การทำ�คณุ ประโยชนเ์ พือ่ สังคม จ�ำลอง ฝงั่ ชลจิตร ได้รับเชญิ ไปบรรยายถ่ายทอดเกยี่ วกับการใช้ภาษาไทย แก่ครู นักเรียนและผ้สู นใจ โดยเฉพาะการเรียนเรือ่ งสน้ั และสารคดใี นสถานศึกษา ระดับโรงเรียน มหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ องค์กรเอกชน ชมรมวรรณศิลป์ โรงพยาบาล หรือค่ายวรรณกรรม บ่มเพาะนิสัยรักการอ่าน การเขียน และสร้าง แรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนหรือผู้สนใจรุ่นใหม่ ต้ังแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็นต้นมา และนอกจากการเป็นวิทยากรให้แก่หน่วยงานต่างๆ แล้ว ยังได้ท�ำคุณประโยชน์ อืน่ ๆ เพือ่ สงั คม ได้แก่ - เป็นคอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์เนชั่นสุดสัปดาห์และคมชัดลึก โดยได้เขียน แนะน�ำหนงั สอื เขยี นประสบการณค์ า่ ยวรรณกรรมและบทความเกย่ี วกบั การอา่ นไว้มากมาย - ไดร้ ับเชญิ จาก ปราบดา หยนุ่ เป็นวทิ ยากรแนะน�ำการเขยี น ‘ค่ายเขยี น งานสร้างสรรค์กรุงเทพมหานคร ครง้ั ท่ี ๔’ หัวขอ้ เรอ่ื งส้ันแนวดสิ โทเปีย (โลกหม่นมดื ในจนิ ตนาการ) - ราวๆ พ.ศ. ๒๕๓๘ ไดม้ อบนวนิยาย ‘ขน�ำนอ้ ยกลางทุ่งนา’ แกอ่ งค์กร การกุศลให้น�ำไปจัดท�ำหนังสือเสียงมอบแก่สมาคมผู้พิการทางสายตา โดยไมร่ บั คา่ ลขิ สิทธิ์ - เพม่ิ เตมิ ประสบการณก์ ารเขยี นการอา่ นและวเิ คราะหว์ จิ ารณเ์ รอ่ื งสนั้ ไทย และตา่ งประเทศไว้ ๑๒ หวั ขอ้ ในหนงั สอื รวมเรอ่ื งสน้ั ‘สมเดจ็ พระสงั ฆราช เสดจ็ ฯ มา’ - จ�ำลองมีจิตใจเป็นครู สอนเด็กหนุ่มที่ฝันว่าสักวันจะเขียนหนังสือได้ จ�ำลองแนะน�ำและสอนจนเด็กหนุ่มผู้น้ันสามารถเขียนนวนิยายเร่ือง ‘บ้านในโคลน’ โดยอาศัยประสบการณ์ซุงถล่มหมู่บ้านท่ีอ�ำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช และจ�ำลองได้สนับสนุนให้จัดพิมพ์นวนิยาย เลม่ แรกของนักเขียนช่อื กติ ตศิ กั ด์ิ คเชนทร์ ได้รับรางวัลชมเชยจากงาน สัปดาห์หนงั สือแหง่ ชาติ ประจ�ำปี พ.ศ. ๒๕๖๐ และผา่ นเขา้ รอบสุดทา้ ย รางวัลซไี รต์ ปี ๒๕๖๑ นายจำ�ลอง ฝัง่ ชลจติ ร 149
ค�ำประกาศเกยี รติคณุ นายเสนห่ ์ สงั ข์สุข ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๑ นายเสน่ห์ สังข์สุข เกิดเมื่อวนั ที่ ๑๘ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๕๐๐ ทีจ่ งั หวัดเพชรบุรี ปจั จุบนั อายุ ๖๒ ปี จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนพรหมานุสรณ์ จังหวัดเพชรบุรี ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดปัตตานี และส�ำ เรจ็ การศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวทิ ยาลัยศรีนครนิ ทรวโิ รฒ ประสานมิตร กรุงเทพมหานคร นายเสน่ห์ สังข์สุข เริ่มทำ�งานด้านวรรณศิลป์ขณะศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี และทำ�งานต่อเน่ือง มาโดยตลอด ใชน้ ามปากกา แดนอรญั แสงทอง, มายา, เชน จรสั เวยี ง, อรญั วาสี เปน็ ทงั้ นกั เขยี นและนกั แปลอสิ ระ มผี ลงานไดร้ บั การยอมรบั และตพี มิ พเ์ ผยแพรใ่ นนติ ยสารชน้ั น�ำ ของประเทศ เปน็ ลา่ มใหก้ บั USAID THAILAND เปน็ บรรณาธกิ ารส�ำ นกั พมิ พห์ ลายแหง่ และเปน็ นกั เขยี นค�ำ โฆษณา ท�ำ งานแปลสลบั กบั การเขยี น มผี ลงานแปล มากกว่า ๓๐ เล่ม เริม่ เขยี นเร่ืองส้ัน ตั้งแตป่ ี พ.ศ. ๒๕๒๔ และสร้างสรรคเ์ ร่ืองสั้นทโี่ ดดเด่นหลายเรอ่ื ง ปี พ.ศ. ๒๕๓๖ เขยี นนวนยิ าย เงาสขี าว และตามมาดว้ ยเรอื่ งสน้ั อีกหลายเรือ่ ง พ.ศ. ๒๕๕๑ ไดร้ บั เครอ่ื งอสิ ริยาภรณ์ ในลำ�ดับช้นั เชอวาลเิ ย่ร์ (Chevalier du Arts et Lettre) ดา้ นศิลปะและอกั ษรศาสตร์ จากกระทรวงวัฒนธรรม และการสอ่ื สาร ประเทศฝรงั่ เศส และ พ.ศ. ๒๕๕๓ ไดร้ บั รางวลั ศลิ ปาธร จากส�ำ นกั งานศลิ ปวฒั นธรรมรว่ มสมยั กระทรวงวัฒนธรรม ต่อมาได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ประจำ�ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ จากรวมเรื่องสนั้ อสรพิษและเรื่องอืน่ ๆ และได้รบั การแปลเปน็ ภาษาฝรัง่ เศสและภาษาอนื่ ๆ ถงึ ๙ ภาษา นายเสน่ห์ สังข์สุข สร้างสรรค์ผลงานมาตลอดระยะเวลา ๔๐ ปี มีงานเขียนนวนิยายและเรื่องสั้น ๑๙ เล่ม งานแปล ๓๓ เล่ม ผลงานมีความโดดเด่นด้วยการนำ�เสนอท่ีเข้าถึงความเป็นมนุษย์อย่างลุ่มลึก ถึงจิตวิญญาณ ตีแผ่ ความซับซ้อนของอารมณ์ความรู้สึกทั้งด้านดีและช่ัว มีความรุ่มรวยด้วยคลังคำ� ซ่ึงสร้าง พลังในการเล่าเร่ืองที่เข้มข้นชวนให้ติดตาม ผู้เขียนผสมผสานวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออก โดยเรียนรู้ จากวรรณกรรมต่างประเทศและมรดกวัฒนธรรมไทย ท้ังความเชื่อ พุทธศาสนา ตำ�นาน วัฒนธรรมท้องถิ่น ทำ�ให้ผลงานมีลักษณะเป็นสากลและมีลีลาเฉพาะตน งานเขียนจึงได้รับการยกย่องจากนักวิชาการ นักอ่าน และนักวิจารณท์ ง้ั ในและต่างประเทศ ผลงานหลายเร่ืองไดร้ บั การแปลเป็นภาษาต่างประเทศหลายภาษา นายเสน่ห์ สงั ข์สขุ จึงไดร้ ับการยกย่องเชดิ ชเู กียรติเป็นศลิ ปินแหง่ ชาติ สาขาวรรณศลิ ป์ พุทธศักราช ๒๕๖๑ นายเสนห่ ์ สังข์สุข 151
ปนราะวยัตเิชสีวนติ แ่หละ์ ผสลงังาขน์สขุ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ 152 ศิลปนิ แห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์
นายเสน่ห์ สังขส์ ขุ นามปากกา แดนอรญั แสงทอง, มายา, เชน จรัสเวยี ง, อรญั วาสี เกิดเมื่อวนั ที่ ๑๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๐ ท่ีจังหวัดเพชรบุรี ปจั จุบนั อายุ ๖๒ ปี ประวตั ิการศึกษา นายเสนห่ ์ สังข์สขุ ส�ำเร็จการศกึ ษาชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ เม่อื พ.ศ. ๒๕๑๐ ท่ีโรงเรียนวัดนาพรม (มนมหาวิริยาคาร) ต�ำบลนาพันสาม อ�ำเภอ เมอื ง จงั หวดั เพชรบุรี ต่อมา พ.ศ. ๒๕๑๔ เข้าศึกษาช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๗ โรงเรียนวัดแก่นเหล็ก (รัตนกะสัสอนุสรณ์) จังหวัดเพชรบุรี พ.ศ. ๒๕๑๗ ศึกษาช้ันมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนปริยัติรังสรรค์ ต�ำบลคลองกระแชง จงั หวดั เพชรบรุ ี ศกึ ษาชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย เมอื่ พ.ศ. ๒๕๑๙ ทโ่ี รงเรยี น เบญจมราชูทิศ อ�ำเภอเมอื ง จังหวดั ปตั ตานี และศึกษาในระดับปริญญาตรี ท่มี หาวทิ ยาลัยศรีนครินทรวโิ รฒ ประสานมิตร กรุงเทพมหานคร นายเสน่ห์ สงั ข์สุข 153
ประวัตกิ ารทำ�งาน เรม่ิ ท�ำงานดา้ นวรรณศลิ ปต์ งั้ แตข่ ณะศกึ ษาอยใู่ นระดบั ปรญิ ญาตรี และต่อเนอ่ื งมาตลอด เป็นทัง้ นกั เขยี นและนักแปลอิสระ มีผลงานได้รับ การยอมรับและตีพิมพ์เผยแพร่ในนิตยสารชั้นน�ำของประเทศมาต้ังแต่ คร้ังยังเป็นนักศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร กรุงเทพมหานคร เคยเปน็ ลา่ มใหก้ บั USAID THAILAND และเคยเปน็ บรรณาธกิ าร ใหก้ บั ส�ำนกั พิมพ์หลายแหง่ เช่น ส�ำนักพมิ พเ์ รจีนา, แมน่ �้ำ, วลัยลกั ษณ์, จนั ทมิ า, เมด็ ทราย, ปาปริ สั และอรโุ ณทยั และเคยเปน็ นกั เขยี นค�ำโฆษณา ให้กับบริษัทโฆษณาแห่งหน่ึง โดยในระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๒๔ - ๒๕๓๖ ได้เขียนเรื่องส้ันท่ีโดดเด่นหลายเรื่อง จากน้ันจึงเขียนนวนิยายเร่ือง “เงาสีขาว” อันมหึมาและยาวเหยียด ก่อนที่จะเขียนและแปลงาน ชน้ิ อนื่ ๆ อกี มากมาย จนกระทง่ั ถงึ ปจั จบุ นั มผี ลงานเผยแพรเ่ ปน็ ทยี่ อมรบั ทั้งในประเทศและระดับสากลเป็นจ�ำนวนมาก ดังนี้ ผลงานเขียน นวนยิ าย/ เร่อื งสน้ั / ร้อยแกว้ พ.ศ. ๒๕๒๓ เร่ืองแปลเร่ืองแรกสุด “ดาวประกายพฤกษ์” ตีพมิ พ์ในนติ ยสาร ‘สยามรัฐสปั ดาหวิจารณ’์ พ.ศ. ๒๕๒๔ เพลงศพ (เร่ืองส้ันเร่ืองแรกสุด) ตีพิมพ์ใน นติ ยสาร ‘ปาจารยสาร’ พ.ศ. ๒๕๒๔ ทุ่งร้าง พ.ศ. ๒๕๒๘ ผถู้ ูกกระท�ำ (รวมเร่อื งส้นั ) พ.ศ. ๒๕๓๔ ยามพราก (ชดุ วรรณกรรมไทยร่วมสมัย) พ.ศ. ๒๕๓๖ เงาสีขาว (ภาพเหมือนในวัยระห�่ำของศิลปิน) หนงึ่ ในยสี่ บิ นวนยิ ายทด่ี ที ส่ี ดุ ของไทย (The 20 Best Novels of Thailand : ไดร้ ับการแปล เป็นภาษาฝร่ังเศส, สเปน, อังกฤษ) พ.ศ. ๒๕๔๔ ต�ำนานเสาไห้ พ.ศ. ๒๕๔๕ เพลงรกั คนพเนจร (ความเรยี ง/ กลอนเปลา่ ) พ.ศ. ๒๕๔๕ อสรพษิ (Venom) (เรอื่ งเล่าขนาดยาว) ไดร้ บั การแปล ๙ ภาษา คือ อังกฤษ, ฝรั่งเศส, กรีก, คาตาลนั , โปรตุเกส, สเปน, อิตาเลยี น, เยอรมัน, ญ่ีป่นุ และได้รับการจดั ท�ำเปน็ อักษร เบรลลด์ ว้ ย 154 ศิลปินแหง่ ชาติ สาขาวรรณศิลป ์
พ.ศ. ๒๕๔๖ เจ้าการะเกด (เรื่องรักแต่เมื่อครงั้ บรมสมกัปป)์ (นวนิยาย) (A Thai Novel : ได้รบั การแปลเปน็ ภาษาฝร่งั เศส, อิตาเลยี น) พ.ศ. ๒๕๔๗ ในท่ามกลางแสงแหง่ เดือนอันฉายฉาน พ.ศ. ๒๕๔๙ แมวผี พ.ศ. ๒๕๔๙ มาตานุสติ (นวนยิ าย) พ.ศ. ๒๕๔๙ ดวงตาที่สาม (เร่ืองสั้นขนาดยาว) พ.ศ. ๒๕๕๑ วันเพญ็ เดือนสบิ สอง (หนึง่ ในนักเขยี นเทยี บเชิญของนกั เขยี นนิตยสารช่อการะเกด ฉบับที่ ๔๖) พ.ศ. ๒๕๕๒ อนุสาสนปี าฏหิ าริย์ (วิมุตตคิ ตี าหมายเลขหนึ่ง) (กลอนเปล่า) พ.ศ. ๒๕๕๕ เดียวดายใต้ฟ้าคลง่ั (นวนยิ าย) ไดร้ ับการแปลเป็นภาษาฝร่งั เศส พ.ศ. ๒๕๕๖ อตีเตกาเล (เรอื่ งส้ัน ๒ เรื่อง และนวนยิ าย ๑ เรื่อง) พ.ศ. ๒๕๕๗ อสรพษิ และเรอ่ื งสั้นอ่ืนๆ พ.ศ. ๒๕๕๗ เงาสีขาว (ภาพเหมือนในวัยระห�ำ่ ของศลิ ปนิ )/ พมิ พ์คร้งั ที่ ๓ ปกแขง็ พ.ศ. ๒๕๕๘ เดยี วดายใต้ฟ้าคลัง่ (นวนยิ าย)/ พิมพค์ รั้งท่ี ๓ พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตานสุ ติ (นวนิยาย)/ พิมพ์ครง้ั ท่ี ๒ พ.ศ. ๒๕๕๘ เจา้ การะเกด : เรื่องรกั แตเ่ มือ่ ครัง้ บรมสมกปั ป์ (นวนยิ าย)/ พิมพค์ ร้ังท่ี ๒ พ.ศ. ๒๕๖๐ แพรกหนามแดง (รวมเร่ืองสนั้ ) นายเสน่ห์ สงั ข์สขุ 155
ผลงานเขยี นทไ่ี ดร้ ับการแปลเปน็ ภาษาตา่ งประเทศและตพี มิ พเ์ ผยแพร่เป็นรปู เลม่ หนังสอื พ.ศ. ๒๕๔๔ (ค.ศ. ๒๐๐๑) อสรพษิ ภาษาคาตาลนั , ภาษากรีก, ภาษาฝร่ังเศส (พิมพค์ รัง้ แรกและคร้ังท่ี ๒) เงาสขี าว ภาษาฝรั่งเศส พ.ศ. ๒๕๔๕ (ค.ศ. ๒๐๐๒) อสรพษิ ภาษาองั กฤษ, ภาษาโปรตเุ กส, ภาษาฝรง่ั เศส (ฉบับพิเศษส�ำหรับผู้มีปญั หาทางสายตา), ภาษาสเปน (ปกแข็ง), ภาษาอิตาเลียน พ.ศ. ๒๕๔๖ (ค.ศ. ๒๐๐๓) เจา้ การะเกด ภาษาฝร่ังเศส เงาสีขาว ภาษาสเปน, ภาษาอังกฤษ อสรพษิ ภาษาเยอรมัน (ปกแข็ง) พ.ศ. ๒๕๔๙ (ค.ศ. ๒๐๐๖) เจ้าการะเกด ภาษาอติ าเลยี น พ.ศ. ๒๕๕๖ (ค.ศ. ๒๐๑๓) อสรพิษ ภาษาญป่ี นุ่ พ.ศ. ๒๕๕๗ (ค.ศ. ๒๐๑๔) เดยี วดายใต้ฟา้ คลง่ั ภาษาฝรั่งเศส /ภาษาองั กฤษ 156 ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป ์
นายเสนห่ ์ สังขส์ ุข 157
158 ศลิ ปนิ แหง่ ชาติ สาขาวรรณศลิ ป ์
ผลงานแปลวรรณกรรมตา่ งประเทศ พ.ศ. ๒๕๒๔ คนสวน (The Gardener) ของรพินทรนาถ ฐากูร ฉบบั พมิ พ์คร้งั ที่ ๑ และคร้ังที่ ๒ ส�ำนกั พิมพก์ ระดาษสา พ.ศ. ๒๕๒๕ ฝันสดี �ำ (The Blind Owl) ของซาเดก เฮดายัต (นกั เขยี นชาวอิหร่าน) พิมพค์ รั้งแรก พ.ศ. ๒๕๒๕ ส�ำนักพมิ พว์ ล,ี พมิ พค์ รั้งท่ี ๒ ปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ส�ำนักพิมพ์วล,ี พิมพ์ครัง้ ท่ี ๓ และ ๔ ส�ำนักพิมพป์ าปิรสั พ.ศ. ๒๕๒๕ ทุ่งดอกหญ้าถงึ ดวงดาว (The Happy Prince and Other Tales) ของออสการ์ไวลด์ ส�ำนกั พมิ พท์ านตะวนั พ.ศ. ๒๕๒๖ เมตามอรโ์ ฟสีส (Metamorphosis) ของฟรา้ นซ์ คาฟกา้ (ครบรอบ ๑๐๐ ปี คาฟกา้ ) ส�ำนักพิมพ์วลี พ.ศ. ๒๕๒๖ คนโซ (Hunger) ของคนุท แฮมซุน (นักเขียนชาวนอร์เวย์) พิมพ์คร้ังแรก ปี พ.ศ. ๒๕๒๖ ส�ำนกั พิมพ์วลี พิมพค์ รัง้ ท่ี ๒ พ.ศ. ๒๕๓๕ ส�ำนกั พิมพป์ าปิรัส และพิมพค์ รัง้ ท่ี ๓ พ.ศ. ๒๕๕๐ ส�ำนกั พิมพแ์ มวคราว นายเสนห่ ์ สังข์สขุ 159
พ.ศ. ๒๕๓๐ กระแสลมแห่งฤดูใบไม้ผลิ (The Torrents of Spring) พ.ศ. ๒๕๓๒ ของเออรเ์ นสต์ เฮมม่ิงเวย์ ส�ำนักพมิ พ์ปาปริ สั พ.ศ. ๒๕๓๓ คนสวน (The Gardener) ของรพินทรนาถ ฐากูร ฉบับพิมพ์ ครัง้ ที่ ๓ ส�ำนักพมิ พส์ ฝู่ ัน พ.ศ. ๒๕๓๓ ต้นฉบับท่ีไม่เคยตีพิมพ์มาก่อนของเดวิด โอกิลวี : อัจฉริยะ พ.ศ. ๒๕๓๓ แห่งวงการโฆษณา (The Unpublished David Ogilvy) พ.ศ. ๒๕๓๓ ส�ำนกั พิมพจ์ ันทิมา พ.ศ. ๒๕๓๔ ศลิ ปะการเขยี นค�ำโฆษณา (The Art of Writing Advertising) พ.ศ. ๒๕๓๔ ส�ำนกั พิมพจ์ นั ทมิ า พ.ศ. ๒๕๓๔ นิทานสอนใจของลา ฟองเตน ส�ำนักพิมพเ์ มด็ ทราย พ.ศ. ๒๕๓๕ สองนคร (A Tale of Two Cities) ฉบบั เยาวชน ของชาร์ลส์ ดคิ เกน้ ส์ ส�ำนักพิมพเ์ ม็ดทราย พ.ศ. ๒๕๓๕ สวนสวรรคแ์ หง่ ความรกั (The Garden of Eden) ของเออรเ์ นสต์ พ.ศ. ๒๕๕๑ เฮมมงิ่ เวย์ ส�ำนักพิมพป์ าปิรสั พ.ศ. ๒๕๕๒ แลว้ ดวงตะวนั กฉ็ ายแสง (The Sun Also Rises) ของเออรเ์ นสต์ พ.ศ. ๒๕๕๒ เฮมมง่ิ เวย์ ส�ำนกั พิมพป์ าปิรสั พ.ศ. ๒๕๕๓ โอลด์ เยลเลอร์ เพื่อนยาก (Old Yeller) ของเฟร็ด ก๊ิปสัน พ.ศ. ๒๕๕๓ ส�ำนกั พิมพ์ปาปริ สั พ.ศ. ๒๕๕๓ ยอดคนจริง (True Grit) ของชาร์ลส์ ปอร์ติส พิมพ์ครั้งแรก ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ส�ำนกั พมิ พป์ าปริ สั พมิ พค์ รง้ั ท่ี ๒ ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ส�ำนกั พมิ พ์สามัญชน (เปลย่ี นชือ่ ใหมเ่ ป็น “อารยชนคนเถือ่ น”) เออรเ์ นสต์ เฮมมงิ่ เวย์ วา่ ด้วยการเขยี น (Ernest Hemingway on Writing) ของเออรเ์ นสต์ เฮมม่งิ เวย์ ส�ำนักพิมพ์ปาปริ สั เพชฌฆาตข้างถนน ของมอร์เก ลูอิช บอร์เจส ส�ำนักพิมพ์ สามัญชน มนษุ ยห์ มาป่า (The Refugee) ของเจน ไรซ์ ส�ำนักพิมพห์ นึ่ง เลอื ดสามหยาด (Three Drops of Blood) ของซาเดก เฮดายตั กาจบั โลง : ส�ำนักพิมพบ์ คุ๊ ไวรัส เดอะ เว็นดิโก้ อสูรไพรทมิฬ ฉบับครบรอบ ๑๐๐ ปี (The Wendigo) ของแอลเจอร์นอน แบล็ควูด ส�ำนกั พมิ พโ์ อเพน่ บคุ๊ แดนสนธยาอาถรรพ์ (The Willows) ของแอลเจอร์นอน แบลค็ วูด ส�ำนกั พมิ พผ์ จญภัย การเดนิ ทางเทย่ี วสดุ ทา้ ยของเรือปศี าจ (The Last Voyage of the Ghost Ship) ส�ำนกั พมิ พส์ ามัญชน 160 ศลิ ปินแหง่ ชาติ สาขาวรรณศิลป์
นายเสนห่ ์ สังขส์ ุข 161
พ.ศ. ๒๕๕๓ เดชอ้ายโย่งเย่งจอมเขมือบผจญฤทธิ์นางพญากุญชร (A Piece of Pie) ของดามอน รนั ยอน ส�ำนกั พมิ พห์ น่งึ พ.ศ. ๒๕๕๖ มนษุ ยก์ บั หมาปา่ (Peter and the Wolf) ของแองเจลา่ คารเ์ ตอร์ รวมเรอื่ งสน้ั สตรีเล่า ในหนังสือ “ศรีนวลจดั หนกั ” ส�ำนกั พิมพบ์ คุ๊ ไวรัส พ.ศ. ๒๕๕๗ รวมเร่อื งส้ันคลาสสิก ใน “นมิ ติ วกิ าล ๐๑” ส�ำนักพิมพบ์ คุ๊ ไวรสั พ.ศ. ๒๕๕๗ รวมเรอื่ งสนั้ คลาสสกิ ใน “นมิ ติ วิกาล ๐๒” ส�ำนักพมิ พ์บคุ๊ ไวรัส พ.ศ. ๒๕๕๘ ฝนั สดี �ำ (The Blind Owl) พมิ พค์ รงั้ ที่ ๕ (แปลใหม)่ ส�ำนักพิมพส์ ามญั ชน พ.ศ. ๒๕๕๘ เจา้ ชายผู้มีความสขุ (The Happy Prince) ของออสการ์ ไวลด์ ส�ำนักพมิ พ์ ตัวเล็ก พ.ศ. ๒๕๕๘ รหัสลับแมลงหัวกะโหลก (The Gold-Bug) ของเอ็ดการ์ อัลลัน โพ ส�ำนกั พมิ พ์ตัวเล็ก พ.ศ. ๒๕๕๘ รอยแย้มสรวลจิโอคอนด้า (The Gioconda Smile) ของอัลดัส ฮักซเลย์ ส�ำนักพิมพ์คนสรวล ไม่ปรากฏปีทพี่ ิมพ์ คนจมน�้ำตายท่ีรูปหล่อที่สุดในโลก กับเร่ืองมหัศจรรย์ทั้งห้า ของการ์เบรียล การเ์ ซีย มารเ์ กซ ส�ำนักพิมพ์ปาปริ สั 162 ศลิ ปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์
นายเสนห่ ์ สังขส์ ุข 163
คณุ คา่ ของผลงาน คณุ คา่ ของผลงาน แดนอรัญ แสงทอง ประมวลได้ ดังนี้ ๑. ผลงานปรากฏเนอื้ หาอนั ลุม่ ลึกและกว้างไกล ผลงานของแดนอรัญ แสงทอง มีเนอ้ื หาท่ผี ่านกระบวนการเค่ียวกร�ำทางความคดิ มที งั้ ท่ี ลงลึกไปสู่รากเหง้าของความเป็นสังคมไทย ในขณะเดียวกันก็กว้างไกลไปสู่ความเป็นสากลได้ แดนอรัญเป็นนักอ่านท่ีมิใช่แบบนักท่องจ�ำหรือนักอ่านเพ่ือรับรสและเรียนรู้ธรรมดา หากเขา มองทะลุไปถึงการคิดต่อ ต้ังค�ำถาม และต่อยอดงานวรรณศิลป์ ดังนั้น เม่ือลงมือเป็นนักเขียน ดว้ ยตนเอง เขาจงึ มงุ่ ใหค้ นอา่ นไดค้ ดิ ตอ่ ตงั้ ค�ำถามจากงานของเขา และดว้ ยเขามอี ดุ มการณใ์ นการ เขยี นหนงั สอื ว่า เขาท�ำเพ่ือคนอนื่ คนอืน่ ทเ่ี ป็นผคู้ นส่วนใหญแ่ ละเป็นผยู้ ากไร้ในสงั คม ดังนั้น ผลงานของเขาจึงแสดงผลของความเป็นนักคิดที่มีเป้าหมาย โดยผ่านจินตนาการ และกลวธิ ที างวรรณศิลปท์ ่ใี ครค่ รวญแลว้ งานอย่างอสรพิษและอกี หลายเร่ือง จงึ สะดุดใจ สะดุด ความรสู้ กึ ของนกั อา่ นจ�ำนวนมากใหฉ้ งนและตง้ั ค�ำถาม เพอื่ จะไดค้ �ำตอบเพอื่ คนอนื่ และสงั คมดว้ ย ด้วยเหตุท่ีเป็นนักแปลด้วย เขาจึงรู้จักผลงานวรรณกรรมของโลกโดยกว้างขวาง ส่งผล ต่อการคิดสร้างสรรค์งานของตนเอง รวมทั้งสามารถเลือกสรร เช่ือมโยงแนวคิด ภูมิปัญญาและ รากเหง้าวฒั นธรรมแบบไทยเข้ากบั การสร้างสรรคง์ านวรรณกรรมสสู่ ากลได้อย่างชัดเจน งดงาม เรอื่ งเล่าของเขาบางเรอื่ งจึงสอ่ื นยั ประหวัดบ้าง สัญลักษณบ์ ้าง ถึงสงั คมไทยอยา่ งแจง้ ชดั โดยส่ือให้เกิดการคิดใหม่ ดังในเรื่องสั้นช่ือ อสรพิษ ท่ีตัวละครทุกตัวเหมือนมีชีวิตในสังคม อยา่ งสมจรงิ แตใ่ นขณะเดยี วกนั กเ็ ปน็ การสอื่ สญั ลกั ษณถ์ งึ สภาพความเปน็ ไปของสงั คมไทยปจั จบุ นั อย่างเข้าถึงเนื้อแท้ด้วย หรือในหลายๆ เร่ืองของเขามุ่งให้เกิดการคิดต่อ จากความซับซ้อน ในเรื่องที่เขาเล่า ไม่ว่าจะเป็นอสรพิษและเร่ืองส้ันอื่นๆ มาตานุสติ หรือเจ้าการะเกด เรื่องรัก แต่ครงั้ บรมสมกัปป์ เป็นตน้ ๒.ผลงานโดดเด่นทีก่ ารผสมผสานเรอื่ งเลา่ ทางวรรณศิลป์แบบมอี ตั ลักษณ์ แดนอรัญ แสงทอง เป็นนักอ่าน นักแปล และนักเขียนไปพร้อมกัน เขาน�ำเอาความ เช่ียวชาญจากศักยภาพสามส่วนน้ีมาผสมผสานกันออกมาเป็นเรื่องเล่าทางวรรณศิลป์ เช่น น�ำเอาเทพปกรณัม ชาดก ต�ำนาน และเร่ืองราวในอดีต มาเล่าใหม่ งานเขียนของแดนอรัญ มักประกอบด้วยเรื่องเล่าหลักและเร่ืองเล่าย่อยในท�ำนองนิทานแทรกนิทาน (tales in tales) มสี ตู ร (formula) และการซ�ำ้ (repetition) ท�ำใหง้ านของเขามีพื้นฐานเร่ืองเลา่ ของความเป็นไทย ทั้งในอดีตและปัจจุบัน แต่โอ่อ่าและประดับด้วยเรื่องเล่าของความเป็นอื่น (ซึ่งอาจเป็นฝรั่งหรือ ชาตอิ ่ืนๆ) และกล่ันกรอง เกลากลึงจนออกมาเป็นภาษาของตวั เอง แสดงความเปน็ อัตลักษณ์ของ แดนอรัญ แสงทองในการเล่าเรื่อง โดยสรา้ งภาพของนักเลา่ นทิ านไทยทีต่ รงกันขา้ มกบั ศรีธนญชัย หากแสดงภูมิปัญญาอันส่งผลให้ผู้อ่านเห็นลึกลงไปถึงรากเหง้าทางวัฒนธรรมไทย ดังปรากฏใน อสรพิษและเรื่องสั้นอ่นื ๆ เจ้าการะเกด เรอื่ งรักแต่คร้งั บรมสมกปั ป์ เดยี วดายใตฟ้ ้าคลง่ั เปน็ ต้น 164 ศลิ ปินแหง่ ชาติ สาขาวรรณศิลป ์
นอกจากน้ีเขายังอ่านมาก และจับเอารูปแบบทางวรรณศิลป์ท้ังของไทยและของเทศ มาผสมผสานกนั อยา่ งสนกุ สนาน เงาสขี าว คอื กระแสส�ำนึกล้วนๆ แบบไม่มยี อ่ หนา้ ดวงตาทีส่ าม คอื งานหยอกลอ้ กับงานพาฝัน เดยี วดายใต้ฟ้าคล่งั คอื การน�ำเอาต�ำนานจาก ‘เถรีคาถา’ อนั เปน็ ส่วนหนง่ึ ของพระไตรปิฎกมาสร้างใหมภ่ ายใต้รูปแบบถ้อยค�ำสมยั ใหม่ เป็นต้น ๓. ผลงานแสดงความส�ำนึกในความเปน็ ท้องถ่ินนิยม แดนอรัญ แสงทอง สามารถส่ือเรื่องราวความเช่ือ ผนวกกับต�ำนานเล่าขานของไทย โดยสืบค้นจนชัดเจนถึงที่มาหรือสามารถหาแหล่งอ้างอิงได้และน�ำมาเขียนเป็นเร่ืองราว ท่ีคนร่วมสมัยสามารถเข้าใจง่าย ทั้งยังปลูกฝังส�ำนึกรักเมืองไทย หลายเรื่องเน้นที่บ้านเกิด ย้อนบรรยากาศชนบทเมืองเพชรอันเป็นถิ่นเกิด โดยใส่กลิ่นอายท้องถิ่นเพื่อเป็นฉากหลัง ของเร่ืองราวต่างๆ ทั้งยังได้สะท้อนจิตวิญญาณของคนชนบทท่ีมีความละเอียดอ่อน และความ ลุ่มลึกทางภูมิปัญญา รวมทั้งสะท้อนชีวิตท่ีต้องต่อสู้ภายในเมืองบ้านเกิดผ่านภาพเมืองเพชรบุรี ทั้งเมืองที่ชีวิตและวัฒนธรรมก�ำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าระมัดระวังไว้ด้วย ดังท่ีปรากฏใน อสรพิษและเรอ่ื งส้นั อื่นๆ แพรกหนามแดง และใน มาตานสุ ติ เป็นตน้ นายเสน่ห์ สงั ข์สุข 165
๔. ผลงานงดงามด้วยการผสมผสานภาษาและวรรณศลิ ป์ แดนอรัญ แสงทอง เป็นนักอ่านมาแต่เยาว์วัย มีคลังค�ำมาก จึงเป็นนักเขียนท่ีมีภาษา เป็นของตนเอง โดยส่วนหนึ่งรับอิทธิพลมาจากการอ่านงานของนักเขียนและนักแปลช่ือดัง อย่าง ประมูล อณุ หธูป มาแต่เยาว์วัย จากภาษาตา่ งประเทศในฐานะนกั แปล และจากภาษาไทย ในวรรณคดี รวมทั้งนิทานพืน้ บา้ น สุนทรยี ภาพทางภาษาของเขาจงึ เกดิ ขึ้นจากการผสมผสานกัน ของภาษาเหลา่ นน้ั ทถี่ กู ประกอบสรา้ งขนึ้ มาใหม่ จนกลายเปน็ ภาษาทมี่ เี อกลกั ษณข์ องความเปน็ ไทย ตามแบบฉบับของแดนอรัญ แสงทอง ดังปรากฏในงานทุกชิ้นของเขา เงาสีขาว ที่เต็มไปด้วย กระแสส�ำนึกแห่งอารมณ์ แมวผี ท่ีท�ำให้อ่านไปข�ำไป เพราะการพยายามใส่เสียงเหน่อลงไป ในภาษา เจา้ การะเกด เรื่องรกั แตค่ ร้ังบรมสมกัปป์ เรอื่ งเล่าที่งามไปดว้ ยภาพครัง้ อดีต เปน็ ตน้ ตวั อยา่ งความงามของภาษา “บางคำ่� คนื หลงั จากฝนตกหรอื ในขณะทฝี่ นสรา่ งซาเบาบางลงเหลอื แตเ่ พยี งอาการพรา่ งพรำ� ป่าทั้งป่าก็กลายเป็นสีน�้ำเงินพร่างพราวระยิบระยับและสว่างไสวราวกับมีงานนักขัตฤกษ์เพราะ แสงหง่ิ หอ้ ยนบั หมน่ื นบั แสนตวั แสงของหง่ิ หอ้ ยมากมายเหลอื คณาเยย่ี งนน้ั ขา้ คงไมม่ โี อกาสไดเ้ หน็ อกี แลว้ ในชัว่ ชวี ิตน้ี แสงนน้ั และการกะพริบพร่างพรายของมนั เยย้ แสงจันทร์และแสงดาว แสงนั้น และการกะพริบพรา่ งพรายของมนั ท�ำใหโ้ ลกงดงามกวา่ สรวงสวรรค”์ (จาก เจ้าการะเกด เร่ืองรักแต่เมอ่ื ครั้งบรมสมกัปป)์ 166 ศิลปนิ แหง่ ชาติ สาขาวรรณศลิ ป์
รางวัลและเกยี รติคณุ ที่ไดร้ ับ พ.ศ. ๒๕๕๘ “รางวลั สรุ นิ ทราชา” รางวลั นกั แปลดเี ดน่ จากสมาคมนกั แปลและลา่ ม พ.ศ. ๒๕๕๗ แหง่ ประเทศไทย “รางวัลซีไรต์” จากผลงานรวมเรือ่ งส้ัน “อสรพิษและเรือ่ งอน่ื ๆ” พ.ศ. ๒๕๕๓ รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (Southeast พ.ศ. ๒๕๕๑ Asian Writers Award) “ศิลปินศิลปาธร” สาขาวรรณศิลป์ จากส�ำนักงานศิลปวัฒนธรรม พ.ศ. ๒๕๒๓ ร่วมสมยั กระทรวงวัฒนธรรม ได้รับ “เครื่องอิสริยาภรณ์ในล�ำดับชั้นเชอวาลิเย่ร์” (Chevalier du Arts et Lettre) ดา้ นศลิ ปะและอกั ษรศาสตร์ จากกระทรวงวฒั นธรรม และการส่ือสาร ประเทศฝร่งั เศส เรอื่ งสนั้ “ทงุ่ รา้ ง” ไดร้ บั รางวลั “ศกั ดศ์ิ ร”ี จากการจดั ประกวดเรอ่ื งสน้ั ของนติ ยสาร “ฟา้ เมอื งทอง” ซง่ึ อาจนิ ต์ ปญั จพรรค์ เปน็ บรรณาธกิ าร ผลงานทางวรรณกรรมของนายเสน่ห์ สังข์สุข ได้รับการวิเคราะห์วิจารณ์อย่างลุ่มลึก และกวา้ งขวางโดยไดก้ ลายเปน็ หวั ขอ้ ในการท�ำวทิ ยานพิ นธห์ ลายฉบบั อาทิ “วเิ คราะหว์ รรณศลิ ป์ ในนวนยิ ายของแดนอรญั แสงทอง” ของนายธรงวทิ ย์ ทองเสยี่ น (หลกั สตู รปรญิ ญาศลิ ปศาสตร มหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยนเรศวร) “เร่ืองเล่าของตัวตนในนวนิยาย เชิงอัตชีวประวัติเร่ือง ‘เงาสีขาว’ ของแดนอรัญ แสงทอง” ของนายวยากร พึ่งเงิน (หลักสูตร ปริญญาอักษรศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวชิ าวรรณคดีเปรียบเทียบ ภาควชิ าวรรณคดีเปรียบเทยี บ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) “แดนอรัญ แสงทอง ในฐานะนักเล่านิทาน” ของนางสาวนิชานันท์ นันทศิริศรณ์ (หลักสูตรปริญญาอักษรศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา ภาษาไทย ภาควชิ าภาษาไทย คณะอกั ษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย) นอกจากน้ัน นายเสน่ห์ สังข์สุข ยังได้รับการคัดเลือกให้เป็น ๑ ใน ๑๐ บุคคลส�ำคัญ ทางวฒั นธรรมแห่งปี จากนติ ยสาร Happening ฉบบั เดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ การทำ�คุณประโยชนเ์ พือ่ สังคม นายเสน่ห์ สังข์สุข ได้ท�ำกิจกรรมต่างๆ เพื่อสังคมมาโดยตลอด ทั้งเป็นวิทยากรรับเชิญ ใหแ้ กห่ นว่ ยงานตา่ งๆ เปน็ ทปี่ รกึ ษาใหก้ บั นสิ ติ นกั ศกึ ษา ตลอดจนเปน็ นกั อนรุ กั ษส์ ง่ิ แวดลอ้ ม อาทิ ๔ ธนั วาคม ๒๕๕๖ วิทยากรรบั เชญิ การเสวนาเร่ือง พระมหากษตั รยิ น์ ักอนุรกั ษ์ จัดโดย ชมรมอนรุ ักษ์ธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อมเพชรบรุ ี รว่ มกับกลุ่มคนรกั เมืองเพชร พ.ศ. ๒๕๕๖ - ปจั จบุ นั วิทยากรรบั เชิญรายการ “คยุ เฟ่อื งเรอ่ื งเมอื งเพชร”, “คยุ ขา่ ว เคล้าเสียงเพลง” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดเพชรบุรี (สวท.เพชรบุรี) FM 95.75 Mhz หลายคร้งั ในหลายประเดน็ นายเสน่ห์ สังข์สขุ 167
168 ศลิ ปนิ แหง่ ชาติ สาขาวรรณศลิ ป ์
๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ วทิ ยากรพเิ ศษรับเชญิ กิจกรรม “วันพบนกั เขยี นคนดงั - นักอา่ น คนเดน่ ” หวั ข้อ เรอื่ ง “อา่ น - เขยี นอยา่ งไรให้ฝร่ังทง่ึ แบบ แดนอรัญ แสงทอง” กจิ กรรมสง่ เสริม ให้นักเรียนรักการอ่าน เป็นผู้น�ำในการอ่าน มีเหตุผล มีทักษะ ทั้งในด้านการอ่าน การฟัง และ ตนื่ ตัวแสวงหาความรู้ ณ หอ้ งประชุมพิพฒั นาปรยิ ตั ิสุนทรและหอ้ งสมดุ โรงเรียนเทพลลี า ๒๐ มกราคม ๒๕๕๘ วิทยากรพิเศษรับเชิญ “กิจกรรมนักเขียนพบผู้อ่าน”งานสัปดาห์ หนังสอื แห่งปี CMU Book Fair ครง้ั ท่ี ๒๑ ณ บรเิ วณทศิ เหนอื ของศาลาอ่างแก้ว มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ ๒๓ - ๒๔ มกราคม ๒๕๕๘ วิทยากรพิเศษรับเชิญ โครงการพบนักเขียนซีไรต์ ร่วม พบปะพูดคุยและสัมภาษณ์พิเศษ “เจ้าของรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเย่ียมแห่งอาเซียน” ณ ส�ำนักศิลปะและวัฒนธรรม จัดโดย ส�ำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ร่วมกบั สาขาวชิ าภาษาไทยเพือ่ การสื่อสาร คณะมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๘ วทิ ยากรพเิ ศษรบั เชญิ เสวนา “นกั เขยี นพบนกั อา่ น” โครงการ PSRU BOOK FAIR ประจ�ำปี พ.ศ.๒๕๕๘ ณ ส�ำนกั วทิ ยบรกิ ารและเทคโนโลยสี ารสนเทศ จดั โดย ภาควชิ า ภาษาไทย คณะมนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั พบิ ลู สงคราม จงั หวดั พษิ ณโุ ลก ๒๔ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๘ วิทยากรพิเศษรับเชญิ กิจกรรมเสริมหลกั สูตร เสวนาทางวิชาการ เร่ือง “ศิลปะการใช้ภาษาไทยสู่เส้นทางวิชาชีพ” ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดโดย ภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัย มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั ๒๔ เมษายน ๒๕๕๘ วิทยากรพิเศษรับเชิญ เสวนาเร่ือง “ภาพสะท้อนรางวัลซีไรต์ กบั สภาพสงั คมในปัจจุบัน”จดั โดย สาขาวชิ าภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏศรสี ะเกษ นายเสนห่ ์ สงั ขส์ ขุ เปน็ นกั เขยี นทม่ี ผี ลงานเผยแพรใ่ นระดบั สากลอยา่ งเปน็ รปู ธรรมชดั เจน มผี ลงานทางวรรณกรรมตพี ิมพ์เผยแพร่เปน็ ภาษาตา่ งๆ มียอดจ�ำหนา่ ยประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ เลม่ ในทวีปยุโรป ถือเป็นการบุกเบิกเพื่อการน�ำวรรณกรรมไทยไปสู่ระดับนานาชาติอย่างแท้จริง และนอกจากเป็นวิทยากรแล้ว ยังเป็นท่ีปรึกษาให้กับนักเขียนรุ่นใหม่ เป็นที่ปรึกษาให้กับนิสิต นักศึกษาระดับปริญญาโท ปริญญาเอกในการจัดท�ำวิทยานิพนธ์ เป็นที่ปรึกษาให้กับส�ำนักพิมพ์ อิสระต่าง ๆ ในการคัดเลือกเรื่องสั้นแปลท่ีจะจัดพิมพ์เป็นหนังสือ เป็นที่ปรึกษาและกรรมการ ตัดสิน “วรรณกรรมแตกก่ิงออนไลน์” ในเว็บฟุ้ง Bookvirus จุลสารจุลินทรีย์ออนไลน์ พื้นท่ี แบง่ ปนั การเขียน การอา่ นฟรี สปอนเซอรโ์ ดยคนอา่ น เพื่อ (น) คนอา่ น เปน็ นกั แสดงเกียรติยศ ในภาพยนตร์เร่ือง ‘อสรพิษ’ อันเป็นภาพยนตร์แสดงภาพชีวิตของชนบทไทย เป็นนักแสดง เกียรติยศในภาพยนตร์เรื่อง ‘อยู่กับมิตร’ อันเป็นภาพยนตร์สารคดีเชิดชูเกียรติประวัติของ มิตร ชัยบัญชา ดาราภาพยนตร์ผู้ยิ่งใหญ่ท่ีสุดตลอดกาลของไทย ซึ่งมีภูมิล�ำเนาเป็นชาวจังหวัด เพชรบุรี เป็นวิทยากรทางด้านวรรณกรรมให้กับสถาบันการศึกษาต่างๆ ในเขตจังหวัดเพชรบุรี และเป็นนักรณรงค์ต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อม เป็นนักอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อมในระดับแกนน�ำในเขต จงั หวดั เพชรบุรี นายเสน่ห์ สงั ขส์ ุข 169
ค�ำประกาศเกียรตคิ ณุ นายวโิ รจน์ วรี ะวฒั นานนท์ ศลิ ปนิ แห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ลิเก) พทุ ธศักราช ๒๕๖๑ นายวโิ รจน์ วีระวัฒนานนท์ (นามในการแสดง “วิโรจน์ หลานหอมหวล”) พระเอกลิเก - ผูก้ ำ�กบั การแสดงลเิ ก - ผปู้ ระพันธบ์ ท ลิเก - ผปู้ ระกอบพธิ ไี หวค้ รลู เิ ก ปัจจุบันอายุ ๗๔ ปี เกดิ เมื่อวันท่ี ๒๗ เมษายน พ.ศ.๒๔๘๘ ทต่ี �ำ บลบางปะหัน อำ�เภอบางปะหนั จังหวัด พระนครศรีอยธุ ยา เป็นบตุ รนายสำ�ราญ และนางองุน่ วรี ะวฒั นานนท์ อาชีพเดิมของบิดามารดาทำ�นา มารดาเปน็ ธดิ าของนายหอมหวล นาคศริ ิ อดตี ครลู เิ กคนสำ�คัญ บดิ ามเี ช้ือสายนกั ดนตรีพ้ืนบา้ น นายวิโรจน์เร่มิ ฝกึ หัดลเิ ก ตั้งแตอ่ ายุ ๑๒ ปี โดยนายหอมหวล นาคศิริ (คณุ ตา) เปน็ ผูส้ อนการร้องราชนิเกลงิ แมค่ รูน้อม ละคร ในวงั เก่า หดั ทา่ รำ� คณุ ตาไดต้ ง้ั คณะลเิ ก “คณะหอมหวลรุ่นพเิ ศษ” พาออกแสดงตามเมืองต่างๆ โดยมอบความไว้วางใจให้นายวโิ รจน์ หลานชายรับบทพระเอกประจำ� จนเริ่มมชี อื่ เสียงและมีประสบการณม์ ากขนึ้ หลังจากอปุ สมบทแล้ว คณุ ตาหอมหวลได้อนุญาตใหเ้ ป็น หวั หนา้ คณะลเิ กเอง โดยใช้ช่ือคณะวา่ “วโิ รจน์ หลานหอมหวล” ยามวา่ งจากงานตา่ งจังหวดั ก็เดนิ ทางเข้ากรงุ เทพฯ ทำ�การแสดงตาม วกิ ต่างๆ ในกรงุ เทพฯ เปน็ ประจำ� รวมท้ังได้ออกอากาศทางสถานีวทิ ยุโทรทศั นจ์ นมชี อื่ เสียงโดง่ ดัง นายวิโรจน์เอาใจใส่ในการเรยี นรู้มาก ศึกษากระบวนนาฏศิลป์ดนตรีจากครอู าจารย์หลายทา่ น อาทิ แมค่ รูนอ้ ม รตั ประจติ แม่ครูชนื่ ภาษา แม่ครูแนบ แมค่ รูละออง เสือสงา่ แม่ครูเกษร แม่ครูลำ�แพน เรืองนนท์ และองค์ความรู้ทางลิเกโบราณจากครูบุญยัง เกตุคง นอกจากน้ี ยังได้เรียนการขับร้องเพลงไทย เพิม่ เตมิ กบั ครสู ดุ จติ ต์ ดุริยประณีต ครูสุรางค์ ดุริยพันธ์ุ สรรพวิชาต่างๆ ทน่ี ายวโิ รจน์ไดส้ ัง่ สมจากครูบาอาจารยท์ ่านตา่ งๆ ไดห้ ล่อหลอม ให้เขาเป็นผู้มีความชำ�นาญในงานลิเกอย่างย่ิง โดยเฉพาะ “ลิเกทรงเคร่ือง” ซึ่งเป็นภูมิปัญญาเก่าแก่ นายวิโรจน์ผ่านประสบการณ์ ในวงการลิเกมาอย่างโชกโชน ได้ทำ�การแสดงลิเกหน้าพระที่นั่งถวายพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเชื้อพระวงศ์หลายคร้งั จดั งานลิเกการกศุ ล กอ่ ต้ังคณะลเิ กดารา ลิเกร่วมสมยั เปน็ ผปู้ ระพันธ์บทลิเกจำ�นวนมากมายหลายรอ้ ยเรอื่ ง บรรจุ ค�ำ ร้อง บทเจรจา เพลงรำ� เพลงหนา้ พาทย์ สำ�เนียงภาษา ใหเ้ หมาะสมกบั การแสดงแตล่ ะคร้งั ผลงานทีไ่ ดร้ ับความนยิ มมาก อาทิ อเิ หนา ราชาธริ าช ผชู้ นะสบิ ทศิ จันทโครพ สงครามพศิ วาส ขุนพลใจเพชร สุสานนกั รบ และในความเป็นครลู ิเก ได้ถา่ ยทอดเทคนิคตา่ งๆ ในการรอ้ งร�ำ ลเิ กใหแ้ กส่ ถาบนั การศกึ ษามาเปน็ เวลายาวนาน มลี กู ศษิ ยอ์ ยใู่ นวงการลเิ กไทยในปจั จบุ นั จ�ำ นวนมาก ทงั้ ในหนว่ ยงานราชการ และนกั แสดงลเิ กมืออาชีพ อาทิ ปกรณ์ พรพิสทุ ธิ์ ศภุ ชัย จนั ทร์สุวรรณ์ ประสาท ทองอร่าม จรัล พูนลาภ กัญจนปกรณ์ แสดงหาญ ศริ ริ ัตน์ ปานเสน นพรตั น์ ไมห้ อม ชาย ใหญย่ ่งิ จเรชาย เลศิ พร แสงเพชร เลิศพร ไชยา - แอน มิตรชยั ฯลฯ สมาชกิ ในคณะลิเก “วโิ รจน์ หลานหอมหวล”ทม่ี ีอายยุ าวนานกวา่ ๕๐ปี เติบโตไปเป็นลิเกทมี่ ชี ่อื เสยี งจำ�นวนมาก นายวิโรจน์ วีระวัฒนานนท์ เป็นศิลปินผู้มีความสามารถรอบตัวทั้งการร้องการรำ� การด้นกลอนสด มีความรู้ทางวรรณศิลป์ ความรู้พิธีกรรมไหว้ครูลิเก เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ สร้างสรรค์งานประพันธ์บทลิเก ผู้กำ�กับการแสดงลิเก ได้เพียรพยายามรักษาศิลปะ แนวขนบประเพณีเอาไว้อย่างชัดเจน เสียสละเพื่อความสุขร่วมกันของผู้คนในสังคมไทย และมุ่งพัฒนาวงการลิเกอาชีพให้มีความเป็น มาตรฐานในสงั คมปัจจุบนั มาอยา่ งตอ่ เน่อื ง นอกจากน้ยี งั เปน็ ผู้ใฝธ่ รรม อทุ ิศตัวรับใช้พระพุทธศาสนามาโดยตลอด นายวโิ รจน์ วรี ะวฒั นานนท์ จงึ ไดร้ บั การยกยอ่ งเชดิ ชเู กยี รตเิ ปน็ ศลิ ปนิ แหง่ ชาติ สาขาศลิ ปะการแสดง (ลเิ ก) พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๑ นายวิโรจน ์ วีระวฒั นานนท ์ 171
ปนราะวยตั วิชิโวี รติ แจลนะผ์ ลวงารี นะวฒั นานนท์ ศิลปินแหง่ ชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ลิเก) 172 ศิลปนิ แห่งชาติ สาขาศลิ ปะการแสดง (ลิเก)
นายวโิ รจน์ วรี ะวฒั นานนท์ เกดิ เม่อื วันท่ี ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๘ ที่ต�ำบลบางปะหนั อ�ำเภอบางปะหนั จังหวดั พระนครศรอี ยุธยา ปัจจุบันอายุ ๗๔ ปี ประวัตกิ ารศกึ ษา ส�ำเร็จชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี ๒ จากโรงเรยี นมธั ยมบางปะหัน อ�ำเภอบางปะหัน จงั หวัดพระนครศรีอยธุ ยา ประวัตกิ ารท�ำ งาน พ.ศ. ๒๕๐๐ : เร่ิมฝกึ หดั ลเิ ก พ.ศ. ๒๕๐๘ : เป็นหัวหน้าคณะลิเกวิโรจน์ หลานหอมหวล รับแสดง เปน็ ครผู ูส้ อนให้แกผ่ สู้ นใจทว่ั ไป : มีผลงาน เช่น แสดงลิเกเผยแพร่ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ กองทับบกชอ่ ง ๗ และชอ่ ง ๙ อสมท. : ประพันธ์บทลิเกให้อาจารย์หอมหวลแสดงออกอากาศ ทางสถานวี ทิ ยยุ านเกราะ พ.ศ. ๒๕๑๐ : ประพนั ธบ์ ทลเิ กและรว่ มแสดงลเิ ก คณะพรสวรรค์ แสดงออกอากาศ ณ กรมประชาสมั พนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๒๙ : แต่งบทแสดงลิเกร่วมกับอาจารย์เสรี หวังในธรรม กรมศิลปากร เร่ืองพระหันอากาศ พระราชนพิ นธใ์ นรชั กาลที่ ๖ ถวายหนา้ พระทนี่ งั่ สมเดจ็ พระเจา้ ภคนิ เี ธอ เจา้ ฟา้ เพชรรตั น- ราชสดุ า สิริโสภาพณั ณวดี : ร่วมก่อตั้งลเิ กดารา และเป็นผูฝ้ ึกซ้อม ชือ่ ชมรมเพอ่ื น ๒๕ เปน็ ต้น ปัจจุบนั ยงั เป็นครผู ู้สอนลิเกทรงเคร่อื งให้กบั หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน นายวโิ รจน์ วีระวฒั นานนท ์ 173
การสร้างสรรค์ผลงาน การประพันธแ์ ละแสดง บทลิเก ถือเป็นหัวใจในการจัดการแสดงลิเกอาชีพ เพราะต้องมีการสร้างสรรค์ค�ำร้อง เพลงร�ำ เพลงบรรเลง เพลงหน้าพาทย์ ส�ำเนียงภาษา บทเจรจาให้เหมาะสมกับการแสดง แต่ละครัง้ และเหมาะกับความสามารถของนักแสดง นายวิโรจน์ วีระวัฒนานนท์ เป็นหน่ึงในนักประพันธ์บทลิเกท่ีผลิตงานจากมันสมอง ต่อเน่ืองมาตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น ได้รับการยอมรับในส�ำนวนโวหารท่ีคมคาย เจ้าบทเจ้ากลอน และแฝงคติธรรมตามหลักพุทธศาสนา ผลงานมีท้ังบทลิเกแบบด้ังเดิมและประยุกต์ใช้ลีลา กลอนราชนิเกลงิ และบรรจุเพลงแบบต่างๆ มีผลงานที่ประพันธ์ขึ้นเป็นจ�ำนวนหลายร้อยเร่ือง เผยแพร่ในมุมกว้าง ในจ�ำนวนน้ี บททไี่ ดร้ บั ความนยิ มมากในวงการลเิ ก เชน่ อเิ หนา ราชาธริ าช ตอนศกึ มงั มหานรธาตดั หวั ฉางกาย ผ้ชู นะสบิ ทิศ หลายตอน จันทโครพ สงครามพศิ วาส ขุนพลใจเพชร สสุ านนกั รบ เป็นต้น 174 ศิลปนิ แหง่ ชาติ สาขาศลิ ปะการแสดง (ลิเก)
การสร้างสรรค์และเผยแพร่ผลงานตอ่ สาธารณชน พ.ศ. ๒๕๐๘ : นายหอมหวล นาคศิริ ได้ให้นายวิโรจน์ วีระวัฒนานนท์ เป็นหัวหน้าคณะลิเก โดยใชช้ อ่ื คณะวา่ วโิ รจน์ หลานหอมหวล รบั จา้ งแสดงในงานตา่ งๆ จงึ มปี ระสบการณ์ มีความช�ำนาญในการแสดงลเิ ก ทง้ั การรอ้ ง การประพันธเ์ น้ือร้อง ท�ำนอง ค�ำร้อง ก�ำกับการแสดง และเป็นครูผฝู้ ึกสอน พ.ศ. ๒๕๑๐ : เป็นผู้แต่งบทประพันธ์ลิเกให้อาจารย์หอมหวล แสดงออกอากาศทางสถานีวิทยุ ยานเกราะ พ.ศ. ๒๕๑๗ : แสดงลิเกทางโทรทัศน์ร่วมกับคณะสุรางค์รัตน์ รับบทพระเอก เรื่องพม่าเสียเมือง บูเช็กเทียน บัลลงั กส์ ะเทือน เปลวสรุ ยิ า ฯลฯ พ.ศ. ๒๕๒๙ : แสดงลเิ กเนอ่ื งในงานครบรอบ ๒๐๐ ปี สนุ ทรภู่ ในนามลเิ กศลิ ยิ ะ รบั บทพระอภยั มณี ณ หอประชุม AUA : ได้รับเชิญจากศาสตราจารย์ คุณหญิงผอบ โปษะกฤษณะ สาธิตการแสดงลิเก ให้กบั นักศกึ ษา ในเรื่องพระหันอากาศ ณ หอประชมุ วชิราวุธานสุ รณ์ : เป็นผู้แต่งบทประพันธ์ลิเกและร่วมแสดงลิเก “คณะพรสวรรค์” ของนายแพทย์ สพุ จน์ อ่างแกว้ แสดงออกอากาศ ณ กรมประชาสมั พันธ์ นายวิโรจน ์ วรี ะวัฒนานนท์ 175
พ.ศ. ๒๕๓๐ : แสดงลเิ กถวายหนา้ พระทน่ี งั่ สมเดจ็ เจา้ ฟา้ ฯ กรมพระศรสี วางควฒั น วรขตั ตยิ ราชนารี และไดร้ บั โลพ่ ระราชทานในงานลเิ กการกศุ ลสร้างตกึ สยามินทร์ : แต่งบทและร่วมแสดงลิเก เร่ืองราชาธิราช ตอนศึกมังมหานรธาตัดหัวฉางกาย ให้คณะพรสวรรค์ ของ นายแพทย์สุพจน์ อ่างแก้ว แสดง ณ สมาคมสงเคราะห์ สหายศลิ ปนิ เมอื่ วันท่ี ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ : ได้น�ำคณะลิเกวิโรจน์ หลานหอมหวล ร่วมแสดงหารายได้สร้างตึกสยามินทร์ โรงพยาบาลศริ ิราช ณ หอประชมุ ราชแพทย์ เมอ่ื วันที่ ๒๑ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๓๐ พ.ศ. ๒๕๓๑ : แสดงลเิ กการกศุ ลหาเงนิ ชว่ ยเหลอื ซบั นำ�้ ตาชาวใต้ รว่ มกบั จงั หวดั อา่ งทอง โดยไดร้ บั โล่เกียรตยิ ศจาก นายสมศักดิ์ ปรศิ นานันทกลุ เลขานกุ ารรฐั มนตรวี า่ การกระทรวง ศกึ ษาธกิ าร : แต่งบทและก�ำกับการแสดงให้ลิเกคณะจเรชายเลิศพร เรื่องยุพราชพ่ายรัก รว่ มฉลอง ๑๐๐ ปี โรงพยาบาลศิริราช น�ำรายได้เพ่อื การกศุ ล : น�ำคณะลเิ กวโิ รจน์ หลานหอมหวน รว่ มแสดงฉลอง ๑๐๐ ปี ณ หอประชมุ ราชแพทย์ โรงพยาบาลศิรริ าช เมือ่ วนั ท่ี ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๑ 176 ศลิ ปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ลิเก)
พ.ศ. ๒๕๓๒ : เปน็ ผแู้ สดงน�ำ “ชมรมอาจารยห์ อมหวล เกบ็ เงนิ ชว่ ยศลิ ปนิ อาวโุ ส” เรอ่ื งผชู้ นะสบิ ทศิ พ.ศ. ๒๕๓๓ : แต่งบทลิเกและฝึกซ้อมเรื่อง สงครามพิศวาส ให้ชมรมแม่บ้านบางพระแสดง หารายได้เพือ่ การกศุ ล เมอ่ื วันท่ี ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ พ.ศ. ๒๕๓๔ : ฝกึ ซอ้ มและรว่ มแสดงเรอ่ื งอเิ หนา แสดงการกศุ ล ณ สมาคมสงเคราะหส์ หายศลิ ปนิ พ.ศ. ๒๕๓๗ : แต่งบทลิเกและฝึกซ้อมเรื่อง จันทรโครพ ให้ข้าราชการกรมเจ้าท่า ในงานอบรม สะพานเข่ือน รนุ่ ๔ พ.ศ. ๒๕๓๘ : แต่งบทลิเก ฝึกซ้อมและร่วมแสดง รายการลิเกภาษา เรื่องขุนพลใจเพชร ณ ศนู ยส์ งั คีตศลิ ป์ : เป็นครูผู้ท�ำพิธีครอบครู ไหว้ครู ให้แก่สมาคมนักพากย์ภาคเหนือ และคณะลิเก ทัว่ ไป : ได้รับเกียรติบัตรจากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ในโอกาสน�ำลิเกลูกบท ร่วมสนบั สนนุ กจิ กรรมด้านวฒั นธรรม พ.ศ. ๒๕๓๙ : แสดงลิเกเนื่องในงานเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในเรอื่ ง “พระคุณแม”่ ณ มหาวทิ ยาลยั ธุรกิจบณั ฑิตย์ พ.ศ. ๒๕๔๐ : แสดงลิเกถวายหน้าพระท่ีน่ังสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ รตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ในงานส่อื สารกับศลิ ปวฒั นธรรม เรื่องไกรทอง เม่อื วนั ท่ี ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๐ นายวโิ รจน ์ วีระวัฒนานนท์ 177
พ.ศ. ๒๕๔๑ : เป็นผู้ฝึกซ้อมและร่วมแสดงลิเก รายการศิลปะ ทอ้ งทงุ่ ทางสถานวี ทิ ยโุ ทรทศั นก์ องทบั บกชอ่ ง ๗ : เป็นอาจารย์ผู้ฝึกสอนนักแสดงในละครเรื่อง เขยลิเก ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ ไทยทีวีสชี อ่ ง ๓ พ.ศ. ๒๕๔๒ : เป็นผู้ฝึกซ้อมและผลิตรายการลิเก เรื่อง ผู้ชนะสิบทิศ ในนามคณะสามัคคีลิเกไทย ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๙ อสมท. พ.ศ. ๒๕๔๔ : ได้รับเกียรติจากกรมศิลปากร ร่วมแสดงลิเก และออเคสตรา้ ณ โรงละครแหง่ ชาตภิ าคตะวนั ตก จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อวันท่ี ๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ พ.ศ. ๒๕๔๗ : เป็นผู้ก�ำกับ เขียนบท และฝึกซ้อมให้ลิเก เกียรติยศแห่งสยามในเรื่องพระแม่โพสพ ของธนาคารกรุงเทพ เมื่อวันท่ี ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ พ.ศ. ๒๕๔๘ : รวมพลลเิ กหารายได้ชว่ ยภาคใต้ ท่ี ม.ท.บ. วนั ท่ี ๘ - ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๘ : จดั งานคดิ ถงึ อาจารยห์ อมหวล ณ ศนู ยว์ ฒั นธรรม แห่งประเทศไทย เก็บเงินช่วยศิลปินอาวุโส เมื่อวนั ท่ี ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๘ : รว่ มจดั งานรวมลเิ ก ณ วังศุโขทัย พ.ศ. ๒๕๔๙ : เป็นผู้ร่วมเสวนาสาธิต ทัศนาส่ือสารการแสดง องค์ความรู้สื่อสารการแสดงประเภทส่ือพื้นบ้าน ณ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เม่อื วันท่ี ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ : รับเชิญเป็นวิทยากร อภิปรายเร่ือง “ลิเก มาจากไหน” จัดโดยส�ำนักวัฒนธรรมกีฬาและ การท่องเท่ียว ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เมอ่ื วันท่ี ๙ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ : ร่วมจัดนิทรรศการลิเกไทยและการแสดงลิเก ณ ลานคนเมอื ง หนา้ ศาลาวา่ การกรงุ เทพมหานคร เมอื่ วนั ท่ี ๙ - ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ 178 ศิลปนิ แห่งชาติ สาขาศลิ ปะการแสดง (ลิเก)
พ.ศ. ๒๕๕๑ : เป็นครูผู้ฝึกสอนในละครเร่ือง ไฟรักอสูร ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ ไทยทีวีสชี ่อง ๓ : เขียนบทลิเกและก�ำกับการแสดงให้กับคณะลิเกคณะหอมหวลวงใหญ่ เร่ือง รักชาวเตลง หารายได้ช่วยเหลอื ศิลปินอาวโุ ส ณ ศนู ยว์ ฒั นธรรมแหง่ ประเทศไทย เม่อื วันที่ ๒๗ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ : น�ำลเิ กเดก็ หอมหวนรนุ่ พเิ ศษ แสดงในงานวนั แม่ เรอ่ื งพระคณุ แม่ ณ ศนู ยว์ ฒั นธรรม แห่งประเทศไทย : เปน็ ครผู ฝู้ กึ สอนลเิ กทรงเครอื่ งเรอื่ ง พระอภยั มณี ตอนหลงรปู ละเวง โดยกลมุ่ สาระ เรยี นรู้ศลิ ปะ แสดง ณ หอ้ งประชุมโรงเรียนพระแมป่ ระจกั ษ์ เม่ือวันท่ี ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ พ.ศ. ๒๕๕๒ : เป็นครูฝกึ สอนลเิ กทรงเครือ่ ง คณะกรกัญจนรัตน์ เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนรักเมยี รักแม่ โดยมีข้าราชการจากกรมศลิ ปากรร่วมแสดง ณ สังคตี ศาลา นายวิโรจน ์ วีระวฒั นานนท ์ 179
พ.ศ. ๒๕๕๓ : เปน็ ทปี่ รกึ ษาใหก้ บั ผจู้ ดั สรา้ งละครโทรทศั น์ เรอ่ื ง หลายชีวิต (เร่ืองราวของชีวิตลิเก) ออกอากาศ ทางสถานีโทรทศั น์ไทยพีบเี อส : เป็นวทิ ยากรพเิ ศษบรรยายเรื่อง ศิลปะการแสดง ลเิ กให้แกว่ ทิ ยาลัยนาฏศิลปสพุ รรณบุรี : ร่วมเสวนาและแสดงลิเก งาน Black Death เรื่อง ทา้ วอูท่ องปราบนาคราช รว่ มกบั คณุ สจุ ิตต์ วงษ์เทศ ในเครอื ส�ำนักพิมพ์มติชน และรว่ มงาน อน่ื ๆ อกี หลายครง้ั : เป็นครูผู้ฝึกสอน เขียนบท ก�ำกับการแสดงและ ร่วมแสดงลิเกทรงเครื่อง เร่ืองขุนช้างขุนแผน ตอนขนุ ชา้ งกนิ เลย้ี ง รว่ มกบั ชมรมอนรุ กั ษล์ เิ กไทย สมทบทนุ เพอ่ื ทลู เกลา้ ฯ ถวายสมเดจ็ พระกนษิ ฐา- ธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี ณ ศนู ยม์ านษุ ยวทิ ยาสริ นิ ธร เม่ือวนั ท่ี ๒๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ : เข้าร่วมเสวนาวิชาการและสาธิตการแสดง ลิเกทรงเคร่ือง เรื่องจันทโครพ ในงานเสวนา วิชาการเรื่องลิเกโคราชในโครงการจัดการแสดง ศลิ ปวฒั นธรรมภายใตแ้ ผนปฏบิ ตั กิ ารไทยเขม้ แขง็ ณ วิทยาลัยนาฏศลิ ป จังหวดั นครราชสมี า พ.ศ. ๒๕๕๔ : ฝึกสอนลิเกทรงเครอ่ื ง เรือ่ งแกว้ หนา้ ม้า ให้คณะ กรกญั จนรตั น์ แสดง ณ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั : ฝึกสอนลิเกทรงเครื่อง เร่ืองขุนช้างขุนแผน ตอนประหารวันทอง แสดง ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรงุ เทพมหานคร : ฝึกสอนและร่วมแสดงกับนักแสดงกรมศิลปากร เรอื่ งผู้ชนะสิบทิศ ตอนลกู ร่วมนม ณ สงั คตี ศาลา : ฝึกสอนและประพันธ์บทลิเกแนวธรรมะ เร่ืองค�ำสั่งประกาศิต แสดงในวันวิสาขบูชา ณ กรมทหารราบท่ี ๑๑ : เขียนบทความอัตชีวประวัติ เรื่องภูมิปัญญาไทย ในลเิ ก ในหนังสอื พร ภิรมย์ รตั นกวี ศรอี ยธุ ยา เนอ่ื งในงานพระราชทานเพลงิ ศพ พระปญุ ญวงั โส หรอื พร ภริ มย์ 180 ศิลปินแหง่ ชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ลเิ ก)
: แต่งบท และแสดงลิเกเร่ืองโอรสพเนจร ถวายหน้าพระท่ีนั่งสมเด็จพระกนิษฐา- ธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในงาน พระราชทานเพลิงศพพระปุญญวังโส หรือ พร ภิรมย์ ณ วัดมกุฏกษัตริยาราม เม่อื วันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. ๒๕๕๕ : ท�ำพิธีไหว้ครู ครอบครู และบวงสรวงให้แก่สถาบันการศึกษาและหน่วยงานต่างๆ อาทิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชสิทธา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยลงกรณ์ ใน พระบรมราชปู ถัมภ์ โรงเรยี นวดั สหราษฎร์บ�ำรงุ จงั หวัดปทมุ ธานี ลิเกเดก็ หอมหวล รนุ่ พิเศษ ชมรมลิเกภาคเหนอื จงั หวดั นครสวรรค์ คณะลิเกเด็กวดั สระแก้ว จงั หวดั อ่างทอง มูลนธิ หิ ลวงพอ่ พูล อตตฺ รกโฺ ข วัดไผ่ล้อม จังหวัดนครปฐม คณะลิเกตลก หัวล้านสขุ เกษม ชมรมลเิ กบ้านโปง่ จังหวัดราชบุรี คณะสมหมาย ลกู พอ่ แก่ คณะ ลเิ กโอ๊ต สิบทิศ คณะลิเกนพรตั น์ ไมห้ อ้ ม คณะลเิ กยอดอรอ่ ย จังหวดั นครสวรรค์ : ครูผู้ฝึกสอนและก�ำกับการแสดง ลิเกทรงเครอ่ื ง เร่อื งอิเหนา ตอนลานางจินตะหรา ณ ศูนย์มานษุ ยวทิ ยาสิรินธร : ครูผู้ฝึกสอนและก�ำกับการแสดง ลิเกคณะกรณ์กัญจนรัตน์ เร่ืองขุนช้างขุนแผน ตอนกินเลย้ี ง ณ โรงละครแห่งชาติ และตอนตีเชยี งใหม่ ณ ศนู ย์สังคีตศลิ ป์ : ร่วมจัดงานกับครูบุญเลิศ นาจพินิจ ศิลปินแห่งชาติ ในมหกรรมลิเกการกุศล เรื่อง “รุ่งฟ้าดอยสิงห์” เพื่อสมทบทุนอาจารย์หอมหวน เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ : ร่วมแสดงลิเกในงานมหัศจรรย์ลิเกไทย ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ระหว่าง วนั ที่ ๒๐ - ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ นายวิโรจน ์ วีระวัฒนานนท์ 181
: ท�ำพธิ ไี หวค้ รดู นตรไี ทย ณ วดั ยาง กรงุ เทพมหานคร เมอ่ื วนั ที่ ๒๖ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ : เขียนบทและก�ำกับการแสดง รวมท้ังจัดงานมหกรรมลิเกร่วมสมัย คิดถึงอาจารย์ หอมหวน ครั้งที่ ๒ เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนรักสามเส้า ณ โรงละครแห่งชาติ เม่อื วนั ท่ี ๗ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๕๕ : ฝึกสอน ก�ำกับ และร่วมแสดงลิเกเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนวันทองห้ามทัพ ณ ศนู ยส์ งั คตี ศิลป์ เม่ือวันท่ี ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๕๖ : ประพันธ์บทกลอนราชนิเกลิง เรื่องชาละวันสัญจร ไกรทอง และบทกลอนอิงธรรมะ เรื่องพญาฉัททนั ต์ และอนื่ ๆ มอบใหน้ กั รอ้ งเสรี รุง่ สว่าง น�ำไปขบั ร้อง : แต่งบท ฝึกซ้อม และก�ำกับการแสดง ลิเกทรงเคร่ืองให้คณะกรณ์กัญจนรัตน์ เรื่อง โอรสก�ำมะลอ ณ สังคีตศาลา : ให้สัมภาษณ์ความรู้เก่ียวกับลิเก เผยแพร่ต่อประชาชนทางโทรทัศน์ เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖ 182 ศิลปนิ แหง่ ชาติ สาขาศลิ ปะการแสดง (ลเิ ก)
: ท�ำพิธีครอบครู ไหว้ครู และบวงสรวง ให้แก่หน่วยงานต่างๆ อาทิ คณะหยกเพ็ชร เลิศพร ลิเกเด็กวัยใส โครงการลดละอบายมุขต้านภัยยาเสพติด จังหวัดปทุมธานี เด็กวัดสระแก้ว รุ่น ๑ ชมรมลิเกนครสวรรค์ นาฏศิลป์นพรัตน์ วิทยาลัยเทคนิค ราชสิทธาราม มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ลิเกคณะ เนตรอนงค์ และบวงสรวงละครของพศิ าล อคั รเศรณี เรื่องรถไฟ เรือเมล์ ลเิ ก กองถ่าย : พธิ ีกรร่วมงานกุศลกับพงศ์ศักดิ์ สวนศรี โครงการชว่ ยศิลปินอาวุโส ณ ศนู ยว์ ฒั นธรรม แหง่ ประเทศไทย เมื่อวนั ที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๖ : ท�ำการแสดง ร่วมเขียนบท และเป็นผู้ช่วยผู้ก�ำกับให้คุณสุประวัติ ปัทมสูต ในละคร ซอ้ นลเิ ก เรอื่ งอลหมา่ นบา้ นพอ่ แผน ณ โรงละครแหง่ ชาติ เมอ่ื วนั ท่ี ๒๕ - ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ : เป็นกรรมการตัดสินการประกวดลิเกชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่ง ประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ นายวิโรจน ์ วรี ะวฒั นานนท์ 183
การถ่ายทอดความรู้ความสามารถ ด้านการแสดง ความเป็นครูผู้ถ่ายทอดความรู้ เห็นได้จากผลงาน ท่ีปรากฏในลูกศิษย์ที่มีช่ือเสียงอยู่ในวงการลิเกไทย ในปัจจุบันจ�ำนวนมาก ท้ังในหน่วยงานราชการและ นกั แสดงลเิ กมืออาชพี อาทิ ปกรณ์ พรพสิ ทุ ธ์ิ ศุภชยั จันทร์สุวรรณ ประสาท ทองอร่าม จรัล พูนลาภ กญั จนปกรณ์ แสดงหาญ ศริ ริ ตั น์ ปานเสน นพรตั น์ ไม้หอม ชาย ใหญ่ยิ่ง จเรชาย เลิศพร แสงเพชร เลศิ พร ฯลฯ นอกจากน้ี ยงั เปน็ ครถู า่ ยทอดเทคนคิ ตา่ งๆ ในการรอ้ งร�ำลเิ กใหแ้ กส่ ถาบนั การศกึ ษาทสี่ นใจมาเปน็ เวลายาวนาน 184 ศิลปินแหง่ ชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ลิเก)
รางวลั และเกียรตคิ ณุ ทไี่ ดร้ บั พ.ศ. ๒๕๒๒ : พ.ศ. ๒๕๕๑ : ได้รับโล่พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระมหา ได้รับยกย่องเชิดชูเกียรติ ประกาศเกียรติคุณ ผู้ใช้ ภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร เมื่อวันท่ี ๕ ภาษาไทยดีเด่น พุทธศักราช ๒๕๕๑ จากส�ำนักงาน ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๒ ณ พระราชวังบางปะอิน คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๒ : นอกจากนั้น ยังได้รับประกาศเกียรติคุณ ได้รับประกาศนยี บตั ร ในการอบรมหลักสตู รเจ้าหนา้ ท่ี จากหนว่ ยงานต่างๆ ไดแ้ ก่ วิทยุกระจายเสียง รุ่นพิเศษ ๘ ระหว่างวันท่ี ๑๙ : ได้รับค�ำประกาศเกียรติคุณ เป็นที่ปรึกษา พฤศจิกายน - ๑๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๒ ศิลปวัฒนธรรม (ลิเก) เพื่อจัดท�ำเป็นวีซีดี ให้กบั บรษิ ัท B.K.P. ROSE และ E.V.S. : ได้รับเกียรติบัตรจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒโน) นายวิโรจน์ วีระวัฒนานนท ์ 185
186 ศลิ ปินแหง่ ชาติ สาขาศลิ ปะการแสดง (ลเิ ก)
การทำ�คณุ ประโยชนเ์ พอ่ื สังคม ๑. เนอื่ งดว้ ยไดร้ บั การยกยอ่ งใหเ้ ปน็ ผใู้ ชภ้ าษาไทย ๔. อบรมลิเกเด็กวัยใส ให้รู้จักลดละอบายมุข ดเี ดน่ พ.ศ.๒๕๕๑จงึ ไดร้ บั เชญิ ใหเ้ ปน็ ผเู้ ชย่ี วชาญ ต่อต้านภัยอันตรายของยาเสพติดตลอด ใช้ภาษาไทยในการอบรมเครือข่ายส่งเสริม ระยะเวลาหลายปี นิสัยรักการอ่านในเด็ก ครอบครัวและชุมชน โดยมูลนธิ ิหนงั สือเพอื่ เด็ก ๕. จดั งานและรว่ มงานการกศุ ลตา่ งๆ ในการแสดง เขยี นบท ก�ำกับการแสดงปีละหลายครัง้ ๒. แต่งกลอนและบทเพลงต่อต้านภัยอันตราย ใหก้ ับมลู นธิ หิ ลวงพอ่ พลู อัตรกฺโข ไว้มากมาย ๖. เขยี นบทกลอนและใหค้ วามรทู้ างอนิ เทอรเ์ นต็ ณ วัดไผ่ลอ้ ม จังหวดั นครปฐม ๗. เขียนบทกลอนเพื่อเชิดชูพระศาสนาและ ๓. อบรมลิเกเด็กวัดสระแก้ว ต้ังแต่วัยเด็ก บรรยายตามรอยท่านอาจารย์หอมหวล จนเติบโต ให้รู้จักพระคุณของแผ่นดิน และ ตลอดมา ซอ่ื สตั ยต์ ่อวิชาชพี ตลอดระยะเวลาหลายปี ชีวิตปัจจุบัน นายวิโรจน์ วีระวัฒนานนท์ ปัจจุบันยังเป็นครูผู้สอนลิเกทรงเคร่ืองให้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและ เอกชนและเปน็ ประธานชมรมอาจารยห์ อมหวล จดั พธิ ไี หวค้ รเู ปน็ ประจ�ำทกุ ปี ณ วดั เวตวนั ธรรมาวาส แขวงบางซื่อ เปน็ ท่ีปรึกษาดา้ นศลิ ปวัฒนธรรม-ลิเก ของบริษทั B.K.P. ROSE และ EVS ในการจัด ท�ำวิดีโอการแสดงลิเกเผยแพร่สู่ผู้ชม ตรวจสอบคุณภาพการแสดง และให้ค�ำแนะน�ำในการผลิตงาน เปน็ ผ้ปู ระกอบพิธไี หว้ครใู หก้ บั คณะลเิ กตา่ งๆ และไดร้ บั มอบเป็นพิธีกรไหวค้ รูให้กบั ศลิ ปินทุกสาขา ที่อย่ปู จั จบุ นั เลขที่ ๓๖/๒ ถนนประชานฤมิตร แขวงบางซ่อื เขตบางซ่ือ กรงุ เทพมหานคร ๑๐๘๐๐ โทรศพั ท์ ๐ ๒๕๘๕ ๓๑๘๑, ๐๘ ๑๙๑๗ ๗๑๗๐ นายวิโรจน ์ วรี ะวฒั นานนท ์ 187
คำ� ประกาศเกียรติคุณ นางกั้น เชาวพ้อง ศลิ ปินแหง่ ชาติ สาขาศลิ ปะการแสดง (โนรา) พุทธศักราช ๒๕๖๑ นางกั้น เชาวพอ้ ง หรือ โนรากน้ั บนั เทิงศิลป์ ปจั จบุ นั อายุ ๘๖ ปี เกดิ วนั อาทิตย์ เดือนส่ี ปจี อ พ.ศ. ๒๔๗๖ จบการศกึ ษาชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ จากโรงเรยี นวดั จนั พอ ต�ำ บลดอนตะโก อ�ำ เภอทา่ ศาลา จงั หวดั นครศรธี รรมราช นางกนั้ เชาวพอ้ ง เปน็ ศลิ ปนิ โนรามาตง้ั แตเ่ ยาวว์ ยั จนไดเ้ ปน็ นายโรงโนราอาชพี ชอ่ื คณะโนรากนั้ บนั เทงิ ศลิ ป์ สืบทอดศิลปะสาขาการแสดงโนรามาอย่างต่อเน่ืองยาวนานร่วม ๖๘ ปี มีรางวัลผลงานการแสดงเป็นที่ประจักษ์ ถือเป็นศิลปินชั้นครู ผู้รักษากระบวนท่ารำ�อันงดงามตามแบบครูโบราณท่ียังคงรักษาศิลปะการแสดงโนรา ที่ถูกต้องทัง้ การร้อง การร�ำ การร�ำ แทงเข้ การร�ำ คล้องหงส์ ในพธิ โี รงครแู ละแก้บน ซึ่งเป็นการรำ�แสดงแบบโบราณ ทั้งหมด โดยในส่วนของรำ�แทงเข้ การรำ�คล้องหงส์ซึ่งถึงแม้ตามธรรมเนียมหรือจารีตโนรา ผู้หญิงจะรำ�ไม่ได้ แต่คณะโนราก้ัน บันเทิงศิลป์ ก็ยังมีการรักษาการรำ�น้ีเอาไว้คู่กับการรำ�ประกอบพิธีกรรมของโนรามาตลอด โดยจะให้โนราผู้ชายในคณะที่มีคุณสมบัติรำ�ได้ เป็นผู้รำ� ซ่ึงเป็นการรักษาศิลปะการแสดงโนราแบบโบราณเอาไว้ ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบ ตลอดถึงเครื่องดนตรี อุปกรณ์ การแต่งกายที่ยังคงเป็นโนราโบราณขนานแท้ ด้วยความสามารถทางการแสดงของโนราก้ัน และเป็นศิลปินที่มีประชาชนช่ืนชม รวมถึงเป็นผู้ท่ีมีนํ้าใจ มีความ เอ้ืออาทร เสยี สละ เป็นทรี่ ักใคร่ของบคุ คลทั่วไป จงึ ท�ำ ให้มีคนมาฝากตัวเปน็ ลูกศิษย์ ฝึกหดั ร�ำ โนราอยูต่ ลอดเวลา รุ่นแล้วรุ่นเล่า โดยโนรากั้นได้ถ่ายทอดความรู้ด้วยความยินดีและเต็มใจเพื่อให้ศิลปะการแสดงโนรายังคงอยู่ ไม่สูญหายไปตามการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย ซึ่งลูกศิษย์ท่ีโนรากั้นได้ฝึกหัดมีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ จำ�นวนไม่น้อย กวา่ ๑๐๐ คน โนราก้ัน บันเทิงศิลป์ เป็นบุคคลที่ครองตัวครองตน ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรมอันดี และได้บำ�เพ็ญตน เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่ืน รวมถึงสังคมส่วนรวมต่างๆ มามากมาย ยังคงรับงานแสดง และยินดีรับเชิญไปแสดงเสมอ เมื่อเป็นงานการกุศล และช่วยเหลือสังคม นับเป็นปูชนียบุคคลที่สำ�คัญอีกคนหน่ึงที่ยังคงสืบสานเอกลักษณ์ ในศิลปะการแสดงอันเป็นภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของภาคใต้ไว้ได้อย่างดียิ่ง คือ ครูผู้อนุรักษ์และถ่ายทอด การแสดงโนราใหแ้ กเ่ ยาวชนอยา่ งมงุ่ มน่ั ศรทั ธา ดว้ ยจติ วญิ ญาณศลิ ปนิ โนราชน้ั ครู แมอ้ ายมุ ากแลว้ แตก่ ไ็ มส่ ามารถ ทำ�ให้โนรากนั้ หยดุ การรำ�โนราไดเ้ พราะจติ และวญิ ญาณคือศิลปินที่แท้จริง นางกั้น เชาวพ้อง จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (โนรา) พุทธศักราช ๒๕๖๑ นางกน้ั เชาวพอ้ ง 189
นปราะวงตั กชิ ั้นีวิตแเลชะาผวลงพานอ้ ง ศลิ ปินแห่งชาติ สาขาศลิ ปะการแสดง (โนรา) “สรา้ งความดี เอาไว้ ใหแ้ ผ่นดิน รักษาศลิ ป เอาไวใ้ หล้ กู หลาน” 190 ศลิ ปนิ แห่งชาติ พสาทุ ขธาศศักิลรปาะชก๒าร๕แ๖ส๑ดง (โนรา)
นางกนั้ เชาวพอ้ ง หรอื โนรากั้น บันเทิงศลิ ป์ ปจั จบุ นั อายุ ๘๖ ปี เกดิ วนั อาทติ ย์ เดอื นส่ี ปจี อ พ.ศ. ๒๔๗๖ ท่ีต�ำบลดอนตะโก อ�ำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นบุตรคนท่ี ๔ ของนายทองผล บรมสุข และนางเข็ม บรมสุข มีอาชีพท�ำนา มีพ่ีน้องร่วมบิดามารดา ๕ คน สมรสกับนายชิน เชาวพอ้ ง มีบุตรธดิ าดว้ ยกัน ๗ คน เปน็ ชาย ๒ คน หญิง ๕ คน ประวัติการศึกษา ส�ำเร็จการศึกษาช้ันประถมศึกษาปีที่ ๔ จากโรงเรียน วดั จนั พอ ต�ำบลดอนตะโก อ�ำเภอทา่ ศาลา จงั หวดั นครศรธี รรมราช ประวตั ิดา้ นการแสดงโนรา เน่ืองจากบรรพบุรุษของนางกั้น เชาวพ้อง เป็นศิลปินพ้ืนบ้านมาก่อน โดยนายผล บรมสุข ผูเ้ ป็นพ่อเปน็ โนราโกลนทอี่ ยูใ่ นแวดวงศิลปินพน้ื บ้าน ท�ำใหน้ างกน้ั มีความสนใจในศิลปะการแสดงพ้นื บ้าน โนรามาตั้งแต่เด็ก เม่ือมีโนราแสดงที่ใด นางกั้นจะไปดูเป็นประจ�ำ และโนราท่ีชอบมากในสมัยนั้น คือ โนราเดมิ จังหวดั ตรัง โนราวันเฒ่า บ้านเกาะ อ�ำเภอพรหมคีรี จงั หวดั นครศรีธรรมราช นางก้นั เชาวพอ้ ง 191
พ.ศ. ๒๔๘๙ นางกัน้ อายุ ๑๘ ปี ในชว่ งนัน้ โนราเร้อื ย ค�ำหวาน ซึ่งเปน็ โนราทม่ี ีช่ือเสียง ของอ�ำเภอท่าศาลา จังหวดั นครศรีธรรมราช มกี ารประชันโนรากบั โนราแปลก สองหงิ้ ทอ่ี �ำเภอ พรหมครี ี และเดนิ ทางผา่ นมาทางบา้ นนางกนั้ บตุ รสาวโนราเรอื้ ยคอื โนรารอบ ค�ำหวาน ไดพ้ บกบั นางกั้น ท้ังสองรู้สึกถูกชะตากันมาก จึงตกลงเป็นเพื่อนเกลอกัน และได้ชักชวนนางก้ันไปชม การประชนั โนราดว้ ย ซง่ึ นางกน้ั กย็ นิ ดี เพราะมคี วามรกั ชอบอยากฝกึ หดั ร�ำโนราเปน็ ทนุ เดมิ อยแู่ ลว้ หลงั จบการประชนั คณะโนราเดนิ ทางกลบั บา้ นหวั ตะพาน อ�ำเภอทา่ ศาลา นางกนั้ กต็ ดิ ตามไปดว้ ย และได้ฝึกหัดร�ำโนรากับโนราเร้ือย ค�ำหวาน โดยมีเพ่ือนร่วมฝึกหัดร�ำโนราด้วยกันคือ โนรารอบ ค�ำหวาน โนราเปลื้อง ค�ำหวาน (ลูกสาวโนราเร้ือย) และโนราวาด ค�ำหวาน โนราจ�ำเนียร ค�ำหวาน (หลานโนราเร้ือย) นางกั้นฝึกหัดร้องร�ำโนราอยู่ประมาณ ๑ ปีก็สามารถแสดงได้ เม่ือโนรา มีขันหมากหรือรับงานไปแสดงที่ใด นางกั้นก็ติดตามโนราเรื้อย ค�ำหวาน ผู้เป็นครูไปแสดงโนรา ทุกหนแห่ง ซึ่งนางกั้นได้ร่วมแสดงโดยร�ำเดี่ยว พร้อมขับบทกลอนสี่ กลอนหก โดยโนราเร้ือย ใหค้ ่าตัวในการแสดงบ้างเปน็ บางคร้งั บางคราว ครั้งละ ๒.๕๐ บาท หรอื บางครงั้ ก็ซอ้ื ถุงผ้าให้ 192 ศิลปนิ แหง่ ชาติ สาขาศลิ ปะการแสดง (โนรา)
หลังจากนางกน้ั เริ่มฝกึ หดั ร�ำโนราอยู่ ๑ ปี กส็ ามารถ ร�ำโนราและแสดงได้เม่อื อายุ ๑๙ ปี (พ.ศ. ๒๔๙๐) และได้ แสดงอยใู่ นคณะโนราเร้ือย ค�ำหวานตอ่ มาอีกเปน็ เวลา ๒ ปี จากน้ันโนราเร้ือย ค�ำหวาน หัวหน้าคณะเสียชีวิต ท�ำให้ชวี ติ ของนางก้ันต้องหันเหกลับมาบ้านช่วยพ่อแม่ท�ำนาอยู่ ๒ ปี และไดแ้ ตง่ งานกบั นายชนิ เชาวพอ้ ง เมอ่ื อายุ ๒๒ ปี (พ.ศ. ๒๔๙๓) ยึดอาชีพท�ำนา แต่ด้วยความรักชอบโนราเป็นชีวิต จติ ใจและมสี ายเลอื ดศลิ ปนิ ท�ำใหน้ างกน้ั ไมส่ ามารถลมื เลอื น หรือทอดท้ิงการร�ำโนราไปได้ นางกั้นยังทบทวนฝึกร�ำโนรา อย่างต่อเนื่อง และเมื่อมีงานในหมู่บ้านก็จะร�ำโนราช่วยงาน ตามท่ีจะท�ำได้ บางครั้งท่ีมีโอกาสก็จะไปแสดงร่วมกับ คณะโนราอืน่ ๆ ท่รี ู้จกั สนิทสนมเช่น โนราจ�ำเนียร ค�ำหวาน ต่อมาเมื่อมีอายุ ๒๓ ปี หลังจากแต่งงานกับนายชิน ได้ ๑ ปี ก็มีบุตร ๑ คน นางกั้นมีภาระต้องเล้ียงดูแลบุตร แต่เม่ือลูกโต นางก้ันก็ได้แสดงโนราร่วมกับคณะอ่ืนๆ บ้าง ร�ำส่วนตัวบ้าง จนในท่ีสุดนางกั้นก็ได้ตั้งคณะโนราเป็นของ ตวั เอง เมอ่ื อายไุ ด้ ๓๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๐๖) โดยใชช้ อื่ วา่ โนรากนั้ บนั เทงิ ศลิ ป์ ซงึ่ เดนิ โรงแสดงไปตามสถานทตี่ า่ งๆ จนมชี อ่ื เสยี ง เป็นที่รู้จักของประชาชนท่ัวไปและมีงานแสดงสม�่ำเสมอ โดยโนราก้ันยึดถือหลักการแสดงโนราแบบโบราณขนานแท้ รักษาไว้ซึ่งศิลปะอันดีงาม เทิดทูนซ่ึงสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ มาตลอดเวลา เม่ืออายุได้ ๔๕ ปี (พ.ศ. ๒๕๒๑) นางกั้นได้ทุ่มเท ตนเองให้กับการร้องร�ำแสดงโนราอย่างเต็มท่ี เพราะลูกๆ โตแล้ว ประกอบกับลูกสาวคนโตของนางกั้นแต่งงานและมี ลกู สาวอายุ ๕ ขวบ มคี วามรกั ชอบโนรามาก นางกนั้ ไดฝ้ กึ หดั ใหห้ ลานสาวคอื ด.ญ.สุภาพร วยั วัตร ฝกึ หัดร�ำโนราพรอ้ มกับ ลูกศิษย์ของนางกนั้ ซึ่งเป็นรนุ่ แรก จ�ำนวน ๗ คน ตลอดเวลา ๖๘ ปี ตั้งแต่นางก้ันอายุได้ ๑๘ ปี ถึง ปัจจุบัน อายุได้ ๘๖ ปี นางก้ันได้แสดงโนรามาตลอดอย่าง ต่อเน่ือง จากฝึกหัดและร�ำอยู่ในคณะของคนอ่ืน จนต้ังเป็น คณะของตนเอง และได้เดินโรงแสดงรับงานแสดงท่ัวไปทั่ว พ้ืนท่ีภาคใต้ และตลอดถึงกรุงเทพมหานคร เช่น ที่สมาคม ชาวปกั ษ์ใตฯ้ นางก้นั เชาวพอ้ ง 193
การประชันโนราของ “โนรากน้ั ” จากการท่ีโนราก้ัน บันเทิงศิลป์ อยู่ในวงการ ศิลปินพ้ืนบ้านมานาน นอกจากจะเดินโรงแสดงโนรา และรับงานแสดงท่ีเจ้าภาพติดต่อแล้ว โนรากั้นยังได้ แสดงโนราประชนั กับคณะโนราตา่ งๆ หลายคณะ เชน่ - โนราก้ัน บันเทิงศิลป์ ประชันกับโนราปราณี บา้ นปลายอวน อ�ำเภอพรหมครี ี จงั หวดั นครศรธี รรมราช - โนรากั้น บันเทิงศิลป์ ประชันกับโนราทองใบ อ�ำเภอท่าศาลา จงั หวดั นครศรีธรรมราช - โนราก้ัน บันเทิงศิลป์ ประชันกับโนราหนูปัญ ปญั ญาศลิ ป์ - โนรากน้ั บันเทงิ ศิลป์ ประชนั กับโนราหนูเขยี ว อ�ำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช - โนรากนั้ บนั เทงิ ศลิ ป์ ประชันกับลเิ กคณะนาใส บา้ นนาใส อ�ำเภอท่าศาลา จงั หวัดนครศรีธรรมราช - โนรากัน้ บันเทิงศิลป์ ประชนั กับโนราสร้อยฟา้ มกุ ดาศลิ ป,์ โนราเกสร นครศลิ ป,์ โนราปรดี า ประดษิ ฐศ์ ลิ ป,์ โนราเสยี งทองในงานเดอื นสบิ ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ซงึ่ เปน็ การ แข่งขันชิงโล่พระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ สนามศาลากลางจงั หวดั นครศรธี รรมราช - โนรากัน้ บนั เทงิ ศลิ ป์ ประชันกบั โนราหนพู ลับ อ�ำเภอทา่ ศาลา จงั หวดั นครศรธี รรมราช นอกจากนี้ โนราก้ันยังประชันกบั โนราคณะอื่นๆ อีกหลายคณะ การประชันก็มีแพ้บ้าง ชนะบ้าง หรือ เสมอบ้าง การประชันที่นับว่าเป็นการแข่งขันคร้ังส�ำคัญ ของโนรากั้นคือ ประชันกับโนราหนูปัญ ปัญญาศิลป์ และโนราเขียว ซึ่งจัดขึ้นท่ีวัดไทรงาม ต�ำบลดอกตะโก อ�ำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ซ่ึงเป็นการ แข่งขันชงิ รางวัล ฉากโนรา ซึง่ โนรากั้นเปน็ ผชู้ นะ เพราะ มกี ารร�ำทส่ี วยงามและถกู ต้อง 194 ศลิ ปินแหง่ ชาติ สาขาศิลปะการแสดง (โนรา)
การแสดงเพ่ือบรกิ ารชมุ ชน ตลอดเวลา ๖๘ ปีท่ีโนรากั้นได้อยู่ในวงการศิลปินพ้ืนบ้านมาถึงปัจจุบันได้สืบทอด การแสดงโนรามาโดยตลอด ด้วยความมีจิตใจและวิญญาณศิลปินท่ีทุ่มเทการแสดงโนรา เพื่องานสังคมส่วนรวม งานกุศลต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน โนรากั้นได้แสดงช่วยเหลืองานสังคม สว่ นรวมและบรกิ ารชุมชนต่างๆ เช่น - การแสดงช่วยงานทอดกฐินที่วัดจันพอ หมู่ ๓ ต�ำบลดอกตะโก อ�ำเภอท่าศาลา จังหวัด นครศรธี รรมราช - แสดงแก้บนที่บ้านนายเจียม - นางชิดา สุทธิพันธ์ บ้านหนองลึก หมู่ ๓ ต�ำบลดอนตะโก อ�ำเภอทา่ ศาลา จงั หวดั นครศรีธรรมราช - แสดงช่วยงานฝังลูกนมิ ติ วดั ศาลาบางปู อ�ำเภอเมอื ง จังหวัดนครศรธี รรมราช - แสดงช่วยงานท่วี ัดไพศาลสถิต อ�ำเภอเมือง จงั หวัดนครศรีธรรมราช - แสดงชว่ ยงานศพ บ้านนายเรศ อ�ำเภอเมอื ง จังหวดั นครศรธี รรมราช - แสดงชว่ ยงานทอดผา้ ปา่ วดั แสงแรง ต�ำบลหวั ตะพาน อ�ำเภอทา่ ศาลา จงั หวดั นครศรธี รรมราช นางกนั้ เชาวพอ้ ง 195
196 ศลิ ปินแหง่ ชาติ สาขาศลิ ปะการแสดง (โนรา)
- แสดงชว่ ยงานศพพ่อทา่ นแอบ วัดคลองดนิ ต�ำบล - แสดงโนราเทดิ พระเกียรติ ๑๒ สงิ หา มหาราชินี หัวตะพาน อ�ำเภอทา่ ศาลา จังหวดั นครศรธี รรมราช เม่ือวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ณ สนามหน้าเมือง นครศรีธรรมราช อ�ำเภอเมอื ง จังหวัดนครศรธี รรมราช - แสดงช่วยงานแก้บน ท่ีศาลาพอ่ ทา่ นเอียด อ�ำเภอ พรหมครี ี จังหวัดนครศรธี รรมราช - แสดงงานเดือนสิบ จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันท่ี ๑๗ - ๑๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ณ ทุ่งท่าลาด - แสดงช่วยงานมังคุดหวานเมืองคอน ณ สนาม อ�ำเภอเมือง จงั หวัดนครศรีธรรมราช หน้าศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ศ. ๒๕๔๖ อ�ำเภอเมือง จังหวัดนครศรธี รรมราช - แสดงงานวันอนุรักษ์มรดกไทย เมื่อวันท่ี ๒ - ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ณ สวนสาธารณะศรีธรรมาโศกราช - แสดงช่วยเปิดงานป้าย - ไหว้ครู สมาคมศิลปิน อ�ำเภอเมือง จงั หวดั นครศรีธรรมราช พ้ืนบ้านจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันท่ี ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗ - แสดงงานนครหัตถศิลป์ เม่ือวันท่ี ๑๕ - ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ณ สวนสาธารณะศรธี รรมาโศกราช - แสดงโนราเทิดพระเกียรติ ๑๒ สิงหา มหาราชินี อ�ำเภอเมอื ง จงั หวดั นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ณ สนามหน้าเมือง นครศรธี รรมราช อ�ำเภอเมอื ง จังหวดั นครศรีธรรมราช - แสดงงานวนั อนรุ กั ษม์ รดกไทย เมอ่ื วนั ท่ี ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๘ ณ หจก.จมิ มนี่ คร จังหวัดนครศรีธรรมราช - แสดงโนราช่วยงานสมโภชกฐินสามัคคีวัดนาตาดี ม.๑ ต�ำบลดอนสัก อ�ำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี - แสดงบูชาพระธาตุนครศรีธรรมราช เม่ือวันที่ เมอ่ื วนั ที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ณ วัดพระมหาธาตุ จังหวัด นครศรธี รรมราช - แสดงโนราเทิดพระเกียรติ ๑๒ สิงหามหาราชินี เมื่อวันท่ี ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ณ สนามหน้าเมือง - ช่วยเป็นวิทยากรฝึกสอนเด็กและเยาวชนร�ำโนรา นครศรีธรรมราช อ�ำเภอเมือง จงั หวดั นครศรธี รรมราช โครงการอบรมและสืบสานภูมิปัญญาศิลปะการแสดง ทอ้ งถน่ิ เมอ่ื วนั ที่ ๒๔-๒๖ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ณ โรงละคร - แสดงโนราช่วยงานแหผ่ า้ ขน้ึ ธาตุ ณ สวนพระเจา้ อบจ.นครศรธี รรมราช อ�ำเภอเมอื ง จงั หวดั นครศรธี รรมราช ศรีธรรมาโศกราช ถนนราชด�ำเนิน ต�ำบลในเมือง อ�ำเภอ เมอื ง จงั หวดั นครศรธี รรมราช เมอ่ื วนั ที่ ๑๖ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. - แสดงช่วยงานเฉลิมฉลองคทาตราสัญลักษณ์ ๒๕๕๔ ๗๒ พรรษา ณ สนามหน้าเมืองนครศรธี รรมราช - แสดงงานประเพณมี าฆบชู าแหผ่ า้ ขน้ึ ธาตุ เมอ่ื วนั ที่ - แสดงช่วยงานทอดกฐินสามัคคี ส�ำนักวังลุง ๑๖กมุ ภาพนั ธ์พ.ศ.๒๕๕๔ณสวนสาธารณะศรธี รรมาโศกราช อ�ำเภอพรหมครี ี จังหวัดนครศรีธรรมราช อ�ำเภอเมอื ง จังหวัดนครศรธี รรมราช - แสดงช่วยงานฉลองพระ วัดละไม ต�ำบลละไม - แสดงโนราเทดิ พระเกยี รติ ๑๒ สิงหา มหาราชินี อ�ำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎรธ์ านี เมื่อวันท่ี ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ณ สนามหน้าเมือง นครศรธี รรมราช อ�ำเภอเมอื ง จังหวัดนครศรีธรรมราช - แสดงช่วยงานบวช นายมนต์ชัย ศรชัย อ�ำเภอ ดอนสกั จังหวัดสรุ าษฎรธ์ านี - แสดงโนราเทดิ พระเกยี รตวิ นั พอ่ แหง่ ชาติ เมอ่ื วนั ท่ี ๕ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ณ สนามหนา้ เมอื งนครศรธี รรมราช อ�ำเภอเมอื ง จังหวัดนครศรธี รรมราช นางก้ัน เชาวพอ้ ง 197
คณุ คา่ ของผลงานการแสดง ตลอดเวลากวา่ ๖๘ ปที แ่ี สดงโนรารบั ใชส้ งั คม โนรากน้ั ไมเ่ คยทอดทงิ้ เอกลกั ษณก์ ารเปน็ โนรา แบบโบราณขนานแท้ คณะโนรากนั้ บนั เทงิ ศลิ ปย์ งั คงรกั ษาศลิ ปะการแสดงโนราทถ่ี กู ตอ้ ง ทง้ั การรอ้ ง การร�ำแทงเข้ การร�ำคลอ้ งหงส์ ซง่ึ เปน็ การร�ำแสดงแบบโบราณทงั้ หมดตลอดถงึ เครอื่ งดนตรี อปุ กรณ์ การแต่งกาย ที่ยังคงเป็นโนราโบราณขนานแท้ จึงนับได้ว่าโนรากั้นเป็นโนราท่ีรักษาเอกลักษณ์ ความเปน็ โนราคนหนึง่ ของภาคใต้ไว้อย่างนา่ ภาคภมู ิใจ ผลงานการฝกึ หัดศษิ ย์เพอื่ การสบื ทอดการแสดงโนรา จากการท่ีโนรากั้น บันเทิงศิลป์ มีความสามารถในการแสดงโนราเป็นท่ีชื่นชมของคนดู และเป็นบุคคลท่ีมีน�้ำใจ มีความเอื้ออาทร เสียสละ เป็นที่รักใคร่ของคนท่ัวไป จึงท�ำให้มีคนมา ฝากตวั เปน็ ลกู ศษิ ยฝ์ กึ หดั ร�ำโนราอยตู่ ลอดเวลารนุ่ แลว้ รนุ่ เลา่ ซงึ่ โนรากน้ั ยนิ ดแี ละเตม็ ใจถา่ ยทอดให้ ลกู ศษิ ยโ์ นรากัน้ มที ัง้ เดก็ และผใู้ หญจ่ �ำนวนไมน่ ้อยกวา่ ๑๐๐ คน และที่เปน็ โนราอาชพี เชน่ โนรา สรุ เชษฐ บนั เทงิ ศลิ ป์ และโนราสรอ้ ยศรี มณศี ลิ ป์ นอกจากนนั้ ยงั สอนโนราใหแ้ กน่ กั เรยี นจากโรงเรยี น ต่างๆ ในจงั หวัดนครศรธี รรมราช ได้แก่ โรงเรยี นวัดจนั พอ โรงเรียนบา้ นเกาะ โรงเรียนบา้ นหนา้ ทบั และโรงเรยี นวดั ทอนหงส์ ผลงานการกอ่ ตัง้ องค์กรศิลปิน นอกจากการร�ำโนราแลว้ โนรากนั้ มคี วามสนใจในการรวมกลมุ่ กบั เพอื่ นศลิ ปนิ พน้ื บา้ นดว้ ยกนั เพื่อก่อต้ังองค์กรวิชาชีพ ซ่ึงเป็นแนวทางในการช่วยเหลือกันและกัน โดยโนรากั้นได้ร่วมกับ เพ่ือนศิลปินก่อตั้งสมาคมศิลปินพื้นบ้าน จังหวัดนครศรีธรรมราช จนส�ำเร็จ ได้รับอนุญาตจาก ส�ำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ในวันที่ ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ และโนราก้ัน ได้รับเกยี รตจิ ากเพื่อนสมาชกิ ศลิ ปินให้เป็นคณะกรรมการสมาคม แผนกศลิ ปนิ พืน้ บ้าน นอกจากน้นั วันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ โนรากนั้ บันเทงิ ศิลป์ ได้ร่วมก่อตงั้ ชมรม หนังตะลุง โนรา เพลงบอก เป็นชมรมท่ีสมบูรณ์แบบจนมาถึงปัจจุบัน และโนราก้ันได้รับเลือก ใหเ้ ปน็ กรรมการชมรม ต�ำแหน่งเหรญั ญิก การถา่ ยทอดศลิ ปะการแสดงอนื่ ๆ นอกจากโนรากน้ั บนั เทงิ ศลิ ป์ จะมกี ารแสดงโนราและถา่ ยทอดการแสดงโนราฝกึ หดั ลกู ศษิ ย์ หลายรุ่นหลายคนแล้ว ยังได้ฝึกหัดผู้ท่ีสนใจแสดงหนังตะลุงคน ยังได้ร่วมกับสามีฝึกหัดกลองยาว ให้กับผู้ทส่ี นใจอีกดว้ ย โดยมลี กู ศิษยจ์ �ำนวนหลายสบิ คนเขา้ รบั การถา่ ยทอดความรู้ รายชื่อผู้ท่แี สดงอยูใ่ นคณะโนรากั้น ๖. นายเสริม โฆษะ (ลกู ค่)ู ๑. โนราก้ัน บันเทิงศลิ ป์ ๗. นายตามใจ ดชี ว่ ย (ลูกค่)ู ๒. โนราจ�ำรัส รักเมือง ๘. นายชวน ดีช่วย (ลูกคู่) ๓. โนราจุรรี ัตน์ บันเทงิ ศลิ ป์ ๙. นายเช่อื ง (ลูกคู)่ ๔. โนราณฐั พงษ์ บันเทงิ ศลิ ป์ ๕. โนรานสุ รา บนั เทงิ ศิลป์ 198 ศิลปินแหง่ ชาติ สาขาศิลปะการแสดง (โนรา)
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332