6. การวดั และประเมินผลวิธีการ เครือ่ งมือ เกณฑ์ตรวจใบงานท่ี 2.8 ใบงานท่ี 2.8 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ตรวจแบบบนั ทกึ การอ่าน แบบบนั ทกึ การอ่าน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น รายบคุ คล เกณฑ์สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ มนั่ ใน แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึการทางาน ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้ 7.1 สือ่ กำรเรยี นรู้ 1) หนงั สอื เรยี น วทิ ยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1 2) แบบวดั และบนั ทกึ ผลการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์ ม.2 3) บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite วทิ ยาศาสตร์ ม.2 บรษิ ทั เพลยเ์ อเบลิ จากดั 4) บตั รภาพ 5) ใบงานท่ี 2.8 เรอ่ื ง การตอบสนองต่อสภาพอากาศของอูฐ7.2 แหล่งกำรเรยี นรู้ —
บตั รภาพ ภาพที่ 1 ภาพที่ 2 ภาพที่ 3
ใบงานท่ี 2.8 การตอบสนองต่อสภาพอากาศของอฐูคาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นพจิ ารณาภาพอฐู แลว้ ตอบคาถาม โหนกอฐู เป็นทสี่ ะสมไขมนั แต่ละครงั้ อฐู จะดมื่ น้าไดใ้ นปรมิ าณมากผวิ หนงั ดา้ นบนลาตวั ขรขุ ระ ปากมหี นงั หนาและเหนยี ว มขี นหยาบหนาปกคลมุ ดา้ นลา่ งลาตวั โดยเฉพาะ ทอี่ กมขี นสนั้ กวา่ สว่ นอนื่ ๆ เทา้ มขี นาดใหญ่และแบน1. เพราะเหตุใด อฐู จงึ มกี ารสะสมไขมนั ไวท้ โ่ี หนก2. การทอ่ี ูฐมผี วิ หนงั ดา้ นบนลาตวั ขรขุ ระ มขี นหยาบหนาปกคลุม เพ่อื อะไร3. เพราะเหตุใด เทา้ ของอูฐจงึ มขี นาดใหญ่และแบน4. ดา้ นลา่ งลาตวั ของอูฐ โดยเฉพาะทอ่ี กมขี นสนั้ กว่าส่วนอ่นื ๆ เพอ่ื ประโยชน์อะไร5. เพราะเหตุใด ปากของอูฐจงึ มหี นงั หนาและเหนียว
ใบงานท่ี 2.8 การตอบสนองต่อสภาพอากาศของอฐูคาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นพจิ ารณาภาพอฐู แลว้ ตอบคาถาม โหนกอฐู เป็นทสี่ ะสมไขมนั แต่ละครงั้ อฐู จะดมื่ น้าไดใ้ นปรมิ าณมากผวิ หนงั ดา้ นบนลาตวั ขรขุ ระ ปากมหี นงั หนาและเหนยี ว มขี นหยาบหนาปกคลมุ ดา้ นล่างลาตวั โดยเฉพาะ ทอี่ กมขี นสนั้ กว่าสว่ นอนื่ ๆ เทา้ มขี นาดใหญ่และแบน1. เพราะเหตุใด อูฐจงึ มกี ารสะสมไขมนั ไวท้ โ่ี หนก เนอื่ งจากการเดนิ ทางในทะเลทรายจะขาดแคลนอาหาร ซงึ่ อฐู สามารถดงึ เอาไขมนั ทสี่ ะสมไว้ มาใชเ้ ป็นพลงั งานของร่างกายได้2. การทอ่ี ฐู มผี วิ หนงั ดา้ นบนลาตวั ขรขุ ระ มขี นหยาบหนาปกคลมุ เพ่อื อะไร เพอื่ ป้องกนั การสญู เสยี น้าจากความรอ้ นและแสงแดด3. เพราะเหตุใด เทา้ ของอูฐจงึ มขี นาดใหญ่และแบน องุ้ เทา้ ทแี่ บนใหญ่ทาใหอ้ ฐู สามารถเหยยี บบนทรายไดโ้ ดยไมจ่ มลงในทราย4. ดา้ นลา่ งลาตวั ของอฐู โดยเฉพาะทอ่ี กมขี นสนั้ กวา่ สว่ นอ่นื ๆ เพ่อื ประโยชน์อะไร ชว่ ยในการระบายความรอ้ นออกจากร่างกาย5. เพราะเหตุใด ปากของอูฐจงึ มหี นงั หนาและเหนยี ว เพอื่ ใหส้ ามารถเค้ยี วกระบองเพชรทมี่ หี นาม และชว่ ยใหม้ กี ารสญู เสยี น้าน้อยทสี่ ดุ
ชอ่ื หนงั สอื ราคา ชอ่ื ผแู้ ต่ง แบบบนั ทึกการอ่านสานกั พมิ พ์ สถานทพ่ี มิ พ์จานวนหน้า บาท อา่ นวนั ท่ี เดอื น นามปากกา ปีทพ่ี มิ พ์ พ.ศ. เวลา1. สาระสาคญั ของเรอ่ื ง2. วเิ คราะหข์ อ้ คดิ /ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากเรอ่ื งทอ่ี ่าน3. สง่ิ ทส่ี ามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั4. ขอ้ เสนอแนะของครูลงช่อื .................................................นกั เรยี น ลงช่อื ...................................ผปู้ กครอง () () ลงช่อื ครผู สู้ อน ( )เกณฑก์ ารให้คะแนน ผลงานมีขอ้ บกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงาน มีความสมบูรณ์ชดั เจน ให้ 4 คะแนน ผลงาน มีข้อบกพรอ่ งเพยี งเลก็ น้อย ให้ 3 คะแนน ผลงานมีข้อบกพรอ่ งมาก ให้ 1 คะแนน
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบคุ คลคาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ลง ในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนนลาดบั ช่ือ-สกลุ ความมีวินัย ความมี การรบั ฟัง การแสดง การตรงต่อ รวม ท่ี ของผรู้ บั การประเมิน น้าใจ ความ ความ เวลา 20 เอื้อเฟื้ อ คิดเหน็ คิดเหน็ คะแนน เสียสละ 43214321432143214321 ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี ากปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดีปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรุง
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกล่มุคาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ลงในช่อง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน การมีลาดั ช่ือ-สกลุ การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมี ส่วนร่วมใน รวมบ ท่ี ของผ้รู บั การประเมิน ความ ฟังคนอ่ืน ตามที่ได้รบั น้าใจ การ 20 คิดเหน็ มอบหมาย คะแนน ปรบั ปรงุ ผลงานกลุ่ม 4321 4321 432 14321 4321 ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนนปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดมี ากปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรุง
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ลงในช่อง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนนอนั พงึ ประสงคด์ า้ น 43211. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมายของ เพลงชาติ กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนกั เรยี น2. ซื่อสตั ย์ สจุ ริต 1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื รว่ มใจ ในการทางานกบั สมาชกิ ในโรงเรยี น3. มีวินัย 1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คีรบั ผิดชอบ ปรองดอง และเป็นประโยชนต์ ่อโรงเรยี นและชมุ ชน4. ใฝ่เรียนรู้ 1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา5. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง 1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและชมุ ชนจดั ขน้ึ 2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี ูกตอ้ ง และเป็นจรงิ 2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถ่ี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั เพอ่ื น พอ่ แม่ หรอื ผปู้ กครอง และครู 2.3 ปฏบิ ตั ติ ่อผอู้ น่ื ดว้ ยความซ่อื ตรง ไมห่ าประโยชน์ในทางทไ่ี มถ่ กู ตอ้ ง 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั และโรงเรยี น ตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวนั และ รบั ผดิ ชอบในการทางาน 4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหลง่ การเรยี นรตู้ ่างๆ 4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรอู้ ยา่ งเป็นระบบ 4.3 สรปุ ความรไู้ ดอ้ ย่างมเี หตุผล 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เชน่ สงิ่ ของ เครอ่ื งใช้ ฯลฯ อยา่ งประหยดั คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอย่างเหมาะสม 5.2 ใชท้ รพั ยากรของสว่ นรวมอย่างประหยดั คมุ้ ค่า และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี 5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตุผล 5.4 ไมเ่ อาเปรยี บผอู้ น่ื และไมท่ าใหผ้ อู้ น่ื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ น่ื กระทาผดิ พลาด
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนนอนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321 5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพน้ื ฐานของ ความรู้ ขอ้ มลู ขา่ วสาร 5.6 รเู้ ท่าทนั การเปลย่ี นแปลงทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั และ ปรบั ตวั อยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ่นื ไดอ้ ย่างมคี วามสขุ6. มงุ่ มนั่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสาเรจ็7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย 7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน 8.2 อาสาทางาน ชว่ ยคดิ ชว่ ยทา และแบ่งปนั สง่ิ ของใหผ้ อู้ ่นื 8.3 ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั ขิ องหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชมุ ชน 8.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนนปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนนปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 191 - 108 ดมี าก 73 - 90 ดี 54 - 72 พอใช้ ต่ากว่า 54 ปรบั ปรงุ
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน ดา้ นความรู้ ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี ) ปญั หา/อุปสรรค แนวทางการแกไ้ ข.......................................................................................................................................... ลงชอ่ื ................................................ครผู สู้ อน (...........................................) วนั ท่ี ........................................
ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรือผทู้ ี่ได้รบั มอบหมาย ความคดิ เหน็ หวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้.................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ลงชอ่ื ................................................หวั หน้ากลุ่มสาระ (...........................................) วนั ท่ี ........................................ ความคดิ เหน็ หวั หน้ากลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ลงชอ่ื ..................................... หวั หน้ากลุม่ งานบรหิ ารวชิ าการ (...........................................) วนั ท่ี ........................................ ความคดิ เหน็ ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา...................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ลงช่อื .................................................... (นายวนิ ยั คาวเิ ศษ ) วนั ท่ี ........................................ ตาแหน่ง ผอู้ านวยการโรงเรยี นหนั คาราษฎรร์ งั สฤษดิ ์
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 8 เรื่อง พฤติกรรมการตอบสนองของมนุษย์รายวิชา วิทยาศาสตร์ รหสั วิชา ว 22101 ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2 กล่มุ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 เวลา 2 ชวั่ โมงครผู สู้ อน นางสาวทศั นีย์ วงทองดี โรงเรียน หนั คาราษฎรร์ งั สฤษด์ิ1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ชี้วดั 1.1 ตวั ชว้ี ดั ว 1.1 ม.2/3 สงั เกตและอธบิ ายพฤตกิ รรมของมนุษยแ์ ละสตั วท์ ต่ี อบสนองต่อสง่ิ เรา้ภายนอกและภายใน ว 8.1 ม.1-3/1, ม.1-3/2, ม.1-3/3, ม.1-3/4, ม.1-3/5, ม.1-3/6, ม.1-3/9 1.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ - อธบิ ายพฤตกิ รรมการตอบสนองต่อสง่ิ เรา้ ของมนุษยไ์ ด้2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด มนุษยม์ กี ารตอบสนองต่อสง่ิ เรา้ ต่างๆ ทม่ี ากระตุน้ ทงั้ สงิ่ เรา้ ภายนอกและสงิ่ เรา้ ภายใน ทาให้แสดงพฤตกิ รรมต่างๆ ออกมา3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง - แสง อุณหภมู ิ และการสมั ผสั จดั เป็นสงิ่ เรา้ ภายนอก สว่ นการเปลย่ี นแปลงระดบั สารในรา่ งกาย เช่น ฮอรโ์ มน จดั เป็นสงิ่ เรา้ ภายใน ซง่ึ ทงั้ สงิ่ เรา้ ภายนอกและสงิ่ เรา้ ภายในมผี ลต่อมนุษย์ ทาใหแ้ สดงพฤตกิ รรมต่างๆ ออกมา สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถนิ่ 3) ทกั ษะการสรปุ อา้ งองิ -3.2 ทกั ษะกระบวนการ (P) 1) ทกั ษะการสารวจคน้ หา 2) ทกั ษะการสงั เกต3.3 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) มวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ มงุ่ มนั่ ในการทางาน3.4 สมรรถนะสาคญั ผเู้ รยี น (C)
3.4.1 ความสามารถในการคดิ 1) ทกั ษะการเช่อื มโยง 2) ทกั ษะการสรา้ งความรู้ 3) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้3.4.2 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ4. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) 1. ใบกจิ กรรมท่ี 2.95. กิจกรรมการเรยี นรู้ วธิ สี อนจดั การเรยี นการสอนโดยกระบวนการเรยี นความรคู้ วามเขา้ ใจ ชวั่ โมงที่ 1 ขนั้ ท่ี 1 สงั เกต ตระหนัก 1. ครสู นทนากบั นกั เรยี นเกย่ี วกบั การตอบสนองต่อสง่ิ เรา้ ต่างๆ ของสตั ว์ แลว้ ถามนกั เรยี นวา่ คนเรามกี ารตอบสนองต่อสงิ่ เรา้ หรอื ไม่ 2. ครนู าภาพ มาใหน้ กั เรยี นดู แลว้ ใหน้ กั เรยี นสงั เกตและบอกวา่ สง่ิ เรา้ ในภาพคอื อะไร และคนใน ภาพมกี ารแสดงพฤตกิ รรมเพอ่ื ตอบสนองต่อสงิ่ เรา้ นนั้ อยา่ งไร 3. ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ จากคาตอบของนกั เรยี นเกย่ี วกบั การแสดงพฤตกิ รรมเพอ่ื ตอบสนองต่อสง่ิ เรา้ ต่างๆ ของมนุษย์ 4. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคดิ 5. ครถู ามนกั เรยี นวา่ มนุษยม์ กี ารแสดงพฤตกิ รรมเพ่อื ตอบสนองต่อสงิ่ เรา้ ต่างๆอยา่ งไรบา้ ง ***คำถำมกระต้นุ ควำมคิด ในชีวิตประจาวนั ของนักเรียน มีการแสดงพฤติกรรมเพอ่ื ตอบสนองต่อสิ่งเรา้ ต่างๆอยา่ งไรบ้าง (เชน่ เมอื่ อากาศรอ้ น จะมเี หงอื่ ออกมาจากรา่ งกาย เพอื่ ระบายความรอ้ นในรา่ งกาย เป็นตน้ )ขนั้ ท่ี 2 วางแผนปฏิบตั ิสมาชกิ กลุม่ เดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1) รว่ มกนั วางแผนเพ่อื ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื งพฤตกิ รรมการตอบสนองของมนุษย์ จากหนงั สอื เรยี นหรอื บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Liteตามประเดน็ ทก่ี าหนด ดงั น้ี1) อุณหภมู ิ 2) สารเคมีขนั้ ที่ 3 ลงมือปฏิบตั ิสมาชกิ แต่ละกลุ่มลงมอื ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง พฤตกิ รรมการตอบสนองของมนุษย์ จากหนงั สอืเรยี นหรอื บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite ตามขนั้ ตอนทไ่ี ดว้ างแผนไว้
ชวั่ โมงที่ 2 ขนั้ ท่ี 4 พฒั นาความรู้ ความเข้าใจ 1. สมาชกิ แต่ละกลมุ่ นาความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษามาอภปิ รายรว่ มกนั ภายในกลุ่ม เพ่อื ใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจทต่ี รงกนั 2. สมาชกิ แต่ละกลมุ่ ชว่ ยกนั ทาใบงานท่ี 2.9 เรอ่ื ง พฤตกิ รรมการตอบสนองของมนุษย์ 3. ครขู ออาสาสมคั รนกั เรยี น 5-6 กล่มุ นาเสนอใบงานท่ี 2.9หน้าชนั้ เรยี น แลว้ ใหเ้ พอ่ื นกลุม่ อ่นื ช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง 4. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ ***คำถำมกระต้นุ ควำมคิด ทาไมพฤติกรรมการตอบสนองของมนุษยจ์ ึงแตกต่างจากสตั ว์ (เพราะมนุษยม์ รี ะบบสมองทพี่ ฒั นาขน้ึ อย่างสมบรู ณ์ และพฤตกิ รรมการตอบสนองของมนุษยม์ ี การปรุงแตง่ จากปจั จยั ต่างๆ ทที่ าใหเ้ กดิ การปรบั เปลยี่ น พฤตกิ รรมไดด้ กี วา่ ) ขนั้ ท่ี 5 สรปุ นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ความรเู้ ก่ยี วกบั การแสดงพฤตกิ รรมเพ่อื ตอบสนองต่อสง่ิ เรา้ของมนุษย์ ครมู อบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มจดั ทารายงาน เรอื่ ง การแสดงพฤติกรรมเพอ่ื ตอบสนองต่อสิ่งเรา้ ของส่ิงมีชีวิต โดยใหค้ รอบคลมุ ประเดน็ ตามทกี่ าหนด ดงั น้ี 1) การอธบิ ายพฤตกิ รรมของมนุษยท์ ตี่ อบสนองต่อสงิ่ เรา้ ภายนอก 2) การอธบิ ายพฤตกิ รรมของมนุษยท์ ตี่ อบสนองต่อสงิ่ เรา้ ภายใน 3) การอธบิ ายพฤตกิ รรมของสตั วท์ ตี่ อบสนองต่อสงิ่ เรา้ ภายนอก 4) การอธบิ ายพฤตกิ รรมของสตั วท์ ตี่ อบสนองต่อสงิ่ เรา้ ภายใน
6. การวดั และประเมินผลวิธีการ เครือ่ งมือ เกณฑ์ตรวจใบงานท่ี 2.9 ใบงานท่ี 2.9 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น เกณฑ์สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ มนั่ ใน แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึการทางาน ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น เกณฑ์ตรวจรายงาน เรอ่ื ง การแสดงพฤตกิ รรม แบบประเมนิ รายงาน เรอ่ื ง การแสดง ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเพ่อื ตอบสนองต่อสงิ่ เรา้ ของสงิ่ มชี วี ติ พฤตกิ รรมเพอ่ื ตอบสนองต่อสง่ิ เรา้ ของ เกณฑ์ สง่ิ มชี วี ติ7. สือ่ /แหล่งกำรเรียนรู้ 7.1 สือ่ กำรเรยี นรู้ 1) หนงั สอื เรยี น วทิ ยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1 2) บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite วทิ ยาศาสตร์ ม.2 บรษิ ทั เพลยเ์ อเบลิ จากดั 3) บตั รภาพ 4) ใบงานท่ี 2.9 เรอ่ื ง พฤตกิ รรมการตอบสนองของมนุษย์ 7.2 แหล่งกำรเรยี นรู้ —
การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมินรายงาน เรอื่ ง การแสดงพฤติกรรม เพ่ือตอบสนองต่อสิ่งเร้าของส่ิงมีชีวิตลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1 4321 การอธบิ ายพฤตกิ รรมของมนุษยท์ ต่ี อบสนองต่อ สงิ่ เรา้ ภายนอก2 การอธบิ ายพฤตกิ รรมของมนุษยท์ ต่ี อบสนองต่อ สง่ิ เรา้ ภายใน3 การอธบิ ายพฤตกิ รรมของสตั วท์ ต่ี อบสนองต่อ สงิ่ เรา้ ภายนอก4 การอธบิ ายพฤตกิ รรมของสตั วท์ ต่ี อบสนองต่อ สง่ิ เรา้ ภายใน รวม ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพดมี าก = 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพดี = 3 คะแนน 14 - 16 ดมี ากพอใช้ = 2 คะแนน 11 - 13 ดีปรบั ปรุง = 1 คะแนน 8 - 10 พอใช้ ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ
บตั รภาพ ภาพที่ 1 ภาพที่ 2ท่ีมา : ยพุ า วรยศ และคณะ. 2554. หนังสือเรียน รายวิชาพนื้ ฐาน วิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 2. กรุงเทพมหานคร : อกั ษรเจรญิ ทศั น์.
ใบงานที่ 2.9 พฤติกรรมการตอบสนองของมนุษย์คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลอื กพฤตกิ รรม 3 พฤตกิ รรม จากทก่ี าหนด แลว้ เขยี นอธบิ ายสง่ิ เรา้ ทม่ี ากระตุน้ และกลไกการแสดงพฤตกิ รรมดงั กลา่ วขนลกุ ตวั สนั่ เมอ่ื หนาว เหงื่อออก การหลงั่ น้าลาย การจาม การเป็นไข้ น้าตาไหล พฤตกิ รรมท่ี 1 คอื สงิ่ เรา้ ทม่ี ากระตุน้ ไดแ้ ก่ กลไกการแสดงพฤตกิ รรม เป็นดงั น้ี พฤตกิ รรมท่ี 2 คอื สง่ิ เรา้ ทม่ี ากระตุ้น ไดแ้ ก่ กลไกการแสดงพฤตกิ รรม เป็นดงั น้ี พฤตกิ รรมท่ี 3 คอื สง่ิ เรา้ ทม่ี ากระตุน้ ไดแ้ ก่ กลไกการแสดงพฤตกิ รรม เป็นดงั น้ี
ใบงานท่ี 2.9 พฤติกรรมการตอบสนองของมนุษย์คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลอื กพฤตกิ รรม 3 พฤตกิ รรม จากทก่ี าหนด แลว้ เขยี นอธบิ ายสงิ่ เรา้ ทม่ี ากระตุน้ และกลไกการแสดงพฤตกิ รรมดงั กลา่ วขนลกุ ตวั สนั่ เมื่อหนาว เหง่ือออก การหลงั่ น้าลาย การจาม การเป็นไข้ น้าตาไหล (ตวั อยา่ ง) พฤตกิ รรมท่ี 1 คอื เหงอื่ ออก สง่ิ เรา้ ทม่ี ากระตุ้น ไดแ้ ก่ อุณหภมู สิ งู กลไกการแสดงพฤตกิ รรม เป็นดงั น้ี สมองสว่ นทคี่ วบคมุ อณุ หภมู จิ ะรบั รแู้ ละสงั่ งานมายงั ผวิ หนงั ใหข้ บัเหงอื่ ออกทางผวิ หนงั เพอื่ ระบายความรอ้ นภายในร่างกายทาใหอ้ ุณหภูมขิ องร่างกายคงที่ พฤตกิ รรมท่ี 2 คอื สงิ่ เรา้ ทม่ี ากระตุน้ ไดแ้ ก่ กลไกการแสดงพฤตกิ รรม เป็นดงั น้ี พฤตกิ รรมท่ี 3 คอื สงิ่ เรา้ ทม่ี ากระตุน้ ไดแ้ ก่ กลไกการแสดงพฤตกิ รรม เป็นดงั น้ี (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
แบบประเมิน การนาเสนอผลงานคาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี ลงใน ชอ่ งทต่ี รงกบั ระดบั คะแนนลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน 43211 นาเสนอเน้อื หาในผลงานไดถ้ กู ตอ้ ง2 การลาดบั ขนั้ ตอนของเน้อื เร่อื ง ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ3 การนาเสนอมคี วามน่าสนใจ ................ /................ /................4 การมสี ่วนรว่ มของสมาชกิ ในกลุ่ม5 การตรงต่อเวลา รวมเกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบูรณ์ชดั เจน ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งบางส่วน ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี ากผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดีผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งมาก ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกล่มุชอ่ื กล่มุ ชนั้คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ลง ในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนนลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน 43211 การแบง่ หน้าทก่ี นั อยา่ งเหมาะสม2 ความรว่ มมอื กนั ทางาน3 การแสดงความคดิ เหน็4 การรบั ฟงั ความคดิ เหน็5 ความมนี ้าใจชว่ ยเหลอื กนั รวม ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี ากปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดีปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรบั ปรุง
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนนอนั พงึ ประสงคด์ า้ น 43211. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมายของ เพลงชาติ กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนกั เรยี น2. ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต 1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื รว่ มใจ ในการทางานกบั สมาชกิ ในโรงเรยี น3. มีวินัย 1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คีรบั ผิดชอบ ปรองดอง และเป็นประโยชนต์ ่อโรงเรยี นและชมุ ชน4. ใฝ่เรียนรู้ 1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา5. อยู่อยา่ งพอเพียง 1.6 เขา้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและชมุ ชนจดั ขน้ึ 2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี ูกตอ้ ง และเป็นจรงิ 2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถ่ี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั เพอ่ื น พอ่ แม่ หรอื ผปู้ กครอง และครู 2.3 ปฏบิ ตั ติ ่อผอู้ น่ื ดว้ ยความซ่อื ตรง ไมห่ าประโยชน์ในทางทไ่ี มถ่ กู ตอ้ ง 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั และโรงเรยี น ตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวนั และ รบั ผดิ ชอบในการทางาน 4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหลง่ การเรยี นรตู้ ่างๆ 4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรอู้ ยา่ งเป็นระบบ 4.3 สรปุ ความรไู้ ดอ้ ย่างมเี หตุผล 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เชน่ สงิ่ ของ เครอ่ื งใช้ ฯลฯ อยา่ งประหยดั คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอย่างเหมาะสม 5.2 ใชท้ รพั ยากรของสว่ นรวมอย่างประหยดั คมุ้ ค่า และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี 5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตุผล 5.4 ไม่เอาเปรยี บผอู้ น่ื และไมท่ าใหผ้ อู้ น่ื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ น่ื กระทาผดิ พลาด
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนนอนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321 5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพน้ื ฐานของ ความรู้ ขอ้ มลู ขา่ วสาร 5.6 รเู้ ท่าทนั การเปลย่ี นแปลงทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั และ ปรบั ตวั อยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ่นื ไดอ้ ย่างมคี วามสขุ6. มงุ่ มนั่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสาเรจ็7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย 7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน 8.2 อาสาทางาน ชว่ ยคดิ ชว่ ยทา และแบ่งปนั สง่ิ ของใหผ้ อู้ ่นื 8.3 ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั ขิ องหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชมุ ชน 8.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนนปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนนปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 191 - 108 ดมี าก 73 - 90 ดี 54 - 72 พอใช้ ต่ากว่า 54 ปรบั ปรงุ
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน ดา้ นความรู้ ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี ) ปญั หา/อุปสรรค แนวทางการแกไ้ ข.......................................................................................................................................... ลงชอ่ื ................................................ครผู สู้ อน (...........................................) วนั ท่ี ........................................
ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรือผทู้ ี่ได้รบั มอบหมาย ความคดิ เหน็ หวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้.................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ลงชอ่ื ................................................หวั หน้ากลมุ่ สาระ (...........................................) วนั ท่ี ........................................ ความคดิ เหน็ หวั หน้ากลมุ่ งานบรหิ ารวชิ าการ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ลงชอ่ื ..................................... หวั หน้ากลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ (...........................................) วนั ท่ี ........................................ ความคดิ เหน็ ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา...................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ลงช่อื .................................................... (นายวนิ ยั คาวเิ ศษ ) วนั ท่ี ........................................ ตาแหน่ง ผอู้ านวยการโรงเรยี นหนั คาราษฎรร์ งั สฤษดิ ์
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1 เรื่องสญั ลกั ษณ์ของธาตุรายวิชา วิทยาศาสตร์ รหสั วิชา ว 22101 ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2 กล่มุ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 1 ชวั่ โมงครผู สู้ อน นางสาวทศั นีย์ วงทองดี โรงเรียน หนั คาราษฎรร์ งั สฤษด์ิ1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วดั ว 3.1 ม.2/1 สำรวจและอธบิ ำยองคป์ ระกอบ สมบตั ขิ องธำตุและสำรประกอบ ว 8.1 ม.1-3/1, ม.1-3/2, ม.1-3/3, ม.1-3/4, ม.1-3/5, ม.1-3/6, ม.1-3/7, ม.1-3/8, ม.1-3/92. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด กำรกำหนดสญั ลกั ษณ์ของธำตุ เพอ่ื ใหง้ ำ่ ยต่อกำรจดจำและสำมำรถสอ่ื ควำมหมำยไดต้ รงกนั3. สาระการเรียนรู้3.1 สำระกำรเรยี นรแู้ กนกลำง- ธำตุเป็นสำรบรสิ ุทธทิ ์ ป่ี ระกอบดว้ ยอะตอมชนดิ เดยี วกนั และไมส่ ำมำรถแยกสลำยเป็นสำรอ่นืไดอ้ กี โดยวธิ กี ำรทำงเคมีสำระกำรเรยี นรทู้ อ้ งถน่ิ-3.2 ทกั ษะกระบวนกำร (P)อธบิ ำย สบื คน้ ทดลอง เขยี น3.3 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) มงุ่ มนั่ ในกำรทำงำน รบั ผดิ ชอบ ใฝเ่ รยี นรู้3.4 สมรรถนะสำคญั ผเู้ รยี น (C)3.4.1 ควำมสำมำรถในกำรคดิ1) ทกั ษะกำรสำรวจคน้ หำ2) ทกั ษะกำรสงั เกต3) ทกั ษะกำรสรำ้ งควำมรู้3.4.2 ควำมสำมำรถในกำรใชท้ กั ษะชวี ติ4. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)1. ใบงำนท่ี 1.1
5. กิจกรรมการเรียรู้ วิธีสอนโดยการจดั การเรียนร้แู บบร่วมมือ : เทคนิคค่คู ิด นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยกำรเรียนรทู้ ี่ 1 ขนั้ นาเข้าส่บู ทเรียน 1. ครถู ำมนกั เรยี นวำ่ ถำ้ กลำ่ วถงึ คำว่ำ “ธำตุ” นกั เรยี นนกึ ถงึ สง่ิ ใด จำกนนั้ ครใู หน้ กั เรยี นช่วยกนั ยกตวั อยำ่ งธำตุทน่ี กั เรยี นรจู้ กั 2. ครสู นทนำกบั นกั เรยี นเกย่ี วกบั ควำมหมำยของธำตุ และใหน้ กั เรยี นดแู ผนภูมแิ สดงปรมิ ำณธำตุท่ี พบในธรรมชำตแิ ละในรำ่ งกำยมนุษย์ ขนั้ สอน 1. นกั เรยี นตอบคำถำมกระตุน้ ควำมคดิ 2. ครใู หน้ กั เรยี นแต่ละคนศกึ ษำควำมรเู้ รอ่ื ง สญั ลกั ษณ์ของธำตุ จำกหนงั สอื เรยี นหรอื บทเรยี น คอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite 3. ครเู ขยี นช่อื ธำตุบนกระดำน โดยเลอื กธำตุทม่ี ตี วั อกั ษรแรกตรงกนั เชน่ Calcium กบั Cadmium แลว้ สมุ่ นกั เรยี น 2-3 คน เขยี นสญั ลกั ษณ์ของธำตุ พรอ้ มอธบิ ำยเกณฑท์ ใ่ี ชใ้ นกำรเขยี นสญั ลกั ษณ์ของธำตุ ทม่ี ตี วั อกั ษรตวั แรกตรงกนั 4. ครแู ละเพอ่ื นคนอ่นื ๆ ช่วยกนั ตรวจสอบควำมถูกตอ้ ง และแกไ้ ขเพมิ่ เตมิ ในสว่ นทบ่ี กพรอ่ ง 5. ครแู จกตำรำงช่อื และสญั ลกั ษณ์ของธำตุ ใหน้ กั เรยี นแต่ละคนศกึ ษำ เพ่อื เพม่ิ ควำมรคู้ วำมเขำ้ ใจ เกย่ี วกบั สญั ลกั ษณ์ของธำตุ 6. นกั เรยี นแต่ละคนทำใบงำนท่ี 1.1 เรอ่ื ง สญั ลกั ษณ์ของธำตุ 7. นกั เรยี นแต่ละคนจบั ค่กู บั เพอ่ื นทน่ี งั่ ขำ้ งกนั แลว้ แลกเปลย่ี นใบงำนท่ี 1.1 กบั สมำชกิ ทเ่ี ป็นคู่ และ ช่วยกนั ตรวจสอบควำมถกู ตอ้ ง พรอ้ มอธบิ ำยเพมิ่ เตมิ ในสว่ นทค่ี ่ขู องตนเองสงสยั 8. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั เฉลยคำตอบในใบงำนท่ี 1.1คำถำมกระต้นุ ควำมคิด เพราะเหตุใด จึงต้องมีการใช้สญั ลกั ษณ์ของธาตุ (เนอื่ งจากมกี ารคน้ พบธาตุจานวนมาก เพอื่ ใหง้ า่ ย ต่อการจดจาและสอื่ ความหมายทตี่ รงกนั จงึ มกี ารกาหนดสญั ลกั ษณ์ของธาตุขน้ึ ) ขนั้ สรปุ ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ควำมรเู้ กย่ี วกบั สญั ลกั ษณข์ องธำต พรอ้ มบอกเกณฑท์ ใ่ี ชใ้ นกำรเขยี นสญั ลกั ษณ์ของธำตุ
6. การวดั และประเมินผล วิธีการ เครอื่ งมอื เกณฑ์ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยกำรเรยี นรทู้ ่ี 1 แบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยกำรเรยี นรทู้ ่ี 4 (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ )ตรวจใบงำนท่ี 1.1 ใบงำนท่ี 1.1 รอ้ ยละ 60 ผำ่ นเกณฑ์สงั เกตพฤตกิ รรมกำรทำงำนรำยบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมกำรทำงำนรำยบุคคล ระดบั คุณภำพ 2 ผำ่ นเกณฑ์ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภำพ 2 ผำ่ นเกณฑ์สงั เกตควำมรบั ผดิ ชอบ ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ มนั่ ในกำรทำงำน7. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้ 7.1 สือ่ กำรเรยี นรู้ 1) หนงั สอื เรยี น วทิ ยำศำสตร์ ม.2 เลม่ 1 2) บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite วทิ ยำศำสตร์ ม.2 บรษิ ทั เพลยเ์ อเบลิ จำกดั 3) ตำรำงแสดงช่อื และสญั ลกั ษณ์ของธำตุบำงชนิด 4) บตั รภำพ 5) ใบงำนท่ี 4.1 เรอ่ื ง สญั ลกั ษณ์ของธำตุ 7.2 แหล่งกำรเรียนรู้ —
เอกสารประกอบการสอน ตารางแสดงชื่อและสญั ลกั ษณ์ของธาตบุ างชนิดช่ือภาษาไทย ช่ือภาษาองั กฤษ ช่ือภาษาละติน สญั ลกั ษณ์ของธาตุ ไฮโดรเจน Hydrogen ออกซเิ จน Oxygen -H คลอรนี Chlorine คำรบ์ อน Carbon -O แคดเมยี ม Cadmium แคลเซยี ม Calcium - Cl โคบอลต์ Cobalt โครเมยี ม Chromium Carbo C เงนิ Silver เจอรเ์ มเนยี ม Germanium - Cd ซลิ คิ อน Silicon ซเี ซยี ม Caesium Calx Ca ซนี อน Xenon ซเี รยี ม Cerium - Co ซลี เี นียม Selenium โซเดยี ม Sodium - Cr ดบี กุ Tin ตะกวั ่ Lead Argentum Ag ทองคำ Gold ทองแดง Copper - Ge ทงั สเตน Tungsten - Si - Cs เอกสารป- ระกอบการสอนXe - Ce Selene Se Natrium Na Stannum Sn Plumbum Pb Aurum Au Cuprum Cu Wolfram W
บตั รภาพ อนื่ ๆ 2% ไฮโดรเจน 9.5% ไนโตรเจน 3.3% โซเดยี ม 3% 9% แคลเซยี ม 1.5% โพแทสเซยี ม 2% ฟอสฟอรสั 1.0% แมกนีเซยี ม 2% เหลก็ 4% อนื่ ๆ 1.2% แคลเซยี ม 3% คารบ์ อน 18.5% อะลมู เิ นียม 9% ออกซเิ จน 65% ซลิ คิ อน 24% ออกซเิ จน 51% ในธรรมชำติ ในรำ่ งกำยมนุษย์ แผนภมู ิแสดงปริมาณธาตทุ ่ีพบในธรรมชาติและในรา่ งกายมนุษย์ที่มา : ยพุ ำ วรยศ และคณะ. 2554. หนังสือเรียน รายวิชาพนื้ ฐาน วิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 2. กรุงเทพมหำนคร : อกั ษรเจรญิ ทศั น์.
ใบงานที่1.1 สญั ลกั ษณ์ของธาตุคาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขยี นชอ่ื ธำตุและสญั ลกั ษณ์ของธำตุลงในตำรำงช่ือธาตุ ช่ือภาษาองั กฤษ สญั ลกั ษณ์ของธาตุตะกวั ่ Cu ดบี กุ Caโซเดยี ม Manganese O Hydrogenคำรบ์ อน Cadmiumคลอรนี เงนิซลิ คิ อนทองคำซลี เี นียม
ใบงานท่ี1.1 สญั ลกั ษณ์ของธาตุคาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขยี นช่อื ธำตุและสญั ลกั ษณ์ของธำตุลงในตำรำงชื่อธาตุ ช่ือภาษาองั กฤษ สญั ลกั ษณ์ของธาตุ ตะกวั ่ ดบี กุ Lead Pb Tin Snทองแดง Copperแมงกานสี Cu Manganeseโซเดยี ม Mn Sodium Naไฮโดรเจน Hแคลเซยี ม Hydrogen Caคำรบ์ อน Calciumคลอรนี Carbon C เงนิ Chlorine Cl Silver Ag แคดเมยี ม Cd Cadmium Siซลิ คิ อน Auทองคำ Silicon Seซลี เี นียม Gold Selenium O ออกซเิ จน Oxygen
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบคุ คลคาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวำ่ งเรยี นและนอกเวลำเรยี น แลว้ ขดี ลงในช่อง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนนลาดบั ชื่อ-สกลุ ความมีวินัย ความมนี ้าใจ การรบั ฟัง การแสดง การตรงต่อ รวม ท่ี ของผ้รู บั การประเมิน เอื้อเฟื้ อ ความคิดเหน็ ความคิดเหน็ เวลา 20 เสียสละ คะแนน 43214321432143214321 ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี ำกปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดีปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ำกว่ำ 10 ปรบั ปรงุ
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวำ่ งเรยี นและนอกเวลำเรยี น แลว้ ขดี ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนนอนั พงึ ประสงคด์ า้ น 43211. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมอ่ื ไดย้ นิ เพลงชำติ รอ้ งเพลงชำตไิ ด้ และอธบิ ำยควำมหมำยของ เพลงชำติ กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตำมสทิ ธแิ ละหน้ำทข่ี องนกั เรยี น2. ซ่ือสตั ย์ สุจริต 1.3 ใหค้ วำมรว่ มมอื รว่ มใจ ในกำรทำงำนกบั สมำชกิ ในโรงเรยี น3. มีวินัย รบั ผิดชอบ 1.4 เขำ้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในกำรจดั กจิ กรรมทส่ี รำ้ งควำมสำมคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรยี นและชมุ ชน4. ใฝ่เรยี นรู้ 1.5 เขำ้ รว่ มกจิ กรรมทำงศำสนำทต่ี นนบั ถอื ปฏบิ ตั ติ นตำมหลกั ของศำสนำ5. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง 1.6 เขำ้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในกำรจดั กจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถำบนั พระมหำกษตั รยิ ต์ ำมทโ่ี รงเรยี นและชุมชนจดั ขน้ึ 2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี กู ตอ้ ง และเป็นจรงิ 2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสงิ่ ทถ่ี ูกตอ้ ง ละอำย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทำควำมผดิ ทำตำม สญั ญำทต่ี นใหไ้ วก้ บั เพ่อื น พอ่ แม่ หรอื ผปู้ กครอง และครู 2.3 ปฏบิ ตั ติ ่อผอู้ น่ื ดว้ ยควำมซอ่ื ตรง ไมห่ ำประโยชน์ในทำงทไ่ี ม่ถกู ตอ้ ง 3.1 ปฏบิ ตั ติ ำมขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั และโรงเรยี น ตรงต่อเวลำในกำรปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่ำงๆ ในชวี ติ ประจำวนั และรบั ผดิ ชอบในกำรทำงำน 4.1 แสวงหำขอ้ มลู จำกแหลง่ กำรเรยี นรตู้ ่ำงๆ 4.2 มกี ำรจดบนั ทกึ ควำมรอู้ ย่ำงเป็นระบบ 4.3 สรุปควำมรไู้ ดอ้ ยำ่ งมเี หตุผล 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เชน่ สงิ่ ของ เคร่อื งใช้ ฯลฯ อยำ่ งประหยดั คมุ้ คำ่ และเกบ็ รกั ษำดแู ลอยำ่ งดี และใชเ้ วลำอยำ่ งเหมำะสม 5.2 ใชท้ รพั ยำกรของสว่ นรวมอยำ่ งประหยดั คมุ้ คำ่ และเกบ็ รกั ษำดแู ลอย่ำงดี 5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยควำมรอบคอบ มเี หตุผล 5.4 ไม่เอำเปรยี บผอู้ ่นื และไมท่ ำใหผ้ อู้ ่นื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ น่ื กระทำผดิ พลำด
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนนอนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321 5.5 วำงแผนกำรเรยี น กำรทำงำนและกำรใชช้ วี ติ ประจำวนั บนพน้ื ฐำนของ ควำมรู้ ขอ้ มลู ขำ่ วสำร 5.6 รเู้ ทำ่ ทนั กำรเปลย่ี นแปลงทำงสงั คม และสภำพแวดลอ้ ม ยอมรบั และ ปรบั ตวั อย่รู ว่ มกบั ผอู้ ่นื ไดอ้ ย่ำงมคี วำมสขุ6. ม่งุ มนั่ ในการ 6.1 มคี วำมตงั้ ใจและพยำยำมในกำรทำงำนทไ่ี ดร้ บั มอบหมำย ทางาน 6.2 มคี วำมอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ ำนสำเรจ็7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สำนกึ ในกำรอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญำไทย 7.2 เหน็ คุณค่ำและปฏบิ ตั ติ นตำมวฒั นธรรมไทย8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ชว่ ยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู ำงำน 8.2 อำสำทำงำน ช่วยคดิ ชว่ ยทำ และแบ่งปนั สงิ่ ของใหผ้ อู้ น่ื 8.3 ดแู ล รกั ษำทรพั ยส์ มบตั ขิ องหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชุมชน 8.4 เขำ้ รว่ มกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสำธำรณประโยชน์ของโรงเรยี น ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 191 - 108 ดมี ำกปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 73 - 90 ดีปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 54 - 72 พอใช้ ต่ำกวำ่ 54 ปรบั ปรุง
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน ดำ้ นควำมรู้ ดำ้ นสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น ดำ้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดำ้ นอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี ) ปญั หำ/อุปสรรค แนวทำงกำรแกไ้ ข.................................................................................................................................................... ลงชอ่ื ................................................ครผู สู้ อน (...........................................) วนั ท่ี ........................................
ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรอื ผทู้ ี่ได้รบั มอบหมายควำมคดิ เหน็ หวั หน้ำกลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. ลงช่อื ................................................หวั หน้ำกลุ่มสำระ (...........................................) วนั ท่ี ........................................ควำมคดิ เหน็ หวั หน้ำกลมุ่ งำนบรหิ ำรวชิ ำกำร ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ลงชอ่ื ..................................... หวั หน้ำกลุ่มงำนบรหิ ำรวชิ ำกำร (...........................................) วนั ท่ี ........................................ ควำมคดิ เหน็ ผบู้ รหิ ำรสถำนศกึ ษำ ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ลงช่อื .................................................... (นำยวนิ ยั คำวเิ ศษ ) วนั ท่ี ........................................ ตำแหน่ง ผอู้ ำนวยกำรโรงเรยี นหนั คำรำษฎรร์ งั สฤษดิ ์
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 2 เรื่องสมบตั ิของธาตุรายวิชา วิทยาศาสตร์ รหสั วิชา ว 22101 ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2 กล่มุ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 2 ชวั่ โมงครผู สู้ อน นางสาวทศั นีย์ วงทองดี โรงเรียน หนั คาราษฎรร์ งั สฤษด์ิ1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ชี้วดั ว 3.1 ม.2/2 สบื คน้ ขอ้ มลู และเปรยี บเทยี บสมบตั ขิ องธำตุโลหะ ธำตุอโลหะ ธำตุก่ึงโลหะ และธำตุกมั มนั ตรงั สแี ละนำควำมรไู้ ปใชป้ ระโยชน์ ว 8.1 ม.1-3/1, ม.1-3/2, ม.1-3/3, ม.1-3/4, ม.1-3/5, ม.1-3/6, ม.1-3/7, ม.1-3/8, ม.1-3/92. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด ธำตุโลหะ ธำตุอโลหะ และธำตุกง่ึ โลหะ จะมสี มบตั บิ ำงประกำรเหมอื นกนั และมสี มบตั บิ ำงประกำรแตกต่ำงกนั3. สาระการเรยี นรู้3.1 สำระกำรเรยี นรแู้ กนกลำง- ธำตุแต่ละชนดิ มสี มบตั บิ ำงประกำรทค่ี ลำ้ ยกนั และแตกต่ำงกนั จงึ สำมำรถจำแนกกลมุ่ ธำตุตำมสมบตั ขิ องธำตุ เป็นธำตุโลหะ กง่ึ โลหะ อโลหะ และธำตุกมั มนั ตรงั สีสำระกำรเรยี นรทู้ อ้ งถน่ิ-3.2 ทกั ษะกระบวนกำร (P) สบื คน้ ทดลอง เขยี น เปรยี บเทยี บ3.3 คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) มงุ่ มนั่ ในกำรทำงำน รบั ผดิ ชอบ ใฝเ่ รยี นรู้3.4 สมรรถนะสำคญั ผเู้ รยี น (C)3.4.1 ควำมสำมำรถในกำรคดิ1) ทกั ษะกำรสำรวจคน้ หำ2) ทกั ษะกำรเปรยี บเทยี บ3) ทกั ษะกำรสงั เกต4) ทกั ษะกำรสรำ้ งควำมรู้3.4.2 ควำมสำมำรถในกำรใชท้ กั ษะชวี ติ
4. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) 1. ใบงำนท่ี 1.25. กิจกรรมการเรยี นรู้ วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด (ชวั่ โมงท่ี 1) ขนั้ ที่ 1 สงั เกต ครทู ำกำรทดลองเพ่อื ตรวจสอบสมบตั ขิ องธำตุ แลว้ ใหน้ กั เรยี นสงั เกตผลกำรทดลองวำ่ ธำตุแต่ละชนิดมสี มบตั อิ ย่ำงไร ขนั้ ที่ 2 จาแนกความแตกต่าง 1. ครใู หน้ กั เรยี นแบ่งกล่มุ กลมุ่ ละ 4 คน ตำมควำมสมคั รใจ แลว้ ใหแ้ ต่ละกลมุ่ นำผลกำรทดลองใน ขนั้ ท่ี 1 มำวเิ ครำะหว์ ำ่ ธำตุทน่ี ำมำทดลองนนั้ มสี มบตั แิ ตกต่ำงกนั อยำ่ งไร 2. ครสู มุ่ นกั เรยี น 5-6 กลุ่ม นำเสนอผลกำรวเิ ครำะหเ์ กย่ี วกบั สมบตั ทิ แ่ี ตกต่ำงกนั ของธำตุหน้ำชนั้ เรยี น เพอ่ื เปรยี บเทยี บผลกำรวเิ ครำะหก์ บั เพ่อื นกลุ่มอ่นื ขนั้ ท่ี 3 หาลกั ษณะรว่ ม 1. สมำชกิ แต่ละกลุ่มช่วยกนั เปรยี บเทยี บว่ำ ธำตุทน่ี ำมำทดลองในขนั้ ท่ี 1 นนั้ มสี มบตั ดิ ำ้ นใดบำ้ งท่ี เหมอื นกนั 2. นกั เรยี นตอบคำถำมกระตุน้ ควำมคดิคำถำมกระต้นุ ควำมคิด สมบตั ิทางกายภาพกบั สมบตั ิทางเคมีของสารมีความแตกต่างกนั อย่างไร(สมบตั ทิ างกายภาพ เป็นสมบตั ทิ สี่ ามารถสงั เกตเหน็ หรอื ทาการทดลองดว้ ยวธิ งี า่ ยๆ ไดส้ ว่ นสมบตั ทิ างเคมี เป็นสมบตั ทิ ที่ ราบไดเ้ มอื่ มกี ารเปลยี่ นแปลงทางเคม)ี ขนั้ ที่ 4 ระบชุ ่ือความคิดรวบยอด (ชวั่ โมงที่ 2) 1. สมำชกิ แต่ละกลุ่มรว่ มกนั ศกึ ษำควำมรเู้ รอ่ื ง สมบตั ขิ องธำตุ จำกหนงั สอื เรยี นหรอื บทเรยี น คอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite ตำมประเดน็ ทก่ี ำหนด ดงั น้ี 1) ธำตุโลหะ 2) ธำตุอโลหะ 3) ธำตุกง่ึ โลหะ 2. สมำชกิ แต่ละกลุ่มนำผลกำรวเิ ครำะหแ์ ละเปรยี บเทยี บสมบตั ิ ทเ่ี หมอื นกนั หรอื แตกต่ำงกนั ของธำตุในขนั้ ท่ี 2 และขนั้ ท่ี 3 มำสรปุ ว่ำ ธำตุทน่ี ำมำทดลองนนั้ ธำตุชนิดใด เป็นธำตุโลหะ ธำตุอโลหะ และธำตุกง่ึ โลหะ 3. ครนู ำตำรำงแสดงสมบตั บิ ำงประกำรของธำตุบำงชนิดและตำรำงเปรยี บเทยี บสมบตั ขิ องธำตุ โลหะ ธำตุอโลหะ และธำตุกง่ึ โลหะ มำใหน้ กั เรยี นดู และสรปุ เพม่ิ เตมิ ใหน้ กั เรยี นฟงั ว่ำ ธำตุแต่ละชนดิ อำจ มสี มบตั บิ ำงประกำรทค่ี ลำ้ ยคลงึ กนั ซง่ึ สำมำรถนำสมบตั ติ ่ำงๆ เหล่ำน้ีมำจำแนกธำตุออกเป็นกลุ่มได้ ขนั้ ที่ 5 ทดสอบและนาไปใช้ 1. สมำชกิ แต่ละกลุ่มช่วยกนั ทำใบงำนท่ี 1.2 เรอ่ื ง สมบตั ขิ องธำตุ และกจิ กรรมตำมตวั ชว้ี ดั กจิ กรรมท่ี 4.1 จำกแบบวดั ฯ
2. ครสู มุ่ นกั เรยี น 3-4 กลมุ่ นำเสนอใบงำนท่ี 1.1 และแบบวดั ฯ หน้ำชนั้ เรยี น แลว้ ใหเ้ พอ่ื นกลุม่ อ่นื ช่วยกนั ตรวจสอบควำมถกู ต้องและเสนอแนะเพมิ่ เตมิ ในสว่ นทแ่ี ตกต่ำง 3. นกั เรยี นตอบคำถำมกระตุน้ ควำมคดิคำถำมกระต้นุ ควำมคิด จากสมบตั ิของธาตโุ ลหะ สามารถนามาใช้ประโยชน์อะไรได้บา้ ง จงยกตวั อยา่ งประกอบ(จากสมบตั กิ ารนาไฟฟ้าไดด้ ี สามารถนาทองแดง มาใชท้ าสายไฟฟ้า และจากสมบตั นิ าความรอ้ นไดด้ ี จงึ สามารถนาอะลมู เิ นยี มมาทาภาชนะทใี่ ชป้ ระกอบอาหาร เช่น หมอ้ กระทะ เป็นตน้ )6. การวดั และประเมินผล เครอ่ื งมอื เกณฑ์ ใบงำนท่ี 1.2 รอ้ ยละ 60 ผำ่ นเกณฑ์ วิธีการ แบบประเมนิ กำรนำเสนอผลงำน ระดบั คณุ ภำพ 2 ผ่ำนเกณฑ์ตรวจใบงำนท่ี 1.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมกำรทำงำนกลมุ่ ระดบั คณุ ภำพ 2 ผ่ำนเกณฑ์ประเมนิ กำรนำเสนอผลงำน แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภำพ 2 ผ่ำนเกณฑ์สงั เกตพฤตกิ รรมกำรทำงำนกลมุ่สงั เกตควำมรบั ผดิ ชอบ ใฝเ่ รยี นรู้ และมุง่ มนั่ ในกำรทำงำน7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้ 7.1 สือ่ กำรเรยี นรู้ 1) หนงั สอื เรยี น วทิ ยำศำสตร์ ม.2 เลม่ 1 2) แบบวดั และบนั ทกึ ผลกำรเรยี นรู้ วทิ ยำศำสตร์ ม.2 3) บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite วทิ ยำศำสตร์ ม.2 บรษิ ทั เพลยเ์ อเบลิ จำกดั 4) เอกสำรประกอบกำรสอน 5) ตำรำงแสดงสมบตั บิ ำงประกำรของธำตุบำงชนิด 6) ตำรำงแสดงกำรเปรยี บเทยี บสมบตั ขิ องโลหะ อโลหะ และกง่ึ โลหะ 7) อุปกรณ์ทใ่ี ชใ้ นกำรทดลอง 8) ใบงำนท่ี 4.2 เรอ่ื ง สมบตั ขิ องธำตุ 7.2 แหลง่ กำรเรียนรู้ —
เอกสารประกอบการสอนการทดลอง เรื่อง สมบตั ิของธาตุ อปุ กรณ์ 1. ธำตุตวั อยำ่ ง 5 ชนิด ไดแ้ ก่ ลวดแมกนเี ซยี ม ทองแดง ตะปเู หลก็ ถ่ำน (คำรบ์ อน) และกำมะถนั 2. กระดำษทรำย 3. สำยไฟ 4. ถ่ำนไฟฉำย 5. หลอดไฟฟ้ำ 6. คอ้ น วิธีทา 1. ใชก้ ระดำษทรำยขดั ผวิ ธำตุ สงั เกตควำมวำว บนั ทกึ ผล 2. นำธำตุไปต่อในวงจรไฟฟ้ำ ดงั ภำพ สงั เกตควำมสว่ำงของหลอดไฟ บนั ทกึ ผลหลอดไฟ ถ่ำนไฟฉำย ธำตุทน่ี ำมำทดสอบ3. ใชค้ อ้ นทบุ ทธ่ี ำตุ สงั เกตลกั ษณะของธำตุ บนั ทกึ ผล
ตารางแสดงสมบตั ิบางประการของธาตบุ างชนิด ธาตุ ลกั ษณะ ความแขง็ หรอื การนา จดุ หลอมเหลว จดุ เดอื ด ท่ีอณุ หภมู ิห้อง ความเหนียว ไฟฟ้ า (0C) (0C)โบรอนคำรบ์ อน (แกรไฟต)์ ของแขง็ สดี ำ เปรำะ ไมน่ ำ 2,030 3,900โซเดยี ม ของแขง็ สดี ำ เปรำะ นำ 3,730 4,830ซลิ คิ อน ของแขง็ สเี งนิ วำว เหนียว นำ 98 892ฟอสฟอรสั (ขำว) ของแขง็ สเี งนิ วำว เปรำะ นำเลก็ น้อย 1,410 2,680เหลก็ ของแขง็ สขี ำว เปรำะ ไม่นำ 44 280แคลเซยี ม ของแขง็ สเี ทำดำ เหนยี ว นำ 1,535 2,750กำมะถนั (รอมบคิ ) ของแขง็ สเี งนิ วำว เหนยี ว นำ 838 1,490ปรอท ของแขง็ สเี หลอื ง เปรำะ ไมน่ ำ 113 445โบรมนี ของเหลวสเี งนิ นำ -38.9 356.6ออกซเิ จน ของเหลวสแี ดง - ไม่นำ -7.2 58.8ไฮโดรเจน - ไม่นำ -219 -183คลอรนี แก๊ส - ไม่นำ -259 -253ฟลอู อรนี แก๊ส - ไมน่ ำ -101 -35 แก๊ส - ไม่นำ -220 -188 แก๊ส - ตารางแสดงการเปรียบเทียบสมบตั ิของโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ ชนิ ดของธาตุ โลหะ อโลหะ กึ่งโลหะสมบตั ิ มที งั้ ของแขง็ ของเหลว ของแขง็1. สถำนะ เป็นของแขง็ ยกเวน้ และแก๊ส2. ลกั ษณะผวิ ปรอทเป็นของเหลว ผวิ ดำ้ น บำงชนดิ ผวิ ดำ้ น บำงชนดิ ผวิ มนั วำว มนั วำว เปรำะ3. ควำมเหนียวหรอื เปรำะ เหนียว ตเี ป็นแผน่ บำงๆ เปรำะ ทบุ แลว้ แตก ไม่กงั วำน หรอื ยดื เป็นเสน้ ได้ บำงชนิดสงู ไม่กงั วำน บำงชนิดนำไฟฟ้ำ4. กำรเกดิ เสยี งเมอ่ื เคำะหรอื ทบุ กงั วำน ต่ำ ยกเวน้ คำรบ์ อน ไม่ทำปฏกิ ริ ยิ ำกบั กรด ไมน่ ำไฟฟ้ำ5. จดุ หลอมเหลวและจุดเดอื ด สงู ยกเวน้ ปรอท ไม่ทำปฏกิ ริ ยิ ำกบั กรด6. กำรนำไฟฟ้ำ นำไฟฟ้ำ7. กำรเกดิ ปฏกิ ริ ยิ ำกบั กรด ทำปฏกิ ริ ยิ ำกบั กรดได้ แก๊สไฮโดรเจน
ใบงานที่1.2 สมบตั ิของธาตุคาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นศกึ ษำสมบตั ขิ องธำตุจำกตำรำง แลว้ ตอบคำถำมตารางแสดงสมบตั ิบางประการของธาตทุ ี่อณุ หภมู ิ 25 องศาเซลเซียส ความดนั 1 บรรยากาศ ธาตุ ลกั ษณะภายนอก ความแขง็ หรอื การนา จดุ หลอมเหลว จดุ เดือด ความเหนียว ไฟฟ้ า (0C) (0C)โบรอน ของแขง็ สดี ำโบรมนี ของเหลวสแี ดงสม้ แขง็ และเปรำะ ไมน่ ำ 2,030 3,900เหลก็ ของแขง็ สเี งนิ มนั วำว - ไมน่ ำ -7 59ปรอท ของเหลวสเี งนิ มนั วำว นำ 2,750ซลิ คิ อน ของแขง็ สเี งนิ มนั วำว แขง็ และเปรำะ นำ 1,535 357ไฮโดรเจน - นำเลก็ น้อย -39 2,680โซเดยี ม แก๊ส ไมม่ สี ี ไมน่ ำ 1,410 -253คลอรนี ของแขง็ สเี งนิ มนั วำว แขง็ และเปรำะ นำ -259 892แมกนีเซยี ม แก๊ส สเี ขยี วตองอ่อน - ไมน่ ำ 98 -35ออกซเิ จน ของแขง็ สเี งนิ มนั วำว นำ -1 117 อ่อนและเหนยี ว ไมน่ ำ 650 -183 แก๊ส ไมม่ สี ี - -219 อ่อนและเหนยี ว -1. ธำตุทจ่ี ดั เป็นโลหะ ไดแ้ ก่2. ธำตุทจ่ี ดั เป็นอโลหะ ไดแ้ ก่3. ธำตุทจ่ี ดั เป็นกง่ึ โลหะ ไดแ้ ก่4. ธำตุทม่ี จี ดุ หลอมเหลวและจุดเดอื ดต่ำทส่ี ดุ ไดแ้ ก่5. จำกตำรำง ซลิ คิ อนควรเป็นโลหะ อโลหะ หรอื กง่ึ โลหะ เพรำะเหตุใด6. ธำตุกง่ึ โลหะมคี ณุ สมบตั ใิ ดบำ้ งทค่ี ลำ้ ยโลหะ และสมบตั ใิ ดบำ้ งทค่ี ลำ้ ยอโลหะ
ใบงานท่ี1.2 สมบตั ิของธาตุคาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นศกึ ษำสมบตั ขิ องธำตุจำกตำรำง แลว้ ตอบคำถำมตารางแสดงสมบตั ิบางประการของธาตทุ ี่อณุ หภมู ิ 25 องศาเซลเซียส ความดนั 1 บรรยากาศ ธาตุ ลกั ษณะภายนอก ความแขง็ หรือ การนา จดุ หลอมเหลว จดุ เดือด ความเหนียว ไฟฟ้ า (0C) (0C)โบรอน ของแขง็ สดี ำโบรมนี ของเหลวสแี ดงสม้ แขง็ และเปรำะ ไมน่ ำ 2,030 3,900เหลก็ ของแขง็ สเี งนิ มนั วำว - ไมน่ ำ -7 59ปรอท ของเหลวสเี งนิ มนั วำว นำ 2,750ซลิ คิ อน ของแขง็ สเี งนิ มนั วำว แขง็ และเปรำะ นำ 1,535 357ไฮโดรเจน - นำเลก็ น้อย -39 2,680โซเดยี ม แก๊ส ไมม่ สี ี ไมน่ ำ 1,410 -253คลอรนี ของแขง็ สเี งนิ มนั วำว แขง็ และเปรำะ นำ -259 892แมกนเี ซยี ม แก๊ส สเี ขยี วตองอ่อน - ไมน่ ำ 98 -35ออกซเิ จน ของแขง็ สเี งนิ มนั วำว นำ -1 117 อ่อนและเหนยี ว ไมน่ ำ 650 -183 แก๊ส ไมม่ สี ี - -219 อ่อนและเหนยี ว -1. ธำตุทจ่ี ดั เป็นโลหะ ไดแ้ ก่ เหลก็ ปรอท โซเดยี ม แมกนเี ซยี ม2. ธำตุทจ่ี ดั เป็นอโลหะ ไดแ้ ก่ โบรมนี ไฮโดรเจน คลอรนี ออกซเิ จน3. ธำตุทจ่ี ดั เป็นกง่ึ โลหะ ไดแ้ ก่ โบรอน ซลิ คิ อน4. ธำตุทม่ี จี ดุ หลอมเหลวและจุดเดอื ดต่ำทส่ี ดุ ไดแ้ ก่ ไฮโดรเจน5. จำกตำรำง ซลิ คิ อนควรเป็นโลหะ อโลหะ หรอื กง่ึ โลหะ เพรำะเหตุใด กงึ่ โลหะ เพราะมคี ณุ สมบตั ิ การนาไฟฟ้า และจดุ เดอื ด-จุดหลอมเหลวสงู เหมอื นโลหะ แต่มคี วามแขง็ และเปราะเหมอื นอโลหะ6. ธำตุกง่ึ โลหะมคี ณุ สมบตั ใิ ดบำ้ งทค่ี ลำ้ ยโลหะ และสมบตั ใิ ดบำ้ งทค่ี ลำ้ ยอโลหะ มสี มบตั กิ ารนาไฟฟ้า จดุ เดอื ด-จดุ หลอมเหลวสงู คลา้ ยโลหะ และสมบตั ดิ า้ นความแขง็ หรอื ความเหนียวคลา้ ยอโลหะ
แบบประเมิน การนาเสนอผลงานคาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ กำรนำเสนอผลงำนของนกั เรยี นตำมรำยกำรทก่ี ำหนด แลว้ ขดี ลงในช่อง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนนลาดบั ท่ี รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 321 ควำมถูกตอ้ งของเน้อื หำ2 ควำมคดิ สรำ้ งสรรค์3 วธิ กี ำรนำเสนอผลงำน4 กำรนำไปใชป้ ระโยชน์5 กำรตรงต่อเวลำ รวม ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพผลงำนหรอื พฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพผลงำนหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งบางส่วน ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี ำกผลงำนหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดีผลงำนหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งมาก ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ำกว่ำ 10 ปรบั ปรุง
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกล่มุคาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่ำงเรยี นและนอกเวลำเรยี น แลว้ ขดี ลงในช่อง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนนลาดบั ช่ือ-สกลุ ความ การแสดง การรบั ฟัง ความตงั้ ใจ การแก้ไข รวม ท่ี ของผรู้ บั การประเมิน รว่ มมือกนั ความคิดเหน็ ความคิดเหน็ ทางาน ปัญหา/หรอื 20 ทากิจกรรม ปรบั ปรงุ คะแนน ผลงานกลุ่ม 43214321432143214321 ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี ำกปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดีปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ำกวำ่ 10 ปรบั ปรุง
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวำ่ งเรยี นและนอกเวลำเรยี น แลว้ ขดี ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนนอนั พงึ ประสงคด์ า้ น 43211. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมอ่ื ไดย้ นิ เพลงชำติ รอ้ งเพลงชำตไิ ด้ และอธบิ ำยควำมหมำยของ เพลงชำติ กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตำมสทิ ธแิ ละหน้ำทข่ี องนกั เรยี น2. ซ่ือสตั ย์ สุจริต 1.3 ใหค้ วำมรว่ มมอื รว่ มใจ ในกำรทำงำนกบั สมำชกิ ในโรงเรยี น3. มีวินัย รบั ผิดชอบ 1.4 เขำ้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในกำรจดั กจิ กรรมทส่ี รำ้ งควำมสำมคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรยี นและชมุ ชน4. ใฝ่เรยี นรู้ 1.5 เขำ้ รว่ มกจิ กรรมทำงศำสนำทต่ี นนบั ถอื ปฏบิ ตั ติ นตำมหลกั ของศำสนำ5. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง 1.6 เขำ้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในกำรจดั กจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถำบนั พระมหำกษตั รยิ ต์ ำมทโ่ี รงเรยี นและชุมชนจดั ขน้ึ 2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี กู ตอ้ ง และเป็นจรงิ 2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสงิ่ ทถ่ี ูกตอ้ ง ละอำย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทำควำมผดิ ทำตำม สญั ญำทต่ี นใหไ้ วก้ บั เพ่อื น พอ่ แม่ หรอื ผปู้ กครอง และครู 2.3 ปฏบิ ตั ติ ่อผอู้ น่ื ดว้ ยควำมซอ่ื ตรง ไมห่ ำประโยชน์ในทำงทไ่ี ม่ถกู ตอ้ ง 3.1 ปฏบิ ตั ติ ำมขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั และโรงเรยี น ตรงต่อเวลำในกำรปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่ำงๆ ในชวี ติ ประจำวนั และรบั ผดิ ชอบในกำรทำงำน 4.1 แสวงหำขอ้ มลู จำกแหลง่ กำรเรยี นรตู้ ่ำงๆ 4.2 มกี ำรจดบนั ทกึ ควำมรอู้ ย่ำงเป็นระบบ 4.3 สรุปควำมรไู้ ดอ้ ยำ่ งมเี หตุผล 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เชน่ สงิ่ ของ เคร่อื งใช้ ฯลฯ อยำ่ งประหยดั คมุ้ คำ่ และเกบ็ รกั ษำดแู ลอยำ่ งดี และใชเ้ วลำอยำ่ งเหมำะสม 5.2 ใชท้ รพั ยำกรของสว่ นรวมอยำ่ งประหยดั คมุ้ คำ่ และเกบ็ รกั ษำดแู ลอย่ำงดี 5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยควำมรอบคอบ มเี หตุผล 5.4 ไม่เอำเปรยี บผอู้ ่นื และไมท่ ำใหผ้ อู้ ่นื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ น่ื กระทำผดิ พลำด
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนนอนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321 5.5 วำงแผนกำรเรยี น กำรทำงำนและกำรใชช้ วี ติ ประจำวนั บนพน้ื ฐำนของ ควำมรู้ ขอ้ มลู ขำ่ วสำร 5.6 รเู้ ทำ่ ทนั กำรเปลย่ี นแปลงทำงสงั คม และสภำพแวดลอ้ ม ยอมรบั และ ปรบั ตวั อย่รู ว่ มกบั ผอู้ ่นื ไดอ้ ย่ำงมคี วำมสขุ6. ม่งุ มนั่ ในการ 6.1 มคี วำมตงั้ ใจและพยำยำมในกำรทำงำนทไ่ี ดร้ บั มอบหมำย ทางาน 6.2 มคี วำมอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ ำนสำเรจ็7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สำนกึ ในกำรอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญำไทย 7.2 เหน็ คุณค่ำและปฏบิ ตั ติ นตำมวฒั นธรรมไทย8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ชว่ ยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู ำงำน 8.2 อำสำทำงำน ช่วยคดิ ชว่ ยทำ และแบ่งปนั สงิ่ ของใหผ้ อู้ น่ื 8.3 ดแู ล รกั ษำทรพั ยส์ มบตั ขิ องหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชุมชน 8.4 เขำ้ รว่ มกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสำธำรณประโยชน์ของโรงเรยี น ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 191 - 108 ดมี ำกปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 73 - 90 ดีปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 54 - 72 พอใช้ ต่ำกวำ่ 54 ปรบั ปรุง
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338