นักการเมืองถ่ินจังหวัดชุมพร สภาผู้แทนราษฎรออกไป อีกคราวละไม่เกิน 2 ปี ตาม รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร พุทธศักราช 2485 มาตรา 18 ดังนั้นสมาชิกภาพของ สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้จึงอยู่ในวาระนานกว่า 4 ปี และได้สิ้นสุด ลง โดยพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2488 เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎร ไม่เห็นชอบด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติอาชญากรสงคราม ตามที่รัฐบาลเสนอ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 4 (6 มกราคม พ.ศ. 2489) การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน ครั้งที่ 4 มีขึ้นเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2489 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดนี้ มีจำนวน 96 คน เป็นการเลือกตั้งทางตรง แบบแบ่งเขต แต่ละเขตมีผู้แทน ราษฎรได้หนึ่งคน ถือจำนวนราษฎรสองแสนคนต่อผู้แทน ราษฎรหนึ่งคน อยู่ในวาระ 4 ปี สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ จังหวัดชุมพรมีสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร จำนวน 1 คน คือ นายประมวล กุลมาตย์ได้รับ การเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของจังหวัดชุมพร (สมัยแรก) มี พ.ต.ควง อภัยวงศ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี (เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมัยแรก) เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2489 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ สิ้นสุดลงเมื่อเกิดการ รัฐประหาร โดยพลโทผิน ชุณหะวัณ ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2490 ซึ่งถือเป็นการรัฐประหารครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการ ยึดอำนาจแล้วมีการยกเลิกการบังคับใช้รัฐธรรมนูญเป็นผลให้ สมาชิกรัฐสภาสิ้นสุดลง 82
รายงานผลการศึกษา การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 5 (29 มกราคม พ.ศ. 2491) ในวนั ท่ี 9 พฤศจกิ ายน 2490 มกี ารประกาศใชร้ ฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 รัฐธรรมนูญฉบับนี้บัญญัติให้รัฐสภา ประกอบด้วยวุฒิสภา และ สภาผู้แทน โดยกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนขึ้น เมอ่ื วนั ท่ี 29 มกราคม 2491 เปน็ การเลอื กตง้ั ทางตรง แบบรวมเขต ถือเกณฑ์ราษฎรสองแสนคนต่อสมาชิกสภาผู้แทนหนึ่งคน แต่ถ้าจังหวัดใดมีจำนวนราษฎรเกินสองแสนก็ให้มีสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดนั้นเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนต่อจำนวน ราษฎรทุกสองแสนคนเศษของสองแสนห้าถึงหนึ่งแสนกว่านั้น ให้นับเป็นสองแสน การเลือกตั้งครั้งนี้มีสมาชิกสภาผู้แทน ทั้งหมด 99 คน อยู่ในวาระ 4 ปี สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ จังหวัดชุมพรมีสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร จำนวน 1 คน คือ พลเรือโท หลวงสุนาวินวิวัฒ (พิศาล สุนาวินวิวัฒน์) ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทน ของจังหวัดชุมพร (เป็นสมาชิกสภาผู้แทน สมัยแรก) มี พ.ต.ควง อภัยวงศ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนชุดนี้ สิ้นสุดลงเมื่อเกิดการรัฐประหาร โดยพลเอกผิน ชุณหะวัณ ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2494 การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งท่ี 6 (26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2495) การยึดอำนาจการปกครองเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2494 คณะบริหารประเทศชั่วคราว ได้นำรัฐธรรมนูญแห่ง 83
นักการเมืองถ่ินจังหวัดชุมพร ราชอาณาจักรไทย ฉบับลงวันที่ 10 ธันวาคม พุทธศักราช 2475 พร้อมทั้งรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมว่าด้วยนามประเทศ พุทธศักราช 2482 และรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมว่าด้วย บทเฉพาะกาล พุทธศักราช 2483 มาบังคับใช้ใหม่ เป็นเหตุให้ รัฐสภาไทยกลับไปสู่สภาเดี่ยวมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2 ประเภท คือ สมาชิกประเภทที่ 1 และสมาชิกประเภทที่ 2 ดังนั้น ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2495 จึงมีการเลือกตั้งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ประเภทที่ 1 เป็นการเลือกตั้งทางตรง แบบ รวมเขต ถือเกณฑ์ราษฎรหนึ่งแสนห้าหมื่นคนต่อผู้แทนราษฎร หนึ่งคน และเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนต่อจำนวนราษฎรทุกหนึ่งแสน ห้าหมื่นคนเศษของหนึ่งแสนห้าหมื่น ถ้าถึงเจ็ดหมื่นห้าพัน หรือ กว่านั้นให้นับเป็นหนึ่งแสนห้าหมื่น คือ มีสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรเพิ่มได้อีกหนึ่งคนการเลือกตั้งครั้งนี้ได้สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร จำนวน 123 คน อยู่ในวาระ 5 ปี สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ จังหวัดชุมพรมีสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร จำนวน 1 คน คือ พลเรือโท หลวงสุนาวินวิวัฒ (พิศาล สุนาวินวิวัฒน์) ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ของจังหวัดชุมพร (เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมัยที่ 2) มีจอมพล ป. พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็น สมัยที่ 7 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2500 เนื่องจากถึงคราวออกตามวาระที่กำหนดไว้ใน รัฐธรรมนูญ 84
รายงานผลการศึกษา การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คร้ังที่ 7 (26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500) วันที่ 10 กันยายน 2498 จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้เสนอร่าง พ.ร.บ. พรรคการเมือง ต่อสภา โดย ให้เหตุผลว่า ระบอบประชาธิปไตยได้ดำเนินมากกว่ายี่สิบปีแล้ว ควรแก่เวลาที่จะให้มีการก่อตั้งพรรคการเมืองขึ้น สภาเห็นชอบ ด้วยและลงมติ ประกาศใช้เป็นกฎหมาย เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2498 แต่นั้นมา ได้มีการ จัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นหลายพรรค ทำให้การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2500 มีผู้สมัคร รับเลือกตั้งส่วนใหญ่สังกัดพรรคการเมือง การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการเลือกตั้งทางตรงแบบรวมเขต ถือเกณฑ์ราษฎรหนึ่งแสน ห้าหมื่นคนต่อผู้แทนราษฎรหนึ่งคน ได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 160 คน อยู่ในวาระ 5 ปี สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ จังหวัดชุมพรมีสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร จำนวน 1 คน คือ นายศิรินทร์ รักศรีวงศ์ สังกัด พรรคประชาธิปัตย์ ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของจังหวัดชุมพร(เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมัยแรก) การเลือกตั้งในครั้งนี้ได้ชื่อว่า “เป็นการเลือกตั้งที่สกปรก” ผู้ดำเนินการเลือกตั้งไม่สุจริต มีการโกงการเลือกตั้งให้แก่ ผู้สมัครรับเลือกตั้งพรรคเสรีมนังคศิลา ซึ่งมีจอมพล ป. พบิ ลู สงคราม เปน็ หวั หนา้ พรรคและดำรงตำแหนง่ นายกรฐั มนตรี เปน็ สมยั ท่ี 8 เมอ่ื วนั ท่ี 21 มนี าคม พ.ศ. 2500 ถงึ วนั ท่ี 16 กนั ยายน พ.ศ. 2500 และนายพจน์ สารสินดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2500 ถึงวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 85
นักการเมืองถิ่นจังหวัดชุมพร 2501 สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้สิ้นสุดลง โดย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เข้ายึดอำนาจการปกครอง ประเทศ เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ.2500 การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 8 (15 ธันวาคม พ.ศ. 2500) ภายหลังจาก จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เข้ายึดอำนาจ การปกครองประเทศ เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2500 ส่งผลให้มี การประกาศกฎอัยการศึกยุบสภาผู้แทนราษฎร ทำให้สภา ผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง และในวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2500 ได้มีพระบรมราชโองการ เรื่อง การใช้รัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2495 ต่อไป กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรประเภทที่ 1 ในวันที่ 15 ธันวาคม 2500 มีการ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประเภทที่ 1 จำนวน 160 คน เป็นการเลือกตั้งทางตรงแบบรวมเขต ถือเกณฑ์ราษฎรหนึ่งแสน หน้าหมื่นคนต่อผู้แทนราษฎรหนึ่งคน มีวาระการดำรงตำแหน่ง คราวละห้าปี สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ จังหวัดชุมพรมีสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร จำนวน 1 คน คือ นายศิรินทร์ รักศรีวงศ์ สังกัด พรรคประชาธิปัตย์ ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของจังหวัดชุมพร (เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมัยที่ 2) สภา ชุดนี้มีพลโทถนอม กิตติขจร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2501 สมาชิกภาพของสภาผู้แทนราษฎร 86
รายงานผลการศึกษา ชุดนี้สิ้นสุดลงโดยคณะปฏิวัติประกาศยึดอำนาจการปกครอง ประเทศ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2501 การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คร้ังที่ 9 (10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512) การยึดอำนาจการปกครองภายใต้การนำโดยจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2501 ได้มีการ ประกาศกฎอัยการศึกยุบสภาผู้แทนราษฎรและคณะรัฐมนตรี และมกี ารยกเลกิ รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2495 โดยมีการประกาศใช้ รฐั ธรรมนญู การปกครองราชอาณาจกั ร พทุ ธศกั ราช 2402 บังคับ ใช้แทนเป็นการชั่วคราว และให้มีรัฐธรรมนูญใหม่โดยใช้เวลาใน การร่างถึง 9 ปี จึงแล้วเสร็จและได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2511 บัญญัติให้มีสองสภา คือ วุฒิสภาและสภาผู้แทน ประกอบเป็นรัฐสภา สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรชุดนี้ ได้รับการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2512 มีจำนวน 219 คน อยู่ในวาระ 4 ปี เป็นการเลือกตั้งทาง ตรง แบบรวมเขต ถือเกณฑ์ราษฎรหนึ่งแสนห้าหมื่นคนต่อ ผู้แทนราษฎรหนึ่งคน มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ จังหวัดชุมพรมีสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร จำนวน 1 คน คือ นายประมวล กุลมาตย์ สังกัด พรรคสหประชาไทย ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของจังหวัดชุมพร (เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมัยที่ 2) สภาชุดนี้มีพลโทถนอม กิตติขจร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นสมัยที่ 3 เมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2512 สภาชุดนี้สิ้นสุดลง 87
นักการเมืองถิ่นจังหวัดชุมพร เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2514 เนื่องจากคณะปฏิวัตินำโดย พลโทถนอม กิตติขจร ซึ่งเป็นการปฏิวัติตนเอง ได้ประกาศ ยดึ อำนาจการปกครองแผน่ ดนิ และใหว้ ฒุ สิ ภา สภาผแู้ ทนราษฎร คณะรัฐมนตรี สิ้นสุดลงพร้อมรัฐธรรมนูญ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรชุดนี้จึงสิ้นสุดสมาชิกภาพ การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 10 (26 มกราคม พ.ศ. 2518) จากการที่จอมพลถนอม กิตติขจรได้กระทำรัฐประหาร ตนเองในวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2514 ได้มีการประกาศ ยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2511 และให้คณะรัฐมนตรี วุฒิสภา สภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง และ ให้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2515 มาบังคับใช้แทนเป็นการชั่วคราว ให้มีการร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้น และในช่วงนั้นได้มีกลุ่มนักศึกษาและ ประชาชนต้องการให้มีการร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จโดยเร็ว จึงเกิดเหตุการณ์เดินขบวนเรียกร้องให้มีรัฐธรรมนูญ เหตุการณ์ ได้ทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างไปทั่วประเทศ เหตุการณ์ได้ ยุติลง และมีการดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นเป็น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2517 และมีการ ประกาศใช้เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ.2517 รัฐธรรมนูญฉบับนี้ กำหนดให้รัฐสภามีสองสภา คือวุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดนี้ มีขึ้นเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2518 เป็นการเลือกตั้งทางตรงแบบผสมระหว่าง แบ่งเขตกับรวมเขต ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง ในแต่ละเขต 88
รายงานผลการศึกษา เลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่เกิน 3 คน และไม่น้อย กว่า 2 คน ถือเกณฑ์ราษฎรหนึ่งแสนห้าหมื่นคน ต่อผู้แทน ราษฎรหนึ่งคน ได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 269 คน อยู่ในวาระ 4 ปี สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ จังหวัดชุมพรมีสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร จำนวน 2 คน คือ นายประมวล กุลมาตย์ สังกัด พรรคธรรมสังคม (เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมัยที่ 3) และ นายณรงค์ บุษยวิทย์ สังกัดพรรคชาติไทย ได้รับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของจังหวัดชุมพร สภาชุดนี้ มี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมทย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดำรง ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 ถึง 14 มีนาคม พ.ศ. 2518 และ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมทย์ ดำรง ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2518 ถึง 20 เมษายน พ.ศ. 2518 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้สิ้นสุดลง โดยพระราช กฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2519 เนื่องจากกลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะสนับสนุนญัตติ ขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรี การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 11 (4 เมษายน พ.ศ. 2519) การยุบสภาผู้แทนราษฎรในวันที่12 มกราคม พ.ศ. 2519 ซึ่งมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาล ทำให้เกิด อุปสรรคในการบริหารราชการแผ่นดิน และกระทบกระเทือนต่อ 89
นักการเมืองถ่ินจังหวัดชุมพร เสถียรภาพของรัฐบาลหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมทย์ จึงตัดสินใจยุบสภา และได้จัดให้มีการเลือกตั้งขึ้นในวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2519 ได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากการ เลือกตั้งทั่วไป จำนวน 279 คน เป็นการเลือกตั้งทางตรง แบบผสม ระหว่างรวมเขตกับแบ่งเขต ถือเกณฑ์ราษฎร หนึ่งแสนห้าหมื่นคนต่อผู้แทนราษฎรหนึ่งคน เช่นเดียวกับการ เลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2518 อยู่ในมีวาระการดำรง ตำแหน่งคราวละ 4 ปี สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ จังหวัดชุมพรมีสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร จำนวน 2 คน คือ นายประมวล กุลมาตย์ สังกัด พรรคกิจสังคม (เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมัยที่ 4) และ นายพินัย รุโจปการ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของจังหวัดชุมพร สภาชุดนี้มี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมทย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดำรง ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นสมัยที่ 3 เมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2519 สภาชุดนี้สิ้นสุดลงโดยคณะปฏิรูปการปกครอง แผ่นดิน ประกาศยึดอำนาจการปกครอง นำโดยพลเรือเอกสงัด ชลออยู่ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งท่ี 12 (22 เมษายน พ.ศ. 2522) การยึดอำนาจการปกครองประเทศภายใต้การนำโดย พลเรือเอกสงัด ชลออยู่ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 มีการ ประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2517 และให้วุฒิสภา สภาผู้แทนราษฎร คณะรัฐมนตรีสิ้นสุดลง 90
รายงานผลการศึกษา ได้มกี ารประกาศรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช 2521 กำหนดให้รัฐสภามีสองสภา คือ วุฒิสภา และสภาผู้แทน ราษฎร การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดนี้ มีขึ้นเมื่อ วันที่ 22 เมษายน พ.ศ.2522 เป็นการเลือกตั้งทางตรง แบบผสม ทั้งรวมเขตและแบ่งเขต เขตเลือกตั้งหนึ่งมีสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ไม่เกิน 3 คน และไม่น้อยกว่า 2 คน ถือเกณฑ์ราษฎร หนึ่งแสนห้าหมื่นคนต่อผู้แทนราษฎรหนึ่งคน ได้สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร จำนวน 301 คน มีวาระการดำรงตำแหน่ง คราวละ 4 ปี สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ จังหวัดชุมพรมีสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร จำนวน 2 คน คือ นายประมวล กุลมาตย์ ไม่สังกัดพรรค (เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมัยที่ 5 ) และ นายธีรพันธ์ เพ็ชร์สุวรรณ สังกัดพรรคกิจสังคม ได้รับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของจังหวัดชุมพร สภาชุดนี้มี พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ระหวา่ งวนั ท่ี 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2522 ถงึ 3 มนี าคม พ.ศ. 2523 และพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2523 ถึง 30 เมษายน พ.ศ. 2526 สภาชุดนี้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2526 เนื่องจาก การขอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปลี่ยนแปลงวิธีการเลือกตั้งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร นั้นอาจนำไปสู่ปัญหาความขัดแย้งทาง การเมืองในระบอบประชาธิปไตย 91
นักการเมืองถิ่นจังหวัดชุมพร การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งท่ี 13 (18 เมษายน พ.ศ. 2526) การเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 13 เกิดขึ้นเนื่องมาจาก พลเอก เปรม ตณิ สลู านนท์ นายกรฐั มนตรี ประกาศยบุ สภาผแู้ ทนราษฎร ในวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2526 ซึ่งมีสาเหตุมาจากรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2521 ที่บังคับใช้อยู่ขณะนั้น บัญญัติไว้ให้มีการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรแบบรวมเขตและ ให้เลือกเป็นพรรคการเมือง โดยให้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งเพียง เขตเดียว และให้ผู้สมัครสังกัดพรรคการเมือง เวลาสมัครให้มี หมายเลขเดียวกันทั้งพรรค ประชาชนเลือกพรรคใดก็จะได้ สมาชิกพรรคนั้นไปทั้งหมด หรือที่เรียกว่ารวมเขตเบอร์เดียว แต่ บทเฉพาะกาลให้มีการเลือกตั้งแบบผสมระหว่างรวมเขตและ แบ่งเขต ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่ม เติมในเรื่องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยต้องการให้ขยายเวลาการ ใช้ออกไปอีก 4 ปี ที่ประชุมรัฐสภาไม่ผ่านความเห็นชอบร่าง รฐั ธรรมนญู แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ พลเอกเปรม ตณิ สลู านนท์ นายกรฐั มนตรี เห็นว่าถ้าปล่อยให้มีการเลือกตั้งแบบรวมเขตเบอร์เดียว อาจนำ ไปสู่ความขัดแย้งและความรุนแรงทางการเมืองได้ จึงตัดสินใจ ยุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ขึ้นใหม่ในวันที่ 18 เมษายน พ.ศ.2526 การเลือกตั้งใน ครงั้ นีเ้ ป็นการเลือกตัง้ ทางตรง แบบผสม ทง้ั รวมเขตและแบง่ เขต เขตเลือกตั้งหนึ่งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่เกิน 3 คน มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี 92
รายงานผลการศึกษา สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ จังหวัดชุมพรมีสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร จำนวน 2 คน คือ นายธีรพันธ์ เพ็ชร์สุวรรณ สังกัดพรรคกิจสังคม และนายแพทย์พินัย รุโจปการ สังกัด พรรคชาติประชาธิปไตย ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ของจังหวัดชุมพร (เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมัยที่ 2) มีพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2526 ถึง 5 สิงหาคม พ.ศ. 2529 สภาชุดนี้สิ้นสุดลงโดยการยุบสภาเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2529 การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คร้ังท่ี 14 (27 กรกฎาคม พ.ศ. 2529) การเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 14 มีสาเหตุมาจากการที่พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีได้ประกาศยุบสภาเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2529 เนอ่ื งจากความแตกแยกของคณะรฐั มนตรี ในการออกพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติขนส่ง ทางบก พ.ศ. 2522 มาบังคับใช้เพื่อปรับเปลี่ยนอัตราภาษี รถยนต์ใหม่ เมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ.2529 ความแตกแยก ทางการเมืองที่เกิดขึ้นกลายเป็นปัญหาอุปสรรคต่อการบริหาร ราชการแผ่นดิน พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี จึงตัดสินใจยุบสภา และจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรขึ้นใหม่ในวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2529 เป็นการเลือกตั้ง ทั่วประเทศ ได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 347 คน เป็นการเลือกตั้งทางตรง แบบแบ่งเขตกับรวมเขต ถือเขตจังหวัด เป็นเขตเลือกตั้ง ในแต่ละเขตเลือกตั้ง มีสมาชิกสภาผู้แทน 93
นักการเมืองถิ่นจังหวัดชุมพร ราษฎรไม่เกิน 3 คน และไม่น้อยกว่า 2 คน ถือเกณฑ์ราษฎร หนึ่งแสนห้าหมื่นคนต่อผู้แทนราษฎรหนึ่งคน มีวาระการดำรง ตำแหน่งคราวละ 4 ปี สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ จังหวัดชุมพรมีสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร จำนวน 2 คน คือ นายจัตุรนต์ คชสีห์ และ นายสุชาติ แก้วนาโพธิ์ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของจังหวัดชุมพร มีพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี (สมัยที่3) ระหว่าง วันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2529 ถึงวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2531 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ สิ้นสุดลงโดยพระราชกฤษฎีกา ยุบสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2531 เนื่องจาก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคร่วมรัฐบาล ส่วนหนึ่งคัดค้าน ร่างพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ที่รัฐบาลเป็นผู้เสนอ การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 15 (24 กรกฎาคม พ.ศ. 2531) การเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 15 มีขึ้นจากการตัดสินใจ ยบุ สภาผแู้ ทนราษฎร ของพลเอกเปรม ตณิ สลู านนท์ เนอ่ื งมาจาก สมาชิกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคร่วมรัฐบาล ส่วนหนึ่ง คัดค้านร่าง พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ที่รัฐบาลเป็นผู้เสนอ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี จึงตัดสินใจยุบสภา ผู้แทนราษฎรในวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2531 และได้จัดให้มีการ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นใหม่ในวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ.2531 มีการเลือกตั้งทั่วประเทศ ได้สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร จำนวน 357 คน เป็นการเลือกตั้งทางตรง แบบแบ่งเขต 94
รายงานผลการศึกษา กับรวมเขต ถือเกณฑ์ราษฎรหนึ่งแสนห้าหมื่นคนต่อผู้แทน ราษฎรหนึ่งคน ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง ในแต่ละเขต เลือกตั้ง มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่เกิน 3 คน เช่นเดียวกับ การเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2529 มีวาระการ ดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ จังหวัดชุมพรมีสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร จำนวน 2 คน คือ นายจัตุรนต์ คชสีห์ สังกัดพรรค ชาติไทย (เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมัยที่ 2) และนาย ธีรพันธ์ เพ็ชร์สุวรรณ สังกัดพรรคเอกภาพ (เป็นสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร สมัยที่ 3) มีพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ดำรง ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2531 ถึง วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ สิ้นสุดลงโดยการยึดอำนาจการปกครองแผ่นดิน ของคณะรักษา ความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 เป็นผลให้สมาชิกภาพของผู้แทนราษฎรชุดนี้สิ้นสุดลง การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คร้ังที่ 16 (22 มีนาคม พ.ศ. 2535) การเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 16 มีขึ้นสืบเนื่องจากเหตุการณ์ ยึดอำนาจการปกครองแผ่นดิน ของคณะรักษาความสงบ เรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 ภายใตก้ ารนำของพลเอกสนุ ทร คงสมพงษ์ ในวนั ท่ี 23 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2534 โดยยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช 2534 และใหว้ ฒุ สิ ภา สภาผแู้ ทนราษฎร คณะรฐั มนตรี สิ้นสุดลง ต่อมามีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร 95
นักการเมืองถ่ินจังหวัดชุมพร ไทย พุทธศักราช 2534 มาใช้บังคับชั่วคราว ซึ่งได้กำหนดให้มี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เมื่อร่าง รัฐธรรมนูญแล้วเสร็จและได้ประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญแห่งราช อาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534 เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2534 จึงจัดให้มีการเลือกตั้งขึ้นใหม่ในวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2535 เป็นการเลือกตั้งทั่วประเทศ ได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 360 คน เป็นการเลือกตั้งทางตรง แบบผสมระหว่างรวม เขตกับแบ่งเขต ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งหนึ่ง มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่เกิน 3 คน และไม่น้อยกว่า 2 คน ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534 (ฉบับที่ 15) ได้บัญญัติให้มีสองสภา คือ วุฒิสภา และสภา ผู้แทนราษฎร โดยกำหนดให้วุฒิสภา มีจำนวน 270 คน และ สภาผู้แทนราษฎร มีสมาชิกจำนวน 360 คน ผู้สมัครสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกคนต้องสมัครในนามพรรคการเมือง มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ จังหวัดชุมพรมีสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร จำนวน 3 คน คือ นายสุชาติ แก้วนาโพธิ์ (เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมัยที่ 2) และนายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และนายวีรเทพ สุวรรณสว่าง สังกัด พรรคความหวังใหม่ ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของจังหวัดชุมพร และมี พลเอกสุจินดา คราประยูร ดำรง ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยไม่ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้สิ้นสุดลงโดยพระราชกฤษฎีกา ยุบสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2535 เนื่องจากเกิดวิกฤติการณ์ทางการเมืองช่วงเดือนพฤษภาคม 96
รายงานผลการศึกษา 2535 ซึ่งเกิดความขัดแย้งทางการเมืองและการไม่ยอมรับใน รัฐบาลและรัฐสภา การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งท่ี 17 (13 กันยายน พ.ศ. 2535) การเลอื กตง้ั ท่ัวไปครัง้ ท่ี 17 มีผลมาจากพระราชกฤษฎีกา ยุบสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2535 เนื่องจากเกิดวิกฤติการณ์ทางการเมืองช่วงเดือนพฤษภาคม 2535 ซึ่งเกิดความขัดแย้งทางการเมืองและการไม่ยอมรับใน รัฐบาลและรัฐสภา และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่มีขึ้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2535 ซึ่งการเลือกตั้งในครั้งนั้น พรรคสามัคคีธรรมได้รับคะแนนเสียงมากที่สุด และได้เป็นแกน นำในการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคชาติไทย พรรคชาติพัฒนา พรรคเสรีธรรม พรรคประชากรไทย พรรคร่วมรัฐบาลสนับสนุน ให้ พลเอกสุจินดา คราประยูร รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบ เรียบร้อยแห่งชาติ เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่พลเอก สุจินดา คราประยูร ไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชน โดยถูก มองวา่ เปน็ การสบื ทอดอำนาจของคณะรกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ย แห่งชาติ และการเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไม่มีความ สง่างามเพราะไม่ได้มาจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงเกิดกระแสต่อต้านอย่างรุนแรง จนนำไปสู่เหตุการณ์ความ ไม่สงบในเดือนพฤษภาคม ในปีเดียวกัน นำโดย พลตรี จำลอง ศรีเมือง เป็นแกนนำ และกลุ่มนักศึกษา ประชาชนที่ต่อต้านการ ยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ในที่สุด พลเอกสุจินดา คราประยูรต้องลาออกจากตำแหน่ง และได้มี 97
นักการเมืองถิ่นจังหวัดชุมพร พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อประเทศเข้าสู่สภาวะปกติ นายอานันท ์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรี จึงได้ประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2535 และจัดให้มีการเลือกตั้ง สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรขน้ึ ใหมใ่ นวนั ท่ี 13 กนั ยายน พ.ศ. 2535 เป็นการเลือกตั้งทางตรง แบบแบ่งเขตกับรวมเขต เช่นเดียวกับ การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2535 การเลือกตั้ง ในครั้งนี้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 360 คน มีวาระ การดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ จังหวัดชุมพรมีสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร จำนวน 3 คน คือ นายสุวโรช พะลัง นายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย (เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมัยที่ 2) และนาย สุชาติ แก้วนาโพธิ์ (เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมัยที่ 3) ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของจังหวัดชุมพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดเป็นของพรรคประชาธิปัตย์ และมีนายชวน หลีกภัย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ระหว่าง วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2535 ถึงวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ สิ้นสุดลงโดยพระราชกฤษฎีกา ยุบสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 เนื่องจากรัฐบาลในขณะนั้นประกอบไปด้วยพรรคการเมือง หลายพรรค ทำให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพ และพรรคฝ่ายค้านได้ เสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลต่อกรณีเอกสารสิทธิ สป.ก.4-01 หลังการอภิปรายพรรคพลังธรรมซึ่งเป็นพรรค ร่วมรัฐบาลได้ประกาศถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ส่งผลให้รัฐบาลมีเสียงน้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภา 98
รายงานผลการศึกษา ผู้แทนราษฎร นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีจึงตัดสินใจ ยุบสภา การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คร้ังท่ี 18 (13 กรกฎาคม พ.ศ. 2538) การเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 18 เกิดขึ้นจากการตัดสินใจ ประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรของนายชวน หลีกภัย เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 และจัดให้มีการเลือกตั้งขึ้นใหม่ ในวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการ เลือกตั้งทางตรงแบบผสมระหว่างรวมเขตและแบ่งเขต เป็น ระบบและวิธีเดียวกันกับการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ผ่านมา แต่ใช้ เกณฑ์ราษฎรหนึ่งแสนห้าหมื่นคนต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 1 คน สภาชุดนี้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ 391 คน มีวาระ การดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี การเลือกตั้งในครั้งนี้ ผู้ที่มีอายุ ไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 1 มกราคม ของปีที่มีการเลือก ตั้งมีสิทธิเลือกตั้งได้เป็นครั้งแรก ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรทุกคนต้องสังกัดพรรคการเมือง และพรรคการเมือง ต้องส่งสมาชิกรับเลือกตั้งไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ จังหวัดชุมพรมีสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร จำนวน 3 คน คือ นายสุวโรช พะลัง (เป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรสมัยที่ 2) นายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย (เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมัยที่ 3) และนายสุชาติ แก้วนาโพธิ์ (เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมัยที่ 4) ได้รับเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของจังหวัดชุมพร สมาชิกสภาผู้แทน 99
นักการเมืองถ่ินจังหวัดชุมพร ราษฎรทั้ง 3 คนเป็นของพรรคประชาธิปัตย์ และมีนายบรรหาร ศิลปอาชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 ถึง 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2539 สภาชุดสิ้นสุดลง เนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2539 ซึ่งเกิดความขัดแย้งทางการเมืองของพรรค ร่วมรัฐบาล ที่นายกรัฐมนตรีถูกฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ และเมื่อผ่านการลงมติ นายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรี จึงได้ประกาศยุบสภา การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งท่ี 19 (17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539) หลังจาก นายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศยุบสภา เมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2539 เนื่องมา จากกรณีการเกิดความขัดแย้งทางการเมืองของพรรคร่วม รัฐบาล ขณะที่นายกรัฐมนตรี ถูกฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรคจึงได้ขอให้ นายบรรหาร ศิลปอาชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จนในที่สุดก็ได้ตัดสินใจ ยุบสภาแทนการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จึงต้องจัด ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นใหม่ ในวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 การเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นการเลือกตั้ง ทางตรงแบบผสมระหว่างรวมเขตและแบ่งเขตโดยใช้เกณฑ์ ราษฎรหนึ่งแสนห้าหมื่นคนต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 1 คน และสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้มีสมาชิกได้ 393 คน ผู้สมัครสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกคนต้องสังกัดพรรคการเมืองและ พรรคการเมืองต้องส่งสมาชิกรับเลือกตั้งไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ 100
รายงานผลการศึกษา ของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด มีวาระการดำรง ตำแหน่งคราวละ 4 ปี สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ จังหวัดชุมพรมีสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร จำนวน 3 คน คือ นายสุวโรช พะลัง (เป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรสมัยที่ 3) นายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย (เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมัยที่ 4) และนายสุชาติ แก้วนาโพธิ์ (เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมัยที่ 5) ได้รับเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของจังหวัดชุมพร สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรทั้ง 3 คนเป็นของพรรคประชาธิปัตย์ และมีพลเอก เชาวลิต ยงใจยุทธ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 ถึง 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 นายชวน หลีกภัย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 ถึง 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 สภาชุดสิ้นสุดลง เนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 นายชวน หลีกภัย รักษาการใน ตำแหน่งจนถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 อันเป็นวันแต่งตั้ง นายกรัฐมนตรีใหม่ การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งท่ี 20 (6 มกราคม พ.ศ. 2544) การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วไปครั้งที่ 20 มขี น้ึ เมอ่ื วนั ท่ี 6 มกราคม พ.ศ.2544 การเลอื กตง้ั ครง้ั นด้ี ำเนนิ การ ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 (ฉบับที่ 16) ซึ่งกำหนดให้รัฐสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ซึ่งสมาชิกทั้งสองสภามาจากการเลือกตั้งประกอบด้วยสมาชิก 101
นักการเมืองถ่ินจังหวัดชุมพร สภาผู้แทนราษฎรจำนวน 500 คน มาจากการเลือกตั้งแบบ แบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน 400 คน และมาจากการแต่งตั้งแบบ บัญชีรายชื่อจำนวน 100 คน ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งคนหนึ่ง มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งแบบแบ่งเขตได้เพียงเขตละ 1 คน และผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะเป็นผู้เลือกโดยเลือกตามรายชื่อ และเบอร์ของพรรคนั้น ส่วนการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ กฎหมายกำหนดให้พรรคการเมืองจัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับ เลือกตั้งขึ้นพรรคละ 1 คน บัญชีละไม่เกิน 100 คน โดยเรียง ลำดับหมายเลขผู้สมัครและให้นับคะแนนรวมกันจากการลง คะแนนทั้งประเทศ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ถือได้ว่าเป็นรัฐธรรมนูญเพื่อการปฏิรูป การเมือง และถือได้ว่าเป็นรัฐธรรมฉบับประชาชนอย่างแท้จริง สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้ จังหวัดชุมพรมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบ่งเขตเลือกตั้งได้ จำนวน 3 คน โดยผลการเลือกตั้งแต่ละเขตเลือกตั้งมีดังนี้ เขตเลือกต้งั ท่ี 1 1. จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งปรากฏในบัญชีรายชื่อผู้มี สิทธิเลือกตั้ง 103,334 คน 2. จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 75,839 คน 3. จำนวนบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนให้ผู้สมัครรับ เลือกตั้ง 69,278 บัตร 4. จำนวนบตั รเลอื กตง้ั ทท่ี ำเครอ่ื งหมายในชอ่ งไมป่ ระสงค์ ลงคะแนน 1,839 บัตร 5. จำนวนบัตรเสีย 4,668 บัตร 102
รายงานผลการศึกษา ผู้ได้รับเลือกตั้ง คือ นายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย (สมัยที่ 5) สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เขตเลือกตัง้ ที่ 2 1. จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งปรากฏในบัญชีรายชื่อผู้มี สิทธิเลือกตั้ง 107,463 คน 2. จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 88,085 คน 3. จำนวนบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนให้ผู้สมัครรับเลือก ตั้ง 73,871 บัตร 4. จำนวนบตั รเลอื กตง้ั ทท่ี ำเครอ่ื งหมายในชอ่ งไมป่ ระสงค์ ลงคะแนน 2,113 บัตร 5. จำนวนบัตรเสีย 7,101 บัตร ผู้ได้รับเลือกตั้ง คือ นายสุชาติ แก้วนาโพธิ์ (สมัยที่ 6) สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เขตเลอื กต้ังท่ี 3 1. จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งปรากฏในบัญชีรายชื่อผู้มี สิทธิเลือกตั้ง 110,132 คน 2. จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 81,039 คน 3. จำนวนบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง 73,397 บัตร 4. จำนวนบตั รเลอื กตง้ั ทท่ี ำเครอ่ื งหมายในชอ่ งไมป่ ระสงค์ ลงคะแนน 1,754 บัตร 5. จำนวนบัตรเสีย 5,888 บัตร ผู้ได้รับเลือกตั้ง คือ นายสุวโรช พะลัง (สมัยที่ 4) สังกัด พรรคประชาธิปัตย์ 103
นักการเมืองถ่ินจังหวัดชุมพร สำหรบั สภาชุดน้ีมีนายอุทัย พมิ พใ์ จชน เป็นประธานสภา มีพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ใน วันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 จนถึงวันที่ 5 มกราคม พ.ศ.2548 สภาชุดนี้สิ้นสุดลงเมื่อครบวาระ 4 ปี เมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2548 การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งท่ี 21 (6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548) การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วไปครั้งที่ 21 มีขึ้นเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 เนื่องจากการครบวาระ การดำรงตำแหน่งของสภาผู้แทนราษฎรชุดที่มาจากการเลือกตั้ง ทั่วไป เมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2544 จึงได้จัดให้มีการเลือกตั้ง ทั่วไปขึ้นใหม่ การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งทางตรงแบบ แบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งเป็นระบบและ วิธีเดียวกันกับการการเลือกตั้งทั่วไป ครั้งที่ผ่านมา การเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วไปครั้งที่ 21 ในจังหวัดชุมพร สรุป ผลได้ดังนี้ เขตเลือกต้ังที่ 1 ผู้ได้รับเลือกตั้ง คือ นายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย (สมัยที่ 6) สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เขตเลอื กต้ังที่ 2 ผู้ได้รับเลือกตั้ง คือ นายสุวโรช พะลัง (สมัยที่ 5) สังกัด พรรคประชาธิปัตย์ 104
รายงานผลการศึกษา เขตเลือกต้งั ที่ 3 ผไู้ ดร้ บั เลอื กตง้ั คอื นาย ธรี ะชาติ ปางวริ ฬุ หร์ กั ษ ์ (สมยั แรก) สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ มี นายโภคิน พลกุล เป็นประธาน รฐั สภา มี พนั ตำรวจโททกั ษณิ ชนิ วตั ร ดำรงตำแหนง่ นายกรฐั มนตรี สภาชุดนี้สิ้นสุดลงโดยการยุบสภา เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 เนื่องจาก รัฐบาลพบวิกฤติทางการเมือง เพราะมี ประชาชนออกมาชุมนุมเรียกร้องให้ พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดังนั้น เพื่อหา ทางออกในการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างกลุ่มที่สนับสนุน พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร เช่น กลุ่มคาราวานคนจน กลุ่มคน รักทักษิณ และกลุ่มที่ต้องการให้พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อันเนื่องมาจากปัญหา จริยธรรมในการบริหารประเทศภายใต้การนำของ “กลุ่มพันมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” นำโดย พลตรี จำลอง ศรีเมือง และนายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้ดำเนินการชุมนุมประท้วง ขับไล่ เรียกร้องให้ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ลาออกจากตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี (พรชัย เพทปัญญา, 2522) การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คร้ังท่ี 22 (2 เมษายน พ.ศ. 2549) การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วไปครั้งที่ 22 มขี น้ึ เมอ่ื วนั ท่ี 2 เมษายน พ.ศ. 2549 เนอ่ื งจากการทพ่ี นั ตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตรตัดสินใจยุบสภาผู้แทนราษฎร และได้มีการ กำหนดให้มีการเลือกตั้งขึ้นใหม่ในวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2549 105
นักการเมืองถิ่นจังหวัดชุมพร แต่การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองเป็นอย่างยิ่ง เมื่อ 3 พรรคการเมืองใหญ่ฝ่ายค้านเดิม มีพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทย พรรคมหาชน ได้คว่ำบาตรการเลือกตั้ง ไม่ส่ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง มีการฟ้องร้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง และมีคำพิพากษาให้คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องโทษจำคุก และต้องออกจากตำแหน่งไปเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 และมีการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้งชุดใหม่เข้ามาทำ หน้าที่ การเลือกตั้งในครั้งนี้จังหวัดชุมพรไม่มีสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรในสภา เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์ ได้คว่ำบาตรการ เลือกตั้ง ไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผู้มีสิทธิเลือกตั้งก็ออกไป ใช้สิทธิเลือกตั้งแต่ไม่ประสงค์ลงคะแนนเป็นส่วนใหญ่ หลังการเลือกตั้ง 2 เมษายน พ.ศ. 2549 ได้เกิดคดียุบ พรรคการเมือง ซึ่งเป็นคดีประวัติศาสตร์ ที่พรรคไทยรักไทย พรรคพัฒนาชาติไทย และพรรคแผ่นดินไทย (ในคดีกลุ่มที่ 1) พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ในคดี กลุ่มที่ 2) ถูกฟ้องร้องเป็นจำเลยในข้อกล่าวหาเป็นปฏิปักษ์ต่อ การปกครองระบอบประชาธิปไตย และการกระทำการอันเป็น ภัยต่อความมั่นคงของรัฐ คำวินิจฉัยของตุลาการศาล รัฐธรรมนูญ สรุปว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีความผิดในทุกข้อ กล่าวหา ส่วนอีก 4 พรรคมีความผิดจริง จึงมีคำสั่งให้ยุบพรรค ประชาธปิ ไตยกา้ วหนา้ พรรคพฒั นาชาตไิ ทย และพรรคแผน่ ดนิ ไทย และพรรคไทยรักไทย รวมทั้งเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งของ กรรมการบริหารพรรค ทั้ง 4 พรรค มีกำหนด 5 ปี ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2549 เป็นโมฆะจึงทำให้ต้องจัดให้มีการ 106
รายงานผลการศึกษา เลือกตั้งขึ้นใหม่ในวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2549 แต่ยังไม่ทันมีการ เลือกตั้งก็เกิดการรัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ. 2549 โดยคณะ ปฏริ ปู การปกครองในระบอบประชาธปิ ไตย อนั มพี ระมหากษตั รยิ ์ ทรงเป็นประมุข (คปค.) ซึ่งมีพลเอกสนธิ บุญญรัตกลิน เป็น หัวหน้าคณะและได้จัดตั้งรัฐบาลชั่วคราว โดยมี พลเอกสุรยุทธ์ จลุ านนท์ ดำรงตำแหนง่ นายกรฐั มนตรี และมกี ารรา่ งรฐั ธรรมนญู ฉบับใหม่ ซึ่งเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ลงมติว่าจะรับหรือไม่รับ รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ผลการออกเสียงประชามติ ร่าง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2549 มีประชาชนออกมาใช้สิทธิออกเสียง ประมาณร้อยละ 57 เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย พุทธศักราช 2550 มีผลบังคับใช้ ส่งผลให้มีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง (พรชัย เทพปัญญา, 2552) การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 23 (23 ธันวาคม พ.ศ. 2550) การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วไปครั้งที่ 23 มีขึ้นเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 โดยรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 กำหนดให้มีสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร จำนวน 480 คน โดยมาจากการแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน 400 คน และมาจากการเลือกตั้งแบบสัดส่วนจำนวน 80 คน สำหรับการแบ่งเขตเลือกตั้งนั้นให้ถือเกณฑ์สัดส่วน ระหว่างจำนวนประชากรทั่วประเทศกับจำนวนสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีได้ไม่เกิน 3 คน ใน 1 เขต หากเกินกว่านั้นให้แบ่งเป็น 2 เขต ดังนั้น จังหวัด 107
นักการเมืองถ่ินจังหวัดชุมพร ชุมพรมีประชากร 314,860 คน มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ ไม่เกิน 3 คน และใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง ส่วนสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนใช้วิธีแบ่งเขตเลือกตั้งทั่วประเทศเป็น 8 เขต ในส่วนของจังหวัดชุมพร อยู่ในกลุ่มจังหวัดที่ 7 ประกอบ ด้วยจังหวัดดังต่อไปนี้ คือ จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัด สมุทรสงคราม จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัด พระนครศรีอยุธยา จังหวัดชัยนาท จังหวัดนครปฐม จังหวัด กาญจนบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดสระบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดชุมพร จังหวัด ระนอง สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้ ผลการเลือกตั้งมีดังนี้ 1. สมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎรแบบสดั สว่ น นายสุวโรช พะลัง สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับ การเลือกตั้งอยู่ในอันดับที่ 3 ของกลุ่มจังหวัดที่ 7 ผลรวม คะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนเฉพาะ ผลรวมของจังหวัดชุมพรมีทั้งหมดจำนวน 228,364 คะแนน 2. ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบ แบง่ เขต ปัจจุบันจังหวัดชุมพร ได้กำหนดเขตเลือกตั้งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร แบบเขตรวมทั้งจังหวัด มีจำนวนสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร จำนวน 3 คน ผลการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 339,924 คน มีผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 270,590 คน คิดเป็นร้อยละ 79.60 เป็นอันดับที่ 18 ของ ประเทศ จำนวนบตั รเสยี 12,950 ใบ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 2.2 มีรายชื่อ 108
เขตเลือกตั้ง รายงานผลการศึกษา จังหวัด ูผ้มีสิทธิ สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรทไ่ี ดร้ บั เลอื กตง้ั ดงั น้ี เลือกตั้ง (www.chumphon.go.th/2010) ผู้มาใช้สิทธิ1. นายธีรชาติ ปางวิรุณหรักษ์ เลือกตั้ง สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละของ 2. นายชุมพล จุลใส ผู้ใช้สิทธิ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ บัตรเสีย 3. นายสราวุธ อ่อนละมัย ไม่ลงคะแนน สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ตารางที่ 1 สรุปผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ชุมพร 339,924 270,590 79.60 12,950 69,334 สำหรับสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้มี นายยงยุทธ ติยะไพรัชต์ เป็นประธานรัฐสภา ต่อมาได้ลาออกจากตำแหน่ง และได้มีการ เลือกนายชัย ชิดชอบ ขึ้นมาเป็นประธานรัฐสภาแทน มีนาย สมัคร สุนทรเวช ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2551 จนถึงวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2551 ภายหลัง ถูกนายเรืองไกร ลีวัฒนะกิจ สมาชิกวุฒิสภาระบบสรรหาและ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะผู้ร้องที่ 1-2 ตาม 109
นักการเมืองถ่ินจังหวัดชุมพร ลำดับ เพื่อขอให้วินิจฉัยการสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีของนาย สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 182 วรรคหนง่ึ (7) และมาตรา 267 ประกอบ 182 วรรคสาม และมาตรา 91 กรณีการจัดรายการ “ชิมไปบ่นไป” และรายการ “ยกโขยงหกโมงเช้า” ให้แก่บริษัท เฟซ มีเดีย ศาลรัฐธรรมนูญ โดยมติเอกฉันท์ 9-0 จึงวินิจฉัยว่าผู้ถูกร้องกระทำการอันต้อง ห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 267 มีผลให้ความเป็นรัฐมนตรี ของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้องสิ้นสุดลง เฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 182 วรรคหนึ่ง(7) ส่งผลให้ ขาดคุณสมบัติการเป็นนายกรัฐมนตรี และพ้นจากตำแหน่ง นายกรฐั มนตรี เมอ่ื วนั องั คารท่ี 9 กนั ยายน พ.ศ. 2551 หลงั จากนน้ั นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้รับความเห็นชอบตามมติของสภาฯ และได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2551 ถึงวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551 นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากถูกคณะ กรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูล ความผิดเกี่ยวกับเหตุการณ์สั่งสลายการชุมนุมวันที่ 7 ตุลาคม 2551 คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติด้วยคะแนนเสียง 8 ต่อ 1 ว่า การกระทำหรือละเว้นการกระทำของนายสมชาย มีมลู ความ ผิดทางอาญาฐานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หลังจากนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2551-ปัจจุบัน 110
รายงานผลการศึกษา การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คร้ังที่ 24 (3 กรกฎาคม 2554) การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2554 ที่มีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม 2554 กำหนดให้ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนห้าร้อยคน โดย เป็นสมาชิกที่มาจากการแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวนสามร้อยเจ็ดสิบ ห้าคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ จำนวนหนึ่งร้อยยี่สิบห้าคน ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรแบบแบ่งเขตจังหวัดชุมพรการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรทว่ั ไปแบบแบง่ เขต ครง้ั ท่ี 24 ปรากฏวา่ ผสู้ มคั รรบั เลอื กตง้ั เปน็ สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรพรรคประชาธปิ ตั ย์ ชนะการเลอื กตง้ั ขาดลอยทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง โดยผลคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร แบบแบ่งเขต จาก 3 เขตเลือกตั้ง ดังนี้ เขตเลือกตั้งที่ 1 หมายเลข 10 นายชุมพล จุลใส พรรค ประชาธิปัตย์ ได้ 74,137 คะแนน หมายเลข 1 นายชโยดม สระภูริพงศ์ พรรคเพื่อไทย ได้ 5,517 หมาย 2 นายประวิทย์ สายโอภาส พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ได้ 903 คะแนน เขตเลือกตั้งที่ 2 หมายเลข 10 นายสราวุธ อ่อนละมัย พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 66,743 คะแนน หมายเลข 2 นายสำเริง พุ่มพะเนิน พรรคภูมิใจไทย ได้ 11,330 คะแนน หมายเลข 1 นางสาวรุจินาถ ศรีสุวรรณ พรรคเพื่อไทย ได้ 5,680 คะแนน 111
นักการเมืองถ่ินจังหวัดชุมพร เขตเลอื กตง้ั ท่ี 3 หมายเลข 10 นายธรี ชาติ ปางวริ ฬุ หร์ กั ษ์ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 63,779 คะแนน หมายเลข 1 นายเฉลิม ชัย นิยมไท พรรคเพื่อไทย ได้ 10,614 คะแนน และหมายเลข 2 นายทัพพ์ฐพนธ์ ธรรมภักดี พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ได้ 3,420 คะแนน ตามลำดับ การเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัดมีดังนี้ มีผู้มีชื่อใน ทะเบียนจำนวน 6,633 คน มาใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวน 2,972 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 44.81 สว่ นการเลอื กตง้ั ในเขตจงั หวดั เขตเลอื กตง้ั ที่ 1 มีผู้ลงทะเบียนจำนวน 599 คน มาใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวน 554 คน คิดเป็นร้อยละ 92.49 เขตเลือกตั้งที่ 2 มีผู้ลงทะเบียน จำนวน 282 คน มาใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวน 2523 คน คิดเป็น ร้อยละ 89.36 ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 3 มีผู้ลงทะเบียนจำนวน 488 คน มาใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวน 437 คน คิดเป็นร้อยละ 89.55 ตารางที่ 2 สรุปผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 ชุมพร 360,987 278,289 77.09 % 16,586 18,862 112 เขตเลือกตั้ง จังหวัด ูผ้มีสิทธิ เลือกตั้ง ผู้มาใช้สิทธิ เลือกตั้ง ร้อยละของ ผู้ใช้สิทธิ บัตรเสีย ไม่ลงคะแนน
บ4ทท ่ี ประวัตินักการเมืองถิ่น จังหวัดชุมพร สำหรบั รายละเอยี ดของนกั การเมอื งถน่ิ ในสว่ นนจ้ี ะกลา่ วถงึ ภมู หิ ลงั ประวตั ิ เครอื ขา่ ย และยทุ ธวธิ หี าเสยี งของนกั การเมอื งถน่ิ จังหวัดชุมพรแต่ละท่าน ตลอดจนกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ที่มี ส่วนสนับสนุนให้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยใช้วิธีการสืบค้นข้อมูลจากเอกสาร และสบื คน้ ขอ้ มลู จาก Internet รวมถงึ การสมั ภาษณก์ ลมุ่ เปา้ หมาย ที่มีความรู้เกี่ยวกับประวัตินักการเมืองในอดีตอย่างลึกซึ้ง และ การสมั ภาษณน์ กั การเมอื งในอดตี ทย่ี งั มชี วี ติ อยู่ และนกั การเมอื ง
นักการเมืองถ่ินจังหวัดชุมพร ในยุคปัจจุบัน ซึ่งในการนำเสนอผู้วิจัยจะเรียงลำดับการเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ดังนี้ หลวงสโมสรราชกิจ (คออยู่จีน ณ ระนอง) อดีตสมาชิกสภาผู้แทนคนแรก ของจังหวัดชุมพร ในการเลือกตั้งทั่วไป ครง้ั แรก เมอ่ื วนั ท่ี 15 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2476 เป็นบุตรของพระยาจรูญราชโภคากร (คอซิมเต็ก ณ ระนอง) อดีตผู้ว่าราชการ จังหวัดหลังสวน และเป็นหลานของ พระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (คอซู้เจียง) อดีตจางวางผู้กำกับราชการเมืองระนอง หลวงสโมสรราชกิจ (คออยู่จีน ณ ระนอง) ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร คนแรกของจังหวัดชุมพร เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2476 หลวงสโมสรราชกิจ (คออยู่จีน ณ ระนอง) มีพี่น้องอยู่ด้วยกันทั้งหมด 27 คน คือ 1. หลวงสโมสรราชกิจ (คออยู่จีน ณ ระนอง) นายอำเภอ หลังสวน จังหวัดชุมพร 2. พระยาทวีวัฒนากร ผู้ช่วยอธิบดี กรมสรรพากร (คอยเู่ พย้ี น ณ ระนอง) 3. คอยดู่ ว้ น 4. คอเบง่ เนย่ี ว 5. คออยู่ลิบ ณ ระนอง 6. คอยู่อ้น 7. หลวงนฤบดินทร์ สวามิภักดิ์ นายอำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี (คอยู่หุ้ย ณ ระนอง) สมรสกับนางรำเพย, นางสงวน (บุณยเกียรติ), นาง สายหยุด (ณ สงขลา) 8. คอยู่เต้น 9. ธิดาชื่อวาศ 10. คอเบ่งห่ง หรือลับ เป็นภรรยาพระอนุกูลนิธยากร สรรพากรมณฑลพายัพ 114
ประวัตินักการเมืองถิ่นจังหวัดชุมพร 11. รองอำมาตย์โท คอยู่ฉ้วน ณ ระนอง ปลัดอำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม 12. พระระนองบุรีศรีสมุทรเขต ผู้ว่า ราชการจังหวัดชุมพร (คอยู่โง้ย ณ ระนอง) สมรสกับ นาง ละม้าย นางระนองบุรีศรีสมุทเขต (น่าน อมาตยานนท์) 13. ธิดา ชื่อคอเบ่งหั่ว เป็นภรรยาพระยาศิริชัยบุรินทร์ (เบี๋ยน) 14. ขุนราช รัษฎากร (คอยู่ฉ่ำ ณ ระนอง) 15. คอยู่เฉี้ยน (ถึงแก่กรรม) 16. ธิดาชื่อลาบ เป็นภรรยาหลวงบุรกรรมโกวิท 17. พระบูรพทิศ อาทร ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง (คอยู่เพิ่ม ณ ระนอง) 18. คอยู่ เซี้ยงเป็นขุนไกรประชาบาล (19) คอยู่ติด (20) คอเบ่งหลี้ (21) ร้อยตรี คอยู่ซก ณ ระนอง พันตรีจหมื่นรณภพพิชิต 22. คอยู่เตี่ยน ณ ระนอง สมรสกับ นางชัด ณ ระนอง 23. คอยู่ตั้น 24. ธิดาชื่อเอิบ รัศมิภูติ สมรสกับ รองอำมาตย์เอก ฟื้น รัศมิภูติ อดีตอัยการจังหวัดน่าน 25. อาบ เป็นภรรยา นายสวัสดิ์ 26. คอยู่ต๋ง 27. ธิดาชื่ออบ เนื่องจากหลวงสโมสร ราชกิจ เป็นทายาทของพระยาจรูญราชโภคากร อดีตผู้ว่า ราชการจังหวัดหลงั สวน สมยั ทเ่ี ปน็ เจา้ เมอื งหลงั สวนนน้ั พระยา จรญู ราชโภคากร ได้พัฒนาและปรับปรุงระบบการบริหารจัดการ ต่างๆ ในเมือง อาทิ การปฏิรูปภาษีแบบเหมาเมือง การปักปัน เขตแดนระหว่างเมืองหลังสวน แขวงเมืองขึ้นเมืองหลังสวนกับ เมืองชุมพรและระนอง การส่งเสริมการค้า การทำเหมืองแร่ด้วย การจัดตั้งโรงภาษีและการชักชวนชาวจีนเข้ามาตั้งหลักแหล่งทำ กินในเมืองหลังสวน อันก่อให้เกิดการพัฒนาของเมืองอย่างมาก ต่อมาบุตรชายคนโตของพระยาจรูญราชโภคากร คือ หลวง สโมสรราชกิจ ก็ได้สืบสานเจตนารมณ์ของผู้เป็นบิดา ได้เข้ารับ ราชการเป็นนายอำเภอหลังสวน และสร้างความมั่งคั่งให้กับ อำเภอหลังสวนมาจนถึงปัจจุบัน 115
นักการเมืองถิ่นจังหวัดชุมพร หลังจากการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย ในวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 ประเทศไทยได้จัดให้มีการ เลือกตั้งเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2476 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งทาง อ้อมมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นเป็นครั้งแรก ให้มีการเลือก ผู้แทนตำบลของตนเองก่อน แล้วจึงให้ผู้แทนตำบลเลือกผู้แทน ราษฎรอีกชั้นหนึ่ง จึงมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่มีความสนิทสนมตั้ง แต่สมัยที่หลวงสโมสรราชกิจยังดำรงตำแหน่งเป็นนายอำเภอ หลังสวนคอยให้การสนับสนุน เช่น กำนันครวญ ตำบลแหลม ทราย การเลือกตั้งในครั้งนั้นเป็นการแข่งขันที่มีผู้สมัครแข่งขัน ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในอำเภอหลังสวนลงสมัครแต่ไม่มีหลักฐาน ปรากฏชื่อว่าเป็นใครบ้าง ผลการเลือกตั้ง หลวงสโมสรราชกิจ (คออยู่จีน ณ ระนอง) ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร คนแรกของจังหวัดชุมพร ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจนถึงวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2480 และออกตาม วาระที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ พ.ต.หลวงอภิบาลภูวนารถ (สังข์ นาคะวัจนะ) เกิดเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2431 ที่บ้านแหลมทราย เมืองหลังสวน (อำเภอหลังสวนในปัจจุบัน) จังหวัด ชุมพร การศึกษา พ.ต.หลวงอภิบาลภูวนารถ (สังข์ นาคะวัจนะ) ได้รับการศึกษาจนจบใน 116
ประวัตินักการเมืองถ่ินจังหวัดชุมพร ระดับชั้นมัธยมที่เมืองหลังสวนหลังจากนั้นได้เข้าศึกษาต่อใน ระดับสามัญศึกษาในกรุงเทพมหานคร และเข้ารับการศึกษา นักเรียนนายร้อยทหารบก เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2450 ต่อมาได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็นนายร้อยประจำกรม ทหารราบ ที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ หน้าที่การงานมีความ กา้ วหนา้ จนถงึ พ.ศ. 2465 เปน็ ผบู้ งั คบั กองรอ้ ยท่ี 1 กรมทหารพราน ในกองพลทหารบกที่ 3 จนถึง พ.ศ. 2479 จึงออกประจำการ เป็นนายทหารกองหนุน บก.จังหวัดทหารบกกรุงเทพ เกียรติประวัติที่สำคัญเมื่อปลายสงครามโลกครั้งที่ 1 ประเทศ ไทยเข้าสู่สงคราม ร่วมเป็นพันธมิตรกับฝ่ายฝรั่งเศส กับประเทศเยอรมัน และพันธมิตรอีกฝ่ายหนึ่งเป็นคู่สงคราม การปฏบิ ตั งิ านในประเทศไทยครง้ั แรก คอื จบั เชลยศกึ ชาวเยอรมนั และควบคุมอาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งปวงที่เยอรมันครอบครองอยู่ใน ประเทศไทย ทั้งนี้เป็นการดำเนินตามกฎธรรมเนียมสงคราม ซึ่งยึดถือกันมาเป็นประวัติศาสตร์ ชื่อบิดา ขุนประชานารถ นาคะวัจนะ ชื่อมารดา นางหนู นาคะวัจนะ อาชพี กอ่ นเข้าสู่การเมือง 24 พ.ค. 2456 ได้รับพระราชทานสัญญาบัตร เป็น นายร้อยตรีประจำกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 1 ก.ค. 2458 ไดข้ อลาอปุ สมบท ทว่ี ดั โตนด บา้ นแหลมทราย เมืองหลังสวน จังหวัดชุมพร 117
นักการเมืองถ่ินจังหวัดชุมพร 23 พ.ค.2459 ได้รับพระราชทานสัญญาบัตร เป็นนาย ร้อยโท เป็นผู้บังคับกองร้อยที่ 1 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็ก รักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 1 ธ.ค. 2461 เป็นราชองค์รักษ์ประจำกรมราชองค์รักษ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรด เกล้าโปรดกระหม่อมให้เป็นราชองค์รักษ์ประจำพระองค์ เป็น นายทหารติดต่อระหว่าง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้า อยู่หัว กับ สมเด็จพระน้องยาเธอ พลเรือเอกกรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์ กิจกรรมพิเศษในการจับและควบคุมเชลยศึกชาว เยอรมัน ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ให้กราบบังคมทูลเหตุการณ์ ประจำวันทุกวัน และสมเด็จพระน้องยาเธอ พลเรือเอกกรม หลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงพระราชทาน กระบี่ทหารบกส่วน พระองค์ใหไ้ วใ้ ช้ ในการปราบปรามเชลยศึกชาวเยอรมันในครั้งน้ี (กระบี่ทหารบกเล่มนี้ทรงลงอักขระเวทย์มนต์ด้วยพระองค์เอง) 1 พ.ค. 2463 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานถือ ศักดินา 800 เป็นหลวงอภิบาลภูวนารถ 6 ต.ค. 2464 ประจำจเรกองทพั บก และการปนื เลก็ ปนื กล 1 ก.ค. 2465 เป็นผู้บังคับกองร้อยที่ 1 กรมทหารพราน ในกองพลทหารบกที่ 3 23 เม.ย. 2466 เป็นผู้บังคับการกองร้อยที่ 8 กรมทหาร มหาดเล็กรักษาพระองค์ 118
ประวัตินักการเมืองถิ่นจังหวัดชุมพร 1 พ.ค. 2469 เป็นผู้บังคับการกองร้อยที่ 2 กรมทหาร มหาดเล็กรักษาพระองค์ 1 เม.ย. 2474 ได้รับพระราชทานสัญญาบัตร เป็นพันตรี เป็นปลัด ร.4 พัน 3 1 เม.ย. 2475 เปน็ ราชองคร์ กั ษเ์ วรประจำกรมราชองคร์ กั ษ ์ 1 เม.ย. 2476 เป็นราชองค์รักษ์ประจำกรมราชองค์รักษ์ 1 ธ.ค. 2478 ประจำ บก.มณฑลทหารบกที่ 1 1 เม.ย.2479 ออกประจำการ เป็นนายทหารกองหนุน บก.จังหวัดทหารบกกรุงเทพ ชีวิตสมรส ได้สมรสกับ น.ส.ลิ้นจี่ สาลิกานนท์ มีบุตรธิดารวม 7 คน และทุกคนได้รับพระราชทานนามจาก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ดังต่อไปนี้ 1. นางนันทา นันทสุคนธ์ 2. ด.ญ. - อภิบาลภวู นารถ (ได้ถึงแก่กรรมเมื่อยังเยาว์วัย) 3. นางกานดา อภิบาลภูวนารถ 4. นายวัจน์ อภิบาลภวู นารถ 5. นางอัญชัญ ลิ่มศิริวงศ์ 6. นางสุวรรณา ศิริพันธ์ 7. นายชวาล นาคะวัจนะ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (2527) ได้เขียนไว้ในอนุสรณ์งาน พระราชทานเพลงิ ศพ พ.ต.หลวงอภบิ าลภวู นารถ (สงั ข์ นาคะวจั นะ) 119
นักการเมืองถ่ินจังหวัดชุมพร หลวงอภิบาลภูวนารถ เป็นผู้ที่สละกำลังกายกำลังใจบำเพ็ญ ประโยชน์แก่ประเทศชาติด้วยความตั้งใจจริง แต่ชีวิตก็ลุ่มๆ ดอนๆ มีสุขบ้างมีทุกข์บ้างคละปนกันไป อันที่จริงคุณหลวง น่าจะได้ยศนายพล เพราะนายทหารรุ่นเดียวกัน ได้เป็นนายพล หลายท่าน และชีวิตของหลวงอภิบาลภูวนารถ ก็ได้เป็น ราชองค์รักษ์เวรในรัชกาลที่ 6 ตั้งแต่เป็นร้อยโท หลายคนคิดว่า ชีวิตหน้าที่การงานของหลวงอภิบาลภูวนารถต้องมีความเจริญ ต่อไปข้างหน้าอีกมาก แต่ชะตาชีวิตไม่เอื้ออำนวย หลวงอภิบาล ภูวนารถ เป็นผู้ที่วางตัวสม่ำเสมอเข้ากับได้ทุกชนชั้น เป็นกันเอง กับทุกคน ท่านเป็นคนที่สนทนาปราศรัยด้วยความสนุกสนาน ร่าเริง ในเวลาได้ประสบลาภ ยศ สรรเสริญ สุขท่านก็วางตัว เป็นกลาง ไม่ติดในลาภ ยศ สรรเสริญ สุขนั้น ครวญ สุทธานินทร์ (2527) ได้เขียนไว้ในอนุสรณ์งาน พระราชทานเพลิงศพ พ.ต.หลวงอภิบาลภูวนารถ (สังข์ นาคะวัจนะ) ได้กล่าวสดุดีคุณงามความดีของหลวงอภิบาลภูว นารถ ดังนี้ 1. สมัยราชาธิปไตย คือ ประเทศไทยปกครองในระบอบ ราชาธิปไตย พ.ต.หลวงอภิบาลภูวนารถ มีอาชีพรับราชการฝ่าย ทหาร สังกัดกระทรวงกลาโหม อยู่ในสมัยรัชกาลที่ 6 และ รัชกาลที่ 7 ติดต่อกัน 2 แผ่นดิน เมื่อปลายสงครามโลกครั้งที่ 1 ประเทศไทยเข้าสู่สงคราม ร่วมเป็นพันธมิตรกับฝ่ายผรั่งเศส กับประเทศเยอรมัน และพันธมิตรอีกฝ่ายหนึ่งเป็นคู่สงคราม การปฏิบัติงานในประเทศไทยครั้งแรก คือ จับเชลยศึกชาว เยอรมัน และควบคุมอาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งปวง ที่เยอรมันครอบ 120
ประวัตินักการเมืองถ่ินจังหวัดชุมพร ครองอยู่ในประเทศไทย ทั้งนี้เป็นการดำเนินตามกฎธรรมเนียม สงครามซึ่งยึดถือกันมาเป็นประวัติศาสตร์ 2. สมัยประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญแห่งราช อาณาจักรไทย มีบทบัญญัติให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรเข้ามาจัดตั้งรัฐบาล และควบคุมการบริหารราชการแผ่น ดิน โดยตั้งเป็นสภาผู้แทนราษฎร พ.ต.หลวงอภิบาลภูวนารถ (สังข์ นาคะวัจนะ) เมื่อพ้น จากหน้าที่ราชการแล้ว ก็สมัครเข้ารับการเลือกตั้งสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร จังหวัดชุมพร ใน พ.ศ. 2480 ได้รับการคัดเลือก เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชุมพร คนที่ 2 ต่อจาก หลวงสโมสรราชกิจ (คออยู่จีน) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชุมพร คนที่ 1 ใน พ.ศ. 2476 และมี หลวงศรีสุพรรณดิฐ (เผียน ชุมวรฐายี) เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชุมพร คนที่ 3 ใน พ.ศ. 2481 ซึ่ง หลวงศรีสุพรรณดิฐ เคยเป็นฐานเสียง ในพื้นที่เมืองชุมพร ท่าแซะ และปะทิว ในการสนับสนุน พ.ต.หลวงอภิบาลภูวนารถ ให้ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พ.ต.หลวงอภิบาลภูวนารถ (สังข์ นาคะวัจนะ) ได้รับ เลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชุมพร คนที่ 2 เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2480 เป็นการเลือกตั้งทางตรง ราษฎรเป็นผู้เลือกเองโดยใช้วิธีการแบ่งเขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้ เลือกผู้แทนได้หนึ่งคน จึงได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งนั้น ทว่ั ประเทศ เปน็ จำนวน 91 คน จากผมู้ สี ทิ ธเ์ิ ลอื กตง้ั 6,123,239 คน 121
นักการเมืองถิ่นจังหวัดชุมพร เป็นนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้คนที่ 1 เมื่อพ้นจากการเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพรแล้ว พ.ต.หลวงอภิบาล ภูวนารถ (สังข์ นาคะวัจนะ) ยังได้รวมพลังความสามัคคีในกลุ่ม ชาวปักษ์ใต้ 14 จังหวัด โดยมีความคิดที่จะเห็นความเจริญ รุ่งเรืองของชาวปักษ์ใต้ จึงได้เชิญชวนชาวปักษ์ใต้ที่มาประกอบ อาชีพอยู่ในจังหวัดพระนคร จัดตั้งสมาคมชาวปักษ์ใต้ขึ้นเป็น ครั้งแรกงานก่อตั้งสมาคมชาวปักษ์ใต้ได้ก่อรูปขึ้นมาภายหลัง จากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญา สิทธิราช เป็นระบอบประชาธิปไตยใหม่ๆ โดยท่านได้รับเลือกตั้ง ให้เป็นนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้คนแรกด้วย คุณความดี และ ชื่อเสียงของ พันตรีหลวงอภิบาลภูวนารถ เป็นที่กล่าวขาน ตลอดมา สมาคมชาวปักษ์ใต้ได้จารึกชื่อ และยกย่องสรรเสริญ ว่าท่านเป็นปชู นียบุคคลของชาวปักษ์ใต้ทั้งมวล หลังจากที่หมดวาระการดำรงตำแหน่งนายกสมาคมชาว ปักษ์ใต้ลงแล้ว พ.ต.หลวงอภิบาลภูวนารถ (สังข์ นาคะวัจนะ) จึงได้ตัดสินใจหันหน้าเข้าพึ่งพระพุทธศาสนา ตามคติที่ถือว่า “คนแก่ควรแก่การเข้าวัด” และได้เดินทางกลับไปภูมิลำเนาเดิม คือที่ตำบลบางยี่โร อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เพื่อปฏิบัติ ศาสนกิจอยู่ระยะหนึ่ง แล้วเดินทางกลับมาอยู่ที่พระนครกับบุตร ธิดา จนถึงวัยชรา ได้ป่วยและเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล บำราศนราดูร จังหวัดนนทบุรีเป็นครั้งสุดท้าย เป็นเวลา 20 วัน และได้ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2527 สิริอายุ 95 ปี 9 เดือน 17 วัน 122
ประวัตินักการเมืองถ่ินจังหวัดชุมพร แรงจูงใจท่ที ำให้เข้าสู่วงการเมือง หลังจากการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย ในวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 ประเทศไทยได้จัดให้มีการ เลือกตั้งการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2476 ซึ่งเป็น การเลือกตั้งทางอ้อมมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นเป็นครั้งแรก การเลือกตั้งในครั้งนั้น ผลการเลือกตั้ง หลวงสโมสรราชกิจ (คออยู่จีน ณ ระนอง) ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรคนแรกของจังหวัดชุมพร ใน พ.ศ. 2480 พ.ต.หลวง อภิบาลภูวนารถ ระหว่างรับราชการทหารก็ได้ติดตามเหตุ บ้านเมืองอยู่ตลอดโดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ. 2475 จนมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ใน พ.ศ. 2476 ต่อมาเมื่อลาออกจากราชการก็ยังมีความสนใจในเรื่อง ของการเมืองอยู่อย่างต่อเนื่องและเป็นช่วงจังหวะที่ประเทศไทย มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในระยะแรกจึงได้สมัคร เข้ารับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร และได้รับการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2480 ฐานเสยี งและกล่มุ สนับสนนุ นายบำรุง นาคะวัจนะ ปัจจุบัน อายุ 87 ปี ซึ่งเป็นหลาน เพียงคนเดียวที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด และเคยพักอาศัยอยู่กับ พ.ต.หลวงอภิบาลภูวนารถ ได้อธิบายให้ฟังโดยละเอียดว่า พ.ต.หลวงอภิบาลภูวนารถ เป็นราชองค์รักษ์ประจำพระองค ์ เพียงคนเดียวที่ พลเรือเอกกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงพระกรุณาแต่งตั้งให้เป็นนายทหารติดต่อ ระหว่าง พระบาท สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว กับ สมเด็จพระน้องยาเธอ พลเรือเอกกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ นับเป็นบุคคลที่ชาว 123
นักการเมืองถิ่นจังหวัดชุมพร จังหวัดชุมพร ภาคภูมิใจในเกียรติ ประวัติ และศักดิ์ศรี ระหว่าง ที่รับราชการท่านก็ยังเดินทางกลับไปเยี่ยมญาติ พี่น้องที่ภูมิ ลำเนาเดิม อำเภอหลังสวนอย่างต่อเนื่อง การวางตัวสม่ำเสมอ เข้ากับได้ทุกชนชั้น เป็นกันเองกับทุกคน เป็นคนที่ใครได้สนทนา ปราศรัยด้วยก็จะได้รับความสนุกสนานร่าเริง ทำให้เป็นที่รักใคร่ เคารพนับถือของคนทั่วไป จึงได้รับการสนับสนุนให้เป็นตัวแทน ของคนจังหวัดชุมพร เข้าไปทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร จังหวัดชุมพร ฐานเสียงของ พ.ต.หลวงอภิบาลภูวนารถ คือประชาชน และญาติ พี่น้องในอำเภอหลังสวน โดยมีหลวง ศรีสุพรรณดิฐ เป็นฐานเสียงในพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอท่าแซะ อำเภอปะทิว นอกจากนั้นก็ยังมีกลุ่มพรรคพวกเพื่อนฝูงในพื้นที่ อำเภอต่างๆ ของจังหวัดชุมพร คอยให้การสนับสนุน เคร่อื งราชอิสรยิ าภรณ ์ 2 ธ.ค. 2457 ได้รับพระราชทาน เหรียญที่ระลึกบรมราชาภิเศก 2 ธ.ค. 2457 ได้รับพระราชทาน เหรียญราชรุจิทอง 1 ม.ค. 2461 ได้รับพระราชทาน เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 6 ชั้นที่ 5 3 พ.ค. 2464 ได้รับพระราชทาน เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 6 ชั้นที่ 4 25 ก.ย. 2465 ได้รับพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ เบญจมาภรณ์ มงกุฎไทย 124
ประวัตินักการเมืองถ่ินจังหวัดชุมพร 6 มี.ค. 2466 ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เบญจมาภรณ์ช้างเผือก (พิเศษ) 25 ก.พ. 2468 ได้รับพระราชทาน เหรียญที่ระลึกบรมราชาภิเศก (เงิน) 6 พ.ย. 2471 ได้รับพระราชทาน เหรียญจักรมาลา 6 พ.ย. 2473 ได้รับพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย 28 มี.ค. 2474 ได้รับพระราชทาน เหรียญที่ระลึก งานฉลองพระมหานคร 150 ปี นายเผียน ชุมวรฐายี(หลวงศรีสุพรรณดิฐ)เป็น เกิดเมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2427 ชื่อบิดา หลวงอินทรสุภา (จอน) อาชีพ รับราชการเป็นผู้พิพากษา ได้บรรดาศักดิ์ เป็นหลวงอินทรสุภา ชาวบ้านเรียกว่า หลวงแพ่งจอน เป็นผู้พิพากษารุ่นแรก ที่แยกตัวออกจากกระทรวงมหาดไทย ในสมัยกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ หลวงอินทรสุภา รับราชการเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาลที่พุนพิน จังหวัดสุราษฎรธานี 125
นักการเมืองถิ่นจังหวัดชุมพร ชื่อมารดา นางแผ้ว หลวงศรีสุพรรณดิฐ เป็นบุตรของ หลวงอินทรภากับนางแผ้ว มีพี่น้องร่วมบิดามารดาด้วยกัน ทั้งหมด 8 คน คือ (1) นายเสริม ชุมวรฐายี (ขุนสุรัชจิตการ) อาชีพรับ ราชการฝ่ายสรรพพากร ตำแหน่งสมุห์บัญชีอำเภอ เคยเป็นสมุห์ บญั ชอี ำเภอบางสะพาน และอำเภอเมอื ง จงั หวดั ประจวบครี ขี นั ธ์ (2) นางผิว ชุมวรฐายี สมรสกับ นายชด ชูแก้ว ชาว จังหวัดสมุทรปราการ นางผิว เป็นคนมีฐานะดีมาก ใจนักเลง (3) นายเผียน (หลวงศรีสุพรรณดิฐ) อาชีพรับราชการ กระทรวงมหาดไทย เป็นนายอำเภอกาญจนดิฐ จังหวัด สุราษฎร์ธานี นายอำเภอปะทิว นายอำเภอท่าตะเภา จังหวัด ชุมพร สมรสกับ นางทิพย ์ มีบุตรธิดา 4 คน มีภรรยาเพิ่มอีก 2 คน ชื่อนางพลอย มีบุตรด้วยกัน 1 คน ต่อมาได้แยกทางกับ นางพลอย ภายหลังจากนางทิพย์ ภรรยาคนแรกเสียชีวิต ได้สมรสกับ นางวาสนา (สุวรรณรักษ์) เป็นบุตรของพระยา เจริญราชไมตรี และมีศักดิ์เป็นหลานของ นางทิพย์ ภรรยา คนแรกของหลวงศรีสุพรรณดิฐ (4) นายอัฐ ชุมวรฐายี (ขุนนารถนาทุ่ง) บุตรคนที่ 4 ของ หลวงอินทรสุภา เป็นผู้ที่มีประวัติแปลกกว่าพี่น้องคนอื่นๆ คือ เป็นคนพูดเก่ง หาเงินเก่ง และใช้เงินเก่ง จึงเป็นคนที่มีฐานะ ไม่แน่นอน เคยติดตามผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อไป ถ่ายทอดวิชาจับช้างให้กับคนในจังหวัดบุรีรัมย์ ต่อมาได้ภรรยา อีก 1 คนที่บุรีรัมย์ และได้เสียชีวิตที่จังหวัดนครราชสีมา 126
ประวัตินักการเมืองถ่ินจังหวัดชุมพร (5) นายพุ่ม ชุมวรฐายี (ขุนธนานุกรวิศิษฐ์) นายพุ่ม ไดต้ ดิ ตามพช่ี าย คอื หลวงศรสี พุ รรณดฐิ ไปอยอู่ ำเภอกาญจนดฐิ รบั ราชการจนไดเ้ ปน็ สมหุ บ์ ญั ชี มบี รรดาศกั ดเ์ิ ปน็ ขนุ ธนานกุ รวศิ ษิ ฐ์ สมรสกับนางแฉล้ม มีบุตรด้วยกัน 4 คน (6) นายหนู ชุมวรฐายี มีอาชีพรับราชการเป็นเสมียน แผนกอัยการ แล้วเปลี่ยนไปเป็นตำรวจได้ยศสิบตำรวจโท ภายหลังถูกย้ายไปประจำสถานีตำรวจกิ่งอำเภอท่าแซะ ต่อมา ได้ลาออกจากราชการตำรวจ และได้รับแต่งตั้งเป็นกำนันตำบล นาทุ่ง อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร (7) นางแถม ชุมวรฐายี สมรสกับนายน้อม ศิลปะสุวรรณ ชาวหลังสวน มีบุตรด้วยกัน 8 คน (8) นายถม ชุมวรฐายี เป็นบุตรคนสุดท้องของหลวง อินทรสุภา นายถม ไม่ได้รับราชการเหมือนพี่ๆ เพราะบิดา มารดามีฐานะดี มีทรัพย์สินมากพอที่จะแบ่งให้ลูกๆ สามารถ เลี้ยงตัวเองได้โดยไม่ต้องรับราชการ นายถม เป็นคนใจนักเลง ชอบต่อสู้มาตั้งแต่เด็กๆ มีพรรคพวกมาก นักเลงในถิ่นชุมพรให้ ความเคารพเกรงกลัว นอกจากทรัพย์สินของบิดา มารดาแล้ว นายถม ยังได้สร้างทรัพย์สินเพิ่มเติมอีกมาก จนเป็นผู้มีฐานะดี คนหนึ่งของจังหวัดชุมพร สมรสกับ นางเปล้า มีบุตรด้วยกัน 2 คน ต่อมาได้สมรสกับ นางจี่ มีบุตรด้วยกัน 3 คน นายเผียน (หลวงศรีสุพรรณดิฐ) เป็นคนที่มีชื่อเสียงมา ตั้งแต่สมัยยังเป็นหนุ่ม ขณะนั้นยังไม่ได้รับราชการ นักเลงใน ตำบลท่าตะเภา และตำบลใกล้เคียงไม่อยากจะตอแยด้วย แม้ข้าราชการทั้งหลายก็เกรงใจ นายเผียน ได้ไปเรียนวิชา 127
นักการเมืองถิ่นจังหวัดชุมพร กฎหมายที่กรุงเทพ จากการรวบรวมเอกสารตระกูลชุมวรฐายี โดย นายสนั่น ชุมวรฐายี เป็นผู้เขียนได้บรรยายว่า โรงเรียนของ กระทรวงมหาดไทยที่กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงจัดตั้งขึ้น ซึ่งการได้ไปเรียนที่กรุงเทพมหานครของคนสมัยนั้น ถือว่าเป็น เรื่องที่พิเศษสุด กล่าวคือ นอกจากบิดามารดาจะต้องมีฐานะ ดีแล้ว จะต้องเป็นคนที่มีแววที่จะประสบความสำเร็จในภาย ภาคหน้าด้วย เมื่อนายเผียน เรียนจบจากกรุงเทพฯ แล้ว ได้รับ ราชการ และมีความก้าวหน้ามาโดยตลอด เนื่องจากเป็นคนมี ความรู้ความสามารถ จนได้เป็นนายอำเภอกาญจนดิฐ จังหวัด สุราษฎร์ธานี เมื่อ พ.ศ. 2439 แล้วย้ายไปดำรงตำแหน่ง นายอำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎรธานี ใน พ.ศ. 2452 ย้ายกลับ ไปเป็นนายอำเภอกาญจนดิฐ ใน พ.ศ. 2458 - พ.ศ. 2459 ย้าย ไปเป็นนายอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ขณะนั้นเป็น เทศาภิบาลท่าแซะใน พ.ศ. 2460 - พ.ศ. 2462 ย้ายไปเป็น นายอำเภอปะทิว ใน พ.ศ. 2462 - พ.ศ. 2464 ย้ายไปเป็น นายอำเภอท่าตะเภา (อำเภอเมืองในปัจจุบัน) ใน พ.ศ. 2465 - พ.ศ. 2469 ลาออกจากราชการไปสมัครสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร จังหวัดชุมพร ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 เมื่อหลวงอินทรสุภา ถึงแก่กรรม นายเผียน (หลวง ศรีสุพรรณดิฐ) ได้อุปการะน้องๆ เป็นอย่างดี ทุกคนจึงรักและ เคารพ เป็นอย่างมาก ระหว่างที่รับราชการอยู่ในจังหวัด สรุ าษฎรธ์ านี พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั (รชั กาลท่ี 6) โปรดเกล้าฯ ให้มีกฎหมายขนานนามสกุลขึ้นในประเทศไทย หลวงศรีสุพรรณดิฐ เห็นว่า เชื้อสายของท่านเป็นขุนนาง 128
ประวัตินักการเมืองถ่ินจังหวัดชุมพร มาหลายชั่วคน และเป็นสกุลที่เป็นปึกแผ่นที่สุดในครั้งนั้น จึงทูล ขอให้อุปราชภาคใต้ประทานนามสกุลให้ ไม่เป็นที่แน่ชัดว่า อุปราชพระองค์นั้นเป็นใคร แต่จากการบอกเล่ากันมาจะเป็น กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ในพุทธศักราช 2482 รัฐบาลของหลวงพิบูลสงคราม (จอมพลแปลก) ต้องการล้มเลิกบรรดาศักดิ์ขุนนาง ไม่ให้มี ขุนหลวง พระ พระยา กันอีก นัยว่าเป็นการล้างระบบเจ้าขุน มลู นายใหห้ มดสน้ิ ใหใ้ ชค้ ำวา่ นาย นาง และนางสาว เหมอื นกนั ทั้งหมด ในครั้งนั้นหลวงศรีสุพรรณดิฐเป็นสมาชิกสภาผู้แทน จังหวัดชุมพร ท่านเลยต้องคล้อยตามนายกรัฐมนตรีสมัยนั้น และเปลี่ยนชื่อเป็นนายเผียน ศรีสุพรรณดิฐ ภายหลังจาก สงครามโลกครั้งที่สองยุติลง รัฐบาลของ หลวงพิบูลสงคราม ก็สิ้นสุดโดยพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร และรัฐบาล ในชดุ ตอ่ มากย็ กเลกิ คำสง่ั น้ี อนญุ าตใหใ้ ชร้ าชทนิ นามตามเดมิ ได้ หลวงศรีสุพรรณดิฐ กลับไม่ใช้ราชทินนามเดิม แต่ใช้นามสกุล ศรีสุพรรณดิฐ และมีลูกหลานได้ใช้นามสกุล ศรีสุพรรณดิฐ จนถึงทุกวันนี้ หลวงศรีสุพรรณดิฐ เมื่อครั้งที่ยังรับราชการอยู่ในจังหวัด สุราษฎร์ธานี ได้สมรสกับ นางทิพย์ น้องของ พระยาเจริญ ราชภักดี ภายหลังย้ายกลับมาเป็นนายอำเภอปะทิว อำเภอ ท่าตะเภา (อำเภอเมืองในปัจจุบัน) ก็ได้ลาออกจากราชการก่อน จะครบเกษียณอายุ และมีบุตรธิดาด้วยกัน 4 คน ภายหลัง หลวงศรีสุพรรณดิฐ มีภรรยาอีกหนึ่งคนชื่อ นางพลอย แต่อยู่กิน กันได้ไม่นานนัก นางพลอย ขอแยกทางกลับไปอยู่ที่บ้านเดิม 129
นักการเมืองถิ่นจังหวัดชุมพร และมีบุตรด้วยกัน 1 คน เมื่อ นางทิพย์ ภรรยาคนแรกของหลวง ศรีสุพรรณดิฐ ถึงแก่กรรม หลวงศรีสุพรรณดิฐได้สมรสกับบุตรี พระยาเจริญราชไมตรี คือ นางวาสนา (สุวรรณรักษ์) มีศักดิ์เป็น หลานของ นางทิพย์ ภรรยาคนแรกของ หลวงศรีสุพรรณดิฐ มีบุตรด้วยกัน 4 คน หลวงศรีสุพรรณดิฐ ได้ซื้อที่ดินไว้เป็นจำนวนมาก ได้สร้างคฤหาสน์อันโอ่โถงอยู่ในตัวเมืองชุมพร ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ชุมสายโทรศัพท์ชุมพร ในปัจจุบัน คฤหาสน์มีบริเวณกว้าง และ สร้างสะพานเชื่อมกับถนนใหญ่ มีซุ้มประตูและมีศาลาหลังคา สีแดงคร่อมสะพานนั้น หลวงศรีสุพรรณดิฐ จึงตั้งชื่อบ้านของ ท่านว่าบ้านศาลาแดง และเป็นที่มาของถนนสายสำคัญคือ ถนนศาลาแดงในปัจจุบัน หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อพุทธศักราช 2475 ประเทศไทยจัดให้มีการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร ครั้งแรก เมื่อ วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2476 การเลือกตั้งครั้งนั้นเป็นการ เลือกตั้งการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ได้บัญญัติในมาตรา 16 ให้รัฐสภามีรูปแบบสภาเดียว คือสภา ผู้แทนประกอบด้วยสมาชิก 2 ประเภท มีจำนวนเท่ากัน คือ สมาชิกประเภทที่ 1 มาจากการเลือกตั้งจากประชาชน และ ประเภทที่ 2 มาจากการแต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์ สมาชิก สภาผู้แทนประเภทที่ 1 มีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2476 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งทางอ้อมมีสมาชิกสภาผู้แทน เป็นการ เลือกตั้งแบบรวมเขตจังหวัด กล่าวคือให้ราษฎรเลือกผู้แทน 130
ประวัตินักการเมืองถิ่นจังหวัดชุมพร ตำบลของตนเองก่อน แล้วจึงให้ผู้แทนตำบลเลือกผู้แทนราษฎร อีกช้ันหนง่ึ การเลอื กตั้งในคร้งั น้ัน หลวงสโมสรราชกิจ (คออยจู่ ีน ณ ระนอง) ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนแรกของจังหวัดชุมพร และพ.ต.หลวงอภิบาลภูวนารถ (สังข์ นาคะวัจนะ) เป็นคนที่สอง หลวงสโมสรราชกิจ อดีตเคยดำรง ตำแหน่งนายอำเภอหลังสวน เป็นบุตรของ พระยาจรูญ- ราชโภคากร (คอซิมเต็ก ณ ระนอง) อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด หลังสวนและเป็นหลานของพระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (คอซู้เจียง) อดีต จางวาง ผู้กำกับราชการเมืองระนอง ชาวหลังสวนนั้นเป็นผู้ที่รักถิ่นกำเนิดของตนเองเป็นอย่างยิ่ง มกี ารแขง่ ขนั สง่ิ ใดเมอ่ื ใด ชาวหลงั สวนตอ้ งสนบั สนนุ ชาวหลงั สวน ด้วยกันเองโดยไม่มีเงื่อนไขจึงทำให้การเลือกตั้งครั้งนั้น หลวงสโมสรราชกิจ (คออยู่จีน ณ ระนอง) ได้รับการเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2480 เพราะถึงคราวออก ตามวาระที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และจัดให้มีการเลือกตั้ง ใหมก่ ารเลือกตง้ั สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร คร้งั ท่ี 2 มขี นึ้ เม่ือวนั ท ่ี 7 พฤศจิกายน 2480 เป็นการเลือกตั้งทางตรง แบบแบ่งเขต แต่ละเขตมีผู้แทนราษฎรได้หนึ่งคน ถือจำนวนราษฎรสองแสน คนต่อผู้แทนราษฎรหนึ่งคน ให้ราษฎรใช้สิทธิเลือกตั้งผู้แทน ราษฎรโดยตรง นับเป็นการเลือกตั้งทางตรงครั้งแรกของประเทศ ไทย และเป็นการเลือกตั้งทั่วไป ครั้งที่ 2 อยู่ในวาระ คราวละ 4 ปี การเลือกตั้งครั้งนั้นมีการแข่งขันการเลือกตั้งกันสูง มีผู้สมัครเป็นการแข่งขันกันค่อนข้างสูง แต่ผลของการเลือกตั้ง พ.ต.หลวงอภิบาลภูวนารถ (สังข์ นาคะวัจนะ) ได้รับการเลือกตั้ง 131
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301