Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เล่มหน่วย+แผนที่ 2 เรื่อง ฟังก์ชัน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564

เล่มหน่วย+แผนที่ 2 เรื่อง ฟังก์ชัน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564

Published by pavarisa.1450, 2021-05-10 13:46:03

Description: เล่มหน่วย+แผนที่ 2 เรื่อง ฟังก์ชัน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564

Search

Read the Text Version

ชน้ั ม.5/3 นกั เรยี น คน นาความรู้ เรอ่ื ง ฟงั ก์ชันกาลงั สองและกราฟมาแก้โจทยป์ ัญหาได้ - นักเรียนผา่ นเกณฑ์ระดบั 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรยี นไมผ่ ่านเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน ชั้น ม.5/4 นักเรียน คน นาความรู้ เรอื่ ง ฟังก์ชนั กาลงั สองและกราฟมาแก้โจทยป์ ัญหาได้ - นักเรียนผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ขึ้นไป จานวน คน - นักเรียนไม่ผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน ชั้น ม.5/5 นกั เรยี น คน นาความรู้ เรือ่ ง ฟังก์ชนั กาลงั สองและกราฟมาแกโ้ จทยป์ ัญหาได้ - นักเรยี นผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรียนไม่ผ่านเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/1 นักเรียน คน เขียนแสดงการแก้สมการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ความรู้เร่ือง ฟังก์ชันกาลัง สองและกราฟได้ - นกั เรียนผ่านเกณฑ์ระดับ 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นักเรียนไมผ่ ่านเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ช้นั ม.5/2 นักเรียน คน เขียนแสดงการแก้สมการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ความรู้เร่ือง ฟังก์ชันกาลัง สองและกราฟได้ - นกั เรยี นผา่ นเกณฑร์ ะดับ 2 ข้ึนไป จานวน คน - นักเรยี นไมผ่ ่านเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/3 นักเรยี น คน เขียนแสดงการแก้สมการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ความรู้เร่ือง ฟังก์ชันกาลัง สองและกราฟได้ - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ระดบั 2 ขึ้นไป จานวน คน - นกั เรยี นไมผ่ ่านเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ชัน้ ม.5/4 นกั เรยี น คน เขียนแสดงการแก้สมการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ความรู้เรื่อง ฟังก์ชันกาลัง สองและกราฟได้ - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 ขึ้นไป จานวน คน - นกั เรียนไม่ผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/5 นกั เรยี น คน เขียนแสดงการแก้สมการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ความรู้เรื่อง ฟังก์ชันกาลัง สองและกราฟได้ - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ระดบั 2 ขึน้ ไป จานวน คน - นกั เรียนไมผ่ ่านเกณฑร์ ะดบั 2 จานวน คน ด้านทกั ษะกระบวนการ นักเรยี นผา่ นเกณฑ์การประเมินในแตล่ ะด้าน ดงั นี้ ช้ัน ม.5/1 ทักษะการแก้ไขปญั หา - นกั เรยี นผ่านเกณฑด์ ีมาก (ระดับ 4) จานวน คน คน - นกั เรยี นผ่านเกณฑด์ ี (ระดบั 3) จานวน

- นกั เรียนผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดบั 2) จานวน คน จานวน คน - นกั เรยี นตอ้ งปรับปรุง (ระดบั 1) จานวน คน ทักษะการเช่อื มโยงทางคณิตศาสตร์ จานวน คน จานวน คน - นักเรียนผ่านเกณฑ์ดมี าก (ระดบั 4) จานวน คน - นักเรียนผา่ นเกณฑด์ ี (ระดบั 3) จานวน คน จานวน คน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) จานวน คน จานวน คน - นกั เรยี นตอ้ งปรับปรุง (ระดบั 1) จานวน คน ชน้ั ม.5/2 จานวน คน จานวน คน ทักษะการแกไ้ ขปัญหา จานวน คน - นักเรยี นผา่ นเกณฑด์ ีมาก (ระดบั 4) จานวน คน จานวน คน - นักเรียนผา่ นเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน คน จานวน คน - นกั เรยี นผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) จานวน คน - นกั เรยี นต้องปรบั ปรงุ (ระดับ 1) จานวน คน จานวน คน ทกั ษะการเช่อื มโยงทางคณติ ศาสตร์ จานวน คน - นกั เรียนผา่ นเกณฑด์ มี าก (ระดบั 4) จานวน คน จานวน คน - นกั เรียนผ่านเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน คน จานวน คน - นักเรยี นผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) - นักเรยี นต้องปรบั ปรงุ (ระดบั 1) ชนั้ ม.5/3 ทักษะการแก้ไขปัญหา - นักเรียนผ่านเกณฑ์ดมี าก (ระดบั 4) - นกั เรียนผา่ นเกณฑด์ ี (ระดับ 3) - นักเรียนผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) - นักเรยี นต้องปรับปรุง (ระดับ 1) ทักษะการเชือ่ มโยงทางคณติ ศาสตร์ - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ดมี าก (ระดบั 4) - นกั เรียนผา่ นเกณฑด์ ี (ระดับ 3) - นักเรียนผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) - นกั เรยี นตอ้ งปรับปรุง (ระดับ 1) ช้ัน ม.5/4 ทักษะการแกไ้ ขปญั หา - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ดีมาก (ระดบั 4) - นักเรยี นผ่านเกณฑ์ดี (ระดับ 3) - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดบั 2) - นกั เรียนต้องปรบั ปรงุ (ระดบั 1)

ทกั ษะการเชือ่ มโยงทางคณิตศาสตร์ - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ดีมาก (ระดบั 4) จานวน คน คน - นักเรียนผา่ นเกณฑด์ ี (ระดบั 3) จานวน คน คน - นกั เรียนผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) จานวน คน - นักเรียนตอ้ งปรับปรงุ (ระดับ 1) จานวน คน คน ชั้น ม.5/5 คน ทกั ษะการแกไ้ ขปัญหา คน คน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑด์ ีมาก (ระดับ 4) จานวน คน คน - นกั เรียนผ่านเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน คน - นักเรยี นผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) จานวน คน คน - นกั เรยี นตอ้ งปรับปรงุ (ระดับ 1) จานวน คน ทักษะการเชอ่ื มโยงทางคณิตศาสตร์ คน คน - นักเรยี นผ่านเกณฑ์ดีมาก (ระดบั 4) จานวน คน คน - นักเรยี นผ่านเกณฑ์ดี (ระดบั 3) จานวน คน - นกั เรียนผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน คน คน - นักเรียนต้องปรบั ปรงุ (ระดับ 1) จานวน คน ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์การประเมินในแตล่ ะดา้ น ดังน้ี ชั้น ม.5/1 ความรบั ผดิ ชอบในการทางาน - นักเรียนผ่านเกณฑ์ดีมาก (ระดบั 4) จานวน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑด์ ี (ระดบั 3) จานวน - นกั เรียนผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดบั 2) จานวน - นกั เรยี นต้องปรับปรงุ (ระดับ 1) จานวน ช้นั ม.5/2 ความรับผดิ ชอบในการทางาน - นกั เรียนผา่ นเกณฑด์ ีมาก (ระดบั 4) จานวน - นักเรียนผ่านเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) จานวน - นกั เรยี นต้องปรับปรุง (ระดบั 1) จานวน ชั้น ม.5/3 ความรับผดิ ชอบในการทางาน - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ดมี าก (ระดบั 4) จานวน - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ดี (ระดบั 3) จานวน - นักเรียนผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดบั 2) จานวน - นักเรียนตอ้ งปรบั ปรงุ (ระดับ 1) จานวน

ชน้ั ม.5/4 ความรับผดิ ชอบในการทางาน - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ดมี าก (ระดบั 4) จานวน คน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน คน - นักเรียนผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นกั เรยี นตอ้ งปรับปรุง (ระดบั 1) จานวน คน ชั้น ม.5/5 ความรบั ผดิ ชอบในการทางาน - นกั เรียนผ่านเกณฑด์ ีมาก (ระดับ 4) จานวน คน - นกั เรียนผ่านเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน คน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) จานวน คน - นักเรียนต้องปรบั ปรงุ (ระดับ 1) จานวน คน แนวทางการแกไ้ ขปญั หาเพ่อื ปรับปรงุ ชน้ั ม.5/1 1. นกั เรียนท่ีได้คะแนนอยู่ในระดับท่ี 2, 3 และ 4 ได้จากกิจกรรมสอนเสรมิ โดย  ให้ทาแบบฝึกหัดเพม่ิ เตมิ เป็นการบ้าน  2. นกั เรยี นท่ีได้คะแนนอยูใ่ นระดับท่ี 1 ไดจ้ ากกิจกรรมสอนซ่อม โดย  ให้ทาแบบฝึกหัดเพ่ิมเติม เปน็ การบ้าน  3. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรับปรุง) ครูไดอ้ ธิบายและชแ้ี จงเกณฑ์ ใหน้ กั เรียนทราบเปน็ รายบคุ คลวา่ นกั เรยี นจะต้องแกไ้ ขและทาอย่างไรบ้างตามเกณฑ์ท้ายแผนการจัดการเรียนรู้ ในดา้ นทกั ษะการเชื่อมโยงทางคณติ ศาสตร์ และการคิดวเิ คราะห์ 4. ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ 1 (ต้องปรับปรุง) ครไู ด้อธบิ ายและชี้แจงเกณฑ์ ให้นกั เรียนทราบเป็นรายบุคคลวา่ นักเรยี นจะต้องแก้ไขและทาอยา่ งไรบ้างตามเกณฑท์ ้ายแผนการจัดการเรียนรู้ ในด้านการทางานเป็นระบบ ความรบั ผิดชอบในการทางาน ช้นั ม.5/2 1. นกั เรียนทีไ่ ด้คะแนนอยู่ในระดับที่ 2, 3 และ 4 ไดจ้ ากกิจกรรมสอนเสริมโดย  ใหท้ าแบบฝึกหัดเพม่ิ เติม เปน็ การบ้าน  2. นกั เรยี นทไ่ี ด้คะแนนอยใู่ นระดบั ที่ 1 ได้จากกิจกรรมสอนซอ่ ม โดย  ให้ทาแบบฝึกหดั เพม่ิ เติม เป็นการบา้ น 

3. ดา้ นทักษะกระบวนการ นักเรียนผ่านเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรับปรงุ ) ครไู ดอ้ ธบิ ายและชี้แจงเกณฑ์ ใหน้ กั เรยี นทราบเป็นรายบคุ คลวา่ นักเรียนจะต้องแก้ไขและทาอยา่ งไรบ้างตามเกณฑ์ทา้ ยแผนการจัดการเรยี นรู้ ในดา้ นทกั ษะการเชอ่ื มโยงทางคณิตศาสตร์ และการคดิ วิเคราะห์ 4. ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ 1 (ต้องปรบั ปรุง) ครูได้อธบิ ายและช้แี จงเกณฑ์ ใหน้ กั เรียนทราบเป็นรายบคุ คลว่า นักเรียนจะต้องแก้ไขและทาอย่างไรบ้างตามเกณฑท์ า้ ยแผนการจัดการเรียนรู้ ในด้านการทางานเป็นระบบ ความรับผิดชอบในการทางาน ชัน้ ม.5/3 1. นกั เรียนท่ไี ดค้ ะแนนอยูใ่ นระดับท่ี 2, 3 และ 4 ได้จากกิจกรรมสอนเสริมโดย  ใหท้ าแบบฝกึ หัดเพ่มิ เตมิ เป็นการบา้ น  2. นกั เรียนทีไ่ ด้คะแนนอยู่ในระดบั ท่ี 1 ได้จากกจิ กรรมสอนซอ่ ม โดย  ให้ทาแบบฝกึ หัดเพม่ิ เติม เป็นการบา้ น  3. ดา้ นทักษะกระบวนการ นักเรียนผา่ นเกณฑ์ 1 (ต้องปรับปรงุ ) ครไู ด้อธิบายและชี้แจงเกณฑ์ ใหน้ ักเรียนทราบเปน็ รายบคุ คลว่า นกั เรียนจะต้องแกไ้ ขและทาอยา่ งไรบ้างตามเกณฑ์ทา้ ยแผนการจัดการเรียนรู้ ในดา้ นทกั ษะการเชือ่ มโยงทางคณติ ศาสตร์ และการคิดวเิ คราะห์ 4. ด้านคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรบั ปรงุ ) ครูไดอ้ ธิบายและชแี้ จงเกณฑ์ ใหน้ กั เรยี นทราบเป็นรายบคุ คลวา่ นกั เรยี นจะตอ้ งแกไ้ ขและทาอยา่ งไรบา้ งตามเกณฑท์ ้ายแผนการจัดการเรยี นรู้ ในดา้ นการทางานเป็นระบบ ความรบั ผิดชอบในการทางาน ชั้น ม.5/4 1. นกั เรยี นท่ไี ด้คะแนนอยู่ในระดบั ท่ี 2, 3 และ 4 ไดจ้ ากกิจกรรมสอนเสรมิ โดย  ใหท้ าแบบฝกึ หดั เพ่ิมเตมิ เปน็ การบ้าน  2. นกั เรียนทีไ่ ดค้ ะแนนอยู่ในระดับที่ 1 ไดจ้ ากกจิ กรรมสอนซ่อม โดย  ให้ทาแบบฝึกหดั เพม่ิ เตมิ เปน็ การบา้ น  3. ด้านทักษะกระบวนการ นักเรียนผ่านเกณฑ์ 1 (ต้องปรบั ปรงุ ) ครูไดอ้ ธิบายและชแี้ จงเกณฑ์ ให้นักเรยี นทราบเป็นรายบคุ คลว่า นักเรียนจะตอ้ งแกไ้ ขและทาอยา่ งไรบ้างตามเกณฑ์ทา้ ยแผนการจัดการเรยี นรู้ ในดา้ นทกั ษะการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ และการคดิ วเิ คราะห์ 4. ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ นกั เรียนผ่านเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรบั ปรุง) ครูได้อธบิ ายและชแ้ี จงเกณฑ์ ให้นักเรียนทราบเปน็ รายบคุ คลวา่ นักเรียนจะต้องแก้ไขและทาอย่างไรบา้ งตามเกณฑท์ า้ ยแผนการจัดการเรียนรู้ ในด้านการทางานเป็นระบบ ความรับผิดชอบในการทางาน

ชั้น ม.5/5 1. นกั เรยี นท่ไี ด้คะแนนอยู่ในระดบั ที่ 2, 3 และ 4 ได้จากกจิ กรรมสอนเสริมโดย  ใหท้ าแบบฝึกหัดเพ่มิ เตมิ เป็นการบา้ น  2. นกั เรียนท่ีได้คะแนนอยูใ่ นระดบั ที่ 1 ได้จากกิจกรรมสอนซ่อม โดย  ให้ทาแบบฝกึ หดั เพม่ิ เตมิ เป็นการบา้ น  3. ดา้ นทักษะกระบวนการ นักเรยี นผ่านเกณฑ์ 1 (ต้องปรบั ปรงุ ) ครูได้อธิบายและชแี้ จงเกณฑ์ ให้นกั เรียนทราบเปน็ รายบคุ คลว่า นกั เรยี นจะต้องแกไ้ ขและทาอยา่ งไรบ้างตามเกณฑท์ า้ ยแผนการจัดการเรยี นรู้ ในด้านทักษะการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ และการคิดวิเคราะห์ 4. ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ 1 (ต้องปรับปรุง) ครไู ดอ้ ธิบายและช้แี จงเกณฑ์ ใหน้ กั เรยี นทราบเปน็ รายบคุ คลว่า นกั เรยี นจะต้องแก้ไขและทาอยา่ งไรบ้างตามเกณฑท์ ้ายแผนการจัดการเรียนรู้ ในด้านการทางานเป็นระบบ ความรับผิดชอบในการทางาน ผลการพัฒนา พบว่านกั เรยี นที่ได้ระดบั 1 จานวน คน จาก ค น ส า ม า ร ถ อ ธิ บ า ย ขั้นตอนของการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ความรู้ เรื่องฟังก์ชันกาลังสองและกราฟได้และได้ผลการเรยี นรู้อยู่ในระดับ 2 สว่ นอกี คน ยังตอ้ งปรับปรุงแกไ้ ขต่อไปซึ่งผสู้ อนได้แนะนาให้ และปรบั ปรงุ งานอกี ครง้ั พบวา่ นักเรยี นทไ่ี ดร้ ะดบั 2 จานวน คน จาก คน สามารถอธิบายข้นั ตอน ของการแกโ้ จทย์ปัญหาโดยใชค้ วามรู้ เร่ืองฟังก์ชนั กาลังสองและกราฟได้ซึ่งผสู้ อนไดแ้ นะนาให้ พบว่านักเรียนทีไ่ ด้ระดบั 3 จานวน คน จาก คน สามารถอธิบายขั้นตอน ของการแกโ้ จทยป์ ญั หาโดยใช้ความรู้ เรอื่ งฟงั กช์ ันกาลังสองและกราฟได้อย่างถกู ต้อง ซงึ่ ผสู้ อนได้แนะนาให้ พบว่านกั เรียนที่ไดร้ ะดับ 4 จานวน คน จาก คน สามารถอธิบายข้นั ตอน ของการแกโ้ จทย์ปัญหาโดยใชค้ วามรู้ เร่อื งฟงั กช์ นั กาลังสองและกราฟได้อยา่ งถูกตอ้ ง ซ่งึ ผสู้ อนไดแ้ นะนาให้ พบว่านกั เรียนท่ีได้ระดบั 1 จานวน คน จาก คน สามารถ น าความรู้ เรือ่ ง ฟงั กช์ นั กาลงั สองและกราฟมาแกโ้ จทยป์ ัญหาได้และไดผ้ ลการเรยี นรู้อยู่ในระดับ 2 ส่วนอีก ค น ยั ง ต้องปรบั ปรงุ แกไ้ ขต่อไปซ่ึงผสู้ อนไดแ้ นะนาให้ และปรบั ปรุงงานอกี ครงั้ พบว่านักเรียนท่ีไดร้ ะดับ 2 จานวน คน จาก คน สามารถนาความรู้ เรือ่ ง ฟงั กช์ ันกาลงั สองและกราฟมาแก้โจทยป์ ัญหาได้ซ่งึ ผู้สอนไดแ้ นะนาให้ พบว่านักเรียนทีไ่ ดร้ ะดบั 3 จานวน คน จาก คน สามารถนาความรู้ เรอ่ื ง ฟังก์ชันกาลังสองและกราฟมาแก้โจทย์ปัญหาได้ผ้สู อนไดแ้ นะนาให้ พบวา่ นกั เรียนท่ีไดร้ ะดับ 4 จานวน คน จาก คน สามารถนาความรู้ เรอ่ื ง ฟังกช์ นั กาลังสองและกราฟมาแก้โจทยป์ ัญหาได้ซง่ึ ผูส้ อนได้แนะนาให้

พบว่านักเรยี นที่ไดร้ ะดับ 1 จานวน คน จาก คน สามารถเขียนแสดง การแก้สมการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ความรู้เร่ือง ฟังก์ชันกาลังสองและกราฟได้และได้ผลการเรียนรู้อยู่ในระดับ 2 ส่วนอกี คน ยังตอ้ งปรับปรงุ แกไ้ ขต่อไปซ่งึ ผูส้ อนได้แนะนาให้ และ ปรบั ปรุงงานอีกครง้ั พบว่านักเรียนทไ่ี ด้ระดับ 2 จานวน คน จาก คน สามารถเขียนแสดงการ แก้สมการแกโ้ จทยป์ ญั หาโดยใชค้ วามรู้เรอื่ ง ฟงั กช์ นั กาลังสองและกราฟได้ซึง่ ผ้สู อนไดแ้ นะนาให้ พบวา่ นกั เรยี นทไี่ ด้ระดบั 3 จานวน คน จาก คน สามารถเขียนแสดงการ แก้สมการแก้โจทยป์ ัญหาโดยใช้ความรู้เรอ่ื ง ฟังก์ชันกาลังสองและกราฟได้ผ้สู อนได้แนะนาให้ พบวา่ นกั เรยี นทไี่ ดร้ ะดบั 4 จานวน คน จาก คน สามารถเขียนแสดงการ แก้สมการแก้โจทย์ปญั หาโดยใชค้ วามรู้เรือ่ ง ฟังก์ชันกาลังสองและกราฟได้ซ่งึ ผู้สอนได้แนะนาให้ ลงช่อื (นางสาวปวริศา กา๋ วงควนิ ) ผู้สอน

ชวั่ โมง/คาบที่ 23-24 เรอื่ ง ฟงั กช์ ันขน้ั บนั ได จัดการเรยี นรูแ้ บบรว่ มมือ เทคนคิ (Team Assisted Individualization : TAI) 1. นักเรียนแบ่งกลุ่มละ 2 – 3 คน โดยจดั ให้คละความสามารถ คนที่ 1 ทาหนา้ ท่ตี รวจคาตอบของคนท่ี 2 คนที่ 2 ทาหน้าท่ีตรวจคาตอบของคนที่ 1 2. ครูแจ้งจุดประสงคก์ ารเรยี นร้ใู หน้ ักเรยี นร้วู า่ เมอ่ื จบชว่ั โมงนแี้ ล้วนักเรียนตอ้ งสามารถ (ใช้เวลา 5 นาที) 1) บอกความหมายของฟงั กช์ นั บนั ไดได้ 2) บอกองคป์ ระกอบของกราฟฟังกช์ ันขนั้ บนั ไดได้ 3) นาความรู้เร่อื ง ฟงั กช์ นั ข้ันบนั ไดมาใชใ้ นการแกโ้ จทย์ปัญหาได้ 4) เขยี นกราฟของฟังก์ชันขนั้ บนั ไดได้ 5) มคี วามรับผิดชอบตอ่ งานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย 6) มีความสามารถในการแก้ปัญหา 7) สามารถเช่ือมโยงความรทู้ างคณติ ศาสตรก์ ับศาสตรอ์ ื่น และนาใช้ในชวี ติ จริงได้ 3. ทบทวนความรู้ เรื่อง ระบบพกิ ัดฉาก โดยถาม-ตอบระหว่างครูกบั นักเรียน (ใช้เวลา 5 นาที) ระบบพิกดั ฉากเปน็ ระบบท่ีเปน็ ระนาบและประกอบดว้ ยเส้นจานวน 2 เส้น ต้งั ฉากซึง่ กนั และกนั เรยี กเส้น จานวนท่ีอย่ใู นแนวนอนว่า แกน X และเรยี กเส้นจานวนทีอ่ ยใู่ นแนวตง้ั ว่า แกน Y โดยแกน X และแกน Y ตัดกนั ที่ จดุ กาเนดิ (x = 0, y = 0) ระนาบทแี่ กนท้งั สองอยู่นีเ้ รยี กว่าระนาบ XY ระบบพกิ ดั ฉากจะแบง่ ระนาบ XY ออกเป็น 4 ส่วน เรยี กแตล่ ะส่วนวา่ จตภุ าค ดงั รปู Y จตุภาคท่ี 2 จตุภาคท่ี 1 X O จตุภาคท่ี 3 จตุภาคที่ 4 และจุดทอี่ ย่บู นระนาบ XY เรยี กว่าจุด P(x, y) ดงั รูป Y y  P(x, y) Ox X

4. ครูสนทนากับนกั เรียนเก่ยี วกับฟังกช์ นั ขน้ั บันได (ใช้เวลา 5 นาที) ว่า ฟังก์ชนั ที่มโี ดเมนเปน็ สับเซตของเซตของ จานวนจรงิ และโดเมนถกู แบ่งออกเปน็ ชว่ งย่อยมากกวา่ หนงึ่ ชว่ ง โดยคา่ ของฟังกช์ ันในแต่ละชว่ งย่อยเป็นค่าคงตัว เรยี กวา่ ฟงั ก์ชนั ขน้ั บนั ได กราฟของฟังก์ชนั จะมลี กั ษณะคล้ายขนั้ บันได ครูยกตัวอยา่ งสถานการณ์ในชวี ิตประจาวัน เช่น การหาอตั ราคา่ บริการรถประจาทาง การหาอัตราค่าจอด รถและการหาอตั ราค่าจ้างแรงงาน เป็นต้น โดยการหาคาตอบของโจทยใ์ นลักษณะน้ีจะตอ้ งใช้ความรูใ้ นเรอ่ื งของ ฟงั ก์ชันขน้ั บันได ครูถามนกั เรียนว่า “นกั เรียนคิดวา่ ฟงั ก์ชันขัน้ บันไดมลี กั ษณะกราฟเป็นอยา่ งไร” แนวตอบ : กราฟจะมลี ักษณะคล้ายขน้ั บันได เปน็ ฟังกช์ นั ท่มี โี ดเมนเป็นสบั เซตของเซตของ จานวนจริง และมีคา่ ของฟังกช์ ันเป็นคา่ คงตวั เปน็ ช่วง ๆ มากกวา่ สองช่วง 5. ครูยกตวั อย่างพรอ้ มอธบิ าย (ใช้เวลา 30 นาที) ฟังกช์ ันขัน้ บันได คือ เปน็ ฟงั ก์ชันที่มีโดเมนเปน็ สับเซตของเซตของจานวนจริงและมีค่าของฟงั ก์ชนั เปน็ คา่ คง ตวั เป็นช่วงๆ มากกว่าสองช่วงซ่งึ กราฟของฟงั ก์ชนั นี้มลี กั ษณะคล้ายข้นั บันไดดังนี้ ครูได้อธิบายตัวอย่างที่ 19 ในหนังสือเรยี นหน้าท่ี 78 - 79 บนกระดานอย่างละเอยี ด เพ่ือความเข้าใจของ นกั เรียนให้มากยง่ิ ขึน้ 6. ให้นักเรียนแตล่ ะกล่มุ ทาแบบฝกึ หัด 2.4 เร่ือง ฟังกช์ นั ข้ันบนั ได ขอ้ 1 ใหญ่ หน้า 80 ในหนังสอื เรยี น ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 กาหนดเวลา ให้ 30 นาทแี ลว้ แลกกับเพือ่ นในกลมุ่ ตรวจคาตอบ (ใช้เวลา 40 นาท)ี 7. ครถู ามนกั เรียนเก่ียวกับความรทู้ ี่ได้รบั ในวันน้ี พร้อมทงั้ ครูอธบิ ายเพมิ่ เตมิ ให้สมบรู ณ์ (ใช้เวลา 15 นาท)ี ฟงั ก์ชันท่ีมีโดเมนเป็นสบั เซตของเซตของจานวนจริง และโดเมนถูกแบ่งออกเป็นช่วงย่อยมากกว่าหน่ึงช่วง โดยค่าของฟังก์ชันในแต่ละช่วงย่อยเป็นค่าคงตัว เรียกว่า ฟังก์ชันขั้นบันได กราฟของฟังก์ชันจะมีลักษณะคล้าย ข้นั บนั ได 8. ให้นักเรียนแต่ละคนทาแบบฝึกหัด 2.4 เรื่อง ฟังก์ชันข้ันบันได ข้อ 2 ใหญ่ หน้า 80 ในหนังสือเรียน ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 เปน็ รายบุคคล สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้ 1. หนงั สอื เรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 2. โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad

การวดั ผลและประเมินผล การวัดผล จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วธิ กี ารวดั เคร่ืองมือ 1. บอกความหมายของฟงั ก์ชนั บันไดได้ ตรวจคาตอบของแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หัด 2. บอกองค์ประกอบของกราฟฟังก์ชัน - ตรวจคาตอบของแบบฝึกหัด - แบบฝึกหัด ขนั้ บนั ไดได้ 3. นาความรเู้ รอื่ ง ฟังก์ชนั ขน้ั บันไดมาใช้ - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหัด ในการแกโ้ จทย์ปญั หาได้ 4. เขยี นกราฟของฟังกช์ ันขั้นบันไดได้ - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หดั 5. มคี วามรอบคอบในการทางาน - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หัด 6. มคี วามรบั ผดิ ชอบต่องานทไี่ ดร้ บั - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หดั มอบหมาย 7. มคี วามรบั ผิดชอบตอ่ งานทีไ่ ดร้ ับ - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกต มอบหมาย พฤตกิ รรม 8. มคี วามสามารถในการแกป้ ญั หา - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หดั - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกต พฤติกรรม 9. สามารถเช่อื มโยงความรทู้ าง - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกต คณิตศาสตร์กับศาสตรอ์ ่ืน และนาใช้ใน พฤตกิ รรม ชวี ิตจรงิ ได้ เกณฑ์การประเมนิ ผล (รบู รกิ ส์) ประเดน็ การ (4) ระดับคุณภาพ (1) ประเมิน ดมี าก (3) (2) ปรับปรุง ดี กาลังพัฒนา แบบฝกึ หัด ทาไดอ้ ย่าง ทาได้อยา่ งถูกตอ้ ง ทาได้อย่างถูกต้อง ทาได้อยา่ งถูกต้อง ถูกตอ้ งร้อยละ ร้อยละ 70-79 รอ้ ยละ 40-69 ต่ากว่าร้อยละ 40 80 ข้นึ ไป มคี วามรับผดิ ชอบ ทางานเสรจ็ และ ทางานเสรจ็ และส่ง ทางานเสรจ็ แต่สง่ ชา้ ทางานไม่เสร็จ ตอ่ งานทไ่ี ดร้ บั ส่งตรงเวลา ตรงเวลา ทาไมถ่ ูกตอ้ ง สง่ ไมต่ รงเวลา มอบหมายใหไ้ ด้ ทาถูกตอ้ ง ทาถกู ตอ้ ง และไม่มคี วาม ทาไม่ถกู ต้อง และ ละเอียด ละเอียด ละเอียดในการ ไม่มีความละเอียด ทางาน ในการทางาน

ประเด็นการ (4) ระดบั คุณภาพ (1) ประเมนิ ดมี าก (3) (2) ปรับปรุง ดี กาลงั พัฒนา มคี วามรอบคอบ มกี ารวางแผน มกี ารวางแผน มกี ารวางแผน ไม่มีการวางแผน ในการทางาน การดาเนินการ การดาเนนิ การ การดาเนินการอยา่ ง การดาเนินการอยา่ ง อย่างครบทกุ อย่างถูกตอ้ ง ไม่ครบทกุ ขน้ั ตอน ไม่มขี ้นั ตอน มีความ ขน้ั ตอน และ แตไ่ มค่ รบถ้วน ผิดพลาดตอ้ งแกไ้ ข ถกู ต้อง เกณฑก์ ารตัดสนิ - รายบุคคล นักเรียนมีผลการเรยี นรู้ไมต่ ่ากว่าระดับ 2 จึงถือว่าผ่าน - รายกลุม่ รอ้ ยละ....75....ของจานวนนักเรยี นทัง้ หมดมีผลการเรียนรูไ้ มต่ า่ กว่าระดบั 2 ขอ้ เสนอแนะ ใช้สอนได้ ควรปรบั ปรงุ ลงชอ่ื ( นางสาวปวริศา กา๋ วงค์วิน ) หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ วนั ท่ี........เดือน..............พ.ศ............

การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 1. ครผู สู้ อนใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในขัน้ เตรยี มการสอน/จัดการเรยี นรู้ ดังนี้ หลักพอเพยี ง ความพอประมาณ เหตุผล มภี ูมคิ มุ้ กันในตวั ทดี่ ี ประเดน็ เวลา เวลาท่ีใช้ในการจัดกิจกรรม เวลาท่ีใชใ้ นการจัดกิจกรรมการ ขั้นนาเขา้ สู่บทเรียน 15 การเรยี นรู้ท้ังหมดในแผนการ เรียนรู้ ดงั น้ี ขน้ั นาเขา้ สู่บทเรียน ใช้ นาที นกั เรียนจะได้ นี้ 2 ช่ัวโมง ความเหมาะสม เวลา 15 นาที ชแี้ จ้งจดุ ประสงค์ ทบทวนความรพู้ ้ืนฐาน คือ ลายละเอยี ดในการเรยี น 5 นาที และเปน็ การเตรียม ขน้ั นาเข้าสบู่ ทเรยี น 15 นาที ทบทวนความรูเ้ ดิมเพือ่ เชอื่ มโยงกับ ความรูใ้ นการเรยี น ขั้นสอน 70 นาที เรียนทีจ่ ะเรยี น 10 นาที ข้นั สอน ขน้ั สอน 70 นาที ขน้ั สรุป 15 นาที 70 นาที เร่มิ ดว้ ยการสนทนากับ นักเรียนสามารถ นกั เรียนเกย่ี วกับเรอื่ งท่ีจะเรยี นและ วเิ คราะห์ แก้ปญั หาอืน่ เรือ่ งทตี่ ้องนามาเชอื่ มโยงในการหา ๆ ได้ ขนั้ สรปุ 15 นาที คาตอบ 10 นาที อธิบายตวั อย่างให้ นักเรยี นจะได้รับความรู้ นักเรยี นอย่างละเอยี ดชัดเจน 20 ท่ีคงทนและถูกหลกั ของ นาที แล้วใหน้ กั เรยี นทาแบบฝกึ หัด คณิตศาสตร์ โดยมคี รคู วบคมุ ดแู ลให้คาปรกึ ษา 40 นาที ขัน้ สรุป 15 นาทีให้นกั เรยี นร่วมกัน สรุปโดยมคี รูเสรมิ ความร้ทู ่ขี าดหา และใหช้ ัดเจนมาขน้ึ เน้อื หา 1.มีความเหมาะสมกับ เพราะหลักสตู รแกนกลางการศึกษา การเรยี นเรอ่ื งฟงั กช์ นั ให้ นกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ขั้นพืน้ ฐานกาหนดไว้ในสาระท่ี 1 ถกู ต้องตามหลกั ทาให้ 2.มคี วามเหมาะสมกบั ความรู้ จานวนและพีชคณติ นกั เรยี นสามารถ พื้นฐานของนกั เรยี น ตวั ชวี้ ดั ค 1.2 ม.5/1 นาไปใช้ในการดาเนิน 3.มีความเหมาะสมกับเวลา ชีวิตประจาวนั สื่อ/อุปกรณ์ มีความเหมาะสมกบั ชว่ งวัย การให้นกั เรียนไดเ้ รียนร้จู าก - นักเรยี นสามารถ - กจิ กรรม ความต้องการความสามารถ ตวั อยา่ งทาใหน้ กั เรียนได้เหน็ ภาพ วิเคราะห์โจทย์ปญั หา - แบบฝกึ หดั และเรอื่ งทีเ่ รยี นของนกั เรียน ชดั เจน เข้าใจมากขึน้ ได้ทาด้วย จากการเรียนและปญั หา ในระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 ตนเอง อ่นื ได้ ความร้ทู คี่ รู ครมู ีความรู้เก่ียวกับหลกั สตู ร เนอื้ หาสาระและกจิ กรรมการเรยี นการสอน จาเป็นต้องมี ครูมคี วามรใู้ นการวิเคราะห์นักเรียน และร้ศู กั ยภาพของนกั เรียน ครมู คี วามรใู้ นเร่อื งฟังกช์ ัน ครมู คี วามรู้ในเรื่องการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

หลกั พอเพยี ง ความพอประมาณ เหตผุ ล มภี มู ิคมุ้ กันในตัวท่ีดี ประเด็น ครมู คี วามร้ใู นเรื่องการวัดและประเมนิ ผล คุณธรรมของครู มคี วามขยัน รับผิดชอบในการสอน มีความเสยี สละ ไม่ปิดบังความรู้ มคี วามเมตตาและปรารถนาดีต่อศษิ ย์ มีความต้ังใจในการผลิตสอ่ื การเรียนรใู้ ห้นา่ สนใจ มีความเพียงพยายามทจี่ ะมงุ่ มน่ั ให้นักเรยี นมีความรู้ มีความอดทนในสอน แนะนา ตรวจแก้ไขผลงานของนักเรยี น - นกั เรยี นจะได้เรียนรทู้ จ่ี ะอยอู่ ย่างพอเพียงจากกจิ กรรมการเรียนรู้ ดังต่อไปน้ี ผเู้ รียนไดเ้ รียนร้หู ลักคิด และฝึกปฏิบัตติ าม 3 หว่ ง 2 เงอื่ นไข ดังน้ี ความพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมคิ ุ้มกนั ในตัวทีด่ ี 1.นักเรียนรจู้ ักบริหารเวลาในการศกึ ษา 1.นักเรียนมเี หตผุ ลในการ 1.นกั เรยี นนาความรูเ้ รือ่ งฟังก์ชันไป ความรู้ ทากจิ กรรมจากใบงาน หาคาตอบของฟงั ก์ชันได้ ช่วยในการโจทยป์ ญั หาอืน่ ได้ แบบฝึกหัด การทากิจกรรมกลมุ่ 2. นกั เรียนวิเคราะห์และ 2. นักเรียนนาความรู้ทีไ่ ดร้ บั จาก 2.นักเรียนทากิจกรรมได้เต็มศักยภาพ หาคาตอบไดอ้ ย่างสมเหตุ การเรียนเรอ่ื งฟงั กช์ นั พ้นื ฐาน ของตนเอง สมผล เพ่อื ประกอบการตัดสนิ ใจในการทา 3.นักเรียนใช้วัสดุ อุปกรณ์ ในการทา กิจกรรม ได้โดยไม่เกดิ ปัจจยั เสย่ี ง กิจกรรมอย่างประหยัด ความรทู้ ่ตี อ้ งมกี ่อนเรียน 1.ตอ้ งมสี มาธิ มคี วามต้งั ใจ ในการเรยี น 2.ตอ้ งมีความรอบคอบในการทางาน 3.ตอ้ งมีมารยาทในการทางาน ไม่ส่งเสียงดงั ไมเ่ ล่นหรือไมล่ กุ จากท่ี น่งั โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต 4. ต้องมีความรบั ผิดชอบในงานท่ีได้รบั มอบหมาย ส่งตรงตอ่ เวลา คณุ ธรรม 1.นักเรยี นมีความซื่อสัตย์ สุจริตและตรงต่อเวลา 2. นกั เรียนมวี ินัยในตนเอง

- ผลลัพธ์ท่คี าดว่าจะเกิดขึน้ กบั นักเรยี น (อยอู่ ย่างพอเพยี ง – สมดุลและพร้อมรบั การเปลย่ี นแปลงด้านตา่ ง ๆ) ด้านความรู้ (K) ด้านทกั ษะ กระบวนการ (P) ดา้ นคณุ ลักษณะ (A) 1. บอกความหมายของฟงั กช์ ัน - แบบฝึกหัด 1. มีความรับผดิ ชอบตอ่ งานที่ บันไดได้ ไดร้ บั มอบหมาย 2. บอกองคป์ ระกอบของกราฟ ฟังก์ชันข้นั บนั ไดได้ 3. นาความร้เู ร่ือง ฟังก์ชันขั้นบนั ได มาใช้ในการแก้โจทย์ปญั หาได้ 4. เขยี นกราฟของฟงั ก์ชนั ข้ันบนั ได ได้ บนั ทึกหลงั การจดั การเรยี นรู้ ช้ัน ม. 5/1 ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรียนรู้  ดี  พอใช้  ปรับปรงุ ความเหมาะสมของเวลาทีใ่ ชใ้ นการทากิจกรรม  ดี  พอใช้  ปรบั ปรงุ ความเหมาะสมของส่อื การเรียนรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรงุ ความเหมาะสมของเกณฑก์ ารประเมนิ  ดี  พอใช้  ปรับปรุง อน่ื ๆ สรุปผลการประเมนิ ผเู้ รียน นกั เรยี นจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ มีผลการเรยี นรู้ฯ อยใู่ นระดบั 1 นกั เรียนจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ มีผลการเรยี นร้ฯู อยใู่ นระดบั 2 นกั เรียนจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ มีผลการเรียนรฯู้ อยใู่ นระดบั 3 นกั เรยี นจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มีผลการเรียนรฯู้ อยู่ในระดับ 4 สรปุ โดยภาพรวมมีนกั เรยี นจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ ทผ่ี า่ นเกณฑ์ระดบั 2 ขึ้นไป ซ่งึ สูง (ต่า) กวา่ เกณฑ์ทก่ี าหนดไว้ร้อยละ มีนักเรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ทไี่ ม่ผา่ นเกณฑท์ ีก่ าหนด

ชนั้ ม. 5/2 ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรยี นรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเวลาที่ใช้ในการทากจิ กรรม  ดี  พอใช้  ปรับปรุง ความเหมาะสมของสอ่ื การเรยี นรู้  ดี  พอใช้  ปรับปรงุ ความเหมาะสมของเกณฑก์ ารประเมิน  ดี  พอใช้  ปรับปรงุ อน่ื ๆ สรปุ ผลการประเมนิ ผู้เรียน นักเรยี นจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มผี ลการเรียนรฯู้ อยู่ในระดบั 1 นกั เรยี นจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มีผลการเรียนรฯู้ อยู่ในระดับ 2 นักเรียนจานวน คน คดิ เปน็ ร้อยละ มผี ลการเรยี นร้ฯู อยใู่ นระดับ 3 นักเรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มผี ลการเรียนร้ฯู อยใู่ นระดับ 4 สรปุ โดยภาพรวมมีนกั เรียนจานวน คน คดิ เปน็ ร้อยละ ท่ีผ่านเกณฑ์ระดับ 2 ขนึ้ ไป ซึง่ สูง (ตา่ ) กว่าเกณฑ์ที่กาหนดไว้ร้อยละ มีนักเรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ทไี่ มผ่ า่ นเกณฑท์ ่ีกาหนด ชั้น ม. 5/3 ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรียนรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเวลาทใ่ี ชใ้ นการทากจิ กรรม  ดี  พอใช้  ปรับปรุง ความเหมาะสมของสอ่ื การเรียนรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเกณฑ์การประเมนิ  ดี  พอใช้  ปรบั ปรุง อื่น ๆ สรุปผลการประเมินผเู้ รยี น นักเรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มผี ลการเรียนรู้ฯ อยู่ในระดับ 1 นักเรยี นจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ มผี ลการเรียนรฯู้ อย่ใู นระดบั 2 นกั เรยี นจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ มีผลการเรยี นรู้ฯ อยใู่ นระดบั 3 นักเรียนจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ มีผลการเรียนรฯู้ อยู่ในระดับ 4

สรปุ โดยภาพรวมมีนกั เรยี นจานวน คน คิดเป็นร้อยละ ท่ีผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ข้ึนไป ซงึ่ สูง (ตา่ ) กว่าเกณฑ์ทก่ี าหนดไวร้ อ้ ยละ มีนกั เรยี นจานวน คน คิดเปน็ ร้อยละ ท่ไี ม่ผ่านเกณฑท์ ่ีกาหนด ช้นั ม. 5/4 ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรยี นรู้  ดี  พอใช้  ปรับปรุง ความเหมาะสมของเวลาทใ่ี ชใ้ นการทากิจกรรม  ดี  พอใช้  ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของส่อื การเรียนรู้  ดี  พอใช้  ปรับปรงุ ความเหมาะสมของเกณฑก์ ารประเมิน  ดี  พอใช้  ปรับปรงุ อืน่ ๆ สรปุ ผลการประเมนิ ผเู้ รียน นกั เรยี นจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มผี ลการเรยี นรฯู้ อยใู่ นระดับ 1 นกั เรียนจานวน คน คิดเปน็ ร้อยละ มผี ลการเรยี นรฯู้ อยใู่ นระดบั 2 นักเรยี นจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มีผลการเรียนรูฯ้ อยใู่ นระดบั 3 นกั เรยี นจานวน คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ มีผลการเรยี นรฯู้ อยใู่ นระดบั 4 สรปุ โดยภาพรวมมนี ักเรยี นจานวน คน คดิ เป็นร้อยละ ทผ่ี ่านเกณฑ์ระดบั 2 ขึ้นไป ซ่งึ สงู (ตา่ ) กวา่ เกณฑ์ทก่ี าหนดไว้รอ้ ยละ มีนกั เรยี นจานวน คน คดิ เปน็ ร้อยละ ทไ่ี มผ่ า่ นเกณฑท์ กี่ าหนด ช้ัน ม. 5/5 ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรยี นรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรงุ ความเหมาะสมของเวลาที่ใช้ในการทากิจกรรม  ดี  พอใช้  ปรบั ปรงุ ความเหมาะสมของสอ่ื การเรยี นรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรงุ ความเหมาะสมของเกณฑก์ ารประเมนิ  ดี  พอใช้  ปรบั ปรุง อ่ืน ๆ สรุปผลการประเมนิ ผู้เรยี น นักเรยี นจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ มผี ลการเรยี นรู้ฯ อย่ใู นระดับ 1 นกั เรยี นจานวน คน คดิ เปน็ ร้อยละ มผี ลการเรียนร้ฯู อย่ใู นระดับ 2 นักเรยี นจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มผี ลการเรยี นรฯู้ อยใู่ นระดบั 3

นักเรยี นจานวน คน คดิ เป็นร้อยละ มผี ลการเรียนรู้ฯ อยู่ในระดบั 4 สรปุ โดยภาพรวมมนี กั เรยี นจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ ท่ผี า่ นเกณฑร์ ะดบั 2 ข้นึ ไป ซึ่งสงู (ตา่ ) กวา่ เกณฑ์ทีก่ าหนดไว้ร้อยละ มีนักเรยี นจานวน คน คิดเป็นร้อยละ ที่ไมผ่ า่ นเกณฑ์ท่ีกาหนด ข้อสงั เกต/คน้ พบ จาการตรวจผลงานของนักเรยี นพบวา่ ชั้น ม.5/1 นักเรียน คน บอกความหมายของฟังกช์ ันบนั ไดได้ - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ระดับ 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรียนไม่ผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน ชั้น ม.5/2 นักเรยี น คน บอกความหมายของฟังก์ชันบันไดได้ - นักเรียนผา่ นเกณฑร์ ะดบั 2 ขึน้ ไป จานวน คน - นกั เรียนไม่ผ่านเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ช้นั ม.5/3 นักเรยี น คน บอกความหมายของฟังก์ชนั บันไดได้ - นักเรยี นผา่ นเกณฑร์ ะดบั 2 ขึน้ ไป จานวน คน - นกั เรียนไม่ผา่ นเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน ชนั้ ม.5/4 นักเรียน คน บอกความหมายของฟงั กช์ นั บันไดได้ - นักเรียนผ่านเกณฑ์ระดบั 2 ขึ้นไป จานวน คน - นักเรียนไมผ่ ่านเกณฑร์ ะดบั 2 จานวน คน ชั้น ม.5/5 นกั เรียน คน บอกความหมายของฟงั กช์ ันบันไดได้ - นกั เรียนผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ขึ้นไป จานวน คน - นักเรียนไมผ่ ่านเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน ชั้น ม.5/1 นักเรยี น คน บอกองค์ประกอบของกราฟฟงั กช์ ันข้นั บนั ไดได้ - นกั เรียนผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ข้นึ ไป จานวน คน - นกั เรยี นไม่ผ่านเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/2 นกั เรียน คน บอกองคป์ ระกอบของกราฟฟังกช์ นั ขั้นบนั ไดได้ - นักเรียนผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ขึ้นไป จานวน คน - นักเรียนไมผ่ า่ นเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ชั้น ม.5/3 นกั เรยี น คน บอกองค์ประกอบของกราฟฟังกช์ ันขัน้ บนั ไดได้ - นกั เรยี นผา่ นเกณฑร์ ะดบั 2 ข้ึนไป จานวน คน - นกั เรียนไม่ผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ชั้น ม.5/4 นกั เรยี น คน บอกองคป์ ระกอบของกราฟฟังกช์ นั ขัน้ บนั ไดได้ - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 ข้นึ ไป จานวน คน - นกั เรียนไมผ่ ่านเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน

ชน้ั ม.5/5 นกั เรียน คน บอกองค์ประกอบของกราฟฟังกช์ นั ขั้นบันไดได้ - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ระดบั 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นักเรยี นไม่ผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/1 นกั เรียน คน นาความรเู้ รื่อง ฟงั ก์ชนั ขั้นบนั ไดมาใช้ในการแกโ้ จทยป์ ญั หาได้ - นักเรียนผา่ นเกณฑร์ ะดับ 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรียนไม่ผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/2 นกั เรยี น คน นาความรู้เรื่อง ฟงั กช์ นั ขั้นบันไดมาใช้ในการแกโ้ จทย์ปัญหาได้ - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ระดบั 2 ขึ้นไป จานวน คน - นักเรียนไม่ผา่ นเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/3 นักเรยี น คน นาความรู้เรอ่ื ง ฟังก์ชนั ข้นั บันไดมาใชใ้ นการแกโ้ จทยป์ ัญหาได้ - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 ขึ้นไป จานวน คน - นักเรียนไมผ่ ่านเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/4 นกั เรียน คน นาความรเู้ รอ่ื ง ฟังก์ชันขั้นบนั ไดมาใช้ในการแกโ้ จทย์ปัญหาได้ - นักเรยี นผ่านเกณฑ์ระดบั 2 ขึ้นไป จานวน คน - นักเรยี นไมผ่ ่านเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ชัน้ ม.5/5 นกั เรยี น คน นาความรเู้ ร่ือง ฟังกช์ นั ขั้นบันไดมาใชใ้ นการแกโ้ จทยป์ ญั หาได้ - นักเรยี นผา่ นเกณฑร์ ะดบั 2 ขึ้นไป จานวน คน - นกั เรยี นไมผ่ ่านเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/1 นักเรยี น คน เขยี นกราฟของฟงั กช์ นั ขน้ั บนั ไดได้ - นักเรยี นผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ขน้ึ ไป จานวน คน คน - นักเรียนไม่ผา่ นเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ชั้น ม.5/2 นักเรียน คน เขยี นกราฟของฟังกช์ ันข้นั บันไดได้ คน - นักเรยี นผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 ขึ้นไป จานวน คน คน - นกั เรียนไม่ผ่านเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ชั้น ม.5/3 นักเรียน คน เขียนกราฟของฟงั กช์ นั ขั้นบันไดได้ คน - นักเรยี นผ่านเกณฑ์ระดบั 2 ขึน้ ไป จานวน คน คน - นกั เรียนไมผ่ า่ นเกณฑ์ระดับ 2 จานวน ชั้น ม.5/4 นกั เรยี น คน เขยี นกราฟของฟงั กช์ นั ข้ันบันไดได้ - นกั เรียนผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 ขน้ึ ไป จานวน - นักเรียนไม่ผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 จานวน ชั้น ม.5/5 นกั เรียน คน เขยี นกราฟของฟังก์ชันข้นั บันไดได้ - นกั เรียนผา่ นเกณฑร์ ะดบั 2 ขน้ึ ไป จานวน - นักเรยี นไม่ผ่านเกณฑ์ระดบั 2 จานวน

ดา้ นทกั ษะกระบวนการ นกั เรยี นผา่ นเกณฑก์ ารประเมินในแต่ละดา้ น ดงั น้ี ชั้น ม.5/1 ทักษะการแก้ไขปัญหา - นักเรยี นผา่ นเกณฑด์ มี าก (ระดบั 4) จานวน คน คน - นักเรียนผ่านเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน คน คน - นกั เรยี นผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นกั เรยี นตอ้ งปรบั ปรงุ (ระดับ 1) จานวน คน คน ทกั ษะการเชอื่ มโยงทางคณติ ศาสตร์ คน - นักเรยี นผา่ นเกณฑด์ ีมาก (ระดบั 4) จานวน คน คน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑด์ ี (ระดบั 3) จานวน คน คน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นักเรยี นตอ้ งปรับปรุง (ระดบั 1) จานวน คน คน ชน้ั ม.5/2 คน ทักษะการแกไ้ ขปัญหา คน คน - นักเรยี นผ่านเกณฑ์ดมี าก (ระดบั 4) จานวน คน คน - นกั เรียนผ่านเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน คน - นักเรียนผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) จานวน คน คน - นักเรียนต้องปรบั ปรงุ (ระดับ 1) จานวน คน ทกั ษะการเช่อื มโยงทางคณติ ศาสตร์ - นักเรียนผ่านเกณฑด์ ีมาก (ระดบั 4) จานวน - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ดี (ระดบั 3) จานวน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) จานวน - นกั เรยี นตอ้ งปรับปรุง (ระดบั 1) จานวน ชน้ั ม.5/3 ทกั ษะการแก้ไขปญั หา - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ดมี าก (ระดบั 4) จานวน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน - นักเรยี นผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน - นักเรียนตอ้ งปรบั ปรุง (ระดบั 1) จานวน ทกั ษะการเช่อื มโยงทางคณติ ศาสตร์ - นักเรียนผา่ นเกณฑด์ ีมาก (ระดบั 4) จานวน - นักเรียนผ่านเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน - นักเรียนผา่ นเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) จานวน - นักเรียนตอ้ งปรับปรงุ (ระดับ 1) จานวน

ชั้น ม.5/4 ทกั ษะการแก้ไขปัญหา - นักเรยี นผ่านเกณฑด์ ีมาก (ระดับ 4) จานวน คน คน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน คน คน - นักเรยี นผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นักเรียนตอ้ งปรับปรุง (ระดบั 1) จานวน คน คน ทักษะการเชื่อมโยงทางคณติ ศาสตร์ คน - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ดมี าก (ระดบั 4) จานวน คน คน - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน คน คน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์พอใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นักเรยี นตอ้ งปรับปรงุ (ระดับ 1) จานวน คน คน ชน้ั ม.5/5 คน ทักษะการแก้ไขปญั หา คน คน - นกั เรียนผ่านเกณฑ์ดมี าก (ระดบั 4) จานวน คน คน - นักเรยี นผา่ นเกณฑด์ ี (ระดบั 3) จานวน คน - นกั เรยี นผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) จานวน คน คน - นกั เรียนตอ้ งปรบั ปรงุ (ระดับ 1) จานวน คน ทักษะการเชอ่ื มโยงทางคณติ ศาสตร์ - นกั เรียนผ่านเกณฑด์ มี าก (ระดับ 4) จานวน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) จานวน - นักเรียนตอ้ งปรบั ปรุง (ระดบั 1) จานวน ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ นกั เรียนผ่านเกณฑ์การประเมินในแตล่ ะดา้ น ดงั น้ี ชั้น ม.5/1 ความรับผิดชอบในการทางาน - นักเรียนผา่ นเกณฑ์ดีมาก (ระดบั 4) จานวน - นักเรียนผ่านเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน - นกั เรียนผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) จานวน - นกั เรยี นต้องปรบั ปรุง (ระดับ 1) จานวน ชั้น ม.5/2 ความรับผดิ ชอบในการทางาน - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ดมี าก (ระดบั 4) จานวน - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ดี (ระดบั 3) จานวน - นักเรียนผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) จานวน - นกั เรยี นต้องปรบั ปรงุ (ระดับ 1) จานวน

ชัน้ ม.5/3 ความรบั ผิดชอบในการทางาน - นักเรียนผ่านเกณฑ์ดมี าก (ระดับ 4) จานวน คน - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน คน - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) จานวน คน - นักเรียนต้องปรบั ปรุง (ระดบั 1) จานวน คน ชน้ั ม.5/4 ความรบั ผิดชอบในการทางาน - นกั เรียนผา่ นเกณฑด์ มี าก (ระดบั 4) จานวน คน - นักเรยี นผ่านเกณฑด์ ี (ระดบั 3) จานวน คน - นักเรียนผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นกั เรยี นต้องปรับปรุง (ระดบั 1) จานวน คน ชัน้ ม.5/5 ความรับผิดชอบในการทางาน - นกั เรียนผ่านเกณฑด์ ีมาก (ระดบั 4) จานวน คน - นักเรียนผ่านเกณฑ์ดี (ระดบั 3) จานวน คน - นักเรยี นผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นักเรียนตอ้ งปรบั ปรุง (ระดบั 1) จานวน คน แนวทางการแก้ไขปัญหาเพ่ือปรบั ปรุง ชน้ั ม.5/1 1. นกั เรียนทไ่ี ด้คะแนนอยใู่ นระดบั ที่ 2, 3 และ 4 ได้จากกจิ กรรมสอนเสรมิ โดย  ให้ทาแบบฝกึ หัดเพิม่ เติม เป็นการบา้ น  2. นักเรียนท่ีไดค้ ะแนนอย่ใู นระดบั ที่ 1 ได้จากกจิ กรรมสอนซ่อม โดย  ให้ทาแบบฝกึ หัดเพมิ่ เตมิ เปน็ การบา้ น  3. ด้านทักษะกระบวนการ นกั เรียนผ่านเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรบั ปรงุ ) ครูไดอ้ ธิบายและช้ีแจงเกณฑ์ ให้นกั เรียนทราบเปน็ รายบคุ คลว่า นักเรยี นจะต้องแก้ไขและทาอย่างไรบา้ งตามเกณฑท์ า้ ยแผนการจัดการเรยี นรู้ ในดา้ นทักษะการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ และการคิดวเิ คราะห์ 4. ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ นักเรียนผ่านเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรบั ปรุง) ครไู ดอ้ ธบิ ายและชแี้ จงเกณฑ์ ใหน้ ักเรยี นทราบเป็นรายบุคคลว่า นกั เรียนจะตอ้ งแก้ไขและทาอยา่ งไรบา้ งตามเกณฑ์ท้ายแผนการจัดการเรียนรู้ ในดา้ นการทางานเป็นระบบ ความรับผิดชอบในการทางาน

ชน้ั ม.5/2 1. นกั เรียนท่ไี ดค้ ะแนนอยู่ในระดับที่ 2, 3 และ 4 ได้จากกจิ กรรมสอนเสริมโดย  ใหท้ าแบบฝกึ หัดเพิ่มเติม เปน็ การบ้าน  2. นกั เรยี นทไี่ ดค้ ะแนนอยู่ในระดับท่ี 1 ไดจ้ ากกจิ กรรมสอนซ่อม โดย  ให้ทาแบบฝึกหดั เพิ่มเติม เป็นการบ้าน  3. ด้านทกั ษะกระบวนการ นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรับปรงุ ) ครไู ด้อธิบายและช้แี จงเกณฑ์ ให้นักเรยี นทราบเป็นรายบคุ คลว่า นักเรียนจะต้องแก้ไขและทาอยา่ งไรบ้างตามเกณฑ์ท้ายแผนการจัดการเรยี นรู้ ในดา้ นทักษะการเชื่อมโยงทางคณติ ศาสตร์ และการคิดวิเคราะห์ 4. ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรบั ปรุง) ครูไดอ้ ธบิ ายและช้ีแจงเกณฑ์ ให้นกั เรยี นทราบเปน็ รายบุคคลวา่ นักเรยี นจะต้องแก้ไขและทาอย่างไรบ้างตามเกณฑท์ า้ ยแผนการจัดการเรียนรู้ ในดา้ นการทางานเปน็ ระบบ ความรับผิดชอบในการทางาน ชนั้ ม.5/3 1. นักเรียนทไ่ี ดค้ ะแนนอยู่ในระดบั ที่ 2, 3 และ 4 ได้จากกิจกรรมสอนเสรมิ โดย  ใหท้ าแบบฝกึ หัดเพิ่มเตมิ เป็นการบ้าน  2. นกั เรยี นที่ไดค้ ะแนนอยู่ในระดบั ท่ี 1 ได้จากกจิ กรรมสอนซอ่ ม โดย  ให้ทาแบบฝกึ หัดเพมิ่ เตมิ เปน็ การบา้ น  3. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ นักเรยี นผ่านเกณฑ์ 1 (ต้องปรบั ปรุง) ครไู ดอ้ ธบิ ายและชแ้ี จงเกณฑ์ ให้นกั เรยี นทราบเปน็ รายบคุ คลว่า นักเรยี นจะต้องแกไ้ ขและทาอย่างไรบา้ งตามเกณฑ์ทา้ ยแผนการจัดการเรียนรู้ ในดา้ นทกั ษะการเชือ่ มโยงทางคณติ ศาสตร์ และการคดิ วเิ คราะห์ 4. ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ 1 (ต้องปรับปรงุ ) ครูได้อธบิ ายและชี้แจงเกณฑ์ ใหน้ กั เรียนทราบเป็นรายบคุ คลว่า นกั เรยี นจะต้องแกไ้ ขและทาอย่างไรบ้างตามเกณฑท์ า้ ยแผนการจัดการเรียนรู้ ในดา้ นการทางานเป็นระบบ ความรับผิดชอบในการทางาน ชั้น ม.5/4 1. นกั เรียนทีไ่ ดค้ ะแนนอยใู่ นระดบั ท่ี 2, 3 และ 4 ไดจ้ ากกจิ กรรมสอนเสรมิ โดย  ให้ทาแบบฝกึ หัดเพม่ิ เติม เปน็ การบ้าน  2. นกั เรียนท่ีได้คะแนนอยใู่ นระดบั ที่ 1 ได้จากกิจกรรมสอนซ่อม โดย  ให้ทาแบบฝึกหัดเพม่ิ เติม เปน็ การบา้ น 

3. ด้านทกั ษะกระบวนการ นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ 1 (ต้องปรบั ปรุง) ครไู ด้อธิบายและชี้แจงเกณฑ์ ใหน้ ักเรียนทราบเป็นรายบุคคลว่า นักเรยี นจะต้องแกไ้ ขและทาอยา่ งไรบา้ งตามเกณฑท์ ้ายแผนการจัดการเรยี นรู้ ในดา้ นทกั ษะการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ และการคดิ วิเคราะห์ 4. ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรับปรงุ ) ครูไดอ้ ธบิ ายและชแ้ี จงเกณฑ์ ให้นกั เรียนทราบเปน็ รายบคุ คลวา่ นักเรยี นจะตอ้ งแกไ้ ขและทาอย่างไรบ้างตามเกณฑ์ทา้ ยแผนการจัดการเรยี นรู้ ในดา้ นการทางานเป็นระบบ ความรับผิดชอบในการทางาน ชน้ั ม.5/5 1. นักเรียนท่ีได้คะแนนอยู่ในระดบั ที่ 2, 3 และ 4 ไดจ้ ากกจิ กรรมสอนเสริมโดย  ให้ทาแบบฝึกหัดเพิม่ เติม เป็นการบา้ น  2. นกั เรยี นทไ่ี ด้คะแนนอยู่ในระดับท่ี 1 ได้จากกิจกรรมสอนซ่อม โดย  ใหท้ าแบบฝกึ หดั เพมิ่ เตมิ เปน็ การบา้ น  3. ด้านทกั ษะกระบวนการ นกั เรียนผ่านเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรบั ปรุง) ครไู ดอ้ ธิบายและชี้แจงเกณฑ์ ให้นกั เรียนทราบเป็นรายบุคคลวา่ นกั เรยี นจะต้องแกไ้ ขและทาอยา่ งไรบ้างตามเกณฑท์ ้ายแผนการจัดการเรียนรู้ ในด้านทักษะการเชอ่ื มโยงทางคณติ ศาสตร์ และการคิดวิเคราะห์ 4. ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ 1 (ต้องปรับปรุง) ครูได้อธบิ ายและชี้แจงเกณฑ์ ให้นกั เรยี นทราบเปน็ รายบคุ คลว่า นกั เรยี นจะตอ้ งแก้ไขและทาอย่างไรบา้ งตามเกณฑ์ทา้ ยแผนการจัดการเรยี นรู้ ในด้านการทางานเป็นระบบ ความรับผิดชอบในการทางาน ผลการพัฒนา พบว่านกั เรยี นท่ไี ด้ระดบั 1 จานวน คน จาก คน สามารถบอก ความหมายของฟังกช์ นั บนั ไดได้และไดผ้ ลการเรียนรอู้ ยูใ่ นระดบั 2 สว่ นอกี คน ยังต้องปรบั ปรงุ แกไ้ ข ตอ่ ไปซ่ึงผ้สู อนไดแ้ นะนาให้ และปรับปรงุ งานอีกครง้ั พบว่านักเรยี นที่ไดร้ ะดบั 2 จานวน คน จาก คน สามารถบอก ความหมายของฟงั ก์ชันบันไดได้ซึง่ ผสู้ อนได้แนะนาให้ พบว่านกั เรยี นทไี่ ดร้ ะดบั 3 จานวน คน จาก คน สามารถบอก ความหมายของฟังกช์ ันบนั ไดได้อย่างถูกต้อง ซง่ึ ผูส้ อนได้แนะนาให้ พบว่านกั เรียนท่ีไดร้ ะดบั 4 จานวน คน จาก คน สามารถบอก ความหมายของฟงั กช์ นั บันไดได้อยา่ งถกู ต้อง ซง่ึ ผู้สอนได้แนะนาให้ พบวา่ นักเรยี นที่ไดร้ ะดบั 1 จานวน คน จาก คน สามารถบอก องคป์ ระกอบของกราฟฟังกช์ นั ข้นั บนั ไดได้และไดผ้ ลการเรยี นรูอ้ ยใู่ นระดับ 2 ส่วนอกี ค น ยั ง ต้ อ ง ปรบั ปรงุ แก้ไขต่อไปซึ่งผ้สู อนได้แนะนาให้ และปรับปรงุ งานอีกคร้ัง พบวา่ นกั เรยี นท่ีได้ระดบั 2 จานวน คน จาก คน สามารถบ อก องค์ประกอบของกราฟฟังก์ชันขน้ั บันไดได้ซงึ่ ผ้สู อนได้แนะนาให้

พบวา่ นกั เรียนท่ีไดร้ ะดบั 3 จานวน คน จาก คน สามารถบ อก องค์ประกอบของกราฟฟงั กช์ ันขัน้ บันไดได้ผสู้ อนได้แนะนาให้ พบว่านกั เรียนทไ่ี ดร้ ะดบั 4 จานวน คน จาก คน สามารถบ อก องคป์ ระกอบของกราฟฟงั กช์ นั ขั้นบนั ไดได้ซ่ึงผสู้ อนได้แนะนาให้ พบว่านักเรยี นท่ีไดร้ ะดับ 1 จานวน คน จาก คน สามารถนาความรเู้ รือ่ ง ฟงั กช์ ันขน้ั บันไดมาใชใ้ นการแกโ้ จทยป์ ัญหาได้และไดผ้ ลการเรียนรู้อยู่ในระดบั 2 ส่วนอีก ค น ยั ง ตอ้ งปรับปรุงแกไ้ ขต่อไปซึง่ ผสู้ อนได้แนะนาให้ และปรับปรงุ งานอีกครง้ั พบว่านักเรยี นทีไ่ ด้ระดบั 2 จานวน คน จาก คน สามารถนาความรู้เรื่อง ฟังกช์ ันข้ันบนั ไดมาใช้ในการแกโ้ จทยป์ ัญหาได้ซึ่งผสู้ อนไดแ้ นะนาให้ พบว่านักเรยี นทไ่ี ด้ระดับ 3 จานวน คน จาก คน สามารถนาความรู้เรื่อง ฟงั ก์ชันข้นั บนั ไดมาใช้ในการแกโ้ จทยป์ ญั หาได้ผู้สอนไดแ้ นะนาให้ พบวา่ นกั เรียนที่ไดร้ ะดับ 4 จานวน คน จาก คน สามารถนาความรู้เร่ือง ฟังกช์ ันขั้นบันไดมาใชใ้ นการแกโ้ จทยป์ ญั หาได้ซงึ่ ผสู้ อนไดแ้ นะนาให้ พบวา่ นกั เรยี นที่ได้ระดับ 1 จานวน คน จาก คน สามารถเขียนกราฟ ของฟังก์ชันขน้ั บันไดได้และไดผ้ ลการเรยี นร้อู ยใู่ นระดบั 2 ส่วนอีก คน ยังต้องปรับปรุงแก้ไขต่อไปซึ่ง ผู้สอนไดแ้ นะนาให้ และปรับปรุงงานอีกคร้ัง พบว่านกั เรยี นทไ่ี ด้ระดับ 2 จานวน คน จาก คน สามารถเขียนกราฟของ ฟังก์ชนั ข้นั บนั ไดได้ซึ่งผู้สอนได้แนะนาให้ พบวา่ นกั เรียนท่ีได้ระดบั 3 จานวน คน จาก คน สามารถเขียนกราฟของ ฟังกช์ ันขั้นบันไดได้ผสู้ อนไดแ้ นะนาให้ พบวา่ นกั เรยี นทไ่ี ด้ระดบั 4 จานวน คน จาก คน สามารถเขียนกราฟของ ฟงั ก์ชนั ขน้ั บันไดได้ซ่งึ ผสู้ อนไดแ้ นะนาให้ ลงชื่อ (นางสาวปวรศิ า กา๋ วงควิน) ผู้สอน

ชวั่ โมง/คาบที่ 25-26 เรอื่ ง ฟงั กช์ ันขน้ั บนั ได จัดการเรยี นรูแ้ บบรว่ มมือ เทคนคิ (Team Assisted Individualization : TAI) 1. นักเรียนแบ่งกลุ่มละ 2 – 3 คน โดยจดั ให้คละความสามารถ คนที่ 1 ทาหนา้ ท่ตี รวจคาตอบของคนท่ี 2 คนที่ 2 ทาหน้าท่ีตรวจคาตอบของคนที่ 1 2. ครูแจ้งจุดประสงคก์ ารเรยี นร้ใู หน้ ักเรยี นร้วู า่ เมอ่ื จบชว่ั โมงนแี้ ล้วนักเรียนตอ้ งสามารถ (ใช้เวลา 5 นาที) 1) บอกความหมายของฟงั กช์ นั บนั ไดได้ 2) บอกองคป์ ระกอบของกราฟฟังกช์ ันขนั้ บนั ไดได้ 3) นาความรู้เร่อื ง ฟงั กช์ นั ข้ันบนั ไดมาใชใ้ นการแกโ้ จทย์ปัญหาได้ 4) เขยี นกราฟของฟังก์ชันขนั้ บนั ไดได้ 5) มคี วามรับผิดชอบตอ่ งานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย 6) มีความสามารถในการแก้ปัญหา 7) สามารถเช่ือมโยงความรทู้ างคณติ ศาสตรก์ ับศาสตรอ์ ื่น และนาใช้ในชวี ติ จริงได้ 3. ทบทวนความรู้ เรื่อง ระบบพกิ ัดฉาก โดยถาม-ตอบระหว่างครูกบั นักเรียน (ใช้เวลา 5 นาที) ระบบพิกดั ฉากเปน็ ระบบท่ีเปน็ ระนาบและประกอบดว้ ยเส้นจานวน 2 เส้น ต้งั ฉากซึง่ กนั และกนั เรยี กเส้น จานวนท่ีอย่ใู นแนวนอนว่า แกน X และเรยี กเส้นจานวนทีอ่ ยใู่ นแนวตง้ั ว่า แกน Y โดยแกน X และแกน Y ตัดกนั ที่ จดุ กาเนดิ (x = 0, y = 0) ระนาบทแี่ กนท้งั สองอยู่นีเ้ รยี กว่าระนาบ XY ระบบพกิ ดั ฉากจะแบง่ ระนาบ XY ออกเป็น 4 ส่วน เรยี กแตล่ ะส่วนวา่ จตภุ าค ดงั รปู Y จตุภาคที่ 2 จตุภาคท่ี 1 X O จตุภาคท่ี 3 จตุภาคที่ 4 และจุดทอี่ ย่บู นระนาบ XY เรยี กว่าจุด P(x, y) ดงั รูป Y y  P(x, y) Ox X

4. ครสู นทนากับนกั เรียนเก่ยี วกับฟังก์ชันขนั้ บันได (ใช้เวลา 5 นาที) ว่า ฟงั กช์ นั ทีม่ โี ดเมนเปน็ สับเซตของเซตของ จานวนจรงิ และโดเมนถูกแบ่งออกเปน็ ชว่ งย่อยมากกว่าหนึ่งช่วง โดยคา่ ของฟงั ก์ชนั ในแตล่ ะช่วงย่อยเป็นคา่ คงตัว เรยี กว่า ฟังก์ชันขนั้ บันได กราฟของฟังกช์ ันจะมีลกั ษณะคลา้ ยข้ันบันได 5. ครูยกตัวอยา่ งพรอ้ มอธบิ าย (ใชเ้ วลา 30 นาท)ี ตวั อยา่ งท่ี 1 อตั ราค่าไปรษณยี ากร สาหรบั ส่งจดหมายในประเทศมีดังนี้ นา้ หนกั ค่าส่ง (บาท) ไม่เกิน 40 กรัม 2.00 เกนิ 40 กรมั แตไ่ มเ่ กนิ 100 กรัม 3.00 เกนิ 100 กรัม แต่ไม่เกิน 300 กรัม 5.00 เกนิ 300 กรมั แต่ไม่เกิน 600 กรมั 7.00 - จากโจทยน์ กั เรยี นสามารถ กาหนด f(x) และ x ไดอ้ ยา่ งไร แนวตอบ : f(x) = ราคาส่งจดหมาย และ x = น้าหนักของจดหมาย - จากโจทยน์ กั เรยี นสามารถเขียนฟังก์ชนั f(x) ไดอ้ ยา่ งไร แนวตอบ : 2 เมอ่ื 0  x  40 f(x)  3 เมอ่ื 40  x  100 5 เม่อื 100  x  300 7 เมอ่ื 300  x  600 - จากโจทย์นักเรยี นสามารถเขยี นกราฟฟงั กช์ นั f(x) ได้อย่างไร Y แนวตอบ : 7 6 5 X 4 3 2 1 0

ตัวอย่างที่ 2 ครูถาม-ตอบกบั นักเรยี น - ฟังก์ชนั ข้นั บนั ได มีลักษณะเป็นอย่างไร แนวตอบ : ฟงั ก์ชนั ขั้นบนั ได คอื ฟังก์ชนั ท่มี โี ดเมนเป็นสับเซตของจานวนจรงิ และมีค่าของฟังกช์ นั เป็นค่าคงตวั เป็นชว่ งๆ มากกวา่ สองช่วง - ให้นกั เรยี นยกตวั อย่างฟงั ก์ชนั ข้ันบนั ไดในรูป f(x) แนวตอบ นักเรยี นสามารถตอบไดห้ ลากหลาย ตามพ้ืนฐานความรู้ เช่น 3 เมื่อ 0  x  4 f(x) = 4 เม่ือ 4  x  8 5 เม่ือ 8  x  12 ) - ใหน้ กั เรยี นยกตวั อยา่ งฟังกช์ ันขน้ั บนั ไดทพ่ี บเหน็ ในชวี ติ ประจาวัน แนวตอบ : นักเรียนสามารถตอบไดห้ ลากหลายตามพืน้ ฐานความรู้ เช่นอัตราคา่ บริการ ไปรษณยี ภ์ ณั ฑป์ ระเภทต่างๆ เชน่ จดหมาย พัสดุ พัสดไุ ปรษณีย์ เป็นต้น อัตราค่าธรรมเนียมในการสง่ ธนาณัติ และอัตราภาษีเงินไดบ้ ุคคลธรรมดา 6. ให้นกั เรยี นแต่ละกลุม่ ทาแบบฝกึ หัด 2.4 เรือ่ ง ฟังก์ชันขน้ั บันได ข้อ 3 ใหญ่ หน้า 81 ในหนังสือเรียน ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 กาหนดเวลา ให้ 30 นาทีแล้วแลกกับเพ่อื นในกล่มุ ตรวจคาตอบ (ใช้เวลา 40 นาท)ี 7. ครูถามนกั เรียนเกย่ี วกับความร้ทู ี่ไดร้ บั ในวันนี้ พรอ้ มท้งั ครูอธิบายเพิ่มเติมใหส้ มบรู ณ์ (ใช้เวลา 15 นาท)ี ฟังก์ชันที่มีโดเมนเป็นสบั เซตของเซตของจานวนจริง และโดเมนถูกแบ่งออกเป็นช่วงย่อยมากกว่าหนึ่งช่วง โดยค่าของฟังก์ชันในแต่ละช่วงย่อยเป็นค่าคงตัว เรียกว่า ฟังก์ชันขั้นบันได กราฟของฟังก์ชันจะมีลักษณะคล้าย ขัน้ บนั ได 8. ให้นักเรียนแต่ละคนทาแบบฝึกหัด 2.4 เร่ือง ฟังก์ชันขั้นบันได ข้อ 4 ใหญ่ หน้า 81 ในหนังสือเรียน ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 เป็นรายบุคคล สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 2. โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad การวัดผลและประเมินผล วิธกี ารวัด เครอ่ื งมอื การวัดผล ตรวจคาตอบของแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหัด จดุ ประสงค์การเรียนรู้ - ตรวจคาตอบของแบบฝึกหัด - แบบฝึกหัด 1. บอกความหมายของฟงั ก์ชันบันไดได้ 2. บอกองค์ประกอบของกราฟฟงั กช์ ัน - ตรวจคาตอบของแบบฝึกหัด - แบบฝึกหัด ข้นั บนั ไดได้ 3. นาความรู้เรื่อง ฟังกช์ ันขั้นบันไดมาใช้ - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หัด ในการแก้โจทย์ปัญหาได้ - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หดั 4. เขยี นกราฟของฟังกช์ ันขั้นบันไดได้ 5. มีความรอบคอบในการทางาน

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวัด เครื่องมือ 6. มีความรับผิดชอบต่องานทไ่ี ดร้ ับ - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หดั มอบหมาย 7. มคี วามรบั ผิดชอบต่องานท่ไี ด้รับ - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกต มอบหมาย พฤตกิ รรม 8. มีความสามารถในการแก้ปัญหา - ตรวจคาตอบของแบบฝึกหัด - แบบฝึกหดั - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกต พฤตกิ รรม 9. สามารถเชอื่ มโยงความรทู้ าง - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกต คณติ ศาสตร์กบั ศาสตรอ์ ่นื และนาใช้ใน พฤติกรรม ชวี ิตจรงิ ได้ เกณฑก์ ารประเมนิ ผล (รูบริกส)์ ประเด็นการ (4) ระดับคุณภาพ (1) ประเมนิ ดีมาก (3) (2) ปรบั ปรุง ดี กาลังพฒั นา แบบฝึกหดั ทาไดอ้ ย่าง ทาไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง ทาไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง ทาได้อย่างถูกตอ้ ง ถูกตอ้ งร้อยละ ร้อยละ 70-79 รอ้ ยละ 40-69 ตา่ กวา่ รอ้ ยละ 40 80 ขนึ้ ไป มคี วามรบั ผดิ ชอบ ทางานเสรจ็ และ ทางานเสร็จและสง่ ทางานเสร็จแต่ส่งช้า ทางานไมเ่ สรจ็ ต่องานทีไ่ ด้รบั ส่งตรงเวลา ตรงเวลา ทาไมถ่ กู ตอ้ ง สง่ ไมต่ รงเวลา มอบหมายใหไ้ ด้ ทาถูกต้อง ทาถกู ต้อง และไม่มีความ ทาไม่ถกู ตอ้ ง และ ละเอียด ละเอียด ละเอียดในการ ไม่มคี วามละเอียด ทางาน ในการทางาน มคี วามรอบคอบ มีการวางแผน มีการวางแผน มกี ารวางแผน ไม่มีการวางแผน ในการทางาน การดาเนนิ การ การดาเนนิ การ การดาเนินการอย่าง การดาเนนิ การอย่าง อย่างครบทุก อย่างถกู ตอ้ ง ไมค่ รบทุกขัน้ ตอน ไม่มีข้นั ตอน มีความ ขั้นตอน และ แต่ไมค่ รบถว้ น ผดิ พลาดตอ้ งแกไ้ ข ถกู ตอ้ ง เกณฑ์การตัดสนิ - รายบคุ คล นักเรียนมผี ลการเรียนร้ไู มต่ า่ กวา่ ระดบั 2 จึงถอื ว่าผ่าน - รายกลุ่ม รอ้ ยละ....75....ของจานวนนกั เรียนทัง้ หมดมีผลการเรียนรู้ไม่ตา่ กว่าระดับ 2

ขอ้ เสนอแนะ ใช้สอนได้ ควรปรับปรงุ ลงชื่อ ( นางสาวปวริศา ก๋าวงค์วิน ) หวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วนั ท.่ี .......เดือน..............พ.ศ............

การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 1. ครผู สู้ อนใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในขัน้ เตรยี มการสอน/จัดการเรียนรู้ ดังนี้ หลักพอเพยี ง ความพอประมาณ เหตุผล มภี ูมคิ มุ้ กันในตวั ทดี่ ี ประเดน็ เวลา เวลาท่ีใช้ในการจัดกิจกรรม เวลาท่ีใช้ในการจัดกิจกรรมการ ขั้นนาเขา้ สู่บทเรียน 15 การเรยี นรู้ท้ังหมดในแผนการ เรียนรู้ ดังน้ี ขน้ั นาเขา้ สู่บทเรียน ใช้ นาที นกั เรียนจะได้ นี้ 2 ช่ัวโมง ความเหมาะสม เวลา 15 นาที ช้ีแจ้งจดุ ประสงค์ ทบทวนความรพู้ ้ืนฐาน คือ ลายละเอียดในการเรยี น 5 นาที และเปน็ การเตรียม ขน้ั นาเข้าสบู่ ทเรยี น 15 นาที ทบทวนความรเู้ ดิมเพื่อเชอื่ มโยงกับ ความรูใ้ นการเรยี น ขั้นสอน 70 นาที เรียนทีจ่ ะเรยี น 10 นาที ข้นั สอน ขน้ั สอน 70 นาที ข้นั สรุป 15 นาที 70 นาที เร่มิ ดว้ ยการสนทนากับ นักเรียนสามารถ นกั เรียนเกย่ี วกับเรอื่ งท่ีจะเรยี นและ วเิ คราะห์ แก้ปญั หาอืน่ เรือ่ งทตี่ ้องนามาเชอื่ มโยงในการหา ๆ ได้ ขนั้ สรปุ 15 นาที คาตอบ 10 นาที อธิบายตวั อย่างให้ นักเรยี นจะได้รับความรู้ นักเรยี นอย่างละเอยี ดชัดเจน 20 ท่ีคงทนและถูกหลกั ของ นาที แล้วใหน้ กั เรยี นทาแบบฝกึ หัด คณิตศาสตร์ โดยมีครคู วบคุมดแู ลให้คาปรกึ ษา 40 นาที ขัน้ สรุป 15 นาทใี ห้นักเรยี นร่วมกัน สรุปโดยมคี รูเสริมความร้ทู ่ขี าดหา และใหช้ ัดเจนมาขน้ึ เน้อื หา 1.มีความเหมาะสมกับ เพราะหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษา การเรยี นเรอ่ื งฟงั กช์ นั ให้ นกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ขั้นพืน้ ฐานกาหนดไวใ้ นสาระที่ 1 ถกู ต้องตามหลกั ทาให้ 2.มคี วามเหมาะสมกบั ความรู้ จานวนและพีชคณติ นกั เรยี นสามารถ พื้นฐานของนกั เรยี น ตวั ชีว้ ดั ค 1.2 ม.5/1 นาไปใช้ในการดาเนิน 3.มีความเหมาะสมกับเวลา ชีวิตประจาวนั สื่อ/อุปกรณ์ มีความเหมาะสมกบั ชว่ งวัย การให้นกั เรยี นไดเ้ รียนร้จู าก - นักเรยี นสามารถ - กจิ กรรม ความต้องการความสามารถ ตวั อยา่ งทาใหน้ กั เรียนได้เหน็ ภาพ วิเคราะห์โจทย์ปญั หา - แบบฝกึ หดั และเรอื่ งทีเ่ รยี นของนกั เรียน ชดั เจน เข้าใจมากขึน้ ได้ทาด้วย จากการเรียนและปญั หา ในระดับชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 5 ตนเอง อ่นื ได้ ความร้ทู คี่ รู ครมู ีความรู้เก่ียวกับหลกั สตู ร เนอื้ หาสาระและกจิ กรรมการเรียนการสอน จาเป็นต้องมี ครูมคี วามรใู้ นการวิเคราะห์นักเรียน และร้ศู ักยภาพของนกั เรียน ครมู คี วามรใู้ นเร่อื งฟังกช์ ัน ครมู คี วามรู้ในเรื่องการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

หลกั พอเพยี ง ความพอประมาณ เหตุผล มีภูมิค้มุ กนั ในตวั ทด่ี ี ประเด็น ครมู คี วามร้ใู นเรอื่ งการวัดและประเมินผล คุณธรรมของครู มคี วามขยัน รับผดิ ชอบในการสอน มีความเสยี สละ ไม่ปิดบงั ความรู้ มคี วามเมตตาและปรารถนาดีตอ่ ศษิ ย์ มีความต้ังใจในการผลติ สือ่ การเรียนรูใ้ ห้นา่ สนใจ มีความเพียงพยายามทจ่ี ะมุง่ ม่ันให้นักเรยี นมีความรู้ มีความอดทนในสอน แนะนา ตรวจแกไ้ ขผลงานของนักเรียน - นกั เรยี นจะได้เรียนรทู้ จ่ี ะอยอู่ ย่างพอเพยี งจากกจิ กรรมการเรียนรู้ ดงั ต่อไปน้ี ผเู้ รียนไดเ้ รียนร้หู ลักคดิ และฝกึ ปฏิบัติตาม 3 ห่วง 2 เงอ่ื นไข ดงั น้ี ความพอประมาณ มีเหตผุ ล มีภมู ิค้มุ กันในตวั ที่ดี 1.นักเรียนรจู้ ักบริหารเวลาในการศกึ ษา 1.นกั เรยี นมีเหตผุ ลในการ 1.นักเรียนนาความรเู้ รอ่ื งฟังก์ชนั ไป ความรู้ ทากจิ กรรมจากใบงาน หาคาตอบของฟงั กช์ นั ได้ ช่วยในการโจทยป์ ัญหาอื่นได้ แบบฝึกหัด การทากิจกรรมกลมุ่ 2. นักเรยี นวเิ คราะห์และ 2. นกั เรียนนาความรูท้ ไี่ ดร้ ับจาก 2.นักเรียนทากิจกรรมได้เต็มศักยภาพ หาคาตอบไดอ้ ยา่ งสมเหตุ การเรยี นเร่อื งฟงั ก์ชนั พื้นฐาน ของตนเอง สมผล เพือ่ ประกอบการตดั สนิ ใจในการทา 3.นักเรียนใช้วัสดุ อุปกรณ์ ในการทา กจิ กรรม ได้โดยไมเ่ กดิ ปจั จยั เสีย่ ง กิจกรรมอย่างประหยัด ความรทู้ ่ตี อ้ งมกี อ่ นเรียน 1.ตอ้ งมีสมาธิ มคี วามตั้งใจ ในการเรียน 2.ตอ้ งมคี วามรอบคอบในการทางาน 3.ต้องมมี ารยาทในการทางาน ไม่สง่ เสยี งดงั ไม่เล่นหรอื ไม่ลุกจากที่ น่ังโดยไมไ่ ด้รับอนุญาต 4. ตอ้ งมีความรบั ผิดชอบในงานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย สง่ ตรงตอ่ เวลา คณุ ธรรม 1.นักเรยี นมคี วามซ่อื สตั ย์ สุจริตและตรงต่อเวลา 2. นักเรยี นมวี ินัยในตนเอง

- ผลลัพธ์ท่คี าดว่าจะเกิดขึ้นกบั นกั เรยี น (อยอู่ ย่างพอเพยี ง – สมดุลและพรอ้ มรบั การเปลีย่ นแปลงด้านต่าง ๆ) ด้านความรู้ (K) ด้านทกั ษะ กระบวนการ (P) ด้านคณุ ลักษณะ (A) 1. บอกความหมายของฟงั กช์ ัน - แบบฝึกหดั 1. มคี วามรบั ผิดชอบตอ่ งานที่ บันไดได้ ได้รบั มอบหมาย 2. บอกองคป์ ระกอบของกราฟ ฟังก์ชันข้นั บนั ไดได้ 3. นาความร้เู ร่ือง ฟังก์ชันขั้นบนั ได มาใช้ในการแก้โจทย์ปญั หาได้ 4. เขยี นกราฟของฟงั ก์ชนั ข้ันบนั ได ได้ บนั ทึกหลังการจดั การเรยี นรู้ ช้ัน ม. 5/1 ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรยี นรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรงุ ความเหมาะสมของเวลาทีใ่ ชใ้ นการทากิจกรรม  ดี  พอใช้  ปรบั ปรงุ ความเหมาะสมของส่อื การเรียนรู้  ดี  พอใช้  ปรับปรุง ความเหมาะสมของเกณฑก์ ารประเมนิ  ดี  พอใช้  ปรบั ปรงุ อน่ื ๆ สรุปผลการประเมนิ ผเู้ รียน นกั เรยี นจานวน คน คิดเปน็ ร้อยละ มีผลการเรียนร้ฯู อยู่ในระดบั 1 นกั เรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มีผลการเรยี นรูฯ้ อย่ใู นระดบั 2 นกั เรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มผี ลการเรยี นร้ฯู อยใู่ นระดบั 3 นกั เรยี นจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มผี ลการเรยี นรู้ฯ อยู่ในระดับ 4 สรปุ โดยภาพรวมมีนกั เรยี นจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ท่ีผ่านเกณฑ์ระดับ 2 ขน้ึ ไป ซ่งึ สูง (ต่า) กวา่ เกณฑ์ทก่ี าหนดไว้ร้อยละ มนี ักเรยี นจานวน คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ทไี่ ม่ผา่ นเกณฑท์ ีก่ าหนด

ชนั้ ม. 5/2 ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรยี นรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเวลาที่ใชใ้ นการทากจิ กรรม  ดี  พอใช้  ปรับปรุง ความเหมาะสมของสื่อการเรียนรู้  ดี  พอใช้  ปรับปรงุ ความเหมาะสมของเกณฑก์ ารประเมนิ  ดี  พอใช้  ปรับปรงุ อน่ื ๆ สรปุ ผลการประเมินผ้เู รียน นักเรยี นจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มผี ลการเรียนรู้ฯ อยู่ในระดบั 1 นกั เรยี นจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มีผลการเรียนรู้ฯ อยใู่ นระดบั 2 นักเรียนจานวน คน คิดเปน็ ร้อยละ มผี ลการเรยี นรู้ฯ อยู่ในระดับ 3 นักเรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มผี ลการเรียนร้ฯู อยู่ในระดบั 4 สรปุ โดยภาพรวมมนี ักเรยี นจานวน คน คดิ เปน็ ร้อยละ ที่ผ่านเกณฑ์ระดับ 2 ขนึ้ ไป ซึง่ สูง (ตา่ ) กว่าเกณฑ์ที่กาหนดไวร้ ้อยละ มีนักเรียนจานวน คน คิดเปน็ ร้อยละ ทไี่ มผ่ า่ นเกณฑท์ ่ีกาหนด ชั้น ม. 5/3 ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรียนรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเวลาทใ่ี ชใ้ นการทากจิ กรรม  ดี  พอใช้  ปรับปรุง ความเหมาะสมของสอ่ื การเรียนรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเกณฑ์การประเมิน  ดี  พอใช้  ปรบั ปรุง อื่น ๆ สรุปผลการประเมินผูเ้ รยี น นักเรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มผี ลการเรียนรู้ฯ อยู่ในระดบั 1 นักเรยี นจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ มผี ลการเรียนรฯู้ อยูใ่ นระดบั 2 นกั เรยี นจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ มีผลการเรยี นรู้ฯ อยใู่ นระดบั 3 นักเรียนจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ มีผลการเรียนรู้ฯ อยใู่ นระดบั 4

สรปุ โดยภาพรวมมนี กั เรียนจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ทผ่ี ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ข้ึนไป ซ่ึงสูง (ต่า) กวา่ เกณฑ์ท่ีกาหนดไวร้ อ้ ยละ มนี กั เรยี นจานวน คน คิดเปน็ ร้อยละ ท่ไี ม่ผา่ นเกณฑ์ทีก่ าหนด ชัน้ ม. 5/4 ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรยี นรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรงุ ความเหมาะสมของเวลาทใ่ี ช้ในการทากิจกรรม  ดี  พอใช้  ปรบั ปรงุ ความเหมาะสมของส่ือการเรียนรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเกณฑ์การประเมนิ  ดี  พอใช้  ปรับปรุง อน่ื ๆ สรุปผลการประเมินผู้เรยี น นักเรยี นจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ มีผลการเรยี นรฯู้ อยูใ่ นระดับ 1 นักเรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มผี ลการเรยี นรฯู้ อยใู่ นระดบั 2 นักเรยี นจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ มีผลการเรียนรฯู้ อยูใ่ นระดบั 3 นักเรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มีผลการเรยี นรู้ฯ อยใู่ นระดับ 4 สรปุ โดยภาพรวมมนี ักเรยี นจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ทีผ่ า่ นเกณฑ์ระดบั 2 ขึ้นไป ซ่ึงสูง (ต่า) กว่าเกณฑ์ที่กาหนดไว้รอ้ ยละ มีนกั เรียนจานวน คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ทีไ่ มผ่ า่ นเกณฑท์ กี่ าหนด ชั้น ม. 5/5 ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรยี นรู้  ดี  พอใช้  ปรับปรุง ความเหมาะสมของเวลาทใ่ี ช้ในการทากจิ กรรม  ดี  พอใช้  ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของสื่อการเรยี นรู้  ดี  พอใช้  ปรับปรุง ความเหมาะสมของเกณฑ์การประเมนิ  ดี  พอใช้  ปรบั ปรงุ อน่ื ๆ สรปุ ผลการประเมนิ ผู้เรียน นกั เรียนจานวน คน คดิ เป็นร้อยละ มผี ลการเรียนรู้ฯ อย่ใู นระดับ 1 นกั เรียนจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ มผี ลการเรียนรูฯ้ อยูใ่ นระดบั 2 นักเรยี นจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มผี ลการเรยี นรฯู้ อยใู่ นระดับ 3

นักเรียนจานวน คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ มีผลการเรียนรู้ฯ อยู่ในระดบั 4 สรุปโดยภาพรวมมนี ักเรยี นจานวน คน คิดเปน็ ร้อยละ ท่ผี า่ นเกณฑร์ ะดบั 2 ข้นึ ไป ซึง่ สงู (ต่า) กว่าเกณฑ์ท่ีกาหนดไวร้ ้อยละ มีนกั เรยี นจานวน คน คดิ เป็นร้อยละ ทไี่ ม่ผ่านเกณฑท์ ่ีกาหนด ขอ้ สงั เกต/คน้ พบ จาการตรวจผลงานของนกั เรยี นพบว่า ชัน้ ม.5/1 นักเรยี น คน บอกความหมายของฟงั กช์ ันบนั ไดได้ - นักเรยี นผ่านเกณฑ์ระดบั 2 ข้ึนไป จานวน คน - นกั เรียนไม่ผ่านเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ชั้น ม.5/2 นักเรยี น คน บอกความหมายของฟังก์ชันบันไดได้ - นักเรยี นผ่านเกณฑ์ระดบั 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรยี นไม่ผา่ นเกณฑร์ ะดบั 2 จานวน คน ชั้น ม.5/3 นกั เรียน คน บอกความหมายของฟังกช์ นั บนั ไดได้ - นักเรียนผ่านเกณฑ์ระดบั 2 ขึ้นไป จานวน คน - นกั เรยี นไม่ผ่านเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ช้ัน ม.5/4 นักเรียน คน บอกความหมายของฟงั ก์ชนั บันไดได้ - นกั เรียนผ่านเกณฑ์ระดบั 2 ขึน้ ไป จานวน คน - นกั เรยี นไมผ่ า่ นเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ชั้น ม.5/5 นักเรียน คน บอกความหมายของฟังก์ชันบนั ไดได้ - นักเรียนผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ขึ้นไป จานวน คน - นักเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/1 นกั เรยี น คน บอกองคป์ ระกอบของกราฟฟงั กช์ ันขั้นบนั ไดได้ - นกั เรยี นผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรียนไม่ผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน ชนั้ ม.5/2 นักเรยี น คน บอกองค์ประกอบของกราฟฟงั ก์ชนั ขั้นบนั ไดได้ - นักเรียนผา่ นเกณฑร์ ะดับ 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรยี นไมผ่ ่านเกณฑร์ ะดบั 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/3 นกั เรียน คน บอกองค์ประกอบของกราฟฟังกช์ ันขน้ั บนั ไดได้ - นกั เรียนผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ขึ้นไป จานวน คน - นักเรียนไม่ผา่ นเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน ช้ัน ม.5/4 นกั เรยี น คน บอกองคป์ ระกอบของกราฟฟงั ก์ชนั ขน้ั บนั ไดได้ - นักเรยี นผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ขึ้นไป จานวน คน - นักเรยี นไม่ผา่ นเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน

ชน้ั ม.5/5 นกั เรยี น คน บอกองค์ประกอบของกราฟฟงั ก์ชนั ข้นั บันไดได้ - นกั เรยี นผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นักเรยี นไม่ผ่านเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/1 นกั เรยี น คน นาความรเู้ รอ่ื ง ฟังกช์ ันขั้นบนั ไดมาใช้ในการแก้โจทย์ปัญหาได้ - นักเรียนผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรยี นไมผ่ ่านเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/2 นกั เรยี น คน นาความรูเ้ รอื่ ง ฟงั ก์ชนั ข้นั บนั ไดมาใช้ในการแกโ้ จทย์ปญั หาได้ - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ระดบั 2 ขึ้นไป จานวน คน - นักเรียนไมผ่ า่ นเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/3 นกั เรยี น คน นาความรเู้ รือ่ ง ฟังกช์ นั ขั้นบันไดมาใช้ในการแก้โจทยป์ ญั หาได้ - นกั เรยี นผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 ขึ้นไป จานวน คน - นกั เรียนไมผ่ า่ นเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/4 นกั เรยี น คน นาความรเู้ รอ่ื ง ฟังกช์ นั ขั้นบนั ไดมาใช้ในการแก้โจทยป์ ัญหาได้ - นักเรียนผา่ นเกณฑร์ ะดบั 2 ขึ้นไป จานวน คน - นักเรียนไม่ผา่ นเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน ชัน้ ม.5/5 นกั เรยี น คน นาความรเู้ รื่อง ฟังกช์ นั ขนั้ บันไดมาใชใ้ นการแกโ้ จทยป์ ัญหาได้ - นักเรยี นผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ขนึ้ ไป จานวน คน - นกั เรียนไม่ผา่ นเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/1 นักเรียน คน เขยี นกราฟของฟังก์ชนั ขนั้ บนั ไดได้ - นักเรยี นผา่ นเกณฑร์ ะดับ 2 ขน้ึ ไป จานวน คน คน - นกั เรียนไมผ่ า่ นเกณฑร์ ะดบั 2 จานวน คน ชั้น ม.5/2 นกั เรียน คน เขยี นกราฟของฟงั กช์ นั ขั้นบันไดได้ คน - นักเรียนผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 ขึ้นไป จานวน คน คน - นักเรยี นไม่ผ่านเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ชั้น ม.5/3 นักเรียน คน เขียนกราฟของฟังก์ชนั ข้นั บันไดได้ คน - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 ขึน้ ไป จานวน คน คน - นกั เรียนไมผ่ า่ นเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน ชั้น ม.5/4 นกั เรียน คน เขยี นกราฟของฟงั ก์ชันขน้ั บนั ไดได้ - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 ข้ึนไป จานวน - นักเรยี นไมผ่ า่ นเกณฑร์ ะดบั 2 จานวน ชั้น ม.5/5 นกั เรียน คน เขยี นกราฟของฟังก์ชันข้ันบันไดได้ - นักเรียนผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 ขน้ึ ไป จานวน - นักเรียนไม่ผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 จานวน

ดา้ นทกั ษะกระบวนการ นกั เรยี นผ่านเกณฑ์การประเมินในแตล่ ะด้าน ดังน้ี ช้นั ม.5/1 ทกั ษะการแก้ไขปญั หา - นกั เรียนผ่านเกณฑด์ ีมาก (ระดบั 4) จานวน คน คน - นักเรียนผ่านเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน คน คน - นกั เรียนผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นักเรยี นต้องปรับปรุง (ระดบั 1) จานวน คน คน ทักษะการเชือ่ มโยงทางคณิตศาสตร์ คน - นักเรยี นผา่ นเกณฑด์ มี าก (ระดบั 4) จานวน คน คน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ดี (ระดบั 3) จานวน คน คน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นักเรยี นต้องปรบั ปรุง (ระดบั 1) จานวน คน คน ชน้ั ม.5/2 คน ทักษะการแก้ไขปัญหา คน คน - นกั เรียนผ่านเกณฑด์ ีมาก (ระดบั 4) จานวน คน คน - นักเรียนผา่ นเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน คน - นักเรียนผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) จานวน คน คน - นกั เรียนตอ้ งปรบั ปรงุ (ระดับ 1) จานวน คน ทักษะการเชื่อมโยงทางคณติ ศาสตร์ - นักเรียนผ่านเกณฑด์ ีมาก (ระดบั 4) จานวน - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ดี (ระดบั 3) จานวน - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) จานวน - นกั เรียนต้องปรับปรุง (ระดับ 1) จานวน ชั้น ม.5/3 ทักษะการแก้ไขปญั หา - นักเรยี นผ่านเกณฑด์ ีมาก (ระดบั 4) จานวน - นกั เรียนผา่ นเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน - นักเรยี นผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน - นกั เรยี นต้องปรับปรุง (ระดบั 1) จานวน ทกั ษะการเช่อื มโยงทางคณติ ศาสตร์ - นักเรียนผ่านเกณฑด์ ีมาก (ระดับ 4) จานวน - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน - นักเรียนผา่ นเกณฑ์พอใช้ (ระดบั 2) จานวน - นักเรียนตอ้ งปรับปรงุ (ระดับ 1) จานวน

ชนั้ ม.5/4 ทักษะการแก้ไขปัญหา - นกั เรียนผา่ นเกณฑด์ มี าก (ระดบั 4) จานวน คน คน - นกั เรียนผา่ นเกณฑด์ ี (ระดบั 3) จานวน คน คน - นกั เรยี นผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นักเรียนต้องปรับปรุง (ระดับ 1) จานวน คน คน ทกั ษะการเช่อื มโยงทางคณิตศาสตร์ คน - นักเรียนผา่ นเกณฑด์ ีมาก (ระดับ 4) จานวน คน คน - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ดี (ระดบั 3) จานวน คน คน - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นกั เรียนต้องปรบั ปรุง (ระดับ 1) จานวน คน คน ช้ัน ม.5/5 คน ทกั ษะการแกไ้ ขปัญหา คน คน - นักเรยี นผ่านเกณฑ์ดมี าก (ระดับ 4) จานวน คน คน - นกั เรียนผา่ นเกณฑด์ ี (ระดบั 3) จานวน คน - นักเรียนผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) จานวน คน คน - นกั เรียนตอ้ งปรับปรุง (ระดับ 1) จานวน คน ทักษะการเชอื่ มโยงทางคณิตศาสตร์ - นักเรียนผา่ นเกณฑ์ดีมาก (ระดับ 4) จานวน - นักเรียนผา่ นเกณฑ์ดี (ระดบั 3) จานวน - นักเรยี นผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) จานวน - นกั เรยี นต้องปรบั ปรงุ (ระดบั 1) จานวน ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ นกั เรยี นผ่านเกณฑก์ ารประเมินในแตล่ ะดา้ น ดงั น้ี ชั้น ม.5/1 ความรับผดิ ชอบในการทางาน - นักเรียนผา่ นเกณฑด์ ีมาก (ระดบั 4) จานวน - นักเรยี นผ่านเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดบั 2) จานวน - นกั เรยี นต้องปรับปรงุ (ระดับ 1) จานวน ช้ัน ม.5/2 ความรับผดิ ชอบในการทางาน - นักเรยี นผ่านเกณฑ์ดมี าก (ระดับ 4) จานวน - นักเรียนผ่านเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) จานวน - นกั เรยี นตอ้ งปรบั ปรุง (ระดบั 1) จานวน

ชัน้ ม.5/3 ความรับผิดชอบในการทางาน - นักเรียนผา่ นเกณฑ์ดมี าก (ระดับ 4) จานวน คน - นกั เรียนผา่ นเกณฑด์ ี (ระดบั 3) จานวน คน - นกั เรยี นผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นักเรียนต้องปรบั ปรงุ (ระดบั 1) จานวน คน ชน้ั ม.5/4 ความรบั ผดิ ชอบในการทางาน - นกั เรียนผ่านเกณฑด์ มี าก (ระดบั 4) จานวน คน - นักเรยี นผา่ นเกณฑด์ ี (ระดบั 3) จานวน คน - นักเรียนผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นกั เรียนตอ้ งปรับปรุง (ระดับ 1) จานวน คน ชัน้ ม.5/5 ความรับผดิ ชอบในการทางาน - นกั เรียนผา่ นเกณฑด์ ีมาก (ระดบั 4) จานวน คน - นักเรียนผา่ นเกณฑ์ดี (ระดบั 3) จานวน คน - นักเรียนผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นักเรยี นตอ้ งปรบั ปรงุ (ระดับ 1) จานวน คน แนวทางการแกไ้ ขปญั หาเพ่ือปรบั ปรงุ ชน้ั ม.5/1 1. นักเรียนทไ่ี ด้คะแนนอยู่ในระดับที่ 2, 3 และ 4 ได้จากกจิ กรรมสอนเสรมิ โดย  ให้ทาแบบฝกึ หดั เพม่ิ เตมิ เป็นการบา้ น  2. นักเรยี นทีไ่ ดค้ ะแนนอย่ใู นระดบั ที่ 1 ไดจ้ ากกจิ กรรมสอนซอ่ ม โดย  ให้ทาแบบฝกึ หัดเพม่ิ เติม เป็นการบา้ น  3. ด้านทกั ษะกระบวนการ นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรับปรุง) ครูไดอ้ ธิบายและช้ีแจงเกณฑ์ ให้นกั เรียนทราบเปน็ รายบคุ คลว่า นักเรียนจะตอ้ งแก้ไขและทาอย่างไรบ้างตามเกณฑท์ า้ ยแผนการจัดการเรยี นรู้ ในดา้ นทักษะการเช่ือมโยงทางคณิตศาสตร์ และการคิดวเิ คราะห์ 4. ดา้ นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ นกั เรียนผ่านเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรับปรุง) ครไู ดอ้ ธิบายและชีแ้ จงเกณฑ์ ใหน้ ักเรยี นทราบเปน็ รายบุคคลวา่ นักเรียนจะต้องแก้ไขและทาอย่างไรบา้ งตามเกณฑ์ท้ายแผนการจัดการเรียนรู้ ในดา้ นการทางานเปน็ ระบบ ความรับผิดชอบในการทางาน

ช้นั ม.5/2 1. นกั เรียนท่ไี ดค้ ะแนนอยู่ในระดับที่ 2, 3 และ 4 ไดจ้ ากกจิ กรรมสอนเสรมิ โดย  ให้ทาแบบฝึกหัดเพ่มิ เติม เป็นการบ้าน  2. นกั เรยี นทีไ่ ดค้ ะแนนอยู่ในระดับท่ี 1 ได้จากกจิ กรรมสอนซอ่ ม โดย  ให้ทาแบบฝึกหดั เพิ่มเตมิ เปน็ การบ้าน  3. ด้านทกั ษะกระบวนการ นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรบั ปรุง) ครไู ดอ้ ธบิ ายและชี้แจงเกณฑ์ ให้นกั เรยี นทราบเป็นรายบคุ คลวา่ นักเรียนจะต้องแก้ไขและทาอย่างไรบา้ งตามเกณฑ์ทา้ ยแผนการจัดการเรียนรู้ ในด้านทักษะการเชื่อมโยงทางคณติ ศาสตร์ และการคิดวเิ คราะห์ 4. ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ นักเรียนผา่ นเกณฑ์ 1 (ต้องปรับปรุง) ครไู ดอ้ ธิบายและช้ีแจงเกณฑ์ ให้นักเรยี นทราบเปน็ รายบคุ คลวา่ นักเรยี นจะต้องแก้ไขและทาอย่างไรบา้ งตามเกณฑท์ า้ ยแผนการจัดการเรียนรู้ ในด้านการทางานเป็นระบบ ความรับผิดชอบในการทางาน ชั้น ม.5/3 1. นักเรียนทไ่ี ด้คะแนนอยใู่ นระดับท่ี 2, 3 และ 4 ไดจ้ ากกิจกรรมสอนเสรมิ โดย  ให้ทาแบบฝึกหดั เพิ่มเติม เป็นการบ้าน  2. นกั เรยี นทไ่ี ด้คะแนนอย่ใู นระดบั ที่ 1 ไดจ้ ากกจิ กรรมสอนซอ่ ม โดย  ใหท้ าแบบฝึกหัดเพม่ิ เตมิ เป็นการบา้ น  3. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ 1 (ต้องปรบั ปรงุ ) ครูได้อธิบายและชแ้ี จงเกณฑ์ ใหน้ กั เรยี นทราบเปน็ รายบุคคลวา่ นกั เรียนจะตอ้ งแกไ้ ขและทาอยา่ งไรบา้ งตามเกณฑ์ท้ายแผนการจัดการเรยี นรู้ ในด้านทกั ษะการเชือ่ มโยงทางคณติ ศาสตร์ และการคิดวเิ คราะห์ 4. ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ 1 (ต้องปรับปรงุ ) ครูไดอ้ ธิบายและช้แี จงเกณฑ์ ให้นักเรียนทราบเป็นรายบคุ คลวา่ นักเรียนจะตอ้ งแกไ้ ขและทาอยา่ งไรบ้างตามเกณฑท์ า้ ยแผนการจัดการเรียนรู้ ในด้านการทางานเปน็ ระบบ ความรบั ผิดชอบในการทางาน ช้ัน ม.5/4 1. นกั เรียนท่ีได้คะแนนอยใู่ นระดับที่ 2, 3 และ 4 ได้จากกิจกรรมสอนเสริมโดย  ใหท้ าแบบฝึกหัดเพิ่มเติม เปน็ การบา้ น  2. นกั เรียนทีไ่ ด้คะแนนอยใู่ นระดบั ท่ี 1 ได้จากกจิ กรรมสอนซ่อม โดย  ให้ทาแบบฝึกหัดเพ่มิ เติม เป็นการบา้ น 

3. ด้านทกั ษะกระบวนการ นักเรยี นผ่านเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรับปรงุ ) ครไู ดอ้ ธบิ ายและช้แี จงเกณฑ์ ใหน้ ักเรียนทราบเป็นรายบคุ คลว่า นักเรยี นจะต้องแกไ้ ขและทาอย่างไรบา้ งตามเกณฑ์ทา้ ยแผนการจัดการเรยี นรู้ ในดา้ นทกั ษะการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ และการคิดวิเคราะห์ 4. ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ นักเรยี นผ่านเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรับปรงุ ) ครไู ด้อธิบายและชีแ้ จงเกณฑ์ ให้นกั เรียนทราบเป็นรายบคุ คลวา่ นักเรยี นจะตอ้ งแกไ้ ขและทาอย่างไรบ้างตามเกณฑ์ทา้ ยแผนการจัดการเรียนรู้ ในดา้ นการทางานเป็นระบบ ความรับผิดชอบในการทางาน ชน้ั ม.5/5 1. นักเรียนท่ีได้คะแนนอยู่ในระดบั ท่ี 2, 3 และ 4 ได้จากกจิ กรรมสอนเสริมโดย  ให้ทาแบบฝึกหัดเพิม่ เติม เป็นการบ้าน  2. นกั เรยี นท่ไี ดค้ ะแนนอยู่ในระดบั ท่ี 1 ได้จากกจิ กรรมสอนซ่อม โดย  ใหท้ าแบบฝกึ หดั เพมิ่ เติม เป็นการบ้าน  3. ด้านทกั ษะกระบวนการ นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ 1 (ต้องปรับปรุง) ครไู ดอ้ ธิบายและชแ้ี จงเกณฑ์ ให้นกั เรียนทราบเปน็ รายบุคคลวา่ นกั เรยี นจะตอ้ งแก้ไขและทาอยา่ งไรบ้างตามเกณฑท์ ้ายแผนการจัดการเรียนรู้ ในด้านทักษะการเชอ่ื มโยงทางคณติ ศาสตร์ และการคิดวิเคราะห์ 4. ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ 1 (ต้องปรับปรงุ ) ครูไดอ้ ธบิ ายและชี้แจงเกณฑ์ ให้นกั เรยี นทราบเป็นรายบุคคลว่า นกั เรยี นจะต้องแกไ้ ขและทาอยา่ งไรบา้ งตามเกณฑท์ า้ ยแผนการจัดการเรียนรู้ ในด้านการทางานเป็นระบบ ความรับผิดชอบในการทางาน ผลการพัฒนา พบว่านกั เรยี นท่ไี ดร้ ะดบั 1 จานวน คน จาก คน สามารถบอก ความหมายของฟังก์ชนั บนั ไดได้และไดผ้ ลการเรียนรู้อยู่ในระดับ 2 สว่ นอกี คน ยงั ต้องปรบั ปรงุ แกไ้ ข ตอ่ ไปซ่ึงผ้สู อนไดแ้ นะนาให้ และปรับปรุงงานอีกครง้ั พบว่านักเรยี นที่ไดร้ ะดับ 2 จานวน คน จาก คน สามารถบอก ความหมายของฟงั ก์ชันบันไดได้ซึง่ ผสู้ อนไดแ้ นะนาให้ พบว่านกั เรยี นทไี่ ดร้ ะดับ 3 จานวน คน จาก คน สามารถบอก ความหมายของฟังก์ชันบนั ไดได้อย่างถูกต้อง ซงึ่ ผ้สู อนได้แนะนาให้ พบว่านกั เรียนท่ีได้ระดบั 4 จานวน คน จาก คน สามารถบอก ความหมายของฟงั กช์ นั บันไดได้อยา่ งถกู ต้อง ซงึ่ ผสู้ อนไดแ้ นะนาให้ พบวา่ นักเรียนที่ไดร้ ะดบั 1 จานวน คน จาก คน สามารถบอก องคป์ ระกอบของกราฟฟังกช์ นั ข้นั บนั ไดได้และได้ผลการเรยี นรู้อยู่ในระดับ 2 ส่วนอกี ค น ยั ง ต้ อ ง ปรบั ปรงุ แก้ไขต่อไปซึ่งผ้สู อนได้แนะนาให้ และปรับปรงุ งานอีกคร้งั พบวา่ นกั เรยี นท่ีไดร้ ะดบั 2 จานวน คน จาก คน สามารถบ อก องค์ประกอบของกราฟฟังกช์ ันขน้ั บันไดได้ซ่ึงผูส้ อนไดแ้ นะนาให้

พบวา่ นกั เรียนท่ไี ดร้ ะดบั 3 จานวน คน จาก คน สามารถบ อก องค์ประกอบของกราฟฟงั กช์ ันขั้นบันไดได้ผู้สอนได้แนะนาให้ พบวา่ นกั เรยี นทไ่ี ดร้ ะดบั 4 จานวน คน จาก คน สามารถบ อก องคป์ ระกอบของกราฟฟงั กช์ นั ขั้นบนั ไดได้ซ่ึงผู้สอนได้แนะนาให้ พบว่านักเรยี นท่ีไดร้ ะดับ 1 จานวน คน จาก คน สามารถนาความรเู้ รือ่ ง ฟงั กช์ ันขน้ั บันไดมาใชใ้ นการแกโ้ จทย์ปญั หาได้และไดผ้ ลการเรียนรู้อยู่ในระดบั 2 ส่วนอีก ค น ยั ง ตอ้ งปรับปรงุ แกไ้ ขตอ่ ไปซึง่ ผสู้ อนได้แนะนาให้ และปรับปรงุ งานอกี ครง้ั พบว่านักเรยี นที่ได้ระดบั 2 จานวน คน จาก คน สามารถนาความรู้เรื่อง ฟังกช์ ันขั้นบันไดมาใช้ในการแก้โจทยป์ ัญหาได้ซึ่งผสู้ อนไดแ้ นะนาให้ พบวา่ นักเรยี นท่ีได้ระดับ 3 จานวน คน จาก คน สามารถนาความรู้เรื่อง ฟงั ก์ชันข้นั บนั ไดมาใช้ในการแกโ้ จทย์ปัญหาได้ผู้สอนไดแ้ นะนาให้ พบว่านกั เรยี นที่ไดร้ ะดับ 4 จานวน คน จาก คน สามารถนาความรู้เร่ือง ฟังกช์ ันขนั้ บนั ไดมาใชใ้ นการแก้โจทย์ปญั หาได้ซงึ่ ผสู้ อนไดแ้ นะนาให้ พบว่านกั เรยี นที่ได้ระดับ 1 จานวน คน จาก คน สามารถเขียนกราฟ ของฟังก์ชนั ขั้นบันไดได้และไดผ้ ลการเรยี นรู้อยใู่ นระดบั 2 ส่วนอีก คน ยังต้องปรับปรุงแก้ไขต่อไปซึ่ง ผู้สอนไดแ้ นะนาให้ และปรับปรุงงานอีกครง้ั พบว่านกั เรยี นที่ได้ระดับ 2 จานวน คน จาก คน สามารถเขียนกราฟของ ฟังก์ชนั ข้นั บนั ไดได้ซึ่งผู้สอนได้แนะนาให้ พบว่านกั เรียนท่ีไดร้ ะดบั 3 จานวน คน จาก คน สามารถเขียนกราฟของ ฟังกช์ ันขั้นบันไดได้ผสู้ อนไดแ้ นะนาให้ พบวา่ นกั เรยี นทีไ่ ด้ระดบั 4 จานวน คน จาก คน สามารถเขียนกราฟของ ฟงั ก์ชนั ขน้ั บันไดได้ซ่งึ ผสู้ อนไดแ้ นะนาให้ ลงชื่อ (นางสาวปวรศิ า ก๋าวงควิน) ผู้สอน

ช่วั โมง/คาบที่ 27-28 เร่ือง ฟงั ก์ชันเอกซโ์ พเนนเชียล จดั การเรียนรแู้ บบรว่ มมือ เทคนิค (Team Assisted Individualization : TAI) 1. นักเรยี นแบง่ กลุม่ ละ 2 – 3 คน โดยจัดใหค้ ละความสามารถ คนท่ี 1 ทาหน้าที่ตรวจคาตอบของคนที่ 2 คนที่ 2 ทาหน้าท่ีตรวจคาตอบของคนท่ี 1 2. ครูแจ้งจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรูใ้ ห้นักเรียนร้วู า่ เมอ่ื จบชั่วโมงน้แี ล้วนักเรยี นต้องสามารถ (ใช้เวลา 5 นาท)ี 1) บอกความหมายของฟังกช์ ันเอกซโ์ พเนนเชยี ลได้ 2) บอกองค์ประกอบของกราฟฟังกช์ ันเอกซโ์ พเนนเชยี ลได้ 3) นาความรู้เรอื่ ง ฟังกช์ นั เอกซ์โพเนนเชียลมาใชใ้ นการแกป้ ัญหาได้ 4) เขียนกราฟฟังก์ชนั เอกซโ์ พเชยี ลได้ 5) เขยี นแสดงการแกส้ มการฟงั ก์ชนั เอกซโ์ พเนนเชียลได้ 6) มีความรับผิดชอบต่องานท่ีไดร้ บั มอบหมาย 7) มคี วามสามารถในการแก้ปญั หา 8) สามารถเชือ่ มโยงความรูท้ างคณติ ศาสตร์กับศาสตรอ์ นื่ และนาใช้ในชวี ิตจริงได้ 3. ทบทวนความรู้ เรอ่ื ง ระบบพกิ ดั ฉาก โดยถาม-ตอบระหว่างครูกับนกั เรียน (ใชเ้ วลา 5 นาท)ี ระบบพิกัดฉากเปน็ ระบบที่เป็นระนาบและประกอบด้วยเส้นจานวน 2 เสน้ ตั้งฉากซงึ่ กันและกนั เรียกเสน้ จานวนทีอ่ ยู่ในแนวนอนวา่ แกน X และเรียกเส้นจานวนท่อี ย่ใู นแนวต้ังว่า แกน Y โดยแกน X และแกน Y ตัดกนั ที่ จดุ กาเนดิ (x = 0, y = 0) ระนาบท่แี กนท้งั สองอยู่น้ีเรียกวา่ ระนาบ XY ระบบพิกดั ฉากจะแบง่ ระนาบ XY ออกเป็น 4 สว่ น เรียกแตล่ ะสว่ นวา่ จตุภาค ดังรปู Y จตุภาคท่ี 2 จตุภาคที่ 1 X O จตุภาคที่ 3 จตุภาคที่ 4 และจดุ ทีอ่ ยู่บนระนาบ XY เรยี กวา่ จดุ P(x, y) ดงั รูป Y y  P(x, y) Ox X

4. ครูสนทนากบั นกั เรยี นเกี่ยวกบั ฟังกช์ ันขนั้ บันได (ใชเ้ วลา 5 นาท)ี วา่ ถ้า f เป็นฟงั ก์ชนั ที่มสี มการเปน็ y  ax โดยท่ี a  0 และ a  1 แลว้ จะไดว้ า่ สมาชกิ ในโดเมนของ f เปน็ จานวนจริง และสมาชิกในเรนจ์ของ f จะเป็น จานวนจรงิ บวกเสมอ ในกรณีนเี้ ราจะเรยี ก f  (x,y) R  R y  ax  วา่ ฟังกช์ นั เอกซโ์ พเนนเชยี ล 5. ครูยกตวั อยา่ งพร้อมอธบิ าย (ใชเ้ วลา 30 นาที) ตัวอย่างท่ี 20 ในหนังสอื เรยี นหน้าท่ี 82 - 84 บนกระดานอยา่ งละเอยี ด เพ่ือความเข้าใจของนกั เรียนให้ มากย่งิ ขนึ้ ตัวอย่างท่ี 21 ในหนงั สอื เรียนหนา้ ท่ี 84 - 85 กระดานอย่างละเอียด เพอื่ ความเขา้ ใจของนกั เรยี นให้มาก ยิ่งขึ้น ตัวอย่างที่ 22 ในหนังสือเรยี นหน้าท่ี 86 กระดานอยา่ งละเอียด เพอ่ื ความเขา้ ใจของนกั เรียนให้มากยงิ่ ข้ึน 6. ให้นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ ทาแบบฝกึ หัด 2.5 เรอื่ ง ฟังกช์ ันเอกซ์โพเนนเชยี ล ข้อ 1 ใหญ่ ขอ้ ค่ี หน้า 90 ในหนังสอื เรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 5 กาหนดเวลา ให้ 30 นาทแี ลว้ แลกกบั เพ่อื นในกล่มุ ตรวจคาตอบ (ใช้เวลา 40 นาท)ี 7. ครูถามนักเรยี นเก่ียวกบั ความรูท้ ไ่ี ดร้ บั ในวันนี้ พรอ้ มทั้งครอู ธบิ ายเพมิ่ เติมให้สมบรู ณ์ (ใช้เวลา 15 นาที) ถ้า f เป็นฟงั ก์ชนั ท่ีมีสมการเป็น y  ax โดยที่ a  0 และ a  1 แล้ว จะได้ว่าสมาชิกในโดเมนของ f เป็น จ าน ว น จ ริง แ ล ะ ส ม าชิ ก ใน เร น จ์ ข อ ง f จ ะ เป็ น จ าน ว น จ ริ งบ ว ก เส ม อ ใน ก ร ณี น้ี เร าจ ะ เรีย ก f  (x,y) R  R y  ax  วา่ ฟังก์ชนั เอกซโ์ พเนนเชียล 8. ให้นักเรียนแต่ละคนทาแบบฝกึ หัด 2.5 เรื่อง ฟงั ก์ชนั เอกซ์โพเนนเชียล ข้อ 1 ใหญ่ ข้อคู่ หน้า 90 ในหนงั สอื เรียน ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 เปน็ รายบุคคล สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้ 1. หนังสือเรียนชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 5 2. โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad การวดั ผลและประเมนิ ผล วิธกี ารวัด เคร่ืองมือ การวัดผล ตรวจคาตอบของแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหดั จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกความหมายของฟงั กช์ นั เอกซ์ - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หดั โพเนนเชียลได้ 2. บอกองค์ประกอบของกราฟฟงั กช์ นั - ตรวจคาตอบของแบบฝึกหัด - แบบฝึกหดั เอกซโ์ พเนนเชียลได้ 3. นาความรู้เร่อื ง ฟังก์ชันเอกซ์โพเนน - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หัด เชยี ลมาใช้ในการแกป้ ญั หาได้ 4. เขียนกราฟฟังกช์ นั เอกซ์โพเชยี ลได้

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวดั เคร่ืองมอื 5. เขียนแสดงการแก้สมการฟังก์ชนั เอกซ์ - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหดั โพเนนเชยี ลได้ 6. มคี วามรอบคอบในการทางาน - ตรวจคาตอบของแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หัด 7. มีความรบั ผดิ ชอบต่องานทีไ่ ด้รับ - ตรวจคาตอบของแบบฝึกหัด - แบบฝึกหดั มอบหมาย 8. มีความรบั ผิดชอบต่องานท่ีไดร้ ับ - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกต มอบหมาย พฤติกรรม 9. มีความสามารถในการแก้ปญั หา - ตรวจคาตอบของแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หัด - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกต พฤตกิ รรม 10. สามารถเช่อื มโยงความรู้ทาง - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกต คณิตศาสตร์กับศาสตรอ์ ื่น และนาใช้ใน พฤติกรรม ชีวติ จรงิ ได้ เกณฑก์ ารประเมนิ ผล (รบู รกิ ส)์ ประเดน็ การ (4) ระดับคณุ ภาพ (1) ประเมิน ดมี าก (3) (2) ปรับปรุง ดี กาลังพัฒนา แบบฝึกหดั ทาไดอ้ ยา่ ง ทาได้อย่างถกู ต้อง ทาไดอ้ ย่างถูกต้อง ทาไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง ถูกต้องรอ้ ยละ ร้อยละ 70-79 รอ้ ยละ 40-69 ตา่ กวา่ รอ้ ยละ 40 80 ขึ้นไป มคี วามรับผดิ ชอบ ทางานเสร็จและ ทางานเสรจ็ และสง่ ทางานเสรจ็ แต่สง่ ช้า ทางานไมเ่ สร็จ ต่องานท่ไี ดร้ ับ สง่ ตรงเวลา ตรงเวลา ทาไมถ่ ูกต้อง สง่ ไม่ตรงเวลา มอบหมายให้ได้ ทาถกู ตอ้ ง ทาถูกต้อง และไม่มคี วาม ทาไม่ถกู ตอ้ ง และ ละเอยี ด ละเอียด ละเอียดในการ ไม่มีความละเอียด ทางาน ในการทางาน มคี วามรอบคอบ มกี ารวางแผน มีการวางแผน มีการวางแผน ไม่มีการวางแผน ในการทางาน การดาเนินการ การดาเนนิ การ การดาเนินการอย่าง การดาเนินการอยา่ ง อย่างครบทกุ อยา่ งถกู ตอ้ ง ไม่ครบทกุ ข้ันตอน ไม่มขี นั้ ตอน มีความ ขั้นตอน และ แต่ไม่ครบถ้วน ผดิ พลาดตอ้ งแกไ้ ข ถูกต้อง

เกณฑ์การตัดสนิ - รายบุคคล นักเรียนมผี ลการเรียนรไู้ มต่ า่ กวา่ ระดับ 2 จงึ ถือวา่ ผ่าน - รายกล่มุ ร้อยละ....75....ของจานวนนักเรยี นทง้ั หมดมผี ลการเรียนรู้ไมต่ า่ กวา่ ระดับ 2 ข้อเสนอแนะ ใชส้ อนได้ ควรปรบั ปรุง ลงชอื่ ( นางสาวปวรศิ า ก๋าวงคว์ ิน ) หวั หน้ากลุม่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ วันที่........เดือน..............พ.ศ............

การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 1. ครผู สู้ อนใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในขัน้ เตรยี มการสอน/จัดการเรียนรู้ ดังนี้ หลักพอเพยี ง ความพอประมาณ เหตุผล มภี ูมคิ มุ้ กันในตวั ทดี่ ี ประเดน็ เวลา เวลาท่ีใช้ในการจัดกิจกรรม เวลาท่ีใช้ในการจัดกิจกรรมการ ขั้นนาเขา้ สู่บทเรียน 15 การเรยี นรู้ท้ังหมดในแผนการ เรียนรู้ ดังน้ี ขน้ั นาเขา้ สู่บทเรียน ใช้ นาที นกั เรียนจะได้ นี้ 2 ช่ัวโมง ความเหมาะสม เวลา 15 นาที ช้ีแจ้งจดุ ประสงค์ ทบทวนความรพู้ ้ืนฐาน คือ ลายละเอียดในการเรยี น 5 นาที และเปน็ การเตรียม ขน้ั นาเข้าสบู่ ทเรยี น 15 นาที ทบทวนความรเู้ ดิมเพื่อเชอื่ มโยงกับ ความรูใ้ นการเรยี น ขั้นสอน 70 นาที เรียนทีจ่ ะเรยี น 10 นาที ข้นั สอน ขน้ั สอน 70 นาที ข้นั สรุป 15 นาที 70 นาที เร่มิ ดว้ ยการสนทนากับ นักเรียนสามารถ นกั เรียนเกย่ี วกับเรอื่ งท่ีจะเรยี นและ วเิ คราะห์ แก้ปญั หาอืน่ เรือ่ งทตี่ ้องนามาเชอื่ มโยงในการหา ๆ ได้ ขนั้ สรปุ 15 นาที คาตอบ 10 นาที อธิบายตวั อย่างให้ นักเรยี นจะได้รับความรู้ นักเรยี นอย่างละเอยี ดชัดเจน 20 ท่ีคงทนและถูกหลกั ของ นาที แล้วใหน้ กั เรยี นทาแบบฝกึ หัด คณิตศาสตร์ โดยมีครคู วบคุมดแู ลให้คาปรกึ ษา 40 นาที ขัน้ สรุป 15 นาทใี ห้นักเรยี นร่วมกัน สรุปโดยมคี รูเสริมความร้ทู ่ขี าดหา และใหช้ ัดเจนมาขน้ึ เน้อื หา 1.มีความเหมาะสมกับ เพราะหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษา การเรยี นเรอ่ื งฟงั กช์ นั ให้ นกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ขั้นพืน้ ฐานกาหนดไวใ้ นสาระที่ 1 ถกู ต้องตามหลกั ทาให้ 2.มคี วามเหมาะสมกบั ความรู้ จานวนและพีชคณติ นกั เรยี นสามารถ พื้นฐานของนกั เรยี น ตวั ชีว้ ดั ค 1.2 ม.5/1 นาไปใช้ในการดาเนิน 3.มีความเหมาะสมกับเวลา ชีวิตประจาวนั สื่อ/อุปกรณ์ มีความเหมาะสมกบั ชว่ งวัย การให้นกั เรยี นไดเ้ รียนร้จู าก - นักเรยี นสามารถ - กจิ กรรม ความต้องการความสามารถ ตวั อยา่ งทาใหน้ กั เรียนได้เหน็ ภาพ วิเคราะห์โจทย์ปญั หา - แบบฝกึ หดั และเรอื่ งทีเ่ รยี นของนกั เรียน ชดั เจน เข้าใจมากขึน้ ได้ทาด้วย จากการเรียนและปญั หา ในระดับชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 5 ตนเอง อ่นื ได้ ความร้ทู คี่ รู ครมู ีความรู้เก่ียวกับหลกั สตู ร เนอื้ หาสาระและกจิ กรรมการเรียนการสอน จาเป็นต้องมี ครูมคี วามรใู้ นการวิเคราะห์นักเรียน และร้ศู ักยภาพของนกั เรียน ครมู คี วามรใู้ นเร่อื งฟังกช์ ัน ครมู คี วามรู้ในเรื่องการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

หลกั พอเพยี ง ความพอประมาณ เหตุผล มีภูมิค้มุ กนั ในตวั ทด่ี ี ประเด็น ครมู คี วามร้ใู นเรอื่ งการวัดและประเมินผล คุณธรรมของครู มคี วามขยัน รับผดิ ชอบในการสอน มีความเสยี สละ ไม่ปิดบงั ความรู้ มคี วามเมตตาและปรารถนาดีตอ่ ศษิ ย์ มีความต้ังใจในการผลติ สือ่ การเรียนรูใ้ ห้นา่ สนใจ มีความเพียงพยายามทจ่ี ะมุง่ ม่ันให้นักเรยี นมีความรู้ มีความอดทนในสอน แนะนา ตรวจแกไ้ ขผลงานของนักเรียน - นกั เรยี นจะได้เรียนรทู้ จ่ี ะอยอู่ ย่างพอเพยี งจากกจิ กรรมการเรียนรู้ ดงั ต่อไปน้ี ผเู้ รียนไดเ้ รียนร้หู ลักคดิ และฝกึ ปฏิบัติตาม 3 ห่วง 2 เงอ่ื นไข ดงั น้ี ความพอประมาณ มีเหตผุ ล มีภมู ิค้มุ กันในตวั ที่ดี 1.นักเรียนรจู้ ักบริหารเวลาในการศกึ ษา 1.นกั เรยี นมีเหตผุ ลในการ 1.นักเรียนนาความรเู้ รอ่ื งฟังก์ชนั ไป ความรู้ ทากจิ กรรมจากใบงาน หาคาตอบของฟงั กช์ นั ได้ ช่วยในการโจทยป์ ัญหาอื่นได้ แบบฝึกหัด การทากิจกรรมกลมุ่ 2. นักเรยี นวเิ คราะห์และ 2. นกั เรียนนาความรูท้ ไี่ ดร้ ับจาก 2.นักเรียนทากิจกรรมได้เต็มศักยภาพ หาคาตอบไดอ้ ยา่ งสมเหตุ การเรยี นเร่อื งฟงั ก์ชนั พื้นฐาน ของตนเอง สมผล เพือ่ ประกอบการตดั สนิ ใจในการทา 3.นักเรียนใช้วัสดุ อุปกรณ์ ในการทา กจิ กรรม ได้โดยไมเ่ กดิ ปจั จยั เสีย่ ง กิจกรรมอย่างประหยัด ความรทู้ ่ตี อ้ งมกี อ่ นเรียน 1.ตอ้ งมีสมาธิ มคี วามตั้งใจ ในการเรียน 2.ตอ้ งมคี วามรอบคอบในการทางาน 3.ต้องมมี ารยาทในการทางาน ไม่สง่ เสยี งดงั ไม่เล่นหรอื ไม่ลุกจากที่ น่ังโดยไมไ่ ด้รับอนุญาต 4. ตอ้ งมีความรบั ผิดชอบในงานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย สง่ ตรงตอ่ เวลา คณุ ธรรม 1.นักเรยี นมคี วามซ่อื สตั ย์ สุจริตและตรงต่อเวลา 2. นักเรยี นมวี ินัยในตนเอง

- ผลลพั ธ์ทีค่ าดว่าจะเกดิ ขึ้นกบั นักเรยี น (อย่อู ยา่ งพอเพียง – สมดุลและพร้อมรับการเปล่ียนแปลงด้านตา่ ง ๆ) ดา้ นความรู้ (K) ด้านทกั ษะ กระบวนการ (P) ดา้ นคุณลักษณะ (A) 1. บอกความหมายของฟังกช์ ัน - แบบฝึกหดั 1. มคี วามรบั ผิดชอบต่องานที่ เอกซโ์ พเนนเชยี ลได้ ได้รับมอบหมาย 2. บอกองคป์ ระกอบของกราฟ ฟงั ก์ชนั เอกซ์โพเนนเชียลได้ 3. นาความรู้เรือ่ ง ฟงั ก์ชนั เอกซ์ โพเนนเชียลมาใช้ในการแก้ปัญหา ได้ 4. เขียนกราฟฟงั ก์ชนั เอกซ์โพเชยี ล ได้ 5. เขียนแสดงการแกส้ มการ ฟงั ก์ชันเอกซโ์ พเนนเชียลได้ บนั ทึกหลังการจัดการเรยี นรู้ ช้นั ม. 5/1 ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรยี นรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเวลาทใ่ี ชใ้ นการทากิจกรรม  ดี  พอใช้  ปรับปรุง ความเหมาะสมของสอื่ การเรยี นรู้  ดี  พอใช้  ปรับปรุง ความเหมาะสมของเกณฑ์การประเมนิ  ดี  พอใช้  ปรบั ปรงุ อืน่ ๆ สรุปผลการประเมินผู้เรียน นกั เรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มีผลการเรยี นรฯู้ อยใู่ นระดับ 1 นักเรยี นจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ มีผลการเรยี นรฯู้ อยใู่ นระดับ 2 นกั เรียนจานวน คน คดิ เป็นร้อยละ มีผลการเรียนร้ฯู อยู่ในระดับ 3 นักเรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มีผลการเรยี นรฯู้ อยใู่ นระดับ 4 สรุปโดยภาพรวมมีนกั เรียนจานวน คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ทผ่ี ่านเกณฑ์ระดบั 2 ขึ้นไป ซงึ่ สงู (ตา่ ) กว่าเกณฑ์ทีก่ าหนดไว้ร้อยละ มีนักเรียนจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ ทไี่ มผ่ า่ นเกณฑ์ทก่ี าหนด

ชนั้ ม. 5/2 ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรยี นรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเวลาที่ใชใ้ นการทากจิ กรรม  ดี  พอใช้  ปรับปรุง ความเหมาะสมของสื่อการเรียนรู้  ดี  พอใช้  ปรับปรงุ ความเหมาะสมของเกณฑก์ ารประเมนิ  ดี  พอใช้  ปรับปรงุ อน่ื ๆ สรปุ ผลการประเมินผ้เู รียน นักเรยี นจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มผี ลการเรียนรู้ฯ อยู่ในระดบั 1 นกั เรยี นจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มีผลการเรียนรู้ฯ อยใู่ นระดบั 2 นักเรียนจานวน คน คิดเปน็ ร้อยละ มผี ลการเรยี นรู้ฯ อยู่ในระดับ 3 นักเรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มผี ลการเรียนร้ฯู อยู่ในระดบั 4 สรปุ โดยภาพรวมมนี ักเรยี นจานวน คน คดิ เปน็ ร้อยละ ที่ผ่านเกณฑ์ระดับ 2 ขนึ้ ไป ซึง่ สูง (ตา่ ) กว่าเกณฑ์ที่กาหนดไวร้ ้อยละ มีนักเรียนจานวน คน คิดเปน็ ร้อยละ ทไี่ มผ่ า่ นเกณฑท์ ่ีกาหนด ชั้น ม. 5/3 ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรียนรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเวลาทใ่ี ชใ้ นการทากจิ กรรม  ดี  พอใช้  ปรับปรุง ความเหมาะสมของสอ่ื การเรียนรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเกณฑ์การประเมิน  ดี  พอใช้  ปรบั ปรุง อื่น ๆ สรุปผลการประเมินผูเ้ รยี น นักเรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มผี ลการเรียนรู้ฯ อยู่ในระดบั 1 นักเรยี นจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ มผี ลการเรียนรฯู้ อยูใ่ นระดบั 2 นกั เรยี นจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ มีผลการเรยี นรู้ฯ อยใู่ นระดบั 3 นักเรียนจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ มีผลการเรียนรู้ฯ อยใู่ นระดบั 4