ใบงานท่ี ๒ วิชาภาษาไทย พท 21001 เรือ่ ง หลกั การใชภ าษา ใหน ักเรยี นหาคำทม่ี สี ระเสยี งส้นั หรือเสียงยาวโดยสอดคลองกบั คำท่ีกำหนดให ๑.กระ - ................... ๒. โดด - ................... ๓. ตะ - ................... ๔. น า - ................... ๕. สะ - .................... ๖. ชะ - ................... ๗. ระ - ................... ๘. ไข - .................... ๙. ช า - ................. ๑๐. ประ - .................... จำแนกคำตอไปนี้ใหถูกตอง
ใบความรูที่ ๒ วิชา ภาษาไทย พท 21001 เรื่อง หลกั การใชภาษา ใบความรูท่ี ๒ เรือ่ ง เสียงและรปู อักษร เสียงและรูปวรรณยุกต ลกั ษณะและประเภทของเสยี งวรรณยุกต วรรณยุกตเปนเคร่ืองหมายแสดงระดับเสยี งสูงต่ำใน ภาษา คำทีม่ รี ปู พยัญชนะและสระเหมอื นกนั ถา เสยี งวรรณยุกตตางกัน จะทำใหคำน้ันมีความหมาย ตางกัน เชน นา นา นา ปา ปา ปา ปา ปา ไข ไข ไข เรอื เร่อื เรอื้ เสียงวรรณยกุ ตจ ะปรากฏทุกครั้งเม่ือมีการออกเสยี ง คำไทยทุกคำจะปรากฎเสียง วรรณยุกตกำกบั อยูด วยเสมอ คำบางคำมรี ูปวรรณยุกตกำกับหรืออาจจะไมมีรูปวรรณยกุ ตกำกบั อยกู ็ได วรรณยุกตมี 4 รปู 5 เสยี ง ดังนี้ เสียง รูป วรรณยุกต วรรณยุกต ระดบั เสียง ตวั อยา ง หมายเหตุ ปานกลาง มีระดบั เสียง สามญั – คงท่ี กนิ ทอง ลืม ยำ ไมมรี ูปวรรณยุกตแทนเสยี ง ต่ำสุด มีเสยี งคงท่ี เกง ผา หนัก เอก สมำ่ เสมอ สุข บางคำไมม รี ปู วรรณยุกต ตอนตนเปน เสยี งสูง บางคำมรี ูปวรรณยุกต กำกับ แต ปลายเสียงเปลยี่ นระดับ ใกล ขา คา ชา ง มีเสยี งวรรณยกุ ตโท บางคำไมมรี ปู โท เปนเสียงต่ำ มาก นาบ วรรณยุกตก ำกบั บางคำมรี ูปวรรณยุกตก ำกับและ โตะ จะ กก๊ั รัก บางคำใชรปู วรรณยกุ ต แตมเี สยี ง ตรี สูง คดิ นอ ง ไว ใช วรรณยกุ ตตรี ตอนตน เสยี งต่ำตอน ปลายเสียงเนระดบั เสียง แจว กว ยเตยี๋ ว จตั วา ทสี่ งู ข้ึน เหลือง เขยี ว บางคำไมม ีรูปวรรณยุกตก ำกับ
จากตวั อยางขางตน จะเหน็ คำวา คำไทยทุกคำตองมเี สยี งวรรณยกุ ตกำกบั เสมอ เสียงบางเสียงอาจมรี ปู หรือไม มีรปู ก็ได วรรณยุกตไมมรี ปู เชน สำหรบั วรรณยกุ ตที่มรี ูป รูปกับเสยี งอาจไมตรงกนั กไ็ ด วรรณยุกตที่มเี สียงกับรูปตรงกนั เชน วรรณยกุ ตท มี่ ีเสยี งไมต รงกบั รูป เชน 3.2) หลักการผันเสยี งวรรณยกุ ต เนื่องจากเสียงวรรณยุกตกับรปู พยัญชนะเสมอ ดังน้ัน ใน การผนั เสียงวรรณยุกตเพื่อแยกความหมายคำผเู รียนจำเปน ตอ งมีความรเู รอ่ื งไตรยางศอักษรสามหมู และเร่ือง คำเปน คำตาย พอสังเขป ดงั น้ี 1.ไตรยางศ คอื การจัดพยญั ชนะไทยท้ัง 44 รปู แบง เปนสามหมูเพ่ือใหก ารสะดวกในการ ผนั อกั ษร ดงั น้ี
อกั ษรสูง ไตรยางศ อกั ษรตำ่ ขฃฉฐถผฝศษสห อกั ษรกลาง คฅฆงชซฌญฑฒณทธ กจฎฏดตบปอ นพฟภมยรลวฬฮ 2.คำเปน คือ คำที่ประสมกบั สระเสียงยาวในแม ก กา เชน พี่ ปา ไป เรือ และ คำทสี่ ะกด ในแมกง กน กม เกย เกอว เชน ลุง กิน นม เลย หวิ รวมท้ังคำที่ประสมดวยเสียงอำ ไอ ใอ เอา เชน น้ำ ใจ ไม เมา 3.คำตาย คือ คำท่ปี ระสมดวยสระเสียงส้ันในแม ก กา เชน มะระ เกะกะ เอะอะ เลอะ เทอะ และคำท่สี ะกดในแมกก กด กบ เชน นก มด จบั การผันวรรณยกุ ตข องอักษรต่ำคำตายมีขอทน่ี าสงั เกตวา อักษรต่ำคำตาย สระเสยี งสน้ั และ อักษรต่ำคำตายสระเสยี งยาวจะมีพื้นเสยี งตา งกัน ดงั จะไดแสดงในวิธีผนั เสยี งวรรณยกุ ตตอ ไปน้ี ลกั ษณะพยางค สามญั เอก โท ตรี จตั วา ขา ขา ขา ฝาย ฝา ย ฝาย คำเปน เสอื่ เสอื้ เสอื อกั ษรสงู ขะ ขะ ขัด ข้ดั คำตาย ขาด ขาด กา กา กา กา กา กนั กน่ั กัน้ กัน๊ กนั๋ คำเปน กาง กา ง กาง กา ง กา ง อกั ษรกลาง จะ จะ จะ จะ จบั จับ้ จ๊บั จบั๋ คำตาย จาบ จา บ จา บ จา บ อกั ษรตำ่ คา คา คา คัน คัน่ คัน้ คำเปน วาว วาว วา ว คำตาย คะ คะ สระเสียงสัน้ ค่ึก คึก คำตาย วาก วาก สระเสยี งยาว เชิด เชด้ิ
แผนการเรียนรรู ายสปั ดาห กลุมสาระการเรียนรู ภาษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า พท 21001 เรือ่ ง โครงสรางและชนดิ ของประโยค ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน จำนวน 6 ชวั่ โมง การพบกลุมคร้งั ท่ี 7
แผนการเรยี นรรู ายสปั ดาห กลมุ สาระการเรียนรู ภาษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วิชา พท 21001 เรือ่ ง โครงสรา งและชนดิ ของประโยค ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาตอนตน จำนวน 6 ช่วั โมง วนั ที่จดั การเรียนการสอน...................................................การพบกลมุ ครง้ั ที่.........................7......................... 1. ตัวชวี้ ดั 1. อธบิ ายเก่ียวกบั คำ การสะกดคำ พยางค และประโยคไดถกู ตอง 2. เนอ้ื หา 1. โครงสรา งและชนดิ ของประโยค ข้นั จดั กระบวนการเรียนรู ขน้ั ที่ 1 กำหนดสภาพปญหาความตองการในการเรียนรู - นำเขาสูบทเรียนโดยการเปด คลิปวีดีโอ เรอื่ ง โครงสรา งและชนดิ ของประโยค https://thaikrunook.blogspot.com/2019/05/blog-post_9.html - จากน้นั นกั ศกึ ษาทำแบบทดสอบกอนเรียน ขั้นท่ี 2 การแสวงหาขอมูลและจดั การเรยี นรู สแกนทำแบบทดสอบ ! - นักศกึ ษาศึกษาขอมูลเพิม่ เติมจากคลิปวดี ีโอ เรื่อง โครงสรา งและชนดิ ของประโยค https://sites.google.com/site/krunatepw/chnid-khxng-kha/kar-canaek-prayokh uC4I1s CLIK HERE ! ประโยคและสว นประกอบของประโยค
ข้นั ที่ 3 ปฏบิ ตั ิและนำไปประยกุ ตใช - ครูใหผ ูเ รียนทำใบงาน เรอื่ ง โครงสรา งและชนดิ ของประโยค ข้ันที่ 4 ประเมินผลการเรียนรู - ครแู ละผูเรียนชวยกันสรุปสาระสาํ คญั ทกุ หัวขอแลวอภิปรายหนาชนั้ เรยี น - ผเู รยี นทำแบบทดสอบหลงั เรยี น 3. สอ่ื ประกอบการเรียนรู 1. คลิปวีดโี อ เร่อื ง คลอโรฟล ลกบั การสงั เคราะหด ว ยแสง,แสงกบั การสงั เคราะหด ว ยตวั เอง 2. ใบงาน เร่ือง กระบวนการสงั เคราะหด ว ยแสงของพชื กบั การหมุนเวยี นของกา ซทส่ี ง ผลตอ สงิ่ มชี วี ติ และสภาพแวดลอ ม
4. การวัดผลและประเมินผล 1 แบบทดสอบกอนเรยี น-หลังเรยี น 2. แบบประเมนิ ใบงาน 3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ 4. แบบประเมินดา นจติ พสิ ยั ลงช่อื .........................................................ผสู อน (………………………………………………) ตำแหนง ครู กศน.ตำบล
๑. “แมของฉันถักผาพันคอ” จากประโยคขางตน คำไหนเปนภาคประธานและคำไหนเปนภาคแสดง ก. ภาคประธาน=แมของฉนั ภาคแสดง=ถัก ข. ภาคประธาน=ถกั ภาคแสดง=แมข องฉัน ค. ภาคประธาน=ผาพนั คอ ภาคแสดง=แม ง. ภาคประธาน=ถกั ภาคแสดง=ผาพนั คอ ๒. ประโยคใดตอ ไปนไ้ี มเปนประโยคความเดียว ก. หมาเหา ข. เธอจะกินขนมหรือดื่มนม ค. แมไปตลาด ง. แมวตัวนอ ยรอ งเหมียวเหมียว ๓. ขอใดตอ ไปนี้เปนประโยคความเดยี วทัง้ หมด ก. หมาเหา แมและฉันดลู ะคร ข. กวาตำรวจจะมาถึงโจรกห็ นีไปแลว พอหวิ ขาวมาก ค. ฉันไมชอบคนรบั ประทานอาหารมูมมาม ไมเ ธอก็ฉันจะตองกวาดบาน ง. เดก็ ขา งบา นรองไหดังลน่ั งูตวั ใหญค อ ยๆเล้ือยไปอยางชา ๆ ๔. ขอใดตอไปนีเ้ ปน ประโยคความรวม ก. แมเ ลีย้ งนอ ง ข. พอ ไปทำงานแตลกู ไปเทย่ี ว ค. นางสาวไทยสวยมาก ง. ฉันนอนหลับ ๕. ขอ ใดตอ ไปนี้เปน ประโยคความรวมแบบเปนเหตเุ ปน ผลกัน ก. เธอไมท ำการบา นเธอจึงถูกตี ข. ฉันกบั นองกนิ เคกสม ค. คณุ ตอ งการน้ำเปลาหรือน้ำอดั ลม ง. แมกนิ ขา วแตพอกนิ ผัดไท
ใบความรูท ี่ 3 เรื่องท่ี 3 ชนิดและหนา ท่ขี องประโยค ชนดิ ของประโยค เมื่อเราทราบลักษณะของประโยคแลว กม็ าทําความเขาใจเกย่ี วกบั ประโยคชนิดตางๆ เพ่ิมเตมิ อีก ประโยคชนดิ แรกท่จี ะกลาวถึง คอื ประโยคความเดียว 1. ประโยคความเดียว (เอกรรถประโยค) ประโยคชนิดนี้ คือ ประโยคที่มงุ กลา วถงึ สิง่ ใดสง่ิ หน่งึ เพียงส่ิงเดยี ว สิง่ นั้นอาจเปนคน สตั ว เหตุการณ ฯลฯ อยางใดอยางหนึ่ง และสิ่งนัน้ แสดงกิริยาอาการหรือ อยใู นสภาพอยาง เดียว เชน ก. นกเกาะตน ไม ข. นายแดงไถนา ค. มุกดาหารเปนจังหวดั ท่เี จด็ สิบสาม สว นสาํ คญั ของประโยคความเดียว ประโยคความเดียวแตละประโยคแบงสวนสําคัญออกไดเปน 2 สวน สวนหนึ่งเรียกวา “ภาค ประธาน” คือ ผูกระทําอาการในประโยค อีกสวนหนึ่งเรียกวา “ภาคแสดง” คือสวนที่เปนกิริยาและกรรม (ผถู ูกกระทาํ ) ในประโยค ประโยค ภาคประธาน ภาคแสดง ก. นกเกาะตนไม นก เกาะไม ข. นายแดงไถนา นายแดง ไถนา ค. มกุ ดาหารเปน จังหวดั ทเี่ จ็ด มกุ ดาหาร เปนจังหวดั ทีเ่ จ็ดสบิ สาม สิบสาม 2. ประโยคความรวม (อเนกรรถประโยค) คือ ประโยคทรี่ วมเอาประโยคความเดียวตงั้ แต 2 ประโยคขึ้นมา รวมเขา ดว ยกนั โดยมคี าํ เชื่อมประโยคเหลานนั้ เขาดวยกัน 2.1 ประโยคทม่ี ีเนือ้ ความคลอยตามกัน ประโยคที่ 1 จารุณีเดนิ ทางไปเชยี งใหม ประโยคท่ี 2 อรัญญาเดินทางไปเชียงใหม เราสามารถรวมประโยคความเดยี วทง้ั 2 ประโยคเขา ไวดว ยกนั ดังนี้ “จารณุ แี ละอรัญญาเดนิ ทางไป เชียงใหม” ประโยคท่ี 1 เราจะประสบความลม เหลว ประโยคที่ 2 เราไมทอถอย รวมประโยคไดว า “แมเราจะประสบความลมเหลวเราก็ไม ทอถอย”
2.2 ประโยคท่มี เี นื้อความขดั แยงกนั ประโยคท่ี 1 พ่ีขยนั ประโยคที่ 2 นองเกียจคราน รวมประโยควา “พี่ขยันแตน องเกียจคราน” ประโยคท่ี 1 เขาไดทํางานแลว ประโยคท่ี 2 เขายงั ไมพอใจ รวมประโยควา “เขาไดทาํ งานแลว แตท วาเขายงั ไมพอใจ” 2.3 ประโยคที่มใี จความเลือกเอาอยางใดอยา งหนง่ึ ประโยคที่ 1 เธอชอบดภู าพยนตร ประโยคท่ี 2 เธอชอบดโู ทรทัศน รวมประโยควา “เธอชอบดภู าพยนตรหรอื โทรทัศน ประโยคท่ี 1 ปรชี าขึน้ ตนไมหลงั บา น ประโยคที่ 2 ปรชี ากวาดขยะอยูห นา บาน รวมประโยควา “ปรีชาขึ้นตนไมหลงั บานหรือไมกก็ วาดขยะอยูหนา บา น” 2.4 ประโยคทมี่ ขี อความเปน เหตเุ ปนผลกนั โดยมขี อความทเี่ ปน เหตอุ ยูขา งหนา ขอความท่ี เปนผล อยหู ลงั ประโยคท่ี 1 เขาขับรถเรว็ เกินไป ประโยคที่ 2 เขาถูกรถชน รวมประโยควา “เขาขบั รถเรว็ เกนิ ไปเขาจงึ ถูกรถชน” ประโยคท่ี 1 กรงุ เทพฯ ฝนตกมาก ประโยคท่ี 2 กรุงเทพฯ นํา ทว ม รวมประโยควา “เพราะกรงุ เทพฯ ฝนตกมากนํา จึงทวม” คาํ ทีท่ ําหนา ท่เี ชอ่ื มประโยคเขา ดวยกัน เราเรยี กวา “คาํ สันธาน” 3. ประโยคความรอ น (สงั กรประโยค) คือประโยคทม่ี ีขอความหลายประโยคซอนรวมอยูใน ประโยคเดียวกัน เพือ่ ใหขอความสมบรู ณยิ่งขนึ้ ประโยคความรอนประกอบดวยประโยค 2 ชนิด คอื 1. ประโยคหลักเรียกวา มุขยประโยค ซ่งึ เปน ประโยคสําคัญมใี จความสมบรู ณใ นตัวเอง 2. ประโยคยอ ย เรียกวา อนปุ ระโยค ประโยคยอยนจี้ ะตองอาศยั ประโยคหลงั จึงจะไดความ สมบูรณ
ตัวอยา ง - สรพงษเ ดนิ ทางไปสงขลาเพื่อแสดงภาพยนตร - เขาประสบอุบตั ิเหตุเพราะความประมาท – คนที่ปราศจาก โรคภยั ไขเ จบ็ เปนคนโชคดี หนาทีข่ องประโยค ประโยคชนิดตางๆ สามารถบอกความหมายไดตามเจตนาของผสู งสาร เพราะการสื่อสารกนั ตามปกติ นั้น ผสู งสารอาจมเี จตนาไดหลายประการ ประโยคจงึ ทําหนาท่ีตา งๆ กนั เชน บอกกลา ว เสนอ แนะ ช้แี จง อธิบาย ซกั ถาม วิงวอน ส่งั หา ม ปฏเิ สธ เปนตน ขอ ความหรือประโยคทแ่ี สดงเจตนาของผูสง สาร เหลา นี้จะอยู ในรูปที่ตางๆ กนั ไป ซ่ึงอาจแบง หนา ที่ของประโยคไดเ ปน 4 ประเภทดว ยกัน คือ 1. รปู ประโยคบอกกลา วหรอื บอกเลา ประโยคลกั ษณะนี้ โดยปกติจะมี ประธาน กริยา และ อาจมีกรรมดว ย นอกจากน้ีอาจมสี ว นขยายตางๆ เพ่ือใหช ัดเจน โดยทวั่ ไปประโยคบอกเลาจะบงชี้เจตนาวา ประธานของ ประโยคเปนอยางไร ตวั อยา ง ประโยค เจตนา 1. ภาษาไทยเปนภาษาประจําชาติของเรา ภาษาไทยเปนอะไร นอ งอยูในสภาพใด 2. นองหวิ ขา ว 2. รูปประโยคปฏเิ สธ ประโยคนแี้ ตกตางจากประโยคบอกกลาว หรอื บอกเลาตรงทม่ี ีคาํ วา “ไม หรือคําท่ีมี ความหมายในทางปฏเิ สธ เชน “หามิได” “มิใช” ประกอบคําอธบิ ายเสมอไป ตวั อยาง - วนั นีไ้ มมีฝนเลย - เขามิใชค นเชนน้นั - หามไิ ด หลอ นไมใ ชค นผดิ นัด สาํ หรบั ประโยคทีผ่ ูสง สารมเี จตนาทีจ่ ะเสนอแนะมกั จะใชคําวา ควรหรอื ควรจะในประโยคบอกเลา สวนใน ประโยคปฏิเสธ ใชค าํ วา ไมค วรหรอื ไมควรจะ ประโยคปฏิเสธ “ชาวนาไมค วรปลูกมันสาํ ปะหลงั ในที่นาเพราะจะทาํ ใหด นิ จืด” 3. ประโยคคําส่งั และขอรอง ประโยครปู น้ีมีลกั ษณะเดน คือ มีแตภ าคแสดงเสมอ สว นประธาน ซงึ่ ตองเปนบรุ ุษท่ี 2 ใหล ะเวน ในฐานทีเ่ ขาใจ ตวั อยาง - ยกมอื ขึ้น - ยืนขึน้ - ปลอยเดยี๋ วน้ีนะ รูปประโยคคําส่ัง เชน ขางตน น้ี อาจใสค ําวา อยา จง หา ม ขางหนาประโยคไดเ พ่อื ใหค าํ สั่ง จริงจงั ย่งิ ข้ึน
ตวั อยา ง - อยาทําบา นเมืองสกปรก - จงตอบคาํ ถามตอไปนี้ - หา มมียาเสพตดิ ไวใ นครอบครอง - รปู ประโยคคําถาม ประโยครปู นีท้ าํ หนา ที่เปน คําถาม โดยมคี าํ แสดงคาํ ถามวางอยตู อนตน หรอื ตอนทายของประโยคกไ็ ด คาํ แสดงคําถามแบงออกเปน 2 ประเภทใหญๆ คือ - คําแสดงคาํ ถามท่ผี สู งสารตองการคาํ ตอบเปนใจความใหม - คําแสดงคาํ ถามที่ผูสง สารตองการคําตอบเพียง “ใช” หรือ “ไม”
ใบงานที่ 3 เรื่อง โครงสรางและชนดิ ของประโยค ใหผ เู รียนพิจารณาประโยคตอไปนว้ี าเปนประโยคชนิดใด 1. วนั น้ีอากาศรอนมาก ( ๒ คะแนน) .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................ 2. ฉนั ดใี จที่เธอมีความสุข ( ๒ คะแนน) .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................ 3. พอซื้อนาิกาเรือนใหมใ หฉนั ( ๒ คะแนน) .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................ 4. พี่ชอบสีเขียวแตนอ งสาวชอบสีฟา ( ๒ คะแนน) .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................ 5. รายการราตรีสโมสรใหความบนั เทิงแกผ ูชม ( ๒ คะแนน) .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................
แผนการเรียนรูรายสปั ดาห กลมุ สาระการเรียนรู ภาษาไทย รายวิชา ภาษาไทย รหสั วิชา พท 21001 เรอื่ ง วรรณคดี วรรณกรรม ระดับชน้ั มัธยมศึกษาตอนตน จำนวน 6 ชว่ั โมง การพบกลมุ ครัง้ ที่ 8
แผนการเรียนรูรายสัปดาห กลุมสาระการเรียนรู ภาษาไทย รายวิชา ภาษาไทย รหัสวชิ า พท 21001 เร่อื ง วรรณคดี วรรณกรรม ระดับชั้น มธั ยมศึกษาตอนตน จำนวน 6 ชั่วโมง วนั ทจี่ ัดการเรยี นการสอน..................................................การพบกลุมครั้งท่.ี .......................8........................ 1. ตวั ชีว้ ดั 1. อธบิ ายถึงประโยชนและคุณคา ของนิทาน นิทานพ้ืนบา น วรรณกรรมและวรรณกรรมในทองถ่นิ 2. เน้อื หา 2.1 เรื่องราว นทิ าน นทิ านพื้นบาน และวรรณกรรมทองถิ่น ข้ันจดั กระบวนการเรยี นรู ข้นั ที่ 1 กำหนดสภาพปญ หาความตอ งการในการเรยี นรู - นำเขา สูบ ทเรยี นโดยการทบวนความรเู รื่องราว นทิ าน นิทานพ้ืนบา น และวรรณกรรม ทอ งถนิ่ https://www.youtube.com/watch?v=cGSWrKiI7lc - จากนนั้ นกั ศึกษาทำแบบทดสอบกอนเรยี น คลกิ เพอ่ื ทำแบบทดสอบ ! ขัน้ ที่ 2 การแสวงหาขอมลู และจดั การเรียนรู - เมื่อนกั ศึกษาไดคิดตามผสู อนแลว วา เร่ืองราว นิทาน นทิ านพื้นบาน และวรรณกรรม ทองถิ่นตามลงิ้ คทแ่ี นบดานลาง เรอ่ื ง เรือ่ งราว นทิ าน นิทานพนื้ บาน และวรรณกรรมทองถน่ิ https://sites.google.com/site/gift23games2/bth-thi4-wrrnkhdi-laea-wrrnkrrm CLIK HERE !
ขั้นที่ 3 ปฏบิ ตั แิ ละนำไปประยุกตใ ช - ครูใหผ เู รียนทำใบงาน เรอื่ ง เรอ่ื งราว นิทาน นิทานพนื้ บาน และวรรณกรรมทอ งถน่ิ ทำใบงานคลกิ ..... หรือ แสกน QRcode ขน้ั ที่ 4 ประเมนิ ผลการเรยี นรู - ครแู ละผเู รยี นชว ยกนั สรปุ สาระสําคัญทุกหัวขอแลวอภปิ รายหนา ชน้ั เรียน - ผเู รียนทำแบบทดสอบหลงั เรยี น 3. ส่อื ประกอบการเรยี นรู 1. คลปิ วีดโี อ เรือ่ ง นิทาน นิทานพนื้ บา น และวรรณกรรมทองถิน่ 2. .ใบความรูจากลิ้งค เรอ่ื ง นทิ าน นทิ านพนื้ บาน และวรรณกรรมทองถนิ่ 2. ใบงาน เรอื่ ง นทิ าน นิทานพื้นบา น และวรรณกรรมทองถิน่ 4. การวดั ผลและประเมินผล 1 แบบทดสอบกอนเรียน-หลังเรียน 2. แบบประเมนิ ใบงาน 3. แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ 4. แบบประเมนิ ดานจิตพสิ ยั ลงชอื่ .........................................................ผสู อน (………………………………………………….) ตำแหนง ครู กศน.ตำบล
๑. ขอใดคือความหมายของวรรณกรรมพื้นบา น ก. วรรณกรรมท่ชี าวบา นสรา งข้ึนมาในทองถิน่ ของตน ข. วรรณกรรมท่ชี าวบา นสรางข้ึนมาโดยใชภาษาในทองถิ่นและสบื ทอดโดยการเลา ค. วรรณกรรมท่ชี าวบา นสรา งข้ึนเพื่อแสดงเอกลักษณของทองถิ่นตัวเอง ง. วรรณกรรมทีช่ าวบา นสรางข้ึนมาใหเ ปน สมบัตขิ องลกู หลาน ๒. ขอ ใดคือลกั ษณะวรรณกรรมทอ งถ่นิ ก. ภาษาที่ใชเ ปนภาษาถ่ิน ข. ลีลาการแสดงทนั สมยั ค. การแตง กายทนั สมัย ง. คำประพันธ ๓. ขอ ใดคือวรรณกรรมพื้นบานประเภทมขุ ปาฐะ ก. การรองหมอลำ ข. การรอ งเพลงไทยเดมิ ค. การเลนหมากรุก ง. การสรางบา นเรือนไทย ๔. นิทานพ้นื บานในขอใดเปนนทิ านวรี บรุ ุษ ก. นิทานเร่อื งผาแดง นางไอ ข. นทิ านเร่ืองจ่งึ ค่งึ ดงั แดง ค. นทิ านเร่ืองเจาฟา รม ขาว ง. นทิ านเร่ืองนางผมหอม ๕. ขอใดไมไดหมายถึงวธิ ีการถา ยทอดวรรณกรรมทองถ่นิ ก. แบบลายลักษณอกั ษร ข. แบบสญั ลกั ษณ ค. แบบมขุ ปาฐะ ง. แบบผสมผสาน
ใบความรูที่ 4 เร่ืองราว นิทาน นทิ านพืน้ บาน และวรรณกรรมทอ งถ่นิ วรรณกรรมพนื้ บา น(ทองถ่นิ ) วรรณกรรมพื้นบาน หมายถงึ ผลงานทเี่ กดิ ขนึ้ จากการใชภ าษาโดยการพดู และการเขียนของกลุมชนในแต ละทอ งถ่นิ เชน วรรณกรรมพ้นื บา นภาคเหนอื วรรณกรรมพื้นบานภาคอสี าน วรรณกรรมพนื้ บา นภาคใต เปนตน ซึ่งในแตล ะทองถ่นิ กจ็ ะใชภ าษาพน้ื บานในการถายทอดเปนเอกลักษณ วรรณกรรมที่สือ่ เร่อื งราวดานตางๆ ของทองถน่ิ ใดทองถ่นิ หนึ่งโดยเฉพาะ เชน จารตี ประเพณี ชีวิตความเปน อยู สภาพเศรษฐกจิ และสังคม ทัศนคติ คา นยิ ม ตลอดจนความเชอ่ื ตางๆ ของบรรพบรุ ษุ อนั เปนพ้นื ฐานของความคิดและพฤตกิ รรมของคนในปจ จบุ ัน ลักษณะของวรรณกรรมพ้นื บา น 1. เปนมรดกทางวฒั นธรรมทสี่ บื ทอดกนั มาจากมขุ ปาฐะ คอื เปน การเลาสืบตอกันมาจากปากตอปาก และแพรห ลายกันอยูในกลุมชนทองถิน่ 2. เปน แหลง ขอ มลู ท่ีบันทกึ ขอมลู ดา นขนบธรรมเนียมประเพณีของกลมุ ชนทองถิ่น อนั เปนแบบฉบบั ให คนยุคตอมาเชือ่ ถอื และปฏบิ ตั ิตาม 3. มกั ไมป รากฏชือ่ ผูแตง เพราะเปน เร่อื งท่ีบอกเลา สบื ตอ กันมาจากปากตอปาก 4. ใชภ าษาทองถ่ิน ลักษณะถอยคำเปนคำงายๆ สอื่ ความหมายตรงไปตรงมา 5. สนองความตองการของกลุม ชนในทองถ่นิ เชน เพอื่ ความบนั เทิง เพื่ออธิบายสิ่งที่คนในสมยั นน้ั ยังไม เขาใจ เพ่ือสอนจริยธรรมขนบธรรมเนยี มประเพณแี ละพฤติกรรมดานตางๆ ประเภทของวรรณกรรมพ้นื บาน จำแนกโดยอาศัยเขตทองถ่ินได ๔ ประเภท คือ 1.วรรณกรรมพน้ื บา นภาคเหนอื (วรรณกรรมลา นนา) 2.วรรณกรรมพน้ื บานภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ 3.วรรณกรรมพื้นบานภาคใต 4.วรรณกรรมพน้ื บา นภาคกลาง วรรณกรรมทัง้ 4 ภาค มีลักษณะ ดังนี้ 1. ใชภ าษาถิ่นและตัวอักษรทองถ่ิน แตเดมิ วัดเปน ศนู ยกลางของการศึกษา ในทองถน่ิ วรรณกรรม ทอ งถน่ิ ในยคุ ทีใ่ ชร ะบบการคัดลอกดว ยมือใชต ัวอักษรของถ่นิ ในการ บนั ทึก ตวั อักษรที่ใชบ นั ทึกในแตละภาคมี ความตา งกัน และมีประวัตเิ กาแกเชน เดยี วกบั อกั ษร ทเ่ี ราใชอ ยูป จ จบุ ัน 2 ใชรูปแบบคำประพนั ธทองถิน่ วรรณกรรมท้งั 4 ภาค สวนใหญเ ปน รอ ยกรองมากกวารอยแกว คำ ประพนั ธท่ใี ชเ รยี งรอยถอยคำเขา ดวยกนั มีลีลาคลองกับสำเนยี ง ภาษาทอ งถ่ินและเอื้อตอการออกเสียงเปน ทำนอง รปู แบบคำประพันธท่ีใชแตง วรรณกรรม จงึ แตกตา งกันไปตามความนยิ มของแตละภาค 3 ใชร ูปแบบการประพันธค ลา ยคลึงกนั สว นใหญเปนเร่ืองราวทางศาสนา ไดแก นทิ านชาดกและ วรรณกรรมคำสอน วรรณกรรมสว นใหญมุงสอนจริยธรรมแกส ังคม โดยยดึ หลักธรรมทางพทุ ธศาสนาควบคไู ป กบั การใหความบันเทิง 4.วรรณกรรมนิทานนิยายแบบนิยายชวี ิตเปนวรรณกรรมทีช่ าวทองถ่นิ นยิ มมาก นอกจากอา นหรือเลา สูก นั ฟง แลว ยังนำไปแสดงในรปู แบบของละครพน้ื บา น วรรณกรรม ชนดิ น้ี จำลองชีวติ ครอบครวั ท่ีอาจจะเกดิ ขึ้นกบั ใครก็ได มีหลายรส มที ้ังรกั โศก ตดั พอตอวา และสอนคตธิ รรม
5 รายละเอียดในวรรณกรรมสะทอนวัฒนธรรมทองถน่ิ เชน ฉากภมู ิประเทศ ชวี ิตความเปน อยู ประเพณี คานยิ มตาง ๆ จะสะทอนวัฒนธรรมของ ทองถิน่ นนั้ ๆ จำแนกตามวิธีการบันทึก ได ๒ ประเภทคอื 1.วรรณกรรมมขุ ปาฐะ หมายถึง วรรณกรรมที่ใชวธิ ีเลา จากปากตอ ปาก ไมมกี ารบนั ทึกไวเปน ลาย ลกั ษณอกั ษร ไดแก บทกลอมเด็ก นทิ านพน้ื บา น เพลงพ้นื บาน ปรศิ นาคาทาย ภาษิต สานวน โวหาร คากลา ว ในพธิ กี รรมตาง ๆ และตัวบทท่ที องจำในการแสดงเพลงพ้ืนบา น 2.วรรณกรรมลายลักษณอักษร หมายถงึ วรรณกรรมท่บี นั ทกึ ไวเปน ลายลกั ษณอักษร ไดแก นทิ าน คำ กลอน บันทึกทางประวตั ศิ าสตร ในทอ งถ่นิ และตำราความรูตาง คุณคา วรรณกรรมพน้ื บาน สรปุ ไดดงั น้ี 1. ดา นจรยิ ศาสตร มคี ณุ คา ตอจติ ใจ มคี ตเิ ตือนใจและสอนใหเ ปน คนดี 2. ดา นสุนทรียศาสตร มีคณุ คาตอความไพเราะ ความงามของภาษา ถอ ยคำ ลลี า ทว งทำนองของบท เพลง และบทกวี 3. ดานศาสนา เปนสอ่ื ถา ยทอดคำสอนและปรัชญาทางศาสนา เผยแพรส ูประชาชน ไดกวา งขวาง ทำให ประชาชนมหี ลักยึดเหนย่ี วจิตใจและไดข อคิดในการดำรงชวี ิต 4 ดา นการศกึ ษา ใหประชาชนไดฟงหรอื อาน เพ่ือเพิ่มพูนความรูและประสบการณ 5. ดา นภาษา เปนส่อื ใหภาษาทอ งถ่ินดำรงอยู ซงึ่ ควรแกการอนรุ กั ษและสืบทอด 6. ดา นสังคม ปลกู ฝงการชวยเหลือกนั การผูกมิตร การมีมนษุ ยสัมพนั ธ และพึ่งพาอาศัยกัน 7 ดา นประวตั ิศาสตรแ ละโบราณคดี ไดความรูเกย่ี วกับตานาน ช่อื สถานที่ ในประวัติศาสตร โบราณสถานและโบราณวัตถุ ใหผูศ ึกษาไดรับความรูเกย่ี วกับความเปนมา และรายละเอียด 8 ดา นประโยชนใชสอย โดยการนำวรรณกรรมทองถิ่นไปใช เชน นำบทกลอ มเด็ก ไปใชก ลอ มเดก็ นำ เพลงพ้นื บานไปใชประกอบการแสดง หรือการนำตำรารกั ษาโรค ไปใช ประกอบอาชพี สรุป วรรณกรรมพื้นบา นเปนวรรณกรรมท่ถี ายทอดในกลุมชนใดกลุม ชนหน่ึงมาเปน เวลานาน มีทัง้ ท่เี ขียน เปนลายลักษณ เชน นิทาน ตาราและบนั ทึก และมีทัง้ ท่ีไมไดเ ขียนเปน ลายลักษณ หรือมุขปาฐะ ใชก ารพูด การบอก การเลา หรอื การรองสบื ทอดกันมา เชน เพลงพื้นบาน และบทกลอมเดก็ เปนตน วรรณกรรมพื้นบา น มคี ณุ คา ตอ ชวี ิตความเปนอยู ไดค วามรู ไดข อคิดในการดำรงชวี ติ ใหขอ คิด ขอเตือนใจตลอดจนสามารถนา ความรจู ากการไดศึกษาไปประยุกตใ ชป ระกอบ อาชีพได
ใบงานที่ ๔ เรื่องราว นทิ าน นิทานพ้ืนบา น และวรรณกรรมทองถน่ิ 1. นิทานพ้ืนบานหมายถงึ อะไร ( 2.5 คะแนน ) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. คำวา “มขุ ปาฐะ” หมายถงึ อะไร ( 2.5 คะแนน ) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ลักษณะทว่ั ไปของนิทานพืน้ บานมอี ะไรบาง ( 2.5 คะแนน ) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. ประโยชนข องนิทานพน้ื บานมอี ะไรบาง ( 2.5 คะแนน ) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ชดุ วิชา ชอ่ งทางการพฒั นาอาชพี CS media Learning รหสั วชิ า อช21001 รายวชิ าบงั คับ ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น ตามหลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อาเภอชมุ แสง สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั จงั หวัดนครสวรรค์ สานกั งานส่งเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร
แผนการเรยี นรู้รายสปั ดาห์ กล่มุ สาระการเรยี นรู้การประกอบอาชีพ รายวชิ า ชอ่ งทางการพฒั นาอาชพี รหสั วิชา อช 21001 เรอ่ื ง การพัฒนากระบวนการผลติ ในชมุ ชน การพบกลมุ่ ครง้ั ที่ ๙
แผนการเรียนรู้รายสัปดาห์ กลุม่ สาระการเรยี นรู้การประกอบอาชีพ รายวชิ า ช่องทางการพัฒนาอาชีพ รหสั วิชา อช 21001 เรือ่ ง การพฒั นากระบวนการผลติ อาชีพในชุมชน ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาตอนตน้ จำนวน 6 ชวั่ โมง วนั ที่จดั การเรียนการสอน...................................................การพบกลุม่ ครง้ั ท.่ี .....................๙............................. 1. ตวั ชี้วดั 1.1 อธิบายการจัดการในงานอาชพี ในชุมชน สงั คม ประเทศและภมู ภิ าค 5 ทวปี ได้แก่ ทวีปเอเซีย ทวปี ออสเตรเลยี ทวปี อเมริกา ทวีปยุโรป และทวีปอัฟริกา เพ่ือนำมาวเิ คราะหใ์ นการพฒั นาอาชพี 1.2 อธิบายคณุ ธรรม จริยธรรมในการพฒั นาอาชพี 2. เน้ือหา การจดั การความรู้ 1. การพฒั นากระบวนการจดั การงานอาชีพในชมุ ชนสังคม ประเทศ และภมู ิภาค 5 ทวีป ไดแ้ ก่ ทวปี เอเซยี ทวปี ออสเตรเลีย ทวปี อเมรกิ าทวีปยโุ รป และทวปี อัฟรกิ า 1) การจดั การการผลติ 2) การจัดการการตลาด 2. คณุ ธรรม จรยิ ธรรม 1) ความรับผิดชอบ 2) การประหยัด 3) การอดออม 4) ความสะอาด 5) ความประณตี 6) ความขยนั 7) ความซ่ือสตั ย์ ขัน้ จัดกระบวนการเรยี นรู้ ขนั้ ท่ี 1 กำหนดสภาพปัญหาความต้องการในการเรยี นรู้ 1. ให้ผู้เรยี นศึกษาความรจู้ ากคลบิ วดิ โิ อ เรือ่ ง การพฒั นาอาชพี ในชมุ ชน สงั คม ประเทศ ของ 5 ทวีป ได้แก่ ทวีปเอเชีย ทวปี ออสเตรเลยี ทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป และทวปี อฟั ริกา ดังแนบ https://www.youtube.com/watch?v=ZLs6uOKvv6k
ขัน้ ที่ 2 การแสวงหาข้อมูลและจดั การเรยี นรู้ 1. ผู้เรยี นศึกษาความรูจ้ ากใบความร้ทู ี่ ๙ เร่ือง การพฒั นาอาชีพในชุมชน สงั คมประเทศ และภมู ภิ าค 5 ทวปี ได้แก่ ทวีปเอเชีย ทวปี ออสเตรเลยี ทวปี อเมริกา ทวีปยโุ รป และทวีปอฟั รกิ า งานอาชีพ ด้านเกษตรกรรม งานอาชพี ด้านอตุ สาหกรรมงานอาชพี ดา้ นพาณชิ ยกรรม งานอาชีพดา้ นความคดิ สรา้ งสรรค์ งานอาชีพ ดา้ นอำนวยการและอาชีพเฉพาะ ดงั แนบ ๒.ให้ผเู้ รียนทำรายงานและนำเสนอผลงานในการพบกลุ่มครั้งต่อไปในประเด็นต่อไปนี้ 2.1 อาชพี ตา่ งๆทตี่ นเองสนใจมา 1 อาชีพ พร้อมบอกเหตผุ ลท่ีตนเองสนใจในอาชีพนน้ั 2.2 อาชีพหลักของแต่ละทวีป ทั้ง 5 ทวีป ได้แก่ ทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย ทวีป อเมรกิ า ทวปี ยุโรป และทวีปอฟั รกิ า ขน้ั ที่ 3 ปฏบิ ัตแิ ละนำไปประยกุ ตใ์ ช้ - ครูใหผ้ ูเ้ รียนทำใบงาน เรื่อง การพฒั นาอาชีพในชมุ ชน ขัน้ ท่ี 4 ประเมนิ ผลการเรียนรู้ - ผ้เู รยี นทำแบบทดสอบหลงั เรียน
3. สอื่ ประกอบการเรียนรู้ 1. ใบความรู้ 2 เรอื่ ง การการพัฒนาอาชีพในชุมชน สงั คม ประเทศ และ 5 ภมู ิภาคประเทศ ได้แก่ ทวีปเอเชยี ทวีปออสเตรเลีย ทวปี อเมริกา ทวปี ยโุ รป และทวปี อัฟรกิ า 2. ใบงาน 2 เรอื่ ง การการพฒั นาอาชีพในชุมชน สังคม ประเทศและ 5 ภมู ภิ าคประเทศไดแ้ ก่ ทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป และทวีปอัฟรกิ า 3. แหล่งเรียนรูใ้ นชมุ ชน ภมู ิปัญญาชาวบ้าน 4. ข่าวหนังสือพิมพ์, วารสาร, นติ ยสาร 5. อินเทอร์เนต็ แหล่งเรียนรูอ้ ่นื ๆ 4. การวดั ผลและประเมนิ ผล 1 แบบทดสอบกอ่ นเรยี น-หลังเรียน 2. แบบประเมนิ ใบงาน 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม 4. แบบประเมินด้านจิตพิสัย ลงช่ือ.........................................................ผ้สู อน (.............................................................) ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบล
ใบความรู้ ๙ เรื่อง การพัฒนาอาชีพในชมุ ชน เร่อื งการการพัฒนาอาชีพในชุมชน สงั คม ประเทศ ของ 5 ทวปี ได้แก่ ทวีปเอเชยี ทวีป ออสเตรเลีย ทวปี อเมริกา ทวีปยุโรป และทวีปอัฟริกา ดา้ นงานอาชีพด้านเกษตรกรรม อตุ สาหกรรม พาณิชยกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และดา้ นการอำนวยการ 1. อาชีพในชุมชน สังคม ประเทศ ของทวีปเอเชีย 1.1 ดา้ นการเกษตร ได้แก่ 1.1.1 การเพาะปลูก มีการทำการเพาะแบบผสมผสาน (การใช้พนื้ ทท่ี ำการเพาะปลูกพืชหลาย ชนิดผสม เชน่ ปลกู ข้าว ปลูกผัก ปลูกไม้ยืนต้น ปลกู ไมผ่ ล ในพื้นท่แี ปลงเดยี วกนั หรืออาจจะผสมกับการ เล้ยี งสตั วก์ ็ได้ เชน่ ในพนื้ ท่ี 1 แปลง สามารถปลกู ข้าว ปลูกผัก ปลกู ไม้ยืนต้น เลยี้ งปลา เลี้ยงไก่ เลี้ยง เป็ด เป็นตน้ ) ประเภทพืชเกษตรกรรมท่ีมีการปลูกมาก ไดแ้ ก่ 1.1.2 พชื ท่ีใชเ้ ปน็ อาหาร เช่น ข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ข้าวโพด มันสำปะหลงั มนั ฝรั่ง ขา้ สาลขี ้าวไรย์ เป็นต้น 1.1.3 พชื น้ำมนั เช่น มะพร้าว ปาล์มนำ้ มนั งา มะกอก ถว่ั ทานตะวัน เปน็ ต้น 1.1.4 พชื เสน้ ใย เชน่ ฝา้ ย ป่าน ปอ นุ่น เป็นตน้ 1.1.5 พชื ทำเครื่องด่มื เชน่ ชา กาแฟ โกโก้ เปน็ ตน้ 1.1.6 พชื อนื่ ๆ เช่น ยางพารา ยาสูบ หวั ผักกาด ออ้ ย เปน็ ตน้ ปัจจุบนั การทำการเกษตรมีการพฒั นาโดยใชเ้ ทคโนโลยีสมยั ใหมเ่ ข้ามาชว่ ย ทำใหผ้ ลผลิตเพ่ิมมากขนึ้ กว่าการวิธกี ารดั้งเดิม 1.2 การเลยี้ งสตั ว์ แหล่งเลย้ี งสัตวท์ ่ีสำคญั ไดแ้ ก่ ภูมิภาคเอเชยี ใต้ เชน่ ประเทศอนิ เดยี ปากสี ถาน เลยี้ งโค กระบือ แพะ แกะ เพ่ือเป็นอาหาร และใช้งาน ภูมภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้นยิ มเลย้ี งสตั ว์ควบค่กู บั การทำนา โค กระบือ ญปี่ ุน่ บริเวณเกาะฮอกไกโด มีอากาศหนาวเย็น มีการเลย้ี งโคนม โคเนอื้ สว่ นบริเวณกลางทวีปเอเชียและแถบเอเชียตะวันตกเฉยี งใต้ มีการเลีย้ งสัตวแ์ บบเรร่ ่อน เชน่ โค แพะ แกะ โดยเลยี้ งตามทุ่งหญา้ ตามฤดูกาล 1.3การประมง ทวปี เอเชียอุดมสมบรู ณ์ไปด้วยสตั วน์ ้ำจดื น้ำเค็ม นำ้ กรอ่ ย ประเทศที่จบั สัตว์นำ้ เคม็ ได้มากเป็น อนั ดับต้นๆ ของโลก คอื ญี่ปุ่น ไทย และเวยี ดนาม ส่วนประเทศท่ีจับปลาน้ำจดื ไดม้ าก คือ กัมพชู า
1.4 การทำปา่ ไม้ ทวปี เอเชยี มปี ่าไม้อยูป่ ระมาณ 8.5 ล้านตารางกิโลเมตร แตถ่ ูกบุกรุกทำลายโดยไม่การปลูกทดแทน ปา่ ไม้ทส่ี ำคญั ของทวปี เอเชยี ท่ีสำคัญ เช่น ป่าสนในเขตหนาว บริเวณไซบเี รีย ป่าเบญจพรรณ ปา่ ดิบ ปา่ ชายเลน บริเวณท่รี าบสูง ภเู ขา และชายทะเล บรเิ วณทีม่ ีการทำป่ามาก ได้แก่ บรเิ วณเกาะบอรเ์ นียว เกาะสมุ าตรา ของประเทศอินโดนีเซยี ประเทศพมา่ และลาว 1.5 การทำเหมอื งแร่ แหล่งแรธ่ าตทุ ่ีสำคัญของทวปี เอเชียกระจายอยู่ทัว่ ไป เช่น ถ่านหนิ และเหล็กมีมากในประเทศจนี ดีบกุ มมี ากในจนี และภมู ภิ าคเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้ ไดแ้ ก่ อินโดนเี ซีย และมาเลเซยี ส่วนแรเ่ ช้อื เพลงิ มี มากในภูมภิ าคเอเชียตะวนั ตกเฉียงใต้ รอบอา่ วเปอรเ์ ซีย เชน่ ประเทศซาอุดอี าระเบีย อริ ัก อิหรา่ น มีการ ผลติ นำ้ มนั ได้มาก เศรษฐกิจในภูมิภาคนีจ้ งึ ข้นึ อยู่กบั นำ้ มนั 1.6 ด้านอุตสาหกรรม 1.6.1 อุตสาหกรรมในครัวเรือน ท่ีใช้แรงงานคนแปรสภาพวัตถดุ บิ ท่ีมีอยู่ในท้องถน่ิ น้นั ใช้ เวลาว่างทำกันภายในครวั เรอื น ผลผลิตที่ได้ส่วนใหญ่ก็ใชบ้ ริโภคในครอบครวั ที่เหลืออาจสง่ ออกไปขายตาม ตลาดในทอ้ งถิน่ นั้นๆ เชน่ การทำปั้นดนิ เปา การทอผ้า ประเทท่ีมีอตุ สาหกรรมประเภทน้มี าก ได้แก่ ประเทศลาว พมา่ ไทย 1.6.2 อุตสาหกรรมโรงงานขนาดเล็ก ส่วนใหญ่ใชแ้ รงงานคนเปน็ หลัก มีการนำเครอ่ื งจักรและ เครื่องทุ่นแรงขนาดเลก็ เข้าชว่ ยบา้ ง เช่น การผลติ เคร่ืองกระป๋อง สิง่ พมิ พ์ เสื้อผ้าสำเร็จรปู เฟอรน์ ิเจอร์ ประดับบา้ น เปน็ ตน้ ส่วนใหญ่ในไทย อนิ โดนีเซีย มาเลเซีย ปากสี ถานและตุรกี 1.6.3 อตุ สาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น ญ่ปี ุ่น จีน และไตห้ วัน เป็นอุตสาหกรรมท่ีมเี ครื่องจักร อัตโนมัติ แรงงานท่ใี ช้จะเปน็ ช่างฝีมือและมีทักษะความเชี่ยวชาญ เชน่ การผลติ เครอื่ งจกั รกล ผลิตรถยนต์ และอปุ กรณ์ไฟฟ้า 1.7 ด้านพาณิชยกรรม ปัจจบุ ันทวีปเอเชียมกี ารเปล่ยี นแปลงจากการคา้ ขายกับประเทศเพ่ือนบา้ นใกลเ้ คียงเท่านั้น ต่อมาได้ ขยายออกสตู่ ลาดโลกโดยเฉพาะสินค้าทางการเกษตรท่บี รรจหุ บี ห่อจนเปน็ ท่ีนยิ มของตลาดโลก เชน่ ยโุ รป อเมริกาเหนอื นอกจากนย้ี ังมีสินค้าด้านอุตสาหกรรม เชน่ วงจรไฟฟา้ อปุ กรณไ์ ฟฟา้ ชิน้ สว่ นเครอื่ งจกั รกล เครื่องหนัง ผลิตภัณฑเ์ ฟอรน์ ิเจอร์ จึงส่งผลให้ประเทศญี่ปุ่น ไตห้ วนั เกาหลใี ต้ สงิ คโปร์ มสี ว่ นกำหนด ระบบพาณิชยกรรมของโลก ส่วนไทย อนิ โดนีเซยี มาเลเซีย กม็ กี ารขยายตวั และมีบทบาทต่อการทศิ ทาง เศรษฐกจิ ของทวีปมากขึ้นกวา่ เดิม
1.8 ดา้ นคมนาคมขนส่งและการส่อื สาร ประเทศในทวปี เอเชยี ยงั ไม่ได้รบั การพฒั นาด้านการขนส่งเท่าทค่ี วร สว่ นประเทศมกี ารขนส่งได้ มาตรฐาน ได้แก่ จนี ญี่ป่นุ เกาหลีใต้ และสงิ คโปร์ ถงึ แม้ถนนสายเอเชียจะเชื่อมต่อไปหลายประเทศ แต่ ยงั ไมเ่ พียงพอและยังมปี ัญหาความปลอดภัย สว่ นการขนส่งทางนำ้ ยังคงมีความสำคญั อย่างมาก แต่ในกลุ่ม เอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้ยังเร่งขยายการขนสง่ ทางอากาศ เพ่อื ความสะดวกรวดเรว็ ในการนำสินคา้ ไปจำหน่าย ยังภูมภิ าคตา่ งๆ และเป็นการกระตุ้นสง่ เสรมิ การท่องเทย่ี วและการเดินทางของนักธรุ กจิ เขา้ ส่ปู ระเทศอีกดว้ ย 2. อาชพี ในชุมชน สังคม ประเทศ ของทวปี ออสเตรเลีย 2.1 การเพาะปลกู แหลง่ เพาะปลูกสำคัญได้แก่ บริเวณลุ่มแมน่ ้ำเมอร์เรย์ - ดารล์ ิง เกาะแทสเมเนยี พชื สำคัญคือ ข้าวสาลี ขา้ วโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ ทำกันในไรน่ าแปลงใหญ่ๆ ใชเ้ ครื่องจกั รทุ่นแรงชว่ ยในการ เพาะปลูก และเก็บเกีย่ ว 2.2 การเลยี้ งสัตว์ สตั วท์ เ่ี ลย้ี งมากที่สุดคอื โคเน้ือ และแกะพันธเ์ุ มอริโน ให้ขนปยุ ยาว ขนแกะเปน็ สนิ คา้ ออกที่สำคัญ 2.3 การล่าสัตวแ์ ละการประมง ชาวพืน้ เมอื งของออสเตรเลยี ใชเ้ ครื่องมอื ง่ายๆลา่ สัตว์ เช่น หอก และบมู เมอแรง เป็นต้น การประมงไมเ่ ดน่ นัก เนื่องจากยังขาดแรงงาน และอปุ กรณ์ 2.4 การทำปา่ ไม้ มพี ื้นทีป่ ่าไม้น้อย และเปน็ ไม้ที่มคี ุณค่าทางเศรษฐกิจต่ำ ไม้เนื้ออ่อน เช่น ตน้ ยู คาลปิ ตัส จะใชท้ ำเย่ือกระดาษ เปน็ ต้น 2.5 การอตุ สาหกรรม ออสเตรเลียมีทรัพยากรมาก ประชากรมีคุณภาพ มีเทคโนโลยที นั สมยั มี เงนิ ทนุ สงู การอตุ สาหกรรมเจริญก้าวหน้าอยา่ งรวดเรว็ สว่ นมากเป็นอตุ สาหกรรมหนัก เมืองศูนย์กลาง อตุ สาหกรรมไดแ้ ก่ เมืองซิดนีย์ เมอื งนิวคาสเซิล 2.6 การพาณชิ ยกรรม สนิ คา้ ออกส่วนใหญเ่ ป็นผลิตภณั ฑท์ ไี่ ดจ้ ากสตั ว์ เช่นเน้ือสัตว์ หนังสตั ว์ ขน สัตว์ นมเนย และข้าวสาลี น้ำตาล เครอ่ื งจักรกล ผลไม้ เป็นตน้ สินคา้ เขา้ คือ สนิ แร่ เครื่องจักร ปยุ๋ อาหาร เส้อื ผา้ 3. อาชพี ในชุมชน สงั คม ประเทศ ของทวปี อเมริกา ประกอบด้วยทวีปอเมริกาเหนือและอเมรกิ าใต้ 3.1 อาชีพในชุมชน สังคม ประเทศ ของทวีปอเมริกาเหนือ 3.1.1 การเพาะปลูก เปน็ ดินแดนผลติ อาหารทส่ี ำคญั ของโลก เป็นผู้นำในการผลิตข้าวโพดขา้ ว สาลี 3.1.2 การเลี้ยงสตั ว์ มกี ารทำฟาร์มปศสุ ตั ว์ขนาดใหญ่ ชาวอเมรกิ ันนิยมรับประทานอาหาร ประเภทเน้ือสตั ว์ นมเนย มากกวา่ อาหารโปรตนี ชนิดอ่ืน วัวเนื้อ เล้ียงบรเิ วณ เกรตเพลน (Great Plain) แหลง่ เลยี้ งวัวนม ได้แกบ่ รเิ วณรอบ ทะเลสาบ ทง้ั 5 3.1.3 การประมง มีการจับปลาในเขตนำ้ ตน้ื ชายฝัง่ แหล่งปลาชกุ ชมุ อย่ใู กลเ้ กาะนวิ ฟันด์ แลนด์ เรยี กว่า แกรนดแ์ บงก์
3.1.4 การอุตสาหกรรม อเมริกาเหนือเป็นทวีปทไี่ ดช้ ่ือวา่ ลำ้ หนา้ ในเรื่องการอุตสาหกรรมของโลก โดยเฉพาะ อย่างยงิ่ ประเทศสหรฐั อเมรกิ า จะมีโรงงานผลติ สนิ ค้าชนิดต่างๆ กระจายอยู่ทกุ ภมู ิภาคของ ประเทศ อตุ สาหกรรม สำคัญได้แก่การผลิตเหลก็ และเหล็กกล้า เคร่ืองจักรกล อุตสาหกรรมเก่ียวกับการขนสง่ เขตอุตสาหกรรมทส่ี ำคัญ ของสหรัฐอเมริกา คือ ชายฝ่งั มหาสมุทรแอตแลนติก เข้ามาภายในจนถงึ ทะเลสาบ ใหญ่ทางตะวนั ตก และเขตท่ี ราบลุ่มแมน่ ำ้ มสิ ซิสซิปปี มีประชากรอาศยั อยู่หนาแน่น ยา่ นอุตสาหกรรมของ แคนาดาอยบู่ รเิ วณทางตอนใตข้ อง ประเทศ ทำกระดาษและเยอ่ื ไม้ 3.1.5 การพาณิชยกรรม เปน็ ตลาดการค้าสำคญั ของโลก มีประชากรจำนวนมาก เศรษฐกจิ ดี ผนู้ ำในทวปี อเมริกา เหนอื ทง้ั 3 ชาติ คอื สหรัฐอเมรกิ า แคนาดา และเม็กซิโก รวมกล่มุ กัน จดั ต้งั เป็น เขต การคา้ เสรอี เมริกาเหนือ หรือนาฟตา (NAFTA) เพือ่ ต่อรองและถ่วงดุลอำนาจกบั ประชาคมยุโรป 3.2 อาชพี ในชุมชน สงั คม ประเทศ ของทวปี อเมริกาเหนอื อาชพี ของประชากรในทวีปอเมริกาใตป้ ระเทศตา่ งๆในทวปี อเมริกาใต้ อยู่ในกลมุ่ ประเทศกำลังพัฒนา อุปสรรคทีส่ ำคัญในการพฒั นาเศรษฐกจิ คือ ขาดแคลนเงินทุน ขาดเทคโนโลยีสมยั ใหม่ ลกั ษณะภูมิประเทศ ไม่เอ้ืออำนวย อยู่ห่างไกลจากตลาดการค้าของโลก อาชพี ทส่ี ำคัญได้แก่ 3.2 การเพาะปลกู มี 2 ลกั ษณะ คือ 3.2.1 การเพาะปลูกเพื่อยงั ชีพ ชาวพ้ืนเมืองจะทำการเพาะปลกู ในพื้นท่ีขนาดเลก็ และการ ทำไรเ่ ลื่อนลอย บริเวณลุ่มแม่นำ้ แอมะซอน และบรเิ วณท่สี ูงของทวปี พืชท่ีปลูกไดแ้ ก่ ผกั ข้าวโพด มัน สำปะหลัง มันเทศ ถั่วลสิ ง 3.2.2 การเพาะปลกู เพื่อการคา้ ได้แก่ - ข้าวโพด ปลกู มากในเขตอากาศอบอุน่ ประเทศบราซิล อาร์เจนตินา - ขา้ วสาลี ปลูกมากบริเวณท่งุ หญา้ ปามปาส ประเทศอารเ์ จนตนิ า - กาแฟ และ อ้อย ปลกู มากในบราซิล โคลมั เบีย เอกวาดอร์ - ฝ้าย ในบราซลิ อารเ์ จนตนิ า เปรู - กาเกา ปลูกมากในบราซลิ เอกวาดอร์ เวเนซูเอลา - ยางพารา ปลูกมากในบราซลิ อุรุกวัย 3.2.3 การทำป่าไม้ เขตป่าดงดิบบริเวณลมุ่ แมน่ ้ำแอมะซอน คอื ปา่ เซลวาส เป็นป่าท่อี ยูใ่ นเขต อากาศรอ้ นช้นื ลำต้นสงู ใหญ่ ปกคลุมพื้นทีห่ นาแน่น เป็นเขตทุรกันดาร การคมนาคมไมส่ ะดวก จึงมีการทำปา่ ไมเ้ ฉพาะบริเวณที่มีแม่น้ำไหลผา่ น 3.2.4 การเลย้ี งสตั ว์ ทวีปอเมริกาใตม้ ที ุ่งหญ้าเลี้ยงสตั ว์ท่กี ว้างขวางมาก สัตวเ์ ล้ียงสำคัญ คือ ววั พันธเ์ุ น้อื เล้ยี งมากบริเวณชายฝั่งตะวันออกของบราซลิ อุรกุ วยั อาร์เจนตนิ า ตอนเหนือของเวเนซูเอลา และ โคลมั เบยี ประเทศท่ีส่งววั เน้อื ออกจำหนา่ ยมากทีส่ ุดของทวีป คอื อาร์เจนตนิ า แกะพนั ธเ์ุ น้ือ และพันธ์ขุ น เล้ียง มากบรเิ วณเขตอากาศกึง่ แห้งแล้งของเปรู ชลิ ี ท่ีราบสูงปาตาโกเนีย และทางตอนใต้ของอาร์เจนตนิ า หมู เลย้ี งในบราซิล และอารเ์ จนตินา 3.2.5 การประมง สว่ นใหญ่ทำการประมงขนาดเลก็ บรเิ วณชายฝั่ง แหล่งประมงที่สำคญั ของทวีป คอื บรเิ วณชายฝ่งั ประเทศเปรู อารเ์ จนตนิ า บราซิล หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ หมู่เกาะของเวเนซุเอลา ประเทศเปรู ส่งเสริม การทำปลาสดแช่เยน็ สง่ ไปจำหน่ายทีป่ ระเทศสหรัฐอเมรกิ า
3.2.6 การทำเหมอื งแร่ ทวีปอเมริกาใต้ เปน็ แหลง่ ทรัพยากรทีส่ ำคญั ของโลก แหล่งแรท่ ่สี ำคัญ ไดแ้ ก่ - นำ้ มนั ปิโตรเลียม ขดุ เจาะในประเทศอารเ์ จนตนิ า - เหลก็ ทองแดง ในประเทศบราซลิ ชลิ ี - ดีบกุ ในโบลิเวยี - ไนเตรต นำมาทำปุย๋ ในเขตทะเลทรายอะตากามา ตอนเหนือของประเทศชลิ ี - แรบ่ อกไซต์ แมงกานสี เงิน และพลวง ในประเทศซูรินาเม กายอานา 3.2.7 การอตุ สาหกรรม สว่ นใหญเ่ ป็นโรงงานอตุ สาหกรรมขนาดย่อม และอุตสาหกรรมในครวั เรอื น จัดอยใู่ นขั้นกำลังพัฒนา อตุ สาหกรรมสว่ นใหญ่เปน็ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เช่น - อาหาร ประเภทเน้ือวัว เนื้อแกะสำเร็จรปู ในอาร์เจนตินา บราซลิ ชิลี - สตั ว์นำ้ แชแ่ ขง็ และปลากระปอ๋ ง ในเปรู อารเ์ จนตินา - นำ้ ตาลทราย ในโคลมั เบีย บราซิล - สกัดนำ้ มันปาล์ม ในโคลัมเบีย เอกวาดอร์ - สกดั น้ำมนั ถ่วั เหลือง ในบราซลิ อาร์เจนตินา - ทอผา้ ฝ้าย ในบราซลิ อาร์เจนตินา เปรู ชลิ ี - ยางพารา ใน บราซิล - โรงงงานอตุ สาหกรรมสมยั ใหมท่ ่ใี ชเ้ งินทุนสูง เทคโนโลยชี ้นั สูงจะเป็นการลงทุนร่วมกนั ระหวา่ ง ประเทศในทวปี อเมรกิ าใต้ และนักลงทนุ ชาตติ ่างๆ เชน่ ชาวอเมรกิ ัน และชาวญปี่ นุ่ เปน็ ต้น 3.2.8 การพาณิชยกรรม สินคา้ หลกั ของทวปี อเมริกาใต้ เป็นประเภทวตั ถดุ ิบ ท่ีส่งเปน็ สนิ คา้ ออก คอื - บราซลิ สง่ ออกกาแฟ น้ำตาลทราย ยาสบู กลว้ ย ผลไมต้ ระกลู สม้ - อารเ์ จนตนิ า ส่งออกเน้ือสัตว์ ขนแกะ ฝ้าย ข้าวโพด ขา้ วสาลี - เปรู สง่ ออกมนั ฝรั่ง สัตว์นำ้ - สนิ คา้ ทส่ี งั่ เข้าได้แก่ เครื่องจักรกลสำหรับการเกษตร เคมีภัณฑ์ เย่อื กระดาษ รถยนต์ - เสื้อผ้าสำเรจ็ รปู เครื่องใชไ้ ฟฟา้ - ประเทศคูค่ ้าท่สี ำคญั คือ สหรฐั อเมริกา แคนาดา ประชาคมยโุ รป ญี่ปุ่น ประเทศในทวปี แอฟริกา ตะวันตก
4.อาชพี ในชมุ ชน สงั คม ประเทศ ของทวีปอเมรกิ า ประกอบด้วยทวีปยโุ รป อาชีพและทรพั ยากร พืน้ ทท่ี ่ใี ชใ้ นการเกษตรส่วนใหญ่มีอากาศแห้งแลง้ จงึ เหมาะแก่การเล้ยี งสัตว์มากกวา่ การ เพาะปลูก และการท่ีพืน้ ทีท่ างเกษตรมีอากาศแห้งแล้ง ทำให้มกี ารขุดบ่อบาดาล มาใช้อย่างกว้าง ขวาง และ แหล่งท่ีมกี ารนำน้ำบาดาลมาใช้ คอื แอง่ แผน่ ดนิ เกรตอาร์ทีเชียน ในรัฐควีสแลนด์ แอง่ แผน่ ดนิ เมอร์รียใ์ นรฐั นวิ เซาท์เวสตแ์ ละแอง่ แผน่ ดนิ แอเดเลดเพลนในรฐั วิกตอเรยี 4.1 การเพาะปลกู ขา้ วสาลี เปน็ พืชเศรษฐกิจทท่ี ำรายไดท้ สี่ ำคญั ทสี่ ดุ ของออสเตรเลยี มเี น้ือท่เี พาะปลูก ประมาณ 2 ใน 3 ของเนื้อทเ่ี พาะปลูกทง้ั ประเทศ แหลง่ ปลกู ข้าวสาลีมากทส่ี ดุ คอื บริเวณลมุ่ น้ำเมอร์รีย์-ดาร์ ลิง และทางตะวันตกเฉยี งใต้ของรัฐนิวเซาท์เวสต์ ขา้ วเจ้า แหล่งปลกู ทส่ี ำคญั ได้แก่ รฐั นวิ เซาทเ์ วสต์ ปลูกโดยใชก้ ารชลประทานเขา้ ช่วย รฐั เวส เทรินอ์ อสเตรเลยี นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี การปลูกอาศยั น้ำฝนธรรมชาติ กล้วย อ้อย สับปะรด ฝา้ ยและยาสูบ ปลูกมากทางชายฝั่งตะวันออกของรัฐควนี สแลนด์ ทาง ตอนเหนือของรฐั นิวเซาท์เวสต์ องุน่ และส้ม เปน็ พืชในอากาศเมดิเตอรเ์ รเนยี น ทางชายฝัง่ ตะวันตกเฉียงใต้ ทางตะวันออก ของอ่าวเกรตออสเตรเลียไบต์และเกาะแทสเมเนีย 4.2 การเลยี้ งสตั ว์ เป็นกิจกรรมเศรษฐกจิ ท่สี ำคญั ทสี่ ุดของออสเตรเลยี สตั วเ์ ลีย้ งที่สำคัญคือ แกะ และโค- แกะ ออสเตรเลียเป็นประเทศท่ีมีการเลย้ี งแกะมากทสี่ ุดในโลก ได้แก่ บรเิ วณรฐั นิวเซาท์เวสต์ ควนี ส แลนด์ และเวสเทิรน์ ออสเตรเลีย พนั ธทุ์ ี่เลี้ยงมากทสี่ ุด คือ พันธุ์เมอริโน เลย้ี งไว้เพือ่ ใช้ขนเปน็ สนิ ค้าออก ซง่ึ ส่งออกมาทีส่ ดุ ในโลก - โค ส่วนใหญเ่ ปน็ โคเนอื้ เล้ียงมากในบรเิ วณท่งุ หญา้ สะวันนาทางตอนเหนอื สว่ นโคนม เลีย้ งในเขตอบอนุ่ ทางชายฝ่ังตะวันออกเฉียงใตข้ องประเทศ 4.3 อุตสาหกรรม สว่ นใหญเ่ ปน็ อุตสาหกรรมทางการเกษตร การผลติ รถยนต์ การตอ่ เรือ การ ผลิตเครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ การกลน่ั นำ้ มนั การทอผ้า ฯลฯ แหล่งอุตสาหกรรมทส่ี ำคัญอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของ ประเทศ ได้แก่ รฐั นิวเซาท์เวสต์ วกิ ตอเรีย แทสเมเนยี และเซาทอ์ อสเตรเลีย 4.4 การประมง แหล่งประมงส่วนใหญอ่ ยู่ทางชายฝ่ังตะวนั ออกของประเทศ เพราะเปน็ แหลง่ ทีม่ ีปลา ชกุ ชุมมากแหง่ หนึ่งของโลก นอกจากนี้ยงั มีการเลย้ี งหอยมกุ ทำมากในบริเวณเกาะเทอร์สเตย์ ทางเหนือสดุ ของ คาบสมทุ รยอร์ก 4.5 การทำป่าไม้ สว่ นใหญอ่ ยู่ทางฝง่ั ตะวันออกของประเทศ เพราะมอี ากาศชื้น สว่ นใหญ่เปน็ ไม้ยูคา ลิปตัส และไม้อะเคเซีย(ไม้ตระกลู กระถนิ )
4.6 การทำเหมืองแร่ เหลก็ พบมากท่ีเมืองยัมปิซาวด์ ในเขตเทือกเขาแฮมเมอร์สเลย์ รัฐเวสเทริ น์ ออสเตรเลีย ถา่ นหิน พบมากทางชายฝ่ังตะวนั ออกในนวิ เซาทเ์ วสตแ์ ละควนี สแลนด์ โดยเฉพาะทเี่ มือง ซิดนีย์ นิวคาสเซิล และวลู ลองกอง เป็นแหลง่ ถ่านหินท่ีใหญ่ทีส่ ดุ ของประเทศ - ทองคำ อย่ใู นรฐั เซาท์ออสเตรเลีย เหมืองใหญ่ทีส่ ุดอยู่ทเี่ มืองคาลกูรล์ ี - ตะก่วั สงั กะสี เงิน ในรฐั นวิ เซาทเ์ วสต์ เมอื ง โบรกเคนฮลิ - ดบี กุ ใ นรฐั ควนี สแลนด์ ทเี่ มอื ง เฮอร์นเบอรต์ นั และเมืองสแตนทอร์ป - บอกไซต์ ในรัฐควีนสแลนดบ์ รเิ วณคาบสมุทรยอรก์ - น้ำมัน ในรัฐควีนสแลนด์ รฐั เซาท์ออสเตรเลยี 4.7 การคมนาคมขนสง่ - ทางรถยนต์ ออสเตรเลยี มีทางรถยนตย์ าวประมาณ 900,000 กโิ ลเมตร - ทางรถไฟ ออสเตรเลยี มีทางรถยนต์ยาวประมาณ 40,000 กิโลเมตร มอี ยหู่ นาแนน่ ทาง ภาคตะวนั ออกของประเทศ และมที างรถไฟข้ามประเทศจากฝ่ังมหาสมุทรแปซิฟิกถึงชายฝ่ังมหาสมทุ รอนิ เดยี เชอ่ื มระหว่างเมืองเพริ ์ทกับเมืองซิดนีย์ เรียกว่า ทางรถไฟสายทรานสออสเตรเลยี น - ทางน้ำ ออสเตรเลยี มที ่าเรือติดตอ่ ทวปี ยโุ รป เอเชียและอเมรกิ า ได้แก่ เมืองทา่ เพริ ์ท เมืองทา่ บริสเบน เมืองทา่ ซิดนีย์ เมอื งท่าเมลเบริ ์น - ทางอากาศ มีสายการบินใช้ติดต่อระหว่างประเทศและในประเทศ เรียกวา่ สายการบิน แควนตัส (Qantas) 5. อาชีพในชุมชน สงั คม ประเทศ ของทวีปอฟั ริกา
อาชพี ที่สำคัญของประชากรในทวปี แอฟริกาคอื 5.1 อาชพี เพาะปลูก ทวีปแอฟริกา มีพืน้ ที่สว่ นใหญเ่ ป็นทะเลทราย ดนิ ขาดความอุดมสมบรู ณจ์ ะ สามารถใช้ประโยชน์ ในด้านการเกษตรไดเ้ ฉพาะบริเวณท่รี าบดินตะกอนปากแมน่ ้ำสายตา่ งๆ ดงั นัน้ ผลผลิตจึง ไมเ่ พยี งพอท่จี ะเลี้ยงประชากรภายในทวปี เขตเกษตรกรรมทีส่ ำคญั คือ 5.2 แหลง่ ปลูกพชื เมืองร้อนในเขตรอ้ นชื้น บริเวณลมุ่ แม่นำ้ คองโก ชายฝง่ั แอฟริกาตะวนั ออก แอฟริกาตะวันตก ปลกู โกโก้มากทีส่ ดุ นอกจากนี้มี ปาล์มน้ำมัน กาแฟ ถวั่ ลสิ ง อ้อย ยางพารา เผอื ก มนั 5.3 ล่มุ แมน่ ำ้ ไนล์ เขตนีม้ ีอากาศร้อน แห้งแล้งสามารถปลกู ฝ้าย ชา อินทผลมั ข้าวฟา่ ง 5.4 เขตเมดเิ ตอรเ์ รเนยี น คือชายฝงั่ บารบ์ ารี ตอนเหนอื สดุ ของทวปี และตอนใตส้ ุดของทวีป ปลกู ส้ม องุ่น มะกอก ข้าวสาลี 5.5 เขตอบอ่นุ ช้ืน ด้านตะวนั ออกเฉียงใต้ของทวีป ปลกู ผลไม้ ข้าวสาลี ขา้ วโพด 5.6 อาชีพเล้ียงสตั ว์และลา่ สัตว์ สตั วเ์ ล้ยี งที่สำคญั ในแอฟริกาคือ 5.6.1 โคเขายาว พนั ธ์ุพื้นเมือง เล้ยี งทางภาคตะวนั ออกและภาคใต้ของทวปี เพื่อ ใชแ้ รงงาน ใช้เน้อื เปน็ อาหารและเป็นเครื่องแสดงฐานะทางสังคม 5.6.2 โคเนอื้ และโคนมพันธตุ์ า่ งประเทศ เลี้ยงในเขตอบอ่นุ ช้ืน 5.6.3 แพะ แกะ เลย้ี งแบบเรร่ ่อนในเขตทะเลทราย 5.6.4 อฐู ใช้เนื้อเปน็ อาหาร และใชเ้ ป็นพาหนะในเขตทะเลทราย 5.6.5 ลา ใชเ้ ปน็ พาหนะในเขตทงุ่ หญา้ กึง่ ทะเลทราย 5.6.7 อาชพี ลา่ สัตว์โดยชาวพื้นเมืองเชน่ ปกิ๊ มี และบชุ แมน เปน็ ตน้ สินค้าทเี่ ป็นท่ี สนใจของชาวต่างชาติคือ งาช้าง นอแรด 5.7 อาชพี การทำเหมืองแร่ ทวีปแอฟริกามแี หลง่ แรอ่ ยเู่ ปน็ จำนวนมาก ที่สำคญั คอื เพชร มีปรมิ าณ มากกว่าทุกทวีป แหล่งผลติ แร่ธาตุท่ีสำคัญคือ 5.8 ถา่ นหิน แหล่งใหญท่ สี่ ุด อยใู่ นรฐั ทรานสวาล และนาตาล ประเทศ สาธารณรฐั แอฟริกาใต้ 5.9 น้ำมนั ปิโตรเลยี ม พบในแอฟริกาเหนือเขตทะเลทรายสะฮารา ประเทศลิเบีย แอลจีเรยี อียิปต์ ไนจเี รยี 5.10 กา๊ ซธรรมชาติ มมี ากบรเิ วณทีล่ ุ่มของแอฟรกิ าเหนือ และ แอฟรกิ าตะวนั ตก แอลจีเรยี มี ปริมาณกา๊ ซธรรมชาติมากท่ีสุด แห่งหนง่ึ ของโลก 5.11 เพชร มีแหลง่ ใหญ่อยใู่ นประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ นามิเบยี บอตสวานา ซิมบับเว โมซัมบิก 5.11 ทองคำ ที่วติ วอเตอร์สแรนด์ ในสาธารณรฐั แอฟรกิ าใต้ 5.12 ทองแดง พบมากในประเทศซาอรี ์ 5.13 การอุตสาหกรรม ประเทศที่มคี วามก้าวหนา้ ทางดา้ นอตุ สาหกรรมของทวีปน้ี คอื สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ 5.14 การค้าขาย ตลาดคูค่ ้าท่ีสำคญั คือ กล่มุ ตลาดร่วมยุโรป กลมุ่ โอเปค สหรัฐอเมริกา ญป่ี ุ่น 5.15 สินค้าออกทสี่ ำคญั ของทวีปแอฟริกาคือ วตั ถดุ บิ ตา่ งๆ น้ำมนั ดิบ กา๊ ซธรรมชาติ 5.16 สินค้าเข้า ได้แก่ เคร่ืองจักรกล ยานยนต์
ใบงานที่ ๙ วิชาช่องทางการพฒั นาอาชีพ อช 210๐๐๑ เร่อื ง การพฒั นากระบวนการผลติ ในชุมชน คำชีแ้ จง ใหน้ ักศกึ ษาตอบคำตอบต่อไปน้ใี ห้ถูกต้อง 1. ให้นักศึกษาอธบิ ายการพฒั นาอาชีพในชมุ ชน สังคม ประเทศ ของทวีปเอเชีย มาพอ สังเขป ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ถา้ ให้นกั ศกึ ษาเลือกการประกอบอาชีพนกั ศกึ ษาจะเลือกอาชพี ใด และอธบิ ายเหตุผลความเปน็ ไปไดท้ ่ี จะพฒั นาอาชพี ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แบบทดสอบท่ี ๙ เร่ือง การพัฒนากระบวนการผลิตในชมุ ชน คำชี้แจง : ใหน้ กั ศกึ ษาเลือกคำตอบท่ีถูกท่สี ดุ 1.คำวา่ อาชพี หมายถึงอะไร ก.หนา้ ท่กี ารงานทพ่ี ึงประสงค์ตอ่ สงั คมและสรา้ งผลตอบแทนที่เปน็ รายได้ตรงตามความต้องการเพื่อ การดำรงชวี ิต ข. หนา้ ที่การงานใดๆก็ได้ ท่ีทำแล้วได้เงิน ค. หน้าท่ี ทเ่ี ราทำเปน็ ประจำทกุ วัน ง. ไม่มีข้อใดถกู 2. ลักษณะอาชพี ในสังคมชนบทนน้ั มลี ักษณะเปน็ อยา่ งไร ก. ถือว่าชีวติ จะดำรงอยูไ่ ด้ตอ้ งมอี าชีพและรายไดเ้ ปน็ สำคัญ ทุกส่ิงทกุ อยา่ งต้องซ้ือหามาด้วยเงิน ข. เรยี บงา่ ย อาศัยทรัพยากรธรรมชาติรอบตวั อยอู่ าศยั ค. ไดร้ ับอทิ ธิพลมาจากสงั คมเมือง โดยเฉพาะกรงุ เทพฯการดำรงชีวิตและการทำมาหากนิ ง. ไม่มขี ้อใดถูกต้อง 3. อาชีพในชนบทกึ่งเมอื ง มลี ักษณะอย่างไร ก. เปน็ การดำเนนิ ชีวิตท่ไี ด้รับอทิ ธพิ ลมาจากสังคมเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ข. ทุกคนจงึ ต้องดิ้นรนเพอ่ื หารายได้ ค. เรียบงา่ ย อาศัยทรพั ยากรธรรมชาตริ อบตัวในการอยู่อาศยั ง. ไม่มีข้อใดถกู ต้อง 4.เพราะเหตุใดประเทศ ญ่ีปุ่น เยอรมัน อเมรกิ า จงึ นยิ มลงทุนสรา้ งโลกงานในต่างประเทศ * ก.ตอ้ งการรกั ษาทรพั ยากรธรรมชาติ สง่ิ แวดลอ้ ม ข. หาแรงงานที่ถูกกว่า ค. หากำลงั คนท่ีเก่งกวา่ ง. ขอ้ ก และ ข ถูกต้อง 5. ในประเทศพฒั นาแล้ว มีการจดั การผลติ อยา่ งไร ก. เน้นให้ประชากรอย่ดู ี กนิ ดี ข. เนน้ รัฐบาลมรี ายไดม้ ากๆ ค. เน้น การรกั ษาสิ่งแวดล้อม ง. ขอ้ ก และ ข้อ ค ถกู
6. หลักการใดเป็นหลกั การในการประกอบอาชีพ ก. ขายของได้ที่ละมากๆโดยไมค่ ำนึงถึงลกู คา้ ข. ขายของอยา่ งซือ่ สัตยส์ จุ ริต ค. ขายของตามใจตนเอง ง. ไมม่ ีข้อใดถกู 7. ประเทศใด มีการเห็นคุณค่าของสงิ่ แวดลอ้ ม กับการประกอบอาชีพมากทส่ี ดุ ก. จีน ข. ญ่ีปุ่น ค. ลาว ง. ไทย 8. การรู้จกั ชอ่ งทางในการประกอบอาชีพนนั้ สำคญั อยา่ งไร ก. รู้จกั วธิ ีพัฒนาอาชีพ ข. หาอาชีพท่เี หมาะกับตนเอง ค. ประกอบอาชีพอย่างถูกต้อง ง. ถกู ทกุ ข้อ ๙. นักเรยี นคดิ วา่ การประกอบอาชีพนน้ั ต้องเกย่ี วข้องกับชุมชนหรือไม่ ก. เก่ยี ว เพราะเปน็ สว่ นหน่ึงองค์ประกอบ ข. เก่ยี ว เพราะส่งผลกระทบต่อชุมชน ค. ไม่เกย่ี วข้องเลย ง. ข้อ ก และ ข ถกู ๑๐. ข้อใดคือปัจจัย การผลติ ก. ทรพั ยากรธรรมชาติ (Natural Resources) ข. แรงงาน (Labor) ค. เงนิ ทนุ (Capital) ง. ถกู ทุกข้
แผนการเรียนรรู้ ายสปั ดาห์ กลุ่มสาระการเรียนรู้การประกอบอาชีพ รายวชิ า ช่องทางการพัฒนาอาชีพ รหัสวชิ า อช 21001 เรื่อง การงานอาชีพ ระดับช้ัน มธั ยมศกึ ษาตอนต้น จำนวน 6 ช่ัวโมง การพบกล่มุ ครงั้ ที่ ๑๐
แผนการเรยี นร้รู ายสัปดาห์ กลุ่มสาระการเรียนรู้การประกอบอาชพี รายวิชา ชอ่ งทางการพัฒนาอาชพี รหัสวิชา อช 21001 เรื่อง การตดั สนิ ใจเลือกพัฒนาอาชีพ ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ จำนวน 6 ชวั่ โมง วันท่ีจดั การเรยี นการสอน............................................ .......การพบกลมุ่ ครั้งท่.ี .................๑๐............................. 1. ตวั ช้ีวดั 1 ตดั สนิ ใจเลอื กพัฒนาอาชีพไดเ้ หมาะสมกบั ตนเอง 2. เน้อื หา การจดั การความรู้ การตัดสินใจเลอื กพฒั นาอาชีพตาม 5 ศักยภาพ ได้แก่ 1) ศกั ยภาพของทรัพยากรธรรมชาติในแตล่ ะพน้ื ที่ 2) ศักยภาพของพ้นื ท่ีตามลักษณะภมู ิอากาศ 3) ศักยภาพของภูมิประเทศและทำเลท่ตี ง้ั ของแต่ละพืน้ ที่ 4) ศกั ยภาพของศิลปะวฒั นธรรม ประเพณแี ละวถิ ชี ีวติ ของแต่ละพนื้ ที่ 5) ศกั ยภาพของทรพั ยากรมนุษยใ์ นแตล่ ะพนื้ ท่ี ขนั้ จดั กระบวนการเรยี นรู้ ขน้ั ที่ 1 กำหนดสภาพปัญหาความต้องการในการเรยี นรู้ - ผ้เู รียนรว่ มกันทบทวนความรใู้ นครงั้ ท่ีผา่ นมา - จากน้ันนักศึกษาทำแบบทดสอบก่อนเรียน คลิกเพอื่ ทำแบบทดสอบ ! ขน้ั ที่ 2 การแสวงหาขอ้ มูลและจัดการเรียนรู้ ๑. ให้ผ้เู รยี นคว้าหาขอ้ มูล เร่อื ง การตัดสนิ ใจเลือกพฒั นาอาชพี ตาม 5 ศักยภาพ จากใบความร้แู ละ อินเทอรเ์ นต็ แลว้ จดบันทึก https://www.youtube.com/watch ?v=Iztsw-1s7bM
ขัน้ ท่ี 3 ปฏบิ ัติและนำไปประยุกตใ์ ช้ - ครใู ห้ผู้เรียนทำใบงาน เร่ือง การกำหนดวธิ กี ารพัฒนาอาชพี พรอ้ มให้เหตผุ ล ทำใบงาน.. ขนั้ ท่ี 4 ประเมินผลการเรียนรู้ - ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลงั เรียน 3. ส่ือประกอบการเรยี นรู้ 1. ใบความรู้ เรอ่ื ง การตดั สินใจเลอื กอาชีพ 2. ใบงาน เร่อื ง การกำหนดวิธีการพฒั นาอาชีพพรอ้ มใหเ้ หตผุ ล ๓. อินเทอรเ์ น็ต แหล่งเรยี นรู้อืน่ ๆ 4. การวัดผลและประเมนิ ผล 1 แบบทดสอบกอ่ นเรียน-หลังเรียน 2. แบบประเมนิ ใบงาน 3. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม 4. แบบประเมนิ ดา้ นจิตพสิ ยั ลงชอื่ .........................................................ผู้สอน (.............................................................) ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบล
ใบความรู้ ๑๐ เรือ่ ง การตัดสนิ ใจ เลอื กอาชีพ การตดั สนิ ใจเลือกอาชีพ นบั เป็นขน้ั ตอนที่สำคัญนะคะ เพราะถ้าตัดสนิ ใจเลือกอาชีพเหมาะสมกับตน แลว้ จะทำให้เรามีความสุขและมีความก้าวหน้าในชีวิตประจำวนั ในแต่ละวันทุกคนมีการตัดสนิ ใจอยู่ ตลอดเวลา และบางคร้ังต้องตัดสินใจหลายเรอื่ งซ่งึ ทกุ เร่ืองอาจมคี วามสำคัญและจำเป็นสำหรับตวั เรา การ ตดั สนิ ใจเป็นสง่ิ สำคญั และหลกี เล่ียงไม่ได้การตดั สนิ ใจท่ีดี ต้องรู้หลกั การ วธิ ีการ ข้นั ตอน เพ่ือจะได้ตดั สินใจให้ ดีท่ีสดุ คะ ไมค่ ิดเป็นเร่ืองของโชคลาง การฝกึ การตัดสนิ ใจเรื่องอาชพี ต้องเรยี นรูก้ ระบวนการตดั สินใจเลือก อาชีพ รู้วิธีการ และปฏริ ปู แบบของการตัดสนิ ใจเลือกอาชีพ การตัดสนิ ใจเลือกอาชีพ นบั ว่าเปน็ เร่อื งสำคญั อย่างยงิ่ ในชีวติ ของมนุษย์ อาจกล่าวไดว้ า่ “งานคือชวี ติ ” ดังนั้นจำเปน็ ตอ้ งมีการเริ่มต้นด้านการวางแผนชีวิต ด้านอาชพี ตัง้ แตว่ ัยเรยี น ซ่งึ เปน็ การวางแผนระยะยาวทต่ี ้องใชเ้ วลานานจะอาศัยความพยายามอย่างมาก ผลตอบแทนท่ีได้รบั กค็ ุ้มคา่ ส่ิงสำคัญในการตัดสนิ ใจเลอื กอาชีพ ขึ้นอยู่กบั องค์ประกอบท่ีสำคญั 2 ประการคอื ประการท่ี 1 ปจั จยั ภายนอกไดแ้ ก่ ข้อมลู ดา้ นอาชพี พอสรุปได้ดงั นี้ 1. แนวโนม้ ของตลาดแรงงาน เปน็ ข้อมลู เกยี่ วกับความตอ้ งการผู้ทำงานในดา้ นตา่ ง ๆ ปจั จบุ ัน และ การพยากรณ์ความต้องการในอนาคต 2. ลกั ษณะงาน งานทตี่ ้องทำเป็นประจำมีลกั ษณะอย่างไร ผู้ทำงานจะต้องทำอะไรบ้างเป็นงานท่ีทำให้ เกดิ ความเพลิดเพลินหรือเบื่อหนา่ ย งานใหญ่ หรอื งานเลก็ มคี วามรับผิดชอบที่สำคัญมากหรอื ไม่ ฯลฯ 3. สภาพแวดลอ้ มของงาน ได้แกส่ ภาพแวดล้อม บรรยากาศ ของงาน เช่น ร้อน สกปรก ฝุ่นมาก เสียง ดัง มีสารพษิ มีความขัดแยง้ ต่าง ๆ ในหนว่ ยงาน ฯลฯ 4. คุณสมบัติของผ้ปู ระกอบอาชีพ อายุ ได้มีการกำหนดอายุกอ่ นเกษยี ณอยา่ งไร เพศ อาชพี น้ัน ๆ 5. การเขา้ ประกอบอาชพี การเขา้ ประกอบอาชพี ต้องมีวิธกี ารอย่างไร โดยการสมคั รงานกบั นายจ้าง หรอื สอบข้อเขียน สอบสัมภาษณ์ดว้ ย 6. รายได้ ในการประกอบอาชีพมีรายไดโ้ ดยเฉลย่ี เท่าไหร่ 7. ความกา้ วหน้า อาชพี นัน้ ๆ มีความก้าวหน้าเพยี งใด ต้องมกี ารอบรมเพ่ิมเติม และมีความสามารถ เทา่ ไหรถ่ ึงจะเลือนขั้น 8. การกระจายของผูป้ ระกอบอาชีพ มผี ปู้ ระกอบอาชีพมากน้อยเพียงใดกระจายอย่ทู ว่ั ประเทศหรือมี อยเู่ พียงบางจังหวัด 9. ขอ้ ดแี ละข้อเสยี อาชีพแต่ละอย่างมที ัง้ ข้อดีและข้อเสีย ขน้ึ อยู่กับความพอใจและความต้องการของ ผู้ประกอบอาชีพนน้ั ประการท่ี 2 ปัจจยั ภายในได้แก่ ปัจจยั ส่วนบุคคล ความสนใจ บคุ ลิกภาพ สติปญั ญา ความถนัดทักษะ แรงจูงใจใฝ่สมั ฤทธ์ิ ความรับผิดชอบ ความอุตสาหะ เพศ เชือ้ ชาติ อายุ ความแขง็ แรง สขุ ภาพ ความปลอดภยั ความมัน่ คง การทำงานเป็นประโยชนต์ ่อผ้อู ื่นหรอื ไม่ ฯลฯ
กระบวนการตัดสนิ ใจเลือกอาชีพ กระบวนการท่ีบุคคลจะพจิ ารณาเพือ่ ประกอบการตดั สนิ ใจ เปน็ กระบวนการท่ีสลับซับซอ้ น เชน่ ต้องพจิ ารณาคา่ นยิ ม ความสนใจ ความถนัด และคุณสมบัตอิ น่ื ๆ การ ตดั สนิ ใจสัมพันธก์ บั ทักษะที่ได้เรียนรู้ ลักษณะที่เปน็ เอกลักษณ์ของบุคคล เชน่ หลกั ในการตัดสินใจ เป็นการ สำรวจหนทางที่ จะเปน็ ไปได้กำหนดว่าจะทำอะไร จะเกดิ ผลอะไร ในการตดั สนิ ใจ เราต้องรู้จักความสามารถ ความสนใจ คา่ นยิ มของตนเองและรปู้ ระสบการณ์ที่เกีย่ วข้อง นำความรู้ไปพจิ ารณาตวั เลอื กตา่ ง ๆ ถ้าได้ขอ้ มลู มากเท่าใด บคุ คลนนั้ กม็ ีโอกาสไดผ้ ลท่พี ึงปรารถนามากขึ้นเท่านน้ั ข้อมลู จากการประเมนิ นำไปสกู่ ารอภิปราย ลกั ษณะพิเศษของบุคคลทีส่ ามารถเช่ือมโยงกับความตอ้ งการทางการศกึ ษาและอาชพี ปัญหาก่อนตดั สินใจเลอื กอาชพี 1. ขาดความรู้ ความเขา้ ใจ ในการประกอบอาชีพต่าง ๆ ขาดทักษะและรายละเอยี ดข้อมลู เก่ยี วกับ โลกอาชีพ 2. ต้องการความชว่ ยเหลอื เกี่ยวกบั การใหค้ ำปรึกษา แนะนำ แนะแนวอาชีพ การเตรียมตัวกอ่ นเข้าสู่ ตลาดแรงงาน 3. ขาดการรู้จกั ตนเอง ดา้ นความสามารถ สตปิ ญั ญา ความถนัด ความสนใจในอาชพี ท่เี หมาะสมกบั ตวั เรา ข้อสรปุ ก่อนตดั สนิ ใจเลือกอาชพี 1. ผู้ตดั สินใจเลือกควรรูจ้ ักตนเองให้ดเี สียกอ่ น โดยเฉพาะในด้านอปุ นิสัยใจคอ ความรู้ ความถนดั ความสามารถ สภุ าพ นิสัย ทัศนคตเิ กีย่ วกับอาชีพนน้ั ๆ และฐานะทางเศรษฐกจิ ของครอบครวั ฯลฯ 2. ควรมคี วามรคู้ วามเข้าใจเก่ียวกบั อาชีพต่าง ๆ ลกั ษณะของงานอาชีพตา่ ง ๆ ลักษณะของงานอาชพี คา่ จา้ ง สวัสดกิ าร ความก้าวหน้า ความต้องการของตลาดแรงงาน ฯลฯ ข้นั ตอนการตดั สินใจเลอื กอาชีพ 1. กำหนดปัญหาหรืออุปสรรคใหช้ ดั เจนว่า เรากำลงั ตัดสนิ ใจเรอ่ื งอะไร เช่น เรากำลังเลือกแผนการ เรยี นอะไร หรอื เลอื กที่จะประกอบอาชพี อะไร 2. สำรวจตวั เลอื กตอ้ งร้จู ักแผนที่จะเลือกหรอื อาชีพท่ีจะเลือก 3. เปรียบเทียบแตล่ ะตัวเลือกแตกตา่ งกนั อย่างไร 4. สำรวจข้อมูลเก่ยี วกบั การตัดสินใจท่ีจะเลอื กแผนหรืออาชพี ท้ังหมด 5. แปลความขอ้ มลู ต้องกำหนดน้ำหนกั ความสำคัญใหแ้ ตล่ ะตัวเลอื ก การตัดสินใจเลือกอาชีพมัก เกิดขึน้ เม่ือมีอาชพี ให้เราตัดสินใจเลือกมากกวา่ หน่งึ อาชีพ มคี วามรูแ้ ละประสบการเก่ยี วกบั อาชีพที่จะเลือก 6. จดั การกบั ข้อมูลโดยการให้นำ้ หนกั ความสำคัญแต่ละตวั เลือกในแต่ละประเด็นเม่ือเราเข้าใจวา่ ทำไม เราจงึ เลอื กตวั เลือกนม้ี ากวา่ จะทำให้ตัวเลอื กลดลง จนเหลืออาชพี ทเ่ี ราสนใจเทา่ นน้ั
7. เรยี งลำดับประโยชนข์ องตัวเลือกจากมากไปหาน้อย จะช่วยใหเ้ ห็นความสำคญั ของตวั เลอื กแตล่ ะ ตวั มากข้ึน 8. ตดั สนิ ใจ การตดั สนิ ใจเลอื กอาชีพท่ีดีจะต้องไม่กงั วลใจว่าตัวเลือกท่เี หลือจะเหมาะสมกบั ตวั เรามาก น้อยเพยี งใด เมื่อเราไดพ้ ิจารณาตัวเลือกหลายปัจจยั ได้คิดอย่างรอบคอบ เราต้องตระหนกั ว่าเราทำดที ี่สดุ แล้ว ในขณะน้ัน แม้วา่ โดยท่ัวไปการตดั สนิ ใจเลือกจะมคี วามเสีย่ ง เพราะไม่รวู้ ่าอะไร จะเกดิ ขึ้นในอนาคต ปญั หา ของเราคอื เราจะต้องพยายามเลอื กอาชีพทเี่ หมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อตวั เรามากท่สี ดุ ไม่ตดั สนิ ใจด้วย อารมณ์ และความรูส้ ึก ตอ้ งพิจารณาจากความสนใจ บุคลกิ ภาพ ค่านิยม และความต้องการคะ กระบวนการตดั สนิ ใจเลือกอาชีพ 1. ใหน้ ักเรยี นมตี วั เลือกในการตัดสนิ ใจเพม่ิ มากขน้ึ ในการตัดสินใจเลือก 2. ให้นกั เรียนมีความสามารถในการตัดสนิ ใจเลือกรวดเร็วขึ้น 3. ใหน้ ักเรยี นได้ตดั สินใจด้วยตวั เอง 4. เมอ่ื นักเรียนมีอสิ ระในการเลือกมากขนึ้ จะมีประสบการณก์ ารเลอื กมากข้นึ 5. ใหร้ ู้นำประสบการณใ์ นตัดสินใจเดมิ มาใช้ในการตัดสินใจครั้งต่อไป
แบบทดสอบกอ่ นและหลังเรียนท่ี ๑๐ เร่ือง การตัดสินใจเลอื กพัฒนาอาชีพ คำชีแ้ จง : ใหน้ ักศึกษาเลือกคำตอบที่ถกู ทส่ี ุด ๑. การเลือกอาชีพในชมุ ชนนั้นต้องพจิ ารณาอะไรบ้าง ก. ความต้องการของตลาด ข. สภาพทรัพยากรแวดล้อมในชมุ ชน ค. สภาพความเปน็ อยู่คนในชุมชน ง. ขอ้ ข และ ค ๒. .แรงงาน (Labor) หมายถึงขอ้ ใด ก. ทด่ี นิ ทใ่ี ชเ้ ป็นสถานท่ีปลูกสร้างอาคาร โรงงาน ตลอดจนหมายถงึ ป่าไม้ แร่ธาตุ นำ้ อากาศ ฯลฯ ข. ผรู้ ิเริ่มในการดำเนนิ งาน เป็นผลู้ งทุนบริหารงาน รบั ผิดชอบ และการเสยี่ งภยั ตา่ ง ๆ ค. ความสามารถของมนุษยท์ ่ีถูกนำมาใชใ้ นการผลติ เพอื่ ทำใหเ้ กดิ เปน็ สนิ ค้า หรือบรกิ ารขน้ึ มา แรงงานนบั เป็นทรัพยากรท่ีสำคญั ทส่ี ุด ง. ไมม่ ขี ้อใดถูกต้อง ๓. การเลือกอาชีพ สำหรบั ตนเอง ตอ้ งคำนงึ ถงึ ข้อใดบ้าง ก. การศึกษาหาความรู้ในอาชีพต่าง ๆ ข. ดูว่าตนเองมใี จรักงานด้านใด ค. มคี วามถนดั ดา้ นใด ง. ถูกทกุ ขอ้ ๔. .หากนักเรียน ชอบพดู คยุ กับผอู้ นื่ รักงานบริการ ควรเลือกอาชีพใด ก. ประชาสมั พนั ธ์ ข. ทหาร ค. ชา่ งซอ่ มรถ ง. แมค่ รัว ๕. หากนกั เรียน มีทักษะทางดา้ น การซ่อมบำรุง รถยนต์ ควรเลือกอาชีพใด ก. ประชาสัมพันธ์ ข. ทหาร ค. ช่างซอ่ มรถ ง. แมค่ รวั
๖. เมื่อนกั เรยี นต้องการประกอบอาชีพควรเลือกตามขอ้ ใด ก. พอ่ แม่ บอก ข. เพ่อื นบอก ค. คนขา้ งบ้านแนะนำ ง. ตามความถนัด ความชอบของตน ๗. เม่อื นักเรียนประกอบอาชีพแลว้ นกั เรียนคดิ ว่า ข้อใดคือจดุ สำคญั ทส่ี ุดในการประกอบอาชพี ก. กำไร ข. ความซอื่ สตั ย์ ค. พัฒนาอาชีพได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม ซ่ือสตั ย์ ง. ไม่มีข้อใดถกู ๘. พนื้ ท่ี อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี เหมาะแกก่ ารทำอาชีพใด ก. ปลกุ ขา้ ว ข. ประมง ค. การท่องเท่ียว ง. ขอ้ ข และ ค ถกู ๙. นางแดง มีทีด่ ิน 20 ไร่ ในใจกลางตัวเมืองพัทยา นางแดงควรประกอบอาชีพใด ก. ขายสัตว์ทะเล กุ้ง หอย ปู ปลา ข. สร้างโรงแรม สร้างห้างสรรพสินค้า ค. ปลกู ข้าว ปลุกพชื ง. ข้อ ก และ ค ถูก ๑๐. การเลือกอาชีพในชมุ ชนนั้นตอ้ งพจิ ารณาอะไรบ้าง ก. ความตอ้ งการของตลาด ข. สภาพทรัพยากรแวดล้อมในชุมชน ค. สภาพความเปน็ อยู่คนในชุมชน ง. ข้อ ข และ ค
ใบงานที่ ๑๐ การกำหนดวิธกี ารพฒั นาอาชีพพรอ้ มใหเ้ หตผุ ล คำชี้แจง ใหผ้ ้เู รยี นตอบคำถามตอ่ ไปน้ี 1. ให้นกั ศกึ ษาอธบิ าย วิธกี ารในการมองเหน็ ชอ่ งทางเพอ่ื พัฒนาอาชีพของตนเอง ดังต่อไปน้ี อาชีพทำนา …………………………………………………………………………………………….……………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… อาชพี ค้าขาย …………………………………………………………………………………………….……………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… อาชพี ทำสวน …………………………………………………………………………………………….……………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………….…………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2 ให้นักศึกษาบอกอาชีพที่ประสบความสำเรจ็ เปน็ ร้จู กั โดยทั่วไป และให้อธิบายข้ันตอนในการดำเนินงาน อาชพี น้ันมาดว้ ย ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ชุดวชิ า เศรษฐกจิ พอเพยี ง CS media Learning รหสั วิชา ทช21001 รายวชิ าบังคบั ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น ตามหลักสูตรการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอชมุ แสง สานักงานส่งเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั จังหวัดนครสวรรค์ สานักงานสง่ เสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร
แผนการเรยี นรู้รายสัปดาห์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ทกั ษะการดำเนินชีวิต รายวิชา เศรษฐกจิ พอเพยี ง รหสั วชิ า ทช 21001 เรอื่ ง การประกอบอาชีพอย่างพอเพียง ระดับชน้ั มัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 6 ชัว่ โมง การพบกลุม่ ครัง้ ที่ ๑๑
แผนการเรยี นรรู้ ายสปั ดาห์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ทักษะการดำเนินชีวติ รายวิชา เศรษฐกิจพอเพียง รหสั วชิ า ทช 21001 เร่ือง การประกอบอาชีพออยา่ งพอเพียง ระดับช้ัน มธั ยมศกึ ษาตอนต้น จำนวน 6 ชวั่ โมง วันท่จี ดั การเรียนการสอน................................................. การพบกลมุ่ ครง้ั ท.ี่ ............................................... 1. ตัวชว้ี ัด 1. ทรพั ยากรทมี่ ีอยู่ของตนเอง ครอบครวั ชุมชน 2. กำหนดแนวทางและปฏบิ ัตติ นในการนำหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงไปประยุกตใ์ ช้ในการ ประกอบอาชีพ 2.เน้ือหา 1. หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกบั การจดั การทรัพยากรทีม่ อี ยู่ของตนเอง ครอบครัว ชุมชน 2. หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งกับการประกอบอาชพี ขั้นจัดกระบวนการเรียนรู้ ข้ันที่ 1 กำหนดสภาพปญั หาความตอ้ งการในการเรียนรู้ - ครใู หน้ ักศึกษาทำแบบทดสอบก่อนเรียน
ขน้ั ท่ี 2 การแสวงหาข้อมูลและจัดการเรยี นรู้ 1. ครูให้ผ้เู รยี นชมวดี ีทัศน์ หวั ขอ้ เรือ่ ง ข่าวนำ้ ท่วมในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2554 2. ประเด็นคำถามให้ผู้เรียน ด้วยคำว่า สาเหตุของการเกิดน้ำท่วมกรุงเทพ ปี พ.ศ. 2554 เพราะอะไร และมีผลกระทบอย่างไรบ้าง โดยให้ผู้เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นและตอบคำถาม ดงั กลา่ ว ครูกล่าวถึงบ้างช่วงบ้างตอนของวีดีทัศน์ “...สาเหตุสำคญั ของการเกิดภัยพิบัติน้ำท่วมในคร้ัง นี้ สืบเน่ืองมาจากฝนตกท่ีตกลงมาในปรมิ าณมาก แตไ่ ม่มีป่าไมซ้ ึมซับนำ้ เอาไว้ ทำให้ปริมาณน้ำที่อยู่ใน แหล่งน้ำธรรมชาติเพ่ิมปริมาณสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ผนวกกับเขื่อน ท่ีจำเป็นต้องระบายน้ำออกเพื่อ ป้องกันการเสียหายของระบบบริหารจัดการน้ำ...” (วีดีทัศน์ ข่าวน้ำท่วม ปี พศ.2554 : www.youtube.com) https://www.youtube.com/watch?v=qmw0xQOqJ50 ขัน้ ท่ี 3 ปฏิบัติและนำไปประยุกต์ใช้ - ผู้เรียนรว่ มกันชวนคิดชวนคุยในเรื่องสภาพปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทย ในด้านความพร้อมทั้งในด้านทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรบุคคลท่ีสามารถนำมาสร้างความอุดม สมบรูณ์ให้กับประเทศได้ รวมทั้งการบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้ ทรัพยากรท่ีมีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการของปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงและเป้าหมายสำคัญที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการทรัพยากรในท้องถิ่น ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้ - ให้ผู้เรียนหาทรัพยากรที่มีอยู่ของตนเอง ครอบครัว ชุมชน มาคนละ 5 อย่าง พร้อมทั้ง ตอบ คำถามในใบงานท่ี 1 ตามหัวขอ้ ทค่ี รกู ำหนดให้ 1.1อธิบายสว่ นประกอบของทรัพยากรนมี้ อี ะไรบา้ ง 1.2บอกข้ันตอนการผลิตทรพั ยากรน้ที ำอย่างไร ๑.๓ สาเหตุทีเ่ ลอื กทรัพยากรน้เี พราะอะไร ดงั ใบงานตามทแี่ นบ ดังนี้ คลิกเพื่อทำใบงาน !!
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263