Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore โลกอุดร_ภิกขุ

โลกอุดร_ภิกขุ

Published by akkarasubun, 2021-05-10 04:06:19

Description: โลกอุดร_ภิกขุ

Search

Read the Text Version

250 กำหนดการเข้านิโรธ หลวงปู่ต้นบุญ ติกขปัญโญ ณ วัดป่าทุ่งกุลาเฉลิมราช บ้านโพนตูม ตำบลทุ่งทอง อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด

251

252 เดือนสิงหาคม ๒๕๕๖ วันพฤหสั บดีที่ ๒๒ สงิ หาคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๙.๓๐ น. - ลงทะเบียนบวชเนกขมั มะ เวลา ๑๒.๐๐ น. - พกั รับประทานอาหารกลางวัน เวลา ๑๓.๐๐ น. - ทำพธิ ีบวชเนกขัมมะ เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฟงั พระธรรมเทศนาจากหลวงปู่ตน้ บญุ ก่อนเข้านิโรธ เวลา ๑๕.๕๙ น. - หลวงป่ตู น้ บุญจดุ เทยี นนิโรธ นอ้ มส่งหลวงปเู่ ขา้ นิโรธแลว้ พักตามอัธยาศัย เวลา ๑๘.๐๐ น. - อบรมการปฏบิ ัติธรรม เวลา ๑๙.๐๐ น. - สวดมนตท์ ำวัตรเยน็ และปฏิบตั ธิ รรม เวลา ๒๑.๐๐ น. - พัก วันศกุ รท์ ่ี ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๕.๐๐ น. - สวดมนต์ทำวตั รเชา้ และเจรญิ สติภาวนา เวลา ๐๖.๓๐ น. - พระภกิ ษสุ ามเณรออกรบั บิณฑบาต เวลา ๐๘.๓๐ น. - ถวายภตั ตาหารเชา้ แด่พระภิกษสุ ามเณร เวลา ๑๐.๐๐ น. - อบรมปฏิบัติธรรม เวลา ๑๒.๐๐ น. - พักรบั ประทานอาหารกลางวัน เวลา ๑๓.๐๐ น. - อบรมปฏบิ ัตธิ รรม เวลา ๑๗.๐๐ น - พกั ตามอัธยาศยั เวลา ๑๙.๐๐ น. - สวดมนต์ทำวัตรเย็น และปฏิบตั ธิ รรม เวลา ๒๑.๐๐ น. - พัก

253 วันเสาร์ที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๕.๐๐ น. - สวดมนตท์ ำวัตรเชา้ และเจริญสตภิ าวนา เวลา ๐๖.๓๐ น. - พระภิกษสุ ามเณรออกรับบิณฑบาต เวลา ๐๘.๓๐ น. - ถวายภตั ตาหารเช้าแด่พระภกิ ษุสามเณร เวลา ๑๐.๐๐ น. - อบรมการปฏิบัติธรรม เวลา ๑๒.๐๐ น. - พักรับประทานอาหารกลางวนั เวลา ๑๓. ๐๐ น. - อบรมการปฏบิ ตั ิธรรม เวลา ๑๙.๐๐ น. - สวดมนต์ทำวตั รเย็น เวลา ๒๑. ๐๐ น. - สวดอติ ปิ โิ ส ตลอดคืน วนั อาทติ ย์ที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๔.๓๐ น. - หลวงปู่ตน้ บญุ ออกจากนโิ รธ เวลา ๐๖.๐๐ น. - หลวงปู่ตน้ บุญ ออกรับบณิ ฑบาต เวลา ๐๗.๓๐ น. - ถวายภัตตาหารแดพ่ ระภิกษสุ ามเณร เวลา ๐๙.๐๐ น. - ฟังพระธรรมเทศนาจากหลวงปู่ตน้ บุญ เวลา ๑๐.๒๙ น. - ดับเทยี นชยั นิโรธ เสรจ็ พิธี เดือนกันยายน ๒๕๕๖ วันพฤหสั บดที ่ี ๑๙ กันยายน ๒๕๕๖ เวลา ๐๙.๓๐ น. - ลงทะเบียนบวชเนกขมั มะ เวลา ๑๒.๐๐ น. - พกั รับประทานอาหารกลางวัน เวลา ๑๓.๐๐ น. - ทำพธิ บี วชเนกขัมมะ เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฟังพระธรรมเทศนาจากหลวงป่ตู น้ บุญ กอ่ นเข้านิโรธ

254 เวลา ๑๕.๕๙ น. - หลวงปู่ต้นบญุ จุดเทียนนิโรธ น้อมสง่ หลวงปเู่ ข้านิโรธแล้วพกั ตามอัธยาศัย เวลา ๑๘.๐๐ น. - อบรมการปฏบิ ัติธรรม เวลา ๑๙.๐๐ น. - สวดมนต์ทำวตั รเย็น และปฏบิ ตั ธิ รรม เวลา ๒๑.๐๐ น. - พัก วันศกุ ร์ท่ี ๒๐ กนั ยายน ๒๕๕๖ เวลา ๐๕.๐๐ น. - สวดมนตท์ ำวตั รเชา้ และเจริญสติภาวนา เวลา ๐๖.๓๐ น. - พระภิกษุสามเณรออกรบั บณิ ฑบาต เวลา ๐๘.๓๐ น. - ถวายภัตตาหารเชา้ แด่พระภิกษุสามเณร เวลา ๑๐.๐๐ น. - อบรมปฏิบตั ธิ รรม เวลา ๑๒.๐๐ น. - พักรับประทานอาหารกลางวัน เวลา ๑๓.๐๐ น. - อบรมปฏบิ ตั ธิ รรม เวลา ๑๗.๐๐ น - พักตามอธั ยาศยั เวลา ๑๙.๐๐ น. - สวดมนต์ทำวัตรเยน็ และปฏิบัติธรรม เวลา ๒๑.๐๐ น. - พัก วนั เสารท์ ่ี ๒๑ กันยายน ๒๕๕๖ เวลา ๐๕.๐๐ น. - สวดมนตท์ ำวัตรเชา้ และเจรญิ สตภิ าวนา เวลา ๐๖.๓๐ น. - พระภิกษุสามเณรออกรบั บณิ ฑบาต เวลา ๐๘.๓๐ น. - ถวายภตั ตาหารเช้าแดพ่ ระภิกษุสามเณร เวลา ๑๐.๐๐ น. - อบรมการปฏิบตั ิธรรม เวลา ๑๒.๐๐ น. - พักรับประทานอาหารกลางวนั เวลา ๑๓.๐๐ น. - อบรมการปฏิบตั ธิ รรม เวลา ๑๙.๐๐ น. - สวดมนต์ทำวตั รเยน็ เวลา ๒๑.๐๐ น. - สวดอติ ิปิโส ตลอดคืน

255 วนั อาทิตย์ที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๖ เวลา ๐๔.๓๐ น. - หลวงปู่ตน้ บุญ ออกจากนโิ รธ เวลา ๐๖.๐๐ น. - หลวงปู่ตน้ บญุ ออกรบั บิณฑบาต เวลา ๐๗.๓๐ น. - ถวายภตั ตาหารแด่พระภิกษุสามเณร เวลา ๐๙.๐๐ น. - ฟังพระธรรมเทศนาจากหลวงปตู่ ้นบญุ เวลา ๑๐.๒๙ น. - ดบั เทยี นชัยนิโรธ เสร็จพิธี กำหนดการเข้านิโรธ และพิธีทอดกฐิน เดือนตุลาคม ๒๕๕๖ วันพธุ ที่ ๑๖ ตลุ าคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๙.๓๐ น. - ลงทะเบียนบวชเนกขัมมะ เวลา ๑๒.๐๐ น. - พกั รบั ประทานอาหารกลางวนั เวลา ๑๓.๐๐ น. - ทำพิธีบวชเนกขมั มะ

256 เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฟงั พระธรรมเทศนาจากหลวงปู่ต้นบญุ ก่อนเข้านิโรธ เวลา ๑๕.๕๙ น. - หลวงปตู่ น้ บุญจุดเทยี นนโิ รธ น้อมส่งหลวงป่เู ข้านโิ รธแลว้ พักตามอัธยาศัย เวลา ๑๘.๐๐ น. - อบรมการปฏิบัตธิ รรม เวลา ๑๙.๐๐ น. - สวดมนตท์ ำวัตรเยน็ และปฏบิ ตั ธิ รรม เวลา ๒๑.๐๐ น. - พัก วันพฤหสั บดีที่ ๑๗ ตลุ าคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๕.๐๐ น. - สวดมนตท์ ำวัตรเชา้ และเจริญสติภาวนา เวลา ๐๖.๓๐ น. - พระภกิ ษุสามเณรออกรบั บิณฑบาต เวลา ๐๘.๓๐ น. - ถวายภตั ตาหารเช้าแดพ่ ระภกิ ษสุ ามเณร เวลา ๑๐.๐๐ น. - อบรมปฏิบัตธิ รรม เวลา ๑๒.๐๐ น. - พกั รบั ประทานอาหารกลางวนั เวลา ๑๓.๐๐ น. - อบรมปฏบิ ตั ิธรรม เวลา ๑๗.๐๐ น - พักตามอัธยาศยั

257 เวลา ๑๙.๐๐ น. - สวดมนตท์ ำวตั รเย็น และปฏิบัตธิ รรม เวลา ๒๑.๐๐ น. - พกั วนั ศุกรท์ ่ี ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๕.๐๐ น. - สวดมนตท์ ำวตั รเช้าและเจริญสติภาวนา เวลา ๐๖.๓๐ น. - พระภิกษสุ ามเณรออกรับบิณฑบาต เวลา ๐๘.๓๐ น. - ถวายภตั ตาหารเชา้ แดพ่ ระภิกษสุ ามเณร เวลา ๑๐.๐๐ น. - อบรมการปฏิบัตธิ รรม เวลา ๑๒.๐๐ น. - พักรับประทานอาหารกลางวัน เวลา ๑๓.๐๐ น. - อบรมการปฏิบัติธรรม เวลา ๑๙.๐๐ น. - สวดมนต์ทำวตั รเย็น เวลา ๒๑.๐๐ น. - สวดอติ ปิ ิโส ตลอดคนื วนั เสาร์ท่ี ๑๙ ตลุ าคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๔.๓๐ น. - หลวงป่ตู ้นบุญ ออกจากนิโรธ เวลา ๐๖.๐๐ น. - หลวงปู่ตน้ บุญ ออกรบั บณิ ฑบาต เวลา ๐๗.๓๐ น. - ถวายภตั ตาหารแดพ่ ระภกิ ษุสามเณร เวลา ๐๙.๐๐ น. - ฟังพระธรรมเทศนาจากหลวงปตู่ น้ บญุ เวลา ๑๐.๒๙ น. - ดบั เทียนชัยนิโรธ เสร็จพธิ ี เวลา ๑๓.๐๐ น. - ลงทะเบยี นบวชชพี ราหมณ์ เวลา ๑๘.๐๐ น. - ต้งั ผา้ กฐนิ รอบองคพ์ ระมหาธาตเุ จดยี ์ ศรที ศพลญาณเฉลมิ ราชชัยมงคล เวลา ๑๙.๓๐ น. - ฟงั พระธรรมเทศนา วนั อาทติ ยท์ ี่ ๒๐ ตลุ าคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๗.๐๐ น. - ตักบาตรพระภกิ ษุสามเณร เวลา ๑๐.๐๐ น. - พิธีทอดกฐนิ สามัคคี รบั พร เสรจ็ พธิ ี

258 ธรรมปรบั จติ รวบรวมเรียบเรียง : เด็กโงภ่ แู ซ​ ภาพ : เชดิ วฒุ ิ สกลย​ า

259 การตืน่ รู้ ธรรมะจากนิโรธคร้งั ท่ี ๑ ....หลวงป่ตู ้นบญุ ตกิ ขปัญโญ ณ วดั ป่าท่งุ กลุ าเฉลมิ ราช เม่ือวันที่ ๒๖ สงิ หาคม ๒๕๕๕ ความ​ไมแ​ นน อนเ​ปน ​พน้ื ฐาน​สำคญั ข​ องช​ ีวิต​มนษุ ย พวกเราจ​ งึ ค​ วรเ​กบ็ เกยี่ วส​ ง่ิ ท​ เ​ี่ ปน ม​ รรคผลใ​หไ​ ดม​ ากท​ ส่ี ดุ อยา ร​ อ​ วนั พรงุ นห​ี้ รอื ว​ นั ต​ อ ๆ ไ​ป อยา เ​กดิ ม​ าแ​ บบโ​งๆ แ​ ละต​ ายไ​ปแ​ บบโ​งๆ ​ เหมอื นเดมิ อยา ร​ อใ​หป​ ว ยจ​ งึ ม​ าป​ ฏบิ ตั ิ สงั ขารม​ นั ไ​มเ​ ออื้ เวลาเ​จบ็ ไข​ ได​ปว ย ประสาทส​ ัมผสั ​จะ​ลดค​ วาม สามารถ​ลง เชน ประสาทตาจ​ ะ​ พยายาม​ขยาย​มานตา​เพ่ือ​รับ​ภาพ​ให​ได​มาก​ที่สุด ประสาท​สัมผัส​ อนื่ ๆ ก​ ​็เหมือนกัน ตงั้ แตป​  ๒๕๕๐ ทไ​่ี ดเ​ รม่ิ บ​ ำรงุ ร​ กั ษาพ​ ทุ ธสถานแ​ หง นี้ กเ​็ ตรยี มใจ​ ไว​แลวว​ าจ​ ะ​เผชิญกับ​สิ่ง​ที่​ไมใช​ความส​ ุข​แนนอน วันที่​ได​ตกลง​ท่ีจะ​ ทำนุบำรุง​รักษา​สถาน​ท่ีนี้ ก็ได​เตรียมใจ​ไว​แลว​กับ​ความ​ทุกขยาก​ และ​ปญหา​ท่ี​ตอง​เผชิญหนา เปนการ​เตรียม​ความ​พรอมท่ีจะ​ เผชญิ หนา ก​ ับ​ความ​จริง ตางจ​ ากส​ ามี-ภรรยาท​ ีแ่​ ตง งาน​กันใ​หมๆ

260 ไมได​มอง​ความ​ทุกข​วา​ได​เร่ิมตน​ขึ้น​แลว หาก​แต​คิด​แต​ความ​สุข​ท่ี​ ได​อยูร​ ว มกัน หลาย​คน​ไมได​เตรียม​รับ​ความ​จริง​ที่จะ​เผชิญ เรา​หลอกตัวเอง​ ท่ีจะ​กาว​ขาม​วัน​และ​คืน วา​ซัก​วันหนึ่ง​เรา​จะ​ได​นั่น​ได​น่ี เรื่อง​ดีๆ​ จะ​เกิดขึ้น เรา​เฝา​หลอกตัวเอง​เพ่ือ​กาว​ขาม​ผาน​วัน​เวลา​จาก​วัน​ เปน​เดือน​จาก​เดือน​เปน​ป น่ัน​คือ​ความ​เบ่ือหนาย​ซ้ำซาก​จำเจ กระบวนการท​ ไ​่ี มแ​ นน อนเ​คลอ่ื นผ​ า น ไมว า จ​ ะห​ มนุ เวยี นไ​ปอ​ ยา งไร ก​็คือ​กระบวนการ​เดิม​ทอี่ ย​ูบนค​ วาม​ไม​แ นน อน เรา​อาจจะ​เผชิญหนา​กับ​สิ่ง​ที่​ทำ​ไว​ใน​พระพุทธศาสนา เรา​เชื่อ​ เร่ือง​กรรม วา​เรา​จะ​ไดรับ​ผล​ของ​การ​กระทำ กรรม​จะ​ครอบคลุม​ ทง้ั ​อดีต ปจ จุบัน อนาคต แต​ถา ​เราม​ อง​เรือ่ งพ​ ฤตกิ รรมม​ ากกวา ​ละ พฤตกิ รรมจ​ ะเ​ปน เรอื่ งท​ ม​ี่ นษุ ยท​ ำเ​รอ่ื งซ​ ำ้ ซาก ทำเ​รอื่ งเดมิ ๆ​บอ ยๆ​ ซ้ำๆ โดย​ไมรูตัว​หรือ​รูตัว​ก็​สอดแทรก​ความ​ปรุงแตง​เพื่อ​หลอกลอ​ ตวั เราใ​หอ​ ยใ​ู นข​ ณะนนั้ เปน ร​ ปู แบบห​ นง่ึ ข​ องพ​ ฤตกิ รรมม​ นษุ ย คอื ​ คิด​เอง​เออ​เอง คดิ วาท​ ำน​ ่นั จ​ ะเ​ปน ​อยา ง​น้ี คดิ ​เอง​เออเ​อง ในทาง​ พระพุทธศาสนา​คือ​กิเลส ราคะ โทสะ โมหะ หาก​มอง​ความ​จริง​ ทแี่ ท มนั ไ​มไ ดม​ อ​ี ยแ​ู ตต น เปน ก​ ระบวนการป​ รงุ แตง เสกสรร กำหนด​ เนื้อเรอื่ ง​รูปแบบ โครงสราง​ไว​เพ่ือให​เรา​เผชญิ เรา​สราง​รั้ว​เพ่ือ​ลอม​ตัวเรา​เอง​ไว เชน ใคร​ทุกข​เพราะ​การ​ แตง งาน​บาง ใคร​ทกุ ข​เ พราะต​ ดิ หน​บี้ า ง ถามจ​ ริงๆ ใคร​เปนค​ นบ​ อก​ ให​เรา​แตงงาน ใครเ​ปน ​คนบ​ อก​ใหเ​ราย​ ืมเงนิ นเ่ี​ปนพ​ ฤติกรรมท​ ่ี​เรา​ ลอมคอกต​ ัวเอง​ไว ไมม ใี คร​บอก แต​เปน ส​ ิ่งท​ ​พี่ วกเรา​เลอื กเ​อง และ​ พวกเราก​ ็​เกิดม​ ร​ี าคะ โทสะ โมหะ กับ​สิ่ง​ทเ​ี่ ราเ​ลอื ก เราม​ ี​ความ​

261 เรา​ทุกข​ เพราะ​ความ​คาดหวัง ใ​ น​ชีวิตม​ าก​เกินไป ยินดี พอใจ ไมย​ ินดี ไมพ อใจ กบั ส​ ิ่งท​ เ​่ี ราเ​ลือก​และก​ รอบท​ ่​ีเรา​ วางไวห​ รอื พระพทุ ธศาสนาส​ อนก​ ระบวนการเ​หลา น้ี แตเ​ ราม​ องแ​ ตป​ จ จบุ นั เชน มค​ี นบ​ อกวา เ​ราโ​ง เราเ​กดิ โ​ทสะแ​ ละไ​ปต​ อ ยเ​ขาบ​ อกวา ”กไ​ู มไ ดโ​ ง” มนั เ​ปน ก​ ระบวนการค​ ดิ เ​องเ​ออเ​องก​ บั ป​ จ จบุ นั คดิ วา เ​ราไ​มโ​ ง ถา เ​รา​ คดิ วา เ​ราโ​งก​ จ​็ บแ​ ลว เพราะป​ ฏกิ ริ ยิ าม​ นษุ ยเ​ รว็ เ​กนิ ไป เราม​ องไ​มท นั สราง​กรงขัง​ตัวเอง​ไว เรา​ยึดม่ัน​และ​ปรุงแตง​ก็​เทากับ​เรา​ลอมคอก​ ตวั เองไ​ว ถา เ​ราป​ ลอ ยวางม​ องตามค​ วามจ​ รงิ “ไมม โ​ี ง ไมม ฉ​ี ลาด” เราเ​ลอื กพ​ ฤตกิ รรมใ​หเ​ ปน อ​ ะไรก​ ไ็ ด แตท​ ำไมเ​ราเ​ลอื กท​ จ่ี ะล​ อ มคอก​ ตัวเรา​เอง ปู​พูดย้ำ​เสมอ​วา​เรา​ทุกข​เพราะ​ความ​คาดหวัง​ใน​ชีวิต​ มากเ​กนิ ไป จบ ป.๖ คาดหวงั เ​งนิ เดอื นเ​ทา ค​ นจ​ บป​ รญิ ญาตรี คอื ไ​ม​ สำรวมก​ บั ค​ วามค​ าดหวงั ทกุ ขเ​พราะส​ ง่ิ ท​ ค่ี าดหวงั ม​ ากเ​กนิ ไป ทำไม​ ไม​คาดหวัง ๒๐% คิด​แบบ​ในหลวง “พอเพยี ง” พระพุทธเจา​ให​ดู​ความ​เปนจริง​ไมใช​เจือปน พระพุทธศาสนา​ สอนใหม​ อง​สมมติ​สัจจะ และปรม​ตั ถสจั จะ

262 ๑) สมมติ​สัจจะ คือ​ความ​จริง​โดย​สมมติ เชน เธอ​กับ​ฉัน​เปน​ ผวั เมยี ก​ นั หรอื เ​งนิ ท​ ใ​ี่ ชก บั ข​ องท​ เ​ี่ ราม​ ี เราแ​ ยกไ​มอ​ อกว​ า น​ ค​ี่ อื ส​ มมติ เพราะ​เรา​เอา​สมมติ​เปนความ​จริง​ไป​หมด เรา​เลย​คาดหวัง​กับ​มัน “สมมติ” ไมมี​รากเหงา เปนของ​แปรปรวน สมมติ​ใหม​ได​เร่ือยๆ เรา​ได​อะไร​กับ​การ​คาดหวัง​ใน​สมมติ เรา​ไดทุกข​เพราะ​ได​สมมติ​มา​ ครอบครอง เรา​ไม​ไดทุกข​กับ​ความ​จริง​แท เรา​ทุกข​กับ​สมมติ​ที่​เรา​ ถือครอง​คาดหวงั ๒) ป​ รมตั ถสจั จ​ ะ คอื ​ความจ​ รงิ ต​ ามค​ วาม​เปน จรงิ เชน เกดิ แก เจ็บ ตาย หาก​เปนส​ ่ิง​ที่​เราเ​ลือก​แลว อยาก​ ลัว อยาป​ รุงแตง อยา​ยึดม่ัน อยา​คาดหวัง​อีก เรา​เร่ิมจาก​คาดหวัง​แลวก็​หวาดกลัว “เรา​จะ​ได​ มย้ั ” “เขาจ​ ะค​ ดิ ​เหมือน​เรา​มยั้ ” เราก​ ็​เริ่ม​ปรุงแตงแ​ ละเ​รา​ก็​ยึดมั่นว​ า ​ จะ​อยางง้ัน​อยางงี้ แลวก็​ทุกข​สิ เพราะ​จิต​เรา​สงไป​ขางนอก​ตลอด มนษุ ยเ​ ปน ส​ ตั วท​ เ​่ี ปด รบั อ​ ายตนะเ​กนิ ๑๐๐% หต​ู าก​ แ​็ พรวพราว จะไ​ว หไ​ู มว า เ​รอื่ งด​ ไี มด จ​ี ะไ​ปกอ นเ​สมอ เพราะเ​ราเ​ปด เมอื่ ไ​มร จู กั ค​ วบคมุ ​ ระงบั ผ​ ล​สบื เน่อื ง​กเ​็ กิด ความ​ปรงุ แตง​ความ​คาดหวงั ​ก็​เกิด เชน รถ​ คนั ​น​้ีสวย คนั ​น้​ขี ​ีเ้ หร เรา​ไมเคย​หดั ​ควบคมุ เราก​ ​็ตกเ​ปน ท​ าส เม่ือไร​เรา​ควบคุม​มัน​ได ไมใ​ หเ​ ปดม​ าก​เกินไป เรา​ก็​จะ​ได​ช ีวิต​ท่ี​ แทจริง​คืน​มา​คือ ​ปรมัตตถสัจจะ เรา​รูวา​ทุกข​เกิด​ท่ีไหน​จาก ๑ ไป ๒ ไป ๓ ไป ๔ เมื่อไร​เรา​ควบคุม​มัน​ได ชีวิต​จิตวิญญาณ​ก็​จะ​มี​ อิสรภาพ เรา​จะ​ไม​ทุกข​เพราะ​เปลือกนอก​ของ​สมมติ ตาย​เปล่ียน​ สังขาร​มา​เปน​รอยพัน​หม่ืน​แสน​ลานชาติชเพราะอะไร นั่น​คือ​ทุกข​ท่ี​

263 เปน ​ของจริง เปน ปรมตั ถสจั จะ เรยี นรู​เนื้อหา​ของ​ความท​ ุกข​ท​่ีเปน ​ เน้อื แท​ของ​ความ​ทกุ ข วันนี้​เรา​เรียนรู​กระบวนการ​ใน​การ​ทำลาย​กรอบ ต่ืน​รู ควบคุม​ ตวั เองไ​ดม​ ากขน้ึ ไมค​ าดหวงั กวา ท​ พ​่ี วกเราจ​ ะฝ​ า ฟน เ​ขา มาใ​นร​ ม เงา​ พระพุทธศาสนา​ให​ได​มากกวา​น้ี เรา​ตอง​ทุมเท​กาย จิตวิญญาณ ปลดแอก​พันธนาการ​ใน​ตัวเรา เพื่อ​เขาใกล​อิสระ​ภาพ​ของ​ตัวเอง ไมมใี คร​ชว ย​เราไ​ด​น อกจาก​ตวั เราเ​อง

264 การเ​ ปลี่ยนแปลงอ​ ยูทีต่​ ัวเรา ธรรมะ​จาก​นโิ รธค​ รั้ง​ท่ี ๒....หลวงป​ ต​ู น บ​ ญุ ตกิ​ ขปญโญ ณ วัดป​ า​ทุง ​กลุ าเ​ฉลมิ ร​ าช เมอ่ื ว​ นั ท่ี ๓๐ กนั ยายน ๒๕๕๕ ชวง​ระยะเวลา​ท่ีอยู​กับ​ตัวเอง​ทำให​เรา​ได​เห็น​บางสิ่ง​ บางอยา งท​ ี่เ​รา​มองขา ม ชีวิต​ท่ีอยู​ใน​เมือง​เปน​ชีวิต​ท่ี​วุนวาย มี​บางสิ่ง​บางอยาง​ที่​เรงรัด​ เราโ​ดยท​ ่ี​พวกเรา​ไมร ูตัว เหมือน​เปน วฎั จ​ ักร​หรอื ​วงจรท​ ่​คี อย​บีบคั้น​ เรา มนษุ ยท​ จ​่ี มอ​ ยใ​ู นป​ จ จบุ นั น​ เ​ี้ ปน แ​ คอ​ ะไหลใ​ นโ​ครงสรา งท​ ท​่ี ำใหข​ บั ​ เคลอ่ื นห​ มนุ ไ​ป เราก​ ห​็ ลงไ​ปกบั ก​ ระบวนการเ​หลา น้ี วนั ๆ ก​ ห​็ ลอกลอ ​ ให​เราท​ ำ​เหมอื นกบั ​วา ​แมไ​ม​เต็มใจ บางคร้งั ก​ ​ต็ องท​ ำ หลอก​จน​เรา​ เตม็ ใจท​ ำ เพ่อื ให​เปน​สวนหนึ่ง​ของ​ระบบ ของก​ ลไก​น้ี สมมติ​ไม​มอง​ใน​เร่ืองวัฎ​สงสาร​หรือสัง​สารวัฎ มอง​แค​ประเทศ​ ไทย มัน​ก็​เปนระบบวัฎ​จักรๆ​หน่ึง ไมวา​จะ​เปน​หางราน บริษัท ทท่ี ำงาน กระทรวง สดุ ทา ยก​ เ​็ ปน วฎั จ​ กั รท​ ผ​ี่ กู ก​ นั ไ​ว มนษุ ยเ ราก​ ลาย​ เปน อ​ ะไหลท​ เ​่ี ขา ไปข​ บั เ​คลอื่ นใ​หว ฎั จ​ กั รเ​หลา นห​้ี มนุ ไ​ป ใครท​ ม​่ี ค​ี วาม​

265 โลภ โกรธ หลง​มาก กิเลส​มาก​ก็​เปน​ผูควบคุม​ระบบ เรา​ก็​เห็นดี​ เห็น​งาม​วาการ​ควบคุม​ระบบ​น่ี​ดี ควบคุม​ชะตา​ชีวิต​มนุษย ระบบ​ โครงสราง​ของ​ชีวิต​มนุษย แตละคน​ก็​เลย​พา​กัน​มา​แสวงหา​อำนาจ แสวงหา​กิเลส มี​เทาไร​ก็​ไม​พอ แตละวัน​แตละ​คืน​เฝา​แสวงหา​มา​ ครอบครอง​เพื่อ​ควบคุม​ระบบ​เหลาน้ี พวกเรา​ก็​วิ่งตาม​โครงสราง​ที่​ เขา​หลอกลอ​ไว ถา ​เราท​ ำ​อยา งงัน้ ​จะไ​ดต​ ำแหนง น​ ี้ จะ​ได​ซี​น่นั ซน​ี ี่ มี​ คน​มาหา​ปู​ขอให​ชวย​ให​ได​ตำแหนง อีกหนอย​ก็​มา​อีก​ขอ​ตำแหนง​ สงู ขนึ้ อ​ กี มนั จ​ ะจ​ บม​ ย้ั น​ ่ี ทำใหเ​ ราเ​ปน ข​ า ทาส มเ​ี ราห​ รอื ไมก ไ​็ มส​ ำคญั เพราะใ​ครก​ ส​็ ามารถม​ าเ​ปน อ​ ะไหลต​ วั น​ ไ​้ี ด ขณะท​ เ​ี่ ราอ​ อกจากร​ ะบบ​ อยา งห​ นง่ึ กไ​็ ปอ​ ยใ​ู นร​ ะบบอ​ กี อ​ ยา งห​ นง่ึ ไมจ​ บ ตราบใดท​ ร​่ี ะบบก​ าร​ กนิ ก​ ารใ​ชข​ องม​ นษุ ยย​ งั เปน เ​หยอ่ื ข​ องร​ ะบบโ​ฆษณาช​ วนเชอ่ื แลว เ​รา​

266 เรา​ผาน​วันแ​ ละ​คืน สรรพ​วัตถุเ​ รื่องราวม​ หาศาล จ​ นเ​ รา​มา​นั่งค​ ิดวา เ​ รา​กำลังว​ ิง่ ตามอ​ ะไร​ ก​เ็ ชอ่ื ​เขา เขา​บอก​อรอย​ก​เ็ ชื่อ​เขา ไมวา ​เรา​จะเ​หน็ดเหนื่อยเ​มอื่ ยลา​ แคไหน สุดทาย​ก็​ตอง​ตื่น เพราะ​เขา​ใส​โปรแกรม​ไว​วา​มัน​คือ​ภาระ​ หนา ทค​ี่ วามร​ บั ผดิ ชอบ เอง็ ต​ อ งท​ ำอ​ ยา งงนั้ อ​ ยา งง้ี จรงิ ๆแ​ ลว แ​ คก​ นิ ​ อมิ่ ทอ งเ​ฉยๆ ไมต​ อ งใ​ชข​ องม​ ากมายข​ นาดนน้ั ก​ ไ็ ด ทอี่ ยท​ู อี่ าศยั ต​ อ ง​ ใหญโ ต​รโหฐาน ก​็มนั ​หลอกลอ​เราว​ า ​ม​ีส่ิงท​ ่​ีดีกวา แ​ ละด​ ที ่ีสุด เรา​ผาน​วัน​และ​คืน สรรพ​วัตถุ​เร่ืองราว​มหาศาล​จน​เรา​มา​ น่ัง​คิดวา​เรา​กำลัง​วิ่งตาม​อะไร เรา​เหน่ือย​โดย​ท่ี​เรา​ยัง​ไม​ไดรับ​ ผลตอบแทน คน​บางคน​มี​บาน​มี​รถ พอ​หันไป​มองดูกู​ก็​กู​มา​ทั้งนั้น พอ​ตอไป​บาน​เรา​ก็​เกา รถ​เรา​ก็​เกา ขณะ​ที่​เงิน​ฝากธนาคาร​ก็​มี​แต​ ลดคาล​ ง (ลอง​เทยี บกับ​ราคาท​ องคำ​ดู ทองห​ นึง่ ​บาท​สมยั กอ น​สห​่ี า​ พนั เดย๋ี วนส​ี้ องห​ มนื่ ก​ วา ) คดิ ด​ ดู ๆี ว​ า ส​ ง่ิ ท​ เ​ี่ ราม​ แ​ี ละเ​ราเ​ปน ท​ ำใหเ​ รา​ เหน่ือย ขณะท​ ​ี่ได​ม า​แลว จะ​ดีใจ​ก็​ไมใช จะ​เสยี ใจ​กไ​็ มเชงิ เรา​มห​ี มด​ ทกุ อยา งแ​ ตม​ นั ​ก​ย็ งั ​ไมด ี​พอ​สำหรบั เ​รา เลยท​ ำให​เราแ​ สวงห​ าไม​จบ​

267 ไม​ส น้ิ ไมรจู​ ะด​ ิ้นรน​ขวนขวาย​ไปท​ ำไม ตอ งป​ ลอยวางใ​ หไ​ ด ปญหา​ท่ี​สำคัญ​คือ คน​ไม​รับผิดชอบ​ใน​ปญหา​ท่ี​ตัวเอง​กอ โยนค​ วามร​ บั ผดิ ชอบ โยนป​ ญ หา โยนภ​ าระ โยนส​ งิ่ ท​ ต​่ี วั เองต​ อ งการ​ ให​คน​อืน่ ​แก หรือ​พยายาม​ใหค​ น​อน่ื ​หยิบย​ ่ืนใหเ​สมอ ออกน​ ิโรธม​ า​ มแ​ี ตค​ นข​ อพ​ รห​ นอ ย พวกเราเ​อาไปพ​ วกเราก​ ไ​็ มเ​ ปลยี่ นค​ วามคดิ อ​ ย​ู ดี สิ่ง​ทใี่​หม​ นั ​ก็​ไม​เกดิ ป​ ระโยชน เปน​แค​น้ำสะอาดข​ นั ห​ นึง่ เ​อาไป​เท​ รวมกับ​น้ำเนา​ท่ี​มี​อยู​แลว เปล่ียน​อะไรได เพราะฉะนั้น​สิ่ง​ท่ี​ให​ไป ไมไ ดห​ มายความวา จ​ ะเ​กดิ ก​ ารเ​ปลยี่ นแปลง การเ​ปลย่ี นแปลงอ​ ยทู ​ี่ ตวั เรา หลวง​ปช​ู วย​น่ี​หนอย ชวย​นั่น​หนอย ถามจ​ รงิ ๆ​ชว ยอ​ ะไรได พวกเราก​ จ​็ ะใ​หช​ ว ยอ​ ยน​ู นั่ เรอื่ งบ​ างอยา งม​ นั เ​กนิ ค​ วามส​ ามารถข​ อง​ เรา บางอยาง​มัน​ไมใช​กิจ​ของสงฆ ใชไหม​ละ ขอให​ชวย​ขายของ ชวย​ให​ได​ตำแหนง และอื่นๆ​อีก​มากมาย ไมได​มา​บวช​เพื่อจะ​มา​ ขาย​ของให​พ วกเรา​นะ เคย​ถาม​ตัวเอง​มั้ย​วา​ตองการ​อะไร​กัน​แน เงินๆๆ ​ท่ี​จำเปน​ ตองหา​ตอง​ใชเ​อา​ให​พ อประมาณ​ก​็พอ ม​กี ไ​็ มไ ด​วา ห​ รอก พอใหก​ ิน​ ให​ใช หา​หมอ ทำบุญ ม​ีมาก​เกินไป​ก็​ตระหนก​ตื่นกลัว กลัว​คน​มา​ ยมื คนน​ นั้ ​มาข​ อ ถา​จะใ​ห​ถกู ไม​ตอ งม​ า​ขอพ​ ร ขอพ​ ร​ไมไดผ ล อยา ​ ได​ประมาท ความ​แปรปรวน​เกดิ ข้นึ ไ​ดง​ าย ใชชีวติ ​กับป​ จจุบนั ก​ ​็พอ อยา​ไป​คาดหวงั ​กบั ​อนาคต​มาก

268

269 ทาส​ความคิด ธรรมะส​ อน​ลกู ๆ ใ​น​วันพระ....หลวงป​ ​ตู น ​บญุ ตกิ​ ขปญ โญ เมอ่ื เ​ดอื น กนั ยายน ๒๕๕๕ ใน​เรื่อง​การ​ประพฤติ​ปฏิบัติ​ธรรม คน​เรา​ตอง​ศึกษา​สังเกต​ ปจจัย​ตางๆ เชน เวลา สภาพแวดลอม ภูมิประเทศ ความ​ พรอ มข​ องต​ วั เรา ไมใ ชไ​ ปม​ องจ​ ดุ ม​ งุ หมายไ​ กลเ​กนิ ไป เลยไ​ มไ ด​ ประโยชนท​ แ​่ี ทจ รงิ ให​มอง​สั้นๆ มอง​เปาหมาย​ใกลๆ เอา​ความ​สำเร็จ​ระยะสั้นๆ​ ใกลๆ ​กอน เรียน​รูวา​ชีวิต​ไมมี​อะไร​มาก ความ​สุข-ความ​ทุกข​ ลวน​เปนภาระ​ที่​เรา​ตอง​แบกรับ ความ​สุข​ถา​ไมมี​ก็​จะ​พยายาม​ ขวนขวาย สว น​ความท​ ุกขก​ อ็​ ยากใ​ หห​ มดไป ไมวาส​ ขุ -ทุกขล​ ว น​ เปนภาระ​ที่​ตอง​แบกหาม ให​มอง​ภาระ​ใกลๆ​ส้ันๆ ​กอน ถา​ไป ​สราง​เงื่อนไข​ไกล​เกินไป พอ​ไมสำเร็จ​ก็​ทอ ขยาด​และ​กลัว​วา​จะ​ ไมสำเร็จ​อกี การ​ประพฤติ​ปฏิบัติ​ธรรม​เปนของ​ละเอียด ธรรม​ของ​พระ-

270 มันเ​ปนแ​ คธ​ าตุ ๔ ขันธ ๕ พระพุทธเจา​มองวา ค​ ือ​ความว​ างเปลา​ พุทธเจา​เปนของ​ละเอียด หาก​เรา​ตองการ​เรียนรู​ซ่ึง​สัจธรรม​ของ​ พระพุทธองค ตัว​ของ​เรา​ตอง​มี​วิสัยทัศน รูปแบบ​การ​ดำเนิน​ชีวิต​ เหมอื นกับพ​ ระพุทธเจา พระพุทธเจา ​ทานม​ องย​ งั ไง และเราม​ อง​ อยางไร ทำ​มุมมองท​ ุกอยา งใ​ห​ม า​อย​จู ุด​เดยี วใ​หไ​ ด เราต​ ก​เปน ท​ าส​ ความคิด​มา​เปน​สิบๆ​ป เรา​คิด​นั่น​ทำ​น่ี​เกิด​จาก​อายตนะ​มัน​เปด สวน​ท่ี​โดน​กระทบ​และ​เรา​เปดโอกาส​ให​มา​กระทบ “เกี่ยวของ​ กับ​ไมเกีย่ ว” เมื่อไรที​่คิดใ​ ห​มันเ​ก่ียวก​ ็จ​ ะ​เกิด​การป​ รงุ แตง โดย​มาก​เรา​ฝก​ทจ่ี ะ​สรางโ​ครงสรา งเ​หลานี้ เพราะเ​รา​ตาม​รูไ​ ม​ เทา ทนั จึง​เกิดม​ ติ ิข​ ้นึ เมือ่ ไรเ​ราไ​ป​สนใจ (จิต​ไปเ​พง ) ก​็จะ​เกิดก​ าร​ ปรงุ แตง เพราะเ​ราป​ รงุ แตง เราจ​ งึ ค​ าดหวงั เราไ​มไ ดม​ องส​ ภาพค​ วาม​ เปน จรงิ ​เนอื้ แท เราท​ กุ ขเ​พราะค​ วามคดิ ท​ ถ​ี่ กู ก​ ำหนดไ​ว​แลว อยใ​ู น​น​้ี ใน​จติ ข​ อง​เรา ถา เ​ราไ​มรู เชน เขา​พดู ​ภาษา​อนื่ เราก​ จ​็ ะ​ไม​ทุกข มอง​ ลึก​ลง​ไป​อีก มัน​เปน​แค​ธาตุ ๔ ขันธ ๕ พระพุทธเจา​มองวา​คือ​ ความ​วางเปลา เรา​ตก​เปน​ทาส​ความคิด​และ​ก็​เปน​เหย่ือ​ความคิด​เหลานั้น เรา​ ไมเคย​บรหิ าร​ความคดิ ไมเคยส​ ราง​ขอบเขตข​ อ จำกดั ​ของค​ วามคดิ

271 พอม​ ​คี วามคิด มก​ี าร​ปรงุ แตง ​ มี​ความ​คาดหวงั มีเ​ขาม​ ​ีเรา ม​ตี ัว​ม​ีตน สูง​ตำ่ ดำ​ขาว ถูก​ผิด ใช​ ไมใช ยึดม่นั ​วาเ​ปน​อยางงน้ั อ​ ยา งงี้ มค​ี วาม​หวาดกลวั ทกุ ข เคย​ถาม​ตัวเอง​บาง​ไหม วา​ทำไม​ใชชีวิต​มาถึง​ขนาดนี้​แลว​ถึง​ ตก​เปน​ทาส​ความคิด​ไม​จบ​ไม​ส้ิน เรา​เกิด​มา​เพ่ือ​สิ่ง​น้ี​หรือ เรา​เกิด​ มา​เพ่ืออะไร ตองการ​อะไร​ใน​โลก​น้ี พระพุทธเจา​ทาน​มี​มหา​ ปณิธาน มคี​ วาม​มงุ ม่นั ​ตง้ั ใจ ตัวเราเ​องม​ ​ีมหา​ปณิธานอ​ ะไร เราม​ กั ม​ องจ​ ากม​ มุ มองข​ องเ​รา ทำไมไ​มม​ องจ​ ากห​ ลายๆ ม​ มุ มอง เรา​เปน​ทาส​ความคดิ แ​ คน้ี เรา​มอง​แค ๕+๕ = ๑๐ แต​จริงๆ​แลว ๖+๔ = ๑๐, ๘+๒ = ๑๐ และย​ งั มอ​ี กี เ​ยอะแยะ ทัศนคติ มุมมอง​แบบ​อ่ืน ยังมี​อีก​เยอะ เรา​ถูก​กรอบ​ของ​ วัฒนธรรม ขนบ​ธรรมเนยี ม​ประเพณี ความ​เชื่อ ครอบไ​ว เม่ือเ​ห็น​ อะไร​ท่แ​ี ตกตา ง เราก​ ็​มีแ​ ค ๒ อยาง ยอมรบั แ​ ละปฎเิ​สธ

272 เราเ​ กิดม​ าเ​ พือ่ ​เรียนรู​ ที่จะอ​ ยู​กับ​สุข-ทุกข และร​ ูจักท​ ี่จะป​ ลอยวางม​ ัน​ เรา​ได​ประโยชน​อะไร​จาก​มุมมอง​ชีวิต​ท่ี​แตกตาง หรือ​เรา​ จมปลัก​กับ​ความคิด​ของ​เรา​เอง ไมเคย​เอา​ความคิด​อื่นๆ​มา​ เปรียบเ​ทยี บกบั ​ความคดิ ​ของ​เรา เมือ่ ใดเ​ราค​ ิด​เดิมๆ ไม​ส ามารถ​ กา วย​ างจ​ าก​กรอบค​ วามคดิ เราเ​อง​ก็​ไมเ​กดิ ก​ ารพ​ ฒั นา การ​ประพฤติ​ปฏิบัติ​ให​ลองทำ​ตาง​เวลา ตาง​สถานท่ี ตาง​ สภาพแวดลอม จะ​ไดเ​หน็ ค​ วาม​แตกตาง เราม​ ี​บา นอ​ ยู​ใกลก​ องข​ ยะ แต​เรา​ไมเคย​รูสึก เพราะ​อยู​จน​ชิน เมื่อไรท่ี​กาว​ยาง​ออกมา ก็​จะ​ เหมน็ เพราะท​ ผี่ า นมาม​ นั ช​ นิ เมอ่ื เ​หน็ แ​ ลว เ​ราก​ จ​็ ะม​ ท​ี างเลอื ก เลอื ก​ ความ​สงบ​ความ​วุนวาย มอง​ใหเ​ห็น​ความแ​ ตกตา งใ​ หไ​ ด เราเ​กดิ ​ มา​เพื่อ​เรียนรูท​ จ่ี ะ​อย​ูกับส​ ุข-ทุกข และ​รูจ ักท​ ่ีจะ​ปลอ ยวางม​ นั หาก​เรา​ยัง​ไม​สามารถ​ละทิ้ง​ตัวตน อัตตา ยังมี​เขา​มี​เรา โอกาสใ​ นก​ ารเ​ขา ถงึ ส​ จั ธรรมข​ องพ​ ระพทุ ธองคก​ น​็ อ ยลง มมุ มอง ทัศนคติ วิธี​คิด​ยัง​เหมือนเดิม ยังมี​ความ​ยินดี พอใจ กับ​ความ​ ทะยานอยาก​ทางโลก ยัง​เรียกรอง ยังมี​เง่ือนไข มี​เหตุผล​ของ​เรา​ เอง เราย​ ัง​ไม​ผ า นท​ ่ีจะก​ าวย​ า ง​เขาถึงโ​ลก​จิตวญิ ญาณ​ได

273 สำคญั ทส่ี ดุ ค​ อื ท​ บทวนพ​ ฤตกิ รรมข​ องเ​ราเ​อง พวกเราเ​กดิ ม​ าเ​พอื่ ​ ตอ งการ​อะไร​กัน​แน ทำความ​เขา ใจ​วา ขณะ​ทไ​่ี มมอ​ี ะไรเ​กดิ ขึน้ ไมม ​ี อะไรน​ า สนใจ เราจ​ ะท​ ำอ​ ยา งไร ยงั เ​ลอื กท​ ำแ​ ตส​ ง่ิ ท​ ต​ี่ วั เองช​ อบ พอใจ ยนิ ดี ไมส​ ามารถย​ อมรบั ก​ บั ค​ วามไ​มย​ นิ ดี ไมพ อใจ เราม​ ค​ี ำต​ อบก​ อ น​ ปฏิบัติ ไม​ทำตัว​เปน​ภาชนะ​ที่​วางเปลา ไม​ระวัง​กาย วาจา ใจ​ ของ​เราเ​อง จิตท​ ​่ีเรา รอ น อย​ูกับ​เนอื้ หาส​ าระ​ท​่ีไมได​เปน​ประโยชน ปฏิบัติ​ไมเห็น​ผล​แลวจะ​อยู​อยางไร แตละวัน​อยู​กับ​ความ​จำเจ คิด​ วาการ​ปฏิบัติ ๓ วัน ๑๐ วัน จะ​ทำให​เรา​เปน​อะไร ในขณะที่​เรา​ เลือกส​ ิง่ ​ท​เ่ี รา​ชอบ พอใจ ยินดี ควร​จะ​อย​ูอยางไร ไมใชเ​รียกรอ ง​ การ​เปล่ียนแปลง​จาก​ผูอื่น แต​ควร​เรียกรอง​จาก​ตัวเรา​เอง นี่​คือ​ สง่ิ ท​ ี่​ตอ งค​ ดิ พิจารณาแ​ ละท​ บทวน จะ​มอง​อยา งไร ไมวาด​ ​ีและไ​มด​ี ก็ตาม จะอ​ ย​ูอยางไร สงั สารวฏั เ​ปน อ​ ยา งง้ี มท​ี ง้ั ค​ วามพ​ อใจ ไมพ อใจ มม​ี ดื ม​ ส​ี วา ง สูง​ต่ำ ดำ​ขาว เม่ือ​เห็น​สิ่ง​หนึ่ง​ก็​เห็น​อีก​ส่ิง​หนึ่ง แต​พวกเรา​ไม​ ทำความ​เขาใจ​กับ​ความ​เปนปกติ​อันนั้น ปญหา​คือ​พวกเรา​ยัง​ ทำ​ไม​เปน ยัง​ไมเขาใจ​วา​จะ​บริหาร​ความคิด การ​กระทำ​อยางไร เบอื้ งตน ค​ วรต​ ระหนกั ร​ พ​ู น้ื ฐานว​ า เ​ราม​ าเ​พอ่ื เ​ปลย่ี นแปลงต​ วั เราเ​อง อยา​ผูก​ติด​อารมณ​ดานเดียว ไมวา​ยินดี พอใจ​ก็ดี หาก​เรา​พัฒนา​ ศักยภาพ​ใหก​ ระจาย​ออก (คลาย​กำหนดั ) นั่นถ​ งึ จ​ ะ​เกดิ ป​ ระโยชน เม่ือใด​เรา​เอา​อัตตา​มองท​ กุ ข ก​็ไมเห็น​ทกุ ข เมือ่ ใด​เรา​เอา​อนตั ตา​มอง​ทุกข เห็นวา ไ​ มม ีเ​ขา​มีเ​รา เรา​ก็จ​ ะเ​ขาใจ​เนอ้ื หา​ของ​ความท​ กุ ข​จรงิ ๆ

274

275 ทานท​ ี่​ไดผลม​ าก และการ​วางค​ วามเ​ ขาใจ ธรรมะจ​ ากน​ ิโรธ​ครัง้ ​ท่ี ๓....หลวงป​ ต​ู น​บุญ ตก​ิ ขปญโญ ณ วัดป​ าท​ งุ ก​ ุลาเ​ฉลิม​ราช เมื่อว​ ันที่ ๓ พฤศจกิ ายน ๒๕๕๕ ตอนท่ี ๑ ทานท​ ​ี่ไดผ ล​มาก คน​มา​ทำบุญ​ผอน​หนัก​ผอน​เบา​ผอน​ยาว​ผอน​ส้ัน ถอย​ที​ถอย​ อาศัย มี​อะไร​ก็​แบงปน​กัน ไมใช​อยู​ดวย​ความ​โลภ โกรธ หลง อิจฉาริษยา อยู​เพราะ​ความ​มักมาก ยึดมั่น​ถือมั่น ไมรูจัก​แบงปน​ เอ้ือเฟอ แทนทจ่ี ะไ​ดบ​ ุญไ​ด​กศุ ลก​ ลบั ไ​ด​นอ ย ทานจ​ ะไ​ ดผ ล​มากเ​มื่อ​ประกอบ​ไปด​ วย การ​รักษาศลี ถา​ศีล​บริสทุ ธ์ิท​ ำทาน​นอยก​ ม​็ ​ีผล​มาก ศลี ​จะ​ คำ้ จนุ ไ​ว คน​ที่​ไมถ​ ือศลี ​แตจ​ ติ ​บริสุทธคิ​์ อื ​จิต​ของเ​ขาป​ ระกอบไ​ปด​ ว ย​ ศลี อ​ ย​แู ลวก​็เหมอื น​คน​มศี​ ีล การ​ตงั้ ส​ ัจจะม​ ่ัน อธษิ ฐานบ​ ญุ ก​ ็ได​มาก เขาใ​ จความ​หมายข​ อง​สิง่ ท​ ี่​ตนจ​ ะใ​ ห ให​เพอ่ื อะไร คนท​ ่ี​

276 ไมเ ขา ใจไ​ดผ ลน​ อ ยมาก คนใ​หท านม​ กั ห​ วงั ผล แตผ​ ลค​ วรอ​ ยก​ู บั ค​ วาม​ พอดแี​ ละ​เปน จรงิ คน​สวนมาก​ใหทานแ​ ลว​ไมอย​ูกับค​ วาม​พอด​แี ละ​ เปนจรงิ ใหทาน​นอยนิด​แตห​ วังผล​มากมาย​มหาศาล เอา​ทกุ อยาง มนั ไ​ม​เ ปน กลาง​และไ​ม​พ อดี ส่ิงท​ ่ีเ​ราท​ ำ​กบั ส​ ิ่ง​ท​เ่ี ราป​ รารถนา​ควรใ​ห​ มนั พ​ อดีกัน การก​ ระทำ​มนั ​ใหผล​สืบเนอื่ ง มี​สิ่ง​หน่ึง​ยอม​มี​อีก​สิ่ง​หนึ่ง ทำ​อะไร​ไว​ยอม​ไดรับ​ผล​อันน้ัน​ ตามหลกั ​ของ “​อทิ ัปปจจย​ตา” เรอื่ งผ​ ล​สืบเนื่อง นก​ี่ ็​เหมอื นกัน ทำบุญ ๒๐ บาท ขอให​ปราศจาก​ทุกขโศก​โรคภัย เงินทอง​มั่งมี เลือ่ นยศเ​ล่อื นต​ ำแหนง ถูก​เลข​ถูกหวย เอา​ทุกอยาง ฉะนั้น​แลว เรา​ไมเขาใจ​ใน​สิ่ง​ที่​เรา​ให เรา​ก็​ไม​ไดรับ​หรอก เรา​ ตอ งเ​ขา ใจว​ า ใ​หเ​ พอ่ื อะไร สง่ิ ท​ ต​่ี นก​ ระทำน​ นั้ จ​ งึ จ​ ะม​ ผ​ี ลม​ ากเ​พราะท​ ำ​ ดว ยค​ วามเ​ขา ใจ คน​ที่ไ​มไดว​ าง​ความ​เขา ใจ​ไว​เปน หลกั ท​ ำ​ดวยโ​มหะ​ คอื ค​ วามห​ ลง หลงไ​ปกบั ส​ ง่ิ ท​ เ​่ี ราค​ ดิ ป​ รงุ แตง ห​ รอื ส​ งิ่ ท​ เ​่ี ราค​ าดหวงั ไม​ เกิดม​ รรค​เกดิ ผล​ข้ึน กอนท​ ำบุญใ​ หท าน​ตองต​ ระหนัก เหมือนกัน คนท​ ​่รี ักษาศีล​ หรือ​สมาธิ​ภาวนา​ตอง​ตระหนัก จริงๆ ​เรา​ทำ​เพราะอะไร​ เพ่ืออะไร ทำ​เพราะ​ความ​โลภ โกรธ หลง หรือ​ทำ​เพราะ​ความ​ ทะยานอยาก เรา​จะ​เหน็ ​ไดว​ า​ในย​ คุ สมัย​ปจจบุ ัน คนท​ ​ีม่ คี​ วาม​ตองการ ความ​ อยาก อาศัย​ความ​อยาก​เปน​พ้ืนฐาน​ใน​การ​ปฏิบัติ​มี​มากกวา​คน​ที่​ เขา ใจ​ไปป​ ฏบิ ัติ เห็น​เพ่ือน​ทำ​อยาก​ทำก​ ับเ​พอ่ื น หรอื ต​ วั เองป​ ระสบ​ ความท​ กุ ขอ​ ยา งใ​ดอ​ ยา งห​ นง่ึ แ​ ลว จงึ ไ​ปป​ ฏบิ ตั บ​ิ ำเพญ็ ซง่ึ ม​ นั ไ​มไ ดอ​ ย​ู บน​พ้ืนฐาน​ของ​ความ​เขาใจ

277 การใ​ หทาน รักษาศีล บำเพ็ญ​สมาธิภ​ าวนา จะไ​ ดผลก​ ็ตอเมือ่ “เขาใจ” รู​เหตุ​ปจจัย ใ​ นส​ ิง่ ​ทีต​่ น​เอง​กระทำ​ การ​ใหทาน รักษาศีล บำเพ็ญ​สมาธิ​ภาวนา จะ​ไดผล​ก็ตอเม่ือ “เขา ใจ” รู​เหตุป​ จจัย​ใน​สง่ิ ​ที่ต​ น​เอง​กระทำ วาท​ ำ​สง่ิ ​นจี้​ ะ​ไดผ ลอ​ ยา ง​ น้ัน ทำ​ส่ิง​นั้น​จะ​ไดผล​อยาง​น้ี เหตุผล​เพราะวา​เรา​วาง​ความ​พอดี​ ไว​กับ​ความ​เขาใจ คน​ท่ี​ไมเขาใจ​ก็​จะ​คิด​ปรุงแตง​วา​ทำ​อยาง​น้ัน​จะ​ ไดผ ล​อยางน​ ้ี ขาดค​ วาม​พอดี พวกเรา​มีการศึกษา​ระดับ​หน่ึง อยา​ไป​เช่ือตาม​หนังสือ​ตำรา​ที่​ เขยี นไ​ว เพราะม​ กั พ​ ดู แ​ ตเ​ รอื่ งท​ เี่ กดิ นง่ั ส​ มาธไ​ิ ดอ​ ยา งงนั้ อ​ ยา งง้ี เรอื่ ง​ ทท​่ี ำ​ไมไ ดไ​มไ ดพ​ ดู ไ​ว ตอนที​่ทำเ​จอป​ ญ หาอ​ ปุ สรรคอ​ าจม​ บ​ี อกไ​วแ​ ต​ ไมไ ดบ​ อกเวลาว​ า ก​ เ​ี่ ดอื นก​ ป​ี่ ก​ ภ​่ี พก​ ช​่ี าติ ไมไ ดพ​ ดู แ​ ตเ​ รมิ่ ตน ว​ า ภ​ พช​ าต​ิ กอง​สุม​เทา​ภูเขาเลากา ไมคอย​ได​พูด​ตอน​ทำ​ไมได มัก​พูด​แต​ตอน​ ทำได​แลว ประสบ​ผลสำเร็จแ​ ลว ฉะนนั้ แ​ ลว กำลงั ข​ องเ​ราใ​นก​ ารเ​ขา ไ​ปถงึ ห​ รอื เ​ขา ไ​ปสก​ู ระบวนการ​ เหลานั้น​ได​ตอง​ใช​ระยะเวลา​ต้ัง​เยอะ อยา​ไป​รอ​ความ​พรอม ทำ​

278 อยางง้นั ​ไดผ ลอ​ ยา งง้ี จะ​หลุดพน​อยางน​ นั้ อ​ ยา งน​ ้ี เปน ไปไ​มไ ด จะ​ เปนไปได​นะ เร่มิ ตน ​คอื วาง​ความเ​ขาใจ​ใน​ตัวข​ องเ​ราใ​ หไ​ ดม​ าก ลำพัง​แค​การ​ใหทาน​ยัง​ทำได​ยาก นับประสา​อะไร​กับ​การ​ รักษาศีล การ​ทำสมาธิ​ภาวนา การ​บำเพ็ญ​สมาธิ​ภาวนา​หรือ​การ​ บำเพ็ญตน​เปน​อุบาสก​อุบาสิกา​ใน​พระพุทธศาสนา​ไมใช​เรื่อง​งาย ขนาดอ​ อกมาเ​ปน อน​ าคารกิ ค​ อื พดู ง​ า ยๆ อ​ ยา งแ​ มช ี หรอื พ​ ราหมณ​ โกนผ​ ม ไมข​ อ งแวะก​ บั ต​ ระกลู แ​ ลว ทำไดย​ าก เพราะช​ วี ติ ท​ างโลกเ​ปน ​ ชวี ิตท​ ​่ีเรา​ถกู ส​ ภาพ​เจือปน​ไปแลว กวา​จะ​ถึง​ปจจุบัน เรา​ลวน​อาศัย​ส่ิง​เหลาน้ี มีกินมีใช​ทุกวันนี้​ ก็​เพราะ​กิเลส​ตัณหา​พา​เรา​ไป มี​บาน​รถ​มี​การ​มี​งาน​เพราะ​ความ​ ทะยานอยาก​ท้ังน้ัน เรา​หายใจเขา​ออก​อยู​กับ​กิเลส​ตัณหา มัน​ เปนการ​ยาก​ทจ่ี ะ​ทำได มนั ​ตอ ง​ใชเวลา​ที​ต่ อง​บม ​เพาะ ตอนที่ ๒ การ​วาง​ความ​เขาใจ ในทาง​พทุ ธศาสนา​แบบม​ หายานจ​ ะส​ อนให​ม องแ​ บบ​ระยะยาว คอื “หวานพ​ ืช​แบบ​ไม​หวังผล” ขณะ​ท​ีพ่ วกเรา​ถกู ส​ อนม​ า​วา “หวาน​ พืชต​ อง​หวงั ผล” มอง​แตป​ จจบุ ันน​ ้ี เอา​เด๋ยี วนี้ ตองไ​ดๆ เชอื่ ม่ันใ​น​ ศกั ยภาพว​ า ม​ ี​ความส​ ามารถ แต​ในค​ วาม​เปนจรงิ ล​ ะ เรา​ม​ีศกั ยภาพ​ อยาง​นั้น​จริง​หรือไม คน​พัน​หมื่น​แสน​ลาน​คน​รอย​พอ​พัน​แม​ใน​ มนุษยโลก​น้​มี ​ีแหลง ทีม่ า​ไม​เหมอื นกนั บางคน​เปน​เทพเ​ทวดาม​ า​เกิด​เปน ม​ นุษย บางคน​เปนม​ นษุ ยม​ า​เกดิ ​เปน​มนษุ ย บางคน​เปนเ​ปรต อสรุ กาย สัตว​นรกม​ า​กอน

279 แหลงท่ีมา​ของ​จิตวิญญาณ​จาก​ตาง​ท่ี​มัน​แตกตางกัน​เหลือเกิน ไมได​หมายความวา ​คนม​ าฟ​ งเทศน​จะ​บรรลเ​ุ หมือนกันห​ มด เปนไป​ ไมไ ด จิตวญิ ญาณท​ ​ีล่ ะเอียดออ น​และห​ ยาบ​มี​ความ​ตางกนั วันน้ี​เรา​จะ​มา​พูด​กัน​ถึง​เรื่อง​ศักยภาพ​พ้ืนฐาน​เบ้ืองตน แบบ​ วา ป​ รับเ​ปล่ยี น​ทศั นคติ หันมา​มองอ​ กี ​มุม​หนง่ึ จากข​ องเกา ท​ ่ี​เรา​ เคย​มอง ลอง​มอง​กลับกัน เรา​เคย​มอง​แตวา​ทำ​แลว​ได บุญ​น้ี​ทำ​ แลว ​ตองไ​ด ถา​ทำแ​ ลว ​ไมไดจ​ ะ​เกิด​อะไรข​ ึ้น ลองคิดด​สู ิ คนท​ ่​ีทำแ​ ลว ​ ตายไ​ป​ไมเ คย​กลบั มา​เลา วาร​ ​อู ยา ง​น้ี​นาจะ​ใสบาตรม​ ากกวา​น้ี ไมม ี ไมมใี ครต​ าย​แลว​กลับมา​บอก ฉะน้นั เราค​ วร​ม​ีมุมมองข​ อง​ความ​ เปน กลาง ไมใชท​ ำ​แลว​อยก​ู ับ​โลภ โกรธ หลง เพราะค​ วาม​ไมร ู​ ซงึ่ เ​ปน ร​ ากฐานข​ องก​ ารเ​กดิ ม​ าเ​ปน ม​ นษุ ย มนั เ​รม่ิ จากค​ วามล​ งั เล​ สงสัย เริ่มจาก​ความ​ไมแนใจ ความ​ไมรู​จึง​กอ​เกิด ฉะนั้น จะ​ ไดผ ลม​ ากต​ อง​อยูท​่คี วามเ​ขา ใจ ถา ​ยอนหลังไ​ป ๒,๕๐๐ กวา ป​ ท​ ่ีแลว คน​ไมร จู กั พ​ ระพทุ ธเจา ไม​ รวู า พ​ ระ​ท​ี่เดนิ ​ถอื ​บาตร นุงหม​ผา ย​ อ ม​ฝาด คอื ​พระพุทธเจา เขา ใจ​ วา​เปน​นักบวช​ธรรมดา ซ่ึง​ใน​สมัย​นั้น​ศาสนา​พราหมณ​ปลูกฝง​วา คนเ​ปน ​นกั บวช​ตอ ง​ผม​ยาว ​ไว​หนวดเครา​นุงหมผ​ า มอๆ ​ใส​ประคำ บำเพญ็ บ​ ารมแ​ี บบต​ บะ กน้ั ล​ มหายใจอ​ สั สาสะป​ ส สาสะ พอท​ า นเ​ปน ​ พระพทุ ธเจา แ​ ลว ไมม ก​ี ารล​ ง facebook บอกก​ นั ไมม ใี ครร​ เ​ู ลย ไมม ​ี การ​ออกขา ว​ชอง ๓, ๕, ๗, ๙ แบบป​ จจบุ นั ไมม ​ีโฆษณา​ชวนเชือ่ ​ ใดๆ​ท้งั ส้นิ ทาน​ไป​บิณฑบาต จะ​รู​ได​อยางไร​วา​เปน​พระพุทธเจา ทาน​รู​ แต​คน​ท่ี​ใสบาตร​รู​ไหม ความ​ไมรู​ของ​เขา​กับ​ความ​ไมรู​ของ​เรา​มี​ผล​

280 ตอให​เรา​นั่งอ​ ยูต​ อหนา​ พระพุทธเจา ถาเ​ รา​ไมน​ อมธ​ รรม​ นั้น​มาใ​ ส​เราก​ ็​ไมไดอ​ ะไร​ แตกตา งกนั ไ​หม วนั ค​ นื ล​ ว งเลยผ​ า นไป พระพทุ ธศาสนาเ​จรญิ ข​ นึ้ ไ​ป คน​ท่ี​ใสบาตร​ไมรู​จน​ไป​ประพฤติ​ปฏิบัติ​ใน​สำนัก​พระองค​แลวจึง​ได​ รูวา​นน่ั ​คอื ​พระพุทธเจา ส่งิ ​ท่​พี ระองค​ใหค​ ือ​พระส​ ัจธรรมค​ ำ​สง่ั สอน คนท​ ​คี่ ดิ ​ตามพ​ ระพทุ ธเจา ไ​ด​ใ นช​ ว ง​เวลานนั้ ซ​ ง่ึ ไ​มห า งเ​ทา ไร ก็​ยงั ​พอ​ สืบต​ อ กนั ​ได ยงั ​ตามเ​ชอ้ื ​ตาม​แถว​กันไ​ด จน​มาถึง​ยุคน​ ้ี มนั ​หา งกนั ​มาก เรา​เช่อื ส​ ิง่ ท​ ​ี่ถูกป​ รงุ แตง ไ​ ว​แลว​ และ​สิ่ง​ที่​สอด​ใสไว​ใน​พระไตรปฎก​จน​เปน​สวน​ของ​กระบวนการ​ ความคดิ ร​ ากเหงา ข​ องพ​ ระพทุ ธศาสนาท​ ค​่ี นน​ บั ถอื ในขณะเ​ดยี วกนั คน​ตอง​มี​สติ​ใน​การ​ใช​วิจารณญาณ​มากข้ึน คน​บางคน​อาปาก​ หุบ​ปากพูด​แต​เร่ือง​พระไตรปฎก​อยู​อยาง​น้ัน แต​ถาม​จริงๆ มี​ใคร​ ปฏบิ ตั ไ​ิ ดจ​ รงิ ๆ ครบู าอาจารยต​ ง้ั แตพ​ ระอ​ าจารยม​ น่ั เ​ปน ตน มาห​ ลาย​ รูป​หลาย​องค​ท่ี​คน​ยอมรับวา​เปน​พระอรหันต ไมเห็น​ทาน​ยก​อาง​ พระไตรปฎ กม​ าเ​ปน ส​ าระสำคญั เ​ลย มพ​ี ระเ​คยไ​ปก​ ราบพระอ​ าจารย​ มั่น ๑-๒ ปกอน​ทาน​มรณภาพ ​ถามทาน​เร่ือง​พระไตรปฎก ทาน​

281 บอกวา​เอา​ใส​ตู​ไว เรา​มา​ฟง​สิ่ง​ที่​ฉัน​ปฏิบัติ​ได​นี่ ส่ิง​น้ี​เปน​ส่ิง​ที่​ฉัน​รู​ ฉนั ​เขา ใจ ฉนั ​ไมได​เขา ใจใ​น​พระไตรปฎก แต​เขา ใจ​จาก​การป​ ฏิบตั ​ิได ไมได​มี​อยูที่​ไหนเลย มี​อยู​ใน​บท​สวดมนต​ธรรมดา​ทั่วไป พระ​สูตร​ เพยี งเ​ลก็ ๆ​นอยๆ​ท​พี่ ระพุทธเจา​พดู ​ไว พระ​อาจารย​มั่น​ทาน​เทศน​สอน​ใน​หนังสือ “โยนิโสมนสิการ” คือ​นอม​เขามา​พิจารณา คน​ที่​ไม​นอม​มา​พิจารณา​คือ “​วิตก​ วิจารณ” ไม​เปน มี​ความต​ ระหนกั ​รู ม​คี วาม​เขา ใจ​ไหม คนท​ ีไ​่ มร จู กั ​ พิจารณา ตอให​มี​ธรรม​อยู​เต็ม​โลก​ก็​ไม​เกิด​ประโยชน ตอให​เรา​น่ัง​ อยู​ตอหนา​พระพุทธเจา ถา​เรา​ไม​นอม​ธรรม​น้ัน​มา​ใส​เรา​ก็​ไมได​ อะไร ไมไ ดพ​ ดู ถงึ เ​รอื่ งว​ จิ ติ รพ​ สิ ดาร ทา นพ​ ระอ​ าจารยม​ นั่ แ​ ลกเปลย่ี น​ สนทนา​ธรรม​กับ​ทาน​เจา​คุณอุ​บาลี​ วัด​บรม​นิวาสฯ เอา​ธรรม​ที่​ เปน ของป​ ฏบิ ตั ไิ​ดแ​ ละท​ อ่ี ยใ​ู นพ​ ระไตรปฎ กม​ าเ​ปรยี บเทยี บก​ นั ทา น​ เจาคุณอุ​บาลี​ทาน​ก็​เปน​พระอริยบุคคล​เหมือนกัน ทาน​บอกวา พระไตรปฎ กค​ วามค​ ลาดเ​คลอื่ นต​ อ งม​ ี แตค​ นเ​อาค​ วามค​ ลาดเ​คลอื่ น​ นั้น​ไว​เปน​ประมาณ ยึด​เอา​ความ​คลาด​เคลื่อน​วา​เปนจริง เกิด​การ​ ปฏวิ ตั ด​ิ า นค​ วามคดิ พทุ ธศาสนาก​ แ​็ ตกตา งกนั อ​ อกไ​ปเรอื่ ยๆ มล​ี ทั ธ​ิ นิกาย​ใหม​อย​ูเรอ่ื ยๆ บา น​เราก​ ​็มี ตา งประเทศก​ ​็มี “วิปสสนา” แคนี้​เอง เปน​หลักธรรม​ท่ี​ไมได​อะไร​มากมาย​แต​ ทำให​ครูบาอาจารย​บรรลุ​มรรคผล​นิพพาน​ได ไมได​เปนของ​ที่​ตอง​ เปด​ตำรับตำรา​อะไร​มากมาย​มหาศาล ที่​ทำได​ก็​เพราะ​รูจัก​นอม​ เขามา​พิจารณา มา​ดู คนเ​ราก​ ม็​ แ​ี คนนั้ คน​ไมรูจัก​หยุด ไมรูจกั ​ พจิ ารณาย​ อ มไ​ มไ​ ดร บั อ​ ะไร ประโยชนก​ ไ​็ มเ​ กดิ ขนึ้ แ​ มแ ตก​ ระพห​้ี นง่ึ ฉะน้นั ​แลว ยอ นกลบั ไป ความ​เขาใจใ​นส​ ิง่ ท​ ​่ีตน​กระทำ ถา​ไมรูจัก​วา​

282 สิ่ง​ท่ี​เรา​ทำ​คือ​อะไร เรา​ก็​จะ​ไมได​รับประโยชน ตั้งแต​เร่ิมตน​แมแต​ การใ​หทานซ​ ึ่ง​เปน ​พนื้ ฐาน เราไ​มไ ด​เจาะจง​วา เ​ปน พ​ ระสงฆ ใหใ​ คร​ ถอื วา เ​ปน ท​ านท​ งั้ สนิ้ ทานท​ เ​่ี ปน เ​บอื้ งตน เบอ้ื งก​ ลาง เบอ้ื งปลาย มี ๓ ระดบั ทานบารมี ทานอปุ ​บารมี ทานป​ รมตั ถบ​ ารมี ทานเ​หลาน้​ี ยอม​มี​หลัก​หรือ​องคประกอบ​ซับซอน​ข้ึน และ​อาศัย​ความ​ต้ังมั่น เมื่อ​มค​ี วาม​เขาใจ ​และต​ ั้งมัน่ ​ก็​ม​ีผลเ​พิ่มข้นึ ในขณะน​ ั่งร​ อ​ใสบ าตร ถา จ​ ติ เ​ราเ​กดิ ส​ มาธต​ิ งั้ มนั่ ขน้ึ กบั ว​ า ผ​ กู ไวก​ บั อ​ ะไร ถา ​การต​ งั้ มนั่ ผ​ กู ไว​ กบั ​การ​อธิษฐานบ​ ญุ ไ​ปเร่อื ยๆ บญุ ​นก​ี้ ​ม็ ​ีอานภุ าพ​เกิดข้นึ ทานน​ น้ั ก​ ็​ ม​ีอานภุ าพ​เกิดขน้ึ ถา​ไปผ​ ูกไว​กับ​สจั จะ ถาเ​ราต​ ั้ง​สจั จะ​ไว ตราบใด​ ที่เกิด​อะไร​ขึ้น​เชน​แผนดินไหว ฝนตก เรา​จะ​ไม​หวั่นไหว ผูกไว​กับ​ อะไร​ก็​ไดผล​อันนั้น ผูกไว​กับ​ขันติ ผูกไว​กับ​ความ​เพียร​วิริยะ ไมวา​ เกิด​อะไร​ขน้ึ เ​ราจ​ ะย​ ังคง​ทำอ​ ยา งง้ี เจบ็ ​ตรงนั้น เหน่ือยอ​ ยา งง้ี รอ น​ อยางง้ัน ลา​อยางง้ี แต​ยังคง​ความ​เพียร​ไว ยอม​บังเกิด​อานิสงส​ ข้ึน เพราะ​ความ​เขาใจเ​ราจ​ ึงผ​ ูก​ความ​ต้ังมนั่ ไ​วก​ บั ​ส่งิ เ​หลา น้ี​และเ​กิด​ อานิสงสข​ น้ึ ถา ​ไมม​ีความเ​ขา ใ​จเสีย​แลว ทำไ​ป​ก็​อยางง้นั ในขณะที่​เรา​นั่ง​อยู​นี่​เรา​จะ​แผเมตตา เรียกวา​บม​เพาะ​ความ​ เมตตา​ใหเ​ กิด​สำหรบั ​คนท​ ่อี ยู​กอนเ​รา​หลังเ​รา สำหรับค​ น​ท​่ีตองการ​ ใสบาตร เรา​ให​ความ​เมตตา ให​ความ​เอ้ือเฟอ ในขณะ​เดียวกัน​ให​ ธรรม​แก​ผูอื่น​ดวย ชี้ชวน​ให​เกิด​ปญญา บอก​ให​เขา​อธิษฐาน​บุญ​ อยา​นัง่ อ​ ย​ูเฉยๆ ตัง้ ​จิตเ​ปนส​ มาธิ บุญน​ นั้ อ​ านสิ งสจ​ ะไ​ด​มาก​ขึน้ อยู​ กับ​การ​ตั้ง​จิต ยัง​ไม​พอ​เอา​ปญญา​แบงปน​ไป​อีก​หรือ​ทำให​ผูอื่น​​ ตื่นร​ ู​ม​ีสติ อานสิ งส​จะไ​ดม​ าก​เพ่ิมขึน้ ​ไมม ป​ี ระมาณ คนเ​ราต​ อ งส​ งั เกตใ​นส​ งิ่ ท​ ต​่ี นก​ ระทำ เมอื่ ไรค​ นห​ วงั ผลเ​ฉพาะหนา

283 คนท​ ี่​ไมรูจัก​ตัวเอง​ ทำ​อยาง​อื่น​ไมได​ อยากได​อยางง้ัน​อยางงี้ จะ​ได​อะไร ส่ิง​ที่​เรา​หวังผล​ลวน​แลวแต​ เปนของ​ยึดม่ัน​ถือม่ัน วันนี้​มี​ตน​แต​พรุงนี้​ไมมี​ตน สิ่ง​ที่​เรา​ยึดม่ัน​ สิ่ง​ท่ี​เรา​ขวนขวาย​ส่ิง​ท่ี​เรา​ตองการ​คือ​อะไร ถา​ส่ิง​ท่ี​เรา​ทำ​ไมได​เกิด​ จากค​ วามเ​ขา ใจ สง่ิ เ​หลา นเ​ี้ ปน โ​มฆะ หรอื วา ม​ ผ​ี ลน​ อ ย คนท​ จี่ ะส​ รา ง​ บารมใ​ี นพ​ ระศาส​นธรรมข​ องพ​ ระพทุ ธเจา ต​ อ ง​ประกอบไ​ ปด​ ว ย​ ความ​เขาใจ และ​ความ​เขาใจ​จะ​เกิดข้ึน​จาก​การ​มี​สติ หาก​คน​ ไมม สี ติ จะท​ ำแ​ บบโ​งๆ​กับ​ความ​รูผิด ไมต​ อ ง​ม​ีอะไรเ​ยอะแยะ เมอ่ื ​ ยอมรบั วา “กโ​ู ง” มอ​ี ยา งเดยี ว ทำใ​นส​ งิ่ ท​ ค​่ี วรท​ ำเ​ทา นน้ั จะไ​มท​ ำใ​น​ สงิ่ ท​ ไ​่ี มค​ วรท​ ำ ฉะนนั้ แ​ ลว เราค​ ดิ เ​พอ่ื ว​ างก​ รอบข​ องต​ วั เราเ​อง วาง​ กรอบจ​ ติ วญิ ญาณข​ องเ​ราว​ า น​ เ​่ี ปน ส​ งิ่ ท​ เ​ี่ ราจ​ ะท​ ำแ​ ละส​ งิ่ น​ เ​ี้ ปน ส​ ง่ิ ​ ทเ​ี่ ราจ​ ะไ​ มท​ ำ และ​อาศยั ​ความต​ ้งั มน่ั (สมาธิ) เปนกำลงั ห​ นนุ เม่ือ​ออก​นโิ รธ​ครัง้ ​กอน​พดู ​เรอ่ื ง​การ​ควบคุม​ตน​เอง ถา​พวกเรา​ ไมร จู กั ค​ วบคมุ ต​ นเ​องแ​ ลว ท​ ำอ​ ะไรไ​ มไ ด เราม​ องดต​ู วั เราเ​อง คน​ ทไ​ี่ มร จู กั ต​ วั เองท​ ำอ​ ยา งอ​ นื่ ไ​ มไ ด (พอดม​ี เี สยี งเ​ดก็ ร​ อ ง หลวงป​ เ​ู ลย​ ยกเ​ปน ต​ วั อยา งว​ า ถา ต​ ามร​ ไ​ู มท นั ก​ จ​็ ะร​ ำคาญแ​ ละอ​ าจป​ รงุ ไ​ปว​ า น​ า ​ ตี​นัก รอง​อะไรน​ กั หนา พอ​เราร​ ตู วั เ​ห็นจ​ ิต​เราอ​ าจต​ กใจ​กับค​ วามคดิ ​ ปรงุ แตง​ของ​เราแ​ ละ​หยดุ ​ปรุง คน​เรา​ตอ งม​ ี​สตติ​ าม​ร​ใู หท​ ัน)

284 อักษราสกั การะ...

เพราะปู่...จึงรู้ธรรม 285 สบิ น้วิ ศษิ ยพ์ นม ก้มลงกราบ ศิโรราบ ด้วยศรัทธา มหาศรี ศิษยท์ ราบซ้ึง ถึงทาน บารมี เลอื กส่ิง ดีรักษาศลี ภาวนา สวดมนต์กลอน ถอนคำสาป อโหสิ มสี ติ ร้ตู น แลค้นหา เป็นคำสอน ของ “ป่”ู เสมอมา ท่านสอนว่า “ใสใ่ จ” ในทุกตอน จะทำการ สิ่งใด ใช้ “ใจ” ส่ัง พึงระวงั ตัวกเิ ลส อทุ าหรณ์ ฝึกละเอียด ทุกขณะ ละนวิ รณ์ เปน็ อาภรณ์ ไมป่ ระมาท ทุกชาตไิ ป ไม่ยึดตดิ อนจิ จงั ในสงั ขาร ท้งั วงศ์วาร เกยี รตยิ ศ อันสดใส ลว้ นแลว้ แต่ เปน็ สมมตุ ิ ท่ีสดุ ใคร นำไปได้ ถึงนิพพาน นนั้ ไม่มี ในนามศษิ ย์ จากหาดใหญ่ ห่างไกล “ป่”ู คอยเชิดชู ปพู่ ฒั นา เสริมราศี จะขอรวม รว่ มบญุ บารมี ทกุ ทุกท่ี ถวายเปน็ พทุ ธบชู า อำนวยพร ให้ปู่ ผปู้ ระเสริฐ ก่อกำเนิด หนนุ นำ พระศาสนา คอยสืบสาน เบ้ืองบาท พระศาสดา ตามสมญา สงา่ งาม นาม “ต้นบุญ” ภมู ิใจทเ่ี ปน็ ศิษย์ “ปู่” ชญั ญา สวุ รรณโณ

286 แก้วน้ำแห่งศรัทธา โ​ดย...พชั รี เกยุราพนั ธุ์ ​เมื่อ​ปลายป พ.ศ.๒๕๕๓ ขาพเจา​ไดรับ​หนังสือ “มรรคา​ ปาฏิหาริย” จาก​เพื่อน​ผู​หนึ่ง​เปน​ของขวัญวัน​ปใหม นั่น​เปน​ ครั้งแรก​ท่ี​ขาพเจาได​รับรู​เรื่องราว​ของ “หลวง​ปู​ตน​บุญ” ผาน​ ตวั หนงั สอื หลงั จากนนั้ อกี น​ บั ป​ เ​ ศษ เพอื่ นค​ นเ​ดมิ น​ เี่ องไดม​ าต​ ดิ ตอ ข​ า พเจา ​ ใหจ​ ัดท​ ำหนงั สือ “พระพทุ ธเจา ๕ พระองค กับโพธญิ าณ​แหง ​การ​ ต่ืน​รู” ซ่ึง​เปน​หนังสือ​ที่​ทำขึ้น​เพื่อ​แจก​ใหก​ ับ​เจาภาพ​ใน​งาน​เท​ทอง​ หลอ พ​ ระ​ศรี​อาริยเ​มตไตรย จาก​การ​ทำหนังสือ​เลม​น้ี ดวย​หนาท่ี​และ​ความ​รับผิดชอบ​ตอ​ งาน ทำใหข​ า พเจา​ไดม​ ​ีโอกาส​ไปก​ ราบห​ ลวงป​ เู ​ปนค​ รง้ั แรก เพ่อื น​ ำ​ รูปแบบ​การ​ออกแบบ​หนังสือ​ไป​ใหห​ ลวง​ปูพ​ ิจารณา ขาพเจา​ไดม​ ี​ โอกาสร​ับฟง ค​ ำแ​ นะนำเกี่ยวกับแ​ นวท​ างการจ​ ดั ท​ ำหนงั สอื ใ​นแ​ งม ุม​ ตา งๆ สำหรับ​ขาพเจา​ซงึ่ ทำงาน​เกย่ี วกับ​การ​พมิ พห​ นังสอื ​มา​เกือบ ๒๐ ป​นั้น พบ​วาหลวง​ปูส​ ามารถ​เขาใจ​ข้ันตอน​การ​จัด​ทำหนังสือ และเสนอ​แนะแนวทาง​ตางๆ ใน​การ​ทำงาน​ไดอ​ ยาง​ถูกตอง อันน้ี​ เปนความ​ประทับใจ​ปน​ประหลาดใจ​เล็กนอย สำหรับ​การ​พบ ​หลวงป​ เู ​ปน​ครง้ั แรก

287 หลังจาก​ครั้งนั้น ขาพเจา​ ไดม​ ี​โอกาส​ไป​กราบ​หลวง​ปู​ อีก ๒ - ๓ คร้ัง​ กวา​หนังสือ “พระพทุ ธเจา ๕ พระองค กบั โพธิญาณ​แหง​การ​ต่ืน​รู” จะ​ เสร็จเ​รียบรอ ย ทุกคร้ัง​ที่​ขาพเจา​ไป​กราบ ​หลวงป​ ู กม​็ ักจะ​ไดพบญ​ าตโิ ยม ​ท่ีมา​จากท่ี​ตางๆ ท้ัง​ไกล และ​ใกลมา​กราบ​หลวง​ปู​ และ สนทนาซ​ กั ถ​ ามข​ อ ธรรมะ​ ตา งๆ มากมาย ทำใหขาพเจาพลอย​ ไดม​ ี​โอกาสน่ัง​ฟงธรรมะจาก หลวง​ปูคราว​ละ​นานๆ โดย​ไม​ รูสึก​เบื่อ ไดขอคิด แนว​ทางใน​ เรื่อง​ตางๆ หรือ​แมกระทั่ง​ไดฟ​ ง​แนวคิดการ​ทำงาน รวมถึง​ภารกิจ​ ตางๆ ของหลวง​ปู ทกุ คร้ัง​ท​กี่ ลบั จ​ ากก​ าร​ไปก​ ราบ​หลวงป​ ู ขาพเจา สังเกต​วาตวั เอง​ จะ​รูสึก​เบิกบาน อิ่มเอม เปน​ความรูสึก​เหมือน​เวลา​ท่ี​เรา​ไดท​ ำ​ ส​ ิ่งด​ ๆี

288 เมื่อ​วันท่ี ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ขา พเจา ไ​ดเ​ดนิ ทางไ​ปว​ดั ป​ า ​ ทงุ ก​ ุลา​เฉลมิ ร​าชเปนค​ ร้งั แรก เพ่อื ​ รวม​ใสบาตร​หลวง​ปู เน่ือง​ใน​งาน​ ออกนิโรธ​ฯ และ​รวม​ทอดกฐินใน​ วนั ท่ี ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ การ​รวม​ใสบาตร​ครั้งนี้​ ทำให ขาพเจา​ไดพ​ บเห็น​ส่ิง​มหัศจรรย​ คร้ัง​ยง่ิ ใหญใ​นช​ ีวติ เ​ลยก​ ​็วาไ​ด เพราะใน​ขณะ​ท่ี​หลวง​ปูเ​ดิน​ บิณฑบาต​อยูน​ ั้น ตลอด​ระยะทาง​ยาว​เปน​กิโล มี​ญาติโยม​มา​ รอ​ใสบาตร​นับ​รอย​คน บน​ผา​ขาว​ที่​ปู​เปน​ทาง​ใหห​ ลวง​ปูเ​ดิน มี​ พระธาตรุ ว งม​ าจากจ​ วี รข​ องหลวงป​ เู ปน ระยะๆ ตลอดเ​สน ทาง แบบ​ ไมม ี​ป​ไมมี​ขลยุ แมเ​วลา​จะ​ผา นไป​เปน​ชวั่ โมง พระธาตุ​ยังคง​รว ง​ลง​ มาตลอดเ​สนทางท​ ​่ีหลวง​ปูเ​ดิน ราวกบั ​เปนเรอ่ื งป​ กติ​ธรรมดา *​โยนโิ สมนสิการ - การใ​ช​ค วามคิดถ​ กู วิธี ความร​ูจักคดิ คดิ เ​ปน คือทำ​ในใจ​ โดย​แยบคาย การใ​ชค​ วามคดิ ถ​ กู วธิ ี คอื การก​ ระทำใ​นใจโ​ดยแ​ ยบคาย มองส​ งิ่ ท​ ง้ั หลายด​ ว ย​ ความคิด​พิจารณา​สืบคน​ถึง​ตน​เคา สาว​หา​เหตุผล​จน​ตลอด​สาย​ แยกแยะ​ออก​ พเิ คราะหด​ ด​ู ว ย​ปญญา​ท่ี​คิดเ​ปน ​ระเบยี บ ​และ​โดยอบุ าย​วธิ ​ีให​เห็น​ส่งิ น​ ั้นๆ หรือ​ ปญหาน​ ้ันๆ ตามส​ ภาวะ​และ​ตามค​ วามส​ ัมพันธแ​ หง เ​หตป​ุ จจยั เชน • คิด​จากเ​หต​ุไปหาผ​ ล • คิด​จาก​ผล​ไปห​ าเหตุ

289 แตส​ ำหรบั ข​ า พเจา ​ การไ​ดเ​หน็ กบั ตาเ​นอ้ื หรอื พดู ไ​ดว​ า “เหน็ ก​ นั ​ จะจะ” อยา ง​นี้ เปน เรื่อง​มหัศจรรยอ​ ยางย่งิ ... ชาง​มหัศจรรยเ​หลอื เกิน... นบั จากว​ นั ทไ​่ี ดย นิ ไดฟ​ ง รวมถงึ ก​ ารไ​ดไ​ปก​ ราบห​ ลวงป​ อู กี ห​ ลาย คร้ัง แกวน้ำ​แหง​ศรัทธา​ท่ี​เคย​วางเปลา​ของ​ขาพเจาเม่ือ ๓ ปกอน บัดน้ีม​ น​ี ำ้ ​อยูเ​ตม็ เปยม...ดว ยศ​ รัทธา​ตอ ห​ ลวงป​ ูต​ น ​บญุ ความ​ศรัทธา​น้ี​กอ​เกิด​จาก​องคประกอบ ๒ ส่ิง อยาง​แรก​คือ ทำตวั ใ​หเ​ปน ภ​ าชนะท​ ว​่ี า งเปลา พ​ รอ มจ​ ะเ​ปด รบั ส​ งิ่ ต​ า งๆ เพราะห​ าก​ ภาชนะข​ องเ​ราเ​ตม็ เ​สยี แ​ ลว กค​็ งไ​มส​ ามารถเ​ปด รบั ค​ วามรู คำแ​ นะนำ สั่งสอนใ​ดๆ ได นี​่นับเปนอ​ งคป ระกอบท​ ส​่ี ำคญั องคประกอบ​ท่ีสองคือ การ​โยนิโสมนสิการ* การ​นอม​เอาสิ่ง​ ตางๆ ท่ี ไดเ​หน็ ไดยิน ไดฟ​ ง มาค​ ิดไ​ตรตรอง แลว ​เราจัก​ไดค​ ำ​ตอบ​ เหตุ​แหง​ศรทั ธาต​ อ ​หลวง​ปดู ​ วย​ตนเ​อง ขอใหเ​พือ่ นๆ ผูร​วมสัง​สารวัฎ​จงถ​ ึงพ​ รอ มดวยองคประกอบท​ ง้ั ๒ นี้ เพ่ือ​ความเ​จริญ​รุงเรอื ง​ในท​ กุ ด​ าน...สาธุ • คิด​แบบเ​ห็นความส​ มั พนั ธต​ อ เน่ือง เปนล​ ูกโซ • คิดเ​นน​เฉพาะจ​ ดุ ​ทท​ี่ ำใหเกดิ • คดิ เห็น องคประกอบ​ทมี่ า สง เสรมิ ใ​ห​เ จริญ • คิดเห็น องคป ระกอบ​ท่ีมา ทำใหเ​ สอื่ ม • คิดเห็น​สงิ่ ​ท่ีมา ตดั ขาดใ​ห​ดับ • คิด​แบบ แยกแยะอ​ งคประกอบ • คิดแ​ บบ มองเ​ปน ​องคร​วม • คิด​แบบ อะไรเ​ปนไปได ห​รึอ​เปนไป​ไมได

290 บารมีหลวงปู่ต้นบุญ โดยลูกสญั ญา และลูกพานิชย์ จากเ​ดก็ บ​ า นนอกต​ า งจงั หวดั เขา มาท​ ำงานร​ บั จา งใ​นโ​รงงาน​ แถวนวน​ คร พ้ืนเพ​เปน​คน​ทาง​ภาคอีสาน ​ซึ่ง​จะ​มี​งานบุญ​อยูแ​ ทบ​ทุกเดือน เรา​ก็ไดแตท​ ำไปตาม​ประเพณี​ ยัง​ไมเขาใจ​ดี​วา การ​ทำบุญ​นั้น​ตอง​ ทำแ​ บบไหน อยางไร อานสิ งสท​ จ่ี ะไ​ดม​ ​ีอะไรบ​ าง จน​อยูม​ า​วันหนึ่ง ประมาณ​ปลายป ๒๕๕๒ ขาพเจา​ไดอ​ าน หนงั สอื ​ “มรรคาป​ าฏหิ ารยิ ”​ ของหลวงป​ ตู ​ น บ​ ญุ ตก​ิ ขฺ ปญ โญ จงึ เกดิ ​ ศรทั ธาอ​ ยา งแ​ รงกลา ​ อยากจะไ​ปก​ ราบท​ า นท​ ว่ี ดั ใ​หไ​ด แตก​ ไ​็ มร​วู า จ​ ะ​ ไป​โดยว​ ธิ กี ารใ​ด ยงั ​เก็บ​ความรูสึก​ลึกๆ วา​จะ​ตองไ​ดไ​ป ดวยค​ วามบ​ ังเอญิ ห​ รือธ​ รรมะจ​ ดั ส​ รรกไ​็ มท​ ราบ ทำใหไ​ดร​จู ักก​ บั ​ เพ่ือน​ที่อยูบ​ าน​ซึกวึก ซึ่ง​เปน​คน​แถว​วัด​ปา​ทุง​กุลา​เฉลิม​ราช ดวย​ ความท​ ม​ี่ ศ​ี รทั ธาใ​นอ​ งคห​ ลวงป​ เู ​พยี งอ​ ยา งเดยี ว ดงั นน้ั ข​ า พเจา พ​ รอ ม​ ภรรยาแ​ ละเ​พอื่ นๆ​ ไดจ​ ดั ทำผ​ า ปา ก​ องห​ นง่ึ ซ​ งึ่ ไ​มไ ดใ​หญโ ตม​ ากมาย​ ขน้ึ เ​พอ่ื ทจ่ี ะน​ ำไปถ​ วายห​ ลวงป​ ตู ​ น เ​พอื่ ช​ ว ยส​ รา งพ​ ระมหาธาตเ​ุ จดยี ​ ศร​ีทศพลญ​ าณ​เฉลมิ ​ราชช​ ยั ​มงคล วนั แรก ก​ บั ค​ ำส​ อนแ​ รกท​ ป​่ี ระทบั ใจห​ ลวงป​ ู​ ซงึ่ ใ​หใ​นว​ นั ทไ​่ี ปถ​ วาย​ ผาปา ​ใน​เดือน​กุมภาพนั ธ ๒๕๕๓ คอื “การ​จะ​ทำ​อะไร​ที่​เปนการ​ถวาย​พระพุทธเจา​นั้น ตอง​ทำให​ ปราณีต​สวยงาม​ เพ่ือ​อานิสงสผลบุญ​น้นั จ​ ะ​ไดเ​พ่มิ ขึน้ ”

291 เปน​คำ​สอน​ที่​ขาพเจา​ยัง​จดจำ​อยูใ​นใจ​จน​ ทุกวันนี้ เหตุ​จาก​ตน​ผาปา​ท่ี​นำไป​ถวาย​หลวง​ปู​ นั้น​พวกเรา​ทำ​กัน​แบบ​ชาวบาน​ธรรมดา หลวง​ปู​ จงึ ใ​หต​ กแตง ใ​หมท​ ำส​ วยๆ และอ​ งคห​ ลวงป​ ยู ​ งั ใ​ชค​ ำ​ เรยี กท​ กุ คนว​ า ล​ กู ซงึ่ ฟ​ ง ด​ แ​ู ลว ร​สู กึ อ​ บอนุ เ​หลอื เกนิ น้ัน​เปนความ​ประทับใจ​ใน​วันแรก พรอมทั้ง​ไดฟ​ ง​ หลวงป​ เู ​ทศน ไดฟ​ ง ธ​ รรมะจ​ าก หลวงป​ ถู ​ งึ ส​ องค​ รงั้ ​ ในว​ ัน​นนั้ จากนั้น​เปนตนมา​ ขาพเจา​ก็​รับ​ซอง​ผาปา งาน​กฐิน งาน​หลอ​พระ งานบุญ​ตางๆ ไมวา​จะ​ เปน กจิ กรรมใ​ดข​ องวดั ป​ า ท​ งุ ก​ ลุ าเ​ฉลมิ ร​าช ขา พเจา ​ พยายาม​มี​สวนรวม​เกือบ​ท้ังหมด นำ​ซอง​บุญ​ไป​ ชว ย​แจก บอกบญุ ​ญาตธ​ิ รรม​ แมห​ ลวง​ปจู ​ ะ​ไมอยู​ วัด ​แตก​ ็​ยัง​ไป​รวมงาน​กฐิน​ทุกป จน​มาถึง​กฐิน​ป ๒๕๕๕ ซึ่ง​เปนงาน​ออก​นิโรธของหลวง​ปูใ​น​ปนี้​ ดว ย ​ความ​เชื่อ​ท่ีวา การ​ไดใ​สบาตร​กับ​พระ​ที่​ออก​ นิโรธ​นั้น​มี​อานิสงสม​ หาศาล แมป​ รารถนา​สิ่ง​ใด​ ก็​จะ​สมปรารถนา​ไดต​ ามนั้น จิต​ท่ี​ไมเคย​คิด​เร่ือง​ อ่ืน​ใด​นอกจาก​ปรารถนา​ใสบาตร​กับ​องคห​ ลวง​ปู​ แมส​ กั ครง้ั เ​ดยี วก​ น​็ บั วา เปน ว​ าสนา ไมเ​สยี ช​ าตเ​ิ กดิ ​ แลว ใ​นช​ าตน​ิ ี้ ​ใน​วันท่ี ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ขาพเจา​ ทง้ั สอง พ​ รอ มญาตธ​ิ รรมไ​ดพ​ ากนั ไปน​ ง่ั ร​อใ​สบ าตร​

292 หลวงป​ ตู ​ งั้ แตเ​ชา ตรู เม่อื ​หลวง​ปเู ​ดินอ​ อกมา​รบั บ​ ณิ ฑบาตรไ​ดร​ะยะ​ หนง่ึ หลวงป​ ไู ​ดเ​ดนิ ม​ าแลว ห​ ยดุ พรอ มป​ ด ฝ​ าบ​ าตรตรงหนา ค​ ณะข​ อง​ ขาพเจา ​แลว ​หลวง​ปกู ​ ็ไดพ​ ดู วา “ไมธ​ รรมดาน​ ะ​ตรงนี้...ไมธ​ รรมดา​นะ​ตรงน้”ี คณะข​ องข​ า พเจา ไ​ดแ​ ตป​ ลม้ื ปต​ ท​ิ ห​ี่ ลวงป​ ไู ​ดม​ าย​ นื ใ​หไ​ดช​ มบ​ ารม​ี อยางซ​ ง้ึ ใจ ทั้งด​ ีใจ แลว ค​ ณะเ​ราก​ ็ไดใ​สบ าตรห​ ลวงป​ ู และด​ วยค​ วาม​ ซอื่ หรอื ค​ วามโ​งก​ ว​็ า ไ​ด มตี าห​ าม​ แ​ี ววไ​ม ในข​ ณะนนั้ ค​ ณะข​ องพ​ วกเรา​ ไดส​ งั เกตเหน็ ว​ ตั ถอ​ุ ะไรบ​ างอยา งไ​มร​วู า ม​ าจ​ ากไหน โดยเ​ขา ใจว​ า เ​ปน ​ เศษแ​ กว ซง่ึ ต​ อนแรกท​ ค​่ี ณะเ​ราป​ ผ​ู า ไ​วก​ ไ​็ มเ หน็ ม​ ี ไดแ​ ตใ​ชน​ วิ้ เ​ขย่ี อ​ อก​ เพราะ​กลวั ห​ ลวง​ปูจ​ ะเ​หยยี บ​แกวน​ ัน้ แตท​ นั ใดนนั้ ​ กม​็ ม​ี อื ทสี่ ามย​ นื่ ผ​ า นหนา เ​ราม​ าจากข​ า งหลงั พ​ รอ ม​ หยิบ​เอา​วัตถุ​ที่​มี​ลักษณะ​เหมือน​เศษ​แกว​สี​ใส อม​มวง แลว​เขา​ก็​ บอก​เรา​วา​พระธาตุ​เสด็จ เทานั้น​แห​ละ​ครับ ไมทัน​แลว หมดแลว คน​อื่น​หยิบ​เอาไป​หมด​เลย อารมณต​ อนนั้น​ทั้ง​เสียดายทั้ง​เสียใจ ระคนกนั วา ท​ ำไมเ​ราถ​ งึ ไ​ดโ​งถ​ งึ เ​พยี งนห​้ี นอ หลวงป​ อู ​ ตุ สา หม​ เ​ี มตตา​ ใหพ​ ระธาตุ ยงั ​ไมร จู กั ส​ งิ่ ​อัน​เปน มงคล​อีก ไดแ​ ตพ​ ูด​กนั ว​ าพ​ วกเราน​ ี้​ ชาง​โงน​ ัก แลว​คน​อื่น​ทำไม​จึง​ตอง​มา​เอา​พระธาตุ​ตรง​ผา​ที่​เรา​ปู​ไว​ ดว ย ครัน้ ​จะ​ไปห​ ยบิ ​เอาจ​ าก​ผาข​ องคนอ​ ืน่ น​ ั้นก​ ไ​็ มก ลา เ​พราะห​ ลวง​ ปูก​ ค​็ งจะเ​มตตา​ใหล​ ูกศษิ ยเ​ปนรายๆ ​ไป ดว ยค​ วามเ​สยี ดาย จงึ เ​กดิ ภ​ าวะค​ วามเครยี ดข​ น้ึ ความท​ อ​ี่ ยากได​ พระธาตบ​ุ า งเ​พอ่ื น​ ำไปบ​ ชู า สกั อ​ งคก​ ย​็ งั ด​ ​ี จงึ ไ​ดแ​ ตไ​ปหาข​ อเ​อาจ​ าก​ คนอ​ ่นื ​ที่​เขา​ไดห​ ลาย​องค​ กเ​็ ลย​ไดม​ า​คนละอ​ งค สองอ​ งค และ​กค็​ ิด​ กัน​วา​พอใจ​แลว ไดค​ นละ​องคก​ ็​ดีแลว แตเ​รื่อง​ยัง​ไมจ​ บ​เพียง​เทานี้ หลังจากที่​เรา​ใสบาตร​หลวง​ปูเ​สร็จ คณะ​เรา​จึง​ไดไ​ป​ทานอาหาร​ท่ี​

293 โรงทาน เม่ือ​ทาน​อ่ิม​แลวจึง​เดิน​กลับ​ท่ีพัก แตม​ อง​ไป​เห็นวา​หลวง​ ปูย​ ัง​บิณฑบาต​ไมเ​สร็จ​เลย ยังมี​คน​รออยูบ​ ริเวณ​พระ​ธาตุเจดียศ​ รี​ นาคพนั ธป​ รวิ ตั ร ภรรยาข​ องข​ า พเจา จ​ งึ ม​ ค​ี วามป​ รารถนาท​ อ​่ี ยากจะใ​หเ​พยี งห​ ลวง​ ปูเ​หยียบ​ผา​ใหเ​พื่อ​ความ​เปน​ศิริ​มงคล​อีก​สักครั้ง เลย​นำ​ผา​ไป​ปู​อีก ซ่ึง​นาจะเปน​คน​สุดทาย​ท่ี​ปู​ผา และแลว​ปาฏิหาริยก​ ็ไดเ​กิดขึ้น​ดวย​ ความ​เมตตา​อัน​ลนพน​จาก​หลวง​ปู พระธาตุ​เสด็จ​มา​บน​ผา​เปน​ จำนวนม​ าก​นับ​รอ ยอ​ งค บน​ผา​ผนื น​ ี้ ผูคน​ท่ีอยูต​ รงนั้น​ตาง​คน​ตาง​หยิบ​เอา​พระธาตุ​จาก​ผา ภรรยา​ ของ​ขาพเจา​ไดแ​ ตต​ ่ืนเตน​กับ​เหตุ​อัศจรรยท​ ่ี​เกิดขึ้น​ตอหนา​ตอตา ตวั สนั่ เ​หมอื นค​ นม​ คี วามผดิ ​ จงึ ไ​ดแ​ ตห​ อบผ​ า ข​ าวท​ ม​ี่ พ​ี ระธาตเ​ุ ดนิ ม​ า​ ทางข​ า พเจา ดว ยส​ หี นา ด​ ต​ู น่ื เตน พดู ไ​มเ​ปน ศ​ พั ท​ แลว เ​ราก​ ไ็ ดช​ ว ยกนั ​ นบั พ​ ระธาตท​ุ ่ีเ​หลืออยูใ​น​หอ ผ​ า​น้นั ​นับไ​ดท​ ง้ั หมด ๕๗ องคค​ รับ นน้ั เ​ปน ความป​ ระทบั ใจท​ ส่ี ดุ ใ​นช​ วี ติ ข​ องล​ กู ท​ งั้ สอง ความรสู กึ อม​ิ่ อกอิ่มใจ ป​ติ ยังมี​ตลอดมา​ และ​น่ัน​นับวา​เปนความ​เมตตา​จาก​ หลวง​ปูใ​น​วัน​นั้น ทำใหล​ ูก​ท้ังสอง​มี​ความ​รัก ความ​ศรัทธา​ใน​องค​ หลวงป​ ู และจ​ ะ​ขอป​ ฏบิ ตั ิ​เพือ่ ​บูชาค​ ุณข​ องอ​ งคห​ ลวง​ปใู ​หญ หลวง​ปู​ สงิ ขร พรอ มห​ ลวงป​ ตู ​ น บ​ ญุ และจ​ ะน​ อ มนำค​ ำส​ อนท​ ห​ี่ ลวงป​ สู ​ อนม​ า​ ประพฤตป​ิ ฏบิ ตั ิ จะช​ ว ยงานส​ บื สานพ​ ระพทุ ธศาสนาเ​ทา ทก​่ี ำลงั ข​ อง​ ลูกท​ ัง้ สองน​ ี้​จะท​ ำได จะ​ขอต​ ดิ ตามห​ ลวงป​ ไู​ป​ทกุ ภ​ พ​ทุกช​ าติจ​ นกวา​ จะถ​ งึ ​ฝง พ​ ระนพิ พาน พ​ ุทธงั ​ธมั มงั ​สงั ฆัง ​สะระ​นงั ​คัจฉา​มิ นิพ​พา​นัง ​ปจจโยโ​ห​ต.ิ .. กราบน​ มัสการแ​ ทบ​เทา อ​ งคห​ ลวง​ปู ลกู ส​ ญั ญา ลูก​พาน​ ิชย พรอมญาตธิ​ รรม ชาวนวน​ คร

294

295 ปฏิปทา และ​ความป​ ระทับใจ ขอ​ถายทอด​ความ​เปนมงคล​ และ​ความ​ประทับใจ​ใน​องค​ พระรูปห​ นึง่ เพอ่ื เ​ลา​ประสบการณ​ท่​ีได​พบ และสมั ผสั ท​ า น กอน​ท่ีจะ​ถายทอด​ความรูสึก​ที่​ประทับใจ ขอ​นอบนอม​กราบ​ เคารพ​สักการะ​คุณ​พระรัตนตรัย และ​คุณ​ครูบาอาจารยท​ ้ังหลาย มี​หลวง​ปูใ​หญเ​ทพ​โลกอุดร และ​หลวง​ปูต​ น​บุญ เทวดา พรหม ท่ี​ ปกปอง​คุมครอง​ผูปฏิบัติ และ​กระทำ​ความ​ดี เปน​ผูนำ​จิต​ใหห​ ลุด​ พนทุกขส​ ม​ความ​ปรารถนา กอ นท​ จ่ี ะไ​ดพ​ บห​ ลวงป​ รู ​ปู น​ ี้ เปน ค​ นช​ อบแ​ สวงบญุ ไ​ปก​ ราบพระ​ ทาน​ท​่ปี ฏบิ ตั ิดี ปฏบิ ัต​ชิ อบ​ในทางข​ องพ​ ระพุทธเจา​มาน​ านแลว ได​ ติดตาม​กราบ​ครูบาอาจารยร​ูป​หน่ึง ทาน​องคน​ ้ี​คือ หลวง​ปูใ​หญ​ เทพ​โลกอุดร เพราะ​พระนาม​น้ี​พอ​ไดยิน​ก็​เกิด​ปติ​ประทับใจ เก็บ​ ความรสู กึ ​น้ี​อยูใ​นใจล​ ึกๆ ดวย​ความ​เคารพอ​ ยา งส​ ูงสดุ ครั้งหน่ึง​ไดไ​ป​ทำบุญ พบ​พระภิกษุ​รูป​หน่ึง​ซ่ึง​มีอายุสังขาร​ยัง​ นอย ทาน​ม​ีอารมณแ​ จม ใส มี​เมตตา รปู รา ง​สนั ทัด นยั นต​ าคม​ดำ ดวง​ตาใส​น่ิง​พรอมที่จะ​รับฟง​ความ​ทุกขข​ อง​ผูท​ ่ีมา​กราบไหวด​ วย​ ความ​เมตตา ทาน​เปน​พระ​ผูท​ ่ี​ใหจ​ ริงๆ ท้ัง​ใน​ทางโลก ​และ​ทางธรรม​อยาง​ เทาเทียม​กัน ทาน​มี​วาจา​ท่ี​สุภาพ​กับ​ทุกๆ คน ไมเ​ลือก​ระดับชั้น

296 ความ​มี​ความ​จน จะ​มี​ตำแหนง​ใด เหมือนกับ​คน​เปน​โรค​กาย​จะ​ ตองหา​หมอ คน​เปน​โรค​ใจ​ไปหา​พระ แตห​ ลวง​ปูร​ูป​นี้ ทาน​เปน​ทั้ง​ หมอ และ​ท้ัง​พระที่​บำบัด​ทุกขแ​ ละ​บำรุง​สุข ใหเ​กิด​ความ​สุข​กับ​ผูท​ ่ี​ ไป​กราบไหว ทา น​ผูป​ ระเสริฐร​ปู น​ ี้ คอื หลวง​ปตู​ นบ​ ญุ เรยี กต​ าม​ความ​คนุ เคย และ​เปน​สรรพนาม​ที่​ศิษยพ​ อใจ​ใน​การ​อาน​นาม​หลวง​ปูอ​ ยาง​ ภาคภูมิใจ ดวย​ความ​เคารพ ถึงแมท​ าน​มี​วัย​ของ​ขันธ ๕ ยัง​นอย แตค​ วามเ​ปน มงคลแ​ ละเ​มตตาข​ องท​ า นส​ งู สดุ เปน ค​ รป​ู ระเสรฐิ ไมว า ​ ทางโลกแ​ ละท​ างธรรม นำพา​ลกู ศษิ ย ผทู ​ เ่​ี คารพ ปฏบิ ตั ติ นใ​หอ​ ยูใ​น​ ศลี ธรรม สำนกึ บาป บญุ ท่จี ะ​นำพาไ​ปพบ​สุข หรอื ทกุ ขใ​นภ​ พหนา ​ ของแ​ ตล ะคน คำส​ อนข​ องท​ า นจ​ ะไ​ดน​ ำไปอ​ บรมผ​ ทู ​ เ​่ี ปน ท​ ร่ี กั ข​ องค​ น​ น้นั ๆ เพ่อื ​สืบทอด​พระธรรม​ตามพ​ ระศาสดา หลวง​ปูต​ น​บุญ​น้ี ทาน​เปน​ผูท​ ี่​ไมด​ ุ​วาคน​ที่​ทำผิด​ใหเ​สียกำลังใจ ทาน​สอน​ดวย​การ​กระทำ​ของ​ทาน​ใหด​ ู บางคร้ัง​พูดหยอกลอ​กับ​ ผูท​ ่ีทำงาน​บาง จะ​ไดไ​มเ​ครียด​กับ​งาน หลวง​ปูต​ น​บุญ​จึง​เปน​พระ​ ที่​สมควร​กราบไหวอ​ ยาง​สนิทใจ ใน​มโน​จิต มโน​วิญญาณ อยาง​ ภาคภมู ใิ จ ในป​ ฏปิ ทาข​ องพ​ ระอ​ าจารยร​ปู น​ ท​ี้ างธรรม หลวงป​ ตู ​ น บ​ ญุ ทาน​ปฏิบัติตน ตามรอย​พระ​ประทีป​แกว​อยาง​งดงาม และ​ปฏิบัติ​ ธรรม​อยาง​อุกฤต กับ​หลวง​ปูใ​หญเ​ทพ​โลกอุดร​โดย​ลำพัง​เปน​สวน​ องค ซึ่ง​ปจจุบัน​นี้​ทาน​เปน​ศิษยท​ ี่​หลวง​ปูใ​หญต​ ิดตาม สงเคราะห แดอ​ งคห​ ลวง​ปูต​ น บ​ ุญ​ตลอดมา ตอ มาไ​ดไ​ปว​ ดั ท​ ำบญุ ว​ นั ทห​ี่ ลวงป​ ตู ​ น บ​ ญุ ออกน​ โิ รธสมาบตั ิ ทา น​ ออกเ​ดนิ ร​บั บาตรจ​ ากญ​ าตโิ ยมแ​ ละค​ ณะศ​ ษิ ยจ ำนวนม​ ากท​ เ​่ี ลอ่ื มใส​ ในอ​ งคท​ า น เปน ภ​ าพท​ ป​่ี ระทบั ใจไ​มล​ มื เลอื น ยงั จ​ ำภ​ าพน​ เ​ี้ ปน อ​ นสุ ติ

297 ไดท​ ำบุญ​กับ​พระ​ท่ี​สมควร​กลาว​ถึงวาทาน​คือ​พระสุ​ปฏิปนโน หรือ พระ​มหา​โพธิสัตว ทาน​ไดอ​ อก​เดิน​จาก​สถานท่ี​เขา​นิโรธสมาบัติ พอ​เปด​ฝา​บาตร​ ขณะนั้นก็​มี​พระบรมสารีริกธาตุ​ท่ี​เห็น​ไดช​ ัดเจน​ดวย​ตาเปลา เสด็จ​ ตก​ตาม​ระยะทาง​ที่​หลวง​ปูต​ น​บุญ​เดิน​รับบาตร จน​เขาถึง​ศาลา​ ปฏิบัติ​ธรรม ทำใหผ​ ูท​ ำบุญ​วัน​นั้น​ปลาบ​ปล้ืมใจ​ทั่วหนา ดวย​ความ​ อมิ่ เอบิ พอ​เขา​ศาลา​ไดป​ ลด​บาตร​ออก​แลว ยืน​จัดการ​ใหเ​รียบรอย พรอม​ท่​สี กั การะ​พระพทุ ธเจา ​ และค​ รบู าอาจารย ขณะนัน้ ​ขาพเจา​ เห็น​พระรูป​หน่ึง​ซ่ึง​อยูก​ ับ​หลวง​ปูม​ ี​วรรณะ​สดใส​งาม​มาก มี​นัยนตา​ แสดงถึง​ความ​เมตตา เยือกเย็น ออนโยน ทาน​แยม​โอษฐน​ อยๆ เกดิ ค​ วามป​ ต ซ​ิ าบซง้ึ นำ้ ตาไหลอ​ อกมาเ​องโ​ดยไ​มต งั้ ใจ​ ระงบั อ​ าการ​ นน้ั ​ไมอ ยู ขณะ​ท่ี​เห็น​พระ หลับตา​ก็​เห็น ​ลืมตา​ก็​เห็นภาพ​นี้​ไมล​ ืมเลือน จึงเ​รียนถาม​ทา นใ​นใจว​ า มีพ​ ระรปู ใ​ด​ทปี​่ ฎิบ​ตั ​ติ ามรอยพ​ ระป​ ระทีป​ แกว​น้ี ที่​บุคคล​คณะ​ศิษยจ​ ะ​พึง​พบ และ​ถาม​หลักธรรม​กับ​ทาน ท่ี​ ยงั มก​ี ายเ​นือ้ ​ขันธ ๕ อยา ง​ปรกติ​ธรรมดา มี​จรยิ วตั รข​ องท​ านอ​ ยา ง​ เขมขน โตตอบ​หลักธรรม​ไดอ​ ยา ง​ไมล​ งั เล ทาน​บอกวา มี​หลาย​องค หนึ่ง​ใน​จำนวน​นั้น​คือ​หลวง​ปูร​ูป​นี้ รวมอยูด​ วย (หมายถึง​หลวง​ปูต​ น​บุญ) ทาน​อาจจะ​สงสัย​การ​เห็น​ เชน น้ี เราท​ ำจ​ ติ ใ​หน​ งิ่ นกึ ถงึ ค​ ณุ พ​ ระพทุ ธเจา เ​ปน อ​ ารมณ จติ น​ ง่ิ เปน ​ สมาธิ กจ​็ ะส​ มั ผสั กบั ส​ ง่ิ เ​หลา นไ​้ี ด เหน็ เ​ทวดา พรหมไ​ดอ​ ยา งถ​ กู ตอ ง ฉ​ะน้ัน​การ​ดำรง​สมณะ​ธรรม เพ่ือ​บรรลุ​เปาหมาย​ท่ี​หลวง​ปูต​ น​บุญ​ ดำเนิน​ตามรอย​พระ​ประทีป​แกว และ​หลวง​ปูใ​หญเ​ทพ​โลกอุดร​

298 ไดอ​ ยาง​งดงาม นาม​ของหลวง​ปูต​ น​บุญจึง​อยูใ​นใจ​ศิษย เปน​พระ​ อาจารย นำพาลูกศิษยข​ อง​ทาน​เขาสูแ​ ดนธรรม คือนิพพาน สาธุ สาธุ สาธุ สมควร​ทีเ​่ ราค​ ณะ​ศษิ ย และผ​ ูท​ ก่​ี ราบไหวท​ าน ควรใ​ชค​ ำ​วา​พระ​ อาจารยผ​ ูป​ ระเสริฐ​ใน​แดนธรรม เปน​สิ่ง​ประทับใจ​ไมเ​ลือน​ไปจาก​ จิตต​ ลอดไป ดว ยค​ วามเ​ปน ผ​ ศู ​ รทั ธาใ​นอ​ งคห​ ลวงป​ ู ขอใหท​ า นห​ ลวงป​ ตู ​ น บ​ ญุ จง​ประสพ​สุข​ใน​แดนธรรม​ตาม​ท่ีตั้ง​ปณิธาน​มา​หลาย​ภพ​หลาย​ชาติ และไ​ดถ​ ึงธ​ รรม​อนั ​สงู สดุ ใ​น​เร็วๆ ​นด​้ี วยเ​ถดิ พวกเราท​ ง้ั หลายต​ ดิ ตามอ​ งคห​ ลวงป​ กู ​ นั เ​สยี จนล​ มื ไ​ปว​ า รา งกาย​ ของเ​ราเ​ปน เ​รอื นรา งท​ อ​ี่ าศยั ช​ วั่ คราวเ​ทา นน้ั เหมอื นกบั เ​ราเ​ชา บา น หมดเ​วลาเ​ขาก​ ไ​็ ลเ​ราไ​ป ความด​ ท​ี ห​ี่ ลวงป​ สู ​ อนไ​ว ลกู หลานน​ อ มเ​กลา ​ ยึด​คำ​สอน​ทาน​เปน​อารมณใ​น​การ​ดำรงชีวิต​ปจจุบัน ขอใหท​ ุกๆ ​ ทาน​ส้ินทุกข มีค​ วามส​ ุข เขาถงึ ​นพิ พาน​ในเ​ร็วน​ ้ี​ดวยเ​ทอญ ขออ​ ำนาจบ​ ารมแ​ี หง อ​ งคพ​ ระป​ ระทปี แ​ กว และอ​ งคห​ ลวงป​ เู ​ทพ​ โลกอุดร องคห​ ลวง​ปูต​ น บ​ ญุ จ​ ง​เปน ​พลงั ตบะ เดชะ ชยั ชนะ​กำลงั สงั ขาร​ท้งั หลาย​ม​ีความเ​สอื่ ม​ไป อัป​ มา​เท​นะ สัม​ปา​เทถะ ทาน​ท้ังหลาย​จง​ทำความ​ไมป​ ระมาท​ใหถ​ ึง​ พรอม​เถิด ความ​กรุณา​เอื้ออาทร เปยม​ไป​ดวย​ปญญา​คุณ ความ​ เมตตากรุณา​ตอ​พวกเรา จนถึง​ใน​เวลา​สุดทาย ที่​พระพุทธองค​ ปรนิ ิพพาน ขอพ​ ฒั นา​ตน ปลุก​ชวี ิตจ​ ติ ​วญิ า​ญาณ ของต​ น ใหเ​ปน​ ผรู ู ตืน่ เบิกบาน ใน​วถิ ี​แหง ​พุทธองคเ​ถิด ดว ยค​ วาม​เคารพห​ ลวงป​ ู​หาป​ ระมาณไ​มไ ด พรส​ จุ ิต ทรัพยส​ มบูรณ

อยู่ที่ใด ความอาจหาญ...ของเธอไปไหนเลา่ ความศรัทธา....ของเธอไปไหนเล่า ความรสู้ ึกตัวความรสู้ กึ ตน...ของเธอไปไหนเลา่ ความละอายความเกรงกลัวต่อบาป....ของเธอไปไหนเลา่ ความเพียรและความอดทน....ของเธอไปไหนเล่า สิง่ นี้มใิ ช่หรอื เป็นบ่อเกดิ แหง่ เราอนั วิเศษสุดในโลก สิง่ นมี้ ใิ ชห่ รอื ทที่ ำคนใหเ้ ปน็ อริยะ แลว้ ท้งั หมดนไี้ ปอย่ทู ่ีใดเล่า จงพิจารณาดเู ถิดว่า....อยทู่ ่ีใด


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook