ใบความรู้ เร่ือง บญั ชีกบั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 1. ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาท่ีพระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยูํหัว ทรงมีพระราชดํารัส ช้ีแนะแนวทาง การดําเนินชีวิตแกํพสกนิกรชาวไทย มาโดยตลอดนานกวํา 25 ปี และได๎ทรงเน๎นยํ้าแนวทาง พัฒนาที่ต้ังอยํูบนพื้นฐานของทางสายกลางและความไมํประมาท โดยคํานึงถึงความพอประมาณ ความมี เหตุผล และการสร๎างภูมิคุ๎มกันในตัว ตลอดจนใช๎ความรู๎และคุณธรรมเป็นพื้นฐานให๎รอดพ๎นจากวิกฤต และ สามารถดาํ รงอยไํู ด๎อยํางม่ันคง ยง่ั ยนื ภายใตก๎ ระแสโลกาภวิ ัฒน๑และการเปลีย่ นแปลงตาํ ง ๆ สํานักงานคณะกรรมการการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหํงชาติ ในฐานะหนํวยงานหลักในการ วางแผนของประเทศ ตระหนักถึงความสําคัญของแนวคิดดังกลําว จึงได๎เชิญผ๎ูทรงคุณวุฒิจากสาขาตําง ๆ มารํวมพิจารณากลัน่ กรอง พระราชดาํ รัสของพระบาทสมเด็จพระเจา๎ อยูํหัวฯ ท่ีเกี่ยวข๎องกับเศรษฐกิจ พอเพียง ในโอกาสตําง ๆ สรุปออกมาเป็น “นิยามความหมายปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และได๎อัญเชิญ มาเป็น ปรัชญานาํ ทางในการจัดทําแผนปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง เป็นปรัชญาช้ีถึงแนวทางการดํารงอยํูและปฏบิ ัติ ตนของประชาชน ทุกระดับต้ังแตํระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ท้ังในการพัฒนาและบริหาร ประเทศใหด๎ ําเนิน ไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพฒั นาเศรษฐกิจ เพื่อให๎ก๎าวทันโลกยุคโลกาภิวัฒน๑ ความ พอเพียงหมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมท้ังความจําเป็นท่ีจะต๎องมีระบบภูมิคุ๎มกันในตัวท่ีดี พอสมควรแกํการมี ผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปล่ียนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งน้ี จะต๎องอาศัย ความรอบร๎ู ความ รอบคอบ และความระมัดระวังอยํางย่ิง ในการนําวิชาการตําง ๆ มาใช๎ในการวางแผนและ การดําเนินการทุก ข้ันตอน ขณะเดียวกันก็จะต๎องเสริมสร๎างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ๎าหน๎าท่ี ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจทุกระดับ ให๎มีสํานึกในคุณธรรมความซื่อสัตย๑สุจริต และให๎มีความรอบร๎ูท่ี เหมาะสม ดาํ เนิน ชีวิตด๎วยความอดทน ความเพยี ร มีสติปัญญา และมีความรอบคอบ เพอ่ื ให๎สมดุลและพร๎อม รับความเปลี่ยน แปลงอยํางรวดเร็วและกว๎างขวางทั้งด๎านวัตถุ สังคม ส่ิงแวดล๎อม และวัฒนธรรมจากโลก ภายนอกไดเ๎ ปน็ อยาํ งดี (สํานักงานเสรมิ สร๎างเอกลักษณข๑ องชาติ, 2548 : 394) เศรษฐกิจพอเพียง มีจุดเริ่มต๎นจากพระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร๑ ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร๑ วันศุกร๑ที่ 19 กรกฎาคม 2517 ซึ่งเน๎น ความสําคัญในการพัฒนา ประเทศท่ีจําเป็น ต๎องทําตามลําดับขั้นตอน คือเริ่มท่ีความมีกินมีใช๎ของประชาชน กํอน เป็นพ้ืนฐานและมี ความสําคัญอยํางยิ่งยวด ดังพระบรมราโชวาทและพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จ พระเจ๎าอยํูหัวฯ ความวํา “ในการพัฒนาประเทศนั้นจําเป็นต๎องทําตามลําดับขั้น เร่ิมด๎วยการสร๎างพื้นฐาน คือ ความมีกิน มีใช๎ของ ประชาชนกํอน ด๎วยวธิ ีการที่ประหยัด ระมัดระวัง แตํถูกต๎องตามหลักวิชา เม่ือพื้นฐานเกิดความ มั่นคงพอควร แล๎ว จงึ คํอยเสรมิ สร๎างความเจริญขั้นท่ีสูงข้ึนตามลําดับตํอไป หากมุํงแตํจะทุํมเทสร๎างความเจริญ ยกเศรษฐกิจ ขึ้นให๎รวดเร็วแตํประการเดียว โดยมิได๎คํานึงถึง ความสมดุล และความสัมพันธ๑อันสอดคล๎องในองค๑ประกอบ ตําง ๆ อยํางเพยี งพอ อาจทําให๎เศรษฐกิจของ ประเทศล๎มเหลวได๎ จึงขอให๎บัณฑิตชํวยกันคิดอํานโดยถ่ีถ๎วนให๎ ทราบชัดถึงวิธีทางที่จะปฏิบัติงานพัฒนาประเทศ ในโอกาสนี้ ขอกลําวเสริมแกํทํานท้ังหลายวํา การชํวยเหลือ สนับสนนุ ประชาชนในการประกอบ อาชพี ใหม๎ ีความพอกินพอใชก๎ อํ นอน่ื เป็นพนื้ ฐานน้ัน
เป็นส่ิงสําคัญอยํางยิ่งยวด เพราะผ๎ูที่มีอาชีพและฐานะ เพียงพอท่ีจะพึ่งตนเองยํอมสามารถสร๎างความ เจริญก๎าวหน๎าระดับท่ีสูงขึ้นตํอไปได๎โดยแนํนอน สํวนการถือหลักท่ีจะสํงเสริมความเจริญ ให๎คํอยเป็นไป ตามลําดับ ด๎วยความรอบคอบระมัดระวัง และประหยัดนั้นก็เพ่ือปูองกันความผิดพลาดล๎มเหลว และเพื่อให๎ บรรลุผลสาํ เร็จได๎แนํนอนบริบูรณ๑ เพราะ หากไมํกระทําด๎วยความระมัดระวัง ยํอมจะหวังผลเต็มเม็ดเตม็ หนํวย ได๎โดยยาก....”จากหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่กลําวมาข๎างต๎น สามารถแสดงได๎ดังแผนภูมิที่ 1 ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง แผนภมู ทิ ่ี 1 ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ท่ีมา : http://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/000/074/845/original 2. บญั ชเี คร่ืองมือสูเ่ ศรษฐกิจพอเพยี ง การบัญชเี ปน็ การจดบันทกึ รายการตาํ ง ๆ ที่เกิดขึ้นไว๎เป็นหลักฐานอันเนื่องมาจากการประกอบ อาชพี ซึ่งเราสามารถกําหนดคําออกมาเป็นตัวเงินได๎การที่จะประกอบอาชีพได๎ดีเราจะต๎องรู๎วําได๎ใช๎จํายเงินไปเทําไร ใชไ๎ ปอยํางไร และรับเขา๎ มาเทาํ ใด การจดั ทําบัญชีจะชํวยใหเ๎ รามีข๎อมูลไว๎ตรวจสอบได๎ การบันทึกบัญชี ไมํเพียงแตํจะเป็นการจดรายละเอียดการใช๎จํายแตํอยํางเดียว แตํจะต๎องนํามา วิเคราะห๑วําเราไดใ๎ ช๎จํายอะไรไปบ๎าง มากน๎อยเพียงใด มีความจําเป็นหรือไมํ ส่ิงใดควรลดหรือไมํลด จึงจะ เกิด ประโยชน๑ หากมีการบันทึกบัญชีแล๎วไมํนํามาวิเคราะห๑ก็จะไมํเกิดประโยชน๑ใด ๆ เมื่อทราบวํามีรายจําย มาก แตไํ มํได๎คิดหาทางลดรายจําย ก็จะมีคําเทําเดิม เชํน ครอบครัวไพศาลมีอาชีพปลูกผักเพื่อจําหนําย มีบตุ รกําลัง เรียนหนังสือระดับชนั้ มัธยมศึกษาตอน ปลาย จํานวน 2 คน ครอบครัวไพศาลจะมีรายรับ รายจําย ในเดือน มีนาคม ดังนี้
1. รายรับท้งั หมด 13,000 บาท 2. รายจํายทัง้ สิน้ 11,800 บาท ประกอบด๎วย 2.1 คาํ เมล็ดพันธผ๑ุ กั 300 บาท 2.2 คาํ ปยุ๋ เคมี 1,000 บาท 2.3 คําโทรศัพทม๑ ือถอื 2,000 บาท 2.4 คาํ รักษาพยาบาล 1,000 บาท 2.5 คํายาปราบศัตรพู ืช 500 บาท 2.6 คาํ ใชจํ ํายในงานการกศุ ล งานสงั คมตําง ๆ เปน็ เงนิ 2,000 บาท ดังน้ันจะเห็นได๎วําครอบครัวของไพศาลจะเหลือเงินในเดือนมีนาคม จํานวน 200 บาท และเม่ือ พิจารณาวิเคราะห๑รายจํายประเภทตําง ๆ ที่เกิดข้ึนวํามีรายการใดท่ีจะสามารถลดได๎ เชํน ปุ๋ยเคมี สามารถ ลดลงไดโ๎ ดยใชป๎ ุ๋ยคอกทดแทน หรือใชส๎ ลับกับปุ๋ยเคมี คําโทรศัพท๑มือถือควรใชต๎ ิดตํอเทําท่ีจําเป็น หรืออาจ ใช๎ โทรศัพท๑บา๎ นแทน เน่ืองจากมีอัตราคําบริการท่ีถูกกวาํ คําอาหารสามารถลดการซื้อพืชผักจากตลาด โดย ปลูก พืชผักสวนครัวไวใ๎ ช๎บริโภคเอง และหากมีมากเกินความจําเป็นก็จะสามารถเก็บขายหรือแบํงปันเพื่อน บ๎านได๎ จะเห็นได๎วําการนําข๎อมูลท่ีได๎จากการบันทึกบัญชีมาวิเคราะห๑ เราสามารถท่ีจะลดรายจํายบาง ประเภทลงได๎ ซึ่งจะทําให๎มเี งนิ เหลอื ในการออมมากขึน้ ซึง่ แสดงไดต๎ ามแผนภมู ิท่ี 2 ภมู ิปัญญาทางบญั ชี สร๎างวิถสี ูํอนาคต แผนภูมิที่ 2 ภูมปิ ญั ญาทางบัญชีสร๎างวิถสี อูํ นาคต
จะเห็นได๎วําการบันทึกบัญชี เป็นข๎อมูลหน่ึงที่จะนํามาใช๎ในการวางแผนชีวิต วางแผนการประกอบ อาชีพ ตัดสินใจด๎วยเหตุด๎วยผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข๎องตลอดจนคํานึงถึงผลที่คิดวําจะ เกิดข้ึนโดยไมํ เบียดเบียนตนเอง ไมํเบียดเบยี นผู๎อื่น ซ่ึงสามารถจะดําเนินชีวิตที่สอดคล๎องกับปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง กลําวคือ มีความพอประมาณ ความมีเหตผุ ล และมีภูมิคุ๎มกันท่ีดีซึ่งสามารถแสดงได๎ดัง แผนภูมิท่ี 3 บญั ชีกับ ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
สรปุ สาระสาํ คญั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยูํหัวฯ ทรงมีพระราชดํารัส ช้ีแนะแนวทางการดําเนินชีวิตแกํพสกนิกรชาวไทย ให๎สามารถดํารงอยํูได๎อยํางม่ันคงและย่ังยืน ภายใต๎ ความ เปลี่ยนแปลงตาํ ง ๆ ดําเนินไปในทางสายกลางโดยเฉพาะทางด๎านเศรษฐกิจให๎มีความพอเพียง หมายถึง ความ พอประมาณ ความมีเหตุมีผล รวมถึงความจําเป็นที่จะต๎องมีระบบภูมิคุ๎มกันในตัวที่ดี พอสมควรตํอการมี ผลกระทบใดอนั เกิดจากการเปล่ียนแปลงทง้ั ภายนอกและภายใน การจดั ทาํ บัญชีคําใชจ๎ าํ ยของตนเอง ครอบครวั และจดั ทาํ บัญชอี าชีพ จะทําให๎มีข๎อมูลรายรับ รายจําย ตําง ๆ สามารถที่จะนําข๎อมูลท่ีได๎จากการบันทึกมาวิเคราะห๑ วางแผน ให๎มีความสมดุลระหวําง รายรับ รายจําย ไมเํ ปน็ หน้เี ปน็ สิน ไมใํ ชจ๎ ํายเกินตัว ถา๎ มเี หลือรจ๎ู ักออมและแบํงปัน
ใบงาน วชิ าบญั ชคี รวั เรอื นเพอื่ ความพอเพยี ง ทช23036 เร่ือง บญั ชีกบั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คาชแ้ี จง : จงตอบคาถามตอ่ ไปน้ี 1. จงอธบิ ายแนวคดิ ของหลักการเศรษฐกจิ พอเพยี ง …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 2. หลักคดิ ในการนาํ ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาใช๎ในการดําเนินชวี ิต มีอะไรบ๎าง …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 3. การจัดทาํ บญั ชีมคี วามสัมพนั ธ๑กบั เศรษฐกิจพอเพียงอยํางไร …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 4. จงบอกประโยชนข๑ องการบนั ทึกบัญชี ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 5. บัญชปี ระเภทใดที่ทุกคนควรจะทํา พร๎อมอธบิ ายเหตุผล ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
แบบประเมินใบงาน เรือ่ ง...................................................................................................... ชื่อ........................................................................ระดบั ชั้น....................กศน.ตำบล............................................. เกณฑก์ ารประเมนิ นักศึกษา มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ อธบิ าย เปรียบเทียบ ฯลฯ................................................................. ...................................................................................................... โดยมีคะแนนผา่ นเกณฑ์ รอ้ ยละ 60 ขึน้ ไป ลำดบั รายช่อื คะแนน รอ้ ยละ การประเมนิ ที่ (10) ผ่าน ไมผ่ า่ น 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ลงช่ือ...................................................ผปู้ ระเมิน ............../.................../................
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม เรอ่ื ง.................................................................................................. ชอ่ื ........................................................................ระดับชน้ั ....................กศน.ตำบล............................................. คำช้ีแจง : ใหผ้ ูส้ อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง ทีต่ รงกับระดบั คะแนน ลำดับ ความ การแสดง การรบั ความ การแกไ้ ข รวม ที่ ร่วมมือ ความ ฟงั ความ ตั้งใจ ปัญหา/ 15 กันทำ คิดเห็น คิดเหน็ ทำงาน หรอื คะแน การประเมิน กิจกรรม ปรบั ปรงุ น ผลงาน กลมุ่ 321321321321321 ผ่าน ไม่ ผ่าน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมนิ ............../.................../................ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครัง้ ให้ 2 คะแนน 15 – 11 ดี ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางครง้ั ให้ 1 คะแนน 10 – 6 พอใช้ ตา่ กวา่ 5 ปรบั ปรงุ
แบบประเมนิ ด้านจติ พิสัย เร่ือง...................................................................................................... ช่อื ........................................................................ระดับช้ัน....................กศน.ตำบล............................................. คำชีแ้ จง : ให้ผสู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน ให้ความ พฤตกิ รรม มีความสนใจ รว่ มมือใน ทำงานท่ี ขอคำปรึกษา ในการเรียนรู้ กิจกรรม ไดร้ บั เมอื่ ไมเ่ ข้าใจ ลำ จกั ใช้เวลา ต่างๆ มอบหมายให้ ไม่ทอ้ แท้ต่อ รวม การประเมนิ ดั วา่ งใหเ้ ปน็ พยายามใน สมบูรณ์ตาม 12 บ ประโยชน์ การทำงานที่ กำหนดและ อุปสรรค คะแนน ที่ ไดร้ ับ ตรงเวลา เพอื่ ให้งาน รายชื่อ มอบหมาย สำเร็จ 321321321321 ผา่ น ไมผ่ า่ น 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง ให้ 2 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแ 12 – 9 ดี 8 – 5 พอใช้ ตา่ กวา่ 4 ปรบั ปรงุ
แบบประเมนิ ความพึงพอใจของ ชดุ การเรยี นการสอนในรูปแบบออนไลน์ (CH media learning) ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น สถานภาพทว่ั ไป เพศ………………………………………………………..อายุ………………………………ระดับชน้ั …………………………………..…… กศน.ตำบล….……………………………………………………………………………………………………………………………………… คำชแ้ี จง: ให้ทำเคร่ืองหมาย ลงในชอ่ งท่ตี รงกบั ระดับความพึงพอใจดังน้ี 5 = มากทสี่ ุด 4 = มาก 3 = ปานกลาง 2 = น้อย 1 = น้อยทส่ี ดุ ประเดน็ ความคดิ เหน็ 12345 1.ครมู ีการเตรยี มการสอน (พิจารณาจากส่อื อุปกรณต์ า่ ง ๆ มี ความพร้อม) 2.ผู้เรียนทราบจุดประสงค์การเรยี นรู้ชดั เจน 3.กจิ กรรมการเรียนสอดคล้องกับจุดประสงคก์ ารเรยี น 4.ครูสง่ เสรมิ ให้ผเู้ รียนมคี วามคดิ รเิ ร่มิ และรจู้ ักวิพากษ์วจิ ารณ์ 5.ครูใชว้ ิธกี ารสอนท่ีหลากหลาย มสี อื่ การเรยี นทหี่ ลากหลาย ทนั สมัย 6.ครูส่งเสรมิ ใหผ้ เู้ รียนค้นคว้าหาความรจู้ ากแหลง่ อ่ืน ๆ 7.นกั เรยี นมีสว่ นรว่ มในการประเมนิ ผลการเรยี น 8.นักเรียนเรยี นอยา่ งมีความสุข
บันทกึ ผลหลงั การสอน ผลการสอน ดา้ นความรู้ ................................................................................................................................................................ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ด้านทักษะ ................................................................................................................................................................ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ด้านจิตพสิ ัย ................................................................................................................................................................ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปัญหา/อปุ สรรค ................................................................................................................................................................ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการแกไ้ ข ................................................................................................................................................................ ................................................................................................ ......................................................................... .............................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................... ......................................... .............................................................................................................................................................................. .....
ความคดิ เหน็ หลังการใชแ้ ผน ความคิดเห็นของหัวหนา้ กลุ่มงานฝา่ ยทะเบียน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชอ่ื …………………………….…………….…… (นางสาวชรนิ ทร์ทพิ ย์ โชตสิ ี) ครผู ้ชู ว่ ย ความคดิ เห็นของผบู้ ริหารสถานศกึ ษา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชอ่ื …………………………….…………….………….… (นางศิรพิ ร สดุ เล็ก) ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอเก้าเลีย้ ว รักษาการในตำแหนง่ ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอชมุ แสง
ท่ีปรกึ ษา ผอู้ ำนวยการ กศน.อำเภอเก้าเล้ียว 1. นางศริ พิ ร สุดเล็ก รักษาการในตำแหนง่ ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอชมุ แสง กศน.จงั หวดั นครสวรรค์ 2. นางสาวชรนิ ทรท์ พิ ย์ โชตสิ ี ครผู ู้ชว่ ย ผู้จัดทำ บคุ ลากร กศน.อำเภอชมุ แสง รวบรวม/เรยี บเรียง ครู กศน.ตำบลทบั กฤช กศน.อำเภอชุมแสง จังหวดั นครสวรรค์ 1. นางสาวศุภมาศ ขนั มณี
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263