๑
๒ หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรยี นวดั บ้านโป่ง “สามัคคีคณุ ปู ถัมภ”์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) ระดบั มธั ยมศึกษาปีที่ ๔ - ๖ สำนกั งานศึกษาธกิ ารจังหวดั ราชบรุ ี สังกัดสำนกั งานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
๓
๔ คำนำ หลักสูตรโรงเรียนวัดบ้านโป่ง “สามัคคีคุณูปถัมภ์” เป็นหลักสูตรระดับสถานศึกษาที่พัฒนาจาก หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ในกลุ่มสาระ การเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมในสาระภูมิศาสตร์ โดยมี สาระและมาตรฐานเป็นกรอบ และทิศทางในการพัฒนาเป็นหลักสูตรสถานศึกษาท่ีสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พนั ธกิจ เป้าหมาย นโยบายและจุดเน้นของสถานศึกษา ตอบสนองความต้องการของชมุ ชนและท้องถิ่น เพ่ือใช้ ในการจัดการศึกษามุ่งพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีความประพฤติดี ความรู้ดี ความสามารถดี สามารถดำรงชีวิต ร่วมกับผู้อ่ืนอย่างมีความสุขบนพื้นฐานคุณธรรมและความเป็นไทย นอกจากน้ีโรงเรียนได้กำหนดจุดเน้นใน การพัฒนาตามแนวโรงเรียนวิถีพุทธและโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา โดยจัดรายวิชาเพ่ิมเติม ที่มุ่งเน้นการพัฒนาด้านคุณธรรม จริยธรรมของผู้เรียน และการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่สำคัญของผู้เรียน ด้านคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และคอมพิวเตอร์ มีการบูรณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทกุ กลุ่มสาระการเรียนรู้ การจัดทำหลักสูตรโรงเรียนวัดบ้านโป่ง “สามัคคีคุณูปถัมภ์” ฉบับน้ี ได้รับความร่วมมืออย่างดีย่ิง จากคณะกรรมการบริหารโรงเรียน ผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัย ผู้ปกครอง ชุมชน ผู้บริหาร และคณะครู โรงเรียนวัดบ้านโป่ง “สามัคคีคุณูปถัมภ์” ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ และประสบการณ์ในการดำเนินการจัดทำและ พิจารณาหลักสูตรให้เกิดความถูกต้อง สมบูรณ์สามารถนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และสอดคล้องกับ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) นำไปจัดการเรียนรู้ ให้กบั ผู้เรยี นได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ โรงเรียนวัดบ้านโป่ง “สามัคคีคุณูปถัมภ์” หวังเป็นอย่างย่ิงว่าหลักสูตรโรงเรียนฉบับนี้ จะส่งผลต่อ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีความรู้ ความสามารถ มีทักษะชีวิต และสามารถ ดำรงชีวิตในสังคมไดอ้ ย่างมคี วามสุข โรงเรียนวดั บา้ นโปง่ “สามัคคีคณุ ปู ถัมภ”์ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๕
สารบญั ๕ คำนำ หน้า บทนำ วิสัยทศั น์ ๑ หลกั การ ๒ จดุ หมาย ๒ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๒ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ๓ มาตรฐานการเรยี นรู้ ๓ ตัวชี้วัด ๔ สาระการเรยี นรู้ ๕ ความสมั พนั ธ์ของการพฒั นาผู้เรยี น ๖ สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ๗ กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น ๘ โครงสรา้ งเวลาเรียน ๑๓ โครงสร้างหลกั สตู ร ๑๗ การวดั ผลและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ๑๘ คำอธบิ ายรายวิชา ๓๒ - ภาษาไทย ๕๘ - คณติ ศาสตร์ ๗๖ - วทิ ยาศาสตร์ ๑๐๖ - สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๑๕๘ - สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๑๗๗ - ศิลปะ ๑๘๖ - การงานอาชีพ ๑๙๗ - ภาษาตา่ งประเทศ ๒๑๐ ภาคผนวก คำสั่งกระทรวงศึกษาธกิ ารท่ี ๑๒๓๙/๒๕๖๐ ๒๓๒ คำส่ังกระทรวงศึกษาธิการท่ี ๓๐/๒๕๖๑ ๒๓๓ คำสงั่ กระทรวงศึกษาธกิ ารที่ ๙๒๑/๒๕๖๑ ๒๓๔ ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ๒๓๖ ประกาศคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ๒๔๐
๑ ความนำ ความหมาย การจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐานจะต้องสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สภาพแวดล้อม และความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีท่ีเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เพื่อพัฒนาและ เสริมสร้างศักยภาพคนของชาติให้สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยการยกระดับ คุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ให้มีคุณภาพและมาตรฐานระดับสากลสอดคล้องกับประเทศไทย ๔.๐ และ โลกในศตวรรษท่ี ๒๑ กระทรวงศึกษาธิการโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานจึงได้ดำเนินการทบทวน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ โดยนำขอ้ มูลจากแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คม แห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี และแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ มาใช้เป็น กรอบและทิศทางในการพัฒนาหลักสูตรให้มีความเหมาะสมชัดเจนยงิ่ ขึน้ ในระยะสั้นเห็นควรปรับปรงุ หลักสูตร ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ซ่ึงมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ และเป็นรากฐานสำคัญท่ีจะช่วยให้มนุษย์มี ความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ได้อย่าง รอบคอบและถี่ถ้วน สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีท่ีเหมาะสมในการบูรณาการ กับความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เพ่ือแก้ปัญหาหรือพัฒนางานด้วยกระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรมท่ีนำไปสู่การคิดค้นส่ิงประดิษฐ์ หรือสร้างนวัตกรรมต่าง ๆ ท่ีเอ้ือประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต การใช้ ทักษะการคิดเชิงคำนวณ ความรู้ทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี และการส่ือสารในการแก้ปัญหาท่ี พบในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งใช้ความรู้ ความสามารถ ทักษะ กระบวนการ และเคร่ืองมือทาง ภูมิศาสตร์ เรียนรู้ส่ิงตา่ ง ๆ ท่ีอยูร่ อบตัวอย่างเข้าใจสภาพที่เป็นอยู่และการเปล่ยี นแปลง เพอ่ื นำไปสู่การจัดการ และปรับใชใ้ นการดำรงชีวติ และการประกอบอาชีพอย่างสร้างสรรค์ ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้สถานบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี (สสวท.) รับผิดชอบในการปรับปรุงหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ และสาระ เทคโนโลยีในกลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ซึง่ ตอ่ มาไดผ้ นวกรวมอยู่ในกลุม่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พนื้ ฐานรับผดิ ชอบปรบั ปรุงสาระภูมศิ าสตร์ในกลุ่มสาระ การเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดการเรียนรู้ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบับน้ี จัดทำข้ึนเพ่ือให้สถานศึกษาทุกสังกัดที่จัดการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ใช้เป็นกรอบในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาและจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเป็นแนวทางให้ ผู้เกี่ยวข้องเข้าใจเป้าหมายการพัฒนาผู้เรียน และมีส่วนร่วมในการส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้เรียนบรรลุตาม เป้าหมายท่ีกำหนดไว้ จากความสำคัญดังกล่าว โรงเรียนวัดบ้านโป่ง “สามัคคีคุณูปถัมภ์” จึงได้จัดทำเอกสารหลักสูตร โรงเรยี นวัดบ้านโปง่ “สามคั คคี ุณปู ถมั ภ”์ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) โดยกำหนดกรอบทิศทางในการจัดการเรียนการสอน เพ่ือพัฒนาผู้เรียนให้มีการเรียนรู้ตามมาตรฐานการศึกษาควบคู่การพัฒนาการเรียนรู้ด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ จิตใจ สังคม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ให้ มีคณุ ภาพและมาตรฐานระดับสากลสอดคล้องกับประเทศไทย ๔.๐ และโลกในศตวรรษท่ี ๒๑
๒ วิสยั ทัศนข์ องหลักสูตร หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดบ้านโป่ง “สามัคคีคุณูปถัมภ์” พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็น พลเมืองที่มคี ุณภาพ ตามมาตรฐานการศึกษาควบคู่การพัฒนาการเรียนรู้ด้านรา่ งกาย สติปญั ญา อารมณ์ จติ ใจ สังคม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ยกระดับคุณภาพการศึกษาของผู้เรียนให้มีคุณภาพ สอดคล้องกับ ประเทศไทย ๔.๐ และโลกในศตวรรษที่ ๒๑ สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมไทยและอาเซียนได้อย่างมีความสุข และยั่งยืนบนพืน้ ฐานของหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและแนววิถพี ุทธ หลักการ หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดบ้านโป่ง “สามัคคีคุณูปถัมภ์” พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) มีหลกั การสำคัญ ดงั น้ี ๑. เป็นหลักสูตรสถานศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองท่ีมีคุณภาพ ตามมาตรฐานการศึกษา ควบคกู่ ารพฒั นาการเรียนรู้ด้านร่างกาย สติปญั ญา อารมณ์ จติ ใจ สังคม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ๒. เป็นหลักสตู รสถานศกึ ษาทใ่ี หโ้ อกาสเยาวชนทุกคนไดร้ บั การศึกษาอยา่ งเสมอภาค และมคี ุณภาพ ๓. เป็นหลักสูตรสถานศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ๔. เปน็ หลกั สตู รสถานศกึ ษาที่มโี ครงสร้างยืดยนุ่ ดา้ นสาระการเรยี นรู้ เวลาเรยี นตามบริบทของโรงเรยี น และท้องถ่นิ ๕. เป็นหลกั สตู รสถานศึกษาเพือ่ การดำเนนิ ชวี ติ ตามวิถพี ทุ ธ และหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง จดุ หมาย หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดบ้านโป่ง “สามัคคีคุณูปถัมภ์” พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) มุ่งพัฒนาผู้เรียนเป็นคนดี มีคุณภาพเพ่ิมพูนความรู้และทักษะเฉพาะด้าน สนองตอบความสามารถ ความถนัดและความสนใจของผู้เรียน แต่ละคนทั้งด้านวิชาการและวิชาชีพ มีทักษะในการใช้วิทยาการและเทคโนโลยี ทักษะกระบวนการคิดข้ันสูง สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในการศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพ มุ่งพัฒนาตนและ ประเทศตามบทบาทของตน สามารถเป็นผู้นำและผู้ให้บริการชุมชนในด้านต่าง ๆ ตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกจิ พอเพียงและแนววิถพี ทุ ธ ดงั น้ี ๑. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมท่ีพึงประสงค์ ปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และแนววถิ พี ทุ ธ ๒. มีความรู้ ความสามารถ และทักษะชวี ิตเพ่ือใชใ้ นการศึกษาต่อ และประกอบอาชพี ๓. มสี ุขภาพกาย สุขภาพจติ ท่ดี ี มีนสิ ยั รกั การออกกำลังกาย ๔. มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิต และการปกครอง ตามระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมขุ ๕. มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม มจี ติ สาธารณะทมี่ งุ่ ทำประโยชน์ สร้างสงิ่ ทีด่ งี ามในสงั คมและอยูร่ ่วมกันในสงั คมอย่างมีความสุข
๓ สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดบ้านโป่ง “สามัคคีคุณูปถัมภ์” พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) มุ่งพัฒนาผู้เรียนเกิด สมรรถนะสำคญั ๕ ประการ ดงั น้ี ๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา ถ่ายทอดความคิด ความรู้ ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพ่ือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมท้ังการเจรจาต่อรองเพ่ือขจัดและ ลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจน การเลือกใช้วธิ กี ารสอ่ื สาร ทีม่ ีประสิทธิภาพโดยคำนงึ ถึงผลกระทบทม่ี ีต่อตนเองและสังคม ๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่าง สร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพ่ือนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศ เพอื่ การตัดสินใจเกยี่ วกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้ อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์ และ การเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไข ปญั หา และมีการตดั สินใจท่ีมปี ระสทิ ธิภาพโดยคำนงึ ถึงผลกระทบท่ีเกดิ ขนึ้ ต่อตนเอง สังคม และสิง่ แวดล้อม ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ใน การดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันใน สังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่าง เหมาะสม การปรับตัวใหท้ นั กับการเปลี่ยนแปลงของสงั คมและสภาพแวดลอ้ ม และการรู้จกั หลีกเลย่ี งพฤติกรรม ไมพ่ ึงประสงคท์ ่ีส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อ่ืน ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงาน การแกป้ ัญหาอย่างสรา้ งสรรค์ ถกู ต้องเหมาะสม และมคี ุณธรรม คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดบ้านโป่ง “สามัคคีคุณูปถัมภ์” พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนในสังคมได้อย่างมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทย และพลโลก ดงั น้ี ๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ๒. ซื่อสตั ย์สจุ รติ ๓. มวี ินัย ๔. ใฝเ่ รียนรู้ ๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง ๖. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน ๗. รักความเปน็ ไทย ๘. มจี ติ สาธารณะ
๔ มาตรฐานการเรียนรู้ การพฒั นาผเู้ รยี นใหเ้ กดิ ความสมดลุ ต้องคำนึงถึงหลกั พัฒนาการทางสมองและพหปุ ญั ญา หลกั สตู ร แกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน จงึ กำหนดใหผ้ ู้เรียนเรียนรู้ ๘ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ดังนี้ ๑. ภาษาไทย ๒. คณิตศาสตร์ ๓. วทิ ยาศาสตร์ ๔. สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๕. สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๖. ศิลปะ ๗. การงานอาชพี และเทคโนโลยี ๘. ภาษาต่างประเทศ กลมุ่ สาระการเรยี นรไู้ ดก้ ำหนดมาตรฐานการเรียนรู้เปน็ เป้าหมายสำคัญของการพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี น มาตรฐานการเรียนรู้ ระบุส่ิงที่ผู้เรียนพึงรู้ และปฏิบัติได้ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมท่ีพึงประสงค์ ที่ต้องการให้เกิดแก่ผู้เรียนเม่ือจบการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน นอกจากนั้น มาตรฐานการเรียนรู้ ยังเป็นกลไกสำคัญ ในการขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษาท้ังระบบ เพราะมาตรฐานการเรียนรู้จะสะท้อนให้ทราบว่า ต้องการอะไร ต้องสอนอะไร จะสอนอย่างไร และประเมินอย่างไร รวมท้ังเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบเพ่ือการประกัน คุณภาพการศึกษา โดยใช้ระบบการประเมินคุณภาพภายใน และการประเมินคุณภาพภายนอก ซึ่งรวมถึง การทดสอบระดับชาติ ระบบการตรวจสอบเพ่ือประกันคุณภาพดังกล่าวเป็นส่ิงสำคัญท่ีชว่ ยสะท้อนภาพการจัด การศกึ ษาวา่ สามารถพัฒนาผู้เรยี นให้มีคณุ ภาพตามท่ีมาตรฐานการเรยี นรู้กำหนดเพียงใด
๕ ตัวชี้วดั ตัวช้ีวัดระบุสิ่งที่ผู้เรียนพึงรู้ และปฏิบัติได้ รวมท้ังคุณลักษณะของผู้เรียนในแต่ละระดับชั้น ซ่ึงสะท้อน ถึงมาตรฐานการเรียนรู้ มีความเฉพาะเจาะจง และมีความเป็นรูปธรรม นำไปใช้ในการกำหนดเน้ือหา จัดทำ หน่วยการเรียนรู้ จดั การเรยี นการสอน และเกณฑส์ ำคัญสำหรับการวดั ประเมินผลเพือ่ ตรวจสอบคุณภาพผเู้ รยี น ๑. ตวั ช้ีวดั ช้ันปี เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผ้เู รียนแต่ละปใี นระดบั การศกึ ษาภาคบงั คับ (ประถมศึกษาปีท่ี ๑ – มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓) ๒. ตวั ชี้วัดชว่ งชั้น เป็นเป้าหมายในการพฒั นาผู้เรียนในระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย (มัธยมศกึ ษา ปีที่ ๔ – ๖) หลักสูตรได้มีการกำหนดรหัสกำกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด เพื่อความเข้าใจและใช้สื่อสาร ตรงกนั ดงั นี้
๖ สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ ประกอบด้วย องค์ความรู้ ทักษะหรือกระบวนการเรียนรู้ และคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ซ่ึงกำหนดให้ผู้เรียนทุกคนในระดับข้ันพื้นฐานจำเป็นต้องเรียนรู้ โดยแบ่งเป็น ๘ กลุ่มสาระ การเรยี นรู้ ดงั น้ี
๗ ความสัมพันธ์ของการพัฒนาคณุ ภาพผู้เรยี นตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน
๘ สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานกำหนดมาตรฐานการเรยี นรู้ใน ๘ กลุม่ สาระการเรียนรู้ จำนวน ๓๒ สาระ ๕๗ มาตรฐาน ดังน้ี กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย (๕ สาระ ๕ มาตรฐาน) สาระท่ี ๑ การอา่ น มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคิดเพอ่ื นาไปใช้ แกป้ ัญหาใน การดำเนนิ ชีวติ และมนี สิ ัยรกั การอา่ น สาระท่ี ๒ การเขียน มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ และเขยี นเรือ่ งราวใน รูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอยา่ งมี ประสทิ ธิภาพ สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพดู มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟงั และดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด ความรู้สกึ ในโอกาสต่าง ๆ อย่างมวี จิ ารณญาณ และสร้างสรรค์ สาระท่ี ๔ หลกั การใชภ้ าษาไทย มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรักษา ภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติ ของชาติ สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์วรรณคดี และวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณคา่ และนามาประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตจริง กล่มุ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (๓ สาระการเรยี นรู้ ๗ มาตรฐานการเรยี นร)ู้ สาระท่ี ๑ จำนวนและพชี คณติ มาตรฐาน ค ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ จำนวน ผลทเ่ี กิดข้นึ จากการดำเนินการ สมบตั ขิ องการดำเนนิ การ และนำไปใช้ มาตรฐาน ค ๑.๒ เข้าใจและวิเคราะหแ์ บบรปู ความสัมพันธ์ ฟงั กช์ นั ลำดับและอนุกรม และนำไปใช้ มาตรฐาน ค ๑.๓ ใช้นิพจน์ สมการ อสมการ และเมทริกซ์ อธบิ ายความสัมพันธห์ รอื ชว่ ยแกป้ ญั หาท่ี กำหนดให้ สาระท่ี ๒ การวัดและเรขาคณติ มาตรฐาน ค ๒.๑ เขา้ ใจพืน้ ฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสง่ิ ที่ต้องการวดั และนำไปใช้ มาตรฐาน ค ๒.๒ เขา้ ใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบัติของรปู เรขาคณิต ความสมั พนั ธ์ระหว่างรูป เรขาคณิตและทฤษฎบี ททางเรขาคณติ และนำไปใช้ สาระท่ี ๓ สถติ ิและความน่าจะเป็น มาตรฐาน ค ๓.๑ เขา้ ใจกระบวนการทางสถติ ิ และใช้ความรทู้ างสถิตใิ นการแกป้ ัญหา มาตรฐาน ค ๓.๒ เขา้ ใจหลักการนับเบอ้ื งต้น ความน่าจะเปน็ และนำไปใช้
๙ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ (๓ สาระ ๑๐ มาตรฐาน) สาระที่ ๑ วิทยาศาสตรช์ วี ภาพ มาตรฐาน ว ๑.๑ เขา้ ใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพนั ธร์ ะหว่างสงิ่ ไมม่ ชี ีวิตกับสิ่งมชี ีวิต และความสัมพันธร์ ะหวา่ งสง่ิ มีชีวิตกบั ส่งิ มีชวี ิตตา่ ง ๆ ในระบบนเิ วศ การถ่ายทอด พลงั งาน การเปล่ียนแปลงแทนท่ีในระบบนเิ วศ ความหมายของประชากร ปญั หา และผลกระทบท่มี ีต่อทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ ทรพั ยากรธรรมชาติและการแก้ไขปญั หาส่ิงแวดล้อม รวมทัง้ นาความรไู้ ปใช้ประโยชน์ มาตรฐาน ว ๑.๒ เขา้ ใจสมบตั ขิ องสงิ่ มชี ีวติ หนว่ ยพ้ืนฐานของสง่ิ มีชวี ติ การลำเลยี งสารเข้าและออก จากเซลล์ ความสัมพนั ธข์ องโครงสร้าง และหน้าทข่ี องระบบต่าง ๆ ของสัตวแ์ ละ มนษุ ยท์ ที่ ำงานสมั พันธ์กัน ความสมั พันธข์ องโครงสร้าง และหน้าท่ขี องอวยั วะตา่ ง ๆ ของพชื ท่ที ำงานสัมพันธ์กัน รวมทง้ั นำความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์ มาตรฐาน ว ๑.๓ เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม สารพันธกุ รรม การเปลี่ยนแปลงทางพนั ธุกรรมท่มี ผี ลตอ่ ส่ิงมีชวี ิต ความหลากหลาย ทางชีวภาพและววิ ฒั นาการของส่ิงมชี ีวติ รวมทัง้ นาความรู้ไปใช้ประโยชน์ สาระที่ ๒ วิทยาศาสตรก์ ายภาพ มาตรฐาน ว ๒.๑ เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสมั พนั ธร์ ะหว่างสมบตั ิของสสาร กบั โครงสร้างและแรงยดึ เหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลกั และธรรมชาตขิ อง การเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกดิ ปฏิกิริยาเคมี มาตรฐาน ว ๒.๒ เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวติ ประจำวัน ผลของแรงทีก่ ระทำต่อวตั ถุ ลักษณะ การเคลื่อนที่แบบตา่ ง ๆ ของวัตถุ รวมทัง้ นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ มาตรฐาน ว ๒.๓ เข้าใจความหมายของพลงั งาน การเปลย่ี นแปลงและการถ่ายโอนพลงั งาน ปฏสิ มั พนั ธร์ ะหวา่ งสสารและพลงั งาน พลงั งานในชีวติ ประจำวัน ธรรมชาติของคล่ืน ปรากฏการณ์ทีเ่ กยี่ วข้องกับเสียง แสง และคลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟ้า รวมทง้ั นำความรไู้ ปใช้ ประโยชน์ สาระที่ ๓ วิทยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจองคป์ ระกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของ เอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทง้ั ปฏิสมั พันธ์ภายในระบบสรุ ิยะท่ีสง่ ผลตอ่ ส่ิงมชี ีวติ และการประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยีอวกาศ มาตรฐาน ว ๓.๒ เขา้ ใจองค์ประกอบและความสัมพนั ธข์ องระบบโลก กระบวนการเปลย่ี นแปลง ภายในโลก และบนผวิ โลก ธรณพี บิ ัติภัย กระบวนการเปลีย่ นแปลงลม ฟ้า อากาศ และภมู อิ ากาศโลก รวมทั้งผลต่อส่งิ มีชีวติ และสิ่งแวดลอ้ ม สาระที่ ๔ เทคโนโลยี มาตรฐาน ว ๔.๑ เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพ่ือการดำรงชีวิตในสงั คมท่ีมี การเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว ใชค้ วามรู้และทกั ษะทางด้านวทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และศาสตร์ อืน่ ๆ เพือ่ แกป้ ัญหาหรอื พัฒนางานอย่างมีความคดิ สรา้ งสรรคด์ ว้ ยกระบวนการ ออกแบบเชิงวศิ วกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคำนึงถงึ ผลกระทบต่อ ชีวิต สงั คม และสิ่งแวดล้อม
๑๐ มาตรฐาน ว ๔.๒ เขา้ ใจและใชแ้ นวคดิ เชงิ คำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชวี ิตจรงิ อยา่ งเปน็ ขน้ั ตอน และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ รู้เท่าทัน และมีจรยิ ธรรม กล่มุ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม (๕ สาระ ๑๑ มาตรฐาน) สาระท่ี ๑ ศาสนา ศลี ธรรม จรยิ ธรรม มาตรฐาน ส ๑.๑ รู้ และเข้าใจประวตั ิ ความสำคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนา ท่ีตนนบั ถือและศาสนาอน่ื มศี รัทธาทถี่ กู ต้อง ยดึ มน่ั และปฏบิ ตั ติ ามหลกั ธรรมเพ่อื อยรู่ ว่ มกันอย่างสนั ติสุข มาตรฐาน ส๑.๒ เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนทด่ี ี และธารงรกั ษาพระพุทธศาสนาหรือ ศาสนาท่ตี นนบั ถือ สาระที่ ๒ หนา้ ที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนนิ ชีวติ ในสงั คม มาตรฐาน ส ๒.๑ เขา้ ใจและปฏบิ ัติตนตามหน้าทขี่ องการเป็นพลเมืองดี มคี า่ นิยมทีด่ งี ามและธำรง รกั ษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสงั คมไทย และ สงั คมโลก อย่างสันตสิ ขุ มาตรฐาน ส ๒.๒ เขา้ ใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปจั จบุ ัน ยดึ มนั่ ศรัทธา และธำรงรกั ษาไว้ ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมขุ สาระที่ ๓ เศรษฐศาสตร์ มาตรฐาน ส ๓.๑ เขา้ ใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบรโิ ภค การใช้ ทรัพยากรท่ีมอี ยู่จำกัดได้อย่างมปี ระสิทธิภาพและคุ้มคา่ รวมทั้งเขา้ ใจหลักการของ เศรษฐกิจพอเพยี ง เพ่ือการดำรงชวี ติ อยา่ งมดี ลุ ยภาพ มาตรฐาน ส ๓.๒ เขา้ ใจระบบ และสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกจิ และความ จำเปน็ ของการร่วมมือกนั ทางเศรษฐกิจในสังคมโลก สาระท่ี ๔ ประวัตศิ าสตร์ มาตรฐาน ส ๔.๑ เข้าใจความหมาย ความสำคัญของเวลาและยคุ สมยั ทางประวตั ศิ าสตร์ สามารถใช้ วธิ กี ารทางประวตั ิศาสตรม์ าวิเคราะห์เหตกุ ารณ์ต่าง ๆ อย่างเปน็ ระบบ มาตรฐาน ส ๔.๒ เขา้ ใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดตี จนถึงปัจจบุ นั ในด้านความสัมพนั ธแ์ ละ การเปล่ยี นแปลงของเหตุการณ์อย่างต่อเน่ือง ตระหนักถึงความสำคัญและสามารถ วิเคราะห์ผลกระทบท่ีเกิดขน้ึ มาตรฐาน ส ๔.๓ เขา้ ใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภมู ปิ ัญญาไทย มคี วามรัก ความภูมิใจ และธำรงความเปน็ ไทย สาระที่ ๕ ภูมิศาสตร์ มาตรฐาน ส ๕.๑ เข้าใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพันธข์ องสรรพสง่ิ ซึ่งมี ผลตอ่ กนั ใช้ แผนทีแ่ ละเคร่ืองมือทางภูมศิ าสตร์ในการค้นหา วเิ คราะห์ และสรปุ ข้อมูลตาม กระบวนการทางภูมิศาสตร์ ตลอดจนใช้ภูมสิ ารสนเทศอย่างมปี ระสิทธิภาพ มาตรฐาน ส ๕.๒ เขา้ ใจปฏิสมั พนั ธ์ระหวา่ งมนุษยก์ ับส่งิ แวดล้อมทางกายภาพทก่ี ่อใหเ้ กิดการสร้าง สรรคว์ ิถีการดำเนินชีวิต มีจติ สำนึกและมีสว่ นร่วมในการจดั การทรัพยากร และ ส่งิ แวดลอ้ มเพอื่ การพฒั นาท่ยี ่งั ยนื
๑๑ กล่มุ สาระการเรยี นรูส้ ุขศึกษาและพลศึกษา (๕ สาระ ๖ มาตรฐาน) สาระที่ ๑ การเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการของมนษุ ย์ มาตรฐาน พ ๑.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของการเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการของมนษุ ย์ สาระท่ี ๒ ชีวิตและครอบครัว มาตรฐาน พ ๒.๑ เข้าใจและเห็นคณุ คา่ ตนเอง ครอบครวั เพศศึกษา และมีทกั ษะในการดำเนินชีวติ สาระที่ ๓ การเคลือ่ นไหว การออกกาลังกาย การเล่นเกม กฬี าไทย และกีฬาสากล มาตรฐาน พ ๓.๑ เข้าใจ มที ักษะในการเคล่ือนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา มาตรฐาน พ ๓.๒ รักการออกกำลงั กาย การเล่นเกม และการเล่นกฬี า ปฏิบตั เิ ปน็ ประจำอย่าง สม่ำเสมอ มวี ินยั เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีนำ้ ใจนักกฬี า มจี ิตวิญญาณในการแข่งขนั และชืน่ ชมในสุนทรยี ภาพของการกีฬา สาระท่ี ๔ การสรา้ งเสริมสุขภาพ สมรรถภาพและการปอ้ งกนั โรค มาตรฐาน พ ๔.๑ เหน็ คุณคา่ และมที ักษะในการสรา้ งเสรมิ สุขภาพ การดำรงสุขภาพ การป้องกันโรค และการสร้างเสริมสมรรถภาพเพ่ือสุขภาพ สาระท่ี ๕ ความปลอดภัยในชีวิต มาตรฐาน พ ๕.๑ ปอ้ งกันและหลกี เลีย่ งปัจจยั เสย่ี ง พฤติกรรมเสย่ี งต่อสขุ ภาพ อุบตั ิเหตุ การใช้ยา สารเสพตดิ และความรุนแรง สาระการเรยี นรู้ศิลปะ (๓ สาระ ๖ มาตรฐาน) สาระท่ี ๑ ทัศนศิลป์ มาตรฐาน ศ ๑.๑ สรา้ งสรรคง์ านทศั นศิลปต์ ามจนิ ตนาการ และความคิดสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษ์ วจิ ารณ์คุณคา่ งานทัศนศลิ ป์ ถ่ายทอดความรู้สกึ ความคิดตอ่ งานศลิ ปะอยา่ งอสิ ระ ชื่นชม และประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจำวัน มาตรฐาน ศ ๑.๒ เข้าใจความสัมพนั ธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวตั ิศาสตร์ และวฒั นธรรม เหน็ คุณคา่ งาน ทัศนศิลปท์ เ่ี ป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปัญญาทอ้ งถิน่ ภูมิปญั ญาไทยและสากล สาระที่ ๒ ดนตรี มาตรฐาน ศ ๒.๑ เขา้ ใจและแสดงออกทางดนตรอี ย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษว์ จิ ารณ์คุณคา่ ดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก ความคดิ ต่อดนตรีอยา่ งอิสระ ชื่นชม และประยุกตใ์ ชใ้ น ชีวิตประจำวนั มาตรฐาน ศ ๒.๒ เขา้ ใจความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งดนตรี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เหน็ คุณค่าของ ดนตรีท่เี ปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาท้องถ่ิน ภูมิปัญญาไทยและสากล สาระที่ ๓ นาฏศลิ ป์ มาตรฐาน ศ ๓.๑ เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศลิ ปอ์ ย่างสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์คุณคา่ นาฏศลิ ป์ ถ่ายทอดความรสู้ กึ ความคิดอย่างอิสระ ช่ืนชม และ ประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตประจำวนั มาตรฐาน ศ ๓.๒ เขา้ ใจความสัมพันธร์ ะหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตรแ์ ละวัฒนธรรม เห็นคณุ คา่ ของ นาฏศลิ ปท์ ่ีเปน็ มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถ่ิน ภูมปิ ัญญาไทยและสากล
๑๒ กล่มุ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชีพและเทคโนโลยี (๔ สาระ ๔ มาตรฐาน) สาระที่ ๑ การดำรงชีวติ และครอบครัว มาตรฐาน ง ๑.๑ เข้าใจการทำงาน มคี วามคิดสร้างสรรค์ มีทกั ษะกระบวนการทำงาน ทักษะ การจดั การ ทกั ษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทางานร่วมกนั และทกั ษะ การแสวงหาความรู้ มคี ุณธรรม และลกั ษณะนิสยั ในการทำงาน มจี ติ สำนึกในการใช้ พลังงาน ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม เพื่อการดำรงชีวติ และครอบครัว สาระท่ี ๒ การออกแบบและเทคโนโลยี มาตรฐาน ง ๒.๑ เข้าใจเทคโนโลยีและกระบวนการเทคโนโลยี ออกแบบและสรา้ งสิ่งของเครื่องใช้ หรือวิธีการตามกระบวนการเทคโนโลยอี ย่างมีความคิดสร้างสรรค์ เลอื กใช้ เทคโนโลยีในทางสรา้ งสรรคต์ ่อชีวติ สงั คม สิ่งแวดล้อม และมสี ว่ นรว่ มในการจดั การ เทคโนโลยีทย่ี ัง่ ยืน สาระที่ ๓ เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สาร มาตรฐาน ง ๓.๑ เข้าใจ เหน็ คณุ ค่า และใชก้ ระบวนการเทคโนโลยสี ารสนเทศในการสบื ค้น ขอ้ มูลการเรียนรู้ การสอ่ื สาร การแก้ปญั หา การทางาน และอาชีพอยา่ งมี ประสิทธิภาพ ประสิทธผิ ล และมีคณุ ธรรม สาระท่ี ๔ การอาชพี มาตรฐาน ง ๔.๑ เข้าใจ มีทักษะทจี่ ำเป็น มีประสบการณ์ เห็นแนวทางในงานอาชีพ ใชเ้ ทคโนโลยี เพื่อพฒั นาอาชีพ มีคุณธรรม และมเี จตคติทีด่ ีต่ออาชพี สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (๔ สาระ ๘ มาตรฐาน) สาระท่ี ๑ ภาษาเพือ่ การส่ือสาร มาตรฐาน ต ๑.๑ เขา้ ใจและตีความเรื่องทฟ่ี งั และอ่านจากส่ือประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเหน็ อย่างมีเหตผุ ล มาตรฐาน ต ๑.๒ มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอ้ มูลข่าวสาร แสดงความรูส้ กึ และ ความคิดเห็นอยา่ งมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ต ๑.๓ นำเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเหน็ ในเร่ืองตา่ ง ๆ โดย การพดู และการเขยี น สาระที่ ๒ ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต ๒.๑ เขา้ ใจความสมั พันธ์ระหวา่ งภาษากับวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และนำไปใชไ้ ด้ อย่างเหมาะสมกบั กาลเทศะ มาตรฐาน ต ๒.๒ เข้าใจความเหมือนและความแตกตา่ งระหว่างภาษาและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา กบั ภาษาและวฒั นธรรมไทย และนามาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม สาระท่ี ๓ ภาษากบั ความสัมพันธก์ ับกลุ่มสาระการเรยี นรอู้ น่ื มาตรฐาน ต ๓.๑ ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการเชื่อมโยงความรกู้ บั กลุ่มสาระการเรียนรูอ้ นื่ และเปน็ พน้ื ฐานในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน สาระที่ ๔ ภาษากับความสมั พันธก์ ับชมุ ชนและโลก มาตรฐาน ต ๔.๑ ใชภ้ าษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทง้ั ในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม มาตรฐาน ต ๔.๒ ใชภ้ าษาต่างประเทศเป็นเคร่ืองมือพน้ื ฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และ การแลกเปลีย่ นเรียนรกู้ ับสังคมโลก
๑๓ กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี นตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มงุ่ ให้ผู้เรียนได้ พัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอย่างรอบด้านเพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ท้ังร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เสริมสร้างให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัยปลูกฝังและสร้างจิตส ำนึกของการทำ ประโยชน์เพื่อสังคม สามารถจัดการตนเองได้ และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้ใช้องค์ความรู้ ทักษะและเจตคติจากการเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ และประสบการณ์ ของผู้เรียนมาปฏิบัติกิจกรรมเพ่ือช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ ได้แก่ ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการคิดความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต และความสามารถใน การใช้เทคโนโลยี ซึ่งจะส่งผลในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ได้แก่ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ เกดิ ทักษะการทำงาน และอย่รู ่วมกับผอู้ ื่นในสังคมไดอ้ ย่างมคี วามสขุ ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียน วัดบ้านโป่ง “สามัคคีคุณูปถัมภ์” พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) เน้นให้มีความสมดุลในการจัดกิจกรรมรายบุคคลและกิจกรรมกลุ่ม รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมท้ังในและนอก สถานศกึ ษา ได้แก่ ๑. กจิ กรรมแนะแนว ๒. กจิ กรรมนักเรยี น ประกอบดว้ ย ๒.๑ ลูกเสือ-เนตรนารี ๒.๒ ชมุ นุม ชมรม ๓. กิจกรรมเพื่อสงั คม และสาธารณประโยชน์ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น โดยแบ่งออกเปน็ ๓ ลักษณะ ดังนี้ ๑. กจิ กรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมและพัฒนานักเรียนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ รู้จัก เข้าใจ รักและเห็นคุณค่าใน ตนเองและผู้อื่น เพ่ือให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ สามารถวางแผนการเรียน อาชีพ รวมท้ังการดำรงชีวิตและสังคม เพื่อให้ผู้เรียนสามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสม และอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่างมีความสุขทั้งนี้นักเรียน ทุกคนต้อง เขา้ รว่ มกิจกรรมแนะแนว ๔๐ ชวั่ โมงต่อปกี ารศกึ ษา แนวการจดั กิจกรรมแนะแนว ๑) สำรวจสภาพปัญหา ความต้องการ ความสนใจและธรรมชาตขิ องผู้เรียนเพอ่ื เปน็ ข้อมูลใน การกำหนดแนวทาง และแผนการปฏบิ ัติกิจกรรมแนะแนว ๒) ศกึ ษาวิสัยทัศน์ของสถานศึกษา และวเิ คราะหข์ ้อมูลของผ้เู รียนทีไ่ ด้จากการสำรวจ ๓) กำหนดสดั ส่วนสาระของกิจกรรมในแตล่ ะดา้ น ๔) กำหนดสัดสว่ นสารของกิจกรรมในแต่ละดา้ น ๕) จดั ทำรายละเอยี ดของแต่ละกจิ กรรม ขอบข่ายการจดั กิจกรรมแนะแนว ๑) ด้านการศกึ ษา ใหผ้ ู้เรยี นไดพ้ ัฒนาตนเองในดา้ นการเรยี นอยา่ งเต็มศักยภาพ รจู้ กั แสวงหาและ ใชข้ ้อมลู ประกอบการวางแผนการเรียนหรอื การศกึ ษาต่อไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ มีนสิ ัยใฝ่รู้ ใฝ่เรียน มวี ิธีการเรยี นรูแ้ ละสามารถวางแผนการเรียนหรอื การศกึ ษาต่อไดอ้ ย่างเหมาะสม
๑๔ ๒) ด้านการงานและอาชีพ ใหผ้ เู้ รยี นได้รูจ้ ักตนเองในทุกดา้ น รู้และเขา้ ใจโลกของงานอาชีพอย่าง หลากหลาย มีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต มีการเตรียมตัวสู่อาชีพ สามารถวางแผนเพื่อประกอบ อาชีพตามท่ีตนเองมคี วามถนัดและสนใจ ๓) ดา้ นชวี ิตและสงั คม ให้ผู้เรียนรจู้ ักและเข้าใจตนเอง รักและเหน็ คุณคา่ ในตนเอง และผู้อืน่ รกั ษส์ ิ่งแวดลอ้ ม มวี ฒุ ิภาวะทางอารมณ์ มเี จตคติที่ดีต่อการมชี วี ติ ทีด่ มี คี ุณภาพ มีทกั ษะ และสามารถปรบั ตวั ใหด้ ารงชวี ิตอยู่ในสังคมไดอ้ ย่างมีความสุข ๒. กจิ กรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนานักเรียนให้ผู้เรียนได้เข้าร่วมกิจกรรมตามความถนัด และความสนใจ โดยเน้นเรอื่ งคุณธรรม จรยิ ธรรม ความมรี ะเบียบวินัยไม่เห็นแกต่ วั มคี วามเปน็ ผนู้ ำ ผตู้ ามท่ดี ี มคี วามรับผิดชอบ การทำงานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจ ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันกัน เอ้ืออาทรและ สมานฉนั ท์ การจัดกิจกรรม ดำเนนิ การดังน้ี ๑) จดั ใหส้ อดคล้องกับความสามารถ และความสนใจของผเู้ รียน ๒) เน้นให้ผเู้ รยี นไดป้ ฏิบัติดว้ ยตนเองในทุกขน้ั ตอน ๓) เน้นการทำงานรว่ มกนั เปน็ กลมุ่ ตามความเหมาะสม และสอดคลอ้ งกับวฒุ ภิ าวะของผู้เรียน ตลอดจนบริบทของสถานศกึ ษาและทอ้ งถิ่น กิจกรรมนักเรียนประกอบด้วย ๒.๑ กิจกรรมลูกเสือ/เนตรนารี/ยุวกาชาด นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมลูกเสือ/เนตรนารี/ ยุวกาชาด ๔๐ ชว่ั โมงตอ่ ปกี ารศึกษา แนวการจัดกจิ กรรมลกู เสือ/เนตรนาร/ี ยุวกาชาด กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี เป็นกิจกรรที่มุ่งปลูกฝังระเบียบ วินัย และกฎเกณฑ์เพื่อการอยู่ร่วมกันให้ รจู้ ักการเสียสละ และบำเพ็ญประโยชน์แก่สังคมและวิถีชีวิตในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งการจัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ รวมทั้งให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง การศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ โดยกำหนดหลักสูตรเป็น ๓ ประเภท ดงั นี้ ๑) ลกู เสือสำรอง ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑ - ๓ ๒) ลูกเสอื สามญั ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๔ - ๖ ๓) ลูกเสอื สามัญร่นุ ใหญ่ ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ ๑ - ๓ ๒.๒ กิจกรรมชุมนุม ชมรม เป็นกจิ กรรมที่ผ้เู รยี นรวมกลุ่มกันจดั ข้ึนตามความสามารถ ความถนัด และ ความสนใจของผู้เรียน เพื่อเติมเต็มความรู้ ความชานาญ ประสบการณ์ ทักษะ เจตคติเพื่อพัฒนาตนเองตาม ศักยภาพ ทง้ั นี้นกั เรียนทุกคนตอ้ งเข้ารว่ มกิจกรรมชมุ นุม ๒๐ ช่วั โมงตอ่ ปีการศึกษา แนวการจดั กิจกรรมชมุ นุม กิจกรรมชุมนุม ชมรม เป็นกิจกรรมที่ให้ผู้เรียนรวมกลุ่มกันจัดข้ึนตามความสามารถ ความถนัด และ ความสนใจของผู้เรียน เพื่อเติมความรู้ ความชำนาญ ประสบการณ์ ทักษะเจตคติเพื่อพัฒนาตนเองตาม ศกั ยภาพ ซงึ่ นกั เรยี นสามารถเลอื กเขา้ ชมรม ชมุ นมุ ได้ดงั น้ี ๑. ชมุ นมุ ดนตรี นาฏศลิ ป์ ๒. ชมุ นมุ กีฬาและนนั ทนาการ ๓. ชมุ นุมธนาคารขยะ ๔. ชมุ นุมสง่ เสริมสุขภาพ ๕. ชมุ นมุ คอมพิวเตอร์ ๖. ชุมนุมศลิ ปะ ๗. ชมุ นุมเกษตรตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๑๕ ๘. ชมุ นมุ ออมทรัพย์ ๙. ชุมนมุ ความเป็นเลิศทางวชิ าการ ๑๐. อน่ื ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารหลักสตู รและงานวิชาการเหน็ ว่าเหมาะสม ๓. กจิ กรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนานักเรียนให้นักเรียนทำ กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นความมุ่งหวังที่จะสร้าง “จิตสาธารณะ” หรือ “ความรับผิดชอบ ตอ่ สงั คม” และคณุ ลักษณะแฝงอนื่ ๆ อีกมากมาย ทงั้ น้ีนักเรยี นทุกคนต้องเขา้ ร่วมกจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ๒๐ ชวั่ โมงตอ่ ปีการศึกษา แนวการจดั กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ มแี นวทางดงั นี้ ๑) ส่งเสริมให้เดก็ มคี วามสามารถในการดแู ลรักษาบา้ น และรบั ผดิ ชอบงานบา้ น ถือเปน็ งาน สาธารณะท่ีใกล้ตัวที่สุด โดยมีพฤติกรรมที่เป็นรูปธรรม เช่น ตื่นนอนแต่เช้า กวาดบ้าน-ถูบ้าน จดั ระเบยี บ กวาดบริเวณบา้ น ๒) ส่งเสรมิ ใหเ้ ดก็ รว่ มรบั ผิดชอบในการดูแลรักษา ซอย หมบู่ ้านท่อี ยู่อาศยั โรงเรยี น วัด ทส่ี าธารณประโยชน์ โดยมีพฤติกรรมที่เปน็ รปู ธรรม เช่น ปลูกต้นไม้ (ไม้ดอก ไม้ประดับ) หน้าบ้าน บรเิ วณโรงเรยี น วัด พร้อมดูแลรกั ษา กวาด ทำความสะอาดถนนหรือที่สาธารณะ รอบบา้ นในรัศมี ๕ เมตร เป็นกรรมการฝ่ายเยาวชนเพอ่ื การดูแลรักษา ซอย หมบู่ า้ นที่อยอู่ าศัย เปน็ ตน้ ๓) สถานศึกษาเป็นแกนนำในการพัฒนาชุมชนในรัศมที ่เี ปน็ ทตี่ ง้ั ของสถานศึกษา เชน่ รบั ผิดชอบ ดูแลในรัศมี ๑ กิโลเมตร รอบสถานศึกษา โดยร่วมกับชุมชนอย่างจริงจังในการพัฒนาบรรยากาศ ส่ิงแวดล้อมของชุมชน ทั้งนี้ อาจปฏิบัติการผ่านกิจกรรมชุมนุมที่มีอยู่ในโรงเรียน และเน้นให้ นักเรียนมีบทบาทหลักในการร่วมวางแผนพัฒนา การปฏิบัติการเช่นน้ี เสมือน “การใช้ชุมชนที่ เป็นที่ตั้งของสถานศึกษา เป็นห้องปฏิบัติการทดลองประสบการณ์ชีวิตต่าง ๆ แก่ผู้เรียน” ท้ังนี้ เช่ือว่า หากนักเรียนมองเห็นแนวทางการพัฒนาชุมชนที่เป็นรูปธรรม ๑ ชุมชน นักเรียนเหล่านั้น จะสามารถนาประสบการณ์ไปประยุกต์ใช้ในชุมชนที่อยู่อาศัยของตนเองได้ในอนาคต อีกท้ัง โรงเรยี นเองกจ็ ะเปน็ ท่ีรักใคร่ เป็นที่พอใจของชมุ ชนทีเ่ ป็นทต่ี ้ังของโรงเรียนเป็นโรงเรยี นของชุมชน อย่างแท้จริง (อนึ่งชุมชน อาจให้การสนับสนุนงบประมาณเพื่อการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ในส่วนนี้) ๔) ประสานงานกับผู้ปกครอง หรือเครือข่ายผู้ปกครอง ให้ร่วม กันวางแผนเพื่อทำกิจกรรม สาธารณประโยชน์ร่วมกันเป็นวงศ์ตระกูล โดยวางแผนเป็นรายปี พร้อมแจ้งแผนงานให้โรงเรียน ทราบตั้งแต่ต้นปี การกระทำเช่นน้ี นอกจากจะเป็นการแบ่งเบาภาระของโรงเรียนในการส่งเสริม ให้นักเรียนจัดทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์แล้ว ยังเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว และสง่ เสริมใหค้ รอบครัวไทย “มีจิตสาธารณะไปในตวั ดว้ ย” ๕) ส่งเสริมให้นักเรียนใชท้ รัพยากรอยา่ งคุม้ ค่า เชน่ รู้จักปิดนำ้ ปิดไฟ เมอื่ เลิกใช้ ทิ้งขยะในถังขยะ ช่วยดูแลสาธารณสมบัติ ช่วยดูแลรักษาทรัพยากรทางธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมท้ังในโรงเรียน หมู่บา้ น ชุมชน เป็นตน้
๑๖ กจิ กรรมลดเวลาเรียนเพ่ิมเวลารู้ การลดเวลาเรียน หมายถึง การลดเวลาเรียนภาควิชาการ และการลดเวลาของการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ท่ีผู้เรียนเป็นผู้รับความรู้ เช่น การบรรยาย การสาธิต การศึกษาใบความรู้ ให้น้อยลง และการเพิ่ม เวลารู้ หมายถึง การเพิ่มเวลาและโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง มีประสบการณ์ตรง คิดวิเคราะห์ ทำงาน เป็นทมี และเรียนรู้ดว้ ยตนเองอย่างมีความสขุ จากกจิ กรรมสร้างสรรค์ทหี่ ลากหลายมากข้ึน แนวการจดั กิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ มีแนวทางดังนี้ ๑) จดั กิจกรรมเป็นฐานการเรยี นรู้ตามความต้องการของผู้เรียน ผปู้ กครอง และชมุ ชน ๒) จัดกิจกรรมฐานการเรียนรู้โดยแบง่ เป็น ๔ ฐาน และเชอื่ มโยงหลักการจัดกิจจกรรมแบบ ๔ H ๓) ส่งเสรมิ การจดั กิจกรรมทีบ่ รู ณาการกิจกรรมในรปู แบบ STEM ระดบั การศกึ ษา ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย (ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๔ – ๖) การศึกษาระดับนี้เน้นการเพ่ิมพูนความรู้ และทักษะเฉพาะด้าน สนองตอบความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียนแต่ละคนท้ังด้านวิชาการ และวิชาชีพ มีทักษะในการใช้วิทยาการ และเทคโนโลยี ทักษะกระบวนการคิดขั้นสูง สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในการศึกษาต่อ และ การประกอบอาชีพ มุ่งพัฒนาตน และประเทศตามบทบาทของตน สามารถเป็นผู้นำ และผู้ให้บริการชุมชนใน ดา้ นตา่ ง ๆ การจัดเวลาเรียน ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย (ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๔ – ๖) จัดเวลาเรียนเป็นรายภาค มีเวลาเรียนวันละไม่เกิน ๖ ช่ัวโมง คิดน้ำหนักวิชาท่ีเรียนเป็นหน่วยกิต ใช้เกณฑ์ ๔๐ ช่ัวโมงต่อภาคเรยี น มคี ่านำ้ หนกั วชิ าเท่ากบั ๑ หน่วยกิต (นก.)
๑๗ โครงสร้างเวลาเรียน ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย กลุ่มสาระการเรยี นร/ู้ กิจกรรม เวลาเรียน ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ม.๔ - ๖ คณติ ศาสตร์ ๒๔๐ ช่วั โมง (๖ หนว่ ยกิต) วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๒๔๐ ช่วั โมง (๖ หน่วยกติ ) สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๓๒๐ ช่ัวโมง (๘ หนว่ ยกิต) * เศรษฐศาสตร์ ๓๒๐ ชั่วโมง (๘ หนว่ ยกิต) * ภูมศิ าสตร์ * ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม ๒๔๐ ชว่ั โมง (๖ หนว่ ยกติ ) * หน้าทพี่ ลเมือง * ประวตั ิศาสตร์ ๘๐ ชวั่ โมง (๒ หนว่ ยกิต) ๑๒๐ ชว่ั โมง (๓ หน่วยกิต) สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๑๒๐ ช่วั โมง (๓ หน่วยกติ ) ศลิ ปะ ๔๐ ชวั่ โมง (๑ หน่วยกติ ) การงานอาชีพ ๒๔๐ ชว่ั โมง (๖ หนว่ ยกติ ) ภาษาตา่ งประเทศ ๑,๖๔๐ ชวั่ โมง (๔๑ หน่วยกิต) รวมเวลาเรยี น (พืน้ ฐาน) ไม่น้อยกว่า ๑,๖๐๐ ชว่ั โมง (๔๐ หนว่ ยกิต) รายวชิ าเพ่ิมเตมิ กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น ๓๖๐ ชั่วโมง * กิจกรรมแนะแนว ๓๖๐ ช่ัวโมง * กิจกรรมนักเรียน ไมน่ ้อยกว่า ๓,๖๐๐ ช่วั โมง (๙๐ หน่วยกิต) - ลูกเสอื เนตรนารี - ชมรม ชมุ นมุ * กจิ กรรมเพ่ือสังคมและ สาธารณประโยชน์ รวมเวลากจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน รวมเวลาเรยี นท้ังหมด
๑๘ โครงสรา้ งหลักสตู ร โครงสร้างเวลาเรียน ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๔ (วิทย-์ คณิต แผน ๑) รหัสวิชา รายวชิ า/กิจกรรม ภาคเรยี นที่ ๑ รหสั วิชา รายวิชา/กิจกรรม ภาคเรยี นที่ ๒ เวลาเรยี น หน่วยกติ เวลาเรยี น หน่วยกติ รายวชิ าพ้นื ฐาน รายวิชาพ้ืนฐาน ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ท๓๑๑๐๑ ภาษาไทย ๘๐ ๒.๐ ท๓๑๑๐๒ ภาษาไทย ๘๐ ๒.๐ ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ค๓๑๑๐๓ คณิตศาสตร์ ๔๐ ๑.๐ ค๓๑๑๐๔ คณิตศาสตร์ ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ๒๐ ๐.๕ ว๓๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์ชวี ภาพ ๒๐ ๐.๕ ว๓๑๑๐๓ วทิ ยาการคำนวณ ๒๐ ๐.๕ ๒๐ ๐.๕ ๒๐ ๐.๕ ว๓๑๑๐๒ การออกแบบและเทคโนโลยี ๒๐ ๐.๕ ส๓๑๑๐๓ สงั คมศกึ ษา ๒๐ ๐.๕ ๒๐ ๐.๕ ๔๐ ๑.๐ ส๓๑๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ๒๐ ๐.๕ พ๓๑๑๐๓ สขุ ศกึ ษา ๔๐ ๑.๐ พ๓๑๑๐๑ สุขศึกษา ๓๘๐ ๙.๕ พ๓๑๑๐๔ พลศกึ ษา เวลาเรยี น หนว่ ยกิต พ๓๑๑๐๒ พลศกึ ษา ๘๐ ๒.๐ ศ๓๑๑๐๓ ทศั นศลิ ป์ ๘๐ ๒.๐ ศ๓๑๑๐๑ ทศั นศิลป์ ๖๐ ๑.๕ ศ๓๑๑๐๔ ดนตร-ี นาฏศลิ ป์ ๖๐ ๑.๕ ศ๓๑๑๐๒ ดนตร-ี นาฏศิลป์ ๒๐ ๐.๕ อ๓๑๑๐๒ ภาษาองั กฤษ ง๓๑๑๐๑ การงานอาชพี อ๓๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ รวมเวลาเรยี นวิชาพื้นฐาน/หนว่ ยกติ รวมเวลาเรียนวชิ าพืน้ ฐาน/หนว่ ยกติ ๓๒๐ ๘ รายวชิ าเพิ่มเติม เวลาเรยี น หน่วยกิต รายวชิ าเพ่มิ เตมิ ค๓๑๒๐๒ เสรมิ ทักษะคณิตศาสตร์ ๒ ว๓๑๒๐๒ ฟสิ กิ ส์ ๒ ๘๐ ๒.๐ ค๓๑๒๐๑ เสริมทกั ษะคณติ ศาสตร์ ๑ ว๓๑๒๒๔ เคมี ๒ ๘๐ ๒.๐ ว๓๑๒๔๒ ชีววทิ ยา ๒ ๘๐ ๒.๐ ว๓๑๒๐๑ ฟสิ ิกส์ ๑ ว๓๐๒๖๑ โลกดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ ๑ ๖๐ ๑.๕ ส๓๐๒๓๒ หน้าทีพ่ ลเมอื ง ๒ ๔๐ ๑.๐ ว๓๑๒๒๓ เคมี ๑ รวมเวลาเรยี นวชิ าเพ่ิมเติม/หนว่ ยกติ ๒๐ ๐.๕ กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น ๓๖๐ ๙ ว๓๑๒๔๑ ชีววิทยา ๑ กจิ กรรมแนะแนว เวลาเรยี น หน่วยกิต กิจกรรมชมุ นุมส่งเสรมิ ทักษะวิชาการ ๒๐ - ส๓๐๒๓๑ หนา้ ท่ีพลเมือง ๑ กิจกรรมวถิ พี ุทธ/บำเพญ็ ๒๐ - กิจกรรมเพอ่ื สังคม และสาธารณประโยชน์ ๑๕ - รวมเวลาเรยี นวชิ าเพม่ิ เติม/หน่วยกติ ๓๐๐ ๗.๕ รวมเวลาเรียนกจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น ๕ - กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน เวลาเรียน หน่วยกติ รวมเวลาเรยี นทงั้ หมด/หนว่ ยกิต ๖๐ - กิจกรรมแนะแนว ๗๔๐ ๑๗ กิจกรรมชมุ นมุ สง่ เสรมิ ทักษะวชิ าการ ๒๐ - กจิ กรรมวิถพี ุทธ/บำเพ็ญ ๒๐ - กจิ กรรมเพ่ือสงั คม และสาธารณประโยชน์ ๑๕ - ๕ - รวมเวลาเรียนกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน ๖๐ - รวมเวลาเรยี นทั้งหมด/หน่วยกติ ๗๔๐ ๑๗ หมายเหตุ วิชาหน้าทพ่ี ลเมือง ทุจรติ ศึกษา และท้องถิ่น บูรณาการรว่ มกบั การจดั กจิ กรรมของโรงเรียน และรายวชิ าเรยี น รายวิชาเพิ่มเติม เปล่ยี นแปลงไดต้ ามความเหมาะสม และบรบิ ทของโรงเรียน
๑๙ โครงสรา้ งเวลาเรยี น ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ ๔ (วิทย-์ คณิต แผน ๒) รหัสวชิ า รายวิชา/กิจกรรม ภาคเรียนท่ี ๑ รหสั วิชา รายวิชา/กจิ กรรม ภาคเรยี นที่ ๒ เวลาเรียน หน่วยกติ เวลาเรียน หนว่ ยกติ รายวชิ าพนื้ ฐาน รายวชิ าพ้นื ฐาน ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ท๓๑๑๐๑ ภาษาไทย ๔๐ ๑.๐ ท๓๑๑๐๒ ภาษาไทย ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ค๓๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๔๐ ๑.๐ ค๓๑๑๐๒ คณิตศาสตร์ ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ๒๐ ๐.๕ ว๓๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ ๒๐ ๐.๕ ว๓๑๑๐๓ วทิ ยาการคำนวณ ๒๐ ๐.๕ ๒๐ ๐.๕ ๒๐ ๐.๕ ว๓๑๑๐๒ การออกแบบและเทคโนโลยี ๒๐ ๐.๕ ส๓๑๑๐๓ สังคมศกึ ษา ๒๐ ๐.๕ ๒๐ ๐.๕ ๒๐ ๐.๕ ส๓๑๑๐๑ สังคมศึกษา ๒๐ ๐.๕ ส๓๑๑๐๔ ประวตั ศิ าสตร์ ๔๐ ๑.๐ ๒๐ ๐.๕ ส๓๑๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๔๐ ๑.๐ พ๓๑๑๐๓ สุขศกึ ษา ๓๖๐ ๙.๐ พ๓๑๑๐๑ สุขศึกษา เวลาเรยี น หน่วยกิต พ๓๑๑๐๔ พลศึกษา ๖๐ ๑.๕ พ๓๑๑๐๒ พลศึกษา ๘๐ ๒.๐ ศ๓๑๑๐๓ ทัศนศลิ ป์ ๖๐ ๑.๕ ศ๓๑๑๐๑ ทศั นศิลป์ ๖๐ ๑.๕ ศ๓๑๑๐๔ ดนตร-ี นาฏศลิ ป์ ๒๐ ๐.๕ ศ๓๑๑๐๒ ดนตรี-นาฏศิลป์ ๔๐ ๑.๐ อ๓๑๑๐๒ ภาษาอังกฤษ ง๓๑๑๐๑ การงานอาชพี อ๓๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ รวมเวลาเรยี นวิชาพื้นฐาน/หน่วยกติ รวมเวลาเรียนวชิ าพื้นฐาน/หนว่ ยกติ ๓๐๐ ๗.๕ รายวิชาเพิ่มเติม เวลาเรยี น หน่วยกิต รายวิชาเพิม่ เติม ค๓๑๒๐๔ คณติ ศาสตร์เพม่ิ เตมิ ๒ ว๓๑๒๐๒ ฟสิ ิกส์ ๒ ๖๐ ๑.๕ ค๓๑๒๐๓ คณิตศาสตร์เพ่มิ เตมิ ๑ ว๓๑๒๒๔ เคมี ๒ ๘๐ ๒.๐ ว๓๑๒๔๒ ชวี วิทยา ๒ ๖๐ ๑.๕ ว๓๑๒๐๑ ฟสิ กิ ส์ ๑ ว๓๐๒๖๑ โลกดาราศาสตร์และอวกาศ ๑ ๖๐ ๑.๕ ส๓๐๒๓๒ หน้าทพี่ ลเมอื ง ๒ ๔๐ ๑.๐ ว๓๑๒๒๓ เคมี ๑ อ๓๐๒๐๒ ภาษาอังกฤษอา่ น – เขยี น ๒ ๒๐ ๐.๕ รวมเวลาเรยี นวชิ าเพมิ่ เตมิ /หน่วยกิต ๔๐ ๑.๐ ว๓๑๒๔๑ ชวี วทิ ยา ๑ กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น ๓๖๐ ๙.๐ กจิ กรรมแนะแนว เวลาเรยี น หน่วยกติ ส๓๐๒๓๑ หน้าท่ีพลเมอื ง ๑ กิจกรรมชมุ นุมสง่ เสรมิ ทักษะวิชาการ ๒๐ - กจิ กรรมวิถพี ุทธ/บำเพ็ญ ๒๐ - อ๓๐๒๐๑ ภาษาองั กฤษอา่ น – เขยี น ๑ กิจกรรมเพ่อื สงั คม และสาธารณประโยชน์ ๑๕ - รวมเวลาเรยี นกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น ๕ - รวมเวลาเรยี นวชิ าเพม่ิ เตมิ /หนว่ ยกติ ๓๒๐ ๘.๐ รวมเวลาเรียนทั้งหมด/หน่วยกิต ๖๐ - กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน เวลาเรยี น หนว่ ยกติ ๗๒๐ ๑๖.๕ กิจกรรมแนะแนว กจิ กรรมชุมนมุ สง่ เสริมทกั ษะวิชาการ ๒๐ - กจิ กรรมวถิ พี ทุ ธ/บำเพญ็ ๒๐ - กจิ กรรมเพอ่ื สงั คม และสาธารณประโยชน์ ๑๕ - ๕ - รวมเวลาเรยี นกิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น ๖๐ - รวมเวลาเรียนท้งั หมด/หน่วยกิต ๗๔๐ ๑๗.๐ หมายเหตุ วชิ าหน้าท่ีพลเมือง ทจุ รติ ศึกษา และท้องถน่ิ บรู ณาการรว่ มกับการจดั กิจกรรมของโรงเรียน และรายวิชาเรยี น รายวชิ าเพมิ่ เติม เปลย่ี นแปลงไดต้ ามความเหมาะสม และบริบทของโรงเรยี น
๒๐ โครงสร้างเวลาเรียน ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๔ (ศิลป์-คำนวณ) รหัสวิชา รายวิชา/กจิ กรรม ภาคเรียนที่ ๑ รหัสวิชา รายวชิ า/กจิ กรรม ภาคเรียนที่ ๒ เวลาเรียน หนว่ ยกติ เวลาเรียน หนว่ ยกติ รายวิชาพนื้ ฐาน รายวิชาพนื้ ฐาน ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ท๓๑๑๐๑ ภาษาไทย ๔๐ ๑.๐ ท๓๑๑๐๒ ภาษาไทย ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ค๓๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๔๐ ๑.๐ ค๓๑๑๐๒ คณิตศาสตร์ ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ๒๐ ๐.๕ ว๓๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ ๒๐ ๐.๕ ว๓๑๑๐๓ วิทยาการคำนวณ ๒๐ ๐.๕ ๒๐ ๐.๕ ๒๐ ๐.๕ ว๓๑๑๐๒ การออกแบบและเทคโนโลยี ๒๐ ๐.๕ ส๓๑๑๐๓ สงั คมศึกษา ๒๐ ๐.๕ ๒๐ ๐.๕ ๒๐ ๐.๕ ส๓๑๑๐๑ สังคมศึกษา ๒๐ ๐.๕ ส๓๑๑๐๔ ประวัติศาสตร์ ๔๐ ๑.๐ ๒๐ ๐.๕ ส๓๑๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๔๐ ๑.๐ พ๓๑๑๐๓ สขุ ศึกษา ๓๖๐ ๙.๐ พ๓๑๑๐๑ สุขศกึ ษา เวลาเรียน หน่วยกิต พ๓๑๑๐๔ พลศกึ ษา ๔๐ ๑.๐ พ๓๑๑๐๒ พลศึกษา ๔๐ ๑.๐ ศ๓๑๑๐๓ ทศั นศิลป์ ๒๐ ๐.๕ ศ๓๑๑๐๑ ทัศนศลิ ป์ ๒๐ ๐.๕ ศ๓๑๑๐๔ ดนตร-ี นาฏศลิ ป์ ๖๐ ๑.๕ ศ๓๑๑๐๒ ดนตร-ี นาฏศลิ ป์ ๖๐ ๑.๕ อ๓๑๑๐๒ ภาษาองั กฤษ ๖๐ ๑.๕ ง๓๑๑๐๑ การงานอาชพี อ๓๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ รวมเวลาเรียนวชิ าพนื้ ฐาน/หน่วยกิต รวมเวลาเรยี นวชิ าพน้ื ฐาน/หน่วยกติ ๓๐๐ ๗.๕ รายวิชาเพ่ิมเติม เวลาเรยี น หนว่ ยกิต รายวชิ าเพิม่ เติม ท๓๐๒๐๒ ประวตั ิวรรณคดี ๒ ค๓๑๒๐๖ คณิตศาสตร์เสรมิ ๒ ๔๐ ๑.๐ ท๓๐๒๐๑ ประวัติวรรณคดี ๑ ว๓๐๒๘๒ พันธศุ าสตร์ ๔๐ ๑.๐ ส๓๐๒๓๒ หน้าที่พลเมือง ๒ ๔๐ ๑.๐ ค๓๑๒๐๕ คณิตศาสตร์เสริม ๑ ง๓๐๒๑๒ การสรา้ งสอ่ื นวัตกรรม ๒ ๒๐ ๐.๕ ง๓๐๒๑๓ โปรแกรม Canva ๖๐ ๑.๕ ส๓๐๒๐๑ ศาสนาสากล อ๓๐๒๐๑ ภาษาองั กฤษอา่ น – เขยี น ๒ ๖๐ ๑.๕ จ๓๐๒๐๒ ภาษาจนี ๒ ๔๐ ๑.๐ ส๓๐๒๓๑ หน้าทพี่ ลเมอื ง ๑ รวมเวลาเรยี นวิชาเพมิ่ เตมิ /หนว่ ยกิต ๖๐ ๑.๕ กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น ๓๖๐ ๙.๐ ง๓๐๒๐๓ การสร้างสอื่ นวัตกรรม ๑ กจิ กรรมแนะแนว เวลาเรยี น หนว่ ยกิต กจิ กรรมชุมนมุ สง่ เสริมทกั ษะวชิ าการ ๒๐ - อ๓๐๒๐๕ ภาษาอังกฤษเพ่มิ เติม ๑ กจิ กรรมวถิ พี ทุ ธ/บำเพญ็ ๒๐ - กิจกรรมเพ่ือสงั คม และสาธารณประโยชน์ ๑๕ - จ๓๐๒๐๑ ภาษาจนี ๑ รวมเวลาเรียนกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน ๕ - รวมเวลาเรียนทั้งหมด/หน่วยกิต ๖๐ - รวมเวลาเรียนวชิ าเพมิ่ เตมิ /หน่วยกติ ๓๐๐ ๗.๕ ๗๒๐ ๑๖.๕ กิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน เวลาเรียน หนว่ ยกิต กจิ กรรมแนะแนว กิจกรรมชุมนมุ สง่ เสริมทกั ษะวิชาการ ๒๐ - กิจกรรมวิถพี ทุ ธ/บำเพญ็ ๒๐ - กจิ กรรมเพ่อื สงั คม และสาธารณประโยชน์ ๑๕ - ๕ - รวมเวลาเรียนกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น ๖๐ - รวมเวลาเรยี นท้งั หมด/หนว่ ยกิต ๗๒๐ ๑๖.๕ หมายเหตุ วิชาหนา้ ที่พลเมือง ทุจริตศกึ ษา และท้องถนิ่ บรู ณาการร่วมกบั การจัดกิจกรรมของโรงเรยี น และรายวชิ าเรียน รายวิชาเพิ่มเตมิ เปลีย่ นแปลงไดต้ ามความเหมาะสม และบริบทของโรงเรียน
๒๑ โครงสรา้ งเวลาเรียน ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๕ (วิทย-์ คณติ แผน ๑) หสั วิชา รายวิชา/กจิ กรรม ภาคเรยี นท่ี ๑ รหสั วชิ า รายวิชา/กจิ กรรม ภาคเรยี นที่ ๒ เวลาเรียน หนว่ ยกติ เวลาเรียน หน่วยกิต รายวิชาพน้ื ฐาน รายวิชาพื้นฐาน ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ท๓๒๑๐๑ ภาษาไทย ๘๐ ๒.๐ ท๓๒๑๐๒ ภาษาไทย ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ค๓๒๑๐๓ คณิตศาสตร์ ๔๐ ๑.๐ ส๓๒๑๐๓ สังคมศึกษา ๒๐ ๐.๕ ๒๐ ๐.๕ ๒๐ ๐.๕ ว๓๒๑๐๑ การออกแบบและเทคโนโลยี ๒๐ ๐.๕ ว๓๒๑๐๒ วทิ ยาการคำนวณ ๒๐ ๐.๕ ๒๐ ๐.๕ ๔๐ ๑.๐ ส๓๒๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ๒๐ ๐.๕ ส๓๒๑๐๔ ประวตั ศิ าสตร์ ๔๐ ๑.๐ ส๓๒๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๓๒๐ ๘ พ๓๒๑๐๒ พลศึกษา เวลาเรยี น หน่วยกิต พ๓๒๑๐๑ สขุ ศึกษา ๔๐ ๑.๐ ศ๓๒๑๐๒ ดนตร-ี นาฏศลิ ป์ ๔๐ ๑.๐ ศ๓๒๑๐๑ ทัศนศิลป์ ๘๐ ๒.๐ อ๓๒๑๐๒ ภาษาอังกฤษ ๖๐ ๑.๕ ง๓๒๑๐๑ การงานอาชพี ๖๐ ๑.๕ ๔๐ ๑.๐ อ๓๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๒๐ ๐.๕ ๔๐ ๑.๐ รวมเวลาเรียนวิชาพนื้ ฐาน/หนว่ ยกติ รวมเวลาเรียนวิชาพน้ื ฐาน/หนว่ ยกติ ๒๒๐ ๕.๕ รายวิชาเพิ่มเติม เวลาเรียน หนว่ ยกิต รายวิชาเพ่ิมเตมิ ค๓๒๒๐๓ เสรมิ ทกั ษะคณติ ศาสตร์ ๔ ค๓๒๒๐๔ ทฤษฎกี ราฟขนั้ สงู ๘๐ ๒.๐ ค๓๒๒๐๑ เสรมิ ทกั ษะคณติ ศาสตร์ ๓ ค๓๒๒๐๕ พชี คณิตเชิงเส้น ๔๐ ๑.๐ ว๓๒๒๐๒ ฟสิ กิ ส์ ๔ ๔๐ ๑.๐ ค๓๒๒๐๒ ทฤษฎีจำนวน ว๓๒๒๒๒ เคมี ๔ ๘๐ ๒.๐ ว๓๒๒๔๒ ชวี วทิ ยา ๔ ๘๐ ๒.๐ ว๓๒๒๐๑ ฟสิ ิกส์ ๓ ว๓๐๒๖๓ โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ ๓ ๖๐ ๑.๕ ส๓๐๒๓๔ หน้าทพี่ ลเมือง ๔ ๔๐ ๑.๐ ว๓๒๒๒๑ เคมี ๓ อ๓๐๒๐๒ ภาษาองั กฤษอา่ น-เขยี น ๒ ๒๐ ๐.๕ รวมเวลาเรียนวิชาเพ่ิมเตมิ /หนว่ ยกติ ๔๐ ๑.๐ ว๓๒๒๔๑ ชวี วิทยา ๓ กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน ๔๘๐ ๑๒.๐ กจิ กรรมแนะแนว เวลาเรียน หน่วยกติ ว๓๐๒๖๒ โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ ๒ กจิ กรรมชุมนมุ สง่ เสรมิ ทักษะวชิ าการ ๒๐ - กจิ กรรมวิถพี ทุ ธ/บำเพ็ญ ๒๐ - ส๓๐๒๓๓ หน้าทีพ่ ลเมือง ๓ กิจกรรมเพอ่ื สังคม และสาธารณประโยชน์ ๑๕ - รวมเวลาเรยี นกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น ๕ - อ๓๐๒๐๑ ภาษาองั กฤษอา่ น-เขยี น ๑ รวมเวลาเรียนทั้งหมด/หน่วยกิต ๖๐ - ๗๐๐ ๑๗.๕ รวมเวลาเรยี นวชิ าเพม่ิ เติม/หนว่ ยกิต ๓๘๐ ๙.๕ กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน เวลาเรยี น หน่วยกติ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมชุมนุมสง่ เสรมิ ทกั ษะวิชาการ ๒๐ - กิจกรรมวถิ พี ุทธ/บำเพญ็ ๒๐ - กิจกรรมเพอ่ื สงั คม และสาธารณประโยชน์ ๑๕ - ๕ - รวมเวลาเรยี นกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน ๖๐ - รวมเวลาเรียนทง้ั หมด/หนว่ ยกิต ๗๖๐ ๑๗.๕ หมายเหตุ วชิ าหน้าที่พลเมือง ทุจริตศึกษา และทอ้ งถนิ่ บรู ณาการรว่ มกับการจัดกิจกรรมของโรงเรียน และรายวิชาเรยี น รายวชิ าเพ่มิ เติม เปล่ียนแปลงได้ตามความเหมาะสม และบริบทของโรงเรยี น
๒๒ โครงสร้างหลกั สูตร ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๕ (วิทย-์ คณติ แผน ๒) รหสั วชิ า รายวิชา/กจิ กรรม ภาคเรยี นท่ี ๑ รหสั วิชา รายวชิ า/กิจกรรม ภาคเรียนท่ี ๒ เวลาเรียน หน่วยกิต เวลาเรยี น หน่วยกติ รายวชิ าพื้นฐาน รายวิชาพืน้ ฐาน ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ท๓๒๑๐๑ ภาษาไทย ๔๐ ๑.๐ ท๓๒๑๐๒ ภาษาไทย ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ค๓๒๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๔๐ ๑.๐ ค๓๒๑๐๒ คณิตศาสตร์ ๔๐ ๑.๐ ๒๐ ๐.๕ ๒๐ ๐.๕ ว๓๒๑๐๑ การออกแบบและเทคโนโลยี ๒๐ ๐.๕ ว๓๒๑๐๒ วทิ ยาการคำนวณ ๒๐ ๐.๕ ๒๐ ๐.๕ ๒๐ ๐.๕ ส๓๒๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ๒๐ ๐.๕ ส๓๒๑๐๓ สงั คมศึกษา ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ส๓๒๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๒๘๐ ๗.๐ ส๓๒๑๐๔ ประวตั ศิ าสตร์ เวลาเรียน หนว่ ยกิต พ๓๒๑๐๑ สขุ ศกึ ษา ๖๐ ๑.๕ พ๓๒๑๐๒ พลศึกษา ๘๐ ๒.๐ ศ๓๒๑๐๑ ทัศนศลิ ป์ ๖๐ ๑.๕ ศ๓๒๑๐๒ ดนตร-ี นาฏศลิ ป์ ๖๐ ๑.๕ ง๓๒๑๐๑ การงานอาชพี ๔๐ ๑.๐ อ๓๒๑๐๒ ภาษาองั กฤษ ๒๐ ๐.๕ อ๓๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๒๐ ๐.๕ ๔๐ ๑.๐ รวมเวลาเรยี นวชิ าพืน้ ฐาน/หน่วยกติ ๔๐ ๑.๐ รวมเวลาเรียนวชิ าพน้ื ฐาน/หนว่ ยกติ ๒๖๐ ๖.๕ ๔๒๐ ๑๐.๕ รายวิชาเพ่ิมเตมิ เวลาเรียน หน่วยกติ รายวชิ าเพม่ิ เติม เวลาเรียน หน่วยกิต ค๓๒๒๐๗ คณติ ศาสตร์เพ่ิมเตมิ ๔ ๒๐ - ว๓๒๒๐๒ ฟสิ ิกส์ ๔ ๖๐ ๑.๕ ค๓๒๒๐๖ คณิตศาสตร์เพ่ิมเตมิ ๓ ๒๐ - ว๓๒๒๒๔ เคมี ๔ ๘๐ ๒.๐ ๑๕ - ว๓๒๒๔๒ ชวี วทิ ยา ๔ ๖๐ ๑.๕ ว๓๒๒๐๑ ฟสิ ิกส์ ๓ ๕- ว๓๐๒๖๓ โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ ๓ ๖๐ ๑.๕ ๖๐ - ส๓๐๒๐๕ ทักษะชีวิตกบั สังคม ๔๐ ๑.๐ ว๓๒๒๒๓ เคมี ๓ ๗๒๐ ๑๗.๕ ส๓๐๒๓๔ หน้าท่พี ลเมือง ๔ ๔๐ ๑.๐ ง๓๐๒๐๖ คอมพวิ เตอร์ ๒ ๒๐ ๐.๕ ว๓๒๒๔๑ ชีววทิ ยา ๓ อ๓๐๒๐๔ ภาษาองั กฤษเพอ่ื สารสอ่ื สาร ๒ ๔๐ ๑.๐ รวมเวลาเรียนวชิ าเพมิ่ เติม/หน่วยกติ ๔๐ ๑.๐ ว๓๐๒๖๒ โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ ๒ กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น ๔๔๐ ๑๑.๐ กจิ กรรมแนะแนว เวลาเรยี น หน่วยกิต ส๓๐๒๐๒ ภูมศิ าสตร์การทอ่ งเทย่ี ว กิจกรรมชมุ นุมสง่ เสรมิ ทกั ษะวิชาการ ๒๐ - กิจกรรมวิถพี ุทธ/บำเพ็ญ ๒๐ - ส๓๐๒๓๓ หน้าที่พลเมือง ๓ กจิ กรรมเพ่อื สังคม และสาธารณประโยชน์ ๑๕ - รวมเวลาเรยี นกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน ๕ - ง๓๐๒๐๕ คอมพวิ เตอร์ ๑ รวมเวลาเรยี นทัง้ หมด/หน่วยกิต ๖๐ - ๗๒๐ ๑๗.๕ อ๓๐๒๐๓ ภาษาองั กฤษเพ่ือการส่อื สาร ๑ รวมเวลาเรียนวิชาเพิ่มเติม/หน่วยกิต กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น กจิ กรรมแนะแนว กจิ กรรมชุมนมุ สง่ เสริมทกั ษะวชิ าการ กิจกรรมวถิ พี ุทธ/บำเพ็ญ กิจกรรมเพอื่ สังคม และสาธารณประโยชน์ รวมเวลาเรยี นกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน รวมเวลาเรยี นทั้งหมด/หนว่ ยกิต หมายเหตุ วชิ าหน้าทพี่ ลเมอื ง ทุจรติ ศกึ ษา และทอ้ งถิน่ บรู ณาการร่วมกับการจดั กจิ กรรมของโรงเรียน และรายวชิ าเรียน รายวชิ าเพม่ิ เติม เปล่ยี นแปลงไดต้ ามความเหมาะสม และบริบทของโรงเรียน
๒๓ โครงสร้างเวลาเรยี น ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี ๕ (ศลิ ป์-คำนวณ) รหสั วิชา รายวิชา/กิจกรรม ภาคเรยี นที่ ๑ รหสั วชิ า รายวชิ า/กจิ กรรม ภาคเรียนท่ี ๒ เวลาเรียน หน่วยกิต เวลาเรียน หนว่ ยกติ รายวชิ าพืน้ ฐาน รายวิชาพนื้ ฐาน ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ท๓๒๑๐๑ ภาษาไทย ๔๐ ๑.๐ ท๓๒๑๐๒ ภาษาไทย ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ค๓๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๔๐ ๑.๐ ค๓๒๑๐๒ คณติ ศาสตร์ ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ว๓๒๑๐๑ การออกแบบและเทคโนโลยี ๒๐ ๐.๕ ว๓๒๑๐๒ วิทยาการคำนวณ ๒๐ ๐.๕ ๒๐ ๐.๕ ๒๐ ๐.๕ ว๓๐๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์กายภาพ (ฟสิ กิ ส์) ๒๐ ๐.๕ ว๓๐๑๐๒ วิทยาศาสตร์กายภาพ (เคม)ี ๒๐ ๐.๕ ๒๐ ๐.๕ ๔๐ ๑.๐ ส๓๒๑๐๑ สังคมศึกษา ๔๐ ๑.๐ ส๓๒๑๐๓ สังคมศกึ ษา ๓๒๐ ๘.๐ ส๓๒๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ เวลาเรียน หน่วยกติ ส๓๒๑๐๔ ประวัตศิ าสตร์ ๔๐ ๑.๐ พ๓๒๑๐๑ สขุ ศกึ ษา ๔๐ ๑.๐ พ๓๒๑๐๒ พลศึกษา ๔๐ ๑.๐ ศ๓๒๑๐๑ ทัศนศลิ ป์ ๒๐ ๐.๕ ศ๓๒๑๐๒ ดนตร-ี นาฏศลิ ป์ ๒๐ ๐.๕ ง๓๒๑๐๑ การงานอาชพี ๔๐ ๑.๐ อ๓๒๑๐๒ ภาษาอังกฤษ ๖๐ ๑.๕ อ๓๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๖๐ ๑.๕ ๖๐ ๑.๕ รวมเวลาเรียนวชิ าพนื้ ฐาน/หน่วยกติ ๓๘๐ ๙.๕ รวมเวลาเรยี นวิชาพืน้ ฐาน/หน่วยกิต ๓๐๐ ๗.๕ เวลาเรยี น หน่วยกติ รายวชิ าเพมิ่ เติม เวลาเรยี น หน่วยกติ รายวชิ าเพิ่มเติม ๒๐ - ท๓๐๒๐๔ การเขียนในงานอาชพี ๒๐ - ค๓๒๒๐๙ คณติ ศาสตรเ์ สรมิ ๔ ๔๐ ๑.๐ ท๓๐๒๐๓ วรรณกรรมมท้องถิ่น ๑๕ - ส๓๐๒๐๕ ทักษะชวี ิตกับสงั คม ๖๐ ๑.๕ ๕- ส๓๐๒๓๔ หนา้ ทีพ่ ลเมอื ง ๔ ๔๐ ๑.๐ ค๓๒๒๐๘ คณติ ศาสตร์เสริม ๓ ๖๐ - พ๓๐๒๐๑ เพศศึกษา ๒๐ ๐.๕ ๗๒๐ ๑๗.๕ ศ๓๐๒๐๔ ประติมากรรม ๒๐ ๐.๕ ว๓๐๒๘๓ โครงงานวิทยาศาสตร์ ง๓๐๒๐๘ การเขียนโปรแกรม ๔๐ ๑.๐ อ๓๐๒๐๗ ภาษาอังกฤษเพมิ่ เตมิ ๓ ๖๐ ๑.๕ ส๓๐๒๐๒ ภมู ิศาสตร์การท่องเทยี่ ว จ๓๐๒๐๔ ภาษาจีน ๔ ๖๐ ๑.๕ รวมเวลาเรียนวชิ าเพิ่มเตมิ /หนว่ ยกิต ๖๐ ๑.๕ ส๓๐๒๓๓ หน้าท่พี ลเมอื ง ๓ กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน ๔๐๐ ๑๐.๐ กิจกรรมแนะแนว เวลาเรียน หนว่ ยกติ พ๓๐๒๐๔ บาสเกตบอล กจิ กรรมชมุ นมุ สง่ เสรมิ ทกั ษะวิชาการ ๒๐ - กิจกรรมวถิ พี ุทธ/บำเพ็ญ ๒๐ - ง๓๐๒๐๗ การออกแบบกราฟกิ กจิ กรรมเพือ่ สงั คม และสาธารณประโยชน์ ๑๕ - รวมเวลาเรยี นกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน ๕ - อ๓๐๒๐๖ ภาษาอังกฤษเพมิ่ เตมิ ๒ รวมเวลาเรยี นทง้ั หมด/หนว่ ยกิต ๖๐ - ๗๒๐ ๑๗.๕ จ๓๐๒๐๓ ภาษาจีน ๓ รวมเวลาเรยี นวิชาเพ่ิมเติม/หน่วยกติ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น กจิ กรรมแนะแนว กจิ กรรมชุมนมุ ส่งเสรมิ ทกั ษะวชิ าการ กจิ กรรมวถิ พี ุทธ/บำเพ็ญ กจิ กรรมเพือ่ สงั คม และสาธารณประโยชน์ รวมเวลาเรยี นกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน รวมเวลาเรียนทั้งหมด/หน่วยกิต หมายเหตุ วชิ าหนา้ ที่พลเมอื ง ทุจริตศึกษา และท้องถน่ิ บูรณาการรว่ มกับการจดั กจิ กรรมของโรงเรียน และรายวิชาเรยี น รายวิชาเพ่มิ เติม เปล่ียนแปลงได้ตามความเหมาะสม และบริบทของโรงเรยี น
๒๔ โครงสร้างเวลาเรยี น ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๖ (วทิ ย-์ คณติ แผน ๑) รหัสวิชา รายวชิ า/กจิ กรรม ภาคเรียนท่ี ๑ รหัสวชิ า รายวชิ า/กจิ กรรม ภาคเรยี นที่ ๒ เวลาเรยี น หน่วยกติ รายวิชาพ้ืนฐาน รายวิชาพ้นื ฐาน เวลาเรียน หนว่ ยกิต ๔๐ ๑.๐ ท๓๓๑๐๑ ภาษาไทย ๔๐ ๑.๐ ท๓๓๑๐๒ ภาษาไทย ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ว๓๐๑๐๑ วิทยาศาสตร์กายภาพ (ฟสิ กิ ส)์ ๔๐ ๑.๐ ว๓๐๑๐๒ วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ (เคมี) ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ส๓๓๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ๒๐๐ ๕.๐ ว๓๓๑๐๑ โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ ๔๐ ๑.๐ เวลาเรียน หนว่ ยกิต ส๓๐๑๐๑ ประวัตศิ าสตร์ ๘๐ ๒.๐ ส๓๓๑๐๒ สงั คมศกึ ษา ๔๐ ๑.๐ ๘๐ ๒.๐ อ๓๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๘๐ ๒.๐ อ๓๓๑๐๒ ภาษาองั กฤษ ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ รวมเวลาเรยี นวชิ าพ้นื ฐาน/หนว่ ยกติ ๔๐ ๑.๐ รวมเวลาเรยี นวิชาพน้ื ฐาน/หนว่ ยกิต ๒๐๐ ๕.๐ ๔๐ ๑.๐ รายวิชาเพม่ิ เตมิ ๔๐ ๑.๐ รายวิชาเพิม่ เตมิ เวลาเรยี น หน่วยกติ ๔๐ ๑.๐ ค๓๓๒๐๑ แคลคลู ัส ๔๔๐ ๑๑.๐ ค๓๓๒๐๒ ทักษะทางคณติ ศาสตร์ ๘๐ ๒.๐ เวลาเรยี น หน่วยกิต ว๓๓๒๐๑ ฟิสิกส์ ๕ ๒๐ - ว๓๓๒๐๒ ทกั ษะทางฟสิ ิกส์ ๖๐ ๑.๕ ๒๐ - ว๓๓๒๒๑ เคมี ๕ ๑๕ - ว๓๓๒๒๒ ทกั ษะทางเคมี ๖๐ ๑.๕ ๕- ว๓๓๒๔๑ ชีววทิ ยา ๕ ๖๐ - ว๓๓๒๔๒ ทกั ษะทางชีววิทยา ๖๐ ๑.๕ ๗๐๐ ๑๖.๐ ว๓๐๒๖๔ โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ ๔ อ๓๐๒๐๙ ภาษาอังกฤษเพือ่ การศึกษาต่อ ๒ ๔๐ ๑.๐ ง๓๐๒๐๕ คอมพิวเตอร์ ๑ อ๓๐๒๐๔ ภาษาองั กฤษเพ่อื การสือ่ สาร ๒ ๔๐ ๑.๐ อ๓๐๒๐๘ ภาษาองั กฤษเพ่ือการศึกษาต่อ ๑ อ๓๐๒๐๓ ภาษาอังกฤษเพื่อการสอ่ื สาร ๑ รวมเวลาเรยี นวชิ าเพิม่ เติม/หนว่ ยกติ รวมเวลาเรียนวชิ าเพิ่มเติม/หนว่ ยกิต ๓๘๐ ๘.๕ กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น เวลาเรียน หนว่ ยกิต กิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน กิจกรรมแนะแนว กจิ กรรมชุมนมุ สง่ เสริมทกั ษะวชิ าการ ๒๐ - กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมวถิ พี ทุ ธ/บำเพ็ญ ๒๐ - กจิ กรรมเพอ่ื สงั คม และสาธารณประโยชน์ ๑๕ - กิจกรรมชมุ นุมสง่ เสรมิ ทกั ษะวชิ าการ รวมเวลาเรยี นกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น ๕ - รวมเวลาเรียนทัง้ หมด/หนว่ ยกิต ๖๐ - กจิ กรรมวถิ พี ุทธ/บำเพ็ญ ๖๘๐ ๑๓.๕ กิจกรรมเพอ่ื สังคม และสาธารณประโยชน์ รวมเวลาเรียนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน รวมเวลาเรียนท้งั หมด/หนว่ ยกติ หมายเหตุ วิชาหนา้ ท่ีพลเมอื ง ทุจริตศึกษา และทอ้ งถนิ่ บรู ณาการรว่ มกบั การจดั กจิ กรรมของโรงเรยี น และรายวชิ าเรยี น รายวิชาเพมิ่ เตมิ เปลย่ี นแปลงได้ตามความเหมาะสม และบริบทของโรงเรยี น
๒๕ โครงสรา้ งเวลาเรียน ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ ๖ (วทิ ย-์ คณิต แผน ๒) รหสั วิชา รายวิชา/กจิ กรรม ภาคเรียนที่ ๑ รหสั วชิ า รายวิชา/กิจกรรม ภาคเรียนท่ี ๒ เวลาเรียน หนว่ ยกิต เวลาเรียน หนว่ ยกิต รายวชิ าพื้นฐาน รายวชิ าพ้นื ฐาน ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ท๓๓๑๐๑ ภาษาไทย ๔๐ ๑.๐ ท๓๓๑๐๒ ภาษาไทย ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ค๓๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๔๐ ๑.๐ ค๓๓๑๐๒ คณิตศาสตร์ ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ว๓๐๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์กายภาพ (ฟิสกิ ส์) ว๓๐๑๐๒ วทิ ยาศาสตร์กายภาพ (เคม)ี ๔๐ ๑.๐ ๒๔๐ ๖.๐ ส๓๓๑๐๑ สังคมศกึ ษา ว๓๓๑๐๑ โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ เวลาเรียน หน่วยกติ ๖๐ ๑.๕ อ๓๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ส๓๓๑๐๒ สังคมศกึ ษา ๖๐ ๑.๕ ๖๐ ๑.๕ อ๓๓๑๐๒ ภาษาอังกฤษ ๖๐ ๑.๕ ๔๐ ๑.๐ รวมเวลาเรียนวชิ าพ้นื ฐาน/หน่วยกติ ๒๒๐ ๕.๐ รวมเวลาเรียนวิชาพื้นฐาน/หน่วยกิต รายวชิ าเพิ่มเติม เวลาเรยี น หน่วยกติ ค๓๓๒๐๑ แคลคลู ัส รายวชิ าเพม่ิ เติม ว๓๓๒๐๑ ฟิสกิ ส์ ๕ ๘๐ ๒.๐ ว๓๓๒๒๓ เคมี ๕ ๖๐ ๑.๕ ค๓๓๒๐๓ คณติ ศาสตรเ์ พิ่มเติม ๕ ว๓๓๒๔๑ ชวี วิทยา ๕ ๖๐ ๑.๕ ว๓๐๒๖๔ โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ ๔ ๖๐ ๑.๕ ว๓๓๒๐๒ ทักษะทางฟสิ ิกส์ ง๓๐๒๑๑ เทคโนโลยีสารสนเทศ ๒ ๔๐ ๑.๐ อ๓๐๒๐๘ ภาษาอังกฤษเพ่ือศกึ ษาต่อ ๑ ๖๐ ๑.๕ ว๓๓๒๒๒ ทกั ษะทางเคมี ๔๐ ๑.๐ รวมเวลาเรยี นวิชาเพิ่มเตมิ /หน่วยกิต ๔๐๐ ๑๐.๐ ว๓๓๒๔๒ ทกั ษะทางชวี วิทยา กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน เวลาเรยี น หนว่ ยกติ กิจกรรมแนะแนว ๒๐ - อ๓๐๒๐๙ ภาษาอังกฤษเพื่อศกึ ษาตอ่ ๒ กิจกรรมชุมนุมส่งเสริมทักษะวิชาการ ๒๐ - กิจกรรมวิถพี ุทธ/บำเพญ็ ๑๕ - รวมเวลาเรยี นวิชาเพมิ่ เติม/หนว่ ยกิต ๓๒๐ ๗.๐ กิจกรรมเพื่อสังคม และสาธารณประโยชน์ ๕ - กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เวลาเรยี น หนว่ ยกติ ๖๐ - กจิ กรรมแนะแนว รวมเวลาเรียนกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น ๗๐๐ ๑๕.๐ กิจกรรมชมุ นุมส่งเสริมทักษะวิชาการ ๒๐ - รวมเวลาเรียนทั้งหมด/หนว่ ยกติ กิจกรรมวิถพี ุทธ/บำเพญ็ ๒๐ - กิจกรรมเพอื่ สังคม และสาธารณประโยชน์ ๑๕ - รวมเวลาเรยี นกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน ๕ - รวมเวลาเรยี นท้งั หมด/หนว่ ยกิต ๖๐ - ๖๖๐ ๑๓.๐ หมายเหตุ วชิ าหนา้ ที่พลเมอื ง ทจุ รติ ศึกษา และทอ้ งถิ่น บรู ณาการร่วมกับการจัดกจิ กรรมของโรงเรียน และรายวชิ าเรยี น รายวชิ าเพิ่มเติม เปลยี่ นแปลงไดต้ ามความเหมาะสม และบริบทของโรงเรียน
๒๖ โครงสรา้ งเวลาเรยี น ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ศิลป์ – คำนวณ) รหัสวชิ า รายวิชา/กิจกรรม ภาคเรียนที่ ๑ รหัสวชิ า รายวิชา/กจิ กรรม ภาคเรยี นที่ ๒ เวลาเรยี น หน่วยกิต เวลาเรียน หนว่ ยกติ รายวิชาพื้นฐาน รายวิชาพนื้ ฐาน ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ท๓๓๑๐๑ ภาษาไทย ๔๐ ๑.๐ ท๓๓๑๐๒ ภาษาไทย ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ค๓๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๔๐ ๑.๐ ค๓๓๑๐๒ คณิตศาสตร์ ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ส๓๓๑๐๑ สังคมศึกษา ว๓๓๑๐๑ โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ ๒๐๐ ๕.๐ เวลาเรียน หน่วยกติ อ๓๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ส๓๓๑๐๒ สงั คมศกึ ษา ๔๐ ๑.๐ ๖๐ ๑.๕ อ๓๓๑๐๒ ภาษาอังกฤษ ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ รวมเวลาเรยี นวิชาพ้นื ฐาน/หน่วยกิต ๑๖๐ ๔.๐ รวมเวลาเรียนวชิ าพ้ืนฐาน/หน่วยกติ ๔๐ ๑.๐ รายวชิ าเพม่ิ เติม เวลาเรยี น หน่วยกิต ๔๐ ๑.๐ ท๓๐๒๐๕ พูดอย่างมืออาชีพ รายวิชาเพ่ิมเตมิ ๔๐ ๑.๐ ค๓๓๒๐๔ คณิตศาสตรเ์ สรมิ ๕ ๔๐ ๑.๐ ว๓๐๒๘๑ วทิ ยาศาสตรก์ ารกฬี า ๖๐ ๑.๕ ท๓๐๒๐๖ ภาษาไทยเพื่ออาชพี ส๓๐๒๐๔ กฎหมายแรงงาน ๔๐ ๑.๐ ศ๓๐๒๐๒ การออกแบบ ๑ ๔๐ ๑.๐ ค๓๓๒๐๕ คณติ ศาสตร์เสริม ๖ ศ๓๐๒๐๕ นาฏศิลป์สรา้ งสรรค์ ๔๐ ๑.๐ ง๓๐๒๑๑ เทคโนโลยสี ารสนเทศ ๒ ๔๐ ๑.๐ พ๓๐๒๐๖ แฮนดบ์ อล ง๓๐๒๐๔ อาชีพในทอ้ งถิ่น ๖๐ ๑.๕ อ๓๐๒๐๘ ภาษาอังกฤษเพือ่ ศกึ ษาต่อ ๑ ๔๐ ๑.๐ ศ๓๐๒๐๓ การออกแบบ ๒ จ๓๐๒๐๕ ภาษาจีน ๕ ๔๐ ๑.๐ ๔๐ ๑.๐ ศ๓๐๒๐๖ ศิลปะการแสดง รวมเวลาเรียนวชิ าเพ่มิ เตมิ /หนว่ ยกิต ๔๔๐ ๑๑.๐ กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น เวลาเรยี น หน่วยกิต อ๓๐๒๐๙ ภาษาองั กฤษเพอื่ ศกึ ษาตอ่ ๒ กิจกรรมแนะแนว ๒๐ - กิจกรรมชมุ นมุ ส่งเสริมทักษะวชิ าการ ๒๐ - จ๓๐๒๐๖ ภาษาจนี ๖ กจิ กรรมวิถพี ทุ ธ/บำเพ็ญ ๑๕ - กจิ กรรมเพอื่ สังคม และสาธารณประโยชน์ ๕ - รวมเวลาเรียนวชิ าเพม่ิ เติม/หน่วยกติ ๓๐๐ ๗.๕ ๖๐ - กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน เวลาเรียน หนว่ ยกติ รวมเวลาเรยี นกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน ๗๐๐ ๑๕.๐ กิจกรรมแนะแนว รวมเวลาเรียนทงั้ หมด/หนว่ ยกิต กจิ กรรมชมุ นมุ สง่ เสริมทักษะวิชาการ ๒๐ - กิจกรรมวิถพี ุทธ/บำเพ็ญ ๒๐ - กจิ กรรมเพ่ือสังคม และสาธารณประโยชน์ ๑๕ - รวมเวลาเรยี นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๕ - รวมเวลาเรียนทั้งหมด/หน่วยกิต ๖๐ - ๖๖๐ ๑๒.๕ หมายเหตุ วชิ าหนา้ ที่พลเมือง ทจุ รติ ศกึ ษา และทอ้ งถิ่น บรู ณาการรว่ มกับการจัดกิจกรรมของโรงเรยี น และรายวชิ าเรยี น รายวชิ าเพมิ่ เติม เปลย่ี นแปลงได้ตามความเหมาะสม และบริบทของโรงเรยี น
๒๗ รายวิชาพนื้ ฐานและเพมิ่ เตมิ ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ภาคเรียนท่ี ๑ – ๒ กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย รายวชิ าพ้นื ฐาน จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง ๑.๐ หนว่ ยกติ ท๓๑๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ๑.๐ หน่วยกติ ท๓๑๑๐๒ ภาษาไทย จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ๑.๐ หนว่ ยกิต ท๓๒๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ๑.๐ หน่วยกติ ท๓๒๑๐๒ ภาษาไทย จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ๑.๐ หน่วยกิต ท๓๓๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑.๐ หนว่ ยกิต ท๓๓๑๐๒ ภาษาไทย ๑.๐ หน่วยกิต รายวิชาเพ่มิ เติม จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑.๐ หน่วยกิต ท๓๐๒๐๑ ประวัติวรรณคดี ๑ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑.๐ หนว่ ยกติ ท๓๐๒๐๒ ประวัตวิ รรณคดี ๒ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑.๐ หน่วยกิต ท๓๐๒๐๓ วรรณกรรมทอ้ งถ่ิน จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ๑.๐ หนว่ ยกิต ท๓๐๒๐๔ การเขียนในงานอาชพี จำนวน ๔๐ ช่วั โมง ๑.๐ หนว่ ยกิต ท๓๐๒๐๕ พดู อยา่ งมืออาชีพ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ท๓๐๒๐๗ ภาษาไทยเพ่ืออาชีพ รายวชิ าพื้นฐาน กล่มุ สาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์ ๑.๐ หน่วยกิต ค๓๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑.๐ หนว่ ยกติ ค๓๑๑๐๒ คณติ ศาสตร์ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ๒.๐ หน่วยกติ ค๓๑๑๐๓ คณติ ศาสตร์ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ๒.๐ หนว่ ยกติ ค๓๑๑๐๔ คณิตศาสตร์ จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง ๑.๐ หน่วยกติ ค๓๒๑๐๑ คณติ ศาสตร์ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง ๑.๐ หนว่ ยกิต ค๓๒๑๐๒ คณติ ศาสตร์ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ๒.๐ หนว่ ยกิต ค๓๒๑๐๓ คณติ ศาสตร์ จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง ๑.๐ หน่วยกติ ค๓๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์ จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง ๑.๐ หน่วยกติ ค๓๓๑๐๒ คณิตศาสตร์ จำนวน ๔๐ ช่วั โมง จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
รายวิชาเพิ่มเติม จำนวน ๘๐ ชวั่ โมง ๒๘ ค๓๑๒๐๑ เสรมิ ทกั ษะคณติ ศาสตร์ ๑ จำนวน ๘๐ ชวั่ โมง ค๓๑๒๐๒ เสรมิ ทกั ษะคณติ ศาสตร์ ๒ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง ๒.๐ หน่วยกติ ค๓๑๒๐๓ คณติ ศาสตร์เพ่ิมเติม ๑ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๒.๐ หน่วยกติ ค๓๑๒๐๔ คณติ ศาสตร์เพ่ิมเติม ๒ จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง ๑.๕ หน่วยกติ ค๓๑๒๐๕ คณิตศาสตรเ์ สรมิ ๑ จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง ๑.๕ หน่วยกติ ค๓๑๒๐๖ คณิตศาสตร์เสริม ๒ จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง ๑.๐ หนว่ ยกิต ค๓๒๒๐๑ เสริมทกั ษะคณิตศาสตร์ ๓ จำนวน ๔๐ ช่วั โมง ๑.๐ หนว่ ยกติ ค๓๒๒๐๒ ทฤษฎีจำนวน จำนวน ๘๐ ชั่วโมง ๑.๐ หนว่ ยกติ ค๓๒๒๐๓ เสรมิ ทักษะคณิตศาสตร์ ๔ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ๑.๐ หนว่ ยกิต ค๓๒๒๐๔ ทฤษฎีกราฟข้ันสูง จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง ๒.๐ หนว่ ยกิต ค๓๒๒๐๕ พชี คณติ เชงิ เสน้ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๐ หนว่ ยกติ ค๓๒๒๐๖ คณิตศาสตร์เพ่ิมเติม ๓ จำนวน ๖๐ ชัว่ โมง ๑.๐ หน่วยกติ ค๓๒๒๐๗ คณติ ศาสตรเ์ พิ่มเติม ๔ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนว่ ยกิต ค๓๒๒๐๘ คณติ ศาสตร์เสรมิ ๓ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนว่ ยกติ ค๓๒๒๐๙ คณิตศาสตร์เสรมิ ๔ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง ๑.๐ หนว่ ยกิต ค๓๓๒๐๑ แคลคลู สั จำนวน ๘๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนว่ ยกิต ค๓๓๒๐๒ ทักษะทางคณิตศาสตร์ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง ๒.๐ หนว่ ยกติ ค๓๓๒๐๓ คณิตศาสตร์เพ่ิมเติม ๕ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๒.๐ หนว่ ยกิต ค๓๓๒๐๔ คณติ ศาสตร์เสรมิ ๕ จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง ๑.๕ หน่วยกิต ค๓๓๒๐๕ คณิตศาสตร์เสรมิ ๖ ๑.๕ หน่วยกิต ๑.๕ หน่วยกติ กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ๑.๐ หน่วยกิต รายวชิ าพนื้ ฐาน ๑.๐ หน่วยกติ ๑.๐ หน่วยกติ ว๓๐๑๐๑ วิทยาศาสตร์กายภาพ (ฟิสิกส์) จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง ๑.๐ หนว่ ยกิต ๑.๐ หนว่ ยกิต ว๓๐๑๐๒ วิทยาศาสตร์กายภาพ (เคมี) จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ๑.๐ หน่วยกติ ๑.๐ หน่วยกติ ว๓๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑.๐ หน่วยกติ ว๓๓๑๐๑ โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑.๐ หน่วยกติ ๑.๐ หนว่ ยกิต ว๓๑๑๐๒ การออกแบบและเทคโนโลยี จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ๑.๐ หนว่ ยกติ ๑.๐ หนว่ ยกิต ว๓๑๑๐๓ วิทยาการคำนวณ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ว๓๒๑๐๑ การออกแบบและเทคโนโลยี จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ว๓๒๑๐๒ วทิ ยาการคำนวณ จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง รายวิชาเพ่มิ เติม ว๓๐๒๖๑ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ๑ จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง ว๓๐๒๖๒ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ๒ จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง ว๓๐๒๖๓ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ๓ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ว๓๐๒๖๔ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ๔ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ว๓๐๒๘๑ วทิ ยาศาสตรก์ ารกีฬา จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ๒๙ ว๓๐๒๘๒ พนั ธุศาสตร์ จำนวน ๔๐ ช่วั โมง ว๓๐๒๘๓ โครงงานวิทยาศาสตร์ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ๑.๐ หนว่ ยกติ ว๓๑๒๐๑ ฟสิ กิ ส์ ๑ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง ๑.๐ หนว่ ยกติ ว๓๑๒๐๒ ฟิสิกส์ ๒ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง ๑.๐ หน่วยกติ ว๓๒๒๐๑ ฟิสกิ ส์ ๓ จำนวน ๘๐ ช่ัวโมง ๒.๐ หน่วยกติ ว๓๒๒๐๒ ฟิสิกส์ ๔ จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง ๒.๐ หน่วยกติ ว๓๓๒๐๑ ฟสิ ิกส์ ๕ จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง ๒.๐ หน่วยกติ ว๓๓๒๒๒ ทกั ษะทางฟิสกิ ส์ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๒.๐ หนว่ ยกิต ว๓๑๒๒๓ เคมี ๑ จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง ๒.๐ หน่วยกติ ว๓๑๒๒๔ เคมี ๒ จำนวน ๘๐ ช่ัวโมง ๑.๕ หนว่ ยกติ ว๓๒๒๒๑ เคมี ๓ จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง ๑.๕ หนว่ ยกติ ว๓๒๒๒๒ เคมี ๔ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง ๒.๐ หนว่ ยกิต ว๓๒๒๒๓ เคมี ๓ จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง ๑.๕ หนว่ ยกติ ว๓๒๒๒๔ เคมี ๔ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๒.๐ หน่วยกติ ว๓๓๒๒๑ เคมี ๕ จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หน่วยกติ ว๓๓๒๒๒ ทกั ษะทางเคมี จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว่ ยกติ ว๓๑๒๔๑ ชีววิทยา ๑ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง ๒.๐ หนว่ ยกติ ว๓๑๒๔๒ ชีววิทยา ๒ จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง ๑.๕ หนว่ ยกติ ว๓๒๒๔๑ ชีววิทยา ๓ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หน่วยกิต ว๓๒๒๔๒ ชีววทิ ยา ๔ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนว่ ยกติ ว๓๓๒๔๑ ชวี วทิ ยา ๕ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว่ ยกติ ว๓๓๒๔๓ ชวี วิทยา จำนวน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หน่วยกติ ๑.๐ หนว่ ยกติ ๑.๕ หน่วยกติ กล่มุ สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวชิ าพ้ืนฐาน จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง ๑.๐ หน่วยกติ ส๓๑๑๐๑ สงั คมศกึ ษา จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง ๑.๐ หน่วยกติ ส๓๑๑๐๓ สงั คมศึกษา จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ๑.๐ หนว่ ยกิต ส๓๒๑๐๑ สังคมศกึ ษา จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง ๑.๐ หนว่ ยกติ ส๓๒๑๐๓ สังคมศึกษา จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑.๐ หน่วยกติ ส๓๓๑๐๑ สงั คมศกึ ษา จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑.๐ หนว่ ยกติ ส๓๓๑๐๒ สงั คมศึกษา จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หน่วยกิต ส๓๑๑๐๒ ประวัติศาสตร์ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หน่วยกติ ส๓๑๑๐๔ ประวัติศาสตร์ จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง ๐.๕ หน่วยกิต ส๓๒๑๐๒ ประวัติศาสตร์ จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง ๐.๕ หน่วยกติ ส๓๒๑๐๔ ประวัติศาสตร์ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หนว่ ยกติ ส๓๐๑๐๑ ประวตั ิศาสตร์
รายวชิ าเพมิ่ เติม จำนวน ๒๐ ชั่วโมง ๓๐ ส๓๐๒๐๑ ศาสนาสากล จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง ส๓๐๒๐๒ ภูมศิ าสตร์การท่องเท่ียว จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ๐.๕ หนว่ ยกติ ส๓๐๒๐๔ กฎหมายแรงงาน จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หน่วยกิต ส๓๐๒๐๕ ทักษะชวี ติ กับสงั คม จำนวน ๒๐ ชั่วโมง ๑.๐ หนว่ ยกติ ส๓๐๒๓๑ หน้าทีพ่ ลเมอื ง ๑ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง ๑.๐ หนว่ ยกิต ส๓๐๒๓๒ หนา้ ที่พลเมอื ง ๒ จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง ๐.๕ หนว่ ยกติ ส๓๐๒๓๓ หนา้ ท่ีพลเมอื ง ๓ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หนว่ ยกิต ส๓๐๒๓๔ หนา้ ที่พลเมอื ง ๔ ๐.๕ หนว่ ยกิต ๐.๕ หน่วยกติ กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ ุขศึกษาและพลศึกษา ๐.๕ หนว่ ยกิต รายวชิ าพ้นื ฐาน จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว่ ยกติ พ๓๑๑๐๑ สุขศึกษา จำนวน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หน่วยกิต พ๓๑๑๐๓ สุขศึกษา จำนวน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หน่วยกติ พ๓๒๑๐๑ สขุ ศึกษา จำนวน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หนว่ ยกติ พ๓๑๑๐๒ พลศึกษา จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หน่วยกิต พ๓๑๑๐๔ พลศกึ ษา จำนวน ๒๐ ชั่วโมง พ๓๒๑๐๒ พลศึกษา ๐.๕ หน่วยกิต ๑.๐ หน่วยกติ รายวชิ าเพ่ิมเติม จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๑.๐ หน่วยกิต พ๓๐๒๐๑ เพศศึกษา จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง พ๓๐๒๐๔ บาสเกตบอล จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ๐.๕ หนว่ ยกิต พ๓๐๒๐๖ แฮนด์บอล ๐.๕ หนว่ ยกติ ๐.๕ หนว่ ยกติ กลุ่มสาระการเรียนรศู้ ิลปะ ๐.๕ หน่วยกติ ๐.๕ หนว่ ยกิต รายวิชาพน้ื ฐาน จำนวน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หน่วยกติ ศ๓๑๑๐๑ ทัศนศิลป์ จำนวน ๒๐ ช่ัวโมง ศ๓๑๑๐๓ ทศั นศลิ ป์ จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง ๑.๐ หน่วยกิต ศ๓๒๑๐๑ ทศั นศิลป์ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง ๑.๐ หนว่ ยกติ ศ๓๑๑๐๒ ดนตรี – นาฏศลิ ป์ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง ๑.๐ หน่วยกติ ศ๓๑๑๐๔ ดนตรี – นาฏศิลป์ จำนวน ๒๐ ช่วั โมง ๑.๐ หน่วยกติ ศ๓๒๑๐๒ ดนตรี – นาฏศลิ ป์ รายวิชาเพม่ิ เติม จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง ศ๓๐๒๐๒ การออกแบบ ๑ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง ศ๓๐๒๐๓ การออกแบบ ๒ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ศ๓๐๒๐๔ ประตมิ ากรรม จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ศ๓๐๒๐๕ นาฏศิลปส์ ร้างสรรค์
กล่มุ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี และเทคโนโลยี ๓๑ รายวชิ าพ้นื ฐาน จำนวน ๒๐ ช่วั โมง ๐.๕ หนว่ ยกิต ง๓๑๑๐๑ การงานอาชีพ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หน่วยกิต ง๓๒๑๐๑ การงานอาชพี จำนวน ๒๐ ช่ัวโมง ๐.๕ หนว่ ยกติ ง๓๓๑๐๑ การงานอาชีพ ๑.๕ หน่วยกิต รายวชิ าเพ่ิมเติม ๑.๕ หนว่ ยกติ ๑.๐ หนว่ ยกิต ง๓๐๒๐๑ เทคโนโลยีสารสนเทศ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๐ หนว่ ยกิต ๑.๐ หนว่ ยกติ ง๓๐๒๐๓ การสร้างสอ่ื และนวัตกรรม ๑ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนว่ ยกติ ๑.๕ หนว่ ยกติ ง๓๐๒๐๔ อาชีพในทอ้ งถ่นิ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว่ ยกติ ๑.๕ หนว่ ยกติ ง๓๐๒๐๕ คอมพิวเตอร์ ๑ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หน่วยกติ ง๓๐๒๐๖ คอมพิวเตอร์ ๒ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง ๑.๐ หน่วยกติ ๑.๐ หนว่ ยกติ ง๓๐๒๐๗ การออกแบบกราฟฟิก จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง ๑.๐ หนว่ ยกติ ๑.๐ หนว่ ยกติ ง๓๐๒๐๘ การเขียนโปรแกรม จำนวน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๐ หน่วยกติ ๑.๐ หนว่ ยกติ ง๓๐๒๑๑ เทคโนโลยสี ารสนเทศ ๒ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๐ หน่วยกติ ง๓๐๒๑๒ การสร้างสอ่ื และนวตั กรรม ๒ จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง ๑.๐ หนว่ ยกติ ๑.๐ หนว่ ยกติ ง๓๐๒๑๓ โปรแกรม Canva จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง ๑.๐ หนว่ ยกิต ๑.๕ หนว่ ยกติ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ ๑.๕ หน่วยกติ ๑.๕ หนว่ ยกติ รายวิชาพนื้ ฐาน จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ๑.๐ หน่วยกิต อ๓๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ จำนวน ๔๐ ช่วั โมง ๑.๐ หนว่ ยกิต อ๓๑๑๐๒ ภาษาองั กฤษ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ๑.๕ หน่วยกิต อ๓๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนว่ ยกิต อ๓๒๑๐๒ ภาษาองั กฤษ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง อ๓๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง อ๓๓๑๐๒ ภาษาองั กฤษ รายวิชาเพ่มิ เติม อ๓๐๒๐๑ ภาษาอังกฤษอา่ น – เขยี น ๑ จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง อ๓๐๒๐๒ ภาษาองั กฤษอา่ น – เขยี น ๒ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง อ๓๐๒๐๓ ภาษาอังกฤษเพอ่ื การส่ือสาร ๑ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง อ๓๐๒๐๔ ภาษาองั กฤษเพือ่ การส่อื สาร ๒ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง อ๓๐๒๐๕ ภาษาอังกฤษเพิ่มเติม ๑ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง อ๓๐๒๐๖ ภาษาองั กฤษเพม่ิ เติม ๒ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง อ๓๐๒๐๗ ภาษาอังกฤษเพ่ิมเติม ๓ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง อ๓๐๒๐๘ ภาษาองั กฤษเพ่ือการศึกษาต่อ ๑ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง อ๓๐๒๐๙ ภาษาอังกฤษเพือ่ การศกึ ษาต่อ ๒ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง จ๓๐๒๐๑ ภาษาจนี ๑ จำนวน ๖๐ ชัว่ โมง จ๓๐๒๐๒ ภาษาจีน ๒ จำนวน ๖๐ ช่วั โมง
จ๓๐๒๐๓ ภาษาจนี ๓ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๓๒ จ๓๐๒๐๔ ภาษาจีน ๔ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง จ๓๐๒๐๕ ภาษาจีน ๕ จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง ๑.๐ หนว่ ยกิต จ๓๐๒๐๖ ภาษาจีน ๖ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง ๑.๐ หนว่ ยกติ ๑.๐ หน่วยกติ ๑.๐ หนว่ ยกติ การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็น กระบวนการเก็บรวบรวม ตรวจสอบ ตีความผลการเรียนรู้ และพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของผู้เรียนตามมาตรฐาน การเรยี นรู้ / ตัวช้ีวัดของหลกั สตู ร นำผลไปปรับปรุงพัฒนาการจัดการเรียนรู้และใช้เป็นข้อมูลสำหรับการตัดสิน ผลการเรียน สถานศึกษาต้องมีกระบวนการจัดการที่เป็นระบบ เพื่อให้การดำเนินการ วัดและประเมินผล การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ ผลการประเมินตรงตามสภาพความรู้ ความสามารถที่ แท้จริงของผู้เรียน ถูกต้องตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ รวมทั้งสามารถรองรับการประเมิน ภายในและการประเมินภายนอก ตามระบบประกันคุณภาพการศึกษาได้ สถานศึกษาจึงควรกำหนดหลักการ วัดและประเมินผลการเรียนรู้เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจเก่ียวกับการวัดและประเมินผ ลการเรียนรู้ของ สถานศึกษา ดงั นี้ ๑. สถานศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายที่ เกยี่ วขอ้ งมสี ่วนร่วม ๒. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ต้องสอดคล้องและครอบคลุมมาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัดตาม กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่กำหนดในหลักสูตรและจัดให้มีการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะ อนั พงึ ประสงค์ ตลอดจนกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น ๓. การประเมินผู้เรียนพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรม การเรยี นรู้ การรว่ มกจิ กรรมและการทดสอบควบคไู่ ปในกระบวนการเรียนการสอน ตามความเหมาะสมของแต่ละ ระดบั และรูปแบบการศกึ ษา ๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนการสอน ต้องดำเนินการด้วยเทคนิควธิ ีการท่ีหลากหลาย เพื่อให้สามารถวัดและประเมินผลผู้เรียนได้อย่างรอบด้านทั้งด้าน ความรู้ ความคิด กระบวนการ พฤติกรรมและเจตคติ เหมาะสมกับส่ิงท่ีตอ้ งการวัด ธรรมชาติวิชา และระดับชั้น ของผู้เรยี น โดยต้ังอยู่บนพ้ืนฐานความเทยี่ งตรง ยุตธิ รรม และเช่ือถอื ได้ ๕. การประเมินผลการเรียนรู้ มีจุดมุ่งหมายเพ่ือปรับปรุงพัฒนาผู้เรียน พัฒนาการจัดการเรียนรู้และ ตดั สนิ ผลการเรียน ๖. เปิดโอกาสให้ผู้เรยี นและผ้มู สี ่วนเกี่ยวข้องตรวจสอบผลการประเมินผลการเรยี นรู้ ๗. ใหม้ ีการเทียบโอนผลการเรียนระหว่างสถานศกึ ษาและรูปแบบการศึกษาตา่ ง ๆ ๘. ให้สถานศึกษาจัดทำเอกสารหลักฐานการศึกษา เพ่ือเป็นหลักฐานการประเมินผลการเรียนรู้ รายงานผลการเรียน แสดงวฒุ ิการศกึ ษาและรับรองผลการเรยี นของผ้เู รียน
๓๓ องคป์ ระกอบของการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กำหนดจุดหมาย สมรรถนะสำคัญของ ผู้เรียน และมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีคุณภาพชีวิตท่ีดีและมีขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีระดับโลก กำหนดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามมาตรฐาน การเรียนรู้ / ตัวช้ีวัดที่กำหนดในกลุ่มสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระ มีความสามารถด้านการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์และเข้าร่วมกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน และการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ มีองค์ประกอบตา่ ง ๆ ดังแผนภาพท่ี ๒.๑ มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัดการเรียนรู้ การอา่ น ๘ กลุ่มสาระ คิดวเิ คราะหแ์ ละเขยี น คณุ ภาพผเู้ รียน คณุ ลักษณะ กจิ กรรม อนั พงึ ประสงค์ พัฒนาผู้เรียน แผนภาพที่ ๒.๑ แสดงองค์ประกอบการวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ ๑. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ตามรายกลุ่มสาระการเรยี นรู้ ผู้สอนทำการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ผู้เรียนเป็นรายวิชาตามตัวชี้วัดท่ีกำหนดในหน่ว ย การเรียนรู้ด้วยวิธีการท่ีหลากหลาย ให้ได้ผลการประเมินตามความสามารถที่แท้จริงของผู้เรียน โดยทำการวัด และประเมินผลการเรียนรู้ไปพร้อมกับการจัดการเรียนการสอน ได้แก่ การสังเกตพัฒนาการและความประพฤติ ของผู้เรียน การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรมและการทดสอบ ซ่ึงผู้สอนต้องนำนวัตกรรมการวัด และประเมินผลการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น การประเมินสภาพจริง การประเมิน การปฏิบัติงาน การประเมิน จากโครงงานและการประเมินจากแฟ้มสะสมงาน ไปใช้ในการประเมินผลการเรียนรู้ควบคู่ไปกับการใช้ แบบทดสอบแบบต่าง ๆ และตอ้ งให้ความสำคัญกับการประเมินระหว่างปี/ภาค มากกว่าการประเมินปลายปี/ภาค ดงั แผนภาพที่ ๒.๒
๓๔ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วดั และประเมนิ การเรยี นรู้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ การงานอาชีพฯ ด้วยวิธีการท่หี ลากหลาย วทิ ยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ บรู ณาการในการเรียนการสอน สาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศกึ ษา สังคมศกึ ษาฯ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ศลิ ปะ ภาษาตา่ งประเทศ แผนภาพที่ ๒.๒ แสดงองค์ประกอบการวดั และประเมินผลการเรยี นรตู้ ามกลมุ่ สาระการเรียนรู้ ๒. การประเมินการอา่ น คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขียน การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน เป็นการประเมินศักยภาพของผู้เรียนในการอ่าน การฟัง การดูและการรับรู้ จากหนังสือ เอกสารและส่ือต่าง ๆ ได้อยา่ งถกู ต้องแล้วนำมาคิดวิเคราะห์เนอื้ หาสาระ ทีน่ ำไปสู่การแสดงความคิดเห็น การสังเคราะหส์ ร้างสรรค์ในเรือ่ งต่าง ๆ และถ่ายทอดความคิดน้ันดว้ ยการเขียน ซ่ึงสะท้อนถึงสติปัญญา ความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาและสร้างสรรค์ จินตนาการอย่างเหมาะสมและมีคุณค่าแก่ตนเอง สังคมและประเทศชาติ พร้อมด้วยประสบการณ์ และทักษะใน การเขียนท่ีมีสำนวนภาษาถูกต้อง มีเหตุผลและลำดับขั้นตอนในการนำเสนอ สามารถสร้างความเข้าใจแก่ ผู้อ่านได้อย่างชัดเจนตามระดับความสามารถในแต่ละระดับช้ัน การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน สรุปผลเป็นรายปี/รายภาค เพ่ือวินิจฉัยและใช้เป็นข้อมูลเพ่ือประเมินการเล่ือน ชั้นเรียนและการจบการศึกษา ระดับต่าง ๆ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขยี นเปน็ กระบวนการท่ีต่อเนื่อง ดงั แผนภาพท่ี ๒.๓ อา่ น หนงั สือ เอกสาร วิทยุ โทรทัศน์ ส่ือต่าง ๆ ฯลฯ (รับสาร) แล้วสรปุ เปน็ ความรู้ความเข้าใจของตนเอง คดิ วิเคราะห์ วเิ คราะห์ สังเคราะห์ หาเหตผุ ล แก้ปญั หา และสร้างสรรค์ เขียน ถ่ายทอดความรู้ ความคิด ส่ือสารใหผ้ ู้อ่ืนเข้า (ส่ือสาร)
๓๕ ๓. การประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และตามท่สี ถานศึกษากำหนดเพิ่มเติม เปน็ การประเมนิ รายคุณลกั ษณะแลว้ รวบรวมผลการประเมินจาก ผู้ประเมินทุกฝ่ายนำมาพิจารณาสรุปผลเป็นรายปี/รายภาค เพื่อใช้เป็นข้อมูลประเมิน การเล่ือนช้ันเรียนและ การจบการศกึ ษาระดับต่าง ๆ ดังแผนภาพที่ ๒.๔ มจี ิตสาธารณะ รกั ชาติ ศาสน์ รักความ กษตั รยิ ์ ซ่ือสัตย์ เป็นไทย คณุ ลกั ษณะ สจุ รติ มุง่ ม่ันใน อันพึงประสงค์ การทำงาน มวี ินยั เป็นอยู่ ใฝเ่ รียนรู้ พอเพยี ง แผนภาพที่ ๒.๔ แสดงองค์ประกอบการวดั และประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ๔. การประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นการประเมินการปฏบิ ัติกิจกรรมตามจุดประสงค์และเวลา ในการเข้าร่วมกิจกรรมตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในแต่ละกิจกรรมและใช้เป็นข้อมูลประเมินการเลอื่ น ชั้นเรียนและ การจบการศึกษาระดบั ตา่ ง ๆ ดังแผนภาพที่ ๒.๕ กจิ กรรมแนะแนว กิจกรรมนกั เรียน - ลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน ผูบ้ ำเพญ็ ประโยชน์ กจิ กรรมเพื่อสังคมและ และนักศกึ ษาวิชาทหาร สาธารณประโยชน์ - ชมุ นุม/ชมรม แผนภาพท่ี ๒.๕ แสดงการประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น
๓๖ เกณฑก์ ารวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ ระดบั มธั ยมศกึ ษา ๑. การตดั สนิ ผลการเรยี น หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กำหนดหลักเกณฑ์การวัดและ ประเมินผลการเรียนรู้ เพือ่ ตัดสินผลการเรยี นของผู้เรียน ดังน้ี ๑) ตัดสินผลการเรยี นเป็นรายวิชา ผู้เรียนตอ้ งมีเวลาเรียนตลอดภาคเรียนไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวชิ านั้น ๆ ๒) ผู้เรียนต้องไดร้ ับการประเมนิ ทกุ ตวั ชวี้ ดั และผ่านตามเกณฑท์ ่สี ถานศึกษากำหนด ๓) ผเู้ รียนต้องไดร้ ับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา ๔) ผู้เรยี นต้องได้รบั การประเมนิ และมผี ลการประเมนิ ผ่านตามเกณฑท์ ่ีสถานศึกษากำหนดใน การอา่ น คิดวิเคราะห์และเขียน คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ และกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน โดยผู้สอนกำหนดเกณฑ์ที่ยอมรับได้ในการผ่านตัวช้ีวัดทุกตัวให้เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา กล่าวคือให้ท้าทายการเรียนรู้ ไม่ยากหรือง่ายเกินไป เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมินว่าส่ิงท่ีผู้เรียนรู้ เข้าใจ ทำได้นั้น เป็นท่ีน่าพอใจ บรรลุตามเกณฑ์ที่ยอมรับได้ หากยังไม่บรรลุจะต้องหาวิธีการช่วยเหลือ เพ่ือให้ผู้เรียน ได้รับการพัฒนาสูงสุด การกำหนดเกณฑ์นี้ผู้สอนสามารถให้ผู้เรียนร่วมกำหนดด้วยได้ เพ่ือให้เกิดความ รับผิดชอบร่วมกันและสร้างแรงจูงใจในการเรียน การประเมินเพื่อการพัฒนาส่วนมากเป็นการประเมินอย่าง ไม่เป็นทางการ เช่น สังเกต หรือซักถาม หรือการทดสอบย่อย ในการประเมินเพื่อการพัฒนานี้ ควรให้ผู้เรียน ไดร้ ับการพัฒนาจนผ่านเกณฑ์ทย่ี อมรับได้ ผู้เรียนแต่ละคนอาจใช้เวลาเรยี นและวิธกี ารเรียนที่แตกต่างกัน ฉะนั้น ผูส้ อนควรนำข้อมูลท่ีได้มาใชป้ รับวิธีการสอนเพื่อให้ผู้เรียนได้รบั การพัฒนาเต็มศกั ยภาพ อันจะนำไปสู่การบรรลุ มาตรฐานการเรียนรู้ในท้ายท่ีสุดอย่างมีคุณภาพ การประเมินเพื่อการพัฒนาจึงไม่จำเป็นต้องตัดสินให้คะแนน เสมอไป การตัดสินให้คะแนนหรือให้เป็นระดับคุณภาพควรดำเนินการโดยใช้กระบวนการประเมินสรุปผลรวม เมือ่ จบหน่วยการเรียนรู้และจบรายวิชา การตัดสนิ ผลการเรียน ตดั สินเปน็ รายวชิ า โดยใช้ผลการประเมนิ ระหวา่ งภาคและปลายภาคตาม สดั สว่ นที่สถานศกึ ษากำหนด ทุกรายวิชาตอ้ งได้รับการตัดสินและให้ระดับผลการเรียน ท้ังน้ี ผูเ้ รียนต้องผา่ น ทุกรายวิชาพื้นฐาน ๒. การใหร้ ะดบั ผลการเรยี น การตัดสินเพ่ือให้ระดับผลการเรียนรายวิชาของกลุ่มสาระการเรียนรู้ ให้ใช้ตัวเลขแสดงระดับ ผลการเรียนเปน็ ๘ ระดับ การตัดสินผลการเรียนในระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐานใช้ระบบผ่านและไม่ผ่าน โดยกำหนดเกณฑ์ การตดั สนิ ผ่านแต่ละรายวชิ าทีร่ ้อยละ ๕๐ จากนนั้ จงึ ให้ระดบั ผลการเรียนที่ผ่าน สำหรบั ระดับมัธยมศึกษาต้นต้น และตอนปลาย ใช้ตัวเลขแสดงระดับผลการเรียนเป็น ๘ ระดับ แนวการให้ระดับผลการเรียน ๘ ระดับ และ ความหมายของแตล่ ะระดบั ดงั แสดงในตาราง ดังนี้
๓๗ ระดับผลการเรียน ความหมาย ชว่ งคะแนนเปน็ รอ้ ยละ ๔ ดีเยย่ี ม ๘๐ – ๑๐๐ ๓.๕ ดีมาก ๗๕ – ๗๙ ๓ ดี ๗๐ – ๗๔ ๒.๕ คอ่ นข้างดี ๖๕ – ๖๙ ๒ ปานกลาง ๖๐ – ๖๔ ๑.๕ พอใช้ ๕๕ – ๕๙ ๑ ๕๐ – ๕๔ ๐ ผา่ นเกณฑข์ นั้ ต่ำ ๐ – ๔๙ ตำ่ กวา่ เกณฑ์ * ในกรณีทไี่ ม่สามารถใหร้ ะดบั ผลการเรยี นเป็น ๘ ระดบั ได้ ใหใ้ ชอ้ กั ษรระบเุ งือ่ นไขของผลการเรียน ดงั นี้ “มส” หมายถึง ผู้เรียนไม่มีสิทธ์ิเข้ารับการวัดผลปลายภาคเรียน เนื่องจากผู้เรียนมีเวลาเรียนไม่ถึง รอ้ ยละ ๘๐ ของเวลาเรยี นในแต่ละรายวิชา และไม่ได้รบั การผอ่ นผันให้เขา้ รบั การวัดผลปลายภาคเรียน “ร” หมายถึง รอการตัดสินและยังตัดสินผลการเรียนไม่ได้ เน่ืองจากผู้เรียนไม่มีข้อมูลผลการเรียน รายวิชานั้นครบถ้วน ได้แก่ ไม่ได้วัดผลระหว่างภาคเรยี น/ปลายภาคเรียน ไม่ได้ส่งงานที่มอบหมายให้ทำ ซึ่งงาน นั้นเป็นส่วนหน่ึงของการตัดสินผลการเรียน หรือมีเหตุสุดวิสัยที่ทำให้ประเมินผลการเรียนไม่ได้การประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขยี น และคุณลักษณะอันพึงประสงค์น้นั ให้ผลการประเมินเป็นผ่านและ ไมผ่ ่าน กรณีท่ี ผ่านใหร้ ะดับผลการเรียนเป็นดีเย่ยี ม ดี และผา่ น ๑) ในการสรุปผลการประเมินอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน เพ่ือการเลื่อนช้ันและจบการศึกษา กำหนดเกณฑก์ ารตัดสนิ เปน็ ๔ ระดับ และความหมายของแต่ละระดบั ดงั นี้ ดีเยย่ี ม หมายถึง มผี ลงานท่แี สดงถึงความสามารถในการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขยี นทม่ี ี คุณภาพดเี ลศิ อยู่เสมอ ดี หมายถึง มีผลงานทแ่ี สดงถงึ ความสามารถในการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขยี นท่ีมี คณุ ภาพเป็นที่ยอมรับ ผา่ น หมายถงึ มผี ลงานทแี่ สดงถึงความสามารถในการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขยี นท่ีมี คณุ ภาพเปน็ ที่ยอมรบั แต่ยังมีข้อบกพรอ่ งบางประการ ไมผ่ า่ น หมายถึง ไมม่ ผี ลงานทแี่ สดงถึงความสามารถในการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขยี น หรือ ถ้ามีผลงาน ผลงานน้ันยังมขี อ้ บกพร่องทีต่ ้องได้รับการปรับปรุงแก้ไขหลายประการ ๒) ในการสรุปผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์รวมทุกคุณลักษณะ เพ่ือการเลื่อนช้ันและ จบการศกึ ษา กำหนดเกณฑก์ ารตดั สินเปน็ ๔ ระดับ และความหมายของแตล่ ะระดับ ดังน้ี ดเี ยีย่ ม หมายถงึ ผูเ้ รียนปฏิบัตติ นตามคณุ ลักษณะจนเป็นนิสัยและนำไปใชใ้ นชวี ิตประจำวนั เพ่อื ประโยชนส์ ขุ ของตนเองและสังคม โดยพจิ ารณาจากผลการประเมินระดับดีเยี่ยม จำนวน ๕ - ๘ คุณลกั ษณะ และไม่มีคุณลกั ษณะใดไดผ้ ลการประเมนิ ต่ำกวา่ ระดบั ดี ดี หมายถึง ผเู้ รยี นมีคุณลกั ษณะในการปฏิบตั ิตามกฎเกณฑ์เพอ่ื ใหเ้ ป็นท่ียอมรับของ สังคม โดยพิจารณาจาก ๑. ไดผ้ ลการประเมนิ ระดับดเี ย่ียม จำนวน ๑ - ๔ คุณลกั ษณะและไม่มี คุณลักษณะใดไดผ้ ลการเมินต่ำกวา่ ระดับดี หรือ ๒. ได้ผลการประเมนิ ระดับดที งั้ ๘ คณุ ลักษณะ หรือ ๓. ได้ผลการประเมินตัง้ แต่ระดบั ดีขน้ึ ไป จำนวน ๕ - ๗ คุณลกั ษณะ และ มบี างคุณลักษณะได้ผลการประเมินระดับผ่าน
๓๘ ผา่ น หมายถึง ผูเ้ รียนรับรู้และปฏิบัตติ ามกฎเกณฑ์และเงื่อนเขทส่ี ถานศึกษากำหนด โดยพจิ ารณาจาก ๑. ไดผ้ ลการประเมนิ ระดับผา่ นทั้ง ๘ คณุ ลักษณะ หรอื ๒. ไดผ้ ลการประเมินต้ังแต่ระดับดีข้ึนไป จำนวน ๑ - ๔ คุณลกั ษณะ และ คุณลักษณะทเ่ี หลือได้ผลการประเมินระดบั ผ่าน ไมผ่ า่ น หมายถึง ผ้เู รียนรับรแู้ ละปฏบิ ัติไมค่ รบตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่สถานศึกษากำหนด โดยพิจารณาจากผลการประเมินระดบั ไม่ผ่าน ตัง้ แต่ ๑ คุณลกั ษณะ การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรม และผลงานของผู้เรียนตามเกณฑ์ทส่ี ถานศกึ ษากำหนด และให้ผลการเข้ารว่ มกิจกรรมเป็น ผา่ น และไม่ผ่าน กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น มี ๓ ลกั ษณะ คือ ๑) กิจกรรมแนะแนว ๒) กิจกรรมนักเรียน ซ่งึ ประกอบดว้ ย (๑) กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด และผู้บำเพ็ญประโยชน์ และนักศึกษาวิชาทหาร โดยผ้เู รียนเลอื กอยา่ งใดอยา่ งหนึ่ง (๒) กิจกรรมชุมนุมหรือชมรม ทั้งน้ี ผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมท้ังข้อ (๑) และ (๒) สำหรับผู้เรียน ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลายสามารถเลือกเขา้ รว่ มกจิ กรรมใดกจิ กรรมหน่ึงในขอ้ (๑) หรอื (๒) ๓) กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ให้ใช้ตวั อักษรแสดงผลการประเมิน ดังนี้ “ผ” หมายถงึ ผู้เรยี นมีเวลาเขา้ รว่ มกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น ปฏิบตั กิ จิ กรรมและมีผลงานตาม เกณฑท์ ่ีสถานศึกษากำหนด “มผ” หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้ารว่ มกจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น ปฏบิ ตั ิกิจกรรมและมผี ลงาน ไมเ่ ปน็ ไปตามเกณฑ์ทีส่ ถานศกึ ษากำหนด ๓. การจบระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น ๓.๑ การเปล่ยี นผลการเรยี น “๐” สถานศึกษาจัดให้มีการสอนซ่อมเสริมในมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวดั ที่ผู้เรียนสอบไม่ผ่าน ก่อน แล้วจึงสอบแก้ตัวได้ไม่เกิน ๒ ครั้ง ถ้าผู้เรียนไม่ดำเนินการสอบแก้ตัวตามระยะเวลาที่สถานศึกษากำหนด ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะพิจารณาขยายเวลาออกไปอีก ๑ ภาคเรียน สำหรับภาคเรียนที่ ๒ ต้องดำเนนิ การใหเ้ สรจ็ ส้ินภายในปกี ารศกึ ษานั้น การสอบแก้ตัวใหไ้ ดร้ ะดับผลการเรียนไม่เกนิ “๑” ถ้าสอบแก้ตัว ๒ คร้ังแล้ว ยังได้ระดับผลการเรียน “๐” อีก ให้สถานศึกษาแต่งตั้ง คณะกรรมการดำเนินการเก่ยี วกับการเปลี่ยนผลการเรยี นของผู้เรียน โดยปฏิบตั ิดังนี้ ๑) ถ้าเป็นรายวชิ าพื้นฐาน ใหเ้ รยี นซ้ำรายวิชานนั้ ๒) ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติม ให้เรียนซ้ำหรือเปลี่ยนรายวิชาเรียนใหม่ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลย พนิ จิ ของสถานศกึ ษา * ในกรณที ีเ่ ปล่ยี นรายวชิ าเรียนใหม่ ใหห้ มายเหตใุ นระเบยี นแสดงผลการเรยี นว่าเรียนแทนวิชาใด
๓๙ ๓.๒ การเปลี่ยนผลการเรียน “ร” การเปลย่ี นผลการเรียน “ร” ให้ดำเนินการดงั นี้ ให้ผู้เรียนดำเนินการแก้ไข “ร” ตามสาเหตุ เมื่อผู้เรียนแก้ไขปัญหาเสร็จแล้ว ให้ได้ระดับผล การเรยี นตามปกติ (ต้งั แต่ ๐ - ๔) ถ้าผู้เรียนไม่ดำเนินการแก้ไข “ร” กรณีที่ส่งงานไม่ครบ แต่มีผลการประเมินระหว่าง ภาคเรียนและปลายภาค ให้ผู้สอนนำข้อมูลท่ีมอี ยู่ตัดสินผลการเรยี น ยกเว้นมเี หตสุ ุดวิสัย ให้อยู่ในดุลยพินจิ ของ สถานศึกษาที่จะขยายเวลาการแก้ “ร” ออกไปอีกไม่เกิน ๑ ภาคเรียน สำหรับภาคเรียนที่ ๒ ต้องดำเนินให้ เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษาน้ัน เม่ือพ้นกำหนดนี้แล้วให้เรยี นซ้ำ หากผลการเรยี นเป็น “๐” ให้ดำเนินการแก้ไข ตามหลักเกณฑ์ ๓.๓ การเปล่ียนผลการเรียน “มส” การเปล่ยี นผลการเรยี น “มส” มี ๒ กรณี ดงั น้ี ๑) กรณีผู้เรียนได้ผลการเรียน “มส” เพราะมีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ ๘๐ แต่มีเวลา เรียน ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ของเวลาเรียนในรายวิชานั้น ให้สถานศึกษาจัดให้เรียน เพิ่มเติมโดยใช้ช่ัวโมงสอนซ่อมเสริม หรือใช้เวลาว่าง หรือใช้วันหยุด หรือมอบหมาย งานให้ทำ จนมีเวลาเรียนครบตามที่กำหนดไว้สำหรับรายวิชาน้ันแล้วจึงให้วัดผลปลาย ภาคเป็นกรณีพิเศษ ผลการแก้ “มส” ให้ได้ระดับผลการเรียนไม่เกิน “๑” การแก้ “มส” กรณีนี้ให้กระทำให้เสร็จส้ินในปีการศึกษาน้ัน ถ้าผู้เรียนไม่มาดำเนินการแก้ “มส” ตามระยะเวลาท่ีกำหนดไวน้ ี้ใหเ้ รยี นซ้ำ ยกเว้น มีเหตุสุดวสิ ัย ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของสถานศึกษาท่ีจะขยายเวลาการแก้ “มส” ออกไปอีก ไม่เกิน ๑ ภาคเรียน แต่ เมอ่ื พ้นกำหนดนแ้ี ลว้ ให้ปฏิบัติดงั น้ี ถ้าเป็นรายวชิ าพ้ืนฐานให้เรียนซำ้ รายวชิ านน้ั ถ้าเป็นรายวิชาเพ่ิมเติมโดยให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา ให้เรียนซ้ำหรือเปลี่ยน รายวชิ าเรียนใหม่ ๒) กรณีผู้เรียนได้ผลการเรียน “มส” และมีเวลาเรียนน้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ของเวลาเรียน ทง้ั หมด ให้สถานศกึ ษาดำเนินการดงั น้ี ถ้าเป็นรายวชิ าพื้นฐานให้เรยี นซำ้ รายวชิ านั้น ถ้าเป็นรายวิชาเพ่ิมเติมโดยให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา ให้เรียนซ้ำหรือเปล่ียน รายวชิ าเรียนใหม่ ในกรณีท่ีเปลี่ยนรายวิชาเรียนใหม่ ให้หมายเหตุในระเบียนแสดงผลการเรียนว่าเรียนแทน รายวชิ าใด การเรียนซ้ำรายวิชา ผู้เรียนท่ีได้รับการสอนซ่อมเสริมและสอบแก้ตัว ๒ ครั้งแล้วไม่ผ่าน เกณฑ์การประเมิน ให้เรียนซ้ำรายวิชาน้ัน ท้ังนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาในการจดั ให้เรียนซ้ำในช่วงใด ชว่ งหนง่ึ ที่สถานศึกษาเหน็ วา่ เหมาะสม เช่น พกั กลางวัน วนั หยุด ชั่วโมงว่างหลังเลิกเรยี น ภาคฤดูร้อน เป็นตน้ * ในกรณีภาคเรียนที่ ๒ หากผู้เรียนยงั มีผลการเรียน “0” “ร” “มส” ให้ดำเนินการให้เสรจ็ ส้ินก่อนเปิด เรียนปีการศึกษาถัดไป สถานศึกษาอาจเปิดการเรียนการสอนในภาคฤดูร้อนเพ่ือแก้ไขผล การเรียนของ ผู้เรียนได้ ท้ังนี้ หากสถานศึกษาใดไม่สามารถดำเนินการเปิดสอนภาคฤดูร้อนได้ ให้สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษา/ต้นสังกัดเป็นผู้พิจารณาประสานงานให้มีการดำเนินการเรียนการสอนในภาคฤดรู ้อนเพ่ือแก้ไขผล การเรยี นของผู้เรยี น
๔๐ ๓.๔ การเปล่ียนผล “มผ” กรณีท่ีผู้เรียนได้ผล “มผ” สถานศึกษาต้องจัดซ่อมเสริมให้ผู้เรียนทำกิจกรรมในส่วนท่ี ผู้เรียนไม่ได้เข้าร่วมหรือไม่ได้ทำจนครบถ้วน แล้วจึงเปลี่ยนผลจาก “มผ” เป็น “ผ” ได้ ท้ังน้ี ดำเนินการให้ เสร็จส้ินภายในภาคเรียนนั้น ๆ ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัยให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาท่ีจะพิจารณาขยายเวลา ออกไปอกี ไมเ่ กิน ๑ ภาคเรียน สำหรบั ภาคเรยี นท่ี ๒ ต้องดำเนนิ การใหเ้ สรจ็ สิน้ ภายในปกี ารศกึ ษาน้ัน ๔. การเลอ่ื นชั้น เม่อื สิ้นปีการศึกษา ผู้เรยี นจะได้รบั การเลื่อนชนั้ เมอื่ มีคณุ สมบตั ิตามเกณฑ์ ดังต่อไปน้ี ๑) รายวิชาพ้ืนฐานและรายวิชาเพิ่มเติมได้รับการตัดสินผลการเรียนผ่านตามเกณฑ์ท่ี สถานศกึ ษากำหนด ๒) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดใน การอา่ น คิดวิเคราะห์และเขยี น คุณลักษณะอนั พึงประสงคแ์ ละกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน ๓) ระดับผลการเรียนเฉล่ียในปีการศึกษาน้ันควรได้ไม่ต่ำกว่า ๑.๐๐ ในระดับมัธยมศึกษา ตอนตน้ และไมต่ ่ำกวา่ ๒.๐๐ ในระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ท้ังนี้รายวิชาใดท่ีไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน สถานศึกษาสามารถซ่อมเสริมผู้เรียนให้ได้รับ การแก้ไขในภาคเรียนถัดไป ทง้ั นี้สำหรบั ภาคเรยี นที่ ๒ ตอ้ งดำเนินการใหเ้ สรจ็ สิ้นภายในปกี ารศึกษาน้ัน ๕. การเรยี นซำ้ ผู้เรียนท่ีไม่ผ่านรายวิชาจำนวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับช้ันท่ี สูงข้ึน สถานศึกษาอาจตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้ำชั้นได้ ท้ังนี้ให้คำนึงถึงวุฒิภาวะและความรู้ ความสามารถของผู้เรียนเป็นสำคญั การเรียนซำ้ ชน้ั มี ๒ ลักษณะ ดังน้ี ๑) ผู้เรียนมีระดับผลการเรียนเฉล่ียในปีการศึกษาน้ันต่ำกว่า ๑.๐๐ และ ๒.๐๐ ในแต่ละระดับ และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นทสี่ งู ข้นึ ๒) ผู้เรียนมีผลการเรียน ๐ , ร , มส เกนิ คร่งึ หนงึ่ ของรายวชิ าที่ลงทะเบยี นเรยี นในปกี ารศึกษานั้น ท้ังนี้หากเกิดลักษณะใดลักษณะหน่ึงหรือทั้ง ๒ ลักษณะให้สถานศึกษาแต่งต้ังคณะกรรมการ พิจารณา หากเห็นวา่ ไม่มีเหตุผลอนั สมควรก็ให้ซ้ำช้ัน โดยยกเลิกผลการเรียนเดิมและให้ใช้ผลการเรียนใหม่แทน หากพจิ ารณาแลว้ ไม่ต้องเรยี นซ้ำชั้น ให้อยใู่ นดุลยพนิ ิจของสถานศึกษาในการแกไ้ ขผลการเรียน ๖. การสอนซ่อมเสริม หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กำหนดให้สถานศึกษาจัดสอนซ่อม เสริมเพอื่ พัฒนาการเรียนรูข้ องผู้เรยี นเตม็ ตามศักยภาพ การสอนซ่อมเสริม เป็นการสอนเพ่อื แก้ไขข้อบกพรอ่ งท่ีพบในผู้เรยี น กรณีผ้เู รยี นมีความรู้ ทักษะ กระบวนการ หรอื เจตคติ / คุณลักษณะ ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด สถานศกึ ษาต้องจัดสอนซ่อม เสริมเป็นกรณีพิเศษนอกเหนือไปจากการสอนตามปกติ เพ่ือพัฒนาให้ผู้เรียนสามารถบรรลุตามมาตรฐาน การเรยี นรู้ / ตัวช้ีวัดท่ีกำหนดไว้ เป็นการให้โอกาสแกผ่ เู้ รยี นและพัฒนา โดยจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ีหลากหลาย และตอบสนองความแตง่ ต่างระหว่างบุคคล การสอนซ่อมเสริมสามารถดำเนนิ การได้ในกรณี ดังต่อไปนี้ ๑) ผู้เรียนมีความรู้ / ทักษะพื้นฐานไม่เพียงพอที่จะศึกษาในแต่ละรายวิชานั้น ควรจัดการสอน ซ่อมเสริม ปรับความรู้ / ทกั ษะพ้ืนฐาน ๒) ผู้เรียนไม่สามารถแสดงความรู้ ทักษะกระบวนการ หรือเจตคติ / คุณลักษณะที่กำหนดไว้ ตามมาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ช้วี ัดในการประเมนิ ผลระหว่างเรยี น
๔๑ ๓) ผู้เรยี นได้ระดับผลการเรยี น “๐” ตอ้ งจดั การสอนซอ่ มเสรมิ ก่อนสอบแก้ตัว ๔) กรณีผู้เรียนมีผลการเรียนไม่ผ่าน สามารถจัดสอนซ่อมเสริมในภาคฤดูร้อนเพ่ือแก้ไข ผลการเรยี นทง้ั นี้ใหอ้ ยใู่ นดุลยพินิจของสถานศกึ ษา จากรายละเอียดต่าง ๆ ข้างต้น สรุปเป็นแผนภาพท่ี ๒.๖ แสดงกระบวนการตัดสินและแก้ไขผล การเรียนระดบั มธั ยมศึกษาดงั ตอ่ ไปน้ี
๔๒ ได้ “๐” ได้ “๑” แก้ “ร” ผา่ น “ร” สุดวสิ ยั ได้ ๑ - ๔ “ร” ไมใ่ ชส่ ุดวิสยั ได้ ๑ แกต้ วั ไดอ้ ีก ๑ คร้ัง ได้ “ร” สอนซ่อมเสรมิ /สอบแกต้ ัว ไมแ่ ก้ ได้ “๐” ได้ “๑” ไมเ่ ขา้ วัดผลปลายภาค “ร” ได้ “๐” ภายใน ๑ ภาค เรียน ได้ “๑” สอนซอ่ มเสริม/ ได้ “๑-๔” จดั สอบให้ สอบแกต้ ัว เรยี นเพมิ่ เตมิ ถ้าจะแก้ “๐” ใหม้ เี วลาเรียนครบ ยื่นคำร้อง ได้ “๐” ๖๐%<เวลาเรยี น<๘๐% เวลาเรียน < ๖๐% ตดั สินผล ได้ “มส” การเรยี น แก้ “ร” วดั ผลปลาย อนุญาต ไมอ่ นุญาต เรยี บร้อย ภาคเรยี น ไมแ่ ก้ “ร” มีเวลาเรยี น ๘๐% ดลุ ยพินจิ ไม่แก้ ภายใน ได้ “ร” “มส” ภาค วัดผลระหวา่ ง มีเวลาเรยี น เรียน ภาค ไม่ถึง ๘๐% ภายใน น้ัน ผ้บู รหิ ารสถานศึกษา ภาคเรยี น เหน็ ชอบ น้ัน ส่งงานไมค่ รบ ไม่เขา้ สอบกลางภาค เรียนซำ้ เรียน เรียนซ้ำ แผนภาพที่ ๒.๖ แสดงกระบวนการตดั สินและแกไ้ ขผลการเรียนระดบั มธั ยมศกึ ษา
๔๓ ๗. เกณฑก์ ารจบระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ๑) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพ้ืนฐานและเพ่ิมเติม โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน ๔๑ หน่วยกิต และรายวิชา เพมิ่ เตมิ ตามท่สี ถานศึกษากำหนด ๒) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิต ตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า ๗๗ หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน ๔๑ หน่วยกิต และรายวชิ าเพิ่มเตมิ ไม่นอ้ ยกว่า ๓๖ หน่วยกติ ๓) ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ระดับ “ผ่าน” เกณฑ์การประเมินตามท่ี สถานศึกษากำหนด ๔) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับ “ผ่าน” เกณฑ์การประเมินตามที่ สถานศึกษากำหนด ๕) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี สถานศึกษากำหนด ๖) ผเู้ รียนตอ้ งไดผ้ ลการเรียนเฉล่ียสะสมไม่ต่ำกวา่ ๒.๐๐ (จดุ เนน้ ของสถานศกึ ษา) การเทียบโอนผลการเรียน สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของนักเรียนที่เรียนรู้จากสถานศึกษาได้ในกรณีต่าง ๆ ได้แก่ การย้ายสถานศกึ ษา การเปลี่ยนรปู แบบการศึกษา การยา้ ยหลักสูตร การออกกลางคัน และการขอกลับเข้า รับการศึกษาต่อ การศึกษาจากต่างประเทศและขอเขา้ ศึกษาต่อในประเทศ นอกจากนี้ยังสามารถเทียบโอนความรู้ ทกั ษะประสบการณ์จากแหล่งการเรียนรูอ้ ื่น ๆ เช่น สถานประกอบการ สถาบนั ทางศาสนา สถาบนั การฝกึ อบรม อาชีพ การจดั การศึกษาโดยครอบครัว เปน็ ต้น การเทียบโอนผลการเรียนควรดำเนินการในช่วงก่อนเปิดภาคเรียน หรือต้นภาคเรียนที่สถานศึกษารับ ผู้ขอเทียบโอนเป็นนกั เรียน ทั้งนน้ี กั เรยี นที่ไดร้ บั การเทียบโอนผลการเรียนต้องศกึ ษาตอ่ เนอ่ื ง ในสถานศกึ ษาท่รี ับ เทียบโอนอย่างน้อย ๑ ภาคเรียน โดยสถานศึกษาที่รับการเทียบโอนควรกำหนดรายวิชา จำนวนหน่วยกิต ที่จะรบั เทยี บโอนตามความเหมาะสม การพิจารณาการเทยี บโอน สามารถดำเนินการได้ดงั นี้ ๑. พิจารณาจากหลักฐานการศึกษาและเอกสารอื่น ๆ ที่ให้ข้อมูลท่ีแสดงความรู้ ความสามารถของ ผู้เรียน ๒. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผู้เรียน โดยการทดสอบด้วยวิธีการต่าง ๆ ท้ังภาคความรู้และ ภาคปฏบิ ัติ ๓. พิจารณาจากความสามารถ และการปฏบิ ัติในสภาพจรงิ การเทียบโอนผลการเรยี นให้ดำเนนิ การในรูปของคณะกรรมการการเทยี บโอนจำนวน ไมน่ ้อยกว่า ๓ คน แตไ่ มค่ วรเกนิ ๕ คน โดยมแี นวทางในการเทยี บโอน ดังน้ี ๑) กรณีผู้ขอเทียบโอนมีผลการเรียนมาจากหลักสูตรอ่ืน ให้นำรายวิชาหรือหน่วยกิตที่มี มาตรฐาน การเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ / จุดประสงค์ / เน้ือหาที่สอดคล้องกันไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ มาเทยี บโอนผลการเรยี นและพจิ ารณาให้ระดับผลการเรียนให้สอดคล้องกับหลักสตู รท่ีรบั เทยี บโอน
๔๔ ๒) กรณีการเทียบโอนความรู้ ทักษะและประสบการณ์ให้พจิ ารณาจากเอกสารหลักฐาน (ถ้ามี) โดยให้ มกี ารประเมนิ ด้วยเครือ่ งมอื ท่หี ลากหลายและใหร้ ะดบั ผลให้สอดคลอ้ งกับหลกั สตู รท่ีรบั เทยี บโอน ๓) กรณีการเทียบโอนที่นกั เรียนเข้าโครงการแลกเปล่ียนต่างประเทศ ให้ดำเนินการตามประกาศ กระทรวงศึกษาธิการเร่ืองหลักการและแนวปฏิบัติการเทียบชั้นการศึกษาสำหรับนักเรียนท่ีเข้าร่วมโครงการ แลกเปลีย่ น ท้ังนี้ วิธีการเทียบโอนผลการเรียนให้เป็นไปตามหลักการและแนวทางการเทียบโอนผลการเรียน ตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการเร่ืองการเทียบโอนผลการเรียนการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน และการศึกษา ระดับอุดมศึกษา ระดับต่ำกว่าปริญญา ประกาศ ณ วันท่ี ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ และแนวปฏิบัติที่เก่ียวกับ ก า ร เที ย บ โอ น ผ ล ก า ร เรี ย น เข้ า สู่ ก า ร ศึ ก ษ า ใน ร ะบ บ ร ะ ดั บ ก า ร ศึ ก ษ า ข้ั น พ้ื น ฐ า น ซ่ึ งจั ด ท ำ โด ย ส ำ นั ก ง า น คณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน (สงิ หาคม ๒๕๔๙) โดยมรี ายละเอยี ดดังตารางตอ่ ไปนี้
แนวปฏิบตั ิการเทยี บโอนผลการเรียนเข้าสกู่ แนวทาง การเทยี บโอนจากการศึกษาใน การเทยี บโอนจากการศึกษานอก การเทียบโอนจากการจ การพิจารณา ระบบ ระบบเข้าส่กู ารศึกษาในระบบ การศกึ ษาโดยครอบคร เขา้ สู่การศกึ ษาในระบบ เข้าสกู่ ารศกึ ษาในระบบ วธิ ปี ฏิบัติในการจดั ๑. เทยี บโอนรายวชิ า/สาระ/กิจกรรมที่ เทียบโอนหมวดวชิ า/สาระ/กจิ กรรม ๑. ใหน้ ำผลการวัดและประ เข้าชนั้ เรยี น ผา่ นการตดั สนิ ผลการเรยี นจาก ทีผ่ า่ นการตดั สินผลการเรยี น ของเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษามา จำนวนหนว่ ยกติ / หนว่ ยการเรยี น/ สถานศึกษาเดมิ ไดท้ ง้ั หมดและจดั จากสถานศึกษาเดิม ประกอบ หนว่ ยนำ้ หนัก ผลการเรยี น/ เขา้ ชั้นเรียนตอ่ เนอื่ งจากทเี่ รียนอยู่ ๑. เรียนผา่ นอยา่ งนอ้ ย๓หมวดวชิ า การพิจารณา ผลการประเมิน เดิม เชน่ จบ ป.๑ จัดเข้าเรียน ป.๒ จดั ใหเ้ รยี นปีท่ี ๒ ของระดบั ชน้ั และ ๒. ใหส้ ถาน ศึกษาประเมิน สถานศกึ ษา อาจประเมินบางรายวชิ า ลงทะเบยี นเรียนต่อไปตามปกติ ความรู้ ทักษะ ประสบการณ ทีจ่ ำเปน็ เพอ่ื การตรวจสอบความรพู้ ื้นฐาน ๒. เรียนผา่ นอยา่ งนอ้ ย ๖ หมวดวชิ า เพอ่ื การจัดเขา้ ช้ันเรยี น ๒. รายวิชา/สาระ/กิจกรรมที่ยงั จัดให้เรยี นปีที่ ๓ ของระดับชน้ั ไม่ได้ตดั สินผลการเรียนให้ประเมนิ และลงทะเบยี นเรยี นตอ่ ใน ตามเกณฑ์ที่สถานศกึ ษากำหนด รายวชิ าที่จำเป็น ตอ้ งเรยี นเพ่อื ให้ หากไมผ่ า่ นตามเกณฑ์ใหล้ งทะเบยี น ครบตามเกณฑก์ ารจบระดบั ช้ัน เรียนเพิ่มเติม ตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษาใหม่ ทีร่ ับเข้าเรยี น พจิ ารณาแลว้ เห็นว่าเทียบโอน พจิ ารณาแล้วเห็นว่าเทยี บโอน จำนวนหนว่ ยให้เปน็ ไปตาม ผลการเรียนไดจ้ ำนวนหนว่ ยให้เปน็ ผลการเรียนไดจ้ ำนวนหนว่ ยให้ เกณฑท์ ี่สถานศกึ ษาใหมก่ ำห ไปตามโครงสร้างหลกั สตู รของ เปน็ ไปตามโครงสรา้ งหลักสูตรของ สถานศึกษาเดิม สถานศกึ ษาใหม่ ยอมรับผลการเรยี นของ ไมต่ อ้ งให้ผลการเรียนในรายวิชา/ ยอมรับผลการประเมินของ สถานศึกษาเดมิ สาระ/กิจกรรม ทไ่ี ดจ้ ากการเทยี บโอน พ้นื ที่ มาเป็นส่วนประกอบใ การพจิ ารณา การบันทึกผล ๑. ไม่ตอ้ งนำรายวิชาและผลการเรยี น ไม่ตอ้ งนำหมวดวชิ าและผลการเรยี น ไม่ต้องนำรายวชิ า การเรียนในใบ เดมิ กรอกในใบแสดงผลการเรียน เดมิ กรอกในใบแสดงผลการเรยี น ผลการเรยี น/ผลการวดั และ แสดงผลการเรียน ของสถานศกึ ษาใหม่ แตใ่ หแ้ นบ ของสถานศึกษาใหม่ แต่ให้แนบ ประเมินเดมิ ของเขตพ้ืนท่ีกร ใบแสดงผลการเรยี นเดิมไว้กับใบ ใบแสดงผลการเรียนเดิมไว้กบั ใบแสดงผลการเรียนของสถานศึก
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248