สุขใจที่ได้อา่ น สารธรรมเพือ่ ชวี ิตที่ดีงามร่มเย็น ทกุ คนจงึ ตอ้ งมีศลี หรอื รกั ษาศีลใหด้ ี อยา่ ให้ขาดตกบกพรอ่ งหรอืดา่ งพร้อย โดยเฉพาะศลี ๕ อันเป็นพ้ืนฐานของความเปน็ มนษุ ย์คือ ไม่ฆา่ สตั ว,์ไมส่ ักทรพั ย,์ ไมป่ ระพฤติผดิ ในกาม, ไมก่ ล่าวคำเท็จ และไม1ดม่ื สรุ าหรือเสพสิ่งเสพติดใหโทษ จงึ ขอเชญิ ชวนทุกท่านไดโ่ ปรดรกั ษาศีล ถอื ศีล หรือมีศลี กนั ทุกถว้ นหนา้ สังคมจะได่ไม,เดือดร้อน ประการสุดทา้ ยคือ “ภาวนา - การ'ฝกึ ฝนอบรมจิตใจตนเอง”หรอื “การพัฒนาจติ ” น้นั เป็นส่ิงสำคัญประการหน่งึ ในชวี ติ ของมนุษย์ เพราะภาวนา เป็นอาหารใจทท่ี กุ คนจะต้องรับประทานเชน่ เดยี วกบั อาหารกายคือ ขา้ วปลาอาหารหวานคาวชนิดต่าง ๆ การฝึกอบรมปฏิบัตธิ รรมกำหนดสติใหเ้ ปน็ “สติปจั จยตา คือความเป็นผู้มีสติเปน็ ปัจจัย” เป็นการพฒั นาขดี ความสามารถของมนษุ ยไ์ นตา้ นจติ ใจไต้ดที ี่สุด โดยเฉพาะอยา่ งย่งิการเจริญจิตภาวนาด้วยการกำหนดลมหายใจ เขา้ - ออก มีสตกิ ำหนดรู้ขณะปัจจบุ นั อยู่ตลอดเวลาในขณะปฏิบัติธรรม หายใจเข้ากร็ ู้ หายใจออกกร็ ู้ รู้ทกุ ครง้ั ทีห่ ายใจเข้า - ออก ปฏบิ ตั ไิ ตเ้ ชน่ น้ี ทำใหเ้ กิดสมาธิ - จติ ตั้งมนั่และปญั ญา - ความรอบรู้ หรอื แสงสวา่ งภายใน เปน็ ความรูแ้ จง้ ในสจั ธรรมจึงขอเชิญชวนทุกท่านไดโื ปรดเจรญิ จติ ภาวนานง่ั สมาธปิ ฏบิ ัติธรรมเป็นประจำทุกวนั ให้สมดงั คำกล่าวทวี่ ่า “ปฏบิ ัติธรรมวนั ละนดิ จติ แจม่ ใส” เม่ือเราปฏบิ ตั ิไต้เช่นนี้ เรากจ็ ะเป็นคนมบี ุญตดิ ตวั มีความดปี ระจำชวี ิต ชวี ิตของเราจะมั่นคง และเจริญรุง่ เรอื งสืบไปนานเท่านาน อันจะเปน็ ผลดียิง่ ท้งั แตต่ วั เราครอบครวั และสงั คมสว่ นรวมเป็นอเนกประการ
สขุ ใจท่ีไดอ้ า่ นสารธรรมเพอื่ ชีวติ ท่ดี ปี า่ มโดย....คณะอนุศาสนาจารย์ทหารบก “ ประโยชนส์ งกรานต”์ ประเพณแี ละวัฒนธรรมของแต่ละชาตแิ ตล่ ะภาษาเทา่ ท่ีเคยเห็นเคยพบมา ล้วนแต่มอี ิทธพิ ลอยูเ่ หนอื จติ ใจของคน เพราะต่างคนตา่ งยดึ ถือวา่ นัน่ เป็นประเพณ-ี เป็นวฒั นธรรมของเรา หากเราไม่ประพฤตปิ ฏิบตั ติ ามแล้ว เทา่ กบั เราขาดอะไรไปอย่างหน่งึ ไมส่ บายใจ ตะฃิดตะขวงใจ และรู้สกึ ละอายแกใจต่อบุคคลอ่ืน ๆ ท่ีเขาพากนั ประพฤติปฏิบตั ิตามวฒั นธรรมประเพณีอย่างเรียบรอ้ ยและราบรน่ื แถมท่าด้วยความเตม็ อกเต็มใจ ยิม้ แยม้แจ่มใล ดว้ ยสามญั สำนกึ ของความเป็นไทย โดยเฉพาะชาวไทยพทุ ธได้ทำบญุ ตกั บาตรแดพ่ ระสงฆส์ ามเณร ทำบญุ อุทิศกรวดน้ําไปให้แก่บรรดาญาตมิ ติ รผู้ลว่ งลับไปแล้วในปรโลก ในบรรดาผ้ทู ลี่ ่วงลบั ไปแลว้ ถา้ ท่านเหลา่ น้ันไปเกิดในสคุ ติภพความเปน็ อยู่ของท่านกค็ งสขุ กาย-สบายใจ มีทอ่ี ยู่ทกี่ นิ พร่งั พรอ้ ม จงึ ไม่นา่เป็นหว่ ง เพราะคำว่า สุคติ กแ็ ปลว่า คตทิ ดี่ อี ยูแ่ ล้ว คือไปดไี ม่มีทุกข์ ตดิ ตามอยู่อย่างสขุ เกษมเปรมปรดี ี้ ท่านเหลา่ น้ี แมัเราจะไม่ทำบญุ อทุ ศิ ไปให้ ทา่ นกเ็ ป็นอยู่ได้และอยดู่ ีด้วย ถา้ บังเอญิ ว่า ญาตมิ ิตรของเรา หลงั จากล้มหายตายจากมนุษย์โลกแล้ว ไปเกิดในทุคตภิ พ เชน่ อบายภมู ิ เปน็ ด้น ภพเหลา่ นเี้ ป็นภพท่มี ีความเป็นอยู่ท่แี รน้ แคน้ อ ด อ ยาก ทุกข์ยาก เตม็ ไปด้วยโทษทัณ ฑ ์ตา่ งๆ ไมว่ า่ งเว้นไม่มคี วามทรมานใดๆ เท่ากบั ทุกข์ทรมานในทคุ ติ เพราะคำวา่ ทุคติ ก็แปลว่าไปไมด่ ี คอื ไปลำบาก อยู่ลำบาก ทกี่ ินทีอ่ ยูไ่ มม่ คี วามสะดวกสบายเลยทุกอย่างมีแต่ทกุ ข์ๆ ตลอด ขอให้ดูตวั อยา่ งเร่อื งขนุ ชา้ งขนุ แผน ท่กี ลา่ วถึงความทุกข์ยากตอนตดิ คกุ ว่า ขุนแผนวา่ กูอยไู่ ม่ได้ ในคกุ ใหญม่ ันยากแคน้ แสนเข็ญ เหมือนอยู่ในนรกตกทั้งเปน็ ไมว่ า่ งเว้นโทษทณั ฑล์ ักวนั เอย
สุหใจทไี่ ด้อา่ น สารธรรมเพอี่ ชีวิตท่ีดปี ็าม น่ขี นาดโทษในเมืองมนุษยห์ นกั ขนาดน้ีแล้ว โทษ'ทัณฟ้.น'นรก'จรงิ ๆจะหนักขนาดไหน ตามทีข่ ุนแผนเปรียบเทียบว่า อยูใ่ นคุกเหมอื นตกนรกทงั้ เป็น ไม่มีความสุขสบายเลย ดงั นนั้ การทำบญุ สนุ ทานต่างๆ ทเี่ รากรวดน้าํ อทุ ิศไปให้ท่านเหล่านัน้ เพื่อขจัดทกุ ขบ์ ำรุงสขุ แก่ท่านเหล่านน้ั โบราณทา่ นเคยกล่าวไว้ว่าในเทศกาลสำคญั เช่นน้ีทางยมบาลท่านปลอดปล่อยสตั วน์ รกหรือวิญญาณนรกได้กลบั มารับสว่ นบุญสว่ นกุศล ทบี่ รรดาวงศาคณาญาติในโลกท่าบญุอทุ ิศไปให้ เม่อื ได้รบั แล้วกอ็ นุโมทนาสว่ นบญุ นน้ั ๆ ทา่ ให้ทา่ นเหล่าน้ันได้บรโิ ภคอาหารทพิ ย์ หายหิวโหยจากความอดอยาก ร่างกายสมบรู ณ์ มีเครอ่ื งแตง่ กายลวมใส่ ไดร้ ับความสุขสบายข้ึน ท่านทง้ั หลายลองคิดดู บรรดาวิญญาณเหล่านั้นจะมโื อกาสไดร้ ับความสุขสบายมากนอ้ ยขนาดไหน ข้ึนอยู่กบั ญาติมิตรในโลกมนษุ ยท์ า่ บญุอุทศิ ให้ หากญาติมิตรไม,ท่าบุญอทุ ศิ ไปให้ วญิ ญาณเหลา่ นัน้ หมดโอกาสที่จะไดร้ บั ความสุขสบาย ไม,มอี าหารทพิ ยบ์ รโิ ภค ไมม่ เื ครอ่ื งนงุ่ หม่ สวมใส่เพราะอะไร? เพราะในอบายภูมนิ ั้น ไมม่ ือาชพี การทา่ ไร่ ไถนา คา้ ขายเกษตรกรรม และการเลี้ยงสัตว์ เปน็ ดน้ คอยอาศยั ใบบญุ และรอรับบญุ กุศลท่ีญาตมิ ติ รในโลกมนษุ ย์อทุ ิศไปใหเ้ ทา่ นนั้ ดังนัน้ พอถงึ วันสำคญั ในเทศกาลเช่นน้ี วญิ ญาณเหล่านน้ั ก็ตง้ั หนา้ รอรบั ส่วนบญุ จากบรรดาญาติมติ รดว้ ยใจจดใจจอ่ ถ้าญาติมติ รไม่ท่าบุญอทุ ศิ ไปให้ ก็จะร้สู ึกผดิ หวังเศรา้ สรอ้ ยเดนิ คอตกกลบั ไปดว้ ยความหิวโหยตามเดมิ หลังจากการทำบญุ สุนทานตามประเพณีแล้ว เรายังมกี ารสรงนาํ้พระพทุ ธ พระสงฆ์ สามเณร นยั วา่ เพอ่ื ถวายความร่มเยน็ แดพ่ ระสงฆ์องค์สามเณรใหค้ ลายรอ้ น และเทศกาลสงกรานต์ปีนีร้ อ้ นจริงๆ อานิสงส์การถวายนำสรงแดพ่ ระ ท่านวา่ จะทา่ ใหช้ วี ติ ความเป็นอยขู่ องเรา มีความรม่ เย็นเป็นสุขตลอดไป
สุขใจท่ไี ดอ้ า่ นสารธรรมเพีอ่ ชีวิตท่ีดีงาม ลักษณะคนไทยเรา ทำอะไรไมเ่ คยทง้ิ พระและห่างพระ จะเรยี กว่าคนไทยมีพระอยใู่ นหวั ใจกไ็ ม่ผดิ จะสังเกตไดว้ า่ สถานท่ีใดอยหู่ า่ งวัดวาอารามจะเกิดความว้าเหว่ ไม่อบอ่นุ ใจ ขาดท่พี งึ่ ทางจิตใจ โดยเฉพาะคนไทยทีไ่ ปอยู่ในตา่ งแดน ถงึ กบั บ่นว่า อยู่หา่ งไกลพระ ไม่มีโอกาสทำบุญสุนทรทาน เมื่อมีพระไทยไปเยี่ยมจะเกิดความดีอกดีใจ เหมอื นพชื ไดน้ ํ้าฝน เมอ่ื ไดท้ ำบุญแล้วชน่ื อก ช่ืนใจเหมือนคนกระหายนํ้ายามเหนอ่ื ยยามแลง้ ไดด้ ื่มนาํ้ เย็นๆลกั แกว้ รู้สกึ ชนื่ ฉ่ําใจ ด้งสวรรคโปรด หลังจากนนั้ ก'็ จะมีการรดน้ัา ดำหัวญาตมิ ติ รผ้ใู หญท่ ่ตี นเคารพน บั ถ ือ ป ู-ย ่าต า -ย าย พ ่อ -แ ม ่ แม้แต่ครู อาจารยผ์ ูเ้ คยประสทิ ธีป้ ระลาทความรู้ใหั เสรจ็ แล้วให้ของขวัญ ข้าวของ เงนิ ทอง และเคร่อื งน่งุ ห่ม ตามสติกำลังและฐานะ เสยี งปจู ะ๊ ย่าจ๋า ตาครบั และคำอวยพรทลี่ ูกหลานให้วา่ ขอให้คณุ ปู - คุณย่า -คุณตา - คุณยาย หรือพอ่ แม่ จงปราศจากโรคภัยมรี า่ งกายแข็งแรง อยู่เป็นร่มโพธทองของลูกหลานนานแสนนาน เพอื่ เป็นขวัญและกำลังใจ ดแู ลว้ ในขณะน้ัน คนแก่-คนเฒ่าอยทู่ า่ มกลางแวดลอ้ มด้วยบรรดาลกู ๆหลานๆ (และเสยี งจ๊อกแจ๊กจอแจ)เหมอื นกบั ดาวลอ้ มเดอื นทำใหค้ ณุ ปู คุณยา่ คุณตา คณุ ยาย ทง้ิ หลายแหล่ เกิดความปตี ิ เอิบอ่ิมใจชื่นใจต่อการกระทำของลกู หลาย จนบางท่านน้ําตาคลอเบ้าดว้ ยความตื้นด้นใจ เหมอื นได้โอสถทพิ ยม์ าชโลมหวั ใจให้ชน่ื ฉา และยาอายุวัฒนะขนานเอก คลายเหงา วา้ เหว่ ชื่นฉํ่า เหมือนปลาได้นา้ํ พืชไดฝ้ น น่ีแหละที่พระท่านว่า อายุ วรรณ สขุ พละ อยา่ งแท้จรงิ เพราะคนแก่ เฒา่ อายยุ ืนผิวพรรณดีข้ึน สขุ กายสบายใจ กำลังใจเพ ิม่ พ นู เพ ราะลูกห ลาน ชว่ ยเยียวยารกั ษาให้ จากข้อความทีก่ ลา่ วมาข้างต้น เปน็ จุดสำคญั ในการบุญสงกรานต์อันเปน็ เทศกาลขึ้นปีใหมข่ องไทย ไดป้ ระโยชนห์ ลายประการ คือ ๑ . เพื่อทำบุญอุทิศใหเ้ ปตซนผ ู้ลว่ งลับไปแล้ว ๒. เปน็ การบำรงพระสงฆ์สามเณร ผ้ดำรงศาสนาเท่ากับเป็นการ
สขุ ใจทไี่ ด้อา่ น สารธรรมเพอื่ ชีวิตที่ดป้ ๋ามเพมิ่ กำลงั แกพ่ ระสงฆ์สามเณร ๓. เปน็ การตอบแทนบพุ การี คอื ปู ยา่ ตา ยาย พอ่ แม่ และญาตมิ ติ รท,ี เคารพนบั ถือ ^. เปน็ การรวมญาติมติ ร อยา่ งพรอ้ มหน้าพรอ้ มตาอันเป็นความสามัคคแี ละความอบอุน่ ในหมู่วงศาคณาญาติ ซึง่ ไมม่ ที ไ่ื หนในโลกจะดีเท่าเรา ๕. เป็นการรกั ษาวฒั นธรรมประเพณขี องชาตใิ ห้ดำรงคงอยู่ และเท่ากับเปน็ การสาธติ -ประซาลมั พนั ธ๊!หเ้ ยาวชนของชาตไิ ด้รู้ ไดเ้ ห็น ความดงี ามของประเพณีวฒั นธรรมของชาตดิ ว้ ยความภาคภูมิใจ ๖. เปน็ การร่ืนเรงิ บันเทงิ ใจ ทำใหห้ ายเหนื่อยและคลายเครยี ดจากการท่ตี ้องเหน็ดเหน่อื ยกับหนา้ ท่กี ารงานมาตลอดปี ตามท่กี ลา่ วมาเบื้องด้น เป็นเรือ่ งราวเกี่ยวกับสงกรานต!นบางส่วนและทพ่ี อมองเห็นไดง้ า่ ย ๆ เพราะมคี วามเปน็ ไปอย่แู ล้ว และประเพณีสงกรานต์นับว่า มีอทิ ธพิ ลต่อจิตใจหรอื เหนอื จติ ใจของชนในชาตอิ ย่างแทจ้ ริง มีอะไรเปน็ เหตทุ ว่ี ่าอยา่ งนัน้ เหตุทีใ่ ห้กล่าวอยา่ งนนั้ เหน็ ได้ชัดเจนจากการเตรยี มการตา่ งๆ ตงั้ แตส่ ว่ นราชการ องค์กรเอกชน บรษิ ัท หา้ งรา้ นตา่ งๆ อนญุ าตใหม้ ีวนั หยุด ให้ความรว่ มมอื เตรยี มการรบั มอื เนื่องในวันสงกรานต์ ทง้ั การจดั ประเพณีสงกรานต์ มใิ ชท่ ำแตเ่ ฉพาะจุดใดจุดหนึ่งของประเทศ แต่เป็นการทำพรอ้ มกันทว่ั ประเทศ แมแ้ ตใ่ นพระบรมมหาราชวังกม็ พี ธิ ,ีทำบญุ สงกรานต์ ประเพณีสงกรานต์ถือไดว้ า่ เปน็ ยอดแหง่ วัฒนธรรม เพราะเปน็ การแสดงออกจากจิตใจ ดว้ ยความกระตอื รีอร้นกอ่ นถึงวันลงกรานต์และแสดงถงึ ความ รา่ เริงเบ ิกบ าน ยมิ้ แย้มแจ่มใส เมือ่ วนั สงกรานต์มๆถงึ จะว่าแต่คนเลยทเ่ี บิกบานแจ่มใส แม้แต่ผีทัง้ หลายแหลก่ พ็ ลอยสุขสดชน่ื อ่ิมหนำสำราญจากการทำบญุ ของญาติมิตรในวนั ลงกรานต์ เรยี กว่า คนกไ็ ด้ ผกี ็1ได้พระเณรเถรซี ลว้ นแต่ดีไปหมด นี่แหละประโยชนข์ องประเพณีล่ะ ดงั นนั้คำวา่ ผ๐ ผ/๓ ๐ ผ ผ๐ ๐บแ!บกก อก ผ๐ ๐บแ-โบกก ผ๐ ผ/๓ ๐ ผ จงึ ยังคงมีความหมายตลอดกาล
สุขใจทไ่ี ค้อ่านสารธรรมเพือ่ ชีวิตทด่ี งี ามโดย....คณะอนุศาสนาจารย์ทหารบก “ ความเบา” เชอ่ื วา่ ทุกทา่ นคงเคยเหน็ คนเมา แต่ก็น้อยคนอยูท่ ่จี ะไปแยกแยะดูวา่ เมามีกช่ี ้นั ก่ีประเภท คงทราบกันเป็นส่วนมาก กเ็ รื่องเมาสุรา แลว้ เดินโซเซ พดู จาเอะอะ อย่างทเ่ี ราเคยเหน็ นนั่ แหละ แต่ทางพระทา่ นจดั ความเมาของคนไว้ ๓ ชั้น คือ มโท ปมาโท และ อุมมาโท มโท แปลวา่ เมา ตรงตัว ปมาโท กศ็ พั ทเ์ ดยี วกันกบั มใท แตเ่ อาป ไปนํา้ หนา้ เขา้ ป แปลว่า ท่วั เพราะฉะน้นั คำว่า ปมาโท แปลวา่ เมาทว่ัหรือเมาทว่ั ไป เมาชนั้ ๓ คอื อมุ มาโท กศ็ ัพท์อย่างเดยี วกัน คือ มโท น่ันเองแต่มี อุ นำหน้า อุ ตัวน้ี แปลว่า ขนึ้ กไ็ ด้ แปลวา่ สูง ก็ได้ เพราะฉะนัน้ คำว่าอมุ มาโท นี้ ขอแปลวา่ เมาสูง หรอื เมาสดุ ขดี ไว้ก่อนหาคำแปลเหมาะ ๆ ยังไมไ่ ด้ ตกลงเมา มอี ยู่ ๓ ชัน้ คือ มโท เมา ปมาโท เมาท่ัว และอุมมาโท เมาสงู อาการทเี่ รยี กว่า เมา เป็นอยา่ งไร ใครเคยเมาอะไรนา้ ง? นกึ ถึงเร่อื งเมาท่วั ๆไปเสียกอ่ น คนเราเมาได้หลายอยา่ ง เช่น เมาเหลา้ คือกินเหล้าเข้าไปมากจนประสาทเลือดลมวิปรติ ไปเนอ้ี ตวั โงนเงนเรยี กวา่ เมาเหลา้ เมารถ เมาเรือ เช่น บางคนโดยสารรถ หรอื เรอื พอรถออกก็เมาอาเจียน เมาคลื่นก็ร้ายเหมอื นกัน เวลาโดยสารเรือไปในทะเล พอเรอื โดนคลนื่ ก็เมาอาเจียนออกหมด ในไสในพุงไม่มีเหลือ รบั ประทานอะไรก็ไมไ่ ด้ เรียกวา่หมดสนุกเอาทเี ดียว ไม่เมาดีกวา่ เมาตามที่วา่ มาน้ี เรียกว่า เมานอก ความเมาตง้ั ขนึ้ ทป่ี ระสาทสว่ นร่างกาย คือประสาทถูกกระทบใหม้ ึน แล้วเลยเมาเรียกว่ามนึ เมา “เมานอก” อยา่ งนี้ ยงั ไมต่ รงกบั เมาท่ีต้องการพดู ถงึ ในที่น้ีเมา ในทนี่ ีค้ อื “เมาใน” เมาใจ สนุ ทรภู่กลา่ วไว้วา่ ไม่เมาเหลา้ แล้วเรา ยงั เมารัก สดุ จะหกั ห้ามจิต คดิ ไฉน อันเมาเหลา้ เขา้ สาย กห็ ายไป แตเ่ มาใจนี้ ประจำ ทุกคาํ่ คืน
สขุ ใจทีไ่ ด้อา่ น สารธรรมเพอ่ื ชีวติ ท่ดี ีงาม ท่านเห็นหรือยงั ว่า เมาใจนี้ ประจำทกุ คาคนื เมาใจน่แี หละ เป็นลกั ษณะเมาของอปุ กเิ ลส เวลาใจมนั เมาแลว้ มันเกดิ ความงนุ งง งงงวย ซมึเซอะ ทรงตัวไมอ่ ยู่ คลา้ ย ๆ เมาคลนื่ เหมอื นกนั ใจมันไปเทย่ี วกินอะไรเขา้ ถงึ ได้เมา? กแ็ ลว้ แตข่ องท่จี ะทำให!จเมามากกวา่ ของท่ีทำให้กายเมาหลายเท่านกั พวกเดก็ ๆ บางคนเมาเท่ยี วบางคนเมาเลน่ บางคนเมาหนงั สืออ่านเล่น เมาการต์ ูนพวกหนุ่มๆ สาว ๆบางคนก็เมาเพอ่ื น เมาคู่รกั เมานา้ํ ตก เมาบางปู เมาบางแสน เมาหนงั เมากนิ พวกคนโต บางคนเมาหมากรุก เมาสโมสร เมาบลิ เลียด เมาไพ่ เมามา้เมาบา้ นใหม่ เมายศ เมาอำนาจ เมาช่ือเลียง คิดดเู องก็แลว้ กัน มีสารพัดเมาเมาอยา่ งน้แี หละ ท่ีเรยื กวา่ เมาใจ ลักษณะกเ็ หมอื นๆ กัน คือ เมานอก หรือเมากาย เมากายมันทำใหเ้ ดนิ โซเซ เดินไมต่ รงทาง บางทกี ็แวะผดิ ทางเอาทีเดียว ลงได้ร่างกายมันเมาแล้ว นั่งกไ็ มต่ รงท่จี ะน่ัง ยนื ก็ไมต่ รงที่ยืน ตอ้ งมเี ยอ้ื นไปนิดๆ บางทกี ผ็ ดิ ทห่ี มายมากเกนิ ไป ถงึ กับต้องทำปฐมพยาบาลเดินกไ็ ม่ตรงทหี่ มายจะเดนิ จะพูดก็ไม่ตรงทห่ี มายจะพดู ลงได้เมาแล้ว เรยี กว่าทำอะไรตรงท่หี มายยากเต็มที พวกเมาใจก็เหมือนกัน ลง'โดไ็ จเมาแล้วกแ็ ย่ที่หมายยกั เยอื้ งไปหมด เด็กๆ ทเี่ มาการเล่น ควรท่จี ะตรงไปโรงเรียน ซงึ่เป็นทีห่ มายของเด็ก แต่ลงไดเ้ มาเล่นแลว้ กม็ ักจะไปสาย บางทกี ็'โป'โม่ถงึโรงเรยี นเลยมันเซถลาไปเลียทอี่ นื่ เด็กทีเ่ มาหนงั ลืออ่านเล่นก็เหมอื นกนับางทนี ง่ั อยไู นห้องเรียน อุตส่าหซ์ กุ หนังสอื อา่ นเลน่ เข้าไปแอบดู หมุ้ ปกเลียใหม่บ้าง เลียบไวใ่ นหนังสอื อน่ื บา้ ง บางทีกซ็ กุ ไว้ไนลิน้ ชัก'โต๊ะ ทำเปน็ นัง่ก้มหนาั ดูตำราพลางครเู ลียบ้าง ตามแตใ่ ครจะเมา จดุ หมายจรงิ ๆ อยู่ทีเ่ รยี นแต่ถ้าใจมันเมาเลยี แลว้ กเ็ ชถลาออกนอกท่ีหมายเหมอื นกนั นเ่ี ด็กเมาใจผูใ้ หญ ่เมาใจยิ่งเซไปไกล คนที่เมาหมากรกุ จะเดินไปทำงาน บ างทีเซไปอยู่ศาลาวัดเสยี ต้งั คร่งึ วัน คนทีเ่ มาบิลเลยี ด เย็นจะเดนิ กลบั บา้ นกเ็ ดินเซเข้าโรงบิลเลียดเลียจนสท่ี ่มุ หา้ ท่มุ จงึ ไดเ้ ห็นหนาั ลกู เมยี เมาไพ่กเ็ หมอื นกัน ถึงเวลาควรจะเขา้ ครัว เตรียมตวั ปรนนบิ ตั ิลกู ปรนนิบัตสิ ามี ตามหน้าท่ี ก็เซไปฟบุส้ินสตอิ ยใู่ นวงไพ่เสยี ตงั้ ครึง่ คอ่ นวัน เมายศ เมาอำนาจ ก็เหมือนกัน คิดดูเอาเองเถอะ ถา้ คดิ เลียบา้ งจะไดค้ วามแจม่ ชดั ๙๗
สุขใจทไ่ี ดอ้ ่านสารธรรมเพื่อชีวิตทด่ี ีงาม รวมความว่า ความเมา มนั ทำให้เสยี อยอู่ ย่างหนึ่ง ท่ีสำคัญ คอืมันทำให้เซออกจากทห่ี มาย ไม่ตรงทห่ี มาย ปีนผาหนา้ ไม้ ถา้ ยงิ ไดแ้ มน่ คอืกระสุนหรือลกู ธนพู งุ่ ไปถูกตรงที่หมายจงึ เรยี กว่าปนี ดี ถา้ เลง็ เท่าไรๆ แฉลบออกนอกเป้าทุกที เปน็ 'ไซไมได้ เอาไปใชร้ บทัพจับศึกก็คงแพ้เขาปน่ ปหี มด รถเรือกเ็ หมอื นกัน หางเสือพวงมาลัยต้องอยู่ท่ี หักช้ายต้องไปชา้ ย หักขวาตอ้ งไปขวา ตรงตามที่เราหมาย จงึ จะเปน็ รถดีเรอื ดี ถ้าเซถลาออกนอกทห่ี มายเสียเร่อื ยก็แย่ ตง้ั ทหี่ มายไวท้ บี่ างปู ผลท่ลี ุดกต็ ้องเซไปนอนอยู่โรงพยาบาลอะไรอยา่ งนี้ ใช้!ม,ได้ ศาสตราอาวุธ และเครอื่ งใชไมส้ อย ทุกอย่างมนั ต้องไชไตต้ รงทีห่ มาย ตรงเปา้ ตรงจดุ จงึ จะดี คนเราก็เหมอื นกนั การบริหารชีวติ ของเรา และการบรหิ ารงานของสว่ นรวม มันกม็ ืจุดหมาย มเี ปา้ เล็ง เหมอื นกนั ตื่นเช้าล้างหน้า อาบนา้ํแตง่ ตวั ไปโรงเรียนไปทำงาน เรียนหนังสอื ทำงาน กลบั บา้ น พดู จาสนทนากบั ลกู เมียดีๆ ถ้าเปน็ เดก็ ก็อ่านหนงั สอื ทำการบ้าน อย่างนีเ้ ปน็ ต้น เรียกว่าเปา้ หมาย หรือจดุ หมาย ในวันหน่3ึ ๆ เราตอ้ งควบคุมตัว หรอื ขับข่ตี วั ของเราให้ตรงกับจุดหมาย อย่างน้จี ึงจะดี งานกด็ ี คนกด็ ี บ้านเมืองก็ดี ทุกคนทร่ี ูจ้ ักควบ คมุ ตัวให ต้ รงจดุ ห มายตรงเป ้าเล็ง จดั เป็นคนดี เหมอื นปีนดีหน้าไม้ดี ท่วี ่ามาแล้ว ท่านผู้พิงลองพิจารณาดวู า่ เปา้ หมายของท่านเองคอื อะไรท่านจะเล็งเปา้ ไหน แล้วต่อจากเปา้ นนั้ แลว้ ทา่ นจะเลง็ เปา้ ไหนต่อไปอกีเปา้ หมายชีวติ ของเรามนั มตื อ่ เนอ่ื งกนั เป็นทอด ๆ อย่างนี้ ทนี ี้ ความเมา ทีว่ ่านี้ มนั เปน็ เคร่อื งทำให้คนเซถลาออกนอกเป้าเรากะวา่ จะเล็งทเี่ ป้าน้นั แตพ่ อเกิดความเมาขึน้ มนั ทำให้เราเซถลาไปเสียอกี ทางหน่ึง ถา้ จะเปรยี บความเมา ก็เหน็ จะต้องเปรียบกบั ขี๋โคลน คนท่บี า้ นอยูใ่ นตรอกลึกๆ หรอื คนบา้ นสวนบ้านนารู้จกั กันดี ข๋โี คลนเฉอะแฉะตามทางเดิน เวลาเดินแลว้ มนั จะทำให้เราหกลม้ บางทีลม้ หกคะเมนไปจรงิ ๆพอจะเหยียบลงตรงนี้ เท้าเกิดถลาไปตรงน้ัน วา่ จะเหยยี บตรงนั้นเกดิ แฉลบต่อไปตรงโนน้ เรากเ็ สยี การทรงตัว ผลท่ีสดุ ก็นอนวัดถนนเลย นา่ โมโหจรงิ
สุขใจท่ีได้อา่ น สารธรรมเพ่อื ชีวิตทด่ี งี ามเรอื่ งถนนมีโคลน อย่างน้อยกท็ ำใหค้ นเดินชกั ชา้ ไมท่ นั กาลทันเวลา เคยเดินได้ชว่ั โมงละ ๔ - ๕ กิโลเมตร แต่ถ้าโดนทางลื่นเช้า เดินชวั่ โมงละ ๒- ๓ กิโลเมตรก็แทบไม่ได้ พดู งา่ ยๆ ทำอะไรไมท่ นั ซาวบ้านเขา ทา่ นผูฟ้ งั ครบั ความเมาใจก็เหมือนกับโคลนลน่ื นั่นแหละ คอื มันทำใหค้ นไม่ตรงท่หี มาย แฉลบไปทางโนน้ ถลาไปทางนี้ น่าเวยี นหัว พลาดทา่ เลยหกคะเมนเอาจรงิ ๆ คนทไ่ี ด้คู่ครองประเภทเมา ครทู ไ่ี ด้นักเรยี นประเภทเมา สมภารท่ีไดล้ กู วัดประเภทเมา ผู้บงั คับบัญชาทไ่ี ดท้ หารประเภทเมาไวีในหน่วย นายด้างทไี่ ด้ลูกจา้ งประเภทเมา คนพวกนีแ้ ย่ตาม ๆ กัน เหมือนคนเดินทางล่นื ทางมโี คลนต้องคอยระมัดระวงั เนือ้ ตัวเปีอนเปรอะพลาดหกล้มท้งั ยืน เหน็ อยมู่ ากมายหลายเรื่องหลายรายมาแลว้ ไม่ต้องยกตวั อยา่ งก็ได้ และความเมาน้ี แม้จะไมถ่ งึ กับทำใหเ้ ราแวะออกนอกทาง แตม่ นั กท็ ำใหค้ วามถ้าวหน้าต้องซงักชักช้า ไม่ทนัคนอนื่ ระวังให้ดี ตามตัวอย่างที่ว่ามาแลว้ เซน่ นกั เรียนเมาหนังสอื อา่ นเลน่ เมาหนังสือการ์ตูน จนลืมตำราเรียน เมาเพอื่ นจนลมื ครบู าอาจารย์ผลท่ีสดุ กเ็ กิดเปน็ คนชักช้า ตกโหล่ ความรูไมท่ นั เพอื่ นๆ คนที่ตั้งครอบครัวหรือทำการงาน หาความเจริญถ้าวหน้า ถา้ เกิดเปน็ คนเมา ลืน่ ซา้ ยลน่ื ขวาก็จะกลายเป็นคนชา้ เจรญิ กัาวหนา้ ไม,ทัดเทียมคนอืน่ คนทม่ี ืความเมานน้ัไมผ่ ดิ อะไรกับทางลืน่ ลำบากลำบนจรงิ ๆ เหนือ่ ยทง้ั ตัวเหน่ือยทัง้ ใจใครเปน็อย่างว่าน้ี ก็คิดอ่าน ลาดยางมะตอยให้ตวั เองเสียบ้างก็ดเี หมือนกนั จะได้หายล่ืน พ่อแม่ ครบู าอาจารย์ ผบู้ ังคับบัญชา จะได้สบายใจวิธีแก้เมา ทีนเ้ี ราลองมาดูวธิ แี กค้ วามเมา หรือถอนความเมาดูบัาง เมาทางกาย เซ่น เมาเหล้า เมาเรือ เมาคลน่ื เหล่านี้ เขาถอนกันด้วยยา เช่น กนิ ของเปรีย้ วๆ หรอื ใช้ของร้อนๆ กม็ ื ทำให้สร่างเมา ส่วนเมาใจนัน้ มนั เปน็ เรื่องลกึ มาก ไมใ่ ช่อาการวปิ ริตแค่ประสาทหรอื แค่สมองเหมือนเมาทางกาย แตม่ นั แล่นลกึ เชา้ ไปถึงใจ มนั แทรกเช้าไปในจิตใจทเี ดียว เพราะฉะนัน้ ใช้ยาช้างนอกถอนไม่สำเรจ็ เสียยาเปล่าๆ
สุขใจทไี่ ดอ้ า่ นสารธรรมเพ่ีอชวี ิตทด่ี ีงาม การถอนความเมา จงึ ตอ้ งถอนกันท่ีจิตใจ คือใจของเราตามธรรมดาท่ีเราใช้คดิ นกึ อะไรอย่ทู กุ วนั น้ี จติ ใจของเราจะคดิ อา่ นเป็นระเบยี บก็เพราะเรามหี ลกั ยึดหลัก เชน่ หลักเรยี น หลักบวช หลักงาน หลกั ครอบครัวหลักทหาร เปน็ ตน้ หรือท่ีเรยี กวา่ เปา้ เลง็ ตามทกี่ ลา่ วมาแลว้ ใจเราจะคดิ อะไรๆ ลกั ร้อยอยา่ งพนั อยา่ งกไ็ ด้แต่ต้องมหี ลกั อย่าทง้ิ หลัก พูดง่ายคอื อยา่ ลมื สง่ิ ทีเ่ ปน็ หลักจริงๆ ถ้าท้ิงหลกั กเ็ รยี กวา่ ใจลอย ถา้ เป็นของท่ีผกูไวก้ ับหลักแลว้ ทิง้ หลกั เรยี กวา่ หลักลอย ของทุกอย่าง จะมีระเบยี บหรือสำเรจ็ผลตามความมุ่งหมายก็เฉพาะที่มันไม,ทง้ิ หลัก ถ้าลงได้ลอยแล้วแย่ ในหนา้ว่าว ตอนเยน็ ๆ ท่ีท้องสนามหลวง มคี นเลน่ ว่าวเตม็ ไปหมด เวลาผ่านไปลองลงั เกตดชู ิครับ1ว่า วา่ วทีโ่ ตล้ ม ลอยโฉบอยู่บนอากาศทุกตวั มีเชือกลา่ มไวก้ บัหลัก คอื คนเล่น ทิ้งนัน้ สวยงามมาก แตถ่ ้าว่าวตวั ใดขาดจากหลกั ที่เรยี กวา่ว่าวลอย จะมีอาการหมนุ เควง้ ไปตามลม ทา่ ทางดูไม่ได้ เรอื ลอยกเ็ หมอื นว่าวลอย หลุดจากหลกั แล้ว ก็เควง้ 1ไป'ไม่มที หี่ มาย วัวควายท่ีหลุดจากหลักก็เร่ร่อนไปเชา้ ไร่เชา้ นาคนอ่ืน เจ้าของตามเสียคา่ ปรับใหไ้ ม1หวาดไมไ่ หวของก็ดี สัตวก์ ็ดี ทีม่ ันจะเสยี เสยี ตรงทลี่ อยจากหลกั นี่แหละ ถ้ายังตดิ หลักอยู่ยงั พอคอ่ ยยังชั่ว พอหลดุ จากหลกั กเ็ ควง้ ใจของคนเรากเ็ หมอื นกนั ตราบใดท่ียงั ตดิ หลกั อยู่ ยากดมี 'ี จนกพ็ อแก้ แตพ่ อหลุดจากหลัก ความเมาก็เกดิ ความเมาเกิดตรงนี้เอง ตรงที่ใจลอยจากหลักน่ีแหละ เช่น คนทม่ี กี ารเรยี นเป็นหลกั เกดิ ไม่ไดค้ ิดถงึ การเรียน ทงิ้ การเรียนกเ็ กิดความเมา คอื เมากบั การเล่น เมากบั การเที่ยว เมากบั เรอ่ื งรกั ๆ ใค ร ่ๆ แล้วแต่จะไปปะทะเขา้ ท่ไี หน เห ม อื น วา่ วลอย แล้วแต่ลมจะพดั ไป ทา่ นผู้ฟง้ เหน็ แลว้ หรือยัง จงั หวะทคี่ วามเมาจะเกดิ คือตรงที่ใจเราลอยจากหลกั นน่ั เอง ของต่าง ๆ ทม่ี ันจะแปรเปลยี่ น ผดิ รปู ผิดรา่ ง มันก็เสียตรงที่ลอยตัวนีแ่ หละ เช่น ตู้ เดมิ ต้ังหนั หนา้ มาทางนี้ ถ้าจะหนั มันไปทางอน่ืต้องยกใหม้ นั ลอยจากพ้ืนเสียกอ่ น พอมนั ลอยแลว้ จะหันไปทางไหนกไ็ ด้วธิ ีเปลย่ี นแปลงคนกเ็ หมือนกนั ตามหลักจติ วิทยา ต้องทำให้ใจลอยเสยี ก่อนเช่นจะใชใ้ หเ้ ขาทำงานให้ กพ็ ดู ยก ท่ีเรยี กวา่ ยอ ให็ใจลอย แลว้ ก็ใช้ได้ จะ๑๐๐
สขุ ใจทไี่ ดอ้ ่าน สารธรรมเพื่อชีวติ ท่ีดงี ามขอความรกั จากสาวๆ ก็ตอ้ งชม เชน่ ว่า คณุ สวยที่สดุ ใจดีท่สี ุด นา่ รกั ทีส่ ดุแลว้ แตจ่ ะวา่ กะว่าพอใจลอยแลว้ จึงขอความรกั น่ีว่าตามหลกั ทางจติ นะคอื คนเรานี้ พอใจลอยแลว้ กเ็ คว้ง เป็นโอกาสที่ความเมาจะแทรก เสร็จแล้วกเ็ ร่มิ เปะปะไปตามเรื่อง เมือ่ ว่ามาถึงตอนน้ี ก็เปน็ การช้ใี หเ้ หน็ ถงึ ข้อปฏิบัตเิ พ่ือกันเมาหรอื ถอนความเมา ไต้แล้ว คอื จงยึดหลกั ไว้เสมอ ทกุ วันนี้ งานท่เี ป็นหลกับรหิ ารชวี ิตของเรามอี ะไรบัาง จงยึดไว้ อย่าลืม จงฝึกใฝ่สนใจกับงานหลักของเราไวเ้ สมอ อยา่ ใหใ้ จลอยเสีย เปน็ พน้ ภัย และคนท่ีความเมาเล่นงานอยู่แล้ว ก็ถอนความเมาเสีย ด้วยการเริม่ จบั งานหลักใหก้ ระชบั แนน่ เข้า จะเลน่จะเที่ยว จะกนิ ก็อยา่ ใหถ้ ึงกบั ให้หลกั ลอย องค์สมเดจ็ พระสัมมาล้มพุทธเจา้สอนคำบรกิ รรมกันความเมาไว้วา่ “เวลาลว่ งไปๆ บดั นเี้ ราทำอะไรอย”ู่นเี่ ป็นเครื่องเตือนไมให้ตวั ลอย50( )( ร )ิ
สขุ ใจทีไ่ ดอ้ ่านสารธรรมเพอ่ื ชวี ิตที่ดีปา๋ มโดย....คณะอนุศาสนาจารย์ทหารบก “ ความตอั งการ” อาการของจติ ใจอย่างหนึ่ง ที่สามารถเปล่ียนแปลงพฤตกิ รรมของคนให้เปน็ ไปตา่ ง ๆได้อาการที่วา่ น้ี คือ “ความด้องการ” ความจรงิ เป็นเพยี งอาการอย่างหนง่ึ ของจิตเทา่ นัน้ ไมน่ า่ จะยกเอามาพูดให้เปน็ เร่อื งเป็นราวคิดอยา่ งนีก้ ็ได้ แตย่ งั ไม,ถกู ตอ้ งนกั เรอื่ งความตอ้ งการนี้ จะว่าเปน็ เรอ่ื งเล็กก็เลก็ ถา้ จะวา่ ใหญ่ก็ใหญ่ เกอื บร้อยเปอรเ์ ซน็ ตข์ องคนทท่ี ำความผิดต่างๆใหห้ นังสอื พิมพ์ลงขา่ วอยเู่ ปน็ ประจำ กเ็ ป็นฤทธเ้ี ดชของความต้องการทั้งนน้ั ความตอ้ งการ ตรงกับภาษาชาวบ้านวา่ ความอยาก คอื อยากไต้น่ัน อยากไต้นี่ หรอื อยากเป็นน้ัน อยากเป็นนี่ ความอยากนี้พูดให้สภุ าพหนอ่ ยว่า ความปรารถนา หรอื ความตอ้ งการ ทำไมคนเราจงึ มีความตอ้ งการ เหน็ จะไมต่ อ้ งพูดเพราะรู้กันอยู่แลว้ เพราะว่าร่างกายเน้อื ตวั ของคนเรา มนั มีความบกพร่องอยใู นตวั ต้องไต้ของอื่นเข้ามาปรนปรอื คนเราชอบอม่ิ แต่ในตวั เราก็ไม่มคี วามอิ่มต้องหาข้าวหานัา้ จากภายนอกมาทำใหอ้ มิ่ ไม่มใี ครอมิ่ ในตวั ไต้ เราชอบความอร่อย แต่ความอร่อยในตัวเราเองก็ไม่มี สิง่ ทจ่ี ะทำใหต้ วั เราอร่อย มนั ตอ้ งเอามาจากคนอื่น สตั วอ์ นื่ และส่งิ อน่ื ซ่ึงอย่นู อกตวั ทง้ั นนั้ เซ่นไดจ้ ากเนอื้ สตั ว์ เน้ือปลาผัก ขา้ ว และอนื่ ๆ ซงึ่ ล้วนแต่ไม่มอี ย่ใู นตวั เราเองเลย ตับไตไลพ้ ุงในตัวเราก็มี แต่มนั ไมอ่ รอ่ ยสำหรบั เรา มันไปอร่อยสำหรับสัตวก์ ินเน้ืออยา่ งอนื่ชนั้ ท่ีสดุ ลมซงึ่ มีไว้สำหรับหายใจไมให้ตาย กต็ ้องสูดเอามาจากขา้ งนอกทมี่ อี ยู่ในตัวเราเองไม่พออยากรูว้ า่ พอหรือไม่พอลองปิดปากปดิ จมกู ดสู กั หา้ นาทีกร็ 'ู้ ว่าพอหรอื 1โมพ่ อ๑๐๒
สุขใจท่ไี ด้อา่ น สารธรรมเพือ่ ชวี ิตท่ีดงี าม ในแงค่ วามเพลิดเพลินก็เหมอื นกัน เรามตื าไวส้ ำหรบั ดูรปู สวย ๆแต่รปู สวยๆ กม็ ี'อยแู่ อกตวั เรามหี ูไวส้ ำหรบั ฟิงเสียงเพราะๆ แต่เสยี งเพราะๆกม็ อื ยูน่ อกตวั เรามจี มกู ไวส้ ูดกลิ่นหอม แต่ในตัวเรากไ็ มม่ ือะไรหอมหอมมันอยทู่ อ่ี ื่นท้งั นั้น ไม่เฉพาะแต่รา่ งกาย แม้ทางใจกเ็ หมอื นกัน จำเป็นตอั งไดอ้ ะไรจากนอกตวั อีกหลายสงิ่ หลายอย่าง ตวั เรามันไมเ่ ตม็ มันพร่องมันยังขาด เพราะมนั ขาดนี่แหละมันจงึ เกิดความต้องการ คืออยากไดม้ าปะตรงทม่ี ันขาด อยากได้มากลบตรงทม่ี นั ไม่เตม็ ความต้องการเป็นพ้นื เพแหง่ ความรสู้ ึกของคนทว่ั ไป มดื ว้ ยกนั ทั้งนน้ั คนทีไ่ ม่ต้องการอะไรเลย ก็คือคนตายแลว้ เทา่ น้นั ไปดูทห่ี ลงั วดั มกฎุ กษัตรยิ าราม หรือหลังวัดโสมนสั วิหารก็ได้ทา่ นเหล่านน้ั เลิกตอ้ งการแลว้ โลงไม้ลกั ก็ไม่วา่ โลงไม้ยางกไ็ ม่ติ อะไร ๆกไ็ ด้ แตค่ นเป็นนี้ มคี วามต้องการดว้ ยกนั ทุกคน เรอ่ื งความตอ้ งการนใี้ ครๆกม็ ีเหมอื นกัน แต่ความตอ้ งการเหมือนกันน้นั แหละมีหลายชนดิ ดีก็มื ไม่ดกี ม็ ี ความต้องการทว่ี า่ ดีหรอื ไม่ดนี น้ั ดไู ด้หลายแง่ คอื ดลู ิง่ ท่ตี อ้ งการกไ็ ด้ ดูวิธีท่จี ะเอาสง่ิ นน้ั มากไ็ ด้ ถา้ ส่ิงทีต่ อ้ งการหรือวธิ ที ่จี ะเอาของน้ัน เป็นการชัว่ การตา ความตอ้ งการนัน้ เรยี กว่าความตอ้ งการเสยี หาย ไชไมไ่ ด้ คือต้องการสิง่ ท่ไี มด่ ี ดไี มต่ ้องการ ไพล่ไปตอ้ งการสง่ิ ที่ไม่ดี แต่อย่าลืมวา่ ทว่ี า่ ไมด่ ีๆ นนั้ อาจไม่ดีโดยวัตถุกไ็ ด้ เช่น พอ่ แม่ครูบาอาจารยส์ อนอยทู่ กุ ๆ วันว่า คบคนช่ัวไมด่ ี ก็ยังต้องการจะเอาคนชั่วคนเลวมาเปน็ เพอื่ น น่ีเรียกว่า ไมด่ โี ดยวัตถุ ท่วี า่ ไมด่ ีโดยวิธกี ารน้นั หมายความวา่ทางวัตถดุ ี เชน่ ต้องการสรอ้ ยทองคำลักเสน้ หนง่ึ แต่หาเอาโดยวธิ ีขโมยอยา่ งนี้ สร้อยทองคำไม่เสีย เปน็ ของดจี รงิ แตไ่ ปเสียท่วี ิธีหาสายสร้อยทองคำ คอื วิธีขโมยเอา เป็นวธิ ที ่ีไมด่ ี ความต้องการ ซงึ่ เป็นความรู้สึกในใจนี้ เปน็ เครือ่ งลอ่ งใหเ้ ห็นความดีความไมด่ ขี องผนู้ นั้ เหมือนอยา่ งแมลงภกู่ ับแมลงวนั มคี วามต้องการต่างกันแมลงภ่ตู ้องการของสงู พวกดอกไมส้ วยๆ หอมๆ แตเ่ จ้าแมลงวันตอ้ งการของเนา่ ของเหม็น ถ้าเจอเขา้ เป็นไมย่ อมไปไหน เพราะความต้องการของมนั ๑๐๓
สขุ ใจท่ีไดอ้ ่านสารธรรมเพ่อื ชีวติ ท่ดี ปี า้ มตา่ งกันนน่ั เอง ทำใหศ้ กั ดศรีในตัวของสตั ว์ทงั้ สองตา่ งกนั เรานกึ ถึงแมลงภู่ด้วยความนยิ มชมชอบ แต่นึกถงึ แมลงวันด้วยความเหยยี ดหยามและรังเกยี จความตอ้ งการของคนเรากเ็ หมอื นกนั คนเรามืหมู ืตามืปากมืฟันเหมือนกันแต่ความตอ้ งการในใจของแต่ละคน ย่อมจำแนกบุคคลนนั้ ๆ ให้ตา่ งกนั ความทกุ ขข์ องคนเราก็เกีย่ วกับความตอ้ งการนี้ อาจจะไมเ่ ก่ยี วกบัปัญหาทว่ี า่ เปน็ ความต้องการชนิดดีหรอื ไม่ดี ความตอ้ งการดีๆ วเิ ศษๆนี่แหละ อาจทำให้คนร้องไหได้ ทำให้คนอยากตายได้ ทำใหฆ้ า่ ตวั ตายกไ็ ต้ ความทกุ ขข์ องคนเราทีส่ ำคัญอยา่ งหน่ึงในชีวติ คืออยากได้อะไรไมส่ มความตอ้ งการ ก็เป็นทกุ ข์ นักเรยี นอยากสอบได้อนั ดบั ท่ี ๑ แต่ปรากฏวา่ สอบได้อันตบั หา้ ยๆ กเ็ สยี ใจ บางคนถึงกบั กินไมไ่ ด้นอนไมห่ ลบั หนุม่รักสาว แต่สาวปฏิเสธไม่รบั รกั ตอบ ก็เสียใจ บางรายถงึ กบั ฆ่าตวั ตายประซดรัก พอ่ แมเ่ ลย้ี งลกู ปรารถนาใหล้ ูกเปน็ คนดี ต้งั ใจเรยี นหนังสอื แตล่ กู กลบัชอบคบเพ่อื นชัว่ ชอบเทย่ี วเตร่ และหนกั ไปกวา่ นั้น คอื หลงไปเสพยาเสพติดผเู้ ป็นพ่อแมก่ ็เสียใจมาก มืพอ่ แม่บางรายกล้มุ ใจกับเรื่องนี้ แกป้ ัญหาไมต่ กเครียดมาก และลงหา้ ยแกป้ ัญหาผดิ ทางดว้ ยวธิ ีหนคี วามเปน็ จริงฆ่าตวั ตายเพือ่ ไม่ต้องรบั รกู้ บั ปญั หาทุกส่ิงทุกอย่างทเ่ี กดิ ขึ้น ส่วนความสขุ ใจสบายใจจะมขี นึ้ ได้ เพราะความเหมาะสมกนั ของสองสง่ิ คือความต้องการของเรา กับส่งิ ทีเ่ ราต้องการ - เราตอ้ งการบ้าน ความตอ้ งการเปน็ ฝา่ ยหน่งึ บ้านเปน็ ฝา่ ยหนงึ่ - เราตอ้ งการเงิน ความต้องการเป็นฝา่ ยหนง่ึ เงนิ เปน็ อกี ฝ่ายหนงึ่ ถ้าท้ังสองฝา่ ยได้ลัดได้สว่ นกนั พอดี ต้องการร้อนกไ็ ดร้ อ้ น ตอ้ งการเยน็ กไ็ ต้เยน็ ตอ้ งการเปล้ยี วได้เปรย้ี ว ตอ้ งการหวานไดห้ วาน ต้องการเปรยี้ วๆ หวานๆ กไ็ ดเ้ ปรยี้ วๆ หวานๆ สมกนั พอดีอยา่ งนี้ กห็ มดเร่ืองหมดปัญหา๑๐๔
สุขใจที่ได้อ่าน สารธรรมเพ่ือชึวติ ท่ดี ีปา๋ ม ท่เี ปน็ เรือ่ ง เป็นปัญหา คอื เกิดทุกขข์ ึน้ กต็ รงทีว่ า่ เจ้าส่วนทง้ั สองน้ีมันไม่เหมาะเจาะกนั ต้องการสน้ั ไตย้ าว ต้องการขาว ได้ดำ ต้องการคนน้ันไพล่มาได้คนน้ี ความทุกขเ์ กิดตรงนี้ ทุกขต์ รงทว่ี า่ สิง่ ท่ไี ดํไม่เหมาะกบั ความต้องการ แล้วจะแก้อย่างไร วิธีแกใหห้ ายทกุ ข์ กค็ ือจด้ ส่วนทงั้ สองนีใ้ ห้เหมาะเจาะกนั คอื จดั ความตอ้ งการใหเ้ หมาะกับสงิ่ ทไ่ี ดํวิธหี นึง่ อกี วิธหี นงึ่คือจัดสง่ิ ท่ไี ดํให้มาเหมาะกบั ความตอ้ งการ “ความต้องการ” คอื ความอยากไดอ้ ย่างนน้ั อย่างนี้ ใครเปน็ คนสร้างขน้ึ มา ตวั เราเองใชไ่ หมเป็นผสู้ รา้ งความตอ้ งการข้ึนมา ความตอ้ งการของใครก็คนนั้นแหละเป็นคนสรา้ ง แต่สง่ิ ที,เราอยากไดม้ าสนองความต้องการของเรานัน้ คนอน่ื เขาทำให้รวมความวา่ - ความตอ้ งการ เปน็ สิ่งทเ่ี ราสรา้ งขนึ้ - ส่วนสง่ิ ทตี่ ้องการ เป็นส่ิงทคี่ นอื่นสร้างให้ สมมตวิ า่ มนี ายคนหนง่ึ อยู่ว่างๆ ก็ควักเอาดนิ เหนียวขนึ้ มาปนัเป็นชาม ปนั ไปตามใจชอบ ปากกลม ปากแบน ปากบิด ปากเบยี้ ว แลว้ แต่จะนกึ ครั้นปันเสรจ็ แล้วก็อยากไดฝ้ าชามมาปดิ แต่ตัวเองทำฝาไมเ่ ป็น จึงไปเทย่ี วเดินหาซือ้ ในทอ้ งตลาด หาไปทุกตรอกทกุ ซอกทุกมมุ กไ็ ม,ได้ฝาท่ีพอดีกับชามที่ตวั ปนั ข้นึ หาเท่าไรๆ กไ็ ม่ได้เลยเสยี อกเสยี ใจ เป็นทุกข์ทุกข์เพราะหาฝาชามท่เี หมาะกบั ชามไมไ่ ด้ ทา่ นผู้ฟ้งคิดว่า ควรจะแกฝ้ ่ายไหนคอื จะแกช้ ามทีแ่ กปนั ขึ้นเอง หรือจะแก้ท้องตลาดให้สร้างฝาทเ่ี หมาะๆ มาขายใหแ้ ก ชามเป็นสง่ิ ท่ีแกควักดินเหนยี วมาปนั ขนึ้ เอง สว่ นฝาเปน็ ส่งิ ท่ีทำมาจากรอ้ ยทิศพนั ทาง ทางท่ีดีแกควรจะแก้ชามของแกเอง ยบุ มนั เสยี แล้วปนั ขน้ึ ใหม่ แล้วก็เวลาจะปัน ถ้าแกจะชำเลอื งดทู อ้ งตลาดเสยี ก่อนว่า เขามีฝากแี่ บบกี่ขนาด แล้วปันชามขนึ้ ใหม้ ันเหมาะกบั แบบของเขา มนั กล็ นิ้ รอ่ื งปันชามเสร็จกห็ าฝามาปิดได้ เร่อื งความต้องการก็เหมอื นกัน ความต้องการเปน็ สงิ่ ทเี่ ราสรา้ งมันขนึ้ เอง ถา้ เราจะยบุ มันเสีย แลว้ สร้างมนั ใหม่ ก็ไมม่ ีใครเขาว่าอะไร เหมือน ๑๐๕
สขุ ใจที่ไดอ้ ่านสารธรรมเพ่ือชีวติ ท่ีดีป้ามชามที่เราปันข้นึ กับมือน่นั แหละ ส่วนสงิ่ ท่เี ราต้องการนน้ั เหมอื นฝาชามในท้องตลาด ถา้ เราเองหลบั หูหลบั ตาปันชาม แลว้ จะไปโมโหทอ้ งตลาดวา่ ไมม่ ืฝาขายให้ มันก็ไม่เข้าท่า การท่จี ะแกให้มันลงกัน กไ็ มม่ จื ดุ ไหนเหมาะเทา่ กบัแถ้ที่ความต้องการของเราเอง เพราะเป็นส่ิงที่เราเองสรา้ งมนั ข้ึน ส่วนสงิ ท่เี ราตอ้ งการน้ัน คนอื่นเป็นผ้สู ร้าง และมีตง้ั หลายสบิ หลายร้อยคน การท่ีเราจะตอ้ งการผ้าเช็ดหน้าลักผนื หนง่ึ อดึ ใจเดยี วกต็ ้องการเสร็จ แตผ่ ้าเช็ดหน้า ๑ผนื ท่ีจะมาสนองความต้องการให้เรา ลองคดิ ดูสิ-วา่ ตัง้ แต่เป็นเส้นดา้ ย จนมาเป็นผา้ เชด็ หนา้ อย่ใู นกระเป้าเรา ต้องพ่งึ คนทำก่ลี บิ กรี่ ้อยคน ตั้งแต่ช่างปันด้าย ช่างฟอก ช่างกรอ ชา่ งทอ ช่างย้อม ช่างเย็บ แล้วยงั มีพวกยก พวกขน พวกหาบ พวกหาม ตกเข้าไปเท่าไรแล้ว น่ันคอื พวกสนองความตอ้ งการให้เรา เราปันชามคนเดียว แต่คนตง้ั ร้อยทำฝาปดี ชามให้เรา ลองคดิ ดูช'ิ วา่ ขณะที่ท่านนั่งอยู่นี้ ส่งิ ของตา่ งๆ ในตัวเราเด๋ยี วน้ี ต้องใช้คนทำเทา่ ไร อย่าลืมวา่แกงชามเดียวท่ีทา่ นตอ้ งการจะรับประทานนนั้ ทา่ นสรา้ งความต้องการอึดใจเดียวเสรจ็ คอื เพยี งแตนกว่า “ฉนั จะกินต้มยำอร่อย ๆ” เทา่ น้ี แตแ่ มค่ รัวต้องใช้เวลาหลายร้อยอดึ ใจ ท่ีจะทำต้มยำอรอ่ ย ๆ มาให้เราไดส้ นองความตอ้ งการ ฝ่ายต้องการมกั จะชอบเอาเปรียบฝ่ายสนองอย่เู สมอ บางทีแมบ่ ้านเขาง้องอนใหส้ รา้ งความตอ้ งการเสยี ด้วยว่า “คณุ พ,่ี วันนี้ต้องการจะทานอะไร” พ่อเด้าประคณุ เกดิ เล่นตวั บอกวา่ “อะไร ๆ กไ็ ด”้ ฝ่ายแม่บา้ นก็กลัวจะหา “ฝา” มาไมเ่ หมาะกบั “ตัวชาม” อตุ ส่าห์ซัก อยากจะรู้วา่ คุณพึ่จะปันชามแบบไหน “คณุ พ่ี, คุณพบ่ี อกมาลกั อยา่ งซวิ า่ ตอ้ งการจะทานอะไร”ฝา่ ยคณุ พ ่ีถกู เร่งใหป้ นั ชามก็ซ ักจะโมโห เล ยบ อ กวา่ “โธ่! บ อกแล้วว่าอะไร ๆกไ็ ด้ ถามอยไู่ ด”้ คนเรามนั เปน็ เสียอย่างน้แี หละ เขาอยากจะรูห้ นอ่ ยวา่ จะปันชามแบบไหน จะได้ปนั ฝาให้มันเหมาะ ๆ เทา่ นั้นเอง โมโหอย่ไู ด้ เรอ่ื งความตอ้ งการของคนเราน้ี เปน็ ปญั หาใหญ่ พระทา่ นสอนว่า“โลกพร่องอยู่เป็นนติ ย์ ไม่รู้จกั อม่ิ เปน็ ทาสของความอยาก (คอื ความตอ้ งการ)” ความตอ้ งการนี้ถ้าเป็นความตอ้ งการที่ไม,เป็นประใยชน้และ6) 0 *)
สุขใจที่ได้อ่าน สารธรรมเพ่อื ชีวติ ทด่ี ีงามไม่เปน็ ธรรม กจ็ ะนำความเลอ่ื มเสยี มาลูต่ วั เราได้ ปัญหาทุกอยา่ งที่เกิดขึ้นในชาตบิ า้ นเมืองของเรา ไม่วา่ จะเปน็ เรื่องยาเสพติด ปัญหาโรคเอดส์ ปญั หากดขท่ี างเพศในเด็ก ปัญหาใช้แรงงานเด็ก ปัญหาทุจริตคอร์รปั ชัน เป็นตน้สาเหตกุ ม็ าจากความต้องการที่ไมเ่ ป็นประโยชน์และไมเ่ ปน็ ธรรมทั้งสิ้น เพราะฉะนนั้ การแก้ปญั หาท้ังหลายบรรดามีในโลกนี้ ต้องแกท้ ่ีความตอ้ งการของตวั เองใบ้เปน็ ความตอ้ งการทเี่ ป็นประโยชน์และเป็นธรรม ๑๐๗
สุขใจทื่ไดอ้ ่านสารธรรมเพอ่ื ชีวติ ทดึ่ ีงามโดย....คณะอนศุ าสนาจารย์ทหารบก คำวา่ “กฐนิ ” เป็นคำภาษาบาลี แต่เราเอามาเรียกมาใช้จนคุ้นกลายเปน็ ภาษาไทย พอพดู ถึงคำว่ากฐิน เปน็ อันเชา้ ใจกัน กฐนิ นน้ั เป็นซ่ือไม้ชนิดหน่งึ ซงึ่ เปน็ อปุ กรณ์สำหรับขงึ ผา้ เป็นสี่เหล่ียมขงึ ผ้าให้ตึงเพอื่ เย็บทำเป็นจวี ร แบบสมยั โบราณทเี่ ครือ่ งเย็บปักกักร้อยยังไม่มี ท่านเรยี กไม้ชนิดนี้ว่า “ไม้สะดงึ ” แตเ่ ดิมทกี ารทำจีวร พระต้องหาผ้าเอง เย็บเอง ยอ้ มเองหมดมคี วามลำบากมากกวา่ จะไตผ้ า้ แต่ละผนื ตา่ งกบั เดยี๋ วน้ีมคี วามสะดวกสบายมาก เพราะมีวางจำหน่ายอยู่ทว่ั ไป เหตทุ ีจ่ ะเกดิ มกี ารทอดกฐนิ นั้น เรอ่ื งมอี ยู่ว่า ภิกษชุ าวเมอื งปาฐาหรอื ปาวา จำนวน ๓๐ รปู ไตเ้ ดินทางจากเมอื งปาฐาเพอ่ื มาฟ้าพระพุทธเจ้าณ พระเซตวนั มหาวหิ าร เมืองสาวตั ถี แต่พอมาถงึ เมอื งสาเกตก็เชา้ ฤดฝู นเลยต้องพำนกั จำพรรษาอยู่ทเี่ มอื งสาเกต เมอื่ ออกพรรษาแลว้ กร็ ีบเดินทางต่อไปยังเมืองสาวตั ถี ต้องกรำฝนทนแดดไปตลอดทาง สบง จีวรต่างชุม่ โซกไปดว้ ยนํ้าฝน พระพุทธองคท์ รงเห็นความลำบากตรากตรำของภกิ ษเุ หล่านน้ัจงึ เรียกประชุมภกิ ษสุ งฆ์ แล้วตรสั อนุญาตตงั้ แต่น้ันเปน็ ตน้ มา คือใหภ้ กิ ษุรบั ผา้ กฐนิ เลียก่อน ท่งั น้ีเพราะเหตุวา่ แมจ้ ะออกพรรษาแลว้ แต่ฝนก็ยังไมข่ าดเลยี ทีเดยี ว นางวสิ าขามหาอุบาสกิ า ไดร้ บั พุทธานญุ าตและไดถ้ วายผา้ กฐนิ เป็นคนแรก การทอดกฐนิ เป็นกาลทาน คือมกี ำหนดและจำกัดเวลา ไม่เหมอื นผ้าปา่ หรือทานท่ัวไปท่ที อดหรือถวายไดโดยไม่เลือกสมยั ตามพระวินยักำหนดกาลไว้ คอื ต้งั แต่แรม ๑ คา์ เดือน ๑๑ ถงึ วนั ขนึ้ ๑๕ ค์า เดอื น ๑๒ มีกำหนดเวลาเพยี ง ๑ เดอื น ผู้มืจิตศรัทธาเล่อื มใสใคร่จะทอดกฐนิ กใ็ ห้ทอดไดิในระยะนี้ แตท่ อดกอ่ นหรอื หลงั จากน้ีหาเป็นกฐนิ ไม,( ร )ิ 0 (ฬ่ึ
สขุ ใจท่ีไดอ้ า่ น สารธรรมเพ่ือชีวิตท่ีคีปา๋ ม ในกาลทานสุตตคาถา คาถาวา่ ดว้ ยการบำเพญ็ ทานตามกาลสมยัไดพ้ รรณนาถงึ คณุ สมบตั ิของผนู้ ำและผตู้ าม และผลทจ่ี ะพึงไดในการบำเพ็ญทานตามกาลสมยั เซ่น กฐิน ไว้ พอสรปุ ใจความได้ว่า ทายก คอื ผู้มีหนา้ ท่ที ่ีจะซักชวนผ้อู ่นื ใหม้ าร่วมทำบุญทำกศุ ลทายกจะต้องมธี รรมะหรอื คุณสมบัติ ๔ ประการ คือ ๑ . สป้ญญา เปน็ ผมู้ ปี ญั ญา รอบรใู้ นกิจการทางพระศาสนา รูว้ ่าอะไรเป็นกุศล เป็นอกุศล อะไรเปน็ บญุ อะไรเปน็ บาป ๒. วทัญณู เปน็ ผู้มีปกติฉลาดในการพูด รจู้ กั ซกั ชวนใหผ้ ู้คนท้ังหลายเหน็ ดว้ ยคล้อยตาม สมัครใจมาทำบญุ ทำกุศลรว่ มกับตน ๓ . วิตมจั ฉรา เป็นผู้!ม เ่ ห็นแก่ตวั คือ ไมต่ ระหน่ี คนท เ่ี ห็นแกต่ วัยอ่ มทำประโยซนสํ ว่ นรวมไม่ได้ หากเอาผทู้ โ่ี ลภมากอยากจัดมาเป็นผู้นำ ก็รงั แตจ่ ะเอาเปรียบ ทำให้การงานนน้ั มวั หมอง ย่อมไม่เป็นไปเพื่อความเจริญศรัทธาของสาธุชน อีกประการหนี่งหากผนู้ ำตระหนี่ถี่เหนยี ว ไม่ยอมทำดีแตซ่ กั ซวนใหผ้ อู้ ืน่ เสียสละ กจ็ ะเขา้ ลกั ษณะท่วี า่ “ตัวผอมมาบอกขายยาผีแมห่ มา้ ยผวั หนีมาอวดดบี อกยาเสน่ห”์ ก็ไมม่ ปี ระโยชน์ ๔. กาเลนะ ทินนัง อริเยสุ ฯ เปน็ ผู้มคี วามเลอื่ มใสในพระอรยิ เจา้หรอื กิจการเพื่อความเป็นอรยิ ซน การทำบญุ หรอื ถวายทานอย่างอน่ื ในทางพระพทุ ธศาสนา ได้อานิสงสเ์ ฉพาะทายกทายกิ าผูถ้ วาย สว่ นปฏคิ าหก คือ ผ้รู บั ได้แตป่ ัจจยัไทยธรรมทีเ่ จา้ ภาพถวายหามีอานสิ งส์ถึงพระผรู้ ับไม1แต่บุญกฐนิ นี้ เปน็ บุญพิเศษเพราะมปี ระโยชนเ์ กอ้ื กูลตกถงึ พระผรู้ ับกฐินดว้ ย มอี านสิ งส์ได้ผอ่ นผันทางพระวนิ ัยถึง ๕ ประการดว้ ยกัน คือ ๑ . ไปไหนโดยไมด่ อ้ งบอกลาพระภกิ ษดุ ว้ ยกัน (แต่โดยมารยาทกค็ วรบอกลา)๑๐๙ -
สุขใจท่ไี ดอ้ า่ นสารธรรมเพ่อี ชวี ิตที่ดงี าม ๒. เดนิ ทางไปไหนไดโดยไมต่ ้องเอาไตรจีวรไปครบสำรับ ๓. ฉันอาหารล้อมวงกันไต้ ๔. เก็บอดเิ รกจวี รไวไชไต้ ๕. ลาภทีเ่ กิดข้นึ ในท่นี ้ันเปน็ ของเธอ สำหรับผทู้ อดกฐิน ย่อมไตร้ ับอานิสงส์มากมาย ยอดบุญกศุ ลท่ีโบราณถือวา่ เกิดมาทง้ั ทตี ้องทำให้มีให้ไต้ มี ๓ อยา่ งคือ ๑. ฟังเทศนม์ หาชาติครบ ๑๓ กณั ฑ์ ๒. ไต้บวชลูกบวชหลาน ๓ . ไตท้ อดกฐิน กฐนิ น้นั เป็นบุญพิเศษกวา่ บุญอย่างอ่นื และมีอานิสงส์มาก เพราะฉะนัน้ เม่อื ถึงฤดกู าลทอดกฐินจึงมีผู้นิยมทอดกฐนิ กนั มาก เฉพาะชาวไทยเรา ปรากฏตามประวต้ ิวา่ ไต้นยิ มทอดกฐนิ กันมานาน ต้งั แต่สมยั สุโขทัยเป็นราชธานี ซ่งึ เปน็ ยคุ ทพี่ ระพุทธศาสนาแบบลงั กาวงศ์ เข้ามาประดษิ ฐานในประเทศไทย คือ ราวปีพทุ ธศักราช ๑๘๒๐ รชั สมยั พ่อขนุ รามคำแหงมหาราชซ งึ่ ป ร า ก ภ ห ล ักฐ า น ใน ป ระ ซจิ ม ศ ิล าจ าร กึ ป ร ะ เท ศ ไท ย ความตอนหนง่ึ ว่า 63 6 -1 “.....พอ่ ขนุ รามคำแหงเจ้าเมอื งสุโขทยั นี้ทั้งซาวแมซ่ าวเตา้ ทว่ ยปว่ทว่ ยนาง ลกู เจ้าลูกขนุ ทง้ั สิ้นท้งั หลาย ทงั้ ผู้ชาย ทั้งผ้หู ญิง ฝูงท่วยมศี รทั ธาในพระพุทธศาสนา ทรงศีลเมอื่ พรรษาทุกคน เม่ือออกพรรษา กรานกฐินเดอื นหนึ่งจงึ แลว้ กรานกฐินมพี นมหมาก มพี นมดอกไม้ มหี มอนนัง่ หมอนนอนบริพารกฐินดงั นี.้ ...” แม้ในยุคกรุงศรอี ยุธยา ยคุ กรงุ ธนบุรี และยุคกรงุ รตั นโกสนิ ทร์นี้ ชาวไทยได้เชิดชกู ารทอดกฐินว่าเปน็ พิธีบุญอันสำคัญประจำปตี ลอดมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั ไต้เสด็จพระราชดำเนินไปถวายผา้ พระกฐินเปน็ พระราชจริยาวัตรทุกๆ พระองค์ และทุกๆ ปี ไมม่ เี ว้น โดยไต้เสดจ็(5 ) 0 0
สขใจทไ่ี ดอ้ า่ น สารธรรมเพอื่ ชีวติ ท่ดี ีงามพระราชดำเนนิ ไปถวายผา้ พระกฐินด้วยพระองคเ์ องบา้ ง โปรดเกลา้ ฯ ให้พระราชวงศ์ องคมนตรี หรอื บุคคลผ้หู นึ่งผู้ไดเสด็จไป หรอื ไปถวายแทนพระองคบ์ ้าง ตามหมายของสำนักพระราชวงั มีกำหนด ๑๖ พระอารามซง่ึ เรยี กวา่ พระกฐนิ หลวง63พระอารามหลวงนอกจากน้ี ทรงพระราชทานผ้าพระกฐนิ ให้กระทรวง ทบวง กรม องคก์ าร สโมสรสมาคม หรอื เอกชนผมู้ เี กยี รตติ ่าง ๆนำไปถวาย คณะบุคคลที่ได้รับผา้ พระกฐนิ พระราชทานแลว้ ก็ไดบ้ ริจาคทรพั ยส์ มทบโดยเสดจ็ พระราชกุศลตามศรทั ธา กฐินประเภทนเ้ี รียกวา่ พระกฐนิ พระราชทาน นอกจากนีย้ งั มเี อกชน สมาคม หา้ งร้าน บรษิ ทั และคณะสามคั คี เป็นเจ้าภาพนำผ้ากฐินไปถวายตามวัดตา่ ง ๆ ท่ีไมใช่พระอารามหลวงท่วั พระราชอาณาจกั ร กฐินประเภทนจี้ ัดเปน็ กฐินราษภร์ หรอื กฐินสามคั คี ฬ่ 63 6^} 63 (รุ) (ริ) (ร๊)ุ
สุขใจท่ีไดอ้ า่ นสารธรรมเพ่อี ชวี ติ ที่ดงี ามโดย....คณะอนุศาสนาจารยท์ หารบก “ ความยตุ ธิ รรมอยทู่ !่ี หน” หลายทา่ นนอกจากจะเคยใช้คำถามน้ีสำหรบั ตวั เราเองบ้างสำหรบั ผู้อนื่ บ้างมาแล้ว อาจจะครง้ั หนึง่ หรือหลายครงั้ ก็เปน็ ไป คำตอบก็คงจะแตกตา่ งกนั ออกไปแลว้ แต่กรณี แต่บางกรณีอาจจะหาคำตอบไมไ่ ด้เลย ก็ให้คดิ เสียวา่ มันเปน็ กฎแหง่ กรรมกแ็ ลว้ กันครบั ความยตุ ธิ รรม คืออะไร? อะไรคือ สาเหตขุ องความไมย่ ตุ ธิ รรม? เราจะสรา้ งความยตุ ธิ รรมได้อย่างไร? ใครบ้างทีจ่ ะต้องใช้ความยุติธรรม? และ อะไรคอื อานสิ งส์ของการมคี วามยุติธรรม? ประการแรก “ความยตุ ิธรรมคืออะไร ?” ความยุตธิ รรมก็คอื ความเที่ยงธรรม, ความชอบธรรม, ความชอบด้วยเหตผุ ล และความไมเ่ อนเอียงเชา้ ช้างใดช้างหน่ึง หรอื อาจจะกล่าวอีกลกั ษณะหนึ่งกค็ ือ ความเป็นผู้มี'ใจเป็นกลาง วางเฉยไดในเรือ่ งนั้นๆ ได้แก่ ความเป็นผู้!ม่หวน่ั ไหวเอนเอยี งไปช้างใดช้างหนงึ่ หรอื ฝา่ ยใดฝ่ายหนึ่งจนต้องเสียความเป็นธรรม ประการต่อไป “อะไรคือลาเหตุของความไม่ยตุ ธิ รรม?’ ความไม่ยุตธิ รรมอนั เป็นอกุศลธรรมทต่ี รงกนั ขา้ มกบั ความยุตธิ รรม มีสาเหตเุ กดิ มาจากอกุศลธรรมคอื อคติ - ความลำเอยี ง ๔ ประการ ไดแ้ ก่ ๑. ฉนั ทาคติ - ความลำเอยี งเพราะความชอบพอกัน ข้อน้ีเกดิขน้ึ มากลำหรับคนทไ่ี ม่เทยี่ งธรรม เชน่ พ่อแมร่ ักลูกไมเ่ ทา่ เทียมกนั โดยรักลกู คนเล็กมากเกินไป รกั จนหลง จนท่าให้เสยี ความเป็นธรรม เจา้ นายหรือ(ช ุ๊)(5 )\9
สุข'ใจทีไ่ ดอ้ า่ น สารธรรมเพอื่ ชีวิตทดึ่ ปี ่ามผู้บงั คบั บญั ชารักลูกนอ้ ง หรือผ!ู้ ตบ้ งั คบั บญั ชามากเกนิ ไป รกั ไมเ่ ท่าเทียมกัน ใหเ้ ฉพาะคนคนเดยี ว คอื คนท่ตี นรัก และคนทีต่ นโปรดปรานหรือคนทค่ี อยเอาใจ คนทอี่ ยใู่ นลกั ษณะของการประจบประแจง ให้เฉพาะคนที่ทำคณุ ประโยชนห์ รือทำผลประโยชน้!ห้ ในทางทน่ี อกล่นู อกทาง เพือ่ เปน็สง่ิ ตอบแทนในทางท่ีผดิ ๆ ให้เฉพาะคนของตนและพวกของตน น่แี หละฉนั ทาคติ - ลำเอยี งเพราะความชอบพอกนั ๒. โทสาคติ - ความลำเอียงเพราะความไม่ชอบพอกัน ข้อน้ีเปน็ส่ิงท่ตี รงกนั ข้ามกบั ข้อท๑่ี คือฉนั ทาคตโิ ทสาคต-ิ ลำเอียงเพราะไมช่ อบพอกนั นม้ี อี ยู'แก'ผู้!ด ผู้นั้นจะเปน็ คนทลี่ ุอำนาจแกโ่ ทสะ มกั มองคนในแง'รา้ ยผกู โกรธ มกั จองเวร มองหาวธิ กี ารแก้แค้น หรือวิธีการกลนั่ แกลง้ ทำใหค้ นอน่ืเดือดร้อนอยเู่ สมอ เขาเรยี กวา่ “คนมองโลกในแงร่ า้ ย” ลักษณะที่เด่นชดั คอืเปน็ คนเล้าอารมณ์ คนเช่นน้ีเป็นผนู้ ำกไ็ ม'สงา่ งาม เป็นผ!ู้ หญก่ ็1ไม,สงา่ งามเปน็ ผูอ้ ำนวยการหรือผลู้ งั่ การก็ไม,สงา่ งาม เพราะความโกรธหรอื โทสะนี้เป็นบ่อเกิดแหง่ ความสูญเสีย เช่น สญู เสียเกยี รติยศ ซอื่ เสยี ง สูญเสยี ความรักความจริงใจ และสูญเสยี ความยุติธรรม เป็นตน้ ๓. โมหาคติ - ความลำเอียงเพราะความลุ่มหลง หมายถึงความลำเอยี งที่เกิดจากความไม่ร้แู ลง้ เหน็ จริงในสรรพสิ่งท่ีเกิดขน้ึ คนโงเ่ ขลาเบาป้ญญากเ็ กดิ โมหาคติไต้ แมแ้ ต่คนผทู้ รงภมู ปิ ญั ญามีความรอบร้เู ฉลยี วฉลาดปราดเปรอื่ ง ก็มีสิทธเิ กิดโมหาคตไิ ต้เช่นกัน เพราะเก่งแต่ความรคู้ อืวิชาการ แตจ่ รณะ คอื ความประพฤตปิ ฏบิ ัติชอบนั้นออ่ นแอไปหน่อย จงึเป็นบุคคลประเภทเกง่ แต่ไมด่ ี คนเราจะต้องดดี ้วย เกง่ ด้วย จงึ จะเปน็ คนดีศรลี ังคม เพราะฉะน้ัน โมหาคติ - ความลำเอียงเพราะความลมุ่ หลง หรอืความโงเ่ ขลาเบาปัญญานี้ จึงเกดิ ข้ึนไดก้ ับคนทุกระดับ โมหาคติเกิดขน้ึ แก่ผ!ู้ ด ผนู้ น้ั ยอ่ มเปน็ คนมดื บอด มตี าแต่หามแิ ววไม่ มองไม่เหน็ สัจธรรม เช่นคนตาบอดมองไมเ่ หน็ จะไปไหนทกี ็ต้องมผี ู้นำทาง ถ้าจะถามวา่ หลงอะไรบ้าง กต็ อบไต้วา่ หลงไตท้ ุกเรือ่ ง หลงไต้ทง้ั นน้ั เช่น นายหลงลูกน้อง พอ่แม่หลงลกู ครูบาอาจารยห์ ลงลกู ศษิ ย์ ผวั หลงเมยี - เมยี หลงผัว จนกระท่ัง 0ใ( ร ) ( ร )
สุขใจที่ไดอ้ ่านสารธรรมเพอ่ื ชวี ติ ท่ดี งี ามคนหลงตัวเอง หลงกนั จนหัวปักหัวปา๋ หลงถลำเข้าไปในอบายมขุ เสื่อมทรามจนกระทงั่ เอาชีวิตไมร่ อด ตอ้ งเสอ่ื มลาภ เสยี ยศ เสียสรรเสริญ และเสียสขุนอนเป็นทุกข์ สะดุง้ โหยงอย่ตู ลอดเวลา ๔. ภยาคติ - ความลำเอียงเพราะความกลวั เป็นความลำเอยี งประเภทสุดท้ายทท่ี ำให้เสียความยตุ ิธรรม เสียความเป็นธรรม เพราะความเกรงกลวั ต่ออำนาจวาสนาบารมขี องผู้อนื่ กลัววา่ ความผดิ จะมาถึงตน กลวัว่า ตนเองจะเดอื ดรอ้ น กลัวตนเองจะเสียผลประโยชน์ กลวั วา่ ตนเองจะเสยี เปรียบ เปน็ ต้น แล้วกป็ ระพฤติลำเอยี งเพราะความกลัวนี้ โดยการโยนความผิดหรอี เดอื ดรอ้ นไปให้ผ้อู ื่น เป็นการสรา้ งกรรมสรา้ งเวรให้ผ้อู ื่นเขาเดือดร้อนแท้ ๆ คนทค่ี วรลงโทษก็ไม่ลงโทษ, คนทไี่ ม,ควรลงโทษกับลงโทษแทน คนทค่ี วรให้คุณก็ไมใ่ ห้คุณ แต่กลบั ไปให้คุณแกค่ นทไ่ี มค่ วรให้ เพราะความเกรงกลวั ต่างๆ นานา ดงั กล่าวแล้วนนั้ นี่แหละ ภยาคติ - ความลำเอียงเพราะความกลวั อกศุ ลธรรม คอื อคติ - ความลำเอียงท้ัง ๔ ประการนี้ จึงเป็นบอ่ เกิดของความไม่ยตุ ธิ รรม ครบั ปญั หาประการต่อไป “เราจะสรา้ งความยตุ ธิ รรมไดอ้ ย่างไร?”ตอบไต้ง่าย ๆ วา่ “ต้องสรางเสรมิ ด้วยคุณธรรมของผู้ใหญ่ ผู้นำหรอื ผอู้ ำนวยการผสู้ งั่ การ” เรียกชือ่ ว่า พรหมวิหารธรรม มี ๔ ประการ คือ ๑. เมตตา - ความรกั ใคร่ ความรักเปน็ บอ่ เกดิ ของความสามัคคีความรกั และความสามัคคี เป็นบ่อเกดิ ของความดีทกุ ประการ เมตตาธรรมเปน็ ธรรมะที่ชว่ ยคมุ้ ครองโลก คือ มวลมนุษย่!หอ้ ยูเ่ ย็นเป็นสขุ ในทีท่ กุ สถานและในกาลทกุ เมือ่ ที่ใดมีความรัก ที่น่นั ยอ่ มมคี วามสงบสขุ ท่ีใดมคี วามสงบสขุท่ีนนั่ ย่อมมคี วามร่มเย็น มีการอยดู่ กี นิ ดี เมตตา - ความรักใคร่ จงึ เป็นคณุ ธรรมขั้นพ้นื ฐานขอ้ แรกของการมีความยุติธรรม ๒. กรณุ า - ความสงสารคดิ จะช่วยเหลือเก้อื กูลผ้อู นื่ ใหพ้ น้ ทกุ ข์หรอื แนวคิดท่จี ะช่วยแก้ปญั หาใหผ้ ู้อ่นื คุณธรรมขอ้ นม้ี คี วามจำเป็นและ(ฐ)ุ่ ( ร ิ) 0 ?
สขุ ใจที่ไดอ้ ่าน สารธรรมเพอ่ื ชวี ติ ทดี่ ีงามสำคัญมาก สำหรับผ้นู ำ ผ้ใู หญ่ ผ้อู ำนวยการ หรอื ผู้สัง่ การ ที่จะตอ้ งหมัน่สร้างเสรมิ ใหเ้ กิดมีในชีวติ จิตใจ ชนิดทวี่ า่ “ขาดไมไ่ ต”้ หรือ “ขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก”วิธกี ารปฏิบัตธิ รรมะขอ้ นี้ ก็คือ ตอ้ งพยายามหมน่ั แกฝนอบรมจติ ใจตนเองให้เป็นคนทมี่ องโลกในแงด่ ีให้เห็นความดีของผู้อนื่ ให้เหน็ ปัญหาคือความทกุ ข์ความเดีอดรอ้ นของผ้อู ่ืน แล้วรบิ วางแผนดำเนินการชว่ ยเหลือเกื้อกลู หรอื แกป้ ญั หานน้ั ๆ ใหส้ ำเร็จลุล่วงไปด้วยดี โดยไม1หวงั ส่ิงตอบแทน ๓. มทุ ติ า - ความพลอยยนิ ดี หรือการแสดงความยนิ ดตี อ่ ผลสำเรจ็หรือความเจรญิ รงุ่ เรืองของผอู้ ื่นโดยไมป่ ระพฤติตนเป็นคนอิจฉาริษยา เม่ือผอู้ ืน่ ไตด้ ี ตอ้ งเปน็ คนท,ี ทำใจใหไ็ ต้ เม่ือเขาไดด้ ี เราตอ้ งยนิ ดี จงึ จะถูกตอ้ งเหมาะสมครบั วธิ ีการแสดงความยนิ ดีนัน้ อาจกระทำในรูปแบบของรูปธรรมที่สามารถสมั ผัส แตะตอ้ งได้ หรือนามธรรมที่สมั ผสั แตะตอ้ งไม่ได้กไ็ ด้ เช่นในลกั ษณะของการให้ขวัญกำลังใจ เป็นต้น ๕. อุเบกขา -ความวางเฉยหรอื การวางตนเป็นกลางในเร่อื งนัน้ ๆน่แี หละยอดความยุตธิ รรม เมอื่ เกดิ เรื่องข้ึนจนเหลือบา่ กวา่ แรง เหลือภาวะวิสยั ทเ่ี ราจะแก้!ฃได้แล้ว กต็ ้องวางเฉย ปล่อยให้เร่ืองมันไปตามกรรม หรอืกฎแห่งกรรม เพราะเราเองกช็ ว่ ยอะไรไม่ไดแ้ ลว้ ทำให็ไมไ่ ดแ้ ลว้ เกินขดี ความสามารถหรือเกนิ ขอบเขตของกฎระเบยี บทางสังคมแล้ว จึงตอ้ งปล่อยใหไ้ ปตามกรรม แล้วพยายามทำใจให้ได้ จะได้สบายใจดี ไม่มปี ญั หา ปัญหาขอ้ ต่อไป “ใครห้างที่จะต้องใช้ความยตุ ธิ รรม?” ตอบไดเ้ ลยวา่“ทุกคน” ครบั คนทกุ คนจะต้องมีความยตุ ธิ รรมอยใู่ นจติ ใจของตนเองเสมอแมแ้ ตต่ วั เราเองก็ต้องมีความยุติธรรมสำหรับตวั เราเองด้วย มิใช่ใช้ตวั เราเองจนเกินขอบเขตใชต้ ัวเราเองมากจนเกนิ ไป ทำงานไม,ยอมพกั ผ่อน ทำงานโดยไม,คำนงึ ถงึ สุขภาพของตวั เอง อยา่ งนจ้ี ัดว่าเป็นการทรมานตนคงไม่ผดิตอ้ งใหค้ วามยุตธิ รรมกบั ตัวเราเองด้วย นับประสาอะไรกับคนทีเ่ ราจะต้องให้ความยตุ ิธรรมแกเ่ ขา และเขากใ็ หค้ วามยตุ ธิ รรมแก่เราดว้ ยเช่นกัน เพราะฉะนัน้ ผู้ที่จะต้องใชค้ วามยุติธรรมจงึ ควรจัดเป็นคู่ ๆ ไต้ดงั ตัวอย่างตอ่ ไปน้ี ( ร ุ) ( ร ุ) ^
สขุ ใจทไ่ี ด้อา่ นสารธรรมเพ่ีอชีวติ ทดี่ ีปา๋ ม ค่ทู ่ี ๑ ผบู้ งั คับบญั ชา ใหค้ วามยุติธรรมแกผ่ ้ใู ตบ้ ังคบั บญั ชา คู่ท่ี ๒ พอ่ แมใ่ หค้ วามยุติธรรมแก่ลูก ๆ คู่ท่ี ๓ ครูบาอาจารย์ไห้ความยตุ ิธรรมแกศ่ ษิ ยานศุ ิษย์ คทู่ ี่ ๔ มติ รสหายให้ความยตุ ิธรรมแกห่ มูม่ ิตรสหายดว้ ยกัน ค่ทู ่ี ๕ สามี - ภรรยา ใหค้ วามยุติธรรมแกก่ ัน และ ค่ทู ี่ ๖ เจา้ หน้าทบี่ าั นเมือง ผูต้ ัดสินคดคี วาม และผู้ทเ่ี กยี่ วข้อง ให้ความยุตธิ รรมแก'ผู้ตอ้ งคดคี วาม และปัญหาข้อสุดท้าย “อะไรคืออานสิ งส์ของความยตุ ิธรรม?”ตอบไดว้ ่า ความสงบสขุ ความเปน็ ระเบียบเรยี บรอ้ ย และความเปน็ ธรรมในสังคม คืออานสิ งสห์ รือผลดีของการมคี วามยตุ ธิ รรม “ยุตธิ รรมกันเถดิจะเกดิ สขุ ”4)(รุ) (รุ๊)
สขุ ใจที่ไดอ้ ่าน สารธรรมเพอื่ ชีวติ ที่ดีงาม โดย...คณะอนศุ าสนาจารยท์ หารบก “ พลงั ของมนษุ ย”์ ถ้าจะมคี ำถามว่า มนษุ ยเ์ ราอยรู่ อดไดด้ ้วยอะไร? คำตอบทีง่ า่ ยๆและรวบยอดกค็ ือ “มนุษย์เราอยูร่ อดได้ด้วยพลังหรือกำลัง” มนษุ ย์เราจึงต้องทรงพลัง มีพละกำลัง ทั้งกำลงั กายและกำลังใจ จงึ จะสามารถมีชวี ติ อยู่ได้ ในด้านร่างกาย มนุษยเ์ ราตอ้ งรบั ประทานอาหารท่ีมปี ระโยชน์ตอ่รา่ งกาย ทั้งอาหารหวาน อาหารคาว และน้ําดม่ื ทีส่ ะอาดบริสุทธี้ในปริมาณทเี่ พยี งพอและเหมาะลม ร่างกายจึงจะเจริญเติบโต และดำรงสภาพลงั ขารส่วนที่เป็นรปู ธรรมไวไิ ด้ รับประทานมากเกนิ ไปกไ็ ม่ดี น้อยเกินไปกไ็ มด่ ี ตอ้ งใหพ้ อดๆี รับประทานของทไี่ มด่ ีกเ็ กิดโทษ รับประทานของทด่ี จี งึ จะเกิดประโยชน์ รบั ประทานให้ตรงเวลา กเ็ กิดคุณประโยชน์ แต่หากรับประทานผิดเวลาหรือลว่ งเลยเวลา กย็ อ่ มเกิดโทษโดยสรปุ ในเร่อื งรบั ประทานอาหารจึงมีหลกั คำสอนเปน็ แนวทางปฏบิ ตั ไิ ว้วา่ “โภชเน มัตตัญณตุ า” แปลว่า“ใหร้ ู้จักประมาณในโภชนะ คอื การรบั ประทาน” กล่าวไดว้ า่ ในเร่อื งการรบั ประทานอาหารเพือ่ สขุ ภาพร่างกายหรอื เพือ่ ให้ร่างกายของเรามพี ละกำลัง เป็นบคุ คลทท่ี รงพลงั ได้นน้ั ต้องรับประทานอาหารดงั น้ี ๑ . อาหารด ี ม ปี ระโยชนถ์ กู หลักอนามัย ๒. น้าํ ดื่มดี สะอาด บริสุทธ้ิ ไม่มโี ทษเจึอปน ๓. มปี ระมาณ รจู้ ักประมาณในการรบั ประทาน ๔. ถกู กาลเวลา รับประทานใหต้ รงเวลาของอาหาร เช่น เซา-กลางวัน-เย็น ๑๑๗ 1^1
สุขใจที่ได้อ่านสารธรรมเพ่อึ ชีวติ ท่ดี งาม “อาหารดี, นา้ํ ด่ืมดี, มืประมาณ, ถกู กาลเวลา” ท่องจำไวป้ ฏบิ ัตใิ ห้ได้ สุขภาพรา่ งกายจะไดแ้ ขง็ แรง มพี ละกำลงั ทเ่ี ข้มแข็ง ทำงานไดอ้ ย่างเต็มท่ี แตม่ นุษยเ์ รายงั ตอ้ งมพี ละกำลงั ทส่ี ำคญั ย่ิงอกี อยา่ งหนึง่ ทีเ่ ราจะตอ้ งดแู ลเอาใจใส่ และให้ความสนใจเป็นพเิ ศษก็คือ “กำลงั ใจ” อันเป็นพละ-กำลงั ภายในโดยเฉพาะเร่ืองขวญั กำลงั ใจ เปน็ เรอ่ื งที่จำเปน็ และสำคญั มากคนเราอยู่ไดด้ ้วยขวัญกำลังใจทดี่ ีเป็นส่วนหน่งึ พิสูจนไ์ ดใี นตอนทปี่ ระสบปัญหาขอ้ ยุ่งยากวุ่นวายต่าง ๆ จนเกดิ ความห้อแทห้ รอื หดหู่ใจ อยู่ในภาวะถดถอย ไมส่ งู้ าน ไมส่ กู้ ารใด ๆ บางคนถงึ กับนอนรอวนั ตาย หรือคิดจะฆา่ตวั ตายกม็ ี แต่พอได้รับขวญั กำลังใจ มีผมู้ าพดู คุยปลอบ'ใจ ให้กำลังใจ เพ่ือตอ่ ส้กู ับปญั หาชวี ิตต่อไป ก็กลบั พ้เื นคืนชพี มคี วามสดชน่ื ขน้ึ มาอีกคร้งั หน่ึงเหมอื นตายแล้วเกดิ ใหม่ กลา่ วได้วา่ พละกำลงั ทางด้านจิตใจสำคญั มากยอ่ มเปน็ ตัวซว้ี ดั ได้เป็นอยา่ งดีวา่ เราจะมีชวี ิตรอดหรอื ไม่ และจะสามารถดำรงชพี อยไู่ ด้อกี ก่มี ากนอ้ ย ไมแ่ พพ้ ละกำลงั กายทก่ี ลา่ วแลว้ น้นั เลย เราจงึจำเปน็ ต้องให้อาหารแกจ่ ิตใจดว้ ย จติ ใจของเราซ่ึงเปน็ นามธรรม จงึ จะได้รับการพฒั นาให้มีขีดความสามารถท่สี งู ขึ้นจนอาจทำงานไดเ้ ต็มที่ ในทางพระพทุ ธศาสนา มีธรรมโอสถ อันเป็นยาขนานเอกไวใิ ห้เรา-ทา่ นท้งั หลายไดป้ ระยุกต็ไชในชวี ติ ประจำวัน เกย่ี วกบั เรอื่ งการสร้างขวญักำลังใจ หรือมีพลังใจอยูห่ วั ขอ้ หน่งึ มีชือ่ ว่า “พลธรรม-ธรรมะอนั เปน็ กำลงั ”๕ ประการ คอื “ศรัทธา, วริ ยิ ะ, สต,ิ สมาธิ และปัญญา” ประการแรก “ศรทั ธา” แปลว่า “ความเชื่อ” แบ่งออกได้เปน็๒ ลักษณะ คอื ศรัทธาญาณสมั ปยุต เปน็ ความเชื่อทีป่ ระกอบด้วยเหตผุ ลทถ่ี กู ดอ้ งเหมาะลมและเป็นธรรม เชน่ เช่อื เร่ืองกฎแหง่ กรรมท่ีว่าทำดีไดด้ ีทำชั่วได้ชว่ั จริง เชื่อเรื่องผลของการกระทำว่า เมือ่ ทำเหตุไว้อยา่ งไร ก็ย่อมได้รับผลอนั สมควรแกเ่ หตุน้นั ๆ เปน็ ธรรมดา เช่อื เร่ืองพฤตกิ รรมของมนุษย์วา่ มนษุ ยเ์ รามีกรรมเป็นของตัวเอง ใครทำอะไรไว้ ก็ย่อมไดร้ บั ผลของกรรมนัน้ อยา่ งแนน่ อน ทัง้ ผลของกรรมดีและกรรมชั่ว มนษุ ย์เราจงึ ด้องละเวน้(ฐ)ิ (ช๊)ุ (ฬ
สุขใจทีไ่ ดอ้ ่าน สารธรรมเพ่อื ชวี ิตท่ดี ีปา้ มความชวั่ แล้วพยายามสรา้ งสมความดใี ห้มาก ๆ และเชอ่ื เร่ืองการตรสั รู้หรอืภมู ปิ ัญญาของพระพุทธเจา้ วา่ หลักธรรมคำสอนทงั้ หลายของพระพุทธองค์สามารถเอื้ออำนวยคุณประโยชน์แกผ่ ู้ปฏบิ ัตติ ามไดอ้ ย่างแทจ้ รงิ ตามสมควรแก1เหตปุ จั จัย ของผ้ปู ระพฤติปฏิบตั ิเปน็ รายบคุ คล ซึ่งไมส่ ามารถจะกระทำความดหี รอื ความชั่วแทนกันได้เลย ผู้ใดทำ ผนู้ ัน้ ย่อมได้รับผล ผ้ใู ดไม่ทำผู้น้นั ยอ่ มไม่ได้รับ เหมือนเราหวิ ข้าว เราตอ้ งรบั ประทานเองครบั จงึ จะอม่ิจะให้ผ้อู น่ิ รับประทานแทนคงไม่ได้ อีกลักษณะหนึง่ เรยี กว่า ศรัทธาญาณวิปปยตุ เป็นศรทั ธาความเชื่อท่ตี รงกันข้ามเป็นฝา่ ยอกศุ ล ไมด่ ี ไมง่ าม ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสมเปน็ ความเชื่อผิด ๆ เปน็ ความเห็นผดิ จากทำนองคลองธรรมหรอื เห็นผิดเปน็ ชอบเช่อื ส่งิ ทไี่ มค่ วรเช่ือ เชือ่ เรือ่ งไร้สาระ เป็นความเช่อื แบบงมงาย จงึ ไม่ควรยดึ ถือปฏบิ ตั ิตาม ประการที่ ๒ “วิรยิ ะ” แปลว่า “ความเพยี ร” คนเราจะต้องมีความขยนั หม่ันเพยี ร ในการประกอบอาชพี หรอื หนา้ ที่การงาน ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ทง้ั งานหลกั งานรอง หรอื งานอดเิ รก ต้องขยนั ทำงานให้ถกู งาน ทำงานใหเ้ ปน็ งาน และทำงานใหไ้ ด้งาน ทำงานไห้ถูกงาน คอื ตอ้ งทำงานให้ถกู ต้อง ตรงกับหน้าที่ของตน“รับงานแล้วทำทันที และให้ดที ีส่ ดุ ” น่ึคือหวั ใจของการทำงาน ทำงานให้เป็นงาน คอื ต้องทำงานนัน้ ๆ ตามลำดับขั้นตอน ให้สำเรจ็ เรยี บร้อยไปด้วยดีใหไ้ ดผ้ ลตามวตั ถุประสงค์ของงานที่ไดต้ ัง้ ไว้ และทำงานให้ไดง้ าน คือตอ้ งทำงานเพ่ืองานจริง ๆ มิใช่ทำงานเพ่ือเงินหรอื เพือ่ ผลตอบแทนในรูปอื่นใดเปน็ สำคัญ เราตงั้ ใจทำงานเป็นการสร้างเหตุท่ีดีแล้ว ส่วนผลของงานมิใช่หนา้ ท่ีของเราที่จะต้องแสวงหา มนั เป็นหน้าทขี่ องผู้อ่นื หรือสงิ่ อื่น ท่ีจะตอ้ งใหผ้ ลตอบแทนเรา ดว้ ยความสุจรติและยตุ ิธรรม ๑๑๙
สขุ ใจท่ีได้อ่านสารธรรมเพือ่ ชีวิตทีด่ ีงาม ประการที่ ๓ “สติ” แปลวา่ “ความระลกึ ได”้ คนเราจะตอ้ งมีสติอย่กู ับตัวตลอดเวลา จงึ จะเอาชวี ติ รอด หากประมาทพลาดพล้งั หรอื พลัง้เผลอลมื ตวั ลืมตนเม่อื ใด เมอื่ นั้นความทกุ ขห์ รอื ความเดือดร้อน จะเกิดขน้ึ ประการที่ ๔ “สมาธ”ิ แปลวา่ “ความตงั้ ใจม่นั ” เปน็ ผลมาแตข่ อ้ ที่๓ คือสต-ิ ความระลกึ ไดซ้ ่ึงเปน็ ตัวคอยกำกับดแู ลชีวติ ของเราให้อย่ใู นสภาวะปกติ มาโดยตลอด สมาธิเกิดจากการปฏิบตั ทิ างจติ ใจ ดว้ ยการกำหนดสติหมัน่ 'ฝกื ฝนอบรมจิตภาวนา ใหเ้ ปน็ ธัมมานธุ ัมมปฏิบตั ิ คอื การปฏบิ ัตธิ รรมอันลมควรแก่ธรรม ปฏบิ ตั ิธรรมะ และปฏบิ ัติชอบธรรม ในทีท่ ุกสถานและในกาลทุกเมอื่ คนทม่ี สี มาธิดี ยอ่ มสามารถทำงานได้อยา่ งมีประสิทธิภาพย่อมมีจิตใจมน่ั คง หนกั แนน่ ในสภาวธรรมและอารมณท์ ั้งปวง เป็นผมู้ ีจติไมห่ วน่ั ไหว ในอารมณ์ โลภ โกรธ หลง หรอื สิ่งยัว่ ยุตา่ ง ๆ ประการที่ ๕ “ ปญิ ญ า” แปลว่า “ความรอบร้”ู คือรใู้ ห้รอบในสง่ิที่ควรและไม่ควร เพอ่ื ปฏบิ ัตติ ามพระบรมราโชวาทท่วี ่า “ให้เว้นสิ่งท่คี วรเว้นและประพฤตสิ งิ่ ท่ีควรประพฤติ” นีแ่ หละมีปัญญารู้รกั ษาตวั รอดเปน็ ยอดเอย นคี้ ือ “พลงั ของมนษุ ย”์ ที่มพี ลานุภาพมาก จึงขอชวนเชิญทุกท่านได้ชว่ ยกันสรรค์สร้างพลงั ใหเ้ กิดขนึ้ ทั้งกำลังกายและกำลังใจ ตงั กล่าวแล้วนั้น โดยท่วั หน้ากนั๑๒๐
สขุ ใจท่ีได้อา่ น สารธรรมเพื่อชีวิตทีด่ ปี า๋ ม โดย...คณะอนศุ าสนาจารย์ทหารบก“ ประพฤตสิ จุ รติ ธรรมงานประจำของชวี ติ ”“เครอ่ื งหมายถูก เตมิ ไวในชีวติ สจุ ริตตดิ ไวใิ นใจมน่ัให้ถูกตอ้ ง เที่ยงธรรมเป็นสำคญั จะผลกั ดันชวี ิต ถกู ทศิ ทางดจุ เกราะปอ็ งภยั พาล ทร่ี านรกุ เพราะเดนิ ถูกครรลองไมห่ มองหมางจะอยูส่ ขุ อยู่เยน็ ไมเ่ วน้ วาง และอยู่อยา่ งผชู้ นะอธรรมเอย ฯ” ในโลกแห่งการใชช้ วี ติ ของเราเพ่อื พัฒนาศักยภาพและคณุ ภาพกด็ ี ในโลกแห่งการใช้ชีวิตรว่ มภับผอู้ น่ื ทีเ่ รียกวา่ ลังคมกด็ ี “สุจริตธรรม” นับว่าจำเป็นและสำคัญมาก เพราะจะคอยประลานสง่ เสรมิ ใหก้ ารอยรู่ ่วมกนัและให้ชวี ิตของผมู้ สี จุ ริตธรรม ดำเนนิ ไปด้วยดี ไร่อปุ สรรคปิญหาเพราะทกุกจิ กรรมของชวี ิต หากเป็นไปหรือเกยี่ วข้องกบั ทจุ ริตธรรม ซึง่ มคี วามหมายตรงกันขา้ มกับสุจริตธรรมแล้ว ความหม่นหมอง ความอปั ยศ ความยุ่งยากหรอื ความสับสนวุน่ วาย ยอ่ มเกดิ ข้นึ เปน็ ความทุกข์บีบคั้นทั้งแกต่ นเองและผทู้ เี่ ก่ียวข้องนานาประการ ถามวา่ ทำอย่างไรจงึ เรียกวา่ มสี ุจริตธรรม? ตอบว่า ตอ้ งมีหลกั ในการควบคุมจติ ใจ เป็นแนวประพฤติปฏบิ ัติให้เปน็ ,ไปในทางท่ีดีท'่ี ชอบ หลักท่ีวา่ นี้คืออะไร? คือ “สจั จะ” “สจั จะ” แปลว่า ความสัตย์ ความช่ือสัตย์ ความซอื่ ตรง ความเปน็ คนมน่ั คง ไมก่ ลบั กลอก ไมห่ ลอกลวง ในทางปฏบิ ตั ิควรทราบวา่ สจั จะมี ๓ ลกั ษณะ คอื “จรงิ ตรง แท้” คนทมี่ สี ัจจะ ยอ่ มเป็นคนจรงิ เปน็ คนตรงและเปน็ คนแท้ ๑๒๑
สุขใจทีไ่ ดอ้ า่ นสารธรรมเพอ่ื ชวี ติ ทดี่ ีปา้ ม ความเป็นคนจริง มือยู,แกผ่ ใู้ ด ผูน้ ั้นย่อมมคื วามขยนั หมัน่ เพยี รตง้ั ใจปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ขี องตน ดว้ ยความจรงิ จงั และจรงิ ใจ ทำงานท่ีเปน็ จริงทำงานที่สจุ ริต ทำด้วยความเปน็ ธรรม ยุตธิ รรม และดว้ ยความโปร่งใสไม่ประพฤตนิ อกลูน่ อกทาง ทำเฉพาะสง่ิ ที่เป็นหนา้ ทขี่ องตน ไมแ่ ทรกแซงภารกจิ หรือหน้าท่ขี องผอู้ ื่น ความเปน็ คนตรง มือยู่แกผ่ !ู้ ด ผนู้ น้ั ยอ่ มต้งั ใจปฏบิ ัตหิ น้าท่ขี องตนดว้ ยความซื่อตรงไม่คดโกงหรอื หลบลีห้ นงี านเปน็ คนไมอ่ ูง้ านไมห่ ลบงานกลา่ วคอื เป็นคนตรงต่อเวลา ตรงต่อสถานท่ี ตรงต่อบุคคล ตรงต่อภารกิจท่ีได้รบั มอบหมาย และตรงตอ่ ความดอี นั เป็นวตั ถปุ ระสงค์หลักของงาน และความเปน็ คนแท้ มือยู่แก,ผู้!ด ผ้นู น้ั ยอ่ มเปน็ คนแทๆ้ มิใช่คนเทียม เช่น เปน็ พ่อแมท่ ่ีแทจ้ ริง เพราะได้ทำหนา้ ท่ขี องพ่อแม่เพอ่ื ลูก อยา่ งดที ส่ี ดุ แล้ว, เป็นลกู ทแ่ี ทจ้ ริง เพราะไดท้ ำหน้าทขี่ องความเป็นลูก ต่อพ่อแม่อยา่ งดที ีส่ ุดแลว้ , เปน็ ครูบาอาจารยท์ ี่แท้จรงิ เพราะไดห้ มั่นอบรมสัง่ สอนศิษย์ ด้วยความเปน็ ธรรมแล้ว และเป็นผ้บู ังคับบญั ชาทแ่ี ท้จริง เพราะได้ทำหน้าท่ขี องความเป็นผบู้ งั คบั บญั ชา อยา่ งดีทีส่ ดุ แล้ว คำถามต่อไปมือยู่ว่า เราควรต้ังสจั จะไวอ้ ยา่ งไรบ้าง? ตอบว่า ต้องตงั้ สัจจะไว!้ น ๕ สถานะ คอื สัจจะต่อหน้าที่, สัจจะตอ่ การงาน, สัจจะต่อวาจา, สจั จะต่อบคุ คล และสจั จะตอ่ ความดี ประการแรก “สัจจะต่อหนา้ ท”่ี คือการที่คนเราจะต้องรกั ษาหนา้ ท่ีของตน'โหด ตอ้ งพฒั นาเพื่มพูนขดี ความสามารถในหน้าทขี่ องตนใหเ้ จริญก้าวหน้า โดยไมห่ ยดุ น่งิ อยกู่ ับท่ี เชน่ มืหนา้ ที่เป็นผู้บริหาร ก็ต้องตงั้ ใจทำหน้าท่บี ริหารงาน บรหิ ารคน และบริหารตนให้ดที ่ีสุด เพื่อความสัมฤทธผิ ลของงานเปน็ ประการสำคญั ประการท่ี ๒ “สจั จะต่อการงาน” คือการท่ีคนเราจะตอ้ งตัง้ ใจทำงานของตน ทง้ั งานหลกั และงานรอง ทำใหด้ ี ทำใหเ้ ต็มที่ ทำใหส้ ำเรจ็ให้!ดผ้ ลเตม็ เมด็ เตม็ หนว่ ย มผี ลดใี นรูปธรรมท่ีเดน่ ซัด๑๒๒
สขุ ใจทไึ่ ด้อ่าน สารธรรมเพ่ือชวี ติ ทดี่ งี าม ประการท่ี ๓ “สัจจะตอ่ วาจา” คือการทเ่ี รา-ท่านท้ังหลาย จะตอ้ งเคารพยึดมน่ั ในวาจา คอื คำพูดของตนเอง มสี จั จะ-ความจริงต่อวาจา ตามคำมัน่ สัญญาทไี่ ดไหไว้ อาจจะเปน็ คำพดู การเขยี น หรอื สญั ญาณอ่ืนใดกไ็ ต้ซงึ่ เรื่องวาจา คอื คำพูดนีเ้ ป็นส่งิ ที่สำคญั มาก “เม่อื ก่อนพดู เราเป็นนายมัน”แต่ “พอพดู จบแล้ว มนั จะเป็นนายเรา” ทนั ที จึงตอ้ งระมัดระวังเร่ืองการพดูให้มากท่ีสดุ โดยมีหลักยดึ คือ สจั จะต่อวาจาดังกลา่ วแลว้ ประการท่ี ๔ “สัจจะต่อบุคคล” คอื การท่ีคนเราจะต้องมีสัจจะต่อกนั มีความซ่อื สัตยต์ อ่ กนั มีความจรงิ ใจต่อกนั หรอิ มคี วามซ่อื ตรงต่อกัน เช่น - สามี ภรรยา ตอ้ งมีความซ่อื ตรงต่อกนั - พอ่ แม่กับลกู ตอ้ งมคี วามซอื่ สัตย์ตอ่ กนั - ผู้บงั คบั บญั ชา กับผู้!ตบ้ ังคับบัญชา และเพื่อนร่วมงาน จะต้องมีความจริงใจต่อกนั - นายจ้างกบั ลูกจ้าง หริอผูร้ บั จ้าง ผูร้ บั ใช้ ตอ้ งมีสัจจะตอ่ กัน - ผบู้ รหิ าร-ผู้นำ กับผู้ตาม ผู้รบั สนองงานตอ้ งมคี วามจรงิ จงั และจริงใจต่อกัน ประการสดุ ท้าย “สจั จะตอ่ ความดี” ขอ้ นนี้ ับเปน็ ยอดของสจั จะ-ความจริง คือการทที่ กุ คนจะต้องตั้งใจกระทำความดใี นชีวติ ประจำวนั แตล่ ะวันใหม้ ากทสี่ ุดเทา่ ท่ีจะกระทำไต้ เพื่อเปน็ การแสวงบุญ เพม่ิ พนู บุญบารมีใหก้ บัตัวเอง จะใตเ้ ปน็ คนดศี ริสังคม เป็นคนท่สี งั คมตอ้ งการ คนดยี ่อมดึงดูดคนดีและสิง่ ดี ๆ มาส่ตู น จึงเป็นอนั กล่าวไดว้ ่า “สจั จะหรือจริงตอ่ ความดี” ยอ่ มเปน็ ยอดของสัจจะทง้ั ปวง ซ่ึงมหี ลายสักษณะ เซ่น - ตัดสินใจเลอื กกระทำในทางท่ีดเี สมอ เม่ือเกดิ มีทางเลอื กหลายทาง - เป็นผพู้ อใจทจ่ี ะปรับปรงุ ตนเองให้ดีข้นึ รังเกยี จความช่วั ชา้เลวทรามท้งั หลาย ๑๒๓
สุขใจทไึ่ ด้อ่านสารธรรมเพอื่ ชวี ิตที่ดีงาม - หมน่ั แสวงหาความดคี วามชอบ ในทางที่ชอบที่ควร และ - สนบั สนนุ ให้คนอ่นื ไดม้ ีโอกาสกระทำความดี เป็นดน้ เมอ่ื จะกลา่ วถงึ อานิสงส์หรือผลแหง่ การประพฤตสิ ุจริตธรรม ดง้กลา่ วแล้วนี้ กพ็ อจะแสดงใหเ้ ห็นได้วา่ ผู้มีสุ,จริตธรรมเป็นปกติ จะประกอบกิจใดๆ ก็ย่อมจะประสบผลสำเร็จ ในกจิ นน้ี ๆ ดงั วตั ชปุ ระสงค์ มีคนให้ความเมตตาปราณี ด้วยให้กำลงั ใจ สนบั สนนุ อยเู่ นืองนิตย์ ยอ่ มมชี ีวติ อย่ทู ำมกลางความสขุ อนั เกดิ จากการทำงาน และใช้ชวี ิตทวั่ ไปองอาจกลา้ หาญในทุกชุมชน มผี ิวพรรณผอ่ งใส มีจิตใจเบกิ บาน เป็นทรัพยากรบุคคลทม่ี ีคณุ ภาพของสงั คม ชมุ ชน และประเทศชาติ เปน็ ตวั อยา่ งชีวติ ท่ดี ีของอนุชนคนรุ่นหลัง ใหไ้ ด้ประพฤติปฏบิ ตั ิตาม สืบทอดแนวจรรยา ใหเ้ ปน็ แนวประพฤติทางจริยธรรม หรอื เปน็ มรดกทางธรรมต่อไปนานเทา่ นาน สจุ รติ ธรรม จึงเป็นธรรมะทช่ี ว่ ยยกระดับคณุ ภาพชีวิตของมนษุ ย!นสังคมให้สูงข้ึน เพราะเปน็ ตัวควบคมุ กาย วาจา ใจ ของผปู้ ระพฤติ ใหอ้ ยูในครรลองคลองธรรม ทั่งตวั ผูป้ ระพฤตเิ อง กย็ ังสามารถใหค้ วามเคารพตนเองได้ ไมจ่ ำด้องกล่าวถงึ ผู้อน่ื ที่เข้ามาสมั ผสั ชีวิตของผ้มู สี จุ ริตธรรม จงึ สมควรเปน็ อย่างยง่ิ ท่ีเรา-ทา่ นทงั้ หลายจะน้อมนำสจุ ริตธรรมนีเ้ ขา้ มาสู1ชีวติ และยกใหเ้ ป็นงานประจำของชวี ติ ตราบนิรันดร เพราะขอ้ พิเศษประการหนึ่งของสุจรติ ธรรม กค็ ือ จะช่วยป้องกันภยนั ตราย และอุบตั ิภัย จากท่ัวทุกทศิประดจุ เกราะป้องกนั ศาสตราวธุ ทกุ ชนิด ยิง่ กว่าเกราะใดๆสมดงั บทพระราชนพิ นธ๊!นพระบาทสมเดจ็ พระปยิ มหาราชทีว่ ่า “ความรู้คู่เปรียบด้วย กำลัง กายแฮ สุจรติ คือเกราะบงั ศาสตร์พ้อง ปัญญาประดุจดัง อาวธุ ชมุ สตติ ่างโลป่ อ้ ง อาจแกลว้ กลางสนาม ฯ”๑๒๔
สทใจทไ่ี ด้อ่าน สารธรรมเพอ่ื ชีวติ ทีด่ งาม โดย...คณะอนุศาสนาจารยท์ หารบก “ ประเผณลี อยกระทง” “ลอยกระทง’ หมายถึงประเพณบี ูชารอยพระพุทธบาท, แสดงความสำนึกในบุญคณุ แหล่งน้าํ อนั มีความสำคัญตอ่ การดำรงชีวิต และเป็นการบูชาพระแม่คงคาตามความเชอื่ แต่โบราณ ดว้ ยดอกไมธ้ ูปเทียนประกอบกบั สงิ่ ประดษิ ฐ์จากธรรมชาติ ประเพณลี อยกระทง เป็นประเพณีที่มมี าแตเ่ กา่ ก่อนและเปน็ประเพณีท่ีมกี ารละเล่นสนุกสนานครกึ ครืน้ แม้ในอดตี ก็ได้มปี ระเพณีลอยกระทงมาแลว้ กระแสความเชื่อเกย่ี วกับพธิ ลี อยกระทงมีอะไรบา้ งจะไดค้ ัดนำมาเสนอใหพ้ อเหมาะกับเวลาด้งน้ี วา่ กนั ว่าประเพณลี อยกระทงทีน่ ยิ มปฏิบัติกันอยู่ในปัจจบุ ันนี้มีมาจากความเช่ือ ๒ สาย คือ สายหน่งึ ได้มาจากคตพิ ราหมณ์ ซ่งึ พวกพราหมณ์นิยมทำกนั เพือ่บูชาพระผ้เู ป็นเจ้า คอื พระนารายณท์ ี่บรรทมสินธุอยูในท่ามกลางสมุทร นิยมทำกนั ในวันข้นึ ๑๕ คา เดือน ๑๑ หรอื ในวนั ขึน้ ๑๕ คา่ํ เดอื น ๑๒ เป็น ๒ระยะ อกี สายหนง่ึ ถอื วา่ พิธลี อยกระทงน้ี กระทำเพื่อเป็นพทุ ธบชู าในที่ ๓ แห่งด้วยกนั คือ ๑. เป็นการบูชารับเสด็จพระพทุ ธเจ้า ครั้งเสดจ็ ลงมาจากสวรรค์ช้นั ดาวดงึ สค์ ราวท่เี สดจ็ ข้นึ ไปแสดงธรรมโปรดพระพทุ ธมารดา ๒. เพอ่ื บชู าพระเกศแก้วจุฬามณบี นสวรรค์ และ ๓. เพื่อบชู ารอยพระพุทธบาท ตามเร่ืองทวี่ า่ คร้งั หนึง่ พญานาคทูลอาราธนาพระพุทธเจา้ ไปแสดงธรรมในนาคพิภพ ครั้นแลว้ เม่ือจะเสดจ็ กลบั ๑๒๕
สขุ ใจท่ีไดอ้ ่านสารธรรมเพอ่ื ชวี ิตท่ดี ีงามพญานาคมีความรักและอาลยั ในพระพุทธองค์มาก อยากจะได้ของสิง่ ใดส่ิงหน่งึ ไวเ้ ป็นอนสุ รณ์ เพอื่ จะไดล้ ักการบชู า จึงทลู ขอสิ่งของทีจ่ ะเกบ็ ไว้สกั การบชู าลกั อย่างหนง่ึ สมเดจ็ พระสมั มาลมั พุทธเจา้ ทรงประดิษฐานรอยพระพทุ ธบาทไวท้ ห่ี าดทราย ฝืงแมน่ ํา้ น้มมทานที ฝงู นาคทงั้ หลายจึงได้สักการบชู ารอยพระพุทธบาทนัน้ แทนองค์พระสัมมาลัมพทุ ธเจ้า ด้วยเหตุนี้การลอยกระทง จงึ ถือว่า เพ่อื บชู ารอยพระพทุ ธบาท ดงั คำบูชาที่กล่าวในขณะบูชาก็ระบไุ ว้ชัดเจนว่า ขา้ พเจ้าขอน้อมบชู ารอยพระบาทของลมเด็จพระมหามุนีเจ้า อันประดษิ ฐานอยู่ ณ หาดทรายแห่งแมน่ 'ี้ าน้มมทานที'โนน้เป็นด้น สำหรับประเพณีลอยกระทงในประเทศไทยเรานั้น ตามตำนานกล่าววา่ มมี าแต่สมัยสโุ ขทัยเปน็ ราชธานี ดงั ทเี่ ราได้ทราบกนั อยูเ่ ก่ยี วกับน างน พ มาศพ ระส น มของพ ระร่วง ท ่ีคิดป ระดษิ ฐ์กระท งดอกบ วัลอยตามสำนา้ํ ไหลพระรว่ งทรงโปรดปราน จึงตรัสว่า “แตน่ สี้ บื ไปเบอ้ื งหนา้โดยลำดบั กษัตริย์ในสยามประเทศ ถงึ กาลกำหนดนกั ขัตฤกษว์ ันเพญ็เดอื น ๑๒ ให้ทำโคมลอย เปน็ รูปดอกบัว อุทศิ สกั การบูชาพระพทุ ธบาทณ ฝงิ แมน่ าํ้ นมั มทานที ตราบเท่ากลั ปาวสาน” รวมความว'าในคติของชาวพุทธแลว้ การลอยกระทงนัน้ มีจุดมุ่งหมายเพอื่ บชู ารอยพระพุทธบาท ซงึ่ ประดษิ ฐาน ณ หาดทรายนัมมทานทีนัน่ เอง ตรงจดุ นี้มีสิ่งที่ชวนให้คิดอยปู่ ระการหนึ่งคอื เมื่อพญานาคทลู ขอสงิ่ ท่เี ป็นอนุสรณ์จากพระพทุ ธองค์นัน้ พระพุทธองค์จะได้ประทานสงิ่ ของอย่างอน่ื ก็หามิได้ แตท่ รงประทานรอยพระบาทแทนส่งิ อื่น ขอ้ น้ี'หากพจิ ารณาให้ดแี ลว้ จะเห็นวา่ การทพ่ี ระพุทธองคใํ ดป้ ระทานรอยพระบาทไวน้ ัน้ กเ็ พอื่ ให้เปน็ แนวทางในการดำเนนิ ชีวิต เป็นแนวทางปฏบิ ัตสิ ำหรับอนุชน ม'ิ ใช่ประทาน'ไวเ้ พือ่ ความศกั ดส้ี ิทธ'ึ๋ อะไร หากเพ่ือให้เจรญิ รอยตามพระยคุ ลบาท นอกจากจะบชู ารอยพระพุทธบาทดังกล่าวแล้วเรายังมีความเช่อื ว่าเป็นการขอขมาแมพ่ ระคงคาหรอื แมน่ ้ําสำคลอง ที่เราได้อาศยั อาบ ชำระล้าง๑๒๖
สขใจทีไ่ ด้อ่าน สารธรรมเพ่อี ชีวิตทดี่ งี ามตลอดจนท้งิ ส่งิ ของปฏกิ ลู ลงในนาํ้ เม่อื ครบรอบ ๑ ปี ก็จะมพี ิธขี อขมากนั ทหี นง่ึ เป็นการแสดงความเคารพ ตอ่ แมน่ า้ํ ลำคลองทไี่ ด้อาศัยมาตลอดทั้งปี แนวความคดิ นี้คนโบราณไดส้ ัง่ สอนกนั ไว้ดมี าก ท่านสอนให้เรามคี วามเคารพในแมน่ ํ้าลำคลอง ให้!ซ้แม่นาํ้ ลำคลองด้วยความสำนึกในบุญคณุ ไมใ่ ช้ในลกั ษณะท่กี ่อให้เกิดส่งิ ปฏกิ ูล การลอยกระทงแมจ้ ะกระทำกนั เพียงปลี ะครั้ง แตอ่ ยา่ งน้อยก็เป็นการเตอื นสติ ใหเ้ ราไดร้ ะลกึ ถึง ความสำคญั ของสง่ิ แวดล้อม ใหเ้ ราไดเ้ อาใจใส่ ดว้ ยวิธกี ารอย่างนี้ เราก็จะไดส้ ่ิงแวดลอ้ มทดี่ ีมแี ม่,น้ําสำคลองที'่ ไสสะอาด ลกู หลานสามารถว่ายเล่นไดป้ ูปลาอาศัยอยู่ได้มแี หล่งอาหารเพ่ิมข้ึน แตถ่ ้าเราไมให้ความสำคัญตอ่ สิ่งแวดลอ้ ม ไมม่ คี วามสำนึกในบุญคุณ เรากจ็ ะใช้แม่นำสำคลองแบบไมค่ ำนึงถึงผลกระทบเชน่ กันศังทีเ่ ปน็ ปัญหาอยู่ในปัจจบุ นั นคี้ อื ปญั หานาํ้ เนำ นา้ํ เสยี เป็นตน้ ทัง้ นีล้ ว้ นเปน็ ผลสะท้อนจากการกระทำของมนษุ ยท์ ง้ั สน้ิ อีกกระแสความเช่อื หนงึ่ ชืง่ มีเฉพาะบางกลมุ่ ชนมคี วามเชอื่ วา่การลอยกระทงคือการทำพธิ ปี ดั เปา่ เคราะห์ร้าย โรคภัยไข้เจ็บในตัวลงใส,ในกระทงแล้วให้ลอยไปตามน้ํา หากเราปรบั ความเช่อื ในลักษณะน้มี าเป็นการต้ังสัจจะ เลกิ ละวาง สิง่ ไม,ดที ัง้ ปวง คือท้ิงสิง่ ทไ่ี มด่ ที ้ังปวง ทีเ่ คยทำมาใหล้ อยไปกับกระทง ก็นำจะเกิดประโยชนก์ ับตัวผู้ลอยเองไม่นอ้ ย เข้าหลัก“ลอยกระทงท้งั ที ลอยส่งิ ไม่ดไี ปด้วย” หากจะรวบรดั คัดเอาสาระจากการลอยกระทง ตามทีก่ ลา่ วมาแล้ว กจ็ ะไดป้ ระเดน็ สำคัญ ๆ ทนี่ า่ สนใจตงั น้ี 6). ด้านศาสนา สำหรับผทู้ 'ี นบั ถอื พระพทุ ธศาสนา ก็จะไตบ้ ชู ารอยพระพุทธบาท ในวนั เพ็ญเดอี นสิบสองร่วมกัน เปน็ การอนรุ ักษ์ประเพณที ่ีดีงามของไทยไว้ด้วย ๒. ด า้ น ธรรม ช าต ิ ส ่งิ แวดล้อมแมน่ ้าํ สำคลองถือวา่ เป ็นสง่ิ แวดล้อมท่สี ำคัญอนั หนึง่ ของมนษุ ย์ท่ีไต้พงึ่ พาอาศัย แม่น้าํ จะยงั คงความสะอาดสดใส และปลอดภัย กข็ ้ึนอยู่กับมนุษย์ผอู้ าศยั ว่าจะเหน็ ความสำคัญ ๑๒๗
สุขใจทไี่ ด้อ่านสารธรรมเพ่อื ชีวติ ทดี่ ้ป'๋ เมขนาดไหน การทีเ่ รามีประเพณีขอขมาแม่น้าํ ก็ถือได้,ว่า เราไดใ้ ห้ความสำคัญกบั สิง่ แวดลอ้ ม ทำให้เรามีแมน่ ํ้าลำคลองที่สะอาด และการทีจ่ ะนำวัสดุมาทำกระทงสำหรับลอย กข็ อให้คดั เอาเฉพาะวสั ดธุ รรมชาตทิ ยี่ ่อยสลายได้ เซน่ดน้ กล้วย เปน็ ดน้ หรอื วสั ดทุ เ่ี ก็บทำลายไดง้ า่ ย ๓ . ประเดน็ สุดทา้ ยจากความเชือ่ ทีว่ า่ ลอยกระทงเพอื่ ลอยสง่ิ ทไี่ ม่ดีใหห้ ลุดลอยออกไปจากตวั หากปรบั เปลย่ี นเป็นว่า เพ่ือลอยความประพฤติทไี่ ม,ดอี อกจากตัว โดยการพยายามลด ละ เลิกสิ่งท่ไี ม่ดี ไมง่ าม ความประพฤตทิ ี่ไม,ดีไม,งาม ในขณะเดยี วกัน ก็พยายามสรา้ งสรรค์หม่นั ทำแต่สงิ่ ที่ดงี าม ท้ังที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง และท่ีเปน็ ประโยชนต์ อ่ สว่ นรวม การกระทำในลักษณะอยา่ งน้ี ก็ยอ่ มจะเกดิ ประโยชนท์ งั้ ในสว่ นประเพณี พธิ กี ารและสว่ นตวั เปน็ อยา่ งยิ่ง ท้งั หมดทีก่ ลา่ วมา เก่ยี วกบั การลอยกระทงนี้ มใี หเ้ ลือกจุดมุง่ หมายถงึ ๓ ข้อ สุดแทแ้ ตท่ ่านจะเลอื กลอยเพอื่ จุดประสงค!์ นข้อใด หรอื จะเลือกเอาหมดท้ัง ๓ ข้อ ก็สามารถทำได้ เพราะการบูชารอยพระพุทธบาทก็ดีการขอขมาแม่พระแม่พระคงคากด็ ี หรอื การลอยสิง่ ทไ่ี ม่ดอี อกจากตวั ก็ดีล้วนแต่เป็นความดีแกผ่ ู้กระทำทงั้ สิน้ แต่ไมว่ า่ ทา่ นจะลอยเพื่อจุดประสงค์!ดกข็ อใหค้ ำนงึ ถึงวสั ดุที่จะนำไปลอยดว้ ยวา่ จะมผี ลกระทบตอ่ แมน่ ้ําสำคลองหรอื ไม่ เด๋ยี วจะเปน็ การไปเพิ่มสงิ่ ปฏกิ ูลแก่แมน่ ํ้าลำคลองโดยไมร่ ูต้ ัว๑๒๘
สุขใจทีไ่ ด้อ่าน สารธรรมเพื่อชีวติ ทีด่ ง้ าม โดย...คณะอนุศาสนาจารย์ทหารบก“ ผลงั ธรรบนำชวี ติ ”ทุกเสน้ ทางทีก่ า้ วไปในโลกนี้ บ างคร้ังมีป ญ็ ห าน า่ ป วดห วัให้ตืน่ เตน้ ให้หวน่ั ไหว ใหห้ วาดกลัว บ้างฆ ่าตวั หน ภี ยั ใจระท มจงึ เห มาะส มพ ทุ ธองคท์ รงเน ้น ยา้ํ ใหริบทำประกน้ ภยั เอาไวข้ ม่เสรมิ พลงั เอาไวให้อุดม จะสขุ สมทกุ วนั เพราะม่นั ใจ ชีวิตของผู้ใดมีพลังธรรมะ คอื มีธรรมะเป็นกำลัง ชวี ิตของผู้น้นั ยอ่ มเป็นชีวิตท่ีมพี ลงั ในชีวิตของคนเรานี้ หนีไมพ่ น้ ที่จะต้องประสบกับความทุกข์ความเศร้าหมอง ความผดิ หวัง นานาประการ ซงึ่ สบื เน่อื งมาจากสาเหตุนานาประการเชน่ เดียวกันใครในโลกน้ที มี่ ีพละกำลงั สามารถทีจ่ ะต้านทาน ป้องกันหรือแกไข ความทุกขเ์ หลา่ น้ันไต้ กน็ บั วา่ โชคดีมาก ใครทม่ี พี ละกำลงั น้อย ก็ต้องทุกขท์ นกบั ความป่วนบีนหวน่ั ไหวใจเศรา้ อยู่อย่างตอ่ เนือ่ ง เสมอื นคนที่รา่ งกายออ่ นแอ สามวันดสี ่ีวนั ไขโ้ อกาสท่คี วรจะมคี วามสุขสนกุ สนาน ก็ต้องมาป่วยกระเสาะกระแสะ พลาดความสุขไปอยา่ งน่าเสยี ดาย ใจท่ีอ่อนแอ ไร้พลัง ก็จะเขา้ ข่ายสามวนั ดสี ว่ี นั เศรา้ เหมอื นกนั มีสิง่ ตา่ ง ๆ มารุมเร้าใหท้ กุ ข์ ให้เดือดรอ้ นใจไมร่ ู้จบ พระพทุ ธองค์ไต้ทรงชี้แนวทางในการสร้างพลังของชีวิต เพอื่ เป็นหลกั ประกันความสขุ ปอ้ งกันทกุ ข์ภัย มาเบยี ดเบยี นชีวิต ใหห้ วั่นไหว และสามารถดำเนนิ ซีวติ อยไู่ ดใ้ น'โลกนี'้ อย่างม่ันอกมน่ั ใจไร้กงั วล แนวทางทว่ี า่ นก้ี ค็ อื พลธรรม - ธรรมะท่ีช่วยให้เกิดพลัง หรอื กำลัง๔ ประการ คอื ๑๒๙
สขุ ใจที่ได้อา่ นสารธรรมเพอื่ !!วติ ทด่ี ปี า่ ม ๑ . ปญั ญาพละ ก ำ ล ัง ป ัญ ญ า ๒. วิริยพละ กำลงั ความเพียร ต. อนวชั ซพละ กำลงั สจุ ริต ๔. ลังคหพละ ก ำ ล ัง ก า ร ส ง เ ค ร า ะ ห ์ กำลงั ท้ัง ®โ ประการนี้ เมอ่ื อบรมใหเ้ กิดมีในจติ ใจอยา่ งสมบูรณ์แลว้จะเป็นหลกั ประกันใหพ้ บแตค่ วามเจรญิ ก้าวหน้า กลา้ เผชิญปญั หาชวี ิตทกุ กรณี อยา่ งม่ันคงองอาจ ไม,เสยี ฟอรม์ มาดูความหมายของพลงัแต่ละข้อกันนะครบั ๑ . ปัญ ญ าพละ กำลงั ปญั ญา ไดแ้ ก่ การทีม่ ีความรู้ ความเข้าใจถูกต้องชดั เจน ในเร่อื งราวและกิจการท่ตี นเกย่ี วขอ้ ง ตลอดไปถึงสภาวะอันเป็นธรรมดาของโลกและชวี ิต คนทม่ี ปี ัญ ญ าและคนทใ่ี ชป้ ญั ญาในการดำเนินชีวติ จงึ เปน็ ผูท้ ีม่ ชี วี ติ อย่หู า่ งไกลความทุกข์และปัญหาตา่ ง ๆ ท่ีทำให้ชวี ติ ว่นุ วายสับลน เพราะเป็นคนทรี่ จู้ ัก รจู้ ริงในสง่ิ ท่ีทำ และรูช้ ดั ลกึ ลํ้าในสง่ิ ที่เกดิ กบั ชวี ิต ว่ามลี ำดบั ขน้ั ตอนอยา่ งนๆี้ รวู้ ธิ จี ัดการกบั ทกุ กรณี วา่ ทำอย่างไรปญั หาจะลด ทำอยา่ งไรปัญหาจะเพิ่ม ปัญหาใดควรไดร้ บั การแก่ไขก่อน - หลงั มองชวี ิตแบบทะลุปรโุ ปร่ง ไมจ่ มปลกั ดักดานอย่กู บั เรื่องใดเร่ืองหนึง่ ทท่ี ำใหจ้ ติ ใจไร้อิสรภาพ หากทำงานใดกท็ ำแบบพถิ ึพิถนั ไม1สุกเอาเผากิน มเี หตุมผี ล ตอบคำถามไดท้ กุ ข้ันตอน ส่ิงใดทย่ี ังไม่เขา้ ใจ ก็แสวงหาความเข้า'ใจ'จากผรู้ ผู้ ูม้ ีประสบการณ์ แล้วนำมาใชใ้ นกิจการงานท่ที ำ งานกจ็ ะก้าวหนา้ และชีวติ ก็ปลอดภยั ๒. วริ ยิ พละ กำลงั ความเพยี ร ได้แก่ การเปน็ ผทู้ ี่ประกอบกิจการงานต่าง ๆ ท้งั หนา้ ท่ีหลกั และหน้าทรี่ อง ดว้ ยความบากบ่ันพยายาม ไมท่ อดทิง้หรือยอ่ หยอ่ นห้อถอยตลอดเวลา มีจิตใจเปน็ นกั สู้ ไม่ยอมแพแ้ ก1ปัญหาชวี ิตแบบง่าย ๆ และเช่อื ในความเพยี รของตนว่าสามารถจะฝา่ ด่านความทุกข์ต่างๆ ได้โดยปลุกใจอยู่เสมอวา่ “วิริเยน ทุกขมัจเจติ บุคคลจะล่วงทุกขไ์ ด้๑๓ ๐
สธุ ใจทีไ่ ดอ้ า่ น สารธรรมเพือ่ ชวี ิตท่ดี ีงามก็ด้วยความเพียร” หากเปน็ นกั มวย ก็เป็นนกั มวยประเภทที่เรยี กวา่ ขยนั ออกอาวุธ ท้ังหมัดเทา้ เขา่ ศอก เกบ็ แต้มไปเรือ่ ย ค่ตู ่อส้ทู ่รี อจงั หวะชัน้ เชงิ บางทีจงั หวะชั้นเซิง ก็ไมม่ าตามนัด แพม้ วยขยนั มาเยอะแลว้ ครบั ในเรอื่ งของการงาน การดำเนินชีวิต การทำมาหากินนก่ี ็เหมอื นกันครับ ตอ้ งขยนั ต้องบากบั่นและต้องพยายาม ในยคุ ที่ค่าครองชพี สงู ขึ้นเรอื่ ยๆ การขบั เคลอ่ื นชีวติในการทำมาหากิน ก็ตอ้ งเพม่ิ แรงขบั ดว้ ย เพ่ือชีวิตของตนและคนทต่ี อ้ งดแู ลจะสามารถอยู่ไต้อยา่ งสะดวกสบายไรอ้ ปุ สรรค งานประจำท่ที ำอยู่ เงินเดือนท่ีไตร้ ับอาจไมเ่ พยี งพอกบั การเลี้ยงดูคนในครอบครวั หรอี พอแต่ไม่เหลือเลย กต็ อ้ งเพ่ิมแรงขับ เพื่อหารายไต้จากงานอดิเรกมาจนุ เจอื และเผือ่ ขาดให้กับชวี ิต เม่ือรายไตม้ ีพอและมีเหลือการดำเนินชีวติ กเ็ ป็นไปอย่างมัน่ ใจไมห่ วาดหวนั่ หากจะมเี หตุใหต้ อ้ งใชเ้ งนิ แบบฉุกเฉิน กพ็ ร้อมทุกสถานการณ์ ต . อนวซั ชพละ กำลังสจุ รติ ได้แก่ การเป็นผู้มีความประพฤติและหน้าท่ีการงานที่สจุ รติ สะอาดบรสิ ทุ ธIึ รใ้ ทษภัย ไมม่ ีข้อทใ่ี ครจะตเิ ตียนไต้ ความประพฤตทิ สี่ ุจรติ ทง้ั ทางกาย ทางวาจา และทางใจ จะทำใหท้ กุ สงิ่ท่ีทำ ทุกคำท่ีอา้ ง ทุกแนวทางท่ีคิด มปี ระสิทธิภาพ และมปี ระสทิ ธผิ ล ทำอะไรคนก็เชื่อมอื เชอ่ื ความสามารถ พดู อะไรคนก็เช่อื นํ้าคำ คิดอะไรคนกเ็ ชอื่ แนวความคดิ เพราะเปน็ คนทที่ ำ พูด คิด ด้วยความบริสุทธี้ยุตธิ รรมปราศจากความลำเอยี ง ความสุจริตนเี้ องจะเปน็ พลังท่ีสำคัญ ที่ทำให้พบแต่ความเจริญรุ่งเรอื งในชีวติ และ หนา้ ท่ีการงาน คนที่ไม่สจุ รติ อาจปกปิดความอัปยศไต้ชัว้ ระยะเวลาหนึ่ง เม่อื ความจริงเปดิ เผย ความหายนะ ก็วิ,งเขา้ มาหาแบบจ่โู จมจนตั้งตัวไมต่ ดิ เลยครับ ดังนน้ั พลงั แหง่ สุจรติ จงึ ควรมไี วใ้ น่ชวี ิต ๔. สังคหพละ กำลังการสงเคราะห์ไดแ้ ก่ การชว่ ยเหลอื เกื้อกลู ทำตนใหเ้ ป็นประโยชนแ์ ก่เพ่อื นมนษุ ย์ เป็นสมาซิกท่มี ีคุณประโยชนข์ องชุมชนของลังคม คนผู้มีจิตใจเปยี มไปด้วยการสงเคราะห์ จงึ เป็นคนท่มี ีเสน่ห์ เป็นคนนา่ รกั ใครท่ีเขา้ มาเกยี่ วขอ้ งก็เมตตารกั ใครเ่ อ็นดู การประสานสมั พนั ธ์ในตา้ นการงานกเ็ ป็นไปอย่างปลอดโปร่งโล่งสบายไรอ้ ุปสรรค ซงึ่ การสงเคราะหน์ ี้(ริ) {มั) (ร)ิ .
สขุ ใจทีใ่ ด้อ่านสารธรรมเพอื่ ชีวติ ทีด่ ีป้ามบำเพญ็ ให้เกดิ มีในชีวติ ไดโดยไมย่ ากครบั เพียงแค่ “รู้จกั ใหแ้ บ่งปนั รู้จกัเลอื กสรรถอ้ ยคำ รจู้ ักทำประโยชน!นวงกวา้ ง และรู้จักวางตนไดเ้ หมาะสม”เทา่ นีก้ ็นบั วา่ มีห้วใจรจู้ กั ลงเคราะหเ์ ก้อื กูลเพ่ือนมนุษย์ เพราะเราเกิดมาเป็นมนษุ ยม์ สี ังคม กต็ อ้ งพง่ึ พาอาศยั กนั อย่รู า่ํ ไป ใครทค่ี ิดจะเป็นฝ่ายรับไมค่ ดิจะเปน็ ผูให้ใครเลย กอ็ ย่าหวังวา่ จะได้รับสง่ิ ดี ๆ จากเพ่อื นมนษุ ยเ์ ลยครบัเพราะผูใหย้ อ่ มเป็นทีร่ ัก ผูใมให้!ครเลา่ จะมารกั พลังแห่งธรรมะท้ัง ๕ ประการนี้ จะเปน็ ตัวช่วยขบั เคลื่อนชวี ิตของคนเรา อย่างมจี ดุ หมาย และมพี ลัง เราปรารถนาส่ิงใด หากมพี ลงั ท้งั๔ ประการนี้เขา้ ไปชว่ ยสนบั สนุน เชอ่ื ไดเ้ ลยวา่ สง่ิ ทีป่ รารถนาจะลมั ฤทธผิ ลแน่นอน และทา่ นท่ีมีชีวิตท่เี ต็มไปด้วยอุปสรรคปญั หาและความทุกฃ็ใจลองน้อมนำพลงั ธรรมะทง้ั ๔ ประการนี้ เขา้ มาสู'ชีวติ ดูสคิ รับ ชีวิตเราจะเปลย่ี นแปลงไปในทางทด่ี ีขึ้น ขอเพียงแค'เช่อื ในศักยภาพของตนวา่ แกฝนพฒั นาได้ พลังทง้ั ๔ ประการนี้ จะเปลย่ี นแปลงชวี ิตเราได้ ส ร้างป ญั ญ าท กุ ครั้งเม อ่ื พ ล ้ังพ ลาด อยา่ ให ข้ าดความขยนั เมอ่ื ป ัน ใป ั สุจรติ งานทีท่ ำ กำชบั ใจ รู้จกั ให เ้ อ้ือเฟ ิอรู้เกอื้ กลู พลธรรม จะน ำใจให ก้ ลา้ ห าญ สุขสำราญ ไดเ้ อื้อมไม่เสอ่ื มสูญ แม้ลาลบั ดบั ไปไม่ขาดทุน ย่อมมีลน้ ได้ตั๋วใจไปนพิ พาน ฯ๑๓๒
สขใจที่ไดอ้ ่าน สารธรรมเพือ่ ชวี ิตที่ดงี าม โดย...คณะอนศุ าสนาจารย์ทหารบก “ ความสขุ ก!่ี บค่ วรเสย่ี ง” อนั ความสขุ ใครใครกโ็ ฝห่ า ให้ชวี ิตมีชีวาย่งิ กวา่ นี้ แต่ความสขุ ทเี่ สาะหามายนิ ดี อาจจะมที ุกข์ภัยซอ่ นไว,ิพราง คิดจะสขุ ถ้าจะเสยี่ งเพยี งตระหนกั วา่ สขุ นักมีโทษภัยอะไรห้าง คดิ ฉลองต้องเฉลยี วเทีย่ วระวัง จะสขุ อย่างปลอดภัยไรก้ ังวล อีกไม1นานกจ็ ะถึงช่วงเวลาแห่งความสุขท่ีหลายคนรอคอยแล้วสำหรบั เทศกาลส่งท้ายปีเกา่ ต้อนรับปใี หม่ กบั วนั หยดุ ตดิ ตอ่ กนั หลายวนับางทา่ นอาจจะมีการวางแผนเพ่ือแสวงหาความสขุ ในชว่ งปใี หม่น้ภี นั แล้วเป็นตน้ ว่า จะไปเท่ยี วทไ่ี หนดี จะไปฉลองปีใหม่ทไี่ หนดี หรอื จะไปสงั สรรค์บนั เทิงกับใคร และทีไ่ หนดี ภาพที่วาดเอาไว้ในใจ อาจจะเปน็ การเพลินซมแหล่งธรรมชาตทิ ่สี วยงาม สดุ เหว่ยี งกับความสนกุ สนานตามสถานบันเทิงในยามราตรี หรือกลับบ้านเกิดไปเยย่ี มญาติและคนท่รี ัก แต่ละภาพที่วาดเอาไว้ ส่วนใหญก่ ็ม่งหมายไปท่ีความเพลดิ เพลินเจรญิ ใจ ความสขุ ใจและความประทบั ใจ แน่นอน ความสุขคอื สง่ิ ที่มนุษย์ทกุ คนในโลกนป้ี รารถนา ท้ังความสุขทางกาย และความสุขทางใจ ชี่งจัดว่าเป็นสุขสากลของคนท้งั โลก เพื่อจะเปน็ สี่งทห่ี ล่อเล้ียงทัง้ ชวี ิตและจิตใจให้มแี รงดำรงอยู่ และก้าวต่อไปบนเสน้ ทางสายชวี ิต คนเราจงึ รักสขุ เกลยี ดทุกข์เหมอื นๆ กนั อะไรที่จัดวา่ เปน็ความทุกขข์ องชีวติ ก็พยายามขจัดออกไปโดยอาศยั ความรูส้ ตปิ ัญญา มาเสรมิ ทัพใหก้ บั ชีวติ ซง่ึ จะช่วยใหเ้ หน็ ชอ่ งทางแก้ทุกข็ไดีโดยไม่ยาก และอะไรท่จี ัดว่าเปน็ ความสุข ก็พยายามดน้ิ รนแสวงหา เพอื่ จะไต้มาไวค้ รอบครอง แต่คำวา่ “ความสุข” ของโลกิยซน-เช่นเราท่านทง้ั หลาย ในฐานะยงั เปน็ ปุถุชน ๑๓ ๓
สขุ ใจทไ่ี ดอ้ ่านสารธรรมเพื่อชีวติ ทดี่ ีงามถอื ว่ายงั ไม่เปน็ “มาตรฐาน” หรอกครบั เนื่องจากว่า บางส่ิงท่ีซาวโลกเขายอมรบั วา่ “สขุ ” แต่พอใครบางคนไดป้ ระลบเขา้ ก็อาจจะไม่ “สขุ ” ด้งวา่กไ็ ด้ และอาจจะกลายเปน็ ทุกข์ไปเลยกม็ ี จึงเปน็ ภารกจิ อันหนึง่ ของชีวิต ท่ีต้องแสวงหาสติปญั ญามาประดับไว้ เพอ่ื คอยตรวจสอบความสขุ ทั้งหลายท่ีชีวิตโหยหาน้ัน วา่ อยู่ในภาวะเสย่ี งภยั หรอื ไม่ หรอื ความสุฃทใ่ี ฝ่ฝนื นั้น มีภัยซอ่ นพรางหรือเปลา่ จงึ มคี ำถามเกิดขน้ึ ว่า ความสขุ อย่างไรทไ่ี ม,ควรเสยี่ ง คำตอบก็คือ ความสฃุ ทม่ี ีภาวะเส่ียงภัย คอื เสี่ยงตอ่ ความหายนะ และเสีย่ งต่อความเส่อื มเสีย เทศกาลปใี หม่นี้ สีง่ ที่เราคดิ ว่าน่าจะเป็นความสุข ลองตรองดูให้ดีนะครับ วา่ มีเปอร์เซน็ ตค์ วามสขุ ที่แทจ้ รงิ มากน้อยแคไ่ หน หรอื วา่ มภี าวะเส่ยี งภัยทีม่ ากกวา่ อยา่ ลมื ว่า ความสขุ ระดับซาวบ้านของเราท่านท้งั หลายต่อใหส้ ขุซาบซึ้ง สขุ สดุ เหวีย่ งอย่างไร ก็จัดเปน็ โลกิยสฃุ สขุ ระดับชาวโลก ซ่งึ เปน็ ความสขุที่ไม่จรี งั ย่งั ยืนอะไร แต่เมอื่ เรา ยงั ต้องอยบู่ นโลกนี้ มีวถิ ืสงั คมท่ีเกย่ี วข้องกับมนุษย์ทกุ ระดับ จึงปฏิเสธไม1ได้ ท่ีจะยอมรับความสขุ ท้ังหลายท้งั ปวงท่ีซาวโลกยอมรับกนั แม้วา่ เป็นความสขุ ลมุ่ ๆ ตอนๆ ชัว่ ครูช่ ัว่ ยามก็ตามที เพียงแต่ว่าต้องระวังความสขุ ทอี่ าจมาพรอ้ มกบั ความเส่ียง ความสฃุ ทีว่ ่าน้มี ี ๖ประการ คอื ๑ . ความสุขในการดมื่ น้ําเมา รวมท้งั ยาเลพติดและสารเสพตดิทกุ ชนิด เมือ่ เราไปต้ังความรสู้ กึ ไว้ที่นา้ั เมาและสงิ่ เสพติดว่าเปน็ ตัวสรๆงความสุขความเพลิดเพลนิ ใหแ้ กเ่ ราได้ เรากจ็ ะเพลนิ ไปตามอำนาจของส่ิงเหล่านี้ ให้เคลบิ เคลิ้มจนลมื ทกุ ข์ และลืมนึกถึงโทษภยั ท่จี ะตามมา รวมท้ังเร่ืองเศรษฐกจิและสุขภาพของตัวเราเอง ขณะดื่ม ขณะเสพ เรากอ็ าจจะเปยี มสุข แต่หลงัจากนน้ั จะกลายเป็นความเหงาหงอยและระทมทุกข์ รวมทง้ั ปญั หาอ่ืนๆ๑๓๔
สขใจทีไ่ ดอ้ ่าน สารธรรมเพื่อชีวติ ทด่ี งี ามตามมาอกี ยิ่งถา้ เมามายจนกระทั่งควบคุมสตไิ วไม่อยู่ ความหายนะเกินจะประเมินได้ จงึ มโี ครงการหลาย ๆ โครงการ ออกมารณรงคใ็ ห้ระมัดระวังตวัเช่น โครงการเมาไม่ขบั เป็นดน้ ๒. ความสขุ ในการเท่ยี วเตร่ หาความสขุ สำราญทางรา่ งกายตามอำนาจของกิเลสที่เรยี กรอ้ ง หากแสดงออกโดยไมม่ ีจิตสำนึกทดี่ ี ก็อาจจะหมายถึงการต้องคดอี าญา เพราะไปขม่ ขืน กระทำชำเรา กักขัง-หนว่ งเหนีย่ วพรากผเู้ ยาว์ หรอื ไม1ป้องกัน กอ็ าจตดิ โรครา้ ย กลายเปน็ คนเลยี อนาคต ๓. ความสขุ ในการรนื่ เรงิ ทไ่ี หนท ่ีเขาวา่ กนั ว่าสนุก กไ็ ปคลุกไปเคล้าไปเยา้ ไปยวน ไมใ่ ครค่ รวญกอ็ าจจะตรม เพราะความสนกุ สนานรื่นเริง เปน็ความตอ้ งการระดับพน้ื ฐานของจติ ใจมนุษย์ ท่เี ม่อื มีบรรยากาศท่ซี ักนำแลว้อาจถลำไปส่คู วามหลงระเรงิ ลมื ตวั และปล่อยตัวปลอ่ ยใจ กลายเปน็ ความมัวเมา ลมื ฐานะลมื คักดศรี ลืมความดที ่ีเคยรกั ษา เลียผเู้ สียคน เลยี ซือ่ เสียงไปในที่สุด เพราะสนุกจนลมื ตวั ม่วั จนลมื ตน ก็ย่อมเสียคนได้ง่ายดาย ตอ้ งสนกุ แต่พอตวั ไมม่ ่ัวจนลมื ตน คา่ ของคนกค็ งเดมิ ๔. ความสขุ ในการเลน่ การพนนั ลงทุนน้อยแต่หวงั ใหไ้ ดผ้ ลมากและใช้ระยะเวลาส้นั ๆ จึงทุม่ ใหก้ ารพนันช้ชี ะตาชีวติ การพนนั ทกุ ประเภทจึงมเี สนห่ ใ้ หค้ นเดนิ เชา้ ไปหาและตดิ ใจ ได้นา้ ง เลยี นา้ ง หรือได้บา้ งเสยีบอ่ ย กไ็ มเ่ ป็นอุปสรรค เพราะความหวังท่ีจะรวยทางลัดยังคงมอี ยู่ ก็หวงัตอ่ ไป และมีเท่าไร ก็ทมุ่ ไมอ่ ัน้ สดุ ท้ายก็ไม่มีใหอ้ ั้น ไม่มใี หท้ ่มุ เพราะคำว่าเสีย่ ง เพยี งคำเดียว ๕ . ความ สุขใน การคบ คน ชวั่ การเล อื กค บ ค น จ ดั ว่าเป ็น รส น ิยมอยา่ งหนงึ่ และเปน็ ตวั บ่งช้ีได้อยา่ งหน่งึ วา่ คนๆ นน้ั มีบคุ ลกิ ลักษณะเชน่ ไรเพราะ “คบคนเชน่ ไร ยอ่ มเปน็ คนเช่นน้ัน” การคบคนชั่ว ทัง้ ท่ีรดู ว่าเป็นคนชัว่ แตกคบด้วยความเตม็ ใจ ดว้ ยความชอบส่วนตวั เช่น คบนกั เลง ดว้ ยเห็นว่าเขาใจถึงดี ใจกลา้ ดี คบคนทีท่ ำตวั ขวางโลก หลุดโลก ด้วยเห็นวา่๑๓ ๕ .
สขุ ใจทไ่ี ด้อ่านสารธรรมเพอ่ื ชวี ติ ทด่ี งี ามแปลกดี บ้าดี สุดท้ายกบ็ า้ และแปลกเหมือนคนทค่ี บ แมจ้ ะมืความสขุ จากการได้คบ แตจ่ ุดจบก็ต้องระทม เพราะคนดีๆ และกฎหมายของบา้ นเมอื งไมย่ อมรบั นัน่ เอง ๖. ความสขุ ในการเลย่ี งงาน ทำงานโดยไรจ้ ิตวญิ ญาณ วนั ไหนหนีงานไต้ รู้สึกเปน็ สุข ทัง้ ท่ีความจริงแล้ว กำลงั เดินเขา้ หาความทกุ ข์ เพราะงานท่สี ะสมเป็นดินพอกหางหมู จะมาตอกย้าํ และถามหาความรับผิดชอบของเราใหป้ วดหวั และจะรสู้ กึ ว่างานหนักขึ้นเรอ่ื ยๆหรือถา้ เป็นงานราชการก็ทำแบบเชา้ ชามเยน็ ชาม เร่ือยเปอี ยไร้พลัง โดยถอื หลัก “ไม่หลบ ไม่อู้ ก็สใู ม่ไห1ว” พอยศ ตำแหนง่ ไม1ขยับ กน็ ่งั บน่ โทษชะตาฟ้าดนิ จงึ เปน็ ภาพท่ีนา่ ลงั เวชใจ เมือ่ เห็นผู้ทีอ่ ยใู่ นเคร่ืองแบบอนั ทรงเกยี รติ แต่เหยียดหยามงานที่ไตร้ ับ และพยายามหลบ พยายามเล่ียง จะดีกว่าไหม ถา้ เราจะสามารถสร้างความภมู ิใจ และพอใจกบั งานใหไ็ ด้มากถึงมากทสี่ ดุ “โดยทำงานให้เปน็ สขุ และเปน็ สุขเมื่อทำงาน” ความสขุ ทง้ั ๖ ประการ ดงั กลา่ วมาน้ี จดั วา่ เป็นความสขุ ที่อยใู่ นภาวะเสี่ยง ต่อความหายนะ ทา่ นทีม่ งุ่ ความเจริญในชีวติ และการงาน ควรหลีกใหไ้ กลและจำให้ขน้ึ ใจว่า “จะสขุ ท้งั ที อ ย ่าม เี ส ีย่ งภ ยั จะส บ ายท ง้ั ท ี อ ยา่ ม ีเส ่ยี งท กุ ข ์ ใครค่ รวญ ทกุ ครั้ง ทมี่ ีความสขุ และอย่าส น ุก จน เส ีย่ งภ ัย ฯ ”๑๓๖
สขุ ใจท่ใี ดอ้ ่าน สารธรรมเพ่อื ชวี ติ ที่ดงาม โดย...พันเอก วสิ ิทธิ วไิ ลวงศ์ “ ศลี ธรรมจำเปน็ อยา่ งไร” คำว่า “ ศีลธรรม” ออกจะเปน็ คำพดู ทซ่ี ินหูมาก ย่ิงทุกวันนที้ ุกมุมโลกกำลังเรยี กร้องตอ้ งการศีลธรรม ศลี ธรรมเปน็ ของจำเปน็ สำหรบั โลกอย่างไร นศ่ี อี จดุ ปญั หาที่จะนำเสนอในทน่ี ี้ จากการศึกษาประวตั ศิ าสตร์ เราจะเห็นไตว้ า่ แต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบนั โลกของเราภายใต้ดวงอาทิตย์น้ี มนุษย์ไม่เคยแยกกนั อยูต่ ามลำพังความจำเป็นในต้านสบื เผา่ พันธุ ตามลัญซาตเวค และความจำเปน็ ในต้านการครองชพี ตามถ่ินฬฐ่ านและตามยจุคตามสมัย บ^งั คับให้มนจ ษุ ยต์ ้องรวมกันเป็นหมู่คณะ หรือติดต่อกนั แมัจะอย่ตู ่างถน่ิ ท้งั นี้เพื่อแลกเปลยี่ นผลประโยชน์จากกันและกนั และสิง่ ทเี่ ปน็ อปุ กรณ์แก'ความสุขตามปรารถนา ปรมิ าณของมนษุ ย์เพิ่มขนึ้ เพียงใด การรวมพรรครวมพวกและการตดิ ต่อยอ่ มขยายวงกว้างขน้ึ เพยี งน้นั เป็นความจรงิ ท่ีวา่ มนษุ ย์ย่อมมจี ติ ใจต่างกนั อนั เปน็ ผลแสดงออกทางกายและวาจา ซ่ึงขดั ต่อสิทธิและผลประโยชน์ของกนั และกนั ฉะนนั้การอยรู่ ่วมกนั ก็ดี การติดต่อกนั ก็สื ยิง่ ขยายวงกวา้ งขน้ึ เพียงใด ระเบียบแบบแผนสำหรบั ปฏิบตั ิตอ่ กัน ท้งั ในต่อหนา้ และลับหลังย่อมเป็นสิงทีจ่ ำเป็นทีจ่ ะสร้างใหม้ ากและม่ันคง รดั กมุ ยิ่งขนึ้ เพยี งน้ัน กลา่ วโดยสรุป สังคมของมนษุ ยเ์ จรญิ ข้นึ เพียงใด ความตอ้ งการระเบยี บแบบแผน อันเปน็ เคร่อื งประคองเกลียวสัมพันธ์แหง่ สังคมใหก้ ระซับขน้ึ กม็ มี ากเพียงนน้ั ทง้ั นเ้ี พือ่รักษาสวัสดีภาพของสังคม และสงวนไวซ้ ึ่งสันตสิ ุขของมวลมนษุ ย์ใหค้ งอยู่คู่กบั โลก แมสั ังคมจะเคยขาดสวสั ดีภาพและโลกจะเคยปราศจากสันตสิ ขุมาแลว้ นับครัง้ ไม่ถว้ นกต็ าม แตก่ ก็ ลับคืนคงสปู่ กตภิ าพไต้ทกุ ครั้ง และโลกกย็ งั คงเป็นโลกตราบจนทกุ วนั นี้ ท้งั มนษุ ย์ก็คงเพ่ิมปรมิ าณมากขน้ึ ทุกวนั ๑๓๗
สขุ ใจที่ได้อา่ นสารธรรมเพือ่ ชวี ิตท่ีดงี ามนั่นเพราะอำนาจของระเบียบแบบแผน ซงึ่ มวลมนษุ ย์ไดเ้ ทดิ ทูนยึดถือเสมอื นหน่งึ บิดามารดาของสังคม หรอื ผู้ปกครองที่ยง่ิ ใหญ่ ระเบียบแบบแผนน้ีปวงปราชญห์ ลายช่วั คนได้คิดบญั ญตั ิและแต่งต้งั ขน้ึ เพ่อื ใหเ้ ป็นสรณะของโลกใหม้ วลมนุษยไ์ ด้ยดึ ถอื ปฏิบัติ พาตนให้ประสบความสวัสดี ระเบียบน้เี ป็นที่ร้จู ักกนั ทั่วไปวา่ ไดแ้ กศ่ ลี ธรรม ศลี ธรรมนี้อาจแสดงออกในรปู แห่งศาสนาจารีต ประเพณี วัฒนธรรม และอ่ืนๆ อีก ซ่ึงแมจ้ ะผิดแผกแตกตา่ งกนัไปบา้ งตามทอ้ งถนิ่ เพอื่ ความเหมาะสมแกเ่ หตุการณ์และ สง่ิ แวดล้อมก็ตามแต่สารัตถะท่ีมุ่งหมายยอ่ มตรงกนั ศีล ไดแ้ กก่ ารระวงั รักษากาย วาจาให้อยู่ในขอบเขต เพอ่ื ไม่ให้การพูดและการทำล่วงลา้ํ สิทธแิ ละผลประโยชน์ของผอู้ ืน่ และเป็นเครอ่ื งรงั้ ความสมา้ เสมอในสงั คม หรอื เป็นมารยาททดี่ ีของภาคีแหง่ สังคม ธรรมะ ไดแ้ ก่ คณุ เคร่อื งอบรมจิตใจให้ประณ ีตขนึ้ ไปโดยลำดับ เพื่อปลูกความรักความสามัคคใี ห้แก่สังคม ตลอดจนการเสียสละอย่างใหญ่หลวงเพอ่ื ประโยชน์ส่วนรวม ศลี ธรรมนเี้ ป็นรากฐานแห่งสังคมที่ดี สังคมใดไมมศลี ธรรมเป็นรากฐาน สงั คมนนั้ ยอ่ มถงึ ความทรดุ โทรม กล่าวโดยสังเขป เสถยี รภาพของสงั คมข้ึนอยู่กบั ศลี ธรรม ศีลธรรมน้ีเป็นเคร่ืองค้ําประกนั สวสั ดีภาพของโลกโลกจะดำรงอยไู่ ด้ และจะเจรญิ จนถงึ ที่สุดกเ็ พราะศีลธรรม ศรีอารยยคุ ที่พุทธศาสนิกซนกำลงั รอคอย ก็คงหมายถึงยุคที่โลกเจริญด้วยศลี ธรรมนเี้ องตกว่า สวัสดีภาพกด็ ี สถาพรภาพกด็ ี สันตภิ าพก็ดี ของโลกลว้ นขน้ึ อยู่กบัศลี ธรรม ถา้ ขาดศลี ธรรมแล้ว โล กกถ็ ีงความ พินาศ ความพินาศอยา่ งให ญ ่ห ลวงของโลก ตๆมท่พี ทุ ธศาสนากล่าวถงึ คอื มคิ สัญ ญ ี (การท่ีมนษุ ย์สำคัญกนั เองวา่ เป็นเสมือนสัตว์) ก่อนทีไ่ ฟประลัยกัลปจ๋ ะล้างโลกก็ดียุคมหาวินาศตามที่ศาสนาพราหมณ์กล่าวถึง คือกลียคุ กด็ ี จะปรากฏแกโ่ ลกกต็ อ่ เม่ือมวลมนษุ ยข์ าดศีลธรรมอยู่ ตราบนน้ั กย็ ังไม'ปรากฏ ศลี ธรรมเทา่ นัน้ ท่ีทำใหม้ นษุ ย์เป็นผปู้ ระเสรฐิ กวา่ สัตว์สมชื่อ ถ้ามนษุ ย์ไร้ศีลธรรมแลว้จะแปลกอะไรกบั พวกน้ัน ท่งั อาจจะถกู ขนานนามเช่นน้นั เสยี อีกขอ้ นจ้ี ะเหน็ไดจ้ ากประชามตขิ อง ซาวไทยท่ีมักขนานนามผไู้ รศ้ ลี ธรรมว่า “เสอื ” ฉะนัน้ ๑๓ ๘
สขใจทไี่ ดอ้ ่าน สารธรรมเพ่อื ชีวิตท่ีดีงามศลี ธรรมจึงเปน็ คณุ สมบตั ทิ ี่สำคญั ทีส่ ุดของมนษุ ย์ เปน็ สิ่งทีจ่ ำเปน็ ที่สดุทม่ี นษุ ย์จะต้องสร้างให้มใี นตน เพ่อื เปน็ สัญลกั ษณแ์ ห่งความเปน็ มนุษย์ ศลี ธรรมนี้ ปวงปราชญท์ ุกยุคทกุ สมัย ได้รับรองแล้ววา่ ดีจรงิสามารถอำนวยความสุขความเจรญิ ให้แก'โลก และมนษุ ย์ได้ยอมปฏบิ ตั ิตามมาแตโ่ บราณกาล ทั้งไดเ้ ห็นผลประจักษม์ าแล้ว ใครจะเชอ่ื ว่าโลกนี้มีพระผู้สร้างก็ตาม กค็ งไม,เป็นการผดิ ทีจ่ ะเชอ่ื ว่า โลกน้มี ศี ีลธรรมเป็นพระผบู้ รบิ าลรกั ษาและมรี ษิ ยาอาธรรม์เป็นพระผทู้ ำลาย เพราะเมตตาปรานีเป็นธรรมะ อปุ ถัมภ์ค้ําชูโ่ ลก (โลโกปต.ถมฺภกิ า เมตตา) สว่ นรษิ ยาอาธรรม์ทำลายโลก ข้อพิสจู นน์ ้ีไดจ้ ากผลที่ปรากฏมาแล้ว ในอดตี และกำลังปรากฏอยู่ในปจั จุบัน อ าจจะม ีผ'ู้ ค ิด ว่า โลกท กุ วัน น ้ีเป ็น โลกแห ง่ วิท ยาศาส ตร์วิทยาศาสตร์ทง้ั สาขากายภาพและชวี ภาพไต้เจริญขนึ้ มาก นกั วทิ ยาศาสตร์อาจสรา้ งเครื่องอุปโภคบริโภคให้พอแก่ความตอ้ งการของมนุษยโ์ ดยไม่ตอ้ งแก่งแยง่ กัน อาจสรา้ งอาวุธท่ีรา้ ยกาจทีส่ ุด เพ่ือปราบปรามการแก่งแยง่ ถันซ่ึงหากจะมขี นึ้ และนกั นิติศาสตร์อาจจะตรากฎหมายขึน้ เพ่ือปอ้ งถันผูท้ ุจรติไดอ้ ย่างสมบูรณโ์ ดยไม่ต้องอาศัยศลี ธรรม ฉะนน้ั ศลี ธรรมจึงไม่เปน็ สิ่งจำเป็นสำหรบั สมัยน้ี และสมัยต่อไปความคิดเชน่ น้ีเป็นเพยี งการคาดคะเน ซ่ึงอาจจะไมส่ ำเร็จก็ได้ แต่ถา้ นกั วทิ ยาศาสตร์สามารถสรา้ งเครอ่ื งอุปโภคบรโิ ภคไต้มากจริงแล้ว เราเชือ่ แน่หรือวา่ จะพอแกค่ วามตอ้ งการของมนษุ ย์ เพราะความตอ้ งการของมนุษยไ์ ม่มีขีดค่นั นอกจากส่งิ ทจ่ี ำเป็น ก็ยงั ตอ้ งการสง่ิ ที่ฟมุ เทเื อยและใครจ่ ะสะสมไวใิ หเ้ ปน็ กรรมสิทธ้ขี องตนโดยไมจ่ ำกดั ปริมาณฉะน้นั จงึ เปน็ สงิ่ ท่ีเปน็ ไปไต้ยากท่จี ะกำจัดความต้องการหรือสร้างความพอใหแ้ ก,มนุษย์ โดยการเพ ่ิมให ซ้ งึ่ ปรมิ าณ ของวตั ถุ เหมือนเพ มิ่ เชอ้ื ใหไ็ ฟ เมอื่เป็นเช่นนนั้ การแกง่ แย่งถนั คงเปน็ สง่ิ ที่หลีกไมพ่ น้ จากการแก่งแย่งถนั ไตห้ ากจะมผี สู้ รา้ งอาวุธ ดงั ท่กี ลา่ วนัน้ ไตจ้ รงิ ก็ยงั เชอ่ื ไม่ไตว้ ่าอาวุธน้ันจะมอี ำนาจป้องกันและห้ามปรามการแก่งแย่งของมนุษยไ์ ต้ โดยไม่มีอาวธุ ท่ียิ่งไปกวา่การลบลา้ ง เพราะวทิ ยาศาสตรย์ งั ไม่หยุดชะงักเพียงเท่าน้ัน ยงั คงกา้ วหนัา ๑๓๙
สขุ ใจทไี่ ด้อา่ นสารธรรมเพ่ือชีวิตที่ดีงามอยู่เรือ่ ยไป ไม1มวี ี่แววจะสน้ิ สดุ เพียงไร อาวุธท่ดี กี ว่าคงเกิดขน้ึ เสมอ ยุคนี้เป็นยคุ แหง่ ปรมาณู ตราบใดท่โี ลกยงั ไมม่ ีอาวธุ ท่ีดียงิ่ ไปกว่าระเบดิ ปรมาณูตราบนัน้ ระเบิดปรมาณกู ็คงยังครองอำนาจไปก่อน แต่เรามน่ั ใจแล้วหรอื วา่จะไม่มีอาวุธทดี่ ยี ิ่งไปกวา่ น้ี ถ้าเราเชอ่ื ในความกา้ วหนา้ ของวิทยาศาสตร์ ก็ควรเชื่อดว้ ยว่า ต่อไประเบดิ ปรมาณจู ะหมดอำนาจ หรอื เมอ่ื มนั แพร่หลายไปทุกประเทศแลว้ จะมอี ำนาจปราบปรามหา้ มกันไดอ้ ย่างไร รังแต่จะเป็นชนวนใหเ้ กดิ การแก่งแย่งกนั เร็วยงิ่ ขึน้ เสียอกี ฉะนัน้ จึงเปน็ ส่งิ ทเี่ ปน็ ไปไดย้ ากทีจ่ ะปอ้ งกันและปราบปรามการแก่งแยง่ ของมนษุ ยด์ ้วยอาวธุ ที่ร้ายท่สี ดุ กลับจะเปน็ การก่อเวรหนกั ขึน้ เราคงไมล่ มื พระพทุ ธภาษติ ว่า “ แต่ไหนแต่ไรมาเวรย่อมไม่ระงบั ดว้ ยการจองเวร แต่ระงับไดด้ ้วยการไม,มีเวร” ศลี ธรรมเทา่ นนั้ ท่ีจะมอี ำนาจยบั ยงั้ การแก่งแยง่ และการจองเวรกนั ได้ อนงึ่ ถ้านักนิติศาสตร์สามารถตรากฎหมายขึ้นได้จริงตามที่กล่าวนนั้ กฎหมายน้ันกไ็ ม,สามารถบงั คบั จิตใจของมนุษยไ์ ดเ้ หมือนศีลธรรมเพราะกฎหมายเป็นเพียงคำส่งั หรือคำบงั คบั ไมใช่ คำสอน ส่วนศีลธรรมเปน็ ทัง้ คำสง่ั และคำสอน กฎหมายมแี ตพ่ ระเดชไม ม่ ีพระคุณ สว่ นศีลธรรมมที ั้งพระเดชและพระคณุ กฎหมายมีคนกลวั แตน่ อ้ ยคนจะเกรงหรือเคารพสว่ นศีลธรรมมที ้ังคนกลัว คนเกรงและคนเคารพ ฉะนนั้ จึงเป็นการยากท่ีโลกจะมีแต่เพยี งกฎหมาย ไมม่ ีศีลธรรมเปน็ คกู่ นั ไป จริงอย่วู ทิ ยาศาสตร์สามารถผลติ เครอื่ งอปุ โภคบริโภคใหท้ นั ความตอ้ งการของมนุษย์สามารถสร้างเวชภัณฑ์ใหท้ นั กบั ความเปลีย่ นแปลงของโรค สามารถอำนวยความสะดวกในการคมนาคมใหอ้ ย่างทนั ใจ และสามารถอำนวยความสุขสบายมากอยา่ งในการครองชพี ใหแ้ กม่ นษุ ยอ์ ย่างคาดไม่ถงึแต่วิทยาศาสตรไ์ มใ่ ห้ความอ่นุ ใจแก่มนษุ ยใ์ นดา้ นสนั ตสิ ุข วทิ ยาศาสตร์ย่ิงถา้ วหนา้ ไปเพยี งใด ดเู หมอื นขวญั ของมนุษยย์ ่งิ จะส่ันจะสะเทือนขึน้ เพยี งน้นั สันตสิ ุขประหนง่ึ วา่ ยง่ิ จะหา่ งไกลออกไปจากโลก สงครามยง่ิ คบื คลานเข้ามาใกล้ และปรากฏว่ามบี อ่ ยครัง้ ข้ึนในชว่ั ระยะกาลไม่นาน สว่ นศลี ธรรมทำความอนุ่ ใจให้แกม่ นุษย์ สรา้ งสนั ตสิ ขุ ให้แก,โลก วทิ ยาศาสตรม์ ่งสรา้ ง๑๔๐
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288