- 139 - พนั ธุอ งุน ใชท าํ ไวน องุนทใี่ ชทาํ ไวนม ีหลายพนั ชนิด โดยมาจากกลุม สายพนั ธุตา ง ๆ รวม 4 กลมุ คือ กลมุAmerican Species กลมุ Eastern Asian Species กลุม North American Species และกลมุEuropean Species โดยมกี ลมุ หลังสดุ เปน กลมุ ใหญท ี่ใชใ นการผลิตไวนท ว่ั โลก องนุ กลมุ European Species มีหลายสายพนั ธุด วยกนั โดยสายพันธทุ ่ีชื่อ Vitis Viniferaเปน สายพนั ธทุ ่มี ีช่อื เสยี งทสี่ ดุ ไวนดังจากทุกชาติในวนั น้ี ลว นใชอ งุนสายพนั ธนุ ท้ี ้ังสน้ิ องนุ สายพันธุ Vitis Vinifera มหี ลายรอยชนดิ มที ั้งองนุ ดาํ ทาํ ไวนแดง องนุ เขียวทาํ ไวนขาวแตตัวทเี่ ปนทีร่ จู ักดี คอื 1. องนุ ดาํ ทาํ ไวนแดง พันธุท ม่ี ชี อ่ื เสยี งมากทีส่ ดุ ในโลกไดแ ก พันธุ CabernetSauvignon, Merlot, Pinot Noir, Syrah, Nebbiolo, Sangiovese, Grenache, Cabernet Francและพันธุ Gamay 2. องนุ เขยี วทาํ ไวนขาว พนั ธทุ ่เี ปน ระดับคลาสสกิ สดุ ยอดของโลก ไดแ กพ ันธุChardonnay, Riesling, Semillon, Sauvignon Blanc, Chenin Blanc, Muscat และพนั ธุGewurztraminer ปจ จัยทที่ ําใหก ารผลติ ไวนออกมาดี ปจจยั ทที่ ําใหไวนด-ี เลว แตกตางกนั อยา ง ประกอบไปดว ย ดนิ (soil) ภมู ิอากาศ (climate)อากาศเฉพาะถนิ่ (microclimate) ท่ตี ั้งของไรองนุ (aspect) พันธอุ งนุ (grape variety) การดูแลไรองุน (viniculture) กระบวนการผลติ ทเ่ี ชยี่ วชาญ (vitification) และจากพระเจา ศิลปะการเกบ็ ไวนและการด่มื ไวน 1. ตอ งเก็บไวใ หอ ยใู นอณุ หภูมแิ ละความชืน้ ทีเ่ หมาะสม ถา จะตองอยใู นตแู ชไ วนห รืออยูใน wine cellar ท่ีสรางขน้ึ มาเพ่ือเก็บไวนโดยเฉพาะ 2. ตอ งเก็บไวนไ วใ นทีส่ งบเงยี บ มีแสงนอย
- 140 - 3. การเก็บไวนจ ะตอ งใหขวดไวนท กุ ขวดนอน เพ่อื ใหจ กุ กอ กไมแ หง ซ่งึจะทาํ ใหอ ากาศเขา ไปทําใหไวนเ สยี 4. การเสิรฟ โดยปกติ ไวนแ ดงจะเสิรฟ โดยไมแ ชเยน็ แตไวนขาวแชเ ยน็ 5. การเทสต นั้นมีหลกั ใหญ 3 ขัน้ ตอน คอื การดู การดม และการดม่ื เกบ็ รักษาไวน หอ งเกบ็ ไวนท ดี่ ี มีสภาพที่เปน ประโยชนแ กก ารเก็บรักษา คือ 1. ความมืด 2. วางขวดแนวนอน เพือ่ ปอ งกันจุกไมใหแ หง และไมสมั ผัสอากาศ 3. อุณหภูมโิ ดยรอบ คือ ประมาณ 11-14 องศาเซลเซยี ส และมกี ารเปลยี่ นแปลงอณุ หภุมนิ อย 4. ความช้นื โดยรอบ ในหองเกบ็ ไวนจ ะมผี ลกระทบท่ีสําคัญตอคุณภาพของจุกคอรกความชนื้ ระหวา ง 65%-80% 5. กลิ่นสะอาด สถานทเี่ งยี บสงบ ปราศจากการสนั่ สะเทอื น ไวนที่เหมาะแกก ารเกบ็ บม ไวนม หี ลายชนดิ หลายรปู แบบแตกตา งกนั ไป การเปลี่ยนแปลงคณุ ลักษณะตามกาลเวลาของไวนเ กย่ี วขอ งกับโครงสรา งขององคป ระกอบและลักษณะเฉพาะตวั มีไวนห ลายชนิดที่ไมเหมาะสมแกก ารเกบ็ บมนาน ๆ และจะไมมรี สชาตดิ ีข้นึ เชน ไวนข าวท่รี สไมหวาน ควรด่มื หลงั จากท่บี รรจขุ วดใหม ๆ ขณะทไ่ี วนย งั มกี ลน่ิ รสสดใหมอยูหรือทเ่ี รยี กวา “primeurs” หรือ “nouveaux” จะมรี สนมุ และมีกลน่ิ หอมของผลไม (หากเปน ไวนแดงจะมคี วามฝาดนอ ย) ควรดมื่ ภายใน 2-3 สัปดาหห ลงั จากการบรรจขุ วด หลงั จากน้นั คณุ ภาพจะเสือ่ ม จึงไมเหมาะกบั การเกบ็ บม ในทางตรงขาม ไวนท ่ีดแี ละมีคณุ ภาพสงู จะพฒั นาคณุ ภาพของ
- 141 -ตวั เองตอ ไปในขวดเปนเวลานานหลายป ในบรรดาไวนแ ดงทมี่ ีความฝาดมาก ซงึ่ ทาํ จากองนุ พนั ธุcabernet sauvignon และ syrah จะสามารถเกบ็ บม ในขวดไดเปน เวลายาวนานทส่ี ดุ ในบรรดาไวนข าวรสหวานบางชนิดและไวนสเี หลอื งจากเขต Jura เหมาะแกก ารเกบ็ บม เหมาะเปนไวนท ี่พฒั นาคณุ ภาพถึงจุดสูงสดุ ไดชา จงึ สามารถเกบ็ ไวไดนาน ไวนจะผา นขน้ั ตอนการพัฒนาคุณภาพตนเองหลายข้นั ตอน คอื จากไวนใหมเ ปนไวนเ ก็บบมจนไดท ่ี (คณุ ภาพสงู สุดผสมผสานสี กล่นิ รส ทเี่ หมาะสม และใหก ลนิ่ ที่ดหี ลากหลาย) และหลงั จากน้ันจะคอย ๆ เสื่อมคุณภาพลง
- 142 -
บทท่ี 5 อุปกรณใ นการบริการอาหารและเครอื่ งด่มือุปกรณทใ่ี ชใ นการบรกิ ารอาหาร พนกั งานบรกิ ารอาหารและเครอื่ งดมื่ จําเปน ตองมีความรเู กี่ยวกบั อุปกรณ เครื่องมือเครอ่ื งใช (furniture and equipment) ในการบริการอาหารเพราะจะเปนองคป ระกอบท่ีสําคญั ท่ีจะสงผลในการชักจูงแขกใหมีความสนใจมาใชบรกิ าร โรงแรมทตี่ องการสรางมาตรฐานการบริการจําเปน ตองมีการลงทุนในการจดั หาอุปกรณเครอื่ งมอื และของใช รวมทัง้ การตกแตงตาง ๆ ในราคาสงู เนอื่ งจากจะเปนองคป ระกอบสาํ คัญของการสรา งบรรยากาศทีท่ ําใหแขกเขา มาใชบ ริการแลว เกิดความประทับใจและอยากกลบั มาใชบ รกิ ารอกี (เอกสารชดุ การสอนการจัดการและเทคนิคการบริการในโรงแรม, 2544 : 243 - 248) อปุ กรณ เคร่ืองมือและของใชสาํ คัญในการบริการอาหาร ไดแ ก1. ครุภณั ฑ หมายถงึ เฟอรนิเจอรท ี่ใชเปน โครงสรา งหลกั ของหองอาหาร ไดแ ก โตะ อาหาร เกา อ้ีตเู ก็บเครือ่ งมอื เครอื่ งใชตา ง ๆ โตะ รับจอง โตะสาํ หรับบรกิ ารแขก รวมถงึ รถเข็นอาหาร ครุภณั ฑหลักที่ควรรจู กั ไดแ ก 1.1 โตะอาหาร (Tables) โตะอาหารเปนอปุ กรณส ําคัญสําหรับใหแ ขกนงั่ รบประทานอาหาร รูปรางของโตะ ทีใ่ ชโ ดยทั่วไปมี 3 ลักษณะ คือ กลม สี่เหลีย่ มจตั รุ สั ส่ีเหล่ียมผืนผาเลอื กไดต ามความเหมาะสม โดยท่ัวไปขนาดความสงู ของโตะประมาณ 75 เซนติเมตร แตโตะ ที่มีรปู รา งแตกตา งกันนีม้ กี ารกาํ หนดสัดสว นของจํานวนที่พนักงานควรจดั ใหแ ขกนงั่ ตามขนาดความกวางของโตะ สภาพของโตะ จะตองมคี วามแขง็ แรงไมโ ยกเยกในขณะรับประทานอาหาร ขาโตะโดยทั่วไปจะอยลู ึกเขาไปจากขอบโตะ เพอ่ื มิใหเกะกะขณะนั่งรบั ประทานอาหาร ขอบโตะ ไมค วรมีผนงั เพอ่ื มิใหแ ขกเกิดความราํ คาญเกะกะหนา ขาขณะนง่ั รบั ประทานอาหาร ความสูงของโตะ เมอื่ น่งัแลว เทา ตอ งเทา ขอ ศอกไดอยา งสบาย
- 144 - ลกั ษณะรปู รา ง จาํ นวนที่น่ัง (คน) ขนาดกลม 4 – 6 เสน ผา ศูนยก ลาง 125 ซม. 8 เสนผาศูนยก ลาง 150 ซม. 10 เสนผาศูนยกลาง 175 ซม.สี่เหลี่ยมจัตุรัส 1–2 80 X 80 ซม. 3 – 4 120 X 120 ซม.สเ่ี หล่ยี มผืนผา 4 – 6 120 X 240 ซม. สาํ หรับเปนโตะประชมุ 2 X .50 เมตรตารางท่ี 5.1 ประมาณการทว่ั ไปของจํานวนท่ีน่ังและขนาดความกวา งของโตะ ตามลกั ษณะรูปรางตาง ๆ 1.2 เกาอี้ (Chairs) เกา อีต้ อ งเลือกใหเ ขากบั โตะ ท้งั ขนาด รปู รา ง สีและลกั ษณะขนาดของเกาอโ้ี ดยทว่ั ไปมคี วามสูงประมาณ 45 เซนติเมตร หรอื เกา อ้เี ด็ก มีความสูงประมาณ 65เซนตเิ มตร ขนาดของเกา อที้ ี่ถูกตอ งนัน้ เมื่อนั่งแลว ความสูงจากพ้ืนถงึ พ้นื เกา อ้ีตอ งพอดีกับชว งขาชวงลา ง คอื เทาไมลอยข้นึ จากพื้นหรอื เขา ชนั ขน้ึ มา 1.3 ตูเก็บเครือ่ งมือ (sideboard) ตูเก็บเครอื่ งมือเปน อปุ กรณท ีส่ ําคัญมากสาํ หรบัการเกบ็ เคร่ืองมอื เครื่องใชในการบริการอาหาร (food service equipment) เชน มดี ชอ น สอ มแกว ถว ยชา กาแฟ ผาปูโตะ ผา เช็ดปาก ถาด ขวดเกลือ ขวดพรกิ ไทย เครอ่ื งปรุงรส ท่เี ข่ียบุหรี่ ไมจ้มิฟน ฯลฯ ลักษณะโดยทว่ั ไปของตูเก็บเคร่ืองมือเปน ตูท ่ีเปด ดา นหนา มชี นั้ ชองและลิ้นชักเพ่อื สะดวกแกก ารหยบิ เคร่อื งมือเครอื่ งใชใ นการบริการอาหาร นอกจากนยี้ ังเปน ทพี่ กั อาหารกอ นเสิรฟ เปน จดุ พกั ถาดและจาเปอ นท่ีใชแลว กอนนาํ ไปยงั ท่ลี างไดอ กี ขนาดและรูปแบบของตเู ก็บเคร่อื งมอื นต้ี องใหก ลมกลืมกับหอ งอาหารและจาํ นวนของเครื่องมอื ของทีต่ องใชบ ริการ
- 145 - ภาพที่ 5.1 ตเู กบ็ เคร่อื งมือ (sideboard) 1.4 โตะ เข็นสําหรบั บรกิ ารลูกคา (service table or gueridon) โตะสาํ หรับบรกิ ารลกู คา อาจมีลอ หรอื ไมม กี ไ็ ด ขนาดโดยทว่ั มคี วามกวา งประมาณ 50 เซนติเมตร ความยาวประมาณ 80 เซนติเมตร โตะ บริการนี้ควรมีชนั้ วาง 2 ชั้นเพือ่ วางเคร่อื งมอื เครือ่ งใชทจี่ าํ เปนดา นขางหรือดา นหัวโตะ อาจกางปก ออกไดเ พอื่ ใชเ นอ้ื ทใี่ หคมุ คา ภาพท่ี 5.2 โตะ สาํ หรับบริการลูกคา
- 146 - 1.5 โตะ รบั จอง (reservation stand) เปน โตะสําหรบั พนกั งานตอ นรับในหองอาหาร วางสมดุ จองโตะ อาหาร (reservation book) และโทรศพั ทส าํ หรับติดตอแขก โตะรบัจองควรมกี ารออกแบบทเี่ หมาะสมกบั บรรยากาศหอ งอาหาร 1.6 รถเข็นชนดิ ตา ง ๆ (trolleys) การบริการอาหารแตละประเภทจะมีรถเขน็สาํ หรบั ใสอาหารทีพ่ รอ มสําหรบั บริการ รถเขน็ อาหารมหี ลายประเภทซง่ึ พนักงานบรกิ ารจะตองใชใหถ ูกประเภท ไดแ ก 1.6.1 รถเข็นออรเดริ ฟ (hors d’oeuvre trolley) คอื รถเข็นใสอาหารประเภทเรยี กนํ้ายอ ยทเี่ รยี กวา ออรเ ดิรฟ (hors d’ oeuvres) ซ่งึ พนักงานจะเขน็ มาทโี่ ตะแขกเพอ่ืเสนออาหารหลากหลายประเภท โดยรถเขน็ ดงั กลา วอาจมีลกั ษณะที่สามารถหมุนเคลื่อนทใ่ี หแขกเห็นอาหารทกุ ประเภททจ่ี ดั วางไวไ ด แตล ะประเภทของออรเดิรฟจะมีการจัดวางชอ น – สอ มสําหรบั ตักแยกกันออกไป เม่ือแขกเลือกไดแลวพนกั งานจะตกั ออรเดริ ฟจากรถเขน็ ลงใสจ านใหก บัแขก ในบางสถานบริการท่ีไมมรี ถเขน็ ประเภทนี้ พนกั งานจะนําออรเ ดริ ฟ ประเภทตา ง ๆ จดั วางไวบนถาดและนาํ เขาไปเสนอใหแ ขกเลือกทางซายมือ (ชลธิชา บุนนาค, 2543 : 31) ภาพที่ 5.3 รถเข็นออรเดริ ฟ (hors d’oeuvre trolley) 1.6.2 รถเข็นเนอื้ อบตาง ๆ (carving trolley) ถือไดว า เปน อุปกรณป ระจําหองอาหารชนั้ หนึ่งท่มี ีราคาแพง ใชป ระโยชนในการลําเลียงอาหารช้นิ ใหญ ๆ ออกไปทโี่ ตะ เชน ขา
- 147 - หมแู ฮมรมควนั เนื้อ โดยอาหารจะอยูชน้ั บนมีฝาครอบ อุปกรณท ีใ่ ชใ นการตดั หน่ั จะวางอยชู ัน้ ลา งสวนจานทจี่ ะใชใ สอ าหารใหแ ขกจุถูกจัดวางไวด านบนตรงสวนทีย่ น่ื ออกมาในขณะทพี่ นักงานทําการตัดหรอื หน่ั ชน้ิ อาหาร ภาพที่ 5.4 รถเข็นเนอ้ื อบตาง ๆ (carving trolley) 1.6.3 รถเขน็ อาหารทีม่ ีเตาไฟ (flambé trolley) เปนรถเข็นอกี ประเภทหน่งึท่ีพบไดในหองอาหารชนั้ หนึ่งของโรงแรม ลักษณะทแี่ ตกตา งจากรถเขน็ ประเภทอ่นื คือมอี ปุ กรณใหค วามรอ นประเภทแกส และหัวเตาเพอ่ื ใชในการประกอบอาหารท่ีตองใชค วามรอน อาทเิ ชนcrêpe suzette, banana flambé ซ่งึ เปนช่อื ขนมหวาน ทม่ี ีการใสเ หลา ลงไปในขณะปรงุ เพ่อื ใหเกิดไฟลกุ สามารถสรางความต่นื ตาตื่นใจใหกับแขกไดม ากทีเ่ ดยี ว กอ นการนํารถเขน็ ออกมาแสดงกรรมวิธใี นการปรงุ พนักงานจะตอ งจดั เตรียมเคร่อื งใชท ุกอยางใหพ รอ มบน flambé trolley ซ่ึงอาจจะประกอบดว ย กระทะ นํ้ามนั ขวดพรกิ ไทย เครื่องปรงุ รสตา ง ๆ เหลา เปนตน ภาพที่ 5.5 รถเขน็ อาหารทมี่ เี ตาไฟ (flambé trolley)
- 148 - 1.6.4 รถเข็นของหวาน (dessert trolley) เปนรถเขน็ ขนมหวานท่ีมีการจดัวางใหด ูนา รบั ประทานโดยคดั เลอื กขนมประเภทท่มี กี ารตกแตงสวยงาม หรอื มีการตกแตง ดว ยลวดลายพิเศษดงึ ดูดความสนใจแขกดว ยของจริงซง่ึ ยอ มใหค วามรูส ึกทด่ี ีกวา การดจู ากรปู ในรายการอาหาร เม่ือแขกรบั ประทานอาหารจาหลกั เรียบรอ ยแลว พนักงานทีร่ ับผดิ ชอบจะเข็น dessert trolley มาดา นขางโตะแขกและเสนอรายการของหวานใหแ ขกเลอื ก โดยในขณะอธิบายและตอบคําถามของแขกน้ัน พนกั งานจะตอ งยนื อยดู านขางหรอื ดานหลังของรถเขน็ เทา น้ันหามยืนดานหนารถเขน็ เพราะจะทาํ ใหแ ขกไมสามารถเหน็ ขนมหวานทวี่ างแสดงไว ภาพท่ี 5.6 รถเข็นของหวาน (dessert trolley) 1.6.5 รถเขน็ เคร่ืองด่มื (beverage trolley) เปนรถเข็นเครื่องดื่มประเภททมี่ ีแอลกอฮอลป ระกอบไปดว ยเหลา หลังอาหารนานาชนิด ทม่ี ีบริการแขกชว งหลังรบั ประทานอาหารเพื่อชวยยอ ยโดยปกติมกั เปน เหลา หวานทที่ าํ จากผลไม นอกเหนือจากขวดเหลาแลว ช้ันลา งของtrolley จะจัดวางแกว หลายลกั ษณะสําหรับใหบ ริการเครอ่ื งดม่ื แตล ะชนิด ภาพท่ี 5.7 รถเขน็ เคร่อื งด่ืม (beverage trolley)
- 149 - 2. เคร่ืองใชป ระเภทผา ในการบรกิ ารอาหารและเคร่อื งดมื่ จาํ เปน ตองมผี าเปนสวนประกอบในหองอาหาร ผา ทใี่ ชในหอ งอาหารมีหลายประเภท พนกั งานบริการอาหารและเคร่อื งดม่ื ควรเลือกใชผาใหถูกประเภท การใชผา ผิดประเภท เชน นาํ ผาเช็ดปากทแี่ ขกใชแลวไปเชด็ โตะอาหาร บางโรงแรมนึกถงึ ความประหยดั โดยนาํ ผาเชด็ โตะ หรอื ผา ปูโตะทีห่ มดอายกุ ารใชง านแลว มาเปล่ียนแปลงเปน ผา เช็ดโตะ หรอื ผาเชด็ ถูทําความสะอาดทัว่ ไป ฯลฯ เหลา น้ีลว นเปน สิ่งท่ที าํ ใหแขกทีพ่ บเห็นเกิดความรสู กึ ทไ่ี มด ี ดังนัน้ จึงเปน สง่ิ ทีค่ วรระมัดระวงั ไมควรปฏบิ ตั อิ ยา งเด็ดขาด2.1 ผากนั ลนื่ (under lay cloth หรือ moleton) หมายถงึ ผา ทีใ่ ชป กู อนผาปูโตะ อาหารเพื่อปอ งกนั การลน่ื และเกิดเสียงดังขณะบรกิ าร นอกจากนยี้ ังเพิม่ ความนุมใหแ กแ ขกเม่ือเวลาสมั ผัสในขณะนั่งรบั ประทานอาหาร2.2 ผาปโู ตะ (table cloth) ผา ปโู ตะตอ งมีสีกลมกลืนกับสหี อง สวนขนาดและลกั ษณะขนึ้ อยกู บั ลกั ษณะและขนาดของโตะ ผา ปโู ตะโดยทว่ั ไปเม่อื ปูโตะแลว ชายผา ควรหอ ยลงมาจากขอบโตะไมนอ ยกวา 30 เซนติเมตร เน้อื ผา ตอ งเปน ประเภทไมลื่น ซับน้ําไดด ี2.3 ผาเชด็ ปาก (napkins) เปน ผาสาํ หรับใหแขกเชด็ ปากในขณะรับประทานอาหารหรือหลังจากรบั ประทานอาหารเสร็จเรียบรอ ยแลว ลักษณะของผา เชด็ ปากเปน ผารปู สเ่ี หล่ียมจตั รุ สัโดยทว่ั ไปมี 2 ขนาด คอื ขนาดเลก็ ประมาณ 15 20 นว้ิ ขนาดใหญป ระมาณ 22 – 26 น้ิว เนื้อผา ตองซบั นาํ้ ไดด ี ไมลื่น มีสีทก่ี ลมกลนื กับสีของผา ปโู ตะ นอกจากนย้ี ังตอ งลงแปงพอสมควรและรีดใหเรียบ เพราะนอกจากจําใหแ ขกเชด็ ปากแลว ยังสามารถพับเปนรปู ราตา ง ๆ ประกอบบนโตะอาหารใหส วยงามอกี ดวย
- 150 - The Bishop's Hat Napkin Fold This is a classic dinner napkin fold, but it can be difficult to line up the corners in the cap. Some starch and an iron make it easier to be precise while folding this one. ...and yes I know it's not sitting in the center of the plate, next time I'll stay out of the cooking wine, I promise. 1. Lay the napkin face down in front of you. 2. Fold the dinner napkin in half so that the open end is towards you.
- 151 - 3. Fold the far-right corner diagonally towards you, resting the point in the center of the side closest to you. 4. Fold the near-left corner diagonally away from you, resting it so that it lays right next to the previous fold. 5. Flip the napkin over and orient it so it points to the far-left and to the near-right. 6. Fold the bottom half of the napkin up and away from you, laying it so the far edges run on top of one other. 7. Reach underneath of the napkin and pull out the flap on the right, making the near-side come to two points as seen in the picture.
- 152 - 8. Gently roll the left half of the left triangle over and tuck it's end underneath the right triangle. 9. Flip the napkin over, points pointing away from you. 10. Fold the right-triangle to the left, tucking it's end into the other triangle. 11. Open up the hat and press the material inside down to fill it out so that it becomes circular, this may take a little fidgeting.
- 153 - ภาพท่ี 5.8 ผา เชด็ ปากท่ีพบั เปน รูปแบบ The Bishop's Hat Napkin Fold The Bird Of Paradise Napkin Fold This is a classic and classy napkin folding technique that requires a stiff napkin. If you don't have any dinner napkins made of stiff linen then a light starching should fix you right up. 1. Lay the napkin face down in front of you. 2. Fold the napkin in half.
- 154 - 3. Fold the napkin in quarters. 4. Fold the napkin in half diagonally, creating a triangle. 5. Orient the triangle so the open tip is facing away from you. 6. Fold the right corner diagonally towards you - laying it down along the centerline of the triangle, making a new tip pointing towards you. An iron can make this important fold a whole lot easier.
- 155 - 7. Do the same with the left corner, fold it diagonally toward you and press it down next to the previous fold. Now you have a diamond, you're rich! Yay!. 8. Fold the two \"wings\" that you just made in folds 6 and 7 under so that you have your original triangle shape back. Once again an iron can make a world of difference. 9. Fold the triangle in half by bringing the center seam towards you and allowing the ends to fall.
- 156 - 10. This bird's almost ready to fly, but first you must give it some feathers. While holding the base firmly to keep your folds together, pull up the four 'flaps' created by the napkin's corners. Pretty cool fold, isn't it? It makes you wonder if there are people sitting around in basements performing experimental napkin folds while the rest of us are sleeping. This fold can be difficult if you don't use an iron or have a fairly stiff napkin so be prepared to put a few minutes into making ภาพที่ 5.9 ผาเชด็ ปากทีพ่ บั เปน รปู แบบ The Bird Of Paradise Napkin Fold Folding cloth napkins The Standing Fan Napkin Fold Elegant and decorative, this is a classic napkin folding technique. As usual, and iron helps but is not necessary.
- 157 - 1. Lay the napkin face-down in front of you. 2. Fold the napkin in half and orient the open end towards you. 3. Fold the napkin like an accordion starting at either narrow end. Leave one end with 2- 3 inches of unfolded napkin to support the standing fan. 4. Fold the napkin in half with the accordion folds on the outside.
- 158 - 5. Grasp the unfolded corners where they meet on the open end and fold them in diagonally, tucking them under the accordion folds. 6. Open it and stand it up. A beautiful fan for a beautiful dinner. ภาพที่ 5.10 ผา เช็ดปากท่พี ับเปนรูปแบบ Folding cloth napkins 2.4 ผา สาํ หรับพนกั งาน (service cloth) เปนผา สาํ หรบั พนกั งานเพอื่ ชวยในการจบัของรอน หรอื เชด็ ทําความสะอาดขณะทาํ การเสิรฟ อาหาร เชน รอยเปอนบนโตะ โดยท่ัวไปจะมีสีขาว สาํ หรับหอ งอาหารชน้ั ดี พนักงานบรกิ ารจะพาดไวทขี่ อ มอื ซา ย 2.5 ผา ทําความสะอาด (cleaning cloth) เปนผาสาํ หรบั ทําความสะอาดอปุ กรณตาง ๆซ่งึ ในการบรกิ ารอาหารจะไมใชผ าปนกนั เชน ผา เช็ดแกว ผา เช็ดจาน ผา เชด็ โตะ เพอื่ ความมัน่ ใจอาจแยกประเภทใหเ ห็นชดั โดยแบงสขี องผาแตล ะประเภท ผา ทําความสะอาดสามารถแบงไดเ ปน - ผา ทาํ ความสะอาดแกว (glass cleaning cloth)
- 159 - - ผาทําความสะอาดถวย จาน และมดี ชอ น สอม (dish cleaning cloth) - ผา ทําความสะอาดโตะ เกา อี้ (cleaning cloth) 2.6 ผา รองถาด (tray cloth) สําหรบั กันเปอ นและกนั ล่นื ซึ่งมรี ปู แบบและขนาดตา ง ๆกนั ตามขนาดของถาดท่ใี ชงาน เชน ถา รองถาดกลมขนาดเล็กและขนาดใหญ ผารองถาดส่เี หลีย่ มจัตรุ สั หรอื ส่ีเหลีย่ มผืนผา ฯลฯ 2.7 ผาระบายโตะ (skirt) เปน ผา ใชร ะบายติดขอบโตะเพ่ือใหเ กดิ ความสวยงามโดยเฉพาะโตะ บุฟเฟตอ าหารและเคร่ืองดมื่ ผาระบายโตะน้ีอาจพับเปน จีบสําเรจ็ รูปหรอื มกี ารจัดตบแตง เปน รูปแบบอ่ืน ๆ อยางสวยงาม3. เครื่องกระเบื้องและจาน (china and dishes)เครอ่ื งกระเบือ้ งเปน ภาชนะสาํ หรบั เสริ ฟอาหารและเครอ่ื งด่ืมทม่ี ักจะเลอื กแบบและลายใหเ ขาชดุ กันเพอื่ ความสวยงามทาํ ใหอาหารดนู ารับประทาน 3.1 Bread plate เสน ผานศูนยก ลาง 5 – 6 นิว้ นอกจากใชใ สขนมปง แลวยงั สามารถใชเปนจานรองสาํ หรับแยม เนยท่ีอยใู นกลอ ง กระปกุ นาํ้ ตาล เคร่อื งปรงุ อืน่ ๆ รวมถึงอา งลางมอื(finger bowl) หากบางหอ งอาหารไมมแี ฟม (folder) สาํ หรบั ใสบลิ ใหแ ขก อาจนาํ บลิ นั้นวางมาบนbread plate กไ็ ด 3.2 Salad plate เสนผานศูนยกลาง 7 – 8 นวิ้ ใชส ําหรับการรับประทานอาหารเชา สลัดอาหารเรียกนา้ํ ยอย และใชเ ปน จานรองสําหรับผลไม กุงค็อกเทล (shrimp cocktail) โถใสสลัด(vegetable bowls) โถใสซ อส (sauce boat) และแกว ไอศกรีมซันเดย (ice-cream sundae) โดยทจ่ี ะตอ งมกี ารใชกระดาษฉลุ (Doily) ปบู นจานกอน นอกจากน้ีสําหรับอาหารบางประเภททมี่ กี า งหรอื กระดกู พนกั งานสามารถใช Salad plate สาํ หรบั ใหแขกใสก า งหรือกระดกู โดยวางบนโตะอาหารทางดา นขวาหรอื ดา นบน 3.3 Soup plate ขนาดเสน ผานศนู ยก ลาง 8 – 10 นว้ิ ใชสําหรับใสซุป สตู หอยนางรมหอยทาก และอาหารอิตาเลยี่ น 3.4 Dinner plate เสนผานศูนยก ลาง 10 – 12 น้ิว สาํ หรบั ใสอาหารจานหลัก อาหารเรยี กนาํ้ ยอ ย ของหวานที่มกี รรมวธิ ใี นการปรุงแบบ Flambé เชน crêpe บางครัง้ อาจใชเ ปน จานรองจาน
- 160 - อาหารโดยการปูกระดาษฉลุ (doily) กอน และนาํ อาหารทเ่ี สริ ฟมาในถว ยซปุ เชน สตู หรอื pastaวางดา นบน 3.5 Soup cup เปน ถวย 2 หู สาํ หรบั ใสซปุ ใส (Consommé) แตใ นปจจบุ นั นยิ มใชใสซ ุปทกุ ชนดิ 3.6 Coffee cup สาํ หรับชา กาแฟ หรือเคร่อื งดืม่ ประเภทนมรอน 3.7 Espresso cup สาํ หรับกาแฟประเภท espresso ซ่ึงมคี วามเขมขนมาก ถว ยจะมขี นาดเล็กกวาธรรมดา อปุ กรณป ระเภทจาน ชาม ดังกลาวเปน แตเพยี งตัวอยา งหนึง่ เทานนั้ ท่มี กั พบในโรงแรมท่วัๆ ไป ในบางแหงอาจมอี ุปกรณมากหรอื นอ ยกวา น้ี และประโยชนข องการใชสอยอาจแตกตางกนัออกไป ซึ่งพนกั งานจะตอ งศึกษาจากโรงแรม หรือหองอาหารท่ตี นปฏบิ ัติงานอยู (ชลธิชา บุนนาค2543: 39 - 44) Plate or Dish Soup Cup Coffee Cup Cappuccino Cup
- 161 - Bowl Bowl Oval bowl and saucer Milk Jug Sugar Bowl Coffee Port ภาพที่ 5.11 แสดงเครอื่ งกระเบอื้ ง (china ware)From “Tableware Catalogue” by Hospitality hotelware. (n.d.). Retrieved July 5, 2008, form http://www.hospitalityhotelware.co.uk4. จานเปล ชาม (Platters, Bowls) และภาชนะใสอาหารอื่น 4.1จานเปล เปนจานสาํ หรบั ใสอาหารขนาดใหญ (Platter) อาจมีรูปรา งแตกตางกนั ออกไป เชน กลมใหญ รปู ไข ส่ีเหลี่ยมผนื ผา หรอื เปน ภาชนะกนตนื้ ซ่ึงอาจมีฝาปดหรือไมม กี ็ ได ปกตแิ ลว จะใชส ําหรับใสอ าหาร ประเภทเนือ้ หรือปลาทีป่ รงุ สําเร็จรูปโดย ไมม นี าํ้ ซอส
- 162 - 4.2 Cocotte เปนหมอปรุงอาหารรูปกลมหรือรูปไข สําหรบั ใสเ น้อื สัตวท ่ีมกี ารปรุงในนํ้า ซอส4.3 Vegetable เปน โถใสผ กั อาจใชส าํ หรับใสขาวBowl Pasta และมันฝรัง่ ปรากฏท้งั ในรูปราง กลม และส่เี หล่ียม แตจะตองมีฝาปด เสมอ การนาํ ออกมาบริการใหพนกั งาน จะตองจดั วางมาบนจานรองทีป่ ูดว ย กระดาษฉลุ4.4 Oval เปน หมออบรปู ไข ใชส าํ หรับเนื้อสตั วท่ีCasserole ปรุงในนํ้าซอสปริมาณมาก หรือสําหรบั อาหารท่ีเปน เสน (Noodle) จะตองมีฝา ปด เพ่ือเกบ็ ความรอ นของอาหารเสมอ4.5 Fish Server เปน ภาชนะใสปลาประเภท Poached Fish (คือปลาท่ีตมใหส ุกดวยนํา้ เดอื ด) ภายในมีตะแกรงสาํ หรับวางตัวปลา ซงึ่ มี ทจ่ี บั ทงั้ 2 ดาน เพือ่ สะดวกการยกตัส ปลาออกมาจัดวางท่ขี างโตะแขกเพ่อื ทาํ การแลหรือแบง ใสจานใหแขก
- 163 - 4.6 Soup Tureen เปนหมอ ซุป สาํ หรบั ใสซ ุปนาํ ไปบริการ ตักใสถว ยใหแ ขกที่โตะ4.7 Cloche หรอื เปนฝารปู ครงึ่ วงกลมสาํ หรบั ปดครอบCover อาหารท่ีปรงุ สาํ เร็จใหรอ นอยูตลอดเวลา เม่อื นําจากครวั ออกไปยังโตะ อาหารของ แขกและชว ยปองกันฝนุ ละอองทอ่ี าจตก ลงไปในจานอาหาร4.8 Snail Plate ใชสําหรบั การใสหอยทาก (snail) ทีย่ งั ไมไดแ กะเปลือกออก โดยมีการใสเนย สมนุ ไพรเขา ไปในเปลอื กหอยและอบให ความรอ น เมอื่ สกุ แลว จะนํา snail plate วางมาบนจานรองอกี ชั้นหนง่ึ กอ นนํา ออกมาบรกิ ารแขก4.9 Ceramic Snail สําหรบั หอยทากท่ีแกะเปลือกแลว จะนาํDish ออกมาเสิรฟในจานชอ งขนาดเลก็ โดยที่ จะตองมจี านรองอกี ช้นั หนึง่ เชน เดยี วกนั4.10 Sauce Boat เปนภาชนะสาํ หรบั ใสซ อส นาํ้ เกรว่ี หรอื Dressing สาํ หรบั สลดั ผักตาง ๆ พนักงานจะตอ งจดั วาง Sauce Boat บน จานรองปดู ว ยกระดาษฉลุ และมีชอนอยู
- 164 - ดานขา งบนจานรอง โถใสซ อสท่ใี ชจะมี รูปรางและขนาดแตกตา งกันออกไป แลวแตห อ งอาหาร4.11 Finger Bowl เปนอปุ กรณท ตี่ อ งจัดวางไวบ นโตะ ใหก บั แขก ในกรณีทแี่ ขกสงั่ อาหารทะเล หรือผลไม โดยจะใชน ํา้ อนุ และมะนาว ฝานใสม าในอา ง นําอา งลางมือวางมาบน จานรองท่ีมีกระดาษฉลุ และจดั วางให แขกทางดานบนซายเพ่ือแขกจะไดใ ช ลา งมือ4.12Coffee ใชส าํ หรบั การเสิรฟกาแฟใหก บั แขก อาจServer/ Coffee Pot มที งั้ ขนาดเลก็ สาํ หรับแขก 1 คน หรือกา ใหญส ําหรับพนักงานรินบรกิ ารใหก บั แขก วัสดทุ ใ่ี ชอ าจเปน เหล็กปลอดสนมิ เงนิ หรือกระเบือ้ งกไ็ ด4.13 Tea Server/ ทาํ จากวัสดไุ ดห ลายอยา งเชน เดยี วกับTea Pot Coffee Server แตจะมีขนาดเล็กกวา ใน การบรกิ ารใหแ ขกมักจะใชใ สน ้าํ รอ น และนาํ ไปตง้ั ใหแ ขกที่โตะ ทางขวามอื โดยทถ่ี ุงชาอาจจะวางในแกว หรอื หอ ยไว ทีก่ าชาอกี กาหน่งึ กไ็ ดเ พือ่ ใหแ ขกปรงุ ชา เองตามความตองการ หากชาทแ่ี ขกส่งั เปน ใบชาอาจใชก าทมี่ ีตะแกรงเปน รู ๆ บริเวณปาก หรือ อาจใชท ก่ี รองใบชาที่มี ลกั ษณะเปน ตะแกรงวางทบั บนถวยชา
- 165 - เพอ่ื ปอ งกนั มใิ หช าตกลงไปในถว ยชา ขณะรนิ ได 4.14 Milk Pitcher สําหรบั ใสน มหรือครีม วางใหแขกบน โตะ4.15 Ice Bucket สําหรบั แชไวนขาวและสปารกล้งิ ไวนท ่ี ตอ งดม่ื เยน็ โดยจะใสน ้าํ แข็งและน้าํ ลง ในถัง การนาํ มาบริการใหแ ขกอาจจะนาํ Ice Bucket วางบนขาต้งั (Stand) และ ยกมาใกลโ ตะ แขก หากไมม ขี าตงั้ อาจวาง บนจานรองทม่ี ีกระดาษฉลปุ ู และนาํ มา วางบนโตะ แขกหรือโตะเลก็ ขางโตะ แขก ก็ได4.16 Wine Basket/ ชํ้าสาํ หรบั การบริการไวนแ ดงทมี่ ีอายุการWine Cradle เก็บบม นานทาํ ใหมีตะกอนอยบู รเิ วณกน ขวดมาก การนาํ ออกมาบริการจะตอ ง เปนไปในลักษณะแนวนอนเชน เดยี วกบั ตอนเก็บเพื่อไมใ หตะกอนฟงุ กระจาย ข้ึนมา ดังนน้ั ในการเสริ ฟจงึ ตองเสริ ฟท้งั ตะกรา5. อุปกรณใ นการรับประทานอาหารของแขก (Cutlery for the Guests) พนกั งานที่ทาํหนาท่บี ริการจะตองมคี วามรคู วามเขาใจเกยี่ วกับอปุ กรณใ นการบริการอาหารและเครอื่ งด่มื ใหก บัแขกรวมทัง้ อปุ กรณทแี่ ขกตอ งใชใ นการรบั ประทานอาหาร ในสมัยกลางผูที่ทาํ หนาท่พี นกั งาน
- 166 - บรกิ ารดเู หมือนจะไมต องมคี วามรใู นเร่อื งเครอื่ งดม่ื มากนกั เนื่องจากอปุ กรณท แ่ี ขกใชในการรบั ประทานอาหารคือ มือ มดี และสอ มเพิ่งจะมกี ารใชในศตวรรษที่ 15 และจาํ กดั การใชอ ยแู ตเ ฉพาะในหมชู นชน้ั สงู ราวศตวรรษที่ 16 ความนยิ มในการใชอปุ กรณเ ริม่ มีมากขน้ึ แตก ็ยงั มบี างคนทค่ี ิดวาเปน เรอ่ื งท่ีดนู า ขบขันโดยเฉพาะคนทเ่ี ชือ่ มน่ั วามือของคนคอื อุปกรณท ดี่ ีทีส่ ุด 5.1 อุปกรณเ คร่อื งเงนิ (silver ware or cutlery) แบงออกเปน 3 กลุมหลัก คอื เครื่องมอื ในการรบั ประทานอาหาร ในอดีตนิยมทาํ ดวยโลหะเงนิ อกี ทั้งเปน สิ่งทสี่ ามารถใชบอกฐานะทางสงั คมแตใ นปจ จุบนั สว นใหญเ ปนโลหะผสมสแตนเลส ราคาถูกดแู ลรกั ษาไดง า ยแบง ออกเปน 3 กลมุ ภาพท่ี 5.12 แสดงอุปกรณเ คร่อื งเงิน (silver ware or cutlery) From “Catering Catalogue” by Barlens Event Hire. (n.d.). Retrieved July 2, 2008, form http://www.barlens.com.au
- 167 - (1) ชอน (spoon) ใชกับอาหารและเคร่ืองดมื่ มีหลายชนดิ แตบนโตะอาหารมาตรฐานจะตอ งมี คอืชอ นซปุ (Soup spoon) ใชสําหรับรับประทานซุปที่ เสริ ฟมาในถว ยซุป หรือสําหรับ รับประทานอาหารเสน โดยใชคู กับสอ มเน้ือหรือสอมอาหาร เยน็ ใชตักซอสหรอื เสริ ฟ ขนม ปงก็ไดชอนหวาน (Dessert ใชส ําหรบั รบั ประทานของSpoon) หวานตาง ๆชอ นไอศกรมี ซันเดย ใชส าํ หรบั รับประทาน(Sundae or Iced – tea ไอศกรมี ซันเดย หรือกาแฟSpoon) โกโก ชา โอวลั ตนิ เย็นท่เี สิรฟ ในแกว ทรงสูงชอ นชา-กาแฟ (Tea or ใชส าํ หรับคนหรือชงกาแฟ ชาCoffee spoon) ช็อกโกแลต โกโกรอ น หรือ รับประทานคอ็ กเทลกุง ค็อกเทลผลไม และไอศกรีม
- 168 - (2) สอ ม (fork) สวนใหญใ ชเ ปน อุปกรณชว ยในการรบั ประทานอาหาร จัดวางไวด านซายของจานอาหาร และโดยมารยาท ควรถือดว ยมอื ซา ย เวลารบั ประทานอาหาร สอ มมาตรฐาน คือสอมอาหารหลักหรอื สอมเน้ือ ใชส ําหรบั รับประทานหรือสอ มอาหารเยน็ (Dinner อาหารหลัก ผกั ทต่ี มหรืfork or Large Fork) อนง่ึ แลว และอาหารเสน ใชค กู ับมีดเนอ้ื หรือมดี เยน็สอมปลา (Fish fork) ใชส ําหรับรับประทานปลา ใชค ูกับมดี ปลา หรืออาหาร ทะเล สอมสลดั (Salad fork) ใชร ับประทานอาหารเรียก นํา้ ยอย ของหวาน เนยแข็ง สอมเคก (Cake fork) สลัด ปลารมควนั หอย สอมจ้ิมหอย (Snail fork) ค็อกเทลและเคก หรือ อาหารเสน ใชสาํ หรับรบั ประทานเคก พาย และอาหารหรอื ขนม ท่ที ําจากแปง ใชสาํ หรบั รบั ประทาน อาหารประเภทหอย
- 169 - (3) มดี (knife) เปน อุปกรณห ลักในการรบั ประทานอาหาร จดั ไวข วามอื และโดยมารยาทควรถือดวยมอื ขวา มดี มาตรฐาน คอื อาหารหลกั หรอื มดี เนื้อ หรอื มีด ใชส ําหรับรบั ประทาน มดี อาหารเยน็ (Dinner knife อาหารหลกั or Meat Knife) มีดเลก็ (Small Knife) ใชสําหรับรับประทานอาหาร เชา อาหารเรยี กนาํ้ ยอ ย สลัด ของหวาน ผลไมและเนยแข็ง มีดปลา (Fish Knife) ใชส าํ หรบั รับประทานอาหาร มีดเนย (Butter Knife) พวกปลา หรืออาหารทะเล ใชสําหรับทาเนยหรอื แยม
- 170 - รปู ภาพที่ 5.13 แสดงแบบมีดและจุดสังเกตสาํ คัญทค่ี วรรู ท่มี า : “Catalogue” by Replacements LTD. (n.d.). Retrieved July 2, 2008, form http://www.images.replacements.com6. อปุ กรณเครอื่ งแกว (Glassware) แกว ทใ่ี ชใ นหอ งอาหารเกอื บทกุ หอ งภายในโรงแรมมกั จะเปนแกว กา น (stem glass) เนือ่ งจากมีความสวยงามและมีรูปแบบท่เี หมาะสําหรบั การรกั ษาคุณลกั ษณะของเครอื่ งดมื่ ทั้งในเร่อื งขงกลนิ่ และรสชาติ แตอ ยางไรกต็ ามแกว กานอาจมีรูปทรงหรอืขนาดทแี่ ตกตา งกนั ออกไปมากมายและเครอื่ งดื่มบางประเภทก็ไมน ยิ มเสริ ฟ ในแกว กาน ดงั นนั้ความรอบรูของพนกั งานเกยี่ วกบั แกว แตล ะประเภททีใ่ ชใ นหองอาหารจงึ มีความสาํ คญั เพราะการใชแกว ผิดประเภทจะมีผลทําใหก ารดม่ื เครอ่ื งดมื่ ของแขกไมไดร สชาตทิ ถ่ี กู ตอง และคุณลักษณะของเครื่องดมื่ เชน ความหอม ความเยน็ หรอื ฟองอากาศจะสญู เสยี ไป รวมไปถึงความรูส กึ ของแขกของแขกตอ การปฏบิ ตั งิ านของพนักงานดว ย ประเภทของแกว
- 171 - แกว ท่ใี สเ ครือ่ งดื่มจะมีสว นประกอบ 3 สว นคอื ตวั แกว (Bowl) กานแกว (Stem) และฐานแกว (Base of Foot) แตแกว ทกุ ใบไมจําเปนตอ งมีสวนประกอบครบทง้ั 3 สว น 6.1 แกว Tumbler เปนแกว ประเภททีม่ ีสว นประกอบเพียงสวนเดยี วคอื ตวั แกว เหมาะสําหรบั ใสเครอ่ื งดม่ื ทมี่ ปี รมิ าณแอลกอฮอลส ูง หรอื ใสเหลา โดยไมมสี ว นผสมอื่นนอกเหนือจากนา้ํ แขง็ ขนาดและรูปรางอาจมีแตกตางกนั ออกไปดังตวั อยา งภาพท่ี ...... ภาพท่ี 5.14 ตวั อยา งแกว ประเภท Tumbler ที่มา : ชลธิชา บุนนาค,2543 : 53 6.1.1 Jigger หรอื Short Glass เปน แกว สาํ หรบั ใชใ นการตวงเหลา 6.1.2 Old-Fashioned หรอื Rock Glass เปน แกว สําหรบั ใสเ หลา คอ็ กเทลท่ีช่ือวาOld-Fashioned ซงึ่ มีสว นผสมของ Bourbon Whisky, Syrup และ Angostura Bitter หรอื สาํ หรบัการดม่ื เหลา ประเภทใสน้ําแข็งทเ่ี รยี กวา On the Rock 6.1.3 Highball Glass เปนแกวสําหรบั ใสเ ครื่องดื่มผสมจากเหลาและโซดา 6.1.4 Collins Glass เปนแกว สําหรบั ใสค อ็ กเทล ชือ่ Collins ทม่ี ีบรั่นดเี ปนเหลาหลักผสมกับนา้ํ มะนาวและนาํ้ เชอ่ื ม 6.1.5 Cooler Glass เปน แกว สาํ หรบั ใสค อ็ กเทลท่ีมสี ว นผสมของนํ้าผลไมและGrenadine (หัวเชอื้ ทับทมิ รสหวาน)
- 172 - 6.1.6 Zombie เปนแกวสาํ หรบั ค็อกเทลช่อื Zombie ซ่ึงมีสว นผสมของเหลา รมั และน้ําผลไมป ระเภทน้ําสม น้ํามะนาว 6.1.7 Pilsner เปนแกว สําหรบั ใส Lager Beer ทมี่ ีสีคอนขางใส และรสชาติออน 6.2 แกว Footed Ware หมายถึงแกว ท่มี สี วนประกอบ 2 สว นคอื ตัวแกว กับฐานแกว ทีเ่ หน็ไดชดั เจน สวนกานแกว ยังคงมอี ยูแตสน้ั มากจนแทบมองไมเ ห็น รูปแบบของตวั แกว และฐานมีหลากหลายแลวแตก ารออกแบบของสถานประกอบการน้ัน ๆ ตวั อยา งของแกว ในกลุมนีแ้ สดงในภาพที่ 5.15 ภาพท่ี 5.15 ตวั อยางแกว ประเภท Footed Ware ทีม่ า : ชลธชิ า บนุ นาค,2543 : 54 6.2.1 Rock Glass เปน แกว สาํ หรับใสเหลาผสมนํา้ แขง็ 6.2.2 Beer Glass เปนแกว สําหรบั ใสเบียร 6.2.3 Brandy Snifter เปนแกว สาํ หรับใสบ รั่นดี หรือคอนยัค 6.2.4 Hurricane Glass เปนแกวสาํ หรบั ใสคอ็ กเทลประเภทหนึง่ ที่เรียกวาHurricane 6.3 แกว Stemware คือแกว ทม่ี ีสว นประกอบครบทัง้ 3 สวนชัดเจน ขนาดและรูปรา งอาจแตกตา งกันออกไป แกว ในกลุมนีเ้ หมาะสาํ หรบั การเสริ ฟ เครอ่ื งดม่ื ประเภทไวน แตข อเสยี คอื แตกงา ย
- 173 - ภาพที่ 5.16 ตวั อยางประเภทแกว Stemware 6.3.1 Cocktail Glass เปน แกว ใสเหลา ผสมประเภท Pink Lady หรือ WhiteLady 6.3.2 Sour Glass เปน แกว สําหรับใสเ หลาค็อกเทลช่อื Whisky Sour หรือBrandy Sour ซงึ่ ใชว ิสก้หี รอื บร่นั ดีเปนเหลา หลกั ผสมกับมะนาว น้าํ เชอื่ มและเหลา Bitter 6.3.3 Margarita Glass เปนแกว สําหรบั ใสเ หลา คอ็ กเทลชอื่ Margarita ซ่งึ มีเหลาหลกั คือ Tequila ผสมกบั นํ้ามะนาวและนาํ้ เชอื่ ม 6.3.4 Flute Champagne เปนแกว สาํ หรบั ใสเ ครือ่ งดม่ื ประเภทแชมเปญ 6.3.5 Champagne Saucer เปนแกว สาํ หรับใสเ ครื่องด่มื ประเภทแชมเปญ แตปจจบุ ันไมไ ดร ับความนิยมเพราะรปู ทรงของแกวไมส ามารถเกบ็ ฟองอากาศได 6.3.6 All-Purposed Wine Glass เปน แกว สําหรบั ใสไวนป ระเภทตา ง ๆ 6.3.7 Liqueur หรือ Cordial Glass แกว สาํ หรบั ใสเ หลาหลงั อาหารซงึ่ มักจะเปนเหลา หวานทท่ี าํ จากผลไม นอกจากตวั อยา งแกว ท่ยี กมาแลวยงั มแี กว อกี มากมายหลายประเภทในรปู แบบและขนาดตาง ๆ กนั ซ่งึ ในการทํางานพนักงานทีม่ หี นา ทร่ี บั ผิดชอบจะตองเรียนรแู ละจดจาํ ใหไ ดวา แกวประเภทไหนใชกับเครอ่ื งด่มื อะไร โดยทว่ั ไปแลวช่ือเรยี กแกวจะมาจากช่ือเคร่อื งดื่มท่ใี สล งในแกวน้ัน รวมไปถึงการพิจารณาถงึ ขนาดของแกว ดว ย เชน แกว Highball จะมคี วามจุ 8 – 10 ออนซสวนแกว Collins ความจุ 10 – 12 ออนซ การทราบความจุหรือขนาดของแกวสําหรับเครื่องด่ืม
- 174 - น้ัน ๆ จะชว ยใหพนักงานสามารถคํานวณปรมิ าณน้าํ แขง็ และสว นผสมไดถ ูกตอง ทาํ ใหไดรสชาตทิ ่ีพอดีคือ ไมเขม ขนหรือออ นเกนิ ไป ในสถานบริการอาหารและเครือ่ งดมื่ แตละแหง อาจไมจ ําเปน ตองมแี กว ทกุ ประเภทตามที่ยกตวั อยางมา โดยอาจมกี ารใชแกว ประเภทเดยี วกันกบั เครอื่ งด่ืมหลายชนดิ กไ็ ด แตขอ ท่คี วรคํานึงถึงกค็ อื แกว ที่นํามาใชจ ะตอ งรกั ษาคณุ สมบตั ขิ องเครอ่ื งดืม่ นัน้ ได เชน แชมเปญ เปนเคร่อื งดม่ืทีม่ ีฟองอากาศ ควรใชแกว ทรงสงู ปากงุม เพื่อชว ยรกั ษาฟองอากาศไมใ หจางหายไปเร็ว หรอื บรัน่ ดียง่ิ รอ นยิ่งหอมควรใชแกวกานส้นั เพ่อื ใหค วามรอ นจากมอื ผา นสตู ัวแกว ปากแกว ควรงุม เพ่อื ใหผ ดู ่ืมสามารถดมกล่นิ หอมของเหลา ท่ีฟงุ กระจายข้ึนในขณะหมนุ เหลาในแกว ตวั แกว ควรมเี นอ้ื ทก่ี วา งพอสําหรับการหมุนวนของเหลา ดว ยเหตทุ ก่ี ารดื่มไวนใ หไ ดอ รรถรสครบถว นผดู ่มื จะตอ งสัมผสั ดา งตาจากสีของไวน ทางจมกู จากกลน่ิ หอม และทางลิ้นจากรสชาติ การเลอื กใชแกว ในลกั ษณะและรปู รางท่ีเหมาะสมจะทาํ ใหผ ูดม่ื ไดรับสัมผสั ท้ัง 3 อยางจากการดมื่ ไวน ดังน้ันแกวทีน่ าํ มาใชค วรมลี กั ษณะบางเพือ่ ใหร มิ ฝป ากและเพดานสมั ผัสกบั รสชาตขิ องไวนอ ยา งเตม็ ที่สีของแกว ควรเปน สใี ส ยกเวนแกวไวนข าวของประเทศเยอรมนี หรอื ไวนจ ากประเทศอนื่ ที่มีคณุ ลักษณะเดียวกนั ท่จี ะใชแกวมสี ีบรเิ วณกา นและฐานแกว ตวั อยา งเชน สนี าํ้ ตาลสาํ หรับไวนจากแควน ไรนท่ีเรียกวา Hocks และสีเขียวสําหรับไวนท่มี าจาก Moselle ประเทศฝร่งั เศส เนื่องจากสมยั กอ นไวนท ่ผี ลติ ไดจ ากแหลงดังกลา วจะมีตะกอน การใชแ กวที่มีสบี รเิ วณฐานจะชว ยทาํ ใหแ ขกไมเห็นตะกอนของไวน รปู รา งของแกวไวนค วรมปี ากงมุ หรอื โคงเขาเพือ่ ใหจ มูกสามารถรับรูความหอมของเหลาองนุ ในขณะดม แกว ทรงทิวลิปดจู ะเปน ทนี่ ิยมมากท่ีสดุ แกว ไวนขนาดมาตรฐานจะมปี รมิ าณบรรจุได 6 – 8 แกว ตอ ไวน 1 ขวด แกวไวนทมี่ ีบริเวณตวั แกว ใหญจ ะเหมาะสมกับเครอื่ งด่ืมทต่ี องการพ้ืนท่มี ากในการหมนุ วนภายในแกว เพือ่ ใหกลิน่ หอมฟุงกระจาย เชน แกว เบอรก นั ดี แกว ไวนก านแกวยาวเหมาะกับเครอื่ งด่ืมเสิรฟ เย็นจดั เพอื่ ปองกนั มิใหม อื ของผูดื่มถูกบริเวณตวั แกว ซึง่ จะทําใหเคร่อื งดื่มเสียรสชาติ นอกจากน้ีแกวจะตอ งสําอาดและไมม รี อยบ่ินหรือรอยรา ว ตวั อยางของแกว รปู แบบอนื่ ๆ ท่พี บเหน็ ทว่ั ไป ไดแ กชือ่ เรียก ประโยชนใ ชส อย
- 175 - Water Goblet แกวใสน า้ํ มกั มีขนาดใหญก วา แกวกานใบอน่ื ๆRed wine glass แกว ใสไ วนแดงซงึ่ มีลกั ษณะ เปนแกว กา นทรงทิวลปิ ปากงมุWhite wine glass ลักษณะเชนเดยี วกบั แกว ไวน แดง แตม ีขนาดเล็กกวาBordeaux glass แกวกา นทวิ ลปิ ขนาดใหญ สําหรับไวนท ผ่ี ลติ จากแควนChampagne glass บอรโ ดซ (Bordeaux) ประเทศor ฝร่ังเศสSparkling wine glass แกว กานตา งรปู แบบสาํ หรบั เคร่อื งดมื่ ทมี่ ีฟองประเภทแชม เปญหรือสปารกลิง้ ไวน
- 176 - Large Snifter แกว ทรงบอลลูนขนาดใหญตวัCocktail glass แกวยาว สําหรบั ใสคอนยักหรอื บรนั่ ดที ม่ี อี ายกุ ารเก็บบม ในถัง ไมโอกเปน เวลานาน แกว ปากบานขนาดเล็กสาํ หรับ เคร่ืองดืม่ ประเภทคอ็ กเทลAperitif glass แกวทรงสูง ไมมีกา นสําหรับRock glass เครือ่ งด่มื ประเภท Tall drinkIrish-coffee glass และเหลากอ นอาหาร (Aperitif)Liqueur glass แกว ทรงกระบอก ไมมกี า น ใช สาํ หรับเครื่องด่ืมประเภทเหลา กล่นั ที่เสริ ฟ พรอมน้าํ แข็ง เทาน้ัน แกวทรงทิวลปิ สําหรบั ไอรชิ คอฟฟ (กาแฟผสมเหลา ไอริช วิสก้ี และวิปครมี ) เนอ้ื หนาทน ไฟ สําหรบั เหลา หวานหลงั อาหาร ซ่ึงโดยทั่วไปจะมีความเขม ขน นิยมใชแ กว ขนาดเลก็
- 177 - Worthington glass ใชใ สเครื่องดมื่ ประเภท คอ็ กเทล เชน pimms, coolers และ long drinksMartini cocktail glass สําหรบั ใสเ หลามาตนิ ท่ี ีม่ ีรส หวานนอ ย หวานปานกลางSundae glass และหวานมาก (dry, mediumCarafe and sweet martinis) รวมทงั้ ค็อกเทลชื่อ Manhattan แกว เนอ้ื หนา กา นสน้ั สาํ หรบั ใสของหวานและไอศครีม ขวดแบงไวน หรือขวดสําหรบั ใสส วนผสมเหลา (Mixer) เชน นํา้ อัดลม นํา้ ผลไมDecanter ขวดใสไวนแ ดงท่เี ทออกจาก ขวดเนอ่ื งจากมตี ะกอนมาก
- 178 - Short beer glass แกวสําหรบั ใสเ บียรร ูปแบบPilsner beer glass ตา ง ๆ แลว แตหอ งอาหาร จัดเตรียมไวบริการแขกอาจมี เพียงแบบใดแบบหนึ่งหรอื มากกวานั้นก็ไดBeer tulip Beer tankard7. อปุ กรณประจําโตะ อาหาร (Table equipment) อุปกรณท่ีพนกั งานจะตองจดั วางบนโตะอาหารเปนประจาํ ไดแ ก U กระปุกเกลอื กระปกุ พรกิ ไทย (salt and pepper shaker) หรือในบางหองอาหารอาจใชเ กลือเม็ดหรอื พรกิ ไทยเม็ดใสในอปุ กรณท ีม่ ีเครอื่ งบดอยูภ ายในเรยี กวา Salt mill หรอื Pepper Mill U ทีเ่ ขย่ี บหุ รี่ (ashtray) จดั วางในสว นทแ่ี ขกสามารถสูบบุหร่ไี ด ซง่ึ มปี ายประกาศบอกวาSmoking Area หรอื มแี ผน ภาพอนั แสดงวา สูบบุหรไ่ี ดต ัง้ ไวบ นโตะ ปกตจิ ะจดั วาง 1 อนั ตอ แขก 2 คน Uเครื่องพวงอันประกอบดว ย มสั ตารด (Mustard) แบบอังกฤษ และฝรัง่ เศสพรอ มชอนตกั
- 179 - U ท่ีใสไ มจ้ิมฟน (Toothpick holders)U หมายเลขโตะ (Table number) สําหรบั หองอาหารหรู หรอื หองอาหารภายในโรงแรมมกั ไมนยิ มวางเบอรโตะ เพราะจะถกู มองวา พนกั งานไมม คี วามสามารถUแจกนั ดอกไม (Flower vase)8. อปุ กรณใ นการบริการเครอื่ งด่มื (Beverage equipment)U อปุ กรณใ นการเปด ขวดและเปดไวน (Bottle opener and corkscrews)ชอื่ เรียก ประโยชนใ ชส อยWaiter’s friend หรือ เปนอปุ กรณประจําตวัcorkscrew พนักงานสําหรบั การบรกิ าร เปดขวดไวนใ หกบั แขก โดย จะมสี วนประกอบ 3 สว นคอื มดี สกรู และท่ีงดัWing screw เปน อปุ กรณสาํ หรับเปดขวดDouble action screw ไวน แตจ ะมีขนาดใหญไม เหมาะสาํ หรบั พนักงานพก ติดตวั และไมม สี วนมีด ใชประโยชนไ ดด ีสําหรบั การเปดขวดไวนทจี่ กุ คอรก เกา แตไ มส ะดวกสาํ หรบั พนกั งานทจ่ี ะนาํ ใสก ระเปา ไมม สี วนที่เปน มีดเชนกนั
- 180 - T-shape screw เปนอุปกรณใ นการเปดขวดBroken cork extractor ไวนทไ่ี มเหมาะสมเน่ืองจาก ไมมที ้ังสว นทเ่ี ปน มีดและ สวนทีง่ ัดจกุ คอรก ทําให พนักงานไมสามารถควบคมุ ไดในขณะดึงจกุ คอรกขึ้นมา ทําใหเกิดเสียงดงั เปน อปุ กรณท ใี่ ชดงึ จกุ คอรก ทีแ่ ตกหรือหักออกจากขวด โดยจะกดสว นแหลมทเี่ ปน ลวดลงไปในขวดจนสวนท่ี เปน ปลายงุม (claw) ลงไป อยูใ ตจ กุ คอรกท่ีหัก หลังจาก นั้นจะดงึ วงแหวนท่ีทาํ ดว ย โลหะหรอื พลาสติกขนึ้ มาจน ชดิ ดา มเพื่อใหล วดที่กดลงไป ขยายออก คอ ย ๆ ดงึ ดา มจบั ขึน้ โดยสวนทีเ่ ปน ปลายงุม จะเกย่ี วจุกคอรก ทแ่ี ตก/ หกั ติดขึ้นมาดว ย
- 181 - U อุปกรณใ นการผสมเครือ่ งด่มื (Mixing equipment) Fruit knife and เปน มดี ท่ีทําดว ยเหล็กปลอดสนมิ ขนาด board เลก็ สาํ หรบั ใชป อกผลไมป ระเภทสม มะนาวและผลไมอ ่ืน ๆ เพอ่ื ใชเ ตรยี ม เครือ่ งดืม่ หากตอ งการหัน่ ผลไมเ ปน ชิ้น ๆ ใชเ ขยี งเปน ที่รอง Fruit Squeezer สําหรับคนั้ ผลไมเพ่อื ใหไดน า้ํShaker เปน อปุ กรณทใี่ ชใ นการผสมเคร่อื งด่ืมMixing glass ประเภทเขยา (Shake) จะมสี ว นประกอบ 3 สว นคอื ฝาปด ที่กรอง และตวั กระบอก สําหรับการผสมเครือ่ งดม่ื ประเภท Mixed drink โดยใชก ารคน (stir) ควร ลางใหสะอาดกอ นใชท กุ ครัง้Muddler and bar เปน อปุ กรณท ใ่ี ชในการคนเครื่องดมื่spoon ประเภท Long mixed drink มักทําจาก พลาสติก สว น bar spoon มกั ทาํ จาก เหลก็ ปลอดสนมิ ใชค กู บั Mixing glass บริเวณดา มจบั สวนบนควรมปี ลายแบน
- 182 - strainer เพอื่ ชวยในการบดสวนผสม เชนนาํ้ ตาลFunnel กอนท่จี ะใสใ นเคร่ืองด่ืมผสมทีม่ ีช่อื วา old-fashioned ใชคูกบั Mixing glass สําหรบั เครื่องดม่ื ประเภท Mixed drink และ cocktail ปกติจะทาํ จากเหล็กปลอดสนิมโดยมวี ง ลวดลอมรอบบรเิ วณดา นนอกของขอบ เพือ่ ชวยใหปด ปาก Mixing glass ได แนนขณะรนิ เครอ่ื งดม่ื อปุ กรณประจาํ บารแ ละหอ งเกบ็ ไวน (cellar) ใชส ําหรบั การถายเทเครือ่ งด่ืม จากภาชนะหนึ่งไปยงั อกี ภาชนะหน่ึงทาง ชอ งเล็กๆ Jigger เปนอุปกรณทใ่ี ชต วงเหลาสาํ หรับ เครอ่ื งดม่ื ประเภทคอ็ กเทลและ Mixed drink ประเภทตาง ๆ โดยมีความจุเปน ออนซม ี 2 ประเภท คือ 1.Jigger ทําดวยเหลก็ ปลอดสนิม มี ลกั ษณะเปน ถว ยทงั้ 2 ดา น โดยดา นหนง่ึ เลก็ ดา นหน่งึ ใหญ ความจุ ½ - 1 ออนซ หรอื ¾ - 1 ½ ออนซ และ 1 – ½ ออนซ ทัง้ นี้ข้ึนอยกู ับเคร่อื งดม่ื ที่จะบรกิ ารแขก 2. Jigger ทที่ าํ ดวยแกว เนอ้ื หนา แบบ
- 183 - เรยี บหรอื อาจมฐี านแกว สงู มหี ลายขนาด เชน กันต้งั แต 7/8 ออนซ – 3 ออนซ แต ขนาดอาจจะมหี รือไมมเี สนขีดบอก ปรมิ าณ (Line marking) ทแ่ี กว กไ็ ด ตัวอยา งเชน แกว ขนาด 1 ออนซอ าจมี เสน บอกปริมาณที่ ½ หรือ 5/8 ออนซ อุปกรณทเี่ กยี่ วของในการบรกิ ารอาหารและเครื่องดื่มทุกประเภททม่ี ีอยภู ายในหอ งอาหาร เปน เรอื่ งทพี่ นกั งานจะตอ งทาํ ความคุน เคยทงั้ ในเรื่องชื่อเรียกและการนาํ มาใชกับอาหารและเครื่องด่มื แตล ะชนดิ อันจะทาํ ใหเ กดิ การปฏิบตั งิ าในขณะเปด บรกิ ารเปน ไปดว ยความราบร่นืและสรา งความประทบั ใจใหก บั แขกสรปุ อุปกรณใ นการบริการอาหารและเครอื่ งดม่ื เปน สิง่ ทีพ่ นกั งานบรกิ ารอาหารและเครอื่ งดื่มจาํ เปน ตอ งมคี วามรเู กย่ี วกับอุปกรณ เครอื่ งมอื เครือ่ งใชในการบรกิ าร ซึ่งอุปรณ?และเครื่องมอืเคร่ืองใชท ส่ี ําคัญสามารถแบงออกได 6 ประเภทดวยกนั เชน ครุภณั ฑ ประกอบดวย โตะ อาหารเกาอ้ี ตเู กบ็ เคร่ืองมือ โตะ เขน็ สาํ หรบั บรกิ ารลูกคา โตะ รับจอง รถเขน็ ชนิดตางๆ เครอ่ื งใชประเภทผา ไดแ กผ า กนั ลนื่ ผา ปโู ตะ ผา เช็ดปาก ผาสาํ หรับพนกั งาน ผา ทําความสะอาด ผา รองถาด ผา ระบายเครอื่ งกระเบ้ืองและจาน จานเปล ชาม และภาชนะใสอ าหารอ่นื อุปกรณในการรับประทานอาหารของแขก และเครื่องแกว นอกจากนน้ั ยงั มอี ุปกรณประจาํ โตะอาหารอน่ื ๆ เชน กระปกุ เกลอื ท่ีเขี่ยบุหร่เี ครือ่ งพวง ท่ใี สไ มจม้ิ ฟน และอุปกรณใ นการบริการเคร่อื งด่มื เชนอปุ กรณเ ปด ขวดขวดและเปดไวน และอปุ กรณในการผสมเคร่อื งดื่ม
- 184 -
บทที่ 6 การเตรยี มการบริการอาหารและเครอ่ื งดมื่การจดั เตรยี มหองอาหาร กอนเปด หอ งอาหารเพอื่ บรกิ ารอาหารและเครือ่ งด่ืมใหแ ขกจาํ เปน ทจี่ ะตอ งมีการเตรยี มการใหพรอ มเพ่อื ใหก ารบริการเปน ไปไดอยางไมต ดิ ขัด ทนั ทที เ่ี ปด หองอาหารและมผี ูเร่ิมเขา มาใชบริการจะไมม เี วลาในการจดั หาหรอื เตรียมอะไรไดมากนกั ดงั นั้นกอ นการเปดหองอาหารบริการ ตองมนั่ ใจวาทกุ อยา งไดเตรียมไวพ รอ มแลว ตั้งแตก ารทําความสะอาดบริเวณหอ งอาหาร การจัดเรียมและทําความสะอาดเครอ่ื งมอื เครอ่ื งใชในการบรกิ ารอาหารและเคร่อื งด่มื การจัดตูเ กบ็ เครอื่ งมือ การสงผาใชแ ลวคืนและเบกิ ผาใหม การตรวจสอบและจัดเพิ่มเติมเคร่ืองใชก ารจัดโตะ อาหาร และการตรวจสอบความเรียบรอ ยทั้งหมดของหอ งอาหารกอนเปด บริการ (เอกสารการสอนชุดวชิ าการจัดการและเทคนคิ การบริการในโรงแรม : 2544,291 - 295) 1. การทาํ ความสะอาดบริเวณหอ งอาหาร หองอาหารจําเปนทจี่ ะตองมกี ารทาํ ความสะอาดพ้ืน หนา ตาง ผนงั โตะ เกาอี้ และบริเวณใหส ะอาดอยเู สมอเพอื่ ใหห องอาหารมองดสู ะอาด สวยงาม ถูกสขุ ลกั ษณะ ทําใหเ กิดความรูส ึกทด่ี กี บั แขก เปน การสงเสรมิ ความประทบั ใจใหอ ยากมาใชบ ริการอกี การทาํ ความสะอาดหองอาหารอาจมอบใหเ ปน หนา ทรี่ บั ผิดชอบของแมบ า นหรอื พนกั งานบริการในหอ งอาหารของโรงแรมช้ันดี สวนใหญจ ะใหเ ปน หนา ทรี่ ับผดิ ชอบโดยตรงของฝายแมบ า นหรือบางแหงอาจมีพนกั งานทําความสะอาดของหอ งอาหาร (restaurant cleaner) โดยเฉพาะ แตไมว าจะเปน หนา ที่ของใครก็ตาม พ้ืน หนา ตาง ผนงั โตะ เกา อ้ี จะตอ งไดร บั การทําความสะอาดเปน อยา งดีกอนการเปดหองอาหาร เพราะสิง่ เหลาน้จี ะแสดงออกถงึ ภาพลกั ษณ (image) ของหองอาหารนั้น ทแ่ี สดงความรูส กึ ถึงความสะอาดของครวั ท่ใี ชในการปรุงอาหารเพื่อบรกิ าร ถา พื้นสกปรกผรู ับบรกิ ารจะคิดวา ครัวจะตองสกปรกดว ย และก็จะไมชวยรกั ษาความสะอาด เชน ผรู ับบรกิ ารก็จะทง้ิ กน บหุ ร่ี หรือกระดาษเชด็ ปากลงบนพ้ืน
- 186 - 1.1 การทําความสะอาดพื้น หนา ตาง ผนัง การทําความสะอาดพนื้ จะตองนาํ เกาอ้วี างไวบนโตะ โดยใชส ว นท่เี ปน ทน่ี งั่ วางบนโตะ เพ่อื มใิ หเ ปนรอยขดู ขีด แลว จึงปด กวาด ถพู ื้น หรือใชเคร่ืองดดู ฝุนถาพืน้ เปน พรมการปด กวาดจะเร่ิมจากหนาตา ง ผนงั หอ ง ไปยงั ประตหู อ งอาหารตามลําดบั เมอ่ื เสรจ็ เรยี บรอยแลวจงึ จดั โตะเกา อี้ใหอ ยูใ นตาํ แหนงเดมิ 1.2 การทาํ ความสะอาดโตะ เกาอ้ี จะทําความสะอาดเฉพาะบรเิ วณทนี่ ่ังเทาน้ัน แตตอ งเชด็ ใหท ัว่ ตามรอยตอ หรอื ทม่ี เี ศษอาหารและฝุน เกาะอยู โตะ อาหารทป่ี ด ทับดว ยกระจก ทาํความสะอาดโดยใชผา หมาด ๆ เช็ดกอน แลวจงึ ใชผาแหง หากมีรอบเปรอะเปอ นสกปรกและเชด็ออกยาก ควรใชน้าํ รอ นจะทาํ ใหเชด็ ออกงา ยข้ึน โตะทีม่ หี นา โตะ เปนพ้ืนไม ควรใชผ าชบุ น้ําอุนและขัดมนั ดว ยนา้ํ ยาขดั เงา สว นโตะท่มี พี น้ื หนา โตะ เปน ฟอรม ิกา (Formica) หรอื วสั ดุประเภทเดียวกนัใชผา หมาด ๆ เชด็ แลว ตามดวยผาแหง ถา เปนโตะ ที่ไมม ผี าปูตองเพ่ิมความเอาใจใสพ ิเศษ โดยใชผ าอุน บดิ หมาด ๆ เช็ดกอน แลว เช็ดดว ยผา แหง อกี ครั้ง นาํ้ อุน จะลา งคราบไขมันไดด ีกวาน้ําเยน็ ผา ทที่ ําความสะอาดเกา อไี้ มค วรเปน ผา ท่ีเพม่ิ ทาํ ความสะอาดโตะ เพราะจะนาํ ความสกปรกมาสเู กาอี้โดยเฉพาะพ้นื เกาอี้ 2. การทําความสะอาดเครื่องมือเครอื่ งใชในการรับประทาน เคร่อื งมอื เครอื่ งใชในการรับประทานอาหาร และเครื่องดม่ื ที่จะตองเตรียมทําความสะอาดไวก อนเปด บรกิ าร ไดแ ก จาน มดี สอม ชอ น ซ่ึงเคร่อื งมือเครอ่ื งใชแ ตละชนดิ มีวิธีทําความสะอาด ดังนี้ 2.1 การทําความสะอาดแกว แกวทีจ่ ะทําความสะอาดจะตอ งผานการลา งใหส ะอาดกอ น จงึ นาํ มาเช็ดใหส ะอาดอกี ครั้ง เพื่อใหแ นใ จวาสะอาดจริง ๆ การทําความสะอาดแกว ที่ถกู วิธีและรวดเรว็ ทาํ ไดด ังนี้ U นาํ ผาท่จี ะใชเ ช็ด ซง่ึ ควรเปนผา ท่ีสะอาด ใสม ือซายใหชายผาหอยไปทางขวา U นาํ แกว วางบนผา ในมอื ซา ย U ใชม อื ขวาจบั ผา ใสในแกว ใหถ ึงกา นแกว
- 187 - U หมุนแกว พรอ มกบั เชด็ ไปในตัวจนสะอาด ถา แกว ทนี่ ํามาเชด็ แหง สนทิ ควรนําแกว ไปควํ่ารับไอนํา้ เพื่อใหม ีความช้ืนเลก็ นอ ย ภาพที่ 6.1 การทาํ ความสะอาดแกว คือวางผา 2.2 การทําความสะอาดจาน มีวธิ ีคลายกับการทาํ ความสะอาดแกวเชนเดยี วกนั มอื ทง้ั สองขา ง หมุนจานท่ีมีผาในมือพรอ มเช็ดไปในตวั จนสะอาดภาพท่ี 6.2 การทาํ ความสะอาดจาน
- 188 - 2.3 การทาํ ความสะอาด มดี ชอ น สอม วางผาเชน เดยี วกบั การเช็ดแกว นาํ มีด ชอนหรอื สอมใสในมอื ซาย กาํ ไว และใชมอื ขวาจบั ผาทาํ ความสะอาดท่ีละเลม ภาพที่ 6.3 การทาํ ความสะอาดมีด 3. การจดั ตูเกบ็ เครอื่ งมอื หลังจากทาํ ความสะอาดเครอื่ งมือเคร่ืองใชใ นการรบั ประทานอาหารแลว จะตองนาํ มาจดั เก็บในตเู กบ็ เครอ่ื งมือใหเปนระเบียบเรยี บรอ ยเพ่อื ความพรอมในการบริการ และสะดวกในการหยิบใชโ ดยไมต อ งเสียเวลาไปเอาจากหอ งครวั เครือ่ งมอื ทีจ่ ะนาํ มาเกบ็ ในตเู กบ็ เปน อปุ กรณเคร่ืองใชในการรบั ประทานทจี่ ําเปนตอ งใชใ นแตล ะสเตชัน่ (station) หรือกลุมโตะที่บรกิ าร ซงึ่ ข้ึนกบัประเภทของอาหารทีม่ ีอยใู นรายการอาหารของหอ งอาหารนนั้ ตวั อยา งเครื่องมอื อปุ กรณที่จาํ เปนเชน แกว นา้ํ เหยอื กนํ้า ชอ น สอม มีด จาก พวงเครือ่ งปรงุ เกลือ น้าํ ตาล พริกไทย ซอส ผาเชด็ ปากผาปูโตะ ผา ปูทบั (naperon) ที่เขย่ี บหุ รี่ ถาด โถนาํ้ ตาล การจดั ของเหลานีจ้ ะตอ งมีการกําหนดแผนผงั การจัดวางอุปกรณแ ตล ะชนดิ เชน การวางใหด ามจบั อยดู า นนอกและเรียงกนั เปนระเบียบเครื่องมือท่ีจะวางใหแขกทางขวามือ เชน มีด ชอนตา ง ๆ ควรวางในตูเกบ็ อุปกรณทางขวามอืเคร่ืองมือที่วางใหแขกทางดา นซายมอื เชน สอ ม ควรวางในตูเ กบ็ ทางดา นซา ยมือ และควรหลีกเลยี่ งการจัดวางเครอ่ื งมอื ในแตละชอ งมากกวาหนึ่งอยาง หากลน้ิ ชักมีนอ ยชอ ง ควรจดั วางในแตละชองใหเ ปนคู ๆ ตามเหตผุ ลของการหยิบใช เชน ชอนหวานใสในลิ้นชกั เดยี วกับสอ มหวาน อปุ กรณอนื่ๆ กค็ วรจัดวางใหเ ปนระเบยี บ ไมว างรวม ๆ กนั ซง่ึ จะทําใหเกิดความสบั สนและยุงยากในการหยบิ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259