251 คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม อ21201 ภาษาอังกฤษฟัง-พูด 1 กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต ศกึ ษาคาขอรอ้ ง คาแนะนา คาชีแ้ จงและคาอธิบายงา่ ยๆ การแสดงความตอ้ งการ การเสนอ และให้ความช่วยเหลือ การตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือ การแสดงความรู้สึก การใช้ภาษา น้าเสียง กิริยาท่าทางและใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง /สถานการณ์จาลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศกึ ษา และชุมชนฝึกทักษะใช้ภาษา กริยาท่าทาง น้าเสียง ในการฟงั และพูดคาขอร้อง คาแนะนา คาชี้แจงและคาอธิบาย พูดและเขียนแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธ การพูดและเขียนแสดงความรู้สกึ ของตนเองเกีย่ วกับเรือ่ งต่างๆ กิจกรรม และประสบการณ์ โดยใช้กระบวนการเรียนความรคู้ วามเข้าใจ กระบวนการสอนภาษา กระบวนการสร้าง ความตระหนกั กระบวนการสอ่ื ความ และกระบวนการกลุ่ม เพื่อให้มคี วามตระหนัก ซื่อสัตย์ มีความรบั ผดิ ชอบ มีเหตุผล และมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้ภาษาในสื่อสาร การปฏิบัติงานร่วมกับผู้อื่น และการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารได้ถูกต้อง เหมาะสมกับโอกาส บคุ คล มารยาททางสงั คม และวฒั นธรรมทางภาษา ผลการเรียนรู้ 1. พดู ทกั ทายและกล่าวลาได้เหมาะกับบุคคลและกาลเวลา 2. พูดและเขียนเพื่อขออนญุ าตและให้อนุญาต และแสดงความคิดเห็น อย่างเหมาะสม 3. ใช้คาขอร้อง ให้คาแนะนา คาชีแ้ จง และคาอธิบายตามสถานการณ์ 4. พดู และเขียนแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความ ช่วยเหลือ ในสถานการณ์ต่าง ๆ 5. พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกบั ตนเอง และบคุ คลอื่นโดยใช้ภาษาอย่างถูกต้องเหมาะสม รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู้
252 คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม อ21202 ภาษาอังกฤษฟัง-พดู 2 กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชัว่ โมงจานวน 0.5 หนว่ ยกิต ศกึ ษาและปฏิบัติ พูดและแนะนาตนเองและโต้ตอบ พดู โต้ตอบในการสมั ภาษณ์งาน หรอื การสัมภาษณ์ขอทุนการศกึ ษา พูดต่อหน้าชุมชนโดยใช้ภาษาและเล่านิทานเรื่องสั้นโดยใช้กระบวนการเรียน ความรู้ความเข้าใจ ทักษะทางภาษา กระบวนการสื่อความ และกระบวนการปฏิบัติ เพื่อให้นักเรียนเกิด ความรู้ความเข้าใจ มีทักษะทางภาษาและใช้ทักษะในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องเหมาะสมสอดคล้องกับ สถานการณ์ ผลการเรียนรู้ 1. สามารถพดู และแนะนาตนเองและโต้ตอบ พูดโต้ตอบในการสัมภาษณ์งาน หรอื การสัมภาษณ์ ขอทุนการศึกษาได้ 2. สามารถพูดต่อหนา้ ชมุ ชนโดยใช้ภาษาได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม 3. สามารถเล่านิทานเรือ่ งส้ันโดยใช้ภาษาได้อย่างถูกต้อง รวมท้ังหมด 3 ผลการเรียนรู้
253 คาอธิบายรายวิชาเพิม่ เติม อ22201 ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ชัว่ โมงจานวน 0.5 หน่วยกิต ศกึ ษา ประโยคข้อความสนั้ ๆ ถ่ายโอนเปน็ ภาพหรอื สญั ลักษณ์ และถ่ายโอนข้อมูลจากภาพ หรือสัญลกั ษณ์เปน็ ประโยคหรอื ข้อความส้ัน ๆ และปฏิบัติ การอ่านออกเสียง คาและกลุ่มคา และประโยค ง่าย ๆ ตามหลักการออกเสียง เขียนตัวอักษรภาษาอังกฤษตามหลักการเขียน และประสมคาเขียนแสดง ความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ ให้บริการ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือ ให้บริการ ใช้ภาษาง่าย ๆเขียนโต้ตอบในการขอและให้ข้อมูล แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเร่ืองที่อ่าน ใช้ภาษาง่าย ๆ เขียนแสดงความรู้สึกและความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเร่ืองต่างๆกิจกรรมและประสบการณ์ และให้ เหตุผลประกอบ เขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจาวัน ประสบการณ์และข่าว/เหตุการณ์ที่อยู่ใน ความสนใจ และปฏิบตั ิตามคาแนะนา คาชีแ้ จง และคาอธิบายง่ายๆ ทีอ่ า่ น โดยใช้กระบวนการเรียนความรู้ความเข้าใจ กระบวนการคิด ทักษะการศกึ ษาค้นคว้า ทกั ษะ ทางภาษา และกระบวนการปฏิบัติเพื่อใหเ้ กิดทักษะการอ่านและการเขียนให้ถูกต้องและแม่นยา เห็นคุณค่า ของภาษาอังกฤษ เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษา สามารถใช้ภาษาเป็นเคร่ืองมือแสวงหาความรู้เพิ่มเติม มี ความรับผดิ ชอบ มีความซือ่ สัตย์ มีวนิ ัย ใฝ่รใู้ ฝ่เรยี น ผลการเรียนรู้ 1. ปฏิบัติตามคาแนะนา คาชีแ้ จง และคาอธิบายงา่ ยๆ ที่อา่ นได้ 2. อ่านออกเสียง คาและกลุ่มคา และ ประโยคง่าย ๆ ได้ถูกต้องตามหลักการออกเสียง 3. เขียนตวั อกั ษรภาษาองั กฤษตามหลักการเขียน และประสมคาได้ถูกต้อง 4. เข้าใจประโยคข้อความสั้น ๆถ่ายโอนเป็นภาพหรอื สัญลกั ษณ์ และถ่ายโอนข้อมูลจากภาพหรอื สัญลักษณ์เป็นประโยคหรอื ข้อความส้ันๆ 5. เขียนแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ ให้บริการ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความ ช่วยเหลือ ใหบ้ ริการ 6. ใช้ภาษาง่าย ๆเขียนโต้ตอบในการขอและใหข้ ้อมลู แสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั เรือ่ งที่อา่ น 7. ใช้ภาษางา่ ย ๆเขียนแสดงความรสู้ ึกและความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกบั เรื่องต่างๆกิจกรรม และ ประสบการณ์และให้เหตุผลประกอบ 8. เขียนบรรยายเกีย่ วกับตนเอง กิจวตั รประจาวนั ประสบการณแ์ ละข่าว/เหตกุ ารณ์ที่อยู่ในความสนใจ รวมทั้งหมด 8 ผลการเรียนรู้
254 คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม อ22202 ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 2 กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ช่ัวโมงจานวน 0.5 หนว่ ยกิต ศกึ ษา การอา่ น การเขียนข้อความตา่ งๆ บทความสน้ั ข่าว กีฬาอาหาร โฆษณา บทร้อยกรอง สถานที่ ข้อมูลจากตารางหรือ กราฟ ให้ได้ข้อเท็จจริง รายละเอียดต่างๆ ทาความเข้าใจในโครงสร้าง คาศพั ท์ สานวน นาไปใช้ในการเขียน ได้อย่างถูกต้องโดยใหผ้ เู้ รียน อ่านบทอ่านต่างๆ และพยายามทาความ เข้าใจเร่ืองมี่อ่าน ใช้กิจกรรมระหว่างการอ่าน รวบรวมเรียบเรียง กระบวนการคิด ออกมาเป็นลายลักษณ์ อักษร อย่างเปน็ ระบบ เพื่อให้ผู้เรยี นเกิดความเข้าในการอ่านและเขียน อย่างถกู ต้อง ตามหลักภาษา และระเบียบวิธี การของแต่ละภาษาน้ัน ๆ รวมท้ังสื่อความหมาย ได้ตรงกันระหว่างผู้เขียนและผู้อ่านใช้ภาษาน้าเสียง กริยา ท่าทางเหมาะสมตามตนเองตนเอง ครอบครัว อาหาร เคร่ืองดื่ม ผู้เรียน เห็นคุณค่าของภาษาอังกฤษ มี ทกั ษะในการส่ือสาร ใฝ่รใู้ ฝ่เรยี น มีวนิ ัยในตนเอง และมีจิตสาธารณะ ผลการเรียนรู้ 1. นาเสนอข้อมูลเร่อื งราวความคิดรวบยอด ความคิดเหน็ ทีม่ ตี ่อเหตกุ ารณ์ต่างๆ 2. ใชัภาษาท่าทางในการสอื่ สาร แสดงความคิดเหน็ ได้เหมาะสมกับระดับชั้น บุคคลกาลเทศะ และ วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา 3. อ่านตีความวิเคราะห์ แสดงความคิดเห็นเกีย่ วกบั สื่อ ที่เปน็ ความเรียงและไม่ใช่ความเรียงถ่ายโอนเปน็ ข้อความโดยใช้ถ้อยคาของตนเอง 4. ใช้ภาษาในการวิเคราะห์ สงั เคราะห์ แสวงหาความรู้และอภปิ รายเกี่ยวกับประสบการณท์ ีเ่ กีย่ วข้องกับ กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น 5. ตระหนกั เห็นคณุ ค่าของภาษาและวฒั นธรรม นาความรคู้ วามเข้าใจมาประยกุ ต์ใช้ในการพัฒนาตนเอง รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู้
255 คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม อ23201 ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 3 กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ชั่วโมงจานวน 0.5 หน่วยกิต ศกึ ษา คาขอรอ้ ง คาแนะนา คาชีแ้ จง คาอธิบาย ในการประดิษฐ์ การบอกทิศทาง ป้ายต่างๆ การใช้อุปกรณ์ ขั้นตอนการทาอาหาร นาไปปฏิบัติในชีวิตประจาวัน ฝึกอ่านออกเสียง ข้อความ ข่าว โฆษณา บทร้อยกรองส้ัน ๆ ตามจังหวะ การใช้พจนานุกรม ตีความและถ่ายโอนข้อมูลที่ไม่ใช่ความเรียง เช่นสัญลักษณ์ เคร่ืองหมาย กราฟ แผนภูมิ ตาราง บุคคล อ่านบทอ่านจากหนังสือพิมพ์ วารสาร เว็บไซด์ อินเทอร์เน็ต ระบุหัวข้อเรื่อง ใจความสาคัญ รายละเอียดสนับสนุน และแสดงความคิดเห็นพร้อมให้เหตุผล ฝกึ ใช้ภาษา น้าเสียง กริยาท่าทางเหมาะสมตามมารยาททางสงั คม พูดและเขียนข้อมลู เกี่ยวกบั ตนเอง เขียน บรรยายความรู้สึก และความคิดเห็นของตนเอง เกี่ยวกับเร่ืองต่างๆ เช่นกิจกรรม ประสบการณ์ ข่าว เหตุการณ์ในชีวิตประจาวันเข้าใจมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา บรรยายความเป็นมาของ วันสาคัญ เทศกาล วัฒนธรรมประเพณีของเจ้าของภาษา เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตาม ความสนใจ โดยใช้กระบวนการสื่อสาร กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุ่มเพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะในการ อ่าน เขียน นาภาษาอังกฤษไปใช้ในชีวิตประจาวัน ในสถานการณ์จาลอง สถานการณ์จริงท้ังภายใน ภายนอกสถานศึกษา เห็นคุณค่าของภาษาอังกฤษ มีทักษะในการสื่อสาร ใฝ่รู้ใฝ่เรียน ตลอดจนใช้ภาษาใน การค้นคว้า รวบรวมข้อมูลความรสู้ าขาวิชาต่างๆ เข้าใจมารยาทสังคมและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา ผลการเรียนรู้ 1. ปฏิบตั ิตามคาแนะนา คาชีแ้ จง คาอธิบาย ง่ายๆได้ 2. อ่านและเขียนข้ันตอนในการทาอาหารได้ 3. อ่านออกเสียงขอ้ ความ ข่าว โฆษณา บทร้อยกรองสั้นๆ ตามจังหวะ ได้ 4. ใช้พจนานกุ รมได้ถูกต้อง คล่องแคล่ว อ่านข้อมลู ทีไ่ ม่ใช่ความเรียง แล้วตอบคาถามได้ 5. พดู และเขียนขอ้ มูลเกี่ยวกับตนเองได้ 6. เขียนบรรยายความรู้สกึ และความคิดเห็นเกี่ยวกบั เรือ่ งต่างๆ ใกล้ตัวได้ 7. อ่านและเขียน ความเป็นมาของวนั สาคัญ เทศกาลวัฒนธรรมประเพณีของเจา้ ของภาษา และของไทยได้ รวมท้งั หมด 7 ผลการเรียนรู้
256 คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม อ23202 ภาษาองั กฤษเพื่อการสื่อสาร กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาตา่ งประเทศ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชัว่ โมงจานวน 0.5 หน่วยกิต ศกึ ษาและปฏิบตั ิ การกล่าวทักทายและกล่าวลา พูดแนะนาตนเอง แนะนาผอู้ ื่น และบรรยาย เกี่ยวกับตนเอง พูดขออนุญาตและให้อนุญาตในสถานการณ์ต่าง ๆ พูดขอโทษในสถานการณ์ต่าง ๆ พูด สนทนาโต้ตอบทางโทรศพั ท์ และใช้ภาษาโดยใช้นวตั กรรมและส่อื เทคโนโลยีง่าย ๆทีม่ อี ยู่ในสถานศกึ ษา โดยใช้กระบวนการเรียนความรคู้ วามเข้าใจ กระบวนการทางภาษา ทักษะในการสือ่ สาร และกระบวนการปฏิบัติเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะในการสื่อสารในการสร้างความสัมพันธ์ ระหว่างบคุ คล สามารถใช้ภาษาสือ่ สารสอดคล้องกับสถานการณ์ตา่ ง ๆในชีวติ ประจาวันได้อย่างเหมาะสม ผลการเรียนรู้ 1. สามารถกล่าวทักทายและกล่าวลาได้ 2. สามารถพดู แนะนาตนเอง แนะนาผอู้ ื่น และบรรยายเกีย่ วกับตนเองได้ 3. สามารถพูดขออนุญาตและใหอ้ นุญาตในสถานการณ์ตา่ ง ๆได้ 4. สามารถกล่าวขอโทษในสถานการณ์ต่าง ๆโดยใช้ภาษาได้อย่างเหมาะสม 5. สามารถใช้ภาษางา่ ย ๆเพือ่ สรา้ งความสัมพันธ์ระหว่างบคุ คล โดยใช้นวัตกรรมง่าย ๆและสื่อเทคโนโลยีที่ มีอยู่ในสถานศกึ ษา 6.สามารถพดู สนทนาโต้ตอบทางโทรศัพท์ได้ รวมทงั้ หมด 6 ผลการเรียนรู้
257 คาอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม หนา้ ที่พลเมือง
258 สาระเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง คาอธิบายรายวิชา ส21201 หนา้ ทีพ่ ลเมือง 1 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 20 ช่ัวโมง /ภาค 0.5 หน่วยกิต มีส่วนร่วมอนุรักษ์มารยาทไทยในการแสดงความเคารพ การสนทนา การแต่งกาย การมีสัมมา คารวะ แสดงออกถึงความเอื้อเฟื้อเผ่ือแผ่และเสียสละต่อสังคม เห็นคุณค่าและอนุรักษ์ขนบธรรมเนียม ประเพณีศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความซื่อสัตย์สุจริต ขยนั หม่ันเพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ และยอมรบั ผลทีเ่ กิดจากการกระทาของตนเอง ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างของความรักชาติ ยึดม่ันในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ประยุกต์และเผยแพร่พระบรมราโชวาท ในเร่ืองมีเหตุผล รอบคอบ หลักการทรงงาน ในเร่ืองการใช้ ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ การปลูกป่าในใจคน และหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบัติตนเป็นผมู้ ีวินัย ในตนเอง ในเร่อื งความซือ่ สตั ย์สุจริต ขยนั หมัน่ เพียร อดทน ใฝห่ าความรู้ และตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ โดยใช้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการสร้าง ค่านิยม และกระบวนการสร้างเจตคติ เพื่อให้ผู้เรยี นมีลักษณะที่ดีของคนไทย ภาคภมู ใิ จในความเป็นไทย แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่ัน ในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เปน็ พลเมอื งดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข มีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครอง อยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสันติ จัดการความขัดแย้งด้วย สันติวธิ ี และมีวนิ ยั ในตนเอง ผลการเรียนรู้ 1. มีสว่ นร่วมในการอนุรกั ษ์มารยาทไทย 2. แสดงออกถึงความเอือ้ เฟื้อเผอ่ื แผ่ และเสียสละต่อสังคม 3. เห็นคณุ ค่าและอนรุ กั ษ์ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปญั ญาไทย 4. เปน็ แบบอย่างของความรกั ชาติ ยึดม่นั ในศาสนา และเทิดทนู สถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ 5. ประยกุ ต์และเผยแพร่พระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง 6. ปฏิบัติตนเป็นผู้มวี ินยั ในตนเอง รวมทง้ั หมด 6 ผลการเรียนรู้
259 สาระเพิม่ เติมหน้าที่พลเมือง คาอธิบายรายวิชา ส21202 หนา้ ทีพ่ ลเมือง 2 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 20 ชั่วโมง /ภาค 0.5 หนว่ ยกิต ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย ในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ของสังคม การ ตัดสินใจโดยใช้เหตุผล มีส่วนร่วมและรับผิดชอบในการตัดสินใจในกิจกรรมของห้องเรียนและโรงเรียน ตรวจสอบข้อมูล เพื่อใช้ประกอบ การตัดสินใจในกิจกรรมต่าง ๆ ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเร่ือง ความซื่อสัตย์สุจริต อดทน ขยันหม่ันเพียร ใฝ่หาความรู้ ต้ังใจปฏิบัติหน้าที่ และยอมรับผลที่เกิดจากการ กระทาของตนเอง ยอมรับความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในเร่ืองวิถีชีวิต วัฒนธรรม ศาสนา ส่ิงแวดล้อม อยู่ร่วมกันอย่างสันติและพึ่งพาซึ่งกันและกันในสังคมพหุวัฒนธรรม ด้วย การเคารพซึ่งกันและกัน ไม่แสดงกิริยาและวาจาดูหมิ่นผู้อื่น ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แบ่งปัน มีส่วนร่วมใน การแก้ปัญหาความขัดแย้ง โดยสันติวิธี ในเร่ืองการทะเลาะวิวาท ความคิดเห็นไม่ตรงกัน ด้วยการเจรจา ไกล่เกลี่ย การเจรจาต่อรอง การระงับ ความขัดแย้ง ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความซื่อสัตย์ สุจรติ อดทน ใฝ่หาความรู้ ตั้งใจปฏิบตั ิหน้าที่ ยอมรบั ผลทีเ่ กิดจากการกระทาของตนเอง โดยใช้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการสร้าง ค่านิยม และกระบวนการสร้างเจตคติ เพือ่ ให้ผู้เรยี นมีลกั ษณะที่ดีของคนไทย ภาคภูมใิ จในความเป็นไทย แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่ัน ในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นพลเมอื งดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข มีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครอง อยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสันติ จัดการความขัดแย้งด้วย สนั ติวธิ ี และมีวนิ ยั ในตนเอง ผลการเรียนรู้ 1. ปฏิบตั ิตนเปน็ พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย 2. มีสว่ นร่วมและรับผดิ ชอบในการตัดสินใจ ตรวจสอบข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการตดั สินใจใน กิจกรรมต่าง ๆ 3. ยอมรับความหลากหลายทางสงั คมวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ และอยู่ร่วมกัน อย่างสันติ และพึง่ พาซึ่งกนั และกนั 4. มีสว่ นร่วมในการแก้ปัญหาความขัดแย้งโดยสนั ติวธิ ี 5. ปฏิบตั ิตนเปน็ ผู้มีวนิ ยั ในตนเอง รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู้
260 สาระเพิม่ เติมหน้าทีพ่ ลเมือง คาอธิบายรายวิชา ส22201 หนา้ ทีพ่ ลเมือง 3 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 20 ชั่วโมง /ภาค 0.5 หน่วยกิต มีส่วนร่วมและแนะนาผู้อื่นให้อนุรักษ์มารยาทไทย ในการแสดงความเคารพ การสนทนา การแต่ง กาย การมีสัมมาคารวะ แสดงออกและแนะนาผู้อื่นให้มีความเอื้อเฟื้อเผ่ือแผ่และเสียสละต่อสังคม เห็น คณุ ค่า อนุรักษ์ และสืบสานขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ปฏิบัติตนเป็นผู้มี วินัยในตนเอง ในเร่ืองความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหม่ันเพียร อดทน ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ และยอมรับผลที่เกิด จากการกระทาของตนเอง ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างและแนะนาผู้อื่นให้มีการปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นใน ศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ประยุกต์ และเผยแพร่พระบรมราโชวาท ในเร่ืองการมีสติ ความขยัน อดทน หลักการทรงงาน ในเร่ืองภูมิสังคม ขาดทุนคือกาไร และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัย ในตนเอง ในเร่ืองความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหม่ันเพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ และตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ โดยใช้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการสร้าง ค่านิยม และกระบวนการสร้างเจตคติ เพือ่ ให้ผู้เรยี นมีลกั ษณะที่ดีของคนไทย ภาคภูมใิ จในความเปน็ ไทย แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่ัน ในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เปน็ พลเมอื งดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข มีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครอง อยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสันติ จัดการความขัดแย้งด้วย สันติวธิ ี และมีวนิ ัยในตนเอง ผลการเรียนรู้ ๑. มีสว่ นร่วมและแนะนาผอู้ ื่นให้อนุรกั ษ์มารยาทไทย ๒. แสดงออกและแนะนาผู้อื่นให้มคี วามเอือ้ เฟือ้ เผอ่ื แผ่ และเสียสละต่อสังคม ๓. เหน็ คุณค่า อนุรกั ษ์ และสืบสานขนบธรรมเนยี ม ประเพณี ศลิ ปวฒั นธรรม และภมู ิปัญญาไทย ๔. เปน็ แบบอย่างและแนะนาผอู้ ื่นให้มีความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ ๕. ประยุกต์และเผยแพรพ่ ระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง ๖. ปฏิบตั ิตนเป็นผมู้ ีวนิ ยั ในตนเอง รวมท้ังหมด 6 ผลการเรียนรู้
261 สาระเพิม่ เติมหน้าที่พลเมือง คาอธิบายรายวิชา ส22202 หนา้ ทีพ่ ลเมือง 4 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 20 ชัว่ โมง /ภาค 0.5 หนว่ ยกิต ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย ในเรือ่ งการตดิ ตามข่าวสารบ้านเมอื ง ความกล้าหาญ ทางจริยธรรม การเป็นผู้นาและการเป็นสมาชิกที่ดี มีส่วนร่วมและรับผิดชอบในการตัดสินใจต่อกิจกรรม ของห้องเรียนและโรงเรียน ตรวจสอบข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในกิจกรรมต่าง ๆ และรู้ทัน ข่าวสาร ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเร่อื งความซื่อสัตย์สุจริต อดทน ต้ังใจปฏิบัติหน้าที่ ใฝ่หาความรู้ และยอมรบั ผลที่เกิดจากการกระทาของตนเอง เห็นคุณค่าของการอยู่ร่วมกันในภูมิภาคเอเชยี อย่างสนั ติ และพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกนั โดยคานึงถึง ความหลากหลายทางสังคม วัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชีย ในเร่ืองวิถีชีวิต วัฒนธรรม ศาสนา สิ่งแวดล้อม การอยู่ร่วมกนั ในสังคมพหุวัฒนธรรมและการพึ่งพาซึ่งกันและกนั ในเรื่องการเคารพซึ่งกันและกัน ไม่แสดง กิริยา และวาจาดูหมิ่นผู้อื่น ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แบ่งปัน มีส่วนร่วมและเสนอแนวทางการแก้ปัญหา ความขัดแย้ง โดยสันติวิธีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิ การใช้ของส่วนรวม ด้วยการเจรจาไกล่เกลี่ย การเจรจา ต่อรอง การระงับ ความขัดแย้ง ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความซื่อสัตย์สุจริต อดทน ใฝ่หา ความรู้ ต้ังใจปฏิบัติหน้าที่ ยอมรับผลทีเ่ กิดจากการกระทาของตนเอง ผลการเรียนรู้ ๑. ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย ๒. มีสว่ นร่วมและรับผิดชอบในการตัดสินใจ ตรวจสอบข้อมลู เพือ่ ใชป้ ระกอบการตัดสินใจใน กิจกรรม ต่าง ๆ และรู้ทันข่าวสาร ๓. เหน็ คุณค่าของการอยู่ร่วมกันในภมู ิภาคเอเชียอย่างสันติ และพึ่งพาซึง่ กนั และกนั ๔. มีสว่ นรว่ มและเสนอแนวทางการแก้ปัญหาความขดั แย้งโดยสนั ติวิธี ๕. ปฏิบัติตนเปน็ ผมู้ ีวนิ ยั ในตนเอง รวมท้งั หมด 5 ผลการเรียนรู้
262 สาระเพิม่ เติมหน้าที่พลเมือง คาอธิบายรายวิชา ส23201 หนา้ ที่พลเมือง 5 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 20 ชั่วโมง /ภาค 0.5 หนว่ ยกิต มีส่วนร่วม แนะนาผู้อื่นให้อนุรักษ์ และยกย่องผู้มีมารยาทไทย ในเร่ืองการแสดงความเคารพ การสนทนา การแต่งกาย การมีสัมมาคารวะ แสดงออก แนะนาผู้อื่นและมีส่วนร่วมในกิจกรรมเกี่ยวกับ ความเอื้อเฟื้อเผ่ือแผ่ และเสียสละต่อสังคม เห็นคุณค่า อนุรักษ์ สืบสาน และประยุกต์ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และ ภูมิปัญญาไทย ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหม่ันเพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ ต้ังใจปฏิบัติหน้าที่ และยอมรบั ผลที่เกิดจากการกระทาของตนเอง ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง และมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่ันใน ศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ประยุกต์และเผยแพร่พระบรมราโชวาท ในเร่ืองการเสียสละ ความซื่อสัตย์ หลักการทรงงาน ในเร่ืองศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ แก้ปัญหาที่จุดเล็ก ปฏิบัติตนเป็นผู้มี วินยั ในตนเอง ในเร่อื งความซื่อสตั ย์สจุ ริต ขยนั หมนั่ เพียร อดทน ใฝห่ าความรู้ และตั้งใจปฏิบตั ิหน้าที่ โดยใช้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการสร้าง ค่านิยม และกระบวนการสร้างเจตคติ เพือ่ ให้ผเู้ รียนมีลักษณะที่ดีของคนไทย ภาคภูมใิ จในความเป็นไทย แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่น ในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เปน็ พลเมอื งดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข มีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครอง อยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสันติ จัดการความขัดแย้งด้วย สันติวธิ ี และมีวนิ ยั ในตนเอง ผลการเรียนรู้ 1. มีสว่ นร่วม แนะนาผอู้ ื่นให้อนุรกั ษ์ และยกย่องผมู้ ีมารยาทไทย 2. แสดงออก แนะนาผอู้ ืน่ และมีสว่ นร่วมในกิจกรรมเกี่ยวกับความเอื้อเฟื้อเผอ่ื แผ่ และเสียสละ 3. เหน็ คณุ ค่า อนุรักษ์ สืบสาน และประยกุ ต์ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวฒั นธรรม และภมู ิ ปัญญาไทย 4. เป็นแบบอย่างและมีส่วนร่วมในการจดั กิจกรรมทีแ่ สดงออกถึงความรกั ชาติ ยึดมนั่ ในศาสนา และเทิดทนู สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ 5. ประยกุ ต์และเผยแพร่พระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจ พอเพียง 6. ปฏิบตั ิตนเปน็ ผู้มวี ินยั ในตนเอง รวมท้ังหมด 6 ผลการเรียนรู้
263 สาระเพิม่ เติมหน้าที่พลเมือง คาอธิบายรายวิชา ส23202 หนา้ ทีพ่ ลเมือง 6 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 20 ช่วั โมง /ภาค 0.5 หนว่ ยกิต ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย ในเร่ืองการใช้สิทธิและหน้าที่ การใช้เสรีภาพอย่าง รับผิดชอบ การมีสว่ นรว่ มในกิจกรรมการเลือกต้ัง มีส่วนร่วมและรบั ผดิ ชอบในการตัดสินใจต่อกิจกรรมของ ห้องเรียนและโรงเรียน ตรวจสอบข้อมูล ตรวจสอบการทาหน้าที่ของบุคคลเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัย ในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหม่ันเพียร ใฝ่หาความรู้ ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ และยอมรบั ผลทีเ่ กิดจาก การกระทาของตนเอง เห็นคุณค่าของการอยู่ร่วมกันในภูมิภาคเอเชียอย่างสันติและพึ่งพาซึ่งกันและกัน ท่ามกลาง ความ หลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก ในเรื่องวิถีชีวิต วัฒนธรรม ศาสนา สิ่งแวดล้อม การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมและพึ่งพาซึ่งกันและกัน ในเร่ืองการเคารพซึ่งกันและกัน ไม่แสดง กิริยา และวาจาดูหมน่ิ ผอู้ ื่น ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แบ่งปัน มสี ่วนรว่ มและเสนอแนวทางการป้องกันปัญหา ความขัดแย้ง ในเร่ืองทัศนคติ ความคิด ความเชื่อ ชู้สาว ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความ ซื่อสตั ย์สุจริต อดทน ใฝ่หาความรู้ ต้ังใจปฏิบัติหน้าที่ และยอมรบั ผลทีเ่ กิดจากการกระทาของตนเอง โดยใช้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการสร้างความตระหนกั กระบวนการสร้าง ค่านิยม และกระบวนการสร้างเจตคติ เพื่อให้ผู้เรยี นมีลกั ษณะที่ดีของคนไทย ภาคภูมใิ จในความเปน็ ไทย แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่น ในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นพลเมอื งดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข มีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครอง อยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสันติ จัดการความขัดแย้งด้วย สนั ติวธิ ี และมีวนิ ยั ในตนเอง ผลการเรียนรู้ 1. ปฏิบตั ิตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย 2. มีสว่ นร่วมและรบั ผดิ ชอบในการตดั สินใจ ตรวจสอบข้อมลู ตรวจสอบการทาหนา้ ทีข่ องบคุ คล เพื่อใช้ประกอบการตดั สินใจ 3. เหน็ คณุ ค่าของการอยู่รว่ มกันในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลกอย่างสนั ติ และพึ่งพาซึง่ กันและกนั 4. มีสว่ นร่วมและเสนอแนวทางการป้องกนั ปัญหาความขัดแย้ง 5. ปฏิบตั ิตนเปน็ ผู้มีวนิ ัยในตนเอง รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู้
264 คาอธิบายรายวชิ าเพิม่ เติม การป้องกันการทจุ ริต
265 คาอธิบายรายวิชา ส ๒๑๒๐๓ การป้องกันการทุจริต กลุม่ สาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๒๐ ชั่วโมง ศกึ ษาเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ความละอายและ ความ ไม่ทนต่อการทุจริต STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต รู้หน้าที่ของพลเมืองและรับผิดชอบต่อ สังคมในการ ต่อต้านการทุจริต โดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ จาแนก แยกแยะ การฝึกปฏิบัติจริง การ ทาโครงงานกระบวนการ เรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแก้ปัญหา ทักษะการ อ่านและการเขียน เพือ่ ให้มี ความตระหนักและเหน็ ความสาคัญของการต่อต้านและการป้องกนั การทจุ ริต ผลการเรียนรู้ 1. มีความรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กับผลประโยชน์สว่ นรวม 2. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ ริต 3. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ STRONG / จติ พอเพียงต่อตา้ นการทุจริต 4. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั พลเมอื งและมีความรบั ผดิ ชอบต่อสังคม 5. สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กับผลประโยชน์ส่วนรวมได้ 6. ปฏิบตั ิตนเป็นผู้ละอายและไม่ทนต่อการทุจรติ ทกุ รปู แบบ 7. ปฏิบัติตนเปน็ ผทู้ ี่ STRONG / จิตพอเพียงตอ่ ต้านการทุจรติ 8. ปฏิบัติตนตามหน้าทีพ่ ลเมอื งและมีความรับผิดชอบต่อสงั คม 9. ตระหนกั และเห็นความสาคัญของการตอ่ ต้านและป้องกนั การทุจริต รวมทั้งหมด 9 ผลการเรียน
266 คาอธิบายรายวิชา ส ๒๑๒๐๔ การป้องกันการทุจริต กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๒๐ ช่วั โมง ศกึ ษาเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกบั ผลประโยชน์ส่วนรวม ความละอายและ ความ ไม่ทนต่อการทุจริต STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต รู้หน้าที่ของพลเมืองและรับผิดชอบต่อ สังคมในการ ต่อต้านการทุจริต โดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ จาแนก แยกแยะ การฝึกปฏิบัติจริง การ ทาโครงงานกระบวนการ เรียนรู้ 5 ข้ันตอน (5 STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแก้ปัญหา ทักษะการ อ่านและการเขียน เพือ่ ให้มี ความตระหนกั และเหน็ ความสาคัญของการต่อต้านและการป้องกนั การทจุ ริต ผลการเรียนรู้ 1. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กบั ผลประโยชน์สว่ นรวม 2. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั ความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ ริต 3. มีความรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกับ STRONG / จติ พอเพียงต่อตา้ นการทุจริต 4. มีความรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกับพลเมอื งและมีความรับผดิ ชอบต่อสังคม 5. สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กบั ผลประโยชน์ส่วนรวมได้ 6. ปฏิบตั ิตนเปน็ ผู้ละอายและไม่ทนต่อการทุจรติ ทกุ รูปแบบ 7. ปฏิบตั ิตนเป็นผทู้ ี่ STRONG / จิตพอเพียงตอ่ ต้านการทจุ รติ 8. ปฏิบตั ิตนตามหน้าทีพ่ ลเมอื งและมีความรบั ผดิ ชอบต่อสังคม 9. ตระหนักและเหน็ ความสาคัญของการตอ่ ต้านและป้องกันการทุจริต รวมทั้งหมด 9 ผลการเรียน
267 คาอธิบายรายวิชา ส ๒๒๒๐๓ การปอ้ งกันการทุจริต กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๒๐ ชัว่ โมง ศกึ ษาเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกบั ผลประโยชน์ส่วนรวม ความละอายและ ความ ไม่ทนต่อการทุจริต STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต รู้หน้าที่ของพลเมืองและรับผิดชอบต่อ สังคมในการ ต่อต้านการทุจริต โดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ จาแนก แยกแยะ การฝึกปฏิบัติจริง การ ทาโครงงานกระบวนการ เรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแก้ปัญหา ทักษะการ อ่านและการเขียน เพือ่ ให้มี ความตระหนกั และเหน็ ความสาคัญของการต่อต้านและการป้องกันการทุจริต ผลการเรียนรู้ 1. มีความรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกบั การแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กบั ผลประโยชน์สว่ นรวม 2. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต 3. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ STRONG / จติ พอเพียงต่อตา้ นการทุจริต 4. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั พลเมอื งและมีความรับผดิ ชอบต่อสังคม 5. สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กบั ผลประโยชน์ส่วนรวมได้ 6. ปฏิบตั ิตนเปน็ ผู้ละอายและไม่ทนต่อการทุจรติ ทุกรูปแบบ 7. ปฏิบตั ิตนเปน็ ผทู้ ี่ STRONG / จิตพอเพียงตอ่ ต้านการทุจรติ 8. ปฏิบตั ิตนตามหน้าทีพ่ ลเมอื งและมีความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม 9. ตระหนกั และเหน็ ความสาคัญของการตอ่ ต้านและป้องกนั การทุจริต รวมทง้ั หมด 9 ผลการเรียน
268 คาอธิบายรายวิชา ส ๒๒๒๐๔ การป้องกันการทุจริต กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๒๐ ชั่วโมง ศกึ ษาเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ความละอายและ ความ ไม่ทนต่อการทุจริต STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต รู้หน้าที่ของพลเมืองและรับผิดชอบต่อ สังคมในการ ต่อต้านการทุจริต โดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ จาแนก แยกแยะ การฝึกปฏิบัติจริง การ ทาโครงงานกระบวนการ เรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแก้ปัญหา ทักษะการ อ่านและการเขียน เพือ่ ให้มี ความตระหนักและเหน็ ความสาคัญของการต่อต้านและการป้องกนั การทจุ ริต ผลการเรียนรู้ 1. มีความรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กับผลประโยชน์สว่ นรวม 2. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั ความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ ริต 3. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั STRONG / จติ พอเพียงต่อตา้ นการทุจริต 4. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพลเมอื งและมีความรับผดิ ชอบต่อสังคม 5. สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กบั ผลประโยชน์ส่วนรวมได้ 6. ปฏิบตั ิตนเป็นผู้ละอายและไม่ทนต่อการทุจรติ ทกุ รปู แบบ 7. ปฏิบัติตนเปน็ ผทู้ ี่ STRONG / จิตพอเพียงตอ่ ต้านการทุจรติ 8. ปฏิบัติตนตามหน้าทีพ่ ลเมอื งและมีความรับผดิ ชอบต่อสงั คม 9. ตระหนกั และเห็นความสาคญั ของการตอ่ ต้านและป้องกนั การทุจริต รวมท้งั หมด 9 ผลการเรียน
269 คาอธิบายรายวิชา ส ๒๓๒๐๓ การปอ้ งกนั การทุจริต กล่มุ สาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๒๐ ช่วั โมง ศกึ ษาเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกบั ผลประโยชน์ส่วนรวม ความละอายและ ความ ไม่ทนต่อการทุจริต STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต รู้หน้าที่ของพลเมืองและรับผิดชอบต่อ สังคมในการ ต่อต้านการทุจริต โดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ จาแนก แยกแยะ การฝึกปฏิบัติจริง การ ทาโครงงานกระบวนการ เรียนรู้ 5 ข้ันตอน (5 STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแก้ปัญหา ทักษะการ อ่านและการเขียน เพือ่ ให้มี ความตระหนักและเห็นความสาคัญของการต่อต้านและการป้องกนั การทจุ ริต ผลการเรียนรู้ 1. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั การแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กบั ผลประโยชน์สว่ นรวม 2. มีความรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกบั ความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ ริต 3. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั STRONG / จติ พอเพียงต่อตา้ นการทุจริต 4. มีความรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกบั พลเมอื งและมีความรับผดิ ชอบต่อสังคม 5. สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กบั ผลประโยชน์ส่วนรวมได้ 6. ปฏิบตั ิตนเปน็ ผู้ละอายและไม่ทนต่อการทุจรติ ทกุ รูปแบบ 7. ปฏิบตั ิตนเป็นผทู้ ี่ STRONG / จิตพอเพียงตอ่ ต้านการทจุ รติ 8. ปฏิบตั ิตนตามหน้าทีพ่ ลเมอื งและมีความรับผดิ ชอบต่อสงั คม 9. ตระหนักและเหน็ ความสาคัญของการตอ่ ต้านและป้องกันการทุจริต รวมทงั้ หมด 9 ผลการเรียน
270 คาอธิบายรายวิชา ส ๒๓๒๐๔ การป้องกันการทุจริต กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๒๐ ชั่วโมง ศกึ ษาเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ความละอายและ ความ ไม่ทนต่อการทุจริต STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต รู้หน้าที่ของพลเมืองและรับผิดชอบต่อ สังคมในการ ต่อต้านการทุจริต โดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ จาแนก แยกแยะ การฝึกปฏิบัติจริง การ ทาโครงงานกระบวนการ เรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแก้ปัญหา ทักษะการ อ่านและการเขียน เพือ่ ให้มี ความตระหนกั และเหน็ ความสาคัญของการต่อต้านและการป้องกนั การทจุ ริต ผลการเรียนรู้ 1. มีความรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กับผลประโยชน์สว่ นรวม 2. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั ความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ ริต 3. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั STRONG / จติ พอเพียงต่อตา้ นการทุจริต 4. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพลเมอื งและมีความรับผดิ ชอบต่อสังคม 5. สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กบั ผลประโยชน์ส่วนรวมได้ 6. ปฏิบตั ิตนเป็นผู้ละอายและไม่ทนต่อการทุจรติ ทกุ รปู แบบ 7. ปฏิบัติตนเปน็ ผทู้ ี่ STRONG / จิตพอเพียงตอ่ ต้านการทุจรติ 8. ปฏิบัติตนตามหน้าทีพ่ ลเมอื งและมีความรับผดิ ชอบต่อสงั คม 9. ตระหนกั และเห็นความสาคญั ของการตอ่ ต้านและป้องกนั การทุจริต รวมท้งั หมด 9 ผลการเรียน
271 กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน มุ่งให้ผเู้ รียนได้พัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอย่างรอบด้านเพื่อความ เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และสังคม เสริมสร้างให้เป็นผู้มีศลี ธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัยปลูกฝังและสร้างจิตสานึกของการทาประโยชน์เพื่อสังคม สามารถจัดการตนเองได้และอยู่ ร่วมกันกบั ผอู้ ืน่ อย่างมคี วามสขุ หลกั สูตรโรงเรียนบ้านทุ่งโพธิ์ พุทธศกั ราช 2553 ได้จัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยกาหนด กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียนเป็น 3 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนกั เรียน กิจกรรมเพื่อสังคม และสาธารณประโยชน์ 1. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนานักเรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์สิ่งแวดล้อม สามารถคิด ตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา กาหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตท้ังด้านการเรียนและอาชีพ สามารถปรับตนได้ อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียนท้ังยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือและให้ คาปรึกษา แก่ผปู้ กครองในการมสี ่วนรว่ มพัฒนานกั เรียน นักเรียนทกุ คนต้องได้เข้าร่วมกิจกรรมแนะแนว โดย ระดับประถมศกึ ษา 40 ชวั่ โมงต่อปี การศกึ ษา และระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ จานวน 25 ชั่วโมงต่อปี แนวการจดั กิจกรรมแนะแนว 1. สารวจสภาพปัญหา ความตอ้ งการ ความสนใจ และธรรมชาติของผเู้ รียน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกาหนดแนวทางและแผนปฏิบัติกิจกรรมแนะแนว 2. ศกึ ษาวิสยั ทัศนข์ องโรงเรียน และวิเคราะหข์ ้อมลู ของผเู้ รียนทีไ่ ด้จากฐานข้อมลู ผเู้ รียนเปน็ รายบุคคล หรอื การสารวจเพื่อทราบปญั หา ความต้องการ และความสนใจ เพื่อนาไปกาหนด สาระและรายละเอียดของกิจกรรมแนะแนว 3. กาหนดสดั ส่วนของกิจกรรมด้านการศกึ ษา การงานและอาชีพ รวมท้ังชีวติ และ สังคม ให้ได้สดั ส่วนที่เหมาะสม โดยยึดสภาพปัญหา ความตอ้ งการ ความสนใจ ตลอดจนธรรมชาติ ของผู้เรยี นเปน็ หลกั ท้ังนีค้ รแู ละผู้เรยี นมีส่วนร่วมในการปฏิบตั ิกิจกรรม
272 4. กาหนดแผนการปฏิบัติกิจกรรมแนะแนว โดยระดับประถมศึกษาจัดเป็นรายปี/ ระดับมัธยมศึกษาจัดเป็นรายภาค เม่ือกาหนดสัดส่วนของกิจกรรมในแต่ละด้านแล้ว จะต้องระบุว่า กิจกรรมแนะแนวด้านใด จานวนกี่ชั่วโมง พร้อมท้ังจะต้องกาหนดรายละเอียดของแต่ละด้านให้ชัดเจนว่า ควรมีเร่อื งเด่นอะไรบ้าง เพื่อจะได้จัดทาเป็นรายละเอียดของแตล่ ะกิจกรรมย่อยต่อไป 5. การจัดทารายละเอียดของแต่ละแผนการปฏิบัติกิจกรรม เริ่มต้ังแตก่ ารกาหนดชื่อ กิจกรรม จุดประสงค์ เวลา เนือ้ หา/สาระ วธิ ีดาเนินกิจกรรม สือ่ /อุปกรณ์ และการประเมินผล 6. ปฏิบตั ิตามแผนการปฏิบัติกิจกรรมแนะแนว วัดและประเมินผล และสรุปรายงาน 2. กิจกรรมนักเรยี น เป็นกิจกรรมที่มุ่งส่งเสริมและพัฒนานักเรียนให้มีระเบียบวินัย เป็นผู้นาผู้ตามที่ดี มี ความรับผิดชอบการทางานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การ ช่วยเหลือแบ่งปันกัน เอื้ออาทรและสมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และ ความสนใจของผู้เรียน ให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติด้วยตนเองในทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมินและปรับปรุงการทางาน เน้นการทางานร่วมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและ สอดคล้องกับวฒุ ิภาวะ ของผเู้ รียน บริบทของโรงเรียนและท้องถิ่น กิจกรรมนกั เรียนประกอบด้วย 2.1 กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี 2.2 กิจกรรมชุมนุม ชมรม 2.1 กิจกรรมลกู เสือ เนตรนารี ยวุ กาชาด นักเรียนทกุ คนต้องเข้าร่วมกิจกรรมลกู เสือ เนตรนารี 40 ชว่ั โมงต่อปี การศกึ ษา ทั้งในระดบั ประถมศกึ ษาและมัธยมศกึ ษาตอนต้น
273 แนวการจัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี การจัดกิจกรรมลกู เสือ เนตรนารี มีแนวทางการจัดกิจกรรมตามวิธีการลูกเสือ (Scout Method) ซึง่ มีองค์ประกอบ 7 ประการ คือ 1. คาปฏิญาณและกฎ ถือเป็นหลกั เกณฑท์ ี่ลูกเสือทุกคนให้คามัน่ สัญญาว่าจะ ปฏิบัติตามกฎของลูกเสือ กฎของลูกเสือมไี ว้ให้ลูกเสือเป็นหลักในการปฏิบัติ ไม่ได้ “ห้าม” ทา หรอื “บงั คับให้” ทา แต่ถ้า “ทา” กจ็ ะทาให้เกิดผลดีแก่ตัวเอง เปน็ คนดี ได้รับการยกย่องว่าเปน็ ผู้มี เกียรตเิ ชอ่ื ถือได้ ฯลฯ 2. เรยี นรู้จากการกระทา เป็นการพัฒนาสว่ นบุคคล ความสาเร็จหรอื ไม่ สาเร็จของผลงานอยู่ทีก่ ารกระทาของจนเอง ทาใหม้ ีความรทู้ ีช่ ดั เจน และสามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ด้วยตนเองได้ และท้าทายความสามารถของตนเอง 3. ระบบหมู่ เป็นรากฐานอันแท้จริงของการลูกเสือ เปน็ พืน้ ฐานในการอยู่ ร่วมกัน การยอมรบั ซึง่ กันและกัน การแบ่งหน้าที่ความรับผดิ ชอบ การช่วยเหลือซึง่ กนั และกันซึ่งเปน็ การ เรียนรู้ การใชป้ ระชาธิปไตยเบอื้ งตน้ 4. การใช้สัญลักษณร์ ว่ มกัน ฝกึ ให้มีความเปน็ หนึง่ เดียวในการเปน็ สมาชิก ลูกเสือ เนตรนารี ด้วยการใช้สัญลกั ษณ์รว่ มกนั ได้แก่ เครื่องแบบ เครื่องหมาย การทาความเคารพ รหัส คาปฏิญาณ กฎ คติพจน์ คาขวัญ ธง เปน็ ต้น วิธีการน้ีจะช่วยใหผ้ เู้ รียนตระหนกั และภาคภูมิใจ ในการเปน็ สมาชิกขององค์การลูกเสือแห่งโลก ซึง่ มีสมาชิกอยู่ทัว่ โลกและเป็นองค์กรที่มจี านวนสมาชิกมาก ทีส่ ุดในโลก 5. การศึกษาธรรมชาติ คือ ส่งิ ที่สาคัญอนั ดบั หน่ึงในกิจกรรมลกู เสือ ธรรมชาติอันโปร่งใสตามชนบท ป่าเขา ป่าละเมาะ และพมุ่ ไม้ เป็นทีป่ รารถนาอย่างยิง่ ในการไปทา กิจกรรมกับธรรมชาติ การปีนเขา ต้ังค่ายพกั แรมในสุดสัปดาห์ หรอื ตามวาระของการอยู่พักแรมตาม กฎระเบียบ เปน็ ทีเ่ สน่หาแก่เด็กทกุ คน ถ้าขาดสิง่ นีแ้ ล้ว กไ็ ม่เรยี กว่าใช้ชีวติ แบบลูกเสือ 6. ความก้าวหน้าในการเข้าร่วมกิจกรรม กิจกรรมต่าง ๆ ที่จดั ใหเ้ ด็กทา ต้องให้มคี วามก้าวหนา้ และดึงดูดใจ สร้างใหเ้ กิดความกระตอื รอื ร้น อยากที่จะทาและวัตถุประสงค์ในการ จดั แตล่ ะอย่างใหส้ มั พนั ธ์กับความหลากหลายในการพัฒนาตนเอง เกมการเล่นที่สนุกสนาน การแขง่ ขนั กนั กเ็ ปน็ สิ่งดึงดดู ใจและเป็นการจงู ใจที่ดี 7. การสนับสนุนโดยผูใ้ หญ่ ผใู้ หญ่เปน็ ผู้ที่ชแี้ นะหนทางที่ถกู ต้องให้แก่เด็ก เพือ่ ให้เขาเกิดความม่ันใจ ในการที่จะตดั สินใจกระทาสิ่งใดลงไป ท้ังคู่มคี วามตอ้ งการซึง่ กนั และกัน
274 เดก็ ก็ต้องการใหผ้ ใู้ หญ่ช่วยชีน้ า ผใู้ หญ่เองก็ต้องการนาพาให้ไปสู่หนทางทีด่ ี ให้ได้รับการพฒั นาอย่าง ถกู ต้องและดีที่สุด จึงเป็นการรว่ มมือกันท้ังสองฝา่ ย 2.2 กิจกรรมชุมนุม ชมรม นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมชุมนมุ 40 ช่วั โมงตอ่ ปีการศึกษา แนวการจดั กิจกรรมชมุ นมุ ชมรม การจัดกิจกรรมชมุ นมุ ชมรมของสถานศึกษา สามารถปรับใช้ได้ตามความเหมาะสม กบั บริบทและสภาพของโรงเรียน ดงั น้ี 1. โรงเรียนสามารถบริหารจดั การให้ผเู้ รียนดาเนินกิจกรรมได้หลากหลายทั้งรปู แบบ ภายในหรอื ภายนอกห้องเรียน และระยะเวลาการจดั กิจกรรม เช่น กิจกรรมระยะเวลา 1 ภาคเรียน กิจกรรมระยะเวลา 1 ปีการศกึ ษาและกิจกรรมระยะเวลามากกว่า 1 ปี การศกึ ษา 2. กรณีโรงเรียนมกี ารจัดต้ังชุมนมุ หรือชมรมอยู่แล้ว โรงเรียนควรสารวจความ สนใจของผู้เรียนในการเลือกเข้าร่วมชุมนุม ชมรม 3. กรณีโรงเรียนยังไม่มกี ารจดั ต้ังชุมนุม ชมรม ควรให้ผเู้ รียนรว่ มกันจัดตั้งชมุ นุม ชมรม และเชญิ ครเู ป็นที่ปรึกษา โดยร่วมกนั ดาเนินกิจกรรมชมุ นุม ชมรม ตามระเบียบปฏิบตั ิทีโ่ รงเรียน กาหนด 4. ถอดประสบการณแ์ ลกเปลี่ยนเรียนรู้และเผยแพร่กิจกรรม 5. ครทู ี่ปรึกษากิจกรรมประเมินตามหลกั เกณฑก์ ารประเมิน 3. กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมทีส่ ง่ เสริมให้ผเู้ รียน บาเพญ็ ตนให้เปน็ ประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และ ท้องถิน่ ตามความสนใจ ในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละ ต่อสังคม มจี ติ สาธารณะ เช่น กิจกรรมอาสาพัฒนาต่าง ๆ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม นกั เรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ 10 ช่ัวโมงต่อปี สาหรบั ระดับประถมศึกษาและสาหรับในระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ 15 ชัว่ โมงตอ่ ปี แนวการจดั กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ การจัดกิจกรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์ เน้นใหผ้ เู้ รียนร่วมกันสารวจและ วิเคราะห์สภาพปญั หา ร่วมกนั ออกแบบการจดั กิจกรรม วางแผนการจัดกิจกรรม ปฏิบัติกิจกรรมตาม
275 แผน รว่ มสรุปและประเมินผลการจัดกิจกรรม รว่ มรายงายผล พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ผล การจดั กิจกรรม การจดั กิจกรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์สามารถเลือกจัดกิจกรรมหรือเข้าร่วม กิจกรรมได้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรยี น ดังน้ี 1. จดั กิจกรรมในลกั ษณะบรู ณาการใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และประสบการณข์ อง ผเู้ รียนเอง โดยผเู้ รียนสามารถจดั กิจกรรมตามองคค์ วามรู้ ทีไ่ ด้จากการเรียนรแู้ ละประสบการณ์ ซึ่งสามารถจัดกิจกรรมได้ ดงั น้ี 1.1 จดั กิจกรรมภายในโรงเรียน 1.2 จดั กิจกรรมภายนอกโรงเรียน 2. จัดกิจกรรมลักษณะโครงการ โครงงาน หรือกิจกรรม หมายถึง กิจกรรมที่ผู้เรยี น นาเสนอการจดั กิจกรรมตอ่ โรงเรียนเพือ่ ขอความเห็นชอบในการจดั ทาโครงการ โครงงานหรือกิจกรรม ซึง่ มีระยะเวลาเริม่ ต้นและสิ้นสุดที่ชัดเจน โดยสามารถจดั กิจกรรม ดงั นี้ 2.1 จดั กิจกรรมภายในโรงเรียน 2.2 จดั กิจกรรมภายนอกโรงเรียน 3. จัดกิจกรรมรว่ มกบั องค์กรอื่น หมายถึง กิจกรรมที่ผเู้ รียนอาสาสมัครเข้าร่วมกิจกรรมกบั หนว่ ยงานหรอื องค์กรอ่นื ๆ ที่จดั กิจกรรมในลกั ษณะเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์โดยผู้เรยี นสามารถ เลือกเข้าร่วมกิจกรรมได้ ดังน้ี 3.1 ร่วมกบั หนว่ ยงานอื่นทีเ่ ข้ามาจดั กิจกรรมในโรงเรยี น 3.2 ร่วมกบั หนว่ ยงานอืน่ ที่จดั กิจกรรมนอกโรงเรยี น แนวทางการประเมินกิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น การประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียนมีแนวปฏิบัติ ดังน้ี 1. ตรวจสอบเวลาเข้าร่วมกิจกรรมของผเู้ รียนใหเ้ ป็นไปตามทีส่ ถานศกึ ษากาหนด 2. ประเมินการปฏิบตั ิกิจกรรม 3. ประเมินผลงาน/ช้ินงาน/คุณลักษณะของผเู้ รียน การประเมินกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน จะต้องพิจารณาท้ังเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและผลงานของผเู้ รียนตามเกณฑท์ ีโ่ รงเรยี นกาหนดและให้ผลการประเมินเปน็ ผา่ นและไม่ผา่ น ดังน้ี 1) เวลาเข้าร่วมกิจกรรมของผเู้ รียนตามเกณฑท์ ีส่ ถานศกึ ษากาหนดไม่น้อยกว่า
276 ร้อยละ 80 2) การปฏิบัติกิจกรรมและผลงานของผู้เรียนให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกาหนด โดยอาจจดั ใหผ้ เู้ รียนแสดงผลงาน แฟ้มสะสมงานหรอื จัดนทิ รรศการ 3) ผู้เรียนทุกคนต้องมีผลการประเมินระดับผ่าน ท้ั งเวลาเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและผลงานของผู้เรียน จึงจะได้ผลการประเมินเป็นผ่าน (“ผ” หมายถึง ผู้เรียน มีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ปฏิบัติกิจกรรมและมีผลงานตามเกณฑ์ตามที่โรงเรียน กาหนด) เพือ่ บันทึกในระเบียนแสดงผลการเรียน 4) กรณีที่ผู้เรียนไม่ผ่านกิจกรรม (“มผ” หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรม พัฒนาผู้เรียน ปฏิบัติกิจกรรม แต่มีผลงานไม่เป็นไปตามเกณฑ์ตามที่โรงเรียนกาหนด) ให้เป็น หน้าที่ครู หรือผู้รับผิดชอบกิจกรรม นั้น ๆ ที่จะต้องซ่อมเสริม โดยให้ผู้เรียนทากิจกรรมจนครบ ตามเวลาที่ขาดหรือปฏิบัติกิจกรรม ให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของกิจกรรมน้ัน แล้วจึงประเมินให้ ผา่ นกิจกรรมจาก “มผ” เป็น “ผ” เพื่อบันทึกในระเบียนแสดงผลการเรียน ท้ังนีด้ าเนินการให้เสร็จ สิน้ ภายในปีการศกึ ษาน้ัน การประเมินกิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี นเพื่อตัดสิน การประเมินกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียนเพื่อสรปุ ผลการผา่ นแตล่ ะกิจกรรม โดยดาเนินการ ตามแนวปฏิบัติดงั นี้ 1. กาหนดผู้รับผิดชอบในการรวบรวมข้อมลู เกี่ยวกับการร่วมกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน ของผู้เรยี นทกุ คน 2. ผรู้ ับผิดชอบสรุปและตดั สินผลการร่วมกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียนของผเู้ รียนเปน็ รายบคุ คล ตามเกณฑท์ ีโ่ รงเรียนกาหนด โดยผู้เรยี นต้องผ่านกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียนทั้ง 3 กิจกรรม 3. นาเสนอผลการประเมนิ ต่อคณะอนกุ รรมการกลุ่มสาระการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนา ผเู้ รียนเพือ่ ให้ความเหน็ ชอบ 4. เสนอผบู้ ริหารโรงเรียนพิจารณาอนุมัติผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน ผา่ นเกณฑก์ ารจบแต่ละระดับการศกึ ษา
277 เกณฑก์ ารตัดสิน ผเู้ รียนจะต้องได้รบั การประเมินกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียนและผ่านเกณฑต์ ามที่โรงเรียน กาหนด ดงั นี้ 1. กาหนดคณุ ภาพหรอื เกณฑใ์ นการประเมินตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน กาหนดไว้ 2 ระดับ คือ ผ่าน และ ไมผ่ ่าน 2. กาหนดประเด็นการประเมินให้สอดคล้องตามจดุ ประสงค์ในแต่ละกิจกรรม และกาหนด เกณฑก์ ารผ่านการประเมิน ดังนี้ 2.1 เกณฑก์ ารตดั สินผลการประเมินรายกิจกรรม ผ่าน หมายถึง ผเู้ รียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมครบตามเกณฑ์ ปฏิบตั ิ กิจกรรมและมีผลงานของผู้เรียนตามเกณฑท์ ี่โรงเรียน กาหนด ไม่ผา่ น หมายถึง ผเู้ รียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมไม่ครบตามเกณฑ์หรอื ไม่ผ่านการปฏิบตั ิกิจกรรมและผลงานของผู้เรียน ไม่ผ่านตามเกณฑท์ ี่โรงเรียนกาหนด 2.2 เกณฑก์ ารตดั สินผลการประเมนิ กิจกรรมผเู้ รียนรายปี/รายภาค ผ่าน หมายถึง ผเู้ รียนมีมีผลการประเมินระดับ “ผ่าน” ในกิจกรรม ท้ัง 3 กิจกรรม คือ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนกั เรียน กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ไม่ผ่าน หมายถึง ผเู้ รียนมีผลการประเมินระดับ “ไม่ผ่าน” ในกิจกรรมใด กิจกรรมหนง่ึ จาก 3 กิจกรรม คอื กิจกรรมแนะแนว
278 กิจกรรมนกั เรียน กิจกรรมเพื่อสังคมและ สาธารณประโยชน์ 2.3 เกณฑก์ ารตัดสินผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียนเพื่อจบระดับการศกึ ษา ผา่ น หมายถึง ผเู้ รียนมีผลการประเมินระดับ “ผ่าน” ทุกช้ันปีในระดบั การศกึ ษาน้ัน ไมผ่ า่ น หมายถึง ผเู้ รียนมีผลการประเมินระดับ “ผ่าน” บางช้ันปีในระดับ การศกึ ษาน้ัน แนวทางการแกไ้ ขนักเรยี นกรณไี มผ่ ่านเกณฑ์ กรณีผู้เรียนไม่ผ่านกิจกรรม ให้เป็นหน้าที่ของครูหรือผู้รับผิดชอบกิจกรรมนั้น ๆ ที่จะต้อง ซ่อมเสริม โดยให้ผู้เรียนดาเนินกิจกรรมจนครบตามเวลาที่ขาดหรือปฏิบัติกิจกรรมใ ห้บรรลุตาม วัตถุประสงค์ของกิจกรรมนั้น แล้วจึงประเมินให้ผ่านกิจกรรม เพื่อบันทึกในระเบียนแสดงผลการเรียน ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัยให้รายงานให้ผู้บริหารโรงเรียนทราบ เพื่อดาเนินการช่วยเหลือผู้เรียนอย่างเหมาะสม เปน็ รายกรณีไป เกณฑ์การจบการศึกษา 1. ระดบั ประถมศึกษา 1) ผเู้ รียนเรียนรายวิชาพืน้ ฐานและรายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติมตามโครงสร้างเวลาเรียนที่ หลกั สตู รโรงเรยี นกาหนด 2) ผเู้ รียนต้องมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐานผ่านเกณฑก์ ารประเมินตามที่โรงเรียน กาหนด คือไม่ต่ากว่าร้อยละ 50 ของแต่ละรายวิชา 3) ผเู้ รียนมีผลการประเมินการอา่ น คิดวิเคราะหแ์ ละเขียน ในระดบั ผา่ นเกณฑ์ การ ประเมินตามที่โรงเรียนกาหนด 4) ผเู้ รียนมีผลการประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์ การ ประเมินตามทีโ่ รงเรียนกาหนด 5) ผเู้ รียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน และมีผลการประเมินผา่ นเกณฑ์ การ ประเมิน ตามที่โรงเรียนกาหนด
279 2. ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ 1) ผเู้ รียนเรียนรายวิชาพืน้ ฐานและรายวิชาเพิ่มเติมไม่เกิน 81 หน่วยกิต รายวิชาพืน้ ฐาน 63 หน่วยกิต และรายวิชาเพิม่ เติม 15 หนว่ ยกิต 2) ผเู้ รียนต้องได้หน่วยกิต ตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชา พืน้ ฐาน 63 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 14 หน่วยกิต 3) ผเู้ รียนมีผลการประเมิน การอ่าน คดิ วิเคราะหแ์ ละเขียนในระดับผ่านเกณฑ์ การ ประเมินตามที่โรงเรียนกาหนด 4) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ในระดบั ผ่านเกณฑ์ การ ประเมินตามที่โรงเรียนกาหนด 5) ผเู้ รียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน และมีผลการประเมินผา่ นเกณฑ์ การ ประเมินตามที่โรงเรียนกาหนด
280 ภาคผนวก
281 คาสง่ั โรงเรียนบา้ นท่งุ โพธิ์ ที่ ๖๗ / ๒๕๖๓ เรือ่ ง ใหป้ รับปรงุ หลกั สูตรสถานศึกษา ในมาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วดั กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตรแ์ ละ วิทยาศาสตร(์ ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีพทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ……………………………………………………………………… ด้วยสานักคณะกรรมการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ได้มีคาส่ังที่ สพฐ. ๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานเรียนรู้และตัวช้ีวัดกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์(ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐)ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน ปีพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ เพ่ือไปสู่การปฏบิ ัตไิ ด้อยา่ งมีประสิทธิภาพและบริหารหลกั สูตรให้ เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้เรียน จึงให้เปลี่ยนแปลงมาตรฐานเรียนรู้และตัวช้ีวัดกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์และ วิทยาศาสตร์(ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ปีพุทธศักราช ๒๕๕๑ จึงขอแต่งตั้ง คณะกรรมการปฏบิ ัตงิ านดังน้ี ๑. นายสัญญา วัฒนาเนตร ผู้อานวยการสถานศกึ ษา ประธานกรรมการ ๒. นางประนอม กลุ อกั ครู คศ.๓ กรรมการ ๓.นางอริสา ธุระนนท์ ครู คศ.๓ กรรมการ ๔.นางสาววรางคณา ผิวหูม ครูผู้ช่วย กรรมการและเลขานกุ าร ๕.นางสาวศิรินภา นาห้วย ครูผู้ช่วย กรรมการและผู้ช่วยเลขานกุ าร มหี นา้ ที่ ปรบั ปรงุ หลกั สตู รสถานศกึ ษา ในมาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชีว้ ดั กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์และ วทิ ยาศาสตร์ (ฉบบั ปรับปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐานปพี ุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ให้เรียบร้อยและ สามารถนามาใชใ้ ห้เกิดประโยชนส์ ูงสุด ให้ผู้ที่ได้รบั แตง่ ตง้ั ตามคาสั่งน้ี ปฏบิ ตั หิ นา้ ทเ่ี ป็นไปตามคาสัง่ และมาตรการทีก่ าหนดข้นึ อย่างเครง่ ครดั มิ ให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วนั ที่ ๑ เดอื น กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
282 สง่ั ณ วันที่ ๑ เดอื น กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ (นายสญั ญา วฒั นาเนตร) ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านทุ่งโพธิ์
283
284
285
286
287
288
289
290
291
292
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292