Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore (ร่าง) แนวทางการจัดกิจกรรม ตามหลักสูตรสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษระยะแรกเริ่ม ของศูนย์การศึกษาพิเศษ ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๕๘

(ร่าง) แนวทางการจัดกิจกรรม ตามหลักสูตรสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษระยะแรกเริ่ม ของศูนย์การศึกษาพิเศษ ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๕๘

Published by special_lp, 2018-06-13 02:49:53

Description: ๓.เล่มแนวทางการจัดกิจกรรม

Search

Read the Text Version

๑๔๓ ทกั ษะ ทักษะย่อย พัฒนำกำรท่คี ำดหวัง แนวกำรจดั กจิ กรรม๑. การอ่านอักษร ๑.๑ พยญั ชนะอักษร ๑๖) แบบฝกึ ท่ี ๑๔ ฮ (จุด ๑๒๓๔๕๖) (ทผ่ี ูส้ อนจัดทำขึน้ )เบรลลไ์ ทย (ตอ่ ) เบรลลภ์ าษาไทย (ต่อ) ๑๗) แบบฝกึ หัดที่ ๑๕ มอี ักษร ค ง ช ซ ต ท บ ป ผ ฝ พ ฟ ว ฮ (ท่ี ผสู้ อนจดั ทำขน้ึ ) ให้ผเู้ รยี นหำอักษรผู้สอนกำหนด ๑๘) แบบฝึกหัดท่ี ๑๖ มีพยัญชนะ ฮ และ ค ง ช ซ ต ท บ ป ผ ฝ พ ฟ ว ฮ (ท่ีผู้สอนจัดทำข้นึ ) โดยสลับตัวอักษรไปมำโดยมีกำรเวน้ วรรคให้ ผ้เู รยี นอ่ำนพยญั ชนะเหลำ่ นี้ ๑๙)แบบฝึกหดั ที่ ๑๗ มพี ยัญชนะ ฮ กบั ค ง ช ซ ต ท บ ป ผ ฝ พ ฟ ว ฮ (ท่ีผู้สอนจัดทำข้ึน) แต่ละบรรทัดและให้ผู้เรียนหำอักษรท่ีต่ำงจำก พวก ๒๐) แบบฝึกหัดที่ ๑๘ มพี ยญั ชนะ ค โดยเวน้ วรรค (ท่ีผู้สอนจดั ทำข้ึน) ให้ผูเ้ รียนอำ่ นตัวอักษรนี้ ๒๑) ใชแ้ นวกำรสอน ง ช ซ ต ท บ ป ผ ฝ พ ฟ ว ฮ เช่นเดยี วกับ ค ๒๒) ใชแ้ บบฝกึ หัดต้ังแต่ ๑๙-๓๑ (ท่ีผสู้ อนจดั ทำขนึ้ ) ๒๓) แบบฝกึ หดั ที่ ๓๒ มพี ยัญชนะ ค และ สระอำ (ทผ่ี สู้ อนจดั ทำขึ้น) ให้ผ้เู รยี นอ่ำนคำ ๒๔) ใช้แนวกำรสอน ง ช ซ ต ท บ ป ผ ฝ พ ฟ ว ฮ เช่นเดยี วกับ ค ใชแ้ บบฝึกหัดตง้ั แต่ ๓๓-๔๕ (ทีผ่ สู้ อนจดั ทำขน้ึ )

๑๔๔ ทกั ษะ ทกั ษะยอ่ ย พฒั นำกำรทค่ี ำดหวัง แนวกำรจดั กจิ กรรม๑. การอา่ นอักษร ๑.๒ อกั ษรเบรลล์ ๑.๒.๑ สำมำรถอำ่ นอักษรเบรลล์ ๑) ผู้สอนอธิบำยให้ผู้เรียนเข้ำใจสัญลักษณ์อักษรเบรลล์ว่ำมีลักษณะเป็นเบรลลไ์ ทย (ตอ่ ) คณิตศำสตร์ คณิตศำสตร์ทเ่ี ป็นเลขสงู จำนวน จดุ นนู เล็กๆ ใน ๑ ชอ่ งประกอบด้วยจดุ ๖ ตำแหน่ง ดงั ภำพ ๑-๑๐ ได้ ๒) ผสู้ อนอธบิ ำยให้ผู้เรียนเขำ้ ใจสัญลักษณ์อักษรเบรลลค์ ณิตศำสตร์ท่ีเป็น เลขสูง (เลขสูง จะอยู่ ๒ แถวบนคือ จุดในชุด ๑,๒,๔,๕)โดยผู้สอนปัก หมดุ บนกระดำนให้หมดุ เรียงกนั ตำมสญั ลกั ษณ์อักษรเบรลล์ จำนวน ๑-๑๐ ทีละจำนวน และผู้สอนให้ผู้เรียนสัมผัสพร้อมท้ังบอกว่ำเป็น จำนวนตัวเลขใด ทั้งนี้ กำรอ่ำนอักษรเบรลล์คณิตศำสตร์นั้น จะมี เคร่ืองหมำยนำเลขอยู่ด้านหน้าสัญลักษณ์จานวนตัวเลขเป็นตัวบอก (เคร่ืองหมายนาเลขคือ จุด ๓๔๕๖) ผู้เรียนฝึกอ่านจานวน ๑-๑๐ เลข ๑ (เครอ่ื งหมายนาเลข, จดุ ๑) เลข ๒ (เครื่องหมายนาเลข, จุด ๑๒)

๑๔๕ ทักษะ ทกั ษะยอ่ ย พฒั นำกำรท่คี ำดหวัง แนวกำรจัดกจิ กรรม เลข ๓ (เครื่องหมายนาเลข, จุด ๑๔)๑. การอ่านอักษร ๑.๒ อกั ษรเบรลล์เบรลล์ไทย (ตอ่ ) คณิตศำสตร์ (ต่อ) เลข ๔ (เครือ่ งหมายนาเลข, จุด ๑๔๕ ) เลข ๕ (เครอ่ื งหมายนาเลข, จุด ๑๕ )

๑๔๖ ทักษะ ทักษะยอ่ ย พฒั นำกำรท่ีคำดหวัง แนวกำรจัดกจิ กรรม เลข ๖ (เครื่องหมายนาเลข, จดุ ๑๒๔)๑. การอ่านอักษร ๑.๒ อักษรเบรลล์เบรลลไ์ ทย (ตอ่ ) คณิตศำสตร์ (ต่อ) เลข ๗ (เครื่องหมายนาเลข, จดุ ๑๒๔๕) เลข ๘ (เครือ่ งหมายนาเลข, จดุ ๑๒๕) เลข ๙ (เครอ่ื งหมายนาเลข, จดุ ๒๔ ) เลข ๑๐ (เครือ่ งหมายนาเลข, จุด ๑, จดุ ๒๔๕

๑๔๗ ทักษะ ทักษะยอ่ ย พัฒนำกำรทคี่ ำดหวัง แนวกำรจัดกิจกรรม๑. การอ่านอักษร ๑.๒ อักษรเบรลล์ ๑.๑.๒ สำมำรถอำ่ นอักษรเบรลล์ ๑) ผู้สอนอธิบำยให้ผู้เรียนเข้ำใจสัญลักษณ์อักษรเบรลล์คณิตศำสตร์ท่ีเบรลล์ไทย (ตอ่ ) คณติ ศำสตร์ (ต่อ) คณติ ศำสตร์ทเ่ี ปน็ เลขต่ำ จำนวน เป็นเลขต่ำ (เลขต่ำ จะอยู่ ๒ แถวล่ำงคือ จุดในชุด ๒,๓,๕,๖) โดย ๑-๑๐ ได้ ผสู้ อนปักหมุดบนกระดำนให้หมุดเรียงกันตำมสัญลักษณ์อักษรเบรลล์ จำนวน ๑-๑๐ ที่เปน็ เลขตำ่ ทลี ะจำนวน ๒) ผู้สอนให้ผู้เรียนสัมผัสพร้อมท้ังบอกว่ำเป็นจำนวนตัวเลขใด ท้ังน้ีกำร อ่ำนอักษรเบรลล์คณิตศำสตร์นั้น จะมีเคร่ืองหมำยนำเลขอยู่ด้ำนหน้ำ สัญลักษณ์จำนวนตัวเลขเป็นตัวบอก (เคร่ืองหมำยนำเลข คือ จุด ๓, ๔, ๕, ๖)ผู้เรียนฝึกอำ่ นจำนวน ๑-๑๐ เลข ๑ (เครือ่ งหมำยนำเลข, จดุ ๒) เลข ๒ (เคร่อื งหมำยนำเลข, จดุ ๒๓) เลข ๓ (เครื่องหมำยนำเลข, จดุ ๒๕)

๑๔๘ ทักษะ ทกั ษะย่อย พฒั นำกำรทค่ี ำดหวงั แนวกำรจดั กจิ กรรม เลข ๔ (เคร่ืองหมำยนำเลข, จดุ ๒๕๖)๑. การอา่ นอักษร ๑.๒ อกั ษรเบรลล์เบรลลไ์ ทย (ตอ่ ) คณิตศำสตร์ (ต่อ) เลข ๕ (เครอ่ื งหมำยนำเลข, จดุ ๒๖) เลข ๖ (เคร่อื งหมำยนำเลข, จุด ๒๓๕) เลข ๗ (เครอื่ งหมำยนำเลข, จุด ๒๓๕๖) ๘ (เครอื่ งหมำยนำเลข, จุด ๒๓๖) ๙ (เคร่อื งหมำยนำเลข, จดุ ๓๕ )

๑๔๙ ทักษะ ทกั ษะยอ่ ย พฒั นำกำรทีค่ ำดหวัง แนวกำรจัดกิจกรรม ๑๐ (เครอ่ื งหมำยนำเลข, จุด ๒, จุด ๓๕๖)๑. การอ่านอักษร ๑.๒ อักษรเบรลล์เบรลล์ไทย (ตอ่ ) คณติ ศำสตร์ (ต่อ)กลมุ่ ทกั ษะกำรเตรียมควำมพรอ้ มกำรเขยี นอกั ษรเบรลล์ ทกั ษะ ทักษะยอ่ ย พัฒนำกำรทค่ี ำดหวงั แนวกำรจัดกิจกรรม๑. กำรเตรียม ๑.๑ กำรใส่และเลื่อน ๑.๑.๑ สำมำรถใส่และเลื่อน ๑) ใหผ้ เู้ รียนสมั ผสั ลักษณะของสเลท (Slate) แถวและเซลควำมพร้อมกำร กระดำษ กระดำษใน สเลท (Slate) ได้อย่ำง ๒) ให้ผู้เรียนวำงสเลทในลักษณะพร้อมที่จะเขียน ด้วยกำรวำงโดยบำนเขยี นอักษร ถูกต้องเบรลล์ พับไว้ทำงขวำ และเปิดสเลท (Slate) ทำงซ้ำย ร่องหยักอยู่บน ด้ำน จดุ นูนที่เป็นเบำ้ อยูด่ ้ำนล่ำง ๓) ให้ผู้เรียนหัดเปิดและปิดสเลท (Slate) โดยกำรเปิดกระดำน สเลทให้ วำงในแนวพื้นรำบ ๔) ให้ผ้เู รยี นหัดใส่กระดำษโดยกำรเปิดสเลท (Slate) ในแนวพ้ืนรำบ มือ ซ้ำยและขวำหำปุ่มด้ำนบนซ้ำย และขวำของสเลท (Slate) เล่ือน กระดำษขอบบนมำวำงที่ปุ่มทั้งสอง กดกระดำษลงบนปุ่ม จำกนั้นใช้ มือข้ำงซ้ำยจับแผ่นบนของสเลท (Slate) ลงมำทับ กดสเลท (Slate) จะได้ยนิ เสยี ง ของกระดำษกับปุม่ ทั้งสี่ของสเลท (Slate) ๕) ให้ผู้เรียนหัดเปิดเอำกระดำษออก โดยกำรเปิดสเลท (Slate) ด้ำนบน ออกวำงในแนวพ้ืนรำบ โดยมอื ซ้ำยส่วนมอื ขวำจับแผน่ ลำ่ งของสเลท

๑๕๐ ทักษะ ทกั ษะยอ่ ย พัฒนำกำรท่คี ำดหวงั แนวกำรจดั กิจกรรม๑. กำรเตรียม ๑.๑ กำรใส่และเล่ือน (Slate) จำกนั้นเอำมือท้ังสองมำท่ีขอบบนของกระดำษแล้ว ยกควำมพร้อมกำร กระดำษ (ต่อ)เขียนอักษร กระดำษขนึ้ ออกจำกสเลท (Slate)เบรลล์ (ตอ่ ) ๖) ให้ผู้เรียนเปิดสเลท ใส่กระดำษ ปิดสเลท (Slate) ซ้ำหลำยครั้งจน ผู้เรยี นเกดิ ควำมชำนำญ ๗) ให้ผู้เรียนเปิดสเลท ถอดกระดำษ ปิดสเลท ซ้ำหลำยครั้งจนผู้เรียน เกดิ ควำมชำนำญ ๘) ให้ผู้เรียนหัดเล่ือนกระดำษจำกสเลทที่หนึ่งไปยังสเลทช่วงที่สองโดย กำรเปิดสเลท (Slate) ด้ำนบนออกวำงในแนวพ้ืนรำบ โดยมือซ้ำย ส่วนมือขวำจับแผ่นล่ำงของสเลท (Slate) จำกนั้นเอำมือท้ังสองมำที่ ขอบล่ำงของกระดำษที่มีรอยปุ่มแล้ว ยกกระดำษข้ึนออกจำกสเลท อยำ่ งช้ำๆ เล่ือนกระดำษขน้ึ โดยให้ปุม่ ท่จี ับอยู่ทั้งสองมือไปอยูป่ ุ่มขอบ บนของกระดำษสเลทแทน จำกนั้นเอมือซ้ำยจับด้ำนบนของสเลท (Slate) ลงมำทบั กดสเลท (Slate) จะได้ยินเสยี ง ของกระดำษกับปุ่ม ทั้งสี่ของสเลท (Slate) ๙) ให้ผูเ้ รียนทำเชน่ นี้ ซ้ำหลำยคร้ังจนผเู้ รียนเกดิ ควำมชำนำญ ๑.๒ กำรจบั สไตลสั ๑.๒.๑ สำมำรถจบั สไตลสั (Stylus) ๑) ใหผ้ เู้ รยี นสัมผสั ลักษณะดนิ สอสไตลัส (Stylus) ว่ำส่วนทจ่ี บั และสว่ นที่ ในกำรเขยี นได้อยำ่ งถูกวิธี เป็นเหลก็ แหลมสำหรับไวก้ ดลงในกระดำษ ๒) ให้ผู้เรียนจับสไตลัส (Stylus) โดยกำรวำงน้ิวชี้ของมือขวำพำดไปบน หัวสไตลัส (Stylus) นิ้วหัวแม่มือวำงแนบด้ำนข้ำง ส่วนนิ้วท่ีเหลืองอ เข้ำหำสไตลสั ๓) ให้ผู้เรยี นนัง่ ตัวตรง วำงแขนช่วงลำ่ งรำบไปกับพน้ื แขนส่วนบนและ

๑๕๑ ทกั ษะ ทักษะย่อย พัฒนำกำรท่คี ำดหวงั แนวกำรจดั กจิ กรรม ๑.๒ กำรจบั สไตลัส (ต่อ)๑. กำรเตรียม สว่ นลำ่ งงอทำมุมเลก็ นอ้ ยควำมพร้อมกำร ๔) ให้ผู้เรยี นจับสไตลัส (Stylus) ด้วยมอื ซ้ำย มอื ขวำจับช่องแรกของแถวเขยี นอักษรเบรลล์ (ต่อ) บนสเลท (Slate) ท่ีใส่กระดำษแล้วมำกดลงโดยให้น้ำหนักกำรกดอยู่ ทนี่ วิ้ ชี้ ใช้ขอ้ มือขยับขนึ้ ลง

๑๕๒กลมุ่ ทักษะกำรเขียนอักษรเบรลล์ ทักษะ ทักษะย่อย พฒั นำกำรทค่ี ำดหวงั แนวกำรจัดกิจกรรม ๑.๑.๑ สำมำรถเขียนพยัญชนะ ก๑. กำรเขียน ๑.๑ กำรเขียนพยญั ชนะ จ ด ท ได้ ๑) ทบทวนกำรใสก่ ระดำษในสเลทและกำรจบั ดินสอให้ผูเ้ รยี นใชน้ ิ้วช้ีมืออักษรเบรลลไ์ ทย อักษรเบรลลภ์ ำษำไทย ขวำและมือซ้ำยวำงที่ช่องแรกบรรทัดแรกทำงขวำมือแล้วใช้น้ิวช้ีทั้ง ๑.๑.๒ สำมำรถเขยี นพยัญชนะ ข สองมือเล่ือนกันตำมเซลจำกขวำมำซ้ำยจนจบบรรทัดและถอย ฉ ถ น ม ร ล ส อ ได้ กลับมำท่ีต้นบรรทัดแล้วเลื่อนลงมำในบรรทัดต่อมำทำเช่นนี้จนเกิด ควำมชำนำญ ๒) ให้ผู้เรียนใช้น้ิวช้ีมือซ้ำยวำงท่ชี ่องแรกบรรทัดแรกและมือขวำจับสไต รัสวำงที่ช่องแรกของบรรทัดทำงขวำมือแล้วให้ผู้เรียนกดลงในช่อง เซล นิ้วชี้ซ้ำยเล่ือนไปทำงขวำในเซลต่อมำแล้วใหส้ ไตลัสกดลงในชอ่ ง เขียนจำกขวำมำซ้ำยจนจบบรรทัดและถอยกลับมำท่ีต้นบรรทัดแล้ว เล่ือนลงมำในบรรทัดตอ่ มำทำเช่นนจ้ี นเกดิ ควำมชำนำญ ๓) ให้ผู้เรียนเขียนจุดเบรลล์ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖ ในช่องเซลโดยตำม ตำแหน่งนับจำก ขวำมือบนลงล่ำงคือจุด ๑, ๒, ๓ ทำงซ้ำยมือจำก บนลงลำ่ ง ๔, ๕, ๖ ทำเช่นน้ีจนเกิดควำมชำนำญ ๔) ให้ผู้เรียนเขียนอักษรเบรลล์ในกลุ่ม ๑, ๒, ๔, ๕ ได้แก่ ก (จุด ๑, ๒, ๔, ๕) จ (จุด ๒, ๔, ๕) ด (จดุ ๑, ๔, ๕) ห (จดุ ๑, ๒, ๕) ๑) ทบทวนกำรใส่กระดำษในสเลทและกำรจับดินสอให้ผู้เรียนใช้น้ิวชีม้ ือ ขวำและมือซ้ำยวำงที่ช่องแรกบรรทัดแรกทำงขวำมือแล้วใช้น้ิวชี้ท้ัง สองมือเล่ือนกันตำมเซลจำกขวำมำซ้ำยจนจบบรรทัดและถอย กลบั มำทตี่ น้ บรรทัดแล้วเลือ่ นลงมำในบรรทัดตอ่ มำทำเชน่ นจ้ี นเกิด

๑๕๓ ทักษะ ทักษะยอ่ ย พัฒนำกำรทค่ี ำดหวงั แนวกำรจดั กจิ กรรม๑. กำรเขยี น ๑.๑ กำรเขียนพยัญชนะ ๑.๑.๓ สำมำรถเขยี นพยญั ชนะ ค ควำมชำนำญอกั ษรเบรลล์ไทย อกั ษรเบรลลภ์ ำษำไทย ง ช ซ ต ท บ ป ผ ฝ พ ฟ ว ฮ ได้ ๒) ใหผ้ เู้ รียนใช้น้ิวชม้ี ือซ้ำยวำงท่ีชอ่ งแรกบรรทัดแรกและมือขวำจับ(ต่อ) (ตอ่ ) สไตรสั ๓) วำงท่ีช่องแรกของบรรทัดทำงขวำมือแล้วให้ผู้เรียนกดลงในช่องเซล นิ้วช้ี ซ้ำยเลื่อน ไปทำงขวำในเซลต่อมำแล้วให้สไตลัสกดลงในช่อง เขียนจำก ขวำมำซ้ำยจนจบบรรทัดและถอยกลับมำท่ีต้นบรรทัดแล้วเลื่อนลงมำ ในบรรทัดต่อมำทำเช่นน้ีจนเกดิ ควำมชำนำญ ๔) ให้ผู้เรียนเขียนจุดเบรลล์ ๑๒๓๔๕๖ ในช่องเซลโดยตำมตำแหน่งนับ จำก ขวำมือบนลงล่ำงคือจุด ๑๒๓ ทำงซ้ำยมือจำกบนลงล่ำง ๔๕๖ ทำเชน่ นจี้ นเกดิ ควำมชำนำญ ๕) ให้ผู้เรียนเขียนอักษรเบรลล์ในกลุ่ม ๑๒๓๔๕ ได้แก่ ข (จุด ๑} ๓) ฉ (จุด ๓} ๔) ถ (จุด ๒, ๓, ๔, ๕) น (จุด ๑, ๓, ๔, ๕) ม (จุด ๑, ๓, ๔) ร (จุด ๑, ๒, ๓, ๕) ล (จุด ๑, ๒, ๓) ส (จุด ๒, ๓, ๔) อ (จุด ๑, ๒, ๓, ๕) ๑) ทบทวนกำรใส่กระดำษในสเลทและกำรจับดินสอให้ผู้เรียนใช้น้ิวช้ีมือ ขวำและมือซ้ำยวำงที่ชอ่ งแรกบรรทัดแรกทำงขวำมือแล้วใชน้ ว้ิ ชที้ ้งั สอง มือเลื่อนกนั ตำมเซลจำกขวำมำซ้ำยจนจบบรรทดั และถอยกลับมำที่ต้น บรรทดั แลว้ เล่ือนลงมำในบรรทดั ตอ่ มำทำเชน่ น้ีจนเกิดควำมชำนำญ ๒) ให้ผู้เรียนใช้นิ้วชี้มือซ้ำยวำงที่ช่องแรกบรรทัดแรกและมือขวำจับ สไตรสั วำงท่ีชอ่ งแรกของบรรทดั ทำงขวำมอื แลว้ ให้ผู้เรยี นกดลงในช่อง

๑๕๔ ทกั ษะ ทักษะย่อย พัฒนำกำรท่คี ำดหวัง แนวกำรจดั กิจกรรม๑. กำรเขียน ๑.๑ กำรเขยี นพยัญชนะ ๓) เซล น้วิ ชี้ซำ้ ยเลอ่ื นไปทำงขวำในเซลตอ่ มำแล้วใหส้ ไตลสั กดลงในชอ่ งอักษรเบรลล์ไทย อกั ษรเบรลลภ์ ำษำไทย เขยี นจำกขวำมำซำ้ ยจนจบบรรทดั และถอยกลับมำทตี่ ้นบรรทดั แลว้(ต่อ) (ตอ่ ) เล่ือนลงมำในบรรทดั ตอ่ มำทำเช่นนีจ้ นเกดิ ควำมชำนำญ ๔) ให้ผเู้ รียนเขียนจดุ เบรลล์ ๑๒๓๔๕๖ ในชอ่ งเซลโดยตำมตำแหน่งนบั จำก ขวำมือบนลงล่ำงคือจุด ๑๒๓ ทำงซ้ำยมอื จำกบนลงล่ำง ๔๕๖ ทำเชน่ นจ้ี นเกดิ ควำมชำนำญ ๕) ใหผ้ เู้ รียนเขยี นอักษรเบรลล์ในกลมุ่ ๑๒๓๔๕๖ ได้แก่ ค (จุด ๑๓๖) ง (จดุ ๑๒๔๕๖) ช (จุด ๓๔๖) ซ (จดุ ๒๓๔๖) ต (จุด ๑๒๕๖) ท (จุด ๒๓๔๕๖) บ (จุด ๑๒๓๖ ) ป (จุด ๑๒๓๔๖) ผ (จุด ๑๒๓๔ ) ฝ (จดุ ๑๓๔๖) พ (จดุ ๑๔๕๖) ฟ (จุด ๑๒๔๖) ว (จดุ ๒๔๕๖) ฮ (จุด ๑๒๓๔๕๖)

๑๕๕กลมุ่ ทกั ษะกำรใช้ลกู คดิ พัฒนำกำรที่คำดหวัง แนวกำรจดั กิจกรรม ทกั ษะ ทกั ษะยอ่ ย ๑.๑.๑ สำมำรถบอกสว่ นประกอบ ๑) ผู้สอนอธิบำยให้ผู้เรียนรู้จักประเภทของลูกคิดจีนและลูกคิดญ่ีปุ่น๑. กำรใชล้ ูกคดิ ๑.๑ สว่ นประกอบและ ของลูกคิดได้ ผู้สอนอธิบำยส่วนประกอบของลูกคิดให้ผู้เรียนรู้จัก พร้อมท้ังจับมือ ประเภทของลูกคิด ผู้เรียนให้สัมผัสลูกคิดในแต่ละส่วน โดยส่วนประกอบของลูกคิด ประกอบด้วย สว่ นต่ำง ๆ ตำมรำยละเอยี ดในภำพ Frame คือ ขอบ (กรอบ) รำง Upper Deck คือ กรอบรำงตอนบน Lower Deck คอื กรอบรำงตอนล่ำง Beam คอื แนวกัน้ Rods คอื หลกั (แกนรำง) Beads คือ เมด็ ลูกคิด

๑๕๖ ทกั ษะ ทกั ษะย่อย พัฒนำกำรทค่ี ำดหวัง แนวกำรจดั กจิ กรรม ๑.๑ สว่ นประกอบและ ๑.๑.๒ สำมำรถบอกประเภทของ๑. กำรใชล้ กู คดิ ประเภทของลกู คิด (ต่อ) ลกู คดิ ได้ ๑) ผู้สอนนำลกู คดิ ประเภทต่ำง ๆ มำให้ผเู้ รยี นร้จู ัก พร้อมทัง้ ใหผ้ ูเ้ รยี น(ต่อ) ไดส้ มั ผัสลูกคดิ ประเภทตำ่ ง ๆ โดยลกู คดิ มี ๒ ประเภท คือ ๑.๒ กำรอำ่ นค่ำของ ๑.๑.๓ สำมำรถบอกหลกั ของ ลกู คิด ลูกคดิ ๑.๑) ลกู คดิ ญปี่ ุน่ มลี กั ษณะแบง่ เป็น ๒ สว่ นคือ สว่ นบนประกอบดว้ ย เมด็ ลูกคดิ 1 เมด็ ในแต่ละหลัก สว่ นล่ำงประกอบเม็ด ๑.๒.๑ สำมำรถต้งั ลกู คิดได้ ลกู คดิ 4 เม็ดในแตล่ ะหลัก ๑.๒) ลกู คดิ จีน มลี กั ษณะแบ่งเปน็ ๒ ส่วนคือ ส่วนบนประกอบดว้ ยเม็ด ลกู คดิ ๒ เมด็ ในแต่ละหลกั ส่วนลำ่ งประกอบเมด็ ลูกคิด ๕ เมด็ ในแต่ ละหลัก ๑) ผสู้ อนจบั มือผู้เรียนสัมผสั หลักของลูกคิดแต่ละหลกั เช่น หลักหน่วย หลกั สิบ หลกั รอ้ ย ๒) ให้นกั เรียนสัมผสั จำกขวำมำซ้ำย เช่น แถวลูกคดิ ที่อยดู่ ำ้ นขวำสดุ เรียกวำ่ หลักหน่วย แถวท่ี ๒ ถัดมำทำงซ้ำย เรยี กว่ำ หลกั สิบแถวที่ ๓ ถัดมำทำงซ้ำย เรยี กวำ่ หลักรอ้ ย ๑) ผู้สอนอธบิ ำยและสำธิตวธิ ีกำรใชน้ ิ้วเพื่อตั้งลูกคิดใหผ้ เู้ รียนเข้ำใจ โดยวิธีกำรตงั้ ลกู คดิ ต้องใชน้ ้ิวในกำรดดี ลูกคิด ซง่ึ ใชน้ ้ิว ๓ นิ้วชว่ ยกนั คือ นิ้วหวั แม่มือ นิ้วชี้ และน้ิวกลำง กำรใชน้ ิ้วท้งั ๓ ในกำรดดี ลกู คดิ จะแบง่ หนำ้ ท่ีกัน ดังน้ี - นิ้วหวั แม่มือ ใชส้ ำหรับดดี ลกู คดิ ตอนลำ่ งข้นึ - นวิ้ ชใ้ี ชส้ ำหรบั ดดี ลูกคิดตอนบนและตอนล่ำงลง และช่วย นว้ิ หวั แมม่ อื จบั ลกู คดิ ตอนลำ่ งขึ้น - นวิ้ กลำง ใชส้ ำหรับดีดลูกคดิ ตอนบนข้ึน

๑๕๗ ทกั ษะ ทักษะย่อย พฒั นำกำรทีค่ ำดหวัง แนวกำรจดั กิจกรรม๑. กำรใชล้ ูกคดิ ๑.๒ กำรอำ่ นค่ำของ ๑.๒.๒ สำมำรถอ่ำนคำ่ ของลกู คิดท่ี - กำรดดี ลูกคิด ต้องจัดลกู คิดตอนบนเลือ่ นขนึ้ ไปติดขอบบน และ(ต่อ) ลกู คดิ (ต่อ) ไมเ่ กนิ หลักสบิ ได้ ลูกคดิ ตอนล่ำงเล่อื นไปติดขอบลำ่ ง โดยปลอ่ ยตรงกลำงระหว่ำง แนวกัน้ วำ่ งไว้ เวลำต้ังลกู คิดคิดจะเลื่อนลูกคดิ ไปติดแนวกัน้ ๒) ผสู้ อนให้ผูเ้ รยี นฝึกต้ังลกู คิดจำนวนง่ำย ๆ จนผู้เรยี นชำนำญ ๑) ผสู้ อนอธิบำยหลกั กำรอำ่ นคำ่ ลกู คิดใหผ้ ู้เรยี นฟัง โดยกำรอำ่ นค่ำลกู คิด นัน้ มักกำหนดให้หลักหน่วยอยูช่ ิดขอบขวำมือ แล้วนบั หลักถดั ไปทำง ซ้ำยมือเปน็ หลกั สบิ ตำมลำดบั ซง่ึ ค่ำของลูกคิด กำหนดดงั นี้ ๒) แถวบนมี ๑ เมด็ ในแต่ละหลัก มีคำ่ เท่ำกับ ๕ เชน่ หลักหนว่ ย เท่ำกบั ๕ หลกั สิบเทำ่ กบั ๕๐ ๓) แถวล่ำงมี ๔เมด็ ในแตล่ ะหลัก มีค่ำเท่ำกบั ๑ เชน่ หลักหน่วย เทำ่ กบั ๑ หลักสบิ เทำ่ กบั ๑๐ ๔) ผู้สอนตง้ั ลูกคดิ จำนวนท่ีไม่เกนิ หลกั สบิ ทีละจำนวน แลว้ ใหผ้ เู้ รยี นอ่ำนตำม ๕) ผสู้ อนให้ผู้เรยี นตัง้ ลูกคดิ ที่ไม่เกินหลกั สบิ ทีละจานวน แล้วใหผ้ เู้ รยี น อ่าน เองโดยมผี สู้ อนคอยชว่ ยเหลอื

กลมุ่ ทกั ษะจำเป็นเฉพำะสำหรับเดก็ ที่มคี วำมบกพรอ่ งทำงกำรได้ยนิ๑. คำอธบิ ำยรำยกลุ่มทักษะ กลุ่มทักษะจำเป็นเฉพำะเด็กท่ีมีควำมบกพร่องทำงกำรได้ยิน เป็นกำรพัฒนำทักษะกำรฟัง กำรพูด กำรใช้เครื่องช่วยฟัง กำรใช้ประสำทหูเทียมและกำรใช้ภำษำมอื โดยใช้กระบวนกำร กำรปฏิบัติจริง กำรสำธิต กำรวิเครำะห์งำน และกำรบูรณำกำรเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ จำกผู้มีควำมชำนำญเฉพำะด้ำนมีทมี สหวทิ ยำกำร ผ้ปู กครอง ครอบครวั ชุมชน และผทู้ ่เี กย่ี วขอ้ งมีสว่ นร่วมในกำรพัฒนำศกั ยภำพผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนสำมำรถช่วยเหลือตนเองได้ ใช้ภำษำในกำรสื่อสำรได้อย่ำงเหมำะสม สนใจต่อกำรเรียนรู้ส่ิงต่ำงๆ รอบตัว เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับผ้อู นื่ ได้ มคี ณุ ธรรม จริยธรรม มวี นิ ัยในตนเอง มีควำมรบั ผดิ ชอบ กำรคดิ แก้ปญั หำ และดำรงชวี ติ ประจำวนั ได้อย่ำงอิสระและมีควำมสขุ๒.วตั ถปุ ระสงคร์ ำยกลมุ่ ทกั ษะ ๑) เพื่อให้ผู้เรียนสำมำรถใช้ภำษำมือเบ้ืองต้นในกำรสื่อสำร บอกควำมต้องกำร ควำมรู้สึกแก่บุคคลอ่ืน และมีทักษะภำษำมือพ้ืนฐำนในกำรเรียนรู้ ภำษำมือระดบั อ่นื ๆ ตอ่ ไป ๒) เพื่อให้ผู้เรียนสำมำรถใช้กำรได้ยินส่วนท่ีเหลืออยู่ได้เต็มศักยภำพ กระตุ้นพัฒนำกำรกำรฟัง กำรพูด เพ่ือใช้ในกำรสื่อสำรและ กำรเรียนรู้ ในชวี ิตประจำวันได้อยำ่ งมปี ระสทิ ธิภำพ ๓) เพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นสำมำรถใชแ้ ละดูแลเครื่องช่วยฟังหรือประสำทหูเทียมได้ด้วยตนเอง ๔) เพื่อใหผ้ ้เู รยี นมีควำมพรอ้ มในกำรศึกษำระดับสงู ข้ึน

๑๕๙๓. แนวกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้กลมุ่ ทกั ษะจำเปน็ เฉพำะสำหรับเดก็ ที่มีควำมบกพร่องทำงกำรได้ยนิ ทกั ษะ ทักษะยอ่ ย พัฒนาการที่คาดหวงั แนวการจดั กิจกรรม๑. การฟัง ๑.๑ ตระหนักรู้ว่ามีเสยี ง ๑.๑.๑ สามารถแสดงออกได้ว่า มี หรือ ไมม่ ีเสยี ง เสียง หรอื ไม่มเี สยี ง ๑) ผูส้ อนสรา้ งความตระหนกั รใู้ ห้ผู้เรยี นรู้วา่ มีเสียงโดยให้ผู้เรียนฟงั เสียง ตา่ งๆ ท่ีเกิดข้นึ รอบๆตวั แล้วผู้เรียนจะตอบสนองต่อเสียงน้ัน ผู้สอน ๑.๒ เช่อื มโยงความหมาย ๑.๒.๑ สามารถแสดงออก เมื่อได้ สังเกตปฏิกิริยาของผู้เรียน เช่น การยมิ้ การเคลื่อนไหวของตา ของเสยี ง ยนิ เสียงท่ีมคี วามหมาย - เสียงต่าทีด่ งั มากเชน่ เสียงกลอง ระฆัง กรับ ระยะยะห่างต่างๆกนั ๑.๓ การจ่าแนกเสียง ๑.๓.๑ สามารถแสดงออกได้ว่า ระดบั เดยี วกบั หู เสียงทไี่ ดย้ นิ มาจากทิศทางใด - เสียงที่ดังและมีจังหวะทช่ี ัดเจน เชน่ เสียงเพลงปลุกใจ เพลงมารช์ - เสียงดงั ภายในบ้าน เช่น เสยี งเครื่องปั่นน้่าผลไม้ เสียงต่าในครก เครอ่ื งดดู ฝ่นุ โทรทัศน์ วิทยุ - เสียงภายนอกบา้ น เชน่ เสยี งรถยนต์ เคร่ืองบิน รถตา่ รวจ รถพยาบาล เสยี งนกรอ้ ง เสยี งพดู ๑) ผสู้ อนใช้เสยี งท่ีสือ่ ความหมายเช่น เสยี งดนตรี เสียงเพลง เสียงปรบมอื ผูเ้ รยี นแสดงออก โดยการโยกตวั เตน้ ขยับตามจงั หวะ ๒) ผสู้ อนทา่ เสียงง่ายๆท่มี คี วามหมาย เชน่ จุ๊ ๆ บา๊ ย-บาย ยิม้ หน่อย ผเู้ รียนแสดงออกตามเสียง ๓) ผ้สู อนเรยี กช่ือผเู้ รียน ผู้เรียนยมิ้ มองตาม หรือแสดงท่าทางวา่ เป็นชื่อ ตวั เอง ๑) ผู้สอนสาธติ พร้อมกับแนะน่าอธิบายให้ผูเ้ รียนเขา้ ใจท่ีมาของเสียงวา่ มา จากทิศทางไหน โดยครผู ูส้ อนใช้อปุ กรณ์ที่ท่าให้เกดิ เสียงในทิศทาง ตา่ งๆ

๑๖๐ ทักษะ ทกั ษะยอ่ ย พฒั นาการทค่ี าดหวัง แนวการจัดกจิ กรรม๑. การฟงั (ต่อ) ๑.๓ การจา่ แนกเสยี ง (ตอ่ ) ๒) ให้ผเู้ รียนเรียนรูว้ า่ มเี สียงเกิดขน้ึ ผ้สู อน สังเกตปฏิกิรยิ าของผู้เรียน เช่น การหนั ตามเสยี ง ๑.๓.๒ สามารถจา่ แนกเสยี งดังและ ผู้สอนสาธติ พรอ้ มกบั อธบิ ายให้ผเู้ รียนเข้าใจระดับความดัง - ค่อย เสยี งคอ่ ย ของเสียงทแี่ ตกต่างกนั โดยผู้สอนสาธติ พรอ้ มกบั การสร้างสถานการณ์ เสียงชนิดตา่ งๆ เช่น เสยี งทมี่ ีความหมาย และเสียงทไ่ี ม่มคี วามหมาย ๑.๓.๓ สามารถจา่ แนกเสยี งพูด ๑) ผู้สอนให้ฟงั เสยี งบุคคลท่ีคุ้นเคย ผ้เู รียนบอกเสียงบุคคลนั้นได้ด้วย บุคคลท่ีคุ้นเคยได้ ตนเอง/มผี ชู้ ่วยเหลอื ๒) ผสู้ อนใหฟ้ งั เสยี ง และใหด้ ูรปู ภาพบุคคล แลว้ ใหผ้ เู้ รยี น เลอื ก รปู ภาพบุคคลให้ตรงกบั เสยี งท่ไี ด้ยนิ ได้ดว้ ยตนเอง/มีผู้ช่วยเหลือ ๑.๓.๔ สามารถจา่ แนกเสยี งดนตรี ๑) ผู้สอนใหผ้ ้เู รยี นได้ดแู ละสัมผสั เครือ่ งดนตรี พรอ้ มกบั ฟงั เสียงของ ได้ เครอื่ งดนตรี ๒) ผสู้ อนใหฟ้ ังเสียงดนตรจี ากวดิ ีทัศน์ ผู้เรยี นบอกความแตกตา่ งของเสยี ง สองเสียงไดด้ ้วยตนเอง/มีผูช้ ว่ ยเหลือ ๓) ผสู้ อนใหฟ้ ังเสยี งดนตรแี ละใหด้ รู ูปภาพเคร่อื งดนตรี แลว้ ให้ผเู้ รียน เลอื กรปู ภาพใหต้ รงกบั เสียงที่ได้ยิน ไดด้ ้วยตนเอง/มผี ูช้ ว่ ยเหลือ ๑.๓.๕ สามารถจา่ แนกความ ๑) ผู้สอนใหผ้ เู้ รยี นดู /ฟังเสียงสตั ว์ /ผู้เรียนบอกช่ือและเสียงของสัตว์นน้ั แตกตา่ งของเสยี งสตั ว์ชนิดตา่ งๆที่ ๒) ผ้สู อนกา่ หนดเหตุการณส์ มมติ หรอื พาไปทัศนศกึ ษาตามแหล่งเรยี นรู้ ก่าหนดให้ได้ เชน่ อทุ ยานแหง่ ชาติ สวนสัตว์ เพอื่ ให้ผู้เรียนได้เห็นและฟังเสยี งสัตว์ จากประสบการณจ์ ริง

๑๖๑ ทกั ษะ ทกั ษะยอ่ ย พัฒนำกำรทคี่ ำดหวัง แนวกำรจดั กจิ กรรม๑. การฟัง (ตอ่ ) ๑.๓ การจา่ แนกเสียง (ต่อ) ๑.๓.๖ สามารถจ่าแนกความ ๓) ผูส้ อนให้ฟงั เสยี งสัตว์ และให้ดูรูปภาพสตั ว์ แลว้ ให้ผเู้ รยี นเลือก แตกต่างของเสียงยานพาหนะ รูปภาพให้ตรงกับเสียงทีไ่ ด้ยนิ๒. การพูด ๒.๑ การออกเสยี ง ประเภทตา่ งๆ ท่ีกา่ หนดให้ได้ ๑) ผู้สอนใหฟ้ ังเสยี งยานพาหนะผสู้ อนแนะน่าชอื่ ชนดิ ของเครอื่ งยนตน์ น้ั ๑.๓.๗ สามารถจา่ แนกเสยี งที่เกดิ โดยใช้รปู ภาพประกอบ ผเู้ รียนบอกประเภทของยานพาหนะ จากธรรมชาติได้ ๒) ผู้สอนให้ฟงั เสยี งยานพาหนะ และให้ดรู ปู ภาพยานพาหนะ แลว้ ให้ ๑.๓.๘ สามารถจา่ แนกระดบั ของ ผเู้ รยี น เลือกรูปภาพใหต้ รงกับเสียงที่ได้ยนิ เสียงเบา-ดงั ได้ ๑) ผสู้ อนใหฟ้ งั เสียงท่เี กิดจากธรรมชาติ จากแถบบนั ทึกเสียง ประกอบ ๒.๑.๑ สามารถเปล่งเสียงดงั / รูปภาพ ผเู้ รียนบอกเสียงธรรมชาตทิ ไี่ ดย้ ินนนั้ เปล่งเสียงเบา/ เปล่งเสียงสงู /เปล่ง เสยี งต่า ได้ ๒) ผู้สอนกา่ หนดเหตุการณส์ มมติ หรือพาไปทศั นศึกษาตามแหลง่ เรียน เชน่ อทุ ยานแห่งชาติ สวนสตั ว์ สวนปา่ รุกชาติ ให้ผเู้ รยี นไดส้ มั ผัสเสยี ง ตามธรรมชาติ ๑) ผู้สอนให้ฟังเสียงท่ีเปิดจากเครื่องก่าเนิดเสียง แล้วผู้เรียนบอกระดับ เสยี งท่ไี ด้ยิน ๒) เม่อื เปิดวิทยุ /เคร่ืองเสยี ง แลว้ ให้ผู้เรียนปรับตามระดับของเสยี งเบา / ดงั ตามทต่ี นเองไดย้ นิ ด้วยตนเอง / มผี ้ชู ่วยเหลือ ๑) ผสู้ อนเมื่อกระตุ้นใหอ้ อกเสียงโดยใชเ้ ครื่องชว่ ยฝึกพูด ผเู้ รียนออกเสียง อ้อแอต้ าม ๒) ผู้สอนให้เลียนแบบการออกเสียงตามรูปปากหรือเล่นค่า เล่นเสียง ผู้เรียน เลียนแบบการออกเสียงตามรูปปากหรือเล่นค่า เล่นเสียง เช่น อา อู อี ไอ เอา เป็นต้น ได้ด้วยตนเอง / มีผู้ช่วยเหลือ / ใช้ เครอื่ งช่วยฝกึ พูด

๑๖๒ ทักษะ ทกั ษะย่อย พัฒนาการท่ีคาดหวัง แนวการจัดกจิ กรรม๒. การพดู (ตอ่ ) ๓) ผู้สอนใหเ้ ลยี นแบบการเปลง่ เสยี งดัง เบา สงู ต่า ผ้เู รียน เลยี นแบบการ เปล่งเสียงตาม ๒.๒ การฝกึ ลมหายใจ ๒.๒.๑ สามารถควบคมุ การหายใจ ๑) ผู้สอนจัดกิจกรรมที่มีการสูดลมหายใจเข้า – ออก เป็นจังหวะ ผู้เรียน เขา้ – ออก ได้ถูกวธิ ี ท่ากิจกรรมท่ีมีสูดลมหายใจเข้า – ออกได้ด้วยตนเอง / มีผู้ช่วยเหลือ เช่น การเป่าลูกโป่ง การเป่าขนนก การเป่ากบ การเป่าฟองสบู่ เป็นต้น ๒.๓ การฝึกกลั้นหรือกัก ๒.๓.๑ สามารถกล้ันหรอื กกั ลม ๑) ผู้สอนให้ท่ากิจกรรมท่ีต้องมีการกล้ันลมหายใจ ผู้เรียน ท่ากิจกรรมท่ี ลมหายใจ หายใจทถี่ กู ต้องได้ มีการกล้ันหรือกักลมหายใจได้ด้วยตนเอง/ มีผู้ช่วยเหลือ เช่น การ เล่นตีจับ การนั่งสมาธิเข้าออก การออกเสียงโน๊ตดนตรี เสียงสระ ต่างๆ เชน่ อา อี อู โอ เป็นต้น ๒.๔ การออกเสียง ๒.๔.๑ สามารถออกเสยี งพยัญชนะ ๑) ผู้สอนให้เลียนแบบการออกเสียงพยัญชนะที่เกิดจากเสียงผู้เรียนออก พยัญชนะที่เกิดจากเสยี ง ที่เกิดจากเสยี งนาสิกได้ เสยี งเลียนแบบเสียงได้ดว้ ยตนเอง/มีผูช้ ่วยเหลอื นาสิก ๒) ผู้สอนให้ออกเสียงพยัญชนะ ผู้เรียน บอกพยัญชนะท่ีเกิดจากเสียง นาสิกได้ดว้ ยตนเอง / มีผ้ชู ว่ ยเหลอื ๒.๕ การเปรียบเทยี บเสียง ๒.๕.๑ สามารถเปรยี บเทียบเสียง ๑) ผู้สอนให้ออกเสียงพยัญชนะที่เกิดจากเสียงนาสิกกับพยัญชนะอ่ืน พยัญชนะ พยญั ชนะท่เี กดิ จากเสยี งนาสิกกบั ผู้เรียน บอกพยัญชนะท่ีเกิดจากเสียงนาสิกได้ ด้วยตนเอง/มีผู้ พยญั ชนะอน่ื ได้ ชว่ ยเหลือแนะนา่

๑๖๓ ทักษะ ทักษะย่อย พัฒนาการทคี่ าดหวัง แนวการจัดกจิ กรรม๒. การพดู (ต่อ) ๒.๖ การออกเสยี ง พยญั ชนะ สระ และ ๒.๖.๑ สามารถออกเสียงสระ เสียง ๑) ผ้สู อนสอนการออกเสยี งพยัญชนะ นาสิก ผ้เู รยี น บอกพยัญชนะทเ่ี กดิ วรรณยกุ ต์ (ต่อ) สัน้ เสียงยาวได้ จากเสียงนาสกิ ได้ด้วยตนเอง/มผี ู้ช่วยเหลอื แนะนา่ ๒.๗ การออกเสยี ง พยญั ชนะ สระ และ ๒) ผู้สอนใหอ้ อกเสียงพยญั ชนะเสียงกลาง ผู้เรียน ออกเสียงตามฐาน วรรณยุกต์ (ต่อ) กรณไ์ ด้ด้วยตนเอง/มผี ู้ช่วยเหลอื ๒.๘ การจดั รปู ริมฝปี าก ๓) ผสู้ อนให้ออกเสียงพยญั ชนะเสียงตา่ ผเู้ รยี นออกเสยี งตามฐานกรณ์ได้ ด้วยตนเองมผี ู้ชว่ ยเหลือ ๒.๗.๑ สามารถออกเสียงสระ เสยี ง ๑) ผสู้ อนใหอ้ อกเสยี งสระเสยี งสั้น อะ อิ อุ เอ เอา ผูเ้ รยี น ออกเสียงได้ สั้น เสยี งยาวได้ ดว้ ยตนเอง/มผี ้ชู ่วยเหลือ ๒) ผู้สอนให้ออกเสียงสระเสยี งยาว อา อี อู ออ ไอ โอ ผู้เรียน ออกเสยี ง ได้ดว้ ยตนเอง/มผี ู้ช่วยเหลือ ๒.๗.๒ สามารถผนั เสียงวรรณยกุ ต์ ๑) ให้ผันเสยี งวรรณยกุ ต์ เอก ผูเ้ รยี นผนั เสยี งวรรณยุกตไ์ ดด้ ้วยตนเอง / ได้ มีผูช้ ว่ ยเหลอื ๒) ใหผ้ นั เสียงวรรณยกุ ต์ โท ผู้เรยี นผนั เสียงวรรณยุกตไ์ ด้ด้วยตนเอง / มีผชู้ ว่ ยเหลอื ๓) ใหผ้ นั เสียงวรรณยุกต์ ตรี ผู้เรยี นผันเสียงวรรณยกุ ต์ได้ดว้ ยตนเอง / มีผชู้ ่วยเหลือ ๔) ใหผ้ ันเสียงวรรณยกุ ต์ เอก โท ตรี จตั วา ผเู้ รียนผนั เสยี งวรรณยกุ ตไ์ ด้ ดว้ ยตนเอง / มีผชู้ ่วยเหลอื ๒.๘.๑ สามารถเปรียบเทยี บรูป ๑) เม่ือท่ารปู ปาก ค่าทีม่ รี ปู ปากเหมือนกนั สองครั้ง ผ้เู รยี น บอกไดว้ ่า มี ปากได้ รปู ปากเหมือนกันได้ด้วยตนเอง/มีผ้ชู ว่ ยเหลือ ๒) เมือ่ ท่ารูปปาก ค่าท่มี รี ูปปากต่างกนั สองคา่ ผเู้ รยี น บอกไดว้ า่ มีรปู ปาก

๑๖๔ ทักษะ ทกั ษะย่อย พัฒนาการที่คาดหวงั แนวการจดั กิจกรรม๒. การพูด (ตอ่ ) ๒.๙ การอา่ นริมฝปี าก ๒.๙.๑ สามารถอา่ นรมิ ฝปี ากได้ ๒.๑๐ การพดู เปน็ ค่า ต่างกนั ได้ดว้ ยตนเอง/มีผู้ช่วยเหลือ ๒.๑๐.๑ สามารถพูดออกเสียงเปน็ ๓) เมอ่ื ทา่ รูปปาก ผูเ้ รยี น ช้หี รือบอกค่าตามรูปปากน้นั ได้ด้วยตนเอง/ มผี ู้ ๒.๑๑ การออกเสยี งเป็น ค่าได้ วลี ชว่ ยเหลือ ๒.๑๑.๑ สามารถพดู ออกเสียงเป็น วลไี ด้ ๑) ผสู้ อนจดั กิจกรรม การอ่านริมฝปี ากหน้ากระจกเงา ให้ผูเ้ รียนปฏบิ ัติ ตาม ๒) เมื่อพูดเป็นคา่ ผเู้ รยี นอ่านรมิ ฝีปากได้ดว้ ยตนเอง/มผี ู้ชว่ ยเหลือ ๓) เม่ือพดู เป็นวลี ผูเ้ รยี นอา่ นรมิ ฝีปากได้ด้วยตนเอง/ มผี ู้ชว่ ยเหลอื ๔) เมือ่ พูดเปน็ ประโยค ผู้เรียน อา่ นรมิ ฝีปากไดด้ ว้ ยตนเอง /มีผูช้ ่วยเหลอื ๑) ผู้สอนและผู้เรียน นั่งหน้ากระจก หรือน่ังหันหน้าชนกันโดยให้สังเกตริม ฝีปากของครู ๒) ผู้สอนพูดออกเสียงค่าศัพท์หนึ่งพยางค์ /สองพยางค์ให้ผู้เรียน พูดตาม ทีละค่า โดยครูแก้ไขการพูดให้กับผู้เรียนโดยครูอาจใช้ส่ือ ประกอบการสอนตามความเหมาะสมเชน่ เครื่องชว่ ยฝึกพดู ๓) ผู้สอนให้พูดเป็นค่าตามบัตรภาพ ผู้เรียนเป็นค่าได้ด้วยตนเอง/ มีผู้ ชว่ ยเหลอื หรอื ใชเ้ ครื่องชว่ ยฝึกพดู ๔) ผู้สอนจัดกิจกรรมการฝึกออกเสียงเป็นค่าโดยใช้เครื่องช่วยฝึกพูดให้ ผู้เรียนและผู้ปกครอง มีส่วนรว่ มในกิจกรรมการเรียนการสอน ผู้สอน พาฝกึ ปฏิบตั ิ ๑) ผู้สอนและผู้เรียนน่ังหน้ากระจกหรือน่ังหันหน้าชนกัน โดยให้ผู้เรียน สงั เกตริมฝปี ากของผูส้ อน ๒) ผูส้ อนพูดออกเสียงคา่ ศัพท์ท่เี ปน็ ค่าวลใี หผ้ ู้เรยี นพดู ตามท่ลี ะค่า โดย

๑๖๕ ทักษะ ทกั ษะยอ่ ย พฒั นาการท่คี าดหวัง แนวการจัดกจิ กรรม๒. การพูด (ต่อ) ๒.๑๒ การพดู เปน็ ประโยค ๒.๑๓ การเล่าเร่ือง ๒.๑๒.๑ สามารถพูดออกเสยี งเปน็ ครูแก้ไขการพูดให้กับผู้เรียนโดยครูอาจใช้ส่ือประกอบการสอนตามความ๓.การใช้ ๓.๑. การใช้เครื่องชว่ ยฟัง ประโยคได้ เหมาะสม/ใชเ้ คร่ืองชว่ ยฝึกพูดเครื่องชว่ ยฟงั ๒.๑๓.๑ สามารถเลา่ นิทาน ๓) ให้พูดเป็นวลี ผู้เรียน พูดเป็นวลีได้ด้วยตนเอง / มีผู้ช่วยเหลือ / ใช้ เหตุการณ์และสง่ิ ท่สี นใจใหผ้ ู้อื่นฟัง เครอ่ื งช่วยฝกึ พดู ได้ ๑) ผู้สอนและผู้เรียนน่ังหน้ากระจกหรือน่ังหันหน้าชนกัน โดยให้ผู้เรียน ๓.๑.๑ สามารถใส่เคร่ืองช่วยฟงั ได้ สงั เกตริม ฝปี ากของผ้สู อน อย่างถูกต้อง ๒) ผู้สอนพูดออกเสียงค่าศัพท์ท่ีเป็นประโยคให้ผู้เรียนพูดตามที่ละ ประโยค โดยครูแก้ไขการพูดให้กับผู้เรียนโดยผู้สอนอาจใช้ส่ือ ประกอบการสอนตามความเหมาะสมเช่นเคร่ืองชว่ ยฝกึ พดู ๓) ให้พูดเป็นประโยค ผู้เรียนพูดเป็นประโยคได้ด้วยตนเอง / มีผู้ ช่วยเหลอื ๑) ผ้สู อนยกบตั รภาพแลว้ ให้ฝึกเลา่ นิทานโดยพูดทีละคา่ ผเู้ รียน เล่า นทิ านไดด้ ว้ ยตนเอง/ มีผู้ช่วยเหลือ ๒) ผสู้ อนใหเ้ ล่าเหตุการณท์ ผี่ ่านมาในชีวติ ประจา่ วนั งา่ ยๆ ผู้เรยี นเล่า เหตุการณ์ไดด้ ว้ ยตนเอง/มีผู้ชว่ ยเหลือ ๓) ผู้สอนใหเ้ ล่าสิ่งทสี่ นใจ ผเู้ รยี นเล่าส่ิงที่สนใจได้ดว้ ยตนเอง/มผี ู้ ช่วยเหลือ ๑) ผู้สอนอธิบายขัน้ ตอนการใสเ่ ครื่องชว่ ยฟัง ๒) ผู้สอนสาธิตการใส่เคร่ืองช่วยฟัง แลว้ ให้ผ้เู รยี นฝึกใส่เครื่องช่วยฟงั ตาม ครู ๓) ผู้สอนให้ผ้เู รยี นฝึกใสเ่ คร่ืองชว่ ยฟังดว้ ยตนเอง

๑๖๖ ทักษะ ทกั ษะยอ่ ย พัฒนาการทีค่ าดหวัง แนวการจัดกจิ กรรม๓.การใช้ ๓.๑.๒ สามารถเปดิ ปดิ เครอ่ื งช่วย ๑) ผสู้ อนอธบิ ายขน้ั ตอนการเปดิ ปิดเครือ่ งช่วยฟังเครอ่ื งช่วยฟัง(ตอ่ ) ฟังได้ ๒) ผูส้ อนสาธติ การการเปดิ ปิดเครือ่ งชว่ ยฟงั แล้วใหผ้ ูเ้ รียนฝกึ การเปดิ ปิด เครอ่ื งช่วยฟงั ตามครู ๓) ผสู้ อนให้ผเู้ รียนฝกึ ใสก่ ารเปิดปดิ เคร่ืองชว่ ยฟังดว้ ยตนเอง ๓.๑.๓ สามารถปรบั ระดับเสยี ง ๑) ผสู้ อนอธบิ ายข้นั ตอนการปรับระดบั เสยี งเครื่องชว่ ยฟงั เคร่ืองช่วยฟงั ได้ ๒) ผูส้ อนสาธิตการการปรบั ระดบั เสยี งเครื่องช่วยฟังแล้วใหผ้ ู้เรียนฝึกการ ปรบั ระดบั เสียงเคร่ืองชว่ ยฟัง ๓) ผสู้ อนใหผ้ ู้เรียนฝกึ ใส่การปรับระดบั เสียงเครื่องช่วยฟังด้วยตนเอง ๓.๑.๔ สามารถบอกได้วา่ ๑) ผู้สอนอธิบาย เครอ่ื งช่วยฟังขัดข้อง ๒) เมอ่ื เคร่ืองช่วยฟงั ท่ขี ดั ขอ้ ง ผู้เรยี นบอกไดว้ ่ามคี วามขดั ข้อง เชน่ เสียง ขาดหาย เปดิ ไม่ติด ไมไ่ ด้ยินเสยี งเปน็ ต้น ๓.๒. การดูแลรักษา ๓.๒.๑ สามารถดูแลรักษาเครื่องช่วย ๑) ผู้สอนสอนใหผ้ ู้เรยี นใช้เครื่องช่วยฟังเสรจ็ แล้ว ผูเ้ รยี นท่าความสะอาดหู เครือ่ งช่วยฟัง ฟังได้อย่างถูกวิธี ฟังได้อยา่ งถูกวิธดี ว้ ยตนเอง / มผี ชู้ ่วยเหลือ ๓.๒.๒ สามารถเปลยี่ นแบตเตอรี่ ๑) ผสู้ อนสอนให้ผเู้ รียนเปล่ยี นแบตเตอรเ่ี ครื่องชว่ ยฟัง ผเู้ รยี นเปล่ยี น เคร่ืองช่วยฟังได้ แบตเตอรเ่ี คร่ืองชว่ ยฟัง ๒) เม่ือแบตเตอร่เี ครอื่ งชว่ ยฟังหมด ผู้เรียนสามารถเปลี่ยนแบตเตอร่ี เคร่ืองชว่ ยฟังไดด้ ้วยตนเอง หรอื มีผ้สู อนคอยชว่ ยเหลือ ๓.๒.๓ สามารถเกบ็ เคร่ืองชว่ ยฟังไว้ ๑) เมอ่ื ให้ผูเ้ รียนเก็บเครื่องช่วยฟงั ผู้เรียนสามารถเกบ็ เครื่องชว่ ยฟงั ได้ ในที่เหมาะสมได้ อยา่ งถูกวิธีด้วยตนเอง / มีผ้ชู ่วยเหลอื

๑๖๗ทักษะ ทกั ษะย่อย พฒั นาการที่คาดหวัง แนวการจดั กจิ กรรม๔. การใชภ้ าษามอื ๔.๑ การใช้ภาษามือเพอ่ื ๔.๑.๑ สามารถใช้ภาษามือเพื่อการ ๑) ผู้สอนสอนเม่ือใหแ้ นะน่าตนเอง โดยใชภ้ าษามือ ผเู้ รียนใช้ภาษามือ แนะน่าตนเองได้ด้วยตนเอง / มีผชู้ ่วยเหลอืการสือ่ สารเกย่ี วกับตนเอง ส่ือสารเกี่ยวกับตนเองและ ๒) ผ้สู อนสอนให้ผเู้ รยี นรู้จักบคุ คลในครอบครัว โดยดรู ูปภาพบุคคลในและครอบครวั ครอบครวั ได้ ครอบครวั ของผู้เรยี น โดยใช้ภาษามอื ผเู้ รยี น ใชภ้ าษามอื สอื่ สารบอก ความสัมพนั ธ์ของบุคคลในครอบครัวไดด้ ้วยตนเอง / มผี ชู้ ่วยเหลอื ๓) ผู้สอนสอนให้บอกความสัมพนั ธข์ องตนเองกบั บุคคลในครอบครัวโดยใช้ ภาษามือ ผ้เู รยี นใชภ้ าษามอื บอกได้ด้วยตนเอง/มผี ู้ชว่ ยเหลือ๔.๒ การใช้ภาษามอื เพ่ือ ๔.๒.๑ สามารถใชภ้ าษามือเพอ่ื ๑) ผูส้ อนใหผ้ เู้ รยี นดูรูปภาพเครอื่ งแต่งกาย ของผู้เรียนโดยใช้ภาษามือการสอ่ื สารเกย่ี วกับการ การส่อื สารเกี่ยวกับการแตง่ กายได้ ผ้เู รยี น ใช้ภาษามือบอกเคร่อื งแต่งกายเหลา่ น้นั ได้ด้วยตนเอง /มผี ู้ ช่วยเหลอืแต่งกาย ๒) เมอื่ ใหบ้ อกเก่ียวกบั เครื่องแต่งกายของตนเอง ผู้เรยี น ใช้ภาษามอื บอก ได้ดว้ ยตนเอง/มผี ู้ช่วยเหลือ๔.๓ การใช้ภาษามอื เพื่อ ๔.๓.๑ สามารถใช้ภาษามอื เพ่อื ๑) ผู้สอนสอนให้ดรู ปู ภาพส่ิงของ เคร่อื งใช้ ท่ใี ชใ้ นชวี ิตประจ่าวัน โดยใช้ ภาษามอื ผเู้ รยี น ใชภ้ าษามือบอกตาม ได้ด้วยตนเอง/มผี ชู้ ว่ ยเหลือการส่ือสาร เกีย่ วกับ การส่ือสารเกยี่ วกับสง่ิ ของสิ่งของ เครื่องใช้ ที่ใช้ใน เครือ่ งใช้ท่ีใชใ้ นชวี ิตประจา่ วันได้ ๒) เม่ือให้บอกเกยี่ วกับชนิดของ สง่ิ ของ เครอ่ื งใช้ที่ใชใ้ นชีวิตประจา่ วัน ผเู้ รียน ใชภ้ าษามือบอก ได้ด้วยตนเอง /มผี ้ชู ่วยเหลือชีวติ ประจ่าวัน๔.๔ การใชภ้ าษามอื เพอ่ื ๔.๔.๑ สามารถใช้ภาษามือเพ่อื ๑) ผสู้ อนสอนให้ดรู ปู ภาพอาหาร โดยใช้ภาษามือ ผเู้ รยี นใชภ้ าษามอื บอก ตาม ไดด้ ้วยตนเอง / มีผูช้ ่วยเหลือการสื่อสารเก่ยี วกับอาหาร การส่อื สารเก่ยี วกับอาหารได้ ๒) เมอ่ื ใหบ้ อกเก่ยี วกับชนิดของ สิ่งของ เครอ่ื งใชท้ ่ใี ชใ้ นชีวิตประจา่ วนั ผ้เู รียน ใช้ภาษามือบอก ได้ดว้ ยตนเอง /มผี ชู้ ่วยเหลอื

๑๖๘ ทักษะ ทักษะย่อย พฒั นาการท่ีคาดหวงั แนวการจดั กจิ กรรม๔. การใช้ภาษามือ ๔.๕ การใช้ภาษามือเพ่ือ ๔.๕.๑ สามารถใชภ้ าษามือเพื่อ ๑) ผู้สอนสอนให้ดูรูปภาพผัก ผลไม้ โดยใชภ้ าษามอื ผเู้ รียนใช้ภาษามอื(ต่อ) การสือ่ สารเก่ยี วกับผัก การสอ่ื สารเก่ียวกับผกั ผลไม้ได้ บอกได้ด้วยตนเอง / มผี ู้ช่วยเหลอื ผลไม้ ๒) เมอ่ื ก่าหนดสถานการณส์ มมติ เกี่ยวกบั ผัก ผลไม้ ผเู้ รยี นใชภ้ าษามอื บอกไดด้ ้วยตนเอง/มผี ู้ชว่ ยเหลือ ๔.๖ การใช้ภาษามอื เพื่อ ๔.๖.๑ สามารถใช้ภาษามอื เพื่อ ๑) ผสู้ อนใหด้ รู ปู ภาพสตั ว์ แนะน่าสตั ว์ชนดิ ตา่ งๆ โดยใช้ภาษามือ การส่ือสารเกี่ยวกับสตั ว์ การส่ือสารเก่ียวกับสัตว์ได้ ๒) ผู้เรยี นใช้ภาษามอื บอกตามดว้ ยตนเอง / มผี ู้ช่วยเหลือ ๔.๗ การใชภ้ าษามือเพอ่ื ๔.๗.๑ สามารถใช้ภาษามอื เพ่อื ๑) ผู้สอนแนะนา่ สีชนิดตา่ งๆ โดยใช้ภาษามอื ให้ผเู้ รยี นใช้ภาษามือ การส่อื สารเกี่ยวกับสี การสอ่ื สารเกย่ี วกับสีได้ ๒) บอกตามดว้ ยตนเอง / มผี ูช้ ่วยเหลือ ๔.๘ การใช้ภาษามือเพอื่ ๔.๘.๑ สามารถใชภ้ าษามือเพ่อื ๑) ผสู้ อนสอนใหด้ ูรูปภาพรูปทรงเรขาคณติ โดยใชภ้ าษามือ การส่ือสารเก่ยี วกับรปู ทรง การสื่อสารเกี่ยวกับรปู ทรง ๒) ให้ผ้เู รยี น ใช้ภาษามอื บอกตามด้วยตนเอง / มีผ้ชู ่วยเหลือ เรขาคณิต เรขาคณติ ได้ ๔.๙ การใชภ้ าษามือเพอ่ื ๔.๙.๑ สามารถใช้ภาษามือเพอ่ื ๑) ผู้สอนสอนตัวเลข โดยใช้ภาษามือ ประกอบบัตรภาพตัวเลข การสื่อสารเกี่ยวกับการนับ การสือ่ สารเกี่ยวกับการนับจ่านวน ๒) ผเู้ รยี นใชภ้ าษามือบอกตามด้วยตนเอง / มผี ้ชู ว่ ยเหลอื จา่ นวน ได้ ๔.๑๐ การใชภ้ าษามือ ๔.๑๐.๑ สามารถใชภ้ าษามอื เพอ่ื ๑) ผสู้ อนสอนพยัญชนะโดยให้ดบู ตั รภาพพยัญชนะ และแนะน่าท่า เพอื่ การสื่อสารเกยี่ วกับ การสอ่ื สารเกีย่ วกับพยญั ชนะภาษา ภาษามือ พยญั ชนะภาษามอื มอื ได้ ๒) ผเู้ รียนใชภ้ าษามือบอกตามได้ด้วยตนเอง / มผี ชู้ ว่ ยเหลือ ๔.๑๑ การใช้ภาษามือเพ่ือ ๔.๑๑.๑ สามารถใช้ภาษามอื เพ่อื ๑) ผู้สอน เร่ืองสถานที่ต่างๆ ในชุมชนโดยใช้ภาษามอื ประกอบบัตร การส่อื สารเกย่ี วกับ การสือ่ สารเกยี่ วกับสถานทต่ี ่างๆ ภาพ สถานท่ีตา่ งๆ ในชุมชน ในชุมชนได้ ๒) ผเู้ รียนใช้ภาษามอื บอกตามไดด้ ้วยตนเอง / มผี ู้ชว่ ยเหลอื

๑๖๙ ทกั ษะ ทกั ษะย่อย พัฒนาการทคี่ าดหวงั แนวการจัดกจิ กรรม๔. การใชภ้ าษามอื ๔.๑๒ การใช้ภาษามือเพื่อ ๔.๑๒.๑ สามารถใชภ้ าษามือเพื่อ ๑) ผูส้ อนให้ดูรูปภาพยานพาหนะ ประกอบแนะนา่ ท่าภาษามือ ๒) ผู้เรยี นใช้ภาษามือบอกตามได้ดว้ ยตนเอง / มผี ู้ช่วยเหลอื(ตอ่ ) การสื่อสารเกี่ยวกับ การสอ่ื สารเกยี่ วกับยานพาหนะได้ ๓) เมื่อเหน็ ยานพาหนะ ผูเ้ รียนใช้ภาษามอื บอกได้ด้วยตนเอง/ มผี ู้ ยานพาหนะได้ ชว่ ยเหลอื ๔.๑๓ การใชภ้ าษามือ ๔.๑๓.๑ สามารถใชภ้ าษามอื ๑) ผู้สอนก่าหนดเหตุการณ์สมมติ การเดนิ ทางไปสถานทต่ี ่างๆ โดยใช้ สอื่ สารเกยี่ วกับการ สื่อสารเกย่ี วกับการเดนิ ทางได้ ภาษามอื เลา่ ประกอบ ผเู้ รียนใชภ้ าษามอื สื่อสารเกย่ี วกบั เดินทางตาม เดนิ ทาง ได้ด้วยตนเองหรือมผี ้สู อนคอยช่วยเหลอื เช่น สัญญาณจราจร ต่างๆ ทิศทาง

๑๗๐บญั ชคี าศพั ท์ คาศพั ท์ หมวด การทักทาย การยกมือไหว้ การย้มิ การแสดงความเคารพ การใช้ภาษามือเรยี กชื่อ เป็นตน้การสอ่ื สาร การตอบรับ การพยักหน้า หวั เราะ สนั่ ศีรษะ แสดงสีหนา้ พอใจ แสดงความสนใจ การปฏเิ สธ การปฏิบัติตามคาสง่ั กิน นอน เดนิ วง่ิ คลาน นงั่ กระโดด การเลยี นแบบ การหยบิ ไป มา เล่น จับ ชี้ หยดุบคุ คลร่างกาย สมาชกิ ในครอบครวั พ่อ แม่ปู่ ยา่ ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา พ่ี นอ้ ง หลาน พ่สี าว พ่ชี าย นอ้ งชาย น้องสาว ลกูส่งิ ของเคร่ืองใช้ บุคคลรอบข้างครู หมอ เพ่อื น ตา่ รวจ ทหาร แม่ค้า พอ่ คา้ยานพาหนะ รา่ งกาย ตา หู จมูก ปาก ผม ฟนั แขน ขา มือ เทา้ เล็บสัตว์ หอ้ งนอนเตียงนอน โคมไฟ หมอน ผา้ ห่ม แอร์ พัดลม พรมเชด็ เทา้ หอ้ งนาแปรงสีฟนั ยาสีฟนั ส้วม กระดาษช่าระ กระจก สบู่ ยาสระผม โลชัน่สี ห้องครัวจาน ชาม ถ้วย กระทะ ตะหลิว กานา่้ รอน ช้อน สอ้ ม หม้อ เครือ่ งปง้ิ ขนมปงั ตู้เย็น เตาแก๊ส มดี แกว้ นา่้ เขียงจ่านวนนับ/ตวั เลข ห้องเรยี น โตะ๊ เก้าอี้ สมดุ หนงั สอื ไม้บรรทัด ดินสอ ปากกา ยางลบ ดินสอสี ทางบกรถจักรยาน รถจักรยานยนต์ รถตู้ รถบรรทุก รถโดยสารประจ่าทาง รถกระบะ รถพยาบาล รถดบั เพลิง รถไฟ รถไฟฟ้า ทางนาเรือ ทางอากาศเครื่องบนิ เฮลคิ อปเตอร์ สัตว์บก สนุ ขั เสือ สิงโต ชา้ ง มา้ ววั ควาย แมว กระตา่ ย หมี ยีราฟ กวาง แกะ แพะ กระรอก ลงิ สตั ว์นา ปลา กงุ้ หอย ปลาวาฬ ปลาฉลาม หมู หนู สัตวป์ กี นก ไก่ เป็ด สตั วเ์ ลอื ยคลาน งู จระเข้ เตา่ ไส้เดอื น สี สีขาว แดง ดา่ ชมพู นา่้ เงนิ เขียว เหลือง สม้ ฟ้า น่า้ ตาลเทา ทอง เงนิ ตวั เลข 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 (ตัวเลข ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐)

๑๗๑ หมวด คาศพั ท์อาหาร จานวนนบั 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 (ตวั เลข ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐)กิจวตั รประจ่าวนั อาหารคาว /หวาน ข้าวสวย ข้าวต้ม ข้าวเหนยี ว โจ๊ก ขา้ วผัด หมูทอด ไขเ่ จียว ไข่ดาว ไขต่ ม้ กว๋ ยเตีย๋ ว ไกย่ าง ไกท่ อด ราดหน้าความรสู้ กึ ผกั ซอี ว๋ิ แกงเผ็ด แกงจดื ลกู ชนิ้ ขนมปังกีฬา เคร่ืองดม่ื นม นา้่ ส้ม นา้่ ผลไม้ น่า้ สตอเบอรร่ี โอวลั ติน ชา กาแฟ น่า้ แข็ง น้่าเปล่า ชาเขยี ว น่้าอดั ลม ผลไม้ ส้ม กลว้ ย องนุ่ มะละกอ ทเุ รียน แอบเปลิ สบั ปะรด น้อยหนา่ มังคดุ ฝรง่ั มะมว่ ง มะพร้าวล่าไย ลิน้ จ่ี การรับประทานอาหาร กิน อร่อย เอาใหม่ หวิ ไมอ่ ร่อย เผด็ เคม็ หวาน เปรย้ี ว ธรรมดา ด่ืมนา่้ การแตง่ กาย เสือ้ แขนส้ัน เสื้อแขนยาว กางเกงขาสน้ั กางเกงขายาว กระโปรง ผา้ เช็ดหน้า ผ้าขาวมา้ ถงุ มือ เขม็ ขัด เนคไท รองเทา้ ถุงเทา้ การทาความสะอาดรา่ งกาย อาบน้่า แปรงฟัน ลา้ งหน้า ปสั สาวะ อจุ จาระ ลา้ งมอื สระผม หวิ อิม่ สบาย เหนื่อย ร้อน หนาว เยน็ รกั โกรธ ดใี จ เสียใจ เจ็บ ปวด กลวั พอใจ ไม่พอใจ ตกใจ ตื่นเตน้ วง่ิ ว่ายน่้า ฟุตบอล บาสเกตบอล เทเบิลเทนนิส แบดมินตนั กอล์ฟ เปตอง มวย ตะกร้อหมายเหตุ ค่าศัพท์สามารถเปล่ียนแปลงได้ ตามความสามารถของเด็กที่มคี วามบกพรอ่ งทางการได้ยิน สถานการณ์ ฤดกู าล ภมู ภิ าค ตามวตั ถปุ ระสงค์ของ ผู้สอนและผู้ปกครองควรเขา้ มามีสว่ นรว่ มในการส่งเสรมิ พัฒนาการ เชน่ การฝึกฟัง ฝึกพูด การใช้เคร่ืองช่วยฟัง ท่าให้การสอนทักษะทีจ่ า่ เป็น เป็นไปอยา่ งต่อเนอื่ งทงั้ ที่ศนู ยก์ ารศกึ ษาพเิ ศษ และที่บ้าน

กล่มุ ทกั ษะจำเปน็ เฉพำะสำหรบั เดก็ ท่ีมคี วำมบกพรอ่ งทำงสติปญั ญำ เป็นการพฒั นาพฤติกรรมการปรับตวั ในการดารงชวี ิตในสังคม ซึง่ ผู้เรียนอาจไดร้ ับการพัฒนาทกั ษะใดทักษะหนง่ึ หรือใน ๑๐ พฤติกรรมน้ี ประกอบด้วย(๑) การสือ่ ความหมาย (Communication) (๒) การดูแลตนเอง (Self-care) (๓) การดารงชวี ิตภายในบา้ น (Home living) (๔) การปฏิสัมพนั ธก์ บั ผู้อื่นในสังคม(Social and Interpersonal Skills) (๕) การใช้แหล่งทรัพยากรในชมุ ชน (Use of Community Resources) (๖) การควบคมุ ตนเอง (Self- direction) (๗) การนาความรู้มาใชใ้ นชวี ิตประจาวนั (Functional Academic Skills) (๘) การใช้เวลาวา่ ง (Leisure) (๙) การทางาน (Work) (๑๐) การมีสขุ อนามยั และความปลอดภัยเบือ้ งตน้ (Health and Safety) การพัฒนาเด็กที่มีความจาเป็นพิเศษตามหลักสูตรนี้อาจจะใชบ้ รกิ ารนักกจิ กรรมบาบัดในศนู ย์การศึกษาพเิ ศษหรอื ในโรงพยาบาลหรือตามระบบคูปองบญั ชี ค

กลุ่มทกั ษะจำเป็นเฉพำะสำหรบั เดก็ ทีม่ ีควำมบกพร่องทำงรำ่ งกำยหรอื กำรเคลอื่ นไหวหรอื สขุ ภำพ๑. คำอธิบำยรำยกลุ่มทักษะ กลุ่มทักษะจำเป็นเฉพำะเด็กที่มีควำมบกพร่องทำงร่ำงกำย หรือกำรเคล่ือนไหว หรือสุขภำพ เป็นกำรฝึกกำรใช้อุปกรณ์เครื่องช่วยเดินกำยอุปกรณเ์ สริม กำยอุปกรณ์เทยี ม อปุ กรณด์ ดั แปลง และเทคโนโลยีสง่ิ อำนวยควำมสะดวก รวมถึงกำรดแู ลสุขอนำมยั ของตนเองเพื่อป้องกันภำวะแทรกซ้อน โดยใช้กำรปฏิบัตจิ ริง กำรสำธิต กำรวิเครำะห์งำน และกำรบูรณำกำร ท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ จำกผู้มีควำมชำนำญเฉพำะด้ำน มีทีมสหวิทยำกำรผูป้ กครอง ครอบครวั ชมุ ชน และผทู้ เี่ กี่ยวข้องมีสว่ นร่วมในกำรพฒั นำศกั ยภำพผเู้ รยี น เพือ่ ให้ผ้เู รียนสำมำรถใชก้ ลำ้ มเนอื้ มัดใหญ่ กลำ้ มเน้ือมัดเล็กได้อยำ่ งประสำนสมั พนั ธ์ ปฏิบัติกิจวตั รประจำวนั ได้อยำ่ งเหมำะสม สนใจต่อกำรเรยี นรู้สงิ่ ต่ำงๆ รอบตัว เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับผูอ้ ื่นได้ อยำ่ งมีควำมสขุ๒. วัตถุประสงค์รำยกลมุ่ ทกั ษะ ๑) เพอ่ื ให้ผู้เรยี นใช้อุปกรณ์เคร่ืองช่วยเดิน กำยอุปกรณ์เสริม กำยอปุ กรณเ์ ทยี ม อปุ กรณ์ดัดแปลงและเทคโนโลยีส่ิงอำนวยควำมสะดวกได้ ๒) เพ่ือให้ผเู้ รียนสำมำรถช่วยเหลือตนเองในกำรทำกิจวตั รประจำวนั ได้ ๓) เพอื่ ให้ผู้เรยี นสำมำรถดูแลสุขอนำมัยของตนเองไมใ่ ห้เกิดภำวะแทรกซ้อนได้ ๔) เพ่อื ใหผ้ ูเ้ รียนมีควำมพร้อมในกำรศกึ ษำระดับสงู ขน้ึ

๑๗๔๓. แนวกำรจดั กจิ กรรมกำรเรยี นรูท้ ักษะจำเปน็ เฉพำะสำหรับเด็กทมี่ คี วำมบกพรอ่ งทำงร่ำงกำย หรอื กำรเคล่อื นไหว หรอื สุขภำพ ทักษะ ทักษะยอ่ ย พัฒนำกำรทค่ี ำดหวงั แนวกำรจดั กจิ กรรม ๑.๑.๑ สำมำรถเคล่ือนยำ้ ยตัวจำก๑.กำรใช้อุปกรณ์ ๑.๑ กำรเขำ้ ถึงอุปกรณ์ ทห่ี นงึ่ เข้ำไปอยู่ใน Walker ได้ ๑) ผู้สอนให้ผู้เรียนเคล่ือนย้ำยตัวจำกเก้ำอ้ีไปยัง Walker ด้วยตนเองเครอื่ งช่วยเดนิ เครือ่ งชว่ ยเดิน โดยขยับตัวมำทำงด้ำนหน้ำเก้ำอ้ีเล็กน้อย เท้ำวำงรำบกับพ้ืน โน้มตัว(Walker รถเขน็ ๑.๑.๒ สำมำรถเคล่อื นย้ำยตวั จำก มำด้ำนหน้ำ มือท้ังสองข้ำงจับบริเวณด้ำนบนของ Walker ลงน้ำหนักไมเ้ ทำ้ ไม้ค้ำยนั ) ที่หนงึ่ เขำ้ ไปอยู่ในเก้ำอี้รถเข็น ได้ ทแี่ ขนทัง้ สองขำ้ งเพอื่ ยันตัวขึน้ พยำยำมทรงตวั ตั้งตรง ๒) ผู้สอนให้ผู้เรียนเคล่ือนย้ำยตัวจำกพ้ืนไปยัง Walker ด้วยตนเอง โดยจดั ท่ำให้อยู่ในทำ่ เทพธดิ ำ มือทง้ั สองขำ้ งจับบริเวณขำของ Walker จำกน้ันยกตัวขั้นให้อยู่ในท่ำคุกเข่ำ ตั้งเข่ำข้ำงใดข้ำงหนึ่งข้ึนให้อยู่ใน ทำ่ ก่งึ คกุ เขำ่ ใช้แขนและมือเหน่ียวตวั ขึน้ ให้อยใู่ นทำ่ ยนื ตรง ๑) ผู้สอนให้ผู้เรียนเคล่ือนย้ำยตัวจำกเตียงไปยัง เก้ำอ้ีรถเข็น (ในกรณี เก้ำอี้รถเข็นอยู่ดำ้ นหน้ำเตยี ง)โดยจัดท่ำผเู้ รียนให้อยู่ในทำ่ น่ังเหยียดขำ ท้ังสองข้ำง ล็อคล้อรถเข็น หันหลังเข้ำหำเก้ำอ้ีรถเข็น ใช้มือยันพ้ืน เตียงเพื่อเล่ือนตัวเข้ำไปใกล้รถเข็น จำกนั้นใช้มือทั้งสองข้ำงจับบริเวณ ท่ีพักแขนรถเข็นทำงด้ำนหน้ำลงน้ำหนักมือท้ังสองข้ำงยกตัวขึ้นเล่ือน ตัวเข้ำไปนั่งในรถเข็น ปลดล็อคล้อรถเข็นเลื่อนรถเข็นออกเพื่อให้วำง เท้ำได้ ๒) ผู้สอนบอกให้ผู้เรียนเคล่ือนย้ำยตัวจำกพ้ืนข้ึนไปที่เก้ำอ้ีรถเข็น โดยจัด ท่ำให้ผู้เรยี นอยู่ในท่ำยนื เขำ่ ล็อคล้อรถเขน็ ใช้มือจบั บริเวณทน่ี ั่งหรือท่ี วำงแขนเพื่อยันตัวลุกขึ้นยืน หลังจำกนนั้ หมุนตัวนั่งลงในรถเข็น ยกขำ วำงบนทพ่ี ักเทำ้ รถเขน็

๑๗๕ ทักษะ ทกั ษะย่อย พฒั นำกำรท่ีคำดหวงั แนวกำรจดั กิจกรรม ๑.๑.๓ สำมำรถเคลื่อนย้ำยตัวจำก๑. กำรใช้อุปกรณ์ ๑.๑ กำรเขำ้ ถงึ อุปกรณ์ ทีห่ นึ่งเข้ำไปอยู่ในไม้ค้ำยันได้ ๑) ผู้สอนให้ผู้เรียนเคลื่อนย้ำยตัวจำกเก้ำอ้ีไปยังไม้ค้ำยัน โดยให้ผู้เรียนเครื่องชว่ ยเดนิ เคร่ืองช่วยเดนิ (ต่อ) ขยับตัวมำทำงด้ำนหน้ำเก้ำอ้ีเล็กน้อย ใช้มือทั้งสองข้ำงจับไม้ค้ำยันตั้ง(Walker รถเขน็ ๑.๑.๔ สำมำรถเคล่ือนย้ำยตัวจำก ให้มน่ั คง จำกนั้นโน้มตวั มำทำงดำ้ นหน้ำแล้วลงน้ำหนักท่ีมือท้งั สองขำ้ งไม้เทำ้ ไมค้ ้ำยัน) ทหี่ น่งึ เข้ำไปอยู่ในไม้เท้ำได้ ลกุ ข้นึ ยนื(ตอ่ ) ๑.๒.๑ สำมำรถทรงตวั อยู่ใน ๒) ผู้สอนให้ผู้เรียนเคลื่อนย้ำยตัวจำกพื้นไปยังไม้ค้ำยันโดยให้ผู้เรียนอยู่ใน ๑.๒ กำรทรงตวั อยใู่ น Walker ได้ ท่ำยืนเข่ำ ใช้มือทั้งสองข้ำงจับไม้ค้ำยันต้ังให้มั่นคง จำกนั้นลงน้ำหนัก อปุ กรณ์เครื่องช่วยเดนิ มอื ทัง้ สองขำ้ งยันตัวยืน ๑.๒.๒ สำมำรถทรงตัวอยู่ใน เกำ้ อี้ รถเขน็ ได้ ผู้สอนให้ผู้เรียนเคลื่อนย้ำยตัวจำกเก้ำอี้ไปยังไม้เท้ำโดยให้ผู้เรียนขยับ ๑.๒.๓ สำมำรถทรงตัวอยู่ในไม้คำ้ ตัวมำทำงด้ำนหน้ำเก้ำอ้ีเล็กน้อย ใช้มือข้ำงที่ถนัดหรือข้ำงท่ีมีแรงจับไม้ ยนั ได้ เทำ้ ให้ม่งั คง จำกน้นั โนม้ ตวั มำทำงด้ำนหนำ้ ลงนำ้ หนกั ท่มี ือยนั ตวั ลุกขน้ึ ยืน ๑.๒.๔ สำมำรถทรงตวั อยู่ในไมเ้ ท้ำ ได้ ผ้สู อนให้ผ้เู รียนยนื ทรงตัวโดยใช้ Walker ใช้มือทั้งสองข้ำงจับบรเิ วณที่ รองมือให้ถูกตำแหน่ง ลำตัวตั้งตรง ขำทั้งสองข้ำงแยกออกจำกกัน เล็กนอ้ ย เทำ้ แนบระนำบกับพืน้ ผู้สอนให้ผู้เรียนนั่งทรงตัวบนรถเข็น ลำตัวตั้งตรงชิดกับพนักพิงของ รถเข็น ศีรษะอยแู่ นวก่ึงกลำงลำตัว เทำ้ วำงบนที่พักเทำ้ ของรถเขน็ ผู้สอนให้ผู้เรียนยืนทรงตัว พร้อมใช้ไม้ค้ำยัน โดยให้ไม้ค้ำยันตั้งตรง สอดใต้แขนบรเิ วณรกั แร้มือจับบริเวณทจ่ี ับ ปลำยไมเ้ ท้ำวำงระนำบกับพ้นื ผู้สอนให้ผู้เรียนยืนทรงตัวพร้อมใช้ไม้เท้ำ มือจับบริเวณที่จับ ลำตัวตั้ง ตรงเท้ำวำงระนำบกบั พ้ืน

๑๗๖ ทกั ษะ ทักษะย่อย พฒั นำกำรทีค่ ำดหวงั แนวกำรจัดกิจกรรม ๑.๓.๑ สำมำรถทรงตวั อยู่ใน๑. กำรใชอ้ ปุ กรณ์ ๑.๓ กำรทรงตวั อยู่ใน Walker ได้เม่ือมแี รงตำ้ น ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนยืนทรงตวั อยู่ใน Walker โดยผสู้ อนใหแ้ รงต้ำนจำกกำรเครอ่ื งชว่ ยเดิน อุปกรณ์เครอื่ งชว่ ยเดนิ ได้ ใช้มือแตะบริเวณไหล่ขวำแล้วให้แรงผลักมำทำงซ้ำย ใช้มือแตะบริเวณ(Walker รถเข็น เม่ือมีแรงตำ้ น ๑.๓.๒ สำมำรถทรงตัวอยู่ในเกำ้ อ้ี ไหลซ่ ้ำยแล้วให้แรงผลึกมำทำงขวำ ใช้มือแตะบรเิ วณด้ำนหลังแล้วผลักมำไมเ้ ท้ำ ไมค้ ้ำยนั ) รถเข็นได้เมอ่ื มแี รงต้ำน ทำงด้ำนหน้ำ และใช้มือแตะบริเวณหน้ำอกแล้วผลักมำทำงด้ำนหลังโดย(ตอ่ ) แรงทใี่ ช้ตอ้ งเริม่ จำกนอ้ ยไปมำก โดยคำนึงถึงควำมปลอดภยั ๑.๓.๓ สำมำรถทรงตวั อยู่ในไม้ค้ำ ยนั ไดเ้ มื่อมแี รงตำ้ น ผู้สอนให้ผู้เรียนใช้เก้ำอ้ีรถเข็น น่ังทรงตัวบนเก้ำอี้รถเข็น โดยผู้สอนให้ แรงต้ำนจำกกำรใช้มือแตะบริเวณไหล่ขวำแล้วให้แรงผลักมำทำงซ้ำย ๑.๓.๔ สำมำรถทรงตัวอยู่ในไมเ้ ท้ำ ใช้มือแตะบริเวณไหล่ซ้ำยแล้วให้แรงผลึกมำทำงขวำ ใช้มือแตะบริเวณ ไดเ้ มื่อมีแรงต้ำน ด้ำนหลังแล้วผลักมำทำงด้ำนหน้ำ และใช้มือแตะบริเวณหน้ำอกแล้วผลัก มำทำงด้ำนหลังโดยแรงที่ใช้ต้องเริ่มจำกน้อยไปมำก โดยคำนึงถึงควำม ปลอดภัย ผู้สอนให้ผู้เรียนใช้ไม้ค้ำยัน ยืนทรงตัวพร้อมกับจับไม้ค้ำยันโดยผู้สอน ให้แรงต้ำนจำกกำรใช้มือแตะบริเวณไหล่ขวำแล้วให้แรงผลักมำทำงซ้ำย ใช้มือแตะบริเวณไหล่ซ้ำยแล้วให้แรงผลึกมำทำงขวำ ใช้มือแตะบริเวณ ด้ำนหลังแล้วผลักมำทำงด้ำนหน้ำ และใช้มือแตะบริเวณหน้ำอกแล้วผลัก มำทำงด้ำนหลังโดยแรงท่ีใช้ต้องเริ่มจำกน้อยไปมำก โดยคำนึงถึงควำม ปลอดภยั ผู้สอนให้ผู้เรียนใช้ไม้เท้ำ ยืนทรงตัวพร้อมกับจับไม้เท้ำโดยผู้สอนให้ แรงต้ำนจำกกำรใช้มือแตะบริเวณไหล่ขวำแล้วให้แรงผลักมำทำงซ้ำย ใช้มือแตะบริเวณไหล่ซ้ำยแลว้ ใหแ้ รงผลึกมำทำงขวำใชม้ อื แตะ

๑๗๗ ทักษะ ทกั ษะย่อย พัฒนำกำรทคี่ ำดหวัง แนวกำรจัดกิจกรรม๑. กำรใชอ้ ปุ กรณ์ ๑.๔ กำรทรงตวั อยใู่ น ๑.๔.๑ สำมำรถทรงตัวอยู่ใน บรเิ วณดำ้ นหลังแลว้ ผลักมำทำงดำ้ นหนำ้ และใช้มือแตะบริเวณเครื่องชว่ ยเดนิ อุปกรณ์เครอื่ งช่วยเดนิ โดย Walker โดยมกี ำรถำ่ ยน้ำหนักไป หน้ำอกแล้วผลักมำทำงดำ้ นหลงั โดยแรงท่ีใชต้ อ้ งเร่ิมจำกน้อยไปมำก(Walker รถเข็น มีกำรถ่ำยน้ำหนักไปใน ในทิศทำงตำ่ งๆได้ โดยคำนึงถงึ ควำมปลอดภัย ทิศทำงต่ำงๆได้ไม้เท้ำ ไมค้ ้ำยนั ) ผู้สอนให้ผู้เรียนใช้ Walkerยืนทรงตัวอยู่ใน Walker โดยมีกำรถ่ำย(ต่อ) น้ำหนักไปด้ำนซ้ำย พร้อมกับใชม้ ือขวำหยิบของทำงด้ำนซ้ำย ถ่ำยน้ำหนัก ไปด้ำนขวำ พร้อมกับใช้มือซ้ำยหยิบของทำงด้ำนขวำถ่ำยน้ำหนักไป ๑.๔.๒ สำมำรถทรงตัวอยู่ในเก้ำอ้ี ด้ำนหน้ำพร้อมกับใช้มือซ้ำยหยิบของทำงด้ำนหน้ำและถ่ำยน้ำหนักไป รถเขน็ โดยมกี ำรถำ่ ยน้ำหนักไปใน ดำ้ นหลัง พรอ้ มกบั ใชม้ ือซ้ำยหยบิ ของทำงดำ้ นหลัง ทิศทำงตำ่ งๆได้ ผู้สอนให้ผู้เรียนใช้เก้ำอี้รถเข็นน่ังทรงตัวบนเก้ำอี้รถเข็นโดยมีกำรถ่ำย ๑.๔.๓ สำมำรถทรงตัวอยู่ในไม้คำ้ น้ำหนักไปดำ้ นซ้ำย พรอ้ มกับใช้มือขวำหยิบของทำงดำ้ นซ้ำย ถ่ำยน้ำหนัก ยันโดยมกี ำรถ่ำยนำ้ หนักไปใน ไปด้ำนขวำ พร้อมกับใช้มือซ้ำยหยิบของทำงด้ำนขวำถ่ำยน้ำหนักไป ทศิ ทำงต่ำงๆได้ ด้ำนหน้ำพร้อมกับใช้มือซ้ำยหยิบของทำงด้ำนหน้ำและถ่ำยน้ำหนักไป ด้ำนหลัง พร้อมกบั ใชม้ ือซำ้ ยหยบิ ของทำงดำ้ นหลงั ผสู้ อนให้ผู้เรยี นใชไ้ ม้เค้ำยนั และยืนทรงตัวพรอ้ มกับจบั ไม้คำ้ ยนั โดยมี กำรถ่ำยน้ำหนักไปด้ำนซ้ำย พร้อมกับใช้มือขวำหยิบของทำงด้ำนซ้ำย ถ่ำยน้ำหนักไปด้ำนขวำ พร้อมกับใช้มือซ้ำยหยิบของทำงด้ำนขวำถ่ำย น้ำหนักไปด้ำนหน้ำพร้อมกับใช้มือซ้ำยหยิบของทำงด้ำนหน้ำและถ่ำย นำ้ หนักไปด้ำนหลงั พรอ้ มกบั ใช้มอื ซำ้ ยหยบิ ของทำงด้ำนหลัง

๑๗๘ ทักษะ ทักษะยอ่ ย พฒั นำกำรทคี่ ำดหวัง แนวกำรจัดกจิ กรรม๑. กำรใช้อปุ กรณ์ ๑.๕ กำรเคลื่อนยำ้ ยตัว ๑.๔.๔ สำมำรถทรงตวั อยู่ในไม้เท้ำ ๑) ผู้สอนให้ผู้เรียนใช้ไม้เท้ำ ยืนทรงตัวพร้อมกับจับไม้เท้ำโดยมีกำรถ่ำยเคร่ืองช่วยเดิน ด้วยอปุ กรณ์เครื่องชว่ ย(Walker รถเขน็ เดนิ บนทำงรำบและทำง โดยมกี ำรถ่ำยนำ้ หนักไปในทิศทำง น้ำหนักไปด้ำนซ้ำย พร้อมกับใช้มือขวำหยิบของทำงด้ำนซ้ำย ถ่ำยไม้เท้ำ ไมค้ ้ำยนั ) ลำด(ตอ่ ) ต่ำงๆได้ น้ำหนักไปด้ำนขวำ พร้อมกับใช้มือซ้ำยหยิบของทำงด้ำนขวำถ่ำย น้ำหนักไปด้ำนหน้ำพร้อมกับใช้มือซ้ำยหยิบของทำงด้ำนหน้ำและถ่ำย น้ำหนักไปด้ำนหลัง พร้อมกบั ใช้มอื ซำ้ ยหยบิ ของทำงด้ำนหลัง ๑.๕.๑ สำมำรถเคลอื่ นย้ำยตวั เอง ๑) ผู้สอนให้ผู้เรียนใช้ Walker เดินไปด้ำนหน้ำบนทำงรำบโดยให้ผู้เรียน ไปด้ำนหน้ำโดยใช้ Walker บนทำง ยก Walker ไปทำงด้ำนหน้ำ จำกนั้นก้ำวเท้ำข้ำงใดข้ำงหนึ่งตำมด้วย รำบและทำงลำดได้ อีกข้ำงทำซ้ำไปเรอ่ื ยๆจนถงึ จุดหมำย ๒) ผู้สอนให้ผู้เรียนใช้ Walker เดินไปด้ำนหน้ำบนทำงลำดโดยให้ผู้เรียน ยก Walker ไปทำงด้ำนหน้ำ จำกนั้นก้ำวเท้ำข้ำงใดข้ำงหนึ่งตำมด้วย อกี ข้ำง ทำซำ้ ไปเร่อื ยๆจนถึงจุดหมำย ๑.๕.๒ สำมำรถเคลือ่ นยำ้ ยตวั เอง ๑) ผู้สอนให้ผู้เรียนใช้เก้ำอ้ีรถเข็น เข็นไปด้ำนหน้ำบนทำงรำบโดยให้ ไปดำ้ นหน้ำโดยใช้ เกำ้ อ้รี ถเข็นบน ผูเ้ รียนใช้มือจบั ที่ hand rim ดนั ไปดำ้ นหนำ้ ทำงรำบและทำงลำดได้ ๒) ผูส้ อนให้ผูเ้ รยี นใชเ้ ก้ำอร้ี ถเขน็ เข็นเก้ำอีร้ ถเขน็ ไปด้ำนหนำ้ บนทำงลำด โดยใหผ้ ู้เรียนใช้มือจับท่ี hand rim ดันไปดำ้ นหนำ้ ๑.๕.๓ สำมำรถเคลอื่ นย้ำยตวั เอง ๑) ผู้สอนให้ผู้เรียนใช้ไม้เค้ำยันเดินไปด้ำนหน้ำบนทำงรำบโดยให้ผู้เรียน ไปด้ำนหนำ้ โดยใชไ้ ม้ค้ำยันบนทำง ยกไม้ค้ำยันด้ำนขวำไปด้ำนหน้ำ ตำมด้วยเท้ำซ้ำย จำกน้ันยกไม้ค้ำยัน รำบและทำงลำดได้ ดำ้ นซำ้ ยไปดำ้ นหนำ้ ตำมดว้ ยเท้ำขวำ ทำซำ้ เรือ่ ยจนถึงจดุ หมำย ๒) ผู้สอนให้ผู้เรียนใช้ไม้เค้ำยันเดินไปด้ำนหน้ำบนทำงลำดโดยให้ผู้เรียน ยกไม้ค้ำยันด้ำนขวำไปด้ำนหน้ำ ตำมด้วยเท้ำซ้ำย จำกนั้นยกไม้ค้ำยัน ด้ำนซ้ำยไปด้ำนหน้ำ ตำมด้วยเทำ้ ขวำ ทำซ้ำเร่ือยจนถงึ จุดหมำย

๑๗๙ ทกั ษะ ทักษะย่อย พฒั นำกำรทค่ี ำดหวงั แนวกำรจดั กจิ กรรม๒. กำรใช้กำย ๒.๑ ใช้กำยอปุ กรณเ์ สรมิ ๑.๕.๔ สำมำรถเคล่อื นย้ำยตวั เองไป ๑) ผู้สอนให้ผู้เรียนใชไ้ ม้เท้ำ เดินไปด้ำนหนำ้ บนทำงรำบโดยให้ผ้เู รียนยกไม้อุปกรณ์เสรมิ(เบสรสขำสน้ั ๓.๑ กำรใช้กำยอุปกรณ์ ดำ้ นหนำ้ โดยใช้ ไม้เทำ้ บนทำงรำบ เท้ำไปทำงด้ำนหน้ำ ตำมด้วยเท้ำด้ำนตรงข้ำม จำกน้ันก้ำวเท้ำอีกด้ำนรองเท้ำพเิ ศษ เทียมในกำรทำกิจกรรมอุปกรณ์ดำมข้อ) ตำ่ งๆในชีวิตประจำวนั และทำงลำดได้ ตำม ทำซ้ำไปเรื่อยๆจนถงึ จุดหมำย๓. กำรใชก้ ำย ๒) ผู้สอนให้ผู้เรียนใช้ไม้เท้ำ เดินไปด้ำนหน้ำบนทำงลำดโดยให้ผู้เรียนยกอปุ กณ์เทยี มในกำรเคล่อื นไหว ไมเ้ ท้ำไปทำงด้ำนหน้ำ ตำมด้วยเท้ำด้ำนตรงข้ำม จำกน้ันกำ้ วเท้ำอีกดำ้ น ตำม ทำซ้ำไปเรอ่ื ยๆจนถงึ จุดหมำย ๒.๑.๑ สำมำรถถอดและใส่กำย ๑) สำธติ วิธีกำรถอดกำยอปุ กรณ์เสริม จำกน้ันให้ผ้เู รียนทำตำมทลี ะ อุปกรณ์เสรมิ ได้ ขั้นตอน และทำตัง้ แต่ตน้ จบจบซ้ำๆ ๒) สำธิตวิธีกำรใส่กำยอุปกรณ์เสริม จำกนั้นให้ผู้เรียนทำตำมทีละ ขน้ั ตอน และทำต้งั แต่ต้นจบจบซ้ำๆ ๒.๑.๒ สำมำรถยืนด้วยกำย ผู้สอนให้ผู้เรียนยืนโดยใส่กำยอุปกรณ์เสริม ผู้สอนสอนวิธีจัดท่ำทำง อปุ กรณ์เสรมิ ได้ กำรยืนท่ีเหมำะสม จำกน้ันให้ผู้เรียนยืนโดยใช้กำยอุปกรณ์เสริมด้วย ตนเอง ๒.๑.๓ สำมำรถเดนิ ด้วยกำยอุปกรณ์ ผสู้ อนใหผ้ ู้เรยี นเดินโดยใช้กำยอุปกรณ์เสรมิ ผูส้ อนสอนวิธกี ำรก้ำวเดิน ได้ ทเี่ หมำะสม จำกน้นั ให้ผเู้ รียนเดนิ โดยใชก้ ำยอุปกรณ์เสริมดว้ ยตนเอง ๓.๑.๑ สำมำรถถอดและใส่กำย สำธิตวิธีกำรถอดและใส่กำยอุปกรณ์เทียม จำกน้ันให้ผู้เรียนทำตำมที อุปกรณ์เทยี มได้ ละข้ันตอน และทำตั้งแต่ตน้ จบจบซำ้ ๆ

๑๘๐ ทักษะ ทักษะย่อย พัฒนำกำรทค่ี ำดหวงั แนวกำรจดั กิจกรรม๓. กำรใช้กำยอปุ กณเ์ ทียมใน ๔.๑ กำรใชอ้ ุปกรณ์ ๓.๑.๒ สำมำรถใชก้ ำยอุปกรณ์ ผู้สอนให้ผู้เรียนใช้กำยอุปกรณ์เทียมในกำรเคลื่อนไหวในท่ำทำงกำรเคลือ่ นไหว ดดั แปลงในกำรช่วยเหลอื(ตอ่ ) ตนเองในชีวิตประจำวัน เทียมในกำรทำกิจกรรมต่ำงๆใน ต่ำงๆ เช่น งอ เหยียด กำงหุบ แขนและขำ จำกนั้นจึงให้ลองทำกิจกรรม๔ กำรใชอ้ ปุ กรณ์ดัดแปลง (ชอ้ น ๕.๑ กำรใช้เทคโนโลยีสง่ิ ชีวติ ประจำวนั ได้ ในชีวิตประวันอย่ำงง่ำย เช่น กำรหยิบจับอำหำรเข้ำปำก กำรเดินไปเข้ำดดั แปลง เก้ำอ้ี อำนวยควำมสะดวกเพ่ือดดั แปลง) กำรศกึ ษำ หอ้ งน้ำ๕. กำรใช้ ๔.๑.๑ สำมำรถสวมใสอ่ ุปกรณ์ สำธิตวิธีกำรใส่หรือเคล่ือนย้ำยตัวไปยังอุปกรณ์ดัดแปลง จำกน้ันให้เทคโนโลยสี ง่ิอำนวยควำม ดัดแปลงหรอื กำรเคลื่อนยำ้ ยตัวไป ผู้เรยี นทำตำมทลี ะข้ันตอน และทำดว้ ยตนเองต้ังแตต่ ้นจนจบซำ้ ๆสะดวกเพื่อกำรศกึ ษำ ยังอปุ กรณด์ ัดแปลงได้ ๔.๑.๒ สำมำรถใชอ้ ุปกรณด์ ดั แปลง ผสู้ อนใหผ้ ู้เรียนใช้ชอ้ นดัดแปลงตกั อำหำรเข้ำปำก ใชเ้ ก้ำอี้ดัดแปลง ในกำรช่วยเหลือตนเองใน นงั่ อำบน้ำในห้องน้ำ เปน็ ต้น ชวี ติ ประจำวันได้ ๕.๑.๑ สำมำรถใชอ้ ปุ กรณช์ ว่ ยใน สำธติ วิธีกำรใช้อุปกรณ์ชว่ ยในกำรส่ือสำร (Communication aids) กำรสื่อสำร (Communication จำกน้นั ใหผ้ ูเ้ รียนทดลองทำด้วยตนเองต้ังแต่ต้นจนจบ aids) ๕.๑.๒ สำมำรถใชอ้ ุปกรณช์ ว่ ยใน สำธิตพร้อมอธบิ ำยข้ันตอนวิธกี ำรใช้อปุ กรณ์ช่วยในกำรเขำ้ ถึง กำรเขำ้ ถึงคอมพิวเตอร์ คอมพวิ เตอร์จำกนัน้ ใหผ้ ู้เรยี นทำตำมทีละข้ันตอน เม่ือเขำ้ ใจทง้ั หมด ผ้สู อนให้ผูเ้ รยี นทดลองใชด้ ว้ ยตนเองต้งั แตต่ น้ จนจบ

๑๘๑ ทักษะ ทกั ษะย่อย พัฒนำกำรทค่ี ำดหวัง แนวกำรจดั กิจกรรม๖. กำรดแู ล ๖.๑ กำรปอ้ งกนั และกำร ๖.๑.๑ สำมำรถปอ้ งกันและดูแล ผู้สอนใหค้ วำมรแู้ ก่ผู้เรยี นและผู้ปกครองเรือ่ งกำรดแู ลและป้องกันสขุ อนำมัยของ ดแู ลแผลกดทบั แผลกดทบั ได้ แผลกดทับ ซึ่งแผลกดทับเกดิ จำกบริเวณอวัยวะส่วนน้นั ถูกกดทับเปน็ตนเองเพอ่ื ป้องกนั เวลำนำน ไม่มเี ลอื ดไปหล่อเลี้ยง ทำใหเ้ นอื้ เย่ือตำยและเกดิ แผลภำวะแทรกซ้อน วิธกี ำรดูแล๖.๒ กำรดูแลสำยสวน ๖.๒.๑ สำมำรถดแู ลสำยสวน - รกั ษำควำมสะอำดผวิ หนงั อำบนำ้ เชด็ ตัว วันละ ๒ครัง้ - ผวิ หนงั แห้งแตกใหท้ ำโลชั่น เพ่อื ใหผ้ ิวหนงั ช่มุ ชนื้ปสั สำวะ ปสั สำวะได้ - นวดรอยบุ๋ม หรือรอยทถี่ ูกกดทับ เพอื่ ช่วยใหเ้ ลือดไหลเวียนดีขึน้ - หมน่ั เปล่ียนท่ำนอนทกุ ๒ ชว่ั โมง เพ่อื ไม่ให้แรงกดเน้ือเยื่อบรเิ วณ นนั้ นำนเกินไป - ใช้หมอนรองบรเิ วณทถี่ ูกกดทับ - ขยบั ขน้ึ ลงทุก ๑ ชวั่ โมง ขณะน่ังเกำ้ อี้ – รถเข็น - เปลยี่ นผำ้ ปทู นี่ อนใหแ้ ห้งสะอำด และเรียบตึงอยเู่ สมอ ผู้สอนให้ควำมรู้แก่ผู้เรียนและผู้ปกครองเร่ืองดูแลสำยสวนปัสสำวะ ซ่งึ ผู้ป่วยมีปัญหำเร่ืองกำรถ่ำยปัสสำวะ ไม่สำมำรถควบคุมกำรขับถ่ำย ยัง มปี ัสสำวะค่ังค้ำงในกระเพำะปัสสำวะ เนื่องจำกถ่ำยออกไม่หมด จะทำให้ เกิดกำรตดิ เชื้อในระบบทำงเดนิ ปสั สำวะไดง้ ่ำยขึน้ วิธกี ำรดแู ล - ควบคุมกำรด่ืมน้ำ ๒ ลิตรต่อวัน เพ่ือระบำยสิ่งที่ตกค้ำง และทำ ใหป้ ัสสำวะใสขึ้น - ใส่ผ้ำอ้อม เลือกขนำดให้พอเหมำะกับผู้ป่วย เปล่ียนทุกครั้งท่ี ปสั สำวะ และทำควำมสะอำดบรเิ วณอวัยวะขบั ถ่ำย เชด็ ใหแ้ หง้

๑๘๒ ทกั ษะ ทกั ษะยอ่ ย พฒั นำกำรท่ีคำดหวัง แนวกำรจัดกจิ กรรม๖. กำรดูแล เสมอสขุ อนำมยั ของ - กำรใส่สำยสวนปัสสำวะ ต้องหม่ันรักษำควำมสะอำดบริเวณตนเองเพอื่ ป้องกันภำวะแทรกซ้อน อวยั วะขบั ถำ่ ยอยู่เสมอ เพื่อป้องกันกำรตดิ เชือ้(ต่อ) - คอยดูแลสำยปัสสำวะไม่ให้อุดตันหรือหักงอ เพ่ือให้ปัสสำวะไหล ๖.๓ กำรดูแลช่องขบั ถำ่ ย ๖.๓.๑ สำมำรถดแู ลช่องขับถ่ำย ได้สะดวก ติดเทปตรึงสำยปัสสำวะ เก็บถุงปัสสำวะให้ต่ำกว่ำ กระเพำะปสั สำวะ เพื่อป้องกนั กำรไหลยอ้ นกลบั บริเวณหน้ำทอ้ ง บรเิ วณหนำ้ ทอ้ งได้ ผู้สอนให้ควำมรู้แก่ผู้เรียนและผู้ปกครองเรื่องกำรดูแลช่องขับถ่ำย บริเวณหน้ำท้อง ซึ่งในผู้ป่วยอัมพำตพบปัญหำกำรขับถ่ำยอุจจำระ เนื่องจำกไม่สำมำรถควบคุมกำรขับถ่ำยได้ ยังมีปัญหำท้องผูก อุจจำระคั่ง ค้ำงอยู่ในลำไส้ อุจจำระแข็ง ปัญหำดังกล่ำวเป็นปัญหำท่ีสร้ำงควำมวิตก กังวลให้กบั ผปู้ ว่ ยมำก วิธกี ำรดูแล - กินอำหำรทมี่ กี ำกใยมำก เชน่ ผกั ผลไม้ - ด่ืมน้ำอย่ำงเพียงพอ วันละ ๖-๘ แก้ว จะช่วยให้กำรขับถ่ำยเป็น ปกติ - ออกกำลังกำย โดยฝึกเกร็งกล้ำมเนื้อหน้ำท้องให้แข็งแรง เพ่ือ ช่วยในกำรเบง่ ถำ่ ย - ฝึกควบคุมกำรถำ่ ยอจุ จำระให้เปน็ เวลำ

กล่มุ ทักษะจำเป็นเฉพำะสำหรับเดก็ ทีม่ คี วำมบกพร่องทำงพดู และภำษำ เปน็ การพัฒนาการใชภ้ าษาเพ่ือการสื่อสาร โดยการฝกึ ทักษะการฟัง การพดู การอ่าน การเขียน การใช้รูปภาพสัญลกั ษณ์ในการสื่อสาร รวมท้งั การใช้เคร่ืองช่วยในการส่ือสารในรปู แบบอ่ืนๆ การพฒั นาเด็กท่ีมีความจาเป็นพิเศษตามหลกั สูตรนี้อาจจะใช้บริการนกั กจิ กรรมบาบดั ในศนู ย์การศึกษาพเิ ศษหรอื ในโรงพยาบาลหรือตามระบบคปู องบัญชี ค

กลุ่มทักษะจำเป็นเฉพำะสำหรับเดก็ ทีม่ คี วำมบกพร่องทำงพฤติกรรมหรืออำรมณ์ เป็นการพัฒนาด้านอารมณ์ ความร้สู ึก ด้านความสนใจ การตอบสนองต่อสิ่งเร้า การปรับพฤติกรรม การปรับสภาพแวดล้อม เพ่ือลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงคแ์ ละสิง่ เรา้ การพฒั นาเด็กที่มคี วามจาเป็นพิเศษตามหลกั สตู รน้ีอาจจะใชบ้ รกิ ารนกั จิตวทิ ยาคลินกิ ในศูนยก์ ารศึกษาพิเศษหรือในโรงพยาบาลหรอื ตามระบบคูปองบญั ชี ค

กล่มุ ทักษะจำเป็นเฉพำะสำหรับเดก็ ออทสิ ตกิ๑. คำอธบิ ำยรำยกลุ่มทกั ษะ กลุ่มทักษะจำเป็นเฉพำะสำหรับเด็กออทิสติก เพื่อส่งเสริมพัฒนำกำรด้ำนควำมสนใจ กำรตอบสนองต่อสิ่งเร้ำ กำรลดพฤติกรรมท่ีไม่พึงประสงค์กำรเข้ำใจภำษำ กำรแสดงออกทำงภำษำ อำรมณ์ ควำมรสู้ กึ กำรปฏบิ ัติตำมกตกิ ำของสังคมกำรเลียนแบบกำรหลกี หนจี ำกอันตรำย โดยใช้กำรปฏิบัติจริง กำรสำธิต กำรเลียนแบบ บทบำทสมมติ กำรวิเครำะห์งำน กำรบูรณำกำร และเทคนิคกำรสอนท่ีหลำกหลำย เน้นผู้เรียนเปน็ สำคญั จำกผมู้ คี วำมชำนำญเฉพำะดำ้ น มที ีมสหวทิ ยำกำร ผู้ปกครอง ครอบครวั ชมุ ชน และผู้ทีเ่ กยี่ วขอ้ งมสี ว่ นรว่ มในกำรพฒั นำศักยภำพผู้เรียน เพ่ือให้ผู้เรียนสำมำรถช่วยเหลือตนเองได้ ใช้ภำษำในกำรสื่อสำรได้อย่ำงเหมำะสม สนใจต่อกำรเรียนรู้สิ่งต่ำงๆ รอบตัว เล่นและทำกิจกร รมร่วมกับผูอ้ ่ืนได้ มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม มวี นิ ัยในตนเอง มคี วำมรบั ผิดชอบ กำรคดิ แกป้ ญั หำ และดำรงชวี ติ ประจำวันได้อย่ำงอิสระและมีควำมสขุ๒. วัตถุประสงค์รำยกลุ่มทักษะ ๑) เพือ่ ใหผ้ เู้ รียนสำมำรถแสดงออกทำงภำษำ พฤติกรรม อำรมณ์ และควำมรสู้ ึกได้อยำ่ งเหมำะสม ๒) เพื่อใหผ้ ู้เรียนมปี ฏิสมั พันธก์ บั ผูอ้ ืน่ และปฏิบตั ติ นตำมกฎกตกิ ำของสังคมได้อยำ่ งเหมำะสม ๓) เพ่อื ให้ผูเ้ รียนมีควำมพร้อมในกำรศกึ ษำระดับสูงข้ึน

๑๘๖๓. แนวกำรจัดกิจกรรมกำรเรยี นรูท้ กั ษะจำเป็นเฉพำะสำหรับเดก็ ออทสิ ติก ทกั ษะ ทักษะยอ่ ย พัฒนำกำรที่คำดหวัง แนวกำรจัดกจิ กรรม๑. ควำมสนใจ ๑.๑ กำรควบคุมตนเองใน ๑.๑.๑ สำมำรถควบคมุ ตนเองให้ กำรทำกิจกรรม ยืนในสถำนกำรณ์ต่ำงๆได้ ๑) ผ้สู อนให้ผเู้ รยี นยนื ในพื้นท่ีในระยะเวลำที่กำหนด๒.กำรตอบสนอง ๒) ผูส้ อนให้ผ้เู รยี นยนื ต่อกันเปน็ แถวในแนวยำวตอ่ สง่ิ เรำ้ ๒.๑ กำรตอบสนองต่อ ๑.๑.๒ สำมำรถควบคมุ ตนเองให้ ๓) ให้ผูเ้ รยี นยนื เข้ำแถวในแนวยำวในสถำนกำรณต์ ่ำงๆ เช่น กำรยืนเข้ำ สิง่ เร้ำ นั่งในสถำนกำรณ์ต่ำงๆได้ แถวเคำรพธงชำติ กำรเข้ำแถวรอรบั ถำดอำหำร ๑.๑.๓ สำมำรถควบคุมตนเองใน กำรปฏบิ ัตกิ จิ กรรมจนสำเรจ็ ได้ ๑) ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนน่ังทำกิจกรรมบนเก้ำอจ้ี นสำเร็จ เชน่ นงั่ ร้อยลกู ปัด จำนวน ๓๐ เม็ด ๒.๑.๑ สำมำรถปรับกำรตอบสนอง ต่อสงิ่ เร้ำได้อยำ่ งเหมำะสม ๒) ผู้สอนใหผ้ ูเ้ รียนนัง่ บนเกำ้ อ้ีในระยะเวลำท่ีกำหนด หรอื สถำนกำรณ์ที่ กำหนด เช่น กำรนัง่ รอรบั ประทำนอำหำร กำรน่ังรอด่มื นมพรอ้ ม เพอ่ื น ๑) ผ้สู อนจบั มือให้ผู้เรียนหยิบวตั ถุไปวำงที่เปำ้ หมำยแลว้ กลับมำยงั ทเี่ ดิม ๒) ใหผ้ ู้เรียนหยิบวตั ถุไปวำงท่ีเป้ำหมำย แลว้ กลับมำยงั ที่เดิมดว้ ยตนเอง เช่น กำรนำบอลไปใส่ตะกร้ำในระยะทำง ๓ เมตร กำรนำห่วงไปใส่ หลกั ในระยะทำง ๕ เมตร ๑) ผู้สอนค้นหำสิ่งเรำ้ ท่เี ปน็ ปัญหำต่อพฤติกรรมของผูเ้ รียน เชน่ เดินเขยง่ ปลำยเท้ำจำกกำรหลีกหนตี ่อกำรสัมผัส เอำมือปดิ หจู ำกกำรหลีกหนี ต่อเสียง หมุนตัวเพ่ือต้องกำรปรบั สมดลุ กำรทรงตัว สะบดั มือเพ่ือ ต้องกำรกำรรบั รู้ของขอ้ ต่อ ๒) ผสู้ อนปรับเพิม่ หรือปรับลดส่ิงเรำ้ จำกสิง่ ทผี่ ้เู รียนยอมรับได้มำกไปน้อย เช่น เม่ือผูเ้ รยี นไม่ยอมรบั กำรสัมผสั ท่มี ผี วิ ละเอยี ดใหผ้ สู้ อนเริ่มฝึกให้ ผู้เรยี นสัมผสั วตั ถุทีม่ ขี นำดใหญ่ วัตถุท่มี ีขนำดเล็ก วตั ถุที่มีพ้ืนผิว

๑๘๗ ทักษะ ทักษะยอ่ ย พฒั นำกำรท่คี ำดหวัง แนวกำรจัดกิจกรรม๓.กำรเข้ำใจภำษำ ๓.๑ กำรเข้ำใจภำษำ ๓.๑.๑ สำมำรถปฏิบัติตำมคำส่งั ขรุขระ หยำบ และละเอียด เชน่ ลูกบอลในอำ่ ง เม็ดถ่ัวแดงในกระบะ๔.กำรแสดงออก ๔.๑กำรแสดงออกทำง ง่ำยๆได้ เมด็ ถั่วเขียวท่ีติดบนกระดำษ และกระดำษทรำย เป็นต้นทำงภำษำ ภำษำ ๓.๑.๒ สำมำรถปฏบิ ตั ิตำมคำส่งั ท่ี ๑) ผู้สอนใหผ้ เู้ รยี นตอบสนองต่อกำรปฏบิ ตั ติ ำมคำสัง่ งำ่ ยๆ ๑ สถำนกำรณ์ ซับซอ้ นได้ เชน่ นัง่ ลง ยืนข้ึน หยุดเดิน เป็นตน้ ๔.๑.๑ สำมำรถบอกควำมต้องกำร ของตนเองได้ ๒) ผสู้ อนฝึกให้ผู้เรียนตอบสนองตอ่ กำรปฏิบัตติ ำมคำส่งั ๒ สถำนกำรณ์เชน่ หยบิ ปำกกำบนโตะ๊ ให้ครู ๔.๑.๒ สำมำรถตอบคำถำมอย่ำง งำ่ ยได้ ๑) ผู้สอนใหผ้ ้เู รียนตอบสนองต่อกำรปฏิบัติตำมคำส่ังที่ซับซ้อน เช่น ไปล้ำง หน้ำทีก่ ๊อกน้ำหนำ้ อำคำร เป็นต้น ๔.๑.๓ สำมำรถบอกประสบกำรณ์ ทพี่ บเห็นได้ ๑) ผสู้ อนใหผ้ ูเ้ รยี นแสดงควำมต้องกำรในกำรปฏบิ ัติชีวิตประจำวันโดยใช้ ท่ำทำง เชน่ เม่อื หิวขำ้ วให้แสดงทำ่ ทำงตักข้ำวเขำ้ ปำก ๒) ผสู้ อนให้ผู้เรยี นแสดงควำมต้องกำรในกำรปฏิบตั ชิ ีวิตประจำวันโดยกำรช้ี หรอื ใช้ภำพแลกกบั ควำมตอ้ งกำร เช่น เมอ่ื หิวข้ำวใหช้ ้ภี ำพรับประทำน อำหำร หรอื เม่ือหวิ น้ำให้หยิบภำพแกว้ น้ำมำให้ผูส้ อน เป็นต้น ๑) ผ้สู อนใหผ้ เู้ รียนตอบคำถำมในชีวิตประจำวนั ใหต้ รงตำมคำถำม เช่น ถำม : ใครมำส่ง ตอบ : แม่ ถำม : กินขำ้ วกับอะไร ตอบ : ไข่เจยี ว เป็นต้น ๑) ผสู้ อนใหผ้ ้เู รียนเรียงเหตุกำรณ์ทพี่ บเห็นโดยกำรพดู เปน็ คำๆ เช่น ตื่น นอน อำบน้ำ แตง่ ตวั ไปโรงเรยี นตำมลำดับ ๒) ผูส้ อนใหผ้ ู้เรยี นพูดประโยคทีม่ ีคำเช่ือมสมบูรณ์ เชน่ ตน่ื นอนแลว้ ไป อำบนำ้ อำบน้ำเสร็จแต่งตวั ไปโรงเรยี น

๑๘๘ ทักษะ ทกั ษะยอ่ ย พฒั นำกำรที่คำดหวัง แนวกำรจัดกจิ กรรม๕. กำรแสดงออก ๕.๑ กำรแสดงออกทำง ๕.๑.๑ สำมำรถแสดงออกทำงทำงอำรมณ์ อำรมณ์ ควำมรสู้ ึก อำรมณ์และควำมรสู้ กึ ต่อบุคคล ๑) ผ้สู อนให้ผเู้ รยี นดูรูปภำพบุคคลหรอื รูปภำพจำกคอมพิวเตอร์แล้วบอกควำมรสู้ ึก และสถำนกำรณ์อย่ำงเหมำะสมได้ ผเู้ รียนวำ่ บุคคลในภำพร้สู กึ อย่ำงไร ๖.๑ กำรลดพฤตกิ รรมท่ี๖.กำรลด ไมพ่ ึงประสงค์ ๖.๑.๑ สำมำรถลดพฤติกรรมท่ไี ม่ ๒) ผสู้ อนให้ผเู้ รียนแสดงสีหนำ้ ท่ำทำงตำมกำรสำธติ ของผสู้ อน เช่น ทำพฤติกรรมท่ีไม่พึง พึงประสงคไ์ ด้ หนำ้ ย้มิ หมำยถึงดีใจและมีควำมสขุ ทำหน้ำบ้งึ หมำยถึงโกรธ เมื่อประสงค์ รอ้ งไหห้ มำยถึงเสียใจ เมอ่ื หวั เรำะหมำยถึงสนุก เป็นตน้ ๓) ผสู้ อนใหผ้ ูเ้ รยี นแสดงสีหน้ำทำ่ ทำงตอบสนองต่อสหี น้ำท่ำทำงของ บุคคลอืน่ อย่ำงเหมำะสมกบั สถำนกำรณ์ ผเู้ รยี นมีพฤตกิ รรมไม่พึงประสงค์ผูส้ อนมีแนวทำงกำรปรับพฤติกรรม เช่น - กำรอยู่ไม่นิง่ ให้ผเู้ รียนทำกิจกรรมทตี่ อ้ งใชพ้ ละกำลังจนกว่ำจะ เหน่อื ยและสงบลง - กำรทำซำ้ หรือกระตุน้ ตนเองบ่อยๆ ให้ผสู้ อนเบ่ยี งเบนพฤติกรรม ทำซำ้ นนั้ ไปสู่พฤติกรรมใหม่ท่ีพึงประสงค์เชน่ ผู้เรียนสะบัดมือ ผสู้ อนเรยี กชอ่ื แลว้ ใหผ้ เู้ รยี นยกมอื สวสั ดีทำซ้ำบ่อยคร้งั ท่ีพบ พฤติกรรมสะบดั มือ จนกระท่ัง เรยี กช่อื เฉยๆแล้วผูเ้ รียนหยุดกำร สะบดั มือ - ไมย่ อมรบั กำรเปลย่ี นแปลง ผู้สอนสร้ำงขอ้ ตกลงรว่ มกบั ผเู้ รียน โดยให้แรงเสริมทำงบวก เช่น ยนื สลบั ท่เี ขำ้ แถวเคำรพธงชำติ ผูส้ อนกับผูเ้ รยี นตกลงกนั ว่ำในกำรเข้ำแถวจะต้องวนลำดับใน ทกุ ๆวัน ถำ้ ใครทำได้ผู้สอนจะใหแ้ รงเสริมทำงบวกตำมข้อตกลง

๑๘๙ ทักษะ ทักษะย่อย พฒั นำกำรทคี่ ำดหวัง แนวกำรจัดกิจกรรม๖.กำรลด ๖.๑ กำรลดพฤตกิ รรมที่ ๗.๑.๑ สำมำรถปฏบิ ตั ิตำมกตกิ ำ - กำรแยกตวั ผสู้ อนนำผู้เรียนทำกจิ กรรมกล่มุ สมั พันธ์โดยเนน้ ให้พฤติกรรมท่ีไม่พึง ไม่พึงประสงค์ (ต่อ) ของห้องเรียนได้ ผู้เรยี นมีสว่ นรว่ มในกจิ กรรม เชน่ กิจกรรมดนตรีบำบดัประสงค์ (ต่อ) ๘.๑.๑ สำมำรถเลียนแบบกำร - กำรทำรำ้ ยตนเอง ทำร้ำยผู้อื่นหรือทำลำยส่งิ ของ ใหผ้ ้สู อนหยุด๗.กำรปฏบิ ัตติ ำม ๗.๑ กำรปฏบิ ตั ิตำมกตกิ ำ เคลอ่ื นไหวได้ พฤติกรรมนั้นทนั ทีทนั ใด จำกนนั้ นำผเู้ รียนออกจำกสถำนกำรณ์กตกิ ำของสังคม ของห้องเรียน ๘.๑.๒ สำมำรถเลยี นแบบ ไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย สว่ นพฤติกรรมท่ีไม่พึงประสงค์อืน่ ผ้สู อน พฤติกรรมที่พึงประสงค์ได้ ควรใช้หลกั กำรเสรมิ แรงทำงบวกในกำรปรับพฤติกรรม๘.กำรเลียนแบบ ๘.๑ กำรเลยี นแบบ ๙.๑.๑ สำมำรถหลีกหนจี ำก ๑) ผูส้ อนและผูเ้ รียนรว่ มกนั วำงระเบยี บของห้องเรยี น โดยกำรกำหนด๙.กำรหลกี หนีจำก ๙.๑ กำรหลกี หนจี ำก อันตรำยในกำรใชช้ ีวติ ประจำวันได้ กตกิ ำและข้อตกลงในกำรปฏิบตั ิรว่ มกนัอนั ตรำย อันตรำย ๒) เม่ือมีผู้เรยี นไมป่ ฏบิ ัตติ ำมกติกำใหผ้ ู้สอนปฏิบตั ิตำมข้อตกลงท่ตี ้ังไว้ แล้วให้ทำควำมเข้ำใจกบั ผูเ้ รียนทท่ี ำผดิ กติกำใหม่อีกคร้ัง ๓) ผสู้ อนควรปอ้ งกนั ไม่ให้นักเรยี นทำผดิ กตกิ ำซ้ำ ผูส้ อนฝกึ ให้ผู้เรียนเลยี นแบบกำรเคลื่อนไหวขั้นตอนเดียว เชน่ ยกแขน ๒ ข้ำงขึน้ โบกมือไปมำ เปน็ ตน้ ๑) ผ้สู อนฝึกใหผ้ เู้ รยี นเลยี นแบบทำ่ ทำงกำรเคล่ือนไหวท่ีเป็นธรรมชำติ เช่น กำรเดินตำมครู กำรไหว้บคุ คลระดับต่ำงๆ เป็นตน้ ๒) ผสู้ อนฝกึ ให้ผเู้ รียนเลยี นแบบท่ำทำงกำรวำงตัวทส่ี ภุ ำพ เชน่ กำรนง่ั รับประทำนอำหำรรว่ มกบั ผู้อ่ืน ผู้สอนควรแนะนำผเู้ รียนใหร้ ้ถู งึ อนั ตรำยและวธิ กี ำรหลกี หนภี ยั ที่เกิด จำกอันตรำยน้ัน เช่น กำรใช้เคร่ืองใช้ไฟฟำ้ กำรเล่นกับสตั ว์กำรใชข้ อง แหลมหรอื ของมีคม กำรหลกี เล่ียงสถำนท่อี ันตรำยกำรระวงั อนั ตรำยจำก รถยนต์

กลมุ่ ทักษะจำเป็นเฉพำะสำหรบั บคุ คลพิกำรซอ้ น การพัฒนาทักษะเฉพาะความพิการจะต้องพิจารณาภาวะความบกพร่องว่าจัดอยู่ในกลุ่มหรือลักษณะใด แล้วนาทักษะท่ีจาเป็นของประเภทน้ันๆประยกุ ต์ใช้ในการจัดบรกิ าร โดยมีจุดเน้นในการฝึกในสภาพแวดล้อมทน่ี าไปใช้ไดจ้ ริงในชวี ติ ประจาวนั การพัฒนาเด็กท่ีมีความจาเป็นพิเศษตามหลักสูตรนี้อาจจะใชบ้ ริการนักจิตวิทยาคลินิกในศูนย์การศึกษาพิเศษหรือในโรงพยาบาลหรือตามระบบคูปองบญั ชี ค

เอกสารอา้ งองิกระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๕๓). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๐. พิมพ์ ครง้ั ท่ี ๒. กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พ์ชมุ ชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จากดั .มยุรี เพชรอักษร.(๒๕๕๓). คู่มือคัดกรองและกระตุ้นพัฒนาการเด็ก พมิ พ์คร้ังท่ี ๖. เชียงใหม่ : บริษัท บเี อสดีการพมิ พจ์ ากัด.โรงพยาบาลราชานุกูล. (๒๕๓๗). คู่มือส่งเสริมพัฒนาการเด็ก : การทดสอบ และฝึกทักษะ อายุ ๐-๑ ปี พิมพ์ครั้งท่ี ๔. กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พ์ครุ ุสภาลาดพรา้ ว.. .(๒๕๔๓). คมู่ ือสง่ เสริมพัฒนาการเดก็ : การทดสอบ และฝึกทักษะ อายุ ๑-๒ ปี. พิมพค์ รัง้ ท่ี ๕. กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพ์ครุ สุ ภาลาดพรา้ ว.. .(๒๕๔๓). คู่มือส่งเสริมพัฒนาการเด็ก : การทดสอบ และฝึกทักษะ อายุ ๒-๓ ปี พิมพ์คร้ังท่ี ๕. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพรา้ ว.. .(๒๕๓๗). คูม่ ือส่งเสริมพัฒนาการเด็ก : การทดสอบ และฝึกทักษะ อายุ ๓-๔ ปี. พิมพ์คร้ังที่ ๔. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพค์ รุ สุ ภาลาดพร้าว.. .(๒๕๓๗). คมู่ ือส่งเสริมพัฒนาการเด็ก : การทดสอบ และฝึกทักษะ อายุ ๔-๕ ปี. พมิ พค์ รง้ั ท่ี ๔. กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พค์ รุ ุสภาลาดพรา้ ว.. .(๒๕๔๓). คมู่ ือการส่งเสรมิ พัฒนาการเด็กวยั แรกเกิด-๕ ปี พิมพ์ครั้งท๕ี่ . กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พค์ ุรุสภาลาดพรา้ ว.. . (๒๕๔๓). รายการตรวจพัฒนาการของเด็กอายุแรกเกิด-๕ ปี กรุงเทพมหานคร. โรงพิมพ์ ครุ สุ ภาลาดพรา้ ว.โรงเรียนสุพรรณบุรีปัญญานุกูล. (๒๕๕๔). หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสุพรรณบุรีปัญญานุกูล พุทธศกั ราช ๒๕๕๔ (ฉบับปรับปรงุ ). ม.ป.ท.ศูนยก์ ารศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา ๑ จังหวดั นครปฐม. (ม.ป.ป.). แนวทางการจัดกิจกรรมเสริมสร้าง พัฒนาศักยภาพเดก็ พิการ. ม.ป.ท.สถาบันราชานุกูล. (๒๕๕๒). คู่มือการฝึกพูดเบ้ืองต้น. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ ชุมนมุ สหกรณก์ ารเกษตร แห่งประเทศไทย.สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย. (๒๕๔๒). คมู่ อื อาสาสมัครรว่ มพฒั นาคณุ ภาพชวี ิตคนตาบอด. กรงุ เทพมหานคร : ธีรานสุ รณ์การพิมพ์.สขุ พัชรา ซิ้มเจริญ. (๒๕๔๕). การจัดทาหลักสตู รสถานศึกษาสาหรับเด็กท่ีมีความบกพร่อง. พิมพ์ครั้ง ท่ี ๑. กรุงเทพมหานคร . สานกั พมิ พป์ ระสานมติ ร .สุวิมล อุดมพิริยะศักย์. (๒๕๓๘. คู่มือการเล้ียงดูเด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็นสาหรับผู้ปกครอง.พิมพค์ รัง้ ท่ี ๒. กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พค์ ุรสุ ภาลาดพร้าว.สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน. (ม.ป.ป.) แผนการจัดประสบการณ์สาหรับเด็กหูหนวก ระดบั กอ่ นวัยเรยี นเร่ืองภาษามือไทยเก่ยี วกับสง่ิ ของเครอื่ งใช้. ม.ป.ท.. . (๒๕๕๑). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๔๖ (สาหรับเด็กที่มีอายุต่ากว่า ๓ ปี). พิมพ์คร้งั ท่ี ๑. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว.

๑๙๒. . (๒๕๕๑). คู่มือการช่วยเหลือระยะแรกเร่ิม (Early Intervention : EI) เด็กพิการสาหรับ โรงเรยี นเฉพาะความพกิ ารและศูนยก์ ารศึกษาพิเศษ. ม.ป.ท.. . (๒๕๕๑). แนวทางการจัดหลักสูตรสาหรับบุคคลออทิสติกห้องเรียนคู่ขนานพุทธศักราช ๒๕๔๗ (ฉบบั ปรบั ปรุง พทุ ธศักราช ๒๕๕๑). กรุงเทพมหานคร : สานักบริหารงานการศึกษา พเิ ศษ.. . (๒๕๕๕). แนวทางการจัดหลักสูตรสาหรับบุคคลออทิสติก พุทธศักราช ๒๕๕๕ (ฉบับ ทดลองใช้). กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ สกสค.ลาดพรา้ ว.. . (๒๕๕๐). แนวทางการจัดการเรยี นรู้ตามหลกั สตู รการจัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ สาหรับบุคคลท่ีมีความบกพร่องทางการเห็น พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ กรงุ เทพมหานคร : สานักบรหิ ารงานการศกึ ษาพเิ ศษ .. . (๒๕๕๐). แนวทางการจดั การเรียนรู้ตามหลักสตู รการจดั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒ ๕ ๔ ๔ สาหรับบุ คคลที่ มีความบ กพ ร่องท างการได้ยิน พุ ท ธศักราช ๒ ๕ ๕ ๐ . กรุงเทพมหานคร : สานกั บริหารงานการศึกษาพเิ ศษ.. . (๒๕๕๐). แนวทางการจดั การเรียนรู้ตามหลักสูตรการจัดการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ สาหรับบุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือสุขภาพ พุทธศักราช ๒๕๕๐ กรุงเทพมหานคร : สานกั บรหิ ารงานการศึกษาพเิ ศษ.. . (๒๕๕๐). แนวทางการจัดการเรยี นรู้ตามหลักสูตรการจัดการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒ ๕ ๔ ๔ สาห รับ บุ คคลที่ มีความบ กพ ร่องท างสติปั ญ ญ า พุ ท ธศักราช ๒ ๕ ๕ ๐ กรุงเทพมหานคร : สานักบรหิ ารงานการศึกษาพิเศษ.. . (๒๕๕๐). แนวทางการจัดการเรียนรู้ตามหลักสตู รการจดั การศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๔๔ สาหรับบุคคลออทิสติก พุทธศักราช ๒๕๕๐. กรุงเทพมหานคร : สานักบริหารงาน การศึกษาพเิ ศษ.. . (ม.ป.ป.). แนวทางการจัดการเรียนรู้เพ่ือพัฒนาทักษะทางภาษาและการส่ือสาร เล่ม ๑. กรุงเทพมหานคร : สานกั บริหารงานการศกึ ษาพเิ ศษ.. . (ม.ป.ป.). แนวทางการจัดการเรียนรู้เพ่ือพัฒนาทักษะทางพฤติกรรมและอารมณ์ เล่ม ๒. กรุงเทพมหานคร : สานักบริหารงานการศึกษาพเิ ศษ.. .(ม.ป.ป.). แนวทางการจัดการเรียนรู้เพ่ือพัฒนาทักษะการรับรู้และการเคล่ือนไหว เล่ม ๔. กรงุ เทพมหานคร : สานักบริหารงานการศึกษาพเิ ศษ.. . (ม.ป.ป.). แนวทางการจัดการเรียนรู้เพ่ือพัฒนาทักษะการดูแลช่วยเหลือตนเองในการ ปฏบิ ัติกิจวัตรประจาวัน เลม่ ๕. กรุงเทพมหานคร : สานกั บริหารงานการศึกษาพิเศษ.. . (ม.ป.ป.) แนวทางการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒ นาทักษะทางวิชาการ เล่ม ๖ . กรงุ เทพมหานคร. : สานกั บริหารงานการศกึ ษาพิเศษ.. . (ม.ป.ป.). แผนการจัดประสบการณ์สาหรบั เดก็ หหู นวกระดับกอ่ นวัยเรียนเร่ืองภาษามือไทย เก่ยี วกับสี. ม.ป.ท.. . (ม.ป.ป.). แผนการจัดประสบการณ์สาหรบั เด็กหหู นวกระดับกอ่ นวัยเรยี นเรื่องภาษามือไทย เกย่ี วกับผลไม.้ ม.ป.ท.