Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 1.ชุดวิชา ทร21001 ม.ต้น

1.ชุดวิชา ทร21001 ม.ต้น

Published by Punyanut Keawnim, 2021-02-10 07:14:24

Description: วิชาการเรียนวิชาทักษะการเรียนรู้

Search

Read the Text Version

ใบความรูท่ี ๕ วชิ า การเงินเพอ่ื ชีวิต ๒ สค 2๒01๖ เรอ่ื ง สินเชอื่ สิทธิและหนาท่ขี องผใู ชบริการทางการเงนิ ระดบั ชัน้ เร่อื งที่ 5 ผูใ หบ รกิ ารทางการเงนิ ในประเทศไทย ผูใหบรกิ ารทางการเงินในประเทศไทย ระบบการเงนิ เปนกลไกสาํ คัญยิ่งในการจดั สรรทรัพยากรระหวางภาคเศรษฐกจิ จากผูทม่ี ีเงินออมไปยังผู ตองการเงนิ ทุน ซ่งึ จะกอใหเกิดการลงทุน การผลิต และการจางงาน อนั เปน แรงขบั เคล่ือนสําคัญที่ทําให เศรษฐกจิ ของประเทศเติบโต ซงึ่ สถาบันการเงินมีบทบาท สําคญั อยา งมากในการเปน แรงผลักดันใหเ กดิ การ เตบิ โตทางเศรษฐกจิ ผใู หบ รกิ ารทางการเงินในประเทศไทย มที ้งั ทเี่ ปนสถาบันการเงินทร่ี ับฝากเงิน สถาบัน การเงนิ ที่ไมไดร บั ฝากเงิน รวมทั้งผูใ หบ รกิ ารที่ไมใชสถาบันการเงนิ สามารถจาํ แนก ผูใหบ ริการทางการเงินได ตามหนว ยงานท่ีกํากบั ดแู ล ดังน้ี

ใบความรทู ี่ ๕ วิชา การเงนิ เพือ่ ชีวิต ๒ สค 2๒01๖ เรอ่ื ง สนิ เชอื่ สทิ ธิและหนาที่ของผูใ ชบริการทางการเงินระดบั ชน้ั ผูใหบรกิ ารทางการเงนิ ภายใตก ารกํากบั ดแู ลของธนาคารแหงประเทศไทย (ธปท.) ธนาคาร แหงประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงกช าติ เปน ธนาคารกลางของ ประเทศไทย มหี นาทหี่ ลัก ดงั นี้ 1. รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจการเงินของประเทศ ซึ่งครอบคลุมหนาที่ใน การรักษาคาเงิน เชน ดูแลอัตราเงินเฟอ อัตราดอกเบ้ีย อัตราแลกเปล่ียน และสภาพคลองของ เม็ดเงินในระบบ เศรษฐกิจ 2. กํากับดูแลสถาบันการเงินที่กฎหมายใหอํานาจไว ใหมีความม่ันคงและ มีเสถียรภาพ เพ่ือลด ผลกระทบตอ ผฝู ากเงิน และสนับสนุนการเจริญเตบิ โตของเศรษฐกิจอยาง ยั่งยนื 3. ดแู ลและพฒั นาใหร ะบบการชาํ ระเงินของประเทศมปี ระสทิ ธภิ าพ มน่ั คงและ ปลอดภัย เพือ่ เปน กลไกสนบั สนุนการทาํ ธรุ กิจและการพัฒนาเศรษฐกิจการเงนิ 4. หนา ท่ีอน่ื ๆ เชน การออกธนบตั ร และบรหิ ารจดั การใหม ธี นบัตรหมนุ เวียน อยางเพยี งพอ การบรหิ ารเงนิ สาํ รองทางการของประเทศ การ เปนนายธนาคารใหแกรัฐบาลใน การรบั ฝากเงิน โอนเงนิ และเปนแหลงกยู ืมเงินสดุ ทายแกส ถาบัน การเงนิ ที่ขาดเงินทุนหมุนเวยี น รวมถึงการใหค วามรูและคุมครองผูใชบ รกิ ารทางการเงนิ ใหไ ดรับความ เปน ธรรมธปท. กํากบั ดูแลผใู หบรกิ ารทางการเงนิ แบงไดด ังน้ี 1. สถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัตธิ รุ กิจสถาบันการเงนิ พ.ศ. 2551 คือ สถาบนั ที่ทาํ หนา ท่ีใหบ ริการดานการเงิน เชน การรับฝากเงิน การรบั ชาํ ระเงนิ การใหสนิ เชื่อ และ ธุรกรรมทาง การเงนิ อ่ืนตามท่ีไดร ับอนญุ าต ไดแ ก 1) ธนาคารพาณิชย (ธพ.) คือ บริษัทท่ีไดรับอนุญาตใหประกอบธุรกิจ ธนาคารพาณิชยเชน การรบั ฝากเงิน การโอนและรับชําระเงิน และการใหสินเชื่อ รวมถึงบริการ ทางการเงินอื่น ๆ เชน การ ค้ําประกัน บริการเกี่ยวกับเงินตราตางประเทศ ธุรกิจตางประเทศ เชน สินเช่ือเพ่ือการสงออกนําเขา ตลอดจนบรกิ ารทางการเงินเพื่อการบริหารความเสย่ี งใหแก ลูกคา เชน สัญญาซ้ือขายอัตราแลกเปลี่ยน ลวงหนา ในปจจุบันธนาคารพาณิชยไดรับอนุญาตให ประกอบธุรกิจท่ีเกี่ยวของกับหลักทรัพยและ ประกันภัยบางประเภทเพ่ิมข้ึน เชน การเปนนายหนา ซื้อขายหนวยลงทุน นายหนาประกันภัย การ แนะนําบริการของบริษัทประกันภัยใหลูกคา 2) ธนาคารพาณิชยเพ่ือรายยอย (ธย.) คือ บริษัทที่ ไดรบั อนญุ าตให ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย โดยมวี ัตถุประสงคหลักเพ่ือใหบริการแกประชาชนราย ยอ ยและ

ใบความรูท ่ี ๕ วชิ า การเงินเพือ่ ชีวติ ๒ สค 2๒01๖ เร่ือง สนิ เช่ือ สทิ ธิและหนา ท่ขี องผูใ ชบ ริการทางการเงนิ ระดับชน้ั วสิ าหกิจขนาดกลางและขนาดยอม และสามารถใหบริการทางการเงินพนื้ ฐานอ่นื เชน การรบั ฝาก เงนิ การโอนและรับชาํ ระเงนิ ไดด วย แตไ มไดร บั อนุญาตใหประกอบธุรกิจท่ีมีความซับซอนและมี ความเส่ียงสงู เชน ธุรกจิ เก่ยี วกบั เงินตราตา งประเทศ และตราสารอนพุ นั ธ 3) ธนาคารพาณิชยท่ีเปนบริษัทลูกของธนาคารตางประเทศ คือ บริษัท ท่ีจดทะเบียนใน ประเทศไทยและไดร บั อนุญาตใหป ระกอบธุรกิจธนาคารพาณชิ ยโดยมธี นาคาร พาณิชยตางประเทศถือ หนุ ไมต ่ํากวา 95% ของหุนท่จี าํ หนายไดแลวทง้ั หมด 4) สาขาของธนาคารพาณิชยต า งประเทศ คือ สาขาของธนาคารพาณชิ ย ตางประเทศทไี่ ดรบั อนุญาตใหป ระกอบธุรกิจธนาคารพาณชิ ยใ นประเทศไทย 5) บรษิ ทั เงนิ ทนุ (บง.) คือ บรษิ ัทท่ไี ดรับอนญุ าตใหป ระกอบธุรกิจเงนิ ทุน โดยรับฝากเงินหรอื รับเงินจากประชาชนท่ตี องจา ยคนื เม่ือทวงถาม หรอื เมื่อสิ้นระยะเวลา ท่ีกําหนดไว และสามารถใหกูยมื เงินตามประเภทของธุรกิจเงนิ ทุนที่ไดร ับอนุญาต เชน การให กยู มื เงินระยะปานกลางและระยะยาวแก กิจการอุตสาหกรรม เกษตรกรรม หรือพาณชิ ยกรรม การใหเ ชา ซ้อื บางประเภท แตไ มส ามารถ ประกอบธุรกิจท่เี กย่ี วของกบั เงนิ ตราตา งประเทศได 6) บรษิ ทั เครดติ ฟองซเิ อร (บค.) คือ บริษัททีไ่ ดร บั อนญุ าตใหป ระกอบ ธุรกจิ เครดิตฟองซิเอร โดยสามารถรับฝากเงนิ หรือรับเงินจากประชาชนทีจ่ ะจายคืนเมอ่ื สิ้น ระยะเวลาทก่ี าํ หนดไว เชน ไมน อย กวาหนึ่งป และตองฝากเงินไมนอยกวาหน่ึงพันบาท โดย สามารถใหกยู ืมเงินโดยวิธีรับจํานอง อสงั หารมิ ทรัพย การรับซ้ืออสังหาริมทรัพยโดยวิธขี ายฝาก 2. ส านักงานผูแ ทนธนาคารพาณชิ ย ตางประเทศ คือ ส านักงานของธนาคาร พาณชิ ยตางประเทศที่ไดรบั อนุญาตจากธนาคารแหงประเทศ ไทยใหดําเนินการในประเทศไทย แทนธนาคารพาณิชยตางประเทศ ส านกั งานผูแทนฯ สามารถ ดําเนินการเพือ่ ประโยชนข อง ส านักงานใหญ หรือสํานักงานอ่นื ๆ ของธนาคาร ไดเ ฉพาะทเี่ กยี่ วกับ การติดตอ ประสานงาน การแนะนําลกู คา และการรวบรวมขอ มูลขา วสารเพ่ือสงใหสํานักงานใหญ หรอื สํานักงานอนื่ ๆ ของธนาคารเทานนั้ เชน การรวบรวมขอมลู ขา วสารเก่ยี วกบั ฐานะทางการเงนิ ของ ลูกคาและ สถานการณท างเศรษฐกิจและการเงิน ส านกั งานผูแทนฯ ตองไมป ระกอบธรุ กจิ ใดอนั เขา ขาย ธรุ กจิ ธนาคารพาณิชยแ ละธุรกจิ ทเี่ กยี่ วเน่ือง เชน ธรุ กิจใหเชาซือ้ ลสี ซิ่ง แฟกเตอริง รับซอ้ื รับโอน ลกู หนเ้ี งินใหก ยู ืม ธุรกิจสัญญาซ้ือขายลวงหนา บริษทั บรหิ ารสนิ ทรัพย คือ บรษิ ทั ที่ไดรับใบอนุญาตตามกฎหมายวา ดว ย บรษิ ทั บริหารสนิ ทรัพย ใหสามารถประกอบธรุ กิจรับซื้อหรอื รบั โอนสินทรัพยแ ละหลกั ประกนั

ใบความรทู ่ี ๕ วิชา การเงินเพ่ือชีวิต ๒ สค 2๒01๖ เรอ่ื ง สินเชอื่ สิทธิและหนา ทีข่ องผใู ชบริการทางการเงินระดับช้ัน ของสถาบันการเงิน เชน ลกู หนส้ี ินเช่อื ดอยคณุ ภาพ (Non-Performing Loans: NPLs) สนิ ทรัพย ของสถาบันการเงนิ ที่ปด กิจการไปแลว โดยจะนาํ มาบริหารตอ เชน นาํ ไปใหก ูยมื เพิ่มเติม ปรับปรุง โครงสรางหน้ี 4. สถาบันการเงินเฉพาะกจิ หมายถึง สถาบันการเงินของรัฐที่มกี ฎหมาย เฉพาะจัดตง้ั ข้ึน เพือ่ ดําเนินการตามนโยบายของรฐั ในการพัฒนาสงเสริมเศรษฐกจิ และ สนับสนนุ การลงทุนตาง ๆ แบง เปน 1) สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่รับฝากเงินจากประชาชนทั่วไป หมายถึง สถาบันการเงิน เฉพาะกจิ ท่ีเปน ธนาคารและใหบ รกิ ารทางการเงินท้ังดานเงินฝากและการให สินเช่ือ เชน ธนาคารออม สนิ ธนาคารเพ่ือการเกษตรและสหกรณก ารเกษตร 2) สถาบนั การเงินเฉพาะกจิ ท่ีไมร ับฝากเงนิ จากประชาชนทั่วไป หมายถงึ สถาบันการเงิน เฉพาะกิจท่ีทาํ ธรุ กิจตามขอบเขตท่ีกาํ หนด เชน ใหสินเช่ือหรอื รบั ประกนั สนิ เช่ือ ใหแกล ูกคาเฉพาะกลมุ แตไ มรับเงินฝากจากประชาชนท่วั ไป เชน ธนาคารเพื่อการสงออกและ นําเขา แหงประเทศไทย 5. ผูประกอบธรุ กจิ ที่มใิ ชส ถาบนั การเงิน แบง ได 5 ประเภท ดังนี้ 1) ผปู ระกอบธรุ กิจบตั รเครดิต จะดําเนินกจิ การเกีย่ วกับบัตรเครดิต เพื่อใหผูถ ือบัตร นําไปใชช าํ ระคาสนิ คา คา บริการ หรือคาอ่นื ใดแทนการชาํ ระดว ยเงินสด หรือ เพื่อใชเบิกถอนเงินสด โดยผูประกอบธุรกจิ ทดรองจา ยเงินแทนผถู ือบัตรน้ันกอน และจะไดร ับ ชําระคนื จากผูถ ือบตั รใน ภายหลงั 2) ผูประกอบธุรกิจสินเชื่อสวนบุคคลภายใตการกํากับ จะดําเนินกิจการ เก่ียวกับการให กูยืมเงนิ แกบ ุคคลธรรมดาโดยไมมีหลักประกัน เพื่อนําไปใชจายสวนตัว โดยไมรวม การเชาซื้อรถยนต และรถจักรยานยนต 3) ผูป ระกอบธุรกิจสนิ เชอ่ื รายยอยเพื่อการประกอบอาชีพภายใตก าร กํากับ หรือสินเชอื่ นาโนไฟแนนซ จะดาํ เนนิ กจิ การใหกูย ืมแกบุคคลธรรมดานําไปใชในการ ประกอบอาชีพ เพื่อสงเสริม การเขา ถงึ แหลงเงินทนุ และเพ่ิมโอกาสในการประกอบอาชีพ 4) ผูประกอบธุรกิจใหบริการการชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส ที่อยูภายใต พระราช กฤษฎีกาวาดวยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการการชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. 2551 และมี ธนาคารแหง ประเทศไทยเปนผกู าํ กบั ดแู ลเฉพาะสวนของธุรกิจนี้

ใบความรูท่ี ๕ วชิ า การเงินเพอ่ื ชีวิต ๒ สค 2๒01๖ เรือ่ ง สินเชอ่ื สทิ ธิและหนา ท่ขี องผใู ชบริการทางการเงินระดับชั้น 5) ผูประกอบธุรกิจใหบริการดานการแลกเปล่ียนเงินหรือโอนเงินตรา ตางประเทศ ปจจุบันผู ใหบ รกิ ารดานการแลกเปลี่ยนเงิน (ท่ีไมใชธนาคารพาณิชย) ที่ไดรับ อนุญาตใหประกอบธุรกิจเงินตรา ตา งประเทศ มี 2 ประเภท ไดแ ก 5.1) บคุ คลรบั อนญุ าต สามารถประกอบธุรกิจการซ้อื และขายธนบัตร ตา งประเทศ และรับซอ้ื เชค็ เดินทางจากลูกคา 5.2) ตัวแทนโอนเงินระหวา งประเทศ สามารถประกอบธุรกิจการโอนเงนิ เขา ออก จากประเทศไทย สามารถศึกษาขอมลู เพิม่ เติมไดทเ่ี ว็บไซตธ ปท. www.bot.or.th

ใบความรูท่ี ๖ วชิ า การเงินเพ่ือชวี ติ ๒ สค 2๒01๖ เรอื่ ง สินเช่อื สทิ ธิและหนา ทขี่ องผูใ ชบ รกิ ารทางการเงนิ ระดับชัน้ เรื่องที่ 1 การวางแผนการเงิน การวางแผนการเงินเปนเคร่อื งมือทจ่ี ะชว ยใหเ ราสามารถจัดการชวี ติ อยางเปน ระบบ ใหมีรายได เพยี งพอกบั รายจา ย มเี งินใชเมือ่ เกิดเหตุฉุกเฉนิ มเี งนิ ออมไวซื้อส่ิงตา ง ๆ หรือ ลงทนุ รวมไปถึงมเี งนิ ไว ใชจ ายยามแกชรา การวางแผนการเงินในแตล ะวัย ไมว าจะอยใู นชวงวยั ไหน อายเุ ทาไร ก็ตองเกี่ยวของกับเงิน ดังนน้ั ทกุ คน จึงควรวางแผนการเงนิ แตอ ายุท่ีแตกตางทาํ ใหเ หตกุ ารณท เ่ี กดิ ขึน้ ในชวี ติ แตกตางกันไป คนใน แตละวยั จงึ อาจมีการวางแผน การเงินที่ไมเหมือนกัน ลักษณะสาํ คญั เปน วยั ท่ยี งั ไมม รี ายได แตอาจมรี ายรับเปน เงิน ของขวัญทอ่ี าจไดต ามเทศกาลตา ง ๆ สว นรายจา ยโดยมากผูปกครอง จะเปนผรู ับผิดชอบ การวางแผนการเงนิ เหมาะแกการบมเพาะนิสยั การออมอยา ง สมํา่ เสมอ ใหรูจ กั คา ของเงินและ ใชจา ยอยางสมเหตุสมผล เชน ฝกให วัยเดก็ วยั ทาํ งาน ออมเงนิ เพอ่ื ซ้ือของทอี่ ยากได หรือฝก จดั สรรเงินโดยใหเงินเม่อื ไป เท่ียว แลวใหวางแผนใชจายเอง ลักษณะสําคญั เปน วัยทเี่ ริ่มมรี ายไดเ ปนของตนเอง มีอิสระในการ ใชจาย แตสวนมากมักเปนรายจา ยที่ ไปตามกระแสสงั คม กิน เทย่ี ว ชอป และเร่ิมเขาถงึ บรกิ ารสนิ เชื่อ การวางแผนการเงนิ ควรวางแผนการใชจ า ยไมใ หเ กินรายไดท่ีมีอยู ระมดั ระวงั การกอ หนี้ และควรเรม่ิ วางแผนการออมโดยกาํ หนด เปา หมายการออมใหชดั เจน เชน ออมเพื่อซ้ือบาน ซื้อรถ แตงงาน หรอื แมก ระทั่งเพ่ือใชจ า ยในวยั ชรา

ใบความรทู ่ี ๖ วิชา การเงนิ เพอื่ ชีวติ ๒ สค 2๒01๖ เรือ่ ง สนิ เชื่อ สทิ ธิและหนาที่ของผใู ชบ รกิ ารทางการเงินระดบั ช้ัน วยั สรา งครอบครัว วัยชรา ลกั ษณะสาํ คัญ เปน วัยที่มรี ายไดเพ่ิมขนึ้ แตในขณะเดยี วกันรายจาย กเ็ พ่ิมขน้ึ เชน กนั เพราะตอ งรบั ผิดชอบ สมาชิกในครอบครัว และมกั มี ภาระหนที้ ่ตี อ งจา ย การวางแผนการเงนิ ตองวางแผนการเงินอยางรดั กุม ตั้งงบประมาณ สําหรบั คา ใชจ ายแตละประเภทและ พยายามใชจายไมใ หเ กนิ งบ เพื่อ ปองกันปญหาเงนิ ไมพ อใช นอกจากนี้ ควรวางแผนการเงนิ เพอื่ การศึกษา บุตร และลงมือทําตามแผนการเงินเพื่อใชจ ายในวัยชรา อยา งจรงิ จัง ลกั ษณะสาํ คัญ เปนวัยทีร่ ายไดลดลงหรอื ไมมีรายไดเลย ภาระหน้ี อาจหมดไปแลว หรือเหลือไมมากนัก แต รายจา ยในชีวิตประจาํ วนั ยงั มีอยู และอาจมคี ารกั ษาพยาบาลเพ่ิมข้ึน การวางแผนการเงิน วางแผนใชจ า ยใหไ มเ กินเงินที่มีอยู จํากดั วงเงิน ในการใช จายแตล ะประเภท แลกนั เงนิ สว นหนง่ึ ไวเปน คา รกั ษาพยาบาลแตทางท่ีดคี วรออมเงินเพื่อใชในยามชราและควร เตรยี มความพรอมเร่ือง สวสั ดกิ ารหรือการประกันสขุ ภาพต้งั แต ยังหนมุ สาวจะไดมีชีวิตในวัยชราอยางสุขสบาย ขัน้ ตอนการวางแผนการเงนิ การวางแผนการเงินสามารถทําไดจ าก 5 ขัน้ ตอน ดงั น้ี 1) ประเมินฐานะการเงินของตนเอง เพอื่ ใหทราบฐานะทางการเงินในปจ จุบนั แลว ใชขอ มูล ดังกลา วเพ่ือกาํ หนดเปา หมายการเงนิ ในข้ันตอนตอไป ซ่งึ รายละเอียดจะกลา ว ในเรื่องท่ี 2 2) ตั้งเปา หมายการเงิน เพ่อื กาํ หนดแผนปฏบิ ตั ิ โดยเปาหมายที่ดีจะตองชดั เจน และสอดคลอ ง กับความสามารถทางการเงนิ ซึ่งรายละเอียดจะกลาวในเรอ่ื งท่ี 4 3)จัดทาํ แผนการเงนิ เพื่อเปน แนวทางในการปฏิบัตใิ หบรรลเุ ปา หมายการเงิน ทีต่ ัง้ ไว ซง่ึ รายละเอยี ดจะกลา วในเร่ืองที่ 4

ใบความรูท่ี ๖ วิชา การเงินเพอ่ื ชวี ติ ๒ สค 2๒01๖ เรื่อง สนิ เชือ่ สิทธิและหนาที่ของผูใ ชบ รกิ ารทางการเงนิ ระดับชั้น 4) ปฏบิ ตั ิตามแผนอยา งเครง ครดั เพ่ือใหบรรลเุ ปาหมายทีต่ ้ังไว ซ่งึ เปนชวงที่ ตองมีวินัยเปน อยา ง มาก เพราะถงึ แมจะตงั้ เปาหมายไวดีอยา งไร แตหากขาดการปฏบิ ัติจริงจัง และตอเนือ่ ง ก็อาจเผลอใจ ไปกบั ส่งิ ที่อยูนอกแผนได 5) ตรวจสอบและปรบั แผนใหสอดคลอ งกบั สถานการณ บางคร้ังสถานการณ การเงินของเรา อาจแยลง ทําใหไมสามารถปฏิบัติตามแผนได ก็ควรทบทวนแลวปรับแผนเพื่อให สามารถปฏิบัติตาม แผนและบรรลเุ ปา หมายโดยไมร สู ึกกดดันจนเกินไปได แตขณะเดียวกัน หาก สถานการณเปล่ียนแปลง ไปในทางท่ีดขี ้ึน เชน สามารถออมเงินไดมากข้ึน ก็ควรปรับแผน ใหอ อมมากขึ้น

ใบความรูท ี่ ๗ วชิ า การเงนิ เพ่อื ชวี ติ ๒ สค 2๒01๖ เรื่อง สินเชอ่ื สทิ ธิและหนาทีข่ องผูใ ชบรกิ ารทางการเงนิ ระดบั ชั้น เร่ืองที่ 2 การประเมนิ ฐานะการเงินของตนเอง การประเมนิ ฐานะการเงนิ เปนขั้นตอนแรกในการวางแผนการเงิน โดยเริม่ จาก การพิจารณาวาเรามฐี านะ ทางการเงินในปจจุบันเปนอยางไร ซง่ึ จะชวยใหเขาใจสถานการณ การเงินของตนเอง และสามารถวางแผน การเงนิ สาํ หรับอนาคตได การประเมินฐานะการเงนิ การประเมนิ ฐานะการเงนิ สามารถทําไดห ลายดา น ซึ่งแตล ะดา นจะมีเคร่อื งมอื ท่ชี วยประเมนิ แตกตางกนั ไป การประเมนิ ฐานะทางการเงินท่สี าํ คญั มดี ังนี้ 1. การประเมินฐานะการเงนิ (ภาพรวม) สามารถประเมิน ฐานะการเงนิ โดย คํานวณหาความมัง่ คั่งสทุ ธซิ ึ่งก็คือ มลู คา ท่ีเหลืออยูห ลังจากทนี่ าํ ทรัพยสินทั้งหมดลบดว ย หน้ีสนิ ทัง้ หมด ความมั่งค่ังสุทธิ จะบอกฐานะที่แทจริงของเราวา มสี นิ ทรัพยที่เปน ของเราจริง ๆ เทา ไร โดยสามารถคาํ นวณ ความมง่ั ค่ังสทุ ธิไดตามข้ันตอนดังน้ี 1) คํานวณมลู คา สินทรัพยทัง้ หมดที่มีอยโู ดยจดรายการสินทรัพยแ ยก ออกเปน 3 ประเภท ไดแก ▪ สนิ ทรัพยส ภาพคลอง คอื เงินสด และสนิ ทรพั ยทีเ่ ปลย่ี นเปนเงิน สดไดงา ย เชน เงินฝากธนาคาร ▪ สินทรัพยเ พื่อการลงทุน คอื สินทรัพยที่ถอื ครองเพื่อมุงหวงั ผลตอบแทนจากการลงทนุ เชน สลากออมทรพั ย พนั ธบตั รรัฐบาล หุนกู กองทุนรวม กองทนุ สาํ รองเล้ยี งชีพ โดยบันทึกในราคาตลาด (ราคาซือ้ ขายในปจ จบุ ัน)

ใบความรูท่ี ๗ วิชา การเงินเพ่อื ชวี ติ ๒ สค 2๒01๖ เร่อื ง สินเช่อื สทิ ธิและหนา ทข่ี องผใู ชบริการทางการเงนิ ระดบั ช้ัน ▪ สนิ ทรพั ยสวนตวั คือ สินทรพั ยท่ีมีไวเ พ่ือใชในชวี ิตประจาํ วนั หรือ เพื่อสะสม เชน ทอ่ี ยู อาศยั รถยนต เส้อื ผา เครอ่ื งประดบั โดย บันทึกในราคาตลาดแลว รวมมูลคาของสินทรัพย ทงั้ 3 ประเภท 2) คาํ นวณมลู คาหน้สี ินทงั้ หมดท่มี ีอยู โดยแยกหนี้สินออกเปน 2 ประเภท ไดแก ▪ หนีส้ ินระยะสัน้ ไดแก หน้ีทตี่ อ งจายคนื ภายในเวลาไมเกนิ 1 ป ซงึ่ สวนใหญเ ปน หน้ที เี่ กดิ จากการอุปโภคบรโิ ภค เชน หนบ้ี ตั รเครดติ หรอื การซื้อสินคา เงินผอน ▪ หนีส้ นิ ระยะยาว ไดแ ก หนี้ท่มี ีเวลาผอ นชาํ ระนานกวา 1 ป เชน หน้ที เ่ี กิดจากการซื้อ บา นและรถยนต โดยใชตัวเลขของจํานวนหน้ี ท่ีเหลอื อยู แลวรวมมูลคาของหน้ีสินทั้ง 2 ประเภท 3) คาํ นวณความม่ังคั่งสทุ ธเิ มอื่ ไดม ลู คาสนิ ทรพั ยท งั้ หมดแลว ใหน ําไป หักออกดว ยมูลคาหน้ีสินทั้งหมด สวนท่ีเหลืออยกู จ็ ะเปน “ความมง่ั ค่ัง สทุ ธขิ องเรา” ตวั อยา งการคํานวณความมั่งคั่งสทุ ธิ 2. การประเมนิ ดา นหน้สี ามารถประเมนิ ไดจากอตั ราสว นภาระหนตี้ อ รายได ตอเดือน ซึ่งเปน สดั สว นการ ชาํ ระหนีต้ อ รายได นอกจากจะทําใหทราบภาระหนที้ ่ีตองจาย ตอเดือนแลว ยงั สามารถใชประเมนิ ความสา มารในการชําระหน้หี ากตองการกเู งินในอนาคต อีกดวย อัตราสวนภาระหนี้ตอรายได สามารถคํานวณไดจากนําจํานวนหน้ีท่ีตองจาย ตอเดือนหารดวยจํานวน รายไดท ่ีไดรบั ในแตล ะเดือน ผลลพั ธท ี่ไดจ ะบอกวา เราจายหน้เี ปน สดั สว นเทาไร

ใบความรูท่ี ๗ วิชา การเงนิ เพ่อื ชวี ิต ๒ สค 2๒01๖ เรอื่ ง สินเชือ่ สทิ ธิและหนาที่ของผใู ชบริการทางการเงนิ ระดับชน้ั ตัวอยา ง นาง ก มีรายไดจ ากการขายของในตลาดเดือนละ 9,000 บาท และมหี นีค้ า ผอนทวี ี รนุ ใหม ลาสุดอกี เดือนละ 4,950 บาท อตั ราสวนภาระหนตี้ อรายไดของนาง ก มีคาเทาไร และมี ความหมาย อยางไร อตั ราสวนภาระหน้ตี อรายได = 4,950 ÷ 9,000 = 0.55 หรือ 55% จากการคํานวณ อัตราสว นภาระหนต้ี อรายไดของนาง ก มีคา เทา กบั 55% นนั่ หมายความวา หากมีรายได 100 บาท นาง ก ตองใชเ งนิ จา ยหนี้ถงึ เดอื นละ 55 บาท เหลือใชเพยี งแคเดือนละ 45 บาทเทาน้นั 3. การประเมนิ ดา นการออม สามารถประเมนิ ไดจ ากอัตราสวนเงนิ ออม ตอรายไดต อ เดือน อัตราสวนนี้คาํ นวณไดจ ากน าจาํ นวนเงนิ ทอ่ี อมตอเดอื นหารดวยจาํ นวนรายได ทไ่ี ดร บั ในแตล ะเดือน ผลลัพธท ่ีไดจะบอกวา เรานาํ รายไดทม่ี ีไปเปน เงนิ ออมเปน สดั สว นเทา ไร ตวั อยา ง นาง ก มีรายไดจากการขายของในตลาดเดือนละ 9,000 บาท และออมเงนิ เดือนละ 450 บา อัตราสวนเงนิ ออมตอรายไดข องนาง ก มคี า เทาไรและมีความหมายอยางไร อตั ราสวนเงินออมตอรายได = 450 ÷ 9,000 = 0.05 หรอื 5% จากการคํานวณ อตั ราสวนเงินออมตอ รายไดข องนาง ก มีคาเทา กบั 5% นัน่ หมายความวา หากมรี ายได 100 บาท นาง ก นาํ ไปเปน เงนิ ออมแค 5 บาท 4. การประเมินดานรายรบั -รายจาย สามารถประเมินได จากการบนั ทึก รายรับ-รายจาย แลวสงั เกตดวู า ในแตละเดือนมีรายรับ-รายจา ยอะไรบาง ซึง่ รายละเอยี ดจะ กลาวในเรือ่ งท่ี 3

ใบความรูท ี่ ๗ วชิ า การเงินเพอ่ื ชีวิต ๒ สค 2๒01๖ เรือ่ ง สินเชอ่ื สทิ ธิและหนา ทข่ี องผูใชบ ริการทางการเงนิ ระดบั ชั้น ลักษณะของการมีสุขภาพการเงินท่ดี ี การมสี ขุ ภาพทางการเงินที่ดี จะทําใหม ีความมั่นคงทางการเงิน ลดความเสย่ี ง ทจ่ี ะเกดิ ปญหาการเงนิ หรอื ปญ หาเงนิ ไมพอใช โดยลักษณะของการมีสขุ ภาพการเงินที่ดมี ดี ังนี้ 1) มีอัตราสว นหน้ตี อ รายไดไมเกิน 33% หรอื มภี าระหน้ีตอ เดือนไมเกิน 1 ใน 3 ของรายได ซ่ึงเปน สัดสว นของหนท้ี ี่คนท่ัวไปพอจะจายไหว แตห ากมีอัตราสวนหน้ี ตอ รายไดม ากกวา หรือนอยกวา ลักษณะของการมสี ุขภาพการเงินทดี่ ีอาจมีความหมาย ดงั นี้ อตั ราเปรยี บเทียบ ความหมาย คาํ แนะนาํ 1.อตั ราสว นภาระ มหี นี้มากเกนิ ไป จนอาจ ทาํ ใหเงินไม ควรวางแผนการจายหนี้ใหดี และ เม่ือมี หนี้ ตอ รายได พอใชจายในชีวิตประจําวัน หรอื ซื้อ ของ เงินได ควรแบงเงินไวเปน เงินออมเพ่ือใช มากกวา 33% ท่ีอยากได และยังมี โอกาสทจ่ี ะเกิด จา ยยามเกดิ เหตุ ฉุกเฉิน โดยไมตองกอหน้ี ปญ หาทาง การเงินได เพม่ิ จน กลายเปน ปญหาทางการเงิน 2.อตั ราสว นภาระ มภี าระหนีไ้ มมากนัก ทาํ ให การใชจ า ย ควรออมเงินไวสําหรับเหตุการณ ฉุกเฉิน หนี้ ตอรายไดน อย ในชวี ติ ประจําวันไมติดขัดและสามารถ เพื่อหลีกเล่ียงการกอหนี้เพ่ิม และอาจ กวา 33% กันเงนิ สวนหน่ึงไวเ ปน เงนิ ออมได ออมเงิน เพื่อเปาหมาย อื่น ๆ เชน เพ่ือใช จายในยามที่ ไมสามารถหาเงินได รหู รอื ไมว า เราสามารถคิดงาย ๆ ไดว า “เราไมควรมีหนีท้ ตี่ องจายตอเดอื นเกิน 1 ใน 3 ของรายได” เชน นาง ก มีรายไดเ ดือนละ 9,000 บาท นาง ก กไ็ มค วรมีหน้ีท่ีตองจา ยคืนในแตละเดอื นเกิน = รายได ÷ 3 = 9,000 ÷ 3 = 3,000 บาท

ใบความรทู ่ี ๗ วิชา การเงินเพือ่ ชวี ิต ๒ สค 2๒01๖ เรื่อง สินเชือ่ สิทธิและหนา ที่ของผูใชบ ริการทางการเงินระดบั ช้นั 2) มีอัตราสวนเงินออมตอรายไดอ ยางนอย 25% หรือมเี งนิ ออมตอเดอื น อยางนอย 1 ใน 4 ของ รายได ซงึ่ เปนสัดสวนของเงนิ ออมทค่ี นท่ัวไปควรมีไวเพ่ือวัตถปุ ระสงค ตาง ๆ แตหากมีอัตราสว นเงินออมตอ รายไดมากกวาหรอื นอยกวาน้ี อาจมีความหมายดงั น้ี อัตรา ความหมาย คาํ แนะนํา เปรยี บเทียบ 1. อตั ราสว นเงนิ ออมเงินในระดับท่ีดี แตห าก มากไปจน อาจแบงสวนเงินออมไวเปนสวนๆ เพ่ือ ตอรายไดม าก ตองใชจา ยอยาง กระเบยี ดกระเสียร เปาหมายตาง ๆ เชน เพื่อลงทุน หรือออมไว กวา 25% อาจทาํ ให เกิดความรูสึกกดดันจนทําให ใชจายใน วัยชรา หากมีเงินออมเผื่อฉุกเฉิน ชีวิตไมม ีความสุขได แลว ก็อาจแบงเงินออมสวนหน่ึง ไวทําความ ฝนของตวั เองใหเปน ความจริง 2.อตั ราสว นเงิน ออมเงินนอยเกินไป เมื่อ ตองการซ้ือ ควรออมเงินใหม ากข้ึน อาจเริ่ม ออมจํานวนที่ ตอรายไดน อย อะไรกอ็ าจตอ ง กอหนี้ ไมมาก แลวคอย ๆ เพิ่มทลี ะนดิ เชน เริ่มท่ี กวา 25% 10% ของรายได แลว พยายามเพิม่ ให ได จนถึง 25% รูหรือไมว า เราสามารถคดิ งา ย ๆ ไดวา “เราควรออมเงินเดือนละ 1 ใน 4 ของรายได” เชนนาง ก มรี ายไดจากการ ขายของในตลาดเดือนละ 9,000 บาท นาง ก ก็ควรออมเงนิ เดือนละ = รายได ÷ 4 = 9,000 ÷ 4 = 2,250 บาท

ใบความรูท ี่ ๗ วิชา การเงนิ เพ่อื ชวี ิต ๒ สค 2๒01๖ เร่อื ง สินเช่ือ สิทธิและหนา ท่ีของผใู ชบริการทางการเงนิ ระดบั ช้นั 3) มเี งนิ ออมเผอื่ ฉกุ เฉินอยา งนอย 6 เทาของรายจายจาํ เปน ตอเดอื น เงนิ ออมเผื่อฉุกเฉนิ เปน เงนิ ที่ เกบ็ ไวใ ชย ามจาํ เปน เมื่อเกิดเหตกุ ารณไมค าดฝนหรอื เหตกุ ารณ ท่เี กิดข้นึ อยางกะทนั หันและตองใชเงนิ จํานวนมาก เชน เจบ็ ปว ยหรืออบุ ตั ิเหตุทตี่ องรักษาตวั ในโรงพยาบาล รายไดลดกะทันหัน หรอื ตกงาน ซ่ึงควรมอี ยางนอ ย 6 เทา ของรายจา ยจาํ เปน ตอเดอื น ตวั อยาง นาง ก มรี ายไดจ ากการขายของในตลาดเดือนละ 9,000 บาท มีคา ใชจายจาํ เปน ตอ เดือนละ 4,000 บาท นาง ก ควรมเี งินออมเผ่อื ฉุกเฉนิ อยา งนอยเทาไร นาง ก ควรมีเงินออมเผ่อื ฉุกเฉนิ อยางนอย = คา ใชจา ยจําเปนตอ เดือน x 6 = 4,000 x 6 = 24,000 บาท เม่ือมีความจําเปน ตองนําเงนิ ออมเผ่อื ฉุกเฉินออกมาใช กค็ วรออมเงินคนื ใหอยู ในระดับเดมิ โดยเร็ว เพราะ เมือ่ เกดิ เหตฉุ ุกเฉนิ กจ็ ะสามารถนําเงินออกมาใชไดอ ีก โดยเงนิ ออม เผื่อฉุกเฉนิ ควรเกบ็ ไวใ นทที่ ส่ี ามารถนํา ออกมาใชไดง าย เชน ฝากในบญั ชีออมทรัพย เพอื่ ให สามารถถอนออกมาใชไ ดสะดวก ทันเวลา และไมต ดิ เงอ่ื นไขการฝากถอน ท้งั นี้ ควรแยกบญั ชี เงนิ ออมเผื่อฉกุ เฉินจากบัญชีเงินเดือนเพ่ือปองกันการนําเงินออม ออกมาใชโ ดยไมต ้งั ใจหรือเพ่ือ เหตทุ ีไ่ มจ ําเปน รูห รือไมวา เราสามารถดูจํานวนคาใชจายจําเปนของเราจากการบันทึกรายรับ-รายจาย โดยตองทําการบันทึก รายรับ-รายจายอยางนอย 1 เดือน และแยกรายการรายจายเปน “รายจายจําเปน” และ “รายจายไม จําเปน ” ซึ่งสามารถดูรายละเอยี ดเพ่ิมเติมไดในเรื่องที่ 3

ใบความรูท่ี ๘ วิชา การเงนิ เพอ่ื ชวี ติ ๒ สค 2๒01๖ เรื่อง สนิ เชือ่ สิทธิและหนา ที่ของผูใชบริการทางการเงินระดบั ชั้น เร่อื งท่ี 3 การบันทึกรายรับ-รายจา ย การบันทึกรายรับ–รายจา ย เปน เคร่อื งมอื หนงึ่ ในการประเมนิ ตนเองเพื่อวางแผน การเงิน โดยการบนั ทกึ รายรับ-รายจายจะทําใหทราบถึงลกั ษณะของรายไดและนิสยั การใชจ าย ของผูบนั ทกึ ซ่ึงจะเปน ประโยชนใน การวางแผนการเงนิ ขน้ั ตอนการจดั ทําบันทึกรายรบั -รายจาย การท าบนั ทึกรายรับ-รายจา ยไมม ีกฎหรอื ขอบังคับตายตัว แตหากจะทําเพ่ือให เกิดประโยชนในการ วางแผนการเงนิ การบันทกึ รายรบั -จา ยควรมขี ัน้ ตอนดงั น้ี 1. กาํ หนดระยะเวลาทจี่ ะบนั ทกึ เชน 1 เดอื น 1 ป หรอื ตลอดไป โดยจะตอง เลอื กระยะเวลาที่สามารถ ทาํ ไดจรงิ และสามารถบนั ทึกไดท กุ วัน และเพอ่ื ประโยชนในการ วางแผนการเงนิ ควรบันทึกทุกวนั ตดิ ตอกนั อยา งนอย 1 เดอื น ซ่งึ จะทาํ ใหท ราบพฤติกรรมใชจ า ย ท่แี ทจรงิ 2. เลือกสมุดเพ่ือใชบันทึกรายรับ-รายจาย โดยควรเลือกสมุดเลมเล็กที่สามารถ พกพาไดสะดวก หรือ อาจใชวิธีจดลงในสมุดเลมเล็กระหวางวัน แลวกลับมาเขียนลงในสมุด บันทึกรายรับ-รายจายตัวจริงที่บาน หรอื อาจบนั ทกึ ลงในสมารต โฟนผานแอปพลิเคชันตาง ๆ 3. จดการรับและจายเงินทุกครั้งลงในบันทึกรายรับ-รายจาย ไมวาจะเปน เงินจํานวนมากหรือเงิน จํานวนนอย ก็ไมควรละเลย และไมควรปรับเปลี่ยนตัวเลขหรือรายการ ทั้งนี้ ก็เพ่ือใหทราบพฤติกรรมการ ใชจายท่แี ทจริง โดยจะตอ งแยกรายจายออกเปน 2 ประเภท ไดแ ก รายจา ยจําเปน และรายจา ยไมจําเปน 1) รายจายจาํ เปน หมายถงึ รายจา ยทจี่ ะตองจา ย ไมสามารถตดั ออกได เพราะเปนคาใชจา ยท่ี สําคญั หรับชวี ิต เชน คา อาหาร คาผอ นหรือเชาท่ีอยูอาศยั คา ใชจา ยใน การเดนิ ทางไปทํางาน คา รักษาพยาบาล คาเทอม 2) รายจา ยไมจาํ เปน หมายถึง รายจา ยท่ีไมมบี ทบาทสาํ คญั ตอชีวติ จะจา ย หรือไมจ า ยก็ยังสามารถ มชี ีวติ อยไู ด เปนแคเพยี งความตอ งการ เชน คาอปุ กรณแ ตงรถ คาหวย คา เส้อื ผาท่ีซือ้ มาเพยี งเพราะวา เหน็ วา สวยดแี ตไ มไดใชคาเหลา คาบหุ รี่ 4. รวมยอดเงินของรายรับ เงินออม รายจายท่จี ําเปน และรายจา ยท่ีไมจ าํ เปน ทั้งหมดเพื่อใชว ิเคราะห พฤติกรรมการใชจ ายของตนเอง

ใบความรูท่ี ๘ วิชา การเงนิ เพื่อชีวติ ๒ สค 2๒01๖ เร่อื ง สินเช่อื สิทธิและหนา ทขี่ องผใู ชบรกิ ารทางการเงินระดบั ชั้น รหู รอื ไมวา การพิจารณาวา รายจา ยใดเปน รายจา ยจาํ เปน หรือไมจําเปน ขึ้นอยูกับ ลักษณะการใชชีวิตของแตละ บุคคล เพราะรายจายจําเปนของคนหน่ึงอาจเปนรายจาย ไมจําเปนของอีกคนหนึ่ง หรือรายจายไม จําเปนของคนหน่ึงอาจมีความจําเปนสําหรับอีกคน หนึ่งก็ได เชน ผูที่มีอาชีพรับจางขนของ รถก็เปน รายจายที่จําเปนมาก แตสําหรับอาชีพครูที่ สอนอยูโรงเรียนใกลบาน รายจายเก่ียวกับรถอาจเปนสิ่งไม จําเปนเลยก็ได ดังนั้น การ พิจารณาวาสิ่งใดเปนรายจายจําเปนหรือไมจําเปน จึงแตกตางกันไปในแตละ บุคคล สวนประกอบที่สาํ คญั ของบันทกึ รายรบั -รายจา ย การบันทกึ รายรบั -รายจา ยสามารถทาํ ไดหลากหลายรปู แบบ ผูบนั ทกึ สามารถ ออกแบบตารางบันทึกไดตาม ความถนัดหรือตามท่ีตนเองช่ืนชอบ แตการบันทึกรายรับ-รายจาย ในแตละเดือนนั้น ควรมีสวนประกอบ ดงั นี้ 1. สวนของการบันทึกรายรับ-รายจาย ควรเปนตารางที่มีความยาวเพียงพอ ตอการบันทึกตลอด ระยะเวลาอยา งนอ ย 1 เดอื น (อาจใชกระดาษมากกวา 1 หนา) โดยจะตอง ประกอบดว ยหวั ขอ ดังนี้ ▪ วันท่ี– กรอกวนั ที่ทมี่ ีรายรับหรอื รายจา ยเกดิ ขนึ้ ▪ รายการ – กรอกรายการรายรับหรอื รายจายที่เกิดขึน้ และหากมี ค าอธบิ ายเพิ่มเตมิ กส็ ามารถกรอก ลงในชองนี้ได ▪ รายรับ – กรอกจาํ นวนเงินสําหรับรายการทเี่ ปน รายรับ ▪ เงินออม – กรอกจํานวนเงนิ สําหรบั รายการทก่ี ารออมเงิน ▪ รายจาย – กรอกจาํ นวนเงินสําหรับรายการท่ีเปนรายจา ย ซึ่งผูบ นั ทึก ตองแยกระหวางรายจาย จําเปน และรายจายไมจ ําเปน โดยพิจารณาถึง ความจําเปนของรายจายน้ันตอการดํารงชวี ิต

ใบความรทู ่ี ๘ วิชา การเงนิ เพอื่ ชีวติ ๒ สค 2๒01๖ เรอ่ื ง สนิ เชื่อ สิทธิและหนาทขี่ องผูใ ชบริการทางการเงินระดับชน้ั ตัวอยา งสวนของการบนั ทึกรายรบั -รายจาย 2. สวนของการสรุปรายรับ-รายจา ย เปน สรปุ การใชจ า ยในแตละเดือนเพ่อื ให ทราบวา ผูบ ันทกึ ใชจาย เกินรายรับท่ีไดรับมาหรือไม สามารถคาํ นวณไดจากน ายอดรวมของ รายรับตลอดท้ังเดือน ลบออกดวย เงินออมและรายจา ยท้งั 2 ประเภททีเ่ กิดขน้ึ ตลอด ระยะเวลา 1 เดือน หากผลลพั ธท ี่ไดเ ปนบวก แสดงวา มกี ารใชจ า ยนอยกวา รายรับท่ีมีอยู จึงยังมี เงนิ เหลอื ตามจาํ นวนท่ีคาํ นวณ ได และเมือ่ พบวาเงินเหลือ ก็ควรวางแผนจดั สรรวาจะนําเงินนนั้ ไปทาํ อะไร เชน นาํ ไปเปนเงินออมเพม่ิ เตมิ จากที่ออมไปแลว เมื่อมีรายไดเขามา นาํ ไปบรจิ าค หรอื ต้ังเปนเงนิ ออมอีกกอนหนง่ึ เพ่ือนําเงินไปลงทุน แตหากผลลัพธติดลบ แสดงวามกี ารใชเ งินเกนิ รายรับที่มีอยูตามจาํ นวน ที่ติดลบ จงึ ตอ งหาสาเหตขุ องการใช เงนิ เกิน เชน อาจมีคาใชจายบางประเภทมากเกินไปหรือ มากกวาปกติ ดังนน้ั จะตองวางแผนลดรายจาย โดยเริ่มพจิ ารณาจาก “รายจา ยไมจําเปน” วา มี รายการใดที่สามารถลดได หรือพิจารณาจาก “รายจา ย จาํ เปน ” วามรี ายจา ยท่ีไมจ าํ เปน แอบแฝงอยูหรอื ไม

ใบความรูที่ ๘ วิชา การเงนิ เพอ่ื ชีวติ ๒ สค 2๒01๖ เรือ่ ง สินเชอื่ สิทธิและหนาที่ของผูใชบ ริการทางการเงินระดบั ชน้ั 3. สว นของการวิเคราะหร ายรบั -รายจา ย เปนการวเิ คราะหร ายรบั -รายจา ย ท่เี กิดขนึ้ ตลอดระยะเวลา 1 เดอื น โดยผูบ ันทึกสามารถวเิ คราะหบ นั ทึกรายรบั -รายจาย ของตนเองได 4 ดานดงั น้ี 1) รายรบั ใหพิจารณาถึงจํานวนและความถีข่ องรายรับ เชน รายวัน รายสัปดาห รายเดอื น เพื่อเปน แนวทางในการวางแผนใชเงินวา เงินท่ไี ดร ับนน้ั จะตอ งใช อีกกีว่ ัน จึงจะไดรับเงินรอบใหม หากมีคาใชจ า ย เกดิ ขึน้ ในวนั ท่ียังไมไดร บั เงิน จะนาํ เงนิ สวนไหน ออกมาใชจา ย และหากจําเปนตองหารายไดเ พิ่ม จะหา รายไดเพิ่มจากแหลง ใด 2) เงินออม ใหพ ิจารณาถงึ จาํ นวนและความถีข่ องการออม เชน ออมทุกวนั วนั ละ 20 บาท หรอื ออม สัปดาหล ะครั้ง ครัง้ ละ 500 บาท หรือเดือนละครั้ง ครัง้ ละ 2,500 บาท ซงึ่ จะทาํ ใหทราบความสามารถ ในการออมวา สามารถออมไดเทาไร และสามารถออมไดทกุ วัน สัปดาหละคร้งั หรือเดือนละคร้ัง โดยขอมูล เหลา น้ีจะเปน ประโยชน ตอ การวางแผนการออม นอกจากน้ี ยอดรวมของเงินออมสามารถนําไปใชคาํ นวณอัตราสวนเงินออม ตอรายไดเ พ่ือบอกวา ณ ปจจุบนั ผบู ันทึกมีเงินออมเพียงพอแลวหรอื ยงั ถาหากพบวายงั มีไมพอ กค็ วรวางแผนออมเพ่ิม โดยการลดรายจาย หรือหารายไดเพมิ่

ใบความรทู ี่ ๘ วิชา การเงินเพื่อชวี ติ ๒ สค 2๒01๖ เร่อื ง สินเชื่อ สิทธิและหนา ทีข่ องผใู ชบรกิ ารทางการเงนิ ระดับช้นั การออมเงนิ ทันทีทไ่ี ดรับเงิน จะทําใหส ามารถบรรลเุ ปา หมายไดง ายกวา เพราะ หากนาํ เงินไปใชจ ายกอน ก็จะมคี วามเสี่ยงที่จะใชหมดจนไมมีเงินออม 3) รายจายไมจําเปน โดยเปรียบเทียบกับรายจายจําเปนวารายจายไหน สูงกวากัน หากมี “รายจายไม จาํ เปน” สูงกวา “รายจา ยจาํ เปน ” นัน่ แสดงวา ควรลดรายจาย ไมจาํ เปนลง ดงั น้ัน ควรวางแผนลดรายจาย ไมจําเปน โดยเร่ิมดูวามีรายจายไหนในกลุมรายจาย นี้สามารถลดไดบาง เชน คาหวย คาเหลา คาบุหรี่ คา กาแฟ และลองคาํ นวณดูวา หากลด รายจา ยเหลานีแ้ ลว ใน 1 เดือนจะมีเงินเหลอื เทา ไร 4) รายจายจําเปน ใหท บทวนรายจายจําเปน อีกครง้ั วา ทกุ รายการ เปนรายจายจําเปนทง้ั หมดจริง หรือไม หากบางรายการสามารถลดหรอื ซ้ือของท่ีถกู กวา มาทดแทนได ก็ควรลองลดหรือซอ้ื ของท่ีถูกกวามา ใชแทน

ใบความรทู ี่ ๘ วชิ า การเงนิ เพอ่ื ชีวิต ๒ สค 2๒01๖ เรื่อง สนิ เชอื่ สิทธิและหนา ทข่ี องผใู ชบ ริการทางการเงินระดบั ชั้น ประโยชนของการบนั ทึกรายรับ-รายจาย บนั ทึกรายรบั -รายจา ยท่ีมขี อมลู ครบถวน และบันทึกตดิ ตอกนั อยา งนอย 1 เดอื น จะมีประโยชนดงั นี้ 1. ทําใหรูพฤติกรรมการใชจายที่อาจทําใหเกิดปญหาเงินไมพอใชการบันทึก รายจายท่ีเกิดขึ้นทุกครั้ง จะทําใหทราบวาใชจายเงินไปกับส่ิงใดบาง เชน จายคาสังสรรคหรือ คาเหลาเดือนละ 2,000 บาท (1 ปก็ เปนเงิน 24,000 บาท) ซ้ือหวยงวดละ 1,000 บาท (แตใน ระยะเวลา 2 ป ถูกรางวัลแค 1 ครั้ง ไดเงิน รางวัลนอ ยกวา คา หวยทเี่ สยี ไป) เม่ือทราบวา เงินหายไปไหน ก็สามารถวางแผนใหมีเงินพอใชได เชน ลดคา เหลาเหลือเดือนละ 1,000 บาท (ก็จะไดเงินเก็บปละ 12,000 บาท) หรืองดเหลาไปเลย เลิกซ้ือหวย เดือนละ 1,000 บาทแลวน า เงินมาออมแทน (ส้ินปก็เหมือนถูกรางวัล 24,000 บาท 4 ปก็มีเงินเก็บ เกอื บแสน) 2. ทําใหสามารถวางแผนการเงินที่เหมาะสมกับพฤติกรรมของตนเองไดการ บันทึกจะทําใหทราบ ลักษณะของรายรับและรายจายวามีความถ่ีแคไหน จํานวนเทาไร ซ่ึงขอมูล เหลาน้ีจะเปนประโยชนตอการ วางแผนจัดสรรเงินท่ีไดรบั ใหม ีพรอ มและเพยี งพอตอรายจา ยท่ี เกดิ ขึ้นในแตล ะเดือน และหากพบวารายรับ ไมเพียงพอกบั รายจาย ก็สามารถวางแผนลด รายจา ยหรอื หารายไดเพิ่มได 3. ทําใหเ หน็ สญั ญาณของปญ หาทางการเงินและสามารถวางแผนแกไขได การบันทึกรายรับ-รายจาย เปนประจํา จะทําใหทราบทันทีหากมีสัญญาณของปญหาการเงิน เชน มีรายจายเกินรายรับติดตอกันหลาย เดอื นจนตอ งกอหนี้ (เงินไมพอใชอยูแลว พอกอหนี้เพิ่มก็ไมมี เงินจายหน้ี) ตองจายหนี้มากกวา 1 ใน 3 ของ รายรบั (อาจทาํ ใหไมม เี งินเหลอื ไวใชจายอ่ืน ๆ จนตองกอหน้ีเพ่ิม หนี้ก็มีมากอยูแลว ก็ยิ่งเพิ่มมากข้ึนจนเงิน ไมพอจาย) ไมมีเงินออมเลย (เม่ือมี ความจําเปนตองใชเงินกอน ก็ตองกอหน้ี) และเม่ือทราบสัญญาณของ ปญหา ก็จะสามารถ วางแผนแกไขกอนทจี่ ะกลายเปน ปญ หาใหญโต หลกั การจัดลาํ ดบั ความสาํ คญั ของรายจา ย สิ่งสําคัญในการวางแผนการเงินคือ วางแผนการใชจายใหอยูภายใตรายไดที่มีอยู แตเม่ือบันทึกรายรับ- รายจา ยแลว มกั พบวารายจา ยมมี ากจนบางครัง้ มากกวา รายรับท่ีมี จึง จําเปนท่ีจะตองจัดลําดับความสําคัญ ของรายจา ย ซง่ึ สามารถทําไดดังน้ี 1. ใหจาย “รายจา ยจําเปนและไมสามารถรอได” กอ น โดยพจิ ารณาวา รายจา ยน้นั เปน รายจายจาํ เปน ตอการดํารงชวี ิตชีวติ หรือไม และตอ งจายวนั น้ีหรอื ในเรว็ วันนี้

ใบความรทู ี่ ๘ วชิ า การเงินเพ่อื ชวี ติ ๒ สค 2๒01๖ เร่ือง สินเชือ่ สทิ ธิและหนาที่ของผใู ชบรกิ ารทางการเงินระดบั ช้ัน หรอื ไม หากเปนรายจา ยจําเปนและไมส ามารถรอได เชน คารกั ษาพยาบาล ใหจายรายจายน้ี กอน และ หากมเี งินไมพอจา ย กอ็ าจตองกยู ืมแตจ ะตองวางแผนจายเงินคนื อยางรดั กุม เพ่ือ ปองกันไมใหกอ ใหเ กดิ ปญหาหน้ตี ามมาภายหลัง 2. ใหอ อมเงนิ เพ่ือจา ย “รายจา ยจาํ เปน แตสามารถรอได” เชน คา เรยี นภาษา ท่ีสาม หรือตูเย็นเครื่อง ใหมท่ีจะตองซอื้ มาแทนของเดิมที่กาํ ลงั จะเสีย โดยออมเงนิ ใหครบกอน แลวจงึ จะซ้อื หรืออาจนาํ เงนิ ออมท่ี มีอยูแ ลว มาจา ยกอ นไดแ ละจะตองออมเงนิ คืนใหเ งินออม มีจาํ นวนเทา เดมิ โดยเร็ว แตทั้งนี้ ไมควรกอหน้ีเพอ่ื นําเงนิ มาจา ยคาใชจ ายเหลาน้ี 3. ใหพ ยายามตดั ใจจาก “รายจายไมจ ําเปน ” ซึ่งเปนรายจายทไี่ มมีผลตอ การดํารงชวี ติ ถงึ แมจะไมจ าย ก็ยังสามารถดํารงชวี ติ อยูได แตหากรสู ึกไมม ีความสุขท่ีไมไดซ อื้ หรือจายเงนิ สาํ หรับของนัน้ ใหออมเงนิ ให ครบกอ นแลว จงึ จะซ้ือ และที่สาํ คัญ จะตองไมกอหนี้ เพื่อรายจา ยประเภทนี้ เพราะเมื่อถึงคราวจาํ เปน อาจกู เงนิ ไดยากขึน้ หรอื หากกูได ก็อาจทําใหมี ภาระหนมี้ ากเกินไป จนไมสามารถจา ยไหวได

ใบความรทู ่ี ๙ วิชา การเงนิ เพือ่ ชีวติ ๒ สค 2๒01๖ เร่อื ง สนิ เช่อื สทิ ธิและหนา ทีข่ องผูใ ชบ รกิ ารทางการเงินระดบั ช้นั เรื่องท่ี 4 การต้ังเปาหมายและจดั ทาํ แผนการเงิน เมอื่ ประเมนิ ฐานะการเงินของตนเองแลว ไมวา จะเปน การคํานวณอัตราสวน ตาง ๆ หรอื การจดั ทําบันทึก รายจา ย จะทําใหทราบถึงจาํ นวนรายรบั รายจา ย หน้ี และ ความสามารถในการออม ซ่ึงจะเปน ประโยชน ตอการต้ังเปา หมายและจดั ทําแผนการเงินทเ่ี ปน สว นสาํ คัญในการวางแผนการเงิน การตั้งเปาหมายการเงนิ การตง้ั เปาหมายการเงินเปนการกาํ หนดจุดหมายดานการเงินที่ตองการไปใหถึง ซ่งึ เปนข้ันตอนหนง่ึ ในการ วางแผนการเงนิ โดยจะตองอาศัยขอมลู จากการประเมนิ ฐานะการเงิน เพอ่ื ใหไดเ ปา หมายการเงนิ ท่ี สอดคลองกบั ความสามารถทางการเงนิ ของผวู างแผนการเงิน ซึง่ การตั้งเปา หมายการเงินที่ดีจะมีประโยชน ดังน้ี 1. ทาํ ใหจัดทาํ แผนการเงินไดง า ยข้นึ เชน มเี ปาหมายท่จี ะปลดหนจี้ าํ นวน 12,000 บาทภายใน 1 ป ก็จะสามารถจดั ทําแผนการเงินเพ่ือการปลดหนไี้ ดว า ตองเกบ็ เงินเพ่ือ จา ยหนเ้ี ดือนละ 1,000 บาทนาน 12 เดอื น เพื่อใหค รบ 12,000 บาท 2. ทําใหเ กิดความมงุ มน่ั และบรรลสุ ่ิงทต่ี องการงายขนึ้ เปา หมายและ แผนการเงินที่ชัดเจน เปรียบเสมือนแผนทน่ี ําทางชวี ิตเพ่อื ใหบ รรลเุ ปาหมายโดยไมเสียเวลาไปกบั ส่งิ ลอใจอน่ื ๆ เชน มีเปา หมาย ปลดหน้จี ํานวน 12,000 บาทภายใน 1 ป ซึง่ ในระหวา งน้ีอาจมี ส่งิ ลอใจใหซ ้ือหรือกอหน้ีเพิ่ม เชน ทีวใี หม โทรศัพทมือถอื เคร่อื งใหม แตเมอ่ื ตงั้ เปาหมายวา จะปลดหน้ีแลว ก็จะเกดิ การยบั ยงั้ ชัง่ ใจขึ้น แทนที่จะซื้อ ของเหลาน้ันเลย ก็อาจเลอื่ นไปซ้อื หลังจากปลดหน้ีแลว หรือไมซอ้ื เลย 3. ทําใหทราบถึงอุปสรรคทอ่ี าจทําใหไมบรรลุเปา หมายทตี่ ้ังไว เชน มเี ปาหมายเก็บเงินเพ่ือไปเที่ยว จาํ นวน 24,000 บาทภายใน 1 ป จึงจัดทําแผนออมเงนิ เดือนละ 2,000 บาท แตนึกข้ึนไดอ ีกวาในอีก 4 เดอื นขา งหนาจะตองจายคาชุดนกั เรียนใหม จงึ อาจตอง ปรับเปาหมายการทอ งเทีย่ วหรือตั้งเปา หมายออม เงนิ เพ่ือซอื้ ชุดนักเรียนเพิ่มเติมดว ย 4. ชวยใหบรรลุเปาหมายดานอื่น ๆ เชน อยากมรี ถไวข ับรับจางเปน อาชีพ กส็ ามารถตงั้ เปาหมายทาง การเงินวา จะเก็บเงินเพื่อซ้ือรถ หรอื อยากไปเทย่ี วพักผอน ก็อาจ ต้งั เปาหมายออมเงนิ เพ่ือพักผอ นได

แผนการเรียนรูรายสัปดาห กลมุ สาระการเรียนรู การพัฒนาสงั คม รายวชิ า การเงินเพอื่ ชวี ติ ๒ รหสั วชิ า สค 2๒01๖ เรือ่ ง สินเชื่อ สิทธิและหนา ทีข่ องผูใชบรกิ ารทางการเงนิ ระดับช้ัน มัธยมศกึ ษาตอนตน จํานวน 6 ช่ัวโมง การพบกลมุ ครงั้ ที่ ๑๓

แผนการเรียนรรู ายสัปดาห กลุมสาระการเรยี นรู การพฒั นาสงั คม รายวิชา วกิ ารเงินเพอ่ื ชีวิต ๒ รหสั วิชา สค 2๒01๖ เรอ่ื ง สินเช่อื สทิ ธิและหนาท่ีของผูใชบรกิ ารทางการเงิน ระดบั ชั้น มธั ยมศึกษาตอนตน จํานวน 6 ช่วั โมง วันทจ่ี ัดการเรียนการสอน...................................................การพบกลุมคร้ังท.ี่ ....................๑๓............................ 1. ตัวชีว้ ัด 1. การฝากเงนิ และการประกันภัย 2. บอกความหมายของการคุมครองเงินฝาก ๓. บอกประเภทของเงนิ ฝากทีไ่ ดรับการคมุ ครอง 2. เนือ้ หา 1. การประเมนิ ความเหมาะสมกอนตัดสนิ ใจกอหน้ี 2. ลกั ษณะของสินเชือ่ รายยอ ยและการคํานวณดอกเบี้ย ๓. เครดติ บูโร ๔. วธิ ีการปองกนั ปญหาหน้ี ๕. วธิ กี ารแกไ ขปญหาหนี้ ข้นั จดั กระบวนการเรียนรู ขน้ั ที่ 1 กําหนดสภาพปญ หาความตองการในการเรียนรู - ครใู หนกั ศึกษาทาํ แบบทดสอบกอนเรยี น - ครกู ระตนุ และนําเขา สบู ทเรยี นโดยครนู ําตัวอยา งการฝากเงิน และการประกันภยั ครแู ละผูเรียนรว มกนั สนทนาเกี่ยวกบั ประเภทของเงนิ ฝากทไี่ ดร ับการคุม ครอง ขน้ั ท่ี 2 การแสวงหาขอ มูลและจัดการเรยี นรู - ครูใหผูเ รยี นศึกษาขอมูลเร่ืองสินเชอ้ื สิทธ์แิ ละหนาที่ของผูใชบรกิ ารทางการเงิน (ใบความรู เร่ืองสนิ เชื่อ สทิ ธแ ละหนา ที่ของผใู ชบ ริการ)

-และศึกษาหาขอมูลเพม่ิ เติมเรือ่ งสนิ เชื้อ สทิ ธ์ิและหนา ท่ขี องผูใชบ รกิ ารทางการเงนิ http://203.159.251.144/pattana/download/g.6/1 6.%20money/money%201,2,3/2..pdf (ใบงาน เรอื่ งสินเชอื่ สทิ ธและหนา ที่ของผใู ชบรกิ าร) ขนั้ ท่ี 3 ปฏิบตั แิ ละนําไปประยุกตใ ช ครใู หผูเ รียนทําใบงาน เร่อื ง เร่อื งสนิ เช้ือ สิทธ์แิ ละหนา ทขี่ องผูใชบ ริการทางการเงนิ ขน้ั ท่ี 4 ประเมนิ ผลการเรยี นรู - ผเู รียนทําแบบทดสอบหลงั เรยี น

3. สอ่ื ประกอบการเรียนรู 1. ใบความรู เรื่อง สินเชือ่ สิทธิและหนา ที่ของผูใชบ ริการทางการเงิน 2. ใบงาน เร่อื ง ความหมายของชินเขื่อ 4. การวัดผลและประเมนิ ผล 1 แบบทดสอบกอนเรียน-หลังเรยี น 2. แบบประเมินใบงาน 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม 4. แบบประเมินดานจติ พิสัย ลงชอื่ .........................................................ผสู อน (…………………………………………..) ตาํ แหนง ครู กศน.ตาํ บล

คาํ ชแ้ี จง ใหน กั ศกึ ษาเลือกคําตอบทถ่ี กู ท่สี ดุ เพยี งขอ เดยี ว 1. ขอ ใดกลา วถูกตอ งเก่ยี วกบั การคดิ ดอกเบย้ี แบบลดตน ลดดอก ก. เงินตน และดอกเบ้ียไมเปล่ียนแปลง ข. เงินตนลด ดอกเบี้ยก็จะเพ่ิม ค. เงินตน ลด ดอกเบยี้ กจ็ ะลด ง. ผิดทกุ ขอ 2. ผูท่ีตอ งการขอปรบั ปรุงโครงสรา งหน้ีควรตดิ ตอใคร ก .ศูนยคมุ ครองผใู ชบ รกิ ารทางการเงนิ ข. เจาหน้ี ค. ลูกหนี้ ง. ศาล 3. หากไดรับการตดิ ตอจากหนวยงานทางการใหโ อนเงินคา ธรรมเนยี ม คุณควรทาํ อยา งไร ก. โอนเงินทนั ทีเพ่ือแสดงความบริสทุ ธใ์ิ จ ข. ขอตอรองราคาเมอ่ื เงนิ ไมพอคา ธรรมเนียม ค. ตอวา กลับอยางรนุ แรงโดยไมฟงขอความใด ๆ ง. ตดิ ตอ สอบถามหนว ยงานท่ถี ูกอา งถงึ กอนโอนเงิน 4. หากไดรบั การปฏิบตั ทิ ่ีไมถ ูกตอ งหรือถูกเอาเปรยี บจากพนกั งานของสถาบนั การเงิน ควรปฏิบตั อิ ยางไร ก. รอ งเรยี นไปยังธนาคารท่ีเกีย่ วของกอน และหากไมไ ดรับการติดตอกลับภายใน ระยะเวลาการ ใหบรกิ ารมาตรฐาน ใหข อคําปรกึ ษา/รองเรียนทศี่ ูนยค ุมครอง ผใู ชบรกิ ารทางการเงนิ (ศคง.) ข. รองเรยี นไปยงั ธนาคารที่เก่ียวของและศูนยค ุมครองผใู ชบ ริการทางการเงนิ พรอ ม ๆ กนั ค. รองเรียนไปยงั ทุกหนวยงานท่ดี เู หมือนจะเก่ียวของ ง. ไมรองเรียนไปที่ใดเลย เพราะทําใหเสยี เวลา 5. ขอใดไมใชส ่งิ ที่ควรปฏิบตั ิในการเขยี นหนังสอื รองเรียน ก. แจงขอ มูลสวนตัว เชน ชือ่ ทีอ่ ยู เบอรโทรศัพทและแจง สงิ่ ทตี่ องการใหสถาบัน การเงินดําเนินการ ข. นกึ อะไรออกกเ็ ขียนไป ไมตอ งเรยี งลาํ ดบั เหตุการณกอ น-หลงั ค. แนบเอกสารที่เกย่ี วของใหครบถว น ง. ใหข อ มลู ทสี่ าํ คญั อยางครบถวน

๖. หากรองเรียนไปยังธนาคาร ในกรณที ่ีพนกั งานอา งวา ไมส ามารถเปด บัญชีเงนิ ฝากได ถา ไมทําบตั รเดบติ และไมไ ดร ับการติดตอภายในระยะเวลาการใหบ ริการมาตรฐาน ควรรอ งเรียนหรือขอรบั คาํ ปรึกษาไดจาก หนว ยงานใด ก. สาํ นักงานคณะกรรมการกาํ กับหลกั ทรพั ยและตลาดหลักทรัพย โทร. 1207 ข. สํานกั งานคณะกรรมการคุมครองผบู ริโภค (สคบ.) โทร. 1166 ค. ศูนยคุมครองผูใชบ ริการทางการเงิน (ศคง.) โทร. 1213 ง. สาํ นกั งานเศรษฐกจิ การคลัง (สศค.) โทร. 1359 ๗. ในระหวางการทําสญั ญาเงินกู พนักงานธนาคารไดอธบิ ายรายละเอียดตาง ๆ เชน กําหนดเวลาการชําระหน้ี อัตราดอกเบี้ยตอป คาใชจ า ยทีเ่ ก่ียวของ แตคณุ ไมเขาใจ คณุ จะทําอยา งไร ก. เซน็ ช่ือในสญั ญาเงินกูเ ลย เพราะพนักงานธนาคารมคี วามรูแ ละเชอ่ื ถือได ข. เซ็นชื่อในสญั ญาเงินกูตามที่พนกั งานบอก แลว คอยสอบถามเพ่มิ เติมทหี ลัง ค. เซน็ ชือ่ ในสญั ญาเงนิ กไู ปกอ น แลว คอยขอเอกสารของพนกั งานมาอานทีหลัง ง. สอบถามพนกั งานเพมิ่ เติมจนเขา ใจเสยี กอ น แลวคอ ยเซ็นช่ือในเอกสารสญั ญาเงินกู ๘. นายกอบนาํ เงินเดือนท้งั หมดท่ไี ดรบั ไปซ้ือมือถือใหม โดยไมคํานึงถงึ คาใชจ ายทจี่ ะเกดิ ข้ึน ทําใหมีเงนิ ไม พอที่จะกินขา ว และตองเบ้ยี วหนี้เพราะเงินหมด นายกอบไมป ฏิบตั หิ นา ท่ี ของผใู ชบ รกิ ารทางการเงินในขอ ใด ก. หนาทตี่ ดิ ตามขาวสารทางการเงินอยางสม่ําเสมอ ข. หนา ที่วางแผนทางการเงินและชําระหน้เี มื่อเปน หนี้ ค. หนา ทศ่ี ึกษารายละเอียดและเปรยี บเทียบขอมูลกอ นเลือกใช ง. หนา ทต่ี รวจทานความถูกตองของธรุ กรรมทางการเงินทุกครัง้ ๙. ขอใดไมใ ชลกั ษณะของเปาหมายทางการเงนิ ที่ดี ก. ใชอยา งพอดี ข. ใชใหหมด ค. ไมใช ง. ถูกทุกขอ ๑๐. ขอใดกลาวถูกตองเกย่ี วกับหลักการออมเงนิ ของกองทุนการออมแหงชาติ (กอช.) ก. เปน กองทุนสําหรับประชาชนที่มีอายุตั้งแต 1 ปขึ้นไป และออมไดจนถึงอายุ 99 ป ข. สมาชกิ จะสง เงนิ สะสมคร้ังละกี่บาทก็ได ไมจํากัดจํานวนเงนิ ค. หากสมาชกิ ไมส ง เงินเขา กองทนุ รัฐกจ็ ะไมจ ายเงินสมทบ ง. สมาชิกจาํ เปน ตองสงเงินสะสมทุกเดือน

ใบงานที่ ๑ การเงนิ เพือ่ ชีวิต ๒ สค 2๒01๖ เรอ่ื ง สนิ เช่อื สิทธแิ ละหนา ทขี่ องผใู ชบริการทางการเงิน คาํ ชี้แจง ใหน ักศึกษาตอบคําตอบตอ ไปนใ้ี หถูกตอง (10 คะแนน) ๑. ความหมายของชินเข่ือ ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………

ใบความรทู ี่ ๑ วชิ า การเงินเพ่อื ชวี ิต ๒ สค 2๒01๖ เร่ือง สินเชื่อ สิทธิและหนา ท่ีของผใู ชบ ริการทางการเงนิ หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๓ เรอ่ื งสินเชื่อ เรอ่ื งท่ี 1 การประเมินความเหมาะสมกอนตดั สินใจ กอ หนี้ ทา มกลางกระแสบรโิ ภคนิยม มักมีสงิ่ ทีล่ อตาลอใจใหซ้ือของและใชบ รกิ ารตา ง ๆ ท้ังทจี่ าํ เปนและไม จาํ เปน และยิง่ ในปจจุบันการเขา ถึงสินเชือ่ เพื่อใหไดเงินมาจับจายใชสอยก็ ไมใชเรือ่ งยาก หากขาดการ ไตรต รองท่ดี ี ก็อาจทาํ ใหเ ขาสูวังวนของปญ หาหนี้ไดโ ดยไมรูตวั หนอี้ าจแบง ไดเปน 2 ประเภทตามประโยชนที่จะไดรบั ดังน้ี 1. หนด้ี คี ือ หนท้ี ี่ชว ยสรา งรายไดแ ละสรางความมน่ั คงในอนาคต เชน หนี้เพ่อื การศกึ ษา หนเ้ี พอ่ื การ ประกอบอาชีพ หนเ้ี พ่ือท่ีอยูอ าศัย 2. หน้ีพงึ ระวงั คือ หนี้ทีเ่ กดิ จากการนาํ เงินไปซ้ือของที่ไมจําเปน หรือของ ฟุมเฟอย และไมส รา งรายไดใน อนาคต เชน หนี้ทเี่ กิดจากการซ้ือของใชราคาแพงเกนิ ฐานะ หนี้ท่เี กิดจากการพนัน ประเมนิ ความเหมาะสม กอ นตัดสนิ ใจกอ หนี้ กอ นท่จี ะเปน หนคี้ วรไตรต รองใหด กี อน โดยมหี ลกั ในการจดั ลําดับการตัดสนิ ใจ กอ นเปนหนี้ ดังน้ี 1. พิจารณาความจําเปน 1.1 สง่ิ ทจ่ี าํ เปน คอื สิ่งทีต่ อ งใชใ นการดํารงชีวิต เชน อาหาร เครื่องนงุ หม ยารกั ษาโรค และท่ีอยู อาศยั 1.2 สิ่งทไี่ มจําเปน คือ สิง่ ท่หี ากไมมีกย็ ังสามารถดํารงชวี ิตอยตู อ ไปได หรือ มีส่งิ อื่นทดแทนไดเชน ตอ งการมีโทรศัพทม ือถือรนุ ใหมล า สุด ทัง้ ทเี่ ครื่องเดิมยังใชไดอยู หากเปนสงิ่ ท่ีไมจ ําเปน แต อยากได ก็ควรต้งั ใจเก็บเงินใหครบกอนซื้อแทน การกอหนี้แตหากเห็นวา เปน สง่ิ ทจี่ าํ เปน ให พจิ ารณาความเรงดวนเปน ลําดับถัดไป 2. พจิ ารณาความเรงดวน ไตรตรองดวู า สามารถรอไดหรือไม มคี วามเรงดว น มากนอยแคไหน 2.1 หากรอไดกค็ อยวางแผนทยอยเก็บเงินจนครบแลวคอ ยซ้อื 2.2 หากรอไมไดก ็ควรเลอื กนาํ เงินออมเผือ่ ฉกุ เฉนิ ออกมาใชแ ลว รบี เกบ็ เงนิ เติมเขา ไปใหม หากไม เพียงพอจงึ คอ ยกูยืม 3. ประเมนิ ความสามารถในการชําระหนี้ นอกจากพิจารณาตามความจาํ เปน และความเรงดว นแลว ควรตอ งประเมินความสามารถในการ ชําระหนี้ดว ย โดยภาระหนท้ี ีต่ อ งผอนตอ เดอื น (หนีเ้ กาบวก หนีใ้ หม) ไมค วรเกนิ 1 ใน 3 (33%) ของรายไดตอเดือน ตัวอยาง หากมเี งนิ เดือน 9,000 บาท ภาระหน้ที ต่ี องผอ นตอเดือนไมควรเกนิ 3,000 บาท (9,000 ÷ 3) เพอ่ื ใหส ามารถชําระหนไี้ ดโด ไมก ระทบกบั การใชจ า ยในชีวิตประจําวนั และทาํ ให สขุ ภาพจติ ของตนเองดี ไมตองเครียดวาจะมี เงนิ พอใชต ลอดท้ังเดือนหรอื ไม นอกจากนี้ หากเรา มหี นม้ี ากในขณะท่ภี าระคา ใชจา ยใน ชวี ิตประจําวนั กม็ ีมากอยูแลว อาจทาํ ใหเ รามีปญ หาการเงนิ และตอ งไปกอหนีเ้ พ่ิมขึน้ อีก

ใบความรทู ่ี ๒ วชิ า การเงนิ เพื่อชวี ติ ๒ สค 2๒01๖ เร่ือง สินเชอื่ สิทธิและหนา ท่ขี องผูใ ชบริการทางการเงิน เรอื่ งท่ี 2 ลกั ษณะของสินเชื่อรายยอย สนิ เชื่อรายยอย เปน สินเช่อื ทส่ี ถาบันการเงนิ ใหแ กบุคคลธรรมดา เพื่อนําไปใชต ามวัตถุประสงค ตา ง ๆ โดยสว นใหญคือ นาํ ไปใชจายซื้อสนิ คา และบรกิ ารทีไ่ มไดน ําไปใชประกอบธุรกิจ ในทีน่ ี้จะ ขอกลาวถึงสนิ เชือ่ รายยอ ยและ ผลติ ภณั ฑอ ่นื ๆ ทีช่ ว ยใหผูใชบริการไดรับสินคาและบริการกอน ได โดยยงั ไมตองจา ยเงินทั้งกอนในทันที ดงั นี้ 1. สนิ เชื่อเพ่ือท่ีอยอู าศยั เปนสนิ เชือ่ ทีส่ ถาบนั การเงนิ ใหเพ่อื นําเงินไปใชใ นการจัดหาที่อยู อาศยั เชน ซ้อื ทด่ี ินและสรางที่อยูอาศัย ซ้อื ที่ดนิ พรอมสิง่ ปลกู สรา ง ตอเติม ซอมแซมที่อยอู าศยั ลักษณะของสนิ เชื่อ เพอ่ื ทอี่ ยูอาศัย 1) วงเงนิ โดยท่ัวไปสถาบนั การเงนิ จะใหสนิ เชอ่ื ประมาณ 80% ของมูลคา หลกั ประกัน 2) อัตรา ดอกเบ้ีย สถาบันการเงนิ แตละแหง จะกําหนดอตั ราดอกเบย้ี แตกตาง กัน ซง่ึ มกั จะกําหนดอัตรา ดอกเบีย้ ผสมกันระหวา งอัตราดอกเบ้ยี คงทแี่ ละอัตราดอกเบย้ี ลอยตวั อตั ราดอกเบี้ยคงทค่ี ือ อัตรา ดอกเบยี้ ทกี่ าํ หนดไวเ ปนตวั เลขคงท่ี แนนอน อตั ราดอกเบี้ยลอยตวั คือ อัตราดอกเบย้ี ท่ี เปล่ียนแปลงไปตามตนทนุ ของ สถาบันการเงิน อัตราดอกเบย้ี ลอยตวั ทเ่ี หน็ ไดบอย เชน MRR (เอม็ อารอาร) MLR (เอม็ แอล อาร) MOR (เอ็มโออาร) โดยอักษรยอเหลาน้ีมักตามดวยเครื่องหมาย บวก (+) หรือเครอื่ งหมาย ลบ (-) และตัวเลขตอทาย ตวั อยา ง ธนาคารมงุ ม่นั กาํ หนดอัตราดอกเบ้ยี สินเชอ่ื เพ่ือทอ่ี ยูอาศยั ดงั น้ี - ปท่ี 1 - 3 คิดอตั ราดอกเบ้ีย 2.5% ตอ ป - ปท ี่ 4 เปน ตน ไป คิดอัตราดอกเบ้ีย MRR - 1% ตอ ป หมายความวา ปท ี่ 1 - 3 ธนาคาร มุงมนั่ กําหนดอัตราดอกเบย้ี แบบคงท่ี ในขณะที่ ปท ี่ 4 เปน ตนไปกาํ หนดอัตราดอกเบ้ียแบบลอยตัว หากใน ปท่ี 4 ธนาคารมงุ มนั่ ประกาศอตั ราดอกเบย้ี MRR ไวที่ 7% อตั ราดอกเบยี้ ในปท่ี 4 จะ เทา กบั 6% (7% - 1%) หรือหากในปท่ี 5 อัตราดอกเบี้ย MRR กําหนดไวท ่ี 6% ใน ปที่ 5 อตั ราดอกเบย้ี จะเทา กับ 5% (6% - 1%) 3) วิธกี ารคิดดอกเบ้ยี คิดดอกเบย้ี แบบลดตน ลดดอก (effective rate) ซ่งึ เปน การคิดดอกเบี้ยจากฐาน เงนิ ตนทล่ี ดลง กลา วคือ เมอื่ เงินตน ลดดอกเบ้ียกจ็ ะลดลงดวย 4) การผอ นชําระ ใหระยะเวลาผอนนานแตไมเกิน 30 ป ขอควรรู 1) เงินผอ นชําระทจ่ี า ยไป จะนาํ ไปหักดอกเบี้ยกอน ท่ีเหลอื จงึ จะนําไปหัก เงนิ ตน 2) ในชว งท่ีคดิ อัตราดอกเบยี้ เปน แบบลอยตัว หากชว งใดอตั ราดอกเบี้ยปรับ สูงขึ้น จํานวนเงินทจ่ี าย ในงวดน้นั ๆ อาจถกู นําไปหักเปนดอกเบี้ยมากขน้ึ และเหลอื ไปตดั เงินตน นอยลง 3) หากคางชําระหรือชาํ ระคา งวดลาชา อาจถกู คดิ ดอกเบ้ยี ในอัตราดอกเบยี้ ผิด นดั ชําระหนท้ี ส่ี งู กวา อตั ราดอกเบย้ี ปกติ ซ่ึงจะทาํ ใหตองจายดอกเบี้ยเปนจํานวนมาก เพราะ ธนาคารจะคิดดอกเบยี้ จากยอดเงินตน คงคา งทัง้ หมด ซ่ึงหากลกู หนยี้ งั คงชําระดว ยจาํ นวนเงนิ เทาเดมิ ในงวดถัดไป เงินที่ ลูกหน้ีชําระเขา ไปอาจไมครอบคลุมยอดเงินท่ตี องจายท้ังหมด สงผล ใหเ งินตน ไมลดหรอื ลดนอย มาก

ใบความรทู ่ี ๒ วชิ า การเงนิ เพ่ือชีวติ ๒ สค 2๒01๖ เรื่อง สินเชือ่ สิทธิและหนา ทข่ี องผูใ ชบรกิ ารทางการเงนิ 2. การเชา ซอื้ (Hire Purchase) มีลักษณะคลายการใหสินเช่ือ โดยผูเ ชา ซ้ือทําสญั ญากับผูใหเ ชาซอ้ื วา จะชําระ คาสินคา เปน งวด ๆ ตามจํานวนเงินและระยะเวลาที่กําหนด โดยระหวางนนั้ ผเู ชาซอ้ื สามารถนํา ทรัพยส ินท่เี ชาซ้ือมาใชง านไดกอ น โดยท่กี รรมสทิ ธ์ใิ นทรัพยสนิ ยังเปน ของผใู หเ ชาซื้อจนกวา จะจายเงนิ ครบ ตามสญั ญาจงึ จะโอนกรรมสทิ ธ์ใิ นทรพั ยสนิ น้ันมาเปน ของผเู ชา ซื้อ เชน การเชา ซือ้ รถยนตหรอื รถจักรยานยนต ลักษณะของการเชาซอ้ื รถ 1) วงเงนิ กรณีใหเชา ซือ้ รถใหม ประมาณ 75 - 80% กรณีรถใชแลวจะข้ึนอยูกับ สภาพรถและ ราคาประเมินรถ 2) ระยะเวลาการผอนชําระ ประมาณ 12 - 72 เดือน 3) อัตราดอกเบ้ยี สวนใหญจ ะกําหนดอตั ราดอกเบ้ียคงทตี่ ลอดอายสุ ญั ญา 4) วิธีการคิดดอกเบยี้ สวนใหญค ดิ ดอกเบ้ียแบบเงนิ ตนคงที่ (flat rate) คอื คิด ดอกเบย้ี จากเงิน ตนทั้งจํานวนและระยะเวลาในการผอ นชาํ ระทั้งหมด จากน้ันผใู หเ ชา ซ้ือจะนํา ดอกเบ้ยี ที่ คํานวณไดมารวมกับเงินตน แลว หารดว ยจํานวนงวดทจี่ ะผอ นชาํ ระ ซึ่งเงินที่ผอน ชําระจะ เทา กนั ทกุ งวด ขอ ควรรู 1) หากผูเชา ซื้อเคยคา งชาํ ระ และงวดตอ มาชําระหนี้ไมค รอบคลมุ ยอดหนค้ี งคางของงวด กอน หรอื ไมครอบคลมุ คา ใชจ ายตาง ๆ ทีเ่ รยี กเกบ็ อาจสงผลใหเ งินท่ีชําระคา งวดนน้ั ไมพอตัดเงินตน และยงั คง เปน หนีค้ างชาํ ระซ่ึงจะถกู คิดเบ้ียปรบั และคาใชจ า ยในการ ตดิ ตามทวงถามหนี้ในงวดถัดไปไดอีก (ตาม ประมวลกฎหมายแพง และพาณิชย มาตรา 329 ระบุ วา หากเงินทลี่ ูกหนี้จายเพื่อชําระหน้ไี มเพยี งพอให นําเงินทีล่ กู หน้ชี าํ ระนน้ั ไปหกั คาธรรมเนียม หรือคา ใชจ ายอื่น ๆ กอน แลว จงึ หกั ดอกเบ้ีย ท่เี หลือจึงนําไปหกั เงนิ ตน) 2) หากผูเชาซอ้ื ตองการชําระคา เชาซือ้ ท้งั หมดเพื่อปด บัญชกี อนครบกําหนด ผูใหเชาซ้ือตอ ง ให สว นลดแกผเู ชา ซื้อในอัตราไมนอยกวา 50% ของดอกเบ้ยี เชา ซ้อื ทย่ี งั ไมถ ึงกําหนดชาํ ระ โดยใหค ิดคํานวณ ตามมาตรฐานการบัญชวี า ดวยเรือ่ งสญั ญาเชา 3) ผูใหเชา ซ้อื สามารถบอกเลกิ สัญญาเชาซ้อื ได หากผูเ ชาซ้ือผิดนัดชาํ ระคาเชาซ้ือ 3 งวด ตดิ กัน อยางไรกด็ ี ผใู หเชาซ้ือตองมีหนังสอื บอกกลาวผเู ชา ซอ้ื ใหชาํ ระหนที้ ีค่ า งชาํ ระภายใน 30 วันนับจากวันท่ผี ู เชา ซ้ือไดร ับหนงั สือ หากเลยกําหนดและผูเ ชาซื้อยังไมมาชาํ ระ ผูใ หเชาซ้ือจึงจะ มีสิทธบิ อกเลกิ สัญญาและ ดาํ เนินการนาํ รถกลับคืนไดแ ตหากผเู ชา ซ้ือไดน ําเงนิ ไปชาํ ระครบถว น ภายในระยะเวลาที่ผใู หเชาซือ้ กาํ หนด ไว ผูใหเชาซ้อื ไมมสี ทิ ธิ์ท่ีจะยดึ รถคนื จากผเู ชา ซ้ือ 4) การยึดรถจะใชก ําลังขเู ขญ็ หรือทาํ รา ยรา งกายไมไ ด หากมีการกระทําดังกลาวใหแ จง ความ ดาํ เนินคดที ่ีสถานตี ํารวจ และรอ งเรยี นตาม พ.ร.บ. การทวงถามหน้ี พ.ศ. 2558 ซ่ึงมี หนวยงานท่ีมีหนา ที่ รับเร่ืองรอ งเรยี น ไดแ ก กรมการปกครอง สถานตี ํารวจทองที่ สาํ นักงาน เศรษฐกจิ การคลัง กองบัญชาการ ตํารวจนครบาล ท่ีทาํ การปกครองจงั หวดั และทว่ี าการอําเภอ 5) หลังจากผใู หเ ชาซ้อื ยดึ รถไปแลว กอนทจี่ ะนํารถออกขาย ตองแจง ผเู ชา ซ้ือและผูค้าํ ประกัน (ถา มี) ทราบลวงหนา เปนหนังสือไมนอยกวา 7 วัน เพอื่ ใหผ เู ชา ซอ้ื ใชส ิทธซ์ิ อื้ รถคนื หากผเู ชา ซื้อไมใชส ิทธ์ิ ผูใ หเ ชาซ้อื ก็จะนาํ ออกประมลู ขาย

ใบความรูที่ ๒ วิชา การเงนิ เพือ่ ชวี ติ ๒ สค 2๒01๖ เรื่อง สนิ เช่อื สทิ ธแิ ละหนา ท่ีของผใู ชบริการทางการเงิน - หากขายไดราคามากกวา ยอดหน้ีที่คา งชาํ ระ ผูใหเ ชาซอ้ื ตองคืนเงนิ สวนเกินใหแกผ เู ชา ซื้อ - หากขายไดราคานอยกวา ยอดหนท้ี ี่คางชําระ ผูเชาซื้อยังตองชําระหน้ี สวนตางใหแ กผใู ห เชาซ้อื จนครบจาํ นวน 6) แมว า รถจะใหค วามสะดวกสบายแตก็มีคาใชจ ายมากมายตามมา นอกเหนอื ไปจากคาผอ น รถ ในแตล ะเดือน ถา ยงั ไมมัน่ ใจวาจะรับมือกบั คา ใชจ า ยไดกค็ วรชะลอการซ้ือรถออกไปกอน และใชเวลาชว งท่ี ยงั ไมพรอมนี้เก็บเงนิ ดาวนเพิ่มข้ึนเพ่ือจะไดลดภาระคาผอนชาํ ระในอนาคต 3. สินเช่อื สว นบุคคลภายใตการกํากบั เปนสนิ เช่ือสว นบุคคลที่ไมต องใชห ลักประกัน เปน การใหกู เพื่อนําไปใชจา ยเพื่อการอปุ โภคบรโิ ภค แตไมร วมถึงการให เชา ซือ้ และลสี ซง่ิ รถยนตห รือ จกั รยานยนตสนิ เช่อื เพ่ือ การศกึ ษา สนิ เช่อื เพอ่ื การเดินทางไปทํางานในตา งประเทศ สนิ เช่อื เพอ่ื รกั ษาพยาบาล สินเชอื่ เพ่ือสวสั ดิการพนักงาน ในปจ จบุ นั สนิ เช่ือสวนบุคคลภายใตก ารกาํ กบั มี 3 รูปแบบ คือ 1) เชา ซอ้ื สินคา รายชิน้ ผูใ หบ ริการสินเชอ่ื สวนบคุ คลจะออกบัตรสมาชิกให หรอื ท่ีมกั เรยี กกันวา “บัตร ผอ นสินคา” เพื่อนาํ ไปใชเม่ือตอ งการซอ้ื สินคาและบริการจากรา นคา รว มรายการ จากนั้นทยอยชาํ ระคืน เปน รายเดอื น 2) รับเงินสดทั้งกอนแลวทยอยผอ นชําระคนื เปนรายเดอื น เหมาะกับผทู ี่ ตอ งการเงนิ ไปใชจายเปน กอ น 3) วงเงนิ สาํ รองพรอมใชผานบัตรกดเงินสด หลงั จากที่ไดร บั อนมุ ตั วิ งเงนิ สนิ เช่ือแลว ผูถือบัตร สามารถ เบกิ ถอนเงินออกมาใชไดตลอดเวลา ลักษณะของสนิ เชื่อบุคคลภายใตการกํากบั 1) คณุ สมบตั ิผูสมัคร เปนบคุ คลท่ีผูใหส นิ เชื่อพิจารณาแลวเหน็ วามีฐานะทาง การเงินเพยี งพอที่จะ ชําระหน้ไี ด 2) วงเงิน ไมเกนิ 5 เทา ของรายไดเฉลีย่ ตอเดือน หรอื ของกระแสเงินสด หมุนเวียนในบญั ชีเงินฝาก เฉล่ยี ยอนหลงั ไมน อ ยกวา 6 เดอื น 3) อตั ราดอกเบีย้ คาปรับ คา บริการ และคาธรรมเนียม รวมกันแลว ไมเกิน 28% ตอปนอกจากน้ี อาจ เรียกเก็บคาใชจ า ยอ่ืน ๆ ที่ผปู ระกอบธรุ กจิ ไดจายใหแก บุคคลภายนอก เชน คา ใชจ ายติดตามทวงถามหน้ี 4) วธิ กี ารคดิ ดอกเบ้ียฯ คดิ ดอกเบีย้ แบบลดตนลดดอก กอนตดั สินใจขอสินเชื่อสว นบุคคลภายใตก ารกํากับ ควรสํารวจความพรอ ม ของตนเองกอน ดงั น้ี - เลอื กใชบรกิ ารจากสถาบนั การเงนิ หรือบริษทั ที่ไดร บั อนุญาต เนื่องจาก มีขอดหี ลายประการ ไดแก ไดร บั เงินกูเต็มจํานวน ดอกเบยี้ ถูกกวาเงนิ กนู อกระบบ และมี หนวยงานทางการกํากับดูแล - ศกึ ษาและเปรียบเทยี บขอมูลเรื่องอตั ราดอกเบ้ีย คา ปรบั คา บริการ คา ธรรมเนยี มตาง ๆ กอ นเลือกใช บริการ - ระมดั ระวงั โฆษณาทร่ี ะบุนํานองวา “ดอกเบ้ยี ตอเดือนนอยนดิ ” แตต องดวู า อัตราดอกเบย้ี ดังกลาวใช หนว ยอะไร เชน ถา เปนอัตราตอเดือน ใหคณู 12 จงึ จะได อัตราดอกเบีย้ ตอ ป - อยา ใชบ ริการเพยี งเพราะตองการของแถม

ใบความรทู ี่ ๓ วชิ า การเงนิ เพ่ือชวี ติ ๒ สค 2๒01๖ เร่ือง สนิ เชือ่ สทิ ธิและหนา ท่ีของผูใชบ ริการทางการเงิน ๓. บตั รเครดิต เปน บัตรอเิ ลก็ ทรอนิกสท ่ีออกโดยธนาคารพาณชิ ยห รอื ผูประกอบ ธุรกิจบัตรเครดิต (ผอู อกบัตร) เพอ่ื ให ผบู รโิ ภค (ผูถ อื บัตร) นาํ ไปใช ชาํ ระคา สินคา และบรกิ ารแทนเงินสด โดยไมต องพกเงนิ สดจํานวน มาก หรอื ทาํ รายการซ้ือสนิ คา และบริการแบบออนไลนผาน อินเทอรเน็ตได ซึง่ ผูออกบตั รจะจา ยเงินใหกบั รา นคาไป กอ น และ ผถู ือบตั รสามารถใชบตั รเครดติ เบิกถอนเงนิ สดออกมาใชใ นยาม ฉุกเฉนิ ไดด วย โดยไมเ กนิ วงเงนิ ท่ี ผอู อกบัตรกําหนดไว และจะ ถกู เรยี กเกบ็ เงนิ พรอ มดอกเบี้ย (ถา มี) จากผูอ อกบัตรตาม ระยะเวลาท่ีกาํ หนด ลักษณะสาํ คัญของบตั รเครดิต 1) คุณสมบัตผิ สู มัคร มรี ายไดไมนอ ยกวา 15,000 บาทตอเดือนหรอื มีเงินฝาก หรอื สนิ ทรพั ยต ามท่ี ธนาคารแหงประเทศไทย (ธปท.) กาํ หนด 2) วงเงนิ ไมเ กิน 5 เทา ของรายไดเฉล่ียตอ เดอื น 3) อตั ราดอกเบีย้ คา ปรบั คา บรกิ าร และคา ธรรมเนียม รวมกันแลวไมเ กิน 20% ตอปห รือขึน้ กบั ประเภทเงินฝากหรือสินทรพั ยต ามเกณฑท่ี ธปท. กาํ หนด - หากชาํ ระหนีบ้ ัตรเครดติ ตรงเวลาและเต็มจาํ นวน จะไดรบั ระยะเวลา ปลอดดอกเบี้ยฯ ประมาณ 45 – 55 วนั - หากชําระหนี้บตั รเครดิตลาชา ชําระข้นั ตาํ่ หรือชาํ ระบางสว น จะถกู คดิ ดอกเบย้ี ฯ - กรณีเบิกถอนเงินสดดว ยบัตรเครดิตจะไมมีชว งเวลาปลอดดอกเบีย้ และ ถกู เรยี กเกบ็ คาธรรมเนียมได อีกไมเ กนิ 3% ของจํานวนเงนิ สดท่ถี อน และภาษมี ลู คา เพ่ิม 7% ของ คา ธรรมเนยี มการเบกิ ถอน ๔) วิธีการคิดดอกเบีย้ ฯ เปน การคิดดอกเบ้ียแบบลดตนลดดอก ขอควรรู ควรชําระเต็มจํานวนและ ตรงเวลา แตห ากไมส ามารถชําระเต็ม จํานวนได กต็ อ งชําระหนี้ข้นั ต่ําไมนอ ยกวา 10% ของ ยอดหนี้คงคา งในแตล ะงวด (ผอู อกบตั รจะ กําหนดจํานวนเงนิ ขัน้ ต่ําไวด ว ย เชน ชาํ ระข้ันตํ่าไม นอยกวา 10% ของยอดหนีค้ งคางแตตอง ไมน อยกวา 1,000 บาท)

ใบความรทู ่ี ๔ วชิ า การเงนิ เพื่อชีวติ ๒ สค 2๒01๖ เรื่อง สินเชื่อ สทิ ธแิ ละหนาทขี่ องผใู ชบริการทางการเงนิ เรอ่ื งที่ ๔ วิธกี ารปอ งกนั ปญหาหนี้ เมื่อไดรบั อนุมตั สิ ินเชือ่ แลว จะตอ งปฏบิ ตั ติ นเองใหมวี นิ ัยทางการเงินอยา ง เครง ครัด เพื่อปองกันไมให หน้สี รา งปญ หาใหแกต นเอง ดังน้ี 1. ใชเงนิ ตามวัตถุประสงคท่ตี ั้งใจขอสินเชื่อจรงิ ๆ เชน กมู าประกอบอาชีพ ก็ไมแ บง เงินไปทาํ อยา งอืน่ เพราะอาจทาํ ใหเหลือเงินไมพอทีจ่ ะทาํ ในส่งิ ท่ตี ้งั ใจและมปี ระโยชน 2. จา ยเงนิ ใหตรงเวลาและตามเงื่อนไข เพื่อจะไดไมเสียคาปรับกรณชี ําระ ลาชา หรอื ถูกคดิ คา ติดตามทวง ถามหนน้ี อกจากน้ี ควรศกึ ษาเงือ่ นไขและคา ธรรมเนียมของ สนิ เชือ่ นน้ั ๆ ดวย 3. ตรวจสอบความถูกตองเม่ือไดร ับใบแจงหนี้และใบเสร็จรบั เงิน เชน ยอดเงนิ ถูกตองหรอื ไม หากพบวา ไม ถูกตอง ควรรีบแจงเจา หน้ีโดยเรว็ 4. ชาํ ระทันทีเม่อื มเี งินกอน จะชว ยลดภาระหนี้ได (แตตอ งม่ันใจวา ไมเสยี คา ปรับหากชําระหนกี้ อนกาํ หนด หรอื ถามีคาปรับ ตองดกู อนวาคมุ กับดอกเบย้ี ที่ประหยดั ได หรือไม) 5. แจงเจาหนใี้ หทราบทุกครง้ั เมอื่ มีการเปลีย่ นแปลงท่อี ยู เพ่ือปองกันการขาด การตดิ ตอ ส่อื สารระหวา งกนั 6. หากจะกอหนเ้ี พมิ่ อีก อยาลมื ตรวจสอบภาระหนีท้ ต่ี องผอนตอ เดอื น ไมค วรเกิน 1 ใน 3 (33%) ของ รายไดต อ เดือน เพอื่ ใหม น่ั ใจวาจะสามารถชาํ ระหน้ีได หากเกนิ แลวควรชะลอการกอหนี้ไวกอ น เรือ่ งท่ี 4 วิธีการแกป ญหาหนี้ดว ยตนเอง ในขณะท่เี รม่ิ ตนเปนหน้ี มคี นจาํ นวนไมน อ ยทขี่ าดการวางแผนและการมีวินัย ทางการเงิน ทําใหไปสราง ภาระหนใ้ี หมเ พ่ิมอีกเรื่อย ๆ นานวนั เขา ภาระหนีก้ ็เพมิ่ ขึน้ จน กลายเปนหนี้ลนพน ตัว ดังนน้ั หากพบปญหา หนี้ทีเ่ ริ่มสรางปญ หา ก็ไมควรรอชาทจ่ี ะจดั การหนี้ กอ นทจี่ ะสายเกินไป แนวทางการแกไขปญ หาหนี้ 1. ยอมรบั วา ตนเองเปน หน้ี และมคี วามตั้งใจท่ีจะแกปญ หา 2. สํารวจภาระหน้ที ้งั หมด เพื่อรวบรวมรายละเอยี ดหนีท้ ี่มีทั้งหมด ซ่งึ จะทาํ ให รวู า ตนเองมหี นีอ้ ะไรบา ง จาํ นวนเทาไร 3. จดั ลาํ ดบั ความสําคัญของหนท้ี ่ตี อ งชาํ ระ เมือ่ ทราบจํานวนหนี้ท้งั หมดท่ี ตนเองมีแลว การจดั ลําดับการ ปลดหนจี้ ะทําใหจดั การหน้ใี หหมดไปไดง ายขน้ึ โดยอาจใชว ิธี จัดลําดับหน้ที ี่ตองชําระดังนี้ - กําจดั หนี้แพงกอน ในกรณที อี่ ตั ราดอกเบยี้ ตางกันมาก ใหเลือกจายหนี้ ที่อตั ราดอกเบี้ยสงู กอ น เชน หนน้ี อกระบบ เพื่อปอ งกนั ดอกเบ้ียท่ีอาจพอกพูนอยา งรวดเรว็ - จา ยหนกี้ อ นเลก็ กอน ในกรณที ีห่ นมี้ ีอัตราดอกเบีย้ เทากันหรอื ไมแตกตางกันมาก ใหเ ลือกจายหนท้ี ี่มี มลู คานอยกอ น เพื่อลดจาํ นวนรายการหนี้ใหนอ ยลงเม่ือ เหน็ จํานวนบัญชีหรือเจา หนล้ี ดลงเร่ือย ๆ ก็จะมี กาํ ลงั ใจเพ่ิมขนึ้ ในการปลดหนี้กอนทีเ่ หลือตอไป 4. มองหาวิธกี ารแกไขปญหาหนีซ้ ่ึงหากเปน ปญ หาหน้ีทีไ่ มถึงขั้นลนพน ตัว ก็สามารถปลดหนี้ดวยตนเองได แตหากปญ หาหนี้นน้ั มากเกินจะจดั การก็ควรเจรจากับเจา หน

ใบความรูท ่ี ๔ วชิ า การเงินเพ่อื ชีวิต ๒ สค 2๒01๖ เรื่อง สินเช่อื สทิ ธิและหนา ท่ีของผใู ชบรกิ ารทางการเงนิ การแกไขปญหาหนี้ดวยตนเอง สําหรับผูท ่รี ูว า ตนเองมีปญ หาหนี้ แตยงั ไมถึงขนั้ ลน พน ตัว การปลดหนด้ี ว ยตนเองจึงเปนเรือ่ งท่ี ไมยาก เกนิ ไป เริม่ ตนงา ย ๆ ดังน้ี 1. ลดรายจาย โดยเรม่ิ ตน จากการหาขอบกพรองในการใชจา ยของตนเองกอ น วา ตนเองหมดเงินไปกับ คา ใชจายอะไรบา ง ซ่ึงอาจเรม่ิ จากการจดบนั ทึกในแตละวัน แลวมาดูวา มีคา ใชจา ยอะไรท่ีพอจะงดหรือ ลดลงไดบ าง เชน คาหวย คา บุหรี่ คากินเลยี้ งสงั สรรค เมื่อลด คา ใชจ ายได ก็จะมีเงินออมมากข้นึ หรอื นาํ เงินไปจายหน้ีไดมากข้ึน 2. เพิม่ รายได อาจหารายไดเสริม หรือเปลี่ยนงานอดิเรกใหกลายเปน รายได เชน ท าขนมขาย รบั สอน พเิ ศษ เม่ือมรี ายไดเพิ่มข้นึ จะชวยใหส ามารถชาํ ระหนไ้ี ดเ พ่ิมขนึ้ 3. สํารวจสินทรัพยที่มี และขายสินทรัพยท ่ีไมจ ําเปน เพ่ือนําเงินไปชําระหนี้ อยา งไรก็ดี หากเปนสนิ ทรพั ย หรอื อปุ กรณใ นการประกอบอาชีพและมีความจําเปน ตองใช กไ็ ม ควรจะขาย เพราะจะยง่ิ กระทบตอ การ เพ่มิ รายได 4. ตัง้ เปาหมายปลดหนป้ี ลดหน้ใี นทนี่ ี้หมายถึง มุง ม่ันต้ังใจและเพิม่ ความ พยายามในการใชหน้ใี หห มด โดยเร็ว แตยังคงชาํ ระหน้อี นื่ ๆ ตามกาํ หนดเพ่ือรักษาประวัติ เครดิตทดี่ เี อาไว อยางไรก็ดี อยานาํ เงนิ ไปใช หน้ีหมดจนไมมีเงนิ เก็บออม เพราะหากมเี หตุฉกุ เฉิน ตอ งใชเงิน อาจตองหันกลบั ไปเปนหนอี้ ีก จึงควรใชหน้ี และออมไปพรอม ๆ กัน 5. ติดตามอยางใกลชิด วาสามารถทาํ ไดตามเปาหมายหรือไม หากไมเ ปน ไป ตามแผน อาจหาทางปรบั แผน ใหส อดคลองกบั สถานการณที่เกดิ ขนึ้ เม่ือปลดหน้ไี ดแลว ก็ไมค วร กลับไปกอ หนี้อกี แตหาทางปลดภาระหน้ี กอนอ่นื ๆ ตอ ไป (ถามี) และสะสมเงินออมใหมมี ากข้นึ เพื่อไวใชใ นยามจําเปน

ใบความรูที่ ๕ วิชา การเงนิ เพือ่ ชวี ติ ๒ สค 2๒01๖ เร่ือง สนิ เชอ่ื สทิ ธแิ ละหนาท่ีของผใู ชบ รกิ ารทางการเงนิ เร่ืองท่ี ๕ สิทธิของผใู ชบริการทางการเงิน ปจจุบันผลติ ภัณฑแ ละบริการทางการเงนิ มีความหลากหลาย ซับซอ น และ เปลย่ี นแปลงอยางรวดเร็วไป ตามพัฒนาการทางเทคโนโลยี ผใู ชบริการทางการเงินจงึ ควรศกึ ษา หาความรเู กี่ยวกับผลิตภณั ฑและบริการ ทางการเงินตา ง ๆ รวมทงั้ สทิ ธิและหนา ที่ในการเปน ผูใชบรกิ ารทางการเงินเพอื่ ใหสามารถเลอื กใชบรกิ าร อยางมั่นใจ ตรงกับความตอ งการ ไมเ สยี สิทธิ ท่พี งึ ได และเปนผใู ชบ รกิ ารทางการเงินท่ีทําหนา ที่ไดอยา ง เหมาะสมและไดรบั ประโยชนส งู สุด โดยผใู ชบริการทางการเงนิ มีสิทธิ 4 ประการ ดงั น้ี 1. สิทธทิ ี่จะไดร บั ขอมลู ท่ีถกู ตอง (right to be informed) ผใู ชบริการ ทางการเงินมีสิทธิทจ่ี ะไดร บั ขอมูลท่ี ถกู ตองเกีย่ วกับบรกิ ารท่ีสนใจ โดยเจา หนาทีส่ ถาบนั การเงนิ ตอ งอธบิ ายรายละเอยี ดเกีย่ วกับผลติ ภัณฑแ ละ เง่อื นไขตาง ๆ อยางถูกตอง ชดั เจน และครบถว น เพยี งพอตอ การตัดสนิ ใจในการใชบริการ เชน ลักษณะ สาํ คญั ของผลติ ภัณฑ ผลประโยชนท ี่ คาดวาจะไดรบั ความเส่ยี ง คา ปรบั คาธรรมเนียม ตลอดจนคาใชจ ายท่ี เกิดขน้ึ เม่ือไมท ําตาม เงอื่ นไข และการใชส่ือทางการตลาดเพ่ือสงเสริมการขายตอ งไมชวนเชื่อเกนิ จรงิ ไมทํา ใหผ ใู ชบริการ เขาใจผดิ เมอ่ื ไดรบั ขอ มูลทีถ่ กู ตอ งและครบถวนแลว ผูใ ชบริการทางการเงินก็ควร พิจารณา ตรวจสอบ และสอบถามรายละเอียดใหแ นใจกอ นตดั สนิ ใจใชบ รกิ าร เพื่อใหได ผลิตภณั ฑแ ละบริการที่ เหมาะสมและตรงความตอ งการของผใู ชบรกิ าร 2. สิทธทิ จี่ ะเลอื กใชผลติ ภัณฑแ ละบริการไดอยางอสิ ระ (right to choose) เจา หนาที่สถาบันการเงิน สามารถนาํ เสนอผลิตภณั ฑแ ละบริการอ่ืน ๆ ควบคูกับ ผลิตภัณฑท ผี่ ูใชบ รกิ ารทางการเงนิ ตองการ แต ผใู ชบรกิ ารทางการเงินควรเลือกผลิตภัณฑและ บริการทางการเงนิ ท่ีตองการจรงิ ๆ เทาน้ัน โดยคาํ นงึ ถงึ ความจาํ เปน ประโยชนท ี่ไดร ับ ความ คมุ คา รวมถึงความสามารถในการรับภาระคาใชจา ยทเี่ กี่ยวของ หาก ผูใ ชบริการไมต องการ ผลิตภัณฑแ ละบริการที่เจา หนาทีเ่ สนอขาย ก็สามารถปฏเิ สธได 3. สิทธิท่จี ะรอ งเรยี นเพื่อความเปน ธรรม (right to be heard) หากผใู ชบรกิ ารทางการเงนิ พบวาตนเอง ไดร ับการปฏิบัตทิ ี่ไมถูกตองหรอื ถูกเอาเปรยี บ เชน ไดร ับขอมลู ที่ไมถ ูกตอง ไมครบถวน ถกู บงั คบั ใหซ ื้อ ผลติ ภัณฑท างการเงินท่ีไมตองการ ถูกทําให เขาใจผิดเกยี่ วกบั ผลิตภณั ฑ คํานวณดอกเบี้ยผิด กส็ ามารถ รองเรียนไปยังสถาบันการเงินทใ่ี ช บริการ และหากยงั ไมไ ดรับความเปน ธรรม ก็สามารถรองเรยี นไปยัง หนวยงานทก่ี ํากบั ดูแลได 4. สทิ ธิทจ่ี ะไดรบั การพจิ ารณาคา ชดเชยหากเกิดความเสียหาย (right to redress) ผูใ ชบริการทางการเงิน มีสทิ ธไิ ดรบั การชดเชยตามความเหมาะสม หากพสิ ูจนแลว วาเปน ความผดิ พลาดของสถาบนั การเงิน เชน ไมไ ดปฏิบตั ติ ามแนวนโยบายท่เี กย่ี วของกับ การน าเสนอขอมลู หรือการเสนอขายผลิตภัณฑทางการเงนิ หรอื ปฏิบตั ิงานท่ีเก่ียวของกบั การใหบริการทางการเงนิ อยางไมเหมาะสม ไมว า จะจงใจหรอื ประมาท เลนิ เลอ เปนเหตใุ ห ผใู ชบ ริการไดร บั ความเสียหาย เชน เจา หนา ที่ธนาคารขโมยเงนิ ฝากจากบัญชี ระบบไม ตัดเงนิ จากบญั ชที าํ ใหมียอดหน้ีคา งชาํ ระ แตผใู ชบ ริการทางการเงนิ จะไมไดรบั การชดเชยหากความ ผดิ พลาดนน้ั เกิดจากผใู ชบ รกิ ารเอง เชน ฝากสมดุ บญั ชไี วกับเจาหนา ท่ธี นาคารเพอื่ ทํารายการ แทน โอนเงนิ จากเคร่ืองเอทีเอ็มไปผดิ บัญชหี รือใสตัวเลขจาํ นวนเงินผิด

ใบความรูที่ ๖ วชิ า การเงนิ เพือ่ ชีวติ ๒ สค 2๒01๖ เรื่อง สินเช่อื สิทธิและหนาทีข่ องผูใชบรกิ ารทางการเงนิ เรื่องท่ี ๖ หนา ท่ีของผูใ ชบ ริการทางการเงิน นอกจากสถาบันการเงินตองใหบรกิ ารดว ยความรบั ผดิ ชอบแลว ผใู ชบริการทาง การเงินยังมี “หนา ที”่ ท่ี ควรปฏบิ ัติดว ยความรบั ผิดชอบเพ่ือลดความเสย่ี งและความเสยี หายที่ อาจเกดิ ขึน้ จากการใชบรกิ ารทาง การเงนิ โดยหนาทีข่ องผใู ชบ ริการทางการเงินมีดังนี้ 1. วางแผนการเงิน เพื่อจัดการรายจายใหเ หมาะสมกับรายรบั ซง่ึ จะทาํ ให ทราบฐานะทางการเงนิ ของ ตนเอง และหากมปี ญหาทางการเงนิ ก็จะสามารถมองเหน็ สัญญาณ และวางแผนรับมอื กับปญ หาลว งหนา ได 2. ตดิ ตามขอ มูลขา วสารทางการเงินอยางสมํา่ เสมอ เพ่ือใชเปนขอมูลใน การตดั สินใจเลือกใชบรกิ ารให เหมาะสมและตรงกบั ความตองการของตนเอง นอกจากขา วสาร เกย่ี วกบั บรกิ ารทางการเงินแลว ภยั ทาง การเงนิ ก็เปนสงิ่ หนึ่งท่ผี ใู ชบริการทางการเงินไมค วร ละเลย เพราะการติดตามขา วสารจะทําใหเขา ใจและ รูทนั รปู แบบการหลอกลวงของมิจฉาชีพ และสามารถปองกันตัวเองจากมิจฉาชีพได 3. ศึกษารายละเอยี ดและเปรียบเทียบขอมลู กอนเลือกใชจ ะทําใหเขาใจ ลกั ษณะของผลิตภณั ฑแ ละบริการ เงือ่ นไขที่เกย่ี วขอ ง ผลประโยชนท จ่ี ะไดรบั ความเสีย่ ง และ ตอ งไมลมื ที่จะเปรียบเทียบผลิตภณั ฑท ี่สนใจ จากหลาย ๆ แหลง เชน สถาบนั การเงนิ ผปู ระกอบ ธุรกจิ สินเชอื่ ที่ไมใชส ถาบันการเงิน (non-bank) เพ่ือ เลือกสิง่ ทเ่ี หมาะสมและตรงกับความ ตองการของตนเองมากทส่ี ุด เชน สอบถามพนักงาน อา นและทําความ เขา ใจหนังสือช้ีชวนหรอื เอกสารสรุปขอ มูลสําคัญประกอบการเสนอขายผลิตภัณฑ (fact sheet) เพ่ือ เปรยี บเทยี บ ผลิตภณั ฑ รูหรอื ไมวา fact sheet ชวยคุณไดอยา งไร fact sheet หรอื เอกสารสรปุ ขอ มูล สาํ คัญของผลิตภัณฑ คือ ขอมูลทส่ี ถาบัน การเงนิ จัดทาํ ขึน้ เพ่ือเปดเผยใหล กู คาไดทราบขอมลู เกีย่ วกับ ผลติ ภัณฑหรือบรกิ ารทางการเงิน โดยเฉพาะผลติ ภัณฑทางการเงนิ บางประเภทที่มคี วามซบั ซอ น เชน สนิ เชือ่ เพอ่ื ทอ่ี ยูอาศยั บญั ชีเงินฝากแบบขั้นบันได มอี ะไรอยใู น fact sheet 1. ลักษณะสาํ คัญของผลิตภัณฑ เชน ประเภทของผลิตภัณฑ อัตราดอกเบย้ี วิธคี ดิ ดอกเบ้ยี 2. คาบริการหรือคา ธรรมเนยี มท่ีสถาบนั การเงนิ อาจเรียกเก็บจากการซื้อ ผลิตภณั ฑหรอื ใชบรกิ ารเหลาน้ี 3. เงื่อนไขและขอกําหนดทค่ี วรทราบ fact sheet จะเปนตัวชว ยท่ีทําใหคุณรจู ักผลติ ภัณฑนนั้ ๆ มากขนึ้ และยัง สามารถใชเ ปรยี บเทยี บกับผลิตภัณฑป ระเภทเดยี วกนั ของสถาบนั การเงนิ อน่ื ๆ จงึ ชวยใหค ณุ ตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑไดง าย และตรงกบั ความตองการดวย อาน fact sheet ทุกคร้งั กอ นตัดสินใจ เพอ่ื ประโยชนสูงสดุ ของคุณเอง นอกจากน้ี กอนลงนามหรือเซน็ ชอื่ ในสัญญาทําธรุ กรรมใด ๆ ผใู ชบ รกิ ารทาง การเงนิ ควรอานรายละเอยี ดสัญญาใหถ ่ีถว น และตองเขาใจเงือ่ นไขของสัญญากอนลงนาม หาก ไมเขาใจ ให สอบถามเจา หนาที่ เพ่ือปองกันปญหาท่ีอาจเกดิ ขึ้นภายหลัง 4. ตรวจทานความถูกตองของธรุ กรรมทางการเงนิ ทุกครั้ง เพ่ือรักษา ผลประโยชนข องตนเอง โดยเฉพาะ อยางย่งิ ขอ มลู ที่สําคัญ เชน ชอ่ื บญั ชี เลขทีบ่ ญั ชี จํานวนเงนิ หากพบวา ไมถูกตอ ง ควรรีบแจงเจาหนา ท่ที นั ที 5. ชําระหน้เี ม่ือเปนหน้กี อนกอหนีใ้ หดูความสามารถในการชาํ ระหนี้ของ ตนเอง ซึ่งหากมีความจาํ เปน และ สามารถผอ นชาํ ระไหว กส็ ามารถกอหนีไ้ ด และเม่ือเปน หนี้แลว ผใู ชบ รกิ ารทางการเงนิ มีหนา ทที่ จ่ี ะตอง ชําระหน้นี นั้ หากไมชําระหนี้ นอกจากจะทําใหห นี้ เพมิ่ ขน้ึ เพราะดอกเบยี้ แลว กจ็ ะทาํ ใหประวตั เิ ครดติ เสีย และเมื่อตองการกูเงนิ เพื่อสิง่ จําเปนใน อนาคต อาจถูกปฏิเสธการขอกไู ด

ใบความรูท่ี ๗ วชิ า การเงินเพื่อชีวิต ๒ สค 2๒01๖ เรื่อง สินเช่อื สิทธแิ ละหนาท่ขี องผูใ ชบ รกิ ารทางการเงนิ เร่ืองที่ ๗ บทบาทศูนยค ุมครองผใู ชบริการทางการเงิน (ศคง.) และหนวยงานทีร่ ับเรอื่ ง รองเรียนอื่น ๆ ศูนยคุมครองผูใชบริการทางการเงิน (ศคง.) ธนาคารแหงประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงกชาตไิ ดก ําหนดให การคุม ครอง ผใู ชบรกิ ารทางการเงนิ เปนหน่ึงในยทุ ธศาสตรสําคญั โดยจัดตัง้ ศูนยค ุมครองผใู ชบ รกิ าร ทางการ เงิน (ศคง.) ขน้ึ เมื่อเดือนมกราคม 2555 เพื่อใหเปนศนู ยก ลางในการดําเนนิ งานดา นการคุมครอง ผูใชบ รกิ ารทางการเงนิ อยางเปนระบบ ผา นการสง เสริมความรูและดูแลเร่ืองรองเรยี นเกี่ยวกับ บริการ ทางการเงนิ เพ่ือใหส ามารถตอบสนองตอความคาดหวังของประชาชนไดดยี งิ่ ขึน้ และเอ้ือ ตอ การดาํ เนินการ ท่สี อดประสานกบั หนวยงานภายนอกโดยมีหนาทห่ี ลกั 3 ประการ คือ 1. ดแู ลเรอื่ งรองเรียนทเ่ี กี่ยวของกับบริการทางการเงินของผูใหบริการ ทางการเงินท่ีอยภู ายใตก ารกํากับ ของ ธปท. (ธนาคารพาณิชย บรษิ ทั เงินทุน บริษัท เครดติ ฟองซิเอร สถาบนั การเงินเฉพาะกจิ บริษัทบัตร เครดิต บริษัทสนิ เช่ือสวนบุคคลภายใต การกาํ กับ บรษิ ทั สินเชอ่ื รายยอยเพอ่ื การประกอบอาชพี ภายใตการ กํากับ (นาโนไฟแนนซ) ผูใหบ รกิ ารการชําระเงินทางอเิ ล็กทรอนกิ ส และผูป ระกอบธุรกิจปจ จยั ชําระเงนิ ตรา ตา งประเทศ (เชน การแลกเปลีย่ นเงินตราตา งประเทศ) รวมทัง้ บรกิ ารทางการเงนิ อ่ืนทแี่ บงกช าติดแู ล เชน ธนบัตร พนั ธบตั ร กฎระเบียบธุรกรรมเงินตราตา งประเทศ 2. สงเสริมความรเู ก่ียวกบั บริการทางการเงิน เพ่ือใหประชาชนมคี วามรู พนื้ ฐานทางการเงนิ เพียงพอทีจ่ ะ ดูแลตนเองได ตระหนักถงึ ความสาํ คญั ของการวางแผนการเงิน การมีวินัยทางการเงิน เขาใจสิทธิและหนา ท่ี ของตนเอง สามารถเลือกใชบริการทางการเงินได อยา งเหมาะสม และรเู ทาทนั เลห เ หลยี่ มกลโกง 3. สง เสริมบทบาทหนาทขี่ อง ธปท. ในการกํากบั ดูแลใหสถาบนั การเงิน ใหบ ริการแกลูกคาอยางเปน ธรรม โดยการสง ขอ มลู ปญหา ขอรองเรยี น ขอเสนอแนะไปยัง หนว ยงานท้งั ภายในและภายนอก ธปท. เพ่ือ นาํ ไปใชใ นการกาํ กบั ดูแลสถาบนั การเงินให ดาํ เนนิ การอยางถูกตอง เปนธรรม และคํานงึ ถงึ สิทธขิ อง ผูใ ชบริการทางการเงนิ หนว ยงานทีร่ บั เรอ่ื งรองเรียนอ่ืน ๆ สําหรับผลิตภัณฑและผูใหบรกิ ารทางการเงนิ ทไี่ มไดอยภู ายใตก ารกาํ กับ ดูแล ของแบงกช าติผใู ชบ ริการสามารถขอคาํ แนะนําหรือรอ งเรียนไดด ังน้ี 1. สาํ นักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพยและตลาดหลกั ทรพั ย(ก.ล.ต.) มหี นา ทีใ่ หคําปรกึ ษา แนะนํารบั เร่ืองรองเรยี นเกี่ยวกับบริการของบริษัทหลกั ทรัพยบ รษิ ัท หลกั ทรัพยจ ดั การกองทนุ เชน หนุ สามญั กองทุน รวม สญั ญาซอ้ื ขายลว งหนา โทร. 1207 2. สํานักงานคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบธรุ กจิ ประกนั ภัย (คปภ.) มหี นาท่ใี หค ําปรึกษา แนะนํา รับเรือ่ งรองเรยี นเก่ียวกบั บรกิ ารของบรษิ ัทประกนั ภัย เชน ประกนั ชวี ติ ประกนั วนิ าศภยั โทร. 1186 3. สํานกั งานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) มีหนาท่ีใหค าํ ปรึกษา แนะนาํ รบั เรอ่ื ง รอ งเรียนเก่ยี วกับการเงินนอก ระบบ เชน หน้ีนอกระบบ แชรล กู โซ โทร. 1359 4. บริษัท ขอมลู เครดติ แหงชาติ จํากดั (เครดิตบูโร) มีหนาท่ใี หคาํ ปรึกษา แนะนาํ รบั เรื่องรอ งเรยี นเก่ียวกบั ขอ มูลประวัตเิ ครดิต โทร. 0 2643 1250 5. สาํ นกั งานคณะกรรมการคุมครองผูบรโิ ภค (สคบ.) มีหนาทใ่ี หค าํ ปรึกษา แนะนํา รองเรยี นเกย่ี วกบั สนิ คา และบรกิ ารทั่วไป เชน การโฆษณาเกนิ จริง การไมปฏบิ ัตติ าม สญั ญา โทร. 1166

ใบความรูท่ี ๗ วชิ า การเงินเพือ่ ชีวติ ๒ สค 2๒01๖ เร่ือง สินเชือ่ สิทธแิ ละหนาทีข่ องผูใ ชบรกิ ารทางการเงนิ 6. หนว ยงานทรี่ บั เรอ่ื งรองเรียนเกี่ยวกบั การทวงหน้อี ยา งไมเ หมาะสม 1) กรมการปกครอง โทร. 0 2356 9660 2) ส านกั งานเศรษฐกิจการคลงั โทร. 1359 3) ที่ทาํ การปกครองจงั หวดั 4) กองบัญชาการตาํ รวจนครบาล โทร. 0 2354 5249 5) สถานีตาํ รวจ 6) ทว่ี าการอาํ เภอ

ใบความรทู ่ี ๘ วิชา การเงนิ เพอื่ ชีวติ ๒ สค 2๒01๖ เรื่อง สนิ เชอ่ื สทิ ธแิ ละหนาทีข่ องผใู ชบ รกิ ารทางการเงนิ เร่อื งที่ ๘ ข้นั ตอนการรอ งเรียนและหลกั การเขียนหนงั สือรอ งเรียน ขน้ั ตอนการรอ งเรยี น หากไดร ับการปฏิบตั ทิ ไี่ มถ ูกตอ งหรอื ถูกเอาเปรียบจากสถาบันการเงินหรือ ผูใ หบรกิ าร ทางการเงนิ เชน ไดร บั ขอมลู ไมถ ูกตองทําใหเขาใจผิดในตัวผลติ ภัณฑ คํานวณ ดอกเบ้ียผิด ผูใชบ ริการทาง การเงนิ สามารถรอ งเรียนไดตามขั้นตอนดงั นี้ 1. รองเรยี นท่ีศนู ยบ ริการลูกคา (call center) ของสถาบันการเงินหรอื ผูใหบ ริการทางการเงนิ นนั้ ๆ เพ่ือ แจง เรอื่ งรองเรียนหรอื ปญ หาทพี่ บ 2. หากไมไ ดรับการตดิ ตอกลับภายในระยะเวลาการใหบริการมาตรฐาน5 หรือไมไดร ับการปฏบิ ัตทิ ี่ เหมาะสม สามารถขอรบั คําปรกึ ษาหรือรองเรียนไดที่ศนู ยคุมครอง ผใู ชบรกิ ารทางการเงิน (ศคง.) โทร. 1213 ในวนั จันทร - วนั ศุกร ระหวางเวลา 08.30 - 12.00 น. และ 13.00 - 16.30 น. หรอื ชองทาง อ่ืน ๆ ดงั น้ี 1) จดหมายอเิ ล็กทรอนิกส( e-mail) ของ ศคง. [email protected] โดย กรอกขอมูลตามแบบฟอรมใน www.1213.or.th6 2) เวบ็ ไซต ศคง. www.1213.or.th 3) รองเรยี นดวยตนเอง เพอื่ ติดตอ ขอพบเจา หนาท่ีตามเวลาราชการ โดยการนัดหมายลว งหนา 4) จดหมาย/โทรสาร (fax) ตามทอี่ ยหู รือหมายเลขโทรสาร ดังน้ี อยางไรก็ดี มเี รอ่ื งรองเรยี นท่ีอยนู อกเหนือขอบเขตการดําเนนิ การของ ศคง. เชน ♣ เรอื่ งรองเรยี นท่ีไมเกยี่ วขอ งกบั สถาบนั การเงินหรอื ผูประกอบธรุ กจิ ภายใต การกํากบั ดูแลของ ธปท. ♣ เรอื่ งรองเรียนทศ่ี าลมีคําวินจิ ฉยั คาํ สั่ง หรอื คาํ พิพากษาเสรจ็ เด็ดขาดไปแลว หรอื เร่อื งท่ีอยใู นระหวา ง การพจิ ารณาของศาล ♣ เร่อื งที่ขอใหธ ปท. ฟองรองคดแี ทน/ชว ยเหลอื เงินในการตอ สูคดี/ชวยจัดหาหรือ วาจา งทนายความใหผู รอ งเรยี น ♣ เร่ืองท่ีขอให ธปท. เรียกรอ ง/สง่ั การใหส ถาบันการเงนิ หรือผปู ระกอบธรุ กิจภายใต การกํากบั ดูแลของ ธปท. ชดใชค า เสียหายตามขอ พพิ าทที่คสู ญั ญาผูกพนั กันทางแพง ♣ เร่ืองทเ่ี ปน กรณีพิพาทระหวา งพนักงานของสถาบนั การเงนิ หรือผูประกอบธุรกิจ ภายใตการกํากบั ดูแล ของ ธปท. กบั สถาบนั การเงนิ หรอื ผูป ระกอบธรุ กจิ ขางตน ที่ไมเกย่ี วของกบั กฎหมายที่ ธปท. กาํ กับดแู ล ♣ เร่ืองท่ีรองเรยี นซ าเรื่องเดิม ซงึ่ ธปท. ไดเคยดาํ เนนิ การจนผรู องเรียนไดร ับคําช้แี จงแลว หรือเรื่อง รองเรียนทีข่ อโตแ ยงผลการพิจารณาโดยผรู อ งเรียนไมมีขอมลู ใหมเพิ่มเตมิ / การดําเนนิ การทีอ่ ยใู นอาํ นาจ หนา ท่ีของหนว ยงานราชการ/ผกู าํ กับดูแลอน่ื ♣ เรือ่ งขอความอนเุ คราะหซ ่ึงเปน ดุลยพินิจทางธรุ กิจของสถาบนั การเงินหรือ ผูประกอบธรุ กจิ ภายใตก าร กํากับดูแลของ ธปท. และไมมีขอขัดตอ กฎหมายหรือ กฎเกณฑหรือแนวนโยบายของ ธปท. เชน การขอ ปรบั ปรงุ โครงสรา งหน้ี การขอเพมิ่ วงเงนิ สินเชื่อ การขอลด/ยกเวน ดอกเบี้ย คา ธรรมเนยี ม หรือคาปรบั ตางๆ

ใบความรูที่ ๘ วิชา การเงนิ เพือ่ ชวี ติ ๒ สค 2๒01๖ เรื่อง สนิ เชื่อ สิทธิและหนาท่ีของผูใชบ ริการทางการเงนิ ♣ เรอื่ งท่เี ปนกรณีสมมตแิ ละใหพ จิ ารณาแสดงความเห็นวา ถกู หรือผิด ♣ การขอตรวจสอบขอมลู ของบคุ คลอนื่ ♣ การขอขอมลู ที่ ธปท. ไมใชเจา ของขอมูล หลกั การเขียนหนงั สือรองเรยี น ในการรองเรียน ควรเตรยี มเอกสารท่เี ก่ียวของใหค รบถวน เชน เอกสาร แสดง ตวั ตน (สาํ เนาบตั รประจาํ ตัวประชาชน/หนงั สือเดินทาง) เอกสารประกอบเรื่องรองเรียน (เชน สาํ เนา ใบแจง หน/้ี สญั ญา) โดยควรดําเนนิ การ ดังน้ี ♣ เลา เหตุการณส าํ คญั โดยมีการเรียงลําดบั เหตุการณ ♣ ใหข อ มลู ทีส่ าํ คญั และจําเปนใหครบถวน ♣ แจงส่ิงทต่ี องการใหส ถาบันการเงินดําเนินการ ♣ แจงขอมลู สวนตวั เชน ช่อื ที่อยู เบอรโ ทรศัพทที่สามารถตดิ ตอได ♣ แนบเอกสารที่เกย่ี วขอ งใหครบถวน

แผนการเรียนรูรายสัปดาห กลุม สาระการเรยี นรู การพัฒนาสังคม รายวชิ า การเงินเพอ่ื ชีวติ ๒ รหัสวิชา สค 2๒01๖ เร่อื ง ภัยทางการเงนิ ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน จํานวน 6 ชั่วโมง การพบกลุมคร้ังที่ ๑๔ แผนการเรยี นรรู ายสปั ดาห กลุมสาระการเรยี นรู การพฒั นาสังคม รายวชิ า วิการเงนิ เพอื่ ชีวติ ๒ รหสั วชิ า สค 2๒01๖

เรอ่ื ง ภยั ทางการเงิน ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาตอนตน จาํ นวน 6 ชวั่ โมง วนั ท่ีจดั การเรียนการสอน...................................................การพบกลมุ ครัง้ ท่.ี ....................๑๔............................ 1. ตัวชว้ี ัด 1. ผใู หบ รกิ ารทางการเงินในประเทศไทย 2. อธิบายบทบาทหนาท่ขี องสถาบันการเงนิ และหนวยงานอ่นื ๆภายใตการ กาํ กบั ของธนาคารแหง ประเทศไทย 2. เนือ้ หา 1. หนี้นอกระบบ 2. แชรลกู โซ ๓. ภัยใกลตัว ๔. แกงคอลเซนเตอร ๕. ภยั ออนไลน ข้ันจดั กระบวนการเรียนรู ข้ันท่ี 1 กาํ หนดสภาพปญ หาความตองการในการเรยี นรู - ครูใหน กั ศึกษาทําแบบทดสอบกอนเรยี น - ครกู ระตนุ และนาํ เขาสบู ทเรยี นโดยครนู าํ ตวั อยางหน้นี อกระบบ แชรลกู โซ ภยั ใกลตัวแกง คอลเซนเตอร ข้ันที่ 2 การแสวงหาขอมลู และจัดการเรียนรู - ครใู หผ ูเรียนศกึ ษาหนี้นอกระบบ แชรล กู โซ ภยั ใกลต วั แกง คอลเซนเตอร (ใบความรู ภัยทางการเงิน)

-และศกึ ษาหาขอมูลเพม่ิ เติม เร่อื งภยั ทางการเงิน http://203.159.251.144/pattana/download/g.6/1 6.%20money/money%201,2,3/2..pdf (ใบงาน ภยั ทางการเงนิ ) ขั้นที่ 3 ปฏิบตั แิ ละนําไปประยุกตใช ครูใหผ เู รียนทําใบงาน เร่ือง ภยั ใกลตัวแกง ข้ันที่ 4 ประเมนิ ผลการเรยี นรู - ผูเรยี นทาํ แบบทดสอบหลงั เรยี น

3. สื่อประกอบการเรียนรู 1. ใบความรู เรือ่ ง ภัยทางการเงนิ 2. ใบงาน วิธีการปอ งกนั ภัยหน้นี อกระบบ 4. การวัดผลและประเมนิ ผล 1 แบบทดสอบกอ นเรยี น-หลังเรยี น 2. แบบประเมินใบงาน 3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ 4. แบบประเมนิ ดานจิตพสิ ัย ลงชื่อ.........................................................ผสู อน (นายอําพล เทยี มสุวรรณ) ตําแหนง ครู กศน.ตาํ บล

คําช้แี จง ใหนักศกึ ษาเลอื กคาํ ตอบทถี่ ูกทส่ี ดุ เพียงขอเดยี ว 1. ขอใดควรกระทําเม่ือสงั่ ซื้อสนิ คา ทางอนิ เทอรเนต็ ก.นัดรบั สินคากับผขู ายในสถานท่ีเปลี่ยว ข. ตดั สนิ ใจซ้ือและโอนเงินทันทถี าราคาถูกกวา ทองตลาดมาก ๆ ค. รบี ตดั สนิ ใจ รีบโอนเงิน เพราะของดหี าไดงาย ๆ ในโลกออนไลน ง. อานรายละเอยี ดสนิ คาและตรวจสอบประวัติผูข ายหรอื ประวัติการคา ขายกอนซอื้ สินคา 2. ขอ ใดควรกระทําเม่ือใชส ื่อสังคมออนไลน (social media) ก. Check in ทกุ สถานท่ไี ปแมกระทัง่ บานตนเอง ข. ไมเ ปดเผยขอมูลสวนตัวทกุ อยา งบน social media ค. เปดคลิปวดิ ีโอทุกลิงกทมี่ ีคนแชรและบอกวาเปนคลิปเด็ด ง. โชวภาพถายตนเองถือเงนิ สดจํานวนมาก พรอมเครื่องประดับมคี า 3. หากไดรับการติดตอขอใชบัญชีเงนิ ฝากของคุณเปน ที่รบั เงิน โดยใหหกั คาจางจากเงิน ที่จะโอนเขา มาใน บัญชเี ลย คณุ ควรทําอยางไร ก. ตอบตกลงทันที เพราะทํางา ย ไมต องลงทนุ ข. ตอบตกลงและไปชักชวนเพ่อื นใหมาทาํ ดวย ค. ตอรองใหไดค าจางที่พอใจ แลวคอยตดั สินใจ ง. ปฏิเสธทันที เพราะเงนิ ท่โี อนเขา มาอาจผิดกฎหมาย 4. ขอใดไมใ ชขอ อา งที่มิจฉาชพี มกั ใชโ ทรหลอกเหยอื่ เพื่อใหโ อนเงนิ ก. คณุ ไดรับเงินคนื ภาษี ข. คุณโชคดไี ดรบั รางวลั ใหญจ ากการชงิ โชค ค. เกดิ ขอผดิ พลาดโอนเงนิ ผิดเขา บัญชีของคณุ ง. บัตรเครดิตของคุณหมดอายุ จะตอ งจา ยคา ธรรมเนยี มทําบัตรใหม 5. ขอใดควรปฏิบตั ิเพ่ือหลกี เลี่ยงธรุ กจิ ขายตรงแอบแฝงแชรล กู โซ ก. ปฏิเสธการรวมสัมมนาท่ีนาสงสยั ข. ไปรวมงานสัมมนาที่เพ่ือนชักชวนทกุ งานเพื่อเพ่ิมความรู ค. เขียนประกาศหางาน Part Time ผานเวบ็ บอรด ในอนิ เทอรเ นต็ ง. เปดเผยขอมลู สวนตัว เชน เบอรโทรศัพท ช่อื บัญชีอีเมล ในสังคมออนไลน(social media)

๖. มิจฉาชีพมกั ใชจ ุดออนใดในการหลอกเหย่อื ก. ความโลภ ข. ความกลวั ค. ความไมรู ง. ถูกทกุ ขอ ๗. ขอ ใดไมใ ชส ิทธขิ องผูใชบรกิ ารทางการเงิน ก. สทิ ธทิ ี่จะไดรับขอมลู ทถี่ ูกตอง ข. สทิ ธทิ ีจ่ ะรองเรยี นเพ่อื ความเปน ธรรม ค. สิทธิทจ่ี ะเลือกใชผ ลิตภณั ฑแ ละบริการไดอยางอสิ ระ ง. สิทธทิ ่จี ะไดร บั คาชดเชยหากผใู ชบ รกิ ารเปนผทู ําผิดพลาด ๘. ขอ ใดไมใชการแกไขปญ หาหน้ดี ว ยตนเอง ก. ลดรายจา ยเพิม่ รายได ข. ขายสนิ ทรัพยท ี่ไมจําเปน ค. เปลย่ี นความเชอ่ื เก่ยี วกับหนี้ ง. ขอปรับปรงุ โครงสรา งหนกี้ บั เจา หน้ี ๙. ทําอยางไรเมื่อตกเปน เหยื่อแชรลกู โซ ก.สํานักนโยบายพฒั นาระบบการเงินภาคประชาชน ข. สว นปองปรามการเงนิ นอกระบบ ค. สํานกั งานเศรษฐกิจการคลัง ง. ถูกทุกขอ ๑๐. วธิ ปี อ งกนั จากภัยใกลตวั ก. ไมโลภ ข. ไมร จู กั ...ไมใ ห ค. ศึกษาหาขอ มูล ง. ถูกทกุ ขอ

ใบงานที่ ๓ การเงนิ เพ่ือชีวติ ๒ สค 2๒01๖ เร่ือง ภยั ทางการเงนิ คําช้แี จง ใหนักศกึ ษาตอบคาํ ตอบตอ ไปนี้ใหถกู ตอง (10 คะแนน) มีวธิ กี ารปองกนั ภัยหนี้นอกระบบอยา งไร………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ใบความรูที่ ๑ วชิ า การเงินเพอ่ื ชีวิต ๒ สค 2๒01๖ เร่ือง ภยั ทางการเงิน เรอ่ื งที่ 1 หน้ีนอกระบบ หนวยการเรียนรูที่ 5 ภัยทางการเงิน เมื่อจาํ เปน ตองใชเงิน แตไมสามารถขอกเู งนิ จากสถาบนั การเงินได หลายคนคงนกึ ถึงการกูเงิน นอกระบบท่ีได เงนิ เร็ว ไมย งุ ยาก ไมตองมหี ลักประกันหรอื ใชบ ุคคลคํ้าประกัน จนอาจลืมนึกถงึ เลห เ หลี่ยมหรอื กลโกงท่ีอาจ แฝงมากับการกเู งนิ นอกระบบ ลักษณะกลโกงหนี้นอกระบบ 1. ใชต ัวเลขนอ ย ๆ เพื่อจูงใจ นายทนุ เงินกูน อกระบบมักบอกตัวเลขนอยเพ่อื จูงใจผกู ู ไมวาจะเปน จํานวนเงนิ ผอ นตอ งวดหรือดอกเบี้ย เชน กูเงิน 10,000 บาท ใหผ อ นวันละ 150 บาทเปนระยะเวลา 90 วัน แตเมื่อ คํานวณแลว ตอ งจา ยหนี้คนื 13,500 บาทภายใน 3 เดอื น ดอกเบีย้ สูงถงึ 35% ตอ สามเดือน หรือ 140% ตอ ป เจาหน้ีบางรายก็บอกแคอัตราดอกเบยี้ แตไมไดบ อกวาเปนอัตราดอกเบยี้ ตอ วัน ตอเดือน หรือตอป เชน เจา หนีร้ ายหน่ึงปลอ ยเงนิ กู3% ลกู หนเ้ี หน็ วา อัตราดอกเบ้ียนอยกวา สถาบนั การเงนิ ก็แหไปกูเ งนิ แตเม่ือ คาํ นวณดอกเบีย้ ท้ังปแลว ลูกหนีก้ ต็ กใจ เพราะดอกเบ้ยี 3% นั้นเปนดอกเบย้ี ตอวนั ถาคิดเปน ตอ ป ก็สงู ถงึ 1,080% 2. ใหเ ซน็ เอกสารท่ีไมไดก รอกตัวเลข นอกจากจะใชตัวเลขคา งวดหรอื ดอกเบยี้ นอย ๆ ดึงดูดลูกหน้ีแลว เจาหนี้ บางรายก็ใหลูกหนี้เซน็ สัญญากยู มื โดยทีย่ ังไมไดก รอกตวั เลข ลกู หนรี้ ายหน่งึ ตองใชเ งนิ คืนเจาหน้ี 100,000 บาท ท้งั ๆ ท่กี ูเงินมาแค 20,000 บาท เพยี งเพราะไปเซน็ สัญญาในเอกสารท่ยี งั ไมได กรอกจาํ นวนเงินกู 3. ไมใ หล ูกหน้อี า นเอกสารท่ีตองเซน็ เจา หนบ้ี างรายไมยอมใหลูกหน้ีอานเอกสารท่ีจะตองเซน็ เชน เจา หนหี้ วัง จะ ยดึ เอาท่ีดินของลูกหนี้ทีน่ ํามาคํา้ ประกนั เงินกู จงึ หลอกวาเปนการทาํ สัญญาจํานอง แตแทจ ริง เปน สญั ญา ขายฝาก 4. บบี ใหเซ็นสัญญาเงินกเู กนิ จรงิ เจาหนบ้ี างรายบบี บงั คบั ใหลูกหนเ้ี ซ็นสญั ญาเงนิ กเู กินจริง เชน ขอกู 10,000 บาท แตบ งั คบั ใหเ ซ็นในเอกสารที่เขยี นวา ขอกู 30,000 บาท ลูกหนบี้ างรายมีความจาํ เปนตองใช เงิน กจ็ ําใจเซน็ สญั ญาน้ัน 5. ทาํ สญั ญาขายฝากแทนสัญญาจาํ นอง เจา หนีห้ ลายรายหลอกลกู หน้ใี หทําสัญญาขายฝากแทนสญั ญาจํานอง ถึงแม เจา หนีจ้ ะอา งวา เปนการคํา้ ประกันเงนิ กูเหมอื นกนั แตการบงั คบั หลักประกนั ตา งกัน สัญญาขาย ฝากจะ ทําใหกรรมสิทธิ์ของบานหรอื ทด่ี ินนน้ั ตกเปน ของเจา หน้ีตง้ั แตวันท่ที ําสัญญา ซึ่งลูกหนี้ จะตอ งไถบานหรอื ทดี่ นิ คืนภายในเวลาท่กี ําหนด หากชาเพียงวนั เดยี ว บานหรอื ทดี่ ินน้ันก็จะ ตกเปนของเจา หนท้ี ันที โดยเจา หน้ไี มตอง มหี นงั สือแจง หรือฟองศาลเพื่อบังคบั คดี ดว ยเหตนุ เี้ จาหน้นี อกระบบบางคนจึงบายเบ่ยี ง หลบหนา ลกู หน้ีเพ่ือ ไมใหมี โอกาสไดไถถอนบา นหรือทดี่ นิ นั้นคืนในเวลาทกี่ ําหนด หรือไมยอมขยายเวลาไถให (การขยาย เวลาไถ ตองทําหลักฐานเปน หนังสือพรอมลงลายมือชื่อ) โดยเฉพาะบา นหรือท่ีดินที่อยใู นทําเลดี และมมี ลู คามากกวา ยอดหน้ี 6. หลกี เลี่ยงใหก โู ดยตรง หลายครง้ั ทสี่ ัญญาอาํ พรางเงนิ กถู ูกนาํ มาใชเพ่ือหลอกลอผูทเ่ี ดอื ดรอ นเรื่องเงนิ เชน ลกู หนี้รายหน่งึ ติดตอ ขอกเู งินกบั เจา หนี้นอกระบบจํานวน 20,000 บาท เจา หน้ีบงั คบั ให ลกู หน้ีใชบตั รผอ น สนิ คาหรือบตั รเครดิตซ้ือสินคาทก่ี ําลงั เปนทนี่ ยิ มมลู คา 23,000 บาทเพื่อมา แลกกบั เงินกู 20,000 บาท ลูกหน้ีไดเงนิ มาแค 20,000 บาท แตกลับตองแบกภาระเงินกูสูงถึง 23,000 บาท กบั บรษิ ัทบัตรผอ นสนิ คา หรือบรษิ ัทบตั รเครดิต และยังมภี าระดอกเบ้ยี ที่ตอ งจา ยอีกตางหาก สวนเจาหน้แี ทบจะไมม คี วามเสี่ยงใดเลย แถมยงั ไดสนิ คา ในราคาถกู อีกดว ย


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook