- 39 - 2. การบรกิ ารอาหารแบบฝรง่ั เศส (French Service) การบริการแบบนม้ี ีตน กําเนดิ มาตั้งแตสมยั พระเจาหลยุ สท่ี 14 ประเทศฝรง่ั เศส ซงึ่ มรี ายการอาหารถงึ 3 ชว งเวลา และมอี าหารหลากหลายใหเ ลือก บรรยากาศการรับประทานอาหารคลา ย ๆ แบบครอบครวั แตกตา งไปคือ แขกสามารถเลอื กและตักแบงอาหารจากจานเปลที่ยกเสริ ฟไดด ว ยตนเอง ตามความตอ งการรวมทั้งอาหารประกอบอนื่ ๆ ดวย พนกั งานจะนําอาหารไปใหแ ขกตกั แบงเองทีละคนจนครบ โดยแขกอาวุโสตักแบงกอน อุปกรณท ่ีใชตกั แบง คอื ชอนและสอมเสิรฟ (Service Spoon and Fork) ซึ่งมีขนาดใหญกวา ชอ นสอ มโดยทัว่ ไป การเสิรฟ และถอนอาหารใหทําทางซา ยมอื ของแขก วนไปรอบโตะในลกั ษณะทวนเข็มนาฬกิ า สวนเนย ขนมปง สลัด เสริ ฟทางซายมอื ของแขก การบริการแบบนี้มีลักษณะคอนขางหรูหรา บิการในหอ งอาหารท่หี รูหราของโรงแรม ภาพท่ี 2.2 การบรกิ าอาหารแบบฝรง่ั เศส 3. การบรกิ ารแบบใชโตะ หรือรถเขน็ (Guéridon Service/ The Side-Service) การบริการแบบนม้ี ลี กั ษณะหรูหราเปน พิธกี ารนยิ มในสงั คมชั้นสูงใชเ วลารบั ประทานนานและมีราคาแพง เปน การบริการอาหารโดยอาหารสว นใหญจะปรงุ เสร็จเรียบรอ ยแลว มาจากในครวั ใสถ าดเงนิมาวางไวบ นทอี่ นุ อาหาร (réchaud/ chafing dish) ที่บนรถเข็น (Guéridon/ Trolley/ Side Table)ท่ีมลี อ สามารถเคลอ่ื นยายมาบรกิ ารตอ หนาลูกคาได พนกั งานจะรบั คาํ สง่ั จากลูกคา ปรุงและประกอบอาหารบางสวนตอ หนาลกู คา ตกั แบงใสจานอยา งประณีตไมม ากนกั และใหบ รกิ รนําไปเสิรฟ ลูกคา รวมทงั้ ผักตา ง ๆ ซอส เครื่องปรงุ กจ็ ะเสริ ฟใหต ามความตองการของลกู คา การจดั บริการจะแบง บรเิ วณในหองอาหารออกเปน เขตบริการอาหาร (station) และ แตละเขตจะมปี ระมาณ 4-5 โตะ มีบริการประจาํ เขต (Station waiter/ chef de rang) และผชู ว ยบริกร
- 40 - (commis de rang) ดแู ลการใหบริการและรบั คําสงั่ ของลกู คาจากบรกิ รประจาํ เขตไปสงทคี่ รัวดว ยพนกั งานทท่ี ําหนา ทีแ่ สดงวธิ ปี รุงอาหารจะตอ งมคี วามรคู วามสามารถมาก ไดรบั การฝกอบรมมาอยางดี มีทกั ษะสงู ในการปรุงอาหารจานพิเศษตาง ๆ ตอ หนา ลกู คา เชน การหั่น ตดั แลเน้ือ(carving) ปลาทัง้ ตัว การถอดกระดกู สัตวป ก การประกอบอาหารไฟลกุ โดยใชอลั กอฮอลจ ากเหลา(Flambée) อาหารทน่ี ํามาใหบริการจะถกู ประดับตกแตง อยางสวยงามบนถาดเงนิ เคร่อื งปรุงตา ง ๆกจ็ ะมาใสใ นถว ยเงนิ จงึ อาจเรียกการบรกิ ารแบบนีว้ า Full Silver Service และรายการอาหารที่ใชมีท้งั แบบเลอื กสั่ง (A la carte) แบบอาหารชุด (Table d’ Hote) และแบบรายการอาหารพเิ ศษประจาํหองอาหารนนั้ ๆ (Specialities of the House) นอกจากนี้อาจใหบ รกิ ารบางรายการได เชน อาหารเรียกน้ํายอย (Hors d’ oeuvres) สลดั (Salads) ของหวาน (Desserts) กาแฟพรอ มเหลา หลงั อาหาร(Liqueur Coffee) การบรกิ ารท่หี รหู รานี้เปน จุดขายที่ดีของหอ งอาหาร ภาพท่ี 2.3 การบริการอาหารแบบใชโตะหรือรถเข็น 4. การบริการแบบรัสเซยี (Russian Service/ Platter Service) การบรกิ ารแบบนีม้ ีลกั ษณะคลายคลึงกับการบรกิ ารแบบฝรั่งเศสมาก การบรกิ ารเร่ิมตง้ั แตบ รกิ รรบั คาํ สง่ั จากลูกคา แลวสงผา นไปท่คี รัว พอ ครวั จะปรงุ อาหารตามคาํ สั่ง จัดวางอยา งสวยงามมาในจานเปล (Platter) บรกิ รจะนําจานเปลใสอาหารและจานของลูกคาทีอ่ ุนใหร อนแลวใสถ าดใบใหญมาวางไวท โี่ ตะพกั อาหาร(Side stand) หรอื รถ guéridon และนาํ จานไปวางตรงหนา ลกู คาแตล ะคน โดยเขาทางขวามือของ
- 41 - ลูกคา และเวียนไปรอบ ๆ ตามเข็มนาฬกิ า ตอจากน้ันบรกิ รจะใชมือซายถอื จานเปลใสอาหารมาแสดงตอ หนาลูกคา โดยเขา ทางซา ยมือของลูกคา แลวใชชอ นและสอมเสริ ฟ ตักแบงอาหารวางลงในจานของลูกคา เวียนไปรบ ๆ ในลักษณะทวนเขม็ นาฬกิ า การบริการแบบนจี้ ะใชเ คร่อื งเงนิ เพือ่ ความหรูหรา สวยงาม จงึ อาจเรียกวา Silver Serviceดว ย ขอดขี องการบริการแบบนค้ี อื สามารถใหบ รกิ ารทห่ี รูหราไดโดยใชบ รกิ รเพียงคนเดียวสะดวกรวดเรว็ กวา การบริการแบบฝรง่ั เศส และเสยี คาใชจ า ยถูกกวา แตอาจมขี อ ดอ ยบาง ตรงท่ตี อ งลงทุนเครอื่ งมอื เครือ่ งชเี่ ปนเครื่องเงิน (Silverware) ในระยะแรก และถา มีลกู คาในโตะ มาก ลูกคา ท่ีไดรบั การเสิรฟ เปนคนสุดทา ยอาจไดร ับประทานอาหารท่ีเยน็ กวาคนอนื่ ภาพที่ 2.4 การบรกิ ารอาหารแบบรัสเซยี 5. การบรกิ ารอาหารแบบอเมรกิ นั (American Service) การบรกิ ารนี้มีลกั ษณะเปนทางการนอ ยกวา แบบอ่ืน ๆ โดยพนกั งานจะเสิรฟ อาหารท่ีปรงุ เสร็จและจัดเฉพาะคนเรยี บรอยมาแลว จากในครัว โดยเสริ ฟ ทางขวามอื ของลูกคา ยกเวน ขนมปง สลดั ทีเ่ สิรฟพรอ มอาหารจานหลกัจะเสริ ฟทางซา ยมอื ของลกู คา พนกั งานจะดแู ลเคร่ืองมือ เครอื่ งใช เคร่อื งปรุงทจี่ าํ เปน ในการรบั ประทานอาหารม้อื นน้ั เสริ ฟสลดั ขนมปง เนย การบริการแบบนเ้ี หมาะสาํ หรับลกู คาท่ตี องการความรวดเร็ว ใชเวลารบั ประทานอาหารไมม ากนกั และพนกั งาน 1 คน สามารถบรกิ ารแขกไดเ ปนจาํ นวนมาก เหมาะสําหรับอาหารแบบเลอื กสั่ง การจดั เลีย้ งขนาดกลางและขนาดเล็ก และการท่ีอาหารถกู จดั ใสจ านเฉพาะคนเสรจ็ เรยี บรอ ยมาจากในครวั จึงอาจเรยี กการบรกิ ารแบบนี้วา PlateService
- 42 - ภาพที่ 2.5 การบริการอาหารแบบอเมรกิ นั การบรกิ ารแบบบรกิ ารตนเอง การบริการอาหารแบบบริการตนเอง (Self Service) เปน ทนี่ ิยมมากในปจ จบุ นั เนอื่ งจากสภาพความเปน อยู ความเรง รีบในการทาํ งาน การเดินทาง การเจรจาตดิ ตอ ธรุ กิจ ฯลฯ ทําใหประชาชนมเี วลาในการรบั ประทานอาหารนอยลง หรือตอ งเรงรีบในการรบั ประทานอาหาร การบรกิ ารอาหารแบบบริการตนเองจึงเกดิ ข้ึนหลายรูปแบบ โดยมีวัตถปุ ระสงคส าํ คญั คอื การใหบ ริการดว ยราคาประหยดั และมีความรวดเร็วในการบริการมากที่สดุ มีการตัดทอนการบริการตาง ๆ ลงไปเพื่อลดตน ทนุ คา ใชจา ยดานแรงงาน พยายามเนน ความสะดวกในการปฏบิ ตั งิ านของพนกั งานทจี่ ะใหบ รกิ ารแกลูกคาจํานวนมาก แตมเี วลารบั ประทานอาหารจํากดั เพอื่ ใหอ ตั ราการหมุนเวยี นของลกู คาเร็วขึ้น และเพอื่ ตอบสนองความตอ งการตาง ๆ ของลูกคากลมุ เปาหมาย รปู แบบการบรกิ ารอาหารแบบชวยตนเอง มหี ลายประเภทไดแ ก 1. การบริการแบบอาหารปรงุ สาํ เรจ็ (Cafeteria Service) ลกั ษณะการบริการแบบนคี้ อืหองอาหารจะเตรียมประกอบอาหารไวล ว งหนา และพรอ มทีจ่ ะจาํ หนายไดทนั ทีเมื่อถึงเวลาเปดบรกิ ารของหองอาหาร ลูกคา จะชว ยตนเองดว ยการหยิบถาดอาหารจากจดุ เร่ิมตนของการบริการเดนิไปตามแนวเคานเตอรที่วางอาหารเลอื กหยบิ อาหารและเคร่อื งดม่ื ทเ่ี สนอขายใสถาดเล่ือนไปตามรางเหลก็ ตามแถวของลกู คา จายเงินท่ปี ลายแถวหยิบเครอื่ งมอื เคร่ืองใชใ นการรบั ประทานอาหาร (อาจวางไวตนแถวกไ็ ด) แลวนําไปรับประทานที่โตะ ท่จี ดั ไวเ ม่ือนบั ประทานเสร็จแลวลูกคาจะยกถาดไปเกบ็ ตามสถานทที่ กี่ าํ หนด พนักงานจะเคลอื่ นตเู ก็บชามมาเกบ็ และทาํ ความสะอาดโตะ โดยไมรบกวนลกู คา
- 43 - ความสําเร็จของการบริการแบบน้ขี ้นึ อยกู บั U การจดั ชนั้ หรอื เคานเตอรส าํ หรับวางอาหาร (Counter Arrangement) ในแตล ะหอ งอาหารท่ใี หบ รกิ ารแบบน้อี าจจัดเคานเ ตอรแตกตา งกนั ไปตามความเหมาะสม เชน ตามขนาดของหอ งอาหาร ตามประเภทของอาหารท่จี ดั บรกิ าร ตามลําดบั การรับประทานอาหาร โดยคํานงึ ถึงความสะดวกของลูกคา ในการเลอื กหยบิ อาหารมากทีส่ ดุ U การจัดแสดงอาหารท่จี าํ หนาย (Food Display) ควรมีอาหารหลายอยา ง หลายราคาหอ หมุ อยางดี และจดั ไวอยา งสวยงาม เรียงลาํ ดบั อาหารตามลาํ ดับการรบั ประทานกอ นหลังตามแบบสากลนยิ มไดแก Hors d’ oeuvres, cold meat, soup, hot meat (มที ่อี ุน) ผกั ตา ง ๆ สลัด ของหวาน (รอ นหรอื เย็น) ไอศกรีม เคก ขนมปงอบ เคร่อื งดม่ื ตา ง ๆ การจัดวางอาหารที่ตกแตงอยางดีและเปนระเบยี บจะมีสว นชว ยเพ่มิ ปริมาณการขายใหสงู ขึ้น U ความรวดเรว็ ในการบรกิ าร ปญ หาสําคัญของการบริการแบบนี้ คอื ลูกคา เสียเวลาเขาแถวเพื่อรอซ้อื อาหาร วิธีการท่จี ะทําใหลูกคาไดรับความสะดวกรวดเรว็ คือ การจดั แสดงรายการอาหารท่ีจาํ หนา ยในวันน้นั หรอื ตดิ เมนไู วต รงทางเขาใหล ูกคา เหน็ อยา งชดั เจน ลกู คา จะตดั สนิ ใจเลือกซอื้ กอ นจะมาเขาควิ จะชว ยแกปญหาการเสยี เวลารอคิว หรอื อาจจัดจาํ หนา ยแบบ SpotService คือการจดั อาหารเปน กลมุ ๆ เชน อาหารเรยี กนา้ํ ยอ ย สลดั ของหวาน เมอื่ ลกู คา อานเมนูแลวตัดสินใจวาตอ งการอะไรกจ็ ะตรงไปที่จดุ นั้นทนั ทโี ดยไมตอ งเสยี เวลารอซ้ือตามลําดับ และอาจจดั ใหมพี นกั งานเกบ็ เงนิ หลาย ๆ คนจะทําใหก ารบรกิ ารรวดเรว็ ขึน้ และสามารถเพ่ิมความรวดเรว็ของอัตราการหมนุ เวียนของลูกคา มากขึน้
- 44 - ภาพที2่ .6 ตวั อยา งผงั การจัดบรกิ ารอาหารและเครอื่ งดม่ื สาํ หรบั การบรกิ าร แบบ Cafeteria Service U คุณภาพ ราคา และปรมิ าณของอาหาร ทุกจานควรมีคุณภาพและปริมาณเทาเทยี มกัน ผูประกอบธุรกจิ ควรใหความสนใจในการรกั ษามาตรฐานคุณภาพและราคาของอาหาร ตลอดจนคณุ ภาพของการบรกิ ารอยูเ สมอ การบริการแบบน้สี ามารถบรกิ ารลูกคาไดเ ปน จํานวนมาก ราคาถกู และเสยี คา ใชจ ายแรงงานนอ ยจงึ เหมาะสําหรบั โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ มหาวทิ ยาลัย โรงเรยี น องคก รตาง ๆท่ีมพี นกั งานจาํ นวนมาก และการที่ลกู คาตอ งการไปซ้อื อาหารทเ่ี คานเตอร จงึ อาจเรยี กการบริการแบบนว้ี า Counter Service 2. การบรกิ ารแบบบฟุ เฟต (Buffet Service) ลักษณะการบรกิ ารแบบนคี้ ือหอ งอาหารจะนาํ อาหารทป่ี รงุ เสรจ็ แลว ทงั้ รอนและเย็นจากในครัวมาวางบโตะ ขนาดใหญ พรอ มท้งั เคร่อื งมือเครือ่ งใชตาง ๆ ในการรบั ประทานอาหาร และลูกคา จะเปนผเู ลือกอาหารใสจ านเอง รวมท้งั ของหวานและเครอื่ งมอื ดว ย และนําไปรับประทานท่โี ตะ ทจี่ ดั ไว ความสําเร็จของการจัดบรกิ ารแบบน้ขี ึ้นอยกู ับ U การจดั วางอาหาร จัดวางตามลําดับการรบั ประทานอาหารอยา งสวยงาม ประณีตหรหู รา มีศิลปะการตกแตง ทําใหมองเหน็ ปริมาณอาหารมากพอสมควร ไมนอยเกินไปจนไมน ารบั ประทาน
- 45 - U การตกแตง โตะท่ีจัดแสดงอาหารใหด ูสะอาดเรียบรอ ย สวยงามและหรูหรา U การจดั บรรยากาศภายในหอ งอาหาร U การคิดราคา จะคิดราคาเหมาเปนมอ้ื โดยไมคาํ นึงถงึ วาลูกคา จะรับประทานมากหรือนอย หรือจะเลอื กตกั กีค่ รัง้ กไ็ ด การคดิ ราคาเหมาเปน มอื้ จะทําใหส ะดวกแกการประมาณตนทนุอาหารและราคาไมแพง U การจดั อาหารควรมีการวางแผนลวงหนา โดยจัดอาหารทัง้ ชนดิ ตน ทนุ สูงและตา่ํ ปะปนกนั ไป และมกี ารกะปริมาณการขายลว งหนาซ่งึ จะมีสว นชว ยในการลดตนทนุ การผลติ เพราะพอครวั จะสามารถจดั อาหารไวใ หพ อแกก ารขายไมเ หลือท้ิงมากนัก การบรกิ ารแบบน้นี ิยมแพรห ลายมากในปจ จุบนั หอ งอาหารเกอื บทุกประเภทสามารถใหบริการแบบน้ีได โดยเฉพาะเมอ่ื ใหบรกิ ารจดั เลย้ี งนอกสถานท่ี เพราะสามารถใหบริการแกลกู คาไดเปนจํานวนมาก คราวละหลายรอยคน ใชพ นักงานในการดแู ลใหค วามสะดวกในการจดั อาหารเครอ่ื งด่มื เอาอาหารมาเพิ่ม เกบ็ จานอาหาร เตรยี มอุปกรณตาง ๆ ใหพอตลอดเวลาของการบรกิ ารตลอดจนใหบ รกิ ารเครอ่ื งด่ืมชนดิ ตา ง ๆ แกลูกคาที่น่งั ตามโตะ เทา นนั้ การบริการแบบนน้ี ิยมจดั ในงานสงั สรรคต าง ๆ เชน งานแตง งาน งานวนั เกดิ และการจดั ประชุมสัมมนาตาง ๆ ภาพที่ 2.7 การบริการอาหารแบบบุฟเฟต 3. การบรกิ ารแบบค็อกเทล (Cocktail/ Parties) ลักษณะการบริการแบบนี้ คือ หองอาหารจะนําอาหารวา งที่จัดไวเ ปนคาํ ๆ ใสถาดอยางสวยงามและวางไวตามจดุ ตา ง ๆ ในหองอาหาร หรือสถานทีอ่ ่นื ทโ่ี รงแรมไมไ ดใชป ระโยชนในชว งเวลานั้น เชน รอบสระน้ํา ระเบยี งทางเดนิ และลกู คาจะบริการตนเองในการเลอื กหยิบรบั ประทานเฉพาะคาํ ตรงบรเิ วณทจี่ ดั วางไวนนั้ อาหารที่บรกิ ารเปนอาหารวางแบบตาง ๆ เชน ขนมปง มหี นาตา ง ๆ ไสก รอกหอผกั เน้อื ยาง แซนดวชิ คําเลก็ ๆพนักงานจะดแู ลความสะดวกทว่ั ไป เชน จดั อาหาร ดแู ลอปุ กรณไมจม้ิ จานเล็ก กระดาษเช็ดปากให
- 46 - พอเพยี ง การบริการแบบนี้สามารถบรกิ ารลูกคาไดเปน จาํ นวนมาก ใชเ วลาบรกิ ารไมนานนกัคาบริการคอ นขา งสงู แตคา ใชจ ายตาง ๆ คอ นขา งต่าํ จงึ ทาํ กาํ ไรใหแ กห อ งอาหารไดม าก และนิยมใชในงานเลยี้ งสังสรรคต าง ๆ ในโอกาสพิเศษ เชน งานแตงงาน งานวนั เกิด งานสังสรรคท างธรุ กิจหอ งอาหารควรจัดบรรยากาศใหห รหู รา สะดวกสบาย มที ี่กวางขวางพอสมควรเพอื่ ใหล ูกคาสามารถเดินไปมาหรือพูดคยุ ปรึกษาหารอื กันอยา งสะดวก พนกั งานมีหนา ที่เสิรฟเครอ่ื งดื่มแกล กู คา ท่กี ําลงัยนื พูดคยุ กนั อยู จงึ ควรมที กั ษะในการถอื ถาดเครอ่ื งดื่มอยางดี เสริ ฟ อยา งสภุ าพโดยไมร บกวนลกู คา ภาพท่ี 2.8 การบริการอาหารแบบค็อกเทล 4. การบรกิ ารอาหารแบบอาหารจานดวน (Fast Food Service) เปน รปู แบบการบรกิ ารของหอ งอาหารแบบอเมรกิ ันท่มี ีช่อื เสยี ง เชน Mc Donald’s. Kentucky Fried Chicken (KFC) ซึง่ไดขยายกจิ การไปทวั่ ประเทศ และอกี หลาย ๆ ประเทศในโลกรวมทง้ั ประเทศไทยดว ย รายการอาหารที่ใหบ รกิ าร ไดแก ไกท อด มันฝรัง่ ทอด แซนดวิช แฮมเบอรเ กอร นา้ํ อดั ลม กาแฟ โดยแสดงรายการอาหาร (menu) อยางชดั เจนถึงขนาด รปู แบบของอาหาร และราคา หอ งอาหารจะปรุงอาหารทุกอยา งเสรจ็ เรยี บรอย เพยี งแตอนุ อาหารใหรอนก็สามารถใหบ ริการได ลกู คาจะดูรายการสัง่ ซื้อท่ีเคานเตอร รอรับอาหาร จายเงนิ และนําไปรบั ประทานในทีท่ จ่ี ดั ไว หรอื นาํ กลบั ไปรบั ประทานทอ่ี นื่ ก็ได ภาชนะทบ่ี รรจุอาหาร และเครอ่ื งมือในการรบั ประทานจะเปน ชนดิ ท้ิงไดเ ลยเนื่องจากทําจากกระดาษและพลาสตกิ การบริการแบบนถ้ี ึงแมราคาจะถูกแตก ท็ ํากาํ ไรไดมากเนือ่ งจากบรกิ ารไดร วดเรว็ ลกู คาไมเสยี เวลาคอย เหมาะสาํ หรบั ยา นชุมนมุ ชนใหญ ๆ ท่มี ีนกั ทองเที่ยวเปนจาํ นวนมาก ถงึ แมจะมผี ทู วงติงวาดอยคุณคา ทางโภชนาการ แตก ย็ ังเปนที่นยิ มอยางแพรหลาย
- 47 - 5. การบริการแบบอาหารวาง (Snack Bar Service) เปน รปู แบบการบริกรอาหารทน่ี ยิ มอยา งกวางขวางแบบหน่ึงโดยการประกอบอาหารวา งอยางงา ย ๆ และรวดเรว็ โดยลูกคา จะไปส่งัอาหารและน่งั รอรับประทานท่เี คานเ ตอรเบอ้ื งหนาท่ีปรงุ อาหารอยูโ ดยตรง พนกั งานจะรับคาํ สง่ั จากลกู คา ปรงุ ปะกอบอาหารอยา งงาย ๆ และเสริ ฟใหทนั ทีทท่ี าํ เสรจ็ ตรงน้ัน รวมทงั้ เคร่อื งด่ืมตา ง ๆและลกู คา สามารถจายเงนิ ณ ตรงทีน่ นั้ ไดดวย การใหบ รกิ ารแบบนจี้ ําเปนตองทีเคร่อื งทนุ แรงมากเพอื่ ใหก ารบรกิ ารเปน ไปอยา งรวดเรว็ และมปี ระสิทธิภาพ เชน เครื่องทําชา กาแฟ เตาอบ ท่ีอนุอาหาร ตูเยน็ ตูแ ช ไมโครเวฟ ฯลฯ บางแหงอาจมีโตะ อาหารอยูใกล ๆ service counter และถา มีลูกคา มากอาจมีบริกรรบั คาํ สงั่ เสริ ฟ รบั เงินคา อาหาร และทาํ ความสะอาดโตะดว ย 6. การบริการแบบอาหารนํากลบั (Takeout Service) เปนการบรกิ ารอาหารแบบซ้ือและนาํ กลบั ไปรับประทานท่ีอืน่ ได คลายแบบ Fast Food Service แตอ าจเปน สว นหน่งึ ของการบรกิ ารแบบอื่น ๆ คอื เมื่อลูกคารบั ประทานอาหารเสรจ็ แลวสามารถสัง่ อาหารนาํ กลบั ไปไดอกี หองอาหารบางแหง จดั บรกิ ารแบบน้ีโดยเลือกเฉพาะเพ่ือประหยดั การลงทุนเร่อื งการจัดหองอาหาร บุคลากรทําเลทต่ี ัง้ ตลอดจนการดําเนนิ งานดา นอนื่ ๆ อีก ความสําเรจ็ ของการบริการแบบนีข้ ึ้นอยูกบั U ประเภทของอาหาร ควรเปน อาหารทไ่ี ดร ับความนยิ ม รบั ประทานไดง าย และมรี าคาไมแพง U ภาชนะทบี่ รรจหุ บี หออาหาร และเครอ่ื งมอื เครือ่ งใชใ นการรับประทานควรมลี กั ษณะสวยงาม สะอาด ถูกหลักอนามัย มปี ระสทิ ธภิ าพในการเกบ็ รกั ษาอาหารใหร อนหรอื เยน็ เปนเวลานาน และอยูใ นสภาพทน่ี ารบั ประทานจนกวาจะถึงเวลาเปดอาหาร และสามารถท้งิ ไดเลย 7. การบรกิ ารแบบอัตโนมตั ิ (Vending Service) เปน การบริการอาหารวา ง ขนมหวานไอศกรมี ลกู อม ขนมปงแหง โดยใสไ วใ นตูบรกิ ารอตั โนมตั ิ (Automatic Vending Machine)ลูกคา จะหยอดเหรยี ญลงในเครอ่ื งกดปุมอาหารที่เลือกอาหารจะหลน ออกมาเอง การบรกิ ารแบบนี้เหมาะทจี่ ะตดิ ตัง้ ในทส่ี าธารณะตา ง ๆ ในโรงพยาบาล มหาวิทยาลัย โรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ โดยมเี จาหนา ทมี่ าเติมอาหาร และเก็บเงนิ เปน ระยะสามารถควบคมุ ปรมิ าณการขายและการสยู หายได
- 48 - สรปุ การบรกิ ารอาหารตะวนั ตกเปน ประเภทอาหารทีไ่ ดร ับความนยิ มในปจจุบันซ่งึ สามารถแบงประเภทของอาหารตะวันตกไดต ามประเภทของมื้ออาหารคอื อาหารเชา ซ่ึงสามารถแบงเปน 2ประเภทคือ อาหารเชาแบบยโุ รปและอาหารเชา แบบอเมริกนั อาหารกอ นกลางวนั อาหารกลางวนั มีบริการทงั้ อาหารแบบเลอื กส่ัง และแบบชุด อาหารบา ย อาหารมื้อค่ํา ซึง่ ชาวตะวนั ตกใหความสาํ คญักับอาหารม้ือนีม้ ากหลังจากทํางานหนกั มาตลอดวัน ตอ งการการผอนคลาย การพบปะพดู คยุ ซ่งึ ในการบกิ ารอาหารแบบตะวนั ตกขาดไมไดกบั รูปแบบการบรกิ ารอาหารทหี่ รหู รา อยางการบริการอาหารแบบองั กฤษ การบรกิ ารอาหารแบบฝร่ังเศสการบรกิ ารแบบใชโ ตะหรอื รถเขน็ การบริการแบบรสั เซีย ละการบรกิ ารแบบอเมริกัน นอกจากนนั้ ยงั มรี ปู แบบการบริการอาหารแบบลูกคา บรกิ ารตนเอง เชน การบริการแบบอาหารปรงุ สาํ เรจ็ การบริการอาหารแบบบฟุ เฟต การบริการอาหารแบบค็อกเทล การบริการแบบอาหารจานดว น การบริกาอาหารวาง และการบรกิ ารอาหารแบบอัตโนมตั ิ
บทที่ 3 ความรูเ กย่ี วกบั เครือ่ งดม่ื เคร่อื งดม่ื (Beverage) เครอ่ื งดม่ื ทีไ่ มใชน ํา้ เปลาเปนสนิ คาท่ีสามารถทํากําไรใหแ กธ ุรกจิบรกิ ารอาหารและเคร่อื งดื่มอยา งมาก เนอื่ งจากมามากมายหลายชนิด โดยเฉพาะเครือ่ งดื่มผสม ซ่งึดงึ ดูดใจลกู คาไดมาก ลูกคาสามารถเลือกเครื่องดืม่ ไดต ามความพอใจ นอกจากน้ันการตกแตงเครอ่ื งด่ืมอยางสวยงาม บรกิ ารดว ยเคร่ืองแกว ทีห่ รหู รา ทาํ ใหล ูกคา รสู ึกคลายความเครียด และไดพักผอ นไปดว ย (ฉลองศรี พมิ ลสมพงศ, 2543: 82-119)การจดั แบง ประเภทของเคร่ืองดื่ม เพ่อื ใหก ารศึกษาเกย่ี วกับรายละเอียดของเครือ่ งดมื่ แตล ะชนิดงายขนึ้ จงึ มีการจัดกลมุ ของเครื่องดม่ื โดยพิจารณาจากปจ จัยตอไปนี้ (ท่มี า : ชลธชิ า บนุ นาค. 2543 : 108 - 110) 1. สว นผสมของเคร่ืองดม่ื การจัดแบง ดว ยปจ จยั ดังกลาว จะแบง เครือ่ งดื่มไดเปน 3 กลมุ ใหญ คอื 1.1 เคร่อื งดืม่ ทไ่ี มม ีแอลกอฮอลผ สม (Soft Drinks) 1.2 เครอ่ื งดมื่ ทีม่ แี อลกอฮอลผสม (Hard Drinks) 1.3 เคร่อื งด่มื ผสม (Mixed Drinks) 2. กรรมวิธกี ารผลิต การจดั แบงดว ยกรรมวิธีการผลติ มักจะใชส ําหรบั เคร่ืองดืม่ ประเภท Hard Drink ท่ีมีข้นั ตอนในการผลติ เครือ่ งดื่มแตละประเภทแตกตางกัน คอื
- 50 - 2.1 Fermentation หมายถึงการหมกั คอื การนําเอายสี ต (Yeast) ผสมกับวตั ถดุ ิบทจี่ ะใชทําเครอ่ื งดมื่ นั้น เพอื่ ใหย สี ตท าํ ปฏกิ ริ ิยาเปลยี่ นนาํ้ ตาลท่ีอยใู นวตั ถุดบิ ใหกลายเปน อลกอฮอลเคร่อื งดม่ื ประเภทนี้ไดแ ก ไวน และเบยี รชนิดตา ง ๆ ซ่ึงจะมีดกี รแี อลกอฮอลค อนขางต่าํ ภาพท่ี 3.1 กระบวนการหมกั (Fermentation Process) (ท่มี า : ชลธิชา บนุ นาค. 2543 : 109) 2.2 Distillation หมายถงึ การกลน่ั คอื การนาํ เอาผลิตผลทไี่ ดจากการหมกั มากลน่ั เพอ่ืแยกหรอื พยายามแยกแอลกอฮอลจ ากนา้ํ ผลลัพธค อื การเพิม่ สดั สว นของแอลกอฮอลใ นสารละลายหรือกลา วอกี อยา งหนง่ึ คอื การลดปรมิ าณของนํา้ ในสารละลาย ตัวอยางสรุ ากลน่ั ทไี่ ดร ับความนิยม ไดแ ก บรนั่ ดี วิสกี้ รัม จิน วอดกา หากนาํ เอาผลลพั ธของการกล่ันตอ ไปเรอื่ ง ๆ จะไดแ อลกอฮอลบรสิ ุทธิใ์ นท่ีสดุ
- 51 - ภาพท่ี 3.2 กระบวนการกลน่ั (Distillation Process) (ท่มี า : ชลธิชา บนุ นาค. 2543 : 109) 3. ขน้ั ตอนในการเตรยี มการกอนด่มื เครื่องด่มื อาจแบงตามขั้นตอนในการเตรยี มเครอื่ งด่ืม ไดเ ปน 2 ชนดิ คอื 3.1 Ready – to drink beverage คอื เคร่อื งดม่ื ท่ีสามารถด่ืมไดทันทีโดยไมมีขนั้ ตอนในการผสมหรือปรงุ รส การแบงในลกั ษณะดงั กลา วหมายรวมถงึ เครอ่ื งดมื่ ทม่ี ีแอลกอออล เชน วสิ กี้ไวน บร่ันดี คอนยัก ฯลฯ และเครอ่ื งดืม่ ทไี่ มม ีแอลกอออล เชน นาํ้ แร นํ้าผลไม นํา้ อดั ลม 3.2 Prepared beverage คอื เคร่อื งดื่มทีต่ องมกี ารเตรยี มการกอนการดม่ื อันไดแ ก การผสม การปรุงรส เครื่องดืม่ ท่ีมีแอลกอฮอลในกลุมนไ้ี ดแก คอ็ กเทล พ้นั ซ สว นเครอ่ื งดม่ื ท่ไี มมีแอลกอฮอล เชน กาแฟ ชา นมปน
- 52 - 4. ชว งเวลาของมอ้ื อาหาร ชาวตะวันตกมกั นิยมด่มื เครื่องด่ืมตลอดเวลาในระหวา งการรับประทานอาหารโดยเฉพาะอาหารม้ือคํา่ ดงั นั้นจงึ มกี ารแบงกลุม ของเครอ่ื งออกมาในแตละชวงเวลาของมอื้ อาหาร 4.1 Aperitif หรอื เครื่องดม่ื กอนอาหาร นยิ มดื่มเพ่อื เรยี กน้าํ ยอ ย มักจะเปนสุรากลนั่ หรือไวนท ไี่ ดร ับการปรุงแตง กลิ่นและรสดว ยสมุนไพรและเครื่องเทศ ซ่งึ อาจมีมากมายถงึ 40 – 50 ชนิดบางครั้งมกี ารเพ่มิ ปริมาณแอลกอฮอลเ ขา ไปดว ยการเติมสรุ าขาวบริสทุ ธิ์ หรือกล่นั จนไดป รมิ าณแอลกอฮอลท่ีตอ งการ ตัวอยา ง Aperitif ไดแ ก เบยี ร ไวน เวอรม ธุ (Vermouth) บิตเตอร (Bitter) 4.2 Wine คือเครือ่ งดืม่ ทีน่ ยิ มด่ืมระหวา งม้ืออาหาร หมายถงึ การดืม่ ควบคูไปกบั การรับประทานอาหารแตล ะจาน โดยทว่ั ไปมกั นิยมดื่มไวนข าวคูกบั อาหารเรยี กนํา้ ยอย ไวนแ ดงคกู บัอาหารจานหลกั และแชมเปญหรือสปารก ลิ้งไวนค กู บั ของหวาน เปน ตน เชอื่ กนั วาการดืม่ ไวนในขณะรบั ประทานอาหารจะเปนการชว ยเพ่มิ รสชาตขิ องอาหารใหเ อรด็ อรอยมากยงิ่ ขึ้น 4.3 Liqueur คือเครอ่ื งด่มื ท่ีมีแอลกอฮอลไดม าจากการกล่นั อาจกลัน่ จากผลไมสมุนไพร รากไม หรือสว นใดสวนหนงึ่ ของผลไมหรอื ตน ไม รสชาติจะออกหวานมาก คุณสมบัติของเหลา ประเภทนค้ี อื ชว ยในการยอ ย จงึ นยิ มดืม่ ภายหลงั การรับประทานอาหาร โดยจะเสริ ฟ ในแกว ขนาดเลก็ ปรมิ าณเตม็ แกวเครอ่ื งดม่ื ทไี่ มม ีแอลกอฮอลผ สม เครอ่ื งดม่ื ทไ่ี มม แี อลกอฮอลผสม (Soft Drinks/ Non-Alcoholic Drinks) หมายถงึเครื่องดืม่ ที่มีจาํ หนา ยในสถานบรกิ ารอาหารและเครื่องดมื่ สามารถแบงออกไดเปน หลายกลมุ โดยอาศยั ปจจยั ดานวตั ถุดบิ กรรมวิธกี ารผลิต มอ้ื อาหาร เปน ตัวจดั แบง แตท่งี า ยทีส่ ุดคอื การแบง โดยดูจากสวนผสมวามีแอลกอฮอลห รอื ไม หากมีแอลกอฮอลเ รียกวา Hard drink สวนท่ีไมม แี อลกอฮอลเรยี กวา Soft drink ซึ่งสามารถแบงออกไดเ ปน 6 ชนิดคอื (ชลธชิ า บนุ นาค, 2543 : 142 - 146)
- 53 - 1. นํา้ แร (Mineral water) 2. โซดา (Soda) 3. นา้ํ อดั ลม (Carbonated soft drink/ soda pop) 4. น้ําผกั และน้าํ ผลไม (Fruit and vegetable juices) 5. นมและเครือ่ งดื่มจากนม (Milk and Milk drink) 6. ชาและกาแฟ (Tea and Coffee) การบริการเครือ่ งดมื่ ประเภทไมมแี อลกอฮอล 1. น้ําแร (Mineral water/ Natural spring waters) แตกตา งจากนาํ้ ดมื่ ท่วั ไปเน่อื งจากมีแรธาตุ อาจมีสวนประกอบของกาซคารบ อนไดออกไซดท ี่ทาํ ใหเ กดิ ฟองหรือไมม ีก็ได ขอมลู สาํ คญัที่จะตอ งปรากฏบนฉลากขวดทีแ่ สดงความแตกตางของนาํ้ แรแตละชนดิ คอื ปรมิ าณแรธาตุและคุณคา ในการรักษาโรค (Therapeutic Value) การบรกิ ารนาํ้ แรมกั จะเสิรฟเย็นทอี่ ณุ หภูมิ ประมาณ45 องศาฟาเรนไฮต โดยรินใสในแกว นํ้า (Water Goblet) แตนํ้าแรส าํ หรับรกั ษาโรคมกั นิยมเสริ ฟอุนในอณุ หภมู ิ 60 องศาฟาเรนไฮต 2. โซดา (Soda) คือนาํ้ ดม่ื ที่มกี ารเตมิ กาซคารบอนไดออกไซดทาํ ใหเกิดฟองอากาศ มกัใชผสมกบั เหลา และเครอ่ื งด่ืมกอ นอาหารเพือ่ ลดความเขมขน หากมกี ารเพิ่มเกลือหรอื สารโซเดยี มไบคารบ อเนต จะไดเ ครือ่ งด่ืมท่เี รยี กวา Club Soda 3. นํา้ อัดลม (Carbonated soft drink) ไดแ ก น้ําแรทมี่ กี ารเติมนํา้ ตาลและปรงุ รสดวยน้ําผลไมหรือสว นทส่ี กัดจากพชื เรยี กวา Flavored Mineral water สว น Soda pop เปนอีกตวั อยา งหนงึ่ ของเคร่อื งดืม่ กลมุ นซ้ี ง่ึ มีกรรมวธิ ีการผลติ เชนเดียวกันเพยี งแตเ ปลยี่ นนํ้าแรมาเปน นาํ้ ดม่ื ทีม่ ีเกลอื คารบ อเนต (Carbonated drinking water) นยิ มเสริ ฟทอี่ ณุ หภูมิ 45 องศาฟาเรนไฮต หากเปนการรินจากขวดจะใชแ กวนํ้า แตห ากเสิรฟ จากหวั กอ ก (Fountain tap) จะใชแ กวทรงกระบอก(Tumbler)
- 54 - 4. น้าํ ผักและน้าํ ผลไม (Fruit and Vegetable juices) น้ําผลไมและน้ําจากผักชนดิ ตาง ๆอาจไดจ ากการคัน้ สด ๆ หรอื ซ้ือชนดิ บรรจกุ ระปอ งหรือขวดสําเร็จรปู ท่พี รอ มบรกิ ารไดท ันที ท่นี ยิ มมากไดแ ก- นาํ้ สม - นาํ้ แอปเปล- น้ําองนุ - น้ําสับปะรด- น้าํ เกรปฟรตุ - นํา้ มะเขือเทศ- นํ้าผกั รวม ปกติการเรยี กชื่อวา Juices มกั จะหมายถงึ น้าํ ทไ่ี ดจากการคน้ั ผลไมส ด หากมีการผสมนํา้ใหเจอื จางจะเรยี กวา Fruit drinks แตปรมิ าณของนาํ้ ไมเกิน 50% สวนน้ําผกั จะไมม กี ารเติมน้าํ เปนอันขาด ในการบรกิ ารอาจมีการเสริ ฟนา้ํ ตาลเมด็ (Granulated sugar) พรอมกับนาํ้ ผลไมส ด สว นนํา้ ผักจะเสริ ฟ มาพรอ มกบั พริกไทยปน (Ground pepper) และเกลือโดยจะตอ งนาํ ชอ นชามาจัดวางใหแขกดว ย 5. นม (Milk) ถอื เปน เคร่อื งดม่ื ประเภทไมมแี อลกอฮอลท ี่สาํ คัญยง่ิ ในสถานบริการอาหารและเครอ่ื งด่มื ปกตแิ ลว จะเปน นมท่ไี ดจ ากววั ซงึ่ มคี ุณคา ทางโภชนาการ โดยเฉพาะสาํ หรับเดก็ ๆนมท่นี าํ ออกมาบิการจะเปน ประเภทพาสเจอไรซ คือผานกรรมวิธกี ารฆาเชอื้ ดวยความรอ นแลว นมสามารถนํามาผสมกบั เคร่อื งด่มื ประเภทอืน่ ๆ เรียกวา Mixed Milk drink ซึ่งสามารถด่ืมไดตลอดเวลา สวนประกอบสาํ คัญที่นาํ มาผสมกบั นมไดแ ก- ผงช็อกโกแลต- โอวลั ตนิ- นํา้ ผลไม- น้ําเชอ่ื มจากผลไม
- 55 - เคร่อื งด่ืมท่ีผสมแลว สามารถด่ืมไดท ้งั รอ นและเยน็ โดยเคร่อื งดมื่ ผสมประเภทอุน (Warmmixed milk drinks) ไดแ ก hot ovaltine หรอื Hot chocolate พนกั งานจะอนุ นมใหรอนใสในแกว กาแฟวางบนจานรองพรอ มชอ นชา โดยมีผงช็อกโกแลตหรอื ผงโอวลั ตนิ ใสซองวางมาดา นขางถวย บางแหง อาจมอี ปุ กรณใ นการใหค วามรอนสําหรบั นมและชอ็ กโกแลตทีผ่ สมรวมกนั และสามารถนํามาเสิรฟ ใหแ ขกไดทันที สว นเครือ่ งด่ืมผสมนมประเภทเสริ ฟ เย็น (Cold mixed milkdrinks) ไดแ ก cold ovaltine หรอื cold chocolate milk เปน การผสมนมเย็นกบั ผงชอ็ กโกแลตหรอื ผงโอวลั ตินอาจใชเ ครอื่ งเขยา หรอื คนใหเขากัน เสริ ฟในแกว milk glass พรอมหลอดดดู milkshakes เปนอกี ตวั อยา งหน่ึงของเครือ่ งดืม่ ประเภทนท้ี เ่ี ปน ที่นยิ มโดยเฉพาะในวนั ทีอ่ ากาศรอนสวนประกอบมนี มประมาณ 5 ออนซ ผสมกบั น้าํ เชื่อมหรือนาํ้ ผลไมป ระมาณ1 ½ ออนซ หรืออาจใชชอ็ กโกแลต วนลิ า กาแฟ เปนสวนปรงุ รสและกลน่ิ ใสน า้ํ ตาล นา้ํ แขง็ 2 – 3 กอ นหรือนา้ํ แขง็ ปนผสมใหเ ขากันในเครอื่ งเขยาแลวกรองใส milk glass เสริ ฟ พรอ มหลอด หากนํานมมาผสมกับไอศกรีมใสในเครื่องปนจะไดเ ครือ่ งด่ืมท่ีมคี วามเขมและมันเรยี กวา milk frappe ซงึ่ เดก็ ๆ ชอบกนัมาก นอกเหนอื จากนมและไอศกรมี แลว อาจมกี ารใสก ลวยลงไปเรยี กวา banana frappe 6. กาแฟ (Coffee) หากพจิ ารณาถงึ อุปกรณท ่ใี ชใ นการทํากาแฟ อาจกลาวไดว า กาแฟคือเครอื่ งดืม่ ท่ีไดจ ากการรินนาํ้ รอนอุณหภมู ปิ ระมาณ 205 องศาฟาเรนไฮต ลงไปบนเมลด็ กาแฟโดยอาจใชแรงดนั หรือไมใชก ไ็ ด ปรมิ าณกาแฟทีใ่ ชใ นการบริการแขก 1 คน จะอยูท่ี ¼ - ½ ออนซข้ึนอยกู บั ความเขมขน ทตี่ อ งการ การบรกิ ารกาแฟใหกับแขกสามารถกระทาํ ไดห ลายวธิ ขี นึ้ อยูกบั ลักษณะของกาแฟท่แี ขกตอ งการดื่ม กลาวคอืกาแฟดําใสน ํ้าตาล นําแกว ใสก าแฟวางมาบนจานรองพรอ มชอนชาโดยมปี ระปุก(Black Coffee with sugar) น้าํ ตาลหรือสารใหค วามหวานประเภทอ่ืนดว ยกาแฟธรรมดา แกว กาแฟดําจะถกู จัดวางบนจานรองพรอ มชอนชา โดยมีนาํ้ ตาล(Regular Coffee) ครีม หรอื นม
- 56 - เอสเพรซโซ กาแฟเขมขน โดยจะใชปรมิ าณกาแฟเทาปกติแตล ดปรมิ าณนํ้าลง(Espresso) คร่ึงหนึ่ง เสิรฟ ในแกว espresso ทมี่ ขี นาดเลก็ วางวางมาบนจาน รองทีข่ นาดสมดลุ กนั อาจมีการนาํ นํ้าตาลเม็ด (granulated sugar) และครีมใหก ับแขกถาตอ งการRistretto กาแฟทม่ี คี วามแรงกวา espresso 2 เทา โดยมีกรรมวธิ ีการปรงุ เชน เดยี วกันคาปชู ิโน (Capuccino) กาแฟดําประมาณ ¾ ของแกว เติมดานบนดว ยนมปน รอนตีจนเปน ฟอง (Hot, Steamed Milk Foam) โรยดานบนดว ยผงโกโก การ เสิรฟจะกระทาํ เชนเดยี วกับ Black Coffee พรอ มนาํ้ ตาลCafé Melange กาแฟดําที่ใสว ปิ ครีม (Whipped cream) ดานบน เสิรฟ เชน เดยี วกับกาแฟดาํ ใสนา้ํ ตาลMilk coffee ใสก าแฟดาํ 2 สว น และนม 1 สวน เสิรฟ เชน เดียวกบั กาแฟดําใส นาํ้ ตาล นอกเหนือจากการด่ืมกาแฟประเภทตา ง ๆ แลว ยังปรากฏวา มกี ารนําเหลา บางชนดิผสมเขากบั กาแฟจนกลายเปน เครอ่ื งดมื่ อีกขนิดหนงึ่ เรียกวา Alcoholic Coffee Specialties ทม่ี ีชื่อเสยี ง ไดแ ก Irish Coffee ซงึ่ มีกรรมวีในการคอ นขางยงุ ยาก กลาวคอื พนักงานจะนาํ มะนาวฝานถูรอบ ๆ ปากแกว Irish glass ซ่ึงเปน แกว กานเนื้อหนา หลงั จากนนั้ นาํ ปากแกวจุมกบั นาํ้ ตาลทรายแดงจนตดิ ทวั่ ใสเหลา Irish Whisky ลงไปประมาณ ¼ แกว และนําแกว ไปลนไฟ ในขณะท่ีลนไฟพนกั งานจะหมนุ แกว ไปรอบ ๆ และสาดนาํ้ ตาลใสใ นแกว จนนํ้าตาลละลายและผสมผสานกับเหลาจนเกดิ กลน่ิ หอม บางครง้ั อาจมเี ปลวไฟลกุ จากแกวอนั เนอื่ งจากแอลกอฮลจากเหลา ระเหยข้ึนมา เมอ่ืน้ําตาลละลายไดท ี่แลวพนกั งานจะหยดุ ลนไฟทีแ่ กว และรินกาแฟดําลงไปประมาณ ¾ ของแกว ราดทบั ดา นบนดว ย Whipped cream เสิรฟมาบนจานรองพรอ มชอ นชา โดยอาจนําผามาพันรอบแกวในขณะเสิรฟเพ่อื ใหเครื่องดมื่ รอนอยูตลอดเวลา
- 57 - 7. ชา (Tea) ปกตแิ ลวในสถานบริการอาหารและเคร่ืองดม่ื มกั นิยมใชถ งุ ชา (Teabags)เนือ่ งจากสะดวกสบาย รสของชาขึ้นอยุกบั ประเภทของชา ดังน้ี Ceylon Tea - กล่นิ หอมออน Darjeeling Tea - ชาอินเดยี กลน่ิ คอ นขางแรง Jasmine Tea - ชาจากประเทสจนี กลน่ิ หอมของดอกไมค อนขา งแรง การปรุงชาในกรรมวธิ ีงา ยทสี่ ุดคือ การรนิ นา้ํ เดือดท่ีอณุ หภมู ิ 212 องศาฟาเรนไฮต ใสใ นแกว ชาซ่งึ มชี าถงุ 1 ซอง หรอื ผงชา 2 กรมั (ประมาณ 1 ชอนชา) ทง้ิ ไวป ระมาณ 3 – 5 นาที ซึ่งจะทาํใหรสชาติของชาดที ีส่ ดุ การเสิรฟ ชาจะกระทาํ ได 2 – 3 วธิ ี และมักจะใชแ กว ชาหรือถว ยชาทท่ี ําดวยกระเบอ้ื งเคลือบหากมีการใชชาซองควรจดั วางจานเล็กใหก บั แขกเพ่ือใชว างซองชาท่ีชงแลว การดมื่ ชาสามารถด่ืมไดในลักษณะดงั น้ีPlain Tea พนักงานจะจดั วางแกว ชาหรือถวยชาบนจานรองพรอ มชอ นชาและ นา้ํ ตาลTea with creamTea with Lemon เสริ ฟเชน เดยี วกบั Plain Tea แตเ พิม่ นมและครมีIced Tea เสิรฟเชน เดยี วกบั Plain Tea แตจ ัดวางมะนาวฝานใสจ านใหแ ขก นาํ ชาเย็น น้าํ แขง็ มะนาวฝานและนา้ํ ตาล ผสมเขาดว ยกนั ในแกว ทรงสงู ไมม ีกา น วางมาบนจานรองพรอมชอ นยาว (Iced Tea spoon) และ หลอดดูด
- 58 - นอกเหนือจาชาท่ีนาํ เขา จากตา งประเทศซง่ึ มักจะเปน Black Tea แลว ในบางทองถน่ิ ยังมีการผลิตชาทีท่ าํ จากพืชสมุนไพรอนื่ ๆ เรยี กวา Herbal Teas โดยอาจใชสว นใบ ดอก ผล หรือรากของพืชชนิดนนั้ ๆ นํามาอบใหแ หง ชาชนิดทีน่ ยิ มดืม่ กนั ภายในบา นและมบี รกิ ารในสถานบรกิ ารอาหารและเครอ่ื งด่มื ไดแ ก Peppermint Tea, Lime – Blossom Tea และ Chamomile Tea การดมื่ จะกระทาํ เชน เดยี วกับ Black Tea ปกตแิ ลว มักมกี ารผลติ ในลกั ษณะเปน ชาถงุเครือ่ งด่มื ทีม่ แี อลกอฮอล (Hard Drinks/ Alcoholic Drinks) ในหองอาหารที่มีการบรกิ ารเคร่อื งดื่มภายในโรงแรม เคร่ืองดมื่ ที่จะสามารถสรา งผลกําไรใหกบั องคก รมากทีส่ ดุ คือ Hard Drink ทัง้ ในรูปของไวนแ ละสรุ ากลั่น (Spirit) ดงั น้นั การศึกษาในรายละเอียดเกย่ี วกบั Hard Drink แตล ะประเภทจะชว ยใหผ ูสนใจมีความรูเ พ่มิ มากยง่ิ ข้ึน สาํ หรับผปู ฏบิ ัตงิ านจะสามารถเสนอแนะเคร่ืองดมื่ ใหแ ขกไดอ ยางมปี ระสิทธภิ าพ (ชลธชิ า บนุ นาค,2543:111-142) 1. วิสกี้ (Whisky/ Whiskey) เปน เหลากลน่ั ที่ไดจ ากวัตถุดบิ คือเมลด็ ขาว ซึ่งอาจเปนขา วบารเ ลย (Barley) ขาวโพด (Maize) หรือขา วจาว (Rice) แลวนาํ ผลผลติ ท่ไี ดเก็บบม ไวใ นถังไมในสมยั โบราณหลงั จากการกล่นั และเก็บบมวิสกจี้ นไดท ่ีแลว สามารถนํามาดืม่ ไดทนั ที แตภายหลังมีการคนพบวา การนําวสิ กหี้ ลาย ๆ ประเภททีม่ คี วามแตกตางกนั มาผสมกันจะทําใหไดว ิสก้ชี นิดใหมทีม่ ีคณุ ภาพดีกวา เดมิ กรรมวธิ ใี นการผสมดงั กลาวเรยี กวา Blending ซ่ึงตองอาศัยผเู ชย่ี วชาญเปน ผูลงมอื ปฏิบัติ เนอ่ื งจากเปนขัน้ ตอนทซี่ บั ซอ น และเปน สงิ่ สาํ คัญทท่ี าํ ใหว ิสกีแ้ ตละยหี่ อมเี อกลกั ษณของตนเอง วิสกท้ี ผี่ ลิตไดจ ะถูกเก็บบมไวในถังไมโอกขนาดใหญประมาณ 3 ป กอ นนาํ ลงบรรจขุ วดแตส ําหรบั สกอ ตวิสก้จี ะใชเวลา 4 – 6 ป ซง่ึ เมื่อถึงชวงเวลาดังกลาวสขี องวิสกจ้ี ะออกเปนสีทองและมกี ลิ่นหอม
- 59 - ประเทศท่ีมีช่ือเสียงในการผลิตวิสกี้ ไดแ ก ประเทศสกอตแลนด ซง่ึ จะเขยี นเปนภาษาอังกฤษวา Scotch Whisky สว นประเทศไอรแลนดกม็ ชี ื่อเสยี งในการผลติ Irish Whiskeyเชนกนั สําหรับวสิ กท้ี ี่ผลิตขนึ้ ในประเทศสหรฐั อเมริกาเรียกวา เบอรเ บิน้ (Bourbon) คงใชกระบวนการผลติ เชนเดยี วกบั สกอตแลนดเ พียงแตใชว ตั ถดุ บิ คือเมลด็ ขาวโพดอยา งเดยี ว ภาพที่ 3.3 กระบวนการผลติ วสิ ก้ี (ชลธิชา บุนนาค,2543 : 111) การดม่ื วสิ ก้ีสามารถทําไดห ลายรปู แบบ เชน U ดมื่ โดยไมผ สม โดยรนิ วสิ กี้ใสในแกว Short glass และแกว ใสนํา้ แขง็ วางไวขา ง ๆ U ดื่มพรอมนํ้าแขง็ ท่ีเรียกวา On the Rock โดยใสน้ําแข็งกอ นลงในแกว Rock กอ นแลวจงึ รินวสิ กล้ี งไป U ด่มื ผสมกบั สวนผสมอ่ืน ๆ เชน น้ํา โซดา หรอื น้ําผลไมใ นรูปของคอ็ กเทลที่มีวิสกี้เปนเหลาหลักเสิรฟ ในแกว High Ball เชน Whisky sour, John Collins, Manhattan, Rusty Nails,Old-fashions เปนตน ตัวอยางชอื่ เหลา วสิ กี้ท่ไี ดร บั ความนิยม • JACK DANIELS
- 60 - • EARLY TIMES • CHIVAS REGAL • FOUR ROSES • JOHNNIE WALKER • WILD TURKER • BALLANTINES 2. จิน (Gin) เปน สุรากล่ันท่มี ีตน กําเนดิ จากประเทศฮอลแลนด วัตถดุ ิบที่ใชคือเมลด็ ขา ว(ขา วบารเลย ขา วสาลี ขาวโอต) ปรุงแตงกล่นิ ดว ยผลจูนเิ ปอร (Juniper) (เปน ผลไมช นดิ หน่ึง ลําตนเต้ยี ใชสวนผลในการปรงุ แตงกลิน่ หรือรสของอาหารบางประเภทไดแ ก Sauerkraut (กระหล่ําปลีดอง) Blackbirds, thrushs (นกประเภทหนงึ่ ตวั เล็กสนี ํ้าตาล รวมทง้ั ในการกล่นั จนิ ดว ย) ผกั ชแี ละสมุนไพร อาจมีการใชส ว นผสมอ่ืนเสรมิ เขาไป เชน รากของตน มะขาม นา้ํ มะนาวและอ่ืน ๆ มีคุณสมบัตใิ ชเปนยารักษาโรคไดเนอ่ื งจากผลจูนเิ ปอรถ อื เปน ยาสมุนไพรอยา งหนงึ่ เหลาจนิ เปน เหลาท่ีไมมสี ีแตม รี ะดับแอลกอฮอลคอ นขางสงู เนื่องจากมกี ารกลนั่ หลายครัง้ บางชนิดอาจกล่นั ถึง 3 คร้ังและเน่ืองจากเปน เหลา ทมี่ ีความบรสิ ทุ ธิ์มากจึงไมจ าํ เปน ตอ งเก็บบม ภาพที่ 3.4 กระบวนการผลติ จิน
- 61 - การดม่ื จินสามารถทาํ ไดหลายรูปแบบเชนเดยี วกบั วสิ ก้ี กลา วคอื 2.1 ดมื่ ผสมกบั โซดา หรอื โทนกิ (TONIC) มีนาํ้ แรท ี่มีคารบอเนต รสและกลิน่ ควนิ นิ มะนาว 2.2 ผสมกบั สว นผสมอ่ืนๆ เปน ค็อกเทลเชน Martini dry, Gin sour, Gin sling, Pink lady, Singapore sling, Tom Collins เปนตน ตวั อยางช่ือเหลา จนิ ท่ีไดร บั ความนยิ ม • London dry gin ผลติ ไดจากทกุ แหลงโลก รสชาตไิ มห วาน ผผู ลิตทม่ี ชี ือ่ เสียง ไดแก Gordons, Seagrams, Seagers, Squires • Geneva gin ผลติ ในฮอลแลนด (Genevaในภาษาดชั ท แลวา Juniper) • Old tom ผลิตในสกอ็ ตแลนดเ พ่อื การสง ออก ผสมในค็อกเทลชอื่ Tom collins 3. บร่นั ดี (Brandy) เปนเหลาทีก่ ลน่ั จากองนุ อกี ทหี นง่ึ ผลไมอ่ืนกส็ ามารถาผลิตเปน บรน่ั ดีไดเพยี งแตจ ะตอ งมีชอ่ื ของผลไมท ่ใี ชท าํ ปรากฎอยูบนฉลากขวดดว ย เชน Apple Brandy (หรอื ท่ีเรียกวา Apple Jack ในอเมริกา Calvados ในฝรง่ั เศส) Apricot Brandy, Blackberry Brandyเปนตน แตบรั่นดีทแ่ี พรห ลายท่สี ุดเปนบรน่ั ดีที่ผลิตจากวัตถดุ ิบคือองนุ เรียกชอ่ื วา บรนั่ ดี คณุ ภาพของบรนั่ ดขี นึ้ อยกู บั เหลา องนุ ท่ีนาํ มากล่ัน และตองมกี ารเกบ็ บมในถงั ไมโ อกอยา งนอ ย 5 ป ถังไมโอก มคี ุณสมบัติพเิ ศษคอื เปน ไมท ม่ี ีรูเลก็ ๆ อยใู นเนื้อไมซ งึ่ เปนชอ งทางใหแอลกอฮอลในถังระเหยออกมาและอากาศจากภายนอกถูกดูดซับเขา ไปภายใน โดยอากาศจะนําเอากลิน่ และสขี องถงั ไมโอกเขาไปผสมกบั นํา้ บรัน่ ดใี นถงั ทาํ ใหเกิดสีและรสชาตชิ วนดม่ื รวมถงึ จะชวยลดดกี รีแอลกอฮอลซ่ึงทาํ ใหผูดม่ื รูสึกบาดคอ ระยะเวลาของการเก็บบมบรน่ั ดีในถงั ไมโอก ถอื เปน ปจ จยั สาํ คญั ทส่ี ง ผลตอรสชาตหิ รอืเกรดของบรัน่ ดี กลาวคือ บร่ันดใี นระดบั 3 ดาวจะมีอายกุ ารเก็บบมในถังไมโ อก 5 ป ถือเปนบรั่นดีมาตรฐานซ่ึงแขกสามารถดืม่ โดยไมผสม หรอื เปนเหลา หลกั สาํ หรบั ค็อกเทล หากบร่นั ดมี ีการเกบ็
- 62 - บม เปน ระยะเวลา 8 ป จะถือวา เปนบรนั่ ดีเกรดสูงข้นึ มา ซ่งึ ะมีตวั อกั ษรปรากฏบนฉลากขวดวาV.S.O.P หมายถงึ Very Special Old Pale สว นบรน่ั ดที ่เี กบ็ บมนานข้ึนไปอีกประมาณ 30 ป จะปรากฏคําวา X.O อนั หมายถงึ Extra Old หือ Gordon Bleu, Centeur, Antique ซ่ึงรสชาติก็จะยิ่งนุมนวลมากขนึ้ 4. คอนยัก (Cognac) เปนชื่อแควน ๆ หนง่ึ ในประเทศฝรง่ั เศสทีม่ ีการผลิตเคร่ืองดื่มในรปู แบบเดยี วกบั บรั่นดเี พยี งแตม กี ารเลอื กสรรพนั ธุองุน ถังไมโอก ท่ีใชใ นการเก็บบม รวมทง้ั สภาพของดินและภมู ิอากาศชวยใหบ รนั่ ดีทผี่ ลติ ในแควนนมี้ ีชอื่ เสยี งและไดร บั การรบั รองคุณภาพวาเปนA.O.C Spirit โดยกฎของ Appellation Controlée ซ่งึ จะเปน การรบั ประกนั วาเคร่อื งดื่มดังกลา วผลิตในแควน น้นั จริง ภายใตก ารผลิตท่ถี ูกตอ งตามแบบอยางด้งั เดมิ ของแควน หากผลติ ขึ้นทอ่ี น่ืจะตองเรยี กชอ่ื วา บร่ันดีเทา นัน้ ระยะเวลาในการเก็บบม คอนยกั ในถงั ไมโอก จะปรากฏอยบู นฉลากขวดโดยใชส ญั ลักษณ เชนเดยี วกบั บรน่ั ดี คอื V.S.O.P และ X.O นอกเหนือจากสญั ลักษณดงั กลาวแลว บนฉลากขวดคอนยกั ท่ีปรากฏคําวา GrandChampagne (Champagne เปนภาษาฝรั่งเศสแปลวา Field คอื ทองทงุ ไร) ซง่ึ หมายถงึ พ้ืนท่ีหลกัของแควนแชมเปญ ถือเปน คํารบั ประกนั คณุ ภาพเนอื่ งจากองุนทป่ี ลูกในพื้นทนี่ ้ีใชองุนในพน้ื ท่ีGrand Champagne 50% ผสมกับองุน ท่ีมาจากพนื้ ทีท่ ีด่ เี ปน อันดบั สองคือ Petite Champagneอกี 50% 5. อารม ายกั (Armagnac) เปน ช่ือแควน อกี แควนหนงึ่ ในประเทศฝรั่งเศสท่ผี ลติ บร่นั ดีอกีชนดิ หนงึ่ ท่ีชาวอเมริกนั คนุ เคย โดยไดร บั การรบั รองแหลง ผลติ จาก A.O.C เชนเดยี วกับคอนยกั ในสวนของสัญลักษณแ ละความหมายบนฉลากขวดมีลักษณะเชน เดยี วกบั คอนยัก วิธีการดมื่ บรั่นดี และคอนยัก การดื่มบร่นั ดแี ละคอนยกั ใหไดรสชาติทแ่ี ทจรงิ ผูด่ืมจะตองสมั ผสั ไดท ง้ั เพดานและจมูกดงั น้นั บรั่นดจี งึ นยิ มเสิรฟในแกว ที่เรยี กวา Balloon Goblet ลกั ษณะตวั แกว ใหญก า นแกว สน้ั ทําใหผ ูดื่มสามารถใชมืออุมตัวแกว ไดถนดั ความรอนจากมือจะถายเทไปสตู วั แกว และเครอ่ื งดืม่ ในแกว ทํา
- 63 - ใหกล่ินหอมฟงุ กระจายขึ้นมา ปากแกว ทแ่ี คบจะทาํ ใหก ล่ินหอมอบอวลอยูภายในตวั แกว และผดู ม่ืรบั รไู ดท างจมกู บางสถานประกอบการอาจมกี ารอุนแกว ใหร อนกอนรินบรัน่ ดีใส แตทัง้ นต้ี องถามความตอ งการของแขกกอ นเพราะแขกบางคนตอ งการใหแ กว รอ นจากมือของตนมากกวา หากแกว อนุ มากเกินไปจะทาํ ใหก ล่นิ หอมหายไปอยา งรวดเรว็ และทาํ ใหบรั่นดีเสยี รสชาติ ในกรณีทแี่ ขกตอ งการอุนแกว พนักงานจะใชน ้ํารอ น หลงั จกนนั้ จะเชด็ แกว ใหท ว่ั ท้งั ใบกอนรนิ บรัน่ ดี ไมค วรนาํ แกว บร่ันดไี ปลนไฟทม่ี ีแมททิลแอลกอฮอล (Methyl Alcohol) เปนเชอ้ื เพลงิ เพราะบรั่นดเี ปน เคร่ืองดม่ื ที่สามารถดูดซบั กลิ่นของแอลกอฮอลท่ีตดิ อยูก บั ตวั แกวไดงาย ภาพที่ 3.5 วิธกี ารถือแกว บรนั่ ดี ตัวอยางชอ่ื เหลา บรน่ั ดแี ละคอนยกั ท่ีไดรบั ความนยิ ม • Camus • Remy Martel • Hennessy • Courvoisier
- 64 - 6. วอดกา (Vodka) ถือเปน เคร่ืองด่มื ทไ่ี ดร ับความนยิ มมากท่สี ุดในปจ จุบนั โดยมสว นแบงทางการตลาด 18% ประเทศท่ีมีชอ่ื เสียงในการผลิตวอดกา คอื ประเทศรัสเซยี และโปแลนด วตั ถุดบิทีใ่ ชในการผลิตคอื ขา วไรน ขาวสาลี ขาวจาว หรือมันฝรัง่ ท่ีบดละเอียดเขาดวยกนั แลวผสมกบั ขา วบารเลยใ นปรมิ าณเลก็ นอย นําไปกล่นั ประมาณ 3 – 4 ครั้ง เพือ่ เพิม่ ความบรสิ ุทธ์ิ หลงั จากน้ันจะกรองผา นถา นไมเพือ่ ใหถ านดูดซึมสง่ิ ไมบรสิ ุทธแ์ิ ละกลิน่ ตา ง ๆ ออกใหหมด วอดกา เปน เหลาทไ่ี มมีสี ไมมีกล่ินและไมม รี ส นิยมดม่ื ควบคกู ับอาหารรสจดั ประเภท คารเ วีย ปลาแซลมอนรมควันโดยดืมในลกั ษณะไมผ สมอะไรเลยหรอื สามารถใชเปน เหลาหลกั ในการผสมค็อกเทลแทนเหลา จนิ ตัวอยา งค็อกเทลทีใ่ ชวอดกาเปน เหลา หลกั ไดแก Screwdriver, BloodyMary,Russian Cocktail เปนตน 7. รมั (Rum) คือสรุ ากล่นั จากนํา้ ตาลที่ไดจ ากออ ย จงึ มักจะผลติ ในประเทศท่ีมกี ารปลูกออยมาก เชน จาไมกา เปอโตริโก ควิ บา ออสเตรเลยี อนิ โดนเี ซีย และประเทศไทย รัม แบง ออกเปน 2 ประเภท โดยพจิ ารณาจากข้นั ตอนของการหมกั 7.1 Full Bodied Rum เปน รมั ทม่ี ีการหมกั กบั ยีสตตามธรรมชาติ และปลอยใหข้นั ตอนของการหมกั ดําเนินไปจนไดปริมาณแอลกอฮอลร ะหวาง 70 – 80 ดกี รี ประเทศที่มชี ื่อเสยี งในการผลติ รมั ประเภทน้ีคอื จาไมกา 7.2 Light Bodied Rum เชน รมั จากประเทศเปอโตรโิ ก ควิ บา จะใชก ารหมกั โดยมกี ารเติมยีสตเขา ไปในน้ําตาลเพื่อใหเกดิ แอลกอฮอลแลวจงึ นาํ ไปกลั่นจนไดปรมิ าณแอลกอฮอล 80– 90 ดกี รี Rum ท่ีมจี าํ นายในทองตลาดท่วั ไปจะมี 2 ชนิดคือ U White Rum คอื รมั ทไ่ี มไ ดมกี ารเก็บบมในถังไมโ อก U Dark Rum คือ White Rum ทผ่ี านการเกบ็ บมในถงั ไมโ อก จนสขี องไมโอกละลายเขา ไปรวมอยใู นเนอื้ เหลา
- 65 - วิธีการดม่ื เหลา รมั 1. ดม่ื โดยไมผสม 2. ผสมกบั สวนผสมตาง ๆ ในรปู ของคอกเทลไดแ ก Mai Thai, Zommbie, BacardiCocktail, Daiquiri 8. เตกีลา (Tequila) สุรากล่ันจากนํา้ ของตน อากาเว (Argave) ประเภท Blue Aegave ท่ีเมืองเตกีลาประเทศเมก็ ซโิ กเทา นนั้ หากผลติ จากตนอากาเวใ นแหลง อนื่ จะเรียกวา Mezcal ข้นั ตอนในการผลติ คือนําหัวของตน Blue Argave มาเผาเพื่อใหค วามรอนเปลย่ี นแปงเปนน้ําตาล จากนนั้ นําหวั Argave ไปคนั้ นาํ้ แลวนํามาเตมิ ยสี ตและผานการกลน่ั ในลําดับตอ ไปจะไดเคร่อื งด่มื ทเี่ รยี กวา เตกลี า (Tequila) ซ่งึ เปน White Tequila แตหากนาํ White Tequila ไปบม ในถงัไมโ อก ประมาณ 6 เดอื นจะได Gold Tequila วิธีการดื่มเตกิลาในสมัยกอนนิยมด่ืมโดยไมผสม หรือดื่มพรอมเกลือกับมะนาว แตปจจุบันสามารถนาํ ไปผสมกับเครื่องด่ืมไดทุกชนิดไมวาจะเปนนํา้ สมหรือโทนิก ค็อกเทลที่เปนที่รูจักและมีเตกิลาเปนเหลาหลักไดแก Margarita ซ่ึงนิยมดื่มกันมากในประเทศสหรัฐอเมิกา 9. ลิเคยี ว (Liqueur) หรือในประเทศสหรฐั อเมรกิ าเรยี กวา Cordial คือเหลา กลัน่ จากผลไมสมนุ ไพร หรอื รากไม นยิ มด่มื ในลักษณะ On the Rock ลเิ คยี วบางประเภทยงั ใชเ ปน เหลา ผสมในค็อกเทลและผสมในสตู รปรุงอาหารบางชนิด เชน พดุ ด้ิง แพนเคก ไอศกรมี ลเิ คยี วสามารถแบง ออกไดเ ปน 9.1 Herb Liqueurs นับเปนสรุ าหวานชนิดแรกในโลกของประเทศฝร่งั เศสผลิตจากบร่นั ดชี น้ั ดีกลั่นรวมกับนํา้ ผึง้ และสมนุ ไพรอกี 27 ชนดิ นยิ มด่มื ในหมชู าวจนี ผสู งู อายุ ผูทาํ งานหนัก เพราะมคี ุณสมบัติในการขับเลอื ดลมและใหความอบอนุ แกรางกาย รกั ษาโรครูมาตซิ ่ัม
- 66 - U Bitters เปนเหลากลั่นจากสมนุ ไพร ราก เปลอื กไม ผลไมแ ละอ่นื ๆ แตร สชาติไมห วาน ซึ่งตรงตามชอ่ื ของ Bitter ซึง่ แปลวาขม Bitter ท่มี ชี อื่ เสยี งเปน ทร่ี จู ักกนั ดไี ดแ ก Campariซงึ่ เปน Red Italian Spirit ดีกรแี อลกอฮอลคอนขางต่ํา โดยปกตจิ ะนอยมด่มื กบั โซดาหรือโทนิกหรือผสมในคอ็ กเทล เปน เครือ่ งด่มื ที่นยิ มกนั ทว่ั ไปในยุโรป นอกจากนย้ี งั มี Angostura FernetBranca และ Underberg ซงึ่ เหลากลุม นีม้ ีคณุ สมบตั ใิ นการรกั ษาอาการเมาคางและกรปวดทอ งโดยเฉพาะอยางยง่ิ Fernet Branca U Drambuie ลิเคียวทาํ จากวสิ กเี้ กา แกทสี่ ดุ U Menhe (Crème De) ลิเคยี วกลนิ่ สะระแหน มจี าํ หนา ยท้งั ประเภทไมม ีสแี ละสเี ขยี วใส 9.2 Fruit Liqueurs ลเิ คยี วทท่ี าํ จากผลไม ไดแ ก U Apricot Brandy ผลติ ในหลายประเทศโดยใชผ ลแอปรคิ อตแหงและบร่ันดี U Curacao ลเิ คยี วทที่ ําจากเปลือกสม มีหลายสี สม ฟา เขียว U Grand Marnier ลเิ คยี วรสสม กลนั่ จากเหลา คอนยกั (Cognac) ชัน้ ดี ฉลากสีแดงแสดงถงึ คณุ ภาพดี หากเปน ฉลากสเี หลอื งจะราคาถกู เหมาะท่ีจะใชใ นการประกอบอาหาร 9.3 Coffee Liqueurs เชน คาลวั (Kahlua) คือเครือ่ งด่มื สีดําเขม รสนมุ ผลิตจากเมล็ดกาแฟแท ๆ กับสุรากลั่นบริสุทธิ์ มกี าํ เนดิ ในประเทศเมก็ ซิโก คาลัวมีสีและรสกาแฟทเ่ี ขม ขนเหมาะทจ่ี ะผสมเปนเครอื่ งดมื่ ไดอกี มากมาย นยิ มดืม่ ในยามพักผอนซึ่งแตกตา งไปจากแบบฉบบัดัง้ เดมิ ของลิเคยี วท่มี กั จะด่มื หลังอาหาร คาลวั สามารถดม่ื กับสว นผสมอนื่ ๆ เชน U คาลัว และนม U คาลวั และโซดา U คาลวั และโคลา U คาลวั และวอดกา (เรียกชอื่ วา Kahlua Black Russian)
- 67 - นอกจากนค้ี าลัวยังใหร สชาตทิ ่ดี ีเม่ือผสมกบั บรัน่ ดี กาแฟดาํ รอน นํา้ สม คน้ั แมแ ตร าดบนไอศกรมี 9.4 Chocolate Flavoured Liqueur เชน Crème de Cacao ผลติ จากเมลด็ โกโกจากประเทศเวเนซูเอลา 9.5 Egg Liqueur ปริมาณแอลกอฮอลต า่ํ ผลิตจากบร่นั ดี ไขแ ดง และน้ําตาล 9.6 Ginger Liqueur บรน่ั ดีปรุงรสดว ยรากขงิ 10. ไวน (Wine) คือเครอื งดม่ื ทม่ี ีแอลกอฮอลซไึ่ ดมาจากนํ้าของผลองนุ สดผานกรรมวธิ กี ารหมกั ภายในแหลงผลิตตามมาตรฐานของสถานทนี่ นั้ ๆ 10.1 กรรมวธี ใี นการผลติ ไวน ไวนท ่ีผลติ ขนึ้ ในประเทศตา ง ๆ ทว่ั โลกเทาทร่ี ูจักกนัโดยทวั่ ไปไดแ ก ไวนข าว ไวนแ ดง ไวนสชี มพู แชมเปญ หรอื สปารก ลง้ิ ไวน โดยเนน ในเรอื่ งของการด่ืมควบคูไปกับการรับประทานอาหาร ซ่ึงไวนท ัง้ 4 ประเภทดงั กลาวมกี รรมวธิ ใี นการผลติ จากการหมักทแ่ี ตกตา งกันทําใหไ ดไ วนต างชนดิ กันดังน้ี U ไวนแดง (Red Wine) สามารถผลติ ไดจ ากองนุ ดาํ ซง่ึ จะหมกั ทง้ั เปลอื ก สขี องไวนแ ดงจะมีตง้ั แตมว งไปจนถึงแดงและนํ้าตาล ไวนท ี่ผลติ ใหมมักจะมสี มี วง ในขณะทีไ่ วนท่ีเกบ็ ไวนานจะมีสนี าํ้ ตาลแดง U ไวนข าว (White Wine) สามารถผลิตไดจ ากองนุ ดาํ องนุ ขาว หรอื องุนท้ัง 2พันธผุ สมกัน แตในการคัน้ องนุ จะเอาเฉพาะนา้ํ มาหมกั ดงั นน้ั สแี ดงท่อี ยูท่ีเปลือกองนุ จะถกู แยกออกไปทนั ทีทาํ ใหนํ้าไวนทีไ่ ดเปน สีขาว ไวนขาวจะมสี แี ตกตา งกันออกไปเชน กนั โดยอาจมที ้ังประเภทไมม สี ไี ปจนถึงสีออกเหลอื ง – ทอง ไวนขาวทผี่ ลติ ใหมจะมสี อี อกเขียวในขณะท่ไี วนท เ่ี กบ็ไวน านจะมีสอี อกน้ําตาล
- 68 - U ไวนส ีชมพู หรอื โรเซไ วน (Rose Wine) มีกรรมวิธใี นการผลติ ไดหลายแบบแตวิธีที่ใชก นั ทั่วไปมักจะเรม่ิ จากการหมกั องุน เชนเดยี วกับการทาํ ไวนแ ดงแตจ ะมกี ารกรองเอาเปลือกขององนุ ที่เปน ตวั กอใหเ กิดสอี อกหลังจากการหมกั 12 - 24 ชวั่ โมง หรอื อาจผลิตโดยนําไวนแดงในปริมาณเลก็ นอยผสมกับไวนข าว U แชมเปญ หรือ สปารกล้ิงไวน (Champagne, Sparkling Wine)
- 69 - ภาพที่ 3.6 กรรมวธิ กี ารผลติ ไวนขาว ไวนแ ดง และไวนส ชี มพู
- 70 - 10.2 คุณลกั ษณะเฉพาะของไวน (The Main Characteristics of Wine) U Appearance and Colour สีของไวนสามารถเปน ไดท ง้ั สแี ดง ขาว หรอื ชมพู แตไมวา จะเปน สีใดกต็ ามสง่ิสาํ คัญที่สุดคือความใสของไวน ถาเมื่อไหรก ็ตามท่ไี วนม ีสขี นุ อาจเน่อื งมาจากตะกอนในขวดหรือไวนถูกระทบกระเทือน พนกั งานจะตอ งทง้ิ ไวนข วดนน้ั ไว 24 ชว่ั โมงกอ นท่ีจะทาํ การถายไวนห รอืเสริ ฟ U Bouquet หมายถงึ ความหอมของไวน เปน ท่ียอมรบั กนั วากลิน่ หอมของไวนเ ปรยี บเสมือนตวั บงช้ที สี่ ําคญั นอกเหนือไปจากคําอธบิ ายบนฉลากขวดวาไวนน ัน้ มแี หลง ผลติ ท่ใี ด มีสว นประกอบใดบา ง อายเุ ทา ไหร โดยทวั่ ไปไวนควรจะมีกลิน่ เปนไวน หรอื ในภาษาการชมิ เรยี กวา Clean หากเปนจุกคอรก เนาแสดงวาไวนข วดนน้ั เสยี ไมส ามารถนํามาบริการใหก บั แขกได U Taste รสชาตขิ องไวนจะพจิ ารณาจากความหวาน (Sweet) หรอื ความฝาด (Dry) ของไวนเปน อันดบั แรก ตอ มาคือความเปรย้ี ว ความหอมของผลไม และนา้ํ หนกั ของไวนท เี่ รยี กวาWeigh หรอื Body ซึ่งหมายถงึ ปริมาณแอลกอฮอล U Aging Potential ไวนบ างประเภทเหมาะสําหรับการดม่ื ภายหลังบรรจุขวดออกขาย ซง่ึ หมายความวา การเกบ็ รกั ษาไวนข วดนน้ั ไวเ ปน เวลานาน ๆ จะไมก อใหเ กิดประโยชนใด ๆ หรอื ไวนข วดนนั้ จะไมมกี ารบม อกี เพราะอายุการเกบ็ ไวนไมใชเปนสิง่ จําเปน สําหรบั คุณภาพของไวน การพจิ ารณาปของไวนดจุ าก Good Years ซ่ึงหมายถึงปท ม่ี ปี จ จัยตา ง ๆ ดเี ลศิ เอ้อื ตอ ผลผลติ ขององุนซึ่งเปนวัตถุดบิ สาํ คัญในการผลติ ไวน
- 71 - U Full Bodied – Light Bodied พจิ ารณาจากดกี รีขอแอลกอฮอลในไวนแตล ะขวด ปกตแิ ลวไวนท ม่ี ปี รมิ าณแอลกอฮอลต้ังแต 13% ขึ้นไปจดั วา เปน Full Bodied รสชาติจะเขม ขน สวนไวนท ีม่ แี อลกอฮอลนอ ยกวา 13% จัดวาเปนไวนป ระเภท Light Bodied ซง่ึ รสชาตจิ ะเจอื จางลงไป U Sweet or Dry Sweet Wine จะปรากฏปริมาณนํ้าตาลสูง ซึง่ น้ําตาลจะงอยใู นไวนภ ายหลงั จากกรรมวิธีการหมักเสรจ็ สน้ิ ลง หรืออาจจะเปน การเติมนํ้าตาลลงไปในไวนภ ายหลงั สว น Dry Wineจะมีปรมิ าณนาํ้ ตาลนอย โดยในขั้นตอนของการหมักจะมกี ารแยกนํา้ ตาทไ่ี ดจากผลองนุ อกมารสชาติจงึ คอนขา งฝาด ภาพท่ี 3.7 ถํ้าเก็บไวน (Wine Cellar) 10.3 รายละเอยี ดของฉลากไวน ฉลากไวนถอื เปนสว นท่ีมคี วามสาํ คัญทง้ั ตอ แขกและตอ พนกั งาน โดยฉลากขวดจะปรากฏรายละเอยี ดตาง ๆ ทน่ี าสนใจเกี่ยวกบั ไวนข วดนน้ั ซง่ึ พนกั งานบริการมีหนาทีบ่ อกใหแ ขกทราบเพอื่ ประกอบการตัดสนิ ใจ โดยทวั่ แลวขอ มลู ทีป่ รากฏอาจมีแตกตา งกนั ออกไปตามแต
- 72 - กฎหมายของประเทศผูผลิตไวนก ําหนดไว แตใ นภาพรวมแลวยงั ปรากฏขอ มลู ทีเ่ ปนมาตรฐานเดียวกนั ไมว า ไวนน ั้นจะผลิตจากท่ใี ด ขอมลู ดงั กลาวประกอบดว ย 1. ชื่อของไวน (The name of wine) มักจะเปนสิ่งแรกที่แขกมองหาเพราะจะเปน ตวั ใหความกระจา งเกี่ยวกับประเภทของไวนในขวดวาเปน ไวนชนิดใด ลักษณะ รสชาติเปน อยา งไร การกําหนดชอ่ื ของไวนส ามารถทาํ ได 3 วิธี คอื1.1 การใชพ ันธุอ งนุ (Grape Variety)เปน ช่อื ไวนไดแ กU Pinot noir U CabernetU Gamay U MerlotU Chardonnay U Riesling X Sylvaner 1.2 การใชช ื่อแควน หรือแหลงผลติ (Region of production) เปน ชือ่ ไวน การใชชอ่ื ในลักษณะดังกลา วจะทาํ ใหผ ดู ม่ื สามารถคาดคะเนเก่ยี วกบั คณุ ภาพของไวนข วดนัน้ ได ปกติแลว หากเปนแควน ใหญมากเทา ไหร คณุ ภาพของไวนมักจะตํา่ ลงมากเทา นั้น เชน ไวนที่ใชชอ่ื แหลง ผลติ เปนชอ่ืประเทศ เชน Vin Rouge Francis แสดงวา เปน ไวนทีน่ าํ องุนจากแหลงตา ง ๆ ทัว่ ประเทศฝรัง่ เศสมาใชเปน วัตถุดิบจะไดไวนท คี่ ุณภาพไมด ี แตหากแหลงผลิตเปน เฉพาะในแควนใดแควนหน่งึ เชน แควนBourgogne ของประเทศฝรั่งเศส หรอื ทรี่ จู กั กนั ในภาษาองั กฤษวา แควน Burgundy ยอ มไดไ วนท ีม่ ีคุณภาพดกี วา แตแ มกระนั้นจากสภาพภูมิประเทศและภูมอิ ากาศของแตล ะทอ งถน่ิ ในแควน เดยี วกนัยอ มมผี ลตอองนุ ที่ปลูกในทอ งถ่ินนน้ั ๆ เชน กนั จงึ มกั พบไดว า ไวนจ าก North Burgundy ท่ใี ชองุนพนั ธุ Pinot Noir มคี ุณภาพดกี วา ไวนจ าก Lower Burgundy ท่ใี ชอ งุน พนั ธุ Gamay 1.3 Fantasy หรือ Trademark name เปน อีกวธิ กี ารในการตง้ั ชื่อไวนโดยใชช ่ือแปลก ๆเปน ชือ่ ทางการคา มักจะใชก บั ไวนท ่มี คี ุณภาพไมด นี ัก แตชอ่ื แผลง ผลิต หรอื พนั ธุอ งนุ ยงั ไมป รากฏในฉลากขวดเชนกัน
- 73 - ตวั พมิ พชอื่ เหลานี้มกั จะใชต วั อักษะไมใ หญนักบนฉลากขวดแตถ ือวาเปน สง่ิ ทมี่ ีความสาํ คัญท่สี ดุ 2. ชือ่ ผผู ลิตไวน (The name of the producer) มักปรากฏเปนชือ่ ทางการคา ของไวนขวดนน้ั โดยใชตวั พิมพใ หญท ี่มองเห็นไดช ดั เจนบนฉลากขวด โดยพน้ื ฐานไวนทผ่ี ลิตจากแควนเดยี วกนั เชน Bordeaux หรือ Rioja อาจมีความเหมอื นกันอยบู า ง แตผ ผู ลติ แตละคนมรี ูปแบบเฉพาะตวั ในการปรงุ แตงไวนใ หแ ตกตา งกนั ออกไปตามความชอบของตน ซ่งึ ทาํ ให Bordeaux wineของแตล ะผูผลิตมเี อกลักษณเ ฉพาะตน 3. ช่ือและที่อยขู องบคุ คล หรอื บรษิ ทั ทไ่ี ดรบั มอบอํานาจในการผลติ ไวน (The nameand location of the person or company legally responsible) อาจเปนบุคคลเดยี วกับขอ 2 หรือทางผูผ ลติ อาจใชชอื่ อืน่ ในการทาํ ธุรกจิ นี้ 4. ปรมิ าณการบรรจุ (The volume of the bottle).ใชห นวยวัดเปน มลิ ลิลิตร 5. ปริมาณแอลกอฮอล (The alcoholic content) เปน รายละเอยี ดทีท่ ําใหแขกหรอื ผูด่มื ทราบถึงความแรงของไวน และความสกุ ขององุน ในขณะเกบ็ (องนุ ยงิ่ สกุ มากเทาไหรจ ะมปี ริมาณนํา้ ตาลเพมิ่ มากขึน้ และการทีม่ ปี รมิ าณนํา้ ตาลมากหมายถงึ ความเขมขน ของแอลกอฮอลทจ่ี ะไดภายหลงั กรรมวธิ กี ารผลิตสิน้ สุดลง) 6. ช่อื ของผขู นสงและผูนําเขา (The name of the shipper and importer) เปนขอ มูลเพ่อื บอกรายละเอียดเกยี่ วกบั ข้นั ตอนจากผผู ลิตมายังผูขนสง (shipper) จากประเทศน้นั สปู ระเทศผูซื้อ และผนู าํ เขา (importer) ซ่งึ ขนถายสนิ คา จากเรือมายงั คลงั สินคาและภัตตาคารเพอ่ื จําหนา ยใหแกผูซ้อื 7. ประเทศผูผ ลติ (The country of origin) จะบอกใหผซู อื้ ทราบวาภาษาที่ปรากฏอยูบนฉลากขวดซง่ึ เปน ประเทศผผู ลิตเปน ภาษาของประเทศใด
- 74 - 8. ชนดิ ของไวน (The kind of wine) ถอื เปนขอ มูลพ้ืนฐานท่ีมคี วามสําคญั สาํ หรบัแขกที่อาจไมคนุ เคยกบั ไวนช นิดนั้น ๆ มากอ น การศกึ ษาชนิดของไวนจ ะทาํ ใหแขกไดแ นวคิดทวั่ ๆไปเกย่ี วกบั ไวน เปนตน วาผลิตจากทใี่ ด และรสชาตนิ า จะเปน อยางไร ภาพท่ี 3.8 ฉลากไวนแ ดงทผี่ ลิตจากแควน บอรโ ดซ ประเทศฝรัง่ เศส
- 75 - ภาพที่ 3.9 ฉลากไวนท ผี่ ลิตในประเทศเยอรมนี ภาพท่ี 3.10 ฉลากไวนท ผ่ี ลติ ในประเทศอติ าลี
- 76 - ภาพที่ 3.11 ฉลากไวนทผ่ี ลติ ในรฐั แคลฟิ อรเนยี สหรฐั อเมรกิ า ภาพท่ี 3.12 ฉลากไวนทผี่ ลิตในประเทศกรีซ
- 77 - 10.4 แชมเปญและสปารก ล้งิ ไวน (Champagne and Sparkling Wine) นอกเหนือจากไวนข าว ไวนแ ดง และไวนส ชี มพแู ลว แชมเปญและสปารก ลิง้ ไวนยงั ถือเปนเคร่ืองดม่ื ท่นี ยิ มด่ืมไปพรอ มกับรายการอาหารหวาน หรือสาํ หรบั แขกบางคนอาจนิยมดมื่ตลอดเวลาท่ีรบั ประทานอาหารอยู กรรมวธิ ใี นการผลิตสปารก ลิง้ ไวน (Sparkling Wine) มอี ยู 4 วธี ีจดุ มงุ หมายคอื การผลิตเพื่อใหได Clear Wine ทม่ี ฟี องกาซคารบ อนไดออกไซด การผลิตในแตละกรรมวิธีจะทําใหสปารก ลงิ้ ไวนมีคณุ ลกั ษณะแตกตางกนั สว นการผลิตแชมเปญ (Champagne)นั้นแมจ ะเปน เครื่องดื่มประเภทเดยี วกบั สปารก ล้งิ ไวน แตกระบวนการผลติ คอ นขางซับซอนและถอื ปฏิบตั ใิ นแควน Champagne เทานน้ั โดยเร่มิ ตง้ั แตอ งุนที่นํามาใชจ ะตองมาจากพ้ืนท่ขี องแควนChampagne และจะตอ งเปนองุน 3 พนั ธทุ ี่กําหนด คอื Pinot Noir (Black), Pinot Meunier(Black) และ Chardonnay (White) กรรมวิธใี นการผลิตแชมเปญคงเร่มิ ตนเชนเดียวกับการทาํ ไวนขาวซง่ึ เกิดจากการหมกั ครงั้ ที่ 1 ภายในถงั ทที่ าํ ดวยเหลก็ ปลอดสนมิ หลังจากนน้ั จะนาํ ไวนข าวมาทําการผสมท่ีเรยี กวาคูเว (Cuvee) หมายถึงการนาํ ไวนป ระมาณ 40 – 50 ชนดิ จากปตา ง ๆ กนั ประมาณ 10 ปม าผสมกนัเรียกวา Non – Vintage Champagne หรอื การใชไ วนท ี่ผลติ ในปใดปห นึ่งและเตมิ สว นประกอบของไวนปอน่ื เพียงเลก็ นอ ยเขา ไปเรยี กวา Vintage Champagne นอกจากนน้ั แลว ยังตอ งมกี ารผสม นา้ํ ตาล (Sugar) ยีสต (Yeast) กรดทไี่ ดจากเปลือกไม (Tannin) ลงไปในอตั ราสวนทีถ่ กู ตอ งซ่งึ จะกอ ใหเ กดิ การหมักคร้งั ที่ 2 ภายในขวด ถามกี ารเตมิ นํา้ ตาลมากเกินไปขวดจะระเบิดเน่อื งจากกา ซคารบอนไดออกไซดก นิ ประมาณ หลงั จากน้ันจะทําการปด จกุ ขวดดว ยจกุ พลาสตกิ ซึ่งมีฝาทท่ี ําดว ยเหลก็ ปลอดสนมิ ควา่ํ ทับอีกชนั้ หนงึ่ และนาํ ขวดมาวางตะแคงเรยี งไวในหองใตด นิ ประมาณ 3 –4 สัปดาหเ พื่อใหเ กดิ การหมกั คร้งั ท่ี 2 ซึง่ จะไดก าซคารบ อนไดออกไซดและตะกอน ในการบมแชมเปญจะใชเ วลาประมาณ 1 ป สําหรับ Non Vintage และ 3 ป สาํ หรับ Vintage หากยิง่ เก็บนานกย็ งิ่จะไดแชมเปญคุณภาพดี ขั้นตอนตอ มาคือการฆาตะกอนทเี่ กดิ จากซากของยีสต (Yeast) โดยวธิ ีการเขยาขวดเพ่อื ใหตะกอนกระจายและนาํ ขวดนน้ั ไปใส Pupitres ประมาณ 10 – 20 สปั ดาห โดยขวดจะ
- 78 - ถกู หมนุ เลก็ นอ ยในทศิ ทางตรงกนั ขาม ตะกอนจะถกู เกบ็ อยใู นจุกพลาสติกทีอ่ ใู ตฝ าครอบขวด การหมุนจะกระทาํ ไปจนกระทั่งขวดอยใู สภาพตง้ั ตรงโดยกนขวดอยดู านบน (หัวลง) หลงั จากน้ันจะนาํขวดไปใสในภาชนะทม่ี ีสารแชแข็งกอ นจะมกี ารนําตะกอน (Sediment) ออกจากขวด โดยกาซทีอ่ ยูภายในขวดจะดนั ใหพลาสติกท่มี ตี ะกอนอยภู ายในกระเดน็ ออกมา ปรมิ าณของไวนทีเ่ สียไปจะถกูทดแทนดว ยไวนล กั ษณะคลายคลึงกนั และมกี ารเตมิ สารใหค วามหวานซึ่งเรยี กตามกรรมวธิ ีวาDosage เพราะในการหมักครงั้ ท่ี 2 น้าํ ตาลจะถูกใชไ ปหมดทําใหไวนท่ีไดห ลงั จากการเปด จุกมีลกั ษณะ Dry ปรมิ าณของนาํ้ ตาลทผ่ี สมลงไปจะถูกกาํ หนดโดยช่ือทอี่ ยบู นฉลากขวดดงั น้ีBRUT ปริมาณนา้ํ ตาล 1%EXTRA SEC/ EXTRA DRY 3%SEC/ DRY 5%DEMI – SEC 8%DEMI – DOUX 10%DOUX/ RICH 10% ข้ึนไป หลังจากการเตมิ นํา้ ตาลเรยี บรอ ยแลว จะนาํ จุกคอรก แชมเปญมาปด ขนั เกลยี วดว ยลวดเรียมพรอ มนาํ ออกขายตวั อยางแชมเปญทไี่ ดร ับความนิยม Blanc de Blanc หมายถึงแชมเปญสชี มพูหรือเรยี กอีกชือ่ หน่ึงวา PinkChampagne ทําข้ึนจากการผสมไวนแ ดง และไวนข าว เขา ดวยกนั กอ นการบรรจขุ วด Rose Champagne หมายถึงแชมเปญสีชมพหู รอื เรยี กอีกชอ่ื หน่งึ วา PinkChampagne ทําข้ึนจากการผสมไวนแ ดงและไวนขาวเขาดวยกนั กอ บรรจุขวด
- 79 - บางครั้งอาจพบวา มี Rose Sparkling Wine ซ่งึ โดยทัว่ ไปแลวมลี กั ษณะเชนเดยี วกับโรเซไ วน (Rose Wine) ท่ไี มม ีฟองอากาศ เพียงแตกรรมวธิ ใี นการหมกั จะแตกตางกนักลาวคือ โรเซไ วนไ ดจ ากการหมักนํ้าองุนและเปลอกองนุ แดงไวดว ยกนั ชว งระยะเวลาหน่งึ จะไดเครือ่ งดื่มสีชมพูแตสาํ หบั Rose Sparkling Wine เกดิ ขึ้นจากการผสมไวนขาว และไวนแดงเขาดวยกัน ภาพที่ 3.13 การจัดเรียงขวดแชมเปญใน Pupitres สาํ หรบั สปารก ลิ้งไวน (Sparkling Wine) จะมีกรรมวีธกี ารผลิตได 3 แบบ กลา วคอื 1. ไวนจ ะถูกนําไปเก็บในถงั ใบใหญ เติมนํา้ ตาลและ ยสี ต (Yeast) ในอัตราสวนท่ีกําหนด และมกี ารควบคมุ อณุ หภูมิ เพือ่ ใหเกิดการหมกั ครัง้ ที่ 2 ไวนจ ะหมนุ เวียนอยใู นถงั โดยใชพ ดัการหมักดงั กลา วจะเรียบรอ ยภายในระยะเวลาไมก ่ีวนั หลงั จากนนั้ ไวนจ ะถกู ถา ยเทออกไปสูเครอ่ื งกรองและบรรจุลงขวด ฟองอากาศทีไ่ ดจ ะคอนขา งใหญก วาแชมเปญและราคาถกู กวา ดว ยเพยี งแตไมมสี ิทธ์ิไดใ ช Appellation Controlee (A.O.C)
- 80 - 2. การทําใหเกดิ การหมกั ครั้งที่ 2 ในขวดเชนเดียวกบั แชมเปญ แตห ลังจากนัน้ไวนจ ะถกู นาํ ไปแชเ ยน็ และนาํ ออกจากขวดผา นเครอื่ งกรอง เติมความหวานและบรรจุลงขวดท่ีสะอาดอีกคร้ังหนึง่ ภายใตแ รงดัน 3. วิธีทเ่ี รว็ ท่ีสดุ และถกู ท่สี ดุ ในการผลติ สปารกลง้ิ ไวน คอื ไวนจ ะถกู แชเ ย็นในถังใบใหญแ ละมกี ารเตมิ กาซคารบอนไดออกไซดเ ขาไป หลังจากนน้ั จะบรรจลุ งขวดภายใตแ รงดนั ผลท่ีออกมาคอื เครือ่ งด่มื ท่มี ีฟองอากาศขนาดใหญท ด่ี ูไมม ชี วี ิตชวี าและจางหายไปเร็ว ถามองในดานคุณภาพแลว ถอื เปน สปารกลิง้ ไวนท ี่คณุ ภาพดอ ยทส่ี ุด 10.5 แควนที่มชี ื่อเสียงในการผลไิ วนของประเทศฝรั่งเศส ภาพท่ี 3.14 แผนท่ีแสดงทตี่ งั้ ของแควนทมี่ ีชื่อเสียงในการผลติ ไวนข องประเทศฝรง่ั เศส 10.6 ลักษณะขวดไวนจ ากแตละแควน
- 81 - ภาพที่ 3.15 ลักษณะขวดไวนจ ากแควนตาง ๆ ของประเทศฝร่ังเศส10.7 อุณหภมู ใิ นการเสริ ฟไวน การเก็บรักษาไวนใ นอณุ หภมู ิท่ถี ูกตองถอื วา มคี วามสําคญั อยา งยิง่ ตอการรกั ษาคณุ ภาพของไวน เพราะจะทาํ ใหค ุณลักษณะของไวนวาจะเปน กลิ่น สี หรือ รส คงอยใู นสภาพทดี่ ีอุณหภูมิสาํ หรบั การเกบ็ ไวนแ ตล ะประเภทจะเปน ดังนี้Heavy Red Wine 16 – 18 องศาเซลเซียส (61 – 64 องศาฟาเรนไฮต)(Bordeaux, Burgundy, Barolo)Medium – Heavy Red Wine 13 – 15 องศาเซลเซยี ส (55 – 59 องศาฟาเรนไฮต)(Dole, Cote du Rhone, Chianti Classico)Light Red Wine 10 – 13 องศาเซลเซยี ส (50 – 55 องศาฟาเรนไฮต)(East Swiss Red Wines, Beaujolais, Roses)White Wines 9 – 10 องศาเซลเซียส (48 – 50 องศาฟาเรนไฮต)Sparkling Wine 6 - 8 องศาเซลเซียส (43 – 46 องศาฟาเรนไฮต)
- 82 - 10.8 ไวนและอาหาร ไวนเปน เคร่อื งดืม่ ท่ีชาวตะวนั ตกนยิ มด่ืมไปพรอมกับการรับประทานอาหารคํ่าโดยเชือ่ วา ไวนส มารถปรงุ แตง ใหอาหารทร่ี ับประทานมรี สชาติอรอย หากหองอาหารสามารถตกแตงใหไ ดบรรยากาศสงบ รน่ื รมย แขกยอมเพลิดเพลนิ ในการรับประทานอาหารไปพรอ มกับการด่มื ไวนมากขึน้ อยา งไรก็ตามอาหารบางประเภทไมเหมาะทจ่ี ะรับประทานพรอมกับการดมื่ ไวน เชน สลัดหรอื อเดริ ฟ ท่ีมสี วนสมของน้าํ สมสายชู อาหารระเภทไขซ ึง่ มีปรมิ าณกาํ มะถันสงู ซงึ่ ไมเ หมาะกบัไวน อาจมขี อ ยกเวน ไดบา งหากเปน Cheese Omelettes สาํ หรับอาหารประเภทแกง (Curry) ทมี่ ีเครอื่ งเทศและรสจดั ก็ไมเ หมาะกบั การดื่มไวนเ ชน กนั เนอ่ื งจากรสจัดของอาหารทเ่ี กิดจากสว นผสมของกระเทียม มสั ตารด จะทําใหแขกไมส ามารถไดร สชาติของไวนท แี่ ทจรงิ ในกรณีดงั กลา วการดืม่เบียรหรือแมแ ตนํา้ ผลไมด ูจะดีกวา ทง้ั นร้ี วมไปถงึ น้ําสลัดทม่ี สี วนผสมของนาํ้ สม สายชู นาํ้ มะนาวของหวานทีม่ ไี ข ครมี กลวย โดยเฉพาะอยางย่งิ ช็อกโกแลต ไมเหมาะกับไวนเ ชน กัน ควรเลอื กดมื่แชมเปญหรอื สปารก ลิ้งไวนจ ะดกี วา สว นอาหารประเภทตา ง ๆ ทไ่ี มเขา ขา ยขางตนแขกสามารถเลือกดมื่ ไดพรอ มกบัไวนห ากแขกไมส ามารถเลือกไดพนกั งานบรกิ ารจะตอ งชว ยทําหนาทแ่ี ทนโดยอาศยั กฎเกณฑพน้ื ฐานในการเลือกไวนใ หเ ขา กบั อาหารดงั น้ี 1. ไวนข าวกับอาหารเนอื้ ขาว (White Wine with Fish and Some White Meats) เพราะอาหารเนือ้ ขาวประเภทปลาจะมีไขมันซึ่งทําใหไวนแ ดงมีรสเปร้ียว 2. ไวนแ ดงกบั อาหารเนือ้ แดง (Red Wines the Red Meats and Game) เนือ่ งจากความเปร้ียวของไวนขาวทเ่ี ปนกรดจะใหร สชาตติ รงกนั ขามกบั ความ หวานของเน้ือสัตว 3. ไวนห วานกบั ขนมหวาน (Sweet Still Wines with and Sparkling Wine with Sweets)
- 83 - 4. หากมกี ารบริการไวนม ากกวา 1 ชนดิ ในระหวา งมื้ออาหาร ควรบริการไวน ขาวกอนไวนแ ดง (White Wine Before Red Wine) ไวนร สฝาดกอ นรสหวาน (Dry Wines Before Sweet wines) ไวนทมี่ อี ายกุ ารเก็บนอ ยกวาไวนท ่ีมีอายุ การเก็บมาก (Young Wines Before Old Wines) 5. ไวนทด่ี ่ืมเปนลาํ ดบั สดุ ทา ยของมือ้ อาหาร ควรจะเปน ไวนท่ดี ที สี่ ดุ (The Last Wines Should be the best wines) อยา งไรกต็ ามกฎเกณฑต า ง ๆ ยอ มมขี อยกเวน กลาวคอื อาหารประเภทไก (เนอื้ ขาว) ปรุงรสในซอสไวนแ ดงทเ่ี รียกในภาษาฝรัง่ เศสวา Coq au Vin จะไปกนั ไดด ีกับการดมื่ ไวนแ ดงรวมไปถึงการเลือกดมื่ ไวนแดงเขม ขนกับอาหารประเภทเนือ้ ลกู ววั (เนือ้ ขาว) กลา วไดว าอาหารรสชาติจดั หรอืเลย่ี นมากเทาใดควรเลอื กไวนท ีรสชาตเิ ขม ขน มากเทานนั้ สวนอาหารทอ งถ่ินจะเขา กนั ไดด ีกับไวนทอ งถ่ิน สปารกลงิ้ ไวนท ดี่ ูวา จะไปกนั ไดด ีกับอาหารทุกชนิดในมือ้ อาหารหนึ่งม้ือก็ยังมีขอยกเวนเชน กันกลาวคอื สปารก ลง้ิ ไวนจ ะไมเ หมาะกับอาหาประเภทเนอื้ แดงติดมนั แตก ฎเกณฑท่ีสําคัญท่สี ุดในการเลอื กไวนใ หเ ขากับอาหารคือความพอใจของแขกหรือไวนท ีแ่ ขกมคี วามประสงคจะดมื่ 11. เบียร (Beer) เปนเครอ่ื งดืม่ ทไี่ ดจากการหมักเมล็ดขา วและเติมรสดว ยดอกฮอบ (Hops)สามารถแบง ออกไดเปน 2 กลมุ ใหญค อื U Lager Beers ไดแ ก เบยี รท ี่มกี รรมวธิ กี ารหมักโดยใชย ีสต บรเิ วณสว นลางของถงัเรียกวา Bottom Fermentation U Ale ผา นกรรมวธิ ีการหมกั ดว ยยสี ตใ นสวนบนเรยี กวา Top Fermentation อยา งไรกต็ ามไมว าจะเปน การผลิต Lager Beers หรอื Ale ก็ตามจะตอ งมสี ว นประกอบ(Ingredients) ท่ีสาํ คัญ 4 ชนิดคอื ขาวมอลต (Malt Barley) นา้ํ ดอกฮอบ และยสี ต โดยสว นผสมแตละสวนมีความสําคญั ดงั น้ี 1. น้าํ เปน สวนประกอบท่มี ปี รมิ าณมากทสี่ ุดของเบยี รล ะชว ยเพิม่ รสชาติ นํ้าที่นาํ มาใชจะตองเปน นาํ้ ที่ไมก ระดางและไมม ีแคลเซีย่ ม มีคณุ สมบตั เิ ชน เดยี วกบั นํา้ ด่ืม
- 84 - 2. ขาวมอลต ไดจ ากการนขา วบารเ ลยไปแชน ํ้าจนขาวเรมิ่ งอก นาํ มาผ่ึงใหแหง ในอณุ หภมู ิ 185 องศาฟาเรนไฮตสําหรับการผลิต Light Beer สว นขาวมอลตทีอ่ บในอุณหภมู ิ 220องศาฟาเรนไฮตจ ะใชผลิต Dark Beer ขาวมอลตเปน ตวั ทําใหเ กดิ นา้ํ ตาลในกระบวนการหมกักอใหเ กดิ แอลกอฮอลและกา ซคารบ อนไดออกไซดนอกจากนย้ี งั มปี ระโยชนใ นแงข องสารอาหารประเภทคารโบไฮเดรต โปรตีน และวิตามนิ 3. ดอกฮอบ เปน ตวั การเพมิ่ รสขมใหกบั เครอ่ื งดม่ื ประเภทเบยี รแ ละมผี ลทางดา นปอ งกนั โรคติดตอ4. ยสี ต เปนตัวกระตุนใหน ํ้าตาลแตกตัวกลายเปน แอลกอฮอลและกาซคารบ อนไดออกไซด นอกจากน้ยี งั เปนตวั กอ ใหเกดิ อาการเมาคาง ความแตกตา งของสวนประกอบท้ัง 4 ชนิดมีผลตอลักษณะของเบยี รท่ีผลติ ขนึ้ กลา วคือดอกฮอบท่นี าํ เขา จากตางประเทศจะมีรสชาตทิ ีด่ กี วาดอกฮอบพ้นื บา น น้ําบางประเภทเหมาะกับ Aleแตไมเหมาะสมกับ Beer หรอื บางทีก็ตรงกนั ขามคอื เหมาะกับ Beer ไมเ หมาะกับ Ale บางครง้ั ผูผลิตพยายามดัดแปลงน้ําทีพ่ ยายามดัดแปลงนาํ้ ทต่ี นนํามาใชใ นการผลติ เบียรดวยการเติมเกลอื ท้ังหลายชนดิ เพ่อื ใหไ ดเ บยี รทมี่ คี ณุ ภาพและเปน ทน่ี ิยม11.1 ข้ันตอนการผลติ Beer และ Ale มี 4 ขน้ั ตอนดังน้ี 11.1.1 Mashing คอื การเปลี่ยนแปง ใหเ ปน นาํ้ ตาล โดยขา วบารเลยจ ะถูกนํามาแชนาํ้ ประมาณ 48 – 72 ชว่ั โมงจนขาวเริ่มงอกแสดงวา แปง กาํ ลังจะเปลี่ยนเปนนาํ้ ตาล นาํ ขาวมอลตมาอบใหความรอนเพอ่ื หยดุ ย้งั การเจรญิ เติบโต และนาํ ไปปรงุ (Cook) ใหไ ดสแี ละกลิน่ ของมอลตตามตอ งการ เสร็จแลวนํามอลตไปใสใ นภาชนะบรรจทุ ่ีเรยี กวา Mash Tun พรอ มกบั มกี ารใสน า้ํ รอ นลงไป สว นประกอบปลกี ยอย (Adjuncts) ประเภท ขา วโพด (Corn) ขา ว (Rice) จะนาํ มาทาํ ใหสุกกอนและเพม่ิ เขา ไปใน Mush Tun ใชค วามรอ นทอี่ ณุ หภูมติ ่าํ (ไมก ิน 145 องศาฟาเรนไฮต) ทง้ิ ไวประมาณ1 – 6 ชว่ั โมง หลังจากน้นั กากจะถูกนําออกมาเหลือไวแ ตข องเหลวภายในทเ่ี รียกวา Wortซ่ึงจะถกู ถา ยไปสูภาชนะสําหรับตม ทีเ่ รียกวา Brew Kettle
- 85 - 11.1.2 Brewing Wort Wortจะถูกตมใหเ ดอื ดพรอมกับดอกฮอบประมาณ 1 ถงึ 2ช่วั โมงคร่ึง การตม จะทาํ ให Wort ปราศจากเชอ้ื โรค และทาํ ใหเ กดิ สารปองกันเชอื้ โรคในดอกฮอบซงึ่ ทําใหเบียรไ มเ สีย นํา้ Wort จะถกู ถายไปสูเครือ่ งหมกั (Fermenting Vessel) 11.1.3 Fermenting กรหมกั จะทําใหน ํ้าตาลถูกเปล่ยี นเปน แอลกอฮอลแ ละกา ซคารบอนไดออกไซด ซง่ึ จะกระทาํ โดยการเตมิ ยสี ตลงไป หากเปน Lager Beer ยสี ตจ ะอยูท ่ีบรเิ วณกนถงั และการเปลยี่ นแปลงจะเกดิ จากสว นลา ง ข้นึ มาซึ่ใชเวลามากเนอ่ื งจากเปน บรเิ วณทม่ี อี ณุ หภมู ิต่ํา สําหรบั ยีสตท่ีใชกบั Ale จะลอยอยบู ริเวณดา นบนซงึ่ มอี ุณหภมู ิท่สี งู กวา กระบวนการเปลีย่ นแปลงจะเกดิ จากสว นบนลงลาง 11.1.4 Lagering หรอื Storing เบียรที่หมักไดท ีจ่ ะถกู เก็บไวใ นถงั ทําดว ยเหล็กปลอดสนมิ เรียกวา Lagering Vessels ประมาณ 10 – 24 สปั ดาหซง่ึ ตา งจากเครื่องดื่มประเภทเหลากลั่นทนี่ ยิ มเกบ็ ในถงั ไมโอก เพราะไมโ อกจพทําใหเบยี รเ สียรสชาติ ในการเก็บบม ในถังดังกลาวเบยี รบางชนิดจะผลติ Wort ใหมอ อกมาทําใหป ริมาณกาซคารบอนไดออกไซดเพ่มิ มากขึ้นเรียกวาNatural Carbonation แตถาเบยี รไดท แี่ ลว เบยี รจ ะถกู พาสเจอรไรซดวยความรอนเพ่อื ฆาเช้อื โรคกอนบรรจขุ วดทําใหเ บยี รไมม ตี ะกอน สว นเบยี รประเภท White Shield, Worthington, Bass ละGuinness เปน เบียรทม่ี ีตะกอนเนือ่ งจากยังมีซากของยสี ตท ่ีตายแลว ตกคา งอยูในขวด ในการเกบ็และการเสิรฟ จงึ ตอ งระวงั มากกวาปกติ เบียรจ ะมปี ริมาณแอลกอฮอล 4% แตอาจจะมีมากกวา 10%สําหรบั เบยี รท มี่ ีดกี รสี งู สุด 11.2 ประเภทของเบยี ร สามารถแบงออกไดด ังนี้ 11.2.1 Light or Dark Beer สขี องเบียรจะขน้ึ อยกู บั สขี องมอลตห ากเปน มอลตท ่ีมีการอบนอยจะทาํ ใหไดเ บยี รส อี อน (Light Beer) สวนมอลตท ี่อบจนเปน สีนํ้าตาลจะทาํ ใหไ ดเยรสีเขม (Dark Beer)
- 86 - 11.2.2 Light or Strong Beer รสชาตขิ องเบียรจะพจิ ารณาจาก Wort ซงึ่ เปนปริมาณนาํ้ ตาลท่ไี ดจาดการวนการตม (Brewing) กน นาํ ไปหมัก ยิง่ ปรมิ าณนํา้ ตาลมมี ากเทาใดรสชาติของเบยี รจ ะเขม ขน มากขน้ึ เทา นนั้11.2.3 Top or Bottom – Fermented Beer ในการหมกั เบียรมี 2 วิธี คอื U Bottom Fermented Beer หมายถงึ การหมักจะสน้ิ สุดลงในถังท่ีเกบ็ บม(Storage Cellar) ยสี ตจ ะคงอยบู ริเวณกน ถงั U Top Fermented Beer หมายถงึ การหมกั จะยังคงมตี อเน่อื งแมว าจะมกี ารบรรจุขวดแลว ยสี ตท ีใชในการหมกั จะคงอยบู รเิ วณผวิ ดา นบน11.3 ตัวอยางเบยี รป ระเภทตา ง ๆชนดิ ของเบยี ร ประเภทของหมกั สี คุณลักษณะBock Beer Bottom – Fermented Light และ Dark Mild FullLager Beer Bottom – Fermented Light และ Dark Tasty, MildLight Beer Bottom – Fermented Light Fizzy, LightBeer Top – Fermented นาํ้ ตาลแดง Fizzy, DarkPilsner Beer Bottom - Fermented เหลืองออน คอนขางขม กลิ่นดอกฮ อบแรง11.4 กาบริการ เบยี รสามารถใหบ รกิ ารไดทงั้ เปน ขวด หรอื ไขจากถงั (On Tap) สําหรบั ผนู ยิ มดม่ื เบียรมักจะชน่ื ชอบ Beer on tap มากกวาเพราะสดจากถัง ในการเสิรฟ Beer จากถงั พนักงานจะถอื แกวเอียงใกลก บั กอ ก และคอ ย ๆ เปด จนสุดเติมใหเต็มประมาณ ¾ แกวและวางแกวลงรอจนกระท่งั ฟองเบียรน ่งิ เติมเบียรอ กี คร้ังโดยแกววางตรงและเปด กอกเพียงเล็กนอ ยจะไดฟองเบยี รส ว นบนของแกว
- 87 - สว นการบรกิ ารของเบียรจากขวดพนกั งานจะถอื แกว เอยี งและรนิ เบยี รจ ากขวดใสแ กว ¾ วางแกว ลงและรินเบยี รอกี คร้ังเพ่ือใหไ ดสว นฟองเบยี รดานบน เมอื่ รนิ เสรจ็ ใหว างขวดเบยี รไ วทางขวาของแขกเชนเดยี วกบั แกวเบยี รท่วี างอยบู นกระดาษรองแกว (Coaster) ฉลากขวดและสัญลักษณของหองอาหารทป่ี ากฎบนตวั แกวจะตองหนั เขา หาแขกเสมอ 11.5 เบียรกบั อาหาร ปกตแิ ลวเบยี รเ ปน เครื่องดมื่ สาํ หรับดบั ความกระหาย แตการดม่ื เบยี รค วบคูไปกบั การรับประทานอาหารหลาย ๆ รายการเปน สิ่งท่สี ามารถกระทาํ ได ตวั อยางเชน U การด่ืมเบยี รควบคูไปกบั การรบั ประทาอาหารทม่ี ีเบียรเ ปน สวนผสม เชน Beer BaterSpecialties หรอื Carbonnade of Beer U อาหารทปี่ รงุ ดวยน้าํ สมสายชู ประเภทเนอื้ และปลา เชนปลา Herring ท่ี Preserved กบัCold Cuts, Charcuterie และเนื้อรมควนั U อาหารรสจดั แถบเอเชยี และเมก็ ซโิ ก จะเขากนั ไดด มี ากกบั การดม่ื เบยี ร 11.6 เครอื่ งดม่ื ผสมทมี่ เี บียร เครือ่ งดื่มผสมที่มเี บียรเ ปน สว นประกอบและไดร บั ความนิยมมาก ไดแ ก Beer Grenadineผสมหวั เชอื้ ทบั ทิม (Grenadine) 4 ชอนชาลงในแกว เบยี รแ ละเติม Light Beer ลงในแกว BeerDanache ผสมน้าํ มะนาว 1 สว น และ Lager Beer 2 สวนลงในแกว เบยี รเคร่อื งดม่ื ผสม (Mixed Drink) เครอื่ งดืม่ ผสม (Mixed Drink) หมายถงึ เครอื่ งดมื่ ประเภทใดประเภทหนงึ่ ท่ีมีแอลกอฮอลผสมกบั เคร่ืองดื่มอกี ชนดิ หนงึ่ หรอื มากวา นน้ั หรอื อาจจะเปนเคร่อื งดม่ื ทไ่ี มม แี อลกอฮอล 2 ประเภทผสมเขาดว ยกนั กลาวอยางงา ย ๆ กค็ อื หากเคร่ืองด่มื ใดมสี ว นผสม 2 อยางขนึ้ ไปเราเรยี กเครอ่ื งดม่ื
- 88 - น้ันวา Mixed Drink ปกติแลว สูตรในการผสมไมม ีกฎเกณฑตายตวั แลว แตความสามารถของบารเทนเดอรใ นการคิดคนดดั แปลง จดุ เดน ของเครือ่ งด่มื ประเภทน้ีหากมองดว ยตาจะอยูท ่ีองคประกอบของเครือ่ งดื่มในแกว ทดี่ นู ารบั ประทาน สีสันสวยงาม 1 Alcoholic Mixed Drinks สามารถแบง ออกไดเ ปน 3 กลมุ ใหญ คือ โดยใสใ นแกวCocktail ปริมาณแอลกอฮอลคอ นขา งมากกกวา สว นผสมอน่ื จุดกาํ เนดิ ของเคร่อื งด่มื ประเภทค็อกเทลคงเนอื่ งจากแขกตองการความเพลดิ เพลินและความแปลกใหม ดังน้นั พนักงานบรกิ ารประจาํบารจ ึงตอ งพยายามปรับปรุงเครือ่ งด่ืมของตนใหท นั สมัย และสอดคลอ งกบั แนวโนม ของตลาด มีเร่ืองเลา กันวาคําวา Cocktail เกิดขน้ึ เนอ่ื งจากมหี ญงิ หมา ยผูหนงึ่ ขโมยไกข องเพอื่ นบา นและนาํ ขนไก (Cock’s Tail) มาตกแตง แกว บางกเ็ ลา วา Cocktail มาจากเครอื่ งดื่มท่ีเรยี กวา Coquetries ซง่ึ เปนเครือ่ งดืม่ ผสมเสิรฟ ในถวยใสไ ขด่ืมในยามอากาศหนาว หรือบางแหงกก็ ลา ววาจะมาจากคาํ วา Cock– Ale ซงึ่ เปนเครอ่ื งดมื่ ผสมด่มื ในชว งหลังการชนไกราวศตวรรษที่ 18 ในประเทศองั กฤษ สว นในประเทศเม็กซโิ กเครอ่ื งดืม่ ทอ งถิน่ ทีใ่ ชรากไมค นกอนการดมื่ เรียกวา “Cola de Gallo” (Cock’s Tail) ความนยิ มในการด่ืมเครือ่ งดมื่ ผสมดงั กลาวเร่ิมพุงขน้ึ สจู ดุ สูงสดุ ในชว ง ค.ศ. 1920 – 1937เรยี กกนั วา เปน ”Cocktail Age” ทีเดียว เนอ่ื งมาจากกฎหมายในประเทศสหรัฐอเมรกิ าทีห่ า มการขายและการผลติ เครื่องดื่มท่มี แี อลกอฮอล (ค.ศ.1919 - 1935) ซึง่ ขอ จาํ กดั ดงั กลา วนําไปสูการหลีกเลย่ี งกฎหมายโดยมกี ารนาํ เครื่องดม่ื ทมี่ ีแอลกอฮอลม าเปลย่ี นรูปโฉมใหมดว ยวธิ ีการผสมและการเขยา กับสว นผสมทไี่ มม ีแอลกอฮอล U Tall Drink เปนเคร่อื งดื่มผสมแอลกอฮอลซึ่งเปนเหลาหลกั แตถ กู ทําใหเ จอื จางกวาคอ็ กเทล (Cocktail) โดยจะมาเนน ในสว นผสมอ่ืน อาทิ เชน นาํ้ ผลไม โซดา นาํ้ แร ตวั อยา ง TallDrink ไดแ ก Sour และ Fizzes นยิ มเสริ ฟในแกว Aperitif U พน้ั ซ (Punch) เปน Mixed Drink ทเ่ี สิรฟเปน Aperitif คือ ดม่ื กอ นอาหารเพือ่ เรยี กนา้ํ ยอ ย
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259