Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผน-merged-compressed

แผน-merged-compressed

Published by ทัศนีย์ วงทองดี, 2018-10-12 00:28:13

Description: แผน-merged-compressed

Search

Read the Text Version

แบบประเมิน การนาเสนอผลงานคาช้ีแจง : ให้ ผ้สู อน ประเมินการนาเสนอผลงานของนักเรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี  ลงในช่อง ทตี่ รงกับระดับคะแนนลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน 43211 นาเสนอเนอื้ หาในผลงานได้ถูกตอ้ ง2 การลาดบั ขัน้ ตอนของเน้ือเรือ่ ง3 การนาเสนอมีความนา่ สนใจ4 การมสี ว่ นร่วมของสมาชิกในกลุม่5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชอ่ื .................................................... ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งบางส่วน ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี ากผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดีผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งมาก ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรุง

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบคุ คลคาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในช่อง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนนลาดบั ชื่อ-สกลุ ความมวี ินัย ความมนี ้าใจ การรบั ฟัง การแสดง การตรงต่อ รวม ท่ี ของผรู้ บั การประเมิน เอื้อเฟื้ อ ความคิดเหน็ ความคิดเหน็ เวลา 20 เสียสละ คะแนน 43214321432143214321 ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี ากปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดีปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรบั ปรุง แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกล่มุ

คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนนลาดบั ชื่อ-สกลุ ความ การแสดง การรบั ฟัง ความตงั้ ใจ การแก้ไข รวม ที่ ของผ้รู บั การประเมิน ร่วมมือกนั ความคิดเหน็ ความคิดเหน็ ทางาน ปัญหา/หรอื 20 ทากิจกรรม ปรบั ปรงุ คะแนน ผลงานกลุ่ม 43214321432143214321 ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี ากปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดีปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรบั ปรุง

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนนอนั พงึ ประสงคด์ า้ น 43211. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมายของ เพลงชาติ กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนกั เรยี น2. ซื่อสตั ย์ สุจริต 1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื รว่ มใจ ในการทางานกบั สมาชกิ ในโรงเรยี น3. มีวินัย รบั ผิดชอบ 1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชนต์ ่อโรงเรยี นและชมุ ชน4. ใฝ่เรยี นรู้ 1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา5. อยอู่ ย่างพอเพียง 1.6 เขา้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและชมุ ชนจดั ขน้ึ 2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี ูกตอ้ ง และเป็นจรงิ 2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสงิ่ ทถ่ี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั เพอ่ื น พอ่ แม่ หรอื ผปู้ กครอง และครู 2.3 ปฏบิ ตั ติ ่อผอู้ น่ื ดว้ ยความซ่อื ตรง ไมห่ าประโยชน์ในทางทไ่ี ม่ถูกตอ้ ง 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั และโรงเรยี น ตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวนั และรบั ผดิ ชอบในการทางาน 4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหล่งการเรยี นรตู้ ่างๆ 4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรอู้ ย่างเป็นระบบ 4.3 สรุปความรไู้ ดอ้ ยา่ งมเี หตุผล 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เชน่ สงิ่ ของ เครอ่ื งใช้ ฯลฯ อยา่ งประหยดั คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอย่างดี และใชเ้ วลาอย่างเหมาะสม 5.2 ใชท้ รพั ยากรของสว่ นรวมอย่างประหยดั คมุ้ ค่า และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี 5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตุผล 5.4 ไมเ่ อาเปรยี บผอู้ น่ื และไม่ทาใหผ้ อู้ ่นื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ ่นื กระทาผดิ พลาด

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนนอนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321 5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพน้ื ฐานของ ความรู้ ขอ้ มลู ขา่ วสาร 5.6 รเู้ ทา่ ทนั การเปลย่ี นแปลงทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั และ ปรบั ตวั อย่รู ว่ มกบั ผอู้ ่นื ไดอ้ ย่างมคี วามสขุ6. ม่งุ มนั่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสาเรจ็7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย 7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ชว่ ยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน 8.2 อาสาทางาน ช่วยคดิ ชว่ ยทา และแบ่งปนั สงิ่ ของใหผ้ อู้ น่ื 8.3 ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั ขิ องหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชุมชน 8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 191 - 108 ดมี ากปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 73 - 90 ดีปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 54 - 72 พอใช้ ต่ากวา่ 54 ปรบั ปรุง

แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน ดา้ นความรู้ ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี ) ปญั หา/อุปสรรค แนวทางการแกไ้ ข.................................................................................................................................................... ลงชอ่ื ................................................ครผู สู้ อน (...........................................) วนั ท่ี ........................................

ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรือผทู้ ่ีได้รบั มอบหมายความคดิ เหน็ หวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้ .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. ลงช่อื ................................................หวั หน้ากลุ่มสาระ (...........................................) วนั ท่ี ........................................ความคดิ เหน็ หวั หน้ากลมุ่ งานบรหิ ารวชิ าการ . ................................................................................................................................................... . ................................................................................................................................................... ลงช่อื ..................................... หวั หน้ากลุม่ งานบรหิ ารวชิ าการ (...........................................) วนั ท่ี ........................................ ความคดิ เหน็ ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา . ................................................................................................................................................... . ................................................................................................................................................... ลงชอ่ื .................................................... (นายวนิ ัย คาวเิ ศษ ) วนั ท่ี ........................................ ตาแหน่ง ผอู้ านวยการโรงเรยี นหนั คาราษฎรร์ งั สฤษดิ ์

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 3 เรื่องระบบย่อยอาหารของมนุษย์ รายวิชา วิทยาศาสตร์ รหสั วิชา ว 22101 ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2 กล่มุ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 2 ชวั่ โมง ครผู สู้ อน นางสาวทศั นีย์ วงทองดี โรงเรียน หนั คาราษฎรร์ งั สฤษด์ิ (บรู ณาการ ศาสตรพ์ ระราชา และ Active Learning)1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ชี้วดั ว 1.1 ม.2/1 อธบิ ายโครงสรา้ งและการทางานของระบบยอ่ ยอาหาร ระบบหมนุ เวยี นเลอื ด ระบบหายใจ ระบบขบั ถ่าย ระบบสบื พนั ธขุ์ องมนุษยแ์ ละสตั ว์ รวมทงั้ ระบบประสาทของมนุษย์ ว 8.1 ม.1-3/1, ม.1-3/2, ม.1-3/3, ม.1-3/4, ม.1-3/5, ม.1-3/6, ม.1-3/92. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด ระบบยอ่ ยอาหารของมนุษย์ ประกอบดว้ ยอวยั วะต่างๆ ทท่ี าหน้าทป่ี ระสานสมั พนั ธก์ นั อยา่ งเป็นระบบ3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรแู้ กนกลาง - ระบบยอ่ ยอาหารของมนุษย์ ประกอบดว้ ย อวยั วะหลายชนิดทท่ี างานอย่างเป็นระบบ สาระการเรยี นรทู้ ้องถิน่ - ระบบยอ่ ยอาหาร 3.2 ทกั ษะกระบวนการ (P) อธบิ าย สบื คน้ ทดลอง เขยี น 3.3 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) มวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ มงุ่ มนั่ ในการทางาน 3.4 สมรรถนะสาคญั ผเู้ รยี น (C) 3.4.1 ความสามารถในการคดิ 1) ทกั ษะการเช่อื มโยง 2) ทกั ษะการสรา้ งความรู้ 3) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้ 3.4.2 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ4. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) 1. ใบงานท่ี 1.3 และ ใบงานท่ี 1.4

5. กิจกรรมการเรยี นรู้ วิธีสอนแบบ กระบวนการกลุ่มสมั พนั ธ์ (ชวั่ โมงท่ี 1) ขนั้ ที่ 1 นาเข้าส่บู ทเรียน 1. ครเู ปิดวซี ดี เี กย่ี วกบั ระบบยอ่ ยอาหารของมนุษย์ ใหน้ กั เรยี นดู แลว้ ถามนกั เรยี นวา่ ระบบยอ่ ยอาหารมคี วามสาคญั อย่างไรต่อการดารงชวี ติ ของสงิ่ มชี วี ติ 2. ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ จากคาตอบของนกั เรยี นเพ่อื ใหน้ กั เรยี นเหน็ ความสาคญั ของระบบยอ่ ยอาหาร ขนั้ ท่ี 2 จดั การเรยี นรู้1. ครนู าภาพโครงสรา้ งระบบยอ่ ยอาหารของมนุษย์ มาใหน้ กั เรยี นดู แลว้ ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั บอกว่าระบบยอ่ ยอาหารของมนุษย์ ประกอบดว้ ยอวยั วะใดบา้ ง2. ครถู ามนกั เรยี นวา่ อวยั วะแต่ละชนิดในโครงสรา้ งของระบบยอ่ ยอาหารของมนุษยม์ หี น้าทอ่ี ยา่ งไรบา้ ง3. สมาชกิ กลุ่มเดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1) ร่วมกนั ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง ระบบยอ่ ยอาหารของมนุษย์ จากหนงั สอื เรยี นหรอื บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite ตามประเดน็ ทก่ี าหนด ดงั น้ี 1) ปาก 2) หลอดอาหาร 3) กระเพาะอาหาร 4) ลาไสเ้ ลก็ 5) ตบั 6) ตบั อ่อน 7) ลาไสใ้ หญ่ 4. สมาชกิ แต่ละกล่มุ รว่ มกนั อภปิ รายความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษา (Active Learning) แลว้ ตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ 5. ครใู หน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ ทาการทดลอง (Active Learning) เกย่ี วกบั การยอ่ ยสารอาหาร ตามขนั้ ตอนทก่ี าหนดใน ใบงานท่ี 1.3 เรอ่ื ง การยอ่ ยสารอาหาร( ใช้ศาสตรพ์ ระราชา ข้อท่ี 1 การศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ ข้อที่ 10 การมสี ่วนร่วมในการทางาน และข้อที่ 22 ความเพียรพยายาม )คาถามกระต้นุ ความคิด อาการท้องผกู เกิดจากการทางานผิดปกติของอวยั วะใด จงอธิบาย (ลำไสใ้ หญ่ เพรำะอำหำรทเี่ หลอื จำกกำรยอ่ ยและอำหำรทยี่ ่อยไม่ไดจ้ ะถกู สง่ ไปยงั ลำไสใ้ หญ่ โดย ลำไสใ้ หญ่จะทำหน้ำทดี่ ดู น้ำและแรธ่ ำตุกลบั คนื สรู่ ่ำงกำย เพอื่ รอกำรขบั ถ่ำยออกทำงทวำรหนกัหำกลำไสใ้ หญ่ทำงำนผดิ ปกตจิ ะทำใหม้ อี ำกำรทอ้ งผกู ) ขนั้ ท่ี 3 สรปุ และนาหลกั การไปประยกุ ตใ์ ช้ ( ชวั่ โมงท่ี 2) 1. ครสู ุ่มนกั เรยี น 5-6 กลมุ่ นาเสนอใบงานท่ี 1.3 หน้าชนั้ เรยี นพรอ้ มกบั อธบิ ายวา่ มสี งิ่ ใดเกดิ ขน้ึ บา้ ง หลงั จากเกดิ การยอ่ ยอาหารทางเคมแี ลว้ ใหเ้ พอ่ื นกลุม่ อ่นื ช่วยแสดงความคดิ เหน็ เพม่ิ เตมิ ในส่วนท่ี แตกต่าง 2. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ความรเู้ กย่ี วกบั การยอ่ ยสารอาหาร 3. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ 4. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ นาผลสรปุ ความรเู้ กย่ี วกบั การยอ่ ยสารอาหารมาเป็นพน้ื ฐานในการทาใบงานท่ี 1.4 เรอ่ื ง ระบบยอ่ ยอาหารของมนุษย์

5. ตวั แทนแต่ละกล่มุ นาเสนอใบงานท่ี 1.4 หน้าชนั้ เรยี น จนครบทุกกลุ่ม แลว้ เกบ็ รวบรวมใบงานส่งครู(Active Learning)คาถามกระต้นุ ความคิด เพราะเหตใุ ด อาหารจงึ ต้องผ่านกระบวนการยอ่ ยเพ่อื ทาให้ละลายน้า (เพรำะอำหำรทผี่ ำ่ นกระบวนกำรย่อยจะมโี มเลกลุ เลก็ ลงและละลำยน้ำได้ ซงึ่ จะช่วยใหส้ ำมำรถเกดิ กระบวนกำรแพรผ่ ่ำนเยอื่ หุม้ เซลลไ์ ด)้ ขนั้ ท่ี 4 วดั และประเมินผล 1. ครวู ดั และประเมนิ ผลนกั เรยี นจากการทาใบงานท่ี 1.3-1.4 2. นกั เรยี นทาแบบฝึกกจิ กรรมท่ี 1.3 จากแบบวดั ฯ เสรจ็ แลว้ นาส่งครตู รวจ6. การวดั และประเมินผล วิธีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์ ใบงานท่ี 1.3 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ตรวจใบงานท่ี 1.3 ใบงานท่ี 1.4 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ตรวจใบงานท่ี 1.4 แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งมนั่ ในการทางาน7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้ 7.1 สือ่ การเรยี นรู้ 1) หนงั สอื เรยี น วทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 2) แบบวดั และบนั ทกึ ผลการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์ ม.2 3) บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite วทิ ยาศาสตร์ ม.2 บรษิ ทั เพลยเ์ อเบลิ จากดั 4) บตั รภาพ 5) วซี ดี เี กย่ี วกบั ระบบยอ่ ยอาหารของมนุษย์ 6) ใบงานท่ี 1.3 เรอ่ื ง การยอ่ ยสารอาหาร 7) ใบงานท่ี 1.4 เรอ่ื ง ระบบยอ่ ยอาหารของมนุษย์ 7.2 แหลง่ การเรียนรู้  แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ - http://www.youtube.com (ระบบยอ่ ยอาหารของมนุษย)์

บตั รภาพ  หลอดอำหำร ภาพโค ปำกตบัลำไสเ้ ลก็ กระเพำะอำหำร ตบั อ่อน ลำไสใ้ หญ่ ภาพโครงสรา้ งระบบยอ่ ยอาหารของมนุษย์ที่มา : ยุพา วรยศ และคณะ. 2554. หนังสือเรยี น รายวิชาพนื้ ฐาน วิทยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 2. กรุงเทพมหานคร : อกั ษรเจรญิ ทศั น์.

ใบงานที่1.3 การยอ่ ยสารอาหารคาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นทาการทดลองเรอ่ื ง การยอ่ ยสารอาหาร แลว้ บนั ทกึ ขอ้ มลู ตามประเดน็ ทก่ี าหนด อปุ กรณ์และสารเคมี วิธีการทดลอง หลอดทดลองขนาดใหญ่ 1. นาแป้งมนั ละลายน้าและสารละลายกลโู คส อยา่ งละ 2 ลกู บาศก-์ 1 หลอด เซนตเิ มตร ใส่ลงในถุงกระดาษเซลโลเฟนชุปน้าแลว้ ใชด้ า้ ย ผกู หวั และทา้ ยถุง หลอดทดลองขนาดกลาง 2 หลอด 2. นาถุงกระดาษเซลโลเฟน จากขอ้ 1. ใส่ลงในหลอดทดลอง ขนาดใหญ่ทม่ี นี ้าอยู่ 10 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร ทง้ิ ไวป้ ระมาณ ถุงกระดาษเซลโลเฟน 20 นาที เสน้ ดา้ ย สารละลายไอโอดนี 3. นาน้าในหลอดทดลองในขอ้ 2. มาใสใ่ นหลอดทดลองขนาดกลาง สารละลายเบเนดกิ ต์ 2 หลอด แลว้ ทดสอบ ดงั น้ี หลอดหยด 2 หลอด - หลอดทดลองท่ี 1 หยดสารละลายไอโอดนี 3 หยด สารละลายกลโู คส - หลอดทดลองท่ี 2 หยดสารละลายเบเนดกิ ต์ 3 หยด แป้งมนั ละลายน้า แลว้ นาไปตม้ ใหเ้ ดอื ด สงั เกตและบนั ทกึ ผล ชดุ ตะเกยี งแอลกอฮอล์ วาดภาพและบนั ทึกผลการทดลอง - เมอื่ นำน้ำในหลอดทดลองที่1 มำทดสอบหำแป้ง โดยใชส้ ำรละลำยไอโอดนี พบวำ่ ไม่เกดิ กำร (วำดภำพกำรทดลอง) เปลยี่ นแปลง - เมอื่ นำน้ำในหลอดทดลองที่2 มำทดสอบหำกลโู คส โดยใชส้ ำรละลำยเบเนดกิ ต์ แลว้ นำไปตม้ ในน้ำเดอื ด พบว่ำ เกดิ ตะกอนสอี ฐิ ข้นึ สรปุ ผลการทดลอง สำรอำหำรทผี่ ่ำนกระบวนกำรยอ่ ยดว้ ยเอนไซมข์ องร่ำงกำย จะมโี มเลกลุ เดยี่ ว เช่น น้ำตำลกลโู คส จะถกู ดดู ซมึ ไปกบั น้ำผำ่ นเย้อื หมุ้ เซลลไ์ ปยงั เซลลต์ ่ำงๆ ทวั่ ร่ำงกำยไดด้ ว้ ยกระบวนกำรแพรข่ องน้ำ สว่ นแป้งทยี่ งั ไมถ่ ูกย่อยจะมโี มเลกุล ขนำดใหญ่ จงึ ไม่สำมำรถแพรผ่ ำ่ นเขำ้ สเู่ ซลลไ์ ด้

ใบงานท่ี1.3 การย่อยสารอาหารคาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นทาการทดลองเร่อื ง การยอ่ ยสารอาหาร แลว้ บนั ทกึ ขอ้ มลู ตามประเดน็ ทก่ี าหนด อปุ กรณ์และสารเคมี วิธีการทดลอง หลอดทดลองขนาดใหญ่ 1. นาแป้งมนั ละลายน้าและสารละลายกลโู คส อยา่ งละ 2 ลกู บาศก-์ 1 หลอด เซนตเิ มตร ใส่ลงในถุงกระดาษเซลโลเฟนชุปน้าแลว้ ใชด้ า้ ย ผกู หวั และทา้ ยถุง หลอดทดลองขนาดกลาง 2 หลอด 2. นาถุงกระดาษเซลโลเฟน จากขอ้ 1. ใสล่ งในหลอดทดลอง ขนาดใหญ่ทม่ี นี ้าอยู่ 10 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร ทง้ิ ไวป้ ระมาณ ถุงกระดาษเซลโลเฟน 20 นาที เสน้ ดา้ ย สารละลายไอโอดนี 3. นาน้าในหลอดทดลองในขอ้ 2. มาใสใ่ นหลอดทดลองขนาดกลาง สารละลายเบเนดกิ ต์ 2 หลอด แลว้ ทดสอบ ดงั น้ี หลอดหยด 2 หลอด - หลอดทดลองท่ี 1 หยดสารละลายไอโอดนี 3 หยด สารละลายกลโู คส - หลอดทดลองท่ี 2 หยดสารละลายเบเนดกิ ต์ 3 หยด แป้งมนั ละลายน้า แลว้ นาไปตม้ ใหเ้ ดอื ด สงั เกตและบนั ทกึ ผล ชุดตะเกยี งแอลกอฮอล์ วาดภาพและบนั ทึกผลการทดลอง - เมอื่ นำน้ำในหลอดทดลองที่1 มำทดสอบหำแป้ง โดยใชส้ ำรละลำยไอโอดนี พบวำ่ ไม่เกดิ กำร ผกู หวั และทำ้ ย เปลยี่ นแปลง หลอดทดลอง (ร่ำงกำย) ถุงกระดำษเซลโลเฟน (ลำไสเ้ ลก็ ) - เมอื่ นำน้ำในหลอดทดลองที่2 มำทดสอบหำกลโู คส แป้ง (อำหำรทยี่ งั ไมย่ อ่ ย) และ โดยใชส้ ำรละลำยเบเนดกิ ต์ แลว้ นำไปตม้ กลโู คส (อำหำรทยี่ ่อยแลว้ ) ในน้ำเดอื ด พบว่ำ เกดิ ตะกอนสอี ฐิ ข้นึ น้ำ (เลอื ด) สรปุ ผลการทดลอง สำรอำหำรทผี่ ่ำนกระบวนกำรยอ่ ยดว้ ยเอนไซมข์ องรำ่ งกำย จะมโี มเลกุลเดยี่ ว เชน่ น้ำตำลกลโู คส จะถูกดดู ซมึ ไปกบั น้ำผำ่ นเย้อื หมุ้ เซลลไ์ ปยงั เซลลต์ ่ำงๆ ทวั่ ร่ำงกำยไดด้ ว้ ยกระบวนกำรแพรข่ องน้ำ สว่ นแป้งทยี่ งั ไมถ่ ูกยอ่ ยจะมโี มเลกุล ขนำดใหญ่ จงึ ไม่สำมำรถแพรผ่ ำ่ นเขำ้ สเู่ ซลลไ์ ด้

ใบงานที่1.4 ระบบย่อยอาหารของมนุษย์คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นอ่านสถานการณ์ทก่ี าหนด แลว้ ตอบคาถามพรอ้ มเขยี นแผนภาพประกอบ สมมติให้นักเรยี นเป็นแผน่ ขนมปังที่ประกอบด้วยแป้ งและเส้นใย ให้บอกรายละเอียด การเดินทางของนักเรยี นผา่ นระบบย่อยอาหาร และบอกด้วยว่ามีอะไรเกิดขึน้ กบั แป้ งและเส้นใย เมอื่ รบั ประทำนขนมปงั จะเกดิ กำรบดเค้ยี วอำหำรโดยใชฟ้ นั เพอื่ ทำใหข้ นมปงั มขี นำดเลก็ ลงและมเี อนไซมอ์ ะไมเลส สรำ้ งจำกต่อมน้ำลำยมำช่วยในกระบวนกำรยอ่ ยคำรโ์ บไฮเดรตในขนมปงั ใหไ้ ดเ้ ป็นโพลแี ซคคำไรดส์ ำยสนั้ ๆ ทพี่ รอ้ มจะ แตกตวั เป็นไดแซคคำไรดห์ รอื มอลโทส และมลี ้นิ ทำหน้ำทคี่ ลุกเคลำ้ สำรอำหำร เพอื่ กลนื และสง่ ผ่ำนไปยงั หลอดอำหำร และกระเพำะอำหำรต่อไปยงั ลำไสเ้ ลก็ ซงึ่ มเี อนไซมท์ ยี่ ่อยสลำยน้ำตำลโมเลกุลเดยี่ ว เพอื่ ดดู ซมึ เขำ้ สรู่ ำ่ งกำยต่อไป โดยในทุกขนั้ ตอนเสน้ ใยอำหำรจะถูกสง่ ผ่ำนโดยไม่เกดิ กำรยอ่ ยสลำย ซงึ่ จะผ่ำนระบบทำงเดนิ อำหำรลงสลู่ ำไสใ้ หญ่ และเกดิ กำรขบั ถ่ำยออกสภู่ ำยนอกร่ำงกำยในรปู ของกำกอำหำร (เขยี นแผนภำพ)

ใบงานท่ี 1.4 ระบบยอ่ ยอาหารของมนุษย์คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นอ่านสถานการณ์ทก่ี าหนด แลว้ ตอบคาถามพรอ้ มเขยี นแผนภาพประกอบ สมมติให้นักเรยี นเป็นแผ่นขนมปังท่ีประกอบด้วยแป้ งและเส้นใย ให้บอกรายละเอียด การเดินทางของนักเรียนผา่ นระบบย่อยอาหาร และบอกด้วยว่ามอี ะไรเกิดขึน้ กบั แป้ งและเส้นใย เมอื่ รบั ประทำนขนมปงั จะเกดิ กำรบดเค้ยี วอำหำรโดยใชฟ้ นั เพอื่ ทำใหข้ นมปงั มขี นำดเลก็ ลงและมเี อนไซมอ์ ะไมเลส สรำ้ งจำกต่อมน้ำลำยมำช่วยในกระบวนกำรย่อยคำรโ์ บไฮเดรตในขนมปงั ใหไ้ ดเ้ ป็นโพลแี ซคคำไรดส์ ำยสนั้ ๆ ทพี่ รอ้ มจะ แตกตวั เป็นไดแซคคำไรดห์ รอื มอลโทส และมลี ้นิ ทำหน้ำทคี่ ลกุ เคลำ้ สำรอำหำร เพอื่ กลนื และสง่ ผำ่ นไปยงั หลอดอำหำร และกระเพำะอำหำรต่อไปยงั ลำไสเ้ ลก็ ซงึ่ มเี อนไซมท์ ยี่ ่อยสลำยน้ำตำลโมเลกุลเดยี่ ว เพอื่ ดดู ซมึ เขำ้ สรู่ ำ่ งกำยต่อไป โดยในทุกขนั้ ตอนเสน้ ใยอำหำรจะถูกสง่ ผำ่ นโดยไม่เกดิ กำรยอ่ ยสลำย ซงึ่ จะผำ่ นระบบทำงเดนิ อำหำรลงสลู่ ำไสใ้ หญ่ และเกดิ กำรขบั ถ่ำยออกสภู่ ำยนอกรำ่ งกำยในรปู ของกำกอำหำร (เขยี นแผนภำพ) (พจิ ำรณำตำมคำตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)

แบบประเมิน การนาเสนอผลงานคาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี  ลงในช่อง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน ( การศึกษาข้อมลู และการทางานอย่างเป็นระบบ ศาสตรพ์ ระราชา ข้อท่ี 1)ลาดบั ท่ี รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 321 ความถกู ตอ้ งของเน้อื หา2 ความคดิ สรา้ งสรรค์3 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน4 การนาไปใชป้ ระโยชน์5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งบางส่วน ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี ากผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดีผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งมาก ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรุง

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกล่มุชอ่ื กล่มุ ชนั้คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนนลาดบั ที่ รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 321 การแบ่งหน้าทก่ี นั อย่างเหมาะสม2 การมสี ่วนรว่ มในการทางาน(ศาสตร์ พระราชาข้อท่ี 10 )3 การแสดงความคดิ เหน็4 การรบั ฟงั ความคดิ เหน็5 ความมนี ้าใจชว่ ยเหลอื กนั6 มคี วามเพยี รพยายาม (ศาสตรพ์ ระราชา ข้อที่ 22 ) รวม ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี ากปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดีปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรบั ปรุง

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนนอนั พงึ ประสงคด์ า้ น 43211. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมอ่ื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมายของ เพลงชาติ กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนกั เรยี น2. ซ่ือสตั ย์ สุจริต 1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื รว่ มใจ ในการทางานกบั สมาชกิ ในโรงเรยี น3. มีวินัย รบั ผิดชอบ 1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรยี นและชมุ ชน4. ใฝ่เรยี นรู้ 1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา5. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง 1.6 เขา้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและชุมชนจดั ขน้ึ 2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี กู ตอ้ ง และเป็นจรงิ 2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสงิ่ ทถ่ี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั เพ่อื น พ่อแม่ หรอื ผปู้ กครอง และครู 2.3 ปฏบิ ตั ติ ่อผอู้ น่ื ดว้ ยความซอ่ื ตรง ไมห่ าประโยชน์ในทางทไ่ี ม่ถกู ตอ้ ง 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั และโรงเรยี น ตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวนั และรบั ผดิ ชอบในการทางาน 4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหลง่ การเรยี นรตู้ ่างๆ 4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรอู้ ย่างเป็นระบบ 4.3 สรุปความรไู้ ดอ้ ยา่ งมเี หตุผล 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เชน่ สง่ิ ของ เคร่อื งใช้ ฯลฯ อยา่ งประหยดั คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอย่างดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม 5.2 ใชท้ รพั ยากรของสว่ นรวมอย่างประหยดั คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอย่างดี 5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตุผล 5.4 ไม่เอาเปรยี บผอู้ ่นื และไมท่ าใหผ้ อู้ ่นื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ ่นื กระทาผดิ พลาด

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนนอนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321 5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพน้ื ฐานของ ความรู้ ขอ้ มลู ขา่ วสาร 5.6 รเู้ ทา่ ทนั การเปลย่ี นแปลงทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั และ ปรบั ตวั อย่รู ว่ มกบั ผอู้ ่นื ไดอ้ ย่างมคี วามสขุ6. ม่งุ มนั่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสาเรจ็7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย 7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ชว่ ยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน 8.2 อาสาทางาน ช่วยคดิ ชว่ ยทา และแบ่งปนั สง่ิ ของใหผ้ อู้ น่ื 8.3 ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั ขิ องหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชุมชน 8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 191 - 108 ดมี ากปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 73 - 90 ดีปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 54 - 72 พอใช้ ต่ากวา่ 54 ปรบั ปรุง

แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน ดา้ นความรู้ ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ญั หำของนกั เรยี นเป็นรำยบุคคล (ถำ้ ม)ี ) ปญั หา/อุปสรรค แนวทางการแกไ้ ข.................................................................................................................................................... ลงชอ่ื ................................................ครผู สู้ อน (...........................................) วนั ท่ี ........................................

ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรอื ผทู้ ี่ได้รบั มอบหมายความคดิ เหน็ หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้ .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. ลงช่อื ................................................หวั หน้ากลมุ่ สาระ (...........................................) วนั ท่ี ........................................ความคดิ เหน็ หวั หน้ากลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ลงช่อื ..................................... หวั หน้ากลุม่ งานบรหิ ารวชิ าการ (...........................................) วนั ท่ี ........................................ ความคดิ เหน็ ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ลงชอ่ื .................................................... (นายวนิ ยั คาวเิ ศษ ) วนั ท่ี ........................................ ตาแหน่ง ผอู้ านวยการโรงเรยี นหนั คาราษฎรร์ งั สฤษดิ ์

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 4 เรื่องระบบไหลเวียนเลือดของสตั ว์ รายวิชา วิทยาศาสตร์ รหสั วิชา ว 22101 ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2 กล่มุ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 เวลา 1 ชวั่ โมง ครผู สู้ อน นางสาวทศั นีย์ วงทองดี โรงเรียน หนั คาราษฎรร์ งั สฤษด์ิ1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชี้วดั ว 1.1 ม.2/1 อธบิ ายโครงสรา้ งและการทางานของระบบยอ่ ยอาหาร ระบบหมนุ เวยี นเลอื ด ระบบหายใจ ระบบขบั ถ่าย ระบบสบื พนั ธขุ์ องมนุษยแ์ ละสตั ว์ รวมทงั้ ระบบประสาทของมนุษย์ ว 8.1 ม.1-3/1, ม.1-3/2, ม.1-3/3, ม.1-3/4, ม.1-3/5, ม.1-3/6, ม.1-3/92. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด ระบบไหลเวยี นเลอื ดของสตั ว์ ประกอบดว้ ย อวยั วะหลายชนดิ ทาหน้าทส่ี มั พนั ธก์ นั3. สาระการเรยี นรู้ 3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง - ระบบหมนุ เวยี นเลอื ดของสตั ว์ ประกอบดว้ ย อวยั วะหลายชนดิ ทท่ี างานอยา่ งเป็นระบบ สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถน่ิ - ระบบไหลเวยี นเลอื ดของแมลง 3.2 ทกั ษะกระบวนการ (P) อธบิ าย สบื คน้ ทดลอง เขยี น 3.3 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) มวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ มงุ่ มนั่ ในการทางาน 3.4 สมรรถนะสาคญั ผเู้ รยี น (C) 3.4.1 ความสามารถในการคดิ 1) ทกั ษะการเชอ่ื มโยง 2) ทกั ษะการสรา้ งความรู้ 3) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้ 3.4.2 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ4. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) 1. ใบงานท่ี 1.5

5. กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนโดยการจดั การเรียนร้แู บบร่วมมอื : เทคนิคค่คู ิด ขนั้ นาเข้าส่บู ทเรียน 1. ครสู นทนากบั นกั เรยี นเกย่ี วกบั ระบบยอ่ ยอาหาร แลว้ ถามนกั เรยี นวา่ อาหารทผ่ี ่านการยอ่ ยแลว้ นนั้ จะถกู ส่งผา่ นไปยงั สว่ นต่างๆ ของรา่ งกายไดอ้ ยา่ งไร 2. ครเู ฉลยคาตอบและอธบิ ายเกย่ี วกบั ระบบไหลเวยี นเลอื ด ใหน้ กั เรยี นฟงั เพ่อื ใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจมากยงิ่ ขน้ึ ขนั้ สอน 1. นกั เรยี นแต่ละคนศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง ระบบไหลเวยี นเลอื ด ของสตั ว์ จากหนงั สอื เรยี นหรอื บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite 2. ครนู าแผนภมู แิ สดงระบบไหลเวยี นเลอื ดของสตั วแ์ บบเปิดและแบบปิด มาใหน้ กั เรยี นดู พรอ้ ม อธบิ ายประกอบ จากนนั้ ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ว่า สตั วไ์ มม่ กี ระดกู สนั หลงั การไหลเวยี นเลอื ดจะ เป็นแบบระบบเปิด ส่วนสตั วท์ ม่ี กี ระดกู สนั หลงั การไหลเวยี นเลอื ดจะเป็นแบบระบบปิด 3. ครจู บั สลากเลอื กนกั เรยี น 2-3 คน แสดงความคดิ เหน็ ว่า ระบบไหลเวยี นเลอื ดมคี วามสาคญั ต่อ รา่ งกายอยา่ งไร 4. ครแู ละเพอ่ื นคนอ่นื ๆ ชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ งและเสนอแนะเพมิ่ เตมิ ในสว่ นทบ่ี กพรอ่ ง 5. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ 6. นกั เรยี นแต่ละคนทาใบงานท่ี 1.5 เรอ่ื ง ระบบไหลเวยี นเลอื ดของสตั ว์ 7. นกั เรยี นแต่ละคนจบั ค่กู บั เพอ่ื นทน่ี งั่ ขา้ งๆ แลว้ แลกเปลย่ี น ใบงานท่ี 1.5 และชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง เสรจ็ แลว้ นาใบงานสง่ ครูคาถามกระต้นุ ความคิด ถา้ ระบบไหลเวียนเลอื ดผิดปกติ จะมีผลต่อร่างกายอยา่ งไร (พจิ ำรณำตำมคำตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ย่ใู นดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน) ขนั้ สรปุ 1. นกั เรยี นร่วมกนั สรุปความรเู้ กย่ี วกบั โครงสรา้ งและการทางานของอวยั วะในระบบไหลเวยี นเลอื ดของสตั ว์ ครู ตรวจสอบความถูกตอ้ ง 2. นกั เรยี นแต่ละคนทาแบบฝึกกจิ กรรมท่ี 1.7 จากแบบวดั และประเมนิ เป็นการบา้ น6. การวดั และประเมินผล เครอื่ งมอื เกณฑ์ วิธีการ ใบงานท่ี 1.5 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ตรวจใบงานท่ี 1.5สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งมนั่ ในการ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

ทางาน7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 7.1 สือ่ การเรียนรู้ 1) หนงั สอื เรยี น วทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 2) แบบวดั และบนั ทกึ ผลการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์ ม.2 3) บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite วทิ ยาศาสตร์ ม.2 บรษิ ทั เพลยเ์ อเบลิ จากดั 4) เอกสารประกอบการสอน 5) ใบงานท่ี 1.5 เรอ่ื ง ระบบไหลเวยี นเลอื ดของสตั ว์ 7.2 แหลง่ การเรียนรู้

— เอกสารประกอบการสอน หลอดเลอื ดแดง หลอดเลอื ดแดง เน้อื เยอื่ หลอดเลอื ดฝอย หลอดเลอื ดดำ หลอดเลอื ดดำภาพระบบไหลเวียนเลอื ดแบบเปิ ด ภาพระบบไหลเวียนเลอื ดแบบปิ ดท่ีมา : ยพุ า วรยศ และคณะ. 2554. หนังสือเรียน รายวิชาพืน้ ฐาน วิทยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 2. กรุงเทพมหานคร : อกั ษรเจรญิ ทศั น์.

ใบงานท่ี1.5 ระบบไหลเวียนเลือดของสตั ว์คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นวาดภาพโครงสรา้ งและอธบิ ายการทางานของระบบไหลเวยี นเลอื ดแบบเปิดและแบบปิด พรอ้ มยกตวั อยา่ งสตั วท์ ม่ี รี ะบบไหลเวยี นเลอื ดในแบบนนั้(วำดภำพ) (วำดภำพ) ระบบไหลเวยี นเลอื ดแบบเปิด  ระบบไหลเวยี นเลอื ดแบบปิด เป็นกำรไหลเวยี นของเลอื ดทอี่ อกจำกหวั ใจ เลอื ดทอี่ อกจำกหวั ใจจะไหลผำ่ นหลอดเลอื ด ไมไ่ ดไ้ หลอยใู่ นหลอดเลอื ด แต่มบี ำงชว่ งเลอื ดจะไหล เขำ้ ไปในชอ่ งว่ำงของลำตวั ตลอดจนกลบั คนื สหู่ วั ใจ .สตั วท์ ม่ี รี ะบบไหลเวยี นเลอื ดแบบเปิด ไดแ้ ก่ สตั วท์ ม่ี รี ะบบไหลเวยี นเลอื ดแบบปิด ไดแ้ ก่ 1. กงุ้ 1. ไสเ้ ดอื นดนิ 2. ตกั๊ แตน 2. ปลำ 3. หอยทำก 3. หนู 4. กงั้ 4. เต่ำ 5. ปทู ะเล 5. ดว้ ง

ใบงานท่ี1.5 ระบบไหลเวียนเลือดของสตั ว์คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นวาดภาพโครงสรา้ งและอธบิ ายการทางานของระบบไหลเวยี นเลอื ดแบบเปิดและแบบปิด พรอ้ มยกตวั อยา่ งสตั วท์ ม่ี รี ะบบไหลเวยี นเลอื ดในแบบนนั้หลอดเลอื ดแดง หลอดเลอื ดแดง เน้อื เยอื่ หลอดเลอื ดฝอยหลอดเลอื ดดำ หลอดเลอื ดดำ ระบบไหลเวยี นเลอื ดแบบเปิด  ระบบไหลเวยี นเลอื ดแบบปิด เป็นกำรไหลเวยี นของเลอื ดทอี่ อกจำกหวั ใจ เลอื ดทอี่ อกจำกหวั ใจจะไหลผำ่ นหลอดเลอื ด ไม่ไดไ้ หลอย่ใู นหลอดเลอื ด แต่มบี ำงชว่ งเลอื ดจะไหล เขำ้ ไปในชอ่ งว่ำงของลำตวั ตลอดจนกลบั คนื สหู่ วั ใจ .สตั วท์ ม่ี รี ะบบไหลเวยี นเลอื ดแบบเปิด ไดแ้ ก่ สตั วท์ ม่ี รี ะบบไหลเวยี นเลอื ดแบบปิด ไดแ้ ก่ 1. กงุ้ 1. ไสเ้ ดอื นดนิ 2. ตกั๊ แตน 2. ปลำ 3. หอยทำก 3. หนู 4. กงั้ 4. เต่ำ 5. ปทู ะเล 5. ดว้ ง

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบคุ คลคาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนนลาดบั ชื่อ-สกลุ ความตงั้ ใจ ความ การตรงต่อ ความสะอาด ผลสาเรจ็ รวม ที่ ของผ้รู บั การประเมิน ในการทางาน รบั ผิดชอบ เวลา เรยี บรอ้ ย ของงาน 20 คะแนน 43214321432143214321 ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี ากปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดีปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรบั ปรุง

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนนอนั พงึ ประสงคด์ า้ น 43211. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมอ่ื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมายของ เพลงชาติ กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนกั เรยี น2. ซ่ือสตั ย์ สุจริต 1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื รว่ มใจ ในการทางานกบั สมาชกิ ในโรงเรยี น3. มีวินัย รบั ผิดชอบ 1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรยี นและชมุ ชน4. ใฝ่เรยี นรู้ 1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา5. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง 1.6 เขา้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและชุมชนจดั ขน้ึ 2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี กู ตอ้ ง และเป็นจรงิ 2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสงิ่ ทถ่ี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั เพ่อื น พอ่ แม่ หรอื ผปู้ กครอง และครู 2.3 ปฏบิ ตั ติ ่อผอู้ น่ื ดว้ ยความซอ่ื ตรง ไมห่ าประโยชน์ในทางทไ่ี ม่ถกู ตอ้ ง 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั และโรงเรยี น ตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวนั และรบั ผดิ ชอบในการทางาน 4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหลง่ การเรยี นรตู้ ่างๆ 4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรอู้ ย่างเป็นระบบ 4.3 สรุปความรไู้ ดอ้ ยา่ งมเี หตุผล 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เชน่ สงิ่ ของ เคร่อื งใช้ ฯลฯ อยา่ งประหยดั คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม 5.2 ใชท้ รพั ยากรของสว่ นรวมอยา่ งประหยดั คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอย่างดี 5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตุผล 5.4 ไม่เอาเปรยี บผอู้ ่นื และไมท่ าใหผ้ อู้ ่นื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ น่ื กระทาผดิ พลาด

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนนอนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321 5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพน้ื ฐานของ ความรู้ ขอ้ มลู ขา่ วสาร 5.6 รเู้ ทา่ ทนั การเปลย่ี นแปลงทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั และ ปรบั ตวั อย่รู ว่ มกบั ผอู้ ่นื ไดอ้ ย่างมคี วามสขุ6. ม่งุ มนั่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสาเรจ็7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย 7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ชว่ ยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน 8.2 อาสาทางาน ช่วยคดิ ชว่ ยทา และแบ่งปนั สงิ่ ของใหผ้ อู้ น่ื 8.3 ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั ขิ องหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชุมชน 8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 191 - 108 ดมี ากปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 73 - 90 ดีปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 54 - 72 พอใช้ ต่ากวา่ 54 ปรบั ปรุง

แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน ดา้ นความรู้ ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ญั หำของนกั เรยี นเป็นรำยบุคคล (ถำ้ ม)ี ) ปญั หา/อุปสรรค แนวทางการแกไ้ ข.................................................................................................................................................... ลงชอ่ื ................................................ครผู สู้ อน (...........................................) วนั ท่ี ........................................

ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรอื ผทู้ ี่ได้รบั มอบหมายความคดิ เหน็ หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้ .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. ลงช่อื ................................................หวั หน้ากลมุ่ สาระ (...........................................) วนั ท่ี ........................................ความคดิ เหน็ หวั หน้ากลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ลงช่อื ..................................... หวั หน้ากลุม่ งานบรหิ ารวชิ าการ (...........................................) วนั ท่ี ........................................ ความคดิ เหน็ ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ลงชอ่ื .................................................... (นายวนิ ยั คาวเิ ศษ ) วนั ท่ี ........................................ ตาแหน่ง ผอู้ านวยการโรงเรยี นหนั คาราษฎรร์ งั สฤษดิ ์

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 7 เรื่องระบบหายใจของมนุษย์ รายวิชา วิทยาศาสตร์ รหสั วิชา ว 22101 ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ที่ 2 กล่มุ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 เวลา 2 ชวั่ โมง ครผู สู้ อน นางสาวทศั นีย์ วงทองดี โรงเรียน หนั คาราษฎรร์ งั สฤษด์ิ1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชี้วดั ว 1.1 ม.2/1 อธบิ ายโครงสรา้ งและการทางานของระบบยอ่ ยอาหาร ระบบหมนุ เวยี นเลอื ด ระบบหายใจ ระบบขบั ถ่าย ระบบสบื พนั ธุข์ องมนุษยแ์ ละสตั ว์ รวมทงั้ ระบบประสาทของมนุษย์ ว 8.1 ม.1-3/1, ม.1-3/2, ม.1-3/3, ม.1-3/4, ม.1-3/5, ม.1-3/6, ม.1-3/92. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด ระบบหายใจของมนุษย์ เรม่ิ ตน้ ทป่ี ากและจมกู ไปสหู่ ลอดลมและเขา้ ส่ปู อด ซง่ึ การผ่านเขา้ ออกของอากาศเป็นการทางานรว่ มกนั ของกลา้ มเน้อื ยดึ กระดกู ซโ่ี ครงและกะบงั ลม ถอื เป็นการทางานอยา่ งเป็นระบบ3. สาระการเรยี นรู้ 3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง - ระบบหายใจของมนุษย์ ประกอบดว้ ย อวยั วะหลายชนดิ ทท่ี างานอยา่ งเป็นระบบ สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถนิ่ - 3.2 ทกั ษะกระบวนการ (P) อธบิ าย สบื คน้ ทดลอง เขยี น 3.3 คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) มวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ มงุ่ มนั่ ในการทางาน 3.4 สมรรถนะสาคญั ผเู้ รยี น (C) 3.4.1 ความสามารถในการคดิ 1) ทกั ษะการเชอ่ื มโยง 2) ทกั ษะการสรา้ งความรู้ 3) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้ 3.4.2 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ4. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) 1. ใบงานท่ี 1.8

5. กิจกรรมการเรยี นรู้ วิธีสอนแบบ ทดลอง( ชวั่ โมงท่ี 1) ขนั้ ที่ 1 เตรยี มการทดลอง 1. ครใู หน้ กั เรยี นทุกคนหายใจเขา้ ลกึ ๆ และหายใจออกชา้ ๆ แลว้ ใหน้ กั เรยี นสงั เกตลกั ษณะของหน้า ทอ้ ง ว่ามกี ารพองหรอื ยบุ อยา่ งไร 2. นกั เรยี นจบั ค่กู บั เพ่อื น แลว้ ผลดั กนั หายใจเขา้ ลกึ ๆ และหายใจออกชา้ ๆ ใหเ้ พ่อื นทเ่ี ป็นค่สู งั เกต ลกั ษณะหน้าทอ้ ง และสงั เกตวา่ มอี วยั วะสว่ นอ่นื ๆ เคลอ่ื นทอ่ี กี หรอื ไม่ 3. ครตู งั้ ประเดน็ คาถามถามนกั เรยี นจากการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม ดงั น้ี - ขณะหายใจเขา้ และหายใจออก หน้าทอ้ งมลี กั ษณะ อยา่ งไร - นกั เรยี นคดิ วา่ มอี วยั วะใดบา้ งทม่ี กี ารเคล่อื นทข่ี ณะหายใจ 4. ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ ใหน้ กั เรยี นฟงั ว่า นอกจากอวยั วะต่างๆ ทน่ี กั เรยี นตอบมานนั้ ยงั มอี วยั วะอ่นื ๆ อกี ทม่ี สี ่วนช่วยในการหายใจ 5. นกั เรยี นกลมุ่ เดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1) ร่วมกนั ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง ระบบหายใจของ มนุษย์ จากหนงั สอื เรยี นหรอื บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite 6. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ 7. ครแู จง้ ใหน้ กั เรยี นทราบวา่ ครจู ะใหน้ กั เรยี นสรา้ งแบบจาลองการทางานของปอด แลว้ นามาเปรยี บเทยี บกบั การทางานของปอดในรา่ งกายมนุษย์คำถำมกระต้นุ ควำมคิด กะบงั ลมกบั กระดกู ซ่ีโครงมีความสมั พนั ธก์ นั อยา่ งไรในขณะท่ีเราหายใจ(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ย่ใู นดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน) ขนั้ ที่ 2 ดาเนินการทดลอง 1. สมาชกิ แต่ละกลุ่มชว่ ยกนั สรา้ งแบบจาลองการทางานของปอด แลว้ ทากจิ กรรมตามขนั้ ตอนท่ี กาหนด และบนั ทกึ ผลลงในใบงานท่ี 1.8 เรอ่ื ง ระบบหายใจของมนุษย์ 2. ครสู งั เกตการสรา้ งแบบจาลองของนกั เรยี นแต่ละกลุ่ม พรอ้ มชแ้ี นะเพม่ิ เตมิ เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นสามารถ สรา้ งแบบจาลองไดถ้ ูกตอ้ ง ขนั้ ท่ี 3 นาเสนอผลการทดลอง 1. ตวั แทนกลมุ่ นาเสนอผลการทากจิ กรรมในใบงานท่ี 1.8 พรอ้ มแบบจาลองหน้าชนั้ เรยี น 2. ครแู ละเพ่อื นกลมุ่ อ่นื ช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง ขนั้ ที่ 4 สรปุ ผลการทดลอง(ชวั่ โมงท่ี 2) 1. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ผลการทดลอง โดยครตู งั้ คาถาม แลว้ ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มชว่ ยกนั ตอบเพอ่ื ใหไ้ ดข้ อ้ สรปุ ทต่ี รงกนั ดงั น้ี 1) บอกช่อื อวยั วะทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การหายใจ โดยเรยี งลาดบั จากการทอ่ี ากาศเขา้ สรู่ ่างกาย 2) อธบิ ายการทางานของกลา้ มเน้อื กระดกู ซโ่ี ครง และกลา้ มเน้อื กะบงั ลม ขณะทม่ี กี ารหายใจ

เขา้ และหายใจออก 2. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิคำถำมกระต้นุ ควำมคิด  โรคถงุ ลมโป่ งพอง มีผลต่อการแลกเปล่ียนแกส๊ ที่ถงุ ลมอย่างไร จงอธิบาย(เนอื่ งจากบรเิ วณรอบถุงลมแต่ละอนั จะมหี ลอดเลอื ดฝอยมาห่อหุม้ ซงึ่ เป็นบรเิ วณทเี่ กดิ จากการแลกเปลยี่ นแก๊สระหว่างหลอดเลอื ดฝอยกบั ถุงลม โดยแก๊สออกซเิ จนจะแพรจ่ ากถุงลมเขา้ ส่เู ลอื ดขณะเดยี วกนั แก๊สคารบ์ อนไดออกไซดใ์ นเลอื ดจะแพร่เขา้ สถู่ ุงลม แลว้ ขบั ออกทางลมหายใจ) ขนั้ ท่ี 5 ประเมินผลการทดลอง ครปู ระเมนิ ผลนกั เรยี นจากการทาการทดลองและสรปุ ผลการทดลองในใบงานท่ี 1.8 เกย่ี วกบัโครงสรา้ งและหน้าทข่ี องอวยั วะแต่ละชนดิ ในระบบหายใจของมนุษย์6. การวดั และประเมินผล วิธีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ์ ใบงานท่ี 1.8 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ตรวจใบงานท่ี 1.8 แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งมนั่ ในการทางาน7. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้ 7.1 สือ่ กำรเรียนรู้ 1) หนงั สอื เรยี น วทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1 2) บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite วทิ ยาศาสตร์ ม.2 บรษิ ทั เพลยเ์ อเบลิ จากดั 3) อุปกรณ์ทใ่ี ชใ้ นการสรา้ งแบบจาลอง 4) ใบงานท่ี 1.8 เรอ่ื ง ระบบหายใจของมนุษย์ 7.2 แหลง่ กำรเรียนรู้ —

ใบงานท่ี 1.8 ระบบหายใจของมนุษย์คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นสรา้ งแบบจาลองการทางานของปอดมนุษย์ ตามแบบทค่ี รกู าหนด แลว้ ปฏบิ ตั ติ าม ขนั้ ตอน 1. ใหน้ กั เรยี นวาดภาพแบบจาลองแสดงการทางานของปอดมนุษย์ พรอ้ มชส้ี ่วนต่างๆ ในภาพว่าตรงกบั อวยั วะสว่ นใดของปอด (วาดภาพ) 2. ถา้ หายใจเขา้ จะตอ้ งทาอยา่ งไรกบั แบบจาลองปอดมนุษย์ แลว้ ผลทเ่ี กดิ ขน้ึ มลี กั ษณะอยา่ งไร ดงึ แผ่นยางลง เปรยี บไดก้ บั กะบงั ลมหดตวั และเลอื่ นตาแหน่งตา่ ลงทาใหป้ รมิ าตรช่องอกมมี ากขน้ึ ความดนั ภายในชอ่ งอก (อากาศภายนอกขวด) ลดตา่ ลง อากาศภายนอกจงึ สามารถเขา้ สปู่ อดได้ (ลกู โปง่ พอง) 3. ถา้ หายใจออก ลกู โปง่ และแผ่นยางมลี กั ษณะอยา่ งไร ลกู โปง่ เปรยี บไดก้ บั ปอดของมนุษย์ เมอื่ หายใจออกอากาศในปอดลดลง ทาใหล้ กู โปง่ แฟบลงและ แผ่นยางเปรยี บไดก้ บั กะบงั ลม จะมลี กั ษณะดนั เขา้ ไปในขวดแกว้ 4. นกั เรยี นคดิ วา่ ยงั มอี วยั วะใดอกี ทช่ี ว่ ยในการหายใจ ทไ่ี มแ่ สดงในแบบจาลองน้ี กระดกู ซโี่ ครง 5. คนทส่ี บู บหุ รเ่ี ป็นประจาจะมผี ลกระทบต่อระบบหายใจหรอื ไม่ อยา่ งไร มผี ล เนอื่ งจากถงุ ลมในปอดทงั้ สองขา้ งจะมหี น้าทแี่ ลกเปลยี่ นแกส๊ ผ่านเยอื่ บางๆ ของถุงลม เรยี กวา่ เยอื่ ถุงลม ซงึ่ ถกู ทาลายไดจ้ ากควนั บหุ รแี่ ละสารเสพตดิ มผี ลต่อการแลกเปลยี่ นแก๊ส

ใบงานท่ี 1.8 ระบบหายใจของมนุษย์คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นสรา้ งแบบจาลองการทางานของปอดมนุษย์ ตามแบบทค่ี รกู าหนด แลว้ ปฏบิ ตั ติ าม ขนั้ ตอน 1. ใหน้ กั เรยี นวาดภาพแบบจาลองแสดงการทางานของปอดมนุษย์ พรอ้ มชส้ี ่วนต่างๆ ในภาพว่าตรงกบั อวยั วะส่วนใดของปอด 4. รา่ งกาย 1. หลอดลม3. กะบงั ลม 2. ปอด2. ถา้ หายใจเขา้ จะตอ้ งทาอยา่ งไรกบั แบบจาลองปอดมนุษย์ แลว้ ผลทเ่ี กดิ ขน้ึ มลี กั ษณะอยา่ งไร ดงึ แผ่นยางลง เปรยี บไดก้ บั กะบงั ลมหดตวั และเลอื่ นตาแหน่งตา่ ลงทาใหป้ รมิ าตรช่องอกมมี ากขน้ึ ความดนั ภายในชอ่ งอก (อากาศภายนอกขวด) ลดตา่ ลง อากาศภายนอกจงึ สามารถเขา้ สปู่ อดได้ (ลกู โปง่ พอง)3. ถา้ หายใจออก ลกู โปง่ และแผ่นยางมลี กั ษณะอยา่ งไร ลกู โปง่ เปรยี บไดก้ บั ปอดของมนุษย์ เมอื่ หายใจออกอากาศในปอดลดลง ทาใหล้ กู โปง่ แฟบลงและ แผ่นยางเปรยี บไดก้ บั กะบงั ลม จะมลี กั ษณะดนั เขา้ ไปในขวดแกว้4. นกั เรยี นคดิ วา่ ยงั มอี วยั วะใดอกี ทช่ี ่วยในการหายใจ ทไ่ี มแ่ สดงในแบบจาลองน้ี กระดกู ซโี่ ครง5. คนทส่ี บู บหุ รเ่ี ป็นประจาจะมผี ลกระทบต่อระบบหายใจหรอื ไม่ อยา่ งไร มผี ล เนอื่ งจากถงุ ลมในปอดทงั้ สองขา้ งจะมหี น้าทแี่ ลกเปลยี่ นแกส๊ ผ่านเยอื่ บางๆ ของถุงลม เรยี กว่า เยอื่ ถุงลม ซงึ่ ถกู ทาลายไดจ้ ากควนั บุหรแี่ ละสารเสพตดิ มผี ลต่อการแลกเปลยี่ นแก๊ส

แบบประเมิน การนาเสนอผลงานคาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี  ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนนลาดบั ท่ี รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 321 นาเสนอเน้อื หาในผลงานไดถ้ ูกตอ้ ง2 การลาดบั ขนั้ ตอนของเน้อื เรอ่ื ง3 การนาเสนอมคี วามน่าสนใจ4 การมสี ่วนรว่ มของสมาชกิ ในกลุ่ม5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบูรณ์ชดั เจน ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งบางส่วน ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี ากผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดีผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งมาก ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกล่มุชอ่ื กลมุ่ ชนั้คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนนลาดบั ที่ รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 321 การแบง่ หน้าทก่ี นั อยา่ งเหมาะสม2 ความรว่ มมอื กนั ทางาน3 การแสดงความคดิ เหน็4 การรบั ฟงั ความคดิ เหน็5 ความมนี ้าใจชว่ ยเหลอื กนั รวม ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี ากปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดีปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรงุ

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนนอนั พงึ ประสงคด์ า้ น 43211. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมอ่ื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมายของ เพลงชาติ กษตั ริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนกั เรยี น2. ซ่ือสตั ย์ สุจริต 1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื รว่ มใจ ในการทางานกบั สมาชกิ ในโรงเรยี น3. มีวินัย รบั ผิดชอบ 1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรยี นและชมุ ชน4. ใฝ่เรยี นรู้ 1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา5. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง 1.6 เขา้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและชุมชนจดั ขน้ึ 2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี กู ตอ้ ง และเป็นจรงิ 2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสงิ่ ทถ่ี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั เพ่อื น พอ่ แม่ หรอื ผปู้ กครอง และครู 2.3 ปฏบิ ตั ติ ่อผอู้ น่ื ดว้ ยความซอ่ื ตรง ไมห่ าประโยชน์ในทางทไ่ี ม่ถกู ตอ้ ง 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั และโรงเรยี น ตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวนั และรบั ผดิ ชอบในการทางาน 4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหลง่ การเรยี นรตู้ ่างๆ 4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรอู้ ย่างเป็นระบบ 4.3 สรุปความรไู้ ดอ้ ยา่ งมเี หตุผล 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เชน่ สงิ่ ของ เคร่อื งใช้ ฯลฯ อยา่ งประหยดั คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม 5.2 ใชท้ รพั ยากรของสว่ นรวมอยา่ งประหยดั คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอย่างดี 5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตุผล 5.4 ไม่เอาเปรยี บผอู้ ่นื และไมท่ าใหผ้ อู้ ่นื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ น่ื กระทาผดิ พลาด

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนนอนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321 5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพน้ื ฐานของ ความรู้ ขอ้ มลู ขา่ วสาร 5.6 รเู้ ทา่ ทนั การเปลย่ี นแปลงทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั และ ปรบั ตวั อย่รู ว่ มกบั ผอู้ ่นื ไดอ้ ย่างมคี วามสขุ6. ม่งุ มนั่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสาเรจ็7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย 7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ชว่ ยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน 8.2 อาสาทางาน ช่วยคดิ ชว่ ยทา และแบ่งปนั สงิ่ ของใหผ้ อู้ น่ื 8.3 ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั ขิ องหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชุมชน 8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 191 - 108 ดมี ากปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 73 - 90 ดีปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 54 - 72 พอใช้ ต่ากวา่ 54 ปรบั ปรุง

แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน ดา้ นความรู้ ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี ) ปญั หา/อุปสรรค แนวทางการแกไ้ ข.................................................................................................................................................... ลงชอ่ื ................................................ครผู สู้ อน (...........................................) วนั ท่ี ........................................

ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรอื ผทู้ ่ีได้รบั มอบหมายความคดิ เหน็ หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้ .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. ลงช่อื ................................................หวั หน้ากลมุ่ สาระ (...........................................) วนั ท่ี ........................................ความคดิ เหน็ หวั หน้ากลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ลงชอ่ื ..................................... หวั หน้ากลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ (...........................................) วนั ท่ี ........................................ ความคดิ เหน็ ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ลงช่อื .................................................... (นายวนิ ยั คาวเิ ศษ ) วนั ท่ี ........................................ ตาแหน่ง ผอู้ านวยการโรงเรยี นหนั คาราษฎรร์ งั สฤษดิ ์

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 8 เร่ืองระบบขบั ถ่ายของสตั ว์ รายวิชา วิทยาศาสตร์ รหสั วิชา ว 22101 ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ที่ 2 กล่มุ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 1 ชวั่ โมง ครผู สู้ อน นางสาวทศั นีย์ วงทองดี โรงเรียน หนั คาราษฎรร์ งั สฤษด์ิ1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วดั ว 1.1 ม.2/1 อธบิ ายโครงสรา้ งและการทางานของระบบยอ่ ยอาหาร ระบบหมนุ เวยี นเลอื ด ระบบหายใจ ระบบขบั ถ่าย ระบบสบื พนั ธุข์ องมนุษยแ์ ละสตั ว์ รวมทงั้ ระบบประสาทของมนุษย์ ว 8.1 ม.1-3/1, ม.1-3/2, ม.1-3/3, ม.1-3/4, ม.1-3/5, ม.1-3/6, ม.1-3/92. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด สตั วแ์ ต่ละชนดิ จะมอี วยั วะและกระบวนการกาจดั ของเสยี ออกจากรา่ งกายแตกต่างกนั3. สาระการเรยี นรู้ 3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง - ระบบขบั ถ่ายของสตั ว์ ประกอบดว้ ย อวยั วะหลายชนดิ ทท่ี างานอย่างเป็นระบบ สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถนิ่ - ระบบขบั ถ่ายของแมลง 3.2 ทกั ษะกระบวนการ (P) อธบิ าย สบื คน้ ทดลอง เขยี น 3.3 คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) มวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ มงุ่ มนั่ ในการทางาน 3.4 สมรรถนะสาคญั ผเู้ รยี น (C) 3.4.1 ความสามารถในการคดิ 1) ทกั ษะการเชอ่ื มโยง 2) ทกั ษะการสรา้ งความรู้ 3) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้ 3.4.2 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ4. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) 1. ใบงานท่ี 1.9

5. กิจกรรมการเรยี นรู้ วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการสร้างความตระหนัก ขนั้ ที่ 1 สงั เกต1. ครสู นทนากบั นกั เรยี นว่า รา่ งกายของเรามรี ะบบต่างๆ มากมาย ซง่ึ หน่งึ ในนนั้ คอื ระบบขบั ถ่ายทช่ี ว่ ยกาจดั ของเสยี ออกจากรา่ งกาย เพอ่ื ทาใหร้ า่ งกายเกดิ ความสมดุล 2. ครถู ามนกั เรยี นวา่ เมอ่ื กล่าวถงึ ระบบขบั ถ่าย นกั เรยี นนึกถงึ สง่ิ ใด แลว้ นกั เรยี นคดิ ว่า สตั วม์ กี ารกาจดั ของเสยี ในรา่ งกายรปู แบบใด ขนั้ ท่ี 2 วิเคราะหว์ ิจารณ์ 1. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ 2. นกั เรยี นกล่มุ เดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1) รว่ มกนั ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง ระบบขบั ถ่ายของสตั ว์ จากหนงั สอื เรยี นหรอื บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite 3. ครนู าภาพระบบขบั ถ่ายของไสเ้ ดอื นดนิ พลานาเรยี แมลง และปลา มาใหน้ กั เรยี นดู แลว้ สุ่ม นกั เรยี น 4 กลุ่ม วเิ คราะหโ์ ครงสรา้ งและการทางานของอวยั วะในระบบขบั ถ่ายของสตั วใ์ นภาพ กลมุ่ ละ 1 ชนดิ หน้าชนั้ เรยี น 4. เพ่อื นกลุม่ อ่นื ช่วยกนั วจิ ารณ์ผลการวเิ คราะหข์ องสมาชกิ กลุ่มทน่ี าเสนอ และตรวจสอบความ ถกู ตอ้ ง 5. ครใู หน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ ช่วยกนั แสดงความคดิ เหน็ วา่ เพราะเหตุใด สตั วท์ ุกชนดิ จงึ ตอ้ งมรี ะบบขบั ถ่าย หรอื มกี ารกาจดั ของเสยี ออกจากร่างกายคำถำมกระต้นุ ควำมคิด สตั วท์ ุกชนิ ดมีการกาจดั ของเสียออกจากร่างกายในรปู แบบเดียวกนั หรือไมเ่ พราะอะไร (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ย่ใู นดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน) ขนั้ ท่ี 3 สรปุนกั เรยี นและครรู ว่ มกนั สรปุ ความรเู้ กย่ี วกบั โครงสรา้ งและการทางานของอวยั วะในระบบขบั ถ่ายของสตั ว์ ครมู อบหมายให้นักเรียนแต่ละกล่มุ จดั ทาสมดุ ภาพเก่ียวกบั ระบบต่างๆ ในร่างกายของสตั ว์ ตามที่ได้เรียนมา โดยใหค้ รอบคลุมประเดน็ ตามทกี่ าหนด ดงั น้ี1) การอธบิ ายโครงสรา้ งและการทางานของอวยั วะในระบบยอ่ ยอาหาร2) การอธบิ ายโครงสรา้ งและการทางานของอวยั วะในระบบไหลเวยี นเลอื ด3) การอธบิ ายโครงสรา้ งและการทางานของอวยั วะในระบบหายใจ4) การอธบิ ายโครงสรา้ งและการทางานของอวยั วะในระบบขบั ถ่าย

6. การวดั และประเมินผล วิธีการ เครอื่ งมือ เกณฑ์ แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งมนั่ ในการ แบบประเมนิ สมุดภาพ เร่อื ง ระบบรา่ งกาย ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ทางาน สตั ว์ (ระบบยอ่ ยอาหาร ระบบไหลเวยี นเลอื ด ระบบหายใจ และระบบขบั ถ่าย)ตรวจสมดุ ภาพ เรอ่ื ง ระบบรา่ งกายสตั ว์(ระบบย่อยอาหาร ระบบไหลเวยี นเลอื ดระบบหายใจ และระบบขบั ถ่าย)7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 7.1 สือ่ กำรเรยี นรู้ 1) หนงั สอื เรยี น วทิ ยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1 2) บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite วทิ ยาศาสตร์ ม.2 บรษิ ทั เพลยเ์ อเบลิ จากดั 3) บตั รภาพ 7.2 แหล่งกำรเรียนรู้ —

การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมินสมดุ ภาพ เร่ือง ระบบรา่ งกายสตั ว์ (ระบบยอ่ ยอาหาร ระบบไหลเวยี นเลอื ด ระบบหายใจ และระบบขบั ถ่าย)ลาดบั ที่ รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 321 การอธบิ ายโครงสรา้ งและการทางานของ อวยั วะในระบบยอ่ ยอาหาร2 การอธบิ ายโครงสรา้ งและการทางานของ อวยั วะในระบบไหลเวยี นเลอื ด3 การอธบิ ายโครงสรา้ งและการทางานของ อวยั วะในระบบหายใจ4 การอธบิ ายโครงสรา้ งและการทางานของ อวยั วะในระบบขบั ถ่าย รวม ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพดมี าก = 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพดี = 3 คะแนน 14 – 16 ดมี ากพอใช้ = 2 คะแนน 11 - 13 ดีปรบั ปรุง = 1 คะแนน 8 - 10 พอใช้ ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรุง

บตั รภาพ เนฟรเิ ดยี ม เฟลมเซลล์ ภาพแสดงระบบขบั ถา่ ยของไส้เดือนดิน ภาพแสดงระบบขบั ถา่ ยของพลานาเรีย ท่อมลั พเิ กยี น ไตภาพแสดงระบบขบั ถ่ายของแมลง ภาพแสดงระบบขบั ถา่ ยของปลาท่ีมา : ยพุ า วรยศ และคณะ. 2554. หนังสือเรยี น รายวิชาพนื้ ฐาน วิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 2. กรงุ เทพมหานคร : อกั ษรเจรญิ ทศั น์.

แบบประเมิน การนาเสนอผลงานคาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี  ลงในช่อง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนนลาดบั ท่ี รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 321 เน้อื หาละเอยี ดชดั เจน2 ความถูกตอ้ งของเน้อื หา3 ภาษาทใ่ี ชเ้ ขา้ ใจง่าย4 ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากการนาเสนอ5 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน รวม ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งบางส่วน ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี ากผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดีผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งมาก ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกล่มุคาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในช่อง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนนลาดบั ช่ือ-สกลุ ความ การแสดง การรบั ฟัง ความตงั้ ใจ การแก้ไข รวม ท่ี ของผรู้ บั การประเมิน รว่ มมือกนั ความคิดเหน็ ความคิดเหน็ ทางาน ปัญหา/หรอื 20 ทากิจกรรม ปรบั ปรงุ คะแนน ผลงานกลุ่ม 43214321432143214321 ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี ากปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดีปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรุง


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook