Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผน-merged-compressed

แผน-merged-compressed

Published by ทัศนีย์ วงทองดี, 2018-10-12 00:28:13

Description: แผน-merged-compressed

Search

Read the Text Version

แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน ดา้ นความรู้ ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี ) ปญั หา/อุปสรรค แนวทางการแกไ้ ข.................................................................................................................................................... ลงชอ่ื ................................................ครผู สู้ อน (...........................................) วนั ท่ี ........................................

ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรอื ผทู้ ่ีได้รบั มอบหมายความคดิ เหน็ หวั หน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้ .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. ลงชอ่ื ................................................หวั หน้ากลมุ่ สาระ (...........................................) วนั ท่ี ........................................ความคดิ เหน็ หวั หน้ากลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................. ลงชอ่ื ..................................... หวั หน้ากลมุ่ งานบรหิ ารวชิ าการ (...........................................) วนั ท่ี ........................................ ความคดิ เหน็ ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ลงชอ่ื .................................................... (นายวนิ ยั คาวเิ ศษ ) วนั ท่ี ........................................ ตาแหน่ง ผอู้ านวยการโรงเรยี นหนั คาราษฎรร์ งั สฤษดิ ์

แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 4 เร่ืองระบบประสาทของมนุษย์ รายวิชา วิทยาศาสตร์ รหสั วิชา ว 22101 ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2 กล่มุ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 2 ชวั่ โมง ครผู สู้ อน นางสาวทศั นีย์ วงทองดี โรงเรียน หนั คาราษฎรร์ งั สฤษด์ิ1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชี้วดั 1.1 ตวั ชว้ี ดั ว 1.1 ม.2/1 อธบิ ายโครงสรา้ งและการทางานของระบบยอ่ ยอาหาร ระบบหมนุ เวยี นเลอื ดระบบหายใจระบบขบั ถ่าย ระบบสบื พนั ธขุ์ องมนุษยแ์ ละสตั ว์ รวมทงั้ ระบบประสาทของมนุษย์ ว 8.1 ม.1-3/1, ม.1-3/2, ม.1-3/3, ม.1-3/4, ม.1-3/5, ม.1-3/6, ม.1-3/9 1.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ - อธบิ ายโครงสรา้ งและการทางานของระบบประสาทของมนุษยไ์ ด้2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอดการทางานของระบบประสาทของมนุษย์ จะเป็นการทางานประสานกนั ระหวา่ งสมอง ไขสนั หลงั และเซลลป์ ระสาท3. สาระการเรียนรู้3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง - ระบบประสาทของมนุษย์ ประกอบดว้ ย อวยั วะหลายชนดิ ทท่ี างานอยา่ งเป็นระบบสาระการเรยี นรทู้ อ้ งถนิ่ -3.2 ทกั ษะกระบวนการ (P) อธบิ าย สบื คน้ ทดลอง เขยี น3.3 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) มงุ่ มนั่ ในการทางาน รบั ผดิ ชอบ ใฝเ่ รยี นรู้3.4 สมรรถนะสาคญั ผเู้ รยี น (C)3.4.1 ความสามารถในการคดิ 1) ทกั ษะการเชอ่ื มโยง 2) ทกั ษะการสรา้ งความรู้ 3) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้3.4.2 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ

4. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) 1. ใบกจิ กรรมท่ี 2.45. กิจกรรมการเรียนรู้ วธิ สี อนจดั การเรยี นการสอนโดยวธิ แี บบสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) : ชวั่ โมงท่ี 1 ขนั้ ที่ 1 กระต้นุ ความสนใจ 1. ครถู ามนกั เรยี นวา่ ระบบประสาทของมนุษยป์ ระกอบดว้ ยโครงสรา้ งใดบา้ ง 2. ครนู าภาพหรอื แบบจาลองสมองของมนุษย์ มาใหน้ กั เรยี นดู แลว้ ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายว่าสมองของมนุษยแ์ บ่งออกเป็นกส่ี ว่ น แต่ละสว่ นควบคุมพฤตกิ รรมอะไรบา้ งขนั้ ท่ี 2 สารวจค้นหา นกั เรยี นกล่มุ เดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1) รว่ มกนั ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง ระบบประสาทของมนุษย์จากหนงั สอื เรยี นหรอื บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite ตามประเดน็ ทก่ี าหนด ดงั น้ี 1) สมอง 2) ไขสนั หลงั 3) เสน้ ประสาทขนั้ ที่ 3 อธิบายความรู้ 1. สมาชกิ แต่ละกลุ่มนาความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษามาอธบิ ายรว่ มกนั ภายในกลุ่ม 2. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ ขอ้ 1-2 3. ครวู าดภาพสมองขนาดใหญ่ บนกระดาน จากนนั้ ครแู จก บตั รคาใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่ม กลุ่มละ เท่าๆ กนั 4. สมาชกิ แต่ละกลุ่มช่วยกนั วเิ คราะหว์ ่า คาทอ่ี ยใู่ นบตั รคานนั้ ถูกควบคมุ ดว้ ยสมองส่วนใด 5. ตวั แทนกล่มุ นาบตั รคาของกล่มุ ตนเองไปตดิ บนภาพสมองทอ่ี ยบู่ นกระดาน ครตู รวจสอบความถูกตอ้ ง ** คำถำมกระต้นุ ควำมคิด 1. พฤติกรรมใดบา้ งท่ีสามารถตอบสนองต่อสิ่งเรา้ โดยไม่ต้องรอคาสงั่ จากสมอง (เช่น กะพรบิ ตา เมอื่ มวี ตั ถุเขา้ มาใกลต้ า การกระตุกเทา้ ออกเมอื่ เหยยี บตะปู การชกั มอื หนีเมอื่ โดนเตารดี รอ้ นๆเป็นตน้ ) 2. เซลลป์ ระสาทรบั ความรสู้ ึกกบั เซลลป์ ระสาท สงั่ การ มีระบบการทางานที่เช่ือมต่อกนั อยา่ งไรอธิบายพรอ้ มยกตวั อยา่ งประกอบชวั่ โมงที่ 2ขนั้ ที่ 4 ขยายความเข้าใจ ** คำถำมกระต้นุ ควำมคิด  ถา้ อวยั วะรบั สมั ผสั เสื่อมประสิทธิภาพ จะส่งผลอย่างไรต่อการดารงชีวิตของมนุษย์

(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน) 1. ครใู หน้ กั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ ว่า สมอง ไขสนั หลงั และเซลลป์ ระสาท มกี ารทางานท่ีประสานสมั พนั ธก์ นั อยา่ งไร 2. สมาชกิ แต่ละกลุ่มรว่ มกนั ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง การทางานของระบบประสาทและอวยั วะรบั สมั ผสั จาก หนงั สอื เรยี นหรอื บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite 3. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ 4. ครนู าภาพมาใหน้ กั เรยี นดู แลว้ ขออาสาสมคั รนกั เรยี น 1-2 กล่มุ อธบิ ายการทางานของระบบ ประสาท เมอ่ื ปลายน้วิ สมั ผสั กบั หนามกุหลาบหน้าชนั้ เรยี น 5. ครแู ละเพ่อื นกลุม่ อ่นื ช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง และเสนอแนะเพม่ิ เตมิ ในส่วนทบ่ี กพรอ่ ง 6. สมาชกิ แต่ละกลุ่มช่วยกนั ทา ใบงานที่ 2.4 เรื่อง ระบบประสาทของมนุษย์ ขนั้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล ตวั แทนกลุม่ นาเสนอใบงานท่ี 2.4 หน้าชนั้ เรยี น ครตู รวจสอบความถูกตอ้ ง6. การวดั และประเมินผล วิธีการ เครอื่ งมือ เกณฑ์ ใบงานท่ี 2.4 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ตรวจใบงานท่ี 2.4 แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุม่ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่สงั เกตความรบั ผดิ ชอบ ใฝเ่ รยี นรู้ และมุง่ มนั่ ในการทางาน7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้ 7.1 สือ่ กำรเรยี นรู้ 1) หนงั สอื เรยี น วทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 2) บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite วทิ ยาศาสตร์ ม.2 บรษิ ทั เพลยเ์ อเบลิ จากดั 3) วซี ดี สี ตั วแ์ สนรู้ 4) ใบงานท่ี 2.4 เรอ่ื ง ระบบประสาทของมนุษย์ 7.2 แหล่งกำรเรยี นรู้  แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ - http://www.youtube.com

บตั รคำ  การได้ยิน การมองเหน็ การรบั รส การดมกล่ินการเคลอ่ื นไหว การทรงตวั การหายใจ การไอความดนั เลือด การเต้นของหวั ใจการย่อยอาหาร การจาม การสะอึก การอาเจียน

บตั รภำพ เซรบี รมั  เมดลั ลาออบลองกาตา เซรเี บลลมั ภาพสมองของมนุษย์ ภาพการทางานของระบบประสาท เมอ่ื ปลายนิ้วสมั ผสั กบั หนามกหุ ลาบท่ีมา : ยพุ า วรยศ และคณะ. 2554. หนังสือเรยี น รายวิชาพืน้ ฐาน วิทยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 2. กรงุ เทพมหานคร : อกั ษรเจรญิ ทศั น์.

ใบงานท่ี 2.4 ระบบประสาทของมนุษย์ตอนท่ี 1คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นบอกสว่ นประกอบของสมองและหน้าทข่ี องสมองส่วนต่างๆ 1. เซรบี รมั หน้าท่ี เป็นศนู ยร์ บั ความรสู้ กึ เช่น การไดย้ นิ การมองเหน็ การรบั รส การไดก้ ลนิ่ เป็นตน้2. เมดลั ลาออบลองกาตา 3. เซรเี บลลมัหน้าท่ี ศนู ยค์ วบคมุ เกยี่ วกบั หน้าท่ี ศนู ยป์ ระสานงานการหายใจ จาม ไอ สะอกึ การเคลอื่ นไหว การทรงตวัตอนที่ 2 ใหน้ กั เรยี นยกตวั อยา่ งสง่ิ เรา้ 1 เหตุการณ์ แลว้ เขยี นอธบิ ายการทางานของระบบประสาทคาชี้แจง เพ่อื ตอบสนองต่อสง่ิ เรา้ นนั้(วาดภาพ) สง่ิ เรา้ คอื เขา่ ถูกเคาะ การทางานของระบบประสาทเมอ่ื มสี งิ่ เรา้ (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใ หอ้ ย่ใู นดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)

ใบงานท่ี 2.4 ระบบประสาทของมนุษย์ตอนท่ี 1คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นบอกส่วนประกอบของสมองและหน้าทข่ี องสมองสว่ นต่างๆ 1. เซรบี รมั หน้าท่ี เป็นศนู ยร์ บั ความรสู้ กึ เช่น การไดย้ นิ การมองเหน็ การรบั รส การไดก้ ลนิ่ เป็นตน้2. เมดลั ลาออบลองกาตา 3. เซรเี บลลมัหน้าท่ี ศนู ยค์ วบคมุ เกยี่ วกบั หน้าท่ี ศนู ยป์ ระสานงานการหายใจ จาม ไอ สะอกึ การเคลอื่ นไหว การทรงตวัตอนที่ 2 ใหน้ กั เรยี นยกตวั อยา่ งสง่ิ เรา้ 1 เหตุการณ์ แลว้ เขยี นอธบิ ายการทางานของระบบประสาทคาชี้แจง เพ่อื ตอบสนองต่อสงิ่ เรา้ นนั้ (ตวั อย่าง) สง่ิ เรา้ คอื เเขขา่ า่ถถูกกู เเคคาาะะ การทางานของระบบประสาทเมอ่ื มสี ง่ิ เรา้ เขา่ ถกู เคาะ  เซลลป์ ระสาทรบั ความรสู้ กึ  สมอง  เซลลป์ ระสาทสงั่ การ  เทา้ และขากระดกขน้ึ  กลา้ มเน้อื ทขี่ า (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)

แบบประเมิน การนาเสนอผลงานคาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี  ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนนลาดบั ท่ี รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 321 นาเสนอเน้อื หาในผลงานไดถ้ ูกตอ้ ง2 การลาดบั ขนั้ ตอนของเน้อื เร่อื ง3 การนาเสนอมคี วามน่าสนใจ4 การมสี ว่ นรว่ มของสมาชกิ ในกลมุ่5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 18 - 20 ดมี ากผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งบางส่วน ให้ 3 คะแนน 14 - 17 ดีผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนนผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งมาก ให้ 1 คะแนน แบบสงั เกตพฤต1ิก0ร-ร1ม3 การทางาพนอกใชล้ ่มุ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรงุ

คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนนลาดั ชื่อ-สกลุ การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมนี ้าใจ การมี รวมบ ที่ ของผ้รู บั การประเมิน ความ ฟังคนอ่ืน ตามที่ได้รบั 4321 ส่วนรว่ มใน 20 คิดเหน็ มอบหมาย การปรบั ปรงุ คะแนน 4321 ผลงานกลุ่ม 4321 4321 4321 ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนนปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดมี ากปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรบั ปรุง

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในช่อง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนนอนั พึงประสงคด์ า้ น 43211. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมอ่ื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมายของ เพลงชาติ กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนกั เรยี น2. ซื่อสตั ย์ สจุ ริต 1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื รว่ มใจ ในการทางานกบั สมาชกิ ในโรงเรยี น3. มีวินัย 1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คีรบั ผิดชอบ ปรองดอง และเป็นประโยชนต์ ่อโรงเรยี นและชุมชน4. ใฝ่เรียนรู้ 1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา5. อยู่อย่างพอเพียง 1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและชุมชนจดั ขน้ึ 2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี ูกตอ้ ง และเป็นจรงิ 2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถ่ี กู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั เพ่อื น พ่อแม่ หรอื ผปู้ กครอง และครู 2.3 ปฏบิ ตั ติ ่อผอู้ ่นื ดว้ ยความซ่อื ตรง ไม่หาประโยชน์ในทางทไ่ี ม่ถกู ตอ้ ง 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั และโรงเรยี น ตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวนั และ รบั ผดิ ชอบในการทางาน 4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหลง่ การเรยี นรตู้ ่างๆ 4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรอู้ ย่างเป็นระบบ 4.3 สรปุ ความรไู้ ดอ้ ย่างมเี หตุผล 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เช่น สงิ่ ของ เครอ่ื งใช้ ฯลฯ อย่างประหยดั คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม 5.2 ใชท้ รพั ยากรของสว่ นรวมอยา่ งประหยดั คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอย่างดี 5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตผุ ล 5.4 ไม่เอาเปรยี บผอู้ น่ื และไมท่ าใหผ้ อู้ น่ื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ น่ื กระทาผดิ พลาด

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนนอนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321 5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพน้ื ฐานของ ความรู้ ขอ้ มลู ขา่ วสาร 5.6 รเู้ ท่าทนั การเปลย่ี นแปลงทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั และ ปรบั ตวั อยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ่นื ไดอ้ ย่างมคี วามสขุ6. มงุ่ มนั่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสาเรจ็7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย 7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน 8.2 อาสาทางาน ช่วยคดิ ชว่ ยทา และแบง่ ปนั สง่ิ ของใหผ้ อู้ ่นื 8.3 ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั ขิ องหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชมุ ชน 8.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนนปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 191 - 108 ดมี ากปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 73 - 90 ดี 54 - 72 พอใช้ ต่ากว่า 54 ปรบั ปรงุ

แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน ดา้ นความรู้ ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี ) ปญั หา/อุปสรรค แนวทางการแกไ้ ข.................................................................................................................................................... ลงชอ่ื ................................................ครผู สู้ อน (...........................................) วนั ท่ี ........................................

ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรอื ผทู้ ่ีได้รบั มอบหมายความคดิ เหน็ หวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้ .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. ลงชอ่ื ................................................หวั หน้ากลุม่ สาระ (...........................................) วนั ท่ี ........................................ความคดิ เหน็ หวั หน้ากล่มุ งานบรหิ ารวชิ าการ ................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................. ลงช่อื ..................................... หวั หน้ากลุม่ งานบรหิ ารวชิ าการ (...........................................) วนั ท่ี ........................................ ความคดิ เหน็ ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ลงชอ่ื .................................................... (นายวนิ ยั คาวเิ ศษ ) วนั ท่ี ........................................ ตาแหน่ง ผอู้ านวยการโรงเรยี นหนั คาราษฎรร์ งั สฤษดิ ์

แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 5 เร่ือง ความสมั พนั ธข์ องระบบต่างๆ ในร่างกาย รายวิชา วิทยาศาสตร์ รหสั วิชา ว 22101 ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ที่ 2 กล่มุ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 เวลา 2 ชวั่ โมง ครผู สู้ อน นางสาวทศั นีย์ วงทองดี โรงเรียน หนั คาราษฎรร์ งั สฤษด์ิ1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชี้วดั 1.1 ตวั ชว้ี ดั ว 1.1 ม.2/2 อธบิ ายความสมั พนั ธข์ องระบบต่างๆ ของมนุษย์ และนาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์ ว 8.1 ม.1-3/1, ม.1-3/2, ม.1-3/3, ม.1-3/4, ม.1-3/5, ม.1-3/6, ม.1-3/9 1.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ - อธบิ ายความสมั พนั ธข์ องระบบต่างๆ ในรา่ งกายมนุษยไ์ ด้2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด ระบบต่างๆ ในรา่ งกายมนุษย์ มกี ารทางานทป่ี ระสานสมั พนั ธก์ นั เพ่อื ใหม้ นุษยส์ ามารถดารงชวี ติ อยไู่ ด้อยา่ งปกติ3. สาระการเรยี นรู้ 3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง - ระบบยอ่ ยอาหาร ระบบหมนุ เวยี นเลอื ด ระบบหายใจ ระบบขบั ถ่าย ระบบสบื พนั ธขุ์ องมนุษยใ์ นแต่ละระบบมกี ารทางานทส่ี มั พนั ธก์ นั ทาใหม้ นุษยด์ ารงชวี ติ อยไู่ ดอ้ ยา่ งปกติ ถา้ ระบบใดระบบหน่งึทางานผดิ ปกติ ยอ่ มสง่ ผลกระทบต่อระบบอ่นื ๆ ดงั นนั้ จงึ ตอ้ งมกี ารดแู ลรกั ษาสุขภาพ สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถน่ิ - 3.2 ทกั ษะกระบวนการ (P) อธบิ าย สบื คน้ ทดลอง เขยี น 3.3 คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) รบั ผดิ ชอบ ใฝเ่ รยี นรู้ มงุ่ มนั่ ในการทางาน 3.4 สมรรถนะสาคญั ผเู้ รยี น (C) 3.4.1 ความสามารถในการคดิ 1) ทกั ษะการเช่อื มโยง

2) ทกั ษะการสรา้ งความรู้ 3) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้ 3.4.2 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ4. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) 1. ใบกจิ กรรมท่ี 2.5 2. ใบกจิ กรรมท่ี 2.55. กิจกรรมการเรยี นรู้ วธิ สี อนจดั การเรยี นการสอนโดยวธิ สี อนตามรปู แบบโมเดลซปิ ปา (CIPPA Model) : ชวั่ โมงท่ี 1 ขนั้ ที่ 1 ทบทวนความร้เู ดิม 1. ครนู าภาพระบบต่างๆ ในรา่ งกายมนุษย์ มาใหน้ กั เรยี นดู แลว้ สมุ่ นกั เรยี น 6 คน อธบิ ายโครงสรา้ งและการทางานของระบบต่างๆ ในรา่ งกายมนุษย์ คนละ 1 ระบบ 2. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ 3. ครถู ามนกั เรยี นว่า ระบบต่างๆ ในรา่ งกายมนุษยม์ กี ารทางานประสานสมั พนั ธก์ นั หรอื ไม่ เพราะอะไร **คำถำมกระต้นุ ควำมคิด  นักเรยี นคิดวา่ ระบบใดในรา่ งกายที่มีความสาคญั มากท่ีสุด เพราะเหตใุ ด (ระบบประสาท เนอื่ งจากเป็นระบบทที่ าหน้าทคี่ วบคุมการทางานของระบบต่างๆ ในรา่ งกายหากระบบประสาททางานผดิ ปกติ กย็ ่อมสง่ ผล) ขนั้ ท่ี 2 แสวงหาความร้ใู หม่ นกั เรยี นกลุม่ เดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1) ร่วมกนั ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง ความสมั พนั ธข์ องระบบต่างๆ ในรา่ งกาย จากหนงั สอื เรยี นหรอื บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite หอ้ งสมดุ และแหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ แลว้ บนั ทกึ ความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษาลงในแบบบนั ทกึ การอ่าน ขนั้ ท่ี 3 ศึกษาทาความเข้าใจข้อมลู /ความร้ใู หม่ และเชื่อมโยงความรใู้ หม่กบั ความรเู้ ดิม 1. ครถู ามนกั เรยี นว่า ระบบหายใจและระบบไหลเวยี นเลอื ด มกี ารทางานทป่ี ระสานสมั พนั ธก์ นั อยา่ งไร 2. ครใู หส้ มาชกิ แต่ละกลุม่ ทากจิ กรรมตามขนั้ ตอนทก่ี าหนด เพ่อื อธบิ ายความสมั พนั ธข์ องการทางานของระบบหายใจกบั ระบบไหลเวยี นเลอื ด แลว้ บนั ทกึ ผลการทากจิ กรรมลงในใบงานท่ี 2.5 เรอ่ื ง ความสมั พนั ธ์ของระบบหายใจและระบบไหลเวยี นเลอื ด

ชวั่ โมงที่ 2 ขนั้ ท่ี 4 แลกเปลี่ยนความร้คู วามเข้าใจกบั กล่มุ 1. สมาชกิ แต่ละกลมุ่ นาผลการทากจิ กรรมในใบงานท่ี 2.5 มาอภปิ รายรว่ มกนั ภายในกลุ่ม และนาใบงานสง่ ครู 2. ครถู ามนกั เรยี นว่า นอกจากระบบหายใจและระบบไหลเวยี นเลอื ดแลว้ ยงั มรี ะบบใดอกี บา้ งทม่ี ีการทางานทป่ี ระสานสมั พนั ธก์ นั 3. สมาชกิ แต่ละคนในกลมุ่ ผลดั กนั ยกตวั อย่างระบบในร่างกายอย่างน้อย 2 ระบบ ทม่ี กี ารทางานประสานสมั พนั ธก์ นั ใหส้ มาชกิ คนอ่นื ๆ ในกล่มุ ฟงั เพ่อื แลกเปลย่ี นความรู้ ความเขา้ ใจ ขนั้ ท่ี 5 สรปุ และจดั ระเบียบความรู้ 1. สมาชกิ แต่ละกล่มุ รว่ มกนั สรุปความรเู้ รอ่ื ง ความสมั พนั ธข์ องระบบต่างๆ ในรา่ งกายมนุษย์ แลว้ บนั ทกึ ลงในใบงานท่ี 2.6 เรอ่ื ง ความสมั พนั ธข์ องระบบต่างๆ ในร่างกายมนุษย์ 2. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ ** คำถำมกระต้นุ ควำมคิด  นักเรียนมีวิธีการปฏิบตั ิตนอยา่ งไรที่จะทาให้ ระบบตา่ งๆ ในรา่ งกายสามารถทางานประสาน สมั พนั ธก์ นั ไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน) ขนั้ ที่ 6 ปฏิบตั ิและ/หรอื แสดงผลงาน 1. ตวั แทนแต่ละกลุ่มนาเสนอใบงานท่ี 2.6 หน้าชนั้ เรยี น เพอ่ื เปรยี บเทยี บคาตอบกบั เพ่อื นกลมุ่ อ่นื 2. ครตู รวจสอบความถกู ตอ้ งและเสนอแนะเพม่ิ เตมิ ในส่วนทบ่ี กพรอ่ ง ขนั้ ที่ 7 ประยกุ ต์ใช้ความรู้ ครใู หน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ วา่ นกั เรยี นสามารถนาความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการปฏบิ ตั ติ นเพอ่ื ดแู ลรกั ษาระบบต่างๆ ในรา่ งกายใหท้ างานเป็นปกตไิ ดอ้ ยา่ งไร  ครมู อบหมายให้นักเรยี นแต่ละกลุ่มจดั ทาสมดุ ภาพเก่ียวกบั ระบบสืบพนั ธแ์ุ ละระบบประสาทของมนุษย์ โดยใหค้ รอบคลมุ ประเดน็ ตามทกี่ าหนด ดงั น้ี 1) การอธบิ ายโครงสรา้ งและการทางานของอวยั วะในระบบสบื พนั ธุ์ 2) การอธบิ ายโครงสรา้ งและการทางานของอวยั วะในระบบประสาท 3) การอธบิ ายความสมั พนั ธแ์ ละวธิ กี ารดแู ลรกั ษาระบบต่างๆ ในร่างกายมนุษย์

6. การวดั และประเมินผล วิธีการ เครอื่ งมือ เกณฑ์ ใบงานท่ี 2.5 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ตรวจใบงานท่ี 2.5 ใบงานท่ี 2.6 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ แบบบนั ทกึ การอ่าน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ตรวจใบงานท่ี 2.6 แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ตรวจแบบบนั ทกึ การอา่ น แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมนิ สมุดภาพ เร่อื ง ระบบร่างกาย ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ มนุษย์ (ระบบสบื พนั ธแุ์ ละระบบประสาท)สงั เกตความรบั ผดิ ชอบ ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ มนั่ ในการทางานตรวจสมดุ ภาพ เรอ่ื ง ระบบร่างกายมนุษย์(ระบบสบื พนั ธุแ์ ละระบบประสาท)7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้ 7.1 สือ่ กำรเรียนรู้ 1) หนงั สอื เรยี น วทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 2) บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite วทิ ยาศาสตร์ ม.2 บรษิ ทั เพลยเ์ อเบลิ จากดั 3) บตั รภาพ 4) ใบงานท่ี 2.5 เรอ่ื ง ความสมั พนั ธข์ องระบบหายใจและระบบไหลเวยี นเลอื ด 5) ใบงานท่ี 2.6 เรอ่ื ง ความสมั พนั ธข์ องระบบต่างๆ ในร่างกายมนุษย์ 7.2 แหล่งกำรเรียนรู้ 1) หอ้ งสมดุ 2) แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ - http://school.obec.go.th/schoolvit/chappter/unit1/sys.php

การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมินสมุดภาพ เร่ือง ระบบรา่ งกายมนุษย์ (ระบบสบื พนั ธุแ์ ละระบบประสาท)ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน 43211 การอธบิ ายโครงสรา้ งและการทางานของอวยั วะ ในระบบสบื พนั ธุ์2 การอธบิ ายโครงสรา้ งและการทางานของอวยั วะ ในระบบประสาท3 การอธบิ ายความสมั พนั ธแ์ ละวธิ กี ารดแู ลรกั ษา ระบบต่างๆ ในร่างกายมนุษย์ รวม ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพดมี าก = 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพดี = 3 คะแนน 11 - 12 ดมี ากพอใช้ = 2 คะแนน 19 - 10 ดีปรบั ปรงุ = 1 คะแนน 6 - 8 พอใช้ ต่ากว่า 6 ปรบั ปรุง

บตั รภำพ ภาพระบบยอ่ ยอาหาร ภาพระบบไหลเวียนเลอื ด ภาพระบบหายใจ ภาพระบบขบั ถ่าย ภาพระบบสบื พนั ธ์ุ ภาพระบบประสาทท่ีมา : ยพุ า วรยศ และคณะ. 2554. หนังสือเรยี น รายวิชาพืน้ ฐาน วิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 2. กรุงเทพมหานคร : อกั ษรเจรญิ ทศั น์.

ใบงานท่ี ความสมั พนั ธข์ องระบบหายใจ2.5 และระบบไหลเวียนเลือดคาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามขนั้ ตอนทก่ี าหนด แลว้ บนั ทกึ ผล อปุ กรณ์ วิธีการทดลอง นาฬกิ าจบั เวลา 1. ใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เป็นผถู้ กู ทดลองและผทู้ ดลอง 2. ใหน้ กั เรยี นทเ่ี ป็นผทู้ ดลอง จบั ชพี จรของนกั เรยี นผถู้ กู ทดลองในขณะก่อนเรม่ิ การทดลอง เป็นเวลา 1 นาที ทาเหมอื นกนั 3 ครงั้ และหาคา่ เฉลย่ี 1 นาที มกี ารเตน้ ของชพี จรกค่ี รงั้ บนั ทกึ ผล 3. ใหน้ กั เรยี นทเ่ี ป็นผทู้ ดลอง นบั ครงั้ การหายใจของนกั เรยี นผถู้ ูกทดลองในขณะ ก่อนเรมิ่ การทดลอง เป็นเวลา 1 นาที ทาเหมอื นกนั 3 ครงั้ และหาค่าเฉลย่ี ว่า 1 นาที มกี ารหายใจกค่ี รงั้ (หายใจเขา้ และออกนบั เป็น 1 ครงั้ ) บนั ทกึ ผล 4. ใหน้ กั เรยี นทเ่ี ป็นผถู้ กู ทดลองไปวงิ่ รอบสนามฟุตบอล นาน 5 นาที แลว้ มา ตรวจวดั เชน่ เดยี วกบั ขอ้ 2. และ 3. บนั ทกึ ผล 5. ใหน้ กั เรยี นทเ่ี ป็นผถู้ ูกทดลองหยดุ พกั นาน 15-20 นาที แลว้ ไปวง่ิ รอบสนาม ฟุตบอล นาน 10 นาที แลว้ มาตรวจวดั เชน่ เดยี วกบั ขอ้ 2. และ 3. บนั ทกึ ผล บนั ทึกผลการทดลอง ครงั้ ที่ 1 ครงั้ ที่ 2 ครงั้ ท่ี 3 เฉล่ีย (ครงั้ ต่อนาที) (ครงั้ ต่อนาที) (ครงั้ ต่อนาที) (ครงั้ ต่อนาที)ชพี จรในสถานะปกติการหายใจในสถานะปกติชพี จรหลงั จากวง่ิ นาน 5 นาทีการหายใจหลงั จากวง่ิ นาน 5 นาทีชพี จรหลงั จากวงิ่ นาน 10 นาทีการหายใจหลงั จากวง่ิ นาน 10 นาที สรปุ ผลการทดลอง การเตน้ ของชพี จร การหายใจ และการออกกาลงั กาย มคี วามสมั พนั ธก์ นั อยา่ งไรชพี จร (pulse) คอื คลนื่ ทเี่ กดิ จากการขยายตวั และหดตวั ของหลอดเลอื ดแดง ซงึ่ ตรงกบั จงั หวะการเตน้ ของหวั ใจซงึ่ เมอื่ ออกกาลงั กาย กลา้ มเน้อื จะตอ้ งการใหเ้ ลอื ดไปหล่อเล้ยี งเพมิ่ มากขน้ึ การหายใจจะเรว็ และถขี่ ้นึ หวั ใจจะตอ้ งสบู ฉีดเลอื ดเพมิ่ มากขน้ึ ชพี จรจงึ เตน้ เรว็ ขน้ึ

ใบงานท่ี ความสมั พนั ธข์ องระบบหายใจ2.5 และระบบไหลเวียนเลือดคาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามขนั้ ตอนทก่ี าหนด แลว้ บนั ทกึ ผล อปุ กรณ์ วิธีการทดลอง นาฬกิ าจบั เวลา 1. ใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เป็นผถู้ ูกทดลองและผทู้ ดลอง 2. ใหน้ กั เรยี นทเ่ี ป็นผทู้ ดลอง จบั ชพี จรของนกั เรยี นผถู้ กู ทดลองในขณะก่อนเรม่ิ การทดลอง เป็นเวลา 1 นาที ทาเหมอื นกนั 3 ครงั้ และหาค่าเฉลย่ี 1 นาที มกี ารเตน้ ของชพี จรกค่ี รงั้ บนั ทกึ ผล 3. ใหน้ กั เรยี นทเ่ี ป็นผทู้ ดลอง นับครงั้ การหายใจของนกั เรยี นผถู้ ูกทดลองในขณะ ก่อนเรม่ิ การทดลอง เป็นเวลา 1 นาที ทาเหมอื นกนั 3 ครงั้ และหาค่าเฉลย่ี ว่า 1 นาที มกี ารหายใจกค่ี รงั้ (หายใจเขา้ และออกนบั เป็น 1 ครงั้ ) บนั ทกึ ผล 4. ใหน้ กั เรยี นทเ่ี ป็นผถู้ กู ทดลองไปวง่ิ รอบสนามฟุตบอล นาน 5 นาที แลว้ มา ตรวจวดั เชน่ เดยี วกบั ขอ้ 2. และ 3. บนั ทกึ ผล 5. ใหน้ กั เรยี นทเ่ี ป็นผถู้ กู ทดลองหยดุ พกั นาน 15-20 นาที แลว้ ไปวง่ิ รอบสนาม ฟุตบอล นาน 10 นาที แลว้ มาตรวจวดั เช่นเดยี วกบั ขอ้ 2. และ 3. บนั ทกึ ผล บนั ทึกผลการทดลอง ครงั้ ที่ 1 ครงั้ ท่ี 2 ครงั้ ที่ 3 เฉลี่ย (ครงั้ ต่อนาที) (ครงั้ ต่อนาที) (ครงั้ ต่อนาที) (ครงั้ ต่อนาที)ชพี จรในสถานะปกติการหายใจในสถานะปกติชพี จรหลงั จากวง่ิ นาน 5 นาทีการหายใจหลงั จากวงิ่ นาน 5 นาทีชพี จรหลงั จากวงิ่ นาน 10 นาทีการหายใจหลงั จากวง่ิ นาน 10 นาที (พจิ ารณาตามผลการทดลองจรงิ โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)

 สรปุ ผลการทดลอง การเตน้ ของชพี จร การหายใจ และการออกกาลงั กาย มคี วามสมั พนั ธก์ นั อย่างไร ชพี จร (pulse) คอื คลนื่ ทเี่ กดิ จากการขยายตวั และหดตวั ของหลอดเลอื ดแดง ซงึ่ ตรงกบั จงั หวะการเตน้ ของหวั ใจ ซงึ่ เมอื่ ออกกาลงั กาย กลา้ มเน้อื จะตอ้ งการใหเ้ ลอื ดไปหล่อเล้ยี งเพมิ่ มากข้นึ การหายใจจะเรว็ และถขี่ น้ึ หวั ใจจะตอ้ ง สบู ฉีดเลอื ดเพมิ่ มากขน้ึ ชพี จรจงึ เตน้ เรว็ ข้นึ

ใบงานที่ 2.6 ความสมั พนั ธข์ องระบบต่างๆ ในรา่ งกายมนุษย์คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นอธบิ ายความสมั พนั ธข์ องระบบต่างๆ ในร่างกายมนุษย์ ระบบย่อยอาหาร ระบบยอ่ ยอาหารมคี วามสมั พนั ธก์ บั ระบบอ่นื ๆ ดงั น้ี ระบบไหลเวียนเลือด ระบบไหลเวยี นเลอื ดมคี วามสมั พนั ธก์ บั ระบบอ่นื ๆ ดงั น้ี ระบบหายใจ ระบบหายใจมคี วามสมั พนั ธก์ บั ระบบอ่นื ๆ ดงั น้ี

ระบบขบั ถ่ายระบบขบั ถ่ายมคี วามสมั พนั ธก์ บั ระบบอ่นื ๆ ดงั น้ี ระบบสืบพนั ธ์ุระบบสบื พนั ธุม์ คี วามสมั พนั ธก์ บั ระบบอ่นื ๆ ดงั น้ี ระบบประสาทระบบประสาทมคี วามสมั พนั ธก์ บั ระบบอ่นื ๆ ดงั น้ี

ใบงานท่ี (ตวั อยา่ ง) 2.6 ความสมั พนั ธข์ องระบบต่างๆ ในรา่ งกายมนุษย์คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นอธบิ ายความสมั พนั ธข์ องระบบต่างๆ ในรา่ งกายมนุษย์ ระบบย่อยอาหาร ระบบยอ่ ยอาหารมคี วามสมั พนั ธก์ บั ระบบอ่นื ๆ ดงั น้ี 1. ระบบไหลเวยี นเลอื ดจะชว่ ยลาเลยี งสารอาหารทผี่ า่ นการยอ่ ยสรู่ ่างกาย 2. ระบบขบั ถ่ายจะชว่ ยขบั กากอาหารทรี่ า่ งกายย่อยไมไ่ ดอ้ อกจากรา่ งกาย ระบบไหลเวียนเลือดระบบไหลเวยี นเลอื ดมคี วามสมั พนั ธก์ บั ระบบอ่นื ๆ ดงั น้ี ระบบหายใจระบบหายใจมคี วามสมั พนั ธก์ บั ระบบอ่นื ๆ ดงั น้ี (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)

ระบบขบั ถ่ายระบบขบั ถ่ายมคี วามสมั พนั ธก์ บั ระบบอ่นื ๆ ดงั น้ี ระบบสืบพนั ธ์ุระบบสบื พนั ธุม์ คี วามสมั พนั ธก์ บั ระบบอ่นื ๆ ดงั น้ี ระบบประสาทระบบประสาทมคี วามสมั พนั ธก์ บั ระบบอ่นื ๆ ดงั น้ี (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)

ช่อื หนงั สอื ราคา ชอ่ื ผแู้ ต่ง แบบบนั ทึกการอ่านสานกั พมิ พ์ สถานทพ่ี มิ พ์จานวนหน้า บาท อ่านวนั ท่ี เดอื น นามปากกา ปีทพ่ี มิ พ์ พ.ศ. เวลา1. สาระสาคญั ของเรอ่ื ง2. วเิ คราะหข์ อ้ คดิ /ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากเรอ่ื งทอ่ี ่าน3. สงิ่ ทส่ี ามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั4. ขอ้ เสนอแนะของครูลงชอ่ื นกั เรยี น ลงชอ่ื ผปู้ กครอง ( )( ) ลงช่อื ครผู สู้ อน ()เกณฑก์ ารให้คะแนน ผลงานมีข้อบกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานมีความสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 4 คะแนน ผลงานมีขอ้ บกพรอ่ งเพียงเลก็ น้อย ให้ 3 คะแนน ผลงานมีข้อบกพรอ่ งมาก ให้ 1 คะแนน

แบบประเมิน การนาเสนอผลงานคาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี  ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนนลาดบั ท่ี รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 321 นาเสนอเน้อื หาในผลงานไดถ้ ูกตอ้ ง2 การลาดบั ขนั้ ตอนของเน้อื เรอ่ื ง3 การนาเสนอมคี วามน่าสนใจ4 การมสี ่วนรว่ มของสมาชกิ ในกลุ่ม5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบูรณ์ชดั เจน ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งบางส่วน ให้ 3 คะแนนผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดมี ากผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งมาก ให้ 1 คะแนน 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกล่มุคาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนนลาดั ช่ือ-สกลุ การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมนี ้าใจ การมี รวมบ ที่ ของผ้รู บั การประเมิน ความ ฟังคนอื่น ตามที่ได้รบั 4321 ส่วนรว่ มใน 20 คิดเหน็ มอบหมาย การปรบั ปรงุ คะแนน 4321 ผลงานกล่มุ 4321 4321 4321 ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนนปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดมี ากปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรุง

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในช่อง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนนอนั พึงประสงคด์ า้ น 43211. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมอ่ื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมายของ เพลงชาติ กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนกั เรยี น2. ซื่อสตั ย์ สจุ ริต 1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื รว่ มใจ ในการทางานกบั สมาชกิ ในโรงเรยี น3. มีวินัย 1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คีรบั ผิดชอบ ปรองดอง และเป็นประโยชนต์ ่อโรงเรยี นและชุมชน4. ใฝ่เรียนรู้ 1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา5. อยู่อย่างพอเพียง 1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและชุมชนจดั ขน้ึ 2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี ูกตอ้ ง และเป็นจรงิ 2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถ่ี กู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั เพ่อื น พ่อแม่ หรอื ผปู้ กครอง และครู 2.3 ปฏบิ ตั ติ ่อผอู้ ่นื ดว้ ยความซ่อื ตรง ไม่หาประโยชน์ในทางทไ่ี ม่ถกู ตอ้ ง 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั และโรงเรยี น ตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวนั และ รบั ผดิ ชอบในการทางาน 4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหลง่ การเรยี นรตู้ ่างๆ 4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรอู้ ย่างเป็นระบบ 4.3 สรปุ ความรไู้ ดอ้ ย่างมเี หตุผล 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เช่น สงิ่ ของ เครอ่ื งใช้ ฯลฯ อย่างประหยดั คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม 5.2 ใชท้ รพั ยากรของสว่ นรวมอยา่ งประหยดั คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอย่างดี 5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตผุ ล 5.4 ไม่เอาเปรยี บผอู้ น่ื และไมท่ าใหผ้ อู้ น่ื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ น่ื กระทาผดิ พลาด

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนนอนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321 5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพน้ื ฐานของ ความรู้ ขอ้ มลู ขา่ วสาร 5.6 รเู้ ท่าทนั การเปลย่ี นแปลงทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั และ ปรบั ตวั อยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ่นื ไดอ้ ย่างมคี วามสขุ6. มงุ่ มนั่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสาเรจ็7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย 7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน 8.2 อาสาทางาน ช่วยคดิ ชว่ ยทา และแบง่ ปนั สง่ิ ของใหผ้ อู้ ่นื 8.3 ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั ขิ องหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชมุ ชน 8.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนนปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 191 - 108 ดมี ากปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 73 - 90 ดี 54 - 72 พอใช้ ต่ากว่า 54 ปรบั ปรงุ

แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน ดา้ นความรู้ ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี ) ปญั หา/อุปสรรค แนวทางการแกไ้ ข.................................................................................................................................................... ลงชอ่ื ................................................ครผู สู้ อน (...........................................) วนั ท่ี ........................................

ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรอื ผทู้ ่ีได้รบั มอบหมายความคดิ เหน็ หวั หน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้ .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. ลงชอ่ื ................................................หวั หน้ากล่มุ สาระ (...........................................) วนั ท่ี ........................................ความคดิ เหน็ หวั หน้ากลมุ่ งานบรหิ ารวชิ าการ ................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................. ลงช่อื ..................................... หวั หน้ากลุม่ งานบรหิ ารวชิ าการ (...........................................) วนั ท่ี ........................................ ความคดิ เหน็ ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ลงชอ่ื .................................................... (นายวนิ ัย คาวเิ ศษ ) วนั ท่ี ........................................ ตาแหน่ง ผอู้ านวยการโรงเรยี นหนั คาราษฎรร์ งั สฤษดิ ์

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 6 เร่ือง การแสดงพฤติกรรม เพ่ือตอบสนองต่อสิ่งเร้ารายวิชา วิทยาศาสตร์ รหสั วิชา ว 22101 ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ที่ 2 กล่มุ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 เวลา 1 ชวั่ โมงครผู สู้ อน นางสาวทศั นีย์ วงทองดี โรงเรียน หนั คาราษฎรร์ งั สฤษด์ิ1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ชี้วดั 1.1 ตวั ชว้ี ดั ว 1.1 ม 2/3 สง่ิ มชี วี ติ ทกุ ชนิดมกี ารแสดงพฤตกิ รรมเพอ่ื ตอบสนองต่อสงิ่ เรา้ ทม่ี ากระตุน้ หรอืต่อการเปลย่ี นแปลงของสง่ิ แวดลอ้ มทงั้ ภายนอกและภายในรา่ งกาย ว 8.1 ม.1-3/1, ม.1-3/2, ม.1-3/3, ม.1-3/4, ม.1-3/5, ม.1-3/6, ม.1-3/9 1.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ - อธบิ ายการแสดงพฤตกิ รรมของสงิ่ มชี วี ติ เพอ่ื ตอบสนองต่อสง่ิ เรา้ ทงั้ ภายนอกและภายในได้2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด ระบบต่างๆ ในร่างกายมนุษย์ มกี ารทางานทป่ี ระสานสมั พนั ธก์ นั เพ่อื ใหม้ นุษยส์ ามารถดารงชวี ติ อยไู่ ด้อยา่ งปกติ3. สาระการเรยี นรู้ 3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง - แสง อุณหภมู ิ และการสมั ผสั จดั เป็นสง่ิ เรา้ ภายนอก ส่วนการเปลย่ี นแปลงระดบั สารในรา่ งกาย เช่น ฮอรโ์ มน จดั เป็นสงิ่ เรา้ ภายใน ซง่ึ ทงั้ สงิ่ เรา้ ภายนอกและสง่ิ เรา้ ภายในมผี ลต่อมนุษยแ์ ละสตั ว์ ทาให้แสดงพฤตกิ รรมต่างๆ ออกมาสาระการเรยี นรทู้ อ้ งถนิ่- การแสดงพฤตกิ รรมตอบสนองต่อสงิ่ เรา้ ของไสเ้ ดอื นดนิ3.2 ทกั ษะกระบวนการ (P)1) ทกั ษะการสารวจคน้ หา 2) ทกั ษะการสงั เกต 3) ทกั ษะการสรปุ อา้ งองิ3.3 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) 2) ใฝเ่ รยี นรู้1) รบั ผดิ ชอบ 3) มงุ่ มนั่ ในการทางาน3.4 สมรรถนะสาคญั ผเู้ รยี น (C)3.4.1 ความสามารถในการคดิ

1) ทกั ษะการเช่อื มโยง 2) ทกั ษะการสรา้ งความรู้ 3) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้ 3.4.2 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ4. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) 1. ใบกจิ กรรมท่ี 2.75. กิจกรรมการเรยี นรู้ วธิ สี อนจดั การเรยี นการสอนโดยวธิ สี อนตามรปู แบบเทคนิคค่คู ดิ สส่ี หาย ขนั้ นาเข้าส่บู ทเรยี น 1. ครนู าภาพเกย่ี วกบั พฤตกิ รรมของสตั ว์ มาใหน้ ักเรยี นดู แลว้ ถามนกั เรยี นว่า เพราะเหตุใด สตั ว์ในภาพจงึ มกี ารแสดงพฤตกิ รรมเช่นนนั้ 2. ครเู ฉลยคาตอบและอธบิ ายเพม่ิ เตมิ ใหน้ กั เรยี นฟงั เกย่ี วกบั การแสดงพฤตกิ รรมเพ่อื ตอบสนองต่อสง่ิ เรา้ ของสงิ่ มชี วี ติ ขนั้ สอน 1. นกั เรยี นกลุม่ เดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1) จบั ค่กู นั เป็น 2 คู่ ใหแ้ ตล่ ะค่รู ว่ มกนั ศกึ ษาความรู้เรอ่ื ง การแสดงพฤตกิ รรมเพ่อื ตอบสนองต่อสงิ่ เรา้ จากหนงั สอื เรยี นหรอื บทเรยี น คอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite โดยปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี - คนท่ี 1 ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง ประเภทของพฤตกิ รรม - คนท่ี 2 ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง สงิ่ เรา้ ทม่ี ผี ลต่อพฤตกิ รรม (สมาชกิ อกี ค่ซู งึ่ อยใู่ นกลุ่มเดยี วกนั กป็ ฏบิ ตั เิ ชน่ เดยี วกนั ) 2. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ 3. สมาชกิ แต่ละคนผลดั กนั เล่าความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษาใหส้ มาชกิ ทเ่ี ป็นคฟู่ งั และผลดั กนั ซกั ถามขอ้ สงสยั จนเกดิ ความรคู้ วามเขา้ ใจทต่ี รงกนั 4. สมาชกิ แต่ละคชู่ ว่ ยกนั ทาใบงานท่ี 2.7 เรอ่ื ง การแสดงพฤตกิ รรมเพอ่ื ตอบสนองต่อสงิ่ เรา้ 5. สมาชกิ แต่ละคกู่ ลบั กลมุ่ เดมิ (4 คน) แลว้ ใหแ้ ต่ละคอู่ ธบิ าย **คำถำมกระต้นุ ควำมคิด  เพราะเหตใุ ด ส่ิงมีชีวิตจงึ มีการแสดงพฤติกรรมเพอื่ ตอบสนองต่อส่ิงเรา้ ที่มากระต้นุ (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ย่ใู นดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน) ขนั้ สรปุ ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ความรเู้ กย่ี วกบั การแสดงพฤตกิ รรมของสงิ่ มชี วี ติ เพ่อื ตอบสนองต่อสงิ่ เรา้ทงั้ ภายนอกและภายใน

6. การวดั และประเมินผลวิธีการ เครอื่ งมอื เกณฑ์ตรวจใบงานท่ี 2.7 ใบงานท่ี 2.7 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน รายบุคคล เกณฑ์ สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุม่ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ มนั่ ใน แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ การทางาน ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์87. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้7.1 สือ่ กำรเรียนรู้ 1) หนงั สอื เรยี น วทิ ยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1 2) บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite วทิ ยาศาสตร์ ม.2 บรษิ ทั เพลยเ์ อเบลิ จากดั 3) บตั รภาพ 4) ใบงานท่ี 2.7 เรอ่ื ง การแสดงพฤตกิ รรมเพอ่ื ตอบสนองต่อสงิ่ เรา้7.2 แหล่งกำรเรยี นรู้ —

บตั รภำพ  ภาพท่ี 1 ภาพท่ี 2 ภาพที่ 3 ภาพท่ี 4

ใบงานท่ี 2.7 การแสดงพฤติกรรมเพ่ือตอบสนองต่อสิ่งเร้าคาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นตดิ ภาพพฤตกิ รรมทม่ี มี าแต่กาเนิดและพฤตกิ รรมทเ่ี กดิ จากการเรยี นรขู้ องสงิ่ มชี วี ติ อยา่ งละ 1 พฤตกิ รรม พรอ้ มอธบิ ายเหตุผลประกอบ1. เป็นพฤตกิ รรมทม่ี มี าแต่กาเนิด เพราะ (ตดิ ภาพ) การทที่ ารกสามารถดดู นมแม่ไดน้ นั้ เป็นความสามารถ ทเี่ กดิ จากพนั ธกุ รรม ไมจ่ าเป็นตอ้ งมกี ารเรยี นรู้ การแสดงพฤตกิ รรมดงั กล่าว เป็นการตอบสนอง ต่อ ความหวิ จดั เป็นสงิ่ เรา้ ภายใน2. (ตดิ ภาพ) เป็นพฤตกิ รรมทเ่ี กดิ จากการเรยี นรู้ เพราะ ปลาแซลมอลฝงั ใจต่อกลนิ่ ในขณะออกจากไข่ เมอื่ โตขน้ึ กจ็ ะว่ายน้ากลบั ไปวางไขย่ งั บรเิ วณแหล่ง น้าจดื ทเี่ คยฟกั ออกจากไข่ การแสดงพฤตกิ รรมดงั กล่าว เป็นการตอบสนอง ต่อ ความรสู้ กึ ฝงั ใจต่อกลนิ่ จดั เป็นสงิ่ เรา้ ภายนอก (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)

ใบงานท่ี 2.7 การแสดงพฤติกรรมเพื่อตอบสนองต่อส่ิงเร้าคาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นตดิ ภาพพฤตกิ รรมทม่ี มี าแต่กาเนิดและพฤตกิ รรมทเ่ี กดิ จากการเรยี นรขู้ องสงิ่ มชี วี ติ อยา่ งละ 1 พฤตกิ รรม พรอ้ มอธบิ ายเหตุผลประกอบ (ตวั อย่าง)1. เป็นพฤตกิ รรมทม่ี มี าแต่กาเนดิ เพราะ การทที่ ารกสามารถดดู นมแม่ไดน้ นั้ เป็นความสามารถ ทเี่ กดิ จากพนั ธกุ รรม ไมจ่ าเป็นตอ้ งมกี ารเรยี นรู้ การแสดงพฤตกิ รรมดงั กล่าว เป็นการตอบสนอง ต่อ ความหวิ จดั เป็นสง่ิ เรา้ ภายใน2. เป็นพฤตกิ รรมทเ่ี กดิ จากการเรยี นรู้ เพราะ ปลาแซลมอนฝงั ใจต่อกลนิ่ ในขณะออกจากไข่ เมอื่ โตข้นึ กจ็ ะว่ายน้ากลบั ไปวางไขย่ งั บรเิ วณแหล่ง น้าจดื ทเี่ คยฟกั ออกจากไข่ การแสดงพฤตกิ รรมดงั กล่าว เป็นการตอบสนอง ต่อ ความรสู้ กึ ฝงั ใจต่อกลนิ่ จดั เป็นสง่ิ เรา้ ภายนอก (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบคุ คลช่อื ชนั้คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนนลาดบั ที่ รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 321 การแสดงความคดิ เหน็2 การยอมรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของผอู้ ่นื3 การทางานตามหน้าทท่ี ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย4 ความมนี ้าใจ5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี ากปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดีปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรบั ปรุง

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกล่มุคาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนนลาดั ช่ือ-สกลุ การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมนี ้าใจ การมี รวมบ ที่ ของผ้รู บั การประเมิน ความ ฟังคนอื่น ตามที่ได้รบั 4321 ส่วนรว่ มใน 20 คิดเหน็ มอบหมาย การปรบั ปรงุ คะแนน 4321 ผลงานกล่มุ 4321 4321 4321 ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนนปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดมี ากปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรุง

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในช่อง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนนอนั พึงประสงคด์ า้ น 43211. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมอ่ื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมายของ เพลงชาติ กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนกั เรยี น2. ซื่อสตั ย์ สจุ ริต 1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื รว่ มใจ ในการทางานกบั สมาชกิ ในโรงเรยี น3. มีวินัย 1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คีรบั ผิดชอบ ปรองดอง และเป็นประโยชนต์ ่อโรงเรยี นและชุมชน4. ใฝ่เรียนรู้ 1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา5. อยู่อย่างพอเพียง 1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและชุมชนจดั ขน้ึ 2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี ูกตอ้ ง และเป็นจรงิ 2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถ่ี กู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั เพ่อื น พ่อแม่ หรอื ผปู้ กครอง และครู 2.3 ปฏบิ ตั ติ ่อผอู้ ่นื ดว้ ยความซ่อื ตรง ไม่หาประโยชน์ในทางทไ่ี ม่ถกู ตอ้ ง 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั และโรงเรยี น ตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวนั และ รบั ผดิ ชอบในการทางาน 4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหลง่ การเรยี นรตู้ ่างๆ 4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรอู้ ย่างเป็นระบบ 4.3 สรปุ ความรไู้ ดอ้ ย่างมเี หตุผล 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เช่น สงิ่ ของ เครอ่ื งใช้ ฯลฯ อย่างประหยดั คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม 5.2 ใชท้ รพั ยากรของสว่ นรวมอยา่ งประหยดั คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอย่างดี 5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตผุ ล 5.4 ไม่เอาเปรยี บผอู้ น่ื และไมท่ าใหผ้ อู้ น่ื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ น่ื กระทาผดิ พลาด

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนนอนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321 5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพน้ื ฐานของ ความรู้ ขอ้ มลู ขา่ วสาร 5.6 รเู้ ท่าทนั การเปลย่ี นแปลงทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั และ ปรบั ตวั อยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ่นื ไดอ้ ย่างมคี วามสขุ6. มงุ่ มนั่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสาเรจ็7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย 7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน 8.2 อาสาทางาน ช่วยคดิ ชว่ ยทา และแบง่ ปนั สง่ิ ของใหผ้ อู้ ่นื 8.3 ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั ขิ องหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชมุ ชน 8.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนนปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 191 - 108 ดมี ากปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 73 - 90 ดี 54 - 72 พอใช้ ต่ากว่า 54 ปรบั ปรงุ

แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน ดา้ นความรู้ ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี ) ปญั หา/อุปสรรค แนวทางการแกไ้ ข.................................................................................................................................................... ลงชอ่ื ................................................ครผู สู้ อน (...........................................) วนั ท่ี ........................................

ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรอื ผทู้ ่ีได้รบั มอบหมายความคดิ เหน็ หวั หน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้ .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. ลงชอ่ื ................................................หวั หน้ากล่มุ สาระ (...........................................) วนั ท่ี ........................................ความคดิ เหน็ หวั หน้ากลมุ่ งานบรหิ ารวชิ าการ ................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................. ลงช่อื ..................................... หวั หน้ากลุม่ งานบรหิ ารวชิ าการ (...........................................) วนั ท่ี ........................................ ความคดิ เหน็ ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ลงชอ่ื .................................................... (นายวนิ ัย คาวเิ ศษ ) วนั ท่ี ........................................ ตาแหน่ง ผอู้ านวยการโรงเรยี นหนั คาราษฎรร์ งั สฤษดิ ์

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 7 เรื่อง พฤติกรรมการตอบสนอง ของสตั ว์รายวิชา วิทยาศาสตร์ รหสั วิชา ว 22101 ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ที่ 2 กล่มุ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 เวลา 1 ชวั่ โมงครผู สู้ อน นางสาวทศั นีย์ วงทองดี โรงเรียน หนั คาราษฎรร์ งั สฤษด์ิ1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วดั 1.1 ตวั ชว้ี ดั ว 1.1 ม.2/3 สงั เกตและอธบิ ายพฤตกิ รรมของมนุษยแ์ ละสตั วท์ ต่ี อบสนองต่อสง่ิ เรา้ภายนอกและภายในประโยชน์ ว 8.1 ม.1-3/1, ม.1-3/2, ม.1-3/3, ม.1-3/4, ม.1-3/5, ม.1-3/6, ม.1-3/9 1.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ - อธบิ ายพฤตกิ รรมการตอบสนองต่อสงิ่ เรา้ ของสตั วไ์ ด้2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด สตั วแ์ ต่ละชนดิ จะมกี ารตอบสนองต่อสงิ่ เรา้ โดยแสดงพฤตกิ รรมออกมาในรปู แบบต่างๆ ตามชนดิ ของสตั ว์3. สาระการเรยี นรู้ 3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง - แสง อุณหภมู ิ และการสมั ผสั จดั เป็นสงิ่ เรา้ ภายนอก สว่ นการเปลย่ี นแปลงระดบั สารในรา่ งกาย เช่น ฮอรโ์ มน จดั เป็นสง่ิ เรา้ ภายใน ซง่ึ ทงั้ สงิ่ เรา้ ภายนอกและสง่ิ เรา้ ภายในมผี ลต่อสตั ว์ ทาให้แสดงพฤตกิ รรมต่างๆ ออกมา สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถนิ่ 3) ทกั ษะการสรุปอา้ งองิ -3.2 ทกั ษะกระบวนการ (P) 1) ทกั ษะการสารวจคน้ หา 2) ทกั ษะการสงั เกต3.3 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) มวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ มงุ่ มนั่ ในการทางาน3.4 สมรรถนะสาคญั ผเู้ รยี น (C)

3.4.1 ความสามารถในการคดิ 1) ทกั ษะการเชอ่ื มโยง 2) ทกั ษะการสรา้ งความรู้ 3) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้ 3.4.2 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ4. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) 1. ใบกจิ กรรมท่ี 2.85. กิจกรรมการเรยี นรู้ วธิ สี อนจดั การเรยี นการสอนโดยกระบวนการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ ขนั้ ท่ี 1 สงั เกต 1. ครนู าภาพ มาใหน้ กั เรยี นดู แลว้ ใหน้ กั เรยี นสงั เกตและอธบิ าย ดงั น้ี - จากภาพท่ี 1 สง่ิ เรา้ ใดทม่ี ผี ลทาใหม้ า้ ลายตอ้ งวงิ่ หนสี งิ โต - จากภาพท่ี 2 สง่ิ เรา้ ใดทท่ี าใหส้ ุนขั จง้ิ จอกแถบขวั้ โลกเหนือตอ้ งสรา้ งขนยาวและปรบั สขี นใหเ้ ป็น สขี าว 2. ครเู ฉลยคาตอบโดยเชอ่ื มโยงใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจเกย่ี วกบั พฤตกิ รรมการตอบสนองต่อสง่ิ เรา้ ของสตั ว์ 3. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ ขอ้ 1-2 ***คำถำมกระต้นุ ควำมคิด 1. อ่ึงอ่างพองตวั เป็นการตอบสนองต่อสิ่งเรา้ ใดเพอ่ื อะไร (เป็นการตอบสนองต่อการสมั ผสั เพอื่ ป้องกนั อนั ตราย) 2. ทาไมนกเค้าแมว จึงมีดวงตาขนาดใหญ่ (เพราะนกเคา้ แมวตอ้ งใชด้ วงตารบั แสงทมี่ คี วามเขม้ แสงน้อยในเวลากลางคนื ทไี่ ดร้ บัแสงจากดาว และ ดวงจนั ทรเ์ ท่านนั้ ) ขนั้ ท่ี 2 อธิบาย 1. สมาชกิ แต่ละคนในกลุ่มเดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1) เลอื กหมายเลขประจาตวัตงั้ แต่หมายเลข 1-4 2. สมาชกิ แต่ละหมายเลขศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง พฤตกิ รรมการตอบสนองของสตั ว์ จากหนงั สอืเรยี นหรอื บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite ดงั น้ี - หมายเลข 1 ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง การตอบสนองต่อการสมั ผสั - หมายเลข 2 ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง การตอบสนองต่อแสงสวา่ ง - หมายเลข 3 ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง การตอบสนองต่ออุณหภมู ิ

- หมายเลข 4 ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง การตอบสนองต่อน้า แลว้ บนั ทกึ ความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษาลงในแบบบนั ทกึ การอ่าน 3. สมาชกิ แต่ละหมายเลขผลดั กนั อธบิ ายความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษาใหส้ มาชกิ หมายเลขอ่นื ๆในกลมุ่ ฟงั ขนั้ ที่ 3 รบั ฟัง 1. สมาชกิ แต่ละหมายเลขยกตวั อยา่ งและอธบิ ายพฤตกิ รรมการตอบสนองของสตั วต์ ามหวั ขอ้ ทไ่ี ดศ้ กึ ษา (ไมซ่ ้ากบั สตั วใ์ นหนงั สอื เรยี น) 2. สมาชกิ หมายเลขอ่นื ๆ รบั ฟงั การอธบิ ายพฤตกิ รรมการตอบสนองของสตั ว์และช่วยกนั แสดงความคดิ เหน็ เพม่ิ เตมิ ในสว่ นทแ่ี ตกต่างขนั้ ที่ 4 เช่ือมโยงความสมั พนั ธ์1. ครนู าภาพอูฐ มาใหน้ กั เรยี นดู แลว้ ใหส้ มาชกิ แต่ละกล่มุ นาความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษามาวเิ คราะหว์ า่ อฐู มกี ารปรบั ตวั เพอ่ื ตอบสนองต่อการดารงชวี ติ ใหเ้ หมาะสมกบั สภาพอากาศและสงิ่ แวดลอ้ มในทะเลทรายอยา่ งไร2. สมาชกิ แต่ละกลุ่มช่วยกนั ทาใบงานท่ี 2.8 เรอ่ื งการตอบสนองต่อสภาพอากาศของอูฐ ขนั้ ท่ี 5 วิจารณ์ 1. สมาชกิ แต่ละกลุ่มสง่ ตวั แทนนาเสนอใบงานท่ี 2.8 หน้าชนั้ เรยี น แลว้ ใหเ้ พอ่ื นกลุ่มอ่นื ช่วยกนัวจิ ารณ์ผลการวเิ คราะหเ์ กย่ี วกบั การตอบสนองต่อสภาพอากาศของอฐู 2. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ ***คำถำมกระต้นุ ควำมคิด  ถา้ สตั วไ์ ม่มสี ญั ชาตญาณการตอบสนองต่อสิ่งเรา้ ต่างๆ จะส่งผลต่อการดารงชีวิตของสตั วห์ รอื ไม่ จงอธิบาย (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)ขนั้ ที่ 6 สรปุ 1. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ความรเู้ ร่อื ง พฤตกิ รรมการตอบสนองของสตั ว์ 2. นกั เรยี นแต่ละคนทากจิ กรรมตามตวั ชว้ี ดั กจิ กรรมท่ี 2.6จากแบบวดั ฯ เสรจ็ แลว้ นาส่งครตู รวจ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook