ บงั คบั ใหเ้ ป็นไปตามข้อตกลงได้ (3) โครงการกอ่ สรา้ งขนาดใหญ่ทีม่ ีปญั หาเก่ยี วกับการส่งมอบพ้ืนท่ีท่ีอยู่ในความ ครอบครองของสว่ นราชการหรือหน่วยงานของรฐั ท่จี ะต้องส่งมอบพื้นทใี่ หก้ ับเจ้าของโครงการก่อสร้าง ขนาดใหญ่ ควรให้หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องแก้ไขกฎหมายและระเบียบในส่วนที่รับผิดชอบให้มีการจัดตั้ง คณะกรรมการข้ึนคณะหนึง่ เพ่ือพิจารณาและกาหนดแผนการสง่ มอบพน้ื ทโ่ี ดยเฉพาะ 5) การบริหารจัดการดนิ ในพืน้ ที่กอ่ สร้างไม่เป็นไปตามแผนงาน ปัญหาการบริหารจัดการดินในพ้ืนที่ก่อสร้างเป็นหน่ึงในสาเหตุหลักที่ทาให้ การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ล่าช้า ซึ่งปัญหาน้ีเกิดจากหลักคิดที่ว่า ดินภายในพ้ืนท่ีของ หน่วยราชการถือเป็นทรัพย์สินของราชการหน่วยงานเจ้าของโครงการจึงจาเป็นต้องรับผิดชอบดูแล บรหิ ารจดั การเอง แต่เน่ืองจากหนว่ ยราชการจาเป็นตอ้ งดาเนินการตามขัน้ ตอนและระเบยี บปฏิบัติของ ราชการโดยเคร่งครัด จึงไม่สามารถบริหารจัดการได้คล่องตัวเหมือนบริษัทเอกชน อีกท้ังยังมีอีก หลายปัจจัยในการบริหารจัดการท่ีหน่วยงานไม่สามารถควบคุมได้ จึงส่งผลให้เกิดความล่าช้าอย่าง รุนแรง อย่างไรก็ตามปัญหาการบริหารจัดการดินในลักษณะดังกล่าวน้ีได้เกิดข้ึนกับโครงการก่อสร้าง อ่นื ๆ ของรฐั อีกเป็นจานวนมาก จึงควรหาวธิ ปี อ้ งกันมใิ ห้เกิดปัญหาเช่นนีไ้ ด้อกี คณะกรรมาธิการฯ เหน็ วา่ แนวทางท่ีจะป้องกันมิให้เกดิ ปญั หาการบรหิ ารจดั การดนิ ในพ้นื ที่โครงการกอ่ สรา้ งของรัฐ คือ (1) ก่อนเริ่มโครงการก่อสร้างควรต้องมีการศึกษาวิเคราะห์แผนงานในการ กาหนดระยะทิ้งดินให้มีความเหมาะสมก่อนที่จะนาไปกาหนดไว้ในสัญญา โดยผู้ว่าจ้างควรต้อง ทาการศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการจัดหาสถานที่ท้ิงดินในระยะ 10 กิโลเมตร ในกรณีที่ดินดังกล่าว ไม่สามารถนาไปใช้สาธารณประโยชน์หรือสาธารณกุศลได้ ควรมีแผนรองรับในการเสนอขออนุมัติ จาหน่ายดินที่ได้มาจากที่ราชพัสดุต่อไป ตามนัยแห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการปกครอง
- 198 - บารุงดูแลรักษาที่ดินราชพัสดุ พ.ศ. 2546 ข้อ 22 และข้อ 24 ที่กาหนดให้ดาเนินการตามระเบียบ สานกั นายกรฐั มนตรีวา่ ด้วยการพสั ดุโดยอนุโลม (2) กาหนดเงื่อนไขในสัญญาให้ผู้รับจ้างก่อสร้างเป็นผู้บริหารจัดการดิน เนื่องจาก เป็นบริษัทเอกชนมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการมากกว่าผู้ว่าจ้างท่ีเป็นหน่วยงานของรัฐ อีกทั้ง ผู้รับจ้างยังเป็นผูไ้ ด้รับผลกระทบโดยตรงจากการบริหารจัดการดินซึ่งเกิดจากการก่อสรา้ งของตนดว้ ย แนวทางน้ีหน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างจะไม่ต้องเข้ามารับภาระการบริหารจัดการดินด้วยตนเอง โดยหน่วยงานที่เก่ียวข้องอาจต้องศึกษาถึงแนวทางในการปฏิบัติ ระเบียบ และกฎหมายท่ีเกี่ยวข้อง แล้วทาการปรับปรุงระเบียบและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เกิดข้อจากัดในการให้บริษัทเอกชน เป็นผู้บริหารจัดการดินในพื้นที่ก่อสร้างในโครงการของรัฐ โดยมิให้ฝ่ายรัฐต้องสูญเสียประโยชน์ จากมูลค่าของดนิ ดังกลา่ ว 6) การบรหิ ารสญั ญา (การแยกสัญญา) โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบได้แบ่งแยก งานก่อสร้างอาคารในสัญญาหลักและงานสัญญานอกสัญญาหลักหลายงาน ได้แก่ งานก่อสร้างระบบ สาธารณูปโภคสาธารณูปการ งานติดตั้งสายสัญญาณ (ท่อ สาย เต้ารับ) งานติดต้ังระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ ฯลฯ ซ่ึงงานสัญญานอกสัญญาหลักเหล่าน้ีเป็นงานท่ีควรทาไปพร้อม ๆ กับงานก่อสร้าง อาคารในสัญญาหลัก ทั้งน้ี เพราะ ท่อ สาย และอุปกรณ์จานวนมากของงานสัญญานอกสัญญาหลัก ต้องถูกฝังไว้ในโครงสร้างอาคาร อีกทั้ง ระบบต่าง ๆ ของงานสัญญานอกสัญญาหลัก ก็จาเป็นต้อง ติดตง้ั ใหแ้ ลว้ เสร็จก่อนงานสถาปัตยกรรมตกแต่งของงานสัญญาหลกั จึงจะดาเนนิ การได้ แตข่ อ้ เทจ็ จริง ปรากฏว่า เมื่องานสัญญานอกสัญญาหลัก เหล่าน้ีได้ถูกแยกออกมาจากงานก่อสร้างอาคารในสัญญา หลักในขั้นตอนการออกแบบ ก็ได้เกิดปัญหาอุปสรรคหลายประการจนทาให้งานสัญญานอกฯ เหล่านี้ มีการดาเนินการล่าช้าไปกว่ากาหนดหลายปี จนเป็นเหตุให้งานก่อสร้างอาคารในสัญญาหลักล่าช้า ตามไปด้วย ปัญหาในลกั ษณะดังกลา่ วนอ้ี าจเกิดขน้ึ กับโครงการก่อสร้างอน่ื ๆ ของรฐั จึงควรมีการแก้ไข คณะกรรมาธกิ ารฯ พิจารณาแลว้ เหน็ ว่า ในโครงการก่อสร้างของรัฐควรกาหนดให้ (1) งานที่ต้องทาไปพร้อม ๆ กันกับการก่อสร้างอาคารไม่ควรถูกแยกออกมา เป็นงานสัญญาอ่ืน ยกเว้นกรณีจาเป็น เช่น งานติดตั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งเป็นงานที่ต้องมี ผู้รบั จา้ งที่มคี วามรู้ ความชานาญเฉพาะทาง (2) ในกรณีท่ีจาเป็นต้องแยกงานออกเป็นหลายสัญญา ควรแยกในลักษณะ ทใ่ี ห้งานในแตล่ ะสัญญามีความเช่ือมโยงหรือมีผลกระทบต่อกันน้อยที่สุด เชน่ ในกรณีที่โครงการมีการ กอ่ สร้างอาคารหลายหลงั อาจแยกโดยแบ่งสญั ญาแตล่ ะอาคาร เป็นตน้ (3) ในกรณีที่มีการแยกงานออกเป็นหลายสัญญา หน่วยงานเจ้าของโครงการ ต้องจัดทาแผนบริหารโครงการที่ครอบคลุมงานทุก ๆ สัญญาก่อนเริ่มงานก่อสร้าง และต้องมีมาตรการ ที่ทาให้การดาเนินงานเป็นไปตามแผนนั้น ๆ (4) ท่ีปรึกษาบริหารโครงการควรถูกกาหนดให้มีบทบาทให้คาปรึกษาในการ บริหารสัญญาทุก ๆ สัญญาของโครงการแก่หน่วยงานเจ้าของโครงการ โดยไม่ควรถูกจากัดบทบาท ให้ดูแลเฉพาะเพยี งสัญญาหลักเท่านัน้
- 199 - 7) กระบวนการพิจารณาขยายระยะเวลาใหก้ ับผรู้ ับจ้าง การขยายระยะเวลาก่อสร้างจะพิจารณาจากเหตุปัญหาอุปสรรคท่ีเกิดข้ึนจริง และได้ส้ินสุดลงแล้ว หากมีเหตุเกิดขึ้นใหม่ก็สามารถเสนอขอขยายระยะเวลาเข้ามาใหม่ได้ หากพิจารณา การขยายระยะเวลาการก่อสร้างท้ัง 4 คร้ัง การขอขยายระยะเวลาก่อสร้างคร้ังท่ี 1-3 เกิดจากความ ไม่พร้อมท้ังการส่งมอบพื้นท่ีก่อสร้างซึ่งต้องทยอยส่งมอบถึง 4 คร้ัง และการไม่สามารถขนดินไปเก็บ ยังสถานทร่ี าชการในระยะประมาณ 10 กิโลเมตร เนื่องจากยงั ไมส่ ามารถหาสถานที่เกบ็ ดนิ ตามเง่ือนไขได้ ปัญหาเหล่าน้ีทยอยเกิดข้ึนและจบลงในแต่ละช่วงเวลาทาให้ต้องขยายระยะเวลาก่อสร้างหลา ยคร้ัง เกิดความยุ่งยากในการคานวณจานวนวันที่จะขยายออกไปท้ังการขยายระยะเวลาก่อสร้างในครั้งท่ี 4 ปรากฏความล่าช้าในสว่ นของงานระบบสายสัญญาณ (ทอ่ สาย เตา้ รับ) งานระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ และการสื่อสารและงานระบบโสตทัศนูปกรณ์ ซึ่งยังไม่ส้ินสุดลงจึงยังคงเป็นเง่ือนไขให้ผู้รับจ้าง อาจนาเหตดุ ังกล่าวไปใช้ในการขยายเวลาคร้ังตอ่ ไป การพิจารณาจานวนวันที่จะให้ขยายระยะเวลาออกไปมีความยุ่งยากผิดพลาด ได้ง่าย จึงต้องมีความละเอียดรอบคอบ อีกท้ังความคืบหน้าของงานรวมถึงเน้ืองานรายละเอียด ของงานท่ีไม่สอดคล้องกับแผนงานและเหตุท่ีใช้ในการขยายเวลาแสดงถึงความล่าช้าในการก่อสร้าง ซ่ึงบางส่วนอาจจะไม่เกี่ยวกับเหตุที่ใช้ในการขอขยายเวลา ซ่ึงหากมีการเร่งรัดงานในส่วนดังกล่าว ก็อาจจะทาให้การก่อสรา้ งอาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่สามารถใช้งานไดเ้ รว็ ขนึ้ ตามปกติของงานก่อสร้างจะต้องพิจารณาในส่วนสายงานวิกฤต (Critical Path) เป็นหลัก เพราะเป็นส่วนที่เลื่อนเวลาไม่ได้แล้ว การท่ีผู้รับจ้างได้ขอขยายระยะเวลาในสัญญาจ้างนั้น กระทบต่อการทางานในส่วนสายงานวิกฤต (Critical Path) จากแผนการส่งมอบพ้ืนท่ีเห็นว่า การสง่ มอบพ้นื ท่ีในคร้ังที่ 1 กน็ ่าจะได้พื้นทเี่ พียงพอกบั การก่อสรา้ งอาคารรฐั สภาแลว้ ส่วนการส่งมอบ พื้นท่ีครั้งที่ 2 3 และ 4 เป็นเพียงพ้ืนท่ีส่วนประกอบด้านนอกอาคารเท่าน้ัน ซึ่งไม่น่ากระทบต่อ การก่อสร้าง แล้วเหตุใดจึงมีการขยายระยะเวลาก่อสร้างออกไปหลายคร้ัง คณะกรรมาธิการฯ จึงมีข้อสังเกตว่า ในการเรียกร้องขอขยายระยะเวลาก่อสร้าง ผู้รับจ้างมักระบุจานวนวันที่ขอขยาย มากเกินกว่าท่ีควรเป็น โดยมิได้แสดงการคิดคานวณท่ีชัดเจนว่า จานวนวันท่ีขอน้ันเท่ากับระยะเวลา ทีโ่ ครงการลา่ ช้า เนื่องจากปญั หาและอุปสรรคทีอ่ ้างถึง วิธปี ฏิบัตเิ ช่นน้ไี มถ่ กู ตอ้ งเพราะเปน็ การผลกั ภาระ ไปให้แก่ผู้ควบคุมงานและท่ีปรึกษาบริหารโครงการ ในการที่จะหาวิธีคิดคานวณจานวนวัน ท่ีสมเหตุสมผล และหากจานวนวันน้ีไม่ตรงกับจานวนวันท่ีผู้รับจ้างเรียกร้อง ก็อาจมีแนวโน้มท่ีจะ ประนปี ระนอมตวั เลขจานวนวนั ระหว่างกลาง เพื่อใหไ้ ดข้ ้อสรปุ ทเ่ี ปน็ ที่ยอมรับของทกุ ฝา่ ย คณะกรรมาธิการฯ เห็นว่าในโครงการก่อสร้างของรัฐ การขอขยายระยะเวลา ก่อสร้างของผู้รับจ้าง ควรเร่ิมจากการแสดงแผนงานก่อสร้างท่ียังไม่ได้คานึงถึงผลกระทบ จากปัญหาและอุปสรรคที่เป็นเหตุให้เกิดความล่าช้า แผนงานน้ีจะต้องมีอัตราเร็วในการก่อสร้าง ท่ีสามารถก่อสร้างทั้งโครงการแล้วเสร็จภายในระยะเวลาท่ีกาหนดในสัญญา (เช่น 900 วัน ในโครงการกอ่ สรา้ งอาคารรัฐสภาแห่งใหม่) จากนั้นผู้รบั จ้างจะต้องแสดงใหเ้ หน็ ว่า เม่ือเกดิ ปัญหา และอุปสรรคที่อ้างถึง จะเกิดผลกระทบและความล่าช้าต่อกิจกรรมการก่อสร้างใดบ้าง และส่งผล ให้เกิดความล่าช้าของทั้งโครงการเท่าใด ในข้ันตอนนี้ผู้รับจ้างจะต้องแสดงให้เห็นว่าผู้รับจ้างได้ใช้ ความพยายามอย่างเต็มที่เพ่ือหลีกเล่ียงหรือลดผลกระทบจากปัญหาและอุปสรรคดังกล่าว
- 200 - เพื่อให้การก่อสร้างล่าช้าน้อยท่ีสุด ระยะเวลาท่ีล่าช้าดังกล่าวจึงจะเป็นระยะเวลาที่สมควรนามา พิจารณาขยายเวลาให้ผู้รบั จา้ ง 8) ผลกระทบความเสียหายจากการก่อสร้างลา่ ชา้ การก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐควรกาหนดไว้ในสัญญา เกี่ยวกับ กรณีมีข้อพิพาทเกิดข้ึนตามสัญญา ให้คู่สัญญาทุกฝ่ายเห็นชอบร่วมกันท่ีจะตกลงระงับข้อพิพาท ด้วยวิธีการเจรจาหาข้อยุติร่วมกันตามขั้นตอนและกระบวนการในการเจรจาท่ีกาหนดไว้ในสัญญา หากยังไม่สามารถยุติข้อพิพาทด้วยวิธีการเจรจาได้ ถึงแม้จะได้ดาเนินการตามข้ันตอนและ กระบวนการเจรจาไปตามลาดับแล้ว คู่สัญญาจึงจะสามารถนาคดีมาฟ้องร้องต่อศาลเพื่อให้วินิจฉัย ชี้ขาดข้อพิพาทได้ เพื่อป้องกันและบรรเทาความเสียหายท่ีอาจเกิดจากการฟ้องคดีต่อศาลอันจะทาให้ การก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่เกิดความล่าช้าได้ อีกทั้ง การเจรจาระหว่างคู่สัญญาทุกฝ่ายอาจนามา ซ่ึงหนทางในการระงบั ข้อพิพาทที่มีความเหมาะสม เปน็ ธรรม และเป็นที่ยอมรับของคู่สัญญาทุกฝ่ายได้โดย ไมต่ ้องใช้วิธีการฟ้องร้องคดีต่อศาล 9) การมีส่วนร่วมในการตรวจสอบโครงการก่อสร้างของภาครฐั ควรกาหนดใหโ้ ครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของภาครฐั ทุกโครงการต้องดาเนินการ ให้เป็นไปตาม “โครงการความโปร่งใสภาครัฐ” (Infrastructure Transparency Initiative : CoST) ที่คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจรติ ประกาศกาหนด โดยอาศัยอานาจตามพระราชบัญญตั ิ การจัดซ้ือจัดจ้างและการพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 17 วรรคสอง “โครงการความโปร่งใส ภาครฐั ” (Infrastructure Transparency Initiative : CoST) กาหนดให้ โครงการทห่ี นว่ ยงานของรัฐ เจ้าของโครงการก่อสรา้ ง จะต้องเปดิ เผยขอ้ มูลเกยี่ วกับโครงการกอ่ สรา้ งสสู่ าธารณชนตลอดระยะเวลา ท่ีดาเนินการโครงการก่อสร้าง โดยมีคณะทางานตรวจสอบข้อมูล ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ท่ีเปิดเผย และจัดทารายงานผลการตรวจสอบข้อมูลเสนอต่อคณะอนุกรรมการ เพ่ือส่งเสริมความ โปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ ซ่ึงทาหน้าที่เป็นกลมุ่ ผู้มีสว่ นได้ส่วนเสีย (Multi-Stakeholder Group : MSG) ซง่ึ เปน็ กลุ่มตวั แทนของภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรวชิ าชพี และภาคประชาสงั คม
บรรณานกุ รม หนังสอื ราชการ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, สานักการคลังและงบประมาณ. (2563). หนังสือสำนักงำน เลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร, สำนักกำรคลังและงบประมำณ ท่ี สผ 0005.05/671 ลงวันท่ี 2 มิถุนำยน 2563 เร่ือง สรุปกำรดำเนินกระบวนกำรจดั ซ้ือจัดจ้ำงงำนตำมสัญญำ จ้ำงก่อสร้ำงอำคำรรัฐสภำแห่งใหม่พร้อมอำคำรประกอบ (สัญญำหลัก) และงำนนอก สัญญำ, งำนจ้ำงก่อสร้ำงอำคำรรัฐสภำแห่งใหม่ พร้อมอำคำรประกอบ (สัญญำหลัก). กรงุ เทพฯ: สานกั งานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. ราชกจิ จานเุ บกษา กฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2517) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2479. (21 พฤษภาคม 2517). รำชกจิ จำนเุ บกษำ, เลม่ 91 ตอนท่ี 86, น. 1. กฎกระทรวง ฉบับท่ี 48 (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522. (2 ตุลาคม 2540). รำชกจิ จำนุเบกษำ, เล่ม 114 ตอนท่ี 52 ก, น. 33. ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เร่ือง ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2544. (3 สิงหาคม 2544). รำชกิจจำนุเบกษำ, เล่ม 118 ตอนพิเศษ ที่ 75 ง, น. 1. พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522. (14 พฤษภำคม 2522). รำชกิจจำนุเบกษำ, เล่ม 96 (ฉบบั พิเศษ) ตอนท่ี 80, น. 1. พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560. (24 กุมภาพันธ์ 2560). รำชกจิ จำนุเบกษำ, เลม่ 134 ตอนที่ 24 ก, น. 13. ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535. (31 มกราคม 2535). รำชกิจจำนุเบกษำ, เลม่ 109 ตอนที่ 7, น. 1. ระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2555. (2 พฤศจิกายน 2555). รำชกิจจำนุเบกษำ, เล่ม 129 ตอนพเิ ศษที่ 167 ง, น. 1. บันทกึ การประชุม คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่. (2563). บันทึกกำร ประชุมคณะกรรมำธิกำรวิสำมัญพิจำรณำศึกษำโครงกำรก่อสร้ำงอำคำรรัฐสภำแห่งใหม่ , คร้ังที่ 4 วนั อังคำรท่ี 14 มกรำคม 2563. กรงุ เทพฯ: อาคารรฐั สภา. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่. (2563). บันทึกกำร ประชุมคณะกรรมำธิกำรวิสำมัญพิจำรณำศึกษำโครงกำรก่อสร้ำงอำคำรรัฐสภำแห่งใหม่, ครง้ั ที่ 5 วนั ที่ 20 มกรำคม 2563. กรงุ เทพฯ: อาคารรัฐสภา. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่. (2563). บันทึกกำร ประชุมคณะกรรมำธิกำรวิสำมัญพิจำรณำศึกษำโครงกำรก่อสร้ำงอำคำรรัฐสภำแห่งใหม่ , คร้งั ท่ี 8 วันท่ี 28 มกรำคม 2563. กรงุ เทพฯ: อาคารรัฐสภา.
202 คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่. (2563). บันทึกกำร ประชุมคณะกรรมำธิกำรวิสำมัญพิจำรณำศึกษำโครงกำรก่อสร้ำงอำคำรรัฐสภำแห่งใหม่ , ครงั้ ท่ี 9 วนั ที่ 3 กุมภำพนั ธ์ 2563. กรงุ เทพฯ: อาคารรฐั สภา. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่. (2563). บันทึกกำร ประชุมคณะกรรมำธิกำรวิสำมัญพิจำรณำศึกษำโครงกำรก่อสร้ำงอำคำรรัฐสภำแห่งใหม่, คร้ังที่ 10 วนั ท่ี 4 กุมภำพันธ์ 2563. กรุงเทพฯ: อาคารรัฐสภา. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่. (2563). บันทึกกำร ประชุมคณะกรรมำธิกำรวิสำมัญพิจำรณำศึกษำโครงกำรก่อสร้ำงอำคำรรัฐสภำแห่งใหม่ , ครง้ั ท่ี 13 วันที่ 2 มนี ำคม 2563. กรงุ เทพฯ: อาคารรฐั สภา. เอกสารประกอบการประชุม กลุ่มกิจการร่วมค้าสงบ 1051. (2563). โครงกำรประกวดแบบอำคำรรัฐสภำแห่งใหม่พร้อมอำคำร ประกอบ. ในการประชุมคณะกรรมาธิการวสิ ามัญพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคาร รัฐสภาแห่งใหม่สภาผู้แทนราษฎร คร้ังที่ 2 วันอังคารที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2563 วาระพิจารณารายละเอียดแบบก่อสร้างโครงการอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคาร ประกอบ, กรุงเทพฯ: อาคารรัฐสภา. ท่ีปรึกษาบริหารโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่. (2562). ข้อมูลโครงกำรก่อสร้ำง อำคำรรัฐสภำแห่งใหม่. ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการ ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่สภาผู้แทนราษฎร คร้ังที่ 3 วันจันทร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2563 วาระพิจารณาภาพรวมความเป็นมาและความคืบหน้าโครงการก่อสร้าง อาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่ พร้อมอาคารประกอบ, กรงุ เทพฯ: อาคารรัฐสภา. ท่ีปรึกษาบริหารโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่. (20 มกราคม 2563). เอกสำรชี้แจง ข้อซักถำมของคณะกรรมำธิกำรวิสำมัญพิจำรณำศึกษำโครงกำรก่อสร้ำงอำคำรรัฐสภำ แห่งใหม่สภำผู้แทนรำษฎร ประเด็นกำรส่งมอบพ้ืนท่ีก่อสร้ำงให้ผู้รับจ้ำง. ในการประชุม คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการ ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่สภา ผู้แทนราษฎร คร้ังท่ี 5 วันจันทร์ท่ี 20 มกราคม พ.ศ. 2563 วาระพิจารณาการขยาย ระยะเวลากอ่ สร้างอาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่และอาคารประกอบ, กรุงเทพฯ: อาคารรัฐสภา. ท่ีปรึกษาบริหารโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่. (20 มกราคม 2563). เอกสำรชี้แจง ข้อซักถำมของคณะกรรมำธิกำรวิสำมัญพิจำรณำศึกษำโครงกำรก่อสร้ำงอำคำรรัฐสภำ แห่งใหม่, ประเดน็ กำรบริหำรจัดกำรดนิ . ในการประชุมคณะกรรมาธิการวสิ ามัญพิจารณา ศึกษาโครงการ ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่สภาผู้แทนราษฎร คร้ังท่ี 5 วันจันทร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563 วาระพิจารณาการขยายระยะเวลาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ และอาคารประกอบ, กรงุ เทพฯ: อาคารรฐั สภา.
203 ที่ปรึกษาบริหารโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่. (20 มกราคม 2563). เอกสำรชี้แจง ขอ้ ซักถำมของคณะกรรมำธิกำรวิสำมัญพจิ ำรณำศึกษำโครงกำรก่อสรำ้ งอำคำรรัฐสภำแห่งใหม่, ประเด็นระยะเวลำก่อสร้ำง 900 วัน. ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาโครงการ ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่สภาผู้แทนราษฎร คร้ังท่ี 5 วันจันทร์ท่ี 20 มกราคม พ.ศ. 2563 วาระพิจารณาการขยายระยะเวลาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ และอาคารประกอบ, กรุงเทพฯ: อาคารรัฐสภา. ฐานข้อมลู ออนไลน์ กรมบัญชีกลาง. (28 กันยายน 2561). ประกำศคณะกรรมกำรควำมร่วมมือป้องกันกำรทุจริต เรื่อง แนวทำงและวิธกี ำรในกำรดำเนนิ งำนโครงกำรควำมร่วมมือป้องกันกำรทุจริตในกำร จัดซื้อจัดจ้ำงภำครัฐ แบบของข้อตกลงคุณธรรม กำรคัดเลือกผู้สังเกตกำรณ์ และกำร จัดทำรำยงำน ตำม มำตรำ 17 และมำตรำ 18 แห่งพระรำชบัญญัติกำรจัดซ้ือจัดจ้ำงและ กำรบริหำรพัสดภุ ำครัฐ พ.ศ. 2560. สืบค้น เมอื่ วนั ที่ 3 มถิ ุนายน 2563, จาก http://www.bga.moe.go.th/2018/wp-content/uploads/2018/10/0419.4- %E0%B8%A7443.pdf ฝ่ายเลขานุการโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่. (2559). ควำมเป็นมำของโครงกำร. สืบค้น เม่ือวันท่ี 1 มิถุนายน 2563, จาก https://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt /parliament_parcy/ewt_news.php?nid=33819&filename=index. บรษิ ัท ธารา คอนซัลแตนท์ จากดั . (2555). รำยงำนกำรวเิ ครำะห์ผลกระทบสงิ่ แวดล้อม โครงกำร ก่ อ ส ร้ ำ ง อ ำ ค ำ ร รั ฐ ส ภ ำ แห่ ง ใ หม่ . สื บ ค้ น เ ม่ื อ วั น ท่ี 5 มิ ถุ น า ย น 2563, จ า ก http://www.jba.tbs.tu.ac.th/files/APA_Style.pdf. เอกสารอืน่ ๆ กลุ่มกิจการร่วมคา้ สงบ 1051. (7 มกราคม 2563). เอกสำรประกอบคำชแ้ี จงประเด็นเกี่ยวกับแนวคิด ในกำรออกแบบ รำยละเอียดแบบก่อสร้ำง และควำมสอดคล้องของแบบก่อสร้ำง กบั ระยะเวลำท่ีกำหนดในสัญญำกำรก่อสร้ำง. กรงุ เทพฯ. ที่ปรึกษาบริหารโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่. (2563). บันทึกเสนอควำมเห็นของ ท่ีปรึกษำบริหำรโครงกำรก่อสร้ำงอำคำรรัฐสภำแห่งใหม่เกี่ยวกับกำรขอขยำยระยะเวลำ กำรก่อสร้ำง คร้ังที่ 1 เสนอต่อคณะกรรมำธิกำรวิสำมัญพิจำรณำศึกษำโครงกำรก่อสร้ำง อำคำรรัฐสภำแห่งใหม.่ กรงุ เทพฯ. ที่ปรึกษาบริหารโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่. (2563). บันทึกเสนอควำมเห็นของ ที่ปรึกษำบริหำรโครงกำรก่อสร้ำงอำคำรรัฐสภำแห่งใหม่เก่ียวกับกำรขอขยำยระยะเวลำ กำรก่อสร้ำง คร้ังท่ี 2 เสนอต่อคณะกรรมำธิกำรวิสำมัญพิจำรณำศึกษำโครงกำรก่อสร้ำง อำคำรรฐั สภำแห่งใหม่. กรุงเทพฯ.
204 ที่ปรึกษาบริหารโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่. (2563). บันทึกเสนอควำมเห็นของ ท่ีปรึกษำบริหำรโครงกำรก่อสร้ำงอำคำรรัฐสภำแห่งใหม่เก่ียวกับกำรขอขยำยระยะเวลำ กำรก่อสร้ำง คร้ังที่ 3 เสนอต่อคณะกรรมำธิกำรวิสำมัญพิจำรณำศึกษำโครงกำรก่อสร้ำง อำคำรรฐั สภำแหง่ ใหม่. กรุงเทพฯ. ท่ีปรึกษาบริหารโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่. (2563). บันทึกเสนอควำมเห็นของ ท่ีปรึกษำบริหำรโครงกำรก่อสร้ำงอำคำรรัฐสภำแห่งใหม่เก่ียวกับกำรขอขยำยระยะเวลำ กำรก่อสร้ำง ครั้งที่ 4 เสนอต่อคณะกรรมำธิกำรวิสำมัญพิจำรณำศึกษำโครงกำรก่อสร้ำง อำคำรรฐั สภำแหง่ ใหม่. กรงุ เทพฯ.
ภาคผนวก รายงาน คณะกรรมาธกิ ารวสิ ามญั พจิ ารณาศึกษา โครงการก่อสรา้ งอาคารรฐั สภาแหง่ ใหม่ สภาผ้แู ทนราษฎร
สารบัญ ภาคผนวก ก คำสงั่ แตง่ ต้งั ข หนังสือขยำยระยะเวลำกำรพิจำรณำศกึ ษำของคณะกรรมำธิกำร ค เอกสำรประกำศเชิญชวนประกวดแบบ เลขที่ 19/2552 เร่ือง กำรประกวดแบบอำคำร รัฐสภำแห่งใหม่พร้อมอำคำรประกอบ โดยวิธีพิเศษ ตำมประกำศสำนักงำนเลขำธิกำร สภำผ้แู ทนรำษฎร ลงวันที่ 4 มถิ นุ ำยน 2552 ง ขอบเขตของงำน (TOR) จำ้ งออกแบบอำคำรรฐั สภำแหง่ ใหม่ พรอ้ มอำคำรประกอบ จ สัญญำจ้ำงก่อสร้ำงอำคำรรัฐสภำแห่งใหม่ พร้อมอำคำรประกอบ เลขท่ี 116/2556 ลงวันที่ 30 เมษำยน 2556 (1) ผนวก 9 เงือ่ นไขทวั่ ไปของกำรก่อสร้ำงตำมสัญญำ (2) ผนวก 10 เง่ือนไขเฉพำะของกำรก่อสรำ้ งตำมสัญญำ (3) ผนวก 13 รำยละเอียดกำรสง่ มอบพื้นที่ (4) ผนวก 16 เง่ือนไขกำรประสำนงำนระหว่ำงผู้รบั จำ้ งกบั บุคคลภำยนอก (5) ผนวก 19 ขอบเขตของงำน (TOR) ประกวดรำคำจ้ำงก่อสร้ำงอำคำรรัฐสภำแห่งใหม่ พรอ้ มอำคำรประกอบ (6) ผนวก 20 เอกสำรประกวดรำคำจ้ำง เลขท่ี 2/2556 กำรจ้ำงก่อสร้ำงอำคำรรัฐสภำ แห่งใหม่ พรอ้ มอำคำรประกอบ ฉ เอกสำรช้ีแจงข้อซักถำมของคณะกรรมำธิกำรวิสำมัญพิจำรณำศึกษำโครงกำรก่อสร้ำงอำคำร รัฐสภำแห่งใหม่, ท่ปี รกึ ษำบริหำรโครงกำร CAMA, 20 มกรำคม 2563) ช ควำมเห็นของที่ปรึกษำบริหำรโครงกำรเพื่อประกอบกำรพิจำรณำของคณะกรรมกำรส่งมอบ ดินฯ เกี่ยวกบั กำรคดิ คำ่ ปรับขนมูลดนิ ลำ่ ชำ้ กว่ำสัญญำของ บรษิ ทั บอยโอเชย่ี น สตำร์ จำกดั ซ สัญญำนอกสัญญำหลกั (1) สัญญำจ้ำงออกแบบอำคำรรัฐสภำแห่งใหม่ พร้อมอำคำรประกอบ เลขท่ี 32/2553 ลงวนั ที่ 26 พฤษภำคม 2553 (2) สัญญำจ้ำงท่ีปรึกษำบริหำรโครงกำรก่อสร้ำงอำคำรรัฐสภำแห่งใหม่ เลขที่ 23/2554 ลงวันที่ 21 กมุ ภำพันธ์ 2554 (3) สัญญำจ้ำงควบคุมงำนก่อสรำ้ งอำคำรรฐั สภำแหง่ ใหม่ พร้อมอำคำรประกอบ เลขท่ี 125/2556 ลงวันท่ี 30 พฤษภำคม 2556 (4) สัญญำจ้ำงออกแบบรำยละเอียดกำรติดตั้งระบบเทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสื่อสำร โครงกำรกอ่ สรำ้ งอำคำรรฐั สภำแห่งใหม่ พร้อมอำคำรประกอบ เลขที่ 71/2560 ลงวันที่ 27 เมษำยน 2560
สารบัญ (5) สัญญำจ้ำงงำนด้ำนเทคโนโลยสี ำรสนเทศและกำรสอ่ื สำร โครงกำรกอ่ สร้ำงอำคำรรัฐสภำ แหง่ ใหม่ พร้อมอำคำรประกอบ เลขที่ 135/2562 ลงวันท่ี 20 กุมภำพนั ธ์ 2562 (6) สัญญำจ้ำงงำนสำธำรณูปโภคสำธำรณูปกำร และงำนประกอบอำคำรและภำยนอก อำคำร เลขท่ี 178/2562 ลงวนั ท่ี 20 สงิ หำคม 2562 (7) สัญญำจ้ำงงำนติดต้ังสำยสัญญำณ (ท่อ สำย เต้ำรับ) งำนระบบเทคโนโลยีสำรสนเทศ และงำนระบบโสตทัศนูปกรณ์ เลขที่ 123/2563 ลงวันท่ี 5 มนี ำคม 2563 (8) สญั ญำจำ้ งที่ปรึกษำงำนระบบประกอบอำคำรระบบเทคโนโลยสี ำรสนเทศ เลขท่ี 166/2563 ลงวนั ท่ี 8 พฤษภำคม 2563 (9) สัญญำจ้ำงควบคุมงำนระบบประกอบอำคำรระบบเทคโนโลยีสำรสนเทศ เลขท่ี 168/2563 ลงวนั ที่ 22 พฤษภำคม 2563 ฌ เอกสำร Bar chart แผนงำนโครงกำรก่อสร้ำงอำคำรรัฐสภำแห่งใหม่ ของบริษัท ซิโน-ไทย เอน็ จเี นียรงิ่ แอนดค์ อนสตรคั ช่นั จำกัด (มหำชน) วันที่ 30 มกรำคม 2563 ญ หนังสือตอบข้อหำรือของสำนักงำนอัยกำรสูงสุด เกี่ยวกับกำรเข้ำใช้พื้นท่ีอำคำรรัฐสภำ แหง่ ใหมก่ อ่ นผูร้ ับจำ้ งจะสง่ มอบงำนท้ังหมดตำมสญั ญำ ฎ คำฟอ้ งเรยี กค่ำเสยี หำยของบริษัท ซิโน-ไทย เอน็ จีเนียรง่ิ แอนด์ คอนสตรคั ช่ัน จำกัด (มหำชน) ฏ ค่ำใช้จ่ำยและค่ำเสียหำยอ่ืน ๆ ที่เกิดขึ้นเนื่องจำกควำมล่ำช้ำในกำรก่อสร้ำงอำคำรรัฐสภำ แหง่ ใหม่ ของสำนักงำนเลขำธกิ ำรสภำผแู้ ทนรำษฎร ฐ ค่ำใช้จ่ำยและค่ำเสียหำยอื่น ๆ ที่เกิดข้ึนเนื่องจำกควำมล่ำช้ำในกำรก่อสร้ำงอำคำรรัฐสภำ แหง่ ใหม่ ของสำนกั งำนเลขำธกิ ำรวุฒิสภำ ฑ รำยงำนผลกำรศึกษำระบบสื่อสำรและสำรสนเทศ ปรับปรุง ครั้งที่ 7 วันที่ 26 มิถุนำยน 2555 ของกลมุ่ กจิ กำรรว่ มค้ำ สงบ 1051 ผู้ออกแบบ ฒ แผนงำน 3 แผนงำน ที่จะสำมำรถทำให้งำนก่อสร้ำงอำคำรรัฐสภำแห่งใหม่ พร้อมอำคำร ประกอบ แล้วเสรจ็ ได้ตำมสัญญำ หรอื แผนงำนท่เี ปน็ ไปได้จรงิ ณ รำยชอ่ื ฝ่ำยเลขำนกุ ำร
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก คำสั่งแต่งตงั้
ภาคผนวก ข หนังสอื ขยำยระยะเวลำกำรพจิ ำรณำศกึ ษำ ของคณะกรรมำธิกำร
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 492
Pages: