Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรหน้าที่พลเมืองตามรอยพระยุคลบาทรัชกาลที่เก้า 1 ระดับประถมศึกษา

หลักสูตรหน้าที่พลเมืองตามรอยพระยุคลบาทรัชกาลที่เก้า 1 ระดับประถมศึกษา

Description: หลักสูตรรายวิชา สค13113 หน้าที่พลเมืองตามรอยพระยุคลบาทรัชกาลที่เก้า 1 ระดับประถมศึกษา

Keywords: หลักสูตร,หน้าที่พลเมืองตามรอยพระยุคลบาทรัชกาลที่เก้า

Search

Read the Text Version

91 การแกไ๎ ข ดังตัวอยําง การศึกษาข๎อมลู อยาํ งเป็นระบบในเรอ่ื งการวางแผนชวํ ยเหลือความยากลาบาก ของราษฎร ทปี่ระสบป๓ญหา บา๎ นหว๎ ยมงคล ตาบลหนิ เหลก็ ไฟ อาเภอหัวหนิ จังหวดั ประจวบคีรขี ันธ๑ ไดพ๎ ระราชทาน ความชํวยเหลอื ในเร่ืองการสร๎างถนนหว๎ ยมงคล เพอ่ื ระบบการขนสํง ภาพทรงศกึ ษาขอ๎ มูลจากประชาชนอยํางเป็นระบบ กกกกกกก1. 1.2 1.2.2 ระเบดิ จากข๎างใน กกกกกกก1. 1.2 1.2.2 พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช รัชกาลท่ี 9 ไดใ๎ ชห๎ ลกั การ ทรงงานขอ๎ น้ี โดยมุํงเนน๎ การพฒั นาคน มีพระราชดารสั วาํ \"ตอ๎ งระเบิดจากขา๎ งใน \" นน้ั หมายความวาํ ต๎องมุํงพัฒนาเพ่ือสร๎างความเข๎มแข็งใหค๎ นและครอบครวั ในชุมชนที่เขา๎ ไปพัฒนา ให๎มสี ภาพพร๎อม ทีจ่ ะรับการพัฒนาเสียกํอน แลว๎ จึงคํอยออกมาสูํสังคมภายนอก มใิ ชํการนาเอาค วามเจริญจากสังคม ภายน อกเขา๎ ไปหาชมุ ชนและหมบํู า๎ น ซ่งึ หลายชมุ ชนยังไมํทนั ไดม๎ โี อกาสเตรียมตัว หรือตงั้ ตวั จึงไมสํ ามารถปรบั ตวั ได๎ทนั กบั กระแสการเปล่ียนแปลง และนาไปสคูํ วามลํมสลายได๎

92 ภาพทรงเตรียมความพรอ๎ มของประชาชนที่จะได๎รับการพัฒนา กกกกกกก1. 1.2 1.2.3 แกป๎ ญ๓ หาจากจุดเล็ก กกกกกกก1. 1.2 1.2.3 พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช รชั กาลที่ 9 ไดใ๎ ชห๎ ลักการ ทรงงานข๎อนี้ โดยการแกไ๎ ขป๓ญหาท่ีพบอยดํู ว๎ ยการแก๎ไขทจ่ี ดุ เล็กของป๓ญหาเรอ่ื งนั้น ๆ กํอน เปน็ เบ้ืองต๎น เปน็ การแก๎ไขป๓ญหาเฉพาะหน๎า ซ่ึงเมื่อได๎แกไ๎ ขจุดเล็ก ๆ ไดแ๎ ล๎วจงึ คอํ ย ๆ แก๎ไขปญ๓ หา อืน่ ตามลาดับความสาคัญตอํ ไป ดงั ตวั อยาํ ง ปลกู พชื เมืองหนาวของโครงการหลวงในปี พ .ศ.2511 , 2512 ปญ๓ หา คือ พชื ทีป่ ลูกเมืองหนาวในเขตห๎วยคอกม๎า ดอกปุ ย ตาบลสุเทพ อาเภอเมือง จงั หวดั เชยี งใหมํ อากาศไมํหนาวเยน็ พอ จงึ หาพ้ืนท่ใี หมํซงึ่ สูงระหวําง 1,400 เมตร – 1,700 เมตร เหนอื ระดับนา้ ทะเลปานกลางทดี่ อยอํางขาง อาเภอฝาง จงั หวดั เชียงใหมํ ทดลองปลกู พชื เมืองหนาว ใน พ .ศ.2512 จนประสบความสาเร็จ ตํอจากนนั้ ทรงทดลอ งสํงเสริมการปลกู กาแฟท่ศี ูนย๑พัฒนา โครงการหลวงแมหํ ลอด ในปี พ.ศ. 2517 จนประสบความสาเรจ็ และได๎พัฒนาขยายออกไปพนื้ ทีอ่ ืน่ ๆ

93 ภาพทรงแกไ๎ ขป๓ญหาทจ่ี ุดเล็กดว๎ ยการปลูกพืชเมอื งหนาว กกกกกกก1. 1.2 1.2.4 ทาตามลาดับข้นั กกกกกกก1. 1.2 1.2.4 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลท่ี 9 ได๎ใชห๎ ลักการ ทรงงานขอ๎ น้ี โดยการดาเนินงานท่คี านึงถงึ ทกุ ป๓จจัยและเงอ่ื นเวลา ใหม๎ คี วามพอดี สมดุล รอบคอบ และสอดคลอ๎ งกับลักษณะของสังคมและภมู ิสงั คม มใิ ชกํ ารดาเนินงานในลกั ษณะ “ก๎าวกระโดด ” หรือ ในแนวทางอนรุ กั ษนิยมสุดโตํง เชนํ การไ มํเรงํ รดั นาความเจริญเขา๎ ไปสชํู ุมชนในภูมิภาคทย่ี งั มไิ ดท๎ ัน ตัง้ ตัว แตํใหม๎ กี ารเตรยี มความพรอ๎ มเพ่อื ใหม๎ ีความสามารถในการรบั แรงปะทะจากสถานการณ๑ ของโลกภายนอกได๎ ดงั ตัวอยําง เรื่อง “หญา๎ แฝก ” เพ่อื การอนุรักษด๑ ินและฟ้นื ฟพู ื้นที่เสอ่ื มโทรม ได๎เร่มิ ตน๎ เป็ นครง้ั แรกเมอ่ื วันที่ 22 มถิ ุนายน พ.ศ.2534 ไดพ๎ ระราชทานพระราชดารใิ หเ๎ ลขาธกิ าร สานกั งาน กปร. (ดร.สเุ มธ ตันติเวชกลุ ) ทาการทดลองปลกู หญ๎าแฝก เพือ่ ปอู งกนั การชะลา๎ งพงั ทลาย ของดิน และอนุรักษ๑ความชมุํ ชื้นในดิน ผลการทดลองปลกู หญ๎าแฝก ทีศ่ นู ยศ๑ กึ ษาการพฒั นา เขาหินซอ๎ น จังหวัดฉะเชงิ เทรา ไดข๎ ยายไปสํูศนู ยศ๑ กึ ษาการพัฒนาห๎วยทรายอนั เนอื่ งมาจากพระราชดาริจงั หวัด เพชรบรุ ี

94 ภาพทรงแกไ๎ ขปญ๓ หาการปลกู หญ๎าแฝกทเี่ ปน็ ไปตามลาดบั ขน้ั กกกกกกก1. 1.2 1.2.5 ภูมสิ ังคม กกกกกกก1. 1.2 1.2.5 พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ไดใ๎ ช๎หลักการ ทรงงานข๎อนี้ โดย การพฒั นาใด ๆ ต๎องคานงึ ถึงสภาพภมู ปิ ระเทศของบริ เวณน้ันวาํ เป็นอยาํ งไร และสังคมวิทยาเกี่ยวกบั ลกั ษณะนสิ ัยใจคอของคน ตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีในแตลํ ะทอ๎ งถนิ่ ทม่ี ี ความแตกตํางกัน ดงั พระราชดารสั ความตอนหนง่ึ วํา “การพฒั นาจะตอ๎ งเป็นไปตาม ภมู ิประเทศทาง ภมู ศิ าสตร๑ และภูมิประเทศทางสังคมศาสตร๑ ในสังคมวทิ ยา คอื นิสยั ใจคอ ของคนเรา จะไปบงั คบั ให๎ คนอื่นคิดอยํางอ่ืนไมํได๎ เราต๎องแนะนา เราเขา๎ ไปชวํ ยโดยทีจ่ ะคดิ ให๎เขาเข๎ากับเราไมํได๎ แตถํ า๎ เรา เข๎าไปแลว๎ เราเข๎าไปดูวําเขาต๎องการอะไรจรงิ ๆ แล๎วก็อธบิ ายใหเ๎ ข าเข๎าใจหลกั การของการพฒั นาน้ี ก็จะเกดิ ประโยชนอ๑ ยาํ งยิง่ ดังตัวอยาํ ง กลมํุ ชาตพิ ันธุ๑ มง๎ ปะหลํอง ลาํ หูํ เย๎า เป็นกลุมํ ชาตพิ ันธ๑ุ โดยปกตแิ ล๎วอยํูในเขตพื้นท่ีสูงกวํากะเหรย่ี งและคนไทย เขตพน้ื ที่สูงมีความถนัดในการปลกู พืชไรํ ปลกู ผัก ปลกู ไมด๎ อก โครงการหลวง จงึ สงํ เสรมิ ให๎ม๎ง ปะหลอํ ง ปลูกพื ชผกั และไมด๎ อกเมืองหนาว เป็นหลกั

95 ภาพทรงพัฒนาท่คี านึงถึงภมู ิสังคม กกกกกกก1. 1.2 1.2.6 องคร๑ วม กกกกกกก1. 1.2 1.2.6 พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช รชั กาลท่ี 9 ไดใ๎ ช๎หลักการ ทรงงานข๎อนี้ โดยการมองอยํางครบวงจรในการปฏิบัตงิ านหรือโครงกา ร จะทรงมองเหตกุ ารณ๑ทจ่ี ะ เกดิ ข้นึ และนาแนวทางมาแกไ๎ ขอยํางเชือ่ มโยง ดงั ตัวอยํางทฤษฎีใหมํ ทพี่ ระราชทานให๎แกํปวงชน ชาวไทย เป็นแนวทางในการประกอบอาชีพแนวทางหนงึ่ ทีพ่ ระองค๑ทรงมองอยํางองคร๑ วม ต้ังแตํ การถอื ครองทด่ี นิ โดยเฉลีย่ ของประชาชนคนไทยประมาณ 10 – 15 ไรํ การบรหิ ารจดั การที่ดนิ และแหลํงน้า อันเป็นปจ๓ จัยพื้นฐานทส่ี าคัญในการประกอบอาชพี เม่อื มนี า้ ในการทาการเกษตรแล๎ว จะสงํ ผลให๎ผลผลิตดีข้นึ และหากมผี ลผลิตเพ่มิ มากข้ึนเกษตรกรจะต๎องรจู๎ กั วธิ กี ารจัดการ และการตลาด รวมถึงการรวมกลุมํ รวมพลังชมุ ชนใหม๎ ีความ เข๎มแขง็ เพ่อื พร๎อมทจ่ี ะออกสํู การเปลีย่ นแปลงของสังคมภายนอกได๎อยํางครบวงจร นัน่ คือทฤษฎี 3 ขน้ั ดังน้ี กกกกกกก1. 1.2 1.2.6 ขน้ั ทห่ี นึง่ ทฤษฎีใหมขํ น้ั ต๎น : การจัดสรรพน้ื ท่อี ยอํู าศัยและทที่ ากิน ใหแ๎ บงํ พ้ืนท่อี อกเปน็ 4 สํวน ตามอัตราสํวน 30:30:30:10 ซ่ึงหมายถึง กกกกกกก1. 1.2 1.2.6 พ้ืนทสี่ วํ นที่ 1 ประมาณ 30% ให๎ขุดสระกักเก็บนา้ เพ่อื ใชก๎ กั เกบ็ นา้ ฝน ในฤดฝู น และใช๎เสริมการปลกู พืชในฤดูแล๎ง ตลอดจนการเล้ียวสตั วน๑ า้ และพืชนา้ ตําง ๆ กกกกกกก1. 1.2 1.2.6 พ้นื ที่สวํ นที่ 2 ประมาณ 30% ใหใ๎ ชป๎ ลกู ข๎าวในฤดูฝน เพอ่ื ใชเ๎ ป็นอาหาร ประจาวันสาหรับครอบครัว ให๎เพียงพอตลอดปี เพือ่ ลดคาํ ใช๎จําย และสามารถพ่ึงตนเองได๎ กกกกกกก1. 1.2 1.2.6 พื้นทีส่ ํวนท่ี 3 ประมาณ 30% ให๎ปลกู ไม๎ผล ไมย๎ นื ต๎น พชื ผัก พชื ไรํ พืชสมนุ ไพร ฯลฯ เพอื่ ใชเ๎ ป็นอาหารประจาวนั หากเหลือบรโิ ภคก็นาไปจาหนาํ ย กกกกกกก1. 1.2 1.2.6 พนื้ ทส่ี วํ นท่ี 4 ประมาณ 10% เป็นที่อยอํู าศยั เลี้ยงสตั วแ๑ ละโรงเรอื นตาํ ง ๆ

96 ภาพทรงมองอยํางองคร๑ วมโดยใชห๎ ลกั เกษตรทฤษฎีใหมํ กกกกกกก1. 1.2 1.2.6 ขน้ั ท่ีสอง ทฤษฎใี หมขํ ้ันกลาง : ใหเ๎ กษตรกรรวมพลังกันในรูปกลุํม หรอื สหกรณ๑ รํวมแรง รํวมใจกันดาเนนิ การในด๎านตอํ ไปนี้ กกกกกกก1. 1.2 1.2.6 (1) การผลิต (พันธ๑ุพชื เตรยี มดิน ชลประทาน ฯลฯ) คอื เกษตรกรจะตอ๎ ง รํวมมอื ในการผลิตโดยเร่ิมต้งั แตํ ข้ันเตรยี มดิน การหาพันธพ๑ุ ชื ป๋ยุ การหานา้ และอน่ื ๆ เพอื่ การเพาะปลูก กกกกกกก1. 1.2 1.2.6 (2) การตลาด (ลานตากขา๎ ว ยง๎ุ เคร่ืองสขี า๎ ว การจาหนาํ ยผลผลิต) คอื เม่อื มผี ลผลิตแล๎วจะต๎องเตรยี มการตาํ ง ๆ เพอื่ การขายผลผลิตให๎ได๎ประโยชน๑สูงสดุ เชนํ การเตรียม ลานตากข๎าวรวํ มกัน ตลอดจนการรวมกนั ขายผลผลิตใหไ๎ ด๎ราคาดี และลดคําใช๎จํายลงด๎วย กกกกกกก1. 1.2 1.2.6 (3) ความเป็นอยํู (กะปิ น้าปลา อาหาร เครอื่ งนงุํ หํม ฯลฯ) คือ ตอ๎ งมี ความเปน็ อยทูํ พ่ี อดีพอควร โดยมปี ๓จจัยพ้นื ทีใ่ นการดารงชีวิต เชํน อาหารการกินตาํ ง ๆ ทเ่ี พยี งพอ กกกกกกก1. 1.2 1.2.6 (4) สวสั ดิการ (สาธารณสขุ เงินก๎ู) คือ ชุมชนควรมสี วัสดภิ าพและบรกิ าร ทจ่ี าเปน็ เชํน มสี ถานีอนามยั เมอ่ื ยามเจบ็ ปวุ ยหรอื มกี องทุนไวก๎ ๎ยู ืมเพอื่ ประโยชนใ๑ นกิจกรรมตาํ ง ๆ ของชุมชน กกกกกกก1. 1.2 1.2.6 (5) การศึกษา (โรงเรยี น ทุนการศกึ ษา ) คอื ชมุ ชนควรมบี ทบาทในการ สํงเสริมการศึกษา เชนํ มกี องทนุ เพือ่ การศึกษาเลําเรยี นใหแ๎ กเํ ยาวชนของชมุ ชนเอง กกกกกกก1. 1.2 1.2.6 (6) สงั คมและศาสนา คอื ชุมชนควรเป็นท่รี วมในการพฒั นาสงั คมและ จติ ใจ โดยมศี าสนาเปน็ ทยี่ ดึ เหน่ยี ว ภาพทรงเปิดสหกรณ๑โคนมทจ่ี ังหวดั ราชบุรี

97 กกกกกกก1. 1.2 1.2.6 ขนั้ ท่ีสาม ทฤษฎใี หมํขัน้ ก๎าวหนา๎ เมื่อดาเนินการผาํ นพ๎นขัน้ ทสี่ องแล๎ว เกษตรกร หรอื กลํุมเกษตรกรก็ควรพฒั นาก๎าวหนา๎ ไปสํูข้นั ท่ีสามตํอไป คอื ติดตํอประสานงาน เพื่อจัดหาทุน หรือแหลํงเงนิ ทนุ เชนํ ธ นาคารหรอื บริษทั ห๎างร๎านเอกชน มาชํวยในการลงทนุ และพัฒนาคุณภาพชีวิต ทัง้ น้ี ท้งั ฝุายเกษตรกรและฝุ ายธนาคารและบรษิ ทั จะไดป๎ ระโยชน๑ รวํ มกนั กลําวคอื เกษตรกรขายของในราคาสูง (ไมํถูกกดราคา ) ธนาคารกับบริษัทสามารถซอ้ื ข๎าวบริโภค ในราคาตา่ (ซือ้ ข๎าวเปลือกตรงจ ากเกษตรกรและนามาสเี อง ) เกษตรกรซอ้ื เครื่องอปุ โภคบริโภค ในราคาต่า เพราะรวมกันซอ้ื เปน็ จานวนมาก (เปน็ รา๎ นสหกรณ๑ ราคาขายสงํ ) ธนาคารกับบริษทั จะสามารถกระจายบุคลากรเพอื่ ไปดาเนินการในกิจกรรมตาํ ง ๆ ให๎เกิดผลดียงิ่ ข้ึน ภาพทรงพัฒนาโดยใช๎หลักเกษตรทฤษฎีใหมํ ข้นั กา๎ วหนา๎ กกกกกกก1. 1.2 1.2.7 ไมตํ ิดตารา กกกกกกก1. 1.2 1.2.7 พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ไดใ๎ ชห๎ ลกั การ ทรงงานข๎อน้ี โดย การพัฒนาทีอ่ นุโลม และรอมชอมกับสภาพธรรมชาติ สิ่งแวดลอ๎ ม และสภาพ ของสังคมจิตวิทยาแหงํ ชมุ ชน คือ ไมผํ กู มัดตดิ กับวชิ าการ และเทคโนโลยที ่ไี มํเหมาะสมกบั สภาพชีวติ ความเปน็ อยทูํ ่แี ทจ๎ รงิ ของคนไทยปกตเิ ข๎าสูํระบบทเ่ี ปน็ ปกติ ดังตัวอยาํ ง การนาน้าดขี บั ไลนํ า้ เสีย หรอื เจอื จางน้าเสยี ใหก๎ ลับเป็นน้าดี ตามจงั หวะการขนึ้ ลงตามธรรมชาตขิ องนา้ หรือการบาบดั นา้ เนาํ เสีย โดยใช๎ผักตบชวา

98 ภาพทรงพัฒนาแกไ๎ ขสภาพธรรมชาติ ส่ิงแวดล๎อม กกกกกกก1. 1.2 1.2.8 ประหยดั เรยี บงาํ ย ได๎ประโยชนส๑ งู สุด กกกกกกก1. 1.2 1.2.8 พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลท่ี 9 ได๎ใช๎หลักการ ทรงงานขอ๎ นี้ โดยทรงการกระทาโดยการประหยัด เรียบงําย ไดป๎ ระโยชน๑สูงสุดจากการใชว๎ สั ดแุ รงงาน ในท๎องถิ่นใหส๎ อดคล๎องกับภมู ิสงั คม ขณะเดยี วกนั การพฒั นาและชํวยเหลอื ราษฎรทรงใช๎หลกั การ แก๎ปญ๓ หาด๎วยความเรยี บงําย ประหยดั ราษฎรสามารถทาเองได๎ หาได๎ในทอ๎ งถิน่ และประยุกต๑ใชส๎ ิ่งทมี่ ี อยใูํ นภูมิภาคนน้ั ๆ มาแกไ๎ ขป๓ญหาโดยไมตํ อ๎ งลงทุน หรอื ใชเ๎ ทคโนโลยีท่ีไมยํ ุํงยากนกั ดังตวั อยาํ ง เรอ่ื งการทาฝายนา้ ลน๎ โดยใชว๎ ัสดใุ นท๎องถน่ิ เชนํ ไม๎ หนิ กรวด ทราย กัน้ ทางนา้ ไวแ๎ ตํต๎องใหน๎ า้ ไหล ผํานจากหมบูํ ๎านต๎นน้าสกํู ลางน้า และปลายนา้ ได๎ เพ่อื แบํงป๓นในการอปุ โภค บริโภค

99 ภาพทรงแกไ๎ ขป๓ญหานา้ โดยการทาฝายน้าล๎นโดยใช๎วัสดใุ นท๎องถิ่น กกกกกกก1. 1.2 1.2.9 ทาให๎งําย กกกกกกก1. 1.2 1.2.9 พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได๎ใช๎หลกั การ ทรงงานขอ๎ นี้ โดยการวางแผน ออกแบบ คน๎ หาวธิ ีการดาเนนิ ง านทมี่ ีลกั ษณะเรยี บงาํ ย ไมํยํงุ ยาก สลบั ซับซ๎อน คาวํา ทาใหง๎ าํ ย คอื เขา๎ ใจ รแู๎ จ๎ง และพรอ๎ มนาไปใช๎ วธิ กี ารทาใหง๎ าํ ยตอ๎ งอาศัย การมีสวํ นรวํ ม ไมํติดตารา ยึดภูมิป๓ญญาเดิม ผสมผสานเทคโนโลยใี หมํ ดังตัวอยาํ ง ในเร่ือง การปลกู หญา๎ แฝก ตามแนวลาดเอยี งของพื้นดิน ขนา นไปตามแนวยาวเปน็ ชน้ั ๆ ปูองกันการพังทลาย ของหนา๎ ดิน การใชผ๎ กั ตบชวา ชํวยบาบดั น้าเสยี เป็นวิธงี าํ ย ๆ อยํางหนึง่ การตอํ ยอด ตอํ ตา ต๎นท๎อ และมะเขือเทศ กเ็ ปน็ วธิ กี ารงาํ ย ๆ ใช๎เทคโนโลยที เ่ี หมาะสมกบั ภมู ปิ ญ๓ ญาชาวบา๎ น และตน๎ ทนุ ทางสังคมเกดิ นวตั กรรมที่ใหม๎ ูลคําเพ่ิม

100 ภาพทรงวางแผนการปลกู หญา๎ แฝกตามแนวลาดเอยี งของพืน้ ดิน กกกกกกก1. 1.2 1.2.10 การมสี ํวนรวํ ม กกกกกกก1. 1.2 1.2.10 พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช รัชกาลที่ 9 ไดใ๎ ช๎ หลกั การทรงงานขอ๎ นี้ โดยการมีสํวนรวํ มของชุมชนเปน็ กจิ กรรมทีส่ าคัญอยํางยง่ิ ในการดาเนินงาน การมสี ํวนรํวมตอ๎ งกระทาอยาํ งครบถว๎ น ตลอดกระบวนการ ตง้ั แตกํ ารวางแผน (Plan) การปฏิ บตั ิ (Do) การตรวจสอบประเมนิ ผล (Check) และการแก๎ไขปรับปรุง (Act) กกกกกกก1. 1.2 1.2.10 การมสี วํ นรํวมทาใหช๎ ุมชนเกิดความเป็นเจา๎ ของโครงการ การแก๎ปญ๓ หา ตําง ๆ เกดิ จากสาเหตทุ ่ีประชาชนตอ๎ งการให๎แกไ๎ ข และวธิ กี ารแกไ๎ ขก็รบั ฟ๓งความคิดเห็น ของประชาชนเพื่อจะไดค๎ วามรํวมมือจากประชาชน ดงั พระราชดารัสตอนหนงึ่ วาํ “สาคัญท่สี ุดจะต๎อง ทาใจใหก๎ ว๎างขวาง หนกั แนนํ ร๎ูจักรับฟง๓ ความคิดเห็น แมก๎ ระทงั่ คาวพิ ากษว๑ ิจารณจ๑ ากผอู๎ ่นื อยํางฉลาด เพราะการรู๎จักรบั ฟง๓ อยาํ งฉลาดนนั้ แทจ๎ ริง คือ การระดมสตปิ ๓ญญาและประสบการณ๑อนั หลากหลาย มาอานวยประโยชน๑ในการปฏิบัติบรหิ ารงานใหป๎ ระสบความสาเรจ็ ที่สมบรู ณน๑ ้ันเอง” ภาพทรงดาเนินงานอยํางครบถ๎วนตลอดกระบวนการมสี วํ นรํวม

101 กกกกกกก1. 1.2 1.2.11 ประโยชนส๑ ํวนรวม กกกกกกก1. 1.2 1.2.11 พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช รชั กาลท9่ี ได๎ใช๎หลักการ ทรงงานข๎อน้ี โดย ทรงระลึกถงึ ประโยชน๑สวํ นรวมเปน็ สาคั ญ ดังพระราชดารสั ความตอนหนงึ่ วาํ “ ใครตํอใครบอกวาํ ขอใหเ๎ สียสละสวํ นตัวเพือ่ สํวนรวม อันน้ีฟ๓งจนเบอ่ื อาจจะราคาญดว๎ ยซา้ วาํ ใครตํอใครมากบ็ อกวําขอให๎คิดถึงประโยชน๑สวํ นรวม อาจมานึกในใจวําให๎ ๆ อยเํู ร่อื ยแล๎วสวํ นตัวจะได๎ อะไร ขอใหค๎ ิดวําคนท่ใี ห๎เพือ่ สํวนรวมนน้ั มิไดใ๎ ห๎สํวนรวมอยํางเดยี วเป็นการใหเ๎ พ่ือตัวเอง สามารถทจ่ี ะ มสี วํ นรวมที่จะอาศัยได๎ ” ภาพทรงระลกึ ถงึ ประโยชน๑สํวนรวมเป็นสาคัญ กกกกกกก1. 1.2 1.2.12 บริการรวมทจ่ี ุดเดยี ว กกกกกกก1. 1.2 1.2.12 พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช รชั กาลท9่ี ไดใ๎ ชห๎ ลกั การ ทรงงานข๎อนี้ โดยการดาเนนิ งาน ท่มี ุงํ เน๎นการแกป๎ ญ๓ หาในรูปแบบของ \"การพฒั นาแบบผสมผสาน \" ทใี่ หผ๎ ลเป็นการ \"บริการรวมที่จุดเดยี ว \" เป็นการปรบั เปลยี่ นพฤตกิ รรมในการบรหิ ารงาน จากการ ทตี่ าํ งคนตาํ งทา มาสกํู ารประสานงานระหวํางหนํวยงานทเี่ กี่ยวข๎อง ซึ่งปรากฏเปน็ รปู ธรรมชดั เจน ดังตัวอยําง ทรงให๎ศูนยพ๑ ัฒนาอนั เน่อื งมาจากพระราชดาริ เป็นต๎นแบบในการบรกิ ารท่ีจุดเดียว คอื การบริการแบบเบด็ เสรจ็ เพอ่ื ให๎ประชาชนท่มี าขอใช๎บริการ ประหยัดเวลาและคําใช๎จําย โดยมี หนวํ ยงานราชการตาํ ง ๆ มารํวมดาเนินการ และใหบ๎ รกิ ารประชาชน ณ ทแ่ี หํงเดยี ว มพี ระร าชดารสั วํา ประชาชนซึ่งจะตอ๎ งใชว๎ ิชาการทั้งหลายกส็ ามารถทีจ่ ะมาดู สํวนเจ๎าหนา๎ ที่จะให๎ความอนุเคราะห๑

102 แกปํ ระชาชน ก็มาอยพูํ รอ๎ มกนั ในทเ่ี ดยี วกันเหมือนกนั ท่ีสาคัญปลายทาง คอื ประชาชนไดร๎ บั ประโยชน๑และตน๎ ทางของผู๎เปน็ เจา๎ หน๎าทจี่ ะใหป๎ ระโยชน๑ ภาพทรงมํุงเน๎นการแก๎ปญ๓ หาในรปู แบบของการบรกิ ารท่ีจดุ เดียว กกกกกกก1. 1.2 1.2.13 ใชธ๎ รรมชาติชํวยธรรมชาติ กกกกกกก1. 1.2 1.2.13 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช รชั กาลท9ี่ ได๎ใชห๎ ลักการ ทรงงานข๎อน้ี โดยการใหป๎ ระชาชนใกลช๎ ิดกับธรรมชาติ ทรงมองอยาํ งละเอยี ดถงึ ปญ๓ หาธรรมชาติ หากเราต๎องการแก๎ไขธรรม ชาติ จะต๎องใชธ๎ รรมชาติเข๎าชวํ ยเหลือ ดังตัวอยําง การแกไ๎ ขปญ๓ หาปาุ เสอ่ื มโทรม ได๎พระราชทานพระราชดาริ การปลกู ปุาโดยไมํต๎องปลกู ปลํอยให๎ธรรมชาติชวํ ยในการ ฟน้ื ฟธู รรมชาติหรอื แม๎กระท่ัง การปลกู ปาุ 3 อยําง ประโยชน๑ 4 อยําง ไดแ๎ กํ ปลกู ไม๎เศรษฐกิจ ไมผ๎ ล และไมฟ๎ นื นอกจากไดป๎ ระโยชนต๑ ามชื่อของไม๎แล๎ว ยังชํวยรักษาความชํมุ ช้ืนให๎แกพํ น้ื ดนิ ด๎วย เหน็ ไดว๎ ํา ทรงเขา๎ ใจธรรมชาติและมนษุ ยอ๑ ยาํ งเกื้อกลู กนั ทาใหค๎ นอยํูรํวมกบั ปาุ ได๎อยํางยงั่ ยนื

103 ภาพทรงมองอยาํ งละเอียดถงึ ปญ๓ หาธรรมชาตโิ ดยใชธ๎ รรมชาติชวํ ยธรรมชาติ กกกกกกก1. 1.2 1.2.14 ใช๎อธรรมปราบอธรรม กกกกกกก1. 1.2 1.2.14 พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช รชั กาลท9ี่ ได๎ใชห๎ ลกั การ ทรงงานขอ๎ น้ี โดยการนาความจรงิ ในเรื่อง ความเป็นไปแหงํ ธรรมชาติ และกฎเ กณฑ๑ของธรรมชาติ มาเป็นหลักการ แนวปฏบิ ัตทิ สี่ าคญั ในการแกป๎ ญ๓ หาและปรับปรงุ เปล่ยี นแปลงสภาวะที่ไมปํ กติ เข๎าสํู ระบบทเ่ี ป็นปกติ คอื ทรงใชส๎ ง่ิ ของท่มี ีอยูํแลว๎ แตํขาดประโยชน๑ หรือไมเํ กิดประโยชน๑ (ไมดํ ี) ให๎มี ประโยชน๑ (ดีขนึ้ ) ดังตัวอยาํ ง การนาน้าดี ขบั ไลนํ ้าเสี ย หรือ เจือจางนา้ เสยี ใหก๎ ลบั เปน็ นา้ ดี ตามจังหวะการข้ึนลงตามธรรมชาตขิ องนา้ การบาบดั น้าเนาํ เสียโดย ใชผ๎ กั ตบชวาซึ่งมีตามธรรมชาติ ใหด๎ ดู ซึมส่ิงสกปรกปนเปอ้ื นในนา้ ดงั พระราชดารัสความวาํ “ใช๎อธรรม ปราบอธรรม” ภาพทรงมองความจริงโดยใชผ๎ ักตบชวาบาบดั น้าเสีย

104 กกกกกกก1. 1.2 1.2.15 ปลกู ปาุ ในใจคน กกกกกกก1. 1.2 1.2.15 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช รชั กาลท9่ี ไดใ๎ ชห๎ ลักการ ทรงงานข๎อนี้ โดยการปลกู ปาุ ในใจคน คอื การกระตน๎ุ จิตสานึก และรอ้ื ฟื้นวัฒนธรรมใหค๎ นอนุรักษ๑ ระบบนิเวศปาุ และอยํูรวํ มกบั ปาุ อยาํ งมั่นคง และพ่งึ พงิ อิงกัน “ใช๎นา้ อนุรักษน๑ ้า ใช๎ปุา (ดนิ ) อนรุ ักษป๑ ุา ดังน้นั “การปลกู ปาุ โดยไมํตอ๎ งปลูก ” ปลอํ ยใหป๎ ุาขน้ึ เองธรรมชาติ กเ็ ป็นพระ ราชดารอิ ยํางหนึ่ง “เจา๎ หน๎าที่บา๎ นเมือง ควรจะปลูกตน๎ ไม๎ ลงในใจคนเสียกํอน แลว๎ คนเหลาํ น้ันก็จะพากนั ปลกู ตน๎ ไม๎ ลงบนแผํนดิน และรักษาต๎นไม๎ดว๎ ยตนเอง” ภาพทรงปลกู ปุาเพอื่ ให๎ไดใ๎ จคน กกกกกกก1. 1.2 1.2.16 ขาดทุนคอื กาไร กกกกกกก1. 1.2 1.2.16 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลท9่ี ได๎ใชห๎ ลกั การ ทรงงานขอ๎ นี้ โดย การดาเนินงานท่ียึดผลสาเรจ็ แหงํ ความ “คุ๎มคํา ” มากกวาํ “คมุ๎ ทนุ ” คานึงถงึ ผลประโยชน๑ของคนสวํ นรวม มากกวําผลสาเรจ็ ที่เปน็ ตัวเลขอันเปน็ ผลประโยชนข๑ องกลุํมคนสํวนนอ๎ ย เลง็ เห็นผลท่ไี ดจ๎ ากการลงทนุ เพ่ื อประโยชนแ๑ กํคนสวํ นใหญํ อนั ได๎แกํ ความอยํูดีมีสขุ ของประชาชน ซงึ่ ตีคาํ เปน็ ตัวเงนิ ไมไํ ด๎ ซงึ่ ถ๎าหากพิจารณาตามหลกั เศรษฐศาสตร๑ แลว๎ อาจจะถอื วําเปน็ การลงทุน ทข่ี าดทุนหรือไมํค๎ุมทุน ดงั ตัวอยําง การลงทนุ สรา๎ งถนน ไฟฟูา ประปา เข่อื น ฝ ายคลองสงํ นา้ ระบบ การเกบ็ ขย ะ ระบบบาบัดนา้ เสีย เป็นต๎น ป๓จจยั พ้ืนฐานการผลิตเหลาํ น้ีต๎องลงทุน แตผํ ลตอบแทน ทปี่ ระชาชนได๎รับ คอื การพฒั นาอยาํ งยัง่ ยืน ทงั้ ทางดา๎ นเศรษฐกจิ สงั คมและสิง่ แวดล๎อม

105 ภาพทรงดาเนินงานโดยยดึ ผลสาเรจ็ คุ๎มคํามากกวาํ คมุ๎ ทนุ กกกกกกก1. 1.2 1.2.17 การพ่ึงตนเอง กกกกกกก1. 1.2 1.2.17 พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช รัชกาลท9ี่ ได๎ใช๎หลักการ ทรงงานข๎อน้ี โดยการแก๎ไขปญ๓ หาเฉพาะหนา๎ เพ่อื ให๎ประชาชนมคี วามแขง็ แรง พอท่จี ะดารงชีวิตตอํ ไป แลว๎ ขน้ั ตอํ ไปก็คือการพฒั นาให๎ประชาชนสามารถอยูใํ นสั งคมได๎ตามสภาพแวดลอ๎ ม และสามารถ พงึ่ พาตนเองได๎ ดังพระราชดารสั ตอนหนึง่ วาํ “การชํวยเหลือสนบั สนุนประชาชนในการประกอบอาชพี และตั้งตัวใหม๎ คี ว ามพอกินพอใชก๎ ํอนอ่ืนเปน็ ส่งิ สาคัญย่ิงยวด เพราะผูม๎ ีอาชีพและฐานะเพียงพอ ทจ่ี ะพง่ึ พาตนเองได๎ ยอํ มสามารถสร๎างความเจรญิ ในระดบั สูงข้ันตํอไป”

106 ภาพทรงแก๎ไขปญ๓ หาเฉพาะหนา๎ ให๎ประชาชนมีการพงึ่ ตนเอง กกกกกกก1. 1.2 1.2.18 พออยพํู อกิน กกกกกกก1. 1.2 1.2.18 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช รัชกาลท่ี 9 ไดใ๎ ช๎ หลักการทรงงานขอ๎ นี้ โดยการสรา๎ งความ “พออยํู” “พอกนิ ” พออยูํ คือ การท่เี ราปลูกปุาทใ่ี ห๎ ไม๎ พชื ทีจ่ าเปน็ ตอํ การนามาใชท๎ าทอ่ี ยอํู าศัยตาํ ง ๆ เชํน ไม๎ทาเสา ไม๎ทาพื้น ไมท๎ าฝา ไม๎ทาโครงสรา๎ ง บา๎ นตําง ๆ เปน็ ต๎น ครน้ั เมอื่ เหลอื ใช๎ เราก็แบํง จาํ ย แจก ขาย เปน็ รายได๎เสริมให๎ครอบครัวได๎ พอกิน คอื การที่เราปลกู ปาุ เพอ่ื ให๎ไดพ๎ ชื ท่ีเราจะนามาใชก๎ ินได๎อยํางพอเพยี ง เชนํ ข๎าว ผกั ฯลฯ เมื่อเหลือกิน แล๎ว เราก็แบงํ ออกขายหารายไดเ๎ สริมไดเ๎ ราจะต๎องใช๎ในชวี ติ ประจาวนั เชนํ ยา ขนม ผลไม๎ เครือ่ งปรงุ เปน็ ต๎น ครน้ั เมอื่ เราใชไ๎ ด๎อยาํ งพอเพยี งแลว๎ เรากแ็ บงํ ออกขายหารายไดใ๎ ห๎แกคํ รอบครวั ได๎ ใหก๎ ับคน สวํ นใหญขํ องประเทศ ใหป๎ ระชาชนสามารถอยอํู ยําง “พออยูํพอกิน ” ใหไ๎ ดเ๎ สียกอํ น แล๎วจึงคํอย ขยบั ขยายให๎มีขดี สมรรถนะท่กี า๎ วหนา๎ ตอํ ไป ภาพทรงสร๎างความพออยํพู อกินโดยการปลูกพืชผักสวนครัว

107 กกกกกกก1. 1.2 1.2.19 เศรษฐกิจพอเพยี ง กกกกกกก1. 1.2 1.2.19 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช รัชกาลท9่ี ได๎ใช๎หลกั การ ทรงงานข๎อนี้ โดย ช้ีถึงแนวการดารงอยํู และปฏิบตั ติ นของประชาชนในทกุ ระดับ ตัง้ แตรํ ะดบั ครอบครวั ระดับชุมชน จนถึงระดบั รัฐ ท้งั ในการพฒั นาและบริหารประเทศให๎ดา เนนิ ไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกจิ เพ่อื ให๎กา๎ วทนั ตํอโลกยุคโลกาภวิ ั ตน๑ ความพอเพยี ง หมายถึง ความ พอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถงึ ความจาเปน็ ท่จี ะตอ๎ งมีระบบภมู ิคุ๎มกันในตัวทด่ี ีพอสมควรตํอการ มผี ลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลีย่ นแปลงทั้งภายนอกและภายใน ท้งั นี้ จะต๎องอาศัยความรอบรู๎ ความรอบคอบ และความระมดั ระวงั อยาํ งยิง่ ในการนาวิชาการตาํ ง ๆ มาใช๎ในการวางแผน และการ ดาเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต๎องเสริมสร๎างพืน้ ฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะ เจ๎าหน๎าทีข่ องรฐั นกั ทฤษฎี และนกั ธุรกิจ ในทุกระดับให๎มสี านกึ ในคุณธรรม ความซอ่ื สัตยส๑ จุ รติ และ ใหม๎ ีความรอบรูท๎ ี่เหมาะสม ดาเนินชวี ิตดว๎ ยความอดทน ความเพียร มสี ติป๓ญญา และความรอบคอบ เพ่ือให๎สมดุล และพร๎อมตํอการรองรบั การเปลย่ี นแปลงอยาํ งรวดเร็ว และกวา๎ งขวางท้ังด๎านวัตถุ สังคม ส่ิงแวดลอ๎ ม และวัฒนธรรม จากโลกภายนอกไดเ๎ ปน็ อยํางดี ภาพทรงเสด็จเย่ียมราษฎรดาเนนิ ชวี ติ แบบเศรษฐกิจพอเพยี ง กกกกกกก1. 1.2 1.2.20 ความซอ่ื สัตยส๑ ุจรติ จรงิ ใจตอํ กนั กกกกกกก1. 1.2 1.2.20 พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช รชั กาลท9ี่ ได๎ใช๎หลักการ ทรงงานขอ๎ นี้ โดย ผ๎ูปฏบิ ตั ิงานต๎องมีควา มรู๎ควบคคูํ ณุ ธรรม ความซ่ื อสตั ย๑ สจุ รติ จริงใจตอํ กนั คือ องคป๑ ระกอบอยํางหนึ่งของคุณธรรมในการปฏบิ ัตงิ านให๎กา๎ วหนา๎ และการอยูํรวํ มกันอยาํ งมีคว ามสุข ดังพระราชดารัสตอนหนึง่ วํา “ผ๎ูที่มคี วามซื่อสัตย๑สุจริตและบริสทุ ธใ์ิ จ แม๎จะมีความรน๎ู ๎อย กย็ ํอมทา

108 ประโยชนใ๑ หแ๎ กสํ วํ นรวมได๎มากกวาํ ผ๎มู ีความร๎ูมาก แตไํ มมํ ีความสจุ ริต ไมมํ ีความบรสิ ุทธใิ์ จ”ดังตัวอยาํ ง ครัง้ หนง่ึ ในการแขงํ ขนั เรือใบ ทรงเรือใบออกจากฝ๓่งไปไดไ๎ มํนานกท็ รงแลนํ กลบั ฝ๓ง่ และตรัสกับผท๎ู ี่คอย มาเฝูาฯ วาํ เสด็จกลับฝง๓่ เพราะเรือแลนํ ไปโดนทนุํ เขา๎ ซงึ่ ในกตกิ าแขงํ เรือใบถอื วําผิดกติกา (ฟาวล๑) ทั้ง ๆ ท่ีไมมํ ีใครเหน็ หากทรงไมํบอกใคร กไ็ มํมีใครทราบ การแขํงขันกด็ าเนนิ ตํอไป และทาํ นอาจจะ เปน็ ผชู๎ นะก็ได๎ แตํก็ทรงยดึ ตามกติกาทุกอยาํ ง ทาตามกติกาทกุ ประการ เอาความซือ่ สัตย๑เปน็ ทต่ี ้ัง เพอื่ ใหก๎ ารแขํงขนั ยตุ ธิ รรม ภาพทรงแสดงความซื่อสัตย๑ตํอกฎกติกา กฬี าเรือใบ กกกกกกก1. 1.2 1.2.21 ทางานอยาํ งมคี วามสุข กกกกกกก1. 1.2 1.2.21 พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช รชั กาลท9่ี ได๎ใช๎หลกั การ ทรงงานขอ๎ น้ี โดยความสุขในการทางาน สุขภาพกาย และสขุ ภาพจิตทดี่ ี มจี ติ ใจรกั งาน หรอื ยึดหลกั อิทธบิ าทสี่ คือ ฉันทะ (ใจรกั งาน) วิริยะ (ความเพยี ร) จติ ตะ (เอาใจฝก๓ ใฝุ) วมิ งั สา (ใช๎ป๓ญญาไตรตํ รอง ) พระบาทสมเดจ็ พระเจ๎าอยูํหัวรชั กาลท่ี 9 ทรงเกษมสาราญและทรงมคี วามสขุ ทกุ คราทีจ่ ะชํวยเหลือ ประชาชน ซ่ึงมีพระราชดารัสครั้งหน่ึงความวํา “ทางานกบั ฉนั ฉนั ไมมํ อี ะไรจะให๎ นอกจากการมี ความสุขรํวมกันในการทาประโยชน๑ให๎กับผ๎ูอื่น”

109 ภาพทรงเกษมสาราญและมคี วามสขุ ในการทางาน กกกกกกก1. 1.2 1.2.22 ความเพียร กกกกกกก1. 1.2 1.2.22 พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช รัชกาลท9ี่ ไดใ๎ ชห๎ ลักการ ทรงงานข๎อนี้ โดย ทรงรเิ ริ่มดาเนนิ งานโครงการตาํ ง ๆ ในระยะแรกทีไ่ มไํ ด๎มีความพร๎อมในการ ดาเนนิ งานมากนกั และทรงใชพ๎ ระราชทรพั ย๑สํวนพระองคท๑ ง้ั สนิ้ แตพํ ระองคก๑ ็มไิ ดท๎ อ๎ พระราชหฤทัย ทรงอดทนและมุํงมน่ั ดาเนินงานนน้ั ๆ ให๎สาเร็จลุลํวง ดงั ตัวอยาํ ง พระราชนิพนธ๑ “พระมหาชนก ” ซ่ึงพระองคท๑ รงใชเ๎ วลาคอํ นขา๎ งนานในการคดิ ประดิษฐถ๑ ๎อยคาให๎เขา๎ ใจงําย และปรบั เปลยี่ นให๎เข๎า กับ สภาพสังคมป๓จจบุ นั เพื่อให๎ประชาชนชาวไทยปฏิบตั ติ ามรอยพระมหาชนก กษัตริย๑ผเ๎ู พยี รพยายาม แม๎จะไมํเหน็ ฝง๓่ กจ็ ะวํายนา้ ตํอไป เพราะถา๎ ไมเํ พยี รวํายก็จะตกเปน็ อาหารปู และไมํได๎พบกบั เทวดา ที่ชวํ ยเหลอื มิให๎จมนา้ ภาพทรงมิไดท๎ ๎อพระราชหฤทัย ทรงอดทนและมุํงมนั่ ทางาน

110 กกกกกกก1. 1.2 1.2.23 รู๎ รกั สามคั คี กกกกกกก1. 1.2 1.2.23 พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช รชั กาลท9่ี ไดใ๎ ชห๎ ลักการ ทรงงานข๎อน้ี โดยมพี ระราชดารัสในเรอ่ื ง “ร๎ู รกั สามัคคี ” มาอยํางตอํ เน่ือง ซึ่ งเปน็ คาสามคา ทีม่ คี าํ และมีความหมายลกึ ซึง้ พร๎อมทั้งสามารถปรบั ใชไ๎ ด๎กบั ทุกยุคทุกสมยั รู๎ : การท่ีเราจะลงมือทาสิง่ ใดนั้น จะต๎องรูเ๎ สยี กํอน รถ๎ู งึ ป๓จจยั ท้งั หมด รถู๎ ึงปญ๓ หาและรถ๎ู งึ วธิ ีการแกป๎ ญ๓ หา รกั : คอื ความรกั เมอื่ เราร๎ู ครบถว๎ นกระบวนการแลว๎ จะต๎องมีความรั กการพจิ ารณาทีจ่ ะ เข๎าไปลงมอื ปฏิบตั ิแก๎ไขป๓ญหา น้ัน ๆ สามัคคี : การทีจ่ ะลงมือปฏบิ ตั ิน้นั ควรคานงึ เสมอวาํ เราจะทางานคนเดยี วไมไํ ด๎ ต๎องทางานรํวมใจ เปน็ องค๑กร เปน็ หมูคํ ณะจงึ จะมีพลังเข๎าไปแกป๎ ญ๓ หาใหล๎ ลุ ํวงไปไดด๎ ๎วยดี ดังพ ระราชดารสั ตอนหน่ึงวาํ “คนเราถา๎ ไมํสามัคคกี ัน สํวนรวมกไ็ มํได๎รบั ประโยชน๑ งานไมํไป สํวนตวั ก็อาจจะเสียหายได๎” ภาพความรู๎ รกั สามัคคีของพสกนิกรชาวไทยทีม่ ตี ํอ พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช รัชกาลท่ี 9 กกกกกกก1. จากหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช รชั กาลที่ 9 จานวน 23 ข๎อข๎างต๎น เม่อื วเิ คราะห๑ในสวํ นทเ่ี กีย่ วขอ๎ งกับคณุ ธรรมของพลเมืองดี มี 9 ข๎อ ซง่ึ พลเมอื ง ดีควรนาไปปฏิบตั ิให๎เป็นรูปธรรม คือ กกกกกกก1. ข๎อที่ 10 การมีสวํ นรวํ ม กกกกกกก1. ขอ๎ ที่ 11 ประโยชนส๑ วํ นรวม กกกกกกก1. ข๎อท่ี 12 บริการรวมท่ีจดุ เดียว กกกกกกก1. ข๎อท่ี 16 ขาดทุนคอื กาไร

111 กกกกกกก1. ข๎อที่ 17 การพง่ึ ตนเอง กกกกกกก1. ขอ๎ ท่ี 20 ความซ่อื สัตยส๑ ุจรติ จริงใจตํอกัน กกกกกกก1. ข๎อท่ี 21 ทางานอยํางมคี วามสขุ กกกกกกก1. ข๎อท่ี 22 ความเพียร กกกกกกก1. ข๎อท่ี 23 รู๎ รกั สามคั คี กกกกกกก2. แนวทางการปฏบิ ตั หิ น้าท่พี ลเมืองตามรอยพระยุคลบาทรชั กาลที่ 9 ตามหลกั การทรงงาน กกกกกกก2. 2.1 การมสี ํวนรํวม กกกกกกก2. 2.1 หน๎าทีพ่ ลเมอื งทด่ี ีมแี นวปฏิบัติ คือ ภารกิจสํวนรวม ทกุ คนควรเขา๎ ไปมีสํวนรวํ ม คดิ รวํ มทาเพ่ือให๎ภารกจิ นั้นสาเรจ็ ลลุ วํ ง ถึงแม๎วําบางคร้ังการคดิ ของแตลํ ะคนอาจจะไมํตรงกนั กต็ าม แตํเราต๎องปฏบิ ัตติ ามถา๎ เปน็ มตคิ วามคิดเหน็ ของสวํ นใหญํ กกกกกกก2. 2.2 ประโยชนส๑ ํวนรวม กกกกกกก2. 2.2 หนา๎ ท่ีพลเมอื งทด่ี ีมแี นวปฏิบตั ิ คือ จะตอ๎ งมคี วามเสยี สละ ในเร่ืองท่ีจาเป็น เพ่อื ผลประโยชนข๑ องสํวนรวม และรักษาไว๎ซึง่ สงั คมประชาธิปไตย เป็นการสงํ ผลตํอความมั่นคง และ ความกา๎ วหนา๎ ขององค๑กร ซงึ่ สุดทา๎ ยแล๎วผลประโยชนด๑ งั กลําวก็ย๎อนกลบั มาสูํสมาชิกของสงั คม เชํน การไปใชส๎ ิทธิเลือกต้งั ถึงแม๎วาํ เราจะมอี าชีพบางอยาํ งที่มรี ายได๎ตลอดเวลา เชนํ คา๎ ขาย แตํก็ยอม เสียเวลาค๎าขายเพอ่ื ไปลงสทิ ธิเลอื กตัง้ บางครัง้ เราต๎องมีน้าใจชวํ ยเหลือกจิ กรรมสวํ นรํวม เชํน การ สมัครเปน็ กรรมการเลือกตัง้ หรือสมาคมบาเพ็ญประโยชนส๑ ํวนรวม เป็นต๎น กกกกกกก2. 2.3 บริการรวมท่ีจุดเดยี ว กกกกกกก2. 2.2 หนา๎ ทพ่ี ลเมืองที่ดมี ีแนวปฏบิ ัติ คือ พลเมืองหลากหลายอาชีพซ่งึ มีความรแ๎ู ละ ประสบการณท๑ ี่แตกตํางกัน การรวํ มกันแก๎ไขปญ๓ หาหรอื การบรกิ ารรวํ มกนั ณ จุดเดียวกนั เพอ่ื ให๎ สมาชกิ ในสังคมไดร๎ บั บริการเบ็ดเสรจ็ กกกกกกก2. 2.4 ขาดทนุ คอื กาไร กกกกกกก2. 2.2 หน๎าทพี่ ลเมอื งทดี่ มี ีแนวปฏบิ ตั ิ คอื การเสียสละผลประโยชน๑ที่ตนเองจะไดร๎ บั ใหก๎ ับสวํ นรวมแทน เพราะเมื่อสวํ นรวมไดร๎ บั ผลประโยชน๑ เราในฐานะเปน็ สํวนหนึ่งของสมาชกิ สังคม ก็ไดร๎ บั ผลประโยชนด๑ ๎วย กกกกกกก2. 2.5 การพง่ึ ตนเอง กกกกกกก2. 2.2 หนา๎ ทพ่ี ลเมืองทด่ี มี ีแนวปฏบิ ัติ คือ พยายามพ่ึงตนเองให๎มากทส่ี ุด ลดการพ่งึ พา ภายนอก จะทาให๎สามารถแกไ๎ ขปญ๓ หาในเบอื้ งตน๎ ได๎ กกกกกกก2. 2.6 ความซอ่ื สตั ย๑สุจรติ จรงิ ใจตอํ กนั กกกกกกก2. 2.2 หน๎าที่พลเมืองทดี่ มี ีแนวปฏิบัติ คือ การปฏิบัตติ น ทางกาย วาจา จติ ใจ ท่ี ตรงไปตรงมา ไมแํ สดงความคดโกง ไมหํ ลอกลวง ไมํเอาเปรยี บผอ๎ู นื่ ลั่นวาจาวําจะทางานส่ิงใดก็ตอ๎ ง ทาให๎สาเรจ็ เปน็ อยํางดี ไมกํ ลับกลอก มีความจริงใจตอํ ทกุ คน จนเป็นท่ไี วว๎ างใจของคนทกุ คน

112 กกกกกกก2. 2.7 ทางานอยํางมีความสุข กกกกกกก2. 2.2 หนา๎ ทพี่ ลเมอื งที่ดมี ีแนวปฏิบัติ คือ ขณะทางานตอ๎ งมคี วามสุขด๎วย ถ๎าเราทาอยาํ ง ไมํมคี วามสขุ เราจะแพ๎ แตํถ๎าเรามีความสขุ เราจะชนะ สนุกกบั การทางานเพียงเทํานน้ั ถอื วําเราชนะ แลว๎ หรอื จะทางานโดยคานงึ ถงึ ความสุขท่ีเกิดจากการไดท๎ าประโยชนใ๑ หก๎ ับผ๎อู น่ื กส็ ามารถทาได๎ กกกกกกก2. 2.8 ความเพียร กกกกกกก2. 2.2 หนา๎ ทพ่ี ลเมืองทด่ี ีมแี นวปฏบิ ัติ คือ การเร่ิมต๎นทางาน หรอื ทาส่งิ ใดน้นั อาจไมมํ ี ความพรอ๎ มแตํต๎องอาศยั ความอดทนและความมุํงมน่ั เพยี รพยายามให๎งานนน้ั สาเรจ็ ลุลํวงไปได๎ กกกกกกก2. 2.9 ร๎ู รกั สามัคคี กกกกกกก2. 2.2 หนา๎ ทพ่ี ลเมอื งท่ีดมี แี นวปฏบิ ัติ คือ ต๎องมคี วามร๎ูในงานทต่ี นเองทาเปน็ อยาํ งดีกํอน ตอํ จากนนั้ ให๎ทางานด๎วยความรกั และเม่ือลงมอื ปฏบิ ัติ ถา๎ ทาคนเดียวไมสํ าเรจ็ ก็ต๎องใชบ๎ ุคคลอื่นมาชํวย ทารํวมกันอยาํ งมคี วามสามคั คี การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ กกกกกกก1. บรรยาย กกกกกกก2. กาหนดประเดน็ การศึกษาค๎นควา๎ รวํ มกันจากสื่อการเรียนร๎ทู ห่ี ลากหลาย กกกกกกก3. บนั ทึกผลการศึกษาค๎นควา๎ ลงในเอกสารการเรียนรู๎ด๎วยตนเอง (กรต.) กกกกกกก4. พบกลมํุ กกกกกกก5. อภิปรายแลกเปลีย่ นเรยี นรู๎ กกกกกกก6. วเิ คราะห๑ข๎อมูลที่ได๎ และสรุปการเรียนรร๎ู ํวมกนั บนั ทึก สรปุ การเรียนรู๎ในเอกสารการ เรยี นร๎ูด๎วยตนเอง (กรต.) สอ่ื และแหล่งเรยี นรู้ กกกกกกก1. สือ่ เอกสาร ได๎แกํ กกกกกกก1. 1.1 ใบความร๎ู เรือ่ งที่ 5 หลกั การทรงงานของรชั กาลท่ี 9 กกกกกกก1. 1.2 ใบงาน หวั เร่ืองที่ 5 หน๎าท่พี ลเมืองตามรอยพระยุคลบาทรัชกาลที่ 9 ตามหลกั การทรงงาน กกกกกกก1. 1.3 ช่อื หนงั สอื เรียน สาระการพัฒนาสังคม รายวชิ า สค13113 หน๎าท่ีพลเมอื งตาม รอยพระยุคลบาทรชั กาลทเี่ กา๎ 1 กกกกกกก1. 1.4 ช่อื หนงั สอื หลักการทรงงานตามรอยพระยุคลบาท ผูแ๎ ตํง ชสู ทิ ธ์ิ ชชู าติ ปีท่ีพิมพ๑ พ.ศ. 2554 โรงพมิ พ๑ วนิดาการพิมพ๑ กกกกกกก1. 1.5 ชอ่ื หนังสอื ตามรอยเบือ้ งพระยุคลบาทด๎วยทศพิธราชธรรมและหลักการทรงงาน ผู๎แตงํ มลู นธิ ชิ ยั พฒั นา ปที พี่ ิมพ๑ พ.ศ. 2550 โรงพมิ พ๑ มูลนธิ ชิ ัยพัฒนา กกกกกกก1. 1.6 ชือ่ หนงั สอื เรียนร๎หู ลักการทรงงานในพระบาทสมเดจ็ พระเจา๎ อยูหํ ัว ผู๎แตงํ สานกั งานคณะกรรมการการพัฒนาการเศรษฐกิจและสงั คมแหํงชาติ ปีที่พมิ พ๑ ม.ป.ป. โรงพมิ พ๑ สานักงานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกิจ

113 กกกกกกก2. ส่อื อิเลก็ ทรอนิกส๑ ได๎แกํ กกกกกกก2. 2.1 ชอื่ บทความ หลกั การทรงงาน \"พระมหากษัตรยิ น๑ ักพฒั นาเพอื่ ประโยชน๑สขุ สํปู วง ประชา\" ธนั วาคม 2554 ผแ๎ู ตงํ สานกั งานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหํงชาติ สบื ค๎นจาก http://oknation.nationtv.tv/blog/phra-dhamma/2013/06/13/entry-1 กกกกกกก2. 2.2 ช่อื บทความ \"หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระเจา๎ อยหํู ัว\" ผแู๎ ตงํ สานกั งานคณะกรรมการพเิ ศษเพอ่ื ประสานงานโครงการอนั เน่อื งมาจากพระราชดาริ (กปร.) สืบคน๎ จาก http://www.rakbankerd.com/agriculture/ page.php?id กกกกกกก3. ส่ือแหลํงเรยี นรใ๎ู นชุมชน ไดแ๎ กํ กกกกกกก3. 3.1 หอ๎ งสมดุ ประชาชนจงั หวดั ประจวบครี ขี ันธ๑ กกกกกกก3. 3.2 กศน.ตาบล/เทศบาลทกุ แหงํ และศูนย๑การเรียนชุมชน ในอาเภอเมือง ประจวบคีรขี ันธ๑ การวัดและประเมินผล กกกกกกก1. ประเมินความกา๎ วหน๎า ดว๎ ยวิธกี าร กกกกกกก1. 1.1 การสงั เกต กกกกกกก1. 1.2 การซักถาม และตอบคาถาม กกกกกกก1. 1.3 ตรวจเอกสารการเรียนรูด๎ ว๎ ยตนเอง (กรต.) กกกกกกก2. ประเมนิ ผลรวม ด๎วยวิธีการ กกกกกกก2. 2.1 ตอบแบบทดสอบวดั ความร๎ู หัวเร่อื งท่ี 5 หนา๎ ที่พลเมอื งตามรอยพระยุคลบาท รชั กาลที่ 9 ตามหลกั การทรงงาน จานวน 5 ขอ๎ กกกกกกก2. 2.2 ตอบแบบสอบถามวัดเจตคติตอํ วชิ าหนา๎ ทพี่ ลเมืองตามรอยพระยุคลบาท รชั กาลท่เี กา๎ 1

114 หวั เรือ่ งที่ 6 หน้าท่พี ลเมอื งตามรอยพระยคุ ลบาท รชั กาลท่ี 9 ตามพระราชจรยิ วัตร และพระราชกรณยี กจิ สาระสาคัญ กกกกกกก1. หน๎าท่พี ลเมอื งตามรอยพระยคุ ลบาทรัชกาลท่ี 9 ตามพระราชจริยวตั ร ได๎แกํ กกกกกกก1. 1.1 ครอบครวั กกกกกกก1. 1.1 1.1.1 ในฐานะบตุ ร ควรเชอื่ ฟ๓งคาสั่งสอนของบิดามารดาโดยเฉพาะในเร่ืองของ ความรบั ผดิ ชอบ ควรมีการนาไปปฏิบัตอิ ยํางเครงํ ครัด นอกจากนใี้ นฐานะบตุ รต๎องมคี วามกตัญ๒ูตํอ บดิ ามารดา และควรแสดงความรกั เคารพตอํ บิดามารดาอยํางสมา่ เสมอ กกกกกกก1. 1.1 1.1.2 ในฐานะพอํ ตอ๎ งอบรมสง่ั สอนบตุ รใหเ๎ ป็นคนดี มคี วามเสยี สละ รับผิดชอบ หน๎าที่ทต่ี อ๎ งปฏบิ ตั ิใหด๎ ี โดยเฉพาะในวยั เยาวต๑ ๎องตงั้ ใจศึกษาเลําเรยี นและทางานทพี่ อํ แมหํ รอื ครู มอบหมายให๎ทาเป็นอยาํ งดี นอกจากนพ้ี อํ แมํตอ๎ งสงํ เสรมิ ใหบ๎ ุตรได๎ออกกาลังกาย เพือ่ ใหร๎ ํางกาย แข็งแรง ใชเ๎ วลาวํางใหเ๎ ป็นประโยชน๑ รวมถงึ แนะนาสํงเสรมิ ใหบ๎ ุตรได๎เรยี นรู๎ ศิลปะ ดนตรี เพ่ือขดั เกลา จิตใจให๎ออํ นโยน กกกกกกก1. 1.1 1.1.3 ในฐานะสามี ตอ๎ งเป็นสภุ าพบรุ ุษต๎องใหเ๎ กยี รตสิ ุภาพสตรี ดแู ลคคํู รองดว๎ ย ความรกั ให๎เกียรติกนั และกัน เม่ือพบปญ๓ หาต๎องรวํ มกนั ตดั สินใจแกไ๎ ขปญ๓ หาอยาํ งตง้ั มนั่ ในความ ซอ่ื สัตย๑สุจริต และความปรารถนาดี กกกกกกก1. 1.1 1.1.4 ในฐานะผนู๎ าครอบครวั ตอ๎ งเปน็ แบบอยํางในการปฏบิ ัตดิ ี ปฏิบัตชิ อบ ให๎ บุตรได๎เห็นและทาตาม รวมถึงสง่ั สอนให๎บุตรทางานท่ีเป็นบทบาทของตัวเองใหด๎ ที ี่สดุ กกกกกกก1. 1.2 ความอํอนนอ๎ มถํอมตัว ได๎แกํ กกกกกกก1. 1.2 1.2.1 กับประชาชนทัว่ ไป ควรให๎การเคารพออํ นน๎อมถอํ มตัวกับผู๎ทม่ี ีอาวโุ สกวํา และแสดงความสุภาพอํอนโยนกบั ผ๎ทู มี่ ีอาวโุ สเทาํ กัน หรอื นอ๎ ยกวาํ กกกกกกก1. 1.2 1.2.2 กับพระสงฆ๑ เม่ือพบพระสงฆ๑ควรยกมือไหว๎ เพื่อแสดงความเคารพ ในฐานะ ทีพ่ ระสงฆ๑เป็นผูส๎ ืบทอดพระพทุ ธศาสนาให๎คงอยคํู ูกํ บั คนไทย กกกกกกก1. 1.2 1.2.3 กบั ญาตพิ น่ี ๎อง ตอ๎ งดูแลญาติพน่ี ๎อง และให๎ความเคารพญาติผท๎ู มี่ อี าวโุ สกวํา ด๎วยความอํอนน๎อมถอํ มตัว และผท๎ู ่ีมีอาวุโสเทาํ กัน หรอื นอ๎ ยกวําก็แสดงความสภุ าพออํ นโยน กกกกกกก2. หน๎าที่พลเมืองตามรอยพระยคุ ลบาทรชั กาลที่ 9 ตามพระราชกรณยี กิจ กกกกกกก2. 2.1 โรงเรยี น ถา๎ พลเมืองมีฐานะหรือมีเงนิ เหลอื เก็บกส็ ามารถสงเคราะห๑เงินดังกลาํ ว สนับสนนุ กิจก รรมการศกึ ษาของโรงเรยี น หรอื สถา บันการศกึ ษาในชมุ ชนที่ตวั เองเป็นสมาชิกอยูํ ในกรณที ไ่ี มํมีเงนิ สามารถชํวยเหลอื ด๎านแรงกายกบั ภารกิจทโี่ รงเรียนต๎องการใหช๎ วํ ยเหลอื ก็ได๎ กกกกกกก2. 2.2 ท๎องถิ่น ต๎องมีสวํ นรวํ มในการพฒั นาทอ๎ งถน่ิ ของตวั เองทกุ ดา๎ น ทง้ั ด๎านแรงกาย หรือเงินตามโอกาสอนั ควร

115 ตัวชีว้ ัด กกกกกกก1. วเิ คราะหห๑ นา๎ ทพ่ี ลเมอื งตามรอยพระยคุ ลบาทรชั กาลท่ี 9 ตามพระราชจริยวตั ร และ พระราชกรณียกจิ ในสถานการณ๑ทก่ี าหนดใหไ๎ ด๎ กกกกกกก2. ตระหนักถงึ ความสาคญั ของหนา๎ ทพ่ี ลเมืองตามรอยพระยคุ ลบาทรัชกาลท่ี 9 ตามพระ ราชจริยวตั ร และพระราชกรณยี กจิ ขอบขา่ ยเนื้อหา กกกกกกก1. หนา๎ ท่พี ลเมอื งตามรอยพระยุคลบาทรัชกาลท่ี 9 ตามพระราชจริยวัตร กกกกกกก1. 1.1 ครอบครัว กกกกกกก1. 1.2 ความอํอนนอ๎ มถํอมตวั กกกกกกก2. หน๎าท่พี ลเมืองตามรอยพระยคุ ลบาทรชั กาลท่ี 9 ตามพระราชกรณยี กจิ กกกกกกก2. 2.1 โรงเรียน กกกกกกก2. 2.2 ทอ๎ งถิน่ เนอื้ หา กกกกกกก1. หนา้ ทีพ่ ลเมอื งตามรอยพระยุคลบาทรัชกาลท่ี 9 ตามพระราชจรยิ วตั ร กกกกกกก1. 1.1 ครอบครัว กกกกกกก1. 1.1 1.1.1 ในฐานะบุตร (พระโอรส) พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในฐานะเป็นบตุ ร (พระโอรส ) ทรงเชือ่ ฟ๓งในคาสั่งสอนของสมเดจ็ พระศรนี ครนิ ทรา บรมราชชนนี เป็นอยาํ งยง่ิ ทรงจดบันทึกคาส่งั สอนแลว๎ นามาปฏิบตั ิ ดังพระราโชวาทห น่งึ ทมี่ คี วามวํา “ในครอบครวั เรา ความรับผิดชอบเปน็ ของทไี่ มตํ อ๎ งคิด เปน็ ธรรมชาติ สง่ิ ที่สอนอนั แรกคอื เราจะทา อะไรใหเ๎ มอื งไทย ถา๎ ไมํมีความรบั ผดิ ชอบจะไปชวํ ยเมอื งไทยไดอ๎ ยํางไร ” ในทกุ คร้งั ทสี่ มเด็จยาํ หรอื สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ตรสั สอนไมํวําเร่อื งใด ในหลวงจะทรงนากระดาษมาจด และมพี ระราชดารัสตอบวาํ “อยากฟ๓งแมํสอนอกี ” อยเูํ สมอ นอกจากนีพ้ สกนิกรชาวไทย ยังไดเ๎ ห็นภาพ ความประทับใจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช รชั กาลที่ 9 ไดแ๎ สดงความรัก ความกตัญ๒ู ดว๎ ยการเอาใจใสดํ แู ลให๎สมเดจ็ ยําได๎รับความสะดวกสบายอยํู เปน็ นจิ รวมถงึ ภาพ แสดงออกถงึ ความรกั ท่มี ตี ํอสมเดจ็ พระศรีนครนิ ทราบรมราชชนนี เปน็ ท่ปี ระจั กษอ๑ ยาํ งตอํ เนือ่ ง สม่าเสมอทุกครงั้ ทไ่ี ดพ๎ บกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

116 ภาพทรงจดและจาทุกครั้งที่สมเดจ็ พระชนนีสอน ภาพทรงดูแลเอาพระทัยใสสํ มเด็จพระชนนีด๎วยความเต็มใจ ภาพในฐานะลกู ทรงกอด หอม และบอกรกั แมํทกุ ครั้ง กกกกกกก1. 1.1 1.1.1 หนา๎ ทพ่ี ลเมอื งทด่ี ี มีแนวปฏบิ ตั ิ ในฐานะลูก ควรเชือ่ ฟ๓งคาสั่งสอนของบดิ า มารดา โดยเฉพาะในเรือ่ งของความ รบั ผิดชอบ ควรมกี ารนาไปปฏิบตั ิอยํางเครงํ ครัด นอกจากนี้ ในฐานะบุตรต๎องมีความกตญั ๒ตู ํอบิดามารดา และควรแสดงความรกั เคารพตอํ บดิ ามารดา อยํางสม่าเสมอ กกกกกกก1. 1.1 1.1.2 ในฐานะพํอ (พระราชบิดา) พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได๎ทรงอุ๎มสมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ไว๎ในอ๎อมพระกรข๎างหนึ่ง อีกขา๎ งหนง่ึ ทรงอิเล็กโทน พระราชนพิ นธเ๑ พลง LULLABY และพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหา

117 ภมู พิ ลอดุลยเดช รัชกาลท่ี 9 โปรดให๎พระราชโอรส พระราชธิดาทอดพระเนตรโทรทศั นเ๑ ฉพาะวันหยดุ เรยี น สํวนวัน หยุดโปรดให๎เสดจ็ ออกกลางแจ๎งเพอื่ รบั อากาศบริสทุ ธ์ิ รับแสงแดด และเมื่อถึงเวลา ออกกาลงั กาย สมเด็จพระนางเจา๎ ฯ พระบรมราชนิ นี าถ ในรชั กาลท่ี 9 โปรดให๎พระราชโอรสพระราชธดิ า หัดกายบรหิ าร เมื่อมเี วลาวาํ งทงั้ สองพระองค๑ทรงพาพระราชโอรส และพระราชธดิ านั่งรถไปพกั ผํอน ดงั ท่ี สมเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าชฯ สยามมกุฎราชกุมาร รัชกาลที่ 10 ทรงเลําวาํ “เมอ่ื ทูลกระหมํอม พอํ ขบั รถไป สมเด็จแมํกจ็ ะทรงเลําประสบการณ๑ที่พระองค๑ไดพ๎ บเหน็ ในตํางประเทศ ในตาํ งแดน ทรงเลําถงึ พระองค๑เองเมอื่ ครัง้ ทรงพระเยาว๑ เมื่อติดตามทํานพํอของพระองคซ๑ ึง่ เสด็จไปเป็ นทูตไทย ประจาประเทศตาํ ง ๆ ในยโุ รป ตลอดเวลาที่ลูก ๆ ได๎ฟง๓ กต็ ่นื เต๎นกนั มาก” ภาพทรงอภิบาลพระราชโอรส (สมเดจ็ พระเจา๎ อยหูํ ัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกรู รัชกาลท่ี 10) ภาพทรงอมุ๎ และทรงจบั พระหัตถ๑พระราชธิดา กกกกกกก1. 1.1 1.1.2 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช รชั กาลท่ี 9 แม๎มีพระราช กรณียกจิ มากมายและทรงงานอยาํ งหนกั แตํพระองค๑ทรงอบรมดูแลพระราชโอรส และพระราชธิดา ทง้ั 4 พระองคด๑ ๎วยความรัก โดยมพี ระราชประสงค๑ในการอบรมทกุ พระองคใ๑ หร๎ ๎จู ักชีวติ ของคนสามัญ มากท่สี ดุ ไมํทรงตอ๎ งการใหพ๎ ระราชโอรส พระราชธิดาถอื ตัววาํ เป็นลกู เจ๎า ดังพระราชดารัสในสมเด็จ พระนางเจา๎ ฯ พระบรมราชนิ ีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ได๎พระราชทานใหแ๎ กคํ ณะบคุ คลตําง ๆ ที่มาเข๎าเฝาู ฯ ถวายพระพรชยั มงคลในโอกาสวนั เฉลมิ พระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสดิ าลัย พระราชวงั ดุสิต เม่ือวนั ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2522 ความวาํ “พระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยูํหัวทรงสอนลกู ๆ ทุกคน สอนข๎าพเจา๎ กํอน

118 และกส็ อนลูกวํา เมือ่ คนเขายกยอํ งนบั ถอื ให๎เป็นประมขุ เทาํ ไร เราตอ๎ งรูส๎ กึ วาํ เราต๎องทางานให๎หนัก กวาํ ทกุ คน ต๎องมคี วามรบั ผิดช อบ มีความเสียสละ ขอ๎ สาคัญเป็นคนดีใหร๎ จ๎ู ักเสยี สละ ยิ่งเกดิ มา ในตาแหนํงของลกู ของประมุขแลว๎ กย็ ่งิ ตอ๎ งเสยี สละมากขึน้ ต๎องท้ังเรียน และต๎องทางานไปด๎วย และก็ ตอ๎ งพยายามทาใหไ๎ ด๎ดี” กกกกกกก1. 1.1 1.1.2 นอกจากน้พี ระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รชั กาลท่ี 9 ยงั ได๎ทรงสงั่ สอนปลูกฝ๓งใหพ๎ ระราชโอรส และพระราชธดิ าใหไ๎ ดเ๎ รยี นรูเ๎ รอ่ื งศลิ ปะ ดนตรี การออกกาลงั กาย การใชเ๎ วลาวํางให๎เปน็ ประโยชน๑จากประสบการณ๑ทีพ่ ระองค๑ไดพ๎ บเห็นในตํางประเทศ โดยมสี มเด็จ พระนางเจ๎าฯ พระบรมราชินนี าถ ในรัชกาลท่ี 9 ทรงเปน็ ผูร๎ ํวมถํายท อดประสบการณ๑ของพระองค๑ ทาํ นให๎พระราชโอรส และพระราชธิดาได๎ทรงรับฟ๓ง ดังท่ี สมเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าชฯ สยามมกฎุ ราชกุมาร (รัชกาลที่10) ทรงเลําวาํ “เมอ่ื ทูลกระหมอํ มพอํ ขบั รถไป สมเดจ็ แมํกจ็ ะทรงเลาํ ประสบการณท๑ ่ีพระองคไ๑ ดพ๎ บเหน็ ในตาํ งประเทศ ในตํางแดน ทรงเลําถงึ พระองคเ๑ องเมือ่ ครงั้ ทรงพระเยาว๑ เมื่อตดิ ตามทาํ นพํอของพระองค๑ซึง่ เสดจ็ ไปเป็นทูตไทยประจาประเทศตําง ๆ ในยุโรป ตลอดเวลาที่ ลูก ๆ ไดฟ๎ ๓งกต็ ่นื เต๎นกันมาก ” และดังภาพทพ่ี สกนิกรไดเ๎ ห็นพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหา ภูมพิ ลอดุลยเดช รัชกาลท่ี 9 ทรงอมุ๎ สมเด็จพ ระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ไว๎ในออ๎ ม พระกรขา๎ งหน่งึ อีกขา๎ งหน่ึงทรงอิเลก็ โทน เพลงพระราชนพิ นธ๑ LULLABY และพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช รัชกาลท่ี 9 โปรดใหพ๎ ระราชโอรส พระราชธดิ าทอดพระเนตร โทรทศั นเ๑ ฉพาะวันหยุดเรียน สวํ นวันหยดุ โปรดใหเ๎ สด็ จออกกลางแจง๎ เพ่ือรับอากาศบรสิ ุทธิ์ รบั แสงแดดและเมื่อถงึ เวลาออกกาลงั กาย สมเดจ็ พระนางเจา๎ ฯ พระบรมราชนิ ีนาถ ในรชั กาลที่ 9 โปรดให๎พระราชโอรส พระราชธิดาหัดกายบริหาร เมื่อมีเวลาวาํ งทั้งสองพระองค๑ทรงพาพระราชโอรส และพระราชธดิ าน่งั รถไปพักผอํ น ภาพทรงสอนพระราชธดิ าให๎รจู๎ ักชีวิตของคนสามัญมากทส่ี ุดและทรงปฏบิ ัติพระราชกรณยี กิจ กกกกกกก1. 1.1 1.1.2 หน๎าทพ่ี ลเมอื งทด่ี ี มีแนวปฏิบตั ิ ตอ๎ งอบรมส่งั สอนบตุ รให๎เปน็ คนดมี คี วาม เสียสละ รบั ผิดชอบหน๎าทที่ ี่ตอ๎ งปฏบิ ัติให๎ดี โดยเฉพาะในวัยเยาว๑ตอ๎ งต้งั ใจศึกษาเลําเรียนและทางาน ที่พอํ แมํ หรือครูมอบหมายให๎ทาเป็นอยาํ งดี นอกจากนพ้ี อํ แมตํ อ๎ งสํงเสรมิ ให๎บตุ รได๎ออกกาลังกาย เพือ่ ใหร๎ ํางกายแข็งแรง ใชเ๎ วลาวํางให๎เป็นประโยชน๑ รวมถึงแนะนาสงํ เส รมิ ให๎บตุ รไดเ๎ รยี นร๎ู ศิลปะ ดนตรี เพ่อื ขดั เกลาจิตใจใหอ๎ อํ นโยน

119 กกกกกกก1. 1.1 1.1.3 ในฐานะสามี (พระสวามี) พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช รัชกาลที่ 9 ในฐานะพระสวามสี มเดจ็ พระนางเจ๎าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลท่ี 9 ไดท๎ รงให๎เกียรติ ตงั้ แตวํ ันท่ีมพี ระราชพธิ รี าชาภเิ ษกสมรสโปรดให๎มกี ารจดทะเบยี นสมรส นอกจากน้ยี งั ทรงดูแล ในฐานะสามีต๎องดแู ลภรรยา เม่อื ปฏิบตั ิงาน หรอื ปฏบิ ตั ิพระราชกรณียกจิ เยย่ี มราษฎร ภาพท่ี พสกนกิ รได๎พบเห็นมกั จะเป็นภาพท่พี ระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช รชั กาลที่ 9 ยนื พระกร (แขน) หรือพระหตั ถ๑ (มือ) ให๎สมเดจ็ พระนางเจา๎ ฯ พระบรมราชนิ นี าถ ในรัชกาลท่ี 9 ได๎จบั ขณะทรงเดนิ ไปในทตี่ าํ ง ๆ ของแผํนดินไทย รวมถึงการใหเ๎ กียรติในฐานะภรรยา เมื่อมพี ระราช อาคันตกุ ะไดเ๎ ข๎าเฝาู พสกนกิ รมักทรงได๎เห็นภาพใหส๎ มเดจ็ พระนางเจ๎าฯ พระบรมราชนิ ีนาถในรัชกาลท9่ี น่งั เคยี งข๎างหรือทรงประทับยนื เคียงคํกู นั ปฏิบัตพิ ระราชกรณยี กจิ ตลอดจนบางคร้งั ทง้ั สองพระองค๑ สัมผสั พระหัตถใ๑ ห๎กาลงั พระราชหฤทัยซ่ึงกันและกนั ด๎วย ภาพวันพระราชพิธีราชาภเิ ษกสมรส ภาพใบทะเบียนสมรส

120 ภาพทรงเป็นสภุ าพบรุ ษุ ดูแลสุภาพสตรี ภาพขณะทรงต๎อนรับพระราชอาคันตกุ ะรวํ มกบั สมเด็จพระนางเจ๎าฯ พระบรมราชนิ ีนาถ ภาพแสดงความรักที่มใี หก๎ ับสมเดจ็ พระนางเจ๎าฯ พระบรมราชินนี าถ กกกกกกก1. 1.1 1.1.3 หนา๎ ทพี่ ลเมืองที่ดี มีแนวปฏบิ ตั ิ โดยสามใี นฐานะเปน็ สุภาพบุรุษตอ๎ งใหเก๎ยี รติ สภุ าพสตรี ดแู ลคํคู รองดว๎ ยความรัก ให๎เกยี รตกิ ันและกัน เมือ่ พบปญ๓ หาตอ๎ งรํวมกนั ตดั สนิ ใจแก๎ไขป๓ญหา อยาํ งต้ังมัน่ ในความซอื่ สัตย๑สจุ รติ และความปรารถนาดี

121 กกกกกกก1. 1.1 1.1.4 ในฐานะผนู๎ าครอบครวั พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลท่ี 9 ไดท๎ รงเปน็ ผ๎ูนาครอบครัวท่ีดี พระองคท๑ รงเป็นแบบอยาํ งใหส๎ มเด็จพระนางเจ๎าฯ พระบรม ราชนิ นี าถ ในรชั กาลท่ี 9 พระราชโอรส และพระราชธิดาในการทรงงานเพ่ือประโยชน๑สขุ ของพสกนิกร ชาวไทยมาโดยตลอด นอกจากน้ีพระองคย๑ งั ไดท๎ รงสัง่ สอนทกุ พระองคใ๑ ห๎ทรงงานด๎วยความมุงํ มน่ั เสียสละ และชํวยพสกนกิ รให๎พ๎นจากความทุกข๑ยากลาบาก พสกนิกรจงึ ไดเ๎ ห็นทกุ พระองคไ๑ ด๎รํวมกัน ทางาน บาบัดทุกข๑บารงุ สขุ ใหก๎ ับราษฎรมาอยํางตํอเนอ่ื ง นอกจากน้พี ระองคท๑ ํานยงั ได๎ทรงประทาน พระราโชวาทให๎กบั ประชาชนอยํางตอํ เนอ่ื งในฐานะผู๎นาครอบครัวของชนชาวไทย เพ่อื ให๎สามารถ ดาเนนิ ชีวติ ไดอ๎ ยํางมีความสขุ ภาพพระบรมวงศานวุ งศ๑ ภาพทรงขบั รถไถนากับสมเดจ็ พระเจ๎าอยหูํ วั มหาวชิราลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู รชั กาลที่ 10

122 ภาพทรงสอนสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี . ภาพทูลกระหมํอมหญิงอบุ ลรัตนราชกญั ญา สริ วิ ัฒนาพรรณวดี ทรงไดร๎ ับการดูแลใกลช๎ ิดจากพระราชบิดา ภาพสมเดจ็ พระเจ๎าลกู เธอ เจา๎ ฟาู จฬุ าภรณวลัยลักษณ๑ อัครราชกุมารี ทรงไดร๎ ับการดูแลใกลช๎ ิดจากพระราชบดิ า

123 ภาพทรงปฏิบตั ิพระราชกรณยี กิจกับครอบครัว กกกกกกก1. 1.1 1.1.4 หนา๎ ท่ีพลเมืองท่ีดี มแี นวปฏบิ ัติ ในฐานะผนู๎ าครอบครวั ตอ๎ งเปน็ แบบอยาํ ง ในการปฏิบัติดี ปฏิบตั ิชอบ ใหบ๎ ุตรได๎เหน็ และทาตาม รวมถงึ ส่ังสอนให๎บตุ รทางานทเ่ี ป็นบทบาทของ ตัวเองใหด๎ ที ี่สดุ กกกกกกก1. 1.2 ความอํอนน๎อมถํอมตัว กกกกกกก1. 1.2 1.2.1 กับประชาชน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช รัชกาลที่ 9 ได๎เสด็จฯ เยี่ยมราษฎร ภาพทีพ่ สกนิกรเหน็ คุน๎ ตาเสมอ คอื พระองค๑ทรงโน๎มพระวรกายหา ประชาชน ด๎วยการคุกเขําหน๎าประชาชน ถามทุกขส๑ ุข ปรกึ ษาหารอื กบั ประชาชนเปน็ ชั่วโมง ๆ บางคร้งั ประชาชนนงั่ พบั เพยี บ พระองค๑ทํานกท็ รุดพระวรกายนั่งพบั เพียบเสมอ บนพน้ื ดินเดียวกนั อยาํ ง เรียบงาํ ย พระองค๑ทรงมคี วามออํ นน๎อมถอํ มตวั กบั ผร๎ู ํวมงาน ดังภาพที่พสกนิกรได๎พบเห็น พระองค๑ทาํ นจะทรงประทับกบั พ้ืนดนิ หรอื พน้ื ห๎องทางานโดยมีคณะทางาน นง่ั น่ังล๎อมวงเฝูาอยํางไมํ ถอื พระองค๑ ไมํตอ๎ งมีโตะ๏ เกา๎ อี้ กกกกกกก1. 1.2 1.2.1 นอกจากนพ้ี ระองคย๑ งั ทรงให๎คาแนะนากบั คณะทางาน โดยเฉพาะกับแพทย๑ ได๎ทรงแนะนาผู๎ปวุ ย หรอื ญาติผปู๎ ุวยอยํางสภุ าพอํอนน๎อม เพ่อื ชวํ ยลดป๓ญหาการขดั แยง๎ ระหวาํ งผูป๎ ุวย หรอื ญาตผิ ป๎ู ุวย กบั แพทย๑ ผ๎ูให๎ การรกั ษา สะท๎อนใหเ๎ ห็นวําพระองคท๑ รงเป็นผทู๎ ่มี ีความอํอนน๎อม ถํอมตวั อยาํ งแท๎จรงิ ทัง้ ๆ ที่พระองคเ๑ ปน็ ถึงองคพ๑ ระประมขุ ของชาติ ภาพพระองคท๑ รงโน๎มพระวรกายลงไปหาประชาชน

124 ภาพทรงคกุ เขําหน๎าประชาชน ภาพทรงพดู คยุ กับประชาชนอยาํ งเรยี บงาํ ยเป็นกนั เอง ภาพทรงใหค๎ าแนะนากบั แพทยท๑ ี่รักษาคนไข๎ กกกกกกก1. 1.2 1.2.1 หนา๎ ท่พี ลเมอื งท่ดี ี มีแนวปฏบิ ัติ ควรใหก๎ ารเคารพอํอนนอ๎ มถํอมตวั กับผูท๎ ่ีมี อาวุโสกวํา และแสดงความสุภาพอํอนโยนกบั ผ๎ทู ีม่ อี าวโุ สเทาํ กนั หรือนอ๎ ยกวาํ กกกกกกก1. 1.2 1.2.2 กบั พระสงฆ๑ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รชั กาลท่ี 9 พระองค๑ทรงเป่ียมไปดว๎ ยพระราชจริยวัตรท่สี ุขมุ คัมภรี ภาพ มีพระราชปฏิสนั ถารกับพสกนกิ ร อยํางเปน็ กนั เอง และไมํทรงถือพระองค๑ ถงึ แมบ๎ ุคคลผ๎ูน้นั จะตาํ งชน้ั ชน หรอื มฐี านะยากจนสกั เพียงไร โดยเฉพาะอยาํ งยิ่งพระภกิ ษุสงฆ๑ หรอื นกั บวชในแตลํ ะศาสนา พระองค๑จะทรงใหเ๎ กียรตเิ ปน็ อยาํ งมาก

125 ดังเชนํ ตอนทอ่ี งค๑กรพทุ ธศาสนาฝุายฆราวาสในประเทศไทย ไดน๎ ิมนตภ๑ กิ ษุสงฆ๑จากตํางประเทศ เขา๎ มาถวายพระพร ในพิธีนีพ้ ระเถระชัน้ ผู๎ใหญํเข๎ามาเป็นประธานในพธิ ีดว๎ ย กลาํ วคอื สมเด็จ พระญาณสังวรและสมเด็จพระมหาวรี วงศ๑ ทํามกลางเถรานุเถระมากมาย พระองคท๑ รงพระดาเนิน เข๎าไปตรงทป่ี ระทบั ของสมเด็จพระสงั ฆราช พรอ๎ มทรงคุกเขาํ ลงนมสั การ หลังจากเสร็จส้ิ นพิธกี าร เถรานเุ ถระทั้งหลายตาํ งสรรเสริญช่ืนชมในพระราชจรยิ วัตรอันออํ นโยนวาํ “เกดิ มาไมเํ คยเหน็ พระเจา๎ แผนํ ดินทที่ รุดพระองค๑ลงกราบพระภิกษุ ท่ีบ๎านเมืองเขาไมเํ คยเหน็ เป็นทปี่ ระทบั ใจมาก” ภาพทรงสุภาพอํอนโยนกับพระภิกษเุ ป็นอยาํ งมาก ภาพทรงกราบพระภกิ ษุ ภาพพระองคท๑ รงเป่ียมไปดว๎ ยพระราชจริยวัตรที่สุภาพอํอนโยน

126 กกกกกกก1. 1.2 1.2.2 หนา๎ ท่ีพลเมืองท่ีดี มแี นวปฏบิ ัติ เมอ่ื พบพระสงฆ๑ควรยกมือไหว๎ เพื่อแสดง ความเคารพ ในฐานะที่พระสงฆเ๑ ปน็ ผ๎ูสบื ทอดพระพทุ ธศาสนาใหค๎ งอยูํคกํู บั คนไทย กกกกกกก1. 1.2 1.2.3 กบั พระประยูรญาติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช รัชกาลท่ี 9 ทรงให๎ความเคารพพระประยูรญาตชิ น้ั ผู๎ใหญเํ ป็นอยํางมาก ดังที่พสกนกิ รเคยพบเหน็ ดงั ภาพ สมเดจ็ พระพนั วสาอยั ยิกาเจ๎า พระเจ๎าบรมวงศ๑เธอ พระองคเ๑ จา๎ วาปบี ุษบากร สมเด็จพระเจา๎ พ่ี นางเธอ สมเด็จพระเจ๎าภคนิ ีเธอ เจ๎าฟูาเพชรรตั นราชสดุ า สิรโิ สภาพณั ณว ดี ในฐานะพระประยูรญาติ ชัน้ ผใู๎ หญํ และ เจ๎าฟูากลั ยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครนิ ทร๑ ภาพทรงกราบพระพนั วสั สาอยั ยิกาเจา๎ ในฐานะพระประยรู ญาตชิ ้นั ผ๎ใู หญํ ภาพทรงเขา๎ พบพระองค๑เจ๎าวาปบี ษุ บากรดว๎ ยความนอบน๎อม ภาพสมเดจ็ พระเจา๎ พน่ี างเธอ เจา๎ ฟาู กัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครนิ ทร๑

127 กกกกกกก1. 1.2 1.2.3 หนา๎ ที่พลเมอื งที่ดี มแี นวปฏิบัติ ตอ๎ งดูแลญาติพีน่ อ๎ ง และให๎ความเคารพ ญาติผ๎ทู มี่ ีอาวโุ สกวาํ ด๎วยความออํ นนอ๎ มถอํ มตัว และผ๎ทู ม่ี อี าวโุ สเทาํ กนั หรอื นอ๎ ยกวาํ ก็แสดงความ สุภาพออํ นโยน กกกกกกก2. หนา้ ท่ีพลเมืองตามรอยพระยุคลบาทรชั กาลที่ 9 ตามพระราชกรณยี กจิ กกกกกกก2. 2.1 โรงเรียน กกกกกกก2. 2.1 2.1.1 โรงเรียนในพระบรมราชปู ถมั ภ๑ เป็นโรงเรยี นท่พี ระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภมู ิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงใหก๎ ารอุปถมั ปใ์ นด๎านตาํ ง ๆ เชนํ ทรงพระราชทาน พระราชทรัพย๑ ชํวยเหลอื ใหค๎ าแนะนา รวมท้งั เสดจ็ พระราชดาเนนิ ไปเย่ียมเยยี น และพระราชทานพระบรมราโชวาท เพ่ือสนับสนนุ และเป็นกาลังใจแกคํ รูและนกั เรยี นของโรงเรียน โรงเรียนในพระบรมราชปู ถมั ภ๑ มที ง้ั โรงเรียนรัฐบาล และโรงเรียนเอกชน ได๎แกํ 1) โรงเรียนจิตรลดา 2) โรงเรียนราชวนิ ติ 3) โรงเรียน วงั ไกลกังวล 4) โรงเรยี นราชประชาสมาสยั 5) โรงเรยี น ภ .ป.ร. ราชวิทยาลยั ในพระบรมราชปู ถัมภ๑ 6) โรงเรียนเพือ่ ลูกหลานชนบท 7) โรงเรยี นรํมเกลา๎ 8) โรงเรยี นสงเคราะห๑เด็กยากจน และ 9) โรงเรียนที่ต๎องการความชํวยเหลือตามความจาเปน็ เรงํ ดํวน ภาพโรงเรียนวังไกลกงั วล อาเภอหวั หิน จังหวัดประจวบครี ขี ันธ๑ ภาพทรงพระราชดาเนินไปเยี่ยมเยยี นและทรงพระราชทานพระบรมราโชวาท

128 ภาพการศกึ ษาด๎วยระบบทางไกลผํานดาวเทียม (ครูตู๎) กกกกกกก2. 2.1 2.1.2 ทนุ การศกึ ษาพระราชทาน พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช รชั กาลท่ี 9 ทรงทราบดวี าํ เดก็ และเยาวชนของไทยมิได๎ขาดสติปญ๓ ญาหากแตํด๎อยโอกาสและขาดทนุ ทรพั ย๑ สาหรับการศึกษา จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา๎ โปรดกระหมํอมพระราชทานพระราชทรพั ย๑ สํวนพระองค๑ เพ่ือกอํ ต้ังกองทนุ การศกึ ษาหลายชน้ั หลายทุน ต้งั แตํระดับประถมศกึ ษา มธั ยมศกึ ษา อุดมศกึ ษา และนสิ ิตนักศึกษา ไดแ๎ กํ 1) ทุนมลู นธิ ิอา นนั ทมหิดล 2) ทนุ เลาํ เรยี นหลวง 3) ทุนมูลนธิ ิ ภูมิพล 4) ทุนการศกึ ษาสงเคราะห๑ในมูลนิธริ าชประชานุเคราะห๑ 5) ทนุ มลู นธิ ริ าชประชาสมาสัย ในพระ บรมราชูปถมั ภ๑ 6) มลู นิธโิ รงเรยี นราชประชาสมาสัย 7) ทุนนวฤกษ๑ และ 8) ทุนการศกึ ษา พระราชทานแกนํ กั เรียนเฉพาะกรณี ภาพทรงพระราชทานทนุ การศกึ ษา ภาพทรงพระราชทานอุปกรณ๑การเรยี น

129 กกกกกกก2. 2.1 2.1.3 โครงการสารานกุ รมไทยสาหรับเยาวชน เรมิ่ ดาเนนิ งานเม่อื ปี พ .ศ. 2551 โดยคณะกรรมการผูท๎ รงคุณวุฒิในสาขาวิชาตําง ๆ เพื่อเป็นการสนองพระราชดาริของพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ป๓จจบุ นั โครงการสารานุกรมไทยสาหรบั เยาวชน ได๎ จดั ทาหนังสือสารานกุ รมไทยทีบ่ รรจคุ วามร๎ูใน 7 สาขาวชิ า คือ 1) วิทยาศาสตร๑ 2) เทคโนโลยี 3) สังคมศาสตร๑ 4) มนุษยศาสตร๑ 5) เกษตรศาสตร๑ 6) แพทยศาสตร๑ และ 7) คณิตศาสตร๑ โดยแตลํ ะ เลํมไดจ๎ ดั แบงํ เน้อื หาของแตํละเรือ่ งออกเป็นสามระดบั เพื่อท่ีจะใหเ๎ ยาวชนสามารถศึกษาค๎นควา๎ หา ความร๎ไู ดต๎ ามพืน้ ฐานของตัว ภาพสารานุกรมไทยสาหรบั เยาวชน กกกกกกก2. 2.1 2.1.4 พธิ พี ระราชทานปริญญาบตั รแกผํ สู๎ าเร็จการศึกษา ในทกุ ๆ ปี พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช รชั กาลท่ี 9 สมเดจ็ พระนางเจ๎าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรม วงศานุวงศ๑ จะเสดจ็ พระราชดาเนินไปยังสถาบนั อดุ มศกึ ษาของรัฐ เพื่อพระราชทานปริญญาบัตร แกํผส๎ู าเรจ็ การศกึ ษา แมพ๎ ระราชกรณยี กิจนจี้ ะเปน็ ภาระแกํพระองค๑ และพระบรมวงศานุวงศม๑ าก แตพํ ระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช รชั กาลที่ 9 ก็มีพระราชกระแสรบั ส่ังใหค๎ งพธิ ี พระราชทานปริญญาบตั ร ในป๓จจบุ นั มมี หาวิทยาลัยเอกชนเพิ่มขน้ึ เปน็ จานวนมาก จึงทรงพระกรุณา โปรดเกลา๎ โปรดกระหมอํ มใหพ๎ ระบรมวงศานุวงศเ๑ สดจ็ พระราชทานแทนพระองค๑ (เฉพาะมหาวิทยาลยั เอกชน) ภาพพระราชทานปรญิ ญาบัตร

130 กกกกกกก2. 2.1 หน๎าท่ีพลเมืองท่ีดี มีแนวปฏิบัติ ถ๎าพลเมืองมีฐานะ หรอื มีเงินเหลอื เก็บก็สามารถ สงเคราะ หเ๑ งินดงั กลาํ ว สนบั สนนุ กจิ กรรม การศึกษาของโรงเรียน หรอื สถาบนั การศึกษาในชุมชน ที่ตัวเองเป็นสมาชกิ อยํู ในกรณที ี่ไมมํ เี งินสามารถชํวยเหลอื ด๎านแรงกายกบั ภารกิจทีโ่ รงเรยี นตอ๎ งการ ให๎ชํวยเหลอื ก็ได๎ กกกกกกก2. 2.2 ทอ๎ งถน่ิ กกกกกกก2. 2.2 2.2.1 ด๎านสาธารณปู โภค พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงวางแผนสรา๎ งถนนเพือ่ ความมน่ั คงของประเทศและพัฒนาบา๎ นเมอื ง เสน๎ ทางข๎ามภเู ขา ในภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื ภาคเหนอื ภาคใต๎ โดยเฉพาะเส๎นทางสายนําน- ป๓ว-ทงํุ ช๎าง- ปอน-หว๎ ย โกร๐น ในพนื้ ท่ีอันตรายที่ผก๎ู ํอการร๎ายขัดขวาง ท้งั ทรงแก๎ป๓ญหาจราจรด๎วยระบบเครอื ขําย ได๎แกํ ถนน วงแหวนรัชดาภิเษก กาญจนาภเิ ษก โครงขาํ ยถนนจตุรทิศเหนือ- ใต๎ ตะวันออก- ตะวันตก รองรับ การจราจร ขา๎ มกรุงเทพฯ ถนนวงแหวนอตุ สาหกรรม สะพานขนาดใหญํ ข๎ามแมนํ ้าเจ๎าพระยาสองชวํ ง ท่โี ดดเดํนสงาํ งาม สะพานแขวนพระราม 8 ทางคูํขนานลอยฟาู ถนนบรมราชชนนี อีกทัง้ โครงการ อนั เน่อื งมาจากพระราชดารดิ า๎ นการคมนาคมโครงการแรก คือ การกํอสร๎าง ถนนเข๎าสูํหมบํู ๎าน หว๎ ยมงคล ตาบลหินเหลก็ ไฟ อาเภอหวั หิน จงั หวัดประจวบคีรขี ันธ๑ ในปี พ.ศ. 2495 ภาพถนนเข๎าสํหู มํูบา๎ นหว๎ ยมงคลในอดีต ภาพถนนหว๎ ยมงคลในป๓จจุบัน

131 กกกกกกก2. 2.2 2.2.2 ด๎านการเกษตร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดรชชั กาลท9่ี ทรงเน๎นในเร่ืองของการคน๎ คว๎า ทดลอง และวจิ ัยหาพนั ธพุ๑ ชื ใหมํ ๆ ทั้งพืชเศรษฐกิจ พชื สมนุ ไพร รวมถงึ การศึกษาเกย่ี วกบั แมลงศัตรูพืช และพันธุ๑สตั ว๑ตําง ๆ ท่เี หมาะสมกับสภาพทอ๎ งถ่ินนนั้ ๆ ซงึ่ แตํละโครงการจะเนน๎ ให๎สามารถนาไป ปฏิบตั ิได๎จริง มรี าคาถกู ใช๎เทคโนโลยงี าํ ย ไมสํ ลับซบั ซ๎อน เกษตรกรสามารถดาเนินการเองได๎ นอกจากน้ี ยงั ทรงพยายามไมํให๎เกษตรกรยึดตดิ กับพืชผล ทางการเกษตรเพียงอยํางเดยี ว แตํเกษตรกรควรจะมีรายได๎จากด๎านอืน่ นอกเหนือไปจากการเกษตร เพม่ิ ขึน้ ดว๎ ย ภาพทรงให๎คาแนะนากับประชาชนเกี่ยวกับเกษตรทฤษฎีใหมํ ภาพทรงเนน๎ ในเร่ืองของการค๎นคว๎า ทดลอง และวิจยั เก่ียวกับดนิ กกกกกกก2. 2.2 2.2.3 ดา๎ นสาธารณสุข พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ รยชั เดกชาลท9ี่ ทรงตระหนักถึงสุขภาพอนามัยประชาชน กาจดั โรคระบาดทค่ี กุ คามบนั่ ทอนชีวิตราษฎร ได๎แกํ โรคเรื้อน วัณโรค โปลโิ อ และโรคติดตํอรา๎ ยแรง สงเคราะหผ๑ ป๎ู ระสบสาธารณภยั ทกุ วาระอยํางทัน เหตุการณ๑ ฟื้นฟูทง้ั ราํ งกายและจติ ใจ โดยจัดต้ังหนํวยงานแพทยห๑ ลวง หนวํ ยแพทย๑พระราชทาน ท้ังทางบกและทางนา้ หนํวยทนั ตกรรมเคล่อื นที่พระราชทาน กํอต้ังมูลนธิ ริ าชประชาสมาสัย และ มลู นธิ ิราชประชานเุ คราะห๑ดาเนินงานชวํ ยเหลือในโอกาสตาํ ง ๆ โดยเฉพาะกอํ ตงั้ มูลนธิ ชิ ยั พัฒนา ดาเนินการชํวยเหลือประชาชนได๎รวดเรว็ ในดา๎ นการแพทย๑สํงเสรมิ ให๎ทุนนายแพทย๑สาขาตําง ๆ ไปศึกษาเพม่ิ เตมิ ในตาํ งประเทศ เพอื่ นาวิทยาการที่เจรญิ มาพัฒนาประเทศ

132 ภาพหนํวยแพทย๑พระราชทาน ภาพทรงพระราชทานนามทุน “อานันทมหิดล” แกํผ๎สู าเรจ็ การศึกษาวชิ าแพทยศาสตร๑ กกกกกกก2. 2.2 2.2.4 ดา๎ นสิง่ แวดลอ๎ ม พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช รัชกา9ลที่ ทานบุ ารุงและปรบั ปรุงสภาพทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล๎อ ม ให๎ดีขึ้นในดา๎ นตาํ ง ๆ โดยในดา๎ น การแกไ๎ ขปญ๓ หาสิง่ แวดลอ๎ มนัน้ และทรงเนน๎ งานการอนุรักษ๑ และฟน้ื ฟูสภาพสงิ่ แวดล๎อม โดยเฉพาะ อยํางย่งิ ในเรือ่ งของป๓ญหาน้าเนําเสีย พร๎อมท้งั พระราชทานทนุ การศกึ ษาแกนํ ักเรียนไทยไปศึกษา ตํอตํางประเทศ เพือ่ นากลบั มาพฒั นาประเทศ โดยทรง มีพระราชดาริใหม๎ ีการอนรุ ักษ๑พร๎อมกบั การฟื้นฟูทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ๎ ม ภาพทรงคดิ วางแผนปรบั ปรงุ สภาพทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล๎อม

133 กกกกกกก2. 2.2 2.2.5 ดา๎ นเทคโนโลยี พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดชรัชกาลท9่ี ทรงเลง็ เห็นความสาคญั และสนับสนนุ การคน๎ ควา๎ ทางด๎านเทคโนโลยสี ารสนเทศ โดยพระองค๑ได๎ทรง ศึกษาคดิ ค๎นและนาระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศมาสนบั สนนุ พระราชภารกจิ มากมาย มกี ารค๎นควา๎ ในทางวิทยาการคอมพิวเตอร๑ พระองคท๑ รงศกึ ษาคดิ คน๎ สรา๎ งโปรแกร มคอมพิวเตอรเ๑ พือ่ การ ประมวลผลข๎อมูลตําง ๆ ด๎วยพระองคเ๑ อง ทรงประดษิ ฐ๑รูปแบบตัวอกั ษรไทยที่มลี กั ษณะงดงาม เพอ่ื แสดงผลบนจอคอมพิวเตอร๑ และเครอื่ งพมิ พ๑ ทรงใชเ๎ ครื่องคอมพวิ เตอรเ๑ พ่ือประดิษฐบ๑ ตั ร ส .ค.ส. พระราชทานพรแกํพสกนกิ รชาวไทย ในโอกาสวนั ขึ้นปใี หมเํ ปน็ ประจาทุกปี ภาพโครงการฝนหลวง ภาพกงั หนั น้าชยั พฒั นา กกกกกกก2. 2.2 หนา๎ ท่ีพลเมืองท่ดี ี มแี นวปฏบิ ัติ ต๎องมีสํวนรํวมในการพฒั นาท๎องถิ่นของ ตวั เองทุก ด๎าน ทง้ั ด๎านแรงกายหรือเงนิ ตามโอกาสอนั ควร การจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้ กกกกกกก1. บรรยาย กกกกกกก2. กาหนดประเด็นการศึกษาค๎นคว๎ารวํ มกันจากสือ่ การเรยี นรูท๎ ีห่ ลากหลาย กกกกกกก3. บนั ทกึ ผลการศกึ ษาคน๎ คว๎าลงในเอกสารการเรยี นรู๎ดว๎ ยตนเอง (กรต.) กกกกกกก4. พบกลํุม

134 กกกกกกก5. อภปิ รายแลกเปลย่ี นเรียนร๎ู กกกกกกก6. วิเคราะหข๑ ๎อมลู ทีไ่ ด๎ และสรปุ การเรยี นรูร๎ วมกนั บนั ทึก สรุปการเรยี นร๎ูในเอกสารการ เรียนรู๎ด๎วยตนเอง (กรต.) สอ่ื และแหลง่ เรียนรู้ กกกกกกก1. ส่ือเอกสาร ไดแ๎ กํ กกกกกกก1. 1.1 ใบความร๎ู เรื่องท่ี 6 พระราชจริยวตั รในครอบครวั กกกกกกก1. 1.2 ใบงาน หวั เรอ่ื งท่ี 6 หนา๎ ที่พลเมอื งตามรอยพระยุคลบาทรชั กาลที่ 9 ตามพระราชจริยวตั ร และพระราชกรณียกิจ กกกกกกก1. 1.3 ช่อื หนังสือเรียน สาระการพฒั นาสังคม รายวชิ า สค13113 หน๎าท่ีพลเมืองตาม รอยพระยุคลบาทรัชกาลที่เก๎า 1 กกกกกกก1. 1.4 ช่อื หนงั สือ สรา๎ งเดก็ ดี มคี ณุ ธรรมตามคาสอน “พํอ” ผ๎ูแตงํ ธ.ธรรมรกั ษ๑ และ จติ ตวชิระ ปที ่พี มิ พ๑ พ.ศ. 2554 สานักพมิ พ๑ รชิ กกกกกกก1. 1.5 ชื่อหนงั สือ ธรรมดีทีพ่ อํ ทา ผ๎แู ตงํ ดนยั จันทร๑เจ๎าฉาย ปที พ่ี มิ พ๑ พ.ศ. 2555 สานกั พิมพด๑ เี อ็มจี กกกกกกก2. สอื่ อเิ ล็กทรอนิกส๑ ได๎แกํ กกกกกกก2. 2.1 รายการวทิ ยุโทรทศั น๑ เรื่อง สารคดเี ฉลิมพระเกยี รติ พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช รชั กาลที่ 9 เนื่องในโอกาสมหามงคลเสดจ็ เถลิงถวลั ยราชสมบัติ ครบ 70 ปี 9 มถิ ุนายน 2559 \"เอกกษัตริย๑อัครศิลปิน\" ของสถานี Yes Announcer สบื คน๎ จาก https://www.youtube.com/watch?v=9XT3Y05Vv08 กกกกกกก2. 2.2 ชอ่ื บทความ “89 เรอื่ งของในหลวง แรงบันดาลใจของพสกนกิ รไทยท้งั ชาติ” ผูแ๎ ตงํ นติ ยสารแพรว สืบคน๎ จาก http://www.praew.com/60005/king-of-thailand/ inspiration-89-story-thailands-king-bhumibol กกกกกกก3. สอื่ แหลํงเรยี นร๎ูในชมุ ชน ไดแ๎ กํ กกกกกกก3. 3.1 ห๎องสมุดประชาชนจังหวัดประจวบคีรขี นั ธ๑ กกกกกกก3. 3.2 กศน.ตาบล/เทศบาล ทกุ แหงํ ศนู ย๑การเรียนชุมชน ในอาเภอเมืองประจวบคีรขี นั ธ๑ กกกกกกก3. 3.3 พิพธิ ภัณฑจ๑ ังหวัดประจวบคีรีขันธ๑ การวัดและประเมนิ ผล กกกกกกก1. ประเมินความก๎าวหน๎า กกกกกกก1. 1.1 การสงั เกต กกกกกกก1. 1.2 การซักถาม และตอบคาถาม กกกกกกก1. 1.3 ตรวจเอกสารการเรยี นรู๎ดว๎ ยตนเอง (กรต.)

135 กกกกกกก2. ประเมนิ ผลรวม ดว๎ ยวิธีการ กกกกกกก2. 2.1 ตอบแบบทดสอบวัดความร๎ู หวั เรื่องที่ 6 หนา๎ ทีพ่ ลเมืองตามรอยพระยคุ ลบาท รชั กาลท่ี 9 ตามพระราชจริยวตั ร และพระราชกรณียกจิ จานวน 7 ข๎อ กกกกกกก2. 2.2 ตอบแบบสอบถามวัดเจตคติตอํ วชิ าหนา๎ ทีพ่ ลเมอื งตามรอยพระยคุ ลบาท รัชกาลท่เี กา๎ 1

136 หัวเรือ่ งที่ 7 การประยุกต์ใช้หน้าทพ่ี ลเมืองตามรอยพระยุคลบาท รชั กาลท่ี 9 ในชวี ิตประจาวัน สาระสาคัญ กกกกกกก1. การนอ๎ มนาทศพธิ ราชธรรมไปใชใ๎ นชีวิตประจาวัน สามารถใช๎กคบั รอบครวั ท่ีประกอบดว๎ ย หัวหน๎าครอบครวั สมาชกิ ในครอบครวั และเครอื ญาติ การศึกษา ประกอบดว๎ ย เพื่อนผู๎เรียน หรอื นักศกึ ษา และครบู าอาจารย๑ การประกอบอาชพี การงาน ประกอบด๎วย เพอ่ื นรวํ มอาชพี และนายจ๎าง หรอื ผบู๎ ังคบั บัญชา และการพัฒนาชมุ ชน ทอ้ งถน่ิ และสงั คม ประกอบดว๎ ย สมาชกิ ในชุมชน และ ผ๎นู า ไดเ๎ ป็นอยํางดี คือ ทาน ด๎วยการใหบ๎ ริจาคสิง่ ของ ทรพั ย๑ หรอื แรง กาย ชํวยเหลอื กจิ กรรม หรอื ภารกจิ ท่เี กีย่ วขอ๎ ง ใหค๎ าแนะนา หรอื ความร๎ูทเ่ี กีย่ วข๎อง และใหอ๎ ภัยเม่อื ได๎รับความรส๎ู กึ หรอื การ กระทาทไ่ี มํถูกตอ๎ งกับตนเอง ศีล คอื การละเวน๎ ในสงิ่ ท่ี เป็นข๎อห๎าม ของศลี 5 ให๎ประพฤติในสง่ิ ท่ดี ี งาม ปริจจาคะ คือ การเสียสละ สวํ นทเี่ กย่ี วขอ๎ งกบั ตนเองเพื่อประโยชน๑ของสวํ นร วม อาชชวะ คอื ความซ่ือตรง ใหป๎ ฏบิ ตั ิงานหรือภารกจิ ท่ีเกี่ยวขอ๎ งทั้งตํอหนา๎ และลับหลัง ดว๎ ยความซอ่ื สตั ย๑สุจริต มัททวะ คอื ความอํอนโยน ใหค๎ านึงถึงอายุ ถา๎ เปน็ ผ๎อู าวโุ สต๎องปฏิบัติด๎วยความออํ นนอ๎ มถอํ มตัว ใหก๎ ารเคารพ สํวนผู๎ทมี่ ีอายเุ สมอกนั หรืออํอนกวําใหป๎ ฏิ บตั ิดว๎ ยความสภุ าพอํอนโยน ตบะ คือ ความเพยี ร ความอดทน ให๎ปฏบิ ัติภารกจิ ด๎วยความขยนั มุงํ มน่ั อดทน ตง้ั ใจให๎สาเร็จลลุ ํวง อักโกธะ คอื ความไมโํ กรธ ตอ๎ งควบคมุ อารมณ๑ของตนเองใหส๎ งบ มสี ติตลอดเวลา เพือ่ แสดงออก ถึงพฤติกรรม ทเี่ หมาะสมกบั กาลเทศะทกุ สถานการณ๑ อวหิ ิงสา คือ ความไมเํ บยี ดเบยี น ไมํเอารดั เอา เปรยี บ ดว๎ ยการไมเํ อาทรพั ย๑สินหรือสง่ิ ของสวํ นรวม หรือของผอ๎ู ่ืนมาใช๎เพอื่ สํวนตน ไมํพูดจา หรือมีกิรยิ า สํอเสยี ด เบียดเบียนผูอ๎ ่นื ทัง้ ทางกาย วาจา และใจ ขนั ติ คือ ความอดทน ตอ๎ งมคี วามอดทน ในภารกจิ ท่มี อบหมาย หรืออดทนตอํ สถานการณ๑ที่ไมํพึงประสงค๑ ไมํยอํ ท๎อ ไมํท๎อถอย และ อวิโรธนะ คือ ความเท่ียงธรรม ให๎วางตวั เป็นกลาง ไมเํ อนเอียงไปท่ีบุคคลใดหรือกลุมํ ใดกลุมํ หนึ่ง ไมหํ วั่นไหว ไปกบั คาพดู การกระทา ให๎มีความยตุ ิธรรม เทย่ี งตรง กกกกกกก2. การนอ๎ มนาพระราชดารสั ไปใช๎ในชวี ิตประจาวัน ครอบครวั ตอ๎ งใหค๎ วามสาคญั กบั การ อบรมเลีย้ งดูบตุ รหลานใหเ๎ ป็นคนดี มีคุณธรรม มีสติปญ๓ ญาเฉลยี วฉลาด และมีเหตมุ ผี ล การศกึ ษ า ต๎องอบรม นกั เรียน นกั ศกึ ษา และบัณฑิตทเ่ี พ่งิ จบหรือศษิ ย๑เกําทีจ่ บไปนานแลว๎ ใหม๎ ีความร๎ู วชิ าการ และคณุ ธรรม การประกอบอาชพี การงาน ทุกอาชีพตอ๎ งเน๎นการพฒั นาอาชพี ตั้งใจ ศึกษาพัฒนา อาชพี ประกอบอาชีพดว๎ ยความร๎ู ความสามารถ ประกอบอาชพี ด๎วยความพอเพียง ประหยดั พง่ึ ตนเอง รอบคอบ คํอย ๆ พฒั นาตามลาดับเพื่อปูองกันความผดิ พลาด ใชข๎ ๎อมลู หรอื สอ่ื สารทีเ่ ป็น ประโยชน๑ และต๎องมคี ณุ ธรรมในอาชีพของตนเอง และการพัฒนาชุมชน ท้องถน่ิ และสังคม ตอ๎ งมี วิชาการ และผู๎ปฏบิ ัตริ วํ มมอื กนั พฒั นาดว๎ ยดี ตอ๎ งพัฒนาใหส๎ อดคล๎องกบั บรบิ ทแตํละพื้นท่ี เนน๎ ความ เขม๎ แขง็ ของชมุ ชน ทอ๎ งถ่นิ ด๎วยการอาศัยการแลกเปลีย่ นเรียนรกู๎ ับบุคคล หรือองค๑กรภายนอก ชุมชน เข๎ามามสี ํวนรวํ ม พัฒนาด๎วยความรกั ความสามคั คี กระบวนการพฒั นาตอ๎ งเป็นลาดับขั้นตอน ประหยัด ถูกหลกั วิชา เพ่อื ปูองกันความล๎มเหลวจากการพฒั นา

137 ตวั ช้วี ัด กกกกกกก1. ปฏบิ ตั หิ น๎าทพี่ ลเมอื งตามรอยพระยุคลบาทรัชกาลท่ี 9 ในชีวิตประจาวันได๎ กกกกกกก2. ตระหนักถงึ ความสาคญั เห็นคุณคําของการประยกุ ต๑ใชห๎ นา๎ ท่พี ลเมือง ตามรอยพระยุคลบาท รชั กาลท่ี 9 ในชวี ติ ประจาวัน ขอบข่ายเนือ้ หา กกกกกกกการประยุกตใ๑ ช๎หนา๎ ทพี่ ลเมืองตามรอยพระยคุ ลบาทรัชกาลที่ 9 ในชีวติ ประจาวันมีขอบขําย เนือ้ หา ดงั นี้ กกกกกกก1. การนอ๎ มนาทศพิธราชธรรมไปใช๎ในชวี ิตประจาวนั กกกกกกก2. การนอ๎ มนาพระราชดารัสไปใช๎ในชีวติ ประจาวนั เนื้อหา กกกกกกก1. การนอ้ มนาทศพธิ ราชธรรมไปใชใ้ นชีวิตประจาวัน กกกกกกก1. หลกั ทศพธิ ราชธรรม เปน็ หลกั ธรรมสาคญั ในการปกครอง กลาํ วคือ เปน็ หลกั ธรรมท่ี พระราชา หรอื ส่ิงท่ีควรประพฤติ และสามารถที่จะนาไปประยุกต๑ใช๎ในชวี ิตประจาวันได๎เป็นอยาํ งดียง่ิ โดยมหี ลักทศพิธราชธรรมทเี่ กี่ยวข๎อง ดังนี้ กกกกกกก1. 1.1 ทศพธิ ราชธรรมที่ใช๎ในครอบครวั ได๎แกํ กกกกกกก1. 1.1 1.1.1 ทศพิธราชธรรมขอ๎ ที่ 1 ทาน คอื การให๎ ผทู๎ ีเ่ ป็นผน๎ู าครอบครัว ได๎แกํ บิดามารดา ควรมีบทบาทในการให๎ทานกับบตุ รธดิ า ดว๎ ยการอบรมส่ังสอน การใหก๎ าลงั ใจ การใหอ๎ ภัย การให๎ความรัก กบั เครอื ญาติ ดว๎ ยการให๎ความเออื้ เฟอ้ื เผ่อื แผํ ชํวยเหลือยามลาบาก และใหก๎ าลงั ใจ สํวนบุตรธิดา ควรใหท๎ านกบั บคุ คลในครอบครวั ดว๎ ยการให๎ความเคารพนบั ถอื เช่อื ฟง๓ คา สัง่ สอนของ บดิ ามารดา และญาติผใ๎ู หญํ พร๎อมท้ังเอาใจใสํรับผิดชอบชํวยงานบ๎านเพ่อื แบํงเบาภาระของทาํ น และ ให๎ความสนบั สนุนแกํผ๎ทู ีท่ าคุณงามความดี เป็นการใหร๎ างวลั เพื่อเปน็ กาลงั ในการเรียน ไมทํ อดทิง้ ยาม ทุกขย๑ าก เขา๎ ลักษณะท่วี าํ ยามปกติ ก็เรยี กใช๎ ยามเจบ็ ไขก๎ ร็ กั ษา ยามต๎องการคาแนะนาปรกึ ษา ก็ชํวย ใหแ๎ สงสวาํ ง แนะคือ บอกอุบายใหร๎ ู๎ นา คือ ทาใหด๎ เู ป็นแบบอยําง แมจ๎ ากผน๎ู ๎อยผิดพลาดไปบา๎ ง โดย มติ ง้ั ใจ ผู๎ใหญํกต็ อ๎ งร๎จู กั ใหโ๎ อกาส แกไ๎ ข ใหอ๎ ภัย มนี ้าใจ กกกกกกก1. 1.1 1.1.1 จากการสัมภาษณ๑ พระราชสุทธิโมลี เจ๎าคณะจงั หวดั ประจวบคีรขี ันธ๑ ฝาุ ยธรรมยุต ได๎ใหข๎ อ๎ มลู การนาทศพิธราชธรรม ข๎อที่ 1 ทาน ไปใช๎ในคร อบครวั ดว๎ ยการ (1) บดิ า มารดา ควรปฏบิ ัติด๎วยการบาบดั ทุกข๑ บารุงสุขคนในครอบครัว การให๎ส่ิงของ การใหว๎ ชิ าความรู๎ การใหส๎ ่งิ ทต่ี ๎องการ ตลอดจนการอบรมแนะนาเพื่อจะไดใ๎ ช๎เปน็ เคร่อื งยงั ชีพ และสร๎างสรรค๑ ชวี ติ ให๎มี ความผาสุกตามควรแกอํ ัตภาพ (2) บตุ รธิดา ควรปฏบิ ตั ิด๎วยการปฏบิ ตั ติ นเป็นคนดใี ห๎คนในครอบครวั เกดิ ความผาสุก และ (3) เครอื ญาติ ควรปฏบิ ตั ิให๎ความรํวมมอื กบั คนในครอบครัวทกุ ๆ ด๎าน กกกกกกก1. 1.1 1.1.1 กลําวโดยสรุปหนา๎ ทพ่ี ลเมอื งดี ประกอบดว๎ ย หัวหน๎าครอบครวั สมาชิกใน ครอบครวั และเครือญาติของครอบครัว ควรนาทศพิธราชธร รม ข๎อ 1 ทาน คอื การให๎ ไปใช๎กบั ครอบครวั และเครอื ญาติ ด๎วยการให๎ ทานในเรอ่ื ง สิ่งของ การเสีย สละทรัพย๑ สิ่งของบารงุ เลีย้ งดู

138 ชํวยเหลอื เก้ือกลู ให๎ธรรมทานดา๎ นการให๎คาแนะนาในการปฏิบตั ดิ ี ปฏิบตั ิชอบ และใหอ๎ ภัยทาน ด๎วยการ ใหอ๎ ภัยเมือ่ มกี ารกระทาผดิ หรอื ละเมดิ กันและกัน กกกกกกก1. 1.1 1.1.2 ทศพิธราชธรรมขอ๎ ท่ี 2 ศลี คือ การต้ังอยูํในศลี ซงึ่ สามารถปฏิบตั ิตามศลี 5 คอื ไมํฆําสัตว๑ตัดชวี ิต ไมลํ ักขโมยของของผูอ๎ ่ืน ไมํลํวงละเมิดลูกเมยี เขา ไมํพดู โกหก หรอื พูดสํอเสียด ยยุ งใหค๎ นเขาทะเลาะเบาะแว๎งกนั และควรทาตนใหห๎ าํ งไกลจากเห ลา๎ บุหรี่ หรอื อบายมขุ ตาํ ง ๆ เพราะส่งิ เหลํานี้ นอกจากจะทาให๎เราเสยี เงนิ แลว๎ ยังเสยี สุขภาพกายและใจทั้งของตัวเราเอง และคน ใกล๎ชิดเราดว๎ ย ผู๎ทีเ่ ป็นผ๎ูนาครอบครวั ไดแ๎ กํ บดิ า มารดา ควรปฏบิ ัตศิ ลี 5 ทกุ ขอ๎ เปน็ แบบอยํางกบั สมาชิกในครอบครวั หรอื เครือญาติ ดงั ตวั อยําง มีบทบาท การปฏิบตั ศิ ีล ข๎อท่ี 3 กบั คํูสมรส ด๎วยการมี ความประพฤตทิ ่ดี ี ไมลํ ํวงละเมิดลกู เมยี ผูอ๎ นื่ ศีลข๎อที่ 4 ไมํพูดโกหกหลอก ลวง ไมพํ ดู จาสอํ เสยี ด ให๎เกียรตซิ ง่ึ กนั และกนั กับ สมาชิกครอบครัวและ เครือญาติ ด๎วยการมคี วามประพฤตทิ ดี่ ี ไมํพูด จา สอํ เสียด ให๎เกียรตซิ ึ่งกั นและกัน สวํ นบตุ รธดิ า ควรปฏบิ ตั ติ ามแบบอยาํ งที่ดขี องพอํ แมํ เร่อื งศลี 5 ในการดาเนนิ ชีวิต กกกกกกก1. 1.1 1.1.2 จากการสัมภาษณ๑ พระราชสุทธิโมลี เจา๎ คณะจงั หวัดประจวบคีรฝขี ุานั ยธธ๑ รรมยตุ ไดใ๎ หข๎ อ๎ มูลการนาทศพธิ ราชธรรม ข๎อท่ี 2 ศีล ไปใชใ๎ นครอบครัว ด๎วยการ (1) บดิ ามารดา ควรปฏบิ ตั ิ ตอ๎ งรักษาระเบียบกติกา และปฏบิ ตั ิตามกฎระเบียบของบา๎ นเชํนเดยี วกบั สมาชิกคนอนื่ ๆ โดยไมมํ ี ข๎อยกเว๎น ผน๎ู าครอบครวั ต๎องไมทํ าตวั ใหอ๎ ยเูํ หนอื กฎระเบียบ เพราะถอื ตวั วํามีอานาจเบด็ เสร็จ (2) บุตรธิดา ควรปฏบิ ตั ดิ ๎วยการทาตนให๎มีความประพฤตทิ ่ีดีทง้ั ทางกาย วาจา ใจ และ (3) เครอื ญาติ ควรปฏิบัติวางตนให๎อยใํู นความดงี ามท้ังทางกาย วาจา ใจ ใหส๎ ะอาดปราศจากโทษอนั ควรครหา กกกกกกก1. 1.1 1.1.2 กลําวโดยสรปุ หน๎าทพ่ี ลเมืองดี ประกอบด๎วยหัวหน๎าครอบครวั สมาชกิ ใน ครอบครวั และเครอื ญาติ ควรนาทศพิธราชธรรม ขอ๎ 2 ศีล คอื การต้งั อยํูในศีล ไปใช๎กับ ทุกคนใน ครอบครวั โดยเฉพาะบดิ ามารดา ควรปฏบิ ตั ิตนเป็นตวั อยํางท่ีดใี ห๎แกํคนในครอบครวั ทั้งด๎านความ ประพฤติและการปฏบิ ตั ิตน สํวนสมาชิกในครอบครัวก็ควรปฏบิ ตั ิตามแบบอยาํ งของบดิ ามารดา กกกกกกก1. 1.1 1.1.3 ทศพิธราชธรรมขอ๎ ท่ี 3 ปริจจาคะ คือ การเสียสละ ผูท๎ ี่เปน็ ผน๎ู าครอบครัว ไดแ๎ กํ บดิ า มารดา ควรมบี ทบาทในการเสียสละกับบุตรธิดา ด๎วยการเสยี สละความสุขสํวนตน เพอ่ื ความสุขหรอื ประโยชน๑ของสํวนรวม คอยใหค๎ าปรึกษา ใหก๎ าลงั ใจ ดูแล และเขา๎ ใจในทุกเรื่อง ท่ีเก่ียวข๎องกบั ครอบครัว ปกปูองและใหค๎ วามอบอุํนโดยไมํเกรงกลวั ตอํ ภยันตรายใด ๆ เพื่อให๎ทุกคน ในครอบครวั อยูํอยํางสุขสบาย เชนํ พํอเสียสละความสุขสวํ นตวั ด๎วยการเลิกด่ืมเหลา๎ ทาใหล๎ กู เมยี มคี วามสขุ และสละทรัพย๑สิง่ ของบารงุ เลี้ยงดู ชํวยเหลอื เกอ้ื กลู กบั เครอื ญาติ ด๎วยการใหค๎ วาม ชวํ ยเหลอื เกื้อกูล และคอยใหค๎ าปรึกษา ให๎กาลังใจ และยืนหยดั อยูเํ คยี งข๎าง สวํ นบตุ รธิดาควรให๎การ เสยี สละกบั บคุ คลในครอบครวั ดว๎ ยการต้ังใจศึกษาเลาํ เรียน และเพยี รพยายามจนสาเร็จ รวมถึง เสยี สละแรงกายและเวลาในการชํวยภารกิจของครอบครวั ตามโอกาส กกกกกกก1. 1.1 1.1.3 จากการสมั ภาษณ๑ พระราชสุทธิโมลี เจา๎ คณะจังหวดั ประจวบครี ขี ันธ๑ ฝุายธรรมยตุ ไดใ๎ หข๎ อ๎ มลู การนาทศพิธราชธรรม ขอ๎ ที่ 3 ปริจจาคะ ไปใช๎ในครอบครวั ดว๎ ยการ (1) บดิ ามารดา ควร ปฏิบตั ติ นให๎มคี วามรบั ผิดชอบมาก ต๎องดูแลทุกขส๑ ุขของคนทว่ั ไป ต๎องพยายามหาหนทางทาให๎สมาชกิ ในครอบครัวไดร๎ ับความสุขพ๎นจากค วามทุกข๑ จึงจาเปน็ ทผี่ เู๎ ป็นนกั ปกครองจะตอ๎ งอุทิศกาลังกาย กาลังใจ และกาลังความคดิ ใหแ๎ กสํ ํวนรวม (2) บตุ รธิดา ควรปฏิบัตคิ วรสนองตอบตอํ ความปรารถนาดี

139 ของผ๎ูปกครอง และ (3) เครอื ญาติ ควรปฏิบัติดว๎ ยการเสยี สละเพ่อื สนองตอํ กฎระเบยี บของครอบครัว หรอื ความปรารถนาดขี องคนในครอบครวั เชนํ เม่ือถึงคราวอด เรากอ็ ดด๎วยกัน เมอ่ื ถึงคราวควรออมก็ ออมด๎วยกนั กกกกกกก1. 1.1 1.1.3 กลําวโดยสรปุ หนา๎ ทีพ่ ลเมืองดี ประกอบด๎วยหวั หนา๎ ครอบครวั สมาชิกใน ครอบครัวและเครอื ญาติ ควรนาทศพธิ ราชธรรม ขอ๎ 3 ปริจจาคะ คอื การเสยี สละไปใชก๎ บั ครอบครัว ด๎วยการมคี วามเสยี สละในเรอื่ งของสวํ นตน เพอ่ื ประโยชนส๑ วํ นรวมของคนในครอบครัว กกกกกกก1. 1.1 1.1.4 ทศพธิ ราชธรรมข๎อที่ 4 อาชชวะ คอื ความซอ่ื ตรง ผทู๎ ีเ่ ปน็ ผ๎นู าครอบครวั ได๎แกํ บดิ ามารดา ควรมีบทบาทในอาชชวะ ดว๎ ยการแสดงความซ่อื ตรงใหเ๎ ปน็ แบบอยํางกับบตุ รธดิ า ดว๎ ยการสงั่ สอนให๎ลกู ๆ มีความซอื่ สัตย๑สุจรติ มคี วามซ่อื ตรงไมํคดโกง หรอื หลอกลวงผ๎อู ่นื กบั เครอื ญาติ ด๎วยการซอ่ื สัตย๑ จริงใจ ไมํคดิ คดโกง หรือหลอกลวง สํวนบตุ รธิดาควรให๎อาชชวะ ด๎วยการมคี วาม ซื่อตรงกับบคุ คลในครอบครัวด๎วยการปฏิบัตติ นในสงิ่ ทถ่ี กู ต๎อง ดงี ามทง้ั กาย วาจา และใจ ท้ังตํ อหนา๎ และลับหลงั เชนํ ไมํพูดโกหกหลอกลวง ไมํลกั ขโมย ไมเํ อาของผอ๎ู ่นื มาเป็นของตน กกกกกกก1. 1.1 1.1.4 จากการสัมภาษณ๑ พระราชสทุ ธโิ มลี เจ๎าคณะจงั หวดั ประจวบครี ขี นั ธ๑ ฝาุ ยธรรมยุต ได๎ใหข๎ ๎อมูลการนาทศพธิ ราชธรรม ขอ๎ ท่ี 4 อาชชวะ ความซ่ือตรง ไปใชใ๎ นครอบครวั ดว๎ ยการ (1) บิดา มารดา ควรปฏบิ ัตติ นซ่อื ตรงตอํ หนา๎ ที่ และซอ่ื ตรงตอํ ความถูก ความควร (2) บตุ รธิดา ควรปฏิบตั ิตน ใหร๎ ๎จู กั การตรงตํอเวลา ความซอื่ สตั ย๑ในหนา๎ ท่ีของตน และไมํโกหกบคุ คลในครอบครแวั ละ(3) เครือญาติ ควรปฏบิ ัตติ นให๎ซื่อตรงตอํ หน๎าทข่ี องตน โดยไมํยํอทอ๎ ตอํ อปุ สรรค กกกกกกก1. 1.1 1.1.4 กลําวโดยสรปุ หนา๎ ทีพ่ ลเมืองดี ประกอบด๎วยหัวหน๎าครอบครวั สมาชกิ ใน ครอบครวั และเครือญาติ ควรนาทศพธิ ราชธรรม ข๎อ 4 อาชชวะ คือความซ่อื ตรง ไปใชก๎ ับครอบครัว ดว๎ ยการดาเนนิ ชวี ติ ด๎วยความซือ่ สัตยส๑ จุ ริต ด๎วยความซือ่ ตรง ไมพํ ูดโกหก ไมํหลอกลวง และ ให๎ความ จริงใจแกคํ นในครอบครวั ทั้งตอํ หน๎าและลบั หลงั กกกกกกก1. 1.1 1.1.5 ทศพิธราชธรรมขอ๎ ที่ 5 มทั ทวะ คอื ความอํอนโยน ผ๎ูทเ่ี ป็นผนู๎ าครอบครัว ได๎แกํ บดิ า มารดา ควรมีบทบาทในการสอนเรื่องความอํอนโยนใหก๎ ับบุตรธิดา ด๎วยการสอนให๎รจ๎ู ัก การเคารพผทู๎ ่มี อี ายุสงู กวาํ ไมเํ ยํอหยิง่ ไมถํ ือตัว และร๎ูจกั ความออํ นน๎อมถอํ มตน กบั เครอื ญาติ ดว๎ ยการให๎ความเคารพนบนอ๎ ม ร๎จู ักเอาใจเขามาใสํใจเรา สํวนบุตรธดิ าควรมมี ทั ทวะกับบุคคล ในครอบครวั ดว๎ ยการมีสัมมาคารวะ ร๎ูจกั กลําวคาขอบคุณ ขอโทษ รูจ๎ กั การให๎ความเคารพ การไหว๎ ผใู๎ หญํ ประพฤติตนตามกฎระเบียบของครอบครัวตอํ บดิ า มารดาและญาติผูใ๎ หญํ จะทาใหไ๎ ปที่ไหน คนก็ให๎การตอ๎ นรบั เพราะอยํใู กล๎แล๎วสบายใจ ไมํร๎อนรํมุ หากบุคคลแสดงกิ รยิ าหยาบคาย ก๎าวร๎าว คนกถ็ อยหาํ ง กกกกกกก1. 1.1 1.1.5 จากการสมั ภาษณ๑ พระราชสทุ ธิโมลี เจา๎ คณะจังหวดั ประจรวีขบนั คธี๑ ฝุายธรรมยตุ ไดใ๎ ห๎ข๎อมูลการนาทศพิธราชธรรม ข๎อท่ี 5 มัททวะ ไปใชใ๎ นครอบครวั ดว๎ ยการ (1) บดิ ามารดา ควร ปฏิบัติ ให๎เปน็ คนที่มีเหตแุ ละมีผล และควรมีอัธยาศัยอํอนโยน กิรยิ าสภุ าพนุํมนวล ละมนุ ละไม (2) บตุ ร ธดิ า ควรปฏบิ ตั ิตนให๎มสี มั มาคารวะตอํ ผ๎ูใหญํ หรอื บคุ คลในครอบครวั และออํ นโยนตอํ บุคคล ทเ่ี สมอกนั และตา่ กวํา เชํน พน่ี อ๎ ง หรอื ญาติท่ีอายุรํุนราวคราวเดยี วกนั และ (3) เครือญาติ ควรปฏบิ ตั ิ ตนใหเ๎ คารพในเหตผุ ลทค่ี วร

140 กกกกกกก1. 1.1 1.1.5 กลาํ วโดยสรปุ หนา๎ ทีพ่ ลเมอื งดี ประกอบดว๎ ยหวั หนา๎ ครอบครวั สมาชิกใน ครอบครัวและเครือญาติ ควรนาทศพธิ ราชธรรม ข๎อท่ี 5 มัททวะ คอื ความออํ นโยนไปใช๎กับครอบครัว ด๎วยการทาตวั ใหม๎ กี ิรยิ าสภุ าพนมํุ นวล ละมุนละไม ไมเํ ยอํ หยิ่งถอื ตัว หรอื แสดงกิ ริยาวาจา หยาบคาย กบั ใคร ทาตัวเป็นผูท๎ ่มี คี วามอํอนน๎อมถํอมตวั กับผ๎ูท่มี คี วามอาวุโสกวํา และอํอนโยนกบั บุคคลท่ีเสมอกัน กกกกกกก1. 1.1 1.1.6 ทศพิธราชธรรมขอ๎ ท่ี 6 ตบะ คอื ความเพียร ผู๎ท่ีเปน็ ผูน๎ าครอบครวั ไดแ๎ กํ บิดามารดา ควรมีบทบาทในเร่ืองของตบะกบั บุตรธดิ า ด๎วยการเปน็ ตวั อยาํ งทดี่ ี มคี วามมุมานะ อดทน ขยนั มํุงม่นั ในการสรา๎ งครอบครัว ใหม๎ ีความเปน็ อยูทํ ่ีสขุ สบาย กับเครื อญาติ ดว๎ ยการมคี วามอดทน พากเพยี ร เอาใจใสบํ ุคคลในครอบครัว สํวนบตุ รธิดาควรมีตบะกบั บคุ คลในครอบครัว ดว๎ ยการ มีความ มุมานะ อดทน ขยนั มํงุ มัน่ พากเพยี รในการเรยี นหนังสือให๎ประสบผลสาเรจ็ เป็นท่ชี น่ื ชมใหก๎ บั บุคคล ในครอบครวั รวมถงึ มุํงม่นั พากเพียรในภารกจิ ทีไ่ ด๎รับมอบหมายจากครอบครัวใหส๎ าเรจ็ ตามท่ีกาหนดไว๎ กกกกกกก1. 1.1 1.1.6 จากการสมั ภาษณ๑ พระราชสทุ ธโิ มลี เจ๎าคณะจงั หวดั ประจวบคีรฝีขาุ นั ยธธ๑ รรมยตุ ได๎ใหข๎ อ๎ มูลการนาทศพิธราชธรรม ขอ๎ ท่ี 6 ตบะ ไปใชใ๎ นครอบครวั ดว๎ ยการ (1) บิดามารดา ควร ปฏิบัตมิ คี วามมานะบากบ่ัน ไมํยํอท๎อ ก๎าวหนา๎ ไมํถอยหลงั ในหน๎าท่ีทีจ่ ะตอ๎ งรบั ผดิ ชอบตําง ๆ ภายใน ครอบครวั มีความทมํุ เททาอยาํ งสดุ ความสามารถ ไมเํ สร็จเปน็ ไมยํ อมเลิกรา (2) บุตรธิดา ควรปฏบิ ัติ ดว๎ ยการตั้งใจกาจัดความเกียจคร๎าน หรือการทาผิดหนา๎ ท่ี มุํงทากิจอนั เป็นหนา๎ ท่ีท่ีพึงทา อนั เป็นกจิ ดี กจิ ชอบ ให๎สม่าเสมอ และ (3) เครือญาติ ควรปฏบิ ตั ิตนด๎วยการมีความอดทน ปราศจากความเกียจครา๎ น กกกกกกก1. 1.1 1.1.6 กลําวโดยสรุปหนา๎ ท่ีพลเมอื งดี ประกอบดว๎ ยหัวหนา๎ ครอบครัว สมาชิกใน ครอบครัวและเครือญาติ ควรนาทศพิธราชธรรม ขอ๎ 6 ตบะ คอื ความเพยี ร ไปใชก๎ ับครอบครวั ด๎วยการปฏบิ ตั หิ นา๎ ที่ที่รับผดิ ชอบดว๎ ยความมมุ านะ อดทน ขยนั มงํุ มั่น และทาแตํสิง่ ท่ีดี ความถกู ตอ๎ ง ฝาุ ฟน๓ อปุ สรรคตาํ ง ๆ จนประสบความสาเร็จ นอกจากน้ี ยังสอนใหเ๎ ราส๎ูชวี ติ ไมํยอมแพ๎อะไรงาํ ย ๆ กกกกกกก1. 1.1 1.1.7 ทศพิธราชธรรมขอ๎ ที่ 7 อกั โกธะ คือ ความไมํโกรธ ผท๎ู ี่เป็นผู๎นาครอบครวั ได๎แกํ บดิ ามารดา ควรมบี ทบาทในอกั โกธะกับบุตรธิดา ด๎วยการควบคมุ อารมณ๑ของตนเอง ไมใํ หเ๎ ปน็ คนโมโหงําย และพยายามระงับยบั ยั้งความโกรธอยํเู สมอ กับเครอื ญาติด๎วยการ รักษามติ รไมตรี หรอื สัมพนั ธภาพของคนในครอบครวั สํวนบตุ รธิดาควรมีอักโกธะกบั บคุ คลในครอ บครัว ดว๎ ยการไมแํ สดง ความโกรธ หรือความไมพํ อใจใหป๎ รากฏ ต๎องฝึกฝนควบคุมอารมณข๑ องตนเองไมํให๎เปน็ คนโมโหงําย แมใ๎ นหลาย ๆ สถานการณจ๑ ะทาไดย๎ าก แตํหากเราสามารถฝกึ ฝนไมใํ หเ๎ ปน็ คนโมโหงาํ ย และพยายาม ระงบั ยับยั้งความโกรธอยํูเสมอจะเป็นประโยชน๑ตอํ เราหลายอยําง เชนํ ทาใหเ๎ รา สขุ ภาพจิตดี หนา๎ ตา ผํองใส ขอ๎ สาคัญทาให๎เรารักษามิตรไมตรี หรือสัมพนั ธภาพกับผู๎อื่นไวไ๎ ด๎ อนั มีผลให๎บุคคลน้นั เป็นท่ีรัก และเกรงใจของคน กกกกกกก1. 1.1 1.1.7 จากการสัมภาษณ๑ พระราชสุทธโิ มลี เจ๎าคณะจังหวัดประจวบครี ฝขี ุานั ยธธ๑ รรมยตุ ไดใ๎ ห๎ขอ๎ มูลการนาทศพิธราชธรรม ขอ๎ ท่ี 7 อักโกธะ ไปใชใ๎ นครอบครัว ดว๎ ยการ (1) บดิ ามารดา ควร ปฏบิ ตั ิตนด๎วยการร๎จู กั การควบคมุ อารมณ๑ ไมํโกรธงาํ ย ตอ๎ งรู๎จั กเหตุ รจู๎ กั ผล มีเมตตาประจาใจ ไมํ เกรยี้ วกราดปราศจากเหตผุ ล ตอ๎ งกระทาด๎วยจติ อันสุขุมเยอื กเย็น ละเอยี ดรอบคอบที่สาคัญต๎องมี พรหมวหิ าร 4 คอื เมตตา กรณุ า มทุ ิตา และอเุ บกขา (2) บุตร ธดิ า ควรปฏบิ ตั ใิ หร๎ ๎จู กั คดิ และควบคุม อารมณ๑ของตน เชํน เม่ือพอํ แมํ วาํ กลาํ วตกั เตือนกค็ วรจะรับฟ๓งและนาไปแกไ๎ ขตนเอง ไมํควรโกรธ