45 ๗. ความคดิ เห็นผ้บู รหิ าร ............................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................. ........................................................ ............................................................................................................................. ............................... ลงชอ่ื .....................................ผู้บรหิ าร (นายจรัญ วารินทร์) ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบ้านบัวถนน ๘. ภาคผนวก - ใบความรู้เรอ่ื งระบบคิดฐาน ๒ - แบบสำรวจเรอื่ งระบบคิดฐาน ๒ - แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรยี น - แบบบันทึกการให้คะแนนการตรวจผลงาน
46 ใบความรู้ เรอื่ งระบบคดิ ฐาน ๒ นักเรยี นอย่าทำนะ ครับ เพราะ ไม่ น่ารกั เลย
47 แบบสำรวจ เรอ่ื ง ระบบคิดฐานสอง คำสั่ง ให้นักเรยี นเขยี นแยกแยะตัวอยา่ งส่ิงของในห้องเรยี นและสง่ิ ของรอบตัวมาอยา่ งละ ๕ ช่ือ ( ๑๐คะแนน ) สิ่งของส่วนรวม ๑............................................................................................................................ ............................ ๒............................................................................................................................ ............................. ๓......................................................................................................................................................... ๔............................................................................................................................ .............................. ๕................................................................................................................................................. ........ สง่ิ ของส่วนตน ๑............................................................................................................................ ............................ ๒..................................................................................................... .................................................... ๓............................................................................................................................ ............................. ๔.......................................................................................................................................................... ๕............................................................................................................................ ............................. คะแนน…….…………… ชอื่ .....………………………………….…………………กลมุ่ ท…ี ……..………………....เลขท…ี่ ………..่
48 แบบสงั เกตพฤติกรรมนักเรยี น ชอ่ื นกั เรยี น......................................................... ชนั้ ..............ภาคเรียนท.่ี ..........ปีการศึกษา.............. คำชี้แจง การบันทึกให้กาเครื่องหมาย ลงในช่องท่ีตรงกบั พฤติกรรมท่เี กดิ ขนึ้ จรงิ ที่ พฤติกรรม ระดบั การปฏบิ ัติ เป็นประจำ (๓) บางครั้ง น้อยครั้ง ไม่ทำเลย/ (๒) (๑) ไม่ชัดเจน (๐) ๑ มีความรบั ผิดชอบในหน้าท่ีการงาน ๒ ต้ังใจและเอาใจใส่ต่อการปฏิบตั ิ หน้าทที่ ี่ไดร้ ับมอบหมาย ๓ ทำงานด้วยความเพยี รพยายาม ๔ รู้จักแกป้ ัญหาในการทำงานเมื่อมี อุปสรรค ๕ อดทนเพื่อให้งานสำเร็จตาม เป้าหมาย ๖ ปรบั ปรุงและพฒั นาการทำงานให้ ดีขนึ้ ด้วยตนเอง รวมคะแนน/ระดบั คุณภาพ ผปู้ ระเมนิ ครู พอ่ แม/่ ผูป้ กครอง ตนเอง เพอ่ื น เกณฑ์การประเมิน ลงชอื่ ...................................................ผ้ปู ระเมิน ระดบั คุณภาพ (.................................................) ดีเยย่ี ม เกณฑ์การประเมิน ได้คะแนนรวมระหว่าง ๑๕-๑๘ คะแนน และไม่มีผลการประเมนิ ข้อ ดี ใดข้อหน่ึงตำ่ กวา่ ๒ คะแนน ไดค้ ะแนนรวมระหวา่ ง ๑๑-๑๔ คะแนน และไม่มผี ลการประเมินข้อ พอใช้ ใดขอ้ หน่ึงต่ำกวา่ ๐ คะแนน ได้คะแนนรวมระหวา่ ง ๖-๑๐ คะแนน และไม่มีผลการประเมินขอ้ ปรบั ปรุง ใดข้อหน่ึงตำ่ กวา่ ๐ คะแนน ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง ๐-๕ คะแนน
49 แบบบันทึกการให้คะแนนการตรวจผลงาน เลขท่ี ชอ่ื -สกุล คะแนนท่ไี ด้(๑๐ คะแนน) สรุปผล ผา่ น ไม่ผา่ น เกณฑ์การประเมิน สรปุ ระดับคุณภาพ ลงชอ่ื …………………….…………………ผตู้ รวจ ระดับคุณภาพ (……………………………………….) ผา่ น เกณฑ์การตดั สนิ ไมผ่ ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง ๘-๑๐ คะแนน ได้คะแนนรวมระหว่าง ๐-๗ คะแนน
50 แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยท่ี ๑ ชอ่ื หน่วย การคิดแยกแยะประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๖ เรื่อง ระบบคิดฐาน ๑๐ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๓ เวลา ๒ ช่วั โมง ๑.ผลการเรยี นรู้ ๑.๑ มีความรู้ ความเขา้ ใจเก่ียวกบั การแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตน กับส่วนรวมได้ ๑.๒ สามารถคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กบั สว่ นรวมได้ ๒.จุดประสงค์การเรียนรู้ นักเรียนสามารถ ๒.๑ นักเรียนสามารถบอกความหมายระบบคิดฐาน ๑๐ ได้ ๒.๒ นกั เรียนสามารถบอกพฤติกรรมท่เี กี่ยวกบั ระบบคิดฐาน ๑๐ ได้ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ ระบบคดิ ฐาน ๑๐ เป็นการกระทำหรอื พฤติกรรมที่ นำสง่ิ ของสว่ นตนและสิ่งของส่วนรวมนำมาปะปนกันไป หมด โดยไม่สามารถแยกแยะได้ว่าส่ิงไหนเปน็ สิ่งของสว่ นตน สง่ิ ไหนเป็นสิง่ ของสว่ นรวม ๓.๒ ทักษะ / กระบวนการ (สมรรถนะที่เกดิ ) ๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร (อ่าน ฟัง พูด เขียน) ๒. ความสามารถในการคดิ (วเิ คราะห์ ) ๓.๓ คณุ ลักษณะทีพ่ ึงประสงค์ / ค่านิยม ความรับผดิ ชอบ ๔. กิจกรรมการเรยี นรู้ ๔.๑ ขัน้ ตอนการเรยี นรู้ ช่ัวโมงที่ ๑ ขัน้ ที่ ๑ เสนอสงิ่ เรา้ และระบุคำถามสำคัญ ๑.๑ ครยู กตัวอย่าง การกระทำและพฤตกิ รรมดังน้ี - นกั เรียนเอาจานโรงเรยี นกลับไปใชท้ บี่ ้าน - ครู หรือ นักเรียนชารต์ แบตโทรศัพทม์ ือถือทโี่ รงเรียน - ครใู ช้น้ำประปาของโรงเรียนลา้ งรถส่วนตวั จากสถานการณท์ คี่ รูยกตัวอย่างใหน้ ักเรียนช่วยกนั วเิ คราะห์ว่าการกระทำเชน่ น้ี เหมาะสม หรอื ไมช่ ว่ ยกันวเิ คราะหแ์ ละอภปิ ราย
51 ๑.๒ ครอู ธิบายเพิม่ เติมวา่ เป็นการการกระทาหรือพฤติกรรมทเ่ี อาสง่ิ ของส่วนรวมมา ใชเ้ ป็นส่ิงของสว่ นตนและก่อให้เกดิ ผลประโยชนแ์ ก่สว่ นตนมากกวา่ ผลประโยชน์ ส่วนรวมโดยทบ่ี ุคคล เหล่านีท้ ราบแลว้ วา่ สง่ิ ของทีใ่ ช้เปน็ ของส่วนรวม ซ่งึ การกระทำเชน่ น้ีเราเรียกวา่ ระบบคดิ ฐาน ๑๐ ขน้ั ตอนท่ี ๒ แสวงหาสารสนเทศและวิเคราะห์ ๒.๑ ใหน้ ักเรียนแบ่งกลุ่ม๔-๕ คน ศึกษาใบความร้เู พ่มิ เตมิ เรอื่ งระบบคิดฐาน ๑๐ ๒.๒ ครู แจกใบงาน เร่ือง อะไรบ้างหนอให้นักเรยี นช่วยกนั คิดวิเคราะห์ และ ยกตัวอย่างการกระทำหรือพฤติกรรมที่เรียกว่าเปน็ ระบบคิดฐาน ๑๐ มา ๕ การกระทำ แลว้ ออกมา นำเสนอหนา้ ชัน้ เรยี น ชว่ั โมงที่ ๒ ขน้ั ตอนที่ ๓ อภปิ รายและสรา้ งความรู้ ๓.๑ ให้แตล่ ะกลุ่มนำเสนอผลงานพรอ้ มอภิปรายหน้าช้ันเรยี น ๓.๒ ครนู ำนกั เรยี นอภิปรายเกยี่ วกบั การกระทำท่ีเก่ียวกับ ระบบคิดฐาน ๑๐ ๓.๓ ครสู รุปความหมายของระบบคิดฐาน ๑๐ ระบบคดิ ฐาน ๑๐ หมายถึงการกระทำหรือพฤติกรรมที่นำสิ่งของสว่ นตนและ สิง่ ของสว่ นรวมนำมาปะปนกันไปหมด โดยไมส่ ามารถแยกแยะไดว้ ่าสิง่ ไหนเป็นสงิ่ ของส่วนตนสงิ่ ไหนเปน็ ส่งิ ของส่วนรวมและก่อใหเ้ กิดผลประโยชนแ์ ก่ส่วนตนมากกว่าผลประโยชน์ สว่ นรวมโดยทบ่ี คุ คลเหล่านี้ ทราบแลว้ ของสง่ิ ของทใ่ี ช้เปน็ สว่ นรวม ข้นั ท่ี ๔ สอ่ื สารและสะท้อนความคดิ เราจะมวี ธิ กี ารอยา่ งไรเพอื่ ไมใ่ ห้นักเรยี นมีพฤติกรรมหรอื การกระทำ เขา้ ขา่ ย ลักษณะระบบคิดฐาน ๑๐ ขั้นท่ี ๕ ประยุกต์และตอบแทนสังคม ให้นักเรียนวาดรูปภาพรณรงค์ สง่ เสรมิ การกระทำหรือพฤติกรรมท่เี ห็นแก่ ผลประโยชน์สว่ นรวมมากกวา่ ผลประโยชน์ส่วนตน แล้วตดิ ปา้ ยประชาสัมพันธ์ในช้ันเรยี น ๔.๒ สอ่ื การเรียนรู้ / แหลง่ การเรียนรู้ ๑. ใบความรรู้ ะบบคดิ ฐาน ๑๐ ๒. ใบงาน เร่อื ง อะไรบ้างหนอ ๓. สีไม้/ปากกาเมจกิ ๕.การประเมินผลการเรียนรู้ ๕.๑ วธิ กี ารประเมนิ ๑. ตรวจใบงาน เรื่อง อะไรบา้ งหนอ ๒. ตรวจผลงานการเขียนรูปภาพการรณรงค์ ตา้ นการกระทำทเี่ ขา้ ขา่ ยพฤติกรรมระบบคิด ฐาน๑๐ ๓. สงั เกตพฤติกรรมด้านความรับผดิ ชอบของนักเรียน
52 ๕.๒ เครือ่ งมอื ท่ีใชใ้ นการประเมิน ๑.แบบใหค้ ะแนนการตรวจผลงานใบงาน เรอ่ื ง อะไรบา้ งหนอ ๒.แบบบันทึกการให้คะแนนการเขียนรปู ภาพการรณรงค์ ตา้ นการกระทำทีเ่ ขา้ ข่าย พฤติกรรมระบบคดิ ฐาน ๑๐ ๓.แบบประเมินคุณลกั ษณะความรับผิดชอบ ๕.๓ เกณฑ์การประเมิน ใบงานนกั เรยี น ได้คะแนนร้อยละ ๗๐ ขน้ึ ไป ถอื วา่ ผ่าน - การเขียนรปู ภาพการรณรงค์ ต้านการกระทาท่ีเข้าขา่ ยพฤติกรรมระบบคดิ ฐาน ๑๐ ได้คะแนนรวม ๘ คะแนนข้ึนไป ถือวา่ ผา่ น ๖. บนั ทึกหลงั การจัดการเรยี นรู้ ............................................................................................................................. ............................... ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ............................... ลงช่อื ........................................ครผู ้สู อน (..................................................) ๗. ความคิดเห็นผู้บรหิ าร ............................................................................................................................. .................................... ............................................................................................... ........................................................ ............................................................................................................................. ............................... ลงชือ่ .....................................ผู้บรหิ าร (นายจรัญ วารนิ ทร์) ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นบา้ นบวั ถนน ๘. ภาคผนวก - ใบความรู้ เรอ่ื ง ระบบคิดฐาน ๑๐ - ใบงาน เรอ่ื ง อะไรบา้ งหนอ - แบบสงั เกตพฤติกรรมความรับผิดชอบ - แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ - แบบบนั ทกึ การให้คะแนนใบงาน การวาดภาพ
53 ใบความร.ู้ ..เรอ่ื งระบบคดิ ฐาน ๑๐ นำไมก้ วาดของ หอ้ งเรียนไปใช้ที่บา้ น ครใู ช้น้ำประปา ครูใชภ้ ารโรงล้างรถตวั เอง โรงเรยี นล้างรถสว่ นตัว นักเรยี นนำโทรศัพท์ ระบบคิดฐาน ๑๐ นำชอ้ น/แกว้ น้ำโรงเรยี น ส่วนตวั มาชาร์ตที่ กลับไปใชท้ บ่ี ้าน โรงเรียน ยมื หนงั สือห้องสมุดกลบั บา้ น แล้วไม่คนื
54 ใบงาน เรือ่ ง.....อะไรบ้างหนอ คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนเขยี นกจิ กรรมท่ีทาเพอ่ื ผลประโยชน์ของตนเองมากกวา่ ผลประโยชน์ สว่ นรวม (ระบบคดิ ฐาน๑๐)
55 แบบบนั ทกึ การให้คะแนนใบงาน.....อะไรบ้างหนอ เลขที่ ช่ือ-สกุล คะแนนทไ่ี ด้(๑๐ คะแนน) สรปุ ผล ผา่ น ไมผ่ า่ น สรุป ลงชือ่ …………………….…………………ผู้ตรวจ (……………………………………….) เกณฑ์การให้คะแนน เขียนถกู ๑ ข้อได้ ๒ คะแนน เกณฑ์การผา่ นเกณฑ์ ได้คะแนน ๘ คะแนนข้ึนไป ผา่ น ไดค้ ะแนน๐- ๗ คะแนน ไมผ่ ่าน
56 แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชแ้ี จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้ว ขีด ลงใน ช่องท่ตี รงกบั ระดบั คะแนน คณุ ลกั ษณะอัน รายการประเมิน ระดบั คะแนน พงึ ประสงค์ ๓ ๒๑ ดา้ น ความ ๑.มกี ารเตรียมความพร้อมในการเรียนและ รบั ผดิ ชอบ การปฏิบัตงิ าน ๒.ปฏบิ ตั งิ านด้วยความตั้งใจ ๓.มีความเพยี รพยายามในการเรียนและ การปฏิบตั ิงาน คะแนน สรปุ ผลคะแนน เกณฑ์การให้คะแนน ให้ ๓ คะแนน พฤติกรรมท่ปี ฏบิ ตั ชิ ัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ ๒ คะแนน พฤติกรรมท่ปี ฏิบตั ิชดั เจนและบ่อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน พฤติกรรมท่ีปฏิบัติบางคร้ัง ลงชอื่ ..............................................ผปู้ ระเมิน (.....................................................) สรุปเกณฑ์การประเมนิ ดมี ากได้ ๑๔ – ๑๕ คะแนน ดไี ด้ ๙ – ๑๓ คะแนน พอใช้ได้ ๔ – ๘ คะแนน ปรบั ปรงุ ได้ ๐ – ๓ คะแนน
57 คำช้แี จง ใหน้ ักเรยี นวาดภาพพร้อมต้ังช่อื เรอื งเก่ียวกบั การรณรงคส์ ่งเสริมการกระทำหรือ พฤติกรรมทเ่ี ห็นแกผ่ ลประโยชนส์ ่วนรวมมากกวา่ ผลประโยชน์สวนตน เร่ือง.................................................................................................. ลงชื่อ.................................ครผู สู้ อน ผ้ปู ระเมิน………………………………
58 เกณฑ์การให้คะแนน ช่อื -สกุล รายการประเมิน สรุป ความสอดคล้อง การตง้ั ช่อื เรื่อง ของเน้ือหา ความสวยงาม ๓๒ ๓๒๑ ๑๓๒๑
59 แบบบนั ทึกการใหค้ ะแนนใบงาน การวาดภาพ เลขที่ ช่อื -สกลุ ไดค้ ะแนน ผา่ น ไมผ่ า่ น เกณฑ์การผา่ นเกณฑ์ ผ่านเกณฑ์ ได้คะแนน รวม ๗ คะแนนข้นึ ไป ไมผ่ า่ นเกณฑ์ ไดค้ ะแนน๐- ๖ คะแนน
60 แผนการจดั การเรียนรู้ หนว่ ยท่ี ๑ ช่อื หนว่ ย การคิดแยกแยะประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชน์ส่วนรวม แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๗ เร่อื ง ระบบคิดฐาน ๑๐ ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๓ เวลา ๑ ชว่ั โมง ๑.ผลการเรียนรู้ ๑.๑. มีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับการแยกแยะผลประโยชนส์ ่วนตน กบั สว่ นรวมได้ ๑.๒. สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตน กับสว่ นรวมได้ ๒. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ นกั เรียนสามารถ ๑. นกั เรียนสามารถบอกความหมายระบบคิดฐาน๑๐ได้ ๒. นกั เรยี นสามารถคดิ แยกแยะพฤติกรรมหรือการกระทำท่เี กยี่ วข้องกับระบบคิดฐาน ๑๐ ได้ ๓. นาความร้เู รือ่ ง ระบบคิดฐาน๑๐ มาประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ ประจำวันได้ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ ระบบคดิ ฐาน ๑๐ เป็นการกระทำหรือพฤตกิ รรมท่ี นำส่ิงของส่วนตนและสง่ิ ของสว่ นรวม นำมาปะปนกันไปหมด โดยไม่สามารถแยกแยะไดว้ ่าส่งิ ไหนเปน็ ส่ิงของส่วนตนและสงิ่ ไหนเป็นสิ่งของ สว่ นรวม การแยกระบบความคดิ ฐาน๑๐ - เป็นกระบวนการท่ีนักเรียนต้องสามารถแยกให้เห็นได้ว่าการกระทำหรือพฤติกรรมใดทน่ี ำ สง่ิ ของสว่ นตนและส่ิงของสว่ นรวมนำมาปะปนกนั ไปหมด โดยไมส่ ามารแยกแยะได้ว่าส่งิ ไหนเปน็ ส่ิงของส่วนตนส่งิ ไหนเป็นสงิ่ ของสว่ นรวม ๓.๒ ทักษะ / กระบวนการ (สมรรถนะทเ่ี กิด) ๑. ความสามารถในการส่ือสาร (อ่าน ฟัง พูด เขยี น) ๒. ความสามารถในการคดิ (วิเคราะห์) ๓.๓ คุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ / คา่ นยิ ม ความรบั ผิดชอบ ๔. กจิ กรรมการเรียนรู้ ๔.๑ ข้นั ตอนการเรียนรู้ ขัน้ ที่ ๑ เสนอส่ิงเร้าและระบุคำถามสำคัญ ๑.๑ ครูและนกั เรยี นร่วมกันทบทวนความรู้ เรอื่ งความหมายของระบบคิดฐาน ๒ และระบบคิดฐาน ๑๐ พรอ้ มยกตัวอย่าง ข้ันตอนที่ ๒ แสวงหาสารสนเทศและวิเคราะห์ ๒.๑ ครใู หน้ กั เรยี นดูรปู ภาพ ๒ รปู ไดแ้ ก่ รปู ภาพนักเรยี นขา้ มถนนทางม้าลาย และ ภาพนักเรียน หวั หนา้ ห้องเรยี นเอาสมดุ การบ้านเพอื่ นมาลอกเพอื่ ใหส้ ่งทนั เวลา ๒.๒ ใหน้ ักเรยี นร่วมกันวิเคราะหว์ า่ รปู ใดเปน็ ระบบคดิ ฐาน ๒ และระบบคิดฐาน ๑๐ ขั้นตอนท่ี ๓ อภปิ รายและสร้างความรู้ ๓.๑ ร่วมกันอภิปรายจากภาพที่กำหนดให้
61 ๓.๒ ให้นกั เรยี นทำใบงาน การแยกแยะพฤติกรรมทีเ่ ป็นระบบคิดฐาน ๒ และ ระบบคดิ ฐาน ๑๐ ๓.๓ ครสู รุปองคค์ วามรูก้ ารแยกแยะการกระทำเป็นเขา้ ขา่ ยระบบคิดฐาน ๑๐ ระบบคดิ ฐาน ๑๐ เป็นกระบวนการที่นักเรยี นตอ้ งสามารถแยกใหเ้ หน็ ไดว้ ่าการ กระทำหรอื พฤติกรรมใดทนี่ ำสงิ่ ของส่วนตนและสงิ่ ของสว่ นรวมนำมาปะปนกันไปหมด โดย ไมส่ ามารถแยกแยะไดว้ ่าสง่ิ ไหนเป็นส่งิ ของส่วนตนส่ิงไหนเป็นส่งิ ของสว่ นรวม อาจกล่าวได้ว่า ร้วู ่าผดิ แต่ก้อทำ เพ่ือประโยชน์ตอ่ ตัวเองเป็นหลัก ขนั้ ท่ี ๔ สื่อสารและสะท้อนความคดิ หากเราเจอเพื่อนท่ีพฤตกิ รรมหรือกระทำการทเ่ี ก่ียวขอ้ งกบั ระบบคดิ ฐาน ๑๐ ใน ฐานะทีเ่ ราเป็นเพื่อนเราจะแนะนำอย่างไร ขั้นที่ ๕ ประยกุ ต์และตอบแทนสงั คม ใหน้ กั เรยี นเขียนบันทึกการแนะนำใหเ้ พ่ือนๆ รณรงคเ์ ลกิ ทำหรือแสดงพฤติกรรมที่ เกย่ี วขอ้ งกบั ระบบคดิ ฐาน ๑๐ ๔.๒ ส่ือการเรยี นรู้ / แหล่งการเรียนรู้ ๑. บตั รภาพเก่ยี วกบั ระบบคิดฐาน ๒ และระบบคดิ ฐาน ๑๐ ๒. ใบงานการแยกแยะพฤติกรรมทเ่ี ป็นระบบคดิ ฐาน ๒ และระบบคดิ ฐาน ๑๐ ๓. สไี ม/้ ปากกาเมจิก ๕.การประเมินผลการเรยี นรู้ ๕.๑ วธิ กี ารประเมนิ - ตรวจใบงานการแยกแยะพฤติกรรมทีเ่ ป็นระบบคดิ ฐาน ๒ และระบบคดิ ฐาน ๑๐ - การเขียนรูปภาพการรณรงค์ ตา้ นการกระทำท่เี ข้าข่ายพฤติกรรมระบบคิดฐาน ๑๐ - สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียน ๕.๒.เครื่องมือทใ่ี ชใ้ นการประเมนิ - แบบบันทึกการใหค้ ะแนนตรวจใบงานการแยกแยะพฤติกรรมท่เี ป็นระบบคิดฐาน ๒ และ ระบบคดิ ฐาน ๑๐ - แบบประเมินคุณลักษณะความรับผดิ ชอบ ๕.๓ เกณฑ์การประเมิน - ใบงาน นักเรยี น ได้คะแนนร้อยละ ๗๐ ขึน้ ไป ถอื วา่ ผา่ น - นกั เรยี นได้คะแนน พฤติกรรมความรบั ผิดชอบ ๗ คะแนนข้ึนไปถือว่าผา่ น - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์การประเมนิ ระดับดีขน้ึ ไปถือวา่ ผ่าน ๖. บันทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้ ............................................................................................................................. ............................... ................................................................................................... ......................................................... ............................................................................................................................. ............................... ลงชื่อ........................................ครผู สู้ อน (..................................................)
62 ๗. ความคดิ เหน็ ผบู้ ริหาร ............................................................................................................................. .................................... ............................................................................................... ........................................................ ............................................................................................................................. ............................... ลงชือ่ .....................................ผูบ้ ริหาร (นายจรัญ วารนิ ทร์) ผู้อำนวยการโรงเรียนบา้ นบวั ถนน ๘. ภาคผนวก ๑) ใบงานการแยกแยะพฤติกรรมทีเ่ ปน็ ระบบคิดฐาน ๒ และระบบคดิ ฐาน ๑๐ ๒) แบบบันทกึ การให้คะแนนใบงานการแยกแยะพฤตกิ รรมทเี่ ปน็ ระบบคดิ ฐาน ๒ และระบบ คดิ ฐาน ๑๐ ๓) แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ นายจรัญ วารินทร์
63 ใบงานการแยกแยะพฤติกรรมทเ่ี ป็นระบบคดิ ฐาน ๒ และระบบคิดฐาน ๑๐ ช่อื ...........................................................................................................ชัน้ .........เ ลขท่.ี ................... คำช้แี จง ใหน้ ักเรียนเขยี นแยกแยะพฤติกรรมหรอื การกระทำใดท่เี หน็ แก่ประโยชน์สว่ นรวม (ระบบคิดฐาน ๒)และเห็นแก่ผลประโยชน์สว่ นตน (ระบบคดิ ฐาน ๑๐)
64 แบบบนั ทกึ การให้คะแนนใบงานการแยกแยะพฤติกรรมทีเ่ ปน็ ระบบคดิ ฐาน ๒ และระบบคิดฐาน ๑๐ เลขท่ี ชอ่ื -สกุล ไดค้ ะแนน ผา่ น ไมผ่ า่ น เกณฑ์การผ่านเกณฑ์ ผา่ นเกณฑ์ ได้คะแนน รวม ๗ คะแนนข้นึ ไป ไม่ผา่ นเกณฑ์ ได้คะแนน๐- ๖ คะแนน
65 แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ คำชีแ้ จง : ให้ ผูส้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงใน ช่องท่ตี รงกับระดับคะแนน คณุ ลกั ษณะอนั รายการประเมนิ ๓ ระดับคะแนน ๑ พึงประสงค์ ๒ ดา้ น ความ ๑.มีการเตรียมความ รับผดิ ชอบ พรอ้ มในการเรียน และการปฏิบตั งิ าน ๒.ปฏิบัติงานดว้ ย ความต้งั ใจ ๓.มีความเพียร พยายามในการเรียน และการปฏิบัติงาน คะแนน สรุปผลคะแนน เกณฑ์การให้คะแนน ให้ ๓ คะแนน พฤติกรรมทปี่ ฏิบัติชดั เจนและสม่ำเสมอ ให้ ๒ คะแนน พฤติกรรมท่ีปฏิบตั ิชัดเจนและบอ่ ยครง้ั ให้ ๑ คะแนน พฤติกรรมทป่ี ฏิบตั ิบางครงั้ ลงชอ่ื ..............................................ผู้ประเมนิ (.....................................................) สรุปผลการประเมิน ๘-๙ คะแนน เทา่ กบั ดเี ยี่ยม ๖-๗ คะแนน เทา่ กบั ดี ๔-๕ คะแนน เทา่ กับ พอใช้ ๐-๓ คะแนน เทา่ กับ ปรับปรุง
66 แผนการจดั การเรยี นรู้ หน่วยท่ี ๑ ชื่อหน่วย การคิดแยกแยะผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๘ เร่ือง ผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๓ เวลา ๒ ชั่วโมง ๑.ผลการเรยี นรู้ ๑.๑. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั การแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน กบั ผลประโยชน์สว่ นรวม ๑.๒. สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตน กับผลประโยชน์สว่ นรวมได้ ๒.จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ นกั เรียนสามารถ ๒.๑. นกั เรยี นสามารถบอกความหมายของผลประโยชนส์ ่วนตน กับผลประโยชนส์ ว่ นรวม ๒.๒. นักเรยี นสามารถสามารถแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน กับผลประโยชน์ สว่ นรวม ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ ผลประโยชนส์ ว่ นตน หมายถงึ การที่บคุ คลทว่ั ไปในสถานะเอกชนหรอื เจ้าหนา้ ที่ของรฐั ใน สถานะเอกชนได้ทำกิจกรรมหรือได้การกระทำต่างๆ เพื่อประโยชนส์ ่วนตน ครอบครวั ญาติ เพ่ือนหรือ ของกลุ่มในสงั คม ท่ีมีความสัมพนั ธ์กันในรูปแบบตา่ งๆ เช่นการประกอบอาชีพ การคา้ การลงทุน เพ่ือ หาประโยชน์ในทางการเงนิ หรือในทางทรัพยส์ นิ ต่างๆ เป็นต้น ผลประโยชนส์ ่วนรวม หมายถึงการท่บี คุ คลใดๆ ในสถานะท่เี ป็นเจ้าหนา้ ที่ของรัฐ (ผูด้ ำรง ตำแหนง่ ทางการเมือง ข้าราชการ พนกั งานรฐั วิสาหกจิ หรือเจ้าหน้าท่ีของรัฐในหนว่ ยงานของรฐั ) ได้ กระทำการใดๆ ตามหนา้ ทีห่ รือไดป้ ฏิบัตหิ น้าที่ อันเป็นการดำเนนิ การในอกี ส่วนหนงึ่ ทแี่ ยกออกมา จากการดำเนินการตามหนา้ ที่ในสถานะของเอกชน การกระทำการใดๆ ของเจา้ หน้าท่ีของรัฐจงึ มี วัตถปุ ระสงค์หรือมีเปา้ หมายเพ่ือประโยชน์ของส่วนรวม หรอื การรักษาผลประโยชนส์ ่วนรวม ๓.๒ ทักษะ / กระบวนการ (สมรรถนะทเี่ กิด) ๑. ความสามารถในการสื่อสาร (อา่ น ฟงั พดู เขียน) ๒. ความสามารถในการคดิ (วเิ คราะห์ จดั กลุม่ สรปุ ) ๓. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต ๓.๓ คณุ ลักษณะที่พึงประสงค์ / คา่ นิยม ๓.๑ มุง่ มันในการทำงาน ๓.๒ มีจิตสาธารณะ ๔. กิจกรรมการเรียนรู้ ๔.๑ ขัน้ ตอนการเรยี นรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ขัน้ ที่ ๑ เสนอสิ่งเรา้ และระบุคำถามสำคัญ ๑.๑ ครใู ห้นักเรียนดวู ิดโี อเร่ือง “แบ่งปันคือน้ำใจ” พร้อมตั้งคำถาม ดงั น้ี - เร่อื ง แบ่งปนั คือน้ำใจ กลา่ วถึงเร่ืองใด - นักเรียนคดิ ว่า เรื่องแบง่ ปนั คือน้าใจ เป็นการแสดงผลประโยชน์ส่วนรวม หรือผลประโยชนส์ ่วนตน อย่างไร
67 ๑.๒ ครสู รปุ ผลประโยชน์สวนตน กบั ผลประโยชนส์ ว่ นรวมให้นักเรียนฟงั ่ ขนั้ ตอนท่ี ๒ แสวงหาสารสนเทศและวิเคราะห์ ๒.๑ นกั เรียนแบ่งกลุม่ ละ ๔-๕ คน ๒.๒ ครูให้นักเรยี นแสดงบทบาทสมมตุ ิ เกยี่ วกบั ประโยชน์สว่ นรวมและประโยชน์ ส่วนตนแลว้ ออกมานำเสนอหนา้ ชน้ั เรียนใชเ้ วลากลุ่มละ ๓-๕ นาที ช่ัวโมงที่ ๒ ขน้ั ตอนท่ี ๓ อภปิ รายและสร้างความรู้ ๓.๑ ครแู ละนักเรยี นร่วมกันอภปิ รายจากการแสดงบทบาทสมมตุ ขิ องนักเรียน ๓.๒ สมาชิกแต่ละกลมุ่ ช่วยกันสรปุ ความรทู้ ี่ไดร้ บั จากการแสดงบทบาทสมมุติ ๓.๓ ใหน้ ักเรยี นทาใบงานเรอื่ งผลประโยชนส์ ่วนรวมกบั ผลประโยชนส์ ่วนตน ขัน้ ที่ ๔ ส่อื สารและสะท้อนความคิด ๔.๑ ครใู หข้ ้อคดิ นักเรยี นวา่ สิ่งทไ่ี ดเ้ รียนร้นู ั้นเปน็ เรือ่ งดหี รอื ไม่ จริงหรือไมจ่ ริง และ สรปุ ความรูป้ ระเดน็ สำคญั ข้นั ท่ี ๕ ประยกุ ตแ์ ละตอบแทนสงั คม ๕.๑ ให้นักเรยี นเขยี นคำขวญั เรือ่ ง ผลประโยชนส์ ่วนรวมและผลประโยชนส์ ว่ นตน ตดิ ตามปา้ ยนิเทศภายในโรงเรียน ๔.๒ สอ่ื การเรยี นรู้ / แหล่งการเรยี นรู้ ๑. วิดโี อ แบ่งปันคอื น้ำใจ https://www.youtube.com/watch?v=๔๐-cDZ๗๗gzg ๒. ใบงาน เร่ือง ผลประโยชนส์ ว่ นรวมกับผลประโยชนส์ ่วนตน ๓. กระดาษ ๔. สีไม้ ๕. ปากกาเมจิก
68 ๕. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ๕.๑ วธิ ีการประเมิน - ประเมนิ ใบงานเร่อื งผลประโยชนส์ ่วนรวมกับผลประโยชน์ส่วนตน - ประเมินความรคู้ วามเข้าใจจากการแสดงบทบาทสมมุติ - ประเมนิ การเขียนคำขวญั - ประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (มุ่งมนั ในการทำงาน, มีจติ สาธารณะ) ๕.๒ เครอื่ งมือท่ใี ชใ้ นการประเมนิ - แบบบนั ทกึ การให้คะแนนใบงาน เรือ่ งผลประโยชน์สว่ นรวมกบั ผลประโยชนส์ ่วนตน - แบบประเมินการแสดงบทบาทสมมุติ - แบบประเมนิ การเขยี นคำขวัญ - แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (มุ่งมนั ในการทางาน, มีจติ สาธารณะ) ๕.๓ เกณฑก์ ารประเมนิ - การทำใบงาน นกั เรียนตอ้ งได้ ๗ คะแนนข้ึนไป ถอื วา่ ผ่าน - การแสดงบทบาทสมมติ ไดค้ ะแนน ๖ คะแนน ถอื ว่า ผา่ นเกณฑ์ - แบบประเมินการเขียนคำขวัญ ต้องได้คะแนน ๗ ขน้ึ ไปถือวา่ ผ่านเกณฑ์ - แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ต้องได้คะแนนแต่ละข้อ ๒ ข้ึนไปถือว่าผ่านเกณฑ์ - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์การประเมินระดับดขี น้ึ ไป ถือว่าผ่าน ๖. บันทกึ หลงั การจดั การเรยี นรู้ ........................................................................................ .................................................................... ............................................................................................................................. ............................... ................................................................................................... ......................................................... ลงชื่อ........................................ครูผ้สู อน (..................................................) ๗. ความคดิ เห็นผูบ้ รหิ าร ............................................................................................................................. .................................... ............................................................................................................................................... ........ .......................................................................................................................... .................................. ลงชอ่ื .....................................ผูบ้ รหิ าร (นายจรญั วารนิ ทร์) ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นบัวถนน
69 ๘.ภาคผนวก - ใบงาน เรือ่ ง ผลประโยชนส์ ่วนรวมกับผลประโยชนส์ ่วนตน - แบบบนั ทกึ การให้คะแนนใบงานเร่อื ง ผลประโยชนส์ ่วนรวมกบั ผลประโยชนส์ ว่ นตน - แบบประเมินการนาเสนอผลงานกลุ่ม ( การแสดงบทบาทสมมติ ) - เกณฑ์การใหค้ ะแนนการเขยี นคาขวัญ/ปา้ ยเชิญชวน - ใบความรู้ เรอื่ ง ผลประโยชนส์ ่วนรวมกบั ผลประโยชนส์ ่วนตน - แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (มุ่งมนั ในการทางาน, มีจติ สาธารณะ)
70 ใบงาน เรือ่ ง ผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม คำส่ัง ให้นักเรียนตอบคำถามตอ่ ไปน้ีใหถ้ กู ต้องลงในช่องวา่ งทก่ี ำหนดให้ ๑. ผลประโยชนส์ ว่ นตน หมายถงึ …………………………………………………………………………………………..……………..................... ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๒. ผลประโยชน์สว่ นรวม หมายถึง…………………………………………………………………………………………..………………………..………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๓. ใหน้ ักเรยี นระบุกิจกรรมท่ีผลประโยชน์สว่ นตน ๓ กิจกรรม ๓.๑……………………………………………………………………………………………………………………………………… ๓.๒……………………………………………………………………………………………………………………………………… ๓.๓……………………………………………………………………………………………………………………………………… ๔. ใหน้ กั เรียนระบกุ ิจกรรมท่ีผลประโยชนส์ ่วนรวม ๓ กจิ กรรม ๔.๑……………………………………………………………………………………………………………………………………… ๔.๒……………………………………………………………………………………………………………………………………… ๔.๓………………………………………………………………………………………………………………………………………
71 แบบบนั ทึกการให้คะแนนใบงานเรอื่ ง ผลประโยชนส์ ว่ นรวมกบั ผลประโยชนส์ ว่ นตน เลขท่ี ชื่อ-สกลุ ไดค้ ะแนน ผ่าน ไมผ่ า่ น เกณฑ์การผา่ นเกณฑ์ ผ่านเกณฑ์ ได้คะแนน รวม ๗ คะแนนขนึ้ ไป ไมผ่ า่ นเกณฑ์ ได้คะแนน๐- ๖ คะแนน
72 แบบประเมินการนำเสนอผลงานกลุ่ม ( การแสดงบทบาทสมมติ ) กลุ่มท.ี่ ............เร่ือง...................................................................................... คำชแ้ี จง ให้นกั เรียนประเมิน โดยกาเครอ่ื งหมาย / ลงในช่องระดบั คะแนนให้ตรงกบั ความเปน็ จรงิ มาก ทีส่ ุด รายการประเมิน ระดับคะแนน รวม หมายเหตุ ๓๒ ๑ ๑. ความเหมาะสมของบทบาทการ นำเสนอ ๒. ความถูกต้องข้อมูล สาระ ความรู้ ๓. ส่วนประกอบอื่นๆและความคิด รเิ ร่มิ สร้างสรรค์ คะแนนรวม ต้องได้คะแนนรวมต้งั แต่ ๖ ข้นึ ไป จึงจะถือวา่ ผา่ นเกณฑ์ ประเดน็ การประเมนิ เกณฑ์การให้คะแนน / ระดับคุณภาพ ๓๒๑ ๑. ความเหมาะสมของ เหมาะสม เสยี งดังฟัง เหมาะสม เสียงดังปาน แสดงบทบาท บทบาทการนำเสนอ ชัด ลีลาประกอบดีมาก กลาง ลลี าประกอบดี เหมาะสม เสียง เบา ลลี าประกอบ ค่อนข้างน้อย ๒. ความถกู ต้องข้อมลู เนอ้ื หาสาระถกู ต้อง เนื้อหาสาระถกู ต้อง เนอ้ื หาสาระถกู ต้อง สาระ ความรู้ ครบถว้ น เปน็ ส่วนมาก เป็นส่วนน้อย ๓. สว่ นประกอบอน่ื ๆ มกี ารนำอปุ กรณม์ า การนำอุปกรณ์มา การนำอุปกรณ์มา และความคดิ รเิ ร่มิ ประกอบการนำเสนอ ประกอบการนำเสนอ ประกอบการนำเสนอ สร้างสรรค์ ดี มาก ดี คอ่ นข้างน้อย
73 เกณฑ์การให้คะแนนการเขยี นคำขวัญ/ปา้ ยเชิญชวน (๑๐ คะแนน) (1) การส่อื ความหมาย ๒ คะแนน (2) การใช้ภาษา กะทัดรัด ชดั เจน ความไพเราะ ๒ คะแนน (๓) สำนวนภาษาสละสลวย ถกู ต้องเหมาะสม ๒ คะแนน (๔) ความคิดสร้างสรรค์ ๔ คะแนน ตอ้ งได้คะแนน ๗ ข้นึ ไปถอื ว่าผ่านเกณฑ์
74 ใบความรู้ เรือ่ งผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์สว่ นรวม ประโยชนส์ ว่ นตน ผลประโยชน์ส่วนตน หมายถึง บคุ คลทว่ั ไปทากจิ กรรมหรอื ไดก้ ารกระทาตา่ งๆ เพ่ือประโยชน์ สว่ นตน ครอบครัว ญาติ เพื่อนหรอื ของกลุ่มในสังคม ท่ีมีความสัมพันธก์ ันในรูปแบบตา่ งๆเช่น การ แปรงฟนั ตอนพักกลางวนั การส่งงานทนั เวลา การเขา้ ช้นั ของนักเรียน การอา่ นหนังสือห้องสมดุ เปน็ ตน้ ประโยชนส์ ่วนรวม ผลประโยชนส์ ว่ นรวม หมายถึง การท่ีบคุ คลใดๆได้กระทำการใดๆ ตามหน้าท่ีหรือไดป้ ฏิบตั ิ หน้าท่มี วี ตั ถุประสงคห์ รอื มเี ป้าหมายเพื่อประโยชน์ของสว่ นรวม หรือการรักษาผลประโยชน์สว่ นรวม เชน่ การเข้าแถวรับบริการตา่ ง เขา้ หอ้ งน้ำราดน้ำใหส้ ะอาดการเกบ็ ขยะบรเิ วณรอบโรงเรียน การทำ ความสะอาดห้องเรยี น เปน็ ต้น
75 แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำช้แี จง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ลงใน ช่องทต่ี รงกบั ระดับคะแนน คุณลกั ษณะอัน รายการประเมิน ระดบั คะแนน พึงประสงค์ ๓๒ ๑ ดา้ น ม่งุ มั่นในการ ๑.มคี วามต้ังใจ และพยายามในการทำงานที่ได้รบั ทางาน มอบหมาย ๒.มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพ่ือให้งาน สำเร็จ มจี ิตสาธารณะ ๑.รูจ้ ักการใหเ้ พื่อส่วนรวม และเพ่ือผอู้ ืน่ ๒.แสดงออกถงึ การมนี ้ำใจหรือการให้ความช่วยเหลือผ้อู นื่ ๓.เข้าร่วมกิจกรรมบำเพญ็ ตนเพือ่ สว่ นรวมเม่ือมโี อกาส คะแนน สรุปผลคะแนน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ ๓ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏบิ ัติชดั เจนและสมำ่ เสมอ ให้ ๒ คะแนน พฤติกรรมทป่ี ฏิบัตชิ ัดเจนและบอ่ ยครง้ั ให้ ๑ คะแนน พฤติกรรมทีป่ ฏบิ ัติบางครงั้ ลงชอื่ ..............................................ผู้ประเมนิ (.....................................................) สรปุ ผลการประเมนิ ๑๓-๑๕ คะแนน เท่ากบั ดีเยีย่ ม ๑๐-๑๒ คะแนน เท่ากับ ดี ๗-๙คะแนน เทา่ กับ พอใช้ ๐-๖คะแนน เทา่ กบั ปรับปรุง
76 แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยที่ ๑ ช่อื หน่วย การคดิ แยกแยะประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์สว่ นรวม ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๓ แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๙ เรอ่ื ง การขดั กนั ระหวา่ งประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชนส์ วนร่วม ๑.ผลการเรยี นรู้ ๑.๑. มีความรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกับการแยกแยะผลประโยชน์สว่ นตน กบั ส่วนรวมได้ ๑.๒. สามารถคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตน กับส่วนรวมได้ ๒.จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ นักเรยี นสามารถ ๒.๑. นักเรยี นสามารถบอกความหมายของการขดั กนั หรือขัดแยง้ ได้ ๒.๒. นกั เรยี นสามารถแยกแยะระหวา่ งการขัดกนั ระหวา่ งประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ สว่ นรวม เวลา ๒ ชว่ั โมง ๓. สาระการเรยี นรู้ ๓.๑ ความรู้ การขัดกันหรอื การขดั แย้ง หมายถึง ปฏิสัมพันธท์ ม่ี ีลักษณะของความไมเ่ ป็นมติ รหรือตรงกนั ข้ามหรอื ไมล่ งรอยกันหรือความไมส่ อดคล้องกัน ลกั ษณะของความไม่ลงรอยกันหรอื ไม่สอดคลอ้ งกนั น้ี จะเกี่ยวข้องกบั ประเด็น ต่างๆ หลายประเดน็ เช่น เปา้ หมาย ความคดิ ทศั นคติ ความรู้ สึก คา่ นิ ย ม ความสนใจความสัมพนั ธ์ เปน็ ต้น “ความขดั แย้งกนั ระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์ส่วนรวม เกิดจากการท่ไี ม่ สามารถแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชนส์ ่วนรวมออกจากกนั ได้ ซึ่งการกระทำ น้ันอาจจะเกดิ ขึน้ อย่างรู้ตัว หรื อ ไมร่ ู้ตัว ท้ัง เจตนาและไม่ เจตนา ส่ง ผลให้ บคุ คลนน้ั ขาดการตดั สิ น ใจท่ี เที่ยงธรรม เนอ่ื งจากการยึดผลประโยชนส์ ่วนตนเป็นหลกั ผลเสยี จึงเกดิ กับส่วนรวมและ ประเทศชาติ ๓.๒ ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะทเี่ กดิ ) ๑. ความสามารถในการสื่อสาร (อ่าน ฟัง พูด เขยี น) ๒. ความสามารถในการคดิ (วิเคราะห์ ) ๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต ๓.๓ คณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ / คา่ นิยม - มงุ่ ม่ันในการทำงาน ๔. กิจกรรมการเรยี นรู้ ๔.๑ ขัน้ ตอนการเรียนรู้ ชว่ั โมงท่ี๑ ขน้ั ท่ี ๑ เสนอส่ิงเร้าและระบคุ ำถามสำคัญ ๑.๑ ครูสนทนากับนกั เรยี นเกี่ยวกบั ความหมายของการขดั แยง้ โดยยกตวั อย่างเหตุการณ์ เช่น เดก็ หญิงเอมิกาชอบสชี มพูแต่วนั น้คี ณุ ครแู จกแปรงสฟี ันสเี หลอื งทำให้เด็กหญงิ เอมิกาไม่อยากได้ แปรงสฟี ันสีเหลืองเพราะเธออยากไดส้ ชี มพูมากกวา่ หรอื เด็กชายนาธาน คณุ ครูจดั ทนี่ ่ังใหเ้ ขาหนา้
77 หอ้ งเรียนเพราะเขาสายตาไม่ดี แตเ่ ดก็ ชายนาธานไม่พอใจอยากนั่งหลังห้องเรียนมากกวา่ ๑.๒ ครอู ธบิ ายจากเหตุการณ์ทย่ี กตัวอย่างขา้ งตน้ การกระทำของครสู ่งผลให้เด็ก นักเรียนมคี วามร้สู ึกไม่พอใจ ร้สู ึกอึดอัดใจไมย่ อมรับในสิ่งท่ีได้รบั พฤตกิ รรมหรือการกระทาทีเ่ กิดข้ึน เรียกว่าความขดั แยง้ ๑.๓ ให้นักเรียนยกตวั อย่างเหตุการณท์ ีเ่ ก่ยี วกบั ความขดั แยง้ ท่นี อกเหนอื จากที่ กล่าวมา ๑.๔ ครูสรุปความหมายของการขดั แย้ง การขัดแย้งหมายถงึ การกระทำที่ไม่สอดคลอ้ งต้องกัน ระหว่างกลมุ่ ท่ีมีความสนใจต่างกนั หรอื สภาพการณท์ ่ีทำให้คนตกอยู่ในภาวะที่ไมส่ ามารถจะ ตดั สนิ ใจหรอื ตกลงหาสรุปเป็นทีพ่ อใจของทง้ั สองฝา่ ยได้ ชว่ั โมงท่ี ๒ ข้นั ตอนที่ ๒ แสวงหาสารสนเทศและวเิ คราะห์ ๒.๑ ครยู กตัวอย่างสถานการณ์ ดงั นี้ -นกั เรยี นไม่เขา้ แถวตอนเช้าเพราะแดดรอ้ น - เดก็ ชายศกั ด์ิศรีลอกการบ้านเพ่ือนเพื่อให้ส่งทนั เวลา จากสถานการณ์ ทค่ี รู ยกตวั อยา่ งให้ นักเรยี นช่วยกันวเิ คราะห์ วา่ การกระทำเช่น นี้ ขัดกั น ระหว่างประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม หรือไมเ่ พราะเหตุใด ๒.๒ แบ่งกลุ่มนักเรยี นกลุม่ ละ ๓-๔ คนและแจกใบความร้เู ร่อื ง ความขดั แยง้ กัน ระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ๒.๓ ใหส้ มาชิกในกลมุ่ ชว่ ยกันคดิ และเขียนการกระทาท่ีเก่ียวกับการขัดกันระหว่าง ประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม ๕ ข้อ และสรปุ ลงในใบงาน เรอ่ื ง ความขัดกันระหวา่ ง ประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์สว่ นรวม และนำเสนอหนา้ ช้ันเรยี น ขนั้ ตอนที่ ๓ อภิปรายและสรา้ งความรู้ ๓.๑ ใหแ้ ต่ละกลุม่ นำเสนอผลงานพร้อมอภปิ รายหน้าชั้นเรยี น ๓.๒ ครูนานกั เรียนอภิปรายเก่ียวกบั การกระทำทีเ่ กิด จากการขัดแยง้ กนั ระหวา่ ง ผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม ๓.๓ ครสู รุปความหมายการขดั แย้งระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ สว่ นรวม เกิดจากการท่ีไม่สามารถแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม ออกจากกันได้ ซึ่งการกระทำน้นั อาจจะเกิดขึน้ อย่างร้ตู วั หรือไม่รู้ตัว ท้งั เจตนาและไมเ่ จตนา สง่ ผลให้ บุคคลนนั้ ขาดการตัดสินใจที่เท่ียงธรรม เน่ืองจากการยึดผลประโยชนส์ ว่ นตนเป็นหลกั ผลเสียจงึ เกดิ กับส่วนรวม ข้นั ที่ ๔ ส่ือสารและสะท้อนความคิด ครูให้นักเรยี นช่วยกันบอกว่าเราจะมวี ิธกี ารป้องกันอยา่ งไรเพื่อไมใ่ หเ้ กดิ การขัดแย้ง ระหวา่ งประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์สว่ นรวม ขัน้ ที่ ๕ ประยกุ ตแ์ ละตอบแทนสังคม เขียนคำขวัญเชิญชวนเพือ่ ลดความความขดั แย้ง เช่น “รรู้ ักสามคั คี เป็นคนดศี รี โรงเรยี น” ๔.๒ สอื่ การเรียนรู้ / แหลง่ การเรียนรู้ ๑. ใบความรู้ เรือ่ งความขดั แย้งระหว่างประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์ ส่วนรวม
78 ๒. ใบงาน เรอื่ ง การกระทาทีข่ ัดแย้งระหวา่ งประโยชน์ส่วนตนและ ผลประโยชนส์ ่วนรวม ๓. กระดาษ ๔.สไี ม้ ๕.สเี มจกิ ๒. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ๕.๑ วธิ ีการประเมนิ ๑. ตรวจใบงาน เร่ือง การกระทำที่ขดั แย้งระหวา่ งประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชน์ ส่วนรวม ๒. สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี น (ความม่งุ มัน่ ในการทำงาน) ๕.๒.เคร่ืองมอื ทใ่ี ชใ้ นการประเมนิ ๑.แบบใหค้ ะแนนการตรวจผลงาน ๒.แบบสงั เกตพฤติกรรมความมุ่งม่ันในการทำงาน ๕.๓ เกณฑก์ ารประเมิน - ใบงาน นักเรยี นได้คะแนน ๗ ขึน้ ไป ถือว่าผ่าน - พฤตกิ รรมความมุ่งมัน่ ในการทำงาน ได้คะแนนการประเมนิ แตล่ ะข้อได้ ๒ ขึ้นไป ถือวา่ ผา่ น
79 ๖. บนั ทกึ หลังการจดั การเรียนรู้ ............................................................................................................................. ............................... ............................................................................................................................. ............................... ................................................................................................... ......................................................... ลงชอื่ ........................................ครูผู้สอน (..................................................) ๗. ความคิดเห็นผูบ้ รหิ าร ............................................................................................................................. ................................ ................................................................................................... ........................................................ ............................................................................................................................. ............................... ลงชอื่ .....................................ผ้บู รหิ าร (นายจรัญ วารินทร์) ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นบ้านบวั ถนน ๘. ภาคผนวก - ใบความรู้ เรื่องความหมายความขัดแย้งระหวา่ งประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม - ใบงาน.....เร่อื งหมายความขัดแย้งระหว่างประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์ส่วนรวม - แบบสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียน
80 ใบความรู้ เร่ืองความหมายความขัดแยง้ ระหวา่ ง ประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม ความการขัดกันหรอื การขัดแย้ง หมายถงึ ปฏสิ ัมพนั ธ์ทม่ี ีลักษณะของความไม่เป็นมติ ร หรือตรงกันขา้ มหรือไม่ลงรอยกันหรือความไมส่ อดคล้องกัน ลักษณะของความไมล่ งรอยกันหรอื ไม่ สอดคล้องกนั นี้จะเกี่ยวข้องกับประเด็นต่างๆ หลายประเด็น เช่น เปา้ หมาย ความคิด ทัศนคติ ความรสู้ กึ คา่ นยิ ม ความสนใจความสัมพันธ์ เปน็ ตน้ ความขัดแย้งกันระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม เกิดจากการท่ีไม่ สามารถแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชนส์ ่วนรวมออกจากกนั ได้ ซ่ึงการกระทำ นน้ั อาจจะเกดิ ขึน้ อยา่ งรู้ตัวหรือไมร่ ู้ตัว ท้งั เจตนาและไม่เจตนา ส่งผลใหบ้ ุคคลน้นั ขาดการตัดสินใจที่ เท่ียงธรรม เนอ่ื งจากการยดึ ผลประโยชนส์ ว่ นตนเปน็ หลกั ผลเสยี จึงเกดิ กบั ส่วนรวมและประเทศชาติ
81 ใบงาน.....เรอื่ งหมายความขดั แย้งระหวา่ งประโยชน์สว่ นตน และผลประโยชน์สว่ นรวม กล่มุ ท…่ี ……… คำช้แี จง ให้นกั เรยี นเขยี นการกระทำท่ีแสดงถงึ ความขดั แยง้ ระหว่างประโยชน์สว่ นตนและ ผลประโยชน์สว่ นรวม ๕ กจิ กรรม พร้อมวาดภาพประกอบ
82 แบบสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน ชอ่ื นักเรียน......................................................... ชนั้ ..............ภาคเรียนที.่ ..........ปีการศึกษา.............. คำชแ้ี จง การบันทกึ ให้กาเคร่ืองหมาย ลงในช่องที่ตรงกบั พฤติกรรมท่ีเกดิ ขึน้ จรงิ ท่ี พฤติกรรม ระดับการปฏบิ ัติ เป็นประจำ (๓) บางครัง้ น้อยครง้ั ไมท่ ำเลย/ (๒) (๑) ไม่ชดั เจน (๐) ๑ มีความรบั ผดิ ชอบในหน้าท่กี ารงาน ๒ ตัง้ ใจและเอาใจใส่ต่อการปฏิบตั ิ หนา้ ที่ทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย ๓ ทำงานดว้ ยความเพยี รพยายาม ๔ รจู้ กั แกป้ ัญหาในการทำงานเม่ือมี อปุ สรรค ๕ อดทนเพ่ือให้งานสำเรจ็ ตาม เปา้ หมาย ๖ ปรบั ปรุงและพัฒนาการทำงานให้ ดีขึ้นด้วยตนเอง รวมคะแนน/ระดับคุณภาพ ผู้ประเมิน ครู พอ่ แม/่ ผู้ปกครอง ตนเอง เพ่อื น เกณฑ์การประเมนิ ลงชือ่ ...................................................ผปู้ ระเมิน ระดับคุณภาพ (.................................................) ดีเย่ียม ดี เกณฑ์การประเมนิ พอใช้ ปรบั ปรงุ ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง ๑๕-๑๘ คะแนน และไม่มผี ลการประเมนิ ข้อ ใดข้อหนึ่งตำ่ กว่า ๒ คะแนน ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง ๑๑-๑๔ คะแนน และไม่มผี ลการประเมินข้อ ใดข้อหนึ่งตำ่ กว่า ๐ คะแนน ไดค้ ะแนนรวมระหวา่ ง ๖-๑๐ คะแนน และไม่มีผลการประเมินข้อ ใดข้อหน่ึงตำ่ กว่า ๐ คะแนน ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง ๐-๕ คะแนน
83 หนว่ ยที่ ๒ ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจรติ
84 แผนการจดั การเรยี นรู้ หน่วยท่ี ๒ ช่ือหนว่ ย ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจรติ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๓ แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๑ เร่ือง การทำการบ้าน เวลา ๑ ชั่วโมง ๑. ผลการเรยี นรู้ ๑.๑ มคี วามรคู้ วามเข้าใจเก่ียวกบั ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจริต ๑.๒ ปฏิบัติตนเปน็ ผู้ไม่ทนและละอายต่อการทุจริตทุกรูปแบบ ๒. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๒.๑ นักเรียนมีความละอายต่อการทุจรติ ในการทาการบา้ น ๒.๒ นักเรียนปฏิบตั ติ นเปน็ ผลู้ ะอายและไม่ทนต่อการทจุ ริต ๓. สาระการเรยี นรู้ ๓.๑ ความรู้ ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจรติ (การทำการบา้ น) - ความละอาย หมายถงึ รูส้ กึ อายทีจ่ ะทาสิ่งไม่ดี ไม่ถกู - ความไมท่ น หมายถงึ การแสดงออกต่อการกระทำท่เี กิดขึน้ กับตนเองในลักษณะไม่ ยนิ ยอมไม่ยอมรบั ในสง่ิ ที่เกดิ ขึ้น เชน่ ไมย่ อมใหเ้ พื่อนลอกการบ้าน และแสดงใหเ้ พื่อนร้วู ่าตนเองไม่ พอใจ โดยแสดงกรยิ าหรือบอกให้เพื่อนทราบ ๓.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ ๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร ๒. ความสามารถในการคดิ ๓.๓ คุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ มีความซือ่ สตั ย์ ๔. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ๔.๑ ข้ันตอนการเรียนรู้ ๔.๑.๑ ใหน้ ักเรียนดูวีดีโอ “สารภาพมาซะ ใครเคยทาบา้ ง” ๔.๑.๒ นักเรยี นและครูสนทนาเกย่ี วกับวดิ โี อทไี่ ดช้ มวา่ นักเรยี นควรประพฤตติ นเหมือน เพอ่ื นในวิดีโอหรอื ไม่ เพราะอะไร (ไม่ควรเพราะ การลอกการบ้านเพื่อนเปน็ ส่ิงที่ไมด่ ี เป็นการทจุ รติ ต่อ ตนเอง) ๔.๑.๓ ครูถามนักเรยี นว่า ใครเคยลอกการบ้านเพือ่ นบ้าง เพราะเหตใุ ดถึงลอกการบา้ น ของเพือ่ น ๔.๑.๔ ครถู ามนักเรียนว่า จะเปล่ยี นแปลงพฤติกรรมของตนเองได้หรอื ไม่ เพราะส่งิ ที่ นักเรียนทำเปน็ สงิ่ ท่นี ่าละอาย นกั เรียนไม่ควรประพฤติ เดก็ ดคี วรประพฤติดี ไมท่ ำให้คนอื่นเดือดรอ้ น และไมพ่ อใจในพฤติกรรมที่ไม่ดขี องตนเอง ๔.๑.๕ นกั เรียนทำใบงาน เรือ่ ง “ความละอาย” ๔.๑.๖ นกั เรยี นชว่ ยกนั สรปุ วา่ การลอกการบา้ นไมด่ ีอย่างไรบา้ ง และนักเรยี นจะทำอย่างไร เมอ่ื เพ่ือนลอกการบา้ น ๕. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ๕.๑ วธิ กี ารประเมิน ๑. ตรวจใบงานเร่ือง “ความละอาย” -นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์การประเมินระดบั ดีข้นึ ไป ถือวา่ ผา่ น
85 ๒. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ความซ่อื สัตย์ ๕.๒ เครอ่ื งมือท่ีใช้ในการประเมิน ๑. แบบการให้คะแนนการตรวจใบงานเร่ือง “ความละอาย” ๒. แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ๕.๓ เกณฑก์ ารตัดสิน - นกั เรียนผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ร้อยละ ๘๐ ขึน้ ไป ๖. บนั ทึกหลงั การจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ............................... ................................................................................................... ......................................................... ............................................................................................................................. ............................... ลงชอื่ ........................................ครผู ้สู อน (..................................................) ๗. ความคิดเห็นผูบ้ รหิ าร ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .......................... ................................................................................................................................................ ............ ลงช่ือ.....................................ผู้บริหาร (นายจรญั วารินทร์) ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นบา้ นบัวถนน ๘. ภาคผนวก ๑) วดี ีโอ เร่อื ง สารภาพมาซะใครทำบ้าง ๒) ใบงาน เรือ่ ง ความละอาย ๓) แบบบันทึกการให้คะแนนใบงานเร่ือง ความละอาย ๔) แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
86 วดี ีโอ เรอ่ื ง สารภาพมาซะใครทำบา้ ง https://www.youtube.com/watch?v=wp_I
87 ใบงาน เรือ่ ง ความละอาย ชื่อ-สกลุ .................................................................ชั้น............เลขท่.ี .........โรงเรยี น.................. คำชีแ้ จง นักเรยี นทำเครือ่ งหมาย หนา้ ขอ้ ท่ีถูก และทำเครอ่ื งหมาย หน้าข้อท่ผี ดิ ............ ๑. การทจุ รติ หมายถึง การแสวงหาประโยชนท์ มี่ ีควรไดโ้ ดยชอบด้วยกฎหมาย สำหรับตนเองหรอื ผู้อ่ืน ............ ๒. วันเพญ็ ลอกการบ้านเพ่ือนทกุ ครง้ั ที่ครูส่ังเพ่ือได้คะแนนเต็ม ............ ๓. การทำการบา้ นจะทำไดด้ ีและถูกต้องต้องลอกกัน ............ ๔. สมศักดิ์ ทำไมร่ ู้ไม่เหน็ ขณะท่ีเพือ่ นเอาการบ้านเพื่อนไปลอก ............ ๕. การทุจริตคอื การคดโกง ............ ๖. ไอรดาทำการบา้ นด้วยตัวเองถึงจะผดิ บา้ ง ............ ๗. น้ำฝน บอกใหเ้ พ่ือนทำการบ้านดว้ ยตนเองทุกครง้ั ............ ๘. คนท่ลี อกการบ้านเพ่อื นเปน็ คนทจุ รติ ต่อตนเองและผู้อ่ืน ............ ๙. เมือนักเรียนเห็นเพ่ือนลอกการบา้ นจึงไปบอกครใู หท้ ราบ ............ ๑๐. การลอกการบ้านเพอื่ นเป็นสิง่ ท่ีน่าละอายไม่ควรทำ เฉลยใบงาน เร่อื ง ความละอาย .....ถูก...... ๑ ......ผดิ ...... ๒ .......ผดิ .... ๓ .......ผิด..... ๔ . .......ถูก..... ๕. ........ถกู .... ๖ ........ถกู .... ๗. ........ถูก.... ๘. ........ถกู .... ๙. ........ถกู .... ๑๐.
88 แบบบันทกึ การให้คะแนนใบงานเรอื่ ง ความละอาย เลขที่ ช่ือ-สกลุ ไดค้ ะแนน ผา่ น ไมผ่ า่ น เกณฑ์การผา่ นเกณฑ์ ผ่านเกณฑ์ ไดค้ ะแนน รวม ๗ คะแนนขึ้นไป ไมผ่ ่านเกณฑ์ ไดค้ ะแนน๐- ๖ คะแนน
89 แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ คำช้แี จง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ลงใน ชอ่ งทีต่ รงกบั ระดับคะแนน คณุ ลกั ษณะอัน รายการประเมนิ ระดับคะแนน ๑ พึงประสงค์ ๓๒ ดา้ น ซ่อื สตั ย์ สจุ ริต ๑.ปฏบิ ัติตามระเบียบการสอน และไม่ลอก การบา้ น ๒.ประพฤติ ปฏิบัติ ตรงต่อความเปน็ จรงิ ตอ่ ตนเอง ๓.ประพฤติ ปฏบิ ตั ิตรงตอ่ ความเปน็ จริงตอ่ ผอู้ ่ืน คะแนน สรปุ ผลคะแนน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ ๓ คะแนน พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั ชิ ัดเจนและสมำ่ เสมอ ให้ ๒ คะแนน พฤติกรรมทป่ี ฏิบตั ิชดั เจนและบอ่ ยคร้งั ให้ ๑ คะแนน พฤติกรรมทีป่ ฏิบัติบางครงั้ ลงชอื่ ..............................................ผู้ประเมนิ (.....................................................) สรุปเกณฑ์การประเมนิ ดีเยี่ยม ได้ ๘ – ๙ คะแนน ดี ได้ ๖ – ๗ คะแนน พอใช้ ได้ ๔ – ๕ คะแนน ปรบั ปรุง ได้ ๐ – ๓ คะแนน
90 แผนการจดั การเรียนรู้ หน่วยท่ี ๒ ชื่อหนว่ ย ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจรติ ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๓ แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๒ เรอ่ื ง การทำเวร เวลา ๑ช่ัวโมง ๑. ผลการเรยี นรู้ ๑.๑ มีความร้คู วามเขา้ ใจเกีย่ วกับความละอายและความไม่ทนตอ่ การทจุ รติ ๑.๒ ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผู้ไมท่ นและละอายต่อการทจุ ริตทุกรปู แบบ ๒. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๒.๑ นกั เรยี นมคี วามละอายตอ่ การทุจริตในการทาเวร ๒.๒ นักเรยี นปฏบิ ัติตนเปน็ ผู้ละอายและไมท่ นต่อการทุจริต ๓. สาระการเรยี นรู้ ๓.๑ ความรู้ ความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ รติ (การทำเวร) ความละอาย หมายถงึ ร้สู กึ อายท่ีจะทำสิ่งไม่ดี ไมถ่ ูกไม่ควร ความไมท่ น หมายถงึ การแสดงออกต่อการกระทำท่ีเกิดข้นึ กบั ตนเองในลกั ษณะไมย่ ินยอม ไม่ยอมรับในสิง่ ที่เกดิ ขนึ้ เช่น - เพื่อนไม่ยอมทำเวร ก็แสดงให้เพอ่ื นรู้วา่ ตนเองไม่พอใจ โดยการบอกใหเ้ พอื่ นทำเวร หรือแจง้ ใหค้ รูทราบ การไมป่ ฏบิ ตั ิเป็นคนทจุ รติ ในการทำเวร คอื การรบั ผิดชอบในหน้าที่ของตนเอง โดยทำเวรตามที่ได้รับมอบหมายทุกครัง้ ๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ ๑. ความสามารถในการสอื่ สาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓.๓ คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ ๑. ซ่ือสตั ยส์ จุ ริต ๒. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน ๔. กจิ กรรมการเรียนรู้ ๔.๑ ขน้ั ตอนการเรียนรู้ ชว่ั โมงท่ี ๑ ๔.๑.๑ ครนู ำแผนภมู ติ ารางเวรของห้องติดบนกระดาน ๔.๑.๒ ครูใหน้ กั เรยี นแต่ละคนใส่ชื่อตวั เองตามเวรทร่ี บั ผดิ ชอบจนครบทกุ คน ทุกเวร
91 ๔.๑.๓ ครใู หน้ ักเรียนแบง่ กลุ่มตามวนั ท่ีรับผดิ ชอบ ครแู จกกระดาษบรู๊ฟ ปากกาเมจิก ให้ นักเรียนทุกกล่มุ ใหน้ ักเรยี นเขียนว่าในแต่ละวนั ทนี่ ักเรียนทำเวรนกั เรียนทำอะไรบ้าง (กวาดขยะ/เช็ด โตะ๊ /ยกเก้าอี/้ ถูพนื้ /ลบกระดาน/เอาขยะในถังไปทงิ้ /) ครตู รวจผลงานของนกั เรียนแต่ละกลุม่ ๔.๑.๔ ครูใหน้ กั เรยี นดูวีดโี อ “ครทู ่ปี รกึ ษาทำเวรแทนนักเรียน” และใหน้ กั เรยี นสรปุ ขอ้ คดิ ท่ี ไดจ้ ากวดี โี อ ลงในใบงาน เร่ือง “ครทู ปี่ รึกษาทำเวรแทนนักเรยี น” ๔.๒ สอื่ การเรยี นรู้ ๑. แผนภมู ิตารางเวรของห้อง ๒. กระดาษบรู๊ฟ ๓. ปากกาเมจิก ๔. วิดีโอ “ครูท่ปี รกึ ษาทำเวรแทนนักเรยี น” ๕. ใบงาน เรือ่ ง “ครทู ่ีปรึกษาทำเวรแทนนักเรยี น” ๕. การประเมินผลการเรยี นรู้ ๕.๑ วธิ กี ารประเมิน ๑. ตรวจใบงาน เร่ือง “ครูท่ปี รกึ ษาทำเวรแทนนกั เรยี น” ๒. ประเมนิ คณุ ลักษณะ (ซื่อสตั ย์สจุ รติ , มุ่งมน่ั ในการทำงาน) ๕.๒ เครอ่ื งมือท่ีใชใ้ นการประเมิน ๑. แบบการใหค้ ะแนนการตรวจใบงาน เร่อื ง “ครทู ป่ี รกึ ษาทำเวรแทนนักเรียน” ๒. แบบประเมินคณุ ลักษณะ (ซือ่ สัตยส์ ุจรติ , มุ่งม่นั ในการทำงาน) ๕.๓ เกณฑก์ ารประเมนิ ๑. การตรวจใบงาน ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน รอ้ ยละ ๘๐ ข้นึ ไป ถือว่าผา่ น ๒. การประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ แตล่ ะข้อตอ้ งได้คะแนน ๒ ขึ้นไปถอื วา่ ผ่าน ๓. นักเรยี นผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ระดบั ดี ข้นึ ไป ถือวา่ ผา่ น ๖. บันทกึ หลังการจดั การเรียนรู้ ............................................................................................................................. ............................... ................................................................................................... ......................................................... ลงช่อื ........................................ครูผ้สู อน (..................................................) ๗. ความคดิ เห็นผบู้ ริหาร ............................................................................................................................. .................................. ............................................................................................................................. ............................... ลงช่ือ.....................................ผบู้ รหิ าร (นายจรัญ วารนิ ทร์) ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นบัวถนน
92 ๘. ภาคผนวก ๑) คลิปวิดีโอ เรื่อง ครูทีป่ รึกษาทำเวรแทนนักเรียน ๒) ใบงาน เรื่อง “ครูที่ปรึกษาทำเวรแทนนักเรียน” ๓) แบบให้คะแนนการตรวจใบงาน เรือ่ ง ครูท่ีปรึกษาทำเวรแทนนักเรียน ๔) แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ คลปิ วิดีโอ เรอื่ ง ครูที่ปรึกษาทำเวรแทนนกั เรียน https://www.youtube.com/watch?v=nJYXPHtWzyc
93 ใบงาน เร่อื ง “ครูทปี่ รกึ ษาทำเวรแทนนักเรียน” ชือ่ -สกลุ ...............................................................ชัน..........เลขท่ี...........โรงเรยี น.............................. คำชีแ้ จง ให้นักเรียนดูวดี โี อเร่ือง ครูที่ปรึกษาทำเวรแทนนักเรียน และตอบคำถามตามความคดิ ความรู้สึกของนกั เรยี น ( ๑๐ คะแนน) ๑. นักเรยี นรู้สกึ อย่างไรเมอ่ื ดูวิดีโอ ตอบ......................................................................................................................... ....... ...................... ...................................................................................................................................................... ........... ....................................................................................................................... .......................................... ............................................................................................................................. .................................. ๒. ถ้าเหตกุ ารณเ์ กิดข้ึนกับเวรวนั ใดวันหนง่ึ ของห้องนกั เรยี น นักเรียนจะพูดกบั เพื่อนท่ีไม่ทำเวรอย่างไร ใหร้ ู้สกึ ว่าส่ิงทเ่ี ขาทำไม่ถกู ตอ้ ง ตอบ.......................................................................................................................... .......................... ............................................................................................................................. .................................... ............................................................................................................................................................... เกณฑ์การกรอกกระดาษคำตอบ ขอ้ ที่ เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเต็ม ๕ ๑ ตอบตรงประเด็น ข้อความแสดงถงึ ความละอายตอ่ การทจุ รติ ในการทำเวร ๕ ๒ สามารถบอกการปฏิบตั ิเป็นผูล้ ะอายและไม่ทนต่อ การทจุ รติ
94 แบบใหค้ ะแนนการตรวจใบงาน เร่ือง ครูทปี่ รึกษาทำเวรแทนนกั เรียน เลขที่ ชื่อ-สกุล ได้คะแนน ผ่าน ไมผ่ า่ น เกณฑ์การผา่ นเกณฑ์ ผ่านเกณฑ์ ได้คะแนน รวม ๗ คะแนนขึน้ ไป ไมผ่ ่านเกณฑ์ ไดค้ ะแนน ๐- ๖ คะแนน
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212