41 แบบบนั ทกึ การวิเคราะหง์ าน แผนเปลยี่ นผา่ น จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรมขอ้ ท่ี ๓ ภายในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๕ เมื่อให้เด็กชายนภัสกร ปัญญาเสน รู้จักค่าของเงินธนบัตร เดก็ ชายนภสั กร ปญั ญาเสน สามารถบอกหรอื ช้เี งนิ ธนบตั รได้ งาน (Task) การใชเ้ งนิ ชอื่ นกั เรยี น เดก็ ชายนภัสกร ปัญญาเสน ลำดับ รายละเอียด ผลการประเมนิ Forward Backward วนั เดือน ปี ท่ี ได้ ไมไ่ ด้ Chaining Chaining พ.ย.๖๕ ๑ รูจ้ กั ค่าของธนบตั ร (๒๐ บาท ๑ ธ.ค.๖๕ ๕๐ บาท ๑๐๐ บาท) ๒ แลกเปล่ยี นธนบัตร (๒๐ บาท ๒ ๕๐ บาท ๑๐๐ บาท) ลงชอ่ื ............................................ ผบู้ ันทกึ (นางสาวขวญั ชนก หมัน่ งาน)
42 บนั ทกึ ผลหลงั การสอน แผนเปลย่ี นผา่ น จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรมขอ้ ที่ ๓ ภายในเดือนธันวาคม ๒๕๖๕ เมื่อให้เด็กชายนภัสกร ปัญญาเสน รู้จักค่าของเงินธนบัตร เด็กชายนภัสกร ปญั ญาเสน สามารถบอกหรอื ชีเ้ งนิ ธนบตั รได้ จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรมขน้ั ตอนท่ี ๑ เมอื่ ให้เดก็ ชายนภัสกร ปญั ญาเสนรจู้ ักเงิน เด็กชายนภสั กร ปญั ญาเสน สามารถรูจ้ ักคา่ ของเงนิ ธนบัตรได้ ๔ ครั้ง ตดิ กนั ๓ วัน ภายในเดือน พฤศจิกายน ๒๕๖๕ วนั ท่ีสอน ๒ ๔ ๕ ๘ ๙ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๖ สรุป ระดบั ๐ ๑ ๑ ๒ ๒ ๒ ๓ ๓ ๓ ๔ ๔ ๔ ๔ คุณภาพท่ไี ด้ ..เ.ด..็ก..ช..า..ย..น..ภ...สั ..ก..ร...ป..ัญ...ญ...า..เ.ส..น...ส..า..ม..า..ร..ถ..ร..ู้จ..กั ..ค..า่..ข..อ..ง..เ.ง.ิน...ธ.น...บ..ัต..ร..ไ.ด..้..๔...ค..ร..ั้ง...ต..ดิ..ก..นั....๓....ว.ัน....ผ..า่..น..จ..ดุ ..ป..ร..ะ..ส..ง..ค..์เ.ช..งิ..พ..ฤ..ต..ิก..ร..ร..ม..... ..ท..ตี่..งั้..ไ.ว..้.ส..่ง..ผ..ล..ใ..ห..ผ้..ู้เ.ร..ีย..น..ม..ีว..นิ...ยั ...ร..ับ..ผ..ิด..ช..อ..บ....ใ.ฝ..เ่.ร..ยี..น...ร.ู้.แ...ล..ะ..ม..่งุ .ม...ั่น..ใ.น...ก..า.ร..ท..ำ..ง..า.น........................................................... .................................................................................................................................................................. ระดบั คุณภาพ ๔ หมายถึง ผู้เรียนสามารถรู้จกั ค่าของเงนิ ธนบตั รไดถ้ ูกตอ้ ง ๔ ครั้ง ๓ วันตดิ ต่อกัน ๓ หมายถงึ ผู้เรยี นสามารถรูจ้ ักค่าของเงินธนบัตรไดถ้ กู ต้อง ๓ ครงั้ ๓ วนั ตดิ ต่อกนั ๒ หมายถงึ ผเู้ รยี นสามารถรูจ้ ักค่าของเงนิ ธนบตั รไดถ้ กู ต้อง ๒ ครง้ั ๓ วันตดิ ตอ่ กัน ๑ หมายถึง ผู้เรยี นสามารถรจู้ ักคา่ ของเงนิ ธนบัตรได้ถูกต้อง ๑ ครั้ง ๓ วนั ติดตอ่ กัน ๐ หมายถงึ ไม่สามารถทำได้ หมายเหตุ ๑ สังเกตจากการปฏบิ ตั ิตามข้ันตอนตามทีก่ ำหนดไว้ ๒ สงั เกตจากความสำเร็จของงาน สังเกตจากพฒั นาการของผูเ้ รียนทีท่ ำได้อย่างตอ่ เนื่อง ลงชอื่ .................................................ครผู ู้สอน (นางสาวขวัญชนก หมนั่ งาน) ๓๐ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๕
43 ความคดิ เหน็ ฝา่ ยวชิ าการ / ผแู้ ทน ( / ) สอนตามแผนการสอนขัน้ ตอนต่อไป ( ) ควรปรบั แก้ ............................................................................................................. ลงช่อื ................................................................... (นายพิทักษ์ วงศฆ์ ้อง) หัวหนา้ เขตพื้นทบี่ ริการประจำเขต ๑ ๓๐ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๕ ความคดิ เหน็ ของผบู้ รหิ าร หรอื ผทู้ ่ีไดร้ บั มอบหมาย ( / ) สอนตามแผนการสอนขนั้ ตอนต่อไป ( ) ควรปรับแก้ ............................................................................................................. ลงชอื่ ................................................................... (นายนภสินธ์ุ ดวงประภา) ผชู้ ว่ ยผอู้ ำนวยการกลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ ๓๐ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๕
44 แผนการสอนเฉพาะบคุ คล (Individual Implementation Plan : IIP) ชอื่ -สกลุ เดก็ ชายนภัสกร ปญั ญาเสน ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ ประเภทความพกิ าร บกพรอ่ งทางรา่ งกายหรอื การเคลื่อนไหวหรอื สขุ ภาพ ทักษะการเรยี นรู้ แผนเปลย่ี นผา่ น มาตรฐานท่ี ๑ คณุ ภาพของผเู้ รยี น ประเด็นพจิ ารณา ที่ ๑.๑ ผลการพัฒนาผเู้ รียน ประเด็นพจิ ารณา ท่ี ๑.๒ คุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ของผ้เู รยี น ขอ้ ท่ี ๓ และ ๗ โครงการ/กจิ กรรมทส่ี อดคลอ้ ง ๑. กิจกรรมนนั ทนาการ ๒. กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน เป้าหมายระยะยาว ๑ ปี ภายในเดอื นมนี าคม ๒๕๖๖ เด็กชายนภสั กร ปัญญาเสน รจู้ กั เงินและใชจ้ า่ ยเงนิ ด้วยตนเอง จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ที่ ๓ ภายในเดือนธันวาคม ๒๕๖๕ เมื่อให้เด็กชายนภัสกร ปัญญาเสน รู้จักค่าของเงินธนบัตร เด็ก ชายนภสั กร ปญั ญาเสน สามารถบอกหรือชีเ้ งินธนบตั รได้ จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรมขั้นตอนที่ ๒ เม่อื ให้เดก็ ชายนภัสกร ปญั ญาเสน รู้จกั ค่าของเงนิ ธนบตั ร เดก็ ชายนภัสกร ปัญญาเสน สามารถ แลกเปล่ียนเงินธนบัตรได้ ๔ ครัง้ ตดิ กนั ๓ วนั ภายในวนั ท่ี ๓๑ ธนั วาคม ๒๕๖๕
45 แผนที่ ๖ เรม่ิ ใชแ้ ผนวนั ที่ ๑ ธนั วาคม ๒๕๖๕ สนิ้ สดุ แผนวนั ที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ ใชเ้ วลาสอนคาบละ ๓๐ นาที ๑. เนอื้ หา การร้จู ักใช้เงิน มคี วามสำคัญในการดำรงชวี ติ การใช้เงนิ อย่างเหมาะสมกบั รายได้ จะทำให้มีเงิน เหลือเก็บไว้ใช้ยามจำเป็น การรู้จักเก็บออมเงินโดยการวางแผนการใช้จ่าย และสะสมเงินให้เหลือใช้อยู่ เสมอ จะทำให้ตนเองและครอบครัวมีความมั่นคง มีเงินไว้ใช้จ่ายในอนาคต ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเรียนรู้ การใช้เงินอย่างถูกวิธี และเป็นกิจกรรมที่ฝึกให้ผู้เรียนมีทักษะทางสังคม เพื่อให้เรียนนำทักษะ และ ประสบการณ์ที่ได้รับไปใช้ในการดำเนินกิจวัตรประจำวัน และให้ความร่วมมือช่วยผู้ปกครองในกิจวัตร ประจำวันได้ โดยการสอนแบบไปข้างหนา้ ๒. จดุ ประสงค์ เพือ่ ฝกึ ให้ผ้เู รียนได้รู้จกั การใชเ้ งนิ อยา่ งถูกต้อง โดยมีผูช้ ่วยเหลอื ๓. กจิ กรรมการสอน ๑) ขน้ั เตรยี มการสอน สถานที่ ห้องเรยี นพัฒนาศักยภาพ หนว่ ยบรกิ ารงาว จดั สถานทใ่ี นการสอนโดย ผู้เรียนนั่ง บนเบาะ สื่อ เงนิ เหรียญ บตั รภาพ สินคา้ แลกเปลี่ยน แบบประเมนิ จดั วางไว้ดา้ นข้างของครู พร้อมกับปากกาในการบันทกึ ผู้เรยี น สวมเส้ือผ้าให้เรียบรอ้ ย ๒) ขน้ั นำเสนองาน ทักทาย ครูกลา่ วทกั ทาย ดว้ ยคำวา่ “สวสั ดีคะ่ วนั น้ีครจู ะให้นอ้ งแบงคร์ ู้จักการใช้เงนิ นะคะ” ประเมนิ ความสามารถพนื้ ฐาน ครูสั่งนกั เรยี นวา่ “นอ้ งแบงค์ ทายดสู มิ ีเงินเท่าไหรบ่ ้าง” จำนวน ๕ ครง้ั ครูบันทกึ ผลการประเมินความสามารถพนื้ ฐาน ๓) ขนั้ สอน สาธติ ครูสาธติ รูจ้ กั ค่าของเงินเหรียญ แลกเปล่ียนธนบัตรยีส่ บิ บาท (๒๐ บาท) แลกเปล่ียนธนบัตรห้าสบิ บาท (๕๐ บาท) แลกเปล่ยี นธนบัตรหนึ่งรอ้ ยบาท (๑๐๐ บาท) คำสัง่ ใชค้ ำสง่ั ว่า “น้องแบงค์ แลกเปลยี่ นเงินกับสน้ิ คา้ ” เทคนิคการสอน ไดแ้ ก่ กระตุ้นเตอื น แรงเสริม/รางวัล ครกู ล่าวคำชมเชย พูดคำวา่ “ตอบถูกค่ะ” และ ปรบมือ ๔) ขนั้ ประเมนิ บันทกึ ลงในแบบบนั ทกึ ผลการเรยี นร้ตู ามแผนการสอนเฉพาะบุคคล
46 ๔. การวดั และประเมนิ ผล ๑) วธิ วี ดั และประเมนิ ผล - การสงั เกต - การฝึกปฏบิ ตั จิ รงิ ๒) เครื่องมือวัดและประเมินผล - แบบบนั ทกึ จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม ๕. เกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผล เมือ่ ให้เด็กชายนภัสกร ปัญญาเสน รจู้ กั คา่ ของเงินธนบตั ร เด็กชายนภสั กร ปัญญาเสน สามารถ แลกเปลี่ยนเงนิ ธนบัตรได้ ๔ คร้งั ติดกนั ๓ วัน ภายในเดือน ธนั วาคม ๒๕๖๕ โดยมรี ะดับคณุ ภาพ ดงั น้ี ๔ หมายถงึ ผู้เรียนสามารถแลกเปลี่ยนเงนิ ธนบัตรไดถ้ กู ตอ้ ง ๔ ครง้ั ๓ วนั ติดต่อกัน ๓ หมายถงึ ผูเ้ รยี นสามารถแลกเปลย่ี นเงินธนบัตรไดถ้ ูกตอ้ ง ๓ ครัง้ ๓ วันตดิ ตอ่ กัน ๒ หมายถงึ ผู้เรยี นสามารถแลกเปลย่ี นเงนิ ธนบัตรไดถ้ ูกต้อง ๒ ครงั้ ๓ วนั ติดตอ่ กัน ๑ หมายถงึ ผู้เรียนสามารถแลกเปลีย่ นเงินธนบตั รได้ถกู ต้อง ๑ ครง้ั ๓ วนั ติดตอ่ กนั ๐ หมายถงึ ไม่สามารถทำได้ ลงช่ือ.................................................ครผู ูส้ อน (นางสาวขวัญชนก หมัน่ งาน) ครู ความคดิ เหน็ ฝา่ ยวชิ าการ / ผแู้ ทน ( / ) เป็นแผนการสอนท่ดี ีใช้สอนได้ ( ) ควรปรับแก้ ........................................................................... ลงช่อื ................................... ................................. (นายพทิ ักษ์ วงค์ฆ้อง) หัวหน้าเขตพื้นที่บริการประจำเขต ๑ วันท/ี่ เดอื น/พ.ศ...๓๑..ธ.ค....๖๕............. ความคดิ เหน็ ของผบู้ รหิ าร หรอื ผทู้ ่ไี ดร้ บั มอบหมาย ( / ) เปน็ แผนการสอนท่ดี ีใชส้ อนได้ ( ) ควรปรบั แก้ .............................................................................. ลงชือ่ .................................................................... (นายนภสนิ ธุ์ ดวงประภา) ผูช้ ว่ ยผู้อำนวยการกลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ วันท/ี่ เดอื น/พ.ศ...๓๑..ธ.ค....๖๕.............
47 แบบบนั ทกึ การวเิ คราะหง์ าน แผนเปลยี่ นผา่ น จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรมขอ้ ท่ี ๓ ภายในเดือนธันวาคม ๒๕๖๕ เมื่อให้เด็กชายนภัสกร ปัญญาเสน รู้จักค่าของเงินธนบัตร เด็ก ชายนภสั กร ปัญญาเสน สามารถบอกหรือชเ้ี งินธนบตั รได้ งาน (Task) การใชเ้ งนิ ชอ่ื นกั เรยี น เด็กชายนภสั กร ปญั ญาเสน ลำดบั รายละเอียด ผลการประเมนิ Forward Backward วนั เดือน ปี ท่ี ได้ ไม่ได้ Chaining Chaining พ.ย.๖๕ ๑ รู้จกั คา่ ของธนบัตร (๒๐ บาท ๑ ธ.ค.๖๕ ๕๐ บาท ๑๐๐ บาท) ๒ แลกเปลย่ี นธนบตั ร (๒๐ บาท ๒ ๕๐ บาท ๑๐๐ บาท) ลงชือ่ ............................................ ผ้บู นั ทึก (นางสาวขวัญชนก หมั่นงาน)
48 บนั ทกึ ผลหลงั การสอน แผนเปลย่ี นผา่ น จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรมขอ้ ที่ ๓ ภายในเดือนธันวาคม ๒๕๖๕ เมื่อให้เด็กชายนภัสกร ปัญญาเสน รู้จักค่าของเงินธนบัตร เด็กชายนภัสกร ปัญญาเสน สามารถบอกหรือช้เี งินธนบัตรได้ จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรมขนั้ ตอนที่ ๒ เมื่อให้เด็กชายนภัสกร ปัญญาเสน รู้จักค่าของเงินธนบัตร เด็กชายนภัสกร ปัญญาเสน สามารถแลกเปล่ยี น เงนิ ธนบตั รได้ ๔ ครง้ั ติดกัน ๓ วนั ภายในเดือน ธันวาคม ๒๕๖๕ วนั ท่สี อน ๑ ๒ ๘ ๙ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๒๐ ๒๑ ๒๗ ๒๘ สรปุ ระดับ ๐ ๑ ๑ ๒ ๒ ๒ ๓ ๓ ๔ ๔ ๔ ๔ คณุ ภาพท่ไี ด้ ..เ.ด..ก็ ..ช..า..ย..น..ภ...ัส..ก..ร...ป..ัญ...ญ...า.เ..ส..น...ส..า..ม..า..ร..ถ..แ..ล..ก..เ.ป..ล...ีย่ ..น..เ.ง..ิน..ธ..น..บ..ัต...ร.ไ..ด..้ .๔....ค..ร..้งั ..ต..ดิ...ก..ัน...๓....ว..นั ...ผ..่า..น..จ..ดุ..ป...ร.ะ..ส..ง..ค..์เ.ช..งิ..พ..ฤ...ต..ิก..ร..ร.ม..... ..ท..ตี่..ั้ง..ไ.ว..้.ส..่ง..ผ..ล..ใ.ห...ผ้ ..เู้ .ร..ยี ..น..ม..ีว..ิน..ยั....ร.ับ...ผ..ดิ ..ช..อ..บ....ใ.ฝ..เ่.ร..ีย..น..ร..ู้.แ..ล..ะ..ม...งุ่ .ม..่ัน...ใ.น..ก..า..ร..ท..ำ..ง.า..น........................................................... .................................................................................................................................................................. ระดับคุณภาพ ๔ หมายถึง ผู้เรยี นสามารถแลกเปลี่ยนเงินธนบตั รได้ถูกต้อง ๔ ครั้ง ๓ วันติดต่อกัน ๓ หมายถึง ผเู้ รยี นสามารถแลกเปลยี่ นเงนิ ธนบัตรได้ถกู ตอ้ ง ๓ ครง้ั ๓ วนั ติดต่อกัน ๒ หมายถึง ผู้เรียนสามารถแลกเปลี่ยนเงินธนบัตรได้ถูกต้อง ๒ คร้งั ๓ วันตดิ ตอ่ กัน ๑ หมายถงึ ผู้เรยี นสามารถแลกเปล่ียนเงินธนบัตรได้ถกู ต้อง ๑ ครงั้ ๓ วนั ตดิ ตอ่ กัน ๐ หมายถึง ไม่สามารถทำได้ หมายเหตุ ๑ สังเกตจากการปฏิบัติตามขั้นตอนตามทก่ี ำหนดไว้ ๒ สังเกตจากความสำเร็จของงาน สังเกตจากพฒั นาการของผู้เรียนทีท่ ำได้อยา่ งต่อเนื่อง ลงชอ่ื .................................................ครูผสู้ อน (นางสาวขวญั ชนก หมัน่ งาน) ๓๑ ธนั วาคม ๒๕๖๕
49 ความคดิ เหน็ ฝา่ ยวชิ าการ / ผแู้ ทน ( / ) สอนตามแผนการสอนขัน้ ตอนต่อไป ( ) ควรปรบั แก้ ............................................................................................................. ลงช่อื ................................................................... (นายพทิ ักษ์ วงศ์ฆ้อง) หวั หน้าเขตพ้ืนท่บี รกิ ารประจำเขต ๑ ๓๑ ธนั วาคม ๒๕๖๕ ความคดิ เหน็ ของผบู้ รหิ าร หรอื ผทู้ ่ีไดร้ บั มอบหมาย ( / ) สอนตามแผนการสอนขนั้ ตอนต่อไป ( ) ควรปรับแก้ ............................................................................................................. ลงช่ือ................................................................... (นายนภสินธ์ุ ดวงประภา) ผชู้ ่วยผูอ้ ำนวยการกลุ่มบริหารงานวชิ าการ ๓๑ ธนั วาคม ๒๕๖๕
50 แผนการสอนเฉพาะบคุ คล (Individual Implementation Plan : IIP) ชอ่ื -สกลุ เดก็ ชายนภสั กร ปญั ญาเสน ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ ประเภทความพกิ าร บกพรอ่ งทางร่างกายหรอื การเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ ทักษะการเรยี นรู้ แผนเปลย่ี นผา่ น มาตรฐานที่ ๑ คณุ ภาพของผเู้ รยี น ประเด็นพจิ ารณา ที่ ๑.๑ ผลการพัฒนาผเู้ รียน ประเดน็ พจิ ารณา ท่ี ๑.๒ คุณลกั ษณะท่พี งึ ประสงคข์ องผ้เู รยี น ขอ้ ที่ ๓ และ ๗ โครงการ/กจิ กรรมทสี่ อดคลอ้ ง ๑. กิจกรรมนันทนาการ ๒. กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียน เปา้ หมายระยะยาว ๑ ปี ภายในเดือนมีนาคม ๒๕๖๖ เดก็ ชายนภสั กร ปญั ญาเสน รู้จักเงนิ และใชจ้ ่ายเงินดว้ ยตนเอง จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมขอ้ ที่ ๔ ภายในเดือนมีนาคม ๒๕๖๖ เมอื่ ให้เดก็ ชายนภสั กร ปัญญาเสน รู้จกั การวางแผนการจา่ ยเงิน เดก็ ชายนภัสกร ปัญญาเสน สามารถ วางแผนการจา่ ยเงนิ ได้ จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรมข้ันตอนท่ี ๑ เมื่อให้เด็กชายนภัสกร ปัญญาเสน รู้จักการวางแผนการจ่ายเงิน เด็กชายนภัสกร ปัญญาเสน สามารถทำงานบา้ นเพอ่ื รับค่าตอบแทนได้ ๔ คร้งั ติดกนั ๓ วัน ภายในเดือน มกราคม ๒๕๖๖
51 แผนที่ ๗ เรม่ิ ใชแ้ ผนวนั ที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๖ สนิ้ สดุ แผนวนั ที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๖ ใชเ้ วลาสอนคาบละ ๓๐ นาที ๑. เนอ้ื หา การรูจ้ กั ใชเ้ งิน มคี วามสำคัญในการดำรงชวี ิต การใช้เงินอย่างเหมาะสมกบั รายได้ จะทำให้มีเงิน เหลือเก็บไว้ใช้ยามจำเป็น การรู้จักเก็บออมเงินโดยการวางแผนการใช้จ่าย และสะสมเงินให้เหลือใช้อยู่ เสมอ จะทำให้ตนเองและครอบครัวมีความมั่นคง มีเงินไว้ใช้จ่ายในอนาคต ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเรียนรู้ การใช้เงินอย่างถูกวิธี และเป็นกิจกรรมที่ฝึกให้ผู้เรียนมีทักษะทางสังคม เพื่อให้เรียนนำทักษะ และ ประสบการณ์ที่ได้รับไปใช้ในการดำเนินกิจวัตรประจำวัน และให้ความร่วมมือช่วยผู้ปกครองในกิจวัตร ประจำวนั ได้ โดยการสอนแบบไปข้างหน้า ๒. จดุ ประสงค์ เพอ่ื ฝึกให้ผ้เู รียนได้รจู้ กั การใช้เงนิ อย่างถูกต้อง โดยมผี ชู้ ว่ ยเหลือ ๓. กจิ กรรมการสอน ๑) ขนั้ เตรยี มการสอน สถานท่ี ห้องเรียนพฒั นาศักยภาพ หนว่ ยบรกิ ารงาว จัดสถานทใ่ี นการสอนโดย ผู้เรียนน่ัง บนเบาะ สื่อ เงิน อปุ กรณท์ ำความสะอาด แบบประเมนิ จดั วางไว้ด้านข้างของครู พร้อมกบั ปากกาในการบนั ทึก ผู้เรียน สวมเสอื้ ผ้าให้เรยี บรอ้ ย ๒) ขนั้ นำเสนองาน ทักทาย ครูกล่าวทักทาย ด้วยคำว่า “สวัสดีคะ่ วันน้ีครจู ะให้นอ้ งแบงคร์ ู้จกั การวางแผนการ ใชเ้ งนิ นะคะ” ประเมินความสามารถพื้นฐาน ครูสั่งนักเรียนว่า “น้องแบงค์ ทำงานบ้านเสร็จแล้วรับ ค่าตอบแทน” จำนวน ๕ ครง้ั ครูบนั ทึกผลการประเมนิ ความสามารถพน้ื ฐาน ๓) ขนั้ สอน สาธิต ครูสาธิต ทำงานบา้ นเพอ่ื รบั คา่ ตอบแทน วางแผนการใชเ้ งนิ หยบิ เหรยี ญหยอดกระปกุ ออมสิน คำสง่ั ใชค้ ำสั่งว่า “น้องแบงค์ ทำงานบา้ นเสร็จแล้วรับคา่ ตอบแทน” เทคนคิ การสอน ได้แก่ กระตุ้นเตอื น แรงเสริม/รางวัล ครกู ลา่ วคำชมเชย พูดคำว่า “ตอบถูกคะ่ ” และ ปรบมือ ๔) ขน้ั ประเมนิ บันทกึ ลงในแบบบนั ทกึ ผลการเรียนรู้ตามแผนการสอนเฉพาะบุคคล
52 ๔. การวดั และประเมนิ ผล ๑) วิธวี ัดและประเมนิ ผล - การสังเกต - การฝกึ ปฏบิ ัติจริง ๒) เคร่ืองมอื วัดและประเมนิ ผล - แบบบนั ทกึ จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม ๕. เกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผล เมื่อให้เด็กชายนภัสกร ปัญญาเสน รู้จักการวางแผนการจ่ายเงิน เด็กชายนภัสกร ปัญญาเสน สามารถทำงานบ้านเพอ่ื รบั คา่ ตอบแทนได้ ๔ คร้ัง ติดกนั ๓ วัน ภายในเดือน มกราคม ๒๕๖๖ โดยมรี ะดับคณุ ภาพ ดงั นี้ ๔ หมายถึง ผเู้ รียนสามารถทำงานบ้านเพอ่ื รับคา่ ตอบแทน ๔ ครง้ั ๓ วนั ติดต่อกัน ๓ หมายถึง ผู้เรยี นสามารถทำงานบ้านเพื่อรับค่าตอบแทน ๓ ครั้ง ๓ วันติดตอ่ กนั ๒ หมายถึง ผู้เรียนสามารถทำงานบ้านเพ่ือรับค่าตอบแทน ๒ คร้ัง ๓ วันติดตอ่ กัน ๑ หมายถึง ผู้เรยี นสามารถทำงานบ้านเพื่อรับค่าตอบแทน ๑ ครั้ง ๓ วนั ตดิ ตอ่ กนั ๐ หมายถึง ไม่สามารถทำได้ ลงช่ือ.................................................ครูผสู้ อน (นางสาวขวญั ชนก หมน่ั งาน) ครู ความคดิ เหน็ ฝา่ ยวชิ าการ / ผแู้ ทน ( / ) เปน็ แผนการสอนทดี่ ีใช้สอนได้ ( ) ควรปรับแก้ ........................................................................... ลงช่ือ.................................................................... (นายพิทกั ษ์ วงคฆ์ ้อง) หัวหนา้ เขตพื้นท่บี ริการประจำเขต ๑ วนั ท/ี่ เดือน/พ.ศ...๓๑..ม.ค....๖๖........... ความคดิ เหน็ ของผบู้ รหิ าร หรอื ผทู้ ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ( / ) เปน็ แผนการสอนทดี่ ีใช้สอนได้ ( ) ควรปรับแก้ .............................................................................. ลงช่อื .................................................................... (นายนภสินธ์ุ ดวงประภา) ผู้ช่วยผู้อำนวยการกลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ วันท/่ี เดือน/พ.ศ...๓๑..ม.ค....๖๖.........
53 แบบบนั ทกึ การวเิ คราะหง์ าน แผนเปลยี่ นผา่ น จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรมขอ้ ท่ี ๔ ภายในเดอื นมนี าคม ๒๕๖๖ เมื่อใหเ้ ด็กชายนภัสกร ปญั ญาเสน รู้จักการวางแผนการจา่ ยเงนิ เดก็ ชายนภสั กร ปัญญาเสน สามารถ วางแผนการจ่ายเงนิ ได้ งาน (Task) การใชเ้ งิน ชอ่ื นกั เรยี น เดก็ ชายนภัสกร ปญั ญาเสน ลำดับ รายละเอียด ผลการประเมิน Forward Backward วนั เดือน ปี ที่ ได้ ไม่ได้ Chaining Chaining ม.ค.๖๖ ๑ ทำงานบ้านเพอ่ื รับ ๑ ก.พ.๖๖ ม.ี ค.๖๖ ค่าตอบแทน ๒ ๓ ๒ วางแผนการใช้เงนิ ๓ หยบิ เหรยี ญหยอดกระปกุ ออมสนิ ลงช่อื ............................................ ผู้บนั ทึก (นางสาวขวญั ชนก หมน่ั งาน)
54 บนั ทกึ ผลหลงั การสอน แผนเปลย่ี นผา่ น จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรมขอ้ ท่ี ๔ ภายในเดอื นมีนาคม ๒๕๖๖ เมื่อใหเ้ ด็กชายนภสั กร ปัญญาเสน ร้จู ักการวางแผนการจา่ ยเงนิ เดก็ ชายนภัสกร ปัญญาเสน สามารถ วางแผนการจา่ ยเงินได้ จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรมขน้ั ตอนที่ ๑ เมือ่ ให้เด็กชายนภสั กร ปญั ญาเสน ร้จู ักการวางแผนการจ่ายเงนิ เดก็ ชายนภัสกร ปัญญาเสน สามารถทำงาน บา้ นเพอื่ รับคา่ ตอบแทนได้ ๔ ครัง้ ติดกนั ๓ วนั ภายในเดอื น มกราคม ๒๕๖๖ วนั ทสี่ อน ๕ ๖ ๗ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ ๒๑ สรุป ระดบั ๐ ๑ ๑ ๒ ๒ ๒ ๓ ๓ ๔ ๔ ๔ ๔ คณุ ภาพทีไ่ ด้ .เ.ด..ก็ ..ช..า..ย..น..ภ...สั ..ก..ร...ป..ญั...ญ...า.เ..ส..น...ส..า..ม..า..ร..ถ..ท..ำ..ง.า..น..บ...า้ .น...เ.พ..ือ่..ร..บั...ค..่า.ต...อ..บ..แ..ท..น...ไ.ด..้.๔....ค..ร..ง้ั...ต..ิด..ก..ัน....๓...ว..ัน....ผ..่า.น...จ..ุด..ป..ร..ะ..ส..ง..ค..์เ.ช..ิง.พ...ฤ..ต..ิกรรม .ท..ี่ต..ั้ง..ไ.ว..้ .ส..่ง..ผ..ล..ใ.ห...้ผ..ู้เ.ร..ีย..น..ม..ีว..ิน..ัย....ร.บั...ผ..ดิ ..ช..อ..บ....ใ.ฝ..เ่.ร..ีย..น..ร..ู้.แ..ล..ะ..ม...ุ่ง.ม..ั่น...ใ.น..ก..า..ร..ท..ำ..ง.า..น............................................................ .................................................................................................................................................................. ระดับคณุ ภาพ ๔ หมายถึง ผเู้ รยี นสามารถทำงานบ้านเพือ่ รับคา่ ตอบแทนได้ ๔ คร้งั ๓ วันตดิ ตอ่ กนั ๓ หมายถงึ ผเู้ รยี นสามารถทำงานบ้านเพอ่ื รบั คา่ ตอบแทนได้ ๓ ครั้ง ๓ วนั ตดิ ตอ่ กนั ๒ หมายถึง ผู้เรียนสามารถทำงานบา้ นเพ่อื รับคา่ ตอบแทนได้ ๒ ครงั้ ๓ วันติดต่อกัน ๑ หมายถึง ผ้เู รียนสามารถทำงานบ้านเพ่ือรบั ค่าตอบแทนได้ ๑ คร้ัง ๓ วันตดิ ตอ่ กนั ๐ หมายถึง ไมส่ ามารถทำได้ หมายเหตุ ๑ สงั เกตจากการปฏิบัติตามขั้นตอนตามทก่ี ำหนดไว้ ๒ สงั เกตจากความสำเรจ็ ของงาน สงั เกตจากพฒั นาการของผ้เู รียนทท่ี ำได้อยา่ งตอ่ เน่ือง ลงชอ่ื .................................................ครูผูส้ อน (นางสาวขวัญชนก หม่ันงาน) ๓๑ มกราคม ๒๕๖๖
55 ความคดิ เหน็ ฝา่ ยวชิ าการ / ผแู้ ทน ( / ) สอนตามแผนการสอนขัน้ ตอนต่อไป ( ) ควรปรบั แก้ ............................................................................................................. ลงช่อื ................................................................... (นายพิทักษ์ วงศฆ์ ้อง) หวั หน้าเขตพนื้ ท่บี รกิ ารประจำเขต ๑ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๖ ความคดิ เหน็ ของผบู้ รหิ าร หรอื ผทู้ ่ีไดร้ บั มอบหมาย ( / ) สอนตามแผนการสอนขนั้ ตอนต่อไป ( ) ควรปรับแก้ ............................................................................................................. ลงชือ่ ................................................................... (นายนภสินธ์ุ ดวงประภา) ผชู้ ่วยผอู้ ำนวยการกล่มุ บรหิ ารงานวชิ าการ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๖
56 แผนการสอนเฉพาะบคุ คล (Individual Implementation Plan : IIP) ชอื่ -สกลุ เดก็ ชายนภสั กร ปัญญาเสน ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ประเภทความพิการ บกพรอ่ งทางรา่ งกายหรอื การเคล่ือนไหวหรอื สุขภาพ ทักษะการเรยี นรู้ แผนเปลย่ี นผา่ น มาตรฐานที่ ๑ คณุ ภาพของผเู้ รยี น ประเด็นพจิ ารณา ท่ี ๑.๑ ผลการพฒั นาผู้เรียน ประเดน็ พิจารณา ที่ ๑.๒ คณุ ลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์ของผเู้ รยี น ขอ้ ท่ี ๓ และ ๗ โครงการ/กจิ กรรมทสี่ อดคลอ้ ง ๑. กจิ กรรมนันทนาการ ๒. กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน เป้าหมายระยะยาว ๑ ปี ภายในเดือน มีนาคม ๒๕๖๖ เด็กชายนภัสกร ปัญญาเสน รู้จกั เงินและใชจ้ า่ ยเงนิ ด้วยตนเอง จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรมขอ้ ท่ี ๔ ภายในเดือนมนี าคม ๒๕๖๖ เมอื่ ใหเ้ ด็กชายนภัสกร ปญั ญาเสน รจู้ กั การวางแผนการจา่ ยเงิน เด็ก ชายนภสั กร ปัญญาเสน สามารถ วางแผนการจา่ ยเงนิ ได้ จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมข้ันตอนท่ี ๒ เมื่อให้เด็กชายนภสั กร ปญั ญาเสน รู้จกั การวางแผนการจ่ายเงนิ เดก็ ชายนภัสกร ปญั ญา เสน สามารถวางแผนการใช้เงินได้ ๔ คร้ัง ติดกนั ๓ วนั ภายในเดือน กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๖
57 แผนที่ ๘ เรม่ิ ใชแ้ ผนวนั ท่ี ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ สน้ิ สดุ แผนวนั ที่ ๓ มนี าคม ๒๕๖๖ ใชเ้ วลาสอนคาบละ ๓๐ นาที ๑. เนอื้ หา การรจู้ ักใชเ้ งนิ มคี วามสำคัญในการดำรงชีวติ การใช้เงินอยา่ งเหมาะสมกับรายได้ จะทำใหม้ ีเงิน เหลือเก็บไว้ใช้ยามจำเป็น การรู้จักเก็บออมเงินโดยการวางแผนการใช้จ่าย และสะสมเงินให้เหลือใช้อยู่ เสมอ จะทำให้ตนเองและครอบครัวมีความมั่นคง มีเงินไว้ใช้จ่ายในอนาคต ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเรียนรู้ การใช้เงินอย่างถูกวิธี และเป็นกิจกรรมที่ฝึกให้ผู้เรียนมีทักษะทางสังคม เพื่อให้เรียนนำทักษะ และ ประสบการณ์ที่ได้รับไปใช้ในการดำเนินกิจวัตรประจำวัน และให้ความร่วมมือช่วยผู้ปกครองในกิจวัตร ประจำวนั ได้ โดยการสอนแบบไปข้างหน้า ๒. จดุ ประสงค์ เพอ่ื ฝกึ ให้ผู้เรียนได้รูจ้ ักการใชเ้ งินอยา่ งถกู ต้อง โดยมีผู้ช่วยเหลือ ๓. กจิ กรรมการสอน ๑) ขน้ั เตรยี มการสอน สถานที่ หอ้ งเรยี นพัฒนาศักยภาพ หน่วยบรกิ ารงาว จดั สถานที่ในการสอนโดย ผู้เรียนน่ัง บนเบาะ สอื่ เงิน แบบประเมิน จัดวางไวด้ ้านข้างของครู พร้อมกบั ปากกาในการบันทกึ ผเู้ รียน สวมเสอื้ ผา้ ใหเ้ รียบรอ้ ย ๒) ขน้ั นำเสนองาน ทกั ทาย ครูกล่าวทักทาย ด้วยคำวา่ “สวสั ดีค่ะ วันนี้ครูจะให้นอ้ งแบงคร์ ู้จกั การวางแผนการ ใช้เงนิ นะคะ” ประเมินความสามารถพื้นฐาน ครสู ่ังนกั เรียนว่า “นอ้ งแบงค์ วางแผนการใชเ้ งิน” จำนวน ๕ ครงั้ ครูบนั ทกึ ผลการประเมนิ ความสามารถพน้ื ฐาน ๓) ขน้ั สอน สาธิต ครูสาธิต ทำงานบา้ นเพ่อื รบั ค่าตอบแทน วางแผนการใช้เงนิ หยบิ เหรยี ญหยอดกระปุกออมสิน คำส่ัง ใช้คำส่ังว่า “นอ้ งแบงค์ วางแผนการใชเ้ งิน” เทคนิคการสอน ได้แก่ กระตุ้นเตือน แรงเสริม/รางวลั ครูกล่าวคำชมเชย พูดคำวา่ “ตอบถกู ค่ะ” และ ปรบมือ ๔) ขนั้ ประเมนิ บันทึกลงในแบบบันทกึ ผลการเรียนรูต้ ามแผนการสอนเฉพาะบุคคล
58 ๔. การวดั และประเมนิ ผล ๑) วิธวี ดั และประเมินผล - การสังเกต - การฝกึ ปฏิบัติจรงิ ๒) เคร่ืองมือวัดและประเมนิ ผล - แบบบันทึกจดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม ๕. เกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผล เมือ่ ใหเ้ ด็กชายนภัสกร ปญั ญาเสน ร้จู ักการวางแผนการจ่ายเงนิ เด็กชายนภัสกร ปญั ญาเสน สามารถวางแผนการใช้เงนิ ได้ ๔ ครัง้ ติดกนั ๓ วนั ภายในเดอื น มนี าคม ๒๕๖๖ โดยมรี ะดับคุณภาพ ดงั น้ี ๔ หมายถึง ผเู้ รยี นสามารถวางแผนการใช้เงนิ ๔ ครั้ง ๓ วันติดต่อกัน ๓ หมายถึง ผู้เรยี นสามารถวางแผนการใช้เงิน ๓ ครง้ั ๓ วนั ตดิ ตอ่ กนั ๒ หมายถงึ ผเู้ รยี นสามารถวางแผนการใช้เงิน ๒ คร้ัง ๓ วันตดิ ต่อกัน ๑ หมายถึง ผู้เรียนสามารถวางแผนการใชเ้ งิน ๑ ครัง้ ๓ วันตดิ ตอ่ กัน ๐ หมายถงึ ไมส่ ามารถทำได้ ลงชื่อ.................................................ครผู ู้สอน (นางสาวขวัญชนก หมั่นงาน) ครู ความคดิ เหน็ ฝา่ ยวชิ าการ / ผแู้ ทน ( / ) เป็นแผนการสอนท่ีดีใชส้ อนได้ ( ) ควรปรับแก้ ........................................................................... ลงชอ่ื ...................... .............................................. (นายพทิ กั ษ์ วงคฆ์ ้อง) หัวหนา้ เขตพนื้ ทบี่ ริการประจำเขต ๑ วันท/่ี เดอื น/พ.ศ....๓....ม...ี ค.....๖...๖........ ความคดิ เหน็ ของผบู้ รหิ าร หรอื ผทู้ ี่ไดร้ บั มอบหมาย ( / ) เป็นแผนการสอนที่ดีใช้สอนได้ ( ) ควรปรบั แก้ .............................................................................. ลงช่ือ.................................................................... (นายนภสนิ ธ์ุ ดวงประภา) ผชู้ ่วยผู้อำนวยการกลมุ่ บริหารงานวิชาการ วนั ท/ี่ เดือน/พ.ศ.....๓....ม...ี ค.....๖...๖.......
59 แบบบนั ทกึ การวเิ คราะหง์ าน แผนเปลยี่ นผา่ น จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรมขอ้ ท่ี ๔ ภายในเดอื นมนี าคม ๒๕๖๖ เมื่อใหเ้ ด็กชายนภัสกร ปญั ญาเสน รู้จักการวางแผนการจา่ ยเงนิ เดก็ ชายนภสั กร ปัญญาเสน สามารถ วางแผนการจ่ายเงนิ ได้ งาน (Task) การใชเ้ งิน ชอ่ื นกั เรยี น เดก็ ชายนภัสกร ปญั ญาเสน ลำดับ รายละเอียด ผลการประเมิน Forward Backward วนั เดือน ปี ที่ ได้ ไม่ได้ Chaining Chaining ม.ค.๖๖ ๑ ทำงานบ้านเพอ่ื รับ ๑ ก.พ.๖๖ ม.ี ค.๖๖ ค่าตอบแทน ๒ ๓ ๒ วางแผนการใช้เงนิ ๓ หยบิ เหรยี ญหยอดกระปกุ ออมสนิ ลงช่อื ............................................ ผู้บนั ทึก (นางสาวขวญั ชนก หมน่ั งาน)
60 บันทกึ ผลหลงั การสอน แผนเปลย่ี นผา่ น จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรมขอ้ ที่ ๔ ภายในเดือนมนี าคม ๒๕๖๖ เม่อื ใหเ้ ดก็ ชายนภัสกร ปญั ญาเสน รจู้ ักการวางแผนการจ่ายเงนิ เดก็ ชายนภัสกร ปญั ญาเสน สามารถ วางแผนการจ่ายเงนิ ได้ จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขัน้ ตอนที่ ๒ เมื่อให้เด็กชายนภัสกร ปัญญาเสน รู้จักการวางแผนการจ่ายเงิน เด็กชายนภัสกร ปัญญาเสน สามารถวาง แผนการใชเ้ งนิ ได้ ๔ ครัง้ ตดิ กัน ๓ วัน ภายในเดอื น มนี าคม ๒๕๖๖ วันที่สอน ๗ ๘ ๑๐ ๑๑ ๑๕ ๑๗ ๑๘ ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๕ ๒๘ สรปุ ระดับ ๐ ๑ ๑ ๒ ๒ ๒ ๒ ๓ ๓ ๔ ๔ ๔ ๔ คุณภาพทีไ่ ด้ .เ.ด..็ก..ช...า.ย..น...ภ..ัส..ก..ร...ป...ัญ..ญ...า..เ.ส..น....ส..า.ม...า.ร..ถ..ว..า..ง.แ..ผ..น...ก..า..ร.ใ..ช..เ้ .ง..ิน..ไ.ด..้..๔...ค..ร..ง้ั...ต..ดิ..ก..ัน....๓...ว..ัน....ผ..า่ ..น..จ..ดุ ..ป..ร..ะ..ส..ง..ค..์เ.ช..ิง.พ...ฤ..ต..ิก..ร..ร..ม..ท..ตี่..ง้ั..ไ.ว..้ .ส..ง่..ผ..ล..ใ.ห...้ผ..เู้ .ร..ีย..น..ม..ีว..นิ..ยั....ร.บั...ผ..ดิ ..ช..อ..บ....ใ.ฝ..่เ.ร..ยี..น..ร..ู้.แ..ล..ะ..ม..ุ่.ง.ม..่ัน...ใ.น..ก..า..ร..ท..ำ..ง..า.น...................................................................... .................................................................................................................................................................. ระดับคณุ ภาพ ๔ หมายถึง ผู้เรยี นสามารถวางแผนการใชเ้ งนิ ได้ ๔ ครัง้ ๓ วนั ตดิ ต่อกนั ๓ หมายถงึ ผเู้ รยี นสามารถวางแผนการใช้เงนิ ได้ ๓ ครั้ง ๓ วนั ตดิ ตอ่ กนั ๒ หมายถึง ผูเ้ รียนสามารถวางแผนการใชเ้ งินได้ ๒ ครั้ง ๓ วันติดต่อกนั ๑ หมายถงึ ผู้เรียนสามารถวางแผนการใชเ้ งินได้ ๑ ครง้ั ๓ วนั ติดตอ่ กัน ๐ หมายถงึ ไม่สามารถทำได้ หมายเหตุ ๑ สังเกตจากการปฏิบตั ิตามข้ันตอนตามที่กำหนดไว้ ๒ สงั เกตจากความสำเร็จของงาน สงั เกตจากพฒั นาการของผเู้ รียนทที่ ำได้อย่างตอ่ เน่ือง ลงชอ่ื .................................................ครูผสู้ อน (นางสาวขวญั ชนก หมั่นงาน) ๓ มีนาคม ๒๕๖๖
61 ความคดิ เหน็ ฝา่ ยวชิ าการ / ผแู้ ทน ( / ) สอนตามแผนการสอนขัน้ ตอนต่อไป ( ) ควรปรบั แก้ ............................................................................................................. ลงช่อื ................................................................... (นายพิทกั ษ์ วงศฆ์ ้อง) หัวหน้าเขตพน้ื ที่บริการประจำเขต ๑ ๓ มีนาคม ๒๕๖๖ ความคดิ เหน็ ของผบู้ รหิ าร หรอื ผทู้ ่ีไดร้ บั มอบหมาย ( / ) สอนตามแผนการสอนขนั้ ตอนต่อไป ( ) ควรปรับแก้ ............................................................................................................. ลงช่อื ................................................................... (นายนภสินธุ์ ดวงประภา) ผชู้ ่วยผู้อำนวยการกลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ ๓ มนี าคม ๒๕๖๖
62
63
64
65
66
67
68
69
70
71
72
73
74
75 ขอ้ มลู นกั เรยี นรายบคุ คล หอ้ งเรยี นอาเภองาว ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ ๑. ขอ้ มลู ดา้ นนักเรยี น ๑.๑ ข้อมลู สว่ นตวั นกั เรยี น ชือ่ -นามสกลุ (ด.ช/ด.ญ/นาย/น.ส) นภสั กร ปญั ญาเสน ช่อื เล่น แบงค์ ประเภทความพิการ บกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรอื สุขภาพ เกดิ วันท่ี ๒๐ เดือนมนี าคม พ.ศ.๒๕๕๑ อายุ ๑๔ ปี เช้ือชาติ ไทย สญั ชาติ ไทย ศาสนา พทุ ธ เลขบัตรประจาตวั ประชาชน ๑๕๑๙๓๐๐๐๒๑๘๑๙ หมโู่ ลหติ โอ การจดทะเบยี นคนพิการ ไมต่ อ้ งการจดทะเบียน ยงั ไม่จดทะเบยี น จดทะเบียนแลว้ ทอี่ ยูป่ จั จุบนั ๒๙ หมู่ ๖ ต.บา้ นแหง อ.งาว จ.ลาปาง รหสั ไปรษณยี ์ ๕๒๑๑๐ ๑.๒ ดา้ นสขุ ภาพ ๑) สุขภาพกาย มีสขุ ภาพร่างกายสมบรู ณ์แข็งแรง เจบ็ ปว่ ยบ่อย (ระบุ)............................................................................ มีโรคประจาตวั (ระบุ).....ปากแหว่งเพดานโหว่................................... ป่วยเป็นโรคร้ายแรง/เรื้อรัง (วัณโรค โรคอ้วน โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง (หอบหืด) โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตวายเรื้อรัง โรคมะเร็ง ภาวะภูมิคุ้มกันต่า โรคเบาหวาน ภาวะบกพรอ่ งทางระบบประสาทอย่างรนุ แรง ลมชกั ฯลฯ ระบุโรค)............................................................... นา้ หนกั ............๔๐..............กโิ ลกรมั ส่วนสงู ................๑๓๒...............เซนติเมตร น้าหนกั ผดิ ปกติไมส่ มั พันธ์กบั สว่ นสงู หรืออายุ นอนติดเตียง ๒) สุขภาพจติ /อารมณ/์ พฤตกิ รรม อารมณ์ดี ย้มิ ง่าย มปี ฏิสัมพันธ์ที่เหมาะสมกับผูอ้ น่ื อารมณ์หงดุ หงิดงา่ ย/โมโหง่าย ไม่มีปฏิสัมพนั ธก์ บั ผูอ้ ่ืน เชน่ เฉยเมย ไมส่ บตา ไมม่ ีการตอบสนอง/แสดงออกทางอารมณ์ ซมึ เศร้า แยกตัวออกจากกล่มุ หวาดระแวง ไม่พบพฤติกรรมที่ไม่พงึ ประสงค์ พบพฤติกรรมทไี่ ม่พึงประสงค์ทสี่ ง่ ผลกระทบไม่รุนแรงต่อตนเอง/ผอู้ ืน่ /สิง่ ของ พบพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ทส่ี ง่ ผลกระทบรนุ แรงต่อตนเอง/ผูอ้ น่ื /สิง่ ของ
76 ๑.๓ ดา้ นการเรยี นรู้ ๑) พฒั นาการ/ความสามารถ พฒั นาการ/ความสามารถเทยี บเท่ากับอายจุ รงิ พฒั นาการ/ความสามารถลา่ ชา้ กวา่ อายจุ ริง ๑ – ๓ ปี พฒั นาการ/ความสามารถลา่ ชา้ กว่าอายุจรงิ ๓ ปี ขนึ้ ไป ๒) การชว่ ยเหลอื ตนเอง สามารถช่วยเหลือตนเองได้ สามารถชว่ ยเหลือตนเองได้บ้าง ไม่สามารถชว่ ยเหลอื ตนเองได้ ๑.๔ ดา้ นสทิ ธคิ นพกิ าร/สนบั สนนุ ชว่ ยเหลือจากองคก์ รภาครฐั หรอื เอกชน ๑) เบย้ี ยงั ชีพคนพิการ ไดร้ ับ จานวน............๑๐๐๐...........บาท/เดือน ไมไ่ ด้รบั เนื่องจาก................................................................................................................ ๒) บรกิ ารฟน้ื ฟูทางการแพทย์ ได้รับ (ระบโุ รงพยาบาล).....โรงพยาบาลงาว........................................................................ ไม่ได้รับ เนื่องจาก................................................................................................................ ๓) บรกิ ารเทคโนโลยี สอ่ื สงิ่ อานวยความสะดวก ไดร้ ับ (ระบสุ ิ่งท่ีได้รับ).........การใชง้ านคอมพิวเตอร์........................................................... (ระบุหนว่ ยงานทไี่ ดร้ ับ).......ศนู ยก์ ารศึกษาพเิ ศษประจาหวัดลาปาง................................... ไมไ่ ดร้ บั เนื่องจาก............................................................................................................... ๔) ทนุ การศึกษา/เงนิ ชว่ ยเหลอื อน่ื ๆ ได้รับ (ระบุช่อื ทุนการศึกษา/เงินชว่ ยเหลืออืน่ ๆ).......คา่ รถรับสง่ ....................................... จานวน..........๔๐๐.............บาท/เดือน ไมไ่ ด้รบั เนื่องจาก................................................................................................................ ๕) รับบริการสวสั ดกิ ารทางสงั คม ไดร้ ับ (สง่ิ ทไี่ ด้รับ เชน่ บริการเคสเมเนเจอร์ บริการรับส่งไปโรงพยาบาล ฯลฯ ระบุ).......... (หน่วยงานท่ไี ด้รับ เชน่ พมจ. กสศ. ฯลฯ ระบุ ).................................................................. ไม่ได้รับ เน่ืองจาก...............................................................................................................
77 ๒. ขอ้ มลู ดา้ นครอบครวั ๒.๑ ข้อมลู บดิ า มีชีวติ อยู่ ถงึ แกก่ รรม ไม่มขี ้อมลู ช่อื -นามสกลุ บดิ า นายจานงค์ ปัญญาเสน อายุ ๔๒ ปี เชือ้ ชาติ ไทย สัญชาติ ไทย ศาสนา พุทธ ไมม่ ีงานทา มงี านทา อาชีพ รบั จา้ งท่ัวไป รายได้ ๕,๐๐๐ บาท/เดือน ระดับการศึกษา ไม่ไดร้ บั การศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศกึ ษา/ปวช ปวส/อนปุ รญิ ญา ปริญญา ทีอ่ ยปู่ จั จุบัน ท่อี ย่เู ดยี วกับนักเรียน ที่อยูต่ ่างจากนักเรียน (โปรดกรอกข้อมูล) บา้ นเลขท่ี ๒๙ หม่ทู ี่ ๖ หมู่บ้าน ทงุ่ โป้ ตาบล บา้ นแหง อาเภอ งาว จงั หวดั ลาปาง รหสั ไปรษณีย์ ๕๒๑๑๐ ๒.๒ ข้อมลู มารดา มีชีวติ อยู่ ถึงแก่กรรม ไมม่ ขี ้อมลู ช่อื -นามสกลุ มารดา นางสาวมาลี ดอกจันทร์ อายุ ๓๘ ปี เชอ้ื ชาติ ไทย สัญชาติ ไทย ศาสนา พทุ ธ ไมม่ งี านทา มงี านทา อาชีพ รับจ้างทั่วไป รายได้ ๕,๐๐๐ บาท/เดือน ระดับการศกึ ษา ไมไ่ ด้รับการศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศกึ ษา/ปวช ปวส/อนปุ ริญญา ปรญิ ญา ที่อย่ปู ัจจบุ ัน ท่ีอย่เู ดียวกับนักเรียน ท่ีอยู่ตา่ งจากนักเรยี น (โปรดกรอกข้อมลู ) บา้ นเลขท่ี ๒๙ หมทู่ ่ี ๖ หมบู่ ้าน ทงุ่ โป้ ตาบล บา้ นแหง อาเภอ งาว จงั หวัด ลาปาง รหสั ไปรษณีย์ ๕๒๑๑๐ เบอร์โทรศพั ท์ ๐๖๔๔๖๙๙๐๔๖ ๒.๓ ขอ้ มลู ผปู้ กครอง บิดา มารดา ผู้ปกครองไมใ่ ชบ่ ิดา/มารดา (โปรดกรอกข้อมูล) ชอื่ -นามสกุล มารดา นางสาวมาลี ดอกจนั ทร์ อายุ ๓๘ ปี เชอ้ื ชาติ ไทย สัญชาติ ไทย ศาสนา พุทธ ไม่มีงานทา มงี านทา อาชีพ รับจ้างท่ัวไป รายได้ ๕,๐๐๐ บาท/เดอื น ระดบั การศึกษา ไมไ่ ด้รับการศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษา/ปวช ปวส/อนุปรญิ ญา ปริญญา ทีอ่ ยู่ปัจจบุ ัน ทอี่ ย่เู ดยี วกับนักเรียน ทอี่ ยตู่ า่ งจากนักเรยี น (โปรดกรอกข้อมลู ) บา้ นเลขที่ ๒๙ หมู่ที่ ๖ หมบู่ า้ น ทุ่งโป้ ตาบล บ้านแหง อาเภอ งาว จังหวดั ลาปาง รหัสไปรษณีย์ ๕๒๑๑๐ เบอร์โทรศัพท์ ๐๖๔๔๖๙๙๐๔๖ รายได้ครอบครัว ๑๐๐,๐๐๐ บาท/ปี ข้นึ ไป ๔๐,๐๐๑ – ๙๙,๙๙๙ บาท/ปี ไมเ่ กนิ 40,000 บาท/ปี สภาพความเป็นอยูใ่ นครอบครวั อยรู่ ่วมกบั บดิ ามารดา อยู่กบั บิดา อยู่กับมารดา อยกู่ บั ผอู้ ่ืน (ระบุ)....................................................................... สถานภาพของบิดามารดา อยู่ดว้ ยกนั หยา่ ร้าง แยกกนั อยู่ บิดาถงึ แก่กรรม มารดาถึงแก่กรรม บิดา มารดาถงึ แก่กรรม
78 ครอบครวั ของนักเรียนมสี มาชิกท้งั หมด ๕ คน ประกอบดว้ ย ปู่ ย่า บดิ า มารดาและนักเรียน บุคคลในครอบครัวมีการใชส้ ารเสพติด มี ไมม่ ี เกีย่ วข้องเป็น...............................กบั นักเรียน ประเภทสารเสพตดิ ทใี่ ช้คือ บหุ รี่ สุรา ยาบ้า อนื่ ๆ ระบ.ุ ............................ ความถี่ในการใช้สารเสพตดิ ของบุคคลในครอบครัว เปน็ ประจา บางครงั้ บคุ คลในครอบครัวเก่ียวข้องกับการเลน่ การพนัน มี ไม่มี ความถ่ีในการเล่นการพนันของบุคคลในครอบครวั เป็นประจา บางครัง้ ภายในครอบครัวมีความขัดแย้งและมีการใช้ความรนุ แรง มี ไมม่ ี บุคคลในครอบครัวเจบ็ ป่วยด้วยโรครุนแรง/เรอ้ื รัง มี ไมม่ ี อาชีพบดิ า/มารดา/ผู้ปกครองเสย่ี งตอ่ กฎหมาย มี ไม่มี ๒.๔ ดา้ นเศรษฐกจิ ครอบครวั มรี ายไดเ้ พียงพอสาหรับเล้ยี งดูครอบครวั ได้อย่างดี มีรายไดเ้ พียงพอสาหรับเลยี้ งดูครอบครัวเฉพาะทจ่ี าเป็น มีหนี้สิน มีรายได้เพียงเลก็ น้อย ไม่เพียงพอสาหรบั ครอบครัว ไมม่ รี ายได้เลย ต้องพ่ึงพาผู้อื่นทง้ั หมด และมีหนส้ี นิ ๒.๕ ดา้ นการคมุ้ ครองนกั เรยี น ๑) การดแู ลเอาใจใส่นกั เรยี น สมาชกิ ทุกคนในครอบครัวช่วยกนั ดแู ลเอาใจใส่นักเรียนเป็นประจาสมา่ เสมอ ขาดการดแู ลเอาใจใส่/ปล่อยปละละเลยนักเรียนเป็นบางคร้งั ขาดการดูแลเอาใจใส่/ปล่อยปละละเลยนักเรียน/ไม่มผี ู้ดแู ล นกั เรยี นถูกลว่ งละเมิดทางเพศ นกั เรียนถกู ทาร้ายทารณุ ๒) การชว่ ยเหลือในการพฒั นานกั เรยี น สมาชกิ ทกุ คนในครอบครัวเขา้ ใจ/รว่ มมอื ในการชว่ ยเหลือในการพัฒนานักเรยี นเปน็ อย่างดี สมาชิกในครอบครัวบางคนไมม่ ีความเข้าใจ/ร่วมมอื ในการช่วยเหลอื ในการพัฒนานักเรยี น สมาชิกทกุ คนในครอบครัวขาดความเขา้ ใจ/ร่วมมือในการชว่ ยเหลือในการพัฒนานักเรยี น ๒.๖ ดา้ นเจตคตติ ่อนกั เรยี น ครอบครวั มีความคาดหวังในการพัฒนานักเรยี น นกั เรยี นสามารถพฒั นาได้และมีการแสวงหาความรู้ในการพัฒนานักเรยี นอยเู่ สมอ มีความคาดหวังในการพัฒนานักเรยี นแต่ไมม่ ีการแสวงหาความรู้เพ่ือนามาพฒั นานักเรียน ไมม่ คี วามคาดหวงั ในการพฒั นานกั เรียนและนกั เรียนเป็นภาระของครอบครัว
79 ๒.๗ ดา้ นความรู้ ความเข้าใจ ทกั ษะของผปู้ กครองในการพฒั นานกั เรยี น ๑) ความรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะของผปู้ กครองในการจดั กิจกรรมเพือ่ พฒั นานกั เรยี น มกี ารจัดกจิ กรรมเพื่อพัฒนานกั เรยี นเป็นประจาทกุ วนั มกี ารจดั กจิ กรรมเพ่ือพัฒนานกั เรียนเป็นบางครงั้ ไม่เคยมีการจดั กจิ กรรมเพอื่ พฒั นานกั เรียน ๒) ความรู้ ความเขา้ ใจ ทกั ษะของผปู้ กครองในการฝกึ ดว้ ยเทคนคิ /กจิ กรรม มกี ารฝึกดว้ ยเทคนิค/กจิ กรรมท่หี ลากหลายเป็นประจาทุกวนั มกี ารฝึกด้วยเทคนิค/กิจกรรมเปน็ บางครงั้ ไมเ่ คยฝกึ ด้วยเทคนคิ /กิจกรรม ๓. ขอ้ มลู ดา้ นสภาพแวดล้อม ๓.๑ สภาพแวดล้อมภายในศนู ย์การศกึ ษาพเิ ศษประจาจงั หวดั ลาปาง/หนว่ ยบรกิ าร ๑) บรเิ วณภายในหอ้ งเรียนอาคารเรยี น สภาพแวดล้อมในห้องเรียน/อาคารเรียนมีความเหมาะสมกบั ความตอ้ งการจาเป็นพเิ ศษของ นกั เรียนและปลอดภยั ต่อการดารงชีวติ สภาพแวดล้อมในหอ้ งเรียน/อาคารเรยี นบางอย่างขาดความเหมาะสมกบั ความต้องการจาเป็น พิเศษของนกั เรียนแตย่ งั สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยตอ่ การดารงชีวติ สภาพแวดล้อมในหอ้ งเรยี น/อาคารเรยี นบางอย่างขาดความเหมาะสมกับความต้องการจาเป็น พเิ ศษของนักเรยี นและไม่ปลอดภัยต่อการดารงชีวิต สภาพแวดลอ้ มในห้องเรยี น/อาคารเรียนทุกอยา่ งไม่มีความเหมาะสมกบั ความต้องการจาเป็น พเิ ศษของนกั เรยี นและไม่ปลอดภัยตอ่ การดารงชวี ิต ระบุรายละเอียดเพิ่มเติม..................................................................................................... ...................................... ๒) บรเิ วณภายนอกอาคารเรยี น สภาพแวดล้อมนอกอาคารเรยี นมคี วามเหมาะสมกับความตอ้ งการจาเปน็ พเิ ศษของนักเรียน และปลอดภัยต่อการดารงชีวติ สภาพแวดล้อมนอกอาคารเรียนบางอยา่ งขาดความเหมาะสมกบั ความต้องการจาเปน็ พเิ ศษ ของนักเรยี นแต่ยงั สามารถใช้ได้อยา่ งปลอดภยั ตอ่ การดารงชีวิต สภาพแวดลอ้ มนอกอาคารเรยี นบางอยา่ งขาดความเหมาะสมกับความต้องการจาเป็นพเิ ศษ ของนักเรยี นและไม่ปลอดภยั ตอ่ การดารงชีวิต สภาพแวดลอ้ มนอกอาคารเรยี นทกุ อย่างไมม่ ีความเหมาะสมกับความต้องการจาเป็นพิเศษของ นกั เรียนและไมป่ ลอดภัยตอ่ การดารงชีวติ ระบุรายละเอยี ดเพมิ่ เติม........................................................................................................................................... ๓) ผูเ้ กยี่ วขอ้ ง คร/ู พ่ีเลย้ี งเด็กพิการ/ผูป้ ฏบิ ัติงานให้ราชการ ทกุ คนพร้อมให้การช่วยเหลือนกั เรยี น ครู/พี่เล้ยี งเด็กพิการ/ผปู้ ฏบิ ัตงิ านใหร้ าชการ บางคนละเวน้ ไม่ให้การช่วยเหลอื นักเรียน
80 ครู/พ่ีเล้ียงเดก็ พิการ/ผปู้ ฏิบตั ิงานใหร้ าชการ บางคนรังเกียจนกั เรียน เพือ่ นทุกคนยอมรบั /ใหเ้ ข้ากลุ่มทากจิ กรรม เพ่อื นบางคนไม่ยอมรบั /ไม่ใหเ้ ข้ากลมุ่ ทากิจกรรม เพื่อนทุกคนไมย่ อมรับ/ไม่ใหเ้ ขา้ กลมุ่ ทากจิ กรรม ๓.๒ สภาพแวดล้อมภายในบา้ น ๑) บรเิ วณภายในบา้ น สะอาดปลอดภัยเอ้ือตอ่ การพัฒนาศักยภาพนักเรยี น สะอาดปลอดภัยแตไ่ มเ่ อ้ือต่อการพฒั นาศกั ยภาพนกั เรียน ไม่สะอาดและไมป่ ลอดภัย ๒) บรเิ วณภายนอกบา้ น สะอาดปลอดภัยเอ้ือต่อการพฒั นาศักยภาพนักเรียน สะอาดปลอดภยั แตไ่ มเ่ อ้ือตอ่ การพัฒนาศักยภาพนกั เรียน ไม่สะอาดและไมป่ ลอดภัย ๓.๓ สภาพแวดลอ้ มภายในชมุ ชน ๑) เจตคตขิ องชุมชนทีม่ ตี ่อนกั เรยี นและครอบครวั เป็นภาระของสังคม พร้อมให้ความชว่ ยเหลือ ความเชอ่ื เร่ืองเวรกรรม มสี ิทธเิ ทา่ เทยี มกบั คนท่วั ไป นา่ รังเกยี จ คนพิการสามารถพฒั นาได้ ไมส่ นใจ ๒) ความสมั พนั ธข์ องนกั เรยี นกับชมุ ชน เปน็ ทร่ี ู้จกั ในชุมชน มีสว่ นร่วมในชมุ ชน เปน็ ท่รี กั ของคนในชุมชน ชมุ ชนให้ความช่วยเหลอื ไมม่ ีคนในชุมชนรูจ้ ัก ไมส่ นใจ สร้างความเดือดร้อนให้คนในชมุ ชน
81 แบบรวบรวมข้อมูลผเู้ รยี น ตามกรอบคดิ แนวเชงิ นเิ วศ (Ecological System) และกรอบการประเมนิ ของฟานไดจค์ (The Van Dijk Framework for Assessment of Individuals who have Severe Multiple Disabilities) ชอื่ -นามสกลุ ผเู้ รยี น เดก็ ชายนภัสกร ปัญญาเสน ชอื่ เลน่ แบงค์ ระดบั ชัน้ เตรียมความพร้อม ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ ประเภทการรบั บรกิ าร หน่วยบริการ ชอื่ สถานศกึ ษา ศนู ยก์ ารศกึ ษาพิเศษประจาจงั หวัดลาปาง อาเภอ งาว จงั หวดั ลาปาง ขอ้ มูล ณ วนั ที่ ๒๗ เดอื น กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๕
82 รวบรวมขอ้ มูลผู้เรยี น ขอ้ มลู ของผเู้ รยี น ๑. ขอ้ มลู ของผเู้ รยี น ช่อื -นามสกลุ ผเู้ รยี น เดก็ ชายนภสั กร ปญั ญาเสน ชอื่ เลน่ แบงค์ อายุ ๑๔ ปี เพศ ชาย เชอ้ื ชาติ ไทย ประเภทความพิการ บุคคลทม่ี ีความบกพร่องทางร่างกายหรอื การเคลือ่ นไหวหรือสขุ ภาพ โรคประจาตวั ปากแหว่งเพดานโหว่ ลกั ษณะความพกิ าร นักเรียนมีพฤติกรรมชอบดูโทรศัพท์ เล่นดินทราย ชอบไปไร่กับบิดามารดา ไม่ชอบ มาโรงเรียน มักจะแกล้งเพ่อื น เชน่ ดึงขา หรอื แขนเพ่ือน นักเรียนมีลักษณะกล้ามเน้ือแขนขาอ่อนแรง สามารถควบคุมกล้ามเนื้อได้บ้าง สามารถพลิกตะแคงตัวได้ ลุกข้ึนนั่งทรงตัวได้เล็กน้อย นั่งทรงตวั ได้โดยมีผู้ชว่ ยเหลือได้ มักน่ังไม่ถูกท่า ไม่สามารถลุกขึ้นยืนทรงตัวได้ เน่ืองจากข้อสะโพก ข้อเข่า และข้อเท้ายึดติด และไม่สามารถเดินได้ ด้วยตนเอง สามารถเอ้ือมแขนและใช้ฝ่ามือหยบิ สิ่งของที่อยู่ด้านหน้าได้ สามารถรับประทานอาหารได้ กลนื อาหารได้เอง ควบคมุ น้าลายไมไ่ ด้ หยิบอาหารเข้าปากไดเ้ อง พูดคุยสื่อสารเข้าใจ สามารถควบคุม การขับถา่ ยได้แตม่ ักปสั สาวะ อจุ าระราด สามารถทากจิ วัตรประจาวนั ได้บ้างแตต่ อ้ งมีผชู้ ่วยเหลอื พฤตกิ รรมของผเู้ รยี น พฤตกิ รรมส่วนบคุ คล ผเู้ รียนสนใจดูโทรศพั ท์ รายการทเ่ี กีย่ วกับรถ มักขับถา่ ยรดกางเกง พฤตกิ รรมการเรยี นรู้ ผู้เรียนสามารถส่ือสารด้วยภาษาท่ีมีความหมายได้ สามารถฟังและทาตามคาสั่ง สามารถ แสดงความต้องการของตนเอง โดยการเปล่งเสียงออกมา แสดงอารมณ์ด้วยการการหัวเราะ ยิ้ม เมื่อดี ใจและสามารถใชม้ ือเอ้อื มจับวตั ถุโดยใช้ฝ่ามือได้ รู้จักตัวเลข สี และวัตถตุ ่างๆ นักเรียนควรได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการมอง การฟัง และการใช้ประสาทสัมผัส ต่างๆ โดยมีผู้ช่วยเหลือในการทากิจกรรมทุกข้ันตอน ด้วยการกระตุ้นเตือนทางวาจา และการกระตุ้น เตือนทางกาย การใช้เสริมแรงทางบวกด้วยการใช้สื่อ สิ่งอานวยความสะดวกช่วยในการเรียนรู้ เช่น รถเข็น วดี ีโอเพลง เปน็ ต้น
83 ภาพผเู้ รยี น
84 รวบรวมขอ้ มูลผเู้ รยี น ขอ้ มลู ความสามารถผู้เรยี น ความสามารถพน้ื ฐานของผู้เรียน ๑.๑ ความสามารถพน้ื ฐานทางดา้ นร่างกาย จดุ เดน่ จดุ ออ่ น ๑. เม่ือให้ผู้เรียนเคลื่อนย้ายตนเองภายในบ้าน ๑. เมื่อให้ผู้เรียนเคล่ือนย้ายตนเองภายในบ้าน ผเู้ รยี นสามารถเคล่อื นย้ายตัวด้วยการคบื ในท่านง่ั ผู้เรียนสามารถเคล่ือนย้ายตัวด้วยการคืบในท่านั่ง ในทา่ ท่ผี ิด (ทา่ W sitting) ๒. เมือ่ ใหผ้ ูเ้ รียนใช้มอื หยิบวัตถุ ผเู้ รยี นสามารถใช้ ๒. เมื่อให้ผู้เรียนใช้มือหยิบหรือจับวัตถุ ผู้เรียน ฝ่ามอื ในการเอ้ือม หยิบ จบั กา นา ปล่อยวัตถุได้ มักจะใช้มือขวา (ข้างถนัด) จับมากกว่ามือซ้าย ดว้ ยตนเอง เนื่องจากไม่มีความแข็งแรง ๓. เม่ือให้ผู้เรยี นควบคุมนา้ ลายไมใ่ ห้ไหลออกจาก ๓. เม่ือให้ผู้เรียนงับปากเพื่อควบคุมน้าลายไม่ให้ ปาก นกั เรียนสามารถงับปากและเชด็ นา้ ลายที่ไหล ไหลออกจากปาก นักเรียนไม่สามารถงับปากได้ ออกมาได้ ตลอดเวลา อาจเน่ืองจากภาวะปากแหว่งเพดาน โหว่ ๑.๒ ความสามารถพนื้ ฐานทางด้านอารมณ์ จติ ใจ จดุ เดน่ จดุ อ่อน ๑. ผู้เรียนสามารถแสดงความต้องการ โดยการพูด ๑. ผู้เรียนไม่สามารถพูดออกเสียงได้ชัด เนื่องจาก สอ่ื สารเป็นประโยคกบั ผอู้ ่ืนได้ ภาวะปากแหวง่ เพดานโหว่ ๒. ผู้เรยี นสามารถอยู่นง่ิ เพอื่ รอคอยได้ ๒. ผู้เรียนสามารถอยู่นิ่งเพ่ือรอคอยได้ และมักจะ ลม้ ตวั นอนกับพื้น ๑.๓ ความสามารถพนื้ ฐานทางด้านสงั คม จดุ เดน่ จดุ ออ่ น ๑. ผู้เรยี นสามารถรบั ประทานอาหาร โดยการหยิบ ๑. ผเู้ รยี นไมส่ ามารถใช้ชอ้ นในการตกั อาหารจาก อาหารเขา้ ปากไดเ้ อง ถ้วยแล้วนามาใสป่ ากของตนเองโดยไม่หกเลอะ เทอะได้ ๒. ผูเ้ รยี นสามารถทากจิ กรรมกลุ่มร่วมกับเพือ่ น ๒. ผ้เู รยี นสามารถเลน่ ของเล่นร่วมกับเพื่อนได้ แต่ หรือเลน่ ของเลน่ ร่วมกับเพ่อื นได้ มักจะหยบิ ของเลน่ ของเพ่ือน
85 รวบรวมขอ้ มลู ผ้เู รยี น ขอ้ มลู ความสามารถผู้เรยี น ๑.๔ ความสามารถพน้ื ฐานทางดา้ นสตปิ ญั ญา จดุ เดน่ จดุ อ่อน ผู้เรียนสามารถปฏิบัติตามคาส่ังได้ รู้จักตัวเลข สี ผูเ้ รยี นไม่สามารถอ่านออกเสียง และจับดินสอ รปู ร่าง ขนาด รปู ทรงต่างๆ ได้ เขยี นหนังสือได้ ๑.๕ ความสามารถพน้ื ฐานทางด้านทกั ษะจาเปน็ เฉพาะความพกิ าร จดุ เดน่ จดุ อ่อน ๑. ผู้เรียนสามารถนง่ั รถเข็นได้ ๑. ผู้เรียนไม่สามารถเคลื่อนย้ายตนเองเข้า-ออก รถเข็นนั่งได้ ๒. ผู้เรียนสามารถพลิกตะแคงซ้าย-ขวา ในท่า ๒. ผู้เรียนไม่สามารถอยู่ในท่านอนหงาย นอน นอนได้ คว่า และนอนตะแคงได้ถูกต้อง ๓. ผเู้ รียนสามารถนอนลงจากทา่ น่ังได้ ๓. ผู้เรียนไม่สามารถลุงขึ้นจากท่านอนไปท่านั่ง ได้
86 รวบรวมขอ้ มลู ผูเ้ รยี น กรอบการประเมนิ The Van Dijk Framework การรวบรวมขอ้ มูลผู้เรยี นตามกรอบการประเมิน The Van Dijk Framework for Assessment of Individuals who have Severe Multiple Disabilities ๑. การเขา้ ใกล-้ ถอนหนี (Approach-Withdrawal) การดปู ฏกิ ริ ยิ าของเด็กในการเผชญิ สง่ิ ใหม่ ประสบการณ์ บคุ คล/สถานท่ี ส่งิ ของ ความคดิ ๑.๑ อะไรทีเ่ ป็นตัวชบ้ี อกวา่ เด็กเขา้ ร่วม การให้ความร่วมมือในการทากิจกรรม ๑.๒ อะไรทเี่ ปน็ ตวั ชบ้ี อกว่าเด็กไมเ่ ขา้ รว่ ม ไม่สนใจ เมนิ เฉย ขยับตัวหนี ๑.๓ มีอะไรทีส่ งั เกตเห็นว่าจงู ใจเด็กบา้ ง เม่ือมสี งิ่ ทา่ นา่ สนใจ/เร้าใจ ๑.๔ อะไรท่ีสังเกตเหน็ วา่ เดก็ ไมส่ นใจ/หลีกหนี หันหนา้ มองไปทางอื่น บ้าง ๒. ชอ่ งทางการเรยี นรดู้ ้านประสาทการรับรู้ (Sensory Learning Channels) ๒.๑ เด็กรับขอ้ มูลได้โดยวิธใี ดบา้ ง ทางการมอง และการฟัง ๒.๒ เด็กตอบสนองต่อเสียงอย่างไร หันหาเสยี ง ตอบสนองด้วยการพดู ๒.๓ เดก็ ตอบสนองต่อส่งิ เร้าทางสายตาอยา่ งไร สายตาจอ้ งมองสิง่ เร้านน้ั ๒.๔ เดก็ ตอบสนองต่อการสัมผัสอย่างไร ใชม้ อื สัมผัสสิ่งของน้นั ดว้ ยการหยบิ จับ ๒.๕ เด็กใช้ประสาทสัมผัสมากกวา่ หนึ่งอย่างใน ใชป้ ระสาทสมั ผสั มากกวา่ หน่ึงอยา่ งโดยใชต้ า เวลาเดยี วกันหรือไม่ ประสานกับมือ ๒.๖ เด็กแสดงตัวช้แี นะการรว่ มหรอื ไมเ่ ข้าร่วมใน ใช่ การตอบสนองข้อมลู ทางประสาทสัมผัสเฉพาะ หรือไม่
87 รวบรวมขอ้ มลู ผูเ้ รยี น กรอบการประเมนิ The Van Dijk Framework ๓. สถานะทางชวี พฤตกิ รรม (Biobehavioral State) ชดุ ของสภาพการณด์ า้ นชวี พฤติกรรมและกายภาพตงั้ แตก่ ารนอนหลบั จนถงึ การตนื่ นอนและการร้อง ๓.๑ สภาพปัจจบุ นั ของเด็กคอื อะไร น่ังบนพื้นในท่า W sitting ข้อไหล่ ข้อมือ ข้อ สะโพก ข้อเข่า และข้อเท้าติดแข็ง เคลื่อนย้าย ตนเองด้วยการคืบคลาน ขับถ่ายราดกางเกงโดย ไม่บอกผู้ช่วยเหลือ น้าลายไหลมมุ ปาก มกั ไม่ช่วย สวมเสื้อและกางเกง ๓.๒ เดก็ สามารถควบคุม/เปล่ยี นสภาพของตนได้ ได้เปน็ บางอยา่ ง เช่น สามารถควบคมุ การไหล หรอื ไม่ ของน้าลาย สามารถพลิกตะแคงตัวได้ สามารถ รบั ประทานอาหารช้นิ เล็กโดยใช้มือหยิบเขา้ ปาก ได้ กลนื อาหารได้เอง ชว่ ยสวมเสอื้ ผ้า อาบน้า บอกผูช้ ่วยเหลอื เมื่อตอ้ งการขับถา่ ย ๓.๓ เดก็ ใชเ้ วลาในการต่ืนตวั มากน้อยแค่ไหน ทันที เมื่อสิ่งน้นั เปน็ สิ่งที่นา่ สนใจ เชน่ โทรศัพท์ ไปไร่กับมารดา เป็นต้น ๓.๔ มีช่วงกว้างของแต่ละสภาพเท่าใดท่ีเด็กแสดง ผูเ้ รยี นจะมองก่อนทจ่ี ะมีการเปลย่ี นแปลงสภาพ ใหเ้ หน็ และมีแบบแผนการเปลย่ี นแปลงอะไร ระหวา่ งสภาพ ๓.๕ มตี ัวแปรอะไรบ้างทกี่ ระทบต่อสภาพเดก็ ไม่แน่ใจ ๔. การตอบสนองปฏิกริ ยิ าตอบสนองของรา่ งกายในสภาพแวดลอ้ ม (Orienting Response) ๔.๑ มปี จั จยั อะไรบ้างทที่ าให้เด็กการตอบสนอง เมือ่ ส่ิงนั้นเปน็ สิง่ ท่ีนา่ สนใจ และโทรศพั ท์ ไปในทิศทางนน้ั ไดช้ ดั แจ้ง ๔.๒ เดก็ แสดงการตอบสนองต่อทิศทางออก หันหาเสยี ง การพดู ตอบโต้ อย่างไร ๔.๓ ประสาทการรับรชู้ ่องทางใดที่ปรากฏ การพดู การมอง การฟงั และการสมั ผสั เช่ือมโยงกับการตอบสนอง (ข้อมูลประสาทการ รับร้ทู ี่กระตนุ้ ให้มีการตอบสนองและประสาทการ รบั รูท้ ีใ่ ชป้ ระโยชน์)
88 รวบรวมขอ้ มูลผูเ้ รยี น กรอบการประเมนิ The Van Dijk Framework ๕. ความจา (Memory) ใช่ ๕.๑ เด็กใช้/คนุ้ กบั ส่งิ เรา้ ท่ีคุน้ ชินหรอื ไม่ ไมใ่ ชเ้ วลานาน ๕.๒ การนาเสนอสิ่งเร้าจาเป็นตอ้ งใช้เวลานาน หรือก่ีคร้ังก่อนทเ่ี ด็กจะคุ้นชิน เขา้ รว่ ม ๕.๓ เด็กเข้าร่วมอกี ครั้งไหมเม่ือเปลย่ี นแปลง ลกั ษณะของสิง่ เรา้ แตกตา่ ง กจิ กรรมที่สนใจจะให้ความรว่ มมอื ใน ๕.๔ การตอบสองแตกตา่ งไปหรอื ไม่ การรว่ มกิจกรรม กิจกรรมทไ่ี ม่สนใจจะเมนิ เฉย มองไปทางอื่น ๕.๕ เด็กแสดงการตองสนองแตกต่างหรือไม่กับ ไม่แตกตา่ ง บุคคลท่ีคยุ้ เคยและไม่คุ้นเคย ๕.๕ เด็กแสดงการรับรู้หรือไม่ว่าสิ่งของน้นั ยงั อยู่ แสดงการรับรู้ แมจ้ ะไม่อยู่ในสายตาตอนนนั้ ๕.๖ เดก็ เช่อื มโยงเหตกุ ารณ์ท่ีกาลังเผชญิ กับสงิ่ ที่ สามารถเช่ือมโยงเหตุการณ์ได้ ตามมาไหม ๕.๗ เดก็ แสดงการคาดเดาต่อส่งิ /เหตุการณท์ ่ี สามารถคาดเดาเหตุการณไ์ ด้ กาลังเผชญิ หรอื ไม่ ๕.๘ เด็กแสดงอาการหรอื ไมเ่ มือ่ สิง่ ทีเ่ กดิ ใหม่ไม่ สามารถแสดงอาการได้ ตรงกบั ความคาดหวัง ๕.๙ เด็กสามารถเรียนรู้กิจวัตรงา่ ย ๆ ไดห้ รอื ไม่ ได้ เช่น การรบั ประทานอาหาร อาบน้า ขับถ่าย ๕.๑๐ กจิ วัตรท่ใี ห้เด็กเรียนรจู้ าได้ไหม ได้ ๖. ปฏสิ มั พนั ธท์ างสงั คม (Social Interactions) ๖.๑ เดก็ หนั ไปหาบคุ คลหรือไม่ หัน ๖.๒ เดก็ แสดงความผูกพนั ว่ามีความปลอดภยั กับ ใช่ จะขยบั ตัวหาบุคคลในครอบครวั บคุ คลสาคัญในชวี ิตของเขา/เธอหรอื ไม่ ๖.๓ เดก็ มีสว่ นรว่ มในการผลัดเปลี่ยนกนั เมื่อเร่ิมมี มี ปฏิสมั พันธห์ รือไม่ ๖.๔ เดก็ มีสว่ นร่วมในการผลัดเปล่ียนกันเมื่อคน มี อน่ื เรมิ่ ปฏิสัมพนั ธ์หรือไม่ ๖.๕ เดก็ ผลดั เปล่ยี นกีร่ อบก่อนที่จะไมร่ ่วม ประมาณ ๒ คร้ัง หรือเม่ือเริม่ เบอ่ื หนา่ ย ๖.๖ เด็กเพม่ิ การผลดั เปลยี่ นการมีปฏิสัมพนั ธม์ าก ใช่ ขน้ึ เพอ่ื ตอบสนองต่อปฏิสัมพันธ์ของคหู่ รือไม่
89 รวบรวมขอ้ มูลผเู้ รยี น กรอบการประเมนิ The Van Dijk Framework ๗. การสอื่ สาร (Communication) แสดงความตง้ั ใจในการส่ือสารทางดว้ ยการพดู ๗.๑ เด็กแสดงใหเ้ หน็ ความตง้ั ใจในการสื่อสาร สอดคล้องกัน ผ่านการใชง้ านของสญั ญาณ การเปลง่ เสียง ไมแ่ ตกตา่ งกัน เชน่ เมอื่ ปฏิเสธจะพดู ว่าไม่ และ ท่าทาง ฯลฯ หรอื ไม่ อธบิ ายการส่ือสารทีใ่ ช้ สา่ ยหนา้ เลือกดว้ ยตนเอง ๗.๒ เดก็ ใชส้ ญั ญาณอย่างสอดคลอ้ งกนั หรือไม่ ใช้ ๗.๓ เด็กใชก้ ารสอ่ื สารแตกต่างกันหรอื ไม่ อธบิ าย ไม่ใช้ การส่อื สารและความความหมายทีน่ า่ จะเป็น ใช่ แตม่ ักจะส่ือสารด้ายการพูด ๗.๔ เมอื่ นาเสนอตวั เลือกเดก็ ตดั สินใจเลือก หรอื ไม่ ไม่ เดก็ สามารถพูดได้ ๗.๕ เดก็ ใชท้ า่ ทางเหมือนบุคคลทวั่ ไปใช้หรือไม่ ๗.๖ เดก็ สามารถใช้ของหนงึ่ อย่างหรือสญั ลักษณ์ แทนกจิ กรรมหรือวตั ถหุ รือไม่ ๗.๗ เดก็ แสดงให้เหน็ ความเข้าใจในการส่ือสาร โดยใช้สัญลกั ษณ์หรอื ไม่ (การได้ยิน ภาพ หรอื การสัมผสั ) ๗.๘ เด็กใชก้ ารสอื่ สารทางสญั ลกั ษณห์ รือไม่ อธบิ าย ๘. การแกป้ ญั หา (Problem solving) แสดง ๘.๑ เด็กแสดงใหเ้ หน็ สาเหตแุ ละผลกระทบ หรอื ไม่ แสดง ๘.๒ เด็กแสดงความเข้าใจในวิธีการ/จดุ ส้นิ สดุ แสดง หรือการใช้ขัน้ ตอนกลางเพื่อแก้ปญั หาหรือไม่ ๘.๓ เด็กแสดงความเข้าใจในหนา้ ทีข่ องวัตถุทวั่ ไป ไม่แน่ใจ หรอื ไม่ ให้ความสนใจเม่ือดูโทรศัพท์อยา่ งตงั้ ใจ หรอื ไป เลน่ ดินทรายได้ตลอดทั้งวัน ๘.๔ เดก็ มวี ธิ ีการแกป้ ัญหาอย่างไร ๘.๕ เดก็ รกั ษาความสนใจและคงอยู่กับสิง่ นนั้ หรือไม่
90 รวบรวมขอ้ มลู ผเู้ รยี น กรอบแนวคดิ ตามระบบนเิ วศวทิ ยา (Ecological Framework) ๒. กรอบแนวคดิ ตามระบบนเิ วศวิทยา (Ecological Framework) ๒.๑ ดา้ นสภาพแวดลอ้ มของผเู้ รยี น (Microsystem) บคุ คลภายในครอบครวั ทผ่ี เู้ รยี นไวว้ างใจ พอ่ อ๊อด เป็นผู้ดูแลหลักและเป็นผู้ท่ีนักเรียนไว้ใจมากที่สุด เป็นผู้เคลื่อนย้ายนักเรียน ขึ้น-ลง บ้าน ดูแลกิจวัตรประจาวันท้ังหมดในทุกวันให้กับนักเรียน ได้แก่ การทาความสะอาด เปล่ียน เสอ้ื ผ้า จดั เตรียมอาหาร ก่อนไปทางาน แม่บึ้ง เป็นคนที่นักเรียนไว้ใจมากที่สุดพอกับพ่ออ๊อด ส่วนใหญ่จะสนใจทางาน มากกวา่ ดูแลบตุ ร และมีหน้าท่ีดแู ลหลานชายอีกคน ยา่ เป็นคนที่นักเรียนไว้ใจมากท่ีสุดรองจากพ่อและแม่ ดูแลนักเรียนเม่ือพ่อกับแม่ไป ทางาน ป้อนขา้ ว เชด็ ปสั สาวะ อุจาระ และเปล่ยี นเสอ้ื ผ้าให้ผเู้ รียน ปู่ เป็นคนท่ีนักเรียนไว้ใจมากท่ีสุดรองจากย่า เลน่ และดแู ลนกั เรยี นเม่ือพ่อกับแม่ไป ทางาน ลกั ษณะทอ่ี ยอู่ าศยั (หอ้ งอะไรบ้าง / ความสะอาด) บ้านสองชั้น ด้านบนบ้านเป็นห้องนอน ห้องครัว ห้องน้า และมีระเบียงหน้าบ้าน ด้านล่างบ้านเป็นลานไว้สาหรับน่ังเล่น มีห้องน้า และท่ีจอดรถยนต์ ผู้เรียนมักจะนั่งระเบียงหน้าบ้าน ชั้นบนหรือลานนั่งเล่นด้านล่าง ซ่ึงผู้เรียนและครอบครัวจะใช้พื้นที่บริเวณลานด้านล่างเป็นที่ทา กิจกรรมในครอบครัว บริเวณบ้านของผู้เรียนทั้งด้านในและด้านนอกมีความสะอาดเรียบร้อยปาน กลาง มอี ากาศถา่ ยเทไดด้ ี ลกั ษณะหอ้ งนา้ (ระบรุ ายละเอยี ด) ห้องน้าอยู่ในตัวบ้านมีพ้ืนราบเอียงสามารถใช้รถเข็นเข้าได้ ด้านบนเป็นห้องน้า ๑ ห้อง ห้องอาบน้า ๑ ห้อง พื้นห้องน้าเป็นปูนเรียบ ด้านล่างเป็นห้องน้า ๑ ห้อง ประกอบด้วยสุขภัณฑ์ เปน็ โถส้วมสาหรบั ขับถา่ ย มฝี กั บวั มอี ่างน้าและขนั น้า ลกั ษณะหอ้ งนอน (ระบุรายละเอียด) ห้องนอนอยู่ช้ันบนบ้าน มีหน้าต่างระบายอากาศถ่ายเทได้สะดวก มีการจัดวางของท่ี เป็นระเบยี บ พน้ื ทใี่ นการฝกึ /ทากจิ กรรมกับผเู้ รยี น (ระบรุ ายละเอียด) พ้ืนท่ีในการทากิจกรรมของครอบครัวอยู่ลานด้านล่าง เป็นพื้นปูด้วยกระเบื้อง และ ด้านบนบ้านบริเวณระเบียงหน้าบ้านและห้องโถงช้ันบนบ้าน มีมุมของเล่น และโทรทัศน์ เพื่อทา กิจกรรมนันทนาการในครอบครัว
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386