วสั ลาม (ช) อลั -มรุ อญิอะฮฺ 49 11 อัล-มฮุ ัรร็อม 1330 1. การยอมรับในเกยี รติยศตาง ๆ ของทานอาลี 2. เกียรติยศตาง ๆ เหลานั้นมิไดเปนเง่ือนไขที่พิเศษสําหรับการเปนคอลีฟะฮฺของทาน 1. ทา นอมิ าม อาบู อบั ดุลลอฮฺ อะหฺมัด บิน ฮันบัล ไดกลาววา “เกียรติยศท่ีมีในบรรดาสาวก ท้งั หลายของทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺนั้น ไมมีใครแมแตคนเดียวท่ีเทาเทียมกับเกียรติของทานอาลี บิน อาบีฏอลิบ”(249) ทานอิบนุอับบาสไดกลาววา “ไมมีบุคคลใดท่ีไดรับการเอยถึงจากคัมภีรของอัลลอฮฺที่ถูก ประทานมา ใหเหมือนกับสิ่งท่ีถูกประทานมาในเรื่องของอาลี”(250) อีกครั้งหน่ึงทานกลาววา “โองการจากคัมภีรของอัลลอฮฺผูทรงสูงสุด ที่ถูกประทานมาในเร่ืองของอาลีนั้น มีถึงสามรอยครั้ง” (251) และคร้ังที่สามทานกลาววา “ไมมีโองการใดท่ีวา เมื่ออัลลอฮฺไดประทานมาวา “โอบรรดาผู ศรทั ธาเอย ....” นอกจากวาโองการนั้นจะตองเก่ียวของกับทานอาลีผูเปนผูนําและความหมายตามนัย แหงโองการน้ัน ๆ แนนอนยิ่งอัลลอฮฺไดทรงตําหนิบรรดาสาวกของศาสดามุฮัมมัด (อัลลอฮฺทรง ประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) ในสาเหตุตาง ๆ จากคัมภีรของพระองคอ นั ทรงเกียรติ แตจ ะไมทรงกลาวถึงอาลี นอกจากดว ยความดงี าม”(252) (249) ทานฮากิมไดบันทึกฮาดีษบทน้ีไวในหนา 107 จากหนังสือศอฮ้ีฮฺ มุสตัดร็อก แตทาน ซะฮะบยี กลับละเวน มิไดบ ันทึกไวในหนงั สือ “ตลั คัศ” (250) ทานอิบนุ อะซากิร และบรรดานักปราชญฝายซุนนะฮฺอีกจํานวนไมนอยที่ไดทําการ บันทกึ ฮาดษี นี้ (251) เปนฮาดษี ท่ีทานอบิ นุ อะซากริ ไดบ นั ทกึ ไวด วยเชน เดยี วกัน ทานอบั ดุลลอฮฺ บิน อิยาจญ บิน รอบีอะฮฺ ไดกลาววา “คุณสมบัติที่มีอยูกับทานอาลี เปนส่ิง ท่ีฉันมีความประสงคอยางย่ิง นั่นคือความลึกซึ่งในวิชาการ ทานเปนบุคคลแรกเร่ิมในอิสลามเปน
ลูกพี่ลูกนองของทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแด ทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) เปนผูมีความเขาใจในซุนนะฮฺอยางยอดเยี่ยม เปนผูมีความ กลา หาญอยา งย่ิงในสมรภมู ิ และเปนคนมใี จเออ้ื เฟอเผอื่ แผในทรัพยส ิน”(253) ทา นอิมาม อะหมฺ ัด บนิ ฮันบลั ไดถกู ถามถงึ เร่ืองของทานอาลีและมุอาวียะฮฺ ทานไดกลาววา “ทานอาลีนั้น เปนผูที่มีศัตรูเปนจํานวนมาก ดังนั้นศัตรูของทานจึงพยายามที่จะต้ังขอกลาวหากับ ทานสักขอหนึ่ง แตแลวพวกเขาก็ไมอาจจะพบเห็นได ดังน้ันพวกเขาก็จึงไดยอนกลับไปหาบุคคลท่ี ไดตอ สแู ละทําสงครามกับทาน โดยไดลงมอื จูโจมลม ลางแผนการของเขาเสยี ”(254) (252) เปนฮาดีษที่ทานฏ็อบรอนีย ทานอิบนุ อาบู ฮาติม และบรรดานักปราชญฝายซุนนะฮฺ จํานวนไมนอยไดทําการบันทึกฮาดีษนี้ ทานอิบนุ ฮะญัรก็ไดอางไวทั้งสามฮาดีษในสวนที่ สาม บาบที่ 9 หนา 76 หนงั สือ “เศาะวาอิก” (253) นักวิชาการและนักปราชญฝายซุนนะฮฺ ไดอางฮาดีษนี้มาจากทานอิบนุ อิยาช ทาน สามารถพิจารณาไดตามหนาและบาบท่ีมีปรากฏอยูตามหมายเหตุท่ีไดอางไปแลวจาก หนงั สอื “เศาะวาอิก” (254) เปนเร่ืองท่ีรายงานโดยซะละฟย ในหนังสือ “อัฏ-ฎยูรียาต” ทานอิบนุ ฮะญัรก็ไดอาง ฮาดีษบทนี้ไวต ามหนา และหมวดดงั ท่ีไดก ลา วไปแลว ของหนงั สือ “เศาะวาอกิ ” ทานกอดีย อิสมาอีล ทานนะสาอีย ทานอาบู อาลี นัยซาบูรีย และบุคคลอ่ืน ๆ ไดกลาววา “สัจธรรมขอหนึ่งน้ันมีอยูวา ในเร่ืองสิทธิพิเศษของบรรดาสาวกตาง ๆ น้ันไมมีสายสืบฮาดีษใดท่ี ยืนยันกันมาอยางดีเยี่ยมใหเหมือนกับสายสบื ทอ่ี า งถึงในเร่ืองของทา นอาลี”(255) 2. สิ่งตาง ๆ เหลานี้เปนส่ิงท่ีจะไมขอกลาวคําโตแยงใด ๆ แตจะขอถามวา “เมื่อไหรท่ี ทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺไดมีการแตงตั้งตําแหนงคอลีฟะฮฺ ใหแกทาน (อาลี) ?” เพราะวาบรรดาฮา ดีษตาง ๆ ตามท่ีทานไดอางมาแลวนั้นยังมิใชหลักฐานที่ชัดเจนพอท่ีจะแสดงถึงในเรื่องนี้ เพราะวา บรรดาฮาดีษตาง ๆ เหลานี้ไดเ ปน คําท่พี าดพิงถงึ คณุ งามความดแี ละความประเสรฐิ ของทานซงึ่ ก็มิได ถูกจํากัด และไมสามารถที่จะพรรณนาใหหมดสิ้นได และเรามีความเชื่อวา อัลลอฮฺทรงเถิดเกียรติ ใหแกทานโดยเกียรติอันสูงสง แตเหนือสิ่งอื่นใดทานไดยึดถือ โดยมีความเชื่อมั่นที่มากเกินไปกวา ถอยคําฮาดีษที่ทานไดกลาวถึง และไมมีองคประกอบใด ๆ ที่จะพอหยิบยกมาเปนขออางหรือ หลักฐานในการแตง ตัง้ ใหเปน คอลีฟะฮฺ เชน เดยี วกนั นีท้ านเองก็ทราบดีอยแู ลว
วสั ลาม (ซ) (255) เปนฮาดีษท่ไี ดถูกอางอิงกันมาจากพวกเขาเหลา นั้น ทานอิบนุ ฮะญรั ไดอ างไวในตอน แรกของุซอฺท่ี 2 บาบท่ี 9 หนา 72 หนังสือ “เศาะวาอกิ ” อลั -มรุ อญอิ ะฮฺ 50 13 อลั -มุฮรั ร็อม 1330 • บรรดาหลักฐานตาง ๆ ที่กลาวถึงคุณสมบัติพิเศษของทานอาลี นั่นแหละท่ีบงบอกถึงคุณสมบัติ แหงการเปนอมิ ามะฮฺของทาน ผูที่สามารถมีคุณสมบัติเชนทานนี้ แนนอนเขาคือ คนท่ีมีทัศนะท่ีสดใส หางไกลจากความ มัวหมอง และเปนผูร อบรูในการตัง้ ขอสังเกตและมจี ุดหมาย เปน ผูทมี่ องเห็นถอยแถลงและเปนผูท่ีมี ความรอบรูตอวิทยปญญาอันสูงสง และรอบรูถึงคุณสมบัติแหงความเปนนบีที่สมบูรณของทานศา สนทูตแหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดา ลูกหลานของทาน) โดยเปนผูมีความสามารถท่ีจะประมวลเอาคุณสมบัติของทานศาสดาเขามา ประสานกันกับพฤติกรรมและการใชถอยคําของตน และเปนผูท่ีเชื่อม่ันวาทานศาสนทูตน้ันยอมจะ ไมพ ูดสิง่ ใดออกมาจากอารมณ ขอทานอยาไดมองขามใจความของบรรดาฮาดีษตาง ๆ ดังกลาวแลว นน้ั และทานอยาไดอําพรางความรูและความเขาใจอันแทจริงที่มีตอบรรดาฮาดีษเหลานั้น และฮาดีษ ตาง ๆ เหลาน้ันก็มิไดซอนเรนสิ่งใดแกทานเลย และทานเองก็เปนผูที่ทรงคุณวุฒิท่ีสําคัญคนหน่ึง ของภาษาอาหรบั และเช่ียวชาญตอบรรดาฮาดษี ตา ง ๆ เหลานน้ั ทานสามารถทจี่ ะไดประจักษว า บรรดาฮาดษี ตาง ๆ เหลาน้ันตางไดร ะบดุ วยการใหค วามยก ยองตอทานอาลีดวยตําแหนงอันสูงสงอันเปนตําแหนงท่ีอัลลอฮฺ ผูทรงสูงสุด และบรรดาศาสนทูต ของพระองค ไมเคยไดอนุญาตมอบหมายใหแกผูใด นอกจากแกผูรับชวงการปกครองของพวกเขา และเปนหลักประกันของพวกเขาเกี่ยวกับการดําเนินกิจการทางศาสนาและครอบครัว ฉะน้ันถาหา กวาบรรดาฮาดีษตา ง ๆ เหลานม้ี ิไดแสดงยืนยนั ในเร่ืองของตาํ แหนง คอลีฟะฮฺแลว มันกย็ อ มจะตอ งมี หลักฐานในเร่ืองนน้ั ใหแ นช ดั อันเปนหลักฐานท่แี สดงเกีย่ วกับเรือ่ งนัน้ ท่มี นั่ คงแข็งแรง
ดวยเหตุนี้เหตุผลที่ถูกตองอยางแทจริงในเรื่องของการดํารงตําแหนงคอลีฟะฮฺนั้นก็ขึ้นอยู กับการพิจารณาความหมายของฮาดีษเปนการเฉพาะดวย ทานประมุขแหงบรรดานบี (ศาสดามุฮัม มัด) ไมละเวนตอการที่จะมอบหมายตําแหนงอันสูงสงเหลานั้นใหแกทายาทผูสืบตอภายหลังจาก ทานผูเปนผูปกครองท่ีทานไดกําหนดไวในสมัยของทาน โดยเหตุที่ไดมีหลักฐานตาง ๆ จากบรรดา ฮาดษี ทง้ั หลายทีก่ ลาวถึงคุณลักษณะอันพิเศษของทานอาลี เม่ือไดมีการพิจารณาดวยสายตาท่ีละเอียดถี่ถวนแลวก็สามารถท่ีจะพบความหมายตามนัย ของบรรดาฮาดีษเหลาน้ีได ไมมากก็นอย ซึ่งเปนหลักฐานที่บงช้ีไปถึงเร่ืองฐานะแหงการเปนอิมา มะฮขฺ องทานดวยหลักฐานตามขนั้ ตอน เชน รายละเอียดตาง ๆ ดังที่ไดกลาวไปแลวนั้นลวนไดแสดง เหตุผลถึงเรื่องราวอันน้ัน และหลักฐานฮาดีษอันเกี่ยวกับเร่ืองราวแหงอัล-ฆอดีร และสําหรับ หลักฐานท่ีชัดเจนตาง ๆ ก็ยังมีรายงานฮาดีษจํานวนมากและอยางนอยเราก็ยังไดอธิบายผานไปแลว ใน อัล-มุรอญิอะฮฺที่ 48 เชน คาํ กลาวของทานศาสนทูตแหง อัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุข แดทา นและแดบ รรดาลกู หลานของทา น) ไดก ลาววา “อาลนี น้ั อยูกับอัล-กุรอาน และอัล-กุรอานก็อยู กบั อาลี ท้งั สองจะไมจําพรากออกจากกัน จนกระทั่งจะยอนกลับไปยังฉัน ณ สวนสวรรค อัล-เฮาฎ” (256) และทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทาน และแดบรรดาลูกหลานของทาน) ไดกลาวอีกวา “อาลีนั้นมาจากฉัน โดยอยูในตําแหนง เชน ศีรษะ ของฉนั กับรา งกายของฉัน” (257) และทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทาน และแดบ รรดาลูกหลานของทาน) ไดก ลาวอีกวา “ขอสาบานตอพระผูซึ่งชีวิตของฉันอยูในพระหัตถ ของพระองค แนนอนย่ิงพวกเจาจะตองดํารงการนมาซใหมั่นคงที่สุด และพวกเจาจะตองบริจาคซะ กาตใหเครงครัดที่สุด แนนอนที่สุด ฉันจะแตงตั้งใหแกพวกเจาทั้งหลาย ซ่ึงบุคคลคนหนึ่งท่ีมาจาก ฉัน เสมือนหนึ่งตัวของฉันเอง” และในตอนทายของฮาดีษน้ี ระบุวาทานไดจับมือของทานอาลีแลว กลาววา “น่คี ือคน ๆ น้ัน” (258) (256) ทานฮากิมไดบันทึกฮาดีษนี้ไวในหนา 124 จาก ุซอฺท่ี 3 หนังสือมุสตัดร็อกทานซะ ฮะบียไดกลาวถึงไวเชนกันในหนังสือ “ตัลคีศ” บุคคลท้ังสองไดอธิบายวาเปนศอฮ้ีฮฺ และ เปนฮาดีษหน่ึงจากหลาย ๆ ฮาดีษที่ไดถูกมองขามในเรื่องที่เกี่ยวกับหัวขอที่วา ทานอาลีอยู
กับอัล-กุรอาน และอัล-กุรอานอยูกับทานอาลีพรอมกับฮาดีษ อัษ-ษะเกาะลัยน (ส่ิงที่มี น้ําหนักย่ิงสองประการ) น่ันคือพระคัมภีร อัล-กุรอาน และเช้ือสายของศาสดา ขอใหทาน ไดพิจารณาฮาดีษน้ีตามที่เราไดอธิบายไปแลวใน อัล-มุรอญิอะฮฺท่ี 8 โดยไดจํากัดความถึง สิทธิของอิมามแกบรรดาเช้ือสายและประมุขของเช้ือสาย โดยท่ีไมมีการคัดคานและขอ ขัดแยงใด ๆ (257) ทานคอฎีบไดบันทึกฮาดีษน้ีจากรายงานของทานบัรรออฺ ทานดัยละมียไดบันทึก จากอบิ นุอับบาส ทา นอิบนุ ฮะญัร ไดอางไวในหนา 75 หนังสือเศาะวาอิกโปรดพิจารณาฮา ดีษที่ 35 จาก 40 ฮาดษี ซ่งึ ทา นไดบนั ทกึ ไวในุซอฺ 2 บาบท่ี 9 หนังสือ “เศาะวาอิก” (258) เปนฮาดีษท่ี 6133 หนา 405 จาก ุซอฺที่ 6 หนังสือ “กันซุลอุมาล” ทานก็ทราบดีอยู แลวถึงหลักฐานที่วา ทานอาลี นั้นเปรียบเสมือนเรือนรางเดียวกันกับทานศาสนทูต แหงอัลลอฮฺ ตามท่ีมีปรากฏอยูในโองการอัล-มุบาฮิละฮฺ ตามที่ทานรอซียไดอธิบาย ความหมายของโองการนั้นในตฟั สีร อัล-กะบรี ฉบับ มะฟาฏีย ฮุล-ฆัยบ หนา 488 ุซอฺท่ี 2 และทานอยา งไดม องขา มตามท่ีเราไดกลาวไปแลว ในโองการนไี้ วเปน การเฉพาะ. ยังมีรายละเอียดจากฮาดีษตาง ๆ ในทํานองน้ีอีกมาก และน่ีคือขอมูลอันถือเปนสาระสําคัญ ในอันที่จะแสดงใหเห็นถึงหลักฐานของการดํารงตําแหนงคอลีฟะฮฺ โดยอาศัยขอพิสูจนทุกประการ ที่ถูกตอง อันเปนการคล่ีคลายใหพนจากความมืดมน เปนการขยายใจความในการอธิบายไดดวย ตนเองเพื่อตนเอง แลวจะไดรับความเขาใจทุกสิ่งทุกอยางจากหลักฐานฮาดีษที่ระบุอยางชัดเจนถึง เร่ืองนี้ ดว ยการใชดุลยพินิจทย่ี นื หยัดอยบู นฐานแหง ความเทย่ี งธรรม วัสลาม (ช)
อัล-มุรอญิอะฮฺ 51 14 อลั -มุฮัรร็อม 1330 • การโตตอบ โดยอา งเหตุผลจากหลักฐานฮาดีษ ซึ่งกลาวยกยอ งคุณสมบัตขิ องบคุ คลอื่น ๆ บางครั้งคาํ ตอบท่ีทานไดตอบไปแลว นน้ั ฝา ยผูมีความคิดเห็นแตกตางกับทานไดทําการอาง ฮาดีษท่ีกลาวถึงเกียรติคุณของบรรดาคอลีฟะฮฺ ผูทรงคุณธรรม ทั้งสามดวยทํานองเดียวกันก็มีฮาดีษ ที่ยกยองเกียรติคุณของบรรดาบรรพชนแหงชาวมุฮาญิรนี และชาวอันศอร ซึ่งฮาดีษตา ง ๆ เหลาน้ีก็มี เปน จํานวนมาก ฉะนั้นทา นจะตอบอยางไร? วสั ลาม (ซ) อลั -มุรอญิอะฮฺ 52 15 อัล-มุฮรั รอ็ ม 1330 • ขอปฏิเสธทจี่ ะตอบโตกับหลกั ฐานที่มีเหตุผล เรามีความเช่ือม่ันอยางแนวแนในเกียรติยศอันสูงสงของประชาชนรุนแรกแหงชาวมุฮาญิ รีน (ผูอพยพจากมักกะฮฺ) และชาวอันศอร (ผูใหความชวยเหลือ) แหงมะดีนะฮฺ (วามีความประเสริฐ เสมอเหมือนกัน) อัลลอฮทฺ รงมคี วามปตชิ นื่ ชมตอ พวกเขาเหลานั้นและพวกเขาเหลาน้ันก็มีความปติช่ืนชมตอ พระองค เกยี รตยิ ศและคณุ สมบัติอันประเสริฐของพวกเขามีมากมายเหลือคณานับ และไมอาจจํากัด ขอบเขตได เปนท่ีเพียงพอแลว สําหรับพวกเขาเทาที่ไดรับการยกยองจากโองการตาง ๆ แหงอัล-กุ รอานและหลักฐานฮาดษี ตา ง ๆ ที่ศอฮี้ฮฺ โดยแนนอนย่ิง เราไดทําการหยิบยกเรื่องราวเหลาน้ันมาทําการศึกษาเทาท่ีเรามี ความสามารถท่ีจะทําการคนควาได ดังเชนที่อัลลอฮฺผูทรงสูงสุดไดทรงรับรูแลว แตการตอบโตตอ
หลักฐานและเหตุผลในฮาดีษท่ีเก่ียวของกับทานอาลีน้ัน ไมเปนผลดีแตประการใดสําหรับผูทําการ ตอบโตขดั แยงตอคณุ สมบตั ิตาง ๆ เทาทีท่ านมา ใช! ผูมีทัศนะท่ีตรงกันขามกับพวกเราไดจําแนกไวซ่ึงหลักฐานฮาดีษตาง ๆ ท่ีเก่ียวถึงใน เร่ืองความประเสริฐ (ฟะฎออิล) โดยมิไดยอมรับจากหลักฐานทางดานของเรา ดังนั้นขอโตแยงตอ พวกเขาเหลาน้ันท่ีไดมีตอเร่ืองราวของทานอาลีจึงเปนเงื่อนไขท่ีทานไมอาจจะทําการพิจารณาได ในขณะเดียวกันก็ไมเกินความสามารถท่ีเราจะไดแสดงเหตุผลและหลักฐานเก่ียวกับเรื่องนั้น โดย หลักฐานหนึ่งไปสูอกี หลกั ฐานหนงึ่ เทา ท่มี อี ยู เพื่อเปนขอมูลสาํ หรับการวิเคราะห แตทวาทานเองก็ทราบดีอยูแลววาเรามิไดทําการตอบโตกับผูท่ีมีทัศนะตรงกันขามกับเรา ดวยการหยิบยกหลักฐานของฝายเราเพียงดานเดียว และเราไมเคยไดอางหลักฐานใด ๆ เวนแตวา หลกั ฐานน้นั ๆ จะตอ งมที ่ีมาจากสายสืบฮาดีษของพวกเขา เชน ฮาดีษท่ีวาดวย อัล-ฆอดีร และฮาดีษ อ่ืน ๆ โดยเหตุท่ีเราไดถือปฏิบัติกันอยูดวยหลักการท่ียอมรับบรรดาฮาดีษตาง ๆ ที่กลาวถึงเกียรติยศ อนั สูงสง ฉะน้ันเราจึงไมมีขอโตแยงใด ๆ ในเร่ืองน้ัน และหลักฐานดังกลาวเหลานั้นก็มิไดเปน หลักฐานที่กลาวถึงตําแหนงคอลีฟะฮฺและดวยเหตุน้ีเชนกันถึงถือวาในตําแหนงการเปนคอลีฟะฮฺ ของบุคคลทั้งสามทานน้ัน กม็ ิไดส บื เนื่องมาจากหลกั ฐานเหลานน้ั แมแ ตขอ ใดดว ย วสั ลาม (ช) อัล-มุรอญอิ ะฮฺ 53 16 อลั -มฮุ รั รอ็ ม 1330 • คาํ รองขอหลกั ฐานฮาดษี ทีว่ าดว ย อัล-ฆอดรี ทานไดมีการกลาวยํ้าถึงเรื่อง ฮาดีษ ที่วาดวย อัล-ฆอดีร มาหลายคร้ังแลวขอไดโปรดหยิบ ยกฮาดีษน้นั ท่ีมสี ายสืบซ่งึ รับรองโดยนักปราชญฝ ายซุนนะฮฺ มาดเู ถดิ แลว เราจะไดท าํ การพิจารณา วสั ลาม (ซ)
อลั -มรุ อญิอะฮฺ 54 18 อัล-มุฮรั รอ็ ม 1330 • ฮาดีษท่ีเก่ียวกับอัล-ฆอดีร เปนฮาดีษท่ีมีรายงานปะติดปะตอดวยสายสืบตาง ๆ มีทั้งที่ ตอเนือ่ งกนั และไมตอ เนื่องกนั ทานฏ็อบรอนียและบุคคลอื่น ๆ ไดบันทึกโดยอาศัยสายสืบท่ีไดถูกยอมรับเปนเอกฉันท แลววา ศอฮฮี้ (ฺ 259) จากทานซัยด บิน อรั กอ็ มไดกลาววา “ทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทาน และแดบรรดาลกู หลานของทา น) ไดก ลาวเทศนา (คุฏบะฮฺ) ที่ตาํ บลฆอดีร-คุม ใตต นไมแ หงหน่ึง ทานกลาววา “โอประชาชนของฉันเอย ในไมชาที่ฉันจะตองอําลาจากไปและฉันไดรับ คาํ สงั่ ใหป ระกาศ ซึ่งฉันก็ตอบรับ(260) เพราะแทจริงฉันเปนผูถูกซักถาม(261) และแทจริงพวกเจาก็เปน ผถู กู สอบสวน(262) ดงั น้ันพวกเจาจะกลา วกนั อยา งไรบาง?” (259) นักปราชญจํานวนไมนอยท่ีไดอธิบายวาเรื่องน้ีมีหลักฐานศอฮ้ีฮฺ แมกระท่ังทานอิบนุ ฮะญัร ก็ไดยอมรับในเรื่องน้ีโดยท่ีทานไดอางอิงถึงทานฏ็อบรอนีย และบุคคลอื่น ๆ ดังท่ีมี ปรากฏอยใู นุซอฺท่ี 5 บาบที่ 1 หนงั สือ “เศาะวาอิก” หนา 25 (260) เปนการแสดงใหเ หน็ วา ตวั ของทานผบู รสิ ทุ ธิ์นน้ั จาํ เปน ทจ่ี ะตองประกาศสง่ิ สําคญั สงิ่ หนึ่งในสมัยของทาน ดวยการประกาศผูดํารงตําแหนงเปนคอลีฟะฮฺภายหลังจากทาน และ เปนการชี้ใหเห็นวาทานไมอาจที่จะปลอยเรื่องนี้ใหชักชาไดอีกตอไป โดยเปนผูมีความยํา เกรงตอคําส่ัง ฉะน้ันทานจึงตอบรับเปนการแสดงใหเห็นถึงกฎขอน้ีวามีความสําคัญซึ่ง แนนอนท่ีสุด เร่ืองน้ีตองเปนหลักการโดยถือวาประชาชาติของทานยังไมไดบรรลุถึงความ สมบรู ณ ถาขาดส่ิงนั้น (261) เนื่องจากพันธะอันสําคัญท่ีทานมีตอพี่นองของทาน (ทานอาลี) นั้นสําคัญอยางย่ิง ซึ่ง มผี ล
พวกเขาเหลานั้นกลาววา “เราขอปฏิญาณวา แทจริงทานไดทําหนาท่ีเผยแผ ทานไดทํา หนา ท่ตี อ สเู สียสละ และทานไดทําหนา ทอี่ บรมส่งั สอนไปแลว ดังนัน้ ขอใหอ ลั ลอฮไฺ ดทรงตอบแทน ความดีงามใหแ กท าน” ทานจึงกลาววา “พวกเจามีความเช่ือมั่นกันแลวมิใชหรือ วาไมมีพระเจาอื่นใดนอกจาก อัลลอฮฺ วา แทจริงมุฮัมมัดเปนบาวศาสนทูตของพระองค วาแทจริงสวรรคของพระองคนั้นเปนเรื่อง สัตยจริง วาแทจริงนรกของพระองคนั้นเปนเร่ืองสัตยจริง วาความตายนั้นเปนเรื่องสัตยจริง วา แทจริงการบังเกิดขึ้นใหมหลังจากตายน้ันเปนเร่ืองสัตยจริง วาแทจริงยามอวสานน้ันจะตองมี แนนอนอยา งไมมีขอสงสัย วาแทจรงิ อัลลอฮจฺ ะทรงใหผ ทู ี่อยใู นกบุ ูร (สุสาน) บงั เกดิ ข้ึนมาใหม ? กระทบตอบรรดาบคุ คลทีช่ อบกอการวิวาท อิจฉาริษยา เคียดแคนชิงชังและละเมิดตอความ ประสงคของทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ กอนท่ีทานจะไดทําการประกาศเรื่องนี้ ฉะนั้นทาน จึงดําเนินการสมานฉันทจิตใจของพวกเขา ใหมีลักษณะขอความเห็นใจที่มาจากการ แสดงออกทางวาจาและการกระทําตอพวกเขา โดยที่ทานไดกลาววา “แทจริงฉันเปนผูถูก ซักถาม” ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะใหพวกเขาเหลาน้ันไดรูวาทานเปนผูถูกบัญชาใหประกาศสิ่งน้ัน และทานเปนผูถูกซักถามจากหนาที่อันน้ัน ดังนั้นไมมีทางใด สําหรับทานที่จะละท้ิงคําส่ัง น้ัน ทานอิมามวาฮิดียฺไดบันทึกไวในหนังสือ “อัสบาบุน-นุซูล” ดวยสายสืบที่มาจาก รายงานของอาบูสะอีด อัล-คุดรียวา อายะฮฺนี้หมายถึง “โอศาสนทูตเอย เจาจงประกาศสิ่งที่ ถูกประทานใหแกเจาอันมาจากพระผูอภิบาลของพวกเจา” ไดถูกประทานในวันฆอดีร-คุม ในเรอ่ื งของทานอาลี บนิ อาบีฏอลิบ (262) ความหมายตามนยั ของคาํ กลาวของทานศาสนทตู (ศ) ท่วี า “และแทจริงพวกเจาก็เปน ผูถูกสอบสวน” น้ัน ตามที่ทานอัด-ตัยละมีย และนักปราชญอื่น ๆ ไดบันทึกไวตามที่มี ปรากฏอยูในหนังสือ “เศาะวาอิก” และหนังสืออ่ืน ๆ ระบุวารายงานจากทานอิบนุ สะอีด ไดกลาววา “แทจริงทานนบี (ศ) ไดกลาววา “แทจริงพวกเขาเหลานั้นจะเปนผูถูกสอบสวน เก่ยี วกับเรอ่ื งของฐานะทางดานความเปนผนู ําของทานอาล”ี ทานอิมามวาฮิดียฺไดกลาววา “แทจริงพวกเขาเหลานั้นเปนผูถูกสอบสวนเก่ียวกับ เรื่องของฐานะความเปนผูนํา (อัล-วลิ ายะฮฺ) ของทานอาลี และ อะหฺลิลบัยตฺ” ความมุงหมาย ของประโยคท่ีวา “และแทจริงพวกเจาก็เปนผูถูกสอบสวน” นั้น เปนการเตือนสําทับท่ีแจง ใหแ กผ ทู ี่มีควมคิดเห็นขอ แยงตอฐานะและความเปนทายาทของทาน
“พวกเขาเหลา นน้ั ไดพ ากันกลาววา “เราขอปฏญิ าณวาสิ่งเหลานน้ั เปน ความจรงิ ”(263) ทานไดก ลา ว “โออลั ลอฮฺ ขอไดทรงเปนพยานดว ยเถิด” หลังจากน้ันทานไดกลาวอีกวา “โอประชาชนท้ังหลายเอย แทจริงอัลลอฮฺน้ันทรงเปน ผูปกครอง (เมาลา) ของฉัน และฉันก็เปนผูปกครองของผูศรัทธา และฉันเปนผูมีอํานาจตอพวกเขา ย่งิ กวาตวั ของพวกเขาเอง(264) ดังนั้นผูใดท่ีฉันไดเปนผูปกครองของเขาแลว บุคคลผูนี้ (หมายถึงอาลี) กค็ อื ผปู กครองของเขาดวย โออ ัลลอฮฺขอไดท รงคมุ ครองตอผูท่จี งรกั ภกั ดตี อเขา และจงเปน ศัตรตู อผู ทีเ่ ปนศตั รตู อเขา” หลังจากนั้นทานไดกลาวอีกวา “โอประชาชนท้ังหลายเอย แทจริงฉันจะอําลาพวกเจา ทั้งหลาย และแทจริงพวกเจาท้ังหลายก็จะไดกลับไปสูสวนอัล-เฮาฎอันเปนสระท่ีมีความกวางขวาง เทากับระหวางเมืองบัศเราะฮฺ และเมืองศ็อลอาอฺ ในน้ันมีถวยแกวเรียงรายดุจดวงดาวที่มาจากเงิน และแทจ ริงฉันจะเปนผูคอยซักถามพวกเจาในยามที่พวกเจาจะยอนกลับไปยังฉันถึงเร่ืองสิ่งสําคัญที่ หนักย่ิงสองประการ (อัษษะเกาะลัยน) แลวพวกเจาจะขัดแยงกับฉันในส่ิงสองประการน้ันได อยางไร ซึ่งส่ิงสําคัญที่หนักยิ่งประการหนึ่งนั้นนับวาย่ิงใหญนักนั่นคือ อัล-กุรอานแหงอัลลอฮฺ ผู ทรงอานุภาพสูงสุด ดวยเหตุวามันถูกประทานมาโดยพระหัตถแหงอัลลอฮฺ ผูทรงสูงสุดที่ไดย่ืนมัน มาสูมอื ทัง้ หลายของพวกเจา ดังนั้นพวกเจาจงไดยดึ ถอื ตอ มนั เถิด พวกเจาจะไดไมหลง และจะไดไม เปล่ยี นแปลง อีกประการหน่ึงน้ันก็คือเช้ือสายของฉันแหงอะหฺลิลบัยตฺของฉัน เพราะวาแทจริงเร่ือง น้ีพระผูทรงปรานีและพระผูทรงรอบรูไดแจงใหฉันทราบวา แนนอนย่ิงสิ่งสองประการน้ีจะไมจํา พรากออกจากกัน จนกวาทั้งสองจะไดยอนกลับไปยังฉัน ณ สวนสวรรคอันมีสระที่มีช่ือวา “อัล- เฮาฎ”(265) (263) คฏุ บะฮตฺ อนนี้ไดใหขอ สงั เกตแกผทู ่สี นใจ และไดใหสัจธรรมแกผูท่ีพิจารณาไดทันที วา ใจความของคุฏบะฮฺตอนน้ีไดมีเปาหมายท่ีจะใหเรื่องอัล-วิลายะฮฺของทานอาลีน้ันเปน พ้ืนฐานที่สําคัญยิ่งของศาสนา โดยไดประกาศถึงความเปนอิมามะฮฺใหแกทาน ทั้งนี้ก็ เนื่องจากวา ทานไดเริ่มตนดวยคําถามท่ีวา “พวกเจามีความเชื่อมั่นกันแลวมิใชหรือ วาไมมี พระเจาอื่นใดแลวนอกจากอัลลอฮฺ วาแทจริงมุฮัมมัดเปนบาวและศาสนทูตของพระองค ? จนกระท่ังถึงคําท่ีทานไดกลาววา “วาแทจริง ยามอวสานน้ันจะตองมีแนนอนอยางไมตอง สงสัย วาแทจริงอัลลอฮฺจะทรงใหผูที่อยูในกุบูรบังเกิดขึ้นมาใหม” แลวหลังจากนั้นทานก็ ไดกลาวถึงเร่ืองของ “อัล-วิลายะฮฺ” ท้ังน้ีก็เพราะทานรูวาส่ิงนั้นมีความสําคัญที่อยูใน
ขอบขายเดยี วกนั กบั คาํ สง่ั หรือภารกจิ ตา ง ๆ ตามทท่ี านไดถามพวกเขาเหลาน้ัน แลว พวกเขา เหลาน้ันก็ไดยืนยันกันโดยตลอดและหลักฐานขอนี้ยอมแสดงใหประจักษแกทุกคนท่ีรู ความหมายตามเคาโครงของประโยคคําพูด และใจความท่ีสําคัญของประโยคท่ีจะตองลง เอยดว ยความเขา ใจดงั กลาว (264) คําที่ทานกลาววา “และฉันก็เปนเมาลา” แนนอนยิ่งความหมายของคําวา “เมาลา” ใน ที่นี้ยอมหมายถึงผูปกครอง ท้ังน้ีก็เพราะความหมายในประโยคแรกน้ันคือ “แทจริงอัลลอฮฺ น้ันทรงเปนผูปกครอง(เมาลา) ของฉัน และฉันก็เปนผูมีอํานาจปกครอง (เมาลา) ของผู ศรัทธาย่ิงกวาตัวของพวกเขาเองและดังนั้นผูใดที่ฉันเปนผูปกครองของเขาท่ีมีอํานาจเหนือ ตัวของเขาเองไซร ฉะน้ันอาลีก็เปนผูมีอํานาจปกครอง (เมาลา) ของเขาที่ย่ิงกวาตัวของเขา เองดว ย ทานฮากิมไดบันทึกเร่ืองนี้ไวในหมวด “เกียรติยศของทานอาลี” จากหนังสือ “มุสตัดร็อก” (266) อันเปนรายงานจากทานซัยด บิน อัรก็อม จากรายงานสองกระแสท่ีมีสายสืบศอฮ้ีฮฺ ตรงตาม เงื่อนไขของผูอาวุโสทั้งสอง (บุคอรี-มุสลิม) ซ่ึงไดกลาววา “เมื่อตอนที่ทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) ได กลับจากการทําฮัจญคร้ังสุดทายนั้น ทานไดหยุดท่ีตําบลฆอดีร-คุม ทานไดออกคําส่ังใหจัดสถานท่ี ขน้ึ มา แลวทานก็ไดยืนขึ้นโดยกลาววา “ฉันคิดวาฉันจะตองกลับไปสูพระผูอภิบาลในไมชาน้ี แลวแทจริงฉันไดละท้ิงส่ิงที่สําคัญอันหนักยิ่งไวสองประการแกพวกเจา ประการท่ีหน่ึงนั้นย่ิงใหญ กวา ประการหลัง นน่ั คอื อลั -กรุ อานแหงอัลลอฮฺผูทรงสูงสุดและเชื้อสายของฉัน ดังน้ันจงพิจารณาดู เถิดวา พวกเจาจะขัดแยงกับฉันในส่ิงท้ังสองนั้นไดอยางไร เพราะแทจริงส่ิงทั้งสองนั้นจะไม แตกแยกออกจากกันจนกระทั่งมนั ไดยอนกลบั ไปสูฉันยงั สระอัล-เฮาฎ” (265) นี่คือประโยคฮาดีษท่ีบันทึกโดยทานฏ็อบรอนีย ทานอิบนุ ญะรีร ทานฮากีมและทาน ตริ มีซีย ทรี่ ายงานมาจากทา นซัยด บิน อรั ก็อม ทา นอบิ นุ ฮะญัร ไดบันทึกฮาดีษนี้จากทานฏ็ อบรอนียและคนอ่ืน ๆ ดวยประโยคเดียวกันนี้ หนังสือ “อิรสาลุล-มุสลิมาต” ก็ไดบันทึกวา เปนฮาดษี ศอฮี้ฮฺ ขอไดโปรดพจิ ารณาดทู ีห่ นา 25 หนังสอื “เศาะวาอิก” (266) หนา 109 ซุ อทฺ ี่ 3
หลังจากน้ันทานไดกลาววา “แทจริงอัลลอฮฺผูทรงอานุภาพสูงสุดนั้นเปนผูปกครองของฉัน และฉนั เองกเ็ ปน ผูป กครองของผูศ รัทธาทกุ คน” หลังจากนั้นทานก็ไดจับมือของทานอาลีแลวกลาววา “ผูใดที่ฉันเปนผูปกครอง (เมาลา) ของเขาไซร ดังนั้นคนผูนี้ก็คือผูปกครองของเขาดวย โออัลลอฮฺขอไดทรงเปนผูคุมครองตอผู จงรักภกั ดีตอเขาและขอไดทรงเปนศตั รูตอผูเ ปน ศัตรูของเขา” ฮาดษี บทน้ีมีความยาวมากแตทานซะฮะบียมิไดบันทึกไวในหนังสือ “ตัลคีศ” ทานฮากิมได บันทึกไวเชนเดียวกันในบาบท่ีวาดวยเร่ืองของทานซัยด บิน อัรก็อม(267) จากหนังสือ “มุสตัดร็อก” โดยไดอธิบายวาเปนฮาดีษที่ศอฮ้ีฮฺ แตทานซะฮะบียก็ไดต้ังขอสังเกตไวสําหรับการอธิบายถึงบาบ ที่วาดว ยทาน ซัยด เชน น้อี ยางเดยี วกนั ในหนังสอื “ตลั คศี ” ของทา นขอไดโ ปรดพิจารณาดไู ด ทานอิมามอะหฺมัดก็ไดบันทึกรายงานฮาดีษของทานซัยด บิน อัรก็อม(268) ผูนี้ไวอีกโดย กลาววา “เราไดหยุดพรอมกับทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและ ความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) ณ สถานท่ีหนึ่งซึ่งคนเขาเรียกสถานท่ีน้ีกัน วา “ท่ลี มุ แหงคมุ ” แลวทานกไ็ ดสัง่ ใหท ําการนมาซโดยที่พวกเราก็ไดรวมการนมาซในตอนบายของ วนั น้นั ทา นซัยดไดก ลา วอกี วา “แลวทา นกไ็ ดก ลา วเทศนาแกพวกเรา โดยที่พวกเราไดเอาผาโยงไว กับตนไมเพื่อกั้นเปนรมเงาใหแกทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและ ความสนั ตสิ ุขแดท า นและแดบ รรดาลูกหลานของทา น) เพ่อื ใหพน จากแสงอาทติ ยอ ันรอนจดั ” แลวทานก็ไดกลาววา “พวกทานมิไดรูดอกหรือ พวกทานมิไดประจักษอีกดอกหรือวา แทจ รงิ ฉนั ก็เปน ผปู กครองทม่ี อี ํานาจตอ ผศู รทั ธาทุกคนย่งิ กวา ตัวเขาเอง ?” (267) หนา 533 ซุ อทฺ ี่ 3 (268) หนา 372 ซุ อฺที่ 4 หนงั สือ “มุสนัด” พวกเขาเหลาน้นั พากันกลา ววา “ใชแ ลว ” ทานไดกลาวอีกวา “ฉะนั้นผูใดที่ฉันไดเปนผูปกครองของเขา (เมาลา) ดังนั้นอาลีก็เปน ผูปกครองของเขา (เมาลา) ดวย โออัลลอฮฺ ขอไดทรงคุมครองผูซ่ึงจงรักภักดีตอเขา และขอไดทรง เปน ศัตรูตอผทู ีเ่ ปน ศัตรตู อเขา” ทานนะสาอียไดบ ันทกึ ฮาดีษนี้จากรายงานของทา นซยั ด บิน อัรกอ็ ม(269) โดยไดกลา ววา
“คร้ันเมื่อทานนบีไดเสร็จสรรพจากการทําฮัจญครั้งสุดทาย แลวทานก็ไดเดินทางมาหยุด พักท่ีฆอดีร-คุม แลวทานก็ไดสั่งใหจัดสถานที่ข้ึนมาโดยทานไดยืนขึ้นแลวกลาววา “ฉันคิดวา แทจริงฉันจะตองกลับไปหาพระผูอภิบาลในไมชาน้ี ดังน้ันฉันจึงไดตอบสนอง และแทจริงฉันได ละทิ้งไวในหมูพวกทานทั้งหลาย ซ่ึงสิ่งสําคัญที่หนักยิ่งสองประการ ประการท่ีหน่ึงนั้นยิ่งใหญกวา ประการหลงั นน่ั คอื อัล-กรุ อานแหง อลั ลอฮแฺ ละเช้ือสายของฉนั แหงอะหลฺ ลุ บัยตฺของฉัน ดงั นัน้ พวก ทานจงพิจารณาดูเถิดวาพวกทานจะขัดแยงกับฉันในส่ิงทั้งสองไดอยางไร และมันจะไมแตกแยก ออกจากกัน จนกระท่ังมนั ไดย อ นคนื กลับสูฉันยังสระทม่ี ชี ือ่ วา “อัล-เฮาฎ” หลังจากนั้นทานไดกลาวอีกวา “แทจริงอัลลอฮฺเปนผูปกครองของฉัน และฉันก็เปน ผปู กครองของผูศรัทธาทกุ คน” แลวทานก็ไดจับมือของทานอาลีชูขึ้นโดยกลาววา “ผูใดที่ฉันเปนผูปกครองของเขาไซร ฉะนั้นบุคคลผูน้ีก็คือผูปกครองของเขาดวย โออัลลอฮฺขอไดทรงคุมครองผูซึ่งจงรักภักดีตอเขา และ ขอไดเ ปน ศัตรูตอ ผูซง่ึ เปน ศัตรขู องเขา” ทานอาบูฏอฟลไดกลาววา “ฉันไดกลาวแกทานซัยดวา ทานไดยินเรื่องนี้มาจากทานศาสน ทตู แหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลาน ของทา น) หรอื ?”(270) (269) หนา 21 หนงั สอื “อัล-เคาะศออิส อัล-อุลวุ ยี ะฮฺ” ไดอา งถงึ คาํ กลาวของทา นนบวี า ผใู ด ทฉ่ี นั เปน ผปู กครองของเขาไซร ฉะน้นั บุคคลผูน ี้ (อาล)ี ก็คือผปู กครองของเขาดวย (270) คําถามของอาบู ฏอฟลไดแสดงใหเห็นถึงความรูสึกที่แปลกใจในเร่ืองนี้ของหมู ประชาชาติท่ีไมนําพาตอคําส่ังขอนี้กับทานอาลี ท้ัง ๆ ที่เปนเรื่องราวท่ีมาจากทานนบีซ่ึงได กลา วในสทิ ธิ ทานไดกลาววา “แทจริงเรื่องน้ีบุคคลที่ชุมนุมกันเขาไดเห็นดวยตาของเขาและไดฟงดวยหู ของเขา และฮาดีษบทนี้อีกเชนกันท่ีทานมุสลิมไดบันทึกไวในบาบที่วาดวย “เกียรติยศของทาน อาล”ี ในหนงั สือศอฮ้ีฮฺของทา น(271) จากกระแสรายงานตา ง ๆ ท่ีอา งจากรายงานของทานซยั ด บิน อัร ก็อม แตท วา ทานไดทําการรายงานโดยสรุปจึงทําใหใจความขาดตอนจากเคาโครงของเร่ืองเดิม “วะ กะซาลกิ ะยัฟอะลนู ” (พวกเขามกั กระทํากันในทาํ นองน)้ี
ทานอิมามอะหฺมัดไดบันทึกเร่ืองนี้มาจากรายงานฮาดีษของทานบัรรออฺ บิน อาซิบ(272) จาก รายงานสองกระแส โดยไดก ลา ววา “พวกเราไดมาพรอมกับทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ ดังน้ันพวกเราไดมาหยุดพักที่ ตําบลฆอดีร-คุม พวกเราจึงไดมีการเชิญชวนกันใหทําการนมาซรวมกัน และไดใหเงาของตนไม สองตน เปน ที่รม สาํ หรับทานศาสนทตู แหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติ สุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) ครั้นเมื่อทานไดนมาซซุฮฺริ (บาย) เสร็จแลว ทานก็ได จับมอื ของทา นอาลีโดยกลาววา “พวกเจา ทงั้ หลายมไิ ดรูดอกหรอื วาแทจริงฉนั นี้เปนผูปกครองของผู ศรัทธาทงั้ หลายทมี่ ีอาํ นาจยง่ิ กวา ตวั ของพวกเขาเอง ?” ของเขาเม่ือวันแหงฆอดีร-คุม และอีกประการหน่ึงคลายกับวา อาบู ฏอฟลมีความสงสัยใน รายงานของเร่ืองนี้วาเปนความจริงหรือไม ทานจึงไดกลาวแกทานซัยดเพื่อท่ีจะไดฟงคํา บอกเลามาจากทานโดยถามวา “ทานไดยินเร่ืองน้ีมาจากทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺหรือ” ดังนั้นทานซัยดจึงไดตอบเขาไปวา “บุคคลเปนจํานวนมากที่อยูในสถานที่นั้นไมมีใครที่จะ ปฏิเสธเร่ืองนี้ เพราะวาทุกคนไดเห็นดวยตา และไดฟงดวยหู ฉะน้ันอาบู ฏอฟลจึงได ตระหนักถึงคําสั่งขอน้ีดังที่ทานอันกุมัยต (ขอความเมตตาพึงมีแดทาน) ไดกลาวเปนบทกวี วา ณ หุบเขาแหง ฆอดีร-คุม ของวันหน่ึง ทานไดประกาศแตงตั้งใหเขา (อาลี) เปน ผูแทนของทาน (คอลีฟะฮฺ) ตอหนามวลชนทั้งหลาย เหตุการณในวันน้ันเปนวันท่ีไมมีใคร ไดเ ห็นมากอ น และไมม ีใครรูถงึ สทิ ธขิ อนั้นวาผูใดจะมีเสมอเขาได (271) หนา 325 ุซอฺที่ 2 (272) หนา 281 ุซอทฺ ี่ 4 หนงั สือ “มุสนดั ” พวกเขาไดพ ากันกลา ววา “ใชแลว ” ทานไดกลาววา “ผูใดท่ีฉันเปนผูปกครองของเขาไซร ดังนั้นอาลีก็เปนผูปกครองของเขา ดวย โออัลลอฮฺ ขอไดทรงคุมครองผูซึ่งจงรักภักดีตอเขา และขอไดทรงเปนศัตรูตอผูท่ีเปนศัตรูของ เขา” ทานบรั รออฺ ไดกลาววา หลังจากนั้นทานอุมรั กไ็ ดเขาไปหาทา นอาลีพลางกลา ววา “ขอแสดง ความยินดีโอบุตรแหงอาบีฏอลิบ บัดนี้ไดเปนที่ประจักษอยางแนชัดแลววา ทานคือผูปกครอง (เมา ลา) ของผศู รัทธาท้ังชายและหญงิ ทุกคน”
ทานนะสาอียไดบันทึกรายงานฮาดีษมาจากทานหญิงอาอีชะฮฺ บิน ซะอัด(273) ซ่ึงเลาวา ฉัน ไดฟงบิดาของฉันกลาววา “ฉันไดยินทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญ และความสันติสุขแดท านและแดบรรดาลกู หลานของทา น) ในวนั แหง “อัล-ุหฟะฮฺ” ซ่ึงทานไดจับ มือของทานอาลีแลวเทศนา โดยทานไดสรรเสริญอัลลอฮฺ และสดุดีตอพระองค หลังจากนั้นทานได ยกมือของทานอาลีขึ้น แลวกลาววา “โอประชาชนท้ังหลายเอย แทจริงฉันคือผูปกครองของพวก ทาน (วะลีย) ใชไหม ?” พวกเขาเหลานั้นไดกลาววา “คํากลาวของทานสัตยจริงแลว โอศาสนทูต แหงอัลลอฮฺ” แลวทานจึงไดกลาววา “บุคคลผูนี้ คือผูปกครองที่ฉันไดแตงตั้งไว และเขาเปนผูชําระ หนี้สินตาง ๆ ของฉัน และฉันเปนมิตรตอผูซึ่งจงรักภักดีตอเขาและฉันเปนศัตรูตอผูที่เปนศัตรูตอ เขา” ทา นสะอัดไดก ลา วอีกวา (274) “พวกเราอยูกับทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (ศ) คร้ันเมื่อไดมาถึง ท่ฆี อดีร-คุมแลว ทานกไ็ ดห ยดุ รอประชาชนท่ตี ิดตามทานมาจากขางหลัง และใหต ามผทู ลี่ วงหนาไป แลวกลับมา ครั้นเมื่อประชาชนไดมาชุมนุมยังทาน แลวทานไดกลาววา “โอประชาชนทั้งหลายเอย ผูใดเปนผูปกครอง (วะลีย) ของพวกทานกันเลา ?” พวกเขาเหลาน้ันไดพากันกลาววา “อัลลอฮฺ และศาสนทูตของพระองค “หลังจากนั้นทานไดจับมือของทานอาลีแลวใหยืนข้ึน ตอมาทานได กลาววา “ผูใดทอี่ ัลลอฮฺและศาสนทูตของพระองคเปน ผปู กครอง (วะลยี ) ของเขาแลว ฉะนน้ั บคุ คลผู น้ีก็คือผูปกครอง (วะลีย) ของเขาดวย โออัลลอฮฺ ขอไดทรงคุมครองผูซ่ึงจงรักภักดีตอเขาและขอได ทรงเปน ศตั รูตอผูท เ่ี ปน ศตั รขู องเขา” (273) หนา 4 หนงั สอื “เคาะศออิศ” อัล-อลุ วุ ยี ะฮ”ฺ หนา 25 บาบ ตัรฆบี หนังสอื “มุอาดาด” (274) ทานนะสาอียบนั ทกึ ไวในหนา 25 หนงั สอื “เคาะศออสิ ” ฮาดีษท่ีไดกลาวถึงเรื่องน้ีมีจํานวนมาก ตางก็เปนหลักฐานท่ีอธิบายวาทานอาลีนั้นเปน ผูปกครอง (วะลยี ) ทที่ า นศาสนทูตแตงตั้งเปนผูบังคับบัญชาถัดจากสมัยของทาน ดังที่ทานฟฎล บิน อับบาส บิน อาบีละฮับ ไดกลาววา “แทจริงผูปกครองที่เปนตัวแทนหลังมุฮัมมัดก็คืออาลี ซ่ึงในทุก ๆ แวนแควน เขาเปน เพอ่ื นของทาน”(275) (วัสลาม) (ช) (275) เปน การตอบคําถามของวะลีด บิน อุกบะฮฺ บิน อาบี มุอีฏ ตามที่ทานมุฮัมมัด มะหมูด อลั รอฟอ ียไ ดบ นั ทึกไวในภาคอรรถาธบิ ายหนังสอื “อัล-ฮาชิมยี าต” หนา 8
อัล-มุรอญอิ ะฮฺ 55 19 อัล-มุฮรั รอ็ ม 1330 • ทําไมหลกั ฐานฮาดีษทีเ่ กี่ยวในเร่ืองอัล-ฆอดีร จงึ ไมเปนฮาดษี ทม่ี สี ายสบื สอดคลอ งตรงกนั ? พวกชีอะฮฺนั้น เขาไดมีความเห็นที่สอดคลองตรงกันในสิ่งท่ีมีหลักฐานฮาดีษที่อางขึ้นมาสู ความหมายของอิมามะฮฺ ซึ่งเปนพ้ืนฐานทางศาสนาท่ีสําคัญของพวกเขา แตทําไมในหลักฐานฮา ดีษอัล-ฆอดีรของพวกทานขอนี้ จึงไมมีสายสืบที่สอดคลองตรงกันกับของนักปราชญฝายซุนนะฮฺ ? เพราะถาหากวามันเปนหลักฐานท่ีแนนอนจริงแลว ก็ยอมมีสายสืบที่มาจากมาตรฐานอันศอฮี้ฮฺของ พวกเขาเหลานน้ั ดว ย วสั ลาม (ซ) อลั -มรุ อญิอะฮฺ 56 22 อัล-มุฮรั รอ็ ม 1330 1. หลักฐานฮาดีษอัล-ฆอดีรนี้ เปนเร่ืองที่มีหลักฐานท่ีสอดคลองตรงกันโดยอางถึง เจตนารมณของบทบญั ญัติ 2. เปน เรอ่ื งทมี่ ีความสาํ คญั เปน พเิ ศษของอลั ลอฮฺ ผทู รงอานภุ าพสงู สุด 3. เปนเร่ืองที่มีความสําคัญเปนพิเศษของทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทาน ความจําเรญิ และความสนั ตสิ ขุ แดท านและแดบรรดาลูกหลานของทาน) 4. เปน เรือ่ งทม่ี ีความสาํ คญั เปน พิเศษสําหรบั ทานอามรี ลุ มมุ ีนีน 5. เปน เรื่องท่ีมคี วามสาํ คญั เปนพิเศษสาํ หรับทานฮเุ ซน 6. เปนเร่อื งท่มี ีความสําคญั เปนพเิ ศษสาํ หรับบรรดาอิมามท้งั เกา ทานแหง อะหลฺ ุลบยั ตฺ 7. เปนเรือ่ งทม่ี ีความสาํ คญั เปน พเิ ศษสําหรับฝายชอี ะฮฺ 8. เปนฮาดีษท่ีมีสายสืบสอดคลองตรงกันจากมาตรฐานฮาดีษที่บรรดามุสลิมใหความ เชอื่ ถอื
เปนที่เพียงพอสําหรับทาน จากสาเหตุที่วาดวยเรื่องของการยอมรับหลักฐานในเร่ืองนี้ ตาม เรอ่ื งราวท่เี ราไดอ ธบิ ายใหแกทานไปแลวใน อัล-มุรอญิอะฮทฺ ี่ 24 1. โดยเหตุท่ีสายสืบท่ีสอดคลองตรงกันของฮาดีษอัล-ฆอดีรน้ีเปนสิ่งท่ีอางถึงเจตนารมณ แหง บทบัญญัติ ซึ่งอัลลอฮไฺ ดกําหนดไวใหเปนพ้ืนฐานทางบทบัญญัติลักษณะของปรากฏการณทาง ประวัติศาสตรครั้งสําคัญทุก ๆ สวนนั้น ไดเปนท่ีประจักษแกสายตาของประชาชาติท่ียิ่งใหญ เปน เหตุการณที่เกิดขึ้นทามกลางสายตาและการไดยินไดฟงของชุมชนจํานวนมหาศาลจากเหลา ประชาชาติของทาน ที่มาจากถ่ินฐานตาง ๆ ทั้งน้ีก็เพ่ือที่จะใหแตละคนนําเร่ืองราวอันน้ีจากทาน ศาสดาไปแจงแกประชาชนพวกท่ีอยูขางหลัง โดยถือวาเปนโอกาสดีเปนพิเศษที่พวกเขาเหลานั้นจะ ไดนําเรื่องราวที่มาจากความประสงคของทานไปประกาศตอ ๆ กัน จนกระท่ังพวกเขาเหลานั้นได ทาํ การประกาศเผยแพรเร่ืองนี้ เรอื่ งราวและเหตุการณท ่ีเกดิ ขนึ้ ในครง้ั นี้ มไิ ดเ ปนเรอ่ื งราวที่สาํ คญั ทกุ ประการอยา งนั้นหรือ แนน อนเหลือเกนิ การประกาศเรื่องนไ้ี ดดําเนินไปอยางตอเนื่อง ดังน้ันเรื่องราวน้ีก็ไดกระจายไปสูกลุมชนชาวมุสลิมทุกถิ่นฐานไมวาผูที่อาศัยอยูบนบก หรอื ผูท่อี าศยั อยูในทะเล (ทานจะไมพบวาหลักการขอใดของอลั ลอฮฺนนัน้ จะมีการเปลี่ยนแปลง) 2. ฮาดีษท่ีวาดวยเรื่อง อัล-ฆอดีร น้ีเปนหลักการหนึ่งท่ีแสดงใหเห็นถึงเจตนารมณที่สําคัญ เปนพิเศษของอลั ลอฮฺ ผูทรงอานภุ าพสงู สุด โดยที่พระองคไดท ําการวะฮยฺ ู อันเปนศิริมงคลใหแกนบี ของพระองค (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลาน ของทาน) พระองคไดประทานอัล-กุรอานใหแกทาน เพ่ือบรรดามุสลิมท้ังหลายจะไดทําการ ทบทวนยึดถือเปนหลักการทั้งในยามกลางคืนและในยามกลางวัน พวกเขาไดทําการศึกษาตออัล-กุ รอาน ท้ังในยามวางและในยามท่ีงวนอยูกับภารกิจของพวกเขาทรงสอนใหพวกเขาไดรูในเรื่องของ บทวิงวอนขอพรและการนมาซใหแกพวกเขา สวนหนึ่งท่ีอัลลอฮฺไดทรงโองการมาใหทานประกาศ บนมมิ บรั ตอ หนา พวกเขาเหลานนั้ ในวันนนั้ กค็ อื โองการหนง่ึ จากวะฮยฺ ู ดังนี้ “โอศาสนทูตเอยจงประกาศถึงสิ่งที่ถูกประทานมายังเจาจากพระผูอภิบาลของเจา และถา หากเจามิไดกระทํา ดังนั้นเทากับเจามิไดประกาศสาสนของพระองค และอัลลอฮฺจะทรงปกปองเจา ใหพน จากมนุษย (ท่ีมอี คต)ิ .....” (อัล-มะอดิ ะฮฺ : 67)(276) (276) ไมเพียงแตมีคํากลาวท่ีมาจากฝายของเราเทานั้นที่กลาววา “โองการน้ีถูกประทานมา ในเรื่องของ “วิลายะฮฺ” ของทานอาลีในวันแหง “ฆอดีร-คุม” และไมเพียงแตขอมูลจากฝาย
ของเราเทานั้นทย่ี นื ยนั ถงึ สายสืบท่สี อดคลอ งตรงกนั อนั มาจากบรรดาอมิ ามผูสืบเชื้อสายอัน บริสุทธ์ิ แตทวาทานสามารถท่ีจะทําการคนควาไดอยางเพียงพอในเร่ืองน้ีจากสายสืบอื่น ๆ ที่นอกเหนือไปจากพวกเขา กลาวคือรายงานที่บันทึกโดยทานอิมามวาฮิด ในหัวขอการ อธิบายโองการนี้จากซูเราะฮฺอัล-มาอิดะฮฺ หนา 150 หนังสือ “อัสยาบุนนุซูล” จากสายสืบ ที่มาจากรายงานสองดานคือ รายงานจากทานอะฎียะฮฺ อันเปนรายงานจากอาบู สะอีด อัล- คุดรีย กลาววา โองการท่ีไดถูกประทานมานี้คือ “โอศาสนทูตเอย จงประกาศถึงส่ิงท่ีถูก ประทานมายังเจาจากพระผูอภิบาลของเจา และถาหากเจามิไดกระทําดังน้ันเทากับเจามิได ประกาศสาสนของพระองค.....” เปนโองการที่ถูกประทานในวันแหง “ฆอดีร-คุม” อัน กลาวถึงเร่ืองของทานอาลี บิน อาบีฎอลิบ นอกจากน้ีเรื่องนี้ก็ยังไดเปนเร่ืองท่ีทานฮาฟซ อาบู นะอีมไดบันทกึ ไวในหนังสอื “นุซลู ลุ -กุรอาน” ดวยสายสืบสองกระแส กระแสที่หนึ่ง นั้นมาจากรายงานของอาบู ซะอีด สวนอีกกระแสหน่ึงมาจากอาบู รอฟอฺ นอกจากนี้ทานอิ มามอิบรอฮีม บนิ มฮุ ัมมัด เพราะฉะนั้นการประกาศสาสนสําหรับวันน้ัน ก็คือ เรื่องราวของทานอาลีโดยตําแหนงอิ มามัต และไดเสนอพันธะสัญญาใหแกทานอาลีดวยตําแหนงคอลีฟะฮฺ โดยที่อัลลอฮฺ ผูทรงอานุภาพ สูงสดุ ไดทรงมโี องการประทานมากํากับวา “วนั นีฉ้ ันไดท ําใหส มบรู ณแกสเู จา แลวซ่งึ ศาสนาของสเู จา และฉันไดทําใหสมบรู ณแกสูเจา แลว ซ่ึงความโปรดปรานของฉนั และฉนั มีความพึงพอใจทจี่ ะใหอิสลามเปน ศาสนาสําหรับพวกเจา” (อัล-มะอิดะฮฺ : 3) (277) (นี่คือความโปรดปรานของอัลลอฮฺที่พระองคทรงประทานมันใหแกผูที่ พระองคทรงประสงค) อัล-ฮะมูวัยนีย อัช-ชาฟอีย ก็ไดบันทึกไวในหนังสือ “อัล-ฟะวาอิด” ดวยสายสืบท่ีมีหลาย กระแสโดยอางถึงรายงานฮาดีษของทาน อาบู ฮุร็อยเราะฮฺ นอกจากน้ีทานอิมามอาบู อิล ฮาก อัษ-ษะอละบียก็ไดอธิบายถึงความหมายของโองการน้ีไวใน “ตัฟสีรอัล-กะบีร” โดย อางสายสืบของฮาดีษสองกระแสพรอมโดยไดยืนยันวากอนที่โองการน้ีจะถูกประทานลง มานั้น การนมาซก็เปนหลักการที่ไดดํารงอยูแลว เร่ืองการบริจาคทาน (ซะกาต) ก็เปนสิ่งท่ี ถูกกําหนด (ฟร ฎ) แลว เร่ืองการถอื ศลี อดก็เปน หลกั การที่ถกู บญั ญตั ไิ วแ ลว เรอ่ื งการบาํ เพญ็ ฮัจญก็ไดถูกบัญชาไวแลว ส่ิงท่ีเปนฮะลาลก็ชัดเจนอยูแลว สิ่งที่หวงหาม (ฮะรอม) ก็
กระจางแจงอยูแลว บทบัญญัติตาง ๆ ก็ถูกนํามาปฏิบัติอยูแลว และกฎเกณฑตาง ๆ ก็ไดถูก แยกแยะเปนแขนงตาง ๆ ไวแลว ดังน้ันยังมีส่ิงใดอยูอีก ถาหากวามิใชเร่ืองฐานะการเปน ผูปกครอง (วิลายะฮฺ) อันเปนพันธะท่ีถูกกําหนดมาจากอัลลอฮฺ โดยเปนการบังคับในขอน้ี โดยถือวา เปน เงอื่ นไขท่ีมรี ะดับทค่ี ลายคลึงกนั กับหลกั การแขนงอ่ืน ๆ และงานอื่นใดอีกเลา ที่นอกเหนือจากเรื่องการแตงตั้งผูแทน (คอลีฟะฮฺ) ที่ทานนบีตองหวาดกลัวคําครหา อัน เนื่องจากการประกาศของทาน และโองการนี้มีจุดมุงหมายเพ่ือท่ีจะเนนใหเห็นวาหลักการ ในขอน้ีมีความสําคัญอยูในลักษณะท่ีคลายคลึงกันกับหลักการอันเปนพันธะขอสัญญา ทั้งหลาย และมีจุดมุงหมายเพื่อที่จะปกปองคําประกาศของทานใหพนจากอันตรายของ มนุษย (277) เปนท่ีกระจางแจงแกเราแลววา สาเหตุการประทานโองการนี้ มีฮาดีษท่ีมีสายสืบ สอดคลองตรงกัน จากสายสืบของเหลา บรรดาเช้ือสายผบู ริสุทธิ์ โดยไมมีปญหาแตประการ ใดในเรอ่ื งน้ี แมท า นบุคอรีไดรายงานวา โองการนถี้ กู ประทานทีอ่ ารอฟะฮฺ ก็ตาม ผูใดที่ไดใชวิจารณาญาณอยางละเอียดถี่ถวนตอความหมายของบรรดาอายะฮฺเหลานี้ แนนอนท่ีสดุ เขาจะตองยอมรบั ในความจรงิ ที่ประจักษอ ยูส ําหรบั ขอ น้ี 3. เมอื่ เรื่องนี้เปนหลักการหน่ึงที่แสดงเปน เจตนารมณอันสําคญั จากอลั ลอฮฺ ผูทรงสูงสุด ตอ ปญหาในขอ น้ี ดงั นนั้ จึงไมม สี ง่ิ ท่ีนาสงสัยเลยวา หลกั การดงั กลาวยอมเปนเจตนารมณอันสําคัญของ ทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแด บรรดาลูกหลานของทาน) ดวย ทั้งนี้ก็เพราะวาทานไดยอมจํานนและมอบหมายชีวิตจิตใจของทาน เองแดพ ระองคมาโดยตลอด โดยคาํ ส่งั ของอัลลอฮฺ ผูท รงสูงสุด ทานจงึ ไดท ําการเรียกประชุมบรรดา สาวก เพ่อื ทําการประกาศถึงเรื่องราวของอํานาจการปกครอง (วิลายะฮฺ) ของทานอาลีในการบําเพ็ญ ฮจั ญคร้ังยิง่ ใหญแกบ รรดาบุคคลระดบั หัวหนาท่ีเปนสักขีพยานโดยทานถือวายังไมเปนการเพียงพอ ดวยการประกาศเร่ืองราวเหลานี้ที่บานของทานในวันแหงการตักเตือนที่นครมักกะฮฺ และยังไมเปน การเพียงพอตอการประกาศที่อ่ืน ๆ จากเรื่องราวที่ตอเนื่องกันมาน้ี และแทจริงบางสวนของเรื่องน้ี ทานเองก็ไดย นิ ไดฟง มาแลว ทานศาสนทูตไดทําการประกาศแกประชาชนกอนเทศกาลของการทําฮัจญวา “การทําฮัจญ ของทานในปนี้เปนการทําฮัจญคร้ังอําลา (วิดาอฺ) บรรดาประชาชนจึงไดตอบรับสนองตอทานจาก ทุกหนทุกแหง โดยไดออกมาจากนครมะดีนะฮเฺ ปนจํานวนมากกวา หนึง่ หมนื่ คน” (278)
(278) ทานซัยยิด อะหฺมัด ซัยนียไดกลาวไวในบาบท่ีวา “ดวยการทําฮัจญครั้งสุดทาย” ใน หนังสือ “ซีเราะดุน-นะบะวียะฮฺ” วา “ผูท่ีออกเดินทางพรอมกับทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (ศ) จากนครมะดีนะฮฺนั้นมีจํานวนมากถึงหนึ่งหมื่นสี่พันคนและบางกระแสก็รายงานวา มากกวา น้นั คร้ันเม่ือถึงวันวุกูฟ (พัก) ท่ีทุงอะรอฟาต ทานก็ไดทําการประกาศข้ึนในหมูประชาชน ทัง้ หลายวา “อาลนี ั้นมาจากฉัน และฉนั ก็มาจากอาลี และไมมผี ใู ดทจ่ี ะชําระสะสางหนาที่ตาง ๆ ของ ฉันได นอกจากฉันหรืออาลีเทานั้น”(279) และคร้ันเม่ือทานไดมาหยุดพักพรอมกับผูที่ติดตามทาน จํานวนหลายพนั คน เม่อื ตา งก็ไดมาถงึ ท่ลี มุ แหงคุม มะลาอิกะฮฺผูซื่อสัตยก็ไดลงมาหาทาน พรอมกับ นําโองการหน่ึงที่เกี่ยวกับการใหประกาศ เร่ืองราวท่ีมาจากพระผูอภิบาลแหงสากลโลก ทานศาสน ทตู แหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลาน ของทาน) ก็ไดทําการหยุดการเดินทางของทานลงท่ีนั่น จนกระทั่งใหผูท่ียังตกคางอยูขางหลังทาน ไดตามมาทันทาน และใหผูที่ลวงหนาไปแลวเดินทางยอนกลับมาหาทาน ครั้นเม่ือพวกเขาเหลานั้น ไดมาพรอมกันแลว ทานก็ไดนําการนมาซพรอมกับพวกเขา หลังจากน้ันทานก็ไดเทศนา (คุฏบะฮฺ) ใหพวกเขาเหลานั้นไดทราบถึงเร่ืองราวท่ีมาจากอัลลอฮฺผูทรงอานุภาพสูงสุด โดยทานไดยํ้าถึง เง่ือนไขที่เก่ียวกับเร่ืองฐานะการปกครอง (วิลายะฮฺ) ของทานอาลีซ่ึงทานก็เคยไดยินไดฟงเร่ืองราว ทํานองน้ปี ะติดปะตอ กันมาบางแลว แตทานไมเคยไดรับฟงโดยรายละเอียดท่ีอธิบายไวอยางชัดแจง โดยอาศัยเหตุที่วาเรื่องราวที่ทานไดเคยรับฟงมานั้นเปนเร่ืองปลีกยอย แตความจริงแลวเรื่องน้ีเปน ภารกิจอันสําคัญจากทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุข แดทา นและแดบรรดาลูกหลานของทาน) ทุกคนท่ีอยูพรอมกับทานในเหตุการณของวันน้ันซ่ึงตางก็ มาจากภูมลิ าํ เนาตาง ๆ จาํ นวนมากกวา หนงึ่ หมืน่ คนก็ไดเ ปนสักขพี ยาน สวนผูท่ีไดรวมในการทําฮัจญพรอมกับทานน้ันมีอีกเปนจํานวนมาก และมีรายงานกลาว ตอ ไปอีกวา บรรดาผูที่ไดหยดุ พรอมกบั ทา นท่ฆี อดรี -คุม น้นั มีจาํ นวนมากกวา หนึ่งหมนื่ คน (279) เราไดอ า งฮาดษี นผ้ี า นไปแลวใน อัล-มุรอญิอะฮฺที่ 48 ขอใหพิจารณาดูฮาดีษที่ 15 และ หมายเหตตุ ามทีไ่ ดอ า งคาํ อรรถาธิบายเอาไว ดังน้ันจะเห็นไดวาระเบียบการของอัลลอฮฺ ผูทรงสูงสุดนั้นยอมเปนส่ิงซึ่งไมมีความ แปรเปล่ียนแตอยางใดในเน้ือหา สายสืบของฮาดีษน้ีไดพิสูจนใหเห็นวาถูกยับย้ังเรื่องราวอันเปน
รายละเอยี ดไวใ หแ ตกตางไปจากรายงานแหง บรรดาอมิ ามของอะหฺลลุ บยั ตซฺ ่ึงไดถือหลักการขอน้ีไว เปนมาตรการทสี่ าํ คัญ 4. เหตุการณที่สําคัญอีกตอนหนึ่งที่จะขอย้ําเพื่อใหเปนที่เพียงพอแกทานนั่นก็คือ คํา ประกาศของทานอะมรี ลุ มุมนี นี ที่ไดอางเร่ืองนี้ข้ึนในสมัยการเปนคอลีฟะฮฺของทาน ดวยการที่ทาน ไดเรียกประชุมบรรดาประชาชนในวาระแหงการชุมนุม (เราะฮฺบะฮฺ) โดยทานไดกลาววา “อัลลอฮฺ จะทรงเขมงวดตอมุสลิมทุกคนที่ไดยินทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (ศ) กลาวไวในวันแหง ฆอดีร-คุม ฉะนัน้ ขอใหผ ูท่ีไดยินเรื่องราวเหลาน้ันไดลุกขึ้นกลาวยืนยันตามสิ่งท่ีทานไดพูดเถิด ไมมีผูใดลุกข้ึน ยนื ยนั ถึงเรอื่ งนน้ี อกจากผูท ่ีไดเห็นดว ยตาทงั้ สองขางของเขา และผทู ีไ่ ดฟ ง ดว ยหูทั้งสองของเขา” ดังน้ันบรรดาสาวกจํานวน 30 คนในหมูพวกเขาก็ไดยืนขึ้นโดยไดปฏิญาณยืนยันวาทานศา สนทูตไดจับมือของทานอาลี แลวกลาวแกประชาชนวา “พวกเจารูหรือไมวาแทจริงฉันคือ ผูปกครองของบรรดาผูศรทั ธาทีม่ อี าํ นาจเหนอื ตัวของพวกเขาเอง ?” พวกเขาเหลาน้นั ไดก ลาววา “ใชแ ลว” ทานศาสนทูต (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดา ลูกหลานของทาน) ไดกลาววา “ผูใดที่ฉันเปนผูปกครองของเขา ดังนั้นบุคคลผูนี้ก็เปนผูปกครอง ของเขาดวย โออัลลอฮฺ ขอไดทรงคุมครองตอผูที่จงรักภักดีตอเขา และจงเปนศัตรูตอผูที่เปนศัตรู ของเขา” ทา นเองก็ยอมทราบอยูแกใจดีวาถาหากบรรดาสาวกจํานวน 30 คนไดรวมกันกลาวเท็จแลว ไซรกย็ อมถอื วา เปนสง่ิ ทขี่ ดั กนั กับสตปิ ญญาโดยสนิ้ เชงิ สายสืบของฮาดษี น้ีไดแสดงใหเห็นถึงความ แนนอนที่สอดคลองตรงกันโดยการยืนยันข้ันเด็ดขาดของพวกเขาเหลานั้น อยางชนิดที่ไมมีขอ สงสัยใด ๆ เงื่อนไขท่ีสําคัญสําหรับฮาดีษน้ีอันไดมาจากบุคคลเหลาน้ันซึ่งตางก็อยูในวาระแหงการ ชมุ นุม (เราะฮฺบะฮ)ฺ โดยไดท ําการรวมกลุมกนั ขึ้นในครั้งนัน้ หลังจากที่พวกเขาไดกระจัดกระจายกัน ไปอยตู ามเมอื งตาง ๆ จงึ ไมม ีสงิ่ ทน่ี า สงสยั แตป ระการใดเลยวา วาระแหงการชุมนุม (เราะฮฺบะฮฺ) ครั้งกระนั้นเปนเหตุการณท่ีเกิดขึ้นในสมัยของคอลีฟะฮฺ (อามีรุล มุมีนีน) โดยที่ไดมีการใหสัตยปฏิญาณรับรองกันในป ฮ.ศ. 35 สวนเหตุการณในวัน แหง ฆอดีร นนั้ ไดเ กดิ ข้ึนเมื่อครั้งบําเพ็ญฮัจญอําลาในป ฮ.ศ. 10 ดังน้ันเหตุการณของวาระทั้งสองอยู หางกันประมาณ 25 ป ชวงระยะเวลาที่พวกเขาเหลานั้นไดใชชีวิตอยูกับยุคสมัยของการทําสงคราม หลายครั้งหลายคราวนบั ต้ังแตส มยั ของคอลีฟะฮฺ 3 ทานแรก ชว งน้นี บั ไดว ายาวนานถึงหน่ึงในสี่ของ
ศตวรรษ เหตกุ ารณของการสรู บและการทําสงครามไดผนั แปรสถานการณบางอยางไปมาก บุคคลผู ท่ีอยูในเหตุการณแหงวันฆอดีร-คุม น้ันก็มีแตสาวกที่แกชราไปมากแลว และสวนหน่ึงของพวกเขา ก็ไดประสบกับวาระสุดทายแหงชีวิตไปในการทําสงคราม จนกระท่ังสาวกในรุนน้ันยังคงมีชีวิตอยู เปนจํานวนนอยมาก สวนหนึ่งของพวกเขาเหลาน้ันก็แยกยายกันไปตั้งถิ่นฐานตามภูมิลําเนาตาง ๆ มไิ ดเขารว มทําการปฏิญาณตนในวาระแหงการชุมนุม (เราะฮฺบะฮฺ) ครั้งนี้ดวย นอกจากผูท่ีอยูพรอม กับทา นอามีรุล มมุ ีนีนท่เี ปนผชู าย เม่อื ครัง้ อยูที่ประเทศอิรคั เหตุการณในคร้ังน้ีไดมีสาวกจํานวน 30 คนไดลุกข้ึนยืนเพ่ือยึนยันถึงเร่ืองดังกลาว อีก 12 คนในหมูพวกเขาเหลานั้นก็ไดยืนยันเร่ืองราวแหงวันฆอดีร ตามท่ีไดฟงมาจากผูท่ีไดยินคําพูดของ ทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแด บรรดาลูกหลานของทาน) ผูที่อยูในกลุมน้ันมีบางคนท่ีแสดงอาการรังเกียจตอการยืนข้ึนเพ่ือกลาว ยืนยันเงื่อนไขดังกลาวน้ีก็มี เชน ทานอานัส บิน มาลิก และบุคคลอ่ืน ๆ(280) ซึ่งบุคคลเหลาน้ีตางก็ ไดรับโทษทัณฑท่ีไดปรากฏข้ึนมาตามคําขอดุอาอฺของทานอามีรุล มุมีนีน (ความสันติสุขพึงมีแด ทาน) และถาหากวาบรรดาสาวกท้ังชายและหญิงยังมีชีวิตอยูจนถึงวันน้ันแลวไดมารวมกันชุมนุม กันทุกคนในวันที่ทานไดจัดพิธีการประชุมในวาระแหงการใหสัตยาบันตอทานในวันน้ันแลว แนน อนที่สุดผทู ย่ี นื ยันใหแกท า นถงึ เรอื่ งน้จี ะตองมจี าํ นวนมากกวา 30 คนเปน แน ทานคงจะสงสัยวานาจะไดมีการชุมนุมเพ่ือยืนยันถึงเรื่องนี้กันท่ีเมืองฮิญาซ กอนท่ีจะให เหตุการณแ หง วนั ฆอดีรผา นพนจนเน่นิ นานอยางนี้ แตทวาทานควรท่ีจะไดตระหนักถึงความจริงใน ขอ น้ี ซึง่ ทานสามารถทจ่ี ะพบวา มหี ลกั ฐานที่แขง็ แรง ซง่ึ ยืนยันกันโดยมติที่เปนเอกฉันทถึงสายสืบที่ เก่ียวกบั ฮาดีษที่เกิดข้ึนในวนั ฆอดีร (280) เม่ือทานอาลี (ขอความสันติพึงมีแดทาน) ไดกลาวแกทานอานัส วา “ทําไมทานจึงไม ยืนขึ้นพรอ มกบั บรรดาสาวกของทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ แลวยืนยันถึงส่ิงท่ีทานไดยินมา จากทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺในวันแหง ฆอดีร-คุม ?” ทานอานัสตอบวา “โอทานอามีรุล มุมีนีน ฉันมีอายุมากแลวและฉันก็ไดลืมไปแลว” ทานอาลีจึงกลาวขึ้นวา “ถาหากทาน โกหก ก็ขอใหอัลลอฮฺทรงลงโทษใหทานเปนโรคเร้ือนท่ีปรากฏอยูใตผาโพกศีรษะ ถึง กระนั้นทานอานัสก็ยังไมลุกขึ้นยืน จนกระท่ังตอมาไดปรากฏวา ทานเปนโรคเร้ือนขึ้นท่ี ใบหนาของทาน ดวยเหตุนี้ทานอานัสไดกลาวในคร้ังตอมาวา คําวิงวอนขอดุอาอฺของบาว แหงผูทรงคุณธรรม (ทา นอาล)ี น้นั ไดสนองตอบแกฉันแลว ทา นอิมาม อิบนุ กุตัยบะฮฺ ดัยนู
รียก็ไดอางถึงหลักฐานวา ทานอานัสเปนคนหนึ่งในกลุมบุคคลท่ีมีขอเสียหายดังปรากฏอยู ในหนา 194 ของหนังสือ “มะอาริฟ” ทานอิมามอะหฺมัด บิน ฮันบัล ก็ไดยืนยันถึงเรื่องน้ีไว ในหนา 119 ของ ุซอฺท่ี 1 หนังสือ “มุสนัด” โดยทานไดบันทึกไววา “ดังน้ันพวกเขา ท้ังหมดจึงพากันลุกข้ึนยืน นอกจากสามคนเทานั้นท่ีไมไดลุกข้ึนยืนยัน ดังน้ันพวกเขาจึง ประสบกับโทษทัณฑ ตามคาํ ขอดุอาอขฺ องทา น” ทานสามารถท่ีจะทําความเขาใจไดอยางละเอียดถี่ถวนถึงเรื่องราวท่ีเกิดข้ึนในวันแหงการ ชุมนุมเพื่อใหการสัตยาบันกับทานอาลีซึ่งไดมีการเรียกช่ือของวันน้ันวา วัน “เราะฮฺบะฮฺ” ตามท่ีมี ปรากฏจากรายงานท่ีไดบันทึกไวโดยทานอิมามอะหฺมัดซ่ึงไดบันทึกมาจากรายงานฮาดีษของทาน ซัยด บนิ อัรกอ็ ม ในหนา 370 ุซอทฺ ี่ 4 จากหนงั สือ “มสุ นัด” ของทา น และอีกรายงานหน่ึงซึ่งไดเลาโดยทานอาบู ฏอฟลซึ่งไดกลาววา “ทานอาลีไดเรียกบรรดา ประชาชนใหมาประชุมกันในวาระแหงพิธีการ “เราะฮฺบะฮฺ” หลังจากน้ันทานก็ไดกลาวแกพวกเขา เหลา น้นั วา “อัลลอฮฺไดท รงประจกั ษตามทมี่ สุ ลิมทุกคนไดยนิ คํากลาวของทา นศาสนทตู แหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) ซึ่ง ทานไดกลาวไว เม่ือวันแหงฆอดีร-คุม ฉะน้ันผูใดท่ีไดยินเร่ืองดังกลาวก็ขอใหลุกข้ึนยืนเถิด ดังนั้น ประชาชนจํานวน 30 คนก็ไดยนื ขึ้น” สําหรับรายงานที่บันทึกโดยทานอาบู นาอีมน้ัน ใชสํานวนในประโยคน้ีวา “ประชาชน จํานวนมากไดย ืนขึน้ โดยที่พวกเขาไดยืนยันถงึ การที่ทานศาสนทูตไดจับมือของทานอาลี แลวกลาว แกป ระชาชนทง้ั หลายวา “พวกเจา ทั้งหลายรหู รือเปลาวา แทจริงฉันคือผูปกครองผูศรัทธาที่มีอํานาจ เหนือตัวของพวกเขาเอง ?” พวกเขาเหลาน้ันพากันกลาววา “ใชแลว โอ ทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ” ทานศาสนทูตจึงกลาวตอไปวา “ผูใดที่ฉันเปนผูปกครองของเขา ดังน้ันบุคคลผูนี้ (อาลี) ก็เปน ผปู กครองของเขาดว ย โออลั ลอฮฺ ขอไดทรงคมุ ครองผซู งึ่ จงรักภกั ดีตอเขาและขอไดทรงเปนศัตรูตอ ผูท่ีเปนศัตรูตอเขา” อาบู ฏอฟลไดกลาววา “เรื่องน้ีเปนส่ิงที่ทําใหจิตใจของฉันกระวนกระวายเปน อยางย่ิง วาเหตุใดที่บรรดาประชาชาติสวนหน่ึงไดพากันละทิ้งภาระหนาท่ีที่มีตอฮาดีษนี้ จนฉันได พบกับทานซัยด บิน อัรก็อม ฉันจึงไดกลาวแกเขาวา “แทจริงฉันไดยินไดฟงทานอาลีพูดถึงในส่ิง ดังกลาว” ทานซัยดจึงกลาววา “ทานอยาไดทําเปนเลนกับเรื่องนี้ เพราะแนนอนท่ีสุด ฉันเองก็ไดยิน ทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแด บรรดาลกู หลานของทาน) ไดกลาวกับเขาเชน นี้เหมอื นกัน”
ดวยเหตุนีจ้ งึ กลาวไดวาเม่อื เราไดท าํ การประมวลคํายืนยันของทานซัยดในขอน้ีกับถอยคําท่ี ทานอาลีไดกลาวในวันน้ันถึงหัวขอเร่ืองเดียวกันนี้ พรอมกับคํายืนยันของบรรดาศอฮาบะฮฺทั้ง 30 คน ก็สามารถจะทําการพิจารณาไดวาเปนการลงมติอยางเอกฉันทท่ียืนยันแกฮาดีษน้ีโดยสาวกท่ีมี จาํ นวนถงึ 32 คน ทานอิมามอะหฺมัดยังไดทําการบันทึกฮาดีษน้ี (เก่ียวกับทานอาลี) ไวในหนา 119 ุซอฺที่ 1 หนังสือ “มุสนัด” ของทาน โดยอางรายงานท่ีเลามาจากทานอับดุรเราะมาน บิน อาบูลัยลา ซึ่งได กลาววา “ฉันไดยืนยันเปนพยานใหแกทานอาลีในวาระแหงวัน “เราะฮฺบะฮฺ” โดยท่ีทานไดเรียก ประชาชนท้ังหลายมาชุมนุม ซึ่งทานไดกลาวแกประชาชนทั้งหลายในวันนั้นวา “ถาใครไดยืนขึ้น แลวก็แสดงวาเขาเปนพยานใหกับฉัน และผูที่ไมไดรูเห็นเหตุการณของทานศาสดา (ในวันฆอดีร- คมุ ) ก็อยาไดลุกขึ้นยืน” ทานอับดุรเราะมานไดกลาวตอไปอีกวา มีคนชาวบัดรฺจํานวน 12 คน ไดลุก ข้ึนยืน ซ่งึ ดเู สมือนวา ฉนั เคยรูจักกบั คนคนหนง่ึ แลวพวกเขาเหลาน้ันไดก ลาวกันวา “เราขอปฏิญาณ วาเราเคยไดยินทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแด ทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) ไดกลาวไวเม่ือวันแหงฆอดีร-คุมวา “ฉันมิไดเปนผูปกครอง ของผศู รัทธาท้ังหลายทม่ี อี ํานาจเหนือตวั ของพวกเขาและคูครองของมารดาของพวกเขาดอกหรือ ?” พวกเราจึงไดพากันกลาววา “ใชแลว โอทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ ทานเปนเชนนั้น” ทานศาสนทูต จึงไดกลาวตอไปวา “ดังนั้นผูใดท่ีฉันไดเปนผูปกครองของเขาแลว อาลีก็คือผูปกครองของเขาดวย โออ ัลลอฮขฺ อไดทรงคมุ ครองตอ ผูท ่ีจงรักภักดีตอ เขา และขอไดท รงเปนศัตรตู อผทู ีเ่ ปนศตั รูของเขา” จากรายงานฮาดีษอีกกระแสหน่ึงซ่ึงทานอิมามอะหฺมัดไดบันทึกไวในตอนทายของหนา ดังกลาว ซึ่งทานศาสนทูตไดกลาววา “โออัลลอฮฺขอไดทรงคุมครองตอผูท่ีจงรักภักดีตอเขา (อาลี) และขอไดทรงเปน ศัตรูตอ ผทู ี่เปนศัตรูของเขา ขอไดท รงใหก ารอนเุ คราะหช ว ยเหลอื แกผทู ่ชี ว ยเหลอื เขา และขอไดทรงบั่นทอนตอผูที่บ่ันทอนเขา” ทานอับดุรเราะมานไดกลาวอีกวา “ดังนั้นพวกเขา ท้ังหลายตางก็ไดพากันลุกขึ้นยืนเพื่อยืนยันถึงขอความดังกลาว นอกจากมี 3 คนเทาน้ันที่มิไดลุกข้ึน ยืน ดังน้ันทานอาลีจึงไดทําการขอดุอาอฺข้ึน พวกเขาจึงตองประสบกับโทษทัณฑ ตามคําขอดุอาอฺ ของทาน” “ขอใหทานไดประมวลหลักฐานดูท้ังถอยคําของทานอาลี และท้ังถอยคําของทานซัยด บิน อัรก็อม อีกท้ังถอยคําของบุคคลอีก 12 คนท่ีถูกกลาวถึงในฮาดีษน้ีซ่ึงในวันน้ันมีชาวบัดรฺชุมนุมอยู 14 คนอยางไมตองสงสัย และขอใหทานไดติดตามเพ่ือพิจารณาดูหลักฐานฮาดีษท่ีเกี่ยวของกับ
เหตกุ ารณแหงวันเราะฮบฺ ะฮฺ ดูใหละเอียดถี่ถวน แลวทานจะไดตระหนักถึงวิทยปญญาท่ีทานอามีรุล มมุ นี ีนมีตอการประกาศฮาดษี แหงฆอดรี -คุม และเจตนารมณของทานท่มี ีตอ เรอ่ื งน้ีดวย 5. สําหรับทัศนะของทานซัยยิด (ประมุข) แหงเหลาบรรดาชะฮีด (ผูพลีชีพในวิถีทาง ของอัลลอฮฺ) อาบูอับดุลลอฮฺ ฮุเซน (ความสันติสุขพึงมีแดทาน) ก็ไดยืนยันถึงหลักการในขอนี้เมื่อ สมัยของมุอาวียะฮฺ ทั้งนี้ก็เพ่ือที่จะไดย้ําเจตนารมณอันเปนสัจธรรมตามจุดยืนของทานอามีรุล มุ มีนีนที่ไดกระทําไวในวัน “เราะฮฺบะฮฺ” โดยที่ทานไดทําการเรียกประชาชนมาชุมนุม ซึ่งในคร้ังนี้ ทานฮุเซนไดจัดการชุมนุมขึ้น ณ เทศกาลแหง “ทุงอารอฟาต” โดยการยืนยันท่ีจะใหรําลึกถึง เจตนารมณของผูเ ปน ทานตา (ศาสนทูต) บิดา (ทา นอาล)ี มารดา (ทา นหญิงฟาฏิมะฮฺ) และพ่ีชายของ ทาน (ฮาซัน) ถอยคําท่ีทานไดประกาศน้ัน ผูที่ไดรับฟงตางยอมรับวา ไมเคยไดยินไดฟงคําปราศรัย ทม่ี ีวิทยปญญาสูงสง จนเปนทย่ี อมรบั ของผูฟง ใหเสมอเหมือนกบั ทา นไดมากอ น (ในยคุ น้นั ) ทานไดทําการผูกมัดสายตาและจิตใจของผูฟงใหติดตรึงอยูกับคําปราศรัยของทาน ทานได ประมวลเรื่องราวตาง ๆ อันไดแกสิทธิตาง ๆ ของทานท่ีไดรับมาตั้งแตวันแหงฆอดีร-คุมไวในคํา เทศนาของทาน จะเห็นไดวาหลักการอันยิ่งใหญของเร่ืองราวแหงฆอดีร-คุมน้ีเปนขอมูลที่สําคัญย่ิง ของทา น ซงึ่ เปนการทแี่ สดงใหเ ห็นถงึ ความแพรหลายของเรือ่ งราวที่ไดม าจากฮาดีษแหงฆอดีร-คมุ 6. เรื่องนีค้ ือทัศนะท่ีสําคัญยิ่งประการหนึ่งของบรรดาอิมามจํานวน 9 ทานอันเปนลูกหลาน ผูซ ่อื สัตย ยึดมั่นอยใู นแนวทางของทานอิมามฮุเซน ซึ่งไดดําเนินการตาง ๆ เพื่อรักษาเจตนารมณอัน สําคัญของฮาดีษดังกลาวนี้ โดยไดยึดเอาวิทยปญญาตาง ๆ จากฮาดีษน้ีเขามาประสานกับความรูสึก ของชีวิตจิตใจทุก ๆ สวน พวกทานทั้งหลายจึงไดยึดถือเอาวันท่ี 18 ของเดือนซุลฮิจญะฮฺในทุก ๆ ป เปนวันสําคัญ (วันอีด) วันหน่ึงพวกเขาจะทําการประชุมกันในวันนั้น เพื่อแสดงออกถึงความปล้ืมป ติยินดี ซึ่งการแสดงออกถึงความปล้ืมปติยินดีน้ัน พวกเขาไดดําเนินการกระทําตาง ๆ ไปโดย แสวงหาความผูกพันที่ใกลชิดตออัลลอฮฺผูทรงอานุภาพสูงสุด เชน ดวยการถือศีลอด การนมาซซุน นะฮฺและการวิงวอนขอดุอาอฺตออัลลอฮฺ พวกเขาไดถือเอาวันน้ันเปนจุดท่ีสําคัญสําหรับการบําเพ็ญ คุณงามความดีและคุณานุประโยชนตาง ๆ แกสังคม อันเปนการแสดงออกถึงการรําลึกในพระมหา กรุณาธิคุณที่อัลลอฮฺไดทรงประทานความการุญยใหแกพวกเขาท่ีพระองคเคยไดให วันนี้เปนวัน สําคัญสําหรับการแตงตั้งใหทานอามีรุล มุมีนีน ดํารงตําแหนงเปนคอลีฟะฮฺ อันเปนพันธะกรณีที่มี ตอทานอาลี สําหรับตําแหนงความเปนผูนํา (อิมามัต) ในวันนั้น พวกเขาตางไดทําการติดตอ ประสานพบปะกันในหมูญาติมิตร และแสดงความเอ้ือเฟอเผ่ือแผที่ดีงามตอคูครองของพวกเขา อีก
ท้งั ทําการเยย่ี มเยียนมวลมิตรสหายของพวกเขาและไดทําการอบรมส่ังสอนเพื่อนบานอีกท้ังสั่งสอน ใหกลุ บตุ รกุลธดิ าของพวกเขาไดรักษาเจตนารมณของวนั น้สี บื ทอดกนั ตลอดไป 7. ดว ยเหตุน้ีเองวันที่ 18 เดือนซุลฮิจญะฮฺของทุกปจึงไดถือกันวาเปนวันสําคัญ (วันอีด) วัน หนึ่งของฝายชีอะฮฺ(281) ในทุกยุคทุกสมัยและทุกประเทศพวกเขาจะพากันมาชุมนุมท่ีมัสญิดในวัน นั้น เพื่อทําการนมาซฟรฏ และนมาซซุนนะฮฺ และทําการอานพระมหาคัมภีรอัล-กุรอาน อีกทั้งทํา การขอพรดวยบทวิงวอนตาง ๆ อันเปนการแสดงออกถึงการสํานึกในพระกรุณาที่มีตออัลลอฮฺ ผู ทรงสูงสุดท่ีไดทรงประทับความสมบูรณของศาสนาอิสลามและประทานความบริบูรณแหงความ โปรดปรานตาง ๆ ดวยตําแหนงความเปนผูนํา (อิมามัต) ที่แตงต้ังใหแกทานอามีรุล มุมีนีนหลังจาก นั้นพวกเขาก็ไดพากันออกเย่ียมเยียนญาติมิตร และติดตอประสานความรักใครโดยมีไมตรีตอกัน ระหวางผูท่ีแสวงหาความผูกพันอันใกลชิดตออัลลอฮฺ ดวยการบําเพ็ญคุณธรรมและคุณานุ ประโยชนต าง ๆ ดว ยการสงเสริมส่งิ ทีด่ ีงามใหเกิดขน้ึ แกบ รรดาญาติมิตรและเพื่อนบาน (281) ทานอิบนุ อัล-อะษีรไดระบุถึง “ระเบียบการในขอน้ี เมื่อป ฮ.ศ.352 จากหนังสือ “ตา รีค-กามิล” หนา 181 วาในปนั้นเมื่อถึงวันที่ 18 เดือนซุลฮิจญะฮฺ ทาน “มุอฺซุลเดาละฮฺ” ได ส่ังใหทําการประดับประดาบานเรือนในเมืองแบกแดดตามถนนหนทาง และตามสถานท่ี ตา ง ๆ และสั่งใหเปด ตลาดเพ่ือฉลองในยามกลางคืนเหมือนคืนของวันอีด การกระทําเชนนี้ เปนการแสดงความพอใจตอ วนั อดี ฆอดรี -คมุ บางคร้งั กม็ ีการดดี สตี ีเปากนั ดว ย ในวันน้ันของทุกปพวกเขาไดถือกันวาเปนวันแหงการเย่ียมเยือนสถานที่พลีชีพของทานอา มีรุล มุมีนีนไดมีมวลชนที่มารวมชุมนุมกัน ณ สถานที่แหงน้ันจํานวนไมนอยกวาหน่ึงหม่ืนคน ซึ่ง ตางก็ไดมากันจากทุกทิศานุทิศ ทั้งน้ีก็เพ่ือท่ีพวกเขาจะไดมาแสดงความเคารพภักดีตออัลลอฮฺ ณ สถานท่ีและในวาระท่ีคลายคลึงกบั วันนี้ ซง่ึ บรรดาอมิ ามผซู ื่อสตั ยทงั้ หลายของพวกเขาไดเคยทําการ เคารพภกั ดีตอ พระองคม าแลวในอดตี ดวยการถือศีลอดบาง ดว ยการนมาซบาง ดวยการขอลุแกโทษ ตอ อัลลอฮฺบา ง ดว ยการแสวงหาความผกู พนั ทใ่ี กลชิดตอพระองคบาง ดว ยการบําเพญ็ คุณงามความดี ตาง ๆ และทาํ การบรจิ าคทานบา ง นอกเหนือจากนี้พวกเขายังไดรวมกันแสดงการคารวะดวยการรับ ฟงคาํ เทศนา (คุฎบะฮฺ) ของบรรดาอมิ ามบางทา นของพวกเขาทีไ่ ดถกู เก็บรกั ษารวบรวมไว ท้ังนี้และท้ังนั้นก็ลวนแตเปนการเสริมสรางเจตนารมณท่ีสมบูรณและแสดงออกถึงความ เชื่อม่ันที่ยืนยันตอทานอามีรุล มุมีนีนวาอยูในตําแหนงที่เต็มไปดวยเกียรติยศท่ีเลิศล้ํา ผลงานของ ทานทั้งมวลไดถูกถือวาเปนพ้ืนฐานท่ีสําคัญยิ่งของศาสนา ทานเปนผูทําหนาท่ีรับใชทานประมุข
แหงบรรดานบีและบรรดาศาสนทูต (ศาสดามุฮัมมัด) ซึ่งทานศาสดาไดเคยยกยองเกียรติยศใหแก ทานไวเ ปน กรณีพเิ ศษโดยทไ่ี ดแตง ตั้งตาํ แหนงอนั สําคญั ใหแกท านอาลใี นวันแหง “ฆอดีร-คมุ ” นค่ี อื ระเบยี บที่ถือปฏบิ ตั ิกันเสมอมาของฝา ยชีอะฮฺในทุก ๆ ป พวกเขาไดทําการทบทวนบท เทศนาของบรรดาอิมามท่ีไดยืนยันกันอยูในเร่ืองน้ีมาทุกสมัยและทุกประเทศ ซ่ึงพอท่ีจะแสดงให เห็นประการหน่ึงไดวาฮาดีษท่ีเก่ียวกับ ฆอดีร-คุม นั้นมีสายสืบที่แนนอนโดยสังเกตเห็นไดดวยการ ท่ีสาระสําคัญของฮาดีษดังกลาวไดสืบเน่ืองกันมาสูบทกวีตาง ๆ ของพวกเขาท่ียกยองตอเกียรติคุณ ของทา นอาลมี าตง้ั แตเ ดมิ (282) อกี ทง้ั สุนทรพจนต า ง ๆ จึงไมม ีทางใดอกี แลวทีย่ ังจะพอต้ังขอสงสัยใน สายสบื ฮาดีษบทน้ี ซ่ึงอยูในระดบั สอดคลองตรงกัน (มุตะวาติร) ท้ังจากรายงานของฝายอะหฺลลุ บัยตฺ ดวย เพราะแทจริงแลวขอมูลตาง ๆ ของพวกเขาเหลานี้ตางก็ไดเก็บรักษากันมาโดยถือวา เปน ประโยคฮาดีษท่ีสําคัญที่สุดเปนกรณีพิเศษที่มีความหมายย่ิงสําหรับพวกเขาท่ีจะตองพิทักษรักษา และเผยแพรเจตนารมณฮ าดษี บทนเ้ี พ่ือท่ีจะไดบรรลถุ ึงเปาหมายอันสงู สุด ทานคงจะมีความตระหนักอยูแกใจไดดี ถาเพียงแตทานไดพิจารณาดูหลักฐานขอนี้จาก ตําราของฝายซุนนะฮฺท้ังส่ีเลม โดยนํามาพิจารณารวมกันกับสายสืบท่ีเก่ียวกับเร่ืองนี้ของนักปราชญ ฝายชีอะฮฺ ทานก็จะไดตระหนักดีย่ิงข้ึนวาสายสืบของฮาดีษบทนี้ เปนขอมูลที่ถูกหยิบยกมาบันทึก และมีสายสืบที่แนนอนติดตอกันโดยตลอด แลวผลท่ีสุดทานก็จะตองยอมรับกับหลักฐานฮาดีษใน ขอน้ีโดยทานเองจะตองเชื่อม่ันถึงความแนนอนทางดานสายสืบของฮาดีษบทนี้ท่ีมาจากสายสืบฮา ดีษตามมาตรฐานของบคุ คลทย่ี นื ยนั กันอยูเปน จํานวนมาก 8. ในสายสืบตาง ๆ ของฮาดีษนี้ที่มาจากรายงานของนักปราชญฝายอะฮฺลิซซุนะฮฺ ตามที่ ทานเคยไดศึกษามาแลวน้ันยอมเปนกฎเกณฑท่ีแสดงใหเห็นถึงเจตนารมณของบทบัญญัติอยางไม ตอ งสงสัย ขอใหสังเกตโองการของอัลลอฮทฺ ี่วา (282) ทานกุมัยต บิน ซัยดไดกลาวบทกวีวา “เมื่อวันแหงการชุมนุม ณ สถานที่แหง ตําบลฆอดีร-คมุ นั้น ตาํ แหนง ผูปกครองไดถ กู แตงตง้ั ใหแกทา นเพอ่ื ฉนั ไดป ฎิบตั ติ าม” อาบู ตะมามไดกลาวสดุดีถึงวาระสําคัญอันน้ีในหนังสือ “ดีวาน” วาวันฆอดีรนั้น สจั จธรรมไดเ ปน ทปี่ รากฏข้ึนแกคนในครอบครัวของทาน (ศาสดา) ดว ยการเสนอฉายานาม อนั สําคัญอยางชนิดท่ีไมมีส่ิงกีดกันและปดบังความเขาใจแตประการใดในเร่ืองน้ัน ทานศา สนทูตแหง อลั ลอฮฺ (ศ) ไดป ระกาศใหพวกเขาหยุดที่นั่น เพื่อทานไดย้ําใหพวกเขารูจักความ
ดีและหามพวกเขามิใหทําช่ัว ทานไดจับมือของบุคคลท่ีเปนตัวตนของทาน แลวสอนวาเขา ผนู ้คี อื ผูป กครองของพวกทา น พวกทา นจะวา อยางไร ฯลฯ “ไมมีการเปลี่ยนแปลงแตประการใดสําหรับหลักการของอัลลอฮฺ น่ีคือศาสนาท่ีจะตอง ดาํ รงอยู แตท วา สวนมากบรรดามนุษยเขาไมมคี วามร”ู นักปราชญแหงสํานัก “ฟตวา-ฮามิดียะฮฺ” ไดอธิบายความหมายของโองการน้ีโดยได กลา วถงึ รายละเอยี ดตา ง ๆ อันเปน ขอ มูลของฮาดษี น้ีไวใ นหนงั สอื “อศั ศอลาวาตุล-ฟาคเี ราะฮฟฺ ล -อะ ฮาดีษุลมุตะวา-ติเราะฮฺ” ทานซะยูฎียก็ไดอางเร่ืองราวโดยละเอียดในทํานองเดียวกันนี้บันทึกไวใน หนงั สอื ของทา นดวย ขอใหทานไดพิจารณาขอเขียนที่บันทึกไวโดยทานมุฮัมมัด บิน ญะรีร อัฏ-ฏ็อบรีย เจาของ ตําราตัฟสีร และตําราประวัติศาสตรที่มีชื่อเสียง อีกทั้งขอใหทานพิจารณาขอเขียนของทานอะหฺมัด บิน มุฮัมมัด บิน สะอีด บิน อุกบะฮฺ และทานมุฮัมมัด บิน อะหฺมัด บิน อุสมาน อัซ-ซะฮะบีย-ซ่ึง บุคคลเหลา น้ตี างก็ไดบ ันทึกรายงานฮาดษี ที่เกี่ยวกบั อัล-ฆอดีร-คุมไวโดยอสิ ระเสรโี ดยมิไดส นใจตอ การที่พวกเขาไดถูกคัดคานจากกลุมนักปราชญบางสวน จะเห็นไดวาทานอิบนุญะรีรไดบันทึก รายงานท่ีเก่ียวกับฮาดีษนี้ไวในหนังสือของทานถึง 75 กระแสรายงาน และทานอิบนุ อุกตะฮฺก็ได บนั ทึกไวในหนงั สือของทานไวเปน จํานวนมากถึง 105 กระแสรายงาน(283) ทานซะฮะบียก็ไดบันทึก ไวเปนจํานวนมากพรอมกับยืนยันวาสายสืบของฮาดีษน้ีมีมาตรฐานท่ีศอฮี้ฮฺทุกประการ(284) และใน บาบที่ 16 หนังสือ “ฆอยะตุล-มะรอม” น้ันไดบันทึกรายงานที่นักปราชญอะฮฺลิซซุนนะฮฺไดรับรอง ไวใ นเรอ่ื งของฮาดีษ ฆอดรี -คมุ นี้ จาํ นวน 80 ฮาดษี ท้งั นย้ี ังไมร วมถงึ รายงานฮาดษี ท่อี างโดยทา นตริ มีซีย และยังไมรวมกับที่อางโดยทานนะสาอีย และยังไมรวมกับรายงานฮาดีษของทานฏ็อบรอนี ทานบัซซาร ทานอาบูยะอลา และยังไมรวมรายงานฮาดีษนี้ที่บันทึกโดยกลุมนักปราชญอ่ืน ๆ อีก เปนจํานวนมากทานซะยูฎียไดอางฮาดีษนี้เขาไปประกอบในหัวขอเร่ืองท่ีอธิบายถึงทานอาลี จาก หนังสอื “ตารคี -คลุ อฟาอฺ” (283) เจาของหนังสือ ฆอยะตุล-มะรอม ไดบันทึกไวในตอนทายของบาบที่ 16 หนา 89 วา ทานอิบนุ ญะรีรไดบันทึกฮาดีษ อัล-ฆอดีร นี้ไวถึง 95 สายสืบในหนังสือที่สําคัญของทาน เลมหน่ึงชื่อ “อัล-วิลายะฮฺ” ทานอิบนุ อุกดะฮฺ ไดบันทึกไวถึง 105 สายสืบ ทานอิมามอะหฺ มัด บิน มุฮัมมัด บิน ศอดิกแหงประเทศมอร็อกโคก็ไดบันทึกไวโดยอางขอเขียนของทาน ซะฮะบียและทานอิบนุ อุกดะฮฺไวอีกเชนกัน ขอใหทานพิจารณาสุนทรพจนท่ีเขาไดรวมไว
ในหนังสือ “ฟตฮุล-มุลก-อะลี” ซ่ึงไดมีการอางอิงเก่ียวกับรายงานฮาดีษตาง ๆ ในหมวด ท่ีวาดวยนครแหง ความรขู องทานอาลี” จากรายงานฮาดีษของทานติรมีซีย หลังจากนั้นทานไดกลาววา “ทานอะหฺมัดไดบันทึกฮา ดีษบทน้ีจากรายงานของทานอาลี ทานอาบูอัยยูบ อัล-อันศอรีย ทานซัยด บิน อัรก็อม ทานอุมัรและ ทานซียมัร”(285) ทานไดกลาวอีกวา “ฮาดีษน้ียังมีรายงานที่เลามาโดยอาบู ยะอลาที่ไดรับรายงานมา จากทานอาบู ฮุร็อยเราะฮฺ ทานฏ็อบรอนียไดบันทึกมาจากรายงานของทานอิบนุ อุมัรและทานมาลิก บิน ฮุวัยริษ และทานฮับชีย บิน ุนาดะฮฺ ทานญะรีร ทานสะอัด บิน อาบูวักกอศ และทานอาบูสะ อีด อัล-คุดรีย และทานอานัส” ทานไดกลาวอีกวา “ฮาดีษบทนี้ยังมีรายงานที่บันทึกมาจากทานบัซ ซาร ทา นอบิ นุ อับบาส และทา นอมั มาเราะฮกฺ ับทานบรุ ยั ดะฮอฺ ีกดวย” เพื่อท่ีจะยืนยันใหเห็นถึงสายสืบที่แนนอนจนเพียงพอแกการยอมรับของฮาดีษบทนี้ ก็ ขอใหสังเกตรายงานท่ีบันทึกไวโดยทานอิมามอะหฺมัด ในหนังสือมุสนัดของทาน(286) โดยอางจาก รายงานฮาดีษของทานริยาห บิน ฮาริษ โดยไดบันทึกไวจากรายงานสองกระแสดวยกันวาไดมีชาว มุสลิมตางแดนพวกหน่ึงเขามาหาทานอาลีแลวกลาววา “ขอความสันติพึงมีแดทาน โอผูปกครอง (เมาลา) ของเรา” ทา นอาลีถามวา “พวกทา นมาจากไหน ?” พวกเขาตอบวา “พวกเราเปนผูจงรักภักดี ตอทา น โออามรี ลุ มุมนี ีน” ทา นอาลถี ามอีกวา “ฉนั จะเปนผูปกครอง (เมาลา) ของพวกทานในฐานะ อยางไร เพราะพวกทานเปนชาวอาหรับ ?” พวกเขาไดตอบอีกวา “พวกเราเคยไดฟงทานศาสนทูต แหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮทฺ รงประทานความจาํ เริญและความสันติสขุ แดทา นและแดบ รรดาลกู หลานของ ทาน) กลาวเมื่อวันแหงฆอดีร-คุมวา “ผูใดที่ฉันเปนผูปกครอง (เมาลา) ของเขาไซร ดังนั้นแนนอน บุคคลผนู ้ี (อาล)ี กเ็ ปน ผปู กครอง (เมาลา) ของเขาดวย” (284) ทานอิบนุ ฮะญัรไดอ า งฮาดีษบทนี้ไวในตอนที่ 5 บาบท่ี 1 หนงั สือศอวาอกิ (285) ขาพเจาขอกลาวเพ่ิมเติมวา ทานยังไดบันทึกฮาดีษนี้ซ่ึงรายงานโดยทานอิบนุอับบาส ไวในหนา 131 ุซอฺที่ 2 หนังสือ “มุสนัด” ของทาน และมาจากรายงานฮาดีษของทานบัร รออฺ หนา 281 จากซุ อทฺ ี่ 6 หนังสอื “มสุ นดั ” (286) ขอไดโ ปรดพิจารณาดูหนา ที่ 419 ซุ อทฺ ่ี 5 ทานริยาหไดกลาวอีกวา คร้ันเม่ือพวกเขาเหลาน้ันไดผานพนไปแลว ฉันไดถามบุคคลใน กลุมน้ันวา “เปนพวกท่ีมาจากไหน ?” พวกเขาเหลาน้ันกลาววา “เปนพวกที่มาจากชาวอันศอรซ่ึง เปนกลุมของทานอาบู อัยยูบ อัล-อันศอรีย” และเพื่อท่ีจะเนนใหเห็นวารายงานของฮาดีษบทน้ีมี
สายสืบที่สอดคลองตรงกัน ก็ขอใหพิจารณาดูการบันทึกท่ีสําคัญของทานอาบู อิสหาก อัษ-ษะอละ บีย ที่ไดมีปรากฏอยูในหนังสือ “ตัฟสีร อัล-กะบีร” ตอนที่อธิบาย “ซูเราะฮฺ อัล-มะอาริจญ” ดวย รายงานสายสบื ฮาดีษสองกระแสกลา ววาเม่อื ตอนที่ทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทาน ความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) ไดทําการประกาศแก ประชาชนทัง้ หลายในวนั แหง “ฆอดีร-คมุ ” นั้น ทา นไดประชมุ บรรดาสาวกทั้งหลาย แลวจับมือของ ทานอาลีข้ึนกลาววา “ผูใดที่ฉันเปนผูปกครอง (เมาลา) ของเขาไซร ดังนั้นอาลีก็เปนผูปกครอง (เมา ลา) ของเขาดวย” ทันทีท่ีขาวนี้ไดแพรสะบัดออกไปก็ไดทําใหฮาริษ บิน นุอฺมาน อัล-ฟะฮรียเกิด ความของใจจึงไดมาหาทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติ สุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) โดยไดขี่อูฐตัวเมียมาดวย เมื่อเขาไดผูกพาหนะไวกับที่ และเขาไดล งมา เขาไดเอยข้ึนวา “โอมุฮัมมัดทานไดสั่งใหเราปฏิญาณตนวา ไมมีพระเจาอ่ืนใดนอกจาก อัลลอฮฺ และใหยืนยันวา ทานเปนศาสนทูตของอัลลอฮฺ ซ่ึงเราก็ไดรับสนองจากคําส่ังสอนของทาน แลว ทานไดส่ังสอนใหเราทําการนมาซ 5 เวลา ซ่ึงเราก็ไดรับสนองคําสั่งสอนของทานแลว ทานได สง่ั สอนใหเราบริจาคซะกาต ซ่ึงเราก็ไดสนองตอบคําส่ังสอนของทานแลว ทานไดสั่งสอนใหเราถือ ศีลอดในเดือนรอมฎอน ซ่ึงเราก็ไดตอบสนองคําส่ังสอนของทานแลว อีกท้ังทานไดส่ังสอนใหเรา บําเพ็ญฮัจญ ซึ่งพวกเราก็ไดสนองตอบตอทานไปแลว หลังจากน้ีตอมาทานก็ยังไมพอใจจนถึงกับ ทานไดยกยองเลือดเนื้อเช้ือไข ผูซ่ึงเปนบุตรของลุงของทานใหเขามีสิทธิพิเศษเหนือเรา โดยที่ทาน ไดกลาววา “ผูใดที่ฉันเปนผูปกครอง (เมาลา) ของเขา ดังนั้นอาลีก็เปนผูปกครอง (เมาลา) ของเขา ดว ย สิง่ นมี้ าจากคําพูดของทา นเองหรือวา มาจากอัลลอฮกฺ ันแน ?” ทานศาสนทูต (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดา ลกู หลานของทา น) ไดก ลา ววา “ขอสาบานดว ยพระนามของอัลลอฮฺ ผูซงึ่ ไมมีพระเจาอื่นใดนอกจาก พระองค แนน อนส่ิงน้ีเปนเรื่องท่ีมาจากอัลลอฮผฺ ูทรงอานภุ าพสูงสดุ ” ครั้นแลวฮาริษก็ไดผินหลังใหโดยมุงไปยังพาหนะของเขาแลวกลาววา “โออัลลอฮฺ ถาหาก วาสิ่งที่มุฮัมมัดกลาวน้ันเปนความจริงแลว ก็ขอใหพระองคทรงใหกอนหินจากฟากฟากระหน่ําลง บนเรา หรือขอไดทรงใหเราไดรับการลงโทษอันสาหัสเถิด” ไมทันท่ีเขาจะเดินไปถึงพาหนะของ เขาอัลลอฮฺ มหาบรสิ ุทธิย์ ง่ิ แดพ ระองค กไ็ ดทรงกระหนาํ่ กอ นหินลงแกเ ขาโดยไดตกลงบนเบื้องหลัง ของเขา แลว เขากส็ น้ิ ชีวติ
อัลลอฮฺผทู รงสงู สดุ ยงั ไดประทานโองการอกี วา “มผี หู นง่ึ (จากชาวมกั กะฮ)ฺ ไดข อใหอ ุบตั ิการลงโทษทจ่ี ะตองอุบตั ขิ นึ้ อยา งแนนอน สําหรับ ผูปฏิเสธน้ันยอมไมมีผูปกปองมัน (ใหพนไป) ไดมันมาจากอัลลอฮฺ ผูทรงอํานาจในระดับสูงสุด” (อัล-มะอารจิ ญ : 1-3) ใจความของฮาดีษที่สําคัญไดยุติลงแคน้ี(287) และบรรดากลุมนักปราชญของฝายอะฮฺลิซซุน นะฮฺกลมุ หนึ่งกไ็ ดหยิบยกเอาฮาดีษบทนีบ้ ันทกึ ไวใ นหนังสือ “อริ สาลลุ มสุ ลิมาต”(288) วัสลาม (ช) (287) นักปราชญฝายอะฮฺลิซซุนนะฮฺกลุมหน่ึง เชน ทานอัลลามะฮฺ ชิบลันญียแหงประเทศ อียิปต ไดอางฮาดีษน้ีจากทานษะอละบีย บันทึกไวในหนังสือ “นูรุล อับศอร” โปรด พิจารณาดูทห่ี นา 11 ถา หากทา นประสงค (288) โปรดพิจารณาดูขอเขียนของทานฮะละบียที่อางมาจากนักปราชญท่ีเขาใจใน เหตุการณ “ฮัจญตุล-วิดาอุ” ในหนังสือประวัติศาสตรท่ีมีช่ือเสียงของทานน่ันคือ หนังสือ “ซเี ราะตลุ -ฮะละบยี ะฮฺ ทานจะพบฮาดีษน้ใี นตอนทายของหนา 214 ุซอทฺ ่ี 3 อลั -มรุ อญอิ ะฮฺ 57 25 อลั มฮุ รั รอ็ ม 1330 1. อรรถาธบิ ายความหมายของฮาดีษฆอดีร-คุม 2. การอา งเหตุผลประกอบแกการอธบิ ายฮาดีษบทน้ี 1. ความเช่ือมั่นของเราน้ันถือวา บรรดาสาวกท้ังหลายยอมเปนผูท่ียืนหยัดอยูบนหลักการที่ ถูกตอง สําหรับการเขาใจความหมายอันแทจริงของฮาดีษอัลฆอดีร-คุม จะโดยทัศนะท่ีสอดคลอง ตรงกันหรือไมสอดคลองตรงกันก็ตาม ดวยเหตุน้ีนักปราชญฝายอะฮฺลิซซุนนะฮฺจึงกลาววา คําวา “เมาลา” ตัวนี้ไดถูกตีความอยูในความหมายตาง ๆ จํานวนมาก โดยท่ีปรากฏความหมายเหลานี้อยู
ในพระมหาคัมภีรอัล-กุรอาน ซ่ึงในตอนหนึ่งความหมายของคํานี้คือ “ที่ท่ีเหมาะสม” เชน โองการ ของพระองคผทู รงสูงสุด ท่ีไดใหเปน ขอตักเตอื นแกบ รรดาผปู ฏเิ สธวา “ทีพ่ ํานักของสูเจานนั้ คือนรก มันเปนที่ “ท่ีเหมาะสม” (เมาลา) ของพวกสูเจา” (อัล-หะดีด : 15) นี่คือความหมายของคําวา “เมาลา” ตามโองการนี้ และอีกครั้งหน่ึงคําวา “เมาลา” มี ความหมายวา “ผูช วยเหลอื ” ตามโองการของอัลลอฮฺทีว่ า “น่ัน เปนเพราะวาแทจริงอัลลอฮฺทรงเปนผูชวยเหลือ (เมาลา) ตอบรรดาผูซึ่งศรัทธา และ แทจริงบรรดาผูป ฏิเสธนน้ั ยอ มไมมีผูชว ยเหลอื (เมาลา) สําหรับพวกเขาท้งั หลาย” (มฮุ มั มดั : 11) และอีกครง้ั หนึ่งคาํ วา “เมาลา” มีความหมายวา “ผูสืบมรดก” ตามโองการของอัลลอฮฺผูทรง บริสุทธทิ์ ีว่ า “และสําหรับทุก ๆ คน เราไดทําใหเขาเปน “ผูสืบมรดก” (นะวาลียฺ) จากสิ่งท่ีบิดามารดา และญาตสิ นิทไดละท้ิงไว” (อนั -นิสาอฺ : 33) อกี คร้งั หน่งึ ท่ีคําวา “เมาลา” มีความหมายวา “ผูสืบตระกูล” ตามโองการของผูทรงอานุภาพ สงู สดุ ทวี่ า “และแทจริงฉันหว่ันวิตกเกี่ยวกับเรื่องของบรรดาผูสืบตระกูล (มะวาลียฺ) ภายหลังจากฉัน” (มัรยัม : 5) อกี ครั้งหน่งึ ความหมายของคําวา “เมาลา” คอื “มิตร” ตามโองการท่ีวา “วนั ที่ “มติ ร” (เมาลา) ไมอ าจปองกนั “มติ ร” (เมาลา) ไดแมแตก รณีเดียว” (อัด-ดุคอน : 41) ฉะน้ันคําวา “วะลีย” หรือ “เมาลา” ตัวนี้มีความหมายท่ีสับเปลี่ยนแตกตางกันออกไป เชน ถา เราจะพดู วา ชายผูนีค้ อื “วะลีย” ของผเู ยาว กจ็ ะไดความหมายวา “ผูชว ยเหลือหรือผทู ีถ่ กู เคารพนบั ถือ”
พวกเขาเหลาน้ันไดกลาวกันวา บางทีความหมายของฮาดีษน้ี อาจจะเปนวา “ผูใดท่ีฉันเปน ผูชวยเหลือของเขา หรือมิตรของเขา หรือท่ีรักใครของเขาแลว” “แทจริงอาลีก็เปนอยางน้ันดวย” และนค่ี อื ความหมายของฮาดษี น้ีตามความเห็นที่สอดคลองตรงกันของบรรดาบรรพชนผูมีคุณธรรม ผูมีคุณวุฒิ รวมท้ังบรรดาคอลีฟะฮฺทั้ง 3 คนแรกดวย (อัลลอฮฺทรงมีความปติช่ืนชมตอพวกเขา เหลา นัน้ ทง้ั มวล) 2. บางคนเขาไดทําการอธบิ ายความหมายของฮาดษี บทน้ีตอ ไปอีกวา ไดม ีมสุ ลมิ บางคนที่อยู พรอมกับทานอาลีในเมืองยะมัน ไดเห็นวาทานอาลีมีพฤติกรรมที่ผิดพลาดในบางสิ่งบางอยาง ดังนั้นเขาจึงมีปากเสียงและตําหนิติเตียนทานอาลีในเรื่องนั้นและดวยสาเหตุนี้เองที่ทานนบี(ศ) ได ยืนขึ้นประกาศ ในวันแหงฆอดีร-คุมโดยที่ทานไดยืนข้ึนประกาศถึงเกียรติยศของทานอาลีตอ สาธารณชนวา อาลีคือผูท ่เี ปนมิตรของผทู ่เี ปนมติ รกบั ฉัน และกบั อะหฺลลุ บัยตทฺ ัง้ ปวงของฉนั โดยทา นไดกลาวอกี วา “แทจรงิ ฉันไดละทิง้ สงิ่ สาํ คญั สองประการไวใ นหมพู วกทา น นัน่ คอื อลั -กุรอานแหง อัลลอฮแฺ ละเชอ้ื สายของฉนั แหง อะหลฺ ุลบัยตขฺ องฉัน” ท้ังน้ีก็เพ่ือเปนการตอบโตแกผูท่ีตั้งขอหากับทานอาลีโดยใหถือเสมือนวาเปนคําส่ังเสียที่ ทานใหพ วกเขาเหลา นนั้ ไดเห็นชอบกับทา นในเร่อื งของทานอาลีโดยเกียรติยศของทานเอง และดวย เหตนุ ฝี้ ายอะฮฺลิซซนุ นะฮจฺ ึงไดกลาววา “ไมม ขี อมูลใด ๆ ในฮาดีษบทน้ที ี่กลาวถงึ เง่ือนไขการแตงตั้ง คอลีฟะฮฺ และไมม หี ลกั ฐานใด ๆ ทีก่ ลา วถงึ เร่อื งอมิ ามะฮฺ (ผูน าํ ศาสนา)” วัสลาม (ซ)
อลั -มุรอญิอะฮฺ 58 27 อัล-มฮุ รั รอ็ ม 1330 1. ฮาดีษ อลั -ฆอดรี -คมุ น้ี ไมมีความจาํ เปนใด ๆ ทจ่ี ะตอ งทําการอรรถาธิบายในทางอนื่ 2. เหตผุ ลตามคาํ อธิบายดงั กลา วนั้นเปน ไปแบบไมม เี หตุผลและความเขา ใจผิด 1. ขา พเจามคี วามเชอื่ ม่ันวา ใจจรงิ ของทา นนนั้ หาไดเ ชอ่ื สนิทไปตามที่ทานกลาวถึงไม และ ตัวของทานก็มิไดเห็นดวยกับคํากลาวเชนน้ัน เพราะวาทานก็มีความตระหนักดีถึงคุณสมบัติของ ทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (ศ) ในดานวิทยปญญาอันลึกซึ้งความบริสุทธ์ิที่ไรมลทินใด ๆ และความ เปนนบีท่ีสมบูรณยิ่งของทาน ตลอดถึงความเปนมุขบุรุษของบรรดาอัจฉริยะชน และทานเปน ศาสดาคนสดุ ทายของบรรดาศาสดาทัง้ หลาย “เขามิไดพูดมาจากอารมณ หากแตเขาจะพูดเพียงเทาท่ีการวะฮฺยู (การดลมาจากอัลลอฮฺ) ที่ ไดถูกวะฮยฺ แู กเ ขา” (อนั -นจั ญม ุ : 3-4) ดังนั้นถาหากวา นักปรัชญาตางศาสนาไดถามทานถึงเร่ืองราวที่สําคัญในวันฆอดีร-คุม วา “ทําไมศาสดามฮุ ัมมดั ถงึ กับตองยับยง้ั การเดินทางของกองคาราวานจํานวนหลายพันคนในวันน้ัน ? ทามกลางความรอ นระอขุ องเปลวแดดทแ่ี ผดเผาอยางน้นั ดว ย ?” และดวยเรื่องสําคัญอันใดท่ีถึงกับใหกลุมของคนที่ลวงหนาไปแลวยอนกลับมาอีก และร้ัง รอเพื่อท่ีจะใหกลุมของคนที่อยูขางหลังตามมาใหทัน ? ในสถานท่ีอางวางแหงนั้น พวกเขาท้ังหลาย ตางก็มิไดมีเสบียงอาหารและนํ้าอยูเลย แลวหลังจากน้ันทานถึงกับเทศนา (คุฏบะฮฺ) ตามคําส่ัง ของอลั ลอฮฺ ผทู รงอานุภาพสูงสุด แกบรรดาผูที่จะทําการแยกทางจากทา นในสถานทน่ี นั้ เพอ่ื ทจ่ี ะให ผทู ่ีรูเ ห็นเหตกุ ารณไ ดน ําไปปา วประกาศแกผูที่มไิ ดอ ยูในเหตกุ ารณ กรณีสําคัญอันใดท่ีทานตองเอยถึงตัวของทานแกพวกเขาเหลานั้นในคําอารัมภบทของคํา เทศนาคร้ังนี้ ? โดยท่ีทานกลาววา “ทูตแหงพระผูอภิบาลของฉันไดนําเร่ืองสําคัญมาบอกแกฉัน เพื่อใหฉันประกาศ ดังนั้นฉันจึงตอบสนอง และแทจริงฉันยอมเปนผูถูกสอบสวน และแทจริงพวก ทานทงั้ หลายก็เปน ผถู กู สอบสวนดวย”
กิจการอันใดที่ทานนบี (ศ) ถึงกับตองถูกสอบสวนจากการประกาศของทาน ? และบรรดา ประชาชาติตองถูกสอบสวนเก่ียวกับกรณีที่จะตองปฏิบัติตามคําประกาศในเร่ืองน้ัน และทําไมทาน จึงตองถามพวกเขาเหลาน้ันวา “พวกทานไดปฏิญาณกันแลวมิใชหรือวาไมมีพระเจาอื่นใดนอกจาก อัลลอฮฺ และแทจริงมุฮัมมัดเปนบาวและศาสนทูตของพระองค แทจริงสวรรคของพระองคน้ันเปน ความสัตยจริง นรกของพระองคน้ันเปนเรื่องสัตยจริง ความตายเปนเร่ืองสัตยจริง การเกิดใหม หลังจากตายเปนเร่ืองสัตยจริง ยามอวสานจะตองบังเกิดขึ้นอยางไมมีปญหา และแทจริงอัลลอฮฺจะ ทรงใหผทู ่อี ยูใ นสสุ านบังเกดิ ขนึ้ มาใหม ?” แลว พวกเขาเหลา น้นั จงึ ไดพากนั กลาววา “ใชแ ลว เราไดป ฏิญาณยืนยันเชนนั้น” และทําไมในชวงน้ันทานจึงไดจับมือของทานอาลีตอที่ชุมชนแลวยกขึ้นชูจนมีคนเห็นฝา มอื ทีข่ าวของทาน แลว กลาววา “โอป ระชาชนเอย แทจ รงิ อัลลอฮทฺ รงเปนผูปกครอง (เมาลา) ของฉัน สวนฉนั เปนผปู กครอง (เมาลา) ของบรรดาผูศรทั ธา ?” และทําไมทานจึงไดอธิบายถอยคําของทานเองท่ีวา “และฉันก็คือผูปกครอง (เมาลา) ของผู ศรัทธา” ดวยการที่ทานไดกลาวตอไปวา “และฉันคือผูปกครองของพวกเขา (เมาลา) ที่มีอํานาจ เหนือตัวของพวกเขา ?” และทําไมทานจึงไดกลาวคําอธิบายตอไปหลังจากคําน้ีวา “ดังน้ันผูใดที่ฉันเปนเมาลา (ผปู กครอง) ของเขา ดังน้ัน บุคคลผูนี้ (อาลี) ก็คือเมาลา (ผูปกครอง) ของเขาดวย” หรือบางประโยค ใชสํานวนวา “ผูใดท่ีฉันเปนวะลียของเขา (ผูปกครอง) ดังน้ันบุคคลผูนี้ (อาลี) ก็คือ วะลีย (ผูปกครอง) ของเขาดวย โออัลลอฮฺ ขอไดทรงคุมครองตอผูท่ีจงรักภักดีตอเขา และทรงเปนศัตรูตอ ผูท ีเ่ ปน ศัตรูของเขา และขอไดทรงชวยเหลือผูที่ชวยเหลือเขา และขอไดทรงบั่นทอนตอผูที่บ่ันทอน เขา” ไมมีขอมูลใด ๆ ท่ีจะถือเปนประเด็นอันสําคัญของคําประกาศน้ีใหเหมาะสมไดอีกแลว นอกจากประเด็นของการแตง ต้งั ทา นอาลีใหเ ปน ผนู าํ (อิมาม) อยา งแทจ ริง และเปน การประกาศทบี่ ง บอกถงึ การแตง ตัง้ ตัวแทนอยา งแนน อนท่ีสุด ถา มฉิ ะนนั้ ทาํ ไมทานถงึ กับตองขอคาํ ปฏญิ าณจากบรรดาสาวกทัง้ หลายเสียกอนวา “ฉันมิไดเ ปน ผูปกครองของพวกทา นท่มี ีอาํ นาจเหนือตวั ของพวกทานเองกระนนั้ หรอื ?” พวกเขาเหลานัน้ ไดกลาววา “ใชแ ลว ทา นเปนอยา งน้นั ”
แลวทานจึงกลาววา “ผูใดท่ีฉันไดเปนผูปกครอง (เมาลา) ของเขา ดังน้ันอาลีก็เปน ผูปกครอง (เมาลา) ของเขาดวย” หรืออีกประโยคหนึ่งท่ีทานไดพูดวา “ผูใดที่ฉันเปน “วะลีย” (ผูปกครอง) ของเขา ดงั นน้ั อาลกี ็เปน “วะลีย” (ผปู กครอง) ของเขาดว ย” และทําไมทานจึงตองเอาเช้ือสายของทานมาผูกพันกับอัล-กุรอาน ? โดยท่ีทานถือวาส่ิงนั้น เปน บรรทดั ฐานที่สําคญั สําหรบั ปวงชนผมู ีปญญา จนกระทั่งถึงวันพิพากษา ? เรื่องราวที่สําคัญอยาง ใหญหลวงจากทานนบีผูมีวิทยปญญาผูน้ีมีในเหตุการณครั้งนี้อยางไรบาง ? และอะไรคือส่ิงสําคัญ ที่สดุ ซงึ่ เปนเปา หมายของเหตกุ ารณในครง้ั นี้ ? อะไรคือประเดน็ สําคญั สดุ ยอดท่ีไดบงั เกิดขึ้นบา ง ใน สถานท่ชี มุ นมุ อยางพรอ มหนาพรอมตาแหง น้ี ? และอะไรคอื สิ่งท่ีอัลลอฮไฺ ดท รงบญั ชาใหทา นไดทํา การประกาศโดยคาํ ตรัสของพระองคใ นโองการทว่ี า “โอศาสนทตู เอย จงประกาศ สิง่ ที่ถกู ประทานมายงั เจา จากพระผูอ ภบิ าลของเจา และถาหาก เจามิไดกระทํา ดังนั้นเจามิไดประกาศสาสนของพระองค และอัลลอฮฺจะทรงปกปองเจาใหพนจาก มนุษย( ท่มี อี คต)ิ ” (อัล-มาอติ ะฮฺ : 67) อะไรคือส่ิงสําคัญท่ีถูกกําหนดมาจากอัลลอฮฺ ในขอบังคับอยางเรงดวนตอนนี้ ? และ สาระสาํ คญั อนั ใดทที่ านไดด าํ เนนิ การประกาศโดยถือวาคลองจองกันกับคําส่ังในขอนี้ ? และกิจการ อันใดของคําประกาศทถี่ งึ กบั ทาํ ใหทานนบีตองหว่ันวิตกกับคําครหา ? โดยท่ีทานไดอุทธรณขอการ คุมครองจากอัลลอฮฺใหพนจากอันตรายของพวกกลับกลอก ดวยการอธิบายของพระองค ? จะ เปนไปไดไหมวา ถาหากคําถามตาง ๆ เหลานี้ไดถามแกทานแลว ทานก็จะตอบคําถามเหลาน้ันวา เพราะเหตุท่ีอัลลอฮฺ ผูทรงอานุภาพสูงสุด และศาสนทูตของพระองค (ศ) มีความประสงคเพียงที่จะ อธิบายวา ทานอาลีคือ “ผูชวยเหลือ” ของบรรดามุสลิม และประกาศความเปน “มิตร” ของทานอาลี ใหแ กพวกเขาเทา นน้ั ไมใชอยา งอื่น แนนอนทานจะตองไมพึงพอใจนักกับคําตอบอยางน้ี ขาพเจาเอง ไมอยากจะคิดวาทานมี ความคิดเห็นวา ขอมูลอยางน้ี จะถึงกับตองเปนส่ิงที่อนุมัติของพระผูอภิบาล และคําตอบเหลาน้ัน มันยังไมเปนประเด็นท่ีเหมาะสมสําหรับพฤติกรรมของผูที่ไดช่ือวา ประมุขของบรรดาผูมีวิทย ปญ ญาและผมู าประกาศความสมบรู ณข องบรรดาศาสนทูตตลอดจนถึงบรรดานบีทั้งหลาย และทาน เอง ก็คงจะไมยินยอมดําเนินการเปล่ียนแปลงจุดประสงคอันสําคัญทุก ๆ อยางของศาสดา ดวยการ
อรรถาธิบายสิ่งใดส่ิงหนึ่งท่ีทานมิไดมีความประสงคตอคําอธิบายน้ัน ๆ ซ่ึงคําอธิบายของทาน ศาสดา ยอมเปนเรื่องท่ีมีหลักเกณฑอันกระจางแจง และเปดเผยแกสายตาทุกประการไมเปนท่ีนา สงสัยเลยวาทานทั้งหลาย ก็ไดตระหนักดีตอพฤติกรรมและถอยคําของทานศาสดาวา ลวนเปนท่ี ยอมรับของบรรดาผูมีสติปญญาทั้งหลาย หรือแมแตบรรดานักปรัชญา และบรรดาผูเช่ียวชาญทาง กฎหมาย ตางก็ยอมรับในประเด็นน้ี เปนท่ีแนนอนเหลือเกินวาทานทั้งหลายตางก็รูจักกันดีอยูแลว ถึงระดับฐานะของคําพูด และการกระทําของทานศาสดาวาเปนสิ่งที่มาจากวิทยปญญา (ฮิกมะฮฺ) และการปกปอ งใหบริสทุ ธ์ิ (อัศมะฮฺ) โดยท่ีอัลลอฮฺผทู รงสงู สุดไดมโี องการวา “แทจริงมันเปนคําพูดของทูตผูทรงเกียรติ (ญิบรีล) ผูมีพลัง ณ พระผูเปนเจาแหงบัลลังกผูมี ยศศักด์ิอันสูงสง เปนผูที่ถูกเช่ือฟง ณ ที่น้ัน เปนผูมีความซื่อสัตยท่ีสุด และมิตรของสูเจาน้ัน (มุฮัม มดั ) เขาหาใชผวู ิกลจริตไม” (อตั -ตกั วีร : 19-22) ดังนน้ั คําอธบิ ายที่กระจา งแจง ทงั้ หลายเหลาน้ี ลวนเปนคําอธิบายที่อยูในกฎแหงสัจสูตร ซ่ึง คําอธิบายท่ีชัดเจนของทานนี้ยอมมีความหมายที่อธิบายอยูในตัวอยางเปดเผยไมตองอาศัยเงื่อนไข และขอพิสูจนอ่ืน ๆ เขามาทําการพิจารณาในขอความน้ันอีกตอไป อัลลอฮฺและศาสนทูตของ พระองคยอมมีคุณสมบัตทิ ่สี ูงสงและเกรียงไกรเกนิ กวาการที่จะถูกตง้ั เงือ่ นไมว าในแงห น่งึ แงใดของ เง่ือนไขดังกลาว ขอใหอ ัลลอฮทฺ รงใหค วามชว ยเหลือทา นเพ่ือสัจธรรมดวยเถิด ทานก็ทราบดี ถึงเร่ืองราวอัน เหมาะสมกับปรากฏการณท่ีเกิดข้ึนและพฤติกรรม ตลอดจนถึงคําพูดตาง ๆ ของทานศาสดา ทามกลางกลุมผูเดินทางเหลานี้ในวันแหงฆอดีร-คุม วา ทานศาสดาไดทําหนาท่ีประกาศถึงพันธะ กรณีที่สาํ คญั และประกาศถึงผูท่จี ะมาดาํ รงอยใู นตําแหนงผูน ําภายหลงั จากทา นอยา งเปด เผย ทา นได ประกาศถงึ เงอ่ื นไขและหลกั การตาง ๆ ทีเ่ ขา กบั สติปญ ญา จึงเปนที่ยืนยันไดอยางแนนอนวา ทานศา สนทูต (ศ) มิไดมีจุดประสงคอ่ืนใดเลยในวันน้ัน นอกจากประกาศใหชัดเจนลงไปวา ทานอาลีคือ ผูปกครองที่อยูในพันธะกรณีของทาน และทานอาลีคือผูที่จะตองดํารงอยูในฐานะผูนํา (อิมาม) ภายหลงั จากทาน ดังน้ันฮาดีษบทนี้จึงมีใจความที่เกี่ยวของอยางเดนชัดอยูในเงื่อนไขการเปนคอลีฟะฮฺของ ทานอาลีอยางชนิดท่ีไมจําเปนตองรับการสาธยายไปในดานอ่ืนและความหมายของฮาดีษน้ี ก็ไมมี
หนทางอ่ืนใดอีกแลว ท่ีจะแปลเปลี่ยนความหมายไปได ฉะน้ัน น่ีคือคําอธิบายที่ชัดแจง (สําหรับผูที่ เขามีหัวใจ และมกี ารรบั ฟง ทเี่ ขาถงึ เขาจงึ เปน ผูท ่มี คี วามตระหนัก) 2. สําหรับเงื่อนไขซึ่งพวกเขาเหลาน้ันไดแอบอางขึ้นมาเพ่ือประกอบในการอธิบายฮาดีษ บทนี้ไปอยางไมมีเหตุผลและผิดพลาดและดวยความหลักแหลมของความคิดท่ีบิดเบือนอีกประเด็น หนง่ึ น้นั ใครทจี่ ะขอชแ้ี จงวา แทจรงิ ทา นนบี (ศ) ไดท าํ การแตงต้ังใหทานอาลีไปประจําอยูที่เมืองยะ มนั 2 ครัง้ ครั้งแรกคือเม่ือป ฮิจเราะฮฺที่ 8 ซึ่งในปนี้ไดมีผูถูกบีบค้ันทางดานจิตใจกับทาน และไดไป ฟองรอ งทา นอาลียังทานนบีหลังจากที่ไดเดินทางกลับไปนครมะดีนะฮฺ แตแลวทานศาสดา (ศ) ก็ได ปฏิเสธตอพวกเขา(289) จนกระท่ังพวกเขาสังเกตเห็นความโกรธที่ปรากฏอยูในใบหนาของทาน ฉะน้นั พวกเขาจงึ มิไดด าํ เนินการในทาํ นองน้อี กี เลย (289) มีรายละเอียดปรากฏอยูใน อัล-มุรอญิอะฮฺท่ี 36 ขอใหทานโปรดพิจารณาตามหมาย เหตุดังกลาว. สําหรับในครั้งท่ีสองทานศาสดา (ศ) ไดสงทานอาลีไปเมื่อปฮิจเราะฮฺท่ี 10 ซึ่งในปนั้น ทานนบีไดมอบธงซึ่งเปนสัญลักษณของอิสลามใหแกทานอาลี และไดสวมผาโพกศีรษะใหแกทาน อาลีดวยมือของทานศาสนทูต (ศ) เอง แลวทานไดกลาววา “จงดําเนินงานของเจาไป และอยาไดพะ วักพะวงใจกับส่ิงหน่ึงสิ่งใด” ดังน้ันทานจึงไดดําเนินงานตามท่ีทานศาสนทูตไดมอบหมายใหแก ทา น ท่ีใหเปนผนู าํ ทางอนั เทีย่ งธรรม จนกระทงั่ ทา นอาลไี ดบรรลุถึงความสําเรจ็ ตามคาํ ส่ังของทานน บี และทานไดเดินทางมาพบกับทานศาสดา (ศ) ในวาระแหงการบําเพ็ญฮัจญ (วิดาอฺ) ซ่ึงทานไดรับ การตอนรับจากทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ และทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทาน ความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) ก็ไดใหทานอาลีรวมกับ ทานในการทําพธิ ีเชอื ดสัตว (ฮดั ยะฮฺ) เหตุการณในคร้ังน้ีมิไดมีบุคคลหนึ่งบุคคลใดไดรับความกระทบกระเทือนใจเพราะทาน และไมม ผี ใู ดไดรับความเสียหายจนถงึ กบั ต้งั ขอหาใด ๆ กับทาน เม่ือเปน เชนน้ีแลวเหตุผลของฮาดีษ บทน้ีจะเปนไปเหมือนกับคําอธิบายของผูปฏิเสธไดอยางไร ? มีขอจูงใจอันใดบางท่ีจะเขากันกับ ประเด็นของคําอธิบายท่ีพวกเขาไดแอบอางขึ้นวาฮาดีษนี้ เปนเร่ืองราวที่ตัดสินคําฟองรองท่ีมีตอ ทานอาลีซึ่งไมควรที่จะตองเปนสาเหตุท่ีถึงกับทําใหทานนบีตองยกยองตอทานดวยลักษณะซ่ึงการ ประกาศของทานนบี (ศ) บนมิมบัรท่ีทําขึ้นดวยอานอูฐในวันแหงฆอดีร-คุม จะเปนไปไดหรือ (ขอ
ความคุมครองจากอัลลอฮฺ) ท่ีจะทําการอธิบายแบบไมมีเหตุผลตอคําพูดและพฤติกรรมตลอดจนถึง จดุ มุงหมายอันสําคญั และมีคณุ คา ยงิ่ ของทา นศาสดา เราขอยืนยันถึงความบริสุทธ์ิแหงวิทยปญญาอันสูงสงของทานที่อัลลอฮฺ มหาบริสุทธิ์ย่ิงแด พระองคไ ดม ีโองการวา “แทจริงคําพูดนั้นเปนคําแหงศาสนทูตผูมีเกียรติ และมิใชคําพูดของกวีคนใด สวนนอย เทานั้นท่ีพวกเจาเปนผูศรัทธา และมันมิใชคําพูดของนักพยากรณคนใด สวนนอยเทาน้ันท่ีพวกเจา สํานกึ มนั เปน กิจการที่ถูกประทานมาจากพระผูอภบิ าลแหง สากลโลก” (อลั -ฮากเฺ กาะฮฺ : 40-43) และถาหากวาทานศาสดาประสงคที่จะอธิบายถึงเกียรติยศของทานอาลีเพ่ือตอบโตตอ บุคคลที่ตั้งขอกลาวหาตอทานอาลีแลว ทานก็กลาววา “น่ีคือบุตรแหงลุงของฉัน ผูเปนบุตรเขยของ ฉัน ผูเปนบิดาแหงลูก ๆ ของฉัน ผูเปนประมุขแหงอะฮฺลุลบัยตฺของฉัน ดังนั้นพวกเจาอยาไดใหราย ตอฉันในเรอื่ งของเขา” หรอื คําพูดประโยคอ่นื ๆ ทแี่ สดงถึงเกยี รติยศและศกั ด์ศิ รอี ันสงู สง แตใ จความแหงฮาดษี บท นี้ยังไมสามารถท่ีจะหา การอธิบายใดอ่ืนใหมาเขากับสติปญญาได นอกจากตามที่เราไดกลาวไป แลวเทานั้น ท่ีควรจะเปนเหตุผลอันเหมาะสมเทาที่ความสําคัญพอจะพึงมี ฉะน้ันแนนอนที่สุด ประโยคตาง ๆ ในฮาดีษบทน้ีจึงไดถูกนํามาพิจารณาจนเปนท่ียอมรับแกความเขาใจอยางมิตอง สงสยั และไมต อ งพะวกั พะวงใจตอ เร่อื งราวอื่น ๆ สาํ หรับคําอธิบายของอะหฺลุลบัยตฺของทานในเรื่องราวของฮาดีษ อัล-ฆอดีร น้ันเปนเหตุผล ท่ีมีความหมายตามท่ีเราไดอธิบายมาแลว โดยที่ทานศาสนทูตไดกําหนดวาพวกเขาเหลาน้ันคือ มาตรฐานสําหรับอัล-กุรอาน และทานไดแตงต้ังใหพวกเขาเหลานั้นเปนผูนําสําหรับปวงชนผูมี สติปญญา โดยท่ีทานไดกลาววา “แทจริงฉันไดละทิ้งไวในหมูพวกเจาทั้งหลาย ซ่ึงสิ่งที่ถาหากพวก เจาไดยึดถือไวแลว พวกเจาก็จะไมหลงผิด นั่นคือ พระคัมภีรแหงอัลลอฮฺและเช้ือสายแหงอะฮฺ ลลุ บัยตฺของฉนั ” ทานศาสนทูตไดกระทําไวดังกลาวก็เพ่ือท่ีจะส่ังสอนใหประชาชาติทั้งหลายไดรูวา หลังจากนบีของพวกตนแลว พวกเขาก็ไมมีมาตรการอื่นใดที่จะยึดมั่นไดอีก นอกจากจําเปนท่ี จะตองยอนกลับไปยังสิ่งทั้งสอง และไมมีหนทางอันใดที่จะดีเลิศหลังจากทานศาสดา นอกจาการ
ยอนกลบั ไปยงั สง่ิ ทง้ั สองน้ัน ทา นไดต ระหนักแลวถึงขอกําหนดทีจ่ าํ เปน (วาญบิ ) สาํ หรบั การปฏิบตั ิ ตามบรรดาอิมามท่ีมาจากเช้ือสายอันบริสุทธ์ิ ซึ่งอัล-กุรอานแหงอัลลอฮฺ ผูทรงอานุภาพสูงสุด ซึ่ง เปนคัมภีรท่ีไมมีมลทินใด ๆ สามารถสอดแทรกเขาไปไดไมวาโดยเปดเผยหรือโดยซอนเรนได รับรองยืนยันพวกเขาเหลาน้ันไว ทํานองเดียวกันกับที่มิใหยึดมั่นตอคัมภีรใดท่ีขัดแยงกับวิทยปญญาแหงอัล-กุรอาน ของอัลลอฮฺ ผูทรงบริสุทธ์ิและผูทรงสูงสุดยิ่งฉันใด ทานศาสนทูตก็ไมยินยอมใหประชาชาติยึดมั่น ตอ ผนู าํ (อมิ าม) ใดทม่ี ีวิทยปญญาขดั แยงกันกบั บรรดาอมิ ามแหง เชื้อสายอันบริสุทธิ์เหลานี้ดว ย ทานศาสนทูต (ศ) ไดกลาววา “แทจริงส่ิงท้ังสองน้ีจะไมจําพรากหรือแตกแยกออกจากกัน จนกวามันท้ังสองจะไดยอนกลับไปยังฉัน ณ อัลเฮาฎ” (ซึ่งเปนหลักฐานที่แสดงวาโลกจะไม ปนปวนอยางแนนอนเพราะเบ้ืองหนาของมันน้ันยังมีมาตรฐานอันยุติธรรมแหงอัล-กุรอาน และผู อธิบายเหตุการณตาง ๆ ซ่ึงทานศาสนทูตไดจํากัดไวแลววา คือ ผูแทน (คอลีฟะฮฺ) ในบรรดาอิมามผู มเี ช้ือสายอนั บรสิ ุทธท์ิ ั้งหลาย) ทา นอิมามอะหมฺ ดั ไดบันทึกเรื่องราวยืนยันไวในทํานองน้ีในหนังสือ “มุสนัด” ของทาน(290) จากฮาดีษหนึ่งซ่ึงรายงานโดยทานซัยด บิน ษาบิตวา “ทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (ศ) ไดกลาววา “แทจริงฉันไดละท้ิงไวในหมูพวกเจา ซ่ึงผูแทนสองประการ (คอลีฟะฮฺ) นั่นคืออัล-กุรอาน แหง อลั ลอฮฺ ซงึ่ เปนสายเชอื กท่เี ชอ่ื มโยงมาจากฟา สูแดนดนิ กบั เช้อื สายของฉันแหงอะหฺลลุ บัยตฺของ ฉัน ฉะน้ันแนนอนทสี่ ุดส่งิ ท้ังสองน้ีจะไมจําพรากออกจากกนั จนกวา มันจะไดยอ นกลับยงั อัล-เฮาฎ” และนี่คอื หลักฐานทอี่ ธบิ ายในประเดน็ ของการเปนคอลีฟะฮฺแหงบรรดาอิมาม ผูสืบเช้ือสาย อันบริสุทธิ์ (ความสันติสุขพึงมีแดทานทั้งหลาย) และทานเองก็ไดรูแลววา ฮาดีษบทน้ีแสดงถึง ขอกําหนด (วาญิบ) วาจําเปนท่ีจะตองปฏิบัติตามผูสืบเช้ือสายท่ีบริสุทธ์ิซ่ึงเปนหลักฐานที่แสดงถึง ขอกาํ หนดทจ่ี าํ เปน (วาญิบ) สําหรับการปฏิบัติตามทานอาลีดวย เพราะทานเปนประมุขของเชื้อสาย เหลา น้แี ละเปนอิมาม (ผนู ํา) ท่ีไมม ขี อขัดแยงใด ๆ ฉะนั้นฮาดีษ อัล-ฆอดีร และฮาดีษอ่ืน ๆ ที่ไดกลาวถึงเร่ืองราวอันสําคัญของทานอาลีในแต ละครั้งน้ัน ก็เพราะวาทานเปนอิมามของบรรดาเช้ือสายท่ีบริสุทธ์ิ ซึ่งมีตําแหนงอยูในฐานะเดียวกัน กับอัล-กุรอานจากอัลลอฮฺและศาสนทูตของพระองค สวนอีกประการหน่ึงก็คือเน่ืองจากคุณสมบัติ อันสูงสงของทานและเนื่องจากทานเปนผูปกครองของทุกคนที่ศาสนทูตแหงอัลลอฮฺไดเปน ผปู กครองของเขา
วัสลาม (ช) (290) โปรดพจิ ารณาดตู อนแรกของหนา 122 ุซอทฺ ่ี 5 ของหนงั สอื “มุสนดั อะหฺมดั ” อัล-มุรอญิอะฮฺ 59 27 มุฮัรรอ็ ม 1330 1. ยอมรับในหลกั ฐานอนั ชดั แจง 2. การหลีกเล่ยี งอยางมีเลศนัยนา สงสยั 1. ขา พเจาไมเ คยพบวาบคุ คลใดมเี หตผุ ลและหลักฐานอันสูงสง และนมิ่ นวลยิ่งไปกวาทานมี่ มีความสามารถแนะนําหลักฐาน และเหตุผลจนใหความเขาใจอยางชัดแจงในขอเท็จจริงตาง ๆ ความสงสัยท่ีเกิดขึ้นมาจากจิตสํานึกอันแทจริงน้ันไดรับการปดเปาคลี่คลายไปไดแลว บัดนี้ขาพเจา ไมมีปญหาใด ๆ หลงเหลอื อยูอีกแลวสําหรับปญหาเรื่องความหมายของคําวา “วะลีย” และ “เมาลา” ในฮาดีษ อัล-ฆอดีรวาแทจริงแลวมันตองหมายความวา “ผูปกครอง” เพราะถาหากมันมีความหมาย วา “เปนผูชวยเหลือ” หรือความหมายอื่น ๆ แลว ก็จะตองไมมีผูที่ขอรองใหลงโทษทัณฑซ่ึงปรากฏ ใหเห็นอยางฉับพลันเชนน้ัน ฉะน้ันสําหรับทัศนะของทานในความหมายของคําวา “เมาลา” นี้มี ความถกู ตอ ง แนนอนสมควรแกการยอมรบั 2. ตามท่ีทานไดช้ีแจงใหความกระจางแกขาพเจาโดยอาศัยการอธิบายจากฮาดีษซึ่งกลุม นักปราชญต า ง ๆ เชน ทา นอมิ ามอบิ นุ ฮะญัร ท่ีไดอธิบายไวในหนังสือศอวาอิก และทานฮะละบียที่ ไดอธิบายไวในหนังสือ “ซีเราะฮฺ นั้น ก็พบวาพวกเขากลาววา “พวกเรายอมรับวาเขา (อาลี) นั้นเปน ผูมีสิทธิในตําแหนงอิมามอยางแทจริง” ตามความหมายที่วาเปนผูนําสําหรับในอนาคตกาล ท้ังน้ี มิไดห มายความวา ทา นอาลจี ะเปน ผนู าํ มาต้ังแตในสมัยทท่ี า นนบี (ศ) ดํารงชีพอยู และไมมีหลักฐาน ระบุวาจะใหมีตําแหนงน้ีในเวลาใดของอนาคต ฉะนั้นตอมาประชาชนก็ไดเลือกทานข้ึนมา โดยได ใหส ัตยาบันแกทา นไปแลว ดงั นั้นจงึ ถอื ไดว า ไมเ ปน การเสยี หายแตป ระการใดทีจ่ ะมีคอลีฟะฮขฺ น้ึ มา กอนจากทานอาลีถึง 3 ทาน และนี่ก็คือความเชื่อถือของบรรพชนผูมีคุณธรรมที่มีเกียรติยิ่ง (อัลลอฮฺ ทรงมคี วามปต ชิ ่ืนชมตอพวกทานทงั้ มวล)
วสั ลาม (ซ) อัล-มรุ อญิอะฮฺ 60 30 มฮุ รั ร็อม 1330 • คําตอบสําหรับการหลีกเลี่ยงอยา งมีเลศนยั ขอใหอัลลอฮฺไดทรงชวยเหลือทานจนประสบกับสัจธรรมแนนอนที่สุดเราไดอธิบายอยาง ละเอียดถี่ถวนถึงสาระสําคัญซ่ึงเปนความหมายของฮาดีษอัล-ฆอดีร-คุม วา ทานอาลีนั้นไดรับการ แตงต้ังใหดํารงตําแหนงเปนผูปกครองตามฐานะของอิมาม (อิมามัต) โดยที่บรรดามุสลิมท้ังหลาย ตางก็ไดย อมรับใหทานดํารงตําแหนงน้ีฉะนั้นจึงหมายความวา ตําแหนงการเปนผูปกครองของทาน ไดถูกกําหนดข้ึนมาตั้งแตวันแหง “ฆอดีร-คุม” แลวทานก็ไดกลาวถึงการดํารงตําแหนงคอลีฟะฮฺท่ีมี ข้ึนมากอ นของบคุ คล 3 ทาน สําหรับเร่ืองน้ีเราขอยืนยันดวยพระนามของผูซึ่งเปนแสงสวางของสัจธรรม และผูทรง อานุภาพของความยุติธรรม และดวยเกียรติยศอันดีงาม เราจะขอถามทานวา ทานมีความสามารถท่ี จะทําความเขาใจตอปญหาน้ีไดเพียงพอหรือไม ทานมีความพึงพอใจแคไหนกับความหมายของฮา ดษี บทน้ี และเราจะไดทําการเสนอในเรือ่ งน้ีใหเปนไปตามความประสงคของทาน ขาพเจาตระหนัก อยูแกใจวาทานมีความฉงนใจตอผูท่ีตีความหมายของฮาดีษนี้ไปในทํานองท่ีตัวบทของฮาดีษมิได อธิบายถึง ซึ่งไมมีบุคคลหน่ึงบุคคลใดเขาใจอยางน้ันมากอน และเปนส่ิงท่ีเขากันไมไดกับวิทย ปญญาของทานนบี (ศ) แมแตนอย และเขากันไมได แมแตกับพฤติกรรมหน่ึงพฤติกรรมใดของ ทานนบี (ศ) และแมแตถอยคําหนึ่งถอยคําใดของทานนบี (ศ) ในวันแหงฆอดีร และไมเขากันกับ ความเขาใจของบรรพชนท่ีรับรูในเง่ือนไขอันเด็ดขาดน้ี อีกท้ังไมเขากันกับความเขาใจตามท่ี ฮาริษ บิน นุอฺมานไดรับรูจากฮาดีษน้ี ดังนั้นอัลลอฮฺผูทรงสูงสุดจึงไดทรงยืนยันถึงเรื่องนี้ และทานศาสน ทูต (ศ) ตลอดจนถงึ บรรดาสาวกตาง ๆ กไ็ ดย ืนยนั ไวอยางนเี้ หมอื นกัน โดยท่ที า นเขาใจวา ประโยคฮาดษี นแ้ี สดงวา อํานาจการปกครองของทานอาลีน้ันตอ งขึ้นอยู กบั กาลเวลาของอนาคต ฉะนั้นจําเปนอยางย่ิงท่ีทานอาลี จะตองไมเปนผูปกครองของคอลีฟะฮฺท้ัง 3
ทาน และจะตองไมเปนผูปกครองของมุสลิมคนหน่ึงคนใดในประเทศน้ันอยางแนนอน น่ีคือความ เขา ใจทแ่ี ตกตา งไปจากหลกั เกณฑท่ที า นศาสนทูต (ศ) ไดวางไว ตามที่ทานไดกลาววา “ฉันมิไดเปน ผปู กครองของบรรดาผูศ รทั ธาทมี่ ีอํานาจเหนอื ตวั ของพวกเขาดอกหรือ ?” พวกเขากลา ววา “ใชแ ลว ” ทานจึงกลาววา “ผูใดที่ฉันเปนผูปกครองของเขา (ผูศรัทธาทุกตัวบุคคล) ดังนั้นอาลีก็เปน ผปู กครองของเขาดว ย” ประโยคคําพูดในขอน้ีทา นก็เห็นอยแู ลววา มิไดเ ปนเรื่องของการยกยองเพ่ือสว นตัวเลย ครั้นแลวทานอาบูบักรฺและทานอุมัรก็ไดกลาวแกทานอาลี(291)ในขณะท่ีทานท้ังสองไดยิน ทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (ศ) ซ่ึงไดกลาวเรื่องน้ีขึ้นในวันแหงฆอดีร-คุมโดยทานไดกลาววา “ขอ แสดงความยินดี โออ บิ นุ อาบฏี อลบิ ผเู ปนผปู กครองของผศู รัทธาทัง้ ชายและหญงิ ” (291) รายงานโดยทานดาเราะกุฏนีย ตามท่ีมีปรากฏอยูในตอนทายของหัวขอที่ 5 บาบท่ี 1 หนงั สอื “เศาะวาอกิ ” ของ ทานอิบนุ ฮะญัร โปรดพจิ ารณาเรื่องน้ีไดที่หนา 26 และเปนเรื่อง ที่มีบุคคลอื่นไดรายงานไวอีกดวยในตําราฮาดีษและสายสืบตาง ๆ ของพวกเขา ทานอะหฺ มัดไดบันทึกคํากลาวตอนน้ีของทานอุมัร จากรายงานฮาดีษของทานบัรรออฺ บิน อาซิบ ใน หนา 281-ซุ อฺท่ี 4 หนังสือ “มุสนัด” ของทาน และเร่ืองน้ีทานก็ไดผานไปแลวครั้งหนึ่งใน อลั -มรุ อญิอะฮฺที่ 54 ของหนงั สอื เลม น้ี จึงเปนอันวา น่ีคือคําอธิบายวาทานอาลี คือ ผูปกครองของผูปกครองของผูศรัทธาท้ังชาย และหญงิ ทอ่ี ยทู า มกลางบรรดาผศู รทั ธาท้ังมวล นับตง้ั แตว ันทีป่ ระกาศ ณ อลั -ฆอดรี วันนั้น นอกจากน้ียังมีบุคคลหนึ่งไดกลาวแกทานอุมัร วา(292) “แทจริงทานไดทําส่ิงหนึ่งใหแกทาน อาลี ดังนีไ้ มเ คยมสี าวกของนบี (ศ) คนใดไดเ คยทาํ ไว” ทา นอมุ รั ตอบวา “แนนอน เพราะวา เขาคอื ผปู กครองของฉัน” ซ่ึงหมายความวาทานอาลีนั้น เปนผูปกครองของทานอุมัร และในวันน้ันถึงแมวาพวกเขาทั้งหลายมิไดทําการเลือก และมิไดทํา การใหสัตยาบันในตําแหนงคอลีฟะฮฺใหแกทานก็ตาม แตทานอาลีก็ไดเปนผูปกครองของทานอุมัร และเปนผูปกครองของผูศรัทธาท้ังชายและหญิงทุกคนในทันทีของวันน้ันโดยมิใชจะเปนข้ึนใน อนาคต ดวยการประกาศอยางเขมแข็งของทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความ จําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) จากคําส่ังของอัลลอฮฺ ผูทรง สงู สุดในวันแหง ฆอดีร-คมุ ในคราวตอมา
คร้ังหนึ่งไดมีชาวอาหรับสองคนถกเถียงกันแลวไดไปหาทานอุมัร ดังนั้นทานจึงไดขอรอง ใหท านอาลีมาดาํ เนนิ การตดั สนิ เรื่องของบคุ คลทัง้ สอง ชายคนหน่งึ ไดกลาววา “จะใหค นนีต้ ัดสนิ เรอ่ื งของเราหรือ ?” ทา นอมุ ัรจึงไดตวาดและจบั คอเส้อื ของชายคนนน้ั (293) พรอ มกับกลา ววา “อะไรกนั เจายังไม รูจักชายคนนี้ดอกหรือ ? น่ีคือ ผูปกครองของเจาและผูปกครองของผูศรัทธาทุกคน และผูใดท่ีมิได ยอมรับวา เขาคอื ผูปกครอง ผนู นั้ ก็มใิ ชผ ศู รัทธา” (292) รายงานน้ีโดยทานดาเราะกุฏนีย ดังมีปรากฏอยูในหนา 36 หนังสือ “เศาะวาอิก” เชนกนั (293) รายงานโดยทานดาเราะกุฏนีย และมีปรากฏอยูในหนา 36 หนังสือ “เศาะวาฮิก” อีก ดวย. เร่ืองราวในทํานองนี้ยังมีขอมูลอีกมากมาย ขอใหอัลลอฮฺไดทรงชวยเหลือจนทานไดรับสัจ ธรรมดว ยเถดิ ทา นนา จะรวู า ถา หากปรชั ญาของฮาดษี อัล-ฆอดีร เปนไปอยางท่ีทาน อิบนุ อัล-ฮะญัร และสานุศิษยไดอธิบายไว (ตามขอสองของทาน) ถูกตองสมบูรณจริงแลว แนนอนท่ีสุดทานนบี (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) ก็ เทากับคนที่เลนตลกกับสถานการณหรือวันที่มีความหมายอันสําคัญสําหรับทานนบี (ศ) ขอความ คุมครองตออัลลอฮฺท่ีจะมีผูตั้งขอกลาวหาวา ทานนบี (ศ) เพอเจอในคําพูดและในการกระทําของ ทา น ดวยพระนามของอัลลอฮฺเหตุการณน้ีจะตองไมเปนไปอยางคําอธิบายท่ีนักปราชญท้ังสอง ไดกลาวถึงเปนแน ซึ่งเปนคําอธิบายที่อยูในลักษณะที่นากลัวอะไรเชนนี้ นั่นคือการอธิบายวาทาน อาลีจะไดรับตําแหนงการเปนคอลีฟะฮฺก็ตอเม่ือหลังจากที่ไดมีการใหสัตยาบันตอทานแลวเทานั้น ลักษณะการอธิบายของทานเชนนี้ ยอมเปนสิ่งท่ีนาขบขันเสียย่ิงกวาคําอธิบายของคนเบาปญญา ซึ่ง สําหรับการพิจารณาจากผูท่ีมีสติปญญานั้น ยอมตระหนักไดวาตําแหนงอามีรุล มุมีนีน จะตองมิได เปนสิทธิของใครอ่ืน แมแตบุคคลหน่ึงบุคคลใดจากบรรดามุสลิมท้ังหลาย เน่ืองจากเหตุการณของ วันน้ันเทากับวาทุกคนอยูในสภาพที่ใหสัตยาบันแกทานอาลี เพราะฉะน้ันท้ังทานอาลีและบรรดา สาวกคนอื่น ๆ ตลอดจนถึงบรรดามุสลิมทั้งหลายตางก็อยูในกฎเกณฑนี้อยางเสมอภาคเทาเทียมกัน เพราะวาในความจริงท่ีทานนบี (ศ) มีความประสงคน้ันก็คือวาจะตองใหตําแหนงของการเปน ผูปกครองนแี้ กทานอาลี มิใชบุคคลอืน่ ไมว าผูใดในหมูชนรนุ น้ัน
ถาหากวาคําอธิบายของพวกเขาเหลาน้ันไดใหปรัชญาจนเปนท่ีสมบูรณวา ตําแหนงการ เปนอิมามของทานอาลีน้ันเปนเร่ืองของอนาคต ทั้ง ๆ ที่ทานอาลีไดรับตําแหนงการเปนผูนําตั้งแต สมัยท่ีทานนบี (ศ) ยังมีชีวิตอยู พวกเขาเหลานั้นจะเห็นวาเปนเรื่องที่แปลกประหลาดและหลงผิดก็ เปนเพราะพวกเขาลืมนึกถึงไปถึงสภาพของบรรดานบีทุกคน และบรรดาคอลีฟะฮฺตาง ๆ ตลอด จนถึงบรรดากษัตริยและผูปกครองท้ังหลายที่จะตองมีการแตงต้ังบุคคลผูที่จะตองสืบชวงภาย หลงั จากเขา และพวกเขารูเทาไมถึงการณจากความหมายของฮาดีษที่วา “เจากับฉันอยูในฐานะเหมือน ฮารูนกับมซู า หากแตว าไมมีนบีภายหลงั จากฉันแลว” และพวกเขาลืมคํากลาวของทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญ และความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) ท่ีไดกลาวไวในวันแหงการตักเตือนวา “พวกเจา จงเช่ือฟงและปฏิบัติตามเขา” ซ่งึ ฮาดีษน้ีไดม ีกลาวถงึ อยใู นตําราตา ง ๆ อยา งเปนเอกฉันท ถาหากวาเราจะยอมรับวา ตําแหนงการเปนผูน าํ นัน้ คอื สทิ ธิของทา นอาลมี าโดยตลอดตั้งแต สมัยการมีชีวิตอยูของทานศาสดานั้นเปนความคิดท่ีรับไมไดแลว ก็เทากับวาทานจะตองเปนอิมาม ข้ึนทันทีที่ทานศาสดาสิ้นชีวิต ซึ่งก็เปนเรื่องที่อยูในหลักเกณฑที่แทจริงของประโยคคําพูดของทาน ศาสดาอีกนั่นแหละ และเปนเรื่องท่ีบรรพชนผูมีคุณธรรมตางไดใหการยอมรับไวโดยมิไดสาธยาย ไปทางอนื่ ดงั ทเ่ี รากไ็ ดอธิบายไปแลวอยา งแจม แจงกบั เง่อื นไขของเรอ่ื งน.้ี วสั ลาม (ช) อลั -มรุ อญอิ ะฮฺ 61 1 ศอฟร 1330 • ขอหลกั ฐานฮาดษี ท่ียนื ยันเกี่ยวกบั เร่อื งน้จี ากสายสืบทางดานของนักปราชญฝายชอี ะฮฺ ในเมื่อลักษณะเชนนี้เปนท่ียอมรับของบรรดาบรรพชนผูมีคุณธรรมในอดีตแลวไซร ก็ถือ ไดวารายละเอียดตาง ๆ ตามท่ีทานไดเสนอมาจากหลักฐานฮาดีษที่ช้ีเฉพาะในเรื่องของตําแหนงอิ มามน้ันมิไดมีความผิดพลาดแตประการใด ซึ่งฮาดีษที่เก่ียวกับอัล-ฆอดีร และฮาดีษอ่ืน ๆ ก็มี
ลกั ษณะเหมอื นกนั ในรูปแบบของการอธิบายเร่อื งดังกลาวไปแลว อีกทั้งรายละเอียดตาง ๆ ของเร่ือง น้ี ก็มิจําเปนที่จะตองใชการตีความใด ๆ อีกตอไป ถาหากวาหลักฐานฮาดีษท่ีเกี่ยวกับเรื่องน้ียังมีอยู กับฝายของทานอีก ซ่ึงเปนหลักฐานฮาดีษที่นักปราชญฝายอะฮฺลิซซุนนะฮฺยังมิเคยไดรับรูแลวละก็ ขอทานไดโปรดเสนอฮาดีษตาง ๆ เหลาน้ันตอไปดวย ทั้งน้ีเพ่ือเราจะไดเพ่ิมความรูความเขาใจจาก หลกั ฐานดังกลา ว วัสลาม (ซ) อัล-มุรอญิอะฮฺ 62 2 ศอฟร 1330 • หลักฐานฮาดีษจาํ นวน 40 บท แนนอนที่สุดเรามีหลักฐานฮาดีษตาง ๆ อีกเปนจํานวนมาก ซึ่งนักปราชญฝายอะฮฺลิซซุน นะฮฺไมมีโอกาสท่ีจะไดรับรู ท้ัง ๆ ทเี่ ปนหลกั ฐานฮาดษี ท่ีศอฮฮี้ ฺ (ถูกตอง) ตามสายสบื ที่คลอ งจองกนั อยา งเปนเอกฉนั ทต ามลักษณะการรายงานของทางดานผูสืบเช้ือสายอันบริสุทธิ์ ซึ่งตอไปน้ีเราจะได นํามาเสนอแกท า น 40 บท(294) (294) เราไดเนนถึงจํานวนดังกลาวน้ีไปตามที่เราไดรับรายงานฮาดีษเก่ียวกับจํานวน ดังกลาวจากทานอามีรุล มุมีนีน อาลี บิน อาบีฏอลิบ ทาน อับดุลลอฮฺ บิน อับบาส ทาน อับ ดุลลอฮฺ บิน มัสอูด ทานอับดุลลอฮฺ บิน อุมัร ทานอาบู สะอีด อัลคุดรีย ทานอาบู ดัรดาอฺ ทานอาบู ฮุรัยเราะฮฺ ทานอานัส บิน มาลิก ทานมุอาซ บิน ญะบัล โดยรายงานฮาดีษมาเปน จํานวนมากทยี่ ืนยันวา ทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (ศ) ไดกลาววา “ประชาชาติของฉันคนใด ท่ีสามารถทองจําฮาดีษได 40 บทท่ีเก่ียวกับคําสอนตาง ๆ แลว อัลลอฮฺจะไดทรงแตงต้ังให เขาไดอยูในกลมุ ของนักปราชญทางศาสนาผูทรงคุณวฒุ ิในวันกยี ามัต” อีกรายงานหนึ่งทาน ไดกลาววา “อัลลอฮฺจะไดทรงแตงตั้งใหเขาเปนนักปราชญท่ีมีความรูเช่ียวชาญ” ทานอาบู ดัรดาอฺไดรายงานวา “ฉัน (ทานนบี) จะเปนผูใหความชวยเหลือเปนสักขีพยานใหแกเขาใน วันกียามัต” รายงานฮาดีษของทานอิบนุ มัสอูดกลาววา “จะมีเสียงเชิญชวนใหเขาเขาประตู
ของสวรรคไมวาประตูใดท่ีเขาประสงค” ในรายงานฮาดีษของทานอิบนุ อุมัรไดกลาววา “เขาไดถูกกําหนดใหอยูในกลุมของนักปราชญผูทรงคุณวุฒิ และในกลุมของบรรดาสักขี พยานท่ีใกลชิดของอัลลอฮฺ” เราจึงถือเอาจํานวน 40 ฮาดีษดังกลาวนี้มาทําการเสนอใน หนังสืออัล-มุรอญิอาตของเราทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (ศ) ไดกลาววา “ความเจริญที่ สมบูรณในทศั นะของ 1. รายงานโดยทานศ็อดดูก มุฮัมมัด บิน อาลี บิน ฮุเซน บิน มูซา บิน บาบุวียฺ อัล-กุมมีย ซึ่ง มีปรากฏอยูในหนังสือ “อิกมาลุดดีน วะอิตมามุน-นิอฺมะฮฺ” โดยอางสายสืบไปถึงทานอับดุรเราะ มาน บนิ ซะมูเราะฮฺ ซงึ่ ไดรบั รายงานฮาดีษนม้ี าจากทา นศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทาน ความจาํ เริญและความสันติสุขแดท านและแดบรรดาลูกหลานของทาน) ท่ีไดมีโอวาทใหแกเขาวา “โอบุตรของซะมูเราะฮฺ ยามใดที่ความรูสึกฝายกิเลสของมนุษยไดขัดแยงกันและยามใดที่ ทัศนะของบุคคลท้ังหลายแตกแยกกันแลว หนาท่ีของเจาในยามนั้นก็คือตองยึดม่ันตออาลี บิน อา บีฏอลิบ เพราะแทจริงเขาคือผูนําแหงประชาชาติของฉันและเปนผูทําหนาท่ีปกครองแทนฉัน ภายหลงั จากฉันแลว” (อลั -ฮาดีษ) 2. รายงานฮาดีษของทานศ็อดดูก อีกบทหนึ่งในหนังสือ “อัล-อิกมาลฯ” กลาววา ทานอิบนุ อับบาส ไดรายงานวา “ทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติ สุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) ไดกลาววา “แทจริงอัลลอฮฺ ผูทรงไวซึ่งความบริสุทธิ์ และผูทรงสูงสุด ไดทรงทดสอบบรรดาชาวโลกดวยขอสอบที่สําคัญ กลาวคือ พระองคไดทรง คัดเลือกฉัน แลวพระองคไดทรงแตงตั้งใหฉันเปนนบี หลังจากน้ันพระองคยังไดทรงมีขอทดสอบ ข้ันท่ีสองกลาวคือ พระองคไดทรงคัดเลือกอาลี แลวทรงไดแตงต้ังใหเขาเปนผูนํา (อิมาม) และแลว พระองคไดทรงบัญชาใหฉันรับเอาเขามาเปนพ่ีนอง เปนคูใกลชิด เปนทายาทเปนผูแทน และเปนผู รว มภารกจิ ” (อลั -ฮาดษี ) 3. ทา นศอ็ ดดูกไดรายงานฮาดีษไวในหนังสือ “อัล-อิกมาลฯ” อีกบทหนึ่งโดยอางสายสืบฮา ดีษไปยังทานอิมามศอดิก ซึ่งไดรับรายงานมาจากบิดาของทานอันมาจากรายงานฮาดีษที่บอกเลา โดยบรรพบุรุษของทาน (ความสนั ตสิ ุขพึงมีแดทานทั้งหลาย) วา “ทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (อัลลอ ฮทฺ รงประทานความจําเรญิ และความสนั ติสุขแดทา นและแดบรรดาลกู หลานของทาน) ไดก ลา ววา
อัลลอฮฺนั้น ไดแกบุคคลท่ีเขาไดรับฟงวาทะของฉันแลวไดรักษาไว โดยท่ีเขาไดรักษามันไวให เปนไปตามที่เขาไดรับฟงมา” และทานไดกลาวอีกวา “แนนอนย่ิงผูที่อยูเรนลับจะเปนสักขีพยาน ใหแ กพ วกทาน “ทานญิบรออีลไดแจงเรื่องราวจากพระผูอภิบาลผูทรงเดชานุภาพสูงสุดใหฉันไดทราบวา แทจริงพระองคไดทรงตรัสวา ผูใดที่ไดรับรูวาไมมีพระเจาอ่ืนใด นอกจากฉันแตเพียงผูเดียว และรู วามุฮัมมัดเปนบาวและเปนศาสนทูตของฉัน และรูวาอาลี บิน อาบีฏอลิบคือผูปกครองในหนา แผนดนิ ทีฉ่ ันไดแ ตงตั้ง และรวู า แทจริงบรรดาอิมามท่ีมาจากลูก ๆ ของเขานั้น เปนขอพิสูจนของฉัน แลว ไซร ฉันกจ็ ะนาํ เขาใหเขา สูสวนสวรรคด ว ยความเมตตาปรานีของฉัน” (อัล-ฮาดษี ) 4. ทานศ็อดดูกไดรายงานฮาดีษอีกบทหนึ่งไวในหนังสือ “อัล-อิกมาลฯ” โดยสายสืบมีไป ถึงทานอิมาม ศอดิก ซ่ึงไดรับรายงานมาจากบิดาของทาน และจากปูท้ังหลายของทานไดกลาววา “ทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแด บรรดาลูกหลานของทา น) ไดกลา ววา “บรรดาอิมามภายหลังจากฉันน้ีจะมี 12 คน คนแรกในหมูพวกเขาน้ันคือ อาลี สวนคน สดุ ทายในหมูพวกเขานั้นคอื กออิม พวกเขาคือผูแ ทนและทายาทของฉัน” (อลั -ฮาดษี ) 5. ทานศ็อดดูกไดรายงานฮาดีษอีกบทหนึ่งไวในหนังสือ “อัล-อิกมาลฯ” โดยมีสายสืบไป ถึงทานอัศบัฆ บิน นะบาตะฮฺซ่ึงไดกลาววา “วันหนึ่งทาน อามีรุล มุมีนีน อาลี บิน อาบีฏอลิบ ได ออกมาหาพวกเราท่มี อื ของทานนนั้ ทานไดจ ับมอื ของทานฮาซนั อยแู ลวทา นกลา ววา “ทานศาสนทูต แหงอัลลอฮฺ (ศ) ไดเคยออกมาหาพวกเราในวันหนึง่ โดยทที่ า นไดเ อามือของทา นจบั มือของฉนั อยา ง นี้ แลวกลาววา “บคุ คลที่ประเสริฐย่ิงถดั จากฉนั และทีจ่ ะไดเปนหัวหนาของคนท้ังหลายนั้น คือ พ่ีนองของ ฉันคนน้ี และเขาคือ ผูนํา (อิมาม) ของมุสลิมทุกคน อีกท้ังเขาคือ ผูบังคับบัญชาของผูศรัทธาทุกคน หลังจากการวายชนมของฉนั ” (อลั -ฮาดีษ) 6. ทานศ็อดดูกไดรายงานฮาดีษอีกบทหน่ึงไวในหนังสือ “อัล-อิกมาลฯ” โดยมีสายสืบไป ถงึ ทานอมิ าม ริฎอ ซึ่งไดร ับรายงานโดยตรงมาจากบรรพบรุ ษุ ของทา นที่อางถงึ ฮาดษี ของทา นศาสน ทตู แหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลาน ของทาน) ที่ไดกลาววา
“ผูใดมีความรักในอันที่จะยึดมั่นตอศาสนาของฉัน และในอันท่ีจะไดขึ้นสูนาวาแหงความ ปลอดภัยภายหลังจากฉันแลวไซร ดังนั้นเขาจงไดยึดม่ันตออาลี บิน อาบีฏอลิบ เพราะแทจริงเขาคือ ทายาทของฉัน อีกทั้งเขาคือผูแทนของฉันท่ีมีสําหรับประชาชาติของฉันท่ีอยูในแบบฉบับของฉัน หลงั จากท่ีฉนั ไดวายชนมไปแลว” (อลั -ฮาดษี ) 7. ทานศ็อดดูกไดรายงานฮาดีษอีกบทหน่ึงไวในหนังสือ “อัล-อิกมาลฯ” โดยมีสายสืบไป ถึงทานอิมาม ริฎอซึง่ ไดร ับรายงานโดยตรงมาจากบรรพบุรุษของทานที่อางถึง ฮาดีษของทานศาสน ทูตแหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลาน ของทา น) ท่ีไดก ลาววา “ฉันและอาลีคือ บิดาแหงประชาชาติน้ี ผูใดท่ียอมรับเราก็เทากับยอมรับในอัลลอฮฺ สวน ผูใดที่ปฏิเสธเราก็เทากับปฏิเสธอัลลอฮฺ ผูทรงเดชานุภาพสูงสุด และอาลีคือศูนยรวมสําหรับ ประชาชาติของฉัน สวนประมุขแหงบรรดาบุรุษชาวสวรรคนั้น ไดแก ฮาซันและฮุเซน สวนบุตร หลานของฮุเซนอีกเกาคนน้ันใหถือวา การเช่ือฟงปฏิบัติตามพวกเขาคือการเชื่อฟงปฏิบัติตามฉัน การทรยศตอพวกเขาหมายถึงการทรยศตอฉัน บุคคลที่เกาในหมูพวกเขาคือผูท่ีดํารงคงอยู และเปน ผนู าํ ทางของพวกเขา” (อลั -ฮาดีษ) 8. ทานศ็อดดูกไดรายงานฮาดีษอีกบทหนึ่งไวในหนังสือ “อัล-อิกมาลฯ” โดยมีสายสืบไป ถึงทานอิมามฮาซัน อัสกะรีย ซ่ึงไดรับรายงานโดยตรงมาจากบรรพบุรุษของทานท่ีอางถึงฮาดีษของ ทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺ (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความสันติสุขแดทานและแด บรรดาลกู หลานของทาน) ทไี่ ดก ลา ววา “โออ บิ นุมสั อดู อาลี บิน อาบีฏอลิบน้ันคือ ผูนํา (อิมาม) ของพวกทานภายหลังจากฉัน และ เปนผแู ทนของฉนั ในหมูพวกทาน” (อัล-ฮาดีษ) 9. ทานศ็อดดูกไดรายงานฮาดีษอีกบทหนึ่งไวในหนังสือ “อัล-อิกมาลฯ” โดยมีสายสืบไป ถึงทานซัลมานท่ีไดกลาววา “ฉันไดเขาไปพบทานนบี (อัลลอฮฺทรงประทานความจําเริญและความ สันติสุขแดทานและแดบรรดาลูกหลานของทาน) ซึ่งในขณะนั้นทานฮุเซน บิน อาลีไดน่ังอยูบนตัก ของทา น แลว ทา นไดจ มุ พติ ท่รี มิ ฝป ากแลว กลาววา “เจาคือประมุขคนหนึ่งผูเปนบุตรของประมุข เจาคือผูนํา (อิมาม) คนหน่ึงผูเปนบุตรของ ผูนํา (อิมาม) เปนพี่นองของผูนํา (อิมาม) อีกทั้งเปนบิดาของบรรดาอิมาม (ผูนํา) เจาคือขอพิสูจน ของอัลลอฮฺ เจาเปนบุตรแหงผูซ่ึงเปนขอพิสูจนของพระองค เจาเปนบิดาของเหลาบรรดาผูซ่ึงเปน
ขอพิสูจนทั้งเกาคน อันมาจากเลือดเน้ือเชื้อไขของเจา บุคคลท่ีเกาในหมูพวกเขานั้น คือ ผูท่ีดํารงอยู (กออมิ )” (อลั -ฮาดษี ) 10. ทานศ็อดดูกไดรายงานฮาดีษอีกบทหนึ่งไวในหนังสือ “อัล-อิกมาลฯ” โดยมีสายสืบไป ถึงทานซัลมาน เชนเดียวกัน ซึ่งเปนฮาดีษบทยาวบทหนึ่งของทานศาสนทูตแหงอัลลอฮฺดังตอไปนี้ “โอฟาฏิมะฮฺ เจาจงรูไวเถิดวา สําหรับอะหฺลุลบัยตฺของเรานั้น อัลลอฮฺไดทรงเลือกสรรชีวิตแหง ปรโลกท่ีดีเหนือกวาโลกน้ีใหแกเรา แทจริงอัลลอฮฺ ผูทรงไวซ่ึงความจําเริญและผูทรงสูงสุดไดทรง ทดสอบชาวโลกดวยขอทดสอบที่สําคัญประการหน่ึง กลาวคือพระองคไดทรงคัดเลือกฉันใหพิเศษ ย่ิงไปกวาสรรพสิ่งท้ังหลายของพระองค แลวสําหรับขอทดสอบประการที่สองนั้นคือ พระองคได ทรงคัดเลือกสามีของเจา ซึ่งพระองคไดทรงบัญชาใหฉันดําเนินการแตงงานเขาใหแกเจา อีกทั้งทรง บัญชาใหฉันรับเอาเขาข้ึนเปนตัวแทนของฉันในหมูประชาชาติของฉัน ดวยเหตุนี้บิดาของเจา คือ ผู ประเสรฐิ ยิ่งในหมบู รรดาอัมบิยาอฺ สวนสามีของเจาเปนผูประเสริฐย่ิงในหมูเอาศิยาอฺ (ทายาท) สวน เจาเปนบุคคลแรกในหมูทตี่ ดิ ตามไปพบฉัน” (อัล-ฮาดษี ) 11. ทานศ็อดดูกไดรายงานฮาดีษที่มีขอความยืดยาวบทหน่ึงไวในหนังสือ “อัล-อิกมาลฯ” ซ่ึงทานไดระบุไวในฮาดีษบทน้ีถึงจํานวนหนึ่งของบรรดาชาวมุฮาญิรีนและชาวอันศอร จํานวน มากกวาหนึ่งรอยคนที่ไดประชุมกันในมัสญิด เมื่อคร้ังสมัยการเปนคอลีฟะฮฺของทานอุสมาน พวก เขาเหลาน้ันตางพูดคุยกันถึงเร่ืองวิชาความรูและเรื่องศาสนบัญญัติ และตางคนก็โออวดซึ่งกันและ กันในหมูพวกเขา สวนทานอาลีนั้นเปนฝายน่ิงเงียบ พวกเขาจึงไดพากันกลาวแกทานอาลีวา “โอ บิดาของฮาซัน ทําไมทานจึงไมพูดอะไรเลย ?” ดังน้ันทานอาลีจึงไดกลาวแกพวกเขาดวยวจนะหนึ่ง ของทา นศาสนทูตแหง อัลลอฮฺ (ศ) วา “อาลีนั้นเปนพี่นองและเปนผูรวมภารกิจของฉัน เปนผูสืบมรดกและเปนทายาทของฉัน เปนตัวแทนของฉันในหมูประชาชาตินี้ และเปนผูมีอํานาจการปกครองผูศรัทธาทุกคนภายหลังจาก ฉัน” ดงั นั้นพวกเขาทง้ั หลายจงึ ไดย นื ยันสิ่งนแี้ กทา นอาลี (อัล-ฮาดษี ) 12. ทานศ็อดดูกไดรายงานฮาดีษอีกบทหนึ่งไวในหนังสือ “อัล-อิกมาลฯ” ซึ่งเปนรายงาน ท่ีมาจากทานอับดุลลอฮฺ บิน ญะอฺฟร ทานฮาซัน ทานฮุเซน ทานอับดุลลอฮฺ บิน อับบาส ทานอุมัร บิน อะบูซะละมะฮฺ ทานอุซามะฮฺ บิน ซัยด ทานซัลมาน ทานอาบูซัรลุทานมิกดาด บุคคลทั้งหมดนี้ ไดกลาววา “พวกเราไดยินทานศาสนทูตแหงอลั ลอฮฺ (ศ) กลาววา
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317