Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore (ร่าง) คู่มือหลักสูตรสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษระยะแรกเริ่ม ของศูนย์การศึกษาพิเศษ ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๕๘

(ร่าง) คู่มือหลักสูตรสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษระยะแรกเริ่ม ของศูนย์การศึกษาพิเศษ ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๕๘

Published by special_lp, 2018-06-13 02:35:31

Description: ๒.เล่มคู่มือหลักสูตรEI

Search

Read the Text Version

๔๔ตนเอง (Self-care) (๓) กำรดำรงชวี ติ ภำยในบ้ำน (Home living) (๔) กำรปฏิสมั พนั ธ์กับผู้อ่ืนในสังคม(Social and Interpersonal Skills) (๕) กำรใช้แหล่งทรัพยำกรในชุมชน (Use of CommunityResources) (๖) กำรควบคุมตนเอง (Self- direction) (๗) กำรนำควำมรู้มำใช้ในชีวิตประจำวัน(Functional Academic Skills) (๘) กำรใชเ้ วลำว่ำง (Leisure) (๙) กำรทำงำน (Work) (๑๐) กำรมสี ขุ อนำมยั และควำมปลอดภยั เบ้ืองตน้ (Health and Safety) ๔) กลุ่มทักษะจำเป็นเฉพำะสำหรับเด็กที่มีควำมบกพร่องทำงร่ำงกำย หรือกำรเคล่ือนไหวหรือสุขภำพ เป็นกำรฝึกกำรใช้อุปกรณ์เครื่องช่วยเดิน กำยอุปกรณ์เสริม กำยอุปกรณ์เทียม อุปกรณ์ดัดแปลง และเทคโนโลยีสิ่งอำนวยควำมสะดวก รวมถึงกำรดูแลสุขอนำมัยส่วนบุคคลเพ่อื ปอ้ งกันภำวะแทรกซอ้ น ๕) กลุ่มทักษะจำเป็นเฉพำะสำหรับเด็กท่ีมีควำมบกพร่องทำงกำรพูดและภำษำเป็นกำรพัฒนำกำรใช้ภำษำเพ่ือกำรสื่อสำร โดยกำรฝกึ ทักษะกำรฟัง กำรพูด กำรอำ่ น กำรเขียน กำรใช้รูปภำพสัญลักษณ์ในกำรสอื่ สำร รวมทั้งกำรใช้เคร่ืองชว่ ยในกำรสอ่ื สำรในรปู แบบอ่ืนๆ ๖) กลุ่มทักษะจำเป็นเฉพำะสำหรับเด็กท่ีมีควำมบกพร่องทำงพฤติกรรมหรืออำรมณ์เป็นกำรพัฒนำด้ำนอำรมณ์ ควำมรู้สึก ด้ำนควำมสนใจ กำรตอบสนองต่อส่ิงเร้ำ กำรปรับพฤติกรรมกำรปรับสภำพแวดล้อม เพ่ือลดพฤตกิ รรมทไ่ี ม่พงึ ประสงค์และส่งิ เรำ้ ๗) กลุ่มทักษะจำเป็นเฉพำะสำหรับเด็กออทิสติก เป็นกำรส่งเสริมกำรพัฒนำทักษะทำงสังคม กำรส่ือสำร และพฤติกรรม ซ่ึงขึ้นอยู่กับระดับควำมรุนแรงของภำวะควำมบกพร่อง ผู้เรียนอำจได้รับกำรพฒั นำทักษะใดทักษะหน่ึง หรอื ทั้ง ๓ ทกั ษะ ๘) กลุ่มทักษะจำเป็นเฉพำะสำหรับเด็กพิกำรซ้อน กำรพัฒนำทักษะเฉพำะควำมพิกำรจะต้องพิจำรณำภำวะควำมบกพร่องว่ำจัดอยู่ในกลุ่มหรือลักษณะใด แล้วนำทักษะที่จำเป็นของประเภทน้นั ๆประยุกต์ใช้ในกำรจัดบริกำร โดยมจี ุดเนน้ ในกำรฝึกในสภำพแวดล้อมที่นำไปใช้ได้จริงในชีวติ ประจำวัน

๔๕ บทที่ ๓ การนาหลกั สูตรสู่การปฏิบัติ หลักสูตรสำหรบั เด็กทม่ี ีควำมตอ้ งกำรจำเป็นพเิ ศษระยะแรกเริ่มของศนู ย์กำรศึกษำพิเศษฉบับปรับปรุง พุทธศักรำช ๒๕๕๘ เป็นหลักสูตรกลำงท่ีศูนย์กำรศึกษำพิเศษทุกแห่งจะต้องนำไปพฒั นำเปน็ หลกั สูตรสถำนศึกษำ ซึ่งจะตอ้ งนำบริบทควำมต้องกำรของชุมชน ควำมตอ้ งกำรของผู้เรียนและผู้ปกครอง อัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของศูนย์กำรศึกษำพิเศษ มำเป็นปัจจัยในกำรกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ จุดเน้นสำหรับกำรจัดกำรศึกษำ ดังนั้น กำรนำหลักสูตรไปสู่กำรปฏิบัติจงึ เปน็ ขน้ั ตอนสำคญั ทศ่ี ูนยก์ ำรศกึ ษำพิเศษจะต้องดำเนินกำรอย่ำงรอบคอบ ทัง้ ในด้ำนกำรเตรยี มกำรกำรจัดโครงสร้ำงกำรบริหำร กำรสร้ำงควำมเข้ำใจกับครู บุคลำกร ผู้ปกครอง หำกสถำนศึกษำมีก ำรเตรียมกำรท่ีดี โอกำสของกำรนำหลักสูตรไปใช้ เพ่ือพัฒนำผู้เรียนย่อมบรรลุผล อย่ำงไรก็ตำมกำรนำหลักกำรบริหำรมำใช้ในกำรบริหำรจัดกำรหลักสูตร ควรให้ควำมสำคัญกับกระบวนกำรนิเทศ กำกับติดตำม ประเมินผลด้วย เพ่ือจะได้ร่วมกันแก้ไขปัญหำต่ำงๆท่ีอำจเกิดขึ้น ท้ังจำกด้ำนบุคล ำกรทรัพยำกรอน่ื และผ้เู รียน ซง่ึ ในทนี่ ไี้ ด้เสนอแนวทำงกำรบริหำรหลกั สตู ร แนวกำรจดั กำรเรยี นรู้ไว้ ดงั น้ี

๔๖๑. การบริหารจดั การหลกั สูตร ศูนย์กำรศึกษำพิเศษนำหลักสูตรสำหรับเด็กที่มีควำมต้องกำรจำเป็นพิเศษระยะแรกเรม่ิของศูนย์กำรศึกษำพิเศษฉบับปรับปรุง พุทธศักรำช ๒๕๕๘ มีกระบวนกำรในกำรบริหำรจัดกำรหลักสตู รตำมขัน้ ตอน ดงั ตอ่ ไปน้ี กระบวนการ ผูร้ บั ผิดชอบ๑. ข้ันเตรียมการ  กลุ่มบรหิ ำรงำนวิชำกำร สร้ำงควำมเข้ำใจแก่ครู บุคลำกรเก่ียวกับหลักสูตร  คณะกรรมกำรสถำนศึกษำ สำหรับเด็กที่มีควำมต้องกำรจำเป็นพิเศษระยะ  ผบู้ ริหำร แรกเร่ิมของศูนย์กำรศึกษำพิเศษฉบับปรับปรุง  กลมุ่ บรหิ ำรงำนวชิ ำกำร พุทธศกั รำช ๒๕๕๘  ครูและบคุ ลำกร ศกึ ษำวิเครำะห์ เพอื่ จดั ทำหลกั สตู รสถำนศกึ ษำ  คณะกรรมกำรบริหำรหลกั สตู ร เตรียมสอ่ื วัสดุ อปุ กรณ์ เอกสำรตำ่ งๆท่เี กยี่ วข้องกบั  ครูและบุคลำกร กำรจดั ทำหลกั สูตรสถำนศึกษำ  พอ่ แม่/ผปู้ กครอง ตดิ ต่อประสำนงำน วทิ ยำกร หรือผ้ทู เ่ี กยี่ วขอ้ ง  นกั วิชำชีพอนื่  คณะกรรมกำรนเิ ทศภำยใน ๒. ขน้ั ดาเนนิ การ จัดทำหลักสตู รสถำนศกึ ษำ เตรียมสภำพแวดล้อม วัสดุ ครุภัณฑ์ ให้เอื้อต่อกำร นำหลกั สตู รไปใช้ ประกำศใชห้ ลกั สตู รสถำนศึกษำ สร้ำงควำมเข้ำใจครูและบุคลำกรในกำรใช้หลักสตู ร สถำนศกึ ษำ๓. ขน้ั การนาหลักสูตรไปใช้ จดั ตงั้ คณะกรรมกำรบริหำรหลักสตู ร จัดกำรเรียนกำรสอนตำมหลกั สูตรสถำนศึกษำ นิเทศ ติดตำม และประเมินผลกำรใช้หลักสูตร สถำนศึกษำ ปรับปรุงพัฒนำหลักสูตรสถำนศึกษำแผนภาพท่ี ๓.๑ แผนภาพแสดงกระบวนกำรในกำรบริหำรจัดกำรหลักสูตรสำหรับเด็กที่มีค ว ำ ม ต้ อ ง ก ำ ร จ ำ เ ป็ น พิ เ ศ ษ ร ะ ย ะ แ ร ก เ ร่ิ ม ข อ ง ศู น ย์ ก ำ ร ศึ ก ษ ำ พิ เ ศ ษ ฉ บั บ ป รั บ ป รุ งพุทธศกั รำช ๒๕๕๘

๔๗ ๑.๑ ขน้ั เตรยี มการ ๑.๑.๑ สร้ำงควำมเข้ำใจแก่ครู บุคลำกรเก่ียวกับหลักสูตรสำหรับเด็กท่ีมีควำมตอ้ งกำรจำเป็นพิเศษระยะแรกเริม่ ของศนู ยก์ ำรศึกษำพิเศษฉบบั ปรับปรงุ พทุ ธศักรำช ๒๕๕๘ ๑.๑.๒ ศกึ ษำวิเครำะห์ เพือ่ จดั ทำหลักสูตรสถำนศกึ ษำ ๑.๑.๓ เตรียมส่ือ วัสดุ อุปกรณ์ เอกสำรต่ำงๆท่ีเก่ียวข้องกับกำรจัดทำหลักสูตรสถำนศึกษำ ๑.๑.๔ ติดตอ่ ประสำนงำน วิทยำกร หรอื ผทู้ เี่ กี่ยวข้อง ๑.๒ ขน้ั ดาเนนิ การ ๑.๒.๑ จัดทำหลักสูตรสถำนศึกษำ ๑.๒.๒ เตรียมสภำพแวดลอ้ ม วสั ดุ ครุ ภุ ัณฑใ์ ห้เอื้อตอ่ กำรนำหลักสูตรไปใช้ ๑.๒.๓ ประกำศใชห้ ลักสตู รสถำนศึกษำ ๑.๒.๔ สร้ำงควำมเข้ำใจครูและบุคลำกรในกำรใช้หลกั สูตรสถำนศกึ ษำ ๑.๓ ขัน้ การนาหลกั สตู รไปใช้ ๑.๓.๑ จัดต้ังคณะกรรมกำรบริหำรหลักสูตร เพื่อให้จัดระบบสนับสนุนกำรใช้หลักสตู รสำหรบั เด็กพิกำรทุกกลุ่ม ๑.๓.๒ จัดกำรเรียนกำรสอนตำมหลักสูตรสถำนศึกษำ โดยใช้เป้ำหมำยท่ีกำหนดในแผนกำรใหบ้ ริกำรชว่ ยเหลือเฉพำะบุคคล และแผนกำรใหบ้ ริกำรช่วยเหลือเฉพำะครอบครัว ๑.๓.๓ นิเทศ ติดตำม และประเมินผลกำรใช้หลักสูตรสถำนศึกษำ เพ่ือเก็บข้อมูลสภำพกำรใช้หลกั สูตรสถำนศึกษำในดำ้ นกำรสนบั สนุน กำรจัดกำรเรยี นกำรสอน กำรวัดผลประเมินผลกำรรำยงำนผล กำรพัฒนำเด็กพกิ ำรและครอบครวั รวมท้ังปัญหำ อุปสรรค ๑.๓.๔ ปรบั ปรงุ พฒั นำหลกั สตู รสถำนศกึ ษำ นำขอ้ มูลท่ีได้จำกกำรประเมนิ ผลจำกข้อ๑.๓.๓ มำวเิ ครำะห์เพ่อื ปรบั ปรุงหลกั สูตรและกำรบริหำรหลักสตู รของสถำนศกึ ษำ บทบำทของคณะกรรมกำรบริหำรหลกั สูตร ประกอบดว้ ย ๑) ผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา ๑.๑) มภี ำวะผู้นำและวสิ ัยทศั น์ในกำรขับเคลอ่ื นหลกั สูตรสู่กำรปฏิบตั ิ ๑.๒) ศึกษำและทำควำมเข้ำใจหลักสูตร ดูแล ควบคุมและให้คำแนะนำแก่ผู้สอนให้ดำเนนิ กำรจนบรรลุจุดมุ่งหมำยของหลักสูตร ๑.๓) กำหนดมำตรกำรและแนวปฏบิ ัตใิ นกำรใช้หลักสูตร ๑.๔) จดั หำวสั ดหุ ลักสตู รที่ทนั สมัยและให้มจี ำนวนเพยี งพอต่อจำนวนผสู้ อน ๑.๕) ควบคุมดูแลติดตำมผลกำรใช้หลักสูตร สนับสนุนส่งเสริม และนิเทศกำรใช้หลกั สตู รและกำรสอน ให้กำลงั ใจและแก้ไขปัญหำที่เกดิ ข้นึ ๑.๖) ประเมินผลกำรใชห้ ลักสตู รและพัฒนำหลกั สูตร ๒) ครูผสู้ อน ๒.๑) ศึกษำและวิเครำะห์หลักสูตรให้เข้ำใจและนำไปใช้ในกำรวำงแผนกำรจัดกำรเรียนรู้สำหรับผู้เรียนเปน็ เฉพำะบคุ คลและเฉพำะครอบครวั

๔๘ ๒.๒) ออกแบบกำรจัดกำรเรียนรู้โดย รู้จักผู้เรียนเป็นรำยบุคคล ร่วมเป็นคณะกรรมกำรจัดทำแผนกำรจัดกำรศึกษำเฉพำะบุคคล และแผนกำรสอนเฉพำะบุคคล ท่ีเสริมสร้ำงพฒั นำกำรทั้งดำ้ นร่ำงกำย อำรมณ์ สังคม และสติปญั ญำ และรับรูค้ วำมเปล่ียนแปลงทีเ่ กดิ กับผ้เู รียน ๒.๓) จัดสภำพแวดล้อมและสร้ำงบรรยำกำศกำรเรียนท่ีสร้ำงเสริมให้ผู้เรียนทำกจิ กรรมไดเ้ ตม็ ศกั ยภำพและสอดคล้องควำมต้องกำรจำเป็นพิเศษเฉพำะบุคคล ๒.๔) จดั กระบวนกำรเรียนรู้ตำมแผนโดยใช้เทคนคิ วิธกี ำรต่ำงๆ เทคโนโลยีสิ่งอำนวยควำมสะดวก ส่ือกำรเรียนรู้ บริกำรและควำมช่วยเหลืออ่ืนใดทำงกำรศึกษำ แหล่งเรียนรู้ในชุมชนในกำรเสรมิ สร้ำงกำรเรยี นร้ใู ห้แก่ผเู้ รียน ไดต้ รงตำมควำมตอ้ งกำรจำเปน็ พเิ ศษของผู้เรยี น ๒.๕) ใช้เคร่ืองมือและวิธกี ำรประเมินผลกำรเรียนรูข้ องผู้เรียนอย่ำงหลำกหลำย และสรุปรำยงำนผลกำรพฒั นำผ้เู รียนเพื่อเข้ำสรู่ ะบบชว่ งเชอ่ื มตอ่ ๒.๖) มีทักษะในกำรทำงำนร่วมกบั ผู้ปกครองและคณะสหวชิ ำชีพ ตลอดจนเครือข่ำยเพอื่ ใหผ้ เู้ รียนไดพ้ ฒั นำเตม็ ศกั ยภำพ และมคี ุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ๒.๗) ศึกษำวิจัยและพัฒนำกำรจัดกำรเรียนรู้ท่ีตนรับผิดชอบ นำผลกำรวิจัยไปปรับปรุงกำรจดั กิจกรรมกำรเรยี นกำรสอน สื่อ บรกิ ำร และกำรวัดและประเมินผล รวมทั้งตวั ผู้เรยี น ๓) ผ้ปู กครอง ๓.๑) ร่วมเป็นคณะกรรมกำรในกำรจัดทำแผนกำรจัดกำรศึกษำเฉพะบุคคลแผนให้บริกำรช่วยเหลือเฉพำะครอบครัว โดยให้ข้อมูลและร่วมประเมินควำมสำมำรถพื้นฐำน และประเมินควำมกำ้ วหน้ำของเดก็ พิกำรตำมแผนให้บรกิ ำรชว่ ยเหลือเฉพำะครอบครวั ๓.๒) จัดกิจกรรมในกำรพัฒนำบุตรของตนตำมแผนกำรให้บริกำรช่วยเหลือเฉพำะครอบครัว (ในกรณีผู้ปกครองจัดเอง) หำกผู้ปกครองนำเด็กพิกำรมำรับบริกำรท่ีศูนย์กำรศึกษำพิเศษศูนย์กำรเรียนเฉพำะควำมพิกำรก็จะมีหน้ำที่ส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมกำรจัดกำรเรียนกำรสอน และกิจกรรมพฒั นำผ้เู รียนเพ่ือพฒั นำผู้เรียนเตม็ ศกั ยภำพ ๓.๓) เป็นเครือข่ำยกำรเรียนรู้ของศูนย์กำรศึกษำพิเศษและหน่วยงำนอ่ืนๆ ที่มีส่วนรว่ ม ๓.๔) จัดหรือปรับบรรยำกำศและสภำพแวดล้อมของบ้ำนให้เอื้อต่อกำรเรียนรู้ และกำรพัฒนำ ๓.๕) สนับสนุนทรัพยำกรเพอื่ กำรศึกษำตำมควำมเหมำะสมและจำเปน็ ๔) คณะสหวิชาชพี ๔.๑) มีส่วนร่วมในกำรประเมินควำมสำมำรถพ้ืนฐำน วำงแผน ร่วมพัฒนำและประเมินผล ๔.๒) ร่วมเป็นคณะกรรมกำรในกำรจัดทำแผนกำรจัดกำรศึกษำเฉพะบุคคลแผนให้บรกิ ำรช่วยเหลอื เฉพำะครอบครัว ๔.๓) มีส่วนร่วมในกำรพัฒนำศักยภำพเด็กพิกำรที่มีควำมต้องกำรจำเป็นเฉพำะให้คำปรึกษำแก่ครอบครัวและหรือประสำนควำมร่วมมือกับหน่วยงำนอื่นในกำรจัดบริกำรตำมควำมตอ้ งกำรของครอบครวั

๔๙ ๔.๔) ร่วมเปน็ คณะกรรมกำรกำรนิเทศ ติดตำม ประเมินผล และกำรส่งตอ่ เดก็ พิกำร ๕) ชุมชน ๕.๑) ให้กำรสนบั สนุนทรัพยำกรกำรจัดกิจกรรมกำรเรยี นกำรสอนของสถำนศึกษำ ๕.๒) รว่ มเปน็ คณะกรรมกำรสถำนศกึ ษำ สมำคม ชมรมผปู้ กครอง ๕.๓) เป็นศูนย์กำรเรียนรู้ ภูมิปัญญำท้องถิ่น รวมทั้งสืบสำนจำรีตประเพณีศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นเพอ่ื พฒั นำผเู้ รยี นทกุ ด้ำน ๕.๔) เสนอควำมคิดเห็นให้หน่วยงำนที่เกี่ยวข้องและมีส่วนร่วมในกำรปรับสภำพแวดลอ้ มในชมุ ชน ให้เออ้ื ตอ่ กำรดำรงชวี ติ ของเดก็ พกิ ำร๒. แนวการจดั การเรยี นรู้ กำรจัดกำรเรียนรู้ตำมหลักสูตรสำหรับเด็กที่มีควำมต้องกำรจำเป็นพิเศษระยะแรกเริ่มของศนู ยก์ ำรศึกษำพเิ ศษฉบับปรับปรงุ พุทธศักรำช ๒๕๕๘ ผูส้ อนตอ้ งมคี วำมรู้ควำมเข้ำใจในหลักกำรจัดกิจกรรมกำรออกแบบกิจกรรม กำรใช้สื่อและแหล่งเรียนรู้ และกำรประเมินผลกำรเรียนรู้เฉพำะสำหรบั เด็กพิกำร เพอื่ ให้สำมำรถจดั กจิ กรรมไดอ้ ยำ่ งมีประสทิ ธภิ ำพ กำรจัดกำรเรียนรู้สำหรับเด็กพิกำรที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ ต้องเน้นกิจกรรมกำรปฏิบัติท่ีบูรณำกำรกำรเรียนรู้จำกประสบกำรณ์ตรงและกำรปฏิบัติจริง ทักษะและกระบวนกำรต่ำงๆ อย่ำงหลำกหลำย เพ่ือให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนกระบวนกำรต่ำงๆ ท่ีเป็นประโยชน์ต่อกำรเรียนรู้ และทักษะของผู้เรียน อำทิ กระบวนกำรสร้ำงควำมรู้ กระบวนกำรคิด กระบวนกำรทำงสังคม กระบวนกำรวิจัยกำรเรียนรู้จำกประสบกำรณ์จริง กำรลงมือปฏิบัติจริง กำรแก้ปัญหำ กำรเรียนรู้แบบบูรณำกำร และเทคนิคกำรสอนอ่ืนๆ เช่น เทคนิคกำรวิเครำะห์งำน เทคนิค 3R (Repetition/ Relaxation/Routine)เทคนิคกำรเสริมแรง เทคนิคกำรเลียนแบบ เทคนิคกำรกระตุ้นเตือน เทคนิคกำรลงโทษ เทคนิคฟลอไทม์ (Floor Time) เทคนิคกำรให้รำงวลั เทคนิคตะล่อมกล่อมเกลำ กำรวเิ ครำะหพ์ ฤติกรรมประยุกต์กำรใช้ประสำทรับรรู้ ่วมกัน วิธเี พ็คส์ (PECS) วธิ ีทีช (TEACCH) เปน็ ต้น ทั้งนี้ ผู้สอนต้องนำทฤษฎี วิธีกำร เทคนิค ด้ำนกำรเรียนกำรสอนมำผสมผสำนเพ่ือให้สอดคล้องกับเด็กพิกำรแต่ละบุคคลท่ีระบุไว้ในแผนกำรจัดกำรศึกษำเฉพำะบุคคลและแผนให้บริกำรช่วยเหลือเฉพำะครอบครัว ส่งผลให้ผู้เรียนได้พัฒนำเต็มศักยภำพและบรรลุตำมเป้ำหมำยท่กี ำหนด ๒.๑ หลักการจดั การเรียนรู้ กำรจัดกำรเรียนรู้ตำมหลักสูตรสำหรับเด็กท่ีมีควำมต้องกำรจำเป็นพิเศษระยะแรกเร่ิมของศูนย์กำรศึกษำพิเศษฉบับปรับปรุง พุทธศักรำช ๒๕๕๘ ยึดหลักว่ำ ผู้เรียนมีควำมสำคัญที่สุด เชื่อว่ำทุกคนมีควำมสำมำรถเรียนรู้และพัฒนำตนเองได้ ยึดประโยชน์ที่เกิดกับผู้เรียนกระบวนกำรจัดกำรเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สำมำรถพัฒนำตำมธรรมชำติและเต็มศักยภำพคำนึงถึงควำมแตกต่ำงระหว่ำงบุคคลและประเภทควำมพิกำร เน้นให้ควำมสำคัญท้ังควำมรู้ และคณุ ธรรมโดยมหี ลกั กำรจดั กำรเรยี นรู้ ดงั น้ี

๕๐ ๒.๑.๑ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ คำนึงถึงควำมแตกต่ำงระหว่ำงบุคคลและประเภทควำมพกิ ำร ๒.๑.๒ จัดกระบวนกำรเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ที่หลำกหลำยผ่ำนกระบวนกำรคิดกำรแกป้ ัญหำ ลงมอื ปฏบิ ตั จิ รงิ และนำควำมรู้ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นสถำนกำรณ์ตำ่ งๆ ๒.๑.๓ จัดสภำพแวดล้อมที่ปลอดภยั เออ้ื ต่อกำรเรียนรู้ของผเู้ รยี น ๒.๑.๔ ประเมินควำมก้ำวหน้ำของผู้เรียนด้วยวิธีกำรท่ีหลำกหลำย เหมำะสมกับธรรมชำติของทักษะกำรเรียนรู้ ระดับพัฒนำกำร และควำมสำมำรถของผู้เรียน ให้เป็นกระบวนกำรอยำ่ งต่อเนื่องและเป็นส่วนหนงึ่ ของกำรจัดกิจกรรมกำรเรยี นรู้ ๒.๑.๕ ให้ผูป้ กครองและชุมชนมีสว่ นร่วมในกำรพฒั นำเด็กพกิ ำร ๒.๒ วธิ กี าร เทคนิคการสอน และกระบวนการจัดการเรยี นรู้ หลักสตู รสำหรับเด็กที่มีควำมต้องกำรจำเปน็ พิเศษระยะแรกเรม่ิ ของศูนย์กำรศึกษำพิเศษฉบับปรับปรุง พุทธศักรำช ๒๕๕๘ เป็นหลักสูตรที่เน้นพัฒนำกำรทุกด้ำนและกำรให้กำรช่วยเหลือในกลุ่มทักษะจำเป็นของเด็กพิกำรแต่ละคน เม่ือเด็กมีแผนกำรจัดกำรศึกษำเฉพำะบุคคลหรือครอบครัวมีแผนกำรใหบ้ ริกำรช่วยเหลอื เฉพำะครอบครัว จะต้องนำแผนเหล่ำนี้ไปพัฒนำคุณภำพของเด็กพิกำร ซ่ึงต้องอำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจของครูหรือผู้ดูแลเก่ียวกับเทคนิค วิธีกำร ในกำรจัดกระบวนกำรเรยี นรู้ กำรจดั สอ่ื เทคโนโลยี ส่งิ อำนวยควำมสะดวก เพอ่ื ให้เดก็ พิกำรประสบควำมสำเร็จในทน่ี ี้ขอเสนอแนะเทคนคิ วธิ ีกำรทค่ี วรนำมำใชใ้ นกำรจดั กำรเรยี นกำรสอนสำหรบั เด็กพิกำร ดงั น้ี ๒.๒.๑ เทคนิคการสอนเชงิ พฤติกรรม ประกอบด้วย ๑) การเสริมแรง เป็นกำรวำงเงือ่ นไข เพือ่ ใหผ้ เู้ รียนเกิดพฤติกรรมเป้ำหมำยเป็นกำรเพ่ิมพฤติกรรมให้เกิดถี่ขึ้น อันเป็นผลท่ีได้รับสิ่งท่ีพึงพอใจ หรือกำรหลีกหนีหรือหลีกเล่ียงจำกส่ิงท่ีไมพ่ อใจกำรเสริมแรงมี ๒ ชนดิ คือ ๑.๑) กำรเสริมแรงทำงบวก (Positive Reinforcement) เป็นกำรให้ส่ิงที่พอใจ แลว้ ทำให้บุคคลมพี ฤตกิ รรมนั้น ๆ เพม่ิ มำกขนึ้ ๑.๒) กำรเสริมแรงทำงลบ (Negative Reinforcement) เป็นกำรเอำส่ิงท่ีบุคคลนั้นไม่พึงพอใจหรือไม่ชอบออกไปแล้วทำให้บุคคลมีพฤติกรรมนั้นๆ เพ่ิมมำกขึ้น โดยมีหลักในกำรเสริมแรงดังน้ี (กลุ ยำ ก่อสุวรรณ, ๒๕๕๓; พิกลุ เลยี วสิรพิ งศ์,๒๕๕๖) หลกั ในกำรใหก้ ำรเสริมแรง ประกอบด้วย ก.Immediately (ให้ทันที) เม่ือเด็กทำพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ครูต้องกำรให้เสริมแรงทันท่ีเพ่ือให้ผู้เรียนเรียนรู้ว่ำเม่ือเขำทำพฤติกรรมเช่นน้ีแล้วเขำจะได้รับส่ิงที่เขำชอบทันที กำรทำเช่นนที้ ำให้โกมพี ฤติกรรมท่พี ึงประสงค์มำกข้ึน ข. Frequently (ให้บ่อยๆ) กำรใหก้ ำรเสริมแรงในชว่ งแรกนั้น ครูต้องให้บ่อยหรือใหท้ ุกคร้งั เม่อื เด็กมพี ฤตกิ รรมท่พี ึงประสงค์ หลังจำกนนั้ จงึ ค่อยลดกำรเสรมิ แรงลง ค.Enthusiasm (ให้อย่ำงกระตือรือร้น) ครูต้องกำรให้กำรเสริมแรงด้วยควำมเต็มใจ จรงิ ใจ และกระตือรอื ร้นเมอื่ เดก็ ทำพฤติกรรมท่ีพงึ ประสงค์น้ัน ง.Describe the Behavior (อธิบำยวำ่ พฤติกรรมใดที่ไดร้ บั กำรเสรมิ แรง)เนอื่ งจำกบำงคร้ังเดก็ อำจแสดงพฤติกรรมหลำยอย่ำงในเวลำใกลเ้ คียงกนั หำกครูให้กำรเสริมแรงเพียง

๕๑อย่ำงเดียว เช่น ครูชมเด็กชำยว่ำเก่งว่ำ “ดีมำก” โดยไม่บอกเหตุผลหรืออธิบำยเพ่ิมเติม เด็กชำยเก่งอำจไม่เข้ำใจว่ำพฤติกรรมใดที่ครูชมว่ำดีหรือเก่งอำจเข้ำใจผิด คิดเอำเองว่ำครูชมพฤติกรรมน่ังเงียบๆท้ังที่จริงๆ แล้วครูชมพฤติกรรมท่ีเด็กชำยเก่งเพ่ือนขอยืมยำงลบ ดังนั้นครูควรบอกว่ำ “ดีมำกนะ”ทีเ่ ก่งให้เพ่อื นยืมยำงลบ “อยำ่ งนีแ้ สดงวำ่ เปน็ เดก็ มนี ้ำใจ” เป็นตน้ จ.Anticipation (ให้กำรเสริมแรงโดยทำให้เด็กอยำกรู้อยำกเห็นและรอคอย) กำรที่ครูเก็บตัวเสริมแรงให้เป็นควำมลับหรือ surprise ของเด็ก จะช่วยเพ่ิมคุณค่ำของตัวเสริมแรงนั้น ๆ ด้วย เช่น กำรที่ครูใส่ตัวเสริมแรงเดก็ ชอบไว้ในถุงจะทำให้เด็กรู้สึกอยำกรู้อยำกเหน็และเกิดควำมรอคอยมำกขึ้น โดยเฉพำะขณะทค่ี รูกำลังจะหยิบตัวเสริมแรงออกมำ เป็นต้น ฉ.Variety (ให้อยำ่ งหลำกหลำย) หำกครุใช้ตวั เสรมิ แรงตัวใดตัวหนึ่งมำกเกินไปเด็กอำจเบื่อ ทำให้ตัวเสริมแรงตัวน้ันไม่ได้ผลตำมท่ีครูต้องกำร ครูจึงควรใช้ตัวเสริมแรงอย่ำงหลำกหลำย ๒) การกระตุ้นเตือน (Prompting) เป็นวิธีกำรช่วยให้เด็กพิกำรตอบสนองในทำงที่ถกู ต้องซึง่ ครูสำมำรถกระตุน้ เตอื นเพ่ือใหเ้ ด็กพกิ ำรปฏบิ ัตไิ ดถ้ ูกตอ้ งหรอื ใกล้เคียงกับวัตถุประสงค์เป้ำหมำย เช่น กำรชี้แนะ กำรทำเป็นแบบอย่ำง กำรให้สัญญำณ กำรจับมือทำ(กุลยำ ก่อสวุ รรณ, ๒๕๕๓) ระบุวำ่ กำรกระตุ้นเตือนที่นำมำใช้เพ่อื กำรตอบสนองได้แก่ ๒.๑) กระตุ้นเตือนด้วยวำจำ เม่ือครูต้องกำรให้เด็กทำพฤติกรรมหน่ึงครูจะเตือนก่อนเด็กจะทำพฤติกรรมนั้นและระหว่ำงท่ีเด็กทำพฤติกรรมนั้นๆ ด้วย เช่น ครูวำงเคร่ืองเขียนหลำยชนิดไว้บนโต๊ะ ได้แก่ ปำกกำ ดินสอ เมื่อเด็กเอื้อมมือไปหยิบดินสอ ครูจึงย้ำคำว่ำ“ปำกกำ” เป็นต้น หรือ เมื่อเด็กทำงำนช้ำกว่ำที่ควรจะเป็น ครูจะเตือนให้เด็กทำให้เร็วขึ้น หรือบำงครัง้ ครูอำจต้องพดู ช้ำลงเพ่ือให้เด็กใจได้งำ่ ยข้ึน วธิ ีเหลำ่ นีถ้ ือ เปน็ กำรกระตุ้นเตอื นด้วยวำจำทง้ั สิ้น ๒.๒) กำรกระตุ้นเตือนด้วยท่ำทำง เป็นกำรแสดงท่ำทำงเพ่ือบอกหรือดึงควำมสนใจของเดก็ เช่น เมอ่ื ครูสอนเรอื่ งกำรจบั คสู่ ี ครชู น้ี ิ้วบอกสที ่ถี ูกตอ้ ง ๒.๓) กำรทำเป็นแบบอย่ำง ผู้ท่ีเป็นแบบอย่ำงอำจเป็นครู เพื่อนที่เป็นเด็กด้วยกัน หรือผู้ใหญ่คนอ่ืนที่ในสถำนกำรณ์นั้นก็ได้ ในกำรสอนวิธีนี้ หำกครูนำกำรวิเครำะห์งำนมำร่วมด้วย เด็กจะเรียนรู้ได้ดีข้ึน แต่ข้อควรระวังในกำรสอนโดยกำรเป็นแบบอย่ำงนี้ จะได้ผลก็ต่อเมื่อเดก็ ใหค้ วำมสนใจ และจะตองมผี ทู้ ่ีทำเปน็ แบบอย่ำงคอยแนะนำขนั้ ตอนกำรทำด้วยเสมอ ๒.๔) กำรกระตุ้นทำงกำย เป็นกำรจับมือทำ แต่ครูไม่ควรใช้วิธีน้ีพร่ำเพร่อืครูควรนำวิธีกำรน้ีมำใช้เม่ือมีควำมจำเป็นจริง ๆ และควรใช้ควบคู่กับกำรกระตุ้นเตือนด้วยวำจำพร้อมท้ังอธิบำยว่ำกำรใช้กำรกระตุ้นเตือนหรือกำรช่วยเหลือแบบใดก็ตำม หลักสำคัญคือ ครูต้องค่อยๆลดกำรช่วยเหลือลง เพื่อให้เด็กทำได้เองโดยไม่ต้องพ่ึงพำผู้อื่นและช่วยให้พฤติกรรมน้ันเป็นไปตำมธรรมชำติ มำกที่สุด โดยมวี ธิ กี ำรใช้กำรกระตุน้ เตอื น ดังน้ี ก. เลอื กวิธีทเ่ี หมำะสมกบั เดก็ น้นั ๆ ข. ใช้กำรกระตุ้นเตือนหลังจำกมีคำส่ัง จำกน้ันลดกำรกระตุ้นเตือนลงเพ่ือใหเ้ ด็กมโี อกำรตอบสนองก่อนให้ควำมชว่ ยเหลือ

๕๒ ค. อยำ่ ใชว้ ิธีกระตนุ้ เตือนซ้ำ ๆในเร่ืองเดิม โดยเฉพำะกำรกระตนุ้ เตอื นด้วยว่ำจำ หำกครูสังเกตเห็นว่ำ กำรกระตุ้นเตือนแบบใดแบบหน่ึงใช้ไม่ได้ผล ขอแนะนำให้ครูเลือกใช้กำรกระตุ้นเตือนแบบอน่ื แทน เช่น กำรจับมอื ทำ ง. กำรกระตนุ้ เตอื นเพือ่ ใหเ้ ด็กสนใจ จ. วำงแผนในกำรลดกำรช่วยเหลอื ลง ฉ. อย่ำใชก้ ำรกระตุน้ เตอื น หำกไมจ่ ำเป็น ช. ให้กำรเสรมิ แรง เมื่อเดก็ ตอบสนองได้ถูก ซ. ใช้กำรกระต้นุ เตอื นทำงธรรมชำติ ๓) การวิเคราะห์งาน (Task Analysis) งำนที่ให้นักเรียนปฏิบัติทุกงำนจะมีข้ันตอนแตกต่ำงกัน ครูจำเป็นต้องมีกำรวิเครำะห์งำนให้เป็นขั้นตอนเล็ก ๆ `โดยกำรจำแนกงำนต้ังแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นสุดท้ำย ในกำรตรวจสอบข้ันตอนท่ีจำแนกไว้นั้นให้นำมำตรวจสอบกับนกั เรียนแตล่ ะคน และปรับใหเ้ ปน็ ไปตำมขัน้ ตอนท่ีนักเรยี นปฏบิ ตั ิ ๔) กระบวนการฝีกฝนแบบลูกโซ่ (Chaining) เม่ือครูวิเครำะห์งำนแลว้จะเริ่มสอนนักเรียนตั้งแต่ขั้นตอนแรกส่วนขั้นตอนท่ีเหลือจนถึงข้ันตอนสุดท้ำยครูเป็นผู้ ปฏิบัติทั้งหมดเมอ่ื นกั เรียนปฏิบตั ิข้ันตอนแรกได้ตำมเกณฑ์ครูจะสอนข้ันตอนท่ี ๒ และให้นักเรยี นปฏบิ ัติขัน้ ตอนท่ี ๑และ๒ส่วนครูจะปฏิบัติข้ันตอนที่เหลอื ทั้งหมด เม่ือนักเรียนปฏิบัติงำนได้ก็จะสอนข้ันตอนที่ ๓ และให้นักเรียนปฏิบัติขั้นตอนที่ ๑-๓ ข้ันตอนท่ีเหลือครูจะเป็นผู้ปฏิบัติ กำรสอนให้นักเรียนฝึกฝนแบบลูกโซ่ตง้ั แต่ขัน้ ตอนแรกของงำนถงึ ขน้ั ตอนสดุ ท้ำยเรยี กวำ่ กำรฝกึ แบบเดินหน้ำ (Forward Training) ซ่ึงมักใช้สอนกับงำนที่ข้ันตอนสุดท้ำยยำกมำก ส่วนกำรฝึกฝนแบบถอยหลัง(Backward Training) เป็นกำรสอนงำนที่ตรงกันข้ำมกับกำรฝึกแบบเดินหน้ำ น่ันคือ ครู/ผู้ปกครองจะสอนงำนข้ันตอนสุดท้ำยก่อนและสอนขั้นตอนรองสุดท้ำย งำนขั้นถัดไปเรื่อย ๆ ซ่ึงครู/ผู้ปกครองจะปฏิบัติงำนท่ีเหลือทั้งหมดนกั เรียนจะทำขั้นตอนสุดทำ้ ย และใหท้ ำข้นั ตอนถัดขึ้นมำเพิ่มขึ้น ขั้นตอนทเี่ หลือคร/ู ผู้ปกครองจะเป็นผปู้ ฏิบัติ กำรฝกึ แบบถอยหลังจะทำใหน้ กั เรียนสนกุ มำกกวำ่ เน่ืองจำกนักเรียนรูส้ ึกว่ำตนเองทำกิจกรรมไดส้ ำเร็จ ซึ่งมักใชใ้ นกำรฝกึ ทักษะกำรดแู ลชว่ ยเหลอื ตนเอง ๕) การทาซ้า ๆ (Repetition) วิธีให้นักเรียนทำซ้ำ ๆ เป็นกำรเสริมแรงและเรียนร้งู ำนที่ดวี ธิ ีหนงึ่ เน่อื งจำกงำนที่ใหน้ ักเรียนฝึกฝนจนเกิดทักษะนั้นจะต้องทำเปน็ ประจำ หรือทุกวัน เช่น กำรดูแลช่วยเหลือตนเอง ครู/ผู้ปกครองจึงตอ้ งช่วยให้นกั เรยี นฝึกปฏิบัติทุกครั้งเม่ือปฏิบตั ิกจิ กรรมประจำวัน ๖) การตะล่อมกล่อมเกลา(Shaping) กำรตะล่อมกล่อมเกลำหรือกำรปรับแต่งพฤติกรรม เป็นกำรดำเนินกำรเม่ือครู/ผู้ปกครอง ให้รำงวัลและชมเชยนักเรียนเม่ือนักเรียนปฏิบัติงำนได้ใกล้เคียงกับงำน โดยไม่ได้พิจำรณำว่ำจะต้องเป็นงำนที่สมบูรณ์ที่สุด เช่น ให้นักเรียนหวีผม ถำ้ นักเรยี นหยิบหวีไปยังศีรษะตนเองและเคลื่อนหวีในลักษณะกำรหวี ครูกจ็ ะใหร้ ำงวัลและชมเชยนักเรียนในพฤติกรรมนั้น ซึ่งนั่นหมำยควำมว่ำ นักเรียนยังไม่ทำงำนได้สำเร็จหรือแม้ว่ำแทนท่ีจะเป็นกำรหวีให้เรียบแต่กลับทำให้ผมยุ่ง แต่ก็ใช้กำรปรับแต่งพฤติกรรม เพื่อให้นักเรียนทำงำนได้สำเร็จซึ่งมักจะใช้ช่วยนักเรยี นในกำรฝกึ ขัน้ ตอนแรก ๆ

๕๓ ๗) การช่วยเหลือให้ผ่านขั้นตอนแรกของการริเร่ิมงาน (Grading) เป็นกำรใช้อุปกรณ์ท่ีมีขนำดเกินจริงสำหรับกำรปฏิบัติที่ง่ำยเมื่อเริ่มต้น เมื่อให้นักเรียนฝึกกิจกรรมจะเริ่มด้วยกำรฝึกกิจกรรมที่ง่ำย และค่อยเพ่ิมควำมซับซ้อนของงำน เช่น กำรใช้หวี กระดุม เส้ือขนำดใหญ่เป็นต้น ๘) การปรับ (Adaptations) ในกำรวำงแผนบทเรียนเพ่ือสอนทักษะชีวิต ทักษะกำรดำรงชีวิตอิสระ สำหรับนักเรียนบำงคนอำจไม่ยังไม่เพียงพอกับควำมต้องกำรจำเป็นพิเศษ โดยเฉพำะนักเรียนที่มีควำมบกพร่องทำงร่ำงกำย วิธีกำรปรับเพื่อให้นักเรียนปฏิบัติงำนได้จำกอปุ กรณ์ท่ีปรบั แล้วกเ็ ป็นแนวคดิ ท่นี ำมำใช้ ได้แก่ ๘.๑) กำรปรับสภำพแวดล้อม เช่นกำรปรับสภำพแวดล้อมสำหรับเก้ำอี้รถเข็นในกำรใช้ห้องน้ำ กำรทำเก้ำอ้ีสำหรับอำบน้ำ กำรลดระดับอ่ำงล้ำงหน้ำ กำรเก็บเส้ือและสิง่ ของในระดับท่มี คี วำมสงู ในระดับทน่ี ักเรียนเอือ้ มถงึ ๘.๒) กำรปรบั เทคนิค เช่นกำรตรึงแขนบนโต๊ะก่อนกำรกิน หรอื กำรนั่งบนเตียงและสวมกำงเกง เปน็ ตน้ กำรปรบั เทคนคิ ต่ำง ๆจะขน้ึ อยกู่ บั ควำมต้องกำรจำเป็นของนักเรยี น ๘.๓) กำรปรับวสั ดุ อปุ กรณ์ เป็นกำรปรบั อุปกรณเ์ พ่ือช่วยใหน้ ักเรียนท่ีมีควำมต้องกำรจำเป็นพิเศษมีอิสระในกำรปฏิบัติ เช่น ช้อนท่ีดัดแปลงให้มีท่ีจับยำวขึ้นสำหรับกำรเอือ้ มถงึ กำรดดั แปลงเส้อื สำหรับนกั เรยี นใหส้ วมได้ง่ำย เป็นตน้ ๒.๒.๒ โปรแกรมและเทคนคิ วธิ กี ารอน่ื ๆ มีผู้ศึกษำและพัฒนำเทคนิควิธีกำรอ่ืนๆมำใช้ในกำรจัดกำรเรียนกำรสอนกับเด็กพิกำร เช่น เด็กออทิสติก เด็กท่ีมีควำมบกพร่องทำงสติปัญญำ เด็กท่ีมีควำมบกพร่องทำงกำรพูดและภำษำ เดก็ ทีม่ คี วำมบกพรอ่ งทำงพฤติกรรมหรืออำรมณ์ เปน็ ตน้ เทคนิควิธกี ำรเหลำ่ นี้ ไดแ้ ก่ ๑) การบาบดั และการให้การศึกษาแก่บคุ คลออทสิ ตกิ และผู้ท่ีมีปัญหาในก า ร สื่ อ ส า ร ( Treatment and Education of Autistic and Related CommunicationHandicapped Children : TEACCH) เป็นโปรแกรมกำรสอนแบบมีโครงสร้ำง (Structured teaching) ที่มี๔ องค์ประกอบ คอื ๑.๑) โครงสร้ำงทำงกำยภำพ เป็นกำรจัดระบบสิ่งแวดล้อมทำงกำยภำพ เพอ่ื ทำใหพ้ ื้นที่หรือสิง่ แวดล้อมต่ำงๆ มีควำมหมำยและเหมำะสมสอดคล้องกับควำมต้องกำรจำเปน็ ของเด็ก ๑.๒) ตำรำงกิจวัตรประจำวัน เป็นกำรช้ีนำทำงสำยตำ โดยจัดองคป์ ระกอบในตำรำงกิจวัตรประจำวัน จะชว่ ยใหน้ กั เรยี นคำดกำรณ์ว่ำจะเกิดอะไรข้ึนในลำดับตอ่ ไป ๑.๓) ระบบกำรทำงำน เป็นระบบกำรทำงำนรำยบุคคลที่ให้วิธีกำรในกำรทำงำน โดยอำศัยกลวิธีกำรเห็น (Visual Strategy) ในกำรจัดระบบ ซึ่งจะต้องตอบคำถำม ๔คำถำม ๑) งำนอะไรท่ีต้องทำให้สำเร็จและงำนน้ันมีลักษณะอย่ำงไร ๒) มีงำนมำกเท่ำไหร่ที่ต้องทำให้สำเร็จภำยในเวลำทก่ี ำหนด ๓) เมือ่ ใดทฉ่ี ันจะตอ้ งทำงำนให้สำเร็จ ๔) อะไรท่ีจะตำมมำ

๕๔ ๑.๔) โครงสร้ำงของสิ่งที่เอ้ือต่อกำรเรียนรู้ทำงกำรเห็น เป็นวิธีกำรสร้ำงควำมชัดเจนให้กับภำระงำน ซึ่งมีกำรจัดระบบของงำนทั้งกำรจัดทำตัวแบบและงำนท่ีผู้เรียนจะต้องเป็นผู้กระทำ ๒) การแลกเปลี่ยนภาพในระบบการส่ือสาร (Picture ExchangeCommunication System : PECS) เปน็ กำรสอนจะเน้นกำรใชภ้ ำพในกำรสอ่ื สำร โดยเร่ิมจำกกำรแลกเปล่ียนภำพระหว่ำงคู่สนทนำ โดยไม่มีกำรพูดคุย ต่อจำกนั้นครูจะเร่ิมพูดคุยกับเด็กทีละน้อย ซ่ึงเด็กอำจไม่ได้ตอบแตเ่ ด็กจะเริ่มโต้ตอบ โดยใช้ภำพ ใช้ภำษำท่ำทำง ใช้ภำษพดู ในทีส่ ุด แบ่งออกเป็น ๖ขั้นตอน ดังน้ี ขั้นตอนที่ ๑ กำรแลกเปล่ยี นภำพ ขน้ั ตอนท่ี ๒ กำรเพิ่มระยะห่ำงในกำรแลกเปลย่ี นภำพและกำรพยำยำมแลกเปลยี่ นภำพให้ได้ ขัน้ ตอนท่ี ๓ ขั้นเรยี นรู้กำรแยกแยะภำพ ขั้นตอนที่ ๔ กำรสรำ้ งประโยค ขน้ั ตอนที่ ๕ กำรฝึกตอบสนองคำถำม “ต้องกำรอะไร” ข้ันตอนที่ ๖ ขั้นฝกึ กำรแสดงควำมคิดเหน็ ๓) ฟลอร์ไทม์ (Floor Time) เทคนิคฟลอร์ไทม์ (Floor Time)เป็นกำรพัฒนำเด็กออทิสติกระดับอนุบำลด้วย กำรเล่น เทคนิคน้ีเป็นกำรพัฒนำควำมสัมพันธ์และควำมพอใจ ออกแบบกำรเล่นให้สอดคล้องกับระดับพัฒนำกำรและลักษณะเฉพำะบุคคลโดยเช่ือว่ำหำกเด็กออทิสติกได้รับกำรฝึกให้มีปฏิสัมพันธ์ท่ีน่ำพอใจเด็กก็จะพัฒนำสติปัญญำและควำมงอกงำมทำงอำรมณ์ไปได้พร้อมๆ กัน เทคนิคนี้ทำให้เด็กเรียนรู้ทักษะหลำยทักษะ ซ่ึงเป็นพ้ืนฐำนของพัฒนำกำรโดยผ่ำนกำรเลน่ มีผใู้ หญร่ ่วมในกำรเล่นและแกไ้ ขควำมบกพร่องทเ่ี ป็นอปุ สรรคขัดขวำงกำรเลน่ ที่มปี ระโยชนต์ ่อพฒั นำกำรกิจกรรมฟลอร์ไทม์ มี ๕ ขัน้ ตอน ดังน้ี ขั้นท่ี ๑ กำรสังเกต (observation) กำรสังเกตพฤติกรรมของเด็กขณะเล่นโดย มีเป้ำหมำยสำคัญคือสังเกตว่ำเด็กมีควำมสนใจต่อสิ่งแวดล้อมรอบข้ำงมำกน้อยเพียงใดและเข้ำใจในสง่ิ ที่ดำเนนิ ไปรอบตัวหรอื ไม่เพียงใดเพอื่ จะให้รูว้ ำ่ จะเข้ำหำเด็กได้อย่ำงไร ขั้นท่ี ๒ เข้ำหำเด็ก และเปิดวงจรสอ่ื สำร (approach - open circleof communication) ครูเข้ำหำเด็กและร่วมกิจกรรม พร้อมท้ังพยำยำมสร้ำงอำรมณ์ร่วมให้อยู่ในระดับเดียวกับเด็ก อำจน่ังลงใกล้ๆ และเล่นกับเด็ก เริ่มส่ือสำรโดยอำจใช้สีหน้ำ ท่ำทำง ภำษำกำยหรือภำษำพูดก็ไดใ้ ช้สิ่งของ ของเล่น หรอื กจิ กรรมที่เด็กสนใจ ขั้นที่ ๓ คล้อยตำมเด็ก (follow the child’s lead) ครูจะต้องพยำยำมคล้อยตำมเด็กโดยไม่ส่ังหรือจับมือให้เด็กทำ แต่คล้อยตำมในสิ่งท่ีเด็กพูดและส่ิงท่ีเด็กทำ โดยให้เด็กเป็นผู้นำในกำรเล่นเด็กจะเป็นคนต้นคิดในกำรเล่นว่ำ เด็กจะเล่นอย่ำงไร เล่นอะไรก่อนครูจะต้องคล้อยตำม

๕๕ ขั้นท่ี ๔ ยืดและขยำยกำรเล่น (extend and expand play) ในขั้นน้ีครูพยำยำมยืดและขยำยกำรเล่นและกำรส่ือสำรให้นำนขึ้นและหลำกหลำยข้ึ นโดยไม่แทรกแซงกำรละเลน่ ของเด็ก ครเู ป็นฝำ่ ยเล่นตำม ข้ั น ท่ี ๕ ปิ ด ว ง จ ร ส่ื อ ส ำ ร ( child closes the circle ofcommunication) เป็นกำรสิน้ สดุ เรอ่ื งทส่ี ่ือสำรกันเม่ือครูเริ่มสื่อสำรกบั เด็ก เชน่ ครยู ้ิมให้ เดก็ ย้มิ ตอบนนั่ คือจบ ๑ วงจรส่อื สำร ๔) เทคนคิ การสอนแบบ 3R เป็นกำรสอนทีน่ ำไปประยกุ ต์ใช้ในกำรจดักจิ กรรม บรรยำกำศ สภำพแวดล้อม ซึง่ ประกอบด้วย ๔.๑) Repetition คือ กำรสอนซำ้ และใชเ้ วลำสอนมำกกว่ำนกั เรียนปกติ ใชว้ ิธสี อนหลำยๆ วธิ ีในเนอ้ื หำเดิม ๔.๒) Relaxation คอื กำรสอนแบบไม่ตึงเครียด ไม่สอนเนื้อหำวชิ ำเดยี วนำนเกนิ ๑๕ นำที ควรเปลี่ยนกจิ กรรมกำรสอน วชิ ำกำรเป็นกำรเล่น ร้องเพลง ดนตรี เล่ำนทิ ำนหรือใหน้ กั เรยี นไดล้ งมือปฏิบัตจิ ริง ๔.๓) Routine คอื กำรสอนใหเ้ ปน็ กิจวตั รประจำวัน เปน็ กิจกรรมท่ีต้องทำสมำ่ เสมอในแต่ละวัน ๕) การวิเคราะห์พฤติกรรมประยกุ ต์ (Applied Behavior Analysis:ABA) กำรวิเครำะห์พฤติกรรมประยุกต์ เป็นกำรนำวิธีกำรปรับพฤติกรรมมำใช้ในกำรสอนหรือปรับพฤติกรรมของเด็ก จุดมุ่งหมำยสำคัญของกำรวิเครำะห์พฤติกรรมประยุกต์คือกำรสร้ำงเสริมพฤติกรรมใหม่ให้เกิดข้ึนในตัวเด็ก เช่น กำรมองหน้ำ และหรือลดพฤติกรรมท่ีไม่พึงประสงค์ลง เช่น กำรทำร้ำยตนเองกำรวิเครำะห์พฤติกรรมประยุกต์ ประกอบด้วยวิธีกำร ๓ ขั้นตอนคือ ๕.๑) กำรประเมินพฤติกรรม (Behavior Assessment) โดยประเมินพฤติกรรมใดของเด็กท่ีเป็นปัญหำที่ต้องกำรแก้ไขและกำหนดเป็นวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมและกำหนดเส้นฐำน ( Baseline) เป็นฐำนข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็กว่ำเกิดข้ึนบ่อยเพียงใด มีควำมรุนแรงหรอื ไม่ ๕.๒) กำรให้ควำมช่วยเหลือ (Intervention) เป็นกระบวนกำรเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเด็กโดยใชเ้ ทคนิคต่ำงๆ เพ่ือให้เด็กเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เช่น แรงเสริมเชิงบวก กำรชี้แนะ ๕.๓) กำรคงไว้ซึ่งพฤติกรรม (Maintenance) เมื่อเด็กแสดงพฤตกิ รรมที่พึงประสงค์แล้วจำเป็นต้องให้เด็กแสดงพฤติกรรมนั้นต่อเร่อื ยๆ ๖) การใช้ประสาทการรับรูร้ ว่ มกนั (Sensory Integration) กำรใช้ประสำทกำรรับรู้ร่วมกัน หมำยถึงกำรใช้ประสำทกำรรับรู้หลำยๆด้ำนร่วมกัน ท้ังในด้ำนกำรสัมผัส กำรเคลื่อนไหว กำรใช้ส่วนต่ำงๆ ของลำตัว กำรใช้สำยตำกำรฟัง กำรลิ้มรส และกำรดมกล่ิน ฝึกกำรใช้ประสำทสัมผัสกำรรับรู้ เพ่ือลดพฤติกรรมท่ีซ้ำๆ เพ่ิม

๕๖สมำธิ เพิ่มควำมสำมำรถ ควำมยำวนำนในกำรทำสมำธิ ลดควำมวิตกกังวล ปรับสภำพแวดล้อมให้เหมำะสมกับเด็กเพ่ือให้เด็กใช้ประสำทสัมผสั ได้เต็มที่ ฝกึ ใหเ้ ขำ้ ใจและรบั รู้ส่วนต่ำงๆของรำ่ งกำย กำรใช้อวยั วะกำรเคลอ่ื นไหว ทงั้ กำรใช้แขน ขำ น้วิ มือด้วยกิจกรรมกำรฝึกท่ีทำใหเ้ ด็กมอี ำรมณส์ งบลง เช่นอำบนำ้ อุ่น ยกของหนกั ๆ ลำกของหนักๆ ดันของหนักๆ กจิ กรรมที่ทำให้เด็กรบั รูไ้ ด้ดขี น้ึ ๒.๓ การจดั กิจกรรมเพอ่ื พฒั นาทกั ษะการเรียนรู้ หลักสูตรกำรให้บริกำรช่วยเหลือระยะแรกเริ่มสำหรับเด็กพิกำร ศูนย์กำรศึกษำพิเศษ ฉบบั ปรับปรงุ พุทธศักรำช ๒๕๕๘ ประกอบด้วย ๖ ทกั ษะพืน้ ฐำนและทกั ษะจำเป็นเฉพำะควำมพิกำร หรือทักษะจำเป็นอื่นๆ ซึ่งอยู่ภำยใต้พัฒนำกำรทำงร่ำงกำย อำรมณ์ จิตใจ สังคม สติปัญญำและควำมสำมำรถในกำรพ่ึงพำตนเอง กำรมีคุณภำพชีวิตท่ีดีของงเด็กพิกำรแต่ละคน กำรจัดกิจกรรมผู้สอนจะตอ้ งมีควำมเข้ำใจว่ำ พฒั นำกำรและควำมพร้อมในกำรเรียนรู้ของเด็กทมี่ ีควำมต้องกำรจำเป็นพิเศษจะแตกต่ำง ดังน้ัน กำรจัดกิจกรรมควรศึกษำทักษะและกิจกรรมในแต่ละด้ำน เพ่ือส่งเสริมพฒั นำกำรและควำมสำมำรถตำมที่หลกั สตู รกำหนด ทักษะพ้ืนฐำนแต่ละทักษะ ได้แก่ ทักษะกล้ำมเน้ือมัดใหญ่ ทักษะกล้ำมเนื้อมัดเล็กทักษะกำรช่วยเหลือตนเองในชวี ิตประจำวัน ทักษะกำรรับรู้และแสดงออกทำงภำษำ ทักษะทำงสังคมเป็นทักษะที่มุ่งให้เด็กพิกำรได้ใช้ร่ำงกำย อำรมณ์ จิตใจ กำรรับรู้ จำกกำรเล่น กำรปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ซึ่งครูหรือผู้ดูแลจะต้องจัดกิจกรรมในลักษณะบูรณำกำรท่ีสัมพันธ์กับอำยุและสภำพชีวิต รวมทั้งควำมต้องกำรจำเป็นในสถำนกำรณ์จำลองและสถำนกำรณ์จริง ทั้งในกำรแสดงบทบำทสมมติ กำรเลียนแบบจำกส่ือต่ำงๆ กำรฟังนิทำน เร่ืองเล่ำทั้งจำกครูและจำกสื่อ รวมท้ังกำรนำเด็กไปร่วมกิจกรรมต่ำงๆ เช่น กิจกรรมวันสำคัญทำงศำสนำ กิจกรรมตำมประเพณี กิจกรรมทัศนศึกษำเป็นต้น กำรจัดกิจกรรมในลักษณะนี้เป็นกำรนำทักษะต่ำงๆมำจัดและส่งเสริมให้เด็กได้แสดงออกในสภำพท่ีเป็นธรรมชำติโดยครูหรอื ผู้ดูแลจะสังเกตพฤติกรรมเหล่ำนน้ั และนำไปปรับกำรช่วยเหลือเปน็ตัวต่อตัว หรือประสำนงำนกับผู้เกี่ยวข้องในกำรจัดกิจกรรมเสรมิ ทักษะ ส่วนทักษะทำงสติปัญญำหรือกำรเตรียมควำมพร้อมทำงวชิ ำกำร ต้องมกี ำรสร้ำงสถำนกำรณใ์ หเ้ ด็กพิกำรเรียนรู้สภำพแวดล้อม เปิดโลกกว้ำงและเผชิญปัญหำ กำรจัดกิจกรรมต้องนำส่ิงแวดล้อมมำให้เด็กพิกำรรู้จักและสำมำรถระบุชื่อและหน้ำที่ของสื่อกำรเรียนกำรสอนที่ใช้ในชีวิตจริง หรือส่ือจำลอง และทักษะจำเป็นเฉพำะควำมพิกำรหรือทกั ษะจำเป็นอ่ืนๆน้ัน เป็นกำรจดั กิจกรรมตำมควำมต้องกำรจำเปน็ ของแต่ละบุคคล เช่น ในเด็กที่มีควำมบกพร่องทำงร่ำงกำย หรือกำรเคล่ือนไหว หรือสุขภำพ ก็ไม่ได้มีควำมต้องกำรในทักษะเฉพำะท่ีเหมือนกัน เด็กพิกำรบำงคนอำจมีควำมจำเป็นในกำรใช้กำยอุปกรณ์ บำงคนจำเป็นต้องได้รับกำรฝึกใช้อวัยวะท่ีเหลืออยู่ในกำรปฏิบัติกิจกรรมประจำวัน หรือต้องจัดเทคโนโลยี ส่ิงอำนวยควำมสะดวกและฝึกใชป้ ระกอบกำรปฏิบตั ิกิจกรรมประจำวัน ดังนั้น ในกำรจัดกิจกรรมพัฒนำทักษะจำเป็นจึงต้องมีกำรจัดลำดับควำมสำคัญและสิ่งที่เป็นควำมเร่งด่วนในวัยของเด็กพิกำร ส่วนกิจกรรมพัฒนำผู้เรียนได้จำแนกออกมำเป็น ๖ กิจกรรม ซ่ึงได้กำหนดให้จัดตำมควำมต้องกำรจำเป็นของเด็กพิกำรและบริบทของศูนย์กำรศึกษำพิเศษ หมำยควำมว่ำ เด็กพิกำรแต่ละคนอำจได้รับกำรพัฒนำและแสดงควำมสำมำรถในกิจกรรมใดกจิ กรรมหนงึ่ หรือหลำยกิจกรรมก็ได้ สำหรับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ท่ีหลักสูตรกำหนดไว้ ๑๐ ข้อ เป็นผลท่ีเกิดจำกกำรพัฒนำเดก็ ตำมทกั ษะกำรเรียนรแู้ ละกิจกรรมพัฒนำผู้เรียน ประกอบด้วย

๕๗ ๑. รำ่ งกำยเจรญิ เติบโตและมีสุขนิสยั ทดี่ ี ๒. กลำ้ มเน้ือมัดใหญแ่ ละกลำ้ มเน้อื มดั เลก็ แขง็ แรง และใช้ได้อยำ่ งประสำนสมั พันธ์กัน ๓. ร่ำเรงิ แจม่ ใส มคี วำมสุขและมีควำมรู้สกึ ทดี่ ีต่อตนเองและผู้อน่ื ๔. มีคุณธรรม จริยธรรม มวี นิ ัยในตนเองและมีควำมรบั ผิดชอบ ๕. ช่วยเหลอื ตนเองไดเ้ ต็มศกั ยภำพ ๖. สนใจต่อกำรเรียนรู้สงิ่ ต่ำงๆ รอบตัว ๗. เลน่ และทำกิจกรรมรว่ มกับผูอ้ น่ื ได้ ๘. ส่อื สำรด้วยภำษำหรือวธิ กี ำรอ่นื ได้ ๙. มคี วำมสำมำรถในกำรคิดและกำรแก้ปัญหำได้เตม็ ศกั ยภำพ ๑๐. มีควำมสำมำรถในกำรดำรงชวี ติ ประจำวนั ไดเ้ ตม็ ศักยภำพ เมื่อพิจำรณำตัวช้ีวัดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑๐ ประกำรน้ี สำมำรถกำหนดกรอบกำรพิจำรณำคุณลักษณะอันพึงระสงค์ที่ต้องกำรให้เกิดกับเด็กพิกำร ให้สอดคล้องกับพัฒนำกำรทำงด้ำนร่ำงกำย ด้ำนจิตใจ อำรมณ์ ด้ำนสังคม ด้ำนสติปัญญำ และกำรพึ่งพำตนเอง ตลอดจนกำรมีคณุ ภำพชวี ติ ทีด่ ี ได้ดังน้ี คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นร่างกาย หมำยถึง ลักษณะท่ีแสดงให้เห็นถึงพัฒนำกำรทำงด้ำนร่ำงกำย ในเรื่องน้ำหนัก ส่วนสูงและกำรดูแลสุขอนำมัยของตนเอง กำรใช้กล้ำมเนื้อส่วนต่ำงๆของร่ำงกำยในกำรปฏิบัติกิจกรรมได้อย่ำงประสำนสัมพันธ์กัน หรือกำรใช้กล้ำมเน้ือด้วยวิธีกำรอื่น รวมถึงกำรใช้อุปกรณ์ช่วยหรือทดแทนในกำรปฏิบัติกิจกรรม โดยคำนึงถึงควำมบกพร่องแต่ละประเภทและระดับของควำมพิกำรประเด็นกำรพิจำรณำคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตำมหลักสูตรสำหรับเด็กที่มีควำมต้องกำรจำเป็นพิเศษระยะแรกเร่ิม ของศูนย์กำรศึกษำพิเศษ ฉบับปรับปรุง พุทธศักรำช ๒๕๕๘ คือ (๑) ร่ำงกำยเจริญเติบโตและมสี ขุ นสิ ัยที่ดีและ (๒) กลำ้ มเนือ้ สว่ นต่ำง ๆของร่ำงกำยมีควำมแข็งแรง สำมำรถใช้งำนได้อย่ำงประสำนสัมพันธ์กัน หรือกำรใช้กล้ำมเน้ือด้วยวิธีกำรอื่น รวมถึงกำรใช้อุปกรณ์ช่วยหรือทดแทน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ด้านจิตใจ อารมณ์ หมำยถึง ลักษณะท่ีแสดงให้เห็นถึงพัฒนำกำรทำงด้ำนจิตใจ อำรมณ์ เก่ียวกับกำรตระหนักในคุณค่ำของตนเองและผู้อื่น กำรมีอำรมณ์ร่ำเริงแจ่มใส กำรแสดงควำมอยำกรู้อยำกเห็นต่อสง่ิ แวดล้อม เลน่ และรว่ มกจิ กรรมตำ่ งๆกับผูอ้ ่นื ตำมควำมบกพร่องแตล่ ะประเภทและระดบั ของควำมพิกำร ประเด็นกำรพิจำรณำให้นำคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตำมหลักสูตรสำหรับเด็กที่มีควำมต้องกำรจำเป็นพิเศษระยะแรกเริ่ม ของศูนย์กำรศึกษำพิเศษ ฉบับปรับปรุง พุทธศักรำช ๒๕๕๘(๓) ร่ำเรงิ แจ่มใสมีควำมสุขและมคี วำมรูส้ ึกท่ดี ตี ่อตนเองและผู้อนื่ (๔) มีคุณธรรม จรยิ ธรรม มีวนิ ยั ในตนเองและมีควำมรบั ผิดชอบ

๕๘ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดา้ นสงั คม หมำยถึง ลักษณะท่ีแสดงให้เห็นถึงพัฒนำกำรด้ำนสังคม ในเร่ืองกำรเล่น กำรร่วมกิจกรรมกำรมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น กำรปฏิบัติตำมกฎกติกำ มำรยำททำงสังคม ตลอดจนสำมำรถดำรงชีวิตประจำวันได้เต็มศักยภำพทั้งในสภำพแวดล้อมที่คุ้นเคยและไม่คุ้นเคย ตำมควำมบกพร่องแต่ละประเภทและระดับของควำมพิกำร ประเด็นกำรพิจำรณำให้นำคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตำมหลักสูตรสำหรับเด็กที่มีควำมต้องกำรจำเป็นพิเศษระยะแรกเริ่ม ของศูนย์กำรศึกษำพิเศษฉบับปรับปรุง พุทธศักรำช ๒๕๕๘ (๗) เล่นและทำกิจกรรมกับผู้อ่ืนได้อย่ำงมีควำมสุ ข(๑๐) มีควำมสำมำรถในกำรดำรงชีวติ ประจำวันได้เต็มศักยภำพ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นสตปิ ญั ญา หมำยถึง ลักษณะที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนำกำรด้ำนกำรใช้สติปัญญำ เกี่ยวกับกำรคิดตัดสินใจ แก้ปัญหำเม่ือเผชิญกับสถำนกำรณ์หรือปัญหำต่ำงๆ กำรใช้ภำษำหรือกำรสื่อสำรด้วยวิธีกำรอื่น ตำมควำมบกพร่องแต่ละประเภทและระดับของควำมพิกำร ประเด็นกำรพิจำรณำให้นำคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตำมหลักสูตรสำหรับเด็กท่ีมีควำมต้องกำรจำเป็นพิเศษระยะแรกเริ่มของศูนย์กำรศึกษำพิเศษ ฉบับปรับปรุง พุทธศักรำช ๒๕๕๘ (๖) สนใจต่อกำรเรียนรู้สิ่งต่ำงๆ รอบตัว(๘) สื่อสำรด้วยภำษำหรือวิธีกำรอื่นได้อย่ำงเหมำะสมและ (๙) มีควำมสำมำรถในกำรคิดและแก้ไขปญั หำได้อย่ำงเหมำะสม คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ดา้ นการพึง่ พาตนเอง หมำยถึง ลักษณะที่แสดงให้เห็นถึงควำมสำมำรถใช้ภำษำในกำรส่ือสำร รู้จักกฎเกณฑ์กติกำของสังคม มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อ่ืน สำมำรถแก้ปัญหำที่เกิดข้ึนในกำรดำรงชีวิตประจำวันได้อย่ำงเหมำะสม ตำมควำมบกพร่องแต่ละประเภทและระดับของควำมพิกำร ประเด็นกำรพิจำรณำให้นำคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตำมหลักสูตรสำหรับเด็กที่มีควำมต้องกำรจำเป็นพิเศษระยะแรกเร่ิม ของศูนย์กำรศึกษำพิเศษ ฉบับปรับปรุง พุทธศักรำช ๒๕๕๘ (๕) ช่วยเหลือตนเองได้เต็มศักยภำพและ(๑๐) มีควำมสำมำรถในกำรดำรงชวี ติ ประจำวันไดเ้ ตม็ ศกั ยภำพ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ด้านคุณภาพชีวิตท่ดี ี หมำยถึง ลักษณะที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนำกำรทำงด้ำนร่ำงกำย จิตใจ อำรมณ์ สังคมสตปิ ญั ญำและสำมำรถพึ่งพำตนเองได้อย่ำงเหมำะสม ตำมควำมบกพร่องแตล่ ะประเภทและระดับของคว ำมพิกำร ปร ะเด็น กำร พิจ ำร ณำให้ น ำคุณลั กษ ณะ อัน พึงปร ะส งค์ ตำ ม ห ลั กสู ตร ส ำห รั บเ ด็ ก ท่ี มีควำมต้องกำรจำเป็นพิเศษระยะแรกเริ่ม ของศูนย์กำรศึกษำพิเศษ ฉบับปรับปรุง พุทธศักรำช ๒๕๕๘(๑) ร่ำงกำยเจริญเติบโตและมีสุขนิสัยท่ีดี (๓) ร่ำเริงแจ่มใส มีควำมสุขและมีควำมรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น (๗) เล่นและทำกิจกรรมกับผู้อื่นได้อย่ำงมีควำมสุข (๑๐) มีควำมสำมำรถในกำรดำรงชีวิตประจำวันไดเ้ ตม็ ศักยภำพ

๕๙ คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์บำงข้อสำมำรถใช้ผลจำกกำรจัดกิจกรรมตำมทักษะกำรเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนำผู้เรียนมำบันทึกผลว่ำเด็กพิกำรมีคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ดังกล่ำวในระดับใด เช่น กล้ำมเน้ือมัดใหญ่และกล้ำมเน้ือมัดเล็กแข็งแรง และใช้ได้อย่ำงประสำนสัมพันธ์กันกล้ำมเน้ือส่วนต่ำง ๆ ของร่ำงกำยมีควำมแข็งแรง สำมำรถใช้งำนได้อย่ำงประสำนสัมพันธ์กันหรือกำรใช้กล้ำมเน้ือด้วยวิธีกำรอ่ืน รวมถึงกำรใช้อุปกรณ์ช่วยหรือทดแทน เป็นต้น แต่คุณลักษณะที่พึงประสงค์บำงข้อต้องจัดกิจกรรมเพิ่มเติมนอกเหนือจำกท่ีระบุไว้ในแผนกำรจัดกำรศึกษำเฉพำะบุคคลหรือแผนกำรให้บริกำรช่วยเหลือเฉพำะครอบครัวหรือกิจกรรมพัฒนำผู้เรียน เช่นมคี วำมสำมำรถในกำรคิดและกำรแกป้ ญั หำไดอ้ ย่ำงเหมำะสมเตม็ ศักยภำพ เปน็ ต้น ๒.๓.๑ กลุ่มทักษะพื้นฐาน เป็นทักษะที่จำเป็นในกำรพัฒนำเด็กพิกำรมีท้ังหมด ๖ กลุ่มทักษะ ไดแ้ ก่ ๑) กลุม่ ทักษะกล้ำมเนื้อมัดใหญ่ เปน็ กำรพัฒนำกล้ำมเนื้อมัดใหญ่ในด้ำนต่ำงๆ ในเร่ืองกำรเคล่ือนไหวในท่ำนอน กำรคืบ กำรคลำน กำรนั่ง กำรยืน กำรเดิน กำรวิ่ง กำรกระโดด และกำรรบั สง่ ลกู บอล ๒) กลุ่มทักษะกล้ำมเนื้อมัดเล็ก เป็นกำรพัฒนำกล้ำมเนื้อมัดเล็กให้แข็งแรง และใช้ได้อย่ำงประสำนสัมพันธ์กัน ในเรื่อง กำรมอง กำรใช้มือในกำรทำกิจกรรมกำรประสำนสัมพันธ์ระหว่ำงตำกบั มอื และกำรเคลือ่ นไหวอวยั วะท่ีใชใ้ นกำรพดู ๓) กลุ่มทักษะกำรช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวัน เป็นกำรพัฒนำให้ผู้เรียนสำมำรถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันในเรื่อง (๑) กำรรับประทำนอำหำร ประกอบด้วย กำรดูด กำรด่ืม กำรกลืนและกำรเคี้ยว กำรหยิบอำหำรเข้ำปำก กำรใช้ช้อนตักอำหำร (๒) กำรแต่งกำยประกอบด้วย กำรถอด – สวมถุงเท้ำ รองเท้ำ กระโปรงกำงเกง เส้ือ กำรถอด และสวมใส่เครื่องแต่งกำย กำรเลือกเครื่องแต่งกำย (๓) กำรขบั ถำ่ ย ประกอบด้วย กำรขับถำ่ ย อุจจำระ -ปสั สำวะ (๔) กำรดแู ลอนำมัยตนเอง กำรทำควำมสะอำดมือและเท้ำ กำรทำควำมสะอำดหน้ำ กำรแปรงฟัน กำรอำบน้ำกำรหวีผม กำรสระผม (๕) กำรรับผดิ ชอบ งำนบำ้ น ประกอบด้วยกำรช่วยเหลืองำนบำ้ น ปแู ละเก็บท่ีนอน กำรจัดเก็บส่ิงของ เคร่ืองใช้ (๖) กำรใช้ห้องน้ำสำธำรณะ (๗) กำรเคล่ือนย้ำยตนเองในบ้ำน(Functional Mobility) (๘) กำรดูแลสุขภำพและควำมปลอดภัยในชีวิตประจำวัน (Health andSafety) ประกอบด้วย การดแู ลและการป้องกนั สขุ ภาพ ความปลอดภัยในชีวติ ประจาวนั ๔) กลุ่มทักษะกำรรับรู้และแสดงออกทำงภำษำ เป็นกำรพัฒนำให้ผู้เรียนสำมำรถรับรู้ แสดงออกทำงภำษำ และสื่อสำรได้อย่ำงเหมำะสม ในเรื่อง (๑) กำรรับรู้เสียงและคำประกอบด้วย กำรรับรู้เสียง กำรรับรู้คำพูด (๒) กำรสื่อสำร ประกอบด้วย กำรแสดงสีหน้ำท่ำทำงต่อส่งิ เร้ำ กำรออกเสียงคำและกำรใชค้ ำพดู (๓) กำรออกเสยี งพยัญชนะ และสระ ประกอบด้วย สระ อำอี อู ออ ไอ โอ อะ อิ อุ เอ เอำ พยัญชนะต้น (เสียงนำ) ม น ห ย ค อ ว บ ก ป ท ต ล จ พ ง ดคำที่มีตัวสะกด แม่กก แม่กง แม่กบ แม่กด (๔) กำรสร้ำงคำพูดและประโยค ประกอบด้วย คำและประโยค คำพูดและประโยคอย่ำงง่ำย (๕) กำรบอกข้อมูลส่วนตัว ประกอบด้วย ชื่อ สกุลของตนเองอำยแุ ละเพศของตนเอง ชือ่ สมำชกิ ในครอบครัว ที่อยู่ของตนเอง

๖๐ ๕) กลุ่มทักษะทำงสังคม เป็นกำรส่งเสริมกำรปฏิบัติตนในสังคม กำรเล่นและเสริมสร้ำงกำรมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อ่ืนได้อย่ำงเหมำะสมตำมศักยภำพ และสอดคล้องกับควำมต้องกำรจำเป็นพิเศษของแต่ละบุคคล ในเร่ือง (๑) กำรมีปฏิสัมพันธ์ (๒) กำรเล่น ประกอบด้วย กำรเล่นคนเดียว กำรเล่นเป็นกลุ่ม (๓) กำรปฏิบัติตนในสังคมและทักษะชีวิต ประกอบด้วย กำรปฏิบัติตนในสังคม กำรปฏบิ ตั ิตนในกำรรับประทำนอำหำรร่วมกับผู้อ่ืน กำรซื้อของ กำรเดินทำงไปสถำนท่ีต่ำงๆในชุมชน กำรโดยสำรรถประจำทำงหรือรถรับจ้ำง กำรปรับตัวในสังคมและกำรใช้เวลำว่ำงให้เป็นประโยชน์ (๔) กำรเห็นคุณค่ำในตนเอง (Self - Esteem) ประกอบด้วย กำรรู้จักตนเอง ควำมภำคภมู ใิ จในตนเอง ๖) กลุ่มทักษะทำงสติปัญญำหรือกำรเตรียมควำมพร้อมทำงวิชำกำรเป็นกำรพัฒนำด้ำนกำรรับรู้ ควำมคิดรวบยอดด้ำนต่ำง ๆ และกำรแก้ปัญหำในชีวิตประจำวัน กำรเตรียมควำมพร้อมทักษะพื้นฐำนคณิตศำสตร์ ในเรื่องกำรนับ กำรรู้ค่ำของตัวเลข กำรอ่ำนและกำรเขียนตัวเลข กำรจับคู่กำรเปรียบเทียบ กำรจำแนก กำรจัดหมวดหมู่ กำรเตรียมควำมพร้อมทักษะพนื้ ฐำนภำษำไทย ได้แก่ กำรอำ่ นและกำรเขียนภำษำไทย ๒.๒.๒ กลุ่มทักษะจาเป็นเฉพาะความพิการหรือทักษะจาเป็นอ่ืนๆ เป็นกำรพัฒนำศักยภำพเฉพำะของเด็กพิกำรตำมควำมต้องกำรจำเป็นพิเศษแต่ละประเภทควำมพิกำร และได้จัดทำไวเ้ ป็นตัวอย่ำงดังนี้ ๑) กลมุ่ ทักษะจำเป็นเฉพำะสำหรบั เด็กทม่ี ีควำมบกพร่องทำงกำรเหน็ เป็นกำรพัฒนำทักษะครอบคลุม กำรใช้ประสำทสัมผัสทำงกำรเห็นที่เหลืออยู่ กำรสร้ำงควำมคุ้นเคยกับสภำพแวดล้อมและกำรเคล่ือนไหว กำรเดนิ ทำงของคนตำบอด กำรฝึกประสำทสัมผสั กำรเคลื่อนที่ของมือ กำรอ่ำนอักษรเบรลล์ กำรเตรียมควำมพร้อมกำรเขียนอักษรเบรลล์ กำรเขียนอักษรเบรลล์กำรใช้ลูกคดิ ๒) กลุ่มทักษะจำเป็นเฉพำะสำหรับเด็กที่มีควำมบกพร่องทำงกำรได้ยินเป็นกำรพัฒนำทกั ษะกำรฟงั กำรพดู กำรใช้เครื่องช่วยฟงั และกำรใชภ้ ำษำมอื ๓) ทักษะจำเป็นเฉพำะสำหรับเด็กท่ีมีควำมบกพร่องทำงสติปัญญำเป็นกำรพฒั นำกำรรับผิดชอบงำนบำ้ น กำรดูแลสุขอนำมัยส่วนบุคคลและควำมปลอดภยั ในชวี ติ ประจำวัน กำรพัฒนำเด็กที่มีควำมจำเป็นพิเศษตำมหลักสูตรนี้อำจใช้บริกำรนักกจิ กรรมบำบดั ในศนู ย์กำรศึกษำพิเศษหรือในโรงพยำบำลหรือตำมระบบคปู องบญั ชี ค ๔) กลุ่มทักษะจำเป็นเฉพำะสำหรับเด็กท่ีมีควำมบกพร่องทำงร่ำงกำยหรอืกำรเคลอื่ นไหว หรือสขุ ภำพ เป็นกำรฝกึ กำรใช้อปุ กรณเ์ ครื่องช่วยเดิน กำยอปุ กรณ์เสริม กำยอุปกรณ์เทยี ม อุปกรณ์ดัดแปลง สิง่ อำนวยควำมสะดวก และเทคโนโลยีส่งิ อำนวยควำมสะดวก รวมถงึ กำรดูแลสุขอนำมยั สว่ นบคุ คลเพือ่ ป้องกนั ภำวะแทรกซอ้ น ๕) กลุ่มทักษะจำเป็นเฉพำะสำหรับเด็กท่ีมีควำมบกพร่องทำงกำรเรียนรู้ยงั ไมพ่ บเจอเด็กท่มี คี วำมบกพร่องทำงกำรเรยี นรใู้ นวยั แรกเกิด – ๖ ปี ตำมทีร่ ะบุไวใ้ นหลักสูตร ๖) กลุ่มทักษะจำเป็นเฉพำะสำหรับเด็กท่ีมีควำมบกพร่องทำงกำรพูดและภำษำ เป็นกำรพัฒนำกำรใช้ภำษำเพ่ือกำรส่ือสำร โดยกำรฝึกทักษะกำรฟัง กำรพูด กำรอ่ำน กำร

๖๑เขยี น กำรใช้รูปภำพสญั ลกั ษณ์ในกำรส่ือสำร ควรได้รบั กำรแกไ้ ขกำรพดู จำกครูกำรศึกษำพเิ ศษ หรอื นกัอรรถบำบัด กำรพัฒนำเด็กที่มีควำมจำเป็นพิเศษตำมหลักสูตรน้ีอำจใช้บริกำรนักกจิ กรรมบำบัดในศนู ย์กำรศกึ ษำพิเศษหรือในโรงพยำบำลหรือตำมระบบคูปองบญั ชี ค ๗) กลุ่มทักษะจำเป็นเฉพำะสำหรับเด็กท่ีมีควำมบกพร่องทำงพฤติกรรมหรืออำรมณ์เป็นกำรพัฒนำด้ำนอำรมณ์ ควำมรู้สึก ด้ำนควำมสนใจ กำรตอบสนองต่อส่ิงเร้ำ เพื่อลดพฤติกรรมท่ีไม่พึงประสงค์ และปฏิบัติตำมกติกำของสังคมได้อย่ำงเหมำะสม ควรได้รับกำรฝึกจำกคณะสหวชิ ำชพี กำรพัฒนำเด็กท่ีมีควำมจำเป็นพิเศษตำมหลักสูตรนี้อำจใช้บริกำรนกั จิตวทิ ยำคลนิ กิ ในศูนย์กำรศึกษำพิเศษหรือในโรงพยำบำลหรือตำมระบบคปู องบัญชี ค ๘) กลุ่มทักษะจำเป็นเฉพำะสำหรบั เดก็ ออทิสติก เป็นกำรฝึกทักษะจำเป็นเฉพำะสำหรับบุคคลออทิสติก เพ่ือส่งเสริมพัฒนำกำรด้ำนควำมสนใจ กำรตอบสนองต่อสิ่งเร้ำ กำรเข้ำใจภำษำ กำรแสดงออกทำงภำษำ อำรมณ์ ควำมรูส้ กึ กำรลดพฤติกรรมที่ไม่พงึ ประสงค์ กำรปฏิบัติตำมกตกิ ำของสังคม กำรเลียนแบบ กำรหลกี หนีจำกอนั ตรำย ๙) กลุ่มทักษะจำเป็นเฉพำะสำหรับเด็กพิกำรซ้อน สำมำรถนำทักษะจำเปน็ เฉพำะควำมพิกำรหรือทักษะจำเปน็ อ่นื ๆ ไปใชไ้ ด้ หรือกำหนดทักษะจำเปน็ เพิม่ เติม เพื่อนำมำพัฒนำเด็กพกิ ำรไดต้ ำมควำมเหมำะสม

บทท่ี ๔ การประเมนิ ผล การประเมินผลการเรียนรู้เป็นการเก็บผลข้อมูลจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามทกั ษะการเรยี นรู้ เพ่อื นามาประมวลผลและตีค่าตามเกณฑ์ โดยมีหลักการ ดังน้ี๑. หลักการประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรสาหรับเด็กท่ีมีความต้องการจาเปน็ พิเศษระยะแรกเรมิ่ ของศนู ยก์ ารศึกษาพเิ ศษ ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศักราช ๒๕๕๘ การประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรสาหรับเด็กที่มีความต้องการจาเป็นพิเศษระยะแรกเริ่มของศูนย์การศึกษาพิเศษ ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๕๘ เป็นกระบวนการเก็บรวบรวมตรวจสอบ ตีความผลการพฒั นา และพฒั นาการด้านตา่ งๆ ของผู้เรยี นตามหลักสตู รกาหนด เพ่อื นาผลไปปรับปรุงพัฒนาการจัดการเรียนรู้และใชเ้ ป็นข้อมูลสาหรับการตดั สินผลการเรียนรู้ สถานศึกษาต้องมีการดาเนินการประเมินผลการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ สามารถรองรับการประเมินตามระบบประกันคุณภาพการศึกษาได้ โดยกาหนดหลักการดาเนินการประเมินผลการเรียนรู้ตามหลกั สตู ร ดังนี้ ๑) สถานศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยเปิดโอกาสให้ผ้ทู ี่เก่ียวขอ้ งมีส่วนรว่ ม ๒) การประเมินผลการเรียนรู้มีจุดมุ่งหมายเพ่ือพัฒนาผู้เรียนและให้ระดับคุณภาพการเรียนรู้ ๓) การประเมินผลการเรียนรู้ต้องสอดคล้องและครอบคลุมตามทักษะการเรียนรู้ที่กาหนด ในหลกั สูตรและจดั ให้มกี ารประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ตลอดจนกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียน ๔) การประเมินผลการเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนการสอน ต้องดาเนินการด้วยเทคนิควิธีการท่ีหลากหลาย เพื่อให้สามารถประเมินผลผู้เรียนได้อย่างรอบด้าน ทง้ั ด้านความรู้ ความคิด พฤติกรรมทีเ่ หมาะสม โดยต้งั อยูบ่ นพ้ืนฐานของความเที่ยงตรง ยุตธิ รรมและเชอื่ ถอื ได้ ๕) การประเมินผลการเรียนรู้ พิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ การร่วมกิจกรรม และการทดสอบควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอนตามความแตกตา่ งเฉพาะบุคคล และประเภทความพกิ าร ๖) เปดิ โอกาสให้ผ้เู รียนและผู้มสี ่วนเก่ียวขอ้ งตรวจสอบการประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ๗) ให้สถานศึกษาจัดทาและออกเอกสารหลักฐานการศึกษาเพ่ือเป็นหลักฐานการประเมินผลการเรียนรู้๒. องค์ประกอบการประเมินผลการเรยี นรู้ การประเมินคุณภาพของผู้เรียน พิจารณาองค์ประกอบร่วมกัน ๓ ด้าน คือ ทักษะการเรียนรู้ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตามหลักสูตรกาหนด โดยผู้เรียนต้องได้รบั การประเมนิ ทุกองคป์ ระกอบ ดงั นี้

๖๓ ๒.๑ องค์ประกอบดา้ นทกั ษะการเรยี นรู้ เป็นการประเมินทักษะพ้ืนฐานและทักษะจาเป็นเฉพาะความพิการหรือทักษะจาเปน็ อ่นื ๆ โดยมีขัน้ ตอน การดาเนินการดังน้ี สาหรบั ครู ๑) การประเมนิ กอ่ นการใหบ้ ริการ เป็นการประเมินความสามารถพื้นฐาน ตามแบบประเมินความสามารถพ้ืนฐานท่ีครอบคลุมทักษะการเรียนรู้ทุกด้าน เพื่อตรวจสอบความสามารถเบ้ืองต้นของผู้เรียนว่ามีความสามารถระดับใดเม่ือเทียบเกณฑ์ข้อมูลที่ได้จะนาไปใช้ในการกาหนดความสามารถพื้นฐานเป็นรายทักษะสาหรับการกาหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ในการจัดทาแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลและแผนการให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครัว (ภาคผนวกแบบประเมินความสามารถพ้ืนฐาน) ๒) การประเมนิ ระหว่างการใหบ้ ริการ เป็นการประเมินระหว่างการใช้แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลและแผนการให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครัว โดยผู้สอนหรือผู้ดูแลจะประเมินตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมของผูเ้ รียนแต่ละคน ซึ่งได้กาหนดสถานการณ์ งาน และเกณฑ์การบรรลขุ องผู้เรียนแตกต่างกัน ในข้ันตอนน้ีการให้ระดับคะแนนความสาเร็จจะเก่ียวข้องกับการช่วยเหลือของครูผู้สอนหรือผู้ดูแลซ่ึงต้องเก็บข้อมูลต่อเนื่อง เพ่ือนาไปใช้ในการปรับปรุงวัตถุประสงค์การเรียนรู้ของนักเรียน เทคนิควิธกี ารสอนของผสู้ อน/ผู้ดูแลรวมท้งั สอื่ ตา่ งๆทนี่ ามาใช้ ๓) การประเมินหลังการใหบ้ รกิ าร เป็นการประเมินความสามารถของผู้เรียนตามเป้าหมายและวัตุประสงค์ที่กาหนดไว้ตามแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลและแผนการให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครัวเพื่อนาไปปรับปรุงแผนการให้บริการหรือนาไปตัดสินผลการพัฒนาผู้เรียนทั้งหมด ซ่ึงจะเป็นการประเมนิ เมือ่ ส้นิ ปกี ารศกึ ษา ๒.๒ องคป์ ระกอบด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ เป็นการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตร ๑๐ ข้อ ซ่ึงสามารถนาผลจากการจัดการเรียนการสอนในทักษะการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมาเป็นข้อมูลสาหรับการตดั สนิ ผล โดยใชเ้ กณฑใ์ นการตดั สินเป็น ๔ ระดบั คือ ระดับคณุ ภาพ ดีเย่ียม (๓) คอื มีคา่ เฉล่ยี ของคะแนนระหว่าง ๒.๕๐ – ๓.๐๐ ระดับคุณภาพ ดี (๒) คือ มีคา่ เฉล่ยี ของคะแนนระหว่าง ๑.๕๐ – ๒.๔๙ ระดับคุณภาพ ผา่ น (๑) คือ มีค่าเฉล่ยี ของคะแนนระหวา่ ง ๑.๐๐ – ๑.๔๙ ระดบั คุณภาพ ไม่ผ่าน (๐) คือ มคี ่าเฉล่ียของคะแนนระหว่าง ๐.๐๐ – ๐.๙๙ การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษาจะบรรลุผลได้น้ัน ต้องอาศัยการบริหารจัดการและการมีส่วนร่วมจากทกุ ฝา่ ย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐานครูประจาช้ัน ครูผู้สอน ผู้ปกครอง ต้องมุ่งขัดเกลาบ่มเพาะปลูกฝังให้เกิดข้ึนแก่เด็กพิการ ในการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์สามารถกระทาได้โดยนาพฤติกรรมบ่งช้ีหรือพฤติกรรมที่

๖๔แสดงออกของคุณลักษณะอันพึงประสงค์แต่ละด้านที่วิเคราะห์ไว้ นาไปบูรณาการในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามทักษะการเรียนรู้ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และโครงการพิเศษต่างๆ ที่สถานศึกษาจัดทาข้ึน เช่น โครงการวันพ่อแห่งชาติ โครงการลดภาวะโลกร้อน วันรักษ์ส่ิงแวดล้อม แห่เทียนพรรษาหรือกิจกรรมที่องค์กรในท้องถ่ินจัดข้ึน สอดแทรกในกิจวัตรประจาวันของสถานศึกษา เช่น การเข้าแถวเคารพธงชาติ การเข้าแถวรับอาหาร ฯลฯ รวมถึงกิจวัตรประจาวันหรือการดารงชีวิตของเด็กพิการท่ีปฏิบตั ิท่บี า้ นหรอื ในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคยและไม่คนุ้ เคย สถานศกึ ษาควรจัดใหม้ ีการประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์เป็นระยะๆ โดยอาจประเมินผลเปน็ รายภาค และรายปี เพ่อื ใหผ้ ู้เรียนมีคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคต์ ามที่ต้องการ ๒.๓ องคป์ ระกอบด้านกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามที่กาหนดในหลักสูตร โดยใช้เกณฑ์การตัดสินผ่าน และไม่ผ่าน โดยพิจารณาจากการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรม และผลงานของผเู้ รยี น สาหรับสถานศึกษานอกจากจะต้องจัดให้มีการประเมินทั้ง ๓ องค์ประกอบแล้วจะต้องมีการประเมินผลการใช้แผนจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลระหว่างปีและสิ้นปีการศึกษา การประเมินผลระหว่างปีเป็นการตรวจสอบทบทวนแผนจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลโดยคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เพื่อนาผลไปปรับปรุงแก้ไขแผนจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล แผนการให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครัว ส่วนการประเมินผลเม่ือสิ้นปีการศึกษาเป็นการรวบรวมข้อมูลท้ังหมด เพื่อนาผลไปตดั สินสาหรับการจดั บริการตอ่ เนื่อง หรือสิ้นสดุ การใหบ้ รกิ ารและหรือส่งต่อเข้ารบั บรกิ ารอื่น๓. แนวทางการประเมนิ ผลการเรยี นรู้ สถานศึกษาตอ้ งดาเนินการประเมนิ ผลการเรยี นรู้ตามหลักสูตร โดยมีแนวทาง ดงั น้ี ๑) สถานศกึ ษาต้องดาเนินการประเมินผลการเรียนรใู้ ห้ครบองค์ประกอบท้ัง ๓ ด้านตามแนวทางและวิธีการของการประเมนิ ผลแต่ละองคป์ ระกอบและกาหนดเอกสารบันทกึ ผลการประเมนิ ให้สอดคล้องกับแนวทางการประเมนิ ผล ๒) ผสู้ อนนาผลการประเมินแต่ละองคป์ ระกอบบันทึกลงในเอกสารบันทึกผลการประเมนิตามท่สี ถานศกึ ษากาหนด และนาเสนอผบู้ ริหารสถานศึกษา ๓) ผ้บู รหิ ารสถานศึกษาเปน็ ผู้อนมุ ัตผิ ลการเรียนรู้ ๔) ให้มีการรายงานความกา้ วหน้าให้ผู้ปกครองทราบ และรายงานสรปุ ผลการเรียนภาคเรียนละ ๑ ครั้ง ๕) สถานศกึ ษากาหนดแนวทางในการกากับติดตาม การบันทกึ ผลการประเมินในเอกสารหลกั ฐานการศึกษา ตามแบบท่สี ถานศึกษากาหนด มีรายละเอยี ดดังน้ี

๖๕๓.๑ แนวทางการประเมนิ ผลการเรียนรตู้ ามทักษะการเรยี นรู้ การประเมินผลการเรียนรู้ตามทักษะที่ระบุในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลหรือแผนให้บรกิ ารช่วยเหลือเฉพาะครอบครัว ซงึ่ จะนาไปสู่การสรปุ ผลการเรยี นรู้ของผู้เรียน ซงึ่ มีระดับผลการเรยี นรู้เปน็ ระบบตัวเลข ๕ ระดับ ดังน้ีตารางที่ ๔.๑ แสดงผลระดับการเรยี นรู้ระบบตวั เลข ระบบร้อยละ การแปลความหมาย๕ ๙๐ - ๑๐๐ ดีเยีย่ ม๔ ๘๐ – ๘๙ ดมี าก๓ ๗๐ – ๗๙ ดี๒ ๖๐ – ๖๙ พอใช้๑ ๐ - ๕๙ ปรับปรงุ เกณฑ์การประเมิน เป็นการประเมินผลการเรยี นรู้ของผู้เรียน ดาเนินการประเมินทักษะการเรียนรู้ที่ระบุในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลหรือแผนให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครวั คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ และกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น โดยมเี กณฑ์ดังต่อไปนี้ ๑) ผู้เรยี นต้องไดร้ บั การประเมินความกา้ วหนา้ ของความสามารถพื้นฐานตามทักษะการเรียนรูท้ ี่กาหนดไวใ้ นแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลหรือแผนให้บริการชว่ ยเหลอื เฉพาะครอบครวั ๒) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามเกณฑ์ท่ีกาหนดในหลักสูตร ๓) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตามเกณฑ์ท่ีกาหนดในหลักสูตร เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพผ้เู รยี น ๑) ด้านทักษะการเรียนรู้ ตัดสินคุณภาพผู้เรียนตามทักษะการเรียนรู้เป็น๕ ระดับ คอื ดีเย่ยี ม ดมี าก ดี พอใช้ และปรับปรงุ ๒) ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตัดสินเป็น ๔ ระดับ คือ ดีเย่ียม ดี ผ่านและไม่ผ่าน ๓) ด้านกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน ให้ตดั สินเป็นผ่านและไม่ผ่าน การรายงานผลการพัฒนาผู้เรียน เป็นการจัดทาเอกสารรายงานความก้าวหน้าในการพฒั นาศกั ยภาพของผูเ้ รียนใหผ้ ปู้ กครองทราบ อย่างนอ้ ยภาคเรยี นละ ๑ ครงั้ ๓.๒ แนวทางการประเมินผลคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ในการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนน้ัน สถานศึกษาสามารถนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่หลักสูตรกาหนด รวมท้ังคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่สถานศึกษากาหนดเพ่ิมเติม เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของสถานศึกษา สภาพปัญหาความต้องการหรือความจาเป็นของชุมชน ทัง้ น้ี ครูผ้สู อนสามารถดาเนนิ การวดั และประเมนิ ผลคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ไดด้ งั น้ี

๖๖ ๑) ศึกษาและนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามท่ีหลักสูตรกาหนด มาศึกษานิยามตวั บง่ ช้ี พฤตกิ รรมท่บี ่งชี้ ทีต่ อ้ งการใหเ้ กิดกับผเู้ รยี น ผู้สอนเพิม่ เติมหรือปรบั ไดต้ ามความเหมาะสม ๒) วิเคราะห์พฤติกรรมสาคัญจากพฤติกรรมบ่งชี้ ทาความเข้าใจกับนิยาม ตัวบ่งชี้และพฤติกรรมบ่งช้ี เพื่อให้เหน็ พฤตกิ รรมที่สามารถวัดและประเมินผลได้ ๓) เลือกรูปแบบของเครื่องมือวัดประเมินทีใ่ ชใ้ นสถานศึกษา ได้แก่ ๓.๑ แบบสงั เกต ๓.๒ แบบสมั ภาษณ์ ๓.๓ แบบตรวจสอบรายการ ๓.๔ แบบมาตรประมาณค่า ๓.๕ แบบวัดสถานการณ์ ๓.๖ แบบบนั ทึกพฤติกรรม ๓.๗ แบบรายงานพฤตกิ รรมตนเอง การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น ควรใช้เครื่องมือและวิธีการวัดท่ีหลากหลาย ข้อมูลจึงจะน่าเช่ือถือ ดังน้ัน ครูผู้สอนจึงควรเลือกเครื่องมือประเมินผลให้เหมาะสมกับพฤตกิ รรมบง่ ช้ี พฤติกรรมสาคญั ๔) การสร้างและพัฒนาเครื่องมือประเมิน ควรสร้างเครื่องมือประเมินท่ีมีคุณภาพนา่ เชอ่ื ถือ ๓.๒.๑ การสร้างเกณฑก์ ารประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ จะต้องกาหนดเกณฑ์การประเมินให้ชัดเจน เหมาะสม เพราะเกณฑ์การประเมินเป็นแนวทางในการให้คะแนนท่ีประกอบด้วยเกณฑ์ด้านต่างๆ เพ่ือใช้ประเมินค่าผลการประพฤติปฏิบัติของผู้เรียน เกณฑ์เหล่านี้คือส่ิงสาคัญที่ผู้เรียนควรประพฤตจิ นกลายเปน็ ลกั ษณะนิสัย เกณฑก์ ารประเมินมี ๒ ลกั ษณะคือ ๑) เกณฑ์การประเมินแบบภาพรวม คือแนวทางการให้คะแนนโดยพิจารณาจากภาพรวมการปฏิบัติ โดยจะมีคาอธิบายลักษณะของการปฏิบัติในแต่ละระดับไว้อย่างชัดเจน เชน่ มวี ินัย ระดับ ๓ ปฏิบัติตามข้อตกลงกฎเกณฑ์ระเบียบข้อบังคับของครอบครวั และสถานศึกษา ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมหรือทางานท่ีไดร้ ับมอบหมายเสรจ็ ทันเวลาไดด้ ้วยตนเอง ระดับ ๒ ปฏิบัติตามข้อตกลงกฎเกณฑ์ระเบียบข้อบังคับของครอบครวั และสถานศึกษา โดยต้องมกี ารเตอื นเปน็ บางครั้ง ระดับ ๑ ปฏิบัติตามข้อตกลงกฎเกณฑ์ระเบียบข้อบังคับของครอบครวั และสถานศกึ ษา ตอ้ งมกี ารเตือนเปน็ สว่ นใหญ่ ๒) เกณฑ์การประเมินแบบแยกประเด็น คือแนวทางการให้คะแนนโดยพิจารณา แต่ละส่วนของการปฏิบัติซึ่งแต่ละส่วนจะต้องกาหนดคาอธิบายลักษณะของการปฏิบัติในส่วนนัน้ ๆ ไวอ้ ย่างชดั เจน

๖๗ ๓.๒.๒. การสรุปผลการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ การประเมินผลด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์น้ัน มีความละเอียดอ่อนเพราะเป็นเร่ืองของการพัฒนาคุณลักษณะท่ีต้องการปลูกฝังให้เกิดในตัวผู้เรียน การประเมินผลจึงต้องคานึงถึงผลท่ีเกิดข้ึนในตัวผู้เรียนเมื่อได้รับการพัฒนาเป็นระยะหรือเม่ือส้ินปีการศึกษา ดังนั้น เพื่อให้มีแนวทางการสรุปผลการประเมินที่ชัดเจน เป็นธรรมสาหรับผู้เรียนจึงขอเสนอแนวทางการกาหนดเกณฑ์พิจารณาสรุปผลการประเมินในแต่ละขั้นตอนดังน้ี เมื่อกาหนดข้อความหรือรายการที่จะวัดแล้วกส็ ามารถนาไปใช้เป็นเครื่องมือประเมินได้ ดังตัวอย่างในภาคผนวก

บทท่ี ๕ การรายงานผลและการสง่ ตอ่ เมื่อส้ินสุดการให้บริการใน ๑ ปีการศึกษา ศูนย์การศึกษาพิเศษต้องจัดให้มีการประมวลผล จัดทาเอกสาร เพ่ือส่ือสารแก่ผู้เกี่ยวข้องในการพัฒนาการให้บริการและหรือการจัดช่วงเชอ่ื มตอ่ เพ่อื ใหผ้ ู้เรยี นได้รับบริการอืน่ ในข้ันตอนต่อไป๑. การรายงานผลการพัฒนาผเู้ รียน เป็นการจัดทาเอกสารรายงานความก้าวหน้าในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้ผู้ปกครองและผเู้ ก่ยี วข้องทราบผลการจดั การเรยี นรู้ ตามทักษะพื้นฐาน ๖ ทกั ษะ ทกั ษะจาเปน็ เฉพาะความพิการหรอื ทกั ษะจาเปน็ อื่นๆ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รวมถึงกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอย่างน้อยภาคเรียนละ๑ ครั้ง เอกสารหลกั ฐานทางการศกึ ษา เปน็ สมุดรายงานผลการพัฒนาผเู้ รียน ประกอบดว้ ย ๑.๑.๑ แบบรายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (ภาคผนวก) ๑.๑.๒ แบบรายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามแผนการให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครวั (ภาคผนวก) ๑.๑.๓ แบบสรุปผลการประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (ภาคผนวก) ๑.๑.๔ แบบสรปุ กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน (ภาคผนวก) ๑.๑.๕ ผลงานของผเู้ รียน๒. การส่งตอ่ การส่งต่อเด็กพิการเพ่ือรับบริการขึ้นอยู่กับความต้องการจาเป็นเฉพาะบุคคลของเดก็ พิการ แบ่งเปน็ ๒ มติ ิ กลา่ วคอื มิติการส่งต่อ (Referral) เป็นการประสานความร่วมมือระหว่างศูนย์การศึกษาพิเศษกับหน่วยงานอื่นท่ีเด็กพิการและครอบครัวประสงค์จะขอรับบริการ ศูนย์การศึกษาพิเศษจะทาเอกสารสาหรับการส่งต่อให้เด็กพิการไปรบั บริการ การส่งต่อจะจัดทาข้ึนเวลาใดขึ้นอยู่กับความต้องการจาเป็นท่ีกลา่ วมาข้างต้น หากผ้ปู กครองประสงค์จะใหเ้ ด็กพิการเข้ารับบริการอ่ืนจากโรงพยาบาล ศนู ย์เดก็ เล็กในระหว่างรับบริการที่ศูนย์การศึกษาพิเศษก็สามารถดาเนินการได้ หรือหากผู้ปกครองของเด็กพิการประสงค์จะไปรับบริการอื่นหลังส้ินสุดการเข้ารับบริการที่ศูนย์การศึกษาพิเศษก็จะสามารถส่งต่อ

๖๙โดยศูนย์จะต้องจัดทาเอกสารเช่นเดียวกัน เช่น เด็กพิการต้องการตรวจวัดระดับเชาวน์ปัญญา ศูนย์การศึกษาพิเศษส่งต่อเด็กพิการไปพบแพทย์ท่ีโรงพยาบาล หรือเด็กพิการต้องการทาบัตรประจาตัวคนพิการ ศูนย์การศึกษาพิเศษส่งต่อเด็กพิการไปที่สานักงานพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์จังหวดั เปน็ ตน้ มิติการเปลี่ยนผ่าน (Transition) เป็นการเปล่ียนผ่านเด็กพิการจากระดับหน่ึงไปสู่อีกระดับหน่ึงภายในศูนย์การศึกษาพิเศษหรือหน่วยงานอ่ืน การเปล่ียนผ่านภายในศูนย์การศึกษาพิเศษเป็นการเปลี่ยนผ่านโปรแกรมหน่ึงไปยังอีกโปรแกรมหน่ึงภายในศูนย์การศึกษาพิเศษ เช่น เปล่ียนผ่านการบริการทักษะการเรียนรู้ จากวัย ๔ ปี ไปสู่วัย ๖ ปี เป็นต้น ส่วนการเปลี่ยนผ่านศูนย์การศึกษาพิเศษไปหน่วยงานอ่ืน เช่น การเปลี่ยนผ่านจากศูนย์การศึกษาพิเศษไปโรงเรียนเฉพาะความพิการการเปลยี่ นผา่ นจากศนู ย์การศึกษาพิเศษไปโรงเรยี นเรียนรวม การเปล่ยี นผ่านจากศูนย์การศึกษาพิเศษไปยังชุมชน เปน็ ต้น การจัดบรกิ ารชว่ งเช่ือมต่อหรอื การเปลี่ยนผา่ นเปน็ การวางแผนและให้บริการทมี่ ุ่งอนาคตสาหรบั การดารงชวี ติ ในวัยผใู้ หญ่ ซึ่งตอ้ งดาเนนิ การต่อเนอ่ื ง ผปู้ กครองและผเู้ กีย่ วข้องจึงตอ้ งร่วมมือกันในการจัดระบบและบริการสาหรับการเตรียมผู้เรียนให้ก้าวข้ามช่วงเช่ือมต่อ ต้ังแต่ระยะแรกเร่ิมจนถึงวัยผู้ใหญ่ สาหรับศูนย์การศึกษาพิเศษซึ่งมีผู้เรียนในระยะแรกเริ่มทั้งในศูนย์การศึกษาพิเศษและท่ีบา้ นจาเป็นตอ้ งจดั ระบบใหม้ ีช่วงเชอ่ื มต่อระหวา่ งบา้ นและศนู ยก์ ารศึกษาพเิ ศษ ภายในศนู ย์การศกึ ษาพิเศษศูนยก์ ารศึกษาพิเศษกับหนว่ ยงานอื่นตามแนวทาง ดงั น้ี ๑. ผู้บริหารศูนย์การศึกษาพิเศษ มีบทบาทในการเป็นผู้นาในการสร้างรอยเปล่ียนผ่านโดยเฉพาะ ๑) ระหว่างการใช้หลักสูตรสาหรับเด็กท่ีมีความต้องการจาเป็นพิเศษระยะแรกเริ่มของศูนย์การศึกษาพิเศษ ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๕๘ ในช่วงวัย ๐-๖ ปี ๒) ระหว่างหลักสูตรสาหรับเด็กท่ีมีความต้องการจาเป็นพิเศษระยะแรกเริ่ม ของศูนย์การศึกษาพิเศษ ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช ๒๕๕๘ กับหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐานหรือหลักสูตรการศึกษานอกระบบหรือตามอัธยาศัย โดยต้องศึกษาหลักสูตรท้ังหมด เพื่อทาความเข้าใจ จัดระบบการบริหารงานด้านวิชาการให้เอื้อต่อการเช่ือมโยงการศึกษา โดยการจัดกิจกรรมเพ่ือสร้างรอยเชื่อมต่อให้เป็นระบบ ท้ังการเปล่ียนผา่ นภายในและภายนอกศนู ยก์ ารศึกษาพิเศษ ดงั ตวั อย่างกิจกรรมตอ่ ไปน้ี ๑.๑ จัดประชุมผู้สอนทั้งการเปล่ียนผ่านภายใน และไปยังสถานศึกษาอ่ืนหรือชุมชนเพ่ือพฒั นารอยเช่ือมต่อระหว่างหลักสูตรท้ังสองระดับ ใหเ้ ปน็ แนวปฏบิ ตั ขิ องสถานศึกษา เพอ่ื ผู้สอนทั้งสองระดับ สามารถเตรยี มการจัดการศกึ ษาใหส้ อดคลอ้ งกนั ๑.๗ มีการจัดปฐมนิเทศต้ังแต่ก่อนเข้ามารับบริการและก่อนผู้เรียนได้รับการเปล่ียนผ่าน เพื่อให้ผู้ปกครองเข้าใจการศึกษาท้ังสองระดับ และให้ความร่วมมือในการปรับตัวของผู้เรียนกับสภาพแวดลอ้ มใหม่ไดด้ ี

๗๐ ๒. ผู้สอน มีบทบาทในการศึกษา ทาความเข้าใจหลักสูตรสาหรับเด็กท่ีมีความต้องการจาเป็นพิเศษระยะแรกเริ่มของศูนย์การศึกษาพิเศษ ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๕๘ และศึกษาหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐานหรือหลักสูตรการศึกษานอกระบบหรือตามอัธยาศัย และสร้างความเข้าใจให้กับผู้ปกครอง บุคลากรท่ีเกี่ยวข้อง รวมถึงช่วยเหลือผู้เรียนในการปรับตัว เพ่ือเตรียมความพร้อมก่อนการเปลี่ยนผ่านในการเลื่อนช้ันเรียนในศูนย์การศึกษาพิเศษ หรือไปยังสถานศึกษา ชุมชนอืน่ ๆ ๒.๑ เก็บรวบรวมข้อมลู เก่ียวกับตวั ผู้เรียนเป็นรายบุคคล เพ่ือส่งต่อไปยังผ้สู อนภายในศูนย์การศึกษาพิเศษ หรือไปยังสถานศึกษา ชุมชนอ่ืนๆ สามารถใช้ข้อมูลนั้นช่วยเหลือผู้เรียนในการปรบั ตัวใหเ้ ขา้ กบั การเรียนร้ใู หม่ต่อไป ๒.๒ พูดคุยกับผู้เรียนถึงสถานการณ์ท่ีดี เพื่อให้เด็กพิการเกิดเจตคตทิ ี่ดีตอ่ การเปล่ียนผ่าน ๒.๓ จัดให้ผู้เรียนได้มีโอกาสทาความรู้จักกับครูผู้สอน ตลอดจนสภาพแวดล้อมบรรยากาศของหอ้ งเรยี นทัง้ ท่ีอยใู่ นสถานศึกษาเดียวกนั หรือสถานศึกษาอืน่ ๓. ผู้ปกครองและบุคคลที่เกี่ยวข้อง มีบทบาทต้องมีความรู้ ทาความเข้าใจหลักสูตรสาหรับเด็กท่ีมีความต้องการจาเป็นพิเศษระยะแรกเริ่ม ของศูนย์การศึกษาพิเศษ ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช ๒๕๕๘ และศึกษาหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐานหรือหลักสูตรการศึกษานอกระบบหรือตามอธั ยาศยั และเข้าใจความตอ้ งการของผเู้ รียน เพ่อื มสี ่วนชว่ ยในการเตรียมตวั เพอื่ ให้ผเู้ รียนสามารถปรบั ตวั ได้เร็วย่งิ ขน้ึ ๔. สถานศึกษาหรือชุมชน มีบทบาทต้องมีความรู้ ความเข้าใจหลักสูตรสาหรับเด็กท่ีมีความต้องการจาเป็นพิเศษระยะแรกเร่ิมของศูนย์การศึกษาพิเศษฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๕๘และมเี จตคติทดี่ ี เพอื่ เปน็ ข้อมูลต่อจดั การศกึ ษาใหเ้ หมาะสมและตรงตามความตอ้ งการของผ้เู รียน ๔.๑ จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนหรอื ผู้ปกครองได้มีโอกาสทาความรู้จกั คุ้นเคยกับครูผู้สอนกอ่ นเปิดภาคเรียน ๔.๒ จัดสภาพห้องเรียนให้เอื้อต่อการพัฒนา โดยจัดให้มีมุมประสบการณ์เพ่อื ให้ผ้เู รยี นมีโอกาสในการทากจิ กรรมอย่างมีอสิ ระ ๔.๓ จัดกจิ กรรมสร้างขอ้ ตกลงท่ีเกดิ จากผู้เรียนรว่ มกนั เก่ียวกับการปฏบิ ัติตน ๔.๔ เผยแพร่ข่าวสารการจัดการเรียนรู้และสร้างความสัมพันธ์ท่ีดีกับผู้เรียนหรือชมุ ชน แผนชว่ งเช่อื มตอ่ หรือแผนเปลีย่ นผ่านจะเป็นสว่ นหน่ึงของแผนจดั การศกึ ษาเฉพาะบุคคลหรือแผนการให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครัวที่ทุกฝ่ายเม่ือได้ร่วมดาเนินการแล้วจะต้องบันทึกผลความก้าวหน้า เพ่ือนาไปประมวลผลร่วมกับการจัดบริการตามหลักสูตรสาหรับเด็กท่ีมีความต้องการจาเป็นพิเศษระยะแรกเร่มิ ของศูนย์การศึกษาพิเศษ ฉบับปรบั ปรุง พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๘

๗๑ เอกสารอ้างองิศูนย์การศกึ ษาพิเศษส่วนกลาง. (มปป.). แบบรายงานผลการพฒั นาผู้เรียน. เอกสารอัดสาเนา.สุวิมล อุดมพิริยะศักย์. (๒๕๔๘). หลักสูตรการให้บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มสาหรับเด็กพิการ ศูนย์การศึกษาพิเศษ พุทศักราช ๒๕๕๖. เอกสารอัดสาเนา.สานักบริหารงานการศึกษาพิเศษ.(๒๕๕๖).หลักสูตรการให้บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มสาหรับ เด็กพิการ ศูนย์การศึกษาพิเศษ พุทศักราช ๒๕๕๖.เอกสารอัดสาเนา.สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา.(๒๕๔๗).หลักสูตรปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๔๖ กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พ์ครุ สุ ภาลาดพร้าว.หลักสูตรปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๔๖. ประวัติความเป็นมาของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย กั บ วิ วั ฒ น า ก า ร ก า ร ศึ ก ษ า ท า ง ต ะ วั น ต ก . ค้ น เ มื่ อ ๒ ๒ กั น ย า ย น ๒ ๕ ๕ ๘ . จาก www.teacher.ssru.ac.th/banpote_po/mod/resource/view.php?id=8Cecille Meye- Hemmings. ( 2009) . The Jamaica Early Childhood Curriculum Guide for Children birth to three is key Jamaica.Herald Printers LTD.Center for Parent Information and Resources. ( 2014) . Overview of Early Intervention. Retrieved September 22, 2015. from http://www.parentcenterhub.org/repository/ei-overview/Early Intervention Foundation. Early intervention is about taking action as soon as possible to tackle problems for children and families before they become more difficult to reverse. Retrieved September 22, 2015. from http://www.eif.org.uk/what-is-early-intervention/Education Counts. ( 2007) . Principles and practices in early intervention: A literature review for the Ministry of Education. Retrieved September 22, 2015. From https://www.educationcounts.govt.nz/publications/special_education/22575

๗๓ แบบประเมนิ ความสามารถพ้ืนฐานชืือ่ ............................................................................................................................................................ืวันท่ปื ระเมินก่อนการพัฒนา...................................อาย.ุ ........................ปี.................เดือน...................ืวันท่ปื ระเมนิ หลังการพัฒนา...................................อาย.ุ ........................ป.ี ................เดือน....................ืลกั ษณะความความพิการ.......................................................................................................................ืืืืืืืืืืืืืืืืืืืื เกณฑ์ระดับความสามารถ กลมุ่ ทกั ษะการเรยนรู้ กลมุ่ ทักษะการดารงชวติ ประจาวัน๕ืืหมายถึงืทาได้ดว้ ยตนเองื ๕ืืหมายถงึ ืสามารถทาไดเ้ อง๔ืืืหมายถึงืทาไดโ้ ดยทาตามแบบ ๔ืืหมายถึงืพยายามทาืแต่ทาไม่ได้๓ืืหมายถึงืทาได้โดยใช้การกระตุ้นเตอน ๓ืืหมายถงึ ืทาได้แตต่ ้องมีผู้ช่วยเหลอ๒ืืหมายถึงืทาไดโ้ ดยจับมอทา ๒ืืหมายถึงืทาได้แตไ่ มท่ า๑ืืหมายถงึ ืทาไมไ่ ด้ืหรอไม่ยอมทา ๑ืืหมายถึงืไม่มโี อกาสไดท้ า ๑. กลมุ่ ทืักษะกลา้ มเนือ้ มัดใหญ่ ระดับ คะแนนความสามารถ ระดับทักษะ ทักษะยอ่ ย พฒั นาการท่คาดหวงั ความสามารถ คะแนนความสามารถความสามารถ กอ่ นการ หลงั การ พฒั นา พฒั นา ๕๔๓๒๑ ๕๔๓๒๑๑.การ ๑.๑ืการ ๑.๑.๑ืสามารถควบคมุเคลอ่ นไหวใน เคล่อนไหวในทา่ ศรี ษะและลูกตาตามท่านอน นอนหงาย เป้าหมายได้ ๑.๒ืการพลิก ๑.๑.๒ืสามารถควบคุม ตะแคงตวั ศรี ษะใหอ้ ยใู่ นแนวกง่ึ กลาง ได้ ๑.๑.๓ืสามารถควบคุม ศีรษะเม่อยกลาตัวขึน้ จาก ทา่ นอนหงายได้ ๑.๑.๔ืสามารถเคลอ่ นไหว แขนได้ ๑.๑.๕ืสามารถเคลอ่ นไหว ขาได้ ๑.๒.๑ืสามารถพลิก ตะแคงซ้าย-ขวาได้

๗๔ ระดบั คะแนนความสามารถ ระดบั คะแนนความสามารถความสามารถ ความสามารถ หลงั การทกั ษะ ทักษะยอ่ ย พัฒนาการท่คาดหวงั ก่อนการ พฒั นา พัฒนา ๕๔๓๒๑ ๕๔๓๒๑๑.การ ๑.๒.๒ืสามารถพลกิเคลอ่ นไหวใน ตะแคงตวั คว่าและหงายได้ท่านอน(ตอ่ ) ๑.๓ืการ ๑.๓.๑ืสามารถยกศีรษะไป เคลอ่ นไหวในท่า ดา้ นใดดา้ นหน่งึ ขณะนอน นอนควา่ ควา่ ได้ ๑.๓.๒ืสามารถชันคอได้๒. การคบ ๒.๑ การคบื ๒.๑.๑ืสามารถคบได้และการคลาน ๒.๒ืการคลาน ๒.๒.๑ืสามารถคลานได้๓. การน่ัง ๓.๑ืการเปล่ียน ๓.๑.๑ืสามารถเปล่ยี นท่า ท่านอนตะแคง นอนตะแคงเป็นน่ังได้ เป็นนั่ง ๓.๒ืการน่งั ทรง ๓.๒.๑ืสามารถควบคมุ ตัวอยู่กบั ทีบ่ น ศีรษะให้ตั้งตรง(ในท่านง่ั พ้น(Static โดยผูอ้ น่ ช่วยเหลอ)ได้ balance) ๓.๒.๒ืสามารถนั่งโดยใช้ มอทง้ั สองข้างยันพน้ ได้ ๓.๒.๓ืสามารถน่ังโดยใช้ มอ1ข้างยนั พ้นได้ ๓.๒.๔ืสามารถนั่งได้อยา่ ง อสิ ระ ๓.๓ืการน่ังทรง ๓.๓.๑ืสามารถเอ้อมมอ ตวั บนพน้ โดยมี หยบิ วัตถทุ างดา้ นหน้าไดใ้ น การถ่ายนา้ หนัก ทา่ น่ัง (Dynamic ๓.๓.๒ สามารถเอ้อมมอ balance) หยิบวัตถุทางดา้ นข้างได้ใน ท่านั่ง

๗๕ ระดบั ระดับ คะแนนความสามารถ คะแนนความสามารถ ความสามารถ ความสามารถทักษะ ทกั ษะย่อย พัฒนาการทค่ าดหวัง กอ่ นการ หลังการ พัฒนา พัฒนา ๕๔๓๒๑ ๕๔๓๒๑ ๓.๔ืืการนงั่ ๓.๓.๓ืสามารถเอ้อมมอ ทรงตัวบนื หยิบวัตถจุ ากทส่ี งู ไดใ้ นท่า นง่ั เก้าอืี้ (Static balance) ๓.๓.๔ืสามารถเอ้ยี วตัวใช้ มอเล่นอย่างอสิ ระในทา่ น่ัง ๓.๕ การนัง่ ได้ ทรงตวั บนเก้าอี้ โดยมีการถ่ายื ๓.๔.๑ืสามารถนั่งเก้าอี้ โดยมีการช่วยเหลอได้ นา้ หนกั ื (Dynamic ๓.๔.๒ืสามารถน่ังเกา้ อไ้ี ด้ balance) อย่างอสิ ระ ๓.๕.๑ืสามารถนงั่ บนเก้าอี้ แล้วเออ้ มมอหยิบวตั ถุ ทางดา้ นหนา้ ไดื้ ๓.๕.๒ืสามารถน่งั บนเก้าอี้ แลว้ เอ้อมมอหยิบวตั ถุ ทางด้านข้างได้ ๓.๕.๓ืสามารถนั่งบนเกา้ อี้ แล้วเอ้อมมอหยบิ วตั ถจุ าก ทีส่ ูงได้ื ๓.๕.๔ืสามารถนง่ั บนเกา้ อี้ แล้วเอ้อมมอหยบิ วตั ถุท่อี ยู่ ระดบั ต่าไดื้ ๓.๕.๕ืืสามารถนง่ั บน เกา้ อ้ีแล้วเอ้อมมอหยิบวตั ถุ ทางด้านหลังได้ ๓.๕.๖ืสามารถเอี้ยวตวั และใช้มอหยิบของเลน่ อยา่ งอสิ ระในท่านง่ั ได้

๗๖ ทกั ษะ ทักษะย่อย พฒั นาการทค่ าดหวงั ระดับ คะแนนความสามารถ ระดบั๔.การยน ความสามารถ คะแนนความสามารถความสามารถ๕.การเดิน ก่อนการ หลงั การ พฒั นา พฒั นา ๕๔๓๒๑ ๕๔๓๒๑ ๔.๑ืการทรงตัว ๔.๑.๑ืสามารถยนโดย ในท่ายน อสิ ระดว้ ยขาสองข้างได้ ๒ืขา ๔.๑.๒ืสามารถลกุ ข้ึนยน จากเกา้ อไ้ี ด้ ๔.๒ การทรง ๔.๑.๓ สามารถลุกขึ้นยน ตัวในทา่ ยนขา จากพน้ ได้ เดียว ๔.๒.๑ืสามารถยนทรงตัว ๕.๑ การเกาะ ขาเดียวตามเวลาที่กาหนด เดิน ได้ ๕.๑.๑ืสามารถเกาะเดินไป ๕.๒ืการเดนิ ดา้ นขา้ งได้ ด้วยตนเอง ๕.๑.๒ืสามารถเกาะเดินไป ด้านหน้าได้ ๕.๓ืการเดนิ ๕.๒.๑ืสามารถเดินได้ ข้นึ -ลงบนั ได ๕.๒.๒ืสามารถเดินข้ามสง่ิ กีดขวางได้ ๕.๒.๓ืสามารถเดินตอ่ ส้น เท้าตามระยะทางท่ีกาหนด ได้ ๕.๒.๔ืสามารถเดนิ บน เส้นตรงได้ ๕.๒.๕ืสามารถเดนิ บนคาน ทรงตัวได้ ๕.๓.๑ืสามารถเดินขนึ้ -ลง บนั ไดโดยจบั ราวบันไดื แบบพกั เท้าได้ ๕.๓.๒ืสามารถเดนิ ขึ้น-ลง บันไดโดยจบั ราวบันไดื แบบสลบั เทา้ ได้

๗๗ ทักษะ ทักษะยอ่ ย พฒั นาการท่คาดหวัง ระดบั คะแนนความสามารถ ระดบั๕.การเดนิ ความสามารถ คะแนนความสามารถความสามารถ(ตอ่ ) กอ่ นการ หลังการ๖.ืืการวง่ิ พฒั นา พัฒนา๗.ืืการ ๕๔๓๒๑ ๕๔๓๒๑กระโดด ๕.๓.๓ืสามารถเดินขน้ึ -ลง บนั ไดโดยไมจ่ ับราวบนั ไดื แบบพกั เทา้ ได้ ๕.๓.๔ืสามารถเดนิ ขน้ึ -ลง บันไดโดยไมจ่ ับราวบันไดื แบบสลับเทา้ ได้ ๖.๑ืการวง่ิ อยู่ ๖.๑.๑ สามารถวิ่งอยู่กบั ท่ี กบั ท่ี ได้ ๖.๒ืการวิง่ ไป ๖.๒.๑ืสามารถวง่ิ ไป ขา้ งหน้า ขา้ งหนา้ ได้ ๖.๓ วงิ่ ขา้ มสิง่ ๖.๓.๑ืสามารถว่ิงข้ามสง่ิ กดี ขวาง กดี ขวางได้ ๖.๔ วิ่งหลบ ๖.๔.๑ืสามารถวิง่ หลบ หลีกส่งิ กีดขวาง หลกี ส่งิ กีดขวางได้ ๖.๕ ว่ิงอยา่ งมี ๖.๕.๑ืสามารถวง่ิ อย่างมี จุดหมาย เป้าหมายได้ ๗.๑ืการ ๗.๑.1ืสามารถกระโดด กระโดด ๒ืขา โดยช่วยพยงุ ได้ อยู่กับที่ ๗.๑.๒ืสามารถกระโดดเอง โดยเท้าทั้งสองลอยจากพ้น ได้ ๗.๑.๓ืสามารถกระโดด สองขาอยู่กบั ทไ่ี ด้อยา่ ง ตอ่ เนอ่ ง ๗.๒ืกระโดด ๒ื ๗.๒.๑ืสามารถกระโดดไป ขาไปในทิศทาง ด้านหนา้ โดยชว่ ยพยงุ ได้ ตา่ งืๆ ๗.๒.๒ืสามารถกระโดดไป ด้านหน้าได้ ๗.๒.๓ืสามารถกระโดดไป ด้านข้างได้

๗๘ ระดบั คะแนนความสามารถ ระดับ คะแนนความสามารถความสามารถ ความสามารถ หลังการทกั ษะ ทักษะยอ่ ย พัฒนาการท่คาดหวงั กอ่ นการ พัฒนา พฒั นา ๕๔๓๒๑ ๕๔๓๒๑๗.ืืการ ๗.๒.๔ืสามารถกระโดดกระโดด(ต่อ) ถอยหลังได้ ๗.๓ กระโดดขา ๗.๒.๕ สามารถกระโดด เดียว จากทสี่ งู ลงพ้นทต่ี ่ากวา่ ได้๘. การรับส่ง ๘.๑ืการส่งลูก ๗.๒.๖ืสามารถกระโดดลกู บอล บอล จากที่ตา่ ขนึ้ สู่ทส่ี งู ได้ ๘.๒ การรับลูก ๗.๒.๗ืสามารถกระโดด บอล ข้ามสง่ิ กดี ขวางได้ผลรวมคะแนนความสามารถ ๗.๓.๑ืสามารถกระโดดขาคะแนนความสามารถเฉลย่ี เดยี วอยูก่ ับท่ีได้ ๗.๓.๒ืสามารถกระโดดขา เดียวไปในทิศทางต่างๆืได้ ตดิ ตอ่ กนั ๘.๑.๑ สามารถกลิง้ ลูก บอลขณะอยู่ในท่าน่ังได้ื ๘.๑.๒ สามารถโยนลกู บอล ไดื้ ๘.๒.๑ สามารถรบั ลูกบอล ไดื้

๗๙๒. กลมุ่ ทกัื ษะกลา้ มเนื้อมัดเล็ก ทกั ษะ ทักษะยอ่ ย พฒั นาการท่คาดหวงั ระดบั ระดับคะแนนความสามารถ๑.การมอง ความสามารถ ความสามารถ คะแนนความสามารถ ๑.๑ การมอง๒. การใช้มอ สบตา ก่อนการ หลงั การ ๑.๒ืการจ้อง พัฒนา พฒั นา มองวัตถุ ๕๔๓๒๑ ๕๔๓๒๑ ๑.๓ืการมอง ตามวัตถหุ รอ ๑.๑.๑ืสามารถสบตากับ สง่ิ ของ ผูอ้ ่นท่ีอยตู่ รงหน้าืได้ตาม เวลาท่กี าหนด ๒.๑ การเอ้อม มอ ๑.๒.๑ สามารถจอ้ งมอง ส่ิงของทีอ่ ยู่ตรงหน้าไดต้ าม ๒.๒ การใชม้ อ เวลาทก่ี าหนด กาหรอจบั วตั ถุ ๑.๒.๒ืสามารถจอ้ งมอง วัตถุทอ่ี ยู่ทางดา้ นซ้ายและ ด้านขวาของผ้เู รยี นได้ ๑.๒.๓ สามารถจอ้ งมอง วัตถทุ ี่อยดู่ ้านบนและ ด้านล่างได้ ๑.๓.๑ืสามารถมองตาม วัตถุหรอสิง่ ของที่เคล่อนที่ ได้ ๑.๓.๒ืสามารถมองหาเม่อ ส่งิ ของหายไปจากสายตา ได้ ๒.๑.๑ืสามารถเอ้อมมอ ออกไปในทิศทางตา่ งืๆืได้ ๒.๑.๒ืสามารถเอ้อมมอ ออกไปจบั วตั ถุได้ ๒.๒.๑ืสามารถกาหรอจบั วัตถุได้ ๒.๒.๒ืสามารถกาและ ตอกืหรอทุบวตั ถุได้ ๒.๒.๓ืสามารถกาและบดิ วตั ถไุ ด้

๘๐ ทกั ษะ ทักษะยอ่ ย พัฒนาการท่คาดหวงั ระดบั ระดบัคะแนนความสามารถ ความสามารถ ความสามารถ คะแนนความสามารถ๒. การใชม้ อ ๒.๓ การใช้นิ้ว(ตอ่ ) มอ กอ่ นการ หลังการ พฒั นา พัฒนา ๕๔๓๒๑ ๕๔๓๒๑ ๒.๓.๑ืสามารถหยบิ วตั ถุ โดยใช้นิว้ หวั แม่มอรว่ มกับ นวิ้ อน่ ๆืได้ ๒.๓.๒ืสามารถหมนุ เปิด- ปดิ วัตถไุ ด้ ๒.๓.๓ สามารถจบั และ หมุนวัตถุที่มีขนาดต่างๆืได้ ๒.๓.๔ืสามารถแกะหรอ ฉีกวัตถุโดยใชน้ ้วิ มอได้ ๒.๓.๕ การนาและการ ปล่อยหรอวางวัตถุ๓. การ ๓.๑ การใสว่ ตั ถุื ๓.๑.๑ืสามารถใสว่ ตั ถุลงประสาน ในภาชนะหรออุปกรณ์สมั พนั ธ์ ต่างๆได้ระหว่างตากบั มอ ๓.๒ การต่อวัตถุ ๓.๒.๑ สามารถต่อวตั ถุใน แนวนอนได้ ๓.๒.๒ สามารถตอ่ วตั ถุใน แนวตง้ั ได้ื ๓.๒.๓ สามารถจัดเรยี ง วัตถตุ ามแบบได้ ๓.๓ การรอ้ ย ๓.๓.๑ืสามารถร้อยวตั ถทุ ่ี วัตถุ มขี นาดหรอืรปู ทรงตา่ งืๆื ได้ ๓.๔ การปั้น ๓.๔.๑ืสามารถปน้ั แล้ว คลงึ เปน็ เส้นยาวได้ ๓.๔.๒ืสามารถปนั้ แล้ว คลงึ เป็นก้อนกลมได้

๘๑ ระดับ ระดบัคะแนนความสามารถ ความสามารถ คะแนนความสามารถ ความสามารถ หลังการทกั ษะ ทกั ษะย่อย พัฒนาการท่คาดหวัง ก่อนการ พฒั นา พัฒนา ๕๔๓๒๑ ๕๔๓๒๑๓. การ ๓.๕ การพับ ๓.๔.๓ืสามารถปนั้ แล้วประสาน คลึงเป็นแผน่ แบนกลมได้สัมพันธ์ ๓.๖ืการตดั ด้วยระหวา่ ง กรรไกร ๓.๔.๔ืสามารถปนั้ ตามตากบั มอ(ต่อ) จนิ ตนาการได้ื ๓.๗ การจดั ภาพืตัดต่อ ๓.๕.๑ สามารถพับ กระดาษเปน็ ื๒ืสว่ นได้ ๓.๕.๒ืสามารถพบั กระดาษ ทีละครึ่งตามแนวเสน้ ทแยง มุมได้ ๓.๕.๓ สามารถพับกระดาษ เปน็ รปู ตา่ งืๆือยา่ งงา่ ยได้ ๓ .๖ .๑ ื ส า ม า ร ถ ตั ด กระดาษให้ขาดออกจาก กนั ได้ ๓.๖.๒.ืสามารถตัดกระดาษ ตามรอยได้ ๓.๖.๓ืสามารถตดั กระดาษตามรปู ืื เรขาคณิตได้ ๓.๗.๑ืสามารถปะตดิ รูปทรงเรขาคณติ ลงบน กระดาษได้ ๓.๗.๒ืสามารถจัดภาพตดั ต่อลงในกรอบได้ ๓.๗.๓ืสามารถจัดรปู เรขาคณติ ทีม่ ีขนาดต่างกันื ๓ ช้ินลงในกรอบได้ ๓.๗.๔ืสามารถประกอบ ภาพตดั ตอ่ เข้าด้วยกันใน กรอบได้

๘๒ทกั ษะ ทกั ษะยอ่ ย พัฒนาการท่คาดหวัง ระดบั ระดบัคะแนนความสามารถ ความสามารถ ความสามารถ คะแนนความสามารถ กอ่ นการ หลังการ พฒั นา พฒั นา ๕๔๓๒๑ ๕๔๓๒๑๓. การ ๓.๘ การขดี ๓.๘.๑ืสามารถจับดินสอืประสาน เขียนืวาด หรอสีเทยี นืเพ่อขดี เขียนสัมพนั ธ์ รูปภาพ ได้ระหว่างตากับมอ(ต่อ) ๓.๘.๒ืสามารถเลยี นแบบ การลากเส้นได้๔. การ ๔.๑ การเคลอ่ นไหว ควบคุม ๓.๘.๓ืสามารถวาดรปู ท่ีอวัยวะทใ่ี ชใ้ น กลา้ มเน้อริม ประกอบด้วยเสน้ พน้ ฐานการพดู ฝีปาก ได้ ๔.๒ การใชล้ น้ิ ๓.๘.๔ืสามารถเติมแขน หรอขารูปคนืืืทย่ี งั ไม่ ๔.๓ การเป่า สมบรู ณไ์ ด้ และการดูด ๓.๘.๕ืสามารถวาดรปู ใบหนา้ คนทม่ี ืี ืื สว่ นประกอบอยา่ งน้อยื๓ สว่ นได้ ๓.๘.๖สามารถวาดรปู คนที่ มีสว่ นของืืืรา่ งกายื๔ ส่วนข้ึนไปได้ื ๔.๑.๑ืสามารถควบคุม กล้ามเนอ้ ริมฝีปากืได้ ๔.๒.๑ืืสามารถควบคุม การใช้ลน้ิ ได้ ๔.๓.๑ สามารถเป่าลมออก จากปากได้ ๔.๓.๒ืสามารถดดู ของเหลวโดยืใชห้ ลอดดูด ได้

๘๓ทักษะ ทักษะยอ่ ย พฒั นาการทค่ าดหวงั ระดับ ระดับคะแนนความสามารถ ความสามารถ ความสามารถ คะแนนความสามารถ ก่อนการ หลังการ พัฒนา พฒั นา ๕๔๓๒๑ ๕๔๓๒๑๔. การ ๔.๔ การเคย้ี ว ๔.๔.๑ืสามารถขยับเคล่อนไหว และการ ขากรรไกรได้อวัยวะทใี่ ช้ในการพูด(ตอ่ ) กลน ๔.๔.๒ืสามารถเคย้ี ว อาหารได้ ๔.๔.๓ืสามารถกลน นา้ ลายได้ ผลรวมคะแนนความสามารถ คะแนนความสามารถเฉลย่ี

๘๔๓. กลมุ่ ทกืั ษะการช่วยเหลือตนเองในชวติ ประจาวัน ระดบั ระดบั คะแนนความสามารถ คะแนนความสามารถ พฒั นาการท่คาดหวัง/ ความสามารถ ความสามารถ พฤติกรรมทค่ าดหวังทักษะ ทกั ษะย่อย กอ่ นการ หลงั การ พัฒนา พัฒนา ๕ ๔ ๓ ๒๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑๑.ืืการ ๑.๑ ืการดดู ๑.๑.๑ืสามารถดดู นมจากรับประทาน ขวดนมได้อาหาร ๑.๒ืการด่ม ๑.๑.๒ สามารถดดู๒. การแตง่ ๑.๓ การกลน ของเหลวโดยใชห้ ลอดได้กาย และการเคยี้ ว ๑.๒.๑ สามารถด่มน้าและ นมจากืแกว้ ด้วยตนเองได้ ๑.๔ืการหยิบ อาหารเข้าปาก ๑.๓.๑ สามารถกลน ๑.๕ การใช้ช้อน อาหารได้ ตักอาหาร ๑.๓.๒ สามารถเคี้ยวื ๒.๑ืการถอดื-ื อาหารได้ สวมถงุ เท้า ๑.๔.๑ืสามารถใชม้ อหยิบ ๒.๒ ืการถอดื อาหารเขา้ ปากได้ –ืสวมรองเทา้ ๑.๕.๑สามารถใชช้ อ้ นตัก อาหารเขา้ ปากได้ ๒.๑.๑ืสามารถถอดถุงเทา้ ได้ ๒.๑.๒ืสามารถสวมถุงเทา้ ได้ ๒.๒.๑ สามารถถอด รองเทา้ แบบสอดได้ ๒.๒.๒ื สามารถสวม รองเท้าแบบสอดได้ ๒.๒.๓ืสามารถถอด รองเทา้ แตะแบบคีบได้ ๒.๒.๔ืสามารถสวม รองเท้าแตะแบบคบี ได้ ๒.๒.๕ สามารถถอด รองเท้าแบบติดแถบได้หมายเหตุ * หมายถึง กิจกรรมกลุ่มทักษะทางสังคมที่ผู้สอน และผู้ปกครอง หรือผู้มีส่วนเก่ียวข้อง สามารถเลือกเน้ือหาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพอ่ื ให้เกิดพัฒนาการที่คาดหวังตามศักยภาพของผู้เรยี น โดยไม่ตอ้ งเรียงตามลาดบั เนอ้ื หา

๘๕ ระดบั ระดบั คะแนนความสามารถ คะแนนความสามารถ พฒั นาการทค่ าดหวงั / ความสามารถ ความสามารถ พฤติกรรมท่คาดหวงัทักษะ ทกั ษะยอ่ ย ก่อนการ หลงั การ พฒั นา พฒั นา ๕ ๔ ๓ ๒๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑๒. การแต่ง ๒.๒.๖ สามารถสวมกาย(ต่อ) รองเทา้ แบบตดิ แถบได้ ๒.๓ การถอดื–ื ๒.๓.๑ สามารถถอด สวมกระโปรง กระโปรงเอวยดได้ ๒.๓.๒ืสามารถสวม กระโปรงเอวยดได้ ๒.๒.๓ สามารถถอด กระโปรงติดตะขอได้ ๒.๓.๔ืสามารถสวม กระโปรงติดตะขอได้ ๒.๔ การถอดื ๒.๔.๑ สามารถถอด –ืสวมกางเกง กางเกงเอวยดได้ ๒.๔.๒ืสามารถสวม กางเกงเอวยดได้ ๒.๔.๓ืสามารถถอด กางเกงแบบมีตะขอและซ้ิ ได้ ๒.๔.๔ืสามารถสวม กางเกงแบบมตี ะขอและ ซิปได้ ๒.๕ การถอดื-ื ๒.๕.๑สามารถถอดเสอ้ ยด สวมเสอ้ คอกลมได้ ๒.๕.๒ืสามารถสวมเสอ้ ยด คอกลมได้ ๒.๕.๓ สามารถถอดเส้อ คอปกืมกี ระดมุ ได้ ๒.๕.๔ืสามารถสวมเสอ้ คอ ปกมีกระดมุ ได้ ๒.๕.๕ สามารถถอดเส้อผ่า หน้าืมีกระดุมได้หมายเหตุ * หมายถึง กิจกรรมกลุ่มทักษะทางสังคมท่ีผู้สอน และผู้ปกครอง หรือผู้มีส่วนเก่ียวข้อง สามารถเลือกเนื้อหาการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน เพ่ือให้เกดิ พัฒนาการทคี่ าดหวังตามศกั ยภาพของผูเ้ รยี น โดยไมต่ ้องเรยี งตามลาดับเนอื้ หา

๘๖ ทกั ษะ ทกั ษะยอ่ ย พฒั นาการท่คาดหวงั / ระดบั คะแนนความสามารถ ระดบั ๒.๖ืการถอด พฤติกรรมท่คาดหวงั ความสามารถ คะแนนความสามารถความสามารถ๒. การแต่ง และสวมใส่กาย(ต่อ) เครอ่ งแต่งกาย* กอ่ นการ หลังการ พฒั นา พัฒนา ๒.๗ืการเลอก เครอ่ งแต่งกาย* ๕ ๔ ๓ ๒๑ ๕๔๓๒๑ ๒.๖.๑ืสามารถถอดเคร่อง แตง่ กายื(กางเกงขาสั้นเอว ยด/เส้อคอกลม)ืได้ื๑ื ช้นิ * ๒.๖.๒ืสามารถสวมเครอ่ ง แตง่ กายง่ายืๆื(กางเกงขา สั้นืเอวยด/เสอ้ คอกลม)ื ได้* ๒.๖.๓ืสามารถถอดเคร่อง แตง่ กายที่มกี ระดุมหรอซบิ ได้ื(เส้อสวมหัวท่มี ีกระดมุ / กางเกงขาส้ันมีซิบ)ื* ๒.๖.๔ืสามารถสวมเคร่อง แตง่ กายทม่ี ีกระดุมืซบิ ื ผูก/มัดได้ื(เสอ้ ผา่ หน้า, กระโปรง,กางเกง,รองเทา้ ,เส้อหรอกางเกงท่ีมีเชอก ผกู ) * ๒.๖.๕ืสามารถแตง่ ตวั ได้ ตามลาดบั ทุกข้นั ตอนื* ๒.๗.๑ืสามารถเลอก เสอ้ ผา้ ของตนจากตู้ เส้อผา้ /ลิ้นชกั /ช้นั วางได้* ๒.๗.๒ืสามารถเลอก เส้อผ้าืรองเท้าได้ เหมาะสมกับกาลเทศะและ โอกาสไดื้ เชน่ ืไปทางานื ไปงานเลี้ยงืเปน็ ต้น*หมายเหตุ * หมายถึง กิจกรรมกลุ่มทักษะทางสังคมที่ผู้สอน และผู้ปกครอง หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง สามารถเลือกเน้ือหาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพ่ือให้เกิดพัฒนาการทีค่ าดหวังตามศกั ยภาพของผูเ้ รียน โดยไม่ต้องเรยี งตามลาดบั เนื้อหา

๘๗ ทกั ษะ ทักษะย่อย พฒั นาการท่คาดหวัง/ ระดบั คะแนนความสามารถ ระดับ พฤตกิ รรมท่คาดหวัง ความสามารถ คะแนนความสามารถความสามารถ ๓. การ ขับถ่าย ก่อนการ หลงั การ พัฒนา พฒั นา๔. การดูแลอนามยั ๕ ๔ ๓ ๒๑ ๕๔๓๒๑ตนเอง* ๒.๗.๓ืสามารถแสดงสง่ิ ที่ เป็นความชอบส่วนตัวและ รบั รู้สิง่ ทเี่ ป็นแฟชัน่ ได้* ๓.๑ืการขบั ถ่ายืื ๓.๑.๑ สามารถรับรูเ้ มอ่ ใด อุจจาระื- ทจ่ี ะต้องเข้าห้องสว้ มได้* ปัสสาวะ ๓.๑.๒ืสามารถรจู้ กั อปุ กรณ์ตา่ งๆืในห้องนา้ ใน บ้านได้* ๓.๑.๓ืสามารถใชอ้ ปุ กรณ์ ตา่ งๆืในหอ้ งน้าในบ้านได้ ด้วยตนเอง* ๓.๑.๔ืสามารถกดชัก โครก/ราดนา้ ได*้ ๓.๑.๕ืสามารถทาความ สะอาดหลังขบั ถ่ายได้ ๓.๑.๖ืสามารถแต่งตัวให้ เรยี บรอ้ ยหลังการขับถา่ ย ได้* ๔.๑ืืการทา ๔.๑ืสามารถล้างมอและ ความสะอาดมอ เชด็ มอดว้ ยตนเองได้ และเทา้ ๔ .๑ .๒ ื ส า ม า ร ถ ล้ า ง เท้ า และเช็ดเทา้ ดว้ ยตนเองได*้ ๔.๒ืืการทา ๔.๒.๑ืสามารถลา้ งหน้า ความสะอาด และเช็ดหน้าได้ หนา้ ๔.๒.๒ สามารถส่งั และเช็ด นา้ มกู ได้หมายเหตุ * หมายถึง กิจกรรมกลุ่มทักษะทางสังคมที่ผู้สอน และผู้ปกครอง หรือผู้มีส่วนเก่ียวข้อง สามารถเลือกเนื้อหาการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน เพ่อื ให้เกิดพฒั นาการทค่ี าดหวังตามศักยภาพของผู้เรียน โดยไมต่ อ้ งเรียงตามลาดบั เนอ้ื หา

๘๘ ระดับ ระดบั คะแนนความสามารถ คะแนนความสามารถ พฒั นาการทค่ าดหวงั / ความสามารถ ความสามารถ พฤตกิ รรมท่คาดหวงัทกั ษะ ทักษะย่อย กอ่ นการ หลังการ พัฒนา พัฒนา ๕ ๔ ๓ ๒๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑๔. การดแู ล ๔.๓.ืการแปรง ๔.๓.๑ืสามารถแปรงฟันอนามัย ฟนั ได้ตนเอง*(ต่อ) ๔.๔ืการอาบน้า ๔.๔.๑ สามารถอาบน้า และเชด็ ตัวได้๕. การ ๔.๕ืการหวผี ม ๔.๕.๑ืสามารถหวผี มได้รบั ผดิ ชอบ ๔.๖ืการสระ ๔.๖.๑ืสามารถสระผมได้งานบ้าน ผม* อย่างถูกต้อง ๕.๑ืการ ๕.๑.๑ืสามารถเกบ็ ส่ิงของ๖.ืการใช้ ชว่ ยเหลองาน เข้าที่ได้ห้องน้า บ้านสาธารณะ* ๕.๑.๒ืสามารถกวาดบ้าน ๕.๒ืปูและเกบ็ ได้ ทน่ี อน ๕.๑.๓ืสามารถถูบา้ นโดย ใชไ้ ม้ถูพน้ ได้ืื ๕.๓ืืการ ๕.๒.๑ สามารถปทู ่ีนอน จดั เกบ็ สิ่งของื ของตนเอง เครอ่ งใช้* ๕.๒.๒ืสามารถเกบ็ ที่นอน ของตนเองได้ ๖.๑ืการใช้ ๕.๓.๑ืสามารถจัดเกบ็ ห้องนา้ ส่งิ ของืเคร่องใช้ของ สาธารณะ* ตนเองืในห้องให้อย่ใู นท่ี เหมาะสมื ๖.๑.๑ืรบั รเู้ ม่อใดทจี่ ะต้อง เขา้ ห้องน้าในท่ีสาธารณะ* ๖.๑.๒รจู้ ักป้ายสัญลกั ษณ์ ท่ีเก่ยี วกับการใชห้ ้องนา้ สาธารณะ* ๖.๑.๓ืรบั รวู้ า่ ห้องนา้ สาธารณะอยู่บริเวณไหนหมายเหตุ * หมายถึง กิจกรรมกลุ่มทักษะทางสังคมที่ผู้สอน และผู้ปกครอง หรือผู้มีส่วนเก่ียวข้อง สามารถเลือกเน้ือหาการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน เพื่อใหเ้ กดิ พฒั นาการท่คี าดหวังตามศักยภาพของผเู้ รียน โดยไม่ต้องเรียงตามลาดบั เนื้อหา

๘๙ ทักษะ ทักษะยอ่ ย พฒั นาการทค่ าดหวงั / ระดบั คะแนนความสามารถ ระดบั พฤติกรรมทค่ าดหวัง ความสามารถ คะแนนความสามารถความสามารถ๖.ืการใช้หอ้ งน้า กอ่ นการ หลงั การสาธารณะ* พัฒนา พัฒนา(ตอ่ ) ๕ ๔ ๓ ๒๑ ๕๔๓๒๑๗.ืการ ๗.๑ืการเคล่อนย้าย เคลอ่ นยา้ ย ๖.๑.๔ืรูค้ วามแตกต่างตนเองในบ้านื ตนเองในบ้าน* ระหวา่ งหอ้ งนา้ สาธารณะื(Functional ชายืหรอืหญงิ *Mobility)* ๖.๑.๕ืสามารถใชห้ อ้ งน้า สาธารณะได้ด้วยตนเอง* ๖.๑.๖ืสามารถกดชกั โครก/ราดนา้ และแตง่ ตัว ให้เรยี บรอ้ ยในห้องนา้ สาธารณะ* ๖.๑.๗ืเมอ่ ใชห้ ้องนา้ สาธารณะแล้วสามารถทา ให้สะอาดเพ่อผูอ้ ่นมาใช้ต่อ ไดื้ (การล้างืืืการห่อ ผ้าอนามยั ืการใช้กระดาษ ชาระ) * ๖.๑.๘ืสามารถใชอ้ ุปกรณ์ ต่างๆืในหอ้ งน้าสาธารณะ ไดถ้ ูกต้องื* ๗.๑.๑.ืสามารถ เคลอ่ นย้ายตนเองจากท่ี หน่งึ ไปยังอกี ท่ีหนึ่งได้* ๗.๑.๒ืสามารถรูจ้ กั สถานทีื่ ต่างๆืภายในบ้าน ได้* ๗.๑.๓ืสามารถรู้จักการใช้ ประโยชน์จากสถานทีื่ หรอ อปุ กรณ์ได้หมายเหตุ * หมายถึง กิจกรรมกลุ่มทักษะทางสังคมท่ีผู้สอน และผู้ปกครอง หรือผู้มีส่วนเก่ียวข้อง สามารถเลือกเนื้อหาการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน เพือ่ ให้เกดิ พฒั นาการทคี่ าดหวงั ตามศักยภาพของผเู้ รยี น โดยไม่ต้องเรียงตามลาดบั เน้ือหา

๙๐ ทกั ษะ ทกั ษะยอ่ ย พฒั นาการท่คาดหวัง/ ระดับ คะแนนความสามารถ ระดบั พฤตกิ รรมทค่ าดหวงั ความสามารถ คะแนนความสามารถความสามารถ๗.ืการเคลอ่ นยา้ ย กอ่ นการ หลังการตนเองในบ้านื พัฒนา พฒั นา(FunctionalMobility)* ๕ ๔ ๓ ๒๑ ๕๔๓๒๑(ตอ่ )๘.ืทกั ษะการ ๘.๑ืการดูแล ๗.๑.๔ืสามารถเคลอ่ นยา้ ยดูแลสขุ ภาพ และการป้องกนั ตนเองไปยังทีต่ า่ งืๆืและความ สุขภาพ* ภายในบา้ นได้ตามความปลอดภัยใน ต้องการ*ชวี ติ ประจาวันื(Health ๘.๑.๑ืสามารถดูแลรักษาand Safety และปอ้ งกันสุขภาพ*Skills)* ๘.๑.๒ืสามารถรักษาความ ๘.๒ืการปฐม สะอาดของร่างกายื* พยาบาล* ๘.๑.๓ืสามารถออกกาลัง กายได้* ๘.๑.๔ืสามารถ รับประทานอาหารท่ีมี ประโยชน์ ๘.๑.๕ืสามารถเปลี่ยน เสอ้ ผา้ ทเี่ ปียกชน้ * ๘.๒.๑ืสามารถแสดงการ รบั รคู้ าเตอนทบี่ อก อันตรายและคาเตอนใน การออกกาลังกาย * ๘.๒.๒ืสามารถแสดงการ รบั รืู้ สัญลักษณ์ทบี่ อก อันตรายและคาเตอนใน การออกกาลงั กาย* ๘.๒.๓ืสามารถรู้วิธีการขอ ความชว่ ยเหลอือย่าง เหมาะสมในเรอ่ งฉุกเฉิน จากหนว่ ยดบั เพลิงืตารวจื รถพยาบาลหมายเหตุ * หมายถึง กิจกรรมกลุ่มทักษะทางสังคมท่ีผู้สอน และผู้ปกครอง หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง สามารถเลือกเน้ือหาการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน เพือ่ ให้เกิดพฒั นาการที่คาดหวังตามศักยภาพของผเู้ รยี น โดยไม่ต้องเรยี งตามลาดบั เนือ้ หา

๙๑ ระดับ ระดบั คะแนนความสามารถ คะแนนความสามารถ พัฒนาการท่คาดหวัง/ ความสามารถ ความสามารถ พฤตกิ รรมท่คาดหวังทกั ษะ ทกั ษะยอ่ ย กอ่ นการ หลงั การ พฒั นา พฒั นา ๕ ๔ ๓ ๒๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๘.๒.๔ืสามารถรักษาแผล ถลอกืหรอการบาดเจบ็ เลก็ น้อยืการเจบ็ ปว่ ย เล็กน้อยืืมีดบาดืปวดหวั และนา้ รอ้ นลวกได้ื ๘.๒.๕ืสามารถเสาะหา ความช่วยเหลอทางการ การแพทย์เม่อต้องการืื แยกแยะยากับขนมและใช้ ยาท่ีเชอ่ ถอได้* ๘.๓ืการแพ้ ๘.๓.๑ืสามารถรับรืู้ อาหารืหรอแพ้ หลีกเลย่ี งอาหารที่ตนเอง ยา* แพ้ได้* ๘.๓.๒ืรับร้ืู หลีกเล่ียงยาที่ ตนเองแพ้ไดื้ สามารถบอก แพทย์/เจา้ หน้าท่ีได้ว่า ตนเองแพย้ าอะไรืเชน่ ืืืื พกบัตรตดิ ตวั ไว้ืเปน็ ตน้ * ๘.๓.๓ืให้ความรว่ มมอใน การรบั ประทานยาท่ี จาเป็นต้องใชป้ ระจาวนั * ๘.๓.๔ืหยบิ ยาที่ตอ้ งใช้ เปน็ ประจาจากทีเ่ ก็บไดื้ อย่างถูกต้องดว้ ยตนเอง* ๘.๓.๕ืจดั เกบ็ ยาท่ี จาเป็นต้องใชป้ ระจาใหใ้ ห้ อยู่ในที่เกบ็ ทป่ี ลอดภัยื และดวู ันหมดอายุได้* ผลรวมคะแนนความสามารถ คะแนนความสามารถเฉล่ยหมายเหตุ * หมายถึง กิจกรรมกลุ่มทักษะทางสังคมที่ผู้สอน และผู้ปกครอง หรือผู้มีส่วนเก่ียวข้อง สามารถเลือกเน้ือหาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพอื่ ใหเ้ กดิ พัฒนาการท่ีคาดหวังตามศักยภาพของผูเ้ รยี น โดยไม่ต้องเรียงตามลาดบั เนือ้ หา

๙๒๔. กล่มุ ทักื ษะการรืับรู้และแสดงออกทางภาษา ระดับ ระดบัคะแนนความสามารถ ความสามารถ คะแนนความสามารถ พฒั นาการท่คาดหวัง/ ความสามารถ พฤติกรรมทค่ าดหวัง หลังการทักษะ ทกั ษะย่อย กอ่ นการ พฒั นา พฒั นา ๕๔๓๒๑ ๕๔๓๒๑๑.การรบั รู้ ๑.๑ืการรับรู้ ๑ .๑ .๑ สามารถหั น ตามเสียงและคา เสยี ง แหล่งทม่ี าของเสยี งได้ื๒. การ ๑.๒ืการรับรู้ ๑.๑.๒ืสามารถตอบสนองสอ่ สาร* คาพดู ต่อคาพดู ของผอู้ น่ ได้ ๒.๑ การแสดงสี ๒.๑.๑.ืสามารถแสดงสีหน้าื หนา้ ท่าทางต่อ ท่าทางืต่อสิ่งเร้าภายในได้ สงิ่ เร้า เหมาะสม ๒.๑.๒.ืสามารถแสดงสีหน้าื ท่าทางืต่อสิ่งเรา้ ภายนอกได้ เหมาะสม ๒ .๑ .๓ .ื ส า ม า ร ถ พู ด ห ร อ ส่อสารด้วยวิธีอ่นเพ่อแสดง การตอบรับหรอการปฏิเสธ ได้* ๒.๑.๔.ืสามารถแสดงความ ต้องการพ้นฐานืเช่นืหิวข้าวืื ก ร ะ ห า ย น้ า ื ต้ อ ง ก า ร เข้ า ห้ อ งน้ าืเป็ น ต้ น ืโด ย ใช้ ท่ า ท า ง ืเสี ย ง ืห ร อ ภ า ษ า ง่ายๆืและสอ่ ตา่ งืๆืได้* ๒.๑.๕.ืสามารถส่อสารด้วย เคร่องมอส่อสารทางเลอกื เช่นืส่อสารด้วยรูปภ าพื กระดานส่อสารืหนั งสอ อิเลคทรอนิกส์ืโปรแกรม การส่อสารืแอพลิเกชันการ ส่อสารืเปน็ ต้น*หมายเหตุ * หมายถึง กิจกรรมกลุ่มทักษะทางสังคมที่ผู้สอน และผู้ปกครอง หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง สามารถเลือกเนื้อหาการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน เพ่อื ให้เกิดพัฒนาการทค่ี าดหวังตามศกั ยภาพของผูเ้ รียน โดยไมต่ ้องเรยี งตามลาดบั เนือ้ หา

๙๓ ระดับ ระดบั คะแนนความสามารถ คะแนนความสามารถ พัฒนาการทค่ าดหวงั / ความสามารถ ความสามารถ พฤติกรรมทค่ าดหวังทักษะ ทักษะยอ่ ย กอ่ นการ หลงั การ พฒั นา พฒั นา ๕๔๓๒๑ ๕๔๓๒๑ ๒.๒ การออก ๒.๒.๑.ืสามารถออกเสยี งคา เสียงคาและการ ไดถ้ ูกตอ้ ง* ใช้คาพดู ๒.๒.๒. สามารถใช้คาสรรพ นามืแทนตนเองและผู้อน่ ได้*๒. การ ๓.๒ คาที่มี ๓.๒.๑. สามารถออกเสยี งคาสอ่ สาร*(ต่อ) พยญั ชนะต้นื ท่ีประกอบด้วยพยญั ชนะต้น๔. การสร้างคาพดู และ (เสียงนา) มืนื ทก่ี าหนดให้ได้*ประโยค หืยืคือืวืบืกื ป ๓.๓ืคาท่ีมี ๓.๓.๑. สามารถออกเสยี งคา ตัวสะกดืแม่กกื ท่มี ีตวั สะกดแม่กกืแม่กงื แมก่ ง ได*้ ๓.๔ืคาท่ีมสี ระื ๓.๔.๑. สามารถออกเสียงคา อะือิืือุืเอื ทป่ี ระกอบดว้ ยสระือะอิืือืุ เอา เอืืเอาืได้* ๓.๕ืคาท่ีมี ๓.๕.๑. สามารถออกเสียงคา พยัญชนะตน้ ื ที่มพี ยัญชนะตน้ ื(เสยี งนา) (เสียงนา) ทืตื ทืตืลืจืพืงืดืืได*้ ลืจืพืงืด ๓.๖ืคาที่มี ๓.๖.๑. สามารถออกเสยี งคา ตัวสะกดืแม่กบื ทม่ี ตี ัวสะกดืแม่กบืแม่กดื แมก่ ด ได้* ๔.๑ คาและ ๔.๑.๑.สามารถพูด ประโยค เลยี นแบบเสียงคาและระ โยคได*้ ๔.๒ คาพูดและ ๔.๒.๑. สามารถเลอกใชค้ า ประโยคอย่าง ในประโยคต่างืๆืไดอ้ ย่าง งา่ ยื เหมาะสม* ๔.๒.๒. สามารถใชค้ าบอกหมายเหตุ * หมายถึง กิจกรรมกลุ่มทักษะทางสังคมที่ผู้สอน และผู้ปกครอง หรือผู้มีส่วนเก่ียวข้อง สามารถเลือกเนื้อหาการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน เพื่อให้เกิดพฒั นาการทค่ี าดหวังตามศักยภาพของผู้เรียน โดยไม่ตอ้ งเรยี งตามลาดับเน้อื หา

๙๔ ระดบั ระดับ คะแนนความสามารถ คะแนนความสามารถ พัฒนาการท่คาดหวัง/ ความสามารถ ความสามารถ พฤติกรรมทค่ าดหวังทกั ษะ ทกั ษะย่อย ก่อนการ หลงั การ พัฒนา พัฒนา ๕๔๓๒๑ ๕๔๓๒๑๕. การบอก ลกั ษณะืืส่ิงต่างืๆืในขอ้ มลู ส่วนตวั ประโยคท่ีพูดได้๕. การบอก ๔.๒.๓. สามารถพดู เปน็ขอ้ มูลสว่ นตัว ประโยคอย่างงา่ ยืได*้(ตอ่ ) ๕.๑ืช่อืสกุล ๕.๑.๑.สามารถบอกช่อเลน่ ของตนเอง ของตนเองืและผอู้ น่ ได*้ ๕.๑.๒. สามารถบอกชอ่ และ นามสกลุ จริงืของตนเองได้* ๕.๒ อายุและ ๕.๒.๑. สามารถบอกอายุ เพศของตนเอง และเพศของตนเองไดื้ ๕.๓ืช่อสมาชกิ ๕.๓.๑. สามารถบอกชอ่ พ่อื ในครอบครวั ื แม่หรอผปู้ กครองืของ ตนเองได*้ ๕.๓.๒. สามารถบอกชอ่ พี่ น้องหรอบุคคลที่ใกล้ชดิ ื ของตนเองได้* ๕.๔ืท่อี ยขู่ อง ๕.๔.๑. สามารถบอกที่อยู่ ตนเอง ของตนเองได*้ ผลรวมคะแนนความสามารถ คะแนนความสามารถเฉลย่ีหมายเหตุ * หมายถึง กิจกรรมกลุ่มทักษะทางสังคมที่ผู้สอน และผู้ปกครอง หรือผู้มีส่วนเก่ียวข้อง สามารถเลือกเน้ือหาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพอื่ ให้เกิดพัฒนาการท่คี าดหวงั ตามศกั ยภาพของผ้เู รียน โดยไม่ตอ้ งเรยี งตามลาดับเนื้อหา