นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครราชสีมา เป็นเจ้าของโรงแป้งมันสำปะหลังเอี่ยมเฮง ฐานเสียง นางจิตรวรรณเป็นเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังในอำเภอ เสิงสาง และอำเภอครบุรี ถึงแม้นางจิตรวรรณมีกระสุนดินดำ จัดให้แบบเต็ม ๆ แต่ก็สู้กระแสพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดง ไม่ไหว เขตเลือกต้ังท่ี 12 นายประนอม โพธิ์คำ อดีต ส.ส. จากพรรคภูมิใจไทย และเป็นเจ้าพ่อภูเขาทองแห่งอำเภอ วังน้ำเขียว มีฐานเสียงแน่นในอำเภอวังน้ำเขียว และบางตำบล ของอำเภอปักธงชัย และยังมีอำนาจรัฐและ สจ. ทั้งอำเภอ ปักธงชัย และอำเภอวังน้ำเขียวรวมถึงเสี่ยเน นายเนวิน ชิดชอบ และเสี่ยหนู นายอนุทิน ชาญวีรกุล แกนนำพรรคภูมิใจไทย คอยส่งท่อน้ำเลี้ยงจัดให้แบบหนัก ๆ งัดทุกกลยุทธ์ออกมาสู้ ทุกรูปแบบ ทำให้เอาชนะคู่แข่งอย่าง นายสมศักดิ์ พันธุ์เกษม อดีต ส.ส. จากพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินคนสนิทนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ไปได้อย่างไม่ยากเย็น เขตเลือกต้ังที่ 13 เขตนี้กระแสพรรคและคนเสื้อแดง ช่วยหนุนส่งให้นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ จากพรรคเพื่อไทย พลิกล็อกเอาชนะ ส.ส. ผูกขาดหลายสมัยอย่างพันตำรวจโท สมชาย เพศประเสริฐ ที่ย้ายจากเพื่อไทยไปสังกัดพรรคมาตุภูมิ ตามคำเชิญของพลเอกสนธิ บุณยรัตกลิน อดีตประธานคณะ มนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ถึงแม้ว่าจะโดดเด่นด้วย บุคลิกส่วนตัวและบารมีและความเก๋าที่มีอยู่ และแรงสนับสนุน จากทั้งนายกเทศมนตรี, อบต., กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน และ ชาวบ้านในเขตอำเภอปากช่องท่วมท้น แต่ก็ต้องพ่ายต่อกระแส พรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงที่มีมากกว่า 234
สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ เขตเลือกตั้งท่ี 14 เก้าอี้ ส.ส. เขตนี้ผูกขาดไปแล้ว สำหรับคนหน้าเดิมอย่างนายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต ส.ส. จากพรรคเพื่อไทย เพราะนายประเสริฐเป็นขวัญใจชาวอำเภอ สีคิ้ว มีฐานเสียงแน่นในทุกกลุ่ม ทุกตำบลและมีองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นคอยสนับสนุน โอกาสที่คู่แข่งอย่างนายประเสริฐ ตรงจันทึก จากพรรคภมู ิใจไทยที่จะเจาะพื้นที่จึงเป็นไปได้ยาก เขตเลือกตั้งท่ี 15 เขตเลือกตั้งนี้นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ หรือ สจ.ต๋อง จากพรรคภูมิใจไทยเบียดเอาชนะโดยสู้กันอย่าง สูสีกับแชมป์เก่านายบุญเลิศ ครุฑขุนทด ที่ย้ายจากเพื่อไทยไป สังกัดชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน และนายรชตะ ด่านกุล หรือ สจ.ซี จากเพื่อไทย โดยทั้งสามคนต่างก็มีฐานเสียงหลักในเขตอำเภอ ด่านขุนทด โดยนายวิสิทธิ์ได้อำนาจรัฐหนุนช่วยทุกรูปแบบโดย มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นแกนหลักและมีท่อน้ำเลี้ยงทั้งจาก นายเนวิน และนายอนุทิน คอยหนุน ส่วนนายบุญเลิศได ้ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ และนายจำลอง ครุฑขุนทด พี่ชายเป็น กุนซือ โดยฐานเสียงหลักเป็นกลุ่มสตรีแม่บ้านจากชุมชน และ หมู่บ้านต่าง ๆ ในอำเภอด่านขุนทด และอำเภอเทพารักษ์ ส่วน สจ.ซี นายรชตะ ด่านกุล จากเพื่อไทย มีกลุ่มนายก อบต., กำนัน และผู้ใหญ่บ้านในเขตอำเภอด่านขุนทดคอยเชียร์แต่เมื่อ ใกล้ถึงวันหย่อนบัตรลงคะแนนท่อน้ำเลี้ยงของนายรชตะเริ่มแห้ง ขอดสุดท้ายนายวิสิทธิ์เบียดเอาชนะไปได้อย่างสสู ี ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของไชยวุฒิ มนตรีรักษ์ (2551) ผลการศึกษาพบว่า เครือข่ายทางการเมืองที่ให้การสนับสนุน นักการเมืองและความสัมพันธ์ของนักการเมืองกับประชาชน 235
นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครราชสีมา ในช่วงการเลือกตั้งระหว่าง พ.ศ. 2476 ถึง พ.ศ. 2500 ส่วนใหญ่ เป็นความสัมพันธ์แบบเครือญาติทั้งในแบบเครือญาติตระกูล และเครือญาติเกื้อกูล การเลือกตั้งใน พ.ศ. 2512 เป็นยุคแรก ที่นักธุรกิจเข้ามาสู่การเมืองระดับชาติ โดยมีความสัมพันธ์ เครือข่ายธุรกิจระหว่างจังหวัด ได้รับการช่วยเหลือจากกลุ่ม ธุรกิจค้าไม้และสมาชิกสภาจังหวัดเลยที่มาจากภาคตะวันออก เริ่มมีการใช้เงินซื้อเสียงการใช้อิทธิพลข่มขู่หัวคะแนนและ การสร้างระบบอุปถัมภ์กับหัวคะแนน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งช่วง พ.ศ. 2531 ถึง พ.ศ. 2535 เป็นช่วงการเมืองสองสภาพ โดยนักการเมืองถิ่นส่วนหนึ่งมีพฤติกรรมทางการเมืองเชิง อุดมการณ์ในขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งเป็นแบบธนกิจการเมือง (Political Finance) การเลือกตั้งหลังจาก พ.ศ. 2538 เป็นต้นมา นักการเมืองถิ่นกลุ่มคุณภาพยึดอุดมการณ์ประชาธิปไตย พ่ายแพ้การเลือกตั้ง กลุ่มที่มีความเข้มแข็งทางการเมืองมีอยู่ 3 ตระกูล คือ ตระกูลแสงเจริญรัตน์ ตระกูลเร่งสมบูรณ์สุข และ ตระกูลทิมสุวรรณ โดยทุกตระกูลมีอาชีพธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และการสัมปทานแร่ธาตุ แต่ได้จัดแบ่งขอบเขตพื้นที่ทาง การเมืองอย่างประนีประนอม อิงประโยชน์ทางธุรกิจและจัดสรร อำนาจทางการเมืองอย่างลงตัว ทำให้ยังคงมีบทบาท มีอิทธิพล ทางการเมืองอย่างต่อเนื่องจนถึง พ.ศ. 2548 ทำให้ไม่เกิดสภาพ การแข่งขันในตลาดการเมืองอย่างแท้จริง สอดคล้องกับงาน วิจัยของพิชญ์ สมพอง (2551) ผลการศึกษาพบว่า การเชื่อมโยง เครือข่ายกับกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองในระดับท้องถิ่น กลุ่มผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และกลุ่มผลประโยชน์ทาง สังคม และวัฒนธรรม พรรคการเมืองคือ กลุ่มผลประโยชน์ 236
สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ทางการเมอื ง มบี ทบาทสงู ตอ่ นกั การเมอื งถน่ิ ยโสธร นกั การเมอื ง ถิ่นยโสธรมีการเปลี่ยนสังกัดพรรคตามวาระของรัฐบาล โดยพรรคใดเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ นักการเมืองถิ่นยโสธร ก็สังกัดพรรคนั้น ส่วนกลวิธีสำคัญในการหาเสียงได้แก่ การลงพื้นที่พบปะประชาชนโดยสม่ำเสมอ การให้ความอุปถัมภ์ ช่วยเหลือในรูปแบบต่าง ๆ สอดคล้องกับงานวิจัยของกฤษณา ไวสำรวจ (2552) ผลการศึกษาพบว่า เครือข่ายในการสนับสนุนของบรรดา นักการเมืองในจังหวัดสมุทรสงคราม วางอยู่บนฐานของ เครือญาติ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตามด้วยพรรคการเมือง กลุ่มเยาวชน กลุ่มเครือข่ายเอกชน (NGOs) การใช้อัตลักษณ์ ส่วนบุคคล โดยเฉพาะคุณลักษณะของความเป็นหญิง (Femininity) วัฒนธรรมวิถีที่ใช้ในการหาเสียง จัดตั้งฐานเสียง อยู่บนพื้นฐานของเครือญาติ เครือข่ายเพื่อน สอดคล้องกับ งานวิจัยของพรชัย เทพปัญญา (2552) ผลการศึกษาพบว่า ฐานคะแนนของนักการเมืองตระกูลคุณปลื้มจะอยู่ที่กลุ่ม นักการเมืองท้องถิ่น เช่น สมาชิกสภาองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด (ส.จ.) สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) และผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กับกลุ่มการเมือง ที่สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ปัจจุบัน ที่มีฐานคะแนนจากกลุ่ม ประชาชนทั่วไป และอาศัยกระแสพรรคเป็นสำคัญ การสังกัด พรรคการเมืองขนาดใหญ่และมีกระแสที่ดีของสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี จะส่งผลต่อคะแนนเสียงเป็นอย่าง มาก เพราะประชาชนจังหวัดชลบุรีมีความนิยมที่จะเลือก ลงคะแนนตามกระแสของพรรคที่มีแนวโน้มจะได้จัดตั้งรัฐบาล 237
นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครราชสีมา และหัวหน้าพรรคจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี สอดคล้องกับ งานวิจัยของณัชชานุช พิชิตธนารัตน์ (2554) ผลการศึกษาพบว่า 1) ภูมิหลังของนักการเมืองถิ่นจังหวัดเพชรบุรี จำแนกได้ 6 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มนักกฎหมาย 2) กลุ่มนักการศึกษา 3) กลุ่ม ข้าราชการทหารและฝ่ายปกครอง 4) กลุ่มนักธุรกิจ ผู้กว้าง ขวางและนักการเมืองท้องถิ่น 5) กลุ่มนักสื่อสารมวลชน และ 6) กลุ่มนักเคลื่อนไหว ซึ่งพบว่าภูมิหลังดังกล่าวไม่สามารถแบ่ง แยกออกจากกันได้โดยเด็ดขาดเนื่องจากบางคนมีภูมิหลังที่ หลากหลายด้านอาชีพและบทบาททางสังคม 5.2.3 รูปแบบวิธีการหาเสียงในการเลือกต้ังของนักการเมือง ในจังหวัดนครราชสีมา รูปแบบการหาเสียงในยุคแรก (2476 ถึงก่อนปี 2518) จะใช้วิธีการที่ตัวผู้สมัคร ส.ส. เข้าไปหาเสียงด้วยตนเองใน หมู่บ้านและในชุมชน โดยไปจัดแสดงมหรสพฉายภาพยนตร์ แล้วขึ้นปราศรัยหาเสียง มีการติดใบปลิวหาเสียง บางครั้งใช้วิธี หาเสียงแบบเคาะประตูบ้าน ผู้สมัครหาสุราไปดื่มและกินต้มไก่ กับชาวบ้าน การหาเสียงนอกจากใช้รูปแบบเดิม โดยจัด มหรสพโดยฉายหนัง มีดนตรีแสดง มีบริการตัดผมฟรี ผู้สมัคร จะขึ้นปราศรัยหาเสียง และเริ่มมีการแจกสิ่งของอุปโภค บริโภค ให้ชาวบ้าน เช่น หมากพลู ยาแก้ปวด น้ำปลา ปลากระป๋อง รองเท้า เป็นต้น ยุคท่ีสอง (2518 ถึงก่อนปี 2544) ยุคนี้เงินเริ่มเข้ามามี บทบาทมากขึ้นเป็นลำดับ โดยมีการแจกเงินควบคู่กับสิ่งของ เช่น เสื้อ ผ้าถุง ลูกเป็ด ลูกปลา กล้าไม้ เป็นต้น และเริ่มมีการ 238
สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ จัดตั้งหัวคะแนน ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำสตรี ครู หรือข้าราชการในท้องถิ่น อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครป้องกันภัยพลเรือน (อปพร.) โดยจัดตั้งถึง ระดับชุมชนหมู่บ้าน ทำให้การควบคุมคะแนนเสียงของผู้สมัคร มีประสิทธิภาพมาก และไม่ต้องลงไปปราศรัยหาเสียงเอง เหมือนเมื่อก่อน เพราะมีการนำการจัดการเครือข่ายแบบธุรกิจ ขายตรงมาให้กับเครือข่ายหัวคะแนน นอกจากนี้ยังมีการ ติดตามดูแลเครือข่ายหัวคะแนนอย่างต่อเนื่อง เช่น จัดเงิน กองทุนให้กลุ่มแม่บ้าน การจัดอบรมและพาไปดูงานต่างจังหวัด และแจกเบี้ยเลี้ยง การจัดงานเลี้ยงโต๊ะจีนเป็นระยะ สำหรับ หัวคะแนนฝ่ายตรงข้ามจะใช้การข่มขู่ การปิดหมู่บ้านไม่ให้ เข้าไปแจกเงินหาเสียงของคู่แข่งให้ชาวบ้านได้ สำหรับ การทุจริตในกระบวนการจัดการเลือกตั้ง เช่น การเวียนเทียน การสวมสิทธิ์ การมีชื่อคนตายในทะเบียนบ้าน การซื้อกรรมการ บางคนหรือซื้อยกหน่วยก็มีพบเห็นกันบ้างซึ่งแสดงให้เห็นถึง ความสลับซับซ้อนของการทุจริตในการเลือกตั้งมีมากขึ้นเป็น ลำดับ ตัวอย่างการหาเสียงในยุคนี้ที่เด่นชัด คือ กรณีของ นายประจญั กลา้ ผจญ อดตี ส.ส. 2 สมยั นายประจญั กลา้ ผจญ เคยรับราชการครูมากว่า 23 ปี ใช้รูปแบบวิธีการหาเสียงด้วย การขี่จักรยานไปตามหมู่บ้าน โดยมีชอล์กติดตัวไปด้วย ไปถึง บ้านไหนก็เขียนเบอร์ที่ตนเองสมัครไว้บ้านนั้น เพื่อให้ชาวบ้าน จดจำ หาเสียงแบบให้ความรู้ความเข้าใจแก่ชาวบ้านโดยไม่ใช้ เงินซื้อเสียง เป็นต้น ยุคท่ีสาม (2544 ถึงปัจจุบัน (2556)) ยุคนี้นโยบาย ของพรรคเป็นส่วนสำคัญที่จะตัดสินได้ว่าผู้สมัครรายใดจะได้รับ 239
นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครราชสีมา การเลือกตั้งเป็น ส.ส.เพราะเป็นยุคแห่งการแข่งขันการออก นโยบาย ไม่ว่าจะพรรคขนาดใหญ่ หรือพรรคขนาดเล็กต่าง แข่งขันช่วงชิงฐานเสียงในจังหวัดด้วยการออกนโยบายใน รูปแบบประชานิยมออกมาปรนเปรอชาวบ้านอยู่ตลอด และ เงินยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะตัดสินว่าผู้สมัครรายใดจะได้รับ การเลือกตั้ง นอกจากนั้นแล้วรูปแบบการจัดตั้งหัวคะแนนยังมี การนำมาใช้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ระดับชุมชน ท้องถิ่น จนถึง ระดับจังหวัด การปราศรัย มีทั้งการปราศรัยใหญ่ ปราศรัยย่อย และปราศรัยแบบจรยุทธ ในการปราศรัยใหญ่พรรคการเมืองต้น สังกัดจะลงมาช่วย ถ้าหัวหน้าพรรคมาไม่ได้ก็มีกรรมการบริหาร พรรคระดับรองลงมา หรือหัวหน้าทีมสำหรับภูมิภาคนั้น ๆ หรือ หัวหน้าทีมจังหวัดนั้น ๆ ไปปราศรัยช่วย ส่วนปราศรัยย่อยนั้น แต่ละคนจะมีรถติดเครื่องขยายเสียงเคลื่อนที่ไปตามหมู่บ้าน ชุมชน หากมีงานบุญเทศกาลประเพณีต่าง ๆ ก็จะถือโอกาส ปราศรัยหาเสียงไปด้วย สำหรับการปราศรัยแบบจรยุทธนั้น จะมีแกนนำแต่ละหมู่บ้านรวมกลุ่มไว้ให้บางกลุ่ม 5-10 คน เมื่อผู้สมัครไปถึงที่หมายก็จะปราศรัยพูดคุยด้วย การช่วยเหลือ อุปถัมภ์ในรูปแบบต่าง ๆ แล้วแต่สถานการณ์แวดล้อม หรือ วัฒนธรรมชุมชน เช่น การให้บริการรถรับ-ส่งผู้ป่วยหรือบาดเจ็บ ระหว่างบ้าน-ไปโรงพยาบาล หากตายก็มีหีบศพบริการนำศพ ส่งบ้าน–วัด การให้ความช่วยเหลืออุปถัมภ์จัดกีฬาในชุมชน การช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกร การช่วยเหลือในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์งานประเพณีต่าง ๆ และการลงพื้นที่เยี่ยมเยียน พบปะพูดคุย หรือ “เคาะประตูบ้าน” อย่างสม่ำเสมอ เวลามี งานบุญประเพณีต่าง ๆ ส.ส. ทุกคนขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นงาน 240
สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ กฐิน ผ้าป่า สงกรานต์ แข่งเรือ ประกวดสรภัญญะ วันเด็ก วันแม่ วันพ่อ งานแต่ง งานบวช งานศพ ฯลฯ ส.ส. ทุกคนไป ร่วมไม่ได้ต้องจัดให้มีผู้แทน ส.ส. หรือแกนนำของเครือข่ายไป แทน หากใครขาดการร่วมกิจกรรมดังกล่าวจะมีเสียงตำหนิว่า “ตีนไม่ติดดิน” ไม่ร่วมทุกข์-ร่วมสุขกับชาวบ้าน สอดคล้องกับงานวิจัยของสุเชาว์ มีหนองหว้าและกิติ รัตน์ สีหบัณฑ์ (2549) ผลการศึกษาพบว่า รูปแบบและวิธีการ หาเสียงของนักการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้งในสมัยแรกที่มี การเลือกตั้งกับในปัจจุบันแตกต่างกัน กล่าวคือ ในสมัยแรกจาก การเลือกตั้งของจังหวัดอุบลราชธานีที่มีนักการเมืองได้รับ เลือกตั้ง เช่น นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ นายเลียง ไชยกาล นายฟอง สิทธิธรรม การหาเสียงใช้รูปแบบของการออกปราศรัย ตามท้องถิ่นต่าง ๆ ในเขตเลือกตั้ง และการใช้กลุ่มเครือญาติ เพื่อนสนิทช่วยในการหาเสียงแต่รูปแบบและวิธีการหาเสียง นักการเมืองในจังหวัดอุบลราชธานีในยุคปัจจุบันเปลี่ยนไปจาก เดิม เป็นการใช้การจัดตั้งระบบหัวคะแนนจัดได้ว่าเป็นปัจจัย ชี้ขาดสำคัญที่จะทำให้ผู้สมัครได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง นอกจากนี้ ผู้สมัครยังจะต้องมีความสามารถและเอาใจใส่ต่อ การให้บริการประชาชนในเขตเลือกตั้ง ซึ่งรูปแบบและวิธีการ หาเสียงดังกล่าวสำคัญมาก อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเกี่ยวกับ คุณสมบัติของผู้สมัครที่เป็นคนมีความรู้ความสามารถ คบง่าย พึ่งพาได้ ก็เป็นปัจจัยที่สำคัญประกอบกัน สอดคล้องกับ งานวิจัยของศรุดา สมพอง (2550) ผลการศึกษาพบว่า วิธีที่ใช้ ในการหาเสียงของผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัด ฉะเชิงเทรา โดยทั่วไปจะใช้การลงพื้นที่พบปะประชาชนในพื้นที่ 241
นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครราชสีมา การปราศรัยบนเวที การใช้สื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ การใช้รถ ขยายเสียงวิ่งตามท้องถนน แต่ที่สำคัญจะใช้วิธีการผ่านทาง “หัวคะแนน” ซึ่งจะเป็นผู้ที่มีบารมีในพื้นที่ เช่น สมาชิกองค์การ บริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน เป็นต้น สอดคล้องกับงานวิจัยของไชยวุฒิ มนตรีรักษ์ (2551) ผลการศึกษาพบว่า เครือข่ายทางการเมืองที่ให้การสนับสนุน นักการเมืองและความสัมพันธ์ของนักการเมืองกับประชาชน ในช่วงการเลือกตั้งระหว่าง พ.ศ. 2476 ถึง พ.ศ. 2500 ส่วนใหญ่ เป็นความสัมพันธ์แบบเครือญาติทั้งในแบบเครือญาติตระกูล และเครือญาติเกื้อกูล การเลือกตั้งใน พ.ศ. 2512 เป็นยุคแรก ที่นักธุรกิจเข้ามาสู่การเมืองระดับชาติ โดยมีความสัมพันธ์ เครือข่ายธุรกิจระหว่างจังหวัด ได้รับการช่วยเหลือจากกลุ่ม ธุรกิจค้าไม้และสมาชิกสภาจังหวัดเลยที่มาจากภาคตะวันออก เริ่มมีการใช้เงินซื้อเสียงการใช้อิทธิพลข่มขู่หัวคะแนนและ การสร้างระบบอุปถัมภ์กับหัวคะแนน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งช่วง พ.ศ. 2531 ถึง พ.ศ.2535 เป็นช่วงการเมืองสองสภาพโดยนักการเมือง ถิ่นส่วนหนึ่งมีพฤติกรรมทางการเมืองเชิงอุดมการณ์ในขณะที่ อีกกลุ่มหนึ่งเป็นแบบธนกิจการเมือง (Political Finance) การ เลือกตั้งหลังจาก พ.ศ.2538 เป็นต้นมา นักการเมืองถิ่นกลุ่ม คุณภาพยึดอุดมการณ์ประชาธิปไตย พ่ายแพ้การเลือกตั้ง กลุ่มที่มีความเข้มแข็งทางการเมืองมีอยู่ 3 ตระกูล คือ ตระกูล แสงเจริญรัตน์ ตระกูลเร่งสมบูรณ์สุข และตระกูลทิมสุวรรณ โดยทุกตระกูลมีอาชีพธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและการสัมปทาน แร่ธาตุ แต่ได้จัดแบ่งขอบเขตพื้นที่ทางการเมืองอย่าง 242
สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ประนีประนอม อิงประโยชน์ทางธุรกิจและจัดสรรอำนาจ ทางการเมืองอย่างลงตัว ทำให้ยังคงมีบทบาท มีอิทธิพล ทางการเมืองอย่างต่อเนื่องจนถึง พ.ศ. 2548 ทำให้ไม่เกิดสภาพ การแข่งขันในตลาดการเมืองอย่างแท้จริง สอดคล้องกับงาน วิจัยของรักฏา เมธีโภคพงษ์ และวีระ เลิศสมพร (2551) ผลการ ศึกษาพบว่า วิธีการและกลวิธีการหาเสียงในการเลือกตั้งของ นักการเมืองถิ่นในจังหวัดเชียงใหม่ มีหลายรูปแบบ ได้แก่ การใช้ความสามารถเฉพาะตัวที่โดดเด่น การหาเสียงแบบ เ ข ้ า ถ ึ ง ช า ว บ ้ า น ก า ร แ จ ก ใ บ ป ล ิ ว แ ล ะ ก า ร ใ ช ้ เ ค ร ื อ ข ่ า ย ส่วนบทบาทและความสัมพันธ์ของกลุ่มผลประโยชน์และกลุ่มที่ ไม่เป็นทางการ พบว่า ครอบครัว วงศาคณาญาติ เพื่อนฝูง ลูกศิษย์ ลูกค้า รวมทั้งภูมิลำเนาเดิม ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่มี ส่วนสนับสนุนทางการเมืองแก่นักการเมืองในจังหวัดเชียงใหม่ ให้ได้รับการเลือกตั้ง สอดคล้องกับงานวิจัยของพรชัย เทพปัญญา (2552) ผลการศึกษาพบว่า ลักษณะการเมืองในจังหวัดชลบุรี จะมีการ แข่งขันกันอยู่ 2 กลุ่มชัดเจน ระหว่างกลุ่มเรารักชลบุรีที่ม ี ตระกูลคุณปลื้ม เป็นแกนนำสำคัญ มีฐานคะแนนอยู่ที่กลุ่ม นักการเมืองท้องถิ่น เช่น สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (สจ.) สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) และผู้นำ ท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กับกลุ่มการเมืองที่สังกัดพรรค ประชาธิปัตย์ปัจจุบันที่มีฐานคะแนนจากกลุ่มประชาชนทั่วไป และอาศัยกระแสพรรคเป็นสำคัญ 3) การสังกัดพรรคการเมือง ขนาดใหญ่และมีกระแสที่ดีของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี จะส่งผลต่อคะแนนเสียงเป็นอย่างมาก เพราะ 243
นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครราชสีมา ประชาชนจังหวัดชลบุรีมีความนิยมที่จะเลือกลงคะแนนตาม กระแสของพรรคที่มีแนวโน้มจะได้จัดตั้งรัฐบาล และหัวหน้า พรรคจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี 4) วิธีการหาเสียงของผู้สมัคร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี จะเน้นที่การลง พื้นที่พบปะกับประชาชนเป็นสำคัญ มีการปราศรัยย่อยในพื้นที่ การปราศรัยใหญ่บนเวที การใช้สื่อต่าง ๆ ในการประชาสัมพันธ์ สอดคล้องกับงานวิจัยของณัชชานุช พิชิตธนารัตน์ (2554) ผลการศึกษาพบว่า กลวิธีในการหาเสียงเลือกตั้งของ นักการเมืองถิ่นจังหวัดเพชรบุรี ได้แก่ 1) การให้ความช่วยเหลือ อุปถัมภ์ในรูปแบบต่าง ๆ 2) การลงพื้นที่พบปะประชาชน แบบเคาะประตูบ้าน 3) การเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม 4) การใช้บัตรหาเสียงขนาดเล็ก ใบปลิว โปสเตอร์ และ รถกระจายเสียง เป็นสื่อในการหาเสียง 5) สื่อสิ่งพิมพ์เป็น กลยุทธ์ที่สำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ในการหาเสียง 6) การปราศรัยหาเสียง 7) การให้เงินและสิ่งของเพื่อซื้อเสียง 8) การสัญญาว่าจะให้ และ 9) การจัดมหรสพและเลี้ยงสุรา อาหาร 5.3 ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยในอนาคต 5.3.1 ควรมีการศึกษามูลเหตุจูงใจในการเลือกตั้งของ ประชาชนจังหวัดนครราชสีมา ว่าอะไรคือตัวแปรในการไปใช้ สิทธิเลือกตั้งนักการเมืองในจังหวัด เช่น ท้องถิ่นนิยม ค่านิยม อนุรักษ์ พรรคนิยม อามิสสินจ้าง นโยบาย เป็นต้น 244
สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 5.3.2 ควรมีการศึกษาถึงประเด็นการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้ประชาชนเห็นถึงผลเสียของระบบอุปถัมภ์ที่ส่งผล ให้การเมืองของประเทศไม่พัฒนาไปข้างหน้าเท่าที่ควร 5.3.3 ควรมีการศึกษาถึงประเด็นการส่งเสริมให้ ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง เช่น การส่งเสริมให้ประชาชน ตระหนักถึงสิทธิและหน้าที่ตามระบอบประชาธิปไตยมีการไปใช้ สิทธิเลือกตั้งในจำนวนที่มากทุกครั้ง การส่งเสริมให้ประชาชน ร่วมตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนักการเมืองทุกระดับอย่าง ใกล้ชิดและร่วมเสนอแนะนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่น และประเทศ 5.4 ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาการเมืองถ่ิน ในจังหวัดนครราชสีมา 5.4.1 ควรนำผลการวิจัยครั้งนี้ไปใช้ประโยชน์ โดยจัดทำ เป็นหนังสือส่งเสริมความรู้ด้านพัฒนาการทางการเมืองของ นักเรียนภายในจังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้นักเรียนได้เข้าใจ ถึงพัฒนาการทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือกตั้งของ นักการเมืองจังหวัดนครราชสีมา อันจะนำไปสู่การป้องกันและ แก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ตลอดจนเป็นการปลูกฝังค่า นิยมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในอนาคต 5.4.2 ควรมีการจัดการอบรมให้ความรู้ประชาชน โดยทั่วไปในจังหวัดนครราชสีมาให้ทราบและตระหนักถึงสิทธิ ตามระบอบประชาธิปไตย โดยส่งเสริมให้ประชาชนรัก และหวงแหนสิทธิของตนเองเพื่อจะได้ใช้สิทธิในการเลือก 245
นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครราชสีมา นักการเมืองจากความสามารถ ประวัติการทำงานเพื่อส่วนรวม ความโปร่งใส และมีค่านิยมต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นทุก รูปแบบ 246
บรรณานุกรม หนังสอื และบทความในหนงั สือ กฤษณา ไวสำรวจ. นักการเมืองถ่ินจังหวัดสมุทรสงคราม. กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า, 2555. โกวิท วงศ์สุรวัฒน์. การเมืองการปกครองไทย: หลายมิติ. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: โครงการรัฐศาสตร์ศึกษา ภาควิชารัฐศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์, 2553. ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2544, ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 118 ตอนพิเศษ 42 ง (11 พฤษภาคม 2544): 25-73. จักษ์ พันธ์ชูเพชร. การเมืองการปกครองไทย จากยุคสุโขทัยสู่สมัย ทกั ษณิ . พิมพ์ครั้งที่ 6. พิษณุโลก: PUNCH GROUP, 2551. จักษ์ พันธ์ชูเพชร. รัฐศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 6. พิษณุโลก: PUNCH GROUP, 2552. จุมพล หนิมพานิช. พัฒนาการทางการเมืองไทย: อำมาตยาธิปไตย ธนาธิปไตย หรือประชาธิปไตย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548. ชาญวิทย์ เกษตรศิริ. ประวัติการเมืองไทยสยาม พ.ศ.247-2500. พิมพ์ ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และ มนุษยศาสตร์, 2551.
นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครราชสีมา ชัยวัฒน์ สถาอานันท์. การเมืองมนุษย์: รัฐศาสตร์ทวนกระแส. กรุงเทพฯ: ดอกหญ้า, 2528. เชิญ ชวิณณ์ ศรีสุวรรณ. แนวพินิจทางรัฐศาสตร์: ภาวะวิทยา ญาณวทิ ยา และวิธีวทิ ยา. ม.ป.ท., 2551. เชาวนะ ไตรมาศ. พรรคการเมือง: ภูมิหลังทางโครงสร้าง-หน้าท่ี และ พัฒนาการทางสถาบัน. กรุงเทพฯ: สถาบันนโยบายศึกษา, 2540. เชาวนะ ไตรมาศ. ข้อมูลพื้นฐาน 75 ปี ประชาธิปไตยไทย 2475- 2550. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: สุขุมและบุตร, 2550. ไชยวุฒิ มนตรีรักษ์. นักการเมืองถ่ินจังหวัดเลย. นนทบุรี: สถาบัน พระปกเกล้า, 2551. ณัชชานุช พิชิตธนารัตน์. นักการเมืองถ่ินจังหวัดเพชรบุรี. กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า, 2554. ดารารัตน์ เมตตาริกานนท์. การเมืองสองฝ่ังโขง. กรุงเทพฯ: มติชน, 2546. ทิวากร แก้วมณี. “วิวัฒนาการวงจรอุบาทว์ทางการเมืองไทย: จาก 2475 ถึง การเมืองหลังระบอบทักษิณ.” โอเคเนชั่น. http://www. oknation.net/blog/dhiwakorn/2012/06/06/entry-1 (สืบค้นเมื่อ 2555) นพรัตน์ วงศ์วิทยาพาณิชย์. นักการเมืองถิ่นจังหวัดสระแก้ว. กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า, 2555. นิรันดร์ กุลฑานันท์. นักการเมืองถิ่นจังหวัดบุรีรัมย์. นนทบุรี: สถาบัน พระปกเกล้า, 2549. นรนิติ เศรษฐบุตร. รฐั ธรรมนูญกับการเมืองไทย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2553. นรนิติ เศรษฐบุตร. กลุ่มราชครูในการเมืองไทย. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: สำนำพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2553. 248
บรรณานุกรม ประเสริฐ ปัทมะสุคนธ์. รัฐสภาไทยในรอบส่ีสิบสองปี (2475–2517). กรุงเทพฯ: ช. ชุมนุมช่าง, 2517. ประวัติมหาดไทยส่วนภูมิภาค. ประวัติมหาดไทยส่วนภูมิภาค จังหวัด นครราชสมี า. กรุงเทพฯ: กระทรวงมหาดไทย, 2536. พรชัย เทพปัญญา. “ประชาธิปไตยไทยจากมุมมองทฤษฎีชนชั้นนำ.” วารสารสถาบนั พระปกเกล้า ปีที่ 3, ฉ. 2 (2548): -. พรชัย เทพปัญญา. นักการเมืองถ่ินจังหวัดชลบุรี. นนทบุรี: สถาบัน พระปกเกล้า, 2552. พิชญ์ สมพอง. นักการเมืองถ่ินจังหวัดยโสธร. นนทบุรี: สถาบัน พระปกเกล้า, 2551. พิสิษฐิกุล แก้วงาม. ทฤษฎีการเมืองกับการศึกษารัฐศาสตร์. มหาสารคาม: หลักสูตรสาขาวิชารัฐศาสตร์ วิทยาลัย กฎหมายและการปกครอง มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม, 2552. พรรณพร สินสวัสดิ์. ประวัติการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาไทย. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, 2548. พิสิษฐิกุล แก้วงาม. มโนทัศน์ท่ีสำคัญในวิชาการพัฒนาการเมือง. มหาสารคาม: หลักสูตรสาขาวิชารัฐศาสตร์ วิทยาลัย กฎหมายและการปกครอง มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม, 2553. รักฎา เมธีโภคพงษ์ และวีระ เลิศสมพร. นักการเมืองถ่ินจังหวัด เชียงใหม่. นนทบุรี: สถาบันพระปกเกล้า, 2551. ลิขิต ธีรเวคิน. ทฤษฎีพัฒนาการเมือง. กรุงเทพฯ: ศูนย์วิจัยคณะ รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2527. ลิขิต ธีรเวคิน. การพัฒนาการเมือง (Political Development). กรุงเทพฯ: หนังสือพิมพส์ ยามรฐั , 2552. 249
นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครราชสีมา ศรุดา สมพอง. นักการเมืองถิ่นจังหวัดฉะเชิงเทรา. นนทบุรี: สถาบัน พระปกเกล้า, 2550. เสน่ห์ จามริก. การเมืองไทยกับพัฒนาการรัฐธรรมนูญ. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และ มนุษยศาสตร์, 2549. สุเชาว์ มีหนองหว้า และกิติรัตน์ สีหบัณฑ์. นักการเมืองถ่ินจังหวัด อุบลราชธาน.ี นนทบุรี: สถาบันพระปกเกล้า, 2549. สมบัติ ธำรงค์ธัญวงศ์. ทัศนคติทางการเมืองของเด็กและเยาวชนใน กรุงเทพมหานคร. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: โครงการ เอกสารและตำรา คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิต พัฒนบริหารศาสตร์, 2539. สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา. รายงานประจำปี 2555. นครราชสีมา: สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา, 2555. สำนักงานสถิติจังหวัดบุรีรัมย์. รายงานประจำปี 2552. บุรีรัมย์: สำนักงานสถิติจังหวัดบุรีรัมย์, 2552. สำนักงานจังหวัดนครราชสีมา. ข้อมูลท่ัวไปจังหวัดนครราชสีมา. นครราชสีมา: สำนักงานจังหวัดนครราชสีมา, 2555. สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา. รายงานประจำปี 2555. นครราชสีมา: สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา, 2555. สุวัจน์ ลิปตพัลลภ. ชีวติ และความคดิ สุวัจน์ ลิปตพลั ลภ. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: มติชน, 2546. เสถียร จันทิมาธร. ชาติชาย ชุณหะวัณ ทหารนักประชาธิปไตย. พิมพ์ ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: มติชน, 2541. สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ. 60 ปีประชาธิปไตยไทย. กรุงเทพฯ: ครีเอทีฟ พับลิชชิ่ง, 2536. 250
บรรณานุกรม สำนักงานเลขาธิการรัฐสภา. ระบบงานรัฐสภาไทย. กรุงเทพมหานคร: กองการพิมพ์, 2530. อโณทัย วัฒนาพร. “นักรัฐศาสตร์กับสังคมการเมืองไทย: ภารกิจอันไม่จบ สิ้น.” การประชุมวิชาการรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ แห่งชาติครั้งที่ 7, 2549. สือ่ อิเลก็ ทรอนิกส ์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง. http://www.ect.go.th คณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดนครราชสีมา. http://www2.ect.go.th/ home.php?Province=nakhonratchasima รัฐสภาไทย. http://www.parliament.go.th Books and Book Articles Heywood, Andrew. Politics. London: Macmillan, 1997. Heywood, Andrew. Political Ideologies. 2nd ed.. New York: Macmillan, 1998. Heywood, Andrew. Political Theory. 3rd ed.. New York: Palgrave Macmillan, 2004. Bill, James A., and Hardgrave, Robert L. Comparative Politics: The Quest for Theory. Columbus Ohio: Charles E. Merrill Publishing Company, 1973. Easton, David. Introduction: The Current Meaning of Behavioralism in Political Science. in James S. Charlesworth (ed.). The Limits of Behavioralism in Political Science. Philadelphia: The American Academy of Political and Social Science, 1962. Kingsbury, Damien. Political Development. New York: Routledge, 2007. 251
นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครราชสีมา Freedman, Michael. What Makes a Political Concept Political?. (paper prepared for delivery at the 2005 Annual Meeting of the American Political Science Association, 2005. Pye, Lucian W.. Aspects of Political Development. little brown and Company, 1966. Tansey, Stephen D.. Politics: the basic. 3rd ed. London: Routledge, 2004. Huntington, Samuel P.. Political Order in Changing Societies. Second ed. Connecticut: Yale University Press, 1969. Electronic Media http://www.answers.com/topic/political-science h ttp://www.apsanet.org/ http://www.britannica.com/EBchecked/topic/467721/political-science h ttps://th.wikipedia.org 252
ภาคผนวก ภาคผนวก ก รายนามผู้ให้สัมภาษณ์ 1. พันเอกวุฒิพงศ์ อรรคคำ นายทหารปฏิบัติการข่าว กองทัพภาคที่ 2 สัมภาษณ์วันที่ 22 เมษายน 2556 2. ดาบตำรวจจารุพัฒน์ สุปินันท์ ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรอำเภอชุมพวง จ.นครราชสีมา สัมภาษณ์วันที่ 29 เมษายน 2556 3. นายสุรพล ดอกไม้ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสงู เนิน อำเภอสงู เนิน สัมภาษณ์วันที่ 12 พฤษภาคม 2556
นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครราชสีมา 4. นายศิวากร จอมกระโทก ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งอรุณ อำเภอโชคชัย สัมภาษณ์วันที่ 17 พฤษภาคม 2556 5. ร้อยตำรวจตรีต้นชัย หล้าสุพรม รองสารวัตรฝ่ายปราบปราม อำเภอหนองบุญมาก สัมภาษณ์วันที่ 22 พฤษภาคม 2556 6. พันจ่าอากาศเอกดนัย ดายดัสกร พนักงานการเลือกตั้งสำนักงาน กกต. จ.นครราชสีมา สัมภาษณ์วันที่ 28 พฤษภาคม 2556 7. นางสาวศุภรัตน์ กรมขุนทด พนักงานการเลือกตั้งสำนักงาน กกต.จ.นครราชสีมา สัมภาษณ์วันที่ 28 พฤษภาคม 2556 8. นายกฤตชัย พรมวัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันการทุจริตปฏิบัติการ สำนักงาน ป.ป.ช. จ.นครราชสีมา สัมภาษณ์วันที่ 29 พฤษภาคม 2556 9. นางถนอมศรี มุ่งฝากกลาง ประธานชุมชนหลักร้อย เทศบาลนครนครราชสีมา สัมภาษณ์วันที่ 20 มิถุนายน 2556 10. นายประมวล เกษียรจังหรีด ประธานชุมชนสุรวิชัย เทศบาลนครนครราชสีมา สัมภาษณ์วันที่ 10 กรกฎาคม 2556 254
ภาคผนวก 11. นายแสง เลี้ยงพรม ประธานชุมชนศาลเจ้าพ่อเสือ-ทุ่งสว่าง เทศบาลนครนครราชสีมา สัมภาษณ์วันที่ 18 กรกฎาคม 2556 12. นางทรงวุฒิ เสาร์ยะวิเศษ ประธานชุมชนวัดศาลาลอย เทศบาลนครนครราชสีมา สัมภาษณ์วันที่ 3 สิงหาคม 2556 13. ผู้สื่อข่าวท้องถิ่น ไม่ประสงค์เปิดเผยนาม จำนวน 3 คน สัมภาษณ์ ตุลาคม 2556 14. นายสุวัฒน์ชัย สวัสดี บรรณาธิการหนังสือพิมพ์โคราชการเมือง สัมภาษณ์วันที่ 9 ธันวาคม 2556 255
ภาคผนวก ข ภาพนักการเมืองถ่ินจังหวัดนครราชสีมา พันเอก พระยาเสนาภิมุข (แสง เตมิยาจล) นายสนิท เจริญรัฐ
ภาคผนวก นายเลื่อน พงษ์โสภณ นายแพทย์น่วม เศรษฐจันทร พลตรี เนตร เขมะโยธิน พลตำรวจตรี วุฒิ สุโกศล 257
นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครราชสีมา ศาสตราจารย์ ดร.บุญทัน ดอกไธสง นายประทีป กรีฑาเวช พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ นายสุขุม เลาวัณย์ศิริ 258
ภาคผนวก นายกร ทัพพะรังสี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ 259
นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครราชสีมา พันตำรวจโท สมชาย เพศประเสริฐ ว่าที่ร้อยตรี ไพโรจน์ สุวรรณฉวี นายสนั่น พยัคฆกุล พันตรี เทิดฤทธิ์ บุญญฤทธิ์ 260
ภาคผนวก นายสุเทพ วงศ์กำแหง นายสมส่วน ศรีนอก นายสกุล ศรีพรหม นายลำพอง พิลาสมบัติ 261
นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครราชสีมา นายประจัญ กล้าผจญ นายสมบูรณ์ จิระมะกร นายมานะศักดิ์ อินทรโกมาลย์สุต ดร.ประวิช รัตนเพียร 262
ภาคผนวก นายสมพล เกยุราพันธุ์ นายเฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์ นายจำลอง ครุฑขุนทด นายวิรัช รัตนเศรษฐ 263
นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครราชสีมา นางทัศนียา รัตนเศรษฐ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ นายรักษ์ ด่านกุล นายเลิศ หงษ์ภักดี 264
ภาคผนวก ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายพงษ์พิช รุ่งเป้า 265
นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครราชสีมา นางพิชญ์สินิ มุ่งฝากกลาง นางศรีสกุล พร้อมพันธ์ นายภิรมย์ พลวิเศษ นายบุญเลิศ ครุฑขุนทด 266
ภาคผนวก นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกลู นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม นายจรูญพงษ์ พันธุ์ศรีนคร 267
นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครราชสีมา นายประชาธิปไตย คำสิงห์นอก นายกฤษฎาง แถวโสภา นายจิตรวรรณ หวังสุภกิจโกศล นายโกศล ปัทมะ 268
ภาคผนวก นายเทวัญ ลิปตพัลลภ นายประเสริฐ บุญชัยสุข นายอนุวัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์ นายสมศักดิ์ โสมกลาง 269
นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครราชสีมา นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ นายสุชาติ ภิญโญ นางลินดา เชิดชัย นายวัชรพล โตมรศักดิ์ 270
ภาคผนวก นายวัชรา ณ วังขนาย นายวิสิทธิ์ พัทยาภรณ์ นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นายอุทัย มิ่งขวัญ 271
นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครราชสีมา นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ 272
นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครราชสีมา ประวัตินักวิจัย ดร.เศรษฐวัฒน์ โชควรกุล ตำแหนง่ อาจารย์ประจำโปรแกรมวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา วฒุ กิ ารศกึ ษา 2545: เศรษฐศาสตรบัณฑิต (เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 2548: บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (บริหารธุรกิจ) มหาวิทยาลัยรามคำแหง 2555: รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต (รัฐประศาสนศาสตร์) มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณใ์ นพระบรมราชปู ถมั ภ ์ ประสบการณท์ ำงาน 2545 รองกรรมการผู้จัดการบริษัท น้ำแข็งบัวทอง 2532 จำกัด อ.เมืองฯ จ.ชัยภมู ิ 2548 กรรมการผู้จัดการบริษัท น้ำแข็งบัวทอง 2532 จำกัด อ.เมืองฯ จ.ชัยภูมิ 2548 อาจารย์บรรยายพิเศษ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ 2550 อาจารย์บรรยายพิเศษ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา 273
นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครราชสีมา 2555 อาจารย์ประจำโปรแกรมวิชารัฐประศาสนศาสตร์ กรรมการประจำหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต กรรมการประจำหลักสตู ร รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ นครราชสีมา 2556 กรรมการประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ 274
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292