Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รายงานสถานการณ์ระบบยา

รายงานสถานการณ์ระบบยา

Description: รายงานสถานการณ์ระบบยา

Search

Read the Text Version

รายงานสถานการณร์ ะบบยา พ.ศ. 2555-2559 ในระดับการน�ำ เขา้ ยา การผลิตยาในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นการนำ�เข้าเภสัชเคมีภัณฑ์ มที งั้ การน�ำ เขา้ มาเพื่อกระจาย (จ�ำ หน่าย) (A1.1) และใช้ในการผลิตยาในโรงงานของตนเอง (A1.2) ในการน�ำ เขา้ เพ่ือ กระจายสว่ นใหญ่มีการจ�ำ หน่ายต่อไปยังโรงงานผลิตยา (B) อย่างไรก็ตามมีเภสัชเคมีภัณฑ์บางส่วนที่ขายตอ่ ไปยังผู้คา้ ส่ง (D) และรา้ นขายยา (E) ได้ การน�ำ เขา้ ยาส�ำ เรจ็ รูปสามารถผ่านการกระจายได้สองช่องทางได้แก่ผู้นำ�เข้าเป็นผ้กู ระจาย (จ�ำ หนา่ ย) ยาเอง (A2.1) หรอื จา้ งให้มีผ้กู ระจายยาให้ (A2.2, A2.3, A2.4) ในระดับการผลิตยา อตุ สาหกรรมการผลิตยาในประเทศไทยมีผู้ประกอบการบางรายทส่ี ามารถผลิต เภสชั เคมีภัณฑ์ได้ (B1) แตม่ ีจำ�นวนน้อย ผู้ประกอบการทีผ่ ลติ ยาสำ�เรจ็ รูป อาจเปน็ ผู้นำ�เขา้ เภสชั เคมภี ัณฑ์มา ผลิตในโรงงานของตนเอง (B2.1 หรอื A1.2 ดงั ท่ีได้กลา่ วไปแลว้ ) หรอื ซอื้ จากผู้ประกอบการอน่ื (B2.2) ท้ังนีผ้ ูผ้ ลิต ยามกั ไมซ่ ้อื เภสัชเคมภี ณั ฑจ์ ากผคู้ ้าส่งหรือผูข้ ายยา จากน้ันจะมีการจำ�หน่ายยาที่ผลิตแล้วต่อไปยังกลุ่มเป้าหมายผ่านช่องทางการขายท่ีแตกต่างกันท้ัง ทผี่ ผู้ ลติ เปน็ ผ้ขู าย (กระจาย) เองผ่านผู้แทนขายหรือจา้ งผกู้ ระจายยา ในระดับการกระจายยาและการจา่ ยยา ผกู้ ระจายเภสชั เคมภี ณั ฑ์ (C1) มกั เปน็ ผปู้ ระกอบการเดยี วกับ ผูน้ ำ�เขา้ เภสัชเคมีภัณฑ์ (A1.1) โดยสามารถขายเภสัชเคมีภัณฑ์ต่อไปยังผู้รับอนุญาตผลิตยาและผู้รับอนญุ าต ขายยา ในสว่ นผู้กระจายยามีทั้งผู้กระจายยาที่ทำ�หน้าที่เป็นทั้งผู้ผลิตยาและ/หรือผู้นำ�เข้ายา (C2.1) หรือเปน็ ผู้กระจายยาทม่ี หี นา้ ทก่ี ระจายยาเทา่ นน้ั (C2.2, C2.3) เพอ่ื ท�ำ การจ�ำ หนา่ ยยาตอ่ ใหผ้ คู้ า้ สง่ (D) สถานพยาบาลคน (F) รา้ นขายยา (E) สถานพยาบาลสตั ว์ (J) โรงงานผลติ อาหารสัตว์ (H) และฟารม์ เล้ียงสัตว์ (K) ส่วนผคู้ า้ ส่ง (D) และรา้ นขายยา (E) เม่อื รบั ยามาจากผู้กระจายยา (C) แล้ว จงึ จำ�หนา่ ยยาตอ่ ไปยงั ผูท้ ่ี มีส่วนเกย่ี วข้องเชน่ เดียวกบั ผู้กระจายยา (C) เว้นแต่ไม่มีการขายยาให้สถานพยาบาลภาครัฐ (F) โรงงานผลติ อาหารสตั ว์ (H) และฟาร์มแบบผสมผสาน (K) รวมทง้ั ประชาชนและผ้ทู มี่ สี ัตว์เล้ยี ง เมือ่ โรงงานผลิตอาหารสตั ว์ (H) ผลติ อาหารสตั ว์ท่มี ยี าแลว้ จงึ ขายใหแ้ กร่ า้ นขายอาหารสตั ว์ (I) และ ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ (K) ในระดับการใช้ยา จะเห็นไดว้ ่าประชาชนนอกจากจะไดร้ บั ยาจากสถานพยาบาลภาครฐั และเอกชน (F) แล้ว ยงั สามารถซ้อื ยาจากรา้ นค้าสง่ (D)และรา้ นขายยา (E) ได้เช่นเดียวกบั ผูเ้ ลย้ี งสตั ว์เลย้ี งที่ไดร้ บั ยาจากสถาน พยาบาลสตั ว์ (J) และสามารถซือ้ จากรา้ นค้าส่ง (D) และร้านขายยา (E) ได้ นอกจากนเ้ี กษตรกรสามารถซือ้ ยาได้ หลายชอ่ งทาง ทง้ั จากผู้กระจายยา (C) รา้ นค้าสง่ (D) ร้านขายยา (E) และซ้อื อาหารสัตวท์ ่ีมียาจากโรงงานผลิต อาหารสตั ว์ (H) และร้านขายอาหารสัตว์ (I) ได้ 95

รายงานสถานการณ์ระบบยา พ.ศ. 2555-2559 รปู ท่ี 1 แสดงเสน้ ทางการกระจายของเภสชั เคมภี ัณฑ์ ยาส�ำ เรจ็ รปู และอาหารสัตวท์ ี่มยี า 96

รายงานสถานการณร์ ะบบยา พ.ศ. 2555-2559 2. กฎหมายทเ่ี ก่ียวขอ้ งกบั การควบคุมคณุ ภาพ มาตรฐานและ การกระจายยาปฏชิ ีวนะ กฎหมายของประเทศไทยทีเ่ กย่ี วขอ้ งกบั การกระจายยา ได้แก่ พรบ. ยา พ.ศ. 2530 (ฉบับท่ี 5) ก�ำ กับ ดูแลโดยสำ�นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา ครอบคลมุ เภสัชเคมภี ัณฑ์ ยาส�ำ เรจ็ รูป รวมทัง้ ยาปฏิชีวนะและ ยาปฏิชีวนะที่เป็นสารผสมล่วงหน้าเป็นยาบรรจุเสร็จที่ใช้ในสัตว์ (medicated premix) โดย พรบ.ยา มีรายละเอยี ดบงั คบั ใชใ้ นผู้รบั อนุญาตการน�ำ เขา้ ผลิตและขายยา พรบ.ควบคมุ คณุ ภาพอาหารสัตว์ พ.ศ.2558 กำ�กับดูแลโดยกองควบคุมอาหารและยาสัตว์ กรมปศุสัตว์ ซึ่งกำ�หนดให้อาหารสัตว์ที่มียา (ครอบคลมุ ยาปฏชิ วี นะ) ถือเป็นอาหารสัตว์ควบคมุ เฉพาะ ในกฎหมายฉบบั นี้มีขอบเขตควบคมุ การน�ำ เขา้ ผลติ และขาย อาหารสตั ว์ที่ควบคมุ เฉพาะ รวมถึงการใช้อาหารสัตว์ที่มียาในระดับฟาร์ม ทั้งนี้ กฎหมายทั้งสองฉบับไม่ได้ ควบคุมในส่วนมาตรฐานของวชิ าชีพทเี่ ก่ียวขอ้ งในการส่งั จ่ายยาของผู้ประกอบวชิ าชีพ (profession) เน่อื งจาก มีการก�ำ กบั โดยพรบ.วิชาชพี ท่ีเก่ยี วข้องแล้ว ท้ังนี้ พรบ.ยา กำ�หนดให้มีใบอนญุ าตผ้ปู ระกอบการ ประกอบดว้ ย ผนู้ �ำ เขา้ ผู้ผลิต และผขู้ าย โดย กำ�หนดให้ผู้นำ�เข้าและผลิตยาต้องขึ้นทะเบียนตำ�รับยาและจดแจ้งเภสัชเคมีภัณฑ์ที่ตนนำ�เข้าและ ผลิต (ตามล�ำ ดบั ) โดยภาพรวมของการบังคับใช้กฎหมาย เป็นการเน้นควบคุมผู้ประกอบการ ให้มคี ณุ สมบัติ ตามทก่ี �ำ หนด ร่วมกับคณุ ภาพและมาตรฐานในแตล่ ะขัน้ ตอนในวงจร ได้แก่ ในการนำ�เขา้ ไดม้ กี ารกำ�หนดด่าน ตรวจ การน�ำ เขา้ ยา 40 ด่าน (94) และเภสชั เคมีภณั ฑ์ 10 ดา่ น (95) ให้มกี ารผลิตยาภายใตค้ ณุ ภาพและหลกั เกณฑ์ วิธีการทดี่ ใี นการผลิต (Good Manufacturing Practice; GMP) ตามมาตรฐานการผลิตยา ตามข้อกำ�หนด ของ Pharmaceutical Inspection Co-operation Scheme: PIC/S (96) และการขายตามวิธกี ารปฏิบตั ิทาง เภสชั กรรมชุมชน (Good Pharmacy Practice) (97) ทง้ั น้มี สี ว่ นของการควบคมุ กระบวนการที่เกยี่ วข้องกบั ยา ปฏิชีวนะในการน�ำ เขา้ ยาปฏิชีวนะบางชนดิ (เชน่ คลอแรมเฟนคิ อล ไนโตรฟูแรน เป็นต้น) จะต้องได้รับอนญุ าต จากส�ำ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยากอ่ น (98) ยาปฏชิ ีวนะสว่ นใหญจ่ ดั เปน็ ยาอนั ตราย หมายถงึ ยาทต่ี อ้ งขายเฉพาะในรา้ นขายยาแผนปจั จบุ นั ภายใต้ การควบคมุ ของเภสัชกรผู้มีหน้าที่ควบคุมดูแลการจัดจำ�หน่าย (ไม่ใช้ใบสั่งแพทย์) ในสว่ นของยาควบคุมพิเศษ ทีเ่ ป็นยาปฏิชีวนะ ซึ่งระบุว่าให้ขายให้กับผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์หรือสัตวแพทย์หรือยาตามใบสั่งยาของ ผู้ประกอบวชิ าชพี แพทย์หรือสัตวแพทยเ์ ทา่ นั้น ไดแ้ ก่ ยาซลั ฟานลิ าไมด์ (Sulfanilamide) เฉพาะที่ใช้สำ�หรับ รับประทาน ยาคลอแรมเฟนคิ อล (Chloramphenicol) เกลอื ของคลอแรมเฟนคิ อล (Salts of Chloramphenicol) 94 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เร่ืองกำ�หนดด่านนำ�เขา้ ฉบับท่ี 1, 2, 3, 4, 5, 6 และ 7 95 ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เรื่อง ก�ำ หนดด่านน�ำ เขา้ ยาทเ่ี ปน็ เภสชั เคมภี ัณฑ์ท่เี ปน็ สารออกฤทธ์ิ หรอื เภสชั เคมภี ัณฑ์ก่งึ ส�ำ เรจ็ รปู ทีม่ สี ว่ นผสมของ สารออกฤทธิ์รวมทง้ั เกลอื ของสารดงั กล่าวฉบบั ท่ี 1, 2, 3 และ 4 96 ประกาศสำ�นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา เรือ่ ง แนวทางปฏบิ ตั ิสำ�หรบั ผ้รู บั อนญุ าตผลติ ยา (พ.ศ. 2559) 97 ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เรอื่ ง การก�ำ หนดเกยี่ วกบั สถานท่ี อปุ กรณ์ และวธิ ีปฏบิ ตั ิทางเภสัชกรรมชุมชน ในสถานที่ขายยาแผนปัจจุบันตาม กฎหมายวา่ ด้วยยา พ.ศ. 2557 98 ประกาศส�ำ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา เรอ่ื งชนิดของยา เภสัชเคมภี ัณฑ์ เกลือของเภสชั เคมภี ณั ฑ์ และเภสัชเคมีภณั ฑก์ ่งึ สำ�เร็จรูปท่ีผนู้ �ำ เข้ามาในราชอาณาจกั รตอ้ งไดร้ บั ความเหน็ ชอบเปน็ หนังสอื จากส�ำ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา (พ.ศ. 2545) 99 ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรอ่ื ง ยาอนั ตราย 100 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เร่ือง ยาควบคมุ พเิ ศษ 101 ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เรือ่ ง ยาสามญั ประจำ�บ้านแผนปจั จบุ ัน (ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ.255 97

รายงานสถานการณ์ระบบยา พ.ศ. 2555-2559 ท่ีใชส้ �ำ หรับเดก็ ยาคลอแรมเฟนิคอล (Chloramphenicol) ทเ่ี ปน็ ทะเบยี นต�ำ รับยาส�ำ หรบั สัตว์ และที่ใชภ้ ายใน ส�ำ หรบั ผ้ใู หญ่ (99,100,101) ในการควบคมุ เภสชั เคมีภณั ฑ์ มีการกำ�หนดให้ผู้นำ�เข้าขายให้กับผู้รบั อนญุ าตผลิตและ ขายยาเท่าน้นั ท้งั น้ี สำ�นักงานคณะกรรมการอาหารและยากำ�ลงั อยู่ระหว่างการจัดท�ำ มาตรการควบคมุ ยาและก�ำ หนด ยาต้านจลุ ชพี สำ�หรับมนษุ ย์ ซ่ึงจะจ�ำ กดั ช่องทางการจำ�หน่ายยาตามระดับความเข้มงวด เช่น จ�ำ หนา่ ยเฉพาะ สถานพยาบาลเทา่ นัน้ และกำ�หนดยาบางประเภทให้เป็นยาอนั ตรายหรือยาควบคมุ พิเศษ การควบคุมอาหารสัตว์ที่มียา อยู่ภายใต้ พรบ.ควบคุมคุณภาพอาหารสตั ว์ พ.ศ. 2558 ซ่งึ ประกาศ บังคับใช้ในปีที่ผ่านมา และยังอยู่ระหว่างการร่างประกาศที่เกี่ยวข้องตามที่กำ�หนดในพรบ. ทั้งนี้ได้มีการห้าม ใช้ยาต้านจุลชีพทุกชนิดผสมลงในอาหารสัตว์เพื่อเร่งการเจริญเติบโต (102) และห้ามใช้เภสัชเคมีภัณฑ์ผสมใน อาหารสัตว์ (103) ทผ่ี า่ นมา จากปัญหาของยาปฏิชีวนะตกค้างและเชื้อดื้อยาในสัตว์ที่นำ�มาเป็นอาหาร ส�ำ นกั งาน คณะกรรมการอาหารและยา ได้ประกาศเพิกถอนทะเบียนตำ�รับยาสำ�หรับสัตว์ เช่น ทะเบียนตํารับยาที่มี คลอแรมเฟนิคอล(104) ไนโตรฟูราโซน (Nitrofurazone) ฟูราโซลิโดน (Furazolidone) ไดเมทไตรดาโซล (Dimetridazole) และโรนิดาโซล (Ronidazole)(105) 3. ปญั หาการกระจายยาปฏชิ วี นะในปจั จบุ นั ปัญหาการกระจายและการใช้ยาปฏิชีวนะในประเทศไทยมีในหลายมิติ เช่น ประชาชนเข้าถึงยา ไดง้ า่ ยเกนิ ไป มกี ารใชเ้ กินความจำ�เป็น มีการใช้อย่างไม่เหมาะสมในภาคการเกษตร มีการสั่งใช้ยาอย่างไมส่ ม เหตุผลของบุคลากรทางการแพทย์ รวมถงึ บทบาททไ่ี ม่เหมาะสมของอตุ สาหกรรมและธรุ กจิ ยา (106) ประชาชนไทยยงั ขาดความรเู้ ก่ียวกบั ยาปฏิชีวนะ ไม่สามารถแยกไดร้ ะหว่างยาปฏชิ วี นะกบั ยาแกอ้ กั เสบ รวมทง้ั มีพฤติกรรมในการใชย้ าปฏชิ วี นะอยา่ งไมเ่ หมาะสม เชน่ กนิ ยาปฏชิ วี นะไมค่ รบตามทแ่ี พทย/์ เภสชั กรแนะนำ� กินยาไมต่ อ่ เนอ่ื ง ไปจนถงึ การใหย้ าทก่ี นิ ไมห่ มดแกผ่ อู้ น่ื ทง้ั ยงั สามารถหาซ้ือยาปฏิชีวนะจากรา้ นขายยาไดง้ า่ ยโดย ไมต่ อ้ งมใี บส่งั จ่ายยาจากแพทย์ พบวา่ หลายครั้งที่ประชาชนปฏิเสธการตรวจวินิจฉัยแต่เรียกร้องยาปฏิชีวนะ จากบุคลากรทางการแพทย์ ยิ่งไปกว่านน้ั ประชาชนสามารถซอ้ื ยาปฏชิ ีวนะจากร้านขายยาโดยไมม่ กี ารจำ�กัด ปริมาณ ไมม่ กี ารตรวจสอบและควบคุมแม้ว่าจะมีการซื้อคราวละมากๆ ทั้งนี้อาจเป็นผลจากการที่ประชาชน ไม่เข้าใจปัญหาทอ่ี าจขึ้นจากการได้รับยาปฏิชีวนะอย่างไม่ถูกต้อง ไม่ทราบข้อบ่งใช้และขอ้ ควรระวงั ไปจนถงึ ไม่ทราบผลเสียของการเกดิ การดอื้ ยาต้านจุลชีพ 102 ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรือ่ ง ก�ำ หนดชือ่ ประเภท ชนิด ลกั ษณะหรือคณุ สมบตั ิของวตั ถทุ ่ีห้ามใชผ้ สมในอาหารสตั ว์ พ.ศ. 2558 103 ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรอื่ ง กำ�หนดวัตถุทห่ี ้ามใชเ้ ปน็ ส่วนผสมในอาหารสัตว์ พ.ศ. 2559 104 คาํ สั่งกระทรวงสาธารณสุขท่ี 678/2531 เร่ืองเพิกถอนทะเบยี นต�ำ รับยา 105 คำ�สงั่ กระทรวงสาธารณสุขท่ี 451/2545) เร่ืองเพกิ ถอนทะเบียนตำ�รบั ยา 106 Tangcharoensathien V, Chanvatik S, Sommanustweechai A. Complex determinants of inappropriate use of antibiotics. Bul- letin of the World Health Organization. 2018; 96: 101–109 98

รายงานสถานการณร์ ะบบยา พ.ศ. 2555-2559 ประเทศไทยมีการผลิตสัตวท์ ่ีน�ำ มาเปน็ อาหารทัง้ ทีใ่ ชบ้ รโิ ภคในประเทศและส่งออก มีการใชย้ าปฏชิ วี นะ ในการเลย้ี งสตั วเ์ พ่ือรักษาโรค รวมทั้งเพอ่ื ป้องกันและควบคุมโรค โดยมีเปา้ หมายเพอ่ื เพ่ิมประสทิ ธภิ าพการผลติ ยาปฏิชีวนะในสตั ว์ส่วนใหญ่เปน็ ยากลมุ่ เดียวกับทใี่ ชใ้ นคน เชน่ ยากล่มุ เตตร้าไซคลิน ยากลมุ่ เพนนซิ ลิ ลิน ทัง้ น้ี เกษตรกรสามารถซื้อยาจากร้านขายยาได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งยาจากสัตวแพทย์ แม้ว่าปัจจุบัน ภาครัฐจะมีการ ส่งเสริมใหม้ กี ารเข้าร่วมในโครงการมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงสัตว์ แต่ยังไม่ครอบคลุมฟาร์มในประเทศไทยทัง้ หมด จงึ ขาดกลไกการควบคมุ การใช้ยาในระดบั ฟาร์มทั่วไป มีการศึกษาพบว่ามีการใช้ยาปฏิชีวนะในฟาร์มเลีย้ งสตั ว์ ไม่ตรงตามข้อบ่งใช้ มีการใชม้ ากเกนิ ความจำ�เปน็ รวมทงั้ มกี ารใชย้ ากลมุ่ critically important antimicrobial ในการเล้ียงสัตว(์ 107) นอกจากน้ียงั มกี ารใช้ยาทผี่ ดิ กฎหมาย มกี ารร่วั ไหลของเภสชั เคมภี ณั ฑ์เข้าสู่ฟารม์ เลยี้ งสัตว์ โดยตรง ย่ิงไปกว่านั้นยังพบการใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันและรักษาโรคในพืช เช่น พืชตระกูลส้ม ซง่ึ อาจมี ผลกระทบตอ่ การปนเปอ้ื นในสง่ิ แวดลอ้ ม หรอื การตกคา้ งของยาได้ รวมทง้ั อาจจะเกดิ เชอ้ื ในสง่ิ แวดลอ้ มทด่ี อ้ื ยา ต้านจลุ ชพี อีกด้วย การใช้ยาปฏิชีวนะต้องอาศัยความรู้และความเข้าใจถึงสาเหตุการเกิดโรค เพอื่ น�ำ ไปสกู่ ารเลอื กใช้ ยาทม่ี กี ลไกการออกฤทธท์ิ ต่ี รงตามเชอ้ื สาเหตุ ซง่ึ ตอ้ งการขอ้ มลู การตรวจวนิ จิ ฉยั ทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารรวมทง้ั ความชกุ และแบบแผนของเชือ้ ดอ้ื ยาต้านจลุ ชพี ท่ีได้จากการเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาระดับประเทศทีเ่ ป็นปจั จบุ ันเพ่ือตัดสินใจ เลอื กใชย้ าทไ่ี วตอ่ เชอ้ื กอ่ โรคไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ทง้ั นก้ี ารสั่งใช้ยาโดยแพทย์และสัตวแพทยอ์ ยภู่ ายใตม้ าตรฐานวชิ าชพี แมว้ า่ สถานพยาบาลคนและสัตว์ภาคเอกชนจะอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2559 และ พระราชบัญญัติสถานพยาบาลสัตว์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 แตก่ ็ไม่ได้มขี อ้ บังคับใดๆ ท่ีเกี่ยวขอ้ งกับการจา่ ยยา ปฏิชวี นะ อกี ทงั้ ไม่ได้ควบคุมเวชปฏิบัติของแพทย์ในส่วนของการสั่งใช้ยา จึงไม่มีมาตรการทางกฎหมายท่ี ควบคมุ การจ่ายยาปฏชิ วี นะ ยาจัดเป็นสินค้าสาธารณะ (public goods) ที่ไม่สามารถใช้กลไกตลาดในการจัดสรรได้อย่าง เหมาะสม การกระจายยาปฏชิ วี นะในประเทศไทยยังอยู่ในรูปแบบท่ีไมม่ ีการควบคมุ การกระจายในระดบั ชุมชน และการเกษตร (มเี พยี งการก�ำ หนดเรอ่ื งการคดั เลอื กและจดั หายาปฏชิ วี นะในระดบั ประเทศภายใต้บัญชยี าหลัก แหง่ ชาต)ิ ในรปู ท่ี 1 เส้นทางการกระจายยาปฏิชวี นะและผู้มสี ่วนเกยี่ วขอ้ ง มผี ้ปู ระกอบการทส่ี ามารถจำ�หน่าย ยาปฏิชีวนะเป็นจำ�นวนมาก ทั้งการขายปลีกและขายส่ง ก่อให้เกิดกลไกตลาดที่อุปทานตอบสนองอุปสงค์ (supply responses to demand) ทส่ี ามารถขายยาตามความตอ้ งการของผซู้ อ้ื ไดอ้ ยา่ งไม่มีการจำ�กัด อีกท้ัง ผู้ขายสามารถกระตุ้นให้เกิดอุปสงค์ต่อยาปฏิชีวนะได้ด้วย (supplier-induce demand) ประกอบกับการ ควบคมุ ตรวจสอบผ้ปู ระกอบการกย็ ังไมเ่ ข้มงวด มีการจำ�หนา่ ยยาปฏชิ วี นะในรา้ นขายยาโดยไมม่ ีการควบคมุ โดย เภสัชกร มกี ารจำ�หน่ายยาปฏิชีวนะในชอ่ งทางทไ่ี ม่เหมาะสม เชน่ รา้ นช�ำ (108, 109) 107 ณัฐธดิ า สุขสาย, ณัฐพร รัฐบำ�รุง, พกั ตรว์ ภิ า สุวรรณพรหม และหทยั กาญจน์ เชาวนพูนผล. การใช้ยาปฏิชวี นะในฟารม์ปศุสัตว์ กรณีศึกษาจงั หวัด เชยี งใหม่ วารสารเภสชั กรรมไทยปีท่ี 8 เลม่ ที่ 2 ก.ค.-ธ.ค.2559 หนา้ 282-294 108 วราภรณ์ สังข์ทอง. ความชุกของร้านชำ�ทจ่ี �ำ หน่ายยาปฏชิ วี นะในเขตอ�ำ เภอแมส่ รวย จงั หวัดเชยี งราย และปัจจัยท่ที าให้เกิดการจ�ำ หนา่ ย.วารสาร เภสัชกรรมไทย ปีท่ี 7 เล่มท่ี 1 มค.-มิย. 2558 หน้า 38-46. 109 อารีรัตน์ คุณยศยง่ิ . ความชุกและลักษณะของรา้ นช�ำ ท่ีจำ�หนา่ ยยาปฏิชีวนะในเขตอำ�เภอวงั เหนอื จังหวัดล�ำ ปาง. วารสารเภสัชกรรมไทย ปีที่ 7 เล่มท่ี 2 กค.ธค. 2558 หนา้ 114-120. 99

รายงานสถานการณ์ระบบยา พ.ศ. 2555-2559 4. ขอ้ มลู ปรมิ าณการกระจายยาปฏิชีวนะ : ข้อจำ�กัดในการพฒั นา นโยบาย ประเทศไทยยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณ และอัตราการบริโภคยาปฏิชีวนะในคนและสตั ว์ ที่ผ่านมา ข้อมูลปริมาณการบริโภคยาปฏิชีวนะเป็นการประมาณทางอ้อมจากมูลค่าการผลิตและนำ�เข้าที่สำ�นักงาน คณะกรรมการอาหารและยาได้จากรายงานประจำ�ปีของผู้ประกอบการ ซงึ่ เปน็ ข้อมลู ทมี่ ีข้อจำ�กดั ท้ังในแง่ของ ความถูกต้อง ความครอบคลมุ และความครบถ้วนของรายงาน ท�ำ ให้ไม่สามารถใชใ้ นการประเมนิ สถานการณ์ การบรโิ ภคยาปฏชิ วี นะในภาพรวมของประเทศได้ รวมทง้ั ไมส่ ามารถระบสุ ดั สว่ นการกระจายยาในแตล่ ะช่องทางด้วย จงึ เปน็ อปุ สรรคในการระบปุ ญั หา ท�ำ ใหไ้ มส่ ามารถก�ำ หนดมาตรการทม่ี ปี ระสทิ ธผิ ลในการจ�ำ กดั การใชย้ าปฏชิ วี นะ และการสอ่ื สารท�ำ ความเขา้ ใจกบั ผกู้ �ำ หนดนโยบายหรอื ประชาชนใหเ้ กดิ ความตระหนกั ได้ ในประเทศที่พัฒนาแล้วมีระบบติดตามการบริโภคยาต้านจุลชีพในระดับประเทศและในระดับ สถานพยาบาลอยา่ งตอ่ เน่ืองตง้ั แต่ปคี .ศ.1990 เปน็ ต้นมา ทำ�ใหส้ ามารถใชข้ ้อมลู จากการตดิ ตามในการพิจารณา กำ�หนดนโยบายเพื่อลดปริมาณการบริโภคลงในช่องทางสำ�คัญต่างๆได้ ในภูมิภาคยุโรปมีระบบการติดตาม การบรโิ ภคยาต้านจุลชีพในระดับประเทศทั้งในคน (ESAC-Net) (110) และในสัตว์ (ESVAC) (111) และมศี ูนย์ ประสานงานทท่ี �ำ หนา้ ทร่ี วบรวมและวิเคราะหข์ อ้ มูลการบรโิ ภคยาตา้ นจลุ ชีพของแตล่ ะประเทศ เพอ่ื เปรยี บเทยี บ ในระดับภมู ิภาค และเปน็ ข้อมูลประกอบตัวชี้วัดในการติดตามการดำ�เนินงานด้านการใช้ยาต้านจุลชีพ โดย ระบบนี้เป็นเครื่องมือสำ�คัญให้การสร้างหลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อกำ�หนดและขับเคลื่อนนโยบาย ตัวอย่างเชน่ กรณศี กึ ษาของประเทศฝรงั่ เศส พ.ศ. 2543 พบว่ามอี ตั ราการบริโภคยาต้านจุลชพี สูงทส่ี ุดในมนุษย์เมื่อเปรียบ เทียบกบั ประเทศอื่นในภูมิภาค ประกอบกับมีอุบัติการณ์เชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในมนุษย์เพมิ่ สงู ข้ึน (112) ท�ำ ให้ รฐั บาลฝรั่งเศสเรง่ การแก้ไขปัญหาเพื่อลดการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างจริงจัง จนทำ�ใหป้ ระสบผลสำ�เร็จในการลด การใชย้ าตา้ นจุลชีพได้ (113) ท้ังน้ี ประเทศไทยมีความพยายามที่จะพัฒนาระบบเฝ้าระวังการบริโภคยาต้านจุลชีพในคนและสัตว์ ตง้ั แตป่ ี พ.ศ. 2558 โดยเกิดจากความรว่ มมือระหวา่ งหลากหลายหน่วยงานทงั้ กระทรวงสาธารณสขุ กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ มหาวิทยาลยั รวมทั้งได้รับการสนับสนนุ จากองคก์ รระหว่างประเทศ ไดแ้ ก่ องค์การอนามยั โลก องค์การอาหารและเกษตรแหง่ สหประชาชาติ และองค์กรเพื่อการพัฒนาระหวา่ งประเทศของสหรฐั อเมรกิ า (United States Agency for International Development-USAID) (114) การพัฒนาระบบเฝ้าระวัง 110 European Centre for Disease Prevention and Control. Surveillance of antimicrobial consumption in Europe 2012. Stockholm: ECDC; 2014. 111 European Medicines Agency, European Surveillance of Veterinary Antimicrobial Consumption, 2015. ‘Sales of veterinary antimicrobial agents in 26 EU/EEA countries in 2013’. (EMA/387934/2015). 112 Cars O, Mölstad S, Melander A. Variation in antibiotic use in the European Union. Lancet 2001; 357(9271): 1851-1853. 113 Grave K, Torren-Edo J, Mackay D. Comparison of the sales of veterinary antibacterial agents between 10 European countries. Journal of Antimicrobial Chemotherapy. 2010; 65:2037–2040. 114 Tangcharoensathien V, Sommanustweechai A, Chanthong B, Sumpradit N, Sakulbumrungsil R, Jaroenpoj S, Sermsinsiri V; on behalf of the Thai SAC Working Group. Surveillance of antimicrobial consumption: methodological review for systems develop- ment in Thailand. Journal of Global Health. 2017:7 ;010307 100

รายงานสถานการณ์ระบบยา พ.ศ. 2555-2559 การบรโิ ภคยาตา้ นจลุ ชพี ในคนและสัตว์ สอดคล้องกบั ขอ้ แนะน�ำ ดา้ นระเบยี บวิธกี ารดำ�เนินงานและรปู แบบการ รายงานขององคก์ ารอนามัยโลก (115) เช่น หน่วยวัดเป็น Defined daily dose per 1000 inhabitant-day ส�ำ หรับคน และ มลิ ลกิ รัมของยาต่อ Population Correction Unit สำ�หรับสัตว์ 5. วจิ ารณ์ และขอ้ เสนอแนะ ปัญหาการกระจายและการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่เหมาะสมเป็นประเด็นท่ีมีความสำ�คัญระดับโลกใน ปัจจบุ ัน มมี าตรการเกดิ ข้นึ เพ่อื แกไ้ ขปญั หาเป็นจ�ำ นวนมาก ไมว่ ่าจะเปน็ แผนดำ�เนินการระดบั โลกเร่ืองการด้อื ยา ตา้ นจุลชีพ (Global Action Plan on Antimicrobial Resistance: GAP-AMR) (116) ทพ่ี ัฒนาขึน้ ภายใต้ความ ร่วมมอื แบบไตรภาคีระหว่างองค์การอนามัยโลก องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ และองค์การ โรคระบาดสตั วร์ ะหว่างประเทศ (WHO/FAO/OIE tripartite) ทร่ี ะบใุ นเปา้ หมายที่ 4 ของแผนฯ ให้มีการใช้ยา ปฏชิ ีวนะอย่างเหมาะสมทั้งในคนและสัตว์ โดยให้การกระจายและสั่งใช้ยาอยู่ภายใต้การดูแลของบุคลากร ทางการแพทย์และมีกฎหมายควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีแผนยุทธศาสตร์การจัดการการดื้อยา ตา้ นจุลชพี ประเทศไทย พ.ศ.2560-2564 ที่ได้รับการรับรองจากคณะรัฐมนตรีเมอ่ื เดอื นสงิ หาคม พ.ศ.2559 ให้มีระบบควบคมุ และติดตามการกระจายยาต้านจุลชีพแบบบูรณาการทงั้ ยาสำ�หรับมนุษย์และสัตว์ ภายใต้ ยุทธศาสตรท์ ่ี 2 การควบคมุ การกระจายยาต้านจลุ ชพี ในภาพรวมของประเทศ อย่างไรกต็ าม ณ ทน่ี ม้ี ีข้อเสนอ แนะในการดำ�เนินงานด้านต่างๆ ดงั น้ี 5.1 การปรับปรุงและบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายหรือกฎระเบียบ ควบคุมการกระจายและการเข้าถึงยาและเภสัชเคมีภัณฑ์ให้เข้มงวดมากขึ้น โดยเร่งรัดการทบทวน การจัดประเภทยาปฏชิ วี นะ (Reclassification) ทง้ั ในมนษุ ย์และสัตว์ ควบคุมการนำ�เขา้ และการผลติ ใหถ้ ูกต้อง ตามกฎหมาย เพื่อลดปัญหายาผิดกฎหมายและยาไม่มีคุณภาพ ควบคุมช่องทางการกระจายเภสัชเคมีภัณฑ์ ใหร้ ัดกมุ มากขึน้ โดยไม่ให้รั่วไหลไปยงั ฟารม์ โดยตรง ตลอดจนใหเ้ รง่ การบงั คบั ใชพ้ รบ.ควบคมุ คณุ ภาพอาหารสัตว์ ทเ่ี พง่ิ มีการประกาศ และออกรา่ งระเบยี บข้อกำ�หนดเพมิ่ เตมิ ให้มีความสมบรู ณ์ รวมท้ังเพ่ิมความเขม้ งวดในการ ควบคมุ การใช้ยาในระดับฟาร์มโดยให้อยู่ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์ 115 WHO methodology for a global programme on surveillance of antimicrobial consumption [cited 2017 January 25]. Available from http://www.who.int/medicines/areas/rational_use/WHO_AMCsurveillance_1.0.pdf?ua=1 116 World Health Organization. Global Action Plan on Antimicrobial Resistance [Internet]. World Health Organization; 2015 [cited 2017 January 25]. Available from http://apps.who.int/iris/bitstream/10665/193736/1/9789241509763_eng.pdf?ua=1 101

รายงานสถานการณร์ ะบบยา พ.ศ. 2555-2559 5.2 การพัฒนาระบบเฝ้าระวังการบริโภคยาต้านจุลชีพในคนและสัตว์ สนับสนุนการพัฒนาให้เกิดความย่ังยืนของระบบเฝ้าระวังการบริโภคยาต้านจุลชีพในคนและสัตว์โดย เร็ว เพราะเป็นเครื่องมือสำ�คัญที่ทำ�ให้ทราบสถานการณ์ของการบริโภค โดยขยายการท�ำ งานของระบบในเชงิ ลึกเพอื่ ใหท้ ราบถึงปรมิ าณและแบบแผนของการใช้ยาปฏิชีวนะ ทมี่ คี วามเช่ือมโยงกับความชุกของการติดเชื้อ ดื้อยา (Point Prevalence survey) ทงั้ ในระดบั โรงพยาบาลและชมุ ชน รวมถงึ ขอ้ มลู การใชใ้ นสตั วแ์ ตล่ ะชนดิ ทง้ั ในปศสุ ตั ว์และสัตว์เลี้ยง เพื่อที่จะนำ�ข้อมูลดังกล่าวมาใช้กำ�หนดนโยบายเฉกเช่นประเทศฝรั่งเศสซ่ึงประสบ ความส�ำ เร็จ อีกทง้ั เปดิ เผยสสู่ าธารณะใหป้ ระชาชนและบคุ ลากรทางการแพทย์นำ�ไปใชป้ ระโยชน์ โดยเฉพาะใน การสร้างความตระหนักใหร้ ่วมกันแก้ไขปญั หา 5.3 การให้ความรู้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพ ส่งเสริมให้มีมาตรการก�ำ กบั ดแู ลการใชย้ าในสถานพยาบาล ทง้ั คลนิ กิ คน โรงพยาบาลภาครฐั และเอกชน ไม่ให้มกี ารจ่ายยาปฏชิ วี นะโดยไม่จ�ำ เป็น เชน่ โรคหวัด ไอ เจ็บคอ ทอ้ งรว่ ง และแผลเลอื ดออกท่วั ไป และ สนับสนุนให้มีการนำ�ข้อมูลเชื้อดื้อยามาประกอบเป็นแนวทางในการเลอื กใชย้ าปฏชิ วี นะแตล่ ะชนิด รวมท้ัง สง่ เสรมิ ใหม้ ีการตรวจวินจิ ฉัยทางหอ้ งปฏบิ ตั ิการก่อนการสัง่ ใชย้ าปฏิชวี นะท่คี วรสงวนไว้เป็นพิเศษ สง่ เสริมการ ดำ�เนนิ การโครงการ “โรงพยาบาลสง่ เสรมิ การใชย้ าอย่างสมเหตุผล” (117) ท่ีเนน้ ทั้งการดำ�เนินการของบคุ ลากร ทางการแพทย์ใหม้ คี วามเขม้ แข็งและจริยธรรมในการท�ำ งาน ไปจนถงึ การสร้างเครอ่ื งมอื และความตระหนักรใู้ ห้ เกิดการสงั่ ใช้ยาได้เหมาะสม โดยเนน้ จดุ ทม่ี คี วามเชอ่ื มโยงกับปญั หาการกระจายปฏชิ ีวนะท่ีไม่เหมาะสม 5.4 การให้ความรแู้ ก่ประชาชนและเกษตรกร รวมท้ังสนับสนุนทางเลือก เพื่อลดการใช้ยาปฏิชีวนะในภาคการเกษตร ส่งเสรมิ ความรู้ ความเข้าใจเรื่องการใช้ยาที่เหมาะสมและสร้างความตระหนักต่อปัญหาเชื้อดื้อยา ผ่านการสื่อสารที่เข้าใจและเข้าถึงได้ง่าย รวมทั้งส่งเสริมบทบาทของผู้บริโภคให้มีความเข้มแข็งเพื่อกระตุ้น ภาคธุรกจิ การเกษตรใหผ้ ลติ อาหารท่ีมีความปลอดภยั ตลอดจนตรวจสอบการท�ำ งานของภาครฐั ในการควบคุม บังคบั ใช้กฎหมายตอ่ ผปู้ ระกอบการ 117 พิสนธ์ิ จงตระกลู โรงพยาบาลสง่ เสริมการใช้ยาอย่างสมเหตผุ ล: เสน้ ทางส่กู ารใช้ยาอย่างสมเหตุผล Thai J Pharmacol; Vol. 37: No. 1, 2015 102

รายงานสถานการณ์ระบบยา พ.ศ. 2555-2559 หน่วยงานภาครัฐและวิชาชีพต่างๆควรให้ข้อมูลที่เหมาะสมแก่เกษตรกรในการใช้ยาปฏิชีวนะในสัตว์ จดั ใหม้ ฉี ลากยาและข้อบง่ ใช้ทีช่ ัดเจน ยกระดับมาตรฐานการเลี้ยงสัตว์ โดยเนน้ มาตรการเขม้ งวดในการควบคมุ และปอ้ งกนั โรค เพอ่ื ลดปรมิ าณการใชย้ าปฏชิ วี นะ รวมทง้ั สง่ เสรมิ ทางเลอื กอน่ื เชน่ สารเสรมิ ชวี นะ (pro-biotic) สมนุ ไพร การใช้วัคซีนที่มีประสิทธิผลในการป้องกันโรค สนับสนุนให้เกิดเกษตรกรรมที่มีความปลอดภัยและ ยั่งยนื รวมทง้ั สรา้ งกลไกทางการตลาดของอาหารปลอดภยั เพอ่ื ใหเ้ กษตรกรมที างเลอื กในการเลย้ี งสตั วม์ ากขน้ึ กติ ตกิ รรมประกาศ บทความน้ี เปน็ การตอ่ ยอดจากขอ้ มลู งานวจิ ยั เรอ่ื ง “การวเิ คราะหร์ ะบบยาตา้ นจลุ ชพี ในมนษุ ยแ์ ละสัตว:์ ผ้มู สี ่วนเกี่ยวข้องและกฎหมาย” ที่จัดทำ�ขึ้นโดยความร่วมมือของสำ�นักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมปศุสตั ว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล และสำ�นักงานพัฒนาโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ จึงขอขอบพระคุณคณะผูว้ ิจยั และผูม้ สี ่วนเก่ียวขอ้ งทกุ ทา่ นมา ณ ที่นี้ 103

รายงานสถานการณ์ระบบยา พ.ศ. 2555-2559 4.4 สถานการณย์ าไม่เหมาะสมระดบั อ�ำ เภอ : กรณศี กึ ษาอ�ำ เภอปทุมราชวงษา จันทร์จรยี ์ ดอกบวั โรงพยาบาลปทุมราชวงษา จ.อำ�นาจเจรญิ ปัญหายาในชุมชน ด้วยทมี งานได้พจิ ารณาว่า สเตียรอยดเ์ ปน็ ปญั หาท่ีส�ำ คญั ทีส่ ุดของปัญหาการใชย้ าอยา่ งไม่เหมาะสมใน ชมุ ชน ดงั นัน้ การท�ำ งานเฝ้าระวงั ในพนื้ ทีอ่ �ำ เภอปทุมราชวงศา ระหว่างปี 2555-2556 จึงเน้นการเกบ็ ขอ้ มลู เก่ียวกับสเตยี รอยด์ และไดใ้ ชแ้ บบประเมนิ ผสู้ มั ผสั สเตยี รอยดท์ พ่ี ฒั นาจากแบบประเมนิ ของภก.เดน่ ชัย ดอกพอง โรงพยาบาลขุขันธุ์ จังหวัดศรีสะเกษ118 ในการสำ�รวจข้อมูล และจากการเก็บรวมรวมข้อมูลดังกล่าวในปี พ.ศ. 2555 ในพ้นื ทห่ี มูท่ ี่ 1-9 ของตำ�บลหนองข่า อ�ำ เภอปทุมราชวงศา โดยการสุ่มสัมภาษณ์ครวั เรอื นจำ�นวน 1,015 หลงั คาเรอื น ครอบคลมุ ประชาชนจ�ำ นวน 3,420 คน พบว่า มปี ระชาชนจ�ำ นวน 340 คน หรอื คดิ เปน็ รอ้ ยละ 10 ของคนที่สำ�รวจที่ให้ข้อมูลว่าได้รับประทานยาที่มีโอกาสเสี่ยงที่จะมีการปลอมปนสเตียรอยด์ (ตารางที่ 1) 118 ภก.เดน่ ชัย ดอกพอง. การจดั การสเตยี รอยด:์ การสรา้ งระบบดูแลผู้ปว่ ยโดยเครอื ข่ายชมุ ชน. ยาวพิ ากษ์ ฉบบั ท่ี 15 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2555 หนา้ ท่ี 14 เข้าถึงไดท้ ี่ http://www.thaidrugwatch.org/download/series/series15.pdf 104

รายงานสถานการณร์ ะบบยา พ.ศ. 2555-2559 ตารางที่ 1 จำ�นวนประชาชน ครัวเรือนที่เก็บข้อมูล และจำ�นวนประชาชนที่พบว่าได้สัมผัสกับยาที่มีโอกาส ปนปลอมสเตียรอยด์ (ข้อมูล ณ ปี พ.ศ. 2555) หม่บู า้ น ทจำ��ำ กนาวรนสคำ�รนวทจี่ หลจงั �ำ คนาวเรนือน การได้รับยาที่มีโอกาสปลอมปน Steroid (คน) ยาลูกกลอน ยาชดุ ยาฉดี ยาหมอ้ รถเร่ รวม หมู่ 1 หนองขา่ 469 153 1 15 6 8 21 51 หมู่ 2 โคกคา่ ย 400 100 0 0 4 6 0 10 หมู่ 3 หนองแมงดา 449 127 2 15 1 15 31 64 หมู่ 4 ปา่ หวาย 57 14 0 19 4 1 9 33 หมู่ 5 นาตากล้า 325 94 4 36 16 18 18 92 หมู่ 6 หนองไฮนอ้ ย 556 189 0 8 0 2 7 17 หมู่ 7 สงยาง 399 120 0 0 3 1 7 11 หมู่ 8 หนองหนิ 157 73 3 13 0 0 0 16 หมู่ 9 หนองไฮนอ้ ย 608 145 4 24 4 12 2 46 Total 3,420 1,015 14 130 38 63 95 340 ในระยะต่อมา ทมี งานตอ้ งการหลกั ฐานสถานการณย์ าในชมุ ชนทง้ั หมด จงึ ขอความรว่ มมอื จากเครือขา่ ย อสม. และกลมุ่ ผปู้ ระกอบการรา้ นช�ำ ในชมุ ชน ในการส�ำ รวจยาและผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพทไ่ี มเ่ หมาะสมในปี พ.ศ. 2557 พบปัญหายาไม่เหมาะสมกระจายอยู่ในแหล่งกระจายยาตา่ งๆ เช่น ร้านคา้ ร้านยา รถเร่ รถฉายหนัง พนกั งาน ขายตรง รา้ นสะดวกซ้ือ ตลาดนัด และการซือ้ ผ่านสอ่ื ต่างๆ รายการยาทไ่ี มเ่ หมาะสมทีม่ ีจำ�หนา่ ย เชน่ ยาแก้ปวด ต่างๆ ยาลดการอกั เสบ (ป๊อก, ยาชุด) ยาปฏิชีวนะ (กาโน่) และยาอันตรายอื่นๆ เช่น โลโมติล ยาถ่ายพยาธิ ยาสมนุ ไพรเถ่อื น นอกจากน้ียงั พบผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพอนื่ ๆ เช่น นา้ํ สมุนไพรอินทรา คาวตองแม็กซ์ (ตารางที่ 2) 105

รายงานสถานการณร์ ะบบยา พ.ศ. 2555-2559 ตารางท่ี 2 ข้อมลู การส�ำ รวจปญั หายาไม่เหมาะสมทพ่ี บในพนื้ ท่ี (ข้อมลู ณ ปี พ.ศ. 2557) เขตรบั ผดิ ชอบ ตัวอยา่ งยาและผลิตภัณฑ์ ช่องทางการกระจายยา พน้ื ที่/หมู่บ้าน สุขภาพไม่เหมาะสมในชมุ ชน ทไ่ี ม่เหมาะสมในชมุ ชน รพ.สต.สามแยก 1. ยาปอ๊ ก 1. รา้ นค้าในชุมชน 2. ยาโลโมติล 2. รา้ นขายยาในอ�ำ เภอ รพ.สต.หนองขา่ 3. ยาชดุ 3. รถส่งยา รถเร่ 4. นาํ้ สมนุ ไพรอนิ ทรา 4. วทิ ยุกระจายเสียงในชมุ ชน 5. ซันคารา่ 5. ตัวแทนจ�ำ หน่าย คนเดนิ ขาย 6. คาวตองแมก็ ซ์ 6. หมอเทวดา 7. ยาประดงเบอร์ 5 8. ยาถา่ ยพยาธิ 1. กรงุ เทพมหานคร 1. ยาชุด 2. รา้ นขายยาในตัวเมือง 2. ยาลูกกลอน ยาสมนุ ไพร 3. รถเร่ 3. ยาประดง ยาคลายเสน้ 4. รา้ นขายของสง่ 4. ยาปฏชิ ีวนะ 5. รา้ นขายของช�ำ ในชุมชน 5. ยาสตรี 6. นํา้ ผลไมท้ ่มี กี ารโฆษณา เกนิ จริงในการรักษาโรค รพ.สต.หนองไฮน้อย 1. ผลิตภณั ฑอ์ าหารเสรมิ โฆษณา 1. รา้ นของช�ำ รพ.สต.ตาดใหญ่ เกินจริง เช่น น้าํ ผลไม้อนิ ทรา 2. รถเร่ รพ.สต.นาปา่ แซง คาวตองแมก็ ซ์ 3. ร้านขายของสง่ 4. รถเร่ คนเดนิ โฆษณาขาย 2. ยาแกป้ วดตามรถเร่ 3. ยาชดุ แกป้ วดทีข่ ายตามร้านค้า 1. ร้านคา้ ในชมุ ชน 2. รถเรเ่ ขา้ มาขาย ในชุมชน 3. มีจดุ พักขายยาในชุมชน 4. ออรโิ อไมซิน ปอ๊ ก กาโน่ 4. มโี ฆษณาชวนเชอ่ื ทางวิทยุ 1. ยาประดงหมอเสาร์ 2. กาโน่ ป๊อก กระจายเสยี ง 1. รถเร่ 1. กาโน่ ปอ๊ ก 2. ร้านขายของช�ำ 3. ผแู้ ทนจ�ำ หนา่ ย 4. การโฆษณาผา่ นทางวทิ ยุ 106

รายงานสถานการณ์ระบบยา พ.ศ. 2555-2559 เขตรบั ผดิ ชอบ ตัวอย่างยาและผลติ ภัณฑ์ ช่องทางการกระจายยา พน้ื ท่ี/หมูบ่ า้ น สขุ ภาพไม่เหมาะสมในชมุ ชน ทไ่ี ม่เหมาะสมในชมุ ชน รพ.สต.วนิ ยั ดี 1. ยาลกู กลอน ยาชดุ 1. หา้ งขายส่ง 2. กาโน่ ป๊อก 2. รถเร่ รพ.สต.ลือ 3. นา้ํ สมนุ ไพรอนิ ทรา 3. ร้านค้าในชมุ ชน 4. รา้ นขายยา 1. นาํ้ สมนุ ไพรอนิ ทรา 1. หา้ งขายสง่ 2. ป๊อก 2. รา้ นสะดวกซอ้ื 3. ยาปฏชิ ีวนะ 3. ร้านขายยา 4. เดนิ ขายตรง รพ.สต.นาผาง 1. ยาแก้ปวด สมุนไพร น�ำ้ ผลไม้ 5. ตลาดนัด 2. ยาปฏชิ ีวนะ 1. รา้ นค้าในชมุ ชน 2. รถเร่ รพ.สต.ค�ำ โพน 1. ยาชดุ ในร้านชำ� 3. ผ่านวทิ ยคุ ลื่นชมุ ชน รพ.สต.โนนงาม 2. น้าํ ผลไม้สมนุ ไพร 4. รา้ นขายยา รพ.สต.แสนสขุ 3. ยากระตนุ้ ทางเพศ 5. ซือ้ ตามตลาดนดั 1. ยาชดุ 1. ร้านช�ำ ในชุมชน 2. ยาประดง 2. รถเร่ 3. น้ําผลไม้ 3. คนเดนิ ขาย 4. ผลิตภณั ฑอ์ าหารเสริม 4. โฆษณาตามคลื่นวิทยุชุมชน 1. ยาชดุ แกป้ วด 2. สมุนไพรแกป้ วด 1. รา้ นขายของในชมุ ชน 2. รถเร่ รถฉายหนงั หน่วยบริการปฐมภูมิ 1. ยาชุดแก้ปวด 3. ตลาดนดั รพ.ปทุมราชวงศา 2. ยานาํ้ สมนุ ไพร นา้ํ ผลไม้ 4. ร้านขายยา (PCU 3. ยาแก้ปวด 5. วิทยคุ ลนื ชุมชน 1. ร้านขายของชำ� 2. รถเร่ 3. เดนิ ขายตรง 4. ส่งั ซือ้ ทางไปรษณีย์ 1. ร้านขายของช�ำ 2. รถเร่ 3. สือ่ วิทยุ 4. รา้ ยขายยา 107

รายงานสถานการณร์ ะบบยา พ.ศ. 2555-2559 เม่ือสำ�รวจเพ่มิ เติมในปพี .ศ.2558 เพอ่ื ดเู ส้นทางการกระจายยา โดยการสอบถามประชาชนในชุมชน จ�ำ นวน 2,593 คน ที่มีการใช้ยาและสามารถแจ้งแหล่งที่มาของยาที่ตนใช้ พบว่า เส้นทางการกระจายยา 3 อันดับแรก ได้แก่ ไดจ้ ากรา้ นชำ�หรือร้านสะดวกซื้อ 1,237 คน คิดเป็น ร้อยละ 47.7, ได้จาก รพ.สต.และ โครงการต้ยู าของโรงพยาบาล จำ�นวน 623 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 24.03 และได้รับจากรา้ น ขย. 1 จ�ำ นวน 564 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 21.7 (ตารางที่ 3) ตารางท่ี 3 ข้อมูลแหล่งกระจายยาทีป่ ระชาชนได้รบั ยามา แหล่งกระจาย จ�ำ นวน รอ้ ยละ ร้านชำ�/ร้านสะดวกซื้อ 1134/103 47.70 สถานีอนามยั /ตยู้ าชุมชน 24.03 ร้าน ขย. 1 623 21.75 ร้าน ขย. 2 564 2.97 ส่ังซ้ือผา่ นวทิ ยุชมุ ชน-สง่ ทางไปรษณยี ์ 77 1.62 รถเร่ 42 1.39 รา้ นขายของส่ง 36 0.27 ตลาดนัด 7 0.19 หา้ งสรรพสนิ ค้า 5 0.04 สง่ั ทางอนิ เตอร์เนต็ 1 0.04 จดุ พักยาในชุมชน 1 รวม 0 0 2593 100 จากข้อมูลที่พบว่ารา้ นชำ�เปน็ แหลง่ กระจายยาสู่ครัวเรือนเปน็ อนั ดับ 1 นั้น ยังพบอกี วา่ ในประชาชน จ�ำ นวน 1,134 คนท่ซี ือ้ ยาจากรา้ นชำ�นั้น มีจำ�นวน 172 คน (รอ้ ยละ 15.17) ท่ีได้รบั ยาอันตราย และ 151 คน (รอ้ ยละ 13.32) ไดร้ ับยาบรรจเุ สรจ็ ท่ีไม่ใช่ยาอนั ตรายหรือยาควบคุมพิเศษ (กฎหมายอนญุ าตใหร้ า้ นชำ�จำ�หนา่ ย ไดเ้ ฉพาะยาสามัญประจำ�บ้านเท่านั้น ดังนั้น การจำ�หน่ายยาบรรจุเสร็จฯโดยร้านชำ�จึงเป็นการกระทำ�ท่ผี ดิ กฎหมาย) 108

รายงานสถานการณ์ระบบยา พ.ศ. 2555-2559 การจัดการปัญหาการกระจายยาไม่เหมาะสมในชุมชน ทมี งานเหน็ วา่ การแกป้ ญั หายาและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่เหมาะสมในชมุ ชนนน้ั จะตอ้ งมหี ลายภาคสว่ น มาแก้ปญั หารว่ มกัน ไม่สามารถแก้ไขได้โดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงล�ำ พงั ดงั นน้ั จึงมีการจดั ตัง้ คณะกรรมการที่มีสมาชิกมาจากทุกภาคส่วนที่เก่ยี วขอ้ ง คณะกรรมการท�ำ หนา้ ทีก่ ำ�หนดทศิ ทาง การทำ�งานและจัดทำ�แผนปฏิบัติการประจำ�ปีแบบมีส่วนร่วม ซง่ึ มที ้งั แผนเฝ้าระวงั แผนให้การศึกษา และ แผนรณรงค์ใหเ้ กดิ ความตืน่ ตวั และรเู้ ทา่ ทัน โดยได้รับความช่วยเหลือในด้านต่างๆจากหน่วยงานภายนอกดว้ ย เชน่ กพย. ศนู ย์วิทยาศาสตร์การแพทย์อุบลราชธานี อบต. ภายใต้แผนงานต่างๆดังกล่าวนั้น ชุมชนยังได้ รว่ มกนั สรา้ งเครือข่ายอสม.โทรโขง่ ทำ�หน้าที่ในการใหค้ วามร้แู ละสอดส่องเฝ้าระวังยาหรือผลิตภัณฑส์ ุขภาพที่ ไม่เหมาะสมในชุมชน ซง่ึ ภายหลงั การดำ�เนินงานไดร้ ะยะหนง่ึ ก็สังเกตไดว้ ่า จำ�นวนผปู้ ่วยทไี่ ดร้ บั ผลกระทบจาก ปัญหาการใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่เหมาะสมนั้นเริ่มลดลง การส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลทั้งใน ระดับโรงพยาบาลและระดับชุมชนอย่างจริงจัง ทำ�ให้ภาคีเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคอำ�เภอปทุมราชวงศา ได้รับเกียรติจากนายอำ�เภอและผ้กู ำ�กับการสถานีตำ�รวจในการเข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่ายเพ่อื ช่วยเหลือแก้ปัญหา ดังกล่าว นอกจากน้ี กลุม่ ผสู้ อื่ ขา่ วท้องถิน่ ก็ไดใ้ หค้ วามร่วมมือเป็นอย่างดีด้วย ผลการด�ำ เนินงานที่สำ�คัญก็คือ การมีระบบกลไกในการเฝ้าระวังที่ชัดเจน หรือมีศูนย์เฝ้าระวงั การใช้ ยาหรอื ผลิตภัณฑ์สุขภาพภายในชุมชนทั้งอำ�เภออย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้เกิดการทำ�งานทีม่ ีประสทิ ธภิ าพ มี แนวทางการดำ�เนนิ งานท่ีชัดเจน อกี ทง้ั ยงั เกดิ การพัฒนาระบบงานอย่างตอ่ เนื่องด้วย ในดา้ นผลกระทบต่อประชาชนนั้น เป็นที่ชัดเจนว่า ทำ�ให้เกิดแหล่งองค์ความรู้เรื่องผลิตภัณฑส์ ขุ ภาพ เกดิ ข้นึ ในชุมชน เน่ืองจากศูนยเ์ ฝ้าระวังฯคอยให้คำ�ปรึกษาและเป็นแหล่งแลกเปล่ียนเรียนรสู้ �ำ หรับคนในชุมชน ทำ�ใหค้ นในชมุ ชนไม่หลงเชื่อในคำ�เชิญชวนหรือคำ�โฆษณาหลอกลวง นอกจากนี้ ยงั มีการร่วมกันจดั การแกไ้ ข ปัญหารถเรข่ ายยา มกี ารชว่ ยกันแจ้งเตือนภัยเกี่ยวกับผลิตภัณฑส์ ขุ ภาพใหช้ าวบา้ นในชุมชนได้รบั ทราบ รวมท้ัง มกี ารต้งั กฎกติกาของหม่บู ้านเพอื่ ให้หมู่บา้ นปลอดยาไมเ่ หมาะสมในท่สี ดุ วิเคราะห์ปัจจัยสำ�เร็จและข้อเสนอแนะ ในการด�ำ เนนิ งานเพ่ือให้ปัญหาการใช้ยาอย่างไม่เหมาะสมในชุมชนบรรเทาเบาบางลงได้น้นั พบว่า การทำ�งานในลักษณะภาคีเครือข่ายความร่วมมือและมีการบูรณาการงานกับหน่วยงานต่างๆที่เก่ียวข้องมีความ สำ�คญั มาก ภาคเี ครอื ข่ายเหล่าน้ี ได้แก่ อัยการ ตำ�รวจ สถานศกึ ษา ฝ่ายปกครอง องค์กรสว่ นท้องถนิ่ สือ่ มวลชน องค์กรภาคประชาชน ผปู้ ระกอบการ หนว่ ยงานสาธารณสขุ และหนว่ ยงานอนื่ ๆตามความเหมาะสมในแตล่ ะ พน้ื ท่นี ้นั 109

รายงานสถานการณ์ระบบยา พ.ศ. 2555-2559 อีกสิ่งสำ�คัญในการดำ�เนินงานก็คือการเช่ือมข้อมูลเพื่อการจัดการระหว่างหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องกับ ประชาชนในชุมชน หากผูน้ ำ�ชมุ ชนและประชาชนมคี วามรู้ความเขา้ ใจ ชมุ ชนมีกลไกการเฝ้าระวงั ส่งต่อขอ้ มลู ใหแ้ ก่เจา้ หนา้ ที่ และหากเกินศักยภาพของเจ้าหน้าที่ในการจัดการปัญหา เจ้าหน้าทจ่ี ะประสานงานตอ่ ไปยัง หน่วยงานระดบั สงู ข้นึ เช่น สำ�นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา ศนู ยว์ ชิ าการด้านยา ศนู ย์ตรวจสอบยืนยนั ขอ้ มูล จงึ จะสามารถลดปญั หายาทีไ่ ม่เหมาะสมในชมุ ชนได้ ท�ำ ให้กลไกในการเฝ้าระวังมีความเป็นระบบมากข้นึ อยา่ งไรก็ตาม จากประสบการณ์การทำ�งานที่ผ่านมา ทีมงานมีข้อเสนอแนะว่า หน่วยงานสว่ นกลาง ท่ีรับผิดชอบในระดับประเทศควรพัฒนาระบบการเก็บรวบรวมข้อมูลผลกระทบจากการใช้ยาและผลิตภัณฑ์ สขุ ภาพท่ีเกดิ ขึน้ ให้มปี ระสทิ ธภิ าพมากขึ้น ต้องใช้มาตรการและกลยุทธต่างๆในการทำ�ให้มีการรายงานข้อมลู ฯ เขา้ สู่ศูนย์กลางให้มากขึ้น ขอ้ มลู ผไู้ ดร้ บั ผลกระทบ เปน็ ขอ้ มลู เชงิ ประจกั ษ์ เปน็ ตวั อยา่ งทจ่ี ะน�ำ ไปสกู่ ารใหค้ วามรู้แก่ ประชาชนหรือเปน็ ขอ้ มูลท่นี ำ�มาใช้ในการขับเคล่อื นนโยบายทเี่ กี่ยวข้องได้ นอกจากนี้ ส่วนกลางจะต้องเผยแพร่นโยบายและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนลงสู่ทุกระดับ พรอ้ มท้ัง กำ�หนดตวั ชีว้ ัดและมีการนเิ ทศตดิ ตามอย่างจรงิ จงั 110

รราายยงงาานนสสถถาานนกกาารรณณร์ ์ระะบบบบยยาา พพ..ศศ..22555555--22555599 4.5 “โคลิสติน” ยาเถอื่ นฟาร์มหมู ปญั หายีนด้อื ยาสายพันธ์ุใหม่ พรรณี อมรวพิ ธุ พนชิ บรรณาธิการรายงานพิเศษ คมชัดลึก ช่วงเดือนพฤศจิกายนปีพ.ศ.2558 นักวิทยาศาสตร์ในประเทศจีนเปิดเผยผลการค้นพบยีน “เอ็มซีอาร์-วัน” (MCR-1) ในฟาร์มหมูจากเชือ้ แบคทีเรยี “อีโคไล” ท่ีมคี ุณสมบตั ิดือ้ ตอ่ “ยาโคลิสตนิ ” ที่ใช้ รกั ษาโรคในสัตว์และคน สรา้ งความหวาดวิตกให้วงการแพทย์ทั่วโลก เน่ืองจากเป็นยนี กลายพนั ธท์ุ มี่ คี ุณสมบตั ิ พิเศษสามารถถ่ายทอดการดื้อยาไปยังยีนตัวอื่นและแพร่จากสัตว์สู่มนุษย์ได้ด้วย มีการคาดการณ์ว่า หาก ยีนเอม็ ซอี าร-์ วันระบาดกว้างในสิ่งแวดล้อม จะทำ�ให้มนุษย์เสียชีวิตจากการติดเชื้อดื้อยาเป็นจำ�นวนมากขึ้น อกี หลายเทา่ เฉพาะในทวีปเอเชียในปพี .ศ.2593 อาจมผี เู้ สียชวี ติ จากเชอื้ ดอื้ ยาสงู ถงึ 4.7 ลา้ นคน เวลาผ่านไปไม่กี่เดือน ในเดือน พฤษภาคม พ.ศ.2559 วงการแพทย์ ส ห ร ั ฐ อ เ ม ร ิ ก ารายงานว่าพบคนไข้มียีน “เอม็ ซีอาร-์ วัน” ทีไ่ ม่เคยปรากฏมาก่อนใน สหรฐั อเมริกา ยีนที่พบนี้มีคุณสมบัตดิ ื้อยา “โคลิสติน” ซง่ึ เป็นยาที่มีประสิทธิภาพ ในการรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียขั้นสูง หลังจากนั้นมีการส่งข้อมูลไปทั่วโลกให้ เฝ้าระวงั “ยนี ด้อื ยาโคลสิ ติน” จากหมสู คู่ น 111

รายงานสถานการณ์ระบบยา พ.ศ. 2555-2559 ขณะท่ีนกั วทิ ยาศาสตรใ์ นตา่ งประเทศก�ำ ลงั พยายามส�ำ รวจหายนี เอม็ ซอี าร-์ วนั เพอ่ื ดวู า่ มกี ารแพร่ระบาด ในประเทศใดบ้าง ในประเทศไทย ทมี นกั วจิ ยั จากมหาวทิ ยาลยั มหดิ ลและจุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั ก็ได้รว่ มกัน ค้นคว้านำ�ตัวอย่างเชื้ออีโคไลจากฟาร์มหมูที่เคยเก็บรักษาไว้ในตู้แช่แข็งมาตรวจสอบใหม่อย่างละเอียด ผลปรากฏว่า ทมี วิจยั สามารถตรวจพบยีนเอม็ ซีอาร-์ วนั ไดใ้ นเช้ือที่เก็บไว้จากหมขู นุ ไมม่ อี าการปว่ ยใน 3 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม ชลบรุ ี และราชบรุ ี แสดงถงึ ความเสี่ยงของประเทศไทยตอ่ การแพรร่ ะบาดของยนี ดือ้ ยาน้ี รศ.นสพ.ดร.ณวุ รี ์ ประภัสระกลู อาจารย์ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์ มหาวทิ ยาลัย หนงึ่ ในทีมวิจยั ข้างต้นใหข้ ้อมลู ว่า จากการศึกษายอ้ นหลังเพ่อื ตรวจหาเช้อื อีโคไลที่เพาะแยกจาก หมูในฟารม์ ทีเ่ กบ็ ตัวอย่างไวต้ งั้ แต่ปคี .ศ.2004–2014 (พ.ศ.2547-2557) โดยเลือกวิเคราะห์เฉพาะขอ้ มูลพ้นื ที่ 3 จงั หวดั ไดแ้ ก่ นครปฐม ราชบุรี และชลบรุ ี ไดม้ าจ�ำ นวนทง้ั สิน้ 17 ฟาร์ม เปน็ ฟารม์ ขนาดกลาง มลี กู หมูตงั้ แต่ 100-1,000 ตัว จากผลการวิจัย พบว่า ฟาร์มหมูใน “นครปฐม” ปี พ.ศ.2555 จากจำ�นวนสุ่มตรวจทงั้ หมด 5 ฟาร์ม พบเช้ือดอื้ ยาโคลสิ ติน 2 ฟารม์ และพบยีนเอม็ ซอี าร-์ วัน จำ�นวน 1 ฟารม์ ปี พ.ศ.2556 จากจ�ำ นวนสุ่มตรวจ ทง้ั หมด 4 ฟาร์ม พบเชื้อดื้อยาโคลสิ ตนิ ท้งั 4 ฟารม์ และพบยีนเอน็ ซอี าร์-วนั จำ�นวน 2 ฟาร์ม 112

รายงานสถานการณ์ระบบยา พ.ศ. 2555-2559 ผลส�ำ รวจฟารม์ หมูในจังหวัด “ราชบุรี” ปี พ.ศ.2557 จำ�นวนสุ่มตรวจทั้งหมด 5 ฟาร์ม พบเชื้อดื้อยา โคลิสติน 4 ฟาร์ม และพบยนี เอ็นซอี าร-์ วัน จ�ำ นวน 2 ฟารม์ สว่ นฟาร์มหมูในจงั หวัด “ชลบุร”ี นน้ั ปี พ.ศ.2556 ทีมวจิ ยั สุ่มตัวอยา่ งมาทงั้ หมด 3 ฟาร์ม พบเชื้อดอื้ ยาโคลสิ ตนิ 3 ฟาร์ม และพบยนี เอ็นซอี าร์-วัน จำ�นวน 2 ฟาร์ม รศ.นสพ.ดร.ณุวีร์ กลา่ วว่า เมือ่ มีข้อมลู ยนื ยันว่าพบเชอ้ื อีโคไลทีม่ ียนี เอม็ ซีอาร์-วนั ในประเทศไทย จากน้ีไปควร มแี ผนการเฝ้าระวังและควบคมุ การใช้ยาปฏิชีวนะในฟารม์ หมู เนอ่ื งจากยีนเอ็มซีอาร์-วันเป็นยนี ทอ่ี ยู่ในสว่ นของ พลาสมิด (นอกดเี อ็นเอ) จงึ สามารถสง่ ผา่ นหรือเคลื่อนย้ายไปยังเชื้ออีโคไลตัวอื่น และแบคทเี รียตวั อนื่ ไดด้ ้วย เช่น “ซลั โมเนลล่า” (Salmonella spp.) ที่เป็นสาเหตุทำ�ให้เกิดโรคอุจจาระร่วงและอาหารเป็นพิษ รวมถงึ “เครบซีลลา” (Klebsiellar spp.) ทีเ่ ปน็ สาเหตทุ �ำ ให้เกิดโรคในทางหายใจ วนั ที่ 24 มกราคม พ.ศ.2560 นสพ.สรวศิ ธานีโต รองอธบิ ดีกรมปศุสตั ว์ พรอ้ มด้วยตวั แทนสัตวแพทย สมาคมแหง่ ประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มสุกรไทย สมาคมผู้เลี้ยงสกุ ร แหง่ ชาติ สมาคมผ้ผู ลิตอาหารสตั ว์ไทย และสำ�นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกันแถลงขา่ ว เร่อื ง “ภาคปศุสัตว์ยํ้าคุมเข้มการใช้ยาปฏิชีวนะในสัตว์ แนะผู้บรโิ ภคเลอื กซือ้ เนื้อสัตว์จากฟาร์มมาตรฐานปลอดภัย” ณ โรงแรมเดอะสโุ กศล พญาไท กรุงเทพฯ โดยเนื้อหาสรุปไดว้ ่า ท่ผี า่ นมาตง้ั แต่มีการรายงานทางวิชาการและมี ขา่ วสารเกย่ี วกับการดือ้ ยาต้านจุลชีพโดยเฉพาะการตรวจพบยนี ดื้อยาโคลสิ ติน เอ็มซีอาร-์ วนั ในประเทศจนี นั้น ปัจจบุ นั ยงั ไมพ่ บหลักฐานการถา่ ยทอดยีนด้อื ยาดังกลา่ วระหวา่ งมนุษยแ์ ละสัตวใ์ นประเทศไทย แตก่ รมปศุสตั ว์ ไดด้ �ำ เนนิ มาตรการป้องกันไว้แล้ว เช่น มีหนังสือแจ้งไปยังภาคเอกชนและสมาคมเกี่ยวข้องกับการเลี้ยงสัตว์ เช่น สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งประเทศไทย สมาคมสัตวแพทย์ผู้ประกอบการบำ�บัดโรคสัตว์แห่งประเทศไทย สตั วแพทยสภา สมาคมสตั วแพทย์ ผ้คู วบคุมฟารม์ เพอ่ื ขอใหค้ วบคมุ และลดปริมาณการใชย้ าปฏชิ ีวนะในสัตว์ โดยเฉพาะโคลิสติน ควรใชใ้ นกรณีท่จี �ำ เปน็ จรงิ ๆเทา่ นนั้ ใหเ้ ปน็ เสมอื นทางเลอื กสุดท้ายในการรกั ษาสตั ว์ และกรมปศุสัตว์ได้ประสานไปยงั ส�ำ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสขุ ในการ พิจารณาดำ�เนนิ การทบทวนทะเบยี นสูตรตำ�รบั ยาและข้อบังคับในการใชย้ าโคลิสตนิ ให้เหมาะสม เพิ่มการจำ�กดั ชอ่ งทางการกระจายยาหรอื ควบคมุ ไมใ่ หม้ กี ารลักลอบซอื้ ขาย พร้อมทั้งตั้งเปา้ จ�ำ กดั ปริมาณการขายยาโคลิสตนิ ให้ลดลงอย่างน้อย 70% ด้วยการบงั คบั ใชก้ ฎหมายอย่างเข้มงวดกับผนู้ ำ�เขา้ ผูผ้ ลิต ผขู้ าย หรือผู้ใช้ยาสัตวแ์ ละ อาหารสัตว์ท่ีผสมยา ข้อมลู จากกรมปศสุ ัตว์ พบวา่ ในปีพ.ศ.2559 มกี ารจับกมุ ด�ำ เนนิ คดีมากกว่า 100 ราย พร้อมยดึ ผงโคลสิ ตนิ เถือ่ นทีเ่ ปน็ เภสชั เคมภี ัณฑ์ดว้ ย ฟารม์ เลย้ี งสัตวท์ ่ีลักลอบใชย้ าเถอื่ นหรอื ใชย้ าผดิ วธิ ี รวมถงึ ผู้ประกอบการนำ�เขา้ ผลติ หรอื ขายผลติ ภณั ฑ์ สินค้าอาหารสตั ว์และยารักษาสตั วโ์ ดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดกฎหมายตามมาตรา 12 แหง่ พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 โทษฐานขายยาแผนปจั จุบนั โดยไมไ่ ด้รับอนญุ าต ตอ้ งระวางโทษจ�ำ คกุ ไมเ่ กนิ 5 ปแี ละปรับไม่เกิน 1 หม่ืน บาท และมาตรา 72(4) ขายยาทมี่ ไิ ดข้ ึน้ ทะเบียนตำ�รบั ยา ต้องระวงั โทษจ�ำ คุกไมเ่ กิน 3 ปหี รอื ปรบั ไม่เกนิ 5,000 บาท หรือทง้ั จ�ำ ทัง้ ปรับ ชว่ งกลางปีพ.ศ.2559 ทมี ขา่ วหนงั สอื พิมพ์ “คมชัดลึก” ได้ลงพน้ื ทีฟ่ าร์มหมภู าคกลางเพ่อื สำ�รวจปัญหา “โคลสิ ติน” โดยเฉพาะการใช้ยาโคลิสตินผิดกฎหมายหรือยาเถื่อน ทำ�ให้พบว่าฟาร์มหมูส่วนใหญท่ ่ไี ม่ได้ เปน็ ฟารม์ ปลอดสารพิษ ถูกชักชวนให้ใชย้ าโคลสิ ตินท่ีผดิ กฎหมายและผิดวิธี โดยน�ำ ยาโคลสิ ตินเปน็ สว่ นผสมของ อาหารหรือใชเ้ ป็นยาปอ้ งกันรักษาโรคโดยไมม่ กี ารปรึกษาสัตวแพทย์ เชน่ ฟาร์มหมูแห่งหนงึ่ ใน จ.นครปฐม แหลง่ เลย้ี งหมสู �ำ คญั ของไทย พบการใช้ยาปฏิชีวนะหลายชนิด ผสมในอาหารสำ�หรับเลี้ยงหมู ทั้งในฟาร์ม “ลูกหมู” และ “หมูขุน” โดยมีต้นทุนค่ายาประมาณหลักหมื่นถึง 113

รายงานสถานการณร์ ะบบยา พ.ศ. 2555-2559 แสนบาทต่อเดอื นแลว้ แตข่ นาดของฟารม์ หมู สาเหตทุ เี่ รมิ่ ใช้ยาปฏิชวี นะเนอื่ งจากกลุ่มธรุ กจิ ขายผลติ ภณั ฑจ์ ากหมู ส่งทมี ขายเขา้ มาติดต่อชักชวนให้เจา้ ของฟาร์มหมเู ขา้ ไปในเครือขา่ ย “คอนแทรคฟาร์ม” ตัวแทนบริษทั เหล่านี้ จะพาเกษตรกรไปดงู านฟารม์ ตวั อยา่ งทอ่ี า้ งวา่ ประสบความส�ำ เรจ็ เพอ่ื ชกั จงู ใหเ้ ขา้ มาเปน็ เครอื ขา่ ยคอนแทรคฟารม์ โดยมีเง่ือนไขต้องซอื้ ยา วคั ซนี และอาหารจากบริษัทตน้ สังกัดเท่านนั้ แล้วทางบรษิ ัทจะรบั ซ้ือลูกหมทู งั้ หมด จากการเกบ็ ถุงขยะที่ใส่ขวดยาทิ้งของฟาร์มลูกหมูขนาด 300 ตัวแห่งหนึ่งมาตรวจสอบรายละเอียด พบขวดยาใช้แล้วในถงุ ขยะจ�ำ นวนทง้ั สนิ้ 96 ขวด แบ่งตามประเภทยาได้ 3 ประเภท คือ ประเภทท่ี 1 ยาตา้ น แบคทีเรีย (antibacterial) เป็นขวดยาฉีดจำ�นวน 65 ขวด ประเภทที่ 2 วัคซีน ชีววัตถุ ยาตา้ นพาราไซต์ (vaccine and other antiparasites) จำ�นวน 12 ขวด ประเภทที่ 3 ยาชนิดอื่นๆ เช่น ยาลดไข้ แก้ปวด ยาสเตียรอยด์ (steroids) จำ�นวน 19 ขวด ภาพประกอบ : ตวั อยา่ งขวดยาใชแ้ ล้วจากฟาร์มเล้ยี งลกู หมูแห่งหนึง่ ใน จ.นครปฐม ภาพประกอบ : ขวดยาใชแ้ ล้วจากฟาร์มเลี้ยงลูกหมู จ.นครปฐมทนี่ �ำ มาแยกแยะประเภทของยา 114

รายงานสถานการณ์ระบบยา พ.ศ. 2555-2559 ผศ.ภญ.นยิ ดา เกยี รติยงิ่ องั ศุลี ผจู้ ัดการศูนยว์ ิชาการเฝา้ ระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) จุฬาฯ ให้ ขอ้ มลู หลงั พจิ ารณาฉลากและเอกสารกำ�กับบนขวดยาในถุงขยะ พบยาปฏชิ ีวนะหรอื ยาต้านแบคทเี รียทัง้ หมด 11 รายการ จำ�นวน 65 ขวด ที่น่าสังเกตคือ พบยาสำ�หรับใช้ในคนในฟาร์มเลี้ยงหมู 14 ขวด 2 รายการ คือ “เพนิซลิ ลนิ จี โซเดียม” (Penicillin G Sodium) จำ�นวน 7 ขวด และ “เซฟไตรอะโซน” (Ceftriaxone) จ�ำ นวน 7 ขวด มีทะเบียนยา และอีก 9 ขวด ไม่มีเลขทะเบียนยา หรือจัดเป็นยาเถื่อน มีข้อความระบุข้างขวดว่าห้าม ซื้อขาย เนอ่ื งจากเป็นยาโครงการสตั วแพทย์ฝึกหัดในมหาวิทยาลัยรฐั แหง่ หน่ึงในภาคเหนือ นอกจากนย้ี งั พบขวดยามีส่วนผสมของ “โคลิสติน” (Colistin) กับ “อะม็อกซีซิลลิน” (Amoxycillin) 5 ขวด มี 2 ขวด เปน็ ยาเถ่ือนระบยุ ่หี อ้ Polispen ไมม่ ที ะเบยี นยา ส่วนอีก 3 ขวด มที ะเบยี น จากการพบขวดยาโคลิสตินไม่มีทะเบียนในฟาร์มหมูที่นครปฐมแห่งนี้ เป็นหลักฐานชัดเจนว่ามกี าร ลักลอบใชย้ าโคลิสตินผิดกฎหมาย แสดงถึงวา่ ยังมปี ัญหาในการควบคมุ การกระจายยาโคลิสติน ทัง้ ทีเ่ ปน็ ตวั ยา ส�ำ คญั ทคี่ วรควบคุมการใชใ้ นการรกั ษาโรคและการจำ�หน่ายอย่างเคร่งครดั   วงการแพทย์ทราบกันดีว่า อันตรายจากการใช้โคลิสตินในฟาร์มปศุสัตว์ อาจทำ�ให้เกิดปัญหารุนแรง ในอนาคต 2 ประการ ประการแรกได้แก่ ปัญหาสารตกค้างในร่างกายของสัตว์ ทั้งนี้หากมีการผสมยา ปฏิชีวนะในอาหารส�ำ หรบั สตั วห์ รือฉีดเข้าร่างกายสัตว์แล้ว ควรมีเวลาพักให้ร่างกายกำ�จดั ยาออกไปอยา่ งน้อย 2-3 วนั กอ่ นนำ�มาชำ�แหละเพอ่ื จ�ำ หน่ายใหผ้ ู้บริโภค แต่ถา้ ผขู้ ายไมเ่ ว้นระยะ สารตกค้างที่อยใู่ นเนื้อสตั วอ์ าจ สะสมเป็นพิษในตวั ผ้บู ริโภค ถา้ สะสมในปริมาณมากจะทำ�ใหเ้ กิดอาการไตวายได้ ประการทส่ี อง โคลิสตนิ เป็นยาปฏิชีวนะที่มักใช้ในคนไข้ที่มีเช้ือดอ้ื ยา ไมส่ ามารถใช้ยาปฏชิ วี นะตัวอ่นื ไดผ้ ล โดยปกติแลว้ ยาโคลสิ ตินสามารถฆา่ เชอ้ื แบคทีเรียทง้ั หมดในร่างกาย เชน่ ท่ปี าก ล�ำ ไส้ ผิวหนัง แต่หากใช้ ไม่ถูกวิธี แบคทีเรียจะพัฒนาตวั เองใหด้ ื้อยาโคลสิ ติน และอาจถ่ายทอดยีนดอ้ื ยาไปให้แบคทเี รยี ตวั อืน่ ในรา่ งกาย มนุษยไ์ ดอ้ ีกดว้ ย “ยาโคลสิ ตนิ ” เปรยี บเสมอื นทางเลอื กสดุ ทา้ ย ทแ่ี พทยจ์ ะใชร้ กั ษาผปู้ ว่ ยเมอ่ื ยาปฏชิ วี นะตา่ งๆไม่สามารถ ฆา่ เช้อื ไดแ้ ล้ว โดยเฉพาะเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาลที่เกาะติดอยู่ในเครื่องมือแพทย์ เช่น เชื้อดื้อยา “อซีเนโต แบคเตอร์ บอแมนนิไอ” (Acinetobacter baumannii) หรือบางครั้งเรียกสั้นๆ ว่า เชื้อแบคทีเรีย “เอบอม” (A-bomb) มกั พบเชื้อโรคเหลา่ น้ใี นท่อช่วยหายใจ สายสวน ฯลฯ ค�ำ ถามส�ำ คญั คอื ประเทศไทยมกี ารพบยนี เอม็ ซอี าร-์ วนั (MCR-1) หรอื ไม่ ? เม่อื เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2559 มงี านวจิ ัยตพี ิมพก์ ่ียวกบั การแพรก่ ระจายของยนี เอ็มซีอาร-์ วนั (MCR- 1) เรอ่ื ง “Dissemination of the mcr-1 colistin resistance gene” Vol 16 February 2016 จากเว็บไซต์ www.thelancet.com/infection โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการค้นพบการกระจายตัวของเชื้อดื้อยาโคลิสติน พร้อมระบปุ ระเทศที่พบเชอ้ื เอม็ ซีอาร-์ วนั ในมนุษย์ หมู และไก่ โดยช่วงปี พ.ศ.2553–2558 มีจำ�นวนทัง้ สน้ิ 16 ประเทศ ไดแ้ ก่ เยอรมนี ฝรัง่ เศส องั กฤษ สวติ เซอรแ์ ลนด์ เนเธอรแ์ ลนด์ เดนมาร์ก โปรตุเกส เบลเยียม แอลจเี รีย ส�ำ หรบั ประเทศฝง่ั เอเชยี ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย และประเทศไทย ส�ำ หรับไทยนน้ั มรี ายงานการพบยีนเอม็ ซีอาร์–วนั ในมนุษย์ (Human) จำ�นวน 2 รายเมือ่ ปี 2555 115

รายงานสถานการณร์ ะบบยา พ.ศ. 2555-2559 สอดคลอ้ งกบั เอกสารรายงาน “สถานการณ์การเกิดโรคประจำ�สัปดาห์ที่ 24 ระหว่างวันที่ 12-18 มิถนุ ายน พ.ศ.2559” ทมี ตระหนักรู้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่ามีการตรวจพบยนี ด้ือยา ดังกลา่ วในตวั อย่างปสั สาวะของผู้ปว่ ยชายท่ีเพชรบรู ณ์ โดยมขี อ้ ความบางส่วนดังนี้ “พบผปู้ ่วยตดิ เชอื้ Escherichia coli มียีนดอื้ ยา mcr-1 ส�ำ นกั ระบาดวทิ ยาได้รบั รายงานจาก สถาบนั วิจยั วทิ ยาศาสตร์สาธารณสขุ จ.นนทบุรี โดยศนู ย์เฝา้ ระวังเช้อื ดอ้ื ยาต้านจุลชีพแหง่ ชาติได้ตรวจพบ เชื้อ Escherichia coli มียีนด้อื ยา mcr-1 จากตัวอยา่ งปสั สาวะของผูป้ ว่ ยไทย เพศชาย อายุ 63 ปี อาศัย อยู่  ต.ทา่ โรง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ผู้ปว่ ยถกู ส่งต่อมาจากโรงพยาบาลวเิ ชยี รบุรี จ.เพชรบรู ณ์ มาที่โรง พยาบาลเพชรบรู ณ์ จ.เพชรบรู ณ์ ผ้ปู ่วยเขา้ รับการรักษาคร้ังแรกระหวา่ งวันท่ี 23 มกราคม-25 กมุ ภาพนั ธ์ 2559 ด้วยอาการ Intracerebral hemorrhage แพทย์ไดผ้ า่ ตัด และผูป้ ่วยเขา้ รบั การรกั ษาครัง้ ที่ 2 ระหวา่ งวนั ท่ี 8-11 เมษายน 2559 ดว้ ยโรคหลอดลมอกั เสบ จากการสอบสวนเพิ่มเติมพบว่าผลพบเชื้อดื้อยาในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 (ดื้อต่อยา ertapenem/ imipenem/ meropenem) ซึ่งอยู่ในช่วงที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาตัวอยทู่ ่ีโรงพยาบาล จึงคาดวา่ ผปู้ ่วยติดเชื้อดื้อยาจากโรงพยาบาล แต่ทั้งนี้ผลการติดเชื้อดื้อยาถูกแจ้งกลับมายังโรงพยาบาล เพชรบรู ณเ์ มื่อเดือนเมษายน 2559 แต่เนื่องจากผู้ป่วยถูกส่งตัวกลับไปรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาล วเิ ชยี รบรุ ี เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์จึงได้รีบประสานโรงพยาบาลวิเชียรบุรีให้แยกรักษาผู้ป่วย รายดงั กลา่ ว” จากการพบปญั หาการใช้ยาโคลิสตินผิดวิธีและผิดกฎหมาย ทำ�ให้เครือข่ายแพทย์และกลุ่มคุ้มครอง ผู้บริโภคเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งออกนโยบายที่ชัดเจนเพื่อแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยสรุปข้อเรียกรอ้ งได้ 5 ประการดงั นี้ 1. สนับสนุนการทำ�วิจัยคน้ หาเชือ้ ดอื้ ยาโคลสิ ตินและยีนเอ็มซีอาร-์ 1 ในฟาร์มปศุสตั ว์ โดยเฉพาะจากหมู คนเล้ียงหมู สง่ิ แวดลอ้ มในฟารม์ หมู 2. ศกึ ษาวจิ ัยยนี ด้อื ยา “เอ็มซีอาร-์ 1” ทพ่ี บในผปู้ ่วยคนไทยแล้วอยา่ งละเอยี ด โดยเฉพาะความสามารถ ในการถ่ายทอดแลกเปล่ียนยนี ดอื้ ยากับเชือ้ โรคอ่ืนๆ 3. ตรวจสอบหาผ้ปู ว่ ยในโรงพยาบาล ทีม่ ีอาการด้ือยาโคลสิ ตนิ พรอ้ มท้งั รายงานสถานการณ์อยา่ งเปดิ เผยตามขอ้ เท็จจริงเพื่อให้ทุกฝา่ ยได้เฝา้ ระวงั 4. มีนโยบายควบคุมการซอื้ ขายยาโคลสิ ตินสำ�หรับสตั วอ์ ยา่ งเรง่ ด่วน โดยเฉพาะการอนุญาตใหข้ ายได้ จะตอ้ งมใี บสง่ั ยาจากสตั วแพทย์เท่านัน้ 5. ออกนโยบายเรง่ ดว่ นในการปราบปรามและจับกุมการซื้อขายยาโคลิสตินเถื่อน ทั้งผู้นำ�เขา้ ผผู้ ลิต ผจู้ ำ�หน่าย โดยใชม้ าตรการขัน้ เดด็ ขาด 116

รายงานสถานการณ์ระบบยา พ.ศ. 2555-2559 5. สถานการณด์ ้านการโฆษณา 5.1 สถานการณป์ ญั หาการโฆษณา ผลติ ภัณฑส์ ขุ ภาพ 5.2 สถานการณ์การโฆษณาผลติ ภณั ฑ์ สุขภาพอยา่ งผิดกฎหมายทางวทิ ยุ 5.3 การจัดการปัญหาการโฆษณาผลติ ภัณฑ์ สุขภาพอยา่ งผดิ กฎหมายในมมุ มอง ของผบู้ ริโภค 111177

รายงานสถานการณร์ ะบบยา พ.ศ. 2555-2559 5.1 สถานการณป์ ญั หาการโฆษณา ผลิตภัณฑ์สขุ ภาพ สนุ ทรี ท.ชยั สมั ฤทธิ์โชค คณะเภสชั ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั 1. สถานการณป์ จั จบุ นั และแนวโนม้ ของสถานการณ์ใน 3-5 ปขี า้ งหนา้ ในชว่ งต้นทศวรรษ 2550 ที่ผ่านมา อาจกล่าวได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่มีการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ ผดิ กฎหมายมากท่ีสดุ เนื่องจากการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการสอื่ สารเข้าสยู่ คุ ดจิ ติ อล (Digital Age) ส่ือในกลุ่มน้ี ขยายตัวขนึ้ อยา่ งรวดเรว็ จำ�นวนช่องโทรทัศน์เพมิ่ จาก 5 ชอ่ งเป็นนบั ร้อยนับพนั ช่อง สว่ นวิทยกุ ระจายเสียงเพิ่ม จากไม่กรี่ อ้ ยช่องเปน็ เจด็ ถงึ แปดพนั ช่องและยงั มีแนวโน้มท่จี ะเพมิ่ ขน้ึ อกี อย่างต่อเน่ือง รวมถงึ ระบบอินเตอรเ์ นต็ ในปจั จบุ นั เป็นระบบที่มคี วามเร็วสงู ทำ�ให้ผู้บรโิ ภคสว่ นหนึ่งเริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบการดูโทรทศั น์และฟังวทิ ยุ เปน็ การดผู า่ นโทรศัพท์เคล่อื นท่ี และในชว่ ง 3-5 ปขี า้ งหนา้ ผบู้ รโิ ภคสว่ นใหญ่จะดูโทรทศั น์และฟังวทิ ยผุ ่าน โทรศพั ท์เคลอ่ื นที่ การขยายตัวของเทคโนโลยีการสื่อสารทำ�ให้ธุรกิจสื่อโฆษณาขยายตัวอย่างรวดเรว็ เพราะ ลงทุนต่ํา สะดวกและเขา้ ถงึ ตัวผู้บริโภคได้ง่ายกว่าเดิมมากเมื่อเป็นการสื่อสารผ่านโทรศัพท์เคลอ่ื นท่ี สอ่ื เหลา่ น้ี สามารถโน้มน้าวให้เกิดการซื้อขายผ่านระบบออนไลน์หรือธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้อีกด้วย รวมถึงเกิดการ หลอกลวงให้ซ้ือแบบเบ็ดเสร็จในช่วงเวลาไม่กี่นาที ผู้บริโภคต้องเผชิญกับอันตรายจากการบริโภคผลิตภัณฑ์ สุขภาพที่หลอกลวงและผดิ กฎหมายเพิ่มมากขน้ึ อกี การจัดการปญั หาโฆษณาผลิตภณั ฑ์สขุ ภาพนีด้ ้วยมาตรการ ทางกฎหมายเป็นเร่ืองยากและทา้ ทายมากขึ้นหลายเทา่ ตัว ล�ำ พังการทำ�หนา้ ที่กำ�กับดูแลสือ่ โฆษณาแบบเดมิ โดย สำ�นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และส�ำ นกั งานสาธารณสุขจงั หวดั (สนง.สสจ.) ไม่สามารถเทา่ ทัน กบั การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีได้ 118

รายงานสถานการณร์ ะบบยา พ.ศ. 2555-2559 อยา่ งไรก็ตาม การเกิดขึ้นของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคมแหง่ ชาติ (กสทช.) ในช่วงปลายปพี .ศ.2555 และการเขา้ มาจดั ระเบียบควบคุมส่อื ทกุ ประเภทของ คณะรกั ษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ภายใต้การนำ�ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาในปีพ.ศ.2557 สง่ ผลท�ำ ให้สื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายหยุดชะงักลงได้ระยะหน่ึง ท้ังนี้ บรรดาองค์กรผบู้ ริโภค เชน่ ศูนย์วชิ าการเฝา้ ระวงั และพัฒนาระบบยา (กพย.) แผนงานพฒั นาวิชาการและกลไกค้มุ ครองผูบ้ รโิ ภคดา้ น สขุ ภาพ (คคส.) และมูลนิธเิ พอื่ ผู้บริโภค (มพบ.) ก็มสี ว่ นสำ�คญั ที่ทำ�ให้ปัญหาการโฆษณาดังกล่าวลดลงไปบ้าง จากการประมาณการของหน่วยงานหลายแห่ง ซึ่งได้แก่ สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม, Euromonitor International119, ศูนย์ข้อมูลกสิกรไทย120 และสภาอุตสาหกรรมแหง่ ประเทศไทย121 คาดวา่ มูลค่าตลาดของผลิตภัณฑ์สุขภาพเฉลี่ยในแต่ละปีน่าจะอยู่ระหว่าง 80,000-100,000 ล้านบาท บางสำ�นัก คาดการณ์ว่าจะสูงถึง 160,000 ล้านบาท โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ฟังก์ชันแนล วิตามนิ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยาและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร เฉพาะกลุ่มยาและผลิตภัณฑ์ จากสมนุ ไพรมีมลู คา่ ไม่ตา่ํ กวา่ ปีละ 10,000 ลา้ นบาท ผลิตภัณฑ์เหลา่ นมี้ อี ัตราการเติบโตเพ่ิมสงู มากถึงรอ้ ยละ 6-10 ตอ่ ปี ทั้งๆทีม่ ีการใชท้ รัพยากรในการลงทุนไมส่ งู แต่มีโอกาสได้ผลกำ�ไรตอบแทนกลับมาอยา่ งมหาศาล เนอ่ื งจากผบู้ รโิ ภคไทยมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับยาและสขุ ภาพจ�ำ กดั จงึ ท�ำ ใหม้ กี ารใช้สื่อโฆษณาผา่ นช่องทาง ต่างๆ โน้มน้าวใหใ้ ช้ผลิตภณั ฑ์สุขภาพในลักษณะที่เป็นจริงเพียงบางส่วน (half-truth) นับวันปริมาณส่ือที่ ให้ความรู้ในลักษณะน้ีจะเพม่ิ มากขน้ึ เร่อื ยๆ โดยที่หน่วยงานที่รับผิดชอบไม่สามารถติดตามใหข้ อ้ มลู ทเี่ ปน็ จริง ไดอ้ ย่างเท่าทัน ประกอบกับผู้บริโภคไม่มีแหล่งที่จะตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องเชื่อถอื ไดด้ ้วยตนเอง และเมื่อ สื่อโฆษณาใดทำ�การโฆษณาซํา้ ๆ ยา้ํ เตือนบอ่ ยครงั้ โดยไม่ถกู ด�ำ เนินคดตี ามกฎหมาย ผบู้ รโิ ภคย่อมเข้าใจว่าเป็น ข้อมูลนั้นเป็นจรงิ และอาจใช้แหล่งนั้นเป็นแหล่งข้อมูลความรู้ที่สำ�คัญ สื่อโฆษณาจึงสามารถทำ�ใหเ้ กิดการใช้ ผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพได้สำ�เร็จ โดยเฉพาะยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารท่ไี ม่จำ�เป็นตอ่ สุขภาพ เม่ือตรวจสอบมูลคา่ ด้านการตลาดของผลิตภัณฑ์สุขภาพในแต่ละปี จะพบว่ามยี อดการโฆษณาเฉลี่ย อยูร่ ะหวา่ งร้อยละ 10 - 20 ของมูลค่าตลาด ซึ่งเป็นเงินไม่น้อยกว่าปีละ 8,000-20,000 ล้านบาท สัดส่วน การโฆษณาท่สี งู มากเชน่ นี้เมือ่ มกี ารให้ข้อมูลอย่างผดิ ๆ ยอ่ มทำ�ให้ผู้บริโภคใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างไม่ถูกตอ้ ง เป็นจ�ำ นวนมากตามไปดว้ ย ในปีพ.ศ.2556 ศูนย์เฝ้าระวังและรับเรื่องร้องเรียนผลิตภัณฑ์สุขภาพของอย. ได้รายงานว่าในการ ดำ�เนนิ งานเฝ้าระวงั โฆษณาผลิตภณั ฑส์ ขุ ภาพตง้ั แต่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2555 – 30 กันยายน พ.ศ.2556 พบว่า มกี าร โฆษณาผลิตภัณฑส์ ขุ ภาพจ�ำ นวน 9,008 ราย มกี ารร้องเรียนรวมทง้ั ส้ิน 1,236 เรื่อง เปน็ เร่อื งเก่ียวกับผลติ ภณั ฑ์ อาหารสูงที่สุดคือ 584 เรื่องหรือคิดเป็นร้อยละ 47.09 เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยา 264 เรื่องหรือร้อยละ 21.36 เกยี่ วกับเครอ่ื งสำ�อาง 181 เร่อื งหรือรอ้ ยละ 14.64 โดยมีสถิตกิ ารจดั การปญั หาโฆษณาแสดงไว้ในตารางท่ี 1 119 คนไทยใช้จ่ายเพอื่ สขุ ภาพพงุ่ กระฉูด. สืบค้นจาก http://www.thaipost.net/node/51440.เมื่อ 14 เมษายน 2559 120 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย 24 สิงหาคม 2558 สบื คน้ จากhttp://www.kasikornbank.com/SME/Documents/KSMEAnalysis/IndustrySolution_ FoodsAndBeverages_2015.pdfเม่ือ 14 เมษายน 2559 121 ขา่ วสภาอตุ สาหกรรมแหง่ ประเทศไทย 29 กมุ ภาพันธ์ 2559 สืบค้นจากhttp://www.fti.or.th/2016/download/message/up_010359_ food_329.pdf เมือ่ 14 เมษายน 2559 119

รายงานสถานการณร์ ะบบยา พ.ศ. 2555-2559 ตารางที่ 1 สถติ ิการจดั การปญั หาโฆษณาผลิตภณั ฑ์สขุ ภาพ ปีพ.ศ.2556 รายการ อาหาร ยา เคร่อื งส�ำ อาง เครอื่ งมือแพทย ์ วตั ถุอันตราย อ่นื ๆ รวม การเฝา้ ระวงั โฆษณา ผลการดำ�เนนิ การแก้ไข 2,999 1,917 3,322 487 280 9 9,008 คดิ เปน็ รอ้ ยละ 2.068 477 2,262 294 118 0 5,219 68.96 24.88 68.09 60.37 42.14 0.00 57.93 ทีม่ า: ศนู ยเ์ ฝา้ ระวงั และรับเรื่องร้องเรียนผลิตภณั ฑ์สุขภาพ อย. พ.ศ.2556 จะเหน็ ไดว้ า่ ผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพทม่ี กี ารโฆษณาผดิ กฎหมายมากทส่ี ดุ คอื เครอ่ื งส�ำ อาง โดยมถี งึ 3,322 ราย รองลงมาคืออาหาร จ�ำ นวน 2,999 ราย ในขณะที่ภาพรวมผลการดำ�เนินการแก้ไขปัญหา กระทำ�ได้รอ้ ยละ 57.9 ของปัญหาทั้งหมดที่พบ พบว่าการจัดการกับปัญหาการโฆษณาเครื่องสำ�อางมปี ระสทิ ธผิ ลมากทส่ี ุดคือ จัดการได้สูงถงึ รอ้ ยละ 68.09 สว่ นการจดั การปัญหาการโฆษณายามปี ระสทิ ธภิ าพน้อยทีส่ ุด คือรอ้ ยละ 24.88 สำ�หรับขอ้ มลู การด�ำ เนนิ คดีของอย.ในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน พ.ศ.2556 พบวา่ มีคดเี ก่ียวกบั การ โฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพจ�ำ นวน 156 คดี มูลค่าท่ีปรับรวม 2,136,400 บาท เปน็ ยา 14 คดี มูลคา่ การปรับ 620,000 บาท อาหารที่มกี ารโฆษณาโดยไม่ไดร้ บั อนุญาต 120 คดี รวมค่าปรบั 566,900 บาท ฉลากอวดอ้าง รักษาโรค 2 คดี รวมค่าปรับ 12,000 บาท เครื่องมือแพทยท์ โ่ี ฆษณาโดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต 14 คดี มูลค่าการปรบั 337,500 บาท และโฆษณาเครอื่ งส�ำ อางท่ใี ชข้ อ้ ความท่ีกอ่ ให้เกดิ ความเข้าใจผดิ ในสาระสำ�คญั 8 คดี รวมค่าปรับ 600,000 บาท ผลการด�ำ เนินคดีเปรยี บเทียบปรับในช่วงเดอื นตุลาคม 2556 – มกราคม พ.ศ.2557 มคี ดีเกีย่ วกับการ โฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพจ�ำ นวน 296 คดี มลู คา่ ทปี่ รับรวม 4,160,400 บาท เปน็ ยา 30 คดี มลู ค่าการปรับ 1,580,400 บาท อาหารทมี่ ีการโฆษณาโดยไมไ่ ดร้ ับอนญุ าต 234 คดี รวมค่าปรบั 1,355,000 บาท เครอ่ื งมือ แพทย์ทโ่ี ฆษณาโดยไมไ่ ดร้ ับอนญุ าต 20 คดี มูลค่าการปรบั 475,000 บาท และโฆษณาเครือ่ งสำ�อางโดยใช้ ขอ้ ความทก่ี ่อใหเ้ กิดความเขา้ ใจผดิ ในสาระสำ�คญั 8 คดี รวมค่าปรับ 750,000 บาท ในตารางที่ 2 จะเห็นไดว้ ่า ชอ่ งทางท่ีมีการเผยแพรโ่ ฆษณาผลิตภัณฑ์สขุ ภาพผดิ กฎหมายมากทส่ี ุดเป็น นิตยสาร คือมีจำ�นวน 3,520 ราย รองลงมาคอื หนังสอื พมิ พ์ จ�ำ นวน 2,119 ราย ปญั หาการโฆษณาผิดกฎหมาย ผ่านทางโทรทัศนแ์ ละวทิ ยรุ วมกนั แลว้ มจี ำ�นวนน้อยกวา่ การโฆษณาทางนิตยสารมาก อาจเปน็ เพราะตรวจจบั ผิด ได้ยากกว่า 120

รายงานสถานการณร์ ะบบยา พ.ศ. 2555-2559 ตารางท่ี 2 แสดงชอ่ งทางทมี่ กี ารเผยแพรโ่ ฆษณาผลิตภณั ฑ์สขุ ภาพผดิ กฎหมาย พ.ศ.2556 ประเภท นิตยสาร เว็บไซต์ เคเบิล้ ทีวี ฟรที วี ี นสพ. วิทยุ รวม 332 430 427 610 117 2,999 อาหาร 1,083 260 151 77 1,118 71 1,917 395 84 391 345 41 3,322 ยา 240 310 15 8 39 0 487 226 1 26 7 4 280 เคร่ืองส�ำ อาง 2,066 3 0 0 0 0 3 1,526 681 929 2,119 233 9,008 เครอื่ งมือแพทย์ 115 วัตถุอันตราย 16 วัตถเุ สพติด 0 รวม 3,520 ท่ีมา: ศูนยเ์ ฝา้ ระวังและรับเร่ืองรอ้ งเรยี นผลิตภัณฑ์สขุ ภาพ อย. พ.ศ.2556 เม่ือพิจารณาเฉพาะการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพผ่านทางสื่อโทรทัศน์ดาวเทียมในปีงบประมาณ 2554-2557 พบสดั ส่วนของการกระทำ�ที่ฝ่าฝืนกฎหมายดงั นี้ ตารางท่ี 3 จ�ำ นวนโฆษณาผลติ ภณั ฑส์ ุขภาพผา่ นทางส่อื โทรทัศนด์ าวเทยี มในปงี บประมาณ 2554-2558 (นบั ถงึ 30 สิงหาคม 2558) ปีงบประมาณ 2554 2555 2556 2557 2558 จำ�นวนท่ีตรวจสอบ 60 83 366 468 163 จำ�นวนทพี่ บวา่ ฝา่ ฝนื กฎหมาย 56 71 287 353 82 ร้อยละ 93.3 85.5 78.4 75.4 50.3 ทม่ี า: คมู่ อื โฆษณาผลิตภัณฑส์ ขุ ภาพ ศนู ยจ์ ดั การเรือ่ งรอ้ งเรียนและปราบปรามการกระท�ำ ผดิ กฎหมายเกี่ยวกบั ผลติ ภัณฑ์สุขภาพ พ.ศ.2558 จากผลการเฝา้ ระวงั โฆษณาดงั กลา่ ว จะเหน็ ไดว้ า่ แนวโนม้ การกระท�ำ ฝา่ ฝนื กฎหมายโดยเฉพาะการโฆษณา ผ่านโทรทศั นด์ าวเทียมลดลง ทั้งนี้อาจเกิดจากการร่วมกันกำ�กับดูแลของหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือขา่ ย รวมถึงมคี วามเปน็ ไปได้ว่ามีการร้องเรียนน้อยลงดว้ ย ส�ำ หรบั สถิติการเฝ้าระวังโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ ในปีงบประมาณ 2558 แยกเป็นรายผลิตภัณฑ์ พรอ้ มผลการดำ�เนินการเปรียบเทยี บปรับและระงับโฆษณาแสดงไว้ในตารางท่ี 4 และ 5 ตารางที่ 4 สถิตกิ ารเฝา้ ระวงั โฆษณายาและผลิตภณั ฑ์สุขภาพ ปีงบประมาณ 2558 รายการ อาหาร ยา เครอ่ื งส�ำ อาง เครอื่ งมอื แพทย์ วตั ถอุ นั ตราย วัตถุเสพติด รวม 4,531 การเฝ้าระวงั โฆษณา 1,672 386 2,273 130 69 1 ที่มา: คมู่ อื โฆษณาผลติ ภณั ฑ์สขุ ภาพ ศนู ยจ์ ัดการเรือ่ งร้องเรียนและปราบปรามการกระท�ำ ผดิ กฎหมายเกีย่ วกบั ผลิตภัณฑส์ ุขภาพ พ.ศ.2558 121

รายงานสถานการณร์ ะบบยา พ.ศ. 2555-2559 ตารางที่ 5 ผลการด�ำ เนนิ การเปรยี บเทียบปรบั และระงบั โฆษณา ปงี บประมาณ 2558 เปรยี บเทยี บปรบั และระงับโฆษณา (รายการ) รวม ประเภทผลิตภณั ฑ์ (รายการ) เจ้าของสือ่ เจา้ ของผลิตภัณฑ์ พธิ กี ร/ ผผู้ ลิต ผจู้ ำ�หนา่ ย ผู้ดำ�เนนิ รายการ 5 112 ยา 2 2 1 - 7 124 อาหาร 57 52 2 1 เคร่อื งมือแพทย ์ 7 - - - รวม (รายการ) 66 54 3 1 ทีม่ า: คู่มือโฆษณาผลติ ภัณฑส์ ุขภาพ ศนู ยจ์ ัดการเรอื่ งร้องเรียนและปราบปรามการกระท�ำ ผดิ กฎหมายเก่ียวกับ ผลติ ภัณฑ์สุขภาพ พ.ศ.2558 ในตารางที่ 6 ซ่ึงแสดงผลการดำ�เนนิ การกรณที พ่ี บการโฆษณาผลติ ภัณฑ์สุขภาพอยา่ งผิดกฎหมายผา่ น ทางอนิ เตอร์เนต็ ในปงี บประมาณ 2558 จะเห็นได้วา่ การแจง้ ให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ปดิ เว็บไซต์ ดา้ นอาหารมีจำ�นวนสงู ทสี่ ุดถึง 189 URL จากการตรวจสอบพบว่ามีสื่อโฆษณาทฝ่ี า่ ฝืนกฎหมายถึง 296 URL และมีการสง่ ตอ่ ให้มีการปิดเวบ็ ไซต์ทัง้ หมดจำ�นวน 195URL หรือรอ้ ยละ 65.87 สูงกวา่ ปี 2557 ทพ่ี บ เวบ็ ไซต์ผดิ กฎหมายรวมทงั้ หมด 304 URL แต่ส่งต่อให้มีการปดิ เวบ็ ไซตเ์ พยี ง 47 URL หรือรอ้ ยละ 15.46 ตารางที่ 6 ผลการด�ำ เนินการกรณพี บการโฆษณาผลิตภัณฑส์ ุขภาพท่ผี ดิ กฎหมายผ่านทางอินเตอร์เนต็ ปี 2558 ประเภท ตรวจสอบโฆษณา ตรวจสอบโฆษณา แจง้ กระทรวงไอซีที ผลิตภณั ฑ์ (URL) ฝา่ ฝนื กฎหมาย (URL) ปดิ เวบ็ ไซต์ ยา 42 6 2 อาหาร 352 201 189 เครอื่ งมอื แพทย ์ 56 4 4 เครื่องสำ�อาง 652 84 - วัตถุอันตราย 43 1 - วัตถุเสพตดิ 1 - - รวม (รายการ) 1,146 296 195 ที่มา: ค่มู อื โฆษณาผลิตภณั ฑ์สขุ ภาพ ศูนยจ์ ดั การเร่ืองรอ้ งเรยี นและปราบปรามการกระทำ�ผิดกฎหมายเก่ยี วกับ ผลิตภณั ฑ์สุขภาพ พ.ศ.2558 122

รายงานสถานการณร์ ะบบยา พ.ศ. 2555-2559 นอกจากข้อมูลเฝา้ ระวังของภาครฐั แล้ว เครอื ข่ายองค์กรผู้บริโภคสื่อเป็นอีกหน่วยงานหน่ึงทีม่ ีบทบาท เฝ้าระวงั ปญั หาโฆษณาอย่างเขม้ แขง็ และไดน้ �ำ เสนอผลงานการเฝ้าระวังสสู่ าธารณะอยา่ งนอ้ ยปลี ะ 1 - 2 ครง้ั เม่อื วนั ท่ี 5 พฤศจกิ ายน พ.ศ.2557122 มูลนธิ ิเพ่อื ผู้บรโิ ภคและเครอื ข่ายองค์กรผู้บริโภคจาก 10 จังหวดั ไดแ้ ก่ กรงุ เทพมหานคร กาญจนบรุ ี เพชรบุรี ขอนแก่น รอ้ ยเอด็ พะเยา ลำ�ปาง สรุ าษฏรธ์ านี สงขลา และสตูล รว่ มกับ สำ�นักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแหง่ ชาติ (สนง.กสทช.)ได้แถลงผลการเฝ้าระวังส่ือโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพทางคล่ืนวิทยุในช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายน พ.ศ.2557 โดยตรวจสอบสื่อวทิ ยจุ ำ�นวน 33 คลื่นใน 10 จังหวัดนี้ แบง่ เปน็ คล่ืนหลักจำ�นวน 31 คล่นื และ คลืน่ วิทยุออนไลน์จำ�นวน 2 คลื่น ซึ่งใน 31 คลื่น เป็นคลื่น FM 27 คลื่น และคลื่น AM 4 คลน่ื ทง้ั นี้ พบว่า 29 คลน่ื (ร้อยละ 88) มีการโฆษณาผลติ ภัณฑส์ ุขภาพผดิ กฎหมายจ�ำ นวน 103 รายการ เป็นผลติ ภณั ฑ์อาหาร และผลติ ภัณฑ์เสริมอาหารจ�ำ นวน 54 รายการ ผลติ ภัณฑย์ า 35 รายการ ผลติ ภณั ฑเ์ คร่ืองสำ�อาง 13 รายการ และโฆษณาสถานพยาบาลจ�ำ นวน 1 รายการ ผลงานเฝา้ ระวังในปี 2558123 (กรกฎาคม-ธันวาคม 2558) ยงั พบปญั หาจากสื่อวิทยแุ ละสอ่ื โทรทศั น์ใน สดั ส่วนทีส่ ูงมาก สำ�หรับสื่อวิทยุมีจำ�นวนทั้งหมด 40 คลื่น แบ่งเป็นวิทยุธุรกิจ 36 คลื่น กับ คล่ืนวทิ ยหุ ลัก 4 คลนื่ และพบการโฆษณาที่เข้าข่ายละเมิดกฎหมายถึง 38 คลื่น เป็นโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพรวม ท้ังหมด 168 รายการ จำ�แนกไดเ้ ป็นอาหาร 76 รายการ ยา 60 รายการ และเครอื่ งส�ำ อาง 32 รายการ ส�ำ หรบั สอ่ื โทรทัศน์ มกี ารเฝา้ ระวงั ใน 2 ชอ่ งทางคอื ดจิ ติ อลทีวี กับ ทวี ีดาวเทยี ม โดยเฝา้ ระวังดจิ ติ อลทวี จี �ำ นวน 22 ช่อง พบมีเนอ้ื หาโฆษณาเข้าข่ายผิดกฎหมาย 7 ช่อง จำ�นวน 25 รายการ เป็นอาหาร 12 รายการ เครอื่ งส�ำ อาง 11 รายการ และอืน่ ๆ (โฆษณาคลินิก) 2 รายการ ขณะท่ีทีวีดาวเทียมมกี ารเฝ้าระวงั เพียงจงั หวดั เดียวคือจงั หวดั สตลู จำ�นวน 2 ช่อง ผา่ นกลอ่ ง PSI คือชอ่ ง 134 Smart TV และช่อง 135 ไทยสเตชนั่ พบการโฆษณาที่เข้าข่าย ผิดกฎหมายเป็นผลติ ภัณฑเ์ สรมิ อาหารจำ�นวน 13 รายการ 2. พฒั นาการส�ำ คญั ของการจดั การปญั หาน้ีในระดบั ประเทศ เมื่อพิจารณาถึงแนวทางการดำ�เนินงานในการจัดการปัญหาส่ือโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพท่ีผิดกฎหมาย นับตงั้ แต่ปี พ.ศ. 2554 เป็นต้นมา พบว่านอกจากการเฝ้าระวังและดำ�เนินคดีแล้ว ยังมีการนำ�กลวิธีและ มาตรการอ่นื ๆมาใชแ้ กป้ ัญหานี้ด้วย ซึ่งส่งผลทำ�ให้เกิดเหตุการณ์ที่ถือว่าเป็นพัฒนาการส�ำ คญั ของการจดั การ ปญั หานใี้ นระดบั ประเทศรวมท้งั หมด 8 คร้งั ดงั น้ี คือ 122 แฉโฆษณาผลติ ภัณฑส์ ุขภาพยคุ คสช. จร้ี ฐั ออกกม.องคก์ ารอสิ ระ สืบค้นจาก http://www.indyconsumers.org/main/index.php/media- telecom-162/181-571106001เมือ่ 14เมษายน 2559 123 สบื ค้นจาก http://nbtcrights.com/2016/02/6094 เมื่อ 14 เมษายน 2559 123

รายงานสถานการณร์ ะบบยา พ.ศ. 2555-2559 ครง้ั ท่ี 1 การน�ำ ปญั หาการโฆษณาผลติ ภัณฑส์ ุขภาพอยา่ งผดิ กฎหมาย เขา้ สเู่ วทสี มชั ชาสขุ ภาพแหง่ ชาติ ศนู ยว์ ชิ าการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) และอย.ได้ร่วมกันนำ�ปัญหาการโฆษณาผลิตภณั ฑ์ สุขภาพสู่ที่ประชมุ สมชั ชาสขุ ภาพแห่งชาติ ครั้งท่ี 4 พ.ศ. 2554124 เมอ่ื วนั ท่ี 4 กมุ ภาพันธ์ 2555 ทปี่ ระชมุ ได้ พิจารณาและยอมรับรว่ มกันว่าเป็นวาระแห่งชาติทต่ี ้องการการบรู ณาการความร่วมมือในการแกไ้ ข (มติ 5 การ จดั การปญั หาโฆษณาท่ผี ิดกฎหมายของยา อาหาร และผลิตภัณฑ์สุขภาพทางวิทยุกระจายเสียง สือ่ โทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต) หลังจากที่คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติได้นำ�เสนอมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติดังกล่าวต่อ คณะรัฐมนตรแี ล้ว คณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบเมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ.2555 พร้อมกับมอบหมายให้ หน่วยงานทร่ี บั ผดิ ชอบน�ำ ไปพจิ ารณาด�ำ เนนิ การตามอ�ำ นาจหนา้ ทต่ี อ่ ไป125 ซง่ึ นบั วา่ เปน็ จดุ เรม่ิ ตน้ ของการขับเคลื่อน การแก้ปัญหาในเชงิ บูรณาการระหวา่ งหนว่ ยงานภาครฐั หน่วยงานวิชาการและเครือขา่ ยองคก์ รผูบ้ ริโภค ครง้ั ท่ี 2 การจดั ท�ำ บนั ทึกขอ้ ตกลงระหวา่ งหนว่ ยงานบังคบั ใชก้ ฎหมาย (MOU) เมอ่ื วันท่ี 6 มิถนุ ายน พ.ศ.2555 สนง.กสทช., อย., ส�ำ นกั งานคณะกรรมการคมุ้ ครองผ้บู รโิ ภค (สคบ.) และ กองบงั คับการปราบปรามการกระทำ�ความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผบู้ รโิ ภค (บก.ปคบ.) ได้รว่ มลงนาม บันทกึ ขอ้ ตกลง เรอ่ื ง การก�ำ กับดแู ลการโฆษณาอาหาร ยา และผลติ ภัณฑ์สขุ ภาพทผี่ ิดกฎหมายหรือมลี ักษณะ เป็นการเอาเปรียบผบู้ ริโภค126 โดยสาระส�ำ คัญของบนั ทกึ ข้อตกลงคอื ความร่วมมือท่ีจะบรู ณาการงานคุม้ ครอง ผู้บริโภคเกี่ยวกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายเพื่อให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิด เห็นระหว่างหน่วยงานทำ�ได้คล่องตัวและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น รวมทั้งส่งเสรมิ และสนับสนุนการเผยแพร่ขอ้ มลู ข่าวสาร การประชาสัมพันธ์ความรู้ด้านต่างๆ และการบงั คับใช้กฎหมายเพื่อคมุ้ ครองผบู้ ริโภคใหเ้ ป็นไปอย่าง มีประสทิ ธภิ าพ เพ่อื หยดุ ยั้งการโฆษณาที่ผิดกฎหมายหรอื มีลกั ษณะเป็นการเอาเปรยี บผ้บู ริโภค บนั ทกึ ข้อตกลง ฉบับนี้มีผลบงั คับใช้เปน็ ระยะเวลา 3 ปี นับตง้ั แตว่ ันทีล่ งนาม หลงั จากที่ได้มีการรว่ มลงนามในบนั ทกึ ขอ้ ตกลงดงั กล่าวแลว้ สนง.สสจ.ได้มีการดำ�เนนิ การจัดทำ�บันทกึ ข้อตกลงในลักษณะเดยี วกนั นี้ เพ่อื แก้ปญั หาการโฆษณาทผี่ ิดกฎหมายในหลายพนื้ ที่ โดยเฉพาะระหว่าง สนง. สสจ.กับนายสถานวี ิทยุและนกั จัดรายการวิทยุในจงั หวัดต่างๆ เชน่ เพชรบุรี รอ้ ยเอด็ ล�ำ ปาง ขอนแกน่ สระบรุ ี ครง้ั ท่ี 3 การแตง่ ตง้ั คณะกรรมการขบั เคลอ่ื นการแกป้ ญั หาการโฆษณา ระดบั ชาติ หลังจากทไ่ี ด้มกี ารนำ�เสนอในทีป่ ระชมุ สมชั ชาสขุ ภาพแหง่ ชาติครง้ั ที่ 4 แลว้ อย.ได้รว่ มกบั ภาคีเครอื ขา่ ย ได้จัดให้มีคณะกรรมการขับเคล่ือนการจัดการปัญหาโฆษณาท่ีผิดกฎหมายในกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพทางวิทยุ กระจายเสยี ง ซึ่งมีองค์ประกอบที่เป็นตัวแทนจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน และคณะกรรมการชุดดงั กล่าวฯ ได้แตง่ ต้ังคณะท�ำ งานขึ้น 3 คณะ ได้แก่ (1) คณะทำ�งานพัฒนาเครือข่ายและกลไกการเฝา้ ระวงั การโฆษณา 124 รายงานผลการด�ำ เนนิ งานตามมตสิ มชั ชาสขุ ภาพแหง่ ชาติ ในการประชมุ สมชั ชาสุขภาพแห่งชาติ ครัง้ ที่ 4 พ.ศ.2554 วันท่ี 2-4 กุมภาพนั ธ์ 2555 125 สำ�นกั เลขาธกิ ารคณะรฐั มนตรี สบื คน้ จากhttp://www.cabinet.soc.go.th/soc/Program2-3.jsp?top_serl=99303541 เมอ่ื 14 เมษายน 2559 126 ข่าวไทยรฐั ออนไลน์ กสทช. ผนึก 3 ทพั เอม็ โอยฟู ันโฆษณาอาหาร-ยาเถอ่ื นเคเบลิ ทวี ี 6 มถิ นุ ายน 2555 สบื คน้ จากhttp://www.thairath.co.th/ content/266213 เม่อื 14 เมษายน 2559 124

รายงานสถานการณ์ระบบยา พ.ศ. 2555-2559 ผลิตภัณฑ์สขุ ภาพ (2) คณะทำ�งานพัฒนาศักยภาพวิชาชีพด้านสื่อเกี่ยวกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์สขุ ภาพ และ (3) คณะทำ�งานด้านกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ สำ�หรับ คณะท�ำ งานชุดหลังนี้ ไดม้ ีบทบาทในการบูรณาการการทำ�งานร่วมกันของหน่วยงานท่ีมหี น้าที่ในการบังคบั ใช้ กฎหมาย ตลอดจนปรับปรุงการทำ�งานส่งต่อระหว่างอย.และสนง.กสทช.ให้เป็นระบบและสะดวกรวดเร็ว ยิ่งขึ้น แตต่ อ่ มาเม่อื มกี ารเปลี่ยนแปลงผูบ้ รหิ ารและบุคลากรในหน่วยงานทั้งสอง การพัฒนาระบบและรูปแบบ การด�ำ เนนิ การนี้กไ็ ดย้ ตุ บิ ทบาทลงในปพี .ศ.2556 ในส่วนของอย. ได้มีการปรบั รูปแบบจากศูนย์เฝ้าระวังและรับเรื่องร้องเรียนผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพ (ศรร.) เป็นศนู ย์จดั การเรื่องร้องเรียนและปราบปรามการกระท�ำ ผดิ กฎหมายเก่ียวกบั ผลิตภณั ฑ์สขุ ภาพ (ศรป.) เพอื่ ให้สามารถรวมงานรับเรื่องร้องเรียนกับการปราบปรามไว้ด้วยกันและลดบทบาทจากการเป็นหน่วยเฝ้าระวังลง เน่ืองจากสามารถประสานงานขอข้อมลู การเฝา้ ระวงั จากส�ำ นักคมุ้ ครองผู้บรโิ ภคของสนง.กสทช.ได้ จะเหน็ ไดว้ า่ เรม่ิ มรี ะบบบรู ณาการการจดั การปญั หาการโฆษณาทผ่ี ดิ กฎหมายผา่ นทางวทิ ยแุ ละโทรทศั น์ ระหว่างอย.กับสนง.กสทช. และในปีงบประมาณ 2556-2557 เป็นปีที่มีการนำ�มาตรการทางกฎหมายมาใช้ ด�ำ เนินคดกี ับส่อื ท่ีโฆษณาผา่ นสถานีวทิ ยแุ ละโทรทศั น์มากทส่ี ุด ครง้ั ท่ี 4 การก�ำ หนดใหเ้ ปน็ เงอ่ื นไขในใบอนญุ าตออกอากาศของ กสทช. เม่อื วนั ท่ี 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติได้ลงนามใน ประกาศคณะรกั ษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 15/2557 เรื่องขอให้ระงับการถ่ายทอดออกอากาศของสถานี โทรทัศน์ดาวเทียม เคเบิล โทรทัศน์ระบบดิจิตอล และสถานีวิทยุชุมชน เนื่องจากมีการเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสารไปสู่ประชาชนในประเด็นทางการเมืองอันอาจจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดจนส่งผลกระทบต่อความสงบ เรยี บรอ้ ย จึงไดข้ อใหส้ ถานีโทรทัศน์ดาวเทียม เคเบิ้ล โทรทัศน์ระบบดิจิตอล และสถานีวิทยุชุมชน ระงับ การถ่ายทอดออกอากาศท่ัวประเทศ ซงึ่ หมายความว่าการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพผ่านทางโทรทัศน์และวิทยุ ทุกประเภทต้องถูกระงับด้วยในโอกาสเดียวกันนี้ สนง.กสทช.จึงใช้เป็นเงื่อนไขในการปรับระบบใบอนุญาต ใหม่ทั้งหมดใหเ้ ปน็ ระบบบอกรบั สมาชกิ ในขณะเดียวกันได้กำ�หนดเงื่อนไขของการไดร้ บั ใบอนญุ าตออกอากาศ ทางโทรทัศนว์ า่ จะไดใ้ บอนญุ าตครบเต็มเวลาเม่อื ไม่มีประวัตกิ ระทำ�ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในสว่ นที่เกี่ยวกับการ โฆษณาผลิตภณั ฑส์ ุขภาพ ครง้ั ท่ี 5 การพฒั นาระบบเชอ่ื มตอ่ ระหวา่ งสนง.สสจ. กบั กสทช.เขต ปญั หาการจดั การโฆษณาผดิ กฎหมายท่ีออกอากาศผ่านทางสถานีวิทยนุ ัน้ อยใู่ นความดูแลรบั ผดิ ชอบ ของสนง.สสจ. ร่วมกับ สนง.กสทช.เขต ปรากฏว่าไดม้ ีการสือ่ สารระหวา่ งหน่วยงานบงั คับใชก้ ฎหมายในรูปการ อบรมเชงิ ปฏบิ ตั ิการที่จัดขึ้นโดยสนง.กสทช.และอย.ตั้งแต่ปีพ.ศ.2556 และในปีพ.ศ.2558 สนง.กสทช.และ อย.ได้รว่ มกันจัดประชุมกับสนง.สสจ.และสนง.กสทช.เขตทั่วประเทศ เพื่อกำ�หนดนโยบายและแนวทาง การดำ�เนินงานรว่ มกันให้มีความชัดเจนมากยงิ่ ข้นึ ตามแนวทางดังกล่าว มีการกำ�หนดว่า เมื่อพบการโฆษณาผิดกฎหมายทางสถานีวิทยุ สนง.สสจ. เจ้าของพื้นท่สี ามารถทำ�หนังสือส่งถึงสนง.กสทช.โดยตรง เพื่อให้ออกคำ�สั่งระงับการออกอากาศสื่อโฆษณาที่ ผดิ กฎหมายนนั้ ในพน้ื ทที่ ีร่ บั ผดิ ชอบได้ทันที แตห่ ากพบว่าสถานวี ทิ ยนุ ้ันไม่ระงบั การโฆษณาทผ่ี ิดกฎหมาย สนง. กสทช.สามารถน�ำ บทลงโทษทางปกครองมาใชก้ ับสถานีวิทยนุ น้ั ได้ 125

รายงานสถานการณร์ ะบบยา พ.ศ. 2555-2559 ครง้ั ท่ี 6 การพฒั นาความรว่ มมือระหวา่ งเครือข่ายผปู้ ระกอบการสอ่ื และเครอื ขา่ ยองคก์ รผบู้ ริโภค จากการประชมุ เม่อื วันที่ 19 พฤศจกิ ายน พ.ศ.2558 ได้เกิดความร่วมมอื ระหว่างหนว่ ยงานท่ีบังคับใช้ กฎหมาย คือ อย. สนง.กสทช. มลู นธิ ิเพอื่ ผ้บู รโิ ภค เครือขา่ ยผบู้ รโิ ภค และชมรมผ้ปู ระกอบการโครงขา่ ยโทรทศั น์ ดาวเทยี ม เพอ่ื ทดลองระบบแจง้ ขา่ วเพอ่ื ถอดสอ่ื โฆษณาทางโทรทศั นด์ าวเทยี มทเ่ี ขา้ ขา่ ยผดิ กฎหมายผา่ นแอพลเิ คชน่ั “ไลน”์ โดยใหม้ ลู นธิ ิเพ่อื ผ้บู รโิ ภคท�ำ หน้าท่เี ฝา้ ระวงั แล้วนำ�เสนอโฆษณาท่เี ข้าข่ายผิดกฎหมายผา่ น “ไลน”์ ท่มี ี ตัวแทนชมรมผปู้ ระกอบการโครงขา่ ยโทรทศั นด์ าวเทยี มรบั ทราบ โดยก�ำ หนดเวลาไว้ 7 วนั เพอ่ื ใหช้ มรมผู้ประกอบการ โครงข่ายโทรทัศน์ดาวเทียมแจง้ ไปยังสมาชกิ เพอื่ ให้สมาชกิ ดำ�เนินการระงับการโฆษณานนั้ ภายใน 7 วัน หาก ครบกำ�หนดแลว้ ยงั มิไดด้ ำ�เนนิ การแก้ไข มลู นธิ ผิ ู้บริโภคจะแจ้งให้เจ้าหน้าทข่ี อง อย. และ สนง.กสทช. รับไป ดำ�เนินคดดี ้วยมาตรการทางกฎหมายตอ่ ไป ผลการดำ�เนินงานในช่วงระหว่างวันที่ 19 มกราคม พ.ศ.2559 ถึง 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2559 พบว่า เครือข่ายผูบ้ ริโภคได้สง่ เรอ่ื งผา่ นระบบน้ีจำ�นวน 27 เร่ือง ประกอบด้วย 15 ชอ่ งทีวีดาวเทียม, 1 ช่องดจิ ิตอลทวี ี, 18 ผลิตภัณฑ์ และเรื่องทั้งหมดถูกจัดการไดภ้ ายในระยะเวลาทก่ี �ำ หนด ความสำ�เร็จนี้สะท้อนว่าผู้ประกอบการ สามารถมีสว่ นร่วมในการพัฒนาให้เกิดระบบการกำ�กับดูแลกันเองอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรกต็ าม อาจมี ปัญหาในเรื่องของความยง่ั ยนื เพราะวา่ เมอ่ื ใดทขี่ าดการเฝ้าระวงั อยา่ งจรงิ จงั และตอ่ เนอ่ื งแลว้ กอ็ าจมสี ื่อโฆษณาที่ ผิดกฎหมายเกดิ ขน้ึ อกี ได้ ครง้ั ท่ี 7 การพฒั นาความรว่ มมอื ในการจดั การปญั หากบั ผใู้ หบ้ รกิ ารสอ่ื สงั คมออนไลน์ อย.ได้จดั ให้มกี ารประชมุ ร่วมกบั ผู้ใหบ้ ริการส่ือสังคมออนไลน์ ซง่ึ ไดแ้ ก่ Google และ Line เพ่อื สรา้ ง ความร่วมมือในการดำ�เนินการกับสื่อโฆษณาผิดกฎหมายที่ดำ�เนินการผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยได้มีการ ประชุมกนั เปน็ ครัง้ แรกเมอื่ วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.2559 ซ่งึ ท�ำ ใหส้ ามารถแกไ้ ขปญั หาการโฆษณาท่ีซ้ือขายกบั Google ได้ อยา่ งไรก็ตาม ยงั คงต้องพฒั นาความร่วมมือในรายละเอยี ดต่อไป ครง้ั ท่ี 8 การพัฒนาความร่วมมือกับสถานีวิทยุในสังกัด 3 กองทัพ รวมทง้ั ส�ำ นกั งานต�ำ รวจแหง่ ชาติ ในขณะที่มีความพยายามในการบังคับใช้กฎหมายนี้กับสถานีวิทยุภาคเอกชน จดุ ออ่ นที่ส�ำ คัญอันหนึง่ คอื สนง.สสจ.ส่วนหนึ่งไม่กล้าบังคับใช้กฎหมายกับสถานีวิทยุในสังกัดกองทัพและสำ�นักงานตำ�รวจแหง่ ชาติ ทมี่ มี ากกว่า 200 สถานที ว่ั ประเทศ ดงั นน้ั อย.จงึ ไดจ้ ดั ใหม้ กี ารประชมุ รว่ มกบั กองทพั บก กองทพั อากาศ กองทพั เรอื และสำ�นักงานตำ�รวจแห่งชาติเพื่อขอความร่วมมือให้มีการกำ�กับดูแลสถานีวิทยุที่อยู่ในสังกัดมิให้มีการรับส่ือ โฆษณาท่ีผิดกฎหมายเน่ืองจากอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของหน่วยงานในฐานะที่เป็นสถานีวิทยุของรัฐ ซงึ่ ควรเปน็ ต้นแบบให้แก่สถานีวิทยุของเอกชน และเพื่อมิให้ อย. และ สนง. สสจ. ต้องเผชิญกับข้อกล่าวหา ที่ว่าดำ�เนนิ การตามกฎหมายสองมาตรฐาน ปรากฏว่าได้มกี ารประชุมกนั เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 พฤศจกิ ายน พ.ศ.2559 และได้นำ�ไปสู่การจัดประชุมอบรมความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพและแนวทางการตรวจสอบ ส่อื โฆษณาให้แก่สถานวี ิทยทุ ี่อยู่ในสังกดั ทัว่ ประเทศระหว่างวนั ท่ี 16-17 มนี าคม พ.ศ.2560 126

รายงานสถานการณร์ ะบบยา พ.ศ. 2555-2559 ผลจากการประชุม ยังทำ�ให้เกิดความร่วมมือในการกำ�กับดูแลสถานีวิทยุที่อยู่ในสังกัดกองทัพและ สำ�นักงานตำ�รวจแห่งชาติมิให้มีการรับสื่อโฆษณาที่ผิดกฎหมาย รวมถึงกรณีที่พบการโฆษณาผิดกฎหมาย ใหน้ ายสถานมี ีหนา้ ทีด่ ดู เสยี ง หรือระงับสัญญาณทันที หากยังมิได้ระงับ ให้สนง.สสจ.เจ้าของพ้ืนทแ่ี จง้ มายงั กองทพั หรอื ส�ำ นักงานตำ�รวจแห่งชาติเพอ่ื ให้ออกคำ�สง่ั ระงับได้ทนั ที เม่ือประมวลสถานการณ์ปัญหาข้างต้น จะเห็นได้ชัดเจนว่า เฉพาะการทำ�หน้าที่กำ�กับดแู ลสอื่ โฆษณา โดยระบบและกลไกการท�ำ งานทผ่ี า่ นมาของอย.และสนง.สสจ.มีข้อจำ�กัดมาก เนื่องจากจดุ ออ่ นทส่ี �ำ คญั ในเวลาน้ี อยทู่ ป่ี รมิ าณงานและปญั หามมี ากไมส่ มดลุ กบั งบประมาณและบคุ ลากร สง่ ผลท�ำ ใหไ้ มส่ ามารถเฝา้ ระวงั และบงั คบั ใชก้ ฎหมายไดอ้ ยา่ งทว่ั ถงึ และจรงิ จงั ถงึ แมว้ า่ จะสามารถประสานการท�ำ งานรว่ มกบั สนง.กสทช.และหนว่ ยงาน อน่ื ๆไดเ้ ปน็ อยา่ งดแี ลว้ แตก่ ไ็ มส่ ามารถรบั ประกนั ไดว้ า่ จะเกดิ การแกป้ ญั หาอยา่ งยง่ั ยนื ได้ ยง่ิ กวา่ นน้ั มกั พบเสมอๆ วา่ สอ่ื โฆษณาในปจั จบุ นั มคี วามกา้ วหนา้ มาก เทคโนโลยกี ารสอ่ื สารสมยั ใหมท่ �ำ ใหส้ ามารถเขา้ ถงึ ตวั ผบู้ รโิ ภคไดง้ า่ ย เพม่ิ ขน้ึ และสามารถสรา้ งสอ่ื ท่ีมีพลังกระตนุ้ ให้เกดิ การบริโภคได้มาก โอกาสท่ผี บู้ รโิ ภคจะถูกหลอกลวงให้ซอ้ื หา ผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพมาบรโิ ภคจนไดร้ บั อนั ตรายหรอื เสยี ชวี ติ จงึ ยงั คงมแี นวโนม้ สงู ตอ่ ไป เมือ่ พจิ ารณาวา่ แนวทางและผลการดำ�เนินการที่ผ่านมา ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้อยา่ งมี ประสทิ ธิภาพ จึงจ�ำ เป็นตอ้ งพจิ ารณาทบทวนแนวทางและมาตรการท่ีใช้อยแู่ ละพัฒนาแนวทางใหมๆ่ เพ่ือน�ำ มา ใช้ในการแกป้ ญั หาตอ่ ไป 3. ปจั จยั แหง่ ความส�ำ เรจ็ และโอกาสพฒั นา เมื่อพิจารณาการดำ�เนินงานที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าการจัดการปัญหาโฆษณาให้สำ�เร็จอย่างยัง่ ยืน ในสังคมไทยเป็นเรื่องยาก บทเรียนที่ผ่านมาสะท้อนว่าการแก้ไขด้วยการบังคับใช้กฎหมายเพยี งลำ�พัง อาจ ระงับโฆษณาทผ่ี ิดกฎหมายได้เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น จะต้องอาศัยการเฝ้าระวังและการขับเคลอ่ื นผา่ น มาตรการทางสงั คมอยา่ งต่อเน่อื งร่วมด้วย ในการจัดการปญั หาการโฆษณาท่ีผา่ นมา พอจะสรุปกลวธิ ีการจัดการปัญหาส�ำ คญั ๆ ไดด้ งั น้ี 3.1 การใหค้ วามส�ำ คญั และรว่ มกนั น�ำ เสนอปญั หาสสู่ าธารณะอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง การร่วมกันนำ�เสนอปัญหาสู่สาธารณะอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้บริโภคและสังคมไทยรู้เท่าทันในช่วงปี พ.ศ. 2556 พบวา่ สนง.กสทช.และ อย.ได้รว่ มกนั ด�ำ เนินการเรอ่ื งนก้ี ับสถานวี ิทยุท้องถิน่ 2 ครัง้ คร้ังแรก เมอ่ื วนั ท่ี 14 มิถุนายน พ.ศ.2556 อย. สนง.กสทช. และต�ำ รวจ บก.ปคบ. ผนกึ ก�ำ ลงั เขา้ จับกุม สถานีวทิ ยุเถอ่ื นทางคลน่ื 95.75 MHz เนอ่ื งจากมีการจดั ต้ังสถานีวิทยทุ ้องถนิ่ และใช้คล่นื ความถ่ีโดยไมม่ แี ละ ไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและพบมีการใช้ข้อความโฆษณาออกอากาศท่ีจัดเป็นการ โออ้ วดสรรพคุณที่เป็นเทจ็ และผดิ กฎหมาย เชน่ “อยากใหร้ ่างกายฟติ ต้องบำ�รุงดว้ ย ... ชว่ ยใหโ้ ลหิตไหลเวยี น คนื ความสุขสูค่ ู่ชีวติ ” “กาแฟ ...ส�ำ หรบั คณุ ผชู้ าย จะล้มกค่ี รั้งก็ยังสไู้ หว” “... สำ�หรับคณุ ผู้หญงิ ใชแ้ ลว้ กระชบั ดับกลิ่น” และ “นาํ้ เหด็ สกัดเพ่อื สขุ ภาพ สขุ ภาพดขี ึน้ ท�ำ งานไดม้ ากข้นึ ผ่าน อย.” 127

รายงานสถานการณร์ ะบบยา พ.ศ. 2555-2559 ครงั้ ที่ 2 เมอ่ื วนั ท่ี 23 กนั ยายน พ.ศ.2556 สนง.กสทช. รว่ มกับ อย.และ บก.ปคบ.บกุ เข้าตรวจจบั วทิ ยุ ทอ้ งถ่นิ คล่นื 95.40 MHz ชื่อสถานีวิทยุสัมพันธ์จักรชัยเพื่อความมั่นคง จังหวัดอุดรธานี หลังจากได้รบั การ ร้องเรียนวา่ สถานวี ิทยุท้องถิ่นดังกล่าว มีการออกประกาศขายยารักษาโรค อวดอ้างสรรพคุณเกินจริงและพบ ผลิตภัณฑ์ยาแผนโบราณปลอม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ยาบำ�รุงโลหิตสูตร... ผลิตภัณฑ์ยาบำ�รุงโลหติ ตรา... และ ผลติ ภณั ฑย์ าบ�ำ รงุ ร่างกายสูตร… หลงั จากนั้น อย.และสนง.กสทช.ได้จดั ให้มีการเฝ้าระวงั และรายงานผลการดำ�เนินการสูส่ าธารณะอย่าง ตอ่ เนื่อง เช่นเดยี วกบั องคก์ รผู้บรโิ ภค อยา่ งไรก็ตาม จากขอ้ มูลการดำ�เนินการเพื่อเฝา้ ระวงั และจัดการปญั หาโฆษณา พบวา่ มีการดำ�เนนิ การ เฉพาะบางพ้ืนที่ บางพื้นทไ่ี ม่มกี ารดำ�เนินการใดๆ แม้ปัญหาเรื่องโฆษณาจะเป็นดัชนีชี้วัดการท�ำ งานคุ้มครอง ผู้บรโิ ภคในระดับอ�ำ เภอของแต่ละจงั หวดั (1 อำ�เภอ 1 คลน่ื ) บางพ้นื ทส่ี ามารถดำ�เนินการไดอ้ ย่างเขม้ แขง็ เช่น จงั หวดั เพชรบุรี ไดม้ ีการดำ�เนินการเปน็ โครงการทเ่ี รยี กวา่ “เพชรบุรโี มเดล” ที่ส่งเสริมการทำ�งานรว่ มของภาคี เครือขา่ ยในการติดตามตรวจสอบเฝ้าระวังการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพท่ผี ิดกฎหมาย สง่ เสริมกระบวนการ เรียนร้ขู องผูบ้ รโิ ภค สนบั สนุนการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรู้เรื่องการโฆษณาทางสื่อวิทยุและโทรทัศน์ ท่สี ำ�คญั คือ มผี ูว้ า่ ราชการจงั หวัดและกลุ่มผู้ประกอบการเครือข่ายวิทยุในจังหวัดเข้ารว่ มโครงการ จึงทำ�ให้พบ สอ่ื โฆษณาผิดกฎหมายทางวทิ ยใุ นจังหวดั เพชรบรุ นี ้อยมาก แม้ว่าการนำ�เสนอปัญหาสู่สาธารณะอย่างต่อเนื่องอาจทำ�ให้เกิดภาพลบต่อหน่วยงานที่มีหน้าท่ีบังคับ ใช้กฎหมาย แต่ก็ท�ำ ให้เกิดการระดมสรรพก�ำ ลงั เขา้ มาแกป้ ญั หา และที่สำ�คัญเป็นการเตือนให้ประชาชนรับรู้ ความเสย่ี งจากการบรโิ ภคข้อมูลข่าวสารท่เี ปน็ การโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพเพ่ิมมากขึ้น 3.2 การพฒั นาระบบงานภายในและกฎระเบยี บใหส้ ามารถจดั การปญั หาได้ อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายคืออย.และสนง.กสทช.ได้พัฒนาระบบงานภายใน ตลอดจนกฎระเบียบ ให้สอดคล้องเพอ่ื ใหส้ ามารถจัดการปัญหาไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ (1) ในสว่ นของสนง.กสทช. ไดจ้ ดั ท�ำ ประกาศกสทช. เรอื่ ง การกระทำ�ท่เี ป็นการเอาเปรียบผู้บรโิ ภคใน กจิ การกระจายเสยี งและกจิ การโทรทัศน์พ.ศ.2555 เพื่อใหส้ ามารถจดั การกับสอื่ โฆษณาทก่ี ระท�ำ ผิดได้ ดังที่ระบุ ว่า ...ขอ้ 5 การดำ�เนินการในลักษณะดังต่อไปนี้ ถือเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค โดยอาศัยการใช้ เครือขา่ ยหรือการโฆษณาอนั มีลกั ษณะเป็นการคา้ ก�ำ ไรเกนิ ควร หรือก่อใหเ้ กิดความเดือดร้อนร�ำ คาญ (1) การออกอากาศรายการหรอื การโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพทเี่ จ้าหน้าท่ผี ู้มอี �ำ นาจตามกฎหมาย เกีย่ วกับผลติ ภณั ฑ์สุขภาพนน้ั ๆมคี �ำ สั่งหรือคำ�วนิ จิ ฉยั วา่ เปน็ การด�ำ เนินการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย… กสทช.ยังมบี ทบาทในการออกคำ�สั่งทางปกครองในการปรับ พกั ใชห้ รอื เพิกถอนใบอนุญาตด้วย และ การท่ผี ูป้ ระกอบการสือ่ ใหค้ วามส�ำ คัญกับใบอนุญาตออกอากาศของกสทช. เพราะสามารถใชเ้ ปน็ เอกสารส�ำ คัญ ประกอบการขอกู้เงินจากธนาคารได้ดว้ ย 128

รายงานสถานการณ์ระบบยา พ.ศ. 2555-2559 ตอ่ มา กสทช.ได้กำ�หนดเงื่อนไขให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตออกอากาศครบเตม็ เวลาได้จะตอ้ งไม่มปี ระวตั ิ กระทำ�ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในส่วนท่ีเกี่ยวกับการโฆษณาผลติ ภณั ฑ์สขุ ภาพดังทไี่ ดน้ �ำ เสนอแลว้ (2) ในสว่ นของอย. ได้มกี ารพัฒนาใหม้ ีกลไกหรอื ชอ่ งทางการรับเรอ่ื งร้องเรียนปัญหาการโฆษณาฯที่ เป็นทางการและประชาชนสามารถเข้าถึงได้สะดวกและทันสมัยโดยพัฒนาแอพลิเคช่ันขึ้นรองรับเร่ืองการร้อง เรยี น ในชอ่ื วา่ Oryor Smart Application เพมิ่ จากการรอ้ งเรียนอย.ผ่านการโทรศัพท์1556 อย.ได้มีการพัฒนาระบบงานภายในเกี่ยวกบั ระเบียบและขนั้ ตอน เพอื่ ให้สามารถส่งต่อข้อมูลใหก้ สทช. ไดโ้ ดยสะดวกและรวดเร็วขน้ึ ขั้นตอนการด�ำ เนินงานรว่ มกนั ระหว่างอย.กบั กสทช.นี้ กลายเป็นตน้ แบบใหส้ นง. สสจ.นำ�มาปรบั ใชก้ บั การท�ำ งานรว่ มกับสนง.กสทช.เขต อย่างไรก็ตาม การประสานงานรว่ มกบั ภาคีเครือข่ายยังไม่สมบรู ณ์ พบวา่ มบี างคดที ห่ี มดอายคุ วามโดย กสทช.ไมส่ ามารถน�ำ ไปใช้เป็นเงือ่ นไขในการลดอายใุ บอนุญาตประกอบการสอ่ื ได้ ในด้านโทษทางกฎหมายนั้น ส่วนใหญ่แล้ว อย.กระทำ�ได้เพียงการแจ้งระงับโฆษณาด้วยโทษฐาน โฆษณาโดยไมไ่ ด้รับอนญุ าต สว่ นประเด็นการโฆษณาโออ้ วดเกินจริงท่มี บี ทลงโทษหนักกว่าน้นั มกั ไมไ่ ดน้ ำ�มาใช้ ด�ำ เนินคดกี บั ผูป้ ระกอบการเน่ืองจากตอ้ งอาศัยการรับรองวา่ เปน็ การโฆษณาเกนิ จรงิ จากผเู้ ช่ียวชาญ 3.3 การสนับสนุนการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเพอื่ จดั การปัญหาของ ทุกภาคสว่ น นบั ต้ังแตป่ ีพ.ศ.2555 เปน็ ตน้ มา ภาคส่วนต่างๆได้เหน็ ความสำ�คัญของการแก้ปัญหาการโฆษณา จึงมี การขับเคล่อื นในเชิงบูรณาการของทกุ ภาคสว่ นดังนี้ (1) การบูรณาการการท�ำ งานระหวา่ งหนว่ ยงานทม่ี บี ทบาทในการบงั คบั ใชก้ ฎหมาย ซง่ึ ไดแ้ ก่ การจดั ทำ� บันทกึ ขอ้ ตกลงรว่ มกนั ระหวา่ ง สนง.กสทช. อย. สคบ.และกองบงั คบั การปราบปรามการกระท�ำ ความผดิ เกย่ี วกบั การคุ้มครองผบู้ รโิ ภค (บก.ปคบ.) ในปพี .ศ.2555 และการท�ำ งานร่วมกนั อยา่ งใกล้ชิดระหว่างอย.กับสนง.กสทช. ในปี 2556-2557 รวมทง้ั การทำ�งานร่วมกันของสนง.สสจ.กับสนง.กสทช.เขตในปีพ.ศ.2557-2558 ของหลาย จงั หวดั เช่น รอ้ ยเอด็ ล�ำ ปาง ขอนแก่น (2) การพฒั นาระบบร่วมกนั ระหว่างภาครัฐและหนว่ ยงานวิชาการ เช่น อย.กบั แผนงานกพย.ในปพี .ศ. 2556 และการทำ�งานร่วมกันของสนง.กสทช.กบั กพย.ในปีพ.ศ.2556-2557 (3) การท�ำ งานเฝ้าระวังร่วมกันขององค์กรผู้บริโภค โดยการสนับสนุนของอย. สนง.กสทช. และชมรม ผู้ประกอบการสื่อ ในช่วงต้นปีพ.ศ.2559 จากข้อมูลทผี่ ่านมา พบว่าเมอ่ื มกี ารด�ำ เนนิ การทางกฎหมายเพอ่ื ใหร้ ะงบั การโฆษณาในพน้ื ทห่ี นง่ึ ตอ่ มา ปญั หาโฆษณาของผลิตภัณฑ์ตวั เดยี วกันนีไ้ ปปรากฏในพน้ื ทอ่ี ่นื โดยที่หนว่ ยงานเฝ้าระวัง พนกั งานเจ้าหนา้ ที่และ ผู้บริโภคส่วนใหญ่มิได้รับรู้ว่าเป็นส่ือโฆษณาท่ีมีการดำ�เนินการทางกฎหมายมาแล้วเนื่องจากขาดการพัฒนา ระบบฐานขอ้ มูล ท�ำ ใหท้ ุกฝา่ ยต้องท�ำ งานซาํ้ ซอ้ น เปน็ การเพม่ิ ภาระในการเฝา้ ระวังและดำ�เนินคดีโดยไม่จำ�เป็น จึงจำ�เป็นที่จะต้องมีการรวบรวมผลการดำ�เนินคดีท่ีผ่านมาไว้ในระบบฐานข้อมูลนี้ด้วยเพื่อให้ทราบว่าผลิตภัณฑ์ ใดบา้ งท่เี คยมปี ัญหาและปัจจบุ นั ยังคงมปี ัญหาอยูห่ รือไม่ 129

รายงานสถานการณร์ ะบบยา พ.ศ. 2555-2559 นอกจากน้ี การท่อี ย.อนุญาตให้เฉพาะหน่วยงานรัฐเข้าถึงข้อมูลการอนุญาตโฆษณาที่เพิ่งเริ่มอนุญาต ในช่วงปลายปี 2558 นนั้ ท�ำ ใหเ้ ครือข่ายผู้บริโภคที่ทำ�หน้าที่เฝ้าระวังไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ จึงควรเรง่ รดั เรื่องการเปิดฐานข้อมูลอนุญาตโฆษณาให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการปัญหาโฆษณาผิดกฎหมายและผู้ประกอบ การสือ่ สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ในการคัดกรองโฆษณาก่อนนำ�ออกอากาศได้ ส่วนประชาชนนั้น ก็จะ สามารถใช้ตรวจสอบโฆษณาก่อนการตัดสนิ ใจซือ้ และใชผ้ ลติ ภัณฑน์ ั้น ท้งั น้เี พอื่ ให้สอดคลอ้ งกบั ขอ้ เสนอในมติ สมชั ชาสุขภาพแหง่ ชาติครัง้ ที่ 4 เม่ือปี 2554 ทข่ี อใหม้ ีการเปิดเผยขอ้ มูลการอนุญาตการโฆษณา ข้อมูลโฆษณา ท่ีผดิ กฎหมาย ขอ้ มลู ผู้ทีไ่ ด้รบั ผลกระทบจากสือ่ โฆษณาทีผ่ ิดกฎหมาย ข้อมูลโฆษณาและกลยุทธห์ รือรปู แบบการ โฆษณาทีต่ อ้ งเฝา้ ระวัง เป็นตน้ 4. ปญั หาส�ำ คญั และแนวทางทค่ี วรเรง่ ด�ำ เนนิ การแก้ไข จากการประมวลสถานการณข์ ้างต้น เหน็ ได้ชัดว่าการจัดการปัญหาการโฆษณาฯในภาพรวมท่ผี ่านมา แมป้ ระสบความสำ�เรจ็ ในระดับหนึง่ โดยทสี่ ามารถระงบั การโฆษณาผลิตภัณฑส์ ุขภาพไดเ้ ปน็ จ�ำ นวนมาก แต่กย็ งั ไม่สามารถยุติปัญหาไดอ้ ยา่ งยงั่ ยนื การยตุ ิการโฆษณาที่ผิดกฎหมายของผลิตภณั ฑ์ตวั หน่ึงตัวใดในพ้ืนทห่ี นึง่ แลว้ อาจพบว่ามีการโฆษณาผลิตภัณฑ์ตัวเดียวกันนั้นในอีกพื้นท่ีหน่ึงหรือผ่านส่ืออีกช่องทางหน่ึงหรือเป็นผลิตภัณฑ์ คนละตัวแต่มปี ระเด็นผดิ กฎหมายซา้ํ ซ้อนกัน ดังนน้ั หนว่ ยงานท่บี ังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนภาคเี ครือขา่ ยต่างๆ จึงควรรว่ มกันจัดทำ�แผนกลยุทธ์ที่ มีเป้าหมายและตัวชี้วัดความสำ�เร็จที่ชัดเจน เป็นขั้นตอน มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาทั้งที่เป็นมาตรการ ระยะส้ันและระยะยาวให้สามารถนำ�มาตรการต่างๆ ทั้งมาตรการทางกฎหมาย มาตรการทางสังคมและ มาตรการทางวชิ าการมาใชจ้ ดั การปัญหาในระดับประเทศและระดับพ้ืนท่ีดังนี้ ก. ส�ำ หรบั มาตรการระยะสน้ั ควรมงุ่ แกไ้ ขจดุ อ่อนของการประสานงานท่ีผา่ นมา เช่น กรณคี ดีความหมดอายุ การจัดใหม้ ีการเฝ้าระวังปัญหายังไม่ครอบคลุมทุกพื้นท่ีเพราะขาดระบบการรายงานผล ส่สู าธารณะอยา่ งเปน็ ทางการ หรอื ขาดระบบฐานขอ้ มลู จงึ ไม่สามารถจัดการกบั การโฆษณาผลติ ภณั ฑเ์ ดยี วกัน แบบซ้าํ ซากและการโฆษณาผลติ ภณั ฑ์เดยี วกนั ผ่านสอ่ื หลายชอ่ งทางได้ จงึ ควรเร่งดำ�เนินการ ดังนี้ 1. เปดิ เผยฐานข้อมูลในการอนุญาตและพัฒนาฐานข้อมูลคดีที่เคยมีการดำ�เนินการมาแลว้ เพื่อให้ เปน็ ฐานขอ้ มลู ทค่ี รบถว้ นครอบคลมุ ในระดบั ประเทศและเขา้ ถงึ ไดง้ า่ ยเพอ่ื ใหห้ นว่ ยงานตา่ งๆ โดยเฉพาะสนง.สสจ. สนง.กสทช. มลู นธิ เิ พื่อผบู้ รโิ ภค เครือขา่ ยผูบ้ ริโภค และประชาชนสามารถน�ำ ไปใชป้ ระโยชน์ในการเฝ้าระวังและ จัดการปญั หาต่อไป รวมถงึ เพอ่ื ให้ประชาชนท่ัวไปสามารถตรวจสอบส่ือโฆษณาที่ผิดกฎหมายดว้ ยตนเองไดด้ ้วย 2. พฒั นาศักยภาพในการจัดการปัญหาให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ที่เก่ยี วข้องให้สามารถวเิ คราะห์ เช่ือมโยงและออกแบบการจัดการปัญหาที่ขยายครอบคลุมพื้นที่ได้มากขึ้น เช่น จากระดับอำ�เภอเป็นระดบั จงั หวัดและระดบั ประเทศ 3. สนบั สนุนเครอื ข่ายผู้บริโภคให้พัฒนาศักยภาพของกลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ เพื่อให้สามารถทำ�หน้าที่ เฝ้าระวงั สอ่ื โฆษณาได้ครอบคลุมทุกพน้ื ท่ี รวมถงึ สามารถแจ้งให้นายสถานีวิทยุหรือนักจัดรายการด�ำ เนินการ 130

รายงานสถานการณร์ ะบบยา พ.ศ. 2555-2559 ถอดหรือยุติการโฆษณาที่ผิดกฎหมายภายในเวลาที่กำ�หนด ก่อนที่อย.หรือสนง.สสจ.จะนำ�มาตรการทาง กฎหมายมาบังคบั ใช้ เชน่ เดยี วกันกับที่เครือข่ายผู้บริโภคกำ�ลังการดำ�เนินการอยู่ในปจั จุบนั ในการด�ำ เนินการ เฝา้ ระวังสื่อโฆษณาของกลุ่มผูบ้ รโิ ภคนี้ อาจขอรบั การสนับสนนุ จากกองทุนวจิ ยั และพัฒนากจิ การกระจายเสียง กิจการโทรทศั น์ และกจิ การโทรคมนาคมของสนง.กสทช. 4. ควรเร่งให้มีการดำ�เนินการด้วยมาตรการทางกฎหมายกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์เดียวผ่านสือ่ หลายชอ่ งทางทงั้ ทางวิทยุ โทรทัศน์และอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะสื่อโฆษณาในกลุ่มผลิตภัณฑท์ ีม่ คี วามเสี่ยงสูง เชน่ กลุ่มทีม่ ีการโฆษณาว่าสามารถรักษาโรคเรื้อรงั ใหห้ ายขาดได้ เชน่ มะเรง็ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ข. ส�ำ หรบั มาตรการระยะยาว มขี ้อเสนอ ดังนี้ 1. หนว่ ยงานที่บงั คบั ใชก้ ฎหมาย ซึง่ หมายถงึ อย.และสนง.สสจ. สนง.กสทช. สคบ. และ กองบังคับการ ปราบปรามการกระทำ�ความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐที่มสี ือ่ สาธารณะอยู่ในความดแู ล เชน่ กองทพั บก ควรร่วมกันพัฒนาใหเ้ กดิ ระบบการก�ำ กบั ดแู ลการบงั คับใชก้ ฎหมายที่ เป็นมาตรฐานเดียวกันทง้ั ประเทศ 2. องคก์ รผบู้ ริโภคและภาคีเครือข่ายผู้ประกอบการสือ่ ควรพัฒนาความร่วมมือในการเฝ้าระวังและ สนับสนุนให้เกิดการแก้ปัญหาด้วยระบบการจัดการตนเองของผู้ประกอบการสื่อและนักจัดรายการในพ้ืนท่ี เนื่องจากการจัดการปัญหาด้วยกันเองเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและพัฒนาให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดี ของผู้ประกอบวชิ าชีพสอื่ กลุ่มต่างๆและยังเป็นการส่งเสรมิ จริยธรรมของผปู้ ระกอบวชิ าชีพสื่ออีกทางหน่งึ ดว้ ย 3. หน่วยงานวชิ าการควรเรง่ ประชาสมั พนั ธ์ใหป้ ระชาชนตระหนกั ถงึ ความเสยี่ งหากขาดความรทู้ เ่ี ท่าทัน สอื่ โฆษณาและควรจดั ให้มแี หลง่ ข้อมูลดา้ นสุขภาพท่ีเช่ือถอื ไดแ้ ละเข้าถึงได้ง่าย 4. ควรสนบั สนนุ ใหอ้ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ โดยเฉพาะอบต. เขา้ มามสี ว่ นรว่ มในการจดั การปญั หาน้ี ในพน้ื ท่ี ทง้ั นอ้ี าจขอใหโ้ รงพยาบาลชมุ ชนและสนง.สสจ.มาชว่ ยท�ำ หนา้ ทเ่ี ปน็ พเ่ี ลย้ี งเชงิ วชิ าการ และอาจเปน็ การ พฒั นารปู แบบการเฝา้ ระวงั และการจดั การปญั หาใหมๆ่ ทส่ี อดคลอ้ งกบั บรบิ ทของพน้ื ทด่ี ว้ ย 5. ควรสนับสนุนให้หน่วยงานสนบั สนนุ การวจิ ยั เชน่ สถาบันวิจยั ระบบสาธารณสุข สำ�นกั งานกองทุน สนับสนุนการสร้างเสรมิ สขุ ภาพ คณะเภสชั ศาสตร์และคณะนิเทศศาสตรใ์ นมหาวทิ ยาลัยตา่ งๆ ทำ�การศกึ ษาวจิ ยั เพ่ือพัฒนาและประเมินระบบและกลไกในการเฝ้าระวังและจัดการกับปัญหาการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ เป็นประจ�ำ 6. อย. สนง.กสทช. กระทรวงไอซีที แผนงานกพย. แผนงานคคส. ตลอดจนคณะเภสัชศาสตรแ์ ละ คณะนเิ ทศศาสตรใ์ นมหาวทิ ยาลยั ตา่ งๆ ควรรว่ มกนั วางแผนยุทธศาสตร์เพื่อเสรมิ สรา้ งความเขม้ แขง็ ใหแ้ กผ่ บู้ รโิ ภค ใหร้ ้เู ทา่ ทนั สอื่ และสามารถตรวจสอบส่อื โฆษณาที่ผิดกฎหมายได้ด้วยตนเอง รวมทัง้ การพฒั นาเครือขา่ ยเฝ้าระวัง ในระดบั อดุ มศกึ ษาเพ่อื มใิ หว้ ัยรุ่นตอ้ งตกเป็นเหยือ่ การโฆษณาผลติ ภัณฑส์ ุขภาพ 7. กระทรวงสาธารณสขุ และหนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง และเครอื ขา่ ยโรงพยาบาลสง่ เสรมิ การใชย้ าทสี่ มเหตผุ ล ควรเร่งสนับสนุนให้มีการสื่อสารข้อมูลสุขภาพท่ีถูกต้องเพื่อให้เป็นท่ีพ่ึงของผู้บริโภคในทุกกลุ่มและควรเป็น ข้อมูลท่ีเขา้ ถึงไดง้ ่าย สะดวกรวดเร็ว 131

รายงานสถานการณร์ ะบบยา พ.ศ. 2555-2559 เอกสารอา้ งองิ กสทช.เพื่อผบู้ ริโภคสือ่ วิทยุ- โทรทศั น์. 2557. ขา่ วประชาสัมพันธ์ กสทช. ลงดาบช่องดจิ ิตอล พว่ งทวี ีดาวเทียม และวทิ ยุ โฆษณาอาหาร – ยา ผดิ กฎหมาย.24ธันวาคม 2557. ค้นจาก http://bcp.nbtc.go.th/ news/detail/2132. เมือ่ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559.เมือ่ วนั ที่ 14 เมษายน 2559. ตุลาภรณ์ รุจริ ะยรรยง. 2558. สถานการณ์การโฆษณาผลติ ภัณฑส์ ุขภาพทผี่ ิดกฎหมายทางวิทยุทอ้ งถ่ิน จงั หวดั ลพบุรีในยคุ ของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแหง่ ชาติ (คสช .).วารสารเภสชั กรรมไทย ปีที่ 7 เลม่ ท่ี 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2558 คน้ จากhttp://tjpp.pharmacy.psu.ac.th. เม่ือวันที่ 14 เมษายน 2559. ทวิ าพร งวิ้ ลาย. มูลนิธเิ พือ่ ผบู้ รโิ ภค. 2558. อีสานเดินหน้าแก้ไขปัญหาโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพผดิ กฎหมายค้น จาก http://www.consumerthai.org/2015/index.php/news/27-action/network/302- อีสาน เดินหน้าแกไ้ ขปัญหาโฆษณาผลติ ภณั ฑ์สุขภาพผดิ กฎหมาย.html. เม่ือวันท่ี 14 เมษายน 2559. ประกาศคณะกรรมการกจิ การกระจายเสยี ง กจิ การโทรทศั นแ์ ละกจิ การโทรคมนาคมแหง่ ชาติ เรอ่ื ง การกระท�ำ ทเี่ ปน็ การเอาเปรยี บผบู้ ริโภคในกิจการกระจายเสยี งและกจิ การโทรทศั น์พ.ศ. 2555ราชกจิ จานุเบกษา. เลม่ 129 ตอนพเิ ศษ 195ง 26 ธันวาคม 2555 หน้า 25. ประกาศคณะกรรมการกจิ การกระจายเสียง กิจการโทรทศั น์ และกจิ การโทรคมนาคมแห่งชาติ เร่ือง หลกั เกณฑ์ การอนุญาตทดลองประกอบกจิ การวทิ ยกุ ระจายเสยี ง พ.ศ.2555.ราชกจิ จานเุ บกษา. เลม่ 129 ตอนพเิ ศษ 144ง หน้า 21. ประกาศคณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาตทิ ่ี 1/2557 เรื่อง การควบคมุ อ�ำ นาจการปกครองประเทศ.26 พฤษภาคม 2557. ราชกิจจานเุ บกษา. เล่ม 131ตอนพิเศษ 93ง หน้า 2. ประกาศคณะรักษาความสงบแหง่ ชาติท่ี 15/2557 เรื่อง ขอใหร้ ะงบั การถา่ ยทอดออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ ดาวเทียม เคเบิล โทรทัศนร์ ะบบดิจติ อล และสถานีวิทยชุ มุ ชน.28 พฤษภาคม 2557. ราชกจิ จานเุ บกษา. เลม่ 131 ตอนพิเศษ 87 ง หนา้ 2. ประกาศคณะรักษาความสงบแหง่ ชาติที่ 23/2557 เรอ่ื ง การถ่ายทอดออกอากาศของสถานวี ิทยโุ ทรทศั นภ์ าค พนื้ ดิน ระบบแอนาล็อก และสถานีวิทยุกระจายเสียง.28 พฤษภาคม 2557. ราชกจิ จานเุ บกษา. เล่ม 131 ตอนพิเศษ 87ง หนา้ 11. ประกาศคณะรักษาความสงบแหง่ ชาตทิ ี่ 32/2557 เรือ่ ง ระงบั การออกอากาศของสถานีวทิ ยชุ ุมชนทีไ่ มไ่ ด้ รบั อนญุ าตใหจ้ ัดตั้งขึน้ ตามกฎหมายและสถานวี ทิ ยุกระจายเสียงทีไ่ ด้รบั อนุญาตทดลองประกอบ กจิ การ.29 พฤษภาคม 2557. ราชกิจจานุเบกษา. เลม่ 131 ตอนพิเศษ 89 ง หน้า 9. ประกาศคณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาติ ฉบับท่ี 65/2557เร่อื ง การออกอากาศของสถานโี ทรทัศนภ์ าคพืน้ ดนิ ใน ระบบดจิ ติ อล และระบบผา่ นดาวเทยี มราชกจิ จานเุ บกษา 20 มถิ นุ ายน 2557เลม่ 131 ตอนพเิ ศษ 114 ง หนา้ 5 ประกาศคณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาตทิ ่ี 66/2557 เรื่อง การออกอากาศของสถานีวทิ ยุกระจายเสียงท่ไี ดร้ ับ อนุญาตทดลองประกอบกิจการ20 มถิ นุ ายน 2557. ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 131ตอนพิเศษ 114 ง หนา้ 6. 132

รายงานสถานการณร์ ะบบยา พ.ศ. 2555-2559 ประกาศคณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาตทิ ี่ 79/2557 เรอ่ื ง เงอ่ื นไขในการออกอากาศของสถานวี ิทยุกระจายเสยี ง ท่ีไดร้ ับอนุญาตทดลองประกอบกจิ การ.21 กรกฎาคม 2557. ราชกจิ จานเุ บกษา. เล่ม 131 ตอนพเิ ศษ 134ง หนา้ 1. แผนงานพัฒนากลไกเฝ้าระวังระบบยา (กพย.). คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั . ยาวพิ ากษ์. จดหมายขา่ วศนู ยเ์ ฝ้าระวงั ระบบยา. การจัดการปัญหาโฆษณายาสูป่ ระชาชน. ปที ี่ 3 ฉบบั ที่ 12 สิงหาคม 2554. แผนงานพฒั นากลไกเฝ้าระวังระบบยา (กพย.). คณะเภสชั ศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย. ยาวพิ ากษ์ จดหมายขา่ วศนู ยเ์ ฝ้าระวงั ระบบยา.สามประสาน สร้างพลังสู่การปฏิรูประบบ การจัดการปัญหา การโฆษณายา ปีท่ี 6 ฉบบั ที่ 23 พฤศจกิ ายน 2557. มลู นิธเิ พอื่ ผบู้ ริโภค. 2559. พบสอื่ วิทยุ มีโฆษณาผิดกฎหมายมากสุด โดยเฉพาะสนิ คา้ ลดน้ำ�หนัก ผอม ขาว ดา้ นมลู นิธฯิ แนะร้องเรยี นได้ทเ่ี ฟซบุ๊ค. คน้ จาก http://www.consumerthai.org/2015/index.php/ news/ffc-news/551.เมอื่ วนั ท่ี 14 เมษายน 2559. สำ�นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา. 2557. สานพลังปราบโฆษณาผิดกฎหมาย หนนุ ประชาชน ไมห่ ลงกล โฆษณา. โรงพมิ พช์ ุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำ�กดั . พิมพค์ ร้ังท่ี 2 กันยายน 2557. สมชั ชาสขุ ภาพแหง่ ชาตคิ รง้ั 4. การจัดการปญั หาโฆษณาทผ่ี ดิ กฎหมายของยา อาหาร และผลิตภัณฑ์สขุ ภาพ ทางวทิ ยุกระจายเสยี ง ส่อื โทรทศั น์ อินเทอรเ์ นต็ . 4 กุมภาพันธ์ 2555. ค้นจาก http://nha2011.sa matcha.org/sites/default/files/7res5_food&drug_advertising.pdf เมอ่ื วนั ท่ี 14 เมษายน 2559. สมัชชาสุขภาพแห่งชาตคิ รงั้ 6. แผนยทุ ธศาสตร์การจัดการปัญหาโฆษณาท่ีผิดกฎหมายของยา อาหาร และ ผลติ ภณั ฑ์สุขภาพ พ.ศ. 2557 – 25618 มิถุนายน 2557. คน้ จากhttp://www.samatcha.org/sites/ default/files/document/0604-Res-6-4.pdfเม่อื วนั ท่ี 14 เมษายน 2559. สภาอตุ สาหกรรมแห่งประเทศไทย ข่าวสภาอตุ สาหกรรมแห่งประเทศไทย 29 กมุ ภาพันธ์ 2559คน้ จากhttp:// www.fti.or.th/2016/download/message/up_010359_food_329.pdfเมอ่ื วนั ท่ี 14 เมษายน 2559. 133

รายงานสถานการณร์ ะบบยา พ.ศ. 2555-2559 5.2 สถานการณ์การโฆษณาผลิตภณั ฑส์ ขุ ภาพ อยา่ งผดิ กฎหมายทางวทิ ยุ กนกพร ธญั มณีสนิ ส�ำ นกั งานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น สถานการณ์ในพน้ื ท่ี ปัจจบุ นั การโฆษณาผลติ ภณั ฑ์สุขภาพได้ขยายตวั อยา่ งกวา้ งขวาง และเขา้ ถงึ ผบู้ รโิ ภคไดท้ กุ กลมุ่ ประชากร โดยพบปญั หาการโฆษณาท้ังๆท่ไี มไ่ ด้รับอนุญาตให้โฆษณา และมักโฆษณาด้วยข้อความที่เป็นเท็จหรอื อวดอ้าง เกนิ ความจริง ในปพี .ศ.2555 ส�ำ นักงานสาธารณสุขจงั หวดั ขอนแก่นได้จดั ท�ำ โครงการพฒั นาศกั ยภาพเครอื ข่าย ดา้ นโฆษณาจังหวัดขอนแก่น ภายใต้แนวคิด “ถ้าไมม่ คี นซือ้ ก็ไม่มคี นขาย” โดยได้รบั การสนบั สนนุ จากแผนงาน พัฒนากลไกเฝ้าระวังระบบยา ผลการด�ำ เนนิ งานพบผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการบริโภคผลิตภัณฑ์จากโฆษณา ทผ่ี ดิ กฎหมายจำ�นวน 23 ราย จำ�แนกเป็นที่ได้รับอันตรายด้านสุขภาพ 21 ราย (ร้อยละ 91.31) ในจ�ำ นวนน้ี เสยี ชวี ติ 2 ราย (รอ้ ยละ 8.69) เมื่อวิเคราะห์แหล่งข้อมูลที่เสพ พบว่าผู้ที่ได้รับอันตรายฯเสพขอ้ มูลจากการ บอกต่อร้อยละ 34.78 จากสอ่ื วทิ ยรุ อ้ ยละ 26.09 จากเคเบล้ิ ทวี รี อ้ ยละ 26.09 และจากการขายตรงร้อยละ 13.04 ต่อมาในปีพ.ศ.2557 ส�ำ นักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่นได้ทำ�การสำ�รวจการโฆษณาผลิตภัณฑส์ ขุ ภาพท่ี นา่ จะผดิ กฎหมาย โดยวิเคราะห์ขอ้ มลู ยอ้ นหลังจากเรอ่ื งร้องเรียนดา้ นการโฆษณาผลติ ภัณฑส์ ขุ ภาพทีส่ �ำ นักงาน สาธารณสขุ จงั หวดั ขอนแก่นรวบรวมไว้ พบว่า ประเภทของผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีการโฆษณาผิดกฎหมายโดย เผยแพรข่ อ้ ความความโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณเป็นเท็จหรือเกินจริง ได้แก่ ผลิตภณั ฑย์ าแผนโบราณร้อยละ 61.82 ผลิตภณั ฑ์อาหารร้อยละ 34.54 และผลิตภัณฑเ์ คร่ืองส�ำ อางร้อยละ 3.64 การด�ำ เนนิ งานเพอ่ื แก้ไขปญั หา จากการด�ำ เนนิ โครงการพฒั นาศกั ยภาพเครือข่ายด้านโฆษณา จังหวัดขอนแกน่ เมอ่ื ปพี .ศ.2555 พบวา่ ผู้บริโภคมีความต่ืนตัวและตระหนักถึงปัญหาการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายหลังจากได้รับข้อมูลว่า 134

รายงานสถานการณร์ ะบบยา พ.ศ. 2555-2559 มผี ทู้ ี่ได้รับอันตรายจากการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพตามโฆษณา สำ�นักงานสาธารณสุขจังหวดั ขอนแกน่ จงึ ได้ พยายามขับเคลื่อนงานต่อเพื่อจัดการปัญหาการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผดิ กฎหมายในปีพ.ศ.2556 โดย จัดตั้งศูนย์ประสานงานเฝา้ ระวังโฆษณาและผู้เสียหายจากการบรโิ ภคตามโฆษณาท่ผี ดิ กฎหมาย โดยได้รับการ สนับสนนุ งบประมาณในการดำ�เนนิ งานจากแผนงานพฒั นากลไกและเฝ้าระวังระบบยา แตโ่ ครงการนไ้ี มป่ ระสบ ผลสำ�เรจ็ เทา่ ทค่ี วร เน่อื งจากผเู้ สียหายเกิดความเกรงกลัวมิกล้าแสดงตนหรือเรียกรอ้ งความเสยี หายท่ีเกดิ ขึ้น จากการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพตามโฆษณา ทำ�ให้การตรวจสอบสาเหตุและบ่งชี้อาการอันไม่พึงประสงค์ทีม่ ี สาเหตุจากการบริโภคผลติ ภณั ฑ์สุขภาพตามโฆษณาเป็นไปไดย้ าก ในปพี .ศ.2557 ส�ำ นกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั ขอนแกน่ รว่ มกบั เครอื ขา่ ยคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภคจงั หวดั ขอนแก่น ดำ�เนินการเฝ้าระวังและจัดการปัญหาโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมาย โดยสุ่มตรวจสอบการโฆษณา ผลิตภัณฑ์สุขภาพทางสถานีวิทยรุ ะหวา่ งเดอื นมถิ นุ ายนถงึ เดอื นสงิ หาคม 2557 พบการโฆษณาผลติ ภณั ฑ์สขุ ภาพ อยา่ งผิดกฎหมายจ�ำ นวน 38 ผลติ ภณั ฑ์ จากสถานีวทิ ยุ 6 แหง่ เป็นหนว่ ยงานของรัฐ 3 แห่ง และเป็นของเอกชน 3 แหง่ สถานวี ทิ ยุทีเ่ ป็นหน่วยงานของรัฐท้ัง 3 แหง่ ล้วนแลว้ แตใ่ หเ้ อกชนท่ีประมลู ไดเ้ ปน็ ผจู้ ดั รายการ ส�ำ นักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่นได้ดำ�เนินการตามกฎหมาย โดยสั่งระงับโฆษณาที่ผิดกฎหมาย ดงั กล่าว และส่งต่อหน่วยงานต้นสังกัดที่เกี่ยวข้อง แม้จังหวัดขอนแก่นจะมีมาตรการจัดการปัญหาโฆษณา ผลติ ภัณฑส์ ุขภาพผดิ กฎหมายอย่างต่อเนื่องร่วมกบั ภาคเี ครือข่าย แต่ปัญหาการโฆษณาผลิตภัณฑ์สขุ ภาพทผี่ ดิ กฎหมายกย็ งั เกดิ ข้นึ อย่เู นอื งๆ แมก้ ระทั่งหลงั จากมปี ระกาศคณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ ที่ 32/2557 ทท่ี �ำ ให้ สถานีวทิ ยุท้องถ่นิ ที่ไมไ่ ด้รับอนุญาตจาก กสทช. ต้องระงับการเผยแพร่ แต่ปญั หาการโฆษณาผลิตภณั ฑ์สุขภาพ ท่ผี ดิ กฎหมายจากสถานวี ิทยใุ นสังกัดของหนว่ ยงานภาครัฐก็ยังด�ำ รงอยู่ ในปีพ.ศ.2558 จงั หวดั ขอนแกน่ รว่ มกบั ส�ำ นกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั ขอนแกน่ ส�ำ นกั งานกสทช.ภาค 2 ศูนย์ด�ำ รงธรรม สมาคมผบู้ รโิ ภคและเครือขา่ ยผ้ปู ระกอบกิจการกระจายเสียงจังหวดั ขอนแกน่ ไดร้ ว่ มกนั ลงนาม บนั ทกึ ขอ้ ตกลงการโฆษณาผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพ ผลการด�ำ เนนิ การพบวา่ เรอ่ื งรอ้ งเรยี นการโฆษณาผลติ ภณั ฑส์ ุขภาพที่ ผดิ กฎหมายลดลงจากปพี .ศ.2557 ถงึ ร้อยละ 80 ในปีพ.ศ.2559 สำ�นักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่นได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียนการโฆษณาผลิตภัณฑ์ สุขภาพทางสถานวี ทิ ยุ 21 แห่ง ซ่งึ เป็นการโฆษณาผลติ ภัณฑ์สขุ ภาพ 71 รายการ แบง่ เปน็ ผลิตภัณฑ์อาหาร 38 รายการ ผลติ ภัณฑย์ า 31 รายการ และผลติ ภณั ฑเ์ ครื่องส�ำ อาง 2 รายการ ซงึ่ สำ�นกั งานสาธารณสขุ จงั หวัด ขอนแก่นได้ด�ำ เนินคดตี อ่ ผกู้ ระท�ำ ความผดิ ตามกฎหมายทง้ั 21 ราย สง่ ผลใหส้ ถานวี ทิ ยเุ กดิ ความตระหนกั ถงึ ปญั หา ดงั กลา่ วเพิ่มขน้ึ จงึ รวมตวั กนั จดั ตง้ั ชมรมผปู้ ระกอบกจิ การกระจายเสยี ง จงั หวดั ขอนแกน่ เพอ่ื ตรวจสอบเฝ้าระวัง การเผยแพร่โฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพทางสถานีวิทยุในเขตจังหวัดขอนแก่นมิให้มีการกระทำ�ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย โดยได้รบั การสนบั สนนุ จากส�ำ นกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั ขอนแกน่ ส�ำ นกั งานกสทช.ภาค 2 และหนว่ ยงานภาครฐั ที่ เกีย่ วขอ้ งในการพฒั นาและจดั การปัญหาการโฆษณาผลติ ภณั ฑส์ ุขภาพทางสถานวี ทิ ยุ ขอ้ เสนอเชงิ นโยบาย 1. ส�ำ นักงาน กสทช. ควรจดั ให้มีระบบใบอนุญาตของนายสถานีวิทยแุ ละนกั จดั รายการ โดยต้องสอบ ผ่านใบอนญุ าตกอ่ นประกอบการ และมีมาตรการเพกิ ถอนใบอนุญาตหากพบการกระทำ�ความผิดซาํ้ ซาก 2. กระทรวงสาธารณสุข ควรปรับปรุงกฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั โฆษณาผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพ โดยเพ่ิมโทษตอ่ ผู้กระทำ�ความผิดหรอื เจ้าของผลติ ภัณฑ์ที่กระท�ำ ผิดซาํ้ ซากดว้ ยการเพกิ ถอนใบอนญุ าต 135

รายงานสถานการณร์ ะบบยา พ.ศ. 2555-2559 5.3 การจดั การปญั หาการโฆษณาผลติ ภณั ฑ์สขุ ภาพ อยา่ งผิดกฎหมายในมมุ มองของผูบ้ ริโภค สถาพร อารกั ษ์วทนะ มลู นธิ เิ พื่อผู้บริโภค สถานการณ์โฆษณาผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพในประเทศไทย มลู นธิ ิเพอื่ ผู้บริโภค รว่ มกับ ศนู ยค์ ้มุ ครองสทิ ธผิ บู้ ริโภคสว่ นภูมภิ าค 6 ภาค และภาคีเครือขา่ ยผูบ้ รโิ ภค ตดิ ตาม เฝา้ ระวงั ศึกษาสถานการณ์ปัญหาโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2557 ถึงเดอื น มนี าคม 2559 โดยเนน้ การเฝา้ ระวงั ผา่ นสอ่ื วทิ ยแุ ละโทรทศั นเ์ ปน็ หลกั เพราะเปน็ สอ่ื ทเ่ี ขา้ ถงึ ผบู้ รโิ ภคได้ทกุ ชนชน้ั เม่ือสรุปภาพรวมการเฝ้าระวังการโฆษณาเข้าข่ายผิดกฎหมายโดยเครือข่ายภาคประชาชนตลอดระยะเวลา ต้งั แต่ ปี 2557- 2559 พบวา่ ผลิตภัณฑส์ ุขภาพท่ีมีการโฆษณาเขา้ ข่ายผดิ กฎหมายมากทีส่ ดุ เรียงลำ�ดับตามน้ี • ผลิตภณั ฑอ์ าหาร 687 รายการ (คดิ เป็นสัดส่วนรอ้ ยละ 48.31) • ผลิตภณั ฑย์ า 536 รายการ (คดิ เป็นสดั ส่วนร้อยละ 37.69) • ผลิตภัณฑ์เคร่ืองสำ�อาง 195 รายการ (คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 13.71) • เคร่ืองมอื แพทย์ และอื่นๆ 4 รายการ (คิดเป็นสดั ส่วนร้อยละ 0.28) 136

รายงานสถานการณ์ระบบยา พ.ศ. 2555-2559 ลกั ษณะปญั หาโฆษณาผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพทพ่ี บ 1. เจ้าของผลิตภัณฑไ์ ด้รบั อนญุ าตโฆษณาอยา่ งหน่งึ แลว้ นำ�ไปโฆษณาอีกอย่างหนง่ึ 2. เจ้าของผลิตภณั ฑไ์ มข่ ออนญุ าตโฆษณา 3. การโฆษณาแอบแฝง ขอ้ เสนอแนะ แนวทางการแกป้ ญั หาโฆษณาผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพผดิ กฎหมาย แมว้ า่ การแกป้ ญั หาของอย.โดยการจดั ตง้ั ศนู ยจ์ ดั การเรอ่ื งรอ้ งเรยี นและปราบปรามการกระท�ำ ผดิ กฎหมาย เก่ยี วกับผลิตภัณฑส์ ขุ ภาพ(ศรป.)ขึ้นมาเพอ่ื จดั การปญั หาโฆษณาผลติ ภณั ฑส์ ุขภาพอย่างผิดกฎหมายด้วยน้นั จะ เป็นการลดขั้นตอนการทำ�งานอันซํ้าซ้อนและเสียเวลาได้มากกว่าเดิมก็จริงอยู่ แต่ด้วยปริมาณการโฆษณา ผลิตภณั ฑ์สขุ ภาพผิดกฎหมายที่มากเกินกว่ากำ�ลังของบุคลากรที่จะสามารถปฏิบัติงานได้ทันทว่ งที และด้วย ข้อบญั ญัตขิ องกฎหมายท่ใี ห้อ�ำ นาจแก่อย.เปน็ หนว่ ยงานก�ำ กับดูแล วนิ จิ ฉยั ความผิดเก่ยี วกับผลติ ภณั ฑส์ ุขภาพ เพยี งหนว่ ยงานเดียว ทำ�ใหห้ น่วยงานอื่นไม่สามารถเข้ามาร่วมจัดการปัญหาได้ หนว่ ยงานท่ีมสี ่วนเกย่ี วขอ้ งจงึ เกดิ ขอ้ เสนอรว่ ม เพ่ือเป็นแนวทางในการก�ำ กบั ดูแลและแก้ปัญหาโฆษณาผลติ ภณั ฑ์สุขภาพ ดังนี้ 1. อย.ควรเร่งจดั ท�ำ และเปิดใช้ “คลงั ข้อมูลผลิตภณั ฑ์สุขภาพสาธารณะ” (Health Products’ Public Data Bank) “คลงั ขอ้ มลู ผลิตภัณฑส์ ขุ ภาพสาธารณะ” คอื คลงั ขอ้ มลู เกย่ี วกบั ผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพทง้ั หมด ที่ไดจ้ ดทะเบยี น กบั อย. รวมทง้ั การอนญุ าตโฆษณา คำ�ท่ีอนุญาตให้ใชใ้ นโฆษณา เลขทีอ่ นุญาตโฆษณา ซึง่ จะแสดงรายละเอยี ด ในสอ่ื รปู แบบต่างๆ ทง้ั สื่อสง่ิ พมิ พ์ ภาพ เสียง วดี โี อ คณุ ภาพของขอ้ มูล จะต้องมคี วามครบถ้วน ถูกต้อง สมบูรณ์ ชัดเจน ตรวจสอบได้ มีความเปน็ ปจั จบุ ัน และการเขา้ ถงึ ข้อมลู จะตอ้ งงา่ ย ไมซ่ ับซอ้ น คณุ สมบตั ิของ “คลังขอ้ มลู ผลิตภณั ฑส์ ขุ ภาพสาธารณะ” จะชว่ ยตอบโจทยผ์ ูบ้ รโิ ภค และผูป้ ระกอบการ ได้ว่าข้อความท่ีโฆษณานนั้ เกนิ จรงิ หรือไม่ สรรพคณุ ท่ีโฆษณานั้นเป็นไปไดห้ รือไม่ การโฆษณาลักษณะน้ี ได้รบั การอนุญาตจาก อย. หรอื ไม่ มเี ลขอนุญาตโฆษณาหรือไม่ ในกรณีทฐ่ี านขอ้ มลู ไม่ถูกต้อง หรอื ไมม่ ีอยใู่ นระบบ “คลังข้อมลู ผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพสาธารณะ” แสดงว่า ผลติ ภัณฑ์สุขภาพนั้นๆ อาจจะไม่ปลอดภยั ไม่ควรเผยแพร่โฆษณา และควรสง่ เรอื่ งใหท้ างอย.ตรวจสอบ 2. อย.ควรประกาศใช้ “แนวทางปฏบิ ตั แิ ละหลกั เกณฑใ์ นการพจิ ารณาโฆษณาผลิตภณั ฑ์สุขภาพ” เมอ่ื อย. เปน็ หนว่ ยงานก�ำ กับดูแลหลกั ในการพจิ ารณา วนิ ิจฉัยโฆษณาผลติ ภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย แต่ไมส่ ามารถแกป้ ญั หาไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพด้วยเหตุผลและข้อจำ�กัดตามทีก่ ลา่ วมาข้างต้นแล้วนนั้ อย.ควรที่ จะประกาศ “แนวทางปฏบิ ัติและหลักเกณฑใ์ นการพจิ ารณาโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ” เพ่อื ให้หนว่ ยงานกำ�กบั ดูแลที่เก่ยี วข้องไดบ้ งั คบั ใชต้ ามแนวทางทอ่ี อกประกาศ และเมอ่ื มกี ารลงโทษตามกฎหมายแลว้ จะตอ้ งมีการส่ือสาร สาธารณะเพอ่ื เตือนภยั ผูบ้ รโิ ภคดว้ ย 137

รายงานสถานการณร์ ะบบยา พ.ศ. 2555-2559 3. อย.ควรกระจายอ�ำ นาจให้หน่วยงานในส่วนภูมภิ าคช่วยกำ�กับดูแล อย.ควรกระจายอำ�นาจใหส้ ำ�นักงานสาธารณสุขจังหวัด (สนง.สสจ.) มีอ�ำ นาจหน้าทีเ่ ตม็ ในการจัดการ ปัญหาโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างผิดกฎหมายเพื่อให้สามารถคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพในพ้ืนท่ีได้อย่าง ทันการณ์ โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับโฆษณาฯใน Social Media เพราะในปัจจุบนั สนง.สสจ.มี อ�ำ นาจบงั คับใช้กฎหมายเพียงเฉพาะที่เกิดข้นึ ในส่ือโทรทศั น์และสื่อวทิ ยุกระจายเสียงเทา่ น้นั 4. ปรับปรงุ บทลงโทษ ควรมีการปรับปรุงบทลงโทษตามกฎหมายท่ีเกี่ยวกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างผิดกฎหมายให้ มโี ทษปรบั ในอัตราทสี่ ูงขนึ้ 5. สนบั สนนุ ภาคประชาชน ควรมีการสนับสนุนภาคประชาชนใหม้ สี ว่ นร่วมในการกำ�กบั ติดตาม ตรวจสอบการโฆษณาผลิตภัณฑ์ สขุ ภาพทั้งในดา้ นงบประมาณและขอ้ มลู เพื่อสอื่ สารสาธารณะ 6. ขยายบทบาทของ กสทช. กสทช.ควรเข้ามามีบทบาทกำ�กับดูแลสื่อโฆษณาในระบบอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะที่เชื่อมโยงกับ โทรศัพท์เคลือ่ นที่ 7. บรรจุหลกั สตู รเท่าทันส่อื ในกล่มุ สาระการเรียนรู้ ของระบบการศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธิการและหน่วยงานในสงั กัด ต้องบรรจุหลักสูตรเทา่ ทนั สอ่ื ในทกุ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ทง้ั 8 สาระการเรยี นรู้ และกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี นของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน 138

รายงานสถานการณ์ระบบยา พ.ศ. 2555-2559 6. สถานการณ์ดา้ นธรรมาภิบาล 6.1 จรยิ ธรรมการส่งเสริมการขายยา และธรรมาภิบาลในระบบยา 6.2 การประเมินการน�ำ เกณฑ์จรยิ ธรรม ว่าดว้ ยการส่งเสริมการขายยา ไปปฏบิ ัติในโรงพยาบาลชุมชน 113399

รายงานสถานการณร์ ะบบยา พ.ศ. 2555-2559 6.1 จรยิ ธรรมการส่งเสรมิ การขายยา และธรรมาภิบาลในระบบยา สนุ ทรี ท. ชยั สมั ฤทธิ์โชค คณะเภสชั ศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย 1. ความเปน็ มา สถานการณป์ จั จบุ นั และแนวโนม้ ใน 3-5 ปขี า้ งหนา้ สมัชชาอนามยั โลกสมยั ที่ 41 เมอ่ื วนั ท่ี 13 พฤษภาคม พ.ศ.2531 ไดม้ มี ตริ บั รอง “เกณฑจ์ รยิ ธรรมวา่ ด้วย การสง่ เสริมการขายยา (Ethical criteria for medicinal drug promotion)” และเรียกร้องใหป้ ระเทศสมาชิก นำ�เกณฑ์จรยิ ธรรมดงั กลา่ วไปปรับใช้ตามบริบทของประเทศ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากิจกรรมการส่งเสริมการขายยา ในแตล่ ะประเทศจะสนบั สนุนการเพ่ิมคณุ ภาพการรกั ษาตามหลักการใช้ยาอย่างสมเหตุผล รวมทง้ั ใหม้ กี ารกำ�กบั ติดตามและประเมนิ ผลตามความเหมาะสม เพอ่ื ใหก้ ารน�ำ ไปปฏบิ ตั เิ ปน็ ไปอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ ประเทศไทย โดยกระทรวงสาธารณสุขและสำ�นักงานคณะกรรมการอาหารและยาไดม้ คี วามพยายาม ในการพฒั นาเกณฑ์มาตรฐานทางจริยธรรมว่าด้วยการส่งเสริมการขายเภสัชภณั ฑ์ ตามแนวทางขององค์การ อนามัยโลกมาตงั้ แต่ พ.ศ. 2537 แต่กย็ ังไมส่ ามารถประกาศใชแ้ ละนำ�ไปส่กู ารปฏิบตั ไิ ดจ้ นกระท่งั ถงึ ปีพ.ศ.2558 ในดา้ นภาคประชาชนนั้น กลุ่มศึกษาปัญหายาและมูลนิธิสาธารณสุขกับการพัฒนาได้น�ำ “เกณฑ์จรยิ ธรรมวา่ ดว้ ยการสง่ เสริมการขายยาขององคก์ ารอนามัยโลก” มาแปลเปน็ ภาษาไทยและพิมพเ์ ผยแพร่หลายครั้ง คอื ในปี พ.ศ. 2532, 2537, 2538 และ 2552 พรอ้ มกบั เรียกรอ้ งอยา่ งต่อเนือ่ งให้กระทรวงสาธารณสขุ และส�ำ นกั งาน คณะกรรมการอาหารและยาด�ำ เนนิ การประกาศใช้เกณฑจ์ ริยธรรมอยา่ งเป็นทางการ 140

รายงานสถานการณร์ ะบบยา พ.ศ. 2555-2559 สำ�หรบั แพทยสภาน้ัน ได้จัดให้มีการเพิ่มหมวดว่าด้วยเรื่องการปฏิบัติตนในกรณีที่มีความสัมพันธ์ กับผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพในข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพ เวชกรรม ปี พ.ศ. 2549 ส่วนสภาเภสัชกรรม มิได้มีการกำ�หนดหมวดจรยิ ธรรมวา่ ดว้ ยการส่งเสริมการขายยา ไวเ้ ปน็ การเฉพาะ ในขณะที่ภาคธุรกิจเอกชน สมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์ได้จัดทำ�เกณฑ์จริยธรรมและ แนวทางปฏบิ ัตเิ ก่ยี วกับการสง่ เสรมิ การจ�ำ หน่ายยาส�ำ หรบั สมาชิกไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 และพฒั นาตอ่ เนื่องมา จนเปน็ ฉบับที่ 10 ในปี พ.ศ. 2559 แต่ยังไม่พบรูปธรรมที่ชัดเจนในการนำ�ไปปฏิบัติอย่างจริงจังเพื่อให้เกดิ ผลสมั ฤทธ์ิ ในปี พ.ศ. 2552 ศนู ยว์ ิชาการเฝา้ ระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) และศนู ยว์ ชิ าการคมุ้ ครองผบู้ ริโภค ด้านสุขภาพ (คคส.) จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั   ร่วมกบั ภาคีเครือขา่ ยตา่ งๆไดร้ ว่ มกนั ผลกั ดันใหส้ มชั ชาสุขภาพ แหง่ ชาติครั้งท่ี 2 พจิ ารณาปญั หาการส่งเสริมการขายยาที่เบี่ยงเบนไปจากหลักจรยิ ธรรม ซงึ่ สง่ ผลใหเ้ กดิ ความ สญู เสียท้ังทางดา้ นเศรษฐกิจและสขุ ภาพ รวมถึงส่งผลเสียต่อภาพพจน์ของบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวขอ้ ง ในท่สี ุด ทป่ี ระชมุ มีมติรบั รองยทุ ธศาสตร์ยุตกิ ารสง่ เสริมการขายยาท่ขี าดจรยิ ธรรมใหเ้ ป็นวาระแหง่ ชาติ ซ่งึ ต่อมา เมอ่ื วนั ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 คณะรัฐมนตรีได้รบั รองมตดิ งั กล่าว และมอบใหค้ ณะกรรมการพฒั นาระบบ ยาแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำ�เนินการจัดทำ�เกณฑ์จริยธรรมว่าด้วยการส่งเสริมการขายยาตาม แนวทางขององค์การอนามัยโลกเพื่อให้เป็นเกณฑ์กลางของประเทศ รวมถึงให้มีการศึกษาระบบการน�ำ เกณฑ์ ดงั กล่าวมาใช้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ และให้มกี ารเผยแพรอ่ ย่างกวา้ งขวาง ดังนน้ั คณะกรรมการพฒั นาระบบยา แห่งชาติจึงผนวกยุทธศาสตร์ดังกล่าวไว้ในยุทธศาสตร์ด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผลของแผนยุทธศาสตร์การ พฒั นาระบบยาแห่งชาติ พ.ศ.2555-2559 โดยมีคณะอนุกรรมการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลภายใต้ คณะกรรมการพฒั นาระบบยาแห่งชาติ เป็นผูร้ บั ผดิ ชอบ ในปี พ.ศ. 2553 คณะอนุกรรมการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลโดยคณะทำ�งานขับเคลื่อน ยทุ ธศาสตร์การส่งเสริมจริยธรรมผู้สั่งใช้ยาและยุติการส่งเสริมการขายยาที่ขาดจริยธรรม ไดจ้ ัดทำ� “เกณฑ์ จริยธรรมว่าด้วยการสง่ เสริมการขายยาของประเทศไทย” และน�ำ ไปผ่านกระบวนการมสี ว่ นร่วมและรับฟังความ คดิ เห็นของทุกภาคส่วน ทงั้ ภาครัฐ ภาควิชาชพี ภาคการศึกษา และภาคอุตสาหกรรมยา หลายครั้ง ต่อมาในวนั ท่ี 9 สงิ หาคม พ.ศ. 2555 คณะกรรมการพัฒนาระบบยาแหง่ ชาตไิ ด้มีมติเห็นชอบเกณฑ์จริยธรรมดังกล่าวเพื่อให้ ใชเ้ ป็นเกณฑก์ ลางทที่ กุ ภาคสว่ นสามารถนำ�ไปประยุกตใ์ ชไ้ ด้ ในปี พ.ศ. 2556 คณะอนุกรรมการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลได้พัฒนาโครงการโรงพยาบาล สง่ เสรมิ การใช้ยาอยา่ งสมเหตุผล (RDU hospital) ขึ้น โดยมุ่งพัฒนาให้เกิดแนวทางการทำ�งานที่เป็นต้นแบบ รวม 6 แนวทาง ทม่ี ชี ่อื ย่อวา่ กุญแจ PLEASE ซง่ึ ได้แก่ (1) การสร้างความเขม้ แข็งของคณะกรรมการเภสัชกรรม และการบำ�บัด (2) การจดั ใหม้ ีฉลากยา ฉลากเสรมิ และขอ้ มูลยาส่ปู ระชาชน (3) เครื่องมอื จ�ำ เปน็ ท่ีช่วยให้เกดิ การสั่งใชย้ าอยา่ งสมเหตุผล (4) การสรา้ งให้บุคลากรทางการแพทยแ์ ละประชาชนตระหนักรู้ถงึ การใช้ยาอย่าง สมเหตผุ ล (5) การดูแลด้านยาเพื่อความปลอดภัยของประชากรกลุ่มพิเศษ และ (6) การส่งเสริมจริยธรรม ในการสั่งใช้ยาและธรรมาภบิ าลในระบบยา ในทสี่ ุด คณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติชุดใหม่ได้ประกาศใช้ “เกณฑ์จริยธรรมว่าด้วยการ สง่ เสริมการขายยาของประเทศไทย พ.ศ. 2557” อยา่ งเป็นทางการเป็นคร้ังแรกเมือ่ วันที่ 13 มกราคม 2558 141

รายงานสถานการณร์ ะบบยา พ.ศ. 2555-2559 ส�ำ หรบั การนำ�ไปปฏิบตั ินัน้ กระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานแรกทไ่ี ด้น�ำ เกณฑ์จรยิ ธรรมดงั กล่าว มาประยกุ ต์ใช้ โดยออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเกณฑ์จริยธรรมการจัดซื้อจัดหาและการส่งเสรมิ การขายยาและเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาของกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2557 ซึ่งมีผลบังคับทุกหน่วยงานในสังกดั ใหจ้ ัดท�ำ แนวปฏิบัติตามเกณฑ์จริยธรรมฯ และประกาศเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ในที่เปิดเผย นับต้งั แตเ่ ดอื น มกราคม 2558 เป็นตน้ ไป ในวนั ท่ี 25 มนี าคม พ.ศ. 2558 คณะกรรมการพฒั นาระบบยาแหง่ ชาติ คณะอนกุ รรมการส่งเสรมิ การ ใชย้ าอยา่ งสมเหตผุ ล รว่ มกบั หนว่ ยงานภาครฐั และเอกชน ไดแ้ ก่ สภาวชิ าชพี หนว่ ยงานและเครอื ขา่ ยสถานพยาบาล หนว่ ยงานและเครือข่ายภาคการศึกษา สมาคมผู้ประกอบการด้านยา องค์กรรับรองและกำ�กับดูแล รวม 24 หนว่ ยงาน ได้ลงนามใน “บนั ทึกข้อตกลงเรอ่ื งการเสรมิ สร้างธรรมาภบิ าลในระบบยาตามเกณฑจ์ ริยธรรม ว่าด้วยการสง่ เสริมการขายยาของประเทศไทย” ซง่ึ นับเปน็ จดุ เร่ิมต้นในการน�ำ เกณฑจ์ รยิ ธรรมฯไปสู่การปฏิบตั ิ อย่างมีสว่ นรว่ มในวงกว้าง ในชว่ งเวลาเดียวกนั น้ี สมาคมผปู้ ระกอบการด้านยานำ�โดยสมาคมผ้วู จิ ยั และผลติ เภสชั ภัณฑไ์ ด้ขอให้มี การแก้ไขเกณฑ์จริยธรรมว่าด้วยการส่งเสริมการขายยาของประเทศไทยในส่วนท่ีเก่ียวข้องกับการนำ�เสนอข้อมูล การส่งเสริมการขายยาสู่สาธารณะ คณะอนุกรรมการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลพิจารณาแลว้ จงึ เสนอ ใหค้ ณะกรรมการพฒั นาระบบยาแหง่ ชาตพิ จิ ารณาอีกครั้ง ซง่ึ คณะกรรมการพฒั นาระบบยาแห่งชาติได้ให้ความ เห็นชอบตอ่ เกณฑจ์ รยิ ธรรมวา่ ดว้ ยการสง่ เสรมิ การขายยาของประเทศไทยฉบบั ท่ี 2 เมอ่ื วนั ท่ี 7 มกราคม พ.ศ. 2559 ในรายงานการประชุมเพ่ือติดตามความก้าวหน้าเรื่องการนำ�เกณฑ์จริยธรรมว่าด้วยการส่งเสริมการ ขายยาของประเทศไทยไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิ เมอ่ื วนั ท่ี 18 มนี าคม พ.ศ. 2559 ระบวุ า่ ทง้ั หนว่ ยงานภาครฐั และเอกชน ไดแ้ ก่ สภาวชิ าชพี เครอื ขา่ ยสถานพยาบาล เครอื ขา่ ยภาคการศกึ ษา สมาคมผปู้ ระกอบการดา้ นยา องคก์ รรบั รอง และก�ำ กบั ดแู ล รวม 24 หนว่ ยงานไดร้ ายงานการด�ำ เนนิ งานหลงั จากทไ่ี ดล้ งนามไว้ พอสรปุ ไดว้ า่ ทกุ หนว่ ยงานได้ รับทราบเกณฑ์จริยธรรมว่าด้วยการส่งเสริมการขายยาของประเทศไทยแล้วและอยู่ระหว่างการเผยแพร่เกณฑ์ จรยิ ธรรมนส้ี สู่ มาชกิ เพอ่ื ใหน้ �ำ ไปปฏบิ ตั ิ สว่ นทน่ี �ำ ไปปฏบิ ตั แิ ลว้ เชน่ โรงพยาบาลในสงั กดั กระทรวงสาธารณสขุ ไดเ้ รม่ิ ติดตามและประเมินผลงาน ส่วนเครือข่ายโรงพยาบาลของกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UHOSNET) ไดส้ นบั สนนุ ใหแ้ พทยแ์ ละเภสชั กรมาเขา้ ร่วมโครงการโรงพยาบาลสง่ เสรมิ การใชย้ าอยา่ งสมเหตผุ ล โดยใหค้ วามส�ำ คญั ว่าเกณฑ์จริยธรรมฯเป็นกุญแจดอกหนึ่งในกญุ แจหกดอก ทเ่ี รยี กวา่ PLEASE โดยกลมุ่ นไ้ี ด้ พฒั นาแนวทางปฏบิ ตั ติ ามเกณฑ์จริยธรรมฯ และกำ�หนดตัวชี้วัดจากโครงการฯ นอกจากนี้ยังไดส้ นับสนนุ ใหม้ ี การน�ำ ไปผนวกในการเรียนการสอนระดบั ปริญญาตรดี ว้ ย เครือขา่ ยโรงพยาบาล UHOSNET ยังได้พัฒนาแนวปฏิบัติตามเกณฑ์จริยธรรมว่าด้วยการส่งเสริม การขายยาของประเทศไทยส�ำ หรับบุคลากรในโรงพยาบาล พ.ศ. 2559 ประกอบด้วยข้อพึงปฏบิ ตั ิ 10 ประการ และขอ้ ไมพ่ ึงปฏิบตั ิ 10 ประการ ซึ่งแสดงไวใ้ นภาคผนวก สว่ นหนว่ ยงานสนับสนนุ อ่ืนๆ เช่น สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาลได้กำ�หนดแผนทจี่ ะปรบั ปรงุ มาตรฐานการรับรองคุณภาพสถานพยาบาลไว้ในอีก 1-2 ปีข้างหนา้ คาดว่าจะน�ำ เร่อื งเกณฑ์จริยธรรมฯบรรจไุ ว้ ในเกณฑ์การรับรองคุณภาพต่อไป ส่วนสำ�นักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้เข้าร่วมสนับสนุนโครงการ RDU hospital และจัดสรรงบประมาณสมทบให้แก่โรงพยาบาลในเขตสุขภาพที่มีตัวชี้วัดเรื่องการใช้ยา อยา่ งสมเหตผุ ลด้วย 142

รายงานสถานการณ์ระบบยา พ.ศ. 2555-2559 หนว่ ยงานธุรกิจยาของรัฐ คือองค์การเภสัชกรรม (อกภ.) ได้ดำ�เนินการตามกฎระเบียบของรฐั มี สำ�นกั งานตรวจเงินแผน่ ดินดูแลด้านการบริหารทรพั ยากรและมตี ัวช้วี ดั ของปปช.เปน็ เครื่องมอื ก�ำ กบั อกภ.ชี้แจง วา่ ในปจั จุบัน อกภ.ไม่มกี จิ กรรมการส่งเสริมการขายแล้ว แต่ให้การสนับสนุนแก่โรงพยาบาลที่จัดทำ�โครงการ พเิ ศษมาขอรับการสนับสนุนงบประมาณ นอกจากน้ี ยงั มกี ารตง้ั คณะทำ�งานดูแลด้านการตลาดทีเ่ นน้ วิชาการ รวมทัง้ มีการอบรมพนักงานขายและผแู้ ทนยาในเรอื่ งจริยธรรมการขายยาด้วย สมาคมผ้วู จิ ัยและผลิตเภสัชภัณฑ์ (PReMA) ได้จัดทำ�แนวทางปฏิบัติเรื่องเกณฑ์จริยธรรมขึ้นใหม่ท่ี เพมิ่ แนวปฏิบัตทิ ีส่ อดคลอ้ งกบั เกณฑจ์ ริยธรรมฯแล้ว เช่น การให้ของขวญั ยาตัวอยา่ ง การใหท้ ุนสนับสนนุ การ ประชุมวชิ าการ ตอ้ งผ่านระบบของโรงพยาบาลหรือได้รับอนุมัติจากผู้อำ�นวยการโรงพยาบาลก่อน นอกจากนี้ สมาคมฯก�ำ ลงั จัดท�ำ แนวทางปฏบิ ตั ิต่อรา้ นยาและสถานศกึ ษา พรอ้ มจดั ใหม้ ีหนว่ ยใหค้ �ำ ปรกึ ษาว่ากจิ กรรมแบบ ใดทที่ ำ�ไดห้ รอื ทำ�ไมไ่ ดเ้ ปน็ ต้น ในด้านของสมาคมไทยอุตสาหกรรมผลิตยาแผนปจั จบุ นั (TPMA) ก็ไดจ้ ดั ท�ำ เกณฑ์ จรยิ ธรรมของสมาคมฯขน้ึ เองแลว้ สว่ นสมาคมธุรกิจเวชภณั ฑ์สัตว์นน้ั อยู่ระหวา่ งการจัดท�ำ ประชาพิจารณ์เกณฑ์ จรยิ ธรรมเกี่ยวกบั การใชย้ าสำ�หรบั สตั ว์ 2. พฒั นาการทผ่ี า่ นมา สถานการณท์ ถี่ ือได้วา่ มคี วามโดดเด่น มอี ย่างนอ้ ย 7 สถานการณ์ ดังน้ี คอื คร้งั ท่ี 1 การยอมรับร่วมกันว่าการส่งเสริมการขายยาที่ขาดจริยธรรมเปน็ ปญั หา ระดับชาติ เกดิ ขน้ึ ในสมชั ชาสขุ ภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. 2552 ครง้ั ท่ี 2 กระทรวงสาธารณสขุ เปน็ หนว่ ยงานแรกท่ีได้นำ�เกณฑจ์ ริยธรรมดงั กลา่ ว มาประยุกต์ใช้ โดยออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเกณฑ์จริยธรรมการจัดซื้อจดั หาและ การส่งเสริมการขายยาและเวชภัณฑ์ท่มี ิใช่ยาของกระทรวงสาธารณสขุ พ.ศ. 2557 ซงึ่ มีผลบงั คับทุกหน่วยงาน ในสงั กัด โดยให้จดั ทำ�แนวปฏิบัติตามเกณฑ์จริยธรรมฯ และประกาศเป็นลายลักษณอ์ กั ษรไว้ในทเ่ี ปิดเผย นบั ตง้ั แตเ่ ดอื นมกราคม 2558 เปน็ ต้นไป ครงั้ ที่ 3 การรว่ มกนั ลงนามของทุกภาคสว่ นในบนั ทกึ ข้อตกลงเรือ่ งการเสรมิ สรา้ ง ธรรมาภบิ าลในระบบยาตามเกณฑจ์ รยิ ธรรมวา่ ดว้ ยการสง่ เสรมิ การขายยาของประเทศไทย ในวนั ท่ี 25 มีนาคม 2558 ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นในการนำ�เกณฑ์จริยธรรมฯไปสู่การปฏิบัติในวงกว้างอย่างมี ส่วนร่วม โดยหนว่ ยงานภาครฐั และเอกชน ไดแ้ ก่ สภาวชิ าชพี เครอื ขา่ ยสถานพยาบาล เครอื ขา่ ยภาคการศกึ ษา สมาคมผปู้ ระกอบการดา้ นยา องค์กรรบั รองและกำ�กบั ดูแล รวม 24 หนว่ ยงาน 143

รายงานสถานการณ์ระบบยา พ.ศ. 2555-2559 ครง้ั ที่ 4 การกำ�หนดให้การส่งเสริมจริยธรรมในการสั่งใช้ยาและธรรมาภิบาล ในระบบยาเป็นหนึง่ ในกญุ แจหกดอกตามแนวทางในการสง่ เสรมิ ให้เกิดการใชย้ าอยา่ งสม เหตผุ ล คณะอนกุ รรมการพัฒนาโครงการโรงพยาบาลสง่ เสรมิ การใช้ยาอยา่ งสมเหตผุ ล (RDU hospital) ท่ี รเิ ร่มิ ขน้ึ ในปี พ.ศ. 2556 ไดพ้ ฒั นาแนวทางการท�ำ งานให้เปน็ ต้นแบบรวมทั้งหมด 6 แนวทาง และกำ�หนดใหก้ าร ส่งเสริมจริยธรรมในการสั่งใช้ยาและธรรมาภิบาลในระบบยาเป็นหนึ่งในหกแนวทางในการส่งเสริมให้เกิดการ ใช้ยาอยา่ งสมเหตผุ ล คร้งั ที่ 5 การกำ�หนดใหม้ กี ารประชมุ เพอ่ื ติดตามความก้าวหน้าเร่อื งการน�ำ เกณฑ์ จรยิ ธรรมวา่ ดว้ ยการสง่ เสริมการขายยาของประเทศไทยไปสู่การปฏิบัติ ทุก 6 เดอื น โดย ได้เรม่ิ มีการประชมุ ครงั้ แรกเมอื่ วนั ท่ี 18 มีนาคม พ.ศ. 2559 ซึ่งท�ำ ให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้แก่ สภา วิชาชพี เครอื ขา่ ยสถานพยาบาล เครอื ขา่ ยภาคการศกึ ษา สมาคมผปู้ ระกอบการดา้ นยา องคก์ รรบั รองและก�ำ กบั ดแู ล ไดม้ โี อกาสรบั รแู้ ละตดิ ตามพฒั นาการของการด�ำ เนนิ งาน ปญั หาและอปุ สรรคในการด�ำ เนนิ การของหนว่ ยงานตา่ งๆ อย่างสมํา่ เสมอ ครง้ั ท่ี 6 การเกดิ ยทุ ธศาสตรช์ าติและกฎหมายใหมๆ่ ทสี่ นบั สนุนการสรา้ งธรรมาภิ บาลในระบบยา ยทุ ธศาสตรช์ าติทว่ี ่าน้ี หมายถึงยทุ ธศาสตรท์ ่ี 6 ท่ีมกี รอบแนวทางม่งุ ปอ้ งกนั การทจุ รติ และ ประพฤตมิ ชิ อบ เสริมสรา้ งธรรมาภิบาลในสังคมไทย โดยเนน้ วา่ การบริหารงานราชการจะตอ้ งโปร่งใสและตรวจ สอบได้ โดยยทุ ธศาสตรท์ ี่วา่ น้ีเป็น 1 ใน 4 ยุทธศาสตรส์ ำ�คญั ของการปฏริ ปู กระทรวงสาธารณสขุ ด้วย ซงึ่ เป็น ยุทธศาสตรท์ ตี่ ้องการการปลูกฝังวิธีคดิ ใหม่ ใหข้ ้าราชการแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตัวกบั ผลประโยชน์ ส่วนรวมออกจากกันให้ไดอ้ ยา่ งชัดเจน และประยุกต์ใชห้ ลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงเปน็ เครอื่ งมอื ต้านทุจริต สำ�หรบั กฎหมายใหม่ท่เี ก่ยี วขอ้ งนน้ั ความจริงแลว้ เปน็ กฎหมายทมี่ ีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 แต่ยังไมถ่ กู นำ�มาส่ือสารอยา่ งกวา้ งขวาง รวมทงั้ การแก้ไขเพ่ิมเตมิ กฎหมายฉบับน้เี มือ่ ปี พ.ศ. 2558 ทำ�ให้การดำ�เนินการ เก่ียวกับผลประโยชน์ทับซ้อนครอบคลุมเอาความผดิ ไดท้ ั้งผู้ใหแ้ ละผรู้ ับ เชน่ เดียวกับในเกณฑ์จรยิ ธรรมฯ แต่ข้อ ท่ีเหนอื กว่าอยทู่ ม่ี ีบทลงโทษชัดเจน พระราชบญั ญตั ฉิ บบั ทีว่ า่ น้ี คือพระราชบญั ญัตปิ ระกอบรัฐธรรมนญู วา่ ดว้ ยการปอ้ งกันและปราบปราม การทุจรติ พ.ศ. 2542 มาตรา 100 103 และ 103/1 กำ�กับเจ้าหน้าที่ของรัฐมิให้รับทรัพย์สินหรือประโยชน์ อ่นื ใดที่เปน็ ผลประโยชน์ทบั ซอ้ น ดงั นี้ มาตรา 100 หา้ มมิใหเ้ จา้ หน้าทีข่ องรฐั ผูใ้ ดดำ�เนินกิจการดังต่อไปน้ี (1) เปน็ คู่สญั ญาหรอื มสี ว่ นไดเ้ สยี ในสัญญาที่ทำ�กับหน่วยงานของรัฐที่เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ผนู้ น้ั ปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ี ในฐานะท่เี ปน็ เจา้ หน้าทข่ี องรฐั ซึ่งมอี �ำ นาจก�ำ กับ ดแู ล ควบคมุ ตรวจสอบ หรือด�ำ เนินคดี (2) เปน็ หุน้ สว่ นหรอื ผถู้ ือหนุ้ ในหา้ งห้นุ ส่วนหรือบริษทั ที่เข้าเป็นคู่สญั ญากับหน่วยงานของรฐั ท่เี จ้าหน้าที่ ของรัฐผู้นั้นปฏบิ ัตหิ นา้ ทใ่ี นฐานะทเ่ี ปน็ เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ซง่ึ มอี �ำ นาจก�ำ กบั ดแู ล ควบคมุ ตรวจสอบ หรอื ด�ำ เนนิ คดี (3) รบั สมั ปทานหรือคงถือไว้ซึ่งสัมปทานจากรัฐ หน่วยราชการ หนว่ ยงานของรัฐ รฐั วสิ าหกจิ หรือ ราชการสว่ นท้องถ่ิน หรือเขา้ เป็นคูส่ ัญญากับรฐั หนว่ ยราชการ หนว่ ยงานของรฐั รฐั วิสาหกจิ หรอื ราชการสว่ น ท้องถ่นิ อนั มลี กั ษณะเปน็ การผูกขาดตดั ตอน ทงั้ น้ไี ม่วา่ โดยทางตรงหรือทางอ้อม หรือเป็นหุ้นส่วนหรือผถู้ อื หุ้นใน ห้างหนุ้ สว่ นหรอื บริษทั ทร่ี บั สมั ปทานหรอื เขา้ เปน็ คู่สัญญาในลักษณะดังกล่าว 144


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook