หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 1 หลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรียนบ้านนานวน พุทธศักราช ๒๕6๓ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ สานักงานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต ๒ สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 2 หลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรียนบ้านนานวน พทุ ธศกั ราช ๒๕6๓ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ สานกั งานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต ๒ สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ก ประกาศโรงเรยี นบา้ นนานวน เรอื่ ง ใหใ้ ช้หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านนานวน(ฉบับปรบั ปรงุ พทุ ธศักราช ๒๕๖๓) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ --------------------------------------------------------- โรงเรียนบ้านนานวนสังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต ๒ ได้ ดาเนินการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน(ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ตาม หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ และเอกสารประกอบหลักสูตรข้นึ เพ่อื กาหนด ใช้เปน็ กรอบและทศิ ทางในการจดั การเรยี นการสอนของโรงเรียนบ้านนานวน โดยโรงเรียนได้จัดทาและพัฒนาหลักสูตรตามแนวคิดหลักสูตรอิงมาตรฐาน คือ กาหนด มาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียน เพ่ือให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ที่ กาหนดในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพ้ืนฐาน รวมทั้งเจตคติท่ีจาเป็นต่อ การศกึ ษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชวี ิต โดยมุง่ เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สาคัญบนพนื้ ฐานความเช่ือ ว่า ทกุ คนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองไดเ้ ตม็ ตามศกั ยภาพ ทั้งนี้ หลักสูตรโรงเรียนบ้านนานวนได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาข้ัน พื้นฐาน เมือ่ วนั ที่ ๑ เดือน มถิ ุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓ จึงประกาศให้ใชห้ ลักสตู รโรงเรยี นตัง้ แตบ่ ดั นีเ้ ป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที ๑ เดอื น มิถนุ ายน พ.ศ. ๒๕๖๓ (นายสมพร โคตรชัย) ประธานกรรมการสถานศึกษาขัน้ พ้ืนฐานโรงเรยี นบา้ นนานวน (นายปณธิ าร หา้ วหาญ) ผู้อานวยการโรงเรยี นบ้านนานวน
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ข คานา กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และ วัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ตามคาสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ. ๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ และคาสั่ง สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ๓๐/๒๕๖๑ ลงวนั ท่ี ๕ มกราคม ๒๕๖๑ ใหเ้ ปล่ียนแปลง มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) โดยมีคาสั่งให้โรงเรียนดาเนินการใช้หลักสูตรในปีการศึกษา ๒๕๖๑ โดยให้ใช้ในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ และ ๔ ตั้งแตป่ กี ารศึกษา ๒๕๖๑ เปน็ ตน้ มา ใหเ้ ปน็ หลักสตู รแกนกลางของประเทศ โดยกาหนดจดุ หมายและ มาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน มีพัฒนาการเต็มตาม ศักยภาพ มีคุณภาพและมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ เพ่ือให้สอดคล้องกับนโยบายและเป้าหมาย ของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โรงเรียนบ้านนานวน จึงได้ทาการปรับปรุงหลักสูตรของสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับ ปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ในกลุ่ม สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เพื่อนาไปใช้ประโยชน์และเป็นกรอบในการวางแผนและพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษา และจัดการเรียนการสอน โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ให้มีกระบวนการนาหลักสูตรไปสู่ การปฏิบัติ โดยมีการกาหนดวิสัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด โครงสร้างเวลาเรียน ตลอดจนเกณฑ์การวัดประเมินผลให้มีความ สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้โรงเรียนสามารถกาหนดทิศทางในการจัดทาหลักสูตรการ เรียนการสอนในแต่ละระดับตามความพร้อมและจุดเน้น โดยมีกรอบแกนกลางเป็นแนวทางที่ชัดเจนเพ่ือ ตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ มีความพร้อมในการก้าวสู่สังคมคุณภาพ มีความรู้อย่างแท้จริง และมี ทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กาหนดไว้ในเอกสารเล่มน้ี ช่วยทาให้หน่วยงานท่ีเก่ียวข้องในทุก ระดับเห็นผลคาดหวังที่ต้องการในการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนที่ชัดเจนตลอดแนว ซึ่งจะสามารถช่วย ให้หน่วยงาน ที่เก่ียวข้องในระดับท้องถิ่นและสถานศึกษาร่วมกันพัฒนาหลักสูตรได้อย่างมั่นใจ ทาให้การ จัดทาหลักสูตรในระดับสถานศึกษามีคุณภาพและมีความเป็นเอกภาพย่ิงขึ้น อีกท้ังยังช่วยให้เกิดความ ชดั เจนเรอ่ื งการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ และช่วยแกป้ ญั หาการเทยี บโอนระหว่างสถานศึกษา ดังน้นั ใน การพัฒนาหลักสูตรในทุกระดับตั้งแต่ระดับชาติจนกระท่ังถึงสถานศึกษา จะต้องสะท้อนคุณภาพตาม มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กาหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน รวมท้ังเป็นกรอบ ทศิ ทางในการจดั การศกึ ษาทุกรูปแบบ และครอบคลุมผเู้ รียนทกุ กลุม่ เปา้ หมายในระดบั การศึกษาขั้นพื้นฐาน การจัดหลักสูตรการศึกษาข้ันพ้ืนฐานจะประสบความสาเร็จตามเป้าหมายท่ีคาดหวังได้ ทุกฝ่ายท่ี เกี่ยวข้องทั้งระดับชาติ ชุมชน ครอบครัว และบุคคล ต้องร่วมรับผิดชอบ โดยร่วมกันทางานอย่างเป็น ระบบและต่อเนื่อง ในการวางแผน ดาเนินการ ส่งเสริม สนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแก้ไข เพ่ือ พัฒนาเยาวชนของชาตไิ ปสู่คณุ ภาพตามมาตรฐานการเรยี นรู้ทก่ี าหนดไว้ งานวชิ าการ โรงเรยี นบ้านนานวน
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ค สารบญั หนา้ เรอ่ื ง ก ข ประกาศโรงเรียน ๑ คานา ๒ ความนา ๒ ๒ วสิ ัยทัศน์หลักสูตรโรงเรียนบ้านนานวนพุทธศกั ราช ๒๕๖๓ ๒ เปา้ ประสงค์หลักสตู ร (Corporate objective) ๓ วสิ ัยทัศน์โรงเรียน ๔ สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน ๔ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ๕ คา่ นิยมหลักของคนไทย ๑๒ ประการ ตามนโยบายของ คสช. ๒๕ หลกั สูตรตา้ นทุจริตศึกษา ๒๕ โครงสร้างเวลาเรยี น 43 คาอธิบายรายวิชา 57 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย 83 กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ 125 กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 138 กลุ่มสาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม 156 กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศึกษาและพลศึกษา 175 กลุ่มสาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ 192 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ 193 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 206 กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น 219 กจิ กรรมแนะแนว 221 กิจกรรมลูกเสือ – เนตรนารี 225 กจิ กรรมชมุ นมุ 227 กิจกรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์ 228 การจัดการศกึ ษา 231 ส่อื การเรยี นรู้ 234 การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ 235 เกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผลการเรยี น 235 เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษา การเทียบโอนผลการเรยี น การบริหารจัดการหลกั สูตร ภาคผนวก
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 1 ความนา กระทรวงศกึ ษาธกิ ารได้ประกาศใชม้ าตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชี้วดั กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตรใ์ นกลุม่ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ตามคาส่งั กระทรวงศึกษาธกิ ารที่ สพฐ. ๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวันท่ี ๗ สงิ หาคม ๒๕๖๐ และคาส่ังสานักงาน คณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน ท่ี ๓๐/๒๕๖๑ ลงวนั ที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๑ ให้เปลยี่ นแปลงมาตรฐาน การเรยี นรูแ้ ละตวั ช้ีวดั กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตรแ์ ละวทิ ยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.๒๕๖๐) โดย มีคาส่ังให้โรงเรยี นดาเนินการใช้หลกั สตู รในปีการศึกษา ๒๕๖๑ โดยใหใ้ ช้ในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ และ ๔ ต้ังแตป่ กี ารศกึ ษา ๒๕๖๑เป็นตน้ มา ใหเ้ ปน็ หลักสตู รแกนกลางของประเทศ โดยกาหนดจุดหมาย และ มาตรฐานการเรยี นรู้เป็นเปา้ หมายและกรอบทศิ ทางในการพฒั นาคุณภาพผเู้ รยี นมีพฒั นาการเตม็ ตาม ศักยภาพ มีคุณภาพและมที กั ษะการเรยี นรูใ้ นศตวรรษที่ ๒๑ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายและเปา้ หมาย ของสานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน โรงเรียนบ้านนานวนจงึ ไดจ้ ดั ทาหลกั สตู รโรงเรยี นบ้านนานวนพุทธศกั ราช ๒๕๖๓ ตามหลกั สตู ร แกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์และ เทคโนโลยี และสาระภูมิศาสตรใ์ นกลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม เพ่อื นาไปใช้ ประโยชน์และเปน็ กรอบในการวางแผนและพฒั นาหลักสตู รของสถานศึกษาและจดั การเรียนการสอน โดยมี เปา้ หมายในการพัฒนาคณุ ภาพผู้เรียน ใหม้ ีกระบวนการนาหลักสูตรไปสกู่ ารปฏบิ ัติ โดยมีการกาหนด วิสยั ทศั น์ จุดหมาย สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ มาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละ ตัวชวี้ ดั โครงสรา้ งเวลาเรยี น ตลอดจนเกณฑ์การวดั ประเมินผลใหม้ ีความสอดคล้องกบั มาตรฐานการ เรียนรู้ เปิดโอกาสใหโ้ รงเรยี นสามารถกาหนดทศิ ทางในการจดั ทาหลักสตู รการเรยี นการสอนในแต่ละระดับ ตามความพร้อมและจดุ เน้น โดยมีกรอบแกนกลางเป็นแนวทางที่ชัดเจนเพื่อตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ มีความพร้อมในการก้าวสู่สังคมคณุ ภาพ มคี วามรู้อยา่ งแทจ้ ริง และมีทกั ษะในศตวรรษที่ ๒๑ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดท่ีกาหนดไว้ในเอกสารนี้ ช่วยทาให้หน่วยงานที่เก่ียวข้อง ในทุก ระดบั เห็นผลคาดหวังที่ต้องการในการพัฒนาการเรยี นรู้ของผู้เรียนทชี่ ดั เจนตลอดแนว ซง่ึ จะสามารถช่วยให้ หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องในระดับท้องถ่ินและสถานศึกษารว่ มกันพัฒนาหลกั สูตรได้อย่างมั่นใจ ทาให้การจัดทา หลกั สตู รในระดับสถานศกึ ษามีคุณภาพและมีความเป็นเอกภาพย่งิ ขึ้น อกี ท้งั ยงั ช่วยให้เกดิ ความชัดเจนเรื่อง การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ และช่วยแก้ปัญหาการเทียบโอนระหว่างสถานศึกษา ดังนั้นในการพัฒนา หลักสูตรในทุกระดับตั้งแต่ระดับชาติจนกระท่ังถึงสถานศึกษา จะต้องสะท้อนคุณภาพตามมาตรฐานการ เรยี นรู้และตวั ช้วี ัดท่กี าหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน รวมทั้งเป็นกรอบทิศทางในการจัด การศกึ ษาทุกรปู แบบ และครอบคลมุ ผเู้ รียนทกุ กลมุ่ เปา้ หมายในระดบั การศึกษาข้ันพื้นฐาน การจัดหลักสูตรการศึกษาข้ันพ้ืนฐานจะประสบความสาเรจ็ ตามเป้าหมายท่ีคาดหวังได้ ทุกฝ่าย ที่ เก่ียวข้องทั้งระดับชาติ ชุมชน ครอบครัว และบุคคลต้องร่วมรับผิดชอบ โดยร่วมกันทางานอย่างเป็นระบบ
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 2 และต่อเน่ือง ในการวางแผน ดาเนินการ ส่งเสริมสนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแก้ไข เพื่อพัฒนา เยาวชนของชาติไปสู่คุณภาพตามมาตรฐานการเรยี นรทู้ กี่ าหนดไว้ วิสยั ทศั น์หลกั สตู รโรงเรยี นบ้านนานวนพุทธศักราช ๒๕๖๓ หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นนานวนพุทธศกั ราช ๒๕๖๓ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ เปน็ หลกั สูตรท่ีมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนเปน็ บคุ คลแห่งการเรียนรูส้ ู่มาตรฐานสากลและ เป็นมนุษยท์ ี่มีความสมดลุ ทั้งร่างกาย ความรู้คู่คุณธรรม มีความเปน็ ผู้นาของสงั คมมีจติ สานึกในความเป็น พลเมอื งไทยและเปน็ พลโลกโดยใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงยึดมั่นในการปกครองตามระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั รยิ เ์ ปน็ ประมขุ มคี วามรู้และทกั ษะพ้นื ฐานสามารถใชน้ วตั กรรมและ เทคโนโลยรี วมท้งั เจตคติทจ่ี าเปน็ ต่อการศกึ ษาในการประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวติ โดยมงุ่ เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคัญบนพนื้ ฐานความเชือ่ ว่าทุกคนสามารถเรยี นรู้และพฒั นาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ เปา้ ประสงค์หลักสตู ร (Corporate objective) ๑.เพ่ือใหผ้ ู้เรียนทุกคนได้รับการปลกู ฝังคณุ ธรรม จรยิ ธรรม มีคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ มกี าร พัฒนาเตม็ ตามศักยภาพ มีทักษะชวี ติ มสี ุขภาพกายและสุขภาพจติ ดี นาหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจ พอเพียงมาเป็นแนวทางการดาเนนิ ชีวิต เป็นผู้นาทดี่ ีของสังคมและมคี วามสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยีเพือ่ การเรยี นรแู้ ละการส่อื สารอยา่ งหลากหลาย ผู้เรียนมศี กั ยภาพเป็นพลโลก (Worid Citizen) ๒. เพื่อให้สถานศึกษามีระบบการบรหิ ารและจดั การศกึ ษาดว้ ยระบบคุณภาพ (Quality System Management) เพอ่ื รองรบั การกระจายอานาจอย่างทั่วถึง ๓. เพ่ือใหบ้ คุ ลากรทกุ คนมีทักษะวชิ าชีพในการพฒั นาการเรยี นการสอนและใชน้ วัตกรรม เทคโนโลยีท่ี ทนั สมัยยกระดับการจดั การเรียนการสอนเทียบเคียงมาตรฐานสากล (Worle Class standard) ๔. เพอ่ื ใหก้ ารใช้งบประมาณและทรพั ยากรของทกุ หน่วยงานเป็นไปตามเป้าหมายไดอ้ ย่างมี ประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธิผลสูงสดุ วิสัยทศั น์โรงเรียน โรงเรยี นบ้านนานวน จัดการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐานอย่างท่ัวถึง มคี ณุ ภาพตามมาตรฐานสากล พฒั นา สถานศกึ ษาสโู่ รงเรยี นดี เรียนรเู้ ทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม ดารงชวี ติ ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน หลักสูตรโรงเรียนบ้านนานวนพุทธศักราช ๒๕๖๓ มุ่งให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสาคัญ ๕ ประการ ดงั น้ี ๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพ่ือแลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสาร และประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสาร
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 3 ด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการส่ือสาร ท่ีมีประสิทธิภาพโดยคานึงถึง ผลกระทบท่มี ตี ่อตนเองและสงั คม ๒. ความสามารถในการคิด เปน็ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคดิ สังเคราะห์ การคดิ อย่าง สร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพ่ือนาไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือ สารสนเทศเพ่ือการตดั สินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม ๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา เปน็ ความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ทเ่ี ผชญิ ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์ และการเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาและมีกาตัดสินใจท่ีมีประสิทธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบที่เกิดข้ึนต่อตนเอง สังคมและ สิ่งแวดลอ้ ม ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการ ดาเนินชีวิตประจาวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทางาน และการอยู่ร่วมกันใน สังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่าง เหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเล่ียง พฤตกิ รรมไมพ่ งึ ประสงคท์ ีส่ ง่ ผลกระทบต่อตนเองและผู้อืน่ ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การ ทางาน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์ หลักสูตรโรงเรียนบ้านนานวนพุทธศักราช ๒๕๖๓ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ มุง่ พฒั นาผเู้ รียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพ่อื ใหส้ ามารถอยรู่ ่วมกบั ผู้อน่ื ในสังคม ได้อย่างมีความสขุ ในฐานะพลเมอื งไทยและพลโลก ดังนี้ ๑. รักษ์ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ๒. ซือ่ สตั ย์สจุ รติ ๓. มวี นิ ัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในการทางาน ๗. รกั ความเป็นไทย ๘. มีจิตเปน็ สาธารณะ
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 4 คา่ นิยมหลกั ของคนไทย ๑๒ ประการ ตามนโยบายของ คสช. ๑. มีความรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ ๒. ซ่อื สัตย์ เสยี สละ อดทน มีอุดมการณ์ในสงิ่ ท่ดี งี ามเพื่อสว่ นรวม ๓. กตัญญตู อ่ พ่อแม่ ผ้ปู กครอง ครูบาอาจารย์ ๔. ใฝ่หาความรู้ หม่ันศึกษาเล่าเรยี น ท้งั ทางตรงและทางอ้อม ๕. รกั ษาวฒั นธรรมประเพณีไทยอันงดงาม ๖. มีศีลธรรม รกั ษาความสัตย์ หวังดตี อ่ ผ้อู น่ื เผอ่ื แผ่และแบ่งปัน ๗. เข้าใจเรียนรูก้ ารเปน็ ประชาธปิ ไตย อันมีพระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมขุ ท่ีถกู ต้อง ๘. มรี ะเบียบวินยั เคารพกฎหมาย ผนู้ ้อยร้จู ักการเคารพผูใ้ หญ่ ๙. มีสติรตู้ วั รคู้ ดิ รู้ทา ร้ปู ฏบิ ตั ติ ามพระราชดารสั ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัว ๑๐. ร้จู ักดารงตนอยู่โดยใชห้ ลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งตามพระราชดารัสของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู วั รจู้ กั อดออมไว้ใช้เม่อื ยามจาเปน็ มไี ว้พอกนิ พอใช้ ถ้าเหลอื ก็แจกจ่ายจาหน่าย และพร้อมทจ่ี ะ ขยายกิจการเมอื่ มคี วามพร้อม เมอ่ื มภี มู ิคมุ้ กนั ท่ีดี ๑๑. มีความเขม้ แข็งทง้ั ร่างกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพต้ ่ออานาจฝ่ายต่า หรอื กเิ ลส มีความละอาย เกรงกลวั ต่อบาปตามหลักของศาสนา ๑๒. คานงึ ถึงผลประโยชนข์ องส่วนรวมและของชาติ มากกว่าผลประโยชนข์ องตนเอง หลักสตู รตา้ นทจุ ริตศึกษา สานักงานคณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามการทจุ ริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รว่ มกับสานกั งาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดทาหลักสูตรต้านทุจรติ ศึกษาสาหรับใชใ้ นทุกระดับ การศกึ ษา ในสว่ นของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพนื้ ฐานไดจ้ ัดทาหลักสตู รตา้ นทจุ ริตศึกษา รายวชิ าเพ่ิมเติม “การปอ้ งกันการทจุ รติ ” ขน้ึ และคณะรฐั มนตรีมมี ติเหน็ ชอบหลักสูตรต้านทจุ รติ ศกึ ษา เมอ่ื วนั ท่ี ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๑ และใหห้ นว่ ยงานทเ่ี กย่ี วข้องนาหลกั สตู รต้านทจุ รติ ศึกษาไปปรบั ใช้ในการ จดั การเรยี นการสอนในสถานศกึ ษาโดยมุ่งเนน้ การสรา้ งความรู้ความเขา้ ใจท่ถี ูกต้องเกีย่ วกับความหมายและ ขอบเขตของการกระทาทุจรติ ในลักษณะต่าง ๆ ท้ังทางตรงและทางอ้อม ความเสยี หายท่ีเกดิ จากการทจุ รติ ความสาคัญของการต่อตา้ นการทุจริต รวมทง้ั จดั ให้มีการประเมินผลสัมฤทธ์ิของการจัดหลักสตู รในแตล่ ะ ช่วงวยั ของผเู้ รียนด้วย หลกั สูตรต้านทจุ รติ ศึกษา (Anti – Corruption Education) รายวิชาเพิ่มเติม “การป้องกันการ ทจุ ริต” ประกอบด้วย ๔ หน่วยการเรียนรู้ ได้แก่ ๑) การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนและ ผลประโยชนส์ ว่ นรวม ๒) ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ๓) STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทุจริต ๔) พลเมืองกบั ความรบั ผดิ ชอบต่อสังคม ที่สถานศึกษาจัดใหก้ ับผเู้ รียนเพ่ือปลูกฝังและป้องกนั การทจุ รติ ไมใ่ หเ้ กดิ ขนึ้ โดยเริม่ ปลูกฝังผู้เรยี นต้งั แตช่ ้ันปฐมวัยจนถึงชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ใหม้ ีความรคู้ วามเข้าใจ มี ทกั ษะกระบวนการ มีสมรรถนะทีส่ าคัญ และมีคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 5 โครงสรา้ งหลกั สูตรโรงเรียนบา้ นนานวน หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นนานวน พุทธศักราช ๒๕6๓ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ไดก้ าหนดโครงสรา้ งเวลาเรยี น ดังนี้ เวลาเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู/้ กิจกรรม ระดับประถมศึกษา ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ภาษาไทย ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ คณติ ศาสตร์ (๓ นก.) (๓ นก.) (๓ นก.) วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ (๓ นก.) (๓ นก.) (๓ นก.) ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘0 ๘0 ๘0 ๑6๐ ๑๖๐ ๑๖๐ (4 นก.) (๔ นก.) (๔ นก.) สงั คมศกึ ษา ศาสนา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๑๒0 120 120 และวัฒนธรรม (3 นก.) (3 นก.) (3 นก.) ประวตั ิศาสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ 40 40 40 สุขศกึ ษาและพลฯ (1นก.) (1นก.) (1นก.) ศิลปะ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ (๒นก.) (๒ นก.) (๒ นก.) การงานอาชีพ ๔๐ ๔๐ ๔๐ 8๐ 8๐ 80 8๐ 8๐ 8๐ ภาษาตา่ งประเทศ (2นก.) (2 นก.) (2 นก.) รวมเวลาเรียน (พ้นื ฐาน) ๔0 ๔0 ๔0 ๘๐ ๘๐ ๘๐ 40 4๐ 4๐ (1นก.) (1 นก.) (1 นก.) กิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น - กิจกรรมแนะแนว ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑2๐ ๑2๐ ๑2๐ (3 นก.) (3 นก.) (3 นก.) กิจกรรมนกั เรียน - ลูกเสอื เนตรนารี ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๘๐ ๘๘๐ ๘๘๐ - ชมุ นมุ (๒๒ นก.) (๒๒ นก.) (๒๒ นก.) กจิ กรรมเพ่ือสังคมและ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ สาธารณประโยชน์ 40 40 40 40 40 40 40 40 40 สาระเพ่ิมเตมิ 40 40 40 40 40 40 40 40 40 คอมพวิ เตอร์ ๓0 ๓0 ๓0 ๓0 ๓0 ๓0 ๓0 ๓0 ๓0 หน้าท่พี ลเมอื ง *บรู ณาการหลกั สตู รต้านทจุ ริต ๑0 ๑0 ๑0 ๑0 ๑0 ๑0 ๑0 ๑0 ๑0 งานอาชีพ ๘0 ๘0 ๘0 รวมเวลาเรยี นทั้งหมด ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ *๔0 *๔๐ *๔๐ *๔๐ *๔๐ *๔๐ *๔๐ *๔๐ *๔๐ ๘0 ๘0 ๘0 1,000 1,๒00 (ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ช่วั โมง/ปี) (ไม่เกิน ๑,๒๐๐ ชวั่ โมง/ปี)
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 6 โครงสรา้ งเวลาเรยี นระดับประถมศึกษา กล่มุ สาระการเรยี นรู/้ กจิ กรรม เวลาเรยี น ป. 6 ระดบั ประถมศึกษา กลุม่ สาระการเรยี นรู้ ป. 1 ป. 2 ป. 3 ป. 4 ป. 5 160 ภาษาไทย 160 คณิตศาสตร์ 200 200 200 160 160 80 วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 200 200 200 160 160 80 สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม 40 40 40 80 80 (40) -ประวัตศิ าสตร์ 80 80 80 80 80 - ศาสนา ศีลธรรม (40) (40) (40) (40) (40) - หนา้ ที่พลเมอื ง วัฒนธรรมและการดารงชีวิตในสงั คม - เศรษฐศาสตร์ (40) (40) (40) (40) (40) (40) - ภูมิศาสตร์ 40 40 40 80 80 80 สุขศึกษาและพลศกึ ษา 40 40 40 80 80 80 ศลิ ปะ 40 40 40 80 80 80 การงานอาชพี 200 200 200 120 120 120 ภาษาตา่ งประเทศ 840 840 840 840 840 840 รวมเวลาเรียน (พนื้ ฐาน) (120) (120) (120) (120) (120) (120) กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น 40 40 40 40 40 40 - กจิ กรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรยี น 40 40 40 40 40 40 -ลกู เสอื เนตรนารี 30 30 30 - ชุมนมุ 10 10 10 30 30 30 กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ 40 40 40 รายวิชาเพ่ิมเติม ปีละ 40 ชวั่ โมง 40 40 40 10 10 10 หน้าทพ่ี ลเมอื ง *๔๐ *๔๐ *๔๐ *บรู ณาการหลักสูตรต้านทจุ ริต 40 40 40 40 40 40 รวมเวลาเรยี น รายวชิ าเพมิ่ เติม 1,000 1,000 1,000 40 40 40 รวมเวลาทง้ั หมด ไมเ่ กิน 1,000 ชว่ั โมง ***** เวลาท่กี าหนดไวใ้ นหลักสูตร *๔๐ *๔๐ *๔๐ 40 40 40 1,000 1,000 1,000 ไมเ่ กิน 1,000 ชวั่ โมง
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 7 โครงสรา้ งหลักสูตรชั้นปี เป็นโครงสร้างทแ่ี สดงรายละเอยี ดเวลาเรยี นของรายวิชาพน้ื ฐาน รายวชิ า / กิจกรรมเพม่ิ เติมและกิจกรรมพฒั นาผู้เรียนในแต่ละชั้นปี โครงสร้างหลักสูตรช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ โรงเรียนบา้ นนานวน รหัส กล่มุ สาระการเรยี นร/ู้ กจิ กรรม เวลาเรียน (ชม./ปี) รายวิชาพ้นื ฐาน (๘๔๐) ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ๒๐๐ ค ๑๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๑ ๒๐๐ ว ๑๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี๑ ส ๑๑๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๑ ๔๐ ส ๑๑๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๑ 4๐ พ ๑๑๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๑ ๔๐ ศ ๑๑๑๐๑ ศลิ ปะ ๑ ๔๐ ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชพี ๑ ๔๐ อ ๑๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๑ ๔๐ รายวิชาเพ่มิ เติม ๒๐๐ ส ๑๑๒๓๑ หนา้ ที่พลเมือง ๑ ๔๐ ๔๐ กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน แนะแนว (๑๒๐) กิจกรรมนักเรียน ๔๐ ลกู เสือ เนตรนารี ชมุ นมุ ๔0 กิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณะประโยชน์ ๑ 3๐ 10
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 8 โครงสร้างหลักสตู รชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๒ เวลาเรียน โรงเรยี นบ้านนานวน (ชม./ปี) (๘๔๐) รหัส กลมุ่ สาระการเรยี นรู/้ กิจกรรม ๒๐๐ ๒๐๐ ท ๑๒๑๐๑ รายวิชาพนื้ ฐาน ค ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย๒ ๔๐ ว ๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์๒ ๔๐ ส ๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี๒ ๔๐ ส ๑๒๑๐๒ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๒ ๔๐ พ ๑๒๑๐๑ ประวตั ิศาสตร์ ๒ ๔๐ ศ ๑๒๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๒ ๔๐ ง ๑๒๑๐๑ ศิลปะ ๒ ๒๐๐ อ ๑๒๑๐๑ การงานอาชีพ ๒ ๔๐ ภาษาอังกฤษ ๒ ๔๐ ส ๑๒๒๓๒ (๑๒๐) รายวิชาเพ่ิมเติม ๔๐ หน้าทพี่ ลเมือง ๒ ๔๐ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น 3๐ แนะแนว กจิ กรรมนกั เรียน 10 ลูกเสอื เนตรนารี ชุมนุม กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ ๑
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 9 โครงสร้างหลักสตู รชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ เวลาเรียน โรงเรียนบา้ นนานวน (ชม./ปี) (๘๔๐) รหัส กลุ่มสาระการเรยี นร/ู้ กจิ กรรม ๒๐๐ ๒๐๐ ท ๑๓๑๐๑ รายวิชาพน้ื ฐาน ค ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย๓ ๔๐ ว ๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์๓ ๔๐ ส ๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี๓ ๔๐ ส ๑๓๑๐๒ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๓ ๔๐ พ ๑๓๑๐๑ ประวตั ิศาสตร์ ๓ ๔๐ ศ ๑๓๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๓ ๔๐ ง ๑๓๑๐๑ ศิลปะ ๓ ๒๐๐ อ ๑๓๑๐๓ การงานอาชพี ๓ ๔๐ ภาษาองั กฤษ ๓ ๔๐ ส ๑๓๑๓๓ (๑๒๐) รายวิชาเพ่ิมเติม ๔๐ หนา้ ท่พี ลเมือง ๓ ๔๐ กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน 3๐ แนะแนว กิจกรรมนักเรยี น 10 ลูกเสอื เนตรนารี ชุมนมุ กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณะประโยชน์ ๑
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 10 โครงสร้างหลกั สูตรชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ เวลาเรยี น โรงเรยี นบา้ นนานวน (ชม./ป)ี (๘๔๐) รหสั กล่มุ สาระการเรยี นรู/้ กจิ กรรม ๑๖๐ ๑๖๐ ท ๑๔๑๐๑ รายวชิ าพ้นื ฐาน ค ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ ๘๐ ว ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๔ 4๐ ส ๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔ ๔๐ ส ๑๔๑๐๒ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๔ ๘๐ พ ๑๔๑๐๑ ประวัติศาสตร์ ๔ ๘๐ ศ ๑๔๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๔ ๘๐ ง ๑๔๑๐๑ ศลิ ปะ ๔ 12๐ อ ๑๔๑๐๑ การงานอาชีพ ๔ ๔๐ ภาษาอังกฤษ ๔ ๔๐ ส ๑๔๑๓๔ (๑๒๐) รายวชิ าเพิ่มเติม ๔๐ หน้าที่พลเมือง ๔ ๔๐ กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน 30 แนะแนว กจิ กรรมนกั เรยี น 10 ลกู เสอื เนตรนารี ชุมนมุ กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณะประโยชน์ ๑
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 11 โครงสร้างหลกั สูตรชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๕ เวลาเรยี น โรงเรียนบ้านนานวน (ชม./ป)ี (๘๔๐) รหสั กลมุ่ สาระการเรียนร/ู้ กจิ กรรม ๑๖๐ ๑๖๐ ท ๑๕๑๐๑ รายวิชาพ้ืนฐาน ค ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย๕ ๘๐ ว ๑๕๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๕ 4๐ ส ๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๕ ๔๐ ส ๑๕๑๐๒ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๕ ๘๐ พ ๑๕๑๐๑ ประวัตศิ าสตร์ ๕ ๘๐ ศ ๑๕๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๕ ๘๐ ง ๑๕๑๐๑ ศิลปะ ๕ ๘๐ อ ๑๕๑๐๑ การงานอาชพี ๕ ๔๐ ภาษาอังกฤษ ๔ ๔๐ ส ๑๕๑๓๕ (๑๒๐) รายวิชาเพิม่ เติม ๔๐ หน้าทพ่ี ลเมือง ๕ ๔๐ กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน 3๐ แนะแนว กจิ กรรมนักเรยี น 10 ลูกเสอื เนตรนารี ชมุ นุม กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณะประโยชน์ ๑
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 12 โครงสรา้ งหลักสูตรชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ เวลาเรยี น โรงเรียนบ้านนานวน (ชม./ป)ี (๘๔๐) รหสั กลมุ่ สาระการเรียนร/ู้ กจิ กรรม ๑๖๐ ๑๖๐ ท ๑๖๑๐๑ รายวิชาพน้ื ฐาน ค ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ ๘๐ ว ๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๖ 4๐ ส ๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๖ ๔๐ ส ๑๖๑๐๒ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๖ ๘๐ พ ๑๖๑๐๑ ประวัติศาสตร์ ๖ ๘๐ ศ ๑๖๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๖ ๘๐ ง ๑๖๑๐๑ ศลิ ปะ ๖ ๘๐ อ ๑๖๑๐๑ การงานอาชีพ ๖ ๔๐ ภาษาองั กฤษ ๖ ๔๐ ส ๑๖๑๓๖ (๑๒๐) รายวชิ าเพิ่มเติม ๔๐ หน้าท่พี ลเมือง ๖ ๔๐ กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น ๓๐ แนะแนว กจิ กรรมนกั เรียน ๑๐ ลูกเสือเนตรนารี ชุมนมุ กจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณะประโยชน์ ๑
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 13 โครงสร้างเวลาเรียน มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรยี นบา้ นนานวน กาหนดกรอบโครงสรา้ งเวลาเรยี น ดงั น้ี กลุ่มสาระการเรยี นรู้/ กิจกรรม เวลาเรยี น ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ ม. 1 ม. 2 ม. 3 กลุ่มสาระการเรยี นรูพ้ ้ืนฐาน 880 (22นก.) 880(22นก.) 880 (22 นก.) ภาษาไทย 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) คณิตศาสตร์ 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 160(4 นก.) 160(4 นก.) 160(4 นก.) - วทิ ยาศาสตร์ 120(๓ นก.) 120(๓ นก.) 120(๓ นก.) 40(1 นก.) 40(1 นก.) 40(1 นก.) - เทคโนโลยี สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 160 (4 นก.) 160 (เ4 นก.) 160 (4 นก.) -ประวตั ิศาสตร์ 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) -ศาสนา ศลี ธรรม 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) - หนา้ ทพี่ ลเมือง วฒั นธรรมและการดารงชวี ิตในสังคม 120 (3 นก.) - เศรษฐศาสตร์ -ภมู ศิ าสตร์ สุขศกึ ษาและพลศึกษา 80 (2นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) ศิลปะ ๘0 (๒นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) การงานอาชีพ ๔0 (๑นก.) ๔0 (๑ นก.) ๔0 (๑ นก.) ภาษาต่างประเทศ 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) รวมเวลาเรยี น (พื้นฐาน) 880 (22นก.) 880(22นก.) 880 (22 นก.) กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน 120 120 120 กจิ กรรมแนะแนว 40 40 40 กจิ กรรมนักเรียน 40 40 40 -ลูกเสอื เนตรนารี ๓0 ๓0 ๓0 - ชมุ นมุ กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ ๑๐ 10 รวมเวลาเรียน กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน 120 120 120 รายวชิ าเพม่ิ เติม (ปีละไม่เกิน 2๔0 ชวั่ โมง) คอมพวิ เตอร์ ๘0 (๒นก.) ๘0 (๒นก.) ๘0 (๒นก.) หน้าทพี ลเมือง 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) *ตา้ นทุจรติ (*บูรณาการกบั วชิ าหน้าทพี่ ลเมอื ง) *๔0 *40 *๔๐ งานอาชพี ๘0 (๒นก.) ๘0 (๒นก.) ๘0 (๒นก.) รวมเวลาเรียน (เพิม่ เติม) 200 (5นก.) 200 (5นก.) 200 (5นก.) รวมเวลาทั้งหมด 1,200 1,200 1,200 ***** เวลาท่กี าหนดไว้ในหลักสตู ร ไมเ่ กิน 1,200 ชั่วโมงตอ่ ปี
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 14 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 โรงเรียนบา้ นนานวน กาหนดกรอบโครงสรา้ งเวลาเรียน ดังนี้ ภาคเรยี นท่ี 1 หนว่ ยกติ /ชม. ภาคเรียนท่ี 2 หน่วยกิต/ชม. 11 (440) รายวิชาพนื้ ฐาน 11 (440) รายวิชาพื้นฐาน 1.5 (60) 3 1.5 (60) 3 ท21101 ภาษาไทย 1.5 (60) 3 ท21102 ภาษาไทย 1.5 (60) 3 0.5 (20) 1 ค21101 คณติ ศาสตร์ 1.5 (60) 3 ค21102 คณติ ศาสตร์ 1.5 (60) 3 ว21101 วิทยาศาสตร์ 1.5 (60) 3 ว 21103 วทิ ยาศาสตร์ 0.5 (20) 1 ว ๒๑๑๐2 การออกแบบและ 0.5 (20) 1 ว ๒๑๑๐๔ วทิ ยาการคานวณ 1.0 (40) 2 เทคโนโลยี ๑.๐ (๔0) ๒ ๐.๕ (๒0) ๑ 21101 สังคมศึกษา ศาสนา 1.5 (60) 3 ส21103 สงั คมศึกษา ศาสนา 1.5 (60) 3 และวฒั นธรรม และวฒั นธรรม 60 0.5 (20) ส21102 ประวัติศาสตร์ 0.5 (20) 1 ส2110๔ ประวัตศิ าสตร์ 0.5 (20) พ21101สุขศึกษาและพล 1.0 (40) 2 พ21102 สุขศกึ ษาและพล 0.5 (1๕) (๕) ศึกษา ศึกษา 2.5 (100) ศ21101 ศลิ ปะ ๑.๐ (๔0) ๒ ศ21102 ศิลปะ 1.0 (40) 2 0.5 (20) 1 ง21101 การงานอาชพี ๐.๕ (๒0) ๑ ง21102 การงานอาชพี 1.0 (40) 2 อ21101 ภาษาอังกฤษพนื้ ฐาน 1.5 (60) 3 อ21102ภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน 600 กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น 60 กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น • กจิ กรรมแนะแนว 0.5 (20) •กจิ กรรมแนะแนว • กจิ กรรมนกั เรยี น 0.5 (20) •กิจกรรมนักเรียน -ลูกเสอื – เนตรนารี -ลูกเสอื – เนตรนารี •-ชมุ นุม 0.5 (15) • -ชมุ นุม -กิจกรรมเพื่อสงั คมและ (๕) -กิจกรรมเพ่ือสงั คมและ สาธารณประโยชน์ สาธารณประโยชน์ กิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ กจิ กรรมลดเวลาเรยี นเพ่ิมเวลารู้ รายวชิ าเพ่ิมเติม 2.5 (100) รายวชิ าเพม่ิ เติม ว๒๑๒๐๑ คอมพิวเตอร์ 1.0 (40) 2 ว๒๑๒๐๒ คอมพิวเตอร์ ส21231 หน้าทีพลเมือง 0.5 (20) 1 ส21232 หน้าทพี ลเมอื ง ง๒๑๒๐๑ การงานอาชีพ 1.0 (40) 2 ง๒๑๒๐๒ การงานอาชพี รวมเวลาเรียนทั้งสน้ิ 600 รวมเวลาเรียนทั้งสนิ้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 15 โครงสรา้ งหลกั สูตรชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๒ โรงเรียนบา้ นนานวน กาหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียน ดงั นี้ ภาคเรียนท่ี 1 หนว่ ยกิต/ชม. ภาคเรียนท่ี 2 หน่วยกติ /ชม. รายวิชาพนื้ ฐาน 11 (440) ท22101 ภาษาไทย 11 (440) รายวิชาพืน้ ฐาน 1.5 (60) 3 ค22101 คณติ ศาสตร์ 1.5 (60) 3 ว22101 วทิ ยาศาสตร์ 1.5 (60) 3 ท22102 ภาษาไทย 1.5 (60) 3 ว ๒๒๑๐2 การออกแบบและ 0.5 (20) 1 เทคโนโลยี 1.5 (60) 3 ค22102 คณิตศาสตร์ ส22101 สังคมศึกษา ศาสนา 1.5 (60) 3 และวัฒนธรรม 1.5 (60) 3 ว2210๓ วิทยาศาสตร์ ส22102 ประวัติศาสตร์ 0.5 (20) 1 พ22101 สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 0.5 (20) 1 ว ๒๒๑๐๔ วิทยาการคานวณ 1.0 (40) 2 ศ22101 ศลิ ปะ 1.5 (60) 3 ส22103 สังคมศกึ ษา ศาสนา 1.0 (40) 2 ง22101 การงานอาชพี และวัฒนธรรม ๐.5 (20) 1 อ22101 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 0.5 (20) 1 1.5 (60) 3 1.0 (40) 2 ส2210๔ ประวตั ิศาสตร์ กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียน พ22102 สุขศกึ ษาและพล 60 • กิจกรรมแนะแนว 1.0 (40) 2 ศกึ ษา 0.5 (20) • กิจกรรมนกั เรยี น 0.5 (20) 1 ศ22102 ศลิ ปะ 0.5 (20) 1.5 (60) 3 ง22102 การงานอาชีพ -ลูกเสือ – เนตรนารี อ22102 ภาษาอังกฤษพ้นื ฐาน 0.5 (๑๕) •-ชุมนุม 60 (๕) -กจิ กรรมเพื่อสงั คมและ 0.5 (20) กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น สาธารณประโยชน์ 0.5 (20) •กจิ กรรมแนะแนว 2.5 (100) กิจกรรมลดเวลาเรยี นเพ่ิมเวลารู้ •กิจกรรมนักเรียน 1.0 (40) 2 0.5 (๑๕) -ลกู เสอื – เนตรนารี 0.5 (20) 1 รายวชิ าเพ่มิ เติม (๕) • -ชมุ นมุ 1.0 (40) 2 ว๒2๒๐๑ คอมพิวเตอร์ -กิจกรรมเพื่อสังคมและ ส22231 หนา้ ทพี ลเมือง 2.5 (100) สาธารณประโยชน์ 600 ง๒2๒๐๑ การงานอาชพี 1.0 (40) 2 กิจกรรมลดเวลาเรียนเพ่ิมเวลารู้ 0.5 (20) 1 รวมเวลาเรยี นทั้งสิ้น 1.0 (40) 2 รายวิชาเพิม่ เติม ว๒2๒๐๒ คอมพวิ เตอร์ 600 ส22232 หนา้ ทพี ลเมือง ง๒2๒๐๒ การงานอาชพี รวมเวลาเรียนท้ังสิน้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 16 โครงสร้างหลักสูตรชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓ โรงเรยี นบ้านนานวน กาหนดกรอบโครงสรา้ งเวลาเรียน ดังนี้ ภาคเรยี นท่ี 1 หน่วยกิต/ชม. ภาคเรยี นที่ 2 หน่วยกติ /ชม. 11 (440) รายวิชาพืน้ ฐาน 11 (440) รายวิชาพ้นื ฐาน 1.5 (60) 3 1.5 (60) 3 ท23101 ภาษาไทย 1.5 (60) 3 ท23102 ภาษาไทย 1.5 (60) 3 0.5 (20) 1 ค23101 คณติ ศาสตร์ 1.5 (60) 3 ค23102 คณติ ศาสตร์ 1.5 (60) 3 ว23101 วทิ ยาศาสตร์ 1.5 (60) 3 ว2310๓ วทิ ยาศาสตร์ 0.5 (20) 1 ว ๒๓๑๐2 การออกแบบและ 0.5 (20) 1 ว๒๓๑๐๔ วิทยาการคานวณ 1.0 (40) 2 เทคโนโลยี 1.0 (40) 2 0.5 (20) 1 ส23101 สังคมศกึ ษา ศาสนา 1.5 (60) 3 ส23103 สงั คมศึกษา ศาสนา 1.5 (60) 3 และวัฒนธรรม และวัฒนธรรม 60 0.5 (20) ส23102 ประวัติศาสตร์ 0.5 (20) 1 ส23104 ประวตั ิศาสตร์ 0.5 (20) พ23101 สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 1.0 (40) 2 พ23102 สขุ ศกึ ษาและพล 0.5 (15) (5) ศึกษา 2.5 (100) ศ23101 ศิลปะ 1.0 (40) 2 ศ23102 ศลิ ปะ 1.0 (40) 2 0.5 (20) 1 ง23101 การงานอาชพี 0.5 (20) 1 ง23102การงานอาชีพ 1.0 (40) 2 อ23101 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 1.5 (60) 3 อ23102ภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน 600 กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น 60 กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น • กิจกรรมแนะแนว 0.5 (20) •กจิ กรรมแนะแนว • กิจกรรมนักเรยี น 0.5 (20) •กจิ กรรมนักเรยี น -ลูกเสือ – เนตรนารี -ลูกเสอื – เนตรนารี •-ชุมนมุ 0.5 (15) • -ชมุ นมุ -กจิ กรรมเพื่อสังคมและ (5) -กิจกรรมเพื่อสงั คมและ สาธารณประโยชน์ สาธารณประโยชน์ กิจกรรมลดเวลาเรยี นเพ่ิมเวลารู้ กจิ กรรมลดเวลาเรยี นเพ่ิมเวลารู้ รายวิชาเพ่มิ เติม 2.5 (100) รายวิชาเพ่มิ เติม ว๒3๒๐๑ คอมพิวเตอร์ 1.0 (40) 2 ว๒3๒๐๒ คอมพิวเตอร์ ส23231 หนา้ ทีพลเมือง 0.5 (20) 1 ส23232 หน้าทพี ลเมอื ง ง๒3๒๐๑ การงานอาชีพ 1.0 (40) 2 ง๒3๒๐๒ การงานอาชพี รวมเวลาเรยี นท้ังสิ้น 600 รวมเวลาเรียนท้ังส้ิน
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 17 การกาหนดรหัสวิชาและช่ือรายวิชา รายวชิ าพืน้ ฐาน ระดับประถมศึกษา โรงเรียนบ้านนานวน ได้จัดรายวิชาพ้ืนฐานตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับบริบทของ โรงเรียนและสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน โดยได้กาหนดรหัสวิชาและรายวิชา พนื้ ฐานเป็นตัวอกั ษรและตัวเลข ๖ หลัก ดังนี้ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๑ ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย เวลาเรยี น ๒๐๐ ชั่วโมง เวลาเรียน ๒๐๐ ช่วั โมง ค ๑๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ เวลาเรยี น 4๐ ชวั่ โมง เวลาเรียน 4๐ ชว่ั โมง ว ๑๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลาเรียน ๔๐ ชวั่ โมง เวลาเรียน ๔๐ ชว่ั โมง ส ๑๑๑๐๑ สงั คมศกึ ษา เวลาเรียน ๔๐ ชั่วโมง เวลาเรยี น ๔๐ ชั่วโมง ส ๑๑๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ เวลาเรยี น ๒๐๐ ชว่ั โมง พ ๑๑๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ชัว่ โมง/ปี ศ ๑๑๑๐๑ ศิลปะ ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชีพ อ ๑๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ รวมเวลาเรียน ๘๔๐ ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๒ ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย เวลาเรยี น ๒๐๐ ชั่วโมง เวลาเรียน ๒๐๐ ชั่วโมง ค ๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ เวลาเรยี น 4๐ ชั่วโมง เวลาเรียน 4๐ ชว่ั โมง ว ๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลาเรียน ๔๐ ชว่ั โมง เวลาเรียน 4๐ ชั่วโมง ส ๑๒๑๐๑ สังคมศึกษา เวลาเรยี น 4๐ ชั่วโมง เวลาเรียน ๔๐ ช่ัวโมง ส ๑๒๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ เวลาเรียน ๒๐๐ ชว่ั โมง พ ๑๒๑๐๑ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ช่ัวโมง/ปี ศ ๑๒๑๐๑ ศิลปะ ง ๑๒๑๐๑ การงานอาชีพ อ ๑๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ รวมเวลาเรียน ๘๔๐
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 18 ระดบั ประถมศกึ ษา ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๓ ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย เวลาเรยี น ๒๐๐ ชว่ั โมง เวลาเรียน ๒๐๐ ชว่ั โมง ค ๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ เวลาเรียน 4๐ ชวั่ โมง เวลาเรยี น 4๐ ชว่ั โมง ว ๑๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลาเรียน ๔๐ ชวั่ โมง เวลาเรียน 4๐ ชั่วโมง ส ๑๓๑๐๑ สงั คมศกึ ษา เวลาเรยี น 4๐ ชั่วโมง เวลาเรยี น 4๐ ชั่วโมง ส ๑๓๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ เวลาเรยี น ๒๐๐ ชว่ั โมง พ ๑๓๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ช่วั โมง/ปี ศ ๑๓๑๐๑ ศลิ ปะ ง ๑๓๑๐๑ การงานอาชีพ อ ๑๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษ รวมเวลาเรยี น ๘๔๐ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย เวลาเรียน 160 ชั่วโมง เวลาเรยี น 160 ชั่วโมง ค ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์ เวลาเรยี น 80 ช่วั โมง เวลาเรียน 40 ชั่วโมง ว ๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์แลเทคโนโลยี เวลาเรียน ๔๐ ชัว่ โมง เวลาเรียน 80 ชวั่ โมง ส ๑๔๑๐๑ สงั คมศึกษา เวลาเรยี น 80 ชั่วโมง เวลาเรียน 80 ชั่วโมง ส ๑๔๑๐๒ ประวัติศาสตร์ เวลาเรียน 120 ชว่ั โมง พ ๑๔๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ชว่ั โมง/ปี ศ ๑๔๑๐๑ ศลิ ปะ ง ๑๔๑๐๑ การงานอาชพี อ ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ รวมเวลาเรยี น ๘๔๐
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 19 ระดับประถมศกึ ษา ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๕ ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย เวลาเรยี น 160 ชั่วโมง เวลาเรยี น 160 ชั่วโมง ค ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์ เวลาเรยี น ๘๐ ชว่ั โมง เวลาเรยี น 4๐ ช่ัวโมง ว ๑๕๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ เวลาเรยี น ๔๐ ช่วั โมง เวลาเรียน 80 ช่ัวโมง ส ๑๕๑๐๑ สงั คมศกึ ษา เวลาเรียน 80 ชั่วโมง เวลาเรียน 80 ชวั่ โมง ส ๑๕๑๐๒ ประวัติศาสตร์ เวลาเรียน 120 ชว่ั โมง พ ๑๕๑๐๑ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ช่วั โมง/ปี ศ ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ ง ๑๕๑๐๑ การงานอาชีพ อ ๑๕๑๐๑ ภาษาองั กฤษ รวมเวลาเรยี น ๘๔๐ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย เวลาเรยี น 160 ช่วั โมง เวลาเรยี น 160 ชั่วโมง ค ๑๖๑๐๑ คณติ ศาสตร์ เวลาเรยี น ๘๐ ชว่ั โมง เวลาเรียน 4๐ ชัว่ โมง ว ๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ เวลาเรยี น ๔๐ ชว่ั โมง เวลาเรยี น 80 ชว่ั โมง ส ๑๖๑๐๑ สังคมศึกษา เวลาเรยี น 80 ชั่วโมง เวลาเรียน 80 ชั่วโมง ส ๑๖๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ เวลาเรยี น 12๐ ชวั่ โมง พ ๑๖๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ชั่วโมง/ปี ศ ๑๖๑๐๑ ศลิ ปะ ง ๑๖๑๐๑ การงานอาชพี อ ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษ รวมเวลาเรียน ๘๔๐
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 20 การกาหนดรหัสวิชาและชือ่ รายวชิ า รายวิชาพนื้ ฐาน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนบ้านนานวน ได้จัดรายวิชาพ้ืนฐานตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับบริบทของ โรงเรียนและสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยได้กาหนดรหัสวิชาและรายวิชา พ้นื ฐานเป็นตัวอักษรและตวั เลข ๖ หลัก ดังนี้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ท ๒๑๑๐๑ ภาษาไทย เวลาเรียน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หน่วยกติ หนว่ ยกติ ค ๒๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ เวลาเรยี น ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนว่ ยกิต หน่วยกติ ว ๒๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์ เวลาเรยี น ๖๐ ชวั่ โมง ๑.๕ หนว่ ยกิต หน่วยกิต ว 21102 การออกแบบและเทคโนโลยี เวลาเรยี น ๒๐ ชวั่ โมง ๐.๕ หนว่ ยกิต หน่วยกิต ส ๒๑๑๐๑ สงั คมศกึ ษา เวลาเรยี น ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนว่ ยกติ หนว่ ยกติ ส ๒๑๑๐๒ ประวัติศาสตร์ เวลาเรยี น ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ พ ๒๑๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา เวลาเรียน 4๐ ชั่วโมง 1.0 ศ ๒๑๑๐๑ ศิลปะ เวลาเรียน ๔๐ ช่วั โมง ๑.๐ ง ๒๑๑๐๑ การงานอาชพี เวลาเรียน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ อ ๒๑๑๐๑ องั กฤษ เวลาเรยี น ๖๐ ชัว่ โมง ๑.๕ รวมเวลาเรยี น ๑๑ หน่วยกิต มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ท ๒๑๑๐2 ภาษาไทย เวลาเรยี น ๖๐ ชัว่ โมง ๑.๕ หน่วยกติ เวลาเรยี น ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หน่วยกติ ค ๒๑๑๐2 คณิตศาสตร์ เวลาเรียน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หน่วยกติ เวลาเรียน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว่ ยกติ ว ๒๑๑๐3 วิทยาศาสตร์ เวลาเรียน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว่ ยกติ เวลาเรียน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว่ ยกิต ว 21104 วทิ ยาการคานวณ เวลาเรยี น 4๐ ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกิต เวลาเรยี น 4๐ ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกติ ส ๒๑๑๐3 สงั คมศึกษา เวลาเรียน ๒๐ ช่วั โมง ๐.๕ หน่วยกติ เวลาเรียน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนว่ ยกิต ส ๒๑๑๐4 ประวัตศิ าสตร์ หน่วยกติ พ ๒๑๑๐2 สุขศึกษาและพลศกึ ษา ศ ๒๑๑๐2 ศิลปะ ง ๒๑๑๐2 การงานอาชพี อ ๒๑๑๐2 องั กฤษ รวมเวลาเรยี น ๑๑
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 21 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มธั ยมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๑ ท ๒2๑๐๑ ภาษาไทย เวลาเรยี น ๖๐ ชัว่ โมง ๑.๕ หน่วยกิต หนว่ ยกติ ค ๒2๑๐๑ คณติ ศาสตร์ เวลาเรียน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หน่วยกิต หน่วยกิต ว ๒2๑๐๑ วิทยาศาสตร์ เวลาเรียน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนว่ ยกิต หนว่ ยกติ ว 2๒102 การออกแบบและเทคโนโลยี เวลาเรยี น ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หน่วยกิต หนว่ ยกติ ส ๒2๑๐๑ สังคมศึกษา เวลาเรียน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หน่วยกติ หนว่ ยกิต ส ๒2๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ เวลาเรียน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ พ ๒2๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา เวลาเรียน 4๐ ชว่ั โมง 1.0 ศ ๒2๑๐๑ ศลิ ปะ เวลาเรียน ๔๐ ชว่ั โมง ๑.๐ ง ๒2๑๐๑ การงานอาชพี เวลาเรยี น ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ อ ๒2๑๐๑ อังกฤษ เวลาเรยี น ๖๐ ช่วั โมง ๑.๕ รวมเวลาเรียน ๑๑ หน่วยกิต มธั ยมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรยี นท่ี ๒ ท ๒2๑๐2 ภาษาไทย เวลาเรียน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หน่วยกิต เวลาเรียน ๖๐ ช่ัวโมง ๑.๕ หนว่ ยกติ ค ๒2๑๐2 คณิตศาสตร์ เวลาเรยี น ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว่ ยกติ เวลาเรยี น ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หน่วยกิต ว ๒๒๑๐3 วิทยาศาสตร์ เวลาเรียน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หน่วยกิต เวลาเรียน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว่ ยกติ ว 2๒104 วทิ ยาการคานวณ เวลาเรียน 4๐ ช่ัวโมง 1.0 หนว่ ยกิต เวลาเรยี น ๔๐ ชั่วโมง ๑.๐ หน่วยกิต ส ๒2๑๐3 สังคมศกึ ษา เวลาเรยี น ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หน่วยกิต เวลาเรยี น ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หน่วยกิต ส ๒2๑๐4 ประวตั ิศาสตร์ หน่วยกติ พ ๒2๑๐2 สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ศ ๒2๑๐2 ศลิ ปะ ง ๒2๑๐2 การงานอาชพี อ ๒2๑๐2 อังกฤษ รวมเวลาเรยี น ๑๑
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 22 ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๑ ท ๒3๑๐๑ ภาษาไทย เวลาเรียน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว่ ยกิต หนว่ ยกิต ค ๒3๑๐๑ คณติ ศาสตร์ เวลาเรียน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว่ ยกิต หน่วยกิต ว ๒๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ เวลาเรียน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หน่วยกิต หน่วยกิต ว 2๓102 การออกแบบและเทคโนโลยี เวลาเรียน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หน่วยกิต หนว่ ยกติ ส ๒3๑๐๑ สังคมศึกษา เวลาเรยี น ๖๐ ช่ัวโมง ๑.๕ หน่วยกิต หน่วยกติ ส ๒3๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ เวลาเรียน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ พ ๒3๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา เวลาเรียน 4๐ ชั่วโมง 1.0 ศ ๒3๑๐๑ ศลิ ปะ เวลาเรียน 4๐ ช่ัวโมง 1.0 ง ๒3๑๐๑ การงานอาชีพ เวลาเรียน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ อ ๒3๑๐๑ องั กฤษ เวลาเรียน ๖๐ ช่ัวโมง ๑.๕ รวมเวลาเรียน ๑๑ หน่วยกิต มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ ท ๒3๑๐2 ภาษาไทย เวลาเรียน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว่ ยกติ เวลาเรยี น ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หน่วยกิต ค ๒3๑๐2 คณิตศาสตร์ เวลาเรียน ๖๐ ช่ัวโมง ๑.๕ หนว่ ยกติ เวลาเรยี น ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หน่วยกติ ว ๒๓๑๐3 วทิ ยาศาสตร์ เวลาเรยี น ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนว่ ยกติ เวลาเรียน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หน่วยกติ ว 2๓104 วิทยาการคานวณ เวลาเรียน 4๐ ช่วั โมง 1.0 หนว่ ยกติ เวลาเรยี น 4๐ ช่ัวโมง 1.0 หน่วยกติ ส ๒3๑๐3 สังคมศึกษา เวลาเรยี น ๒๐ ชัว่ โมง ๐.๕ หนว่ ยกติ เวลาเรยี น ๖๐ ช่ัวโมง ๑.๕ หนว่ ยกิต ส ๒3๑๐4 ประวัติศาสตร์ หน่วยกติ พ ๒3๑๐2 สุขศึกษาและพลศกึ ษา ศ ๒3๑๐2 ศลิ ปะ ง ๒3๑๐2 การงานอาชีพ อ ๒3๑๐2 องั กฤษ รวมเวลาเรียน ๑๑
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 23 รายวชิ าเพิ่มเติมท่กี าหนดชั้นปีทเี่ รยี น ระดบั ประถมศึกษา กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู งั คมศกึ ษา เวลาเรยี น 4๐ ชว่ั โมง ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 1 เวลาเรียน 4๐ ชว่ั โมง ส ๑1๒3๑ หน้าท่พี ลเมือง เวลาเรยี น 4๐ ช่วั โมง ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 2 เวลาเรยี น 4๐ ชั่วโมง ส ๑2๒32 หน้าท่พี ลเมอื ง เวลาเรียน 4๐ ชัว่ โมง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เวลาเรยี น 4๐ ชว่ั โมง ส ๑3๒33 หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๔ ส ๑4๒34 หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ ส ๑5๒35 หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๖ ส ๑6๒36 หน้าทพ่ี ลเมือง ระดับมัธยมศึกษาตอนตน้ กลมุ่ สาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลาเรยี น 4๐ ช่วั โมง 1.0 หน่วยกติ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 เวลาเรยี น 4๐ ช่วั โมง 1.0 หน่วยกติ ว ๒1๒๐๑ คอมพิวเตอร์ ๑ ว ๒1๒๐๒ คอมพิวเตอร์ ๒ เวลาเรียน 4๐ ชัว่ โมง 1.0 หน่วยกิต ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๒ เวลาเรียน 4๐ ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกิต ว ๒2๒๐๑ คอมพวิ เตอร์ ๓ ว ๒2๒๐๒ คอมพวิ เตอร์ ๔ เวลาเรยี น 4๐ ชัว่ โมง 1.0 หน่วยกติ ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ ๓ เวลาเรยี น 4๐ ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต ว ๒3๒๐๑ คอมพวิ เตอร์ 5 ว ๒3๒๐๒ คอมพิวเตอร์ ๖ เวลาเรยี น 4๐ ชวั่ โมง 1.0 หนว่ ยกิต เวลาเรยี น 4๐ ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกติ กลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชพี เวลาเรยี น 4๐ ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกติ ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 1 เวลาเรยี น 4๐ ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกิต ง ๒1๒๐๑ งานอาชพี ๑ ง ๒1๒๐๒ งานอาชพี ๑ ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒ ง ๒2๒๐๑ งานอาชพี ๓ ง ๒2๒๐๒ งานอาชพี ๔
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ๒๔ ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ ๓ เวลาเรยี น 4๐ ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกิต ง ๒3๒๐๑ งานอาชีพ ๕ เวลาเรยี น 4๐ ช่ัวโมง 1.0 หน่วยกิต ง ๒3๒๐๒ งานอาชพี ๖ เวลาเรยี น 2๐ ชัว่ โมง 0.5 หน่วยกติ กล่มุ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม เวลาเรยี น 2๐ ชวั่ โมง 0.5 หนว่ ยกิต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ส ๒1๒3๑ หน้าที่พลเมือง ๑ เวลาเรยี น 2๐ ชั่วโมง 0.5 หนว่ ยกติ ส ๒1๒32 หน้าทีพ่ ลเมอื ง 2 เวลาเรยี น 2๐ ชั่วโมง 0.5 หนว่ ยกติ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี ๒ ส ๒2๒31 หน้าทพ่ี ลเมือง 3 เวลาเรียน 2๐ ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกติ ส ๒2๒32 หนา้ ที่พลเมอื ง 4 เวลาเรียน 2๐ ชั่วโมง 0.5 หนว่ ยกิต ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓ ส ๒3๒31 หนา้ ทีพ่ ลเมือง 5 ส ๒3๒32 หนา้ ทพ่ี ลเมือง 6
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ๒๕ คาอธบิ ายรายวชิ า กล่มุ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ๒๖ คาอธบิ ายรายวิชา ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๑ เวลา ๒๐๐ ชวั่ โมง ฝกึ อา่ นออกเสยี งคา คาคล้องจอง และข้อความส้ันๆบอกความหมายของคาและข้อความตอบ คาถามเล่าเรื่องย่อคาดคะเนเหตุการณ์เลอื กอา่ นหนงั สือตามความสนใจอย่างสมา่ เสมอนาเสนอเรอ่ื งทอ่ี ่าน บอกความหมายของเครอ่ื งหมายหรอื สญั ลักษณ์สาคญั ท่มี ักพบเหน็ ในชวี ิตประจาวนั มมี ารยาทในการอา่ น ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทดั เขียนส่ือสารด้วยคาและประโยคง่ายๆมีมารยาทในการเขียน ฝกึ ทกั ษะในการฟัง ฟังคาแนะนา คาส่งั ง่ายๆและปฏบิ ตั ิตามตอบคาถาม เลา่ เรื่องพูดแสดงความ คดิ เห็นและความรสู้ กึ จากเรอื่ งท่ีฟงั และดูพูดสอ่ื สารได้ตามวัตถุประสงค์เนน้ มารยาทในการฟังการดูและ การพูด ฝึกทักษะการเขยี นพยัญชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทยเขยี นสะกดคาและบอกความหมายของ คาเรยี บเรยี งคาเป็นประโยคง่ายๆตอ่ คาคลอ้ งจองง่ายๆ บอกขอ้ คิดท่ีได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแกว้ และรอ้ ยกรองสาหรบั เดก็ ฝกึ ท่องจาบท อาขยานตามที่กาหนดและบทรอ้ ยกรองตามความสนใจ โดยใชก้ ระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคดิ การฝึกปฏบิ ัติ อธิบาย บันทกึ การต้ัง คาถาม ตอบคาถาม ใชท้ ักษะการฟัง การดูและการพูด พดู แสดงความคิดเหน็ กระบวนการสร้าง ความคิดรวบยอด เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สือ่ สารไดถ้ ูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณคา่ ของ การอนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนาความร้ไู ปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์โดยใชห้ ลกั ปรัชญาของ เศรษฐกจิ พอเพยี งและสามารถนาไปประยุกต์ใชก้ ับชีวติ ประจาวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕, ป.๑/๖, ป.๑/๗, ป.๑/๘ ท ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓ ท ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕ ท ๔.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔ ท ๕.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒ รวมท้ังหมด ๒๒ ตัวช้ีวดั
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ๒๗ คาอธิบายรายวชิ า ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๒ เวลา ๒๐๐ ชวั่ โมง ฝึกอา่ นออกเสียงคา คาคลอ้ งจอง ข้อความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ อธบิ ายความหมายของคา และข้อความทอ่ี า่ นตั้งคาถาม ตอบคาถามระบใุ จความสาคัญและรายละเอยี ดแสดงความคิดเห็นและ คาดคะเนเหตุการณเ์ ลือกอ่านหนังสอื ตามความสนใจอย่างสม่าเสมอและนาเสนอเรื่องทีอ่ า่ นอา่ นข้อเขยี น เชงิ อธิบาย และปฏบิ ตั ิตามคาสั่งหรอื ข้อแนะนามีมารยาทในการอา่ น ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทดั เขียนเร่อื งส้ันๆ เก่ียวกับประสบการณ์เขียนเร่ืองสนั้ ๆ ตามจนิ ตนาการมมี ารยาทในการเขยี น ฝึกทกั ษะการฟัง ฟังคาแนะนา คาสงั่ ท่ซี บั ซ้อนและปฏิบัติตามเล่าเร่อื ง บอกสาระสาคัญของ เรอ่ื งตัง้ คาถามตอบคาถามพูดแสดงความคิดเห็นความรูส้ กึ พูดสอ่ื สารไดช้ ดั เจนตรงตามวัตถุประสงค์มี มารยาทในการฟังการดแู ละการพดู ฝึกทกั ษะการเขยี นพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทยเขียนสะกดคาและบอกความหมาย ของคาเรยี บเรียงคาเป็นประโยคไดต้ รงตามเจตนาของการสอ่ื สารบอกลักษณะคาคลอ้ งจองเลอื กใช้ ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิน่ ได้เหมาะสมกบั กาลเทศะ ฝกึ จับใจความสาคัญจากเร่ือง ระบุขอ้ คิดท่ีไดจ้ ากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมสาหรับเดก็ เพื่อ นาไปใช้ในชีวิตประจาวนั รอ้ งบทร้องเล่นสาหรับเด็กในท้องถิน่ ทอ่ งจาบทอาขยานตามท่ีกาหนดและบท ร้อยกรองท่ีมีคณุ คา่ ตามความสนใจโดยใชก้ ระบวนการอา่ น กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหา ความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคดิ วเิ คราะห์ กระบวนการสอ่ื ความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏิบตั ิ อธบิ าย บันทึก การตัง้ คาถาม ตอบคาถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพดู พดู แสดง ความคิดเห็น กระบวนการสรา้ งความคดิ รวบยอด เพ่อื ให้เกิดความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ สอื่ สารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เหน็ คุณคา่ ของ การอนรุ ักษ์ภาษาไทย และตวั เลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชนโ์ ดยใชห้ ลักปรชั ญาของ เศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถนาไปประยุกต์ใชก้ บั ชวี ิตประจาวนั ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด ท ๑.๑ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘ ท ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔ ท ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕ ป.๒/๖, ป.๒/๗ ท ๔.๑ ป.๒/๑,ป.๒/๒,ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕ ท ๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓ รวมท้งั หมด ๒๗ ตัวช้ีวดั
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ๒๘ คาอธบิ ายรายวชิ า ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ กล่มุ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๓ เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง ฝึกอ่านออกเสยี งคา ข้อความ เรื่องสน้ั ๆ และบทร้อยกรองงา่ ยๆ อธบิ ายความหมายของคา และข้อความทีอ่ ่านต้ังคาถาม ตอบคาถามเชิงเหตุผล ลาดับเหตกุ ารณ์ คาดคะเนเหตุการณ์สรุปความรู้ ข้อคิดจากเรื่องที่อา่ น เพื่อนาไปใชใ้ นชีวิตประจาวันเลือกอ่านหนงั สือตามความสนใจอย่างสมา่ เสมอและ นาเสนอเร่อื งที่อ่านอา่ นข้อเขียนเชิงอธิบาย และปฏิบัติตามคาสงั่ หรือข้อแนะนาอธิบายความหมายของ ข้อมูลจากแผนภาพ แผนท่ี และแผนภมู ิ มมี ารยาทในการอา่ น ฝกึ คัดลายมือดว้ ยตวั บรรจงเต็มบรรทัดเขยี นบรรยายเขยี นบันทึกประจาวนั เขยี นเร่ืองตาม จินตนาการมีมารยาทในการเขียนฝึกทักษะการฟัง การดแู ละการพดู เลา่ รายละเอียดบอกสาระสาคัญต้งั คาถาม ตอบคาถาม พูดแสดงความคดิ เหน็ ความรูส้ ึก พูดสื่อสารไดช้ ดั เจนตรงตามวัตถปุ ระสงค์ มี มารยาทในการฟังการดูและการพูด ฝกึ เขียนตามหลักการเขยี น เขยี นสะกดคาและบอกความหมายของคา ระบชุ นิด หนา้ ท่ขี องคา ใช้พจนานุกรมค้นหาความหมายของคาแต่งประโยคงา่ ยๆแตง่ คาคล้องจองและคา ขวญั เลอื กใชภ้ าษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่ินได้เหมาะสมกับกาลเทศะ ระบุขอ้ คิดที่ได้จากการอา่ น วรรณกรรมเพ่ือนาไปใช้ในชวี ิตประจาวันร้จู กั เพลงพ้ืนบ้าน เพลงกล่อมเด็ก เพอื่ ปลูกฝงั ความชน่ื ชม วฒั นธรรมทอ้ งถ่ินแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั วรรณคดีที่อ่าน ทอ่ งจาบทอาขยานตามที่กาหนดและบทร้อย กรองทม่ี คี ุณคา่ ตามความสนใจโดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลมุ่ กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏิบัติ อธบิ าย บันทกึ การต้งั คาถาม ตอบคาถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูด พดู แสดงความคิดเห็น กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด เพือ่ ใหเ้ กดิ ความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สอ่ื สารไดถ้ ูกต้อง รกั การเรียนภาษาไทย เหน็ คณุ ค่าของ การอนรุ ักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนาความร้ไู ปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชนโ์ ดยใช้หลกั ปรัชญาของ เศรษฐกจิ พอเพียงและสามารถนาไปประยกุ ต์ใชก้ บั ชีวติ ประจาวนั ได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด ท ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘,ป.๓/๙ ท ๒.๑ ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,ป.๓/๔,ป.๓/๕,ป.๓/๖ ท ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖ ท ๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖ ท ๕.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔ รวมท้ังหมด ๓๑ ตัวชี้วัด
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ๒๙ คาอธิบายรายวชิ า ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ เวลา ๑๖๐ ชว่ั โมง ฝกึ อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคา ประโยคและสานวน จากเรอ่ื งทอี่ ่านอ่านเร่ืองสั้น ๆ ตามเวลาทกี่ าหนดและตอบคาถามจากเรอื่ งทอ่ี ่านแยกข้อเท็จจรงิ และ ขอ้ คิดเห็นจากเร่ืองท่ีอ่านคาดคะเนเหตุการณจ์ ากเร่ืองท่ีอ่าน โดยระบเุ หตุผลประกอบสรุปความรูแ้ ละ ข้อคิดจากเรื่องท่ีอ่าน เพ่ือนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั เลอื กอา่ นหนังสือท่ีมีคุณค่าตามความสนใจอยา่ ง สม่าเสมอและแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกบั เรอื่ งที่อ่านมมี ารยาทในการอา่ น ฝึกคดั ลายมือด้วยตัวบรรจงเต็ม บรรทดั และครึ่งบรรทดั เขยี นสือ่ สารโดยใช้คาได้ถูกต้อง ชดั เจนและเหมาะสมเขียนแผนภาพโครงเรือ่ งและ แผนภาพความคิดเพ่ือใช้พัฒนางานเขียนเขยี นย่อความจากเรื่องสัน้ ๆเขยี นจดหมายถึงเพื่อนและมารดา เขยี นบนั ทึกและเขียนรายงานจากการศึกษาค้นควา้ เขยี นเรื่องตามจนิ ตนาการมีมารยาทในการเขยี น ฝึกทักษะการฟงั การดแู ละการพดู จาแนกข้อเทจ็ จริงและข้อคิดเห็นเรอ่ื งทีฟ่ ังและดู พูดสรุปจาก การฟังและดูพูดแสดงความรู้ ความคดิ เหน็ และความรู้สึกเกี่ยวกับเรอ่ื งที่ฟังและดูตัง้ คาถามและตอบคาถาม เชงิ เหตผุ ลจากเร่ืองที่ฟังและดูพดู รายงานเร่ืองหรอื ประเดน็ ที่ศกึ ษาค้นควา้ จากการฟัง การดูและการ สนทนามีมารยาทในการฟงั การดูและการพดู ฝกึ เขยี นตามหลักการเขียน เขียนสะกดคาและบอกความหมาย ของคาในบรบิ ทต่าง ๆระบชุ นดิ และหน้าท่ีของคาในประโยค ใชพ้ จนานกุ รมค้นหาความหมายของคาแต่ง ประโยคได้ถกู ต้องตามหลกั ภาษาแตง่ บทร้อยกรองและคาขวญั บอกความหมายของสานวน เปรยี บเทยี บ ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่นิ ได้ ระบุข้อคิดจากนทิ านพืน้ บา้ นหรือนิทานคติธรรมอธิบายข้อคิดจากการอ่านเพ่ือนาไปใช้ในชีวิตจรงิ รอ้ งเพลงพื้นบา้ นท่องจาบทอาขยานตามท่กี าหนดและบทร้อยกรองทมี่ ีคณุ ค่าตามความสนใจ โดยใช้ กระบวนการอา่ น กระบวนการเขยี น กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุม่ กระบวนการคิด วเิ คราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการส่ือความ กระบวนการ แก้ปญั หา การฝึกปฏบิ ตั อิ ธบิ าย บันทึก การตงั้ คาถาม ตอบคาถาม ใชท้ ักษะการฟัง การดูและการพูดพดู แสดงความคิดเหน็ กระบวนการสรา้ งความคิดรวบยอด เพ่ือใหเ้ กิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ส่อื สารไดถ้ ูกต้อง รักการเรยี นภาษาไทย เหน็ คณุ ค่า ของการอนรุ ักษ์ภาษาไทยและตวั เลขไทย สามารถนาความรู้ไปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชนโ์ ดยใช้วิธกี ารของ เศรษฐกจิ พอเพียงและสามารถนาไปประยุกต์ใช้กับชีวติ ประจาวนั ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด ท ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘ ท ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ๓๐ ท ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖ ท ๔.๑ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗ ท ๕.๑ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔ รวมท้ังหมด ๓๓ ตัวช้ีวัด
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ๓๑ คาอธบิ ายรายวชิ า ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๕ เวลา ๑๖๐ ชัว่ โมง ฝึกอา่ นออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อธบิ ายความหมายของคา ประโยคและข้อความ ที่เป็นการบรรยายและการพรรณนาอธิบายความหมายโดยนัยแยกข้อเท็จจริงข้อคิดเห็นวิเคราะห์แสดง ความคิดเห็น อ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คาสั่ง ข้อแนะนา และปฏิบัติตามเลือกอ่านหนังสือที่มีคุณค่าตาม ความสนใจมีมารยาทในการอ่าน ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและคร่ึงบรรทัด เขียนส่ือสาร เขียนแผนภาพโครงเร่ือง แผนภาพความคิด เขียนย่อความ เขียนจดหมายถึงผู้ปกครองและญาติเขียน แสดงความรู้สึกและความคิดเหน็ กรอกแบบรายการตา่ ง ๆเขยี นเรอื่ งตามจินตนาการมีมารยาทในการเขียน ฝึกทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็นและความรู้สึกตั้งคาถามตอบคาถาม วิเคราะห์ความ พูดรายงานมีมารยาทในการฟังการดูและการพูด ระบุชนิดและหน้าที่ของคาในประโยค จาแนกส่วนประกอบของประโยคเปรียบเทียบภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่ิน ใช้คาราชาศัพท์บอกคา ภาษาต่างประเทศในภาษาไทยแต่งบท ร้อยกรองใช้สานวนได้ถูกต้อง สรุปเรื่องจากวรรณคดีหรือ วรรณกรรมท่ีอ่านระบุความรู้ข้อคิดจากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีสามารถนาไปใช้ในชีวิตจริง อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรม ท่องจาบทอาขยานตามที่กาหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่า ตามความสนใจโดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการ กล่มุ กระบวนการคิดวเิ คราะห์และสรุปความ กระบวนการคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณ กระบวนการสอื่ ความ กระบวนการแกป้ ัญหา การฝกึ ปฏบิ ัติ อธบิ าย บันทึก การตั้งคาถาม ตอบคาถาม ใชท้ ักษะการฟัง การ ดแู ละการพดู พดู แสดงความคดิ เหน็ กระบวนการสรา้ งความคิดรวบยอด เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ส่ือสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่า ของการอนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้วิธีการของ เศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถนาไปประยกุ ต์ใชก้ ับชีวติ ประจาวันได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตัวชี้วดั ท ๑.๑ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘ ท ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙ ท ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕ ท ๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗ ท ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔ รวมทั้งหมด ๓๓ ตัวช้ีวดั
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ๓๒ คาอธบิ ายรายวชิ า ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖ เวลา ๑๖๐ ช่วั โมง ฝกึ อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคา ประโยคและข้อความ ที่เป็นโวหารอ่านเร่ืองสั้น ๆอย่างหลากหลาย แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเร่ืองท่ีอ่านวิเคราะห์และ แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับเรื่องท่ีอ่านเพื่อนาไปใช้ในการดาเนินชีวิตอ่านงานเขียน เชิงอธิบาย คาสั่ง ข้อแนะนา และปฏิบัติตามอธิบายความหมายของข้อมูลจากการอ่านแผนผัง แผนท่ี แผนภูมิและกราฟ เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจและอธิบายคุณค่าท่ีได้รับมีมารยาทในการอ่าน ฝึกคัดลายมือด้วยตัว บรรจงเต็มบรรทัดและคร่งึ บรรทดั เขียนสื่อสารโดยใช้คาได้ถูกต้อง ชัดเจน และเหมาะสมเขียนแผนภาพ โครงเร่ืองและแผนภาพความคิดเพ่ือใช้พัฒนางานเขียนเขียนเรียงความ เขียนย่อความจากเรื่องอ่านเขียน จดส่วนตัวกรอกแบบรายการต่าง ๆเขียนเร่ืองตามจินตนาการและสร้างสรรค์มีมารยาทในการเขียน ฝึก ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความรู้ ความเข้าใจจุดประสงค์ของเร่ืองท่ีฟังและดูตั้งคาถาม และตอบคาถามเชงิ เหตผุ ลจากเร่ืองที่ฟังและดวู ิเคราะห์ความน่าเช่ือถือจากเรื่องท่ีฟังและดูสื่อโฆษณาอย่าง มีเหตุผล พดู รายงานเรื่องหรือประเด็นทศ่ี กึ ษาคน้ คว้าจากการฟัง การดูและการสนทนาพูดโน้มนา้ วอย่างมี เหตผุ ลและนา่ เชอื่ ถือมีมารยาทในการฟังการดแู ละการพูด ฝึกวเิ คราะหช์ นิดและหนา้ ท่ีของคาในประโยคใช้ คาได้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคลรวบรวมและบอกความหมายของคาภาษาต่างประเทศท่ีใช้ใน ภาษาไทยระบุลักษณะของประโยคแต่งบทร้อยกรองวิเคราะห์เปรียบเที ยบสานวนที่เป็นคาพังเพยและ สุภาษิต ฝึกแสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมท่ีอ่านเล่านิทานพื้นบ้านท้องถ่ินตนเองและ นิทานพื้นบ้านของท้องถิ่นอื่นอธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมทีอ่ ่านและนาไปประยุกต์ใช้ในชวี ติ จริง ท่องจาบทอาขยานตามท่ีกาหนดและบทร้อยโดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวเิ คราะห์และสรุปความ กระบวนการคิด อย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก้ปัญหากระบวนการสังเกต กระบวนกรแยก ข้อเท็จจรงิ กระบวนการคน้ คว้า กระบวนการใช้เทคโนโลยใี นการสื่อสาร กระบวนการใช้ทักษะทางภาษา การฝึกปฏบิ ตั ิ อธบิ าย บนั ทกึ การต้งั คาถาม ตอบคาถาม ใชท้ กั ษะการฟัง การดูและการพูด พดู แสดงความ คดิ เหน็ กระบวนการสรา้ งความคิดรวบยอด เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของ การอนุรักษภ์ าษาไทย และตวั เลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้วธิ ีการของเศรษฐกิจ พอเพยี งและสามารถนาไปประยกุ ต์ใชก้ ับชวี ติ ประจาวนั ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ๓๓ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘,ป.๖/๙ ท ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘,ป.๖/๙ ท ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖ ท ๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖ ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔ รวมท้ังหมด ๓๔ ตัวชี้วัด
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ๓๔ คาอธบิ ายรายวชิ า ท ๒๑๑๐๑ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๖๐ ช่วั โมง/ภาคเรยี น จานวน ๑.๕ หน่วยกิต อ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว และบทร้อยกรองได้ถูกต้องเหมาะสมกับเรื่องที่อ่าน จับใจความ สาคัญจากเรื่องท่ีอ่าน ระบุเหตุและผลและข้อเท็จจริงกับข้อคิดเห็นจากเร่ืองท่ีอ่าน ระบุและอธิบายคา เปรียบเทียบ และคาท่ีมีหลายความหมายในบริบทต่างๆ จากการอ่าน ตีความคายากในเอกสารวิชาการ โดยพิจารณาจากบริบท ระบุข้อสังเกตและความสมเหตุสมผลของงานเขียนประเภทชักจูง โน้มน้าวใจ วิเคราะห์คุณค่าที่ได้รับจากการอ่านงานเขียนอย่างหลากหลายเพื่อนาไปใช้แก้ปัญหาในชีวิต มีมารยาทใน การอ่าน คัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัด เขียนส่ือสารโดยใช้ถ้อยคาถูกต้องชัดเจน เหมาะสม และ สละสลวย เขียนบรรยายประสบการณ์โดยระบุสาระสาคัญและรายละเอียดสนับสนุน เขียนเรียงความ เขียนยอ่ ความจากเร่ืองที่อ่าน เขียนแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับสาระจากสื่อท่ีได้รับ เขยี นจดหมายส่วนตัว และจดหมายกจิ ธรุ ะ เขียนรายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ และโครงงาน มีมารยาทในการเขียน พูดสรุปใจความสาคัญของเรื่องท่ีฟังและดูเล่าเร่ืองย่อจากเรื่องที่ฟังและดู พูดแสดงความ คิดเห็นอย่างสร้างสรรค์เกี่ยวกับเรื่องท่ีฟังและดูประเมินความน่าเช่ือถือของส่ือ ที่มีเน้ือหาโน้มน้าวใจ พูด รายงานเรอื่ งหรอื ประเด็นที่ศกึ ษาคน้ ควา้ จากการฟัง การดแู ละการสนทนา มมี ารยาทในการฟงั การดู และ การพดู อธิบายลักษณะของเสียงในภาษาไทย สร้างคาในภาษาไทย วิเคราะห์ชนิดและหน้าที่ของคา ในประโยค วิเคราะห์ความแตกต่างของภาษาพดู และภาษาเขยี น แตง่ บทรอ้ ยกรอง จาแนกและใชส้ านวน ทีเ่ ป็นคาพงั เพยและสุภาษิต สรปุ เนอื้ หาวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอา่ น วิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอ่านพร้อมยก เหตุผลประกอบ อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอ่าน สรุปความรูแ้ ละข้อคิดจากการอ่านเพอ่ื ประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ จรงิ ทอ่ งจาบทอาขยานตามทก่ี าหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ เพอื่ ใชก้ ารอ่านในการสร้างความรู้ ความคดิ นาไปใช้ตัดสนิ ใจแกป้ ญั หาในการดาเนินชวี ิตและมี นิสยั รกั การอ่าน สามารถเขยี นสื่อสาร เขยี นเรยี งความ ย่อความ เขยี นเรอ่ื งราวในรปู แบบต่าง ๆ เขียน รายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ เลือกฟังและดูอย่างมี วิจารณญาณ พูดแสดงความรู้ ความคิดและความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและ สรา้ งสรรค์ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิ ปัญญาทางภาษา รักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดี และวรรณกรรมไทยอย่างเหน็ คณุ คา่ และนามาประยุกต์ใชใ้ นชีวิตจริง
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ๓๕ มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด ท ๑.๑ ม.๑/๑ , ม.๑/๒ , ม.๑/๓ , ม.๑/๔ , ม.๑/๕ , ม.๑/๖, ม.๑/๗ , ม.๑/๘ , ม.๑/๙ ท ๒.๑ ม.๑/๑ , ม.๑/๒, ม.๑/๓ , ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๗, ม.๑/๘ , ม.๑/๙ ท ๓.๑ ม.๑/๑ , ม.๑/๒ , ม.๑/๓ , ม.๑/๔ , ม.๑/๕, ม.๑/๖ ท ๔.๑ ม.๑/๑ , ม.๑/๒ , ม.๑/๓ , ม.๑/๔, ม.๑/๕ , ม.๑/๖ ท ๕.๑ ม.๑/๑ , ม.๑/๒ , ม.๑/๓ , ม.๑/๔ , ม.๑/๕ รวมทั้งหมด ๓๔ ตัวช้ีวดั คาอธบิ ายรายวชิ า ท ๒๑๑๐๒ ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๖๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน จานวน ๑.๕ หนว่ ยกติ อ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว และบทร้อยกรองได้ถูกต้องเหมาะสมกับเรื่องท่ีอ่าน จับใจความ สาคัญจากเรื่องท่ีอ่าน ระบุเหตุและผล และข้อเท็จจริงกับข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน ระบุและอธิบายคา เปรียบเทียบ และคาทม่ี ีหลายความหมายในบรบิ ทตา่ งๆ จากการอ่าน ตคี วามคายากในเอกสารวชิ าการโดย พิจารณาจากบริบท ระบุข้อสังเกตและความสมเหตุสมผลของงานเขียนประเภทชักจูง โน้มน้าวใจ ปฏิบัติ ตามคู่มือแนะนาวธิ ีการใช้งานของเคร่ืองมือหรือเครื่องใชใ้ นระดบั ท่ยี ากข้ึน วิเคราะห์คุณคา่ ท่ีไดร้ ับจากการ อา่ นงานเขยี นอย่างหลากหลายเพ่ือนาไปใชแ้ กป้ ัญหาในชวี ติ มีมารยาทในการอา่ น คัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัด เขียนส่ือสารโดยใช้ถ้อยคาถูกต้องชัดเจน เหมาะสม และ สละสลวย เขยี นบรรยายประสบการณโ์ ดยระบุสาระสาคัญและรายละเอียดสนับสนุน เขยี นเรยี งความ เขยี นยอ่ ความจากเรื่องที่อ่าน เขยี นแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับสาระจากสื่อท่ีไดร้ ับ เขยี นจดหมายส่วนตัว และจดหมายกจิ ธุระ เขยี นรายงานการศึกษาค้นคว้าและโครงงาน มมี ารยาทในการเขยี น พดู สรุปใจความสาคญั ของเรือ่ งท่ฟี งั และดเู ล่าเรอื่ งย่อจากเรือ่ งท่ฟี ังและดู พูดแสดงความคดิ เหน็ อย่างสร้างสรรค์เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและดู ประเมินความน่าเชื่อถือของส่ือท่ีมีเน้ือหาโน้มน้าวใจพูดรายงาน เรื่องหรือประเดน็ ที่ศกึ ษาคน้ ควา้ จากการฟงั การดู และการสนทนา มมี ารยาทในการฟงั การดู และ การพูด อธิบายลักษณะของเสียงในภาษาไทย สร้างคาในภาษาไทย วิเคราะห์ชนิดและหน้าที่ของคาใน ประโยค วิเคราะห์ความแตกต่างของภาษาพูดและภาษาเขียน แต่งบทร้อยกรอง จาแนกและใช้สานวนที่ เปน็ คาพงั เพยและสภุ าษติ สรุปเน้ือหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน วิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรม ที่อ่านพร้อมยก เหตุผลประกอบ อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอ่าน สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่านเพื่อ ประยุกต์ใช้ในชวี ิตจริง ทอ่ งจาบทอาขยานตามท่กี าหนดและบทร้อยกรองทมี่ ีคณุ คา่ ตามความสนใจ
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ๓๖ เพื่อใช้การอ่านในการสร้างความรู้ ความคิดนาไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหาในการดาเนินชีวิตและมี นิสยั รักการอา่ น สามารถเขยี นสอ่ื สาร เขยี นเรยี งความ ย่อความ เขยี นเรือ่ งราวในรูปแบบต่าง ๆ เขยี น รายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ เลือกฟังและดูอย่างมี วิจารณญาณ พูดแสดงความรู้ ความคิดและความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและ สร้างสรรค์ เข้าใจธรรมชาติของภาษาหลกั ภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภูมปิ ญั ญาทางภาษา รักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์ วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็ คุณคา่ และนามาประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ จรงิ มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด ท๑.๑ ม๑/๑, ม๑/๒, ม๑/๓, ม๑/๔, ม๑/๕ , ม๑/๖, ม๑/๗, ม๑/๘, ม๑/๙ ท๒.๑ ม๑/๑, ม๑/๒, ม๑/๓, ม๑/๔, ม๑/๕, ม๑/๖, ม๑/๗, ม๑/๘, ม๑/๙ ท๓.๑ ม๑/๑, ม๑/๒, ม๑/๓, ม๑/๔, ม๑/๕, ม๑/๖ ท๔.๑ ม๑/๑, ม๑/๒, ม๑/๓, ม๑/๔, ม๑/๕, ม๑/๖ ท๕.๑ ม๑/๑, ม๑/๒, ม๑/๓, ม๑/๔, ม๑/๕ รวมทั้งหมด ๓๕ ตัวช้ีวัด คาอธบิ ายรายวชิ า ท ๒๒๑๐๑ ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๖๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน จานวน ๑.๕ หน่วยกิต อา่ นออกเสยี ง ประกอบดว้ ย บทรอ้ ยแก้วทีเ่ ป็นบทบรรยาย และบทพรรณนา การอา่ นบทรอ้ ยกรอง เช่น กลอนบทละคร กลอนนิทาน กลอนเพลงยาว และกาพย์ห่อโคลง การอ่านจับใจความจากสื่อต่างๆ เช่นวรรณคดีในบทเรียน บทความ บันทึกเหตุการณ์ บทสนทนา บทโฆษณา งานเขียนประเภทโน้ม นา้ วใจ และมีมารยาทในการอ่าน คัดลายมือตัวบรรจงคร่ึงบรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย การเขียนบรรยายและ พรรณนา การเขียนเรียงความเก่ียวกับประสบการณ์ การเขียนย่อความจากสื่อต่างๆ เช่น นิทาน คาสอน บทความทางวิชาการ บันทึกเหตุการณ์ เรื่องราวในบทเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน นิทานชาดก การ เขียนรายงาน และมมี ารยาทในการเขยี น พูดสรปุ ความจากเรอื่ งที่ฟังและดู การพดู วิเคราะหแ์ ละวิจารณจ์ ากเร่ืองท่ีฟัง การพูดในโอกาส ตา่ งๆ เชน่ การพูดอวยพร การพูดโน้มน้าว การพดู โฆษณา การพดู รายงานการศึกษาคน้ ควา้ จากแหล่ง เรียนรู้ต่าง ๆ และมีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด มารยาทในการฟัง เช่น ต้ังใจฟัง ตามองผู้ พดู ไมร่ บกวนผอู้ นื่ ขณะที่ฟัง
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ๓๗ อธิบายการสร้างคาสมาส ลักษณะของประโยคในภาษาไทย ประโยคสามัญ ประโยครวมประโยค ซ้อนศึกษาวรรณคดีและวรรณกรรมเกี่ยวกับศาสนา ประเพณี พิธีกรรม สุภาษิต คาสอน เหตุการณ์ ประวัติศาสตร์ บันเทิงคดี บันทกึ การเดนิ ทาง เพ่ือใช้การอ่านในการสร้างความรู้ ความคิดนาไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหาในการดาเนินชีวิตและมี นสิ ัยรักการอ่าน สามารถเขียนสอื่ สาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ เขียนเร่ืองราวในรูปแบบต่าง ๆ เขยี น รายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ เลือกฟังและดูอย่างมี วิจารณญาณ พูดแสดงความรู้ ความคิดและความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและ สร้างสรรค์ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภมู ิ ปัญญาทางภาษา รักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดี และวรรณกรรมไทยอย่างเหน็ คณุ ค่าและนามาประยุกตใ์ ช้ในชีวติ จรงิ มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด ท ๑.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ม.๒/๘ ท ๒.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ท ๓.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖ ท ๔.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕ ท ๕.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕ รวมทั้งหมด ๓๑ ตัวช้ีวัด คาอธิบายรายวชิ า ท ๒๒๑๐๒ ภาษาไทย กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง/ภาคเรยี น จานวน ๑.๕ หนว่ ยกิต อา่ นงานเขยี นหรอื บทความแสดงขอ้ เท็จจริง เรื่องราวจากบทเรียน ในกลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย และกลุ่มสาระการเรียนร้อู ืน่ การอ่านตามความสนใจ เช่น หนังสอื อ่านนอกเวลา หนงั สอื ที่ นกั เรียนสนใจและเหมาะสมกับวัย หนังสอื อา่ นท่ีครูและนกั เรยี นกาหนดรว่ มกนั และมีมารยาทในการอา่ น เขียนรายงานจากการศึกษาค้นควา้ การเขียนรายงานโครงงาน การเขยี นจดหมายกิจธรุ ะ จดหมายเชิญวิทยากร จดหมายขอความอนเุ คราะห์ การเขียนวิเคราะห์ วจิ ารณ์ และแสดงความรู้ ความ คิดเห็น หรอื โต้แยง้ จากส่ือต่างๆ เช่น บทความ บทเพลง หนังสอื อ่านนอกเวลา สารคดี บนั เทงิ คดี มารยาทในการเขียน
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ๓๘ ฟังและดู พูดวิเคราะห์และวิจารณ์จากเรื่องท่ีฟัง มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด ตั้งใจฟงั ตามองผู้พูด ไมร่ บกวนผู้อ่นื ขณะที่ฟัง ไม่ควรนาอาหารหรอื เคร่ืองด่ืมไปรับประทานขณะที่ฟงั ไมพ่ ูด สอดแทรกขณะที่ฟัง มารยาทในการดู เชน่ ตงั้ ใจดู ไม่ส่งเสียงดงั หรือแสดงอาการรบกวนสมาธิของ ผอู้ ่นื มารยาทในการพูด เช่น ใชถ้ อ้ ยคาและกริ ยิ าที่สภุ าพ เหมาะสมกับกาลเทศะ ใชน้ า้ เสยี งนุ่มนวลไม่พดู สอดแทรกในขณะที่ผอู้ ืน่ กาลังพูด ไม่พูดล้อเลียนให้ผ้อู น่ื ได้ การแตง่ กลอนสุภาพ คาราชาศพั ท์ อธบิ ายและจาแนกคาท่มี าจากภาษาต่างประเทศ ศึกษา วิเคราะห์คุณค่าและข้อคิดจากวรรณคดี วรรณกรรม วรรณกรรมท้องถ่ิน บทอาขยานและบทร้อยกรองท่ีมี คุณคา่ บทอาขยานตามท่ีกาหนด บทร้อยกรองตามความสนใจ เพือ่ ใช้การอา่ นในการสร้างความรู้ ความคดิ นาไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหาในการดาเนนิ ชวี ติ และมี นิสยั รกั การอ่าน สามารถเขียนส่อื สาร เขียนเรยี งความ ย่อความ เขียนเรื่องราวในรูปแบบตา่ ง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้าอยา่ งมีประสิทธภิ าพ เลือกฟงั และดูอย่างมี วจิ ารณญาณ พดู แสดงความรู้ ความคดิ และความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมวี ิจารณญาณและ สร้างสรรค์ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาหลกั ภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ิ ปญั ญาทางภาษา รักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ขิ องชาติ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณว์ รรณคดี และวรรณกรรมไทยอย่างเหน็ คณุ ค่าและนามาประยุกตใ์ ช้ในชีวิตจริง มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั ท ๑.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ม.๒/๘ ท ๒.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗ ท ๓.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖ ท ๔.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕ ท ๕.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕ รวมท้ังหมด ๓๑ ตัวชี้วดั
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ๓๙ คาอธิบายรายวชิ า ท ๒๓๑๐๑ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จานวน ๑.๕ หน่วยกติ อา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ รอ้ ยกรอง เรอ่ื งราวต่าง ๆ เช่น บทความท่ัวไปและบทความปกณิ กะ กลอนเสภา กลอนบทละคร กาพย์ยานี ๑๑ กาพย์ฉบับ ๑๖ และโคลงส่ีสุภาพ การอ่านตามความ สนใจ เช่น หนังสือนอกเวลา หนังสือท่ีร่วมกันกาหนด เขียนกรอบความคิด ผังความคิด บันทึก ย่อ ความ และรายงาน วิเคราะห์ วิจารณ์ ประเมิน ตีความระบุความแตกต่าง ใจความสาคัญ ความ ถูกต้องของขอ้ มูล ความสมเหตสุ มผล การลาดับความสาคัญ ความเป็นไปได้ของเรื่อง เปรียบเทียบ เพื่อแสดงความคิดเห็นโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน เพ่ือนาไปสู่การพัฒนาการด้านการเขียนประเภทต่าง ๆ ตอ่ ไป และมมี ารยาททีด่ ีในการอ่าน คัดลายมือด้วยตัวบรรจงครึ่งบรรทัด ตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทยเขียนข้อความตาม สถานการณ์ และโอกาสต่าง ย่อความจากส่ือต่าง ๆ เช่น นิทาน ประวัติ ตานาน สารคดีทางวชิ าการ พระราชดารสั พระบรมราโชวาท จดหมายราชการ จดหมายธรุ กจิ เขียนชแี้ จงแสดงความคดิ เห็น โต้แย้ง ในเร่ืองต่าง ๆ อย่างมีเหตุผล วิเคราะห์วิจารณ์ แสดงความรู้ความคิดเห็นจากสื่อต่าง ๆ เช่น บท โฆษณา บทความทางวชิ าการ วิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็น และประเมินเรื่องราวท่ีได้ฟังและดู รายงานการศึกษา ค้นคว้าเก่ียวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น พูดในโอกาสต่าง ๆ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ เช่น โต้วาที อภิปราย ยอวาที พูดโน้มน้าว โดยนาเสนอหลักฐานตามลาดับเน้ือหาอย่างมีเหตุผลและน่าเชื่อถือ และการมี มารยาทในการฟัง การดู และการพดู จาแนกคาที่มาจากภาษาต่างประเทศ ระดับภาษา การใช้คาทับศัพท์และศัพท์บัญญัติ อธิบาย ความหมายของคาศัพท์ทางวชิ าการและศัพท์ทางวชิ าชีพ การแตง่ กาพย์ฉบงั ๑๖ วิเคราะห์ สรุป เนื้อหา วิถีไทย คุณค่า ความรู้และข้อคิดท่ีได้จากการอ่านวรรณคดีวรรณกรรม ท้องถ่ินในระดับท่ยี ากขน้ึ ไดแ้ ก่ ศาสนา ประเพณี พิธกี รรม สภุ าษติ คาสอน เหตกุ ารณ์ในประวตั ศิ าสตร์ บนั เทิงคดี เพอ่ื นาไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตจริง ทอ่ งจาบทอาขยานและบทร้อยกรองท่ีมีคุณค่าตามที่กาหนด และตามความสนใจ เพื่อใชก้ ารอ่านในการสรา้ งความรู้ ความคิดนาไปใชต้ ดั สินใจแก้ปัญหาในการดาเนนิ ชีวติ และมี นสิ ยั รกั การอา่ น สามารถเขียนส่ือสาร เขยี นเรียงความ ย่อความ เขียนเรือ่ งราวในรูปแบบตา่ ง ๆ เขียน รายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ เลือกฟังและดูอย่างมี วิจารณญาณ พูดแสดงความรู้ ความคิดและความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและ สรา้ งสรรค์ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาหลักภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภมู ิ ปัญญาทางภาษา รักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดี และวรรณกรรมไทยอย่างเหน็ คุณค่าและนามาประยุกต์ใช้ในชีวติ จริง
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ๔๐ มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั ท ๑.๑ ม. ๓/๑ ม. ๓/๒ ม. ๓/๓ ม. ๓/๔ ม. ๓/๕ ม. ๓/๖ ม. ๓/๗ ม.๓/๘ ม. ๓/๙ ม.๓/๑๐ ท ๒.๑ ม. ๓/๑ ม. ๓/๒ ม. ๓/๓ ม. ๓/๔ ม. ๓/๕ ม. ๓/๖ ม. ๓/๗ ม.๓/๘ ม. ๓/๙ ม.๓/๑๐ ท ๓.๑ ม. ๓/๑ ม. ๓/๒ ม. ๓/๓ ม. ๓/๔ ม. ๓/๕ ม. ๓/๖ ท ๔.๑ ม. ๓/๑ ม. ๓/๒ ม. ๓/๓ ม. ๓/๔ ม. ๓/๕ ม. ๓/๖ ท ๕.๑ ม. ๓/๑ ม. ๓/๒ ม. ๓/๓ ม. ๓/๔ รวมทั้งหมด ๓๖ ตัวชี้วัด
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ๔๑ คาอธิบายรายวิชา ท ๒๓๑๐๒ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ ๓ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จานวน ๑.๕ หนว่ ยกิต อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วร้อยกรอง เรือ่ งราวต่าง ๆ เช่น บทความทัว่ ไปและบทความปกิณกะ กลอนเสภา กลอนบทละคร กาพย์ยานี ๑๑ กาพย์ฉบับ ๑๖ และโคลงส่ีสุภาพ การอ่านตามความ สนใจ เช่น หนังสือนอกเวลา หนังสือท่ีร่วมกันกาหนด เขียนกรอบความคิด ผังความคิด บันทึก ย่อ ความ และรายงาน วิเคราะห์ วิจารณ์ ประเมิน ตีความระบุความแตกต่าง ใจความสาคัญ ความ ถกู ตอ้ งของข้อมลู ความสมเหตุสมผล การลาดบั ความสาคัญ ความเป็นไปไดข้ องเรื่อง เปรยี บเทียบ เพ่อื แสดงความคิดเห็นโต้แย้งเกี่ยวกับเร่ืองท่ีอ่าน เพ่ือนาไปสู่การพัฒนาการด้านการเขียนประเภทต่าง ๆ ต่อไป และมมี ารยาททดี่ ใี นการอา่ น คัดลายมือด้วยตัวบรรจงคร่ึงบรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย เขียนข้อความตาม สถานการณ์และโอกาสต่าง ๆ อัตชีวประวัติ หรือชีวประวัติ ย่อความจากสื่อต่าง ๆ เช่น นิทาน ประวัติ ตานาน สารคดีทางวิชาการ พระราชดารัส พรบรมราโชวาท จดหมายราชการ จดหมายธรุ กจิ เขียนชี้แจงแสดงความคิดเหน็ โตแ้ ยง้ ในเร่ืองต่าง ๆ อย่างมีเหตผุ ล วิเคราะหว์ จิ ารณ์ แสดงความรูค้ วาม คดิ เหน็ จากสื่อต่าง ๆ เช่น บทโฆษณา บทความทางวชิ าการ การรายงานการศึกษาค้นควา้ หรือโครงงาน การกรอกแบบสมัครงาน วิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็น และประเมินเร่ืองราวท่ีได้ฟังและดู รายงานการศึกษา ค้นคว้าเก่ียวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น พูดในโอกาสต่าง ๆ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ โดยนาเสนอหลักฐาน ตามลาดบั เนอื้ หาอยา่ งมเี หตุผลและน่าเช่ือถือ และการมีมารยาทในการฟงั การดู และการพดู วิเคราะห์โครงสรา้ งประโยคซบั ซ้อน การแตง่ โคลงส่ีสภุ าพ วิเคราะห์ สรุป เน้ือหา วิถีไทย คุณค่า ความรู้และข้อคิดที่ได้จากการอ่านวรรณคดีวรรณกรรม ท้องถ่นิ ในระดบั ทย่ี ากข้นึ ไดแ้ ก่ ศาสนา ประเพณี พธิ กี รรม สุภาษติ คาสอน เหตุการณใ์ นประวัติศาสตร์ บันเทงิ คดี เพ่ือนาไปประยุกต์ใช้ในชีวติ จริง ท่องจาบทอาขยานและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามท่ีกาหนด และตามความสนใจ เพ่ือใชก้ ารอ่านในการสรา้ งความรู้ ความคดิ นาไปใชต้ ัดสินใจแก้ปญั หาในการดาเนินชวี ติ และ มีนิสัยรักการอ่าน สามารถเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ เขียนเรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสิทธภิ าพ เลอื กฟังและดู อย่างมีวิจารณญาณ พูดแสดงความรู้ ความคิดและความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและ สรา้ งสรรค์ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาหลกั ภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา รักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์ วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็ คุณค่าและนามาประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ จรงิ
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ๔๒ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม. ๓/๑ ม. ๓/๒ ม. ๓/๓ ม. ๓/๔ ม. ๓/๕ ม. ๓/๖ ม. ๓/๗ ม.๓/๘ ม. ๓/๙ ม.๓/๑๐ ท ๒.๑ ม. ๓/๑ ม. ๓/๒ ม. ๓/๓ ม. ๓/๔ ม. ๓/๕ ม. ๓/๖ ม. ๓/๗ ม.๓/๘ ม. ๓/๙ ม.๓/๑๐ ท ๓.๑ ม. ๓/๑ ม. ๓/๒ ม. ๓/๓ ม. ๓/๔ ม. ๓/๕ ม. ๓/๖ ท ๔.๑ ม. ๓/๑ ม. ๓/๒ ม. ๓/๓ ม. ๓/๔ ม. ๓/๕ ม. ๓/๖ ท ๕.๑ ม. ๓/๑ ม. ๓/๒ ม. ๓/๓ ม. ๓/๔ รวมท้ังหมด ๓๑ ตัวช้ีวัด
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ๔๓ คาอธบิ ายรายวชิ า กลุม่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ๔๔ คาอธิบายรายวิชา ค๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑ กลมุ่ สาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๑ เวลา ๒๐๐ ชวั่ โมง จานวนนับ ๑ ถึง ๑๐๐ และ ๐ การนับทีละ ๑ และทีละ ๑๐ การอ่าน และการเขียนตัวเลขฮินดู อารบิก ตัวเลขไทยแสดงจานวน การแสดงจานวนนับไม่เกิน ๒๐ ในรูปความสัมพันธ์ของจานวนแบบ ส่วนย่อย-ส่วนรวม (part – whole relationship) การบอกอันดับที่ หลกั คา่ ของเลขโดดในแต่ละหลักและ การเขียนตัวเลขแสดงจานวนในรูปกระจาย การเปรียบเทียบจานวนและการใช้เคร่ืองหมาย = ≠ >< และ การเรียงลาดับ การบวก การลบ จานวนนับ ๑ ถึง ๑๐๐ และ ๐ ความหมายของการบวก ความหมายของ การลบ การหาผลบวก การหาผลลบ และความสัมพันธ์ของการบวกและการลบ การแก้โจทย์ปัญหาการ บวก โจทย์ปัญหาการลบ และการสร้างโจทย์ปัญหาพร้อมท้ังหาคาตอบ แบบรูปของจานวนที่เพ่ิมข้ึนหรือ ลดลงทีละ ๑๐ และทีละ ๑๐ แบบรูปซ้าของจานวน รูปเรขาคณิตและรูปอื่น ๆ วัดและเปรียบเทียบความ ยาวเป็นเซนติเมตร เป็นเมตร วัดและเปรียบเทียบน้าหนักเป็นกิโลกรัม เป็นขีด ลักษณะของรูปเรขาคณิต สองมติ ิและสามมติ ิ การอา่ นแผนภมู ิรปู ภาพ โดยใช้วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหาใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการ แก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลได้อย่าง เหมาะสม ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการส่ือสาร การสื่อความหมาย และการนาเสนอได้ อย่างถูกต้อง เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์และเช่ือมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ มีความคิด ริเรม่ิ สร้างสรรค์ เพื่อให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ เชื่อมั่นในตนเอง รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ อย่อู ย่างพอเพยี ง มงุ่ มนั่ ในการทางาน รกั ความเปน็ ไทย และมจี ติ สาธารณะ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ค ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕ ค ๑.๒ ป.๑/๑ ค ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒ ค ๒.๒ ป.๑/๑ ค ๓.๑ ป.๑/๑ รวมทั้งหมด ๑๐ ตัวชี้วัด
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านนานวน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ๔๕ คาอธิบายรายวชิ า ค๑๒๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๒ กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๒ เวลา ๒๐๐ ช่วั โมง ศึกษาการอ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจานวนนับ ๑ ถึง ๑,๐๐๐ และ ๐ จานวนคู่ จานวนคี่ หลัก ค่าของเลขโดดในแต่ละหลัก และการเขียนตัวเลขแสดงจานวนใน รูปกระจาย การเปรียบเทียบและการเรียงลาดับจานวนนับ ๑ ถึง ๑,๐๐๐ และ ๐ การบวกและการลบ จานวนนับ ๑ ถึง ๑,๐๐๐ และ ๐ ความหมายของการคูณ ความหมายของการหาร การหาผลคูณ การหา ผลหารและเศษ และความสัมพันธ์ของการคูณและการหาร การบวก ลบ คูณ หารระคน การแก้โจทย์ ปัญหาและการสร้างโจทย์ปัญหาพร้อมหาคาตอบ แบบรูปของจานวนท่ีเพิ่มข้ึนหรือลดลงทีละ ๒ ทีละ ๕ และทลี ะ ๑๐๐ แบบรูปซ้า การบอกเวลาเป็นนาฬิกาและนาที (ชว่ ง ๕ นาที) การบอกระยะเวลาเป็นช่ัวโมง เป็นนาที การเปรียบเทียบระยะเวลาเป็นช่วั โมง เป็นนาที การอ่านปฏิทิน การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเวลา การวัดความยาวเป็นเมตรและเซนติเมตร การคาดคะเนความยาวเป็นเมตร การเปรียบเทียบความยาวโดย ใช้ความสัมพันธ์ระหว่างเมตรกับเซนติเมตร การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวที่มีหน่วยเป็นเมตรและ เซนติเมตร การวัดน้าหนักเป็นกิโลกรัมและกรัม กิโลกรัมและขีด การคาดคะเนน้าหนักเป็นกิโลกรัม การ เปรียบเทียบน้าหนักโดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างกิโลกรัมกับกรัม กิโลกรัมกับขีด การแก้โจทย์ปัญหา เก่ียวกับน้าหนักท่ีมีหน่วยเป็นกิโลกรัมและกรัม กิโลกรัมและขีดการวัดและการเปรียบเทียบปริมาตรและ ความจุโดยใช้หน่วยที่ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน การวัดและการเปรียบเทียบปริมาตรและความจุเป็นช้อนชา ชอ้ นโตะ๊ ถ้วยตวง ลติ ร การแกโ้ จทย์ปญั หาเกยี่ วกับปริมาตรและความจุที่มีหนว่ ยเป็นช้อนชา ชอ้ นโตะ๊ ถ้วย ตวง ลิตร ลักษณะของรูปหลายเหล่ียม วงกลม และวงรี และการเขียนรูปเรขาคณิตสองมิติโดยใช้แบบของ รูป การอ่านแผนภูมริ ูปแบบ โดยใช้วิธีการท่ีหลากหลายแก้ปัญหาใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการ แก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลได้อย่าง เหมาะสม ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการส่ือสาร การสื่อความหมาย และการนาเสนอได้ อย่างถูกต้อง เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ มีความคิด รเิ ร่ิมสร้างสรรค์ เพ่ือให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ เชื่อม่ันในตนเอง รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝเ่ รยี นรู้ อยูอ่ ย่างพอเพยี ง มุ่งม่ันในการทางาน รักความเป็นไทย และมจี ติ สาธารณะ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244