Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 009 ชุดฝึกอบรมการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

009 ชุดฝึกอบรมการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

Description: 009 ชุดฝึกอบรมการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

Search

Read the Text Version

ชุดฝกึ อบรมการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ การสร้างและพฒั นาเครอื่ งมือวดั และประเมนิ ผลการเรยี นร ู้ คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๐ ป ระเด็น การแก้ปญั หา ผเู้ รียนสามารถ ผเู้ รียนสามารถ ผ้เู รยี นเลือกวิธกี าร ผเู้ รยี นเลอื กวธิ ีการ เลือกวิธกี ารทม่ี ี เลอื กวธิ ีการทม่ี ี ทีส่ ามารถแก้ปญั หา ทไี่ มส่ ามารถ ประสิทธภิ าพทสี่ ุด ประสทิ ธิภาพมาก ขอ้ จำกัดตา่ ง ๆ แกป้ ญั หา ข้อจำกัด ไม่มี ้ขอมูลเพื่อการประเมิน เหมาะสมท่สี ุด ที่สดุ เหมาะสมที่สุด แต่ยังไม่เปน็ วธิ ีการ ต่าง ๆ ได้ ในการแกป้ ัญหา ในการแกป้ ัญหา ที่มปี ระสทิ ธิภาพ ขอ้ จำกัดต่าง ๆ ข้อจำกดั ต่าง ๆ ทส่ี ุด เหมาะสม การตดั สนิ ใจ และอธิบายได้ แตอ่ ธิบายได้ ท่สี ดุ สมบูรณถ์ กู ต้องวา่ ไมค่ รบถ้วนว่าทำไม ทำไมแนวทางที่ใช้ แนวทางท่ีใช้จงึ มี จงึ มีประสทิ ธิภาพ ประสทิ ธิภาพมาก ที่สดุ ท่ีสดุ ผู้เรียนใชเ้ กณฑ ์ ผู้เรยี นใช้เกณฑ ์ ผเู้ รยี นใชเ้ กณฑ์ ผ้เู รยี นใช้เกณฑ์ ที่เกยี่ วขอ้ งเช่อื มโยง ท่เี กย่ี วขอ้ งเช่ือมโยง ท่ีเชอื่ มโยงกับ ทีไ่ ม่เช่อื มโยงกบั กับบริบทในการ กบั บริบทในการ สถานการณแ์ ต่ยงั สถานการณ ์ ไ ่ม ีมข้อ ูมลเ ่ืพอการประเ ิมน เลือกทางเลือกที่ เลือกทางเลือกที่ ไมเ่ ปน็ เกณฑท์ ่ี เหมาะสมที่สดุ ต่อ เหมาะสมท่สี ุด เก่ียวข้องท่ีสดุ กบั การตดั สินใจ และ แต่ไมส่ ามารถ บรบิ ทใน สามารถอธบิ ายได้ อธิบายไดค้ รบถ้วน สถานการณ์ หรอื ว่าทำไมทางเลือก ว่าทำไมทางเลอื ก ใชท้ างเลอื กทย่ี งั ไม่ น้ันจึงเหมาะสม น้ันจึงเหมาะสม เหมาะสมท่ีสดุ กบั ทสี่ ุด ท่ีสดุ เกณฑท์ ่ใี ห้ สำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศึกษา สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พื้นฐาน 145

ชดุ ฝึกอบรมการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ การสรา้ งและพฒั นาเครื่องมือวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ใบความร้ทู ี่ ๒.๔ วธิ กี ารหาคุณภาพเครอื่ งมอื การสร้างเครื่องมือท่ีใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ครูผู้สอนต้องหาคุณภาพของเคร่ืองมือ เพ่อื เป็นการยืนยนั วา่ เครอ่ื งมือดงั กล่าวมีคณุ ภาพ ซึง่ การหาคณุ ภาพของเคร่อื งมือสามารถจำแนกเป็น ๒ ลกั ษณะ คือ ๑. การหาคณุ ภาพของเครอ่ื งมอื เป็นรายขอ้ ไดแ้ ก ่ - ค่าความยาก หาได้จากสัดส่วนของผตู้ อบคำถามข้อนั้นถูก กับจำนวนผูต้ อบทง้ั หมด - ค่าอำนาจจำแนก ค่าอำนาจจำแนกรายข้อของเครื่องมือวัดผลการเรียนรู้หรือ วดั ความถนัดหาไดจ้ ากสมั ประสิทธ์สิ หสมั พนั ธร์ ะหว่างความรคู้ วามสามารถของผตู้ อบกับการตอบถกู ส่วนเคร่ืองมือวัดบุคลิกภาพ หรือเจตคติหาได้จากสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ์ระหว่างคะแนนคุณสมบัติ ทางบคุ ลกิ ภาพน้นั กบั คะแนนการตอบคำถามรายข้อ ๒. การหาคณุ ภาพของเคร่ืองมือทงั้ ฉบับ ได้แก่ ๒.๑ ความเทย่ี งตรง (Validity) ประกอบดว้ ย - ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา โดยให้ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่าง ขอ้ คำถามกับวตั ถปุ ระสงค์ (IOC = Index of Item-Objective Congruence) - ความเท่ียงตรงตามโครงสร้าง อาจใช้ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ความสอดคล้อง ระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์ หรือใช้วิธีการทางสถิติ คือวิธีการวิเคราะห์องค์ประกอบ (Factor Analysis) เพอ่ื ดูว่าข้อคำถามเกาะกล่มุ กันตามองค์ประกอบที่ระบไุ วต้ ามทฤษฎีหรือไม่ - ความเท่ียงตรงตามเกณฑ์สัมพันธ์ ซ่ึงจำแนกเป็นความเท่ียงตรงตามสภาพ และความเทยี่ งตรงเชงิ พยากรณ์ ใชว้ ธิ ีการวเิ คราะหค์ วามสัมพนั ธร์ ะหว่างคะแนนท่ไี ดจ้ ากเครอื่ งมอื วดั กับเกณฑ์ท่ีกำหนดข้ึนในสภาพปัจจุบัน ซ่ึงค่าสหสัมพันธ์ที่ได้จะเป็นความเที่ยงตรงตามสภาพ และ เกณฑ์ทก่ี ำหนดไว้ในอนาคต และคา่ สหสัมพันธ์ท่ีไดจ้ ะเป็นความเท่ยี งตรงเชิงพยากรณ์ ๒.๒ ความเชื่อมั่น (Reliability) เป็นการแสดงความคงเส้นคงวาของคะแนนหรือ ข้อมูลท่ีได้จากเคร่ืองมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลไม่ว่ากี่ครั้งก็ตามจะได้ผลเหมือนเดิม วิธีการหาความเช่ือม่ัน มหี ลายวิธีตามลกั ษณะของขอ้ มูลดังนี ้ - สัมประสทิ ธ์ิสหสมั พันธแ์ บบ Pearson Product Moment - คูเดอร-์ รชิ ารด์ สนั KR ๒๐ KR ๒๑ - สัมประสิทธแ์ิ อลฟา่ (Alpha Coefficient) หมายเหตุ : รายละเอียดเพม่ิ เติมเกย่ี วกบั วธิ ีการหาคณุ ภาพของเคร่ืองมอื สามารถศึกษาจากเอกสาร/ ตำราเกีย่ วกับการวัดและประเมนิ ผลการเรียน 146 สำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศึกษา สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน

ชดุ ฝึกอบรมการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การสร้างและพฒั นาเคร่ืองมอื วัดและประเมนิ ผลการเรยี นร ู้ ตวั อย่าง การหาคุณภาพโดยการประเมนิ ความสอดคล้องของขอ้ คำถามกบั จุดประสงค์ ของการวัด (IOC= Index of Item-Objective Congruence) การตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบความเที่ยงตรง (Validity) ของขอ้ คำถาม เปน็ การพจิ ารณาความสอดคล้องระหว่างขอ้ คำถามกบั ตัวช้วี ัด ผเู้ ช่ยี วชาญ คอื ผู้ทเี่ ป็นท่ียอมรบั ของคนในวงการ/สาขางานท่ีเกีย่ วข้องกับเนอ้ื หาหรือเรื่อง ทีจ่ ะวดั และผู้เช่ยี วชาญดา้ นการวัดและประเมินผล และควรมจี ำนวนผ้เู ชย่ี วชาญ ๓-๕ คน เอกสารที่ให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาควรประกอบด้วย ข้อสอบหรือข้อคำถามที่สร้างขึ้น แบบบนั ทึกการตรวจสอบคณุ ภาพ และเอกสารทเี่ ก่ยี วขอ้ งอน่ื ๆ เช่น ตวั ชว้ี ดั วธิ กี ารตรวจสอบ ๑. ผ้เู ชีย่ วชาญตรวจสอบคณุ ภาพของเครือ่ งมอื มงุ่ เน้นในประเด็นความตรงของเคร่ืองมอื วัด คือ ความเท่ียงตรงเชิงเนื้อหาเป็นหลัก และพิจารณาลักษณะของข้อสอบที่ดีประกอบด้วย น่ันคือ พิจารณาในประเด็นตอ่ ไปน้ี ๑.๑ ข้อคำถามของขอ้ สอบตรงกบั ตัวช้วี ัดหรอื ไม ่ ๑.๒ ข้อคำถามมีความเป็นปรนัย เหมาะสม ชัดเจน หรือไม่ ระดับภาษาหรือคำถาม เหมาะสมกับระดบั ช้นั หรือไม ่ ๑.๓ ข้อความในข้อสอบกะทดั รดั ชัดเจนหรอื ไม่ ระดับภาษาเหมาะสมกบั ผ้ตู อบหรือไม่ ใช้ศัพท์เทคนิคเกินความจำเปน็ หรอื ไม่ ๒. บันทึกผลการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ เมื่อผู้เชี่ยวชาญพิจารณาข้อสอบแล้ว จะบนั ทึกความคิดเห็นลงในแบบบนั ทึกการประเมินความสอดคล้องระหวา่ งขอ้ คำถามกบั ตวั ช้วี ดั ตัวอย่างการประเมินความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับตัวช้ีวัด กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑ สำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศึกษา สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน 147

ชดุ ฝกึ อบรมการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ การสรา้ งและพฒั นาเคร่อื งมอื วัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู ้ ตัวชวี้ ดั มฐ ค ๔.๒ ม.๑/๑ แก้สมการเชงิ เส้นตวั แปรเดยี วอยา่ งง่าย ความเห็น แน่ใจวา่ ไม่แนใ่ จวา่ แน่ใจวา่ สง่ิ ทคี่ วร สอดคลอ้ ง สอดคล้อง ไมส่ อดคล้อง ปรบั ปรงุ (+๑) (๐) (-๑) ขอ้ คำถาม (0) จากสมการ ๒x + ๓ = ๕ แล้ว ๕x มคี ่าเทา่ ไร ก. ๑ ข. ๔ ค. ๕ (ขอ้ ถกู ) ง. ๒๐ ๓. หาดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับตัวช้ีวัด (IOC) ผู้เชี่ยวชาญแต่ละคน พิจารณาความสอดคล้องหรือไม่สอดคล้องของข้อคำถามรายข้อ (สอดคล้อง ไม่แน่ใจ ไม่สอดคล้อง) แล้วนำผลรวมรายขอ้ มาหาคา่ เฉลยี่ ท่เี รียกว่า ดชั นี IOC ดงั น้ี IOC = ∑NR เมอื่ IOC คอื ดัชนีความสอดคลอ้ งของข้อคำถามกบั ตวั ชว้ี ดั ∑R คือ ผลรวมของความเห็นผู้เชี่ยวชาญ N คือ จำนวนผ้เู ช่ียวชาญ การใหค้ ะแนนของความเหน็ ผู้เชี่ยวชาญ +๑ หมายถงึ แนใ่ จว่าข้อคำถามสอดคลอ้ งกบั ตัวชว้ี ัด ๐ หมายถงึ ไมแ่ นใ่ จว่าข้อคำถามสอดคล้องกับตวั ช้วี ดั -๑ หมายถึง แน่ใจวา่ ข้อคำถามไม่สอดคลอ้ งกับตวั ช้ีวัด เกณฑ์การพิจารณาคือ ค่า IOC ต้ังแต่ .๕๐ ขึ้นไป ถอื วา่ ขอ้ คำถามสอดคลอ้ งกับตวั ชว้ี ัด คา่ IOC ตำ่ กวา่ .๕๐ ควรปรับปรงุ หรือตดั ทิ้ง 148 สำนักวชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน

ชุดฝกึ อบรมการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ การสรา้ งและพัฒนาเครอื่ งมือวัดและประเมนิ ผลการเรียนร ู้ ตัวอยา่ ง สรปุ ผลการประเมินความสอดคลอ้ งกบั ระหว่างขอ้ คำถามกับตัวชว้ี ดั ของผ้เู ชยี่ วชาญจำนวน ๕ คน ขอ้ สอบ (ขอ้ ท่ี) ผู้เช่ียวชาญ (คนที่) รวม IOC ผลการประเมนิ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ .๔๐ ปรับปรุง/ตัดท้งิ .๘๐ ใชไ้ ด ้ ๑ ๑ ๐ -๑ ๑ ๑ ๒ -.๔๐ ปรับปรงุ /ตดั ท้ิง ๒ ๐ ๑ ๑ ๑ ๑ ๔ ๑.๐๐ ใชไ้ ด ้ ๓ ๑ -๑ -๑ -๑ ๑ -๒ .๘๐ ใชไ้ ด ้ ๔ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๕ -.๒๐ ปรบั ปรงุ /ตดั ทง้ิ ๕ ๑ ๑ ๑ ๐ ๑ ๔ .๘๐ ใช้ได ้ ๖ ๑ -๑ -๑ -๑ ๑ -๑ ๑.๐๐ ใช้ได้ ๗ ๐ ๑ ๑ ๑ ๑ ๔ .๖๐ ใชไ้ ด้ ๘ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๕ .๘๐ ใชไ้ ด้ ๙ ๐ ๐ ๑ ๑ ๑ ๓ ๑๐ ๑ ๑ ๑ ๑ ๐ ๔ สำนกั วิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน 149

ชดุ ฝึกอบรมการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ การสร้างและพัฒนาเครอ่ื งมือวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู ้ เอกสารประกอ บกิจกรรมที่ ๒ การสรา้ งและพัฒนาเครื่องมอื วดั และประเมินผลการเรยี นร ู้ การออกแบบหน่วยการเรียนรู้ นอกจากจะพิจารณาตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง ของชน้ั ปีแลว้ อาจนำประเด็นทผี่ ้สู นใจหรือประเดน็ ปัญหาท่ีเกดิ ข้นึ จริงในสถานศึกษาหรอื ชมุ ชน ฯลฯ มาพจิ ารณาว่าสอดคลอ้ งกับตัวชีว้ ดั ใดบา้ ง นำมาจดั กลมุ่ เปน็ หน่วยการเรียนรู้ กำหนดชิ้นงานรวบยอด ของหน่วยว่าคืออะไร ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้ได้ช้ินงานนั้น กำหนดวิธีการวัด และ สร้างเครื่องมือวัดในแต่ละกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีสะท้อนว่าผู้เรียนบรรลุตัวช้ีวัดแต่ละตัวในกิจกรรมนั้น ๆ ซ่ึงเป็นการประเมินระหว่างเรียน เม่ือจบหน่วยการเรียนรู้และได้ช้ินงานออกมาแล้วจึงประเมินสรุป โดยประเมนิ ผลงาน ดงั กรณีตวั อย่างตอ่ ไปน ้ี กรณีตัวอย่าง : การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่นำไปสู่ช้ินงานและภาระงานรวบยอด และ วธิ ีการวดั และประเมินผลการเรียนรู้ประเภทต่าง ๆ ท่ีใชใ้ นชั้นเรยี น ครูก่ิงรบั ผิดชอบกลมุ่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานชา่ ง) ไดร้ บั ข่าวสาร จากโทรทัศน์เกี่ยวกับการปล่อยน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ซ่ึงเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม จึงต้องการให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับน้ำเสีย ตระหนักถึงความสำคัญของการบำบัดน้ำเสีย และ รู้วิธีแก้ปัญหาก่อนท่ีจะปล่อยลงสู่ท่อระบายน้ำ จึงกำหนดหน่วยการเรียนรู้จากสภาพปัญหาที่เกิดข้ึน และกำหนดชิ้นงานจากการระดมสมองผู้เรียนที่ได้จากการสำรวจแหล่งท่ีมาของน้ำเสียภายในบริเวณ โรงเรียน โดยให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มทำช้ินงานเก่ียวกับที่ดักไขมันจากร้านอาหารในบริเวณของโรงเรียน ครูกิ่งมีกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และการวัดและประเมินผลดังแสดงในตาราง และครูกิ่งได้ จัดเตรียมเคร่ืองมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เพ่ือใช้ประเมินผู้เรียนในขั้นตอนต่าง ๆ ระหว่าง การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ และเม่ือจบหน่วยการเรียนรู้ ดงั รายละเอยี ดต่อไปนี้ 150 สำนกั วิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน

มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวช้วี ดั กจิ กรรมการเรยี นร ู้ วธิ ีการวดั และประเมินผล ตัวชว้ี ดั ๑. ครูกบั ผูเ้ รียนร่วมกนั สนทนาเกยี่ วกบั ปญั หาน้ำเสียจาก - การใชค้ ำถาม ง ๑.๑ ม.๔-๖/๑ อธบิ ายวธิ กี ารทำงานเพือ่ การดำรงชีวิต โรงงานอตุ สาหกรรมที่ส่งผลตอ่ สิ่งแวดล้อม คำถาม จากขา่ วสารในปจั จบุ ันท่ีเกย่ี วกับปญั หานำ้ เสยี จาก ง ๑.๑ ม.๔-๖/๒ สร้างผลงานอย่างมีความคิดสรา้ งสรรค์ โรงงานอตุ สาหกรรมต่าง ๆ ท่ีสง่ ผลใหเ้ กดิ ปัญหานำ้ เนา่ เสีย และมที กั ษะการทำงานร่วมกนั ไหลลงสแู่ มน่ ้ำลำคลอง ผู้เรียนคดิ วา่ ปัญหาดงั กลา่ วจะสง่ ผลกระทบ ชดุ ฝึกอบรมการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การสร้างและพัฒนาเครอ่ื งมอื วัดและประเมินผลการเรยี นร ู้ ง ๑.๑ ม.๔-๖/๓ มที กั ษะการจัดการในการทำงาน ในภายหน้าอย่างไรบ้าง สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน ง ๑.๑ ม.๔-๖/๔ มที ักษะกระบวนการแกป้ ญั หา ๒. แบ่งกลมุ่ ผเู้ รียนใหท้ ำการสำรวจแหล่งทม่ี าของ น้ำเสยี คำถาม จากการสำรวจแหลง่ ทมี่ าของนำ้ เสยี ภายในบรเิ วณ ในการทำงาน ภายในบรเิ วณโรงเรียน จัดลำดบั ความสำคญั ของปัญหาแล้ว โรงเรียนผเู้ รียนคดิ ว่าแหล่งของน้ำเสยี ภายในบริเวณใดทเ่ี ปน็ ง ๑.๑ ม.๔-๖/๕ มีทักษะในการแสวงหาความรู้ สรปุ ร่วมกนั ว่าส่งิ ทต่ี อ้ งแกไ้ ขอยา่ งเร่งด่วน คอื นำ้ เสียจากรา้ น ปญั หา และควรได้รบั การแก้ไขด้วยวธิ ีการใด เพ่ือการดำรงชีวติ อาหาร (ภายใต้บริบทของโรงเรียนนี้น้ำเสียจากรา้ นอาหารเปน็ ง ๑.๑ ม.๔-๖/๗ ใช้พลังงาน ทรพั ยากรในการทำงาน ปญั หามากท่สี ุด) (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๓ ง ๑.๑ ม.๔-๖/๔) อย่างคุ้มคา่ และย่ังยืน เพอื่ การอนรุ ักษ์ ส่งิ แวดล้อม ๓. ผูเ้ รยี นศกึ ษาเกย่ี วกับการปนเปอ้ื นของไขมนั ที่ปะปนมากับ - การทดสอบ การปรุงอาหารและการล้างภาชนะรวมถงึ วิธกี ารกำจัดไขมนั แบบทดสอบเลือกตอบ (ดูตัวอยา่ งท่ี ๑) (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๕) ๔. ครแู ละผ้เู รียนรว่ มกนั สรา้ งเกณฑ์การประเมิน ที่ดกั ไขมนั - เกณฑ์การประเมิน (Rubrics) (ดตู ัวอยา่ งที่ ๕) (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๒) ๕. ผูเ้ รียนร่วมกนั วางแผน และออกแบบทด่ี กั ไขมนั จากนำ้ ท้ิง - การตรวจบนั ทึกผลการศึกษาข้อมูลของผู้เรียน ของร้านอาหารในโรงเรยี น โดยพจิ ารณาขอ้ มลู อยา่ งรอบดา้ น แบบบนั ทกึ ผลการศกึ ษาขอ้ มลู ของผู้เรยี น (ดูตวั อยา่ งท่ี ๒) (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๑ ง ๑.๑ ม.๔-๖/๒ ง ๑.๑ ม.๔-๖/๕) 151

มาตรฐานการเรยี นร้แู ละตวั ชว้ี ดั ชุดฝึกอบรมการวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ การสรา้ งและพฒั นาเครื่องมือวัดและประเมินผลการเรยี นร้ ูกจิ กรรมการเรยี นรู้ วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล 152 สำนักวชิ าการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน ๖. ผู้เรยี นร่วมกันสร้างที่ดกั ไขมนั จากน้ำทงิ้ ของร้านอาหาร - การประเมินการปฏิบตั ิงาน (ตามสภาพจรงิ ) ในโรงเรียน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๒ แบบประเมินการปฏิบตั งิ าน (ดตู วั อยา่ งท่ี ๓) ง ๑.๑ ม.๔-๖/๓ ง ๑.๑ ม.๔-๖/๔) - การสงั เกต แบบสงั เกตการทำงานร่วมกนั (ดตู วั อย่างที่ ๔) ๗. ผ้เู รียนนำเสนอกระบวนการและผลการสร้างทีด่ ักไขมนั - เกณฑก์ ารประเมินแบบ Rubric (ดูตวั อยา่ งที่ ๕) ของแตล่ ะกลุม่ - การใช้คำถาม (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๑ ง ๑.๑ ม.๔-๖/๒ ง ๑.๑ ม.๔-๖/๓ ง ๑.๑ คำถาม ผู้เรยี นมีวิธีดำเนินการอย่างไรในการสรา้ ง และมีการ ม.๔-๖/๔ ง ๑.๑ ม.๔-๖/๕ ง ๑.๑ ม.๔-๖/๗) แก้ไขปญั หาร่วมกันอยา่ งไร ๘. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปความรทู้ ไี่ ดจ้ ากการทำที่ดกั - การใชค้ ำถาม ไขมันและประเมนิ รว่ มกัน พร้อมใหเ้ หตผุ ลประกอบ คำถาม ผู้เรียนคดิ ว่าที่ดกั ไขมนั ของแต่ละกลุ่มมขี ้อเดน่ และ ข้อท่คี วรพัฒนาวา่ แตกต่างกนั อยา่ งไร แบบบันทึกการปฏิบัตงิ านของผเู้ รียน (ดูตัวอยา่ งท่ี ๖) - การประเมนิ ตนเอง (ดูตวั อยา่ งที่ ๗) แบบประเมินตนเอง - การประเมนิ โดยเพ่อื นประเมินเพื่อน (ดูตัวอย่างท่ี ๗) แบบเพอ่ื นประเมินเพ่อื น

ชดุ ฝึกอบรมการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ การสร้างและพัฒนาเครอ่ื งมือวดั และประเมินผลการเรยี นร ู้ ตวั อย่างท่ี ๑ แบบทดสอบวัดความรูข้ องนักเรียน ๑. น้ำเสียจากบ้านเรอื นเกิดจากกจิ กรรมใดมากทส่ี ดุ ๔. ทดี่ กั ไขมนั ใชห้ ลกั การในเรอื่ งใด ก. ซักผ้า ก. กาลักน้ำ ข. ลา้ งรถ ข. แรงลอยตัว ค. อาบน้ำ ค. การตกตะกอน ง. ทำอาหาร ง. ความกดอากาศ ๒. สถานทใ่ี ดมนี ้ำเสียมากท่ีสดุ ๕. วัตถุประสงคส์ ำคัญของทดี่ กั ไขมนั คือขอ้ ใด ก. โรงแรม ก. การบำบดั นำ้ เสยี ข. ร้านอาหาร ข. การรกั ษาสภาพแวดลอ้ ม ค. โรงพยาบาล ค. การปรับปรงุ คณุ ภาพนำ้ เสีย ง. บา้ นพักอาศัย ง. การลดจำนวนไขมนั ในน้ำเสยี ๓. ประสทิ ธิภาพของท่ีดักไขมันข้นึ อยู่กับสง่ิ ใด ๖. ขอ้ ใดเปน็ การรกั ษาท่ีดกั ไขมนั ให้ใชง้ านไดย้ าวนาน น้อยทส่ี ดุ ก. ใชน้ ้ำรอ้ นล้างจานชาม ก. อณุ หภูมิของนำ้ เสีย ข. ตกั ไขมนั ออกอย่างสม่ำเสมอ ข. ปรมิ าณของแข็งในนำ้ เสีย ค. ล้างจานชามเมือ่ มจี ำนวนมาก ค. ทางเข้าทางออกของนำ้ เสยี ง. กวาดเศษอาหารออกจากจานชามกอ่ นล้าง ง. ระยะเวลาในการเกบ็ กักนำ้ เสีย เฉลย ๑. ง ๒. ค ๓. ก ๔. ข ๕. ง ๖. ข สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน 153

ชดุ ฝกึ อบรมการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ การสร้างและพัฒนาเครอื่ งมือวัดและประเมนิ ผลการเรยี นร้ ู ตวั อยา่ งที่ ๒ แบบบันทึกผลการศึกษาขอ้ มลู ของผเู้ รียน ๑. ลักษณะการไหลของนำ้ เสีย ……………………………………………………..……………………………………………………........................................... ……………………………………………………..……………………………………………………........................................... ๒. ปรมิ าณของน้ำเสยี ……………………………………………………..……………………………………………………........................................... ……………………………………………………..……………………………………………………........................................... ๓. อปุ กรณท์ จี่ ะใชใ้ นการสรา้ งท่ีดกั ไขมนั ……………………………………………………..……………………………………………………........................................... ……………………………………………………..……………………………………………………........................................... ๔. วสั ดทุ ีใ่ ชด้ ักไขมัน ……………………………………………………..……………………………………………………........................................... ……………………………………………………..……………………………………………………........................................... ๕. ขนาดและรูปร่างของทดี่ ักไขมนั ……………………………………………………..……………………………………………………........................................... ……………………………………………………..……………………………………………………........................................... ๖. ความคงทนของที่ดกั ไขมัน ……………………………………………………..……………………………………………………........................................... ……………………………………………………..……………………………………………………........................................... ๗. ลักษณะการจดั วางที่ดักไขมนั ……………………………………………………..……………………………………………………........................................... ……………………………………………………..……………………………………………………........................................... ๘. การบำรงุ รักษาทด่ี ักไขมัน ……………………………………………………..……………………………………………………........................................... ……………………………………………………..……………………………………………………........................................... สรปุ แนวคิดจากการวิเคราะหข์ ้อมูลและออกแบบการสรา้ งท่ดี กั ไขมนั ……………………………………………………..……………………………………………………........................................... ……………………………………………………..……………………………………………………........................................... ……………………………………………………..……………………………………………………........................................... 154 สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน

ชดุ ฝึกอบรมการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ การสรา้ งและพัฒนาเคร่อื งมอื วัดและประเมนิ ผลการเรยี นร ู้ ตัวอยา่ งท่ี ๓ แบบสังเกตการทำงานร่วมกัน การปฏบิ ัติ ข้อสงั เกต* มี ไม่มี ขอ้ พฤติกรรมที่สังเกต ๑. มีการประชมุ วางแผนร่วมกัน ๒. มีการแบ่งหน้าทก่ี ันในกลุ่มเพือ่ รบั ผิดชอบ ๓. ทกุ คนมสี ว่ นร่วมในการแสดงความคิดเห็น ๔. มีการรว่ มกนั แก้ปญั หา ๕. มีการยอมรับความเหน็ ซง่ึ กนั และกัน * เป็นข้อสังเกตที่ครูผู้สอนเป็นผู้บันทึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้เรียน เมื่อพบว่าผู้เรียนมีพฤติกรรม ท่ตี ้องแก้ไขครูควรบนั ทกึ และให้ขอ้ มูลย้อนกลับแก่ผเู้ รียนเพื่อปรับปรุงแกไ้ ขไดท้ นั ท่วงที สำนักวชิ าการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน 155

ชุดฝึกอบรมการวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ การสร้างและพฒั นาเครอ่ื งมอื วัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ตวั อยา่ งที่ ๔ การประเมินการปฏิบตั งิ าน (ประเมินตามสภาพจรงิ ) การปฏิบตั ิ ข้อสงั เกต* มี ไมม่ ี ข้อ ประเด็น ๑. ปฏบิ ตั งิ านตามแผนที่วางไว ้ ๒. ดำเนนิ การสรา้ งตามแบบท่ีกำหนดไว ้ ๓. มีการนำไปทดลองใช้จรงิ ๔. มีการเกบ็ ขอ้ มูลผลของการทดลอง ๕. มกี ารนำปัญหาจากการทดลองมาหาสาเหตุของปัญหา ๖. มีการแก้ปัญหาจากการทดลอง ๗. มกี ารปรบั ปรงุ แก้ไขหลงั จากการทดลอง * เป็นข้อสังเกตท่ีครูผู้สอนเป็นผู้บันทึกเกี่ยวกับการปฏิบัติของผู้เรียน เมื่อพบว่าผู้เรียนมีการปฏิบัต ิ ทต่ี ้องแกไ้ ขครูควรบนั ทกึ และใหข้ ้อมลู ยอ้ นกลบั แก่ผู้เรียนเพอ่ื ปรบั ปรุงแก้ไขได้ทันท่วงท ี 156 สำนักวิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน

ชดุ ฝกึ อบรมการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ การสรา้ งและพัฒนาเครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนร ู้ ตัวอย่างท่ี ๕ เกณฑ์การประเมินแบบ Rubrics คะแนน ๔ ระดับคุณภาพ ๑ ประเด็น ๓ ๒ การศึกษา - หาข้อมูลจากแหลง่ - หาข้อมูลจากแหล่ง - หาขอ้ มลู จากแหลง่ - หาขอ้ มลู จาก ค้นคว้าขอ้ มลู ทห่ี ลากหลาย เชอื่ ถือได้ ทีห่ ลากหลาย เชือ่ ถือได้ ทหี่ ลากหลาย เชื่อถอื ได้ แหลง่ เดียว ขาดความ (+ความคิด และมีการอ้างอิงแหล่ง ไมม่ กี ารอ้างอิงแหล่ง ไมม่ กี ารอา้ งอิงแหล่ง น่าเช่อื ถอื ไม่มีการอ้างองิ สร้างสรรค์) ขอ้ มลู ข้อมูล ข้อมลู แหลง่ ข้อมูล สะทอ้ นตัวชว้ี ัด - ขอ้ มลู มีความครบถว้ น - ข้อมลู มคี วามครบ - ข้อมลู ครอบคลมุ - ขอ้ มูลครอบคลุม ง ๑.๑ ม.๔-๖/๑ ผ่านกระบวนการ ถว้ น ผ่านกระบวนการ ประเดน็ ปญั หา แตย่ ัง ประเดน็ ปัญหา แต่ขาด ง ๑.๑ ม.๔-๖/๕ วเิ คราะห์ทค่ี รอบคลมุ วิเคราะห์ท่คี รอบคลุม ขาดประเด็นวัสดุ ประเดน็ วัสดุอุปกรณ ์ ประเดน็ ปัญหา วสั ดุ ประเดน็ ปัญหา วัสดุ อุปกรณท์ ่ีใช้ หรือ ทใี่ ช้ และวิธดี ำเนนิ การ อปุ กรณท์ ี่ใช้และ อุปกรณท์ ใี่ ช้ และ วธิ ดี ำเนนิ การ วธิ ดี ำเนนิ การ วิธดี ำเนินการ กระบวนการ - มกี ารวางแผน - มีการวางแผน - มีการวางแผน - มกี ารวางแผน ทำงาน โดยอาศยั ขอ้ มลู ท่ผี า่ น โดยอาศัยข้อมูลทผี่ า่ น ดำเนนิ การตามแผน ดำเนนิ การตามแผน (+ความคิด การวเิ คราะหอ์ ยา่ งรอบด้าน การวเิ คราะห์แต่ยังไม ่ มกี ารประเมนิ ระหว่าง ไม่มกี ารประเมนิ สรา้ งสรรค์) ดำเนินการตามแผน รอบดา้ น ดำเนนิ การ ปฏบิ ัติ แต่มไิ ด้นำผลไป ระหวา่ งปฏบิ ตั ิ สะท้อนตัวชี้วดั มีการประเมนิ ระหว่าง ตามแผน มกี ารประเมิน ปรับปรุงแกไ้ ข ง ๑.๑ ม.๔-๖/๒ ปฏิบัตเิ พ่อื ปรับปรุง ระหว่างปฏบิ ตั เิ พ่อื ง ๑.๑ ม.๔-๖/๓ แก้ไขให้ผลงานบรรลุ ปรบั ปรุงแก้ไขใหผ้ ลงาน ง ๑.๑ ม.๔-๖/๔ วตั ถุประสงค ์ บรรลวุ ตั ถุประสงค์ การทำงาน - มกี ารแบ่งหน้าท่ีความ - มกี ารแบ่งหนา้ ท่ีความ - การแบ่งหนา้ ทคี่ วาม - มีผรู้ ับผดิ ชอบ รว่ มกัน รบั ผิดชอบของแต่ละ รับผดิ ชอบของแต่ละ รับผดิ ชอบของแต่ละ เพยี งคนเดยี วและ สะท้อนตวั ช้ีวัด คนอย่างชดั เจน และ คนอยา่ งชัดเจน แต่บาง คนยังไมช่ ัดเจน บางคน ไมร่ ับฟังความคิดเห็น ง ๑.๑ ม.๔-๖/๒ ทกุ คนมีส่วนรว่ มในการ คนยังไมม่ สี ่วนร่วมใน ยังไมม่ สี ่วนร่วมในการ ของผู้อ่ืน ปฏบิ ัตงิ านและลง การปฏบิ ตั งิ านและ ปฏบิ ตั งิ านและใช้ความ ความเหน็ ร่วมกนั ลงความเห็นรว่ มกัน คิดเห็นของคน ๆ เดียว ในการตัดสินใจ คณุ ภาพของ - ชิ้นงานแปลกใหม่ - ชิน้ งานแปลกใหม่ - ช้ินงานไม่แปลกใหม ่ - การดกั จับไขมัน ไมด่ ี ทีด่ กั ไขมนั - สามารถดักจับไขมนั - สามารถดกั จับไขมนั - ดักจับไขมนั ไดไ้ ม่ดีเท่า - การใช้และดแู ลรกั ษา (+ความคดิ ได้ด ี ได้ดี ทคี่ วร มีความยงุ่ ยาก สร้างสรรค)์ - วสั ดหุ างา่ ยและ - การใช้และดูแลรักษา - การใชห้ รือดแู ลรักษา สะท้อนตวั ชว้ี ดั ไมท่ ำลายส่งิ แวดลอ้ ม ไมย่ งุ่ ยาก มคี วามย่งุ ยาก ง ๑.๑ ม.๔-๖/๒ - การใช้และดแู ลรักษา ง ๑.๑ ม.๔-๖/๗ ไม่ยงุ่ ยาก สำนักวชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน 157

ชุดฝกึ อบรมการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ การสร้างและพฒั นาเครอ่ื งมือวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู ้ คะแนน ๔ ระดับคณุ ภาพ ๑ ประเด็น ๓ ๒ การนำเสนอ - พูดเปดิ ประเด็นไดน้ ่า - พดู เปิดประเด็นไดน้ า่ - พูดเปิดประเด็นน่า - พดู เปดิ ประเดน็ ไมน่ า่ สะทอ้ นตัวชี้วัด สนใจและสรุปประเดน็ สนใจและสรุปประเดน็ สนใจ แต่ไมม่ กี ารสรปุ สนใจ และไมม่ ีการสรปุ ง ๑.๑ ม.๔-๖/๑ ชัดเจน ชดั เจน ประเด็น ประเดน็ - มกี ารนำเสนอ - มีการนำเสนอ - มีการนำเสนอผล - มีการนำเสนอผล กระบวนการและ กระบวนการและ การปฏิบตั งิ าน การปฏิบตั งิ าน - ส่อื ประกอบการนำ - ส่ือประกอบการนำ ผลการปฏบิ ัตงิ าน ผลการปฏบิ ัตงิ าน เสนอยังไม่ชดั เจน เสนอไมต่ รงประเด็น อย่างครบถว้ น อย่างครบถว้ น - สอ่ื ประกอบการนำ - สอื่ ประกอบการนำ เสนอชดั เจน ทำให้เข้าใจ เสนอชัดเจน งา่ ยยิ่งขน้ึ 158 สำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน

ชดุ ฝึกอบรมการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ การสรา้ งและพฒั นาเคร่อื งมือวดั และประเมนิ ผลการเรียนร ู้ ตัวอย่างที่ ๖ แบบสรุปทบทวนการปฏบิ ตั งิ านของผู้เรียน ตอนท่ี ๑ การทบทวนข้อมลู จากคำถามของครใู นประเดน็ ต่อไปนี้ ขอ้ เดน่ ข้อท่ีควรพฒั นา การนำไปใช้ ....................................................... ....................................................... ....................................................... ....................................................... วัสดุท่ีใช ้ ....................................................... ....................................................... ....................................................... ....................................................... การติดตั้ง ....................................................... ....................................................... ....................................................... ....................................................... การดูแลรักษา ....................................................... ....................................................... ....................................................... ....................................................... ประสิทธิภาพในการทำงาน ....................................................... ....................................................... ....................................................... ....................................................... ตอนที่ ๒ ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแกไ้ ขปัญหาจากการปฏิบัตกิ จิ กรรม ปญั หาอุปสรรค แนวทางแกไ้ ข ................................................................................. ................................................................................. ................................................................................. ................................................................................. ................................................................................. ................................................................................. สำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน 159

ชดุ ฝึกอบรมการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ การสร้างและพฒั นาเครื่องมอื วัดและประเมนิ ผลการเรยี นร ู้ ตัวอย่างท่ี ๗ แบบประเมินตนเอง และเพอื่ นประเมนิ เพือ่ น ข้อ รายการประเมนิ ๑. การนำไปใช้ ยาก ง่าย ๒. วัสดทุ ใี่ ช้ เหมาะสม ไม่เหมาะสม ๓. การตดิ ต้งั ยาก งา่ ย ๔. การดแู ลรักษา ยาก งา่ ย ๕. ประสิทธิภาพในการทำงาน ด ี ไม่ด ี 160 สำนกั วิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน

ชุดฝึกอบรมการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ การสร้างและพฒั นาเครอ่ื งมือวดั และประเมนิ ผลการเรียนร ู้ แบบบันทกึ กิจกรรมท่ี ๒ การสร้างเครือ่ งมือวัดและประเมนิ ผลระหว่างเรียน และชน้ิ งาน/ภาระงานรวบยอด มาตรฐานการเรยี นรู้ กิจกรรมการเรียนร้ ู วธิ ีการวัดและประเมินผล และตวั ชวี้ ดั ท่นี ำไปสูช่ ้นิ งาน ภาระงานรวบยอด สำนกั วิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน 161

ชุดฝึกอบรมการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ การสรา้ งและพัฒนาเคร่อื งมอื วดั และประเมินผลการเรียนรู้ เครือ่ งมอื วดั และประเมนิ ระหวา่ งเรียน และช้ินงาน/ภาระงานรวบยอด 162 สำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน

เร่อื งที่ ๓ การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู ้ ระดับช้ันเรียน

ชดุ ฝกึ อบรมการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนร้รู ะดบั ช้ันเรียน แผนการฝึกอบรม ระยะเวลา ๗ ชวั่ โมง เรื่องท่ี ๓ การวดั และประเมินผลการเรียนรูร้ ะดบั ชนั้ เรียน กิจ กรรมที ่ เนอ้ื หา เวลา วิธีดำเนินกจิ กรรม ๑ การประเมินผลการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระ ๕ ช่วั โมง - แบ่งกลุ่มศึกษา การเรียนร ัู ใบความรู้ และเอกสาร ๑.๑ การวางแผนการประเมินรายวชิ าและ ๑ ชวั่ โมง ประกอบการปฏิบัติ การตรวจสอบการใชต้ วั ชว้ี ดั กจิ กรรม ๑.๒ การออกแบบการวัดและประเมินผล ๑ ช่ัวโมง - อธบิ ายแลกเปลีย่ น หน่วยการเรยี นรู ้ เรยี นรู้ แบ่งปัน ๑.๓ การให้ขอ้ มลู ย้อนกลับและการบันทกึ ๒ ชว่ั โมง ประสบการณ์ ผลการประเมินเพ่ือการพัฒนา - สะทอ้ นผลงาน ๑.๔ การประเมนิ ผลปลายป/ี ปลายภาค ๑ ชั่วโมง การวัดและประเมินผล ๒ การประเมนิ การอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขยี น ๑ ชั่วโมง - ตรวจผลงาน ๓ การประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค ์ ๑ ช่ัวโมง - สงั เกตพฤติกรรม การปฏิบัติงานกลุ่ม - การนำเสนอผลงาน - การแสดงความคดิ เห็น - การสะท้อนผลงาน 164 สำนักวชิ าการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน

แผนการฝึกอบรม : เร่ืองที่ ๓ การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ระดับช้นั เรยี น กจิ กรรมที/่ เวลา สาระสำคญั วตั ถปุ ระสงค์ กจิ กรรมการปฏิบัติ ส่อื และอปุ กรณ์ การวดั และประเมินผล ๑. การประเมิน การประเมนิ ผลการเรียนรู้ เพื่อให้ผ้เู ขา้ รับการอบรม กจิ กรรมที่ ๑.๑ การวางแผนการประเมิน ๑. เอกสารประกอบ ๑. ตรวจผลงาน ชดุ ฝกึ อบรมการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ผลการเรยี นรู้ ตามกลมุ่ สาระการเรียนรู้ มีความรู้ความเขา้ ใจ รายวิชาและการตรวจสอบการใชต้ วั ชวี้ ดั การปฏิบัติ ใบกิจกรรม สำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน ตามกลมุ่ สาระ ทั้ง ๘ กลุ่มสาระ และสามารถวางแผน (๑ ช่ัวโมง) กิจกรรม ที่ ๑.๑.๑ และ การเรียนร ู้ เป็นการประเมินความรู้ การประเมนิ รายวิชาและ ๑. แบง่ กลมุ่ ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ กลุ่มละ ที่ ๑.๑.๑ ตวั อยา่ ง ๑.๑.๒ (๕ ชวั่ โมง) ความสามารถ ทักษะ เจตคติ ตรวจสอบการใช้ตวั ชว้ี ัด ๓-๕ คน หรอื ตามความเหมาะสม การกำหนด ๒. สังเกต ทักษะการคดิ ท่กี ำหนด ทีน่ ำไปสู่การออกแบบ ๒. ศึกษาเอกสารประกอบการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม โครงสรา้ งรายวชิ า พฤติกรรม อยูใ่ นตวั ชี้วัดในหลักสูตร การวดั และประเมินผลใน ท่ี ๑.๑.๑ ตัวอยา่ งการกำหนดโครงสรา้ ง ๒. เอกสารประกอบ การทำงานกลมุ่ ซงึ่ จะนำไปสู่การสรุป หนว่ ยการเรียนรู้ และให้ รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษา การปฏบิ ตั ิ ผลการเรียนรูข้ องผูเ้ รียน ขอ้ มูลยอ้ นกลบั แกผ่ เู้ รยี น ปีท่ี ๔ กจิ กรรม การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรูร้ ะดบั ช้นั เรยี น ตามมาตรฐานการเรียนร ู้ และผู้ทเ่ี ก่ียวขอ้ ง ซ่ึงเปน็ ๓. ฝกึ ปฏบิ ตั กิ ารกำหนดคะแนนภาระงาน/ ที่ ๑.๑.๒ ตัวอยา่ ง กระบวนการประเมิน ช้ินงาน ประจำหน่วยการเรียนรลู้ งใน การตรวจสอบ ระหว่างเรยี น รวมทง้ั แบบบันทกึ กจิ กรรมที่ ๑.๑.๑ การนำตวั ช้วี ดั มา สามารถออกแบบและ ๔. ศึกษาเอกสารประกอบการปฏิบตั กิ จิ กรรม ใช้ในการจดั ทำ วางแผนการประเมินผล ที่ ๑.๑.๒ ตัวอย่างการตรวจสอบการนำ หน่วยการเรียนรู้ ปลายปแี ละปลายภาคได้ ตวั ชว้ี ดั มาใช้ในการจัดทำหนว่ ยการเรียนรู้ ๓. โครงสรา้ งรายวชิ า อย่างมคี ุณภาพเหมาะสม ทผ่ี ู้เขา้ อบรม สอดคลอ้ งกบั ธรรมชาติ รับผิดชอบ วิชา (ผู้เขา้ รับการ 165 อบรมนำมา)

166 สำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน กจิ กรรมท/ี่ เวลา สาระสำคัญ วตั ถปุ ระสงค์ กิจกรรมการปฏบิ ตั ิ ส่อื และอุปกรณ ์ การวัดและประเมนิ ผล ๕. ฝึกปฏิบัติการตรวจสอบการนำตวั ช้ีวัด ๔. ใบกจิ กรรม มาใชใ้ นการจัดทำหน่วยการเรียนรู้ ลงใน ที่ ๑.๑.๑ และ ชดุ ฝึกอบรมการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ แบบบนั ทกึ กิจกรรมท่ี ๑.๑.๒ ๑.๑.๒ ๖. สุ่มนำเสนอผลงานกลมุ่ และแลกเปล่ยี นกัน ๕. แบบบันทกึ สะทอ้ นผลงาน กิจกรรมที่ ๑.๑.๑ ๗. วทิ ยากรและผูเ้ ข้ารับการอบรมรว่ มกนั และ ๑.๑.๒ สรุปผลการทำกจิ กรรม กจิ กรรมที่ ๑.๒ การออกแบบการวดั และ ๑. ใบความรู้ ๑. ตรวจผลงาน ประเมินรายหน่วยการเรยี นรู้ กิจกรรมที่ ๑.๒ แบบบันทึก (๑ ช่ัวโมง) ขนั้ ตอนการ กจิ กรรมที่ ๑.๒ ๑. แบ่งกลุ่มตามกลุ่มสาระการเรยี นรู้ กลุ่มละ ออกแบบการวดั ๒. สังเกต การวดั และประเมินผลการเรยี นรูร้ ะดบั ช้นั เรยี น ๓-๕ คน หรือตามความเหมาะสม และประเมินผล พฤติกรรม ๒. ศึกษาใบความรู้ กจิ กรรมที่ ๑.๒ ข้ันตอน หน่วยการเรียนร ู้ การทำงานกลุ่ม การออกแบบการวดั และประเมินผล ๒. เอกสารประกอบ หนว่ ยการเรยี นรแู้ ละเอกสารประกอบ การปฏบิ ัติ การปฏบิ ตั ิกิจกรรมท่ี ๑.๒ ตัวอยา่ ง กิจกรรมท่ี ๑.๒ การออกแบบการวัดและประเมนิ ผล ตัวอย่างการ หน่วยการเรียนรู้ ออกแบบการวัด และประเมนิ ผล หน่วยการเรยี นรู ้

กจิ กรรมท่/ี เวลา สาระสำคญั วตั ถปุ ระสงค์ กจิ กรรมการปฏบิ ตั ิ สื่อและอปุ กรณ์ การวัดและประเมินผล ๓. ฝึกปฏบิ ตั กิ ิจกรรมตามใบกจิ กรรมท่ี ๑.๒ ๓. ใบกิจกรรมที่ ๑.๒ การออกแบบการวดั และประเมนิ ผล การออกแบบ ชดุ ฝกึ อบรมการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ รายหน่วยการเรียนร ู้ การวัดและ สำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน ๔. สุ่มนำเสนอผลงานกลุ่ม ประเมนิ ผล ๕. วทิ ยากรและผ้เู ข้ารับการอบรมร่วมกัน รายหนว่ ย สรุปผลการทำกจิ กรรม การเรยี นร ู้ ๔. แบบบันทกึ กิจกรรมที่ ๑.๒ กิจกรรมที่ ๑.๓ การใหข้ ้อมลู ยอ้ นกลับ และ ๑. ใบความร ู้ ๑. ตรวจผลงาน การบันทึกผลการประเมนิ เพือ่ พฒั นา กจิ กรรมที่ ๑.๓ แบบบนั ทึก (๒ ช่ัวโมง) การให้ข้อมลู กิจกรรมที่ การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรูร้ ะดบั ช้นั เรยี น ๑. แบง่ กลุ่มตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ย้อนกลับ ๑.๓.๑ กลมุ่ ละ ๓-๕ คน หรือตามความเหมาะสม (Feedback) และ ๑.๓.๒ ๒. ศึกษาใบความรกู้ ิจกรรมท่ี ๑.๓.๑ และตัวอย่าง ๒. สงั เกต เร่อื ง การให้ขอ้ มูลย้อนกลบั (feedback) แบบการบันทกึ พฤติกรรม และ ตัวอยา่ งท่ี ๑ และตวั อย่างท่ี ๒ ของ ผลประเมนิ การทำงานกลมุ่ ประเทศนวิ ซแี ลนดแ์ ล้วอภปิ รายกลมุ่ ย่อย การเรียนรู้และ ตามประเด็นทก่ี ำหนดให้ ไดแ้ ก่ การใหข้ ้อมลู ยอ้ นกลับของ 167 ประเทศนิวซแี ลนด์

168 สำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน กจิ กรรมท่/ี เวลา สาระสำคญั วัตถปุ ระสงค์ กิจกรรมการปฏิบตั ิ สอื่ และอปุ กรณ์ การวดั และประเมนิ ผล ๑) ความรู้ความเขา้ ใจ ความคิดเห็นและ ๒. เอกสารประกอบ ขอ้ เสนอแนะ ทไี่ ด้รบั จากการศกึ ษา การปฏิบัติ ชดุ ฝึกอบรมการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ ใบความรทู้ ี่ ๑.๓.๑ และตวั อยา่ งแบบการ กิจกรรมที่ ๑.๓.๒ บันทกึ ผลประเมินการเรยี นรู้และการให้ กรณีตัวอย่าง : ขอ้ มลู ย้อนกลบั ของประเทศนิวซแี ลนด์ การใหข้ อ้ มลู ๒) ประโยชน์ของการบันทกึ ผลการประเมิน ย้อนกลับ และการให้ข้อมลู ย้อนกลับ ระดบั ชัน้ เรียน ๓. ใบกจิ กรรม และรายบคุ คล (สถานศกึ ษา ครู นกั เรียน ท่ี ๑.๓.๑ การให้ ผปู้ กครอง ฯลฯ) ข้อมลู ย้อนกลบั ๓. สรปุ ผลการอภิปรายลงในแบบบันทึก ๔. ใบกิจกรรม กิจกรรมที่ ๑.๓.๑ ที่ ๑.๓.๒ การวดั และประเมินผลการเรยี นรูร้ ะดบั ช้นั เรยี น ๔. ศกึ ษาเอกสารประกอบการปฏิบตั ิกิจกรรม การออกแบบ ท่ี ๑.๓.๒ กรณตี วั อยา่ ง : การใหข้ ้อมูล การบนั ทกึ ผล ยอ้ นกลับ แลว้ ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมที่ ๑.๓.๒ การประเมิน การออกแบบการบนั ทกึ ผลการประเมิน การเรยี นรู้และ การเรียนรูแ้ ละการให้ข้อมลู ยอ้ นกลบั การให้ขอ้ มลู โดยมีขนั้ ตอนการปฏิบตั ิกิจกรรมดงั นี้ ย้อนกลบั ๕. แบบบันทึก กจิ กรรมท่ี ๑.๓.๑ และ ๑.๓.๒

กจิ กรรมท่ี/เวลา สาระสำคัญ วตั ถปุ ระสงค์ กจิ กรรมการปฏิบัติ ส่ือและอปุ กรณ ์ การวัดและประเมนิ ผล ๑) ให้แตล่ ะกลุ่มนำผลงานจากกิจกรรม ที่ ๑.๒ ทเ่ี คยออกแบบการวดั และ สำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน ชดุ ฝกึ อบรมการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ประเมนิ ผลรายหน่วยการเรียนรมู้ าแล้ว ให้เลอื กกิจกรรมแลว้ อภปิ ราย การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรูร้ ะดบั ช้นั เรยี น โดยจำลองสถานการณใ์ นหอ้ งเรียน ๒) ตรวจสอบไดอ้ ย่างไรวา่ นักเรยี นมี ความรู้ความเขา้ ใจ และสามารถทำอะไร ไดต้ ามท่รี ะบุในตัวช้วี ัด ๓) การบนั ทึกข้อมลู ย้อนกลับของนักเรยี น รายบคุ คลจะบันทกึ ไว้ในเอกสารใด เอกสารการประเมินผลทใี่ ชอ้ ยขู่ ณะนี้ สามารถใชบ้ ันทึกขอ้ มลู ย้อนกลับ ตามความตอ้ งการไดห้ รือไม่ ๔) คะแนนของแตล่ ะหนว่ ยการเรยี นรไู้ ด้มา จากหลักฐานใด เม่อื จบหนว่ ยการเรียนรู้ จะบันทึกคะแนนที่เกบ็ ระหว่างเรียนนี้ อย่างไร 169

170 สำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน กจิ กรรมท่ี/เวลา สาระสำคญั วัตถุประสงค์ กิจกรรมการปฏบิ ตั ิ สือ่ และอุปกรณ ์ การวดั และประเมนิ ผล ๕) ร่วมกันออกแบบเอกสารหรือปรับเอกสาร ทใ่ี ช้อยใู่ หส้ ามารถบนั ทกึ ขอ้ มูลย้อนกลับ ชดุ ฝึกอบรมการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ และเกบ็ คะแนนต่างๆ ตามท่ตี ้องการ (อาจแยกเล่มหรืออยู่ในเล่มเดยี วกนั ) ๖) นำเสนอผลงานกลุ่ม กิจกรรมที่ ๑.๔ การประเมินผลปลายป/ี ๑. เอกสารประกอบ ๑. ตรวจผลงาน ปลายภาค การปฏบิ ัติ แบบบันทกึ (๑ ชัว่ โมง) กจิ กรรมที่ ๑.๔ กจิ กรรมท่ี ๑.๔ ๑. แบ่งกลุ่มตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ กรณศี กึ ษา ๒. สงั เกต กล่มุ ละ ๓-๕ คน หรอื ตามความเหมาะสม ๒. ใบกจิ กรรม พฤตกิ รรม ๒. ศกึ ษาเอกสารประกอบการปฏิบัตกิ จิ กรรม ที่ ๑.๔ การทำงานกล่มุ การวดั และประเมินผลการเรยี นรูร้ ะดบั ช้นั เรยี น ที่ ๑.๔ กรณศี กึ ษา การออกแบบ ๓. ฝกึ ปฏิบตั กิ จิ กรรมตามใบกิจกรรมที่ ๑.๔ และวางแผน การออกแบบและวางแผนการประเมนิ ผล การประเมินผล ปลายปี (ระดับประถมศกึ ษา) ปลายป/ี ปลายภาค (ระดบั มธั ยมศกึ ษา) ปลายภาค ๔. สุ่มนำเสนอผลงานกลมุ่ ๓. แบบบันทกึ ๕. วทิ ยากรและผู้เข้ารบั การอบรมร่วมกนั กิจกรรมที่ ๑.๔ สรุปผลการทำกิจกรรม

กจิ กรรมที่/เวลา สาระสำคญั วัตถปุ ระสงค์ กจิ กรรมการปฏบิ ตั ิ ส่อื และอปุ กรณ์ การวัดและประเมินผล ๒. การประเมนิ การอา่ น คดิ วเิ คราะห์ เพือ่ ให้ผูเ้ ขา้ รับการอบรม ๑. แบง่ กลมุ่ ผเู้ ข้ารับการอบรม กลมุ่ ละ ๑. ใบความรู้กิจกรรม ๑. ตรวจผลงาน การอ่าน และเขยี น ถอื เป็น มคี วามรู้ ความเข้าใจ ๓-๕ คน ตามระดบั ชนั้ ท่สี อนคละวชิ า ที่ ๒ แนวทาง แบบบันทึก ชดุ ฝกึ อบรมการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ คดิ วเิ คราะห์ ความสามารถหลักทส่ี ำคญั ในการประเมินการอา่ น ๒. ศกึ ษาใบความร้กู จิ กรรมท่ี ๒ แนวทาง การประเมนิ กจิ กรรมที่ ๒.๑ และเขยี น ซึ่งจำเป็นตอ้ งปลูกฝังและ คิดวิเคราะห์ และเขียน การประเมนิ การอ่าน คิดวเิ คราะห์ การอ่าน และ ๒.๒ สำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน (๑ ชวั่ โมง) พฒั นาใหเ้ กิดขน้ึ กับผู้เรียน และสามารถนำความรู้ไป และเขยี น คิดวิเคราะห์ ๒. สังเกต ดว้ ยกระบวนการจดั วางแผน พร้อมท้ังประเมิน ๓. ศกึ ษาตวั อยา่ งการประเมินความสามารถ และเขยี น พฤตกิ รรม การศึกษาตามหลกั สูตร การอ่าน คดิ วเิ คราะห ์ ในการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขยี น ประกอบดว้ ย การทำงานกลุ่ม ในทกุ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ และเขยี นได้อย่างถูกตอ้ ง ๔. ฝกึ ปฏิบัตกิ ิจกรรมการประเมนิ ๑) ตัวอยา่ ง โดยตอ้ งตรวจสอบว่า และเหมาะสม ความสามารถในการอา่ น คิดวิเคราะห์ การตรวจสอบ ผูเ้ รียนมคี วามสามารถตาม และเขียน ตัวชีว้ ดั ขอบเขตและตัวช้ีวดั ความสามารถ การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรูร้ ะดบั ช้นั เรยี น การประเมนิ แลว้ หรือไม่ ในการอา่ น ซึ่งผ้เู รียนตอ้ งได้รบั คดิ วเิ คราะห์ การพัฒนาตามลำดับ และเขียน อยา่ งตอ่ เน่ือง ๒) ตวั อยา่ งการ ประเมนิ ตัวช้วี ดั ความสามารถ ในการอา่ น คิดวิเคราะห์ 171 และเขียน

172 สำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน กจิ กรรมท่ี/เวลา สาระสำคญั วัตถปุ ระสงค ์ กจิ กรรมการปฏบิ ตั ิ สือ่ และอปุ กรณ์ การวัดและประเมินผล ๓) ตัวอยา่ งการบันทึก และสรปุ ผล การประเมิน ชดุ ฝึกอบรมการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ ความสามารถใน การวดั และประเมินผลการเรยี นรูร้ ะดบั ช้นั เรยี น การอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขียน ๒. ใบกจิ กรรมท่ี ๒.๑ การตรวจสอบ ตวั ช้วี ดั ความสามารถใน การอา่ น คิดวเิ คราะห์ และเขยี น ๓. ใบกจิ กรรมที่ ๒.๒ การวิเคราะห์ ความสอดคล้อง ของกจิ กรรมใน หนว่ ยการเรียนรู้ กับตวั ช้ีวัดและ เกณฑ์การประเมนิ การอา่ น คิดวเิ คราะห์ และเขียน

กจิ กรรมที/่ เวลา สาระสำคัญ วตั ถปุ ระสงค์ กิจกรรมการปฏิบตั ิ สื่อและอุปกรณ์ การวัดและประเมินผล ๓. การประเมนิ การให้ผ้เู รียนเกดิ เพ่ือให้ผ้รู บั การอบรมมี ๑. แบง่ กลุม่ ผู้เข้ารบั การอบรม กลุม่ ละ ๑. ใบความรกู้ ิจกรรม ๑. ประเมินผลงาน คณุ ลกั ษณะ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ความรู้ ความเข้าใจในการ ๓-๕ คน ตามระดบั ชัน้ ทีส่ อน คละวชิ า ท่ี ๓ แนวทาง จากการปฏบิ ตั ิ อันพงึ ประสงค์ ๘ ประการ ตามท่หี ลักสูตร ประเมินคุณลกั ษณะ หรือตามความเหมาะสม การประเมนิ กจิ กรรมที่ ๓.๑ ชดุ ฝกึ อบรมการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ สำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน (๑ ชั่วโมง) กำหนด ตอ้ งไดร้ ับ อนั พึงประสงค์และสามารถ ๒. ศึกษาใบความรกู้ ิจกรรมที่ ๓ แนวทาง คณุ ลักษณะ และ ๓.๒ การปลูกฝังและพฒั นา นำความรู้ไปวางแผนและ การประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ อนั พึงประสงค์ ๒. สงั เกต ผา่ นการจดั การเรยี นการสอน ดำเนินการประเมิน และเอกสารประกอบการปฏิบตั กิ ิจกรรมท่ี ๒. เอกสารประกอบ พฤติกรรม การปฏบิ ัตกิ ิจกรรมพัฒนา คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓.๑ และ ๓.๒ : กรณีศกึ ษา การปฏบิ ตั ิ การทำงานกลมุ่ ผเู้ รยี นในลกั ษณะต่างๆ ตามหลกั สูตรแกนกลาง ๓. ฝึกปฏบิ ตั กิ จิ กรรมท่ี ๓.๑ การออกแบบ กิจกรรมที่ ๓.๑ จนตกผลึกเป็นคณุ ลกั ษณะ การศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน การวัดและประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ และ ๓.๒ : กรณีศึกษา อนั พึงประสงค์ในตวั ผูเ้ รียน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ประสงค์ ๓. ใบกจิ กรรมที่ ๓.๑ การประเมินคณุ ลกั ษณะ ได้อยา่ งเหมาะสม ๔. แลกเปลย่ี นกนั ตรวจสอบผลงาน การออกแบบ การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรูร้ ะดบั ช้นั เรยี น อนั พึงประสงค์ต้องใช้ ระหว่างกลมุ่ การประเมนิ ข้อมลู จาก การสังเกต ๕. ศกึ ษาตวั อย่างเครอื่ งมือประเมนิ คณุ ลกั ษณะ พฤติกรรม ซ่งึ ใชเ้ วลาใน คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ จากใบความรู้ อันพึงประสงค์ การเก็บข้อมลู พฤติกรรม กิจกรรมที่ ๓ ๔. ใบกจิ กรรมท่ี ๓.๒ และนำมาประเมนิ และ ๖. ฝกึ ปฏบิ ัติกิจกรรมที่ ๓.๒ การตรวจสอบ การตรวจสอบ ตดั สิน พฤตกิ รรมผู้เรียนกบั คุณลกั ษณะอันพงึ พฤติกรรมผู้เรียน ประสงค์ กบั คุณลกั ษณะ ๗. วทิ ยากรและผู้เข้าอบรมรว่ มกันสรุปผล อนั พึงประสงค ์ 173 การทำกิจกรรม ๕. แบบบนั ทกึ กิจกรรมที่ ๓.๑ และ ๓.๒

ชุดฝึกอบรมการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ การวดั และประเมินผลการเรยี นรรู้ ะดบั ชัน้ เรียน กจิ กรรมท่ี ๑ : การประเมินผลการเรียนรู้ตามกลุม่ สาระการเรยี นร ู้ กจิ กรรมท่ี ๑.๑ การวางแผนการประเมินรายวชิ าและการตรวจสอบการใช้ตวั ชว้ี ัด จดุ ประสงค ์ เพ่อื ให้ผูเ้ ข้ารบั การอบรมมีความรคู้ วามเข้าใจและสามารถปฏิบัติกิจกรรมดังน้ี ๑. วางแผนการประเมนิ จากโครงสร้างรายวิชา ๒. กำหนด/ทบทวนสัดส่วนคะแนนและหลักฐานการเรียนรู้ของหน่วยการเรียนร ้ ู ในรายวิชาไดอ้ ยา่ งเหมาะสมสอดคล้องสะท้อนคณุ ภาพผู้เรยี นตามหลกั สตู ร ๓. ตรวจสอบความครบถ้วนของการนำตัวช้ีวัดมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนในแต่ละ รายวชิ า ๔. ตรวจสอบทบทวนความเหมาะสมสอดคล้องของตัวชี้วัดท่ีนำมาใช้ในการจัดทำ หนว่ ยการเรยี นร ู้ ๕. พิจารณาความซ้ำซ้อนของตัวชี้วัดในหน่วยการเรียนรู้อ่ืนว่ามีความจำเป็นต้องประเมิน ซำ้ หรือไม ่ วธิ ดี ำเนนิ กจิ กรรม สร้างความเข้าใจเก่ยี วกับการวางแผนการประเมนิ รายวิชา ๑. แบง่ กลุ่มตามกลมุ่ สาระการเรียนรู้ กลุม่ ละ ๓-๕ คน หรอื ตามความเหมาะสม ๒. ศึกษาเอกสารประกอบการปฏิบัติกิจกรรมท่ี ๑.๑.๑ ตัวอย่างการกำหนดโครงสร้าง รายวิชาคณิตศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ ๓. ฝึกปฏิบัติการกำหนดคะแนน ภาระงาน/ช้ินงานรวบยอดประจำหน่วยการเรียนรู้ ลงในแบบบนั ทกึ กิจกรรมที่ ๑.๑.๑ การกำหนดโครงสรา้ งรายวชิ าและการวางแผนการประเมนิ (แยกระดบั ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา) ๔. ศกึ ษาเอกสารประกอบการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมท่ี ๑.๑.๒ ตัวอย่างการตรวจสอบการนำตวั ชีว้ ดั มาใชใ้ นการจัดทำหนว่ ยการเรียนรู ้ ๕. ฝึกปฏิบัติการตรวจสอบการนำตัวช้ีวัดมาใช้ในการจัดทำหน่วยการเรียนรู้ ในแบบ บันทกึ กิจกรรมท่ี ๑.๑.๒ ๖. สุม่ นำเสนอผลงานกลุ่ม และแลกเปล่ยี นกนั สะทอ้ นผลงาน ๗. วทิ ยากรและผเู้ ข้ารับการอบรมรว่ มกนั สรุปผลการทำกิจกรรม 174 สำนักวชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน

ชุดฝึกอบรมการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรรู้ ะดับชนั้ เรยี น สื่อ/อุปกรณ์ ๑. เอกสารประกอบการปฏบิ ัติกิจกรรมท่ี ๑.๑.๑ ตวั อยา่ งการกำหนดโครงสร้างรายวชิ า ๒. เอกสารประกอบการปฏิบัติกิจกรรมท่ี ๑.๑.๒ ตัวอย่างการตรวจสอบการนำตัวช้ีวัด มาใชใ้ นการจดั ทำหน่วยการเรยี นร้ ู ๓. โครงสร้างรายวชิ าทผ่ี เู้ ข้าอบรมรบั ผดิ ชอบ (ผู้เข้ารบั การอบรมนำมา) ๔. ใบกิจกรรมท่ี ๑.๑.๑ และ ๑.๑.๒ ๕. แบบบนั ทกึ กจิ กรรมที่ ๑.๑.๑ และ ๑.๑.๒ การวดั และประเมินผล ๑. ตรวจผลงานแบบบันทกึ กจิ กรรมท่ี ๑.๑.๑ และ ๑.๑.๒ ๒. สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่ ระยะเวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม ๑ ชั่วโมง สำนักวชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน 175

ชดุ ฝึกอบรมการวดั และประเมินผลการเรียนรู้ การวัดและประเมนิ ผลการเรียนร้รู ะดบั ชน้ั เรียน ใบกจิ กรรมที่ ๑.๑.๑ การกำหนดโครงสร้างรายวิชาและการวางแผนการประเมนิ คำช้ีแจง ๑. ให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาทำความเข้าใจตัวอย่างการกำหนดโครงสร้างรายวิชาและ วางแผนการประเมนิ และการกำหนดสัดสว่ นของคะแนน ๒. ผู้เข้ารับการอบรมฝึกปฏิบัติการกำหนดคะแนน ภาระงาน/ชิ้นงานรวบยอดโดยนำตัวชี้วัด ที่ใช้ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ตลอดรายวิชามากรอกในแบบบันทึกกิจกรรมท่ี ๑.๑.๑ (แยกเป็นระดับ ประถมศึกษาและมธั ยมศึกษา) ประกอบด้วย ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้ีวัด เวลา คะแนน และภาระงาน/ช้ินงานรวบยอดที่กำหนดเป็นหลักฐานการเรียนรู้ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ เพ่ือกำหนดสัดส่วนคะแนนระหว่างเรียน และคะแนนปลายปี/ปลายภาค (ใช้โครงสร้างรายวิชาท ่ ี ผเู้ ข้ารับการอบรมรบั ผิดชอบและนำมาใช้เพือ่ การทำกิจกรรม) ๓. แลกเปลีย่ นแนวคดิ เก่ยี วกับเหตผุ ลทใี่ ช้ในการกำหนดจำนวนภาระงาน/ช้ินงาน สัดส่วน คะแนน และวิธกี ารทใ่ี ชใ้ นการประเมนิ ปลายปหี รือปลายภาค ๔. เลอื กตัวแทนนำเสนอผลงานกลมุ่ ๕. วิทยากรและผู้เข้าอบรมร่วมกนั สรุปผลการทำกจิ กรรม 176 สำนกั วิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน

ชดุ ฝึกอบรมการวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนร้รู ะดบั ช้ันเรียน เอกสารประกอบการปฏิบตั ิกิจกรรมที่ ๑.๑.๑ ต ัว อ ย่า ง การกำหนดโครงสรา้ งรายวิชาและวางแผนการประเมิน และการกำหนดสัดส่วนของคะแนน รหัสวิชา……….... รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ จำนวน ๑๖๐ ชั่วโมง สดั ส่วนคะแนน ระหว่างเรียน : ปลายปี = ๗๐ : ๓๐ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ มาตรฐานการเรียนร้/ู เวลา คะแนน ภาระงาน/ชนิ้ งานรวบยอด ตัวช้ีวดั (ช่วั โมง) สธแงว่เผสฟนน้น้าแเภมรสใบูมบานา่งคคิยสเูทลานล่งั ี่เปศิซปพารรย้ือ็นอะสส เธห พวรยยียร ดัมง ๖ ๕๓ ๔ ๒ ๑...... จำนวนนับ คค ๑๑..๑๑ ปป..๔๔//๑๒ ๑๖ ๘ ค ๑.๒ ป.๔/๒ การบวกและการลบ ค ๔.๑ ป.๔/๑ ๔ เรขาคณติ ค ๔.๑ ป.๔/๒ ๙ ค ๖.๑ ป.๔/๓ ๙ การคูณ คค ๖๑..๒๑ ปป..๔๔//๑๖ ๔ การหาร ค ๖.๑ ป.๔/๒ ๑๙ ๔ สถติ แิ ละความน่าจะเป็น ค ๖.๑ ป.๔/๔ ๑๐ ค ๖.๑ ป.๔/๕ ค ๓.๑ ป.๔/๑ ค ๓.๑ ป.๔/๒ ๑๐ คค ๓๓..๑๑ ปป..๔๔//๓๔ ค ๓.๑ ป.๔/๕ ๑๐ ค ๓.๒ ป.๔/๑ ค ๖.๑ ป.๔/๕ ๑๖ ค ๖.๑ ป.๔/๖ คค ๑๑..๒๒ ปป..๔๔//๒๑ ค ๖.๑ ป.๔/๑ ค ๖.๑ ป.๔/๓ ค ๑.๒ ป.๔/๑ ค ๑.๒ ป.๔/๒ คคค ๖๕๖...๑๑๑ ปปป...๔๔๔///๖๑๑ ค ๕.๑ ป.๔/๒ ค ๕.๑ ป.๔/๓ ค ๖.๑ ป.๔/๓ ค ๖.๑ ป.๔/๔ ค ๖.๑ ป.๔/๖ สำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน 177

ชดุ ฝกึ อบรมการวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ การวัดและประเมินผลการเรยี นรูร้ ะดับช้นั เรยี น หน่วยการเรียนรู้ที ่ มาตรฐานการเรียนรู/้ เวลา คะแนน ภาระงาน/ชิน้ งานรวบยอด ตวั ชีว้ ดั (ชัว่ โมง) ๗ . การวัด ค ๒.๑ ป.๔/๑ ๑๒ ๕ กพแตจิ สบยบกปู้ มาง่ ญัรลกสดุ ราชรรภมแรณีราท สปับพ์อา้นนัจชพาสา่สกวีิสวย่วติาจูย นศ น ์ ๙ ๘ ร ๑ ๑ ๑ ๑ะ๐๑..๓๒คพเ....งนื้นทเเนิกวศ ทศ าลษรน ่ีาสบ ยิ ว่ วมนก ลบ คณู หาร ค ๒.๑ ป.๔/๔ สนิ คา้ ราคาถกู ค ๒.๒ ป.๔/๑ ๓ ค ๖.๑ ป.๔/๑ ๗ ๓ คค ๖๒..๑๑ ปป..๔๔//๓๒ ๕ ค ๖.๑ ป.๔/๑ ๗ ค ๖.๑ ป.๔/๖ ๑ ๒ ๔ ค ๒.๒ ป.๔/๒ ๔ ค ๖.๑ ป.๔/๒ ๙ ๗ คค ๖๑..๑๑ ปป..๔๔//๑๕ ค ๑.๑ ป.๔/๒ ๙ ๗๐ ค ๑.๒ ป.๔/๓ ๒๐ ค ๖.๑ ป.๔/๒ ๑๔ ๑๐ ค ๖.๑ ป.๔/๓ ๑๐๐ คค ๒๒..๑๒ ปป..๔๔//๓๓ ค ๖.๑ ป.๔/๔ ค ๖.๑ ป.๔/๖ ค ๑.๑ ป.๔/๑ ค ๑.๑ ป.๔/๒ คค ๖๖..๑๑ ปปป...๔๔๔///๑๑๒ ค ๑.๒ ค ๑.๒ ป.๔/๒ ค ๖.๑ ป.๔/๒ ค ๖.๑ ป.๔/๓ ค ๖.๑ ป.๔/๕ ค ๖.๑ ป.๔/๖ รวม ๑๕๐ ปลายป ี การทดสอบ ๒ แฟ้มสะสมงาน ๘ รวม ๑๖๐ หมายเหต ุ ๑. ระดับประถมศึกษาเมื่อเรียนจบภาคเรียนที่ ๑ ควรจัดให้มีการประเมินปลายภาค คะแนนจาก การประเมนิ ปลายภาคนับเปน็ คะแนนระหวา่ งเรยี น ๒. การประเมินปลายปีและปลายภาคจะประเมินด้วยการทดสอบโดยใช้แบบทดสอบชนิดต่าง ๆ และ อาจมหี รือไมม่ กี ารประเมนิ ด้วยภาระงาน/การปฏบิ ัติดว้ ยกไ็ ด้ ทงั้ นี้ ใหค้ ำนงึ ถึงธรรมชาติวิชาเปน็ หลัก 178 สำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศึกษา สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน

ชดุ ฝกึ อบรมการวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรรู้ ะดบั ช้นั เรยี น แบบบันทกึ กิจกรรมท่ี ๑.๑.๑ ระดับประถมศึกษา กล่มุ สาระการเรียนร.ู้ ............................................................................................................................ รหสั วชิ า.............................วชิ า.........................ชัน้ ...........................เวลา.....................ชว่ั โมง/ปี สัดสว่ นคะแนน ระหว่างเรยี น : ปลายปี .......... : ........... ท ี่ ช่อื หน่วยการเรียนรู ้ มาตรฐาน เวลา ค ะแนน หลักฐานการเรยี นรู ้ การเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวดั (ชว่ั โมง) (ภาระงาน/ชิ้นงานรวบยอด) ระหวา่ ง เรียน รวม คะแนน ปลายปี รวม ๑๐๐ สำนักวชิ าการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน 179

ชุดฝึกอบรมการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ระดบั ชั้นเรียน แบบบันทึกกิจกรรมที่ ๑.๑.๑ ระดบั มธั ยมศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรียนร.ู้ ............................................................................................................................ รหัสวชิ า.............................วชิ า.........................ชั้น...................เวลา.................ช่ัวโมง/ภาคเรียน สัดสว่ นคะแนน ระหว่างภาค : ปลายภาค .......... : ........... ที ่ ชือ่ หน่วยการเรยี นร้ ู มาตรฐาน เวลา ค ะแนน หลักฐานการเรียนร ู้ การเรียนรู/้ ตัวช้ีวดั (ชว่ั โมง) (ภาระงาน/ชิ้นงานรวบยอด) ระหวา่ ง ภาค รวม ค ะแนนปลายภ าค รวม ๑๐๐ 180 สำนกั วิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน

ชุดฝึกอบรมการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนร้รู ะดบั ชนั้ เรยี น ใบกิจกรรมที่ ๑.๑.๒ การตรวจสอบการนำตัวชีว้ ดั มาใช้ในการจัดทำหน่วยการเรยี นรู้ในรายวิชา คำชีแ้ จง ๑. ให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษา ตัวอย่างโครงสร้างรายวิชา (เอกสารประกอบการปฏิบัติ กิจกรรมท่ี ๑.๑.๑) และตัวอย่างการตรวจสอบการนำตัวช้ีวัดมาใช้ในการจัดทำหน่วยการเรียนร ้ ู ในรายวิชาคณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ (เอกสารประกอบการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมที่ ๑.๑.๒) ๒. แต่ละกลุ่มนำผลงานจากการปฏบิ ัติกิจกรรมที่ ๑.๑.๑ มาใช้ในการทำกิจกรรมที่ ๑.๑.๒ เพื่อตรวจสอบและอภิปรายเพ่ือนำไปสู่การปรับหน่วยการเรียนรู้ และการวัดและประเมินผลให้ เหมาะสมย่งิ ขน้ึ ในประเด็นตอ่ ไปน้ี ๒.๑ ทกุ ตวั ชี้วัดไดร้ บั การจดั การเรยี นการสอนหรือไม่ ๒.๒ ชือ่ หน่วยการเรยี นร้มู คี วามเหมาะสม สะทอ้ นตวั ชวี้ ัดทนี่ ำมาใช้หรอื ไม ่ ๒.๓ ตัวช้วี ัดทถ่ี ูกนำมาใชซ้ ำ้ ในหลายหนว่ ยการเรียนร้มู คี วามจำเปน็ หรอื ไม ่ ๒.๔ ตัวชี้วัดท่ีถูกนำมาใช้คร้ังเดียวเพียงพอหรือไม่ในการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน สามารถนำมาเสรมิ ซำ้ ในหนว่ ยการเรยี นรูอ้ ่นื โดยเป็นการประเมินเพอ่ื พัฒนาได้หรือไม่ ๓. เลือกตวั แทนนำเสนอผลงานกลมุ่ ๔. แลกเปลี่ยนกันสะทอ้ นผลงานระหว่างกลมุ่ ๕. วิทยากรสรุปผลการทำกจิ กรรม ขอ้ สงั เกต : ประกอบการปฏิบัตกิ จิ กรรม ๑.๑.๒ ๑. ให้พิจารณาการใช้ตัวช้ีวัดที่ใช้ซ้ำมากกว่า ๑ ครั้ง ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ว่ามีความ จำเปน็ อยา่ งไร จะพจิ ารณาประเมนิ เมื่อไร ๒. กรณีสร้างหน่วยการเรียนรู้โดยใช้ตัวชี้วัดเดียว ให้พิจารณาให้รอบคอบว่าเกณฑ์การ ประเมินสะท้อนตัวชี้วัดตัวอื่นหรือไม่ หากสะท้อนถึงต้องนำตัวชี้วัดนั้นมากำหนดในหน่วยการเรียนรู้ เพมิ่ เติม เพ่ือเปน็ การฝกึ ซ้ำย้ำทวนและพฒั นาผูเ้ รยี นใหม้ ีความรู้ความเขา้ ใจทเ่ี ป็นรากฐานในการนำไป ใช้ประโยชนใ์ นการพัฒนาตอ่ ยอดความรู้ที่สูงขน้ึ ๓. ตัวชี้วัดท่ีนำมาใช้ในการจัดทำหน่วยการเรียนรู้ เกณฑ์การประเมินช้ินงาน/ภาระงานท่ี กำหนด ตอ้ งสะทอ้ นคณุ ภาพตามตัวชี้วัดที่นำมาจัดทำหนว่ ยการเรยี นรู้อยา่ งครอบคลุม ครบถว้ น สำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน 181

182 สำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน เอกสารประกอบการปฏบิ ตั ิกิจกรรมท่ี ๑.๑.๒ ตัวอย่าง การตรวจสอบการนำตัวชี้วดั มาใช้ในการจัดทำหนว่ ยการเรียนรใู้ นรายวิชาคณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ ชื่อหนว่ ย ค ๑.๑ ป.๔/๑ ค ๑.๒ ป.๔/๑ ค ๒.๑ ป.๔/๔ ป.๔/๑ มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชวี้ ดั ชัน้ ปี ค ๕.๑ ป.๔/๓ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓ ค ๖.๑ ป.๔/๖ รวม ชดุ ฝึกอบรมการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ การเรยี นร้ ู ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๒ ป.๔/๓ ป.๔/๒ ป.๔/๓ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๔ ป.๔/๕ จำนวน ค ๒.๒ ค ๓.๑ ค ๓.๒ ค ๔.๑ ตัวช ้วี ดั ป.๔/๒ ป.๔/๓ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓ ป.๔/๔ ป.๔/๕ ป.๔/๑ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ๑. จำนวนนับ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ๗ ๒. การบวก ✓ ✓ ✓ ✓ ๔ และการลบ ๓. เรขาคณติ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ๘ ๔. การคณู ✓ ✓ ✓ ✓ ๔ ๕. การหาร ✓ ✓ ✓ ✓ ๔ การวดั และประเมินผลการเรยี นรูร้ ะดบั ช้นั เรยี น ๖. สถติ ิและ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ๖ ความนา่ จะเป็น ๗. การวดั ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ๕ ๘. พนื้ ที่ ✓ ✓ ✓ ๓ ๙. เงนิ ✓ ✓ ✓ ๓ ๑๐. เศษสว่ น ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ๕ ๑๑ เวลา ✓ ✓ ✓ ✓ ๔ ๑๒ ทศนิยม ✓ ✓ ✓ ✓ ๔ ๑๓ การบวก ลบ คณู หาร ระคน ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ๖ รวมจำนวนครงั้ ๓ ๓ ๔ ๔ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๕ ๕ ๖ ๓ ๔ ๗ ๖๓ ทีใ่ ชต้ วั ช้ีวดั

ชดุ ฝกึ อบรมการวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นร้รู ะดับชน้ั เรยี น มาตรฐานและตัวชวี้ ดั กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๔ สาระที่ ๑ จำนวนและการดำเนนิ การ มาตรฐาน ค ๑.๑ เขา้ ใจถึงความหลากหลายของการแสดงจำนวนและการใช้จำนวนในชีวติ จริง ตัวชีว้ ัด ๑. เขียนและอ่านตัวเลขฮินดู อารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจำนวนนับ ศูนย์ เศษสว่ น และทศนยิ มหนง่ึ ตำแหนง่ ๒. เปรยี บเทียบและเรยี งลำดบั จำนวนนับ และศนู ย์ เศษสว่ น และทศนิยมหนึง่ ตำแหน่ง มาตรฐาน ค ๑.๒ เข้าใจถึงผลที่เกิดข้ึนจากการดำเนินการของจำนวนและความสัมพันธ์ระหว่าง การดำเนนิ การตา่ งๆ และสามารถใช้การดำเนนิ การในการแก้ปญั หา ตัวช้วี ัด ๑. บวก ลบ คูณ หาร และบวก ลบ คูณ หารระคนของจำนวนนับและศูนย์ พร้อมท้ัง ตระหนกั ถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบ ๒. วิเคราะห์และแสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาและโจทย์ปัญหาระคนของจำนวนนับ และศนู ย์ พร้อมท้ังตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบ และสรา้ งโจทยไ์ ด ้ ๓. บวกและลบเศษสว่ นท่ีมตี ัวสว่ นเทา่ กัน มาตรฐาน ค ๑.๓ ใชก้ ารประมาณค่าในการคำนวณและแก้ปญั หา (ไม่มีตัวชี้วดั ) มาตรฐาน ค ๑.๔ เขา้ ใจระบบจำนวนและนำสมบัตเิ กย่ี วกับจำนวนไปใช้ (ไม่มีตวั ช้วี ัด) สาระที่ ๒ การวัด มาตรฐาน ค ๒.๑ เข้าใจพืน้ ฐานเกยี่ วกับการวดั วดั และคาดคะเนขนาดของส่ิงทีต่ อ้ งการวัด ตัวช้วี ดั ๑. บอกความสัมพันธ์ของหนว่ ยการวดั ความยาว น้ำหนัก ปริมาตร หรอื ความจุ และเวลา ๒. หาพื้นทขี่ องรูปสีเ่ หล่ียมมุมฉาก ๓. บอกเวลาบนหนา้ ปัดนาฬิกา อา่ นและเขียนเวลาโดยใช้จุด และบอกระยะเวลา ๔. คาดคะเนความยาว นำ้ หนกั ปริมาตร หรือความจ ุ มาตรฐาน ค ๒.๒ แก้ปญั หาเกี่ยวกับวัด ตวั ช้ีวัด ๑. แก้ปัญหาเกยี่ วกับการวดั ความยาว การช่ัง การตวง เงนิ และเวลา ๒. เขียนบันทึกรายรบั รายจา่ ย ๓. อา่ นและเขยี นบันทึกกจิ กรรมหรือเหตกุ ารณ์ทีร่ ะบเุ วลา สำนกั วิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน 183

ชดุ ฝึกอบรมการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรยี นรูร้ ะดบั ชน้ั เรยี น สาระที่ ๓ เรขาคณติ มาตรฐาน ค ๓.๑ อธิบายและวิเคราะห์รูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ ตวั ช้ีวัด ๑. บอกชนดิ ของมุม ชื่อมมุ ส่วนประกอบของมุม และเขียนสัญลักษณ ์ ๒. บอกได้ว่าเส้นตรงหรือส่วนของเส้นตรงคู่ใดขนานกัน พร้อมท้ังใช้สัญลักษณ์แสดง การขนาน ๓. บอกสว่ นประกอบของรปู วงกลม ๔. บอกได้ว่ารูปใดหรือส่วนใดของส่ิงของมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก และจำแนกได้ ว่าเป็นรปู ส่ีเหลีย่ มจตั รุ ัสหรอื รปู สี่เหลยี่ มผืนผ้า ๕. บอกได้ว่ารูปเรขาคณิตสองมิติรูปใดเป็นรูปที่มีแกนสมมาตร และบอกจำนวนแกน สมมาตร มาตรฐาน ค ๓.๒ ใชก้ ารนึกภาพ (visualization) ใช้เหตุผลเกี่ยวกับปรภิ มู ิ (spatial reasoning) และใช้แบบจำลองทางเรขาคณิต (geometric model) ในการแกป้ ัญหา ตวั ชวี้ ดั ๑. นำรปู เรขาคณติ มาประดษิ ฐ์เป็นลวดลายตา่ ง ๆ สาระที่ ๔ พีชคณิต มาตรฐาน ค ๔.๑ เข้าใจและวิเคราะห์แบบรูป (pattern) ความสมั พันธ์ และฟังกช์ ัน ตวั ชี้วดั ๑. บอกจำนวนและความสัมพนั ธใ์ นแบบรูปของจำนวนทีเ่ พม่ิ ขน้ึ หรอื ลดลงทลี ะเทา่ กัน ๒. บอกรปู และความสมั พันธใ์ นแบบรปู ของรูปที่กำหนดให ้ มาตรฐาน ค ๔.๒ ใชน้ ิพจน์ สมการ อสมการ กราฟ และตวั แบบเชิงคณติ ศาสตร์ (mathematical model) อน่ื ๆ แทนสถานการณต์ า่ ง ๆ ตลอดจนแปลความหมายและนำไปใช้ แก้ปญั หา (ไมม่ ตี วั ชี้วดั ) สาระท่ี ๕ การวิเคราะหข์ อ้ มูลและความนา่ จะเปน็ มาตรฐาน ค ๕.๑ เขา้ ใจและใช้วิธีการทางสถติ ิในการวเิ คราะหข์ ้อมูล ตัวช้วี ัด ๑. รวบรวมและจำแนกข้อมลู ๒. อ่านขอ้ มลู จากแผนภูมิรปู ภาพ แผนภมู แิ ท่ง และตาราง ๓. เขยี นแผนภมู ิรปู ภาพและแผนภูมแิ ท่ง 184 สำนักวิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน

ชดุ ฝึกอบรมการวดั และประเมินผลการเรียนรู้ การวดั และประเมินผลการเรยี นรรู้ ะดับชั้นเรยี น มาตรฐาน ค ๕.๒ ใช้วิธีการทางสถิติและความรู้เกี่ยวกับความน่าจะเป็นในการคาดการณ์ได้อย่าง สมเหตุสมผล (ไม่มีตัวชว้ี ัด) มาตรฐาน ค ๕.๓ ใช้ความรู้เกี่ยวกับสถิติและความน่าจะเป็นในการตัดสินใจและแก้ปัญหา (ไมม่ ตี ัวช้วี ดั ) สาระท่ี ๖ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ มาตรฐาน ค ๖.๑ มีความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสาร การสื่อความหมาย ทางคณิตศาสตร์ และการนำเสนอ การเช่อื มโยงความรูต้ า่ ง ๆ ทางคณติ ศาสตร์ และเชอ่ื มโยงคณิตศาสตรก์ บั ศาสตรอ์ ื่น ๆ และมคี วามคิดรเิ ริ่มสรา้ งสรรค์ ตัวชีว้ ดั (ป.๔-๖) ๑. ใช้วิธีการทหี่ ลากหลายในการแกป้ ญั หา ๒. ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหา ในสถานการณต์ า่ ง ๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม ๓. ให้เหตผุ ลประกอบการตดั สินใจและสรุปผลได้อย่างเหมาะสม ๔. ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการส่ือสาร การส่ือความหมาย และ การนำเสนอไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งเหมาะสม ๕. เชือ่ มโยงความรู้ตา่ ง ๆ ในคณิตศาสตรแ์ ละเช่อื มโยงคณิตศาสตรก์ ับศาสตรอ์ ่ืน ๆ ๖. มีความคดิ รเิ รมิ่ สรา้ งสรรค ์ สำนกั วิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน 185

186 สำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน แบบบันทึกกิจกรรมท่ี ๑.๑.๒ การตรวจสอบการนำตวั ชว้ี ดั มาใช้ในการจดั ทำหน่วยการเรียนรู้ในรายวิชา.................................................................ชั้น........................ ช่อื หน่วย มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชว้ี ัดชัน้ ป ี รวม ชดุ ฝึกอบรมการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ การเรียนรู้ จำนวน ตวั ช้ีวัด การวดั และประเมินผลการเรยี นรูร้ ะดบั ช้นั เรยี น รวมจำนวนคร้ัง ที่ใชต้ วั ชวี้ ัด

ชดุ ฝึกอบรมการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ การวดั และประเมินผลการเรยี นรรู้ ะดบั ชั้นเรียน กจิ กรรมท่ี ๑.๒ การออกแบบการวัดและประเมนิ ผลหนว่ ยการเรียนรู้ จดุ ประสงค์ เพอื่ ให้ผู้เข้ารบั การอบรม สามารถออกแบบการวัดและประเมนิ ผลหน่วยการเรยี นรู้ได้ วธิ ีดำเนนิ กิจกรรม ๑. แบง่ กลุ่มตามกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ กลุม่ ละ ๓-๕ คน หรอื ตามความเหมาะสม ๒. ศึกษาใบความรู้กิจกรรมท่ี ๑.๒ ข้ันตอนการออกแบบการวัดและประเมินผล หน่วยการเรียนรู้และเอกสารประกอบการปฏิบัติกิจกรรมที่ ๑.๒ ตัวอย่างการออกแบบการวัด และประเมินผลหน่วยการเรียนรู้ ๓. ฝึกปฏิบัติกิจกรรมตามใบกิจกรรมท่ี ๑.๒ การออกแบบการวัดและประเมินผล รายหน่วยการเรียนร้ ู ๔. สุ่มนำเสนอผลงานกลุม่ ๕. วทิ ยากรและผเู้ ข้ารับการอบรมร่วมกนั สรุปผลการทำกิจกรรม สือ่ /อปุ กรณ ์ ๑. ใบความรกู้ จิ กรรมที่ ๑.๒ ขนั้ ตอนการออกแบบการวดั และประเมินผลหนว่ ยการเรียนร้ ู ๒. เอกสารประกอบการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมท่ี ๑.๒ ตวั อย่างการออกแบบการวดั และประเมนิ ผล หน่วยการเรยี นร ู้ ๓. ใบกิจกรรมที่ ๑.๒ การออกแบบการวดั และประเมินผลหน่วยการเรียนรู้ ๔. แบบบันทึกกิจกรรมที่ ๑.๒ การวัดและประเมินผล ๑. ตรวจผลงานแบบบนั ทึกกจิ กรรมท่ี ๑.๒ ๒. สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ ระยะเวลาในการปฏิบัตกิ ิจกรรม ๑ ชว่ั โมง สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน 187

ชุดฝึกอบรมการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การวดั และประเมินผลการเรยี นรรู้ ะดับช้นั เรียน ใบกจิ กรรมที่ ๑.๒ การออกแบบการวัดและประเมินผลรายหนว่ ยการเรียนร ู้ คำชี้แจง ๑. ศึกษาใบความรู้กิจกรรมที่ ๑.๒ ข้ันตอนการออกแบบการวัดและประเมินผล หน่วยการเรียนรู้และเอกสารประกอบการปฏิบัติกิจกรรมที่ ๑.๒ ตัวอย่างการออกแบบการวัด และประเมนิ ผลหน่วยการเรยี นรู้ ๒. ให้แต่ละกลุ่มเลือกหน่วยการเรียนรู้มา ๑ หน่วยการเรียนรู้ (จากผลงานท่ีปฏิบัติใน กิจกรรมที่ ๑.๑.๑) แล้วออกแบบการวัดและประเมินผลให้ครบถ้วนทุกตัวช้ีวัด และสอดคล้องกับ แผนการจัดการเรยี นรู้ โดยศึกษาขั้นตอนจากใบความร้กู ิจกรรมท่ี ๑.๒ แล้วบันทึกผล ตามประเด็นท่ี กำหนดในแบบกิจกรรมท่ี ๑.๒ ๓. นำเสนอผลงานกลมุ่ 188 สำนกั วิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน

ชุดฝึกอบรมการวดั และประเมินผลการเรียนรู้ การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรรู้ ะดบั ชัน้ เรยี น ใบความรกู้ ิจกรรมที่ ๑.๒ ขน้ั ตอนการออกแบบการวดั และประเมินผลหนว่ ยการเรยี นร ู้ การเรียนการสอนและการวัดผลการประเมินผลการเรียนท่ีดีต้องเปิดโอกาสให้นักเรียน แสดงออกว่าตนรู้และทำอะไรได้บ้าง เม่ือพิจารณามาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดที่เป็นเป้าในการ พัฒนาน้ันจะเห็นว่าส่งเสริมให้นักเรียนเกิดความเข้าใจในส่ิงที่เรียนแบบ “รู้ลึกรู้จริง” โดยมีความ ครอบคลุมทงั้ ด้านความรู้ การใชค้ วามรู้ ทกั ษะ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ และขอบขา่ ยเน้อื หาสาระ ท่ีพึงรู้ ดงั น้ี • ความรู้ : ประกอบด้วยจุดมุ่งเน้นในการพัฒนาความรู้ข้อเท็จจริง หลักการ ความคิด รวบยอดวิธีการในศาสตร์นั้น ๆ ซึ่งระบุเป็นพฤติกรรมโดยใช้คำว่า “รู้ เข้าใจ อธิบาย ต้ังคำถาม ยกตวั อย่าง จัดกลุ่ม จำแนก บันทกึ รวบรวม เรียบเรยี ง ทอ่ ง บอก ระบุ บรรยาย เล่า” เปน็ ต้น • การใช้ความรู้ : ประกอบด้วยจุดมุ่งเน้นในการพัฒนาความสามารถในการนำความรู้ ความเข้าใจมาก่อเกิดสิ่งใหม่ สร้างสรรค์ หรือแก้ปัญหาซึ่งระบุเป็นพฤติกรรมโดยใช้คำว่า “สรุป วิเคราะห์ คาดคะเน ประเมิน สร้าง สร้างเสริม ซ่อม แก้ปัญหา จัดแสดง ตัดสินใจ เลือก ใช้ ปอ้ งกันและหลีกเล่ยี ง วางแผน แตง่ ดน้ สด สร้างสรรค”์ เป็นตน้ • ทักษะ : ประกอบด้วยจุดมุ่งเน้นในการพัฒนาสมรรถนะในการทำสิ่งต่าง ๆ ท่ีเป็น สง่ิ จำเปน็ ของกระบวนการนนั้ ๆ เช่น การอ่านออกเสียง การคดั ลายมอื การพูดนำเสนอในกระบวนการ สื่อสาร การสังเกตในกระบวนการสืบเสาะ การพัฒนาทักษะทางกายภาพ ทักษะการจัดการ ในกระบวนการการทำงาน เป็นต้น ซ่งึ ระบเุ ป็นพฤติกรรม โดยใชค้ ำวา่ “ปฏบิ ัติ เคลื่อนไหว เคล่อื นท่ี ควบคุม ใช้ทักษะ จัดรูปแบบ จัดองค์ประกอบ เก็บ จัดเก็บ เลียนแบบ นำเสนอ ทดลอง สำรวจ สังเกต แสดงท่าทาง ใชอ้ ปุ กรณเ์ ครื่องมือ” เปน็ ต้น • คุณลักษณะอันพึงประสงค์ : ประกอบด้วยจุดมุ่งเน้นในการพัฒนาเจตคติ ค่านิยม ทัศนคติ อุปนิสัย คณุ ลกั ษณะตา่ ง ๆ ซ่งึ ระบุเปน็ พฤตกิ รรมโดยใชค้ ำวา่ “มีมรรยาท มเี หตุผล มสี ว่ นรว่ ม มีประสิทธิภาพ ตระหนักถึงความสมเหตุสมผล ริเร่ิมสร้างสรรค์ จิตวิทยาศาสตร์ ใช้ข้อมูลจากแหล่ง ที่เชื่อถือได้ พัฒนาตนอย่างสม่ำเสมอ เห็น/สำนึก/ชื่นชมในคุณค่า อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข/ อยา่ งสมานฉันท์ มศี รัทธาทีถ่ กู ต้อง ธำรงรักษา คุ้มครองสทิ ธิ ป้องกนั และหลีกเลย่ี งปัจจยั เส่ยี ง” • ขอบข่ายเน้ือหาสาระท่พี งึ เรียนรู้ : มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชว้ี ดั ในแต่ละกลุ่มสาระ การเรยี นรรู้ ะบุสิ่งท่ีนกั เรียนพงึ ได้เรยี นรู้ในศาสตร์ต่าง ๆ เช่น รายงานการศึกษาคน้ คว้า เขียนย่อความ เขียนแสดงความรคู้ วามคดิ ใชค้ ำภาษาถิน่ ในสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เปน็ ตน้ สำนกั วิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน 189

ชุดฝกึ อบรมการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ การวัดและประเมินผลการเรยี นรูร้ ะดับชนั้ เรยี น องค์ประกอบข้างต้นจะเป็นตัวกำกับให้เกิดการไตร่ตรองในการกำหนดภาระงานให้ผู้เรียน ได้ฝึกฝนและปฏิบัติ ลงมอื ทำ มฉิ ะน้ันก็จะไม่บรรลุผลตามทม่ี าตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชี้วดั กำหนด การออกแบบการวัดและประเมินผลรายหน่วยการเรียนรู้ ต้องคิดวางแผนต้ังแต่ข้ัน การออกแบบหนว่ ยการเรยี นรู้ว่าในการประเมนิ สรุปความรู้รวบยอดเมือ่ จบหนว่ ยการเรียนรู้นัน้ จะให้ ผู้เรียนแสดงออกซ่ึงความรู้ ความเข้าใจสิ่งท่ีเรียนในรูปแบบใด ปรากฏเป็นหลักฐานเช่นไรท่ีจะทำให้ ครูผู้สอนมั่นใจได้ว่าผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ ความเข้าใจตามท่ีกำหนด และเม่ือได้ออกแบบ หน่วยการเรยี นรเู้ รียบร้อยแลว้ ควรไดท้ บทวนดงั นี้ ๑. ทบทวนรายละเอียดของหน่วยการเรียนรู้ ได้แก่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ตัวช้ีวัดที่ระบุไว้ ในหน่วยการเรยี นรูแ้ ละภาระงาน/ช้ินงานรวบยอดของหนว่ ย ๒. ตรวจสอบภาระงาน/ชิ้นงานรวบยอดว่าเป็นหลักฐานการเรียนรู้ท่ีต้องใช้ความรู้ ทักษะ ความเข้าใจ คุณลักษณะท่ีกำหนดในทุกตัวช้ีวัดท่ีกำหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้น้ัน และเพ่ือให้ผู้เรียน สามารถนำความรู้ไปใช้สร้างภาระงาน/ชิ้นงานรวบยอด ควรระบุกิจกรรมหลัก ๆ ที่ผู้เรียนต้องทำได้ มาก่อนโดยยังไม่ตอ้ งแสดงรายละเอยี ด แตน่ ำเสนอใหเ้ ห็นว่าใคร ทำอะไร อย่างไร เพราะรายละเอยี ด กิจกรรมจะปรากฏในแผนการจดั การเรียนรู้ ๓. ทบทวนลักษณะของภาระงาน/ช้ินงานที่จะทำให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจอย่าง แท้จริงและสง่ เสรมิ การคดิ ระดบั สงู ควรเป็นภาระงาน/ชน้ิ งานทเ่ี นน้ การปฏบิ ัติ เป็นงานท่มี คี วามหมาย ตอ่ การเรียนรู้ คือ มคี วามเปน็ ไปไดแ้ ละสอดคล้องกบั ชวี ติ จรงิ ๔. กำหนดแนวทางการใหค้ ะแนนที่สอดคลอ้ งกบั ลักษณะของภาระงาน/ชิ้นงานรวบยอด ๕. ออกแบบการตรวจสอบและประเมินความก้าวหน้าของผลงานให้สอดคล้องกับ แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพ่ือให้ผู้เรียนบรรลุตัวช้ีวัดตามที่กำหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้ ผู้สอน พึงระลึกเสมอว่าการจะให้ผู้เรียนสามารถปฏิบัติภาระงาน/ช้ินงานรวบยอดได้ ผู้เรียนต้องได้รับ การฝึกฝนอะไรบ้างมาก่อนในแต่ละตัวชี้วัด ท้ังนี้ผู้สอนต้องพัฒนาผู้เรียนจนมั่นใจว่าผู้เรียนสามารถ บรรลุผลตามตัวช้ีวัดน้ัน ๆ การวัดและประเมินผลรายตัวช้ีวัดจะดำเนินการควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้วิธีการวัดและประเมินผลท่ีหลากหลายจนแน่ใจว่าผู้เรียน ผ่านทุกตัวชี้วดั และสามารถนำความรูไ้ ปสรา้ งช้ินงาน/ภาระงานรวบยอดของหน่วยการเรียนรไู้ ด้ ในการผ่านแต่ละตัวช้ีวัดก็ต้องมีหลักฐานความสำเร็จให้ตรวจสอบ ซ่ึงนักการศึกษา หลายคนไดใ้ ชห้ ลกั ฐานความสำเร็จย่อย ๆ นี้ เป็นตัวแบง่ เป็นแผนการสอน (lesson plan) 190 สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน

ชุดฝกึ อบรมการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ การวดั และประเมนิ ผลการเรียนร้รู ะดบั ชน้ั เรียน เอกสารประกอบการปฏิบัติกจิ กรรมท่ี ๑.๒ ตัวอยา่ ง ออกแบบการวัดและประเมนิ ผลรายหน่วยการเรียนร ู้ รายวชิ า คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๖ เร่อื ง สถติ ิและความน่าจะเปน็ เวลา ๑๖ ช่วั โมง คะแนน ๑๐ คะแนน ตวั ช้ีวัด ค ๕.๑ ป.๔/๑ รวบรวมและจำแนกขอ้ มูล ค ๕.๑ ป.๔/๒ อา่ นขอ้ มลู จากแผนภมู ริ ปู ภาพ แผนภมู ิแท่ง และตาราง ค ๕.๑ ป.๔/๓ เขยี นแผนภมู ิรปู ภาพ และแผนภูมแิ ท่ง ค ๖.๑ ป.๔/๓ ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจและสรปุ ผลไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ค ๖.๑ ป.๔/๔ ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และการนำเสนอไดอ้ ยา่ งถกู ต้องเหมาะสม ค ๖.๑ ป.๔/๖ มคี วามคดิ ริเร่มิ สรา้ งสรรค ์ ภาระงาน/ช้ินงานรวบยอด ชื่อผลงาน “แผนภมู คิ นพอเพียง” ลักษณะของงาน ให้นักเรียนศึกษาสถานการณ์ที่กำหนดแล้วเลือกข้อมูลจากสถานการณ์น้ัน อาจเป็นข้อมูล ท้ังหมดหรือเป็นข้อมูลเพียงบางส่วนมานำเสนอด้วยแผนภูมิรูปภาพและแผนภูมิแท่งให้สวยงาม น่าสนใจ แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียน พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ ในการเลือกใชข้ ้อมูล สถานการณ ์ นารี ปรดี า เมตตา และนิภา ไดร้ ับเงนิ รายวันจากคณุ แมด่ งั น้ี นารี ได้รับวนั ละ ๑๐ บาท ปรีดา วันละ ๒๐ บาท เมตตา ๑๕ บาท และนิภา วันละ ๔ บาท ทุกคนเป็นเด็กดีใช้เงินอย่าง ประหยัด เก็บออมไวท้ กุ วนั โดยแตล่ ะคนเก็บรวบรวมเปน็ รายวัน สรุปได้ดังตาราง ชอ่ื วนั จนั ทร ์ อังคาร พธุ พฤหัสบด ี ศกุ ร์ รวม (บาท) นาร ี ๕ ๔ ๕ ๓ ๒ ๑๙ ปรดี า ๖ ๔ ๕ ๖ ๔ ๒๕ เมตตา ๗ ๓ ๓ ๖ ๕ ๒๔ นิภา ๔ ๓ ๒ ๒ ๓ ๑๔ สำนกั วิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน 191

ชดุ ฝึกอบรมการวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ระดับชั้นเรยี น เกณฑ์การประเมนิ คะแนนเต็ม ๓๐ คะแนน แนวทางการให้คะแนน ชิน้ งาน “แผนภมู ิคนพอเพยี ง” คะแนนในหน่วยการเรียนรู้ ๑๐ คะแนน รายการป ระเมนิ ดี พอใช้ ปรับปรงุ น้ำหนัก (๓) (๒) (๑) คะแนน ๑. องค์ประกอบของ มอี งค์ประกอบสำคัญ ขาดองคป์ ระกอบใด ขาดองคป์ ระกอบ ๒ แผนภูมิ ครบถ้วน ได้แก่ องค์ประกอบหนึ่ง มากกว่า ๑ รายการ ชื่อแผนภูมิ มาตราส่วน ชื่อแกนนอน ชื่อแกนต้ัง ๓ ๒. ขนาดและระยะหา่ ง ขนาดของรูปภาพแท่ง ขนาดรปู ภาพแทง่ ขนาดรปู ภาพแท่งของ ของแผนภมู ิ ของแผนภูมิและ ของแผนภมู ไิ ม่เทา่ กนั แผนภูมไิ มเ่ ท่ากนั ระยะหา่ งของแผนภูมิ ๑ แห่ง/ระยะหา่ ง มากกวา่ ๑ แห่ง/ระยะหา่ ง เทา่ กนั ท้งั หมด ของรูปภาพแท่งของ ของรูปภาพแทง่ ของ ๑ แผนภมู ไิ ม่เทา่ กนั ๑ แหง่ แผนภูมไิ ม่เท่ากนั มากกว่า ๑ แห่ง ๓. การกำหนด การกำหนดมาตราส่วน การกำหนดมาตราส่วน ไมม่ ีการกำหนด ๓ มาตราสว่ น ได้เหมาะสมสอดคล้อง ไม่เหมาะสมกบั ขอ้ มลู มาตราส่วน กบั ขอ้ มูล ๔. ความครบถว้ น มกี ารปฏบิ ัติครบ มีการปฏิบตั ิงานขาด มีการปฏบิ ตั ิงานขาด ถกู ต้องของข้อมลู ๓ รายการ รายการใดรายการหนงึ่ มากกวา่ ๑ รายการ ๑. ขอ้ มลู ทเ่ี ลือกมา นำเสนอ มีจำนวน ๑ ครบทุกรายการ ๒. แผนภมู ิที่นำเสนอ มีจำนวนถูกต้อง ทกุ รายการ ๓. มกี ารใหเ้ หตผุ ล ประกอบ ๕. ความคิดริเริ่ม ผลงานบง่ บอกถึง ผลงานบ่งบอกถึง ผลงานไม่บ่งบอกถึง สรา้ งสรรค ์ ความคิดริเร่มิ สรา้ งสรรค ์ ความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ ความคิดริเริ่มสรา้ งสรรค์ น่าสนใจ เชน่ ภาพมีมติ ิ เพียงเลก็ น้อย เช่น ไมม่ ลี วดลาย มีลวดลาย สสี นั สวยงาม ไม่มีสีสัน 192 สำนักวิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน

ชดุ ฝกึ อบรมการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรรู้ ะดับชั้นเรยี น กิจกรรมการเรยี นร ู้ ๑. ฝึกอ่านข้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพ แผนภูมิแท่ง และตาราง ศึกษาแผนภูมิรูปภาพ แผนภูมิแท่ง และตารางจากของจริง เช่น ตารางการเดินรถ โดยพิจารณาองค์ประกอบที่สำคัญ เช่น การใชม้ าตราส่วนชือ่ แผนภมู ิ ชอื่ แกนนอน แกนต้ัง - ฝึกอ่านแผนภูมิภาพ แผนภูมิแท่ง และตารางโดยการใช้คำถาม และฝึกอ่านข้อมูล เป็นรายกลมุ่ และรายบุคคล การวดั และประเมนิ ผล ทดสอบการอา่ นแผนภูมิรูปภาพ แผนภูมิแท่ง ตารางทกี่ ำหนด ตอบคำถาม จากข้อมูล เปรียบเทียบข้อมูล สรุปผล และตรวจสอบผลการอ่าน ซ่ึงครูอาจทดสอบ การทำไดโ้ ดยการใชค้ ำถาม (สะทอ้ นตวั ช้ีวดั ค ๕.๑ ป.๔/๒ ค ๖.๑ ป.๔/๓ และ ค ๖.๑ ป.๔/๔) ๒. ให้ผู้เรียนรวบรวมและจำแนกข้อมูล ให้นักเรียนได้ปฏิบัติตามสถานการณ์จริงและ นำเสนอผลงานที่รวบรวมได้ โดยฝึกปฏิบัติเป็นกลุ่มก่อนฝึกเป็นรายบุคคล เช่น ไปสำรวจและ จดบนั ทึก ทำบญั ชีรายรบั -รายจ่ายของตนเองและคนในครอบครวั ภายใน ๑ สปั ดาห์ การสำรวจผลไม้ ทีน่ ักเรียนในหอ้ งช่ืนชอบ วดั ความสงู นำ้ หนกั ของเพ่อื น ๔-๕ คน เป็นต้น แล้วสง่ งานคณุ คร ู การวัดและประเมินผล ผลงานการรวบรวมขอ้ มูล การจดบนั ทึกขอ้ มูล (สะทอ้ นตัวช้ีวัด ค ๕.๑ ป.๔/๑ ค ๖.๑ ป.๔/๓ และ ค ๖.๑ ป.๔/๔) ๓. เขียนแผนภมู ริ ปู ภาพ และแผนภมู ิแท่ง - อธิบายองค์ประกอบทส่ี ำคญั ของแผนภมู ิ เช่น การกำหนดมาตราส่วน แกนแนวตง้ั แนวนอน - ฝึกเขียนแผนภูมิรูปภาพและแผนภูมิแท่ง จากสถานการณ์ท่ีกำหนด เป็นรายกลุ่ม และรายบคุ คล - เขียนแผนภูมิรูปภาพและแผนภูมิแท่งเป็นรายบุคคล โดยการรวบรวมและแสดง ข้อมลู เกีย่ วกบั ค่าใชจ้ า่ ยของตนเองภายใน ๑ สปั ดาห ์ การวัดและประเมินผล ประเมินผลงานการเขียนแผนภูมิรูปภาพ แผนภูมิแท่ง (สะท้อนตัวชีว้ ัด ค ๕.๑ ป.๔/๓ ค ๖.๑ ป.๔/๓ ค ๖.๑ ป.๔/๔ และ ค ๖.๑ ป.๔/๖) สำนกั วิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน 193

ชดุ ฝึกอบรมการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ระดับชัน้ เรยี น ตัวอยา่ ง การประเมนิ รายตัวช้วี ดั ระหว่างการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๖ เรือ่ ง สถิติและความนา่ จะเป็น ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๔ ค ๕.๑ ป.๔/๒ อ่านขอ้ มูลจากแผนภมู ิรปู ภาพ แผนภูมิแทง่ และตาราง แผนภมู ิรูปภาพ จำนวนรถยนต์ทแี่ ล่นผา่ นหน้าบา้ นของนกั เรียน ๕ คน ระหว่างเวลา ๐๘.๐๐-๐๙.๐๐ น. บา้ นประชา บา้ นธญั ญา บา้ นสหชาติ บ้านสุภาวดี บ้านดวงใจ กำหนดให ้ แทนรถยนต์ ๒๐ คนั ตัวอยา่ งแนวทางการประเมิน : ให้ผู้เรียนตอบคำถามต่อไปนีจ้ ากแผนภมู ิรูปภาพ ๑. แตล่ ะคนบนั ทกึ จำนวนรถยนต์ได้กค่ี นั ๒. รถยนต์แล่นผา่ นหนา้ บา้ นใครน้อยท่ีสุด เปน็ จำนวนกค่ี นั ๓. รถยนตแ์ ลน่ ผา่ นหน้าบา้ นใครมากทสี่ ดุ เป็นจำนวนกี่คัน ๔. จำนวนรถยนตท์ ่แี ลน่ ผา่ นหนา้ บา้ นของนกั เรยี น ๕ คน รวมท้ังหมดกี่คนั ๕. รถยนต์แล่นผ่านหนา้ บา้ นสหชาตนิ อ้ ยกว่ารถยนตท์ ี่แล่นผ่านหนา้ บา้ นประชากี่คนั ๖. รถยนตแ์ ล่นผ่านหนา้ บ้านสหชาตมิ ากกวา่ รถยนต์ทแี่ ลน่ ผา่ นหน้าบา้ นสภุ าวดกี ี่คนั ๗. บา้ นของใครบ้างท่มี ีรถยนต์แล่นผ่านเป็นจำนวนเท่ากัน ๘. บา้ นของใครมโี อกาสทีจ่ ะอย่หู า่ งจากยา่ นชุมชนมากท่สี ดุ เพราะเหตุใด ๙. บา้ นของใครทม่ี ีความเป็นไปไดท้ ่ีจะอยู่ใกล้กัน เพราะเหตใุ ด 194 สำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พื้นฐาน