สตรีและเดก็ ๆ ของเราคงถูกจับเปน เชลย พวกเขากําลังตกเปนทาสความคิดของชยั ฏอนมารราย แตในทันใดน้ัน ทานศาสดา (ศ.) ได กลาวประโยคหนง่ึ ขน้ึ มามันทําลายความเงียบสงัดใหหายไปจนหมดส้ิน ทานกลาววา พวกเจาจะพูด อะไร และพวกเจา คดิ อะไรกันอยู หมายถงึ พวกเจาจะพดู อะไร และคดิ อยา งไรเกี่ยวกับฉนั ประชาชนตางหวาดกลัวชนิดท่ีไมเคยเปนมากอน พวกเขาตอบดวยน้ําเสียงท่ีสั่นสะทาน ขาดๆ หายๆ ถึงความดีงามในสมัยกอนของทานศาสดา (ศ.) พวกเขากลาววา พวกเราไมเคยเห็นสิ่ง ใดในตัวทาน นอกจากความดีงาม ทาน คือ พ่ีนองที่มีเกียรติของเรา ทาน คือ บุตรแหงพี่นองท่ีมี เกยี รตขิ องเรา โดยปกตทิ านศาสดา (ศ.) เปนผูออนโยน มจี ิตใจเมตตา และมีมารยาทดีงาม เมอื่ ไดยิน คําพูดทก่ี ินใจ มเี ยอ่ื ใยบง บอกถงึ ความสมั พันธ และความอาลยั รกั ของพวกเขา ทา นกลา ววา “ฉนั จะพดู กับพวกเจา ดว ยคําพูดของยูซุบท่กี ลา วกบั พ่นี องทก่ี ดข่เี ขาวา วันนี้ไมมีการประณามพวกทาน อัลลอฮฺ ทรงอภัยโทษพวก แกพวกทาน พระองคทรง เมตตาย่ิงในหมผู ูเ มตตาท้งั หลาย”(๑๗๑) กอนท่ีทานศาสดา (ศ.) จะกลาวประโยคนี้ออกมา ประชาชนชาว มักกะฮฺตางมีความหวัง บางเล็กนอย เน่ืองจากปฏิกิริยาไมพอใจท่ีทานแสดงกับนายทหารบางคนของทาน ที่กลาวบทกลอน ขณะที่กําลังเขามักกะฮฺวา วันนี้ คือ วันแหงสงคราม วันนี้ ชีวิตและทรัพยสินของเจาเปนที่อนุมัติ ทา นไมพอใจบทกลอน ดงั กลาว ทานทําทานบนกับนายทหารคนนัน้ และส่ังใหยึดธงมาจากเขาและ ปลดเขาออกจากการเปนผูบังคับบัญชา อะลี (อ.) รับหนาที่ไป ยึดธงมาจากเขา ประวัติศาสตรบาง ตอนบันทึกวา บุตรชายของเขาไดรับแตงตั้งใหเปนผูบังคับบัญชา และเขาเปนผูไปยึดธงมาจากบิดา ซ่ึงผูบังคับบัญชาคนนั้นก็คือ ซะอฺดฺ บุตรของอิบาดะฮฺ ผูนําเผาค็อซร็อจญ ทานศาสดา (ศ.) ไดสั่งให ปลดนายทหารคนน้ันตอหนาประชาชนมักกะฮฺ ดังนั้น พวกเขาจึงมี ความหวังอยูบางวาคงจะไดรับ การอภัยจากทาน ประกอบกับคําพูดของ อบูซุฟยาน ท่ีประกาศไววา บุคคลใดไปหลบภัย ณ มัสญิด หรือกะอฺบะฮฺ หรอื ทบ่ี านของ
อบูซุฟยาน หรือปดประตูอยูในบานของตนจะไดรับความปลอดภัย เทากับเปนการสนับสนุน ความคิดของพวกเขาใหเปนจรงิ ทา นศาสดา (ศ.) ประกาศยกโทษสาธารณะ ทานศาสดา (ศ.) ประกาศยกโทษสาธารณะตามเงื่อนไขดังตอไปนี้ กลาววา พวกเจา คือ เพ่ือนรว มชาติที่ไมม ีความเหมาะสมแตอยางใด พวกเจาปฏิเสธการเปนศาสดาของฉัน ขับไลฉันออก จากบา นเกดิ เม่อื ฉันอพยพไปอยูยงั สถานท่ไี กลโพน พวกเจาก็พานกอสงครามครั้งแลวครั้งเลา พวก เจากอกรรมชั่วกับฉันนานัปการ แตโทษกรรมท้ังหลายแหลเหลานี้ ฉันจะอภัยใหพวกเจาทั้งหมด ฉันจะใหอิสรภาพแกพวกเจาทุกคน และฉันขอประกาศวา พวกเจาจงไปใชชีวิตเถิด พวกเจาทุกคน เปน อิสระ บิลาลกลาวอะซาน เม่ือถึงเวลานมาซซุฮรฺ บิลาล ผูประกาศอะซานอยางเปนทางการของอิสลาม ไดข้ึนไปบน กะอฺบะฮฺประกาศอะซานดวยทวงทํานองและลีลาอันเปนเอกลักษณเฉพาะตัว คําประกาศยืนยัน ความเปนเอกะของพระเจา และการเปนศาสดาของทานมุฮัมมัด ไดดังกึกกองทั่วทุกโสตประสาทท่ี กําลังชุมนุมอยู ณ ท่ีน่ัน ผูตั้งภาคีเทียบเคียงพระเจาท่ีไมสํานึกบางคนตางซุบซิบกัน บางคนกลาววา โชคดีสาํ หรบั พวกเราบางคนก็ไมไ ดเห็นและไมไ ดยินเสยี งอะซาน ในหมูพวกเขาอบูซุฟยานกลาววา ฉันไมขอพดู อะไรทงั้ สิ้น เนือ่ งจากหนวยขาวกรองของมฮุ ัมมดั ทํางานฉับไวเสียเหลือเกิน ฉันเกรงวา เสนโยงใยทุกเสนของมัสญดิ จะไดยินเสียงพูดคุยของเรา ชายชราเจาเลหคนน้ี รัศมีแหงอิสลามมิไดทอแสงเขาไปภายในจิตใจของเขาเลยแมแตนิด เดียวจนกระท่ังเขาตายจากโลกไป เขาคิดวาปญหาเรื่องความเรนลับ และการรับรูสัจธรรมโดยผาน โลกของวะฮฺยู เปนเรื่องเดียวกับสายลับ และหนวยขาวกรองทันสมัยของโลกท่ีรับรูขาวสารได ทันทวงที เขาผสมสิ่งทัง้ สองเขาดว ยกนั ท้งั ทีข่ อมูลของทานศาสดา (ศ.) เกี่ยวกบั ความเรนลบั นัน้
ทานไดรับมาโดยผานขบวนการของมะลาอิกะฮฺ สวนการรับรูขอมูลลับๆ ของนักการเมืองเปนอีก เรื่องหน่ึงท่ีอาจใชคนบางกลมุ เปนผจู ดั การ เมื่อทานศาสดา (ศ.) นมาซซุฮฺรฺเสร็จเรียบรอยแลว ทานไดเรียก อุซมาน บุตรของฏ็อลฮะฮฺ เขามาหา ทานสงกุญแจกะอฺบะฮฺกลับคืนใหแกเขาและกลาววา ตําแหนงน้ีเปนของเจาและเปน เกียรติยศสําหรับตระกูลเจา เจาจงรักษาตําแหนงนี้ตอไป ซ่ึงตามความเปนจริงแลวทานศาสดา (ศ.) มิตองการส่ิงใดจากประชาชน ทานรับคําสั่งมาจากพระเจาและมีหนาที่ประกาศส่ิงน้ันแกประชาชน อลั -กุรอานกลาววา ความวา แทจริงอัลลอฮฺ ทรงสั่งสูเจาใหมอบคืนของฝากแกเจาของของมัน แนนอน วาการ สงคืนของฝากอนั ย่ิงใหญเชนน้ีเปน สงิ่ จําเปนกอ นอน่ื ใด(๑๗๒) ทา นศาสดา (ศ.) มิเคยใชอ ํานาจทางทหาร หรืออํานาจสวนตัว มาบดทําลาย สิทธิของบุคคล อื่น ดังนั้น ทานจึงประกาศตอหนาสาธารณชนวา หนาท่ีการถือกุญแจกะอบะฮเปนของ มัซละมะฮฺ บุตรของฏ็อลฮะฮฺ บุคคลอืน่ ไมมีสิทธล์ิ วงละเมิดสิทธิอันชอบธรมของเขา ทานไดจัดการมอบหมาย ภารกิจตางๆ เก่ียวกับกะอบะฮจนหมดส้ิน ยกเวนส่ิงที่เปนประโยชนกับประชาชน เชน การถือ กุญแจกะอฺบะฮฺ และการตดิ ผา คุมกะอบ ะฮเ ปน ตน สตรชี าวมักกะฮใฺ หสตั ยาบนั กับศาสดา (ศ.) หลังจากการใหสัตยาบันอุกบะฮฺ(๑๗๓) แลว ครั้งน้ีเปนคร้ังแรกที่ทานไดรับ สัตยาบัน อยาง เปนทางการจากสตรีเพ่อื ใหร ับผดิ ชอบหนา ทด่ี งั ตอ ไปนี้ 1. ตอ งไมต งั้ ภาคเี ทียบเคยี งพระเจา 2. ตองไมทรยศหักหลงั 3. ตองกอ ความเสยี หายบนหนาแผนดนิ 4. ตองไมสงั หารบตุ รของตน 5. ตอ งไมใสรายวา บตุ รหลานของคนอ่นื เปน ของสามตี น 6. ตองไมขดั แยงกบั ศาสดาในการกระทําคณุ งามความดี
สวนพิธีการใหสัตยาบัน ทานศาสดา (ศ.) ส่ังใหตักนํ้าใสภาชนะ มาแลวผสมเครื่องหอม เล็กนอย หลังจากนั้นทานไดจุมมือลงในนํ้าแลวอาน อัลกุรอานโองการหนึ่ง(๑๗๔) จากนั้นก็ลุกข้ึนยืน กลาวกับสตรีทั้งหลายวา “บคุ คลใดทีพ่ รอมจะใหสตั ยาบันตอ ฉนั ภายใตเงอ่ื นไขดงั กลา ว ก็ใหนางจุม มอื ลงไปในอา ง ซึง่ ก็เทา กับไดยอมรบั การทาํ ตามสญั ญาที่วา ไวแ ลว ” สาเหตุของการใหสัตยาบันในคร้ังนี้ เน่ืองจากในหมูสตรีชาวมักกะฮฺยุคนั้น มีหญิงช่ัวท่ีสํ่า สอนและประพฤตติ ัวไมดีมากมาย ถาไมข อคํามั่นสญั ญาจากพวกนางเปนไปไดว าพวกนางจะปฏิบัติ ตวั ส่าํ สอนเหมือนเชน เคย นิวาสถานท่ีต้ังรปู ปน ถูกทําลายหมดสิน้ บริเวณรอบๆ มักกะฮฺสมัยนั้นมีนิวาสถานอันเปน สถานท่ีประทับของรูปปนตางๆ มากมาย และเปนที่สักการของชนเผาตางๆ รอบๆ น้ัน ทานศาสดา (ศ.) ตองการทําลายเทวรูปชนิดขุดราก ถอนโคนใหหมดสิ้นไปจากแควนอาหรับ และไมตองการใหมีการสรางหรือสักการะอีกตอไป ทาน จึงไดสั่งใหกองทหารออกลาดตระเวนรอบๆ มักกะฮฺเพื่อทําลายนิวาสถานเหลาน้ันใหหมดส้ิน และ มีคําส่งั กําชบั วาบา นใดยงั มีรูปปน หลงเหลืออยใู หเอามาทําลายทงิ้ ใหห มดโดยเร็ว(๑๗๕) คอลิด บุตรของวะลีด ไดรับแตงตั้งเปนผูบังคับบัญชาคุมทหารไปเชิญชนเผา ญะซีมะฮฺ บิน อามิร เขารับอิสลาม ทานศาสดา (ศ.) มีคําส่ังกําชับไปวาหามมีการปะทะและการนองเลือดเด็ดขาด อยา เปดประตสู งครามเขาสูพวกเขา และแตง ตงั้ ใหอ บั ดุรเราะฮฺมาน บิน อาวฟฺ เปน รองเขา ในยุคกอนอิสลาม ชนเผาญะซีมะฮฺ บิน อามิร เปนผูสังหาร ลุงของคอลิด และบิดาของอับ ดุรเราะฮฺมาน ขณะเดินทางกับจากเยเมนและ ปลนสะดมทรัพยสินของเขาไป คอลิดมีอคติอยูในใจ กับชนเผานี้มาโดยตลอด เม่ือเผชิญหนากับ บนีญะซีมะฮฺ เขาไดหันมาส่ังกับทหารของตนวาจง เตรียมอาวุธไวใหพรอมเสียงผูบังคับบัญชาไดรองตะโกนสั่งใหฝายตรงขามวางอาวุธใหหมด เนอ่ื งจากวันน้ีพนยคุ สมัยของการเคารพสักการรูปปน แลว นครมักกะฮมฺ แี ต
ความสงบเรียบรอย ดังนั้น ใหประชาชนทั้งหมดยอมจํานนตอกองทัพอิสลาม ผูนําเผามีความคิดวา สมควรวางอาวธุ และยอมจํานนตอ กองทพั อสิ ลาม แตมีทหารคนหนึ่งไดรับขอมูลวา ผูบังคับบัญชา ฝายมสุ ลมิ มีเจตนารา ย บทสรปุ ของการยอมจํานน คอื ความตาย แตในท่ีสุดบรรดาผูนําเผาก็ยอมจํานนและมอบอาวุธใหกองทัพอิสลาม ขณะนั้นเอง ผูบังคับบัญชาท่ีตะบัดสัตไมมีความเปนสุภาพบุรุษ ไดออกคําส่ังขัดตอคําส่ังของทานศาสดา (ศ.) โดยสงั่ จบั ผชู ายทง้ั หมดมดั มอื ไพหลังควบคุมตัวไวใหดี พอถึงตอนเชาเขาไดส่ังใหประหารชีวิตบาง กลุม และปลอ ยตัวบางกลุมใหเ ปนอสิ ระ เมื่อขาวท่ีเศราสลดใจเชนนี้ลวงเลยไปถึงทานศาสดา (ศ.) ทานเสียใจมาก และมีคําสั่งให ทานอะลี (อ.) รีบไปดูเหตุการณยังชนเผาดังกลาว ตรวจสอบความเสียหายดานสงครามและคา สินไหมชดเชยตางๆ อยางละเอียด หลังจากนั้นใหจายคาชดเชยเหลาน้ันใหหมดสิ้น ทานอะลี (อ.) ตรวจสอบ อยางละเอยี ดแมกระท่ังกระบอกไมทเ่ี หลาทหารใชดมื่ นํ้า และไดแตกหัก เนื่องจากปะทะ กับวะลดี หลังจากนัน้ ทา นไดเ รยี กบรรดาผูนําท่ีไดรับความเสียหายทั้งหมดมาพบ และถามพวกเขาวา ความเสียหายจากสงคราม สินไหมชดเชยบุคคลที่ไมมีความผิด และอ่ืนๆ ถูกจายครบสมบูรณแลว หรือยัง ทั้งหมดกลาววาถูกจายครบสมบูรณแลว หลังจากน้ันทานอะลี (อ.) ไดจายเงินอีกจํานวน หนึ่งเปนการชดเชยคาเสียหายอื่นๆ ท่ีพวกเขาอาจคิดไมถึงหรือหลงลืมไป อันเปนผลเสียหายแก พวกเขา เมือ่ เสร็จส้นิ แลวทานจงึ เดินทางกลับมักกะฮฺ และรายงานภารกิจทั้งหมดใหทานศาสดา (ศ.) รับทราบ ทานไดกลาวชมเชย ทานอะลี (อ.) หลังจากน้ันทานลุกขึ้นและหันหนาไปทางกิบละฮฺ ยก มือท้ังสองขึ้นวิงวอนขอการอภัยจากพระเจาวา โอ อัลลอฮฺ พระองคทราบดี วาฉันเกลียดชังการ กระทําของวะลดี ทีส่ ดุ ฉนั ไมเคยเรียกรอ งการสงคราม แมแ ตค ร้งั เดยี ว อะมีริลมุอฺมินีน อะลี (อ.) จายคาเสียหายในสงครามมิใชวัตถุแตเพียงอยางเดียว ทวาความ เสียหายดานจิตใจทพ่ี วกเขาหวาดกลัวเมือ่ วะลดี ไดเขาทาํ รา ย อะลี (อ.) กจ็ ัดเตรียมและจายใหแกพวก เขา เม่ือทานศาสดา
(ศอล) ไดยินขาวความยุติธรรมของอะลี (อ.) ทานกลาววา โอ อะลีเอย ภารกิจท่ีเจาไดกระทําฉันจะ ไมขอแลกดว ยอูฐสีแดงพันธดีเด็ดขาด อะลี เจาไดสรางความพอใจใหแกฉัน พระเจาทรงพอพระทัย เจาอยางแนนอน อะลี เจา คือ ผูนํามวลมุสลิม โชคดีสําหรับบุคคลท่ีรักเจาและปฏิบัติตามเจา โชค รา ยสําหรบั บคุ คลที่ไมเ ช่อื ฟง และหลงออกไปจากแนวทางของเจา อุปมาของเจากับฉันเหมือนกับฮา รูนกบั มูซา เวนเสียแตวาไมม นี บภี ายหลังจากฉนั อาชญากรรมอ่นื ของคอลิด สิ่งท่ีเกดิ ข้ึนมิไดเปนความผิดคร้ังแรกสําหรับคอลิด นับตั้งแตเขาเขารับอิสลาม ทวาในชวง สมัยเคาะลิฟะฮฺอบูบักรฺเขาไดกอกรรมทําเข็ญมากกวาเดิม ซ่ึงชนบางเผาหลังจากทานศาสดา (ศ.) ส้ินชีพแลว ตามความเขาใจของเขาถือวาชนกลุมน้ีกลายเปนผูตกศาสนา อีกนัยหน่ึง คือพวกเขาไม ยอมรับการเปนเคาะลิฟะฮฺของอบูบักรฺ ไมยอมจายซะกาต (ทานบังคับ) คอลีฟะฮฺจึงสงชนกลุมหน่ึง ไปยังพวกเขาเพือ่ ปราบพวกที่ตกศาสนาใหหมดส้ิน คอลิดใชขออางวาชนเผามาลิก บิน นุวัยเราะฮฺตกศาสนา เขาจึงเขาโจมตี มาลิก และชนใน เผาเตรียมพรอมเพื่อปองกันตนเอง ทั้งหมดกลาววาพวกเราเปนมุสลิมกองทัพอิสลามจะตองไมบุก มาโจมตเี รา แตคอลิดไมย อมฟง เขาใชเลหเพทุบายใหพวกเขาปลดอาวุธ หลังจากนั้นคอลิดไดจับ มา ลิก บุตรของนวุ ัยเราะฮฺ ซ่งึ เปนมสุ ลมิ มาประหารชีวิต และในคืนนน้ั เขาไดขม ขืนภรรยาของมาลิก ฉะนัน้ อาชญากรรมตางๆ ที่คอลิด บุตรของวะลีดไดกระทําทั้งในสมัยท่ีทานศาสดา (ศ.) ยัง มีชีวิตอยูและหลังจากนั้น เปนการสมควรแลวหรือที่สังคมจะมอบฉายานาม ซัยฟุลลอฮฺ (ดาบ แหง อัลลอฮ)ฺ แกเ ขาและยอมรบั วา เขา คือ ผูประกาศศักดาของอิสลาม
๓๖ สงครามฮุนัยนฺ แบบอยางของทานศาสดา (ศ.) คือ เมื่อพิชิตพ้ืนที่ใดไดทานจะไปเยี่ยม สถานท่ีน้ันดวย ตัวเองทําการตรวจสอบภารกิจตางๆ ไมวาจะเปนการปกครองระดับทองถิ่น วิถีชีวิตการเปนอยูของ ประชาชน และศาสนาของพวกเขา และเมื่อทานจะจากพื้นที่นั้นไปทานจะแตงต้ังตัวแทนตางๆ ท่ี เหมาะสมใหท าํ หนา ที่ดูแลกจิ การงาน เนอ่ื งจากประชาชนสวนใหญจะเขาใจระบบการปกครองแบบ เกาท่ีไดรับการเลือกสรรเปนอยางดี พวกเขาจะไมมีขอมูลเกี่ยวกับการปกครองสมัยใหมซ่ึงถูกเลือก ใหมาแทนที่ระบบการปกครองเกา อีกดานหน่งึ อิสลาม เปนศาสนาท่ีครอบคลุมท้ังสังคม จริยธรรม การเมืองและการศาสนาเขาไวดวยกัน ซึ่งกฎเกณฑตางๆ ไดรับการกําหนดโดยพระเจา โดยผาน กระบวนการวะฮฺยู การทําใหประชาชนเขาใจหลักการเหลานี้ และสามารถนําไปสูการปฏิบัติในหมู พวกเขา ตองอาศัยบุคลากรที่มีความสามารถ ความเขาใจ และผานการเรียนรูมากอน เพื่อเขาจะได สรางความเขาใจท่ีถูกตองสมบูรณตอหลักการแกประชาชน และนําระบบการปกครองแบบอิสลาม มาสูก ารปฏิบัตใิ นหมพู วกเขา เมื่อทานศาสดา (ศ.) ตัดสินใจเดินทางออกจากมักกะฮฺ โดยมุงหนาไปสู ฮะวาซิน และ ซะกีฟ ทานไดแตงตั้งให มะอาซ บุตรของุบัล เปนครูสอนศาสนาและคอยช้ีแนะประชาชน และ มอบหนาท่ีการปกครองการจดั การ
ดูแลเมือง และเปนอิมามประจํามัสญิดใหแก อุตตาบ บุตรของ อุซัยยิด เน่ืองจากเขาเปนผูที่มีความ สมถะและรูจักเพียงพอ ทานศาสดา (ศ.) พักอยูในมักกะฮฺนาน ๑๕ วัน หลังจากน้ันทานไดออก เดินทางไปยงั แผนดิน ฮะวาซนิ กองทหารจาํ นวนมหึมาท่ไี มเคยมมี ากอ น ในวันน้ันทานศาสดา (ศ.) มีทหารติดอาวุธผูภายใตการบังคับบัญชาของทานถึง ๑๒,๐๐๐ คน ซ่ึงจํานวนทหาร ๑๐,๐๐๐ คน เปนทหารท่ีเคล่ือนทัพมาจากมะดีนะฮฺ และเขารวมการพิชิตมัก กะฮฺกับทาน สวนทหารท่ีเหลืออีก ๒,๐๐๐ คน เปนชายฉกรรจเผากุเรชที่เพ่ิงเขารับอิสลามซึ่งทหาร กลมุ น้ีอยูภายใตการบังคับบัญชาของอบซู ุฟยาน การมีทหารจํานวนมากมายขนาดนั้น ในสมัยกอนถือวาเปนกองทัพที่ยิ่งใหญไมมีคูเปรียบ เปรย แตจํานวนมากน่ันเองเปนปจจัยสําคัญท่ีทําใหพายแพต้ังแตแรกตางไปจากอดีต การมีทหาร จํานวนมากทําใหเกิดความประมาทลืมระบบ และเทคนิคการทําสงคราม เมื่อสายตาของอบูบักรฺ มองเหน็ ทหารจํานวนมากเขากลาววา พวกเราจะไมม วี ันพา ยแพดานจํานวนพลเด็ดขาด เน่ืองจากเรา มที หารมากกวา ศัตรหู ลายเทา แตเขาลมื ไปวาปจจัยสําคัญของการรับชัยชนะมิไดขน้ึ อยูก ับจํานวนคนที่มากกวาเพียงอยาง เดียว ทวาปจจัยดังกลาวเม่ือเทียบกับปจจัยอื่นแลวมีความสําคัญนอยกวา ความจริงดังกลาวนี้ อัล-กุ รอานวา “แทจรงิ อัลลอฮฺ ทรงชวยเหลือสูเจาแลวในท่ีตางๆ มากมาย และในวันแหงสงครามฮุนัยนฺก็ ทรงชวยเหลือ ในวันน้ันสูเจามีทหารจํานวนมาก จึงทําใหประมาท ซ่ึงสิ่งนั้นมิไดอํานวยประโยชน อันใดแกส เู จาเลย การคน หาขอมูล หลังจากพิชิตมักกะฮฺเสร็จเรียบรอยแลวการแสดงทาทีแข็งกระดางและเปนปรปกษในเขต พนื้ ท่ขี องเผา ฮะวาซนิ และ ซะกีฟ ก็เริ่มข้ึน มีการติดตอที่ลับเฉพาะระหวางชนสองเผา ผูดําเนินการ คือ ชายหนุมทหี่ าวหาญตดิ อาวุธ
ช่ือวา มาลิก บุตรของ เอาฟฺ นัซรี ขอตกลงในที่ประชุมอันเปนความตองการของทุกคน คือ กอนที่ กองทัพอิสลามจะยกทัพมาถึงพวกเขา พวกเขาจะกรีฑาทัพไปเผชิญหนาเอง และชิงลงมือกอนๆ ท่ี ทหารมุสลิมจะเริ่มแผนการของฝายตน เพ่ือไมใหพวกเขาตั้งตัวได พวกเขาไดคัดเลือกชายฉกรรจ อายุประมาณ ๓๐ ปเ ศษเปนผูบัญชาการ และในการสูรบคร้ังนี้พวกเราจะยงิ ธนูพรอมกัน ผูบัญชาการสูงสุดมีคําสั่งวา ผูเขารวมสงครามทุกคนจงเอาสตรี เด็กๆ และฝูงปศุสัตวของ พวกทานตดิ ตามไวข างหลัง เมอ่ื มีผถู ามวา เพราะเหตใุ ดตองกระทาํ เชน น้ี ตอบวา “เพ่ือใหนักรบของ เราตอสูดวยจิตใจท่ีแนวแนม่ันคงไมถอยหนีหรือหันหลังใหศัตรู เพราะเขาตองทําหนาที่ปกปอง สตรี เด็กๆ และทรพั ยส ินของตนเอาไว” ดะรีด บุตรของ ซอมมะฮฺ ชายผูสูงอายุมากดวยประสบการณและเคยผานการรบมาหลาย ครัง้ เมอ่ื ไดยนิ เสียงสตรีและเด็กๆ รองไหเขาไดกลาวแนะนํามาลิกใหตระหนักเร่ืองน้ีใหมาก เพราะ สิ่งที่มาลิกกําลังอยูน้ันขัดตอหลักการสงคราม บ้ันปลายสุดทายถาหากฝายเราปราชัย เราตองมอบ สตรีและทรัพยสินใหกองทัพอิสลามไปโดยปริยาย แตมาลิกไมสนใจฟงคําแนะนําของเขา กลาววา เจาแกแลว มันสมองและความรูเร่ืองทหารและการสงครามก็คงจะหมดอายุตามไปดวย แตอนาคต นั้นจะเปนบทพิสูจนวาสัจธรรมอยูกับชายชราผูมากไปดวยประสบการณ การนําสตรีและเด็กๆ เขา รว มสงครามเปนการสรา งพนั ธะใหห ว งหนา พะวงหลงั มิไดม สี ิง่ ใดเกินเลยไปจากความเสยี หาย ทานศาสดา (ศ.) ไดสงอับดุลลอฮฺ อัซละมี ไปสอดแนมความเคล่ือนไหวและความพรอม ของศัตรู เขาไดแอบเขาไปในกองทัพของศัตรูโดยไมมีผูใดรูจักและสอดแนมอยูในกองทัพระยะ หนง่ึ หลงั จากนั้นเขาไดกลับออกมารายงานใหทานศาสดา (ศ.) ทราบถึงการเคลื่อนไหวของศัตรู มา ลิกก็ไดสงหนวยสอดแนมจํานวน ๓ คนเขามาในกองทัพอิสลามเพื่อหาขอมูล และท้ังสามคนได กลบั ออกไปรายงานใหม าลิกทราบ ดว ยความหวาดกลัวจนลนลานไปหมด มาลิก ในฐานะผูบัญชาการไดคิดหาทางแกไขความหวาดกลัวและจํานวนทหารที่นอยกวา ดวยการใชเลห เพทบุ ายทางทหาร และใชน โยบาย
การหลงลืมท่ียังไมทันต้ังตัวเขามาแทนท่ี อีกนัยหน่ึงคือ การทําใหกองทัพ อิสลามเกิดความเสียหาย และใหแบกรับความยากลําบากอยางฉับพลัน โดยไมทันคิดมากอน ทําลายหนวยทหารใหแตก กระจายเพื่อผบู ังคบั บัญชาจะไดค วบคุมไมไ ด และเพื่อดําเนินการไปตามแผนการท่ีต้ังไว เขาไดยกทัพมาจนถึงปลายทางที่ขามไปยังเขตฮุ นัยนฺ และส่ังใหหยุดทัพ ณ ที่นั้น ส่ังใหทหารทุกคนซอนตัวอยูตามโขดหิน รายรา วของหนาผา และ ตามจุดสูงๆ เม่ือกองทัพอิสลามเคลื่อนมาถึงรอยแยกท่ีลึกและยาว ใหทหารท่ีซอนตัวอยูออกมาและ มุงโจมตีกองทหารฝายมุสลิมดวยธนูและกอนหิน หลังจากน้ันใหทหารกลุมที่ซอมตัวอยูบนเขารีบ ลงมาและกระหนา่ํ ยงิ ซ้ําดว ยธนอู ยา งหนกั การเตรยี มพรอ มของมสุ ลิม ทานศาสดา (ศ.) ลวงรถู งึ กาํ ลังของฝา ยศตั รู กอ นทีท่ านจะเดนิ ทางอกจากมักกะฮฺ ทานไดเชา เสอ้ื เกราะจากซอฟวาน อมุ ยั ยะฮฺ ๑๐๐ ตวั ทานนาํ เส้อื เกราะ ๒ ตัวไปสวมใสเอง สวมหมวกสงคราม และข่ีมาสีขาวซ่ึงเปนของกํานัลที่ไดรับมอบมากอนหนาน้ี ทานขี่มานํากองทัพอิสลามเคล่ือนไป ขางหนา เม่ือถึงยามพลบค่ํากองทหารอิสลามเคลอ่ื นขบวนมาถึงชองแคบและไดพักท่ีบริเวณน้ัน ฟา ยังไมทันจะสางกองทหารของ บนีสลีม ภายใตการบังคับบัญชาของคอลิด บุตรของวะลีดไดมาถึง ชองแคบที่ยางเขาไปสูฮุนัยนฺพอดี กองทหารอิสลามสวนใหญอยใู นชองแคบ ทันใดเสียงตะโกนส่ัง ใหยิงธนูโดยวีรบุรุษแหงสงครามดังมาจากทางดานหลังเนินหิน ซึ่งอยูไมไกลนัก เหลาทหารท่ีซอน ตัวอยูหลังโขดหินไดปรากฏตัวออกมา ทหารมุสลิมตกใจกลัวกันอยางอลหมาน ลูกธนูพุงถูก ใบหนาและศีรษะของพวกเขา ทหารอีกกลุมหน่ึงท่ี แอบซอนตัวอยูดานหลังของพลธนูไดว่ิงออกมา ยิงธนกู ระหน่ําซํา้ อกี ระรอกหน่ึง การโจมตขี องศัตรูโดยท่อี กี ฝา ยหน่งึ ยงั ไมท ันต้ังตัว ไดสรา งความหวาด
กลัวและหวาดผวาแกทหารมุสลิมอยางหนัก กองทหารออกว่ิงหนีกันอยางชุลมุน วุยวายไปทั้ง กองทัพยิ่งกวาทหารฝายศัตรู ฝายศัตรูตางแสดงความดีใจอยางออกหนาออกตา เนื่องจากทุกอยาง เปนไปตามแผนการท่ีวางไว แมกระทัง่ อบซู ฟุ ยานยัง กลาววา มุสลิมว่ิงหนีจนกระท่ังถึงชายฝงทะเล มุนาฟกีนอีกคนหน่ึงกลาววา รุงอรุณของมุสลิมถูกทําลายเสียหมด อีกคนหน่ึงตัดสินใจวา พวกเรา ควรจะจัดการกับมุสลิมใหถึงขั้นเด็ดขาด บุกไปจับตัวศาสดามาและประหารชีวิตเสีย เปนการดับ รัศมแี หง พระเจาองคเดียว และดวงประทปี แหง สาสน การยืนหยัดตอสขู องศาสดา (ศ.) และกลุมผเู สยี สละ การวง่ิ หนีสงครามของทหารมสุ ลิมเนื่องจากความหวาดกลัว และศรัทธาที่ออนแอ ซึ่งสราง ความลําบากแกศาสดา (ศ.) อยางย่ิง ทานคิดวาถาลาชาไปกวานี้อีกเพียงเล็กนอยประวัติศาสตรตอง พังพินาศ สังคมมนุษยชาติตองเปล่ียนทางเดิน และกองทัพของพระเจาตองถูกกองทัพผูปฏิเสธ ทําลายอยางปนป ในเวลานั้นทานไดขน้ึ พาหนะและตะโกนเสียงดังวา โอ ผชู วยเหลือของอัลลอฮฺ ผูชวยเหลือศาสดาของพระองค ฉันคือบาวของอัลลอฮฺ และเปน ศาสดาของพระองค เมื่อกลาวจบทานไดรีบควบมามุงตรงไปยังสนามรบ ซึ่งทหารของมาลิกไดคุมสถานการณ ไวได และพวกเขากําลังประหารชีวิตทหารบางกลุม ทหารอารักขาที่เสียสละเฉกเชน ทานอะลี (อ.) อับบาซ ฟฎลิอับบาซ อุซามะฮฺและอบูซุฟยาน บุตรของอัลฮาริซ ซ่ึงตอนเริ่มสงครามพวกเขามี หนาที่ปกปองชีวิตของทานศาสดา (ศ.) ไดควบมาติดตามทานไป ทานส่ังใหอับบาซ อาของทานซึ่ง มีเสียงดังประกาศรองเรียกมุสลิมดวยประโยควา “โอ อันศอรเอย พวกทานชวยเหลือศาสดาแลว หรือยัง โอ บรรดาผูใหสัตยาบันใตตนไมริฎวาน พวกทานอยูทีไหนกันเลา ศาสดาของพวกทานอยู ที่นี่” เสียงรองเรียกของอับบาซดังลั่นทองทุงไปถึงพวกเขา กลุมชนท่ีมีศาสนาเม่ือไดสติตางกลาวพรอม กันวา ลบั บยั กฺ ลับบยั กฺ พวกเราอยนู ี่ พวก
เราอยนู ่ี หลังจากน้นั ทกุ คนไดวงิ่ กลบั มาหาทา นศาสดา (ศ.) ดว ยจติ ใจทหี่ วงใย เสียงรองเรยี กของอับบาซ ไดนําความปลอดภัยกลับคืนใหท านศาสดาอีกคร้ังหนึ่ง และเปน สาเหตุทําใหเหลาทหารท่ีว่ิงหนีสงครามออกไปสํานึกตัวได พวกเขาไดกลับมาหาทานอีกคร้ัง จัด แถวหมวดหมูเผชิญหนากับศัตรู ทหารมุสลิมไดฟงคําสั่งทานศาสดา (ศ.) ตอสูอยางมุงม่ันเพื่อลบ ลางความผิดครั้งใหญที่พวกเขาว่ิงหนีสงครามไปอยางนาละอายใจ และไมนานนักพวกเขาก็ สามารถ ตา นทานศัตรูใหลา ถอยและหนีทัพออกไป ทา นศาสดา (ศ.) กลาวใหก ําลงั ใจทหารมสุ ลิมวา “ฉันเปน ศาสดาของพระเจา ฉนั ไมมีวันพูดปดเด็ดขาด พระเจาทรงสัญญาชัยชนะแกฉัน ความมีวินัย ของทหารมิใชหรือท่ีทําใหชายหนุมแหงฮะวาซิน ซะกีฟ และวีรบุรุษแหงสงครามของพวกเขา ตอง ละท้ิงสตรแี ละฝูงปศุสตั วของพวกเขาเอาไว ตลอดจนซากศพ ชายหนุมของพวกเขาทุกคนตางว่ิงหนี เตลิดไปยงั เอาฏอซ นัคละฮฺ และฏออิฟ” ทรัพยสงคราม สถิติผูเสียชีวิตในสงครามครั้งนี้ ทหารมุสลิมเสียชีวิตจํานวน ๘ คน ขณะท่ี ฝายศัตรูละทิ้งเชลยไวจํานวน ๖,๐๐๐ คน อูฐ ๒๔,๐๐๐ ตัว แกะ ๔๐,๐๐๐ ตัว เงินจํานวน ๘๕๒ กิโลกรัม ทานศาสดา (ศ.) ส่ังใหนําเชลยและทรัพยสงครามทั้งหมดไปไวท่ี ญะอิรรอนนะฮฺ และ มอบหมายใหเจาหนาท่ีควบคุมดูแลอยางดี สวนเชลยสงครามใหนําตัวไปพักท่ีบานท่ีเตรียมไว เฉพาะและทานไดกําชับอีกวาหามมิใหใครแตะตองทรัพยสงครามเด็ดขาด คอยจนกวาทานจะ กลับมาจากการสะกดรอยตามศัตรูเพื่อใหแนใจวาพวกเขาไดหนีไปพักอาศัยท่ี เอาฏอซ นัคละฮฺ และฏออฟิ จริง
๓๗ สงครามฏออิฟ ฏออิฟ เปนหน่ึงในเมืองเล็กๆ ของฮิญาซ ต้ังอยูทางทิศตะวันออกเฉียงใตของมักกะฮฺ หาง จากมักกะฮฺประมาณ ๗๒ กิโลเมตร อยูสูงจากน้ําทะเลประมาณ ๑,๐๐๐ เมตร ฏออิฟเปนเมืองที่มี อากาศอบอุนปานกลางไมรอนหรือหนาวจัด มีการเพาะปลูกพืชสวน ผัก และผลไมมากพอสมควร เคยเปนศูนยกลางการทองเที่ยวของฮิญาซ และปจจุบันก็ยังเปนอยู เผาซะกีฟ เปนหน่ึงในเผาใหญมี อํานาจและมีประชากรมากพอสมควร ต้ังรกรากอยูในเมืองนี้ อาหรับเผาซะกีฟเปนกลุมชนที่รวม ตอตานการทําสงครามกับมุสลิมในสงครามฮุนัยนฺ หลังจากพายแพสงครามแลวพวกเขาไดลาถอย มาหลบภยั ทีเ่ มืองของตน ทานศาสดา (ศ.) ตองการชัยชนะที่สมบูรณ ทานจึงสั่งใหสะกดรอยตามศัตรูหนีทัพจาก สงครามฮุนยั นฺ ดวยเหตุน้ี ทา นจงึ สัง่ ใหอบูอามิร อัชอะรี อบูมูซาอัชอะรี พรอมทหารอีกจํานวนหน่ึง ไลติดตามศัตรูหนีทัพที่มุงหนาไปหลบภัยท่ีเมือง เอาฏอฟ อบูอามิร อัชอะรี ถูกศัตรูสังหารเสียชีวิต สวน อบูมูซา อชั อะรี สามารถรบชนะศตั รูจนแตกกระเจงิ ออกไปออก ทานศาสดา (ศ.) กับทหารท่ีเหลือมุงหนาไปยังเมืองฏออิฟ ระหวางทางทานไดเผชิญหนา กับกองทหารของมาลิก ผูจุดชนวนสงครามฮุนัยนฺในที่สุดมาลิกถูกสังหารเสียชีวิต ตามความเปน จริงแลวการสังหารมาลิกมิใชเปนการลางแคนแตอยางใด ทวาจุดประสงคไมตองการใหมีเชื้อราย หลง
เหลอื อยูตอ ไป เนื่องจากวันขางหนา พวกเขาก็จะกําเริบเสบิ สานคิดกอ การรา ยขนึ้ อกี ทหารเวรของอิสลามไดผลัดเวรยามกันคนแลวคนเลา และต้ังคายพักอยูรอบๆ เน่ืองจาก เมืองฏออิฟต้ังอยูบนท่ีสูง และมีกําแพงสูงตระหงานลอมอยูและมีหอคอยสังเกตการ จึงยากลําบาก ตอการบุกเขาไปขางใน ดังนั้น กองทหารอิสลามจึงต้ังคายลอมอยูรอบนอก แตยังไมทันท่ีจะเสร็จ สมบูรณทหารฝา ยศัตรไู ดย งิ ธนูเขา ใส ทาํ ใหทหารบางกลมุ ตอ งถอนทหารออกไปต้งั แตแ รก ทานศาสดา (ศ.) ส่ังใหกองทหารถอยรนออกมาและตั้งคายตรงจุดท่ีธนูไมสามารถยิงถึงได ซัลมาน ฟารซีนักวางแผนการซึ่งอิสลามเคยไดรับประโยชนมหาศาลจากแผนการของเขา ใน สงครามคอ็ นดกั เขาได เสนอทานศาสดา (ศ.) ใหสรางปนธนูหรือเคร่ืองเหว่ียงกอนหินเปนอาวุธใน สมัยโบราณ บรรดานายทหารอิสลามไดติดตั้งปนธนูตามคําแนะนําของซัลมาน พวกเขาไดยิงหิน เขาใสหอคอยติดตอกันเกือบ ๒๐ วัน แตไมมีศัตรูคนใด ถอยรนพวกเขายังโตตอบดวยการยิงธนูเขา ใสท หารมุสลิมเปน ระรอก ทาํ ใหท หารบางคนไดร ับบาดเจ็บ ส่ิงท่ีจะพิจารณาตอไปนี้ คือ ทหารมุสลิมสามารถคิดคนปนธนูไดอยางไร บางคนกลาววา ซัลมานเปนคนคิดคนและสรางปนธนู ดวยความสามารถของตน หลังจากนั้นไดสอนวิธีใชใหแก ทหาร บางคนเชื่อวา มสุ ลิม ไดย ึดอาวุธบางอยางมาจากสงครามคอ็ ยบรั และนําอาวุธนั้นมาใชขณะที่ จะพิชิตเมืองฏออิฟ เปนไปไดที่ทานซัลมานเปนผูคิดคนและสรางปนธนูเอง หลังจากนั้นไดสอน วิธีใชแกทหาร เพราะเม่ือศึกษาประวัติศาสตรอยางละเอียดแลวไดบทสรุปวา ปนธนูถูกสรางข้ึน ขณะท่ีจะพิชิตเมืองฏออิฟ มิใชได มาจากสงครามค็อยบัร เน่ืองจากทานศาสดา (ศ.) ส่ังใหฏฟยลฺ บุตรของอัมริ ดูซีไปทําลายนิวาสถานที่ตั้งเทวรูปตางๆ ในเผาดูซี ซึ่งเปนชวงใกลกัน ระหวาง สงครามฮุนัยนฺและการพิชิตเมืองฏออิฟ หลังจากน้ันเขาไดพาทหาร จํานวน ๔๐๐ คน ซ่ึงทั้งหมด เปนทหารชายฉกรรจจากเผาของตนพรอ มกับ ปนธนูและรถมาศึกสองลอ ไปสมทบกับทานศาสดา (ศ.) ท่ีเมืองฏออิฟ และในสงครามดังกลาวน้ีไดใชประโยชนจากอาวุธดังกลาวดวย ซ่ึงมุญาฮิด ดูซี ยดึ เปน ทรพั ยสงครามมาจากศตั รู
การเจาะทาํ ลายกาํ แพงดวยรถมา ศกึ สองลอ เพ่ือใหศัตรูยอมจํานนจําเปนตองโจมตีหลายๆ ดานพรอมๆ กัน เชน ติดตั้งปนธนูเพ่ือโจมตี ทางดานอากาศ หรือใชรถมาศึกสองลอเจาะกําแพงเพื่อใหกองทหารสามารถเขาขางในได เนื่องจาก การเจาะกําแพงตองประสบกับปญหา เพราะทหารฝายศัตรูไมยอมหยุดยิงธนูพวกเขายิงธนูสาดใส กองทหารอิสลามดุจดังหาฝน ทําใหไมมีผูใดกลา เขาไปใกลกําแพงเพ่ือชวยเหลือ ดังนั้น เครื่องมือที่ ดีที่สุดสําหรับการเจาะกําแพงในเวลาน้ัน คือ รถมาศึกสองลอท่ีมีอยูในเวลานั้นแมวาจะเปน เคร่ืองมือท่ีไมสมบูรณที่กองทัพมุสลิมมีอยูก็ตาม รถมาศึกสองลอทําดวยไมหลังคาคลุมดวยหนัง ชนิดหนาและใหทหารที่มีความแข็งแรงน่ังดานใน หลังจากน้ันไดสงรถเขาไปใกลๆ กําแพงเพ่ือให ทหารเจาะกําแพงใหทะลุ ซึง่ พวกเขาไดตั้งใจปฏบิ ตั ิหนา ท่อี ยางเต็มกําลังความสามารถ แตทหารฝาย ศัตรูก็มิไดลดละความพยายามของตน พวกเขาไดนํากอนหิน และถานไฟเทราดรถมาศึกสองลอ หลังคารถถูกไฟไหมเสียหายหมดส้ิน แตไมมีผูใดไดรับบาดเจ็บ ในที่สุดทหารฝายมุสลิมไดรับ บาดเจบ็ และเสยี ชีวติ ไปสองสามคน หลงั จากน้ันเปลยี่ นใจถอยทัพกลบั ทหารมุสลิมถอยทัพกลับมะดีนะฮฺ ทานศาสดา (ศ.) ใชว ธิ กี ารทัง้ ดานวัตถุปจจัยและจริยธรรมในการสงคราม แตประสบการณ ไดพิสูจนใหเห็นวาการนํากองทัพเขารวมสงครามในระยะยาว ตองอาศัยความพยายามและความ อดทนอยางสูง แตในสถานการณขณะนั้นไมสามารถอนุญาตใหกองทัพมุสลิมอยูท่ี ฏออิฟ นานได ไปกวานั้นได เนื่องจาก ประการที่หนึ่ง ตลอดระยะเวลาท่ีลอมเมืองฏออิฟอยูน้นั ทหารมุสลิมถูกสังหารเสียชีวิตไป 13 คน 8 คนเปนชาวกุเรช 4 คนเปนชาวอันศอร และอีก 1 คน เปนคนจากเผาอื่น ประกอบกับมี ทหารอีกกลุมหนึ่งเสียชีวิตในสงครามฮุนัยนฺ ขณะท่ีศัตรูเขาจูโจมทํารายอยางกะทันหัน แตนา เสียดายวา
ประวัติศาสตรมิไดบันทึกช่ือทหารเหลานั้นเอาไว อีกดานหน่ึงความเหน็ดเหน่ือยเม่ือยลาไดเขา ครอบงําทหารมุสลมิ อยา งเหน็ ไดชัด ประการที่สอง เนื่องเดือนเชาวาลกําลังจะผานพนไป และเดือนซุลเกาะอฺดะฮฺก็กําลังจะ มาถึง ซ่ึงการทําสงครามในชวงเวลาเหลาน้ันในทัศนะชนอาหรับถือวาเปนสิ่งตองหาม (ฮะรอม) อิสลามกใ็ หการสนับสนนุ แบบอยางดังกลาว ดังน้ัน เพื่อรักษาแบบฉบับดังกลา วจําเปนตองถอนทัพ ออกจากการปดลอ มเมอื งฏออฟิ เพอื่ ปองกันมิใหอาหรับเผาซะกีก ใสรายวาทานศาสดาเปนผูทําลาย แบบอยา งอันดีงามของอาหรบั อกี ดา นหนึ่งพธิ ีกรรมฮัจญกใ็ กลเขามาทุกขณะ และผูทีม่ หี นา ท่ีจัดการเก่ียวกับพิธีกรรมฮัจญ ในปน น้ั คือ มสุ ลมิ เนื่องจากกอ นหนานีบ้ รรดาผตู ้งั ภาคีเทียบเคียงเปนผูดูแลพธิ กี รรมฮจั ญ พิธีกรรมฮัจญ เปนเทศกาลรวมพลครั้งยิ่งใหญในประเทศซาอุดีอาระเบีย เปนโอกาสท่ีดี ทีส่ ุดสําหรบั การประกาศเผยแผอสิ ลาม และแกนแทความจริงเก่ียวกับความเปนเอกภาพของพระเจา ทานศาสดา (ศ.) จําเปนตองใชโอกาสนั้นซ่ึงเพิ่งจะตกมาถึงมือทานเปนคร้ังแรกใหเปนประโยชน ท่ีสุด ทานจําเปนตองใสใจปญหาอื่นท่ีมีความสําคัญมากกวาการพิชิตเมืองฏออิฟที่อยูหางไกล ออกไป เม่ือพิจารณาเง่ือนไขท่ีกลาวมาแลวทานศาสดา (ศ.) จึงตัดสินใจถอนทหารกลับออกจากปด ลอมเมืองฏออิฟ โดยมุงหนาไปสู ญะอิรรอนนะฮฺ ซ่ึงเปนสถานท่ีเก็บรักษาทรัพยสงครามและเชลย ศกึ เหตกุ ารณห ลังสงคราม เมื่อสงครามฮุนัยนฺและฏออิฟเสร็จส้ินลง แมวาจะยังไมไดรับชัยชนะสมบูรณ แตทาน ศาสดา (ศ.) มีหนาที่ตองจัดแบงทรัพยสงครามที่ยึดไดจากสงครามฮุนัยนฺและฏออิฟฟ ทานจึงถอน ทหารออกและมุงหนาไปยัง ญะอิรรอนนะฮฺ ทรัพยสงครามครั้งน้ีนับวามีจํานวนมากเปนพิเศษกวา สงครามครั้งอ่ืนๆ ท่ีกองทัพอิสลามไดรับ เมื่อทานศาสดา (ศ.) มาถึงยัง ญะอิรรอนนะฮฺ ทานได จัดแบงทรัพยสงครามน้นั ซ่งึ ประกอบไปดวยเชลย 6,000 คน อฐู 24,000
ตัว แกะซ่ึงมีจํานวนมากกวา 40,000 ตัว และเงินอีก 852 กิโลกรัม ซึ่งสวนหนึ่งของงบประมาณ กองทพั อิสลามน้ันมาจากรายไดส วนนี้ ปลายป ฮ.ศ. ท่ี 8 ทานศาสดา (ศ.) ไดสูญเสียบุตรีคนโตนามวา ซัยนับ ไป ซ่ึงนางได แตงงานกับบุตรชายของนาชายชื่อวา อบุลอาซ กอนท่ีทานศาสดาจะไดรับการแตงต้ังเปนศาสดา และนางไดเขารับอิสลามทันทีหลังจากท่ีบิดาไดรับการแตงตั้ง แตสามีของนางยังคงนับถือศาสนา เดิม และตอมาเขาไดเขารวมสงครามตอตานอิสลามในสงคราม บัรดฺ หลังสงครามทานศาสดา (ศ.) ปลอยใหเขาเปนอิสระ แตมีเง่ือนไขวาเขาตองใหอิสรภาพแกซัยนับบุตรีของทานผูเปนภรรยาของ เขาเดินทางไปมะดีนะฮฺ ซ่ึงเขาไดปฏิบัติตามสัญญายอมปลอยซัยนับไปมะดีนะฮฺตามท่ีตกลงไว แต ผูนํากุเรชไดแตงตั้งเจาหนาท่ีคนหนึ่งไปตามตัวนางกลับมาระหวางทาง ขณะที่ไปถึงขบวนของซัย นับ เขาไดใชหอกพุงไปที่ขบวน บุตรีของทานศาสดา (ศ.) ที่ไรที่พ่ึงในยามน้ันตกใจกลัวการเขามา ทํารายของเจาหนาที่อยางสุดขีดทําใหนางถึงกบั แทงบุตรออกมา และดวยความปรารถนาของนางๆ ไดเดินทางตอไปจนถึงมะดีนะฮฺและเขาสูมะดีนะฮฺดวยรางกายที่บอบชํ้าและทรุดโทรมที่สุด นางใช ชีวิตอยใู นมะดีนะฮไฺ ดไมน านนัก เนอื่ งจากจติ ใจทีบ่ อบช้ําและอาการเจบ็ ปวยไดเขาแทรกซอนทําให นางตอ งอาํ ลาโลกไปในปลายป ฮ.ศ. ท่ี 8 น้นั เอง แตความเศรานั้นไดเกิดคูมาพรอมกับความปติยินดี เนื่องจากในปลายปน้ันภรรยาคนหนึ่ง ของทานศาสดา (ศ.) นามวา มารียะฮฺ นางเปนทาสรับใชท่ีกษัตริยแหงอียิปตไดสงเปนของกํานัลมา ใหแกทาน ไดกําเนิดบุตรชายคนหน่ึงข้ึนนามวา อิบรอฮีม เม่ือชนเผาสะลีมี แจงขาวดีใหทานทราบ วาพระเจาทรงประทานบุตรชายใหกับทานคนหน่ึง ในวันท่ี 7 ทานไดเชือดแพะทําอะกีเกาะฮฺ และ โกนผมใหแกบุตรชาย หลังจากนั้นทานไดเอาผมไปชั่งเทียบเปนนํ้าหนักเงินและบริจาคไปใน หนทางของพระเจา
เหตกุ ารณในปท ี่ 9 แหงฮจิ ญเราะฮศฺ กั ราช 38 อะลบี นแผน ดินชนเผา ฏี การรับอิสลามของอะฎยี บินฮาตมิ ปฮิจญฮเราะฮฺศักราชท่ี 8 อิสลามไดผานพนไปอยางมีความสุข และความทุกขคละปะปน กันไป ในปน้ีสถานที่ต้ังเทวรูปใหญของ บรรดาผูตั้งภาคีเทียบเคียงพระเจา ถูกมุสลิมทาํ ลายลงอยาง สิ้นเชิง ผูนําทรงเกียรติยศแหงอิสลามไดเดินทางกลับมะดีนะฮฺดวยชัยชนะเสร็จสมบูรณ กองกําลัง ของอิสลามสามารถแผขยายไปท่ัวแควนอาหรับในสมัยนั้น สรางความตลึงงันแกโลกอาหรับไม นอย เน่ืองจากพวกเขาไมเคยคิดมากอนวา ศาสนาที่นับถือพระเจาองคเดียว จะไดรับชัยชนะเหนือ แควนอาหรับ พวกเขา เร่ิมปรับเปลี่ยนทาทีใหใกลชิดกับมุสลิมมากขึ้น เพ่ือท่ีจะยอมรับอิสลาม ศาสนาของพวกเขา อีกดานหน่ึงเผาตางๆ ไดสงผูนําและกลุมตัวแทนของตนเขาพบกับทานศาสดา (ศ.) เพื่อศกึ ษาอิสลาม และในปฮิจฺเราะฮฺท่ี 9 นั่นเองไดมีตัวแทนจากเผาตางๆ เขาออกมะดีนะฮฺกัน อยางลนหลาม ซึ่งในปนั้นถูกตั้งชื่อวา อามุลวุฟูด คําวา วุฟูด เปนพหูพจนของคําวา วัฟดุน หมายถึง ขบวน กลมุ ชน หรอื พรรค ดังน้ัน อามุลวุฟดู จงึ หมายถงึ ปแ หง การเขา มาของกลุม ขบวน เมื่อชนเผา ฏี โดยการนําของ ซัยดุลคีล เขาพบทานศาสดา (ศ.) เขาไดกลาวสุนทรพจนตอ หนา ทา น ทา นประทับใจในความชาญฉลาดของเขา
และกลาวกับเขาวา ฉันพบกับผูนําท่ีมีชื่อเสียงของอาหรับเผาตางๆ มามาก แตสิ่งท่ีฉันเห็นจากพวก เขานอยกวาสิ่งท่ีฉันไดยินมา สวนทานฉันเห็นหลายสิ่งหลายอยางจากทานมากกวาที่ฉันไดยินมา และเปน การดีไมนอยถาจะเรียกทานวา ซัยดุลคอ็ ยรฺ แทนทค่ี ําวา ซัยดุลคลี เม่ือวิเคราะหถึงตัวแทนของชนเผาน้ี และขอสนทนาตางๆ ท่ีพวกเขาไดปรึกษากับทาน ศาสดา (ศ.) เปนที่ประจักษชัดวาอิสลามไดแพรขยายไปท่ัวแควนอาหรับโดยการเผยแผเชิญชวน ดวยเหตุและผล แนนอนวา ผูอธรรมแหงยุคสมัยเฉกเชน อบูซุฟยาน และอบูญะฮัล คือ อุปสรรค สําคญั ตอการเตบิ โตของอสิ ลาม ดงั นนั้ สว นหนึง่ ของสงครามท่ีเกิดขึ้นเปนการสกัดก้นั แผนการของ ศัตรู และสวนหน่ึงก็เปนการปราบปรามศัตรูไมใหเหิมเกริม มีผูอธรรมมากมายที่เปนอุปสรรคตอ การเผยแผอ ิสลาม และขัดขวางมใิ หนักเผยแผเขาไปทําหนา ทข่ี องตนทั้งในฮิญาซ นัจฺดฺ และที่อ่ืนๆ เปนไปไมไดท่ีศาสนาใดศาสนาหน่ึงจะทําหนาที่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสังคม โดยปราศจากการ ทําลายลางผูอธรรม หรืออุปสรรคที่มาขวางก้ัน ดวยเหตุน้ี จะเห็นวามิใชเฉพาะทานศาสดา (ศ.) เทาน้ัน แตบรรดานบีและศาสดาตางๆ ที่ถูกสงมาก็พยายามทําลายลางผูอธรรมและอุปสรรค เหลานนั้ อัล-กุรอานกลาวถึงกลุมชนและชัยชนะของอิสลามที่มีเหนือแควนอาหรับวา เม่ือความ ชวยเหลือของอัลลอฮฺ และการชัยชนะไดมาถึงแลว สูเจาจะเห็นประชาชนเขารับศาสนาของอัลลอฮฺ เปนกลุมๆ ดังน้ันจงแซซองสดุดีและการสรรเสริญพระผูอภิบาลของสูเจา และจงขออภัยโทษตอ พระองคแทจริงพระองคเปนผูทรงอภัยโทษเสมอ แมวาชนอาหรับเผาตางๆ จะพรอมเพียงกันเขาเย่ียมคารวะทานศาสดา (ศ.) และยอมรับนับ ถือศาสนาอิสลามเปนกลุมๆ แลวก็ตาม ในป ฮ.ศ. ท่ี 9 น้ันเองยังไดเกิดการปราบปรามกลุมตอตาน อิสลามถึง 7 คร้ัง และเกิดสงครามใหญอีก 1 ครั้ง ซ่ึงการปราบปรามสวนใหญเปนการทําลาย แผนการของศตั รู และทาํ ลายรปู ปนตา งๆ ทชี่ นอาหรบั สักการบูชา เชน ครั้งหน่ึงทานศาสดา (ศ.) ส่ัง ใหทานอะลี (อ.) ไปปราบปรามกลมุ ผูต อตา น ณ แผน ดินฏี สวน
สงครามใหญที่เกิดในป ฮิจฺเราะฮ ที่ 9 คือ สงครามตะบูก ทานศาสดา (ศ.) ไดยกทัพออกจากมะดี นะฮฺพรอ มกองทัพขนาดใหญ ไปยังชายแดน นามวา ตะบูก แตไมมกี ารปะทะหรือการนองเลือดแต อยางใด เนอื่ งจากฝายศัตรูไดลา ถอยทพั ไปกอน หลังจากนัน้ สามวันทานจึงถอนทัพกลับมะดีนะฮฺ อะลีบนแผน ดนิ ชนเผาฏี ทานศาสดา (ศ.) ทราบมากอนแลววาในหมูชนเผาฏียังเก็บรูปปนขนาดใหญไว และบาง กลุมชนยังเคารพสักการะอยูเหมือนเดิม ดังนั้น ทานจึงไดสั่งใหนายทหารผูชาญฉลาดพรอมกับ ทหารมา จาํ นวน 50 คน ไปปราบปรามและทําลายสถานบชู าเทวรูปดังกลาว ตัวแทนของทานศาสดา (ศ.) ไดขอมูลวาพวกเขาจะไมยอมจํานนและเตรียมพรอมท่ีจะตอสูกับกองกําลังอิสลาม การ ปราบปรามครั้งนี้ตองมีการนองเลือดอยางแนนอน ในตอนเชาตรูทหารของอิสลาม ไดโจมตีสถาน ท่ตี ัง้ เทวรูปและทําลายท้ิงจนหมดสิ้นพรอมกับจับกลุมท่ีตอตานไว หลังจากน้ันไดยึดทรัพยสงคราม กลับไปยังมะดีนะฮฺ อะดบี นิ ฮาตัม คือ ผูป กครองดินแดนนั้นซ่ึงเขาไดรับมรดกตกทอดมาจาก ฮาตัม บิดาของเขา เขาไดเขยี นถงึ ประเด็นทีเ่ ขาจาํ เปน ตองหนีไป ดังนี้ กอ นท่ีฉันจะยอมรบั ศาสนาอสิ ลาม ฉนั เปน คริสเตียนคนหนึง่ แตเน่ืองจากการเผยแผในทาง เสียหายแกทานศาสดา ทําใหฉันมีอคติในใจมาโดยตลอด ฉันไมเคยรับรูถึงชัยชนะครั้งย่ิงใหญของ ทานบนแผนดินฮิญาซ มากอนเลย แตฉันก็ม่ันใจเสมอมาวาสักวันหนึ่งคล่ืนแหงอํานาจนี้คงจะสาด ซัดเขามายังแผนดินฏีท่ีฉันปกครองอยูอยางแนนอน ดวยเหตุที่ฉันไมตองการละท้ิงศาสนาของฉัน ฉันจึงหนีการจับกุมของทหารอิสลาม โดยสั่งใหบาวของฉันเตรียมอูฐฝเทาดีพรอมเสบียงบางอยาง เอาไว เมื่อใดท่ีอันตรายไดกรํ่ากรายมาถึงฉันจะไดหนีทันทวงทีพรอมกับเสบียงท่ีเตรียมเอาไว ฉัน มุงหนาไปซเี รียเพือ่ ใหรอดพนอาํ นาจของมสุ ลิม แตเพื่อมิใหฉันหลงลืม ฉันไดสงผูสังเกตการเดินทางไปลวงหนา เมื่อใดท่ีพบเห็นทหาร อสิ ลาม หรือสัญลกั ษณของอสิ ลามตองแจงใหฉ ันทราบทันที
วันหนึ่งบาวของฉันไดเขามาพบฉันและแจงขาวอันตรายใหฉันทราบวา เขาไดพบทหาร อิสลาม วันนั้นเองฉันพรอมกับครอบครัวและเสบียงที่เตรียมไวออกเดินทางไปซีเรีย ซึ่งเปน ศูนยกลางของคริสตศาสนาในตะวันออกกลางสมัยนั้น นองสาวของฉันหนีออกมาไมทันเธออยู รว มกับชนในเผาและถูกจับกมุ ในท่ีสุด นองสาวของฉันหลังจากถูกสงตัวไปมะดีนะฮฺ เธอถูกกักตัวอยูในบานหลังหน่ึงใกลๆ กับมัสญิดซ่ึงเปนศูนยกักกันเชลยทั้งหลาย เธอเลาถึงชะตากรรมของเธอวา วันหน่ึงทานศาสดาเดิน ผานบานเชลยเพ่ือไปนมาซในมัสญิด ฉันไมยอมเสียโอกาสอันมีคาย่ิงน้ีไป ฉันรีบว่ิงไปยืนตอหนา ทานและกลาววา โอ ศาสดาแหงอัลลอฮฺ บิดาของฉันเสียไปแลว ผูดูแลฉันก็หายสาบสูญ ไปใน บัดดล โปรดใหเกียรติฉัน ดังท่ีพระเจาใหเกียรติทาน ศาสดาถามวา ฉันเปนใคร ฉันตอบวา พี่ชาย ของฉัน คือ อะดี บุตรของฮาตัม ทานกลาววา ออ ชายผูหนี พระเจาและศาสดาของเขาไปยังซีเรียใช ไหม เม่อื ทา นกลาวประโยคน้จี บทานกเ็ ดินไปมสั ญิด วันรุงข้ึนฉันกับศาสดาไดมีโอกาสพูดคุยกันอีกแตหาขอสรุปไมได วันหน่ึงฉันมีความรูสึก วาหมดหวังที่จะพูดคุยกับทานศาสดาอีกตอไป แตเม่ือทานเดินผานมาทางนั้นอีก ฉันเห็นเด็กหนุม คนหน่ึงเดินตามหลังทานมา เขาไดชี้ให ฉันลุกขึ้นยืนและพูดซํ้าส่ิงท่ีฉันพูดไปเม่ือวาน การชี้ของ เด็กหนุมคนนั้นเหมือนกับเปนการจุดประกายความหวังในใจของฉันใหสวางข้ึนมาอีกครั้ง ฉันลุก ข้ึนยืนและกลาวประโยคซ้ําเปนคร้ังท่ีสามตอหนาทานศาสดา ทานกลาว ตอบฉันวา จงเตรียมตัว เดนิ ทางใหเร็วท่ีสุด ฉันตัดสินใจแลววาพรุงน้ีฉันจะสงเจากลับบานเกิดพรอมกับผูสัจจะคนหนึ่ง แต ตอนนส้ี ง่ิ จําเปน สาํ หรบั การเดินทางยงั ไมพ รอม นองสาวของฉันกลาววา ชายหนุมท่ีเดินตามหลังศาสดา ช้ีใหฉันลุกข้ึนยืนและกลาวซ้ํา คําพดู เดมิ ตอ หนาทา นศาสดา คือ อะลี บุตรของอบฏี อลบิ วันหนึ่งกองคาราวานซึ่งมีญาติพี่นองของเรารวมอยูดวย กําลังออกเดินทางจากมะดีนะฮมฺ ุง หนาไปยังซีเรยี นองสาวของฉันขอรองทา นศาสดาวา
ใหส ง เธอกลับมาพรอมกบั กองคาราวานนน้ั เพอ่ื จะไดมาพบกับพี่ชายของเธอ ทานศาสดาตอบรับคํา ขอรองและใหอนุญาตเธอ พรอมกับใหสตางคจํานวนหนึ่งเปนคาเดินทาง พาหนะ และเส้ือผาที่ จําเปน ขณะที่ฉันน่ังอยูในหองพักสวนตัวของฉันท่ีซีเรีย ทันใดน้ันฉันเห็นอูฐและขบวนเดิน ทางไกลมาหยุดอยูท ีห่ นา ประตบู าน ฉันมองไปที่ขบวน พบวานองสาวของฉันรว มขบวนมาดวย ฉัน ตรงไปรับเธอลงจากหลงั อูฐและพาเธอเขา บา น หลังจากเธอไดพักผอนแลว ฉันไดเลาเรื่องการละท้ิง แผน ดินฏี และหนีมายังซเี รยี โดยไมไดนาํ เธอมาดวยความชอกช้าํ ใจ ฉันรูวานองสาวของฉันเปนคนเกงและฉลาด วันหนึ่งฉันไดพูดคุยกับเธอเก่ียวกับศาสดา และถาม เธอวา เธอคิดอยางไรกับชายคนนี้ เธอตอบฉันวา ฉันเห็นความประเสริฐ บุคลิกภาพอันสูงสง และ มารยาทอันดีงามจากชายคนนั้น และฉันคิดวาดีท่ีสุด หากเรารีบไปใหสัตยาบันและสัญญามิตรภาพ กับทาน เนื่องจากถาเขาเปนศาสดาจริง กรณีน้ีเราจะมีประเสริฐกวาบุคคลใดท้ังหมดเพราะเรา ศรัทธากับทานกอ นคนอืน่ แตถา เขาเปนเพียงผบู ัญชาการธรรมดา เขาก็จะไมสรางความเสียหายใดๆ แกท า นเด็ดขาด ในทางตรงกันขา ม ทา นจะไดรับประโยชนจ ากอํานาจของเขาอยางแนน อน อะฏี บุตรของฮาติม เดินทางไปมะดีนะฮฺ อะดี กลาววาคําพูดของนองสาวของฉันมีผลตอฉันมาก ฉันตัดสินใจเดินทางไปมะดีนะฮฺ เม่อื ไปถึงแลวฉันรีบไปหาทานศาสดาที่มัสญิดทันที ฉันน่ังตรงกับทานและนําตัวเอง เมื่อทานจําฉัน ไดท านไดล กุ ขนึ้ เดนิ มาหาฉนั และจับมือฉนั พาไปทบี่ า นของทาน ระหวางทางมีหญิงชราคนหน่ึงเขา มาหาและพูดคุยกับทาน ฉันสังเกตเห็นวาทานมีความตั้งใจฟงคําพูดของหญิงชราดวยความสุขุม รอบคอบ และทานตอบหญิงชราดวยมารยาทอันนิ่มนวล มารยาทอันดีงามของทานชางดึงดูดใจฉัน เสียเหลือเกิน ฉันพูดกับตัวเองชายผูนี้ยอมไมใชผูบัญชาการธรรมดาอยางแนนอน เมื่อฉันเขาไปใน บานฉันเห็นการใชชีวติ ท่เี รยี บงายซงึ่ สรา งความประทบั ใจแกฉันอยา งย่งิ ทา นสง เบาะทที่ าํ จากใย
อนิ ทผลัมใหฉ ันและกลาววา จงนงั่ ลงบนเบาะนี้ สวนผปู กครองฮิญาซซ่งึ อาํ นาจท้ังหลายอยูในมือนั่ง บนเสอ่ื หรือพืน้ ธรรมดา ความนอบนอ มถอมตนของทา นทําเหงื่อแตกท่ัวรางกาย จริยธรรมอันสูงสง และการใหเกยี รติแขกทุกคนของทาน ทาํ ใหฉ ันพบความจรงิ วา ทานมิใชคนธรรมดาแนน อน ในเวลานนั้ ทานหนั หนามาหาฉันและกลาวถึงประวัติสวนตัวของฉันอยางละเอียด หลังจาก น้ันทานกลาวกับฉันวา เจาไมเปนนับถือศาสนา เราะกูซี ดอกหรือ ฉันพูดวา ใช ทานกลาววา แลว ทําไมเจาจึงนํารายได ? ของประชาชนมาเปนของตนเอง ศาสนาของเจาอนุญาตใหเจากระทําเชนน้ี หรือ ฉันตอบวา ไม และตอนน้ันฉันมั่นใจวาทานคงไดรับรายงานเรนลับและตอง เปนผูท่ีพระเจา ประทานลงมาอยางแนนอน ขณะที่ฉันกําลังคิดอยูนั้น ฉันตองเผชิญคําถามท่ีสามของทาน ทาน กลาววา ความยากจนและความสมถะของมุสลิมคงมิไดเปน อุปสรรคตอการยอมรับอิสลามของเจา ใชไ หม เนอ่ื งจากวันหนงึ่ ทรัพยสินแหงโลกน้ีจะหลั่งไหลไปสูพวกเขา และวันนั้นจะไมมีคนยากจน อีกตอ ไป ถาหากวาความปาเถ่ือนของศัตรูและความยากจนของมุสลิมเปนอุปสรรคตอการมีศรัทธา ของเจา ฉันขอสาบานดวยพระนามของพระเจาวา จะมีวันหนึ่งมาถึง อิสลามจะแพรขยายออกไป อยางกวางขวาง สตรีจากแคลเดียและยูฟราเทสจะเดินทางมาบําเพ็ญฮัจญเพียงลําพังโดยไมมีผูรวม ทาง และจะไมมีบุคคลใดรังแกนาง แมวาวันน้ีจะเห็นวาอํานาจและอิทธิพลน้ันอยูในมือของคนอื่น แตฉันสัญญากับเจาวาวันหน่ึงอํานาจอิสลามจะปกครองโลกน้ี ประสาทราชวังของพวกทานและ แบบบิลอน กจ็ ะถกู ยึดทง้ั หมด อะดี กลาววาฉันมีชีวิตอยูและเห็นวาภายในความปลอดภัยนั้น มีสตรีจากแดนไกลเดินทาง มาบําเพ็ญฮัจญ ตามลําพังโดยไมมีผูรวมทาง และไมมีผูใดรังแกนาง ฉันเห็นวาเมืองแบบบิลอนถูก พชิ ิตมสุ ลมิ ไดยดึ เอามงกุฎ และเพชรนิลจนิ ดามามากมาย ฉันไดแตหวังวาเม่ือใดคําทํานายที่สาม คือ ทรัพยสินบนโลกน้ีท้ังหมดจะตกเปนของมุสลิมจะเกิดขึ้น ซึ่งในวันนั้นจะไมมีผูยากจนและไมมีผู ตกั ตวงคนใด
ฏ็อบเราะซี อธิบายโองการนี้ ความวา “พวกเขาไดยดึ เอาบรรดานักปราชญแ ละบรรดาบาทหลวงของ พวกเขาเปนพระเจา นอกเหนือไปจากอัลลอฮฺและยึดเอาอัล-มะซีฮฺ บุตรของมัรยัมเปนพระเจาดวย” ในตัฟซีรของตนวา เปนการกลาวถึงเหตุการณเมื่ออะดี เขาพบศาสดา (ศ.) วาเม่ือเขาไดเขาพบทานศาสดา ทานอาน โองการขางตนใหฟง เขาทวงติงทันทีวา พวกเราไมเคยเคารพภักดีนักปราชญและบาทหลวงของเรา ฉะนั้น เร่ืองเชนน้ีทานกลาวพาดพิงถึงพวกเราไดอยางไรวา พวกเรานับถือพวกเขาเปนพระเจา ทาน ศาสดา (ศ.) กลาววา ถาหากพวกเขาทําสิ่งอนุมัติใหเปนส่ิงไมอนุมัติ หรือทําส่ิงไมอนุมัติใหเปนส่ิง อนุมัติ พวกทานจะปฏิบัติตามพวกเขาไหม ตอบวา แนนอน ทานกลาววา ส่ิงที่ทานทําเปนการบง บอกใหเห็นวา พวกทา นยอมรบั พวกเขาวา เปน พระเจา
39 สงครามตะบกู ปอมปราการท่ีสูงตระหงานถูกสรางขึ้นริมน้ําสีคราม บริเวณชายแดนซีเรียอยูระหวาง เสนทางที่ไปฮาญัรและซีเรีย ซ่ึงเรียกวา ตะบูก ประเทศซีเรีย ในวันน้ันเปนอาณานิคมของอิตาลี ซ่ึง ศูนยกลางน้ันอยูที่อิสตันบูล ประเทศตุรกีปจจุบัน ประชาชนท่ีอาศัยอยูตามชายแดนของซีเรีย ทั้งหมดนับถือศาสนาคริสต บรรดาหัวหนาหนวยตางๆ ลวนอยูใตการบังคับบัญชาของซีเรียและ ซีเรยี นั้นข้ึนตรงกบั โรมแหงอติ าลี การแผขยายและการเติบโตอยางรวดเร็วของอิสลามแหงซาอุดิอาระเบีย และความเจิดจรัส ของมุสลิมในฮญิ าซไดแผขยายไปสดู ินแดนตา งๆ อยางกวางขวาง เปนสาเหตุทําใหเหลาบรรดาศัตรู หวาดกลัว และพวกเขาจะนง่ิ นอนใจไมไ ดอ กี ตอ ไป การลมสลายของรัฐบาลแหงนครมักกะฮฺ การเขารับอิสลามของเหลาบรรดาผูมีเกียรติแหง ฮิญาซ ความกลาหาญของทหารมุสลิมเปนสาเหตุใหจักรพรรดิแหงโรมเกิดความหวาดระแวง จึง ตัดสินใจตระเตรียมกองทหารไวเพื่อจัดการกับกองทัพอิสลามชนิดไมใหรูตัว เนื่องจากการเติบโต อยางรวดเร็วของอิสลาม ทําใหเล็งเห็นวาการปกครองของตนอาจตองส่ันคลอนและตกอยูใน อันตราย ประกอบกับอํานาจทางทหารและการเมืองของอสิ ลาม อนั ตรายกวาทคี่ ิดไว
โรมในวันนั้นคือศัตรูที่แข็งกราวที่สุดสําหรับอิหราน เปนกองทัพท่ีมีความย่ิงใหญและมีจํานวน ทหารมาก พวกเขาสามารถพิชิตอิหรานไดบางสวนและยัดเยียดความปราชัยใหแกทหารอิหรานจึง ทาํ ใหม ีความเหิมเกรมิ มาก กองทหารของโรมประกอบดวยทหารมาและทหารราบจํานวน 4,000 คน มีอาวุธ ยทุ โธปกรณทันสมัยทสี่ ดุ กองทหารของเขาต้ังม่ันอยูที่ชายแดนของซีเรีย ขณะท่ีเผาตางๆ ที่อาศัยอยู ตามชายแดนไมจะเปน เผา ลัคมฺ อามลิ ะฮฺ ฆซุ ซาน และญะซาม ตางเขารวมกับเขาท้ังส้ิน และพวกเขา ไดเคล่ือนขบวนกอ นกองทหารมายงั บัลกออฺ กอนหนานน้ั แลว ทานศาสดา (ศ.) ลวงรูถึงการประจําการของกองทหารโรม ณ ชายแดนซีเรียโดยบรรดา พอคาวาณชิ ท่ีเดินไปคาขายยังซีเรียและฮิญาซ ทานศาสดาไมมีทางเลือกใดที่ดีไปกวาการจัดกองทัพ ท่ียิ่งใหญเพื่อเปน การตอบโตผูบุกรุก ทานจําเปนตองปกปองศาสนาบริสุทธิ์ซ่ึงไดรับมาดวยการ นองเลือดของเหลาทหารอิสลาม และการเสียสละของบุคลากรจํานวนมากมาย จึงยืนหยัดมาได ตง้ั แตวันน้ันจวบจนถึงทุกวนั น้ี จากน้ํามอื ของบรรดาผูอธรรมท่บี ุกรุกเขา มาในดินแดน ขา วท่ีไมเปนสิริมงคลนี้ไดลวงรูมาถึงประชาชนชาวมะดีนะฮฺและบริเวณรอบๆ นั้น ขณะท่ี พวกเขายังมิไดเก็บเก่ียวพืชสวนไรนา อินทผลัมกําลังจะสุกงอม ภาวะขาวยากหมากแพงไดทอดเงา แผปกคลุมมะดีนะฮฺ แตสําหรับผูมีศรัทธามั่นตอพระเจา การปกปองความศรัทธาและเปาหมายท่ี สูงสง ตลอดจนการตอ สใู นหนทางของพระเจายอ มมีความสาํ คัญยิง่ กวาสงิ่ อ่นื ใดทัง้ สิ้น การรวบรวมทหารและงบประมาณสงคราม ทานศาสดา (ศ.) ลวงรูแผนการและกําลังความสามารถของกองทัพโรมอยางคราวๆ ดวย เหตุนี้ ทานมน่ั ใจวา ตองการชยั ชนะในสงครามนี้ จําเปนตองเสริมสรา งพลงั ดานจิตวิญญาณ ไมวาจะ เปนความศรัทธามั่นตอพระเจาและการทําสงครามเพื่อความพอพระทัยของพระองค และเพ่ือให บรรลุเปา
หมายดังกลาวทานจึงไดสงหนวยงานพิเศษออกไปยังมักกะฮฺ และบริเวณรอบๆ มะดีนะฮฺ เพ่ือ เรียกรองเชิญชวนมุสลิมใหทําสงคราม ในหนทางพระเจา และมุสลิมที่มีฐานะไดบริจาคซะกาตเพื่อ เปน งบประมาณ สงคราม ในที่สุดมุสลิมประกาศเขารวมสงครามทั้งสิ้น 30,000 คน และไดมารวมตัวกันท่ีคายทหาร ซะนียะตุลวะดาอฺ ในมะดีนะฮฺ สวนงบประมาณสงครามไดรับการสนับสนุนจากการรวมบริจาคซะ กาต กองกําลงั ของอิสลามสามารถจาํ แนกออกเปนทหารมา 10,000 คน และทหารราบ 20,000 คน ทา นศาสดา (ศ.) สัง่ ใหท กุ เผาที่เขา รว มสงครามเลือกธงประจาํ เผา ของตนเอง อะลี (อ.) มิไดเ ขารวมสงครามน้ี หน่ึงในเกียรติยศของทานอะมีรุลมุอฺมินีน อะลี (อ.) คือ ทานจะเขารวมรบเคียงบาเคียงไหล กับทานศาสดา (ศ.) ในทุกสงครามและจะเปนผูถือธงทัพทุกคร้ัง ยกเวนสงครามตะบูกทานไดรับ คําส่ังจากทานศาสดา (ศ.) ใหอยูเฝามะดีนะฮฺ เนื่องจากทานทราบดีวาบรรดาผูกลับกลอกและกุเร ชบางคนเฝาคอยโอกาสท่ีจะสรางความวุนวาย และจะโคนลมรัฐบาลยามท่ีทานไมอยู ซ่ึงส่ิงนี้จะ เกิดขน้ึ ไดก อตอ เม่ือทานและบรรดาสาวกเดินทางไกล และไมสามารถ ติดตอ กับสว นกลางได ตะบูก เปนเขตแดนที่อยูหางไกลจากมะดีนะฮฺและทานศาสดา (ศ.) ตองเคลื่อนทัพไปท่ีน่ัน ทา นคดิ ตลอดเวลาวาในชว งท่ีทานไมอยเู หตุการณร า ยอาจเกิดข้นึ ไดเ สมอ กลุม ตอตานอิสลามไมเคย น่ิงนอนใจที่จะยึดอํานาจหรือเปล่ียนแปลงสถานการณ พวกเขาสามารถเรียกกลุมรวมอุดมการณ เดียวกันจากทั่วสารทิศ ใหมากอเหตุวุนวายในมะดีนะฮฺได ดังน้ัน แมวาทานจะแตงตั้งใหมุฮัมมัด มัซละมะฮฺ เปนผูตัวแทนในมะดีนะฮฺแลวก็ตาม แตดวยความหวงใยทานไดสั่งเสียกับทานอะลี (อ.) อีกวา เจา เปนหวั หนาบรรดาอะฮฺลุลบยั ตฺ และลูกหลานคนอื่นๆ และเปนหวั หนาบรรดาพวกมฮุ าญริ ีน ซ่ึงงานนน้ี อกจากฉันกับเจาแลวไมม ีผูใดมคี วามเหมาะสมอีก การทีอ่ ะลี (อ.) เฝาดแู ลมะดีนะฮฺสรา งความลําบากใจแกบ รรดา ผทู ี่วาง
แผนรายอยางย่ิง เนื่องจากพวกเขารูดีวาการมีอะลีคอยดูแลอยูอยางนี้พวกเขาไมสามารถกระทําการ ใดๆ ไดแนนอน พวกเขาจึงวางแผนลวงใหอะลี ออกไปนอกเมืองโดยสรางขาวลือในเชิงใสรายวา ทานศาสดา (ศ.) ตองการใหอะลีเขารวมสงครามอยางย่ิง แตทานเห็นวาตองเดินทางไกลและอีก อยางหนึ่งอากาศก็รอนจัดดวย ทานจึงหามเขาไมเขารวมสงคราม อะลีตอง การทําลายขาวลือของ พวกเขาจึงรีบเดินทางไปพบทานศาสดา (ศ.) และเลาเรื่องทั้งหมดใหฟง ทานกลาวประโยค ประวัติศาสตรดวยเหตุผลท่ีชัดเจนกับ ทานอะลี (อ.) ถึงการเปนอิมามและเปนตัวแทนทานภาย หลังจากทานวา โอ นองรักจงกลับไปมะดีนะฮฺเสียเถิด การปกปองเกียรติและสถานภาพของ มะดี นะฮฺ ไมมีผูใดมีความเหมาะสมนอกจากฉันกับเจา เจาเปนตัวแทนของฉัน ในหมูอะฮฺลุลบัยตฺและ ครอบครัวคนอื่นๆ ของฉัน เจาไมพอใจหรือที่ฐานันดร ของฉันกับเจาเหมือนกับมูซาและฮารูน เวนเสียแตวาภายหลังจากฉันจะไมมี นบีลงมาอีก ดังเชนท่ีฮารูนเปนตัวแทนโดยตรงของมูซา เจาก็ เปน ตวั แทนโดย ตรงของฉันภายหลังจากฉนั หนทางที่ยากลาํ บาก กองทัพอิสลามเคล่ือนทัพจากมะดีนะฮฺไปยังตะบูกดวยความยากลําบาก ดวยเหตุนี้ จึง เรียกชื่อกองทัพน้ีวา ญัยชุลอุซเราะฮฺ แตพลังศรัทธาท่ีแรงกลากับความรักไดทําใหความยากลําบาก กลายเปนเร่ืองงายดายและพวกเขาตอนรับความโศกเศราดวยรอยย้ิม เมื่อกองทัพอิสลาม เคล่ือนไป ถงึ ยงั ซะมูดียาน เนื่องจากอากาศรอนจดั มากทา นศาสดา (ศ.) ไดใชผาปดหนาของทาน และเดินผาน บา นเรอื นไปดว ยความรวดเรว็ ทานกลา วกับบรรดาสาวกของทานวา พวกเจาจงพิจารณาถงึ บน้ั ปลาย สุดทายแหงความดื้อร้ันของประชาชาติซะมูด ซ่ึงพวกเขาไดรับโทษทัณฑจากพระเจาอยางสาหัส และจงรูไวดวยวาไมมีผูศรัทธาคนใดสามารถม่ันใจไดวาบั้นปลายสุดทายของเขา จะไมเปนดังเชน ประชาชาติซะมูด ความตายที่ครอบงําเหนือแผนดินและบานเรือนที่พังวินาศจมดินเหลานี้ เปน อุทาหรณและเปนบทเรียน
สาํ หรบั ประชาชาตอิ ่ืน หลงั จากนนั้ ทา นสัง่ วาทหารทุกคนตองไมด่มื น้าํ ไมแตะตอ งอาหาร แมกระทั่งวุฏอฺก็ตองไม ทําดวยน้ําจากแผนน้ี แตถาเผอิญไดทําอาหารหรือนวดแปงดวยนํ้าจากเมืองน้ี จงนําเอาอาหาร ทัง้ หมดเทใหส ตั วกนิ เมื่อกองทหารไดรับคําสั่งแลวทุกคนตางมุงหนาเคล่ือนทัพตามทานศาสดา (ศ.) เมื่อความ มืดมิดแหงยามคํ่าคืนไดเขามาทดแทนยามกลางวันไดสักพักหนึ่ง กองทัพก็เคล่ือนมาจนถึงตาน้ํา สะอาดแหง หน่งึ ทานสงั่ ใหห ยุดทัพและใหทหารทกุ คนลงมาพักผอน คําสงั่ ใหร ะมดั ระวงั ทานศาสดา (ศ.) ทราบดีถึงความโหดรายของกระแสลมรอนแหงทะเลทราย และพายุท่ีพัด แรงจัดบนพ้ืนแผนดินนี้ ซ่ึงบางคร้ังไดพัดหอบหิ้วเอาเม็ดทรายกลบทั้งคนและสัตวจนมองไมเห็น ดวยเหตุน้ี ทานจึงสั่งใหทหารมัดขาอูฐไวใหดี และหามมิใหทหารคนใดออกไปจากคายพักตาม ลําพังโดยไมไดรับคําส่ัง เน่ืองจากอาจเกิดอันตรายขึ้นได ประสบการณบงบอกใหรูวาคําส่ังให ระมัดระวังเปนพิเศษเปนผลดีกับกองทัพมหาศาล เพราะมีทหารสองคนจากเผาบนีซาอิดะฮฺ ไม รักษาระเบียบวินัยเขาไดออกไปจากคายที่พักในยามดึก สุดทายทหารคนหนึ่งถูกพายุทรายพัดโหม กระหน่ําจนกระทั่งเสยี ชีวิต สวนอีกคนหน่ึงพูดพัดลอยไปติดเขา เมื่อทานศาสดา (ศ.) ทราบขาวการ เสียชีวิตของทหารทข่ี าดวินัยทานเสยี ใจมากและเรียกรอ งใหทหารทุกคนรกั ษาวนิ ัยใหดี อิบาด บตุ รของบะชีร ผเู ปนหวั หนาทหารรักษาการรายงานกับทานศาสดา (ศ.) วา ทหารใน คายมุฎีเกาะฮฺ ขาดน้ําและน้ําสํารองก็ กําลังจะหมด บางกลุมถึงกับฆาอูฐราคาแพงของตนเพ่ือนํานํ้า ในทองอูฐ มาใชประโยชน บางคนยอมจํานนตอการกําหนดของพระเจาพวกเขาน่ังคอยความเมตตา จากพระองค พระเจา ผูท รงสัญญาการชวยเหลอื และชยั ชนะแกทานศาสดา (ศ.)
พระองคทรงเมตตาทานอีกและสาวกโดยการประทานฝนตกลงมาอยางชื่นฉ่ําใจทั้งหมดไดดื่มน้ํา และทหารฝายพลาธกิ ารไดต กั ตนุ น้ําสาํ รองไวจ ํานวนมากมาย ทานศาสดาลว งรูความลบั ไมเปนท่ีสงสัยวาทานศาสดา (ศ.) ลวงรูสิ่งท่ีเปนความเรนลับ ดังท่ีอัลกุรอาน ซูเราะฮฺ ญิน โองการท่ี 26 – 27 กลา ววา ความวา พระผูทรงรอบรูส่ิงเรนลับ ดังน้ัน พระองคจะไมทรงเปดเผยสิ่งเรนลับของ พระองคแ กผูใด นอกจากผทู ่พี ระองคท รงพอพระทยั เชน ศาสดา ฉะน้ัน จากโองการเขาใจไดวาทานศาสดา (ศ.) สามารถลวงรูส่ิงเรนลับตางๆ ที่ประชาชน คนอื่นไมสามารถรับรูได แตความรอบรูของทานอยูในขอบเขตจํากัดและยังตองอาศัยการสอนส่ัง ของพระเจาเสมอ ดงั น้นั อาจเปนไปไดว าเรอ่ื งเล็กๆ บางเร่ืองทานอาจไมรูก็ได เชน กุญแจบาน หรือ สตางคท ี่หายไปโดยไมทราบวา เอาไปตง้ั ไวทีใ่ ด แตบางคร้ังเรอ่ื งราวที่สลับซับซอนเปน ความเรนลับ ทา นกลบั ชแ้ี จงไดอ ยา งชัดเจนสรางความพศิ วงแกชาวโลกท้ังหลาย สาเหตุที่เปนเชนน้ี ดังท่ีกลาวไป แลววาเมื่อใดก็ตามที่เปนพระประสงคของพระเจาทานจะลวงรูถึงส่ิงเรนลับไดอยางถองแท แตถา มิใชเ ชน น้กี ารรบั รขู อมลู ของทา นก็จะเปนเหมือนกับบคุ คลอ่ืนทว่ั ไป ระหวา งทางอฐู ของทา นศาสดา (ศ.) หายไป ทหารกลุม หนงึ่ ไดอ อกตดิ ตาม ขณะนั้นมีผูกลับ กลอกคนหนึ่งยืนข้ึนและกลาวเยยวา ฉัน คือ ศาสดาแหงพระเจา ฉันสามารถลวงรูสิ่งท่ีเปนความลับ แหงฟากฟาได แตนาแปลกใจวาอูฐหายไปไหนกลับไมรู เม่ือขาวไดยินไปถึงทานศาสดา (ศ.) ทาน กลาวอธิบายดวยความสวยงามถึงแกนแทข องความจรงิ นี้ ฉันลวงรูเฉพาะสิ่งที่พระเจาสอนฉัน บัดนี้พระองคทรงแจงกับฉันวาอูฐอยู ณ ที่ใด อูฐของ ฉันอยูก ลางทะเลทรายนี้เอง เชอื กสะพายของมันพันตดิ อยกู บั ตน ไมไมสามารถเดินไปไหนได เจาจง ไปและนํามันกลับมา ทนั ใดน้ันทหารสองสามคนไดว่ิงไปทางทิศที่ทานบอก และพวกเขาเห็นอฐู อยู ในสภาพ
เดยี วกันกบั ทีท่ านบอก อีกขาวหน่ึงจากความเรนลับ อูฐของ อบีซัร ไมสามารถเดินตอไปไดอันเปนเหตุทําใหเขาเดินทางลาชากวาทหารคนอ่ืน เขาคอยเพอื่ วาอูฐจะลกุ ข้ึนและเดนิ ตอไปไดแ ตด เู หมอื นวาการรอของเขาจะไมเปนผล ดวยเหตุน้ี เขา จึงปลอยอูฐไวและเอาสัมภาระขึ้นหลังแบกไปเพื่อเดินไปใหทันกองทหารขางหนา ขณะกองทหาร ไดรับคําสั่งจากทานศาสดา (ศ.) ใหหยุดพักผอน ทันใดนั้นมีทหารเห็นบุคคลหนึ่งกําลังเดินแบก สัมภาระเดินทางตรงมายังกองทหารแตไกล สาวกไดรายงานใหทานทราบ ทานกลาววา เขา คือ อบูษัร ขออัลลอฮฺทรงเมตตาเขา อบูษัรเดินคนเดียว ตายคนเดียว และฟนคืนชีพคนเดียว อีกไมนาน ทุกคนจะประจักษวาสิ่งท่ีทานศาสดา (ศ.) กลาวนั้นเปนความจริงทุกประการ เน่ืองจากอบูษัร เดนิ ทางไปยังเราะบะซะฮฺ ซง่ึ หางไกลจากสงั คมใชช ีวิตอยูก บั บตุ รสาวและจบชีวติ ลงทีน่ น้ั คํากลาวของทานศาสดา (ศ.) ที่กลาวไวในสงครามตะบูก หลังจากน้ัน 23 ป ทุกอยางเปน ความจริงทุกประการ อบูษัร สุภาพบุรุษแหงพระเจาไดตอสูเพ่ือเรียกรอง สัจธรรมและความยุติรรม ในยุคน้ัน แตผูปกครองไมฟงคําพูดของเขากลาวหาวาเขา คือ ผูกอความไมสงบและเนรเทศเขาไป อยูที่ เราะบะซะฮฺ ถ่ินทุรกันดารที่สุด ความแข็งแกรงของรางกายที่กํายํากําลัง รวงโรยราไปตาม สภาพ ความเจ็บปวยไดเขามาแทนที่และในที่สุดอบูษัรก็ลมปวยลง ตลอดระยะเวลา อบูษัรไดใช ชีวิตอยางมีคาและสมเกียรติท่ีสุด ในยามนั้นคงมีแตภรรยาสุดที่รักที่คอยเฝาดูแล เธอไดจองมอง ใบหนาท่ีเปลงรัศมีของสามีดวยความอาลัยรัก น้ําตาของเธอซึมไหลออกมาและรองไหสะอึกสะอื้น ราวกับเด็กเล็ก เธอบรรจงเช็ดคราบเหงื่อที่เปยกช้ืนจากหนาผากของเขา อบูษัร ถามเธอวา รองไห ทําไม เธอตอบวา ฉันรองไหเพราะความสงสาร อีกไมนานทานกําลังจะจากฉันไป แตฉันไมมี แมแตเ สอ้ื ผา ทจี่ ะนุง ใหทานยามเสียชีวิตและนําไปฝง รอยยม้ิ จากมุมปากของชายชาวอาหรบั ผมู ีพลงั ศรัทธาแรงกลา ได
เผยออกมา พรอมคําพูดวา น่ิงเสียเถิด ไมตองรองไหเสียใจหรอก วันหน่ึงฉันกับสาวกของทาน ศาสดา (ศ.) นั่งอยูกับทาน ทานกลาวกับพวกเราวา มีคนหนึ่งในหมูพวกทานจะเสียชีวิตกลาง ทะเลทรายตามลําพังหางไกลจากสังคม และจะมีผูศรัทธากลุมหนึ่งฝงรางของเขา กลุมชนที่นั่ง รวมกนั อยใู นวันนั้น บัดนี้เขาไดตายจากไปหมดแลว ในหมูพวกเขาไมเหลือใครอีกแลวนอกจากฉัน ฉันม่นั ใจวาบคุ คลทีท่ า นศาสดา (ศ.) กลา วถึงในวนั นน้ั คอื ฉนั เอง หลังจากฉันตายไปแลว เธอจงไปน่ังคอยตรงทางแยกระหวางฮิญาซกับอิรักจะมีผูศรัทธา กลุมหนึ่งผานมาพวกเขาเปนผูลว งรูว าฉนั เสียชวี ติ แลว ภรรยาของเขากลา ววา ขณะน้ไี ดเ วลาที่กองคาราวานจะเดินทางผานไปมาแลว อบูษัร กลาว วา เธอจงคอยดูใหดี ฉันขอสาบานดวยพระนามแหงพระเจาวา ฉันไมไดพูดจาโกหก และฉันก็ไมไ ด ยินคาํ พูดท่โี กหกมา หลงั จากกลาวประโยคน้แี ลว เขากส็ ิ้นใจจากไดดวยความสงบ อบูษัรพูดจริงทุกประการ เพราะมีกองคาราวานมุสลิมกําลังเดินทางผานมาอยางรวดเร็ว และภายในกองคาราวานน้ันมีบุคคลท่ีมีเกียรติหลายคนรวมทางมาดวย เชน อับดุลลอฮฺ อิบนิมัซอูด ฮาญัร อบิ นอิ ะดี และมาลกิ อชั ตัร อับดุลลอฮฺ มองเห็นภาพที่สรางความประหลาดใจ เพราะเขาเห็นรางที่ไรวิญญาณนอนอยูมี ผูหญิงและเด็กผูชาย 1 คน น่ังรองไหอยูขางๆ ศพนั้น อับดุลลอฮฺ ควบมาเขาไปใกลๆ ผูหญิงกับเด็ก คนและกองคาราวาน กไ็ ดตดิ ตามเขาไป เมื่ออับดุลลอฮฺ จองมองไปที่ศพเขาจําไดวาน้ัน คือ อบูษัรพ่ี นอ งรวมศรทั ธาเดียวกนั กับเขา น้ําตาไหลออกจากเบาตาท้ังสองอาบนองสองแกม เขาเขามายืนใกลๆ รางไรวิญญาณขอ งอบูษัร รําลึกถึงคําพูดของทา นศาสดา (ศ.) ที่เคย กลาวไวใ นสงครามตะบกู แลวกลา ววา ทานศาสดา (ศ.) กลา วไดเ ปนความจริงทกุ ประการ เจา เดินคนเดยี ว เสยี ชีวติ ตามลาํ พัง และฟน คืนชพี คนเดียว ประเด็นการเสียชีวิตของอบูษัรนักประวัติศาสตรมีความขัดแยงกันเน่ืองจากนัก ประวัติศาสตร กลาวถึงความตายและพิธีฝงศพของอบูษัรตางกัน ประวัติศาสตรบางเลมกลาววา ขณะที่กองคาราวานไปถึง อบูษัรยังมีชีวิตอยูพวกเขาไดรวมสนทนากัน แตประวัติศาสตรบางเลม บนั ทึกวา เมอื่ กองคาราวาน
ไปถึงอบูษัรเสียชีวิตแลว และบางคนกลาววา ภรรยาและบุตรของอบูษัรเปนผูนํา ศพอบูษัรมาวาง ตรงทางแยก แตบางคนกลาววาสองแมลูกน่ังคอยกองคาราวาน อยูตรงทางแยก และคนในกอง คาราวานเปนผูแ บกศพของอบูษรั ออกมา อับดุลลอฮฺ บิน มัซอูด เปนผูนมาซมัยยิตใหอบูษัร หลังจากนั้นเขาไดฝง รางอบูษัรอยาง สมเกียรติ แตบ างรายงานกลา ววา ผูนมาซมยั ยติ ใหอบูษัร คือ มาลิกอัชตัร เมื่อฝงรางของอบูษัรเสร็จเรียบรอยแลว มาลิกอัชตัรไดยืนขางๆ หลุมศพและกลาววา โอ พระผอู ภิบาล น่ีคือ อบูษัรสาวกของทานศาสดา (ศ.) ตลอดอายุขัยของเขาไดแตเคารพภักดีพระองค และตอสูกับบรรดา ผูปฏิเสธในหนทางของพระองค เขาไมเคยเปลี่ยนแปลงแนวทางออกไปจาก ศาสนาแหงสัจธรรมแมแตนิดเดียว หัวใจและล้ินของเขาไดพูดตอสูกับความช่ัวหนาหนาแผนดิน จนกระทั่งเขาถูกเหยียดหยาม ถูกสั่งหามจากทุกสิ่ง และถูกเนรเทศมาอยูในถ่ินกันดารจนกระทั่ง เสียชวี ิตอยา งโดดเดี่ยวบนพน้ื ดินเยยี่ งคนแปลกหนา กองทหารอสิ ลามบนแผนดนิ ตะบูก กองทหารอิสลามไดออกเดินทางไปตะบูกตั้งแตตนเดือนชะอฺบาน ปฮิจฺเราะฮฺศักราชท่ี 9 แตทวาพวกเขามิไดปะทะกับกองทหารของโรม อาจเปนเพราะวานายทหารของโรมหลายคนลวงรู ถึงศักยภาพของทหารอิสลาม ความกลาหาญ ความอดทน และความเสียสละท่ีไมมีผูเปรียบเปรย ซึ่ง พวกเขาเคยเหน็ ตวั อยา งเลก็ ๆ อยา งใกลชดิ ในสงคราม เมาตะฮฺ มาแลวคร้ังหนึ่ง ดังนั้น พวกเขาจึงคิด วาดีกวาถาหากจะถอนทหารกลับเขาไป และปฏิเสธกับสังคมวาพวกเรามิไดคิดตอตานอิสลาม เพ่ือ ลบลางความคิดที่จะโจมตีทางทหารของพวกเขา และกระจายขาวออกไปวาเหตุการณทั้งหมดเปน เพยี งขาวลอื และแสดงใหเห็นวาเหตกุ ารณท ีเ่ กดิ ขน้ึ ในซาอดุ อี าระเบีย พวกเขามไิ ดฝกใฝฝ า ยใด ขณะนั้นทานศาสดา (ศ.) ส่ังรวมพลนายทหารของทานเพ่ือปรึกษาหารือตามบัญญัติของ อิสลามท่วี า จงปรกึ ษาหารอื กันในภารกจิ การงาน ใน
ประเด็นทีว่ า จะบกุ เขา ไปในดนิ แดนของศัตรู หรอื วาจะถอนทัพกลบั มะดีนะฮฺ ผลของการปรึกษาหารือทางทหารออกมาวา เน่ืองจากกองทหารอิสลามเดินทางไกลมาก และไดเ ผชิญกับความยากลําบากนานัปการ สมควรกลับมะดีนะฮฺกอนเพื่อส่ังสมพลังใหม ประกอบ กับกองทหารอิสลามบรรลุเปาหมายของตนแลว คือ การขับไลกองทัพโรมใหแตกรนและถอยเขา ไป และสรางความหวาดกลัวแกเ หลาทหารของโรม ซึง่ ความหวาดกลัวจะทําใหเขาไมกลากรีฑาทัพ ไปอีกนาน ซ่ึงผลที่ไดรับในครั้งนี้นับวาถาพอใจไมนอย เพราะอยางนอยที่สุดก็เปนหลักประกัน ความปลอดภัย ใหแกซาอุดิอาระเบียทางตอนเหนือและสําหรับมุสลิมถือวาเพียงพอแลว และรอวา พระเจาจะประสงคเ ชน ไรในอนาคต คณะท่ีปรกึ ษาตอ งการรกั ษาสถานภาพของทานศาสดา (ศ.) อีกประการหน่ึงทัศนะของพวก เขาสามารถยกเลิกไดตลอดเวลา พวกเขาจึงกลาวประโยคน้ีออกมาวา ในสถานการณเชนน้ีถาหากมี พระบัญชาจากพระเจา ใหเคลอ่ื นทัพ จงส่ังใหเ คลอ่ื นทพั เถิดพวกเราพรอ มปฏิบัตติ าม ทานศาสดา (ศ.) กลาววา ยังไมมีพระบัญชาจากพระเจาลงมา ถาหากมีพระบัญชาจาก พระองคลงมาฉันคงไมต อ งปรกึ ษาหารอื กับพวกทาน ดวยเหตุน้ี ฉันใหเกียรติความคิดของพวกทาน เราจะกลับมะดนี ะฮฺกนั ตอ งน้ีเลย มสั ญดิ ท่ีกอ ความเสียหาย บนแควนซาอุดีอาระเบีย มะดีนะฮฺและนัจฺรอน คอื สองเขตแดนอันมีพ้ืนท่ีกวางใหญและ เปนศูนยกลางของชาวคัมภีร ดวยเหตุน้ี จึงมีอาหรับจากกลุมอาเวซและค็อซรัจฺท่ียังนับถือศาสนา ยะฮูดแี ละ ปฏบิ ตั ติ ามคําสอนของศาสนานน้ั อบูอามิร บิดาของ อันเซาะละฮฺ ชะฮีดแหง สงครามอุฮุด สมัยที่เขายังเปนผูปฏิเสธอยูน้ันเขา ตองการเปลี่ยนศาสนาเปนคริสเตียน จึงไดออกติดตามบาทหลวง ชาวคริสตไปแตเม่ือรัศมีแหง อิสลามไดทอแสงจับขอบฟาทําใหศาสนาเล็กๆ ตองระวังตัวและเจียมตัวมากขึ้น อบูอามิร รูสึกไม สบายใจตอ
เหตกุ ารณที่เกิดข้ึน เขาจึงไดรวมมืออยางใกลชิดกับกลุมผูกลบั กลอกแหง อาเวซและค็อญรัจฺ ทาน ศาสดา (ศ.) ลวงรูถึงแผนการรายของพวกเขา ทานตองการจับกุมเขา แตเขารูตัวกอนจึงหนีจากออก จากมะดีนะฮฺไปมักกะฮฺ และออกจากมักกะฮฺไปยังฏออิฟ เม่ือฏออิฟลมสลายเขาจึงเดินทางไปซีเรีย และถือโอกาสจัดต้ังกลุมหนวยสืบความลับ พรอมกับแตงตั้งตนเองเปนหัวหนา กลุมผูกลับกลอก (มุนาฟก ีน) เขาไดเขียนจดหมายฉบับหน่ึงถึงเพื่อนของเขาวา พวกทานจงสรางมัสญิดข้ึนมาหลังหนึ่ง ใหเ หมือนกับมัสญิดมสุ ลิมในเขตกบุ าอฺ และเมอื่ ถงึ เวลานมาซพวกเจา จงมารวมตัวกันในมัสญิด เพ่ือ เปนขออางวาตองการปฏิบัตินมาซบังคับ แตในชวงน้ันใหปรึกษาหารือกันเรื่องอิสลาม มสุ ลิม และ วิธดี ําเนนิ แผนการเพือ่ ทําลายพวกเขา อบูอามิร เหมือนกับศัตรูอิสลามในสมัยปจจุบัน ซึ่งมีความรูสึกวาในประเทศใดที่คําสอน ศาสนามีสมบูรณมั่นคง เขาจะใชวิธีน้ันเปนอาวุธทํารายอิสลามโดยใชศาสนาบังหนา ซ่ึงการใชช่ือ ศาสนาถือวาเปน เครื่องมอื ทด่ี ีทสี่ ดุ และสามารถสรา งความเสียหายไดม ากกวา ปจจยั อ่ืนๆ เขาทราบดีวาทานศาสดา (ศ.) จะไมใหโอกาสแกพลพรรคผูกลับกลอก การสรางศูนยกลาง ของตนเองอยางแนนอน เวนเสียแตวา ศูนยกลาง นั้นตองมีกลิ่นไอหรือสีสันของศาสนาแอบแฝงอยู ภายใตช ื่อมัสญดิ หรอื โบสถเปน ตน เม่อื ทา นศาสดา (ศ.) เดินทางไปยังตะบูกตัวแทนกลุมผูกลับกลอกไดเขาพบทาน และอางวา พี่นองของเราแกชราและบางคนไมสบายบางคร้ังกลางคืนมีฝนตก ไมสะดวกที่จะเดินทางจากบาน ไปมัสญิดที่กุบาอฺ พวกเขาจึงขออนุญาตทานสรางมัสญิดประจําหมูบานเพ่ือทําการนมัสการ ทาน ตอบปฏิเสธแตมิไดใหเหตุผลวาเพราะอะไร ทานกลาววาหลังจากกลับไป มะดีนะฮฺแลวคอย ตัดสินใจข้ันเด็ดขาดอกี ครั้งหนึง่ กลุมผูกลับกลอกไดหยิบฉวยโอกาสชวงท่ีทานศาสดา (ศ.) ไมอยู กระทําตามแผนการท่ีตั้ง เอาไว พวกจึงรวมกันกอสรางมัสญิดและตองการ ใหแลวเสร็จกอนท่ีทานจะกลับ คร้ันเมื่อทาน เดินทางกลับเขามะดีนะฮฺ พวกเขา ไดขอรองใหทานเขาไปนมาซขางในสักสองสามเราะกะอัต ในชวงนนั้ เอง มะลาอกิ ะ
ฮฺไดนําวะฮฺยูมาใหทานศาสดา (ศ.) และแจงเจตจํานงท้ังหมด ในการสรางมัสญิดของพวกเขา และ กลา ววามสั ญิดหลงั นน้ั คอื สถานท่สี ราง ความเสือ่ มเสียและเปน ท่ีรวมพลของคนกอความเสียหายที่ มเี จตนากอ ความ วุนวายทางการเมอื ง และสรางความแตกแยกในหมูมสุ ลมิ ทานศาสดา (ศ.) ไดมีคําส่ังใหทําลายอาคารมัสญิดหลังดังกลาวและเผาวัสดุกอสราง ของมัสญิดทง้ิ เสยี ใหห มด และใหเปนที่ท้งิ ขยะมูลฝอยสกั ระยะหนึ่ง การทําลายลา งมสั ญิดฏิรอฏ ในความเปนจรงิ เทากบั เปน การทาํ ลายสถานท่ีสอ งสุมของเหลา บรรดาผูกลับกลอก หลังจากน้ันเปนตนมาพลพรรคของกลุมผูกลับกลอกไดแตกสลายลง คงมีอับ ดุลลอฮฺ บินอบีเพียงคนเดียวทย่ี ังหลงเหลืออยู แตหลังจากสงครามตะบูกจบลงไดเพียง 2 เดือน เขาก็ ตายจากไป ตะบูก คือสงครามสุดทายของอิสลามท่ีทานศาสดา (ศ.) ไดเขารวมหลังจากน้ันทานมิไดเขา รว มสงครามใดอีกเลย
เหตกุ ารณในปท ี่ 9 แหง ฮิจญเราะฮศฺ ักราช 40 คาํ แถลงการณใ นวนั มินา ในชวงปลายปฮิจฺเราะฮฺที่ 9 วะฮฺยูหลายโองการจากซูเราะฮฺ อัตเตาบะฮฺ (บะรออะฮฺ) ถูก ประทานลงมา ทานศาสดา (ศ.) จึงแตงต้ังเจาหนาท่ีรับผิดชอบเดินทางไปมักกะฮฺชวงเทศกาลฮัจญ เพื่อแจงโองการ ท่ีถูกประทานลงมาใหมพรอมกับคําแถลงการณฉบับใหม โองการน้ีไดถอดถอน ความปลอดภัยออกไปจากบรรดาผูปฏิเสธถูก สนธิสัญญาท้ังหมดถูก ยกเลิก ยกเวนสนธิสัญญาที่ เจาของยึดม่นั และปฏบิ ัตติ าม คําแถลงการณไดถกู ประกาศตอหนาเหลาบรรดาผูนํากุเรชวา ภายใน 4 เดือนควรจะแจงทาทีของตนกับรัฐอิสลามท่ีเคารพภักดีตอพระเจาองคเดียววาจะเอาอยางไร ถา ภายในส่ีเดือนยังไมเลิกต้ังภาคีหรือยังเคารพบูชารูปปน ความปลอดภัยทั้งหมด จะถูกถอดถอนออก ทัง้ ส้ิน ทานศาสดา (ศ.) ไดเรียกอบูบักรฺเขาพบและสอนโองการตางๆ ตอนตนซูเราะฮฺอัตเตาบะฮฺ แกเขา และส่ังใหเลือกมุสลิมจํานวน 40 คน เดินทางไปมักกะฮฺพรอมกับเขาและอานโองการ ประณามบรรดาผตู งั้ ภาคใี นวนั อดี กุรบาน อบูบกั รไฺ ดเ ตรยี มตวั พรอมเดินทางไปตามคําสั่งของศาสดา ขณะที่เขาออกเดินทางไปไดสัก พกั ญิบรออลี ไดน าํ วะฮฺยูลงมาใหทา นศาสดา (ศ.) และแจงวาการประณามบรรดาผูปฏิเสธเปนหนาที่ ของทา นหรอื ผทู ม่ี าจากทาน ดวยเหตุ
นี้ ทานจึงไดเรียกอะลี (อ.) เขามาหาและเลาเรื่องใหฟง หลังจากน้ัน ทานไดส่ังใหอะลีข่ีพาหนะ สวนตัวของทาน และรีบออกจากมะดีนะฮฺไปทันทีไปใหทันอบูบักรฺ เอาโองการคืนจากเขาและใน วันอดี กรุ บานจงประกาศโองการ เหลาน้ีพรอมคําแถลงการณประณามผูปฏิเสธ ตอหนาประชาชนที่ หลง่ั ไหลมาจากทว่ั สารทศิ ในซาอุดีอาระเบีย สว นคาํ แถลงการณป ระณามบรรดาผูปฏิเสธ 4 ประการ ประกอบดว ย 1. บรรดาผูตงั้ ภาคีเทยี บเคยี งพระเจา ไมม สี ิทธเิ ขามัสญิด 2. หา มมใิ หเ ฏาะวาฟโดยรา งกายปราศจากเส้ือผา 3. นบั จากนต้ี อ ไปบรรดาผูต ง้ั ภาคีเทียบเคียงไมม ีสิทธิเ์ ขารวมพิธีบาํ เพญ็ ฮจั ญอ ีกตอไป 4. บุคคลที่ทําสนธิสัญญากับทานศาสดา (ศ.) ตลอดระยะเวลาที่ผานมาพวกเขามิไดละเมิด สัญญา สัญญาของพวกเขายังไดรับเกียรติจากทานตอไปจนกวาจะสิ้นสุดสัญญา ชีวิตและทรัพยสิน ของเขายังไดรับการพิทักษเชนเดิม แตบรรดาผูที่มิไดทําสนธิสัญญากับมุสลิมหรือละเมิดสัญญา นับตั้งแตวันน้ี (10 ซุลฮิจญะฮฺ) ไปอีก 4 เดือน เขามีโอกาสตัดสินใจและตองแจงทาทีของตนกับรัฐ อิสลามวาจะเอาอยางไร หมายถึงยอมรับนับถือพระเจาองคเดียวเหมือนกับมุสลิม โดยละท้ิงเทพเจา หรอื เทวรูปที่เคารพบูชาอยูอยางสิน้ เชงิ หรอื ไมก ็เตรยี มตัวทําสงครามกับมสุ ลมิ ทานอะมีริลมุอฺมินีน อะลี (อ.) ไดรวมเดินทางไปพรอมกับสาวกบางคน เชน ญาบิร อับ ดุลลอฮฺ อันซอรี โดยข่ีพาหนะประจําตําแหนงของทานศาสดา (ศ.) มุงหนาไปยังมักกะฮฺจนกระทั่ง ไปทันอบูบักรฺท่ี ุอฺฟะฮฺ ทานไดแจงคําสั่งของทานศาสดาใหอบูบักรฺรับทราบ และเขาไดมอบ โองการใหทานอะลี บรรดานักรายงานของชีอะฮฺและซุนนี รายงานวา อะลี (อ.) กลาววา ทานศาสดา (ศ.) มี คําสั่งใหทา นหยุดการเดินทาง หรือจะรวมทางไปมกั กะฮพฺ รอ มกับฉัน หรือจะกลับมะดีนะฮฺก็ได อบู บักรฺตัดสินใจกลับมะดีนะฮฺและไดตรงไปหาทานศาสดา (ศ.) พรอมกับกลาววา ทานไดเลือกฉันให ไปกระทําภารกิจท่ีประเสริฐ ฉันไดไปตามคําส่ังของทานซ่ึงไมวาใครก็ตามท่ีไดรับเกียรตินี้ยอมมี ความต่นื เตนเปนธรรมดา แตเมอื่ ฉันเดนิ ทางไปไดสักพัก
ทานก็เปล่ียนใจและเรียกตัวฉันกลับ เก่ียวกับเร่ืองนี้ไดมีวะฮฺยูลงมาถึงฉันหรือทานศาสดา (ศ.) ได ตอบคําถามดวยความเยือกเย็นวา ญิบรออีลนําสาสนจากพระเจามาแจงกับฉันวา พระเจาทรงมี บัญชาใหฉันเปนผูกระทําภารกิจน้ันหรือใหผูท่ีมีจากฉัน สวนซุนนีกลาวถึงบางรายงานวาในปน้ัน อบูบักรฺไดรับตําแหนงเปนหัวหนานําฮัจญ สวนอะลี (อ.) มีหนาท่ีประกาศ โองการและคํา แถลงการณข องทา นศาสดา (ศ.) ในมินาเทานั้น อะมีริลมุอฺมินีน อะลี (อ.) ไปถึงมักกะฮฺวันที่ 10 ซิลฮิจญะฮฺ ทานขึ้นไปทีุ่มเราะฮฺอะ เกาะบะฮฺ (เสาหินตนสดุ ทาย) และอา นโองการ 13 โองการแรกจากซูเราะฮฺเตาบะฮฺ หลังจากนั้นทาน ไดอานคําแถลงการณของทานศาสดา (ศ.) ดวยความมุงม่ัน กลาหาญ และเสียงดังฟงชัดจนบรรดาผู ตั้งภาคีท้ังหมดตางไดยินถอยแถลงเหลาน้ันอยางชัดเจน และทานไดยํ้ากับบรรดาผูตั้งภาคีที่มิไดมี สนธิ สัญญากับมุสลิมวา มีเวลาเหลือ 4 เดือนสําหรับการตัดสินใจวาจะเอาอยางไร ฉะน้ันหลังจาก กําหนดเวลาดังกลา วแลว เขาตองแจงทาทขี องตนกับรัฐอิสลามวา จะเอาอยางไร ยอมละท้ิงการเคารพ บูชารปู ปน ท้งั หมดมิเชนนน้ั แลวชวี ติ และทรัพยส ินของเขาจะไมป ลอดภยั หลังจากประกาศโองการประณามผูตั้งภาคีและคําแถลงการณของทานศาสดา (ศ.) ไปแลว แตยังไมครบกําหนด 4 เดือน มีผูตั้งภาคีเทียบเคียงจํานวนมากมายเขารับอิสลามเปนกลุมๆ และ ประมาณกลางปฮิจฺเราะฮฺท่ี 10 นั่นเอง รากเหงาของการเคารพบูชารูปปนไดถูกถอดถอนไปจาก แควน อาหรบั จนหมดสนิ้
เหตุการณในปท ี่ 10 แหง ฮจิ ญเราะฮศฺ กั ราช 41 ความเศรา โศกตอการจากไปของบตุ ร โอ อบิ รอฮมี ลูกรัก พอมิอาจชว ยเหลอื ลูกไดเลย การกาํ หนดของพระเจา ก็มมิ ีวันยอ นกลับมาอีก ดวงตาของบิดาเออลน ไปดว ยนํา้ ตา จติ ใจมีแตความระทมทกุ ข แตไ มมีวนั ที่ลิ้นของทา นจะเอ้อื นเอย ตาํ หนพิ ระเจาดว ยความโกรธแคนอยา งเดด็ ขาด มาตรวา มใิ ชข อกาํ หนดของพระเจา แลวละก็ พอคงติดตามลกู ไปอีกคนหน่ึง พอ ไมม ีวนั ทแ่ี ยกออกหา งจากลกู และมาทนทุกขท รมานจิตใจอยูเชน นี้หรอก ประโยคเหลาน้ีเปนคําพรรณนาของทานศาสดา (ศ.) ถึงอิบรอฮีม บุตรชายของทาน ขณะท่ี จากไปอยา งไมม ีวันกลับ ทา นไดกอดบุตรชายไวแนบอกพรอมกับรําพันคําเหลานี้ออกมา ทานอําลา บุตรชายดวยใบหนาที่ เศราหมอง จิตใจท่ีเต็มไปดวยความรักและความผูกพัน ขณะท่ีทานพอใจกับ การกําหนดของพระเจา ความอาลัยรักและความเมตตาที่มีตอบุตร เปนความสูงสงและสะอาดบริสุทธิ์ท่ีสุดของจิต วญิ ญาณมนุษยท ่ีแสดงออกมาเปนภาพลกั ษณ ซ่งึ บงบอก
ใหเหน็ ถงึ ความสมบรู ณของจิตวิญญาณ ทานศาสดา (ศ.) กลาวเสมอวา จงรักบุตรและธิดาของเจาและจงแสดงความรักแกพวกเขา ดงั เชน ความรกั ทมี่ ีตอ เดก็ ๆ เปนความสงบแหงจิตใจ ที่ทานศาสดาชนื่ ชมเปนพเิ ศษ หลายปที่ผานมาบุตรของทานศาสดา (ศ.) ไดจากไปหลายคนดวยกัน เชน กอซิม ฏอฮิร และฏ็อยยิบ และบุตรสาวอีก 3 คน คือ ซัยนับ รุก็อยยะฮฺและอุมมุลกุลซูม ซึ่งการจากไปของบุตร และธิดาสรางความรันทดใจแกทานศาสดา (ศ.) อยางยิ่ง แตทานยังคงเหลือ ฟาฏิมะฮฺ บุตรีสุดที่รักท่ี เกดิ กบั ทา นหญงิ เคาะดญิ ะฮอฺ กี หนงึ่ คนเปน ท่รี ะลึก ในปฮ จิ ญเราะฮฺที่ 6 ทา นศาสดา (ศ.) ไดสง สารและทูต ไปยังตางประเทศ ซ่ึงหน่ึงในน้ันเปน จดหมายที่ทานเขียนถึงผูปกครองอียิปต เพ่ือเชิญชวนเขาเขารับอิสลาม แมวาภายนอกเขาจะไมได ตอบตกลงกับทานก็ตามแตจดหมายที่ตอบกลับพรอมกับสงหญิงรับใชนามวา มารียะฮฺ มาเปนของ กาํ นลั แกท า น 1 คน ยอมเปน เคร่อื งหมายทบ่ี ง บอกถงึ ความสําเร็จข้ันหน่งึ ของทาน หญิงรับใชคนดังกลาวตอมาไดรับเกียรติเปนภรรยาคนหนึ่งของทานศาสดา (ศ.) และมี บุตรชายกับทานหน่ึงคนนามวา อิบรอฮีม บุตรชายคนนี้ประหนึ่งวาไดเกิดมาทดแทนความเศราท่ี บุตรหลายคนของทานจากไปกอ นกาํ หนด เขาไดจุดประกายความหวงั ในใจของทา นศาสดาใหสวาง ข้ึนมาอีกคร้ัง แตนาเสียดายวารัศมีดวงน้ีไมทันจะเกิน 18 เดือน ก็มาดวนดับจากทานไปอีกคนหนึ่ง เม่ือทานไดยินขาวท่ีนาสลดใจทานไดรีบไปท่ีบานของทานหญิงมารียะฮฺทันที ทานไดรับบุตรชาย จากมารดามากอดไวแนบอก ใบหนาของทานเต็มไปดวยความเศราสลดและทานไดรําพันถึง บุตรชายสุดทร่ี กั ของทานดงั ที่กลาวไปแลวขางตน การรองไหแสดงความเสียใจทานศาสดา (ศ.) ตอการจากไปของบุตรและธิดา แสดงใหเห็นถึงความรักและความผูกพันในฐานะท่ีเปนมนุษย แมวาจะตายจากกันไปแลวความ อาลยั รกั น้ันก็ยังคงฝง แนนในจิตใจของทานเสมอซึ่งสิ่งน้ันไดพร่ังพรูออกมาจากกนบึ้งของจิตใจ ถึง กระน้ันทานศาสดา (ศ.) ไมเคยกลาวคําพูดใดท่ีขัดตอความพึงพอพระทัย ทานแสดงใหเห็นความ ศรทั ธา
และความพงึ พอใจ ตอ ขอ กาํ หนดของพระเจา ทไี่ มม ีสิ่งอน่ื ใดสามารถทดแทนได คาํ ทกั ทว งท่ไี มตรงประเด็น อบั ดรุ เราะฮฺมาน บิน เอาฟฺ เปนทหารจากกลมุ อันศอร เขาแปลกใจตอการรองไหเสียใจของ ทานศาสดา (ศ.) จึงไดทักทวงวา ทานเคยส่ังหามเราไมใหรองไหแกคนตาย แตตอนนี้ทานกําลัง เสียใจตอการจากไปของบตุ รชายตนเอง ทานตอบวา ฉันไมเคยบอกเลยวา หามรองไหใหกับคนรักนับถือท่ีตายจากไป เน่ืองจาก ความรสู กึ อาลัยรกั แสดงใหเหน็ ถงึ ความเปน หว งเปนใยและความเมตตาปรานี บุคคลที่หัวใจของเขา แขง็ กระดางกับบคุ คลอ่นื เขาจะไมไ ดรบั ความเมตตาจากพระเจา ฉันบอกวาอยารองตะโกนสงเสียงดังเมื่อคนรักนับถือตายจากไป ฉะน้ันอยาพูดท่ีแสดงถึง การปฏเิ สธหรือการทกั ทวงที่ไมถ ูกท่หี รอื ฉีกเส้อื ผา อาภรณแ สดงความเสียใจ อะมีรุลมุอฺมีนีน อะลี (อ.) ไดรับคําส่ังจากทานศาสดา (ศ.) ใหฆุซลฺและกะฝน แกอิบรอฮีม หลงั จากน้ันบรรดาสาวกไดพาศพของอิบรอฮมี ไปฝงยังสุสานบะกอี ฺ ทา นศาสดา (ศ.) มองไปที่หลมุ ฝง ศพของบตุ รชายทานเหน็ มมุ หน่งึ ของหลุม ดินยังเปนหลุม ลกึ อยู ทานจงึ เขาไปน่ังเกลยี่ ดนิ บนหลุมดว ยมอื ของทานใหเสมอกันพรอมกับกลาววา ทุกครั้งท่ีพวก เจา กระทาํ การใดๆ จงกระทาํ พยายามกระทาํ ใหม น่ั คงแขง็ แรง การตอ สกู บั ความงมงาย วันท่ีอิบรอฮีมไดจากไปไดเกิดสุริยุปราคาพอดีแสงแดดมืดทึบไปหมด บางกลุมชนที่ไมมี ความเขาใจเร่ืองกฎเกณฑของธรรมชาติคิดไปเองวาวันนี้เกิดสุริยุปราคา เน่ืองจากความตาย ของอิบรอฮีม แนน อนวา ความคิดเชน นี้ไมถ กู ตอ ง แมว าดูภายนอกสถานการจะเปนใจตามความคิด
ของพวกเขาก็ตาม และเปนประโยชนกับทานศาสดา (ศ.) เสียดวยซํ้า แตถาทานเปนผูนําธรรมดา เหมือนปุถุชนทัว่ ไปทานก็คงปลอยใหความคิดนั้นเปนส่ิงถูกตองและมีคาอันยิ่งใหญ หรือพิสูจนให เห็นจริงขึ้นมาแลว แตทานปฏิบัติส่ิงที่คิดแยงกับความคิดดังกลาว ทานข้ึนไปบนมิมบัร (อาสนเทศนาธรรม) และกลาวอธิบายความจริงแกประชาชนวา โอ ประชาชนที่รักท้ังหลาย แทจริงดวงตะวันและดวง เดือน คือ สัญลักษณแหงอํานาจของพระเจา สิ่งเหลานั้นดําเนินไปตามกฎเกณฑทางธรรมชาติท่ี พระองคทรงวางไว มันจะโคจรหมุนเวียนไปตามวงโคจรท่ีกําหนด มันจะไมโคจรเนื่องจากการเกิด หรือความตายของบุคคลใดบุคคลหน่ึงเด็ดขาด ทวาหนาที่ของสูเจาเม่ือเกิดสุริยุปราคา คือ นมาซอา ยาต ทานปฏิบัติขัดแยงกับนักหยิบฉวยโอกาสทั่วไป ทานไมเพียงแตไมอธิบายสิ่งท่ีเปนประโยชน แกตนเองเทา นัน้ ทวา ทานยงั ขจดั ความเขาใจผิดและความเช่ืองมงายท่ีประชาชนหลงเชื่อกันมาอยาง ชานานใหหมดไป ทานไมเคยปดบังความจริงและไมเคยหยิบฉวยโอกาสหมดความโงเขลาของ ประชาชน ถาวันนั้นทานศาสดา (ศ.) หยิบฉวยโอกาสบนความโงเขลาของประชาชนและเห็นดีไปกับ ความเช่ืองมงายเหลานั้น วันทานไมอาจรักษาสถานภาพของการเปนผูอมตนิรันดรกาลไวได หรือ รักษาสภาวะการเปนบนีของทานที่พระเจา- ผูทรงสรางโลกและกําหนดกฎเกณฑทางธรรมชาติ ขึน้ มา ทรงประทานทา นลงมาเพ่ืออธิบายความจริงแกโลกใหดํารงสบื ตอไปได เนือ่ งจากวนั น้สี าเหตุ ที่เกดิ สรุ ิยปุ ราคาและจันทรุปราคาเปน ทช่ี ดั เจนสําหรับสงั คม
42 กลุมตัวแทนของนัจฺรอนในมะดนี ะฮฺ นัจฺรอน เปนกลุมชนท่ีตั้งรกรากอยูแทบชายแดนติดตอระหวางฮิญาซและเยเมน มี หมูบานเล็กๆ ประมาณ 70 หมูบานอยูภายใตการปกครองของเขา เม่ือศาสนาอิสลามไดถูกประกาศ ข้ึนใหมๆ ประชาชนสวนใหญในเขต พ้ืนท่ีนี้ยังนับถือศาสนาคริสตกันอยู หรือรูจักกันในนามของ เขตพ้นื ที่ คริสเตียนแหงฮิญาซ ซ่ึงมีเหตุผลหลายประการที่พวกเขาเลิกลมการเคารพบูชารปู ปนและ หนั มานบั ถือคริสตศาสนาแทน ทานศาสดา (ศ.) ไดสงสาสนถึงผูนําประเทศในหลายประเทศ เพ่ือเชิญชวนเขารับศาสนา อิสลาม ซ่ึงหน่ึงในนั้นทานไดสงสาสนถึงบุรุษคนหน่ึง มีฉายานามวา อุซกุฟ นัจฺรอน (อบูฮาริ ซะฮฺ) ในสาสนฉบับนั้นทานไดกลาว เชิญชวนหัวหนาและประชาชนทั่วไปเขารับศาสนาอิสลาม ใจความของสาสน มีดงั นี้ ดว ยพระนามแหงพระเจาของอิบรอฮีม อิซฮาก และยะอฺกูบ น่ีเปนสาสนจากมุฮัมมัดศาสดา แหง พระเจา สง ถงึ อุซกุฟ นัจรฺ อน ขอสรรเสริญแดพ ระเจาของอิบรอฮมี อิซฮาก และยะอฺกูบ ฉันขอเชิญชวนพวกทานที่เคารพ ภักดตี อปวงบา วของพระองค ใหม าเคารพภักดีตอ พระองคในฐานะพระเจา ขอเชิญชวนพวกทานให ถอดถอนตัวออกจากอํานาจคุมครองของปวงบาวมาสูอํานาจคุมครองของพระเจา ถาหากพวกทาน ไมตอบรับคําเชิญชวนของอสิ ลาม อยางนอ ยที่สุดพวกทานตองสง สว ย (ภาษ)ี ใหแก
รัฐอิสลาม ซึ่งภาษีดังกลาวจะชวยใหชีวิตและทรัพยสินของพวกทานไดรับความปลอดภัย ถามิ เชน น้ันแลว เราขอเตือนสญั ญาณอนั ตรายแกทา น หนังสืออางอิงบางเลมของชีอะฮฺบันทกึ เพิ่มเติมวา ทานศาสดา (ศ.) ไดอางถึงโองการอัล-กุ รอาน ทีย่ นื ยันการเคารพภกั ดพี ระเจาของชาวคมั ภีรไวในสาสนดวย ตัวแทนของทานศาสดา (ศ.) ไดไปถึงนัจฺรอนและไดสงสาสนใหแกอุซกุฟ นัจฺรอน เขา ไดอานสาสนหลายคร้ัง และกอนตัดสินใจเขาไดเรียกกลุมนักวิชาการทางศาสนา และมิใช นักวิชาการศาสนาเขารวมประชุมปรึกษาหารือ หน่ึงในนั้น คือ ซัรฮุบีล เขาเปนคนชาญฉลาดและ เปนนักวชิ าการคอ นขางสมบรู ณกวาคนอนื่ เขาไดต อบอซุ กฟุ วา ขอมูลของฉันเก่ียวกับศาสนามีนอย นิดเทาน้ัน ดวยเหตุน้ี ฉันไมมีสิทธท่ีจะเสนอความคิดดานศาสนา ถาทานปรึกษาหารือกันฉันใน ประเด็นอืน่ แนนอน ฉนั สามารถใหข อมลู และแกไขปญ หาใหทานได แตไมมีทางเลอื กอยางอื่น ฉนั จาํ เปน ตองกลาวถึงบางประเด็นอันเปนความจริง กลาวคอื เรา ไดยินกันเสมอจากนักการศาสนาของเรากลาววา วันหนึ่งจะมีลูกหลานผูสืบเช้ือสายมาจากอิซฮาก บุตรของอิซมาอีลไดรับการแตงต้ังใหเปนนบี ซ่ึงเปนไปไดวามุฮัมมัด คือ นบีท่ีไดรับการแตงตั้งมา เน่ืองจากเขาเปนลูกหลานของอซิ มาอลี ที่ประชุมปรึกษาหารือมีมติวา ใหสงกลุมในนามตัวแทนของนัจฺรอนไปมะดีนะฮฺ เพื่อสืบ หาความจรงิ และตรวจสอบเหตผุ ลการเปนนบีของมุฮมั มดั อยางใกลชดิ ดังนั้น กลุมนัจฺรอนไดเลือกนักวิชาการท่ีมีเกียรติและมีความรูมากที่สุดจากกลุมของตน จาํ นวน 60 คน ซึง่ 3 คน เปนหัวหนากลมุ ทมี่ าจากนักวิชาการดานศาสนาประกอบดว ย 1. อบฮู าริซะฮฺ บุตรของ อัลเกาะมะฮฺ เปนอุซกุฟ นักวิชาการใหญของฝายนัจฺรอนและเปน ตวั แทนครสิ เตยี นแหงโรมประจาํ ฮิญาซ 2. อบั ดุลมะซฮี ฺ เปนหัวหนากลมุ ตวั แทนทชี่ าญฉลาดดานตรรกะการบริหารและจดั การ
3. อัยฮมั เปนผอู าวุโสทมี่ เี กยี รติคนหน่งึ แหง นจั รฺ อน กลุม ตวั แทนนจั รฺ อน ไดเขามาในมัสญิดดวยชุดแตงกายท่ีอลังการ พวกเขาสวมชุดผาไหม น้ิวมือประดับประดาดวยแหวนทองคํา และหอยไมกางเขนไวที่คอ พวกเขากลาวสลามแกทาน ศาสดา (ศ.) เคร่ืองแตงกายของพวกเขาไดทําลายบรรยากาศดีๆ ในมัสญิดใหหมดไป ทานศาสดา (ศ.) รูสึกไมพอใจเครื่องแตงกายของพวกเขา ซึ่งพวกเขาก็รูสึกเชนนั้นแตไมรูสาเหตุวาเปนเพราะ อะไร ทันใดนั้นพวกเขาไดขอพบอุสมาน บิน อัฟฟาน และอับดุรเราะฮฺมาน บิน เอาฟุ ซ่ึงพวกเขา เคยรูจักกันมากอนหนาน้ัน พวกเขาเลาเรื่องท้ังหมดใหฟง แตท้ังสองคนบอกวาผูที่สามารถแกไข สถานการณไดมีเพียงอะลี บุตรของอบีฏอลิบเทานั้น เมื่อพวกเขาไดไ ปพบกับอะลี (อ.) ทานไดตอบ พวกเขาวา พวกทานตองเปล่ียนชดุ สวมใสเ สยี ใหม ใหใสชุดธรรมดาไมตองหรูหราเกินปกติ ไมตอง ประดับประดาน้ิวมือ ดวยแหวนทองเพียงเทาน้ี พวกทานก็จะไดพบกับทานศาสดา (ศ.) และไดรับ การใหเ กยี รตจิ ากทาน ตัวแทนของนัจฺรอนเปล่ียนเส้ือผาเปนชุดธรรมดาและไมประดับประดาน้ิวมือดวยแหวน ทอง เขาพบทานศาสดา (ศ.) พวกเขากลาวสลามและทานไดตอบรับสลามและตอนรับพวกเขาเปน พเิ ศษ บางคนนําเอาของกํานัลมาฝากทานไดรับของกํานัลเหลาน้ันดวยความเคารพ กอนท่ีจะทําการ พดู คยุ ไดเ วลาประกอบศาสนกจิ พอดี กลมุ ตวั แทนนัจฺรอนไดข ออนุญาตประกอบศาสนกิจ ทานให อนญุ าตแกพ วกเขาประกอบศาสนกิจในมสั ญิด พวกเขายนื นมาซโดยหันหนา ไปทางทิศตะวันออก การรวมสนทนาของตัวแทนจากนจั ฺรอน นักประวัติศาสตร นักเขียน และนักรายงานไดบันทึกบทสนทนาระหวางทานศาสดา (ศ.) กับตัวแทนของนัจฺรอนเอาไว แตเราขอกลาวเฉพาะคําสนทนาบางสวนที่บันทึกไวในหนังสือตา รคี ฮะละบยี ฺ ดงั นี้ ทา นศาสดา (ศ.) เราขอเชิญพวกทานเขารบั ศาสนาอสิ ลาม
ซง่ึ เคารพภักดีตอ พระเจา องคเ ดยี ว หลงั จากน้นั ทานอา นโองการแกพ วกเขา กลุมตัวแทนนัจฺรอน ถาหากจุดประสงคของอิสลาม คือ การศรัทธาตอพระเจาองคเดียว แหงโลกนี้ เราศรัทธามากอนพวกทา น และไดป ฏิบัติตามบทบญั ญตั ขิ องพระองค ทานศาสดา (ศ.) อิสลามน้ันมีสัญลักษณ ซึ่งการกระทําของพวกทานมิไดบงบอกวาเปน อิสลามมากอน ทานอางไดอยางไรวาเคารพภักดีตอพระเจาองคเดียว ขณะที่พวกทานทุกคนหอยไม กางเขนไวท ่ีคอ พวกทา นไมหลีกเล่ยี งการกินเนือ้ สกุ ร และเช่อื วา พระเจาทรงมีบุตร กลุมตัวแทนนัจฺรอน เราเชื่อวาเขาเปนพระเจา เนื่องจากเขาสามารถทําใหคนตายฟนคืน ชีพได เขาใหซะฟาอะฮฺแกคนปวย และนําดินมาเสกเปนนกไดและปลอยใหบินไป ซึ่งการกระทํา ท้ังหมดเหลา นีย้ นื ยันใหเ ห็นวา เขาคือพระเจา ทานศาสดา (ศ.) ไม อีซาไมใชพระเจา แตอีซาเปนบาวคนหนึ่ง ที่ถูกสรางขึ้นมาโดยอาศัย การต้งั ครรภของทา นหญงิ มัรยัม ซงึ่ อํานาจทีอ่ ีซาแสดงออกมาเปนอาํ นาจท่ีพระองคท รงประทานให ตัวแทนคนหนึ่ง กลาววา ใช เขา คือ บาวของพระเจา เนื่องจากมารดาของทานคือ ทาน หญิงมัรยัม นางไมเคยถูกผูชายสัมผัส ไมเคยแตงงานแตทานหญิงสามารถตั้งครรภและคลอดอีซา ออกมา ดังน้นั จําเปนตอ งกลาววา บดิ าของอีซา คือ พระเจาน่ันเอง ในเวลาน้นั มะลาอิกะฮไฺ ดน ําวะฮียฺมาใหทานศาสดา (ศ.) กลาววา จงบอกกับพวกเขาไปซิวา ลักษณะของอีซา นั้นเหมือนกับอาดัม พระเจาทรงสรางอาดัมข้ึนมาจากดินดวยอํานาจท่ีไมสิ้นสุด ของพระองคโดยปราศจากบิดามารดา ถาหากวาการไมมีบิดาบงบอกวาเขา คือ บุตรของพระเจา ดังนัน้ อาดัมยอ มมคี วามเหมาะสมมากกวา เนือ่ งจากอาดัมไมม ที ง้ั บิดาและมารดา กลุมตัวแทนนัจฺรอน คําพูดของทานนํามาเปนขอหักลางไมได หนทางท่ีดีท่ีสุด คือ เราจะ นดั เวลาทาํ การมบุ าฮลิ ะฮกฺ นั และทําการสาปแชง กลุมชนทีพ่ ดู ปด และวงิ วอนตอพระเจาใหพระองค ประทานความหายนะแกผพู ดู โกหก
เวลาน้ันวะฮียฺโองการมุบาฮะละฮฺไดถูกประทานลงมาทันที และใหทานศาสดา (ศ.) รับ หนาท่ีทําการมุบาฮะละฮฺกับกลุมชนท่ีวิภาษ กับทาน และไมยอมรับฟงความจริงโดยใหท้ังสองฝาย ออกมาวงิ วอนตอพระเจา กลุมใดพดู ไมจริงขอใหหา งไกลจากความเมตตาของพระองค ความวา ดงั นนั้ เมือ่ ความ (รเู รอื่ งอซี า) ไดมายังเจาแลว ยังมีผูโตเถียงเจาในเรื่องน้ัน จงกลาว กบั พวกเขาวา พวกเจา จงมาเถิด เราจะเรยี กลูกๆ ของเราและลูกของพวกทาน และเรียกผูหญิงของเรา และผูหญิงของทาน และตัวตนของพวกเราและตัวตนของทาน เวลานั้น เราจะวิงยอนกัน (สบถ) และขอใหก ารสาปแชงอัลลอฮฺ พึงประสบ แกพวกมุสา ท้ังสองฝายเตรียมพรอมสําหรับการทํามุบาฮะละฮฺ และตกลงกันวา ในวันรุงข้ึนใหท้ังหมด ออกมาตามนดั เพอื่ จะไดท าํ มบุ าฮะละฮฺ ทานศาสดา (ศ.) ออกไปมบุ าฮะละอฺ จุดประสงคของ มุบาฮิละฮฺ (สบถ) มิใชการเชิญชวนผูคนมา และสาปแชงใสกัน หลังจาก นัน้ ก็แยกกันไป เน่ืองจากการกระทําเชน น้ี มิไดสรางสรรคส่ิงใดใหดขี ึ้นมา ทวาจุดประสงคตองการ ใหการสบถเกดิ ผล และใหพ ระเจาสาปแชงฝายที่มุสา อีกนัยหน่ึง แมวาผลของการมุบาฮะละฮฺจะไม ปรากฏชัดเจนก็ตาม แตการกระทําเชนนี้เปนหนทางสุดทาย ภายหลังจากเหตุผลและการพิสูจนใน เชิงวิชาการไมเปนผล อันเปนเหตุผลท่ีบงบอกวาจุดประสงค คือ ผลสะทอนภายนอกของการ สาปแชง ซงึ่ ไมใชการสาปแชง ธรรมดา การมุบาฮะละฮฺ ของทานศาสดา (ศ.) กับกลุมตัวแทน ของนัจฺรอน นับเปนเหตุการณที่ นาสนใจเน่ืองจากไดสรางความฉงนสงสัย ตอประวัติศาสตรอิสลามอยางย่ิง แมวานักอรรถาธิบาย อัล-กุรอาน หรือนักประวัติศาสตรบางทานจะไมใหความสําคัญตอประวัติศาสตรสวนนี้มาก เทาที่ควรก็ตาม แตก็ยังมีนักอรรถาธิบายอัล-กุรอาน เชน ซะมัคชะรียฺ กลาวไวในหนังสือ อรรถาธบิ ายอัล-กรุ อาน อัลกิชาบ เลม 1 หนา 282,283 , อิมามรอซียฺ กลาวไวในหนังสืออรรถาธิบาย อัล-กุรอาน อัล-กะบีรของตน เลม 2 หนา 471,472 และอิบนุกะซีร กลาวไวในหนังสืออัลกามลิ เลม 2 หนา 112 ทัง้ หมดท่ีกลา วนามมาลว นบนั ทึก
เหตุการณมุบาฮะละฮฺไวในหนังสือของตนท้ังส้ิน ซ่ึงในสวนน้ีขอนําเสนอขอมูลของ ซะมัคชะรียฺ ดงั กลาววา เม่ือถึงกําหนดเวลาของการมุบาฮะละฮฺ กลุมตัวแทนจากนัจฺรอนไดออกมาคอยกอนหนา นั้นแลว พวกเขาตองการทํามุบาฮะละฮฺกลางทะเลทรายนอกเมืองมะดีนะฮฺ ทา นศาสดา (ศ.) คัดเลือก บคุ คลทจี่ ะเขา รว มมบุ าฮะละอฺจากหมูมุสลิมและครอบครัวของทานเพียง 4 คนเทานั้น ไดแกทานอะ ลี บุตรของอะบีฏอลิบ (อ.) ทานหญิงฟาฏิมะฮฺ (อ.) บุตรีของทานศาสดา (ศ.) และฮะซันและฮุซัยนฺ บตุ รของอะลีกบั ฟาฏมิ ะฮฺ สาเหตุท่ีทา นศาสดา (ศ.) เลือกเฉพาะสี่คนนั้น เน่ืองจากวาในหมูม ุสลิมไม มบี คุ คลใดมีความสะอาดบริสทุ ธิม์ ากกวา บุคคลท้งั สท่ี านนนั่ เอง ทานศาสดา (ศ.) ไดเดินออกไปยังสถานท่ีๆ กําหนดใหมีการมุบาฮะละฮฺ ดวยลักษณะ ทาทางอนั เฉพาะเจาะจง ขณะท่ีทานอุมฮุซัยนฺ และจูงมือฮะซัน ทานหญิงฟาฏมิ ะฮฺเดินตามหลัง และ ทานอะลี บุตรของอบีฏอลิบเดินหลังสุดเปนคนสุดทาย ท้ังหมดกําลังจะเดินเขาสูสนามมุบาฮะละฮฺ ทานไดหันมาส่งั ผทู ่รี ว มขบวนไปมุบาฮะละอฺวา เมือ่ ฉนั ยกมอื ดุอาอฺพวกเธอจงตอบวาอามนี เวลาน้ัน อุซกุฟ ผูรูของพวกเขากลาววา พวกเจาจงสังเกตดูวามุฮัมมัดจะนําผูใดออกมาทํา การมุบาฮะละฮฺ ถาเขาพาสาวกหรือเหลาทหารออกมา พวกเจาจงมุบาฮะละฮฺกับเขา เนือ่ งจากคําอาง ของเขาไมมีน้ําหนัก เขาตองการแสดงอํานาจภายนอกใหเราไดเห็น กรณีน้ีคําพูดของเขาไมเปน ความจริง แตถาเขาพาลูกหลานและครอบครัวซ่ึงถือวาเปนน้ําเนื้อเช้ือไขของเขาออกมา พวกเจาจง อยาทํามุบาฮะละฮฺกับเขาและจงยกเลิกพิธีการเสีย เพราะเทากับเขาพูดจริงและมีศรัทธามั่นคง ถึง ขนาดทวี่ า ตนพงั สลายคนไมพ อ แตยังพรอมและยอมเสยี สิ่งทตี่ นรกั ยิ่งในหนทางดงั กลาว ขณะสนทนาอยูทันใดนั้นกลุมตัวแทนของนัจฺรอน ก็ไดเห็นใบหนาอันเรืองรองที่เปลง ประกายรัศมีของศาสดา (ศ.) ออกมาพรอมกับอีก 4 คน คือ อะลี ฮะซัน ฮุซัยนฺ และฟาฏิมะฮฺ เม่ือ พวกเขาเห็นวาทานศาสดา (ศ.) พาคนออกมาเพียงไมกี่คน จึงมีการถามข้ึนวาคนเหลานั้นเปนใคร กลาววา
ชายท่ีเดินเคียงขางเขา ช่ือวาอะลีเปนบุตรชายของลุงและเปนบุตรเขยของทาน ส่ิงถูกสรางของพระ เจาส่ิงเดียวท่ีทานรักมากที่สุด สวนเด็กสองคนนั้นเปนหลานชาย บุตรชายของอะลีกับฟาฏิมะฮฺ บุตรสาวของทานสวนหญิงสาวที่รวมเดินมาดวย คือ ฟาฏิมะฮบฺ ุตรสาวของทาน ซึ่งเปนที่รักย่ิงและ ที่ระลึกของทานท้ังหมดเปนเลือดเน้ือของทาน มีความสะอาดบริสุทธ์ิปราศจากบาป กลุมตัวแทน ตางแสดงความประหลาดใจวา มุฮัมมัด มีความเช่ือม่ันตอส่ิงท่ีเขา พูดขนาดนั้นเชียวหรือ ถึงขนาด ยอมเสยี สละเลอื ดเนอื้ ใหตกอยกู ับการทดสอบอยา งรนุ แรง สานศุ ษิ ยกลาวกบั อุซกุฟวา พวกเราจะออกไปมบุ าฮะละฮหฺ รือไม กลาววา ไม ฉันเห็นบุคคลท่ีออกมามุบาฮะละฮฺแลว เขามาดวยความกลาหาญโดยไมเกรง กลัวผูใด ฉันเกรงวาถาเขาพูดจริง หรือยกมือดุอาอเฺ มื่อใดภูเขายังตองเคล่ือนท่ีหรือถกู ถอดถอน และ แนนอนพวกเราจะถูกพระเจาสาปแชงที่สําคัญจะไมมีชาวคริสตคนใดหลงเหลือบนโลกน้ีอีก ดังนั้น พวกเราจะไมมุบาฮะละฮกฺ บั ชนกลมุ ผูม ีความประเสรฐิ เหลา น้ี การเปลย่ี นใจไมมบุ าฮิละฮขฺ องกลุมตัวแทนนัจฺรอน กลุมตัวแทนนัจฺรอน เมื่อเห็นสภาพดังกลาวแลวเกิดความหวาดกลัวและตองการยกเลิก การมบุ าฮะละฮฺ อุซกฟุ กลาวกบั ทานศาสดา (ศ.) วา โออบุลกอซมิ พวกเราขอยกเลิกการมุบาฮะละอฺ กับทาน พวกเราจะปรับความเขาใจและขอยุติความขัดแยง ทานจงยุติขอขัดแยงกับเรา ทานศาสดา (ศ.) ตดั สินใจยตุ ิขอขดั แยง พวกเขาเสนอวา เราจะสงภาษรี ายปแกรัฐอิสลามเปนผาอยา งดี 2000 มวน ตกราคามวนละ 40 ดริ ฮัม เสือ้ เกราะ 30 ตวั หอก 30 เลม และบังเหยี นมา 30 อัน รายงานกลาววา อุซกุฟ กลาวกับบรรดาชาวคริสตวา ฉันมีความรูสึกวา ถาพวกเขาขอตอ พระเจาใหถอดถอนภูเขา แนนอนมันจะถูกถอดถอนอยางงายดาย จงอยาสบถกับพวกเขาอยาง เด็ดขาด มฉิ ะนัน้ พวกเจาจงพบกบั ความพินาศตลอดไป และจะไมม ีชาวคริสตคนใดหลงเหลอื อกี ทา นศาสดา (ศ.) กลาววา พระเจาทรงเตรียมการลงโทษ แกก ลุมตวั
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257