ระบบการแนะแนวในโรงเรียน สาํ นักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน สมาคมแนะแนวแหงประเทศไทย กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ระบบการแนะแนวในโรงเรียน สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน สมาคมแนะแนวแหงประเทศไทย กระทรวงศึกษาธกิ าร
√–∫∫°“√·π–·π«„π‚√߇√’¬π ปท ่พี มิ พ พ.ศ. 2559 จำนวนพิมพ 32,000 เลม จัดพิมพโดย สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พมิ พท่ี กระทรวงศกึ ษาธกิ าร โรงพมิ พชุมนุมสหกรณการเกษตรแหงประเทศไทย จำกดั 79 ถนนงามวงศวาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 โทร. 0-2561-4567 โทรสาร 0-2579-5101 นายโชคดี ออสุวรรณ ผพู มิ พผโู ฆษณา
ก คำนำ งานแนะแนวเปนงานหลักที่สำคัญและจำเปนอยางยิ่งที่ตองดำเนินการควบคูไปกับ การเรียนการสอนจึงจะสามารถจัดการศึกษาใหบรรลุผลตามเปาหมายของหลักสูตรได แตจาก สภาพการณท่ีปรากฏ พบวา มีปจจัยซึ่งไมเอ้ือใหสถานศึกษาดำเนินงานแนะแนวท่ีเปนผลตอ การจัดการเรียนรูและพัฒนาผูเรียนอยางจริงจัง คือครูและบุคลากรทางการศึกษาขาดความรู ความเขาใจในเร่ืองจิตวิทยาการแนะแนว สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ตระหนัก และมุงมั่นจะสงเสริมใหครู บุคลากรทางการศึกษาไดเพ่ิมพูนความรู ความเขาใจในเรื่องจิตวิทยา การแนะแนวมากข้ึน สามารถนำความรูสูการปฏิบัติใหเกิดผลเชิงประจักษ ยังประโยชนตอผูเรียน ทั่วทุกถ่ินไทย ครูจะศึกษาไดดวยตนเองในเวลาไมนาน และนำไปปฏิบัติไดจริง โดยไดจัดทำเอกสาร ชุด “แนะแนวเพ่อื เยาวชนไทย” ประกอบดวยเอกสาร 9 รายการ ดังน้ี เลม 1 การแนะแนวแบบมงุ อนาคต เลม 2 มาตรฐานการแนะแนว เลม 3 หลักการบริการแนะแนวและการปรึกษาเชิงจิตวิทยาเบื้องตน สำหรับครู และผบู รหิ ารการศึกษา เลม 4 ระบบการแนะแนวในโรงเรยี น เลม 5 การออกแบบกิจกรรมแนะแนวทเี่ นน การพัฒนาทักษะสำหรบั ผเู รยี น เลม 6 บรกิ ารแนะแนวและเครอ่ื งมอื ทางจิตวทิ ยา เลม 7 การพัฒนาระบบการดูแลชว ยเหลือนักเรยี น เลม 8 การใหค ำปรึกษา เลม 9 การจัดการเรยี นรูกิจกรรมแนะแนว สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานหวงั เปน อยา งยง่ิ วา เอกสารชดุ นจ้ี ะชว ยใหค รู และบุคลากรทางการศึกษาและผูท่ีเกี่ยวของมีความรู ความเขาใจ และม่ันใจที่จะนำไปปฏิบัติ ในการพัฒนาเยาวชนไดเปนอยางดี ขอขอบคุณคณะผูจัดทำจากสมาคมแนะแนวแหงประเทศไทย ที่ทุมเทท้ังกำลังกาย ใจ เวลา กำลังสติปญญา ความสามารถ และทุกทานที่มีสวนรวมดำเนินการ จัดทำเอกสารจนสำเร็จลุลวง รวมทั้งขอขอบคุณเจาของตนฉบับ เอกสาร ส่ือตาง ๆ ที่ใชประกอบ การคน ควา และเปนสวนเสรมิ สรา งเน้ือหาสาระใหสมบรู ณย่งิ ขน้ึ (นายกมล รอดคลา ย) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐาน
คำนำ ข สารบญั คำชแ้ี จง สารบญั บทนำ ตอนที่ 1 องคความรทู เี่ ก่ยี วขอ งกบั ระบบการแนะแนวในโรงเรียน หนา ตอนท่ี 2 ผบู ริหาร : ระบบการแนะแนวในโรงเรียน ก ตอนที่ 3 ครูแนะแนว : ระบบการแนะแนวในโรงเรียน ข ตอนที่ 4 ครูทีป่ รกึ ษา : ระบบการแนะแนวในโรงเรยี น ค บรรณานุกรม ง ภาคผนวก 1 15 1. ตวั อยา งแผนการจัดกิจกรรมแนะแนวในชั้นเรียน 28 2. ตวั อยา งเครอ่ื งมือทใ่ี ชรวบรวมและศกึ ษาขอ มลู นักเรยี น 119 156 คณะผูจดั ทำ 161 162 191 213
ค คำชีแ้ จง เอกสารชุดแนะแนวเพื่อเยาวชนไทยเกิดข้ึนไดดวยความรวมมือของสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานดานงบประมาณ ป 2558 โดยศูนยพัฒนาการนิเทศและเรงรัด คุณภาพการศึกษาข้ันพื้นฐานกับสมาคมแนะแนวแหงประเทศไทย จัดโครงการพัฒนาบุคลากร ผูรับผิดชอบงานแนะแนวระดับเขตพ้ืนที่การศึกษาในรูปแบบกิจกรรม 2 กิจกรรม ดังน้ี คือ กิจกรรมที่ 1 จัดทำหลักสูตรและประชุมปฏิบัติการพัฒนาศึกษานิเทศกผูรับผิดชอบงานแนะแนว ท้ังระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทุกเขตพื้นที่การศึกษา เขตละ 1 คน รวม 225 คน เพ่ือให ศึกษานิเทศกไดมีความรู ความเขาใจดานจิตวิทยาการแนะแนว มีแนวทางในการช้ีแนะ (Coaching) ใหแกบุคลากรในสถานศึกษา เพ่ือนำไปปฏิบัติไดอยางมีประสิทธิภาพ กิจกรรมท่ี 2 จัดทำเอกสาร ชุดแนะแนวเพ่ือเยาวชนไทย เพ่ือใหครู บุคลากรทางการศึกษา และผูเกี่ยวของนำไปศึกษาเพิ่มเติม กระบวนการ หลกั การ วธิ ีการแนะแนว เสริมสรา งความม่ันใจ ประยุกตใ ชเพอื่ ประโยชนใ นการพฒั นา เยาวชนใหบรรลุตามเปาหมายของหลักสูตร และพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ โดยสมาคม แนะแนวแหง ประเทศไทย เปนผคู ดั สรร จัดทำ เรยี บเรียง ทง้ั 9 เลม ดังกลา ว หวงั วาเอกสารชดุ น้จี ะเปน ประโยชนต อ การพฒั นาเยาวชนไทย ใหเ ปนพลเมืองและพลโลก ท่มี ีคณุ ภาพตอ ไป (นายภาสกร พงษส ทิ ธากร) หัวหนาศนู ยพ ัฒนาการนิเทศและเรง รัดคณุ ภาพการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน
ง บทนำ แนวคิดการแนะแนวประเทศไทยมีมาชานานแลว ตั้งแตป พ.ศ. 2455 ท่ีประชุม ผูบริหารการศึกษาของประเทศไทยกระทรวงธรรมการ โดยมีเจาพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี เปน ประธาน การประชมุ ครงั้ นน้ั ไดเ นน ถงึ หนา ทสี่ ำคญั ของโรงเรยี น คอื “...การหดั ใหน กั เรยี นเปน คนดี มีวิชาการทำมาหากิน เมื่อโตข้ึนก็ใหสามารถเลี้ยงตนเองได” และมุงสอนเพ่ือใหนักเรียนมีอาชีพ มากกวา การสอนหนงั สอื และการเลอื กอาชีพน้ัน สนบั สนนุ ใหเลอื กตามความสามารถและความถนัด ของแตละคน ถือวา กระทรวงศกึ ษาธกิ ารเปน หนวยงานแรกทรี่ เิ ร่ิมนำหลกั การแนะแนวมาใช เชน พ.ศ. 2491 ม.ล.ปน มาลากุล ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ไดจัดตั้งสำนักงานเพื่อให ผูปกครองมาติดตอขอรับคำแนะนำเก่ียวกับการเลือกแนวทางการศึกษาและอาชีพของเด็ก และจดั พมิ พ “คูมอื แนะทางการศกึ ษา” พ.ศ. 2495 กองการศกึ ษาประชากร ไดเปล่ียนช่ือเปนกองเผยแพรก ารศกึ ษาและอาชพี และกรมอาชวี ศกึ ษา ไดจัดตั้งกรมสง เสริมอาชีพขึ้น โดยเนน การบรกิ ารแนะแนวอาชีพ ใหคำปรกึ ษา การศึกษาตอและอาชีพ จัดทำแบบทดสอบตาง ๆ จัดหางานใหทำท้ังในระหวางที่เรียนและสำหรับ ผูท ส่ี ำเรจ็ การศกึ ษา พ.ศ. 2496 กรมวิชาสามัญศึกษารวมกับ UNICEF มีโครงการทดลองโรงเรียนมัธยม แบบประสมท่ีโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎ์ิ จังหวัดฉะเชิงเทรา ไดจัดบริการแนะแนวขึ้นในโรงเรียน เพื่อบริการนักเรียนเก่ียวกับการเลือกสายการเรียนท่ีเหมาะสมกับตนตามหลักสูตรมัธยมแบบประสม นับเปน คร้งั แรกท่มี กี ารจัดบรกิ ารแนะแนวในโรงเรียน พ.ศ. 2497 คณะกรรมการบัญญัติภาษาไทย กระทรวงศึกษาธิการ ไดบัญญัติศัพท “การแนะแนว” ตรงกับคำวา “Guidance” แผนกแนะนำการศึกษาและอาชีพในกองเผยแพร การศึกษา จึงเปลี่ยนช่ือเปนแผนกแนะแนวการศึกษาและอาชีพ และเปลี่ยนสังกัดไปอยูสำนักงาน ปลัดกระทรวง แผนกนี้ไดจัดพิมพเอกสาร “คูมือแนะทางการศึกษา” เพื่อแนะแนวการศึกษา ใหผูสำเร็จการศึกษาในระดับตาง ๆ ระยะนี้กระทรวงมหาดไทยเริ่มมีบทบาทการแนะแนวขึ้น โดยทีก่ องแรงงานกรมประชาสงเคราะห ไดจดั ตัง้ บรกิ ารแนะแนวอาชพี ข้ึนเปน ครัง้ แรก พ.ศ. 2503 หนวยศึกษานิเทศก กรมวิสามัญศึกษา มีหนาที่สงเสริมการแนะแนว ในโรงเรียนมัธยม มีการไหวตัวเก่ียวกับการแนะแนวมากข้ึน จัดใหมีการอบรมวิชาการแนะแนวท้ัง ในสวนกลางและสวนภูมิภาค ท้ังระยะสั้น ระยะยาว ตามกำลังงบประมาณ และกรมแรงงาน ไดดำเนนิ การแนะแนวอยางจริงจงั โดยมีการใหค ำปรกึ ษาแกป ระชาชนทว่ั ไปเก่ยี วกบั การเลือกอาชีพ
พ.ศ. 2504 คณะครุศาสตร ไดเปดหลักสูตรปริญญาโท สาขาจิตวิทยาการศึกษา และการแนะแนวข้นึ พ.ศ. 2505 กระทรวงศึกษาธิการ ไดจัดต้ัง “คณะกรรมการแนะแนวการศึกษา และอาชีพ” มีหนาท่ีวางนโยบายเก่ียวกับการทำงานแนะแนวใหความชวยเหลือแกหนวยงานตาง ๆ เกีย่ วกบั งานแนะแนว พ.ศ. 2507 วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร เปดหลักสูตรประกาศนียบัตรช้ันสูง สาขาการแนะแนวขึ้น และไดข ยายหลกั สูตรวชิ าการแนะแนวถึงระดับปริญญาโทในระยะเวลาตอ มา พ.ศ. 2512 กองเผยแพร ไดจัดสัมมนาครูใหญ-อาจารยใหญ โรงเรียนมัธยมศึกษา ทงั้ ในสวนกลางและสวนภูมิภาคเกย่ี วกับเร่อื งการแนะแนว พ.ศ. 2513 คณะกรรมการริเริ่มบริการแนะแนวในโรงเรียนรวมกับกองเผยแพร การศึกษา จัดสัมมนาครูใหญและเจาหนาท่ีบริหารโรงเรียนประถมศึกษา เพ่ือขยายการแนะแนว ไปสรู ะดับประถมศึกษา พ.ศ. 2518 กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ ไดจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมแนะแนว แหง ประเทศไทยขึ้น พ.ศ. 2521 กรมวิชาการ กระทรวงศกึ ษาธิการ กำหนดใหห ลกั สตู รระดบั มัธยมศึกษา ตอนตน พุทธศักราช 2521 และหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช 2524 มีกิจกรรม แนะแนวอยางนอ ย 1 คาบตอ สัปดาห ต้งั แตระดับมัธยมศกึ ษาปท่ี 1 ถึงระดบั มัธยมศึกษาปที่ 6 พ.ศ. 2544 กระทรวงสาธารณสุข ไดพัฒนาระบบการดูแลชวยเหลือนักเรียน และ ไดนำมาขยายผลตอสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ปจจุบัน ทกุ โรงเรียนนำไปสกู ารปฏบิ ัติถอื เปน ภาระหนาท่ี พ.ศ. 2551 สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ กำหนดให หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 มีกิจกรรมแนะแนวต้ังแต ช้ันประถมศึกษาปที่ 1 ถึงช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 6 ทั้งยังระบุอีกวากิจกรรมแนะแนวท่ีจัดขึ้นจะตอง ครอบคลุมทั้ง 3 ดาน คือ ดานการศึกษา อาชีพ สวนตัวและสังคม มีวัตถุประสงคเพ่ือพัฒนา ใหผูเรียนรักและเห็นคุณคาในตนเองและผูอ่ืน สามารถวางแผนดานการศึกษา อาชีพ สวนตัว และสังคมปรับตัวไดอยา งเหมาะสม และอยูร วมกบั ผอู ื่นไดอยางมคี วามสุข จะเห็นไดวา การแนะแนวในประเทศไทยเริ่มขึ้นจากท่ีมีผูนำทางการศึกษามองเห็น ความสำคัญ นำหลักการแนะแนวเขามาใชเปนแนวคิดในการจัดการศึกษาในขณะท่ีสังคมไทย ไมมีปญหาสลับซับซอน และไดมีการพัฒนาการในวงกวางมากขึ้นตลอดมา แตปจจุบันนี้การขยาย การแนะแนวมีอุปสรรคตาง ๆ มากมาย แมวาไดพยายามกำหนดเปนนโยบาย มีแผนยุทธศาสตร การแนะแนวระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน มีมาตรฐานการแนะแนวกำหนดโดยสมาคมแนะแนว แหงประเทศไทย เปนแนวทางการพัฒนาการแนะแนวในโรงเรียน และมีโครงการสนับสนุนในระดับ
กระทรวงศกึ ษาธกิ ารชว ยสนบั สนนุ การขบั เคลอื่ นในระดบั เขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาไปสโู รงเรยี น แตผ ลสมั ฤทธิ์ ท่ีสงผลถึงผูเรียนยังไมเปนท่ีพอใจ ทั้งในระดับผูบริหาร ผูปฏิบัติ และผูปกครอง เนื่องจาก ความเปลยี่ นแปลงทางเทคโนโลยใี หม ๆ วฒั นธรรมตะวันตกทห่ี ล่ังไหลเขา มา ทำใหเ กิดปญหาตา ง ๆ ทั้งดา นการเรียน อาชพี เศรษฐกิจ สังคม ฯลฯ ซงึ่ คาดการณไดว าแนวโนมของความตอ งการแนะแนว ในอนาคตจะสงู ยิ่งขึ้น ความสำคัญของการแนะแนวจากท่ีกลาวมาขางตน ถูกนำมาทบทวนพิจารณา เพื่อหาแนวทางพัฒนาการดำเนินงานแนะแนวใหเกิดประสิทธิภาพประสิทธิผล จึงไดนำแนวคิด เชิงระบบการทำงานแบบมีสวนรวมและระบบคุณภาพของวงจรเดมมิ่ง มาเปนกรอบการคิด ระบบการแนะแนวในโรงเรียนท่ีเช่ือมโยงกับระบบการดูแลชวยเหลือนักเรียน เพ่ือนำเสนอ เปนแนวปฏิบัติการแนะแนวในโรงเรียนอยางเปนระบบท่ีสามารถตรวจสอบไดทั้งดานปจจัย กระบวนการ และสมรรถนะดานทักษะชวี ิตที่เกดิ แกผูเรยี น ดงั แผนภาพตอไปน้ี
√–∫∫°“√·π–·π«„π‚√߇√¬’ π PD ปจจยั สนบั สนนุ กระบวนการแนะแนว สมรรถนะที่เกดิ แกนักเรยี น สนบั สนนุ สง ตอ ระบบการดแู ลชว ยเหลอื นกั เรยี น ใหก ารชว ยเหลือ สงกลบั AC แกไขได ประเมนิ ผล แกไขไมไ ด พัฒนา ประชมุ ปรกึ ษาเปน รายกรณี ประสานเฝา ระวัง ประสานผปู กครอง/สง ตอ ผเู ชย่ี วชาญ ติดตาม/รายงาน คอื การสนบั สนนุ หรอื ประสานความรวมมือ คือ งานรับผิดชอบ
จากแผนภาพแสดงใหเห็นวา ระบบการแนะแนวในโรงเรียน มีสวนประกอบยอย ๆ ประกอบดวยปจจัย กระบวนการ และสมรรถนะดานทักษะชีวิตท่ีคาดหวังใหเกิดแกผูเรียน ซึ่งเกิด จากการสงเสริมสนับสนุน การดำเนินกิจกรรมแนะแนว การดูแลนักเรียนท่ีเชื่อมสัมพันธกัน อยางแยกไมออกท้ังหมดรวมเปนหน่ึงเดียวกัน โดยแตละสวนท่ีประกอบเปนระบบมีบทบาทหนาท่ี ของตัวเอง แตก ็มีความเช่ือมโยงกนั อยางเหมาะสมทำหนาทอ่ี ยางสมั พนั ธก ัน ทำงานเสรมิ ประสานกนั เพ่อื ใหบ รรลเุ ปาหมาย คือ คณุ ภาพผเู รยี น
ระบบการแนะแนวในโรงเรียน 1 1ตอนที่ องคความรทู ี่เกีย่ วขอ งกับระบบการแนะแนว ในโรงเรียน ระบบการแนะแนวในโรงเรียน เปนการบริหารงานที่นำแนวคิดเชิงระบบมาประยุกตใช โดยเนนทอ่ี งคป ระกอบหลัก คอื ดานปจ จัย (Input) ดานกระบวนการ (Process) และดานผลผลติ (Output) ท่ีมีการประสานการทำงานรวมกับระบบงานตาง ๆ ในโรงเรียน เชน ระบบการดูแล ชวยเหลือนักเรยี น ระบบการประกนั คณุ ภาพภายในสถานศึกษา เปนตน และนำระบบคุณภาพวงจร เดมม่ิง (Deming Cycle) มาใชในกระบวนการดำเนินงาน เพ่ือประสิทธิภาพและประสิทธิผล ที่เปนไปตามวัตถุประสงค โดยมีองคความรูที่เกี่ยวของกับการบริหารระบบการแนะแนวในโรงเรียน ดังแผนภาพตอไปน้ี
2 ระบบการแนะแนวในโรงเรยี น องคค วามรทู เี่ กยี่ วขอ งกบั การบรหิ ารระบบการแนะแนวในโรงเรยี น ความรู ื้พนฐานดานการแนะแนว การ ิคดเ ิชงระบบ ทักษะแหงอนาคตในศตวรรษท่ี 21 แผน มาตรฐาน ยุทธศาสตร การแนะแนว การแนะแนว ระดบั การศกึ ษา ขั้นพื้นฐาน จุดเนน จดุ เนนทกั ษะชวี ิต การประกัน การประกนั คุณภาพ การพัฒนา ในระบบการศกึ ษา คณุ ภาพภายใน ภายนอก คุณภาพผูเรียน ข้ันพน้ื ฐาน ดานผเู รียน รอบสี่ (2559-2563) ดา นผเู รยี น
ระบบการแนะแนวในโรงเรียน 3 1. §«“¡√âæŸ ◊Èπ∞“π¥“â π°“√·π–·π« 1.1 ความหมายของการแนะแนว การแนะแนว เปนกระบวนการทางจิตวิทยาท่ีมีเปาหมายใหบุคคลรูจัก เขาใจ รักและเห็นคุณคาในตนเองและผูอื่น สามารถตัดสินใจเลือกส่ิงตาง ๆ ไดดวยตนเองอยางชาญฉลาด มเี หตผุ ล รจู กั ปอ งกนั ปญ หา สามารถวางแผน และพฒั นาตนเองใหเ ตม็ ตามศกั ยภาพ เพอ่ื การดำเนนิ ชวี ติ ไดอ ยางมีความสขุ และเปนประโยชนต อ สว นรวม 1.2 ปรชั ญาของการแนะแนว ปรชั ญาของการแนะแนว ซง่ึ เนน ความเชอื่ อยา งมเี หตผุ ล สำหรบั ใชเ ปน แนวปฏบิ ตั ิ ตอ นกั เรยี น มดี งั ตอ ไปน้ี 1.2.1 มนุษยเ ปนทรพั ยากรทม่ี ีคุณคาและมีศกั ยภาพ 1.2.2 มนษุ ยม คี วามแตกตางระหวา งบคุ คล 1.2.3 มนุษยม ีศกั ด์ิศรีและตองการการยอมรบั 1.2.4 มนุษยมีการเปล่ยี นแปลงและพฒั นาได 1.2.5 พฤติกรรมของมนุษยย อ มมสี าเหตุ 1.3 ความสำคญั ของการแนะแนว พระราชบัญญัติคุมครองเด็ก พ.ศ. 2546 มุงสนับสนุนใหเครือขายทุกภาคสวน ต้ังแตระดับทองถิ่นถึงระดับชาติ ในการดูแลสภาวะความเปนอยูของเด็กทุกคนในสังคม ใหมี มาตรฐานการดำรงชีวิตท่ีดี และมุงเนนใหปฏิบัติตอเด็ก โดยคำนึงถึงประโยชนสูงสุดของเด็ก เปนสำคญั และกระทรวงศกึ ษาธกิ ารไดต รากฎกระทรวงฯ วา ดว ย กำหนดหลกั เกณฑ วธิ กี าร เงอ่ื นไข ในการจดั การระบบงานและกจิ กรรมในการแนะแนว ใหค ำปรกึ ษา และฝก อบรมแกน กั เรยี น นกั ศกึ ษา และผูปกครอง พ.ศ. 2548 ขอ 2 บัญญัติวา “ใหโรงเรียนและสถานศึกษา จัดใหมีระบบงานและ กิจกรรมในการแนะแนว ใหคำปรึกษา และฝก อบรมแกน ักเรียน นกั ศกึ ษา และผูปกครองตามระบบ ของโรงเรียนหรือสถานศึกษา” ขอ 3 บัญญัติวา “ใหโรงเรียนและสถานศึกษา มีหนาท่ีดังตอไปน้ี (1) พัฒนาระบบงานแนะแนวที่จะชวยดูแลนักเรียนและนักศึกษาเปนรายบุคคล พรอมท้ังสงเสริม ใหครูทุกคนมีบทบาทในการแนะแนว รูจักและเขาใจนักเรียน สามารถคนพบและจัดการเรียนรู ที่จะพัฒนาศักยภาพของผูเรียนและใหคำปรึกษาดานการดำรงชีวิต การปรับเปล่ียนพฤติกรรม การศึกษาตอและการมีงานทำ ท้ังนี้ ใหมีระบบขอมูลตั้งแตแรกเขา เพ่ือติดตามดูแลอยางตอเน่ือง จนจบการศกึ ษา” (ราชกจิ จานเุ บกษา, 2549) จากพระราชบญั ญัตคิ มุ ครองเดก็ พ.ศ. 2546 และกฎกระทรวงฯ วาดวย กำหนด หลักเกณฑ วิธีการ เง่ือนไขในการจัดการระบบงานและกิจกรรมในการแนะแนว ใหคำปรึกษา และฝกอบรมแกนักเรียน นักศึกษา และผูปกครอง พ.ศ. 2548 หมายถึง ใหโรงเรียนพัฒนาระบบ การแนะแนว สงเสริมใหครูทุกคนมีบทบาทในการแนะแนวเบ้ืองตน มีระบบขอมูลของนักเรียน เปน รายบคุ คล เพือ่ นำไปใชประโยชนในการพัฒนาและการใหค ำปรกึ ษาแกนกั เรียนและผูป กครอง
4 ระบบการแนะแนวในโรงเรียน 1.4 เปาหมายของการแนะแนว การแนะแนว มีเปา หมายดงั นี้ 1.4.1 การสงเสริมและพัฒนา เพ่ือใหนักเรียนรูจัก เขาใจ รักและเห็นคุณคา ในตนเองและผูอ นื่ สามารถตัดสนิ ใจ วางแผนชีวิตดา นการศึกษาดา นอาชีพ ดานสวนตวั และสงั คมได รวมท้ังการปรับตวั อยูในสงั คมไดอยางมีความสขุ และปฏิบัติตนเปนประโยชนต อ สังคม 1.4.2 การปอ งกนั เพอ่ื ใหน กั เรยี นรเู ทา ทนั ปญ หา เลอื กวธิ กี ารปฏบิ ตั ไิ ดเ หมาะสม รจู กั ยบั ยงั้ ชั่งใจ โดยเนน การปอ งกนั กอนทีจ่ ะเกิดปญหาข้นึ 1.4.3 การแกไขปญหา เพ่ือแกไขปญหาของนักเรียน รวมทั้งการประสาน ความรว มมือกับฝา ยตา ง ๆ เพอ่ื การชวยเหลอื นักเรยี น 1.5 ขอบขา ยของการแนะแนว ขอบขายของการแนะแนว มี 3 ดาน ดงั นี้ 1.5.1 ดา นการศกึ ษา 1.5.2 ดานอาชีพ 1.5.3 ดานสว นตวั และสังคม 1.6 ภารกิจของการแนะแนว ภารกจิ ของการแนะแนว ประกอบดว ย 1.6.1 การจัดกิจกรรมแนะแนวตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ซึง่ มีวัตถปุ ระสงค ดังนี้ 1) เพ่อื ใหผูเรียนรจู กั เขาใจ รกั และเห็นคณุ คา ในตนเองและผอู ืน่ 2) เพื่อใหผูเรียนสามารถวางแผนดานการศึกษา ดานอาชีพ รวมท้ัง ดา นสว นตวั และสงั คม 3) เพื่อใหผูเรียนสามารถปรับตัวไดอยางเหมาะสมและอยูรวมกับผูอื่น ไดอยา งมีความสขุ 1.6.2 การจัดบรกิ ารแนะแนว ไดแก 1) บริการสำรวจขอ มลู เปนรายบุคคล 2) บรกิ ารสนเทศ 3) บริการใหค ำปรึกษา 4) บริการจดั วางตวั บุคคล 5) บรกิ ารติดตามและประเมนิ ผล 1.6.3 การจัดกิจกรรมและโครงการท่ีสนับสนุนใหบรรลุเปาหมายการแนะแนว และระบบการดูแลชวยเหลอื นักเรียน
ระบบการแนะแนวในโรงเรียน 5 2. ∑°— …–·Àßà Õπ“§µ„𻵫√√…∑’Ë 21 (21st Century Skills) ทักษะแหงอนาคตในศตวรรษที่ 21 สรา งทกั ษะแหงอนาคตใหม สาระวิชาหลกั - Reading (การอา น) สรา งทางเลือกคุณภาพ ทกั ษะดา นการเรยี นรแู ละนวตั กรรม ทักษะ เนือ้ หา - Riting (การเขยี น) สรางระบบขอมลู - การคดิ รเิ ริ่มสรา งสรรค คณุ ลักษณะ - Rithmatic (การคำนวณ) - การแกไขปญหา ความรูเชงิ บูรณาการ สรา งการมสี วนรวม - การสอ่ื สารและรว มงานกบั ผอู นื่ โลก การเงิน เศรษฐกิจ ธรุ กจิ การเปน ผปู ระกอบการ สทิ ธพิ ลเมอื ง ทกั ษะดา นสารสนเทศ สขุ ภาพ และสง่ิ แวดลอม ส่อื และเทคโนโลยี - ความรูดา นสารสนเทศ คุณลักษณะดานการทำงาน การปรับตวั ความเปน ผูนำ - ความรดู านสอ่ื คุณลักษณะดานการเรียนรู การชี้นำตนเอง การตรวจสอบ - ความรูดานเทคโนโลยี การเรียนรขู องตนเอง ทกั ษะดา นชีวติ และอาชีพ คณุ ลกั ษณะดา นศลี ธรรม ความเคารพผอู น่ื ความซอื่ สตั ย สำนกึ พลเมอื ง - การปรบั ตวั - ทกั ษะสงั คม - การเรยี นรูขา มวัฒนธรรม วจิ ารณ พานชิ (2555 : 16-21) ไดก ลา วถงึ ทกั ษะเพอื่ การดำรงชวี ติ ในศตวรรษท่ี 21 วา สาระวิชามีความสำคัญ แตไมเพียงพอสำหรับการเรียนรูเพื่อมีชีวิตในโลกยุคศตวรรษที่ 21 ปจ จบุ นั การเรยี นรสู าระวชิ า (Content หรอื Subject Matter) ควรเปน การเรยี นจากการคน ควา ของ นักเรียนเอง โดยครูชวยแนะนำและชวยออกแบบกิจกรรมท่ีชวยใหนักเรียนแตละคนสามารถ ประเมินความกาวหนาของการเรียนรูของตนเองได สาระวิชาหลัก (Core Subjects) ประกอบดวย ภาษาแมและภาษาสำคญั ของโลก ศลิ ปะ คณิตศาสตร การปกครองและหนาท่ีพลเมอื ง เศรษฐศาสตร วิทยาศาสตร ภูมิศาสตร และประวัติศาสตร โดยวิชาแกนหลักน้ีจะนำมาสูการกำหนดเปน กรอบแนวคดิ และยทุ ธศาสตรส ำคญั ตอ การจดั การเรยี นรใู นเนอ้ื หาเชงิ สหวทิ ยาการ (Interdisciplinary) หรอื หวั ขอ สำหรบั ศตวรรษที่ 21 โดยการสง เสริมความเขาใจในเนือ้ หา วิชาแกนหลกั และสอดแทรก ทกั ษะแหงศตวรรษที่ 21 เขาไปในทุกวิชาแกนหลัก ดังน้ี 2.1 ทักษะดานการเรียนรูและนวัตกรรม จะเปนตัวกำหนดความพรอมของนักเรียน เขาสโู ลกการทำงานทมี่ ีความซับซอ นมากข้ึนในปจ จบุ ัน ไดแ ก ความคิดริเรมิ่ สรา งสรรคและนวตั กรรม การคิดอยางมวี ิจารณญาณและการแกไขปญหา รวมทัง้ การสื่อสารและการรว มงานกับผอู ื่น 2.2 ทักษะดานสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี เน่ืองดวยในปจจุบันมีการเผยแพร ขอมูลขาวสารผานทางส่ือและเทคโนโลยีมากมาย ผูเรียนจึงตองมีความสามารถในการแสดงทักษะ การคิดอยางมวี ิจารณญาณและปฏิบตั ิงานไดหลากหลาย โดยอาศัยความรใู นหลายดาน ไดแก ความรู ดา นสารสนเทศ ความรูดา นส่อื และความรดู านเทคโนโลยี
6 ระบบการแนะแนวในโรงเรียน 2.3 ทักษะดานชีวิตและอาชีพ ในการดำรงชีวิตและทำงานในยุคปจจุบันใหประสบ ความสำเร็จ นักเรียนจะตอ งพฒั นาทักษะชีวิตท่สี ำคญั ไดแ ก ความยืดหยุน และการปรับตวั การริเริ่ม สรางสรรคและเปนตัวของตัวเอง ทักษะสังคมและสังคมขามวัฒนธรรม การเปนผูสรางหรือผูผลิต (Productivity) ความรับผิดชอบเชื่อถือได (Accountability) ภาวะผูนำและความ รบั ผดิ ชอบ (Responsibility) 3. ·ºπ¬ÿ∑∏»“ µ√å°“√·π–·π«√–¥—∫°“√»÷°…“¢È—πæÈ◊π∞“π „π™à«ß·ºπæ—≤π“ ‡»√…∞°‘®·≈– ß— §¡·Àßà ™“µ‘ ©∫∫— ∑’Ë 11 (æ.». 2555-2559) การนำแผนยุทธศาสตรส ูการปฏิบัตใิ นระดบั สถานศึกษา สรุปไดดงั น้ี ยทุ ธศาสตรท่ี 1 พฒั นาผูเ รียน ครูแนะแนว ผูบริหาร ครู และบคุ ลากรทเ่ี ก่ียวขอ ง กลยทุ ธที่ 1.1 พฒั นาศักยภาพผเู รยี น แนวทางการดำเนนิ งาน 1.1.1 จัดทำแผนปฏิบัติการ โครงการ/กิจกรรม เพื่อพัฒนาศักยภาพ ผเู รยี นใหส อดคลอ งกบั นโยบายระดบั สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน และหนว ยงานอนื่ ทจี่ ดั การศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน เขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษา และบรบิ ทของสถานศกึ ษา ใหค รอบคลมุ บรกิ ารแนะแนว ทงั้ 5 บรกิ าร และสอดคลองกบั วตั ถปุ ระสงคข องกจิ กรรมแนะแนวตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษา ขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 1.1.2 ดำเนินการใชหลักการและกระบวนการแนะแนวในการรูจัก และดแู ลผเู รยี น - กำหนดขอบเขตภาระงานในการรูจักและดูแลผูเรียน เปน รายบุคคล - สรางความเขาใจในการใชหลักการและกระบวนการ แนะแนว เพื่อการดูแลชว ยเหลอื ผูเ รียนเปน รายบุคคลแกบ ุคลากรท่เี ก่ยี วของ - นำหลักการและกระบวนการแนะแนวไปใชในการดูแล ชวยเหลอื ผเู รยี นเปนรายบุคคล 1.1.3 จดั บรกิ ารแนะแนวทั้ง 5 บริการ แกผเู รียนอยางทว่ั ถึง 1.1.4 จดั กจิ กรรมแนะแนวตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 - กำหนดจุดประสงคช้ันปดำเนินการจัดกิจกรรมแนะแนว ใหสอดคลองกับหลักสูตรสถานศึกษา - จัดทำแผนการจัดกิจกรรมแนะแนวตามจุดประสงคช้ันป ดำเนินการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแผน ติดตามและประเมินผลคุณภาพผูเรียนตามวัตถุประสงค การจดั กจิ กรรมแนะแนว
ระบบการแนะแนวในโรงเรียน 7 1.1.5 บรู ณาการทกั ษะชวี ติ และแนวคดิ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง - ศกึ ษาทำความเขา ใจ และนำตวั ชว้ี ดั ของทกั ษะชวี ติ ตามจดุ เนน การพัฒนาคุณภาพผูเรียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมาเปนองคประกอบ ในการจัดบรกิ ารและจัดกจิ กรรมแนะแนว - ประยุกตใชแนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในการจดั บริการและกิจกรรมแนะแนว 1.1.6 ติดตามคุณภาพผเู รียนจากการจดั บรกิ ารและกจิ กรรมแนะแนว กลยุทธที่ 1.2 เรง รัดพัฒนาครแู นะแนว/ครูทท่ี ำหนาทีแ่ นะแนว แนวทางการดำเนินงาน 1.2.1 สนับสนุนใหครูแนะแนว/ครูท่ีทำหนาที่แนะแนว เขารับ การพฒั นา เชน การอบรม ศกึ ษาตอ ฯลฯ เพ่อื ใหมคี ณุ วุฒิทางการแนะแนว 1.2.2 สนับสนุนใหครูแนะแนว/ครูท่ีทำหนาท่ีแนะแนว ไดรับการ พัฒนาอยางตอ เนอ่ื ง เชน การอบรม ศึกษาตอ ศึกษาดูงานในประเทศและตา งประเทศ กลยทุ ธท่ี 1.3 พัฒนาผูบริหาร ครู และบุคลากรที่เก่ียวของกับผูเรียนใหมีบทบาท ในกระบวนการแนะแนว แนวทางการดำเนนิ งาน 1.3.1 พัฒนาครูทุกคนใหมีความรูความเขาใจ และตระหนักถึง ความสำคญั ของการแนะแนว 1.3.2 กำหนดภาระงานใหครูและบุคลากรท่ีเกี่ยวของกับผูเรียน มีบทบาทในกระบวนการแนะแนวในสถานศึกษาและมีสวนรวมในการปองกัน แกไขปญหา และพฒั นาผูเ รียน ยุทธศาสตรท ี่ 2 พฒั นาคุณภาพการบรหิ ารจัดการการแนะแนว กลยทุ ธท่ี 2.1 พฒั นาการบริหารจดั การการแนะแนวทกุ ระดบั แนวทางการดำเนินงาน 2.1.1 จดั ใหม งี านแนะแนวในสถานศกึ ษา 2.1.2 จัดตั้งคณะกรรมการดำเนินงานระบบสารสนเทศทาง การแนะแนว 2.1.3 จัดทำขอมูลสารสนเทศอยางเปนระบบ มีคุณภาพ ทันสมัย และนำไปใชอยางเหมาะสมและเปนประโยชน 2.1.4 กำหนดใหมีอัตรากำลังครูแนะแนวและ/หรือแตงต้ังครู ท่มี ีคณุ วุฒิทางการแนะแนวหรอื จติ วิทยาท่เี กย่ี วขอ งกบั การแนะแนว หรอื ครูทีม่ คี ุณลักษณะเหมาะสม และผา นการอบรมดานการแนะแนว ใหด ำรงตำแหนง ครแู นะแนวอยา งนอยโรงเรยี นละ 1 คน
8 ระบบการแนะแนวในโรงเรยี น 2.1.5 ศึกษา วิจัยเชิงปฏิบัติการ แลกเปล่ียนเรียนรูและเผยแพร ตลอดจนนำผลงานวจิ ยั ไปใชพ ัฒนางานแนะแนวและพฒั นาคุณภาพผูเ รยี น 2.1.6 ใหภาคีเครือขายการแนะแนวมีสวนรวมในการบริหารจัดการ การแนะแนว 2.1.7 บริหารจัดการการแนะแนวใหมีคุณภาพตามมาตรฐาน การแนะแนว กลยทุ ธท ่ี 2.2 พัฒนาระบบการบริหารจัดการการแนะแนวในสถานศึกษา แนวทางการดำเนนิ งาน 2.2.1 จัดโครงสรางระบบบริหารจัดการการแนะแนวท่ีเหมาะสม กับบรบิ ทของสถานศกึ ษา 2.2.2 กำหนดใหบุคลากรทุกคนมีบทบาทหนาท่ีในการปฏิบัติงาน ตามโครงสรางแนะแนว 2.2.3 จดั ทำคมู ือการปฏิบัติงานแนะแนวใหแกค รูทุกคน 2.2.4 พฒั นา จดั หา และรวบรวมสอ่ื เครอื่ งมอื ทม่ี คี ณุ ภาพและทนั สมยั เพือ่ ใชในการจัดบรกิ ารแนะแนวทัง้ 5 บรกิ าร และการจัดกจิ กรรมแนะแนว 2.2.5 รวบรวมขอมูลสารสนเทศทางการแนะแนวใหมีคุณภาพ และเปน ปจจบุ นั 2.2.6 จัดใหผูเรียนไดเขาถึงสื่อ เคร่ืองมือ และระบบสารสนเทศ ทางการแนะแนวอยางทว่ั ถงึ 2.2.7 กำกบั ตดิ ตาม นเิ ทศ การดำเนนิ การแนะแนวตามแผนปฏบิ ตั กิ าร การแนะแนวของสถานศกึ ษา 2.2.8 ประเมินตนเองตามมาตรฐานการแนะแนว 2.2.9 นำผลการประเมินมาพัฒนางานแนะแนวอยางตอ เน่อื ง ยทุ ธศาสตรท ่ี 3 สนับสนุนการมสี ว นรว มของภาคเี ครือขาย กลยทุ ธท ี่ 3 ภาคเี ครือขายมีสว นรว มในกระบวนการแนะแนวอยางเขม แขง็ แนวทางการดำเนินงาน 3.1 ประชาสัมพันธผลการจัดบริการแนะแนวทางดานการศึกษา ดานอาชีพ ดานสวนตัวและสังคมของสถานศึกษาดวยรูปแบบหลากหลาย ใหแกภาคีเครือขาย ท่ีเกย่ี วขอ งเกดิ ความตระหนกั และเห็นความสำคัญ 3.2 ประสานความรวมมือสรางภาคีเครือขายการแนะแนว ท้ังภายใน และภายนอกสถานศกึ ษา และกำหนดบทบาทหนาที่ในการดำเนนิ งาน 3.3 ทำความเขาใจกับภาคีเครือขายใหมีความรูเกี่ยวกับกระบวนการ แนะแนวในการปอ งกนั แกไ ขปญ หา และพฒั นาผเู รยี น
ระบบการแนะแนวในโรงเรยี น 9 3.4 จดั ใหภ าคเี ครอื ขา ยมสี ว นรว มการดำเนนิ งานแนะแนวในการปอ งกนั แกไ ขปญ หา และพัฒนาผเู รยี นตามความเหมาะสม 3.5 ประกาศ เชดิ ชเู กยี รตภิ าคเี ครอื ขา ยใหเ ปน แหลง เรยี นรทู างการแนะแนว 3.6 สรางแรงจูงใจ โดยการใหความสำคัญและเขารวมกิจกรรมภาคี เครอื ขา ยของสถานศกึ ษาอยา งสมำ่ เสมอ 3.7 จดั ตงั้ กลมุ ชมรม องคก รภาคเี ครอื ขา ยการแนะแนว 3.8 ใหโ อกาสกลมุ ชมรม องคกรภาคีเครือขา ยในการมสี ว นรวมพฒั นา การแนะแนว 4. ¡“µ√∞“π°“√·π–·π« มาตรฐานการแนะแนวท่ีสอดคลองกับแผนยุทธศาสตรการแนะแนวระดับการศึกษา ข้ันพ้ืนฐาน ในชวงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559) เปนแนวทางใหส ถานศกึ ษาและหนวยงานทีเ่ ก่ียวของไดพฒั นาคุณภาพการแนะแนวและงานแนะแนว ประกอบดว ย 3 ดา น มี 6 มาตรฐาน 14 ตัวบงช้ี ดังตอ ไปนี้ ดานท่ี 1 คุณภาพผูเรยี น 2 มาตรฐาน 5 ตัวบงชี้ มาตรฐานท่ี 1 ผูเ รียนรจู ัก เขาใจ รักและเหน็ คณุ คา ในตนเองและผูอ ื่น ตัวบง ช้ีที่ 1.1 ผูเรียนรูจัก เขาใจ รักและเห็นคุณคาในตนเอง และพัฒนาตนเอง อยา งตอเน่ือง ตัวบง ชท้ี ี่ 1.2 ผูเรียนรูจัก เขาใจ รักและเห็นคุณคาผูอื่น และปฏิบัติตนตอผูอื่น อยา งเหมาะสม มาตรฐานท่ี 2 ผูเรียนสามารถวางแผนชีวิตดานการศึกษา ดานอาชีพ และ ดา นสวนตวั และสังคม ตัวบง ชที้ ี่ 2.1 ผูเรียนสามารถคิดวิเคราะห ตัดสินใจ แกปญหา และวางแผน ดา นการศึกษา ตัวบง ชที้ ี่ 2.2 ผูเรียนสามารถคิดวิเคราะห ตัดสินใจ แกปญหา และวางแผน ดานอาชพี ตัวบง ช้ีที่ 2.3 ผูเรียนสามารถคิดวิเคราะห ตัดสินใจ แกปญหา และวางแผน ดา นสว นตัวและสังคม
10 ระบบการแนะแนวในโรงเรยี น ดานที่ 2 คุณภาพการดำเนินงานแนะแนว 3 มาตรฐาน 5 ตวั บง ชี้ มาตรฐานท่ี 3 ครแู นะแนว/ครทู ที่ ำหนา ทแี่ นะแนว ดำเนนิ งานแนะแนวตามหลกั การ ปรชั ญา ขอบขา ย เปาหมาย และจรรยาบรรณทางการแนะแนว ตัวบง ชี้ที่ 3.1 มีความรูความสามารถในการดำเนินงานแนะแนวตามหลักการปรัชญา ขอบขาย เปา หมายการแนะแนว ตวั บงชท้ี ี่ 3.2 ปฏบิ ตั ิตามจรรยาบรรณการแนะแนว มาตรฐานท่ี 4 สถานศึกษาจัดบริการแนะแนวและสงเสริมระบบดูแลชวยเหลือ นักเรยี น ตวั บงชท้ี ่ี 4.1 จัดบริการแนะแนวท้ัง 5 บริการ ครอบคลุมขอบขายการแนะแนว อยางเปนระบบและตอเนอ่ื ง ตัวบง ช้ีที่ 4.2 สง เสรมิ ระบบดูแลชว ยเหลือนักเรยี น มาตรฐานท่ี 5 สถานศึกษาจดั กิจกรรมแนะแนวตามหลักสูตรสถานศกึ ษา ตัวบงชีท้ ี่ 5.1 จดั กจิ กรรมแนะแนวสอดคลอ งกบั บรบิ ทของสถานศกึ ษา และครอบคลมุ ขอบขา ยการแนะแนว ดานที่ 3 คุณภาพการบริหารจดั การการแนะแนว 1 มาตรฐาน 4 ตวั บงชี้ มาตรฐานที่ 6 สถานศึกษามีการบริหารจัดการแนะแนวอยา งมคี ณุ ภาพ ตวั บง ชท้ี ี่ 6.1 ผบู รหิ ารใหก ารสนับสนนุ การดำเนินงานแนะแนว ตัวบง ช้ที ่ี 6.2 บริหารจดั การงานแนะแนวอยา งเปนระบบ ตัวบงชี้ที่ 6.3 จัดใหมคี รแู นะแนว/ครทู ที่ ำหนา ทแ่ี นะแนว ตวั บง ชี้ที่ 6.4 มีภาคเี ครอื ขายเขามามสี วนรวมในงานแนะแนว 5. °√Õ∫·π«∑“ß°“√ªØ‘√Ÿª°“√»÷°…“ : ®¥ÿ ‡πâπ°“√æ—≤π“§ÿ≥¿“溟â‡√’¬π การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ. 2552-2561) เนนการปฏิรูประบบ การศึกษาและการเรียนรูอยางเปนระบบ รวมทั้งเปนสวนหน่ึงของระบบการพัฒนาประเทศ ท่ีเช่ือมโยงกับการพัฒนาระบบอ่ืน ทั้งดานเศรษฐกิจ สังคม เกษตรกรรม สาธารณสุข ฯลฯ ทำนองเดียวกัน ระบบการแนะแนวก็เปนสวนหน่ึงของระบบการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ของสถานศึกษา และพัฒนาความเปนมนุษยของนักเรียนตามมาตรา 22 แหงพระราชบัญญัติ การศกึ ษาแหง ชาติ พ.ศ. 2542 แกไขเพิม่ เติม (ฉบบั ที่ 2) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน (2553) ไดกำหนดจุดเนนสูการพัฒนา คุณภาพผูเรียน เพ่ือการขับเคลื่อนหลักสูตร การจัดการเรียนรู การวัดและประเมินผล ดานความ สามารถ ทักษะ และคุณลกั ษณะของผูเรียน ดังแผนภาพ
ระบบการแนะแนวในโรงเรยี น 11 ®ÿ¥‡πâπ°“√æ≤— π“§≥ÿ ¿“溟‡â √’¬π เสน ทางสูความสำเร็จ การปฏิรูปการศกึ ษาไทยในทศวรรษท่สี อง “เพือ่ คุณภาพเดก็ ไทย คิดเปน ทำเปน แกปญหาได กา วไกลสูสากล เปนพลเมืองทสี่ มบรู ณ” ความสามารถและทกั ษะชีวิต คณุ ลกั ษณะ แสวงหาความรูเพ่ือการแกปญหา จดุ เนนตามชว งวยั คณุ ลกั ษณะตามหลกั สตู ร ม.4-6 ใชเ ทคโนโลยีเพ่อื การเรยี นรู ใชภ าษาตา งประเทศ ◆ มุง ม่ัน ◆ รักชาติ ศาสน (ภาษาอังกฤษ) มีทกั ษะการคดิ ขัน้ สงู ทกั ษะชีวิต ในการศกึ ษา กษตั รยิ ทกั ษะการสอ่ื สารอยา งสรางสรรคต ามชว งวัย และการทำงาน แสวงหาความรดู ว ยตนเอง ◆ อยูอยาง ◆ ซอื่ สตั ยส จุ รติ ใชเ ทคโนโลยเี พอ่ื การเรียนรู มที ักษะการคดิ ชน้ั สงู พอเพียง ◆ มีวนิ ยั ม.1-3 ทกั ษะชวี ิต ทกั ษะการสือ่ สารอยา งสรางสรรค ◆ ใฝเรียนรู ◆ อยูอยา งพอเพียง ตามชวงวยั อานคลอ ง เขยี นคลอง คิดเลขคลอง มที กั ษะ ◆ ใฝเรยี นรู ◆ มุงม่ัน ป.4-6 การคิดขน้ั พืน้ ฐาน ทักษะชีวิต ทกั ษะการสอื่ สาร ◆ ใฝดี ในการทำงาน อยางสรางสรรคต ามชวงวยั ◆ รักความเปน ไทย ◆ มีจิตสาธารณะ ป.1-3 อานออก เขยี นได คดิ เลขเปน มที ักษะ การคดิ ข้นั พืน้ ฐาน ทกั ษะชวี ติ ทกั ษะการสื่อสาร อยางสรา งสรรคตามชวงวยั แผนภาพ แสดงจดุ เนนการพัฒนาคุณภาพผูเรียน จากแผนภาพ จุดเนนการพัฒนาคุณภาพผูเรียนท่ีเกี่ยวของกับการแนะแนว คือ ความสามารถและทกั ษะชวี ติ ซง่ึ จะตอ งสรา งและพฒั นาเปน ภมู คิ มุ กนั ชวี ติ ใหแ กผ เู รยี น มี 4 องคป ระกอบ ไดแก 1. การตระหนกั รูและเหน็ คณุ คา ในตนเองและผอู ่นื 2. การคิดวเิ คราะห ตัดสนิ ใจ และแกป ญหาอยางสรา งสรรค 3. การจัดการกบั อารมณและความเครยี ด 4. การสรางสมั พนั ธภาพทดี่ ีกับผอู ื่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ไดกำหนดความสามารถและทักษะชีวิต ของผูเ รียน ตง้ั แตชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี 1 ถึงชัน้ มัธยมศึกษาปท ่ี 6 ตามแผนภาพตอ ไป
12 ระบบการแนะแนวในโรงเรียน ®ÿ¥‡ππâ ∑—°…–™’«µ‘ „π√–∫∫°“√»÷°…“¢πÈ— æπ◊È ∞“π ม.4-6 กำหนดเปา หมายและทิศทางการดำเนินชีวิต สูค วามสำเรจ็ วางตัวและกำหนดทา ทีใหเหมาะสมกับสถานการณ ประเมนิ และสรา งขอสรุปบทเรยี นชวี ติ ของตนเอง ม.3 มที ักษะในการแสวงหาและใชขอ มลู ใหเปน ประโยชนก ับตนเอง รจู ักสรางความสขุ ใหต นเองและผอู นื่ ม.2 ทำงานรว มกบั ผูอน่ื บนพ้นื ฐานความเปน ประชาธิปไตย และมีจิตอาสาชวยเหลือสังคม ม.1 รูค วามถนดั ความสามารถ และบุคลกิ ภาพของตนเอง ป.6 ภาคภมู ิใจ เชอื่ มัน่ ในตนเอง และผูอนื่ ป.5 รักและเห็นคุณคา ในตนเอง และผูอ นื่ ป.4 เคารพสิทธขิ อง ตนเองและผูอื่น ป.3 มองตนเองและผอู น่ื ในแงบ วกและจดั การกบั อารมณ ของตนเองได ระหวา ปงต.2นอยเอาอรงมมกรณบั บั ผขคอูอวน่ืงาตมแนแลเตะอกรงจตู กัา งควบคมุ ป.1 รูจักตนเอง แผนภาพ แสดงจุดเนนทกั ษะชวี ิตในระบบการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน จ า ก จุ ด เ น น ค ว า ม ส า ม า ร ถ แ ล ะ ทั ก ษ ะ ชี วิ ต ท่ี ก ำ ห น ด ไ ว ใ น แ ต ล ะ ร ะ ดั บ ช้ั น นำไปสูการกำหนดคุณภาพผเู รียน โดยใหค รอบคลมุ ดานการศกึ ษา ดานอาชพี ดา นสว นตัวและสงั คม โดยใหส อดคลองกับพัฒนาการของผูเรียน
ระบบการแนะแนวในโรงเรียน 13 6. °“√ª√–°—π§ÿ≥¿“æ°“√»÷°…“ : §≥ÿ ¿“溟â‡√¬’ π มาตรฐานและตัวบงชี้ดานคุณภาพผูเรียนตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และการประเมินคุณภาพ ภายนอกรอบสี่ (2559-2563) ที่มีความสอดคลองกับวัตถุประสงคการจัดกิจกรรมแนะแนว ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน มรี ายละเอยี ดตอไปนี้ 6.1 การประกันคณุ ภาพภายในสถานศกึ ษา กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศมาตรฐานการศึกษาข้ันพื้นฐาน เพ่ือการประกัน คุณภาพภายในสถานศึกษา เมื่อวนั ท่ี 16 กมุ ภาพนั ธ 2554 มตี วั บง ชี้ในมาตรฐานดา นคุณภาพผูเรียน ท่ีงานแนะแนวการมีสวนรวมพัฒนาคณุ ภาพผูเรยี นดังน้ี มาตรฐานท่ี 1 ผูเรียนมสี ขุ ภาวะท่ดี แี ละมสี นุ ทรยี ภาพ ตัวบงชี้ท่ี 1.3 ปองกันตนเองจากส่ิงเสพติดใหโทษและหลีกเลี่ยงตนเอง จากสภาวะทเ่ี สย่ี งความรนุ แรง โรคภยั อบุ ตั เิ หตุ และปญ หาทางเพศ ตัวบงชท้ี ี่ 1.4 เห็นคุณคา ในตนเอง มคี วามมั่นใจ กลาแสดงออกอยางเหมาะสม ตวั บงชี้ท่ี 1.5 มีมนษุ ยสัมพนั ธทดี่ แี ละใหเ กยี รติผอู นื่ มาตรฐานที่ 3 ผูเรียนมีทักษะในการแสวงหาความรูดวยตนเอง รักเรียนรู และพฒั นาตนเองอยางตอเนอ่ื ง ตัวบงชท้ี ่ี 3.3 เรียนรูรวมกันเปนกลุม แลกเปล่ียนความคิดเห็นเพ่ือการเรียนรู เพมิ่ เตมิ มาตรฐานท่ี 4 ผเู รยี นมคี วามสามารถในการคดิ อยา งเปน ระบบ คดิ สรา งสรรค คดิ ตดั สินใจ แกปญหาไดอ ยา งมีสติ สมเหตสุ มผล ตวั บงชี้ท่ี 4.2 นำเสนอวิธคี ดิ วธิ แี กป ญ หา ดว ยภาษาหรือวธิ ีการของตนเอง ตัวบง ชี้ที่ 4.3 กำหนดเปาหมาย คาดการณ ตัดสินใจแกปญหาโดยมีเหตุผล ประกอบ มาตรฐานท่ี 6 ผูเรียนมีทักษะในการทำงาน รักการทำงาน สามารถทำงาน รวมกับผอู ่นื ได และมีเจตคตทิ ดี่ ีตอ อาชพี ทสี่ จุ รติ ตวั บงชท้ี ่ี 6.3 ทำงานรว มกับผอู ่ืนได ตัวบง ชี้ที่ 6.4 มีความรูสึกท่ีดีตออาชีพสุจริตและหาความรูเก่ียวกับอาชีพ ท่ีตนเองสนใจ
14 ระบบการแนะแนวในโรงเรยี น 6.2 การประเมนิ คณุ ภาพภายนอกรอบส่ี (2559-2563) ระดบั การศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน มตี วั บง ชใ้ี นมาตรฐานดา นคณุ ภาพผเู รยี นทงี่ านแนะแนว ควรมสี ว นรวมพัฒนาคุณภาพผูเรียน ดังนี้ ตัวบงชที้ ี่ 1.1 ผูเรียนมีน้ำหนัก สวนสูง และสมรรถภาพทางกายตามเกณฑ รวมทั้งรจู กั ดูแลตนเองใหม คี วามปลอดภยั ตวั บง ช้ที ่ี 2.2 ผูเรยี นเปนนักเรยี นที่ดขี องโรงเรียน และมีจติ สาธารณะ ตัวบงชที้ ี่ 4.1 ผูเ รยี นมีความสามารถดานการคดิ ตัวบง ชีท้ ี่ 4.2 ผเู รียนมคี วามสามารถในการปรับตวั เขากับสังคม ตวั บงชี้ที่ 5.2 ผูเรยี นสามารถพัฒนาตนเองตามกิจกรรมการเรียนรู ตัวบงชี้ที่กำหนดไวในมาตรฐานการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาและ การประเมินคุณภาพภายนอกรอบส่ี (2559-2563) ของระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ควรนำไป เชอื่ มโยงกับการกำหนดคุณภาพผูเรียนในการจดั กิจกรรมแนะแนว ระบบการแนะแนวในโรงเรียน จะประสบความสำเร็จเกิดคุณคาแกผูเรียนไดอยาง แทจริง จำเปนตองใชองคความรูพ้ืนฐานดานการแนะแนว ทักษะแหงอนาคตในศตวรรษที่ 21 แผนยุทธศาสตรการแนะแนวระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน มาตรฐานการแนะแนว จุดเนนการพัฒนา คุณภาพผเู รียน จุดเนนทกั ษะชวี ติ ในระบบการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน การประกันคณุ ภาพภายใน และการ ประกันคุณภาพภายนอกรอบสี่ (2559-2563) จากท่ีกลาวมาเปนองคความรูพื้นฐานท่ีจำเปน ในการนำไปบูรณาการปรับใชในการบริหารจัดกระบวนการแนะแนวในโรงเรียนใหเกิดประสิทธิภาพ และประสทิ ธผิ ล
ระบบการแนะแนวในโรงเรียน 15 2ตอนที่ ผบู ริหาร : ระบบการแนะแนวในโรงเรียน ระบบการแนะแนวในโรงเรียน จะขับเคลื่อนไปไดและสงผลตอคุณภาพผูเรียน ตามจุดหมายของหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ดว ยกจิ กรรมแนะแนว และบริการแนะแนว บุคคลที่สำคัญ คอื ผูบรหิ าร เพราะเปนผูมบี ทบาทสำคัญในการกำหนดทศิ ทาง และสนบั สนนุ งานแนะแนว ซ่งึ ควรพจิ ารณาในดานตอ ไปน้ี ดานปจจัย คือ การสนับสนุนใหมีโครงสรางการบริหารงานแนะแนว กำหนดบทบาท หนาที่ครูแนะแนว ครูท่ีปรึกษา นักเรียน ผูปกครอง จัดสรรงบประมาณ สงเสริมใหมีหลักสูตร การจัดกิจกรรมแนะแนวในช้ันเรียน โปรแกรมการจัดกิจกรรมแนะแนวในชั้นเรียน โปรแกรมการจัด กจิ กรรมแนะแนวนอกชน้ั เรยี น และโครงการ/กจิ กรรมแนะแนว ฯลฯ ดานกระบวนการ คือ การดำเนินงานแนะแนวที่ยึดหลักระบบคุณภาพวงจรเดมม่ิง (Deming Cycle) ประกอบดวย การกำหนดเปาหมาย กลยุทธและแผนพัฒนา จัดระบบบริหาร ระบบขอมูลสารสนเทศเพ่ือการแนะแนว ดำเนินการจัดกิจกรรมแนะแนวทั้งใน/นอกช้ันเรียน จัดโครงการ/กิจกรรมแนะแนว และสนับสนุนระบบดูแลชวยเหลือนักเรียน การนิเทศ ติดตาม และ ประเมนิ ผล รายงานผลงานแนะแนว และนำผลการประเมนิ มาปรบั ปรุงงานแนะแนวอยา งตอเน่ือง ดานคุณภาพผูเรียน คือ สมรรถนะดานทักษะชีวิตที่นำวัตถุประสงคของกิจกรรม แนะแนวของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และองคประกอบของ ทกั ษะชวี ติ ในระบบการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน ทักษะแหง อนาคตในศตวรรษที่ 21 ซึง่ มีความสอดคลองกัน มาบูรณาการเปนเปาหมายใหเกิดแกผูเรียนและสถานศึกษา สามารถพิจารณาตัวบงชี้ดานคุณภาพ ผูเรียนในการประกันคุณภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอกระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน นำมากำหนดเปนเปาหมายการพัฒนาผูเรียนโดยผานกิจกรรมแนะแนวและบริการแนะแนว เพอ่ื ใหสอดคลอ งกับบรบิ ทของสถานศึกษา
16 ระบบการแนะแนวในโรงเรียน ทั้งนี้ การบริหารจัดการ ควรดำเนินการแบบมีสวนรวมของบุคลากรทุกฝายที่เก่ียวของ เชน คณะกรรมการสถานศึกษา คณะกรรมการสมาคมผูปกครอง คณะกรรมการสมาคมศิษยเกา และคณะกรรมการเครือขายผูปกครอง ครูแนะแนว ครูที่ปรึกษา นักเรียน ผูปกครอง หนวยงาน ทเี่ กยี่ วของทั้งของรฐั และเอกชน ฯลฯ ตามบทบาทหนา ทข่ี องแตล ะฝา ย ดังแผนภาพตอ ไปนี้
ระบบการแนะแนวในโรงเรยี น 17 √–∫∫°“√·π–·π«„π‚√߇√¬’ π คณะกรรมการสถานศึกษา ผูบรหิ าร คณะกรรมการสมาคมผปู กครอง ศกึ ษานิเทศก ครูแนะแนว คณะกรรมการสมาคมศิษยเกา คณะกรรมการเครือขา ยผปู กครอง ผูปกครอง ครทู ปี่ รึกษา กจิ กรรมแนะแนว ประสาน/สนับสนนุ บริการ สงตอ ประสาน/สนับสนนุ ใน/นอกชั้นเรียน ผูป กครอง แนะแนว ระบบดูแลชวยเหลอื นกั เรียน ใหก ารชวยเหลือ สง กลบั พัฒนา แกไ ขไมได ประเมนิ ผล แกไ ขได ประชมุ ปรกึ ษาเปน รายกรณี ประสานผปู กครอง/สง ตอ ผูเ ช่ียวชาญ รับกลับ/เฝา ระวงั /พัฒนา ประสานเฝา ระวัง ติดตามและรายงานผล คอื การสนับสนุนหรอื ประสานความรว มมือ คือ งานรบั ผิดชอบ แผนภาพ แสดงระบบการแนะแนวในโรงเรียน
18 ระบบการแนะแนวในโรงเรียน ·π«∑“ß°“√∫√À‘ “√√–∫∫°“√·π–·π«„π‚√߇√¬’ π เพ่ือใหการบริหารระบบการแนะแนวในโรงเรียน มีแนวทางในการดำเนินงาน จงึ ไดก ำหนดกระบวนการที่ครอบคลุมท้งั ดา นปจ จัยและกระบวนการตามข้นั ตอนตอ ไปน้ี 1. การกำหนดเปาหมาย กลยทุ ธและแผนพัฒนาระบบการแนะแนวในโรงเรียน 1.1 ผูบ รหิ าร ครู และคณะกรรมการสถานศึกษาขัน้ พนื้ ฐานรว มกันศกึ ษาวเิ คราะห นโยบาย มาตรฐานการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ขอมูลพื้นฐานของ นักเรียน บริบทของโรงเรียน นำมากำหนดเปนเปาหมายและยุทธศาสตรของระบบการแนะแนว ใหเปน สว นหนง่ึ ของแผนพฒั นาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน 1.2 จดั ทำมาตรฐานคณุ ภาพผเู รียนทีเ่ กดิ จากระบบการแนะแนวในโรงเรียน 1.3 จัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงานตามระบบการแนะแนว โดยการมีสวนรวม ของผบู ริหาร ครูแนะแนว ครทู ีป่ รึกษา ครู และบุคลากรอื่น ๆ ในโรงเรยี น นักเรียน ผปู กครอง ชุมชน และคณะกรรมการสถานศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน 1.4 จัดทำแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมท่ีสอดคลองกับเปาหมายตามแผน ยทุ ธศาสตรข องระบบการแนะแนวในโรงเรยี น 2. การจดั ระบบบรหิ ารและระบบขอ มลู สารสนเทศเพอ่ื ระบบการแนะแนวในโรงเรยี น 2.1 จดั ทำโครงสรา งการบรหิ ารระบบการแนะแนวในโรงเรยี นอยา งเปน ระบบ ครบวงจร ใหบรรลุเปาหมายตามแผนยุทธศาสตรการแนะแนวที่มีความคลองตัว สามารถปรับเปล่ียน ไดต ามความเหมาะสม บรหิ ารงานเชิงกลยุทธ ใชหลักการมีสว นรวม มีการตรวจสอบ 2.2 แตงตั้งคณะกรรมการดำเนินงานแนะแนวและกำหนดบทบาทหนาที่ ซึ่งอาจ จัดทำเปนคณะเดียวหรือหลายคณะข้ึนอยูกับบริบทของโรงเรียน ในท่ีน้ีนำเสนอตัวอยางเปน 2 คณะ ซึ่งโรงเรียนสามารถปรับเปนคณะเดียวกันหรือแบงมากกวานั้นใหเหมาะกับบริบทของโรงเรียน ดงั ตัวอยางตอไปนี้ 2.2.1 คณะกรรมการอำนวยการ ประกอบดวย ผูอำนวยการโรงเรียน เปนประธานกรรมการ รองผูอำนวยการทุกฝาย หัวหนางานที่เก่ียวของ ผูแทนครู ผูแทนผูปกครอง กรรมการสถานศกึ ษา ผูแทนชุมชน และหัวหนา งานแนะแนว เปน กรรมการและเลขานุการ บทบาทหนา ที่ - สงเสริมสนับสนุนการบริหารการแนะแนวตามระบบการแนะแนว ในโรงเรียน - บูรณาการภารกิจการแนะแนวในแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของ สถานศกึ ษา - ประสานสมั พนั ธ สรา งความเขมแขง็ สรา งขวญั กำลังใจ และพฒั นา บุคลากร - นเิ ทศ กำกับ ติดตาม และประเมนิ ผล
ระบบการแนะแนวในโรงเรียน 19 2.2.2 คณะกรรมการดำเนินงาน ประกอบดวย รองผูอำนวยการท่ีผูบริหาร มอบหมาย เปนประธานกรรมการ ครูแนะแนวทุกคน ครูอ่ืน ๆ ตามที่โรงเรียนพิจารณา ตามความเหมาะสม เปน กรรมการ โดยมหี วั หนา งานแนะแนว เปน กรรมการและเลขานกุ าร มคี นอนื่ ๆ ทไี่ ดรบั มอบหมายให เปน ผชู ว ยเลขานุการ บทบาทหนา ท่ี - จดั กจิ กรรมแนะแนวตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน - จัดอบรม ทำเครื่องมือ สื่ออุปกรณท่ีจำเปน เพื่อการดำเนินงาน แนะแนว และสนับสนุนระบบการดูแลชวยเหลือนักเรยี นใหแกครูทีป่ รกึ ษาและบุคลากรทเ่ี ก่ยี วขอ ง - จดั กจิ กรรม/โครงการ เพอ่ื พฒั นา ปอ งกัน และแกไ ขปญ หานักเรียน กลุมตา ง ๆ รวมทัง้ รับนักเรยี นจากการสง ตอ ไปในระบบการดแู ลชวยเหลอื นักเรยี น - รวมมือกับนักจิตวิทยาโรงเรียน ในการพัฒนา ปองกันและแกไข ปญ หานักเรยี น - จดั กิจกรรม/โครงการทีส่ นับสนุนการแนะแนวในโรงเรยี น - ประสานงานกบั บคุ ลากรหรอื หนว ยงานทเี่ กย่ี วขอ งในการพฒั นางาน - สรปุ รายงานผลการดำเนินงาน จากบทบาทหนาที่ของแตละคณะขางตน อาจแจกแจงรายละเอียด เพ่มิ เติมตามตารางตอ ไปน้ี ตาราง แสดงบทบาทหนาท่ีของบคุ ลากรที่เกยี่ วของกบั ระบบการแนะแนวในโรงเรยี น บุคลากรท่ีเก่ียวขอ ง บทบาทหนา ที่ 1. ผูบรหิ าร 1) กำหนดระบบงานและจดั โครงสรา งการบริหารงานแนะแนวของ ผบู ริหารเปนบคุ คลสำคัญท่ีมีผลตอ สถานศึกษาใหชัดเจน การดำเนนิ งานแนะแนวทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ 2) สรางความตระหนกั ใหค รทู ุกคนเหน็ คุณคาของการใชก ระบวนการ และประสิทธผิ ลจากการเปนผูน ำ แนะแนวเพื่อพฒั นานักเรยี น ในการกำหนดทิศทาง และสนบั สนุน 3) สงเสรมิ ใหครูไดรบั ความรูเ พมิ่ เตมิ การทำงานแนะแนว 4) คดั เลือกบุคลากรทเี่ หมาะสมเพอ่ื ปฏบิ ัติหนาท่ีตาง ๆ 5) ดูแล กำกบั นเิ ทศ ตดิ ตาม และสนบั สนุนการดำเนินงานแนะแนว อยางเปนระบบ 6) มสี ว นรว มในการวเิ คราะหแ ละแกไ ขปญ หาทเ่ี กดิ ขนึ้ สรา งขวญั กำลงั ใจ แกผ ปู ฏบิ ตั งิ านตามหนาทต่ี า ง ๆ 7) สงเสริมความรว มมอื และความเขา ใจอนั ดีระหวา งครู ผปู กครอง ชมุ ชน และเครอื ขา ย
20 ระบบการแนะแนวในโรงเรยี น บุคลากรท่ีเกย่ี วขอ ง บทบาทหนา ที่ 2. ครแู นะแนว 1) เปนคณะทำงานแนะแนว มีหนาทีจ่ ัดกิจกรรมแนะแนว จัดบริการ เปน บคุ ลากรหลักในการดำเนินงาน แนะแนว ดำเนนิ งานกจิ กรรม/โครงการทส่ี นับสนุนใหง านแนะแนว แนะแนว เพอ่ื การพัฒนาคณุ ภาพของ บรรลเุ ปา หมายตามแผนยทุ ธศาสตร/ แผนปฏบิ ตั กิ าร ใหผ เู รยี นทกุ คน นกั เรียนตามเปา หมายของกิจกรรม ไดร บั บรกิ ารอยา งทวั่ ถงึ รวมทง้ั ตดิ ตาม ประเมนิ ผล และรายงานผล แนะแนวตามหลักสูตรแกนกลาง การแนะแนวตอคณะกรรมการแนะแนว การศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน 2) เปน ท่ีปรึกษา (Supervisor) แกครแู ละผเู ก่ยี วขอ งทุกคน ในการใหความรู เทคนิคกระบวนการแนะแนวตามหลักจติ วิทยา และการแนะแนว 3) สนบั สนนุ บคุ ลากรทเ่ี ก่ียวของกบั คุณภาพของนกั เรียนใหสามารถ ใชก ระบวนการแนะแนวในการพฒั นานกั เรียนไดอยางตอ เนือ่ ง และจริงจัง เชน - การจดั ประชมุ อบรมใหค วามรูแกครู ผปู กครอง และผูท่ีเก่ยี วขอ ง ในการรจู กั และเขาใจนักเรียนดว ยวิธกี ารตาง ๆ เชน การใช ระเบยี นสะสม การใชแ บบทดสอบ การสงั เกต เทคนคิ การสมั ภาษณ เทคนคิ การเย่ยี มบา น เปน ตน รวมท้ังการใหค วามรูความเขาใจ เกี่ยวกับธรรมชาติ ลกั ษณะปญหาของนกั เรียนแตละวยั - เสนอแนะแนวทางจดั กจิ กรรมโฮมรูม และบริการแนะแนว ใหแกค รูท่ีปรกึ ษา เปน ตน 4) เปนผใู หคำปรกึ ษาแกนักเรียน ผปู กครอง และผมู าขอรบั บรกิ าร ทว่ั ไป 5) สนบั สนนุ สง เสริมระบบการดูแลชว ยเหลือนักเรยี น โดยประสาน ความรวมมือในการรวบรวมขอมลู นักเรียนเปนรายบคุ คล และรบั นกั เรยี นที่จำเปนตองไดร ับการชว ยเหลอื เปนพิเศษจากครูทีป่ รึกษา 6) เปนผูป ระสานงานกับผทู ีเ่ กยี่ วขอ งทั้งในและนอกโรงเรียน 3. ครทู ี่ปรึกษา 1) รวบรวมขอ มูลของนักเรียนเปนรายบุคคล จดั ทำขอ มูลเปนระบบ เปนผทู ใี่ กลช ิดกบั นกั เรียน และเปน ปจจบุ นั และเปน บคุ คลสำคญั ในการดแู ลชว ยเหลอื 2) คดั กรอง จำแนกกลมุ นกั เรยี นเปน กลมุ ปกติ กลมุ พเิ ศษ และประสาน สงเสริมและพัฒนานกั เรยี น ขอมลู กับครแู นะแนว 3) ดูแล ชว ยเหลือนกั เรียน และใหค ำปรกึ ษาเบ้อื งตน 4) สง เสรมิ สนับสนนุ จัดกิจกรรม/โครงการ เพือ่ พฒั นานกั เรียน ใหบรรลุเปาหมายตามยุทธศาสตรการแนะแนว 5) ตดิ ตามผลการสง เสรมิ พฒั นา และดแู ลชว ยเหลอื นกั เรยี นอยา งตอ เนอ่ื ง 6) ประสานงานกับผปู กครอง ชมุ ชน และหนวยงานทเ่ี กย่ี วขอ ง เพอื่ รว มมอื กันในการสงเสรมิ พัฒนา ปอ งกนั และแกไขปญหา ของนกั เรยี น
ระบบการแนะแนวในโรงเรียน 21 บุคคลทเ่ี ก่ยี วของ บทบาทหนา ท่ี 7) มีสว นรว มในการประเมนิ ผลและปรบั ปรงุ แกไ ขการปฏิบัตงิ าน แนะแนวของโรงเรยี น 4. ครูผูส อน 1) ใหค ำปรกึ ษาเบือ้ งตนในรายวิชาทีส่ อน ในดา นการศึกษา อาชีพ เปน ผมู บี ทบาทสำคัญในการพฒั นา สว นตัวและสงั คม นกั เรยี นใหบรรลตุ ามจุดหมายของ 2) ใชข อ มลู เพอ่ื การรจู กั และเขา ใจนกั เรยี นมาใชใ นการออกแบบการจดั หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน กระบวนการเรียนรู และการจดั ประสบการณใหนักเรยี นไดพ ฒั นา ตามธรรมชาตแิ ละเต็มตามศกั ยภาพ 3) หมั่นสังเกตและเอาใจใสนกั เรียน และประสานความรวมมือกับ ครทู ปี่ รึกษาและครแู นะแนว 4) มสี ว นรว มในการดำเนนิ งานแนะแนวของโรงเรยี นในลกั ษณะเครอื ขา ย การแนะแนว 5. นกั เรียน 1) มสี วนรวมในการใหขอคดิ เห็นในการพัฒนางานแนะแนวของโรงเรยี น นักเรยี นเปนผูรับการแนะแนวและ 2) รวมทำงานกับครูแนะแนวตามศักยภาพ เชน การเปน เพ่ือนท่ปี รึกษา สามารถเปนผูใ หบ ริการแนะแนว (Youth Counselor) การจดั กจิ กรรมแนะแนว เปนตน ทม่ี คี วามเขา ใจความตองการของเพอ่ื น นกั เรยี นวยั เดียวกนั ไดเปน อยา งดี 6. ผูป กครอง 1) ยอมรับศกั ยภาพของนักเรยี น ใหโอกาสสำรวจตนเองเพอ่ื ตดั สนิ ใจ ผปู กครองจะใกลชิดกบั นักเรยี น เลอื กศึกษาและเลือกอาชพี ท่ีเหมาะสมกบั ตนเอง มากทส่ี ดุ มบี ทบาทสำคญั ในการพฒั นา 2) มีสว นรวมในการวางแผนจดั กิจกรรมแนะแนว ทางดา นรา งกาย จติ ใจ และความสามารถ 3) เปนทป่ี รึกษาการดำเนินชีวติ และเสริมสรา งทักษะชีวิตใหแกนกั เรยี น ในการเรียนรขู องนกั เรียน 7. ชมุ ชน 1) รวมมอื กับครูแนะแนวในการจัดกจิ กรรมทสี่ รางสรรคแกน กั เรียน ชมุ ชนเปน สังคมแหง การเรยี นรู 2) สอดสองดแู ลดา นพฤติกรรม ความปลอดภัยของนกั เรยี น และมีสวนรว มในการดูแลชว ยเหลือ 3) เปน แหลง เรยี นรู แหลงฝก ทักษะดานการศกึ ษาและอาชพี สงเสริมใหน กั เรยี นพฒั นาตามแนวทาง 4) ตดิ ตามผลการดำเนินงาน สะทอ นปญ หา และแสดงความคิดเห็น ทเี่ หมาะสม ที่เปนประโยชนต อ การพัฒนานักเรียน 8. สหวิชาชพี 1) ใหค วามรแู ละประสบการณข องแตล ะวิชาชพี สหวิชาชีพเปน ทัง้ แหลงเรียนรู 2) ชว ยเหลือผูเรียนตามบทบาทหนาที่ของแตละวชิ าชีพ และชว ยเหลือ แกป ญหานักเรยี นอยาง 3) เปน ท่ปี รกึ ษาใหแ กครู ผปู กครอง และนักเรยี น มอื อาชีพ
22 ระบบการแนะแนวในโรงเรยี น 2.3 จัดทำระบบขอมูลสารสนเทศเพ่ือการแนะแนว เพื่อรวบรวมขอมูลท่ีเก่ียวของ ใหถูกตอง ครอบคลุม และเปนปจจุบัน โดยใชกระบวนการวิเคราะห ประมวลผลที่เปนวิทยาศาสตร สามารถนำไปใชในการวางแผน ประกอบการตัดสินใจในการดำเนินกิจกรรมตาง ๆ ในงานแนะแนว โดยมแี นวทางในการดำเนนิ การ ดังตอไปน้ี 2.3.1 ขอ มลู สารสนเทศของโรงเรยี น ไดแ ก ขอ มลู พน้ื ฐานตา ง ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ งกบั โรงเรียน บุคลากร และนักเรียนโดยรวม เชน สภาพเศรษฐกิจของชุมชน สภาพแวดลอมโรงเรียน ความตอ งการผูปกครองและชุมชน ฯลฯ 2.3.2 ขอ มลู สารสนเทศของนกั เรียน ไดแ ก 1) ขอมูลสารสนเทศดานครอบครัว เชน สถานภาพของบิดามารดา เศรษฐกิจ อาชีพ เปน ตน 2) ขอมูลสารสนเทศดานสวนตัวของนักเรียน เชน ความสนใจ ความถนัด ความสามารถ พฤติกรรมการแสดงออก สุขภาพ ผลการเย่ียมบาน ผลการสำรวจ คณุ ลกั ณะตา ง ๆ การรบั บรกิ ารตาง ๆ จากโรงเรยี น รายงานผลความกาวหนา ของนกั เรียน เปน ตน 3) ขอมูลสารสนเทศดานการเรียน ไดแก ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาทีเ่ รียน การเขา รวมกิจกรรมตาง ๆ รวมทัง้ ผลงาน รางวัล เปน ตน 2.3.3 ขอมูลสารสนเทศเพ่ือการรายงาน เปนการรายงานภาพรวมของ นกั เรยี นดา นตา ง ๆ เชน ความสนใจ ความถนดั ความสามารถ ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น ความกา วหนา ของนักเรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค รวมทั้งสภาพเศรษฐกิจของผูปกครอง ผลการเยี่ยมบาน สภาพแวดลอมโรงเรียน ความตองการของผูปกครองและชุมชน ฯลฯ เปนขอมูลสารสนเทศ เพอื่ ใหผบู ริหารนำไปประกอบการพจิ ารณากำหนดนโยบายวางแผนพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา 2.4 จัดทำระบบขอมูลสารสนเทศของเครื่องมือการแนะแนว สื่อนวัตกรรม การแนะแนว และภาคเี ครอื ขา ยการแนะแนว เพ่อื เปนการอำนวยความสะดวกในการใชส อื่ นวัตกรรม และภาคีเครือขายการแนะแนวจะชวยใหการจัดกิจกรรมแนะแนว การบริการแนะแนว และการจัด กจิ กรรม/โครงการพฒั นานกั เรยี นใหม ีประสิทธภิ าพมากข้ึน 3. การดำเนนิ งานตามระบบการแนะแนวในโรงเรยี น ในการดำเนนิ งานตามระบบการแนะแนวในโรงเรยี น ผทู เี่ กยี่ วขอ งทกุ ฝา ยตอ งดำเนนิ การ ดังตอ ไปนี้ 3.1 สรางความรู ความตระหนักใหแกบุคลากรในโรงเรียนและภาคีเครือขาย เชน ผูบ รหิ าร ครทู ี่ปรกึ ษา นักเรียน ผูป กครอง ชุมชน และคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้ันพื้นฐาน 3.2 จดั กิจกรรมแนะแนวในและนอกชนั้ เรยี น 3.3 จดั บริการแนะแนว
ระบบการแนะแนวในโรงเรียน 23 3.4 ดำเนนิ งานแนะแนวใหส มั พนั ธเ ชอ่ื มโยงกบั บคุ ลากรและงานตา ง ๆ ในโรงเรยี น เชน 3.4.1 บคุ ลากรท่ีเกย่ี วของกบั งานแนะแนว ไดแก ผบู ริหาร ครูทปี่ รกึ ษา ครู นกั เรียน ผูปกครอง ชุมชน ฯลฯ เปน การประสานความรวมมือในการสง เสริมสนับสนนุ งานแนะแนว ใหบรรลุเปาหมาย 3.4.2 ระบบการดูแลชวยเหลือนักเรียน ไดแก การประสานความรวมมือ ในการรวบรวมขอมูลนักเรียนเปนรายบุคคล การรับนักเรียนที่จำเปนตองไดรับการพัฒนาเปนพิเศษ จากครทู ป่ี รกึ ษา การสนบั สนนุ การจดั กจิ กรรมโฮมรมู การประชมุ ผปู กครองระดบั ชนั้ เรยี น และกจิ กรรม เพื่อนทปี่ รกึ ษา (Youth Counselor) 3.4.3 นักจิตวิทยาโรงเรียน ไดแก การประสานความรวมมือในการดูแล ชว ยเหลอื นกั เรยี นทีจ่ ำเปนตอ งไดรบั การพฒั นาเปน พิเศษ ทงั้ เปนรายบคุ คลและเปน กลุม 3.4.4 กิจกรรมพัฒนาผูเรียน โดยการสงเสริมสนับสนุนใหนักเรียนใช ผลการสำรวจตนเองดา นความสามารถ ความถนดั ความสนใจ ไปพจิ ารณาการเขา รว มกจิ กรรมชมุ นมุ และกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน 3.4.5 การจัดการเรียนรูในรายวิชาตาง ๆ โดยการสนับสนุนสงเสริมใหครู มีขอ มลู ตาง ๆ ของนกั เรียน เพ่ือใหเขา ใจความแตกตา งระหวา งบุคคล และนำไปใชในการจัดการเรียน การสอนดวยการศึกษา วิเคราะหนักเรียนเปนรายบุคคล ออกแบบและจัดการเรียนรูใหสอดคลองกับ ธรรมชาติ รูปแบบการเรียนรูและศักยภาพของนักเรียน รวมท้ังคำนึงถึงความสามารถ ความถนัด ความสนใจ ฯลฯ ของนักเรียน 3.5 จัดกิจกรรม/โครงการทสี่ ง เสรมิ ใหนักเรียนบรรลเุ ปา หมายของการแนะแนว 4. การนเิ ทศ ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการดำเนนิ งานตามระบบการแนะแนวในโรงเรยี น 4.1 แตงต้ังคณะกรรมการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงาน ตามระบบการแนะแนวในโรงเรยี น 4.2 วางแผนการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานตามระบบการ แนะแนวในโรงเรียน 4.3 นิเทศ ติดตามผลการดำเนินงานตามระบบการแนะแนวในโรงเรียน รวมทั้งใหขวญั และกำลงั ใจ 4.4 ประเมินผลการดำเนินงานตามระบบการแนะแนวในโรงเรียนตามตัวชี้วัด ความสำเรจ็ และประเมินความพงึ พอใจของผูมีสว นเกยี่ วขอ งกบั ระบบการแนะแนวในโรงเรยี น 4.5 ประเมินผลความพึงพอใจของนักเรียน ผปู กครอง ชมุ ชน 5. การรายงานผลการดำเนนิ งานตามระบบการแนะแนวในโรงเรียน 5.1 จัดทำรายงานผลการดำเนินงานตามระบบการแนะแนวในโรงเรียน ใหเห็นถึงผลของการบรรลุเปาหมายและตัวช้ีวัดความสำเร็จของการบริหารระบบการแนะแนว ในโรงเรยี น รวมท้ังความพงึ พอใจของผูเก่ยี วขอ งกับระบบการแนะแนวในโรงเรียน
24 ระบบการแนะแนวในโรงเรยี น 5.2 จัดทำสารสนเทศท่ีแสดงถึงผลการบริหารจัดการในภาพรวมของระบบ การแนะแนวในโรงเรยี นท่สี ง ผลตอ การพัฒนาคณุ ภาพของนักเรยี นและโรงเรยี น 5.3 จดั ทำวารสาร/จลุ สาร หรอื สอ่ื อนื่ ๆ เพอ่ื สอื่ สาร ประชาสมั พนั ธก ารดำเนนิ งาน ระบบการแนะแนวในโรงเรียนไปสูผ ทู ีเ่ กย่ี วของ 6. การพัฒนาระบบการแนะแนวในโรงเรยี นอยา งตอเน่ืองและยงั่ ยืน กลไกทจ่ี ะทำใหร ะบบการแนะแนวในโรงเรียน มีความตอเนื่องและย่งั ยืน เกิดผลตอ คุณภาพของนกั เรียน และเกิดการเปลี่ยนแปลงตอ คุณภาพของการศึกษา ไดแ ก 6.1 การจัดใหมีการจัดการความรู (KM) และแลกเปลี่ยนเรียนรูถึงการดำเนินงาน ระบบการแนะแนวในโรงเรียนของบุคลากรผูท ่เี ก่ียวของทง้ั ภายในและภายนอกสถานศึกษา 6.2 การมสี ว นรวมในการวางแผนพฒั นาคุณภาพระบบการแนะแนวของโรงเรียน 6.3 การดำเนนิ งานแนะแนวดว ยระบบคุณภาพ (PDCA) 6.4 การนิเทศการดำเนินงานอยางตอ เน่ือง 6.5 การสงเสริมสนับสนุนใหครูแนะแนวและผูที่เกี่ยวของไดรับการพัฒนาทาง วชิ าการดานการแนะแนว จิตวิทยา สขุ ภาพจิต ฯลฯ µ«— ™’«È —¥§«“¡ ”‡√Á®¢Õß°“√∫√À‘ “√√–∫∫°“√·π–·π«„π‚√߇√¬’ π จากแนวคดิ การบรหิ ารงานแนะแนวดว ยวงจรเดมมง่ิ (Deming Cycle) ทม่ี กี ารตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงาน จึงจำเปนตองมีตัวช้ีวัดความสำเร็จของการดำเนินงานแนะแนว ซึ่งสามารถนำยุทธศาสตรการแนะแนวระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและมาตรฐานการแนะแนว มาเปนแนวทางในการกำหนดตัวช้ีวัดความสำเร็จของการบริหารระบบการแนะแนวในโรงเรียน ดงั รายละเอยี ดดงั น้ี 1. การกำหนดเปาหมาย กลยทุ ธแ ละแผนพฒั นาระบบการแนะแนวในโรงเรยี น การพจิ ารณา 1.1 มีการกำหนดเปาหมาย กลยุทธการแนะแนวใหเปนสวนหน่ึงของแผนพัฒนา คุณภาพการศกึ ษาของโรงเรียนแบบมีสว นรว ม 1.2 มีมาตรฐานคณุ ภาพของนกั เรียนทผ่ี านระบบการแนะแนวในโรงเรียน 1.3 มีมาตรฐานการปฏิบัติของบริการแนะแนวที่สอดคลองกับระบบการแนะแนว ในโรงเรยี น 1.4 มีแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมแนะแนวท่ีสงเสริมสนับสนุนการแนะแนว ใหบ รรลุเปา หมายและสอดคลอ งกบั กลยุทธ
ระบบการแนะแนวในโรงเรียน 25 2. การจดั ระบบบรหิ ารและระบบขอ มลู สารสนเทศเพอื่ ระบบการแนะแนวในโรงเรยี น การพิจารณา 2.1 มีโครงสรา งการบริหารแนะแนว 2.2 มคี ณะกรรมการดำเนนิ งานและผรู ับผิดชอบงานแนะแนว 2.3 มีขอ มูลสารสนเทศของนักเรยี น 2.4 มขี อมูลสารสนเทศของเครอื่ งมือการแนะแนว 2.5 มขี อ มลู สารสนเทศของสอื่ นวัตกรรมการแนะแนว 2.6 มขี อ มูลสารสนเทศของภาคีเครอื ขายการแนะแนว 3. การดำเนนิ งานตามระบบการแนะแนวในโรงเรยี น การพจิ ารณา 3.1 มีการสรา งความรู ความตระหนกั ใหแกบ ุคลากรทเ่ี กี่ยวขอ ง 3.2 มีการจัดกจิ กรรมแนะแนวตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน 3.3 มกี ารจัดบริการแนะแนวตามมาตรฐานการปฏิบตั ิ 3.4 มีการดำเนินงานแนะแนวที่มีการประสานความรวมมือกับผูบริหาร ครูทป่ี รกึ ษา ครู นกั เรียน ผปู กครอง ชุมชน 3.5 มีการดำเนินงานแนะแนวที่มีความสัมพันธเชื่อมโยงกับงานระบบการดูแล ชว ยเหลอื นกั เรยี น 3.6 มีการดำเนินงานแนะแนวที่มีความสัมพันธเช่ือมโยงกับงานนักจิตวิทยา โรงเรียน 3.7 มกี ารดำเนนิ งานแนะแนวทมี่ คี วามสมั พนั ธเ ชอื่ มโยงกบั งานกจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น 3.8 มกี ารดำเนนิ งานแนะแนวทม่ี คี วามสมั พนั ธเ ชอ่ื มโยงกบั การจดั การเรยี นการสอน 3.9 มกี ารจดั กจิ กรรม/โครงการทสี่ งเสริมใหนกั เรยี นบรรลเุ ปา หมายการแนะแนว 4. การนเิ ทศ ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการดำเนนิ งานตามระบบการแนะแนวในโรงเรยี น การพิจารณา 4.1 มีคณะกรรมการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานตามระบบ การแนะแนวในโรงเรยี น 4.2 มีแผนการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานตามระบบการ แนะแนวในโรงเรียน 4.3 มีการนิเทศ ติดตามผลการดำเนินงานตามระบบการแนะแนวในโรงเรียน รวมท้งั ใหขวญั กำลังใจ และสะทอ นผลการนเิ ทศ 4.4 มีการประเมินผลการดำเนินงานตามระบบการแนะแนวในโรงเรียน ตามตัวชี้วัดความสำเร็จ และประเมินความพึงพอใจของผูมีสวนเก่ียวของกับระบบการแนะแนว ในโรงเรยี น
26 ระบบการแนะแนวในโรงเรียน 5. การรายงานผลการดำเนินงานตามระบบการแนะแนวในโรงเรียน การพจิ ารณา 5.1 มีรายงานผลการดำเนนิ งานแนะแนวภายในโรงเรียนและสาธารณชน 5.2 มรี ายงานความพงึ พอใจของผูเ กย่ี วขอ งกับระบบการแนะแนวในโรงเรยี น 5.3 มีรายงานที่สะทอนใหเห็นถึงผลการบรรลุเปาหมายและตัวช้ีวัดความสำเร็จ ของการบรหิ ารระบบการแนะแนวในโรงเรยี น 5.4 มีสารสนเทศท่ีแสดงถึงผลการบริหารจัดการในภาพรวมของระบบการ แนะแนวในโรงเรียน 5.5 มีวารสาร/จุลสาร หรือสื่ออื่น ๆ เพื่อส่ือสาร ประชาสัมพันธการดำเนินงาน ระบบการแนะแนวในโรงเรยี นไปสูผ เู กย่ี วของ 6. การพัฒนาระบบการแนะแนวในโรงเรยี นใหเ กดิ อยางตอ เน่อื งและยัง่ ยนื การพจิ ารณา 6.1 มีการแลกเปล่ียนเรียนรูถึงการดำเนินงานระบบการแนะแนวในโรงเรียน ของบคุ ลากรผูเกีย่ วของ ท้งั ภายในและภายนอกสถานศกึ ษา 6.2 มีการดำเนินงานแนะแนวแบบมีสวนรวม เชน การวางแผนพัฒนาคุณภาพ ระบบการแนะแนวของโรงเรียน 6.3 มีการดำเนนิ งานแนะแนวดว ยระบบคณุ ภาพ (PDCA) 6.4 มีการนเิ ทศการดำเนินงานอยา งตอ เน่ือง 6.5 มีการสงเสริมสนับสนุนใหครูแนะแนวและผูเก่ียวของไดรับการพัฒนาทาง วชิ าการดานการแนะแนว จิตวิทยา สขุ ภาพจิต ฯลฯ 6.6 มีการจดั ทำวจิ ยั เพือ่ การพฒั นา จากแนวคิดการคิดเชิงระบบ ที่มองภาพรวมของระบบการแนะแนวในโรงเรียนท่ีมี สว นประกอบยอ ย ๆ มาประกอบการคดิ คอื องคป ระกอบของการบรหิ ารดา นปจ จยั ดา นกระบวนการ ดังกลาวมาแลว องคประกอบดานผลผลิต ที่เปนตัวชี้วัดความสำเร็จของการบริหารการแนะแนว ในโรงเรียน คือ คุณธรรมของผเู รียน
ระบบการแนะแนวในโรงเรยี น 27 µ«— ™«’È ¥— ¥“â π§≥ÿ ¿“溟â‡√¬’ π การจัดกิจกรรมแนะแนวและบริการแนะแนว เปนกิจกรรมท่ีสงเสริมใหผูเรียน เกิดสมรรถนะดานทักษะชีวิตไดโดยนำวัตถุประสงคของกิจกรรมแนะแนวของหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 องคประกอบของทักษะชีวิตในระบบการศึกษาข้ันพื้นฐาน ทักษะแหงอนาคตในศตวรรษที่ 21 ซ่ึงมีความสอดคลองกันมาบูรณาการเปนเปาหมายใหเกิด แกผูเรียน นอกจากนี้สถานศึกษาสามารถพิจารณาตัวบงชี้ดานคุณภาพผูเรียนในการประกันคุณภาพ ภายในและการประเมินคุณภาพภายนอกระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน นำมากำหนดสมรรถนะ ของกจิ กรรมแนะแนวได เพอื่ ใหส อดคลอ งกบั บรบิ ทของสถานศกึ ษา ดงั ตวั อยา งตวั ชว้ี ดั คณุ ภาพผเู รยี น ตอไปนี้ 1. สมรรถนะดานการรจู ัก เขา ใจตนเอง รกั และเหน็ คุณคาในตนเองและผอู ืน่ 2. สมรรถนะดานการคิดวิเคราะห การตัดสินใจ การวางแผน และการแกปญหา อยางสรางสรรคในดานการศกึ ษา ดา นอาชพี ดา นสวนตัวและสงั คม 3. สมรรถนะดา นการจดั การกับอารมณแ ละความเครยี ด 4. สมรรถนะการสรา งสมั พันธภาพทด่ี กี บั ผอู ่ืน
28 ระบบการแนะแนวในโรงเรียน 3ตอนที่ ครแู นะแนว : ระบบการแนะแนวในโรงเรียน การดำเนินงานแนะแนวอยางมีระบบเพ่ือพัฒนาคุณภาพของผูเรียนใหเกิดสมรรถนะ ดา นทกั ษะชีวิตตามวัตถุประสงคข องการแนะแนว ทใ่ี หผ เู รยี นรูจกั เขา ใจ เหน็ คุณคา ตนเองและผอู ่นื สามารถวางแผนการศึกษา อาชีพ สวนตัวและสังคม รวมทั้งการรูจักปรับตัวไดอยางเหมาะสม อยูรวมกับผูอื่นไดอยางมีความสุขนั้น สามารถดำเนินงานดวยการจัดบริการแนะแนว และการจัด กิจกรรมแนะแนวทั้งในและนอกชั้นเรียน การประสานงานเครือขายการแนะแนว และสนับสนุน ระบบการดูแลชวยเหลือนักเรียน ดวยกิจกรรม/โครงการตาง ๆ โดยมีการติดตามประเมินผล สรุป รายงานผลการดำเนินงาน ดงั แผนภาพแสดงการดำเนินงานแนะแนวในโรงเรยี นตอ ไปนี้
ระบบการแนะแนวในโรงเรียน 29 §√Ÿ·π–·π« : √–∫∫°“√·π–·π«„π‚√߇√’¬π คณะกรรมการสถานศึกษา ผบู ริหาร คณะกรรมการสมาคมผูปกครอง ศกึ ษานเิ ทศก ครแู นะแนว คณะกรรมการสมาคมศษิ ยเ กา คณะกรรมการเครอื ขา ยผปู กครอง จดั บริการ กิจกรรมแนะแนว จัดโครงการ/ ประสานงาน สนับสนนุ ระบบดแู ล แนะแนว ใน/นอกชน้ั เรียน กิจกรรมแนะแนว เครือขายการแนะแนว ชว ยเหลือนักเรียน ไมเ ปน ไปตามวัตถปุ ระสงค ประเมนิ ผล เปน ไปตามวัตถุประสงค การดำเนนิ งาน หาสาเหตุ/แกไข/ปรับปรุง พฒั นา/ตอยอด สรุป/รายงานผล
30 ระบบการแนะแนวในโรงเรียน จากแผนภาพขางตน ภารกิจของครูแนะแนว อาจแบงเปนงานหลักสำคัญคือ การใหบ ริการแนะแนว 5 บรกิ าร การจัดกจิ กรรมแนะแนวในชน้ั เรยี น และการประสานงานเครือขา ย แนะแนวและจดั กจิ กรรม/โครงการ สนบั สนนุ ระบบการดแู ลชว ยเหลอื นกั เรยี น ดงั มรี ายละเอยี ดตอ ไปน้ี 1. °“√®—¥∫√°‘ “√·π–·π« 1.1 บริการสำรวจขอ มูลนักเรียนรายบุคคล 1.1.1 ความหมาย การสำรวจขอมูลนักเรียนรายบุคคล หมายถึง การศึกษา รวบรวม และ จดบันทึกเร่ืองราวตาง ๆ เก่ียวกับนักเรียนรายบุคคล เพื่อท่ีจะทำความรูจักและเขาใจนักเรียน ใหมากข้ึน ซ่ึงจะสงผลใหครูสามารถใหความชวยเหลือนักเรียนไดอยางมีประสิทธิภาพ ท้ังยังชวยให นักเรียนไดรจู กั และเขาใจตนเองดีขึ้นดว ย 1.1.2 วัตถุประสงค 1) ครูและผทู เ่ี กี่ยวขอ งรูจักและเขาใจนักเรียนไดดแี ละถูกตองมากยิ่งขน้ึ 2) นกั เรยี นมโี อกาสรจู ักและเขาใจตนเองในดานตา ง ๆ มากขึ้น 3) บุคลากรในโรงเรียนสามารถนำผลจากความรูความเขาใจ ในตวั นักเรยี นไปใชจ ดั โครงการ/กจิ กรรมเพือ่ ปองกนั แกไ ข และสงเสรมิ คุณภาพนักเรยี น 1.1.3 หลกั การ 1) การศึกษารวบรวมขอมูลเปนกระบวนการศึกษารายละเอียด ท้ังท่ี เกีย่ วกับนักเรยี นโดยตรง และสิง่ แวดลอ มของนักเรียน 2) การศึกษารวบรวมขอมูลดวยเทคนิคและวิธีท่ีหลากหลายเพื่อใหรูจัก นกั เรยี นในหลายแงมมุ 3) การเลือกใชเครื่องมือหรือวิธีการใหเหมาะสมสอดคลองกับลักษณะ ของนกั เรยี นแตล ะคน 4) เปาหมายของการสำรวจขอมูลเปนรายบุคคล คือ การชวยให นักเรียนรูจักและเขาใจตนเองดีข้ึน ซึ่งจะนำไปสูการตัดสินใจแกปญหาไดอยางถูกตองเหมาะสม ตอ ไป 5) ครูควรศึกษาและรวบรวมรายละเอียดเก่ียวกับตัวนักเรียนทุกคน ทง้ั เด็กทีป่ กติและเด็กพิเศษ 6) ประสิทธิภาพของการรวบรวมขอมูลขึ้นอยูกับความรวมมือของ ทกุ ฝายทเ่ี ก่ยี วของในการใหข อมูล 7) การศึกษาและรวบรวมขอมูลควรเปนกระบวนการทำความขาใจ ควบคไู ปกับการใหค วามชว ยเหลือนักเรยี น
ระบบการแนะแนวในโรงเรยี น 31 1.1.4 วิธกี าร/เครือ่ งมือใชรวบรวมขอมูลนักเรียนรายบคุ คล 1) การสังเกต เปนการศึกษาพฤติกรรมของนักเรียน โดยใชแบบสังเกต พฤตกิ รรม เพื่อนำมาเปน ขอมูลในการวนิ ิจฉยั ปญหาของนักเรยี น ซ่งึ ตอ งมีวัตถุประสงคใ นการสังเกต การสงั เกตแบงออกเปน 2 ประเภท ไดแ ก ก) การสังเกตอยางไมเปนทางการ คือ การสังเกตตามเวลาหรือ โอกาสอำนวย ข) การสังเกตอยางเปนทางการ คือ การสังเกตท่ีมีการวางแผน ลว งหนา วาจะสังเกตเก่ียวกับเรื่องอะไร และสังเกตเวลาใด 2) การสัมภาษณเพอ่ื การแนะแนว แบงออกเปน 3 ชนดิ คอื ก) การสัมภาษณเพื่อหาความจรงิ ข) การสัมภาษณเ พื่อใหคำปรกึ ษา ค) การสมั ภาษณเพือ่ การรูจ ักคุน เคย 3) การใชสังคมมิติ ใชศึกษาเด็กเปนรายบุคคล โดยศึกษาความสัมพันธ เกี่ยวกับสังคมของบุคคลท่ีอยูในกลุมเดียวกัน โดยการถามถึงความรูสึกของนักเรียนแตละคนที่มีตอ เพอื่ นในกลมุ ของตน 4) การศึกษานักเรียนเปนรายกรณี เปนวิธีที่ใชสำหรับสรุปขอมูลของ นักเรียนเปนราย ๆ ไป เพ่ือการหาภาพรวมของนักเรียน ซึ่งตองมีการศึกษาประวัติท่ีรวบรวมขอมูล จากแหลงที่เชื่อถือได และกระทำอยางตอเน่ือง ทั้งนี้ เพื่อชวยใหนักเรียนที่ประสบปญหาสามารถ ปรับตัวใหเขากับสภาพแวดลอมได โดยการวิเคราะห และตีความหมายของขอเท็จจริงตาง ๆ จากขอมูลทรี่ วบรวมไว 5) ระเบยี นพฤตกิ ารณ เปน วธิ กี ารบนั ทกึ ขอ มลู เกยี่ วกบั เหตกุ ารณต า ง ๆ ท่ีเกิดข้ึนกับนักเรียนอยางยอ ๆ ในชวงเวลาหน่ึง ระเบียนพฤติการณเปรียบเสมือนการถายภาพ การกระทำตา ง ๆ ของนักเรยี นในแตละคร้งั ในแตละสถานการณออกมาเปน ขอ ความเชงิ บรรยาย 6) ระเบยี นสะสม เปน การบนั ทกึ ขอ มลู ตา ง ๆ เกยี่ วกบั ตวั นกั เรยี น ตงั้ แต เร่ิมเขาเรียนจนออกจากโรงเรียน ระเบียนสะสมควรมีขอมูลเก่ียวกับนักเรียนในดานตาง ๆ ดังนี้ ประวัตสิ วนตัว สขุ ภาพ การเรียน บคุ ลกิ ภาพ การทดสอบ การเขารว มกจิ กรรม การศกึ ษาและอาชพี การปรับตวั เขากับสงั คม ระเบยี นพฤติการณ ฯลฯ 7) การเยี่ยมบาน เปนวิธีที่ครูเดินทางไปเยี่ยมนักเรียนที่บานเพ่ือพบปะ ปรึกษาหารอื กับผปู กครอง ชว ยใหครูเขา ใจนักเรียนมากข้นึ เพ่อื ประโยชนในการแกไขปญ หา 8) การใชแบบสำรวจปญหา เปนวิธีสำรวจปญหาของนักเรียนวา มปี ญ หาอะไรบา ง ครจู ะตอ งรวบรวมปญ หาไว แลว นำปญ หาเหลา นนั้ มาเขยี นเปน ขอ ความทส่ี ละสลวย การสำรวจปญ หาจะชว ยใหเขา ใจถงึ ปญ หาของนักเรียนเพื่อนำไปจัดการแกไ ขตอ ไป
32 ระบบการแนะแนวในโรงเรียน 9) การใชแบบทดสอบ เปนเคร่ืองมือที่ใชวัดสติปญญา ความถนัด ความสนใจ บคุ ลิกภาพ ทัศนคติ ฯลฯ เพือ่ ทำใหเ ขาใจนกั เรยี นไดดยี ่ิงขึ้น การใชแบบทดสอบตองระวงั ความผิดพลาด จากการดำเนินการทดสอบและการแปลผล ขอทดสอบตองมาตรฐานเท่ียงตรง เชื่อถือได การนำแบบทดสอบมาใชตองม่ันใจวามีความจำเปนตองใช การใชแบบทดสอบศึกษา นักเรียนเปน รายบคุ คล ควรใชภายหลังวธิ ีอน่ื ๆ ชนดิ ของแบบทดสอบที่ใชใ นการแนะแนวท่ีสำคัญ ๆ มดี งั นี้ แบบทดสอบวัดสติปญญา แบบทดสอบวัดความถนัด แบบทดสอบวดั ความสนใจ แบบทดสอบ วดั ผลสัมฤทธ์ิ แบบทดสอบเก่ยี วกบั การปรับตัว แบบทดสอบวัดบุคลกิ ภาพ 10) การใชแบบประเมินพฤติกรรม (SDQ) เปนเคร่ืองมือสำหรับการ คัดกรองนักเรียนดานพฤติกรรม การปรับตัว ที่มีผลเก่ียวเนื่องกับสภาพจิต ซึ่งจะชวยใหครูท่ีปรึกษา มีแนวทางการพิจารณานักเรียนดานสุขภาพจิตมากขึ้น มี 3 ชุด คือ ชุดที่ครูเปนผูประเมินนักเรียน ชุดที่พอแม ผูปกครอง เปนผปู ระเมินนักเรยี น และชุดทน่ี กั เรยี นประเมนิ ตนเอง 11) การใชแบบสอบถาม เพ่ือใชในการรวบรวมขอมูลตาง ๆ จากบุคคล จำนวนมาก โดยใชระยะเวลาสั้น ๆ และจะไดขอมูลจำนวนมากอยางกวาง ๆ สามารถประหยัด ท้ังเวลา แรงงาน และคาใชจ า ย 12) การบันทึกประจำวัน เปนเคร่ืองมือที่ชวยครูที่ปรึกษาใหทราบขอมูล เร่ืองราว และรายละเอียดตา ง ๆ เกีย่ วกับนักเรยี น โดยใหนกั เรียนเขียนเรอ่ื งตา ง ๆ เกย่ี วกบั กิจกรรม ของนกั เรียนท่ีไดทำในวันหนึง่ ๆ 13) การเขียนอัตชีวประวัติ เปนการใหนักเรียนเขียนเร่ืองราวเก่ียวกับ ตนเอง เพื่อแสดงถึงความคิด ความรูสึก อุดมคติ หรือความปรารถนาที่เปนเหตุการณ ทั้งในอดีต ปจจุบัน และอนาคต ครูที่ปรึกษาอาจกำหนดหัวขอท่ีตองการรูจักนักเรียน เพื่อจะไดทราบความคิด ความรูสึกที่นักเรียนมีตอตนเอง และสิ่งแวดลอมในดานตาง ๆ เชน อัตชีวประวัติของขาพเจา ประสบการณท ่ฉี ันประทบั ใจ ครอบครัวของฉัน เพอื่ นของฉัน เปา หมายชวี ติ ของฉนั ฯลฯ 1.2 บริการสนเทศ 1.2.1 ความหมาย บริการสนเทศ หมายถงึ บริการ จัดหา รวบรวมขอ มูลและขา วสารตา ง ๆ ทางดานการศึกษา อาชีพ สังคม และการปรับตัวอยางเปนระบบ เพ่ือใหนักเรียนนำไปใชประกอบ การตัดสินใจ วางแผนชวี ติ และพัฒนาตนไดอยางเหมาะสม 1.2.2 วัตถุประสงค การจดั บรกิ ารสนเทศดำเนินการโดยมีจดุ มุง หมายสำคัญ สรปุ ไดดงั นี้ 1) เพื่อใหนักเรียนไดรับขาวสาร เรื่องราวตาง ๆ ท่ีมีคุณภาพเปน ประโยชนตอ ตนเอง 2) เพื่อเปนแหลงความรแู ละขอมลู ในการตัดสนิ ใจดานตาง ๆ
ระบบการแนะแนวในโรงเรยี น 33 3) เพื่อใหขอสนเทศท่ีถูกตองและทันตอเหตุการณแกนักเรียนและ ผทู เ่ี กยี่ วขอ ง 4) เพื่อกระตุนและสงเสริมใหนักเรียนไดพิจารณาโอกาสและทางเลือก ตา ง ๆ ทางการศึกษาและอาชีพ 5) เพื่อปลูกฝงใหนักเรียนมีเจตคติที่ดีตอการศึกษา อาชีพ และ มคี ณุ ลักษณะพนื้ ฐานทส่ี อดคลองกับการดำเนินชีวติ 6) เพอื่ ปลกู ฝง ใหนักเรียนมนี สิ ัยในการทำงานทด่ี ี 1.2.3 หลกั การ การจดั บรกิ ารสนเทศใหป ระสบความสำเรจ็ นนั้ ครแู นะแนวควรยดึ หลกั การ สำคญั 10 ประการ สรุปไดดงั น้ี (เจียรนัย ทรงชัยกุล, 2544 : 73-76) 1) มุงชวยใหนักเรียนไดรับขอสนเทศท่ีมีคุณภาพตามความตองการ และความจำเปนอยางเพียงพอ และชวยนักเรียนใหสามารถนำขอสนเทศที่ไดรับไปใชประโยชน ไดอยางเหมาะสมในการตัดสินใจ การวางแผน การปองกันปญหา และการพัฒนาตน ท้ังในดาน การศกึ ษา อาชพี สว นตัวและสังคม 2) ตองใหความสำคัญกับขอสนเทศท่ีมีคุณภาพท่ีจะใหแกนักเรียน ครูแนะแนวควรตระหนัก และใหความสำคัญกับขอสนเทศที่รวบรวมมาใหแกนักเรียน วาเปน ขอสนเทศที่จำเปน ถูกตอง เปนปจจุบัน ปริมาณเพียงพอ นาเชื่อถือ และสอดคลองกับพัฒนาการ ของนักเรยี น 3) การจัดบริการสนเทศตองใหนักเรียนทุกคนไดรับสิทธิและโอกาส ไดรับการสนเทศ ที่จัดใหอยางเสมอกัน หนวยงานซ่ึงจัดบริการสนเทศจะตองมุงใหเกิดประโยชน แกนักเรียนเปนสำคัญ ครูแนะแนวจึงตองใหนักเรียนกลุมเปาหมายทุกคนไดรับสิทธิและมีโอกาส ไดรับบริการสนเทศทจ่ี ัดใหอยา งเสมอภาคกนั 4) จัดใหสอดคลองกับพัฒนาการของนักเรียนดานสังคม และดาน สตปิ ญ ญา 5) จัดอยางตอเนื่องและตามข้ันตอนของพัฒนาการของมนุษย และ พัฒนาการทางอาชีพ ครูแนะแนวตองจัดบริการสนเทศอยางตอเนื่องและตามข้ันตอนของพัฒนาการ ของมนุษย เชน นักเรยี นทเี่ ปน เดก็ วัยเรยี นควรเรม่ิ ไดรบั ขอสนเทศอยา งกวาง ๆ ท่ัวไปกอน และควร จะไดรบั ขอสนเทศอยางตอเน่อื งเรื่อยไป แตขอ สนเทศจะมคี วามเฉพาะเจาะจง มรี ายละเอยี ด มีความ ลุมลกึ ซบั ซอ น เพ่ิมขึน้ ตามวยั ทส่ี ูงข้ึนของนักเรียน เปนตน 6) คำนึงถึงความแตกตางของนักเรียนกลุมเปาหมาย เพ่ือใหสามารถ จัดบริการสนเทศท่ีตอบสนองความสนใจ ความตองการ ความจำเปน และศักยภาพของนักเรียน แตล ะรายไดอ ยางเหมาะสม
34 ระบบการแนะแนวในโรงเรยี น 7) คำนึงถึงปจจัยดานสิ่งแวดลอมที่มีอิทธิพลตอนักเรียน ในการจัด บริการสนเทศตองคำนึงถึงปจจัยดานส่ิงแวดลอมตาง ๆ ที่มีอิทธิพลตอนักเรียนกลุมเปาหมาย เชน ความคาดหวังของบิดามารดา กลุมเพ่อื น สอ่ื มวลชน และการเปลย่ี นแปลงของตลาดแรงงาน 8) เคารพในสิทธิ เสรีภาพ และความสามารถในการตัดสินใจของ นกั เรยี น ไมโ นม นาวใจหรอื กดดันใหนกั เรยี นรบี เรง ตัดสนิ ใจตามความเหน็ ชอบของครูแนะแนว 9) ควรใชทรัพยากรในการบริหารจัดการบริการสนเทศที่มีอยูจำกัด ใหเ กิดประโยชนไดส งู สดุ ตอนกั เรียนและโรงเรยี น 10) ควรใหค วามสำคญั ตอ การวางแผน มกี ารกำหนดเปา หมาย วตั ถปุ ระสงค ของการจัดบรกิ ารสนเทศสำหรับนกั รยี นกลมุ เปา หมายทต่ี องรับผิดชอบ จากการนำเสนอหลักการจัดบริการสนเทศขางตน สรุปไดวา การจัดบริการ สนเทศที่ดีมีประสิทธิภาพมีหลักการสำคัญ คือ จัดบริการสนเทศใหสอดคลองกับความตองการและ ความจำเปน ของนักเรียน โดยดำเนนิ การอยางเปน ระบบ ผานวิธกี ารที่หลากหลาย ท้งั เนนใหน ักเรยี น ไดมสี วนรว มในการจดั บรกิ าร 1.2.4 ประเภทของขอสนเทศ สำหรับขอสนเทศที่จัดใหแกนักเรียน ควรจัดใหครอบคลุมขอบขาย การแนะแนว ทงั้ 3 ดา น คอื 1) ขอ สนเทศดานการศึกษา การใหขอสนเทศดานการศึกษา เปนการใหความรู ประสบการณ และรายละเอียดตาง ๆ เก่ียวกับการศึกษาในชวงปจจุบันและอนาคต รวมท้ังวิธีการศึกษาเลาเรียน ใหประสบผลสำเรจ็ ทนุ การศึกษาและกิจกรรมเสรมิ ประสบการณตา ง ๆ แนวทางการศกึ ษาตอ ขอ ดี และขอ เสียในการศึกษาเลาเรียนในแตล ะสาขาอาชพี เปน ตน ขอ สนเทศดานการศกึ ษาทค่ี วรจดั ใหแกน ักเรยี น ประกอบดว ย ก) กฎระเบียบ ขอบังคับ และแนวปฏิบัตติ าง ๆ ของสถานศกึ ษา ข) หลักสูตรของสถานศึกษา ซ่ึงประกอบดวยหลักการ จุดมุงหมาย โครงสรา งของหลกั สตู ร รายวชิ า แผนการเรียน การวัดและการประเมนิ ผล การสำเรจ็ การศึกษา ค) บริการตาง ๆ เชน บริการพยาบาล แหลงการเรียนรู บริการ โสตทัศนูปกรณ บริการกยู มื เงินเพอื่ การศกึ ษา บรกิ ารแนะแนว เปน ตน ง) กจิ กรรมตา ง ๆ ทีจ่ ดั ใหแ กนักเรยี น ไดแ ก กจิ กรรมเสรมิ หลกั สูตร กจิ กรรมทางสงั คม เปน ตน จ) ลักษณะของโรงเรียน ขอกำหนด กฎเกณฑ และคุณสมบัติ ในการศกึ ษาตอ ในสถาบนั ตา ง ๆ เชน สถานท่ีต้ัง สาขาทีเ่ ปดสอน วธิ กี ารเขา ศกึ ษา คาใชจ า ย เปนตน
ระบบการแนะแนวในโรงเรยี น 35 ฉ) องคประกอบในการตัดสินใจเลือกแนวทางการศึกษาตอ ไดแก ความสามารถทางการเรียน ความถนัด นิสัย ความสนใจ ทิศทางและแนวโนมการประกอบอาชีพ รายไดข องอาชีพ เปน ตน ช) วิธีการเรียนอยางมีประสิทธิภาพ ไดแก การบริหารตนเอง เทคนิคการอานหนังสือ และการจดบันทึก การคนหารูปแบบการเรียนรู การควบคุมตนเอง การแสวงหาแหลงการเรยี นรู เปน ตน 2) ขอสนเทศดานอาชีพ การใหขอสนเทศดานอาชีพเปนการชวยใหนักเรียนมีความรู ความเขาใจเร่ืองอาชีพ เชน วิธีการเลือกอาชีพ การเตรียมตัวเพื่อประกอบอาชีพ การสมัครงาน คุณสมบัติของผูสมัคร ภาระหนาท่ีในการปฏิบัติงาน สภาพของงานอาชีพน้ัน ๆ รายได และ ความกาวหนาในงานอาชพี นน้ั ตลอดจนสวสั ดิการท่ีไดรับ ขอ สนเทศดา นอาชพี ท่คี วรจัดใหแกน กั เรียน ประกอบดวย ก) ลักษณะ ความสำคัญ และเจตคติตอ อาชพี ตา ง ๆ ข) รายละเอียดเก่ียวกับอาชีพ ไดแก คุณสมบัติสวนตัว คุณสมบัติ เฉพาะตำแหนง วิธีการคัดเลือกคนเขาทำงาน ลักษณะของการทำงาน สถานท่ีของการทำงาน ความม่นั คงในการทำงาน รายได ความตองการของตลาดแรงงาน ความกา วหนา ของงาน สวัสดกิ าร เปนตน ค) การเตรยี มตนเองเขา สงู าน การเขียนใบสมัครงาน ง) มาตรฐานและกฎระเบยี บทางอาชีพ 3) ขอ สนเทศดา นสวนตัวและสงั คม การใหขอสนเทศดานสวนตัวและสังคมเปนการชวยใหนักเรียนมีชีวิต หรือความเปนอยูอยางสงบ มีความเจริญท้ังรางกายและจิตใจ มีคุณลักษณะอันพึงประสงค ปรับตัว ใหเขากับสังคม อยูรวมกับผูอื่นไดอยางมีความสุข รูจักการเปนผูนำ และผูตามที่ดี มีบุคลิกภาพ และมารยาทเหมาะสมตามกาลเทศะ รจู กั ใชเวลาวางใหเ กดิ ประโยชน ขอ สนเทศดา นสว นตวั และสงั คมทคี่ วรจดั ใหแ กน กั เรยี น ประกอบดว ย ก) การรูจักตนเองในดานตาง ๆ ไดแก ระดับเชาวนปญญา ความสามารถ ความสนใจ ความถนัด ความตอ งการ ตลอดจนนสิ ยั ใจคอ เปน ตน ข) วธิ ีการสรางความสัมพันธกับเพอ่ื นเพศเดียวกันและตางเพศ ค) การเขาใจในบทบาทของเพศสภาพ ง) การเขาใจพฤติกรรม ลักษณะนิสัยใจคอ คุณลักษณะ และความ ตองการของผูอื่น ตลอดจนความแตกตา งระหวางบุคคล
36 ระบบการแนะแนวในโรงเรียน จ) การปรับตัว การยอมรับ และเขาใจตนเอง สภาพแวดลอม ครอบครวั สถานศกึ ษา และสังคม ฉ) การยอมรบั ตนเองและผอู ่นื อันไดแก ความกดดนั ของกลมุ เพื่อน ความคาดหวังของบิดามารดา เปน ตน ช) การวางตนใหเ หมาะสมกบั กาลเทศะ วธิ กี ารเขา สงั คม การพฒั นา บุคลกิ ภาพ ซ) การรเู ทา ทนั ตนเองและสังคม ทกั ษะชวี ติ ฌ) การวางแผนทางการเงิน การใชเวลาวาง การใชช ีวิต 1.2.5 วิธกี ารจัดบรกิ ารสนเทศ การจัดบริการสนเทศในโรงเรียนสามารถทำไดหลายวิธี บริการสนเทศ ทค่ี รแู นะแนวควรใหความสำคญั คือ กจิ กรรมโฮมรูม ปา ยนิเทศ ศนู ยสนเทศ วนั อาชพี และกจิ กรรม นักเรียนที่ควรเขาไปมีสวนรวม เชน ปฐมนิเทศ ปจฉิมนิเทศ และการจัดทำคูมือนักเรียน นอกจากนี้ หากจำเปนสามารถจัดเปนโครงการหรือกิจกรรมเพิ่มเติม สำหรับบริการสนเทศที่ครูแนะแนวควรจัด มดี ังนี้ 1) กิจกรรมโฮมรูม กิจกรรมโฮมรูมเปนวิธีการจัดบริการสนเทศที่ครูสามารถจัดใหมี ประสิทธิภาพสูงสุดนอกเหนือจากการใหขอสนเทศ กิจกรรมโฮมรูมเปนการสงเสริมหรือพัฒนาทักษะ ชีวิตใหแกนักเรียน และเปนการจัดวางตัวบุคคลไดดวย ซ่ึงเปนอีกบริการหนึ่งของงานแนะแนว ในโรงเรยี น ก) ความหมายของกิจกรรมโฮมรูม กิจกรรมโฮมรูม หมายถึง กิจกรรมท่ีจัดข้ึนเพ่ือพัฒนานักเรียน ใหเกิดความเจริญงอกงามตามคุณลักษณะอันพึงประสงคของสังคม โดยมีพ้ืนฐานจากการสราง สัมพันธภาพ ความปรารถนาดีท่ีมีตอกัน การนำเสนอสารสนเทศท่ีมีประโยชน ทำใหนักเรียนไดรับ ความรู ไดค ดิ วิเคราะห ตดั สนิ ใจ เพอื่ ใหเ กิดความเขา ใจในตนเอง ผูอื่น และสงั คม ข) วตั ถุประสงคข องการจดั กจิ กรรมโฮมรูม การจดั กจิ กรรมโฮมรมู มวี ตั ถปุ ระสงคส ำคญั คอื การรจู กั นกั เรยี น การใหข อสนเทศแกน กั เรยี น และการพัฒนานักเรียน ค) แนวการจัดกจิ กรรมโฮมรมู การจดั กจิ กรรมโฮมรมู จดั ไดห ลายลกั ษณะ ซง่ึ อาจจดั ในเวลาเรยี น หรือนอกเวลาเรียนก็ได รวมท้ังระยะเวลาที่จัด ขึ้นอยูกับบริบทของแตละโรงเรียน สำหรับขั้นตอน การจัดกิจกรรมโฮมรูม เพื่อประโยชนสูงสุดและคุณภาพของนักเรียน มีข้ันตอนเสนอเปนแนวทาง ดงั นี้
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229