Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เล่มหน่วย+แผนที่ 2 เรื่อง ฟังก์ชัน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564

เล่มหน่วย+แผนที่ 2 เรื่อง ฟังก์ชัน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564

Published by pavarisa.1450, 2021-05-10 13:46:03

Description: เล่มหน่วย+แผนที่ 2 เรื่อง ฟังก์ชัน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564

Search

Read the Text Version

เมื่อแทนคา่ x = 3 จะได้ y = 1  เม่ือแทนค่า x ลดลงเร่ือย ๆ คา่ ของ y กจ็ ะเพิม่ ขน้ึ เร่ือย ๆ ไปถงึ อนนั ต์ ดังนัน้ Rr  [0,) 6. ใหน้ กั เรียนแต่ละกลมุ่ ทากิจกรรม “สืบจากกราฟ” หนา้ 92 ในหนงั สือเรยี น กาหนดเวลา ให้ 30 นาทแี ล้วแลก กบั เพ่อื นในกลุ่มตรวจคาตอบ (ใช้เวลา 40 นาที) 7. ครูถามนักเรยี นเกย่ี วกบั ความรูท้ ี่ไดร้ บั ในวันนี้ พรอ้ มท้ังครูอธิบายเพมิ่ เติมให้สมบูรณ์ (ใชเ้ วลา 15 นาท)ี “โดเมนของความสมั พันธ์ r คือเซตของสมาชกิ ตัวหน้าของคู่อนั ดบั ใน r เขยี นแทนด้วย Dr นนั่ คอื Dr  {x (x,y) r}” “เรนจ์ของความพันธ์ r คอื เซตของสมาชกิ ตวั หลังของคู่อนั ดบั ใน r เขยี นแทนดว้ ย Rr นั่นคือ Rr  {y (x,y ) r}” 8. ให้นักเรียนแต่ละคนทาแบบฝึกหัด 2.1 เร่ือง ฟังก์ชัน ข้อ 1-2 ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานคณิตศาสตร์ ช้ัน มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 เปน็ รายบุคคล สือ่ /แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสอื เรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 2. กิจกรรม “สืบจากกราฟ” การวัดผลและประเมินผล การวดั ผล จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วิธกี ารวดั เคร่อื งมือ 1. บอกความหมายของโดเมนและเรนจ์ - ตรวจคาตอบของกจิ กรรม - ใบกจิ กรรม ของความสัมพนั ธไ์ ด้ “สบื จากกราฟ” 2. หาโดเมนและเรนจ์ของความสัมพนั ธ์ - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหดั ของความสัมพันธ์ได้ 3. หาโดเมนและเรนจจ์ ากกราฟของ - ตรวจคาตอบของแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หัด ความสัมพันธ์ทก่ี าหนดให้ได้ - ตรวจคาตอบของกิจกรรม - ใบกิจกรรม “สืบจากกราฟ” 4. มีความรอบคอบในการทางาน - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ ทกั ษะ - แบบฝึกทักษะ 5. มคี วามรับผดิ ชอบต่องานท่ีได้รบั - ตรวจคาตอบของแบบฝึกทักษะ - แบบฝกึ ทกั ษะ มอบหมาย 6. มีความรับผิดชอบต่องานทไี่ ด้รับ - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกต มอบหมาย พฤติกรรม 7. มคี วามสามารถในการแกป้ ัญหา - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ ทักษะ - แบบฝึกทักษะ - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกต พฤตกิ รรม

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วธิ ีการวัด เครื่องมอื 8. สามารถเชือ่ มโยงความรทู้ าง - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกต คณติ ศาสตรก์ ับศาสตรอ์ ื่น และนาใช้ใน พฤติกรรม ชวี ิตจริงได้ เกณฑ์การประเมินผล (รบู ริกส์) ประเดน็ การ (4) ระดับคณุ ภาพ (1) ประเมนิ ดีมาก (3) (2) ปรบั ปรงุ ดี กาลงั พัฒนา แบบฝึกหัด / ทาไดอ้ ยา่ ง ทาได้อยา่ งถกู ต้อง ทาได้อย่างถกู ตอ้ ง ทาไดอ้ ย่างถกู ต้อง กิจกรรม ถกู ต้องรอ้ ยละ รอ้ ยละ 70-79 รอ้ ยละ 40-69 ต่ากวา่ ร้อยละ 40 80 ข้นึ ไป มคี วามรบั ผิดชอบ ทางานเสร็จและ ทางานเสรจ็ และส่ง ทางานเสร็จแต่ส่งชา้ ทางานไมเ่ สรจ็ ต่องานที่ไดร้ บั สง่ ตรงเวลา ตรงเวลา ทาไม่ถูกตอ้ ง ส่งไมต่ รงเวลา มอบหมายใหไ้ ด้ ทาถกู ต้อง ทาถกู ตอ้ ง และไม่มีความ ทาไม่ถกู ต้อง และ ละเอียด ละเอยี ด ละเอียดในการ ไมม่ คี วามละเอียด ทางาน ในการทางาน มคี วามรอบคอบ มกี ารวางแผน มกี ารวางแผน มีการวางแผน ไมม่ ีการวางแผน ในการทางาน การดาเนนิ การ การดาเนินการ การดาเนินการอย่าง การดาเนนิ การอยา่ ง อยา่ งครบทกุ อย่างถกู ต้อง ไม่ครบทกุ ขน้ั ตอน ไมม่ ีขน้ั ตอน มคี วาม ข้นั ตอน และ แตไ่ มค่ รบถว้ น ผิดพลาดต้องแกไ้ ข ถูกตอ้ ง เกณฑก์ ารตัดสนิ - รายบคุ คล นกั เรยี นมผี ลการเรียนรู้ไมต่ า่ กวา่ ระดบั 2 จงึ ถอื วา่ ผ่าน - รายกลมุ่ รอ้ ยละ....75....ของจานวนนักเรียนท้ังหมดมีผลการเรยี นร้ไู ม่ตา่ กวา่ ระดับ 2 ข้อเสนอแนะ ใชส้ อนได้ ควรปรับปรุง ลงช่อื ( นางสาวปวริศา กา๋ วงค์วนิ ) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ วันท่.ี .......เดอื น..............พ.ศ............

การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 1. ครูผสู้ อนใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในขน้ั เตรยี มการสอน/จัดการเรียนรู้ ดังนี้ หลักพอเพยี ง ความพอประมาณ เหตผุ ล มีภูมคิ ้มุ กนั ในตวั ทดี่ ี ประเดน็ เวลา เวลาท่ีใช้ในการจดั กิจกรรม เวลาท่ีใช้ในการจัดกิจกรรมการ ขัน้ นาเขา้ สูบ่ ทเรียน 15 การเรยี นร้ทู ัง้ หมดในแผนการ เรยี นรู้ ดงั น้ี ขัน้ นาเข้าสู่บทเรยี น ใช้ นาที นกั เรียนจะได้ น้ี 2 ช่ัวโมง ความเหมาะสม เวลา 15 นาที ชี้แจ้งจดุ ประสงค์ ทบทวนความรูพ้ ื้นฐาน คือ ลายละเอียดในการเรียน 5 นาที และเปน็ การเตรยี ม ข้ันนาเขา้ สบู่ ทเรียน 15 นาที ทบทวนความรู้เดิมเพือ่ เช่ือมโยงกับ ความรูใ้ นการเรียน ข้นั สอน 70 นาที เรียนท่ีจะเรยี น 10 นาที ขั้นสอน ขนั้ สอน 70 นาที ข้ันสรปุ 15 นาที 70 นาที เริม่ ดว้ ยการสนทนากับ นกั เรยี นสามารถ นักเรยี นเกี่ยวกับเรือ่ งท่ีจะเรยี นและ วิเคราะห์ แกป้ ัญหาอ่นื เรื่องทีต่ ้องนามาเช่ือมโยงในการหา ๆ ได้ ขั้นสรปุ 15 นาที คาตอบ 10 นาที อธบิ ายตวั อยา่ งให้ นกั เรยี นจะได้รบั ความรู้ นักเรียนอย่างละเอียดชดั เจน 20 ทค่ี งทนและถกู หลักของ นาที แลว้ ให้นกั เรยี นทาแบบฝึกหัด คณติ ศาสตร์ โดยมีครูควบคุมดูแลให้คาปรกึ ษา 40 นาที ขั้นสรุป 15 นาทีใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั สรุปโดยมีครเู สริมความรทู้ ่ีขาดหา และใหช้ ดั เจนมาข้ึน เน้ือหา 1.มีความเหมาะสมกบั เพราะหลักสตู รแกนกลางการศึกษา การเรยี นเรอื่ งฟงั กช์ ันให้ นักเรยี นชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ขัน้ พืน้ ฐานกาหนดไวใ้ นสาระที่ 1 ถกู ต้องตามหลกั ทาให้ 2.มคี วามเหมาะสมกับความรู้ จานวนและพชี คณติ นักเรยี นสามารถ พ้นื ฐานของนักเรียน ตัวชว้ี ดั ค 1.2 ม.5/1 นาไปใชใ้ นการดาเนนิ 3.มีความเหมาะสมกบั เวลา ชีวติ ประจาวนั ส่ือ/อุปกรณ์ มีความเหมาะสมกบั ช่วงวยั การให้นักเรยี นไดเ้ รยี นร้จู าก - นกั เรยี นสามารถ - กิจกรรม ความตอ้ งการความสามารถ ตัวอยา่ งทาใหน้ ักเรียนไดเ้ ห็นภาพ วเิ คราะหโ์ จทย์ปญั หา - แบบฝกึ หัด และเรื่องทเี่ รยี นของนักเรียน ชดั เจน เข้าใจมากขนึ้ ได้ทาดว้ ย จากการเรยี นและปญั หา ในระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 5 ตนเอง อน่ื ได้ ความรทู้ ีค่ รู ครมู ีความรเู้ กี่ยวกบั หลกั สตู ร เนอ้ื หาสาระและกิจกรรมการเรยี นการสอน จาเป็นตอ้ งมี ครมู ีความรู้ในการวเิ คราะหน์ กั เรียน และรู้ศกั ยภาพของนกั เรยี น ครมู ีความรใู้ นเรอ่ื งฟังก์ชัน ครมู ีความรู้ในเร่ืองการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

หลักพอเพยี ง ความพอประมาณ เหตผุ ล มภี มู ิคมุ้ กันในตัวท่ีดี ประเด็น ครมู คี วามร้ใู นเรื่องการวัดและประเมนิ ผล คุณธรรมของครู มคี วามขยัน รับผิดชอบในการสอน มีความเสยี สละ ไม่ปิดบังความรู้ มคี วามเมตตาและปรารถนาดีต่อศษิ ย์ มีความต้ังใจในการผลิตสอ่ื การเรียนรใู้ ห้นา่ สนใจ มีความเพียงพยายามทจี่ ะมงุ่ มัน่ ให้นักเรยี นมีความรู้ มีความอดทนในสอน แนะนา ตรวจแก้ไขผลงานของนักเรยี น - นกั เรยี นจะได้เรยี นรทู้ จ่ี ะอยอู่ ย่างพอเพียงจากกจิ กรรมการเรียนรู้ ดังต่อไปน้ี ผเู้ รียนไดเ้ รียนร้หู ลักคิด และฝึกปฏิบัตติ าม 3 หว่ ง 2 เงอื่ นไข ดังน้ี ความพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมคิ ุ้มกนั ในตัวทีด่ ี 1.นักเรียนรจู้ ักบริหารเวลาในการศกึ ษา 1.นักเรียนมเี หตผุ ลในการ 1.นกั เรยี นนาความรูเ้ รือ่ งฟังก์ชันไป ความรู้ ทากจิ กรรมจากใบงาน หาคาตอบของฟงั ก์ชันได้ ช่วยในการโจทยป์ ญั หาอืน่ ได้ แบบฝึกหัด การทากิจกรรมกลมุ่ 2. นกั เรียนวิเคราะห์และ 2. นักเรยี นนาความรู้ทีไ่ ดร้ บั จาก 2.นักเรียนทากิจกรรมได้เต็มศักยภาพ หาคาตอบไดอ้ ย่างสมเหตุ การเรียนเรอ่ื งฟงั กช์ นั พ้นื ฐาน ของตนเอง สมผล เพ่อื ประกอบการตัดสนิ ใจในการทา 3.นักเรียนใช้วัสดุ อุปกรณ์ ในการทา กิจกรรม ได้โดยไม่เกดิ ปัจจยั เสย่ี ง กิจกรรมอย่างประหยัด ความรทู้ ่ตี อ้ งมกี อ่ นเรียน 1.ตอ้ งมสี มาธิ มคี วามต้งั ใจ ในการเรียน 2.ตอ้ งมีความรอบคอบในการทางาน 3.ตอ้ งมีมารยาทในการทางาน ไม่ส่งเสียงดงั ไมเ่ ล่นหรือไมล่ กุ จากท่ี น่งั โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต 4. ต้องมีความรบั ผิดชอบในงานท่ีได้รบั มอบหมาย ส่งตรงตอ่ เวลา คณุ ธรรม 1.นักเรยี นมีความซื่อสัตย์ สจุ ริตและตรงต่อเวลา 2. นกั เรียนมวี ินัยในตนเอง

- ผลลัพธท์ ค่ี าดว่าจะเกิดขน้ึ กบั นักเรยี น (อยู่อยา่ งพอเพยี ง – สมดลุ และพรอ้ มรับการเปลย่ี นแปลงด้านตา่ ง ๆ) ดา้ นความรู้ (K) ด้านทกั ษะ กระบวนการ (P) ดา้ นคุณลักษณะ (A) 1. บอกความหมายของโดเมน 1. สามารถเช่อื มโยงความรู้ทาง 1. มคี วามรับผิดชอบต่องานที่ และเรนจ์ของความสมั พนั ธ์ได้ คณิตศาสตร์กับศาสตรอ์ ื่น และนา ได้รบั มอบหมาย 2. หาโดเมนและเรนจ์ของ ใช้ในชีวติ จรงิ ได้ ความสัมพนั ธ์ของความสัมพันธไ์ ด้ 2. ใชค้ วามรู้ ทกั ษะ และ 3. หาโดเมนและเรนจจ์ ากกราฟ กระบวนการทางคณิตศาสตรใ์ น ของความสัมพนั ธ์ที่กาหนดให้ได้ การแกป้ ัญหาได้อยา่ งเหมาะสม บันทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้ ช้นั ม. 5/1 ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรียนรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเวลาทใ่ี ชใ้ นการทากจิ กรรม  ดี  พอใช้  ปรับปรงุ ความเหมาะสมของส่อื การเรียนรู้  ดี  พอใช้  ปรับปรุง ความเหมาะสมของเกณฑก์ ารประเมิน  ดี  พอใช้  ปรบั ปรงุ อ่ืน ๆ สรุปผลการประเมนิ ผ้เู รยี น นกั เรยี นจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ มผี ลการเรียนรฯู้ อยู่ในระดบั 1 นักเรยี นจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มีผลการเรียนรู้ฯ อยใู่ นระดับ 2 นกั เรยี นจานวน คน คดิ เปน็ ร้อยละ มีผลการเรยี นร้ฯู อย่ใู นระดับ 3 นักเรียนจานวน คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ มีผลการเรยี นรู้ฯ อยู่ในระดับ 4 สรุปโดยภาพรวมมนี ักเรยี นจานวน คน คิดเป็นร้อยละ ท่ผี ่านเกณฑ์ระดบั 2 ข้นึ ไป ซ่ึงสูง (ตา่ ) กว่าเกณฑ์ท่ีกาหนดไวร้ ้อยละ มีนกั เรียนจานวน คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ท่ีไม่ผ่านเกณฑท์ ีก่ าหนด ชนั้ ม. 5/2 ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรียนรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรงุ

ความเหมาะสมของเวลาทใ่ี ช้ในการทากจิ กรรม  ดี  พอใช้  ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของส่อื การเรยี นรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเกณฑก์ ารประเมนิ  ดี  พอใช้  ปรับปรงุ อนื่ ๆ สรุปผลการประเมนิ ผเู้ รียน นักเรยี นจานวน คน คิดเปน็ ร้อยละ มผี ลการเรยี นรู้ฯ อยู่ในระดบั 1 นกั เรียนจานวน คน คดิ เปน็ ร้อยละ มีผลการเรยี นรฯู้ อยู่ในระดับ 2 นักเรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มผี ลการเรยี นรฯู้ อยใู่ นระดบั 3 นกั เรยี นจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มีผลการเรยี นรู้ฯ อยูใ่ นระดับ 4 สรปุ โดยภาพรวมมีนักเรียนจานวน คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ทผ่ี ่านเกณฑร์ ะดับ 2 ขน้ึ ไป ซึ่งสูง (ตา่ ) กว่าเกณฑ์ทก่ี าหนดไวร้ อ้ ยละ มีนกั เรียนจานวน คน คิดเปน็ ร้อยละ ทไี่ ม่ผา่ นเกณฑ์ทีก่ าหนด ชนั้ ม. 5/3 ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรยี นรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเวลาทีใ่ ชใ้ นการทากิจกรรม  ดี  พอใช้  ปรบั ปรงุ ความเหมาะสมของสอ่ื การเรยี นรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรงุ ความเหมาะสมของเกณฑก์ ารประเมนิ  ดี  พอใช้  ปรบั ปรุง อ่นื ๆ สรุปผลการประเมินผู้เรียน นักเรยี นจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ มีผลการเรยี นรฯู้ อยู่ในระดบั 1 นกั เรียนจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ มีผลการเรียนรูฯ้ อยใู่ นระดบั 2 นักเรยี นจานวน คน คิดเปน็ ร้อยละ มผี ลการเรียนรู้ฯ อยใู่ นระดับ 3 นักเรยี นจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ มีผลการเรยี นรู้ฯ อยูใ่ นระดับ 4 สรปุ โดยภาพรวมมีนกั เรียนจานวน คน คดิ เป็นร้อยละ ที่ผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 ขน้ึ ไป ซ่งึ สูง (ตา่ ) กวา่ เกณฑ์ท่ีกาหนดไว้ร้อยละ มนี ักเรียนจานวน คน คดิ เปน็ ร้อยละ ทไ่ี มผ่ ่านเกณฑ์ทก่ี าหนด

ชนั้ ม. 5/4 ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรียนรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเวลาที่ใช้ในการทากจิ กรรม  ดี  พอใช้  ปรับปรงุ ความเหมาะสมของส่ือการเรยี นรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเกณฑ์การประเมนิ  ดี  พอใช้  ปรับปรงุ อน่ื ๆ สรปุ ผลการประเมินผูเ้ รียน นกั เรยี นจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มีผลการเรียนร้ฯู อยใู่ นระดบั 1 นกั เรียนจานวน คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ มีผลการเรยี นรูฯ้ อยใู่ นระดับ 2 นกั เรยี นจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มีผลการเรยี นรฯู้ อยู่ในระดับ 3 นกั เรยี นจานวน คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ มผี ลการเรยี นรู้ฯ อยใู่ นระดับ 4 สรปุ โดยภาพรวมมนี ักเรยี นจานวน คน คิดเป็นร้อยละ ทผี่ า่ นเกณฑร์ ะดบั 2 ข้นึ ไป ซ่งึ สงู (ต่า) กวา่ เกณฑ์ทกี่ าหนดไวร้ อ้ ยละ มนี กั เรียนจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ทไี่ มผ่ า่ นเกณฑท์ ีก่ าหนด ชัน้ ม. 5/5 ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรียนรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเวลาที่ใชใ้ นการทากิจกรรม  ดี  พอใช้  ปรับปรุง ความเหมาะสมของสื่อการเรยี นรู้  ดี  พอใช้  ปรับปรงุ ความเหมาะสมของเกณฑ์การประเมนิ  ดี  พอใช้  ปรบั ปรงุ อนื่ ๆ สรุปผลการประเมนิ ผู้เรยี น นักเรยี นจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ มีผลการเรียนรู้ฯ อยใู่ นระดับ 1 นักเรียนจานวน คน คดิ เปน็ ร้อยละ มผี ลการเรียนรฯู้ อยใู่ นระดับ 2 นักเรยี นจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มผี ลการเรียนรู้ฯ อยใู่ นระดับ 3 นกั เรียนจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มผี ลการเรียนร้ฯู อยใู่ นระดับ 4

สรุปโดยภาพรวมมีนกั เรยี นจานวน คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ท่ผี า่ นเกณฑร์ ะดับ 2 ขนึ้ ไป ซ่ึงสูง (ตา่ ) กว่าเกณฑ์ท่กี าหนดไวร้ อ้ ยละ มนี กั เรยี นจานวน คน คิดเป็นร้อยละ ทีไ่ ม่ผ่านเกณฑ์ทีก่ าหนด ข้อสังเกต/คน้ พบ จาการตรวจผลงานของนักเรยี นพบว่า ชั้น ม.5/1 นักเรยี น คน บอกความหมายของโดเมนและเรนจข์ องความสมั พนั ธ์ได้ - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ระดบั 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นักเรียนไม่ผา่ นเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ชั้น ม.5/2 นกั เรยี น คน บอกความหมายของโดเมนและเรนจ์ของความสมั พันธไ์ ด้ - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ระดบั 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรยี นไม่ผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/3 นักเรียน คน บอกความหมายของโดเมนและเรนจ์ของความสมั พนั ธไ์ ด้ - นกั เรียนผา่ นเกณฑร์ ะดับ 2 ขึน้ ไป จานวน คน - นักเรียนไมผ่ ่านเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ชั้น ม.5/4 นกั เรยี น คน บอกความหมายของโดเมนและเรนจข์ องความสมั พนั ธ์ได้ - นักเรียนผา่ นเกณฑร์ ะดับ 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นักเรียนไม่ผา่ นเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน ชัน้ ม.5/5 นกั เรียน คน บอกความหมายของโดเมนและเรนจข์ องความสัมพนั ธ์ได้ - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรยี นไม่ผา่ นเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/1 นกั เรียน คน หาโดเมนและเรนจข์ องความสัมพนั ธข์ องความสมั พนั ธไ์ ด้ - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ระดบั 2 ขึ้นไป จานวน คน - นกั เรยี นไม่ผา่ นเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ชั้น ม.5/2 นกั เรียน คน หาโดเมนและเรนจ์ของความสมั พนั ธข์ องความสัมพันธไ์ ด้ - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ระดับ 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นักเรียนไมผ่ ่านเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ช้นั ม.5/3 นักเรยี น คน หาโดเมนและเรนจ์ของความสมั พันธข์ องความสัมพันธไ์ ด้ - นกั เรยี นผา่ นเกณฑร์ ะดบั 2 ขึ้นไป จานวน คน - นกั เรยี นไม่ผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/4 นักเรียน คน หาโดเมนและเรนจ์ของความสมั พันธ์ของความสัมพันธไ์ ด้ - นักเรียนผา่ นเกณฑ์ระดบั 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นักเรียนไมผ่ ่านเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน

ชน้ั ม.5/5 นักเรยี น คน หาโดเมนและเรนจข์ องความสมั พันธข์ องความสมั พันธไ์ ด้ - นักเรียนผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรียนไมผ่ ่านเกณฑร์ ะดบั 2 จานวน คน ชั้น ม.5/1 นกั เรียน คน หาโดเมนและเรนจจ์ ากกราฟของความสมั พันธท์ ีก่ าหนดใหไ้ ด้ - นกั เรียนผ่านเกณฑ์ระดบั 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นักเรยี นไมผ่ า่ นเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ชัน้ ม.5/2 นักเรียน คน หาโดเมนและเรนจ์จากกราฟของความสมั พันธ์ท่กี าหนดให้ได้ - นกั เรียนผ่านเกณฑ์ระดับ 2 ขนึ้ ไป จานวน คน - นกั เรยี นไมผ่ า่ นเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/3 นกั เรยี น คน หาโดเมนและเรนจ์จากกราฟของความสมั พนั ธ์ที่กาหนดใหไ้ ด้ - นักเรียนผา่ นเกณฑ์ระดบั 2 ขนึ้ ไป จานวน คน - นกั เรยี นไมผ่ ่านเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ชนั้ ม.5/4 นักเรียน คน หาโดเมนและเรนจจ์ ากกราฟของความสัมพันธ์ทกี่ าหนดใหไ้ ด้ - นกั เรยี นผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 ขึ้นไป จานวน คน - นกั เรียนไม่ผา่ นเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ช้ัน ม.5/5 นกั เรยี น คน หาโดเมนและเรนจ์จากกราฟของความสัมพันธ์ท่กี าหนดให้ได้ - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรยี นไม่ผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 จานวน คน ด้านทกั ษะกระบวนการ นกั เรียนผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ในแต่ละด้าน ดงั น้ี ชัน้ ม.5/1 ทกั ษะการแก้ไขปญั หา - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ดีมาก (ระดบั 4) จานวน คน คน - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน คน คน - นกั เรียนผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นกั เรียนต้องปรับปรุง (ระดบั 1) จานวน คน คน ทักษะการเชอื่ มโยงทางคณิตศาสตร์ คน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ดมี าก (ระดบั 4) จานวน - นกั เรียนผ่านเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์พอใช้ (ระดบั 2) จานวน - นกั เรียนต้องปรบั ปรุง (ระดับ 1) จานวน

ช้นั ม.5/2 ทกั ษะการแกไ้ ขปัญหา - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ดีมาก (ระดับ 4) จานวน คน จานวน คน - นกั เรยี นผ่านเกณฑด์ ี (ระดบั 3) จานวน คน จานวน คน - นักเรยี นผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นกั เรยี นต้องปรับปรุง (ระดบั 1) จานวน คน จานวน คน ทกั ษะการเช่อื มโยงทางคณิตศาสตร์ จานวน คน - นักเรียนผา่ นเกณฑ์ดมี าก (ระดบั 4) จานวน คน จานวน คน - นักเรียนผา่ นเกณฑด์ ี (ระดบั 3) จานวน คน จานวน คน - นักเรยี นผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นักเรยี นต้องปรบั ปรุง (ระดับ 1) จานวน คน จานวน คน ชั้น ม.5/3 จานวน คน ทักษะการแก้ไขปัญหา จานวน คน จานวน คน - นกั เรยี นผ่านเกณฑด์ มี าก (ระดับ 4) จานวน คน จานวน คน - นกั เรียนผ่านเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน คน - นักเรยี นผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) จานวน คน จานวน คน - นกั เรียนต้องปรับปรุง (ระดับ 1) จานวน คน ทกั ษะการเช่ือมโยงทางคณติ ศาสตร์ - นกั เรียนผ่านเกณฑ์ดีมาก (ระดับ 4) - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ดี (ระดับ 3) - นักเรียนผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) - นักเรียนตอ้ งปรับปรงุ (ระดับ 1) ชั้น ม.5/4 ทกั ษะการแก้ไขปัญหา - นกั เรยี นผา่ นเกณฑด์ ีมาก (ระดบั 4) - นักเรยี นผ่านเกณฑ์ดี (ระดับ 3) - นักเรียนผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) - นกั เรยี นตอ้ งปรับปรงุ (ระดบั 1) ทักษะการเช่ือมโยงทางคณิตศาสตร์ - นักเรียนผา่ นเกณฑด์ ีมาก (ระดบั 4) - นักเรียนผา่ นเกณฑด์ ี (ระดบั 3) - นักเรียนผา่ นเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) - นกั เรียนต้องปรับปรุง (ระดับ 1)

ช้นั ม.5/5 ทักษะการแก้ไขปญั หา - นักเรยี นผา่ นเกณฑด์ ีมาก (ระดบั 4) จานวน คน คน - นกั เรยี นผ่านเกณฑด์ ี (ระดบั 3) จานวน คน คน - นกั เรียนผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นักเรียนตอ้ งปรับปรุง (ระดับ 1) จานวน คน คน ทักษะการเช่ือมโยงทางคณิตศาสตร์ คน - นักเรยี นผ่านเกณฑ์ดมี าก (ระดับ 4) จานวน คน คน - นกั เรียนผ่านเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน คน คน - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) จานวน คน - นักเรยี นต้องปรับปรุง (ระดับ 1) จานวน คน คน ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ นกั เรียนผ่านเกณฑก์ ารประเมินในแต่ละด้าน ดังน้ี คน ชน้ั ม.5/1 คน คน ความรับผิดชอบในการทางาน คน คน - นักเรียนผา่ นเกณฑด์ ีมาก (ระดับ 4) จานวน คน - นักเรียนผ่านเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน คน คน - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดบั 2) จานวน - นักเรียนตอ้ งปรับปรงุ (ระดบั 1) จานวน ชั้น ม.5/2 ความรบั ผิดชอบในการทางาน - นักเรยี นผา่ นเกณฑด์ มี าก (ระดับ 4) จานวน - นกั เรียนผ่านเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน - นักเรยี นผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน - นักเรียนต้องปรับปรงุ (ระดบั 1) จานวน ช้ัน ม.5/3 ความรับผิดชอบในการทางาน - นกั เรยี นผ่านเกณฑด์ มี าก (ระดับ 4) จานวน - นกั เรียนผ่านเกณฑ์ดี (ระดบั 3) จานวน - นกั เรียนผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) จานวน - นักเรียนตอ้ งปรบั ปรุง (ระดับ 1) จานวน ชนั้ ม.5/4 ความรบั ผดิ ชอบในการทางาน - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ดีมาก (ระดบั 4) จานวน - นักเรยี นผ่านเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) จานวน

- นกั เรียนตอ้ งปรบั ปรุง (ระดับ 1) จานวน คน ชน้ั ม.5/5 ความรบั ผดิ ชอบในการทางาน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ดมี าก (ระดับ 4) จานวน คน - นกั เรียนผ่านเกณฑ์ดี (ระดบั 3) จานวน คน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) จานวน คน - นกั เรียนต้องปรบั ปรงุ (ระดับ 1) จานวน คน แนวทางการแกไ้ ขปญั หาเพือ่ ปรับปรงุ ชั้น ม.5/1 1. นกั เรียนที่ไดค้ ะแนนอยู่ในระดับท่ี 2, 3 และ 4 ไดจ้ ากกิจกรรมสอนเสริมโดย  ให้ทาแบบฝึกหดั เพมิ่ เตมิ เป็นการบา้ น  2. นักเรยี นที่ไดค้ ะแนนอยู่ในระดับท่ี 1 ได้จากกจิ กรรมสอนซอ่ ม โดย  ใหท้ าแบบฝึกหดั เพ่ิมเติม เป็นการบ้าน  3. ด้านทกั ษะกระบวนการ นักเรียนผา่ นเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรับปรงุ ) ครไู ด้อธิบายและช้แี จงเกณฑ์ ให้นักเรียนทราบเปน็ รายบคุ คลว่า นักเรยี นจะต้องแก้ไขและทาอย่างไรบ้างตามเกณฑ์ท้ายแผนการจัดการเรยี นรู้ ในดา้ นทักษะการเชื่อมโยงทางคณติ ศาสตร์ และการคดิ วเิ คราะห์ 4. ด้านคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ นักเรียนผ่านเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรับปรงุ ) ครูไดอ้ ธิบายและช้แี จงเกณฑ์ ใหน้ กั เรยี นทราบเปน็ รายบุคคลวา่ นักเรยี นจะต้องแก้ไขและทาอย่างไรบ้างตามเกณฑท์ า้ ยแผนการจัดการเรียนรู้ ในด้านการทางานเปน็ ระบบ ความรับผิดชอบในการทางาน ชนั้ ม.5/2 1. นักเรยี นท่ไี ดค้ ะแนนอยใู่ นระดบั ที่ 2, 3 และ 4 ไดจ้ ากกิจกรรมสอนเสริมโดย  ใหท้ าแบบฝึกหัดเพ่มิ เติม เป็นการบา้ น  2. นักเรียนทไี่ ด้คะแนนอยู่ในระดบั ท่ี 1 ไดจ้ ากกิจกรรมสอนซ่อม โดย  ใหท้ าแบบฝกึ หดั เพิ่มเตมิ เปน็ การบ้าน  3. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรับปรงุ ) ครูได้อธิบายและช้แี จงเกณฑ์ ให้นักเรยี นทราบเป็นรายบคุ คลว่า นักเรยี นจะต้องแกไ้ ขและทาอย่างไรบ้างตามเกณฑท์ า้ ยแผนการจัดการเรยี นรู้ ในด้านทกั ษะการเช่ือมโยงทางคณติ ศาสตร์ และการคดิ วเิ คราะห์ 4. ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ นักเรียนผ่านเกณฑ์ 1 (ต้องปรบั ปรุง) ครไู ดอ้ ธบิ ายและชี้แจงเกณฑ์ ใหน้ ักเรยี นทราบเป็นรายบคุ คลว่า นกั เรียนจะต้องแก้ไขและทาอยา่ งไรบา้ งตามเกณฑ์ทา้ ยแผนการจัดการเรียนรู้ ในดา้ นการทางานเปน็ ระบบ ความรับผิดชอบในการทางาน

ช้นั ม.5/3 1. นกั เรียนท่ไี ดค้ ะแนนอยู่ในระดับที่ 2, 3 และ 4 ไดจ้ ากกจิ กรรมสอนเสริมโดย  ใหท้ าแบบฝกึ หัดเพ่ิมเติม เปน็ การบ้าน  2. นกั เรยี นทไี่ ดค้ ะแนนอยู่ในระดับท่ี 1 ไดจ้ ากกจิ กรรมสอนซ่อม โดย  ให้ทาแบบฝึกหัดเพิ่มเติม เป็นการบา้ น  3. ด้านทกั ษะกระบวนการ นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ 1 (ต้องปรบั ปรุง) ครูไดอ้ ธบิ ายและช้ีแจงเกณฑ์ ให้นกั เรยี นทราบเป็นรายบคุ คลว่า นักเรยี นจะต้องแก้ไขและทาอย่างไรบ้างตามเกณฑ์ท้ายแผนการจัดการเรยี นรู้ ในด้านทักษะการเชื่อมโยงทางคณติ ศาสตร์ และการคิดวเิ คราะห์ 4. ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ 1 (ต้องปรบั ปรงุ ) ครูได้อธิบายและช้ีแจงเกณฑ์ ให้นักเรยี นทราบเปน็ รายบุคคลวา่ นักเรยี นจะต้องแก้ไขและทาอยา่ งไรบ้างตามเกณฑ์ท้ายแผนการจัดการเรยี นรู้ ในด้านการทางานเปน็ ระบบ ความรับผิดชอบในการทางาน ชั้น ม.5/4 1. นักเรียนทไ่ี ดค้ ะแนนอยู่ในระดบั ที่ 2, 3 และ 4 ได้จากกจิ กรรมสอนเสรมิ โดย  ใหท้ าแบบฝกึ หัดเพิ่มเตมิ เป็นการบา้ น  2. นกั เรยี นที่ไดค้ ะแนนอยู่ในระดบั ท่ี 1 ได้จากกจิ กรรมสอนซอ่ ม โดย  ให้ทาแบบฝกึ หัดเพมิ่ เติม เปน็ การบ้าน  3. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ 1 (ต้องปรบั ปรงุ ) ครูได้อธิบายและชี้แจงเกณฑ์ ใหน้ กั เรยี นทราบเปน็ รายบคุ คลว่า นักเรียนจะต้องแกไ้ ขและทาอย่างไรบ้างตามเกณฑ์ท้ายแผนการจัดการเรียนรู้ ในด้านทกั ษะการเชือ่ มโยงทางคณติ ศาสตร์ และการคดิ วเิ คราะห์ 4. ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ 1 (ต้องปรบั ปรงุ ) ครไู ดอ้ ธบิ ายและชแ้ี จงเกณฑ์ ให้นักเรียนทราบเป็นรายบคุ คลว่า นกั เรียนจะต้องแกไ้ ขและทาอยา่ งไรบ้างตามเกณฑ์ท้ายแผนการจัดการเรยี นรู้ ในด้านการทางานเป็นระบบ ความรับผิดชอบในการทางาน ช้ัน ม.5/5 1. นกั เรียนทีไ่ ดค้ ะแนนอยใู่ นระดบั ท่ี 2, 3 และ 4 ไดจ้ ากกจิ กรรมสอนเสริมโดย  ให้ทาแบบฝกึ หดั เพ่ิมเติม เปน็ การบา้ น  2. นกั เรียนท่ีได้คะแนนอยใู่ นระดบั ที่ 1 ได้จากกจิ กรรมสอนซ่อม โดย  ให้ทาแบบฝึกหัดเพมิ่ เติม เปน็ การบา้ น 

3. ด้านทักษะกระบวนการ นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ 1 (ต้องปรบั ปรงุ ) ครูไดอ้ ธบิ ายและชแี้ จงเกณฑ์ ใหน้ ักเรียนทราบเป็นรายบคุ คลวา่ นักเรียนจะต้องแก้ไขและทาอย่างไรบ้างตามเกณฑท์ ้ายแผนการจัดการเรียนรู้ ในด้านทกั ษะการเชื่อมโยงทางคณติ ศาสตร์ และการคิดวเิ คราะห์ 4. ดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ นักเรียนผ่านเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรบั ปรงุ ) ครูไดอ้ ธิบายและชแี้ จงเกณฑ์ ใหน้ ักเรียนทราบเปน็ รายบคุ คลวา่ นกั เรยี นจะต้องแกไ้ ขและทาอยา่ งไรบ้างตามเกณฑ์ทา้ ยแผนการจัดการเรียนรู้ ในด้านการทางานเป็นระบบ ความรบั ผิดชอบในการทางาน ผลการพฒั นา พบว่านกั เรียนท่ไี ดร้ ะดบั 1 จานวน คน จาก คน สามารถบอก ความหมายของโดเมนและเรนจ์ของความสัมพนั ธ์ได้อย่างถกู ตอ้ งและไดผ้ ลการเรยี นรู้อยู่ในระดบั 2 สว่ นอกี คน ยงั ต้องปรับปรุงแก้ไขตอ่ ไปซง่ึ ผ้สู อนไดแ้ นะนาให้ และปรับปรุงงานอีกครัง้ พบวา่ นักเรียนท่ีได้ระดับ 2 จานวน คน จาก คน สามารถบ อก ความหมายของโดเมนและเรนจข์ องความสัมพนั ธ์ได้ถูกต้อง ซง่ึ ผสู้ อนได้แนะนาให้ พบวา่ นักเรยี นที่ไดร้ ะดับ 3 จานวน คน จาก คน สามารถบ อก ความหมายของโดเมนและเรนจข์ องความสมั พนั ธไ์ ด้อย่างถกู ต้อง ซ่ึงผู้สอนได้แนะนาให้ พบว่านกั เรียนที่ไดร้ ะดับ 4 จานวน คน จาก คน สามารถบ อก ความหมายของโดเมนและเรนจ์ของความสัมพันธไ์ ด้อย่างถูกต้อง ซง่ึ ผู้สอนไดแ้ นะนาให้ พบว่านกั เรียนที่ได้ระดบั 1 จานวน คน จาก คน สามารถหาโดเมน และเรนจข์ องความสมั พนั ธข์ องความสัมพันธ์ได้และไดผ้ ลการเรียนรอู้ ยู่ในระดบั 2 ส่วนอีก ค น ยั ง ตอ้ งปรับปรุงแก้ไขตอ่ ไปซึ่งผู้สอนได้แนะนาให้ และปรบั ปรุงงานอีกครงั้ พบวา่ นกั เรยี นทไี่ ดร้ ะดับ 2 จานวน คน จาก คน สามารถหาโดเมน และเรนจข์ องความสมั พันธ์ของความสมั พนั ธไ์ ด้ซึ่งผูส้ อนได้แนะนาให้ พบวา่ นกั เรยี นที่ไดร้ ะดับ 3 จานวน คน จาก คน สามารถหาโดเมน และเรนจ์ของความสมั พันธข์ องความสมั พันธไ์ ด้ซ่ึงผสู้ อนได้แนะนาให้ พบว่านักเรยี นทีไ่ ด้ระดบั 4 จานวน คน จาก คน สามารถหาโดเมน และเรนจข์ องความสมั พันธข์ องความสมั พนั ธไ์ ด้ ซึ่งผูส้ อนไดแ้ นะนาให้ พบว่านักเรยี นทไ่ี ดร้ ะดับ 1 จานวน คน จาก คน สามารถหาโดเมน และเรนจ์จากกราฟของความสัมพันธท์ ี่กาหนดใหไ้ ด้และไดผ้ ลการเรยี นรู้อยู่ในระดับ 2 สว่ นอีก ค น ยั ง ต้องปรับปรุงแกไ้ ขต่อไปซึง่ ผู้สอนได้แนะนาให้ และปรับปรุงงานอกี คร้ัง พบว่านักเรียนที่ไดร้ ะดับ 2 จานวน คน จาก คน สามารถหาโดเมน และเรนจ์จากกราฟของความสมั พันธ์ท่กี าหนดให้ได้ซงึ่ ผู้สอนได้แนะนาให้ พบวา่ นกั เรยี นที่ไดร้ ะดับ 3 จานวน คน จาก คน สามารถหาโดเมน และเรนจ์จากกราฟของความสัมพันธท์ ่ีกาหนดใหไ้ ด้ผู้สอนไดแ้ นะนาให้

พบว่านกั เรยี นท่ไี ดร้ ะดับ 4 จานวน คน จาก คน สามารถหาโดเมน และเรนจจ์ ากกราฟของความสมั พันธท์ ก่ี าหนดใหไ้ ด้ซึ่งผสู้ อนได้แนะนาให้ ลงช่ือ (นางสาวปวริศา กา๋ วงควนิ ) ผู้สอน

ชัว่ โมง/คาบท่ี 7-8 เร่ือง ฟงั ก์ชนั จดั การเรยี นรแู้ บบรว่ มมือ เทคนคิ (Group Investigation : GI) 1. นักเรยี นแบง่ กลุ่มละ 2 – 3 คน โดยจดั ใหค้ ละความสามารถ คนท่ี 1 ทาหนา้ ท่ีอภิปราย ทบทวนเน้ือหารว่ มกบั คนที่ 1 คนท่ี 2 ทาหน้าท่ีอภปิ ราย ทบทวนเนื้อหารว่ มกบั คนท่ี 2 2. ครูแจ้งจุดประสงค์การเรยี นรใู้ หน้ ักเรยี นรู้วา่ เม่ือจบชว่ั โมงนแ้ี ลว้ นกั เรียนตอ้ งสามารถ (ใช้เวลา 5 นาที) 1) บอกความหมายและสัญลกั ษณข์ องฟงั กช์ นั ได้ 2) หาค่าของฟงั กช์ ัน เมอ่ื กาหนดคา่ โดเมนได้ 3) ตรวจสอบไดว้ ่าความสมั พันธ์ทกี่ าหนดให้เปน็ ฟังก์ชนั หรือไม่เป็นฟงั กช์ ันได้ 4) ตรวจสอบได้ว่าความสัมพันธข์ องฟังก์ชนั ท่ีอยใู่ นรูปกราฟเป็นฟงั กช์ นั หรอื ไม่เป็นังก์ชนั ได้ 5) มีความรอบคอบในการทางาน 6) มีความรบั ผิดชอบตอ่ งานที่ไดร้ ับมอบหมาย 7) มีความสามารถในการแกป้ ญั หา 8) สามารถเชื่อมโยงความรู้ทางคณิตศาสตรก์ ับศาสตรอ์ น่ื และนาใช้ในชวี ิตจรงิ ได้ 3. ทบทวนความรเู้ ร่อื ง บทนิยามและเน้อื หาของช่ัวโมงที่ผา่ นมา โดยถาม-ตอบระหว่างครกู บั นกั เรียน (ใช้เวลา 5 นาท)ี “โดเมนของความสมั พนั ธ์ r คอื เซตของสมาชกิ ตัวหน้าของค่อู ันดบั ใน r เขยี นแทนดว้ ย Dr นัน่ คอื Dr  {x (x,y) r}” “เรนจ์ของความพนั ธ์ r คือเซตของสมาชกิ ตวั หลังของคอู่ ันดับใน r เขียนแทนด้วย Rr นนั่ คือ Rr  {y (x,y ) r}” ระบบพกิ ัดฉากเปน็ ระบบที่เปน็ ระนาบและประกอบด้วยเสน้ จานวน 2 เส้น ตง้ั ฉากซง่ึ กันและกนั เรียก เสน้ จานวนทอ่ี ยู่ในแนวนอนวา่ แกน X และเรยี กเสน้ จานวนทอ่ี ย่ใู นแนวตงั้ ว่า แกน Y โดยแกน X และแกน Y ตัดกนั ท่ีจุดกาเนิด (x = 0, y = 0) ระนาบท่แี กนท้ังสองอยูน่ ี้เรยี กว่าระนาบ XY ระบบพิกดั ฉากจะแบ่งระนาบ XY ออกเป็น 4 สว่ น เรยี กแต่ละสว่ นว่า จตุภาค ดังรปู Y จตุภาคที่ 2 จตุภาคท่ี 1 X O จตุภาคท่ี 3 จตุภาคที่ 4

และจุดท่อี ยูบ่ นระนาบ XY เรยี กวา่ จุด P(x, y) ดังรปู Y y  P(x, y) Ox X 4. ครสู นทนากับนกั เรยี นเก่ยี วกบั ฟังก์ชัน (ใช้เวลา 5 นาท)ี “โดเมนและเรนจ์ของความสัมพันธ์” ในอินเตอร เนต็ จากนั้นครูเขียนแผนภาพความสมั พนั ธบ์ นกระดานแล้วตั้งคาถามดังนี้ 26 48 5 10 - จากแผนภาพสามารถเขียนเป็นความสมั พนั ธ์ r เปน็ ค่อู นั ดับใดได้บา้ ง แนวตอบ : (2, 6) ,(2, 8) ,(2, 10) ,(4, 8) ,(5, 10) - เซตของสมาชิกตัวหนา้ ของคอู่ ันดบั ทัง้ หมดใน r มีอะไรบ้าง แนวตอบ : {2,4,5} - เซตของสมาชิกตัวหลงั ของค่อู ันดับทง้ั หมดใน r มีอะไรบา้ ง แนวตอบ : {6,8,10} กล่าวถึงในชีวิตจริงจะพบความสัมพันธ์ของข้อมูลสองกลุ่มค่อนข้างมาก ซ่ึงข้อมูลกลุ่มท่ีสองข้ึนอยู่กับ ข้อมูลกลุ่มแรก และจะสามารถกาหนดค่าของตัวแปรตามได้เพียงค่าเดียวเท่าน้ัน ดังนั้น จากตัวอย่างข้างต้น สรุปได้ดังน้ี การเติมนา้ มนั ขอ้ มูลเข้า ขอ้ มูลออก การโดยสารรถไฟ ปรมิ าณน้ามันเตมิ จานวนเงนิ ทีต่ อ้ งชาระ การส่งพสั ดุไปรษณยี ์ ระยะทางทเ่ี ดนิ ทาง คา่ โดยสารทตี่ อ้ งชาระ การขายสนิ คา้ น้าหนกั ของพัสดุ ค่าสง่ พัสดุ จานวนสินค้าทขี่ ายได้ กาไรท่ีไดร้ ับ ในทางคณิตศาสตรจ์ ะเรยี กความสมั พันธ์ระหว่างเซตของข้อมูลสองชุด โดยท่ขี อ้ มูลเขา้ หนึ่งตัวใหข้ อ้ มูล ออกเพียงหนงึ่ ตวั ว่า ฟงั กช์ ัน เรยี กเซตของขอ้ มลู เข้าว่า โดเมน และเรยี กเซตของขอ้ มลู ออกวา่ เรนจ์

5. ครอู ธิบายพรอ้ มยกตัวอย่าง (ใช้เวลา 30 นาท)ี ตัวอย่างท่ี 1 กาหนดให้ f เป็นเซตของคอู่ นั ดบั จงตรวจสอบว่า f = {(1, a), (1,b), (2, a), (3, c)} เป็น ฟงั ก์ชนั หรอื ไม่ f 1a 2b 3c จะเหน็ ว่า f ไม่เปน็ ฟงั ก์ชัน เพราะมคี ่อู นั ดับท่สี มาชิกตัวหนา้ เหมือนกนั แต่สมาชกิ ตัวหลัง ตา่ งกนั คอื (1, a) และ (1, b) ถา้ f เป็นฟงั ก์ชันซึ่งมโี ดเมนเปน็ เซต A และ เรนจ์เปน็ สับเซตของเซต B จะกล่าววา่ f เป็นฟงั ก์ชันจาก A ไป B (Function from A into B) ตวั อย่างที่ 2 ในหนังสอื เรยี นหนา้ ที่ 46 บนกระดานแสดงวธิ ที าอย่างละเอยี ด พร้อมทัง้ มีการถาม-ตอบ คาถามกับนักเรยี น ตวั อย่างท่ี 4 ในหนังสอื เรียนหน้าที่ 49 บนกระดานแสดงวิธีทาอยา่ งละเอียด พร้อมทั้งมีการถาม-ตอบ คาถามกบั นักเรียน ตัวอย่างท่ี 7 ในหนังสือเรียนหน้าที่ 52 บนกระดานแสดงวธิ ที าอย่างละเอียด พรอ้ มทงั้ มกี ารถาม-ตอบ คาถามกบั นกั เรียน ตัวอย่างที่ 9 ในหนังสอื เรียนหน้าที่ 55 บนกระดานแสดงวธิ ีทาอย่างละเอยี ด พรอ้ มท้งั มกี ารถาม-ตอบ คาถามกบั นกั เรียน 6. ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุ่มทาแบบฝกึ ทักษะ 2.3 เรื่อง ฟงั กช์ นั กาหนดเวลา ให้ 30 นาทีแลว้ แลกกับเพอื่ นใน กลุ่มตรวจคาตอบ (ใชเ้ วลา 40 นาที) 7. ครูถามนักเรยี นเกีย่ วกบั ความรทู้ ี่ได้รบั ในวนั นี้ พร้อมท้งั ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ ใหส้ มบูรณ์ (ใชเ้ วลา 15 นาที) บทนิยาม 1 ฟังก์ชัน คือ เซตของคู่อันดับ ซ่ึงคู่อันดับสองคู่อนั ดับใด ๆ ถ้ามีสมาชิกตวั หน้าเหมือนกัน แลว้ สมาชิกตวั หลังต้องเหมอื นกนั เซตของสมาชกิ ตวั หน้าของคอู่ นั ดบั ทง้ั หมด เรยี กวา่ โดเมน ของฟงั ก์ชัน เซตของสมาชิกตัวหลงั ของคู่อันดบั ทั้งหมด เรียกวา่ เรนจ์ ของฟงั ก์ชัน ถ้า f เปน็ ฟังกช์ ัน โดเมนของ f เขยี นแทนด้วย Dr และเรนจ์ของ f เขยี นแทนด้วย Rr

8. ให้นักเรียนแต่ละคนทาแบบฝึกทักษะ 2.1 เร่ือง ฟังก์ชัน ข้อ 3-7 ในหนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน คณติ ศาสตร์ ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 เป็นรายบคุ คล สือ่ /แหล่งการเรียนรู้ 1. หนงั สอื เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 2. แบบฝกึ ทักษะ 2.3 เรื่อง ฟงั กช์ นั การวัดผลและประเมนิ ผล วธิ ีการวดั เครอื่ งมือ การวดั ผล - ตรวจคาตอบของกิจกรรม - ใบกิจกรรม จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกความหมายและสญั ลกั ษณ์ของ “สบื จากกราฟ” - แบบฝึกหัด ฟงั กช์ นั ได้ - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ หัด 2. หาค่าของฟังก์ชัน เมื่อกาหนดค่าโดเมน - แบบฝึกหดั ได้ - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ หัด - ใบกจิ กรรม 3. ตรวจสอบไดว้ า่ ความสมั พนั ธ์ท่ี - ตรวจคาตอบของกิจกรรม กาหนดให้เป็นฟงั กช์ นั หรอื ไม่เปน็ ฟังก์ชัน - ได้ “สืบจากกราฟ” 4. ตรวจสอบได้ว่าความสมั พนั ธข์ อง - - แบบฝกึ ทกั ษะ ฟังก์ชนั ทีอ่ ยูใ่ นรูปกราฟเปน็ ฟงั ก์ชนั หรอื ไม่ - แบบฝึกทกั ษะ เปน็ งั ก์ชันได้ - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ ทกั ษะ 5. มีความรอบคอบในการทางาน - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ ทักษะ - แบบสงั เกต 6. มคี วามรับผิดชอบต่องานทีไ่ ด้รับ พฤตกิ รรม มอบหมาย - สงั เกตพฤติกรรม - แบบฝกึ ทกั ษะ 7. มคี วามรับผดิ ชอบตอ่ งานทไ่ี ดร้ บั - แบบสังเกต มอบหมาย - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ ทกั ษะ พฤติกรรม 8. มีความสามารถในการแก้ปญั หา - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกต พฤติกรรม 9. สามารถเช่อื มโยงความรทู้ าง - สงั เกตพฤตกิ รรม คณิตศาสตรก์ บั ศาสตรอ์ ่ืน และนาใช้ใน ชีวติ จรงิ ได้

เกณฑก์ ารประเมนิ ผล (รบู รกิ ส)์ ประเด็นการ (4) ระดับคณุ ภาพ (1) ประเมนิ ดมี าก (3) (2) ปรับปรงุ ดี ก้าลงั พฒั นา แบบฝกึ หดั / ทาได้อย่าง ทาได้อยา่ งถกู ต้อง ทาได้อย่างถกู ตอ้ ง ทาไดอ้ ย่างถกู ต้อง กิจกรรม ถกู ต้องรอ้ ยละ ร้อยละ 70-79 ร้อยละ 40-69 ต่ากว่าร้อยละ 40 80 ข้ึนไป มีความรบั ผิดชอบ ทางานเสรจ็ และ ทางานเสร็จและส่ง ทางานเสรจ็ แต่ส่งช้า ทางานไมเ่ สรจ็ ต่องานทไี่ ด้รบั สง่ ตรงเวลา ตรงเวลา ทาไมถ่ ูกต้อง สง่ ไมต่ รงเวลา มอบหมายใหไ้ ด้ ทาถูกตอ้ ง ทาถกู ตอ้ ง และไม่มีความ ทาไม่ถกู ต้อง และ ละเอยี ด ละเอียด ละเอยี ดในการ ไม่มีความละเอยี ด ทางาน ในการทางาน มคี วามรอบคอบ มีการวางแผน มกี ารวางแผน มีการวางแผน ไม่มีการวางแผน ในการทางาน การดาเนนิ การ การดาเนนิ การ การดาเนินการอย่าง การดาเนินการอย่าง อยา่ งครบทุก อยา่ งถกู ตอ้ ง ไมค่ รบทกุ ข้ันตอน ไมม่ ีขน้ั ตอน มคี วาม ขนั้ ตอน และ แตไ่ ม่ครบถว้ น ผดิ พลาดต้องแก้ไข ถูกตอ้ ง เกณฑ์การตดั สนิ - รายบุคคล นักเรยี นมีผลการเรยี นรู้ไมต่ ่ากว่าระดับ 2 จงึ ถือวา่ ผ่าน - รายกลุม่ ร้อยละ....75....ของจานวนนักเรยี นทงั้ หมดมผี ลการเรียนรู้ไม่ต่ากว่าระดบั 2 ขอ้ เสนอแนะ ใช้สอนได้ ควรปรบั ปรุง ลงชื่อ ( นางสาวปวรศิ า กา๋ วงค์วิน ) หวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ วนั ท.่ี .......เดือน..............พ.ศ............

การบูรณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1. ครผู ู้สอนใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในข้ันเตรียมการสอน/จดั การเรยี นรู้ ดงั นี้ หลกั พอเพยี ง ความพอประมาณ เหตุผล มภี มู คิ มุ้ กนั ในตวั ท่ดี ี ประเด็น เวลา เวลาท่ีใชใ้ นการจัดกิจกรรม เวลาท่ีใช้ในการจดั กิจกรรมการ ขั้นนาเข้าส่บู ทเรียน 15 การเรยี นร้ทู งั้ หมดในแผนการ เรยี นรู้ ดังนี้ ข้นั นาเขา้ สู่บทเรยี น ใช้ นาที นักเรยี นจะได้ นี้ 2 ช่ัวโมง ความเหมาะสม เวลา 15 นาที ชี้แจง้ จุดประสงค์ ทบทวนความรู้พ้นื ฐาน คือ ลายละเอียดในการเรียน 5 นาที และเป็นการเตรยี ม ขน้ั นาเขา้ ส่บู ทเรยี น 15 นาที ทบทวนความร้เู ดิมเพ่ือเชื่อมโยงกับ ความรู้ในการเรยี น ขั้นสอน 70 นาที เรียนทจี่ ะเรยี น 10 นาที ขั้นสอน ขัน้ สอน 70 นาที ข้ันสรุป 15 นาที 70 นาที เริ่มด้วยการสนทนากับ นกั เรียนสามารถ นักเรียนเกี่ยวกบั เร่อื งทจ่ี ะเรียนและ วิเคราะห์ แกป้ ญั หาอน่ื เร่อื งทต่ี ้องนามาเชอื่ มโยงในการหา ๆ ได้ ข้ันสรุป 15 นาที คาตอบ 10 นาที อธบิ ายตัวอยา่ งให้ นักเรียนจะไดร้ บั ความรู้ นักเรียนอย่างละเอียดชดั เจน 20 ทค่ี งทนและถูกหลกั ของ นาที แลว้ ให้นักเรยี นทาแบบฝึกหัด คณติ ศาสตร์ โดยมคี รูควบคุมดแู ลให้คาปรึกษา 40 นาที ขัน้ สรปุ 15 นาทใี หน้ กั เรียนร่วมกนั สรุปโดยมคี รเู สริมความรทู้ ีข่ าดหา และให้ชัดเจนมาขึ้น เนอื หา 1.มีความเหมาะสมกบั เพราะหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษา การเรียนเรอ่ื งฟงั กช์ นั ให้ นกั เรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ขนั้ พ้ืนฐานกาหนดไว้ในสาระที่ 1 ถกู ตอ้ งตามหลกั ทาให้ 2.มีความเหมาะสมกับความรู้ จานวนและพชี คณิต นักเรยี นสามารถ พ้ืนฐานของนักเรยี น ตวั ชวี้ ัด ค 1.2 ม.5/1 นาไปใช้ในการดาเนิน 3.มีความเหมาะสมกับเวลา ชวี ิตประจาวนั สอ่ื /อปุ กรณ์ มคี วามเหมาะสมกบั ช่วงวยั การให้นักเรียนได้เรยี นร้จู าก - นักเรียนสามารถ - กิจกรรม ความตอ้ งการความสามารถ ตวั อย่างทาใหน้ กั เรยี นไดเ้ ห็นภาพ วเิ คราะห์โจทยป์ ัญหา - แบบฝกึ หดั และเรือ่ งที่เรียนของนกั เรียน ชดั เจน เข้าใจมากข้ึน ไดท้ าด้วย จากการเรยี นและปญั หา ในระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 ตนเอง อ่ืนได้ ความรู้ทคี่ รู ครมู ีความรู้เกยี่ วกับหลักสตู ร เน้อื หาสาระและกิจกรรมการเรยี นการสอน จ้าเป็นตอ้ งมี ครมู คี วามรใู้ นการวิเคราะห์นกั เรียน และรู้ศกั ยภาพของนกั เรยี น

หลักพอเพยี ง ความพอประมาณ เหตผุ ล มภี ูมิคมุ้ กนั ในตัวทด่ี ี ประเดน็ ครมู ีความรู้ในเรือ่ งฟงั ก์ชนั ครมู คี วามร้ใู นเรื่องการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ ครูมีความร้ใู นเรือ่ งการวดั และประเมนิ ผล คุณธรรมของครู มคี วามขยัน รับผิดชอบในการสอน มคี วามเสียสละ ไม่ปิดบังความรู้ มีความเมตตาและปรารถนาดีตอ่ ศิษย์ มีความต้งั ใจในการผลติ สอ่ื การเรยี นรใู้ ห้น่าสนใจ มคี วามเพียงพยายามทจี่ ะมุง่ ม่ันใหน้ ักเรยี นมคี วามรู้ มคี วามอดทนในสอน แนะนา ตรวจแก้ไขผลงานของนักเรียน - นกั เรยี นจะได้เรียนร้ทู ี่จะอยอู่ ย่างพอเพียงจากกจิ กรรมการเรยี นรู้ ดงั ตอ่ ไปนี้ ผ้เู รยี นได้เรยี นรหู้ ลักคิด และฝกึ ปฏิบัตติ าม 3 หว่ ง 2 เง่ือนไข ดงั น้ี ความพอประมาณ มีเหตุผล มภี ูมิคุ้มกนั ในตวั ทดี่ ี 1.นักเรียนรจู้ ักบริหารเวลาในการศกึ ษา 1.นักเรียนมเี หตุผลในการ 1.นกั เรยี นนาความรเู้ รื่องฟงั กช์ ันไป ความรู้ ทากจิ กรรมจากใบงาน หาคาตอบของฟังก์ชันได้ ช่วยในการโจทย์ปัญหาอ่ืนได้ แบบฝึกหัด การทากิจกรรมกล่มุ 2. นกั เรยี นวิเคราะหแ์ ละ 2. นักเรยี นนาความร้ทู ไี่ ดร้ ับจาก 2.นักเรียนทากิจกรรมได้เต็มศักยภาพ หาคาตอบไดอ้ ยา่ งสมเหตุ การเรียนเร่ืองฟงั ก์ชันพื้นฐาน ของตนเอง สมผล เพือ่ ประกอบการตดั สินใจในการทา 3.นักเรียนใช้วัสดุ อุปกรณ์ ในการทา กจิ กรรม ได้โดยไมเ่ กิดปจั จัยเสี่ยง กิจกรรมอยา่ งประหยดั ความรทู้ ่ตี อ้ งมีก่อนเรียน 1.ตอ้ งมสี มาธิ มคี วามตั้งใจ ในการเรียน 2.ต้องมคี วามรอบคอบในการทางาน 3.ตอ้ งมมี ารยาทในการทางาน ไมส่ ง่ เสียงดงั ไม่เล่นหรือไม่ลุกจากที่ น่ังโดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต 4. ต้องมคี วามรบั ผดิ ชอบในงานที่ไดร้ บั มอบหมาย สง่ ตรงต่อเวลา คณุ ธรรม 1.นักเรียนมคี วามซอื่ สตั ย์ สุจรติ และตรงตอ่ เวลา 2. นักเรยี นมวี ินยั ในตนเอง

- ผลลพั ธ์ทค่ี าดวา่ จะเกดิ ขึนกับนกั เรยี น (อยู่อย่างพอเพียง – สมดุลและพรอ้ มรบั การเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ) ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นทักษะ กระบวนการ (P) ด้านคุณลกั ษณะ (A) 1. บอกความหมายและสญั ลกั ษณ์ 1. สามารถเชื่อมโยงความรทู้ าง 1. มีความรับผิดชอบตอ่ งานท่ี ของฟังกช์ ันได้ คณิตศาสตร์กับศาสตร์อน่ื และนา ได้รับมอบหมาย 2. หาคา่ ของฟงั ก์ชัน เมือ่ ใช้ในชวี ติ จรงิ ได้ กาหนดคา่ โดเมนได้ 2. ใชค้ วามรู้ ทักษะ และ 3. ตรวจสอบไดว้ า่ ความสมั พนั ธ์ที่ กระบวนการทางคณิตศาสตรใ์ น กาหนดใหเ้ ป็นฟังกช์ ันหรือไมเ่ ป็น การแก้ปัญหาไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ฟงั กช์ นั ได้ 4. ตรวจสอบไดว้ ่าความสมั พันธ์ ของฟังกช์ ันท่อี ยู่ในรูปกราฟเป็น ฟังกช์ ันหรอื ไม่เป็นงั กช์ ันได้ บนั ทกึ หลงั การจดั การเรยี นรู้ ชนั ม. 5/1 ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรยี นรู้  ดี  พอใช้  ปรับปรุง ความเหมาะสมของเวลาทใี่ ช้ในการทากจิ กรรม  ดี  พอใช้  ปรับปรุง ความเหมาะสมของสือ่ การเรียนรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรงุ ความเหมาะสมของเกณฑ์การประเมนิ  ดี  พอใช้  ปรบั ปรงุ อนื่ ๆ สรปุ ผลการประเมนิ ผเู้ รยี น นักเรยี นจานวน คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ มีผลการเรียนรฯู้ อยู่ในระดบั 1 นกั เรยี นจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มผี ลการเรียนรู้ฯ อยใู่ นระดบั 2 นักเรยี นจานวน คน คดิ เป็นร้อยละ มผี ลการเรยี นรูฯ้ อยู่ในระดับ 3 นกั เรยี นจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ มผี ลการเรียนร้ฯู อยู่ในระดบั 4 สรุปโดยภาพรวมมีนักเรียนจานวน คน คดิ เปน็ ร้อยละ ท่ีผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 ข้ึนไป ซงึ่ สูง (ตา่ ) กวา่ เกณฑ์ท่ีกาหนดไว้ร้อยละ มนี ักเรยี นจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ทไี่ ม่ผ่านเกณฑท์ ่ีกาหนด

ชัน ม. 5/2 ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรยี นรู้  ดี  พอใช้  ปรับปรุง ความเหมาะสมของเวลาท่ใี ช้ในการทากจิ กรรม  ดี  พอใช้  ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของสอ่ื การเรียนรู้  ดี  พอใช้  ปรับปรงุ ความเหมาะสมของเกณฑ์การประเมิน  ดี  พอใช้  ปรบั ปรงุ อน่ื ๆ สรุปผลการประเมนิ ผเู้ รยี น นกั เรียนจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มผี ลการเรยี นรู้ฯ อยใู่ นระดบั 1 นักเรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มีผลการเรยี นรฯู้ อยู่ในระดับ 2 นกั เรยี นจานวน คน คดิ เปน็ ร้อยละ มผี ลการเรยี นรู้ฯ อยใู่ นระดับ 3 นักเรียนจานวน คน คดิ เปน็ ร้อยละ มีผลการเรียนรฯู้ อย่ใู นระดบั 4 สรุปโดยภาพรวมมนี ักเรียนจานวน คน คดิ เปน็ ร้อยละ ท่ผี ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ข้ึนไป ซึ่งสูง (ตา่ ) กวา่ เกณฑ์ที่กาหนดไวร้ ้อยละ มนี กั เรยี นจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ทไ่ี มผ่ ่านเกณฑท์ ี่กาหนด ชนั ม. 5/3 ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรียนรู้  ดี  พอใช้  ปรับปรุง ความเหมาะสมของเวลาท่ใี ช้ในการทากจิ กรรม  ดี  พอใช้  ปรับปรุง ความเหมาะสมของสอื่ การเรียนรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรงุ ความเหมาะสมของเกณฑ์การประเมิน  ดี  พอใช้  ปรับปรงุ อน่ื ๆ สรปุ ผลการประเมนิ ผเู้ รียน นกั เรียนจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มผี ลการเรยี นรู้ฯ อยู่ในระดับ 1 นักเรยี นจานวน คน คดิ เปน็ ร้อยละ มผี ลการเรยี นรู้ฯ อยใู่ นระดบั 2 นักเรียนจานวน คน คิดเปน็ ร้อยละ มผี ลการเรยี นรฯู้ อยใู่ นระดบั 3 นกั เรียนจานวน คน คิดเปน็ ร้อยละ มผี ลการเรยี นรู้ฯ อย่ใู นระดบั 4

สรปุ โดยภาพรวมมีนกั เรยี นจานวน คน คิดเปน็ ร้อยละ ทผ่ี ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ขนึ้ ไป ซ่งึ สูง (ตา่ ) กวา่ เกณฑท์ ีก่ าหนดไวร้ ้อยละ มีนักเรียนจานวน คน คดิ เป็นร้อยละ ท่ีไม่ผ่านเกณฑท์ ี่กาหนด ชนั ม. 5/4 ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรยี นรู้  ดี  พอใช้  ปรับปรงุ ความเหมาะสมของเวลาท่ีใชใ้ นการทากจิ กรรม  ดี  พอใช้  ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของสอื่ การเรยี นรู้  ดี  พอใช้  ปรับปรงุ ความเหมาะสมของเกณฑก์ ารประเมนิ  ดี  พอใช้  ปรับปรุง อน่ื ๆ สรุปผลการประเมนิ ผเู้ รยี น นกั เรยี นจานวน คน คดิ เป็นร้อยละ มผี ลการเรียนรฯู้ อยู่ในระดบั 1 นักเรยี นจานวน คน คดิ เป็นร้อยละ มผี ลการเรยี นรู้ฯ อยู่ในระดับ 2 นักเรยี นจานวน คน คดิ เปน็ ร้อยละ มีผลการเรยี นรู้ฯ อยใู่ นระดับ 3 นกั เรยี นจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มีผลการเรยี นรูฯ้ อยู่ในระดบั 4 สรุปโดยภาพรวมมีนักเรียนจานวน คน คดิ เป็นร้อยละ ท่ผี า่ นเกณฑ์ระดบั 2 ขน้ึ ไป ซ่งึ สงู (ต่า) กวา่ เกณฑ์ที่กาหนดไวร้ ้อยละ มนี ักเรียนจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ทไ่ี ม่ผ่านเกณฑ์ที่กาหนด ชัน ม. 5/5 ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรียนรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรงุ ความเหมาะสมของเวลาทใี่ ช้ในการทากจิ กรรม  ดี  พอใช้  ปรับปรุง ความเหมาะสมของสือ่ การเรียนรู้  ดี  พอใช้  ปรับปรุง ความเหมาะสมของเกณฑ์การประเมิน  ดี  พอใช้  ปรับปรงุ อน่ื ๆ

สรุปผลการประเมนิ ผเู้ รยี น นกั เรียนจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มีผลการเรยี นรฯู้ อยู่ในระดับ 1 นกั เรยี นจานวน คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ มีผลการเรียนรู้ฯ อยใู่ นระดบั 2 นกั เรียนจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ มผี ลการเรียนรฯู้ อยใู่ นระดบั 3 นกั เรยี นจานวน คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ มีผลการเรียนรฯู้ อยใู่ นระดบั 4 สรุปโดยภาพรวมมนี กั เรยี นจานวน คน คดิ เป็นร้อยละ ท่ีผา่ นเกณฑร์ ะดับ 2 ข้ึนไป ซ่งึ สูง (ต่า) กว่าเกณฑ์ท่กี าหนดไวร้ อ้ ยละ มนี กั เรยี นจานวน คน คดิ เป็นร้อยละ ทไ่ี ม่ผา่ นเกณฑ์ที่กาหนด ขอ้ สังเกต/คน้ พบ จาการตรวจผลงานของนกั เรียนพบวา่ ชั้น ม.5/1 นักเรยี น คน บอกความหมายและสัญลกั ษณข์ องฟงั ก์ชนั ได้ - นักเรียนผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 ขึ้นไป จานวน คน - นักเรียนไมผ่ ่านเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ชั้น ม.5/2 นักเรยี น คน บอกความหมายและสัญลกั ษณ์ของฟงั ก์ชันได้ - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ระดับ 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรยี นไมผ่ า่ นเกณฑร์ ะดบั 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/3 นกั เรยี น คน บอกความหมายและสญั ลักษณข์ องฟังก์ชนั ได้ - นักเรียนผา่ นเกณฑ์ระดบั 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรยี นไม่ผ่านเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ช้นั ม.5/4 นกั เรยี น คน บอกความหมายและสญั ลกั ษณ์ของฟังก์ชันได้ - นกั เรียนผา่ นเกณฑร์ ะดับ 2 ขนึ้ ไป จานวน คน - นักเรียนไมผ่ ่านเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน ชั้น ม.5/5 นักเรียน คน บอกความหมายและสญั ลกั ษณข์ องฟงั ก์ชันได้ - นกั เรียนผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 ข้นึ ไป จานวน คน - นกั เรียนไมผ่ ่านเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/1 นักเรยี น คน หาคา่ ของฟงั ก์ชนั เมอ่ื กาหนดคา่ โดเมนได้ - นักเรียนผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 ขนึ้ ไป จานวน คน - นักเรยี นไมผ่ ่านเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ชั้น ม.5/2 นกั เรียน คน หาคา่ ของฟงั กช์ นั เม่ือกาหนดคา่ โดเมนได้ - นกั เรียนผา่ นเกณฑร์ ะดับ 2 ขึ้นไป จานวน คน - นักเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ช้นั ม.5/3 นักเรยี น คน หาค่าของฟงั กช์ นั เมอ่ื กาหนดค่าโดเมนได้

- นักเรียนผ่านเกณฑ์ระดับ 2 ขนึ้ ไป จานวน คน - นักเรยี นไมผ่ า่ นเกณฑร์ ะดบั 2 จานวน คน ช้ัน ม.5/4 นกั เรียน คน หาคา่ ของฟงั ก์ชัน เมือ่ กาหนดคา่ โดเมนได้ - นกั เรียนผ่านเกณฑ์ระดับ 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรียนไมผ่ า่ นเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/5 นกั เรยี น คน หาค่าของฟงั กช์ นั เม่อื กาหนดค่าโดเมนได้ - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ระดับ 2 ขึ้นไป จานวน คน - นกั เรยี นไมผ่ า่ นเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน ชั้น ม.5/1 นักเรยี น คน ตรวจสอบได้วา่ ความสัมพนั ธ์ทก่ี าหนดใหเ้ ปน็ ฟงั ก์ชนั หรือไมเ่ ป็น ฟังกช์ นั ได้ - นกั เรียนผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 ข้นึ ไป จานวน คน - นกั เรียนไม่ผา่ นเกณฑร์ ะดบั 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/2 นกั เรียน คน ตรวจสอบได้ว่าความสัมพันธท์ ี่กาหนดใหเ้ ป็นฟังกช์ ันหรอื ไม่เป็น ฟังกช์ ันได้ - นักเรยี นผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรยี นไมผ่ า่ นเกณฑร์ ะดบั 2 จานวน คน ชัน้ ม.5/3 นักเรียน คน ตรวจสอบไดว้ ่าความสัมพนั ธ์ที่กาหนดใหเ้ ปน็ ฟังกช์ นั หรือไมเ่ ปน็ ฟังก์ชนั ได้ - นักเรยี นผา่ นเกณฑร์ ะดบั 2 ขึ้นไป จานวน คน - นักเรยี นไมผ่ ่านเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/4 นกั เรยี น คน ตรวจสอบไดว้ า่ ความสัมพนั ธ์ท่กี าหนดใหเ้ ป็นฟงั ก์ชันหรอื ไมเ่ ป็น ฟังกช์ นั ได้ - นักเรียนผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรยี นไมผ่ ่านเกณฑร์ ะดบั 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/5 นกั เรียน คน ตรวจสอบได้ว่าความสัมพันธท์ กี่ าหนดใหเ้ ป็นฟังกช์ ันหรือไม่เป็น ฟงั ก์ชนั ได้ - นกั เรียนผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรียนไม่ผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน

ช้นั ม.5/1 นกั เรยี น คน ตรวจสอบได้วา่ ความสมั พันธ์ของฟงั ก์ชนั ทอี่ ยู่ในรูปกราฟเป็นฟงั ก์ชัน หรือไม่เปน็ งั กช์ ันได้ - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 ขึ้นไป จานวน คน - นักเรยี นไมผ่ า่ นเกณฑร์ ะดบั 2 จานวน คน ชัน้ ม.5/2 นักเรียน คน ตรวจสอบได้วา่ ความสมั พนั ธ์ของฟงั กช์ ันทีอ่ ยู่ในรปู กราฟเปน็ ฟังก์ชนั หรอื ไมเ่ ป็นังก์ชนั ได้ - นักเรยี นผา่ นเกณฑร์ ะดับ 2 ขึน้ ไป จานวน คน - นกั เรยี นไมผ่ ่านเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ช้ัน ม.5/3 นกั เรยี น คน ตรวจสอบได้ว่าความสมั พนั ธข์ องฟงั ก์ชันที่อยู่ในรปู กราฟเปน็ ฟังก์ชนั หรอื ไม่เปน็ งั ก์ชันได้ - นกั เรียนผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ขึ้นไป จานวน คน - นกั เรียนไม่ผ่านเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/4 นักเรยี น คน ตรวจสอบได้ว่าความสัมพนั ธ์ของฟังก์ชันทีอ่ ยู่ในรปู กราฟเป็นฟังกช์ นั หรอื ไม่เปน็ งั ก์ชนั ได้ - นักเรียนผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 ขึ้นไป จานวน คน - นกั เรียนไมผ่ ่านเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ชั้น ม.5/5 นักเรยี น คน ตรวจสอบไดว้ า่ ความสัมพนั ธ์ของฟังก์ชนั ทีอ่ ยใู่ นรปู กราฟเปน็ ฟงั ก์ชนั หรือไมเ่ ป็นงั ก์ชันได้ - นกั เรียนผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 ข้นึ ไป จานวน คน - นักเรยี นไมผ่ ่านเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ด้านทกั ษะกระบวนการ นักเรียนผา่ นเกณฑ์การประเมินในแตล่ ะด้าน ดงั นี้ ช้นั ม.5/1 ทกั ษะการแก้ไขปัญหา - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ดีมาก (ระดบั 4) จานวน คน คน - นกั เรียนผา่ นเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน คน คน - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นักเรียนตอ้ งปรับปรุง (ระดบั 1) จานวน คน คน ทกั ษะการเชือ่ มโยงทางคณิตศาสตร์ คน - นักเรียนผา่ นเกณฑ์ดมี าก (ระดบั 4) จานวน - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) จานวน - นกั เรยี นต้องปรบั ปรงุ (ระดับ 1) จานวน

ช้นั ม.5/2 ทกั ษะการแกไ้ ขปัญหา - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ดมี าก (ระดับ 4) จานวน คน จานวน คน - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ดี (ระดบั 3) จานวน คน จานวน คน - นักเรยี นผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นกั เรยี นตอ้ งปรับปรงุ (ระดบั 1) จานวน คน จานวน คน ทกั ษะการเชื่อมโยงทางคณติ ศาสตร์ จานวน คน - นักเรียนผ่านเกณฑด์ มี าก (ระดบั 4) จานวน คน จานวน คน - นักเรียนผ่านเกณฑด์ ี (ระดบั 3) จานวน คน จานวน คน - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) จานวน คน - นักเรยี นตอ้ งปรบั ปรงุ (ระดับ 1) จานวน คน จานวน คน ชั้น ม.5/3 จานวน คน ทักษะการแก้ไขปญั หา จานวน คน จานวน คน - นกั เรียนผ่านเกณฑด์ มี าก (ระดับ 4) จานวน คน จานวน คน - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน คน - นกั เรียนผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) จานวน คน จานวน คน - นักเรียนตอ้ งปรบั ปรุง (ระดับ 1) จานวน คน ทกั ษะการเชื่อมโยงทางคณติ ศาสตร์ - นกั เรียนผ่านเกณฑ์ดีมาก (ระดับ 4) - นกั เรียนผา่ นเกณฑด์ ี (ระดับ 3) - นักเรียนผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) - นักเรียนต้องปรับปรงุ (ระดับ 1) ชั้น ม.5/4 ทกั ษะการแกไ้ ขปัญหา - นักเรยี นผ่านเกณฑ์ดมี าก (ระดบั 4) - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ดี (ระดับ 3) - นักเรียนผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) - นกั เรยี นต้องปรับปรงุ (ระดบั 1) ทักษะการเชือ่ มโยงทางคณติ ศาสตร์ - นักเรยี นผ่านเกณฑ์ดมี าก (ระดบั 4) - นักเรียนผ่านเกณฑด์ ี (ระดบั 3) - นักเรียนผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) - นกั เรียนต้องปรับปรงุ (ระดับ 1)

ชัน้ ม.5/5 ทักษะการแก้ไขปญั หา - นักเรยี นผ่านเกณฑ์ดีมาก (ระดับ 4) จานวน คน คน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน คน คน - นักเรียนผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) จานวน คน - นกั เรยี นตอ้ งปรบั ปรงุ (ระดบั 1) จานวน คน คน ทักษะการเชื่อมโยงทางคณติ ศาสตร์ คน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ดีมาก (ระดบั 4) จานวน คน คน - นักเรยี นผ่านเกณฑด์ ี (ระดบั 3) จานวน คน คน - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) จานวน คน - นักเรียนตอ้ งปรบั ปรงุ (ระดับ 1) จานวน คน คน ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ นักเรียนผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ในแตล่ ะด้าน ดังนี้ คน ชน้ั ม.5/1 คน คน ความรับผิดชอบในการท้างาน คน คน - นกั เรียนผา่ นเกณฑด์ มี าก (ระดับ 4) จานวน - นักเรียนผ่านเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน - นักเรยี นผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) จานวน - นักเรียนต้องปรบั ปรุง (ระดับ 1) จานวน ช้ัน ม.5/2 ความรบั ผดิ ชอบในการท้างาน - นักเรยี นผ่านเกณฑด์ มี าก (ระดบั 4) จานวน - นักเรยี นผ่านเกณฑด์ ี (ระดบั 3) จานวน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) จานวน - นักเรียนตอ้ งปรบั ปรุง (ระดับ 1) จานวน ชั้น ม.5/3 ความรับผิดชอบในการทา้ งาน - นกั เรียนผ่านเกณฑ์ดีมาก (ระดับ 4) จานวน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน - นกั เรยี นผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน - นกั เรียนต้องปรับปรุง (ระดบั 1) จานวน

ชั้น ม.5/4 ความรบั ผิดชอบในการท้างาน - นักเรยี นผา่ นเกณฑด์ ีมาก (ระดบั 4) จานวน คน - นักเรียนผา่ นเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน คน - นักเรียนผา่ นเกณฑ์พอใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นักเรียนตอ้ งปรบั ปรงุ (ระดับ 1) จานวน คน ชัน้ ม.5/5 ความรบั ผิดชอบในการท้างาน - นักเรียนผ่านเกณฑ์ดมี าก (ระดับ 4) จานวน คน - นักเรยี นผ่านเกณฑด์ ี (ระดบั 3) จานวน คน - นักเรยี นผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นักเรียนต้องปรับปรุง (ระดับ 1) จานวน คน แนวทางการแกไ้ ขปญั หาเพอ่ื ปรับปรงุ ชนั ม.5/1 1. นกั เรยี นที่ไดค้ ะแนนอยูใ่ นระดบั ท่ี 2, 3 และ 4 ได้จากกจิ กรรมสอนเสรมิ โดย  ให้ทาแบบฝึกหดั เพม่ิ เตมิ เปน็ การบา้ น  2. นักเรียนทีไ่ ดค้ ะแนนอยู่ในระดับที่ 1 ได้จากกิจกรรมสอนซ่อม โดย  ใหท้ าแบบฝกึ หัดเพม่ิ เติม เปน็ การบา้ น  3. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ นักเรียนผ่านเกณฑ์ 1 (ต้องปรับปรงุ ) ครไู ดอ้ ธบิ ายและชแ้ี จงเกณฑ์ ให้นกั เรยี นทราบเป็นรายบคุ คลว่า นักเรียนจะต้องแกไ้ ขและทาอยา่ งไรบา้ งตามเกณฑท์ ้ายแผนการจัดการ เรยี นรู้ ในด้านทักษะการเช่อื มโยงทางคณติ ศาสตร์ และการคิดวิเคราะห์ 4. ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ นักเรียนผา่ นเกณฑ์ 1 (ต้องปรับปรุง) ครูได้อธบิ ายและชแี้ จง เกณฑ์ให้นกั เรยี นทราบเป็นรายบุคคลว่า นักเรียนจะต้องแก้ไขและทาอยา่ งไรบา้ งตามเกณฑ์ท้ายแผนการ จัดการเรียนรู้ ในดา้ นการทางานเป็นระบบ ความรับผดิ ชอบในการทางาน ชนั ม.5/2 1. นกั เรียนท่ไี ด้คะแนนอย่ใู นระดบั ที่ 2, 3 และ 4 ได้จากกจิ กรรมสอนเสรมิ โดย  ให้ทาแบบฝกึ หัดเพม่ิ เติม เปน็ การบา้ น 

2. นักเรียนทไ่ี ด้คะแนนอยใู่ นระดบั ท่ี 1 ได้จากกจิ กรรมสอนซอ่ ม โดย  ใหท้ าแบบฝึกหดั เพิ่มเตมิ เปน็ การบ้าน  3. ดา้ นทักษะกระบวนการ นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรับปรงุ ) ครูไดอ้ ธบิ ายและชแ้ี จงเกณฑ์ ให้นกั เรียนทราบเปน็ รายบุคคลวา่ นกั เรยี นจะตอ้ งแกไ้ ขและทาอยา่ งไรบา้ งตามเกณฑท์ ้ายแผนการจัดการ เรียนรู้ ในด้านทักษะการเช่ือมโยงทางคณติ ศาสตร์ และการคิดวิเคราะห์ 4. ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรับปรุง) ครไู ด้อธบิ ายและชแ้ี จง เกณฑ์ ใหน้ ักเรียนทราบเป็นรายบุคคลว่า นักเรยี นจะต้องแก้ไขและทาอยา่ งไรบ้างตามเกณฑท์ ้ายแผนการ จัดการเรียนรู้ ในดา้ นการทางานเป็นระบบ ความรบั ผิดชอบในการทางาน ชนั ม.5/3 1. นักเรียนที่ไดค้ ะแนนอยู่ในระดบั ที่ 2, 3 และ 4 ได้จากกิจกรรมสอนเสรมิ โดย  ใหท้ าแบบฝกึ หดั เพม่ิ เตมิ เปน็ การบ้าน  2. นกั เรยี นทีไ่ ด้คะแนนอยู่ในระดบั ท่ี 1 ไดจ้ ากกจิ กรรมสอนซอ่ ม โดย  ให้ทาแบบฝึกหัดเพิ่มเตมิ เปน็ การบา้ น  3. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ นักเรียนผ่านเกณฑ์ 1 (ต้องปรบั ปรงุ ) ครูไดอ้ ธบิ ายและชี้แจงเกณฑ์ ให้นักเรียนทราบเปน็ รายบคุ คลว่า นกั เรียนจะตอ้ งแกไ้ ขและทาอยา่ งไรบ้างตามเกณฑท์ า้ ยแผนการจัดการ เรยี นรู้ ในด้านทกั ษะการเชือ่ มโยงทางคณิตศาสตร์ และการคดิ วเิ คราะห์ 4. ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ 1 (ต้องปรบั ปรงุ ) ครไู ดอ้ ธบิ ายและช้ีแจง เกณฑ์ ใหน้ กั เรียนทราบเป็นรายบุคคลวา่ นักเรยี นจะต้องแก้ไขและทาอยา่ งไรบา้ งตามเกณฑท์ า้ ยแผนการ จัดการเรยี นรู้ ในดา้ นการทางานเปน็ ระบบ ความรับผดิ ชอบในการทางาน ชัน ม.5/4 1. นักเรียนทไ่ี ดค้ ะแนนอยู่ในระดับที่ 2, 3 และ 4 ได้จากกิจกรรมสอนเสริมโดย  ใหท้ าแบบฝึกหดั เพิ่มเตมิ เป็นการบ้าน  2. นกั เรียนทไ่ี ด้คะแนนอย่ใู นระดบั ท่ี 1 ได้จากกจิ กรรมสอนซ่อม โดย  ใหท้ าแบบฝกึ หัดเพ่ิมเติม เป็นการบา้ น  3. ดา้ นทักษะกระบวนการ นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ 1 (ต้องปรับปรงุ ) ครไู ดอ้ ธิบายและชแี้ จงเกณฑ์ ให้นักเรยี นทราบเป็นรายบุคคลว่า นกั เรยี นจะต้องแกไ้ ขและทาอยา่ งไรบ้างตามเกณฑ์ท้ายแผนการจัดการ เรยี นรู้ ในด้านทกั ษะการเชอ่ื มโยงทางคณติ ศาสตร์ และการคดิ วิเคราะห์

4. ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ นักเรียนผา่ นเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรับปรงุ ) ครูได้อธบิ ายและชีแ้ จง เกณฑ์ ให้นกั เรยี นทราบเปน็ รายบุคคลวา่ นกั เรียนจะต้องแกไ้ ขและทาอยา่ งไรบา้ งตามเกณฑ์ท้ายแผนการ จดั การเรยี นรู้ ในด้านการทางานเปน็ ระบบ ความรับผดิ ชอบในการทางาน ชนั ม.5/5 1. นกั เรียนท่ีไดค้ ะแนนอย่ใู นระดับที่ 2, 3 และ 4 ไดจ้ ากกิจกรรมสอนเสริมโดย  ให้ทาแบบฝึกหดั เพม่ิ เตมิ เป็นการบา้ น  2. นักเรยี นทไี่ ด้คะแนนอยูใ่ นระดับท่ี 1 ได้จากกจิ กรรมสอนซอ่ ม โดย  ใหท้ าแบบฝกึ หดั เพิม่ เติม เปน็ การบ้าน  3. ด้านทักษะกระบวนการ นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ 1 (ต้องปรบั ปรุง) ครไู ด้อธิบายและช้แี จงเกณฑ์ ให้นกั เรียนทราบเป็นรายบุคคลว่า นักเรียนจะตอ้ งแกไ้ ขและทาอย่างไรบ้างตามเกณฑ์ท้ายแผนการจัดการ เรียนรู้ ในด้านทกั ษะการเชือ่ มโยงทางคณติ ศาสตร์ และการคิดวเิ คราะห์ 4. ดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรับปรุง) ครไู ด้อธิบายและชีแ้ จง เกณฑ์ ให้นักเรียนทราบเป็นรายบุคคลว่า นกั เรียนจะต้องแกไ้ ขและทาอย่างไรบา้ งตามเกณฑท์ า้ ยแผนการ จัดการเรียนรู้ ในดา้ นการทางานเปน็ ระบบ ความรบั ผิดชอบในการทางาน ผลการพัฒนา พบวา่ นกั เรียนทไ่ี ดร้ ะดบั 1 จานวน คน จาก คน สามารถบอก ความหมายและสญั ลักษณ์ของฟังก์ชันได้และไดผ้ ลการเรียนรูอ้ ยู่ในระดับ 2 ส่วนอีก คน ยั งต้ อ ง ปรับปรงุ แก้ไขตอ่ ไปซ่งึ ผูส้ อนไดแ้ นะนาให้ และปรบั ปรงุ งานอกี ครัง้ พบว่านักเรียนท่ีได้ระดบั 2 จานวน คน จาก คน สามารถบอก ความหมายและสัญลักษณข์ องฟังกช์ ันได้ถกู ตอ้ ง ซึง่ ผสู้ อนไดแ้ นะนาให้ พบว่านกั เรียนที่ไดร้ ะดับ 3 จานวน คน จาก คน สามารถบอก ความหมายและสัญลักษณข์ องฟังกช์ ันได้อย่างถกู ตอ้ ง ซึง่ ผ้สู อนได้แนะนาให้ พบว่านกั เรียนที่ไดร้ ะดบั 4 จานวน คน จาก คน สามารถบอก ความหมายและสัญลักษณข์ องฟังก์ชนั ได้อยา่ งถูกต้อง ซ่ึงผ้สู อนได้แนะนาให้ พบว่านักเรยี นทไี่ ดร้ ะดับ 1 จานวน คน จาก คน สามารถหาค่า ของฟังกช์ ัน เมื่อกาหนดคา่ โดเมนได้และได้ผลการเรยี นรูอ้ ยใู่ นระดบั 2 ส่วนอกี คน ยังต้องปรับปรุง แก้ไขต่อไปซ่งึ ผู้สอนไดแ้ นะนาให้ และปรบั ปรงุ งานอีกคร้ัง พบว่านักเรยี นทไ่ี ด้ระดบั 2 จานวน คน จาก คน สามารถหาค่าของ ฟงั ก์ชนั เม่อื กาหนดคา่ โดเมนได้ซง่ึ ผู้สอนได้แนะนาให้

พบวา่ นักเรยี นทไี่ ด้ระดบั 3 จานวน คน จาก คน สามารถหาค่าของ ฟังกช์ นั เมือ่ กาหนดค่าโดเมนได้ซงึ่ ผสู้ อนไดแ้ นะนาให้ พบว่านกั เรียนทไ่ี ดร้ ะดบั 4 จานวน คน จาก คน สามารถหาค่าของ ฟงั ก์ชัน เม่ือกาหนดคา่ โดเมนได้ซึ่งผู้สอนไดแ้ นะนาให้ พบว่านักเรยี นทไ่ี ดร้ ะดบั 1 จานวน คน จาก คน สามารถ ตรวจสอบได้ว่าความสัมพันธ์ที่กาหนดให้เป็นฟังก์ชันหรือไม่เป็นฟังกช์ ันได้และได้ผลการเรียนรู้อยู่ในระดับ 2 สว่ นอีก คน ยงั ตอ้ งปรบั ปรุงแก้ไขต่อไปซงึ่ ผู้สอนได้แนะนาให้ และ ปรับปรุงงานอีกครั้ง พบว่านกั เรยี นที่ได้ระดับ 2 จานวน คน จาก คน สาม ารถ ตรวจสอบได้วา่ ความสมั พนั ธท์ ก่ี าหนดให้เปน็ ฟังกช์ นั หรือไม่เปน็ ฟงั กช์ ันได้ซ่งึ ผู้สอนได้แนะนาให้ พบวา่ นกั เรียนทไ่ี ดร้ ะดับ 3 จานวน คน จาก คน สาม ารถ ตรวจสอบไดว้ ่าความสมั พันธ์ท่ีกาหนดให้เปน็ ฟังกช์ นั หรอื ไม่เป็นฟงั กช์ ันได้ซ่งึ ผู้สอนไดแ้ นะนาให้ พบวา่ นกั เรยี นทไ่ี ดร้ ะดบั 4 จานวน คน จาก คน สาม ารถ ตรวจสอบไดว้ ่าความสมั พันธท์ ี่กาหนดใหเ้ ปน็ ฟงั ก์ชันหรอื ไมเ่ ป็นฟงั ก์ชันได้ซ่งึ ผสู้ อนไดแ้ นะนาให้ พบวา่ นักเรียนทีไ่ ด้ระดับ 1 จานวน คน จาก คน สามารถ ตรวจสอบได้ว่าความสัมพันธ์ของฟังก์ชันที่อยู่ในรูปกราฟเป็นฟังก์ชันหรือไม่เป็นังก์ชันได้ และได้ผลการเรียน รูอ้ ย่ใู นระดับ 2 ส่วนอกี คน ยังต้องปรบั ปรงุ แก้ไขต่อไปซึง่ ผสู้ อนไดแ้ นะนาให้ และ ปรับปรงุ งานอีกครั้ง พบวา่ นักเรยี นทีไ่ ด้ระดับ 2 จานวน คน จาก คน สาม ารถ ตรวจสอบได้ว่าความสัมพันธ์ของฟังกช์ ันท่ีอยู่ในรปู กราฟเปน็ ฟังกช์ ันหรือไมเ่ ป็นังก์ชันได้ซ่ึงผู้สอนได้แนะนาให้ พบว่านกั เรยี นที่ได้ระดบั 3 จานวน คน จาก คน สาม ารถ ตรวจสอบได้ว่าความสัมพันธ์ของฟงั กช์ ันที่อยู่ในรูปกราฟเปน็ ฟังก์ชันหรอื ไม่เป็นังก์ชันได้ซึ่งผู้สอนได้แนะนาให้ พบวา่ นักเรยี นทีไ่ ดร้ ะดับ 4 จานวน คน จาก คน สาม ารถ ตรวจสอบได้วา่ ความสัมพันธ์ของฟงั กช์ ันที่อยู่ในรูปกราฟเปน็ ฟงั กช์ ันหรอื ไม่เปน็ ังกช์ ันได้ซ่ึงผู้สอนได้แนะนาให้ ลงช่ือ (นางสาวปวรศิ า ก๋าวงควิน) ผู้สอน

แบบฝกึ ทักษะ 2.3 เร่ือง ฟังกช์ นั ค้าชแี จง :ให้นักเรียนหาคาตอบตอ่ ไปน้ี 1. จงหาโดเมนและเรนจจ์ ากความสัมพันธ์ต่อไปน้ี 2.ความสัมพันธท์ ่ีกาหนดใหต้ ่อไปน้ีเป็นฟงั ก์ชัน 1) r = {(1,2),(2,3),(3,4),(4,5),(5,6)} หรือไม่ เพราะเหตุใด Dr = …………………………………………………… 1) {(5,1),(3,2),(1,3),(0,1)}……………………… Rr = …………………………………………………… 2) {(2,1),(3,1),(4,1)}.........……………………… 2) r = {(2,-1),(0,3),(1,-4),(-2,-3),(-5,6)} 3) {(3,0),(3,1),(2,5)}............…………………… Dr = …………………………………………………… 3.กาหนด A = {-4,-3,4} จงพิจารณาว่า Rr = …………………………………………………… ความสัมพันธต์ อ่ ไปน้ีเปน็ ฟังกช์ ันหรือไม่ เพราะเหตุ ใด 3) r = {(x,y) R x R | y = x + 1} 1) {(x, y)AA | y = | x |} Dr = …………………………………………………… …………………………………………………………….. Rr = …………………………………………………… 2) {(x, y)A A | x2 + y2 = 4} 4) r = {(x,y) R x R | y = 3 - 2x} ……………………………………………………………… 3) {(x, y) AA | | x | - | y | = 0} Dr = …………………………………………………… Rr = …………………………………………………… ……………………………………………………………… 5) r = {(x,y) R x R | y = x2 } 3.ความสมั พนั ธ์ต่อไปนีเ้ ปน็ ฟังกช์ ันหรอื ไม่ Dr = …………………………………………………… 1) r = {(x, y)RR | y = } Rr = …………………………………………………… ……………………………………………………………….. 2) r = {(x, y)R+ R+ | | x | - | y | = 5} 6) r = {(x,y) R x R | y = } ……………………………………………………………….. 3) r = {(x, y) RR | | x | - | y | = 5} Dr = …………………………………………………… ………………………………………………………...…….. Rr = …………………………………………………… 4) r = {(x, y)R R | y = x3} …………………………………………………………………. 7) r = {(x,y) R x R | y = | x | } Dr = …………………………………………………… Rr = ……………………………………………………

เฉลย แบบฝกึ ทกั ษะ 2.3 เร่อื ง ฟงั ก์ชัน ค้าชแี จง :ให้นกั เรยี นหาคาตอบตอ่ ไปนี้ 2. ความสัมพนั ธ์ที่กาหนดให้ต่อไปนเ้ี ป็นฟงั กช์ นั 1. จงหาโดเมนและเรนจ์จากความสัมพนั ธ์ต่อไปนี้ หรือไม่ เพราะเหตใุ ด 1) {(5,1),(3,2),(1,3),(0,1)} 1) r = {(1,2),(2,3),(3,4),(4,5),(5,6)} เปน็ ฟงั ก์ชัน เพราะ สมาชิกในโดเมนจับคู่กบั สมาชิก Dr = {1,2,3,4,5} ในเรนจเ์ พยี งตัวเดยี วเทา่ นนั้ Rr = {2,3,4,5,6} 2) {(2,1),(3,1),(4,1)} เปน็ ฟงั ก์ชนั เพราะ สมาชกิ ในโดเมนจับค่กู บั สมาชิก 2) r = {(2,-1),(0,3),(1,-4),(-2,-3),(-5,6)} ในเรนจเ์ พยี งตวั เดยี วเทา่ น้ัน Dr = {2,0,1,-2,-5} 3) {(3,0),(3,1),(2,5)} Rr = {-1,3,-4,-3,6} ไสมม่เาปช็นิกฟในังกเรช์ นันมเาพกรกาวะ่าหสนมง่ึาตชวักิ ในโดเมนRจrบั=คRู่กับ 3. กาหนด A = {-4,-3,4} จงพิจารณาว่า 3) r = {(x,y) R x R | y = x + 1} ความสมั พนั ธต์ อ่ ไปนีเ้ ป็นฟังกช์ ันหรือไม่ เพราะเหตุใด Dr=R 1) {(x, y)AA | y = | x |} เปน็ ฟงั กช์ นั เพราะ เม่อื ลากเสน้ ขนานแกน Y จะตัด 4) r = {(x,y) R x R | y = 3 - 2x} กราฟของความสมั พนั ธเ์ พยี งจดุ เดียวเทา่ นั้น Dr =R 2) {(x, y)A A | x2 + y2 = 4} Rr =R ไมเ่ ปน็ ฟงั ก์ชนั เพราะ เมอื่ ลากเสน้ ขนานแกน Y จะ ตัดกราฟของความสัมพนั ธ์มากกวา่ หนงึ่ จุด 5) r = {(x,y) R x R | y = x2} 3) {(x, y) AA | | x | - | y | = 0} Dr = R ไม่เป็นฟังก์ชัน เพราะ เมื่อลากเสน้ ขนานแกน Y จะ Rr = R+ ตดั กราฟของความสัมพันธม์ ากกว่าหนึ่งจุด 4. ความสมั พันธต์ อ่ ไปน้ีเป็นฟังก์ชนั หรอื ไม่ 6) r = {(x,y) R x R | y = } 1) r = {(x, y)RR | y = } เป็นฟังกช์ นั Dr = R+ Rr = R+ 2) r = {(x, y)R+R+ | | x | - | y | = 5} เปน็ ฟงั กช์ ัน 7) r = {(x,y) R x R | y = | x |} 3) r = {(x, y) RR | | x | - | y | = 5} ไมเ่ ปน็ ฟงั กช์ ัน Dr = R 4) r = {(x, y)RR | y = x3} เป็นฟงั กช์ ัน Rr = R+

ชั่วโมง/คาบท่ี 9-10 เรอ่ื ง ฟงั ก์ชันเชงิ เส้น จดั การเรียนรแู้ บบรว่ มมือ เทคนิค (Team Assisted Individualization : TAI) 1. นักเรียนแบ่งกลมุ่ ละ 2 – 3 คน โดยจดั ให้คละความสามารถ คนที่ 1 ทาหน้าท่ตี รวจคาตอบของคนท่ี 2 คนที่ 2 ทาหน้าทตี่ รวจคาตอบของคนที่ 1 2. ครูแจ้งจดุ ประสงค์การเรียนรูใ้ ห้นักเรียนรู้ว่า เม่อื จบชวั่ โมงน้แี ลว้ นักเรียนต้องสามารถ (ใช้เวลา 5 นาท)ี 1) บอกความหมายของฟังก์ชันเชิงเส้นและฟังก์ชนั คงตัวได้ 2) นาความร้เู รอ่ื งฟังก์ชันเชิงเสน้ มาประยุกต์ใช้กบั โจทย์ปัญหาได้ 3) เขียนกราฟของฟังกช์ นั เชิงเสน้ จากความสัมพนั ธท์ ก่ี าหนดให้ได้ 4) มคี วามรอบคอบในการทางาน 5) มีความรับผิดชอบต่องานท่ีได้รับมอบหมาย 6) มคี วามสามารถในการแก้ปญั หา 7) สามารถเช่อื มโยงความรู้ทางคณิตศาสตร์กับศาสตรอ์ ่ืน และนาใช้ในชีวิตจรงิ ได้ 3. ทบทวนความรูเ้ ร่ือง บทนยิ ามและเน้อื หาของช่ัวโมงทผ่ี ่านมา โดยถาม-ตอบระหวา่ งครูกบั นกั เรียน (ใชเ้ วลา 5 นาที) บทนิยาม ฟังก์ชัน คือ เซตของคู่อันดับ ซ่ึงคู่อันดับสองคู่อันดับใด ๆ ถ้ามีสมาชิกตัวหน้าเหมือนกันแล้ว สมาชกิ ตัวหลังตอ้ งเหมอื นกัน เซตของสมาชิกตวั หน้าของคอู่ ันดบั ทง้ั หมด เรียกวา่ โดเมน ของฟังกช์ ัน เซตของสมาชิกตัวหลงั ของค่อู ันดบั ท้งั หมด เรยี กว่า เรนจ์ ของฟังก์ชนั ถา้ f เป็นฟงั กช์ ัน โดเมนของ f เขียนแทนด้วย Dr และเรนจ์ของ f เขยี นแทนดว้ ย Rr 4. ครสู นทนากับนกั เรียนเกีย่ วกบั ฟังก์ชัน (ใช้เวลา 5 นาที) วิธีการเขียนกราฟของความสัมพันธ์ - กราฟของฟงั ก์ชันเชงิ เส้นจะเป็นเสน้ ตรงเสมอ - จากฟังก์ชนั y  ax  b ถา้ a = 0 จะได้ฟังกช์ ันอยใู่ นรปู y  b ซ่งึ เรยี กฟงั กช์ ันแบบนวี้ ่า ฟงั ก์ชนั คง ตัว และกราฟของฟังก์ชันคงตัวจะเป็นเส้นตรงขนานกับแกน X เชน่ Y y = 3 จะไดก้ ราฟ (0, 3) (0, 0) X ครูใหน้ ักเรยี นออกมาเขยี นกราฟ y = –1, y = 5, y = 11 บนกระดาน

5. ครอู ธิบายพรอ้ มยกตัวอย่าง (ใช้เวลา 30 นาที) ตัวอย่าง กาหนด f {(x,y)R  R y  x 1} และ g  {(x,y)R  R y  2x} วิธีทา จากฟังกช์ ัน f {(x,y)R  R y  x 1} สามารถเขียนค่อู นั ดบั ไดด้ งั นี้ x … –2 –1 0 1 2 … y … –1 0 1 2 3 … จะไดก้ ราฟดงั นี้ Y • (0, 1) X •(–1, 0) O จากฟังก์ชัน g {(x,y)R  R y  2x} สามารถเขียนคู่อนั ดบั ไดด้ ังน้ี x … –2 –1 0 1 2 … y … –4 –2 0 2 4 … จะได้กราฟดังน้ี Y 2  (1, 2) X 1 –2 –1 (0, 0) 1 2 จากนนั้ ครใู ห้นกั เรียนพิจารณากราฟจากตวั อย่างในข้ันนาแลว้ อธิบายให้นักเรียนทราบวา่ ฟงั กช์ ันท่ีเป็น เส้นตรง เรียกวา่ ฟงั ก์ชันเชงิ เสน้ และโดยท่ัวไปจะเขยี นอยูใ่ นรูป y  ax  b เม่ือ a, b เปน็ จานวนจรงิ ครยู กตวั อย่างท่ี 10 ในหนงั สือเรยี นหน้าที่ 59 บนกระดานแสดงวธิ ที าอยา่ งละเอียด พรอ้ มทั้งมีการถาม - ตอบคาถามกบั นกั เรียน ครยู กตัวอย่างท่ี 11 ในหนังสือเรียนหน้าท่ี 62 บนกระดานอยา่ งละเอียด เพื่อความเขา้ ใจของนกั เรยี นให้ มากยง่ิ ข้นึ

ครยู กตวั อยา่ งที่ 12 ในหนงั สอื เรยี นหน้าท่ี 63 บนกระดานแสดงวิธีทาอยา่ งละเอียด พร้อมทง้ั มกี ารถาม - ตอบ คาถามกบั นกั เรียน 6. ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุ่มทาแบบฝึกหัด 2.2 เร่อื ง ฟงั ก์ชนั เชงิ เส้น ข้อ 1-2 ใหญ่ ในหนังสือเรียนชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 5 กาหนดเวลา ให้ 30 นาทีแลว้ แลกกับเพ่อื นในกลุ่มตรวจคาตอบ (ใชเ้ วลา 40 นาท)ี 7. ครูถามนกั เรยี นเกย่ี วกับความร้ทู ีไ่ ดร้ ับในวันนี้ พรอ้ มท้งั ครอู ธบิ ายเพิ่มเตมิ ให้สมบรู ณ์ (ใชเ้ วลา 15 นาท)ี ฟังกช์ ันเชิงเส้น คอื ฟังกช์ ันทีม่ สี มการอยใู่ นรปู เม่อื a, b เปน็ จานวนจรงิ และ จากฟงั ก์ชนั y = ax + b ถ้า จะได้ฟงั กช์ ันท่อี ยใู่ นรปู ซึ่งมกี ราฟเปน็ เส้นตรงท่ีขนานกับแกน x จะเรยี กฟงั กช์ นั แบบนี้ว่า ฟังกช์ นั คงตัว (Constant Function 8. ให้นักเรียนแต่ละคนทาแบบฝึกหัด 2.2 เร่ือง ฟังก์ชันเชิงเส้น ข้อ 3-4 ในหนังสือเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เป็น รายบุคคล สือ่ /แหลง่ การเรียนรู้ 1. หนงั สอื เรียนชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 5 2. แบบฝึกทกั ษะ การวดั ผลและประเมนิ ผล การวัดผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธกี ารวัด เครอ่ื งมือ 1. บอกความหมายของฟงั ก์ชนั เชิงเสน้ ตรวจคาตอบของแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหดั และฟงั กช์ ันคงตัวได้ 2. นาความรเู้ รื่องฟังกช์ ันเชิงเส้นมา - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหดั ประยกุ ต์ใชก้ บั โจทย์ปญั หาได้ 3. เขียนกราฟของฟงั ก์ชันเชงิ เส้นจาก - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหัด ความสมั พันธท์ ี่กาหนดใหไ้ ด้ 4. มีความรอบคอบในการทางาน - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ ทักษะ - แบบฝกึ ทกั ษะ 5. มีความรับผดิ ชอบต่องานท่ไี ด้รบั - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ ทักษะ - แบบฝกึ ทักษะ มอบหมาย 6. มีความรบั ผิดชอบต่องานท่ไี ดร้ ับ - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกต มอบหมาย พฤตกิ รรม 7. มีความสามารถในการแก้ปัญหา - ตรวจคาตอบของแบบฝกึ ทกั ษะ - แบบฝกึ ทกั ษะ - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกต พฤตกิ รรม 8. สามารถเช่อื มโยงความรูท้ าง - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกต คณติ ศาสตร์กับศาสตรอ์ ืน่ และนาใช้ใน พฤติกรรม ชีวติ จริงได้

เกณฑก์ ารประเมนิ ผล (รบู รกิ ส)์ ประเด็นการ (4) ระดับคุณภาพ (1) ประเมนิ ดีมาก (3) (2) ปรับปรงุ ดี กาลงั พฒั นา แบบฝึกหดั / ทาได้อย่าง ทาไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง ทาไดอ้ ยา่ งถูกต้อง ทาไดอ้ ย่างถกู ต้อง กจิ กรรม ถูกตอ้ งรอ้ ยละ ร้อยละ 70-79 ร้อยละ 40-69 ต่ากว่าร้อยละ 40 80 ขน้ึ ไป มีความรับผดิ ชอบ ทางานเสร็จและ ทางานเสรจ็ และส่ง ทางานเสร็จแต่ส่งช้า ทางานไมเ่ สรจ็ ต่องานท่ไี ด้รบั ส่งตรงเวลา ตรงเวลา ทาไมถ่ กู ตอ้ ง สง่ ไมต่ รงเวลา มอบหมายใหไ้ ด้ ทาถกู ตอ้ ง ทาถกู ตอ้ ง และไมม่ ีความ ทาไม่ถกู ต้อง และ ละเอียด ละเอยี ด ละเอียดในการ ไม่มีความละเอยี ด ทางาน ในการทางาน มีความรอบคอบ มีการวางแผน มกี ารวางแผน มีการวางแผน ไม่มีการวางแผน ในการทางาน การดาเนินการ การดาเนินการ การดาเนนิ การอย่าง การดาเนินการอย่าง อย่างครบทุก อย่างถูกต้อง ไม่ครบทุกขนั้ ตอน ไมม่ ีขน้ั ตอน มคี วาม ข้ันตอน และ แต่ไม่ครบถ้วน ผดิ พลาดต้องแก้ไข ถูกตอ้ ง เกณฑ์การตดั สิน - รายบุคคล นักเรียนมีผลการเรียนรไู้ มต่ ่ากวา่ ระดับ 2 จงึ ถอื วา่ ผ่าน - รายกล่มุ ร้อยละ....75....ของจานวนนกั เรยี นทัง้ หมดมผี ลการเรยี นร้ไู ม่ตา่ กวา่ ระดบั 2 ข้อเสนอแนะ ใชส้ อนได้ ควรปรบั ปรุง ลงชอื่ ( นางสาวปวริศา กา๋ วงคว์ ิน ) หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ วันท่.ี .......เดือน..............พ.ศ............

การบรู ณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 1. ครผู สู้ อนใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงในขัน้ เตรยี มการสอน/จัดการเรยี นรู้ ดังนี้ หลกั พอเพยี ง ความพอประมาณ เหตุผล มภี ูมคิ ุม้ กันในตวั ทดี่ ี ประเดน็ เวลา เวลาท่ีใช้ในการจดั กิจกรรม เวลาท่ีใช้ในการจัดกิจกรรมการ ขั้นนาเขา้ สู่บทเรียน 15 การเรยี นรทู้ ั้งหมดในแผนการ เรยี นรู้ ดงั น้ี ขน้ั นาเขา้ สู่บทเรียน ใช้ นาที นกั เรียนจะได้ นี้ 2 ช่ัวโมง ความเหมาะสม เวลา 15 นาที ชแี้ จ้งจดุ ประสงค์ ทบทวนความรพู้ ้ืนฐาน คือ ลายละเอียดในการเรยี น 5 นาที และเป็นการเตรียม ขั้นนาเขา้ ส่บู ทเรยี น 15 นาที ทบทวนความรูเ้ ดิมเพือ่ เชอื่ มโยงกับ ความรูใ้ นการเรยี น ขนั้ สอน 70 นาที เรียนทีจ่ ะเรยี น 10 นาที ข้นั สอน ขน้ั สอน 70 นาที ขน้ั สรปุ 15 นาที 70 นาที เรม่ิ ดว้ ยการสนทนากับ นักเรียนสามารถ นักเรยี นเก่ียวกับเรอื่ งท่ีจะเรยี นและ วเิ คราะห์ แก้ปญั หาอืน่ เรือ่ งทต่ี อ้ งนามาเชอื่ มโยงในการหา ๆ ได้ ขน้ั สรปุ 15 นาที คาตอบ 10 นาที อธิบายตวั อย่างให้ นักเรยี นจะได้รับความรู้ นักเรยี นอยา่ งละเอยี ดชัดเจน 20 ท่ีคงทนและถูกหลกั ของ นาที แลว้ ให้นกั เรยี นทาแบบฝกึ หัด คณิตศาสตร์ โดยมีครคู วบคมุ ดูแลให้คาปรกึ ษา 40 นาที ขัน้ สรปุ 15 นาทีให้นักเรยี นร่วมกัน สรปุ โดยมีครูเสรมิ ความร้ทู ่ขี าดหา และใหช้ ัดเจนมาขน้ึ เนื้อหา 1.มีความเหมาะสมกับ เพราะหลกั สตู รแกนกลางการศึกษา การเรยี นเรือ่ งฟงั กช์ นั ให้ นกั เรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 5 ขั้นพนื้ ฐานกาหนดไว้ในสาระท่ี 1 ถกู ต้องตามหลกั ทาให้ 2.มีความเหมาะสมกับความรู้ จานวนและพีชคณติ นกั เรยี นสามารถ พนื้ ฐานของนกั เรียน ตัวชีว้ ดั ค 1.2 ม.5/1 นาไปใช้ในการดาเนิน 3.มคี วามเหมาะสมกับเวลา ชีวิตประจาวนั ส่ือ/อุปกรณ์ มคี วามเหมาะสมกบั ช่วงวัย การใหน้ กั เรียนได้เรียนร้จู าก - นักเรยี นสามารถ - กิจกรรม ความตอ้ งการความสามารถ ตัวอยา่ งทาใหน้ กั เรียนได้เหน็ ภาพ วิเคราะห์โจทย์ปญั หา - แบบฝึกหัด และเรอ่ื งทเี่ รยี นของนักเรียน ชดั เจน เข้าใจมากขึ้น ได้ทาด้วย จากการเรยี นและปญั หา ในระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 5 ตนเอง อ่นื ได้ ความรทู้ คี่ รู ครมู ีความรเู้ ก่ียวกบั หลักสตู ร เนื้อหาสาระและกจิ กรรมการเรยี นการสอน จาเปน็ ต้องมี ครูมคี วามรใู้ นการวเิ คราะห์นักเรียน และรูศ้ ักยภาพของนกั เรียน ครมู คี วามรใู้ นเรือ่ งฟังก์ชนั ครมู ีความรใู้ นเรอ่ื งการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

หลกั พอเพยี ง ความพอประมาณ เหตผุ ล มภี มู ิคมุ้ กันในตัวท่ีดี ประเด็น ครมู คี วามร้ใู นเรื่องการวัดและประเมนิ ผล คุณธรรมของครู มคี วามขยัน รับผิดชอบในการสอน มีความเสยี สละ ไม่ปิดบังความรู้ มคี วามเมตตาและปรารถนาดีต่อศษิ ย์ มีความต้ังใจในการผลิตสอ่ื การเรียนรใู้ ห้นา่ สนใจ มีความเพียงพยายามทจี่ ะมงุ่ มน่ั ให้นักเรยี นมีความรู้ มีความอดทนในสอน แนะนา ตรวจแก้ไขผลงานของนักเรยี น - นกั เรยี นจะได้เรียนรทู้ จ่ี ะอยอู่ ย่างพอเพียงจากกจิ กรรมการเรียนรู้ ดังต่อไปน้ี ผเู้ รียนไดเ้ รียนร้หู ลักคิด และฝึกปฏิบัตติ าม 3 หว่ ง 2 เงอื่ นไข ดังน้ี ความพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมคิ ุ้มกนั ในตัวทีด่ ี 1.นักเรียนรจู้ ักบริหารเวลาในการศกึ ษา 1.นักเรียนมเี หตผุ ลในการ 1.นกั เรยี นนาความรูเ้ รือ่ งฟังก์ชันไป ความรู้ ทากจิ กรรมจากใบงาน หาคาตอบของฟงั ก์ชันได้ ช่วยในการโจทยป์ ญั หาอืน่ ได้ แบบฝึกหัด การทากิจกรรมกลมุ่ 2. นกั เรียนวิเคราะห์และ 2. นักเรียนนาความรู้ทีไ่ ดร้ บั จาก 2.นักเรียนทากิจกรรมได้เต็มศักยภาพ หาคาตอบไดอ้ ย่างสมเหตุ การเรียนเรอ่ื งฟงั กช์ นั พ้นื ฐาน ของตนเอง สมผล เพ่อื ประกอบการตัดสนิ ใจในการทา 3.นักเรียนใช้วัสดุ อุปกรณ์ ในการทา กิจกรรม ได้โดยไม่เกดิ ปัจจยั เสย่ี ง กิจกรรมอย่างประหยัด ความรทู้ ่ตี อ้ งมกี อ่ นเรียน 1.ตอ้ งมสี มาธิ มคี วามต้งั ใจ ในการเรยี น 2.ตอ้ งมีความรอบคอบในการทางาน 3.ตอ้ งมีมารยาทในการทางาน ไม่ส่งเสียงดงั ไมเ่ ล่นหรือไมล่ กุ จากท่ี น่งั โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต 4. ต้องมีความรบั ผิดชอบในงานท่ีได้รบั มอบหมาย ส่งตรงตอ่ เวลา คณุ ธรรม 1.นักเรยี นมีความซื่อสัตย์ สจุ ริตและตรงต่อเวลา 2. นกั เรียนมวี ินัยในตนเอง

- ผลลพั ธท์ ีค่ าดวา่ จะเกดิ ขน้ึ กบั นักเรยี น (อยู่อย่างพอเพียง – สมดุลและพรอ้ มรับการเปลี่ยนแปลงด้านตา่ ง ๆ) ด้านความรู้ (K) ด้านทักษะ กระบวนการ (P) ดา้ นคณุ ลักษณะ (A) 1. บอกความหมายของฟังก์ชนั เชงิ 1. สามารถเชื่อมโยงความร้ทู าง 1. มีความรับผดิ ชอบต่องานท่ี เส้นและฟังก์ชนั คงตัวได้ คณติ ศาสตร์กับศาสตร์อื่น และนา ไดร้ บั มอบหมาย 2. นาความร้เู รื่องฟังกช์ นั เชงิ เส้น ใช้ในชวี ิตจริงได้ มาประยกุ ต์ใชก้ บั โจทย์ปญั หาได้ 2. ใชค้ วามรู้ ทกั ษะ และ 3. เขียนกราฟของฟังกช์ นั เชงิ เสน้ กระบวนการทางคณติ ศาสตรใ์ น จากความสมั พนั ธ์ทกี่ าหนดใหไ้ ด้ การแกป้ ญั หาไดอ้ ย่างเหมาะสม บนั ทึกหลงั การจัดการเรยี นรู้ ช้นั ม. 5/1 ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรยี นรู้  ดี  พอใช้  ปรับปรงุ ความเหมาะสมของเวลาทใ่ี ช้ในการทากิจกรรม  ดี  พอใช้  ปรับปรุง ความเหมาะสมของส่อื การเรียนรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรงุ ความเหมาะสมของเกณฑ์การประเมนิ  ดี  พอใช้  ปรับปรงุ อื่น ๆ สรุปผลการประเมินผเู้ รียน นักเรียนจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ มผี ลการเรยี นรู้ฯ อยใู่ นระดบั 1 นักเรยี นจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ มีผลการเรยี นรฯู้ อยใู่ นระดบั 2 นกั เรยี นจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ มผี ลการเรยี นรู้ฯ อยใู่ นระดบั 3 นกั เรียนจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มผี ลการเรยี นรฯู้ อยู่ในระดบั 4 สรปุ โดยภาพรวมมีนักเรียนจานวน คน คิดเปน็ ร้อยละ ท่ีผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ขน้ึ ไป ซ่ึงสูง (ต่า) กวา่ เกณฑ์ทกี่ าหนดไวร้ ้อยละ มีนกั เรยี นจานวน คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ท่ีไมผ่ า่ นเกณฑท์ กี่ าหนด ชั้น ม. 5/2 ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรยี นรู้  ดี  พอใช้  ปรับปรงุ ความเหมาะสมของเวลาทใ่ี ชใ้ นการทากจิ กรรม  ดี  พอใช้  ปรับปรงุ

ความเหมาะสมของสอื่ การเรียนรู้  ดี  พอใช้  ปรับปรงุ ความเหมาะสมของเกณฑก์ ารประเมนิ  ดี  พอใช้  ปรับปรงุ อ่ืน ๆ สรุปผลการประเมินผ้เู รยี น นักเรียนจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มผี ลการเรยี นรฯู้ อยู่ในระดับ 1 นกั เรียนจานวน คน คดิ เป็นร้อยละ มีผลการเรยี นรฯู้ อยู่ในระดบั 2 นกั เรยี นจานวน คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ มผี ลการเรียนรู้ฯ อยใู่ นระดับ 3 นกั เรียนจานวน คน คดิ เป็นร้อยละ มีผลการเรียนรู้ฯ อยใู่ นระดบั 4 สรปุ โดยภาพรวมมีนักเรียนจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ที่ผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ขึน้ ไป ซ่ึงสงู (ต่า) กวา่ เกณฑ์ที่กาหนดไว้ร้อยละ มนี กั เรยี นจานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ทีไ่ มผ่ ่านเกณฑ์ท่กี าหนด ช้นั ม. 5/3 ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรียนรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรงุ ความเหมาะสมของเวลาท่ีใช้ในการทากิจกรรม  ดี  พอใช้  ปรบั ปรงุ ความเหมาะสมของสอ่ื การเรยี นรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเกณฑ์การประเมนิ  ดี  พอใช้  ปรับปรุง อ่นื ๆ สรุปผลการประเมนิ ผู้เรยี น นกั เรียนจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ มีผลการเรียนรู้ฯ อยใู่ นระดับ 1 นกั เรียนจานวน คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ มีผลการเรยี นรฯู้ อยใู่ นระดับ 2 นกั เรียนจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ มีผลการเรยี นรฯู้ อยใู่ นระดบั 3 นักเรียนจานวน คน คดิ เปน็ ร้อยละ มผี ลการเรียนรู้ฯ อยู่ในระดับ 4 สรุปโดยภาพรวมมีนกั เรยี นจานวน คน คิดเปน็ ร้อยละ ท่ีผ่านเกณฑ์ระดบั 2 ขึ้นไป ซ่ึงสูง (ตา่ ) กว่าเกณฑ์ทีก่ าหนดไว้รอ้ ยละ มีนกั เรียนจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ ทไ่ี มผ่ า่ นเกณฑท์ ่ีกาหนด

ชนั้ ม. 5/4 ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรียนรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเวลาทใี่ ช้ในการทากจิ กรรม  ดี  พอใช้  ปรับปรุง ความเหมาะสมของส่ือการเรยี นรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรงุ ความเหมาะสมของเกณฑก์ ารประเมนิ  ดี  พอใช้  ปรับปรงุ อน่ื ๆ สรปุ ผลการประเมินผูเ้ รียน นกั เรยี นจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มีผลการเรียนร้ฯู อยใู่ นระดับ 1 นกั เรียนจานวน คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ มีผลการเรยี นรูฯ้ อยใู่ นระดับ 2 นกั เรยี นจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มีผลการเรยี นรฯู้ อยู่ในระดับ 3 นกั เรยี นจานวน คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ มผี ลการเรยี นรู้ฯ อยใู่ นระดับ 4 สรปุ โดยภาพรวมมนี ักเรยี นจานวน คน คิดเป็นร้อยละ ที่ผา่ นเกณฑร์ ะดบั 2 ข้นึ ไป ซ่งึ สงู (ต่า) กวา่ เกณฑ์ที่กาหนดไวร้ อ้ ยละ มนี กั เรียนจานวน คน คดิ เป็นร้อยละ ทไี่ มผ่ า่ นเกณฑท์ ีก่ าหนด ชัน้ ม. 5/5 ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรียนรู้  ดี  พอใช้  ปรบั ปรุง ความเหมาะสมของเวลาทใ่ี ชใ้ นการทากิจกรรม  ดี  พอใช้  ปรับปรุง ความเหมาะสมของสื่อการเรียนรู้  ดี  พอใช้  ปรับปรงุ ความเหมาะสมของเกณฑ์การประเมนิ  ดี  พอใช้  ปรบั ปรงุ อนื่ ๆ สรุปผลการประเมนิ ผเู้ รยี น นักเรยี นจานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ มีผลการเรียนรู้ฯ อยใู่ นระดับ 1 นักเรียนจานวน คน คดิ เปน็ ร้อยละ มผี ลการเรียนรฯู้ อยใู่ นระดับ 2 นักเรยี นจานวน คน คิดเปน็ รอ้ ยละ มผี ลการเรียนรู้ฯ อยใู่ นระดับ 3 นกั เรียนจานวน คน คิดเป็นร้อยละ มผี ลการเรียนร้ฯู อยใู่ นระดับ 4

สรปุ โดยภาพรวมมนี กั เรยี นจานวน คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ท่ผี า่ นเกณฑ์ระดับ 2 ขึ้นไป ซ่งึ สงู (ต่า) กว่าเกณฑ์ทก่ี าหนดไว้รอ้ ยละ มีนักเรยี นจานวน คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ทีไ่ มผ่ ่านเกณฑท์ ก่ี าหนด ข้อสงั เกต/คน้ พบ จาการตรวจผลงานของนกั เรียนพบว่า ชนั้ ม.5/1 นกั เรียน คน บอกความหมายของฟงั ก์ชนั เชิงเส้นและฟงั กช์ นั คงตวั ได้ - นักเรยี นผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรียนไม่ผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ชั้น ม.5/2 นักเรียน คน บอกความหมายของฟงั ก์ชนั เชงิ เส้นและฟงั กช์ นั คงตวั ได้ - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 ขึน้ ไป จานวน คน - นักเรยี นไม่ผ่านเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ชั้น ม.5/3 นักเรียน คน บอกความหมายของฟงั ก์ชนั เชิงเส้นและฟงั ก์ชันคงตวั ได้ - นักเรียนผ่านเกณฑ์ระดับ 2 ขึ้นไป จานวน คน - นักเรียนไม่ผา่ นเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน ชั้น ม.5/4 นกั เรียน คน บอกความหมายของฟงั ก์ชันเชิงเสน้ และฟังก์ชนั คงตัวได้ - นักเรยี นผ่านเกณฑ์ระดับ 2 ขึ้นไป จานวน คน - นกั เรียนไม่ผ่านเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ชั้น ม.5/5 นกั เรยี น คน บอกความหมายของฟังกช์ ันเชิงเสน้ และฟงั ก์ชันคงตัวได้ - นักเรียนผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรียนไมผ่ า่ นเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ชั้น ม.5/1 นักเรียน คน นาความรเู้ รื่องฟังกช์ นั เชงิ เสน้ มาประยกุ ต์ใชก้ ับโจทยป์ ัญหาได้ - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นักเรยี นไม่ผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 จานวน คน ชั้น ม.5/2 นกั เรียน คน นาความรู้เร่ืองฟงั กช์ นั เชงิ เสน้ มาประยกุ ตใ์ ชก้ ับโจทยป์ ัญหาได้ - นักเรยี นผา่ นเกณฑร์ ะดับ 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นักเรียนไมผ่ ่านเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ชัน้ ม.5/3 นักเรยี น คน นาความรู้เรอ่ื งฟังกช์ ันเชงิ เส้นมาประยกุ ตใ์ ช้กบั โจทย์ปญั หาได้ - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 ขนึ้ ไป จานวน คน - นักเรียนไม่ผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 จานวน คน ชั้น ม.5/4 นกั เรียน คน นาความรเู้ รอื่ งฟงั กช์ นั เชิงเส้นมาประยุกต์ใช้กับโจทยป์ ัญหาได้ - นักเรียนผ่านเกณฑ์ระดบั 2 ขึ้นไป จานวน คน - นกั เรยี นไม่ผ่านเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน

ช้นั ม.5/5 นักเรยี น คน นาความรู้เรื่องฟังกช์ นั เชงิ เสน้ มาประยกุ ต์ใชก้ บั โจทย์ปญั หาได้ - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรียนไมผ่ ่านเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ชั้น ม.5/1 นักเรียน คน เขียนกราฟของฟังก์ชนั เชิงเสน้ จากความสมั พันธท์ ก่ี าหนดให้ได้ - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ระดับ 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นกั เรยี นไมผ่ า่ นเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/2 นกั เรียน คน เขียนกราฟของฟงั ก์ชันเชงิ เสน้ จากความสัมพันธท์ ี่กาหนดให้ได้ - นักเรียนผ่านเกณฑ์ระดบั 2 ขนึ้ ไป จานวน คน - นักเรยี นไมผ่ ่านเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ช้นั ม.5/3 นักเรยี น คน เขยี นกราฟของฟังก์ชนั เชิงเส้นจากความสัมพันธท์ กี่ าหนดให้ได้ - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 ขึ้นไป จานวน คน - นักเรียนไม่ผา่ นเกณฑร์ ะดบั 2 จานวน คน ชั้น ม.5/4 นักเรียน คน เขยี นกราฟของฟังกช์ นั เชงิ เส้นจากความสมั พันธท์ ี่กาหนดให้ได้ - นักเรียนผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ขน้ึ ไป จานวน คน - นักเรียนไมผ่ า่ นเกณฑ์ระดับ 2 จานวน คน ชน้ั ม.5/5 นักเรียน คน เขียนกราฟของฟังกช์ นั เชิงเส้นจากความสัมพันธ์ทก่ี าหนดใหไ้ ด้ - นกั เรียนผ่านเกณฑร์ ะดับ 2 ขึ้นไป จานวน คน - นักเรียนไมผ่ า่ นเกณฑ์ระดบั 2 จานวน คน ด้านทักษะกระบวนการ นักเรยี นผ่านเกณฑก์ ารประเมินในแตล่ ะด้าน ดังน้ี ชัน้ ม.5/1 ทกั ษะการแกไ้ ขปญั หา - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ดีมาก (ระดบั 4) จานวน คน - นักเรียนผา่ นเกณฑ์ดี (ระดบั 3) จานวน คน - นักเรียนผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) จานวน คน - นกั เรียนต้องปรับปรุง (ระดับ 1) จานวน คน ทกั ษะการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ - นกั เรยี นผา่ นเกณฑด์ มี าก (ระดับ 4) จานวน คน - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน คน - นกั เรียนผ่านเกณฑ์พอใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นกั เรยี นต้องปรบั ปรงุ (ระดับ 1) จานวน คน ชั้น ม.5/2 ทกั ษะการแก้ไขปญั หา - นักเรียนผา่ นเกณฑด์ ีมาก (ระดบั 4) จานวน คน - นักเรียนผ่านเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน คน - นกั เรียนผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน คน

- นกั เรยี นต้องปรับปรงุ (ระดับ 1) จานวน คน ทกั ษะการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ จานวน คน จานวน คน - นกั เรียนผ่านเกณฑ์ดมี าก (ระดับ 4) จานวน คน จานวน คน - นักเรียนผา่ นเกณฑ์ดี (ระดบั 3) จานวน คน - นักเรยี นผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) จานวน คน จานวน คน - นักเรยี นต้องปรับปรุง (ระดับ 1) จานวน คน ชน้ั ม.5/3 จานวน คน จานวน คน ทักษะการแก้ไขปัญหา จานวน คน จานวน คน - นกั เรียนผ่านเกณฑ์ดมี าก (ระดบั 4) จานวน คน - นกั เรยี นผ่านเกณฑด์ ี (ระดบั 3) จานวน คน จานวน คน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์พอใช้ (ระดบั 2) จานวน คน - นกั เรียนตอ้ งปรบั ปรุง (ระดบั 1) จานวน คน จานวน คน ทักษะการเชอื่ มโยงทางคณติ ศาสตร์ จานวน คน จานวน คน - นกั เรียนผ่านเกณฑ์ดมี าก (ระดบั 4) จานวน คน - นักเรียนผ่านเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน คน จานวน คน - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์พอใช้ (ระดับ 2) จานวน คน - นกั เรยี นตอ้ งปรับปรงุ (ระดบั 1) ชั้น ม.5/4 ทักษะการแกไ้ ขปญั หา - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ดมี าก (ระดบั 4) - นักเรยี นผ่านเกณฑด์ ี (ระดบั 3) - นกั เรยี นผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) - นกั เรียนตอ้ งปรบั ปรงุ (ระดบั 1) ทักษะการเช่ือมโยงทางคณิตศาสตร์ - นักเรียนผา่ นเกณฑ์ดีมาก (ระดบั 4) - นักเรียนผา่ นเกณฑด์ ี (ระดับ 3) - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์พอใช้ (ระดบั 2) - นักเรียนตอ้ งปรบั ปรงุ (ระดับ 1) ช้นั ม.5/5 ทักษะการแก้ไขปัญหา - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ดมี าก (ระดับ 4) - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ดี (ระดับ 3) - นักเรยี นผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) - นักเรยี นตอ้ งปรับปรุง (ระดบั 1)

ทักษะการเช่ือมโยงทางคณิตศาสตร์ - นักเรียนผ่านเกณฑด์ มี าก (ระดบั 4) จานวน คน คน - นกั เรยี นผ่านเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน คน คน - นักเรียนผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) จานวน คน - นักเรียนตอ้ งปรับปรงุ (ระดบั 1) จานวน คน คน ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ นักเรียนผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ในแต่ละดา้ น ดังนี้ คน ชั้น ม.5/1 คน คน ความรับผิดชอบในการทางาน คน คน - นกั เรียนผ่านเกณฑด์ ีมาก (ระดบั 4) จานวน คน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ดี (ระดบั 3) จานวน คน คน - นักเรียนผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) จานวน คน - นักเรียนต้องปรบั ปรงุ (ระดบั 1) จานวน คน คน ชน้ั ม.5/2 คน คน ความรบั ผิดชอบในการทางาน คน - นักเรียนผา่ นเกณฑ์ดีมาก (ระดบั 4) จานวน คน คน - นักเรยี นผ่านเกณฑ์ดี (ระดับ 3) จานวน - นกั เรียนผา่ นเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน - นกั เรียนต้องปรับปรุง (ระดับ 1) จานวน ช้นั ม.5/3 ความรับผดิ ชอบในการทางาน - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ดีมาก (ระดบั 4) จานวน - นักเรยี นผ่านเกณฑด์ ี (ระดับ 3) จานวน - นกั เรยี นผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน - นกั เรยี นต้องปรบั ปรุง (ระดับ 1) จานวน ชน้ั ม.5/4 ความรบั ผิดชอบในการทางาน - นกั เรยี นผ่านเกณฑด์ ีมาก (ระดับ 4) จานวน - นักเรียนผา่ นเกณฑ์ดี (ระดบั 3) จานวน - นักเรียนผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดบั 2) จานวน - นักเรียนตอ้ งปรับปรงุ (ระดบั 1) จานวน ชั้น ม.5/5 ความรับผิดชอบในการทางาน - นักเรียนผา่ นเกณฑด์ มี าก (ระดบั 4) จานวน - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ดี (ระดบั 3) จานวน - นักเรยี นผ่านเกณฑพ์ อใช้ (ระดับ 2) จานวน

- นักเรยี นต้องปรบั ปรุง (ระดับ 1) จานวน คน แนวทางการแก้ไขปัญหาเพ่ือปรบั ปรงุ ช้ัน ม.5/1 1. นักเรียนทีไ่ ด้คะแนนอยใู่ นระดับท่ี 2, 3 และ 4 ไดจ้ ากกิจกรรมสอนเสริมโดย  ให้ทาแบบฝกึ หดั เพม่ิ เตมิ เป็นการบ้าน  2. นักเรียนทไี่ ด้คะแนนอยูใ่ นระดบั ท่ี 1 ไดจ้ ากกจิ กรรมสอนซ่อม โดย  ใหท้ าแบบฝกึ หัดเพิ่มเติม เปน็ การบา้ น  3. ดา้ นทักษะกระบวนการ นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ 1 (ต้องปรับปรุง) ครูได้อธบิ ายและชแ้ี จงเกณฑ์ ใหน้ กั เรยี นทราบเป็นรายบุคคลว่า นกั เรียนจะตอ้ งแก้ไขและทาอย่างไรบ้างตามเกณฑท์ า้ ยแผนการจัดการเรียนรู้ ในดา้ นทักษะการเชอ่ื มโยงทางคณิตศาสตร์ และการคิดวิเคราะห์ 4. ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ 1 (ต้องปรับปรงุ ) ครไู ด้อธิบายและชแ้ี จงเกณฑ์ ใหน้ ักเรียนทราบเป็นรายบุคคลวา่ นกั เรียนจะตอ้ งแก้ไขและทาอย่างไรบ้างตามเกณฑ์ท้ายแผนการจัดการเรียนรู้ ในด้านการทางานเปน็ ระบบ ความรับผิดชอบในการทางาน ชน้ั ม.5/2 1. นักเรียนที่ไดค้ ะแนนอยใู่ นระดบั ที่ 2, 3 และ 4 ไดจ้ ากกิจกรรมสอนเสรมิ โดย  ให้ทาแบบฝึกหัดเพม่ิ เติม เป็นการบา้ น  2. นักเรียนทไ่ี ด้คะแนนอยู่ในระดับที่ 1 ไดจ้ ากกิจกรรมสอนซอ่ ม โดย  ให้ทาแบบฝึกหัดเพม่ิ เติม เปน็ การบา้ น  3. ด้านทกั ษะกระบวนการ นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรบั ปรงุ ) ครไู ด้อธิบายและช้ีแจงเกณฑ์ ให้นกั เรียนทราบเป็นรายบคุ คลว่า นกั เรียนจะต้องแก้ไขและทาอย่างไรบา้ งตามเกณฑ์ท้ายแผนการจัดการเรียนรู้ ในด้านทักษะการเชือ่ มโยงทางคณติ ศาสตร์ และการคิดวิเคราะห์ 4. ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ 1 (ตอ้ งปรบั ปรงุ ) ครไู ดอ้ ธบิ ายและชี้แจงเกณฑ์ ใหน้ กั เรยี นทราบเปน็ รายบุคคลว่า นกั เรยี นจะตอ้ งแก้ไขและทาอย่างไรบา้ งตามเกณฑ์ท้ายแผนการจัดการเรียนรู้ ในด้านการทางานเป็นระบบ ความรบั ผิดชอบในการทางาน ช้ัน ม.5/3 1. นักเรียนทไ่ี ด้คะแนนอยู่ในระดับที่ 2, 3 และ 4 ไดจ้ ากกิจกรรมสอนเสรมิ โดย  ใหท้ าแบบฝึกหดั เพ่ิมเติม เปน็ การบา้ น  2. นักเรยี นท่ไี ดค้ ะแนนอยู่ในระดับท่ี 1 ไดจ้ ากกิจกรรมสอนซอ่ ม โดย  ใหท้ าแบบฝกึ หดั เพมิ่ เตมิ เป็นการบ้าน