คำนำ หนังสือรวมบทบัญญัติของกฎหมาย หลักเกณฑ์ และประกาศ ที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติ ความม่ันคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2561 ฉบับน้ี จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือประโยชน์ในการเข้าถึง บทบัญญัติของกฎหมาย หลักเกณฑ์ และประกาศ รวมถึงแนวทางและรายละเอียดในทางปฏิบัติ ในเรอ่ื งดงั กลา่ ว งานกฎหมาย สำนักอำนวยการ สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ได้รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นข้อมูล ที่จำเป็นสำหรับผู้ปฏิบัติงานของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องและผู้สนใจ นอกจากนี้ยังได้เผยแพร่ ไวใ้ นรปู แบบอิเลก็ ทรอนกิ ส์ไฟล์ในเวบ็ ไซตส์ ถาบนั วคั ซีนแห่งชาติ www.nvi.go.th เพ่ือสะดวกตอ่ การสืบค้นด้วย สถาบันวัคซนี แหง่ ชาติ ตลุ าคม 2563
สารบัญ เร่อื ง หน้า 1. พระราชบัญญตั ิ 1 - 13 1.1 พระราชบญั ญัตอิ งคก์ ารมหาชน พ.ศ. 2542 14 - 24 1.2 พระราชบัญญัตอิ งค์การมหาชน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. 25๕๙ 25 - 46 1.3 พระราชบัญญัตคิ วามมน่ั คงดา้ นวคั ซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2561 47 - 49 2. การแต่งตั้งประธานกรรมการ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษา และคณะกรรมการ 50 - 53 ทเ่ี กย่ี วข้องกับสถาบันวัคซีนแห่งชาติ 2.1 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เร่ือง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการได้มา 54 - 57 ซึ่งคณะกรรมการสรรหา และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวัคซีนแห่ งชาติ 58 พ.ศ. 2562 59 - 60 61 - 62 2.2 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการได้มา ซ่ึงประธานกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีน 63 – 64 แหง่ ชาติ พ.ศ. 2562 65 – 70 3. การประชมุ คณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซนี แห่งชาติ ระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยการประชุมคณะกรรมการ บริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2562 4. เบ้ียประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่น ๆ ของคณะกรรมการ และคณะอนุกรรมการ ทเี่ กี่ยวข้องกบั สถาบันวคั ซีนแหง่ ชาติ 4.1 หลักเกณฑ์การกำหนดเบ้ียประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานกรรมการ กรรมการ ทีป่ รึกษา ประธานอนุกรรมการ และอนุกรรมการในคณะกรรมการวคั ซีนแหง่ ชาติ 4.2 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เร่ือง เบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอ่ืน ๆ ของคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซนี แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ 4.3 ประกาศคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เรื่อง เบี้ยประชุมและ ประโยชน์ตอบแทนอ่ืนๆ ของท่ีปรึกษาในคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ คณะอนุกรรมการ และทปี่ รกึ ษาในคณะอนุกรรมการ พ.ศ. ๒๕๖๒ 5. การปฏิบัติงานของผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ และการสรรหา การแต่งตั้ง การประเมินผล และการถอดถอน ผ้อู ำนวยการสถาบันวัคซนี แห่งชาติ 5.1 ระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยการปฏิบัติงาน ของผู้อำนวยการ และการมอบอำนาจให้ผู้อ่นื ปฏิบตั งิ านแทน พ.ศ. 2562 5.2 ระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยการสรรหา การแต่งตงั้ การประเมินผล และการถอดถอนผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2562
สารบญั เรือ่ ง หน้า 6. การบรหิ ารงานบุคคลของสถาบันวัคซนี แห่งชาติ 71 - 86 87 - 91 6.1 ระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยการบริหาร งานบุคคลของสถาบันวัคซนี แห่งชาติ พ.ศ. 2562 92 - 96 6.2 ระเบียบสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการเลื่อนเงินเดือน 97 - 98 ของเจ้าหน้าท่ี และการปรับค่าจ้างของลูกจ้าง และการประเมินผลการปฏิบัติงาน 99 - 115 ของเจ้าหน้าที่ของสถาบนั วัคซีนแหง่ ชาติ พ.ศ. 2563 116 - 117 6.3 ระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์ 118 - 122 แ ล ะ วิ ธี ก า ร จั ด ส วั ส ดิ ก า ร แ ล ะ สิ ท ธิ ป ร ะ โย ช น์ แ ก่ เจ้ า ห น้ า ท่ี ข อ งส ถ า บั น วั ค ซี น แ ห่ งช า ติ 123 - 124 พ.ศ. 2563 125 - 149 6.4 ระเบียบสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการ การบรรจุ 150 - 159 และแต่งตั้งเจา้ หนา้ ทแ่ี ละลูกจา้ งของสถาบนั วคั ซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓ 160 - 171 172 - 173 6.5 ระเบียบสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ การดำเนินการ 174 - 175 ทางวนิ ยั ของเจ้าหนา้ ที่และลกู จ้าง ของสถาบันวคั ซนี แห่งชาติ พ.ศ. 2563 6.6 ระเบียบสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการเก่ียวกับ การสั่งพักงานและการเบิกจ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างระหว่างพักงานเจ้าหน้าที่และลูกจ้าง ของสถาบันวัคซีนแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓ 6.7 ระเบียบสถาบันวัคซีนแหง่ ชาติว่าด้วยวัน เวลาปฏิบัติงาน วนั หยุด การปฏิบัติงาน นอกเวลาทำการ และการลาของผ้ปู ฏบิ ตั งิ านของสถาบนั วัคซนี แห่งชาติ พ.ศ. 2563 6.8 ประกาศคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เร่ือง โครงสร้างเงินเดือน เจา้ หนา้ ทข่ี องสถาบนั วัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2563 6.9 ประกาศคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานกำหนด ตำแหน่ง ประเภทตำแหน่ง ชื่อตำแหน่ง ลักษณะงานที่ ต้องปฏิบัติ และคุณสมบัติ เฉพาะตำแหนง่ ของเจา้ หน้าท่ีสถาบนั วัคซนี แห่งชาติ พ.ศ. 2563 6.10 ประกาศสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เร่ือง หลักเกณฑ์ และวิธีการเล่ือนตำแหน่ง ของเจ้าหน้าท่ี ของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2563 6.11 ประกาศสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผล การทดลองปฏบิ ัตงิ านของเจ้าหน้าท่ี พ.ศ. ๒๕๖๓ 6.12 ประกาศสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยการอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ ของเจ้าหน้าท่แี ละลกู จ้างของสถาบันวคั ซนี แหง่ ชาติ พ.ศ. 2563 6.13 ประกาศคณะกรรมการบรหิ ารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เร่ือง กรอบอัตรากำลัง ของสถาบนั วคั ซนี แห่งชาติ ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2563 - พ.ศ. 2565)
สารบัญ เรือ่ ง หนา้ 7. การจดั แบ่งสว่ นงานของสถาบนั วัคซีนแหง่ ชาติ 176 – 179 ระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยการจัดแบ่งส่วนงาน และขอบเขตหน้าทแ่ี ละอำนาจของส่วนงานของสถาบนั วัคซนี แห่งชาติ พ.ศ. 2562 8. เครื่องแบบพธิ ีการของผู้อำนวยการ เจ้าหน้าที่ และลูกจา้ งของสถาบนั วัคซนี แห่งชาติ ระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยเครื่องแบบพิธีการ 180 – 184 ของผู้อำนวยการ เจ้าหน้าที่ และลูกจ้างของสถาบนั วคั ซนี แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ 9. การเงิน การบัญชี การพัสดุ ทรัพย์สิน การเก็บรักษาและการเบิกจ่ายเงิน และค่าใช้จ่าย 185 -197 ในการบริหารและการจัดการ ของสถาบนั วัคซีนแห่งชาติ 198 – 204 9.1 ระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยการเงิน การบัญชี การพัสดุ ทรัพย์สิน การเก็บรักษาและการเบิกจ่ายเงินของสถาบันวัคซีนแห่งช าติ พ.ศ. 2562 9.2 ระเบียบสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการบริหารและการจัดการ ของสถาบนั วัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2562 10. การเรียกเกบ็ ค่าธรรมเนยี ม ค่าตอบแทน และคา่ บรกิ ารของสถาบนั วคั ซีนแหง่ ชาติ ระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และ 205 – 206 อตั ราเรียกเกบ็ ค่าธรรมเนียม ค่าตอบแทน และค่าบรกิ ารของสถาบนั วคั ซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2562 11. การตรวจสอบภายในของสถาบนั วคั ซีนแห่งชาติ ระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยการตรวจสอบภายใน 207 - 214 ของสถาบนั วัคซนี แหง่ ชาติ พ.ศ. 2562 12. การใหท้ นุ การส่งเสริม การสนับสนุน และการให้ความรว่ มมอื ด้านวคั ซีน 215 - 218 219 - 221 12.1 ระเบียบคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยการให้ทุน การส่งเสริม การสนบั สนุน และการสรา้ งความรว่ มมือ เพื่อการวจิ ยั การพฒั นา การผลิต วคั ซีน พ.ศ. ๒๕๖๒ 222 - 225 226 - 233 12.2 ระเบียบคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยการส่งเสริม การสนับสนุน และการให้ความร่วมมือ เพ่ือการบริหารจัดการ การจัดหา การกระจายวัคซีน และการสร้างเสริม ภมู คิ ้มุ กนั โรคใหแ้ กป่ ระชาชน พ.ศ. ๒๕๖๒ 12.3 ระเบียบคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์การคัดเลือก และวธิ ีการจดั ซื้อยาท่เี ป็นวัคซีนทรี่ ัฐตอ้ งการส่งเสรมิ หรอื สนับสนนุ พ.ศ. 2563 12.4 ระเบียบคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์ การให้ทุนเพื่อการวิจัย การพัฒนา การผลิต การประกันและการควบคุมคุณภาพ การบริหารจัดการ การจัดหา การกระจาย การให้บริการวัคซีน การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓
สารบญั เร่ือง หน้า 12.5 ระเบียบสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์การให้ทุนฝึกอบรม 234 - 240 และทุนการศกึ ษาของสถาบันวัคซนี แห่งชาติ พ.ศ. 2563 13. การใชร้ ถสว่ นกลางของสถาบันวัคซนี แห่งชาติ ระเบียบสถาบันวัคซีนแห่งชาติว่าด้วยการใช้รถส่วนกลางของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ 241 - 247 พ.ศ. 2563
หนา้ 1
หนา้ 2
หนา้ 3
หนา้ 4
หนา้ 5
หนา้ 6
หนา้ 7
หนา้ 8
หนา้ 9
หนา้ 10
หนา้ 11
หนา้ 12
หนา้ 13
เล่ม ๑๓๓ ตอนท่ี ๑๒ ก หน้า ๑ ๘ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๕๙ ราชกจิ จานุเบกษา พระราชบัญญตั ิ องค์การมหาชน (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ ภมู พิ ลอดลุ ยเดช ป.ร. ใหไ้ ว้ ณ วนั ท่ี ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นปีท่ี ๗๑ ในรัชกาลปัจจบุ ัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ใหป้ ระกาศว่า โดยทีเ่ ปน็ การสมควรแก้ไขเพิม่ เตมิ กฎหมายว่าดว้ ยองค์การมหาชน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอมของ สภานติ บิ ัญญตั ิแหง่ ชาติ ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัติน้ีเรียกว่า “พระราชบัญญัติองค์การมหาชน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙” มาตรา ๒ พระราชบัญญัติน้ีให้ใช้บังคับต้ังแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป มาตรา ๓ ใหย้ กเลกิ ความในบทนยิ ามคาํ วา่ “คณะกรรมการ” ในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติ องคก์ ารมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใชค้ วามต่อไปนีแ้ ทน ““คณะกรรมการ” หมายความวา่ คณะกรรมการของแต่ละองค์การมหาชน” มาตรา ๔ ให้เพิ่มความต่อไปน้ีเป็นวรรคสามของมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติ องค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ “การพิจารณากิจการตามวรรคสองให้เปน็ ไปตามหลักเกณฑ์ทค่ี ณะรัฐมนตรีกําหนดโดยข้อเสนอแนะ ของ กพม.” หน้า 14
เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๑๒ ก หน้า ๒ ๘ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๙ ราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๕ ให้เพิม่ ความตอ่ ไปนเี้ ปน็ มาตรา ๕/๑ มาตรา ๕/๒ มาตรา ๕/๓ มาตรา ๕/๔ มาตรา ๕/๕ มาตรา ๕/๖ มาตรา ๕/๗ และมาตรา ๕/๘ แหง่ พระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ “มาตรา ๕/๑ ให้มีคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชนคณะหน่ึง เรียกโดยย่อว่า “กพม.” ประกอบด้วย (๑) ประธานกรรมการพัฒนาระบบราชการเป็นประธานกรรมการ (๒) กรรมการโดยตําแหนง่ จํานวนส่คี น ได้แก่ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการ คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี และผู้อํานวยการ สํานักงบประมาณ (๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซ่ึงคณะรัฐมนตรีแต่งต้ังจํานวนไม่เกินเจ็ดคน โดยในจํานวนนี้ ตอ้ งเปน็ ผู้มีความเช่ียวชาญและประสบการณ์เป็นทปี่ ระจักษใ์ นการบริหารองค์การมหาชนอย่างนอ้ ยสองคน ให้เลขาธกิ ารคณะกรรมการพฒั นาระบบราชการเป็นกรรมการและเลขานกุ าร ให้สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการเป็นผู้รับผิดชอบในงานธุรการและงานวิชาการ ของ กพม. มาตรา ๕/๒ กรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ิต้องมีคุณสมบตั แิ ละไม่มีลักษณะตอ้ งห้าม ดงั ต่อไปน้ี (๑) มสี ัญชาติไทย (๒) ไมเ่ ปน็ บุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๓) ไม่เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่เป็นโทษสําหรับความผิด ทไ่ี ดก้ ระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๔) ไม่เป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถ่ินหรือผู้บริหารท้องถ่ิน กรรมการ หรือผู้ดํารงตําแหน่งซ่ึงรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ท่ีปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าท่ี พรรคการเมอื ง (๕) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทจุ รติ ตอ่ หน้าท่ี หรือถอื วา่ กระทําการทจุ รติ และประพฤตมิ ิชอบในวงราชการ มาตรา ๕/๓ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะดํารงตําแหน่งกรรมการ ที่ปรึกษา หรือตําแหน่งอ่ืนใด ขององค์การมหาชนในเวลาเดียวกนั ไมไ่ ด้ ในกรณีที่มีการแต่งตั้งกรรมการ ท่ีปรึกษา หรือผู้ดํารงตําแหน่งอ่ืนใดขององค์การมหาชนให้เป็น กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้กรรมการผู้นั้นลาออกจากตําแหน่งกรรมการ ที่ปรึกษา หรือตําแหน่งอื่นใด ขององค์การมหาชนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแต่งต้ัง แต่ถ้าผู้นั้นมิได้ลาออก ให้ถือว่าผู้น้ัน ไมเ่ คยไดร้ บั แตง่ ต้งั ใหเ้ ปน็ กรรมการผทู้ รงคณุ วุฒิมาตงั้ แตต่ น้ มาตรา ๕/๔ กรรมการผู้ทรงคณุ วุฒิมีวาระการดาํ รงตําแหน่งคราวละสป่ี ี หนา้ 15
เลม่ ๑๓๓ ตอนที่ ๑๒ ก หนา้ ๓ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ราชกิจจานุเบกษา ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหน่งก่อนวาระและมีการแต่งตั้งกรรมการแทน หรือในกรณีท่ีคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างท่ีกรรมการซ่ึงแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระ อยู่ในตําแหน่ง ให้ผู้ได้รับแต่งต้ังเป็นกรรมการแทนหรือเป็นกรรมการเพ่ิมข้ึน อยู่ในตําแหน่งเท่ากับวาระ ท่เี หลอื อยูข่ องกรรมการซงึ่ ไดแ้ ต่งตง้ั ไวแ้ ลว้ เมื่อครบกําหนดตามวาระในวรรคหน่ึง หากยังมิได้มีการแต่งต้ังกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิข้ึนใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซ่ึงพ้นจากตําแหน่งตามวาระน้ันอยู่ในตําแหน่งเพื่อดําเนินงานต่อไปจนกว่า กรรมการผ้ทู รงคณุ วฒุ ซิ ่ึงได้รับแต่งต้งั ใหมเ่ ขา้ รับหน้าท่ี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซ่ึงพ้นจากตําแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งต้ังอีกได้แต่จะดํารงตําแหน่ง ติดตอ่ กันเกินสองวาระไมไ่ ด้ มาตรา ๕/๕ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระ กรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ิพ้นจากตําแหน่งเมือ่ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดคณุ สมบตั ิหรือมลี ักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๕/๒ (๔) กระทาํ การอนั ตอ้ งหา้ มตามมาตรา ๕/๓ วรรคหนงึ่ (๕) คณะรัฐมนตรีให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือ หย่อนความสามารถ มาตรา ๕/๖ ในกรณีท่ีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหน่งก่อนวาระ ให้แต่งต้ังกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิแทนภายในสามสิบวัน เว้นแต่วาระของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน จะไม่แตง่ ตั้งกรรมการผู้ทรงคณุ วฒุ แิ ทนก็ได้ ในกรณีท่ีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหน่งก่อนวาระ ให้ กพม. ประกอบด้วยกรรมการท้ังหมด ที่มีอยู่ มาตรา ๕/๗ ให้นําบทบัญญตั วิ ่าด้วยคณะกรรมการทม่ี ีอาํ นาจดําเนนิ การพิจารณาทางปกครอง ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใชบ้ ังคบั แก่การประชมุ ของ กพม. โดยอนุโลม มาตรา ๕/๘ กพม. มีอํานาจหนา้ ทดี่ ังต่อไปนี้ (๑) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพ่ือให้ความเห็นชอบในการจัดตั้ง การรวม หรือการยุบเลิก องค์การมหาชน (๒) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพ่ือกําหนดนโยบาย แนวทาง และหลักเกณฑ์กลางท่ีเกี่ยวกับ การจดั ตง้ั การรวม การยบุ เลิก การบริหารและพฒั นา และการประเมินผลขององคก์ ารมหาชน (๓) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อกําหนดหลักเกณฑ์กลางเก่ียวกับการสรรหาประธานกรรมการ กรรมการในคณะกรรมการ และผู้อํานวยการ (๔) เสนอแนะหลกั เกณฑ์เก่ียวกับการกู้ยืมเงิน การถือหุ้นหรือการเข้าเป็นหุ้นส่วน การเข้าร่วมทุน ในกจิ การของนติ บิ คุ คลอืน่ และการจาํ หน่ายทรพั ยส์ นิ จากบัญชีเปน็ สูญตามมาตรา ๑๘ ตอ่ คณะรัฐมนตรี หน้า 16
เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๑๒ ก หน้า ๔ ๘ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๕๙ ราชกิจจานุเบกษา (๕) เสนอแนะหลักเกณฑ์เก่ียวกับเบ้ียประชุมและประโยชน์ตอบแทนอ่ืนของประธานกรรมการ กรรมการ ท่ีปรึกษา กรรมการตรวจสอบ และอนุกรรมการขององค์การมหาชนตามมาตรา ๒๖ รวมทั้ง อตั ราเงนิ เดอื นและประโยชน์ตอบแทนอืน่ ของผู้อํานวยการตามมาตรา ๓๔ ตอ่ คณะรฐั มนตรี (๖) กล่ันกรองการโอนอํานาจหน้าที่ กิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ และงบประมาณของ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐให้แก่องค์การมหาชน ท่ีจะจัดต้ังขึ้นตามมาตรา ๙ เพือ่ เสนอตอ่ คณะรัฐมนตรี (๗) เสนอแนะหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขเก่ียวกับการจัดการทรัพย์สินและบุคลากรของ องค์การมหาชนภายหลังการยุบเลิกองคก์ ารมหาชนตอ่ คณะรัฐมนตรี (๘) เรียกให้เจา้ หนา้ ทห่ี รอื บุคคลที่เก่ยี วขอ้ งมาชี้แจงหรือแสดงความคดิ เห็นประกอบการพิจารณา (๙) แต่งตง้ั คณะอนกุ รรมการหรอื คณะทาํ งานเพ่อื ปฏบิ ัติหนา้ ท่ีต่าง ๆ ตามทมี่ อบหมาย (๑๐) จัดทํารายงานประจําปีเกี่ยวกับการบริหาร การพัฒนา และการประเมินผลขององค์การมหาชน เสนอตอ่ คณะรัฐมนตรี (๑๑) ปฏบิ ัตหิ นา้ ทีอ่ นื่ ตามท่ีกําหนดไวใ้ นพระราชบญั ญัตนิ หี้ รือตามทีค่ ณะรัฐมนตรมี อบหมาย” มาตรา ๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ และใหใ้ ชค้ วามตอ่ ไปน้ีแทน “มาตรา ๘ ในกรณีที่มีปัญหาการซ้ําซ้อนหรือขัดแย้งในการดําเนินกิจการขององค์การ มหาชนกับการปฏิบัติงานของส่วนราชการหรือการดําเนินงานของหน่วยงานอ่ืนของรัฐตามกฎหมาย ให้ กพม. เสนอคณะรฐั มนตรเี ป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดและกําหนดระเบียบแบบแผนเพ่ือการประสานงานระหว่าง องค์การมหาชน ส่วนราชการ และหน่วยงานของรัฐทีเ่ ก่ียวขอ้ ง คําวินิจฉัยและระเบียบแบบแผนที่คณะรัฐมนตรีกําหนดตามวรรคหน่ึง ให้องค์การมหาชน สว่ นราชการ และหนว่ ยงานของรฐั ทเ่ี กีย่ วข้องถือเปน็ แนวปฏบิ ตั ติ อ่ ไป” มาตรา ๗ ให้ยกเลิกความในวรรคสามและวรรคส่ีของมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติ องคก์ ารมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “คณะกรรมการมีจํานวนตามท่ีกําหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง แต่ต้องไม่เกินสิบเอ็ดคน โดยกรรมการไม่น้อยกว่าก่ึงหน่ึงต้องไม่เป็นข้าราชการซ่ึงมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจํา พนักงาน หรือลูกจ้างของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน เว้นแต่ เป็นผู้สอนในสถาบนั อุดมศึกษาของรัฐ ภายใต้บงั คับวรรคสาม คณะกรรมการขององคก์ ารมหาชนอาจประกอบดว้ ยผู้แทนของส่วนราชการ ซง่ึ เปน็ กรรมการโดยตาํ แหนง่ กไ็ ด้” มาตรา ๘ ให้เพ่ิมความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๙/๑ แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ หน้า 17
เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๑๒ ก หน้า ๕ ๘ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๕๙ ราชกิจจานุเบกษา “มาตรา ๑๙/๑ ผู้ใดจะดํารงตําแหน่งกรรมการในองค์การมหาชนเกินกว่าสามแห่งไม่ได้ ทั้งนี้ ให้นบั รวมการเป็นกรรมการโดยตําแหน่งและการได้รบั มอบหมายให้ปฏิบตั ริ าชการแทนในตําแหน่งกรรมการด้วย การนับจํานวนการดํารงตําแหน่งกรรมการตามวรรคหน่ึงไม่รวมถึงการเป็นกรรมการโดยตําแหน่ง ทไ่ี ด้มีการมอบหมายใหผ้ ู้อืน่ ปฏบิ ัตริ าชการแทน” มาตรา ๙ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ และใหใ้ ช้ความต่อไปนีแ้ ทน “มาตรา ๒๔ คณะกรรมการมีอํานาจหน้าท่ีควบคุมดูแลโดยท่ัวไปซ่ึงกิจการและ การดาํ เนินการขององค์การมหาชน เพ่ือให้เป็นไปตามวตั ถุประสงค์ทก่ี ําหนดไว้ อาํ นาจหนา้ ทีเ่ ช่นว่านีใ้ ห้รวมถึง (๑) กาํ หนดนโยบายการบรหิ ารงาน และใหค้ วามเห็นชอบแผนการดาํ เนินงานขององค์การมหาชน (๒) อนุมัติแผนการลงทุนและแผนการเงินขององคก์ ารมหาชน (๓) ออกระเบียบ ข้อบังคบั ประกาศ หรือข้อกําหนดเกี่ยวกับองค์การมหาชนในเร่ืองดงั ต่อไปนี้ (ก) การจดั แบง่ สว่ นงานขององค์การมหาชน และขอบเขตหนา้ ทข่ี องส่วนงานดงั กลา่ ว (ข) การกําหนดตําแหน่ง คุณสมบัติเฉพาะตําแหน่ง อัตราเงินเดือน ค่าจ้าง และเงินอ่ืน ของเจา้ หน้าท่ีและลูกจ้างขององค์การมหาชน (ค) การคัดเลือก การบรรจุ การแต่งตั้ง การถอดถอน วินัยและการลงโทษทางวินัย การออกจากตําแหน่ง การร้องทุกข์และการอุทธรณ์การลงโทษของเจ้าหน้าที่และลูกจ้างขององค์การมหาชน รวมทง้ั วธิ กี ารและเงื่อนไขในการจ้างลูกจ้างขององคก์ ารมหาชน (ง) การบรหิ ารและจัดการการเงนิ การพัสดุ และทรพั ย์สินขององค์การมหาชน (จ) การจดั สวัสดกิ ารและสทิ ธิประโยชน์อน่ื แก่เจ้าหนา้ ทแ่ี ละลูกจา้ งขององค์การมหาชน (ฉ) การแต่งตั้งและอาํ นาจหน้าท่ขี องคณะกรรมการตรวจสอบ (ช) การกําหนดขอบเขตเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าท่ีของคณะกรรมการตรวจสอบและ ผตู้ รวจสอบภายใน (ซ) การกําหนดเคร่ืองแบบผู้อํานวยการ เจ้าหน้าท่ี และลูกจ้างขององค์การมหาชน และเครือ่ งหมายองค์การมหาชน (๔) อํานาจหน้าท่ีอ่ืนตามที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัติน้ีหรือตามท่ีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง กําหนด” มาตรา ๑๐ ให้เพ่ิมความต่อไปน้ีเป็นมาตรา ๒๔/๑ แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ “มาตรา ๒๔/๑ ในการควบคุมดูแลการดําเนินงานขององค์การมหาชน ให้คณะกรรมการ พิจารณากาํ หนดแนวทางการปฏบิ ตั ิงานขององคก์ ารมหาชนใหเ้ ปน็ ไปตามหลักเกณฑแ์ ละวิธีการบรหิ ารกจิ การ หน้า 18
เลม่ ๑๓๓ ตอนท่ี ๑๒ ก หนา้ ๖ ๘ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๙ ราชกจิ จานุเบกษา บ้านเมืองที่ดี ซึ่งต้องเป็นไปเพ่ือประโยชน์สุขของประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจ ความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจ ความซื่อสัตย์สุจริต การลดข้ันตอนการปฏิบัติงาน การกระจายอํานาจการตัดสินใจ การอาํ นวยความสะดวก และการตอบสนองความต้องการของประชาชน” มาตรา ๑๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๕ และมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติ องค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ และใหใ้ ชค้ วามต่อไปน้ีแทน “มาตรา ๒๕ คณะกรรมการมีอํานาจแต่งต้ังผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการได้ ตามท่ีกําหนดในพระราชกฤษฎีกาจัดต้ังองค์การมหาชน และมีอํานาจแต่งต้ังคณะกรรมการตรวจสอบ ตามมาตรา ๒๔ (๓) (ฉ) และคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ คณะกรรมการมอบหมายได้ มาตรา ๒๖ ให้ประธานกรรมการ กรรมการ ที่ปรึกษา กรรมการตรวจสอบ และอนุกรรมการ ไดร้ ับเบย้ี ประชุมและประโยชน์ตอบแทนอ่ืนตามหลักเกณฑ์ท่ีคณะรฐั มนตรีกําหนด” มาตรา ๑๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๒๗/๑ แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ “มาตรา ๒๗/๑ ในการแต่งตั้งผู้อํานวยการต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่ วันที่มีเหตุต้องแต่งตั้งผู้อํานวยการ และหากมีเหตุผลจําเป็นให้คณะกรรมการขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกิน หกสิบวัน หากดําเนินการไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าวให้คณะกรรมการรายงานผลให้ กพม. เพอ่ื รายงานคณะรัฐมนตรีเพ่อื พิจารณา” มาตรา ๑๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใชค้ วามตอ่ ไปน้แี ทน “มาตรา ๒๘ ผอู้ าํ นวยการนอกจากตอ้ งมคี ณุ สมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดไว้ ในพระราชกฤษฎีกาจัดตัง้ แลว้ ยังตอ้ งมคี ุณสมบตั แิ ละไมม่ ีลกั ษณะตอ้ งหา้ ม ดังตอ่ ไปนีด้ ว้ ย (๑) มีสญั ชาตไิ ทย (๒) มอี ายไุ ม่เกินหกสบิ ห้าปีบริบรู ณ์ (๓) สามารถทาํ งานให้แก่องคก์ ารมหาชนไดเ้ ต็มเวลา (๔) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๕) ไม่เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงท่ีสุดให้จําคุก เว้นแต่เป็นโทษสําหรับความผิด ที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหโุ ทษ (๖) ไม่เป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถ่ิน กรรมการ หรือผู้ดํารงตําแหน่งซึ่งรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ท่ีปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าท่ี พรรคการเมอื ง หนา้ 19
เลม่ ๑๓๓ ตอนที่ ๑๒ ก หนา้ ๗ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ราชกจิ จานุเบกษา (๗) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทจุ รติ ต่อหนา้ ที่ หรอื ถอื ว่ากระทําการทุจริตและประพฤตมิ ิชอบในวงราชการ (๘) ไมเ่ ป็นผ้บู รหิ ารของรัฐวิสาหกิจ หนว่ ยงานของรัฐ หรอื องค์การมหาชนอ่ืน (๙) ไม่เป็นข้าราชการซ่ึงมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจํา พนักงานหรือลูกจ้างของส่วนราชการ รฐั วิสาหกจิ องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน หรือหนว่ ยงานของรัฐ หรือผ้ปู ฏบิ ัตงิ านขององคก์ ารมหาชนอน่ื (๑๐) ไมเ่ ปน็ ผู้มสี ่วนไดเ้ สียในกิจการที่กระทํากับองค์การมหาชนนั้น หรือในกิจการท่ีเป็นการแข่งขัน กบั กจิ การขององคก์ ารมหาชนน้ัน ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม” มาตรา ๑๔ ให้เพ่ิมความต่อไปน้ีเป็นวรรคสามของมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติ องคก์ ารมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ “การขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๒๘ (๒) ให้ถือว่าเป็นการพ้นจากตําแหน่งตามกําหนดเวลา ในสญั ญาจ้าง” มาตรา ๑๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใชค้ วามต่อไปน้แี ทน “มาตรา ๓๑ ผู้อํานวยการมีหน้าท่ีบริหารกิจการขององค์การมหาชนให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ขององคก์ ารมหาชน ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกาํ หนด นโยบาย มติ และประกาศของคณะกรรมการ ภายใต้บังคับมาตรา ๓๙ วรรคสอง ให้ผู้อํานวยการเป็นผู้บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่และลูกจ้าง ขององคก์ ารมหาชนทุกตําแหนง่ ผ้อู ํานวยการตอ้ งรบั ผดิ ชอบต่อคณะกรรมการในการบริหารกิจการขององค์การมหาชน” มาตรา ๑๖ ใหย้ กเลกิ ความในมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใชค้ วามต่อไปนแี้ ทน “มาตรา ๓๕ เจ้าหน้าท่ีขององค์การมหาชนนอกจากต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามท่ีกาํ หนดไว้ในพระราชกฤษฎกี าจัดต้ังแลว้ ยงั ต้องมคี ุณสมบัตแิ ละไมม่ ลี ักษณะตอ้ งหา้ ม ดงั ต่อไปนี้ด้วย (๑) มีสัญชาติไทย (๒) มีอายุไมต่ า่ํ กวา่ สิบแปดปีบริบูรณ์ และไม่เกนิ หกสิบปบี ริบรู ณ์ (๓) สามารถทํางานให้แกอ่ งคก์ ารมหาชนไดเ้ ต็มเวลา (๔) ไม่มลี ักษณะตอ้ งห้ามตามมาตรา ๒๘ (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) และ (๑๐) (๕) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจํา พนักงานหรือลูกจ้างของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานของรัฐ หรือผู้ปฏิบัติงานขององค์การมหาชนอ่ืน เวน้ แตเ่ ปน็ กรณีตามมาตรา ๓๖ ความใน (๑) มิให้ใช้บังคับแก่เจ้าหน้าท่ีชาวต่างประเทศซึ่งองค์การมหาชนมีความจําเป็นต้องจ้าง ตามลกั ษณะงานขององค์การมหาชนนั้น” หน้า 20
เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๑๒ ก หนา้ ๘ ๘ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๕๙ ราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๑๗ ให้เพ่ิมความต่อไปน้ีเป็นมาตรา ๓๕/๑ แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ “มาตรา ๓๕/๑ การขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๓๕ (๒) ให้ถือว่าเป็นการพ้นจากตําแหน่ง ตามกาํ หนดเวลาในสัญญาจา้ ง” มาตรา ๑๘ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๓๘/๑ แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ “มาตรา ๓๘/๑ เจ้าหน้าท่ีและลูกจ้างขององค์การมหาชนมีเสรีภาพในการรวมกลุ่ม แต่ท้ังนี้ ต้องไม่กระทบประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดินและความต่อเนื่องในการจัดทําบริการสาธารณะ และต้องไม่มวี ัตถปุ ระสงค์ทางการเมือง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และรายละเอียดแห่งการใช้เสรีภาพในการรวมกลุ่มตามวรรคหนึ่ง ให้เปน็ ไปตามท่ีกําหนดในพระราชกฤษฎกี า” มาตรา ๑๙ ให้ยกเลกิ ความในมาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใชค้ วามต่อไปนแ้ี ทน “มาตรา ๓๙ การบญั ชขี ององค์การมหาชน ใหจ้ ัดทําตามหลักเกณฑ์ท่ีคณะกรรมการกําหนด ซ่ึงต้องเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชี และต้องจัดให้มีการตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี และการพัสดุขององค์การมหาชน ตลอดจนรายงานผลการตรวจสอบให้คณะกรรมการทราบอย่างน้อย ปีละครง้ั ในการตรวจสอบภายใน ให้มีผู้ปฏิบัติงานขององค์การมหาชนทําหน้าท่ีเป็นผู้ตรวจสอบภายใน โดยเฉพาะ และใหร้ ับผดิ ชอบข้ึนตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการตามระเบียบที่คณะกรรมการ กําหนด ในการแต่งต้ัง โยกยา้ ย เลื่อนเงนิ เดือน เล่อื นตาํ แหน่ง และลงโทษทางวนิ ัยของผตู้ รวจสอบภายใน ให้ผู้อํานวยการและคณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาร่วมกันแล้วเสนอให้คณะกรรมการให้ความเห็นชอบก่อน จึงดาํ เนนิ การได้” มาตรา ๒๐ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนีแ้ ทน “มาตรา ๔๒ เพ่ือประโยชน์ในการส่งเสริมประสิทธิภาพการดําเนินงานขององค์การมหาชน และเพ่ือให้องค์การมหาชนมีความเป็นอิสระในการดําเนินกิจการตามความเหมาะสมภายใต้การกํากับดูแล โดยมีเป้าหมายที่แน่ชัด ให้องค์การมหาชนอยู่ภายใต้ระบบการประเมินผลขององค์การมหาชนตามท่ี กพม. กาํ หนด มาตรา ๔๓ ให้รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การมหาชนมีอํานาจหน้าที่ กํากับดแู ลการดาํ เนนิ กิจการขององค์การมหาชนให้เป็นไปตามกฎหมาย และให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ หน้า 21
เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๑๒ ก หน้า ๙ ๘ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๕๙ ราชกจิ จานุเบกษา ของการจัดตั้งองค์การมหาชน นโยบายของรัฐบาล มติของคณะรัฐมนตรี ยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติราชการ ท่ีเกี่ยวข้องกับองค์การมหาชนนั้น เพ่ือการนี้ให้รัฐมนตรีมีอํานาจส่ังให้องค์การมหาชนชี้แจง แสดงความคิดเห็น ทํารายงาน หรือยับยั้งการกระทําขององค์การมหาชนที่ขัดต่อกฎหมาย วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งองค์การมหาชน นโยบายของรัฐบาล มติของคณะรัฐมนตรี ยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติราชการท่ีเกี่ยวข้องกับองค์การมหาชนนั้น ตลอดจนสงั่ สอบสวนขอ้ เทจ็ จรงิ เก่ยี วกบั การดําเนนิ การได”้ มาตรา ๒๑ ใหอ้ งค์การมหาชนทกุ แหง่ ดําเนินการเสนอรา่ งพระราชกฤษฎกี าเพ่อื แก้ไขเพิ่มเติม พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การมหาชนให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ซ่งึ แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญัติน้ีไปยังคณะรัฐมนตรีภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติน้ี ใช้บังคับ หากไม่สามารถดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ก็ให้สํานักงานคณะกรรมการ พัฒนาระบบราชการดําเนินการแทนและเสนอเร่ืองตอ่ คณะรฐั มนตรีตอ่ ไป มาตรา ๒๒ ให้คณะกรรมการขององค์การมหาชนตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การมหาชน ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ เป็นคณะกรรมการขององค์การมหาชนนั้นจนครบวาระ การดํารงตําแหนง่ ตามที่กาํ หนดไว้ในพระราชกฤษฎกี าจดั ต้ังดงั กลา่ ว การนับวาระการดํารงตําแหน่งของประธานกรรมการและกรรมการซ่ึงมิใช่กรรมการโดยตําแหน่ง ขององคก์ ารมหาชนตามวรรคหนึ่ง ใหน้ ับตอ่ เนอ่ื งกบั การนับวาระตามพระราชกฤษฎีกาจัดต้ังองค์การมหาชน และตามพระราชบญั ญตั ิองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ซ่ึงแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๒๓ ผใู้ ดดาํ รงตําแหนง่ กรรมการขององค์การมหาชนอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับเกินกว่าจํานวนที่กําหนดในมาตรา ๑๙/๑ แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ซ่ึงแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติน้ี ให้ผู้นั้นลาออกจากตําแหน่งกรรมการขององค์การมหาชนหนึ่ง องคก์ ารมหาชนใด หรือมอบหมายให้ผ้อู ่ืนปฏบิ ตั ริ าชการแทน แล้วแตก่ รณี จนเหลือไม่เกินจํานวนที่กําหนด ภายในสามสบิ วนั นับแต่วันท่พี ระราชบัญญตั ินี้ใชบ้ งั คับ ถ้ามไิ ด้ดําเนินการดังกล่าว ในกรณีที่เป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิให้ถือว่าพ้นจากตําแหน่งกรรมการที่ได้รับแต่งต้ังท้ังหมดต้ังแต่วันถัดจากวันครบกําหนด สามสบิ วนั ในกรณที เี่ ป็นกรรมการโดยตําแหนง่ หา้ มมใิ หไ้ ด้รับเบยี้ ประชุมหรอื ผลประโยชน์ตอบแทนใด ๆ ท่ีเกิดข้ึนภายหลังครบกําหนดสามสิบวันจนกว่าจะได้มีการมอบหมายให้ผู้อื่นปฏิบัติราชการแทนจนเหลือ ไม่เกินจาํ นวนท่ีกําหนด มาตรา ๒๔ ภายใต้บังคับมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติน้ี ในวาระเริ่มแรก มิให้นํา บทบัญญัติมาตรา ๒๘ และมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไข เพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญัตินี้ มาใช้บงั คบั กบั ผู้อาํ นวยการหรอื เจา้ หนา้ ทีข่ ององค์การมหาชนซึ่งดํารงตําแหน่ง อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และมีคุณสมบัติหรือไม่มีลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัติ หน้า 22
เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๑๒ ก หนา้ ๑๐ ๘ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๙ ราชกจิ จานุเบกษา องค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ และตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การมหาชนซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะน้ัน แล้วแต่กรณี เว้นแต่การขาดคุณสมบัติหรือการมีลักษณะต้องห้ามนั้นเกิดข้ึนภายหลังวันท่ีพระราชบัญญัตินี้ ใชบ้ ังคับ มาตรา ๒๕ ในวาระเริ่มแรก มิให้นําบทบัญญัติมาตรา ๒๘ (๒) แห่งพระราชบัญญัติ องค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ี มาใช้บังคับกับผู้อํานวยการ ซึ่งดํารงตําแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ โดยให้ผู้น้ันดํารงตําแหน่งผู้อํานวยการต่อไป จนครบระยะเวลาตามทกี่ าํ หนดในสัญญาจ้าง มาตรา ๒๖ ให้นายกรัฐมนตรรี ักษาการตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี ผูร้ บั สนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยทุ ธ์ จนั ทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หน้า 23
เลม่ ๑๓๓ ตอนที่ ๑๒ ก หน้า ๑๑ ๘ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๙ ราชกิจจานุเบกษา หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ โดยที่ในปัจจุบันการจัดตั้งองค์การมหาชน ยังขาดมาตรการส่งเสริมและการใช้ประโยชน์เก่ียวกับทรัพยากรและบุคคล จึงไม่อาจบริหารงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตามหลักการบริหารงานภาครัฐแบบใหม่ สมควรกําหนดให้มีคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน เพ่ือรับผิดชอบในการเสนอแนะนโยบาย แนวทางการดําเนินงาน การพัฒนา และหลักเกณฑ์กลางท่ีเก่ียวกับ การจัดต้ัง การรวม และการยุบเลิกองค์การมหาชนต่อคณะรัฐมนตรี ปรับปรุงองค์ประกอบ คุณสมบัติ และลักษณะต้องหา้ ม และอํานาจหน้าท่ีของคณะกรรมการขององคก์ ารมหาชนและผู้อาํ นวยการขององคก์ ารมหาชน ใหเ้ หมาะสมยงิ่ ข้นึ ตลอดจนกําหนดแนวทางการปฏิบัติงานขององค์การมหาชนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ บรหิ ารกิจการบ้านเมืองทีด่ ี อันจะทําให้การบริหารงานและการปฏิบัติภารกิจขององค์การมหาชนมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลยิ่งขน้ึ จงึ จําเปน็ ต้องตราพระราชบัญญัติน้ี หนา้ 24
เล่ม ๑๓๕ ตอนท่ี ๙๗ ก หน้า ๕๐ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ราชกิจจานเุ บกษา พระราชบญั ญัติ ความม่ันคงดา้ นวคั ซีนแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ สมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั มหาวชริ าลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ใหไ้ ว้ ณ วนั ที่ ๑๘ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นปที ่ี ๓ ในรัชกาลปจั จบุ นั สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ใหป้ ระกาศวา่ โดยที่เปน็ การสมควรมกี ฎหมายว่าด้วยความมั่นคงด้านวคั ซีนแหง่ ชาติ พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซ่ึงมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทาได้ โดยอาศยั อานาจตามบทบัญญตั แิ หง่ กฎหมาย เหตุผลและความจาเป็นในการจากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้ มีการพัฒนาและมคี วามมัน่ คงด้านวัคซนี โดยมีวัคซีนทไ่ี ดม้ าตรฐานและมีปรมิ าณเพียงพออนั จะเป็นประโยชน์ ต่อการสาธารณสขุ ของประเทศ ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคลอ้ งกบั เงอ่ื นไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทยแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคาแนะนาและยินยอมของ สภานิตบิ ัญญัติแหง่ ชาตทิ าหนา้ ที่รฐั สภา ดังต่อไปน้ี มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติความม่ันคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑” หนา้ 25
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๙๗ ก หน้า ๕๑ ๒๑ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๑ ราชกจิ จานุเบกษา มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับต้ังแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นตน้ ไป มาตรา ๓ ในพระราชบญั ญัตนิ ี้ “วัคซีน” หมายความว่า ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากสิ่งมีชีวิตหรือท่ีได้จากการสังเคราะห์หรือ กระบวนการอื่นใด ท่ีนามาใช้กระตุ้นหรือสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค เพ่ือป้องกัน ควบคุม รักษา หรือ ลดความรนุ แรงของโรค ท้งั ในคนและสตั ว์ “ความมัน่ คงดา้ นวคั ซนี ” หมายความวา่ การเข้าถึงวัคซนี อยา่ งทวั่ ถึงและเปน็ ธรรม การดาเนนิ การ ให้มีปริมาณวัคซีนเพียงพอต่อความต้องการ มีคุณภาพ มีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพใน การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค เพื่อการมีสุขภาพท่ีดีของประชาชน ทั้งในสถานการณ์ปกติและ ในสถานการณ์ฉกุ เฉนิ “คณะกรรมการ” หมายความวา่ คณะกรรมการวคั ซนี แห่งชาติ “สถาบัน” หมายความวา่ สถาบันวัคซนี แหง่ ชาติ “คณะกรรมการบริหารสถาบัน” หมายความวา่ คณะกรรมการบรหิ ารสถาบันวคั ซนี แห่งชาติ “ผูอ้ านวยการ” หมายความว่า ผ้อู านวยการสถาบนั วคั ซนี แห่งชาติ “เจา้ หน้าที่” หมายความว่า เจ้าหนา้ ทขี่ องสถาบันวัคซนี แหง่ ชาติ “ลูกจา้ ง” หมายความวา่ ลูกจ้างของสถาบนั วคั ซนี แห่งชาติ “ทป่ี รกึ ษา” หมายความวา่ ทป่ี รึกษาของสถาบันวัคซนี แห่งชาติ “ผ้เู ชี่ยวชาญ” หมายความวา่ ผู้เชย่ี วชาญของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ “เจ้าหน้าท่ีของรัฐ” หมายความว่า ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าท่ี หรือผู้ปฏิบัติงานอ่ืน ในราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภมู ภิ าค ราชการส่วนท้องถนิ่ รฐั วิสาหกจิ หรือหนว่ ยงานอน่ื ของรฐั “รัฐมนตรี” หมายความวา่ รฐั มนตรีผ้รู ักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี และ ใหม้ อี านาจออกประกาศเพือ่ ปฏบิ ัติการตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี ประกาศนั้น เม่อื ได้ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาแลว้ ให้ใช้บังคบั ได้ หนา้ 26
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๙๗ ก หน้า ๕๒ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ราชกจิ จานเุ บกษา หมวด ๑ คณะกรรมการวัคซนี แหง่ ชาติ มาตรา ๕ ให้มีคณะกรรมการคณะหน่ึง เรียกว่า “คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ” ประกอบด้วย (๑) นายกรัฐมนตรี เปน็ ประธานกรรมการ (๒) รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงสาธารณสขุ เป็นรองประธานกรรมการ (๓) กรรมการโดยตาแหนง่ จานวนสบิ คน ได้แก่ รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เลขาธิการ คณะกรรมการกฤษฎีกา อธิบดีกรมควบคุมโรค ประธานกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ และ ประธานสภาอตุ สาหกรรมแหง่ ประเทศไทย (๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จานวนไม่เกินสิบคน ซ่ึงคณะรัฐมนตรีแต่งต้ังจากผู้ซึ่งได้รับ การสรรหาจากผมู้ คี วามรู้ มผี ลงาน และมปี ระสบการณส์ ูงเป็นทป่ี ระจักษใ์ นด้านกฎหมาย ด้านการเงนิ การคลัง ดา้ นการแพทย์ ด้านการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการสัตวแพทย์ ดา้ นการสาธารณสขุ ด้านเภสัชกรรม ด้านวคั ซีน ด้านวทิ ยาศาสตร์ ด้านเศรษฐศาสตร์ หรือดา้ นอุตสาหกรรม ให้ผู้อานวยการเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ผู้อานวยการแต่งต้ังเจ้าหน้าท่ีจานวนสองคน เป็นผูช้ ่วยเลขานุการ ให้มีคณะกรรมการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ทีร่ ัฐมนตรีประกาศกาหนด มาตรา ๖ กรรมการผู้ทรงคณุ วุฒิต้องมีคณุ สมบัติและไม่มีลกั ษณะตอ้ งหา้ ม ดังตอ่ ไปน้ี (๑) มสี ญั ชาตไิ ทย (๒) มีอายุไมต่ า่ กวา่ สามสิบห้าปบี ริบูรณ์ (๓) ไมเ่ ป็นบคุ คลลม้ ละลายหรอื เคยเปน็ บคุ คลลม้ ละลายทจุ ริต (๔) ไม่เปน็ คนไรค้ วามสามารถหรือคนเสมอื นไรค้ วามสามารถ หนา้ 27
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๙๗ ก หน้า ๕๓ ๒๑ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๑ ราชกิจจานุเบกษา (๕) ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจาคุกโดยคาพิพากษาถึงท่ีสุดให้จาคุก เว้นแต่เป็นโทษสาหรับความผิด ที่ได้กระทาโดยประมาทหรือความผดิ ลหุโทษ (๖) ไม่เป็นผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถ่ินหรือผู้บริหารท้องถ่ิน กรรมการ หรือผู้ดารงตาแหน่งซ่ึงรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ พรรคการเมือง (๗) ไม่เป็นผู้เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงาน ของเอกชน เพราะทจุ ริตต่อหน้าที่ ประพฤตชิ ัว่ อยา่ งร้ายแรง หรือถอื ว่ากระทาการทจุ ริตและประพฤตมิ ิชอบ ในวงราชการ (๘) ไมเ่ ปน็ เจ้าหนา้ ที่หรอื ลกู จ้าง หรอื ทปี่ รกึ ษาหรือผเู้ ชีย่ วชาญซ่ึงมีสัญญาจา้ งกับสถาบนั (๙) ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในกิจการท่ีกระทากับสถาบัน หรือในกิจการที่เป็นการแข่งขันกบั กิจการ ของสถาบันหรือขัดหรือแย้งกับวัตถุประสงค์ของสถาบัน ท้ังนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม เว้นแต่ เป็นผู้ซึ่งคณะกรรมการมอบหมายให้เป็นประธานกรรมการ กรรมการ หรือผู้แทนของสถาบันใน การเขา้ รว่ มทุนกับนติ บิ คุ คลอ่ืนตามมาตรา ๒๒ (๘) มาตรา ๗ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดารงตาแหน่งคราวละสี่ปีนับแต่วันที่ได้รับ การแตง่ ตั้ง ผูซ้ ่ึงพ้นจากตาแหนง่ แล้ว อาจไดร้ ับแต่งต้ังอกี ได้แตจ่ ะดารงตาแหน่งตดิ ต่อกันเกนิ สองวาระไม่ได้ ในกรณีทีก่ รรมการผู้ทรงคุณวฒุ พิ ้นจากตาแหนง่ กอ่ นวาระและมกี ารแต่งตั้งกรรมการแทน หรอื ในกรณีท่ีคณะรฐั มนตรแี ต่งต้ังกรรมการเพ่ิมขึ้นในระหว่างท่ีกรรมการซึ่งแต่งตง้ั ไวแ้ ล้วยังมีวาระอยู่ในตาแหน่ง ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการแทนหรือเป็นกรรมการเพ่ิมข้ึน อยู่ในตาแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของ กรรมการซ่ึงได้แต่งตง้ั ไวแ้ ลว้ เม่ือครบกาหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งต้ังกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิข้ึนใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตาแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตาแหน่งเพื่อดาเนินงานต่อไปจนกว่า กรรมการผ้ทู รงคุณวฒุ ซิ ึง่ ได้รับแต่งตั้งใหม่เขา้ รบั หนา้ ที่ มาตรา ๘ นอกจากการพ้นจากตาแหนง่ ตามวาระ กรรมการผูท้ รงคุณวฒุ พิ น้ จากตาแหนง่ เม่ือ (๑) ตาย (๒) ลาออก หน้า 28
เล่ม ๑๓๕ ตอนท่ี ๙๗ ก หน้า ๕๔ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ราชกจิ จานุเบกษา (๓) คณะรัฐมนตรีให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าท่ี มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือ หย่อนความสามารถ (๔) ขาดคณุ สมบตั ิหรอื มีลักษณะตอ้ งห้ามตามมาตรา ๖ มาตรา ๙ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจานวน กรรมการท้งั หมด จึงจะเปน็ องค์ประชมุ ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าท่ีได้ ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในท่ีประชุม ถ้ารองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจ ปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ทป่ี ระชมุ เลือกกรรมการคนหนง่ึ เป็นประธานในทปี่ ระชมุ การวินจิ ฉัยช้ีขาดของท่ปี ระชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสยี งเทา่ กันใหป้ ระธานในทป่ี ระชุมออกเสยี งเพิม่ ขึ้นอกี เสียงหนึง่ เปน็ เสยี งชี้ขาด มาตรา ๑๐ คณะกรรมการมีหนา้ ที่และอานาจ ดังตอ่ ไปน้ี (๑) เสนอนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติต่อคณะรัฐมนตรี เพ่อื ให้ความเหน็ ชอบ (๒) ออกระเบียบเกี่ยวกับการให้ทุน การส่งเสริม การสนับสนุน หรือการให้ความร่วมมือ เพ่ือให้การวิจัย การพัฒนา การผลิต การบริหารจัดการ การจัดหา และการกระจายวัคซีน รวมทั้ง การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคให้แก่ประชาชน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับนโยบายและ แผนยุทธศาสตร์ความม่นั คงด้านวัคซีนแห่งชาติ (๓) ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้นโยบายเชิงรุกเพ่ือการวิจัย การผลิต การจาหน่าย และ การกระจายวัคซีนภายในประเทศหรือการจาหน่ายวัคซีนให้แก่องค์กรหรือประเทศต่าง ๆ ท่ีมีศักยภาพ เปน็ ประเทศคูค่ ้า (๔) กาหนดกรอบงบประมาณสาหรับใช้ในการดาเนินการตามนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ ความมัน่ คงดา้ นวัคซีนแห่งชาติ เพอื่ เสนอต่อคณะรฐั มนตรี (๕) เสนอแนวทางต่อคณะรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหาหรืออุปสรรคอนั เกิดจากการดาเนินงาน ตามนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ รวมท้ังเสนอแนะให้หน่วยงาน ทีเ่ ก่ยี วขอ้ งจดั ทา แกไ้ ขเพิ่มเติม หรือปรับปรุงกฎหมายเพือ่ ผลกั ดันการดาเนินงานด้านวคั ซีน หน้า 29
เล่ม ๑๓๕ ตอนท่ี ๙๗ ก หน้า ๕๕ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ราชกิจจานุเบกษา (๖) ตดิ ตาม ประเมินผล และรายงานความก้าวหนา้ การดาเนนิ งานตามนโยบายและแผนยทุ ธศาสตร์ ความมัน่ คงดา้ นวัคซีนแหง่ ชาติ ให้คณะรฐั มนตรที ราบอย่างน้อยปลี ะหนง่ึ ครั้ง (๗) กระทาการอ่ืนใดท่ีจาเป็นหรือต่อเนื่องเพ่ือให้บรรลุนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความม่ันคง ด้านวัคซีนแห่งชาติ หรือตามท่ีกฎหมายกาหนดให้เป็นหน้าที่และอานาจของคณะกรรมการหรือตามที่ คณะรัฐมนตรมี อบหมาย ระเบียบตาม (๒) เม่อื ไดป้ ระกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใชบ้ ังคบั ได้ มาตรา ๑๑ คณะกรรมการจะแตง่ ตง้ั คณะอนกุ รรมการเพอ่ื พจิ ารณาหรอื ปฏิบัตกิ ารอยา่ งหนง่ึ อย่างใดตามท่คี ณะกรรมการมอบหมายก็ได้ การประชุมคณะอนุกรรมการ ให้นาบทบัญญตั ิมาตรา ๙ มาใชบ้ งั คับโดยอนุโลม มาตรา ๑๒ คณะกรรมการและคณะอนกุ รรมการมีอานาจแต่งต้ังผทู้ รงคุณวฒุ ิซึ่งมีความเชย่ี วชาญ ให้เป็นที่ปรึกษาเพื่อให้คาแนะนาเกี่ยวกับการดาเนินงานตามหน้าท่ีและอานาจของคณะกรรมการหรือ คณะอนกุ รรมการกไ็ ด้ มาตรา ๑๓ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติน้ี ใหค้ ณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ มีอานาจออกคาส่ังเป็นหนังสือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคาหรือให้ส่งคาช้ีแจง เอกสาร ข้อมูล หลักฐาน หรอื วัตถุใดท่เี ก่ียวขอ้ งมาเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาได้ มาตรา ๑๔ ให้ประธานกรรมการ กรรมการ ท่ีปรกึ ษา ประธานอนุกรรมการ และอนกุ รรมการ ได้รบั เบ้ียประชมุ และประโยชนต์ อบแทนอืน่ ตามหลกั เกณฑท์ คี่ ณะรัฐมนตรีกาหนด หมวด ๒ ความมน่ั คงดา้ นวคั ซนี มาตรา ๑๕ เพ่ือประโยชน์ของความมั่นคงด้านวัคซีน นโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความม่ันคง ด้านวคั ซีนแห่งชาติ อย่างน้อยตอ้ งมสี าระสาคัญเกี่ยวกับการส่งเสริมและการสนับสนุน การวิจยั การพัฒนา การผลิต การประกัน การควบคุมคุณภาพ การบริหารจัดการ และการจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพ รวมทั้ง การกระจายวัคซีนให้เป็นธรรม มีระบบ และมีเอกภาพ สอดคล้องกบั ความจาเป็นสาหรับการใช้วัคซีน เพ่อื การปอ้ งกนั ควบคมุ รกั ษา หรือลดความรนุ แรงของโรค ท่ีทนั ต่อเหตกุ ารณแ์ ละความต่อเนอื่ งของ การสรา้ งเสรมิ ภมู ิคุม้ กนั โรค และการเพ่มิ ขดี ความสามารถของประเทศในดา้ นวคั ซีน หนา้ 30
เล่ม ๑๓๕ ตอนท่ี ๙๗ ก หน้า ๕๖ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ราชกิจจานุเบกษา การจัดทานโยบายและแผนยุทธศาสตร์ตามวรรคหน่ึง ให้คานงึ ถงึ การมีส่วนร่วมของประชาชน ผเู้ ช่ียวชาญด้านวคั ซนี และหน่วยงานท่ีเก่ยี วข้องท้งั ภาครฐั และภาคเอกชน มาตรา ๑๖ เพ่ือให้การวิจัย การพัฒนา หรือการผลิตวัคซีน เป็นไปตามนโยบายและ แผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ คณะกรรมการอาจขอความร่วมมือส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หน่วยงานอ่ืนของรัฐ หรือหน่วยงานของเอกชน ให้ดาเนินการหรือ สนบั สนุนการวจิ ยั การพฒั นา หรอื การผลิตวัคซนี ตามสมควร ท้งั น้ี ตามระเบยี บที่คณะกรรมการกาหนด มาตรา ๑๗ เพ่ือประโยชน์ในการดาเนินการตามนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคง ด้านวัคซีนแห่งชาติ ผู้วิจัย ผู้พัฒนา ผู้ผลิต ผู้ประกันและควบคุมคุณภาพ ผู้บริหารจัดการ ผู้จัดหา ผูก้ ระจาย หรือผู้ให้บริการวคั ซนี หรือการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค อาจได้รบั สิทธิประโยชน์อย่างหน่ึงอยา่ งใด ดงั ตอ่ ไปนี้ (๑) ทนุ เพอ่ื การวิจัย การพัฒนา การผลติ การประกนั การควบคุมคณุ ภาพ การบริหารจดั การ การจัดหา การกระจาย หรอื การใหบ้ ริการวัคซนี หรอื การสร้างเสรมิ ภมู คิ ุ้มกันโรคจากสถาบัน (๒) สิทธิไดร้ ับยกเวน้ ค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมายวา่ ด้วยการสง่ เสริมการลงทนุ (๓) สทิ ธิประโยชน์อน่ื ตามทีค่ ณะกรรมการกาหนด การได้รับสิทธิประโยชน์ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามกฎหมายที่เก่ียวข้องและระเบียบที่ คณะกรรมการกาหนด ในกรณีทีม่ ีกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรอื ขอ้ บังคบั ใด กาหนดให้การวิจยั การพัฒนา การผลิต การประกนั การควบคมุ คณุ ภาพ การบรหิ ารจัดการ การจัดหา การกระจาย หรือการให้บริการวัคซีน หรือการสร้างเสรมิ ภูมิคุ้มกันโรค ต้องดาเนินการหรือตอ้ งเสียค่าธรรมเนียม อันเป็นภาระท่ีไมเ่ หมาะสม หรือเกินสมควร คณะกรรมการอาจเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพ่ือพิจารณาดาเนินการให้มีการลดภาระดังกล่าวได้ ตามท่เี ห็นสมควร มาตรา ๑๘ ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินหรือมีเหตุจาเป็น เพ่ือประโยชน์สาธารณะ เพ่ือป้องกัน ควบคุม รกั ษา หรอื ลดความรนุ แรงของโรค หรือเพ่ือความมนั่ คงของประเทศ ให้รัฐมนตรีโดยความเหน็ ชอบ ของคณะกรรมการมีอานาจประกาศกาหนดเร่ืองหน่งึ เร่ืองใด ดงั ตอ่ ไปนี้ (๑) การผลติ วคั ซีนตามชนดิ และปริมาณทกี่ าหนด หนา้ 31
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๙๗ ก หน้า ๕๗ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ราชกจิ จานเุ บกษา (๒) สัดส่วนการส่งออกวัคซีนไปนอกราชอาณาจักรเป็นการช่ัวคราว ซึ่งต้องเหมาะสมกับสัดส่วน การใช้วคั ซีนภายในประเทศ (๓) การประกนั หรือการควบคุมคณุ ภาพวคั ซีน (๔) การจัดหา การบริหารจัดการ การกระจาย การให้บริการวัคซีน หรือการสร้างเสริม ภมู ิคมุ้ กนั โรคที่เหมาะสม (๕) เรือ่ งอน่ื ท่เี กย่ี วขอ้ งกับเหตุฉกุ เฉนิ หรือเหตุจาเปน็ ในกรณีที่ไม่อาจขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการได้ทันต่อสถานการณ์ตามวรรคหน่ึง ให้รัฐมนตรีออกประกาศไปก่อน แล้วดาเนินการเสนอต่อคณะกรรมการเพ่ือให้ความเห็นชอบภายใน สามวันทาการ ในกรณีที่มิได้ดาเนินการภายในเวลาท่ีกาหนด หรือคณะกรรมการไม่ให้ความเห็นชอบ ใหก้ ารประกาศดังกลา่ วเปน็ อันสิน้ สดุ ลง และใหส้ ถาบันแจง้ ใหห้ นว่ ยงานท่เี ก่ยี วขอ้ งทราบ เมอ่ื เหตุฉกุ เฉนิ หรือเหตุจาเป็นสนิ้ สดุ ลงแลว้ ให้รัฐมนตรปี ระกาศยกเลกิ ประกาศน้นั หมวด ๓ สถาบนั วัคซนี แห่งชาติ มาตรา ๑๙ ให้จัดตงั้ สถาบนั ขนึ้ เรยี กวา่ “สถาบันวคั ซนี แห่งชาติ” สถาบันมีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมาย ว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และ ไม่เป็นรัฐวสิ าหกจิ ตามกฎหมายว่าด้วยวธิ ีการงบประมาณและกฎหมายอน่ื กิจการของสถาบันไมอ่ ย่ภู ายใตบ้ งั คับแหง่ กฎหมายว่าด้วยการคมุ้ ครองแรงงาน กฎหมายว่าดว้ ย แรงงานสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน แต่เจ้าหน้าที่และ ลูกจ้างตอ้ งได้รับการคุ้มครองและประโยชนต์ อบแทนโดยรวมไม่นอ้ ยกวา่ ทก่ี าหนดไวใ้ นกฎหมายดงั กลา่ ว มาตรา ๒๐ ให้สถาบันมีท่ีต้ังของสานักงานใหญ่อยู่ในกรุงเทพมหานครหรือในจังหวัดอื่น ตามทีร่ ฐั มนตรปี ระกาศกาหนด ในกรณีที่เห็นสมควร คณะกรรมการบริหารสถาบันโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีอาจตั้ง สานกั งานสาขาได้โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา หน้า 32
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๙๗ ก หน้า ๕๘ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ราชกจิ จานุเบกษา มาตรา ๒๑ สถาบันเป็นหน่วยงานที่ไมแ่ สวงหากาไรเป็นหลกั และมวี ัตถปุ ระสงค์ ดังต่อไปนี้ (๑) ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทาร่างนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความม่ันคงด้านวัคซีนแห่งชาติ เพือ่ เสนอตอ่ คณะกรรมการ (๒) ส่งเสรมิ สนับสนนุ หรือดาเนนิ การใหม้ กี ารวจิ ัย การพฒั นา การผลิต และการกระจายวคั ซนี ใหม้ คี ณุ ภาพและมีปรมิ าณเพยี งพอสาหรับที่จะใช้ท้ังในสถานการณ์ปกตแิ ละในสถานการณฉ์ ุกเฉิน (๓) บริหารจัดการเพ่ือการบูรณาการและขับเคลื่อนการดาเนินการให้สัมฤทธ์ิผลตามนโยบาย และแผนยุทธศาสตร์ความม่ันคงด้านวัคซีนแหง่ ชาติ (๔) สร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีน และประสานงานหรือร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐ สถาบันการศึกษา องค์กรระหวา่ งประเทศ หรอื องคก์ รเอกชนท่เี กีย่ วข้องในการดาเนินการเก่ียวกับวคั ซีน (๕) เป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการข้อมูลและความรู้เชิงบูรณาการ เพ่ือประกอบการตัดสินใจ เชิงนโยบาย เศรษฐกิจ และวิชาการเก่ียวกับวัคซีน เพื่อให้บริการทางวิชาการ พัฒนาข้อมูลและ สร้างองคค์ วามรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมดา้ นวคั ซีน (๖) ส่งเสริม สนับสนุน หรือดาเนินการให้มีการฝึกอบรมเพ่ือการพัฒนาบุคลากรด้านวัคซีน ของประเทศ มาตรา ๒๒ เพ่ือให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๒๑ ให้สถาบันเป็นสานักงานเลขานุการ ของคณะกรรมการ คณะกรรมการบริหารสถาบัน และคณะอนุกรรมการ โดยให้มีหน้าที่และอานาจ ดงั ต่อไปน้ี (๑) จัดทาร่างนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความม่ันคงด้านวัคซีนแห่งชาติ และประสานงาน ติดตาม และประเมินผล เพื่อให้มีการปฏิบัติตามนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว รวมทั้ง จัดทารายงานความกา้ วหน้าของการดาเนนิ การเสนอต่อคณะกรรมการ (๒) สง่ เสริม สนบั สนนุ หรือดาเนนิ การให้มกี ารวจิ ยั การพฒั นา การผลติ และการกระจายวคั ซีน ให้มีคุณภาพและมีปริมาณเพียงพอสาหรับที่จะใช้ท้ังในสถานการณ์ปกติและในสถานการณ์ฉุกเฉิน และจัดใหม้ ที นุ การวิจัยและทุนอดุ หนนุ เพ่อื ส่งเสริมหรือสนบั สนุนใหม้ ีการดาเนนิ การดังกลา่ ว (๓) บริหารจัดการความรู้ ข้อมูลข่าวสาร และจัดให้มฐี านข้อมลู เพื่อสนับสนุนการดาเนนิ การ ด้านวัคซนี ของประเทศ หนา้ 33
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๙๗ ก หน้า ๕๙ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ราชกิจจานุเบกษา (๔) สนับสนุนการเพิ่มสมรรถนะในการเลือก การรับ และการถ่ายทอดวิทยาการและเทคโนโลยี จากต่างประเทศ ตลอดจนการจัดการโครงการลงทุนและโครงการพัฒนาที่เก่ียวข้องกับการเลือก การรับ และการถา่ ยทอดวทิ ยาการและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เพอื่ ให้ไดว้ ิทยาการและเทคโนโลยีที่มปี ระสทิ ธภิ าพ และเหมาะสม (๕) ส่งเสริม สนับสนุน หรือดาเนินการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านวัคซีนของประเทศ อยา่ งตอ่ เนื่อง ฝกึ อบรม และจัดใหม้ ที นุ การศกึ ษาสาหรบั บคุ ลากรดังกล่าว (๖) ก่อตั้งสิทธิ ทานิติกรรม ถือกรรมสิทธิ์ มีสิทธิครอบครอง มีสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และมีทรัพยสิทธิต่าง ๆ เพ่ือประโยชน์ในการดาเนินกิจการของสถาบัน ตลอดจนรับเงินหรือทรัพย์สิน ทม่ี ีผอู้ ุดหนุนหรืออทุ ิศให้ (๗) ทาความตกลงและรว่ มมอื กบั หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานของเอกชนทัง้ ในประเทศและ ตา่ งประเทศในกิจการทเ่ี ก่ียวกบั การดาเนนิ การตามวตั ถปุ ระสงค์ของสถาบัน (๘) จดั ต้งั นติ บิ ุคคลหรอื เขา้ ร่วมทนุ กบั นติ ิบคุ คลอนื่ ในกจิ การทเี่ กยี่ วกบั วตั ถปุ ระสงคข์ องสถาบนั (๙) กู้ยมื เงนิ หรือใหก้ ้ยู ืมเงนิ โดยมหี ลักประกนั ดว้ ยบุคคลหรือทรัพย์ เพือ่ ประโยชนใ์ นการดาเนนิ การ ตามวตั ถุประสงค์ของสถาบัน (๑๐) เรยี กเก็บค่าธรรมเนียม ค่าบารุง ค่าตอบแทน หรือค่าบริการในการดาเนนิ กจิ การตา่ ง ๆ ตามวัตถุประสงค์ของสถาบัน ทงั้ นี้ ตามระเบยี บทีค่ ณะกรรมการบริหารสถาบันกาหนด (๑๑) กระทาการอื่นใดที่จาเป็นหรือต่อเนื่องเพ่ือให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสถาบัน หรือตามที่ คณะรัฐมนตรี คณะกรรมการ คณะกรรมการบริหารสถาบัน หรือคณะอนุกรรมการมอบหมาย หรือ ตามทก่ี ฎหมายกาหนดใหเ้ ป็นหน้าที่และอานาจของสถาบัน การจัดตั้งนิติบุคคลหรือเข้าร่วมทุนกับนิติบุคคลอ่ืนตาม (๘) และการกู้ยืมเงินหรือให้กู้ยืมเงิน ตาม (๙) ใหเ้ ป็นไปตามหลักเกณฑ์ท่ีคณะรัฐมนตรีกาหนด มาตรา ๒๓ ทุนและทรัพย์สนิ ของสถาบัน ประกอบดว้ ย (๑) เงินและทรพั ยส์ นิ ท่ีไดร้ บั โอนมาตามมาตรา ๕๓ (๒) เงินอุดหนนุ ทวั่ ไปทีร่ ฐั บาลจัดสรรใหต้ ามความเหมาะสม หนา้ 34
เล่ม ๑๓๕ ตอนท่ี ๙๗ ก หน้า ๖๐ ๒๑ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๑ ราชกจิ จานเุ บกษา (๓) เงินอุดหนุนจากภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอ่ืน รวมทั้ง จากตา่ งประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ และเงินหรอื ทรพั ย์สินทม่ี ผี ูอ้ ทุ ศิ ให้ (๔) ค่าธรรมเนียม ค่าบารุง ค่าตอบแทน ค่าบริการ หรือรายได้จากการดาเนินกิจการต่าง ๆ ตามวตั ถปุ ระสงคข์ องสถาบัน (๕) ดอกผลของเงินหรอื รายไดจ้ ากทรัพย์สินของสถาบัน (๖) เงนิ หรือทรพั ยส์ ินอน่ื ท่ีได้จากการดาเนินกจิ การของสถาบนั การรับเงินหรือทรัพย์สินตาม (๓) จะต้องไม่กระทาในลักษณะท่ีทาให้สถาบันขาดความเป็นอิสระ หรือความเป็นกลาง มาตรา ๒๔ บรรดารายได้ของสถาบันไมเ่ ป็นรายไดท้ ีต่ ้องนาสง่ คลังเป็นรายได้แผ่นดนิ ในกรณีที่มีเหตุจาเป็นหรือสมควร สถาบันโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบรหิ ารสถาบัน อาจนารายไดข้ องสถาบันในจานวนทีเ่ หน็ สมควรนาสง่ คลังเปน็ รายได้แผ่นดนิ มาตรา ๒๕ ทรพั ยส์ นิ ของสถาบนั ไม่อยใู่ นความรบั ผิดแหง่ การบังคบั คดี บุคคลใดจะยกอายคุ วาม ข้ึนเป็นขอ้ ต่อส้กู ับสถาบนั ในเร่อื งทรัพยส์ นิ ของสถาบนั มไิ ด้ บรรดาทรัพย์สินท่ีสถาบันได้มาโดยมีผู้อุทิศให้ หรือได้มาโดยการซ้ือหรอื แลกเปลี่ยนจากเงินรายได้ ของสถาบนั ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของสถาบนั เว้นแต่บรรดาอสังหารมิ ทรพั ยท์ ่ีสถาบันได้มาโดยใชเ้ งินรายได้ ตามมาตรา ๒๓ (๒) ใหต้ กเป็นที่ราชพสั ดุ แต่สถาบนั มีอานาจในการปกครอง ดูแล บารงุ รกั ษา และ ใชป้ ระโยชน์ ให้สถาบันมีอานาจในการปกครอง ดูแล บารุงรักษา ใช้ จาหน่าย และจัดหาประโยชน์จาก ทรพั ย์สินของสถาบนั มาตรา ๒๖ บรรดารายได้ ทรัพย์สิน หรือการใช้จ่ายเงินของสถาบัน ต้องจัดการหรือ ใช้จ่ายเพอ่ื ให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสถาบันตามมาตรา ๒๑ เงินและทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้แก่สถาบัน ต้องจัดการตามเงื่อนไขท่ีผู้อุทิศให้กาหนดไว้ แต่ถ้า มีความจาเป็นต้องเปล่ียนแปลงเงื่อนไขดังกล่าว ตอ้ งได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผูอ้ ุทิศให้หรือทายาท หากไม่มที ายาทหรอื ทายาทไมป่ รากฏ ตอ้ งได้รบั อนมุ ตั ิจากคณะกรรมการบริหารสถาบัน ทั้งน้ี การเกบ็ รกั ษา และเบกิ จ่ายเงินของสถาบัน ให้เปน็ ไปตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารสถาบันกาหนด หนา้ 35
เล่ม ๑๓๕ ตอนท่ี ๙๗ ก หน้า ๖๑ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ราชกิจจานุเบกษา หมวด ๔ การบรหิ ารและการดาเนนิ การ มาตรา ๒๗ ในการดาเนินกิจการของสถาบัน ให้มีคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ประกอบด้วย (๑) ประธานกรรมการ ซ่ึงคณะรฐั มนตรีแต่งต้ังจากผู้มีความรู้ มีผลงาน และมีประสบการณ์สูง เป็นที่ประจักษ์ในด้านวัคซีน ด้านการบริหาร ด้านการสัตวแพทย์ ด้านการสาธารณสุข ด้านวิทยาศาสตร์ หรือด้านอืน่ ที่เกี่ยวขอ้ งและเป็นประโยชนต์ ่อกิจการของสถาบนั (๒) กรรมการโดยตาแหน่ง จานวนสี่คน ได้แก่ อธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบดีกรมปศุสัตว์ อธิบดกี รมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ และเลขาธกิ ารคณะกรรมการอาหารและยา (๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จานวนไม่เกินหกคน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งต้ังจากผู้มีความรู้ มีผลงาน และมีประสบการณ์เป็นท่ีประจักษ์ในด้านกฎหมาย ด้านการเงินการคลัง ด้านการบริหาร ด้านการแพทย์ ด้านการสตั วแพทย์ ด้านเทคโนโลยีชวี ภาพ ด้านพยาบาล ด้านเภสัชกรรม ด้านวคั ซนี หรือดา้ นวทิ ยาศาสตร์ ให้ผู้อานวยการเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ผู้อานวยการแต่งตั้งเจ้าหน้าท่ีจานวนสองคน เปน็ ผูช้ ่วยเลขานกุ าร การได้มาซ่ึงประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขท่ีรัฐมนตรปี ระกาศกาหนด คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม วาระการดารงตาแหน่ง และการพ้นจากตาแหน่งของ ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้นาบทบัญญัติมาตรา ๖ มาตรา ๗ และมาตรา ๘ มาใชบ้ ังคบั โดยอนุโลม มาตรา ๒๘ คณะกรรมการบริหารสถาบัน มีหน้าท่ีและอานาจควบคุมดูแลโดยทั่วไป ซ่ึงกิจการและการดาเนินการของสถาบันเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กาหนดไว้ หน้าที่และอานาจ เชน่ ว่านีใ้ หร้ วมถึง (๑) กาหนดทิศทาง เป้าหมาย และนโยบายการบริหารงาน และอนุมัติแผนการดาเนินงาน แผนการลงทนุ แผนการเงนิ และงบประมาณของสถาบัน หน้า 36
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๙๗ ก หน้า ๖๒ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ราชกจิ จานุเบกษา (๒) ออกระเบียบกาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม คา่ บารงุ คา่ ตอบแทน หรือค่าบรกิ ารในการดาเนนิ กิจการต่าง ๆ ตามวัตถุประสงคข์ องสถาบัน (๓) ออกระเบียบเกี่ยวกับการบริหารงานท่ัวไปของสถาบัน การจัดแบ่งส่วนงานของสถาบัน และขอบเขตหนา้ ทแ่ี ละอานาจของสว่ นงานดังกล่าว (๔) ออกระเบียบเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล การกาหนดตาแหน่ง คุณสมบัติเฉพาะตาแหน่ง อตั ราเงินเดือน ค่าจ้าง สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์อ่ืนของเจ้าหน้าที่ ลูกจ้าง ท่ีปรกึ ษา และผู้เช่ยี วชาญ การบรรจุ การแตง่ ต้งั การถอดถอน วินัยและการลงโทษทางวินยั (๕) ออกระเบียบเก่ียวกับการบริหารและจัดการการเงิน การคลัง การพัสดุ และทรัพย์สิน ของสถาบนั การบญั ชีและการจาหนา่ ยทรพั ยส์ ินจากบญั ชเี ป็นสูญ (๖) ออกระเบียบเกี่ยวกับการแต่งตั้ง หน้าท่ีและอานาจของคณะกรรมการตรวจสอบ และ การกาหนดขอบเขตเก่ยี วกบั การปฏิบัตหิ นา้ ท่ีของคณะกรรมการตรวจสอบและผู้ตรวจสอบภายใน (๗) ออกระเบียบเกี่ยวกับการสรรหา การแต่งต้ัง การประเมินผล และการถอดถอนผู้อานวยการ และการปฏิบตั ิงานของผู้อานวยการและการมอบอานาจให้ผู้อ่ืนปฏิบัติงานแทน (๘) กระทาการอื่นใดที่จาเป็นหรือต่อเน่ืองเพ่ือให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสถาบัน หรือตามท่ี กฎหมายกาหนดใหเ้ ปน็ หนา้ ท่แี ละอานาจของคณะกรรมการบริหารสถาบันหรอื ตามที่คณะรัฐมนตรมี อบหมาย ระเบยี บตามวรรคหนงึ่ เมอื่ ได้ประกาศในราชกิจจานเุ บกษาแลว้ ใหใ้ ช้บงั คับได้ ระเบียบเก่ียวกบั การจาหนา่ ยทรพั ยส์ ินจากบัญชีเปน็ สูญตาม (๕) ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ท่ี คณะรฐั มนตรกี าหนด มาตรา ๒๙ การประชุมคณะกรรมการบริหารสถาบัน การแต่งต้ังท่ีปรึกษาของคณะกรรมการ บริหารสถาบัน การแต่งต้ังคณะอนุกรรมการของคณะกรรมการบริหารสถาบันและการประชุมของ คณะอนกุ รรมการ และการแต่งตง้ั ทปี่ รึกษาของคณะอนุกรรมการ ให้นาบทบญั ญตั ิมาตรา ๙ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับโดยอนโุ ลม มาตรา ๓๐ ในการปฏบิ ัติหน้าท่ีตามพระราชบัญญัตนิ ี้ ใหค้ ณะกรรมการบริหารสถาบันและ คณะอนุกรรมการท่ีคณะกรรมการบริหารสถาบันแต่งต้ังมีอานาจออกคาส่ังเป็นหนังสือเรียกบุคคลใด มาให้ถ้อยคาหรือให้ส่งคาช้ีแจง เอกสาร ข้อมูล หลักฐาน หรือวัตถุใดที่เก่ียวข้องมาเพ่ือใช้ประกอบ การพิจารณาได้ หน้า 37
เล่ม ๑๓๕ ตอนท่ี ๙๗ ก หน้า ๖๓ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ราชกิจจานเุ บกษา มาตรา ๓๑ ให้ประธานกรรมการและกรรมการบริหารสถาบัน ประธานอนุกรรมการและ อนุกรรมการท่ีคณะกรรมการบริหารสถาบันแต่งต้ัง ท่ีปรึกษา และประธานกรรมการตรวจสอบและ กรรมการตรวจสอบ ได้รบั เบ้ยี ประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่นตามหลักเกณฑท์ ่คี ณะรฐั มนตรกี าหนด มาตรา ๓๒ ให้สถาบันมีผู้อานวยการคนหน่ึงเป็นผู้รับผิดชอบการบริหารงานของสถาบัน ข้ึนตรงต่อคณะกรรมการบริหารสถาบัน มีหน้าที่ควบคุมดูแลโดยท่ัวไปซ่ึงงานของสถาบัน และ เป็นผูบ้ งั คบั บัญชาเจา้ หน้าทแ่ี ละลกู จา้ ง สถาบันอาจมีรองผู้อานวยการหรือผู้ช่วยผู้อานวยการซึ่งแต่งตั้งจากเจ้าหน้าท่ีหรือลูก จ้าง เป็นผู้รับผิดชอบการบริหารงานของสถาบันและทาหน้าที่ควบคุมดูแลโดยท่ัวไปซ่ึงงานของสถาบันแทน ผูอ้ านวยการตามทไ่ี ด้รบั มอบหมาย ท้งั นี้ ตามจานวนทีค่ ณะกรรมการบริหารสถาบนั กาหนด คณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั เป็นผ้มู อี านาจสรรหา แตง่ ต้ัง และถอดถอนผู้อานวยการ มาตรา ๓๓ ผู้อานวยการตอ้ งเป็นผู้มีคุณสมบัตแิ ละไม่มีลกั ษณะตอ้ งห้าม ดงั ต่อไปน้ี (๑) มสี ัญชาตไิ ทย (๒) มีอายุไม่เกินหกสบิ ห้าปีบริบูรณ์ (๓) ตอ้ งเปน็ ผสู้ ามารถทางานใหแ้ กส่ ถาบันไดเ้ ตม็ เวลา (๔) เป็นผู้มีความรู้ มีผลงาน และมีประสบการณ์เหมาะสมกับกิจการของสถาบันตามท่ี กาหนดไวใ้ นวัตถุประสงค์และหนา้ ที่และอานาจตามมาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ (๕) ไม่เปน็ ผ้บู รหิ ารของรฐั วิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ (๖) ไมม่ ลี กั ษณะต้องห้ามอยา่ งหน่ึงอยา่ งใดตามมาตรา ๖ (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) หรือ (๙) มาตรา ๓๔ ผู้อานวยการมีวาระอยู่ในตาแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งต้ังอีกได้ แตไ่ มเ่ กนิ สองวาระติดตอ่ กนั ในกรณีท่ีไม่มีผู้อานวยการหรือผู้อานวยการไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองผู้อานวยการท่ีมีอาวุโส ตามลาดับรักษาการแทนผู้อานวยการ ถ้าไม่มีรองผู้อานวยการหรือรองผู้อานวยการไม่อาจปฏิบัติหน้าท่ีได้ ใหค้ ณะกรรมการบรหิ ารสถาบันแต่งต้งั เจา้ หน้าท่คี นหน่งึ เปน็ ผรู้ ักษาการแทน ใหผ้ รู้ กั ษาการแทนผูอ้ านวยการมหี นา้ ที่และอานาจอย่างเดยี วกับผูอ้ านวยการ มาตรา ๓๕ นอกจากการพน้ จากตาแหน่งตามวาระ ผอู้ านวยการพ้นจากตาแหนง่ เมอื่ (๑) ตาย หนา้ 38
เล่ม ๑๓๕ ตอนท่ี ๙๗ ก หน้า ๖๔ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ราชกจิ จานเุ บกษา (๒) ลาออก (๓) มกี ารกาหนดไว้ในขอ้ ตกลงระหวา่ งคณะกรรมการบริหารสถาบนั กับผูอ้ านวยการ (๔) คณะกรรมการบริหารสถาบันมีมติให้ถอดถอนออกจากตาแหนง่ เพราะบกพร่องตอ่ หนา้ ท่ี มคี วามประพฤติเสอ่ื มเสีย หรือหย่อนความสามารถ (๕) ขาดคุณสมบตั ิหรือมลี ักษณะตอ้ งห้ามอยา่ งหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๓๓ มติของคณะกรรมการบริหารสถาบันให้ถอดถอนผู้อานวยการออกจากตาแหน่งตาม (๔) ต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกวา่ สองในสามของจานวนกรรมการท่มี ีอยู่ โดยไมน่ ับรวมตาแหน่ง ผู้อานวยการ การขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๓๓ (๒) ให้ถือว่าเป็นการพ้นจากตาแหน่งตามกาหนดเวลาใน สัญญาจ้าง มาตรา ๓๖ ผูอ้ านวยการมีหนา้ ที่และอานาจ ดังตอ่ ไปนี้ (๑) บริหารกิจการของสถาบันให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และหน้าที่และอานาจของสถาบัน โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ มติ หรือนโยบายของคณะกรรมการและคณะกรรมการ บรหิ ารสถาบัน (๒) จัดทาแผนการดาเนินงาน แผนการลงทุน แผนการเงิน และงบประมาณของสถาบัน เสนอคณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั เพอ่ื อนุมตั ิ (๓) ดาเนินการเกี่ยวกับการบรหิ ารงานบุคคล การเงิน การงบประมาณ และการบริหารด้านอื่น ของสถาบนั ตามระเบยี บหรอื ประกาศท่ีคณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั กาหนด (๔) วางระเบียบเกี่ยวกับการดาเนินการของสถาบันเท่าทไ่ี มข่ ัดหรือแย้งกับวตั ถปุ ระสงค์และหน้าที่ และอานาจของสถาบัน โดยไมข่ ดั ตอ่ กฎหมาย ระเบยี บ ประกาศ มติ หรือนโยบายของคณะกรรมการ และคณะกรรมการบริหารสถาบนั (๕) ปฏิบัติหนา้ ท่อี ืน่ ตามทีค่ ณะกรรมการและคณะกรรมการบริหารสถาบันมอบหมาย มาตรา ๓๗ ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ผู้อานวยการเป็นผู้แทนของสถาบันใน กิจการของสถาบัน เพ่ือการน้ีผู้อานวยการจะมอบอานาจให้บุคคลใดปฏิบัติงานเฉพาะอย่างแทนก็ได้ แต่ตอ้ งเป็นไปตามระเบียบทค่ี ณะกรรมการบรหิ ารสถาบันกาหนด หน้า 39
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๙๗ ก หน้า ๖๕ ๒๑ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๑ ราชกจิ จานเุ บกษา นิติกรรมใดท่ีผู้อานวยการหรือผู้รับมอบอานาจจากผู้อานวยการกระทาโดยฝ่าฝืนระเบียบท่ี คณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั กาหนดย่อมไมผ่ กู พนั สถาบัน เว้นแตค่ ณะกรรมการบริหารสถาบนั จะใหส้ ตั ยาบนั มาตรา ๓๘ ให้คณะกรรมการบริหารสถาบันเป็นผู้กาหนดอัตราเงินเดือนและประโยชน์ ตอบแทนอน่ื ของผู้อานวยการตามหลกั เกณฑท์ ี่คณะรัฐมนตรีกาหนด มาตรา ๓๙ ผูป้ ฏบิ ัติงานของสถาบนั มีสามประเภท คือ (๑) เจ้าหนา้ ทห่ี รอื ลกู จ้าง ไดแ้ ก่ ผ้ซู ่ึงปฏิบัติงานโดยไดร้ บั เงนิ เดอื นหรอื คา่ จ้างจากงบประมาณ ของสถาบนั (๒) ทปี่ รกึ ษาหรอื ผเู้ ช่ยี วชาญ ไดแ้ ก่ ผูซ้ งึ่ สถาบันจ้างให้ปฏบิ ตั ิหน้าที่เป็นท่ปี รกึ ษาหรือผเู้ ชีย่ วชาญ โดยมสี ัญญาจา้ ง (๓) เจ้าหนา้ ท่ขี องรฐั ซึง่ มาปฏบิ ัตงิ านของสถาบนั เปน็ การชว่ั คราวตามมาตรา ๔๒ มาตรา ๔๐ เจา้ หน้าที่และลูกจ้างต้องมคี ณุ สมบตั แิ ละไม่มีลกั ษณะตอ้ งหา้ ม ดงั ต่อไปน้ี (๑) มสี ญั ชาติไทย (๒) มีอายไุ มต่ า่ กว่าสิบแปดปบี รบิ ูรณ์ และไม่เกินหกสบิ ปีบริบูรณ์ (๓) สามารถทางานให้แก่สถาบนั ไดเ้ ต็มเวลา (๔) มคี ณุ วุฒหิ รอื ประสบการณเ์ หมาะสมกบั วตั ถปุ ระสงคต์ ามหนา้ ทีแ่ ละอานาจของสถาบนั (๕) ไมเ่ ปน็ เจ้าหน้าท่ีของรัฐ เว้นแต่เป็นกรณีตามมาตรา ๔๒ (๖) ไม่เปน็ ทปี่ รึกษาหรอื ผเู้ ชีย่ วชาญซึง่ มสี ัญญาจ้างกับสถาบนั (๗) ไม่มลี กั ษณะต้องห้ามตามมาตรา ๖ (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) หรือ (๙) หรอื มาตรา ๓๓ (๕) ความใน (๑) มิให้ใช้บังคับแก่เจ้าหน้าที่และลูกจ้างชาวต่างประเทศซึ่งสถาบันจาเป็นต้องจ้าง หรือแตง่ ต้งั ตามขอ้ ผูกพนั หรือตามลักษณะของกิจการของสถาบัน มาตรา ๔๑ เจา้ หน้าทีแ่ ละลูกจา้ งพน้ จากตาแหน่ง เม่ือ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดคณุ สมบตั หิ รอื มีลักษณะต้องห้ามอยา่ งหนึ่งอยา่ งใดตามมาตรา ๔๐ (๔) ถูกใหอ้ อก เพราะไมผ่ ่านการประเมนิ ผลงานตามระเบียบท่คี ณะกรรมการบรหิ ารสถาบันกาหนด (๕) ถกู ไล่ออกหรอื ปลดออก เพราะผิดวนิ ยั ตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารสถาบนั กาหนด หนา้ 40
เล่ม ๑๓๕ ตอนท่ี ๙๗ ก หน้า ๖๖ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ราชกิจจานุเบกษา การขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๔๐ (๒) ให้ถือว่าเป็นการพ้นจากตาแหน่งตามกาหนดเวลาใน สญั ญาจา้ ง มาตรา ๔๒ เพ่อื ประโยชน์ในการบรหิ ารงานของสถาบนั รฐั มนตรอี าจขอให้เจา้ หน้าท่ขี องรัฐ มาปฏิบัติงานเป็นเจ้าหน้าท่ีหรือลูกจ้างเป็นการช่ัวคราวได้ ท้ังนี้ เม่ือได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาหรือ นายจา้ งของผู้น้นั และมีขอ้ ตกลงที่ทาไวใ้ นการอนุมัติ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐได้รับอนุมัติให้มาปฏิบัติงานเป็นเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของสถาบัน เป็นการชั่วคราวตามวรรคหน่ึง ให้ถือว่าเป็นการได้รับอนุญาตให้ออกจากราชการหรือออกจากงานไป ปฏิบัติงานใด ๆ และให้นบั ระยะเวลาระหวา่ งท่มี าปฏิบัติงานในสถาบัน สาหรับการคานวณบาเหน็จบานาญ หรือประโยชน์ตอบแทนอื่นทานองเดียวกันเสมือนอยู่ปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานเต็มเวลาดังกล่าว แลว้ แต่กรณี เมื่อสิน้ สดุ ระยะเวลาที่ได้รับอนุมตั ใิ หม้ าปฏิบตั ิงานในสถาบัน ให้เจ้าหนา้ ทข่ี องรฐั ตามวรรคหน่ึง มีสิทธิได้รับการบรรจุและแต่งต้ังให้ดารงตาแหน่งและรับเงินเดือนในส่วนราชการหรือหน่วยงานเดิม ไม่ตา่ กวา่ ตาแหน่งและเงินเดือนเดมิ ตามขอ้ ตกลงทท่ี าไวใ้ นการอนมุ ัติ หมวด ๕ การบญั ชี การตรวจสอบ และการประเมินผลงานของสถาบนั มาตรา ๔๓ การบัญชีของสถาบัน ให้จัดทาตามหลักเกณฑ์ท่ีคณะกรรมการบริหารสถาบัน กาหนดซง่ึ ตอ้ งเปน็ ไปตามมาตรฐานการบัญชี และตอ้ งจดั ใหม้ ีการตรวจสอบภายในเก่ียวกบั การเงิน การบญั ชี และการพัสดุของสถาบัน ตลอดจนรายงานผลการตรวจสอบให้คณะกรรมการบริหารสถาบันทราบอย่างน้อย ปีละคร้ัง ในการตรวจสอบภายใน ให้มีผู้ปฏิบัติงานของสถาบันทาหน้าท่ีเป็นผู้ตรวจสอบภายในโดยเฉพาะ และให้รับผิดชอบข้ึนตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริหารสถาบันตามระเบียบที่ คณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั กาหนด ในการแต่งตั้ง โยกย้าย เลอ่ื นเงนิ เดอื น เล่ือนตาแหน่ง และลงโทษทางวินยั ของผูต้ รวจสอบภายใน ให้ผู้อานวยการและคณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาร่วมกันแล้วเสนอให้คณะกรรมการบริหารสถาบัน ให้ความเห็นชอบก่อนจงึ ดาเนนิ การได้ หนา้ 41
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๙๗ ก หน้า ๖๗ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ราชกจิ จานุเบกษา มาตรา ๔๔ ให้สถาบันจัดทางบดุล งบการเงนิ และบญั ชีทาการสง่ ผูส้ อบบัญชีภายในเกา้ สิบวัน นับแตว่ นั ส้นิ ปีบญั ชีทุกปี ในทุกรอบปี ให้สานักงานการตรวจเงินแผ่นดนิ หรือบุคคลภายนอกตามท่คี ณะกรรมการบริหาร สถาบันแต่งต้ังโดยความเห็นชอบของสานักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีและประเมินผล การใช้จ่ายเงินและทรพั ย์สนิ ของสถาบัน โดยใหแ้ สดงความคดิ เหน็ เป็นข้อวิเคราะห์ว่าการใช้จ่ายดงั กล่าว เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ประหยัด และได้ผลตามเป้าหมายเพียงใด แล้วทาบันทึกรายงานผลการสอบบัญชี เสนอต่อคณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั เพื่อการนี้ ให้ผู้สอบบัญชีมีอานาจตรวจสอบสรรพสมุดบัญชีและเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของสถาบนั สอบถามผู้อานวยการ รองผู้อานวยการ ผ้ชู ่วยผูอ้ านวยการ ผูต้ รวจสอบภายใน เจ้าหน้าท่ี และลูกจ้างหรือบุคคลอ่ืน และเรียกให้ส่งสรรพสมุดบัญชีและเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของสถาบัน เปน็ การเพม่ิ เตมิ ได้ตามความจาเปน็ มาตรา ๔๕ ให้สถาบันทารายงานประจาปีเสนอรัฐมนตรีทุกส้ินปีงบประมาณ รายงานน้ี ให้กล่าวถึงผลงานของสถาบันในปีที่ล่วงมาแล้ว บัญชีทาการ พร้อมท้ังรายงานของผู้สอบบัญชี รวมท้ัง คาชีแ้ จงเก่ียวกบั นโยบายของคณะกรรมการบรหิ ารสถาบัน โครงการ และแผนงานท่ีจะจดั ทาในภายหน้า มาตรา ๔๖ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาและปรับปรุงระบบการปฏิบัติงานของสถาบันให้มี ประสิทธิภาพ เกิดผลสัมฤทธ์ิ สร้างความรับผิดชอบ และความเช่ือถือแก่สาธารณชนในกิจการของสถาบัน ตลอดจนการติดตามความก้าวหน้าและการตรวจสอบการดาเนินการของสถาบันให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ โครงการ และแผนงานท่ีได้จัดทาไว้ ให้สถาบันจัดให้มีการประเมินผลการดาเนินการตามระยะเวลาท่ี คณะกรรมการบรหิ ารสถาบนั กาหนด แต่ตอ้ งไมน่ านกว่าสามปี การประเมินผลการดาเนินการตามวรรคหน่ึง ให้จัดทาโดยสถาบัน หน่วยงาน องค์กร หรือ คณะบุคคลที่เป็นกลางและมีความเชี่ยวชาญในด้านการประเมินผลการดาเนินการ โดยมีการคัดเลือก หรอื แตง่ ตง้ั ตามวิธีการท่คี ณะกรรมการบรหิ ารสถาบันกาหนด การประเมินผลการดาเนินการของสถาบันจะต้องแสดงข้อเท็จจริงให้ปรากฏในด้านประสิทธผิ ล ในด้านประสิทธิภาพ ในด้านการพัฒนาองค์กร และในรายละเอียดอ่ืนตามที่คณะกรรมการบริหารสถาบัน จะไดก้ าหนดเพิม่ เติมขึ้น หนา้ 42
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๙๗ ก หน้า ๖๘ ๒๑ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๑ ราชกจิ จานเุ บกษา ในกรณีที่มีเหตุผลและความจาเป็น คณะกรรมการบริหารสถาบันจะจัดให้มีการประเมินผล การดาเนนิ การเปน็ คร้งั คราวดว้ ยกไ็ ด้ ให้สถาบันรายงานผลการประเมินผลการดาเนินการต่อรัฐมนตรี คณะกรรมการ และ คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการด้วย หมวด ๖ การกากับดูแล มาตรา ๔๗ ให้รัฐมนตรีมีหน้าที่และอานาจกากับดูแลการดาเนินกิจการของสถาบัน ให้เป็นไปตามกฎหมาย และให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดต้ังสถาบัน นโยบายของรัฐบาล มติของคณะรัฐมนตรี ยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติราชการท่เี ก่ียวข้องกับสถาบัน เพ่ือการนี้ ให้รฐั มนตรี มีอานาจส่ังให้สถาบันช้ีแจง แสดงความคิดเห็น ทารายงาน หรือยับย้ังการกระทาของสถาบันที่ขัด ต่อกฎหมาย วตั ถปุ ระสงค์ของการจัดตง้ั สถาบนั นโยบายของรัฐบาล มติของคณะรฐั มนตรี ยุทธศาสตร์ และแผนปฏิบัติราชการท่ีเกี่ยวข้องกับสถาบัน ตลอดจนส่ังสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดาเนินการ ของสถาบนั ได้ หมวด ๗ บทกาหนดโทษ มาตรา ๔๘ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศที่ออกตามมาตรา ๑๘ ต้องระวางโทษ จาคกุ ไมเ่ กินหน่ึงปี หรอื ปรับไมเ่ กนิ หนึง่ แสนบาท หรือท้ังจาทง้ั ปรับ บทเฉพาะกาล มาตรา ๔๙ ในวาระเร่ิมแรก ให้คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติประกอบด้วยกรรมการ ตามมาตรา ๕ (๑) (๒) และ (๓) และให้ผู้อานวยการปฏิบัติหน้าท่ีกรรมการและเลขานุการ ปฏิบัติหน้าท่ี คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติตามพระราชบัญญัติน้ีไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๕ (๔) ซึ่งต้องไม่เกินหน่ึงร้อยย่ีสิบวันนับแต่วันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ ทง้ั น้ี ให้ผู้อานวยการแตง่ ตงั้ เจา้ หน้าที่จานวนสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานกุ าร หนา้ 43
เล่ม ๑๓๕ ตอนท่ี ๙๗ ก หน้า ๖๙ ๒๑ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๑ ราชกจิ จานเุ บกษา มาตรา ๕๐ ให้ประธานกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๕ เปน็ ประธานกรรมการบรหิ ารสถาบันวคั ซีนแหง่ ชาตแิ ละกรรมการผูท้ รงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติตามพระราชบัญญัติน้ีไปจนครบวาระตามพระราชกฤษฎีกา จัดตง้ั สถาบันวคั ซนี แหง่ ชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๕ การนับวาระการดารงตาแหนง่ ของประธานกรรมการและกรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิตามมาตรา ๒๗ (๑) และ (๓) ให้นับวาระการดารงตาแหนง่ ตามพระราชกฤษฎีกาจัดต้ังสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๕ เปน็ วาระแรกของการดารงตาแหนง่ ตามพระราชบญั ญตั ิน้ี มาตรา ๕๑ ให้ผู้อานวยการ เจ้าหน้าที่ ลูกจ้าง ท่ีปรึกษา ผู้เชย่ี วชาญ และเจา้ หนา้ ทข่ี องรัฐ ซึง่ มาปฏิบัติงานของสถาบันเป็นการชว่ั คราวตามพระราชกฤษฎีกาจัดตง้ั สถาบันวัคซนี แหง่ ชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นผู้อานวยการ เจ้าหน้าท่ี ลูกจ้าง ท่ีปรึกษา ผู้เช่ียวชาญ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งมาปฏิบัติงานของสถาบันเป็นการชั่วคราวตามพระราชบัญญัติน้ี โดยให้ผู้อานวยการ เจ้าหน้าท่ี ลูกจ้าง ท่ีปรกึ ษา ผ้เู ช่ียวชาญ และเจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ซ่งึ มาปฏิบตั งิ านของสถาบนั เปน็ การช่วั คราวดงั กล่าวดารงตาแหนง่ และได้รับเงินเดอื นหรือคา่ จ้าง รวมทง้ั สทิ ธิประโยชน์ต่าง ๆ ตามตาแหน่งและอตั ราเงินเดือนหรือค่าจ้างเดิม ที่ดารงตาแหน่งและได้รับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ และให้ถือว่าเวลาทางานของบุคคลดังกล่าว เป็นเวลาทางานตดิ ต่อกนั กบั เวลาทางานในสถาบนั นบั แต่วนั ทีพ่ ระราชบญั ญัติน้ใี ช้บงั คบั มาตรา ๕๒ การนับวาระการดารงตาแหน่งของผู้อานวยการตามมาตรา ๓๔ ให้นับวาระ การดารงตาแหน่งของผู้อานวยการซึ่งดารงตาแหน่งอยู่ตามพระราชกฤษฎีกาจดั ต้ังสถาบันวคั ซีนแห่งชาติ (องคก์ ารมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นวาระแรกของการดารงตาแหน่งตามพระราชบัญญตั ิน้ี มาตรา ๕๓ เม่ือพระราชบัญญัติน้ีใช้บังคบั ให้พระราชกฤษฎกี าจัดตงั้ สถาบนั วัคซนี แห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๕ ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขับเคล่ือนนโยบายและ แผนยทุ ธศาสตร์วคั ซีนแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๕๔ และระเบียบสานกั นายกรัฐมนตรีว่าดว้ ยการขับเคลือ่ นนโยบาย และแผนยุทธศาสตร์วัคซีนแห่งชาติ (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นอันยกเลิก และให้โอนบรรดากิจการ เงนิ ทรัพยส์ ิน สิทธิ หน้ี ตลอดจนงบประมาณและรายได้ของสถาบนั วคั ซีนแหง่ ชาติ (องค์การมหาชน) ตามพระราชกฤษฎีกาจัดต้ังสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๕ ที่มีอยู่ในวันท่ี พระราชบญั ญัตินี้ใช้บงั คับ ไปเป็นของสถาบนั ตามพระราชบัญญตั ินี้ หนา้ 44
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๙๗ ก หน้า ๗๐ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ราชกจิ จานุเบกษา มาตรา ๕๔ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศที่ออกตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง สถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๕ และนโยบายและแผนยุทธศาสตร์วัคซีนแห่งชาติ และแผนแม่บทด้านวัคซีนท่ีออกตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขับเคล่ือนนโยบายและ แผนยุทธศาสตร์วัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๔ ท่ีใช้อยู่ในวันก่อนวันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ใช้บังคับได้ต่อไปเท่าท่ีไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติน้ี จนกว่าจะมีระเบียบ ประกาศ หรือนโยบาย และแผนยทุ ธศาสตร์ความมนั่ คงดา้ นวัคซีนแห่งชาติ ที่ออกตามพระราชบญั ญัตนิ ี้ใชบ้ งั คับ ให้ดาเนินการออกระเบียบและประกาศให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันท่ีพร ะราชบัญญัติน้ี ใช้บงั คับ หากไมส่ ามารถดาเนนิ การได้ ให้รฐั มนตรรี ายงานเหตุผลท่ีไม่อาจดาเนนิ การไดต้ อ่ คณะรฐั มนตรี ผรู้ บั สนองพระราชโองการ พลเอก ประยทุ ธ์ จันทร์โอชา นายกรฐั มนตรี หน้า 45
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252