Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีปรับปรุง-2563-โรงเรียนบ้านเขาเทียมป่า (1)

หลักสูตรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีปรับปรุง-2563-โรงเรียนบ้านเขาเทียมป่า (1)

Published by วรชนันท์ กราบบุญมา, 2022-08-28 06:55:16

Description: หลักสูตรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีปรับปรุง-2563-โรงเรียนบ้านเขาเทียมป่า (1)

Search

Read the Text Version

สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ๑๐๒ งปัญหา เชน่ การคน้ หาเลขหนา้ ที่ สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถ่ิน หเ้ รว็ ทสี่ ดุ , การทายเลข ๐๐๐,๐๐๐ โดยตอบให้ถูกภายใน ๒๐ - การคำนวณเวลาในการเดินทาง โดย ะยะทาง เวลา จดุ หยุดพัก กแบบโปรแกรมสามารถทำได้โดย นขอ้ ความ หรอื ผังงาน กแบบและเขียนโปรแกรมที่มกี ารใชต้ ัว วนซำ้ การตรวจสอบเงือ่ นไข – หากมี าดให้ตรวจสอบการทำงาน ทลี ะคำสง่ั ดทที่ ำใหผ้ ลลัพธไ์ ม่ถูกต้อง ให้ทำการ กวา่ จะไดผ้ ลลพั ธ์ที่ถูกต้อง ตรวจหาข้อผิดพลาดจากโปรแกรมของ วยพฒั นาทักษะการหาสาเหตขุ อง ดยี ง่ิ ขึ้น งปัญหา เช่น โปรแกรมเกม โปรแกรม ร.น เกมฝึกพิมพ์ วรท์ ่ีใชใ้ นการเขยี นโปรแกรม เชน่ logo

รหสั ตัวชี้วดั ตวั ชีว้ ดั ว ๔.๒ ป ๖/๓ ๓. ใชอ้ ินเทอรเ์ นต็ ในการคน้ หาข้อมลู อย่างมี - การค้นห ว ๔.๒ ป ๖/๔ ประสทิ ธิภาพ ข้อมูลที่ไ รวดเร็วจา และขอ้ มูล – การใช้เ ตัวดำเนิน ชนิดของไฟ - การจัด โปรแกรมค - การเรีย กบั วิชาภา ๔. ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศทำงานร่วมกนั อย่าง - อนั ตราย ปลอดภัย เข้าใจสิทธแิ ละหนา้ ทข่ี องตน เคารพ อนิ เทอร์เน ในสทิ ธขิ องผู้อ่นื แจง้ ผเู้ กี่ยวข้องเมื่อพบขอ้ มลู - วิธีกำหน หรือบุคคลที่ไม่เหมาะสม - การกำห เขา้ ถึง) - แนวทาง อันตราย อนิ เทอร์เน

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ๑๐๓ หาอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ เปน็ การคน้ หา ได้ตรงตามความต้องการในเวลาท่ี สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถ่ิน ากแหล่งข้อมูลทีน่ ่าเชื่อถือหลายแหล่ง - ล มคี วามสอดคล้องกัน เทคนิคการค้นหาขั้นสูง เช่น การใช้ - นการ การระบุรูปแบบของข้อมูล หรือ ฟล์ ดลำดับผลลัพธ์จากกาค้นหาของ ค้นหา ยบเรียง สรุปสำระสำคัญ (บูรณาการ าษาไทย) ยจากการใชง้ านและอาชญากรรม ทาง น็ต แนวทางในการป้องกัน นดรหัสผา่ น หนดสิทธิ์การใช้งาน (สิทธิ์ในการ งการตรวจสอบและป้องกันมัลแวร์ – จากการติดตั้งซอฟต์แวร์ที่อยู่บน นต็

๑๐๖ สว่ นท่ี ๒ โครงสรา้ งหลักสตู รสถานศึกษา โรงเรียนบา้ นเขาเทยี มป่า เปน็ โรงเรยี นจดั การเรียนการสอนต้ังแตช่ น้ั อนบุ าลปที ี่ ๑ ถึง ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๖ ในการจดั ทำหลักสตู รสถานศึกษากลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และ เทคโนโลยี (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๓ ) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ น้นั โรงเรียนไดด้ ำเนินการจดั ทำหลกั สตู รสถานศึกษาขั้นพนื้ ฐาน โดยได้กำหนดรายละเอียด ของรหสั วิชา ชือ่ วิชา และโครงสร้างรายวิชากลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของ โรงเรียนบา้ นเขาเทียมป่า ไวด้ ังนี้

๑๐๗ โครงสรา้ งหลักสตู รโรงเรยี นบา้ นเขาเทยี มปา่ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ โครงสร้างหลักสตู รเวลาเรียนโรงเรียนบ้านเขาเทียมป่า กลุ่มสาระการเรยี นรู้/ กจิ กรรม เวลาเรยี น(ช่ัวโมง/ปี) ป. ๖ ระดับประถมศึกษา  กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ๑๖๐ ภาษาไทย ๑๖๐ คณิตศาสตร์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๘๐ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๘๐ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๔๐ ประวตั ิศาสตร์ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ศิลปะ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ การงานอาชีพ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ภาษาต่างประเทศ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๔๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๘๐ ๘๐ รวมเวลาเรยี น (พ้นื ฐาน) ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๔๐  รายวชิ าเพิ่มเตมิ - ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ หน้าที่พลเมอื ง ๔๐ ภาษาตา่ งประเทศ ๘๐ ๘๐ ๘๐ - - ๑๒๐ อาเซียน ๑๒๐ ตา้ นทุจริตศกึ ษา - - - ๔๐ ๔๐ ๔๐ รวมเวลาเรียน (เพ่มิ เติม)  กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๓๐ กจิ กรรมแนะแนว ๔๐ กจิ กรรมนกั เรยี น ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๐ - กิจกรรมลกู เสอื /เนตรนารี - ชมุ นุม ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ รวมเวลาเรียนท้ังหมด ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑,๐๘๐ ชัว่ โมง/ปี

๑๐๘ จำนวนชั่วโมงที่จัดให้นักเรียนระดับประถมศึกษา ( ป.๑-ป.๓ ) เรียนทั้งปี เท่ากับ ๑,๑๒๐ ชั่วโมง ระดบั ชนั้ ประถมศึกษา ( ป.๔-ป.๖ ) เท่ากับ ๑,๐๘๐ ชวั่ โมง แผนการเรียนรู/้ จุดเน้นการพัฒนา ผเู้ รยี นที่ตอ้ งการเนน้ เปน็ พิเศษ คอื กลุม่ สาระการเรยี นรู้ทักษะภาษาไทย คณิตศาสตร์ เพ่ือพัฒนาการ อ่านออก เขียนได้ ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ คิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดสร้างสรรคท์ ีด่ ี มปี ระโยชน์ มคี วามสนใจใฝ่รใู้ ฝ่เรียน โดยจัด การเรยี นการสอนและวดั ผลประเมินผลเป็นรายปี สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ นั้น จากการประเมินผลระดับโรงเรียน ระดับ ท้องถิ่น และระดับชาติ คณะกรรมการบริหารหลักสูตร คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีมติ ร่วมกันใหจ้ ดั ทำโครงการสอนเสริมประสบการณ์พิเศษเพ่ือเพิ่มศกั ยภาพนักเรียน จำนวนชั่วโมง ๑๒๐ ชั่วโมง ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ -๖ โดยไม่นำคะแนนและระดับผลการเรียน ในรายวิชาสอน เสริมไปคิดรวมและตัดสินการเลื่อนชั้นของนักเรียน ในโครงสร้างของหลักสูตรโรงเรียนบ้านเขาเทียม ป่า พ.ศ. ๒๕๖๓ มีรายวชิ าและจำนวนชว่ั โมงดงั นี้ โครงการสอนเสรมิ ประสบการณ์พิเศษเพื่อเพิ่มศักยภาพนักเรยี น ชัน้ ป.๑-๓ จำนวน ๓ ชั่วโมง / สัปดาห์ ๑. วิชา ภาษาไทย จำนวน ๑ ชัว่ โมง ๑ ชว่ั โมง ๒. วิชา คณิตศาสตร์ จำนวน ๑ ชั่วโมง ๓. วชิ า ภาษาองั กฤษ จำนวน ๑ ชั่วโมง ๑ ชัว่ โมง โครงการสอนเสริมประสบการณ์พิเศษเพ่อื เพ่ิมศักยภาพนักเรยี น ๑ ชวั่ โมง ชน้ั ป.๔-๖ จำนวน ๓ ชัว่ โมง / สัปดาห์ ๑. วิชา ภาษาไทย จำนวน ๒. วิชา คณิตศาสตร์ จำนวน ๓. วิชา วทิ ยาศาสตร์ จำนวน โครงสรา้ งหลักสตู รช้ันปี เป็นโครงสรา้ งทแ่ี สดงรายละเอยี ดเวลาเรยี นของรายวิชาพนื้ ฐาน รายวิชา / กิจกรรมเพิม่ เติมและกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี นในแต่ละชนั้ ปี

๑๐๙ โครงสร้างหลกั สตู รชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ โรงเรยี นบ้านเขาเทียมปา่ รหสั กล่มุ สาระการเรียนร/ู้ กจิ กรรม เวลาเรยี น (ชม./ปี) รายวชิ าพ้ืนฐาน (๘๔๐) ๒๐๐ ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ๒๐๐ ค ๑๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๑ ๘๐ ๘๐ ว ๑๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑ ๔๐ ๔๐ ส ๑๑๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๑ ๔๐ ๔๐ ส ๑๑๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๑ ๑๒๐ ๑๖๐ พ ๑๑๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๑ ๔๐ ๔๐ ศ ๑๑๑๐๑ ศิลปะ ๑ ๘๐ (๑๒๐) ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชพี ๑ ๔๐ อ ๑๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๑ ๓๐ ๔๐ รายวชิ าเพมิ่ เติม ๑๐ ส ๑๑๒๐๑ หนา้ ทีพ่ ลเมือง ๑,๑๒๐ ส ๑๑๒๐๒ ตา้ นทจุ ริตศกึ ษา ๑ อ ๑๑๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร ๑ กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน แนะแนว กจิ กรรมนกั เรียน • ลกู เสือ เนตรนารี • ชมุ นุม กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ ๑ รวม โครงการสอนเสริมประสบการณ์พิเศษเพ่ือเพิ่มศกั ยภาพนักเรียน ชั้น ป.๑ - ๓ จำนวน ๓ ชัว่ โมง / สัปดาห์ ๔. วชิ า ภาษาไทย จำนวน ๑ ชัว่ โมง ๕. วิชา คณติ ศาสตร์ จำนวน ๑ ชว่ั โมง ๖. วชิ า อังกฤษ จำนวน ๑ ชว่ั โมง

๑๑๐ โครงสร้างหลกั สูตรชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ โรงเรียนบ้านเขาเทยี มป่า รหัส กล่มุ สาระการเรยี นรู/้ กิจกรรม เวลาเรยี น (ชม./ป)ี รายวชิ าพ้ืนฐาน (๘๔๐) ๒๐๐ ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ ๒๐๐ ค ๑๒๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๒ ๘๐ ๘๐ ว ๑๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒ ๔๐ ๔๐ ส ๑๒๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๒ ๔๐ ๔๐ ส ๑๒๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๒ ๑๒๐ ๑๖๐ พ ๑๒๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๒ ๔๐ ๔๐ ศ ๑๒๑๐๑ ศิลปะ ๒ ๘๐ (๑๒๐) ง ๑๒๑๐๑ การงานอาชพี ๒ ๔๐ อ ๑๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๒ ๓๐ ๔๐ รายวชิ าเพมิ่ เติม ๑๐ ส ๑๒๒๐๑ หน้าทพ่ี ลเมือง ๑,๑๒๐ ส ๑๒๒๐๒ ตา้ นทจุ รติ ศึกษา ๒ ๑ ชัว่ โมง ๑ ช่วั โมง อ ๑๒๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพื่อการส่ือสาร ๒ ๑ ชั่วโมง กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน แนะแนว กจิ กรรมนักเรยี น • ลกู เสือ เนตรนารี • ชมุ นมุ กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณะประโยชน์ ๒ รวม โครงการสอนเสริมประสบการณ์พิเศษเพอ่ื เพิ่มศกั ยภาพนักเรียน ชน้ั ป.๑ - ๓ จำนวน ๓ ชัว่ โมง / สัปดาห์ ๑. วิชา ภาษาไทย จำนวน ๒. วชิ า คณติ ศาสตร์ จำนวน ๓. วิชา องั กฤษ จำนวน

๑๑๑ โครงสร้างหลกั สตู รช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓ โรงเรียนบา้ นเขาเทยี มปา่ รหสั กลุม่ สาระการเรยี นรู้/กิจกรรม เวลาเรยี น (ชม./ปี) รายวชิ าพน้ื ฐาน (๘๔๐) ๒๐๐ ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ ๒๐๐ ค ๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๓ ๘๐ ๘๐ ว ๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๓ ๔๐ ๔๐ ส ๑๓๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๓ ๔๐ ๔๐ ส ๑๓๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๓ ๑๒๐ ๑๖๐ พ ๑๓๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๓ ๔๐ ๔๐ ศ ๑๓๑๐๑ ศลิ ปะ ๓ ๘๐ (๑๒๐) ง ๑๓๑๐๑ การงานอาชพี ๓ ๔๐ อ ๑๓๑๐๓ ภาษาอังกฤษ ๓ ๓๐ ๔๐ รายวิชาเพ่ิมเติม ๑๐ ส ๑๓๒๐๑ หน้าทพ่ี ลเมือง ๑,๑๒๐ ส ๑๓๒๐๒ ตา้ นทุจริตศึกษา ๓ ๑ ชั่วโมง ๑ ชั่วโมง อ ๑๓๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร ๓ ๑ ชวั่ โมง กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน แนะแนว กจิ กรรมนกั เรียน • ลูกเสือ เนตรนารี • ชมุ นุม กิจกรรมเพ่อื สังคมและสาธารณะประโยชน์ ๓ รวม โครงการสอนเสรมิ ประสบการณพ์ เิ ศษเพื่อเพมิ่ ศักยภาพนักเรยี น ช้ัน ป.๑ - ๓ จำนวน ๓ ชัว่ โมง / สัปดาห์ ๑. วิชา ภาษาไทย จำนวน ๒. วชิ า คณติ ศาสตร์ จำนวน ๓. วชิ า อังกฤษ จำนวน

๑๑๒ โครงสรา้ งหลกั สูตรชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๔ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ โรงเรยี นบา้ นเขาเทยี มป่า รหัส กลมุ่ สาระการเรยี นรู้/กิจกรรม เวลาเรยี น (ชม./ป)ี รายวิชาพ้นื ฐาน (๘๔๐) ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ ๑๖๐ ค ๑๔๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๔ ๑๖๐ ว ๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔ ๘๐ ส ๑๔๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๔ ๘๐ ส ๑๔๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๔ ๔๐ พ ๑๔๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๔ ๘๐ ศ ๑๔๑๐๑ ศลิ ปะ ๔ ๘๐ ง ๑๔๑๐๑ การงานอาชีพ ๔ ๘๐ อ ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔ ๘๐ รายวิชาเพมิ่ เติม ๑๒๐ ส ๑๔๒๐๑ หนา้ ทพ่ี ลเมือง ๔ ๔๐ ส ๑๔๒๐๒ ต้านทุจรติ ศึกษา ๔ ๔๐ ส ๑๔๒๐๓ อาเซยี นศึกษา ๑ ๔๐ กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียน (๑๒๐) แนะแนว ๔๐ กจิ กรรมนักเรียน • ลูกเสอื เนตรนารี ๓๐ • ชมุ นุม ๔๐ กิจกรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณะประโยชน์ ๔ ๑๐ รวม ๑,๐๘๐ โครงการสอนเสรมิ ประสบการณพ์ เิ ศษเพ่อื เพม่ิ ศักยภาพนักเรียน ช้ัน ป.๔-๖ จำนวน ๓ ชวั่ โมง / สปั ดาห์ ๑. วชิ า ภาษาไทยคดิ วิเคราะห์ จำนวน ๑ ชั่วโมง ๒. วิชา คณิตศาสตร์ จำนวน ๑ ชว่ั โมง ๓. วชิ า วิทยาศาสตร์ จำนวน ๑ ชัว่ โมง

๑๑๓ โครงสรา้ งหลกั สูตรชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ โรงเรยี นบา้ นเขาเทยี มป่า รหัส กลมุ่ สาระการเรยี นรู้/กิจกรรม เวลาเรยี น (ชม./ป)ี รายวิชาพ้นื ฐาน (๘๔๐) ๑๖๐ ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ ๑๖๐ ค ๑๕๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๕ ๘๐ ๘๐ ว ๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๕ ๔๐ ๘๐ ส ๑๕๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๕ ๘๐ ๘๐ ส ๑๕๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๕ ๘๐ ๑๒๐ พ ๑๕๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๕ ๔๐ ๔๐ ศ ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ ๕ ๔๐ (๑๒๐) ง ๑๕๑๐๑ การงานอาชีพ ๕ ๔๐ อ ๑๕๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔ ๓๐ ๔๐ รายวิชาเพมิ่ เติม ๑๐ ส ๑๕๑๐๓ หนา้ ทพ่ี ลเมือง ๕ ๑,๐๘๐ ส ๑๕๒๐๒ ต้านทุจรติ ศึกษา ๕ ๑ ชั่วโมง ๑ ชว่ั โมง ส ๑๕๒๐๓ อาเซยี นศึกษา ๒ ๑ ชัว่ โมง กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียน แนะแนว กจิ กรรมนักเรียน • ลูกเสอื เนตรนารี • ชมุ นุม กิจกรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณะประโยชน์ ๕ รวม โครงการสอนเสรมิ ประสบการณพ์ เิ ศษเพ่อื เพม่ิ ศักยภาพนักเรียน ช้ัน ป.๔-๖ จำนวน ๓ ชวั่ โมง / สปั ดาห์ ๑. วชิ า ภาษาไทยคดิ วิเคราะห์ จำนวน ๒. วิชา คณิตศาสตร์ จำนวน ๓. วชิ า วิทยาศาสตร์ จำนวน

๑๑๔ โครงสร้างหลักสูตรช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๖ ปีการศึกษา ๒๕๖๓ โรงเรียนบา้ นเขาเทยี มป่า รหัส กลุ่มสาระการเรยี นร/ู้ กจิ กรรม เวลาเรยี น (ชม./ปี) รายวชิ าพ้นื ฐาน (๘๔๐) ๑๖๐ ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ ๑๖๐ ค ๑๖๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๖ ๘๐ ๘๐ ว ๑๖๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๖ ๔๐ ๘๐ ส ๑๖๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๖ ๘๐ ๘๐ ส ๑๖๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๖ ๘๐ ๑๒๐ พ ๑๖๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๖ ๔๐ ๔๐ ศ ๑๖๑๐๑ ศลิ ปะ ๖ ๔๐ (๑๒๐) ง ๑๖๑๐๑ การงานอาชพี ๖ ๔๐ อ ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๖ ๓๐ ๔๐ รายวิชาเพิม่ เติม ๑๐ ส ๑๖๑๐๓ หน้าท่พี ลเมือง ๖ ๑,๐๘๐ ส ๑๖๒๐๒ ตา้ นทุจรติ ศกึ ษา ๑ ๑ ชั่วโมง ๑ ชั่วโมง ส ๑๖๒๐๓ อาเซียน ๓ ๑ ชวั่ โมง กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น แนะแนว กิจกรรมนักเรียน • ลูกเสอื เนตรนารี • ชุมนุม กจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณะประโยชน์ ๖ รวม โครงการสอนเสรมิ ประสบการณ์พเิ ศษเพ่ือเพมิ่ ศักยภาพนักเรยี น ชัน้ ป.๔ - ๖ จำนวน ๓ ชว่ั โมง / สัปดาห์ ๑. วิชา ภาษาไทยคิดวเิ คราะห์ จำนวน ๒. วชิ า คณิตศาสตร์ จำนวน ๓. วิชา วทิ ยาศาสตร์ จำนวน

๑๑๕ โครงสร้างหลักสูตร ระดบั ประถมศกึ ษา ปที ่ี ๑- ๖ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ วชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑ รหสั วชิ า ว๑๑๑๐๑ ๒ ช่ัวโมง/สัปดาห์ ๑๒๐ ช่วั โมง/ปี ประกอบด้วย วิทยาศาสตร์ ๑.๕ ชั่วโมง/สปั ดาห์ ๖๐ ชว่ั โมง/ปี วิทยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี ๐.๕ ชั่วโมง/สปั ดาห์ ๒๐ ชว่ั โมง/ปี ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๒ วิชาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒ รหสั วชิ า ว๑๒๑๐๑ ๒ ชว่ั โมง/สปั ดาห์ ๘๐ ชัว่ โมง/ปี ประกอบดว้ ย วทิ ยาศาสตร์ ๑.๕ ชวั่ โมง/สปั ดาห์ ๖๐ ช่ัวโมง/ปี วทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยี ๐.๕ ชว่ั โมง/สัปดาห์ ๒๐ ชว่ั โมง/ปี ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๓ วิชาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๓ รหัสวิชา ว๑๓๑๐๑ ๒ ชวั่ โมง/สปั ดาห์ ๘๐ ชั่วโมง/ปี ประกอบดว้ ย วิทยาศาสตร์ ๑.๕ ชว่ั โมง/สัปดาห์ ๖๐ ชั่วโมง/ปี วทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยี ๐.๕ ชั่วโมง/สปั ดาห์ ๒๐ ชว่ั โมง/ปี ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๔ วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔ รหสั วชิ า ว๑๔๑๐๑ ๒ ชว่ั โมง/สปั ดาห์ ๘๐๐ ชัว่ โมง/ปี ประกอบด้วย วทิ ยาศาสตร์ ๑ ช่ัวโมง/สัปดาห์ ๔๐ ชั่วโมง/ปี วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ๑ ชว่ั โมง/สปั ดาห์ ๔๐ ชว่ั โมง/ปี ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ วชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๕ รหัสวิชา ว๑๕๑๐๑ ๒ ชัว่ โมง/สปั ดาห์ ๑๒๐ ชว่ั โมง/ปี ประกอบด้วย วทิ ยาศาสตร์ ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์ ๔๐ ช่วั โมง/ปี วิทยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี ๑ ชั่วโมง/สปั ดาห์ ๔๐ ชว่ั โมง/ปี ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ วิชาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๖ รหัสวชิ า ว๑๖๑๐๑ ๒ ชว่ั โมง/สัปดาห์ ๘๐ ชวั่ โมง/ปี ประกอบดว้ ย วิทยาศาสตร์ ๑ ชว่ั โมง/สัปดาห์ ๔๐ ชัว่ โมง/ปี วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี ๑ ชวั่ โมง/สัปดาห์ ๔๐ ชั่วโมง/ปี

๑๑๖ โครงสรา้ งรายวชิ า รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๑ รหสั วิชา ว๑๑๑๐๑ เวลา ๖๐ ชวั่ โมง / ปี วทิ ยาศาสตร์ ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ รหัสตัวชี้วัด จำนวน น้ำหนกั คะแนน (ช่ัวโมง) ๑๐ หนว่ ยท่ี ๑ การเรยี นรู้ส่งิ ต่างๆรอบตัว บรู ณาการ ๑๐ ๑๕ - เรียนรแู้ บบนักวิทยาศาสตร์ (การสบื เสาะหาความรู้) และทักษะทางวิทยาศาสตร์ ๑๐ - เรียนรแู้ บบนักวิทยาศาสตร์ (การสงั เกตและการลง ๑๕ ความเหน็ จากข้อมลู ) ๑๐ - เรยี นรแู้ บบนกั วิทยาศาสตร์ (การจำแนกประเภท) ๑๐ ๗๐ - เรียนร้แู บบนกั วิทยาศาสตร์ (การพยากรณ์) หนว่ ยที่ ๒ ตัวเรา สัตว์ และพืชรอบตวั ว๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒ ๒๐ - รา่ งกายของเรา ว๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒ - สตั วแ์ ละพืชรอบตัวเรา สอบปลายภาคเรยี นท่ี ๑ ๓๐ หนว่ ยที่ ๓ สิง่ ต่างๆรอบตัวเรา ว๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒ ๒๐ - วสั ดรุ อบตัวเรา (วัตถุ และวัสด)ุ ว๒.๓ ป.๑/๑ ๑๐ ๓๐ - วสั ดรุ อบตวั เรา (วัสดุในชวี ิตประจำวนั ) ๖๐ - เสยี งในชวี ิตประจำวัน หนว่ ยที่ ๔ โลกและทอ้ งฟ้าของเรา ว ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒ - หนิ ว ๓.๒ ป.๑/๑ - ทอ้ งฟา้ และดวงดาว สอบปลายภาคเรียนที่ ๒ รวม ๑๐

๑๑๗ โครงสร้างรายวิชา รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๑ รหสั วชิ า ว๑๑๑๐๑ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง / ปี วทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ช่อื หน่วยการเรียนรู้ รหสั ตวั ช้ีวัด จำนวน(ชัว่ โมง) นำ้ หนักคะแนน บทท่ี ว๔.๒ ป.๑/๑ ๒ ๒ ๑ โป้ง ก้อย และอิ่ม ๒ ๒ ๒ ๒ - การเปรยี บเทยี บความเหมือน ๒ ๒ ๒ ๒ - การเปรยี บเทียบความแตกต่าง ๑๐ ๕ บทท่ี ๒ ครอบครัวของเรา ว๔.๒ ป.๑/๒ ๓ ๓ ๓ ๓ - แสดงลำดบั ขนั้ ตอน ๒ ๒ ๒ ๒ - อลั กอลิทึมอยา่ งง่าย ๑๐ ๕ ๒๐ ๓๐ บทท่ี ๓ เสน้ ทางกลบั บ้าน ว๔.๒ ป.๑/๑ - แก้ปญั หาโดยการลองผิดลองถกู บทที่ ๔ โปรแกรมแกห้ วิ ว๔.๒ ป.๑/๒, ป.๑/๓ - แก้ปัญหาโดยการแสดงลำดับขั้นตอน - เขยี นโปรแกรมเบอ้ื งตน้ ใหต้ ัวละครเคล่อื นท่ี บทที่ ๕ หนนู ้อยบา้ นนา ว๔.๒ ป.๑/๔, ป.๑/๕ - ช่ือของอุปกรณค์ อมพวิ เตอร์ - ประโยชน์ของคอมพวิ เตอร์ - วิธีใช้งานคอมพวิ เตอร์อย่างปลอดภัย - วธิ ดี แู ลรักษาอปุ กรณ์คอมพิวเตอร์ สอบปลายภาคเรยี นท่ี ๑ บทท่ี ๖ งานบ้านงานเรา ว๔.๒ ป.๑/๓ - แก้ปัญหาโดยการแสดงลำดับขั้นตอน - เขยี นโปรแกรมเบือ้ งตน้ โดยใช้บัตรคำสงั่ บทท่ี ๗ วนั งานโรงเรยี น ว๔.๒ ป.๑/๑ - คน้ หาส่งิ ของจากภาพ - ค้นหาสิ่งของจากสถานการณ์จริง บทท่ี ๘ ฝนตกน้ำทว่ ม ว๔.๒ ป.๑/๓ - แสดงลำดบั ข้ันตอนในการแกป้ ัญหา - อลั กอลทิ ึมอย่างงา่ ย บทที่ ๙ ทุ่งข้าวรวงทอง ว๔.๒ ป.๑/๔ - เปิด ปดิ และบนั ทึกไฟล์ - วาดรปู โดยใชโ้ ปรแกรมกราฟกิ สอบปลายภาคเรียนท่ี ๒ รวม ๕

๑๑๘ โครงสรา้ งรายวชิ า รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒ รหสั วิชา ว๑๒๑๐๑ เวลา ๖๐ ชั่วโมง / ปี วทิ ยาศาสตร์ ชอื่ หน่วยการเรยี นรู้ รหัสตวั ช้ีวัด จำนวน น้ำหนัก (ชวั่ โมง) คะแนน หน่วยที่ ๑ การเรยี นรู้สิ่งต่างๆรอบตวั บรู ณาการ ๑๐ ๑๐ - ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ และทักษะทางวทิ ยาศาสตร์ - การสบื เสาะหาความรู้ หนว่ ยท่ี ๒ วัสดุและการใช้ประโยชน์ ว๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ๒๐ ๑๕ - สมบตั กิ ารดูดซับนำ้ ของวสั ดุ ป.๒/๓, ป.๒/๔ - สมบตั ขิ องวัสดทุ ่ีไดจ้ ากการผสมวัสดุ - การใช้ประโยชนจ์ ากวสั ดุ สอบปลายภาคเรยี นท่ี ๑ ๓๐ ๑๐ หน่วยท่ี ๓ แสงและสง่ิ มชี วี ติ ว๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ๒๐ ๑๕ - แสงและการมองเห็น ป.๒/๓ - สิง่ มชี วี ติ และสง่ิ ไม่มีชวี ติ ว๑.๓ ป.๒/๑ - ชีวิตพืช ว๒.๓ ป.๒/๑, ป.๒/๒ หนว่ ยท่ี ๔ โลกและท้องฟา้ ของเรา ว ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒ ๑๐ ๑๐ - ดนิ ในทอ้ งถนิ่ ๓๐ ๑๐ ๖๐ ๗๐ - ประโยชน์ของดิน สอบปลายภาคเรยี นท่ี ๒ รวม ๑๒

๑๑๙ โครงสรา้ งรายวชิ า รายวชิ า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒ รหัสวชิ า ว๑๒๑๐๑ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง / ปี วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ชื่อหน่วยการเรียนรู้ รหสั ตัวช้ีวดั จำนวน(ชว่ั โมง) น้ำหนกั คะแนน บทท่ี ๑ ปัดกวาดเชด็ ถู จัดตู้จัดโตะ๊ ว๔.๒ ป.๒/๑ ๒ ๒ - จดั ลำดบั ข้ันตอนในการทำงาน ว๔.๒ ป.๒/๒ - เปรียบเทยี บผลจากการจัดลำดับแบบต่างๆ ว๔.๒ ป.๒/๔ ๒ ๒ ว๔.๒ ป.๒/๓ บทที่ ๒ อะตอมอรา่ ม ยามรุง่ อรณุ ๒ ๒ - เขยี นโปรแกรมอย่างงา่ ยโดยใช้บตั รคำสั่ง ว๔.๒ ป.๒/๔ ๒ ๒ - ตรวจหาขอ้ ผดิ พลาดและแก้ไข ว๔.๒ ป.๒/๑ ว๔.๒ ป.๒/๒ ๒ ๒ บทท่ี ๓ รัตตกิ าล ว๔.๒ ป.๒/๒ ๑๐ ๑ - ขอ้ ตกลง/วิธีรกั ษา/วธิ ีใชง้ าน คอมพิวเตอร์ ว๔.๒ ป.๒/๔ ๒ ๓ บทที่ ๔ นักอา่ นจว๋ิ ๓ ๓ - สรา้ งและจัดหมวดหมู่ไฟล์และโฟลเดอร์ ๒ ๒ - เรยี กคนื ไฟลจ์ ากถังรีไซเคิล ๓ ๒ - ใชง้ านโปรแกรมประมวลคำ บทท่ี ๕ บางกอกมีเสาชิงช้า บนท้องฟ้ามีทางช้างเผอื ก - วิธปี อ้ งกันข้อมูลส่วนตัว สอบปลายภาคเรียนท่ี ๑ บทที่ ๖ งานเล้ยี งชมรมกบั ขนมเจ้าปัญหา - แกป้ ญั หาโดยการแสดงลำดับขนั้ ตอน - แกป้ ญั หาอย่างง่าย บทท่ี ๗ เกมเสน้ ทางปรศิ นา - เขยี นโปรแกรมท่ีมเี งื่อนไขโดยใช้บัตรคำสั่ง บทท่ี ๘ เชฟน่าเลิฟ คนเสิร์ฟน่ารกั - เขยี นโปรแกรมที่มีเงือ่ นไขโดยใชบ้ ัตรคำสั่ง บทที่ ๙ งานประจำปี ๔.๐ - ประโยชนข์ องเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ สอบปลายภาคเรียนท่ี ๒ ๔ ๑๐ ๑ รวม ๒๐ ๓๐

๑๒๐ โครงสร้างรายวชิ า รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๓ ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ รหสั วชิ า ว๑๓๑๐๑ เวลา ๖๐ ชั่วโมง / ปี วิทยาศาสตร์ ชือ่ หน่วยการเรยี นรู้ รหัสตวั ชี้วัด จำนวน น้ำหนัก (ช่ัวโมง) คะแนน หน่ว บรู ณาการ ๑๑ ๑๐ ยท่ี ๑ การเรยี นรู้สง่ิ ตา่ งๆรอบตวั และทักษะทางวทิ ยาศาสตร์ - ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ - การสืบเสาะหาความรู้ หนว่ ยท่ี ๒ การดำรงชีวิตและการเปลีย่ นแปลงสาร ว๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/ ๑๙ ๑๕ - การดำรงชีวติ ๓, ป.๓/๔ - การเปลย่ี นแปลงสาร ว๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒ สอบปลายภาคเรยี นที่ ๑ ๓๐ ๑๐ ๒๐ ๑๕ หนว่ ยท่ี ๓ พลังงาน ว๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, - แรงและการเคลอื่ นที่ ป.๓/๓, ป.๓/๔ ๑๐ ๑๐ - แม่เหลก็ ว๒.๓ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ๓๐ ๑๐ - ไฟฟ้าในชีวติ ประจำวนั ป.๓/๓ ๖๐ ๗๐ หนว่ ยท่ี ๔ อากาศและท้องฟ้าของเรา ว๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, - อากาศ ป.๓/๓ - ท้องฟา้ ของเรา ว๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔ สอบปลายภาคเรยี นที่ ๒ รวม ๒๐

๑๒๑ โครงสรา้ งรายวชิ า รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๓ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ รหสั วชิ า ว๑๓๑๐๑ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง / ปี วทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ชื่อหน่วยการเรียนรู้ รหสั ตวั ช้ีวดั จำนวน(ชัว่ โมง) น้ำหนักคะแนน บทท่ี ๑ Coding อะไรเอ่ย ว๔.๒ ป.๓/๑ ๒ ๒ - อัลกอลิทึมอย่างง่าย - แกป้ ัญหาอยา่ งง่าย ว๔.๒ ป.๓/๒ ๒ ๒ บทที่ ๒ ตามใจฉนั กำหนด ว๔.๒ ป.๓/๓ ๒ ๒ - เขยี นโปรแกรมอย่างงา่ ย ว๔.๒ ป.๓/๓ ๒ ๒ - ตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม ว๔.๒ ป.๓/๓ , ๒ ๒ ป.๓/๔ ๑๐ ๑ บทที่ ๓ ทอ่ งโลกกว้าง ว๔.๒ ป.๓/๓ , ๓ ๓ - รู้จกั อินเตอร์เนต็ ป.๓/๔ ว๔.๒ ป.๓/๕ ๒ ๓ บทท่ี ๔ โลกไรพ้ รมแดน - เข้าสู่ระบบอนิ เตอรเ์ น็ต(สืบค้นความร)ู้ ว๔.๒ ป.๓/๔ , ๓ ๒ ป.๓/๕ ๒ ๒ บทที่ ๕ ค้นหาเรือ่ งราว ว๔.๒ ป.๓/๕ ๑๐ ๑ - หาขอ้ มูลท่ีสนใจจากอนิ เตอรเ์ น็ต ๒๐ ๓๐ ๕ สอบปลายภาคเรียนที่ ๑ บทที่ ๖ หนนู ้อยนักขาย - รวบรวมข้อมูล - นำเสนอขอ้ มูลโดยใช้ซอฟต์แวร์ บทที่ ๗ ปลอดภัยไว้ก่อน - รู้จกั เทคโนโลยสี ารสนเทศ - ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย บทท่ี ๘ ชวี ิตรวดเรว็ ดว้ นเทคโนโลยี - การใช้เทคโนโลยใี นชีวติ ประจำวัน บทที่ ๙ ขอ้ ตกลงของสว่ นรวม - ขอ้ ตกลงในการใช้อินเตอร์เนต็ สอบปลายภาคเรยี นที่ ๒ รวม

๑๒๒ โครงสรา้ งรายวชิ า รายวชิ า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔ ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๔ รหสั วิชา ว๑๔๑๐๑ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง / ปี วิทยาศาสตร์ ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ รหัสตวั ชี้วัด จำนวน น้ำหนกั (ชั่วโมง) คะแนน หน่วยท่ี ๑ การเรยี นรู้สิ่งตา่ งๆรอบตวั บรู ณาการ ๗ ๑๐ - การสบื เสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และทักษะทางวิทยาศาสตร์ - การวดั และการใชจ้ ำนวนของนักวิทยาศาสตร์ - การทดลองของนักวิทยาศาสตร์ หน่วยท่ี ๒ สิ่งมีชวี ิต ว๑.๒ ป.๔/๑ ๗ ๑๐ - สิ่งมีชวี ิตรอบตัว และการจัดกล่มุ ส่ิงมชี ีวิต ว๑.๓ ป.๔/๑,ป.๔/๒,ป.๔/ - ส่วนตา่ งๆของพืชดอก ๓, ป.๔/๔ หนว่ ยที่ ๓ แรงและพลงั งาน ว๒.๒ ป.๔/๑,ป.๔/๒,ป.๔/๓ ๖ ๑๐ - มวลและแรงโน้มถว่ งของโลก - ตัวกลางของแสง สอบปลายภาคเรยี นท่ี ๑ ๒๐ ๑๐ หนว่ ยที่ ๔ วัสดุและสสาร ว๒.๑ ป.๔/๑,ป.๔/๒,ป.๔/ ๑๐ ๑๕ - ความแขง็ ของวสั ดุ ๓, ป.๔/๔ ๑๐ ๑๕ ๒๐ ๑๐ - สภาพยดื หยุ่นของวัสดุ - การนำความร้อนของวสั ดุ - การนำไฟฟ้าของวสั ดุ - สถานะของสาร หน่วยท่ี ๕ โลกและอวกาศ ว ๓.๑ ป๔/๑, ป๔/๒, ป๔/ - ดวงจนั ทร์ของเรา ๓, ป.๔/๔ - ระบบสุริยะของเรา สอบปลายภาคเรยี นท่ี ๒ รวม ๑๖ ๔๐ ๘๐

๑๒๓ โครงสรา้ งรายวิชา รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔ ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๔ รหสั วชิ า ว๑๔๑๐๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง / ปี วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ รหสั ตัวช้ีวัด จำนวน(ชว่ั โมง) นำ้ หนักคะแนน บทท่ี ๑ เท่ียวบา้ นคุณย่า ว๔.๒ ป.๔/๑ ๔ ๑ - รู้จกั ความหมายของอัลกอลิทึม ๘ ๑ - ใชอ้ ัลกอลทิ ึมแก้ปัญหาในชีวติ ประจำวัน ว๔.๒ ป.๔/๒ ๔ ๑ - ใชเ้ หตุผลเชงิ ตรรกะในการแก้ปัญหา ว๔.๒ ป.๔/๒ ๒ ๑ ๒ ๑ บทท่ี ๒ โปรแกรมแสนสนกุ ว๔.๒ ป.๔/๔ ๒๔ ๕ - รู้จกั โปรแกรม Scratch ว๔.๒ ป.๔/๓, - เขียนโปรแกรมเบ้ืองต้น ป.๔/๕ บทที่ ๓ หนทางหม่นื ล้ีเริม่ ต้นที่ธงเขยี ว - เขยี นโปรแกรมอยา่ งง่าย - ตรวจหาขอ้ ผดิ พลาดโดยตรวจสอบการทำงานทีละ คำส่ัง บทที่ ๔ ลอยฟา้ ตะลุยสวน - รวบรวมขอ้ มูล - ประมวลผลขอ้ มูล บทท่ี ๕ แสบต้องเสิรช์ - ค้นหาข้อมูลจากอินเตอรเ์ น็ต - ประเมนิ ความนา่ เชื่อถือของขอ้ มูล - ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภยั สอบปลายภาคเรยี นที่ ๑ บทที่ ๖ บางแสน แสนสขุ ว๔.๒ ป.๔/๔ ๔ ๑.๕ - วเิ คราะห์ปัญหา สร้างทางเลือกในการแก้ปญั หา ๔ ๑.๕ - ประมวลขอ้ มูลเพอื่ ใช้แก้ปัญหา ๔ ๑ บทที่ ๗ ชารต์ ชารต์ ชารต์ นอ้ งเคยเหน็ ชาร์ตหรือเปลา่ ว๔.๒ ป.๔/๔ ๔ ๑ ๑๖ ๕ - เลือกชนดิ แผนภมู ใิ หเ้ หมาะสมกบั ข้อมลู ๔๐ ๒๐ - ใช้ซอฟต์แวร์ในการนำเสนอขอ้ มลู บทที่ ๘ อยา่ ไว้ใจทาง อย่าวางใจขา่ ว ว๔.๒ ป.๔/๓, - ประเมนิ ความน่าเชื่อถือของข้อมลู และการอา้ งองิ ป.๔/๕ แหลง่ ที่มา บทท่ี ๙ บั้งไฟบปุ ผชาติ ว๔.๒ ป.๔/๑, - ทำนายผลลัพธ์จากการแก้ปัญหา/ตรวจหาขอ้ ผดิ พลาด ป.๔/๒ สอบปลายภาคเรยี นท่ี ๒ รวม ๕

๑๒๔ โครงสร้างรายวิชา รายวชิ า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๕ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๕ รหสั วิชา ว๑๕๑๐๑ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง / ปี วิทยาศาสตร์ ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ รหสั ตัวช้ีวดั จำนวน นำ้ หนกั (ชั่วโมง) คะแนน หน่วยที่ ๑ การเรียนรู้ส่งิ ตา่ งๆรอบตวั บรู ณาการ ๓๕ - เส้นทางขยะจากมือเรา และทกั ษะทางวทิ ยาศาสตร์ หนว่ ยที่ ๒ แรงและพลังงาน ว๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ๑๑ ๑๕ - แรงลัพธ์และแรงเสียดทาน ป.๕/๓,ป.๕/๔, ป.๕/๕ - เสยี ง ว๒.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓,ป.๕/๔, ป.๕/๕ หนว่ ยที่ ๓ การเปลย่ี นแปลงของสาร ว๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ๑๑ ๑๐ - การเปลีย่ นแปลงทางกายภาพ ป.๕/๓,ป.๕/๔ - การเปลีย่ นแปลงทางเคมี - การเปลี่ยนแปลงทีผ่ ันกลับไดแ้ ละผนั กลบั ไมไ่ ด้ สอบปลายภาคเรยี นที่ ๑ ๒๕ ๑๐ หน่วยที่ ๔ วฏั จกั ร ว๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒ ๗ ๑๕ - วฏั จกั รนำ้ ว๓.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, - วัฏจักรการปรากฏของกลมุ่ ดาว ป.๕/๓,ป.๕/๔, ป.๕/๕ หน่วยที่ ๕ สิง่ มชี ีวิต ว ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ๘ ๑๕ - ลกั ษณะทางพันธกุ รรมของสิ่งมชี ีวิต ป.๕/๓,ป.๕/๔ - สง่ิ มชี วี ิตกบั ส่ิงแวดล้อม ว ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒ สอบปลายภาคเรียนท่ี ๒ ๑๕ ๑๐ รวม ๒๗ ๔๐ ๘๐

๑๒๕ โครงสร้างรายวิชา รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๕ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๕ รหสั วชิ า ว๑๕๑๐๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง / ปี วทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ รหสั ตวั ช้ีวดั จำนวน(ชว่ั โมง) น้ำหนักคะแนน บทที่ ๑ ตุ๊กตาแม่ลกู ดก ว๔.๒ ป.๕/๑ ๔ ๑ - เขยี นรหัสลำลองเพ่ือแสดงขั้นตอนแก้ปญั หาหรือการ ๔ ๑ ทำงาน ว๔.๒ ป.๕/๓, ๔ ๑ ป.๕/๕ บทที่ ๒ ชมิ ชอป แชะ ว๔.๒ ป.๕/๔ ๔ ๑ - เขียนอเี มลเพ่ือตดิ ต่อส่ือสาร ๕ ๑ - มารยาทในการใชง้ านสมาร์ตโฟนในท่สี าธารณะ ว๔.๒ ป.๕/๒ ๒๐ ๕ บทที่ ๓ เส้นทางเดิน เหนอื เรือนยอดไม้ ว๔.๒ ป.๕/๓, - ตรวจหา และแก้ไขข้อผิดพลาดของขอ้ มลู ป.๕/๕ - ประมวลผล และนำเสนอข้อมลู - ใช้ซอฟตแ์ วร์เพือ่ แกป้ ญั หาในชีวติ ประจำวนั บทท่ี ๔ ดาวกระจายทค่ี ่ายลูกเสอื - เขยี นโปรแกรมโดยใชก้ ารทำงานแบบวนซำ้ - ตรวจสอบ และแก้ไขข้อผดิ พลาดของโปรแกรม บทท่ี ๕ ไลฟส์ าระ - ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภยั และมีมารยาท - แยกแยะข้อเทจ็ จริงกบั ขอ้ คิดเหน็ สอบปลายภาคเรียนท่ี ๑ บทที่ ๖ โรบอทเอ็กโป ว๔.๒ ป.๕/๒ ๕ ๑.๕ - เขียนโปรแกรมแบบมีเง่ือนไข ว๔.๒ ป.๕/๕ ๕ ๑.๕ บทที่ ๗ แฟนตะกร้อ ว๔.๒ ป.๕/๑ ๕ ๑ - ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย ว๔.๒ ป.๕/๓ ๕ ๑ บทที่ ๘ กฬี าฮาเฮ ๕ ๑ ๕ - ใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะในการแก้ปัญหา ๔๐ ๒๐ บทท่ี ๙ ดาวหาง ณ กลางหาว - ใชอ้ นิ เตอรเ์ นต็ ค้นหาความรู้ - ประเมินความน่าเชื่อถือของขอ้ มูล สอบปลายภาคเรยี นที่ ๒ รวม

๑๒๖ โครงสรา้ งรายวชิ า รายวชิ า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๖ ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ รหัสวิชา ว๑๖๑๐๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง / ปี วิทยาศาสตร์ ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ รหัสตวั ชี้วดั จำนวน นำ้ หนกั (ช่วั โมง) คะแนน หน่วยที่ ๑ การเรยี นรู้ส่ิงต่างๆรอบตวั บรู ณาการ ๓๕ - การสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และทักษะทางวิทยาศาสตร์ หนว่ ยที่ ๒ อาหาร ระบบตา่ งๆในรา่ งกาย ว๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ๑๐ ๑๐ - อาหารและสารอาหาร ป.๖/๓,ป.๖/๔, ป.๖/๕ - ระบบต่างๆในร่างกาย - การแยกสาร หนว่ ยที่ ๓ พลังงานไฟฟ้า ว๒.๒ ป.๖/๑ ๑๒ ๑๕ - การแยกสาร ว๒.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, - ไฟฟ้าในชวี ติ ประจำวนั ป.๖/๓,ป.๖/๔, ป.๖/๕, - วงจรไฟฟ้า ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘ สอบปลายภาคเรียนที่ ๑ ๒๕ ๑๐ หน่วยที่ ๔ สาร ว๒.๑ ป.๖/๑ ๙ ๑๕ - การแยกสาร หนว่ ยท่ี ๕ ปรากฎการณโ์ ลก ว๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒ ๖ ๑๕ - ปรากฎการณ์บนท้องฟา้ และเทคโนโลยีอวกาศ ว๓.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, - โลกและการเปลย่ี นแปลง ป.๖/๓,ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙ สอบปลายภาคเรยี นที่ ๒ ๑๕ ๑๐ รวม ๒๖ ๔๐ ๘๐

๑๒๗ โครงสรา้ งรายวิชา รายวชิ า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๖ ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๖ รหัสวิชา ว๑๖๑๐๑ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง / ปี วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ รหสั ตัวชี้วดั จำนวน(ช่วั โมง) น้ำหนกั คะแนน บทที่ ๑ จดั ตกแต่งสวน ว๔.๒ ป.๖/๑ ๔ ๑ ๔ ๑ - เขียนรหัสลำลองเพื่อแสดงขั้นตอนแก้ปญั หา ๔ ๑ บทที่ ๒ โดดเด่นดัง ว๔.๒ ป.๖/๓, ๔ ๑ ๔ ๑ - เขยี นอีเมลเพอ่ื ติดต่อสื่อสาร ป.๖/๔ ๒๐ ๕ - เผยแพร่ผลงานทางส่อื ออนไลน์ บทที่ ๓ เสน้ ทางเดิน ผจญภยั ว๔.๒ ป.๖/๒ - ตรวจหา และแก้ไขข้อผิดพลาดของข้อมูล - ประมวลผล และนำเสนอข้อมูล - ใช้ซอฟตแ์ วร์เพ่อื แกป้ ัญหาในชีวติ ประจำวนั บทท่ี ๔ หนา้ บ้านฉนั มีอะไร ว๔.๒ ป.๖/๒ - เขียนโปรแกรมโดยใช้การทำงาน - ตรวจสอบ และแก้ไขข้อผิดพลาดของโปรแกรม บทท่ี ๕ ไลฟส์ ด ว๔.๒ ป.๖/๓, - ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย และมีมารยาท ป.๖/๔ - แยกแยะข้อเท็จจรงิ กบั ขอ้ คิดเห็น สอบปลายภาคเรียนที่ ๑ บทท่ี ๖ โรบอทในเขาวงกต ว๔.๒ ป.๖/๒ ๕ ๑.๕ - เขยี นโปรแกรมแบบมีเงอื่ นไข ว๔.๒ ป.๖/๔ ๕ ๑.๕ บทท่ี ๗ ข่าวออนไลน์ ว๔.๒ ป.๖/๑ ๕ ๑ - ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภยั ว๔.๒ ป.๖/๓ ๕ ๑ บทท่ี ๘ กีฬาสสี านสัมพนั ธ์ - ใช้เหตผุ ลเชงิ ตรรกะในการแก้ปัญหา ๔ ๒๐ ๕ บทที่ ๙ เทคโนโลยอี วกาศ ๔๐ ๒๐ - ใชอ้ ินเตอร์เนต็ ค้นหาความรู้ - ประเมินความน่าเชื่อถือของขอ้ มูล สอบปลายภาคเรยี นที่ ๒ รวม

๑๒๘ สว่ นที่ ๓ คำอธบิ ายรายวชิ า ในส่วนของการจัดทำคำอธิบายรายวิชาของหลักสูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๓) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ นั้น โรงเรียนได้ดำเนินการกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึง ช้ัน ประถมศึกษาปีที่ ๖ โดยเขียนในลักษณะความเรียงระบุองค์ความรู้ ทักษะ/กระบวนการ คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ตามธรรมชาติของวิชาเป็นการเขียนในภาพรวมที่ต้องการให้เกิดกับผู้เรียนและสะท้อนตัวชี้วัดในรายวิชา พื้นฐานหรือผลการเรยี นร้ใู นรายวชิ าเพิ่มเติม คำอธบิ ายรายวิชาจงึ ประกอบด้วยส่วนประกอบดังตอ่ ไปนี้ - รหัสวิชา - ช่อื รายวิชา - กล่มุ สาระการเรยี นรู้ - ชน้ั ปี - จำนวนเวลาเรยี น

๑๒๙ คำอธบิ ายรายวิชา กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๑ รหัสวิชา ว๑๑๑๐๑ เวลา ๘๐ ช่ัวโมง / ปี ............................................................................................................................. ................................ ศึกษา วิเคราะห์ พืชและสัตว์ทีอ่ าศัยอยู่บริเวณตา่ งๆ สภาพแวดล้อมท่ีเหมาะสมกับการดำรงชีวติ ของสตั วใ์ นบริเวณที่อาศัยอยู่ รวมถึงหน้าทข่ี องสว่ นตา่ ง ๆ ของสตั ว์และพืช อีกทั้งหนา้ ทแ่ี ละการทำหน้าท่ี รว่ มกนั ของสว่ นต่าง ๆ ของรา่ งกายมนุษย์ นอกจากน้มี กี ารจัดกลุ่มของวัสดตุ ามสมบัติทสี่ ังเกตได้ การเกิด เสยี งและทิศทาง การเคลื่อนท่ีของเสียง ทงั้ น้ีรวมถงึ ปรากฏการณ์บนท้องฟ้าในเวลากลางวนั และกลางคืน ลักษณะภายนอกของหิน และสามารถแก้ปัญหาโดยใช้ภาพ สญั ลกั ษณ์หรือข้อความ การเขียนโปรแกรม อย่างง่าย จากการใช้สื่อซอฟต์แวร์ การใช้เทคโนโลยีในการสร้าง จัดเก็บ เรียกใช้ข้อมูล การใช้ คอมพวิ เตอร์และการดูแลรกั ษาอุปกรณ์ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบค้น ข้อมูล การเปรียบเทียบข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์และการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสอ่ื สารส่ิงทเ่ี รยี นรู้ และมคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ เกิดการรับรู้ และเห็นคุณค่าของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านยิ มทเ่ี หมาะสมทพ่ี งึ ประสงคต์ ่อการดำเนนิ ชวี ติ ในปจั จุบนั รหสั ตัวชว้ี ดั วิทยาศาสตร์ มาตรฐาน ว ๑.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ มาตรฐาน ว ๑.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ มาตรฐาน ว ๒.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ มาตรฐาน ว ๒.๓ ป.๑/๑ มาตรฐาน ว ๓.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ มาตรฐาน ว ๓.๑ ป.๑/๑ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) มาตรฐาน ว ๔.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔ , ป.๑/๕ รวม ๑๕ ตัวชี้วัด

๑๒๙ คำอธบิ ายรายวิชา กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒ รหสั วิชา ว๑๒๑๐๑ เวลา ๘๐ ชั่วโมง / ปี ............................................................................................................................. ................................ ศึกษา วิเคราะห์ ความตอ้ งการแสงและน้ำเพ่ือการเจรญิ เตบิ โตของพชื วัฏจกั รชวี ติ ของพชื ดอก รวมถึง ลักษณะของสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต อีกทั้งสมบัติของวัสดุและการนำสมบัติของวัสดุไปประยุกต์ใช้ในการทำ วัตถุในชีวิตประจำวัน ทั้งน้ีวัสดุที่ใช้แล้วมีประโยชน์สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ นอกจากนี้การเคลื่อนที่ของ แสงจากแหล่งกำเนิดแสง ส่งผลให้สามารถมองเห็นวัตถุ และเสนอแนะแนวทางการป้องกันอันตรายจากการ มองวัตถบุ ริเวณท่มี ีแสงสวา่ งไม่เหมาะสม นอกจากน้ีในเร่ืองของดนิ มสี ว่ นประกอบทหี่ ลากหลาย และสามารถ จำแนกชนิดของดินโดยใช้เกณฑ์ของลักษณะเนื้อดินและการจับตัว รวมถึงอธิบายการใช้ประโยชน์จากดิน อีกทั้งสามารถแก้ปัญหาโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์หรือข้อความ การเขียนโปรแกรมอย่างง่าย จากการใช้สื่อ ซอฟต์แวร์ การใช้เทคโนโลยีในการสร้าง จัดเกบ็ เรียกใชข้ อ้ มูล การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภยั โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การเปรียบเทียบข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์และการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่อื สารสงิ่ ท่เี รียนรู้ และมคี วามสามารถในการตดั สินใจ เกดิ การรบั รู้ และเหน็ คุณค่าของการนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมทเ่ี หมาะสมที่พงึ ประสงคต์ ่อการดำเนนิ ชีวิตในปัจจุบนั รหัสตวั ช้ีวัด วิทยาศาสตร์ มาตรฐาน ว ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒ , ป.๒/๓ มาตรฐาน ว ๑.๓ ป.๒/๑ มาตรฐาน ว ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔ มาตรฐาน ว ๒.๓ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ มาตรฐาน ว ๓.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ วิทยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) มาตรฐาน ว ๔.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔ รวม ๑๖ ตัวชี้วัด

๑๓๐ คำอธิบายรายวิชา กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๓ ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๓ รหสั วชิ า ว๑๓๑๐๑ เวลา ๘๐ ช่วั โมง / ปี ............................................................................................................................. ................................ ศึกษา วิเคราะห์ สิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และการเจริญเติบโตของมนุษย์และสัตว์ รวมถึง ประโยชน์ของอาหาร น้ำ และอากาศ สามารถดูแลตนเองและสัตว์ให้ได้รับสิ่งเหล่านี้อย่างเหมาะสม อีกทั้ง บรรยายและเปรียบเทียบวัฏจักรชีวิตของสัตว์ นอกจากนี้มีเรื่องของส่วนประกอบของวัตถุ และการ เปลี่ยนแปลงของวัสดุเมื่อทำให้ร้อนขึ้นหรือทำให้เย็นลง โดยการเปลี่ยนแปลงและการเคลื่อนที่ของวัตถุเกิด จากแรง ทั้งแรงสัมผัสและแรงไม่สัมผัสที่มีผลต่อการเคลื่อนที่ของวัตถุ รวมถึงการดึงดูดระหว่างแม่เหล็กกับ วัตถุ ขั้วแม่เหล็ก และการเปลี่ยนพลังงาน การทำงานของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และแหล่งพลังงานในการผลิต ไฟฟ้า รวมถึงประโยชน์และโทษของไฟฟ้า โดยนำเสนอวิธีการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยดั และปลอดภัย อีกทั้งใน เรื่องของเสน้ ทางการขึน้ และตกของดวงอาทิตย์ การเกิดกลางวันกลางคืน และการกำหนดทิศ ความสำคัญของ ดวงอาทิตย์ต่อสิ่งมีชีวิต รวมไปถึงส่วนประกอบและความสำคัญของอากาศ และผลกระทบของมลพิษทาง อากาศต่อสิ่งมชี ีวิต การนำเสนอแนวทางการปฏิบัตติ นในการลดการเกิดมลพิษทางอากาศ นอกจากนี้สามารถ อธิบายการเกิดลมและบรรยายประโยชน์และโทษของลม อีกทั้งสามารถแสดงอัลกอริทึมในการทำงาน แก้ปัญหาโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์หรือข้อความ การเขียนโปรแกรมอย่างง่าย จากการใช้สื่อซอฟต์แวร์ และใช้ อินเทอรเ์ น็ตในการคน้ หาความรู้ และรวบรวมประมวลผล และนำเสนอข้อมูลโดยใชซ้ อฟตแ์ วร์ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การเปรียบเทียบข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์ และการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสอื่ สารสง่ิ ทเ่ี รยี นรู้ และมคี วามสามารถในการตดั สินใจ เกดิ การรับรู้ และเหน็ คุณค่าของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจำวนั มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านิยมทเ่ี หมาะสมที่พึงประสงคต์ ่อการดำเนนิ ชวี ติ ในปจั จุบัน รหัสตวั ชี้วดั วทิ ยาศาสตร์ มาตรฐาน ว ๑.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ มาตรฐาน ว ๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ มาตรฐาน ว ๒.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓, ป.๓/๔ มาตรฐาน ว ๒.๓ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ มาตรฐาน ว ๓.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ มาตรฐาน ว ๓.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒, ป.๓/๓ , ป.๓/๔ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) มาตรฐาน ว ๔.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒, ป.๓/๓ , ป.๓/๔, ป๓/๕ รวม ๒๕ ตัวช้ีวัด

๑๓๑ คำอธบิ ายรายวิชา กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔ ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๔ รหัสวชิ า ว๑๔๑๐๑ เวลา ๘๐ ชั่วโมง / ปี ............................................................................................................................................................. ศึกษา วิเคราะห์ หน้าที่ของราก ลำต้น ใบ และดอกของพืชดอก ส่วนประกอบของพืชดอก ความ แตกต่างของลักษณะของส่ิงมชี ีวิตออกเป็น กลุ่มพชื กลมุ่ สัตว์ และกลุ่มท่ีไม่ใช่พืชและสัตว์ จำแนกพืชออกเป็น พืชดอกและพืชไมม่ ีดอก จำแนกสัตว์ออกเป็นสตั ว์มกี ระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ลักษณะเฉพาะ ของสตั ว์มกี ระดูกสนั หลังในกลมุ่ ปลา กลุ่มสัตวส์ ะเทินน้ำสะเทินบก กล่มุ สตั วเ์ ลือ้ ยคลาน กลุ่มนก และกลุ่มสัตว์ เลี้ยงลูกด้วยนม ตัวอย่างของสัตว์ในแต่ละกลุ่ม นอกจากนี้เปรียบเทียบสมบัติทางกายภาพของวัสดุจากการ ทดลองและระบุการนำสมบัติของวสั ดุไปใช้ในชวี ิตประจำวันโดยผ่านกระบวนการออกแบบชิ้นงาน แลกเปลี่ยน ความคิดกับผู้อื่นโดยการอภิปรายเกี่ยวกับสมบัติทางกายภาพของวัสดุอย่างด้านความแข็ง และสภาพความ ยืดหยุ่น การนำความร้อน การนำไฟฟา้ ของวัสดุ สมบตั ิของสสารทั้ง ๓ สถานะ การสังเกต มวล ความต้องการ ทอี่ ยู่ รปู ร่างและปรมิ าตรของสสาร เครอ่ื งมอื ที่ใช้สำหรบั การวัดมวล และปริมาตรของสสาร ท้ัง ๓ สถานะ ผล ของแรงโน้มถ่วงที่มีต่อวัตถุ การใช้เครื่องชั่งสปริงในการวัดน้ำหนักของวัตถุ มวลของวัตถุที่มีผลต่อการ เปล่ยี นแปลงการเคล่ือนท่ีของวัตถุ วัตถทุ ่เี ป็นตวั กลางโปร่งใส ตวั กลางโปร่งแสง และวตั ถุทึบแสง ลักษณะการ มองเห็นผ่านวัตถุ แบบรูปเส้นทางการขึ้นและตกของดวงจันทร์ แบบจำลองอธิบายแบบรูปการเปลี่ยนแปลง รูปร่างของดวงจันทร์ และสามารถพยากรณร์ ปู ร่างของดวงจันทร์ท่ีปรากฏ แบบจำลองแสดงองค์ประกอบของ ระบบสุรยิ ะ และเปรยี บเทยี บคาบของการโคจรของดาวเคราะห์ตา่ ง ๆ จากแบบจำลองได้ ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ จากปัญหาอย่าง ง่าย ออกแบบ และเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์ หรือสื่อ และตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไขใช้ อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้ นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ ตลอดจนใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสืบ เสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การเปรียบเทียบข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์ และการอภิปรายเพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และมีความสามารถ ในการตดั สินใจ เกิดการรับรู้ และเห็นคุณค่าของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นยิ มท่ีเหมาะสมท่ีพงึ ประสงคต์ ่อการดำเนินชีวิตในปจั จบุ นั รหสั ตวั ชวี้ ัด วิทยาศาสตร์ มาตรฐาน ว ๑.๒ ป.๔/๑ มาตรฐาน ว ๑.๓ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔ มาตรฐาน ว ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔ มาตรฐาน ว ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓ มาตรฐาน ว ๒.๓ ป.๔/๑ มาตรฐาน ว ๓.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒, ป.๔/๓ วิทยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) มาตรฐาน ว ๔.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕ รวม ๒๑ ตัวช้วี ัด

๑๓๒ คำอธิบายรายวิชา กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๕ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ รหสั วชิ า ว ๑๕๑๐๑ เวลา ๘๐ ชั่วโมง / ปี ............................................................................................................................................................. ศกึ ษา วิเคราะห์ โครงสร้างและลักษณะของสิง่ มชี ีวติ ทเ่ี หมาะสมกับการ และการปรับตวั ของสิ่งมีชีวติ ในแต่ละแหลง่ ท่ี อยู่ ความสัมพนั ธร์ ะหว่างส่งิ มชี วี ติ กับส่งิ มีชวี ิต และความสัมพันธ์ระหวา่ งสงิ่ มีชีวิตกับสงิ่ ไม่มชี ีวิต เพ่อื ประโยชนต์ อ่ การดำรงชวี ติ ในห่วงโซ่อาหารและบทบาทหน้าที่ของสิ่งมีชีวิตที่เป็นผู้ผลิตและผู้บริโภคในโซ่อาหาร ส่วนลักษณะทางพันธุกรรมที่มีการ ถา่ ยทอดจากพ่อแม่สลู่ กู ของพืช สัตว์ และมนุษย์ ว่ามีลกั ษณะทีค่ ล้ายคลึงกันของตนเองกบั พอ่ แม่ การเปลี่ยนสถานะของสสาร และการเปลี่ยนแปลงทางเคมี ส่วนวิธีการหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกันที่กระทำตอ่ วัตถอุ ยู่นิ่ง การใช้เครื่องช่ัง สปริงในการวัดแรงที่กระทำต่อวัตถุ ส่งผลต่อแรงเสียดทานที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ และการเขียน แผนภาพของแรง ทำให้ได้ยินเสียงผ่านตัวกลาง การเกดิ เสยี งสูง เสียงตำ่ ออกแบบการทดลองและอธบิ ายลกั ษณะและการเกดิ เสยี งดัง เสยี งค่อย การวัดระดบั เสียงโดยใช้เคร่อื งมือวดั ระดบั เสียง เพอื่ หาแนวทางในการหลกี เลีย่ งและลดมลพษิ ทางเสยี ง และ สามารถหาความแตกต่างของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์จากแบบจำลอง โดยการใช้แผนที่ดาวระบุตำแหน่งและเส้นทางการขน้ึ และตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า เพื่อระบุปริมาณน้ำในแต่ละแหล่ง ปริมาณน้ำทีม่ นษุ ย์สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ แนว ทางการใชน้ ้ำอย่างประหยดั และการอนุรกั ษ์น้ำ มีแบบจำลองการหมุนเวียนของน้ำในวัฏจักรนำ้ ที่ได้จากกระบวนการเกิดเมฆ หมอก นำ้ ค้าง และน้ำคา้ งแข็ง จากแบบจำลอง และกระบวนการเกิดฝน หิมะ และลกู เห็บ ตลอดจนการใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะใน การแก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์จากปัญหาอย่างง่าย สามารถออกแบบ และเขียนโปรแกรมอย่าง ง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์ หรือสื่อ และตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไข โดยใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูล ติดต่อสื่อสารและทำงาน รว่ มกนั เพือ่ ประเมินความน่าเชอื่ ถอื ของขอ้ มลู รวบรวม ผลประเมนิ นำเสนอขอ้ มลู และสารสนเทศโดยใช้ซอฟต์แวรห์ รอื บริการ บนอินเตอรเ์ น็ตที่หลากหลาย โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตรใ์ นการสบื เสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบคน้ ข้อมลู การเปรยี บเทยี บ ข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์ และการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มี ความสามารถในการตัดสินใจ เกิดการรับรู้ และเห็นคุณค่าของสิ่งแวดล้อมที่มีต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต โดยมีส่วนร่วมในการดูแลรักษา สิ่งแวดล้อม นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสมที่พึง ประสงค์ต่อการดำเนินชวี ติ ในปจั จุบัน รหสั ตัวชี้วดั วิทยาศาสตร์ มาตรฐาน ว ๑.๑ ป๕/๑, ป๕/๒, ป๕/๓, ป๕/๔ มาตรฐาน ว ๑.๓ ป๕/๑, ป๕/๒ มาตรฐาน ว ๒.๑ ป๕/๑, ป๕/๒, ป๕/๓, ป๕/๔ มาตรฐาน ว ๒.๒ ป๕/๑, ป๕/๒, ป๕/๓, ป๕/๔, ป๕/๕ มาตรฐาน ว ๒.๓ ป๕/๑, ป๕/๒, ป๕/๓, ป๕/๔, ป๕/๕ มาตรฐาน ว ๓.๑ ป๕/๑, ป๕/๒ มาตรฐาน ว ๓.๒ ป๕/๑, ป๕/๒, ป๕/๓, ป๕/๔, ป๕/๕ วทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) มาตรฐาน ว ๔.๒ ป๕/๑, ป๕/๒, ป๕/๓, ป๕/๔, ป๕/๕ รวม ๓๒ ตวั ชีว้ ดั

๑๓๓ คำอธบิ ายรายวิชา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๖ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๖ รหัสวิชา ว๑๖๑๐๑ เวลา ๘๐ ชว่ั โมง / ปี ............................................................................................................................. ................................ ศึกษา วิเคราะห์ สารอาหารประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารที่ตนเองรับประทานเพื่อการเลือก รับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งความปลอดภัยต่อสุขภาพ โดยมี แบบจำลอง ระบบย่อยอาหาร อวัยวะในระบบย่อยอาหารมีหน้าท่ีสำหรับการย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหาร ความสำคัญของระบบย่อยอาหาร การดูแลรักษาอวัยวะในระบบย่อยอาหารให้ทำงานเป็นปกติ มีการแยกสารผสม โดยการ หยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน สามารถหาวิธีการแก้ปัญหาใน ชีวิตประจำวันเกี่ยวกับการแยกสาร การเกิดผลของแรงไฟฟ้าซึ่งเกิดจากวัตถุที่ผ่านการขัดถู จากส่วนประกอบ หน้าที่ ของ วงจรไฟฟ้าแต่ละส่วนอย่างง่าย โดยมีแผนภาพการต่อวงจรไฟฟา้ แบบอนุกรมและแบบขนาน สามารถใช้การต่อหลอดไฟฟ้า แบบอนุกรมและขนานด้วยวธิ ีการท่เี หมาะสม มีประโยชน์ ข้อจำกดั ของการเกดิ เงามดื เงามวั จากแผนภาพรงั สขี องแสงแสดง การเกิดเงามดื เงามัว จากแบบจำลองปรากฏการณส์ รุ ยิ ปุ ราคา และจนั ทรปุ ราคา มกี ารพฒั นาของเทคโนโลยีอวกาศและการใช้ ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ส่วนกระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร ดูจากแบบจำลองวัฏจักรหิน เพื่อหา ประโยชน์ของหินและแร่ในชีวิตประจำวัน มีแบบจำลองการเกิดของซากดึกดำบรรพ์สภาพแวดล้อมในอดีต ที่เกิดจากลมบก ลมทะเล และมรสุม จากแบบจำลอง สามารถส่งผลต่อการเกิดของมรสุมในฤดูต่างๆ ของประเทศไทย เกิดผลกระทบของ น้ำ ท่วม การกดั เซาะชายฝัง่ ดินถลม่ แผ่นดินไหว สึนามิ รว่ มถงึ ผลกระทบของภัยธรรมชาตแิ ละธรณพี บิ ตั ภิ ยั เพื่อหาแนวทางการ เฝ้าระวงั และปฏิบัติตนใหป้ ลอดภยั จากภยั ธรรมชาติ จากแบบจำลองเพอ่ื อธิบายการเกิดและผลของปรากฏการณ์เรือนกระจก กจิ กรรมท่ีกอ่ ใหเ้ กดิ แกส๊ เรอื นกระจกท่มี ที ำให้เกดิ ปรากฏการณ์เรือนกระจกลกู เห็บ ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ จากปัญหาอย่างง่าย ออกแบบ และเขียน โปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์ หรือสื่อ และตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไขใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้ รวบรวม ประเมนิ นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ โดยใชซ้ อฟต์แวรท์ หี่ ลากหลาย เพอ่ื แก้ปัญหาในชวี ิตประจำวนั ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ อยา่ งปลอดภัย เข้าใจสิทธแิ ละหน้าทข่ี องตน เคารพในสทิ ธิของผู้อนื่ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การ เปรียบเทียบขอ้ มูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์ และการอภิปรายเพื่อใหเ้ กิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจสามารถสื่อสารส่งิ ที่ เรยี นรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ เกิดการรบั รู้ และเหน็ คณุ คา่ ของการนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ิตประจำวัน มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมทเี่ หมาะสมท่พี งึ ประสงค์ตอ่ การดำเนินชีวิตในปจั จบุ ัน รหสั ตัวชี้วัด วิทยาศาสตร์ มาตรฐาน ว ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕ มาตรฐาน ว ๒.๑ ป.๖/๑ มาตรฐาน ว ๒.๒ ป.๖/๑ มาตรฐาน ว ๒.๓ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕ , ป.๖/๖ , ป.๖/๗ , ป.๖/๘ มาตรฐาน ว ๓.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ มาตรฐาน ว ๓.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป’๖/๕ , ป.๖/๖ , ป.๖/๗ , ป.๖/๘ , ป.๖/๙ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) มาตรฐาน ว ๔.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓, ป.๖/๔ รวม ๓๐ ตัวชีว้ ัด

๑๓๔ สว่ นท่ี ๔ การวดั ผลและประเมินผลการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ความสำคญั ของการวดั และการประเมนิ ผลการเรยี นรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็นกระบวนการเก็บรวบรวม ตรวจสอบ ตีความผลการเรียนรู้และพัฒนาการด้านต่างๆ ของผู้เรียนตาม มาตรฐานการเรยี นรู้ /ตวั ชวี้ ดั ของหลกั สูตร นำผลไปปรบั ปรุงพัฒนาการจัดการเรียนรู้และใช้เปน็ ข้อมูลสำหรับ การตัดสินผลการเรียน โดยมีองค์ประกอบของการวัดผลและประเมินการเรียนรู้ที่หลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้กำหนดจุดหมาย สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ และมาตรฐานการเรียนรูไ้ ว้เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีระดับโลก กำหนดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตาม มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด ที่กำหนดในสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระ มีความสามารถด้านกา รอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียน มีคณุ ลกั ษณะท่พี งึ ประสงค์และเขา้ ร่วมกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน แนวทางการวดั และประเมนิ ผล การวัดและประเมินผลกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ผู้สอนวัดและประเมินผลการเรียนรู้ผู้เรียน ตามตัวชี้วัดในรายวิชาพื้นฐาน ตามที่กำหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้ ใช้วิธีการวัดและประเมินผลที่หลากหลาย จากแหล่งข้อมลู หลายๆ แหลง่ เพอื่ ใหไ้ ด้ผลการประเมนิ ทส่ี ะท้อนความรู้ความสามารถท่ีแท้จริงของผู้เรียนโดย การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้อย่างต่อเน่ืองไปพรอ้ มกับการจดั การเรียนการสอนโดยสงั เกตพัฒนาการและ ความประพฤติของผู้เรียน สังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรม การประเมินตามสภาพจริง เช่นการ ประเมินการปฏิบัติงาน การประเมินจากโครงงาน การประเมินจากแฟ้มสะสมงาน เป็นต้น ควบคู่กับการใช้ การทดสอบแบบต่างๆ อย่างสมดุลและครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ด้านทักษะ และด้านเจตคติ โดยให้ ความสำคญั กับการประเมนิ ผลระหว่างเรียนมากกว่าการประเมินปลายปี/ปลายภาค และใชเ้ ป็นข้อมูลเพ่ือการ ประเมนิ การเลื่อนชั้นและการจบการศกึ ษา และเพื่อให้การจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพผู้สอนต้องตรวจสอบความรู้ความสามารถที่แสดง พัฒนาการของผู้เรยี นอย่างสม่ำเสมอและตอ่ เน่ือง และผู้เรียนต้องรับผิดชอบและตรวจสอบความก้าวหน้าของ ตนเองอย่างสม่ำเสมอเช่นกนั หน่วยการเรียนรู้เป็นสว่ นที่ผูส้ อนและผู้เรียนใช้ตรวจสอบย้อนกลับว่าผู้เรียนเกิด การเรียนรู้หรือยัง การประเมินในระดับชั้นเรียนต้องอาศัยทั้งผลการประเมินย่อยเพื่อพัฒนา และการ ประเมนิ ผลรวมเพื่อสรุปผลการเรยี นรเู้ ม่อื จบหนว่ ยการเรยี นรู้และจบรายวชิ า

๑๓๕ วธิ ีการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ให้บรรลุผลตามเป้าหมายของการเรียนรู้ที่ วางไว้ควรมีแนวทาง ดังต่อไปน้ี ๑. ต้องวดั ทัง้ ความรู้ ความคิด ความสามารถ ทักษะกระบวนการ เจตคติ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม รวมท้งั โอกาสในการเรียนของผเู้ รียน ๒. วธิ ีการวดั ผลและประเมนิ ผล ตอ้ งสอดคล้องกบั มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชีว้ ัด/ ผลการเรียนรู้ท่ี กำหนดไว้ ๓. ต้องเก็บข้อมูลที่ได้จากการวัดผลและประเมินผลตามความเป็นจริงและต้องประเมินผลภายใต้ ขอ้ มูลท่ีมีอยู่ ๔. ผลการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องนำไปสู่การแปลผลและลงข้อสรุป ทสี่ มเหตุสมผล ๕. การวัดผลต้องเทีย่ งตรงและเปน็ ธรรม ท้งั ดา้ นของวธิ ีการวดั โอกาสของการประเมนิ การวดั และประเมนิ ผลจากสภาพจรงิ กิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนมีหลากหลาย เช่น กิจกรรมสำรวจภาคสนาม กิจกรรมการสำรวจ ตรวจสอบ การทดลอง กิจกรรมศึกษาค้นคว้า กิจกรรมศึกษาปัญหาพิเศษหรือโครงงานวิทยาศาสตร์ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม ในการทำกิจกรรมเหล่าน้ีตอ้ งคำนงึ ว่าผู้เรียนแต่ละคนมีศักยภาพแตกต่างกนั ผู้เรียนแต่ละคนจงึ อาจทำงานชิ้นเดียวกันได้เสร็จในเวลาที่แตกต่างกัน และผลงานที่ได้ก็อาจแตกต่างกันด้วย เมื่อผู้เรียนทำ กิจกรรมเหล่านี้แล้วก็จะต้องเก็บรวบรวมผลงาน เช่น รายงาน ชิ้นงาน บันทึก และรวมถึงทักษะปฏิบัติต่างๆ เจตคติทางวิทยาศาสตร์ เจตคติต่อวิทยาศาสตร์ ความรัก ความซาบซึ้ง กิจกรรมที่ผู้เรียนได้ทำและผลงาน เหล่านี้ต้องใช้วิธีประเมินที่มีความเหมาะสมและแตกต่างกันเพื่อช่วยให้สามารถประเมินความรู้ความสามารถ และความรู้สึกนึกคิดที่แท้จริงของผู้เรียนได้ การวัดและประเมินผลจากสภาพจริงจะมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อมี การประเมินหลายๆ ด้าน หลากหลายวิธี ในสถานการณ์ต่างๆ ที่สอดคล้องกับชีวิตจริง และต้องประเมินอย่าง ตอ่ เนือ่ ง เพือ่ จะไดข้ อ้ มลู ท่มี ากพอทจี่ ะสะท้อนความสามารถทแี่ ทจ้ รงิ ของผเู้ รียนได้ ลกั ษณะสำคัญของการวัดและประเมนิ ผลจากสภาพจรงิ ๑. การวัดและประเมินผลจากสภาพจริงมีลักษณะที่สำคัญคือใช้วิธีการประเมินกระบวนการคิดท่ี ซับซ้อน ความสามารถในการปฏิบัติงาน ศักยภาพของผู้เรียนในด้านของผู้ผลิตและกระบวนการที่ได้ผลผลิต มากกว่าที่จะประเมินวา่ ผเู้ รียนสามารถจดจำความรูอ้ ะไรได้บา้ ง ๒. เป็นการประเมินความสามารถของผู้เรยี น เพ่ือวนิ จิ ฉยั ผู้เรยี นในส่วนทคี่ วรสง่ เสริมและส่วนท่ีควรจะ แก้ไขปรับปรุง เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาอย่างเต็มศักยภาพตามความสามารถ ความสนใจและความต้องการของ แตล่ ะบคุ คล ๓. เป็นการประเมนิ ท่เี ปดิ โอกาสให้ผเู้ รียนได้มีส่วนรว่ มประเมินผลงานของทั้งตนเองและของเพ่ือนร่วม หอ้ ง เพื่อสง่ เสรมิ ให้ผเู้ รยี นรู้จกั ตัวเอง เชอื่ มนั่ ในตนเอง สามารถพฒั นาตนเองได้ ๔. ข้อมูลที่ได้จากการประเมินจะสะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการเรียนการสอนและการวางแผนการ สอนของผู้สอนว่าสามารถตอบสนองความสามารถ ความสนใจ และความต้องการของผู้เรียนแต่ละบุคคลได้ หรือไม่

๑๓๖ ๕. ประเมินความสามารถของผูเ้ รียนในการถ่ายโอนการเรยี นรูไ้ ปสู่ชวี ิตจรงิ ได้ ๖. ประเมนิ ดา้ นต่างๆ ด้วยวิธที ห่ี ลากหลายในสถานการณต์ ่างๆ อย่างตอ่ เนือ่ ง วิธกี ารและแหลง่ ขอ้ มูลท่ีใช้ เพื่อให้การวดั และประเมินผลไดส้ ะท้อนความสามารถทแ่ี ทจ้ ริงของผู้เรียน ผลการประเมินอาจจะได้มา จากแหลง่ ขอ้ มูลและวิธกี ารตา่ งๆ ดังตอ่ ไปน้ี ๑. สังเกตการแสดงออกเปน็ รายบุคคลหรอื รายกลมุ่ ๒. ช้ินงาน ผลงาน รายงาน ๓. การสมั ภาษณ์ ๔. บนั ทึกของผ้เู รยี น ๕. การประชุมปรกึ ษาหารอื ร่วมกันระหวา่ งผู้เรยี นและครู ๖. การวดั และประเมินผลภาคปฏบิ ตั ิ (practical assessment) ๗. การวดั และประเมนิ ผลด้านความสามารถ (performance assessment) ๘. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้โดยใชแ้ ฟ้มผลงาน (portfolio assessment) การวัดและประเมนิ ผลดา้ นความสามารถ (performance assessment) ความสามารถของผู้เรียนประเมินได้จากการแสดงออกโดยตรงจากการทำงานต่างๆ เป็นสถานการณ์ที่ กำหนดให้ ซึ่งเป็นของจริงหรือใกล้เคียงกับสภาพจริง และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แก้ปัญหาหรือปฏิบัติงานได้จริง โดยประเมินจากกระบวนการทำงาน กระบวนการคิด โดยเฉพาะความคิดขั้นสูง และผลงานที่ได้ลักษณะสำคัญของ การประเมินความสามารถคือ กำหนดวัตถุประสงค์ของงาน วิธีการทำงานผลสำเร็จของงาน มีคำสั่งควบคุม สถานการณ์ในการปฏบิ ัติงาน และมีเกณฑ์การให้คะแนนท่ีชัดเจน การประเมินความสามารถท่ีแสดงออกของผู้เรียน ทำไดห้ ลายแนวทางต่างๆ กนั ข้นึ อยกู่ บั สภาพแวดล้อมสภาวการณ์ และความสนใจของผ้เู รยี น ดังตัวอยา่ งตอ่ ไปน้ี ๑. มอบหมายงานให้ทำ งานที่มอบให้ทำต้องมีความหมาย มีความสำคัญ มีความสัมพันธ์กับหลักสูตร เนื้อหาวิชา และชีวิตจริงของผู้เรียน ผู้เรียนต้องใช้ความรู้หลายด้านในการปฏิบัติงานที่สามารถสะท้อนให้เห็นถึง กระบวนการทำงาน และการใช้ความคิดอย่างลึกซึ้ง ตัวอย่างงานที่มอบหมายใหท้ ำ เชน่ - บทความในเรื่องที่กำลังเป็นประเด็นที่น่าสนใจและมีความสำคัญอยู่ในขณะนั้น เช่น พายุ ฝนดาวตก น้ำ จะทว่ มประเทศไทยจริงหรือ การโคลนนง่ิ สิง่ มชี ีวติ - รายงานสิ่งที่ผู้เรยี นสนใจโดยเฉพาะ เช่น การศึกษาวงชีวิตของแมลงวันทอง การสำรวจความหลากหลาย ของพืช ในบริเวณโรงเรยี น - ส่ิงประดิษฐ์ที่ได้จากการทำกิจกรรมทสี่ นใจ เช่น การสรา้ งระบบนิเวศจำลองในระบบปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าใช้ ควบคุมการปิดเปิดน้ำ ชดุ อุปกรณต์ รวจสภาพดิน เครอื่ งร่อนทีส่ ามารถ รอ่ นได้ไกลและอยู่ในอากาศไดน้ าน ๒. การกำหนดชิ้นงาน หรืออุปกรณ์ หรือสิ่งประดิษฐ์ให้ผู้เรียนวิเคราะห์องค์ประกอบและกระบวนการ ทำงาน และเสนอแนวทางเพื่อพัฒนาให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น ให้นักเรียนทดลองใช้อุปกรณ์แสดงการเกิดกระแส อากาศ บนั ทึกผลการทดลอง พรอ้ มกบั อภปิ รายเพ่ือตอบปัญหาต่อไปน้ี ๒.๑ ถ้านกั เรียนจดุ เทียนไขจะเกิดอะไรขึ้น ๒.๒. ถ้านักเรียนดับเทียนไขจะเกดิ อะไรข้ึน

๑๓๗ ๒.๓. อปุ กรณ์นท้ี ำงานได้อย่างไร เพราะเหตุใด ๒.๔. ถา้ นักเรยี นจะปรบั ปรุงอุปกรณ์ชุดน้ีใหท้ ำงานมีประสิทธิภาพมากข้ึน จะ ปรับปรุงอะไรบ้าง อย่างไร เพราะเหตุใด ๒.๕. ถา้ ตอ้ งปรับปรงุ อุปกรณ์ให้ดีขึน้ จะมวี ธิ ีการทำและตรวจสอบได้อย่างไร ๒.๖. ถ้าจะนำอปุ กรณ์ท่ีปรบั ปรงุ แล้วไปใชป้ ระโยชน์ จะใชท้ ำประโยชน์อะไรได้บ้าง ๓. กำหนดตัวอย่างชิ้นงานให้ แล้วให้ผู้เรียนศึกษางานนั้น และสร้างชิ้นงานที่มีลักษณะของการทำงานได้ เหมือนหรือดีกว่าเดิม เช่น การประดิษฐ์เครื่องร่อน การทำสไลด์ถาวรศึกษาเนื้อเยื่อพืช การทำกระดาษจากพืชใน ท้องถ่ิน ฯลฯ ๔. สรา้ งสถานการณ์จำลองทีส่ ัมพนั ธ์กับชวี ิตจริงของผู้เรียน โดยกำหนดสถานการณ์ แล้วให้ผ้เู รยี นลงมือปฏบิ ัติเพ่ือแกป้ ัญหา ตวั อยา่ งสถานการณท์ ี่ ๑ \"มีลำไยทีเ่ ก็บมาจากสวน ๔ แหง่ ตอ้ งการตรวจสอบวา่ ลำไยจากสวนใดมีความหวานมากท่สี ุด\" ๑) ใช้หลกั การออสโมซสิ ๒) ใชว้ ธิ กี ารอ่ืนให้นกั เรียน ๓) บอกขั้นตอนของวิธกี ารตรวจสอบของแตล่ ะวธิ ี ๔) ระบวุ ิธกี ารเก็บข้อมูลของแต่ละวธิ ี ๕) เลอื กวธิ ีการทดสอบจากที่กำหนดไว้ใน ๑) หรือ ๒) พร้อมใหเ้ หตุผลท่ีเลือก ๖) ดำเนนิ การตรวจสอบโดยใชว้ ธิ ีการออสโมซิสและวิธที เ่ี ลือกในข้อ ๓ ๗. เปรียบเทยี บผลการทดลองและลงข้อสรุปว่าวธิ ใี ดได้ผลดีกว่ากัน ตัวอย่างสถานการณ์ท่ี ๒ ถา้ นักเรยี นมีเคร่ืองใช้ไฟฟ้า ประกอบดว้ ยหลอดไฟ ๓ หลอด พดั ลมตดิ เพดาน ใหน้ กั เรียนออกแบบผังวงจร ที่ตดิ กบั อปุ กรณ์ พร้อมกับให้เหตุผลประกอบ ตัวอยา่ งสถานการณท์ ่ี ๓ โรงงานทำกระทะแห่งหน่ึงต้องการทดสอบวัสดทุ ี่มีผู้นำมาเสนอขาย จำนวน ๓ ชนดิ ว่าชนิดใดเหมาะที่สุด จงึ ใหพ้ นักงานทดสอบ แล้วมารายงานให้ทราบ ๑) นักเรียนคิดวา่ ปญั หาคืออะไร ๒) ถ้านักเรยี นต้องทดสอบ จะต้องวางแผนการตรวจสอบและลงมือปฏิบตั ิอย่างไร ๓) การรายงานผลการทดสอบจะมีเนื้อหาสาระอะไรบา้ ง ตวั อย่างสถานการณ์ที่ ๔ \"มคี ำกลา่ วว่าไม่สามารถชบุ เหล็กให้เป็นทองไดโ้ ดยตรง\" ๑) นักเรยี นจะมวี ธิ กี ารทดสอบคำกล่าวนี้ได้อย่างไรบา้ ง ๒) นักเรียนคิดวา่ วิธกี ารทดสอบใดจะไดผ้ ลดีท่สี ุด ๓) จงวิจารณว์ า่ วิธกี ารทดสอบทเี่ ลือกน้ันเป็นไปได้เพียงใด ๔) จะทำการทดสอบเพ่ือยืนยนั ได้อย่างไรว่าวธิ ีที่เลือกนน้ั ถูกต้องแผงไฟรวม

๑๓๘ ตัวอยา่ งสถานการณ์ท่ี ๕ \"นกั เรียนเชอ่ื หรือไม่ว่าน้ำทะเลจะไม่เป็นฟองกับสบู่\" ๑) นักเรียนจะมีวิธใี ดบ้างท่ีจะตรวจสอบว่าข้อความน้ีเป็นจริงหรือเป็นเท็จ ๒) จงเลอื กวิธที ่คี ิดว่าสามารถทดสอบได้ผลดที ี่สุด พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบ ๓ จงลงมือทดสอบดว้ ยวธิ กี ารท่ีเลือก ๔) จงวิจารณ์วา่ วธิ ีทีเ่ ลอื กมาทดสอบแตกต่างกนั อย่างไร ตัวอยา่ งสถานการณ์ท่ี ๖ \"นำ้ บาดาลที่นำมาใช้บรโิ ภคไมส่ ะอาดเพยี งพอ\" ๑) มวี ธิ ีทดสอบไดอ้ ย่างไรว่าข้อความดังกล่าวเปน็ จริง ๒) วธิ กี ารใดจะช่วยให้การตรวจสอบได้ผลดีทีส่ ุด ๓) ถา้ ตรวจสอบแลว้ พบว่าน้ำบาดาลน้ันไม่สะอาด ทา่ นจะมีวธิ ีแกไ้ ขอย่างไร ๔) วธิ ีใดนา่ จะใชท้ ำให้น้ำบาดาลสะอาดทีส่ ุด เพราะเหตุใดจงึ เลือกวธิ นี ้ี ๕) จงแสดงวิธีการตรวจสอบและทำให้น้ำบาดาลสะอาดจนใชบ้ รโิ ภคได้ ตวั อย่างสถานการณ์ท่ี ๗ เมื่อหย่อนส่ิงของต่างๆ ลงในสระนำ้ ๑) จงวเิ คราะหแ์ ละอธบิ ายว่า เพราะเหตุใดส่ิงของบางชนดิ จึงจม บางชนดิ จึงลอย ๒) จงวางแผนและเลือกวธิ ีทีจ่ ะทดสอบสมมตฐิ าน อธบิ ายด้วยว่าเหตใุ ดจึงเลือกวธิ ีน้ัน ๓) จะนำความรจู้ ากการศึกษาเรื่องน้ีไปใชป้ ระโยชน์ในชีวติ ประจำวันได้อยา่ งไร ตัวอย่างสถานการณท์ ี่ ๘ จงวิเคราะห์แรงเสยี ดทานท่ีเกิดข้ึนในการข่จี ักรยาน ๑) หาวิธลี ดแรงเสยี ดทานให้เหลือน้อยทีส่ ดุ เท่าทจ่ี ะทำได้ ๒) ออกแบบจักรยานทีม่ ีแรงเสียดทานน้อยท่สี ุดเท่าทจี่ ะเปน็ ไปได้ การประเมินตามสภาพจริงยังคงใช้การทดสอบด้วยการเขียนตอบ แตจ่ ะลดการทดสอบที่วดั ด้านความรู้ความจำ โดย จะมุ่งเน้นประเมินด้านความเข้าใจ การนำไปใช้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และการคิดขั้นสูง แบบทดสอบใน ลกั ษณะนี้จะต้องสร้างสถานการณ์ ซง่ึ ส่วนใหญต่ ้องสัมพนั ธ์กับชวี ิตจริงของนักเรียน แลว้ ใหน้ กั เรยี นตอบคำถามโดย เขยี นตอบ ลักษณะของคำถามควรนำไปสู่การวดั ทีส่ ูงกวา่ ความรู้ความจำ การประเมนิ ผลการเรียนรโู้ ดยใช้แฟ้มผลงาน (portfolio assessment) แฟ้มผลงานคืออะไร เมื่อผู้เรียนทำกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ ทั้งในห้องเรียนหรือนอก ห้องเรียนก็ตาม ก็จะมีผลงานที่ได้จากการทำกิจกรรมเหล่านั้นปรากฏอยู่เสมอ ซึ่งสามารถจำแนกผลงานออกตาม กิจกรรมตา่ งๆ ดงั นี้ ๑. การฟังบรรยาย เมื่อผู้เรียนฟังการบรรยายก็จะมีสมุดจดคำบรรยาย ซึ่งอาจอยู่ในรูปของบันทึกอย่าง ละเอียดหรือบันทึกแบบย่อ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะของความชอบและความเคยชินของผู้เรียนในการบันทึกคำ บรรยาย

๑๓๙ ๒. การทำการทดลอง ผลงานของผู้เรียนที่เกี่ยวข้องกับการทดลอง อาจประกอบด้วยการวางแผนการ ทดลองท้ังในรูปของบันทึกอย่างเป็นระบบหรือบนั ทึกแบบย่อ การบันทึกวธิ ีการทดลอง ผลการทดลองและปัญหาท่ี พบขณะทำการทดลอง การแปลผล สรุปผลและการอภิปรายผลการทดลอง และผลงานสุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับการ ทดลอง คอื การรายงานผลการทดลองที่ผู้เรียนอาจทำเปน็ กลุ่มหรือเดี่ยวก็ได้ ๓. การอภิปราย ผลงานของผู้เรียนท่เี ก่ียวข้องกับการอภปิ ราย คือ วางหวั ข้อและข้อมูลที่จะนำมาใช้ในการ อภปิ ราย ผลทีไ่ ดจ้ ากการอภปิ รายรวมทั้งข้อสรุปต่างๆ ๔. การศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม จดั เป็นผลงานท่ีสำคัญประการหน่ึงของผู้เรียนท่ีเกิดจากการได้รับมอบหมาย จากครูผู้สอนให้ไปค้นคว้าหาความรู้ในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อหรือประเด็นที่กำลังศึกษา ผลงานที่ได้จาก การค้นคว้าเพิ่มเติมอาจอยู่ในรูปของรายงาน การทำวิจัยเชิงเอกสารหรือบันทึกประเด็นสำคัญซึ่งอาจนำมาใช้ ประกอบการอภิปรายในชัว่ โมงเรียนก็ได้ ๕. การศึกษานอกสถานที่ การศกึ ษานอกสถานที่จัดเป็นวิธีการท่ีเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีประสบการณ์ตรง กบั เร่ืองท่ีกำลังศึกษา ผลงานทไ่ี ด้อาจประกอบด้วยการบันทึกการสังเกต การตอบคำถามหรือปัญหาจากใบงาน การ เขียนรายงานส่ิงที่ค้นพบ ๖. การบันทึกรายวัน เป็นผลงานประการหนึ่งของผู้เรียนที่อยู่นอกเหนือจากผลงานที่แสดงถึงการเรียนรู้ โดยตรง แต่จะช่วยให้ผู้เรียนหรือผู้ประเมินได้เข้าใจในประเด็นหรือสิ่งที่ผู้เรียนนึกคิดเกี่ยวกับการเรียนการสอน วิทยาศาสตร์ด้วยนอกจากกิจกรรมที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังอาจมีกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน ซึ่ง ผเู้ รียนสามารถแสดงออกถึงความสามารถอ่ืนๆ อกี ดว้ ยเช่น การสื่อสาร ผลงานเหล่านี้ถ้าไดร้ ับการเก็บรวบรวมอย่าง มีระบบด้วยตัวผู้เรียนเองตามช่วงเวลา ทั้งก่อนและหลังการทำกิจกรรมเหล่านี้ โดยได้รับคำแนะนำจากผู้สอน และ ผู้เรียนฝึกทำจนเคยชินแล้วจะถือเป็นผลงานที่สำคัญยิ่งที่ใช้ในการประเมินผลการเรียนรู้ในวิชาวิทยาศาสตร์ของ ผ้เู รียนตอ่ ไป ในการวัดและประเมินผลด้านการปฏิบัติ ครอบคลุมถึงการที่นักเรียนได้แสดงให้ครูเห็นถึงความรู้ ความสามารถที่ครูได้คาดหวังว่านักเรียนจะมีความรู้เกิดขึ้นจากการเรียนรู้นั้น การวัดและประเมินผลในด้านนี้ จะ ชว่ ยสะท้อนให้ครูและนักเรียนได้ทราบว่านักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนรู้มากน้อยเพียงใด มีอะไรท่ีครูควรให้ ความชว่ ยเหลือเปน็ พิเศษ และเรียนรู้ไปมากน้อยเพียงใดตามจุดประสงค์ที่ครูต้ังไว้ อาจใชว้ ิธีการสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทงั้ การสอบย่อยและการสอบใหญ่ การใหน้ ักเรยี นสอบปฏิบตั ิการต่างๆ เปน็ ตน้ แนวทางการใหค้ ะแนนเพื่อการประเมิน จากที่กล่าวมาแล้วว่า การประเมินจากสภาพจริงให้ความสำคัญต่อการประเมินโดยใช้ข้อสอบแบบเขียน ตอบน้อยมา แต่จะให้ความสำคัญต่อการแสดงออกที่แท้จริงของนักเรียนขณะทำกิจกรรม งานหรือกิจกรรมท่ี กำหนดให้นักเรียนทำจะมีแนวทางไปสูค่ วามสำเร็จของงานและมีวิธีการหาคำตอบหลายแนวทาง คำตอบที่ได้ อาจมิใช่ในแนวทางที่กำหนดไว้เสมอไป จึงทำให้การตรวจให้คะแนนไม่สามารถให้อย่างชัดเจนแนน่ อนเหมือน การตรวจให้คะแนนแบบขอ้ สอบเลือกตอบ ดังนั้นการประเมินจากสภาพจริง จึงต้องมีการกำหนดแนวทางการ ใหค้ ะแนนอย่างชัดเจน การกำหนดแนวทางอาจจดั ทำโดยครู คณะครหู รือครูและนักเรียนกำหนดร่วมกัน แนว ทางการประเมินนั้นจะต้องมีมาตรวัดว่านักเรียนทำอะไรได้สำเร็จ และระดับความสำเร็จอยู่ในระดับใด แนว ทางการประเมินทมี่ ีมาตรวัดน้ี เรียกวา่ Rubric การประเมนิ โดยอิง Rubric นี้ โดยทว่ั ไปมี ๒ แบบคือ ๑. การใหค้ ะแนนภาพรวม (Holistic score) ๒. การให้คะแนนแยกองค์ประกอบ (Analytic score)

๑๔๐ แนวปฏบิ ตั ใิ นการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานสองประการคือ การประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียนและเพื่อตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้ ประสบผลสำเร็จนั้น นักเรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวชี้วัดเพื่อให้บรรลุตามมาตรฐานการ เรยี นรู้ สะทอ้ นสมรรถนะสำคญั และคุณลกั ษณะอันพึงประสงคข์ องนักเรียนซ่ึงเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและ ประเมินผลการเรียนรู้ในระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็น กระบวนการพัฒนาคุณภาพนักเรียนโดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและสารสน เทศที่แสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสำเร็จทางการเรียนของนักเรียน ตลอดจนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมให้ นักเรยี นเกดิ การพฒั นาและเรยี นรอู้ ย่างเตม็ ตามศักยภาพ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น ๒ ระดับ ได้แก่ ระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา มี รายละเอียด ดังน้ี ๑. การประเมินระดับชั้นเรียน เป็นการวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ครู ผู้สอนดำเนินการเป็นปกติและสม่ำเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย เช่น การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน แฟ้ม สะสมงาน การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยครู ผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาสให้นักเรียนประเมินตนเอง เพ่ือนประเมินเพื่อน ผปู้ กครองรว่ มประเมิน ในกรณที ไ่ี มผ่ ่านตวั ช้ีวดั ให้มีการสอนซ่อมเสริม การประเมินระดับชั้นเรียนเป็นการตรวจสอบว่า นักเรียนมพี ัฒนาการความก้าวหน้าในการเรยี นรู้ อนั เป็นผลมาจากการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีสง่ิ ทจ่ี ะต้องได้รับการพัฒนา ปรับปรงุ และส่งเสริมในด้านใด นอกจากน้ยี ังเป็นข้อมูลใหผ้ ูส้ อนใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนของตนด้วย ท้ังน้ี โดยสอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้วี ัด ๒. การประเมินระดบั สถานศึกษา เป็นการประเมนิ ทสี่ ถานศกึ ษาดำเนนิ การเพื่อตัดสนิ ผล การเรียน ของผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประส งค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อ การเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมทั้งสามารถนำผลการเรียนของ ผู้เรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและ สารสนเทศเพื่อการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพื่อการ จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการ รายงานผลการจัดการศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐาน ผู้ปกครองและชมุ ชน ข้อมูลการประเมินในระดับต่าง ๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ในการตรวจสอบทบทวนพัฒนาคุณภาพ นักเรียน ที่จะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุงแก้ไข ส่งเสริมสนับสนุนเพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาเต็มตาม ศักยภาพบนพื้นฐาน ความแตกต่างระหว่างบุคคลที่จำแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่ม นักเรียนท่ัวไป กลุม่ นักเรียนทีม่ ีความสามารถพิเศษ กลุ่มนักเรยี นที่มีผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นต่ำ กล่มุ ผเู้ รียนท่ีมี

๑๔๑ ปัญหาดา้ นวนิ ัยและพฤติกรรม กลมุ่ นักเรยี นทปี่ ฏิเสธโรงเรียน กลุ่มนักเรยี นที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มพิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูลจาก การประเมินจึงเป็นหัวใจของสถานศึกษาในการ ดำเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงที ปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาและประสบความสำเร็จในการ เรยี น สถานศึกษาในฐานะผรู้ ับผดิ ชอบจดั การศึกษา จะตอ้ งจัดทำระเบียบว่าด้วยการวดั และประเมินผลการ เรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่เป็นข้อกำหนดของหลักสูตร สถานศกึ ษา เพอื่ ให้บุคลากรท่ีเกีย่ วขอ้ งทุกฝ่ายถอื ปฏบิ ตั ิรว่ มกัน เกณฑก์ ารวดั และประเมินผลการเรยี น ๑. การตัดสิน การใหร้ ะดบั และการรายงานผลการเรียน ๑.๑ การตัดสินผลการเรียน ในการตัดสินผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนั้น ผู้สอนต้องคำนึงถึงการพัฒนานักเรียนแต่ละคนเปน็ หลกั และต้องเก็บข้อมลู ของนักเรียนทุกด้านอย่างสม่ำเสมอและต่อเน่ืองในแต่ละภาคเรยี น รวมทั้งสอนซ่อมเสริม ผเู้ รียนใหพ้ ัฒนาจนเตม็ ตามศกั ยภาพ ระดบั ประถมศกึ ษา (๑) ผูเ้ รียนตอ้ งมีเวลาเรียนไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ ๘๐ ของเวลาเรียนท้ังหมด (๒) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของ จำนวนตัวชวี้ ดั (๓) ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา ไม่น้อยกว่าระดับ “๑” จึงจะถือว่า ผา่ นเกณฑต์ ามท่สี ถานศึกษากำหนด (๔) นกั เรยี นตอ้ งได้รับการประเมนิ และมผี ลการประเมิน การอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน ใน ระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป มีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป และมีผลการ ประเมนิ กิจกรรมพัฒนานักเรยี น ในระดับ “ผา่ น” การพิจารณาเลื่อนชั้น ถ้านักเรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และพิจารณาเห็นว่าสามารถ พัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้ผ่อนผันให้เลื่อนชั้นได้ แต่หากนักเรียนไม่ผ่านรายวิชาจำนวนมาก และมี แนวโน้มว่าจะเปน็ ปัญหาตอ่ การเรียนในระดบั ชน้ั ที่สูงข้ึน ให้ต้ังคณะกรรมการพจิ ารณาให้เรียนซำ้ ชั้นได้ ทั้งน้ีให้ คำนึงถึงวฒุ ิภาวะและความรคู้ วามสามารถของนกั เรยี นเป็นสำคัญ

๑๔๒ ๑.๒ การให้ระดบั ผลการเรยี น ระดับประถมศึกษา ในการตัดสินเพื่อให้ระดับผลการเรียนรายวิชา ให้ระดับผลการเรียนหรือระดับ คณุ ภาพการปฏบิ ัตขิ องนกั เรยี น เปน็ ระบบตวั เลขแสดงระดบั ผลการเรยี นเปน็ ๘ ระดบั ดังนี้ ระดบั ผลการเรยี น ความหมาย ชว่ งคะแนนรอ้ ยละ ๔ ผลการเรียนดีเย่ยี ม ๘๐ - ๑๐๐ ๓.๕ ผลการเรยี นดีมาก ๗๕ - ๗๙ ๓ ผลการเรียนดี ๗๐ - ๗๔ ๒.๕ ผลการเรยี นค่อนข้างดี ๖๕ - ๖๙ ๒ ผลการเรียนนา่ พอใจ ๖๐ - ๖๔ ๑.๕ ผลการเรยี นพอใช้ ๕๕ - ๕๙ ๑ ผลการเรยี นผ่านเกณฑ์ข้ันต่ำ ๕๐ - ๕๔ ๐ ผลการเรยี นตำ่ กวา่ เกณฑ์ ๐ - ๔๙ การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น ให้ระดับผลการ ประเมินเปน็ ดีเยย่ี ม ดี ผา่ น และไมผ่ า่ น การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติ กิจกรรมและผลงานของผู้เรียน ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด และให้ผลการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นผ่าน และ ไม่ผา่ น ๑.๓ การรายงานผลการเรยี น การรายงานผลการเรียนเป็นการสื่อสารให้ผู้ปกครองและนักเรียนทราบความก้าวหน้า ในการ เรียนรู้ของนักเรียน ต้องสรุปผลการประเมินและจัดทำเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบเป็นระยะ ๆ หรือ อยา่ งน้อยภาคเรยี นละ ๑ ครัง้ การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเป็นระดับคุณภาพการปฏิบัติของนักเรียนที่สะท้อน มาตรฐานการเรียนรูก้ ลุม่ สาระการเรยี นรู้ ๒. เกณฑก์ ารจบการศกึ ษา หลักสูตรสถานศึกษา กำหนดเกณฑ์กลางสำหรับการจบการศึกษาเป็น ๑ ระดับ คือ ระดับ ประถมศกึ ษา ๒.๑ เกณฑก์ ารจบระดับประถมศกึ ษา (๑) นกั เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน และรายวชิ า/กิจกรรมเพ่ิมเตมิ ตามโครงสร้างเวลาเรียน ท่ี กำหนด (๒) นกั เรยี นต้องมผี ลการประเมนิ รายวิชาพ้ืนฐาน ผ่านเกณฑก์ ารประเมินตามท่ีกำหนด

๑๔๓ (๓) นักเรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนในระดับผ่านเกณฑ์ การ ประเมนิ ตามทีก่ ำหนด (๔) นักเรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมิน ตามท่กี ำหนด (๕) นกั เรียนเขา้ ร่วมกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่ กำหนด สำหรับการจบการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น การศึกษาเฉพาะทาง การศึกษาสำหรับผู้มี ความสามารถพิเศษ การศึกษาทางเลือก การศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส การศึกษาตามอัธยาศัย ให้ คณะกรรมการของสถานศึกษา ดำเนินการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักเกณฑ์ในแนวปฏิบัติการวัด และประเมินผลการเรียนรู้ของหลักสูตรสถานศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ

๑๔๔ อภธิ านศัพท์ ศพั ทท์ ีเ่ ก่ยี วข้องกบั ตัวชี้วดั กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ท่ี ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ความหมาย ๑ กำหนดปัญหา define problem ระบุคำถาม ประเด็นหรือ สถานการณ์ที่เป็น ข้อสงสัย เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาหรือ อภิปรายรว่ มกนั ๒ แกป้ ญั หา solve problem หาคำตอบของปัญหาที่ยังไม่รู้ วิธีการมาก่อน ทั้งปัญหาที่ เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ โดยตรงและปัญหาในชีวิต ประจำวันโดยใช้ เทคนิคและ วิธกี ารต่าง ๆ ๓ เขียนแผนผงั /วาดภาพ construct diagram/ นำเสนอข้อมูลหรือผลการสำรวจ ตรวจสอบ illustrate ดว้ ยแผนผัง กราฟ หรอื ภาพวาด ๔ คาดคะเน Predict คาดการณ์ผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดย อาศัยขอ้ มูลทส่ี ังเกตได้ และประสบการณท์ ม่ี ี ๕ คำนวณ calculate หาผลลพั ธ์จากข้อมลู โดยใช้ หลกั การ ทฤษฎี หรือวิธกี ารทาง คณิตศาสตร์ ๖ จำแนก Classify จัดกลุ่มของสิ่งต่าง ๆ โดยอาศัย ลักษณะที่ เหมอื นกนั เปน็ เกณฑ์ ๗ ตง้ั คำถาม ask question พูดหรือเขียนประโยค หรือวลี เพ่ือให้ได้มาซึ่ง การค้นหา คำตอบท่ีต้องการ ๘ ทดลอง conduct/experiment ปฏิบัติการเพื่อหาคำตอบ ของคำถาม หรือ ปัญหาในการ ทดลอง โดยตั้งสมมติฐานเพ่ือ เป็นแนวทางในการกำหนด ตัวแปรและ วางแผนดำเนินการ เพื่อตรวจสอบสมมตฐิ าน ๙ นำเสนอ Present แสดงข้อมูล เรื่องราว หรือ ความคิด เพื่อให้ ผู้อน่ื รับรู้ หรอื พจิ ารณา ๑๐ บรรยาย describe ให้รายละเอี ยด ข อง เหต ุ การ ณ์ หรือ ปรากฏการณ์ทเี่ กิดขึ้นให้ ผ้อู ืน่ ได้รับรู้ดว้ ยการ บอก หรอื เขยี น

๑๔๕ ที่ ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ ความหมาย ๑๑ บอก Tell ใหข้ ้อมูล ข้อเทจ็ จริง แกผ่ ู้อนื่ ดว้ ยการพดู หรือเขียน ๑๒ บนั ทึก Record เขียนข้อมลู ท่ไี ดจ้ ากการสงั เกต เพอื่ ช่วยจำ หรอื เพ่ือเปน็ หลกั ฐาน ๑๓ เปรยี บเทยี บ Compare บอกความเหมือน และ/หรือ ความแตกต่าง ของสง่ิ ท่ี เทียบเคยี งกัน ๑๔ แปลความหมาย Interpret แสดงความหมายของข้อมูล จากหลักฐานท่ี ปรากฏ เพอื่ ลงข้อสรปุ ๑๕ ยกตัวอย่าง give examples ใหข้ อ้ มลู เหตุการณ์หรือสถานการณ์ เพื่อแสดง ความเข้าใจในสง่ิ ที่ได้ เรยี นรู้ ๑๖ ระบุ identify ช้ีบอกสง่ิ ตา่ ง ๆ โดยใช้ข้อมูล ประกอบอยา่ ง เพยี งพอ ๑๗ เลือกใช้ select พิจารณา และตัดสินใจนำวัสดุ สิ่งของ อุปกรณห์ รือวธิ ีการ มาใช้ไดอ้ ย่างเหมาะสม ๑๘ วดั measure หาขนาด หรือปริมาณ ของ สิ่งต่าง ๆ โดยใช้ เคร่ืองมอื ท่ีเหมาะสม ๑๙ วิเคราะห์ analyze แยกแยะ จัดระบบ เปรียบเทียบ จัดลำดับ จดั จำแนก หรอื เชอ่ื มโยงขอ้ มลู ๒๐ สร้างแบบจำลอง construct model นำเสนอแนวคิด หรือเหตุการณ์ ในรูปของ แผนภาพ ชิ้นงาน สมการ ข้อความ คำพูด และ/ หรอื ใชแ้ บบจำลองเพ่ืออธิบาย ความคิด วตั ถุ หรือเหตกุ ารณ์ ต่าง ๆ ๒๑ สงั เกต Observe หาข้อมูลด้วยการใช้ประสาท สัมผัสทั้งห้า ที่เหมาะสมตาม ข้อเท็จจริงที่ปรากฏ โดยไม่ ใช้ ประสบการณ์เดิมของผู้สังเกต ๒๒ สำรวจ explore หาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ โดยใช้วีธีการและ เทคนิคที่ เหมาะสม เพื่อนำข้อมูลมาใช้ ตาม วตั ถปุ ระสงค์ทกี่ ำหนดไว้

๑๔๖ ที่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ความหมาย ๒๓ สืบค้นขอ้ มูล search หาข้อมูล หรือขอ้ สนเทศท่ีมี ผ้รู วบรวมไว้แลว้ จากแหลง่ ตา่ ง ๆ มาใชป้ ระโยชน์ ๒๔ ส่ือสาร communicate นำเสนอ และแลกเปลยี่ น ความคิด ข้อมูล หรอื ผลจากการ สำรวจตรวจสอบ ดว้ ยวิธี ที่เหมาะสม ๒๕ อธบิ าย explain กลา่ วถึงเรอ่ื งราวต่าง ๆ อย่างมี เหตุผล และมี ขอ้ มลู หรือ ประจกั ษ์พยานอ้างองิ ๒๖ อภปิ ราย discuss แสดงความคดิ เห็นตอ่ ประเด็น หรือคำถาม อยา่ งมีเหตผุ ล โดยอาศัยความรแู้ ละ ประสบการณ์ ของผู้อภิปรายและข้อมลู ประกอบ ๒๗ ออกแบบการทดลอง design experiment กำหนด และวางแผนวธิ ีการ ทดลองให้ สอดคล้องกับ สมมตฐิ านและตัวแปรต่าง ๆ รวมทงั้ การบนั ทึกข้อมูล

๑๔๗ ศัพท์ท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั ตวั ชว้ี ัดสาระเทคโนโลยี ท่ี ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ ความหมาย ๑ การใชล้ ขิ สทิ ธ์ิของผอู้ ืน่ fair use การนำส่ือ หรอื ขอ้ มลู ที่เปน็ ลิขสทิ ธิข์ องผู้อืน่ ไปใช้โดยชอบ ดว้ ยกฎหมาย ภายใต้เงอ่ื นไข โดยชอบธรรม บางประการ เช่น ๑) นำไปใช้ในการศึกษา หรอื การคา้ ๒) งานนั้นเปน็ งานวิชาการ หรอื ๒ การตรวจและแก้ไข debugging บนั เทงิ ๓) คัดลอกเพยี งส่วนน้อย หรอื ข้อผิดพลาด คดั ลอกจำนวนมาก ๔) ทำใหเ้ จา้ ของเสีย ผลประโยชน์ ทางการเงนิ มากนอ้ ยเพยี งใด ๓ การประมวลผลข้อมูล data processing กระบวนการในการค้นหา ข้อผดิ พลาดของ ๔ การรวบรวมข้อมลู data collection โปรแกรม เพื่อแก้ไขใหท้ ำงานได้ถูกตอ้ ง ๕ ขอ้ มลู ปฐมภมู ิ primary data การดำเนินการตา่ ง ๆ กบั ข้อมูล เพื่อให้ได้ ๖ เทคโนโลยี technology ผลลพั ธท์ ่มี คี วามหมาย และมีประโยชนต์ อ่ การนำ ไปใช้งานมากย่ิงขึ้น ๗ แนวคดิ เชิงคำนวณ computational thinking กระบวนการในการรวบรวม ขอ้ มูลที่เกีย่ วข้อง จากแหลง่ ข้อมูลตา่ ง ๆ ๘ แนวคิดเชิงนามธรรม abstraction การ ข้อมลู ทีร่ วบรวมโดยตรง จากแหล่งข้อมลู ขนั้ ตน้ โดยอาจ ใช้วิธีการสังเกต การทดลอง การสำรวจ การสมั ภาษณ์ สง่ิ ทม่ี นุษย์สร้างหรือพฒั นาขึ้น ซึ่งอาจเป็นได้ ทงั้ ชน้ิ งาน หรอื วิธกี าร เพ่ือใช้แก้ปญั หาสนอง ความตอ้ งการ หรือเพิม่ ความสามารถในการ ทำงาน ของมนุษย์ กระบวนการในการแก้ปัญหา การคดิ วเิ คราะหอ์ ย่างมีเหตุผล เป็นขั้นตอน เพ่ือหา วธิ ีการ แก้ปญั หาในรปู แบบท่ีสามารถ นำไป ประมวลผลได้ พิจารณารายละเอยี ดทสี่ ำคญั ของปัญหา แยกแยะสาระสำคัญ ออกจากส่วนท่ไี ม่สำคัญ

๑๔๘ ศัพท์ทีเ่ กยี่ วขอ้ งกับตัวชีว้ ัดสาระเทคโนโลยี ที่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ความหมาย ๙ ระบบทางเทคโนโลยี technological กลมุ่ ของสว่ นตา่ ง ๆ ตัง้ แต่ สองส่วนขึน้ ไป system ประกอบเข้า ด้วยกัน และทำงานร่วมกัน เพอ่ื ให้บรรลุวตั ถปุ ระสงค์ โดยในการทำงาน ของระบบ ทางเทคโนโลยจี ะประกอบไปดว้ ย ตัวป้อน (input) กระบวนการ (process) และ ผลผลิต (output) ทส่ี ัมพันธ์กัน นอกจากนี้ ระบบทางเทคโนโลยี อาจมีข้อมูลย้อนกลบั (feedback) เพ่ือใชป้ รบั ปรงุ การทำงานไดต้ าม วัตถปุ ระสงค์ ๑๐ เหตุผลเชงิ ตรรกะ logical reasoning การใช้เหตุผล กฎ กฎเกณฑ์ หรือเงอ่ื นไขท่ี เก่ยี วขอ้ ง เพื่อ แกป้ ัญหาไดค้ รอบคลุมทกุ กรณี ๑๑ เหตผุ ลวิบัติ logical fallacy การใชเ้ หตุผลทผี่ ดิ พลาดไม่อยู่บน พื้นฐานของ ความจริง ไม่มนี ้ำหนกั สมเหตุสมผลมา สนับสนนุ หรือ ช้นี ำข้อสรุปท่ีผดิ ใหด้ ูนา่ เช่ือถือ ๑๒ อตั ลกั ษณ์ Identity ลักษณะเฉพาะหรือข้อมลู สำคัญ ท่บี ่งบอกถึง ความเปน็ ตวั ตนของ บคุ คลหรอื สิง่ ใดสงิ่ หน่ึง เช่น ช่อื บญั ชผี ู้ใชใ้ บหน้า ลายนิว้ มอื ๑๓ อัลกอริทึม algorithm ขั้นตอนในการแกป้ ัญหาหรือ การทำงาน โดยมี ลำดับของ คำสั่งหรอื วิธีการที่ชัดเจน ท่ี คอมพวิ เตอร์สามารถปฏบิ ตั ิ ตามได้ ๑๔ แอปพลเิ คชัน software ซอฟต์แวร์ประยุกต์ท่ีทำงาน บนคอมพวิ เตอร์ application สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต หรอื อปุ กรณเ์ ทคโนโลยี อน่ื ๆ

๑๔๙ ภาคผนวก

๑๕๐ คำสงั่ โรงเรียนบา้ นเขาเทียมป่า ท่ี 33 / 2565 เรอ่ื ง แตง่ ต้ังคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิซาการสถานศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน โรงเรียนบา้ นเขาเทยี มป่า ปีการศกึ ษา ๒๕๖5 .................................................... เพอ่ื ใหบ้ รหิ ารหลักสตู รและงานวชิ าการสถานศึกษาข้ันพน้ื ฐาน เปน็ ไปอย่างมีประสิทธภิ าพ สอดคล้อง กับ พระราชบัญญัติการศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 6๕๔๒ หมวด ๔ มาตรา ๒๗ ท่ีกำหนดให้สถานศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐานมี หนา้ ทจี่ ัดทำสาระของหลักสูตรเพอ่ื ความเป็นไทย ความเปน็ พลเมืองทด่ี ขี องชาติการดำรงชีวติ และการประกอบ อาชีพตลอดจน เพ่ือการศกึ ษาตอ่ ในสว่ นทเ่ี กย่ี วข้องกบั สภาพปัญหาของชุมชนและสงั คมภูมปิ ญั ญาท้องถ่ิน คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ เพ่ือเป็นสมาชิกที่ดขี องครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติ อาศัยตามระเบียบกระทรวงศึกษาธกิ ารว่าดว้ ยคณะกรรมการบรหิ ารหลกั สตู รและงานวิชาการ สถานศกึ ษา ข้ันพืน้ ฐาน พ.ศ.๒๕๔๔ ข้อ ๕ ให้มีคณะกรรมการคณะหนงึ่ เรยี กว่า \"คณะกรรมการบรหิ าร หลักสูตรและงานวชิ าการสถานศกึ ษา\" อยูภ่ ายใตค้ ณะกรรมการสถานศึกษาขัน้ พื้นฐานของสถานศกึ ษา แตง่ ตง้ั โดยผบู้ ังคับบัญชาเหนือสถานศึกษาข้ึนไปหนึ่งระดับ สำนักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษากระบ่ี จึง แตง่ ตงั้ คณะกรรมการบริหารหลกั สูตร และงานวชิ าการสถานศึกษาข้นั พืน้ ฐานโรงเรียนบ้านเขาเทยี มปา่ ประกอบดว้ ย ๑. นายกรี ติ แวหะยี ผู้อำนวยการโรงเรยี น ประธาน กรรมการ ๒. นายบุญทวี หลานอา หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย กรรมการ ๓. นางสาวศรัณยา่ กุลหมาด หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ กรรมการ ๔. นางสาวสกุ ณั ยา พุ่มวัง หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กรรมการ ๕. นายชโิ นรส ไกรเลศิ หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนร้สู ังคมศึกษาฯ กรรมการ ๖. นายสทุ ธริ กั ษ์ อึ้งสวัสดิ์ หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้สุขศกึ ษาและพละศึกษา กรรมการ ๗. นางสาวรงุ่ ฟา้ วงค์วิวิชพัฒนา หัวหน้ากล่มุ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ กรรมการ ๘. นางวรชนนั ท์ กราบบญุ มา หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี กรรมการ ๙. นางสารนี า นิวาสวสั ดิ์ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ กรรมการ

๑๕๑ ๑๐. นายบญุ ทวี หลานอา หวั หน้ากจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น กรรมการ กรรมการ หัวหน้าฝา่ ยงานวิชาการ ๑๑. นายสุทธิรกั ษ์ องึ้ สวสั ดิ์ และเลขานุการ มีหน้าท่แี ละดำเนนิ การจดั การตามข้ันตอนท่ีกำหนด ดังน้ี ๑. วางแผนการดำเนนิ งานวชิ าการ กำหนดสาระรายละเอียดของหลักสูตรระดับสถานศึกษาและแนว ทางการจัดสดั สว่ นสาระการเรียนรู้ และกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี นของสถานศึกษา ใหส้ อดคล้องกบั หลักสตู ร แกนกลางการศึกษาชน้ั พน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และสภาพเศรษฐกิจ สังคม ศิลปวัฒนธรรม ภมู ปิ ัญญา ทอ้ งถนิ่ ๒. จดั ทำคูม่ ือการบรหิ ารหลกั สตู ร และงานวิซาการของสถานศกึ ษา นิเทศ กำกบั ติดตาม ให้ คำปรึกษา เกี่ยวกบั การพฒั นาหลักสตู ร การจดั กระบวนการเรยี นรู้ การวัดและประเมนิ ผลและการแนะแนวให้ สอดคลอ้ งและเปน็ ไปตามหลักสตู รการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน ๓. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรเกีย่ วกบั การพัฒนาหลักสูตร การจดั กระบวน การเรยี นรู้ การวัดและประเมินผลและการแนะแนวใหเ้ ป็นไปตามจดุ หมายและแนวทางการดำเนินการของ 4. ประสานความรว่ มมอื จากบุคคล หน่วยงาน องค์กรตา่ ง ๆ และชุมชน เพอ่ื ใหก้ ารใช้หลกั สูตรเปน็ ไป อย่างมีประสทิ ธิภาพและมีคณุ ภาพ ๕. ประชาสัมพันธห์ ลักสตู รและการใช้หลกั สตู รแกน่ ักเรยี น ผปู้ กครอง ชุมชนและผเู้ กี่ยวซ้องและนำ ขอ้ มูลป้อนกลับจากฝา่ ยตา่ ง ๆ มาพิจารณาเพ่ือปรับปรงุ และพัฒนาหลักสตู รของสถานศึกษา ๖. ส่งเสริมสนบั สนนุ การวจิ ยั เก่ียวกบั การพัฒนาหลกั สตู ร และกระบวนการเรียนรู้ 7. ตดิ ตามผลการเรียนรู้ของนักเรียนและประเมนิ เป็นรายบุคคล ระดับช้นั และชว่ งช้นั ระดับวิชา กล่มุ วชิ าในแตล่ ะปีการศึกษา เพ่อื ปรบั ปรุงแก้ไข และพัฒนาการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของสถานศึกษา ๘. ตรวจสอบทบทวน ประเมินมาตรฐาน การปฏบิ ตั ิงานของครู และการบริหารหลักสูตรระดบั สถานศึกษาในรอบปีท่ผี า่ นมา แล้ว ใชผ้ ลการประเมิน เพื่อวางแผนพฒั นาการปฏิบตั ิงานของครแู ละการบรหิ าร หลักสูตรปีการศึกษาต่อไป ๙. รายงานผลการปฏบิ ตั งิ านและผลการบรหิ ารหลกั สตู รของสถานศึกษา โดยเน้นผลการพฒั นา คณุ ภาพนักเรียนต่อคณะกรรมการสถานศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน คณะกรรมการบริหารหลกั สูตรระดับเหนอื สถานศกึ ษา สาธารณชน และผเู้ กี่ยวขอ้ ง ๑0. ใหด้ ำเนนิ การประชุมคณะกรรมการอย่างน้อยภาคเรยี นละ ๒ ครัง้ ทงั้ น้ใี ห้ผู้ได้รับการแต่งต้ัง ปฏิบัติหน้าทที่ ี่ไดร้ ับมอบหมายอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ และบรรลุตามวัตถปุ ระสงคท์ ตี่ ้งั ไว้ ตั้งแต่บดั น้ีเป็นต้นไป ส่ัง ณ วนั ที่ 9 เดอื น พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖5 (ลงช่อื ) (นายกีรติ แวหะยี) ผ้อู ำนวยการโรงเรียนบ้านเขาเทียมปา่