ดี พอใช้ ปรบั ปรุง อื่น ๆ สรุปผลการประเมินผ้เู รียน นกั เรยี นจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มผี ลการเรยี นรฯู้ อยู่ในระดับ 1 นักเรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มผี ลการเรยี นรูฯ้ อย่ใู นระดับ 2 นักเรียนจานวน คน คดิ เปน็ ร้อยละ มีผลการเรยี นรู้ฯ อยู่ในระดับ 3 นักเรยี นจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ มผี ลการเรียนรฯู้ อย่ใู นระดับ 4 สรุปโดยภาพรวมมนี ักเรยี นจานวน คน คดิ เป็นร้อยละ ที่ผา่ นเกณฑร์ ะดบั 2 ขน้ึ ไป ซึ่งสูง (ต่า) กว่าเกณฑ์ที่กาหนดไวร้ อ้ ยละ มีนกั เรียนจานวน คน คิดเป็นร้อยละ ทไี่ ม่ผา่ นเกณฑ์ทก่ี าหนด ขอ้ สงั เกต/ค้นพบ จาการตรวจผลงานของนักเรยี นพบวา่ ชน้ั ม.5/1 นักเรียน คน อธิบายข้ันตอนการแกส้ มการและอสมการโดยใชก้ ราฟได้ - นักเรียนผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ขึ้นไป จานวน คน - นกั เรียนไม่ผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ช้นั ม.5/2 นักเรยี น คน อธบิ ายขน้ั ตอนการแก้สมการและอสมการโดยใช้กราฟได้ - นกั เรียนผ่านเกณฑ์ระดบั 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรียนไม่ผา่ นเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน ชั้น ม.5/3 นกั เรยี น คน อธิบายขัน้ ตอนการแกส้ มการและอสมการโดยใชก้ ราฟได้ - นักเรียนผา่ นเกณฑร์ ะดบั 2 ขึ้นไป จานวน คน - นกั เรียนไม่ผา่ นเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน ชั้น ม.5/4 นกั เรยี น คน อธิบายขน้ั ตอนการแก้สมการและอสมการโดยใชก้ ราฟได้ - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ระดบั 2 ขึ้นไป จานวน คน - นกั เรยี นไมผ่ า่ นเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ชั้น ม.5/5 นักเรียน คน อธิบายขน้ั ตอนการแกส้ มการและอสมการโดยใชก้ ราฟได้ - นักเรยี นผ่านเกณฑ์ระดับ 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรยี นไมผ่ ่านเกณฑร์ ะดบั 2 จานวน คน ช้นั ม.5/1 นกั เรียน คน เขียนแสดงการแก้สมการและอสมการของฟังก์ชันกาลังสองโดยใช้กราฟที่ กาหนดให้ได้ - นกั เรียนผา่ นเกณฑร์ ะดบั 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรยี นไมผ่ า่ นเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ช้ัน ม.5/2 นักเรียน คน เขียนแสดงการแก้สมการและอสมการของฟังก์ชันกาลังสองโดยใช้กราฟท่ี กาหนดให้ได้ - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ระดบั 2 ขนึ้ ไป จานวน คน
- นกั เรยี นไม่ผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน ช้ัน ม.5/3 นักเรียน คน เขียนแสดงการแก้สมการและอสมการของฟังก์ชันกาลังสองโดยใช้กราฟท่ี กาหนดให้ได้ - นกั เรยี นผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 ขึ้นไป จานวน คน - นักเรยี นไมผ่ ่านเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ชนั้ ม.5/4 นกั เรยี น คน เขียนแสดงการแก้สมการและอสมการของฟังก์ชันกาลังสองโดยใช้กราฟท่ี กาหนดให้ได้ - นกั เรียนผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นักเรยี นไมผ่ ่านเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/5 นักเรยี น คน เขียนแสดงการแก้สมการและอสมการของฟังก์ชันกาลังสองโดยใช้กราฟท่ี กาหนดให้ได้ - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ระดบั 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรียนไมผ่ า่ นเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน ด้านทกั ษะกระบวนการ นักเรียนผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ในแตล่ ะดา้ น ดังนี้ ชั้น ม.5/1 ทักษะการแกไ้ ขปญั หา - นักเรียนผ่านเกณฑ์ดีมาก (ระดับ 4) จานวน คน - นกั เรียนผ่านเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน คน - นักเรยี นผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นักเรียนตอ้ งปรบั ปรงุ (ระดับ 1) จานวน คน ทกั ษะการเชอื่ มโยงทางคณติ ศาสตร์ - นกั เรียนผ่านเกณฑ์ดีมาก (ระดับ 4) จานวน คน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ดี (ระดบั 3) จานวน คน - นักเรียนผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นกั เรียนตอ้ งปรับปรงุ (ระดบั 1) จานวน คน ชนั้ ม.5/2 ทกั ษะการแกไ้ ขปญั หา - นักเรยี นผ่านเกณฑด์ มี าก (ระดับ 4) จานวน คน - นกั เรยี นผ่านเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน คน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) จานวน คน - นักเรยี นต้องปรบั ปรุง (ระดบั 1) จานวน คน ทักษะการเช่อื มโยงทางคณติ ศาสตร์ - นักเรยี นผ่านเกณฑด์ ีมาก (ระดบั 4) จานวน คน - นกั เรียนผ่านเกณฑด์ ี (ระดบั 3) จานวน คน - นักเรียนผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน คน
- นักเรยี นตอ้ งปรับปรงุ (ระดบั 1) จานวน คน ชน้ั ม.5/3 คน คน ทกั ษะการแก้ไขปัญหา คน คน - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ดมี าก (ระดบั 4) จานวน คน - นกั เรียนผ่านเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน คน คน - นักเรยี นผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นกั เรยี นต้องปรับปรงุ (ระดับ 1) จานวน คน คน ทกั ษะการเช่อื มโยงทางคณิตศาสตร์ คน คน - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ดีมาก (ระดบั 4) จานวน คน - นักเรยี นผา่ นเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน คน คน - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นกั เรยี นตอ้ งปรับปรุง (ระดบั 1) จานวน คน คน ชั้น ม.5/4 คน คน ทกั ษะการแก้ไขปัญหา คน - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ดมี าก (ระดับ 4) จานวน คน คน - นักเรียนผา่ นเกณฑด์ ี (ระดบั 3) จานวน คน - นักเรียนผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) จานวน - นกั เรียนต้องปรบั ปรงุ (ระดบั 1) จานวน ทกั ษะการเชื่อมโยงทางคณติ ศาสตร์ - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ดมี าก (ระดับ 4) จานวน - นักเรยี นผ่านเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน - นกั เรยี นตอ้ งปรับปรงุ (ระดับ 1) จานวน ชั้น ม.5/5 ทกั ษะการแกไ้ ขปญั หา - นักเรียนผา่ นเกณฑ์ดีมาก (ระดบั 4) จานวน - นักเรียนผ่านเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน - นักเรียนผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน - นักเรยี นตอ้ งปรับปรงุ (ระดับ 1) จานวน ทักษะการเช่ือมโยงทางคณิตศาสตร์ - นักเรียนผ่านเกณฑ์ดีมาก (ระดับ 4) จานวน - นักเรยี นผ่านเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน - นกั เรียนผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน - นักเรียนตอ้ งปรบั ปรงุ (ระดับ 1) จานวน ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ นักเรียนผา่ นเกณฑ์การประเมินในแต่ละด้าน ดังนี้
ชัน้ ม.5/1 ความรับผิดชอบในการทางาน - นักเรยี นผ่านเกณฑด์ ีมาก (ระดับ 4) จานวน คน คน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน คน คน - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์พอใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นกั เรยี นต้องปรบั ปรุง (ระดบั 1) จานวน คน คน ช้นั ม.5/2 คน ความรับผิดชอบในการทางาน คน คน - นักเรยี นผ่านเกณฑ์ดีมาก (ระดบั 4) จานวน คน คน - นักเรียนผ่านเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน คน - นักเรียนผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) จานวน คน คน - นกั เรยี นตอ้ งปรับปรงุ (ระดับ 1) จานวน คน ชนั้ ม.5/3 คน คน ความรับผดิ ชอบในการทางาน คน คน - นักเรียนผา่ นเกณฑด์ มี าก (ระดับ 4) จานวน - นักเรียนผา่ นเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน - นกั เรียนผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดบั 2) จานวน - นกั เรยี นตอ้ งปรบั ปรุง (ระดบั 1) จานวน ช้นั ม.5/4 ความรับผดิ ชอบในการทางาน - นกั เรียนผ่านเกณฑด์ มี าก (ระดับ 4) จานวน - นกั เรียนผ่านเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน - นกั เรียนผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) จานวน - นกั เรียนต้องปรับปรงุ (ระดับ 1) จานวน ชน้ั ม.5/5 ความรับผิดชอบในการทางาน - นักเรียนผา่ นเกณฑด์ ีมาก (ระดบั 4) จานวน - นักเรียนผา่ นเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน - นักเรียนผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดบั 2) จานวน - นักเรียนตอ้ งปรับปรงุ (ระดบั 1) จานวน แนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อปรับปรงุ ช้นั ม.5/1 1. นกั เรยี นทีไ่ ด้คะแนนอยูใ่ นระดับท่ี 2, 3 และ 4 ได้จากกิจกรรมสอนเสริมโดย ให้ทาแบบฝึกหัดเพิ่มเตมิ เปน็ การบา้ น
2. นักเรียนท่ไี ด้คะแนนอยใู่ นระดบั ที่ 1 ได้จากกิจกรรมสอนซอ่ ม โดย ให้ทาแบบฝึกหัดเพม่ิ เตมิ เป็นการบา้ น 3. ด้านทักษะกระบวนการ นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรับปรุง) ครูไดอ้ ธิบายและช้ีแจงเกณฑ์ ให้นกั เรียนทราบเปน็ รายบุคคลว่า นักเรยี นจะต้องแก้ไขและทาอย่างไรบ้างตามเกณฑ์ทา้ ยแผนการจัดการเรยี นรู้ ในด้านทักษะการเชื่อมโยงทางคณติ ศาสตร์ และการคิดวิเคราะห์ 4. ด้านคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ นักเรียนผา่ นเกณฑ์ 1 (ต้องปรับปรุง) ครูได้อธบิ ายและชแ้ี จงเกณฑ์ ใหน้ ักเรียนทราบเปน็ รายบุคคลว่า นกั เรยี นจะต้องแก้ไขและทาอยา่ งไรบ้างตามเกณฑท์ า้ ยแผนการจัดการเรียนรู้ ในด้านการทางานเปน็ ระบบ ความรบั ผิดชอบในการทางาน ชนั้ ม.5/2 1. นกั เรยี นทไ่ี ดค้ ะแนนอยู่ในระดบั ที่ 2, 3 และ 4 ไดจ้ ากกิจกรรมสอนเสรมิ โดย ใหท้ าแบบฝึกหัดเพม่ิ เติม เป็นการบ้าน 2. นักเรียนที่ไดค้ ะแนนอยู่ในระดบั ท่ี 1 ไดจ้ ากกจิ กรรมสอนซอ่ ม โดย ให้ทาแบบฝึกหัดเพ่มิ เตมิ เปน็ การบ้าน 3. ด้านทักษะกระบวนการ นกั เรียนผ่านเกณฑ์ 1 (ต้องปรับปรงุ ) ครไู ด้อธิบายและชแ้ี จงเกณฑ์ ให้นกั เรยี นทราบเปน็ รายบุคคลวา่ นักเรียนจะตอ้ งแกไ้ ขและทาอย่างไรบา้ งตามเกณฑ์ทา้ ยแผนการจัดการเรียนรู้ ในดา้ นทักษะการเชอื่ มโยงทางคณติ ศาสตร์ และการคดิ วิเคราะห์ 4. ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ นกั เรียนผ่านเกณฑ์ 1 (ต้องปรับปรุง) ครไู ด้อธบิ ายและชแี้ จงเกณฑ์ ให้นกั เรียนทราบเปน็ รายบุคคลวา่ นกั เรียนจะต้องแกไ้ ขและทาอย่างไรบา้ งตามเกณฑท์ า้ ยแผนการจัดการเรยี นรู้ ในด้านการทางานเป็นระบบ ความรับผิดชอบในการทางาน ช้นั ม.5/3 1. นกั เรียนทไ่ี ดค้ ะแนนอยใู่ นระดับที่ 2, 3 และ 4 ไดจ้ ากกจิ กรรมสอนเสริมโดย ใหท้ าแบบฝกึ หัดเพม่ิ เตมิ เปน็ การบ้าน 2. นกั เรยี นทไ่ี ดค้ ะแนนอยใู่ นระดับท่ี 1 ไดจ้ ากกจิ กรรมสอนซ่อม โดย ให้ทาแบบฝึกหัดเพิม่ เตมิ เปน็ การบ้าน 3. ดา้ นทักษะกระบวนการ นกั เรียนผ่านเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรบั ปรงุ ) ครไู ดอ้ ธิบายและชแ้ี จงเกณฑ์ ให้นกั เรียนทราบเป็นรายบคุ คลว่า นักเรยี นจะต้องแก้ไขและทาอยา่ งไรบ้างตามเกณฑ์ทา้ ยแผนการจัดการเรยี นรู้ ในด้านทักษะการเชอื่ มโยงทางคณติ ศาสตร์ และการคดิ วิเคราะห์
4. ด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ 1 (ต้องปรับปรงุ ) ครูได้อธบิ ายและชี้แจงเกณฑ์ ใหน้ ักเรยี นทราบเปน็ รายบคุ คลว่า นักเรียนจะตอ้ งแก้ไขและทาอยา่ งไรบา้ งตามเกณฑ์ทา้ ยแผนการจัดการเรยี นรู้ ในดา้ นการทางานเปน็ ระบบ ความรบั ผิดชอบในการทางาน ช้นั ม.5/4 1. นกั เรยี นท่ีไดค้ ะแนนอยู่ในระดับที่ 2, 3 และ 4 ได้จากกจิ กรรมสอนเสริมโดย ใหท้ าแบบฝกึ หัดเพม่ิ เตมิ เปน็ การบา้ น 2. นักเรียนทไ่ี ด้คะแนนอยใู่ นระดบั ท่ี 1 ได้จากกจิ กรรมสอนซ่อม โดย ให้ทาแบบฝกึ หดั เพม่ิ เตมิ เปน็ การบา้ น 3. ดา้ นทักษะกระบวนการ นักเรียนผา่ นเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรับปรุง) ครไู ด้อธิบายและช้แี จงเกณฑ์ ใหน้ ักเรียนทราบเป็นรายบคุ คลว่า นักเรยี นจะต้องแก้ไขและทาอยา่ งไรบ้างตามเกณฑ์ท้ายแผนการจัดการเรียนรู้ ในด้านทักษะการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ และการคดิ วิเคราะห์ 4. ด้านคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ นักเรียนผ่านเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรับปรงุ ) ครไู ดอ้ ธิบายและชแ้ี จงเกณฑ์ ใหน้ ักเรียนทราบเปน็ รายบุคคลว่า นักเรียนจะตอ้ งแก้ไขและทาอยา่ งไรบ้างตามเกณฑท์ ้ายแผนการจัดการเรียนรู้ ในด้านการทางานเป็นระบบ ความรบั ผิดชอบในการทางาน ชั้น ม.5/5 1. นักเรียนที่ไดค้ ะแนนอยูใ่ นระดับที่ 2, 3 และ 4 ได้จากกจิ กรรมสอนเสรมิ โดย ให้ทาแบบฝกึ หดั เพม่ิ เติม เป็นการบ้าน 2. นักเรียนที่ได้คะแนนอยใู่ นระดบั ที่ 1 ได้จากกจิ กรรมสอนซ่อม โดย ให้ทาแบบฝกึ หัดเพิ่มเตมิ เปน็ การบ้าน 3. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรับปรงุ ) ครูได้อธิบายและชี้แจงเกณฑ์ ให้นกั เรียนทราบเปน็ รายบคุ คลวา่ นกั เรียนจะตอ้ งแก้ไขและทาอยา่ งไรบา้ งตามเกณฑ์ทา้ ยแผนการจัดการเรียนรู้ ในดา้ นทักษะการเช่ือมโยงทางคณิตศาสตร์ และการคิดวเิ คราะห์ 4. ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ นักเรียนผา่ นเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรับปรงุ ) ครูได้อธิบายและชแ้ี จงเกณฑ์ ให้นักเรียนทราบเป็นรายบุคคลว่า นักเรียนจะต้องแกไ้ ขและทาอย่างไรบา้ งตามเกณฑ์ทา้ ยแผนการจัดการเรียนรู้ ในด้านการทางานเปน็ ระบบ ความรับผิดชอบในการทางาน ผลการพัฒนา
พบว่านกั เรยี นทีไ่ ด้ระดับ 1 จานวน คน จาก ค น ส า ม า ร ถ อ ธิ บ า ย ขน้ั ตอนการแก้สมการและอสมการโดยใช้กราฟได้และได้ผลการเรยี นรูอ้ ยใู่ นระดบั 2 สว่ นอกี ค น ยั ง ต้องปรับปรงุ แกไ้ ขต่อไปซง่ึ ผู้สอนได้แนะนาให้ และปรบั ปรุงงานอีกครัง้ พบว่านักเรยี นที่ได้ระดบั 2 จานวน คน จาก คน สามารถอธิบายขน้ั ตอน การแกส้ มการและอสมการโดยใช้กราฟได้ซง่ึ ผสู้ อนได้แนะนาให้ พบวา่ นักเรียนทไ่ี ดร้ ะดบั 3 จานวน คน จาก คน สามารถอธิบายข้นั ตอน การแก้สมการและอสมการโดยใช้กราฟได้อย่างถูกต้อง ซง่ึ ผสู้ อนไดแ้ นะนาให้ พบว่านักเรียนทีไ่ ด้ระดบั 4 จานวน คน จาก คน สามารถอธิบายขนั้ ตอน การแกส้ มการและอสมการโดยใชก้ ราฟได้อย่างถูกต้อง ซง่ึ ผู้สอนไดแ้ นะนาให้ พบว่านักเรียนท่ไี ด้ระดบั 1 จานวน คน จาก คน สามารถเขียนแสดง การแกส้ มการและอสมการของฟังก์ชันกาลังสองโดยใชก้ ราฟที่กาหนดใหไ้ ด้และไดผ้ ลการเรยี นร้อู ยู่ในระดับ 2 สว่ น อีก คน ยังต้องปรับปรุงแกไ้ ขตอ่ ไปซ่งึ ผสู้ อนไดแ้ นะนาให้ และ ปรบั ปรุงงานอีกคร้ัง พบวา่ นกั เรยี นที่ได้ระดบั 2 จานวน คน จาก คน สามารถเขยี นแสดงการ แก้สมการและอสมการของฟงั ก์ชันกาลงั สองโดยใช้กราฟทีก่ าหนดให้ได้ซ่งึ ผูส้ อนไดแ้ นะนาให้ พบว่านักเรียนที่ไดร้ ะดับ 3 จานวน คน จาก คน สามารถเขียนแสดงการ แกส้ มการและอสมการของฟังกช์ นั กาลังสองโดยใช้กราฟท่กี าหนดใหไ้ ด้ซึง่ ผูส้ อนได้แนะนาให้ พบวา่ นกั เรยี นทไ่ี ดร้ ะดับ 4 จานวน คน จาก คน สามารถเขียนแสดงการ แกส้ มการและอสมการของฟังกช์ นั กาลงั สองโดยใชก้ ราฟท่ีกาหนดให้ได้ซึง่ ผู้สอนไดแ้ นะนาให้ ลงช่อื (นางสาวปวรศิ า ก๋าวงควนิ ) ผู้สอน
ช่ัวโมง/คาบที่ 17-18 เร่ือง การนากราฟไปใชก้ ารแกส้ มการและอสมการ จดั การเรยี นรู้แบบรว่ มมอื เทคนคิ (Team Assisted Individualization : TAI) 1. นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ ละ 2 – 3 คน โดยจดั ให้คละความสามารถ คนท่ี 1 ทาหน้าทตี่ รวจคาตอบของคนที่ 2 คนท่ี 2 ทาหนา้ ทีต่ รวจคาตอบของคนที่ 1 2. ครูแจง้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ให้นกั เรยี นร้วู ่า เมื่อจบช่ัวโมงนแี้ ลว้ นกั เรียนตอ้ งสามารถ (ใช้เวลา 5 นาท)ี 1) อธิบายขนั้ ตอนการแก้สมการและอสมการโดยใช้กราฟได้ 2) เขียนแสดงการแกส้ มการและอสมการของฟงั ก์ชนั กาลังสองโดยใชก้ ราฟทก่ี าหนดใหไ้ ด้ 3) มีความรับผิดชอบต่องานที่ไดร้ ับมอบหมาย 4) มคี วามสามารถในการแกป้ ญั หา 5) สามารถเชอื่ มโยงความรู้ทางคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น และนาใช้ในชีวติ จรงิ ได้ 3. ทบทวนความรู้ เน้อื หาในช่วั โมงทผ่ี ่านมา โดยถาม-ตอบระหวา่ งครกู บั นกั เรยี น (ใชเ้ วลา 5 นาที) ฟังกช์ ันกาลงั สอง (quadratic function) คือ ฟงั กช์ ันที่อยูใ่ นรปู f (x) ax2 bx c เม่ือ a,b และ c เปน็ จานวนจรงิ ๆ และ a 0 ลักษณะของกราฟของฟังกช์ ันกาลังสองขน้ึ อยู่กับ a,b และ c โดยที่ a เปน็ จานวน จริงบวกหรือจานวนจริงลบ จะทาให้ไดก้ ราฟเป็นเส้นโคง้ หงายขนึ้ หรอื คว่าลง ตามลาดบั ดังรปู ท่ี 1 และ 2 f (x) ax2 bx c เม่อื a 0 f (x) ax2 bx c เมอื่ a 0 รูปท่ี 1 รปู ที่ 2 จากรปู ท่ี 1 และ 2 จะเห็นวา่ ถา้ a 0 กราฟเป็นเส้นโคง้ หงายข้ึน ถา้ a 0 กราฟเป็นเส้นโค้งคว่าลง กราฟของฟงั ก์ชนั กาลงั สองมชี ื่อเรยี กวา่ พาราโบลา (Parabola) จดุ ยอด (Vertex) ของพาราโบลา คอื จุดสงู สดุ หรอื ต่าสุดของพาราโบลา ในกรณที ฟ่ี งั ก์ชันกาลังสองเขียนอยใู่ นรูป f (x) ax2 bx c เม่ือ a 0 การหาจุดสูงสุดหรือจดุ ตา่ สุดของ กราฟทาไดโ้ ดยจัดรูปสมการให้อยใู่ นรูปของ f (x) ax h2 k โดยอาศัยการจดั บางสว่ นของสมการให้อยใู่ น รูปกาลงั สองสมบูรณ์ เพ่อื ให้หาจดุ ยอกของกราฟหรอื จดุ (h,k) ไดง้ ่ายข้ึน
4. ครสู นทนากบั นกั เรยี นเกี่ยวกับฟงั กช์ ันกาลงั สอง (ใชเ้ วลา 5 นาที) ถึงความแตกต่างของกราฟ y 2x2 1 และ y 2x2 1 แล้วร่วมกนั สรปุ กรณที ั่วไป กราฟของ y ax2 k เม่ือ a 0 ได้ ดังน้ี (1) กราฟของ y = ax2 + k มีจุดวกกลบั ท่ีจุด (0, k) (2) แกนสมมาตรของกราฟ คอื แกน Y หรือเสน้ ตรง x = 0 (3) ถา้ a 0กราฟเปน็ เสน้ โค้งเปิดข้ึนด้านบนและมจี ดุ วกกลับเป็นจุดต่าสุด คอื จดุ (0, k) และมีค่าตา่ สุดเทา่ กบั k ถ้า a 0 กราฟเป็นเสน้ โคง้ เปิดลงดา้ นล่าง และมจี ดุ วกกลับเปน็ จุดสูงสุด คอื จดุ (0, k) และมีคา่ สงู สดุ เทา่ กบั k 5. ครแู ตล่ ะคู่ศึกษาโจทย์ กลุ่มละโจทย์ และมีการแลกเปลยี่ นความรกู้ นั ในกลุ่มและส่งตวั แทนออกมานาเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น พร้องทั้งครูชว่ ยอภบิ ายเพิ่มเตมิ 6. ใหน้ ักเรยี นแต่ละกลุ่มทาแบบฝึกหัด 2.3 เร่อื ง ฟังก์ชันกาลงั สอง ข้อ 3 ใหญ่ ขอ้ คู่ หนา้ 77 ในหนังสือเรยี น ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 กาหนดเวลา ให้ 30 นาทแี ล้วแลกกับเพือ่ นในกลมุ่ ตรวจคาตอบ (ใช้เวลา 40 นาที) 7. ครูถามนักเรยี นเก่ียวกบั ความรู้ที่ได้รับในวันน้ี พร้อมทง้ั ครอู ธิบายเพม่ิ เติมใหส้ มบูรณ์ (ใช้เวลา 15 นาที) ฟังกช์ นั กาลงั สอง (quadratic function) คอื ฟงั กช์ นั ท่อี ย่ใู นรปู f (x) ax2 bx c เม่อื a,b และ c เป็นจานวนจริง ๆ และ a 0 ลกั ษณะของกราฟของฟังก์ชนั กาลังสองข้ึนอยูก่ ับ a,b และ c โดยท่ี a เปน็ จานวน จริงบวกหรอื จานวนจริงลบ จะทาใหไ้ ด้กราฟเป็นเสน้ โคง้ หงายข้ึนหรอื คว่าลง ตามลาดบั ดังรปู ที่ 1 และ 2 f (x) ax2 bx c เม่อื a 0 f (x) ax2 bx c เมือ่ a 0 รูปที่ 1 รปู ท่ี 2 จากรูปท่ี 1 และ 2 จะเหน็ วา่ ถ้า a 0 กราฟเปน็ เส้นโค้งหงายขึน้ ถา้ a 0 กราฟเป็นเส้นโค้งควา่ ลง กราฟของฟังก์ชนั กาลังสองมีช่อื เรยี กว่า พาราโบลา (Parabola) จดุ ยอด (Vertex) ของพาราโบลา คือ จุดสูงสุดหรือต่าสุดของพาราโบลา ในกรณีทฟี่ งั ก์ชันกาลงั สองเขยี นอยูใ่ นรปู f (x) ax2 bx c เมอื่ a 0 การหาจุดสงู สดุ หรือจดุ ตา่ สุด ของกราฟทาได้โดยจดั รปู สมการใหอ้ ยใู่ นรปู ของ f (x) ax h2 k โดยอาศัยการจัดบางส่วนของสมการให้อยู่ ในรูปกาลังสองสมบรู ณ์ เพอื่ ใหห้ าจุดยอกของกราฟหรือจุด (h,k) ไดง้ า่ ยขึ้น
8. ให้นักเรียนแต่ละคนทาแบบฝึกหัด 2.3 เรื่อง ฟังก์ชันกาลังสอง ข้อ 3 ใหญ่ ข้อคี่ หน้า 77 ในหนังสือเรียน ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 5 เปน็ รายบุคคล สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้ 1. หนงั สอื เรียนชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 5 2. โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad การวัดผลและประเมนิ ผล วธิ ีการวัด เครอ่ื งมือ การวัดผล ตรวจคาตอบของแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหัด จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. อธบิ ายขัน้ ตอนการแก้สมการและ - ตรวจคาตอบของแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หดั อสมการโดยใช้กราฟได้ 2. เขียนแสดงการแก้สมการและอสมการ - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหัด ของฟงั กช์ นั กาลงั สองโดยใชก้ ราฟท่ี - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหัด กาหนดให้ได้ 3. มคี วามรอบคอบในการทางาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกต 4. มคี วามรับผดิ ชอบต่องานทไ่ี ดร้ บั พฤติกรรม มอบหมาย - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหดั 5. มีความรบั ผดิ ชอบตอ่ งานทไ่ี ดร้ ับ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกต มอบหมาย พฤติกรรม 6. มีความสามารถในการแก้ปัญหา - แบบสงั เกต พฤติกรรม 7. สามารถเชือ่ มโยงความร้ทู าง - สงั เกตพฤตกิ รรม คณิตศาสตรก์ ับศาสตร์อ่นื และนาใช้ใน ชีวิตจรงิ ได้
เกณฑ์การประเมินผล (รบู ริกส)์ ประเด็นการ (4) ระดบั คณุ ภาพ (1) ประเมนิ ดมี าก (3) (2) ปรบั ปรงุ ดี กาลงั พัฒนา แบบฝกึ หัด ทาได้อย่าง ทาไดอ้ ย่างถูกต้อง ทาได้อย่างถูกตอ้ ง ทาได้อย่างถกู ต้อง ถกู ตอ้ งร้อยละ รอ้ ยละ 70-79 รอ้ ยละ 40-69 ต่ากว่ารอ้ ยละ 40 80 ขึ้นไป มีความรับผิดชอบ ทางานเสร็จและ ทางานเสร็จและส่ง ทางานเสร็จแต่ส่งชา้ ทางานไมเ่ สร็จ ต่องานทไ่ี ดร้ ับ ส่งตรงเวลา ตรงเวลา ทาไมถ่ ูกต้อง ส่งไมต่ รงเวลา มอบหมายให้ได้ ทาถูกต้อง ทาถกู ต้อง และไม่มคี วาม ทาไมถ่ กู ต้อง และ ละเอียด ละเอยี ด ละเอียดในการ ไมม่ คี วามละเอียด ทางาน ในการทางาน มีความรอบคอบ มกี ารวางแผน มีการวางแผน มกี ารวางแผน ไมม่ ีการวางแผน ในการทางาน การดาเนินการ การดาเนนิ การ การดาเนินการอยา่ ง การดาเนนิ การอย่าง อยา่ งครบทุก อย่างถกู ตอ้ ง ไมค่ รบทุกขัน้ ตอน ไมม่ ีขน้ั ตอน มคี วาม ขั้นตอน และ แตไ่ มค่ รบถว้ น ผิดพลาดต้องแกไ้ ข ถูกต้อง เกณฑก์ ารตดั สิน - รายบุคคล นักเรียนมีผลการเรยี นร้ไู ม่ต่ากว่าระดบั 2 จึงถอื ว่าผ่าน - รายกลมุ่ ร้อยละ....75....ของจานวนนกั เรียนทั้งหมดมีผลการเรยี นรู้ไมต่ ่ากวา่ ระดับ 2 ข้อเสนอแนะ ใช้สอนได้ ควรปรับปรุง ลงชอื่ ( นางสาวปวรศิ า ก๋าวงค์วนิ ) หวั หน้ากลุม่ สาระการเรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์ วันท่.ี .......เดือน..............พ.ศ............
การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 1. ครผู สู้ อนใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในขัน้ เตรยี มการสอน/จัดการเรียนรู้ ดังนี้ หลักพอเพยี ง ความพอประมาณ เหตุผล มภี ูมคิ ุม้ กันในตวั ทดี่ ี ประเดน็ เวลา เวลาท่ีใช้ในการจัดกิจกรรม เวลาท่ีใช้ในการจัดกิจกรรมการ ขั้นนาเข้าสบู่ ทเรียน 15 การเรยี นรู้ท้ังหมดในแผนการ เรียนรู้ ดังน้ี ขน้ั นาเขา้ สู่บทเรียน ใช้ นาที นักเรยี นจะได้ นี้ 2 ช่ัวโมง ความเหมาะสม เวลา 15 นาที ช้ีแจ้งจดุ ประสงค์ ทบทวนความรพู้ ้ืนฐาน คือ ลายละเอียดในการเรยี น 5 นาที และเป็นการเตรียม ขน้ั นาเข้าสบู่ ทเรยี น 15 นาที ทบทวนความรเู้ ดิมเพือ่ เชอื่ มโยงกับ ความร้ใู นการเรยี น ขั้นสอน 70 นาที เรียนทีจ่ ะเรยี น 10 นาที ข้นั สอน ขน้ั สอน 70 นาที ข้นั สรุป 15 นาที 70 นาที เร่มิ ดว้ ยการสนทนากับ นักเรียนสามารถ นกั เรียนเกย่ี วกับเรอื่ งท่ีจะเรยี นและ วเิ คราะห์ แก้ปญั หาอืน่ เรือ่ งทตี่ ้องนามาเชอื่ มโยงในการหา ๆ ได้ ขน้ั สรุป 15 นาที คาตอบ 10 นาที อธิบายตวั อย่างให้ นักเรยี นจะได้รับความรู้ นักเรยี นอย่างละเอยี ดชัดเจน 20 ท่ีคงทนและถูกหลกั ของ นาที แล้วใหน้ กั เรยี นทาแบบฝกึ หัด คณิตศาสตร์ โดยมีครคู วบคุมดแู ลให้คาปรกึ ษา 40 นาที ขัน้ สรุป 15 นาทใี ห้นักเรยี นร่วมกัน สรุปโดยมคี รูเสริมความร้ทู ่ขี าดหา และใหช้ ัดเจนมาขน้ึ เน้อื หา 1.มีความเหมาะสมกับ เพราะหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษา การเรียนเรอ่ื งฟงั กช์ นั ให้ นกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ขั้นพืน้ ฐานกาหนดไวใ้ นสาระที่ 1 ถกู ต้องตามหลกั ทาให้ 2.มคี วามเหมาะสมกบั ความรู้ จานวนและพีชคณติ นกั เรยี นสามารถ พื้นฐานของนกั เรยี น ตวั ชีว้ ดั ค 1.2 ม.5/1 นาไปใชใ้ นการดาเนิน 3.มีความเหมาะสมกับเวลา ชีวิตประจาวนั สื่อ/อุปกรณ์ มีความเหมาะสมกบั ชว่ งวัย การให้นกั เรยี นไดเ้ รียนร้จู าก - นักเรยี นสามารถ - กจิ กรรม ความต้องการความสามารถ ตวั อยา่ งทาใหน้ กั เรียนได้เหน็ ภาพ วิเคราะหโ์ จทย์ปญั หา - แบบฝกึ หดั และเรอื่ งทีเ่ รยี นของนกั เรียน ชดั เจน เข้าใจมากขึน้ ได้ทาด้วย จากการเรยี นและปญั หา ในระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ตนเอง อ่นื ได้ ความร้ทู คี่ รู ครมู ีความรู้เก่ียวกับหลกั สตู ร เนอื้ หาสาระและกจิ กรรมการเรยี นการสอน จาเป็นต้องมี ครูมคี วามรใู้ นการวิเคราะหน์ ักเรียน และร้ศู ักยภาพของนกั เรียน ครมู คี วามรใู้ นเร่อื งฟังกช์ ัน ครมู คี วามรู้ในเรื่องการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
หลกั พอเพยี ง ความพอประมาณ เหตุผล มภี มู ิคุม้ กันในตัวทดี่ ี ประเด็น ครมู ีความรู้ในเรอื่ งการวัดและประเมนิ ผล คณุ ธรรมของครู มคี วามขยนั รับผดิ ชอบในการสอน มคี วามเสียสละ ไม่ปดิ บังความรู้ มคี วามเมตตาและปรารถนาดีตอ่ ศิษย์ มคี วามต้ังใจในการผลิตสือ่ การเรยี นรใู้ หน้ า่ สนใจ มีความเพียงพยายามท่จี ะมุ่งมั่นให้นักเรยี นมคี วามรู้ มีความอดทนในสอน แนะนา ตรวจแก้ไขผลงานของนักเรยี น - นกั เรียนจะไดเ้ รียนรู้ทจ่ี ะอยอู่ ยา่ งพอเพยี งจากกจิ กรรมการเรียนรู้ ดงั ต่อไปนี้ ผ้เู รยี นไดเ้ รยี นรู้หลักคิด และฝกึ ปฏบิ ัตติ าม 3 หว่ ง 2 เงื่อนไข ดังน้ี ความพอประมาณ มเี หตุผล มภี ูมิคมุ้ กันในตัวทด่ี ี 1.นกั เรยี นรูจ้ กั บริหารเวลาในการศกึ ษาความรู้ 1.นกั เรยี นมเี หตุผลในการ 1.นักเรยี นนาความรู้เรอ่ื งฟังกช์ นั ไป ทากิจกรรมจากใบงาน แบบฝกึ หัด การทา หาคาตอบของฟังก์ชนั ได้ ช่วยในการโจทย์ปัญหาอื่นได้ กจิ กรรมกลุ่ม 2. นกั เรียนวิเคราะห์และ 2. นักเรียนนาความรทู้ ีไ่ ด้รับจาก 2.นักเรยี นทากิจกรรมไดเ้ ต็มศกั ยภาพของตนเอง หาคาตอบได้อยา่ งสมเหตุ การเรยี นเรื่องฟงั กช์ ันพ้ืนฐาน 3.นักเรียนใช้วัสดุ อุปกรณ์ ในการทากิจกรรม สมผล เพือ่ ประกอบการตัดสนิ ใจในการทา อยา่ งประหยดั กิจกรรม ได้โดยไมเ่ กิดปัจจยั เสย่ี ง ความรทู้ ี่ตอ้ งมกี อ่ นเรยี น 1.ต้องมสี มาธิ มีความตั้งใจ ในการเรียน คณุ ธรรม 2.ต้องมคี วามรอบคอบในการทางาน 3.ตอ้ งมีมารยาทในการทางาน ไมส่ ง่ เสยี งดัง ไม่เล่นหรอื ไม่ลุก จากทน่ี ั่งโดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต 4. ตอ้ งมีความรบั ผดิ ชอบในงานท่ีได้รับมอบหมาย ส่งตรงต่อ เวลา 1.นักเรียนมคี วามซอ่ื สตั ย์ สจุ รติ และตรงตอ่ เวลา 2. นักเรียนมีวนิ ยั ในตนเอง
- ผลลัพธ์ท่คี าดวา่ จะเกดิ ข้ึนกบั นักเรียน (อยู่อย่างพอเพยี ง – สมดลุ และพร้อมรับการเปลีย่ นแปลงดา้ นต่าง ๆ) ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นทกั ษะ กระบวนการ (P) ดา้ นคณุ ลักษณะ (A) 1. อธิบายขัน้ ตอนการแก้สมการ 1. สามารถเช่ือมโยงความรูท้ าง 1. มีความรับผิดชอบตอ่ งานท่ี และอสมการโดยใชก้ ราฟได้ คณติ ศาสตรก์ บั ศาสตรอ์ ื่น และนา ได้รับมอบหมาย 2. เขียนแสดงการแกส้ มการและ ใช้ในชีวติ จรงิ ได้ อสมการของฟงั ก์ชันกาลังสองโดย 2. ใชค้ วามรู้ ทกั ษะ และ ใช้กราฟทกี่ าหนดใหไ้ ด้ กระบวนการทางคณติ ศาสตรใ์ น การแกป้ ญั หาได้อยา่ งเหมาะสม บันทึกหลงั การจัดการเรยี นรู้ ชน้ั ม. 5/1 ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรยี นรู้ ดี พอใช้ ปรับปรุง ความเหมาะสมของเวลาทใ่ี ชใ้ นการทากิจกรรม ดี พอใช้ ปรับปรุง ความเหมาะสมของสอ่ื การเรยี นรู้ ดี พอใช้ ปรับปรุง ความเหมาะสมของเกณฑ์การประเมนิ ดี พอใช้ ปรบั ปรุง อื่น ๆ สรุปผลการประเมินผ้เู รียน นักเรียนจานวน คน คดิ เป็นร้อยละ มีผลการเรียนรู้ฯ อยู่ในระดับ 1 นักเรียนจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มีผลการเรยี นรฯู้ อยู่ในระดบั 2 นักเรยี นจานวน คน คดิ เป็นร้อยละ มผี ลการเรยี นรฯู้ อยใู่ นระดบั 3 นกั เรียนจานวน คน คดิ เป็นร้อยละ มีผลการเรยี นรู้ฯ อยูใ่ นระดับ 4 สรปุ โดยภาพรวมมนี ักเรียนจานวน คน คิดเป็นร้อยละ ที่ผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 ขึ้นไป ซ่งึ สงู (ตา่ ) กว่าเกณฑ์ทีก่ าหนดไว้ร้อยละ มีนกั เรยี นจานวน คน คิดเปน็ ร้อยละ ที่ไมผ่ า่ นเกณฑท์ ่กี าหนด
ชนั้ ม. 5/2 ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรยี นรู้ ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเวลาที่ใชใ้ นการทากจิ กรรม ดี พอใช้ ปรับปรุง ความเหมาะสมของสื่อการเรียนรู้ ดี พอใช้ ปรับปรงุ ความเหมาะสมของเกณฑก์ ารประเมนิ ดี พอใช้ ปรับปรงุ อน่ื ๆ สรปุ ผลการประเมินผ้เู รียน นักเรยี นจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มผี ลการเรยี นรฯู้ อย่ใู นระดบั 1 นกั เรยี นจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มีผลการเรียนรูฯ้ อยู่ในระดบั 2 นักเรียนจานวน คน คิดเปน็ ร้อยละ มผี ลการเรยี นรฯู้ อยู่ในระดบั 3 นักเรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มผี ลการเรียนรฯู้ อยู่ในระดับ 4 สรปุ โดยภาพรวมมีนักเรยี นจานวน คน คดิ เปน็ ร้อยละ ท่ผี ่านเกณฑ์ระดับ 2 ขน้ึ ไป ซึง่ สูง (ตา่ ) กว่าเกณฑ์ที่กาหนดไวร้ ้อยละ มนี ักเรียนจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ ทไี่ มผ่ า่ นเกณฑท์ ่ีกาหนด ชั้น ม. 5/3 ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรียนรู้ ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเวลาทใ่ี ชใ้ นการทากิจกรรม ดี พอใช้ ปรับปรุง ความเหมาะสมของสอ่ื การเรียนรู้ ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเกณฑ์การประเมิน ดี พอใช้ ปรบั ปรุง อื่น ๆ สรุปผลการประเมินผูเ้ รยี น นักเรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มีผลการเรียนรู้ฯ อยู่ในระดบั 1 นักเรยี นจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ มผี ลการเรียนร้ฯู อยู่ในระดบั 2 นกั เรยี นจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ มีผลการเรยี นร้ฯู อยใู่ นระดบั 3 นักเรียนจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ มีผลการเรียนรฯู้ อยใู่ นระดบั 4
สรุปโดยภาพรวมมนี ักเรียนจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ท่ีผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ข้ึนไป ซ่ึงสูง (ต่า) กวา่ เกณฑ์ท่ีกาหนดไวร้ ้อยละ มนี กั เรยี นจานวน คน คิดเปน็ ร้อยละ ท่ไี ม่ผา่ นเกณฑ์ท่กี าหนด ชัน้ ม. 5/4 ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรียนรู้ ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ความเหมาะสมของเวลาท่ใี ชใ้ นการทากจิ กรรม ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ความเหมาะสมของส่ือการเรียนรู้ ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเกณฑ์การประเมิน ดี พอใช้ ปรับปรุง อน่ื ๆ สรุปผลการประเมนิ ผเู้ รยี น นักเรยี นจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ มผี ลการเรยี นรฯู้ อยใู่ นระดับ 1 นกั เรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มผี ลการเรยี นรฯู้ อยใู่ นระดบั 2 นักเรยี นจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ มีผลการเรียนรูฯ้ อยใู่ นระดบั 3 นกั เรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มีผลการเรยี นรฯู้ อยใู่ นระดบั 4 สรปุ โดยภาพรวมมีนักเรยี นจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ทผ่ี ่านเกณฑ์ระดบั 2 ขึ้นไป ซ่ึงสูง (ต่า) กว่าเกณฑ์ที่กาหนดไว้ร้อยละ มีนกั เรียนจานวน คน คดิ เปน็ ร้อยละ ทีไ่ มผ่ า่ นเกณฑท์ ี่กาหนด ชั้น ม. 5/5 ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรียนรู้ ดี พอใช้ ปรับปรุง ความเหมาะสมของเวลาท่ีใช้ในการทากิจกรรม ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของสื่อการเรียนรู้ ดี พอใช้ ปรับปรุง ความเหมาะสมของเกณฑ์การประเมิน ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ อน่ื ๆ สรปุ ผลการประเมนิ ผู้เรยี น นักเรียนจานวน คน คดิ เป็นร้อยละ มผี ลการเรยี นรู้ฯ อย่ใู นระดับ 1 นกั เรียนจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ มผี ลการเรียนร้ฯู อย่ใู นระดับ 2 นักเรยี นจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มผี ลการเรยี นรฯู้ อยใู่ นระดบั 3
นกั เรยี นจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มีผลการเรยี นรฯู้ อยูใ่ นระดบั 4 สรปุ โดยภาพรวมมีนักเรยี นจานวน คน คิดเป็นร้อยละ ท่ผี า่ นเกณฑ์ระดบั 2 ขึ้นไป ซงึ่ สงู (ต่า) กว่าเกณฑ์ทีก่ าหนดไวร้ ้อยละ มนี กั เรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ท่ไี ม่ผา่ นเกณฑ์ทก่ี าหนด ขอ้ สงั เกต/ค้นพบ จาการตรวจผลงานของนกั เรยี นพบวา่ ชน้ั ม.5/1 นักเรียน คน อธิบายขั้นตอนการแก้สมการและอสมการโดยใช้กราฟได้ - นกั เรียนผา่ นเกณฑร์ ะดบั 2 ขึ้นไป จานวน คน - นักเรียนไมผ่ ่านเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน ชนั้ ม.5/2 นกั เรยี น คน อธบิ ายข้นั ตอนการแก้สมการและอสมการโดยใชก้ ราฟได้ - นกั เรยี นผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรยี นไม่ผา่ นเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน ชั้น ม.5/3 นกั เรียน คน อธบิ ายข้ันตอนการแก้สมการและอสมการโดยใช้กราฟได้ - นักเรียนผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรยี นไม่ผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน ช้ัน ม.5/4 นักเรยี น คน อธิบายขน้ั ตอนการแก้สมการและอสมการโดยใช้กราฟได้ - นักเรยี นผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ขนึ้ ไป จานวน คน - นักเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/5 นักเรยี น คน อธิบายขน้ั ตอนการแก้สมการและอสมการโดยใชก้ ราฟได้ - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 ขึ้นไป จานวน คน - นกั เรียนไมผ่ ่านเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/1 นักเรยี น คน เขียนแสดงการแก้สมการและอสมการของฟังก์ชันกาลังสองโดยใช้กราฟที่ กาหนดให้ได้ - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ระดบั 2 ข้ึนไป จานวน คน - นกั เรียนไมผ่ ่านเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ช้ัน ม.5/2 นกั เรียน คน เขียนแสดงการแก้สมการและอสมการของฟังก์ชันกาลังสองโดยใช้กราฟที่ กาหนดให้ได้ - นักเรยี นผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 ขึ้นไป จานวน คน - นกั เรยี นไมผ่ า่ นเกณฑร์ ะดบั 2 จานวน คน ชั้น ม.5/3 นกั เรียน คน เขียนแสดงการแก้สมการและอสมการของฟังก์ชันกาลังสองโดยใช้กราฟท่ี กาหนดใหไ้ ด้ - นักเรียนผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรยี นไม่ผา่ นเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน
ช้นั ม.5/4 นกั เรยี น คน เขียนแสดงการแก้สมการและอสมการของฟังก์ชันกาลังสองโดยใช้กราฟที่ กาหนดใหไ้ ด้ - นกั เรียนผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นักเรยี นไม่ผ่านเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ชัน้ ม.5/5 นักเรียน คน เขียนแสดงการแก้สมการและอสมการของฟังก์ชันกาลังสองโดยใช้กราฟท่ี กาหนดให้ได้ - นกั เรียนผ่านเกณฑ์ระดับ 2 ขนึ้ ไป จานวน คน - นกั เรียนไมผ่ ่านเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ดา้ นทักษะกระบวนการ นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ในแต่ละดา้ น ดงั นี้ ชั้น ม.5/1 ทกั ษะการแกไ้ ขปัญหา - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ดมี าก (ระดับ 4) จานวน คน - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน คน - นกั เรียนผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) จานวน คน - นกั เรียนต้องปรบั ปรุง (ระดบั 1) จานวน คน ทักษะการเช่อื มโยงทางคณติ ศาสตร์ - นกั เรียนผ่านเกณฑ์ดีมาก (ระดบั 4) จานวน คน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ดี (ระดบั 3) จานวน คน - นักเรยี นผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) จานวน คน - นักเรียนต้องปรับปรุง (ระดับ 1) จานวน คน ชั้น ม.5/2 ทกั ษะการแกไ้ ขปญั หา - นักเรยี นผ่านเกณฑ์ดมี าก (ระดบั 4) จานวน คน - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน คน - นักเรียนผา่ นเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) จานวน คน - นักเรียนต้องปรบั ปรุง (ระดับ 1) จานวน คน ทกั ษะการเชอื่ มโยงทางคณิตศาสตร์ - นักเรียนผ่านเกณฑ์ดมี าก (ระดบั 4) จานวน คน - นักเรียนผา่ นเกณฑ์ดี (ระดบั 3) จานวน คน - นักเรยี นผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นักเรยี นตอ้ งปรบั ปรุง (ระดบั 1) จานวน คน ชน้ั ม.5/3 ทักษะการแก้ไขปญั หา - นักเรียนผา่ นเกณฑ์ดีมาก (ระดับ 4) จานวน คน - นักเรียนผา่ นเกณฑ์ดี (ระดบั 3) จานวน คน
- นักเรยี นผา่ นเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) จานวน คน คน - นักเรยี นตอ้ งปรบั ปรุง (ระดบั 1) จานวน คน ทกั ษะการเช่อื มโยงทางคณติ ศาสตร์ คน คน - นักเรียนผ่านเกณฑ์ดมี าก (ระดบั 4) จานวน คน - นักเรียนผา่ นเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน คน คน - นักเรียนผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) จานวน คน คน - นกั เรยี นตอ้ งปรับปรุง (ระดบั 1) จานวน คน ชัน้ ม.5/4 คน คน ทักษะการแก้ไขปัญหา คน - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ดมี าก (ระดับ 4) จานวน คน คน - นกั เรียนผ่านเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน คน คน - นกั เรียนผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นกั เรียนตอ้ งปรบั ปรงุ (ระดับ 1) จานวน คน คน ทักษะการเช่อื มโยงทางคณติ ศาสตร์ คน - นกั เรียนผ่านเกณฑด์ ีมาก (ระดับ 4) จานวน คน คน - นักเรยี นผ่านเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน คน - นักเรยี นผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) จานวน - นักเรยี นต้องปรับปรุง (ระดบั 1) จานวน ชั้น ม.5/5 ทักษะการแก้ไขปญั หา - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ดมี าก (ระดับ 4) จานวน - นักเรียนผา่ นเกณฑด์ ี (ระดบั 3) จานวน - นักเรยี นผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน - นักเรยี นตอ้ งปรบั ปรงุ (ระดับ 1) จานวน ทักษะการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ดมี าก (ระดับ 4) จานวน - นกั เรียนผ่านเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน - นักเรยี นผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) จานวน - นกั เรียนตอ้ งปรับปรงุ (ระดบั 1) จานวน ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ นักเรียนผ่านเกณฑก์ ารประเมินในแตล่ ะดา้ น ดังน้ี ชัน้ ม.5/1 ความรับผิดชอบในการทางาน - นกั เรียนผ่านเกณฑ์ดีมาก (ระดับ 4) จานวน - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน - นกั เรียนผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) จานวน
- นกั เรยี นต้องปรับปรุง (ระดับ 1) จานวน คน ชนั้ ม.5/2 คน คน ความรบั ผดิ ชอบในการทางาน คน คน - นกั เรยี นผ่านเกณฑด์ มี าก (ระดบั 4) จานวน คน - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ดี (ระดบั 3) จานวน คน คน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) จานวน คน - นักเรยี นต้องปรับปรุง (ระดบั 1) จานวน คน คน ชั้น ม.5/3 คน คน ความรับผดิ ชอบในการทางาน คน - นกั เรียนผ่านเกณฑด์ ีมาก (ระดับ 4) จานวน คน คน - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน คน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) จานวน - นักเรยี นตอ้ งปรับปรงุ (ระดบั 1) จานวน ชัน้ ม.5/4 ความรับผิดชอบในการทางาน - นักเรียนผ่านเกณฑ์ดมี าก (ระดบั 4) จานวน - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ดี (ระดบั 3) จานวน - นักเรียนผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) จานวน - นักเรยี นต้องปรับปรุง (ระดับ 1) จานวน ช้ัน ม.5/5 ความรบั ผิดชอบในการทางาน - นกั เรยี นผ่านเกณฑด์ ีมาก (ระดับ 4) จานวน - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์พอใช้ (ระดบั 2) จานวน - นักเรียนตอ้ งปรบั ปรงุ (ระดับ 1) จานวน แนวทางการแกไ้ ขปัญหาเพอื่ ปรับปรุง ชนั้ ม.5/1 1. นักเรยี นท่ไี ดค้ ะแนนอยใู่ นระดับท่ี 2, 3 และ 4 ไดจ้ ากกจิ กรรมสอนเสรมิ โดย ให้ทาแบบฝกึ หดั เพม่ิ เตมิ เปน็ การบ้าน 2. นักเรียนท่ีได้คะแนนอยู่ในระดบั ที่ 1 ไดจ้ ากกจิ กรรมสอนซ่อม โดย ใหท้ าแบบฝึกหัดเพม่ิ เตมิ เปน็ การบา้ น
3. ดา้ นทักษะกระบวนการ นกั เรียนผ่านเกณฑ์ 1 (ต้องปรบั ปรงุ ) ครไู ดอ้ ธบิ ายและชแี้ จงเกณฑ์ ใหน้ ักเรยี นทราบเป็นรายบุคคลว่า นักเรียนจะต้องแกไ้ ขและทาอย่างไรบา้ งตามเกณฑ์ท้ายแผนการจัดการเรียนรู้ ในด้านทกั ษะการเชื่อมโยงทางคณติ ศาสตร์ และการคิดวิเคราะห์ 4. ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ นกั เรียนผ่านเกณฑ์ 1 (ต้องปรับปรุง) ครไู ด้อธบิ ายและชแี้ จงเกณฑ์ ใหน้ ักเรียนทราบเปน็ รายบคุ คลว่า นกั เรยี นจะต้องแก้ไขและทาอย่างไรบ้างตามเกณฑท์ า้ ยแผนการจัดการเรยี นรู้ ในดา้ นการทางานเปน็ ระบบ ความรับผิดชอบในการทางาน ชัน้ ม.5/2 1. นักเรียนทไ่ี ด้คะแนนอยู่ในระดบั ท่ี 2, 3 และ 4 ได้จากกิจกรรมสอนเสริมโดย ใหท้ าแบบฝกึ หัดเพม่ิ เตมิ เป็นการบา้ น 2. นกั เรียนที่ได้คะแนนอยู่ในระดับท่ี 1 ได้จากกิจกรรมสอนซอ่ ม โดย ให้ทาแบบฝึกหัดเพม่ิ เติม เป็นการบ้าน 3. ดา้ นทักษะกระบวนการ นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรับปรงุ ) ครไู ด้อธบิ ายและชแี้ จงเกณฑ์ ใหน้ กั เรียนทราบเป็นรายบุคคลวา่ นักเรยี นจะต้องแกไ้ ขและทาอย่างไรบ้างตามเกณฑท์ า้ ยแผนการจัดการเรยี นรู้ ในด้านทักษะการเชอื่ มโยงทางคณติ ศาสตร์ และการคิดวิเคราะห์ 4. ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ 1 (ต้องปรับปรุง) ครูได้อธบิ ายและช้ีแจงเกณฑ์ ให้นกั เรยี นทราบเปน็ รายบคุ คลว่า นกั เรียนจะตอ้ งแก้ไขและทาอยา่ งไรบา้ งตามเกณฑท์ า้ ยแผนการจัดการเรียนรู้ ในด้านการทางานเป็นระบบ ความรับผิดชอบในการทางาน ชั้น ม.5/3 1. นกั เรยี นทไี่ ด้คะแนนอยู่ในระดับท่ี 2, 3 และ 4 ไดจ้ ากกจิ กรรมสอนเสรมิ โดย ให้ทาแบบฝกึ หัดเพม่ิ เตมิ เปน็ การบ้าน 2. นกั เรยี นทไ่ี ดค้ ะแนนอยู่ในระดับท่ี 1 ไดจ้ ากกจิ กรรมสอนซอ่ ม โดย ใหท้ าแบบฝึกหดั เพม่ิ เตมิ เปน็ การบ้าน 3. ด้านทักษะกระบวนการ นักเรียนผา่ นเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรบั ปรุง) ครไู ดอ้ ธบิ ายและชแี้ จงเกณฑ์ ใหน้ กั เรยี นทราบเปน็ รายบุคคลวา่ นกั เรยี นจะต้องแก้ไขและทาอย่างไรบ้างตามเกณฑท์ ้ายแผนการจัดการเรียนรู้ ในดา้ นทักษะการเชือ่ มโยงทางคณิตศาสตร์ และการคดิ วเิ คราะห์ 4. ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ นักเรยี นผ่านเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรับปรงุ ) ครูได้อธิบายและชแ้ี จงเกณฑ์ ให้นักเรยี นทราบเปน็ รายบุคคลว่า นักเรียนจะต้องแก้ไขและทาอยา่ งไรบ้างตามเกณฑ์ท้ายแผนการจัดการเรยี นรู้ ในด้านการทางานเป็นระบบ ความรับผิดชอบในการทางาน
ช้ัน ม.5/4 1. นกั เรียนที่ไดค้ ะแนนอย่ใู นระดบั ท่ี 2, 3 และ 4 ได้จากกิจกรรมสอนเสรมิ โดย ให้ทาแบบฝึกหดั เพิม่ เตมิ เป็นการบ้าน 2. นกั เรียนทไ่ี ดค้ ะแนนอยูใ่ นระดบั ที่ 1 ไดจ้ ากกิจกรรมสอนซอ่ ม โดย ให้ทาแบบฝกึ หดั เพิม่ เตมิ เป็นการบ้าน 3. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ นักเรยี นผ่านเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรบั ปรงุ ) ครไู ด้อธบิ ายและชี้แจงเกณฑ์ ให้นักเรยี นทราบเปน็ รายบุคคลวา่ นกั เรยี นจะต้องแก้ไขและทาอยา่ งไรบ้างตามเกณฑ์ท้ายแผนการจัดการเรยี นรู้ ในดา้ นทักษะการเชือ่ มโยงทางคณิตศาสตร์ และการคิดวเิ คราะห์ 4. ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรับปรุง) ครูได้อธิบายและช้ีแจงเกณฑ์ ให้นกั เรยี นทราบเปน็ รายบคุ คลวา่ นักเรยี นจะต้องแก้ไขและทาอย่างไรบา้ งตามเกณฑท์ า้ ยแผนการจัดการเรยี นรู้ ในด้านการทางานเป็นระบบ ความรับผิดชอบในการทางาน ชั้น ม.5/5 1. นกั เรียนท่ีไดค้ ะแนนอยู่ในระดับท่ี 2, 3 และ 4 ได้จากกิจกรรมสอนเสรมิ โดย ใหท้ าแบบฝึกหัดเพิ่มเตมิ เปน็ การบา้ น 2. นกั เรียนท่ไี ดค้ ะแนนอย่ใู นระดบั ท่ี 1 ไดจ้ ากกิจกรรมสอนซ่อม โดย ให้ทาแบบฝึกหดั เพิ่มเตมิ เป็นการบ้าน 3. ด้านทักษะกระบวนการ นักเรียนผ่านเกณฑ์ 1 (ต้องปรบั ปรงุ ) ครไู ดอ้ ธิบายและช้แี จงเกณฑ์ ให้นักเรียนทราบเป็นรายบุคคลว่า นกั เรยี นจะตอ้ งแก้ไขและทาอยา่ งไรบา้ งตามเกณฑท์ ้ายแผนการจัดการเรียนรู้ ในด้านทกั ษะการเชอ่ื มโยงทางคณติ ศาสตร์ และการคิดวเิ คราะห์ 4. ด้านคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรบั ปรุง) ครูไดอ้ ธบิ ายและชีแ้ จงเกณฑ์ ใหน้ กั เรียนทราบเป็นรายบุคคลวา่ นกั เรยี นจะตอ้ งแก้ไขและทาอยา่ งไรบ้างตามเกณฑ์ทา้ ยแผนการจัดการเรียนรู้ ในด้านการทางานเปน็ ระบบ ความรับผิดชอบในการทางาน ผลการพฒั นา พบวา่ นักเรียนที่ไดร้ ะดับ 1 จานวน คน จาก ค น ส า ม า ร ถ อ ธิ บ า ย ขั้นตอนการแกส้ มการและอสมการโดยใชก้ ราฟได้และไดผ้ ลการเรียนรอู้ ยใู่ นระดบั 2 ส่วนอกี ค น ยั ง ตอ้ งปรับปรงุ แก้ไขตอ่ ไปซ่ึงผู้สอนได้แนะนาให้ และปรบั ปรงุ งานอีกคร้งั พบว่านักเรยี นทไ่ี ดร้ ะดบั 2 จานวน คน จาก คน สามารถอธิบายขนั้ ตอน การแกส้ มการและอสมการโดยใช้กราฟได้ซ่งึ ผสู้ อนไดแ้ นะนาให้ พบว่านกั เรียนทไี่ ดร้ ะดบั 3 จานวน คน จาก คน สามารถอธิบายขั้นตอน การแกส้ มการและอสมการโดยใช้กราฟได้อยา่ งถกู ตอ้ ง ซ่งึ ผู้สอนไดแ้ นะนาให้
พบว่านักเรยี นที่ไดร้ ะดับ 4 จานวน คน จาก คน สามารถอธิบายขั้นตอน การแก้สมการและอสมการโดยใชก้ ราฟได้อยา่ งถกู ตอ้ ง ซง่ึ ผ้สู อนไดแ้ นะนาให้ พบว่านักเรียนท่ไี ด้ระดบั 1 จานวน คน จาก คน สามารถเขียนแสดง การแกส้ มการและอสมการของฟังก์ชันกาลังสองโดยใช้กราฟที่กาหนดให้ได้และได้ผลการเรียนรอู้ ยู่ในระดบั 2 สว่ น อีก คน ยงั ต้องปรับปรุงแกไ้ ขตอ่ ไปซงึ่ ผูส้ อนไดแ้ นะนาให้ และ ปรบั ปรุงงานอีกครั้ง พบวา่ นกั เรียนที่ไดร้ ะดับ 2 จานวน คน จาก คน สามารถเขยี นแสดงการ แกส้ มการและอสมการของฟังกช์ ันกาลงั สองโดยใชก้ ราฟทีก่ าหนดให้ได้ซงึ่ ผู้สอนได้แนะนาให้ พบว่านกั เรียนที่ได้ระดบั 3 จานวน คน จาก คน สามารถเขยี นแสดงการ แกส้ มการและอสมการของฟงั ก์ชันกาลังสองโดยใช้กราฟท่กี าหนดใหไ้ ด้ซง่ึ ผสู้ อนไดแ้ นะนาให้ พบวา่ นักเรียนที่ไดร้ ะดับ 4 จานวน คน จาก คน สามารถเขยี นแสดงการ แก้สมการและอสมการของฟงั กช์ นั กาลังสองโดยใช้กราฟทกี่ าหนดใหไ้ ด้ซง่ึ ผ้สู อนไดแ้ นะนาให้ ลงช่อื (นางสาวปวรศิ า กา๋ วงควนิ ) ผู้สอน
ช่ัวโมง/คาบที่ 19-20 เร่ือง การแกป้ ัญหาโดยใช้ความรเู้ รื่อง ฟงั ก์ชันกาลังสองและกราฟ จัดการเรียนร้แู บบ รว่ มมอื เทคนคิ (Team Assisted Individualization : TAI) 1. นักเรียนแบ่งกลุ่มละ 2 – 3 คน โดยจดั ใหค้ ละความสามารถ คนที่ 1 ทาหน้าท่ตี รวจคาตอบของคนท่ี 2 คนที่ 2 ทาหน้าท่ีตรวจคาตอบของคนท่ี 1 2. ครูแจ้งจุดประสงคก์ ารเรียนรใู้ หน้ ักเรยี นรู้วา่ เม่ือจบชว่ั โมงน้ีแล้วนกั เรียนตอ้ งสามารถ (ใช้เวลา 5 นาท)ี 1) อธบิ ายข้นั ตอนของการแกโ้ จทย์ปญั หาโดยใช้ความรู้ เร่ืองฟงั ก์ชนั กาลงั สองและกราฟได้ 2) นาความรู้ เรอ่ื ง ฟังกช์ นั กาลงั สองและกราฟมาแก้โจทย์ปญั หาได้ 3) เขยี นแสดงการแก้สมการแกโ้ จทย์ปญั หาโดยใช้ความรู้เร่อื ง ฟังก์ชนั กาลังสองและกราฟได้ 4) มคี วามรับผิดชอบต่องานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย 5) มีความสามารถในการแกป้ ัญหา 6) สามารถเชอ่ื มโยงความรู้ทางคณติ ศาสตรก์ ับศาสตรอ์ น่ื และนาใช้ในชวี ติ จริงได้ 3. ทบทวนความรู้ เน้อื หาในชว่ั โมงทผี่ ่านมา โดยถาม-ตอบระหว่างครกู ับนักเรียน (ใช้เวลา 5 นาที) ฟังกช์ ันกาลังสอง (quadratic function) คือ ฟงั ก์ชันท่ีอยู่ในรูป f (x) ax2 bx c เม่ือ a,b และ c เปน็ จานวนจริง ๆ และ a 0 ลักษณะของกราฟของฟงั ก์ชนั กาลังสองขึน้ อย่กู ับ a,b และ c โดยที่ a เปน็ จานวน จรงิ บวกหรอื จานวนจรงิ ลบ จะทาใหไ้ ด้กราฟเปน็ เส้นโค้งหงายขน้ึ หรอื คว่าลง ตามลาดบั ดังรปู ท่ี 1 และ 2 f (x) ax2 bx c เม่อื a 0 f (x) ax2 bx c เมื่อ a 0 รปู ท่ี 1 รูปท่ี 2 จากรูปที่ 1 และ 2 จะเห็นวา่ ถ้า a 0 กราฟเป็นเสน้ โคง้ หงายขน้ึ ถ้า a 0 กราฟเปน็ เสน้ โคง้ คว่าลง กราฟของฟงั กช์ นั กาลงั สองมชี ่อื เรยี กวา่ พาราโบลา (Parabola) จุดยอด (Vertex) ของพาราโบลา คือ จุดสูงสุดหรอื ต่าสดุ ของพาราโบลา ในกรณีทฟ่ี งั ก์ชนั กาลังสองเขียนอยใู่ นรปู f (x) ax2 bx c เมือ่ a 0 การหาจุดสูงสุดหรือจดุ ต่าสุดของ กราฟทาไดโ้ ดยจดั รปู สมการใหอ้ ยใู่ นรปู ของ f (x) ax h2 k โดยอาศัยการจัดบางสว่ นของสมการใหอ้ ยใู่ น รปู กาลงั สองสมบูรณ์ เพือ่ ใหห้ าจดุ ยอกของกราฟหรือจดุ (h,k) ไดง้ ่ายขึน้
4. ครสู นทนากบั นักเรียนเกย่ี วกับฟงั กช์ ันกาลงั สอง (ใชเ้ วลา 5 นาที) โดยร่วมกันเฉลยการบา้ น แบบฝึกหัด 2.3 ขอ้ ท่ี 3 ใหญ่ ในหนังสอื เรียนหน้าที่ 77 อย่างละเอียดสาหรับทกุ ข้อ 5. ครูยกตวั อย่างพรอ้ มอธิบายให้นักเรยี น (30 นาท)ี ตัวอย่างที่ 18 ในหนงั สือเรยี นหนา้ ที่ 74 บนกระดานอยา่ งละเอยี ด เพอ่ื ความเข้าใจของนกั เรียนให้มาก ยง่ิ ขน้ึ 6. ให้นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ทาแบบฝกึ หัด 2.3 เรอ่ื ง ฟงั กช์ นั กาลงั สอง ขอ้ 4 ใหญ่ ขอ้ คู่ หนา้ 77 ในหนังสอื เรียน ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 กาหนดเวลา ให้ 30 นาทแี ลว้ แลกกับเพ่อื นในกลมุ่ ตรวจคาตอบ (ใช้เวลา 40 นาท)ี 7. ครูถามนกั เรียนเกยี่ วกับความรู้ท่ไี ด้รบั ในวันนี้ พร้อมทัง้ ครูอธิบายเพ่ิมเติมใหส้ มบรู ณ์ (ใชเ้ วลา 15 นาท)ี ฟังกช์ นั กาลงั สอง (quadratic function) คือ ฟงั ก์ชันที่อยู่ในรูป f (x) ax2 bx c เมอ่ื a,b และ c เป็นจานวนจริง ๆ และ a 0 ลักษณะของกราฟของฟงั กช์ ันกาลงั สองข้ึนอยูก่ บั a,b และ c โดยที่ a เป็นจานวน จรงิ บวกหรือจานวนจริงลบ จะทาให้ได้กราฟเปน็ เส้นโคง้ หงายขึ้นหรือคว่าลง ตามลาดับ ดงั รปู ท่ี 1 และ 2 f (x) ax2 bx c เมือ่ a 0 f (x) ax2 bx c เม่ือ a 0 รปู ท่ี 1 รปู ท่ี 2 จากรูปที่ 1 และ 2 จะเห็นว่า ถ้า a 0 กราฟเปน็ เส้นโคง้ หงายขึ้น ถา้ a 0 กราฟเปน็ เส้นโคง้ คว่าลง กราฟของฟังก์ชันกาลังสองมชี อ่ื เรยี กวา่ พาราโบลา (Parabola) จดุ ยอด (Vertex) ของพาราโบลา คอื จุดสงู สุดหรอื ต่าสดุ ของพาราโบลา ในกรณที ่ีฟงั ก์ชันกาลงั สองเขียนอย่ใู นรูป f (x) ax2 bx c เมอื่ a 0 การหาจดุ สูงสดุ หรอื จุดตา่ สุด ของกราฟทาไดโ้ ดยจัดรูปสมการให้อยู่ในรูปของ f (x) ax h2 k โดยอาศยั การจดั บางสว่ นของสมการใหอ้ ยู่ ในรปู กาลงั สองสมบูรณ์ เพ่ือให้หาจุดยอกของกราฟหรือจดุ (h,k) ไดง้ า่ ยขนึ้ 8. ให้นักเรียนแต่ละคนทาแบบฝึกหัด 2.3 เรื่อง ฟังก์ชันกาลังสอง ข้อ 4 ใหญ่ ข้อคี่ หน้า 77 ในหนังสือเรียน ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 5 เป็นรายบคุ คล สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้ 1. หนงั สอื เรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 5 2. โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad
การวดั ผลและประเมินผล การวดั ผล จุดประสงค์การเรยี นรู้ วธิ ีการวัด เครอื่ งมือ 1.อธิบายข้นั ตอนของการแกโ้ จทย์ปญั หา ตรวจคาตอบของแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หัด โดยใช้ความรู้ เรื่องฟงั ก์ชนั กาลังสองและ กราฟได้ 2. นาความรู้ เรอื่ ง ฟังก์ชนั กาลังสองและ - ตรวจคาตอบของแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หดั กราฟมาแก้โจทย์ปญั หาได้ 3. เขียนแสดงการแก้สมการแก้โจทย์ - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหดั ปญั หาโดยใช้ความรเู้ ร่อื ง ฟังกช์ นั กาลัง สองและกราฟได้ 3. มคี วามรอบคอบในการทางาน - ตรวจคาตอบของแบบฝึกหัด - แบบฝึกหดั 4. มคี วามรับผิดชอบต่องานท่ีไดร้ ับ - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หัด มอบหมาย 5. มีความรับผิดชอบตอ่ งานทไ่ี ดร้ ับ - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกต มอบหมาย พฤตกิ รรม 6. มคี วามสามารถในการแกป้ ญั หา - ตรวจคาตอบของแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หัด - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกต พฤติกรรม 7. สามารถเชือ่ มโยงความรู้ทาง - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกต คณติ ศาสตร์กบั ศาสตรอ์ ื่น และนาใช้ใน พฤติกรรม ชวี ติ จรงิ ได้ เกณฑ์การประเมนิ ผล (รูบริกส์) ประเดน็ การ (4) ระดับคณุ ภาพ (1) ประเมิน ดีมาก (3) (2) ปรบั ปรงุ ดี กาลงั พฒั นา แบบฝึกหัด ทาไดอ้ ย่าง ทาไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง ทาได้อย่างถูกต้อง ทาได้อยา่ งถกู ตอ้ ง ถกู ตอ้ งรอ้ ยละ รอ้ ยละ 70-79 ร้อยละ 40-69 ตา่ กวา่ รอ้ ยละ 40 80 ขึน้ ไป มคี วามรับผดิ ชอบ ทางานเสรจ็ และ ทางานเสร็จและส่ง ทางานเสรจ็ แต่ส่งช้า ทางานไมเ่ สร็จ ต่องานทีไ่ ดร้ บั ส่งตรงเวลา ตรงเวลา ทาไมถ่ ูกต้อง สง่ ไมต่ รงเวลา มอบหมายให้ได้ ทาถกู ตอ้ ง ทาถกู ตอ้ ง และไมม่ ีความ ทาไม่ถูกตอ้ ง และ ละเอยี ด ละเอยี ด ละเอยี ดในการ ไมม่ ีความละเอียด ทางาน ในการทางาน
ประเด็นการ (4) ระดบั คุณภาพ (1) ประเมนิ ดมี าก (3) (2) ปรับปรุง ดี กาลงั พัฒนา มคี วามรอบคอบ มกี ารวางแผน มกี ารวางแผน มกี ารวางแผน ไม่มีการวางแผน ในการทางาน การดาเนินการ การดาเนนิ การ การดาเนินการอยา่ ง การดาเนินการอยา่ ง อย่างครบทกุ อย่างถูกตอ้ ง ไม่ครบทุกขน้ั ตอน ไม่มขี ้นั ตอน มีความ ขน้ั ตอน และ แตไ่ มค่ รบถ้วน ผิดพลาดตอ้ งแกไ้ ข ถกู ต้อง เกณฑก์ ารตัดสนิ - รายบุคคล นักเรียนมีผลการเรยี นรู้ไมต่ ่ากว่าระดับ 2 จึงถือว่าผ่าน - รายกลุม่ รอ้ ยละ....75....ของจานวนนักเรยี นทัง้ หมดมีผลการเรียนรูไ้ มต่ า่ กว่าระดบั 2 ขอ้ เสนอแนะ ใช้สอนได้ ควรปรบั ปรงุ ลงชอ่ื ( นางสาวปวริศา กา๋ วงค์วิน ) หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ วนั ท่ี........เดือน..............พ.ศ............
การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 1. ครผู สู้ อนใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในขัน้ เตรยี มการสอน/จัดการเรียนรู้ ดังนี้ หลักพอเพยี ง ความพอประมาณ เหตุผล มภี ูมคิ ุม้ กันในตวั ทดี่ ี ประเดน็ เวลา เวลาท่ีใช้ในการจัดกิจกรรม เวลาท่ีใช้ในการจัดกิจกรรมการ ขั้นนาเข้าสบู่ ทเรียน 15 การเรยี นรู้ท้ังหมดในแผนการ เรียนรู้ ดังน้ี ขน้ั นาเขา้ สู่บทเรียน ใช้ นาที นักเรยี นจะได้ นี้ 2 ช่ัวโมง ความเหมาะสม เวลา 15 นาที ช้ีแจ้งจดุ ประสงค์ ทบทวนความรพู้ ้ืนฐาน คือ ลายละเอียดในการเรยี น 5 นาที และเป็นการเตรียม ขน้ั นาเข้าสบู่ ทเรยี น 15 นาที ทบทวนความรเู้ ดิมเพือ่ เชอื่ มโยงกับ ความร้ใู นการเรยี น ขั้นสอน 70 นาที เรียนทีจ่ ะเรยี น 10 นาที ข้นั สอน ขน้ั สอน 70 นาที ข้นั สรุป 15 นาที 70 นาที เร่มิ ดว้ ยการสนทนากับ นักเรียนสามารถ นกั เรียนเกย่ี วกับเรอื่ งท่ีจะเรยี นและ วเิ คราะห์ แก้ปญั หาอืน่ เรือ่ งทตี่ ้องนามาเชอื่ มโยงในการหา ๆ ได้ ขน้ั สรุป 15 นาที คาตอบ 10 นาที อธิบายตวั อย่างให้ นักเรยี นจะได้รับความรู้ นักเรยี นอย่างละเอยี ดชัดเจน 20 ท่ีคงทนและถูกหลกั ของ นาที แล้วใหน้ กั เรยี นทาแบบฝกึ หัด คณิตศาสตร์ โดยมีครคู วบคุมดแู ลให้คาปรกึ ษา 40 นาที ขัน้ สรุป 15 นาทใี ห้นักเรยี นร่วมกัน สรุปโดยมคี รูเสริมความร้ทู ่ขี าดหา และใหช้ ัดเจนมาขน้ึ เน้อื หา 1.มีความเหมาะสมกับ เพราะหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษา การเรียนเรอ่ื งฟงั กช์ นั ให้ นกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ขั้นพืน้ ฐานกาหนดไวใ้ นสาระที่ 1 ถกู ต้องตามหลกั ทาให้ 2.มคี วามเหมาะสมกบั ความรู้ จานวนและพีชคณติ นกั เรยี นสามารถ พื้นฐานของนกั เรยี น ตวั ชีว้ ดั ค 1.2 ม.5/1 นาไปใชใ้ นการดาเนิน 3.มีความเหมาะสมกับเวลา ชีวิตประจาวนั สื่อ/อุปกรณ์ มีความเหมาะสมกบั ชว่ งวัย การให้นกั เรยี นไดเ้ รียนร้จู าก - นักเรยี นสามารถ - กจิ กรรม ความต้องการความสามารถ ตวั อยา่ งทาใหน้ กั เรียนได้เหน็ ภาพ วิเคราะหโ์ จทย์ปญั หา - แบบฝกึ หดั และเรอื่ งทีเ่ รยี นของนกั เรียน ชดั เจน เข้าใจมากขึน้ ได้ทาด้วย จากการเรยี นและปญั หา ในระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ตนเอง อ่นื ได้ ความร้ทู คี่ รู ครมู ีความรู้เก่ียวกับหลกั สตู ร เนอื้ หาสาระและกจิ กรรมการเรยี นการสอน จาเป็นต้องมี ครูมคี วามรใู้ นการวิเคราะหน์ ักเรียน และร้ศู ักยภาพของนกั เรียน ครมู คี วามรใู้ นเร่อื งฟังกช์ ัน ครมู คี วามรู้ในเรื่องการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
หลกั พอเพยี ง ความพอประมาณ เหตุผล มภี มู ิคุม้ กันในตัวทดี่ ี ประเด็น ครมู ีความรู้ในเรอื่ งการวัดและประเมนิ ผล คณุ ธรรมของครู มคี วามขยนั รับผดิ ชอบในการสอน มคี วามเสียสละ ไม่ปดิ บังความรู้ มคี วามเมตตาและปรารถนาดีตอ่ ศิษย์ มคี วามต้ังใจในการผลิตสือ่ การเรยี นรใู้ หน้ า่ สนใจ มีความเพียงพยายามท่จี ะมุ่งมั่นให้นักเรยี นมคี วามรู้ มีความอดทนในสอน แนะนา ตรวจแก้ไขผลงานของนักเรยี น - นกั เรียนจะไดเ้ รียนรู้ทจ่ี ะอยอู่ ยา่ งพอเพยี งจากกจิ กรรมการเรียนรู้ ดงั ต่อไปนี้ ผ้เู รยี นไดเ้ รยี นรู้หลักคิด และฝกึ ปฏบิ ัตติ าม 3 หว่ ง 2 เงื่อนไข ดังน้ี ความพอประมาณ มเี หตุผล มภี ูมิคมุ้ กันในตัวทด่ี ี 1.นกั เรยี นรูจ้ กั บริหารเวลาในการศกึ ษาความรู้ 1.นกั เรยี นมเี หตุผลในการ 1.นักเรยี นนาความรู้เรอ่ื งฟังกช์ นั ไป ทากิจกรรมจากใบงาน แบบฝกึ หัด การทา หาคาตอบของฟังก์ชนั ได้ ช่วยในการโจทย์ปัญหาอื่นได้ กจิ กรรมกลุ่ม 2. นกั เรียนวิเคราะห์และ 2. นักเรียนนาความรทู้ ีไ่ ด้รับจาก 2.นักเรยี นทากิจกรรมไดเ้ ต็มศกั ยภาพของตนเอง หาคาตอบได้อยา่ งสมเหตุ การเรยี นเรื่องฟงั กช์ ันพ้ืนฐาน 3.นักเรียนใช้วัสดุ อุปกรณ์ ในการทากิจกรรม สมผล เพือ่ ประกอบการตัดสนิ ใจในการทา อยา่ งประหยดั กิจกรรม ได้โดยไมเ่ กิดปัจจยั เสย่ี ง ความรทู้ ี่ตอ้ งมกี อ่ นเรยี น 1.ต้องมสี มาธิ มีความตั้งใจ ในการเรียน คณุ ธรรม 2.ต้องมคี วามรอบคอบในการทางาน 3.ตอ้ งมีมารยาทในการทางาน ไมส่ ง่ เสยี งดัง ไม่เล่นหรอื ไม่ลุก จากทน่ี ั่งโดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต 4. ตอ้ งมีความรบั ผดิ ชอบในงานท่ีได้รับมอบหมาย ส่งตรงต่อ เวลา 1.นักเรียนมคี วามซอ่ื สตั ย์ สจุ รติ และตรงตอ่ เวลา 2. นักเรียนมีวนิ ยั ในตนเอง
- ผลลัพธท์ ่ีคาดวา่ จะเกดิ ข้ึนกับนกั เรยี น (อย่อู ย่างพอเพยี ง – สมดุลและพรอ้ มรับการเปล่ียนแปลงดา้ นต่าง ๆ) ด้านความรู้ (K) ด้านทักษะ กระบวนการ (P) ดา้ นคณุ ลักษณะ (A) 1. อธิบายข้นั ตอนของการแก้โจทย์ 1. สามารถเชอื่ มโยงความรทู้ าง 1. มีความรับผดิ ชอบต่องานท่ี ปัญหาโดยใช้ความรู้ เรื่องฟงั ก์ชัน คณติ ศาสตรก์ บั ศาสตรอ์ ืน่ และนา ไดร้ บั มอบหมาย กาลงั สองและกราฟได้ ใชใ้ นชวี ติ จรงิ ได้ 2. นาความรู้ เร่อื ง ฟงั ก์ชนั กาลงั 2. ใชค้ วามรู้ ทกั ษะ และ สองและกราฟมาแกโ้ จทยป์ ัญหาได้ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ใน 3. เขียนแสดงการแก้สมการแก้ การแกป้ ญั หาได้อย่างเหมาะสม โจทยป์ ัญหาโดยใช้ความร้เู รื่อง ฟังกช์ ันกาลงั สองและกราฟได้ บนั ทึกหลงั การจัดการเรยี นรู้ ชนั้ ม. 5/1 ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรยี นรู้ ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ความเหมาะสมของเวลาทใี่ ชใ้ นการทากิจกรรม ดี พอใช้ ปรับปรุง ความเหมาะสมของสอ่ื การเรยี นรู้ ดี พอใช้ ปรับปรุง ความเหมาะสมของเกณฑก์ ารประเมนิ ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ อ่นื ๆ สรปุ ผลการประเมนิ ผเู้ รียน นักเรียนจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ มผี ลการเรยี นรฯู้ อยใู่ นระดับ 1 นักเรยี นจานวน คน คดิ เปน็ ร้อยละ มผี ลการเรียนรฯู้ อยู่ในระดบั 2 นกั เรยี นจานวน คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ มีผลการเรยี นรูฯ้ อยใู่ นระดบั 3 นักเรียนจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ มีผลการเรยี นรูฯ้ อยูใ่ นระดับ 4 สรปุ โดยภาพรวมมนี ักเรียนจานวน คน คดิ เป็นร้อยละ ทผ่ี ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ขน้ึ ไป ซึ่งสูง (ตา่ ) กว่าเกณฑ์ทกี่ าหนดไวร้ ้อยละ มีนกั เรียนจานวน คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ท่ีไมผ่ า่ นเกณฑ์ท่กี าหนด
ชนั้ ม. 5/2 ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรยี นรู้ ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเวลาที่ใชใ้ นการทากจิ กรรม ดี พอใช้ ปรับปรุง ความเหมาะสมของสื่อการเรียนรู้ ดี พอใช้ ปรับปรงุ ความเหมาะสมของเกณฑก์ ารประเมนิ ดี พอใช้ ปรับปรงุ อน่ื ๆ สรปุ ผลการประเมินผ้เู รียน นักเรยี นจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มผี ลการเรยี นรฯู้ อย่ใู นระดบั 1 นกั เรยี นจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มีผลการเรียนรูฯ้ อยู่ในระดบั 2 นักเรียนจานวน คน คิดเปน็ ร้อยละ มผี ลการเรยี นรฯู้ อยู่ในระดบั 3 นักเรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มผี ลการเรียนรฯู้ อยู่ในระดับ 4 สรปุ โดยภาพรวมมีนักเรยี นจานวน คน คดิ เปน็ ร้อยละ ท่ผี ่านเกณฑ์ระดับ 2 ขน้ึ ไป ซึง่ สูง (ตา่ ) กว่าเกณฑ์ที่กาหนดไวร้ ้อยละ มนี ักเรียนจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ ทไี่ มผ่ า่ นเกณฑท์ ่ีกาหนด ชั้น ม. 5/3 ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรียนรู้ ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเวลาทใ่ี ชใ้ นการทากิจกรรม ดี พอใช้ ปรับปรุง ความเหมาะสมของสอ่ื การเรียนรู้ ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเกณฑ์การประเมิน ดี พอใช้ ปรบั ปรุง อื่น ๆ สรุปผลการประเมินผูเ้ รยี น นักเรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มีผลการเรียนรู้ฯ อยู่ในระดบั 1 นักเรยี นจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ มผี ลการเรียนร้ฯู อยู่ในระดบั 2 นกั เรยี นจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ มีผลการเรยี นร้ฯู อยใู่ นระดบั 3 นักเรียนจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ มีผลการเรียนรฯู้ อยใู่ นระดบั 4
สรุปโดยภาพรวมมนี ักเรียนจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ท่ีผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ข้ึนไป ซ่ึงสูง (ต่า) กวา่ เกณฑ์ท่ีกาหนดไวร้ ้อยละ มนี กั เรยี นจานวน คน คิดเปน็ ร้อยละ ท่ไี ม่ผา่ นเกณฑ์ท่กี าหนด ชัน้ ม. 5/4 ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรียนรู้ ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ความเหมาะสมของเวลาท่ใี ชใ้ นการทากจิ กรรม ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ความเหมาะสมของส่ือการเรียนรู้ ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเกณฑ์การประเมิน ดี พอใช้ ปรับปรุง อน่ื ๆ สรุปผลการประเมนิ ผเู้ รยี น นักเรยี นจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ มผี ลการเรยี นรฯู้ อยใู่ นระดับ 1 นกั เรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มผี ลการเรยี นรฯู้ อยใู่ นระดบั 2 นักเรยี นจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ มีผลการเรียนรูฯ้ อยใู่ นระดบั 3 นกั เรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มีผลการเรยี นรฯู้ อยใู่ นระดบั 4 สรปุ โดยภาพรวมมีนักเรยี นจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ทผ่ี ่านเกณฑ์ระดบั 2 ขึ้นไป ซ่ึงสูง (ต่า) กว่าเกณฑ์ที่กาหนดไว้ร้อยละ มีนกั เรียนจานวน คน คดิ เปน็ ร้อยละ ทีไ่ มผ่ า่ นเกณฑท์ ี่กาหนด ชั้น ม. 5/5 ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรียนรู้ ดี พอใช้ ปรับปรุง ความเหมาะสมของเวลาท่ีใช้ในการทากิจกรรม ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของสื่อการเรียนรู้ ดี พอใช้ ปรับปรุง ความเหมาะสมของเกณฑ์การประเมิน ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ อน่ื ๆ สรปุ ผลการประเมนิ ผู้เรยี น นักเรียนจานวน คน คดิ เป็นร้อยละ มผี ลการเรยี นรู้ฯ อย่ใู นระดับ 1 นกั เรียนจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ มผี ลการเรียนร้ฯู อย่ใู นระดับ 2 นักเรยี นจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มผี ลการเรยี นรฯู้ อยใู่ นระดบั 3
นักเรยี นจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มีผลการเรียนรู้ฯ อยูใ่ นระดบั 4 สรปุ โดยภาพรวมมนี กั เรยี นจานวน คน คดิ เปน็ ร้อยละ ทผ่ี ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ข้นึ ไป ซึ่งสงู (ตา่ ) กวา่ เกณฑ์ท่กี าหนดไว้รอ้ ยละ มีนกั เรยี นจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ ทีไ่ มผ่ า่ นเกณฑท์ ี่กาหนด ขอ้ สงั เกต/คน้ พบ จาการตรวจผลงานของนักเรียนพบว่า ช้นั ม.5/1 นักเรียน คน อธิบายขน้ั ตอนของการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ความรู้ เรื่องฟังก์ชันกาลังสอง และกราฟได้ - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นักเรียนไม่ผา่ นเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ช้ัน ม.5/2 นักเรียน คน อธิบายขั้นตอนของการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ความรู้ เรื่องฟงั กช์ ันกาลังสอง และกราฟได้ - นักเรยี นผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ขึ้นไป จานวน คน - นักเรียนไม่ผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/3 นกั เรียน คน อธิบายขั้นตอนของการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ความรู้ เรื่องฟงั กช์ ันกาลังสอง และกราฟได้ - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 ขึ้นไป จานวน คน - นกั เรียนไมผ่ ่านเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ช้นั ม.5/4 นกั เรียน คน อธิบายขน้ั ตอนของการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ความรู้ เร่อื งฟงั กช์ ันกาลังสอง และกราฟได้ - นักเรียนผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรียนไม่ผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ชั้น ม.5/5 นกั เรียน คน อธิบายข้ันตอนของการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ความรู้ เรื่องฟังกช์ ันกาลังสอง และกราฟได้ - นักเรียนผา่ นเกณฑร์ ะดบั 2 ขึ้นไป จานวน คน - นักเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ชนั้ ม.5/1 นักเรยี น คน นาความรู้ เร่ือง ฟงั กช์ นั กาลังสองและกราฟมาแก้โจทย์ปัญหาได้ - นักเรียนผ่านเกณฑ์ระดับ 2 ขึ้นไป จานวน คน - นกั เรยี นไมผ่ า่ นเกณฑร์ ะดบั 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/2 นกั เรยี น คน นาความรู้ เร่อื ง ฟังก์ชนั กาลงั สองและกราฟมาแกโ้ จทย์ปัญหาได้ - นกั เรยี นผา่ นเกณฑร์ ะดบั 2 ข้นึ ไป จานวน คน - นกั เรยี นไม่ผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน
ชน้ั ม.5/3 นกั เรยี น คน นาความรู้ เรื่อง ฟงั ก์ชันกาลงั สองและกราฟมาแก้โจทยป์ ญั หาได้ - นักเรียนผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 ขึน้ ไป จานวน คน - นกั เรยี นไมผ่ า่ นเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน ชั้น ม.5/4 นักเรียน คน นาความรู้ เรอื่ ง ฟังก์ชันกาลงั สองและกราฟมาแกโ้ จทย์ปญั หาได้ - นักเรียนผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 ขึ้นไป จานวน คน - นักเรียนไม่ผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 จานวน คน ชั้น ม.5/5 นกั เรยี น คน นาความรู้ เรื่อง ฟงั ก์ชนั กาลังสองและกราฟมาแก้โจทยป์ ญั หาได้ - นักเรยี นผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 ขึ้นไป จานวน คน - นกั เรียนไม่ผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/1 นักเรียน คน เขียนแสดงการแก้สมการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ความรู้เรื่อง ฟังก์ชันกาลัง สองและกราฟได้ - นกั เรียนผา่ นเกณฑร์ ะดบั 2 ขึ้นไป จานวน คน - นักเรียนไมผ่ ่านเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ช้นั ม.5/2 นักเรียน คน เขียนแสดงการแก้สมการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ความรู้เรื่อง ฟังก์ชันกาลัง สองและกราฟได้ - นกั เรียนผา่ นเกณฑร์ ะดับ 2 ขึ้นไป จานวน คน - นักเรยี นไมผ่ ่านเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/3 นักเรยี น คน เขียนแสดงการแก้สมการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ความรู้เรื่อง ฟังก์ชันกาลัง สองและกราฟได้ - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ระดบั 2 ขึ้นไป จานวน คน - นกั เรยี นไมผ่ ่านเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ชัน้ ม.5/4 นกั เรยี น คน เขียนแสดงการแก้สมการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ความรู้เรื่อง ฟังก์ชันกาลัง สองและกราฟได้ - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ระดบั 2 ขึน้ ไป จานวน คน - นกั เรียนไม่ผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/5 นกั เรยี น คน เขียนแสดงการแก้สมการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ความรู้เรื่อง ฟังก์ชันกาลัง สองและกราฟได้ - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรียนไมผ่ ่านเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน ด้านทกั ษะกระบวนการ นกั เรยี นผ่านเกณฑ์การประเมินในแตล่ ะดา้ น ดงั นี้ ช้ัน ม.5/1 ทักษะการแก้ไขปัญหา - นกั เรยี นผ่านเกณฑด์ มี าก (ระดับ 4) จานวน คน คน - นกั เรยี นผ่านเกณฑด์ ี (ระดบั 3) จานวน
- นกั เรียนผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) จานวน คน จานวน คน - นกั เรยี นต้องปรบั ปรงุ (ระดบั 1) จานวน คน ทักษะการเชอ่ื มโยงทางคณิตศาสตร์ จานวน คน จานวน คน - นักเรยี นผา่ นเกณฑด์ มี าก (ระดับ 4) จานวน คน - นักเรยี นผ่านเกณฑด์ ี (ระดบั 3) จานวน คน จานวน คน - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) จานวน คน จานวน คน - นักเรยี นต้องปรับปรุง (ระดบั 1) จานวน คน ชน้ั ม.5/2 จานวน คน จานวน คน ทักษะการแก้ไขปัญหา จานวน คน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑด์ ีมาก (ระดับ 4) จานวน คน จานวน คน - นักเรยี นผ่านเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน คน จานวน คน - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นกั เรียนต้องปรบั ปรงุ (ระดบั 1) จานวน คน จานวน คน ทกั ษะการเช่อื มโยงทางคณติ ศาสตร์ จานวน คน - นักเรียนผา่ นเกณฑ์ดมี าก (ระดับ 4) จานวน คน จานวน คน - นกั เรียนผา่ นเกณฑด์ ี (ระดบั 3) จานวน คน จานวน คน - นักเรียนผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) - นักเรยี นตอ้ งปรับปรุง (ระดบั 1) ชน้ั ม.5/3 ทกั ษะการแก้ไขปญั หา - นักเรยี นผ่านเกณฑด์ มี าก (ระดบั 4) - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ดี (ระดับ 3) - นกั เรยี นผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) - นักเรียนตอ้ งปรับปรงุ (ระดบั 1) ทกั ษะการเชือ่ มโยงทางคณติ ศาสตร์ - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ดมี าก (ระดบั 4) - นกั เรยี นผา่ นเกณฑด์ ี (ระดับ 3) - นักเรียนผา่ นเกณฑ์พอใช้ (ระดบั 2) - นกั เรยี นต้องปรับปรงุ (ระดับ 1) ชนั้ ม.5/4 ทักษะการแกไ้ ขปญั หา - นักเรียนผ่านเกณฑด์ ีมาก (ระดับ 4) - นักเรยี นผ่านเกณฑด์ ี (ระดับ 3) - นักเรียนผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) - นักเรียนตอ้ งปรับปรงุ (ระดับ 1)
ทกั ษะการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ดีมาก (ระดบั 4) จานวน คน คน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑด์ ี (ระดบั 3) จานวน คน คน - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) จานวน คน - นักเรยี นตอ้ งปรับปรงุ (ระดับ 1) จานวน คน คน ชั้น ม.5/5 คน ทกั ษะการแก้ไขปัญหา คน คน - นกั เรียนผา่ นเกณฑด์ มี าก (ระดับ 4) จานวน คน คน - นักเรียนผา่ นเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน คน - นักเรยี นผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) จานวน คน คน - นักเรยี นตอ้ งปรบั ปรุง (ระดับ 1) จานวน คน ทักษะการเชอ่ื มโยงทางคณิตศาสตร์ คน คน - นกั เรียนผ่านเกณฑ์ดมี าก (ระดบั 4) จานวน คน คน - นกั เรียนผา่ นเกณฑด์ ี (ระดบั 3) จานวน คน - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์พอใช้ (ระดบั 2) จานวน คน คน - นกั เรยี นต้องปรบั ปรุง (ระดับ 1) จานวน คน ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ นักเรยี นผ่านเกณฑ์การประเมินในแตล่ ะดา้ น ดังน้ี ชั้น ม.5/1 ความรบั ผดิ ชอบในการทางาน - นักเรียนผ่านเกณฑด์ ีมาก (ระดบั 4) จานวน - นกั เรียนผา่ นเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน - นกั เรียนผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดบั 2) จานวน - นกั เรียนต้องปรบั ปรุง (ระดับ 1) จานวน ช้นั ม.5/2 ความรับผดิ ชอบในการทางาน - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ดมี าก (ระดบั 4) จานวน - นักเรยี นผา่ นเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน - นกั เรยี นผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) จานวน - นกั เรยี นต้องปรับปรงุ (ระดบั 1) จานวน ชั้น ม.5/3 ความรบั ผดิ ชอบในการทางาน - นักเรียนผ่านเกณฑด์ ีมาก (ระดบั 4) จานวน - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ดี (ระดบั 3) จานวน - นักเรียนผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดบั 2) จานวน - นักเรยี นตอ้ งปรับปรุง (ระดบั 1) จานวน
ชน้ั ม.5/4 ความรับผิดชอบในการทางาน - นักเรียนผา่ นเกณฑด์ ีมาก (ระดบั 4) จานวน คน - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน คน - นักเรียนผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นกั เรยี นต้องปรับปรงุ (ระดบั 1) จานวน คน ชั้น ม.5/5 ความรบั ผิดชอบในการทางาน - นกั เรียนผ่านเกณฑด์ ีมาก (ระดับ 4) จานวน คน - นกั เรียนผา่ นเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน คน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) จานวน คน - นักเรยี นตอ้ งปรับปรงุ (ระดับ 1) จานวน คน แนวทางการแกไ้ ขปญั หาเพือ่ ปรบั ปรงุ ชน้ั ม.5/1 1. นกั เรยี นท่ีได้คะแนนอยู่ในระดบั ท่ี 2, 3 และ 4 ได้จากกจิ กรรมสอนเสรมิ โดย ให้ทาแบบฝึกหดั เพมิ่ เตมิ เป็นการบ้าน 2. นกั เรยี นท่ไี ด้คะแนนอยูใ่ นระดับท่ี 1 ไดจ้ ากกิจกรรมสอนซ่อม โดย ให้ทาแบบฝกึ หดั เพม่ิ เติม เป็นการบ้าน 3. ดา้ นทักษะกระบวนการ นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรบั ปรุง) ครูไดอ้ ธบิ ายและชแ้ี จงเกณฑ์ ใหน้ กั เรียนทราบเปน็ รายบุคคลวา่ นกั เรยี นจะต้องแกไ้ ขและทาอย่างไรบ้างตามเกณฑ์ท้ายแผนการจัดการเรียนรู้ ในดา้ นทกั ษะการเชอื่ มโยงทางคณิตศาสตร์ และการคิดวเิ คราะห์ 4. ด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ นักเรียนผา่ นเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรับปรุง) ครไู ด้อธบิ ายและชแี้ จงเกณฑ์ ให้นกั เรียนทราบเปน็ รายบุคคลวา่ นักเรยี นจะต้องแก้ไขและทาอยา่ งไรบ้างตามเกณฑท์ ้ายแผนการจัดการเรยี นรู้ ในด้านการทางานเป็นระบบ ความรับผิดชอบในการทางาน ช้นั ม.5/2 1. นกั เรียนที่ได้คะแนนอยู่ในระดับที่ 2, 3 และ 4 ไดจ้ ากกจิ กรรมสอนเสริมโดย ใหท้ าแบบฝกึ หัดเพมิ่ เติม เปน็ การบ้าน 2. นกั เรยี นทไี่ ด้คะแนนอยใู่ นระดบั ที่ 1 ได้จากกิจกรรมสอนซอ่ ม โดย ให้ทาแบบฝกึ หัดเพมิ่ เติม เป็นการบา้ น
3. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ 1 (ต้องปรบั ปรงุ ) ครไู ดอ้ ธบิ ายและชแี้ จงเกณฑ์ ใหน้ ักเรยี นทราบเปน็ รายบคุ คลว่า นกั เรียนจะตอ้ งแกไ้ ขและทาอย่างไรบา้ งตามเกณฑ์ท้ายแผนการจัดการเรียนรู้ ในด้านทกั ษะการเชอ่ื มโยงทางคณิตศาสตร์ และการคิดวเิ คราะห์ 4. ด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ นักเรียนผ่านเกณฑ์ 1 (ต้องปรับปรุง) ครไู ด้อธบิ ายและชแี้ จงเกณฑ์ ใหน้ ักเรียนทราบเปน็ รายบุคคลวา่ นกั เรยี นจะตอ้ งแก้ไขและทาอย่างไรบ้างตามเกณฑท์ า้ ยแผนการจัดการเรยี นรู้ ในดา้ นการทางานเป็นระบบ ความรับผิดชอบในการทางาน ชัน้ ม.5/3 1. นักเรียนทไี่ ดค้ ะแนนอยู่ในระดบั ที่ 2, 3 และ 4 ได้จากกิจกรรมสอนเสริมโดย ใหท้ าแบบฝกึ หดั เพิ่มเติม เป็นการบา้ น 2. นกั เรียนทไ่ี ด้คะแนนอยูใ่ นระดบั ท่ี 1 ได้จากกิจกรรมสอนซอ่ ม โดย ให้ทาแบบฝึกหัดเพ่มิ เตมิ เป็นการบ้าน 3. ด้านทักษะกระบวนการ นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรับปรงุ ) ครไู ด้อธบิ ายและชแี้ จงเกณฑ์ ใหน้ กั เรียนทราบเป็นรายบคุ คลว่า นักเรยี นจะตอ้ งแกไ้ ขและทาอย่างไรบ้างตามเกณฑท์ า้ ยแผนการจัดการเรยี นรู้ ในด้านทักษะการเชือ่ มโยงทางคณิตศาสตร์ และการคิดวิเคราะห์ 4. ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ 1 (ต้องปรับปรุง) ครูได้อธบิ ายและช้ีแจงเกณฑ์ ให้นกั เรยี นทราบเปน็ รายบุคคลว่า นักเรียนจะตอ้ งแก้ไขและทาอยา่ งไรบา้ งตามเกณฑท์ า้ ยแผนการจัดการเรียนรู้ ในด้านการทางานเปน็ ระบบ ความรบั ผิดชอบในการทางาน ชั้น ม.5/4 1. นกั เรยี นที่ไดค้ ะแนนอยู่ในระดบั ที่ 2, 3 และ 4 ไดจ้ ากกจิ กรรมสอนเสรมิ โดย ให้ทาแบบฝึกหดั เพม่ิ เติม เปน็ การบ้าน 2. นักเรียนทไ่ี ด้คะแนนอยู่ในระดับท่ี 1 ไดจ้ ากกจิ กรรมสอนซอ่ ม โดย ใหท้ าแบบฝึกหัดเพ่ิมเติม เปน็ การบ้าน 3. ดา้ นทักษะกระบวนการ นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรบั ปรุง) ครไู ดอ้ ธบิ ายและชแี้ จงเกณฑ์ ใหน้ กั เรยี นทราบเปน็ รายบคุ คลวา่ นกั เรยี นจะตอ้ งแก้ไขและทาอย่างไรบ้างตามเกณฑท์ ้ายแผนการจัดการเรียนรู้ ในดา้ นทักษะการเช่ือมโยงทางคณติ ศาสตร์ และการคดิ วเิ คราะห์ 4. ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ นักเรยี นผ่านเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรับปรงุ ) ครูได้อธิบายและชแ้ี จงเกณฑ์ ให้นักเรยี นทราบเปน็ รายบุคคลวา่ นักเรียนจะต้องแก้ไขและทาอยา่ งไรบ้างตามเกณฑ์ท้ายแผนการจัดการเรยี นรู้ ในด้านการทางานเปน็ ระบบ ความรับผิดชอบในการทางาน
ชั้น ม.5/5 1. นกั เรยี นท่ไี ด้คะแนนอยู่ในระดบั ที่ 2, 3 และ 4 ไดจ้ ากกจิ กรรมสอนเสรมิ โดย ใหท้ าแบบฝกึ หัดเพ่มิ เติม เป็นการบา้ น 2. นกั เรียนท่ีได้คะแนนอยูใ่ นระดับที่ 1 ไดจ้ ากกิจกรรมสอนซอ่ ม โดย ให้ทาแบบฝกึ หดั เพม่ิ เติม เป็นการบ้าน 3. ดา้ นทักษะกระบวนการ นักเรยี นผ่านเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรบั ปรงุ ) ครไู ด้อธิบายและชแี้ จงเกณฑ์ ให้นกั เรียนทราบเปน็ รายบุคคลว่า นักเรยี นจะต้องแก้ไขและทาอย่างไรบ้างตามเกณฑท์ ้ายแผนการจัดการเรยี นรู้ ในด้านทักษะการเชื่อมโยงทางคณติ ศาสตร์ และการคิดวเิ คราะห์ 4. ด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ 1 (ต้องปรับปรุง) ครูไดอ้ ธิบายและชีแ้ จงเกณฑ์ ใหน้ กั เรยี นทราบเปน็ รายบุคคลวา่ นกั เรยี นจะตอ้ งแก้ไขและทาอยา่ งไรบา้ งตามเกณฑ์ทา้ ยแผนการจัดการเรยี นรู้ ในด้านการทางานเป็นระบบ ความรับผิดชอบในการทางาน ผลการพัฒนา พบว่านกั เรยี นที่ได้ระดบั 1 จานวน คน จาก ค น ส า ม า ร ถ อ ธิ บ า ย ขั้นตอนของการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ความรู้ เรื่องฟังก์ชันกาลังสองและกราฟได้และได้ผลการเรียนรู้อยู่ในระดับ 2 สว่ นอกี คน ยังต้องปรับปรงุ แกไ้ ขต่อไปซึ่งผสู้ อนได้แนะนาให้ และปรบั ปรุงงานอกี คร้ัง พบวา่ นักเรยี นทไ่ี ดร้ ะดับ 2 จานวน คน จาก คน สามารถอธิบายขั้นตอน ของการแกโ้ จทย์ปัญหาโดยใช้ความรู้ เร่อื งฟงั ก์ชนั กาลังสองและกราฟได้ซึ่งผสู้ อนไดแ้ นะนาให้ พบว่านกั เรียนทีไ่ ด้ระดับ 3 จานวน คน จาก คน สามารถอธิบายข้ันตอน ของการแกโ้ จทย์ปญั หาโดยใช้ความรู้ เรอ่ื งฟงั ก์ชันกาลังสองและกราฟได้อยา่ งถูกต้อง ซ่ึงผู้สอนไดแ้ นะนาให้ พบว่านกั เรียนที่ไดร้ ะดับ 4 จานวน คน จาก คน สามารถอธิบายขั้นตอน ของการแกโ้ จทย์ปัญหาโดยใชค้ วามรู้ เร่ืองฟงั กช์ นั กาลังสองและกราฟได้อยา่ งถกู ตอ้ ง ซง่ึ ผสู้ อนได้แนะนาให้ พบว่านักเรียนท่ีได้ระดบั 1 จานวน คน จาก คน สามารถ น าความรู้ เรือ่ ง ฟงั กช์ นั กาลงั สองและกราฟมาแก้โจทย์ปญั หาได้และไดผ้ ลการเรียนรู้อยู่ในระดบั 2 ส่วนอีก ค น ยั ง ต้องปรบั ปรงุ แก้ไขต่อไปซ่ึงผสู้ อนได้แนะนาให้ และปรบั ปรุงงานอกี คร้ัง พบว่านักเรียนท่ีไดร้ ะดบั 2 จานวน คน จาก คน สามารถนาความรู้ เรื่อง ฟงั กช์ ันกาลงั สองและกราฟมาแกโ้ จทยป์ ัญหาได้ซ่งึ ผู้สอนได้แนะนาให้ พบวา่ นกั เรียนทีไ่ ด้ระดับ 3 จานวน คน จาก คน สามารถนาความรู้ เรอื่ ง ฟังก์ชันกาลังสองและกราฟมาแกโ้ จทย์ปัญหาได้ผ้สู อนไดแ้ นะนาให้ พบว่านักเรียนท่ีไดร้ ะดับ 4 จานวน คน จาก คน สามารถนาความรู้ เร่ือง ฟังกช์ นั กาลังสองและกราฟมาแก้โจทย์ปัญหาได้ซง่ึ ผูส้ อนไดแ้ นะนาให้
พบว่านกั เรยี นท่ีไดร้ ะดบั 1 จานวน คน จาก คน สามารถเขียนแสดง การแก้สมการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ความรู้เร่ือง ฟังก์ชันกาลังสองและกราฟได้และได้ผลการเรียนรู้อยู่ในระดับ 2 ส่วนอกี คน ยังตอ้ งปรับปรุงแก้ไขต่อไปซ่ึงผสู้ อนได้แนะนาให้ และ ปรบั ปรุงงานอีกครง้ั พบว่านกั เรยี นทไ่ี ด้ระดับ 2 จานวน คน จาก คน สามารถเขยี นแสดงการ แก้สมการแกโ้ จทยป์ ญั หาโดยใช้ความรเู้ รื่อง ฟงั ก์ชันกาลังสองและกราฟไดซ้ ่ึงผสู้ อนได้แนะนาให้ พบวา่ นักเรยี นที่ไดร้ ะดบั 3 จานวน คน จาก คน สามารถเขยี นแสดงการ แก้สมการแก้โจทยป์ ญั หาโดยใชค้ วามรู้เรือ่ ง ฟังกช์ ันกาลังสองและกราฟไดผ้ สู้ อนได้แนะนาให้ พบวา่ นกั เรียนท่ีได้ระดบั 4 จานวน คน จาก คน สามารถเขียนแสดงการ แก้สมการแก้โจทย์ปญั หาโดยใชค้ วามรู้เรือ่ ง ฟงั กช์ นั กาลังสองและกราฟไดซ้ ง่ึ ผู้สอนได้แนะนาให้ ลงชอ่ื (นางสาวปวริศา ก๋าวงควิน) ผู้สอน
ชว่ั โมง/คาบที่ 21-22 เร่ือง การแก้ปัญหาโดยใช้ความรเู้ รื่อง ฟังก์ชนั กาลังสองและกราฟ จดั การเรยี นรู้แบบ รว่ มมอื เทคนคิ (Team Assisted Individualization : TAI) 1. นักเรียนแบ่งกลุ่มละ 2 – 3 คน โดยจดั ใหค้ ละความสามารถ คนที่ 1 ทาหน้าท่ตี รวจคาตอบของคนท่ี 2 คนที่ 2 ทาหน้าท่ีตรวจคาตอบของคนท่ี 1 2. ครูแจ้งจุดประสงคก์ ารเรียนรใู้ หน้ ักเรยี นรู้วา่ เม่ือจบชว่ั โมงน้แี ล้วนักเรียนตอ้ งสามารถ (ใช้เวลา 5 นาที) 1) อธิบายข้นั ตอนของการแกโ้ จทย์ปัญหาโดยใช้ความรู้ เร่ืองฟังก์ชนั กาลงั สองและกราฟได้ 2) นาความรู้ เรอ่ื ง ฟงั กช์ นั กาลงั สองและกราฟมาแก้โจทย์ปญั หาได้ 3) เขียนแสดงการแก้สมการแกโ้ จทย์ปัญหาโดยใช้ความรู้เร่อื ง ฟงั ก์ชนั กาลังสองและกราฟได้ 4) มคี วามรับผิดชอบตอ่ งานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย 5) มีความสามารถในการแกป้ ัญหา 6) สามารถเชอ่ื มโยงความรู้ทางคณิตศาสตรก์ ับศาสตร์อน่ื และนาใช้ในชวี ติ จริงได้ 3. ทบทวนความรู้ เน้อื หาในชั่วโมงทผี่ ่านมา โดยถาม-ตอบระหว่างครูกับนักเรียน (ใช้เวลา 5 นาที) ฟงั กช์ ันกาลังสอง (quadratic function) คือ ฟงั ก์ชันท่ีอยู่ในรูป f (x) ax2 bx c เมอ่ื a,b และ c เปน็ จานวนจริง ๆ และ a 0 ลักษณะของกราฟของฟังก์ชนั กาลังสองขึน้ อย่กู ับ a,b และ c โดยท่ี a เปน็ จานวน จรงิ บวกหรอื จานวนจรงิ ลบ จะทาใหไ้ ด้กราฟเปน็ เส้นโคง้ หงายขึ้นหรอื คว่าลง ตามลาดบั ดงั รปู ที่ 1 และ 2 f (x) ax2 bx c เม่อื a 0 f (x) ax2 bx c เมื่อ a 0 รปู ท่ี 1 รูปท่ี 2 จากรูปที่ 1 และ 2 จะเห็นว่า ถ้า a 0 กราฟเป็นเสน้ โค้งหงายขน้ึ ถ้า a 0 กราฟเปน็ เสน้ โค้งคว่าลง กราฟของฟงั กช์ นั กาลงั สองมีช่อื เรยี กวา่ พาราโบลา (Parabola) จุดยอด (Vertex) ของพาราโบลา คือ จุดสงู สุดหรอื ต่าสดุ ของพาราโบลา ในกรณีทฟ่ี งั ก์ชนั กาลังสองเขยี นอยูใ่ นรปู f (x) ax2 bx c เมือ่ a 0 การหาจุดสูงสดุ หรือจดุ ต่าสุดของ กราฟทาไดโ้ ดยจดั รปู สมการใหอ้ ยใู่ นรปู ของ f (x) ax h2 k โดยอาศัยการจัดบางสว่ นของสมการใหอ้ ยู่ใน รปู กาลงั สองสมบูรณ์ เพือ่ ใหห้ าจดุ ยอกของกราฟหรือจดุ (h,k) ไดง้ ่ายข้นึ
4. ครสู นทนากับนกั เรียนเก่ยี วกบั ฟังกช์ ันกาลังสอง (ใช้เวลา 5 นาที) โดยรว่ มกนั เฉลยการบา้ น แบบฝึกหดั 2.3 ขอ้ ท่ี 4 ใหญ่ ในหนงั สอื เรียนหน้าท่ี 77 อย่างละเอยี ดสาหรับทกุ ข้อ 5. ครูให้นักเรียนศึกษาโจทย์ปัญหา กลุ่มละโจทย์ และมีการแลกเปลี่ยนความรู้กันในกลุ่มและส่งตัวแทนออกมา นาเสนอหน้าช้นั เรียน พรอ้ งทงั้ ครชู ว่ ยอภบิ ายเพ่ิมเตมิ (ใชเ้ วลา 30 นาท)ี 6. ใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลุ่มทาแบบฝกึ หัด 2.3 เรือ่ ง ฟงั กช์ นั กาลังสอง ข้อ 5 ใหญ่ ข้อคู่ หน้า 77 ในหนังสือเรยี น ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 กาหนดเวลา ให้ 30 นาทแี ล้วแลกกบั เพอื่ นในกล่มุ ตรวจคาตอบ (ใช้เวลา 40 นาท)ี 7. ครถู ามนกั เรียนเก่ียวกับความรู้ท่ีได้รับในวนั น้ี พรอ้ มทง้ั ครูอธบิ ายเพิม่ เตมิ ให้สมบรู ณ์ (ใช้เวลา 15 นาท)ี ฟังก์ชนั กาลังสอง (quadratic function) คอื ฟังกช์ นั ทีอ่ ย่ใู นรูป f (x) ax2 bx c เมอื่ a,b และ c เป็นจานวนจรงิ ๆ และ a 0 ลักษณะของกราฟของฟงั ก์ชนั กาลังสองขึน้ อยู่กบั a,b และ c โดยท่ี a เป็นจานวน จริงบวกหรอื จานวนจรงิ ลบ จะทาใหไ้ ดก้ ราฟเป็นเส้นโค้งหงายขึ้นหรอื คว่าลง ตามลาดบั ดังรูปที่ 1 และ 2 f (x) ax2 bx c เมอ่ื a 0 f (x) ax2 bx c เม่อื a 0 รูปที่ 1 รปู ที่ 2 จากรูปท่ี 1 และ 2 จะเห็นว่า ถา้ a 0 กราฟเป็นเสน้ โค้งหงายขน้ึ ถ้า a 0 กราฟเป็นเส้นโค้งควา่ ลง กราฟของฟังกช์ ันกาลังสองมชี ือ่ เรียกว่า พาราโบลา (Parabola) จดุ ยอด (Vertex) ของพาราโบลา คอื จุดสงู สดุ หรอื ตา่ สดุ ของพาราโบลา ในกรณที ่ีฟังกช์ นั กาลังสองเขยี นอยูใ่ นรปู f (x) ax2 bx c เม่ือ a 0 การหาจดุ สูงสุดหรอื จดุ ต่าสุด ของกราฟทาไดโ้ ดยจดั รปู สมการให้อยใู่ นรปู ของ f (x) ax h2 k โดยอาศัยการจัดบางสว่ นของสมการใหอ้ ยู่ ในรปู กาลงั สองสมบูรณ์ เพ่ือให้หาจุดยอกของกราฟหรือจดุ (h,k) ได้งา่ ยขึ้น 8. ให้นักเรียนแต่ละคนทาแบบฝึกหัด 2.3 เร่ือง ฟังก์ชันกาลังสอง ข้อ 5 ใหญ่ ข้อคี่ หน้า 77 ในหนังสือเรียน ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 5 เปน็ รายบคุ คล สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสอื เรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 2. โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad
การวดั ผลและประเมินผล การวดั ผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวัด เครอื่ งมือ 1.อธิบายข้นั ตอนของการแก้โจทยป์ ญั หา ตรวจคาตอบของแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หัด โดยใช้ความรู้ เรื่องฟงั ก์ชนั กาลังสองและ กราฟได้ 2. นาความรู้ เรอื่ ง ฟังก์ชนั กาลงั สองและ - ตรวจคาตอบของแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หดั กราฟมาแก้โจทย์ปญั หาได้ 3. เขียนแสดงการแก้สมการแกโ้ จทย์ - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหดั ปญั หาโดยใช้ความรเู้ รือ่ ง ฟังกช์ ันกาลัง สองและกราฟได้ 4. มคี วามรอบคอบในการทางาน - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหดั 5. มคี วามรับผิดชอบต่องานท่ีได้รับ - ตรวจคาตอบของแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หัด มอบหมาย 6. มีความรับผิดชอบตอ่ งานท่ไี ด้รับ - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกต มอบหมาย พฤตกิ รรม 7. มคี วามสามารถในการแก้ปญั หา - ตรวจคาตอบของแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หัด - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกต พฤติกรรม 8. สามารถเชือ่ มโยงความรทู้ าง - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกต คณติ ศาสตร์กบั ศาสตรอ์ ่ืน และนาใช้ใน พฤติกรรม ชวี ติ จรงิ ได้ เกณฑ์การประเมนิ ผล (รูบริกส)์ ประเดน็ การ (4) ระดับคณุ ภาพ (1) ประเมิน ดีมาก (3) (2) ปรบั ปรงุ ดี กาลังพฒั นา แบบฝึกหัด ทาไดอ้ ย่าง ทาได้อย่างถูกตอ้ ง ทาได้อยา่ งถูกต้อง ทาได้อยา่ งถกู ตอ้ ง ถกู ตอ้ งร้อยละ ร้อยละ 70-79 รอ้ ยละ 40-69 ตา่ กวา่ รอ้ ยละ 40 80 ข้นึ ไป มคี วามรับผดิ ชอบ ทางานเสร็จและ ทางานเสร็จและส่ง ทางานเสรจ็ แต่ส่งช้า ทางานไมเ่ สร็จ ต่องานทีไ่ ดร้ บั ส่งตรงเวลา ตรงเวลา ทาไมถ่ ูกต้อง สง่ ไมต่ รงเวลา มอบหมายให้ได้ ทาถูกต้อง ทาถกู ต้อง และไมม่ ีความ ทาไม่ถูกตอ้ ง และ ละเอยี ด ละเอยี ด ละเอยี ดในการ ไมม่ ีความละเอียด ทางาน ในการทางาน
ประเด็นการ (4) ระดบั คุณภาพ (1) ประเมนิ ดมี าก (3) (2) ปรับปรุง ดี กาลงั พัฒนา มคี วามรอบคอบ มกี ารวางแผน มกี ารวางแผน มกี ารวางแผน ไม่มีการวางแผน ในการทางาน การดาเนินการ การดาเนนิ การ การดาเนินการอยา่ ง การดาเนินการอยา่ ง อย่างครบทกุ อย่างถูกตอ้ ง ไม่ครบทกุ ขน้ั ตอน ไม่มขี ้นั ตอน มีความ ขน้ั ตอน และ แตไ่ มค่ รบถ้วน ผิดพลาดตอ้ งแกไ้ ข ถกู ต้อง เกณฑก์ ารตัดสนิ - รายบุคคล นักเรียนมีผลการเรยี นรู้ไมต่ ่ากว่าระดับ 2 จึงถือว่าผ่าน - รายกลุม่ รอ้ ยละ....75....ของจานวนนักเรยี นทัง้ หมดมีผลการเรียนรูไ้ มต่ า่ กว่าระดบั 2 ขอ้ เสนอแนะ ใช้สอนได้ ควรปรบั ปรงุ ลงชอ่ื ( นางสาวปวริศา กา๋ วงค์วิน ) หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ วนั ท่ี........เดือน..............พ.ศ............
การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 1. ครผู สู้ อนใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในขน้ั เตรียมการสอน/จัดการเรียนรู้ ดังนี้ หลักพอเพยี ง ความพอประมาณ เหตุผล มภี ูมคิ มุ้ กันในตัวทดี่ ี ประเดน็ เวลา เวลาท่ีใช้ในการจัดกิจกรรม เวลาท่ีใชใ้ นการจัดกิจกรรมการ ขั้นนาเขา้ สู่บทเรียน 15 การเรยี นรู้ท้ังหมดในแผนการ เรียนรู้ ดงั น้ี ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรียน ใช้ นาที นกั เรียนจะได้ นี้ 2 ช่ัวโมง ความเหมาะสม เวลา 15 นาที ชแี้ จ้งจดุ ประสงค์ ทบทวนความรพู้ ้ืนฐาน คือ ลายละเอยี ดในการเรยี น 5 นาที และเปน็ การเตรียม ขน้ั นาเข้าสบู่ ทเรยี น 15 นาที ทบทวนความรเู้ ดิมเพื่อเชอื่ มโยงกับ ความรูใ้ นการเรยี น ขั้นสอน 70 นาที เรียนท่ีจะเรยี น 10 นาที ขั้นสอน ขน้ั สอน 70 นาที ข้นั สรุป 15 นาที 70 นาที เร่ิมดว้ ยการสนทนากบั นักเรียนสามารถ นกั เรยี นเกย่ี วกับเรื่องทจ่ี ะเรยี นและ วเิ คราะห์ แก้ปญั หาอืน่ เรือ่ งท่ีต้องนามาเชอื่ มโยงในการหา ๆ ได้ ขนั้ สรปุ 15 นาที คาตอบ 10 นาที อธบิ ายตวั อย่างให้ นักเรยี นจะได้รับความรู้ นักเรียนอย่างละเอยี ดชัดเจน 20 ท่ีคงทนและถูกหลักของ นาที แล้วใหน้ กั เรยี นทาแบบฝกึ หัด คณิตศาสตร์ โดยมคี รคู วบคุมดแู ลให้คาปรกึ ษา 40 นาที ขัน้ สรุป 15 นาทใี ห้นกั เรียนรว่ มกัน สรุปโดยมคี รูเสริมความรูท้ ่ขี าดหา และใหช้ ัดเจนมาขน้ึ เน้อื หา 1.มีความเหมาะสมกับ เพราะหลักสตู รแกนกลางการศึกษา การเรยี นเรอ่ื งฟงั กช์ นั ให้ นกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ขั้นพนื้ ฐานกาหนดไว้ในสาระท่ี 1 ถกู ต้องตามหลกั ทาให้ 2.มคี วามเหมาะสมกบั ความรู้ จานวนและพีชคณติ นกั เรยี นสามารถ พื้นฐานของนกั เรยี น ตวั ช้ีวดั ค 1.2 ม.5/1 นาไปใช้ในการดาเนิน 3.มีความเหมาะสมกับเวลา ชีวิตประจาวนั สื่อ/อุปกรณ์ มีความเหมาะสมกบั ชว่ งวัย การใหน้ กั เรยี นไดเ้ รยี นรจู้ าก - นักเรยี นสามารถ - กจิ กรรม ความต้องการความสามารถ ตวั อยา่ งทาใหน้ ักเรยี นได้เห็นภาพ วิเคราะห์โจทย์ปัญหา - แบบฝกึ หดั และเรอื่ งทีเ่ รยี นของนกั เรียน ชดั เจน เขา้ ใจมากขน้ึ ได้ทาด้วย จากการเรียนและปญั หา ในระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 ตนเอง อ่นื ได้ ความร้ทู คี่ รู ครมู ีความรเู้ ก่ียวกบั หลกั สตู ร เนอื้ หาสาระและกิจกรรมการเรียนการสอน จาเป็นต้องมี ครูมคี วามรใู้ นการวิเคราะห์นักเรียน และรศู้ ักยภาพของนกั เรียน ครมู คี วามร้ใู นเร่อื งฟังกช์ ัน ครมู คี วามรู้ในเรื่องการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
หลกั พอเพยี ง ความพอประมาณ เหตผุ ล มภี มู ิคมุ้ กันในตัวท่ีดี ประเด็น ครมู คี วามร้ใู นเรื่องการวัดและประเมนิ ผล คุณธรรมของครู มคี วามขยัน รับผิดชอบในการสอน มีความเสยี สละ ไม่ปิดบังความรู้ มคี วามเมตตาและปรารถนาดีต่อศิษย์ มีความต้ังใจในการผลิตส่ือการเรียนรใู้ ห้นา่ สนใจ มีความเพียงพยายามทจี่ ะมงุ่ มน่ั ให้นักเรยี นมีความรู้ มีความอดทนในสอน แนะนา ตรวจแก้ไขผลงานของนักเรยี น - นกั เรยี นจะได้เรียนรทู้ จ่ี ะอยอู่ ย่างพอเพียงจากกจิ กรรมการเรียนรู้ ดังต่อไปน้ี ผเู้ รียนไดเ้ รียนร้หู ลักคิด และฝึกปฏิบตั ิตาม 3 หว่ ง 2 เงอื่ นไข ดังน้ี ความพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมคิ ุ้มกนั ในตวั ทีด่ ี 1.นักเรียนรจู้ ักบริหารเวลาในการศกึ ษา 1.นักเรียนมีเหตผุ ลในการ 1.นกั เรยี นนาความรูเ้ รือ่ งฟังก์ชันไป ความรู้ ทากจิ กรรมจากใบงาน หาคาตอบของฟงั ก์ชันได้ ช่วยในการโจทยป์ ญั หาอืน่ ได้ แบบฝึกหัด การทากิจกรรมกลมุ่ 2. นักเรียนวเิ คราะห์และ 2. นักเรียนนาความรู้ทีไ่ ดร้ บั จาก 2.นักเรียนทากิจกรรมได้เต็มศักยภาพ หาคาตอบไดอ้ ย่างสมเหตุ การเรียนเรอ่ื งฟงั กช์ นั พ้นื ฐาน ของตนเอง สมผล เพ่อื ประกอบการตัดสนิ ใจในการทา 3.นักเรียนใช้วัสดุ อุปกรณ์ ในการทา กิจกรรม ได้โดยไม่เกดิ ปัจจัยเสย่ี ง กิจกรรมอย่างประหยัด ความรทู้ ่ตี อ้ งมกี อ่ นเรียน 1.ต้องมสี มาธิ มคี วามต้งั ใจ ในการเรยี น 2.ตอ้ งมคี วามรอบคอบในการทางาน 3.ตอ้ งมีมารยาทในการทางาน ไม่ส่งเสียงดงั ไมเ่ ล่นหรือไมล่ กุ จากท่ี นง่ั โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต 4. ต้องมีความรบั ผิดชอบในงานท่ีได้รบั มอบหมาย ส่งตรงตอ่ เวลา คณุ ธรรม 1.นกั เรยี นมคี วามซื่อสัตย์ สจุ ริตและตรงต่อเวลา 2. นกั เรียนมวี ินัยในตนเอง
- ผลลัพธท์ ่ีคาดวา่ จะเกดิ ข้ึนกับนกั เรยี น (อย่อู ย่างพอเพยี ง – สมดุลและพรอ้ มรับการเปล่ียนแปลงดา้ นต่าง ๆ) ด้านความรู้ (K) ด้านทักษะ กระบวนการ (P) ดา้ นคณุ ลักษณะ (A) 1. อธิบายข้นั ตอนของการแก้โจทย์ 1. สามารถเชอื่ มโยงความรทู้ าง 1. มคี วามรบั ผิดชอบต่องานท่ี ปัญหาโดยใช้ความรู้ เรื่องฟงั ก์ชัน คณติ ศาสตรก์ บั ศาสตรอ์ ืน่ และนา ไดร้ ับมอบหมาย กาลงั สองและกราฟได้ ใชใ้ นชวี ติ จรงิ ได้ 2. นาความรู้ เร่อื ง ฟงั ก์ชนั กาลงั 2. ใชค้ วามรู้ ทกั ษะ และ สองและกราฟมาแกโ้ จทยป์ ัญหาได้ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ใน 3. เขียนแสดงการแก้สมการแก้ การแกป้ ญั หาได้อย่างเหมาะสม โจทยป์ ัญหาโดยใช้ความร้เู รื่อง ฟังกช์ ันกาลงั สองและกราฟได้ บนั ทึกหลงั การจัดการเรยี นรู้ ชนั้ ม. 5/1 ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรยี นรู้ ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ความเหมาะสมของเวลาทใี่ ชใ้ นการทากิจกรรม ดี พอใช้ ปรับปรุง ความเหมาะสมของสอ่ื การเรยี นรู้ ดี พอใช้ ปรับปรุง ความเหมาะสมของเกณฑก์ ารประเมนิ ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ อ่นื ๆ สรปุ ผลการประเมนิ ผู้เรียน นักเรียนจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ มผี ลการเรยี นรู้ฯ อยใู่ นระดับ 1 นักเรยี นจานวน คน คดิ เปน็ ร้อยละ มผี ลการเรยี นรู้ฯ อย่ใู นระดบั 2 นกั เรยี นจานวน คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ มีผลการเรียนรูฯ้ อยใู่ นระดบั 3 นักเรียนจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ มีผลการเรยี นรฯู้ อยูใ่ นระดบั 4 สรปุ โดยภาพรวมมนี ักเรียนจานวน คน คดิ เป็นร้อยละ ที่ผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ขน้ึ ไป ซึ่งสูง (ตา่ ) กว่าเกณฑ์ทกี่ าหนดไวร้ ้อยละ มีนกั เรียนจานวน คน คิดเป็นร้อยละ ท่ีไมผ่ า่ นเกณฑ์ท่กี าหนด
ชนั้ ม. 5/2 ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรยี นรู้ ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเวลาที่ใชใ้ นการทากจิ กรรม ดี พอใช้ ปรับปรุง ความเหมาะสมของสื่อการเรียนรู้ ดี พอใช้ ปรับปรงุ ความเหมาะสมของเกณฑก์ ารประเมนิ ดี พอใช้ ปรับปรงุ อน่ื ๆ สรปุ ผลการประเมินผเู้ รยี น นักเรยี นจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มผี ลการเรียนรฯู้ อยู่ในระดบั 1 นกั เรียนจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มีผลการเรียนรู้ฯ อยู่ในระดับ 2 นักเรียนจานวน คน คิดเปน็ ร้อยละ มผี ลการเรยี นร้ฯู อยใู่ นระดับ 3 นักเรยี นจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มผี ลการเรียนร้ฯู อย่ใู นระดบั 4 สรปุ โดยภาพรวมมีนักเรยี นจานวน คน คดิ เปน็ ร้อยละ ที่ผ่านเกณฑ์ระดับ 2 ขนึ้ ไป ซึง่ สูง (ตา่ ) กวา่ เกณฑ์ที่กาหนดไวร้ ้อยละ มีนักเรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ทไี่ มผ่ า่ นเกณฑท์ ่ีกาหนด ชั้น ม. 5/3 ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรียนรู้ ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเวลาทใ่ี ชใ้ นการทากจิ กรรม ดี พอใช้ ปรับปรุง ความเหมาะสมของสอ่ื การเรียนรู้ ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเกณฑ์การประเมิน ดี พอใช้ ปรบั ปรุง อื่น ๆ สรุปผลการประเมินผเู้ รยี น นักเรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มผี ลการเรียนร้ฯู อย่ใู นระดบั 1 นักเรยี นจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ มผี ลการเรียนรฯู้ อยใู่ นระดับ 2 นกั เรยี นจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ มีผลการเรยี นรู้ฯ อยใู่ นระดบั 3 นักเรียนจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ มีผลการเรียนรูฯ้ อยู่ในระดบั 4
สรปุ โดยภาพรวมมนี ักเรยี นจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ท่ีผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ข้ึนไป ซ่ึงสูง (ต่า) กวา่ เกณฑ์ที่กาหนดไวร้ ้อยละ มนี กั เรยี นจานวน คน คิดเปน็ ร้อยละ ท่ไี ม่ผา่ นเกณฑ์ทีก่ าหนด ชัน้ ม. 5/4 ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรียนรู้ ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ความเหมาะสมของเวลาทใ่ี ชใ้ นการทากิจกรรม ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ความเหมาะสมของส่ือการเรียนรู้ ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเกณฑ์การประเมิน ดี พอใช้ ปรับปรุง อน่ื ๆ สรุปผลการประเมนิ ผเู้ รียน นักเรยี นจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ มผี ลการเรยี นรฯู้ อยใู่ นระดับ 1 นักเรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มผี ลการเรยี นรฯู้ อยใู่ นระดบั 2 นักเรยี นจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ มีผลการเรียนรูฯ้ อยใู่ นระดบั 3 นักเรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มีผลการเรยี นรฯู้ อยใู่ นระดบั 4 สรปุ โดยภาพรวมมีนักเรยี นจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ทผ่ี ่านเกณฑ์ระดบั 2 ขึ้นไป ซ่ึงสูง (ต่า) กว่าเกณฑ์ท่ีกาหนดไวร้ อ้ ยละ มีนกั เรียนจานวน คน คดิ เปน็ ร้อยละ ทีไ่ มผ่ า่ นเกณฑท์ กี่ าหนด ชั้น ม. 5/5 ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรยี นรู้ ดี พอใช้ ปรับปรุง ความเหมาะสมของเวลาทใ่ี ช้ในการทากิจกรรม ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของสื่อการเรียนรู้ ดี พอใช้ ปรับปรุง ความเหมาะสมของเกณฑ์การประเมนิ ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ อน่ื ๆ สรปุ ผลการประเมนิ ผู้เรยี น นกั เรียนจานวน คน คดิ เป็นร้อยละ มผี ลการเรยี นรู้ฯ อย่ใู นระดับ 1 นกั เรียนจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ มผี ลการเรียนร้ฯู อย่ใู นระดับ 2 นักเรยี นจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มผี ลการเรยี นรฯู้ อยใู่ นระดบั 3
นกั เรยี นจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ มีผลการเรียนรู้ฯ อยใู่ นระดบั 4 สรปุ โดยภาพรวมมนี กั เรยี นจานวน คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ทีผ่ า่ นเกณฑร์ ะดบั 2 ข้ึนไป ซึง่ สูง (ตา่ ) กว่าเกณฑ์ทีก่ าหนดไวร้ อ้ ยละ มนี กั เรยี นจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ทไี่ มผ่ า่ นเกณฑ์ทกี่ าหนด ข้อสังเกต/ค้นพบ จาการตรวจผลงานของนกั เรียนพบวา่ ชั้น ม.5/1 นกั เรียน คน อธิบายขน้ั ตอนของการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ความรู้ เรอ่ื งฟังกช์ ันกาลังสอง และกราฟได้ - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ระดับ 2 ขึ้นไป จานวน คน - นักเรยี นไม่ผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ช้ัน ม.5/2 นักเรียน คน อธิบายขั้นตอนของการแก้โจทยป์ ัญหาโดยใช้ความรู้ เร่อื งฟงั กช์ ันกาลังสอง และกราฟได้ - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ระดบั 2 ขึ้นไป จานวน คน - นกั เรยี นไม่ผา่ นเกณฑร์ ะดบั 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/3 นกั เรียน คน อธิบายขัน้ ตอนของการแก้โจทยป์ ัญหาโดยใช้ความรู้ เรื่องฟังก์ชันกาลังสอง และกราฟได้ - นกั เรยี นผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 ข้นึ ไป จานวน คน - นกั เรียนไมผ่ า่ นเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ชนั้ ม.5/4 นักเรียน คน อธิบายข้ันตอนของการแก้โจทยป์ ัญหาโดยใช้ความรู้ เร่อื งฟงั กช์ ันกาลังสอง และกราฟได้ - นักเรยี นผา่ นเกณฑร์ ะดับ 2 ข้นึ ไป จานวน คน - นักเรยี นไมผ่ า่ นเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ชั้น ม.5/5 นกั เรียน คน อธิบายข้นั ตอนของการแก้โจทยป์ ัญหาโดยใช้ความรู้ เร่ืองฟงั กช์ ันกาลังสอง และกราฟได้ - นกั เรยี นผา่ นเกณฑร์ ะดบั 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรียนไมผ่ ่านเกณฑร์ ะดบั 2 จานวน คน ช้นั ม.5/1 นักเรยี น คน นาความรู้ เร่ือง ฟังกช์ นั กาลงั สองและกราฟมาแกโ้ จทย์ปัญหาได้ - นักเรียนผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ขึ้นไป จานวน คน - นกั เรยี นไม่ผา่ นเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/2 นกั เรยี น คน นาความรู้ เร่อื ง ฟังกช์ ันกาลังสองและกราฟมาแกโ้ จทย์ปัญหาได้ - นกั เรยี นผา่ นเกณฑร์ ะดบั 2 ขึน้ ไป จานวน คน - นกั เรยี นไมผ่ ่านเกณฑร์ ะดบั 2 จานวน คน
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284