ปจจัยที่มีผลตอการบริโภค 1.ราคาของสินคาละบริการ (มากท่สี ดุ ) 2.รายไดของผบู ริโภค 3.รสนิยมของผูบรโิ ภค 4.ราคาสนิ คา ชนดิ อื่นๆท่ีเกีย่ วขอ ง 5.การคาดคะเนราคาสินคา ในอนาคต 6.ฤดกู าล สภาพดนิ ฟา อากาศ 7.การโฆษณา
หนวยงานคุม ครองผูบรโิ ภค หนว ยงาน บทบาทหนา ที่สําคัญ สาํ นกั งานคณะกรรมการอาหาร ดแู ลควบคุมผลติ ภณั ฑแ ละหลัง และยา (อย.) ออกสตู ลาดเชนผลิตภัณฑ อาหาร ยา เครื่องสําอาง สาํ นกั งานคุมครองผูบ ริโภค รบั เรือ่ งรอ งทกุ ขจากผูบ ริโภคท่ี (สคบ.) ไดร ับความเดือดรอ นทง้ั ดา นการ โฆษณาสนิ คา ฉลากสนิ คา การ ทําสญั ญา
หนวยงาน บทบาทหนา ท่สี าํ คญั กรมการคา ภายใน กระทรวง กํากับดูแลการคาภายในประเทศ พาณิชย ใหดําเนินไปอยา งเสรีและเปน ธรรมดแู ลราคาสินคา สาํ นักงานมาตรฐาน ดําเนินงานรับรองมาตรฐานเพือ่ ผลติ ภณั ฑอ ตุ สาหกรรม(สมอ.) การพัฒนาผลิตภัณฑ กระทรงอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมสามารถแขง ขัน ตลาดโลก
3.การแลกเปลยี่ นคือ การนาํ สนิ คา -บรกิ ารชนดิ หนึ่งมาแลกเปล่ยี นกบั ชนดิ หน่ึง ตลาด หมายถึงการตดิ ตอซือ้ ขายสินคาหรือ บริการระหวางผซู ื้อและผูขาย ตลาดแบงเปน 2 ประเภท คือ ตลาดแขง ขัน สมบรู ณแ ละตลาดแขงขนั ไมส มบรู ณ
1.ตลาดแขงขันสมบูรณ มีลักษณะดังนี้ -สินคา มีลักษณะเหมือนกันทุกประการมีการ ทาํ งานของกลไกราคา -ผูซื้อและผขู ายจํานวนมากและมคี วามรูเรื่อง สนิ คาเปนอยางดี -ผูขายมอี ิสระในการเขาออกจากตลาดไดอ ยา ง เสรี -การติดตอ ซื้อขายทําไดอ ยางสะดวก
2.ตลาดแขง ไมส มบูรณ แบง เปน 3 ประเภทไดแ ก ตลาดผกู ขาด ตลาดผกู ขาดนอ ยรายและตลาดกง่ึ ผกู ขาด ตลาดผกู ขาด มลี กั ษณะดงั นี้ -ผูผลิตเพียงรายเดียวทาํ ใหผ ูผลติ สามารถ กาํ หนดราคาสนิ คาและบรกิ ารอยางเต็มท่ีเชน กิจการไฟฟา ประปา โทรศัพท ไปรษณีย ยาสูบ
ตลาดผูกขาดนอ ยราย มลี กั ษณะดงั น้ี -มีผผู ลิตจํานวนไมม าก 2-3 ราย -ผูผลติ รายหน่ึงรายใดมกี ารปรบั ราคาสินคา ยอ ม สง ผลอยา งมนี ัยยะสาํ คญั กับผูผลติ รายอืน่ ๆ -เปน การผลิตขนาดใหญท ีต่ องใชเงนิ ทุนมาก -ตัวอยา งสนิ คา เชน บริษทั นา้ํ อดั ลม เครือขาย โทรศัพท ปูนซเี มนต รถยนต นาํ้ มนั หนงั สือพมิ พ
ตลาดกึง่ แขง ขนั กง่ึ ผูกขาด มีลกั ษณะดังน้ี -ผูผลติ จาํ นวนมาก -มกี ารแขงขันกันระหวา งผผู ลติ ราคาสินคา จงึ เปน ไปตามอุปสงคและอปุ ทาน -รฐั บาลอาจแทรกแซงราคาได เพื่อไมให ผูบรโิ ภคเดือดรอน -ตัวอยางสินคา เชน สินคาอปุ โภคบริโภค ไดแ ก ผงซักฟอก น้ํามนั พืช สบู ยาสฟี น
กลไกราคา (ทฤษฎีอปุ สงค-อปุ ทาน,กลไก ตลาด) *อปุ สงค Demand คือความตองการการ ซ้ือสินคา-บริการ(รวมถึงจาํ นวนผูซื้อดวย) *อุปทาน Supply คือความตองการขาย สินคา-บริการ(รวมถึงจํานวนผูขาย จาํ นวน สินคา)
กฎอุปสงค : ราคาสินคากาํ หนดอปุ สงค 1.เมือ่ ราคาสินคาเพิม่ ขึ้น อปุ สงคจะลดลง 2.เมือ่ ราคาสินคาลดลง อปุ สงคจะเพิม่ ขึ้น กฎอปุ ทาน : ราคาสินคากาํ หนดอปุ ทาน 1.เมื่อราคาสินคาเพิม่ ข้ึน อุปทานจะ เพิ่มข้ึน 2.เมือ่ ราคาสินคาลดลง อปุ ทานลดลง
ดุลยภาพ : สภาพทีอ่ ุปสงคเทาอปุ ทาน *ราคาดลุ ภาพ : ราคาสินคาที่สมดลุ *ปริมาณดุลภาพ: ปริมาณสินคาทีส่ มดลุ
การวดั กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ : เคร่อื งมอื ที่ใช วัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ คอื การคํานวณหา ตัวเลข GDPและ GNP 1.GDP:ตวั เลขมลู คา สนิ คา -บรกิ ารข้ันสุดทา ยท่ี ผลิตขึ้นภายในประเทศในรอบ 1 ป 2.GNP:ตวั เลขมลู คา สนิ คา-บริการข้ันสดุ ทา ยท่ี ผลติ ขน้ึ โดยใชทรพั ยากร(หรือคน)ของประเทศใน รอบ 1ป
GDP (D คือ domestic) เนน อาณาเขต ประเทศ GNP (N คือ national) เนน คน หรือเชื้อ ชาติ
ปญ หาเงินเฟอ คือปญ หาของแพง(ราคาสินคา เพ่มิ สงู ขน้ึ ) สาเหตุของปญ หาเงนิ เฟอ เกิดจาก 2 สาเหตุ *เงนิ เฟอดานอุปทาน คือ ของแพงจากตน ทุน การผลิตสินคา แพงขึน้ เพิ่มขน้ึ เชนนํา้ มันขึ้นราคา *เงนิ เฟอ อปุ สงค คือของแพงจากอุปสงคม มี าก เกนิ ไป(คนซื้อสินคา กันมากทําใหของแพง)เปน เพราะปรมิ าณเงินในระบบเศรษฐกิจมีมากเกินไป มกั จะพบในชว งท่ีเศรษฐกจิ เตบิ โตมากๆ
วิธีแกไขปญ หาเงนิ เฟอ 1.วธิ ีแกเงินเฟอ ดานอปุ ทาน คือลดตน ทุนการ ผลิตสินคาเชน *ถาน้าํ มนั แพงก็ตองหาพลงั งานอืน่ มาใช ทดแทน *ใชเทคโนโลยีหรือเครื่องจกั รในการผลติ ให มากขึ้นเพื่อลดตนทนุ การผลิต
2.วธิ แี กเ งนิ เฟอ ดานอุปสงค คือลดปริมาณเงิน ในระบบเศรษฐกิจโดยแบง เปน 1) นโยบายทางดา นการเงิน คือ ใชเงนิ ลดเงนิ เชน *ธนาคารแหงประเทศไทยประกาศข้นึ อตั รา ดอกเบยี้ เพราะเมื่อดอกเบี้ยเงินกูแพงขึ้นคนไมอ ยาก กูเงนิ และเมื่อดอกเบี้ยเงนิ ฝากแพงข้ึนคนจะอยาก ฝากเงนิ
* ธนาคารแหงประเทศไทยประกาศเพม่ิ อัตรา เงนิ สํารองของธนาคารพาณชิ ย * ธนาคารแหงประเทศไทยขายหลกั ทรัพยใ หก ับ ธนาคารพาณิชย
2) นโยบายทางการคลงั คือ รัฐบาลหรือ กระทรวงการคลัง จะเปน ผูด ําเนินการ เชน * รัฐบาลประกาศขึน้ ภาษี * รัฐบาลจดั ทํางบประมาณแผน ดินแบบเกินดุล (คือใหมรี ายรบั มากๆ) * รฐั บาลประกาศขายพนั ธบัตรรฐั บาลใหก บั ประชาชนและขอกชนตา งๆ
7.3. ผูเสียประโยชนใ นภาวะเงินเฟอ คอื * ผทู มี่ รี ายไดประจํา เชน ขาราชการ พนกั งาน บริษทั เอกชน * เจา หนี้ 7.4. ผไู ดร บั ประโยชนใ นภาวะเงินเฟอ คือ * พอ คา นายทุน นักธรุ กิจ ผผู ลติ * ลูกหน้ี
8. ปญหาเงินฝด คือ ปญหาของถกู (ราคาสินคาลด ตาํ่ ลง) 8.1. สาเหตุของปญ หาเงนิ ฝด มกั จะเกดิ จากสาเหตุเดียว คือ 1) เงนิ ฝด ดา นอปุ สงค คือ ของถูกจากอุปสงคมนี อยเกนิ ไป (คนไมซื้อสินคาหรือซือ้ กันนอยมาก จนทําใหข องถกู ) เปน เพราะปรมิ าณเงินในระบบเศรษฐกจิ มนี อยเกนิ ไป มกั จะพบ ในชวงทเ่ี ศรษฐกิจชะลอตวั หรือเศรษฐกิจ % ถดถอย
8.2. วิธแี กไขปญ หาเงนิ ฝด คือ เพมิ่ ปรมิ าณเงินในระบบ เศรษฐกิจ โดยแบง เปน 1) นโยบายทางการเงนิ คือ ใชเ งินเพิม่ เงิน เชน * ธนาคารแหงประเทศไทยประกาศลดดอกเบยี้ เพราะเมื่อ ดอกเบยี้ เงินกลู ดลง คนจะอยากกูเงนิ และเมื่อดอกเบย้ี เงิน ฝากลดลง คนจะไมอ ยากฝากเงนิ * ธนาคารแหงประเทศไทยจะตอ งดําเนนิ นโยบายให ธนาคารพาณชิ ยตางๆ เพ่มิ การปลอยสินเชื่อใหม ากขึ้น หรือ เพม่ิ การปลอยกใู หม ากข้นึ นั่นเอง)
สรปุ ยอ เนือ้ หาเรื่อง ภมู ิศาสตร
ความรเู บ้ืองตน เก่ยี วกับแผนท่ีและเครื่องมอื ทาง ภมู ศิ าสตรต า งๆ 1. แผนที่ คือ เครื่องมือทางภมู ศิ าสตรชนดิ หนึ่ง ทีม่ ีการนําเอา ขอ มลู หรือรปู ภาพตา งๆ บนพื้นผิวโลกมายอ สวนใหเลก็ ลง เขียนลง บนกระดาษหรือวสั ดุทแ่ี บนราบ แลวแสดง ขอมลู เหลานบ้ี นแผนทโี่ ดยการใช สี เสน หรือ สัญลักษณต า งๆ
2. ประเภทของแผนท่ี แบง ออกเปน 2 ประเภทใหญๆ คือ *แผนท่ีภมู ิประเทศ (Topographic Map) คือ แผนทท่ี แี่ สดง ขอมูลทั่วไปบนพืน้ ผิวโลก เชน แสดงความสูงตาํ่ แสดง พื้นท่ี ขนาดเล็กใหญของผิวโลก *แผนท่ีเฉพาะเรือ่ ง คือ แผนที่ทสี่ รางขึ้นเพื่อแสดงราย ละเอียดเฉพาะเรือ่ ง โดยอาจจะชอ นอยูบนแผนทภี่ มู ปิ ระเทศ และมี การใชพิกดั ภูมิศาสตรโดยเฉพาะละติจดู ลองจจิ ดู เปน หลัก
3. องคป ระกอบขอแผนที่ ประกอบดวย * ขอบระวางแผนท่ี (Borde) คือ กรอบเสนกนั้ รปู ส่เี หลยี่ ม ของแผนที่ จะมี 1 หรือ 2 ช้นั กไ็ ด และมักจะมตี ัวเลขแสดง คา พกิ ดั ภูมิศาสตรละติจูด ลองจจิ ูด อยูท่ีขอบระวางแผนท่ี น้ัน *ชื่อแผนท่ี (Map Name) เพือ่ บอกใหรูวา แผนที่ชนิดน้ัน เปนแผนทีช่ นิดใด *พิกัดแผนท่ี (Coordinate) เปน ส่งิ สาํ คญั มากในแผนที่ เพือ่ กําหนดตําแหนง ตางๆ บนแผนที่โดยพกิ ดั แผนท่ที นี่ ิยมใช กันอยูโ ดยท่ัวไปคือ พกิ ดั ทางภมู ศิ าสตร
*ทศิ ทาง (Direction) แผนทที่ กุ ชนดิ จะระบทุ ศิ ทางไว โดย เฉพาะจะระบุทิศเหนือไวเสมอ *สัญลักษณ (Symbod) คือ เครื่องหมายทใ่ี ชแทนส่งิ ตา ง ๆ ทีป่ รากฏอยูบนผวิ โลก แลวนํามาแสดงไวบนแผนที่และ มัก จะตอ งมีคําอธบิ ายประกอบสญั ลักษณน น้ั เอาไวด ว ย เชน - สญั ลกั ษณทเ่ี ปน จุด วงกลม ส่เี หล่ียม หรือรปู ทรงเรขา คณิตตา งๆ มกั ใชแทนสถานทหี่ รือเพือ่ กําหนดสถานทต่ี ง้ั จําพวก เมืองหลวง เมืองใหญ สนามบนิ วดั โบสถครสิ ต เปนตน
- สัญลกั ษณท เี่ ปนเสน มกั ใชแ ทนสง่ิ ตางๆ ท่ีเปน เสนมรี ะยะ ทาง เชน แมน ํา้ ทางรถไฟ ถนน เปน ตน - สัญลกั ษณทีเ่ ปน สี (Colour) แบงได 2 ประเภท คือ สีที่ใชเปน มาตรฐาซในแผนท่ี 5 สี คอื *สีดํา ใชแ ทน สถานที่ตา งๆ เชน วัด โรงเรียน หมูบาน * สีแดง ใชเทน ถนนหนทางตางๆ * สีนํ้าเงนิ ใชแทน บริเวณท่ีเปน พืน้ นํ้าเชน แมน ้ําลําคลอง ทะเล อาว มหาสมทุ ร
* สนี ้ําตาล ใชแทน พืน้ ทสี่ งู - ตํ่า เชน ภเู ขาสงู ชนั ภเู ขาสูง เนนิ เขา * สเี ขยี ว ใชแทน พืน้ ทีป่ า ไม พื้นทที่ างการเกษตร สที ่ีใชบอกระดบั ความสูงตํา่ ของภมู ปิ ระเทศ ทัง้ ท่เี ปน พื้นดนิ และพืน้ นาํ้ สีที่นยิ มใชม ีดงั น้ี พืน้ ดนิ สที แ่ี สดงความสูง ต่ําของพืน้ ดนิ ไดแก * สีเขียว ใชแ ทน ทรี่ าบ ทต่ี ่ํา หรือปา ไม * สเี หลอื ง ใชแ ทน เนนิ เขา หรือทส่ี ูง * สีเหลืองแก หรือ สีสม ใชแ ทน ภูเขา
*สีนา้ํ ตาลออน ใชแทน ภูเขาสงู *สีนาํ้ ตาลแก ใชแทน ภเู ขาสูงมาก * สีน้ําตาลแดง ใชแทน ภเู ขาสงู ชนั มาก ๆ * สีขาว ใชแทน หิมะ หรือภูเขาสงู มากทีม่ ี หิมะปกคลมุ
มาตรสว น (Map Scale) ตวั เลขแสดงอัตราสว นของ ระยะทางบนแผนทกี่ บั ระยะทางบนภูมิประเทศจรงิ *มาตราสว นตัวเลข หรอื มาตราสวนเศษสวน คือ มาตราสว นทีแ่ สดงดวยตวั เลขอัตราสว น เชน 1 : 250,000 หมายความ วา ระยะทาง1 หนว ยในแผนท่ี เทา กบั ระยะทางจริง 250,000 หนวยบนผวิ โลกมาตรา สว นชนดิ นี้ นยิ มใชกันมากที่สดุ โดยมักจะเขยี นไวท่ี บริเวณขอบแผนท่ี
มาตราสวนคําพูด คือมาตราสว นทแ่ี สดงไวเพื่อชว ย ใหส ะดวกในการอา นมาตราสว นประเภทที่ 1 และ 2 ขา งตน เชน มาตราสวนตวั เลข 1 : 250,000 ถาเปน มาตราสว นคําพูด คือ 1 เซนตเิ มตร ตอ 250,000 เซนติเมตร (คือ 1 ช.ม. ในแผนท่ี จะเทากบั ระยะทาง จริง 250,000 ช.ม. บนผวิ โลก)
4.พกิ ัดทางภูมศิ าสตร (Geographlc Coordinate) เปน การกาํ หนดตําแหนง บนผวิ โลก โดยใชคา ละติจดู ละลองจิจูด เสน ละตจิ ูด (Latitude) หรือ เสนขนาน (Parallel) * เปน เสนสมมตทิ ล่ี ากผานรอบโลกในแนวนอน หรือลากใน แนวทศิ ตะวนั ออกไปทศิ ตะวนั ตก * โดยมเี สน เริม่ ตานจาก “เสน ศูนยสูตร (Equator) ซ่ึงมีคา 0 องศา แบง ซกี โลกออกเปนชกิ เหนือ -ใต และเปนเสนทีย่ าว ทีส่ ดุ * เสน ท่เี หลือ จะมีจํานวนตึกโลกละ 90 เสน (หรือ 90 องศา ละตจิ ูด) รวมท้ังหมดมี 180 เสน
* ทกุ เสนจะขนานกันละมคี วามยาวไมเทา กัน เสนทถี่ อยหา ง ออกจากเสน ศนู ยสตู รและขยบั เขา ใกลขวั้ โลกจะสิน้ ลงเรือ่ ยๆ ดงั น้ันเสน ละติจดู ทสี่ ั้นทสี่ ดุ จะอยทู ข่ี ั้วโลกทง้ั 2 ซีก *คา ละตจิ ูด 1 องศา (degree) แบง ได 60 ลิปดา (minutes) และ 1 ลิปดา แบงได 60 ฟลปิ ดา (second) * ตวั อยา ง คา ละตจิ ดู ที่ 5 องศา 36 ลิปดา 9 ฟล ปิ ดาเหนือ เขยี นเปน สญั ลกั ษณ คือ 5 36' 9'N เปน ตน
* เสน ละตจิ ูด ทสี่ ําคัญของโลก มี 5 เสน ดังนี้ 1. เสนศนู ยส ูตร (Equator) มีคา ละตจิ ดู 0 องศา 2. เสน ทรอปก ออฟเเคนเชอร (Tropic of Cancer) อยูใ นซีกโลกเหนือ มคี าละตจิ ูด 23.5 องศา 3. เสนอารก ติกเซอรเ คลิ (Arctic Circle) อยูในซกี โลกเหนือ มีคา ละตจิ ดู 66.5 องศา 4. เสนทรอปก ออฟ นคปรคิ อรน (Tropic of Capricorn)อยใู นซีกโลก ใตมีคา ละตจิ ูด 23.5 องศา 5. เสนแอนตารกตกิ เซอรเคิล (Antarctic Circle) อยใู นซกี โลกใตมีคา ละติจดู 66.5 องศา * เสนละติจดู จะเปนตวั บอก เขตอากาศของโลก
เสน ลองจจิ ดู (Longitude) หรือเสน (Meridian) * เปน เสนสมมตทิ ่ีลากผา นรอบโลกในแนวตัง้ หรือลากใน แนวทศิ เหนือไปตดิ ใต * โดยเดนิ เรม่ิ ตน จาก “เสน เมอริเดียนปฐม หรือ กรีนชิ เมอรเิ ดียน (Greenich Meridlan)”ลากผานตําบลกรนี ิช กรุง ลอนดอน มคี า 0 องศา แบง ซีกโลกออกเปนซีกตะวันออก- ตะวนั ตก * เสนลองจิจดู ทกุ เสน จะยาวเทา กนั หมด และจะมีจาํ นวนซีก โลกละ 180 เสน (หรือ 180 องศา ลองจจิ ูด)รวมทั้งหมดมี 360เสน
* ดวยเหตุทโ่ี ลกกลม เสน ลองจิจดู ที่180 องศาตะวันออก และ 180 องศาตะวนั ตกจะทบั ซอ นเปน เสน เดยี วกันและอยู อีกดา นหน่ึงของซีกโลก ตรงกนั ขามกับเสนเมอริเดยี นปฐม *เสน ลองจิจดู ท่ี 180 องศาตะวันออกและตะวันตก ซงึ่ ลาก ผา นกลางมหาสมทุ รแปซฟิ ค ถือเปน “เสน วันท่ีสากล (International Dete Line) หรือ เสน แบงวัน” ใชเปน เสน กําหนดการเปลย่ี นวนั เมือ่ เดนิ ทางขามเสน นไ้ี ป จะตองเพ่มิ ขึน้ หรือลดวัน * ลองจจิ ูด จะเปนตวั บอก เขตเวลา ของโลก
เครอื่ งมือทางภมู ศิ าสตร กลุมเคร่ืองมอื วัด *บารอมิเตอร วดั ความดนั อากาศ *ไชโครมิเตอร วดั ความชืน้ สัมพัทธ *ไฮโกรมเิ ตอร วดั ความชื้นอากาศ *แอนนโิ มมิตาเตอร วดั ความเร็วลม *เทอโมมเิ ตอร วัดอุณหภมู ิ *ซสิ โมมิเตอร วดั แรงส่นั สะเทือน *แพลนมีเตอร วดั พื้นทใ่ี นแผนที่ *เรนเกจ วดั ปริมาณนํ้าฝน
เคร่อื งมอื ทางภูมิศาสตร กลมุ ภูมิสารสนเทศ GPS (Gobal Positioning System) : เปน ระบบกาํ หนด ตําแหนงบนพื้นโลก ชวยกาํ หนดตาํ แหนงและคน หาสง่ิ ตา งๆ บนพืน้ โลก GIS (Geographic Information System) : กระบวนการทํางาน การประมวลผลเกย่ี วกบั ขอ มูลเชิง พื้นท่ี ดวยระบบคอมพิวเตอร เพื่อใชในการจัดการวางแผน ทรพั ยากร Rs (Remote Sensing) ระบบสัมผัสจากระยะไกล ผา น ดาวเทยี ม
กลมุ ดาวเทียมตางๆ ใชพยากรณอากาศ : NOAA , SMS ใชส ํารวจทรัพยากร : LANDSAT, IKONOS, QUICK BIRD,ERS,SPOT,THEOS ใชท างสมทุ รศาสตร : SEASAT MOS ส่อื สาร : THAICOM , INTELSAT , ECHO
ปฏิสัมพันธร ะหวางโลก - ดวงอาทิตย - ดวงจนั ทร ทาํ ให เกดิ ปรากฏการณเฉพาะ ดงั ตอ ไปนี้ เมษายน ประเทศไทยรอนทส่ี ุดเพราะแสงอาทิตยส องตรงประเทศ ไทยมากทส่ี ุด 21 มิถุนายน คนไทยท้ังประเทศจะมองเหน็ ดวงอาทติ ยอ ยูคอ นไปทาง เหนอื เลก็ นอย 22 มถิ นุ ายน เปน ตนมา แสงอาทิตยจ ะเลื่อนตํา่ ลงมาทางใต 21 กนั ยายน แสงอาทติ ยสอ งตั้งฉากท่ีเสนศนู ยสูตร 21 ธนั วาคม คนไทยจะเห็นดวงอาทติ ยค อ นไปทางใตมากกวาเดอื นอืน่ ๆ และอยใู นชวงฤดูหนาวท่ชี าวนา กําลงั เก็บเก่ียวขาง จึง สงั เกตเหน็ ดวงอาทติ ยออ มไปทางใตต ลอดฤดู * จงึ เรยี กวา “ตะวันออมขา ว” หรอื “ตะวนั ออมใต”
นา้ํ ข้ึน – นํา้ ลง ในวันหน่งึ ๆ จะมนี ้ําขึน้ - น้าํ ลงพรอม กัน วันละ 2 ครง้ั แตล ะครัง้ จะเกิดขน้ึ – ลง ชากวากนั กอ นคร้งั ละ 50 นาที • การทีด่ วงอาทิตย โลก และดวงจนั ทร เคลือ่ นทมี่ าอยู ในแนวเดียวกนั (ในวันขึ้นและแรม 14-15 คาํ่ ของทุก เดือน) จงึ ดึงดูดกนั จนทาํ ใหน้าํ ทะเลขึน้ สูงกวาปกติ = น้าํ ข้นึ
นา้ํ เกิด คือ การท่นี ้ําขึ้น – ลง มากกวาปกติ หากนอย กวา ปกตเิ รยี กวา นํา้ ตาย สรุ ิยปุ ราคา - จันทรุปราคา เกิดจากดวงอาทติ ย - ดวงจนั ทร – โลก โคจรมาอยูในแนวเดยี วกัน • ถามีดวงจันทรอยตู รงกลาง = สุรยิ ปุ ราคา (เงาดวง อาทิตยท อดมายงั โลก) • ถามีโลกอยูตรงกลาง = จนั ทรปุ ราคา (เงาโลกบงั ดวงจนั ทร)
สณั ฐานโลก เปนทรงกลม จดุ สูงสดุ ของโลกอยูที่ ยอดเขาเอเวอรเ รสต (เทือกเขาหิมาลัย) จุดลกึ สุด อยูท ี่รองลกึ มาเรยี ด (มหาสมุทรแปซกิ ฟก) แกน โลก (Core) เปน โครงสรา งชัน้ ในสุดประกอบ ดว ยแกนโลกชน้ั นอก (คือ Magma) และแกนโลก ชนั้ ใน (เปน ของแขง็ ท่ีอดั ตวั ภายใตความกดดนั และ อุณหภมู ิสงู )
เนอื้ โลก (mantle) มีมวลมากทส่ี ดุ มีสถานะเปนของ แข็ง เพราะมีความรอนสงู + ความกดดนั มาก เปลือกโลก (crust) เปน สวนทบี่ างท่ีสดุ มี 2 ชั้น คือ “2 Si” - Sial = ซิลิคอน + อะลมู เิ นียม (มีหนิ แกรนติ เปน สว นประกอบหลัก) - Sima = ซิลิคอน + แมกนีเซยี ม (มีหินบะซอลตเ ปน สว นประกอบหลัก)
1. ลักษณะกายภาพของประเทศไทย - ต้งั อยูที่ละตจิ ดู 5-20 องศาเหนือ และลองจิจดู 97- 105 องศาตะวันออก - มีพืน้ ที่ 513,115 ตารางกโิ ลเมตรใหญเปนอนั ดับ 3 รองจาก อนิ โดนีเซีย และ พมา 2. ประเทศไทยประกอบดว ย 6 ภาค : เหนือ ตะวันออกเฉยี งเหนือ กลาง ใต ตะวนั ตก ตะวันออก
3. ลักษณะภมู อิ ากาศ ประเทศไทยมีฤดูกาล 3 ฤดู คอื รอ น, ฝน และหนาว ยกเวนภาคใตที่มี เพียง 2 ฤดู 3.1) ฤดูฝน เรม่ิ ประมาณ พ.ค. - ก.ย. -รับอิทธพิ ลจากลมมรสุมตะวนั ตกเฉียงใตที่พัดมาจากมหาสมุทร อนิ เดยี 3.2) ฤดูหนาว เรมิ่ ประมาณ ต.ค. - ก.พ. - รับอิทธพิ ลจากลมมรสมุ ตะวันออกเฉยี งเหนือที่พักมาจากประเทศจนี - เม่อื ลมมรสมุ ตะวันออกเฉียงเหนือพัดผา นอาวไทยจะเปล่ยี นจากลม หนาเปน ลมฝนทาํ ใหภาคใตฝ ง ตะวนั ออกจะเกดิ หนา มรสมุ 3.3) ฤดรู อ น เร่ิมประมาณ ก.พ. - พ.ค.
ภูมิอากาศในไทยตามเกณฑข องเคิปเปน เปนแบบ A: รอนชื้น โดยนบง ยอ ยไดอีก 2 ประเภท คือ 1) Aw : ภมู ิอากาศแบบทงุ หญาสะวนั นา ลักษณะเดน คือ * ฝนตกนอย ฤดูหลงั ยาวนาน * ปาไมเปนปา ไมผ ลดั ใบ ปาโปรง ไมรกทึบ มีทุง หญา สลับ เชน ปาเบญจพรรณ ปาแดง * พบเกือบทกุ ภาคในไทย ยกเวน ภาคใต
2) Arm : ภูมอิ ากาศแบบมรสุมเมืองรอน ลกั ษณะ เดนคือ * ฝนตกชุก ฤดแู ลง สั้นๆ * ปาไมเ ปนแบบปาไมไ มผลัดใบ ปารกทบึ ตนไม เขียวคร้มึ ตลอดป เชน ปา ดบิ ชืน้ ปา ดิบเขา * พบท่ีภาคใตและภาคตะวนั ออกท่ี จ.จนั ทบุรี และ จ.ตราด
5. ลักษณะภูมิประเทศ ภาค ลกั ษณะภมู ิประเทศ การสง ผล ภาคเหนอื 1) เขตเทือกเขาสูงสลับซับซอน -เปนแหลง ปา ไม - เทือกเขาจะทอดยาวจาก แรธาตแุ ละตน นํ้าลํา เหนือจรดใต ธาร 2) เขตที่ราบหุบเขา -อดุ มสมบรู ณเ หมาะ - แมน้าํ มี 3 ระบบ ทส่ี ําคญั คือ แกการเกษตร ระบบ ปง วงั ยม นา น
ภาค ลักษณะภมู ิประเทศ การสงผล 1) ภาคกลางตอนบน - ตั้งแต -การปลูกพืชไร จ.นครสวรรคข นึ้ ไป เปน ทร่ี าบ ลูกฟกู 2) ภาคกลางตอนลา ง - เปน ที่ - เปน อูขาวอูนาํ้ ที่ ราบลมุ แมน ้าํ เจาพระยาต้งั แต สําคัญทสี่ ดุ ของ จ.นครสวรรคลงมาถึงอาวไทย ประเทศ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330