- 89 - Punch โดยปกตแิ ลว จะทาํ มาจากไวน สปารก ลง้ิ ไวน นา้ํ ตาล ผลไม และลิเคยี ว (Liqueur)นํามาผสมกนั ในชามแกว (Glass Bowl)ซ่งึ ใสไ วในชาม (Bowl) ใหญอ ีกชัน้ หน่งึ โยนาํ้ แข็งจะแชอ ยูในชามใหญ ท้งั น้เี พราะหากใสนา้ํ แข็งลงไปใน Punch โดยตรงจะทําใหเ สยี รสชาติเมือ่ นา้ํ แขง็ละลาย ขอควรจําคอื ไวนทน่ี าํ มาใชควรเปน ไวนท ่ีมีคณุ ภาพดีและมกี ารชมิ กอนเทใสใ น Punch การเสริ ฟ Punch จะนิยมใสใ นแกว แชมเปญ หรอแกว Punch แบบพิเศษอาจมีการเพ่มิ ชอน(Teaspoon) สําหรับตักผลไม อปุ กรณท่ใี ชในการตกั Punch คือ Ladle 2.Hot Mixed Drink เครื่องดม่ื ประเภทน้ีเปน ท่ีรจู กั กนั คอื Grog และ Mulled wine โดยคําวา Hot หมายถึง Drunk Hot ไมใช Mixed Grog ใชเ หลา รัมเปน สวนประกอบสาํ คญั แตบางครง้ั อาจใชคอนยกั วสิ ก้ี หรอื จนิ แทนโดยใชถวยชา (Tea Glass) ใสเ หลา รัมท่ที าํ ใหรอ น เติมดว ยนํ้ารอ น นํา้ ตาล และตกแตง ดว ยมะนาวฝานนําถว ยชาวางบนจานรองพรอมชอ นชา Mulled Wine ใชไ วนแดงประมาณ 7 – 10 ออนซ ตอ1 คน ผสมกับแทงอบเชย น้ําตาลและมะนาวฝาน เทใสกระทะใหค วามรอนชา ๆ เชน เดยี วกบั การตม นํามากรองใสถ วยชา (Tea Glass)และวางบนจานรองพรอมชอ นชา (Tea spoon) การผลติ เครื่องดื่มผสม การผสมเคร่อื งด่ืมประเภทเครอื่ งดม่ื ผสม หรือค็อกเทลนนั้ นยิ มผลิตใน 2 แบบ คือ คน (Stir)และเขยา (Shake) ซึง่ การเลอื กใชวิธใี ดใหเหมาะสมข้นึ อยูกับปจจยั ตอไปน้ี U ถาคอ็ กเทลนน้ั มีสว นผสมที่เปน ครีม ไขแ ดง น้ํามะนาว นาํ้ สม หรอื สว นผสมอนื่ ทีม่ ีลักษณะขุนควรใชการเขยาเพราะจะทาํ ใหส วนผสมเขา กนั ไดดี U ถา สว นผสมทงั้ หมดมลี ักษณะใส (Clear) ควรใชก รรมวิธีการคน
- 90 - ค็อกเทลทกุ ประเภทจะดมื่ เยน็ ดังนั้นจดุ มุงหมายของการใชแกว ผสม (Mixing Glass)สาํ หรับการคนและเคร่อื งเขยา (Cocktail Shaker) สําหรับการเขยาเปน ไปเพื่อชว ยเรง อณุ หภูมขิ องเคร่อื งดม่ื ท่ใี สน ้ําแข็งลงไปลดตาํ่ ลงอยา งรวดเรว็ ดงั นั้นจึงควรใสนา้ํ แข็งกอ นประมาณ 5 – 6 กอน ภาพที่ 3.16 วธิ กี ารคน (The Stir Method) ภาพท่3ี .17 วิธกี ารเขยา (The shake Method )
- 91 - สรุป เครอ่ื งดม่ื ท่ีมีบรกิ ารในสถานบริการอาหารและเครอื่ งดม่ื สามารจดั แบง ได ตามสว นผสมของเครื่องดม่ื ท้ังเครอ่ื งดืม่ ที่ไมม แี อลกอฮอล เครอื่ งดมื่ ทมี่ แี อลกอฮอล และเครื่องดมื่ ผสม แบงตามประเภทกรรมวิธกี ารผลิต โดยการหมัก และการกลัน่ แบง ตามขัน้ ตอนในการเตรยี มการกอนดืม่ คือReady to drink beverage และ prepare beverage แบงตามชว งเวลาของมื้ออาหาร คอื เคร่ืองดมื่กอนอาหาร เครอ่ื งด่ืมระหวา งมอื้ อาหารและเคร่ืองดืม่ ภายหลงั การรบั ประทานอาหาร เคร่อื งดืม่ ที่ไมมแี อลกอฮอล หรือ Soft drinks ประกอบดวย นาํ้ แร โซดา นาํ้ ลม นํา้ ผกั และนํา้ ผลไม นมและเครือ่ งด่มื จากนม รวมถึงชาและกาแฟ สว นเคร่อื งด่มื ที่แอลกอฮอลม ีมากมายหลายชนิดทจี่ ะหนายอยูในสถนบรกิ ารอาหารและเครอ่ื งดมื่ เชน วสิ กแี้ ละจิน เปน เครือ่ งดม่ื ทีไ่ ดจ ากการกลน่ั จากวตั ถดุ บิประเภทขา ว อาจเปนขาวบารเ ลย ขา วโพด หรือขา วจาว บรั่นดี คอนยกั และอารมายักเปน เหลา กลนั่จากองนุ หรอื ผลไมช นดิ อืน่ ๆ เชน Apple Apricot Blackberry วอดกา เปนสรุ าที่มคี ณุ สมบตั ไิ มม สี ีไมมกี ลนิ่ และไมม รี ส รัมเปน สรุ ากล่ันจากน้าํ ตาลที่ไดจ ากออยจึงมผี ลติ ในประเทศทมี่ ีการเพาะปลกูออ ยเปนจํานวนมาก เตกิลาสุรากลัน่ จากนาํ้ ของตน อากาเว ลิเคยี วเปนสรุ ากลน่ั จาก ผลไม สมุนไพรรากไม ไวน เปนเครื่องดืม่ ที่ไดจ ากการนาํ นา้ํ ของผลองุนผา นกรรมวิธกี ารหมัก ท่รี จู กั กันโดยทวั่ ไปไดแก ไวนขาว ไวนแ ดง ไวนส ชี มพู แชมเปญ หรอื สปารกลิง้ ไวน และเบยี รเ ปน เครื่องดื่มทไ่ี ดจากการหมกั เมลด็ ขา วบารเลย (มอลต) และเติมรสดวยดอกฮอบ เครือ่ งด่มื ผสม คอื เครอ่ื งด่ืมที่มีแอลกอฮอลหรือเครอ่ื งดม่ื ท่ไี มม ีแอลกอฮอล ตงั้ แต 2 ประเภทผสมเขา ดวยกันโดยมวี ิธีการผสม 2แบบคอื แบบคน (Stir) และแบบเขยา (Sneak)
- 92 -
บทท่ี 4 ความรูเรื่องไวน การผลิตไวน มกี ารทาํ กนั มาตอ เน่อื งยาวนานนบั ยอ นไปไดน ับพัน ๆ ป และมหี ลายประเทศทโ่ี ดดเดนในการผลิตไวน แตก ไ็ มมีชาติใดทีไ่ ดร ับการกลา วถงึ มากเทา ฝรัง่ เศส ท้ังในแงค ุณลกั ษณะของผลผลติ ท่ีได กระบวนการในการผลติ ทพ่ี ถิ พี ถิ นั ใสใ จในทกุ รายละเอยี ด การควบคมุ กระบวนการในดา นการจาํ หนา ยจา ยแจก ทร่ี ัดกุม จนนาํ มาซึ่งคณุ ภาพทีไ่ ดรบั การยอมรบั และสามารถรกั ษาชอื่ เสียงของไวนอ ยา งหาใครเทียบได จวบจนปจจุบนั เนอื้ หาสว นน้นี าํ เสนอใหท ราบถงึ ความเปน มาการคดั เลอื กพนั ธอุ งนุ การปลกู การดแู ลรกั ษา กรรมวธิ ใี นการปรุงผลติ การหมกั บม การกําหนดมาตรฐานเพ่ือตรวจสอบคณุ ภาพ กําหนดเกรด รวมจนถงึ วธิ กี ารเกบ็ รักษา การบรกิ ารท่ีถกู ตอ งเหมาะสม ซง่ึ มคี วามสาํ คัญอยา งยง่ิ สาํ หรบั พนกั งานบรกิ าร โดยใชแ หลง ขอ มูลจากเอกสาร โดยการรวบรวมเรยี บเรยี งของ โซพซิ า ไทยแลนด (1999) เพ่อื ใหไ ดขอ มูลที่ความถกู ตองครบถว นเพียงพอสาํ หรบั ผทู จ่ี ะเขา สูงานบริการ ดังน้ีประวตั กิ ารผลติ ไวนใ นฝรัง่ เศส กําเนิดตน องนุ ตน องนุ เปนพชื พันธไุ มเ ลอ้ื ยในตระกูล “vitis” ซง่ึ ถอื เปนพืชไรท่ีใชเพาะปลกู ทีเ่ กาแกท ี่สุดในโลก มนุษยร ูจ กั การนําผลองนุ มาผลติ เปน ไวนต ง้ั แตย ุคตน ๆ ของประวตั ศิ าสตร และเปน ยุคตน ๆ ที่มนุษยเ รม่ิ มอี ารยธรรม ไวนไ ดเ ขามาในกจิ กรรมตาง ๆ ของมนุษยอ ยางกวา งขวาง ท้งั พิธกี รรมทางศาสนา และในเทศกาลรื่นเรงิ ตา ง ๆ โดยถูกกลา วอา งวา นา้ํ ไวนเ ขา มาเพอื่ เสรมิ สรา งความมนั่ ใจเพอ่ื ชําระบาปและเพ่อื สงเสรมิ สขุ ภาพ มกี ารสนั นิษฐานวา ไวนเรม่ิ มีการผลิตขึน้ ในอาณาจกั รเปอรเซยี อยี ิปต ฟน ีเซยี กรกี และโรมนั โดยผคู นในอาณาจกั รเหลาน้สี ว นใหญมักจะนําเอาไวน ซึ่งมีความเขมขน มดี ีกรีสงู และรสชาตจิ ดั ไปผสมกับนาํ้ ไวด ม่ื กิน แมแ ตใ นพระคัมภรี ไบเบิล้ กย็ งั ไดกลา วถงึ เครอื่ งดม่ื ชนดิ นไี้ วไ มต ํ่า
- 94 -กวา 521 แหง ในอาณาจกั รกรีกถึงกบั ไดม ีการยกยองใหเทพปรฌมั แหง ความอุดมสมบรู ณ ชอ่ื ไดโอไนโซส (Dionysos) เปน เทพเจา แหง เมรยั และในอาณาจักรโรมันกไ็ ดม ีการยกยอ งใหเทพปรฌัมชื่อ แบคคสั (Bacchus) เปน เทพเจา แหง ไวนเชน กนัไวนก บั อาณาจักรกอล เม่อื กองทัพโรมันยกไปรุกรานไดรบั ชยั ชนะในถน่ิ แควน ใด ชาวโรมนั มกั จะนําพนั ธอุ งุนไปแพรข ยายในดนิ แดนนนั้ ดว ย เชนเดยี วกนั พอ คา ชาวโฟนเี ซยี เมื่อเดนิ ทางมาถึงเมอื งมาซิลเรีย (เมืองมารเ ซย ซึ่งอยูในภาคใตของฝรง่ั เศสในปจ จบุ ัน) พวกเขาก็ไดแนะนาํ ศลิ ปะในการปลกู องนุ ผลิตไวนใหแ กผ คู นในทองถน่ิ ดงั กลา ว แตตองยอมรับวา ชาวโรมันนนั่ เอง เปน ผูมบี ทบาทอยา งย่งิ ยวดในการเผยแพรก ารปลูกองุนเพือ่ ทาํ ไวนอ ยา งเปน ระบบ มหี ลกั เกณฑใหแ กชาวกอล (ชาวฝร่ังเศสโบราณ)ในครสิ ตศตวรรษแรกไวนไดแพรขยายอยา งกวา งขวางในหุบเขาโรน (Rhône valley) จากน้ันก็ไปจาํ หลกั หนกั แนนอยใู นแควน เบอรกันดี (Burgundy) และแควน บอรโดซ (Bordeaux) ในครสิ ตศ ตวรรษท่ีสอง มีการขยายตอ ไปยงั แควนลวั ร (Loire) ในศตวรรษทส่ี าม และไปจบทายท่ีแควน แชมเปญ (Champagne) และแถบลุมน้าํ โมเซลล (Moselle) ของเยอรมนีในศตวรรษทส่ี ่ีแมใ นยคุ นน้ั ชาวกอลทัง้ หลายจะชน่ื ชอบเบยี รท ท่ี าํ มาจากขาวบารเ ลย ซงึ่ เรียกวา“cervoise” และตดิ ใจเหลาน้ําผงึ้ ซงึ่ เรียกวา “mead” หรือ “hydromel” อยางไรกต็ าม ชาวกอลกย็ งัไดประจักษแจง ถงึ รสชาติของไวนด ว ย และไดส ัง่ สมประสบการณจนกลายเปน นกั ปลูกองุนผลิตไวนที่เยยี่ มยอดในไมช า จนกระทง่ั ไวนผ ลิตโดยชาวกอลในยคุ น้ัน ไดก ลายเปน สนิ คา ทีช่ าวโรมนั ชน่ื ชอบทาํ ใหจ กั รพรรดิ์โรมันชื่อ โดมเิ ตยี น (Domitian) ตองรบี มบี ญั ชา สง่ั ใหท หารถอนตน องนุ ของชาวกอลทิง้ เสยี คร่งึ หนึ่ง เพอ่ื ปกปองเกษตรกรชาวโรมนั ไมใ หพ บกบั ความวิบตั ิ ครน้ั เวลาลว งมาถงึ ยุคจักรพรรดโ์ิ พรบสั (Probus) ขนึ้ ครองอํานาจ จงึ ไดอนุญาตใหชาวกอล (ชาวฝรั่งเศสโบราณ) มีสิทธ์ิเพาะปลูกตน องนุ ไดอยา งเสรี ซงึ่ ถอื เปนการจดุ ประกายใหก ารทาํไรอ งุนผลิตไวนกลายเปน วฒั นธรรมท่ยี ง่ิ ใหญข องฝรง่ั เศสมาตั้งแตบ ดั น้ัน
- 95 - จากยุคโรมันถงึ ยคุ กลางของยโุ รป ในตนศตวรรษทส่ี ี่ เมือ่ จกั รพรรดค์ิ อนสแตนติน (Emperor Constantine 280-337) ไดใ หการรบั รองศาสนาครสิ ตอ ยา งเปน ทางการ ดังนน้ั ความตองการไวนเ พ่ือจะใชฉลองพธิ ี Mass (การเสวยอาหารครง้ั สุดทา ยของพระเยซ)ู จงึ มมี ากขน้ึ จักรพรรดคิ์ อนสแตนตินจงึ ไดทาํ การสง เสริมใหมีการทาํ ไรอ งนุ กนั อยา งกวา งขวาง อยา งไรกต็ าม แมอ าณาจักรโรมันจะลมสลายไปแลว (ในศตวรรษท่ีหา ) แตการปลกู องนุ ผลติ ไวนหาไดล ม สลายตามไปดว ย การพฒั นาการปลกู องุนผลติ ไวนไดด ําเนนิ ไปอยางตอเนอ่ื งพรอมกบั การกอ ตง้ั วดั วาอารามตา ง ๆ และการฉลองพธิ ีกรรมทางศาสนาท่ยี งิ่ ใหญ พระนิกายเบเนดกิ ตนิ (benedictine) มบี ทบาทอยา งสาํ คัญเปนอยา งยงิ่ ในการเผยแพรก ารปลูกตน องนุ ครนั้ ถงึ ยุคกลางของยโุ รป การทาํ ไรอ งุน ไดแพรไ ปทั่วทกุ พืน้ ทขี่ องประเทศฝร่งั เศส ในศตวรรษที่ 12 ฝรั่งเศสไดม กี ารสง ไวนไปขายยงั ตา งประเทศ ลกู คา ทีส่ ําคญั ไดแกประเทศองั กฤษ กลมุ ประเทศแฟลนเดอร (Flander หมายถงึ ดนิ แดนตา ง ๆ ทอี่ ยทู างภาคตะวนั ตกเฉยี งเหนอื ของประเทศฝร่ังเศส นบั ตัง้ แตป ระเทศเบลเยยี่ มเปน ตน ไป) และประเทศเยอรมนี โดยยคุสมยั ดังกลา วการผลติ ไวนในฝร่ังเศสเรม่ิ ไดมีการควบคมุ ดแู ลเปนพิเศษ (แตอยา งไมเปน ทางการ)กระทง่ั ในป 1395 Philippe the Bold ไดจาํ แนกกฎเกณฑเ ปน ขน้ั ตอน ในการควบคมุ คุณภาพไวนขนึ้ การบรโิ ภคไวนแ ละการคา ไวน ตง้ั แตศตวรรษท่ี 13 และ 14 เปนตนมา ประชากรไดเพมิ่ ข้นึ อยา งรวดเร็ว การคาไวนแ ละการบรโิ ภคไวนก็ไดม กี ารขยายตัวอยา วกวา งขวางดว ย ครงั้ ถึงศตวรรษที่ 18 ไดมกี ารรูจกั ใชขวดแกว และจกุ คอรกมาปด ขวดไวน ทําใหเครอื ขายการจดั จําหนา ยไวนไปถงึ ผูบริโภคไดรับความสะดวกข้นึ ในขณะเดยี วกันก็เปน ยุคทผี่ ูป ลกู องนุ และพอคาเมรยั ท่ีเปนสามัญชนไดเขาครอบครองกิจการแทนนักบวชและขุนนางทงั้ หลาย
- 96 - ในศตวรรษท่ี 19 ไดมีการดําเนนิ กจิ การขนสง ทางรถไฟข้นึ จึงทาํ ใหเ สน ทางการลาํ เลียงไวนจากภาคใตข องฝรัง่ เศสไปสูต ลาดเมรัยในภาคเหนือไดสะดวกขึน้ (แนน อนรวมทั้งการลาํ เลยี งไวนจากภาคตะวนั ออกของฝรง่ั เศส และภาคอ่ืน ๆ กส็ ะดวกขึน้ ดวย) ผลพวงดงั กลา ว ทําใหไรอ งุนจากภาคใตของฝร่ังเศสเกิดขนึ้ อยา งมากมาย เฉพาะทจี่ งั หวดัเอโรต (Hérault) เพียงจงั หวดั เดียว ไรองนุ ทสี่ าํ รวจในป 1816 มเี พียง 73,000 เฮกตาร ครน้ั ถงึ ป1850 ก็ขยายเพม่ิ เปน 114,000 เฮกตาร เสนทางของไรองุน ในทสี่ ุดวกิ ฤตการณผ ลิตไวนก ม็ าเยือน โดยมีสาเหตมุ าจากแมลงเตา ทองทกี่ นิ นา้ํ หลอเล้ียงในรากองุนทีม่ ชี อื่ วา ฟลอ็ คซีรา (paylloxera) ซึ่งเปน เพลยี้ ตัวเลก็ ๆ ท่กี าํ เนิดมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ไดสรางความวนิ าศใหแ กไ รอ งนุ ทีจ่ งั หวดั การด (จงั หวัด Gard ซ่ึงอยูใ นแควนLanguedoc) เปนแหง แรก ในป 1864 จากนั้นไดแ พรร ะบาดไปทาํ ลายสรางความหายนะใหแ กไ รองุนของฝรงั่ เศสจนพนิ าศเกือบท่ัวประเทศ หายนะที่เกิดข้นึ ครง้ั นี้ ทาํ ใหชาวไรต องมกี ารปลูกองนุ ใหมท ดแทนของเกา โดยใชต อราก(rootstocks) ทเ่ี ปนสายพนั ธุ องุนปา จากอเมรกิ ามาแทนตอรากเดมิ โดยตอรากองนุ ปา นี้ เจา ฟล็อคซีรา จะไมรบกวน ดวยประการใด ๆ ทัง้ สนิ้ จากนนั้ จงึ ทาบก่งิ ดว ยองุน สายพนั ธขุ องฝร่งั เศส อยา งไรกต็ าม พน้ื ทที่ าํ ไรองุน ในฝรง่ั เศสยุคน้นั ไดมกี ารปรับเปลย่ี นโครงสรางใหม ไรองนุ บางพ้นื ทไี่ ดถกู คัดทง้ิ โดยสิ้นเชงิ ความหายนะจากการที่ ฟล อ็ คซีราอาละวาดเปนผลทาํ ใหเกิดการขาดแคลนไวนดงั นน้ั จงึ มีขบวนการหลอกลวง ทําการผลติ ไวนปลอมขึน้ (ใชน าํ้ ตาลมาผสมนาํ้ องุน เพอ่ื ผลิตเปนไวน) เพือ่ ยตุ ิการกระทําดังกลา ว ในวนั ท่ี 14 สงิ หาคม 1889 รัฐบาลฝรงั่ เศสจงึ ไดอ อกกฎหมายกาํ หนดความหมายของคําวา “ไวน” (wine) วา ตองเปน ผลติ ภณั ฑทที่ าํ การหมกั จากผลองนุ สด ๆ หรือนํ้าองุนสด ๆ รอ ยเปอรเ ซน็ ตเ ทา น้ัน และในป 1905 กรมปองกนั การปลอมแปลงไวนก ็ไดถ ูกจดั ตัง้ ขึ้น
- 97 - การเพาะปลกู ตนองนุ ใหมห ลังสน้ิ สดุ ยคุ ฟล อ็ คซีราของฝร่ังเศสทําใหเ กดิ ผลผลติ มากมายเกนิ ตอ งการ จนทาํ ใหราคาไวนลดต่ําลงอยา งรวดเรว็ ดงั นนั้ ในป 1907 การคาไวนต กต่าํ ถึงขีดสดุทําใหผ เู กยี่ วขอ ง ไดม กี ารปฏริ ูปการผลิตไวนท ีภ่ าคใต (Midi) ของฝรั่งเศส นาํ โดย นายมารเ ซอแลงอัลแบร (Marcelin Albert) ซง่ึ เปน ผูทวี่ งการไวนตง้ั ฉายาใหเ ปน “จกั รพรรดข์ิ องไวน” (emperor ofwine) ในยุคสงครามโลกครัง้ ท่ี 1 เปนหว งเวลาทีผ่ ลผลติ จากไรองนุ ตกต่ําเปน อยา งย่งิ โดยสบื เน่ืองจากไรอ งุนถกู ละเลย เพราะอยูในภาวะสงคราม แตภ ายหลงั สงครามสงบ การผลิตไวนก ็กลบั มาปรากฏตวั อยา งรวดเรว็ ระหวางป 1931-1939 ถอื เปน ปทีผ่ ลผลติ ไวนฝรง่ั เศสพบกับความยิ่งใหญชนดิ กา วกระโดด ดวยเหตนุ ี้ องคก รท่ีรบั ผิดชอบในการผลิตไวน จงึ จาํ เปน ตองเขามาแทรกแซงอกี ครงั้ เพ่ือสรางความมนั่ ใจในดา นการตลาด การกาํ หนดโควตา สงู สุดในการผลิตไวนของไรองนุ ในแตละพื้นที่จงึ ไดเกิดขนึ้ และหา มเพมิ่ พนื้ ทขี่ องไรองนุ ใหม ๆ ในอนาคต สูย คุ AOC (Appellation d’ Origine) หลังจากที่ไดมีการจัดตง้ั สถาบัน INAO (Institute National des Appellations d’Origine) ในป 1935 รฐั บาลไดมีการตรากฎหมายรับรอง และควบคมุ ถนิ่ กําเนิดไวน เพอ่ืควบคุมดแู ลการผลิตไวนคณุ ภาพสงู ของฝรัง่ เศส หรอื เขต AOC ขึ้น และในป 1949 สถาบนั INAOกไ็ ดมีหนา ทเี่ ขาไปกําหนดกฎเกณฑใ นการผลิตไวนร ะดบั คุณภาพรองลงมาจากเกรด AOC ซงึ่เรียกวา เกรด VDQS หรือเกรด AO VDQS (Appellations d’ Origine-Vins Délimités de QualitéSupérieure) ในป 1979 ไดมีการจัดต้ังสถาบนั ONIVINS (Office National Interprofessionneldes Vins) เพอื่ รับหนาท่ีออกกฎเกณฑส าํ หรบั ควบคุมไวนระดบั Vins de Pays และระดบั Vins deTable ผลจากการมมี าตรการตา ง ๆ นีเ่ อง ทาํ ใหไรอ งุนในฝรงั่ เศสสามารถผลติ ไวนเ สนอผบู ริโภคไดอ ยา งหลากหลาย และเปย มดวยคุณภาพ
- 98 - การแบงระดบั ชัน้ คุณภาพไวน ไวนข องฝรั่งเศสมีระดับคณุ ภาพ แบง เปน 4 ระดบั คือ 1. AOC (Appellation d’Origine Contrôlée) 2. AO VDQS (Appellation d’Origine-Vins Délimités de Qualité Supérieure) หรือเรียกส้ัน ๆ วา VDQS 3. Vins de Pays 4. Vins de Table 1. AOC เปน ไวนท ีค่ วบคุม เขตการผลติ องนุ การแตงก่งิ และการผลติ ไวน บางคร้งั อาจรวมถงึ ลกั ษณะการเกบ็ ไวนท ่ผี านการวเิ คราะหค ณุ ภาพ และผา นการสอบชมิ รสชาตอิ ยา งเปนทางการ ไวนท ผ่ี า น จะไดร บั ใบประกาศนยี บตั รจาก INAO 2. AO VDQS ควบคุมเขตทป่ี ลูก ชนดิ พนั ธุ ปริมาณแอลกอฮอลข ัน้ ตา่ํ ปริมาณการผลติไวน 3. Vins de Pays ไวนใ นเกรดนีต้ องมีคุณสมบัติและคณุ ภาพตามมาตรฐาน คือ 3.1 ไวนนน้ั จะตองทาํ จากพนั ธทุ ีไ่ ดรับอนุญาต และผลติ ในเขตทองทรี่ ะบบุ นฉลาก เชนเขตจังหวัด เขตยอ ยท่อี ยูในจังหวัดตาง ๆ 3.2 ไวนนนั้ จะตองผลิตใหไ ดแ อลกอฮอลอยา งตาํ่ โดยวิธีธรรมชาตอิ ยางนอย 10% โดยปรมิ าตร ถา ผลติ ในเขตบรเิ วณทะเลเมดิเตอรเรเนียน และตอ งมีแอลกอฮอลไมน อ ยกวา 9% ถึง9.5% โดยปริมาตร ถา ผลติ ในเขตอ่ืน ๆ 3.3 ภายใตก ารวเิ คราะห ไวนนน้ั จะตอ งมีลกั ษณะคุณสมบตั ทิ ี่เหมาะสมสาํ หรับระดับนี้และจะตอ งผานการทดสอบคุณภาพไวน กล่ิน รส เปนทพ่ี อใจ
- 99 - 4. Vins de Table ไวนใ นระดับนี้จะตอ งมแี อลกอฮอลไมน อ ยกวา 8.5% หรือ 9% โดยปริมาตร ข้นึ อยูกับพน้ื ทก่ี ารผลติ และตอ งมแี อลกอฮอลไมเกนิ 15% ถาเปน ไวนท ่ผี ลติ ภายในทอ งถน่ิของฝรง่ั เศสไมว า จะในเขตใด สามารถใชชอื่ นี้ได30% AOC1% AO VDQS14.5% Vins de Pays40% Vins de Table ภาพที่ 4.1 การแบง ระดับไวน และระดบั การผลิต จากปริมาณการผลิตองุน ในฝรงั่ เศส หมายเหต:ุ สว นท่ีเหลือของปรมิ าณองนุ ทง้ั หมด ใชท ําบรน่ั ดีทม่ี า: จาก “ไวนแ ละสุราของประเทศฝรั่งเศส”, โดย โซพซิ า ไทยแลนด จาํ กดั , 1999 กรุงเทพมหานคร.
- 100 - ตนองนุ ตนองนุ เปนพชื ไมเ ล้ือยชนิดหนงึ่ ทางพฤกษศาสตรจัดอยูในสกุล Ampelidaceae ซากหนิของกา นและใบองนุ พบตัง้ แตย คุ ที่ 3 ทาํ ใหทราบวา ตน องุนเปน พชื โบราณชนิดหนึง่ เนือ้ หาของพชืน้ใี นวชิ าเทคโนโลยกี ารปลูกองุนในปจ จุบนั มปี ระวัตอิ นั ยาวนาน กอนที่โรคฟล อ็ คซรี า (phylloxera) จะทาํ ลายสวนองนุ ในปลายศตวรรษท่ี 19 ตน องุนมกัถกู ปลูกดว ยรากของมนั เองโดยไมม กี ารตอ กิ่ง ในปจจุบนั เพื่อตอตานโรคน้ี ไดมีการตอ ก่ิงพนั ธุองนุประเทศฝรัง่ ศสบนตอองนุ ประเทศอเมรกิ าเหนือซงึ่ ตอ ตานแมลงกอ โรคน้ี ยกเวน ตน องนุ ซง่ึ ไมเ กิดโรคฟลอ็ คซีราซ่งึ ปลูกในทรายริมฝงทะเลเมดิเตอรเรเนยี น ทุกแควน ผลติ ไวนข องประเทศฝรงั่ เศสจะปลูกองนุ แบบตอ กิ่ง พ้นื ที่ปลูกองนุ มปี ระมาณลานเฮกตาร (6.25 ลานไร) พนั ธอุ งุน พบวา พนั ธอุ งนุ (varieties หรอื cépages ในภาษาฝรั่งเศส) จาํ นวนหลายพนั ชนดิ เปนสายพนั ธยุ โุ รป คอื สายพันธุ Vitis vinifera (ไวทิส ไวนเิ ฟอรา) อยา งไรกต็ าม พนั ธุด เี ยยี่ มในการผลติ ไวนท ท่ี างการกําหนดจะมีเพียงจํานวนหนงึ่ เทานน้ั (INAO กาํ หนดไว 136 พนั ธุ) แตล ะพนั ธจุ ะมลี ักษณะเฉพาะซ่ึงเหมาะสมกบั สภาพแวดลอม (สภาพอากาศ สภาพดนิ )ในแตละแหง ลักษณะทางวิชาการ เชน สผี ลและคณุ ภาพของนา้ํ องุนเปน เรื่องสาํ คัญเบอื้ งตนในเทคโนโลยี การผลิตไวน ลักษณะดงั กลา วจะเปลีย่ นแปลงข้นึ กบั สภาพอากาศธรรมชาติของดินและความชนื้ การตดั แตงกิง่ กานและการบงั คบั ตนองนุ องนุ พันธเุ ดียวกนั ซงึ่ ปลกู ในทาํ เลตา งกนั จะใหไวนค ุณภาพตา งกนั นอกจากนี้องนุ แตล ะชนดิ จะใหไ วนม ีกลน่ิ และรสเฉพาะ ความเหมาะสมของตน องนุ ตอสภาพแวดลอ มจะบอกคณุ ภาพและสไตลของไวนท่ผี ลิตไดการสงั เกตอยา งระมดั ระวังเปน เวลามากกวาหลายศตวรรษของผูป ลกู ทาํ ใหเกดิ การคดั เลอื กพนั ธุองุน ทเี่ หมาะสมในแตละแควน
- 101 - องุน ของประเทศฝรงั่ เศสทกุ พันธทุ ใี่ ชจะถกู ระบอุ ยา งเปน ทางการและถกู จัดเปน พนั ธุ“แนะนาํ ” หรือ พนั ธุ “รบั รอง” ในแตล ะเขต เขตผลิตไวนแ ตละแหง เกดิ ขึ้นเพราะ INAO ประกาศระบุพนั ธุองนุ ทีค่ วรปลูกในเขตนนั้ องนุ ซง่ึ ตอ งการใหใ ชผลิตไวนเรยี ก “Cépages de curve”พนั ธอุ งุนหลกั บางพันธุท ีป่ ลูกในประเทศฝรง่ั เศส พนั ธอุ งนุ แดง Cabernet Franc (คาแบรเน ฟรอง) เปน องนุ พนั ธหุ นง่ึ ซ่ึงปลกู ในแควนบอรโ ดซและทางตอนใตข องประเทศฝรัง่ เศสและทห่ี ุบเขาแหง ลัวร ไวนจะมกี ล่นิ หอมแรงของราสเบอรี่ และไดก ล่ินแบล็คเบอรร เี่ ล็กนอ ย ไวนจ ากองนุ Cabernet Franc จะมสี ไี มเขมมาก หรอื ไมฝาดมากเหมอื นไวนจากองนุ Cabernet Sauvignon Cabernet Sauvignon (คาแบรเ น โซวญิ ญง) เปน องุนพันธุห ลกั ทปี่ ลกู ในแควน บอรโดซและทางตะวนั ตกเฉียงใตของประเทศฝรั่งเศส ยังพบในหุบเขาแหง ลัวร โปรวองซ และลงั เกอด็อกไวนใหส ีแดงเขม รสฝาด มกี ลิ่นพรกิ เขยี วผสานกลนิ่ ดนิ เก็บบมไวจ ะไดค ุณภาพดี Carignan (คาริยอง) เปน พนั ธุองนุ ท่ปี ลกู มากทส่ี ดุ ในประเทศฝร่ังเศส พบทว่ั ไปทางใตใกลทะเลเมดิเตอรเ รเนียน ผลผลิตตา่ํ ใหไวนร สเขม ฝาด ซึ่งควรผสมปรงุ แตงกบั ไวนจากองนุ พนั ธุอน่ื(Grenache, Cinsaut, Syrah, และ Mourvèdre) Cinsaut (แซงโซ) (อาจสะกด Cinsault) เปน องนุ ทางภาคใตข องฝรง่ั เศส ผลผลติ ปานกลาง ไวนม ีกลน่ิ คอนขา งหอม มรี สนมุ นวลหากผสมปรุงแตง ดวยไวนจ ากองุน Carignan,Grenache, Syrah, และ Mourvèdre องนุ พนั ธุนถ้ี กู กาํ หนดใหใชในหลายเขตผลติ ไวนใ นProvence, Côtes du Rhône และ Languedoc Gamay (กาเม) เปน องนุ เพยี งพนั ธเุ ดียวทใี่ ชใ นอําเภอ Beaujolais องนุ พนั ธนุ ้ียงั มีการปลูกในเขต Anjou, Touraine, Savoie, Auvergne เปน ตน ใหไวนแ ดงมรี สออน กลนิ่ ผลไม สามารถใชดม่ื ไดข ณะเปนไวนเ ยาวมาก
- 102 - Grenache (เกรอนาช) องนุ พนั ธหุ นง่ึ ซง่ึ ปลูกในหบุ เขาแหง โรน และแควน Languedoc-Roussillon ใชผลติ ไวนแอลกอฮอลสงู นุมนวล และเตม็ ไปดว ยเนอื้ หนงั ซึ่งเมื่อผสมปรุงแตงกับไวนผลิตจากองนุ Syrah และ Mourvèdre จะไดไวนท ่ีเก็บบม ไดน านเปนพนั ธอุ งุนหลกั ใชใ นการผลิตไวน Banyuls และ Maury ซง่ึ เปน ไวนห วานตามธรรมชาติ Grolleau (กรอลโล) เปน องนุ พนั ธหุ นง่ึ จากเขต Anjou และ Touraine มักใชผ ลติ ไวนท ่ีเปนโรเซท มี่ ีรสเบา แอลกอฮอลตํา่ Malbec (มาลเบค) องนุ พนั ธนุ ้ีมชี อื่ เรยี กตางกนั แลว แตแ ควน เชน เรยี กวา Auxerrois ในเขต Cahors ซ่งึ เปนองนุ หลกั ใชผลติ ไวนในเขตนี้ เรยี กวา Cot ในเขต Touraine เรยี กวา Malbec ในแควน บอรโดซ ไวนจากองนุ พนั ธนุ ีใ้ หส ีเขม ฝาดมาก มกั ใชผ สมปรุงแตง กับไวนอ ื่น เปน องนุ หลกั ใชผลติ ไวนแดงแหง แควน เบอรก นั ดี ยังมีปลกู หลายแหง (Alsace, Jura, Bugey) เมอื่ ใชอ งนุ พนั ธนุ ี้ผลิตเปนไวนขาวจะมีบทบาทสําคัญ Merlot (แมรโล) องนุ พนั ธุหนึง่ แหง แควน บอรโ ดซ นอกจากน้ี ยงั ปลกู ในภาคตะวนั ตกเฉยี งใตของประเทศฝร่งั เศส ใหไ วนน มุ ทมี่ ีเนือ้ หนงั สูง ซ่ึงพรอ มใชด ่ืมไดเ ร็วกวา ไวนจากองุน Cabernetองุนพันธุน้ปี ลกู มากในอาํ เภอ Saint-Emilion และโดยเฉพาะในอาํ เภอ Pomerol Mondeuse (มงเดอรซ) ปลูกมากในแควน Savoie ใหไวนร สเขม มกี ล่ินผลไม และเครอ่ื งเทศ มีสแี ดงเขม Mourvedre (มรู แ วรด) องนุ หลัก ปลกู ทางภาคตะวนั ออกเฉยี งใตข องฝรง่ั เศส ใชผลติ ไวนท่ีมแี ทนนินมาก สีแดงเขม มีเน้อื หนังสงู ซงึ่ ใหเ กิดกล่นิ ซบั ซอน (Bouquet) ดเี ย่ียมหลังเก็บบมไวนหลายป ใชผ ลติ ไวนคณุ ภาพระดับ AOC ในเขต Provence (ไวน Bandol) ในหบุ เขาแหง โรน และเขต Languedoc ไวนจ ากองนุ พนั ธนุ มี้ กั ใชผ สมปรุงแตงกบั ไวนอืน่ Neillucio (นเิ ออลูซโิ อ) เปน องนุ พนั ธหุ นง่ึ ของเกาะคอรซ ิกา ซึ่งทาํ ใหไ วน Patrimonio มีชอ่ื เสียงมาก ปจ จบุ ันไดม ีการปลูกองนุ พนั ธนุ ีท้ ว่ั ภาคตะวันออกของเกาะคอรซ กิ า ใชผลติ ไวนแดงที่มรี สเขม และไวนโ รเซก ลนิ่ รสสดมาก
- 103 - Pineau d’Aunis (บโิ น โดนสี ) เปน องนุ พันธหุ นงึ่ ของหุบเขาแหง ลวั ร มกั ใชผลิตไวนโ รเซชนดิ ไมหวาน มกี ล่นิ สดของผลไม Pinot Meunier (ปโน เมอนิเย) เปน องนุ พนั ธหุ นง่ึ ซ่ึงเปน องนุ หลกั ในเขต Marne และ Aubeเพื่อผลติ แชมเปญ ยงั มกี ารปลูกทางภาคตะวนั ออกของฝรัง่ เศส (เขต Moselle และเขต Côte deToul) และในหุบเขาแหง ลวั ร ลกั ษณะจดุ ขาว ๆ ทกี่ ระจายทัว่ ใบองนุ ทําใหเ กดิ ช่อื meunier ข้ึนหมายถงึ คนบดแปง หรอื ผเี ส้อื กลางคนื หรอื แมลงชปี ะขาวชนิดหนงึ่ ทปี่ กเตม็ ไปดว ยผงคลายแปง Pinot noir (ปโน นวั ร) พนั ธุอ งนุ ซงึ่ สรางช่อื เสียงใหไ วนแ ดงทย่ี ่ิงใหญของแควนเบอรก ันดีไวนจ ากองนุ พนั ธนุ ้ีเมื่อเปน ไวนอายนุ อยจะมีกลนิ่ แผว ๆ ของผลไมฤดูรอ น หลงั จากไดรับการเกบ็บม เปน เวลาหลายปจะเกดิ กลน่ิ คลายเนอื้ สตั วปา เปน องนุ หลักใชผลติ ไวนแ ดงแหง แควน เบอรกนั ดียังมีปลกู หลายแหง (Alsace, Jura, Bugey) เมอ่ื ใชอ งนุ พนั ธนุ ี้ผลติ เปน ไวนขาวจะมีบทบาทสาํ คญัในสว นผสมของแชมเปญ Poulsard (ปลู ซา) เปน องนุ แควน Jura ใชผ ลติ ไวนสแี ดงออ น รสเบา กลิน่ ผลไม คณุ ภาพดี Sciacarello (ซิอารก าลิโย) เปน องนุ เพียงพนั ธเุ ดียวทป่ี ลูกทางตอนเหนอื ของแควน Côtede Rhône มกี ารปลูกเพม่ิ มากขน้ึ ในเขต Vaucluse, Provence และในแควน Languedoc-Roussillon ใหไ วนรสหนกั สีแดงเขม กลนิ่ ดอกไวโอเลตส เกบ็ บมนานกลนิ่ จะเปลยี่ นไปคลา ยกลน่ิพรกิ ไทยและเนื้อสตั วป า Tannat (ตองนา) องุน แหง เขต Béarn เปนองนุ หลกั ในการผลิตไวน Madiran ไวนใ หแ ทนนินสงู รสเขม ขนและมสี เี ขม ตอ งบมหลายปถงึ จะมรี สนมุ Trousseau (ทรโู ซ) องุนแหงเขต Jura ซ่งึ ใหไ วนสีเขม แทนนนิ สงู กวา ไวนผลติ จากองนุพันธุ Poulsard องุน พันธุนผ้ี ลติ ไวนแ ดง และไวนโรเซข องเขต Arbois และเขต Côte de Jura พนั ธอุ งุนขาว Aligote (อะริโกเต) องนุ พนั ธุหน่ึงแหง แควน เบอรกันดี เปน องนุ หลกั ปลูกมากในเขต Côted’Or, Saône-et-Loire และ Yonne ใหไ วนท ส่ี ดใชด่มื ขณะไวนย งั อายุนอ ย
- 104 - Bourboulenc (บรู บูเล็ง) อาจเรียกองนุ พนั ธนุ ีว้ า Malvoisie du Languedocปลูกทั่วไปทางตอนใตของฝรัง่ เศสดานติดทะเลเมดเิ ตอรเ รเนียน ใชผลติ ไวนกลน่ิ หอมสด ดมื่ ไดขณะไวนย งันอ ย Chardonnay (ชาดอนเน) เปน องนุ พนั ธุเดียวเทา นน้ั ทใี่ ชผ ลิตไวนขาวอันยง่ิ ใหญแหง แควนเบอรก นั ดี ยงั มกี ารปลูกในแควนแชมเปญ สว นใหญจะปลูกในเขต Côte de Blancs (แชมเปญชนดิระบุ Blanc de Blancs จะผลิตจากองนุ Chardonnay เพียงพนั ธุเ ดียวเทา นนั้ ) พบวา มกี ารปลูกในเขต Jura และหุบเขาแหง ลวั รอีกดว ยไวนจ ะมเี นือ้ หนงั รสนมุ กลนิ่ หอมของผลไมแ หง อาจเกบ็ บมไดหลายปข ้ึนกบั ทาํ เลปลกู Chenin blanc (เชอแน็ง บลอง) องนุ พันธหุ น่ึงจากหุบเขาแหงลวั รซ่งึ ยงั คงเรยี กองนุ พนั ธนุ ี้วา Pineau de la Loire ใชผลิตไวนขาวแบบไมหวาน ไวนฟ อง (Crémant de Loire, Saumur และVouvray mousseux) หรอื ไวนแ บบหวานปานกลาง (เชน Coteaux du Layon) ไวนผ ลติ จากองนุพนั ธนุ จี้ ะมีกรดสูงและเกบ็ บม ไดคุณภาพดี Clairette (แกรแครท็ ) องนุ ทางภาคใตของฝรั่งเศส เปน องนุ พนั ธทุ เี่ กา แกพ ันธุห นงึ่ ของแควน Languedoc และเปน พนั ธเุ ดยี วเทา นน้ั ทใี่ ชผลติ ไวน Clairette de Bellegarde และไวนClairette du Languedoc คุณภาพระดบั AOC ไวนจ ากองนุ พันธนุ ใ้ี ชผสมปรงุ แตง เพอ่ื ผลิตไวนขาวกลน่ิ หอมสด ในหบุ เขาแหงโรน เขต Languedoc และเขต Provence Colombard (โคลอมบาร) เคยปลูกในบรเิ วณ Charentes และทางภาคตะวนั ตกเฉยี งใตของฝร่งั เศส เพอ่ื การผลิตไวนสําหรับนาํ ไปกลน่ั (ผลิตบรั่นดี Cognac และ Armagnac) ปจจุบันองนุ พันธนุ ถ้ี กู นํากลบั ไปปลกู ใหมท างภาคตะวันตกเฉียงใตเพื่อผลิตไวนค ุณภาพระดบั Vins dePays Folle blanche (ฟอลเลอบลองซ) เปน องุนซง่ึ ครัง้ หนงึ่ เคยโดง ดงั มากในการใชผ ลิตบรน่ั ดีCognac องนุ พนั ธนุ เี้ กือบจะหายไปจากเขต Charentes เนอ่ื งจากผลองนุ ติดโรคเช้ือราสีเทาไดง า ย
- 105 -เปนองนุ เพยี งพนั ธเุ ดียวเทา น้นั ที่ใชใ นการผลติ ไวน Gras Plant du Pays Nantais คุณภาพระดับAO VDQS Gewerztraminer (เกวสุ ทรามิเนอร) องนุ พันธหุ นง่ึ ในแควน Alsace มปี ลูกประมาณรอยละ 20 ขององนุ ในแควน นี้ ใชผลติ ไวนข าวทีเ่ ขมขน นุม โครงสรา งดี มกี ลน่ิ ที่แรงและประทับใจ เปนไวนไมห วาน แตในปทีด่ มี ากไวนจ ะมีรสนมุ รสออกหวานเลก็ นอ ย Grrenache blanc (เกรนาช บลอง) เปน องุนพนั ธหุ นึง่ ทป่ี ลกู มากในเขต Roussillon เพ่ือใชผลติ ไวนห วานตามธรรมชาติ (Vins Doux Naturels) ไวนจ ากองนุ พนั ธุน ี้ในเขต Languedoc จะใชผสมปรงุ แตง กบั ไวนจ ากองนุ พนั ธุอน่ื เพือ่ ผลติ ไวนข าวชนดิ ไมห วานมกี ล่ินหอมสด Gros Manseng (โกร มองซอง) ปลกู ในเขต Béarn เปนองนุ หลักใชในการผลิตไวนJurancon นอกจากน้ี ยงั ใชผ ลิตไวนข าวชนดิ ไมห วานในเขต Irouléguy, Tursan, Béarn, Côte deSaint-Mont และ Pacherenc du Vic-Bilh Jacquere (ชาคคเกเคร) ปลกู ในเขต Savoie และ Bugey ใชผ ลิตไวนข าวชนิดไมห วาน รสเบา แอลกอฮอลต ํา่ Len de l’El (ลอง เดอ เลล) องุน พนื้ เมืองพันธหุ นง่ึ แหง เขตปลูกองนุ Gaillac ผลติ ไวนขาวท่ีมีชวี ิตชวี า แอลกอฮอลสงู ใชผสมปรุงแตงกับไวนองนุ พันธุ Mauzac เพอ่ื ผลิตไวนขาวแหง เขตGaillac Macabeu (มากาบ)ู เปน องุนหลกั ปลกู มากในเขต Roussillon เพอื่ ผลติ ไวนห วานตามธรรมชาติ และไวนข าว Côte du Roussillon ซ่ึงเปน ไวนท ี่มีกลน่ิ หอมสดมาก กรดมกั ตํา่ Marsanne (มารซาน) เปน องนุ หลกั ปลกู มากทางตอนเหนือของแควน Côte du Rhôneจะพบบา งทางตอนใตข องแควนน้ี พบในเขต Provenceและในเขต Languedoc ใชผลติ ไวนขาวชนิดไมหวาน รสเขมขนประทับใจ
- 106 - Mauzac (โมซคั ) เปนองนุ พันธหุ น่ึงซง่ึ ปลกู ในเขต Gaillac และ Limoux เพื่อใชผ ลิตไวนขาวทงั้ แบบนงิ่ และแบบมีฟอง Muscadelle (มุสกาแดล) เปน องนุ พนั ธุหนึง่ ซึ่งปลกู มากในแควน บอรโ ดซ และในเขตDordogne นยิ มใชผสมกับไวนจากองนุ อน่ื โดยเฉพาะไวนจ ากองุนพนั ธุ Sauvignon และ Sémillonองุน พนั ธนุ ีไ้ มใ ชสมาชิกของตระกลู องนุ Muscat Muscadet (Melon de Bourgogne) (มสุ กาเด) เปน องนุ เพยี งพนั ธเุ ดยี วท่ีใชผ ลติ ไวนMuscadet ระดับ AOC เปนไวนขาวกลิน่ หอมนุม ผลิตในหบุ เขาแหง ลัวร Muscat à petits grains (มสุ กา อะ เปอติ แกร็ง) เปน องนุ ใชผลติ ไวนก ลนิ่ หอมสดทางภาคใตของประเทศฝร่ังเศส บางคร้งั อาจเรยี กช่ือเปน Muscat de Frontignan สวนใหญจะใชผลิตไวนท ม่ี รี สหวานตามธรรมชาติ Petit Manseng (เปอติ มองซอง) เปน องุนพนั ธหุ นงึ่ ทปี่ ลูกในเขต Béarn เปนองนุ ท่ีมผี วิหนาทาํ ใหเหมาะทจ่ี ะปลอยใหสุกจดั คาตน (passerillage) เพ่ือใชผลติ ไวนห วานแหง Jurancon Pinot blanc (ปโ น บลอง) องุนพนั ธนุ ปี้ ลกู เกอื บรอยละ 20 ขององนุ ในแควน Alsace ใชผลติ ไวนข าว เนื้อหนงั แนน ผสานระหวา งความเยน็ และความนุม ในรส กาํ ลังจะถกู ใชผ ลิตไวนท มี่ ีฟองเลก็ นอ ยของแควน Alsace (Crémant d’Alsace) Pinot gris (ปโน กรีส) รูจ กั กนั ในชือ่ Tokay d’Alsace องนุ ผวิ สีนา้ํ เงนิ อมเทาน้ีปลกู เพียงรอ ยละ 5 ในแควน Alsace ใชผ ลิตไวนขาวกลนิ่ หอมสดมาก รสเขม บางครงั้ ใชผ ลิตไวนรสหวานองุน พนั ธุนย้ี งั พบในเขต Savoie หบุ เขาแหง ลวั ร และพบไมม ากในแควนเบอรกนั ดี Riesling (ลิสรง่ิ ) เปน พนั ธอุ งนุ ท่เี กา แกท ีส่ ดุ ของแควน Alsace ปลูกรอ ยละ 20 ของแควน น้ีใชผลิตไวนขาวชนิดไมห วานท่ีรจู กั กนั ดี มกี ลิ่นผลไม
- 107 - Roussanne (รูซานน) เปนองนุ พนั ธทุ ่ใี หผลผลิตตาํ่ ปลูกมากทางตอนเหนอื ของแควนCôte du Rhône คณุ ภาพของไวนด านกล่ินทหี่ อมสด และมีเอกลักษณเฉพาะทาํ ใหเ ปน พนั ธุท ค่ี นปลกู กลับมาใหความสนใจมากข้นึ Roussette (รูทแซต็ ) มชี ่อื พองกบั องนุ พนั ธุ Altesse ซ่ึงปลูกในเขต Savoie และBugeyเปน องนุ เพียงพนั ธเุ ดยี วทท่ี างการระบใุ หป ลกู ใชผลติ ไวน Roussette du Savoie และ Roussettedu Bugey ใหไวนกลนิ่ หอมสดออน ๆ มเี นื้อหนังแนน Sauvignon (โซวญิ ญง) องนุ พนั ธหุ นง่ึ ทม่ี กี ล่ินหอมสดมาก ปลกู เปน องนุ หลักในแควน บอรโดซใ นแควนดา นตะวนั ตกเฉยี งใต และในหบุ เขาแหง ลัวร เปนองนุ เพยี งพนั ธเุ ดยี วทใี่ ชผ ลติ ไวนข าวSancerre และไวนแควน ลวั รดา นตะวนั ออก ผสมปรงุ แตง กับองนุ พนั ธุ Sémillon เพอื่ ใชผลิตไวนขาวชนดิ หวาน เชน Sauternes และ Monbazillac Savagnin (ซาวาแยง็ ) องุนพนั ธุหน่ึงซง่ึ ปลูกมากในแถบ Jura ซึ่งเรียกองนุ พนั ธนุ ้ีวา“Nature” ใชผ ลติ ไวนข าว Arbois คุณภาพระดับ AOC ผลิตไวน Côte du Jura และไวน L’Etoileเปนองนุ เพยี งพนั ธเุ ดียวเทา นัน้ ทใ่ี ชผ ลิตไวนเ หลอื ง (คลายsherry) แหง Jura Semillon (เซมียง) เปน องนุ พนั ธหุ นงึ่ ซงึ่ ปลกู มากในแควน บอรโดซ และในแควน ทางภาคตะวันตกเฉยี งใต เชอื้ ราโบทรัยทสิ (Botrytis) ทเ่ี กดิ บนผวิ องนุ พนั ธนุ ีท้ าํ ใหเ กดิ การผลิตไวนหวานคณุ ภาพเยี่ยมในแควนท้งั สอง ไวนจ ากองุนพนั ธุนเี้ มือ่ ผสมปรุงแตง กบั ไวนจ ากองนุ Sauvignonblanc จะไดไวนไมห วานทสี่ ดชืน่ และมรี สกลมกลอม Sylvaner (ซิลวาแนร) เปน องุน พนั ธุห นง่ึ ของแควน Alsace ใหไ วนรสเบา มกี ลิ่นรสสดของผลไม อาจผลิตไวนโ ดยไมผ สมไวนอ นื่ หรอื ผสมเพ่ือผลติ ไวน Edelzwicker ซ่ึงเปน ไวนพ น้ื เมืองของแควน Alsace อันเกิดจากการนาํ ไวนขาวหลายชนดิ มาผสมปรงุ แตง กนั Ugni blanc (อูนิ บลอง) เปน องนุ ทม่ี ีความสาํ คญั ท่ีสุดดานพน้ื ที่ปลูก ซง่ึ มากเปน อนั ดบั 2ของฝร่งั เศส ซงึ่ ปลูกมากในเขต Charentes departments และทางภาคตะวนั ตกเฉยี งใต เปน องนุ
- 108 -หลักในการผลติ ไวนเ ขต Cognac ใชเ ปน สวนหนงึ่ ในการผลิตไวนข าวบางชนิดในเขต Languedocเขต Provence และเขต Corsica เปนองนุ ทีใ่ หค วามสดและปรมิ าณกรดดี Vermentina (แวรมอ็ งติโน) เปนองนุ พนั ธหุ นง่ึ ในเขต Corsica ยังพบในเขต Provence ซง่ึเรยี กองนุ พนั ธนุ ้วี า “Rolle” ใชผลิตไวนขาวชนิดไมหวาน กล่นิ สดคลายกลน่ิ แอปเปล และกลนิ่ ถว่ั อลัมอนดส ด Viognier (วโิ อนเิ ย) องนุ พนั ธหุ นงึ่ ซง่ึ ใหค ณุ ภาพของกลน่ิ ทหี่ อมสดมาก ปลกู เกือบทุกแหงในตอนเหนือของแควน Côte du Rhône เปน องุน เพยี งพนั ธเุ ดียวทที่ างการระบใุ หใ ชเ พ่ือผลติ ไวนCondrieu และไวน Château Grilletหลักการทําไวน กระบวนการในการทาํ ไวน คือ การทําใหผลองนุ สด และนาํ้ องนุ ซึง่ เรยี กวา “must”กลายเปน ไวน กระบวนการหมกั คือ พน้ื ฐานทส่ี ําคัญในการเริ่มตน ซ่งึ เปน ปรากฏการณโ ดยธรรมชาติ ขณะทนี่ า้ํ ตาลกลูโคสและฟรคั โตสซึง่ อยูในผลองุนจะเปลย่ี นไปเปนแอลกอฮอล โดยปฏกิ ริ ิยาของเชอื้ จลุ ินทรีย หรอื ท่ีเรยี กวา ยสี ต ก็จะไดป ริมาณแอลกอฮอลอันเปน สว นสําคญั ในการหมกั สารอน่ื ๆ ทไี่ ดจากการสงั เคราะหโดยยสี ตแ ละทีม่ ีอยใู นผลองนุ จะมีความสําคญั มาก สาํ หรบั คณุ ภาพและรูปแบบของไวนทผ่ี ลิตสารตา ง ๆ จะมีอยมู ากมายในรปู ของสว นผสมของกลิน่ ตา ง ๆ ความฝาด และกรดอินทรยี ตา ง ๆ จากการวเิ คราะหทางชีววิทยาและแสดงความจรงิ วา มีองคประกอบนับรอ ย ๆ ชนดิ ในไวนรวมทงั้ วติ ามินและเกลือแร ในกระบวนการหมักจะเกิดความรอ น และกาซคารบอนไดออกไซด อุณหภูมิจะสงู ขนึ้ ขณะหมกั ในถงั ซงึ่ จะตอ งควบคมุ อุณหภูมิดวยความระมัดระวัง หากอณุ หภูมิสูงกวา 30 องศาถงึ 34องศาเซลเซยี ส ซงึ่ เทา กับอณุ หภมู คิ รึง่ หนง่ึ ของการหมกั ความรอนกจ็ ะฆาทําลายยสี ต อยา งไรก็
- 109 -ตามหากอุณหภมู ิต่ํามากยีสตกจ็ ะไมสามารถเปลี่ยนนํา้ ตาลทม่ี ีในนาํ้ องนุ ใหกลายเปนแอลกอฮอลได การหมกั กจ็ ะสิ้นสุด การหมักโดยทวั่ ไปจะสิ้นสดุ เมอื่ นํา้ ตาลซ่งึ เปน อาหารของยสี ตไดเปลยี่ นเปนแอลกอฮอลการทาํ ไวนขัน้ ตอ ไป เพอื่ ใหไ ดไวนท ่ีเหมาะทจี่ ะบรรจุขวดจาํ หนา ย ไวนท ุกชนิดจะตองไดร ับการดูแลเอาใจใสหลงั จากการหมกั เสรจ็ สิน้ ลงแลว กระบวนการตา ง ๆ คอื การเก็บรวบรวมไวนท ห่ี มักเสรจ็ แลว ซึ่งเรยี กวา Eevage (collectively) เพอ่ื ทาํ ใหไ วนเ หลา นัน้ มคี วามใส และไมมกี ารเปลย่ี นแปลงคณุ ภาพเพ่ือพรอ มในการบรรจุขวด หรอื บมในขวดอีกระยะหนง่ึ ซงึ่ อาจจะใชระยะเวลายาวนานหรอื ระยะสนั้ ๆ ขึน้ อยกู ับประเภทของไวนน นั้ วิธกี ารทาํ ตามข้ันตอนตา ง ๆ ตอไป คือ การปรงุ ผสม หากจะตองทําไวนจ ากพนั ธอุ งุนมากกวา 1 ชนิด เชน Bordeaux Wine, Châteauneuf duPape วธิ ีการทาํ โดยทว่ั ไป คอื องุน พนั ธุต า ง ๆ จะแยกทาํ เปนไวนเ สยี กอน เม่ือไดไ วนแตล ะชนดิ พนั ธุองนุ แลวจงึ นํามาปรงุ ผสมเขา ดวยกนั หรอื นาํ องนุ ตางชนิดตามปรมิ าณท่ีตองการหมกั ในถงั หมกั ถังเดยี วกนั เพ่ือเปนไวนท ม่ี คี ณุ ภาพอนั เปน ทยี่ อมรับจากพนั ธุองนุ ตา ง ๆ สวนไวนทที่ าํ จากพนั ธอุ งนุ ชนดิ เดียว ปกตกิ จ็ ะนาํ มาปรุงผสมใหม ีคณุ ภาพทัดเทียม โดยผสมกันจากไวนถงั ท่มี ชี อ งวา งของรสชาติ และคุณภาพใหม ีความสมบรู ณข้นึ การปรุงผสมไวนน ับเปน ศาสตรศลิ ปะในการผลิตไวน ซ่ึงตา งจากการผสมไวนท นี่ าํ มาจากเขตอื่น ๆ หรอื จากตางประเทศ ซง่ึ รฐั อนุญาตใหกระทาํ เฉพาะไวนท เ่ี รยี กวา “Vins de Table” การทาํ ใหไ วนใส และไมเ ปลยี่ นแปลงคุณภาพ หลังจากการหมักไวนเ สรจ็ สิ้นสมบูรณก ็จะไดไ วนใ หม (new wine) ซงึ่ จะมีสขี ุนมวั การทง้ิไวโ ดยธรรมชาติ หรอื วธิ ถี า ยถงั เพ่ือแยกนา้ํ ไวนท ่ใี สออกจากตะกอนและยสี ตท ่ีตายแลว แบคทเี รยีและสารทมี่ สี กี ถ็ ูกกาํ จัดออกไปทาํ ใหไ วนใ ส กระบวนการนจ้ี ะทาํ ใหใ สกวาเดิมอกี ข้ันหนึ่งคอื การกรองเอาสารทย่ี ังคง่ั คา งใหรวมกนั เปน ตะกอน ซงึ่ อาจจะลอยตวั อยูในไวน โดยการเตมิ ไขขาวหรือ
- 110 -วุน ทีท่ าํ จากแรธาตสุ ําหรับกรองผงหรอื วสั ดอุ น่ื ๆ การกรองนจ้ี ะทาํ ใหไ วนมีสีใสเปน ประกายและไมเปลี่ยนแปลงทางชวี ภาคอกี ตอไป การทาํ ใหม คี ณุ ภาพคงท่ี คาํ วา “stabilization” จะหมายถงึ กระบวนการท่ีตดั ไฟเสยี แตตนลมและไมใ หเ กิดปญหาขน้ึ ภายหลงั กับไวนน น้ั หลงั จากบรรจขุ วดแลว อากาศเยน็ กจ็ ะทาํ ใหส ารที่มีรสฝาดตกเปน ผลกึ ไดฉ ะนั้นตองขจดั ดว ยวธิ กี ารกรองดว ยแผน กรองทล่ี ะเอยี ดมาก การปฏิบตั ดิ ว ยวิธกี ารใชความรอนเปนอกี วธิ ีหน่ึงท่ีจะชว ยปอ งกนั ตะกอนเลก็ ๆอนั อาจจะเกิดขึ้นภายหลงั ในขวดไวนน น้ั การเกบ็ บม ไวนแดงทเ่ี หมาะแกก ารเก็บจะใชเวลาเก็บไวป ระมาณ 1-2 ป ในถงั สเตนเลสขนาดใหญหรอื ถังไมโอค ซ่ึงมขี นาดบรรจุประมาณ 225 ลิตร (ถงั ขนาดน้ใี นเขตบอรโ ดซ เรยี กวา “barriques”สวนในเขตเบอรกันดี เรยี กถังขนาดนวี้ า “pieces.) การเกบ็ ไวนใ นถงั โอค น้ี เพอื่ ใหไวนบ รรลสุ ูสภาวะคุณภาพทด่ี ีขน้ึ และผสมผสานคณุ สมบตั ทิ ่ดี ีเขาดวยกัน ในขณะเดียวกนั กจ็ ะไดร ับกลน่ิ รสจากไมโ อค นนั้ ดวย หากใชถ งั ไมใ หม ๆ ไวนท ่ีเก็บไวกจ็ ะดดู ซมึ ลักษณะตา ง ๆ ของเนอ้ื ไมมากกวาเชน กล่ินเขมขน หรอื กล่นิ วนลิ า ซง่ึ เปนสว นหนง่ึ ของไวน การกรองและการบรรจุขวด ไวนแตล ะชนิดจะผา นการเกบ็ บมมาแลว ในระยะเวลายาวนานตา งกนั ไปขน้ึ กับประเภทของไวน ในขน้ั ตอนสุดทายตามปกตจิ ะทาํ การกรองใหใสกอ นทจี่ ะทาํ การบรรจขุ วดและสง ไปจําหนา ย การกรองไวนใหใ สเพ่อื จะขจัดสง่ิ ทปี่ ะปนหลงเหลืออยูออกไป และเพอ่ื ใหแ นใจวา จลุ ชวี ะเชนแบคทีเรีย และยสี ต จะถูกขจัดออกไปใหห มดสนิ้ ไมใ หเ จรญิ หรอื เปลยี่ นแปลงไดอีกตอไป การกรองนจ้ี ะใชว ธิ กี ารพเิ ศษ โดยใชวสั ดทุ ีไ่ มท าํ ใหกลน่ิ และรสชาตไิ วนเ ปลยี่ นไปหรือใชแ ผน กรอง ไวนท ม่ี ีแกส เลก็ นอยอาจจะเห็นดว ยตาในไวนขาว ซ่งึ นยิ มทจี่ ะดม่ื ทนั ทหี ลงั บรรจขุ วด ไวนชนิดท่ีจะเก็บไวในขณะท่เี กดิ การหมกั ซง่ึ มตี ะกอนปะปนอยูเ ปน เวลา 2-3 เดือนและจะบรรจขุ วด
- 111 -ทันที จากถังหมกั นน้ั ซงึ่ เปน ประเพณนี ยิ มของการทาํ ไวน เชน “muscadet sur lie” ไวนน ี้จะมแี กสเลก็ นอย และมีกลิน่ ใหม หอมสดมาก ไวนใ หม ๆ ทด่ี ม่ื ไดท นั ทหี ลงั บรรจุขวด จะมีอายุไมก ่เี ดอื นหลงั จากบรรจุขวดแลว แตไวนชนดิ อื่น ๆ จะไมส ามารถเกบ็ ไวน านหลายป หลงั จากบรรจุขวดและจะพัฒนาสี กลนิ่ รส ใหม ากข้ึนมากมาย ซ่ึงเรยี กวา “bouquet” การบรรจุในภาชนะ ไวนส ว นมากจะบรรจุขวดแกว ขนาด 75 ซล. สาํ หรบั ไวนท คี่ วบคุมคณุ ภาพระดับ AOC และVDQS และเร่มิ เปน ท่นี ยิ มสาํ หรับ vins de table ซงึ่ ปกตจิ ะบรรจใุ นขวดขนาด 1 ลติ ร วัสดอุ ่ืน ๆ นอกเหนอื จากขวดแกวแลว อาจจะใชว ัสดสุ งั เคราะหชนดิ อน่ื เชน พลาสติก ซ่ึงมีคุณสมบัตทิ เ่ี บาและแตกยาก มีรปู ทรงตา ง ๆ หลายแบบสาํ หรบั ไวนทีเ่ หมาะสม และเปนการกระจายสนิ คาทที่ นั สมยั ซง่ึ มกั จะเปน ไวนท มี่ ีชว งอายุสน้ั ๆ ภาชนะบรรจอุ ืน่ ๆ หรืออาจเปน ถงุ งอผบั ได และบรรจอุ ยใู นกลอ งอีกช้ันหนงึ่ ซง่ึ อาจมีขนาดบรรจุไดหลายลติ รเรยี กวา “ถุงบรรจุกอ น” (the bag-in-box) กลอ งปราศจากเชอ้ื จุลนิ ทรยี (aseptic carton) อาจทาํจากกระดาษแขง็ เปนรปู ขวดซ่งึ มีขนาดตา ง ๆ กนั ปจ จบุ นั นี้ไวนจ ะบรรจุภาชนะตาง ๆ กนั ทง้ั รูปราง ปรมิ าณการบรรจุ ทเี่ ราพบเหน็ สว นใหญจะบรรจไุ วนธ รรมดา ๆ ทว่ั ๆ ไป สวนภาชนะที่บรรจขุ วดแกว จะนยิ มบรรจไุ วนทีม่ คี ณุ ภาพสงู เชนไวน AOC, VDQS ซ่ึงเปนภาชนะที่มคี ณุ ภาพดี และเปนอมตะ เปน ทยี่ อมรับมานาน เพราะเหน็สภาพภายในไดดี ทง้ั สสี นั ความขน -ใส ดแู ลว นา ดืม่ กวา การอานสลากไวน 1. A.O.C. ยอมาจาก Appellation d’ Origine Controlee เปน ไวนค ณุ ภาพทม่ี กี ารควบคมุแหลงเพาะปลกู และการผลิตใหอ ยภู ายในเขตทป่ี รากฏบนฉลากเทา นน้ั เชน ฉลากพมิ พคาํ วาappellation bordeaux controlee แปลวา ไวนข วดนนั้ ใชองนุ และผลติ ภายในเขต bordeaux นน้ั
- 112 -หา มใชองนุ จากเขตอื่น ๆ มาทาํ การผลติ หากมกี ารทํานอกเหนอื ไปจากกฎท่ีวางไว ไวนนน้ั กจ็ ะไมอยูใ นไวนช ัน้ คณุ ภาพตอ ไป 2. Vin De Pay’S เปน ไวนท อี่ ยูใ นประเภทปานกลางมคี ณุ สมบัติเฉพาะตวั และราคาไมแ พง 3. Vin De Table เปน ไวนท มี่ คี ุณภาพตํ่า ราคาถูก หาซอ้ื งายวธิ กี ารทาํ ไวนแตล ะแบบ การทาํ ไวนคอ นขา งจะตองการความละเอยี ดออน ซง่ึ จะตองคํานงึ ถงึ ความแตกตา งตามชนิดของไวนน น้ั ๆ คอื ไวนแ ดง (red wines) ไวนขาวทห่ี วานนอ ย (dry white wines)ไวนขาวทห่ี วานมาก (sweet white wines) ไวนส ชี มพู (rose wines) สปารคลงิ ไวน (sparklingwines) ไวนท ห่ี วานตามธรรมชาติ (natural sweet wines) และไวนหวานอ่ืน ๆ (liqueur wines) ไวนแ ดง ไวนแ ดงทาํ จากพนั ธอุ งนุ แดง ขณะทไ่ี วนขาวอาจทาํ จากทง้ั พันธุองนุ ขาว และน้ําองนุ ท่ีไมม ีสจี ากพนั ธอุ งนุ แดง 1. การคัน้ และตัดกงิ่ กา น เม่ือนําองุนแดงมายงั โรงงานผลติ ไวน ตามปกติจะคนั้ ใหผลองนุ แตก และตัดกงิ่ กา นตา งๆ ออกจากผลองนุ และสง ไปยังถงั หมกั ทเี่ รียกวา fermentation curves (vats) ถงั หมกั นอี้ าจจะใชวสั ดแุ ตกตา งกันไป เชน ถงั ไมโอค ถงั ซเี มนตเคลือบ หรอื ถงั โลหะเคลือบหรือถงั สเตนเลส ปจจบุ นัถังสเตนเลสนยิ มใหใชเ ปน ถงั หมกั เสยี สว นมาก เพราะสามารถควบคมุ อณุ หภูมไิ ดงา ยขนึ้ ซง่ึ เกดิจากการผสมผสานเทคโนโลยใี หม ๆ เขา ไป เพ่ือคุณภาพไวนท ี่ดียงิ่ ข้ึนและทีส่ าํ คัญอีกอยา งหน่ึงคอืสะอาด
- 113 - 2. การหมักและการแชส กดั การหมกั อาจจะเร่มิ โดยวิธธี รรมชาติ โดยเช้อื ยสี ตธ รรมชาติทอ่ี ยูบ นผิวเปลอื กองนุ หรอื อาจจะใชยีสตจ ากโรงงานผลติ ไวน ที่ทาํ การเพาะเช้ือยสี ตเ ก็บไว หรือโดยการเพม่ิ ยีสตล งไป หากยีสตธ รรมชาตมิ ีปริมาณนอ ย กระบวนการหมักเพอื่ ทําไวนแดงจะใชเวลา 4-10วัน ในระหวางเวลาน้ี สารแทนนิน และสขี องเปลือกองนุ จะถกู สกัดใหละลายผสมกับนาํ้ องนุ ทหี่ มกักระบวนการทผี่ ิวเปลอื กและสีถูกสกัดนี้เรยี กวา การแชส กัด การสมั ผัสระหวา งของเหลว ซง่ึ ในทนี่ ี้ คือ นาํ้ องนุ หมัก และธาตขุ องผลองนุ อนัประกอบดวย เปลอื กองนุ เมลด็ และอาจจะมี กิง่ กา นปนอยู อาจใชเ วลา 2-3 วนั หรือ 2-3 อาทิตยก็ได ขน้ึ อยูกบั ชนิดของไวนแ ดงทีจ่ ะทาํ ในกรณที ่ีจะทาํ ไวนชนิดท่เี รียกวา ไวนใหม “vins primeurs”หรอื “nouveaux” ซ่งึ เปนไวนร สนมุ นวลและมคี วามฝาดนอย การแชสกัดสไี วนจ ะใชเวลาอนั สนั้หรืออกี กรณหี นงึ่ ถา จะทาํ ไวนแดงทส่ี ามารถเกบ็ ไดนาน ๆ หรือไวนท่มี รี สฝาดมาก ๆ อาจจะตองการระยะเวลาแชส กดั สี และความฝาดนานกวา ปกติ 3. การถา ยนา้ํ ไวนและการคัน้ กากองนุ เพอื่ ใหก ระบวนการแชสกดั สี กล่ิน รส จากเปลือกองนุ หยุดลง นาํ้ ไวนน น้ั กจ็ ะถกู ทิง้ ไวใหตกตะกอน หรือถายนา้ํ ไวนออกมา เพอื่ แยกนา้ํ กบั กากผลองนุ ออกจากกนั ผลองนุ นี้เรียกวา“marc” หรอื “pomace” และนาํ ไวนท ี่กรองออกมา เรยี กวา “vin de goutte” Marc หรอื กากผลองนุ นี้ จะนาํ ไปบบี ค้ันอีกครง้ั หนึ่งเพือ่ สกดั สว นท่ีหลงเหลอื อยอู อกมา นาํ้ ไวนท ่คี ้นั ออกมาจากกากผลองนุ น้ีเรียกวา “vin de presse” (press wine) จะมสี ีเขมกวา และความฝาดสงู ยง่ิ บีบคั้นกากผลองุนยง่ิ แรงมากเทา ใด กจ็ ะไดความเขม ขน และสมี ากเทานนั้ ตามความนิยมของผผู ลติ ไวนแ ตล ะแหง และวตั ถุประสงคข องผูผลิตนาํ้ องนุ ที่ไดจากการคัน้ เปลอื กองุนน้ี จะนาํ ไปผสมกบั ไวนท ี่ผา นการตกตะกอนใหใ สแลว หรอื อาจจะแยกเอาไวใ ชป ระโยชนอ ยา งอน่ื ตา งหากก็ได
- 114 - 4. การหมักเพอื่ ใหร สไวนน ุมนวล ในการทาํ ไวนแ ดง และไวนขาวบางชนดิ กระบวนการข้นั ทสี่ องน้ี เรียกวา “malolacticfermentation” ซึ่งเปน วธิ ีการท่ใี ชโดยทัว่ ไป ในระหวา งการหมกั คร้ังท่ีสองกรดมาลกิ ซง่ึ มีความกระดา งในไวนจะถกู เปล่ยี นเปนกรดแลคตกิ ซ่งึ มีความนุมนวลในรสชาติ โดยแลคตกิ แบคทีเรยี ที่เกิดขึ้น โดยธรรมชาติ เปน ตัวทาํ ใหเ กดิ การเปลีย่ นแปลงและจะไมมกี ารเปล่ียนแปลงตอไปอีก เมอื่กระบวนการนสี้ ิ้นสดุ ลง ไวนก จ็ ะเขาสรู ะยะผสมผสาน โดยใชเ วลาระยะหน่งึ ตามกระบวนการผลติไวนในขน้ั ตอ ไป ซึง่ เรียกวา “post vinification” เพ่ือใหไ ดส ี กลิ่น รส ความใสดีพอเพอ่ื จาํ หนา ยตอ ไป ไวนข าวรสหวานนอ ย 1. การคั้นนาํ้ องุนทันทหี ลงั จากเก็บเก่ียวองุน ดงั ทเ่ี ราทราบแลว วา เปลอื กองนุ จะมสี ารทําใหเกดิ สี ฉะนนั้ สาํ หรบั ไวนข าวอาจจะทาํโดยการนาํ พนั ธุองุนสขี าว หรือในรูปของนาํ้ องนุ ทปี่ ราศจากสีของพนั ธอุ งนุ แดงกไ็ ด ซง่ึ จะตอ งหลีกเลี่ยงมใิ หม ีการปะปนระหวา งเปลือกองนุ และนา้ํ องนุ ไวนขาวไดจ ากการหมกั ของนา้ํ องนุ ทีค่ ั้นออกมาเทา นน้ั ไมม ีการแชกบั สวนใดของผลองุน การแยกนา้ํ องนุ ออกจากเปลอื กองนุ (must) โดยส้นิ เชงิ ทนั ที เมอ่ื ทําการคัน้ นา้ํ องนุ หลงั จากเกบ็ จากไรม ายงั โรงงานผลติ ไวนข าวที่ เรียกวา “blanc de blancs” ทาํ จากการหมักนาํ้ องนุ จากพนั ธอ งนุ สีขาวเพยี งอยางเดยี ว เชน ถา หากเราเรียก “blanc de blancs champagne” แชมเปญชนิดนจี้ ะตองทาํ จากองุนพนั ธุสขี าวเทา นนั้ และพนั ธอุ งนุ สขี าวน้จี ะตอ งปลกู ในเขตแชมเปญของฝรัง่ เศส พันธุอ งนุ นช้ี ่อืวา “Chardonnay” 2. การเตรยี มคั้นนา้ํ องนุ “must” หรอื นํ้าองนุ ท่ีไดโ ดยการคั้นผลองนุ แลว ก็จะท้งิ ไวเพื่อใหส ว นตา ง ๆ และสงิ่ ทไี่ มสะอาดแปลกปลอมลอยตวั ข้ึนมา นา้ํ องนุ ท่ีไดน ี้กจ็ ะถกู ลดอุณหภมู ิลง เพ่อื มใิ หก ารหมักตามธรรมชาตเิ กดิ ขนึ้ ซึง่ เหลานจี้ ะทาํ ใหรสไวนเ สียไป อาจจะใชเวลานานพอสมควร หากตอ งการความ
- 115 -รวดเรว็ อาจใชวธิ ีการอนื่ ในการกาํ จดั แยกนาํ้ องนุ เชน เคร่อื งสกัดกากออกจากของเหลว เรยี กวธิ นี ี้วา “centrifugation” 3. การหมักใหเ กดิ แอลกอฮอล นาํ้ ไวนท ่คี น้ั ออกมา และทําใหใสแลว จะถกู นาํ ไปหมกั การควบคมุ อณุ หภูมิระหวา งการหมักจะตองระวงั มากกวา การหมักไวนแดงเสยี อกี ซง่ึ ตอ งตรวจสอบใหม อี ณุ หภูมิคงทปี่ ระมาณ 20องศาเซลเซยี ส โดยใชอปุ กรณค วบคุมความเยน็ เขาชว ย การใชค วามเยน็ เขา ชว ยขณะหมกั เพอ่ื ใหแนใจวา ยสี ตจ ะทาํ งานอยา งสมบูรณในการทาํ ใหเ กดิ กล่ินทด่ี ีแกไ วน และท่ีสาํ คัญ เพ่ือใหไดไ วนท ม่ี ีความสดใหม (freshness) หากตองการผลิตไวนทนี่ าํ มาบรโิ ภคทนั ที หรอื ทเ่ี รยี กวา ไวนใหม ความสด และมีกรดเปรีย้ วจดั เปน ทน่ี ยิ มโดยท่วั ไป ดวยสาเหตนุ ก้ี ารหมกั ท่ี เรียกวา “malolactic fermentation” จะไมนยิ มใช เพราะจะทาํ ใหลดปรมิ าณกรดใหน อ ยลง ไวนส ีชมพู โรเซไวนจ ะไมใ ชการปรุงผสมจากไวนขาวและไวนแดง แตม ีขอ ยกเวนกรณีเดยี วในการทาํแชมเปญสีชมพู (pink champagne) เทานัน้ การทาํ โรเซไ วนจะใชก ระบวนการ 2 วธิ ดี ว ยกนั คือ 1. กระบวนการคน้ั จากผลองนุ โดยตรง วธิ กี ารนจ้ี ะคนั้ จากผลองนุ แดง และปลอ ยใหเปลอื กและนาํ้ องุน แชอ ยดู วยกนั โดยใชระยะเวลาอนั สน้ั เพ่ือสกัดละลายสจี ากเปลือก ใหไดนา้ํ องนุ ที่มสี ชี มพู นํ้าองุนก็จะมสี ตี ามตองการจากนัน้ จงึ นาํ ไปทาํ ไวนเ ชน เดียวกับวิธกี ารทาํ ไวนข าว เมือ่ ไมม ีการแชเ ปลือกองนุ ในนํ้าองนุ ตอ ไปอกีเรยี กวา “vin gris” หรอื “pale rose” 2. วิธที าํ ใหเกดิ สเี ขม เพอื่ จะทาํ ใหไวนส ชี มพมู สี เี ขม กวา ปกติ ดวยการแชเปลือกองนุ ในระยะเวลาทก่ี าํ หนดน้าํ องนุ จะเร่ิมตน หมกั ขณะทเี่ ปลอื กองนุ และเมลด็ องุนแชอ ยูดว ยกนั แตระยะเวลาทที่ าํ ใหเ ปลอื ก
- 116 -แชอ ยูในนาํ้ ไวนขณะทาํ การหมกั น้ี จะใชเ วลาสนั้ กวา การทาํ ไวนแ ดง เมอ่ื ไดส ีชมพูเขมตามตอ งการแลวกจ็ ะถา ยออกจากถังหมกั และดาํ เนนิ การตอไปทาํ ใหเปนไวนเชน เดียวกับไวนข าว สปารก ลง้ิ ไวน สปารก ล้งิ ไวนจ ะผลติ ชนดิ ขาวเปน หลกั สว นสปารค ลิงไวนส ีชมพไู มค อ ยเปน ทน่ี ยิ มนกั เมอื่ เวลาเปดขวดจกุ คอรก จากสปารคลงิ ไวน จะดันใหแกสคารบ อนไดออกไซดท ่อี ยภู ายในขวดออกอยา งรวดเรว็ ไมว า แกสนจี้ ะเกิดขนึ้ จากการผลติ โดยวิธใี ดก็ตาม วิธีการหมกั ครัง้ ทีส่ อง สปารคลิงไวนส ว นมากจะทาํ ดวยวธิ ีการหมกั เปน ครงั้ ทีส่ องจากไวนธ รรมดา การหมกั ครัง้ ที่สองนนั้ จะเกิดข้นึ ดว ยการเตมิ น้ําตาลและยีสตล งไปในไวน ซึ่งมสี องกระบวนการทนี่ ยิ มใช 1. การหมักครง้ั ทสี่ องในขวด วธิ ีการนี้ ถอื กําเนิดข้นึ ในเขตแชมเปญในศตวรรษท่ี 17 ซ่ึงเปน วธิ ีการเดียวทอ่ี นญุ าตใหทําในเขตแชมเปญ และจะตอ งทาํ แชมเปญทีไ่ ดร บั การควบคุมคณุ ภาพแชมเปญของ AOC เทานน้ั 2. วิธกี ารปด ถงั สนทิ วธิ กี ารน้ีบางครั้ง เรยี กวา “the charmat หรอื bulk method” การหมกัคร้ังทีส่ อง เรยี กวา “prise de mousse” กระบวนการนีท้ าํ ใหเ กิดฟองกา ซภายในถงั ทที่ นตอ แรงกดดันอากาศสงู เสร็จสมบูรณแ ลว กจ็ ะกรองไวนถา ยไปยังถงั หนงึ่ กอ นท่ีจะทาํ การบรรจุขวด การเพม่ิ ความหวานทเ่ี รยี กวา “the liqueur d’expedition” (sweetener) อาจจะเติมขณะทไ่ี วนอยูใ นถงัแรก หรอื ถงั ทส่ี องก็ได
- 117 - วิธีการอ่ืน มสี ปารค ลงิ ไวนไมกีอ่ ยา งทเ่ี รายังคงพบเหน็ โดยไมใ ชก ระบวนการหมกั ครัง้ ท่สี อง ในกรณีน้ีจะทาํ โดยการหมกั คร้งั แรกใหเ กดิ กา ซเสรจ็ สนิ้ ภายในขวด จากการทีม่ ีความดันภายในขวดกจ็ ะพยายามดนั กา ซคารบ อนไดออกไซดอ อกมาเม่อื เปดขวดตัวอยา งท่ีเราไดพ บเหน็ - blanquette ทําดวยวธิ กี ารด้งั เดิมสมัยกอ น ๆ - clairette de’die ทาํ ตามธรรมเนียมท่สี บื ตอกนั มาของ dioise method ไวนข าวรสหวาน กระบวนการทาํ ไวนข าวรสหวานจะคลา ยกบั กระบวนการทําไวนข าวรสหวานนอ ย (drywhite wines) ยกเวน แตจะทาํ ใหน า้ํ ตาลธรรมชาติมเี หลอื อยูในไวนบ า ง ซง่ึ ตามปกตไิ วนขาวรสหวานจะมปี รมิ าณนา้ํ ตาลเกนิ กวา 20 กรมั ตอลติ ร ซงึ่ ไวนป ระเภทนม้ี อี ยใู นไวนธรรมดาหลายชนดิ 1. ไวนร สหวานมาก ไวนช นิดนท้ี ําจากองุน ซงึ่ ทง้ิ ไวจ นสกุ มาก “noble rot” ซ่งึ ตามศพั ทท ่ใี ชค ํา วา “botrytiscinerea” เช้อื ราทีเ่ กิดข้นึ จะทาํ ใหผลองนุ แหงลง ฉะนน้ั จงึ มคี วามเขมขนของนา้ํ ตาลสงู การเก็บเกยี่ วองุนทหี่ ลงเหลือจนสกุ มากน้ี จะทําอยางสมํ่าเสมอ บางครง้ั กจ็ ะเลือกเกบ็ เฉพาะผลองนุ ท่ีสกุมากไดท่ีเทา นน้ั (picking individual grapes)นํา้ องุนทคี่ ัน้ ออกมาจะมีนา้ํ ตาลปรมิ าณสงู มาก เมอื่ ทาํ การหมกั ไวนจ นไดแอลกอฮอล 15เปอรเซน็ ต ยีสตกจ็ ะหยุดทํางาน เพราะตามธรรมชาติของยสี ตทมี่ อี ยใู นนาํ้ ไวน จะไมสามารถมชี ีวติอยูได ถาหากปริมาณแอลกอฮอลเ กนิ 15 เปอรเซ็นต อยา งไรกต็ ามนํ้าตาลที่มิไดถ ูกเปลย่ี นแปลงไปยังคงเหลอื อยู ไวนก ็จะมคี วามหวานโดยธรรมชาติ และมีลักษณะกลน่ิ ตามธรรมชาตจิ ากผลไมแ หงกลิน่ หอมหวานคลา ยนํ้าผงึ้ และกลิ่นผวิ สม เชน - ไวนขาวรสหวานของเขตบอรโ ดซ เชน Sauternes และ Barsac
- 118 - - ไวนขาวรสหวานของเขตLoire’s Coteaux du Layon เชน Quarts de Chaume และSelection de Grains Nobles จาก Alsace จะทาํ ดวยวธิ กี ารนี้เชนกัน2. ไวนรสหวานอืน่ ๆความเขม ขน ของนา้ํ ตาลในผลองนุ สามารถเพม่ิ ข้นึ โดยกระบวนการที่ เรยี กวา“passerillage” (raisining) ในระหวางทผ่ี ลองนุ ปลอยทงิ้ ไวใ หแ หง คลา ยองนุ แหง (raisining) หลังการเกบ็ เกย่ี ว วธิ กี ารน้ีใชในการทาํ ไวนท ี่ เรยี กวา “straw wines” ในเขต Jura แนวความคิดในการทาํ ไวนท เ่ี ก็บเก่ยี วชา กวากาํ หนดฤดกู าลเกบ็ เกย่ี วตามปกติจะทาํ กนั ใน Vouvray, Alsace and Montlouis ซึง่ เปน ไวนท ตี่ องไดรบั การควบคุมคณุ ภาพ(AOC) ซึ่งคลา ยกนั กับการปลอยผลองนุ ไวบ นตน องนุ สัก 2-3 อาทติ ย เพ่อื ใหสุกมากขน้ึ ในการทําไวนรสหวาน และใหไดรบั แสงอาทิตย เพอื่ ใหผ ลองนุ แหงมคี วามหวานเขม ขน ซึง่ การทาํ ไวนข าวใหมีรสหวานเพ่ิมขนึ้ ไดโ ดยการเตมิ นํา้ องนุ ที่ยงั ไมท าํ การหมกั หรอื นาํ้ องนุ ทม่ี ีความหวานเขมขน ลงไปในนา้ํ ไวน ซ่ึงไดห มักจนมคี วามหวานนอ ยทีส่ ุด วิธีการน้จี ะตอ งไดรับการอนญุ าตเฉพาะไวนท่ีเรยี กวา “vins de table”3. ไวนหวานทมี่ ีแอลกอฮอลส ูง และไวนรสหวานตามธรรมชาติ ไวนหวานตามธรรมชาตแิ ละไวนห วานทม่ี ีแอลกอฮอลสูงทาํ ดว ยวิธีการหยดึ หมกั หรือในภาษาฝรง่ั เศสเรียกวา “mutage” การหยดุ มิใหน า้ํ องนุ หมกั ตอ ไป โดยการเติมแอลกอฮอลลงไปกอ นการเร่มิ ทาํ การหมัก หรอื ขณะทกี่ ําลงั หมกั แอลกอฮอลน ้กี ็จะขัดขวางการทํางานของยีสตม ิใหเ กิดการหมกั ตอไป หรือการหยุดการหมกั นจ้ี ะทาํ ใหไวนท ไ่ี ดม ปี รมิ าณนา้ํ ตาลเหลือมาก3.1 ไวนรสหวานท่มี ีแอลกอฮอลสงู ไวนช นดิ นท้ี ําดวยวธิ กี ารหยดุ การหมกั ในระยะเวลาเริม่ ตน ของกระบวนการหมกั เพอ่ื มใิ หเกิดการหมกั ขน้ึ ปริมาณนาํ้ ตาลทง้ั หมดท่ีมีอยูในนาํ้ องนุ ทค่ี น้ั ออกมากจ็ ะเหลืออยใู นไวนอ ยางสมบรู ณดั้งเดมิ ปรมิ าณแอลกอฮอลใ นไวนหวานดกี รสี ูงน้จี ะมากนอ ยตา งกนั ซงึ่ อยรู ะหวา ง 15-22เปอรเ ซ็นตโดยปริมาตร ซงึ่ นบั เปน ไวนประเภทหนงึ่ จะตอ งเสยี ภาษีแพงกวา ไวนธ รรมดาทม่ี ีดกี รตี ํ่า
- 119 -กวา ตวั อยางไวนชนิดนขี้ องฝร่งั เศส คอื “pineau des charentes” ซึ่งเปน ไวนท ี่ไดรบั การควบคมุคุณภาพประเภท AOC liqueur wine ทาํ ดว ยวธิ กี ารเติม cognac brandy ลงไปในนา้ํ องนุ ทค่ี ้ันออกมา และมีความหวาน 170 กรัมตอลิตร ซง่ึ องุน น้ีจะตอ งเกบ็ เก่ียวในเขตควบคมุ ของคอนยคัเทา นน้ั ซงึ่ หลักเกณฑของการทาํ ไวนโ ดยทัว่ ไปที่ เรียกวา “mistelle” (basis wine) เชนCarthagene, Ratafia and Floc de Gascogne 3.2 ไวนรสหวานตามธรรมชาติ ไวนนจี้ ะตองควบคมุ คณุ ภาพ และถน่ิ กําเนดิ AOC ทาํ ดว ยวิธกี ารหยุดการหมักของนาํ้องนุ (ทมี่ ีปริมาณนํา้ ตาล 252 กรัมตอ ลิตร) ไวนก ็จะมนี าํ้ ตาลจากผลองนุ หลงเหลืออยสู วนหนงึ่ และมีแอลกอฮอลในไวนน ี้อยา งต่ํา 15 เปอรเซน็ ต ไวนขาว,ไวนสชี มพู หรือไวนแ ดงทมี่ รี สหวานตามธรรมชาตนิ ้ี อาจจะทําจากชนิดพันธุอ งนุและกระบวนการผลิตแตกตางกนั ไป ไวนรสหวานตามธรรมชาตจิ ะผลติ มากในเขต Languedoc-Roussillon ซ่งึ แตกตางเปนพิเศษคือทาํ จากไวน Muscatsทผี่ ลิตข้นึ ใหม ๆ ซง่ึ นยิ มดม่ื ไดทนั ทที บ่ี รรจขุ วด ผสมกบั ไวนร สหวานท่ีทาํ จากองนุ พนั ธุ Grenache Noir Grape เชน ไวนทม่ี ีช่ือวา Banyuls, Maury แลวจึงนาํ ไปเกบ็ ไวสกั ระยะหนง่ึ เพือ่ ใหม รี สชาตทิ ่สี มบูรณเ ต็มที่ แชมเปญ แควน แชมเปญมพี ื้นท่ีประมาณ 26,000 เฮกตาร (162,500 ไร) ผลิตไวนไ ดเฉลยี่ ปละมากกวา 1.900,000 เฮกโตลิตร (190 ลา นลติ ร) พนื้ ทถ่ี กู แบง เปน เขตยอ ย ๆ ดงั นี้ - The Reims Mountain - The Marne Valley - The Côte des Blancs - The Côte de Sézanne
- 120 - - เขต Bar-sur-Aube และ Bar-sur-Seine ในจงั หวัด Aube สภาพดนิ ในแควนแชมเปญสวนใหญจะเปนดนิ ปูนขาว (chalk) มดี ินผวิ หนา ทล่ี ึกลงไปต่ํากวา 1 เมตร (ประมาณ 1 หลา) เทา นน้ั ที่เหมาะจะใชใ นการเพาะปลกู สภาพอากาศในแควน แตกตา งกนั มาก สภาวะอากาศดี สงบราบเรียบจากมหาสมทุ รแอตแลนตกิ และสภาวะท่ีรนุ แรงจากแผน ดนิ เกดิ สลบั กนั ความชื้นจากปา และตน ไมท ีอ่ ยรู อบ ๆ ทาํใหอ ากาศเยน็ แควน แชมเปญปลกู องุน 3 พนั ธุ : Pinot Noir, Pinor Meunier (ท้งั 2 พนั ธเุ ปน องนุ แดงแตนํา้ องนุ มสี ขี าว) และChardonnay แชมเปญเปน ไวนช นิดหนึง่ ทมี่ ีกฎหมายควบคุมแหลงกาํ เนดิ มีเอกลักษณเ ฉพาะและทาํปลอมยาก เปน ไวนช นิดหนง่ึ ซง่ึ ใชด ม่ื ในงานตา ง ๆ ไดทกุ โอกาส เปนไวนท มี่ ีชอื่ เสยี งมากในประเทศฝร่ังเศส แชมเปญไดรับการผลิตดว ยกฎเกณฑท เี่ ครงครัด (กาํ หนดไวในประกาศควบคุมแหลงกาํ เนดิ ) เกี่ยวกบั วิธปี ฏิบตั ใิ นการทําสวนองุน การหมกั ไวน การทาํ ใหพรอ มใชดื่มและการตลาดไวน วิธกี ารผลติ แชมเปญ ในชวงเกบ็ เกี่ยว จะใชม อื เกบ็ ผลองนุ อยา งระมดั ระวงั โดยกําจัดองนุ ทีเ่ ปนตาํ หนหิ รอื ไมสุกท้งิ ไป จะเก็บเกี่ยวองุน 3 พนั ธทุ ่ีใชท าํ แชมเปญแบบแยกกนั คอื พันธุ Chardonnay, Pinot Noir,Pinor Meunier เมื่อองุนมาถงึ โรงงาน องนุ แตละพนั ธจุ ะถูกบบี คนั้ เอานาํ้ โดยเครอ่ื งผลติ แชมเปญแบบโบราณซงึ่ กดลงในแนวตงั้ หรือเครอ่ื งบบี องนุ อยา งเบา ๆ ในแนวนอน เพ่ือใหแ ชมเปญท่ีผลติ ไดมีคุณภาพดี ปรมิ าตรนํ้าองุน สงู สดุ ทบ่ี ีบไดตอ งไมเ กนิ 100 ลติ รตอองุน 150 กิโลกรมั จะปลอ ยใหน า้ํ องนุ สีขาวตกตะกอนเองมีความใสขน้ึ จากนน้ั จะถายนาํ้ องนุ เขาสถู ังหมักเพื่อใหเ กิดการหมกั คร้ังแรก ไดไ วนน ิ่ง ชนดิ ไมห วาน หลังการหมกั ไวนจ ากองนุ ตา งพนั ธุแ ละตา ง
- 121 -หมบู านจะไดรบั การผสมปรุงแตงอยางระมดั ระวังใหเ ปนไวนน ิ่งพ้นื ฐานเพือ่ ผลติ แชมเปญ (ภาษาฝรัง่ เศสเรียกวา cuvée) ไวนน ง่ิ พนื้ ฐาน เพ่อื ผลติ แชมเปญชนดิ ไมระบปุ เ ก็บเกยี่ ว (non-vintage cuvée) จะเปนการผสมปรงุ แตงของไวนขาวตา งป เพ่ือความ่นั ใจในคุณภาพอนั สมํ่าเสมอของแชมเปญ โรงงานผลิตแชมเปญแตล ะแหง จะมแี บบฉบับของตนเอง เหน็ ไดจากการผสมปรงุ แตงไวนนง่ิ พ้นื ฐานอนั ประณีตแตละป เพือ่ ผลิตแชมเปญ ในปท ่ดี ี ไวนน งิ่ พน้ื ฐานอาจประกอบดวยไวนผลติ จากองนุ เก็บเกย่ี วในปนน้ัแชมเปญท่ไี ดจ ะระบุปเกบ็ เกี่ยวทฉ่ี ลาก (vintage dated) หลังจากท่ีไดไวนน ่งิ พนื้ ฐานแลว จะทาํ การเตมิ ของเหลวซ่งึ ประกอบดวยนา้ํ ตาลและเชื้อยีสตล งไป ของเหลวน้ีภาษาฝร่งั เศส เรยี กวา “liqueur de triage” จากนน้ัจะบรรจุไวนใสขวดและปด จุกสนทิ วางขวดไวนในทเ่ี ยน็ ซงึ่ ขดุ ดินทําเปนสถานท่ีเกบ็ บม การหมกั คร้งั ทสี่ อง (ภาษาฝรัง่ เศส เรยี กวา “prise de mousse. คอื ทาํ ใหไ วนเ กิดมีฟอง)จะเกิดในขวดทป่ี ดจุกสนทิ เน่อื งจากเกดิ การหมกั ของนาํ้ ตาลใน liqueur de tirage แกสคารบอนไดออกไซดท ่เี กดิ ขนึ้ จะละลายอยใู นไวน เมื่อเกดิ การหมกั ครง้ั ทีส่ องข้ึน จะเกดิ ตะกอนของเซลลยีสตท ่ตี าย มขี อ บงั คบั วา ตอ งใหน ํ้าไวนสมั ผสั กับตะกอนเชอื้ ยสี ตในขวดเปนเวลาอยา งนอย 9เดอื น ทีต่ องทาํ เชนน้ีกเ็ พ่ือคณุ ภาพท่ีดี หลังการบม เรยี บรอ ยแลว ขวดแชมเปญจะถูกเสยี บบน racks ซึ่งภาษาฝรงั่ เศสเรยี กวา“pupitres” (เปนแผงไมกวา งและหนา 2 แผงทาํ เปน ขาตง้ั กางออก หวั แผงไมต รึงติดกนั ดวยบานพบับนแผงไมเ จาะเปน รูอยา งเปน ระเบียบสาํ หรับเสียบขวดแชมเปญ มอี ปุ กรณยึดแผงไมทง้ั 2 ท่กี างออกไมใหล ม) ในแนวเอยี ง ใหห วั ขวดปกลงเล็กนอย จะมกี ารหมนุ เขยา ขวดเปน ระยะ ๆ กน ขวดจะถกู ขยบั ใหค อย ๆ ตง้ั ขึ้นทกุ ครัง้ ทหี่ มุนขวดไปเศษหนง่ึ สว นสขี่ องรอบ (ขวด) จนในท่สี ุดหวั ขวดแชมเปญจะปกลงเกอื บแนวดง่ิ เปน วธิ กี ารทาํ ใหตะกอนยีสตม ารวมกนั ทค่ี อขวดซ่ึง เรยี กวา “riddling”(ภาษาฝร่งั เศสเรยี กวา “remuage” วิธกี ารทาํ remuage แบบดัง้ เดมิ จะทาํ ดวยมอื แตม ีแนวโนม จะ
- 122 -ใชเ ครือ่ งจักรอตั โนมตั ใิ นโรงงานผลิตแชมเปญขนาดใหญขึ้น โดยเอาขวดทีจ่ ะใหแ ชมเปญตกตะกอนยีสตมารวมท่ีคอขวดใสล งในลงั อัตโนมัติ ซึ่ง เรยี กวา “ไจโรเพลเลตส” (gyropalettes) ขวดแชมเปญทปี่ ก หวั ลงน้ี พรอ มแลวทต่ี ะกอนจะถูกกาํ จัดออกจากขวด คอขวดจะถกู จมุลงในสารละลายนาํ้ เกลอื ทเี่ ย็น ทาํ ใหตะกอนของยสี ตจ บั เปนกอนนาํ้ แขง็ เม่ือเปด จกุ ไมคอรก ออกกอ นน้ําแข็งพรอ มตะกอนยีสตจ ะกระเด็นออกจากขวด เนอ่ื งจากแรงดนั ของแกส คารบ อนไดออกไซดซง่ึ เกิดในไวน วิธกี ารน้ภี าษาฝร่ังเศสเรียกวา “dégorgement” กอนทีจ่ ะปดจกุ ไมคอรก อนั ใหม จะมกี ารเติมของเหลวท่ี เรียกวา “dose” หรือ “liqueurd’expédition” ซึ่งประกอบดว ยสวนผสมของไวนน งิ่ ใชผ ลิตแชมเปญ และนา้ํ ตาลในปริมาณตาง ๆ ความมากนอยของนา้ํ ตาลที่เติมทาํ ใหแ ชมเปญ อาจเปนแบบ brut (ไมห วานอยางย่ิง),extra dry (ความหวานระหวา ง brut และ sec), sec (หวานนอย), demi-sec (หวานปานกลาง)หรือ doux (หวาน) แชมเปญทีไ่ มไ ดระบุวนั เก็บเก่ียวยังนําออกจําหนา ยไมได จนกวา จะผา นการบรรจแุ ลว 12เดือน แชมเปญที่ระบุปเกบ็ เก่ยี วจะนาํ ออกจาํ หนา ยได เม่อื ผานฤดูเกบ็ เกย่ี วแลว 3 ป แชมเปญทีผ่ ลติ จากองนุ ขาวพนั ธุ Chardonnay เพยี งพันธเุ ดียว เรยี กวา “blanc deblancs” โรเซ หรือแชมเปญสชี มพู ทาํ โดยเตมิ ไวนแ ดงผลิตแชมเปญลงในไวนน ง่ิ พ้ืนฐานหรือโดยวิธกี ารผลติ ไวนโ รเซจ ากองนุ แดง แนวทางจัดระดับคณุ ภาพสวนองุน(cru) ในแควน แชมเปญ ขนึ้ กบั ผลองุน สภาพดนิ ทดี่ ีที่สุดจะใหผ ลองุน คณุ ภาพระดบั 100 เปอรเซน็ ต องุน น้ีจะถกู ซอื้ ขายในราคาเบ้ืองตน ได 100เปอรเ ซน็ ตเ ต็ม ซง่ึ กาํ หนดราคาโดย the Comité Interprofessionnel des Vins de Champagne(CIVC) ไวนผ ลิตจากองนุ เก็บเก่ียวในหมบู า น (commune) ซ่ึงชั้นคณุ ภาพระดับ 100 เปอรเ ซน็ ตจะไดช่ือวา เปน ไวนร ะดับ Grand Cru
- 123 - ตัวอยา งหมบู า น (commune) ช้ันคณุ ภาพระดบั 100 เปอรเ ซน็ ต ไดแ ก Verzenay, BouzyและAmbonnay ไวนแ ชมเปญผลติ จากองุน เกบ็ เกย่ี วในหมบู า นซงึ่ ถกู จดั ช้นั คุณภาพระดับ 90-99เปอรเ ซ็นต จะไดช ื่อวา เปน แชมเปญระดับ Premier Cru ไมมีความจาํ เปน ท่ตี อ งเกบ็ บม แชมเปญ เพราะแชมเปญท่สี งขายจะพรอ มใชดมื่ ทนั ที แมวาผูบริโภคมากรายชอบแชมเปญปเกา ๆ ไดมีการผลิตไวนน งิ่ คณุ ภาพระดับ AOC ในแควน แชมเปญดว ย เชน CoteauxChampenois ไวนขาวสวนใหญ จะผลิตจากองนุ พนั ธุ Chardonnay ไวนแดงซง่ึ ผลิตจากองนุ พนั ธุPinot Noir และ Pinot Meunier จะมรี สผลไมน ุมนวลและควรดม่ื เมอื่ อายเุ ยาว แหลง ผลติ ที่มีชือ่ เสยี งมากทส่ี ุดอยูในอาํ เภอ Bouzy ปรมิ าณการผลติ ไวนน งิ่ Coteaux Champenois มีเพยี งเลก็ นอยพื้นที่เพาะปลกู องนุ และแหลง ทาํ ไวนท ี่มชี อ่ื เสยี งในฝรั่งเศส Alsace อลั ซาส แมการปลุกองนุ ในแควน อัลซาส จะเกดิ ขน้ึ ชา กวา แควนอืน่ ๆ ของฝร่ังเศส แตถ ่ินน้ีก็กระฉอนชอ่ื มาตงั้ แตยุคกลางของยโุ รป ทั้งน้ีเพราะรสชาติของไวนอลั ซาสมคี วามนุมนวลเปน เยยี่ มจนถกู ขานเรยี กเปน vins d’Aussay ซ่ึงนยิ มใชเ สริ ฟในราชสาํ นกั ตาง ๆ ของยุโรป ไรอ งนุ ทงั้ หมดของแควน อัลซาสเลียบไปตลอดแนวฝง ตะวนั ออกของเทือกเขา Vosges โดยมีแมนํา้ ไรนขนานอยอู กี ขา งสาระตะแลวเปน ระยะทางยาวไกลกวา 100 กโิ ลเมตร สวนความกวา งของไรองุนมีขนาด 1-5 กโิ ลเมตร โดยแควนนมี้ ีไรองุน รวมทง้ั สนิ้ 13.000 เฮกตาร ผลิตไวนไดประมาณหนง่ึ ลา นเฮกโตลิตรตอ ป คงจะดวยไรองนุ ท้ังหมดอยฝู ง ตะวนั ออกของเทือกเขา Vosges ดังนนั้ ลมหนาวจากตะวนั ตกเฉยี งเหนอื จงึ ถกู บงั จากเทือกเขานี้ โดยไรองนุ ทง้ั หมดไดรบั ลมจากทศิ ตะวนั ออกเฉยี งใตแทนซงึ่ เปนลมทแ่ี ลง อยา งฉกรรจท ส่ี ดุ ของฝรง่ั เศส และไรอ งุนยงั ไดร ับแสงแดดอยางสดใส
- 124 - ดนิ ในไรองนุ ของแควน นม้ี ีความสลบั ซบั ซอ นยงิ่ ประกอบไปดว ยดนิ ชอลค ดินมารล (ดินชนดิ หนง่ึ ซงึ่ มดี ินรวน ดนิ เหนยี วกับหินปนู เคลาคละกนั ) ดนิ ประกอบดว ยหนิ แกรนติ หนิ ทราย ซงึ่เกิดจากการเกาะตวั อยา งเหนยี วแนน ของเมด็ ทราย ทรายธรรมชาติ และหนิ ทรายชายตลิ่ง(Alluvium) ซง่ึ กอใหไ วนแหง นี้มีบคุ ลิกพเิ ศษโดยจําเพาะ อัลซาส เปนหนงึ่ ในเขตไวนเ ล็ก ๆ ของฝรงั่ เศส โดยมี AOC เพียงเขตเดียว ใชช อื่ วา AOCAlsace ไวนข องแควน อลั ซาส เปน ทรี่ กู นั ทว่ั ไปวา จะตอ งผลิตมาจากยอดองนุ 7 พนั ธดุ วยกนั คือ 1. เกวุสทรามิเนอร (Gewürztraminer) ผลิตออกมาเปน ไวนข าวทม่ี กี ล่ินหอมมาก มีบุคลกิ และกลนิ่ รสเปนของตนเองโดยเฉพาะ เชน กลน่ิ ดอกไมและกลน่ิ เคร่อื งเทศ (มีกลน่ิ ลน้ิ จเ่ี ปนกลนิ่ ประจาํ ตัว) 2. ปโน กรี (Pinot Gris) (เรยี กอีกชอ่ื วา Tokay d’Alsace) องุน ชนดิ นีใ้ ชผลติ เปนไวนขาวใหก ลนิ่ รสที่หอมมาก 3. รีสลิง่ (Riesling) เปนองนุ ระดบั คิง (King) ของแควนอัลซาส ซงึ่ ผูเ ช่ียวชาญเร่ืองไวน(Connoisseure) ท้งั หลายไดระบุวา เปน องนุ ทผ่ี ลติ ไวนข าวชนดิไมห วาน (dry) ทีใ่ หก ล่ินรสยอดเยย่ี มและนา อภริ มยอยา งหาอะไรเปรียบไดยาก 4. มุสกา ดัลซาส (Muscat d’ Alsace) ในแควน นน้ี ยิ มผลิตเปนไวนข าวประเภทไมหวาน (white dry) มกี ล่ินรสชาติผลไม และไวนอดุ มดวยความสดชนื่ มชี ีวติ ชวี าอยางไรข อบเขต 5. ซิลวาเนอร (Sylvaner) ผลิตออกมาเปน ไวนขาวชนดิ ไมหวานท่ีคอนขา งจะเบา (light) แตก ็ไดก ลน่ิ รสของผลไมอ ยา งเดน ชัด และมีเสนห 6. ปโน บลอ็ ง (Pinot Blanc) องนุ พันธนุ ี้ ผลติ ไวนข าวที่ใหค วามนมุ นวลและกลมกลอมเปน ยอด และความสมดลุ เปน เยยี่ ม 7. ปโน นวั ร (Pinot Noir) เปนพนั ธุอ งนุ ท่ชี าวอัลซาสใชผลิตไวนแดง และไวนโรเซ (แตจะผลิตเปน ไวนขาวก็ได เมอื่ ค้ันเอาแตนาํ้ ไวนม าทาํ การหมกั )
- 125 - ปกตไิ วนข องอลั ซาสสว นใหญจะผลิตจากองนุ พันธุเดียวลว น ๆ แตถา มีการนาํ เอาองุนตง้ั แตสองพนั ธุขนึ้ ไปมาผลติ ผสมกันและบรรจุอยูในขวดไวนเดียวกัน ก็จะเรยี กไวนอ งุนพนั ธุผสมขวดดังกลา ววา “edelzwicker” สาํ หรบั ไวนท่เี ปน AOC Alsace หรอื AOC Vin d’Alsace ทางการอนุญาตใหเตมิ ชอื่หมูบ า น อาํ เภอ หรอื ถนิ่ กาํ เนดิ ของไวนข วดดังกลาวลงไปบนฉลากไวนได เชน Ammerschwihr,Barr, Eguisheim, Riquewiht, Kaysersberg, Mittelwihr และ Ribeauvillé เปน ตน Burgundy เบอรก นั ดี มพี น้ื ทีค่ รอบคลุม 250 กโิ ลเมตร จากเมอื ง Auxerre ถึงทางตอนใตของเขต Mâcon อาณาเขตของแควนเบอรก ันดแี ผก วา งผา น 3 จงั หวัด คือ จงั หวัด Yonne ซง่ึ รวมถงึ เขต Chablis จังหวดัCôte-d’Or ซ่งึ แบงเปน เขต Côte de Nuits และCôte de Beaune และจังหวดั Saône-et-Loire ซ่ึงรวมถึงเขต Côte Chalonnaise และเขต Mâconnais มีพน้ื ทป่ี ลกู ไรองุนรวมกันได 22,000 เฮกตาร เขตเบอรก ันดซี ่ึงเปนเขตผลิตไวนท เ่ี กา แกเขตหนึ่งของประเทศฝร่งั เศส เปนท่ีรูจักกนั ถงึ ทกุวันน้ี กเ็ พราะเหลา ขุนนางชน้ั สูง (dukes) ที่ปกครองแควนเบอรก ันดี ไดน าํ ไวนไ ปเผยแพรใ นสถานทูตในประเทศตาง ๆ ทั่วโลก รวมถงึ อาณาเขตทป่ี กครองอยู เชน ฮอลแลนด เบลเย่ยี ม และบางสว นของสวิสเซอรแ ลนด นอกจากนนั้ ยังมนี ักบวชนกิ าย cistercian ท่ไี ดปลกู และดูแลไรอ งุนเชน ไร Clos-de-Vougeot ใหผ ลิตไวนชน้ั ดไี ดจ นถงึ ทกุ วนั นี้ ตางไปจากแควนเบอรกนั ดี แควน เบอรก นั ดใี ชพนั ธุองุนไมกช่ี นิด ในการผลติ ไวนร ะดับAOC คือ พนั ธุ Chardonnay และAligoté สําหรับผลติ ไวนขาว พนั ธุ Pinot Noir สาํ หรับผลติ ไวนแดงและพนั ธุ Gamay สาํ หรบั ผลติ ไวนแ ดงบางชนิด ในเขต Mâcon ความแตกตางหลักอกี ขอระหวา งไวนส องแควน น้ี คอื ในบอรโ ดซ คําวา “cru” จะหมายถงึ ไรองุน (estate) ที่มเี จา ของคนเดียว ซ่ึงอาจจะเปน ในนามบุคคลหรอื บรษิ ัทกไ็ ด สว นในเบอรก นั ดี คาํ วา “cru” จะหมายถงึ ทาํ เลท่ดี นิ ทีป่ ลูกไรอ งุน ซ่ึงอาจจะคลอบคลุมพน้ื ทท่ี มี่ เี จา ของหลายคนก็ได ท่ดี นิ แปลงยอย ๆ เหลา นี้เรยี กวา “climates”
- 126 - แควนเบอรกนั ดี แบงระดบั การควบคมุ การใชช ่ือแหลง ผลิต (Appellations d’OrigineContrôlées) เปน 5 ประเภท ซงึ่ ขนึ้ อยกู ับเขตที่ผลติ และคณุ ภาพของไวน 1. ไวนใ ชชอื่ เขต (Regional Appellations) เชน Bourgogne, Bourgogne Passe-tout-grains, Bourgogne Aligoté 2. ไวนใชช อื่ เขตยอย (Subregional Appellations) ซงึ่ ระบุชดั เจนลงไปมากขน้ึ ถงึ ถนิ่ ที่ผลิตในเขตเบอรกันดี เชน Bourgogne Irancy, Bourgogne Houtes Côte de Nuits 3. ไวนใชชอ่ื หมบู าน (Village Appellations) โดยจะเปน ชือ่ ของหมบู า นท่ีไรองุนตัง้ อยู เชน Nuits-Saint-Georges, Gevrey-Chambertin, Meursault 4. ไวนระดบั Premiers Crus ซง่ึ ผลิตจากไรองุน บางแปลง (climates) ทีม่ สี ภาพดนิ ที่ดีมาก จงึ สามารถผลติ ไวนค ณุ ภาพสงู ชนั้ หนงึ่ (premiers crus) ไดไวนจ ะใชช อื่ หมบู า นตามดวยชื่อไร(cru) เชน Chambolle-Musigny Les Amoureuses, Aloxe-Corton Les Maréchaudes 5. ไวนร ะดบั Grands Crus ผลติ จากไรองนุ บางแปลงทม่ี สี ภาพดนิ ดเี ย่ยี ม ผลติ ไวนท ่ีมีคณุ ภาพสูงสุด ไวนจะใชชอื่ ไรองุน เทาน้นั เพราะแตละไรจะไดรบั การแตงต้งั เปน AOC ของตนเองแลว เชน Chambertin, Montrachet, Clos-de-Vougeot, Clos-de-Tart เขตผลติ ไวน Chablis อยูใกลเมือง Auxerre มีบรเิ วณกวา ง 2,400 เฮกตาร ปลูกพนั ธุองนุ Chardonnay บนดนิ ที่เปน ดินผสมระหวา งดนิ เหนียวปนปนู (marl) และดินปูนขาว (chalk) ผลิตไวนคุณภาพสูง รสไมหวาน (dry) แตซ ับซอน เขม ขน สดช่นื มชี วี ติ ชีวา ไวน Chablis แบงระดบั คุณภาพเปน 4 ประเภท คอื 1. Chablis Grand Cru (ผลผลิต 5 แสนลติ ร) ซ่งึ มไี รองุนเพียง 7 แปลงเทา นน้ั ทไี่ ดอ ยูในระดับสูงสุดน้ี ไวนอ าจจะใชชอ่ื “Chablis” ตามไดช ่อื ไร คือ Vaudésir, les Preuses, les Clos,
- 127 -Grenouilles, Bougros, Valmurหรอื Blanchots ไวนเ หลา น้ีเปน ไวนชนั้ ดีเลิศ มสี ีเหลืองทองปนกบัสเี ขียวออน ๆ รสไมหวาน แตส ดชนื่ มีชวี ิตชวี าอาจเก็บบม ไดนานถึง 10 ป 2. Chablis Premier Cru (ผลผลติ 4 ลา นลิตร) ไวนระดบั นส้ี ว นใหญจ ะดเี กอื บเทากับGrands Cru แตจ ํานวนไรทอี่ ยใู นชั้นนี้มมี ากกวา เชน Mont de Milieu, Montée de Tonnerre,Fourchaume 3. Chablis (ผลผลติ 8 ลานลิตร) ไวนร สชาตดิ ี กลน่ิ ผลไมม าก ดื่มไดร สดที ีส่ ดุ เม่ือดืม่ภายในสองสามปแรก 4. Petit Chablis (ผลผลติ 1 ลานลิตร) ไวนรสชาติดใี หค วามสดชนื่ ไดดี ควรดื่มเมื่อบรรจุขวดใหม ๆ เขต Chablis ยังผลติ ไวนขาวทผี่ ลิตจากองุน พันธุ Aligoté และ Sauvignon Blanc อกี ดวยเชน ไวน Sauvignon de Saint-Bris ซงึ่ เปนไวนขาวชนดิ ไมห วาน ทาํ จากองนุ พันธุ SauvignonBlanc ผลติ ทางตอนใตของเมือง Auxerre ซึง่ สามารถใชช ือ่ เปน AO VDQS ได นอกจากนยี้ ังมีการผลติ ไวนแ ดงและไวนโ รเซ รสออน ดม่ื งาย ทําจากพนั ธอุ งนุ Pinot Noirและ César ซ่งึ ผลติ ในตาํ บล Saint-Bris, Irancy และ Coulanges ไวนเหลา นสี้ ามารถใชช่อื เขต“Bourgogne” ได ผผู ลติ ไวนใ นเขต Chablis ยังผลติ ไวนซ า (sparkling wine) โดยหมกั ครงั้ ที่สองในขวด ซ่ึงสามารถใช ชอ่ื “Crémant de Bourgogne” ได ไวนจ ะมฟี องนอย สอี อ น คุณภาพดมี าก มกี ารผลิตไวน “Crémant de Bourgogne” ในเขต Côte d’Or และ Saône-et-Loire ดว ยเหมอื นกนั Côte d’Or ผทู ่ีเดินทางครั้งแรกโดยทางรถไฟสาย Paris-Lyon จะไมเหน็ ความแตกตา งกนั มากนกัระหวา งเทือกเขาซึง่ ทอดผา นไปยงั ทางใตร ะหวา งเมอื ง Dijon และเมือง Chagnyแตอ ยา งไรก็ตามไรอ งนุ อันสวยงามท่ีปลกู ตามทวิ เขาของเขต Côte d’Or บนแปลงไรทีม่ สี ภาพดินท่ผี สมกนัหลากหลายชนดิ ทาํ ใหไวนท ี่ผลติ ออกมามี
- 128 -เอกลกั ษณท แี่ ตกตา งกนั ได จงั หวัด Côte d’Or แบง ออกเปน 3 เขต ดว ยกัน คือ 1. เขต Côte de Nuits ซง่ึ เริ่มจากตอนทิศใตข องเมือง Dijon ไปจนถงึ เมือง Corgoloinใกลกบั เมอื งBeaune 2. เขต Côte de Beaune ซ่ึงเร่ิมจากเมอื งLadoix-Serrigny ไปจนถงึ เมือง Santenayซ่ึงเปนเสนเช่ือมตอ สูเ ขต Côte Chalonnaise 3. เขต Hautes Côtes ซึ่งแบง เปน เขตยอย 2 เขต คอื Hautes Côtes de Nuits และHautes Côtes de Beaune พ้นื ท่ีการปลูกองนุ ในเขต Côte d’Or ทงั้ หมดมอี าณาเขต 11.000 เฮกตาร และสามารถผลติ ไวนท งั้ ไวนแดง และไวนขาวรวมกนั ไดเ ฉลยี่ ประมาณ 40 ลา นลติ ร ตอป เขต Côte d’Or ผลติไวน ไดห ลากหลายแบบโดยใช พนั ธอุ งนุ เพยี ง 2 ชนิด คอื Pinot Noir สาํ หรบั ไวนแ ดง และChardonnay สาํ หรับไวนขาว Côte de Nuits สภาพดินในเขตนี้ คอนขา งเปน ดนิ ปูนขาว ซอนทบั อยบู นดนิ เหนยี วรว น ไรองนุ เกือบทง้ั หมดในเขตนีจ้ ะผลิตไวนแดงเพียงอยา งเดียว เปน ไวนท ด่ี ีเยย่ี ม สเี ขม รสชาตเิ ขม ขน วงึ่ เปนไวนท ่ีสรางช่ือเสยี งใหก บั แควน เบอรก นั ดใี หแพรห ลายไปทั่วโลก เชน chambertin ไวนท ่ีเปน ทช่ี น่ื ชอบทีส่ ดุ ของพระเจา napoleon I, musigny ไวนท ี่มีรสนมุ เหมือนกาํ มะหยีผ่ สมความซับซอ นของลายลูกไม clos-de-vougeot ซ่ึงเดิมเปน ทรพั ยสนิ ของนกั บวชนกิ าย citeaux แตปจ จบุ นั เปน สาํ นกั งานใหญข องสมาคมไวนทมี่ ชี ื่อเสยี งมาก คอื chevaliers du tastevin และสุดทาย romanée-conti ซ่งึเปน หนง่ึ ในไวนทีด่ ที ีส่ ุดในโลก ไรอ งุนในเขต Hautes Côte de Nuits ซง่ึ ตัง้ อยูบนแนวเขาทางทิศตะวนั ตกของเขต Côtede Nuits ผลิตทง้ั ไวนแ ดงและไวนขาวทหี่ นักแนน แบบลกู ทงุ
- 129 - Côte de Beaune สภาพดนิ ในเขตนี้มหี ลายประเภท และเปน เหตุผลหนง่ึ ทที่ าํ ใหไวนข องสองเขตน้แี ตกตางกันได สภาพดนิ ในเขต Côte de Beaune มคี วามตา งกนั มาก คือประกอบดวยดนิ เหนยี วกอ นเลก็ ๆผสมดินปูนขาว ดินแดงทอี่ ดุ มดว ยสารสนิมเหล็ก, ดนิ เหนยี วปนปนู ขาว และดนิ ปูนรว น เขตนไ้ี มเพียงผลติ ไวนแ ดงคณุ ภาพสงู ไดด ี เชน volnay, pommard, beaune และ aloxe-corton แตยงั ผลิตไวนข าวที่ดที ี่สดุ ของเขตเบอรกันดอี ีกดวย เชน montrachet, meursault and corton-charlemagne (ซึ่งเปน ชอ่ื ทต่ี ้ังขึ้น เพ่อื ระลกึ ถึงพระเจา charlemagne ผซู ึ่งเคยเปน เจาของไรผหู นงึ่ณ เมือง Cortonน้)ี ไวนข าวจากเขตนีจ้ ะมกี ลนิ่ หอมมาก รสชาติไมห วานแตนุม นวลและกลมกลอม มีรสชาตทิ ี่สมดลุ สามารถเกบ็ บมไดด ี ไวนแ ดงก็มรี สชาตทิ ่ีสมดลุ มีเอกลักษณเ ฉพาะมีโครงสรางท่ีดี สามารถเกบ็ บมไดน าน แตจะเกบ็ ไดไ มน านเทา ไวนจากเขต Côte de Nuits ไรอ งนุ ในเขต Hautes Côte de Beaune ผลิตไวนแดงท่เี บากวา ไวนจ ากเขต Côte de Beaune และไวนข าวท่อี อนเบาบางควรดมื่ เมอื่ บรรจขุ วดใหม ๆ เพอื่ ความสด Côte Chalonnaise เขต Côte Chalonnaise ตั้งอยูระหวา งเขต Côte de Beaune และเขต Mâconnaise ในเขตนีพ้ นั ธุองนุ Pinot Noir มีอทิ ธพิ ลในการผลิตไวนแ ดงมากทส่ี ดุ ถงึ แมวา จะมีการปลูกพนั ธอุ งนุgamay ดวยกต็ าม พนั ธุองนุ ขาวที่ปลกู คือ chardonnay และ aligoté เขตหมูบา นทผ่ี ลิตไวน 5 เขตจะต้ังเรยี งกนั ตามระยะทาง 30 กิโลเมตรจากเหนอื ลงใต คือ Bourgogne Aligoté-Bouzeron,Rully, Mercurey, Givry และMontagny เขตนมี้ พี นื้ ทปี่ ลกู ไรองุน รวม 1,000 เฮกตาร ผลติ ไวนไ ดเฉลยี่ 5 ลา นลติ รตอ ป ซงึ่ เปน ไวนแดงถงึ 3 สวน ไวนแ ดงท่ผี ลติ จากไรใ นหมูบา น Mercurey จะเปนไวนท ่เี ขมขน กลนิ่ หอมคลา ยไวนจ ากเขต Côte de Beaune หมูบา น Givry กผ็ ลิตไวนแ ดงเปน หลกั เชน เดยี วกัน สวนหมบู า น Rully ผลิตทัง้ ไวนแ ดงและไวนข าว แตห มูบ า น Montagny จะผลติ ไวนข าวเพยี งอยา งเดยี ว
- 130 - ไวน Bourgogne Aligoté-Bouzeron ผลิตในหมูบา น Bouzeron ทางตอนเหนือของเขตCôte Chalonnaise โดยใชอ งุนพนั ธุ Aligoté เปนไวนข าวท่ีมีรสชาติดี สดชน่ื มชี วี ิตชวี า Mâconnais ระยะหา งออกไป 20 กโิ ลเมตร ก็จะมไี รองุนอีกกลมุ หนง่ึ ของแควน เบอรกันดที ี่ผลติ ไวนม ีกล่ินหอม มกี ลิ่นรสผลไมท ่ีเดนชัดอีกหลายชนดิ ลกั ษณะนพ้ี นื้ ดินทวั่ ไปทางทิศใตเปน ดนิ รว นประกอบดวยดินเหนยี วผสมปูนขาว ซึ่งเปน เขตผลิตไวนข าวท่ดี ี เขตนม้ี พี ้ืนท่ี 4,500 เฮกตาร และผลติ ไวนไ ดป ระมาณ 25 ลา นลติ ร ซ่ึงสวนใหญเ ปน ไวนขาว ไวนแดงและโรเซจะมกี ารผลิตดว ย แตป ริมาณนอย ไวนทม่ี ชี ือ่ เสยี งที่สุดในเขต Mâconnais คือ pouilly-fuissé ซึง่ เปน ไวนท ่ีมีรสชาตไิ มหวานสีเหลอื งทองผสมสีเขยี วเลก็ นอย กลน่ิ หอม ควรดื่มสด ๆ แตกส็ ามารถเกบ็ ไดน านถงึ สิบปโ ดยคณุ ภาพไมดอ ยไปกวา เดิม หมูบ า นอนื่ ๆ ในเขต เชน Pouilly Lochéและ Pouilly-Vinzelles มีชอ่ื เสียงเชน เดยี วกนั แตผ ลผลิตมจี ํานวนนอ ย ไวนขาวระดบั AOC อีกชนดิ หนง่ึ ของเขต Mâcon คือ saint-véran กเ็ ปนไวนข าวทดี่ มี ีกลนิ่หอมเชน กนั ไวนขาว mâcon บางครง้ั จะเขยี นชอ่ื หมบู านท่ผี ลิตเพมิ่ ไปดว ย (เชน mâcon-viré,mâcon-lugny) ไวนท ี่ชอื่ mâcon-villages จะเปนชือ่ ไวนข าวเทา นน้ั มรี สไมหวาน รสผลไมเ ดนชดัเปนไวนที่ควรดมื่ เมอ่ื ผลิตเสร็จใหม ๆ ไวน Mâcon แดงและโรเซ สวนใหญจ ะผลิตจากองนุ พนั ธุ gamay แตอ าจจะใชอ งนุ พนั ธุPinot Noir ดวยก็ได ไวนจ ะมกี ลนิ่ หอมผลไม มีรสเขม ขน แตไ มควรเก็บไวนนาน ควรดื่มภายในเวลาไมน านหลงั จากบรรจขุ วดแลว ไวนท ผี่ ลิตจาก pinot noir มีสทิ ธใิ ชช ื่อ bourgogne ได แตเ มอื่ มีการผสมพนั ธอุ งุน Pinot Noir หนง่ึ ในสามสวนกับพนั ธอุ งนุ gamay สองในสามสว นไวนจะใชช อื่bourgogne-passe-tout-grains ไวนขาวของเบอรก นั ดที ง้ั หมดจะผลิตจากพันธอุ งนุ chardonnay ยกเวน ไวนท ีช่ ือ่bourgogne aligoté ซง่ึ ผลติ จากพันธอุ งนุ ท่ชี ่ือเดยี วกนั คอื aligoté
- 131 - Bordeaux บอรโดซ เขตผลิตไวนของแควน บอรโดซครอบคลุมพนื้ ทข่ี องจงั หวดั Gironde ท้ังหมด โดยจงั หวดั น้ีตั้งอยูท างภาคตะวันตกเฉียงใตของฝรั่งเศส การทาํ ไรองุนไดร งุ เรืองอยใู นจงั หวดั Gironde มายาวนานมากแลว ในยคุ ตน ของคริสตศตวรรษ กงสลุ ของโรมันช่ือ ออสโซนีอสุ (ausonius) ซึง่ เปน เจา ของไรองนุ และเปนกวที มี่ ีชือ่ เสยี ง ถอื เปน เอกอัคราชทตู คนแรกแหงไวนบอรโ ดซ หรอื เปน นกั บกุ เบกิ ไวนบ อรโ ดซ(ambassador for the wines of Bordeaux) จนไดรบั ฉายาวา “Burdigala” ซึง่ ขณะน้ันบอรโ ดซเปน ศนู ยก ลางทางพาณิชยข องโรมัน โดยตง้ั อยูชายฝงแมน า้ํ การอนน (garonne) นบั ต้งั แตการสมรสของเจาหญิง อิลีเนอร แหงอกีเตน (Eleanor of Aquitaine) และเจา ชายเฮนร่ี (Henry Plantagenet) ซงึ่ ภายหลงั ตอ มาไดข ้ึนครองราชยเ ปน กษัตริยเ ฮนรท่ี ่ี 2 ขององั กฤษไวนบอรโดซก ม็ กี ารสงออกไปขายยงั ประเทศองั กฤษในป 1152 ในปจจบุ ันพน้ื ทีป่ ลกู องนุ มมี ากกวา 100,000 เฮกตารและผลติ ไวนร ะดับ AOC มากกวา95 เปอรเ ซน็ ต ของปริมาณการผลิตทง้ั หมดที่ 500 ลานขวดตอ ป ซ่ึงบงชีว้ า แควน บอรโดซเปนแหลงผลติ ไวนทีม่ คี ณุ ภาพสงู มากทส่ี ุดในโลก เปน เรอ่ื งไมยากนกั ทจ่ี ะทาํ ความเขา ใจวา ในพนื้ ทซ่ี ง่ึ มีอาณาเขตอนั กวา งใหญ (105กโิ ลเมตร จากเหนอื จรดใต และ 130 กิโลเมตร จากตะวนั ออกจรดตะวนั ตก) สามารถทีจ่ ะปลกู องนุไดห ลายพันธตุ ามความเหมาะสมของเน้อื ดนิ ไปกันไดก บั องุนแตละพนั ธทุ จี่ ะนํามาใชใ นการผลิตไวน ซงึ่ เปน ภาพสะทอนออกวา มไี วนร ะดับ AOC อนั หลากหลายผลิตไดใ นแควน นี้ แควนนมี้ ไี วนร ะดับ AOC อนั หลากหลาย โดยแยกไดเปน 5 ประเภทใหญ ๆ ดงั น้ี พนั ธุองนุทีใ่ ชผลิตไวนแดงในแควนบอรโดซ นาํ ขบวนโดย Cabernet Sauvignon, Cabernet Franc, Merlot,Malbec สว น Petit Verdot และCarmenère มใี ชน อยมาก ทงั้ นเ้ี ปนเพราะอทิ ธิพลโดยตรงของการผลติ ไวนระดบั crus นัน่ เอง (ไวนร ะดบั crus ทั้งหมดจะใชองนุ พนั ธุ cabernet sauvignon,
- 132 -cabernet franc และ merlot เปนสว นใหญ ดังนน้ั ชาวไรที่มีเปา หมายใหไวนต นเองเปน อมตะ กจ็ ะแหกนั ใชอ งุนพนั ธดุ งั กลา วดว ย) Médoc และ Graves พืน้ ท่ขี องท้งั สองเขตเปน แนงยาว และแคบขนานไปตามชายฝง ดานซา ยมือของแมน า้ํGironde และ Garonne โดยมรี ะยะทางยาวกวา 130 กิโลเมตร มหี นิ กรวดกอนโต ๆ กระจายอยูเหนือชน้ั ดนิ เหนียว ดนิ ชอลค และดนิ ทราย ซงึ่ ถอื เปน พนื้ ท่ดี ินท่ีเหมาะแกก ารปลูกองนุ พนั ธุCabernets และ Merlot ใหม คี ณุ ภาพสงู ในเขต Médoc และเขต Graves น้ี ประกอบไปดว ยเขตไวนร ะดบั AOC ตอไปน้ี คอื AOCMédoc, AOC Haut- Médoc, AOC Saint-Estèphe, AOC Pauillac, AOC Saint-Julien, AOCMoulis, Listrac- Médoc, AOC Margaux, AOC Graves และ AOC Pessac-Léognan ไวนจากเขตนมี้ คี วามเขมขน (solid) แตไ มดุดัน (heavy) ในเขตไวนคณุ ภาพของ Médoc น้ี มกั จะมีชือ่ บางเขตซํ้ากนั เชน เขต Haut- Médoc โดยเขตนีย้ ังประกอบไปดว ยหลายหมูบานทม่ี ชี ่อื เสียงในการผลิตไวนร ะดบั คุณภาพ ไดแก 6 AOCตอ ไปน้ี คอื AOC Saint-Estèphe, AOC Pauillac, AOC Margaux, AOC Saint-Julien, AOCMoulis และ AOC Listrac- Médoc ไวนเ มด็อคใชเวลาหลายเดือนในการเก็บบม ในถงั โอค เพ่ือใหเมรัยสดใสไดก ลนิ่ รสวนลิ าอยางชัดเจน ทง้ั ยังทําใหไวนเกบ็ ไวในขวดไดเปน เวลานาน เพอื่ ใหม กี ารพัฒนาคุณภาพอยา งชา ๆในขวดอกี หลายป ใน 1855 ไดมกี ารจดั งาน The Paris Universal Exhibition ข้ึนท่นี ครปารีส ทป่ี ระชมุ ของผูค า ไวนบ อรโดซ ซ่ึงเรียกวา (The Syndicat des Courtiers en Vins de Bordeaux หรือBordeaux wine brokers) ไดต กลงใหมกี ารจัดช้นั คุณภาพของไวนเมดอ คขน้ึ (Classificationsystem for Médoc wines) ซ่ึงมีทง้ั หมด 5 ช้นั โดยมี Château Mouton-Rothschild ถูกจัดใหอยู
- 133 -ในชนั้ ที่ 2 (Deuxième Cru in 1855) แตภายหลงั ไดรบั การยกยอ งใหเ ลอ่ื นไปอยใู นชนั้ 1 (PremierCru) ในป 1973 การจดั คุณภาพช้ันของอมตะไวนเมดอคมที ้ังสน้ิ 5 ชนั้ โดยไวนชนั้ 1 (Premier CruClassés หรือ First Growths) มีดวยกนั 5 ชาโต คอื 1. Château Lafite-Rothschild 2. Château Latour 3. Château Margaux 4. Château Mouton-Rothschild 5. Château Haut-Brion (ตวั นีม้ าจาก เขต Graves) สว นชนั้ 2 มี 14 ชาโต ชนั้ 3 มี 15 ชาโต ชน้ั 4 มี 10 ชาโต และชั้น 5 มี 18 ชาโต นอกเหนอื ไปจากการจดั ชั้นคณุ ภาพไวนท ี่ เรยี กวา “crus classés” แลวไวนของเมดอ คยังไดม กี ารจดั ไวนค ุณภาพที่ เรยี กวา “cru bourgeois” ดวย ในอดตี ไรองนุ ในบอรโดซจะเปนสมบัติของชนชั้นศกั ดนิ าและศาสนจกั ร จนกระทงั่ ศตวรรษท่ี 15 ทางการจึงไดอนุญาตใหส ามัญชน ซึง่ ในภาษาฝร่ังเศสเรียกวา Bourgeois ถอื ครองทีด่ ินท่ีเปน ไรอ งุนได ดงั นน้ั สามญั ชนในแควน บอรโดซ (Bourgeois of Bordeaux) จึงไดตกลงซอื้ ทด่ี นิ จากขุนนางท้ังหลาย โดยตา งเลอื กซอ้ื ท่ดี นิ ท่ีดที ี่สดุ เหมาะทจี่ ะปลูกองนุ ใหม คี ณุ ภาพมากท่สี ุด จากวนัน้นั จนถงึ วนั น้ี คําวา “cru bourgeois” จึงไดม ีการกลา วถงึ มาตลอดจนกระทง่ั ใน 1932 ภายใตก ารพิจารณาของสภาทางการคาและสภาเกษตรแหงฌฮี อง ไดเปด เผยชอื่ 444 Chateau เปน ไวนร ะดบัcru bourgeois ตอมาไมน านองคก าร Syndicat des Crus Bourgeois du Médoc ไดท บทวนใหม ีการจัดบัญชี cru bourgeois ใหม โดยประกาศออกมากวา150 รายชอื่ คํา “crubourgeois” น้ีผผู ลิตไวนที่ไดร บั การประกาศรายช่ือ สามารถนาํ ไปพิมพบนฉลากไวนไ ด
- 134 - เขต Graves อยใู ตเ ขตเมดอ คไปทางใตข องแควน บอรโ ดซ โดยมพี น้ื ทก่ี วา ง 60 ตารางกโิ ลเมตร ผลติ ไดปล ะ 160,000 เฮกโตลติ ร เปนไวนแดง 56 เปอรเ ซ็นต ขาว 44 เปอรเซ็นต เขตGraves แบง เปนสอง AOC คอื AOC Pessac-Léognan และ AOC Graves ไวนดสี ว นใหญจ ะอยูดาน Pessac-Léognan การประกาศชั้นคุณภาพไวนอ มตะเมือ่ วนั ที่ 16 กมุ ภาพนั ธุ 1959 ไดรบั การรับรองจากรัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตร เขต Libournais : Saint-Émilion และเมืองบรวิ ารไวนกลมุ ลีบุรเ นสประกอบไปดว ยเขตAOC ตอ ไปนค้ี ือ เขต Saint-Émilion เขต Montagne-Saint-Émilion เขต Lussac-Saint-Émilionเขต Puisseguin- Saint-Émilion (สําหรบั Parsac- Saint-Émilion และ Saint-Georges-Saint-Émilion นน้ั เปน เขต AOC ทไี่ มคอยใชช อ่ื ของตนเองแตม กั ไปใช AOC Montagne-Saint-Émilionแทน) เขต Pomerol เขต Lalande de Pomerol เขต Fronsac และเขต Canon-Fransac เขต Saint-Émilion ผลิตแตไวนแดงเพยี งอยางเดยี ว โดยผลิตได 260,000 เฮกโตลิตรตอ ปไวนข องทน่ี ไี่ ดร ับการยกยอ งวา เปน ระดบั sturdy (มคี ุณภาพสงู และมอี ายกุ ารเก็บไดยาวนาน) มีกลิ่นหอมพิเศษของเหด็ ดาํ มสี ีแดงเขมลกึ แบบ garnet-red ไวนเก็บไดยาวนานและมคี ุณภาพพฒั นาไดด ีย่งิ ข้นึ แตกพ็ รอ มด่ืมเรว็ กวา ไวนจ ากเมดอค ไวนข อง St-Emilion ไดรับการจัดชั้นคุณภาพไวนใ นป 1954 และจะมกี ารเปลย่ี นแปลงรายชือ่ ทกุ ๆ 10 ป ในป 1986 การจัดชน้ั คณุ ภาพของไวนม สี อง Premiers Grands Cru “A” ไดแก Château Ausone และ Château Cheval Blanc ตามมาดวย 9 Premiers Grands Cru “B” และอกี 62 Grands Cru Classés เขต Pomerol เปนเขตไวนเล็ก ๆ มไี รองนุ เพยี ง 700 เฮกตาร แตไวนม ชี อ่ื เสยี งมาก ไรองุนในเขต Pomerol ท่อี ยูปากทางเขาเมอื ง Liboune เปน ทีร่ าบสงู พ้นื ดินบางสวนเปน ดินซิลกิ า และบางสว นเปน ดนิ กรวดหนิ ปนทราย ซงึ่ เปน ท่ีทราบกันวาสภาพดินเชน น้ี ทาํ ใหไวนจ ากถนิ่ นมี้ คี ณุ ภาพดี
- 135 - เขต Lalande de Pomerol ถอื เปน เขตบรวิ ารของ Pomerol มพี ื้นทใ่ี หญก วา เขต Pomerolเล็กนอ ย ผลิตไวนไดด ีมาก เชน กนั แตค วามเขมขน ของไวนไมเทากบั Pomerol โดยผลิตไวนไดตกปละ 35,000 เฮกโตลติ ร เขต Fronsac และเขต Canon-Fronsac ไวนส องเขตนเ้ี ปน ที่โปรดปรานของจกั รพรรด์ิชารเลอมาน (ค.ศ. 742-814) เปนไวนท ีส่ ดใส หนกั แนน อวบอมิ่ และอุดมดวยกลนิ่ เครอ่ื งเทศ ไวนทงั้ สองเขตนม้ี ปี ริมาณการผลติ รวมกันได 50,000 เฮกโตลิตร ตอ ป เขต Côtes de Bordeaux, Bordeaux and Bordeaux Supérieurs เขต Côtes de Bordeaux ไวนจากเขตนีม้ ชี ่อื เสียงดอ ยกวา เขตอืน่ ๆ แตเ ปน ไวนท คี่ ุม คามาก ไวนทง้ั หมดผลติ มาจาก “เนนิ เขา” หรือ Côtes โดยเปนไวนแดง 450,000 เฮกโตลิตร โดยมาจาก AOC ตอ ไปน้ี 1. Côtes de Bourg 2. Premières Côtes de Blaye 3. Côtes de Castillon 4. Premières Côtes de Bordeaux 5. Graves de Vayres 6. Bordeaux Côtes de Francs เขตไวนแ หงน้ีไมไดร วมอยใู นพื้นท่ีเดียว แตข ยายไปตามฝงของแมน ํ้า Garonneบา ง และฝง ซายของแมน ้าํ Dordogne หรือบรเิ วณสามเหลยี่ มของสองแมน าํ้ และบริเวณฝงขวาของแมน ํา้ ฌีฮอง (Gironde) ไวนขาวหลายชาโต ในเขตเหลา นีผ้ ลติ ไดดีเย่ยี มมาก มกี ลน่ิ ผลไมซ บั ซอนมีความหอม สาํ หรับไวนช นดิ ไมห วาน (dry white wines) มกี ารผลติ ในเขต Côtes de Blaye และGraves de Vayres โดยผลติ ไดตกปละ 400,000 เฮกโตลิตร
- 136 - เขต Bordeaux และ Bordeaux Supérieurs เขต AOC ทง้ั สองน้ีถือเปน เขตไวนพ นื้ ฐานของแควนบอรโดซ ผลิตไวนแ ดงได 1,200,000เฮกโตลติ รตอป ไวนแดงมแี ทนนินสงู องคาอพยพคอนขางเบาบาง แตมีความกลมกลอมดี พนั ธุองนุ ท่ใี ชก เ็ หมอื นกับเขตอนื่ ๆ ในลมุ นา้ํ ฌฮี อง(Gironde) ไวนข าวชนดิ ไมหวานผลติ ไดปล ะ 250,000 เฮกโตลติ ร ตองดืม่ ในขณะทมี่ ีอายุยงั นอยนักดื่มไวนจ าํ นวนไมนอยมักชน่ื ชอบไวนขาวสองถิ่นน้ี เพราะใหมสดและหอมกลน่ิ ผลไมอ ยางซาบซงึ้ เขต Graves, Entre-Deux-Mers และ Côtes de Blaye ไวนข าวชนดิ ไมห วาน (dry white) ทงั้ สามเขตน้เี ปน ไวนระดับ AOC ท่ีเหมาะกบั อาหารทะเลและปลาทุกชนิด แตจ ะด่ืมโดยไมต อ งควบคูกบั อาหารก็เรียกน้าํ ยอ ยไดดีเย่ยี ม ไวนข าวจากเขต Graves มีความละเมียดละไมเปน เลศิ อดุ มดว ยความหอมกรนุ และมีชีวิตชวี า ไวนเขต Entre-deux-Mers มคี วามละเมยี ดละไม เชน กนั โดยถน่ิ ไวนแหง นี้ตง้ั อยใู นถน่ิดอยและหุบเขาระหวา งสองแมน ํ้า คือ แมน ้าํ การอน (garonne) และแมน ํ้าดอรดอน (dordogne)ผลิตไวนข าวชนิดไมหวาน (dry white) ออกมา ตกปล ะ 120,000 เฮกโตลิตร ไวนจ ากถน่ิ นีม้ บี ุคลิกเปน การผสมผสานระหวา งความนมุ นวลอยา งเปย มคุณภาพ และความสดใสมีชวี ติ อยา งกระปรกี้ ระเปรา เมรยั มนี าํ้ มีเน้ือใหก ลนิ่ ผลไมอยา งจับใจ และมรี สตกคา งอยูใ นปากอยา งสดชน่ื เนนิ่นาน ไวนขาวจากเขต Côtes de Blaye สว นใหญเปนประเภทไวนขาวไมห วาน (dry white)เชนกนั เขตไวนแ หง น้ีถกู กาํ หนดข้ึนมาโดยรวมเอาถิน่ ชายแดนตะวนั ออกของจงั หวดั gironde และชายแดนดานทิศเหนือของจงั หวัด charente-Maritime มาอยดู ว ยกนั
- 137 - ไวนข าวชนดิ หวาน เขตผลิตไวนข าวชนดิ หวาน (sweet white wine) จะลอมอยูรอบ ๆ เขต Graves โดยมีอาณาเขตตงั้ แตต อนเหนือของเขต Cérons ขยายไปถึงเขตตาง ๆ รมิ ฝง นํ้า garonne โดยมีsauternes ซึง่ ถือวา เปน เขตยิ่งใหญในการผลติ ไวนห วานจนเปน ท่ีประจกั ษแ จง ของชาวโลกวา เปนไวนหวานท่เี ขา กับของหวานไดเปนเยีย่ ม ไวนขาวชนิดหวานของ Sauternes มกี ารผลิตไวนห วานดวยกนั 5 หมบู า นไดแก หมบู าน Sauternes หมูบา น Barsac หมบู า น Preignac หมบู า น Fargues ในวนั น้ี หมบู า น Barsac ไดแ ยกหมบู า นออกไปเปน เขต AOC Barsac เขตใกลเคียงทผี่ ลิตไวนห วานไดอ ลงั การเชนกนั ไดแก เขต AOC ตอ ไปน้ี เขต Cérons เขตSaint-Croix-du Mont เขต Loupiac เขต Cadillac และเขต Premières Côtes de Bordeaux โดยดินแดนแหงน้ีมีการผลติ ไวนห วานรวมกันไดตกปละ 150,000 เฮกโตลิตร การเก็บเกยี่ วผลองนุ เพื่อทาํ ไวนห วานจะเกบ็ เกีย่ วในชว งทีอ่ ากาศมคี วามรอ นและความชน้ือนั เหมาะสม จะไปทําใหผ ลองนุ ท่สี ุกจนเนา เกิดเชื้อราที่เรียกวา “Botrytis cinerea” เกาะอยทู ผ่ี ิวองนุ เช้อื รานจ้ี ะดดู เอานา้ํ หลอเล้ยี งในผลองนุ จนเหือดแหง ทาํ ใหผลองนุ เหลือแตนาํ้ ตาลลวน ๆ ซงึ่สามารถผลติ ออกมาเปน ไวนไ ดแอลกอฮอล 13-18 ดกี รี (แตผผู ลิตมีการปลอยใหย สี ตกินนา้ํ ตาลไดแอลกอฮอลไมเกิน 13 ดกี รี จากนนั้ กฆ็ า เชอ้ื ยีสตใ หตายเพ่อื จะไดนา้ํ ตาลทย่ี งั เหลอื อยูในนา้ํ ไวนจ นทาํ ใหไ วนข วดดังกลาวกลายเปน ไวนห วาน) ไวนขาวชนิดหวานที่ เรยี กวา “sauternes” นั้น หากดมื่ ในขณะทน่ี ํา้ ไวนย งั มอี ายนุ อ ย จะอุดมไปดว ยกลิ่นของผลไม สดชน่ื มชี ีวิตชวี า หากปลอยใหไวนม กี ารพฒั นาการนานป ไวนป ระเภทนี้จะมรี สชาติทเ่ี ขมขนขน้ึ และใหก ลน่ิ รสหอมหวานนมุ นวล ซงึ่ เปน ปจจยั ทท่ี ําใหเมรยั ชนดิ นกี้ ระเดอ่ื งชอ่ื ไวน sauternes ในปเก็บเกี่ยวอภมิ หาอมตะ กจ็ ะมชี ีวติ ยนื ยาว เกบ็ ไดนานนับหลายศตวรรษ การจัดช้ันคุณภาพของไวน sauternes และ barsac ระดับ cru นัน้ ไดเกิดข้นึ ในป 1855โดยกลุม ไวนโ บรกเกอร หรือที่เรยี กวา The Syndicat des Courtiers en Vins de Bordeaux ไดจดั
- 138 -ข้นึ โดยมีไวนระดับ Grand Premier Cru 1 ตวั คอื Château d’Yquem ระดบั Premiers Cru มี 11ตวั และระดบั Deuxièmes Crusอกี 14 ตวัสรุป ไวนท ที่ ําจากองนุ มกี ารแบงแยกประเภทใหญ ๆ ออกเปน 4 ประเภท คอื 1. ประเภทเทเบล้ิ ไวน (table wine) ซึง่ เปนไวนท ีไ่ มม ฟี อง เปน ไวนแ ดง ไวนข าว และไวนโรเซ มีแอลกฮอลตัง้ แต 9-14 ดีกรี โดยไวนแดงทาํ จากองนุ ดําหมกั ทงั้ เปลือกและเน้ือ เพราะสแี ดงของไวนมาจากสขี องเปลอื กองุน ไวนชมพกู ท็ ํามาจากองุนดําและองนุ แดงทห่ี มกั ทงั้ เปลือกเชน กนัใชร ะยะเวลาสน้ั กวา แลวรบี กรองเอาเปลือกออก สว นไวนข าวสามารถผลติ มาจากองุน ชนดิ ใด ๆ ก็ได โดยคั้นเอาแตน ํ้าองนุ มาหมกั เปน ไวน 2. ประเภทฟอรตไิ ฟดไวน (fortified wine) เปน การนาํ เทเบ้ลิ ไวนม าปรงุ แตง เปน ซ้ําสองโดยเติมบร่ันดเี ขาไปในนาํ้ ไวนก อ นบรรจุขวด ไวนช นิดนม้ี ดี ีกรีไมเกนิ 23 ดีกรี ชนดิ ทีค่ นทว่ั ไปรจู กั คือไวน Port หรือ Sherry และไวน Tokay เปนตน และสามารถ จัดแยกประเภทยอ ย ไดอีกคือ ประเภทอะเปรติ ีฟไวน(aperitif Wine) เปน ไวนเ รยี กนา้ํ ยอ ยเพอ่ื เจรญิ อาหาร เปน ไวนปรุงแตง กล่นิ รสกอนบรรจุขวด ซงึ่อาจจะเสรมิ ใหมีกลน่ิ เครอ่ื งเทศสมุนไพรกไ็ ด ไวนป ระเภทนท้ี ี่รจู ักกนั ดี คอื ไวน Vermouthe ของฝรงั่ เศส 3. ประเภทสปารก ล้ิงไวน (sparkling wine) เปนไวนประเภทมฟี อง มกี า ซคารบ อนไดออกไซดเจือผสม ไวนป ระเภทนที้ ี่คนรจู กั ดี คอื Champagne และ SparklingBurgundy ของฝร่งั เศส บางครงั้ เราอาจรจู กั ไวนช นิดนใ้ี นชือ่ Petillant ของแควน ลวั ร หรอื Spritzigของเยอรมันนี และ Spumante ของอติ าลี
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259