200 โดยไปนมัสการสังเวชนียสถานท้ัง ๔ สถานที่ประสูติ ตรัสรู ปฐมเทศนา และปรินิพพาน ดังพุทธวจนะที่พระพุทธเจาตรัสกับ พระอานนทวา “ดูกอนอานนท ชนเหลาใดเที่ยวจาริกไปยังเจดีย ๔ สถานที่ เหลานั้นแลวมีจิตเล่ือมใส ชนเหลาน้ันท้ังหมดเบื้องหนาแตตาย เพราะกายแ ตก จกั ไปถึงสคุ ติโลกสวรรค” โดยมีแผนการเดินทาง...ตามวิถีแหงพุทธะ ในประเทศอินเดีย และเนปาล ด ังนี้ ล มุ พนิ .ี ..สถานท ปี่ ระสตู ขิ องพ ระส ทิ ธตั ถะ ราชก มุ าร จ ดุ แ รกข อง การกำเนดิ ผทู ่ปี ระเสริฐท่ีสดุ ในโลก พุทธคยา...ดินแดนศักดิ์สิทธ์ิ สะดือโลก จุดกำเนิดองค สมเดจ็ พระสัมมาสมั พทุ ธเจา
201 สารนาถ...ด นิ แดนกำเนดิ พระสงฆองคแ รกในพทุ ธศาสนา จ ดุ ปฐมเทศนาค รงั้ แรกของชาวพทุ ธ ร าชค ฤห. ..ดนิ แ ดนแ หง ก ารก ำเนดิ พ ระส ตู ร ท ป่ี ระชมุ ส งั คายนา เกดิ ว ดั แหง แรกในพุทธศาสนา ส าวตั ถ.ี ..เมอื งแ หง ม หาอ บุ าสก อ บุ าสกิ า ส ถานทท่ี พี่ ระพทุ ธเจา จำพรรษานานท ส่ี ดุ ไวส าล.ี ..เมืองหลวงข องอ าณาจกั รวชั ช ี เมอื งแ หง ก ารป ลงอ ายุ สงั ขารของอ งคพ ระส มั มาสัมพทุ ธเจา ก สุ นิ ารา...นครแ หง ม หาป รนิ พิ พาน ท ถี่ วายพระเพลงิ พ ระพทุ ธ สรีระ ท ี่แ จกพระบรมสารีริกธาตุ วันเสารท ี่ พ๒๔ุทพธฤคศยจิกาายน ๒ ๕๕๕ คณะของเราออกเดินทางแตเชา โดยการเดินทางครั้งน้ีมี ฆราวาสรว มเดนิ ทาง ๕ ๐ ค น พ ระสงฆ ๕ รปู แ มช ี ๒ รปู ข นึ้ เครอื่ ง ท่ีสนามบนิ ส วุ รรณภมู ิ เพ่อื ไปล งท ีพ่ ทุ ธคย า เม่ือหลวงปตู น บญุ และค ณะม าถ งึ พุทธคยา ต อนบา ยห ลังจาก แวะรบั ประทานอ าหาร พระธรรมว ทิ ยากรกพ็ าเขา ไปบ รเิ วณท างเขา ทุกคนตองถอดรองเทา ฝ ากไวก อนเขาป ระตูไปด านใน พอเขาไปถึง ก็จะเห็นพระมหาเจดียพุทธคยางดงามและสงา อยูตรงหนา มีคนมากมายตอคิวกันเขาไปกราบสักการะพระพุทธ เมตตา ท ง่ี ามม าก ม คี วามรสู กึ วา ทา นเมตตามากจ รงิ ๆพ ระพทุ ธรปู
202 องคน้ีเปนท่ีนับถือวาศักดิ์สิทธิ์ ยิ่ง ท้ังชาวพุทธและฮินดู ใคร ไดมาอธิษฐานจิตขอพรสิ่งใด มักจะไดสมความปรารถนา ซึ่ง ประดิษฐานภายในพระมหาเจดีย พทุ ธคยา โดยพระมหาเจดียพทุ ธ คยาน้ี สรางอยใูกลก บั ตน โพธิ์ พระธรรมวิทยากร พาคณะ ชมรัตนฆรเจดีย ลานจงกรมรูป ดอกบวั ต น ม จุ ลนิ ท โดยรอบพ ระ มหาเจดียพุทธคยา ท ำใหเห็นค น ไมวาเช้ือชาติใด แขก จีน ธิเบต ไทย ลาว พมา ตางก็สวดมนต โดยไมส นใจกนั เสยี งก ็ดงั ต า งคน ตางสวด ตางภาษา แตทุกคนมี จิตใจเดียวกนั คือนอ มระลกึ ถึงองคพ ระสัมมาสมั พ ุทธเจา จากนน้ั กร็ วมก นั ถวายผ า หม ณ ตน พระศ รมี หาโพธ์ิ เดินเวียน เทียนรอบพระมหาเจดียฯ แลวเดนิ ทางกลับโรงแ รม คืนนั้น มีหลายทานไดไปน่ังสมาธิภาวนาที่ใตตนพระศรีมหา โพธ์ิแบบขามคืนจนถึงยามรุงอรุณ ขออนุโมทนาบุญกับทุกทานที่ ไดบ ำเพญ็ ภาวนาในค ่ำคืนน น้ั
203 วันอาทิตยท ี่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ พุทธคยา ชวงเชา พอมีเวลา ทางคณะไดมีโอกาสมาสักการะพระมหา เจดยี พ ทุ ธคย าอ กี ครงั้ ค ราวนพี้ อม ที ว่ี า งด า นข า งต น พ ระศ รมี หาโพธิ์ หลวงป พู าส วดมนตเ ปน พ ทุ ธบชู า ส รรเสรญิ พ ระพทุ ธคณุ ธ รรมคณุ สังฆคุณ โดยไดมุมหน่ึงดานซายของตนพระศรีมหาโพธ์ิ (สถานท่ี ตรัสรูของพระพุทธองค ค นโบราณเช่ือก ันว า ส ถานท ่นี ี้เปนแ ผนดิน ศกั ดส์ิ ทิ ธทิ์ สี่ ดุ ในโลก เพราะเปน ท ซ่ี งึ่ พ ระพทุ ธเจา ท กุ พ ระองคจ ะม า ทรงตรัสรู) แลวเร่ืองมหัศจรรยก็เกิดข้ึน ขณะท่ีกำลังสวดมนตกันอยูน้ัน พระบรมสารีรกิ ธาตหุ ลายองคเสดจ็ มาบนพ้ืนด านหนาข องหลวงป ู ตน บ ญุ พ ระน พิ นธ (ค รบู าน ก)ท า นก เ็ หน็ กบั ตา ท ำใหท กุ คนต นื่ เตน และปต กิ ันใหญ จากนั้นก็ไปแวะชมวัดนานา ชาติ อันไดแก ว ัดภ ฏู าน ว ัดทเิ บต และท่ีขาดไมไดก็คือวัดญ่ีปุน ที่ มีพระพุทธรูปศิลาสไตลญ่ีปุน องคใหญมาก รายลอมดวยพระ อรหันตสาวก ๑๐ อันดับ ซึ่งคุณ เชดิ ว ฒุ ิ ต ากลอ งป ระจำตวั ห ลวงป ู ตนบุญไดชวยถายรูปใหกับหลาย ทา นท มี่ าท รปิ น ี้ ท ำใหห นงั สอื เลม น้ี ม ีภาพส วยๆม าใหชมก นั
204 บางทานแวะชอปปงกอนข้ึนรถกลับโรงแรมเพ่ือรับประทาน อาหาร เสร็จแ ลว กไ็ ดเวลาเดนิ ทางตอ ไปยงั เมืองราชค ฤห วันจันทรที่ ๒ ๖ พ ฤศจิกายน ๒ ๕๕๕ ที่ราชค ฤห เขาคิชฌกูฏ และมหาวิทยาลัยน าลันทา ราชค ฤห เปน เมอื ง ๑ ใน ๔ ข องเมอื งมหาอำนาจแ หง ชมพทู วปี เปน เมืองท่ีพระพุทธเจาเลือกใชเปนท่ปี ระดษิ ฐานพระพุทธศาสนา เปนเมอื งท่มี ปี ระวัตเิ กย่ี วกับพ ระพุทธศาสนามากท่ีสดุ ทุกคนต่ืนแตเชา พระธรรมวิทยากรพาเราไปข้ึนเขาคิชฌกูฏ สวนมากจะเดินขึ้นเขากันไป ยกเวนบรรดาแมๆ เชน แมบุษบา แมว ไิ ลท่นี ง่ั เสลยี่ ง รวมท ้ังห ลวงปูต นบ ุญด ว ย ท างเดนิ ข นึ้ เขาค ชิ ฌกฏู คอ นขา งล าดชนั พ อประมาณ ระยะทาง โดยรวมประมาณ ๗ ๕๐ เมตร ใชเ วลาประมาณ ๒๐ นาที พอไป ถงึ ขางบนย อดเขา เพอ่ื สกั การะคันธกฎุ ี หลวงปูไดพ าค ณะล กู ศษิ ย สวดมนต เพื่อสักการะและทำสมาธิภาวนา ณ กุฏิพระพุทธองค จากน้ันก ็เดินก ลับลงมา พ อม าถึงถำ้ สกุ รขาต าท่พี ระสารีบุตรบ รรลุ พระอรหนั ต ห ลวงป กู ลา วนำใหท กุ คนก ราบน มสั การพ รอ มกบั น อ ม ระลึกวากำลังกราบพระพุทธเจา ที่พระองคประทับอยูเบ้ืองหนา พวกเรา พ รอ มดวยพระสารบี ตุ ร ดวยบุญกุศลบารมีของหลวงปู และสถานที่อันศักด์ิสิทธิ์ ทำ ใหทกุ คนเกดิ ปติ น ้ำตาไหลก นั เกือบทุกคน เมอ่ื ออกจากถำ้ ทกุ คน
205 ตางแยกยายกันเดินลงจากเขา บางทานก็แวะกราบสักการะถํา พระม หาโมคคลั ล าน ะ แ ละก ฏุ พิ ระ อานนท พ รอ มช มจ ดุ ท พี่ ระเทวทตั กลิ้งหินลงมาใสพระพุทธองคจน หอ พระโลหติ ช มท วิ ทศั นข องเมอื ง ราชค ฤหจ ากม มุ สูง เดินทางสูนาลันทาซึ่งเปน เมืองที่หางจากนครราชคฤห ประมาณ ๑๖ ก โิ ลเมตร และเปน ถ่ินกำเนิดของพระสารีบุตร กับ พระมหาโมคคลั ลานะ พอไปถึงรถบัสจอดเรียบรอย พวกเราไดเปลี่ยนบรรยากาศมา น่ังรถมา (รถมาคันหนึ่ง นั่งได ประมาณ ๓ หรือ ๔ คน)เขาสู วิหารห ลวงพอองคด ำ (ปางน่งั ส มาธิขนาดใหญพ อสมควร ไมไดต ง้ั อยูบนฐานสูง) ที่ชาวไทยและชาวพุทธทั้งหลายเล่ือมใสในความ ศักด์สิ ทิ ธ์ิ ส รา งจ ากห ินด ำ ป ระดษิ ฐานอ ยหู ลังมหาวิทยาลัยนาลนั ทา เลา ขานก นั ว า ศ กั ดสิ์ ทิ ธมิ์ าก ท างการอนิ เดยี เคยพ ยายามจ ะย า ย ไปรกั ษาไวท พ่ี พิ ธิ ภณั ฑ แตท กุ ครง้ั ท ดี่ ำเนนิ การม กั จ ะเกดิ เหตอุ าเพศ เสมอ… ขณะรถมา ว ่งิ ไป ก ็จ ะมเีดก็ ๆต วั ด ำๆวงิ่ เกาะรถมา แลว พูดวา
206 มหาราชา มหารานี ด ว ยแ ววตาวิงวอนขอเศษเงิน ห ลงั จากรอรถมา พ าค นม าจ นค รบ ต า งค นก ร็ บี ป ผู า รองน ง่ั ห ยบิ หนังสือส วดมนตม าเตรียมตวั ส วดมนตก นั อยา งรหู นาท ี่ จากนั้น เดินทางดวยรถมาสูมหาวิทยาลัยนาลันทา ซาก มหาวิทยาลัยท่ีรุงเรืองโดงดังท่ีสุดในโลก เปนมหาวิทยาลัยสงฆที่ ยิง่ ใหญเกรียงไกรในอดีตของพระพุทธศาสนา ซ ึ่งไดถ กู ท ำลายโดย ชาวเติรกมุสลิม และยังฆาคณาจารยและนักศึกษาท่ีเปนพระภิกษุ จำนวนหม่ืนจนหมดสิ้น แถมยังเผาอาคารทั้งหมดเหลือไวแตซาก ปรักหักพังปรากฏเปนรูปฐานและผนังของอาคารยาวเหยียดใน อาณาบริเวณอนั ก วางใหญ ทางคณะไดสวดมนตแผเมตตาใหกับพระภิกษุทั้งหลายที่ได เสยี ชีวิตที่นดี่ วย
207 ที่แหงน้ียังเปนบานเกิดและนิพพานของพระโมคคัลลานะ พระอัครสาวกเบื้องซาย พระสารีบุตร พระอัครสาวกเบื้องขวา ผซู ึ่งเปน เลิศทีส่ ุดทางด านป ญ ญา ที่นี่ยงั มพี ระสถูปเจดียท ี่บ รรจุอ ฐั ิ ธาตุของพระสารบี ตุ รป รากฏอ ยู เดนิ ทางจากนน้ั ม งุ หนาส วู ัดเวฬวุ ันหรอื มหาวหิ ารเวฬุวัน ท ซี่ ่งึ เปนตนกำเนิดของวัดแหงแรกในพุทธศาสนา ซึ่งพระเจาพิมพิสาร ทรงยกพระราชอุทยานสวนไมไผถวายเปนที่ประทับแหงแรกแด พระพุทธเจาแ ละสาวก เปนท ีช่ ุมนมุ พ ระส าวกอ รหันต ๑,๒ ๕๐ รปู ในว นั เพญ็ แ หง เดอื นม าฆะ ท เี่ รยี กก ารป ระชมุ น วี้ า จ าตรุ งคสนั นบิ าต มูลเหตุแหงพิธีมาฆบูชา ในปจจุบันยังปรากฏเปนอุทยานประวัติ ศาสตรแหง ห นึ่งข องอินเดยี ท ำสมาธิภาวนา... ชมชวี กมั พว นั ของห มอช วี กโกม ารภัจจ เปนซ ากอารามท ่ีหมอ ชีวกโกมารภัจจยกสวนมะมวงถวาย ในคราวที่พระเทวทัตประทุษ รา ยพ ระองค โดยก ลงิ้ ห นิ ล งใสพ ระพทุ ธองค ท ำใหส ะเกด็ ห นิ ก ระเดน็ ถกู พระบาทของพระพทุ ธองคจนหอพ ระโลหิต จากน้นั เดินทางกลับราชคฤห ว ันอังคารท ี่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒ ๕๕๕ ราชคฤห ไวส าลี กุส ิน ารา ยามเชา เดนิ ทางส ูเมืองเวสาลี เมอื งหลวงข องอ าณาจกั รว ัชช ี หนึ่งใน ๑ ๖ แ ควน ข องชมพูทวปี ส มัยโบราณ เมอื งนม้ี ชี อ่ื หลายช ่อื คอื ไพสาลี ไวส าลี
208 พ ระธรรมว ทิ ยากร ไดพ าแ วะท ำบญุ ท ว่ี ดั ไทยไวส าลี เจา อาวาส และพระเณรจำนวนประมาณทั้งหมด ๑๗ รูปไดออกมารับผาปา พรอมทั้งสวดมนตบทองคุลิมาล ทำนองพระอินเดียสวด ไพเราะ มาก จ นท ำใหห ลายคนฟงแลวเกิดป ติ นำ้ ตาซมึ ก ันทเี ดยี ว จากน้ันไดขามแมน้ำคงคา บนสะพานมหาตมะ คานธีเสต ซงึ่ เปน ส ะพานท ย่ี าวท สี่ ดุ ในอ นิ เดยี ส กู สุ นิ ารา ด นิ แ ดนแ หง เรอ่ื งราว เกี่ยวกับพุทธปรินิพพาน มหานครแหงแควนมัลละ ยอนรอยที่ พระพทุ ธองคเ สดจ็ จ ารกิ ด ว ยพ ระบาทเปลา จ ากเวส าลมี าท ก่ี สุ นิ ารา พระองคใ ชเ วลาถ งึ ๙ ๐ วนั เปน เสน ทางท พ่ี ระพทุ ธเจา ไดเ สดจ็ ผ า น เปน ค รง้ั ส ดุ ทา ยก อ นป รนิ พิ พาน พ ระพทุ ธองคม าป ระทบั จ ำพรรษา หลายครง้ั และจ ำพรรษาเปน พรรษาส ุดทา ยท ี่น่ี และเปนท่ีทรงประทานอนุญาตการบวชภิกษุณีสงฆครั้งแรก
209 ในโลก เมืองน เ้ีปน ศ นู ยกลางการ เผยแพรพุทธศาสนาท่ีสำคัญ แหงหน่ึง และเปนตนกำเนิดของ การทำน้ำมนตในพุทธศาสนา เน่อื งจากไดเกดิ ทุพิกขภ ัยรายแรง ทั่วเมืองไวสาลีมีคนตายมากมาย กษัตริยลิจฉวีจึงไดนิมนตให พระพุทธเจาไดมาโปรดชาวเมือง พระพทุ ธเจา จ งึ น ำเหลา ภ กิ ษุ ๕ ๐๐ รูป เดนิ ทางไปโปรดท เี่มืองเวสาลี และโปรดใหพระอานนททำน้ำ พระพุทธมนตประพรมใหช าวเมอื งลิจฉวจี นทว่ั เมอื ง ไดไปชมและศึกษาบริเวณเมืองไวสาลี-ซากพระราชวังของเจา ลจิ ฉ วใี นอดตี ส ระโบกขรณมี งคลท ใี่ ชพ ระราชพธิ มี รุ ธาภเิ ษก ก ฏู าคาร ศาลาวัดปามหาวัน อารามที่กษัตริยลิจฉวีสรางถวายพระสัมมา สัมพุทธเจา ตั้งอยูในปามหาวันทางเหนือของอาณาจักรวัชชีใน ปา ห มิ าลยั แ ละพ ระพทุ ธองคท รงป ระทบั อ ยใู นพ รรษาท ี่ ๕ ป จ จบุ นั เหลือเพียงซากโบราณสถานที่ประกอบไปดวยสังฆาราม หองพัก หอ งประชมุ ชาวค ณะท กุ ค นต า งเดนิ ช มแ ละถ า ยรปู ก บั เสาอ โศกท ม่ี รี ปู ส งิ หท ี่ สมบรู ณท สี่ ดุ แ ละงดงามท สี่ ดุ ข องอ นิ เดยี อ ยใู นล กั ษณะน งั่ ห นั หนา ไปทางทิศตะวันออก และที่น่ียังเปนที่ท่ีพระพุทธเจาประทานการ บวชภิกษุณีใหพระนางปชาบดีโคตมีและศากิยานีบริวาร และยังมี
210 วาลิการามส ถานท ีท่ ำส งั คายนาค ร้ังที่ ๒ ฯลฯ พอทานขาวกลางวันเสร็จ ก็เดินทางสูเมืองกุสินารา สถานท่ี เสด็จดับขันธปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจา ระยะทาง ประมาณ ๒ ๗๐ กิโลเมตร ใชเวลาเดินทางประมาณ ๕ ช่วั โมง ใน ระหวา งเดินทาง ท ุกคนกพ็ อจะค าดเดาไดวา ระหวางทางนน้ั รถจะ ตองจอดเพอ่ื ใหพ วกเราไดแ วะช มววิ ขา งทางเพ่ือป ลดปลอ ยทุกข วันพุธที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๕ ๕ กุส ิน ารา เชาวันนี้ ทุกคนจะไดถวายผาหมพระพระพุทธไสยาสนปาง ปรนิ ิพพาน ท ่ีสาลว โนทยาน สาลว โนทยานน เ้ี ดมิ เปน อ ทุ ยานข องม ลั กษตั รยิ มหาป รนิ พิ พาน สถูป สถานท่ีพระพุทธเจาเสด็จดับขันธปรินิพพาน ณ ใตตนรังคู
211 เปนสถานที่รองรับหมูพระอรหันตครั้งใหญที่สุด เปนพุทธสถานที่ พระพทุ ธองคป ระทานก ารบ วชใหส าวกอ งคส ดุ ทา ย เปน ท ท่ี รงแ สดง พระธรรมเทศนาป จ ฉมิ โอวาทค อื “ท า นท งั้ หลายจ งอ ยโู ดยค วามไม ประมาทเถดิ ” คณะไดเ ตรียมผ าห มมาถวาย โดยทุกคนไดรว มกนั จบั ผาสีทอง เพ่ือนอมถวายในการหมองคพระพุทธไสยาสนเปนแถวยาวตลอด โดยม หี ลวงป นู ำส วดมนตอ ติ ปิ โ ส จ นถ งึ ม หาส งั ฆารามอ นสุ รณส ถาน ดนิ แ ดนพ ทุ ธป รนิ พิ พาน ม ลี กั ษณะเปน ท รงบ าตรค วำ่ ส งู ใหญ มฉี ตั ร ๓ ช นั้ ต อนบ นสดุ ไดพ งั ล งมาเมอื่ ป ลายป ๒ ๕๐๖ ป จ จบุ นั เหน็ เพยี ง ครงึ่ ทอ น จากนั้นเขาสู พุทธวิหารปรินิพพาน สถานที่ประดิษฐานพระ พุทธไสยาสนป างปรินพิ พาน ขนาดค วามยาว ๒๓ ฟุต ๙ นิว้ อ งค ทา นงดงามส มสว น ดวงตาหรีล่ งเกอื บหลับสนทิ ส ีหนา แสดงค วาม
212 หมดกงั วล ช าวพทุ ธท ไ่ี ดม โี อกาสเขา ไปก ราบไหวด งั ราวกบั วา ไดม า นมัสการพระบรมศพของพระศาสดาจริงๆ และทำใหหวนนึกถึง ความเปน อนจิ จงั ท กุ ขงั อนตั ตา เพราะแมแ ตพ ระพทุ ธองคย ังตอง จากไป เราจ งึ ค วรด ำรงชวี ติ อ ยดู ว ยค วามไมป ระมาทต ามพ ระป จ ฉมิ โอวาทของพ ระพุทธองค หลวงปูตนบุญนำสวดมนตและกลาวคำอธิษฐานถวายผาทุก ผืนท่ีนำมาเรียบรอยแลว ก็พากันออกมาดานนอก ดานหลังของ สถูป ทุกคนรูหนาท่ีคือปูผารองนั่งแลวหยิบหนังสือสวดมนตมา เตรียมไว หลวงปูไดพาสวดมนต และไดมีการสวดขออโหสิกรรม ดว ยซึ่งคอ นขางย าวเสรจ็ แลวตางคนกแ็ ยกยา ยไปเวียนเทียนรอบ พระสถปู เพื่อเปนพ ุทธบชู า (โชคดีท ีน่ ีม่ หี อ งนำ้ ไวบรกิ ารด ว ย) จากน้ันไดไปสักการะมกุฏพันธนเจดีย สถานท่ีถวายพระเพลิง พระสรีระของพระพทุ ธเจา ซ ง่ึ ป จจบุ ันเปนซากเจดียทรงกลม และ พราหมณเจดีย ซ่ึงเปนสถานท่ีแจกพระบรมสารีริกธาตุของเหลา มัลกษัตริยเพื่อนำไปประดิษฐานในท่ีตางๆ หลังจากเสร็จพิธี
213 ถวายพระเพลงิ พ ระส รรี ะข องพ ระพทุ ธองค พ วกเรารว มก นั ส วดมนต และปฏบิ ัติบชู า เสร็จจากรับประทานอาหารกลางวัน ก็ออกเดินทางสูเนปาล ระยะทางประมาณ ๑๖๐ กิโลเมตร (ใชเวลาเดินทางประมาณ ๔ ช่ัวโมง)เดินทางถึงท่ีพักระหวางทาง แวะพักวัดไทยนวราชรัตนา ราม ๙ ๖๐ พ วกเราไดแ วะด มื่ น ำ้ ชา ก าแ ฟ เสริ ฟ พ รอ มโรตี ซ งึ่ เปน ว นั ทที่ กุ คนไดท านโรตกี รอบๆแ สนอ รอ ย ถ กู ปากค นไทย แ ละชอ ปป ง ของที่ระลึกข องอินเดีย เชน ผ ลติ ภัณฑห มิ าลาย า พ ระพุทธรปู B A BY B U D D H A ป างป ระสตู ิ แ ละท ำภ ารกจิ ส ว นตวั เดนิ ท างผา นด า น โสเนารี เพอื่ ข า มแ ดนเขา ป ระเทศเนปาล ซ ง่ึ เปน เวลาด กึ พ อสมควร จึงเขาพักท่ีโรงแรม KASAIซึ่งเปนโรงแรมของชาวญี่ปุน หองพัก กวา งขวางทำใหนอนห อ งล ะ ๓ ค น อบอนุ ด ี ว ันพฤหัสบดีท ี่ ๒ ๙ พ ฤศจิกายน ๕ ๕ กุส ินารา -ลุมพินี รงุ เชา พ ระธรรมว ทิ ยากรนำค ณะเดนิ ทางส ูก รุงกบิลพัสดุ เมอื ง แหงศากยวงศ มีพระเจาสุทโธทนะเปนกษัตริยปกครองบานเมือง ปจ จุบันมสี ภาพเปน โบราณสถาน ม ซี ากประตูเมอื งฝง ทิศตะวันตก ท่ีพระมหาบุรุษเสด็จประพาสเมืองพบเทวทูต ๔ ซากปราสาท ๓ ฤดู ซ ากป ระตเู มอื งฝ ง ท ศิ ต ะวนั ออกท พ่ี ระม หาบรุ ษุ เสดจ็ อ อกผ นวช แลว จงึ เดนิ ทางไปว ดั น โิ ครธาราม ท เ่ี จา ศ ากยวงศแ ละโกลยิ ว งศส รา ง ถวายพระพทุ ธเจา ในค ราวเสด็จนวิ ัตพิ ระนคร
214 วันนี้พระธรรมวิทยากรพาพวกเราสูสวนลุมพินีวัน ซ่ึงต้ังอยูที่ อำเภอไภรวา แ ควน อธู ป ระเทศเนปาล เพอ่ื สกั การะสถานท ป่ี ระสตู ิ ของพระพทุ ธองค สวนลุมพินีวัน ในอดีตเปนอุทยานตั้งอยูก่ึงกลางระหวางกรุง กบิลพัสดุ และกรุงเทวทหะ ในแควนสักกะ บนฝงแมน้ำโรหิณี พระนางสิริมหามายาพระพุทธมารดาซ่ึงประทับอยูกรุงกบิลพัสดุ ขณะท่ีทรงพระครรภแกไดเสด็จประพาสสวนพรอมดวยขาราช บริพาร ระหวางทางเกิดประชวรจะมีพระประสูติกาลราชบริพาร จงึ จ ดั ท ปี่ ระสตู ถิ วายภายใตต น ส าละ พ ระนางประสตู พิ ระโอรส ค อื พระสิทธัตถะกมุ าร ณ สถานท ี่น้ี วิหารมหามายาเทวี ภายในมีศิลาสลักภาพพุทธประวัติปาง ประสูติ เปนรูปพุทธมารดาอยูในพระอิริยาบถยืนพระหัตถขวา เหน่ียวก่ิงไมสาละอยูพรอมกับพระสนม มีรูปเจาชายสิทธัตถะ ออกมาทางปสสะขวาของพระพุทธมารดา และแผนศิลาภายใน วิหาร ที่สันนิษฐานวาเปนแผนหินที่แสดงรอยพระบาทในคราว ประสตู ขิ องเจา ชายส ทิ ธตั ถะ ป จ จบุ นั ถ กู เกบ็ รกั ษาไวท เ่ี ดมิ โดยค รอบ ดว ยกระจกกันก ระสนุ คณะของเราไดไป พุทธอุทยานสวนลุมพินี ที่สรางขึ้นเปน อนุสรณสถานที่สรางขึ้นปฉลองพุทธชยันตี ๒,๕๐๐ ป เดินมาจน ถึงวัดมหามายาเทวีวิหาร ตางก็เขาแถวเดินเขาไปภายในวิหาร มหามายาเทวี พ รอ มกบั ส วดมนตบ ทอติ ปิ โ ส ภ ายในม ศี ลิ าส ลกั ภ าพ พุทธประวัติปางประสูติ เปนรูปพุทธมารดาอยูในพระอิริยาบถยืน พระห ตั ถข วาเหนย่ี วก ง่ิ ไมส าละอ ยพู รอ มกบั พ ระสนม ด า นห นา เปน
215 รปู เจา ชายส ทิ ธตั ถะ (พ ระก มุ าร)ก ำลงั ย า งพ ระบาท ม คี นเขา แ ถวก นั ยาวเพอื่ กราบส ักการะแ ผน ศิลา ข นาด ๕ x๕ น ว้ิ มีรอยพระบาท ประทับไว (ขุดคนพบป พ.ศ.๒๕๓๙)พอเดินไปถึง ไดมองเห็น รอยพระบาท ที่สันนิษฐานวาเปนแผนหินที่แสดงรอยพระบาทใน คราวประสูติของเจาชายสิทธัตถะ (ปจจุบันถูกเก็บรักษาไวท่ีเดิม โดยครอบดวยกระจกกันกระสุน) พรอมกับกราบสักการะก็เกิดปติ ข้ึนทันที บางคนก็เกิดปติตั้งแตกาวข้ึนไปกราบหางประมาณเกือบ ๑๐ เมตร เม่ือสักการะแลวก็ใหเดินออกอีกประตู และชมสระโบกขรณี ซง่ึ เปน ท สี่ รงนำ้ ข องพ ระนางส ริ มิ หาม ายาเทวี ก อ นจ ะม ปี ระสตู กิ าล พระก มุ ารและห ลงั ป ระสตู กิ าล จ ากน นั้ พ ากนั เดนิ ไปท เ่ี สาศ ลิ าจารกึ พระเจา อโศก
216
217 เมื่อทุกคนมาพรอมกัน ท่ีเสาศิลาจารึกพระเจาอโศก ซึ่งมีอายุกวา ๒,๓๐๐ ป พบ ขอความภาษาพราหมีจารึกไว วา เปน ส ถานท ปี่ ระสตู ขิ องอ งค สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจา หลวงป ไู ดแ นะนำใหท กุ คนอ ธษิ ฐานจ ติ ใหด ี ต ง้ั สจั จ ะว า จ ะท ำส งิ่ ด ๆี ในอนาคต เปรยี บเสมอื นวาเปน การเกิดใหม ม ีชีวติ ใหมท ดี่ ีข้ึน จะ ไดร บั ส ง่ิ ด ๆี น บั แ ตว นั นเี้ ปน ตน ไป พ รอ มกบั บ รจิ าคเงนิ ใสเ ขา ไปด า น ในรว้ั แ ละไดถวายผา สีทองพ นั รอบร้วั เสาศลิ านี้ จากนั้นทุกคนไดเดินมาปูเส่ือนั่งใตตนไมใหญ หลวงปูนำ สวดมนต และกลาวค ำขอขมา ขออโหสกิ รรม บา ยวันนี้พวกเราเดนิ ทางสูเมืองสาวตั ถี ฐานท ม่ี ่ันแ หงกองทพั ธรรม สมัยพุทธกาล เปนเมืองหลวงของแควนโกศล มีพระเจา ปเสนทิโกศลเปนกษัตริยครองเมือง เปนศูนยกลางเผยแพร พระพุทธศาสนาท่ีสำคัญที่สุด เปนเมืองท่ีพระผูมีพระภาคเจาทรง จำพรรษาอ ยนู านถึง ๒ ๕ พ รรษา พระพุทธองคทรงประทับบำเพ็ญพุทธกิจในเมืองนี้ถึง ๑๙ พรรษา และอยทู ่ีวหิ ารบพุ พ ารามของน างว ิสาขาอ กี ๖ พรรษา พระองคไดทรงแสดงพระสูตร พระวินัย และชาดกที่สำคัญๆ เชน เรอื่ งน างจ ญิ จม าณวกิ า,น นั ทม าณพ,โจรอ งคลุ มี าล,ป ฏาจารา การเกิดขึ้นแหงยักษีณี, พระเทวทัตถูกแผนดินสูบ, มงคลสูตร กรณียเมตยส ูตร เปนตน
218 ว ันศุกรที่ ๓๐ พ ฤศจิกายน ๒ ๕๕๕ ลุมพินี – กุสิน ารา เมอ่ื เราก ลบั มาพ กั ท ก่ี สุ นิ าราอกี ครง้ั ท ำใหเ ชา ว นั น้ี ค ณะข องเรา เลอื กท จ่ี ะไปท ่ี ส าลว โนทยาน อ กี ครง้ั เพอื่ ส กั การะม หาป รนิ พิ พาน สถูป คราวนี้ ค นนอ ยไมมากนกั แ ตก ม็ ีคนเขามาสกั การะม ากมาย หลายเชอื้ ชาติ ม ที ง้ั คนจ นี ด ว ย พ วกเราต า งก แ็ ยกยา ยเขา ไปส กั การะ พรอมกับสวดมนตน่ังสมาธิท้ังดานใน บางคนก็ออกมาน่ังสมาธิ ดา นนอกก นั ท กุ คนเรง ค วามเพยี ร เพอื่ ใชเ วลาท กุ น าทอี ยา งม คี ณุ คา และคมุ คา ท่ีมาอ นิ เดียในค รั้งนี้ ตอนบาย จึงออกเดินทางสูเมืองพาราณสี ใชเวลาเดินทาง ประมาณ ๘-๙ ช่วั โมง เปน การเดนิ ทางทนี่ านท ี่สดุ สำหรับการมา ทรปิ น ้ี ถ นนข รขุ ระย ง่ิ กวา ท างไปว ดั ป า ท งุ ก ลุ าเฉลมิ ราชเสยี อ กี โชคดี ทตี่ ลอดก ารเดนิ ทาง ห ลวงป ไู ดบ รรยายธ รรม ส นทนาธ รรม แ ละน ำ สวดมนตบ ทต างๆไปจนถ งึ กรุงพ าราณส ี ก รงุ พ าราณ ส ี เมอื งศ กั ดสิ์ ทิ ธข์ิ องศ าสนาฮนิ ดู ก อ นส มยั พ ทุ ธกาล พาราณสีเปนเมืองหลวงของแควนกาสี มีความเจริญรุงเรืองมาก เปน แ หลง ชมุ นมุ ข องเหลา ป โุ รหติ าจารย ฤาษี ด าบส น กั พรต น กั บวช นกั ปราชญ น กั ศกึ ษา น ักทศั นาจรและคณะผูแ สวงบญุ ทีม่ ศี รัทธา ตอ พ ระพทุ ธองค เพราะท น่ี ไี่ ดเ กดิ พ ระรตั นตรยั ข นึ้ เปน ค รงั้ แ รก รวม ถึงผูท่ีบูชาองคศิวะมหาเทพ และพระแมคงคาสายนําแหงความ ศักด์สิ ทิ ธ์ิ ด งั คำก ลา วของพลตรหี ลวงวิจติ รวาทการวา “พ าราณ ส ี ค อื อ นิ เดยี แ ท ใครม าอ นิ เดยี แ ลว ไมเ หน็ พ าราณ ส ี ก ็
219 เทา กบั วา ไมไ ดเ หน็ อ นิ เดยี ใครอ ยากรวู า อ นิ เดยี ท แ่ี ทจ รงิ เปน อ ยา งไร ตอ งมาด ูทเี่ มอื งพ าราณ ส ”ี และพาราณสยี งั เปนเมืองท่ีเก่ยี วขอ งกบั พระพุทธศาสนา ว ันเสารท ี่ ๑ ธ ันวาคม ๕ ๕ กุส ินารา –พาราณ สี เชา ว ันนี้ ค ณะของเราไป ว ัดเชตว นั ม หาว หิ าร ว ดั ท ย่ี ิง่ ใหญท ่ีสุด ในเมืองสาวัตถี ซึ่งเปนวัดที่สรางโดยอนาถบิณฑิกะมหาเศรษฐี กลาวกันวาตองขนเงินมาปูพื้นที่ใหเต็มสวนจึงจะซ้ือที่แหงน้ีเพ่ือ สรา งอุทศิ ถวายแดพระพทุ ธเจา สกั การะสวดมนต เจรญิ ส มาธิ ภ าวนา ณ บ รเิ วณ ม ลู ค ันธก ุฏี ที่พระพุทธองคทรงจำพรรษา สักการะธรรมศาลาท่ีใหญท่ีสุด
220 ธรรมสภา และสักการะกุฏิของพระอรหันตองคสำคัญๆเพ่ือขอ พรตางๆเชน เมื่อไปสักการะที่กุฏิพระอานนท ก็ขอพรใหไดเปน ผูทมี่ ีความจำเปน เลศิ หรอื ไปก ฏุ พิ ระสารีบตุ ร ก ข็ อพ รใหม ปี ญญา เปนเลิศ หรือขอพรใหหายจาก โรคภัยไขเจ็บที่กุฏิทานองคุลีมาล บางก็ไปขอโชคลาภท่ีกุฏิพระสิวลี กุฏิพระมหาโมคคัลลานะ และกุฏิ พระมหากัสสป ซึ่งพระมหากัสสป ทานเปนพระอาจารยของหลวงปู ใหญบรมครูโลกอุดร และอาราม ฝา ยพ ระภกิ ษทุ เี่ คยจ ำพรรษาในค รงั้ พุทธกาล น อกจากน นั้ วดั เชตวนั ม หาวหิ าร นี้ ยังมีสถูปที่บรรจุพระธาตุของ พระอรหันตท้ังหลาย และยังมีบอ นําที่พระพุทธเจาใชเปนท่ีสรงนํา ตลอดระยะเวลาทจี่ ำพรรษาอยู พวกเราไดสักการะตนอานันทโพธิ์ ท่ีมีอายุยืนยาวมาจนถึง ปจจุบัน สถานท่ีน้ีจึงเปนสถานที่สำคัญและศักด์ิสิทธ์ิอยางยิ่งท่ี ชาวพุทธค วรจะไปก ราบส ักการะและป ฏบิ ตั ธิ รรม ออกจากวัดเชตวัน ก็ไปชมคฤหาสนของทานอนาถบิณฑิก เศรษฐี พวกเราไดบริจาคเงินใสในบริเวณบานทานดวย และไดไป ชมส ถานท พี่ ระพทุ ธองคแ สดงย มกป าฏหิ ารยิ ท อ่ี ยบู นเนนิ เขา ห รอื
221 ภเู ขาท ีไ่ มสงู นกั พระธรรมวิทยากรพาคณะไปสักการะบูชามูลคันธกุฏี ท่ีพระ พทุ ธเจา เคยป ระทบั จ ำพรรษาแ รก ธ มั เมกขส ถปู ส ถานท แี่ สดงธรรม อนันตลักขณะส ูตร จ นอัญญาโกณ ฑญั ญะไดเกดิ ดวงตาเหน็ ธ รรม วันอาทิตยที่ ๒ ธันวาคม ๕๕ พาราณส ี คณะของเราไดไปชอปปงในชวงเชาอยางสนุกสนาน บรรดา สาวๆไดล องใสช ดุ ส า หรี เปน ส าวช าวภ ารตะก นั อ ยา งค ณุ ฉ ตั รช นก คณุ มวิ ค ุณเกศ แ ละไกด หลงั จากใชเ วลาในการชอปป งก ันเสรจ็ เรียบรอย พระธรรมวิทยากรนำคณะของ เราไปสูเมืองสารนาถ เขาชมพิพิธภัณฑ สารนาถ ชมพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา ท่ีไดชื่อวาสวยท่ีสุดในโลก และมีความ ศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนประทับใจ บางคนสัมผัส ไดถึงกระแสพลานุภาพของพระพุทธรูป องคน ี้ และมพี ระพทุ ธรูป แ ละหนิ แกะสลักรปู ต างๆเปน ศิลปะเกา แกท ี่งดงาม ออกจากพิพิธภัณฑสารนาถ เดินไปไมไกล ก็ไดไปท่ีซึ่งใน พทุ ธกาลเรยี กวา “ป า อ สิ ปิ ต นม ฤคทายวนั ”ส ถานท แี่ สดงป ฐมเทศนา พระธ มั มจกั กปั ปวตั ต นส ตู ร ส กั การะธ มั เมกขส ถปู ท พ่ี ระพทุ ธเจา ท รง
222 แสดงปฐมเทศนาแกปญจวัคคียทั้ง ๕ และพระรัตนตรัยไดเกิดขึ้น สมบูรณคร้งั แรกในโลกท่ีนี่ หลวงปูตน บ ุญไดน ำสวดมนต และท ่สี ำคญั ค ือการส วดขอขมา อโหสิกรรม จากที่ไดสอบถามผูรวมสวดมนต ตางก็เกิดปติ น้ำตา ไหล ข นลกุ บา ง เปนความรูสึกทีไ่ ดน อมขอขมาขออ โหสิกรรมจาก ใจ แ ลว ห ลวงป ไู ดน ำค ณะล กู ศษิ ยร ว มเวยี นเทยี นรอบธ มั เมกขส ถปู พรอมกับถวายปจจัยเปนพุทธบูชา แทนดอกไม ธูปเทียน โดยได เสียบตามรองหินของสถูป ซึ่งมีปจจัยเปนธนบัตรท่ีทุกคนไดรวม ถวายเปนจำนวนมาก ห ลายรอยฉบบั ห ลวงปไู ดท ำถวายอยา งไม รูสึกเหน็ดเหนื่อย จนเสร็จสมบูรณ เปนความประทับใจอยางมาก ที่ครูบาอาจารยไดทำใหลูกศิษยเห็นถึงความเพียรในการทำถวาย เปน พุทธบูชา วันจันทรที่ ๓ ธ ันวาคม ๕๕ พาราณ สี เวลา ๐ ๔.๐ ๐ น .ว นั นเี้ ปน อ กี ว นั ท ที่ กุ คนรอคอย แ มน ำ้ คงคา... สถานท่ีที่เหมาะสำหรับชาวพุทธจะไดเรียนรูชีวิตของมนุษยอยาง แทจ รงิ เปนคมั ภีรชวี ิตที่ย ากจ ะห าท่ไี หนชมได เราจ ะไดชมกองไฟ ศักด์สิ ทิ ธทิ์ ไ่ี มเคยด ับม อดต ลอดระยะเวลากวา ๔ ,๐๐๐ ป ทุกคนพรอมเพรียงกันท่ีรถ พระธรรมวิทยากรพาคณะเราน่ัง รถมาจนใกลทาน้ำมากท่ีสุด จากน้ันตองเดินมาท่ีทาเพ่ือลงเรือ ลองแมน้ำคงคา ซ่ึงชาวฮินดูเช่ือถือวาเปนแมนําศักดิ์สิทธิ์เพราะ
223 ไหลมาจากมวยผมขององคพระศิวะ รมิ ฝงแ มนาํ คงคาอ ันศกั ด์ิสิทธิ์ บรเิ วณที่ทา มณิกรรณิการหรือ ทาตุมหูพระศิวะที่ไดช่ือวาทาตุมหูพระศิวะ เพราะมีเรื่องเลากัน มาวา ทานี้เปนทาน้ำที่พระศิวะมาอาบน้ำ เมื่อทรงอาบน้ำเสร็จก็ ข้นึ ม าจากแมน ำ้ ป รากฎวาตมุ หขู องพระองคห ลนห ายหาเทา ไรก็ ไมเจอ พอเดินมาถึง ก็เห็นฤาษีกำลังน่ังสวดมนตเพื่อไหวสุริยะเทพ แลว พอพ วกเรามากันค รบ ก็แยกยา ยกันน ่งั เรือ โดยแ บง เปน ๒ ลำ เรอื ก แ็ ลน ไปช า ๆไมไ กลจ ากรมิ ฝง แ ลว ท กุ คนก ล็ อยกระทงท มี่ เี ทยี น ดอกไมเพ่ือข อขมาตอ พ ระแมคงคา ขณะท ีน่ ่งั บนเรอื มีน กนางนวล ฝูงใหญบินมาใกลมาก และไดชมพระอาทิตยขึ้นริมฝงแมน้ำคงคา เปน ภาพท่ีส วยงามตามธ รรมชาติ
224 แตเ มือ่ หนั ไปม องท ร่ีมิ ฝง ชาวอ นิ เดียกล็ งอาบน าํ ชำระรางกาย เพื่อรกั ษาโรคภยั หรอื ทำพิธีอาบนํา ลา งบาป และคนอกี กลมุ กำลงั เผาศพและเขยี่ ซ ากท เ่ี หลอื ล งไปล อยในแ มน าํ ค งคา ซ งึ่ เชอื่ ว า จ ะได สงผูตายข้ึนสวรรค ภาพที่เห็นกับตานั้นใหความรูสึกแตกตางจาก ภาพในรูปท ่ีเคยเหน็ ช วนใหนกึ ปลงสังขารยง่ิ นัก ชีวิตคนเราสุดทายคือเชิงตะกอน สักวันก็จะถึงเวลาท่ีรางของ เราจะไปอยูบนเชิงตะกอนเชนน้ันเหมือนกัน เราจึงควรเรงปฏิบัติ ธรรม เพราะเราไมอ าจรไู ดว า ว นั สุดทายข องเราในช าติน ้จี ะจ บเมื่อ ใด ล มห ายใจส ุดทา ยของเราจะห ยดุ เวลาใด... ในท สี่ ดุ ก ถ็ งึ เวลาท ต่ี อ งจ ากด นิ แ ดนแ หง พ ทุ ธะท ป่ี ระเทศอ นิ เดยี เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย ซ่ึงถือไดวาเปนดินแดนแหงพุทธะ เชน เดยี วกัน
225 การเดินทางตามวิถีแหง พุทธะคร้ังน้ี อาจจะไมสบาย มาก แตก็ไมไดลำบากอยางท่ี คดิ ไวกอ นเดินทาง ซ ำ้ ย ังส รา ง ความประทับใจ ส ขุ ใจ อ ่ิมเอม ใจ ค วามป ต อิ ยา งไมร ลู มื เลอื น ทำใหท กุ คนม คี วามรสู กึ วา ถ า ม โี อกาสจ ะข อต ิดตามห ลวงปตู น บ ญุ ไปแสวงบุญท ่อี นิ เดยี อกี ไมเ คยค ดิ อ ยากจ ะไปอ นิ เดยี ด ว ยข อ มลู ท ไ่ี ดร บั ฟง ม า ท ง้ั ป ญ หา ในเร่ืองหองสขุ า ก บั ความส กปรก แ ตแ ลวดวยบารมีข องหลวงป ทู ำ ใหไดไปในคร้ังนี้ ขอกราบเทาหลวงปูผูสองทาง นำทางใหไปสราง บุญบารมี พ รอมกับข อขมา ข ออ โหสกิ รรม กบั เจา กรรมนายเวรท ่ี เราไดเคยลวงเกนิ ไวในอ ดีตชาติ พ รอมกบั ขอน อมถวายบุญกศุ ลที่ ไดทำมานอยนิด แดหลวงปูใหญ หลวงปูสิงขร หลวงปูตนบุญ ท่ี ศรัทธาอยางม น่ั คง ขอแนะนำผูท่ียังไมเคยไปอินเดียวา ขอใหทานพิจารณา เดนิ ทาง...ต ามว ถิ แี หง พ ทุ ธะท ป่ี ระเทศอ นิ เดยี –เนปาล ก บั ห ลวงป ู ตน บ ญุ ส กั ครง้ั ในช วี ติ ค วามป ระทบั ใจ ค วามป ต ิ ย อ มเกดิ ข น้ึ กบั ท า น อยา งแนนอน เรยี บเรียงโดย มณีทอแ สง ส าวกพระสมุ งคลโพธิญาณ *หมายเหตุ ถ า ล ำดับเวลา ห รือช่ือส ถานท่ผี ดิ พลาดประการใด ก ็ข ออภัยมา ณ ท ่นี ี้
226 ขสอวคสั วาดมีด ีจงมีแกท า นทกุ เม่อื ประสบการณ ความประทับใจ และสิ่งท่ีไดจากการไป อนิ เดยี ค รงั้ นี้ เรม่ิ ต ง้ั แ ตย งั ไมไ ดไ ปอ นิ เดยี เพราะโปรแ กรมท วั ร มีการเปล่ยี นแ ปลงตลอดเวลา ทง้ั ก ารเลอ่ื นว นั เลอ่ื นเวลา เปลย่ี นส ายการบนิ เปน การท ดสอบ ศรัทธาวามีกำลังใจกลาแข็งไมหวั่นไหวแคไหน แตสวนตัวผมไมได เปนไรม ากเพราะผ มมเี วลาวางมาก เปลยี่ นย ังไงผ มก็ไปไดอยแู ลว ท้ังนี้ท้ังน้ัน ตองขอบคุณผูประสานงานอยางพ่ีทิพยท่ีตองเปน ที่รองรับอารมณจากผ ูรวมค ณะทัวร ทง้ั ๆ ท ีบ่ างอยางก เ็พง่ิ รแู ลว ก็
227 รีบแจงใหทราบ เม่ือถูกถามวาทำไมเปน แบบนั้นแบบน้ี ดวยหนาที่จะตอบวาไมรู ก็ไมไ ดกเ็ ลยตอ งหชู าไปพกั ใหญๆจ นถ งึ วันท ี่ไดอ อกเดนิ ทางน ่ันแล เมือ่ ถงึ อนิ เดยี ส ิง่ ทสี่ มค ำรำ่ ลือคอื ฝ ุน อากาศแหง ผมก็หลับในรถ แลวไมได ปด ปากเลยเจบ็ ค อตงั้ แ ตว นั แ รก ก เ็ ลยรวู า อะไรที่ปองกันไดก็ปองกันกอน หลังจาก นั้นถาขึ้นรถครั้งไหน ก็จะเอาผาปดปาก ทกุ ครง้ั ไป แ มจ ะห ลบั เผลออ า ปากบ า งก ไ็ ม นา เกลียด ส วดมนตในรถก ป็ อ งก นั ฝนุ เขา ปากไดบ างสว น เพอ่ื ใหไ มเ จบ็ ค อม ากกวา เดิม เท ย่ี วก ส็ นุก แลวกไ็มทำตัวเปน ภาระ ใหผ อู น่ื ต อ งก งั วลว า เราไมส บาย ฉ ะน น้ั ก นั ไวก อนด กี วา กบั เรอ่ื งห อ งนำ้ ต รงไหนท จี่ อดรถเพอื่ จดั การป ลดทกุ ข ผ มก จ็ ะล งไปด ว ย ป วดม ากป วดน อ ยก ป็ ลอ ยไวก อ น กบั ไดย ดื เสน สายบ า งก จ็ ะไมเ มอ่ื ยเกนิ ไปเวลาน ง่ั รถน านๆเคยก งั วล และส งสยั ม าน านแ ลว ว า ถาป วดหนักแ ลวไมม หี อ งน้ำจ ะท ำไง เวลา เดนิ ธดุ งคเขาทำกันย ังไง เมื่อถงึ เวลาท ่ีไมมีทางเลอื กก ็ตองทำครบั คอื เมอื่ ต ดั สนิ ใจไดแ ลว ว า ต อ งท ำใหร บี ล งจากรถอยา ม วั แ ตน งั่ ทนอายและก งั วลอยู เพราะเราจ ะไดเลือกทำเลดดี ีไดกอน เม่ือเรา กำลังทำธุระอยู ส่ิงท่ีเราไมอยากใหมีคือมีคนมาก็จะมีคนมาครับ ถึงจะมาทัวรเดียวกันจะยิ้มใหก็อาย จะบอกวามีคนอยูอยาเขามา
228 ก็เห็นแกตวั เกินไป ดังน้ันเราก ร็ บี ทำธ รุ ะของเราใหเสรจ็ ค รบั เมื่อมี ประสบการณปลอยก ลางทุง ไป ๒ ครง้ั กค็ ลายค วามกังวลเรื่องน้ไีป เลยครับ จะไปธุดงคผจญภัยที่ไหนผมไมกังวลเรื่องหองน้ำอีกแลว ครับ ถาจะเตรียมตัวใหดีขึ้นก็ตองพกชอนพรวนดินเผื่อไดขุดหลุม แลวกลบ ทีน้ีเรื่องอาหาร ไดทานอาหารที่โรงแรมทุกม้ือ กับท่ีวัดไทย กสุ ินารา ๒ มือ้ ก บั อ าหารวา ง ๒ ค รัง้ ท ว่ี ัดไทย ๙ ๖๐ ผมไดเปน แชมปท านโรตกี รอบไป ๑ ๔ ช น้ิ เนอื่ งด ว ยวา ค รงั้ แ รกก อ นเขา เนปาล ผมทานไป ๑๐ ช ิ้น เพราะทานเผอื่ แ มๆท่ีถอื ศีล ๘ ยืนยนั ว าท าน ไดค รบั รสชาตดิ ี ค รง้ั หลงั ก ลบั จ ากเนปาลก ด็ ว ยวา ม สี ภุ าพบรุ ษุ ส อง ทา น ค อื พ อ ต งิ่ กบั อ าเตย๋ี วพเ่ี อกซม าท านด ว ยแลว กอ็ ยากล องดวู า ใครทานไดมากกวาบวกก ับมีพีๆ่ อตุ สาหไ ปน ำมาใหผมทาน ผ มก็ เลยท านใหห มดเลยเพอื่ ต อบแ ทนน ำ้ ใจ น ำ้ ใจจ ากทกุ ทา นก เ็ ลยเปน น้ำหนักท่ีเพิ่มข้ึนทุกวนั น้ี อ าหารก เ็ลยอรอยทุกม อื้ ค รับ ทีพ่ กั สบายทกุ ท ค่ี รบั โดยเฉพาะท่ีเนปาล สขุ ภัณฑม ีการอ นุ ให ที่นั่งรอน แลวก็มีที่ลางออกมาฉีดจากสุขภัณฑดวย ไฮเทคมากๆ ครบั มาเขา เรื่องธรรมะท ไี่ ดเ รียนรกู นั บางครับ ผ มไดเ รยี นรจู ากน อ งโปง ค อื ว นั ท จ่ี ะข นึ้ เขาค ชิ ฌกฎู เราส องค น พนี่ อ งก น็ งั่ เลน ในห อ งจ นถ งึ เวลาน ดั แ ลว กอ็ อกมาค รบั ระหวา งเดนิ มารสู กึ วา ผ มม าก บั ค ณะทวั รท เ่ี รยี บรอ ยม ากค รบั ท กุ คนน ง่ั ก นั เงยี บ ไมม เี สยี งเลย ผ มอ อกมาเจอต รงโถงด า นหนา ถ งึ รวู า ไมม ใี ครอ ยแู ลว กค็ ิดต อ วา ชางตรงเวลาจ ริงๆ ข้นึ รถก ันหมดแ ลว เราก็รบี ดีกวา เขา ไดไมรอกนั นาน
229 พออ อกป ระตไูปเหน็ แตค วามว างเปลา ถงึ รูวาเขาไมรอค รับ ไป กันหมดแลว ไมไ ดค ดิ ม าก อนเลยวาจะถูกทิ้ง ตอนน ้นั งงมาก ม อง หนาโปงแลวจะทำไง ก็คิดไดวาเขาไปเด๋ียวก็กลับมา เท่ียงก็บอก โปงวากลับไปที่หองแลวกัน แตโปงบอกไมได มาเที่ยวแลวก็ตอง ไปใหครบ ก็เลยไปพยายามพูดกับเด็กผูชายที่ดูแลเคานเตอรสาม คน เขาก ถ็ ามว า รเู บอรไ กดไ หม เราท ง้ั คกู ไ็ มร ู แ ลว เบอรค นอ นื่ รไู หม เราก ไ็ มร อู กี ต อนน น้ั ก ค็ ดิ จ ะบ อกโปง ว า พ อเถอะ เราไมต รงเวลาเอง ไปรอหนอ ยกไ็ ด แ ตอ ยๆู ก ม็ คี วามคดิ ห นง่ึ ข นึ้ ม าว า ถ า เราข ดั แ ยง ก นั เอง ค นท จ่ี ะ ชวยเขาก็จะไมอ ยากช ว ย งั้นม าพยายามด วยกันใหถ งึ ที่สุดน่ีแหละ จะเปนยังไงคอ ยวา กนั โปงก็เสนอว า ง้นั มีท างอนื่ ทจ่ี ะไปไหม เขาก ็ บอกวา ม ลี าเทยี มเกวยี น ผ มก ค็ ดิ วา ไมไ หว ก วา จ ะไปถ งึ ค นอ น่ื ค งจ ะ เตรียมก ลบั แ ลว แลว ม รี ถไหม เขาก ว็ าไมม รี ถยนตเลย
230 ตอนน ัน้ อ ีกค นก็พ ยายามโทรทกุ เบอรท ี่ม แี ละหาได จนโทรตดิ เบอรไกด ไกดบอกวา เพราะมีรถ ๒คัน คันนี้ก็นึกวาอยูคันโนน สุดทา ยก็คุยต กลงวา รถบัสจะกลบั มารบั แตน อ งอกี คนก ็ใจดเี อารถ มอเตอรไ ซดม าส ง ก ไ็ ปพบรถบ สั ท ค่ี รง่ึ ทาง แ ลว กข็ นึ้ เขาต ามทนั ค ณะ ของเรา เรื่องน้ีสอนใหรูวา คนอินเดียที่มีน้ำใจชวยโดยไมเอยปากขอ เงนิ เลยยังมอี ยู ผ มเลยใหท ปิ ไป ๑ ,๐๐๐ รูป บอกวา ไปแบงกนั ส าม คน ตอนนั้นก็คิดวาไมเปนไร พันรูปเอง คิดกลับเปนเงินไทยต้ัง ประมาณหา รอยบ าท เปนค รั้งแรกท ใ่ี หท ิปเยอะข นาดน้ี อีกอยางคือเราอยาเพิ่งยอม รับสภาพอะไรงายเกินไปโดยไม ลองพยายามดูกอน เพราะเราก็จะเลือกทางที่งายที่สุดโดยไมลอง ทางท่ียากเลย ขอสำคัญไมไดอยูที่วาผลของความพยายามตอง ออกมาตามที่คิด สำคัญท่ีเราพยายามนน่ั แหละ เราลองพยายาม ทำ พ ยายามแ ก พ ยายามล องผ ดิ พ ยายามล องถ กู แ มท กุ ๆครง้ั ผ ล จะอ อกมาไมด เี ลย แ ตเ ราก ไ็ ดล องท ดสอบด ว ยต วั เอง อ ะไรท ไ่ี มใ ชก ็
231 จะหลีกเลยี่ งทางน ้นั ไมไ ปพ ยายามอีก ก ็ พยายามห าห นทางเสน ทางใหมๆ ข น้ึ ม า เพอ่ื ท ำใหด ขี นึ้ เพราะเราไดฝ ก นสิ ยั ค อื ม ี ความพยายามตดิ ตัวเราไปแ ลว น น่ั เอง ทีนี้ธรรมะท่ีไดเรียนรูจากการไปทำ สมาธทิ พ่ี ทุ ธคย าในย ามค ำ่ คนื ตงั้ แ ตส าม ทุมถึงตีสี่ ตอนแรกกอนจะไปในรถบัส ที่น่ังมาก็เห็นมีคนจะไปทำสมาธิทั้งคืน ดว ย ก็คิดวา ม เี พอื่ นไปพรอมก ันแลว ถงึ จะไมไ ดเจออกี กลมุ ท ี่จะไปทำสมาธจิ ากบัสสองก ไ็ มเปน ไร แตแ ลว หลายคนก็เปลี่ยนใจเม่ือเจอสภาพอากาศที่เย็น กับเมื่อหลวงปู บอกวา ถาไมต้ังใจไปปฏิบัติธรรม เทพทั้งหลายเขาไมพอใจ เลย ไมมีใครไปเลย ตัวผมเอง ดวยความที่ตั้งใจแลว บวกกับเช่ือม่ันวาพอแม ครบู าอาจารยหลวงป ูตนบ ญุ ส อนมาดี ผมคงไมท ำใหเ สยี ชื่อ คงทำ ใหเ ทพเขาพ อใจได ก ย็ งั ย กมอื อ ยคู นเดยี ว ห ลวงป กู ถ็ ามวา ไมเ ปลยี่ น ใจน ะ ถ า ไมเ ปลย่ี นใจก ด็ แี ลว เมอ่ื ถ งึ โรงแ รมก ร็ บี เตรยี มตวั ไกดก ร็ บี ใหผ มไป ผ มกร็ ีบดีทไี่ มล มื อะไร ผมตองน ่งั รถรบั จา งกบั ไกด เมอื่ ถ งึ พ ทุ ธคย าแ ละต อ งเดนิ เขา ไปค นเดยี วแ ลว ค นเยอะด คี รบั เปน คนไทยกห็ ลายก รปุ กเ็ ดินสำรวจหาทำเลเหมาะๆว าท่ไี หนถงึ จะไปทำสมาธดิ ี ตอนน้ันก็มีงานเล้ียงฉลองของอิสลาม แตดันมาฉลองหนา พทุ ธคย า ไมม ที อี่ น่ื จ ะไปแ ลว ห รอื ไงเนยี่ เสยี งด งั รบกวนไดด เี ลยละ แลว กม็ จี ดุ ธ ปู จ ดุ ก ำยาน ค วนั เยอะบ างจ ดุ อ ากาศก ห็ นาว พ นื้ ก เ็ ยน็
232 ยงุ ก เ็ ยอะ เดนิ วนห นง่ึ รอบ ไมเ หน็ ท่ีไหนที่ดีกวาที่ครูบานกแนะนำ เลย ต รงดา นหนา ตนพ ระศ รมี หา โพธิ์ ท เี่ ปน ท ส่ี วดมนตข องพ ระจนี กพ็ อมีโตะ มผี า ป ูรอง ก ันล ม กนั ความเย็นจากพ้ืนไดบาง แลวก็ เจอกับพ่ีๆทีม่ าจากบัสสองพ อดี ก็เลยช วนมาน ่งั สมาธิทเ่ี ดียวก นั ตอนแรกรูสึกใจยังไมคอยสงบ เลยไปเดินจงกรมกอน เดินได เกอื บช ว่ั โมงม งั้ ก ย็ งั ไมร สู กึ อ ยากน งั่ ส มาธอิ ยดู ี เลยไปเดนิ เวยี นเทยี น รอบเจดียพ ุทธคยา เดนิ อ ยูห ลายรอบมาก เดนิ จ นพวกอสิ ลามเลกิ งานเล้ียง เดินดวยความคิดวาเดินใหเมื่อยจนอยากน่ังจะไดนั่ง นานๆเลย พอเม่ือยไดที่แลวก็มานั่งครับ พอนั่งก็รูสึกงวง ก็กะ วาจะกมมาขางหนาใหหายเม่ือยหลังสักนิด ถาหลับในทาน้ีไดก็ดี แลวก็นง่ั หลบั ในทาน ้ันจ ริงๆครับโดยไมร สู กึ ห นาวเลย พอรสู กึ ตวั อ กี ทกี ถ็ กู ค วามเมอ่ื ย ค วามงว ง ค วามเยน็ ย งุ รบกวน ตลอดเวลาทเ่ี หลอื จ นถ งึ เวลาที่จะกลบั มาโรงแ รมเลยครบั เรือ่ งนี้สอนใหร ูว า ผ มวางแ ผนผดิ ไปห นอ ย ช วงแ รกคงมีความ คึกและต่ืนเตนมาก เลยไมอยากน่ังนิ่งๆ เมื่อเดินเยอะตอนแรก ตอนนง่ั ก็จะเมอื่ ยเกินไป แลวตอนงว งก็จะไมอ ยากเดินเพราะเดิน ตอนแ รกเยอะแ ลว ป ระเมนิ ด แู ลว ช ว งท เี่ ดนิ ท ำไดด คี รบั แ ตช ว งท นี่ งั่ แทบจะหลับตลอดเลย หวังวาเทวดาท้ังหลายคงเห็นใจวาชวงแรก ผมต้ังใจทำแลวน ะ อยาไดถ ือสาหาความช ว งทหี่ ลบั เลย อีกอยางคือ เม่ือเราจะมาหาความสงบ แตปจจัยภายนอก ท้ังหลายไมเอื้อตอความสงบเลย ทั้งเห็นคนเยอะ เสียงดังจาก
233 งานฉลอง กลิ่นธูปและกำยาน ความหนาวเย็น ความคันจากยุง กัด เราควบคุมอะไรส่ิงเหลานั้นไดบาง สิ่งเดียวท่ีเราควบคุมไดคือ ใจข องเรา พ ยายามท ำใจใหร บั ส ภาพค วามเปน จรงิ ในขณะน น้ั ๆไม ไปปรุงแตงตอ ไมต องค ิดวาเสยี งด ังดหี รือไมด ี เสียงด ังค ือเสียงด ัง ต อมาเปนธ รรมะท ห่ี ลวงห ลวงป สู อนบนรถทีผ่ มจำไดค ือ ถาอยากใหพระพุทธศาสนาเจริญในอินเดียอีก อันดับแรกคือ การท ำใหด เู ปน ต วั อยา ง ค อื ก ารท เ่ี ขาอ ยแู บบไหนเราอ ยไู ด แ ลว เรา ก็มีวัตรปฎบิ ตั ิทมี่ ีระเบียบว นิ ยั ในทางเดียวกันไมแ ยกว า พ ทุ ธไทย พุทธจนี ใหพ วกเขาเกดิ ค ำถ าม ใหเขามาด ู ม าลองปฎิบตั ิ ว าความ ทุกขของพวกเขาสามารถใชวธิ ีท างพระพทุ ธศาสนาแกไดจ รงิ ๆ คำสอนตอมาคือ การปฎิบัติตอเพ่ือนมนุษยดวยกัน โดยการ “ใหใ จ”ค อื ค วามจ รงิ ใจ ม นี ำ้ ใจ ท ำด ว ยค วามรสู กึ อ ยากใหเ ขาม คี วาม สุขและพน จ ากท กุ ข “ใหอ ภยั ”ค อื การไมถ อื โทษโกรธเค อื ง ไมค ดิ วา เขาท ำใหเ กดิ ภ ยั เกิดความท ุกขรอ นอะไรแ กเรา “ใหธ รรมะ”คือก ารแ ลกเปลี่ยนมมุ มอง ความคิดเห็น ใหก ำลงั
234 ใจ วิธีคิดที่สามารถแกปญหาได มา บอกเลาประสบการณ เพ่ือการพัฒนา ไปพรอ มๆกัน สุดทายที่จำไดคือ การใหของเรา ชวยใหเขาพนทุกขไดไหม พวกที่มา ขอทานที่อินเดียเนี่ย เราใหไปแลวเขา ซาบซึ้งไหม เมือ่ เราใหไปแ ลวรูสกึ วาได สละอ อกไหม รสู ึกวาย ินดีท่ไี ดใหไ หม เมอื่ ถ งึ ว นั สดุ ทา ย ผ มย งั รสู กึ อ ยากเ ที่ยวตออยูเลย แตหลายๆทานอยาก กลับแลว ทางทัวรก็เลยแถมใหบางทานไดอยูตออีกวันเนื่องจาก หาต ว๋ั เครอ่ื งบินไดไมครบ ไปแ สวงบญุ ท อ่ี นิ เดยี ก บั ห ลวงป สู นกุ มากค รบั ไดเ ปด ห ไู ดเ ปด ตา ไดรวมทำบุญรวมทำกุศลกับหลวงปูที่เปนเน้ือนาบุญอันประเสริฐ และกบั ทานทัง้ หลายท ่ีไปด วยก นั ถาหลวงปูเปนตนบุญ ผมก็จะเปนลูกของตนบุญนั้น เพราะ ลูกไมจะไดหลนไมไกลตน ผมจะปฎิบัติตามท่ีหลวงปูสั่งและสอน ครับ ค รง้ั หนา ไปไหนผ มข อต ามไปด ว ยน ะค รบั (ไดย นิ ม าว า ส ว นใหญ เวลาไปกับหลวงปูเทวดาคัดสรรคนดวย ผมจะเรงทำบุญ ทำกุศล สะสมไวกอนจะไดไ มพ ลาดต กรอบค ดั เลอื ก) โดยว ศนิ เตชะววิ รรธน
แจ้งในทุกข์ เม่ือใดทกุ ขเ์ กดิ ข้นึ เธอแจง้ ในเหตแุ หง่ ทกุ ขน์ นั้ มากนอ้ ยแค่ไหน เธอแจง้ ในทุกขน์ ้อยปัญญาก็เกิดนอ้ ย เธอแจ้งในทุกข์มากปัญญากเ็ กดิ มาก รวู้ า่ ทกุ ข์เกิด รวู้ า่ ทกุ ข์มี เข้าใจวา่ ทกุ ขค์ งอยู่ แคน่ ี้ไมเ่ รยี กวา่ แจ้งแลว้ คำว่าแจ้งแลว้ ในทุกข.์ ..คือ เหน็ ระบบของทกุ ข์ในลำดบั ข้ันตอนของมัน โดยปราศจากความยดึ มนั่ ตามสภาพของอารมณ์และ เข้าใจผลของทกุ ขว์ า่ ...มีความหนกั เบามากนอ้ ยแคไ่ หน เกาะเกีย่ วจติ วญิ ญาณอยา่ งไร นีจ่ ึงเรียกวา่ แจ้งในทกุ ขโ์ ดยแท้จรงิ
บญุ ประทายข้าวเปลอื ก เปนงานบุญประจำปท่ีคณะสงฆวัดปาทุงกุลาเฉลิม ราชแ ละช าวบา นต ำบลท งุ ท อง อำเภอเกษตรวสิ ยั จงั หวดั รอ ยเอด็ ไดจัดข น้ึ ทกุ ปต ั้งแตป พ.ศ. ๒๕๕๐ ในชวงตนเดือนธันวาคม หลังฤดูการเก็บเกี่ยวชาวบาน ตางจะพากันนำขาวเปลือกของตนมาถวายวัดโดยพระสงฆ จะท ำพธิ เี จรญิ พ ระพทุ ธมนตอ นโุ มทนาบ ญุ เปน ส ง่ิ ต อบแทน คือเปนมหามงคลอันสูงสุด และตามความเชื่อโบราณกอน
จะนำขาวไปใชตองขอขมาพระแมโพสพกอน ซ่ึงเปนเทวดาผูรักษาไรนาใหความอุดมสมบูรณ พชื ไรแ กมนุษย คนผูใหญแตเกากอนนับถือแมโพสพมาก มักกราบไหวทานกอนเปบขาวคำแรกเขาปาก และสั่งสอนลูกหลานใหนั่งลอมวงเปบขาว พรอมๆ กัน และตองสำรวมกิริยามารยาท ระหวางเปบขาวใหเรียบรอยอยาใหมีเม็ดขาว หายหกตกหลน แมขาวเหลือกนจานสังกะสีก็
238 ตอ งก นิ ใหห มด หา มเทท งิ้ ล งถ งึ โสโครกใหเ อาใสป ากห มอ ข า วท บั บ น ขาวท่ีหุงม้ือตอไป หรือไมก็ตองนำไปผึ่งแดด ทำเปนขาวตากแหง เอาไว เคยเห็นปูยากินขาวอ่ิมหนำสำราญแลว ตองยกมือไหวเพ่ือ สำแดงความกตัญูรูบุญคุณขาว จึงตองขอบคุณ เหลาชาวนา เมื่อแรกทำนา จนกระท่ังถึงเวลาไถคราด เก็บเก่ียวรวงขาวดวยเคียวเหล็ก ก็จะ ตองประกอบพิธีเซนบูชาแมโพสพ ทุกระยะไป เชน กอนหนาเวลา ฤกษแ รกนาจ ะป ลกู ศ าลเพยี งตา สงู ระดับสายตาคนขึ้น ณ ที่ใดที่หน่ึง ท่ีกำหนดไวเปนท่ีแรกนา ตระเตรียม เครื่องสังเวยบูชาแมโพสพใหครบถวน พรอมท้ังกลาวคำขวัญเปนถอยคำไพเราะออนวอน แมโ พสพใหค ุมครองรักษาต นข า ว ขอใหป น้ีจงทำนาไดผ ล ไมว า จะ เปนนาหวาน นาดำ เพราะแมโพสพเปนหญิงขวัญออนงาย ตอง ทำพิธีเรยี กขวญั เสมอ การม ีส วนรวมข องชุมชน เพื่อสืบสานขนบธรรมเนียนประเพณีวัฒนธรรมอันดีของชาว อีสานซ ่ึงไดเนนกิจกรรมใหคนในช ุมชนม สี ว นรวม ในก ารจ ดั งานใน ครั้งน้ี ทางองคการบริหารสวนตำบลทุงทองและ สมาชิกองคการ บรหิ ารส ว นจ งั หวดั รอ ยเอด็ อ ำเภอเกษตรวสิ ยั เขต ๓ /กำนนั /ผใู หญ
239 บานตำบลทุงทองท้ัง ๙ หมู และชาวบานทุกครัวเรือน ท่ีใหการ สนบั สนนุ ดว ยดงี านส ามารถจ ดั ไดอยางลงตัว ซ่ึงในป ๒๕๕๕ ไดมี กิจกรรมในระหวา งว นั ท่ี ๗ – ๙ ธนั วาคม ๒๕๕๕ ณ วัดป า ทงุ ก ุลา เฉลิมราช บานโพนตูม ตำบลทุงทอง อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัด รอ ยเอด็ มกี จิ ก รรมการป ระกวดส รภญั ญะป ระเภทเยาวชนแ ละก ลมุ แมบาน กิจกรรมลงแขกเก่ียวขาว กิจกรรมพิธีบายศรีสูขวัญขาว กิจกรรมฟอนรำบ วงสรวงพ ระแมโพสพ ประเพณีลงแขกเกี่ยวขาว เม่ือขาวในนาแตกรวงจนเปนเมล็ดแกไดท่ี จะลงมือเก็บเก่ียว ไดในระหวางเดือนอายกับเดือนย่ี การเก่ียวขาวแตโบราณจะมี “การลงแขกกนิ แรงก นั ” หญิงสาวชายหนุมยนิ ดีมารว มเกีย่ วด ว ย
240 เพราะจ ะไดม ีโอกาสมาชุมนุมร่นื เริง การเกี่ยวขาวมักเก่ียวแตเชา โดยเก่ียวขาวเรียงกันเปนหนากระดาน ใครเก่ียวไดแนวจรดคันนา แลวก็หยุดพัก รอคอยคนอ่ืนซ่ึงเกี่ยวแนวของตนมายังไมถึง เม่ือ เกย่ี วเสรจ็ ท กุ คนแ ลว จงึ จ ะไปเกยี่ วต อนอ นื่ ๆ ตอ ไป เพราะฉะนนั้ ถ า ใครเกยี่ วช า ก ม็ าเปน ท หี ลงั จะม กี ารแ กลง ล อ ก นั โดยค นท อ่ี ยใู กลค น ทเ่ี กย่ี วช า จ ะแ กลง เกย่ี วใหแ นวข องต นเฉอ อกไป เพอื่ ใหแ นวข องค น เกย่ี วช า ข ยายเนอ้ื ทอี่ อกไปก วา ง ตอ งเสยี เวลาเกย่ี วม ากขน้ึ เรยี กวา “เก่ียวออมเกาะ” ใครตองเกี่ยวออมเกาะจะถูกเพื่อนทั้งหญิง ชายหัวเราะเยาะเลน สนุกอยางท ่รี อ งกนั ว า “ควา เถดิ หนาแ มค วา รบี ตะบังใหถ งึ ค นั นา จะไดพดู จาก ันเอย”
241 เวลาเย็นเลกิ เกี่ยวขาวแ ลว จะเลน “เพลงเก่ียวขา ว” เรียกวา “เตน กำร ำเคียว” คือ ถอื ก ำขา วม อื หนงึ่ ถอื เคยี วอีกมอื หนึ่ง เวลา รอ งก อ็ อกท า ทางรำแ ละเตน เปน จงั หวะข องท ำนองท ร่ี อ งระหวา งที่ รองเตน กำรำเคียวก นั อยูน ้ีเจา ของน าจ ะม ัดรวมก ำข าวที่กองๆ อยู ใหเปนฟอน และรวบรวมเขาหมูเขากอง แลวหาบขนไปสูลาน บานเรือนของตน เมื่อขนขาวไปสูลานเสร็จแลวตองเก็บรวงขาวท่ี ตกอยูในนาเรียกอัญเชิญ “ขาวแมโพสพ” เวลาเก็บขาวจะกลาว วา “แมโ พสพเจาขา เชิญมาขึน้ ย ุง ฉาง อยาหลงอยใู นทงุ ในท างใน นาในไร ใหหนูก ัดนกคาบ เชญิ ไปอยูท่ีสำราญเปน สขุ เล้ยี งล กู เลย้ี ง หลานใหเ จรญิ มาเถิดม าก”ู ประเพณีจัดงานป ระกวดสรภัญญะ การจัดประกวดสวดมนตหมู ทำนองสรภัญญะ เปนกิจกรรม หน่งึ ที่ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ใหก ารส นบั สนุนเพอื่ ทำนุบำรงุ ศ ิลปะ และวฒั นธรรมป ระจำภมู ิภาคต างๆ ของป ระเทศ ไทยไว ทางวัดปาทุงกุลาเฉลิมราชไดสืบสานงานประเพณีจัดงาน ประกวดส รภัญญะ เปน ประจำทกุ ป สรภัญญ (สะ-ระพัน หรือ สอ-ระ-พัน) อุบาสกอุบาสิกกาใน ภาคอีสานนิยมสวดกนั ในว นั อโุ บสถศีล (วนั พระ) ภาษาถน่ิ เรยี กวา ฮองสรภญั ญ โดยท ำนองส รภญั ญะเปน การส วดมนตใ นท ำนองส งั โยค คอื ก าร สวดเปนจงั หวะส ำหรับเน้อื หาจ ะเกยี่ วของกับศ าสนา บาปบญุ คณุ โทษ นทิ านช าดก เปน ตน
242 กิจกรรมประกวดสรภัญญะประเภทเยาชนและกลุม แมบาน ในป พ.ศ. ๒๕๕๕ ทางคณะกรรมการไดกำหนดเงินรางวัล ชนะเลิศพ รอมโลเ กยี รติยศ และรางวลั ใหก ับทุกคณะทเี่ ขารว มการ ประกวดครง้ั นี้ เพือ่ สรางขวญั แ ละกำลงั ใจในการประกวดในป ต อ ๆ ไป ในก ารประกวดประเภทน ไ้ีดก ำหนดบทไว ๔ บท 1. บทบ ชู าด อกไม กลอนบ ทน แ้ี สดงใหเ หน็ ถ งึ ก ารบ ชู าด อกไมท ี่ ทกุ คนเตรยี มม าแ ละถ อื อ ยใู นม อื แ ลว ก ารบ ชู าด ว ยด อกไมเ ปน อ ามสิ บชู าเปน การบูชาเบ้อื งตนทีศ่ าสนกิ ชนควรจะท ำ 2. บทแนะนำตัว กลอนบทน้ีแสดงใหเห็นวามาจากหมูบาน ไหน มากนั ก่คี น ทีห่ มบู า นม ีของดีอะไร เปนการแ นะนำใหไปเท่ยี ว ไปมาหาสูกันได 3. กลอนพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ เปนกลอนท่ีกลาวถึง เนอื้ หาข องพุทธคณุ ธรรมคุณ ส ังฆค ณุ วาม ีก ปี่ ระการ 4. บทล าแ ละอ วยพร เปน การส ง ทา ย ผรู อ งส รภญั ญจ ะบ อกลา พระสงฆและผฟู งทกุ คน ดว ยก ารอ วยพรใหม ีความส ขุ อยูดี มแี ฮง (มแี รง)
243 คณะผเู ขา ประกวดป ระเภทเยาวชน การประกวด คณะทีไ่ ดร ับรางวลั มดี ังน้ี คือ ชนะเลศิ อันดับ ๑ คณะสาวนอ ยเพชรชมพู บา นดอกรักน อย ต.กำแพง อ.เกษตรวสิ ยั จ.รอยเอ็ด เงนิ รางวลั ๗,๐๐๐ พรอมโลเกียรติยศ จากพระธรรมฐติ ิญาณ เจา คณะภาค ๑๐ (ธ) เจา อาวาสวดั บ ึงพระล านช ยั รองชนะเลศิ อ นั ดบั ๑ คณะโรงเรยี นป ทมุ รตั นพ ทิ ยาคม อ.ปทมุ รตั น จ.รอ ยเอด็ เงนิ รางวลั ๕,๐๐๐ พรอ มโลเ กยี รตยิ ศ หลวงป ตู น บ ญุ ตกิ ขปญ โญ ประธานฝา ยสงฆว ัดปา ท งุ กุลาเฉลมิ ราช ชนะเลิศอันดับ ๒ คณะนองใหมขวัญใจทุงทอง บ.โพนตูม ต.ทุง ท อง อ.เกษตรวิสยั จ.รอยเอด็ เงินรางวัล ๓,๐๐๐ พรอมโลเกียรติยศ นายทองดี นามวงษ นายกองคการบริหารสว นตำบลทงุ ทอง คณะกรรมการต ัดสิน : อาจารย กศน. เกษตรวิสยั จังหวัด รอ ยเอ็ด
244 คณะผูเขาป ระกวดป ระเภทกลมุ แมบาน การประกวด คณะท ่ไีดรบั รางวัล มดี งั น้ี คือ ชนะเลศิ อ นั ดบั ๑ คณะล ำเพญิ ส ยาม บา นล ำเพญิ ต.กดุ ข าค มี อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร เงินรางวลั ๗,๐๐๐ พรอ มโลเกียรติยศ จากพ ระธรรมฐิติญ าณ เจา คณะภ าค ๑๐ (ธ) เจาอาวาสว ดั บ ึงพ ระล านช ัย รองชนะเลิศอันดับ ๑ คณะโพธิ์ศรีสวัสดิ์ บานโพธ์ิศรีสวัสดิ์ ต.โพนสงู อ.ปทมุ รัตน จ.รอ ยเอด็ เงินรางวัล ๕,๐๐๐ พรอมโลเกียรติยศ จากหลวงปูตนบุญ ติกขปญโญ ประธานฝ ายสงฆวัดปาทงุ ก ลุ าเฉลิมราช รองชนะเลิศอันดับ ๒ คณะลูกแกวในแดนธรรม บานซึกวึก ต.ทุง ทอง อ.เกษตรวสิ ยั จ.รอยเอ็ด เงินรางวัล ๓,๐๐๐ พรอมโลเกียรติยศ จากหลวงปูตนบุญ ติกขปญ โญ ประธานฝายสงฆว ดั ป า ท งุ กลุ าเฉลมิ ราช
245 รางวัลชมเชย รางวลั ละ ๑,๐๐๐ บาท การประกวด คณะที่ไดร บั รางวลั มีดงั น้ี คอื คณะหงสทอง บานหนองสระหงส ต.กำแพง อ.เกษตรวิสัย จ.รอยเอ็ด คณะส ามัคคีธรรมเสียงทอง บานข นวน ต.โนนสงา อ.ปทุมรตั น จ.รอยเอ็ด คณะดอกรักนอยเสียงสวรรค บานดอกรักนอย ต.กำแพง อ.เกษตรวสิ ยั จ.รอ ยเอด็ คณะทุงรวงทอง บานโพนหิน ต.ทุงทอง อ.เกษตรวิสัย จ.รอยเอด็ คณะสาวนอยทุงกุลา บานเขวาหรดี ต.ทุงทอง อ.เกษตรวิสัย จ.รอ ยเอ็ด คณะดอกบัวทอง บานหนองบัว ต.ชุมพลบุรี อ.ชุมพลบุรี จ.สรุ นิ ทร คณะเพชรล ำพ บั พล า บา นเขว าตะค ลอง ต.ทงุ ท อง อ.เกษตรวสิ ยั จ.รอยเอด็ คณะส ามคั คธี รรม บา นซ กึ วกึ ต.ทงุ ท อง อ.เกษตรวสิ ยั จ.รอ ยเอด็ คณะว ังส วรรค บา นส ามขา ต.โพนส งู อ.ปทุมรตั น จ.รอยเอ็ด
246 หตลารวางงกปิจนูต่ิมนน้ ตบ์ขอญุง วนั เสารท์ ี่ ๙ ก.พ. ๒๕๕๖ อบรมปฏิบตั ิธรรม บ้านสาธุเจา้ ตน้ บญุ กรุงเทพฯ วันอาทติ ย์ที่ ๑๐ ก.พ. ๒๕๕๖ รับนมิ นตท์ ี่ ร้านสะพานบญุ ชลบรุ ี วนั จนั ทร์ท่ี ๑๑ ก.พ. ๒๕๕๖ รบั นมิ นต์รา้ นน้ำพุ บางพลี วนั องั คารท่ี ๑๒ - วนั พธุ ที่ ๑๓ ก.พ. ๒๕๕๖ อบรมปฏิบัติธรรม บ้านสาธเุ จ้าต้นบุญ กรงุ เทพฯ วนั พฤหสั ที่ ๑๔ – วันเสารท์ ่ี ๑๖ ก.พ. ๒๕๕๖ อบรมปฏิบัติธรรม ท่สี ถานธรรมฉตั รชนก สระบุรี วนั อาทิตย์ที่ ๑๗ ก.พ. ๒๕๕๖ รับนิมนตท์ ่ีบ้าน คณุ สด บางพลี วนั จันทรท์ ่ี ๒๕ – วันอังคารท่ี ๒๖ ก.พ. ๒๕๕๖ พธิ เี ทเศียรพระพทุ ธสหิ ิงคม์ งิ่ มงคลบรมบพิตร และทอดผา้ ป่า ณ วดั พระธาตศุ รจี ำปามหารัตนาราม จ.สกลนคร วันเสารท์ ่ี ๑๖ มี.ค. ๒๕๕๖ รับนมิ นต์ บา้ นคณุ เพ็ญ ทวี่ ชั รพล
247 วนั อาทิตยท์ ี่ ๑๗ – วันองั คารท่ี ๑๙ ม.ี ค. ๒๕๕๖ อบรมปฏิบตั ิธรรม บา้ นสาธุเจา้ ตน้ บญุ กรุงเทพฯ วันพธุ ท่ี ๒๐ – วันเสาร์ท่ี ๒๓ ม.ี ค. ๒๕๕๖ อบรมปฏบิ ตั ิธรรม ท่ีสถานธรรมฉตั รชนก สระบรุ ี วันศุกร์ท่ี ๕ – วนั อาทติ ยท์ ่ี ๗ เม.ย. ๒๕๕๖ งานพธิ ีหล่อบษุ บกพระสเิ นรรุ าช สถาปนาเสานาคาโพธสิ ตั ว์ พธิ สี กั การะครูบาอาจารย์ วนั พฤหสั บดที ่ี ๑๘ – วนั เสาร์ท่ี ๒๐ เม.ย. ๒๕๕๖ อบรมปฏบิ ตั ิธรรม ทีส่ ถานธรรมฉตั รชนก สระบรุ ี วันอาทิตย์ท่ี ๒๑ – วนั พธุ ที่ ๒๔ เม.ย. ๒๕๕๖ อบรมปฏบิ ตั ิธรรม บา้ นสาธุเจ้าต้นบญุ กรงุ เทพฯ วันพุธที่ ๑ พ.ค. ๒๕๕๖ กจิ กรรมวันแรงงาน วนั พฤหสั บดที ่ี ๒ – วันจนั ทร์ท่ี ๖ พ.ค. ๒๕๕๖ เดนิ ทางตามรอยพระธรรมฑตู ประเทศพม่า วนั องั คารท่ี ๗ พ.ค. ๒๕๕๖ แสดงธรรมทเี่ ดอะมอลล์ โคราช วันพฤหัสบดที ่ี ๑๖ – วนั เสารท์ ี่ ๑๘ พ.ค. ๒๕๕๖ อบรมปฏิบตั ธิ รรม ทสี่ ถานธรรมฉตั รชนก สระบุรี วันอาทิตย์ท่ี ๑๙ – วนั อังคารที่ ๒๑ พ.ค. ๒๕๕๖ อบรมปฏิบตั ิธรรม บ้านสาธุเจา้ ตน้ บุญ กรงุ เทพฯ วันศุกร์ท่ี ๒๔ – วนั อาทติ ย์ท่ี ๒๖ พ.ค. ๒๕๕๖ อบรมปฏบิ ตั ธิ รรม วันวิสาขบชู าท่วี ัดป่าทุง่ กุลาเฉลมิ ราช วนั อาทติ ย์ท่ี ๙ มิ.ย. ๒๕๕๖ งานท่วี ังนอ้ ยอยธุ ยา
248 วันจนั ทรท์ ่ี ๑๐ - วันพุธท่ี ๑๒ ม.ิ ย. ๒๕๕๖ อบรมปฏบิ ตั ธิ รรม ทส่ี ถานธรรมฉตั รชนก สระบุรี วันศกุ ร์ท่ี ๑๔ – วนั อาทิตย์ท่ี ๑๖ มิ.ย. ๒๕๕๖ ธดุ งค์ เวียงจันทน์ ประเทศสาธารณรฐั ประชาชนลาว วันจนั ทร์ที่ ๑๗ - วันพุธที่ ๑๙ ม.ิ ย. ๒๕๕๖ อบรมปฏบิ ตั ธิ รรม บ้านสาธุเจา้ ต้นบญุ กรงุ เทพฯ วันพุธท่ี ๓ ก.ค. ๒๕๕๖ แสดงธรรมที่ บ้านคุณยายสพุ ิณ คุม้ บัว นครราชสีมา วันเสารท์ ี่ ๑๓ – วนั จนั ทร์ที่ ๑๕ ก.ค. ๒๕๕๖ อบรมปฏบิ ตั ธิ รรม ที่สถานธรรมฉตั รชนก สระบรุ ี วนั องั คารท่ี ๑๖ –วนั พฤหัสบดที ่ี ๑๘ ก.ค. ๒๕๕๖ อบรมปฏิบัติธรรม บา้ นสาธุเจ้าตน้ บุญ กรงุ เทพฯ วันอาทิตย์ที่ ๒๑ – วันจันทรท์ ี่ ๒๒ ก.ค. ๒๕๕๖ สกั การะพระธาตพุ นม พระธาตเุ ชงิ ชมุ พระธาตุนารายณแ์ จงแวง วันจันทร์ที่ ๑๒ ส.ค. ๒๕๕๖ กิจกรรมวันแม่ วนั พธุ ท่ี ๑๔ – วนั ศกุ ร์ท่ี ๑๖ ส.ค. ๒๕๕๖ อบรมปฏิบตั ธิ รรม ทส่ี ถานธรรมฉตั รชนก สระบุรี วนั เสาร์ท่ี ๑๖ – วนั อาทิตยท์ ่ี ๑๘ ส.ค. ๒๕๕๖ อบรมปฏบิ ตั ิธรรม บา้ นสาธุเจา้ ต้นบญุ กรุงเทพฯ วนั พฤหัสบดีที่ ๒๒ – วันอาทิตยท์ ี่ ๒๕ ส.ค. ๒๕๕๖ หลวงปู่ตน้ บุญเขา้ นิโรธ (ออกบณิ ฑบาต วันท่ี ๒๕) วันเสารท์ ี่ ๗ – วนั องั คารที่ ๑๐ ก.ย. ๒๕๕๖ สอนปฏบิ ัตธิ รรม บ้านสาธุเจ้าตน้ บุญ กรุงเทพฯ
249 วันพธุ ท่ี ๑๑ – วันเสาร์ที่ ๑๔ ก.ย. ๒๕๕๖ อบรมปฏิบัตธิ รรม ท่ีสถานธรรมฉัตรชนก สระบรุ ี วนั พฤหัสบดที ี่ ๑๙ – วนั อาทติ ยท์ ี่ ๒๒ ก.ย. ๒๕๕๖ หลวงปเู่ ข้านิโรธ (ออกบิณฑบาต วันท่ี ๒๒) วนั พฤหสั บดที ี่ ๓ – วันเสาร์ท่ี ๕ ต.ค. ๒๕๕๖ อบรมปฏิบัตธิ รรม ทสี่ ถานธรรมฉตั รชนก สระบุรี วันอาทิตยท์ ี่ ๖ – วนั องั คารท่ี ๘ ต.ค. ๒๕๕๖ อบรมปฏบิ ัตธิ รรม บ้านสาธุเจ้าตน้ บญุ กรุงเทพฯ วันพุธที่ ๑๖ – วันเสารท์ ี่ ๑๙ ต.ค. ๒๕๕๖ หลวงปู่เขา้ นิโรธ (ออกบิณฑบาต วนั ท่ี ๑๙) วนั อาทติ ย์ที่ ๒๐ ต.ค. ๒๕๕๖ พิธที อดกฐนิ สามคั คี วันพฤหสั บดีท่ี ๗ – วนั เสารท์ ี่ ๙ พ.ย. ๒๕๕๖ อบรมปฏบิ ตั ิธรรม ท่ีสถานธรรมฉตั รชนก สระบรุ ี วนั อาทติ ย์ท่ี ๑๐ – วนั พฤหัสบดีท่ี ๑๔ พ.ย. ๒๕๕๖ อบรมปฏิบัตธิ รรม บา้ นสาธเุ จ้าตน้ บุญ กรงุ เทพฯ วนั ศกุ รท์ ี่ ๑๕ – วนั อาทติ ย์ที่ ๑๗ พ.ย. ๒๕๕๖ แสวงบุญท่ีประเทศกัมพชู า (เขมร) วันพฤหัสบดีท่ ี ๕ – วนั เสารท์ ี่ ๗ ธ.ค. ๒๕๕๖ งานบุญประทายข้าวเปลือก วันองั คารที่ ๑๐ – วันนศกุ ร์ที่ ๑๓ ธ.ค. ๒๕๕๖ อบรมปฏบิ ตั ิธรรม ที่สถานธรรมฉตั รชนก สระบุรี วันเสารท์ ี่ ๑๔ – วนั องั คารท่ี ๒๓ ธ.ค. ๒๕๕๖ อบรมปฏบิ ัติธรรม บ้านสาธุเจ้าต้นบุญ กรุงเทพฯ วนั ศุกร์ที่ ๓๑ ธ.ค. ๒๕๕๖ สวดมนตข์ ้ามปี
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308