Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore โลกอุดร_ภิกขุ

โลกอุดร_ภิกขุ

Published by akkarasubun, 2021-05-10 04:06:19

Description: โลกอุดร_ภิกขุ

Search

Read the Text Version

200 ​โดย​ไป​นมัสการ​สังเวชนีย​สถาน​ท้ัง ​๔ ​สถาน​ที่​ประสูติ ​ตรัสรู​ ปฐมเทศนา ​และ​ปรินิพพาน ​ดัง​พุทธวจนะ​ที่​พระพุทธเจา​ตรัส​กับ​ พระ​อานนท​วา ​ ​“​ดูกอน​อานนท ​ชน​เหลา​ใดเ​ที่ยว​จาริก​ไปยัง​เจดีย ​๔ ​สถาน​ที่​ เหลา​นั้น​แลว​มี​จิต​เล่ือม​ใส ​ชน​เหลา​น้ัน​ท้ังหมด​เบื้องหนา​แต​ตาย​ เพราะ​กายแ​ ตก ​จกั ​ไป​ถึง​สคุ ติ​โลก​สวรรค”​​ ​โดย​มี​แผนการ​เดินทาง.​.​.​ตาม​วิถี​แหง​พุทธะ ​ในประเทศ​อินเดีย​ และ​เนปาล ด​ ังนี้ ล​ มุ พนิ .ี .​.​สถานท​ ป​ี่ ระสตู ข​ิ องพ​ ระส​ ท​ิ ธตั ถะ​ ราชก​ มุ าร จ​ ดุ แ​ รกข​ อง​ การ​กำเนดิ ​ผ​ทู ่​ปี ระเสริฐ​ท่ีสดุ ​ใน​โลก ​พุทธค​ยา.​.​.​ดิน​แดน​ศักดิ์สิทธ์ิ​ สะดือ​โลก ​จุดกำเนิด​องค​ สมเดจ็ พระ​สัมมาสมั ​พทุ ธเจา

201 ​สาร​นาถ..​.ด​ นิ ​แดน​กำเนดิ ​พระสงฆ​องคแ​ รกใ​น​พทุ ธศาสนา จ​ ดุ ​ ปฐมเทศนาค​ รงั้ ​แรก​ของ​ชาวพทุ ธ ร​ าชค​ ฤห. .​.​ดนิ แ​ ดนแ​ หง ก​ ารก​ ำเนดิ พ​ ระส​ ตู ร ท​ ป่ี ระชมุ ส​ งั คายนา​ เกดิ ว​ ดั ​แหง ​แรกใ​น​พุทธศาสนา ส​ าวตั ถ.ี .​.เ​มอื งแ​ หง ม​ หาอ​ บุ าสก อ​ บุ าสกิ า ส​ ถานทท​่ี พ​ี่ ระพทุ ธเจา ​ จำพรรษา​นานท​ ส่ี ดุ ไ​วส​ าล.ี .​.​เ​มืองหลวงข​ องอ​ าณาจกั ร​วชั ช​ ี เ​มอื งแ​ หง ก​ ารป​ ลงอ​ ายุ​ สงั ขาร​ของอ​ งคพ​ ระส​ มั มาสัม​พทุ ธเจา ก​ ส​ุ น​ิ ารา..​.​นครแ​ หง ม​ หาป​ รนิ พิ พาน ท​ ถ​ี่ วายพระเพลงิ พ​ ระพทุ ธ​ สรีระ ท​ ี่แ​ จก​พระบรมสารีริกธาตุ ​ ​วันเสารท​ ี่ ​พ​๒๔ุทพ​ธฤคศ​ยจิกาายน ๒​ ๕๕๕ ​ ​คณะ​ของ​เรา​ออก​เดินทาง​แตเชา ​โดย​การ​เดินทาง​ครั้งน้ี​มี​ ฆร​าวาสร​ว มเ​ดนิ ทาง ๕​ ๐ ค​ น พ​ ระสงฆ ๕​ ร​ปู แ​ มช ี ๒​ ร​ปู ​ข​ นึ้ เ​ครอื่ ง​ ท่ี​สนามบนิ ส​ วุ รรณภมู ิ เ​พ่อื ​ไปล​ งท​ ​ีพ่ ทุ ธคย​ า เ​ม่ือ​หลวง​ปต​ู น ​บญุ ​และค​ ณะม​ าถ​ งึ ​พุทธค​ยา ต​ อนบา ยห​ ลังจาก​ แวะร​บั ประทานอ​ าหาร พระธรรมว​ ทิ ยากรกพ​็ าเ​ขา ไปบ​ รเิ วณท​ างเขา ​ ทุกคน​ตอง​ถอด​รองเทา ฝ​ ากไวก อน​เขาป​ ระตู​ไปด​ านใ​น ​ พอ​เขาไป​ถึง ​ก็​จะ​เห็น​พระ​มหา​เจดีย​พุทธค​ยางดงาม​และ​สงา​ อยู​ตรงหนา ​มี​คน​มากมาย​ตอคิว​กัน​เขาไป​กราบ​สักการะ​พระพุทธ​ เมตตา ท​ ง​่ี ามม​ าก ม​ ค​ี วามรสู กึ วา ทา นเ​มตตามากจ​ รงิ ๆ​พ​ ระพทุ ธรปู ​

202 องค​น้ี​เปน​ท่ี​นับ​ถือวา​ศักดิ์สิทธิ์​ ยิ่ง​ ท้ัง​ชาวพุทธ​และ​ฮินดู ​ใคร​ ได​มา​อธิษฐาน​จิต​ขอ​พร​สิ่ง​ใด​ มัก​จะ​ได​สม​ความ​ปรารถนา ซึ่ง​ ประดิษฐานภาย​ใน​พระ​มหา​เจดีย​ พทุ ธค​ยา ​โดย​พระ​มหา​เจดีย​พทุ ธ​ ค​ยา​น้ี ​สราง​อยใู​กลก​ บั ​ตน โ​พธิ์ ​​​​​ ​พระธรรม​วิทยากร พา​คณะ​ ชมรั​ตนฆร​เจดีย ​ลาน​จงกรม​รูป​ ดอกบวั ต​ น ม​ จุ ลนิ ท ​โดยร​อบพ​ ระ​ มหา​เจดีย​พุทธค​ยา ท​ ำ​ใหเ​ห็นค​ น​ ไมวา​เช้ือชาติ​ใด ​แขก ​จีน ​ธิเบต​ ไทย ​ลาว ​พมา ​ตาง​ก็​สวดมนต​ โดยไ​มส นใ​จ​กนั เ​สยี งก​ ​็ดงั ต​ า ง​คน​ ตาง​สวด ​ตาง​ภาษา แต​ทุกคน​มี​ จิต​ใจเดียว​กนั ​คือ​นอ ม​ระลกึ ​ถึง​องคพ​ ระ​สัมมาสมั พ​ ุทธเจา ​ จาก​นน้ั ​ก​ร็ วมก​ นั ​ถวายผ​ า หม ​ณ ​ตน ​พระศ​ ร​มี หา​โพธ์ิ ​เดิน​เวียน เทียน​รอบ​พระ​มหา​เจดียฯ ​แลว​เดนิ ทาง​กลับโ​รงแ​ รม ​ ​คืน​นั้น ​มี​หลาย​ทาน​ได​ไป​น่ัง​สมาธิ​ภาวนา​ที่​ใต​ตน​พระ​ศรี​มหา​ โพธ์ิ​แบบ​ขามคืน​จน​ถึง​ยาม​รุงอรุณ ​ขอ​อนุโมทนา​บุญ​กับ​ทุกทาน​ที่​ ไดบ​ ำเพญ็ ​ภาวนาใ​นค​ ่ำคืนน​ น้ั ​

203 ​วันอาทิตยท​ ี่ ​๒๕ ​พฤศจิกายน ​๒๕๕๕ พุทธค​ยา ชวง​เชา ​พอ​มี​เวลา ​ทาง​คณะ​ได​มี​โอกาส​มา​สักการะพระ​มหา​ เจดยี พ​ ทุ ธคย​ าอ​ กี ครงั้ ค​ ราวนพ​ี้ อม​ ท​ี ว่ี า งด​ า นข​ า งต​ น พ​ ระศ​ รม​ี หาโ​พธิ์​ หลวงป​ พ​ู าส​ วดมนตเ ปน พ​ ทุ ธบชู า ส​ รรเสรญิ พ​ ระพทุ ธคณุ ธ​ รรมคณุ ​ สังฆ​คุณ ​โดย​ได​มุม​หน่ึง​ดานซายของตน​พระ​ศรี​มหา​โพธ์ิ ​(​สถาน​ท่ี​ ตรัสร​ูของ​พระพุทธองค ค​ นโ​บราณ​เช่ือก​ ันว​ า ส​ ถานท​ ่นี ​ี้เปนแ​ ผนดิน​ ศกั ดส์ิ ทิ ธท​ิ์ สี่ ดุ ใ​นโ​ลก เ​พราะเ​ปน ท​ ซ​่ี งึ่ พ​ ระพทุ ธเจา ท​ กุ พ​ ระองคจ​ ะม​ า​ ทรง​ตรัสรู)​​ ​แลว​เร่ือง​มหัศจรรย​ก็​เกิดข้ึน ​ขณะ​ท่ี​กำลัง​สวดมนต​กัน​อยู​น้ัน​ พระบรมสารีรกิ ธาตหุ​ ลาย​องค​เสดจ็ ​มาบน​พ้ืนด​ านหนาข​ องหลวงป​ ู​ ตน บ​ ญุ พ​ ระน​ พิ นธ (​ค​ รบู าน​ ก)​​ท​ า นก​ เ​็ หน็ กบั ตา ท​ ำใ​หท​ กุ คนต​ นื่ เตน ​ และ​ปต กิ​ ันใหญ​ จาก​นั้น​ก็​ไป​แวะ​ชม​วัด​นานา ชาติ ​อัน​ได​แก ว​ ัดภ​ ฏู าน ว​ ัด​ทเิ บต​ และ​ท่ี​ขาด​ไมได​ก็​คือวัด​ญ่ีปุน ​ที่​ มี​พระพุทธรูป​ศิลา​สไตล​ญ่ีปุน​ องค​ใหญมาก ​รายลอม​ดวย​พระ​ อรหันต​สาวก ​๑๐ ​อันดับ ​ซึ่ง​คุณ​ เชดิ ว​ ฒุ ิ ต​ ากลอ งป​ ระจำตวั ห​ ลวงป​ ​ู ตน​บุญ​ได​ชวย​ถายรูป​ให​กับ​หลาย​ ทา นท​ มี่ าท​ รปิ น​ ี้ ท​ ำใ​หห​ นงั สอื เ​ลม ​ น้ี ม​ ​ีภาพส​ วยๆ​ม​ าใ​ห​ชมก​ นั ​​

204 ​บางทาน​แวะ​ชอป​ปง​กอน​ข้ึน​รถ​กลับ​โรง​แรม​เพ่ือ​รับประทาน​ อาหาร เ​สร็จแ​ ลว กไ​็ ดเวลา​เดนิ ทาง​ตอ ​ไปยงั ​เมืองร​าชค​ ฤห ​ ​วันจันทร​ที่ ๒​ ๖ พ​ ฤศจิกายน ๒​ ๕๕๕ ที่ราชค​ ฤห เ​ขาคิชฌกูฏ และมหาวิทยาลัยน​ าลัน​ทา ราชค​ ฤห เ​ปน เ​มอื ง ๑​ ใ​น ๔​ ข​ องเ​มอื งมหาอำนาจแ​ หง ชมพทู วปี ​ เปน ​เมือง​ท่​ีพระพุทธเจา​เลือก​ใชเ​ปน​ท่​ปี ระดษิ ฐาน​พระพุทธศาสนา​ เปน​เมอื ง​ท​่มี ปี​ ระวัตเ​ิ กย่ี วกับพ​ ระพุทธศาสนา​มาก​ท่ีสดุ ​ทุกคน​ต่ืน​แตเชา ​พระธรรม​วิทยากร​พา​เรา​ไป​ข้ึน​เขา​คิชฌกูฏ​ สวนมาก​จะ​เดิน​ขึ้น​เขา​กัน​ไป ​ยกเวน​บรรดา​แมๆ​ ​เชน ​แม​บุษบา​ ​แมว​ ไิ ล​ท่นี ง่ั ​เสลยี่ ง ร​วมท​ ้ังห​ ลวง​ปูต​ นบ​ ุญด​ ว ย ​ ท​ างเดนิ ข​ นึ้ เ​ขาค​ ชิ ฌกฏู คอ นขา งล​ าดชนั พ​ อประมาณ ร​ะยะทาง​ โดย​รวม​ประมาณ ๗​ ๕๐ เ​มตร ใ​ชเ วลา​ประมาณ ​๒๐ ​นาที ​พอ​ไป​ ถงึ ​ขางบนย​ อดเขา เ​พอ่ื ​สกั การะคันธกฎุ ี หลวง​ปู​ไดพ​ าค​ ณะล​ กู ศษิ ย​ สวดมนต ​เพื่อ​สักการะและ​ทำสมาธิ​ภาวนา ณ กุฏิ​พระพุทธองค​ จาก​น้ันก​ ็​เดินก​ ลับ​ลงมา พ​ อม​ า​ถึง​ถำ้ ​สกุ ร​ขาต​ า​ท่​พี ระสาร​​ีบุตรบ​ รรลุ​ พระอรหนั ต ห​ ลวงป​ ก​ู ลา วนำใ​หท​ กุ คนก​ ราบน​ มสั การพ​ รอ มกบั น​ อ ม​ ระลึก​วา​กำลัง​กราบ​พระพุทธเจา ​ที่​พระองค​ประทับ​อยู​เบ้ืองหนา​ พวกเรา พ​ รอ มดวย​พระสา​ร​บี ตุ ร ​​ ดวย​บุญกุศล​บารมี​ของหลวง​ปู ​และ​สถาน​ที่​อัน​ศักด์ิสิทธิ์ ​ทำ​ ให​ทกุ คน​เกดิ ​ปติ น​ ้ำตาไหลก​ นั เ​กือบ​ทุกคน ​เมอ่ื ​ออกจาก​ถำ้ ​ทกุ คน​

205 ตาง​แยกยาย​กัน​เดิน​ลง​จาก​เขา​ บางทาน​ก็​แวะ​กราบสักการะ​ถํา​ พระม​ หาโ​มคคลั ล​ าน​ ะ แ​ ละก​ ฏุ พ​ิ ระ​ อานนท พ​ รอ มช​ มจ​ ดุ ท​ พ​ี่ ระเ​ทวทตั ​ กลิ้ง​หิน​ลงมา​ใส​พระพุทธองค​จน​ หอ พระโ​ลหติ ช​ มท​ วิ ทศั นข​ องเ​มอื ง​ ราชค​ ฤหจ​ ากม​ มุ​ สูง ​​ ​เดินทาง​สู​นาลัน​ทา​ซึ่ง​เปน​ เมือง​ที่​หาง​จาก​นคร​ราช​คฤห​ ประมาณ ​๑๖ ก​ โิ ลเมตร ​และเ​ปน ​ ​ถ่ินกำเนิด​ของ​พระสา​รี​บุตร ​กับ​ พระ​มหา​โมคคลั ​ลา​นะ ​ ​พอ​ไป​ถึง​รถ​บัส​จอด​เรียบรอย​ พวกเรา​ได​เปลี่ยน​บรรยากาศ​มา​ ​น่ัง​รถมา ​(​รถมา​คัน​หนึ่ง ​นั่งได​ ประมาณ ​๓ ​หรือ ​๔ ​คน)​​เขาสู​ วิหารห​ ลวงพอ​องค​ด ำ (​​ปาง​น่งั ส​ มาธิขนาด​ใหญพ​ อสมควร ​ไมได​ต ง้ั ​ อยู​บน​ฐาน​สูง)​ ​ที่​ชาวไทย​และ​ชาวพุทธ​ทั้งหลาย​เล่ือม​ใส​ใน​ความ​ ศักด์สิ ทิ ธ์ิ ส​ รา งจ​ ากห​ ินด​ ำ ป​ ระดษิ ฐานอ​ ย​หู ลัง​มหาวิทยาลัย​นาลนั ​ ทา เ​ลา ขานก​ นั ว​ า ศ​ กั ดสิ์ ทิ ธม​ิ์ าก ท​ างการอนิ เดยี เ​คยพ​ ยายามจ​ ะย​ า ย​ ไปร​กั ษาไ​วท​ พ​่ี พิ ธิ ภณั ฑ​ แตท​ กุ ครง้ั ท​ ด​ี่ ำเนนิ การม​ กั จ​ ะเ​กดิ เหตอ​ุ าเพศ​ เสมอ…​ ขณะ​รถมา ว​ ่งิ ​ไป ก​ ็จ​ ะ​มเี​ดก็ ๆ​ต​ วั ด​ ำๆ​​วงิ่ ​เกาะร​ถมา ​แลว ​พูดวา ​

206 มหาราชา ​มหาร​านี ด​ ว ยแ​ ววตา​วิงวอนขอเ​ศษเ​งิน ​​ ห​ ลงั จากร​อร​ถมา พ​ าค​ นม​ าจ​ นค​ รบ ​ต​ า งค​ นก​ ร​็ บี ป​ ผ​ู า ร​องน​ ง่ั ห​ ยบิ ​ หนังสือส​ วดมนตม​ า​เตรียมตวั ส​ วดมนต​ก นั ​อยา ง​รห​ู นาท​ ี่ ​​​ ​จาก​นั้น​ เดินทาง​ดวย​รถมา​สู​มหาวิทยาลัย​นาลัน​ทา ​ซาก​ มหาวิทยาลัย​ท่ี​รุงเรือง​โดงดัง​ท่ีสุด​ใน​โลก ​เปน​มหาวิทยาลัย​สงฆ​ที่​ ยิง่ ​ใหญ​เกรียงไกร​ในอดีต​ของ​พระพุทธศาสนา ซ​ ึ่ง​ไดถ​ กู ท​ ำลายโ​ดย​ ชาว​เติรก​มุสลิม ​และ​ยัง​ฆา​คณาจารย​และนักศึกษา​ท่ี​เปน​พระภิกษุ​ จำนวน​หม่ืนจน​หมดสิ้น ​แถม​ยัง​เผา​อาคาร​ทั้งหมด​เหลือ​ไว​แต​ซาก​ ปรักหักพัง​ปรากฏ​เปน​รูป​ฐาน​และ​ผนัง​ของ​อาคาร​ยาวเหยียด​ใน​ อาณาบริเวณอนั ก​ วางใหญ ​ทาง​คณะ​ได​สวดมนต​แผเมตตา​ให​กับ​พระภิกษุ​ทั้งหลาย​ที่​ได​ เสยี ชีวิต​ที่นดี่ วย​

207 ที่​แหง​น้ี​ยังเปน​บานเกิด​และ​นิพพาน​ของ​พระ​โมคคัล​ลานะ​ พระ​อัคร​สาวก​เบื้อง​ซาย ​พระสา​รี​บุตร ​พระ​อัคร​สาวก​เบื้อง​ขวา​ ผ​ซู ึ่ง​เปน เลิศ​ทีส่​ ุดทางด​ านป​ ญ ญา ​ที่นี่​ยงั มพี​ ระ​สถูปเจดีย​ท ี่บ​ รรจุอ​ ฐั ิ​ ธาตุ​ของ​พระสา​รบ​ี ตุ รป​ รากฏอ​ ยู เ​ดนิ ทาง​จาก​นน้ั ม​ งุ หนาส​ วู​ ัดเ​วฬวุ ัน​หรอื มหา​วหิ ารเ​วฬุวัน ท​ ​ซี่ ่งึ ​ เปนตน​กำเนิด​ของวัด​แหง​แรก​ใน​พุทธศาสนา ​ซึ่ง​พระเจา​พิมพิ​สาร​ ทรง​ยก​พระ​ราช​อุทยาน​สวน​ไมไผถวาย​เปน​ที่ประทับ​แหง​แรก​แด​ พระพุทธเจาแ​ ละสาวก เ​ปนท​ ีช่​ ุมนมุ พ​ ระส​ าวกอ​ รหันต ​๑,๒​ ๕๐ ร​ปู ​ ในว​ นั เพญ็ แ​ หง เ​ดอื นม​ าฆะ ท​ เ​ี่ รยี กก​ ารป​ ระชมุ น​ ว​ี้ า จ​ าตรุ งคสนั นบิ าต​ มูลเหตุ​แหง​พิธี​มาฆบูชา ​ใน​ปจจุบัน​ยัง​ปรากฏ​เปน​อุทยาน​ประวัติ​ ศาสตร​แหง ห​ นึ่งข​ อง​อินเดยี ท​ ำสมาธ​ิภาวนา.​..​​​ ​ชมชว​ี กมั พว​ นั ​ของห​ มอช​ วี​ กโกม​ าร​ภัจจ ​เปนซ​ าก​อารามท​ ่ี​หมอ​ ชี​วกโก​มารภัจ​จ​ยก​สวน​มะมวง​ถวาย ​ใน​คราว​ที่​พระ​เทวทัต​ประทุษ รา ยพ​ ระองค โ​ดยก​ ลงิ้ ห​ นิ ล​ งใ​สพ​ ระพทุ ธองค ท​ ำใ​หส​ ะเกด็ ห​ นิ ก​ ระเดน็ ​ ถกู ​พระบาท​ของ​พระพทุ ธองค​จนหอพ​ ระ​โลหิต ​​ จาก​น้นั ​เดินทาง​กลับร​าช​คฤห ว​ ันอังคารท​ ี่ ​๒๗ ​พฤศจิกายน ๒​ ๕๕๕ ​ราช​คฤห ไ​วส​ าลี ​กุส​ ิน​ ารา ​ ยามเ​ชา ​เดนิ ทางส​ ูเ​มืองเว​สาลี เ​มอื งหลวงข​ องอ​ าณาจกั รว​ ัชช​ ี ​ หนึ่ง​ใน ๑​ ๖ แ​ ควน ข​ อง​ชมพูทวปี ส​ มัยโบราณ ​เมอื ง​น​ม้ี ชี อ่ื ​หลายช​ ่อื ​ คอื ไพ​สาลี ​ไ​วส​ าลี ​

208 พ​ ระธรรมว​ ทิ ยากร ไ​ดพ​ าแ​ วะท​ ำบญุ ท​ ว่ี ดั ไ​ทยไ​วส​ าลี เ​จา อาวาส​ และ​พระ​เณร​จำนวน​ประมาณ​ทั้งหมด ​๑๗ ​รูป​ได​ออกมา​รับ​ผาปา​ พรอม​ทั้ง​สวดมนตบ​ทองคุ​ลิมาล ​ทำนอง​พระ​อินเดีย​สวด ​ไพเราะ​ มาก จ​ นท​ ำ​ใหห​ ลาย​คน​ฟง​แลว​เกิดป​ ติ ​นำ้ ตา​ซมึ ก​ ันทเี ดยี ว​ จากน้ัน​ได​ขาม​แมน้ำคงคา​ บน​สะพานมหาตมะ ​คาน​ธีเสต​ ซงึ่ เปน ส​ ะพานท​ ย​่ี าวท​ สี่ ดุ ใ​นอ​ นิ เดยี ส​ กู ส​ุ น​ิ ารา ด​ นิ แ​ ดนแ​ หง เ​รอ่ื งราว​ เกี่ยวกับพุทธ​ปรินิพพาน ​มหานคร​แหง​แควน​มัลละ ​ยอนรอย​ที่​ พระพทุ ธองคเ​ สดจ็ จ​ ารกิ ด​ ว ยพ​ ระบาทเ​ปลา จ​ ากเวส​ าลมี าท​ ก่ี ส​ุ น​ิ ารา​ พระองคใ​ ชเ วลาถ​ งึ ๙​ ๐ วนั เ​ปน เ​สน ทางท​ พ​่ี ระพทุ ธเจา ไ​ดเ​ สดจ็ ผ​ า น​ เปน ค​ รง้ั ส​ ดุ ทา ยก​ อ นป​ รนิ พิ พาน พ​ ระพทุ ธองคม​ าป​ ระทบั จ​ ำพรรษา​ หลายครง้ั ​และจ​ ำพรรษาเ​ปน ​พรรษาส​ ุดทา ยท​ ี่น่ี ​ ​และ​เปน​ท่ี​ทรง​ประทาน​อนุญาต​การ​บวช​ภิกษุณี​สงฆ​ครั้ง​แรก​

209 ในโ​ลก ​เมืองน​ เ้ี​ปน ศ​ นู ยกลาง​การ​ เผย​แพร​พุทธศาสนา​ท่ี​สำคัญ​ แหง​หน่ึง ​และ​เปนตน​กำเนิด​ของ​ การ​ทำ​น้ำมนต​ใน​พุทธศาสนา​ เน่อื งจาก​ไดเ​กดิ ​ทุพิกขภ​ ัย​ราย​แรง​ ทั่วเมือง​ไว​สาลี​มี​คน​ตาย​มากมาย​ กษัตริยลิจ​ฉวี​จึง​ได​นิมนต​ให​ พระพุทธเจา​ได​มา​โปรด​ชาวเมือง​ พระพทุ ธเจา จ​ งึ น​ ำเ​หลา ภ​ กิ ษุ ๕​ ๐๐​ รูป ​เดนิ ทาง​ไป​โปรดท​ เี่​มืองเว​สาล​ี และ​โปรด​ให​พระ​อานนท​ทำ​น้ำ​ พระพุทธมนต​ประพรม​ใหช​ าวเมอื งลิจ​ฉวจ​ี นทว่ั เมอื ง ​ได​ไปชม​และ​ศึกษา​บริเวณ​เมือง​ไว​สาลี-​ซาก​พระ​ราช​วัง​ของ​เจา​ ลจิ ฉ​ วใ​ี นอดตี ส​ ระโ​บกขรณม​ี งคลท​ ใ​ี่ ชพ​ ระร​าชพธิ ม​ี รุ ธาภเิ ษก ก​ ฏู าคาร​ ศาลาวัด​ปา​มหา​วัน ​อาราม​ที่​กษัตริยลิจ​ฉวี​สราง​ถวาย​พระ​สัมมา​ สัม​พุทธเจา ​ตั้ง​อยู​ใน​ปา​มหา​วัน​ทางเหนือ​ของ​อาณาจักร​วัช​ชี​ใน​ ปา ห​ มิ าลยั แ​ ละพ​ ระพทุ ธองคท​ รงป​ ระทบั อ​ ยใ​ู นพ​ รรษาท​ ี่ ๕​ ป​ จ จบุ นั ​ เหลือ​เพียง​ซาก​โบราณสถาน​ที่​ประกอบ​ไป​ดวย​สังฆา​ราม ​หองพัก​ หอ งประชมุ ชาวค​ ณะท​ กุ ค​ นต​ า งเ​ดนิ ช​ มแ​ ละถ​ า ยรปู ก​ บั เสาอ​ โศกท​ ม​่ี ร​ี ปู ส​ งิ หท​ ​ี่ สมบรู ณท​ สี่ ดุ แ​ ละง​ดงามท​ สี่ ดุ ข​ องอ​ นิ เดยี อ​ ยใ​ู นล​ กั ษณะน​ งั่ ห​ นั หนา ​ ไปทาง​ทิศตะวันออก ​และ​ที่น่ี​ยังเปน​ที่​ท่ี​พระพุทธเจา​ประทาน​การ​ บวช​ภิกษุณี​ให​พระนางป​ชาบ​ดี​โคต​มี​และ​ศากิ​ยานี​บริวาร ​และยัง​มี​

210 วาลิกา​ราม​ส​ ถานท​ ​ีท่ ำส​ งั คายนาค​ ร้ัง​ที่ ​๒ ​ฯลฯ ​พอ​ทาน​ขาว​กลางวัน​เสร็จ ​ก็​เดินทาง​สู​เมืองกุ​สิ​นารา ​สถาน​ท่ี​ เสด็จ​ดับ​ขันธ​ปรินิพพาน​ของ​พระ​สัมมาสัม​พุทธเจา ​ระยะทาง​ ประมาณ ๒​ ๗๐ ​กิโลเมตร ใ​ชเวลาเ​ดินทาง​ประมาณ ๕ ​ช่วั โมง ใ​น​ ระหวา ง​เดินทาง ท​ ุกคน​กพ็​ อ​จะค​ าดเดาไ​ด​วา ระหวางทาง​นน้ั ​รถ​จะ​ ตอง​จอด​เพอ่ื ใ​ห​พ วกเรา​ได​แ วะช​ ม​ววิ ​ขา งทางเ​พ่ือป​ ลดปลอ ย​ทุกข ​ ​วันพุธ​ที่ ​๒๘ ​พฤศจิกายน ๕​ ๕ กุส​ ิน​ ารา ​ ​เชา​วันนี้ ​ทุกคน​จะ​ได​ถวาย​ผาหม​พระ​พระพุทธไสยาสน​ปาง​ ปรนิ ิพพาน ท​ ่ีสาลว​ โนทยาน สาลว​ โนทยานน​ เ​้ี ดมิ เ​ปน อ​ ทุ ยานข​ องม​ ลั กษตั รยิ  มหาป​ รนิ พิ พาน​ สถูป ​สถาน​ท่ี​พระพุทธเจา​เสด็จ​ดับขันธ​ปรินิพพาน ณ ​ใต​ตน​รัง​คู​

211 เปน​สถาน​ที่รองรับ​หมู​พระอรหันต​ครั้ง​ใหญ​ที่​สุด ​เปน​พุทธสถาน​ที่​ พระพทุ ธองคป​ ระทานก​ ารบ​ วชใ​หส​ าวกอ​ งคส​ ดุ ทา ย เ​ปน ท​ ท​่ี รงแ​ สดง​ พระธรรมเ​ทศนาป​ จ ฉมิ โ​อวาทค​ อื “​ท​ า นท​ งั้ หลายจ​ งอ​ ยโ​ู ดยค​ วามไ​ม​ ประมาทเ​ถดิ ”​​ ​คณะ​ไดเ ตรียมผ​ าห​ มมาถวาย โ​ดยทุกคนไ​ดร​ว ม​กนั จบั ​ผา​สีทอง​ เพ่ือ​นอมถวาย​ใน​การ​หม​องค​พระพุทธไสยาสน​เปน​แถว​ยาว​ตลอด​ โดยม​ ห​ี ลวงป​ น​ู ำส​ วดมนตอ ต​ิ ป​ิ โ ส จ​ นถ​ งึ ม​ หาส​ งั ฆาร​ามอ​ นสุ รณส ถาน​ ดนิ แ​ ดนพ​ ทุ ธป​ รนิ พิ พาน ม​ ล​ี กั ษณะเ​ปน ท​ รงบ​ าตรค​ วำ่ ส​ งู ใ​หญ​ มฉ​ี ตั ร​ ๓ ช​ นั้ ต​ อนบ​ นสดุ ไ​ดพ​ งั ล​ งมาเ​มอื่ ป​ ลายป ๒​ ๕๐๖ ป​ จ จบุ นั เ​หน็ เ​พยี ง​ ครงึ่ ทอ น ​ ​จาก​นั้น​เขาสู ​พุทธ​วิหาร​ปรินิพพาน ​สถาน​ที่​ประดิษฐาน​พระ พุทธไสยาสนป​ าง​ปรินพิ พาน ​ขนาดค​ วาม​ยาว ๒๓ ฟุต ๙​ นิว้ อ​ งค​ ทา น​งดงามส​ มสว น ​ดวง​ตาหรี​ล่ งเ​กอื บ​หลับสนทิ ส​ ีหนา ​แสดงค​ วาม​

212 หมดกงั วล ช​ าวพทุ ธท​ ไ​่ี ดม​ โ​ี อกาสเ​ขา ไปก​ ราบไหวด​ งั ราวกบั วา ไ​ดม​ า​ นมัสการ​พระ​บรม​ศพ​ของ​พระศาสดา​จริงๆ​ ​และ​ทำ​ให​หวนนึก​ถึง​ ความ​เปน ​อนจิ จงั ท​ กุ ​ขงั ​อนตั ตา เ​พราะแมแ​ ตพ​ ระพทุ ธองคย​ ัง​ตอง​ จากไป เ​ราจ​ งึ ค​ วรด​ ำรงชวี ติ อ​ ยด​ู ว ยค​ วามไ​มป​ ระมาทต​ ามพ​ ระป​ จ ฉมิ ​ โอวาท​ของพ​ ระพุทธองค ​ หลวง​ปู​ตน​บุญ​นำ​สวดมนต​และ​กลาว​คำ​อธิษฐาน​ถวาย​ผา​ทุก​ ผืน​ท่ี​นำมา​เรียบรอย​แลว ​ก็​พา​กัน​ออกมา​ดานนอก ​ดานหลัง​ของ​ สถูป ​ทุกคน​รู​หนา​ท่ี​คือ​ปู​ผา​รอง​นั่ง​แลว​หยิบ​หนังสือ​สวดมนต​มา​ เตรียมไว ​หลวง​ปู​ได​พา​สวดมนต ​และ​ได​มี​การ​สวด​ขอ​อโหสิกรรม​ ดว ย​ซึ่ง​คอ นขางย​ าว​​เสรจ็ ​แลว​ตาง​คน​กแ​็ ยกยา ยไป​เวียนเทียนร​อบ​ พระ​สถปู เ​พื่อเ​ปนพ​ ุทธบชู า (โ​ชคดีท​ ีน่ ี​ม่ ​หี อ งนำ้ ไ​ว​บรกิ ารด​ ว ย)​ ​จาก​น้ัน​ได​ไป​สักการะมกุฏพันธน​เจดีย ​สถาน​ท่ี​ถวายพระเพลิง​ พระ​สรีระ​ของพระพทุ ธเจา ซ​ ง่ึ ป​ จจบุ ันเ​ปน​ซาก​เจดีย​ทรงกลม ​และ​ พราหมณ​เจดีย ​ซ่ึง​เปน​สถาน​ท่ี​แจก​พระบรมสารีริกธาตุ​ของ​เหลา​ ​มัลกษัตริย​เพื่อ​นำไป​ประดิษฐาน​ใน​ท่ี​ตางๆ ​หลังจาก​เสร็จ​พิธี​

213 ถวายพระเพลงิ พ​ ระส​ รรี ะข​ องพ​ ระพทุ ธองค พ​ วกเ​รารว มก​ นั ส​ วดมนต​ และปฏบิ ัติบชู า ​เสร็จ​จาก​รับประทาน​อาหาร​กลางวัน ​ก็​ออก​เดินทาง​สู​เนปาล​ ระยะทาง​ประมาณ ​๑๖๐ ​กิโลเมตร ​(​ใชเวลา​เดินทาง​ประมาณ ​๔​ ช่ัวโมง)​​เดินทาง​ถึง​ท่ีพัก​ระหวางทาง ​แวะ​พัก​วัด​ไทยนว​ราช​รัตนา​ ราม ๙​ ๖๐ พ​ วกเราไ​ดแ​ วะด​ มื่ น​ ำ้ ชา ก​ าแ​ ฟ เ​สริ ฟ พ​ รอ มโ​รตี ซ​ งึ่ เ​ปน ว​ นั ​ ทท​ี่ กุ คนไ​ดท​ านโ​รตก​ี รอบๆ​แ​ สนอ​ รอ ย ถ​ กู ปากค​ นไ​ทย แ​ ละชอ​ ปป​ ง ​ ของ​ที่ระลึกข​ อง​อินเดีย ​เชน ผ​ ลติ ภัณฑห ​มิ าลาย​ า พ​ ระพุทธรปู B​ A​ ​ BY​ ​B​ U​ D​ D​ H​ A​ ​ป​ างป​ ระสตู ิ แ​ ละท​ ำภ​ ารกจิ ส​ ว นตวั เ​ดนิ ท​ างผา นด​ า น​ โสเนาร​ี เ​พอื่ ข​ า มแ​ ดนเ​ขา ป​ ระเทศเ​นปาล ซ​ ง่ึ เ​ปน เวลาด​ กึ พ​ อสมควร​ จึง​เขา​พัก​ท่ีโรง​แรม ​K​A​S​A​I​​ซึ่ง​เปน​โรง​แรม​ของ​ชาวญี่ปุน ​หองพัก​ กวา งขวาง​ทำ​ให​นอนห​ อ งล​ ะ ๓​ ค​ น ​อบอนุ ด​ ี ​ ว​ ันพฤหัสบดีท​ ี่ ๒​ ๙ พ​ ฤศจิกายน ๕​ ๕ ​กุส​ ิ​นารา ​-​​ลุมพินี ​​​​​​​​​​​​​​​​ ร​งุ เชา พ​ ระธรรมว​ ทิ ยากร​นำค​ ณะ​เดนิ ทางส​ ูก​ รุง​กบิล​พัสดุ เ​มอื ง​ แหง​ศากยวงศ ​มี​พระเจา​สุทโธท​นะ​เปน​กษัตริย​ปกครอง​บานเมือง​ ปจ จุบัน​ม​สี ภาพเ​ปน โ​บราณสถาน ม​ ซี​ าก​ประตูเมอื ง​ฝง ​ทิศตะวันตก​ ท่ี​พระ​มหาบุรุษ​เสด็จ​ประพาส​เมือง​พบ​เทวทูต ​๔ ​ซาก​ปราสาท ​๓​ ฤดู ซ​ ากป​ ระตเู มอื งฝ​ ง ท​ ศิ ต​ ะวนั ออกท​ พ​่ี ระม​ หาบรุ ษุ เ​สดจ็ อ​ อกผ​ นวช​ แลว จงึ เ​ดนิ ทางไ​ปว​ ดั น​ โิ ครธาร​าม ท​ เ​่ี จา ศ​ ากยวงศแ​ ละโ​กลยิ ว​ งศส​ รา ง​ ถวาย​พระพทุ ธเจา ​ในค​ ราว​เสด็จนวิ​ ัตพิ​ ระนคร ​

214 ​วันนี้​พระธรรม​วิทยากร​พา​พวกเรา​สู​สวน​ลุมพินี​วัน ซ่ึง​ต้ัง​อยู​ที่​ อำเภอไ​ภรวา แ​ ควน อธู ป​ ระเทศเ​นปาล เ​พอ่ื สกั การะสถานท​ ป​่ี ระสตู ​ิ ของ​พระพทุ ธองค ​​ สวน​ลุมพินี​วัน ​ในอดีต​เปน​อุทยาน​ตั้ง​อยู​ก่ึงกลาง​ระหวางกรุง​ กบิล​พัสดุ ​และ​กรุง​เท​วทหะ ​ใน​แควน​สักกะ​ บน​ฝง​แมน้ำ​โรหิณี​ พระนาง​สิริ​มหา​มายา​พระพุทธ​มารดา​ซ่ึง​ประทับ​อยู​กรุง​กบิล​พัสดุ​ ขณะ​ท่ี​ทรงพระครรภ​แก​ได​เสด็จ​ประพาส​สวน​พรอมดวย​ขา​ราช​ บริพาร ​ระหวางทาง​เกิด​ประชวร​จะ​มี​พระ​ประสูติกาล​ราช​บริพาร​ จงึ จ​ ดั ท​ ป​ี่ ระสตู ถ​ิ วายภายใ​ตต​ น ส​ าละ พ​ ระนางประสตู พ​ิ ระโ​อรส ค​ อื ​ พระสิ​ทธัตถ​ะกมุ าร ​ณ ​สถานท​ ี่น้ี วิหาร​มหา​มายา​เทวี ​ภาย​ใน​มี​ศิลา​สลัก​ภาพ​พุทธประวัติ​ปาง​ ประสูติ ​เปน​รูป​พุทธ​มารดา​อยู​ใน​พระ​อิริยาบถ​ยืน​พระ​หัตถ​ขวา​ เหน่ียว​ก่ิง​ไม​สาละ​อยู​พรอมกับ​พระสนม ​มี​รูป​เจาชาย​สิ​ทธัตถะ​ ออกมา​ทาง​ปสสะ​ขวา​ของ​พระพุทธ​มารดา ​และ​แผน​ศิลาภาย​ใน​ วิหาร ​ที่​สันนิษฐาน​วา​เปน​แผนหิน​ที่​แสดง​รอยพระบาท​ใน​คราว​ ประสตู ข​ิ องเ​จา ชายส​ ท​ิ ธตั ถะ ป​ จ จบุ นั ถ​ กู เ​กบ็ รกั ษาไ​วท​ เ​่ี ดมิ โ​ดยค​ รอบ​ ดว ย​กระจก​กันก​ ระสนุ ​ ​คณะ​ของ​เรา​ได​ไป ​พุทธ​อุทยาน​สวน​ลุมพินี ​ที่​สรางขึ้น​เปน​ อนุสรณสถาน​ที่​สรางขึ้น​ป​ฉลอง​พุทธช​ยัน​ตี ​๒,​๕๐๐ ​ป ​เดิน​มา​จน​ ถึง​วัด​มหา​มายา​เทวี​วิหาร ​ตาง​ก็​เขา​แถว​เดิน​เขาไปภาย​ใน​วิหาร​ มหามายาเ​ทวี พ​ รอ มกบั ส​ วดมนตบ​ ทอต​ิ ป​ิ โ ส ภ​ ายใ​นม​ ศ​ี ลิ าส​ ลกั ภ​ าพ​ พุทธประวัติ​ปาง​ประสูติ ​เปน​รูป​พุทธ​มาร​ดา​อยู​ใน​พระ​อิริยาบถ​ยืน​ พระห​ ตั ถข​ วาเ​หนย่ี วก​ ง่ิ ไ​มส​ าละอ​ ยพ​ู รอ มกบั พ​ ระสนม ด​ า นห​ นา เปน ​

215 รปู เ​จา ชายส​ ท​ิ ธตั ถะ (​พ​ ระก​ มุ าร)​ก​ ำลงั ย​ า งพ​ ระบาท ม​ ค​ี นเ​ขา แ​ ถวก​ นั ​ ยาวเ​พอื่ ​กราบส​ ักการะแ​ ผน ​ศิลา ข​ นาด ​๕ x​​​๕ น​ ว้ิ ​มีร​อยพระบาท​ ประทับ​ไว ​(​ขุด​คนพบ​ป ​พ.​ศ.​​๒๕๓๙)​​พอ​เดิน​ไป​ถึง ​ได​มองเห็น​ รอยพระบาท ​ที่​สันนิษฐาน​วา​เปน​แผนหิน​ที่​แสดง​รอยพระบาท​ใน​ คราว​ประสูติ​ของ​เจาชาย​สิ​ทธัตถะ ​(​ปจจุบัน​ถูก​เก็บรักษา​ไว​ท่ี​เดิม​ โดย​ครอบ​ดวย​กระจก​กัน​กระสุน​)​ ​พรอมกับ​กราบ​สักการะ​ก็​เกิด​ปติ​ ข้ึน​ทันที ​บางคน​ก็​เกิด​ปติตั้ง​แต​กาว​ข้ึน​ไป​กราบ​หาง​ประมาณ​เกือบ​ ๑๐ ​เมตร ​เม่ือ​สักการะ​แลวก็​ให​เดิน​ออก​อีก​ประตู ​และ​ชม​สระ​โบกขรณี​ ซง่ึ เปน ท​ ส​ี่ รงนำ้ ข​ องพ​ ระนางส​ ริ ม​ิ หาม​ ายาเ​ทวี ก​ อ นจ​ ะม​ ปี ระสตู กิ าล​ พระก​ มุ าร​และห​ ลงั ป​ ระสตู กิ าล จ​ ากน​ นั้ พ​ ากนั เ​ดนิ ไ​ปท​ เ​่ี สาศ​ ลิ าจารกึ ​ พระเจา ​อโศก

216

217 ​เมื่อ​ทุกคน​มา​พรอม​กัน​ ท่ี​เสา​ศิลาจารึก​พระเจา​อโศก​ ซึ่ง​มีอายุ​กวา​ ​๒,​๓๐๐ ​ป ​พบ​ ขอความ​ภาษา​พราหมี​จารึก​ไว​ วา เ​ปน ส​ ถานท​ ป​ี่ ระสตู ข​ิ องอ​ งค​ สมเด็จพระ​สัมมาสัม​พุทธเจา​ หลวงป​ ไ​ู ดแ​ นะนำใ​หท​ กุ คนอ​ ธษิ ฐานจ​ ติ ใ​หด​ ี ต​ ง้ั สจั จ​ ะว​ า จ​ ะท​ ำส​ งิ่ ด​ ๆี ​ ใน​อนาคต เ​ปรยี บ​เสมอื นวา​เปน การเ​กิดใ​หม ม​ ี​ชีวติ ​ใหม​ท ​ดี่ ีข้ึน ​จะ​ ไดร บั ส​ ง่ิ ด​ ๆี ​น​ บั แ​ ตว​ นั นเ​ี้ ปน ตน ไป พ​ รอ มกบั บ​ รจิ าคเ​งนิ ใ​สเ ขา ไปด​ า น​ ใน​รว้ั ​แ​ ละไ​ด​ถวาย​ผา ​สีทองพ​ นั ​รอบร​้วั เ​สา​ศลิ า​นี้ ​จาก​นั้น​ทุกคน​ได​เดิน​มา​ปูเส่ือ​นั่ง​ใต​ตนไม​ใหญ ​หลวง​ปู​นำ​ สวดมนต ​และ​กลาวค​ ำ​ขอขมา ​ขอ​อโหสกิ รรม ​​ บา ย​วันนี​้พวกเราเ​ดนิ ทาง​สู​เมือง​สาวตั ถี ​ฐานท​ ม่ี ่ันแ​ หง​กองทพั ​ ธรรม ​สมัย​พุทธกาล ​เปน​เมืองหลวง​ของ​แควน​โกศล​ มี​พระเจา​ ปเสนทิ​โกศล​เปน​กษัตริย​ครอง​เมือง ​เปน​ศูนยกลาง​เผย​แพร​ พระพุทธศาสนา​ท่ี​สำคัญ​ที่สุด ​เปน​เมือง​ท่ี​พระ​ผู​มี​พระ​ภาค​เจา​ทรง​ จำพรรษาอ​ ย​นู าน​ถึง ๒​ ๕ พ​ รรษา ​พระพุทธองค​ทรง​ประทับ​บำเพ็ญ​พุทธ​กิจ​ใน​เมือง​นี้​ถึง ​๑๙​ พรรษา ​และ​อยท​ู ​่ีวหิ ารบพุ พ​ า​ราม​ของน​ างว​ ิสาขาอ​ กี ​๖ ​พรรษา ​ พระองค​ได​ทรง​แสดง​พระ​สูตร ​พระ​วินัย ​และ​ชาดก​ที่​สำคัญๆ​​ เชน เ​รอื่ งน​ างจ​ ญิ จม​ าณวกิ า,​น​ นั ทม​ าณพ,​โ​จรอ​ งคลุ ม​ี าล,​ป​ ฏาจารา​ การ​เกิดขึ้น​แหง​ยักษีณี,​ ​พระ​เทวทัต​ถูก​แผนดิน​สูบ,​ ​มงคลสูตร​ กรณ​ียเมตยส​ ูตร ​เปนตน ​​

218 ว​ ันศุกร​ที่ ​๓๐ พ​ ฤศจิกายน ๒​ ๕๕๕ ลุมพินี –​ ​​กุ​สิน​ ารา เมอ่ื เ​ราก​ ลบั มาพ​ กั ท​ ก่ี ส​ุ น​ิ าราอกี ครง้ั ท​ ำใ​หเ​ ชา ว​ นั น้ี ค​ ณะข​ องเ​รา​ เลอื กท​ จ​่ี ะไ​ปท​ ่ี ส​ าลว​ โนทยาน อ​ กี ครง้ั เ​พอื่ ส​ กั การะม​ หาป​ รนิ พิ พาน​ สถูป ​คราวนี้ ค​ น​นอ ยไ​มมาก​นกั แ​ ต​ก ม​็ ​ีคน​เขามา​สกั การะม​ ากมาย​ หลายเ​ชอื้ ชาติ ม​ ท​ี ง้ั คนจ​ นี ด​ ว ย พ​ วกเราต​ า งก​ แ​็ ยกยา ยเ​ขา ไปส​ กั การะ​ พรอมกับ​สวดมนต​น่ัง​สมาธิ​ท้ัง​ดาน​ใน ​บางคน​ก็​ออกมา​น่ัง​สมาธิ​ ดา นนอกก​ นั ท​ กุ คนเ​รง ค​ วามเ​พยี ร เ​พอื่ ใ​ชเ วลาท​ กุ น​ าทอ​ี ยา งม​ ค​ี ณุ คา ​ และคมุ คา ​ท่ีมาอ​ นิ เดีย​ในค​ รั้งนี้ ตอนบาย ​จึงออก​เดินทาง​สู​เมือง​พารา​ณ​สี ​ใชเวลา​เดินทาง​ ประมาณ ​๘-​๙ ​ช่วั โมง เ​ปน การเ​ดนิ ทาง​ทน​ี่ านท​ ี่สดุ ​สำหรับ​การ​มา​ ทรปิ น​ ้ี ถ​ นนข​ รขุ ระย​ ง่ิ กวา ท​ างไ​ปว​ ดั ป​ า ท​ งุ ก​ ลุ าเ​ฉลมิ ร​าชเ​สยี อ​ กี โ​ชคด​ี ทต​ี่ ลอดก​ ารเ​ดนิ ทาง ห​ ลวงป​ ไ​ู ดบ​ รรยายธ​ รรม ส​ นทนาธ​ รรม แ​ ละน​ ำ​ สวดมนตบ​ ทต​ างๆ​​ไปจนถ​ งึ ​กรุงพ​ ารา​ณส​ ี ก​ รงุ พ​ าราณ​ ส​ ี เ​มอื งศ​ กั ดสิ์ ทิ ธข​์ิ องศ​ าสนาฮนิ ดู ก​ อ นส​ มยั พ​ ทุ ธกาล​ พารา​ณ​สี​เปน​เมืองหลวง​ของ​แควนกา​สี ​มี​ความ​เจริญ​รุงเรือง​มาก​ เปน แ​ หลง ชมุ นมุ ข​ องเ​หลา ป​ โุ รหติ า​จารย ฤ​าษี ด​ าบส น​ กั พรต น​ กั บวช​ นกั ปราชญ น​ กั ศกึ ษา น​ ัก​ทศั นาจร​และ​คณะ​ผูแ​ สวงบญุ ​ทีม​่ ​ศี รัทธา​ ตอ พ​ ระพทุ ธองค เ​พราะท​ น่ี ไ​ี่ ดเ​ กดิ พ​ ระรตั นตรยั ข​ นึ้ เ​ปน ค​ รงั้ แ​ รก ร​วม​ ถึง​ผู​ท่ีบูชา​องค​ศิวะ​มหาเทพ ​และ​พระ​แมคงคา​สาย​นํา​แหง​ความ​ ศักด์สิ ทิ ธ์ิ ด​ งั ​คำก​ ลา ว​ของพลตรห​ี ลวง​วิจติ รวาท​การ​วา “พ​ าราณ​ ส​ ี ค​ อื อ​ นิ เดยี แ​ ท ใ​ครม​ าอ​ นิ เดยี แ​ ลว ไ​มเ หน็ พ​ าราณ​ ส​ ี ก​ ​็

219 เทา กบั วา ไ​มไ ดเ​ หน็ อ​ นิ เดยี ​ใ​ครอ​ ยากร​วู า อ​ นิ เดยี ท​ แ​่ี ทจ รงิ เ​ปน อ​ ยา งไร​ ตอ ง​มาด​ ​ูท​เี่ มอื งพ​ าราณ​ ส​ ”ี ​​ และ​พารา​ณ​ส​ยี งั เปนเ​มือง​ท่​ีเก่ยี วขอ ง​กบั ​พระพุทธศาสนา ​ ​ ว​ ันเ​สารท​ ี่ ​๑ ธ​ ันวาคม ๕​ ๕ กุส​ ิ​นารา ​–​​พาราณ​ ​สี เ​ชา ว​ ันนี้ ค​ ณะ​ของ​เราไ​ป ว​ ัดเชตว​ นั ม​ หาว​ หิ าร ว​ ดั ท​ ย่​ี ิง่ ใ​หญท​ ่ีสุด​ ใน​เมือง​สาวัตถี ​ซึ่ง​เปน​วัด​ที่​สราง​โดย​อนาถบิ​ณฑิ​กะ​มหาเศรษฐ​ี กลาว​กัน​วา​ตอง​ขน​เงิน​มา​ปูพื้น​ที่​ให​เต็ม​สวน​จึง​จะ​ซ้ือ​ที่​แหงน้ี​เพ่ือ​ สรา ง​อุทศิ ถวาย​แด​พระพทุ ธเจา ​ สกั การะ​สวดมนต เ​จรญิ ส​ มาธิ ภ​ าวนา ณ​ บ​ รเิ วณ ม​ ลู ค​ ันธก​ ุฏ​ี ที่​พระพุทธองค​ทรง​จำพรรษา ​สักการะ​ธรรม​ศาลา​ท่ี​ใหญ​ท่ีสุด​

220 ธรรมสภา ​และ​สักการะ​กุฏิ​ของ​พระอรหันต​องค​สำคัญๆ​​เพ่ือ​ขอ​ พร​ตางๆ​​เชน ​เมื่อ​ไป​สักการะ​ที่​กุฏิ​พระ​อานนท ​ก็​ขอ​พร​ให​ได​เปน​ ผู​ทมี่​ ี​ความ​จำเ​ปน เลศิ ​​หรอื ไ​ปก​ ฏุ ​พิ ระสาร​ี​บตุ ร ก​ ข​็ อพ​ ร​ใหม​ ​ปี ญญา​ เปนเลิศ ​หรือ​ขอ​พร​ให​หาย​จาก​ โรคภัย​ไข​เจ็บ​ที่​กุฏิ​ทาน​องคุลี​มาล​ บาง​ก็​ไป​ขอ​โชคลาภ​ท่ี​กุฏิ​พระ​สิ​วลี​ กุฏิ​พระ​มหา​โมคคัล​ลา​นะ และ​กุฏิ​ พระ​มหากัสสป ซึ่ง​พระม​หา​กัสสป​ ทาน​เปน​พระ​อาจารย​ของหลวง​ปู​ ใหญ​บรมครู​โลกอุดร ​และ​อาราม​ ฝา ยพ​ ระภกิ ษท​ุ เ​ี่ คยจ​ ำพรรษาใ​นค​ รงั้ ​ พุทธกาล ​ น​ อกจากน​ นั้ ​วดั เชตว​นั ม​ หาว​หิ าร​ นี้ ​ยังมี​สถูป​ที่​บรรจุ​พระ​ธาตุ​ของ​ พระอรหันต​ท้ังหลาย ​และ​ยังมี​บอ​ นํา​ที่​พระพุทธเจา​ใช​เปน​ท่ี​สรงนํา​ ตลอด​ระยะเวลา​ทจี่​ ำพรรษา​อยู ​​​ ​พวกเรา​ได​สักการะ​ตน​อา​นันท​โพธิ์ ​ท่ี​มีอายุ​ยืนยาว​มา​จน​ถึง​ ปจจุบัน ​สถาน​ท่ีน้ี​จึง​เปน​สถาน​ที่​สำคัญ​และ​ศักด์ิสิทธ์ิ​อยางยิ่ง​ท่ี​ ชาวพุทธค​ วร​จะ​ไปก​ ราบส​ ักการะและป​ ฏบิ ตั ธ​ิ รรม ​​​ ​ออกจาก​วัดเชต​วัน ​ก็​ไป​ชม​คฤหาสน​ของ​ทาน​อนาถบิ​ณฑิก​ เศรษฐี ​พวกเรา​ได​บริจาค​เงิน​ใส​ใน​บริเวณ​บาน​ทาน​ดวย ​และ​ได​ไป​ ชมส​ ถานท​ พ​ี่ ระพทุ ธองคแ​ สดงย​ มกป​ าฏหิ ารยิ  ท​ อ​่ี ยบ​ู นเ​นนิ เขา ห​ รอื ​

221 ภเู ขาท​ ​ีไ่ ม​สงู ​นกั พระธรรม​วิทยากร​พา​คณะไป​สักการะบูชา​มูล​คันธ​กุฏี ​ท่ี​พระ พทุ ธเจา เ​คยป​ ระทบั จ​ ำพรรษาแ​ รก ธ​ มั เมกขส​ ถปู ส​ ถานท​ แ​ี่ สดงธรรม​ อนันต​ลักขณะส​ ูตร จ​ น​อัญญาโกณ​ ​ฑญั ญะ​ได​เกดิ ​ดวงตาเ​หน็ ธ​ รรม​ ​ ​วันอาทิตย​ที่ ​๒ ​ธันวาคม ​๕๕ ​​ พารา​ณส​ ี ​ ​คณะ​ของ​เรา​ได​ไป​ชอป​ปง​ใน​ชวง​เชา​อยาง​สนุกสนาน ​บรรดา​ สาวๆ​ไ​ดล​ องใ​สช​ ดุ ส​ า หรี เ​ปน ส​ าวช​ าวภ​ ารตะก​ นั อ​ ยา งค​ ณุ ฉ​ ตั รช​ นก​ คณุ ​มวิ ค​ ุณเ​กศ แ​ ละไ​กด ​หลงั จากใ​ชเ วลา​ใน​การ​ชอปป​ งก​ ันเ​สรจ็ ​ ​เรียบรอย ​พระธรรม​วิทยากร​นำ​คณะของ​ เราไป​สูเมือง​สาร​นาถ ​เขา​ชม​พิพิธภัณฑ​ สาร​นาถ ​ชม​พระพุทธรูป​ปาง​ปฐมเทศนา​ ท่ี​ได​ชื่อวา​สวย​ท่ีสุด​ใน​โลก ​และ​มี​ความ​ ​ศักดิ์สิทธิ์ ​ทุกคน​ประทับ​ใจ ​บางคน​สัมผัส​ ได​ถึง​กระ​แสพ​ลานุ​ภาพ​ของ​พระพุทธรูป​ องคน​ ี้ ​และมพี​ ระพทุ ธรูป แ​ ละ​หนิ ​แกะสลักร​ปู ต​ างๆ​เ​ปน ​ศิลปะเ​กา​ แกท​ ี่ง​ดงาม ​ ออกจาก​พิพิธภัณฑ​สาร​นาถ ​เดิน​ไป​ไม​ไกล ​ก็ได​ไป​ท่ี​ซึ่ง​ใน​ พทุ ธกาลเ​รยี กวา “​ป​ า อ​ สิ ปิ ต​ นม​ ฤคทายวนั ”​ส​ ถานท​ แ​ี่ สดงป​ ฐมเทศนา​ พระธ​ มั มจกั กปั ปวตั ต​ นส​ ตู ร ส​ กั การะธ​ มั เมกขส​ ถปู ท​ พ​่ี ระพทุ ธเจา ท​ รง​

222 แสดง​ปฐมเทศนา​แก​ปญจวัคคีย​ทั้ง ​๕ ​และ​พระรัตนตรัย​ได​เกิดขึ้น​ สมบูรณ​คร้งั ​แรก​ใน​โลก​ท่ีนี่ หลวง​ปู​ตน บ​ ุญ​ไดน​ ำ​สวดมนต ​และท​ ​่สี ำคญั ค​ ือ​การส​ วด​ขอขมา​ อโหสิกรรม ​จาก​ที่​ได​สอบถาม​ผู​รวม​สวดมนต ​ตาง​ก็​เกิดป​ติ ​น้ำตา ไหล ข​ นลกุ ​บา ง เ​ปน​ความรูสึก​ท​ีไ่ ด​น อม​ขอขมา​ขออ​ โหสิกรรม​จาก​ ใจ ​แ​ ลว ห​ ลวงป​ ไ​ู ดน​ ำค​ ณะล​ กู ศษิ ยร​ ว มเ​วยี นเทยี นร​อบธ​ มั เมกขส​ ถปู ​ พรอมกับ​ถวาย​ปจจัย​เปน​พุทธบูชา ​แทน​ดอกไม ​ธูป​เทียน ​โดย​ได​ เสียบ​ตาม​รอง​หิน​ของ​สถูป ​ซึ่ง​มี​ปจจัย​เปน​ธนบัตร​ท่ี​ทุกคน​ได​รวม​ ถวาย​เปน​จำนวน​มาก ห​ ลาย​รอย​ฉบบั ห​ ลวง​ปไ​ู ดท​ ำ​ถวาย​อยา ง​ไม​ รูสึก​เหน็ดเหนื่อย ​จน​เสร็จ​สมบูรณ ​เปนความ​ประทับ​ใจ​อยาง​มาก​ ที่​ครูบาอาจารย​ได​ทำ​ให​ลูกศิษย​เห็น​ถึง​ความ​เพียร​ใน​การ​ทำ​ถวาย​ เปน ​พุทธบูชา ​​ ​วันจันทร​ที่ ๓​ ธ​ ันวาคม ​๕๕ ​​ พาราณ​ ​สี ​ เ​วลา ๐​ ๔.๐​ ๐ น​ .​​ว​ นั นเ​ี้ ปน อ​ กี ว​ นั ท​ ท​ี่ กุ คนร​อคอย ​แ​ มน ำ้ คงคา..​.​ ​สถาน​ท่ี​ที่​เหมาะสำหรับ​ชาวพุทธ​จะ​ได​เรียนรู​ชีวิต​ของ​มนุษย​อยาง​ แทจ รงิ ​เปน​คมั ภีร​ชวี ิต​ที่ย​ ากจ​ ะห​ า​ท่ไี หน​ชม​ได เ​ราจ​ ะ​ได​ชม​กองไฟ​ ศักด์สิ ทิ ธทิ์​ ​ไ่ี มเคยด​ ับม​ อดต​ ลอดระยะเวลา​กวา ๔​ ,​๐๐๐ ป ​ทุกคน​พรอมเพรียง​กัน​ท่ี​รถ ​พระธรรม​วิทยากร​พา​คณะ​เรา​น่ัง​ รถ​มาจน​ใกล​ทา​น้ำมาก​ท่ีสุด ​จาก​น้ัน​ตอง​เดิน​มา​ท่ี​ทา​เพ่ือ​ลงเรือ​ ลองแมน้ำคงคา ​ซ่ึง​ชาวฮินดู​เช่ือ​ถือวา​เปน​แม​นํา​ศักดิ์สิทธิ์​เพราะ​

223 ไหล​มาจาก​มวยผม​ของ​องค​พระศิวะ ​ รมิ ฝงแ​ ม​นาํ ​คงคาอ​ ัน​ศกั ด์ิสิทธิ์ ​บรเิ วณ​ที​่ทา มณ​ิกรรณิการ​หรือ​ ทา​ตุมหู​พระศิวะ​ที่​ได​ช่ือวา​ทา​ตุมหู​พระศิวะ ​เพราะ​มี​เรื่องเลา​กัน​ มา​วา ​ทา​นี้​เปน​ทาน้ำ​ที่​พระศิวะ​มา​อาบน้ำ ​เมื่อ​ทรง​อาบน้ำ​เสร็จ​ก็​ ข้นึ ม​ าจาก​แมน ำ้ ป​ รากฎ​วา​ตมุ หข​ู อง​พระองคห​ ลนห​ าย​หาเ​ทา ไร​ก็​ ไม​เจอ ​ ​พอ​เดิน​มา​ถึง ​ก็​เห็น​ฤาษี​กำลัง​น่ัง​สวดมนต​เพื่อ​ไหว​สุริยะ​เทพ​ แลว ​พอพ​ วกเรา​มา​กันค​ รบ ​ก็​แยกยา ย​กันน​ ่งั ​เรือ โ​ดยแ​ บง เ​ปน ​๒ ​ลำ​ เรอื ก​ แ​็ ลน ไ​ปช​ า ๆ​ไ​มไ​ กลจ​ ากร​มิ ฝง แ​ ลว ท​ กุ คนก​ ล​็ อยกระทงท​ ม​ี่ เ​ี ทยี น​ ดอกไมเ​พ่ือข​ อขมา​ตอ พ​ ระ​แมคงคา ​ขณะท​ ีน่ ่งั ​บนเ​รอื ​มีน​ กนางนวล​ ฝูง​ใหญ​บิน​มา​ใกล​มาก ​และ​ได​ชม​พระอาทิตย​ขึ้น​ริมฝง​แมน้ำคงคา​ เปน ​ภาพ​ท่ีส​ วยงาม​ตามธ​ รรมชาติ ​

224 แต​เ มือ่ ​หนั ไปม​ องท​ ร่ี​มิ ฝง ​ชาวอ​ นิ เดียกล็​ ง​อาบน​ าํ ​ชำระร​างกาย​ เพื่อ​รกั ษาโ​รคภยั ​หรอื ​ทำพิธ​ีอาบ​นํา ​ลา งบาป ​และ​คน​อกี ​กลมุ ​กำลงั ​ เผาศพ​และเ​ขยี่ ซ​ ากท​ เ่ี หลอื ล​ งไ​ปล​ อยใ​นแ​ มน​ าํ ค​ งคา ซ​ งึ่ เ​ชอื่ ว​ า จ​ ะไ​ด​ สง​ผูตาย​ข้ึน​สวรรค ​ภาพ​ที่​เห็นกับตา​นั้น​ให​ความรูสึก​แตกตางจาก​ ภาพใ​น​รูปท​ ่​ีเคยเ​หน็ ช​ วน​ให​นกึ ​ปลงสังขารยง่ิ ​นัก ชีวิต​คน​เรา​สุดทาย​คือ​เชิงตะกอน ​สักวัน​ก็​จะ​ถึงเวลา​ท่ี​ราง​ของ​ เรา​จะ​ไป​อยู​บน​เชิงตะกอน​เชน​น้ันเหมือนกัน ​เรา​จึง​ควร​เรง​ปฏิบัติ​ ธรรม ​เพราะ​เรา​ไมอ​ าจร​ไ​ู ดว​ า ว​ นั สุดทายข​ อง​เรา​ในช​ าติน​ ้จี​ ะจ​ บเ​มื่อ​ ใด ล​ มห​ าย​ใจส​ ุดทา ย​ของเ​รา​จะห​ ยดุ ​เวลาใ​ด... ใ​นท​ สี่ ดุ ก​ ถ​็ งึ เวลาท​ ต​่ี อ งจ​ ากด​ นิ แ​ ดนแ​ หง พ​ ทุ ธะท​ ป​่ี ระเทศอ​ นิ เดยี ​ เพื่อเดินทาง​กลับ​ประเทศ​ไทย​ ซ่ึง​ถือไดวา​เปน​ดิน​แดน​แหง​พุทธะ​ เชน ​เดยี ว​กัน ​

225 การ​เดินทางตาม​วิถี​แหง​ พุทธะ​คร้ังน้ี ​อาจจะ​ไมสบาย​ มาก ​แต​ก็ไมได​ลำบาก​อยาง​ท่ี​ คดิ ​ไวกอ น​เดินทาง ซ​ ำ้ ย​ ังส​ รา ง​ ความ​ประทับ​ใจ ส​ ขุ ​ใจ อ​ ่ิมเอม​ ใจ ค​ วามป​ ต อิ ยา งไ​มร ล​ู มื เลอื น​ ทำใ​หท​ กุ คนม​ ​คี วามร​สู กึ วา ถ​ า ม​ โ​ี อกาสจ​ ะข​ อต​ ิดตามห​ ลวง​ปต​ู น บ​ ญุ ​ ไป​แสวงบุญท​ ่อี​ นิ เดยี ​อกี ​​ ไ​มเ คยค​ ดิ อ​ ยากจ​ ะไ​ปอ​ นิ เดยี ด​ ว ยข​ อ มลู ท​ ไ​่ี ดร​ บั ฟง ม​ า ท​ ง้ั ป​ ญ หา​ ใน​เร่ือง​หองสขุ า ก​ บั ​ความส​ กปรก แ​ ตแ​ ลวดวย​บารมีข​ องหลวงป​ ​ทู ำ​ ให​ได​ไป​ใน​คร้ังนี้ ขอ​กราบเทา​หลวง​ปู​ผู​สอง​ทาง ​นำทาง​ให​ไป​สราง​ บุญบารมี พ​ รอมกับข​ อขมา ข​ ออ​ โหสกิ รรม ​กบั ​เจา กรรม​นายเวรท​ ่ี​ เรา​ได​เคย​ลวงเกนิ ​ไว​ในอ​ ดีตชาติ พ​ รอมกบั ​ขอน​ อม​ถวาย​บุญกศุ ล​ท​ี่ ได​ทำ​มา​นอยนิด ​แด​หลวง​ปู​ใหญ ​หลวง​ปู​สิงขร ​หลวง​ปู​ตน​บุญ ​ท่ี​ ศรัทธา​อยางม​ น่ั คง ​ขอ​แนะนำ​ผู​ท่ี​ยัง​ไมเคย​ไป​อินเดียวา​ ขอ​ให​ทาน​พิจารณา​ เดนิ ทาง..​.​ต​ ามว​ ถิ แ​ี หง พ​ ทุ ธะท​ ป​่ี ระเทศอ​ นิ เดยี –​​เ​นปาล ก​ บั ห​ ลวงป​ ​ู ตน บ​ ญุ ส​ กั ครง้ั ใ​นช​ วี ติ ค​ วามป​ ระทบั ใ​จ ค​ วามป​ ต ิ ย​ อ มเ​กดิ ข​ น้ึ กบั ท​ า น​ อยา ง​แนนอน ​​ ​ ​เรยี บเรียงโ​ดย ​มณีทอแ​ สง ส​ าวกพระส​มุ งคล​โพธิญาณ *หมายเหตุ ถ​ า ล​ ำดับเ​วลา ห​ รือช่ือส​ ถาน​ท่​ผี ดิ พลาด​ประการใ​ด ก​ ็ข​ ออภัย​มา ณ​ ท​ ่นี ี้

226 ขส​อว​คสั วาดมีด​ ี​จง​มี​แกท​ า น​ทกุ เม่อื ประสบการณ ​ความ​ประทับ​ใจ​ และ​สิ่ง​ท่ี​ได​จาก​การ​ไป​ อนิ เดยี ค​ รงั้ นี้ เ​รม่ิ ต​ ง้ั แ​ ตย​ งั ไ​มไ ดไ​ ปอ​ นิ เดยี เพราะโ​ปรแ​ กรมท​ วั ร​ มี​การ​เปล่ยี นแ​ ปลง​ตลอด​เวลา ​ ทง้ั ก​ ารเ​ลอ่ื นว​ นั เ​ลอ่ื นเวลา เ​ปลย่ี นส​ ายการบนิ เ​ปน การท​ ดสอบ​ ศรัทธา​วา​มี​กำลัง​ใจกลา​แข็ง​ไม​หวั่นไหว​แคไหน ​แต​สวนตัว​ผม​ไมได​ เปนไรม​ าก​เพราะผ​ ม​ม​เี วลา​วาง​มาก เ​ปลยี่ นย​ ังไงผ​ ม​ก​็ไปได​อยแู​ ลว ​ ท้ังนี้​ท้ัง​น้ัน ​ตอง​ขอบคุณ​ผู​ประสานงาน​อยาง​พ่ี​ทิพย​ท่ี​ตอง​เปน​ ที่รองรับ​อารมณ​จากผ​ ู​รวมค​ ณะทัวร ​ทง้ั ๆ ท​ ีบ​่ างอยางก​ เ็​พง่ิ ร​แู​ ลว ก​็

227 รีบ​แจง​ให​ทราบ ​เม่ือ​ถูก​ถาม​วา​ทำไม​เปน​ แบบ​นั้น​แบบน้ี ​ดวย​หนา​ที่​จะ​ตอบ​วา​ไมรู​ ก็​ไมไ ด​ก​เ็ ลย​ตอ ง​หช​ู าไ​ป​พกั ใ​หญๆ​จ​ นถ​ งึ ​ วันท​ ี่​ไดอ​ อกเ​ดนิ ทางน​ ่ัน​แล ​ ​เมือ่ ​ถงึ ​อนิ เดยี ส​ ิง่ ​ทสี่​ มค​ ำร​ำ่ ลือ​คอื ฝ​ ุน ​ อากาศ​แหง ​ผม​ก็​หลับ​ใน​รถ ​แลว​ไมได​ ปด ปากเ​ลยเ​จบ็ ค​ อตงั้ แ​ ตว​ นั แ​ รก ก​ เ​็ ลยร​วู า ​ อะไร​ที่​ปอง​กัน​ได​ก็​ปอง​กัน​กอน ​หลังจาก​ นั้น​ถา​ขึ้น​รถ​ครั้ง​ไหน ​ก็​จะ​เอา​ผาปดปาก​ ทกุ ครง้ั ไ​ป แ​ มจ​ ะห​ ลบั เ​ผลออ​ า ปากบ​ า งก​ ไ​็ ม​ นา เ​กลี​ยด ส​ วดมนต​ในร​ถก​ ​ป็ อ งก​ นั ​ฝนุ เ​ขา​ ปากไ​ดบ​ างสว น เ​พอ่ื ใ​หไ​ มเ​ จบ็ ค​ อม​ ากกวา ​ เดิม เ​ท​ ย่ี วก​ ​ส็ นุก ​แลวกไ็​ม​ทำตัว​เปน ภาระ​ ใหผ​ อู น่ื ต​ อ งก​ งั วลว​ า เ​ราไ​มส บาย ฉ​ ะน​ น้ั ก​ นั ​ ไวก อนด​ กี วา ​ กบั เ​รอ่ื งห​ อ งนำ้ ต​ รงไหนท​ จี่ อดรถเ​พอื่ ​ จดั การป​ ลดทกุ ข ผ​ มก​ จ​็ ะล​ งไ​ปด​ ว ย ป​ วดม​ ากป​ วดน​ อ ยก​ ป​็ ลอ ยไ​วก อ น​ กบั ไ​ดย​ ดื เ​สน สายบ​ า งก​ จ​็ ะไ​มเ​ มอ่ื ยเ​กนิ ไปเ​วลาน​ ง่ั ร​ถน​ านๆ​เ​คยก​ งั วล​ และส​ งสยั ม​ าน​ านแ​ ลว ว​ า ​ถาป​ วดหนักแ​ ลวไ​มม ​หี อ งน้ำจ​ ะท​ ำไง เ​วลา​ เดนิ ​ธดุ งคเ​ขา​ทำ​กันย​ ังไง เ​มื่อ​ถงึ เวลาท​ ่​ีไมมี​ทางเลอื กก​ ็​ตอง​ทำ​ครบั ​ คอื เ​มอื่ ต​ ดั สนิ ใ​จไ​ดแ​ ลว ว​ า ต​ อ งท​ ำ​ใหร​ บี ล​ งจากรถ​อยา ม​ วั แ​ ตน​ งั่ ​ ทน​อาย​และก​ งั วล​อยู​ เพราะเ​ราจ​ ะ​ได​เลือก​ทำเลดด​ี ี​ได​กอน เ​ม่ือเ​รา​ กำลัง​ทำ​ธุระ​อยู ​ส่ิง​ท่ี​เรา​ไม​อยาก​ให​มี​คือ​มี​คน​มา​ก็​จะ​มี​คน​มา​ครับ​ ถึง​จะ​มา​ทัวร​เดียว​กัน​จะ​ยิ้ม​ให​ก็​อาย ​จะ​บอกวา​มี​คน​อยู​อยา​เขามา​

228 ก็​เห็น​แกตวั ​เกินไป ​ดัง​น้ันเ​ราก​ ร​็ บี ทำธ​ รุ ะ​ของเ​รา​ให​เสรจ็ ค​ รบั เ​มื่อ​มี​ ประสบการณ​ปลอยก​ ลาง​ทุง ​ไป ​๒ ​ครง้ั ​ก​ค็ ลายค​ วาม​กังวล​เรื่อง​น้ไี​ป​ เลย​ครับ ​จะ​ไป​ธุดงค​ผจญภัย​ที่ไหน​ผม​ไม​กังวล​เรื่อง​หองน้ำ​อีก​แลว​ ครับ ​ถา​จะ​เตรียมตัว​ให​ดีขึ้น​ก็​ตอง​พก​ชอน​พรวนดิน​เผื่อ​ได​ขุด​หลุม​ แลว​กลบ ​ ทีน้ี​เรื่อง​อาหาร​ ได​ทานอาหาร​ที่​โรง​แรม​ทุก​ม้ือ ​กับ​ท่ีวัด​ไทย​ กส​ุ ​ินารา ​๒ ​มือ้ ก​ บั อ​ าหารวา ง ​๒ ค​ รัง้ ท​ ว่ี ัด​ไทย ๙​ ๖๐ ​ผม​ไดเ​ปน​ แชมปท​ านโ​รตก​ี รอบไ​ป ๑​ ๔ ช​ น้ิ เ​นอื่ งด​ ว ยวา ค​ รงั้ แ​ รกก​ อ นเ​ขา เ​นปาล​ ผม​ทาน​ไป ​๑๐ ช​ ิ้น ​เพราะ​ทานเ​ผอื่ แ​ มๆ​ท่ี​ถอื ศีล ​๘ ​ยืนยนั ว​ าท​ าน​ ไดค​ รบั ร​สชาตด​ิ ี ค​ รง้ั หลงั ก​ ลบั จ​ ากเ​นปาลก​ ด​็ ว ยวา ม​ ส​ี ภุ าพบรุ ษุ ส​ อง​ ทา น ค​ อื พ​ อ ต​ งิ่ ​กบั อ​ าเ​ตย๋ี ว​พเ​่ี อกซม​ าท​ านด​ ว ย​แลว กอ​็ ยากล​ องดว​ู า ​ ใคร​ทาน​ได​มากกวา​บวกก​ ับ​มี​พีๆ่ ​อตุ สาหไ​ ปน​ ำมา​ให​ผม​ทาน ผ​ ม​ก็​ เลยท​ านใ​หห​ มดเ​ลยเ​พอื่ ต​ อบแ​ ทนน​ ำ้ ใ​จ น​ ำ้ ใ​จจ​ ากทกุ ทา นก​ เ​็ ลยเ​ปน ​ น้ำหนัก​ท่ีเ​พิ่ม​ข้ึนทุกวนั น้ี อ​ าหารก​ เ็​ลย​อรอย​ทุกม​ อื้ ค​ รับ ​ ทีพ่ กั ​สบาย​ทกุ ท​ ค่​ี รบั ​โดยเฉพาะ​ท่ี​เนปาล ​สขุ ภัณฑ​ม ี​การอ​ นุ ​ให​ ที่นั่ง​รอน ​แลวก็​มี​ที่​ลาง​ออกมา​ฉีด​จาก​สุขภัณฑ​ดวย ​ไฮเทค​มากๆ​ ครบั ​มาเ​ขา เรื่อง​ธรรมะท​ ไี​่ ด​เ รียนรกู​ นั ​บางครับ ​ ผ​ มไ​ดเ​ รยี นรจ​ู ากน​ อ งโ​ปง ค​ อื ว​ นั ท​ จ​่ี ะข​ นึ้ เ​ขาค​ ชิ ฌกฎู เ​ราส​ องค​ น​ พนี่ อ งก​ น​็ งั่ เลน ใ​นห​ อ งจ​ นถ​ งึ เวลาน​ ดั แ​ ลว กอ​็ อกมาค​ รบั ร​ะหวา งเ​ดนิ ​ มาร​สู กึ วา ผ​ มม​ าก​ บั ค​ ณะทวั รท​ เ​่ี รยี บรอ ยม​ ากค​ รบั ท​ กุ คนน​ ง่ั ก​ นั เ​งยี บ​ ไมม​ เี สยี งเ​ลย ผ​ มอ​ อกมาเ​จอต​ รงโ​ถงด​ า นหนา ถ​ งึ ร​วู า ไ​มม ใ​ี ครอ​ ยแ​ู ลว ​ กค็​ ิดต​ อ วา ​ชาง​ตรงเวลาจ​ ริงๆ ​ข้นึ ร​ถก​ ัน​หมดแ​ ลว ​เรา​ก็ร​บี ​ดีกวา เ​ขา​ ไดไ​ม​รอ​กนั ​นาน ​

229 พออ​ อกป​ ระตไู​ป​เหน็ ​แตค​ วามว​ างเปลา ​ถงึ ​รูวาเ​ขา​ไม​รอค​ รับ ไ​ป​ กัน​หมด​แลว ​ไมไ ดค​ ดิ ม​ าก​ อนเ​ลย​วา​จะ​ถูก​ทิ้ง ​ตอนน​ ้นั ง​ง​มาก ม​ อง​ หนา​โปง​แลว​จะ​ทำไง ​ก็​คิดได​วา​เขา​ไป​เด๋ียว​ก็​กลับมา เ​ท่ียง​ก็​บอก​ โปง​วา​กลับ​ไป​ที่​หอง​แลว​กัน ​แต​โปง​บอก​ไมได ​มาเ​ที่ยว​แลวก็​ตอง​ ไป​ให​ครบ ​ก็​เลยไป​พยายาม​พูด​กับ​เด็ก​ผูชาย​ที่​ดู​แล​เคานเตอร​สาม​ คน เ​ขาก​ ถ​็ ามว​ า ร​เ​ู บอรไ​ กดไ​ หม เ​ราท​ ง้ั คก​ู ไ​็ มร ู แ​ ลว เ​บอรค​ นอ​ นื่ ร​ไ​ู หม​ เราก​ ไ​็ มร อ​ู กี ต​ อนน​ น้ั ก​ ค​็ ดิ จ​ ะบ​ อกโ​ปง ว​ า พ​ อเ​ถอะ เ​ราไ​มต​ รงเวลาเ​อง​ ไป​รอ​หนอ ย​กไ็ ด ​ แ​ ตอ​ ยๆู ​ก​ ม​็ ค​ี วามคดิ ห​ นง่ึ ข​ นึ้ ม​ าว​ า ถ​ า เ​ราข​ ดั แ​ ยง ก​ นั เอง ค​ นท​ จ​่ี ะ​ ชวย​เขา​ก็​จะไ​มอ​ ยากช​ ว ย ​งั้นม​ า​พยายามด​ วย​กันใ​หถ​ งึ ​ที่สุด​น่​ีแหละ​ จะเ​ปน​ยังไง​คอ ย​วา ​กนั ​โปง​ก​็เสนอว​ า ​ง้นั ​มีท​ าง​อนื่ ​ทจ​่ี ะไ​ป​ไหม ​เขาก​ ​็ บอกวา ม​ ล​ี าเ​ทยี มเ​กวยี น ผ​ มก​ ค​็ ดิ วา ไ​มไ หว ก​ วา จ​ ะไ​ปถ​ งึ ค​ นอ​ น่ื ค​ งจ​ ะ​ เตรียมก​ ลบั แ​ ลว ​แลว ม​ ​รี ถไ​หม เ​ขาก​ ว็​ า​ไมม ร​ี ถยนตเ​ลย ​

230 ตอนน​ ัน้ อ​ ีกค​ น​ก็พ​ ยายาม​โทร​ทกุ ​เบอรท​ ี่ม​ แ​ี ละ​หาได ​จน​โทร​ตดิ ​ เบอร​ไกด ​ไกด​บอกวา ​เพราะ​มี​รถ ​๒​​คัน ​คัน​นี้​ก็​นึก​วา​อยู​คัน​โนน​ สุดทา ย​ก​็คุยต​ กลงวา ร​ถ​บัส​จะ​กลบั มา​รบั แตน​ อ ง​อกี ​คนก​ ็​ใจด​เี อาร​ถ​ มอเตอรไ​ ซดม​ าส​ ง ก​ ไ​็ ปพบร​ถบ​ สั ท​ ค​่ี รง่ึ ทาง แ​ ลว กข​็ นึ้ เ​ขาต​ ามทนั ค​ ณะ​ ของ​เรา ​ เรื่อง​น้ี​สอน​ให​รูวา ​คน​อินเดีย​ที่​มี​น้ำ​ใจ​ชวย​โดย​ไม​เอย​ปาก​ขอ​ เงนิ ​เลย​ยังมอ​ี ยู ผ​ ม​เลย​ใหท​ ปิ ​ไป ๑​ ,​๐๐๐ ร​ูป​ บอกวา ไ​ป​แบง​กนั ส​ าม​ คน ​ตอน​นั้น​ก็​คิดวา​ไมเปนไร ​พัน​รูป​เอง ​คิด​กลับเปน​เงิน​ไทย​ต้ัง​ ประมาณ​หา ร​อยบ​ าท ​เปนค​ รั้ง​แรกท​ ​ใ่ี หท​ ิป​เยอะข​ นาดน้ี ​ อีก​อยาง​คือ​เรา​อยา​เพิ่ง​ยอม รับ​สภาพ​อะไร​งาย​เกินไป​โดย​ไม​ ลอง​พยา​ยาม​ดูกอน ​เพราะ​เรา​ก็​จะ​เลือก​ทาง​ที่​งาย​ที่สุด​โดย​ไม​ลอง​ ทาง​ท่ี​ยาก​เลย ​ขอ​สำคัญ​ไมได​อยู​ที่วา​ผล​ของ​ความ​พยายาม​ตอง​ ออกมา​ตาม​ที่​คิด ​สำคัญ​ท่ี​เรา​พยายาม​นน่ั ​แหละ ​เรา​ลอง​พยา​ยาม​ ทำ พ​ ยายามแ​ ก พ​ ยายามล​ องผ​ ดิ พ​ ยายามล​ องถ​ กู แ​ มท​ กุ ๆ​ครง้ั ผ​ ล​ จะอ​ อกมาไ​มด เ​ี ลย แ​ ตเ​ ราก​ ไ็ ดล​ องท​ ดสอบด​ ว ยต​ วั เอง อ​ ะไรท​ ไ​่ี มใ​ ชก​ ​็

231 จะ​หลีก​เลยี่ งทางน​ ้นั ​ไม​ไ ปพ​ ยายาม​อีก ก​ ็​ พยายามห​ าห​ นทางเ​สน ทางใ​หมๆ ข​ น้ึ ม​ า​ เพอ่ื ท​ ำใ​หด​ ขี นึ้ เ​พราะเ​ราไ​ดฝ​ ก นสิ ยั ค​ อื ม​ ​ี ความ​พยายาม​ตดิ ​ตัวเราไ​ปแ​ ลว น​ น่ั เอง ​​ ​ทีนี้​ธรรมะ​ท่ี​ได​เรียนรู​จาก​การ​ไป​ทำ สมาธท​ิ พ​่ี ทุ ธคย​ าใ​นย​ ามค​ ำ่ คนื ​ตงั้ แ​ ตส​ าม​ ทุม​ถึง​ตี​สี่ ​ตอน​แรก​กอน​จะ​ไป​ใน​รถ​บัส​ ที่น่ัง​มา​ก็​เห็น​มี​คน​จะ​ไป​ทำสมาธิ​ทั้งคืน​ ดว ย ​ก​็คิดวา ม​ เ​ี พอื่ นไ​ป​พรอมก​ ัน​แลว ​ถงึ ​ จะ​ไมไ ด​เจอ​อกี ​กลมุ ท​ ี่​จะไ​ป​ทำสมาธจ​ิ าก​บัส​สองก​ ​ไ็ มเปน ไร ​แตแ​ ลว​ หลาย​คน​ก็​เปลี่ยน​ใจ​เม่ือ​เจอ​สภาพอากาศ​ที่​เย็น ​กับ​เมื่อหลวง​ปู​ บอกวา ​ถา​ไม​ต้ัง​ใจ​ไป​ปฏิบัติ​ธรรม ​เทพ​ทั้งหลาย​เขา​ไม​พอ​ใจ ​เลย​ ไมมี​ใครไ​ป​เลย ​ ตัวผมเอง ​ดวย​ความ​ที่ตั้ง​ใจ​แลว​ บวกกับ​เช่ือม่ัน​วา​พอ​แม​ ครบู าอาจารย​หลวงป​ ​ูตนบ​ ญุ ส​ อน​มา​ดี ​ผม​คง​ไม​ท ำ​ใหเ​ สยี ชื่อ ​คง​ทำ​ ใหเ​ ทพเ​ขาพ​ อใ​จไ​ด ก​ ย​็ งั ย​ กมอื อ​ ยค​ู นเ​ดยี ว ห​ ลวงป​ ก​ู ถ​็ ามว​า ไ​มเ​ ปลยี่ น​ ใจน​ ะ ถ​ า ไ​มเ​ ปลย่ี นใ​จก​ ด็ แ​ี ลว เ​มอ่ื ถ​ งึ โ​รงแ​ รมก​ ร​็ บี เ​ตรยี มตวั ไ​กดก​ ร​็ บี ​ ให​ผ ม​ไป ผ​ ม​กร​็ ีบ​ดี​ทไี​่ มล มื ​อะไร ​ผม​ตองน​ ่งั ​รถรบั จา ง​กบั ​ไกด เ​มอื่ ถ​ งึ พ​ ทุ ธคย​ าแ​ ละต​ อ งเ​ดนิ เ​ขา ไปค​ นเ​ดยี วแ​ ลว ค​ นเ​ยอะด​ ค​ี รบั ​ เปน ​คนไ​ทย​ก​ห็ ลายก​ รปุ ​กเ​็ ดิน​สำรวจหา​ทำเลเ​หมาะๆ​ว​ า​ท่ไี หน​ถงึ ​ จะ​ไป​ทำสมาธ​ดิ ี ​ ตอน​น้ัน​ก็​มี​งาน​เล้ียงฉลอง​ของ​อิสลาม ​แต​ดัน​มา​ฉลอง​หนา​ พทุ ธคย​ า ไ​มม ท​ี อี่ น่ื จ​ ะไ​ปแ​ ลว ห​ รอื ไงเ​นยี่ ​เ​สยี งด​ งั ร​บกวนไ​ดด เ​ี ลยละ ​ แลว กม​็ จ​ี ดุ ธ​ ปู จ​ ดุ ก​ ำยาน ค​ วนั เ​ยอะบ​ างจ​ ดุ อ​ ากาศก​ ห​็ นาว พ​ นื้ ก​ เ​็ ยน็ ​

232 ยงุ ก​ เ​็ ยอะ เ​ดนิ วนห​ นง่ึ ร​อบ ไ​มเ หน็ ​ ท่ีไหน​ที่​ดีกวา​ที่​ครูบา​นก​แนะนำ​ เลย ต​ รง​ดา นหนา ตนพ​ ระศ​ ร​มี หา​ โพธิ์ ท​ เ​ี่ ปน ท​ ส​่ี วดมนตข​ องพ​ ระจนี ​ กพ​็ อ​ม​ีโตะ ​ม​ผี า ป​ ูร​อง ก​ ันล​ ม ​กนั ​ ความ​เย็น​จาก​พ้ืน​ได​บาง ​แลวก็​ เจอ​กับ​พ่ีๆ​ท​ีม่ าจาก​บัส​สองพ​ อดี ​ก็​เลยช​ วน​มาน​ ่งั ​สมาธ​ิทเ​่ี ดียวก​ นั ​ตอน​แรก​รูสึก​ใจ​ยัง​ไมคอย​สงบ ​เลยไป​เดินจงกรม​กอน ​เดิน​ได​ เกอื บช​ ว่ั โมงม​ งั้ ก​ ย​็ งั ไ​มร​ สู กึ อ​ ยากน​ งั่ ส​ มาธอ​ิ ยด​ู ี เ​ลยไปเ​ดนิ เ​วยี นเทยี น​ รอบ​เจดียพ​ ุทธค​ยา ​เดนิ อ​ ยูห​ ลาย​รอบ​มาก เ​ดนิ จ​ น​พวก​อสิ ลามเ​ลกิ ​ งานเล้ียง ​เดิน​ดวย​ความ​คิดวา​เดิน​ให​เมื่อย​จน​อยาก​น่ัง​จะ​ได​นั่ง​ นานๆ​เลย ​พอ​เม่ือย​ได​ที่​แลวก็​มา​นั่ง​ครับ ​พอ​นั่ง​ก็​รูสึก​งวง ​ก็​กะ​ วา​จะ​กม​มา​ขางหนา​ให​หาย​เม่ือย​หลัง​สักนิด ​ถา​หลับ​ใน​ทา​น้ี​ได​ก็ดี​ แลวก​็นง่ั หลบั ใ​น​ทาน​ ้ันจ​ ริงๆ​ครับ​โ​ดยไ​มร​ สู กึ ห​ นาวเ​ลย ​ พอร​สู กึ ตวั อ​ กี ทก​ี ถ​็ กู ค​ วามเ​มอ่ื ย ค​ วามง​ว ง ค​ วามเ​ยน็ ย​ งุ ร​บกวน​ ตลอด​เวลา​ทเ่ี หลอื จ​ นถ​ งึ เวลา​ที่​จะ​กลบั มา​โรงแ​ รมเ​ลย​ครบั ​ เรือ่ ง​นี​้สอนใ​หร​ ูว า ผ​ ม​วางแ​ ผน​ผดิ ไ​ปห​ นอ ย ช​ วงแ​ รก​คง​มีความ คึก​และ​ต่ืนเตน​มาก ​เลย​ไม​อยาก​น่ัง​นิ่งๆ​ ​เมื่อ​เดิน​เยอะ​ตอน​แรก​ ตอน​นง่ั ​ก​็จะเ​มอื่ ย​เกินไป ​แลว​ตอนง​ว ง​ก็​จะไ​มอ​ ยาก​เดิน​เพราะเ​ดิน​ ตอนแ​ รกเ​ยอะแ​ ลว ป​ ระเมนิ ด​ แ​ู ลว ช​ ว งท​ เ​ี่ ดนิ ท​ ำไ​ดด ค​ี รบั แ​ ตช​ ว งท​ นี่ งั่ ​ แทบ​จะ​หลับ​ตลอด​เลย ​หวัง​วา​เทวดา​ท้ังหลาย​คง​เห็น​ใจ​วา​ชวง​แรก​ ผม​ต้ัง​ใจ​ทำ​แลวน​ ะ ​อยาไ​ด​ถ ือสา​หาความช​ ว ง​ทหี​่ ลบั ​เลย ​ อีก​อยาง​คือ ​เม่ือ​เรา​จะ​มา​หาความ​สงบ​ แตปจจัย​ภายนอก​ ท้ังหลาย​ไม​เอื้อ​ตอ​ความ​สงบ​เลย ​ทั้ง​เห็น​คน​เยอะ ​เสียง​ดัง​จาก​

233 งานฉลอง ​กลิ่น​ธูป​และ​กำยาน ​ความ​หนาวเย็น ​ความ​คัน​จากยุง​ กัด ​เรา​ควบคุม​อะไร​ส่ิง​เหลา​นั้น​ได​บาง ​สิ่ง​เดียว​ท่ี​เรา​ควบคุม​ได​คือ​ ใจข​ องเ​รา พ​ ยายามท​ ำใ​จใ​หร​ บั ส​ ภาพค​ วามเ​ปน จรงิ ใ​นขณะน​ น้ั ๆ​ไ​ม​ ไป​ปรุง​แตง​ตอ ​ไมต​ องค​ ิดวาเ​สยี งด​ ัง​ดห​ี รือไ​มด ี ​เสียงด​ ังค​ ือเ​สียงด​ ัง ต​ อมาเ​ปนธ​ รรมะท​ ​ห่ี ลวงห​ ลวงป​ ​สู อน​บน​รถ​ท​ีผ่ ม​จำไดค​ ือ ​ ​ถา​อยาก​ให​พระพุทธศาสนา​เจริญ​ใน​อินเดีย​อีก ​อันดับ​แรก​คือ​ การท​ ำใ​หด​ เ​ู ปน ต​ วั อยา ง ค​ อื ก​ ารท​ เ​่ี ขาอ​ ยแ​ู บบไหนเ​ราอ​ ยไ​ู ด แ​ ลว เ​รา​ ก็​ม​ีวัตร​ปฎบิ ตั​ ิ​ท​มี่ ี​ระเบียบว​ นิ ยั ใ​น​ทางเดียว​กัน​ไมแ​ ยกว​ า พ​ ทุ ธ​ไทย​ พุทธ​จนี ​ใหพ​ วกเขาเ​กดิ ค​ ำถ​ าม ใ​หเ​ขา​มาด​ ู ม​ า​ลอง​ปฎิบตั​ ิ ว​ าความ​ ทุกข​ของ​พวกเขา​สามารถใ​ช​วธิ ีท​ าง​พระพทุ ธศาสนา​แก​ไดจ​ รงิ ๆ​​ ​คำ​สอน​ตอมา​คือ ​การ​ปฎิบั​ติ​ตอ​เพ่ือน​มนุษย​ดวย​กัน ​โดย​การ​ “​ใ​หใ​ จ”​ค​ อื ค​ วามจ​ รงิ ใ​จ ม​ น​ี ำ้ ใ​จ ท​ ำด​ ว ยค​ วามรสู กึ อ​ ยากใ​หเ​ ขาม​ ค​ี วาม​ สุข​และ​พน จ​ ากท​ กุ ข “​ใ​หอ ภยั ”​ค​ อื การไ​มถ​ อื โทษโ​กรธเค​ อื ง ไ​มค​ ดิ วา เ​ขาท​ ำใ​หเ​ กดิ ภ​ ยั ​ เกิด​ความท​ ุกขรอ น​อะไรแ​ กเ​รา “​ใ​หธ​ รรมะ”​คือก​ ารแ​ ลกเปลี่ยน​มมุ มอง ​ความ​คิดเห็น ใ​หก​ ำลงั ​

234 ใจ ​วิธี​คิด​ที่​สามารถ​แกปญหา​ได ​มา​ บอกเลา​ประสบการณ ​เพ่ือ​การ​พัฒนา​ ไป​พรอ มๆ​กัน ​ สุดทาย​ที่​จำได​คือ ​การ​ให​ของ​เรา​ ชวย​ให​เขา​พนทุกข​ได​ไหม ​พวก​ที่มา​ ขอทาน​ที่​อินเดีย​เนี่ย ​เรา​ให​ไป​แลว​เขา​ ซาบซึ้ง​ไหม ​เมือ่ เ​ราใ​หไ​ปแ​ ลวร​ูสกึ วา​ได​ สละอ​ อกไ​หม ร​สู ึกวาย​ ินด​ีท​่ไี ด​ใหไ​ หม ​ เ​มอื่ ถ​ งึ ว​ นั สดุ ทา ย ผ​ มย​ งั ร​สู กึ อ​ ยากเ​ ที่ยว​ตอ​อยู​เลย​ แต​หลายๆ​ทาน​อยาก​ กลับ​แลว ​ทาง​ทัวร​ก็​เลย​แถม​ให​บางทาน​ได​อยู​ตอ​อีก​วัน​เนื่องจาก​ หาต​ ว๋ั ​เครอ่ื งบินไ​ด​ไมครบ ​ ไปแ​ สวงบญุ ท​ อ​่ี นิ เดยี ก​ บั ห​ ลวงป​ ส​ู นกุ มากค​ รบั ไ​ดเ​ ปด ห​ ไ​ู ดเ​ ปด ตา​ ได​รวม​ทำบุญ​รวม​ทำ​กุศล​กับ​หลวง​ปู​ที่​เปน​เน้ือนาบุญ​อัน​ประเสริฐ​ และ​กบั ​ทาน​ทัง้ หลายท​ ​่ีไปด​ วยก​ นั ​ ถา​หลวง​ปู​เปนตน​บุญ ​ผม​ก็​จะ​เปน​ลูก​ของ​ตน​บุญ​นั้น ​เพราะ​ ลูกไม​จะ​ได​หลน​ไม​ไกล​ตน ​ผม​จะ​ปฎิบั​ติ​ตาม​ท่ี​หลวงปู​สั่ง​และ​สอน​ ครับ ค​ รง้ั หนา ไ​ปไ​หนผ​ มข​ อต​ ามไ​ปด​ ว ยน​ ะค​ รบั (​ไ​ดย นิ ม​ าว​ า ส​ ว นใ​หญ​ เวลา​ไปกับ​หลวง​ปู​เทวดา​คัดสรร​คน​ดวย ​ผม​จะ​เรง​ทำบุญ ​ทำ​กุศล​ สะสมไ​วกอน​จะไ​ด​ไ มพ​ ลาดต​ กรอบค​ ดั เลอื ก)​ ​ โ​ดยว​ ศนิ เ​ต​ชะ​ววิ รรธน

แจ้งในทุกข์ เม่ือใดทกุ ขเ์ กดิ ข้นึ เธอแจง้ ในเหตแุ หง่ ทกุ ขน์ นั้ มากนอ้ ยแค่ไหน เธอแจง้ ในทุกขน์ ้อยปัญญาก็เกิดนอ้ ย เธอแจ้งในทุกข์มากปัญญากเ็ กดิ มาก รวู้ า่ ทกุ ข์เกิด รวู้ า่ ทกุ ข์มี เข้าใจวา่ ทกุ ขค์ งอยู่ แคน่ ี้ไมเ่ รยี กวา่ แจ้งแลว้ คำว่าแจ้งแลว้ ในทุกข.์ ..คือ เหน็ ระบบของทกุ ข์ในลำดบั ข้ันตอนของมัน โดยปราศจากความยดึ มนั่ ตามสภาพของอารมณ์และ เข้าใจผลของทกุ ขว์ า่ ...มีความหนกั เบามากนอ้ ยแคไ่ หน เกาะเกีย่ วจติ วญิ ญาณอยา่ งไร นีจ่ ึงเรียกวา่ แจ้งในทกุ ขโ์ ดยแท้จรงิ

บญุ ประทายข้าวเปลอื ก​ เปน​งานบุญ​ประจำป​ท่ี​คณะสงฆ​วัด​ปา​ทุง​กุลา​เฉลิม​ ราชแ​ ละช​ าวบา นต​ ำบลท​ งุ ท​ อง อำเภอเ​กษตรวสิ ยั จงั หวดั ​ รอ ยเอด็ ได​จัดข​ น้ึ ​ทกุ ปต​ ั้งแต​ป พ.ศ. ๒๕๕๐ ใน​ชวง​ตน​เดือน​ธันวาคม หลัง​ฤดู​การ​เก็บเกี่ยว​ชาวบาน​ ตาง​จะ​พา​กัน​นำ​ขาวเปลือก​ของ​ตน​มา​ถวาย​วัด​โดย​พระสงฆ​ จะท​ ำพธิ เ​ี จรญิ พ​ ระพทุ ธมนตอ​ นโุ มทนาบ​ ญุ เ​ปน ส​ ง่ิ ต​ อบแทน คือ​เปน​มหา​มงคล​อัน​สูงสุด และ​ตาม​ความ​เชื่อ​โบราณ​กอน​

จะ​นำ​ขาว​ไป​ใช​ตอง​ขอขมา​พระ​แมโพสพ​กอน​ ซ่ึง​เปน​เทวดา​ผูรักษา​ไรนา​ให​ความ​อุดมสมบูรณ​ พชื ไรแ​ ก​มนุษย คน​ผูใหญ​แต​เกากอน​นับถือ​แมโพสพ​มาก มัก​กราบไหว​ทาน​กอน​เปบ​ขาวคำ​แรก​เขา​ปาก และ​สั่งสอนลูก​หลาน​ให​นั่ง​ลอมวง​เปบขาว​ พรอมๆ กัน และ​ตอง​สำรวม​กิริยา​มารยาท​ ระหวาง​เปบขาว​ให​เรียบรอย​อยา​ให​มี​เม็ด​ขาว​ หายหกตกหลน แม​ขาว​เหลือ​กน​จาน​สังกะสี​ก็​

238 ตอ งก​ นิ ใ​หห​ มด หา มเ​ทท​ งิ้ ล​ งถ​ งึ โ​สโครกใ​หเ​ อาใ​สป​ ากห​ มอ ข​ า วท​ บั บ​ น​ ขาว​ท่ี​หุง​ม้ือ​ตอไป หรือไมก็​ตอง​นำไป​ผึ่งแดด ทำเปน​ขาว​ตากแหง​ เอา​ไว เคย​เห็น​ปูยา​กิน​ขาว​อ่ิมหนำ​สำราญ​แลว ตอง​ยกมือไหว​เพ่ือ​ สำแดง​ความ​กตัญู​รู​บุญคุณ​ขาว จึง​ตอง​ขอบคุณ เหลา​ชาวนา เมื่อ​แรก​ทำนา จนกระท่ัง​ถึงเวลา​ไถ​คราด เก็บเก่ียว​รวงขาว​ดวย​เคียว​เหล็ก ก็​จะ​ ตอง​ประกอบพิธี​เซน​บูชา​แมโพสพ​ ทุก​ระยะ​ไป เชน กอนหนา​เวลา​ ฤกษแ​ รกนาจ​ ะป​ ลกู ศ​ าลเพยี งตา สงู ​ ระดับ​สายตา​คน​ขึ้น ณ ที่ใด​ที่หน่ึง ท่ี​กำหนด​ไว​เปนท่ี​แรกนา ตระเตรียม​ เครื่อง​สังเวยบูชา​แมโพสพ​ให​ครบถวน พรอมท้ัง​กลาว​คำขวัญ​เปน​ถอยคำ​ไพเราะ​ออนวอน​ แมโ พสพใ​หค​ ุมครอง​รักษาต​ นข​ า ว ขอให​ป น้ี​จง​ทำนาไ​ดผ ล ไมว า ​จะ​ เปน​นาหวาน นาดำ เพราะ​แมโพสพ​เปน​หญิง​ขวัญออน​งาย ตอง​ ทำพิธีเ​รยี กขวญั ​เสมอ การม​ ีส​ วนรวมข​ อง​ชุมชน เพื่อ​สืบสาน​ขนบ​ธรรม​เนียน​ประเพณี​วัฒนธรรม​อัน​ดี​ของ​ชาว อีสานซ​ ่ึงไ​ด​เนน​กิจกรรมใ​ห​คนในช​ ุมชนม​ ส​ี ว นรวม ในก​ ารจ​ ดั งานใ​น​ ครั้งน้ี ทาง​องคการ​บริหาร​สวน​ตำบล​ทุง​ทอง​และ สมาชิก​องคการ​ บรหิ ารส​ ว นจ​ งั หวดั ร​อ ยเอด็ อ​ ำเภอเ​กษตรวสิ ยั เ​ขต ๓ /กำนนั /ผใู หญ​

239 บาน​ตำบล​ทุง​ทอง​ท้ัง ๙ หมู และ​ชาวบาน​ทุก​ครัวเรือน ท่ี​ใหการ​ สนบั สนนุ ​ดว ยดง​ี านส​ ามารถจ​ ดั ไ​ด​อยาง​ลงตัว ซ่ึง​ใน​ป ๒๕๕๕ ได​มี​ กิจกรรม​ในร​ะหวา งว​ นั ท่ี ๗ – ๙ ธนั วาคม ๒๕๕๕ ณ วัดป​ า ​ทงุ ก​ ุลา​ เฉลิม​ราช บาน​โพน​ตูม ตำบล​ทุง​ทอง อำเภอ​เกษตรวิสัย จังหวัด​ รอ ยเอด็ มก​ี จิ ก​ รรมการป​ ระกวดส​ รภญั ญะป​ ระเภทเ​ยาวชนแ​ ละก​ ลมุ ​ แมบาน กิจกรรม​ลงแขก​เก่ียวขาว กิจกรรม​พิธี​บายศรี​สู​ขวัญขาว กิจกรรม​ฟอนรำบ​ วงสรวงพ​ ระ​แมโพสพ ประเพณี​ลงแขกเ​กี่ยวขาว เม่ือ​ขาว​ใน​นาแต​กร​วง​จน​เปน​เมล็ด​แก​ไดท่ี จะ​ลงมือ​เก็บเก่ียว​ ได​ใน​ระหวาง​เดือนอาย​กับ​เดือนย่ี การ​เก่ียวขาว​แต​โบราณ​จะ​มี “การ​ลงแขก​กนิ แรงก​ นั ” หญิงสาว​ชายหนุม​ยนิ ด​ีมาร​ว ม​เกีย่ วด​ ว ย

240 เพราะจ​ ะไ​ดม​ ี​โอกาส​มาชุมนุมร​่นื เริง การ​เกี่ยวขาว​มัก​เก่ียว​แตเชา โดย​เก่ียวขาว​เรียง​กัน​เปน​หนากระดาน ใคร​เก่ียว​ได​แนว​จรด​คันนา​ แลวก็​หยุดพัก รอคอย​คน​อ่ืน​ซ่ึง​เกี่ยว​แนว​ของ​ตน​มายัง​ไมถึง เม่ือ​ เกย่ี วเ​สรจ็ ท​ กุ คนแ​ ลว จงึ จ​ ะไ​ปเ​กยี่ วต​ อนอ​ นื่ ๆ ตอ ไป เพราะฉะนนั้ ถ​ า ​ ใครเ​กยี่ วช​ า ก​ ม​็ าเ​ปน ท​ หี ลงั จะม​ ก​ี ารแ​ กลง ล​ อ ก​ นั โ​ดยค​ นท​ อ่ี ยใ​ู กลค​ น​ ทเ​่ี กย่ี วช​ า จ​ ะแ​ กลง เ​กย่ี วใ​หแ​ นวข​ องต​ นเฉอ​ อกไป เพอื่ ใหแ​ นวข​ องค​ น​ เกย่ี วช​ า ข​ ยายเ​นอ้ื ทอ​ี่ อกไปก​ วา ง ตอ งเ​สยี เวลาเ​กย่ี วม​ ากขน้ึ เ​รยี กวา “เก่ียว​ออม​เกาะ” ใคร​ตอง​เกี่ยว​ออม​เกาะ​จะ​ถูก​เพื่อน​ทั้ง​หญิง​ ชาย​หัวเราะเยาะ​เลน สนุก​อยางท​ ่​รี อ ง​กนั ว​ า “ควา ​เถดิ ​หนาแ​ มค​ วา รบี ตะ​บัง​ใหถ​ งึ ค​ นั นา จะ​ได​พดู จาก​ ันเ​อย”

241 เวลาเ​ย็น​เลกิ ​เกี่ยวขาวแ​ ลว จะ​เลน “เพลงเ​ก่ียวขา ว” เรียกวา “เตน ​กำร​ ำ​เคียว” คือ ถอื ก​ ำ​ขา วม​ อื หนงึ่ ถอื ​เคยี ว​อีก​มอื หนึ่ง เวลา​ รอ งก​ อ​็ อกท​ า ทางร​ำแ​ ละเ​ตน เ​ปน จงั หวะข​ องท​ ำนองท​ ร​่ี อ งร​ะหวา งท​ี่ รอง​เตน ​กำร​ำ​เคียวก​ นั ​อยู​น ้ีเ​จา ของน​ าจ​ ะม​ ัด​รวมก​ ำข​ าว​ที​่กองๆ อย​ู ให​เปน​ฟอน และ​รวบรวม​เขา​หมู​เขา​กอง แลว​หาบ​ขน​ไปสู​ลาน​ บานเรือน​ของ​ตน เมื่อ​ขน​ขาว​ไปสู​ลาน​เสร็จ​แลว​ตอง​เก็บ​รวงขาว​ท่ี​ ตก​อยู​ใน​นา​เรียก​อัญเชิญ “ขาว​แมโพสพ” เวลา​เก็บขาว​จะ​กลาว​ วา “แมโ พสพเ​จาขา เชิญ​มา​ขึน้ ย​ ุง ฉาง อยาหลง​อยใ​ู น​ทงุ ใ​นท​ างใน​ นา​ใน​ไร ให​หนูก​ ัด​นก​คาบ เชญิ ไ​ป​อยูท่ี​สำราญ​เปน สขุ เล้ยี งล​ กู เลย้ี ง​ หลาน​ใหเ​ จรญิ มา​เถิดม​ าก”ู ประเพณี​จัดงานป​ ระกวด​สรภัญญะ การ​จัด​ประกวด​สวดมนต​หมู ทำนอง​สรภัญญะ เปน​กิจกรรม​ หน่งึ ​ที่ กรมการ​ศาสนา กระทรวง​วัฒนธรรม ใหก ารส​ นบั สนุน​เพอื่ ​ ทำนุบำรงุ ศ​ ิลปะ และ​วฒั นธรรมป​ ระจำ​ภมู ิภาคต​ างๆ ของป​ ระเทศ​ ไทย​ไว ทาง​วัด​ปา​ทุง​กุลา​เฉลิม​ราช​ได​สืบสาน​งาน​ประเพณี​จัดงาน​ ประกวดส​ รภัญญะ เปน ประจำ​ทกุ ป ​สรภัญญ (สะ-ระ​พัน หรือ สอ-ระ-พัน) อุบาสก​อุบา​สิกกา​ใน​ ภาคอีสาน​นิยม​สวด​กนั ใ​นว​ นั อโุ บสถ​ศีล (วนั พระ) ภาษาถน่ิ เ​รยี กวา​ ฮองสรภญั ญ โดยท​ ำนองส​ รภญั ญะเ​ปน การส​ วดมนตใ​ นท​ ำนองส​ งั โยค คอื ก​ าร​ สวดเ​ปนจงั หวะส​ ำหรับเ​น้อื หาจ​ ะ​เกยี่ วของ​กับศ​ าสนา บาป​บญุ คณุ ​ โทษ นทิ านช​ าดก เปน ตน

242 กิจกรรม​ประกวด​สรภัญญะ​ประเภทเยา​ชน​และ​กลุม​ แมบาน ใน​ป พ.ศ. ๒๕๕๕ ทาง​คณะกรรมการ​ได​กำหนด​เงิน​รางวัล​ ชนะเลิศพ​ รอม​โลเ​ กยี รติยศ และร​างวลั ใ​ห​ก ับ​ทุก​คณะ​ทเี​่ ขารว ม​การ​ ประกวด​ครง้ั นี้ เพือ่ ​สรางขวญั แ​ ละ​กำลงั ใจ​ใน​การ​ประกวดใ​นป​ ต​ อ ๆ​ ไป ในก​ าร​ประกวด​ประเภทน​ ไ้ี​ดก​ ำหนด​บทไ​ว ๔ บท 1. บทบ​ ชู าด​ อกไม กลอนบ​ ทน​ แ​้ี สดงใหเ หน็ ถ​ งึ ก​ ารบ​ ชู าด​ อกไมท​ ​ี่ ทกุ คนเ​ตรยี มม​ าแ​ ละถ​ อื อ​ ยใ​ู นม​ อื แ​ ลว ก​ ารบ​ ชู าด​ ว ยด​ อกไ​มเ ปน อ​ ามสิ ​ บชู า​เปน การ​บูชาเ​บ้อื งตน​ทีศ่​ าสนกิ ชน​ควร​จะท​ ำ 2. บท​แนะนำตัว กลอน​บท​น้ี​แสดงใหเห็น​วา​มาจาก​หมูบาน​ ไหน มา​กนั ​ก่คี​ น ที​ห่ มบู า นม​ ี​ของด​ีอะไร เปนการแ​ นะนำ​ให​ไปเท่ยี ว​ ไปมาหาส​ูกันไ​ด 3. กลอน​พุทธคุณ ธรรมคุณ ​สังฆ​คุณ เปน​กลอน​ท่ี​กลาว​ถึง​ เนอื้ หาข​ อง​พุทธคณุ ธรรมคุณ ส​ ังฆค​ ณุ วาม​ ีก​ ป​ี่ ระการ 4. บทล​ าแ​ ละอ​ วยพร เปน การส​ ง ทา ย ผร​ู อ งส​ รภญั ญจ​ ะบ​ อกลา​ พระสงฆ​และ​ผฟู ง​ทกุ คน ดว ยก​ ารอ​ วยพร​ใหม​ ​ีความส​ ขุ อยู​ดี ม​แี ฮง (ม​แี รง)

243 คณะ​ผเ​ู ขา ​ประกวดป​ ระเภทเ​ยาวชน การ​ประกวด คณะ​ที​ไ่ ดร ับร​างวลั มด​ี ังน้ี คือ ชนะเลศิ ​อันดับ ๑ คณะ​สาวนอ ยเ​พชร​ชมพู บา น​ดอกรักน​ อย ต.กำแพง อ.เกษตรวสิ ยั จ.รอยเอ็ด เงนิ ​รางวลั ๗,๐๐๐ พรอมโ​ลเ​กียรติยศ จาก​พระ​ธรรมฐติ ​ิญาณ​ เจา คณะ​ภาค ๑๐ (ธ) เจา อาวาส​วดั บ​ ึง​พระล​ านช​ ยั รองชนะเลศิ อ​ นั ดบั ๑ คณะโ​รงเรยี นป​ ทมุ ร​ตั นพ​ ทิ ยาคม อ.ปทมุ ​ รตั น จ.รอ ยเอด็ เงนิ ร​างวลั ๕,๐๐๐ พรอ มโ​ลเ​ กยี รตยิ ศ หลวงป​ ต​ู น บ​ ญุ ตก​ิ ขปญ โญ ประธาน​ฝา ย​สงฆว​ ัด​ปา ท​ งุ ​กุลา​เฉลมิ ​ราช ชนะเลิศ​อันดับ ๒ คณะ​นองใหม​ขวัญใจ​ทุง​ทอง บ.โพน​ตูม ต.ทุง ท​ อง อ.เกษตรวิสยั จ.รอยเอด็ เงิน​รางวัล ๓,๐๐๐ พรอม​โล​เกียรติยศ นาย​ทอง​ดี นาม​วงษ นายก​องคการ​บริหาร​สว น​ตำบล​ทงุ ​ทอง คณะกรรมการต​ ัดสิน : อาจารย กศน. เกษตรวิสยั จังหวัด​ รอ ยเอ็ด

244 คณะ​ผู​เขาป​ ระกวดป​ ระเภท​กลมุ ​แมบาน การ​ประกวด คณะท​ ่ไี​ดรบั ร​างวัล มด​ี งั น้ี คือ ชนะเลศิ อ​ นั ดบั ๑ คณะล​ ำเ​พญิ ส​ ยาม บา นล​ ำเ​พญิ ต.กดุ ข​ าค​ มี อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร เงิน​รางวลั ๗,๐๐๐ พรอ มโ​ลเ​กียรติยศ จากพ​ ระ​ธรรมฐิติญ​ าณ​ เจา คณะภ​ าค ๑๐ (ธ) เจาอาวาสว​ ดั บ​ ึงพ​ ระล​ านช​ ัย รองชนะเลิศ​อันดับ ๑ คณะ​โพธิ์​ศรีสวัสดิ์ บานโพธ์ิ​ศรีสวัสดิ์ ต.โพน​สงู อ.ปทมุ ​รัตน จ.รอ ยเอด็ เงิน​รางวัล ๕,๐๐๐ พรอม​โล​เกียรติยศ จาก​หลวง​ปู​ตน​บุญ​ ต​ิกขปญโญ ประธานฝ​ าย​สงฆ​วัด​ปา​ทงุ ก​ ลุ า​เฉลิม​ราช รองชนะเลิศ​อันดับ ๒ คณะ​ลูกแกว​ใน​แดนธรรม บาน​ซึกวึก ต.ทุง ​ทอง อ.เกษตรวสิ ยั จ.รอยเอ็ด เงิน​รางวัล ๓,๐๐๐ พรอม​โล​เกียรติยศ จาก​หลวง​ปู​ตน​บุญ​ ต​ิกขปญ โญ ประธาน​ฝาย​สงฆ​ว ดั ป​ า ท​ งุ ​กลุ าเ​ฉลมิ ​ราช

245 รางวัล​ชมเชย รางวลั ​ละ ๑,๐๐๐ บาท การ​ประกวด คณะ​ที่​ไดร บั ร​างวลั ม​ีดงั น้ี คอื คณะ​หงสทอง บาน​หนอง​สระ​หงส ต.กำแพง อ.เกษตรวิสัย จ.รอยเอ็ด คณะส​ ามัคคี​ธรรม​เสียงทอง บานข​ นวน ต.โนน​สงา อ.ปทุม​รตั น จ.รอยเอ็ด คณะ​ดอกรัก​นอย​เสียง​สวรรค บาน​ดอกรัก​นอย ต.กำแพง อ.เกษตรวสิ ยั จ.รอ ยเอด็ คณะ​ทุง​รวงทอง บาน​โพน​หิน ต.ทุง​ทอง อ.เกษตรวิสัย จ.รอยเอด็ คณะ​สาวนอย​ทุง​กุลา บาน​เขวา​หรดี ต.ทุง​ทอง อ.เกษตรวิสัย จ.รอ ยเอ็ด คณะ​ดอกบัว​ทอง บาน​หนองบัว ต.ชุมพลบุรี อ.ชุมพลบุรี จ.สรุ นิ ทร คณะเ​พชรล​ ำพ​ บั พล​ า บา นเ​ขว​ าตะค​ ลอง ต.ทงุ ท​ อง อ.เกษตรวสิ ยั จ.รอยเอด็ คณะส​ ามคั คธ​ี รรม บา นซ​ กึ วกึ ต.ทงุ ท​ อง อ.เกษตรวสิ ยั จ.รอ ยเอด็ ​ คณะว​ ังส​ วรรค บา นส​ ามขา ต.โพนส​ งู อ.ปทุมร​ตั น จ.รอยเอ็ด

246 หตลารวางงกปิจนูต่ิมนน้ ตบ์ขอญุง วนั เสารท์ ี่ ๙ ก.พ. ๒๕๕๖ อบรมปฏิบตั ิธรรม บ้านสาธุเจา้ ตน้ บญุ กรุงเทพฯ วันอาทติ ย์ที่ ๑๐ ก.พ. ๒๕๕๖ รับนมิ นตท์ ี่ ร้านสะพานบญุ ชลบรุ ี วนั จนั ทร์ท่ี ๑๑ ก.พ. ๒๕๕๖ รบั นมิ นต์รา้ นน้ำพุ บางพลี วนั องั คารท่ี ๑๒ - วนั พธุ ที่ ๑๓ ก.พ. ๒๕๕๖ อบรมปฏิบัติธรรม บ้านสาธเุ จ้าต้นบุญ กรงุ เทพฯ วนั พฤหสั ที่ ๑๔ – วันเสารท์ ่ี ๑๖ ก.พ. ๒๕๕๖ อบรมปฏิบัติธรรม ท่สี ถานธรรมฉตั รชนก สระบุรี วนั อาทิตย์ที่ ๑๗ ก.พ. ๒๕๕๖ รับนิมนตท์ ่ีบ้าน คณุ สด บางพลี วนั จันทรท์ ่ี ๒๕ – วันอังคารท่ี ๒๖ ก.พ. ๒๕๕๖ พธิ เี ทเศียรพระพทุ ธสหิ ิงคม์ งิ่ มงคลบรมบพิตร และทอดผา้ ป่า ณ วดั พระธาตศุ รจี ำปามหารัตนาราม จ.สกลนคร วันเสารท์ ่ี ๑๖ มี.ค. ๒๕๕๖ รับนมิ นต์ บา้ นคณุ เพ็ญ ทวี่ ชั รพล

247 วนั อาทิตยท์ ี่ ๑๗ – วันองั คารท่ี ๑๙ ม.ี ค. ๒๕๕๖ อบรมปฏิบตั ิธรรม บา้ นสาธุเจา้ ตน้ บญุ กรุงเทพฯ วันพธุ ท่ี ๒๐ – วันเสาร์ท่ี ๒๓ ม.ี ค. ๒๕๕๖ อบรมปฏบิ ตั ิธรรม ท่ีสถานธรรมฉตั รชนก สระบรุ ี วันศุกร์ท่ี ๕ – วนั อาทติ ยท์ ่ี ๗ เม.ย. ๒๕๕๖ งานพธิ ีหล่อบษุ บกพระสเิ นรรุ าช สถาปนาเสานาคาโพธสิ ตั ว์ พธิ สี กั การะครูบาอาจารย์ วนั พฤหสั บดที ่ี ๑๘ – วนั เสาร์ท่ี ๒๐ เม.ย. ๒๕๕๖ อบรมปฏบิ ตั ิธรรม ทีส่ ถานธรรมฉตั รชนก สระบรุ ี วันอาทิตย์ท่ี ๒๑ – วนั พธุ ที่ ๒๔ เม.ย. ๒๕๕๖ อบรมปฏบิ ตั ิธรรม บา้ นสาธุเจ้าต้นบญุ กรงุ เทพฯ วันพุธที่ ๑ พ.ค. ๒๕๕๖ กจิ กรรมวันแรงงาน วนั พฤหสั บดที ่ี ๒ – วันจนั ทร์ท่ี ๖ พ.ค. ๒๕๕๖ เดนิ ทางตามรอยพระธรรมฑตู ประเทศพม่า วนั องั คารท่ี ๗ พ.ค. ๒๕๕๖ แสดงธรรมทเี่ ดอะมอลล์ โคราช วันพฤหัสบดที ่ี ๑๖ – วนั เสารท์ ี่ ๑๘ พ.ค. ๒๕๕๖ อบรมปฏิบตั ธิ รรม ทสี่ ถานธรรมฉตั รชนก สระบุรี วันอาทิตย์ท่ี ๑๙ – วนั อังคารที่ ๒๑ พ.ค. ๒๕๕๖ อบรมปฏิบตั ิธรรม บ้านสาธุเจา้ ตน้ บุญ กรงุ เทพฯ วันศุกร์ท่ี ๒๔ – วนั อาทติ ย์ท่ี ๒๖ พ.ค. ๒๕๕๖ อบรมปฏบิ ตั ธิ รรม วันวิสาขบชู าท่วี ัดป่าทุง่ กุลาเฉลมิ ราช วนั อาทติ ย์ท่ี ๙ มิ.ย. ๒๕๕๖ งานท่วี ังนอ้ ยอยธุ ยา

248 วันจนั ทรท์ ่ี ๑๐ - วันพุธท่ี ๑๒ ม.ิ ย. ๒๕๕๖ อบรมปฏบิ ตั ธิ รรม ทส่ี ถานธรรมฉตั รชนก สระบุรี วันศกุ ร์ท่ี ๑๔ – วนั อาทิตย์ท่ี ๑๖ มิ.ย. ๒๕๕๖ ธดุ งค์ เวียงจันทน์ ประเทศสาธารณรฐั ประชาชนลาว วันจนั ทร์ที่ ๑๗ - วันพุธที่ ๑๙ ม.ิ ย. ๒๕๕๖ อบรมปฏบิ ตั ธิ รรม บ้านสาธุเจา้ ต้นบญุ กรงุ เทพฯ วันพุธท่ี ๓ ก.ค. ๒๕๕๖ แสดงธรรมที่ บ้านคุณยายสพุ ิณ คุม้ บัว นครราชสีมา วันเสารท์ ี่ ๑๓ – วนั จนั ทร์ที่ ๑๕ ก.ค. ๒๕๕๖ อบรมปฏบิ ตั ธิ รรม ที่สถานธรรมฉตั รชนก สระบรุ ี วนั องั คารท่ี ๑๖ –วนั พฤหัสบดที ่ี ๑๘ ก.ค. ๒๕๕๖ อบรมปฏิบัติธรรม บา้ นสาธุเจ้าตน้ บุญ กรงุ เทพฯ วันอาทิตย์ที่ ๒๑ – วันจันทรท์ ี่ ๒๒ ก.ค. ๒๕๕๖ สกั การะพระธาตพุ นม พระธาตเุ ชงิ ชมุ พระธาตุนารายณแ์ จงแวง วันจันทร์ที่ ๑๒ ส.ค. ๒๕๕๖ กิจกรรมวันแม่ วนั พธุ ท่ี ๑๔ – วนั ศกุ ร์ท่ี ๑๖ ส.ค. ๒๕๕๖ อบรมปฏิบตั ธิ รรม ทส่ี ถานธรรมฉตั รชนก สระบุรี วนั เสาร์ท่ี ๑๖ – วนั อาทิตยท์ ่ี ๑๘ ส.ค. ๒๕๕๖ อบรมปฏบิ ตั ิธรรม บา้ นสาธุเจา้ ต้นบญุ กรุงเทพฯ วนั พฤหัสบดีที่ ๒๒ – วันอาทิตยท์ ี่ ๒๕ ส.ค. ๒๕๕๖ หลวงปู่ตน้ บุญเขา้ นิโรธ (ออกบณิ ฑบาต วันท่ี ๒๕) วันเสารท์ ี่ ๗ – วนั องั คารที่ ๑๐ ก.ย. ๒๕๕๖ สอนปฏบิ ัตธิ รรม บ้านสาธุเจ้าตน้ บุญ กรุงเทพฯ

249 วันพธุ ท่ี ๑๑ – วันเสาร์ที่ ๑๔ ก.ย. ๒๕๕๖ อบรมปฏิบัตธิ รรม ท่ีสถานธรรมฉัตรชนก สระบรุ ี วนั พฤหัสบดที ี่ ๑๙ – วนั อาทติ ยท์ ี่ ๒๒ ก.ย. ๒๕๕๖ หลวงปเู่ ข้านิโรธ (ออกบิณฑบาต วันท่ี ๒๒) วนั พฤหสั บดที ี่ ๓ – วันเสาร์ท่ี ๕ ต.ค. ๒๕๕๖ อบรมปฏิบัตธิ รรม ทสี่ ถานธรรมฉตั รชนก สระบุรี วันอาทิตยท์ ี่ ๖ – วนั องั คารท่ี ๘ ต.ค. ๒๕๕๖ อบรมปฏบิ ัตธิ รรม บ้านสาธุเจ้าตน้ บญุ กรุงเทพฯ วันพุธที่ ๑๖ – วันเสารท์ ี่ ๑๙ ต.ค. ๒๕๕๖ หลวงปู่เขา้ นิโรธ (ออกบิณฑบาต วนั ท่ี ๑๙) วนั อาทติ ย์ที่ ๒๐ ต.ค. ๒๕๕๖ พิธที อดกฐนิ สามคั คี วันพฤหสั บดีท่ี ๗ – วนั เสารท์ ี่ ๙ พ.ย. ๒๕๕๖ อบรมปฏบิ ตั ิธรรม ท่ีสถานธรรมฉตั รชนก สระบรุ ี วนั อาทติ ย์ท่ี ๑๐ – วนั พฤหัสบดีท่ี ๑๔ พ.ย. ๒๕๕๖ อบรมปฏิบัตธิ รรม บา้ นสาธเุ จ้าตน้ บุญ กรงุ เทพฯ วนั ศกุ รท์ ี่ ๑๕ – วนั อาทติ ย์ที่ ๑๗ พ.ย. ๒๕๕๖ แสวงบุญท่ีประเทศกัมพชู า (เขมร) วันพฤหัสบดีท่ ี ๕ – วนั เสารท์ ี่ ๗ ธ.ค. ๒๕๕๖ งานบุญประทายข้าวเปลือก วันองั คารที่ ๑๐ – วันนศกุ ร์ที่ ๑๓ ธ.ค. ๒๕๕๖ อบรมปฏบิ ตั ิธรรม ที่สถานธรรมฉตั รชนก สระบุรี วันเสารท์ ี่ ๑๔ – วนั องั คารท่ี ๒๓ ธ.ค. ๒๕๕๖ อบรมปฏบิ ัติธรรม บ้านสาธุเจ้าต้นบุญ กรุงเทพฯ วนั ศุกร์ที่ ๓๑ ธ.ค. ๒๕๕๖ สวดมนตข์ ้ามปี


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook