Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 38นักการเมืองถิ่นนครนายก

38นักการเมืองถิ่นนครนายก

Description: เล่มที่38นักการเมืองถิ่นนครนายก

Search

Read the Text Version

นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครนายก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ในกรุงเทพฯ 1 ครั้ง ทำให้ กกต.ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ทั้ง 2 เขต การเลือกตั้งรวม 7 ครั้ง มากเป็นประวัติศาสตร์ของการเมืองไทย 1.1 การแบ่งประเภทนักการเมืองถ่ิน จากวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อศึกษาความเป็นมาของ นักการเมืองที่เคยได้รับการเลือกตั้งของจังหวัดนครนายกตั้งแต่ อดีตถึงปัจจุบัน(พ.ศ.2554) ผู้วิจัยจำแนกประเภทและวิเคราะห์ จัดสรุปนักการเมืองถิ่นที่ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจังหวัดนครนายก (ส.ส.) จำนวนทั้งสิ้น 13 คน สามารถ จำแนกกลุ่มประเภทได้เป็น 2 กลุ่ม คือ ประเภทกลุ่มอำนาจรัฐ สนับสนุน และ ประเภทกลุ่มพ่อค้า นักธุรกิจ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ประเภทกลมุ่ อำนาจรัฐสนบั สนนุ นักการเมืองที่อยู่ในกลุ่มนี้จะอยู่ในช่วงสมัยยุคเผด็จการ และเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศ ได้แก่ ท่านผู้หญิง ละเอียด พิบูลสงคราม ภริยาอดีตนายกรัฐมนตรีจอมพล ป.พิบูลสงคราม จะใช้วิธีการหาเสียงผ่านข้าราชการฝ่าย ปกครองระดับจังหวัดและอำเภอ สู่ระดับตำบล หมู่บ้านได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นต้น สำหรับ พ.ต.ท.บุญเลิศ เลิศปรีชา ที่ลงสมัครครั้งแรกในปี พ.ศ.2512 สมัยจอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีอำนาจรัฐมากมายในยุคนั้น และ การหารเสียงจะใช้วิธีคล้ายกันกับของท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม 184

สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ประเภทกลมุ่ พอ่ คา้ นกั ธรุ กิจ นักการเมืองที่เป็นพ่อค้า ก้าวมาลงสมัครสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรได้สำเร็จ คือ นายวานิช พานิชเกรียงไกร (ไซ) อดีต หัวคะแนนใหญ่ของพ.ต.ท.บุญเลิศ เลิศปรีชา นั่นเองที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรช่วงใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร พ.ศ. 2521 และต้องมาเสียตำแหน่งผู้แทนราษฎรสองสมัยให้แก่ พ.ต.ท.บุญเลิศ เลิศปรีชา ในยุคเศรษฐกิจรุ่งเรืองสมัย นายกรัฐมนตรี พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ที่มีนโยบาย “เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า” หลังจากถูกยึดอำนาจการ ปกครองเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 โดยคณะรักษา ความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ได้มีการเลือกตั้งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร โดยมีนักธุรกิจใหญ่ ชื่อ นายเดช บุญ-หลง สังกัดพรรคชาติไทย ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สองสมัยติดต่อกัน คือ ปี 2535 และ 2538 ในปี พ.ศ. 2544 เป็นการเลือกตั้งทั่วไปที่ดุเดือดเข้มข้น เป็นการต่อสู้ทางการเมืองของสองตระกูลดังระหว่าง ตระกูล อิสระเสนารักษ์ กับ ตระกูลกิตติธเนศวร เต็มรูปแบบ เป็นการ เลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ที่กำหนดให้แบ่งเขตการเลือกตั้งออกเป็น 400 เขต มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เขตละ 1 คนตามอัตราส่วน ประชากร 150,000 คนต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 1 คน ทำให้ จังหวัดนครนายกมี 2 เขตเลือกตั้ง คือ เขตเลือกตั้งที่ 1 ได้แก่ อำเภอเมืองและอำเภอปากพลี และเขตเลือกตั้งที่ 2 ได้แก่ อำเภอบ้านนาและอำเภอองครักษ์ ผลปรากฏว่าตระกูลอิสระ 185

นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครนายก เสนารักษ์ชนะคู่แข่งทั้งสองเขต แต่มีการร้องเรียนต่อ กกต. จังหวัดนครนายกอย่างมากมาย นำไปสู่การประท้วงผลเลือกตั้ง เป็นเหตุให้กกต.ส่วนกลางจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่กว่าจะยุติ และกกต.ประกาศผลเป็นทางการ รวมทั้งสองเขตเลือกตั้ง จัดให้ มีการเลือกตั้งใหม่จำนวน 7 ครั้ง แบ่งเป็น เขตเลือกตั้งที่ 1 จำนวน 3 ครั้ง เขตเลือกตั้งที่ 2 จำนวน 4 ครั้ง ผลการเลือกตั้ง อย่างเป็นทางการสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้ที่ได้รับการ ประกาศเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 1 คือ นายสิทธิชัย กิตติธเนศวร และเขตเลือกตั้งที่ 2 คือ นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร จากการประท้วงครั้งใหญ่ของประชาชนในจังหวัดส่งผลต่อการ สรรหาสภาผู้แทนราษฎรที่รอคอยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 500 ซึ่งอยู่ในจังหวัดนครนายกแห่งนี้นั่นเอง สำหรับการเลือกตั้ง ทั่วไปในปี พ.ศ.2549 ตระกูลกิตติธเนศวร คือ นายสิทธิชัย กิตติธเนศวร และนายวุฒิชัย กิตติธเนศวรได้รับเลือกทั้งคู่ ปี พ.ศ.2551 มีการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 จังหวัดนครนายกมีเขตเดียว แต่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ 2 คน ปรากฏว่านายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ซึ่งไร้ปัญหาเรื่อง วุฒิการศึกษา ลงสมัครรับเลือกตั้ง ได้รับเลือกคู่กับนายวุฒิชัย กิตติธเนศวร แห่งพรรคพลังประชาชน ทำให้จังหวัดนครนายก มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์กับ พรรคพลังประชาชนแบ่งกันคนละพรรคและคนละตระกลู จนกระทั่งการเลือกตั้งทั่วไปปี 2554 มีนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ พรรคประชาธิปัตย์ นายเกรียงไกร กิตติธเนศวร พรรคเพื่อไทย ลูกชายนายสิทธิชัย กิตติธเนศวร และนายวุฒิชัย 186

สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ กิตติธเนศวร ย้ายพรรคมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย ผลปรากฏว่า นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร จนถึงปัจจุบัน จะสังเกตเห็นว่าผู้ที่เป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรช่วงปี 2530-2554 ล้วนมีอาชีพเป็นพ่อค้า นักธุรกิจทั้งสิ้น อดีตข้าราชการอย่างนาย สนิท รุณจิณรงค์ อดีต ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายกลงสมัครปี 2535 แต่แพ้การ เลอื กตง้ั ใหแ้ กน่ ายเดช บญุ -หลง รวมทง้ั นายสนน่ั อนิ ทรประเสรฐิ อดีตอธิบดีกรมพลศึกษา และอดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ชุดแรก ลงสมัครในปี พ.ศ. 2544 ได้พ่ายแพ้การเลือกตั้ง เช่นกัน 1.2 คุณสมบัติของนักการเมืองถิ่นจังหวัดนครนายก จากวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อศึกษาความเป็นมาของ นักการเมืองที่เคยได้รับการเลือกตั้งของจังหวัดนครนายกตั้งแต่ อดีตถึงปัจจุบัน(พ.ศ.2554) นักการเมืองยุคแรกๆ จะสอดคล้อง กับประเภทของนักการเมืองที่เริ่มจากบุคคลที่มีชื่อเสียง มีอิทธิพลทางราชการ จึงมีแนวโน้มได้รับเลือกเป็นตัวแทน ทางการเมือง จังหวัดนครนายกจะยึดตัวบุคคลมากกว่ายึด พรรคการเมือง ทำให้วิเคราะห์ลักษณะนักการเมืองถิ่นจังหวัด นครนายกที่ประชาชนเลือกให้เป็นตัวแทนในสายสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โดยสามารถ นำคุณลักษณะภาพรวมของนักการเมืองถิ่นจังหวัดนครนายก มาสรุปได้ดังนี้ ความพรอ้ มของครอบครวั นักการเมืองถิ่นที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดี ครอบครัวมี ความมั่นคง และมีความเข้าใจในอุดมการณ์ของนักการเมืองถิ่น 187

นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครนายก ของภรรยาและบุตร จะส่งผลให้นักการเมืองถิ่นได้อุทิศตน เพื่อประชาชนมากขึ้นโดยไม่ต้องพะวงกับครอบครัว พ้นื ฐานทางอาชพี นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครนายกล้วนแต่มีอาชีพเป็น พ่อค้า นักธุรกิจ ผู้รับเหมาแทบจะทั้งหมด มียกเว้นเพียง คนเดียว คือ นายทองพูน ทิมฉิม ที่มีฐานะทางเศรษฐกิจไม่ดี แต่ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทำให้ นักการเมืองที่มีต้นทุนทางเศรษฐกิจสูงย่อมได้เปรียบกว่า ผู้สมัครที่มีอาชีพอื่น เพราะว่าชาวบ้านบ้านมักจะมีงานหรือ มีเรื่องอะไรที่ต้องใช้เงินเพื่อส่วนรวมมาก ดังนั้นนักการเมือง ที่มีฐานะดีจึงเป็นที่ยอมรับของประชาชนโดยปริยาย ความช่วยเหลืออยา่ งตอ่ เนื่อง นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครนายกจะมีลักษณะชอบ ช่วยเหลือสังคมในแต่ละพื้นที่ ประชาชนคนใดมีงานบุญ งานกุศล นักการเมืองถิ่นจะเข้าไปช่วยเหลือโดยอาศัยเครือข่าย หัวคะแนนที่เป็นผู้นำท้องถิ่นเป็นผู้ประสานงาน ทำให้ภาพของ นักการเมืองถิ่นเป็นที่รู้จักและยอมรับกันอย่างแพร่หลาย ดูตัวอย่างของนายวานิช พาณิชเกรียงไกร (ไซ) จะดูแลทุกข์สุข ของประชาชนทุกอย่าง แม้กระทั่งเอาตำแหน่งไปประกันตัว ผู้ต้องหาตามโรงพักต่างๆ ในจังหวัดนครนายก นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์จะลงพื้นที่เพื่อสอบถามความเป็นอยู่ด้าน สาธารณูปโภค อาชีพการงาน การชลประทาน อยู่เสมอ แม้แต่ นายสิทธิชัย กิตติธเนศวร ที่ได้ฉายาว่า “มีแต่ให้” ก็เช่นเดียวกัน 188

สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ กับนายเดช บุญ-หลง จนถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนปัจจุบันอย่างนายวุฒิชัย กิตติธเนศวร โดยมีสโลแกนว่า “มีปัญหาบอกเสี่ยอ๋า” (ชื่อเล่นของนายวุฒิชัย) ความมีสัมมาคารวะ นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครนายกมักไปปรากฏตัวต่อ สาธารณชนในพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัดนครนายก ภาพที่ชาวบ้าน เห็นในงานต่างๆ ของชุมชน จึงเป็นภาพพฤติกรรมการสะท้อน ถึงความอ่อนน้อมสุภาพ มีการทักทายใช้คำพูดที่อ่อนหวาน และมักถามถึงทุกข์สุขของประชาชนมิได้ขาด ตัวอย่างที่เด่นชัด ตง้ั แตน่ ายวานชิ พาณชิ เกรยี งไกร นายเดช บญุ -หลง นายชาญชยั อิสระเสนารักษ์ นายสิทธิชัย กิตติธเนศวร และนายวุฒิชัย กิตติธเนศวร จะมีลักษณะพฤติกรรมอ่อนน้อมถ่อมตน จึงเป็น นักการเมืองถิ่นขวัญใจของชาวนครนายก ความใฝใ่ จในการศึกษา นักการเมืองถิ่นรุ่นเก่าๆ กฎหมายมิได้บัญญัติเรื่อง คุณสมบัติของผู้สมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จนกระทั่งมาถึงนักการเมืองถิ่นรุ่นปี 2535 เป็นต้นมาที่ระบุว่า บุคคลผู้มีคุณสมบัติที่จะสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ต้องได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย หรือสถาบันการศึกษา ชั้นสูงในประเทศตามหลักสูตรจนเป็นผู้สอบไล่ได้ไม่ต่ำกว่า ปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจึงจะมีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งสมาชิก สภาผแู้ ทนราษฎรได้ นอกจากจะมวี ฒุ กิ ารศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรี แล้ว ยังมีความมุ่งมั่นศึกษาหาความรู้ในสาขานิติศาสตร์ 189

นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครนายก ในระดับปริญญาโทอีก เช่น นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นายสิทธิชัย กิตติธเนศวร สำหรับนายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ซึ่งปัจจุบันได้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอก ถือเป็น ตัวอย่างที่ดีของประชาชนในฐานะนักการเมืองที่ใฝ่ใจในการ ศึกษาหาความรู้อย่างต่อเนื่อง 1.3 เครือข่ายและความสัมพันธ์ของกลุ่มผลประโยชน์ จากวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อทราบถึงเครือข่ายและ ความสัมพันธ์ของกลุ่มผลประโยชน์ รวมถึงเพื่อทราบบทบาท และความสัมพันธ์ของพรรคการเมืองกับนักการเมืองในจังหวัด นครนายก พบว่ามีลักษณะร่วมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่มีฐานเสียงสนับสนุนจากกลุ่มเครือข่ายหัวคะแนน ที่มาจากผู้นำชุมชนเดียวกันสามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้ ยุคแรก (พ.ศ.2475-2500) นักการเมืองมีความเกี่ยวข้อง โดยตรงเป็นที่รู้จักและมีความสัมพันธ์อันดีกับการทหารซึ่งเป็น ผู้อุปถัมภ์นักการเมืองในสมัยนั้น เมื่อศึกษาถึงอัตชีวประวัติของ แต่ละท่านพบว่าเป็นผู้มีบทบาทสำคัญและเป็นผู้มีความ สามารถในการบริหารจึงถูกเชื้อเชิญให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง และ ได้รับเลือกโดยประชาชนชาวจังหวัดนครนายก ที่มีความ กระตือรือร้นและมีความตื่นตัวทางการเมืองสูง สังเกตจาก ตัวเลขของประชาชนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งสูงที่สุดของประเทศ เมื่อพ.ศ.2480 ร้อยละ 80.50 นักการเมืองมีฐานเสียง จากประชาชนชาวจังหวัดนครนายกเพราะส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มี ภูมิลำเนาเดิมเป็นคนที่นั่นและเกิดที่นั่น ทำให้เป็นที่รู้จักของ ประชาชน มีความใกล้ชิดกับประชาชน ซึ่งไม่เพียงในช่วง 190

สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ เลือกตั้งเท่านั้น แต่เป็นความสัมพันธ์ดั้งเดิมตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ ที่มีความสัมพันธ์กันทางสายโลหิตหรือเป็นเครือญาติที่คอย ให้การสนับสนุนนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง คือ กลุ่มของคนจาก ตระกูลอาญาสี่ (ตำแหน่งผู้ปกครองเก่า ได้แก่ เจ้าเมือง เจ้าอุปราช เจ้าราชวงศ์ และเจ้าราชบุตร) เนื่องจากตระกูล ใหญ่ๆ เหล่านี้มีลูกหลานจำนวนมาก 3 ชั่วอายุคน เกิดวงศ์วาน ว่านเครือ ทั้งญาติสายตรง ญาติพี่น้อง ญาติเกี่ยวดองทาง การสมรส มีการนับญาติกันอย่างกว้างขวาง จึงไม่แปลก ที่คนในตระกูลเก่าแก่จะได้รับเลือกตั้ง ยุคที่สอง (พ.ศ.2500-2539) เครือข่ายทางการเมืองและ กลุ่มผลประโยชน์ได้เปลี่ยนจากระบบเครือญาติมาเป็นระบบ พรรคพวกที่มีสายสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มการเมืองระดับท้องถิ่น กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นนักการเมืองระดับชาติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.) นอกจากบุคคลที่ได้รับ การเลือกตั้งเข้ามาจะเคยมีบทบาทสำคัญในการเมืองท้องถิ่น แล้ว ยังมีบุคคลสำคัญในวงการธุรกิจด้วย การแข่งขันไม่จำกัด อยู่เฉพาะบุคคลสำคัญ 2 กลุ่มนี้เท่านั้น ยังมีนักการเมืองระดับ ชาติจากพรรคการเมืองลงมาช่วยหาเสียงด้วย คือ พรรคชาติ ไทยและพรรคกิจสังคม การเข้ามาแข่งขันทางการเมืองระดับ เทศบาลก่อนของพรรคการเมือง เป็นแนวโน้มในการปูทางไปสู่ ชัยชนะในการเมืองระดับชาติในอนาคต จากการเลือกตั้งครั้งนี้จะยุคนี้จะเห็นภาพ “ความเป็น กลุ่ม” ของการเมืองที่นี่ได้เป็นอย่างดี การพ่ายแพ้ของ พ.ต.ท.บุญเลิศ เลิศปรีชามิได้แพ้แต่ลำพังเพียงผู้เดียว แต่กลุ่มที่ 191

นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครนายก สนับสนุนอยู่ก็อยู่ในฐานะเดียวกัน ซึ่งเป็นเช่นเดียวกันกับ ชัยชนะของนายวานิชและกลุ่มสนับสนุนมา ผู้ที่มีบทบาทสำคัญ คือ หัวคะแนน คือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่มีความเป็นกลุ่มเป็น ก้อนสูง และมีบทบาทชี้เป็นชี้ตาย นอกจากนี้สส.ทำงาน การเมืองโดยใช้ฐานธุรกิจของครอบครัวสร้างฐานการเมืองขึ้น เช่น นายวานิช พานิชเกรียงไกร เริ่มต้นจากธุรกิจครอบครัว ขายปุ๋ย ยาเคมี พันธุ์พืช และอุปกรณ์การเกษตร ทำให้เป็นที่ รู้จักของชาวบ้านอย่างกว้างขวาง เพราะฐานการผลิตหลักของ อำเภอบ้านนา หัวใจคือการทำนา การซื้อของเป็นเงินเชื่อหรือ เงินผ่อนบ้าง และตกเขียวกับชาวบ้านบ้าง ทำให้ได้รับคะแนน เสียงกลับคืน เมื่อถึงฤดูกาลเลือกตั้ง กอรปกับเป็นคนอัธยาศัยดี มีเพื่อนฝูงมากในทุกกลุ่ม ทั้งข้าราชการและพ่อค้า จึงได้รับการ เลือกตั้งถึงสองสมัย ยุคที่สาม (พ.ศ.2540-2549) และ ยุคปัจจุบัน (พ.ศ.2550- 2554) เป็นยุคของการแข่งขันกันระหว่างสองตระกูลใหญ่ คือ อิสระเสนารักษ์ กับ กิตติธเนศวร โดยถือว่าสู้ศึกกันมายาวนาน ผลัดกันรุกผลัดกันรับ ตลอดเวลา ในยุคที่สาม (พ.ศ.2540-2549) ระหว่างนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ซึ่งมีสมาชิกพรรค ประชาธิปัตย์ในจังหวัดนครนายกเป็นฐานเสียงสำคัญ แต่หลัง จากยุค พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นยุค ของพรรคไทยรักไทย ทำให้นายชาญชัย ต้องสละพื้นที่เขต ลงสมัครแบบบัญชีรายชื่อเพื่อหนีการเป็น ส.ส.สอบตกและ ปล่อยพื้นที่ให้กับนายสิทธิชัยเป็นผู้ถือครองมาโดยตลอด ภายหลังจากที่นายสิทธิชัย ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี กรณียุบพรรคไทยรักไทย นายชาญชัย จึงหวนกลับมา 192

สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ลงสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งในนามพรรคประชาธิปัตย์ นายสิทธิชัย ได้ย้ายพลพรรคไปสังกัด พรรคพลังประชาชนของ นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค โดยส่งทายาท คือ นายเกรียงไกร กิตติธเนศวร หมายเลข 11 และน้องชาย คือ นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร หมายเลข 12 ในนามพรรคพลัง ประชาชน ลงแข่งขันเลือกตั้งแทน ยุคปัจจุบัน (พ.ศ.2550-2554) ตามรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พุทธศักราช 2554 เมื่อพิจารณาจากสัดส่วนประชากรต่อจำนวนสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรของจังหวัดนครนายกที่เดิมมีอยู่ 2 คน ได้ถูกลดลงเหลือ เพียงคนเดียวในทันที ในครั้งนี้เป็นการแข่งขันกันเองของตระกูล กิตติธเนศวร ในขณะที่คู่แข่งขันคนสำคัญคนเดิมอย่าง นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีผลงานทั้งในระดับชาติ ประเทศ และระดับท้องถิ่นมาโดยตลอด นอกจากนี้ยังเป็นพรรค แกนนำรัฐบาลพร้อมฐานเสียงจากพรรคประชาธิปัตย์นครนายก และการตัดสินใจอยู่ที่คะแนนของคนชั้นกลางและผู้ที่อยู่ในเขต เมืองเป็นหลัก ซึ่งนายชาญชัยได้เคยอาศัยคะแนนเหล่านี้ สอบผ่านการเลือกตั้งคราวที่แล้ว ขณะที่นายวุฒิชัยมีฐานเสียง เดิมจากอำเภอบ้านนา และอำเภอองครักษ์ ส่วนฐานเสียงใหม่ คือ อำเภอเมืองและอำเภอปากพลี ก็เริ่มให้ความสำคัญ ในระยะหลังนี้ เมื่อพิจารณาจากผู้สนับสนุนนายวุฒิชัย ที่เคยมี ประสบการณ์เล่นการเมืองท้องถิ่น จนได้เป็นนายกอบจ. นครนายก ก่อนผันตัวเองลงเล่นการเมืองในระดับชาติ ดังนั้น ฐานคะแนนบางส่วนมาจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยเฉพาะใน อำเภอบ้านนา และอำเภอองครักษ์ ซึ่งมีความสัมพันธ์แนบแน่น 193

นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครนายก อยู่กับนายสัญญา บุญ-หลง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด คนปัจจุบัน สำหรับนายเกรียงไกร กิตติธเนศวรได้รับการ สนับสนุนจากผู้เป็นบิดา คือ นายสิทธิชัย กิตติธเนศวร แม้ว่าจะ ถูกสั่งห้ามยุ่งเกี่ยวทางการเมือง แต่ยังคงมีบทบาทสำคัญใน ฐานะผู้สนับสนุนหลักให้กับนายเกรียงไกรบุตรชาย ผู้เป็น ทายาทเพียงคนเดียว ให้ดำเนินตามเส้นทางการเมืองของตน โดยมีฐานเสียงจากกลุ่มคนเสื้อแดงที่สนับสนุนอย่างเหนียวแน่น ภาพนักการเมืองถิ่นนครนายกที่ประสบความสำเร็จ ในปัจจุบัน มักเป็นนักธุรกิจระดับบน ได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส.เก่าที่มีความสัมพันธ์ที่เอื้อทางธุรกิจกับหัวคะแนน เช่น การรับเหมาก่อสร้าง การส่งงานให้กันอย่างต่อเนื่อง สร้าง ผลประโยชน์ต่างตอบแทน หัวคะแนนจึงมีบทบาทสูงต่อการ ตัดสินใจของชาวบ้าน ชาวบ้านเชื่อมั่นในหัวคะแนนจาก ผลงานการเลือกตั้งที่ผ่านมา การตัดสินใจสนับสนุนใครของ หัวคะแนนขึ้นกับเงินที่จ่าย ในเวลานั้น (ช่วงเลือกตั้ง) ใครจ่าย สงู กว่ากัน หัวคะแนนจะเทไปทางนั้น โดยไม่เลือกข้างหรือพรรค 1.4 กลยุทธ์ในการหาเสียง การหาเสียงเพื่อขอให้ประชาชนเลือกตั้งตนเองนั้น เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่นักการเมืองถิ่นจะต้องคิดกลวิธีว่า ทำอย่างไรจึงจะให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเข้าคูหาลงคะแนน ให้แก่ตัวเอง โดยทั่วไปนักการเมืองถิ่นจังหวัดนครนายกจะใช ้ วิธีการที่คล้ายๆ กัน พอสรุปได้ดังนี้คือ 194

สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การเดนิ สายพบปะประชาชน การเดินสายพบปะประชาชนถึงบ้านในพื้นที่ เรียกว่า การเดินเคาะประตูบ้าน วิธีนี้จะใช้เดินควบคู่กับการแจกเอกสาร แผ่นพับแนะนำตัวเองพร้อมนโยบายของพรรคการเมืองที่ตนเอง สังกัด ในการเดินสายแบบเคาะประตูบ้านนี้จะต้องมีทีมงาน จำนวนหนึ่งประมาณ 5-10 คน หรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับฐานะ ของผู้สมัครเอง เป็นวิธีการหาเสียงที่ใช้ได้ผลดี หากผู้สมัคร คนใดวางแผนการเดินสายเคาะประตูบ้านได้มากเท่าใด จะมีผล ต่อคะแนนให้แก่ตัวเอง การร่วมงานทางสังคม นักการเมืองถิ่นมักใช้โอกาสก่อนประกาศพระราช กฤษฎีกาว่าด้วยการเลือกตั้งแสดงตัวต่อสาธารณะตามงาน ประเพณขี องชมุ ชน งานมงคล งานบวช งานศพ ซง่ึ มกั นำพวงหรดี ที่ระบุชื่อนักการเมืองไปคารวะศพ วธิ กี ารปราศรยั หาเสยี ง นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครนายกมักไม่ค่อยใช้วิธี ปราศรัยด้วยตนเอง ยกเว้นนักการเมืองถิ่นสังกัดพรรคประชา ธิปัตย์เท่านั้นที่นิยมปราศรัยใหญ่ในเขตตัวเมืองก่อนวันเลือกตั้ง 1-2 วัน และมักจะนำนักการเมืองดังๆ ของพรรคประชาธิปัตย์ มาร่วมปราศรัย ประชาชนที่มาฟังการปราศรัยได้มาจาก หัวคะแนนในแต่ละพื้นที่นำพามาและจะมีค่าใช้จ่ายรายหัวและ ค่าเหมารถด้วย ทำให้มีบรรยากาศบริเวณที่ปราศรัย มีคนสนใจ ไปฟังจำนวนมาก 195

นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครนายก การตดิ ป้ายประชาสัมพันธ์หาเสียง ตามกฎหมายเลือกตั้งปี 2541 เป็นต้นมา จะมีการ กำหนดขนาดแผ่นป้าย และจำนวนไว้เพื่อป้องกันความ เหลื่อมล้ำระหว่างผู้สมัครทุน้อยกับผู้สมัครที่มีทุนมาก จะได้มี จำนวนและขนาดของป้ายหาเสียงไม่เกินกฎหมายกำหนด เป็นการสร้างความชอบธรรมให้แก่ผู้สมัครทุกคน การใชร้ ถยนตโ์ ฆษณาประชาสัมพันธ ์ นักการเมืองถิ่นทุกคนได้ใช้รถยนต์ติดแผ่นป้ายโฆษณา ไปในพื้นที่ต่างๆ ในเขตเลือกตั้งนั้นๆ ให้ทั่วถึงต่อเนื่อง เป็นประจำตั้งแต่วันที่ได้เบอร์ผู้สมัครและโฆษณาผ่าน เครื่องขยายเสียง วิ่งไปตามหมู่บ้าน ชุมชน จนถึงวันก่อน การเลือกตั้งจึงหยุดโฆษณาก่อนเวลา 18.00 น. การใช้รถ โฆษณาไปตามสถานที่ต่างๆ นี้ เป็นการสร้างบรรยากาศ ทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย อย่างน้อยทำให้ ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้รู้วันเลือกตั้ง ได้รู้จักชื่อผู้สมัคร แต่ละคน แต่ละพรรค เป็นวิธีการส่งเสริมประชาธิปไตยที่ด ี อีกทางหนึ่ง การใช้หัวคะแนน นักการเมืองถิ่นจะใช้ผู้นำท้องถิ่น เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) นายกองค์การบริหารส่วนตำบล นายกองค์การบริหารส่วน จังหวัด สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.จ.) ซึ่งเป็น กลุ่มเครือข่ายฐานเสียงของนักการเมืองถิ่น โดยจะมีการ 196

สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ เอื้อประโยชน์ตอบแทนช่วยเหลือเป็นการส่วนตัวกัน กล่าวคือ คนที่จะสมัครเป็นสมาชิก อบต. สจ. นายก อบต. นายก อบจ. จะไปพึ่งบารมีนักการเมืองถิ่นให้ช่วยเหลือ โดยใช้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน เป็นหัวคะแนนดังกล่าวนี้ เช่น พ.ต.ท.บุญเลิศ เลิศปรีชา นายวานิช พาณิชเกรียงไกร นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นายเดช บุญ-หลง นายสิทธิชัย กิตติธเนศวร และนายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ซึ่งนักการเมืองถิ่น 3 คนหลังนี้จะใช้ผู้ใหญบ้าน กำนัน เป็นกำลังสำคัญในการเลือกตั้งทุกครั้งและทุกระดับ กล่าวโดยสรุป ภาพรวมวิธีการหาเสียงของนักการเมือง ถิ่นจะมีการหาเสียงคล้ายๆ กัน บางโอกาสจะใช้หัวคะแนนฐาน เสียงเดียวกัน และสิ่งที่เป็นปัจจัยตัวชี้วัดคะแนนที่ผู้สมัครได้รับ เลือกตั้งนั้น ขึ้นอยู่ที่หัวคะแนนที่เป็นผู้ใหญ่บ้าน กำนัน สมาชิก องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) นักการเมืองถิ่นคนใดสามารถ ดึงผู้นำชุมชนมาช่วยหาเสียงให้แก่ตนเองได้สำเร็จ โอกาสชนะ การเลือกตั้งค่อนข้างได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ตัวอย่างล่าสุดที ่ นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร พรรคภูมิใจไทย ชนะการเลือกตั้ง ครั้งล่าสุด (3 ก.ค. 54) ก็ได้กำลังสำคัญจากผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ผู้นำชุมชน ที่มาเป็นฐานเสียงที่ชนะคู่ต่อสู้อย่างอดีต ส.ส.ชาญชัย อสิระเสนารักษ์ แห่งพรรคประชาธิปัตย์ นายเกรียงไกร ลูกชายนายสิทธิชัย ลงสมัครในนามพรรค เพื่อไทย ที่มีฐานเสียงของคนเสื้อแดงนครนายกและเป็น หลานชายของนายวุฒิชัยเอง จึงเป็นบทพิสูจน์ให้ชาวนครนายก ได้เห็นเป็นประจักษ์กันทั้งเมืองว่า ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน เป็นกำลัง สำคัญในการชี้ว่าผู้สมัครคนใดจะได้รับเลือกเป็นผู้แทนราษฎร จังหวัดนครนายกหรือไม่ 197

นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครนายก 2. อภิปรายผล ในส่วนของการอภิปรายผลจะขอนำกรอบแนวคิด การวิจัยเพื่อเสนอภาพรวมทางการเมืองและนักการเมืองถิ่น จังหวัดนครนายกทั้งสี่ยุค โดยทำการวิเคราะห์แนวคิดภายใต้ กรอบการศึกษาเกี่ยวกับพรรคการเมืองและกลุ่มผลประโยชน์ ระบบอุปถัมป์และระบบเครือญาติ อำนาจและอำนาจอิทธิพล การสื่อสารทางการเมือง การรณรงค์ทางการเมือง และตลาด การเมือง อภิปรายได้ดังนี้ พรรคการเมืองและกลุ่มผลประโยชน์ พรรคการเมืองที่มีอิทธิพลต่อการเลือกตั้งผู้แทนราษฎร ในจังหวัดนครนายก ยังคงมีความเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์บาง อย่างร่วมกันระหว่างการเมืองในระดับชาติและระดับท้องถิ่น โดยการส่งผู้สมัครที่มีฐานเสียงและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างของ ประชาชนชาวจังหวัดนครนายกเข้าชิงตำแหน่งทางการเมือง รวมทั้งเป็นตัวแทนในการรวบรวมผลประโยชน์ หาเสียงเลือกตั้ง และการสรรหาสมาชิกที่มีคุณภาพเข้าสู่พรรค จากการศึกษา ของโคล (Cole, 2002: abstract) พบว่า การที่พรรคขาดเงินทุน ที่มั่นคง จะทำให้กิจกรรมต่างๆ ของพรรคชะงักงันโดยเฉพาะ การหาเสียงเลือกตั้งและการสรรหาสมาชิกที่มีคุณภาพเข้าสู่ พรรค สอดคล้องกับการศึกษาของ รัตพงษ์ สอนสุภาพ (2546) พบว่า พรรคที่มีแหล่งเงินทุนที่หลากหลายและมีเงินใช้จ่าย อย่างพอเพียงจะทำให้พรรคมีการดำเนินงานที่ต่อเนื่อง สามารถ นำเงินมาใช้จ่ายในกิจการต่างๆ โดยเฉพาะการหาเสียงเลือกตั้ง ที่ต้องใช้วงเงินสูง ซึ่งแหล่งทุนส่วนใหญ่ของพรรคมัก มาจาก 198

สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ เงินบริจาคของกลุ่มธุรกิจ ดังนั้นพรรคการเมืองและกลุ่ม ผ ล ป ร ะ โ ย ช น ์ จ ึ ง ม ี ส ่ ว น เ ก ี ่ ย ว ข ้ อ ง ก ั น ใ น ล ั ก ษ ณ ะ ท ี ่ ต ่ า ง เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกันโดยมีแหล่งเงินทุนเป็นตัวเชื่อม เพื่อใช้ในการดำเนินการเลือกตั้งให้ลุล่วง ซึ่งพื้นที่จังหวัด นครนายกในการเลือกตั้งครั้งนี้ (ปี พ.ศ.2554) ผู้สมัครอย่าง นายเกรียงไกร กิตติธเนศวรที่มีพรรคเพื่อไทยที่มีปัจจัยด้าน การเงินมั่นคงคอยให้การสนับสนุน ขณะที่นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล (ขณะนั้น) พร้อม ฐานเสียงจากพรรคประชาธิปัตย์นครนายก ส่วนนายวุฒิชัย กิตติธเนศวร หากต้องการชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ต้องอาศัย ทั้งพรรคการเมืองและกลุ่มผลประโยชน์ในท้องถิ่น จำเป็นต้อง ย้ายพรรคจากพรรคเพื่อไทย เพราะต้องการฐานเสียงจาก นายสัญญา บุญ-หลง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด คนปัจจุบัน ที่เป็นปัจจัยตัวชี้วัดคะแนนที่ผู้สมัครได้รับเลือกตั้ง อยู่ที่หัวคะแนนที่เป็นผู้ใหญ่บ้าน กำนัน สมาชิกองค์การบริหาร ส่วนตำบล (อบต.) ที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทาง การเลือกตั้งครั้งนี้ พร้อมทั้งได้รับปัจจัยสนับสนุนจากพรรค ภมู ิใจไทย ที่พอเทียบเคียงได้กับพรรคเพื่อไทย ระบบอุปถัมภ์และระบบเครือญาติ นิธิ เอียวศรีวงศ์ (2536 : 171-172) และเอกวิทย์ ณ ถลาง (2520 : 40) ชี้ให้เห็นว่าระบบอุปถัมภ์มาจากระบบความสัมพันธ์ เชิงอำนาจในแนวดิ่งในสังคมและอำนาจวาสนาที่เรียกว่า “เบื้องบน” หรือ “หน่วยเหนือ” คือผู้ที่อยู่สูงกว่าจะมีความ สำคัญมากกว่าความสัมพันธ์ในแนวราบ สอดคล้องกับรายงาน 199

นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครนายก วิจัยของชัยยนต์และโอฬาร(2549) กล่าวว่า ในอดีตผู้อุปถัมภ์ ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ หรือ ข้าราชการเกษียณ แต่ผู้อุปถัมภ์ ในปัจจุบันคือ กลุ่มนักธุรกิจการเมือง ดังจะเห็นได้จากการ ศึกษาในงานวิจัยนี้ พบว่า นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครนายก ในอดีตเป็นผู้ที่มีภูมิลำเนาเดิมเป็นคนที่นั่นและเกิดที่นั่น ทำให้ เป็นที่รู้จักของประชาชน มีความใกล้ชิดกับประชาชน ซึ่ง ไม่เพียงในช่วงเลือกตั้งเท่านั้น แต่เป็นความสัมพันธ์ดั้งเดิม ตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษที่มีความสัมพันธ์กันทางสายโลหิตหรือเป็น เครือญาติที่คอยให้การสนับสนุนนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง คือ กลุ่มของคนจากตระกูลอาญาสี่ (ตำแหน่งผู้ปกครองเก่า ได้แก่ เจ้าเมือง เจ้าอุปราช เจ้าราชวงศ์ และเจ้าราชบุตร) ปัจจุบัน ความสัมพันธ์เชิงอำนาจในแนวดิ่งมักจะเป็นนักธุรกิจในระดับ บนเช่นเดียวกัน มีความสัมพันธ์ที่เอื้อทางธุรกิจกับหัวคะแนน จากงานเสวนา “บูรณาการงานวิจัย เรื่อง นักการเมือง ถิ่น” ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า ในการเมืองไทยมีระบบอุปถัมภ์ที่ส่ง ผลกระทบต่อการเลือกตั้งอย่างมาก ระบบเครือญาตินั้น เป็นส่วนหนึ่งของระบบอุปถัมภ์ ในขณะเดียวกันระบบอุปถัมภ ์ ก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบเครือญาติ ทั้งสองระบบนี้สัมพันธ์ ใกล้ชิดอย่างที่แยกออกจากกันได้ยาก ทั้งระบบอุปถัมภ์และ ระบบเครือญาติได้ฝังรากลึกและสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ตัวอย่าง ของระบบเครือญาติที่เห็นได้ชัดจากงานวิจัยนี้ คือ การสร้าง ความต่อเนื่องของเครือข่ายความสัมพันธ์ในระบบอุปถัมภ์ ทางการเมือง โดยส่งคนในครอบครัว หรือตระกูลของตนเอง เข้าลงสมัครรับเลือกตั้งทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ เช่น ตระกูลกิตติธเนศวร และตระกูลอิสระเสนารักษ์ สอดคล้องกับ 200

สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ข้อสรุป 4 ประการของปัทมา(2552:7) ประการแรกระบบอุปถัมภ์ ทำให้ “ทายาททางการเมือง” ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ซึ่งมี ผลให้อำนาจทางการเมืองทั้งในระดับชาติและระดับพื้นที่ถูก ผูกขาดอยู่เพียงไม่กี่กลุ่มการเมืองหรือตระกูลเท่านั้น ประการ ที่สองความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดทั้งในส่วนตัวและในหน้าที่ การงานในฐานะเป็น “ผู้แทน” ของประชาชน ประการที่สาม การพิจารณาตัดสินใจเลือก “ผู้แทน” ของประชาชนผู้มีสิทธิ เลือกตั้งยึดระบบอุปถัมภ์เป็นหลัก และประการสุดท้าย การพิจารณาตัดสินใจเลือก “ผู้แทน” ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส่วนใหญ่พิจารณาจากบทบาทอำนาจหน้าที่ที่ควรจะเป็นตามที่ รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนดน้อยมาก กลับเลือก โดยพิจารณาจากผลประโยชน์ที่ได้รับเป็นการเฉพาะหน้าหรือ ชั่วครั้งชั่วคราว ภายใต้ความสัมพันธ์ที่มีต่อกันมาอย่างยาวนาน ในขณะเดียวกันผู้แทนก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการทำหน้าที่ ดังกล่าวมากนัก แต่เน้นหนักไปในการทำประโยชน์หรือ ช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่เขตเลือกตั้งเป็นหลัก อำนาจและอำนาจอิทธิพล จากการวิเคราะห์ข้อมูลด้านเอกสารและจากการ สัมภาษณ์พูดคุยกับประชาชนทั่วไป ในเรื่องอำนาจและอำนาจ อิทธิพลของนักการเมืองถิ่นจังหวัดนครนายกพบว่า ตัวแปร สำคัญในการเลือกตั้ง คืออำนาจและอำนาจอิทธิพลที่มาจาก แรงศรัทธาต่อตัวผู้สมัคร หรือนักการเมืองที่ให้ความใกล้ชิด เอาใจใส่และเข้าพบได้ง่าย ตามที่ยุคล์(Yukl,1998) ได้แบ่ง อำนาจประเภทนี้คืออำนาจส่วนบุคคล (Personal power) เป็น 201

นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครนายก สิ่งสำคัญประการแรกในการตัดสินใจเลือก แตกต่างจากการ สังเกตการณ์กลับพบว่าอำนาจอิทธิพล (Influence) จะมาเป็น อันดับแรกในการตัดสินใจ สอดคล้องกับความหมายที่เสริมศักดิ์ (2540) ได้ให้ไว้ โดยเมื่อผู้นำใช้อิทธิพลผู้ตามจะเชื่อฟังและ ปฏิบัติตาม ทั้งๆ ที่ผู้ตามมีสิทธิที่จะใช้ดุลยพินิจว่าควรจะปฏิบัติ ตามหรือไม่ ซึ่งรวมถึงการใช้เงินตราที่มาควบคู่กับอำนาจ อิทธิพลนี้ที่ประชาชนต้องตัดสินใจเลือก โดยต้องเชื่อฟัง หัวคะแนนเพราะเป็นผู้ที่ประชาชนเกี่ยวข้องโดยตรง ในเรื่อง ความสัมพันธ์ส่วนตัวและในเรื่องความช่วยเหลือต่างๆ ทั้ง กำลังกายและกำลังทรัพย์ ด้วยเหตุนี้ทำให้หัวคะแนนจึงมี อิทธิพลสูงต่อการเลือกตั้งในแต่ละครั้งในพื้นที่จังหวัดนครนายก นี้ ส่วนอำนาจโดยตำแหน่งหน้าที่ (Authority) ถือเป็นลำดับ สุดท้ายที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของประชาชน การส่ือสารทางการเมือง การสื่อสารทางการเมืองดังที่พฤทธิสาณ (2540) และ เสถียร เชยประทับ (2551) ได้ให้ความหมายไว้นั้น สรุปใจความ ได้ว่าเป็นสื่อกลางหรือช่องทางในการเสนอข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยว กับการตัดสินใจและนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลให้ประชาชน ได้รับรู้ ในขณะเดียวกันก็จะเป็นกระบวนการในการนำเอา ข้อเรียกร้องและความต้องการของประชาชนไปให้รัฐบาลได้รับรู้ เช่นกัน จากการศึกษาในครั้งนี้พบว่า ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ช่องทางการสื่อสารที่นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครนายกนำมาใช้ ผ่านทางหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น เช่น หนังสือพิมพ์เสียงสาริกา ซึ่งนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์เป็นผู้อำนวยการ หรือ 202

สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ หนังสือพิมพ์เสียงชาวบ้าน ที่มีนายสิทธิชัย-นายวุฒิชัย กิตติธเนศวรให้การสนับสนุน เป็นต้น การรณรงค์ทางการเมือง การรณรงค์ทางการเมืองดังที่นครินทร์ (2554) ได้เสนอ วิธีการรณรงค์ทางการเมือง 4 ประเภท คือ การรณรงค์ทาง การเมืองผ่านทางสาร (Campaign message) การเงินกับ การรณรงค์ทางการเมือง (Campaign finance)การรณรงค์ ทางการเมืองยุคใหม่ และเทคนิคการรณรงรงค์ทางการเมือง จากการวิจัยครั้งนี้พบว่านักการเมืองถิ่นจังหวัดนครนายกตั้งแต่ อดีตถึงปัจจุบันได้มีการใช้วิธีการรณรงค์ทั้ง 4 ประเภท เป็นต้น ว่า การรณรงค์ผ่านทางสาร เช่น นายทองพูน ฉิมทิมด้วย สโลแกนที่ว่า “ใครๆ ก็เลือกไอ้พูนทั้งนั้น” นายวานิช พาณิช เกรียงไกร “เลือกคนไกล ไหนจะสู้คนใกล้ เลือกไซดีกว่า เรียกใช้ได้” เป็นต้น ด้านการรณรงค์ทางการเมืองยุคใหม่ มีการใช้เทคนิคการโฆษณาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ อินเตอร์เน็ต ฯลฯ เข้ามาช่วยเสริม นอกจากนี้ยังมี การใช้เทคนิคการรณรงรงค์ทางการเมือง เช่น การเยี่ยม ประชาชนในพื้นที่เพื่อถามไถ่ถึงความต้องการ มีการเดินตลาด เคาะประตูบ้าน ลงหนังสือพิมพ์ ส่งจดหมายไปยังสมาชิกพรรค จัดงานเลี้ยงขอบคุณ จัดการแสดงลำตัด ลิเกในโอกาสต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้จดจำตนเอง เป็นการประชาสัมพันธ์ทาง หนึ่ง การรณรงค์ทางการเมืองนั้นต้องปฏิบัติอยู่เป็นประจำ สม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นช่วงก่อนการเลือกตั้ง หรือหลังจากการ เลือกตั้งก็ตาม 203

นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครนายก การรณรงค์หาเสียงของนักการเมืองถิ่นจังหวัดนครนายก ในยุคปัจจุบัน อาศัยแนวความคิดเกี่ยวกับตลาดการเมืองมาใช้ ควบคู่กับแนวความคิดเกี่ยวกับการสื่อสารทางการเมืองโดยใช้ สื่อในการประชาสัมพันธ์เพื่อหาเสียงเลือกตั้งในรูปของ ป้าย โปสเตอร์หาเสียง และใบปลิวแผ่นพับแจกในพื้นที่ กลยุทธ์ การสื่อสารที่ใช้ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2550 มุ่งเสนอแคมเปญ ที่แตกต่างกันในพื้นที่ ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ของ นายชาญชัย ชูนโยบายเลือกทั้ง 2 เบอร์ ขณะที่พรรคพลัง ประชาชน ขอโอกาสให้ตระกูล “กิตติธเนศวร” ชูนโยบายใคร ก็ได้ให้ได้ 1 คน เมื่อพรรคประชาธิปัตย์อยากได้ทั้ง 2 เบอร์ ในเชิงกลยุทธ์หาเสียงถือว่าเสียเปรียบ เพราะเป็นการจัดสรร ที่ไม่ลงตัว เนื่องจากจังหวัดนครนายกมี ส.ส.ได้เพียง 2 คน ดังนั้นผลการเลือกตั้งที่ออกมาเป็นสิ่งที่ชาวนครนายกได้ตัดสิน ใจเลือก โดยให้พรรคพลังประชาชน 1 ที่นั่งและพรรค ประชาธิปัตย์ 1 ที่นั่ง เป็นการให้โอกาสทั้งสองตระกูลอย่าง เท่าเทียมกัน มาคราวนี้ในการเลือกตั้งปี 54 จังหวัดนครนายก มี ส.ส. เหลือเพียง 1 คน ทั้งสามคน คือ นายชาญชัย นายวุฒิชัย และนายเกรียงไกร ต่างก็ใช้กลยุทธ์การหาเสียง โดยวิธีเดินเคาะประตูบ้าน เช่นเดียวกัน ดังนั้นงานนี้ทั้งสาม ต้องลงพื้นที่อย่างหนัก เพราะ นายชาญชัย พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งอยู่ฟากรัฐบาลที่เป็นแกนนำ ขณะที่นายวุฒิชัย พรรค ภูมิใจไทย และนายเกรียงไกร พรรคเพื่อไทย อา-หลานต้องมา แข่งขันกันเอง ทำให้ถูกมองว่าท้ายที่สุดแล้วทั้งสองคนต้อง หลีกทางให้กัน หรือจับมือกันทางการเมือง เพราะเป็นญาติกัน ผลการเลือกตั้งปรากฏว่านายวุฒิชัย ได้รับเลือกให้เป็น ส.ส.นครนายกคนปัจจุบัน (การเลือกตั้งปี 2554) 204

สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ตลาดการเมือง การตลาดการเมืองตามที่วิษณุ บุญมารัตน์ (2548) และ รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ (2544) ได้ให้ความหมายนั้น การสรุป ใจความได้ว่านักการเมืองหรือผู้ผลิตนโยบายเสนอขายนโยบาย พรรคการเมืองเพื่อแลกกับคะแนนเสียงของราษฎรปัจจุบัน ได้การนำการตลาดทางการเมืองมาใช้ในการรณรงค์ทาง การเมืองเพื่อหาเสียงเลือกตั้งเพราะทำให้เกิดการรณรงค์อย่าง ถาวรและสร้างภาพลักษณ์ในแง่ดีให้แก่ประชาชน ทำให้พรรค มีโอกาสประสบชัยชนะในการเลือกตั้ง อันจะส่งผลให้พรรค ได้ความนิยมมากขึ้น และทำให้พรรคมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่สำหรับพื้นที่ในจังหวัดนครนายก ตลาดการเมืองมีอิทธิพล ต่อความสำเร็จของนักการเมืองไม่มากนัก เพราะถึงอย่างไร ประชาชนชาวนครนายกเลือกที่ตัวบุคคลมากกว่าพรรค การเมือง ดังนั้นนโยบายพรรคที่แต่ละพรรคออกมานั้นแม้จะ สวยหรูหรือก่อให้เกิดประโยชน์จูงใจเพียงไร การตอบรับจาก ประชาชนชาวนครนายกที่มีต่อนโยบายพรรคก็เพียงเพราะเป็น ผลพลอยได้จากการเลือกตั้งบุคคลที่ตนพึงพอใจแล้วนั่นเอง จากการศึกษาวิจัยในครั้งนี้พบว่าชัยชนะของการ เลือกตั้งนักการเมืองถิ่นจังหวัดนครนายก สิ่งสำคัญอยู่ที่การ ตัดสินใจของประชาชนที่เน้นตัวบุคคลเป็นอันดับแรก รองลงมา เป็นพรรคการเมือง จะเห็นได้จากการเลือกตั้งที่เพิ่งผ่านมา (การเลือกตั้งปี 2554) นายวุฒิชัย พรรคภูมิใจไทย สามารถมี คะแนนนำนายเกรียงไกร พรรคเพื่อไทย ทั้งๆ ที่มีหัวหน้าพรรค (นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยผู้สมัคร 205

นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครนายก โดยประชาชนได้ให้สัมภาษณ์ว่าตนมีบุคคลที่จะเลือกในดวงใจ แล้ว และเหตุผลที่ชาวนครนายกใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจ คือ เรื่องของภาพลักษณ์นักการเมือง ตนรู้จักนักการเมืองของ ตนเป็นอย่างดี เพราะออกพบปะเยี่ยมเยียนประชาชนอย่าง สม่ำเสมอ มาร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่ได้รับเชิญเป็นประจำ ในโอกาสงานแต่งงาน งานบวชนาค งานขึ้นบ้านใหม่ งานศพ และงานการกุศลต่างๆ กรณีมาไม่ได้ก็จะให้ภรรยา หรือตัวแทน มาร่วมงาน แต่จากการตั้งข้อสังเกตของผู้วิจัยจากคำสัมภาษณ์ ของประชาชน พบว่านักการเมืองถิ่นจะเข้าร่วมงานหรือกิจกรรม ในพื้นที่เฉพาะที่เป็นฐานเสียงของตน ประชาชนอยากให้ขยาย พื้นที่อย่างทั่วถึง เพราะเห็นผลงานของทั้งสองตระกูลมาโดย ตลอด ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ และสิ่งที่ทำให้ ชาวนครนายกมีความตื่นตัว คือ เมื่อเห็นผู้แทนของตนได้ออก สื่อทางโทรทัศน์ แสดงความคิดเห็นในการประชุมสภาผู้แทน ราษฎร ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของชาวจังหวัดนครนายก อย่างยิ่ง สำหรับเครือข่ายทางการเมืองและกลุ่มผลประโยชน์ ทางการเมืองในจังหวัดนครนายก อาศัยเครือข่ายทางการเมือง แบบผสมทั้งระบบเครือญาติและระบบพรรคพวกที่นับวันมีแต่ จะหยั่งรากลึกลงในพื้นที่ที่เรียกว่าจังหวัดนครนายกอย่างยาก ที่จะโค่นล้มได้ และจากคำสัมภาษณ์ของประชาชนชาวจังหวัด นครนายกส่วนใหญ่ผู้ตื่นตัวทางการเมืองต่อการเลือกตั้งตัวแทน ของตนในทุกยุคสมัย แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า ทางออกที่ดีสำหรับการเลือกตั้ง คือ อยากให้ทั้งสองตระกูล ได้เป็น ส.ส. จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของชาวจังหวัดนครนายก 206

สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ เพราะทั้งสองตระกูลต่างก็อุทิศตนและได้ให้ความสำคัญอีกทั้ง สร้างคุณประโยชน์อย่างมากมายให้กับชาวนครนายก ดังจะ เห็นได้จากผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ที่ผ่านมา ทั้งคู่ต่างได้รับที่นั่งในสภา และผลการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อ วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 ที่ชนะกันแค่เพียง 226 คะแนน ซึ่งเป็น เสียงสะท้อนของประชาชนที่ภักดีและสนับสนุนทั้งสองตระกูล มาโดยตลอด ทิศทางแนวโน้มทางการเมืองและนักการเมืองถิ่นจังหวัด นครนายกในอนาคต ภาพการเมืองของจังหวัดนครนายกในอนาคต สิ่งที่ ไม่อาจมองข้ามคือทายาทนักการเมืองคนสำคัญ ได้แก่ นายเกรียงไกร กิตติธเนศวร มีประสบการณ์ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เป็นครั้งที่สอง นายเกรียงไกร มีฐานคะแนนเสียงจากกลุ่ม เสื้อแดงนครนายกและกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่เคยเป็นลูกน้องเก่า ของนายสิทธิชัยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ช่วย เลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม จากคำให้สัมภาษณ ์ ของประชาชนชาวนครนายกถึงแนวโน้มทางการเมืองและ นักการเมืองถิ่นในอนาคตจะเป็นเช่นไร ปรากฏว่าส่วนใหญ่ มีความเห็นว่าทั้งสองตระกูลจะยังคงมีบทบาทสำคัญต่อไป แต่ก็มีบางกระแสที่กล่าวว่าสุดท้ายแล้วการแข่งขันจะเหลือเพียง ตระกูลเดียวที่ต้องแข่งขันกันเอง นั่นคือ “ตระกูลกิตติธเนศวร” ด้วยเหตุผลที่ว่านักการเมืองถิ่นคนแรกจากตระกูลคือ นายวุฒิชัย ที่เคยมีประสบการณ์เล่นการเมืองท้องถิ่น จนได้เป็น นายก อบจ.นครนายก ก่อนผันตัวเองลงเล่นการเมืองในระดับ ชาติ บางส่วนมาจากกำนัน และองค์การบริหารส่วนจังหวัด 207

นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครนายก สำหรับนายเกรียงไกร กิตติธเนศวรได้รับการสนับสนุนจากผู้เป็น บิดา คือ นายสิทธิชัย กิตติธเนศวรที่ยังคงมีบทบาทสำคัญ ในการเมืองถิ่นจังหวัดนครนายก ซึ่งได้เสนอตัวลงสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อในสมัยหน้า โดยทั้งสองมีฐานเสียงจาก กลุ่มคนเสื้อแดงนครนายกที่สนับสนุนอย่างเหนียวแน่น ขณะที่ “ตระกูลอิสระเสนารักษ์” ได้รับการสนับสนุนจากพรรค ประชาธิปัตย์ มีเพียงนายชาญชัยที่มีประสบการณ์ทางการเมือง และมีความใกล้ชิดกับประชาชน ดังนั้นทิศทางในอนาคต จึงมีความเป็นไปได้ที่จะเหลือเพียงตระกูลเดียวในสนามแข่งขัน จังหวัดนครนายก 3. ข้อเสนอแนะ การศึกษาวิจัย “การเมืองถิ่นและนักการเมืองถิ่น จังหวัดนครนายก” เป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพการเมืองและ นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครนายก ทั้งนี้ ยังมีรายละเอียด อีกหลายอย่างที่สามารถแตกประเด็นในการศึกษาหรือต่อยอด ความรู้ เกี่ยวกับการเมืองและนักการเมืองถิ่นจังหวัดนครนายก ต่อไป สิ่งที่ผู้วิจัยค้นพบคือเรื่องราวของการบันทึกทาง ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการเมืองถิ่นและนักการเมืองถิ่น ยังไม่มี การจดบันทึกที่ชัดเจน เพราะหากจะนับจากจุดเริ่มต้นทาง ประวัติศาสตร์การเมืองของจังหวัดนครนายกที่การเลือกตั้ง สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรทว่ั ไปครง้ั แรก เมอ่ื วนั ท่ี 15 พฤศจกิ ายน พ.ศ.2476 กระทั่งการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วไป ครั้งที่ 24 ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ.2554 เป็นเวลา เกือบ 80 ปีของประวัติศาสตร์การเมืองไทย 208

สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ นับตั้งแต่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครนายก ตั้งแต่ปี 2475-2554 มีนักการเมืองถิ่นที่เป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจำนวน 13 คน และสมาชิกวุฒิสภา 2 คน รวม 15 คน นักการเมืองถิ่นในยุคแรกยังไม่ค่อยเป็นที่ประจักษ์ แก่ชาวนครนายกมากนัก เพราะชาวบ้านยังไม่เข้าใจบทบาท และหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำชุมชนว่าอย่างไร ก็จะว่าตามหรือเลือกตามผู้นำชุมชนนั่นเอง จนกระทั่งเป็นความ เคยชินสู่ยุคปัจจุบันที่มีเรื่องการซื้อเสียงเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน มีอิทธิพล บารมีเพิ่มมากขึ้น ถึงแม้ บทสัมภาษณ์นักการเมืองจะไม่มีผู้ใดตอบว่า ได้เป็น ส.ส. มาด้วยการใช้เงินซื้อเสียง ส่วนใหญ่จะกล่าวในแง่เชิงบวกให้แก่ ตนเองมากกว่า การจะศึกษาวิจัยพฤติกรรมนักการเมืองถิ่นให้ ได้ข้อมูลเชิงประจักษ์จะต้องมีการสำรวจความคิดเห็นของ ประชาชนที่มีต่อนักการเมืองถิ่นของตน ซึ่งในอนาคตควรจะ ต้องมีการศึกษาวิจัยในเชิงลึกเพิ่มเติมให้มากขึ้น เพื่อทำให้ การศึกษาการเมืองถิ่นจังหวัดนครนายกมีความสมบูรณ์ อันจะ เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการเมืองถิ่นจังหวัดนครนายก โดยเฉพาะ และการพัฒนาการเมืองไทยโดยรวมให้มีความ เจริญยิ่งขึ้นต่อไป ข้อเสนอแนะที่ดีนั้นสำหรับการศึกษาที่ครบถ้วนสมบูรณ์ หรือใกล้เคียงข้อเท็จจริงที่สุดชาวจังหวัดนครนายกเองควรเป็น ผู้เขียนประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าน่าจดจำสำหรับคนรุ่นต่อไป และข้อคิดที่ได้จากการศึกษาในครั้งนี้ หากสำรวจแล้ว นักการเมืองถิ่นหลายท่านมีบรรพบุรุษร่วมกันหรือมีสาแหรก มาจากบรรพบุรุษเดียวกัน ควรที่จะมาร่วมกันพัฒนาจังหวัด 209

นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครนายก ที่เป็นบ้านเกิดของตนให้เจริญก้าวหน้าอย่างแท้จริง แทนที่จะใช้ เป็นเพียงเวทีทางการเมือง เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงในนครนายก จึงอาจจะเกิดมีขึ้นมาได้อย่างแน่นอน 210

บรรณานุกรม ภาษาไทย โกสินทร์ วงศ์สุรวัฒน์ และ นรนิติ เศรษฐบุตร. (2521). พรรคการเมือง. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์. คณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว. (2544). วัฒนธรรมพัฒนาการ ทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดนครนายก. กรุงเทพฯ: กระทรวงมหาดไทย ; กระทรวงศึกษาธิการ. จักษ์ พันธ์ชูเพชร. (2549). การเมืองการปกครองไทยจากยุค สุโขทัยสู่สมัยทักษิณ. กรุงเทพฯ : มายด์ พับลิชชิง จำกัด. จุมพล หนิมพานิช. (2546). กลุ่มผลประโยชน์กับการเมืองไทย. รฐั สภาสาร, 51(9),25.

นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครนายก ชาติชาย เย็นบำรุง และ ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์. (2530). บันทึกการเมืองไทย=Profiles of Thai politics. กรุงเทพฯ : มูลนิธิเอเชีย. ชัยยนต์ ประดิษฐ์ศิลป์ และ โอฬาร ถิ่นบางเตียว. (2549). รายงานการวิจัยเรื่องบทบาททางการเมืองของ เจ้าพ่อท้องถิ่นในกระแสโลกาภิวัตน์ : กรณีศึกษา จังหวัดหน่ึงทางภาคตะวันออก. ชุดงานวิจัยภายใต้ โครงการเมธีวิจัยอาวุโส สกว. ศ.ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร เรื่อง โครงสร้างและพลวัตรของทุนไทยหลังวิกฤต เศรษฐกิจ. วันที่ 28-29 มิถุนายน 2549. ณรงค์ บุญสวยขวัญ. (2548). โครงการสำรวจเพ่ือประมวล ข้อมูลนักการเมืองถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช. นนทบุรี : สถาบันพระปกเกล้า. นคร พจนวรพงษ์ และ อุกฤษ พจนวรพงษ์. (2543). ข้อมูล ประวัติศาสตร์การเมืองไทย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ ์ ไทยวัฒนาพานิช จำกัด นครินทร์ เมฆไตรรัตน์. (2554). พรรคการเมืองกับการรณรงค์ ทางการเมือง. ใน ฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง. สถาบันพระปกเกล้า. นันทนา นันทวโรภาส. (2549). ชนะเลือกตั้งด้วยพลัง การตลาด. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ขอคิดด้วยฅน. 212

บรรณานุกรม นิยม รัฐอมฤต. (2550). สภาพปัจจุบัน ปัญหาและแนวโน้ม บริบทการเปล่ียนแปลงสังคมโลก และสังคมไทย ภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์. กรุงเทพฯ : สถาบันพระ ปกเกล้า. นิรันดร์ กุลฑานันท์. (2549).โครงการสำรวจเพื่อประมวล ข้อมูลนักการเมืองถ่ินจังหวัดบุรีรัมย์. นนทบุรี : สถาบันพระปกเกล้า. บวรศักดิ์ อุวรรณโณ. (2542). การสร้างธรรมาภิบาล (good governance) ในสังคมไทย. กรุงเทพฯ : วิญญูชน. บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ และคณะ. (มปป). ระบบพรรค การเมืองที่พึงปรารถนาของคนไทยในอีก 10 ปี ข้างหน้า. สงขลา: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. เว็บไซต์: vclass.mgt.psu.ac.th ปรีชา หงษไกรเลิศ. (2546). การพัฒนาระบบพรรคการเมือง เ พื่ อ ส ร้ า ง เ ส ถี ย ร ภ า พ ท า ง ก า ร เ มื อ ง ใ น ร ะ บ อ บ ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย . กรุงเทพฯ: วิทยาลัยป้องกัน ราชอาณาจักร. ปัทมา สูบกำปัง. (2552). ระบบอุปถัมภ์ในการเมืองไทย. ใน จดหมายข่าวสถาบันพระปกเกล้า, 10(6), 7. พฤทธิสาณ ชุมพล (2540). ระบบการเมือง: ความรู้เบื้องต้น, กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์ฯ. 213

นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครนายก ภาคภูมิ ฤกขะเมธ. (2552). โครงการสำรวจเพื่อประมวล ข้อมูลนักการเมืองถิ่นจังหวัดตาก. นนทบุรี: สถาบันพระปกเกล้า. รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ .(2544). การเมืองยุครัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540. ในเอกสารวิชาการ หมายเลข 601 โครงการเมธีวิจัยอาวุโส สกว. กรุงเทพฯ. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย. พ.ศ.2489 มาตรา 14. ราชกิจจานุเบกษา, รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พุทธ ศักราช 2540), เล่ม 114, ตอน 55ก, 11 ตุลาคม พ.ศ.2540, หน้า 19. ราชกิจจานุเบกษา, รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พุทธ ศักราช 2550), เล่ม 124, ตอน 47ก, 24 สิงหาคม พ.ศ.2550, หน้า 30. ราชกิจจานุเบกษา, รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไข เพิ่มเติม (ฉบับที่ 1).พ.ศ.2554 เล่ม 128, ตอน 13ก, 4 มีนาคม พ.ศ.2554, หน้า 1. รัตพงษ์ สอนสุภาพ. (2546). Thaksino’s Model: ปฏิรูป ความมั่งค่ังสู่ฐานอำนาจใหม่. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ ยู เอ็กเพรส. วิษณุ เครืองาม.(2530). กฎหมายรัฐธรรมนูญ. กรุงเทพฯ : แสวงสุทธิการพิมพ์. 214

บรรณานุกรม วิษณุ บุญมารัตน์. (2548). แนวคิดตลาดการเมือง : อาวุธ (ไม่) ลับของพรรคการเมือง.ใน กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 12 มกราคม พ.ศ.2548. วิทยา นภาศิริกุลกิจ และ สุรพล ราชมัณฑารักษ์. (2544). พรรคการเมืองและกลุ่มผลประโยชน์. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยรามคำแหง. ว ิ ส ุ ท ธ ิ ์ โ พ ธ ิ แ ท ่ น . ( 2 5 4 4 ) . ก า ร ด ำ เ นิ น กิ จ ก า ร ข อ ง พรรคการเมืองไทย. กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า. สมชายลีลาภัทร. (2552). การบริหารกองทุนว่าด้วยการ พัฒนาพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐศาสตร์), มหาวิทยาลัย รามคำแหง. สมบัติ ธำรงธัญวงศ์. (2548). การเมือง : แนวความคิดและ การพฒั นา. พิมพ์ครั้งที่ 15. กรุงเทพฯ: เสมาธรรม. สิริพรรณ นกสวน. (2550). พรรคการเมืองและระบบ พรรคการเมือง. ใน เอก ตั้งทรัพย์วัฒนา และ ม.ร.ว.พฤทธิสาน ชุมพล (บรรณาธิการ). คำและ ความคิดในรัฐศาสตร์ร่วมสมัย. กรุงเทพฯ : สำนัก พิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 215

นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครนายก สีดา สอนศรี. (2546). พรรคการเมืองในเอเชียตะวันออก เ ฉี ย ง ใ ต้ : ศึ ก ษ า เ ฉ พ า ะ ป ร ะ เ ท ศ อิ น โ ด นี เ ซี ย ฟิ ลิ ป ปี น ส์ ไ ท ย แ ล ะ ม า เ ล เ ซี ย . ก ร ุ ง เ ท พ ฯ : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันเอเชียตะวันออก ศึกษา. สุเชาวน์ มีหนองหว้า และ กิติรัตน์ สีหบัณฑ์. (2549). โครงการ สำรวจเพ่ือประมวลข้อมูลนักการเมืองถิ่น จังหวัด อบุ ลราชธาน.ี นนทบุรี : สถาบันพระปกเกล้า. เสถียร เชยประทับ. (2551). การส่ือสาร การเมือง และ ประชาธิปไตยในสังคมพัฒนาแล้ว. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์. (2540). ภาวะผู้นำ. ใน ทฤษฎีและ การปฏิบัติในการบริหารการศึกษาหน่วยที่ 5 (พิมพ์ ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. ศรุดา สมพอง. (2550). โครงการสำรวจเพ่ือประมวลข้อมูล นักการเมืองถิ่นจังหวัดฉะเชิงเทรา. นนทบุรี : สถาบันพระปกเกล้า. ภาษาองั กฤษ Almond, G.A. and Powell, G.B.,JR. (1966). Comparative Politics: A Development Approach. Boston : Little Brown. 216

บรรณานุกรม Cole, Neil Scott. (2002). The politics of party change in Britain : the transformation to New Labour. Dissertation Abstracts .Miami University.Online, 63, 02, 203a (AA 3043063). Accessed on March 29, 2011, from http://www.db.igroupnet.com/dao/detail.nsp Duverger, M. (1964). Political parties. (3rd ed.). New York: Distributed byHarper and Row. Easton, David. (1965). A Framework for Political Analysis. New Jersey : Prentice-Hall. Georges Balandier. (1970). Political Anthropology. Middlesex : Penguin, pp.50-51. La Palombara, J., & Weiner, M. (1966). Political parties and political development. Princeton, NJ: Princeton University Press. McNair, Brian. (1999). An Introduction to Political Communication. 2nd edition,New York: Routledge. Pye, Lucian W. (1966). Aspect of Political Development. Boston: Little Brown and Company. Trueman, David. (1955). The Government Process. New York : Alfred A.Knopf. Yukl, G. (1998). Leadership in organization (4 thed.). Engle Cliffs, NJ: Prentice-Hall. pp.175-203. 217

นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครนายก Yukl, G., & Falbe, C. M. (1991). The importance of different power sources in downward lateral relations. Journal of Applied Psychology, 76, pp.416-423. 218

ภาค ผนวก ภาคผนวก ก จราังยหชว่ือัดผนู้คใหร้สนัมาภยากษ ณ์นักการเมืองถ่ิน 1. พระครวู ิริยานุโยค(สมบัติ บุญประเสริฐ) เจ้าอาวาสวัดฝั่งคลอง สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2554 2. ภก. สุนทร กิตติสุนทโรภาส กรรมการส่งเสริมการเมืองภาคพลเมือง ประจำจังหวัดนครนายก สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2554 3. นายสมจิตร เสือหล้า ข้าราชการบำนาญและผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษานครนายก สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2554

นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครนายก 4. นายบรรจง มงคลยง รองผู้อำนวยการโรงเรียนปากพลีวิทยาคาร สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2554 5. ว่าที่ รต.ชยณัฐ ยอดมิ่ง สมาชิกสภาเทศบาลตำบลเกาะหวาย อ.ปากพลี สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2554 6. ส.ท.ณรงค์ชัย แสงทอง สมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ้านนา อำเภอบ้านนา สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2554 7. ป.นิคมกิจ สิทธิโสม ปลัดอำเภอบ้านนา สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2554 8. นายสละ ผลจันทร์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านนา สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2554 9. ป.อนงค์ อยู่ดี ปลัดอำเภอองครักษ์ สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2554 10. กำนันกวี ยามเย็น กำนันตำบลบางปลากด อำเภอองครักษ์ สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2554 220

ภาคผนวก 11. นางชูมาน ถิระกิจ บรรณารักษ์ ชำนาญการ 8 ฝ่ายส่งเสริมและพัฒนา สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2554 12. นส.แสงจันทร์ รัตกสิกร บุตรสาว พอ.พระยาวิเศษสิงหนาท (สาหร่าย รัตกสิกร) สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2554 13. ร.ต.ต.คนอง ชนะมาร สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลพิกุลออก สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2554 14. นายศุภชัย พานิชเกรียงไกร บุตรชาย อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดนครนายก นายวานิช พานิชเกรียงไกร สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2554 15. นายอนุรักษ์ รชนิรมณ์ บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ “เกียรติภมู ิ” สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2554 16. จ.อ.สุทธิพงศ์ บุญ-หลง หลานชาย อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดนครนายก นายเดช บุญ-หลง สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2554 221

นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครนายก 17. นายชูชาติ สีคร้าม อดีตผู้บริหารโรงเรียน อดีตผู้แทนข้าราชการครู อดีตเลขานุการคุรุสภา จังหวัดนครนายก บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ “เสียงชาวบ้าน” สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2554 18. นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครนายก สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2554 19. นายสิทธิชัย กิตติธเนศวร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครนายก สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2554 20. นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครนายก สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2554 222

ภาคผนวก ข ตารางรายช่ือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครนายก

นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครนายก 224 การเลอื กตง้ั ครงั้ ท ี่ วนั /เดอื น/ปที เ่ี ลอื กตง้ั ลำดบั /ชอื่ -สกลุ เขตท ่ี พรรคการเมอื งทสี่ งั กดั - - 1 15 พ.ย.2476 พระยาวิเศษสิงหนาท (สาหร่าย รัตกสิกร) - - 2 7 พ.ย. 2480 พระยาสัจจาภิรมย์อุดมราชภักดี - - (สรวง ศรีเพ็ญ) - - - - 3 12 พ.ย.2481 นายเย็น ศิริมหา - - 1 เสรีมนังคศิลา 4 6 ม.ค.2489 ไม่ปรากฏหลักฐาน 1 ชาติสังคม/สหภมู ิ 1 สหประชาไทย 5 29 ม.ค.2491 นายชิตร โปษยานนท์ 1 ธรรมสังคม 1 กิจสังคม 6 26 ก.พ.2495 นายทองพนู ทิมฉิม 1 เสรีธรรม/ชาติประชาธิปไตย 7 26 ก.พ.2500 ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม 8 15 ธ.ค.2500 นายดุสิต บุญธรรม 9 10 ก.พ.2512 พ.ต.ท.บุญเลิศ เลิศปรีชา 10 26 ม.ค.2518 พ.ต.ท.บุญเลิศ เลิศปรีชา 11 4 เม.ย.2519 พ.ต.ท.บุญเลิศ เลิศปรีชา 12 22 เม.ย.2522 นายวานิช พานิชเกรียงไกร

การเลอื กตง้ั ครงั้ ท ี่ วนั /เดอื น/ปที เ่ี ลอื กตง้ั ลำดบั /ชอื่ -สกลุ เขตท ี่ พรรคการเมอื งทส่ี งั กดั 1 กิจสังคม 13 18 เม.ย.2526 พ.ต.ท.บุญเลิศ เลิศปรีชา 1 รวมไทย 14 27 ก.ค.2529 นายวานิช พานิชเกรียงไกร 1 ประชาธิปัตย์ 15 24 ก.ค.2531 พ.ต.ท.บุญเลิศ เลิศปรีชา 1 ชาติไทย 16 22 มี.ค.2535 นายเดช บุญ-หลง 1 ชาติพัฒนา 17 13 ก.ย.2535 นายเดช บุญ-หลง 1 ชาติไทย 18 2 ก.ค.2538 นายเดช บุญ-หลง 1 ประชาธิปัตย์ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ 1 ชาติไทย 1 ประชาธิปัตย์ 19 17 พ.ย.2539 นายสิทธิชัย กิตติธเนศวร 1 ชาติไทย นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ 2 ชาติไทย 1 ไทยรักไทย 20 6 ม.ค.2544 นายสิทธิชัย กิตติธเนศวร 2 ไทยรักไทย นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร - ประชาธิปัตย์ 21 6 ก.พ.2548 นายสิทธิชัย กิตติธเนศวร นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ภาคผนวก 225

นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครนายก 226 การเลอื กตง้ั ครงั้ ท ี่ วนั /เดอื น/ปที เ่ี ลอื กตงั้ ลำดบั /ชอื่ -สกลุ เขตท ่ี พรรคการเมอื งทสี่ งั กดั 22 2 เม.ย.2549 นายสิทธิชัย กิตติธเนศวร 1 ไทยรักไทย นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร 2 ไทยรักไทย 1 พลังประชาชน 23 23 ธ.ค.2550 นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร 1 ประชาธิปัตย์ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ 1 ภมู ิใจไทย 24 3 ก.ค.2554 นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ที่มา : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2475-2535 สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และ เว็บไซต์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เว็บไซต์ : http://www.parliament.go.th/

ภาคผนวก ค ภาพนักการเมืองถ่ินจังหวัดนครนายก พ.ศ.2476-2554 พันเอกพระยาวิเศษสิงหนาท พระยาสัจจาภิรมย์ (สาหร่าย รัตกสิกร) (สรวง ศรีเพ็ญ)

นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครนายก นายเย็น ศิริมหา นายชิตร โปษยานนท์ นายทองพนู ทิมฉิม ท่านผู้หญิงละเอียดพิบูลสงคราม นายดุสิต บุญธรรม พ.ต.ท.บุญเลิศ เลิศปรีชา 228

ภาคผนวก นายวานิช พานิชเกรียงไกร ศาสตราจารย์พิเศษเดช บุญ-หลง นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นายสิทธิชัย กิตติธเนศวร นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร 229

นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครนายก ประวัติผู้วิจัย นางสาววรอนงค์ โกวิทเสถียรชัย Email [email protected] ปัจจุบันอาศัยในพื้นที่จังหวัด จ.พระนครศรีอยุธยา โทรศัพท์ 08-1488-4063 โทรสาร 035-245-400 มือถือ 08-1488-4063 สาขาวิชาท่ีมคี วามชำนาญ ทฤษฎีองค์การ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ตำแหน่งปจั จุบนั อาจารย์ ประวตั กิ ารศกึ ษา ปริญญาตรี บริหารธุรกิจบัณฑิต (วิชาเอกการตลาด) มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปริญญาโท อักษรศาสตรมหาบัณฑิต (วิชาเอกศาสนาเปรียบเทียบ) มหาวิทยาลัยมหิดล ปริญญาเอก ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (วิชาเอกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) Jawaharlal Nehru อบรม Advanced Seminar on Southeast Asian Studies: Focus on Thailand 2-6 August 2010, Thammasat University, Faculty of Liberal Arts, Ta Prachan,Bangkok. 230

ภาคผนวก ประสบการณ์การทำงาน พ.ศ. 2552 - ปัจจุบัน อาจารย์ประจำสาขาวิชา รัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ประสบการณด์ า้ นการสอน 1. วิชาการเมืองการปกครองของไทย 2. วิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 3. วิชาการบริหารงานคลังและงบประมาณ 4. วิชาทฤษฎีองค์การ 5. วิชาเศรษฐกิจชุมชน ผลงานด้านวชิ าการ 1. บทความเรื่องธุรกิจระหว่างประเทศกับมาตรการทางการค้า, อยุธยาเมืองสร้างสรรค์กับประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ, วาทกรรม ว่าด้วยเศรษฐศาสตร์การเมืองพระนครศรีอยุธยา, ตลาดอินเดีย ทางเลือกใหม่ SMEs 2. บทความวิจัยเรื่องการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการ การท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ บ้านสาไร 3. บทความวิจัยเรื่องการริเริ่มระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก สู่ตะวันตกกับประเทศไทย ค.ศ.1995-2005 4. บทความวิชาการเรื่องประชาคมอาเซียนกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 5. บทความวิชาการเรื่องการตลาดระหว่างประเทศกับประชาคม อาเซียน 6. บทความวิชาการเรื่องพระนครศรีอยุธยาผจญมหาอุทกภัย 7. วิทยานิพนธ์เรื่อง * East- West Economic Corridor Initiative And Thailand, 1995- 2005. * Thailand And Asean Regional Forum (Arf) : A Study Of Challenging Issue 231

นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครนายก * Ideal Human Being : A Comparative Study In Saddharma- pundarika Sutra And The Republic Of Plato งานวิจยั เรือ่ ง * การมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการการท่องเที่ยวแบบ โฮมสเตย์ บ้านสาไร พระนครศรีอยุธยา ปี 2553 * ความหวัง ศักยภาพ และอนาคตของธรรมาภิบาลอิเล็กทรอนิกส์ ในประเทศอินเดียและประเทศไทย ภายใต้บริบทของโลกาภิวัตน์ ปี 2554 * Changing Identity : Social, Historical and Cultural Contexts In Taiwan ปี 2554 รางวัล/ประกาศเกียรติคุณ/ทนุ การศึกษา 2539-2540 ทุนเรียนดีระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหิดล 2540 ทุนสนับสนุนการทำวิทยานิพนธ์บางส่วน มหาวิทยาลัยมหิดล 2546-2551 ทุนรัฐบาลอินเดีย (Indian Council for Cultural Relations : ICCR Scholarship) 2555 ทุนรัฐบาลไต้หวัน (Taiwan Fellowship Program 2011) 232