250 กำหนดการเข้านิโรธ หลวงปู่ต้นบุญ ติกขปัญโญ ณ วัดป่าทุ่งกุลาเฉลิมราช บ้านโพนตูม ตำบลทุ่งทอง อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด
251
252 เดือนสิงหาคม ๒๕๕๖ วันพฤหสั บดีที่ ๒๒ สงิ หาคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๙.๓๐ น. - ลงทะเบียนบวชเนกขมั มะ เวลา ๑๒.๐๐ น. - พกั รับประทานอาหารกลางวัน เวลา ๑๓.๐๐ น. - ทำพธิ ีบวชเนกขัมมะ เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฟงั พระธรรมเทศนาจากหลวงปู่ตน้ บญุ ก่อนเข้านิโรธ เวลา ๑๕.๕๙ น. - หลวงป่ตู น้ บุญจดุ เทยี นนิโรธ นอ้ มส่งหลวงปเู่ ขา้ นิโรธแลว้ พักตามอัธยาศัย เวลา ๑๘.๐๐ น. - อบรมการปฏบิ ัติธรรม เวลา ๑๙.๐๐ น. - สวดมนตท์ ำวัตรเยน็ และปฏิบตั ธิ รรม เวลา ๒๑.๐๐ น. - พัก วันศกุ รท์ ่ี ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๕.๐๐ น. - สวดมนต์ทำวตั รเชา้ และเจรญิ สติภาวนา เวลา ๐๖.๓๐ น. - พระภกิ ษสุ ามเณรออกรบั บิณฑบาต เวลา ๐๘.๓๐ น. - ถวายภตั ตาหารเชา้ แด่พระภิกษสุ ามเณร เวลา ๑๐.๐๐ น. - อบรมปฏิบัติธรรม เวลา ๑๒.๐๐ น. - พักรบั ประทานอาหารกลางวัน เวลา ๑๓.๐๐ น. - อบรมปฏบิ ัตธิ รรม เวลา ๑๗.๐๐ น - พกั ตามอัธยาศยั เวลา ๑๙.๐๐ น. - สวดมนต์ทำวัตรเย็น และปฏิบตั ธิ รรม เวลา ๒๑.๐๐ น. - พัก
253 วันเสาร์ที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๕.๐๐ น. - สวดมนตท์ ำวัตรเชา้ และเจริญสตภิ าวนา เวลา ๐๖.๓๐ น. - พระภิกษสุ ามเณรออกรับบิณฑบาต เวลา ๐๘.๓๐ น. - ถวายภตั ตาหารเช้าแด่พระภกิ ษุสามเณร เวลา ๑๐.๐๐ น. - อบรมการปฏิบัติธรรม เวลา ๑๒.๐๐ น. - พักรับประทานอาหารกลางวนั เวลา ๑๓. ๐๐ น. - อบรมการปฏบิ ตั ิธรรม เวลา ๑๙.๐๐ น. - สวดมนต์ทำวตั รเย็น เวลา ๒๑. ๐๐ น. - สวดอติ ปิ โิ ส ตลอดคืน วนั อาทติ ย์ที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๔.๓๐ น. - หลวงปู่ตน้ บญุ ออกจากนโิ รธ เวลา ๐๖.๐๐ น. - หลวงปู่ตน้ บุญ ออกรับบณิ ฑบาต เวลา ๐๗.๓๐ น. - ถวายภัตตาหารแดพ่ ระภิกษสุ ามเณร เวลา ๐๙.๐๐ น. - ฟังพระธรรมเทศนาจากหลวงปู่ตน้ บุญ เวลา ๑๐.๒๙ น. - ดับเทยี นชยั นิโรธ เสรจ็ พิธี เดือนกันยายน ๒๕๕๖ วันพฤหสั บดที ่ี ๑๙ กันยายน ๒๕๕๖ เวลา ๐๙.๓๐ น. - ลงทะเบียนบวชเนกขมั มะ เวลา ๑๒.๐๐ น. - พกั รับประทานอาหารกลางวัน เวลา ๑๓.๐๐ น. - ทำพธิ บี วชเนกขัมมะ เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฟังพระธรรมเทศนาจากหลวงป่ตู น้ บุญ กอ่ นเข้านิโรธ
254 เวลา ๑๕.๕๙ น. - หลวงปู่ต้นบญุ จุดเทียนนิโรธ น้อมสง่ หลวงปเู่ ข้านิโรธแล้วพกั ตามอัธยาศัย เวลา ๑๘.๐๐ น. - อบรมการปฏบิ ัติธรรม เวลา ๑๙.๐๐ น. - สวดมนต์ทำวตั รเย็น และปฏบิ ตั ธิ รรม เวลา ๒๑.๐๐ น. - พัก วันศกุ ร์ท่ี ๒๐ กนั ยายน ๒๕๕๖ เวลา ๐๕.๐๐ น. - สวดมนตท์ ำวตั รเชา้ และเจริญสติภาวนา เวลา ๐๖.๓๐ น. - พระภิกษุสามเณรออกรบั บณิ ฑบาต เวลา ๐๘.๓๐ น. - ถวายภัตตาหารเชา้ แด่พระภิกษุสามเณร เวลา ๑๐.๐๐ น. - อบรมปฏิบตั ธิ รรม เวลา ๑๒.๐๐ น. - พักรับประทานอาหารกลางวัน เวลา ๑๓.๐๐ น. - อบรมปฏบิ ตั ธิ รรม เวลา ๑๗.๐๐ น - พักตามอธั ยาศยั เวลา ๑๙.๐๐ น. - สวดมนต์ทำวัตรเยน็ และปฏิบัติธรรม เวลา ๒๑.๐๐ น. - พัก วนั เสารท์ ่ี ๒๑ กันยายน ๒๕๕๖ เวลา ๐๕.๐๐ น. - สวดมนตท์ ำวัตรเชา้ และเจรญิ สตภิ าวนา เวลา ๐๖.๓๐ น. - พระภิกษุสามเณรออกรบั บณิ ฑบาต เวลา ๐๘.๓๐ น. - ถวายภตั ตาหารเช้าแดพ่ ระภิกษุสามเณร เวลา ๑๐.๐๐ น. - อบรมการปฏิบตั ิธรรม เวลา ๑๒.๐๐ น. - พักรับประทานอาหารกลางวนั เวลา ๑๓.๐๐ น. - อบรมการปฏิบตั ธิ รรม เวลา ๑๙.๐๐ น. - สวดมนต์ทำวตั รเยน็ เวลา ๒๑.๐๐ น. - สวดอติ ิปิโส ตลอดคืน
255 วนั อาทิตย์ที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๖ เวลา ๐๔.๓๐ น. - หลวงปู่ตน้ บุญ ออกจากนโิ รธ เวลา ๐๖.๐๐ น. - หลวงปู่ตน้ บญุ ออกรบั บิณฑบาต เวลา ๐๗.๓๐ น. - ถวายภตั ตาหารแด่พระภิกษุสามเณร เวลา ๐๙.๐๐ น. - ฟังพระธรรมเทศนาจากหลวงปตู่ ้นบญุ เวลา ๑๐.๒๙ น. - ดบั เทยี นชัยนิโรธ เสร็จพิธี กำหนดการเข้านิโรธ และพิธีทอดกฐิน เดือนตุลาคม ๒๕๕๖ วันพธุ ที่ ๑๖ ตลุ าคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๙.๓๐ น. - ลงทะเบียนบวชเนกขัมมะ เวลา ๑๒.๐๐ น. - พกั รบั ประทานอาหารกลางวนั เวลา ๑๓.๐๐ น. - ทำพิธีบวชเนกขมั มะ
256 เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฟงั พระธรรมเทศนาจากหลวงปู่ต้นบญุ ก่อนเข้านิโรธ เวลา ๑๕.๕๙ น. - หลวงปตู่ น้ บุญจุดเทยี นนโิ รธ น้อมส่งหลวงป่เู ข้านโิ รธแลว้ พักตามอัธยาศัย เวลา ๑๘.๐๐ น. - อบรมการปฏิบัตธิ รรม เวลา ๑๙.๐๐ น. - สวดมนตท์ ำวัตรเยน็ และปฏบิ ตั ธิ รรม เวลา ๒๑.๐๐ น. - พัก วันพฤหสั บดีที่ ๑๗ ตลุ าคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๕.๐๐ น. - สวดมนตท์ ำวัตรเชา้ และเจริญสติภาวนา เวลา ๐๖.๓๐ น. - พระภกิ ษุสามเณรออกรบั บิณฑบาต เวลา ๐๘.๓๐ น. - ถวายภตั ตาหารเช้าแดพ่ ระภกิ ษสุ ามเณร เวลา ๑๐.๐๐ น. - อบรมปฏิบัตธิ รรม เวลา ๑๒.๐๐ น. - พกั รบั ประทานอาหารกลางวนั เวลา ๑๓.๐๐ น. - อบรมปฏบิ ตั ิธรรม เวลา ๑๗.๐๐ น - พักตามอัธยาศยั
257 เวลา ๑๙.๐๐ น. - สวดมนตท์ ำวตั รเย็น และปฏิบัตธิ รรม เวลา ๒๑.๐๐ น. - พกั วนั ศุกรท์ ่ี ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๕.๐๐ น. - สวดมนตท์ ำวตั รเช้าและเจริญสติภาวนา เวลา ๐๖.๓๐ น. - พระภิกษสุ ามเณรออกรับบิณฑบาต เวลา ๐๘.๓๐ น. - ถวายภตั ตาหารเชา้ แดพ่ ระภิกษสุ ามเณร เวลา ๑๐.๐๐ น. - อบรมการปฏิบัตธิ รรม เวลา ๑๒.๐๐ น. - พักรับประทานอาหารกลางวัน เวลา ๑๓.๐๐ น. - อบรมการปฏิบัติธรรม เวลา ๑๙.๐๐ น. - สวดมนต์ทำวตั รเย็น เวลา ๒๑.๐๐ น. - สวดอติ ปิ ิโส ตลอดคนื วนั เสาร์ท่ี ๑๙ ตลุ าคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๔.๓๐ น. - หลวงป่ตู ้นบุญ ออกจากนิโรธ เวลา ๐๖.๐๐ น. - หลวงปู่ตน้ บุญ ออกรบั บณิ ฑบาต เวลา ๐๗.๓๐ น. - ถวายภตั ตาหารแดพ่ ระภกิ ษุสามเณร เวลา ๐๙.๐๐ น. - ฟังพระธรรมเทศนาจากหลวงปตู่ น้ บญุ เวลา ๑๐.๒๙ น. - ดบั เทียนชัยนิโรธ เสร็จพธิ ี เวลา ๑๓.๐๐ น. - ลงทะเบยี นบวชชพี ราหมณ์ เวลา ๑๘.๐๐ น. - ต้งั ผา้ กฐนิ รอบองคพ์ ระมหาธาตเุ จดยี ์ ศรที ศพลญาณเฉลมิ ราชชัยมงคล เวลา ๑๙.๓๐ น. - ฟงั พระธรรมเทศนา วนั อาทติ ยท์ ี่ ๒๐ ตลุ าคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๗.๐๐ น. - ตักบาตรพระภกิ ษุสามเณร เวลา ๑๐.๐๐ น. - พิธีทอดกฐนิ สามัคคี รบั พร เสรจ็ พธิ ี
258 ธรรมปรบั จติ รวบรวมเรียบเรียง : เด็กโงภ่ แู ซ ภาพ : เชดิ วฒุ ิ สกลย า
259 การตืน่ รู้ ธรรมะจากนิโรธคร้งั ท่ี ๑ ....หลวงป่ตู ้นบญุ ตกิ ขปัญโญ ณ วดั ป่าท่งุ กลุ าเฉลมิ ราช เม่ือวันที่ ๒๖ สงิ หาคม ๒๕๕๕ ความไมแ นน อนเปน พน้ื ฐานสำคญั ข องช ีวิตมนษุ ย พวกเราจ งึ ค วรเกบ็ เกยี่ วส ง่ิ ท เี่ ปน ม รรคผลใหไ ดม ากท ส่ี ดุ อยา ร อ วนั พรงุ นหี้ รอื ว นั ต อ ๆ ไป อยา เกดิ ม าแ บบโงๆ แ ละต ายไปแ บบโงๆ เหมอื นเดมิ อยา ร อใหป ว ยจ งึ ม าป ฏบิ ตั ิ สงั ขารม นั ไมเ ออื้ เวลาเจบ็ ไข ไดปว ย ประสาทส ัมผสั จะลดค วาม สามารถลง เชน ประสาทตาจ ะ พยายามขยายมานตาเพ่ือรับภาพใหไดมากที่สุด ประสาทสัมผัส อนื่ ๆ ก ็เหมือนกัน ตงั้ แตป ๒๕๕๐ ทไ่ี ดเ รม่ิ บ ำรงุ ร กั ษาพ ทุ ธสถานแ หง นี้ กเ็ ตรยี มใจ ไวแลวว าจ ะเผชิญกับสิ่งที่ไมใชความส ุขแนนอน วันที่ไดตกลงท่ีจะ ทำนุบำรุงรักษาสถานท่ีนี้ ก็ไดเตรียมใจไวแลวกับความทุกขยาก และปญหาท่ีตองเผชิญหนา เปนการเตรียมความพรอมท่ีจะ เผชญิ หนา ก ับความจริง ตางจ ากส ามี-ภรรยาท ีแ่ ตง งานกันใหมๆ
260 ไมไดมองความทุกขวาไดเร่ิมตนขึ้นแลว หากแตคิดแตความสุขท่ี ไดอยูร ว มกัน หลายคนไมไดเตรียมรับความจริงที่จะเผชิญ เราหลอกตัวเอง ท่ีจะกาวขามวันและคืน วาซักวันหนึ่งเราจะไดนั่นไดน่ี เรื่องดีๆ จะเกิดขึ้น เราเฝาหลอกตัวเองเพ่ือกาวขามผานวันเวลาจากวัน เปนเดือนจากเดือนเปนป น่ันคือความเบ่ือหนายซ้ำซากจำเจ กระบวนการท ไ่ี มแ นน อนเคลอ่ื นผ า น ไมว า จ ะห มนุ เวยี นไปอ ยา งไร ก็คือกระบวนการเดิมทอี่ ยูบนค วามไมแ นน อน เราอาจจะเผชิญหนากับสิ่งที่ทำไวในพระพุทธศาสนา เราเชื่อ เร่ืองกรรม วาเราจะไดรับผลของการกระทำ กรรมจะครอบคลุม ทง้ั อดีต ปจ จุบัน อนาคต แตถา เราม องเรือ่ งพ ฤตกิ รรมม ากกวา ละ พฤตกิ รรมจ ะเปน เรอื่ งท มี่ นษุ ยท ำเรอ่ื งซ ำ้ ซาก ทำเรอื่ งเดมิ ๆบอ ยๆ ซ้ำๆ โดยไมรูตัวหรือรูตัวก็สอดแทรกความปรุงแตงเพื่อหลอกลอ ตวั เราใหอ ยใู นข ณะนนั้ เปน ร ปู แบบห นง่ึ ข องพ ฤตกิ รรมม นษุ ย คอื คิดเองเออเอง คดิ วาท ำน ่นั จ ะเปน อยา งน้ี คดิ เองเออเอง ในทาง พระพุทธศาสนาคือกิเลส ราคะ โทสะ โมหะ หากมองความจริง ทแี่ ท มนั ไมไ ดม อี ยแู ตต น เปน ก ระบวนการป รงุ แตง เสกสรร กำหนด เนื้อเรอื่ งรูปแบบ โครงสรางไวเพ่ือใหเราเผชญิ เราสรางรั้วเพ่ือลอมตัวเราเองไว เชน ใครทุกขเพราะการ แตง งานบาง ใครทกุ ขเ พราะต ดิ หนบี้ า ง ถามจ ริงๆ ใครเปนค นบ อก ใหเราแตงงาน ใครเปน คนบ อกใหเราย ืมเงนิ นเ่ีปนพ ฤติกรรมท ่ีเรา ลอมคอกต ัวเองไว ไมม ใี ครบอก แตเปน ส ิ่งท พี่ วกเราเลอื กเอง และ พวกเราก ็เกิดม รี าคะ โทสะ โมหะ กับสิ่งทเี่ ราเลอื ก เราม ีความ
261 เราทุกข เพราะความคาดหวัง ใ นชีวิตม ากเกินไป ยินดี พอใจ ไมย ินดี ไมพ อใจ กบั ส ิ่งท เ่ี ราเลือกและก รอบท ่ีเรา วางไวห รอื พระพทุ ธศาสนาส อนก ระบวนการเหลา น้ี แตเ ราม องแ ตป จ จบุ นั เชน มคี นบ อกวา เราโง เราเกดิ โทสะแ ละไปต อ ยเขาบ อกวา ”กไู มไ ดโ ง” มนั เปน ก ระบวนการค ดิ เองเออเองก บั ป จ จบุ นั คดิ วา เราไมโ ง ถา เรา คดิ วา เราโงก จ็ บแ ลว เพราะป ฏกิ ริ ยิ าม นษุ ยเ รว็ เกนิ ไป เราม องไมท นั สรางกรงขังตัวเองไว เรายึดม่ันและปรุงแตงก็เทากับเราลอมคอก ตวั เองไว ถา เราป ลอ ยวางม องตามค วามจ รงิ “ไมม โี ง ไมม ฉี ลาด” เราเลอื กพ ฤตกิ รรมใหเ ปน อ ะไรก ไ็ ด แตท ำไมเราเลอื กท จ่ี ะล อ มคอก ตัวเราเอง ปูพูดย้ำเสมอวาเราทุกขเพราะความคาดหวังในชีวิต มากเกนิ ไป จบ ป.๖ คาดหวงั เงนิ เดอื นเทา ค นจ บป รญิ ญาตรี คอื ไม สำรวมก บั ค วามค าดหวงั ทกุ ขเพราะส ง่ิ ท ค่ี าดหวงั ม ากเกนิ ไป ทำไม ไมคาดหวัง ๒๐% คิดแบบในหลวง “พอเพยี ง” พระพุทธเจาใหดูความเปนจริงไมใชเจือปน พระพุทธศาสนา สอนใหม องสมมติสัจจะ และปรมตั ถสจั จะ
262 ๑) สมมติสัจจะ คือความจริงโดยสมมติ เชน เธอกับฉันเปน ผวั เมยี ก นั หรอื เงนิ ท ใี่ ชก บั ข องท เี่ ราม ี เราแ ยกไมอ อกว า น คี่ อื ส มมติ เพราะเราเอาสมมติเปนความจริงไปหมด เราเลยคาดหวังกับมัน “สมมติ” ไมมีรากเหงา เปนของแปรปรวน สมมติใหมไดเร่ือยๆ เราไดอะไรกับการคาดหวังในสมมติ เราไดทุกขเพราะไดสมมติมา ครอบครอง เราไมไดทุกขกับความจริงแท เราทุกขกับสมมติที่เรา ถือครองคาดหวงั ๒) ป รมตั ถสจั จ ะ คอื ความจ รงิ ต ามค วามเปน จรงิ เชน เกดิ แก เจ็บ ตาย หากเปนส ่ิงที่เราเลือกแลว อยาก ลัว อยาป รุงแตง อยายึดม่ัน อยาคาดหวังอีก เราเร่ิมจากคาดหวังแลวก็หวาดกลัว “เราจะได มย้ั ” “เขาจ ะค ดิ เหมือนเรามยั้ ” เราก ็เริ่มปรุงแตงแ ละเราก็ยึดมั่นว า จะอยางง้ันอยางงี้ แลวก็ทุกขสิ เพราะจิตเราสงไปขางนอกตลอด มนษุ ยเ ปน ส ตั วท เ่ี ปด รบั อ ายตนะเกนิ ๑๐๐% หตู าก แ็ พรวพราว จะไว หไู มว า เรอื่ งด ไี มด จี ะไปกอ นเสมอ เพราะเราเปด เมอื่ ไมร จู กั ค วบคมุ ระงบั ผ ลสบื เน่อื งกเ็ กิด ความปรงุ แตงความคาดหวงั ก็เกิด เชน รถ คนั น้ีสวย คนั น้ขี ีเ้ หร เราไมเคยหดั ควบคมุ เราก ็ตกเปน ท าส เม่ือไรเราควบคุมมันได ไมใ หเ ปดม ากเกินไป เราก็จะไดช ีวิตท่ี แทจริงคืนมาคือ ปรมัตตถสัจจะ เรารูวาทุกขเกิดท่ีไหนจาก ๑ ไป ๒ ไป ๓ ไป ๔ เมื่อไรเราควบคุมมันได ชีวิตจิตวิญญาณก็จะมี อิสรภาพ เราจะไมทุกขเพราะเปลือกนอกของสมมติ ตายเปล่ียน สังขารมาเปนรอยพันหม่ืนแสนลานชาติชเพราะอะไร นั่นคือทุกขท่ี
263 เปน ของจริง เปน ปรมตั ถสจั จะ เรยี นรูเนื้อหาของความท ุกขท่ีเปน เน้อื แทของความทกุ ข วันนี้เราเรียนรูกระบวนการในการทำลายกรอบ ต่ืนรู ควบคุม ตวั เองไดม ากขน้ึ ไมค าดหวงั กวา ท พ่ี วกเราจ ะฝ า ฟน เขา มาในร ม เงา พระพุทธศาสนาใหไดมากกวาน้ี เราตองทุมเทกาย จิตวิญญาณ ปลดแอกพันธนาการในตัวเรา เพื่อเขาใกลอิสระภาพของตัวเอง ไมมใี ครชว ยเราไดน อกจากตวั เราเอง
264 การเ ปลี่ยนแปลงอ ยูทีต่ ัวเรา ธรรมะจากนโิ รธค รั้งท่ี ๒....หลวงป ตู น บ ญุ ตกิ ขปญโญ ณ วัดป าทุง กลุ าเฉลมิ ร าช เมอ่ื ว นั ท่ี ๓๐ กนั ยายน ๒๕๕๕ ชวงระยะเวลาท่ีอยูกับตัวเองทำใหเราไดเห็นบางสิ่ง บางอยา งท ี่เรามองขา ม ชีวิตท่ีอยูในเมืองเปนชีวิตท่ีวุนวาย มีบางสิ่งบางอยางที่เรงรัด เราโดยท ่ีพวกเราไมร ูตัว เหมือนเปน วฎั จ ักรหรอื วงจรท ่คี อยบีบคั้น เรา มนษุ ยท จ่ี มอ ยใู นป จ จบุ นั น เี้ ปน แ คอ ะไหลใ นโครงสรา งท ท่ี ำใหข บั เคลอ่ื นห มนุ ไป เราก ห็ ลงไปกบั ก ระบวนการเหลา น้ี วนั ๆ ก ห็ ลอกลอ ใหเราท ำเหมอื นกบั วา แมไมเต็มใจ บางคร้งั ก ต็ องท ำ หลอกจนเรา เตม็ ใจท ำ เพ่อื ใหเปนสวนหนึ่งของระบบ ของก ลไกน้ี สมมติไมมองในเร่ืองวัฎสงสารหรือสังสารวัฎ มองแคประเทศ ไทย มันก็เปนระบบวัฎจักรๆหน่ึง ไมวาจะเปนหางราน บริษัท ทท่ี ำงาน กระทรวง สดุ ทา ยก เ็ ปน วฎั จ กั รท ผี่ กู ก นั ไว มนษุ ยเ ราก ลาย เปน อ ะไหลท เ่ี ขา ไปข บั เคลอื่ นใหว ฎั จ กั รเหลา นห้ี มนุ ไป ใครท ม่ี คี วาม
265 โลภ โกรธ หลงมาก กิเลสมากก็เปนผูควบคุมระบบ เราก็เห็นดี เห็นงามวาการควบคุมระบบน่ีดี ควบคุมชะตาชีวิตมนุษย ระบบ โครงสรางของชีวิตมนุษย แตละคนก็เลยพากันมาแสวงหาอำนาจ แสวงหากิเลส มีเทาไรก็ไมพอ แตละวันแตละคืนเฝาแสวงหามา ครอบครองเพื่อควบคุมระบบเหลาน้ี พวกเราก็วิ่งตามโครงสรางที่ เขาหลอกลอไว ถา เราท ำอยา งงัน้ จะไดต ำแหนง น ี้ จะไดซีน่นั ซนี ี่ มี คนมาหาปูขอใหชวยใหไดตำแหนง อีกหนอยก็มาอีกขอตำแหนง สงู ขนึ้ อ กี มนั จ ะจ บม ย้ั น ่ี ทำใหเ ราเปน ข า ทาส มเี ราห รอื ไมก ไ็ มส ำคญั เพราะใครก ส็ ามารถม าเปน อ ะไหลต วั น ไ้ี ด ขณะท เี่ ราอ อกจากร ะบบ อยา งห นง่ึ กไ็ ปอ ยใู นร ะบบอ กี อ ยา งห นง่ึ ไมจ บ ตราบใดท ร่ี ะบบก าร กนิ ก ารใชข องม นษุ ยย งั เปน เหยอ่ื ข องร ะบบโฆษณาช วนเชอ่ื แลว เรา
266 เราผานวันแ ละคืน สรรพวัตถุเ รื่องราวม หาศาล จ นเ รามานั่งค ิดวา เ รากำลังว ิง่ ตามอ ะไร กเ็ ชอ่ื เขา เขาบอกอรอยกเ็ ชื่อเขา ไมวา เราจะเหน็ดเหนื่อยเมอื่ ยลา แคไหน สุดทายก็ตองตื่น เพราะเขาใสโปรแกรมไววามันคือภาระ หนา ทคี่ วามร บั ผดิ ชอบ เอง็ ต อ งท ำอ ยา งงนั้ อ ยา งง้ี จรงิ ๆแ ลว แ คก นิ อมิ่ ทอ งเฉยๆ ไมต อ งใชข องม ากมายข นาดนน้ั ก ไ็ ด ทอี่ ยทู อี่ าศยั ต อ ง ใหญโ ตรโหฐาน ก็มนั หลอกลอเราว า มีส่ิงท ่ีดีกวา แ ละด ที ่ีสุด เราผานวันและคืน สรรพวัตถุเร่ืองราวมหาศาลจนเรามา น่ังคิดวาเรากำลังวิ่งตามอะไร เราเหน่ือยโดยท่ีเรายังไมไดรับ ผลตอบแทน คนบางคนมีบานมีรถ พอหันไปมองดูกูก็กูมาทั้งนั้น พอตอไปบานเราก็เกา รถเราก็เกา ขณะที่เงินฝากธนาคารก็มีแต ลดคาล ง (ลองเทยี บกับราคาท องคำดู ทองห นึง่ บาทสมยั กอ นสห่ี า พนั เดย๋ี วนสี้ องห มนื่ ก วา ) คดิ ด ดู ๆี ว า ส ง่ิ ท เี่ ราม แี ละเราเปน ท ำใหเ รา เหน่ือย ขณะท ี่ไดม าแลว จะดีใจก็ไมใช จะเสยี ใจกไ็ มเชงิ เรามหี มด ทกุ อยา งแ ตม นั กย็ งั ไมด ีพอสำหรบั เรา เลยท ำใหเราแ สวงห าไมจบ
267 ไมส น้ิ ไมรจู ะด ิ้นรนขวนขวายไปท ำไม ตอ งป ลอยวางใ หไ ด ปญหาท่ีสำคัญคือ คนไมรับผิดชอบในปญหาท่ีตัวเองกอ โยนค วามร บั ผดิ ชอบ โยนป ญ หา โยนภ าระ โยนส งิ่ ท ต่ี วั เองต อ งการ ใหคนอืน่ แก หรือพยายามใหค นอน่ื หยิบย ่ืนใหเสมอ ออกน ิโรธม า มแี ตค นข อพ รห นอ ย พวกเราเอาไปพ วกเราก ไ็ มเ ปลยี่ นค วามคดิ อ ยู ดี สิ่งทใี่หม นั ก็ไมเกดิ ป ระโยชน เปนแคน้ำสะอาดข นั ห นึง่ เอาไปเท รวมกับน้ำเนาท่ีมีอยูแลว เปล่ียนอะไรได เพราะฉะนั้นสิ่งท่ีใหไป ไมไ ดห มายความวา จ ะเกดิ ก ารเปลยี่ นแปลง การเปลย่ี นแปลงอ ยทู ี่ ตวั เรา หลวงปชู วยน่ีหนอย ชวยนั่นหนอย ถามจ รงิ ๆชว ยอ ะไรได พวกเราก จ็ ะใหช ว ยอ ยนู นั่ เรอื่ งบ างอยา งม นั เกนิ ค วามส ามารถข อง เรา บางอยางมันไมใชกิจของสงฆ ใชไหมละ ขอใหชวยขายของ ชวยใหไดตำแหนง และอื่นๆอีกมากมาย ไมไดมาบวชเพื่อจะมา ขายของใหพ วกเรานะ เคยถามตัวเองมั้ยวาตองการอะไรกันแน เงินๆๆ ท่ีจำเปน ตองหาตองใชเอาใหพ อประมาณก็พอ มกี ไ็ มไ ดวา ห รอก พอใหก ิน ใหใช หาหมอ ทำบุญ มีมากเกินไปก็ตระหนกตื่นกลัว กลัวคนมา ยมื คนน นั้ มาข อ ถาจะใหถกู ไมตอ งม าขอพ ร ขอพ รไมไดผ ล อยา ไดประมาท ความแปรปรวนเกดิ ข้นึ ไดง าย ใชชีวติ กับป จจุบนั ก ็พอ อยาไปคาดหวงั กบั อนาคตมาก
268
269 ทาสความคิด ธรรมะส อนลกู ๆ ในวันพระ....หลวงป ตู น บญุ ตกิ ขปญ โญ เมอ่ื เดอื น กนั ยายน ๒๕๕๕ ในเรื่องการประพฤติปฏิบัติธรรม คนเราตองศึกษาสังเกต ปจจัยตางๆ เชน เวลา สภาพแวดลอม ภูมิประเทศ ความ พรอ มข องต วั เรา ไมใ ชไ ปม องจ ดุ ม งุ หมายไ กลเกนิ ไป เลยไ มไ ด ประโยชนท แ่ี ทจ รงิ ใหมองสั้นๆ มองเปาหมายใกลๆ เอาความสำเร็จระยะสั้นๆ ใกลๆ กอน เรียนรูวาชีวิตไมมีอะไรมาก ความสุข-ความทุกข ลวนเปนภาระที่เราตองแบกรับ ความสุขถาไมมีก็จะพยายาม ขวนขวาย สว นความท ุกขก อ็ ยากใ หห มดไป ไมวาส ขุ -ทุกขล ว น เปนภาระที่ตองแบกหาม ใหมองภาระใกลๆส้ันๆ กอน ถาไป สรางเงื่อนไขไกลเกินไป พอไมสำเร็จก็ทอ ขยาดและกลัววาจะ ไมสำเร็จอกี การประพฤติปฏิบัติธรรมเปนของละเอียด ธรรมของพระ-
270 มันเปนแ คธ าตุ ๔ ขันธ ๕ พระพุทธเจามองวา ค ือความว างเปลา พุทธเจาเปนของละเอียด หากเราตองการเรียนรูซ่ึงสัจธรรมของ พระพุทธองค ตัวของเราตองมีวิสัยทัศน รูปแบบการดำเนินชีวิต เหมอื นกับพ ระพุทธเจา พระพุทธเจา ทานม องย งั ไง และเราม อง อยางไร ทำมุมมองท ุกอยา งใหม าอยจู ุดเดยี วใหไ ด เราต กเปน ท าส ความคิดมาเปนสิบๆป เราคิดนั่นทำน่ีเกิดจากอายตนะมันเปด สวนท่ีโดนกระทบและเราเปดโอกาสใหมากระทบ “เกี่ยวของ กับไมเกีย่ ว” เมื่อไรที่คิดใ หมันเก่ียวก ็จ ะเกิดการป รงุ แตง โดยมากเราฝกทจ่ี ะสรางโครงสรา งเหลานี้ เพราะเราตามรูไ ม เทา ทนั จึงเกิดม ติ ิข ้นึ เมือ่ ไรเราไปสนใจ (จิตไปเพง ) ก็จะเกิดก าร ปรงุ แตง เพราะเราป รงุ แตง เราจ งึ ค าดหวงั เราไมไ ดม องส ภาพค วาม เปน จรงิ เนอื้ แท เราท กุ ขเพราะค วามคดิ ท ถี่ กู ก ำหนดไวแลว อยใู นน้ี ในจติ ข องเรา ถา เราไมรู เชน เขาพดู ภาษาอนื่ เราก จ็ ะไมทุกข มอง ลึกลงไปอีก มันเปนแคธาตุ ๔ ขันธ ๕ พระพุทธเจามองวาคือ ความวางเปลา เราตกเปนทาสความคิดและก็เปนเหย่ือความคิดเหลานั้น เรา ไมเคยบรหิ ารความคดิ ไมเคยส รางขอบเขตข อ จำกดั ของค วามคดิ
271 พอม คี วามคิด มกี ารปรงุ แตง มีความคาดหวงั มีเขาม ีเรา มตี ัวมีตน สูงตำ่ ดำขาว ถูกผิด ใช ไมใช ยึดม่นั วาเปนอยางงน้ั อ ยา งงี้ มคี วามหวาดกลวั ทกุ ข เคยถามตัวเองบางไหม วาทำไมใชชีวิตมาถึงขนาดนี้แลวถึง ตกเปนทาสความคิดไมจบไมส้ิน เราเกิดมาเพ่ือสิ่งน้ีหรือ เราเกิด มาเพ่ืออะไร ตองการอะไรในโลกน้ี พระพุทธเจาทานมีมหา ปณิธาน มคี วามมงุ ม่นั ตง้ั ใจ ตัวเราเองม ีมหาปณิธานอ ะไร เราม กั ม องจ ากม มุ มองข องเรา ทำไมไมม องจ ากห ลายๆ ม มุ มอง เราเปนทาสความคดิ แ คน้ี เรามองแค ๕+๕ = ๑๐ แตจริงๆแลว ๖+๔ = ๑๐, ๘+๒ = ๑๐ และย งั มอี กี เยอะแยะ ทัศนคติ มุมมองแบบอ่ืน ยังมีอีกเยอะ เราถูกกรอบของ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนยี มประเพณี ความเชื่อ ครอบไว เม่ือเห็น อะไรท่แี ตกตา ง เราก ็มีแ ค ๒ อยาง ยอมรบั แ ละปฎเิสธ
272 เราเ กิดม าเ พือ่ เรียนรู ที่จะอ ยูกับสุข-ทุกข และร ูจักท ี่จะป ลอยวางม ัน เราไดประโยชนอะไรจากมุมมองชีวิตท่ีแตกตาง หรือเรา จมปลักกับความคิดของเราเอง ไมเคยเอาความคิดอื่นๆมา เปรียบเทยี บกบั ความคดิ ของเรา เมือ่ ใดเราค ิดเดิมๆ ไมส ามารถ กา วย างจ ากกรอบค วามคดิ เราเองก็ไมเกดิ ก ารพ ฒั นา การประพฤติปฏิบัติใหลองทำตางเวลา ตางสถานท่ี ตาง สภาพแวดลอม จะไดเหน็ ค วามแตกตาง เราม ีบา นอ ยูใกลก องข ยะ แตเราไมเคยรูสึก เพราะอยูจนชิน เมื่อไรท่ีกาวยางออกมา ก็จะ เหมน็ เพราะท ผี่ า นมาม นั ช นิ เมอ่ื เหน็ แ ลว เราก จ็ ะม ที างเลอื ก เลอื ก ความสงบความวุนวาย มองใหเห็นความแ ตกตา งใ หไ ด เราเกดิ มาเพื่อเรียนรูท จ่ี ะอยูกับส ุข-ทุกข และรูจ ักท ่ีจะปลอ ยวางม นั หากเรายังไมสามารถละทิ้งตัวตน อัตตา ยังมีเขามีเรา โอกาสใ นก ารเขา ถงึ ส จั ธรรมข องพ ระพทุ ธองคก น็ อ ยลง มมุ มอง ทัศนคติ วิธีคิดยังเหมือนเดิม ยังมีความยินดี พอใจ กับความ ทะยานอยากทางโลก ยังเรียกรอง ยังมีเง่ือนไข มีเหตุผลของเรา เอง เราย ังไมผ า นท ่ีจะก าวย า งเขาถึงโลกจิตวญิ ญาณได
273 สำคญั ทส่ี ดุ ค อื ท บทวนพ ฤตกิ รรมข องเราเอง พวกเราเกดิ ม าเพอื่ ตอ งการอะไรกันแน ทำความเขา ใจวา ขณะทไ่ี มมอี ะไรเกดิ ขึน้ ไมม ี อะไรน า สนใจ เราจ ะท ำอ ยา งไร ยงั เลอื กท ำแ ตส ง่ิ ท ตี่ วั เองช อบ พอใจ ยนิ ดี ไมส ามารถย อมรบั ก บั ค วามไมย นิ ดี ไมพ อใจ เราม คี ำต อบก อ น ปฏิบัติ ไมทำตัวเปนภาชนะที่วางเปลา ไมระวังกาย วาจา ใจ ของเราเอง จิตท ่ีเรา รอ น อยูกับเนอื้ หาส าระท่ีไมไดเปนประโยชน ปฏิบัติไมเห็นผลแลวจะอยูอยางไร แตละวันอยูกับความจำเจ คิด วาการปฏิบัติ ๓ วัน ๑๐ วัน จะทำใหเราเปนอะไร ในขณะที่เรา เลือกส ิง่ ทเ่ี ราชอบ พอใจ ยินดี ควรจะอยูอยางไร ไมใชเรียกรอ ง การเปล่ียนแปลงจากผูอื่น แตควรเรียกรองจากตัวเราเอง นี่คือ สง่ิ ท ี่ตอ งค ดิ พิจารณาแ ละท บทวน จะมองอยา งไร ไมวาด ีและไมดี ก็ตาม จะอ ยูอยางไร สงั สารวฏั เปน อ ยา งง้ี มที ง้ั ค วามพ อใจ ไมพ อใจ มมี ดื ม สี วา ง สูงต่ำ ดำขาว เม่ือเห็นสิ่งหนึ่งก็เห็นอีกส่ิงหนึ่ง แตพวกเราไม ทำความเขาใจกับความเปนปกติอันนั้น ปญหาคือพวกเรายัง ทำไมเปน ยังไมเขาใจวาจะบริหารความคิด การกระทำอยางไร เบอื้ งตน ค วรต ระหนกั ร พู น้ื ฐานว า เราม าเพอ่ื เปลย่ี นแปลงต วั เราเอง อยาผูกติดอารมณดานเดียว ไมวายินดี พอใจก็ดี หากเราพัฒนา ศักยภาพใหก ระจายออก (คลายกำหนดั ) นั่นถ งึ จ ะเกดิ ป ระโยชน เม่ือใดเราเอาอัตตามองท กุ ข ก็ไมเห็นทกุ ข เมือ่ ใดเราเอาอนตั ตามองทุกข เห็นวา ไ มม ีเขามีเรา เราก็จ ะเขาใจเนอ้ื หาของความท กุ ขจรงิ ๆ
274
275 ทานท ี่ไดผลม าก และการวางค วามเ ขาใจ ธรรมะจ ากน ิโรธครัง้ ท่ี ๓....หลวงป ตู นบุญ ตกิ ขปญโญ ณ วัดป าท งุ ก ุลาเฉลิมราช เมื่อว ันที่ ๓ พฤศจกิ ายน ๒๕๕๕ ตอนท่ี ๑ ทานท ี่ไดผ ลมาก คนมาทำบุญผอนหนักผอนเบาผอนยาวผอนส้ัน ถอยทีถอย อาศัย มีอะไรก็แบงปนกัน ไมใชอยูดวยความโลภ โกรธ หลง อิจฉาริษยา อยูเพราะความมักมาก ยึดมั่นถือมั่น ไมรูจักแบงปน เอ้ือเฟอ แทนทจ่ี ะไดบ ุญไดกศุ ลก ลบั ไดนอ ย ทานจ ะไ ดผ ลมากเมื่อประกอบไปด วย การรักษาศลี ถาศีลบริสทุ ธ์ิท ำทานนอยก ม็ ีผลมาก ศลี จะ คำ้ จนุ ไว คนที่ไมถ ือศลี แตจ ติ บริสุทธคิ์ อื จิตของเขาป ระกอบไปด ว ย ศลี อ ยแู ลวก็เหมอื นคนมศี ีล การตงั้ ส ัจจะม ่ัน อธษิ ฐานบ ญุ ก ็ไดมาก เขาใ จความหมายข องสิง่ ท ี่ตนจ ะใ ห ใหเพอ่ื อะไร คนท ่ี
276 ไมเ ขา ใจไดผ ลน อ ยมาก คนใหท านม กั ห วงั ผล แตผ ลค วรอ ยกู บั ค วาม พอดแี ละเปน จรงิ คนสวนมากใหทานแ ลวไมอยูกับค วามพอดแี ละ เปนจรงิ ใหทานนอยนิดแตห วังผลมากมายมหาศาล เอาทกุ อยาง มนั ไมเ ปน กลางและไมพ อดี ส่ิงท ่ีเราท ำกบั ส ิ่งทเ่ี ราป รารถนาควรให มนั พ อดีกัน การก ระทำมนั ใหผลสืบเนอื่ ง มีสิ่งหน่ึงยอมมีอีกสิ่งหนึ่ง ทำอะไรไวยอมไดรับผลอันน้ัน ตามหลกั ของ “อทิ ัปปจจยตา” เรอื่ งผ ลสืบเนื่อง นกี่ ็เหมอื นกัน ทำบุญ ๒๐ บาท ขอใหปราศจากทุกขโศกโรคภัย เงินทองมั่งมี เลือ่ นยศเล่อื นต ำแหนง ถูกเลขถูกหวย เอาทุกอยาง ฉะนั้นแลว เราไมเขาใจในสิ่งที่เราให เราก็ไมไดรับหรอก เรา ตอ งเขา ใจว า ใหเ พอ่ื อะไร สง่ิ ท ต่ี นก ระทำน นั้ จ งึ จ ะม ผี ลม ากเพราะท ำ ดว ยค วามเขา ใจ คนที่ไมไดว างความเขา ใจไวเปน หลกั ท ำดวยโมหะ คอื ค วามห ลง หลงไปกบั ส ง่ิ ท เ่ี ราค ดิ ป รงุ แตง ห รอื ส งิ่ ท เ่ี ราค าดหวงั ไม เกิดม รรคเกดิ ผลข้ึน กอนท ำบุญใ หท านตองต ระหนัก เหมือนกัน คนท ่รี ักษาศีล หรือสมาธิภาวนาตองตระหนัก จริงๆ เราทำเพราะอะไร เพ่ืออะไร ทำเพราะความโลภ โกรธ หลง หรือทำเพราะความ ทะยานอยาก เราจะเหน็ ไดว าในย คุ สมัยปจจบุ ัน คนท ีม่ คี วามตองการ ความ อยาก อาศัยความอยากเปนพ้ืนฐานในการปฏิบัติมีมากกวาคนที่ เขา ใจไปป ฏบิ ัติ เห็นเพ่ือนทำอยากทำก ับเพอ่ื น หรอื ต วั เองป ระสบ ความท กุ ขอ ยา งใดอ ยา งห นง่ึ แ ลว จงึ ไปป ฏบิ ตั บิ ำเพญ็ ซง่ึ ม นั ไมไ ดอ ยู บนพ้ืนฐานของความเขาใจ
277 การใ หทาน รักษาศีล บำเพ็ญสมาธิภ าวนา จะไ ดผลก ็ตอเมือ่ “เขาใจ” รูเหตุปจจัย ใ นส ิง่ ทีต่ นเองกระทำ การใหทาน รักษาศีล บำเพ็ญสมาธิภาวนา จะไดผลก็ตอเม่ือ “เขา ใจ” รูเหตุป จจัยในสง่ิ ที่ต นเองกระทำ วาท ำสง่ิ นจี้ ะไดผ ลอ ยา ง น้ัน ทำส่ิงนั้นจะไดผลอยางน้ี เหตุผลเพราะวาเราวางความพอดี ไวกับความเขาใจ คนท่ีไมเขาใจก็จะคิดปรุงแตงวาทำอยางน้ันจะ ไดผ ลอยางน ้ี ขาดค วามพอดี พวกเรามีการศึกษาระดับหน่ึง อยาไปเช่ือตามหนังสือตำราที่ เขยี นไว เพราะม กั พ ดู แ ตเ รอื่ งท เี่ กดิ นง่ั ส มาธไิ ดอ ยา งงนั้ อ ยา งง้ี เรอื่ ง ทท่ี ำไมไ ดไมไ ดพ ดู ไว ตอนที่ทำเจอป ญ หาอ ปุ สรรคอ าจม บี อกไวแ ต ไมไ ดบ อกเวลาว า ก เี่ ดอื นก ปี่ ก ภ่ี พก ช่ี าติ ไมไ ดพ ดู แ ตเ รมิ่ ตน ว า ภ พช าติ กองสุมเทาภูเขาเลากา ไมคอยไดพูดตอนทำไมได มักพูดแตตอน ทำไดแลว ประสบผลสำเร็จแ ลว ฉะนนั้ แ ลว กำลงั ข องเราในก ารเขา ไปถงึ ห รอื เขา ไปสกู ระบวนการ เหลานั้นไดตองใชระยะเวลาต้ังเยอะ อยาไปรอความพรอม ทำ
278 อยางง้นั ไดผ ลอ ยา งง้ี จะหลุดพนอยางน นั้ อ ยา งน ้ี เปน ไปไมไ ด จะ เปนไปไดนะ เร่มิ ตน คอื วางความเขาใจในตัวข องเราใ หไ ดม าก ลำพังแคการใหทานยังทำไดยาก นับประสาอะไรกับการ รักษาศีล การทำสมาธิภาวนา การบำเพ็ญสมาธิภาวนาหรือการ บำเพ็ญตนเปนอุบาสกอุบาสิกาในพระพุทธศาสนาไมใชเรื่องงาย ขนาดอ อกมาเปน อน าคารกิ ค อื พดู ง า ยๆ อ ยา งแ มช ี หรอื พ ราหมณ โกนผ ม ไมข อ งแวะก บั ต ระกลู แ ลว ทำไดย าก เพราะช วี ติ ท างโลกเปน ชวี ิตท ่ีเราถกู ส ภาพเจือปนไปแลว กวาจะถึงปจจุบัน เราลวนอาศัยส่ิงเหลาน้ี มีกินมีใชทุกวันนี้ ก็เพราะกิเลสตัณหาพาเราไป มีบานรถมีการมีงานเพราะความ ทะยานอยากท้ังน้ัน เราหายใจเขาออกอยูกับกิเลสตัณหา มัน เปนการยากทจ่ี ะทำได มนั ตอ งใชเวลาทีต่ องบม เพาะ ตอนที่ ๒ การวางความเขาใจ ในทางพทุ ธศาสนาแบบม หายานจ ะส อนใหม องแ บบระยะยาว คอื “หวานพ ืชแบบไมหวังผล” ขณะทีพ่ วกเราถกู ส อนม าวา “หวาน พืชต องหวงั ผล” มองแตป จจบุ ันน ้ี เอาเด๋ยี วนี้ ตองไดๆ เชอื่ ม่ันใน ศกั ยภาพว า ม ีความส ามารถ แตในค วามเปนจรงิ ล ะ เรามีศกั ยภาพ อยางนั้นจริงหรือไม คนพันหมื่นแสนลานคนรอยพอพันแมใน มนุษยโลกน้มี ีแหลง ทีม่ าไมเหมอื นกนั บางคนเปนเทพเทวดาม าเกิดเปน ม นุษย บางคนเปนม นษุ ยม าเกดิ เปนมนษุ ย บางคนเปนเปรต อสรุ กาย สัตวนรกม ากอน
279 แหลงท่ีมาของจิตวิญญาณจากตางท่ีมันแตกตางกันเหลือเกิน ไมไดหมายความวา คนม าฟ งเทศนจะบรรลเุ หมือนกันห มด เปนไป ไมไ ด จิตวญิ ญาณท ีล่ ะเอียดออ นและห ยาบมีความตางกนั วันน้ีเราจะมาพูดกันถึงเรื่องศักยภาพพ้ืนฐานเบ้ืองตน แบบ วา ป รับเปล่ยี นทศั นคติ หันมามองอ กี มุมหนง่ึ จากข องเกา ท ่ีเรา เคยมอง ลองมองกลับกัน เราเคยมองแตวาทำแลวได บุญน้ีทำ แลว ตองได ถาทำแ ลว ไมไดจ ะเกิดอะไรข ึ้น ลองคิดดสู ิ คนท ่ีทำแ ลว ตายไปไมเ คยกลบั มาเลา วาร อู ยา งน้ีนาจะใสบาตรม ากกวาน้ี ไมม ี ไมมใี ครต ายแลวกลับมาบอก ฉะน้นั เราค วรมีมุมมองข องความ เปน กลาง ไมใชท ำแลวอยกู ับโลภ โกรธ หลง เพราะค วามไมร ู ซงึ่ เปน ร ากฐานข องก ารเกดิ ม าเปน ม นษุ ย มนั เรม่ิ จากค วามล งั เล สงสัย เริ่มจากความไมแนใจ ความไมรูจึงกอเกิด ฉะนั้น จะ ไดผ ลม ากต องอยูท่คี วามเขา ใจ ถา ยอนหลังไป ๒,๕๐๐ กวา ป ท ่ีแลว คนไมร จู กั พ ระพทุ ธเจา ไม รวู า พ ระที่เดนิ ถอื บาตร นุงหมผา ย อ มฝาด คอื พระพุทธเจา เขา ใจ วาเปนนักบวชธรรมดา ซ่ึงในสมัยนั้นศาสนาพราหมณปลูกฝงวา คนเปน นกั บวชตอ งผมยาว ไวหนวดเครานุงหมผ า มอๆ ใสประคำ บำเพญ็ บ ารมแี บบต บะ กน้ั ล มหายใจอ สั สาสะป ส สาสะ พอท า นเปน พระพทุ ธเจา แ ลว ไมม กี ารล ง facebook บอกก นั ไมม ใี ครร เู ลย ไมม ี การออกขา วชอง ๓, ๕, ๗, ๙ แบบป จจบุ นั ไมม ีโฆษณาชวนเชือ่ ใดๆท้งั ส้นิ ทานไปบิณฑบาต จะรูไดอยางไรวาเปนพระพุทธเจา ทานรู แตคนท่ีใสบาตรรูไหม ความไมรูของเขากับความไมรูของเรามีผล
280 ตอใหเรานั่งอ ยูต อหนา พระพุทธเจา ถาเ ราไมน อมธ รรม นั้นมาใ สเราก ็ไมไดอ ะไร แตกตา งกนั ไหม วนั ค นื ล ว งเลยผ า นไป พระพทุ ธศาสนาเจรญิ ข นึ้ ไป คนท่ีใสบาตรไมรูจนไปประพฤติปฏิบัติในสำนักพระองคแลวจึงได รูวานน่ั คอื พระพุทธเจา ส่งิ ท่พี ระองคใหค ือพระส ัจธรรมค ำสง่ั สอน คนท คี่ ดิ ตามพ ระพทุ ธเจา ไดใ นช ว งเวลานนั้ ซ ง่ึ ไมห า งเทา ไร ก็ยงั พอ สืบต อ กนั ได ยงั ตามเชอ้ื ตามแถวกันได จนมาถึงยุคน ้ี มนั หา งกนั มาก เราเช่อื ส ิง่ ท ี่ถูกป รงุ แตง ไ วแลว และสิ่งที่สอดใสไวในพระไตรปฎกจนเปนสวนของกระบวนการ ความคดิ ร ากเหงา ข องพ ระพทุ ธศาสนาท ค่ี นน บั ถอื ในขณะเดยี วกนั คนตองมีสติในการใชวิจารณญาณมากข้ึน คนบางคนอาปาก หุบปากพูดแตเร่ืองพระไตรปฎกอยูอยางน้ัน แตถามจริงๆ มีใคร ปฏบิ ตั ไิ ดจ รงิ ๆ ครบู าอาจารยต ง้ั แตพ ระอ าจารยม น่ั เปน ตน มาห ลาย รูปหลายองคท่ีคนยอมรับวาเปนพระอรหันต ไมเห็นทานยกอาง พระไตรปฎ กม าเปน ส าระสำคญั เลย มพี ระเคยไปก ราบพระอ าจารย มั่น ๑-๒ ปกอนทานมรณภาพ ถามทานเร่ืองพระไตรปฎก ทาน
281 บอกวาเอาใสตูไว เรามาฟงสิ่งที่ฉันปฏิบัติไดนี่ ส่ิงน้ีเปนส่ิงที่ฉันรู ฉนั เขา ใจ ฉนั ไมไดเขา ใจในพระไตรปฎก แตเขา ใจจากการป ฏิบตั ิได ไมไดมีอยูที่ไหนเลย มีอยูในบทสวดมนตธรรมดาทั่วไป พระสูตร เพยี งเลก็ ๆนอยๆทพี่ ระพุทธเจาพดู ไว พระอาจารยมั่นทานเทศนสอนในหนังสือ “โยนิโสมนสิการ” คือนอมเขามาพิจารณา คนที่ไมนอมมาพิจารณาคือ “วิตก วิจารณ” ไมเปน มีความต ระหนกั รู มคี วามเขา ใจไหม คนท ีไ่ มร จู กั พิจารณา ตอใหมีธรรมอยูเต็มโลกก็ไมเกิดประโยชน ตอใหเราน่ัง อยูตอหนาพระพุทธเจา ถาเราไมนอมธรรมน้ันมาใสเราก็ไมได อะไร ไมไ ดพ ดู ถงึ เรอื่ งว จิ ติ รพ สิ ดาร ทา นพ ระอ าจารยม นั่ แ ลกเปลย่ี น สนทนาธรรมกับทานเจาคุณอุบาลี วัดบรมนิวาสฯ เอาธรรมที่ เปน ของป ฏบิ ตั ไิดแ ละท อ่ี ยใู นพ ระไตรปฎ กม าเปรยี บเทยี บก นั ทา น เจาคุณอุบาลีทานก็เปนพระอริยบุคคลเหมือนกัน ทานบอกวา พระไตรปฎ กค วามค ลาดเคลอื่ นต อ งม ี แตค นเอาค วามค ลาดเคลอื่ น นั้นไวเปนประมาณ ยึดเอาความคลาดเคลื่อนวาเปนจริง เกิดการ ปฏวิ ตั ดิ า นค วามคดิ พทุ ธศาสนาก แ็ ตกตา งกนั อ อกไปเรอื่ ยๆ มลี ทั ธิ นิกายใหมอยูเรอ่ื ยๆ บา นเราก ็มี ตา งประเทศก ็มี “วิปสสนา” แคนี้เอง เปนหลักธรรมท่ีไมไดอะไรมากมายแต ทำใหครูบาอาจารยบรรลุมรรคผลนิพพานได ไมไดเปนของที่ตอง เปดตำรับตำราอะไรมากมายมหาศาล ที่ทำไดก็เพราะรูจักนอม เขามาพิจารณา มาดู คนเราก ม็ แี คนนั้ คนไมรูจักหยุด ไมรูจกั พจิ ารณาย อ มไ มไ ดร บั อ ะไร ประโยชนก ไ็ มเ กดิ ขนึ้ แ มแ ตก ระพห้ี นง่ึ ฉะน้นั แลว ยอ นกลบั ไป ความเขาใจในส ิง่ ท ่ีตนกระทำ ถาไมรูจักวา
282 สิ่งท่ีเราทำคืออะไร เราก็จะไมไดรับประโยชน ตั้งแตเร่ิมตนแมแต การใหทานซ ึ่งเปน พนื้ ฐาน เราไมไ ดเจาะจงวา เปน พ ระสงฆ ใหใ คร ถอื วา เปน ท านท งั้ สนิ้ ทานท เ่ี ปน เบอื้ งตน เบอ้ื งก ลาง เบอ้ื งปลาย มี ๓ ระดบั ทานบารมี ทานอปุ บารมี ทานป รมตั ถบ ารมี ทานเหลาน้ี ยอมมีหลักหรือองคประกอบซับซอนข้ึน และอาศัยความต้ังมั่น เมื่อมคี วามเขาใจ และต ั้งมัน่ ก็มีผลเพิ่มข้นึ ในขณะน ั่งร อใสบ าตร ถา จ ติ เราเกดิ ส มาธติ งั้ มนั่ ขน้ึ กบั ว า ผ กู ไวก บั อ ะไร ถา การต งั้ มนั่ ผ กู ไว กบั การอธิษฐานบ ญุ ไปเร่อื ยๆ บญุ นกี้ ม็ ีอานภุ าพเกิดข้นึ ทานน น้ั ก ็ มีอานภุ าพเกิดขน้ึ ถาไปผ ูกไวกับสจั จะ ถาเราต ั้งสจั จะไว ตราบใด ที่เกิดอะไรขึ้นเชนแผนดินไหว ฝนตก เราจะไมหวั่นไหว ผูกไวกับ อะไรก็ไดผลอันนั้น ผูกไวกับขันติ ผูกไวกับความเพียรวิริยะ ไมวา เกิดอะไรขน้ึ เราจ ะย ังคงทำอ ยา งง้ี เจบ็ ตรงนั้น เหน่ือยอ ยา งง้ี รอ น อยางง้ัน ลาอยางง้ี แตยังคงความเพียรไว ยอมบังเกิดอานิสงส ข้ึน เพราะความเขาใจเราจ ึงผ ูกความต้ังมนั่ ไวก บั ส่งิ เหลา น้ีและเกิด อานิสงสข น้ึ ถา ไมมีความเขา ใจเสียแลว ทำไปก็อยางง้นั ในขณะที่เรานั่งอยูนี่เราจะแผเมตตา เรียกวาบมเพาะความ เมตตาใหเ กิดสำหรบั คนท ่อี ยูกอนเราหลังเรา สำหรับค นท่ีตองการ ใสบาตร เราใหความเมตตา ใหความเอ้ือเฟอ ในขณะเดียวกันให ธรรมแกผูอื่นดวย ชี้ชวนใหเกิดปญญา บอกใหเขาอธิษฐานบุญ อยานัง่ อ ยูเฉยๆ ตัง้ จิตเปนส มาธิ บุญน นั้ อ านสิ งสจ ะไดมากขึน้ อยู กับการตั้งจิต ยังไมพอเอาปญญาแบงปนไปอีกหรือทำใหผูอื่น ตื่นร ูมีสติ อานสิ งสจะไดม ากเพ่ิมขึน้ ไมม ปี ระมาณ คนเราต อ งส งั เกตในส งิ่ ท ต่ี นก ระทำ เมอื่ ไรค นห วงั ผลเฉพาะหนา
283 คนท ี่ไมรูจักตัวเอง ทำอยางอื่นไมได อยากไดอยางง้ันอยางงี้ จะไดอะไร ส่ิงที่เราหวังผลลวนแลวแต เปนของยึดม่ันถือม่ัน วันนี้มีตนแตพรุงนี้ไมมีตน สิ่งที่เรายึดม่ัน สิ่งท่ีเราขวนขวายส่ิงท่ีเราตองการคืออะไร ถาส่ิงท่ีเราทำไมไดเกิด จากค วามเขา ใจ สง่ิ เหลา นเี้ ปน โมฆะ หรอื วา ม ผี ลน อ ย คนท จี่ ะส รา ง บารมใี นพ ระศาสนธรรมข องพ ระพทุ ธเจา ต อ งประกอบไ ปด ว ย ความเขาใจ และความเขาใจจะเกิดข้ึนจากการมีสติ หากคน ไมม สี ติ จะท ำแ บบโงๆกับความรูผิด ไมต อ งมีอะไรเยอะแยะ เมอ่ื ยอมรบั วา “กโู ง” มอี ยา งเดยี ว ทำในส งิ่ ท ค่ี วรท ำเทา นน้ั จะไมท ำใน สงิ่ ท ไ่ี มค วรท ำ ฉะนนั้ แ ลว เราค ดิ เพอ่ื ว างก รอบข องต วั เราเอง วาง กรอบจ ติ วญิ ญาณข องเราว า น เ่ี ปน ส งิ่ ท เี่ ราจ ะท ำแ ละส งิ่ น เี้ ปน ส ง่ิ ทเี่ ราจ ะไ มท ำ และอาศยั ความต ้งั มน่ั (สมาธิ) เปนกำลงั ห นนุ เม่ือออกนโิ รธครัง้ กอนพดู เรอ่ื งการควบคุมตนเอง ถาพวกเรา ไมร จู กั ค วบคมุ ต นเองแ ลว ท ำอ ะไรไ มไ ด เราม องดตู วั เราเอง คน ทไี่ มร จู กั ต วั เองท ำอ ยา งอ นื่ ไ มไ ด (พอดมี เี สยี งเดก็ ร อ ง หลวงป เู ลย ยกเปน ต วั อยา งว า ถา ต ามร ไู มท นั ก จ็ ะร ำคาญแ ละอ าจป รงุ ไปว า น า ตีนัก รองอะไรน กั หนา พอเราร ตู วั เห็นจ ิตเราอ าจต กใจกับค วามคดิ ปรงุ แตงของเราแ ละหยดุ ปรุง คนเราตอ งม ีสตติ ามรใู หท ัน)
284 อักษราสกั การะ...
เพราะปู่...จึงรู้ธรรม 285 สบิ น้วิ ศษิ ยพ์ นม ก้มลงกราบ ศิโรราบ ด้วยศรัทธา มหาศรี ศิษยท์ ราบซ้ึง ถึงทาน บารมี เลอื กส่ิง ดีรักษาศลี ภาวนา สวดมนต์กลอน ถอนคำสาป อโหสิ มสี ติ ร้ตู น แลค้นหา เป็นคำสอน ของ “ป่”ู เสมอมา ท่านสอนว่า “ใสใ่ จ” ในทุกตอน จะทำการ สิ่งใด ใช้ “ใจ” ส่ัง พึงระวงั ตัวกเิ ลส อทุ าหรณ์ ฝึกละเอียด ทุกขณะ ละนวิ รณ์ เปน็ อาภรณ์ ไมป่ ระมาท ทุกชาตไิ ป ไม่ยึดตดิ อนจิ จงั ในสงั ขาร ท้งั วงศ์วาร เกยี รตยิ ศ อันสดใส ลว้ นแลว้ แต่ เปน็ สมมตุ ิ ท่ีสดุ ใคร นำไปได้ ถึงนิพพาน นนั้ ไม่มี ในนามศษิ ย์ จากหาดใหญ่ ห่างไกล “ป่”ู คอยเชิดชู ปพู่ ฒั นา เสริมราศี จะขอรวม รว่ มบญุ บารมี ทกุ ทุกท่ี ถวายเปน็ พทุ ธบชู า อำนวยพร ให้ปู่ ผปู้ ระเสริฐ ก่อกำเนิด หนนุ นำ พระศาสนา คอยสืบสาน เบ้ืองบาท พระศาสดา ตามสมญา สงา่ งาม นาม “ต้นบุญ” ภมู ิใจทเ่ี ปน็ ศิษย์ “ปู่” ชญั ญา สวุ รรณโณ
286 แก้วน้ำแห่งศรัทธา โดย...พชั รี เกยุราพนั ธุ์ เมื่อปลายป พ.ศ.๒๕๕๓ ขาพเจาไดรับหนังสือ “มรรคา ปาฏิหาริย” จากเพื่อนผูหนึ่งเปนของขวัญวันปใหม นั่นเปน ครั้งแรกท่ีขาพเจาไดรับรูเรื่องราวของ “หลวงปูตนบุญ” ผาน ตวั หนงั สอื หลงั จากนนั้ อกี น บั ป เ ศษ เพอื่ นค นเดมิ น เี่ องไดม าต ดิ ตอ ข า พเจา ใหจ ัดท ำหนงั สือ “พระพทุ ธเจา ๕ พระองค กับโพธญิ าณแหง การ ต่ืนรู” ซ่ึงเปนหนังสือที่ทำขึ้นเพื่อแจกใหก ับเจาภาพในงานเททอง หลอ พ ระศรีอาริยเมตไตรย จากการทำหนังสือเลมน้ี ดวยหนาท่ีและความรับผิดชอบตอ งาน ทำใหข า พเจาไดม ีโอกาสไปก ราบห ลวงป เู ปนค รง้ั แรก เพ่อื น ำ รูปแบบการออกแบบหนังสือไปใหห ลวงปูพ ิจารณา ขาพเจาไดม ี โอกาสรับฟง ค ำแ นะนำเกี่ยวกับแ นวท างการจ ดั ท ำหนงั สอื ในแ งม ุม ตา งๆ สำหรับขาพเจาซงึ่ ทำงานเกย่ี วกับการพมิ พห นังสอื มาเกือบ ๒๐ ปนั้น พบวาหลวงปูส ามารถเขาใจข้ันตอนการจัดทำหนังสือ และเสนอแนะแนวทางตางๆ ในการทำงานไดอ ยางถูกตอง อันน้ี เปนความประทับใจปนประหลาดใจเล็กนอย สำหรับการพบ หลวงป เู ปนครง้ั แรก
287 หลังจากครั้งนั้น ขาพเจา ไดม ีโอกาสไปกราบหลวงปู อีก ๒ - ๓ คร้ัง กวาหนังสือ “พระพทุ ธเจา ๕ พระองค กบั โพธิญาณแหงการต่ืนรู” จะ เสร็จเรียบรอ ย ทุกคร้ังที่ขาพเจาไปกราบ หลวงป ู กม็ ักจะไดพบญ าตโิ ยม ท่ีมาจากท่ีตางๆ ท้ังไกล และใกลมากราบหลวงปู และ สนทนาซ กั ถ ามข อ ธรรมะ ตา งๆ มากมาย ทำใหขาพเจาพลอย ไดม ีโอกาสน่ังฟงธรรมะจาก หลวงปูคราวละนานๆ โดยไม รูสึกเบื่อ ไดขอคิด แนวทางใน เรื่องตางๆ หรือแมกระทั่งไดฟ งแนวคิดการทำงาน รวมถึงภารกิจ ตางๆ ของหลวงปู ทกุ คร้ังทกี่ ลบั จ ากก ารไปก ราบหลวงป ู ขาพเจา สังเกตวาตวั เอง จะรูสึกเบิกบาน อิ่มเอม เปนความรูสึกเหมือนเวลาท่ีเราไดท ำ ส ิ่งด ๆี
288 เมื่อวันท่ี ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ขา พเจา ไดเดนิ ทางไปวดั ป า ทงุ ก ุลาเฉลมิ ราชเปนค ร้งั แรก เพ่อื รวมใสบาตรหลวงปู เน่ืองในงาน ออกนิโรธฯ และรวมทอดกฐินใน วนั ท่ี ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ การรวมใสบาตรครั้งนี้ ทำให ขาพเจาไดพ บเห็นส่ิงมหัศจรรย คร้ังยง่ิ ใหญในช ีวติ เลยก ็วาได เพราะในขณะท่ีหลวงปูเดิน บิณฑบาตอยูน ั้น ตลอดระยะทางยาวเปนกิโล มีญาติโยมมา รอใสบาตรนับรอยคน บนผาขาวที่ปูเปนทางใหห ลวงปูเดิน มี พระธาตรุ ว งม าจากจ วี รข องหลวงป เู ปน ระยะๆ ตลอดเสน ทาง แบบ ไมม ีปไมมีขลยุ แมเวลาจะผา นไปเปนชวั่ โมง พระธาตุยังคงรว งลง มาตลอดเสนทางท ่ีหลวงปูเดิน ราวกบั เปนเรอ่ื งป กติธรรมดา *โยนโิ สมนสิการ - การใชค วามคิดถ กู วิธี ความรูจักคดิ คดิ เปน คือทำในใจ โดยแยบคาย การใชค วามคดิ ถ กู วธิ ี คอื การก ระทำในใจโดยแ ยบคาย มองส งิ่ ท ง้ั หลายด ว ย ความคิดพิจารณาสืบคนถึงตนเคา สาวหาเหตุผลจนตลอดสาย แยกแยะออก พเิ คราะหด ดู ว ยปญญาท่ีคิดเปน ระเบยี บ และโดยอบุ ายวธิ ีใหเห็นส่งิ น ั้นๆ หรือ ปญหาน ้ันๆ ตามส ภาวะและตามค วามส ัมพันธแ หง เหตปุ จจยั เชน • คิดจากเหตุไปหาผ ล • คิดจากผลไปห าเหตุ
289 แตส ำหรบั ข า พเจา การไดเหน็ กบั ตาเนอ้ื หรอื พดู ไดว า “เหน็ ก นั จะจะ” อยา งนี้ เปน เรื่องมหัศจรรยอ ยางย่งิ ... ชางมหัศจรรยเหลอื เกิน... นบั จากว นั ทไ่ี ดย นิ ไดฟ ง รวมถงึ ก ารไดไปก ราบห ลวงป อู กี ห ลาย คร้ัง แกวน้ำแหงศรัทธาท่ีเคยวางเปลาของขาพเจาเม่ือ ๓ ปกอน บัดน้ีม นี ำ้ อยูเตม็ เปยม...ดว ยศ รัทธาตอ ห ลวงป ูต น บญุ ความศรัทธาน้ีกอเกิดจากองคประกอบ ๒ ส่ิง อยางแรกคือ ทำตวั ใหเปน ภ าชนะท ว่ี า งเปลา พ รอ มจ ะเปด รบั ส งิ่ ต า งๆ เพราะห าก ภาชนะข องเราเตม็ เสยี แ ลว กค็ งไมส ามารถเปด รบั ค วามรู คำแ นะนำ สั่งสอนใดๆ ได นี่นับเปนอ งคป ระกอบท ส่ี ำคญั องคประกอบท่ีสองคือ การโยนิโสมนสิการ* การนอมเอาสิ่ง ตางๆ ท่ี ไดเหน็ ไดยิน ไดฟ ง มาค ิดไตรตรอง แลว เราจักไดค ำตอบ เหตุแหงศรทั ธาต อ หลวงปดู วยตนเอง ขอใหเพือ่ นๆ ผูรวมสังสารวัฎจงถ ึงพ รอ มดวยองคประกอบท ง้ั ๒ นี้ เพ่ือความเจริญรุงเรอื งในท กุ ด าน...สาธุ • คิดแบบเห็นความส มั พนั ธต อ เน่ือง เปนล ูกโซ • คิดเนนเฉพาะจ ดุ ทที่ ำใหเกดิ • คดิ เห็น องคประกอบทมี่ า สง เสรมิ ใหเ จริญ • คิดเห็น องคป ระกอบท่ีมา ทำใหเ สอื่ ม • คิดเห็นสงิ่ ท่ีมา ตดั ขาดใหดับ • คิดแบบ แยกแยะอ งคประกอบ • คิดแ บบ มองเปน องครวม • คิดแบบ อะไรเปนไปได หรึอเปนไปไมได
290 บารมีหลวงปู่ต้นบุญ โดยลูกสญั ญา และลูกพานิชย์ จากเดก็ บ า นนอกต า งจงั หวดั เขา มาท ำงานร บั จา งในโรงงาน แถวนวน คร พ้ืนเพเปนคนทางภาคอีสาน ซึ่งจะมีงานบุญอยูแ ทบทุกเดือน เราก็ไดแตท ำไปตามประเพณี ยังไมเขาใจดีวา การทำบุญนั้นตอง ทำแ บบไหน อยางไร อานสิ งสท จ่ี ะไดม ีอะไรบ าง จนอยูม าวันหนึ่ง ประมาณปลายป ๒๕๕๒ ขาพเจาไดอ าน หนงั สอื “มรรคาป าฏหิ ารยิ ” ของหลวงป ตู น บ ญุ ตกิ ขฺ ปญ โญ จงึ เกดิ ศรทั ธาอ ยา งแ รงกลา อยากจะไปก ราบท า นท ว่ี ดั ใหได แตก ไ็ มรวู า จ ะ ไปโดยว ธิ กี ารใด ยงั เก็บความรูสึกลึกๆ วาจะตองไดไป ดวยค วามบ ังเอญิ ห รือธ รรมะจ ดั ส รรกไ็ มท ราบ ทำใหไดรจู ักก บั เพ่ือนที่อยูบ านซึกวึก ซึ่งเปนคนแถววัดปาทุงกุลาเฉลิมราช ดวย ความท มี่ ศี รทั ธาในอ งคห ลวงป เู พยี งอ ยา งเดยี ว ดงั นน้ั ข า พเจา พ รอ ม ภรรยาแ ละเพอื่ นๆ ไดจ ดั ทำผ า ปา ก องห นง่ึ ซ งึ่ ไมไ ดใหญโ ตม ากมาย ขน้ึ เพอ่ื ทจ่ี ะน ำไปถ วายห ลวงป ตู น เพอื่ ช ว ยส รา งพ ระมหาธาตเุ จดยี ศรีทศพลญ าณเฉลมิ ราชช ยั มงคล วนั แรก ก บั ค ำส อนแ รกท ป่ี ระทบั ใจห ลวงป ู ซงึ่ ใหในว นั ทไ่ี ปถ วาย ผาปา ในเดือนกุมภาพนั ธ ๒๕๕๓ คอื “การจะทำอะไรที่เปนการถวายพระพุทธเจานั้น ตองทำให ปราณีตสวยงาม เพ่ืออานิสงสผลบุญน้นั จ ะไดเพ่มิ ขึน้ ”
291 เปนคำสอนที่ขาพเจายังจดจำอยูในใจจน ทุกวันนี้ เหตุจากตนผาปาท่ีนำไปถวายหลวงปู นั้นพวกเราทำกันแบบชาวบานธรรมดา หลวงปู จงึ ใหต กแตง ใหมท ำส วยๆ และอ งคห ลวงป ยู งั ใชค ำ เรยี กท กุ คนว า ล กู ซงึ่ ฟ ง ด แู ลว รสู กึ อ บอนุ เหลอื เกนิ น้ันเปนความประทับใจในวันแรก พรอมทั้งไดฟ ง หลวงป เู ทศน ไดฟ ง ธ รรมะจ าก หลวงป ถู งึ ส องค รงั้ ในว ันนนั้ จากนั้นเปนตนมา ขาพเจาก็รับซองผาปา งานกฐิน งานหลอพระ งานบุญตางๆ ไมวาจะ เปน กจิ กรรมใดข องวดั ป า ท งุ ก ลุ าเฉลมิ ราช ขา พเจา พยายามมีสวนรวมเกือบท้ังหมด นำซองบุญไป ชว ยแจก บอกบญุ ญาตธิ รรม แมห ลวงปจู ะไมอยู วัด แตก ็ยังไปรวมงานกฐินทุกป จนมาถึงกฐินป ๒๕๕๕ ซึ่งเปนงานออกนิโรธของหลวงปูในปนี้ ดว ย ความเชื่อท่ีวา การไดใสบาตรกับพระที่ออก นิโรธนั้นมีอานิสงสม หาศาล แมป รารถนาสิ่งใด ก็จะสมปรารถนาไดต ามนั้น จิตท่ีไมเคยคิดเร่ือง อ่ืนใดนอกจากปรารถนาใสบาตรกับองคห ลวงปู แมส กั ครง้ั เดยี วก น็ บั วา เปน ว าสนา ไมเสยี ช าตเิ กดิ แลว ในช าตนิ ี้ ในวันท่ี ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ขาพเจา ทง้ั สอง พ รอ มญาตธิ รรมไดพ ากนั ไปน ง่ั รอใสบ าตร
292 หลวงป ตู งั้ แตเชา ตรู เม่อื หลวงปเู ดินอ อกมารบั บ ณิ ฑบาตรไดระยะ หนง่ึ หลวงป ไู ดเดนิ ม าแลว ห ยดุ พรอ มป ด ฝ าบ าตรตรงหนา ค ณะข อง ขาพเจา แลว หลวงปกู ็ไดพ ดู วา “ไมธ รรมดาน ะตรงนี้...ไมธ รรมดานะตรงน้”ี คณะข องข า พเจา ไดแ ตป ลม้ื ปต ทิ หี่ ลวงป ไู ดม าย นื ใหไดช มบ ารมี อยางซ ง้ึ ใจ ทั้งด ีใจ แลว ค ณะเราก ็ไดใสบ าตรห ลวงป ู และด วยค วาม ซอื่ หรอื ค วามโงก ว็ า ได มตี าห าม แี ววไม ในข ณะนนั้ ค ณะข องพ วกเรา ไดส งั เกตเหน็ ว ตั ถอุ ะไรบ างอยา งไมรวู า ม าจ ากไหน โดยเขา ใจว า เปน เศษแ กว ซง่ึ ต อนแรกท ค่ี ณะเราป ผู า ไวก ไ็ มเ หน็ ม ี ไดแ ตใชน วิ้ เขย่ี อ อก เพราะกลวั ห ลวงปูจ ะเหยยี บแกวน ัน้ แตท นั ใดนนั้ กม็ มี อื ทสี่ ามย นื่ ผ า นหนา เราม าจากข า งหลงั พ รอ ม หยิบเอาวัตถุที่มีลักษณะเหมือนเศษแกวสีใส อมมวง แลวเขาก็ บอกเราวาพระธาตุเสด็จ เทานั้นแหละครับ ไมทันแลว หมดแลว คนอื่นหยิบเอาไปหมดเลย อารมณต อนนั้นทั้งเสียดายทั้งเสียใจ ระคนกนั วา ท ำไมเราถ งึ ไดโงถ งึ เพยี งนห้ี นอ หลวงป อู ตุ สา หม เี มตตา ใหพ ระธาตุ ยงั ไมร จู กั ส งิ่ อันเปน มงคลอีก ไดแ ตพ ูดกนั ว าพ วกเราน ี้ ชางโงน ัก แลวคนอื่นทำไมจึงตองมาเอาพระธาตุตรงผาที่เราปูไว ดว ย ครัน้ จะไปห ยบิ เอาจ ากผาข องคนอ ืน่ น ั้นก ไ็ มก ลา เพราะห ลวง ปูก ค็ งจะเมตตาใหล ูกศษิ ยเปนรายๆ ไป ดว ยค วามเสยี ดาย จงึ เกดิ ภ าวะค วามเครยี ดข น้ึ ความท อี่ ยากได พระธาตบุ า งเพอ่ื น ำไปบ ชู า สกั อ งคก ย็ งั ด ี จงึ ไดแ ตไปหาข อเอาจ าก คนอ ่นื ที่เขาไดห ลายองค กเ็ ลยไดม าคนละอ งค สองอ งค และกค็ ิด กันวาพอใจแลว ไดค นละองคก ็ดีแลว แตเรื่องยังไมจ บเพียงเทานี้ หลังจากที่เราใสบาตรหลวงปูเสร็จ คณะเราจึงไดไปทานอาหารท่ี
293 โรงทาน เม่ือทานอ่ิมแลวจึงเดินกลับท่ีพัก แตม องไปเห็นวาหลวง ปูย ังบิณฑบาตไมเสร็จเลย ยังมีคนรออยูบ ริเวณพระธาตุเจดียศ รี นาคพนั ธป รวิ ตั ร ภรรยาข องข า พเจา จ งึ ม คี วามป รารถนาท อ่ี ยากจะใหเพยี งห ลวง ปูเหยียบผาใหเพื่อความเปนศิริมงคลอีกสักครั้ง เลยนำผาไปปูอีก ซ่ึงนาจะเปนคนสุดทายท่ีปูผา และแลวปาฏิหาริยก ็ไดเกิดขึ้นดวย ความเมตตาอันลนพนจากหลวงปู พระธาตุเสด็จมาบนผาเปน จำนวนม ากนับรอ ยอ งค บนผาผนื น ี้ ผูคนท่ีอยูต รงนั้นตางคนตางหยิบเอาพระธาตุจากผา ภรรยา ของขาพเจาไดแ ตต ่ืนเตนกับเหตุอัศจรรยท ่ีเกิดขึ้นตอหนาตอตา ตวั สนั่ เหมอื นค นม คี วามผดิ จงึ ไดแ ตห อบผ า ข าวท มี่ พี ระธาตเุ ดนิ ม า ทางข า พเจา ดว ยส หี นา ด ตู น่ื เตน พดู ไมเปน ศ พั ท แลว เราก ไ็ ดช ว ยกนั นบั พ ระธาตทุ ่ีเหลืออยูในหอ ผ าน้นั นับไดท ง้ั หมด ๕๗ องคค รับ นน้ั เปน ความป ระทบั ใจท ส่ี ดุ ในช วี ติ ข องล กู ท งั้ สอง ความรสู กึ อมิ่ อกอิ่มใจ ปติ ยังมีตลอดมา และน่ันนับวาเปนความเมตตาจาก หลวงปูในวันนั้น ทำใหล ูกท้ังสองมีความรัก ความศรัทธาในองค หลวงป ู และจ ะขอป ฏบิ ตั ิเพือ่ บูชาค ุณข องอ งคห ลวงปใู หญ หลวงปู สงิ ขร พรอ มห ลวงป ตู น บ ญุ และจ ะน อ มนำค ำส อนท หี่ ลวงป สู อนม า ประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ จะช ว ยงานส บื สานพ ระพทุ ธศาสนาเทา ทก่ี ำลงั ข อง ลูกท ัง้ สองน ี้จะท ำได จะขอต ดิ ตามห ลวงป ไูปทกุ ภ พทุกช าติจ นกวา จะถ งึ ฝง พ ระนพิ พาน พ ุทธงั ธมั มงั สงั ฆัง สะระนงั คัจฉามิ นิพพานัง ปจจโยโหต.ิ .. กราบน มัสการแ ทบเทา อ งคห ลวงปู ลกู ส ญั ญา ลูกพาน ิชย พรอมญาตธิ รรม ชาวนวน คร
294
295 ปฏิปทา และความป ระทับใจ ขอถายทอดความเปนมงคล และความประทับใจในองค พระรูปห นึง่ เพอ่ื เลาประสบการณท่ีไดพบ และสมั ผสั ท า น กอนท่ีจะถายทอดความรูสึกที่ประทับใจ ขอนอบนอมกราบ เคารพสักการะคุณพระรัตนตรัย และคุณครูบาอาจารยท ้ังหลาย มีหลวงปูใหญเทพโลกอุดร และหลวงปูต นบุญ เทวดา พรหม ท่ี ปกปองคุมครองผูปฏิบัติ และกระทำความดี เปนผูนำจิตใหห ลุด พนทุกขส มความปรารถนา กอ นท จ่ี ะไดพ บห ลวงป รู ปู น ี้ เปน ค นช อบแ สวงบญุ ไปก ราบพระ ทานท่ปี ฏบิ ตั ิดี ปฏบิ ัตชิ อบในทางข องพ ระพุทธเจามาน านแลว ได ติดตามกราบครูบาอาจารยรูปหน่ึง ทานองคน ้ีคือ หลวงปูใหญ เทพโลกอุดร เพราะพระนามน้ีพอไดยินก็เกิดปติประทับใจ เก็บ ความรสู กึ น้ีอยูในใจล ึกๆ ดวยความเคารพอ ยา งส ูงสดุ ครั้งหน่ึงไดไปทำบุญ พบพระภิกษุรูปหน่ึงซ่ึงมีอายุสังขารยัง นอย ทานมีอารมณแ จม ใส มีเมตตา รปู รา งสนั ทัด นยั นต าคมดำ ดวงตาใสน่ิงพรอมที่จะรับฟงความทุกขข องผูท ่ีมากราบไหวด วย ความเมตตา ทานเปนพระผูท ่ีใหจ ริงๆ ท้ังในทางโลก และทางธรรมอยาง เทาเทียมกัน ทานมีวาจาท่ีสุภาพกับทุกๆ คน ไมเลือกระดับชั้น
296 ความมีความจน จะมีตำแหนงใด เหมือนกับคนเปนโรคกายจะ ตองหาหมอ คนเปนโรคใจไปหาพระ แตห ลวงปูรูปนี้ ทานเปนทั้ง หมอ และท้ังพระที่บำบัดทุกขแ ละบำรุงสุข ใหเกิดความสุขกับผูท ่ี ไปกราบไหว ทา นผูป ระเสริฐรปู น ี้ คอื หลวงปตู นบ ญุ เรยี กต ามความคนุ เคย และเปนสรรพนามที่ศิษยพ อใจในการอานนามหลวงปูอ ยาง ภาคภูมิใจ ดวยความเคารพ ถึงแมท านมีวัยของขันธ ๕ ยังนอย แตค วามเปน มงคลแ ละเมตตาข องท า นส งู สดุ เปน ค รปู ระเสรฐิ ไมว า ทางโลกแ ละท างธรรม นำพาลกู ศษิ ย ผทู เ่ี คารพ ปฏบิ ตั ติ นใหอ ยูใน ศลี ธรรม สำนกึ บาป บญุ ท่จี ะนำพาไปพบสุข หรอื ทกุ ขในภ พหนา ของแ ตล ะคน คำส อนข องท า นจ ะไดน ำไปอ บรมผ ทู เ่ี ปน ท ร่ี กั ข องค น น้นั ๆ เพ่อื สืบทอดพระธรรมตามพ ระศาสดา หลวงปูต นบุญน้ี ทานเปนผูท ี่ไมด ุวาคนที่ทำผิดใหเสียกำลังใจ ทานสอนดวยการกระทำของทานใหด ู บางคร้ังพูดหยอกลอกับ ผูท ่ีทำงานบาง จะไดไมเครียดกับงาน หลวงปูต นบุญจึงเปนพระ ที่สมควรกราบไหวอ ยางสนิทใจ ในมโนจิต มโนวิญญาณ อยาง ภาคภมู ใิ จ ในป ฏปิ ทาข องพ ระอ าจารยรปู น ที้ างธรรม หลวงป ตู น บ ญุ ทานปฏิบัติตน ตามรอยพระประทีปแกวอยางงดงาม และปฏิบัติ ธรรมอยางอุกฤต กับหลวงปูใหญเทพโลกอุดรโดยลำพังเปนสวน องค ซึ่งปจจุบันนี้ทานเปนศิษยท ี่หลวงปูใหญต ิดตาม สงเคราะห แดอ งคห ลวงปูต น บ ุญตลอดมา ตอ มาไดไปว ดั ท ำบญุ ว นั ทหี่ ลวงป ตู น บ ญุ ออกน โิ รธสมาบตั ิ ทา น ออกเดนิ รบั บาตรจ ากญ าตโิ ยมแ ละค ณะศ ษิ ยจ ำนวนม ากท เ่ี ลอ่ื มใส ในอ งคท า น เปน ภ าพท ป่ี ระทบั ใจไมล มื เลอื น ยงั จ ำภ าพน เี้ ปน อ นสุ ติ
297 ไดท ำบุญกับพระท่ีสมควรกลาวถึงวาทานคือพระสุปฏิปนโน หรือ พระมหาโพธิสัตว ทานไดอ อกเดินจากสถานท่ีเขานิโรธสมาบัติ พอเปดฝาบาตร ขณะนั้นก็มีพระบรมสารีริกธาตุท่ีเห็นไดช ัดเจนดวยตาเปลา เสด็จ ตกตามระยะทางที่หลวงปูต นบุญเดินรับบาตร จนเขาถึงศาลา ปฏิบัติธรรม ทำใหผ ูท ำบุญวันนั้นปลาบปล้ืมใจทั่วหนา ดวยความ อมิ่ เอบิ พอเขาศาลาไดป ลดบาตรออกแลว ยืนจัดการใหเรียบรอย พรอมท่สี กั การะพระพทุ ธเจา และค รบู าอาจารย ขณะนัน้ ขาพเจา เห็นพระรูปหน่ึงซ่ึงอยูก ับหลวงปูม ีวรรณะสดใสงามมาก มีนัยนตา แสดงถึงความเมตตา เยือกเย็น ออนโยน ทานแยมโอษฐน อยๆ เกดิ ค วามป ต ซิ าบซง้ึ นำ้ ตาไหลอ อกมาเองโดยไมต งั้ ใจ ระงบั อ าการ นน้ั ไมอ ยู ขณะท่ีเห็นพระ หลับตาก็เห็น ลืมตาก็เห็นภาพนี้ไมล ืมเลือน จึงเรียนถามทา นในใจว า มีพ ระรปู ใดทปี่ ฎิบตั ติ ามรอยพ ระป ระทีป แกวน้ี ที่บุคคลคณะศิษยจ ะพึงพบ และถามหลักธรรมกับทาน ท่ี ยงั มกี ายเนือ้ ขันธ ๕ อยา งปรกติธรรมดา มีจรยิ วตั รข องท านอ ยา ง เขมขน โตตอบหลักธรรมไดอ ยา งไมล งั เล ทานบอกวา มีหลายองค หนึ่งในจำนวนนั้นคือหลวงปูรูปนี้ รวมอยูด วย (หมายถึงหลวงปูต นบุญ) ทานอาจจะสงสัยการเห็น เชน น้ี เราท ำจ ติ ใหน งิ่ นกึ ถงึ ค ณุ พ ระพทุ ธเจา เปน อ ารมณ จติ น ง่ิ เปน สมาธิ กจ็ ะส มั ผสั กบั ส ง่ิ เหลา นไ้ี ด เหน็ เทวดา พรหมไดอ ยา งถ กู ตอ ง ฉะน้ันการดำรงสมณะธรรม เพ่ือบรรลุเปาหมายท่ีหลวงปูต นบุญ ดำเนินตามรอยพระประทีปแกว และหลวงปูใหญเทพโลกอุดร
298 ไดอ ยางงดงาม นามของหลวงปูต นบุญจึงอยูในใจศิษย เปนพระ อาจารย นำพาลูกศิษยข องทานเขาสูแ ดนธรรม คือนิพพาน สาธุ สาธุ สาธุ สมควรทีเ่ ราค ณะศษิ ย และผ ูท ก่ี ราบไหวท าน ควรใชค ำวาพระ อาจารยผ ูป ระเสริฐในแดนธรรม เปนสิ่งประทับใจไมเลือนไปจาก จิตต ลอดไป ดว ยค วามเปน ผ ศู รทั ธาในอ งคห ลวงป ู ขอใหท า นห ลวงป ตู น บ ญุ จงประสพสุขในแดนธรรมตามท่ีตั้งปณิธานมาหลายภพหลายชาติ และไดถ ึงธ รรมอนั สงู สดุ ในเร็วๆ นด้ี วยเถดิ พวกเราท ง้ั หลายต ดิ ตามอ งคห ลวงป กู นั เสยี จนล มื ไปว า รา งกาย ของเราเปน เรอื นรา งท อี่ าศยั ช วั่ คราวเทา นน้ั เหมอื นกบั เราเชา บา น หมดเวลาเขาก ไ็ ลเราไป ความด ที หี่ ลวงป สู อนไว ลกู หลานน อ มเกลา ยึดคำสอนทานเปนอารมณในการดำรงชีวิตปจจุบัน ขอใหท ุกๆ ทานส้ินทุกข มีค วามส ุข เขาถงึ นพิ พานในเร็วน ้ีดวยเทอญ ขออ ำนาจบ ารมแี หง อ งคพ ระป ระทปี แ กว และอ งคห ลวงป เู ทพ โลกอุดร องคห ลวงปูต น บ ญุ จ งเปน พลงั ตบะ เดชะ ชยั ชนะกำลงั สงั ขารท้งั หลายมีความเสอื่ มไป อัป มาเทนะ สัมปาเทถะ ทานท้ังหลายจงทำความไมป ระมาทใหถ ึง พรอมเถิด ความกรุณาเอื้ออาทร เปยมไปดวยปญญาคุณ ความ เมตตากรุณาตอพวกเรา จนถึงในเวลาสุดทาย ที่พระพุทธองค ปรนิ ิพพาน ขอพ ฒั นาตน ปลุกชวี ิตจ ติ วญิ าญาณ ของต น ใหเปน ผรู ู ตืน่ เบิกบาน ในวถิ ีแหง พุทธองคเถิด ดว ยค วามเคารพห ลวงป ูหาป ระมาณไมไ ด พรส จุ ิต ทรัพยส มบูรณ
อยู่ที่ใด ความอาจหาญ...ของเธอไปไหนเลา่ ความศรัทธา....ของเธอไปไหนเล่า ความรสู้ ึกตัวความรสู้ กึ ตน...ของเธอไปไหนเลา่ ความละอายความเกรงกลัวต่อบาป....ของเธอไปไหนเลา่ ความเพียรและความอดทน....ของเธอไปไหนเล่า สิง่ นี้มใิ ช่หรอื เป็นบ่อเกดิ แหง่ เราอนั วิเศษสุดในโลก สิง่ นมี้ ใิ ชห่ รอื ทที่ ำคนใหเ้ ปน็ อริยะ แลว้ ท้งั หมดนไี้ ปอย่ทู ่ีใดเล่า จงพิจารณาดเู ถิดว่า....อยทู่ ่ีใด
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308