แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาฟิสิกส์ 1 ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 4 214 11. บันทกึ ผลหลงั การสอน ดา้ นความรู้ ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ด้านความสามารถทางวทิ ยาศาสตร์ ดา้ นอื่น ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปญั หาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้าม)ี ) ปญั หา/อปุ สรรค แนวทางการแก้ไข ลงชอ่ื .........................................................ผู้สอน (นายธนพฒั น์ อิศรางกรู ณ อยุธยา) ตำแหน่ง ครู จัดทำโดย นายธนพัฒน์ อิศรางกรู ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวดั เชยี งใหม่
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าฟสิ กิ ส์ 1 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 215 ใบงานท่ี 3.4 เรื่อง แรงตง้ั ฉากและแรงเสียดทาน คำชี้แจง : จงตอบคำถามและแสดงวธิ ีทำอย่างละเอยี ด 1. แรงเสียดทานสถิตและแรงเสียดทานจลน์ เหมอื นหรอื แตกต่างกัน อยา่ งไร 2. จงหาคา่ สมั ประสทิ ธ์ิของแรงเสียดทานระหวา่ งผิววัตถทุ ่ีวางอยู่บนโต๊ะกับวตั ถุหนัก 12 กิโลกรัม ออกแรงดงึ 30 นวิ ตัน ในแนวราบให้วตั ถุเคลอ่ื นทไี่ ด้ 3. ฉุดลากเลือ่ นมวล 300 กโิ ลกรัม ดว้ ยมา้ เชอื กลากทำมุม 35o กับแนวระดับ ถ้าสัมประสทิ ธิ์ความเสยี ดทานเท่ากับ 0.10 จงหาขนาดของแรงฉดุ ทน่ี อ้ ยทสี่ ุดทที่ ำให้เล่ือนเคลื่อนที่ จัดทำโดย นายธนพัฒน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหม่
แผนการจดั การเรียนรู้ รายวิชาฟิสิกส์ 1 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 216 ใบงานที่ 3.4 เฉลย เร่ือง แรงตัง้ ฉากและแรงเสยี ดทาน คำช้แี จง : จงตอบคำถามและแสดงวิธที ำอยา่ งละเอียด 1. แรงเสียดทานสถิตและแรงเสียดทานจลน์ เหมอื นหรอื แตกตา่ งกนั อย่างไร แรงเสยี ดทานสถิต (static friction) คอื แรงเสียดทานท่ีเกดิ ขน้ึ ระหวา่ งผวิ สัมผัสของวตั ถุ ในสภาวะที่วตั ถุ ได้รบั แรงกระทำแลว้ อยู่นิง่ แรงเสยี ดทานจลน์ (kinetic friction) คือ แรงเสียดทานท่ีเกดิ ขน้ึ ระหวา่ งผวิ สมั ผัสของวัตถุ ในสภาวะที่วตั ถุ ไดร้ ับแรงกระทำแล้วเกิดการเคล่อื นที่ด้วยความเร็วคงตัว 2. จงหาค่าสมั ประสทิ ธ์ิของแรงเสยี ดทานระหวา่ งผิววตั ถทุ วี่ างอยู่บนโตะ๊ กบั วตั ถุหนกั 12 กโิ ลกรมั ออกแรงดึง 30 นิวตนั ในแนวราบให้วัตถุเคลือ่ นทีไ่ ด้ จากสมการ F = fs,max = µsN เมือ่ 1 กโิ ลกรัม = 9.8 นวิ ตนั แรงกดของวตั ถุ = 12 × 9.8 = 117.6 นวิ ตัน และแรงดึง = 30 นิวตนั แทนค่า µs = 30 = 0.255 117.6 ดงั นนั้ สัมประสิทธ์ขิ องแรงเสยี ดทานระหว่างผิววัตถุ 0.255 3. ฉุดลากเลอื่ นมวล 300 กโิ ลกรมั ด้วยม้า เชือกลากทำมุม 35o กับแนวระดับ ถ้าสมั ประสิทธิ์ความเสียดทานเท่ากับ 0.10 จงหาขนาดของแรงฉุดท่นี ้อยที่สุดทท่ี ำใหเ้ ล่ือนเคลื่อนที่ จาก แรงลากเลอื่ นในแนวระดับ = แรงเสยี ดทาน F cos θ = (mg - F sin θ) F= µmg µ sin θ+ cos θ = (0.10)(300)(9.8) (0.10) sin 35°+ cos 35° = 335 N ดังน้ันขนาดของแรงฉุดที่นอ้ ยที่สุดที่ทำใหเ้ ล่ือนเคลือ่ นท่ีเทา่ กับ 335 นิวตัน จัดทำโดย นายธนพฒั น์ อิศรางกรู ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหม่
แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวิชาฟสิ ิกส์ 1 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 217 แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 5 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวดั เชียงใหม่ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1/2564 กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา ฟสิ ิกส์ 1 (ว31201) หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 แรงและกฎการเคล่อื นท่ี เร่ือง การประยกุ ตใ์ ช้กฎการเคลอ่ื นทีข่ องนิวตัน จำนวนเวลาที่สอน 5 ช่วั โมง ครูผู้สอน นายธนพฒั น์ อศิ รางกูร ณ อยธุ ยา 1. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด (ความเขา้ ใจทีค่ งทน) กฎการเคลื่อนที่ของนิวตนั ทั้งสามขอ้ เปน็ ความร้พู ้ืนฐานที่สำคัญมากในวชิ าฟิสกิ ส์ ซ่ึงสามารถทำใหเ้ ข้าใจหรือ ใช้อธิบายสาเหตุของการเปลี่ยนสภาพการเคลื่อนที่ของวัตถุทุกชนิดและทุกกรณี ทั้งการเคลื่อนที่บนโลก นอกโลก และในเอกภพ และยังสามารถอธิบายเรื่องสมดุลและการเคลอ่ื นที่ของวัตถตุ ่าง ๆ ไดท้ ุกลกั ษณะ และยังเป็นพ้ืนฐาน สำหรบั นำไปใช้ศกึ ษาเรื่องอ่นื ๆ เชน่ งาน พลังงาน โมเมนตัม เปน็ ตน้ 2. ผลการเรยี นรู้ เขียนแผนภาพของแรงที่กระทำต่อวัตถุอิสระ ทดลองและอธิบายกฎการเคลื่อนที่ของนิวตนั และการใช้กฎ การเคล่ือนท่ขี องนวิ ตนั กบั สภาพการเคล่ือนที่ของวัตถุ รวมท้ังคำนวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ท่เี กยี่ วข้องได้ 3. จุดประสงค์การเรยี นรู้ 3.1 ด้านความรู้ (Knowledge) 1) เขา้ ใจกฎการเคลื่อนทข่ี องนวิ ตนั ไดด้ ีขึ้นและสามารถนำไปประยกุ ต์อธิบายปรากฏการณ์ต่าง ๆ ได้ 3.2 ด้านทักษะและกระบวนการ (Skill/Process) 2) มที ักษะการคำนวณหากฎการเคลอื่ นท่ีของนิวตนั ไดถ้ ูกต้อง 3.3 ด้านเจตคติ (Attitude) 3) เพอื่ ใหม้ เี จตคติตอ่ วชิ าฟสิ ิกส์ ในด้านคณุ ภาพการสอน ดา้ นเน้ือหา ด้านกิจกรรมการเรียนรู้ และด้าน บรรยากาศการเรยี นรู้ 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 เนื้อหาสาระหลกั : Knowledge (ผูเ้ รยี นตอ้ งรูอ้ ะไร) - สมบัติของวัตถทุ ี่ต้านการเปลี่ยนสภาพการเคลื่อนท่ี เรียกว่า ความเฉื่อย มวลเป็นปริมาณที่บอกให้ ทราบวา่ วัตถุใดมคี วามเฉื่อยมากหรือน้อย - การหาแรงลัพธ์ทกี่ ระทำต่อวตั ถุสามารถเขยี นเปน็ แผนภาพของแรงที่กระทำตอ่ วัตถุอิสระได้ - กรณที ่ไี ม่มีแรงภายนอกมากระทำ วัตถุจะไมเ่ ปล่ียนสภาพการเคลือ่ นทซ่ี ่ึงเปน็ ไปตามกฎการเคล่ือนที่ ข้อทห่ี น่ึงของนวิ ตนั - กรณีทม่ี ีแรงภายนอกมากระทำโดยแรงลัพธ์ท่กี ระทำตอ่ วัตถุ ไม่เปน็ ศนู ย์ วตั ถจุ ะมีความเร่ง โดย ความเร่งมีทิศทางเดียวกับแรงลัพธ์ ความสัมพันธ์ระหว่างแรงลัพธ์ มวลและความเร่ง เขียนแทนได้ด้วย สมการ จัดทำโดย นายธนพัฒน์ อิศรางกรู ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จังหวัดเชยี งใหม่
แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ าฟิสกิ ส์ 1 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 218 n ∑ ⃑Fi = ma⃑ i=0 ตามกฎการเคลอ่ื นทขี่ อ้ ทีห่ นง่ึ ของนิวตนั - เมื่อวตั ถุสองกอ้ นออกแรงกระทำตอ่ กนั แรงระหว่างวัตถทุ ้งั สองจะมีขนาดเทา่ กนั แต่มีทศิ ทางตรง ขา้ มและกระทำต่อวตั ถคุ นละกอ้ น เรยี กวา่ แรงคูก่ ริ ยิ า-ปฏกิ ริ ยิ า ซึ่งเป็นไปตามกฎการเคลอ่ื นทข่ี ้อที่สามของ นวิ ตัน และเกิดขน้ึ ไดท้ ัง้ กรณที ว่ี ตั ถทุ ้ังสองสมั ผสั กนั หรือไมส่ มั ผัสกนั กไ็ ด้ 4.2 ทกั ษะ/กระบวนการ : Process (ผเู้ รยี นสามารถปฏบิ ัตอิ ะไรได)้ - ทกั ษะการวเิ คราะห์ - ทกั ษะการสังเกต - ทกั ษะการสอ่ื สาร - ทักษะการทำงานร่วมกัน - ทักษะการนำความรูไ้ ปใช้ 4.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ : Attitude (ผ้เู รยี นควรแสดงพฤตกิ รรมการเรยี นอะไรบ้าง) - มวี ินยั - ใฝ่เรยี นรู้ - มงุ่ มัน่ ในการทำงาน - มีความซื่อสตั ย์ 5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี นและคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มวี ินยั 2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรียนรู้ 1) ทักษะการวิเคราะห์ 3. ม่งุ ม่ันในการทำงาน 2) ทกั ษะการสังเกต 4. มีความซอื่ สตั ย์ 3) ทักษะการส่อื สาร 4) ทกั ษะการทำงานรว่ มกนั 5) ทักษะการนำความรู้ไปใช้ 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต จดั ทำโดย นายธนพฒั น์ อศิ รางกูร ณ อยธุ ยา ตำแหนง่ ครู กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวัดเชียงใหม่
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาฟสิ ิกส์ 1 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 219 6. กจิ กรรมการเรยี นรู้ แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วธิ กี ารสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model) ชัว่ โมงท่ี 1 ขน้ั นำ กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนความร้เู ดิมเก่ยี วกับ เรือ่ ง แรง มวล และกฎการเคลอ่ื นทีข่ องนวิ ตัน 2. ครถู ามคำถาม Prior Knowledge วา่ “ถ้าช่ังน้ำหนกั ในลฟิ ตท์ ี่กำลังเคล่อื นท่ี น้ำหนักจะเป็นอยา่ งไร” (แนวตอบ : เมื่อวัตถุและเครื่องชั่งน้ำหนักเคลื่อนที่ขึ้นลงไปด้วยกันด้วยความเร็วคงตัว (ไม่มี ความเร่ง) แรงที่วัตถุกระทำต่อเครื่องชั่งน้ำหนักจะยังคงเท่ากับในขณะหยดุ นิ่ง แต่ถ้าวัตถุและเครื่องช่ัง นำ้ หนักเคลอื่ นท่ขี ้นึ ลงไปด้วยกนั โดยมคี วามเร่ง แรงกระทำระหว่างกนั ของท้งั สองสิ่งจะแตกต่างกับเมื่ออยู่ ในขณะหยุดนิ่งหรือเคลื่อนท่ีดว้ ยความเรว็ คงตวั ในขณะนั้นเข็มชบี้ อกน้ำหนักเรียกว่าเปน็ น้ำหนักปรากฏ (apparent weight)) 3. นกั เรยี นแตล่ ะคนชว่ ยกันตอบคำถาม ขน้ั สอน สำรวจคน้ หา (Explore) 1. ครูอธิบายให้นักเรียนทราบว่า การเคลื่อนที่ของวัตถุในชีวิตประจำวัน สามารถนำกฎการเคลือ่ นที่ของนวิ ตันและการเขียนแผนภาพวัตถุอิสระ (Free-body diagram) มาชว่ ยสร้างความเข้าใจในการเปล่ียนแปลง สภาพการเคล่อื นที่ท่ีเกิดจากแรงท่มี ากระทำกับวัตถใุ นแตล่ ะกรณี 2. ครูให้นักเรียนศกึ ษาการเขียนแผนภาพวตั ถุอสิ ระเพื่อใช้สำหรบั การแก้ปญหา ตามรายละเอียดในหนังสือ เรยี น หน้า 129 3. ครูช้ีใหเ้ ห็นว่าการเขยี นแผนภาพวัตถอุ ิสระของแต่ละปัญหา เป็นกระบวนการเรมิ่ ต้นกอ่ นเขา้ สู่กระบวนการ วเิ คราะห์ปญั หาและแก้ปัญหา ดังนัน้ นกั เรยี นจะต้องเขา้ ใจองค์ประกอบต่าง ๆ กอ่ นจะเขา้ สู่หลักการเขียน แผนภาพ คอื ส่วนแรก คือ ชนิดของแรก ได้แก่ แรงกระทำหรือน้ำหนักที่มากระทำ ส่วนนี้เป็นส่วนสำคัญท่ี นกั เรียนสมารถเขียนสญั ลักษณห์ รือลกู ศร ที่แสดงความหมายของแรงในแผนภาพวตั ถอุ ิสระไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง ส่วนที่สอง คือ แกนอ้างองิ นักเรียนต้องตัง้ แกนอ้างอิงให้สมั พันธ์กับปัญหา และเป็นแนวเร่ิมต้นใน การแก้ปญั หานนั้ ๆ ส่วนทีส่ าม คือ ขอบเขตของวัตถุ เช่น ลกั ษณะการเคลื่อนที่ ขน้ั สอน อธบิ ายความรู้ (Explain) 1. ครูอธิบายเพิ่มเติมในเรื่องของการเขียนแผนภาพวัตถุอิสระ (Free-body diagram) คือ การเขียน แผนภาพแทนวัตถุเพ่ือแสดงให้เห็นเวกเตอร์ของแรงภายนอกท่ีกระทำต่อวัตถุ ซึ่งมีขั้นตอน ดังนี้ จดั ทำโดย นายธนพฒั น์ อศิ รางกูร ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหม่
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาฟสิ กิ ส์ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 4 220 1) วาดรูปร่างของวัตถุ โดยนิยมเขียนเป็นโครงรูปโดยสังเขป หรือแทนด้วยจุดก็ได้ 2) แสดงแรงท้ังหมดที่กระทำกับวัตถุ 3) เขียนตัวเลขหรือสัญลักษณ์แทนแรงแต่ละแรง และเขียนลูกศรแสดงทิศของแรง 2. ครูอธบิ ายสรปุ เก่ียวกบั เนือ้ หา หรอื เปดิ โอกาสใหน้ กั เรียนได้สอบถามในส่วนที่มขี ้อสงสัย ขน้ั สรปุ ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 1. ครูนำนักเรยี นอภปิ รายและสรปุ เกีย่ วกบั การเขยี นแผนภาพวัตถอุ สิ ระ ดงั น้ี • เขยี นภาพของปัญหาแลว้ ใส่แรงกระทาทเ่ี ป็นไปไดท้ งั้ หมด • นาวตั ถทุ เ่ี ป็นปัญหามาเขยี นแยกอสิ ระพรอ้ มทงั้ ใส่กรอบอา้ งองิ ทเ่ี หมาะสม • ถา้ แรงกระทาไม่ไดอ้ ยู่ในแนวแกนของระบบ ใหแ้ ตกเป็นแรงย่อย • เขยี นเป็นสมการของแรงลพั ธใ์ นแตล่ ะแกน - แนวการเคล่อื นทท่ี ม่ี คี วามเร่ง: ∑F = ma (กฎขอ้ ทส่ี อง) - วตั ถอุ ยนู่ ่งิ หรอื มคี วามเรง่ คงตวั : ∑F = 0 (กฎขอ้ ทห่ี น่งึ ) 2. ครเู ปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นสอบถามเนื้อหาเร่อื ง การเขียนแผนภาพวตั ถอุ ิสระ วา่ มสี ่วนไหนทีย่ งั ไม่เข้าใจและ ใหค้ วามรู้เพิ่มเติมในส่วนน้นั 3. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั เฉลยคำถามจาก Unit Question 3 ช่ัวโมงท่ี 2 ขน้ั นำ กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครทู บทวนความรู้เก่ียวกับการเขยี นแผนภาพวัตถุอิสระ เพือ่ เปน็ แนวทางใช้การแก้ปญั หาโดยใช้โดยใช้กฎ การเคลือ่ นท่ขี องนิวตัน 2. ครถู ามคำถามกระต้นุ ความสนใจกับนักเรยี น (ทง้ิ ช่วงให้นักเรียนคิด) - สมการใดสามารถนำมาคำนวณหาน้ำหนกั ของวตั ถุในขณะที่ลิฟต์กำลังเคล่อื นท่ี (แนวตอบ : ∑F = ma (กฎข้อที่สองของนวิ ตัน)) - ถา้ นักเรียนยืนบนตาชั่งน้ำหนกั ซง่ึ อย่ใู นลฟิ ต์ทหี่ ยดุ น่งิ นักเรียนจะใช้สมการใดในการคำนวณน้ำหนกั (แนวตอบ : ∑F = 0 (กฎข้อทหี่ นึ่งของนวิ ตนั )) 3. แจ้งใหน้ กั เรยี นทราบว่า จะได้ศกึ ษาเกยี่ วกับการหาแรงปฏกิ ริ ยิ าและการชง่ั นำ้ หนักในลฟิ ต์ จดั ทำโดย นายธนพัฒน์ อิศรางกูร ณ อยธุ ยา ตำแหนง่ ครู กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 จงั หวัดเชยี งใหม่
แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ าฟสิ ิกส์ 1 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 221 ขน้ั สอน สำรวจค้นหา (Explore) 1. ครูอธิบายเกี่ยวกบั แรงปฏิกิรยิ าว่า ค่าน้ำหนักของวัตถุที่อ่านจากตาชั่งสปริง จะเท่ากับค่าแรงตึงเชือกใน สปรงิ หรือแรงตงึ ในเส้นเชือกที่ผกู ระหว่างวัตถุกับสปริง โดยต้องใชส้ ปรงิ เบา คา่ นำ้ หนักของวัตถุท่ีอ่านได้ จากตาช่งั สปริงจะเทา่ กบั คา่ แรงปฏิกริ ิยาท่ีตาชั่งสปรงิ กระทำต่อวัตถุ 2. ครูถามนกั เรยี นวา่ วตั ถทุ ว่ี างอยู่ในลฟิ ต์ หรอื ช่งั นำ้ หนกั วตั ถุโดยใช้ตาชง่ั สปรงิ ในลิฟต์ นักเรียนจะสามารถ หาแรงท่กี ระทำต่อวัตถุไดอ้ ยา่ งไร 3. ครูให้นกั เรียนชว่ ยกนั คิดเพอื่ หาคำตอบ โดยนักเรียนสามารถศกึ ษารายละเอยี ดจากหนงั สอื เรยี น ขน้ั สอน อธิบายความรู้ (Explain) 1. ครูสุ่มให้นักเรียนออกมาอธิบายหน้าชั้นเรียน 2. จากนั้นครูอธิบายเพิ่มเติมว่า วัตถุที่วางอยู่ในลิฟต์ หรือการชั่งน้ำหนักวัตถุโดยใช้ตาชั่งสปริงในลิฟต์ ถ้า ต้องการหาแรงที่กระทำต่อวัตถุ นักเรียนต้องใส่แรงที่กระทำต่อวัตถุนั้นให้ครบ แล้วพิจารณาทิศการ เคลอื่ นทีข่ องวัตถุ โดยแรงใดมีทศิ ทางเดยี วกับการเคลอ่ื นท่ีใหม้ ีค่าเปน็ บวก (+) สว่ นแรงใดที่มีทิศทางตรง ข้ามกับทศิ การเคลอ่ื นทีใ่ หม้ ีคา่ เปน็ ลบ (-) แล้วใชก้ ฎการเคล่ือนทข่ี องนวิ ตันในการแก้โจทยป์ ัญหา 3. ครเู ปิดโอกาสให้นกั เรียนสอบถามเนอ้ื หา วา่ มสี ่วนไหนท่ียังไม่เข้าใจและใหค้ วามรู้เพ่ิมเติมในส่วนนน้ั ขน้ั สรปุ ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 1. ครนู ำนักเรียนอภปิ รายและสรุปเก่ียวกบั การชง่ั นำ้ หนกั ในลิฟต์ ดังนี้ • ถ้าลฟิ ต์เคลอื่ นท่ีลงดว้ ยความเรง่ a = g ตาชัง่ อา่ นนำ้ หนกั ไดเ้ ทา่ กับ 0 (เสมอื นไร้น้ำหนกั ) • การชั่งนำ้ หนกั ในลฟิ ต์ ใชก้ ารคำนวณเหมือนการดงึ มวล แต่เปล่ียนคา่ แรงดงึ เชอื ก T เปน็ ค่าน้ำหนัก ทอี่ า่ นได้จากตาช่ัง N เท่านัน้ 2. ครูใหน้ ักเรยี นศกึ ษาตัวอยา่ งการคำนวณจากโจทย์ปัญหา พรอ้ มท้งั ให้นกั เรียนฝึกแกโ้ จทย์ปัญหาในหนังสือ เรยี น หน้า 130 ตามข้ันตอนการแก้โจทย์ปัญหา ดังนี้ • ข้ันท่ี 1 ครูใหน้ กั เรยี นทกุ คนทำความเข้าใจโจทย์ตัวอยา่ ง • ขั้นที่ 2 ครูถามนกั เรียนวา่ ส่ิงทโ่ี จทย์ต้องการถามหาคืออะไร และจะหาสง่ิ ท่ีโจทย์ต้องการ ต้องทำ อยา่ งไร • ขน้ั ท่ี 3 ครูให้นกั เรยี นดูวิธีทำในการคำนวณหาคำตอบ • ขน้ั ที่ 4 ตรวจสอบคำตอบของโจทย์ตวั อยา่ งว่าถกู ตอ้ ง หรือไม่ 3. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกบั นำ้ หนักปรากฏวา่ เมื่อวัตถุและเครื่องช่ังนำ้ หนักเคลื่อนที่ข้ึนลงไปดว้ ยกันด้วย ความเร็วคงตัว (ไม่มีความเร่ง) แรงที่วัตถุกระทำตอ่ น้ำหนักปรากฏจะยังคงเท่ากบั เมื่ออยู่ในขณะหยดุ น่งิ แตถ่ ้าวัตถแุ ละน้ำหนักปรากฏเคลือ่ นท่ขี น้ึ ลงไปดว้ ยกนั โดยมีความเรง่ แรงกระทำระหวา่ งกันของท้ังสองสิ่ง จะแตกต่างกับเมื่อขณะหยุดนิ่งหรือเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัว ในขณะนั้นเข็มชี้บอกน้ำหนัก เรียกว่า น้ำหนกั ปรากฏ (apparent weight) จดั ทำโดย นายธนพัฒน์ อิศรางกรู ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 จงั หวัดเชียงใหม่
แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ าฟิสกิ ส์ 1 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 222 4. ครูเปิดโอกาสให้นกั เรยี นสอบถามเนอื้ หาเรือ่ ง การหาแรงปฏิกริ ิยาและการชั่งนำ้ หนักในลฟิ ต์ วา่ มีส่วนไหน ท่ยี ังไมเ่ ขา้ ใจและใหค้ วามรเู้ พิ่มเติมในสว่ นนั้น 5. ครูและนกั เรียนร่วมกันเฉลยคำถามจาก Unit Question 3 และทำแบบฝกึ หดั เรอื่ ง การชั่งน้ำหนกั ในลฟิ ต์ ชั่วโมงท่ี 3 ขน้ั นำ กระตนุ้ ความสนใจ (Engage) 1. ครูทบทวนเก่ยี วกบั การชัง่ นำ้ หนักในลิฟต์ และการคำนวณโดยใชก้ ฎของนวิ ตัน 2. ครูถามคำถามให้นักเรยี นแสดงความคิดเห็นว่า การคำนวณวัตถุบนพื้นเอียง ใช้กฎของนิวตันข้อใดในการ คำนวณ (แนวตอบ : ∑F = ma (กฎข้อท่ีสองของนวิ ตัน)) 3. แจ้งให้นกั เรียนทราบวา่ จะไดศ้ กึ ษาเกยี่ วกบั การคำนวณในกรณกี ารเคล่ือนท่ีของวัตถพุ ้นื เอยี ง ขน้ั สอน สำรวจคน้ หา (Explore) 1. ครูให้ความรู้เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของวัตถุพื้นเอียงตามรายละเอียดในหนังสือเรียน หน้า 131 โดยให้ นกั เรียนพิจารณาการแยกองคป์ ระกอบเวกเตอร์ของน้ำหนักของวัตถทุ วี่ างอยบู่ นพื้นเอี้ยง 2. ครูถามนักเรียนว่า วัตถุกำลังจะเริ่มเคลื่อนที่กับวัตถุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัว ค่าสัมประสิทธิ์ความ เสยี ดทานแตกตา่ งกันหรอื ไม่ อยา่ งไร 3. นักเรียนทุกคนชว่ ยกันคดิ เพื่อตอบคำถาม ขน้ั สอน อธบิ ายความรู้ (Explain) 1. ครูนำอภปิ รายเก่ียวกับการเคลื่อนที่ของวัตถุพ้ืนเอยี ง ดังน้ี เม่อื วัตถอุ ยูบ่ นพืน้ เอียงจะมีแรงเน่อื งจากนำ้ หนกั ของวัตถุ (mg) แรงเสียดทาน (f) และแรงที่พืน้ เอียง กระทำกับวัตถุ (N) หากแตกแรง mg แล้ว นักเรียนสามารถจะหาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณต่าง ๆ ในขณะทว่ี ตั ถุกำลังจะเริม่ เคลื่อนทีไ่ ดจ้ าก ������������ = ������������ = ������������ sin ������ = tan ������ ������ ������������ cos ������ ในลกั ษณะเดียวกนั ขณะท่วี ัตถุเคลื่อนที่ดว้ ยความเร็วคงตัว เราสามารถหาค่าสัมประสิทธ์ิความเสียดทาน จลนไ์ ดจ้ ากสมการ ������������ = ������������ = ������������ sin ������ = tan ������ ������ ������������ cos ������ 2. ครใู หน้ ักเรียนลองหาคำตอบจากตวั อย่างท่ี 3.20 และ 3.21 จากหนังสือเรียน หนา้ 131-132 ด้วยตนเอง เพื่อเสรมิ ความเข้าในการใชส้ มการที่ใชค้ ำนวณท่เี รียนมา จัดทำโดย นายธนพัฒน์ อศิ รางกรู ณ อยธุ ยา ตำแหนง่ ครู กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวัดเชียงใหม่
แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวิชาฟิสิกส์ 1 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 223 3. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามเนื้อหาเรื่อง การเคลื่อนที่ของวัตถุพื้นเอียง ว่ามีส่วนไหนที่ยังไม่เข้าใจ และใหค้ วามร้เู พ่ิมเตมิ ในสว่ นนั้น ขน้ั สรปุ ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate) 1. ครูให้นักเรียนยกตวั อย่างโจทย์คำนวณหาปรมิ าณอ่ืน ๆ โดยอาจปรับตัวอย่างจากหนงั สอื เรยี น ครูอาจจะ เพิ่มเติมมวลของวตั ถุ ความตงึ ในเสน้ เชือก เปน็ ตน้ 2. ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั เฉลยคำถามจาก Unit Question 3 ชว่ั โมงที่ 4-5 ขน้ั นำ กระต้นุ ความสนใจ (Engage) 1. ครูทบทวนความรูเ้ ดมิ เก่ยี วกับเรอ่ื ง การเคลอื่ นทีข่ องวตั ถพุ นื้ เอยี ง 2. ครูถามนกั เรียนวา่ นักเรียนรู้จักหรือเคยเห็นรอกในชีวติ ประจำวนั บ้างหรือเปลา่ แลว้ ครถู ามนกั เรียนวา่ รอก คืออะไร (แนวตอบ : รอก เป็นเครื่องกลทีใ่ ช้สำหรับยกของขึ้นทีส่ ูงหรือหย่อนลงไปในทีต่ ่ำ รอกมีลักษณะ เปน็ ล้อมหมุนได้คล่องรอบตัว และมีเชือกพาดลอ้ สำหรับยกตวั และดงึ วัตถุ) 3. ครูแจง้ ใหน้ ักเรียนทราบว่า จะไดศ้ ึกษาเก่ียวกบั แรงดึงในเส้นเชอื กเบาและรอก ขน้ั สอน สำรวจคน้ หา (Explore) 1. ครใู ห้นักเรียนแบ่งกล่มุ กลุม่ ละ 4-5 คน แล้วร่วมกันศกึ ษาตัวอยา่ งที่ 3.22 2. ครูถามคำถามนักเรียนว่า การคำนวณการดึงของวัตถุด้วยรอก เหมือนหรือแตกต่างกับการคำนวณการ เคลือ่ นทบ่ี นพื้นเอียงหรอื ไม่ อยา่ งไร 3. ครูใหน้ กั เรียนแตก่ ลุม่ ศึกษาเกย่ี วกับการคำนวณจากโจทยต์ ัวอยา่ ง 4. นกั เรียนนำขอ้ มูลท่ไี ด้จากการสบื ค้นมาวเิ คราะห์และเรยี บเรียงเน้อื หาเพ่อื ใช้สำหรับการนำเสนอโดย แลกเปล่ยี นความคดิ เหน็ กันภายในกลมุ่ จากนั้นอธิบายซกั ถามกันภายในกลมุ่ จนเขา้ ใจตรงกนั (หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมนิ นกั เรียน โดยใช้แบบสังเกตการณท์ ำงานกลุ่ม) 5. ครใู หต้ วั แทนนกั เรียนออกมาสาธิตแสดงวิธกี ารคำนวณที่หนา้ ชั้นเรยี น จากนั้นนักเรียนชว่ ยกนั สรปุ จดั ทำโดย นายธนพฒั น์ อศิ รางกูร ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวดั เชยี งใหม่
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาฟิสกิ ส์ 1 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 224 ขน้ั สอน อธบิ ายความรู้ (Explain) 1. ครนู ำนักเรยี นอภปิ รายและสรุปวา่ แรงทก่ี ระทำใหร้ ะบบเคลื่อนที่ คอื น้ำหนักของ M คอื mg ส่วนน้ำหนกั ท่ี m ไม่มผี ลต่อการเคล่อื นท่ี (เพราะตัง้ ฉากกับการเคลื่อนท)ี่ และแรงตงึ เชือก T เป็นแรงภายในระบบไม่มี ผลต่อการเคล่อื นท่ี 2. ครูให้ความรู้ตามรายละเอียดในหนังสือเรียน หน้า 134 ว่า แรงดึงในเส้นเชอื กมีมวลที่ถูกแขวนในแนวดงิ่ จะมวี ิธีท่วี บั ซอ้ นกวา่ การคำนวณในเส้นเชือกเบา เพราะมวลของเชอื กจะมีผลตอ่ แรงดึงในแตล่ ะส่วนของตัว เชอื ก ดงั น้ัน เพอ่ื ง่ายต่อการคำนวณจะสามารถหาไดจ้ ากสมการความสัมพันธ์ มวลเชอื ก ความหนาแนน่ เชิงเส้นของเชือก = ความยาวเชือก ขน้ั สรปุ ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 1. นกั เรียนทำแบบทดสอบหลงั เรยี นหน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 เร่อื ง แรงและกฎการคลื่อนที่ จำนวน 10 ข้อ โดย ใช้เวลา 30 นาที และอธบิ ายเพิ่มเติมในส่วนทเ่ี ห็นว่า นักเรียนสว่ นมากไมผ่ ่านการประเมิน เพอื่ แกข้ อ้ สงสัย และความไม่เขา้ ใจของนกั เรียนเมื่อตรวจแบบทดสอบแล้วแจง้ คะแนนใหน้ กั เรยี นทราบ เพอ่ื ปรบั ปรงุ แกไ้ ข 2. ครเู ปดิ โอกาสใหน้ กั เรียนสอบถามเน้ือหาเร่อื ง การประยุกตใ์ ชก้ ฎการเคลอื่ นทขี่ องนิวตนั วา่ มสี ่วนไหนท่ียัง ไม่เข้าใจและใหค้ วามรู้เพมิ่ เตมิ ในสว่ นน้ัน 3. ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละคนทำแผนผังมโนทัศน์ (Concept Mapping) แล้วส่งเป็นการบ้านในคาบ เรียนตอ่ ไป 4. ครูและนักเรยี นร่วมกนั เฉลยคำถามจาก Unit Question 3 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูตรวจสอบผลจากแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 2. ครสู งั เกตการตอบคำถามของนักเรียน 3. ครตู รวจสอบผลจากใบงานที่ 3.5 เรือ่ ง การประยกุ ต์ใช้กฎการเคล่ือนที่ของนิวตัน 4. ครูตรวจการทำแบบฝกึ หัดจาก Unit Question 3 5. ครูตรวจแบบฝกึ หัดที่ 8.1 - 8.3 เร่อื ง การประยกุ ต์ใชก้ ฎการเคล่ือนทขี่ องนวิ ตนั 6. ครูประเมนิ ผลงานจากแผนผังมโนทัศน์ (Concept Mapping) ที่นกั เรยี นได้สร้างขึน้ จากข้ันขยายความ เขา้ ใจของนักเรยี นเปน็ รายบุคคล จัดทำโดย นายธนพัฒน์ อิศรางกรู ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวดั เชยี งใหม่
แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวิชาฟสิ กิ ส์ 1 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 225 7. การวัดและประเมนิ ผล วิธวี ัด เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ รายการวัด - ตรวจใบงานที่ 3.5 - ใบงานที่ 3.5 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 7.1 การประเมินระหว่าง - ประเมินการนำเสนอ - ผลงานทนี่ ำเสนอ ระดบั คุณภาพ 2 การจัดกจิ กรรม ผลงาน - แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ 1) การประยุกตใ์ ช้ - สงั เกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล ระดบั คณุ ภาพ 2 กฎการเคล่อื นท่ี การทำงานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์ ของนวิ ตัน 2) การนำเสนอ ผลงาน 3) พฤติกรรมการ ทำงานรายบุคคล 4) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ทำงานกลุ่ม การทำงานกลุม่ การทำงานกลุม่ ผา่ นเกณฑ์ ระดับคุณภาพ 2 5) คุณลกั ษณะ - สงั เกตความมีวนิ ยั - แบบประเมิน ผา่ นเกณฑ์ อันพึงประสงค์ ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมั่น คุณลกั ษณะ ในการทำงาน อนั พงึ ประสงค์ ประเมนิ ตามสภาพจริง 6) แบบทดสอบหลัง เรียน หนว่ ยการ ตรวจแบบทดสอบหลงั แบบทดสอบหลังเรยี น เรียนรู้ท่ี 3 การ เรยี น ประยกุ ตใ์ ช้กฎ การเคลื่อนทีข่ อง นวิ ตัน 8. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ 8.1 สอ่ื การเรยี นรู้ 1) หนังสือเรียน รายวิชาเพ่ิมเตมิ ฟสิ ิกส์ ม.4 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 แรงและกฎการเคล่อื นท่ี 2) ใบงานท่ี 3.5 เรอ่ื ง การประยุกตใ์ ชก้ ฎการเคลื่อนท่ีของนิวตัน 3) PowerPoint เร่อื ง แรงและกฎการเคลือ่ นที่ 8.2 แหลง่ การเรยี นรู้ 1) หอ้ งเรยี น 2) ห้องสมุด 3) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ จัดทำโดย นายธนพัฒน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จังหวดั เชยี งใหม่
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าฟิสกิ ส์ 1 ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 226 9. การบรู ณาการตามจดุ เน้นของโรงเรียน : ความหลากหลายทางชวี ภาพ หลกั ปรชั ญา ครู ผเู้ รยี น ของเศรษฐกจิ พอเพียง 1. ความพอประมาณ พอดีด้านเทคโนโลยี พอดีดา้ นจติ ใจ 2. ความมีเหตุผล รูจ้ ักใช้เทคโนโลยมี าผลิตส่อื ที่ มีจติ สำนึกทด่ี ี จิตสาธารณะร่วม 3. มีภมู ิคุมกันในตวั ท่ีดี เหมาะสมและสอดคล้องเนอ้ื หาเป็น อนรุ ักษ์ ทรพั ยากรธรรมชาติและ 4. เงอ่ื นไขความรู้ ประโยชนต์ ่อผ้เู รยี นและพฒั นาจากภูมิ สิ่งแวดล้อม ปัญญาของผเู้ รียน - ยึดถอื การประกอบอาชพี ด้วยความ ไมห่ ยดุ นิ่งท่หี าหนทางในชีวติ หลุดพ้น ถูกต้อง สุจริต จากความทุกข์ยาก (การค้นหาคำตอบ เพ่อื ให้หลุดพน้ จากความไม่ร้)ู ภูมิปญั ญา : มีความรู้ รอบคอบ และ ภูมปิ ัญญา : มคี วามรู้ รอบคอบ ระมัดระวงั รบั ผดิ ชอบ ระมดั ระวัง สรา้ งสรรค์ ความรอบรู้ เรือ่ ง การประยกุ ต์ใช้ ความรอบรู้ เรือ่ ง การประยกุ ต์ใช้ กฎการเคลื่อนท่ขี องนวิ ตนั ท่ีเกยี่ วขอ้ ง กฎการเคลือ่ นทขี่ องนิวตนั สามารถ รอบด้าน นำความร้มู าเช่ือมโยง นำความรู้เหลา่ น้นั มาพจิ ารณาให้เกิด ประกอบการวางแผน การดำเนินการ ความเชอ่ื มโยง สามารถประยุกต์ จัดกจิ กรรมการเรยี นรใู้ ห้กบั ผู้เรยี น ใชใ้ นชวี ิตประจำวนั ได้ 5. เงือ่ นไขคุณธรรม มีความตระหนักใน คุณธรรม มี มคี วามตระหนักใน คณุ ธรรม มีความ ซอื่ สตั ย์สุจริตและมีความอดทน มี ความซอ่ื สตั ย์สุจริตและมคี วามอดทน ความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนิน ชีวติ มีความเพยี ร ใช้สติปัญญาในการ ผู้เรยี น ดำเนนิ ชีวติ ความหลากหลายทางชีวภาพ - สำรวจความหลากหลายทางชวี ภาพ สวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน ครู ในโรงเรียน (ตามจดุ ทไ่ี ด้รับมอบหมาย) ความหลากหลายทางชีวภาพ ความหลากหลายทางชีวภาพ ผู้เรียน ความหลากหลายทางชีวภาพ - ความหลากหลายทางชีวภาพ - สำรวจความหลากหลายทาง - สืบค้นข้อมลู การอนุรกั ษ์ความ หลากหลายทางชีวภาพ (ตามหัวขอ้ ที่ ชวี ภาพในโรงเรยี น (กำหนดจดุ ให้ ไดม้ อบหมาย) ผเู้ รยี นสำรวจ) สงิ่ แวดลอ้ ม ครู ความหลากหลายทางชีวภาพ ความหลากหลายทางชีวภาพ - การอนุรกั ษ์ความหลากหลาย - การอนุรักษค์ วามหลากหลายทาง ทางชีวภาพ ชีวภาพ (กำหนดหวั ข้อให้ผเู้ รยี น สืบคน้ ) จัดทำโดย นายธนพัฒน์ อิศรางกรู ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จังหวดั เชยี งใหม่
แผนการจดั การเรียนรู้ รายวชิ าฟสิ ิกส์ 1 ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 227 10. ความเห็น/ขอ้ เสนอแนะ ของผู้บรหิ ารสถานศึกษาหรอื ผทู้ ี่ไดร้ ับมอบหมาย 10.1 หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงช่ือ…………………………………………. (นางสาวณัฐธนัญา บุญถึง) ………./……………./…………. 10.2 รองผ้อู ำนวยการฝ่ายบรหิ ารวิชาการ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชือ่ …………………………………………. (นายวเิ ศษ ฟองตา) ………./……………./…………. 10.3 ผูอ้ ำนวยการสถานศึกษา …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชือ่ …………………………………………. (นายอดิศร แดงเรือน) ………./……………./…………. จดั ทำโดย นายธนพัฒน์ อิศรางกรู ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหม่
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาฟิสิกส์ 1 ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 4 228 11. บันทกึ ผลหลงั การสอน ดา้ นความรู้ ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ด้านความสามารถทางวทิ ยาศาสตร์ ดา้ นอื่น ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปญั หาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้าม)ี ) ปญั หา/อปุ สรรค แนวทางการแก้ไข ลงชอ่ื .........................................................ผู้สอน (นายธนพฒั น์ อิศรางกรู ณ อยุธยา) ตำแหน่ง ครู จัดทำโดย นายธนพัฒน์ อิศรางกรู ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวดั เชยี งใหม่
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาฟิสกิ ส์ 1 ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4 229 ใบงานท่ี 3.5 เรือ่ ง การประยกุ ต์ใช้กฎการเคลือ่ นท่ีของนิวตัน คำช้แี จง : จงแสดงวธิ ที ำอยา่ งละเอียด ชายคนหน่งึ มมี วล 60 กิโลกรมั ยนื อยูใ่ นลิฟต์ จงหาแรงที่พ้ืนกระทำตอ่ ชายคนน้ี ในกรณี 1. ลิฟตเ์ คลอ่ื นที่ขน้ึ ดว้ ยความเร่ง 5 เมตรต่อวนิ าที2 2. ลฟิ ต์เคลื่อนที่ขน้ึ ดว้ ยความหนว่ ง 5 เมตรต่อวินาที2 3. ลิฟต์เคลื่อนที่ลงด้วยความเรง่ 5 เมตรต่อวนิ าที2 4. ลฟิ ต์เคลื่อนท่ีลงด้วยความหนว่ ง 5 เมตรต่อวนิ าที2 จัดทำโดย นายธนพฒั น์ อศิ รางกรู ณ อยธุ ยา ตำแหนง่ ครู กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จังหวดั เชียงใหม่
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาฟสิ กิ ส์ 1 ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 4 230 ใบงานท่ี 3.5 เฉลย เรือ่ ง การประยกุ ต์ใช้กฎการเคลอื่ นที่ของนิวตนั คำช้ีแจง : จงแสดงวธิ ที ำอยา่ งละเอยี ด ชายคนหนึง่ มมี วล 60 กิโลกรมั ยนื อยู่ในลิฟต์ จงหาแรงท่พี ้ืนกระทำต่อชายคนนี้ ในกรณี 1. ลฟิ ต์เคลื่อนทีข่ ึ้นดว้ ยความเร่ง 5 เมตรตอ่ วนิ าที2 ให้ลิฟต์เคล่ือนทีด่ ว้ ยความเร่ง a ให้ N1 เปน็ แรงท่ีพืน้ ทล่ี ิฟตก์ ระทำต่อชายคนน้ี และ mg เปน็ น้ำหนักของ ชายคนน้ี จากสมการ ∑F = ma N1 – mg = ma N1 = m(g + a) = 900 N ดงั น้นั กรณที พ่ี ื้นลิฟตอ์ อกแรงกระทำ 900 นิวตัน 2. ลฟิ ต์เคลอื่ นที่ข้นึ ดว้ ยความหนว่ ง 5 เมตรต่อวนิ าที2 ให้ลฟิ ต์เคลอื่ นทีด่ ว้ ยความหน่วง -a ให้ N2 เป็นแรงท่ีพ้ืนทลี่ ิฟต์กระทำตอ่ ชายคนน้ีเช่นเดยี วกับขอ้ 1 จากสมการ ∑F = ma N2 – mg = ma N2 = m(g - a) = 300 N ดงั นนั้ กรณีทพ่ี ้นื ลิฟต์ออกแรงกระทำ 300 นิวตัน จัดทำโดย นายธนพัฒน์ อศิ รางกูร ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวดั เชยี งใหม่
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าฟสิ กิ ส์ 1 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 231 ใบงานท่ี 3.5 เฉลย เร่อื ง การประยกุ ตใ์ ช้กฎการเคลอื่ นท่ีของนิวตัน คำชแ้ี จง : จงแสดงวิธที ำอยา่ งละเอยี ด 3. ลิฟต์เคลอื่ นทีล่ งด้วยความเรง่ 5 เมตรต่อวนิ าที2 ให้ลฟิ ต์เคลื่อนทีด่ ว้ ยความหน่วง a ให้ N3 เปน็ แรงท่ีพ้นื ท่ลี ิฟต์กระทำต่อชายคนนี้ จากสมการ ∑F = ma mg – N3 = ma N3 = m(g - a) = 300 N ดงั นนั้ กรณที ีพ่ ื้นลิฟต์ออกแรงกระทำ 300 นิวตัน 4. ลฟิ ต์เคลื่อนท่ีลงดว้ ยความหนว่ ง 5 เมตรตอ่ วนิ าที2 ให้ลิฟต์เคลอ่ื นที่ดว้ ยความหนว่ ง -a ให้ N4 เปน็ แรงทพี่ ้นื ทีล่ ิฟตก์ ระทำต่อชายคนน้ี จากสมการ ∑F = ma mg – N4 = ma N3 = m(g + a) = 900 N ดังนัน้ กรณีที่พ้นื ลฟิ ต์ออกแรงกระทำ 900 นวิ ตนั จัดทำโดย นายธนพัฒน์ อศิ รางกูร ณ อยธุ ยา ตำแหนง่ ครู กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวัดเชยี งใหม่
แผนการจดั การเรียนรู้ รายวิชาฟิสกิ ส์ 1 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 232 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 4 การเคล่อื นที่แนวโคง้ เวลา 24 ช่ัวโมง 1. ผลการเรยี นรู้ เขา้ ใจธรรมชาติทางฟิสกิ ส์ ปริมาณและกระบวนการวัด การเคล่ือนที่แนวตรง แรงและกฎการเคลอื่ นที่ ของนิวตัน กฎความโน้มถว่ งสากล แรงเสียดทาน สมดลุ กลของวัตถุ งานและกฎการอนรุ ักษพ์ ลังงานกล โม เมนตัมและกฎการอนรุ ักษ์โมเมนตมั การเคลือ่ นที่แนวโค้ง รวมทง้ั นำความรู้ไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้ 8) อธิบาย วิเคราะห์ และคำนวณปริมาณต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องกับการเคล่ือนที่แบบโพรเจกไทล์ และ ทดลองการเคล่อื นท่ีแบบโพรเจกไทลไ์ ด้ 9) ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างแรงสู่ศูนย์กลาง รัศมีของการเคล่ือนท่ี อัตราเร็วเชิงเส้น อตั ราเร็วเชิงมุม และมวลของวตั ถุในการเคล่อื นท่ีแบบวงกลมในระนาบระดับรวมท้ังคำนวณปรมิ าณต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้อง และประยกุ ตใ์ ช้ความรูก้ ารเคลอื่ นที่แบบวงกลมในการอธิบายการโคจรของดาวเทียมได้ 2. สาระการเรยี นรู้ 2.1 สาระการเรียนรู้เพมิ่ เตมิ 1) การเคล่ือนท่ีแนวโคง้ พาราโบลาภายใตส้ นามโน้มถ่วง โดยไม่คดิ แรงต้านของอากาศเปน็ การเคลอ่ื นที่แบบ โพรเจกไทล์ วัตถุมีการเปล่ียนตำแหน่งในแนวด่ิงและแนวระดับพร้อมกัน และเป็นอิสระต่อกัน สำหรับ การเคลื่อนที่ในแนวดิ่งเป็นการเคล่ือนท่ีที่มีแรงโน้มถ่วงกระทำจึงมีความเร็วไม่คงตัว ปริมาณต่าง ๆ มี ความสมั พนั ธต์ ามสมการ vy = uy + ayt ∆y = (uy + vy) t 2 ∆y = uyt + 1 ayt2 2 vy2 = u2y + 2ay∆y ส่วนการเคลื่อนที่ในแนวระดับไม่มีแรงกระทำจึงมีความเร็วคงตัว ตำแหน่ง ความเร็ว และเวลา มี ความสัมพนั ธต์ ามสมการ ∆x = uxt 2) วัตถุท่ีเคลอื่ นท่เี ป็นวงกลมหรือส่วนของวงกลม เรยี กวา่ วตั ถุน้ันมีการเคล่อื นที่แบบวงกลม ซึง่ มีแรงลัพธ์ท่ี กระทำกับวัตถุในทิศเข้าสู่ศูนย์กลาง เรียกว่า แรงสู่ศูนย์กลาง ทำให้เกิดความเร่งสู่ศูนย์กลางท่ีมีขนาด สมั พันธ์กับรัศมีของการเคลอ่ื นท่ีและอัตราเร็วเชิงเสน้ ของวัตถุ ซ่งึ แรงสู่ศนู ย์กลางคำนวณไดจ้ ากสมการ mv2 Fc = r นอกจากน้ีการเคล่ือนที่แบบวงกลมยังสามารถอธิบายได้ด้วยอัตราเร็วเชิงมุม ซึ่งมีความสัมพันธ์กับ อัตราเร็วเชิงเส้นตามสมการ v = ωr และแรงสู่ศูนย์กลางมีความสัมพันธ์กับอัตราเร็วเชิงมุมตาม สมการ Fc = mω2r จัดทำโดย นายธนพัฒน์ อิศรางกูร ณ อยธุ ยา ตำแหนง่ ครู กลุม่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวัดเชยี งใหม่
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาฟสิ ิกส์ 1 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 233 2.2 สาระการเรียนรูท้ อ้ งถ่นิ (พิจารณาตามหลักสูตรสถานศึกษา) 3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การเคลื่อนทีแ่ บบโพรเจกไทล์ เป็นการเคล่ือนท่ีเปน็ แนววถิ ีโค้งภายใต้แรงเนื่องจากสนามโน้มถ่วงของโลก ที่ วตั ถุเคลื่อนท่ีในสองแนวพร้อม ๆ กัน คือการเคล่ือนท่ีในแนวระดับและแนวดิ่ง แรงท่ีกระทำต่อวตั ถุมีทิศทางคงตัว ตลอดเวลา โดยทำมมุ ใด ๆ กบั ทศิ ของความเร็ว การเคล่ือนทข่ี องวตั ถุจะมีลักษณะเปน็ แนวตรง หรือแนวโคง้ ขึ้นอยู่กบั ทิศของแรงที่มากระทำกับทิศของการ เคล่ือนที่ โดยทศิ ของแรงอยู่ในแนวเดียวกับทิศการเคล่ือนท่ี วัตถุจะเคลื่อนทเ่ี ป็นแนวตรง ทิศของแรงทำมุมใด ๆกับ ทิศการเคลอ่ื นที่ตลอดเวลา วัตถุจะเคลือ่ นท่เี ป็นแนวโคง้ สว่ นการเคลื่อนท่ีแบบวงกลมน้ันแรงจะทามุมต้ังฉากกบั ทิศ การเคลอ่ื นท่ีตลอดเวลาการเคล่อื นท่ี และแรงท่กี ระทาจะมที ิศเข้าสู่ศนู ย์กลางเรียกแรงนี้วา่ แรงสูศ่ ูนย์กลาง 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี นและคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. มีวินัย 2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรยี นรู้ 1) ทักษะการวิเคราะห์ 3. มุ่งม่นั ในการทำงาน 2) ทักษะการสังเกต 3) ทกั ษะการส่ือสาร 4) ทกั ษะการทำงานรว่ มกนั 5) ทกั ษะการนำความรู้ไปใช้ 6) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ 5. ชนิ้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) - แบบบนั ทึกกิจกรรม เรื่อง การศึกษาการเคลือ่ นทีแ่ บบโพรเจคไทล์ - แบบบนั ทกึ กิจกรรม เร่ือง การศกึ ษาการเคล่ือนทแี่ บบวงกลม - ใบงานท่ี 4.1 เรือ่ ง ทบทวนความรูพ้ ื้นฐานเกย่ี วกบั การเคลือ่ นท่ี - ใบงานท่ี 4.2 เรื่อง การเคลอ่ื นที่แบบโพรเจคไทล์ - ใบงานท่ี 4.3 เร่ือง การเคล่ือนที่แบบวงกลม - ผงั มโนทศั น์ เร่ือง การเคลื่อนท่แี บบโพรเจคไทล์ - ผังมโนทัศน์ เรอ่ื ง การเคลอื่ นที่แบบวงกลม จดั ทำโดย นายธนพฒั น์ อิศรางกรู ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวัดเชยี งใหม่
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาฟสิ กิ ส์ 1 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 234 6. การวัดและการประเมินผล รายการวดั วิธีวดั เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ระดบั คุณภาพ 2 6.1 การประเมินชิน้ งาน/ - ตรวจผังมโนทัศน์ เรอ่ื ง แบบประเมนิ ชิน้ งาน/ ผา่ นเกณฑ์ ภาระงาน (รวบยอด) การเคล่อื นทแี่ บบโพร ภาระงาน ประเมินตามสภาพจรงิ เจคไทล์ ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ - ตรวจผงั มโนทศั น์ เรอื่ ง ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ การเคล่อื นทแี่ บบวงกลม 6.2 การประเมนิ ก่อนเรยี น ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบกอ่ นเรียน - แบบทดสอบกอ่ นเรยี น ก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 เรอื่ ง การเคลือ่ นท่ีแบบ ต่าง ๆ 6.3 การประเมินระหวา่ งการ จัดกิจกรรม 1) การเคล่อื นท่ีแบบ - ตรวจใบงานท่ี 4.1-4.2 - ใบงานท่ี 4.1-4.2 โพรเจคไทล์ - ตรวจแบบฝกึ หดั ที่ 1.1- - แบบฝึกหัดที่ 1.1-1.2 1.2 2) การเคลอ่ื นท่ีแบบ - ตรวจใบงานท่ี 4.3 - ใบงานที่ 4.3 วงกลม - ตรวจแบบฝกึ หดั ที่ 2.1- - แบบฝึกหดั ที่ 2.1-2.2 2.2 3) พฤตกิ รรม - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดับคณุ ภาพ 2 การทำงานรายบคุ คล ผา่ นเกณฑ์ การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบคุ คล - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ 2 4) พฤตกิ รรม - สงั เกตพฤตกิ รรม การทำงานกล่มุ ผ่านเกณฑ์ การทำงานกลมุ่ การทำงานกลมุ่ - แบบประเมิน ระดับคุณภาพ 2 คุณลักษณะ ผ่านเกณฑ์ 5) คุณลักษณะ - สังเกตความมีวินัย อันพึงประสงค์ อนั พงึ ประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ และม่งุ มัน่ ในการทำงาน 6.4 การประเมนิ หลงั เรยี น ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบหลังเรียน รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - แบบทดสอบหลังเรยี น หลงั เรยี น หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 4 เร่อื ง การเคล่อื นทแี่ บบ ต่าง ๆ จัดทำโดย นายธนพฒั น์ อศิ รางกรู ณ อยธุ ยา ตำแหนง่ ครู กล่มุ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวดั เชยี งใหม่
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าฟสิ ิกส์ 1 ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 4 235 7. กิจกรรมการเรยี นรู้ เวลา 12 ช่วั โมง • เรื่องที่ 1 : การเคลือ่ นท่แี บบโพรเจคไทล์ เวลา 12 ชัว่ โมง วธิ สี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) (รวมเวลา 24 ชั่วโมง) • เรอ่ื งที่ 2 : การเคล่อื นที่แบบวงกลม วิธีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 ส่อื การเรียนรู้ 1) หนังสอื เรยี น รายวิชาเพ่ิมเตมิ ฟิสกิ ส์ ม.4 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนท่ี 4 การเคลอ่ื นที่แบบตา่ ง ๆ 2) ใบงานท่ี 4.1 เร่อื ง ทบทวนความรู้พน้ื ฐานเก่ยี วกบั การเคลื่อนท่ี 3) ใบงานที่ 4.2 เร่ือง การเคลื่อนท่แี บบโพรเจคไทล์ 4) ใบงานท่ี 4.3 เร่ือง การเคลอ่ื นที่แบบวงกลม 5) แบบฝึกหัด หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงและกฎการเคลอ่ื นท่ี 6) PowerPoint เร่ือง การเคลอ่ื นท่ีแบบตา่ ง ๆ 8.2 แหลง่ การเรยี นรู้ 1) หอ้ งเรียน 2) ห้องสมุด 3) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ จดั ทำโดย นายธนพัฒน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จังหวดั เชียงใหม่
แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวิชาฟสิ กิ ส์ 1 ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 4 236 แบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 คำชีแ้ จง : ใหน้ ักเรียนเลือกคำตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ขวา้ งวตั ถุดว้ ยอตั ราเรว็ คงตวั ค่าหนึ่งจะไดร้ ะยะทาง 6. การเคล่อื นทแี่ บบโพรเจกไทลเ์ ป็นการเคล่อื นทลี่ กั ษณะใด ตามแนวระดบั มากทสี่ ดุ เมอ่ื ขวา้ งทามุมกอี่ งศา 1. เป็นเสน้ โคง้ ทม่ี คี วามเรว็ คงตวั 1. 30 2. 45 2. เป็นเสน้ โคง้ ทม่ี คี วามเรง่ คงตวั ทงั้ สองแกน 3. 53 4. 60 3. เป็นเสน้ โคง้ พาราโบลา 5. 90 4. มคี วามเรง่ คงตวั ในแนวระดบั 2. คาบของการเคล่อื นทม่ี คี วามหมายตรงกบั ขอ้ ใด 5. เป็นเสน้ จานวนรอบทเ่ี คล่อื นทไ่ี ดใ้ น 1 วนิ าที 1. เวลาทใ่ี ชใ้ นการเคล่อื นที่ครบ 1 รอบ 7. วตั ถุที่กาลังเคล่ือนท่ีเป็นวงกลมด้วยอตั ราเรว็ สม่าเสมอ มี 2. จานวนรอบทเี่ คลอ่ื นทไี่ ดใ้ น 1 วนิ าที ความเร่งหรอื ไม่ 3. ระยะทางในการเคล่อื นทไี่ ดใ้ น 1 รอบ 1. ไมม่ ี 2. มี ทศิ เขา้ สูศ่ นู ยก์ ลาง 4. ความเรว็ ของวตั ถใุ นการเคลอ่ื นที่ 3. มี ทศิ ออกจากศูนยก์ ลาง 4. มี ทศิ สมั ผสั กบั เสน้ รอบวง 5. ความเร่งของวตั ถใุ นการเคล่อื นท่ี 5. มี ทศิ สมั ผสั กบั เสน้ รอบวงและออกจากศนู ยก์ ลาง 3. ความถ่ขี องการเคลอ่ื นทมี่ คี วามหมายตรงกบั ขอ้ ใด 8. การเคล่ือนที่ของวัตถุเป็นวงกลมด้วยอตั ราเร็วสม่าเสมอ 1. เวลาทใี่ ชใ้ นการเคล่อื นทคี่ รบ 1 รอบ ถ้ารัศมขี อง การเคลื่อ น ที่เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดย ที่ 2. จานวนรอบทเ่ี คล่อื นทไ่ี ดใ้ น 1 วนิ าที อัตราเร็วยงั คงเท่าเดิม จะต้องใช้แรงเข้าสู่ศูนย์กลาง 3. ระยะทางในการเคลอ่ื นทไี่ ดใ้ น 1 รอบ เท่าใด 4. ความเรว็ ของวตั ถใุ นการเคลอ่ื นท่ี 1. เท่ากบั ครง่ึ หน่งึ ของค่าเดมิ 2. เท่าเดมิ 5. ความเร่งของวตั ถใุ นการเคล่อื นท่ี 3. เพม่ิ ขน้ึ เป็น 2 เทา่ 4. เพมิ่ ขน้ึ เป็น 3 เท่า 4. ขว้างก้อนหนิ ด้วยความเรว็ 15 เมตร/วินาที ตาม 4. เพมิ่ ขน้ึ เป็น 4 เทา่ แนวระดบั จากยอดตกึ สูง 100 เมตร เม่อื เวลาผ่าน 9. รถเล้ียวโค้งได้เน่ืองจากแรงใด ไป 4 วนิ าที วตั ถุมขี นาดการกระจดั เท่าใด 1. แรงเสียดทานสถิตระหว่างยางกับถนนในแนวเดียวกับการ 1. 100 เมตร 2. 145 เมตร เคล่อื นที่ 3. 150 เมตร 4. 160 เมตร 2. แรงเสียดทานจลน์ระหว่างยางกับถนนในแนวเดียวกับการ 5. 190 เมตร เคล่อื นท่ี 5. ขอ้ ใดกล่าวถกู ต้องกบั การเคล่อื นทแ่ี บบโพรเจกไทล์ 3. แรงเสยี ดทานสถติ ระหว่างยางกบั ถนนในแนวดา้ นขา้ ง 1. แรงและความเรง่ มคี า่ คงตวั เสมอ 4. แรงเสยี ดทานจลน์ระหวา่ งยางกบั ถนนในแนวดา้ นข้าง 2. วตั ถตุ กไกลสุดเม่อื มุมยงิ 60 องศา 5. แรงเสยี ดทานสถติ ระหว่างยางกบั ถนนในแนวดา้ นหลงั 3. ณ ตาแหน่งสูงสุด วตั ถุไมม่ คี วามเร่ง 10. การทจี่ ะทาใหว้ ตั ถุเคล่อื นทเี่ ป็นวงกลมไดน้ นั้ สง่ิ จาเป็นทต่ี ้อง 4. ณ ตาแหน่งสงู สดุ ความเรว็ มคี า่ เป็นศูนย์ ใหแ้ ก่วตั ถุคอื อะไร 5. ขอ้ 1. และ 4. ถูก 1. แรงเสยี ดทาน 2. แรงแมเ่ หลก็ 3. แรงโน้มถ่วง 4. แรงเรมิ่ ตน้ 5. แรงทตี่ งั้ ฉากกบั ทศิ การเคล่อื นทข่ี องวตั ถตุ ลอดเวลา เฉลย 1. 2 2. 1 3. 2 4. 1 5. 1 6. 3 7. 2 8. 1 9. 3 10. 5 จัดทำโดย นายธนพัฒน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวดั เชยี งใหม่
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าฟิสกิ ส์ 1 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 237 แบบทดสอบหลังเรยี น หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 4 คำชแี้ จง : ใหน้ ักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว 1. ขวา้ งก้อนหินด้วยความเร็ว 15 เมตร/วนิ าที ตาม 6. การเคล่อื นทแ่ี บบโพรเจกไทลเ์ ป็นการเคลอ่ื นทล่ี กั ษณะใด แนวระดบั จากยอดตึกสูง 100 เมตร เม่อื เวลาผ่าน 1. เป็นเสน้ โคง้ ทม่ี คี วามเรว็ คงตวั ไป 4 วนิ าที วตั ถมุ ขี นาดการกระจดั เทา่ ใด 2. เป็นเสน้ โคง้ ทมี่ คี วามเร่งคงตวั ทงั้ สองแกน 1. 100 เมตร 2. 145 เมตร 3. เป็นเสน้ โคง้ พาราโบลา 3. 150 เมตร 4. 160 เมตร 4. มคี วามเร่งคงตวั ในแนวระดบั 5. 190เมตร 5. เป็นเสน้ จานวนรอบทเี่ คลอ่ื นทไี่ ดใ้ น 1 วนิ าที 2. ความถ่ขี องการเคล่อื นทม่ี คี วามหมายตรงกบั ขอ้ ใด 7. วตั ถุที่กาลังเคล่ือนท่ีเป็นวงกลมด้วยอตั ราเร็วสม่าเสมอ มี 1. เวลาทใ่ี ชใ้ นการเคล่อื นทค่ี รบ 1 รอบ ความเร่งหรอื ไม่ 2. จานวนรอบทเ่ี คลอ่ื นทไี่ ดใ้ น 1 วนิ าที 1. ไม่มี 2. มี ทศิ เขา้ สศู่ ูนยก์ ลาง 3. ระยะทางในการเคล่อื นทไ่ี ดใ้ น 1 รอบ 3. มี ทศิ ออกจากศนู ยก์ ลาง 4. มี ทศิ สมั ผสั กบั เสน้ รอบวง 4. ความเรว็ ของวตั ถุในการเคลอ่ื นท่ี 5. มี ทศิ สมั ผสั กบั เสน้ รอบวงและออกจากศนู ยก์ ลาง 5. ความเร่งของวตั ถุในการเคล่อื นที่ 8. การเคลื่อนที่ของวตั ถุเป็นวงกลมด้วยอัตราเร็วสม่าเสมอ 3. คาบของการเคลอ่ื นทม่ี คี วามหมายตรงกบั ขอ้ ใด ถ้ารศั มีข อง การเคลื่อ น ที่เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดย ที่ 1. เวลาทใี่ ชใ้ นการเคลอ่ื นทค่ี รบ 1 รอบ อตั ราเร็วยังคงเท่าเดิม จะต้องใช้แรงเข้าสู่ศูนย์กลาง 2. จานวนรอบทเ่ี คลอ่ื นทไ่ี ดใ้ น 1 วนิ าที เท่าใด 3. ระยะทางในการเคลอ่ื นทไี่ ดใ้ น 1 รอบ 1. เทา่ กบั ครง่ึ หนง่ึ ของค่าเดมิ 2. เท่าเดมิ 4. ความเรว็ ของวตั ถใุ นการเคล่อื นท่ี 3. เพม่ิ ขน้ึ เป็น 2 เทา่ 4. เพม่ิ ขน้ึ เป็น 3 เทา่ 5. ความเร่งของวตั ถใุ นการเคล่อื นที่ 4. เพมิ่ ขน้ึ เป็น 4 เทา่ 4. ขวา้ งวตั ถุดว้ ยอตั ราเรว็ คงตวั ค่าหน่ึงจะไดร้ ะยะทาง 9. รถเล้ียวโค้งได้เน่ืองจากแรงใด ตามแนวระดบั มากทสี่ ดุ เม่อื ขวา้ งทามุมกอี่ งศา 1. แรงเสียดทานสถิตระหว่างยางกับถนนในแนวเดียวกับการ 1. 30 2. 45 เคล่อื นที่ 3. 53 4. 60 2. แรงเสียดทานจลน์ระหว่างยางกับถนนในแนวเดียวกับการ 5. 90 เคลอ่ื นที่ 5. ขอ้ ใดกลา่ วถกู ต้องกบั การเคล่อื นทแ่ี บบโพรเจกไทล์ 3. แรงเสยี ดทานสถติ ระหว่างยางกบั ถนนในแนวดา้ นขา้ ง 1. แรงและความเร่งมคี ่าคงตวั เสมอ 4. แรงเสยี ดทานจลน์ระหว่างยางกบั ถนนในแนวด้านข้าง 2. วตั ถุตกไกลสุดเม่อื มมุ ยงิ 60 องศา 5. แรงเสยี ดทานสถติ ระหวา่ งยางกบั ถนนในแนวดา้ นหลงั 3. ณ ตาแหน่งสงู สุด วตั ถุไมม่ คี วามเร่ง 10. การทจ่ี ะทาใหว้ ตั ถเุ คลอ่ื นทเ่ี ป็นวงกลมไดน้ นั้ สงิ่ จาเป็นทต่ี ้อง 4. ณ ตาแหน่งสูงสุด ความเรว็ มคี า่ เป็นศนู ย์ ใหแ้ กว่ ตั ถุคอื อะไร 5. ขอ้ 1. และ 4. ถกู 1. แรงเสยี ดทาน 2. แรงแมเ่ หลก็ 3. แรงโนม้ ถว่ ง 4. แรงเรมิ่ ต้น 5. แรงทต่ี งั้ ฉากกบั ทศิ การเคล่อื นทขี่ องวตั ถตุ ลอดเวลา เฉลย 1. 1 2. 2 3. 1 4. 2 5. 1 6. 3 7. 2 8. 1 9. 3 10. 5 จัดทำโดย นายธนพัฒน์ อิศรางกรู ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวัดเชียงใหม่
แผนการจดั การเรียนรู้ รายวิชาฟิสิกส์ 1 ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 4 238 แบบประเมนิ ช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แผนฯ แบบประเมินผลงานผงั มโนทศั น์ คำช้แี จง : ให้ผู้สอนประเมินผลงาน/ชิ้นงานของนกั เรยี นตามรายการท่กี ำหนด แลว้ ขดี ✓ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดบั คะแนน ลำดบั ที่ รายการประเมนิ ระดับคณุ ภาพ 4 3 21 1 ความสอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงค์ 2 ความถูกต้องของเนื้อหา 3 ความคิดสรา้ งสรรค์ 4 ความตรงต่อเวลา รวม ลงช่ือ ................................................... ผปู้ ระเมิน ............../................./................ จัดทำโดย นายธนพฒั น์ อศิ รางกรู ณ อยธุ ยา ตำแหนง่ ครู กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 จงั หวัดเชยี งใหม่
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาฟสิ ิกส์ 1 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4 239 เกณฑป์ ระเมินผงั มโนทศั น์ ประเด็นท่ีประเมนิ 4 ระดับคะแนน 1 32 1. ผลงานตรงกบั ผลงานสอดคล้องกับ ผลงานสอดคล้องกับ ผลงานสอดคล้องกับ ผ ล งานไม่ส อดค ล้อ ง จดุ ประสงคท์ ่ีกำหนด จุดประสงค์ทกุ ประเดน็ จดุ ประสงคเ์ ปน็ ส่วนใหญ่ จดุ ประสงค์บางประเด็น กับจดุ ประสงค์ 2. ผลงานมคี วาม เน้ือหาสาระของผลงาน เน้ือหาสาระของผลงาน เน้ือหาสาระของผลงาน เน้ือหาสาระของผลงาน ถกู ตอ้ งสมบรู ณ์ ถกู ต้องครบถ้วน ถกู ต้องเปน็ สว่ นใหญ่ ถูกต้องเปน็ บางประเด็น ไม่ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่ 3. ผลงานมคี วามคิด ผ ล งานแส ดงออกถึง ผลงานมีแนวคิดแปลก ผลงานมีความน่าสนใจ ผลงานไม่แสดงแนวคิด สรา้ งสรรค์ ค วามคิด ส ร้างส รรค์ ใหม่แต่ยังไม่เป็นระบบ แต่ยังไม่มีแนวคิดแปลก ใหม่ แ ป ล ก ให ม่ แ ล ะ เป็ น ใหม่ ระบบ 4. ผลงานมีความเปน็ ผ ล ง า น มี ค ว า ม เป็ น ผลงานส่วนใหญ่มีความ ผ ล ง า น มี ค ว า ม เป็ น ผลงานส่วนใหญ่ไม่เป็น ระเบียบ ระเบียบแสดงออกถึง เป็ น ระเบี ยบ แต่ ยังมี ระเบยี บแตม่ ีข้อบกพร่อง ร ะ เบี ย บ แ ล ะ มี ข้ อ ความประณีต ข้อบกพรอ่ งเล็กน้อย บางสว่ น บกพรอ่ งมาก เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ 14–16 ดมี าก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ตำ่ กวา่ 8 ปรับปรุง จัดทำโดย นายธนพัฒน์ อิศรางกรู ณ อยธุ ยา ตำแหนง่ ครู กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวัดเชียงใหม่
แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ าฟิสกิ ส์ 1 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 240 แบบประเมินการนำเสนอผลงาน คำชีแ้ จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในช่องที่ ตรงกับระดบั คะแนน ลำดับท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1 32 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 ความคดิ สรา้ งสรรค์ 3 วิธกี ารนำเสนอผลงาน 4 การนำไปใช้ประโยชน์ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ ................................................... ผปู้ ระเมนิ ............/................./................... เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมนิ สมบรู ณช์ ัดเจน ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ เปน็ สว่ นใหญ่ ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางสว่ น ให้ 1 คะแนน เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรบั ปรงุ จดั ทำโดย นายธนพัฒน์ อศิ รางกูร ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหม่
แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวิชาฟิสกิ ส์ 1 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 241 แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล คำชแ้ี จง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ✓ลงในชอ่ งที่ ตรงกับระดับคะแนน ลำดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1 32 1 การแสดงความคิดเหน็ 2 การยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผ้อู นื่ 3 การทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมนี ้ำใจ 5 การตรงตอ่ เวลา รวม เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงชอ่ื ................................................... ผู้ประเมนิ ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมำ่ เสมอ ............/.................../................ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั ให้ 2 คะแนน ให้ 1 คะแนน เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ 14–15 ดมี าก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ำกวา่ 8 ปรับปรุง จัดทำโดย นายธนพฒั น์ อิศรางกรู ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวดั เชียงใหม่
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาฟิสิกส์ 1 ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 4 242 แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ คำชแ้ี จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ✓ลงในชอ่ งที่ ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ ชอ่ื –สกุล การแสดง การยอมรบั การทำงาน ความมนี ้ำใจ การมี รวม ของนกั เรยี น ความคิดเหน็ ฟังคนอน่ื ตามทีไ่ ดร้ ับ สว่ นรว่ มใน 15 มอบหมาย การปรับปรุง คะแนน ผลงานกล่มุ 321321321321321 เกณฑ์การให้คะแนน ลงชือ่ ................................................... ผู้ประเมิน ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ............./.................../............... ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ ให้ 2 คะแนน ให้ 1 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ำกวา่ 8 ปรบั ปรุง จดั ทำโดย นายธนพัฒน์ อศิ รางกูร ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวดั เชียงใหม่
แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวิชาฟสิ กิ ส์ 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 243 แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ คำชแี้ จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ลงในชอ่ งท่ี ตรงกบั ระดับคะแนน คุณลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน อันพึงประสงคด์ ้าน 321 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาติได้ 1.2 เข้ารว่ มกจิ กรรมทสี่ รา้ งความสามัคคีปรองดอง และเป็นประโยชน์ ต่อโรงเรียน 1.3 เขา้ ร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏบิ ตั ิตามหลักศาสนา 1.4 เขา้ ร่วมกิจกรรมทีเ่ ก่ียวกับสถาบนั พระมหากษัตรยิ ต์ ามทีโ่ รงเรียนจดั ขึน้ 2. ซือ่ สัตย์ สจุ ริต 2.1 ใหข้ อ้ มูลทถ่ี ูกต้องและเป็นจริง 2.2 ปฏิบัตใิ นสงิ่ ทถ่ี กู ตอ้ ง 3. มวี นิ ยั รบั ผิดชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบงั คับของครอบครวั มีความตรงตอ่ เวลาในการปฏิบตั ิกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน 4. ใฝเ่ รยี นรู้ 4.1 รูจ้ กั ใช้เวลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัตไิ ด้ 4.2 รจู้ กั จดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม 4.3 เชอ่ื ฟงั คำส่งั สอนของบดิ า-มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ยง้ 4.4 ต้งั ใจเรียน 5. อย่อู ยา่ งพอเพียง 5.1 ใชท้ รพั ย์สนิ และสงิ่ ของของโรงเรียนอยา่ งประหยัด 5.2 ใชอ้ ุปกรณ์การเรยี นอย่างประหยัดและรู้คณุ ค่า 5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ 6. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทำงานที่ได้รบั มอบหมาย 6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แท้ตอ่ อปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสำเรจ็ 7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มีจติ สำนึกในการอนุรักษว์ ัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย 7.2 เห็นคณุ คา่ และปฏบิ ัตติ นตามวฒั นธรรมไทย 8. มีจติ สาธารณะ 8.1 รจู้ ักชว่ ยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครูทำงาน 8.2 รูจ้ กั การดแู ลรักษาทรพั ย์สมบตั แิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรียนและโรงเรยี น ลงช่ือ .................................................. ผปู้ ระเมิน ............/.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมท่ีปฏิบตั ชิ ัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ 51–60 ดมี าก พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ชิ ัดเจนและบ่อยคร้ัง ให้ 2 คะแนน 41–50 ดี พฤตกิ รรมท่ีปฏบิ ตั ิบางครั้ง ให้ 1 คะแนน 30–40 พอใช้ ต่ำกวา่ 30 ปรับปรุง จดั ทำโดย นายธนพัฒน์ อิศรางกรู ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 จงั หวดั เชยี งใหม่
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าฟสิ กิ ส์ 1 ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 4 244 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1 โรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 31 จังหวัดเชยี งใหม่ ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรยี นที่ 1/2564 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า ฟิสิกส์ 1 (ว31201) หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 การเคลือ่ นที่แนวโค้ง เรอื่ ง การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ จำนวนเวลาท่ีสอน 12 ชว่ั โมง ครูผสู้ อน นายธนพฒั น์ อิศรางกรู ณ อยธุ ยา 1. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด (ความเข้าใจท่คี งทน) การเคลือ่ นท่ีแบบโพรเจกไทล์ เปน็ การเคล่ือนท่เี ปน็ แนววิถีโคง้ ภายใตแ้ รงเน่ืองจากสนามโน้มถว่ งของโลก ท่ี วตั ถเุ คลอ่ื นท่ีในสองแนวพร้อม ๆ กนั คือการเคล่อื นท่ีในแนวระดับและแนวด่ิง แรงที่กระทำต่อวัตถุมที ิศทางคงตัว ตลอดเวลา โดยทำมมุ ใด ๆ กับทิศของความเร็ว 2. ผลการเรยี นรู้ อธิบาย วิเคราะห์ และคำนวณปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ และทดลอง การเคล่ือนท่ีแบบโพรเจกไทล์ได้ 3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ดา้ นความรู้ (Knowledge) 1) อธิบายความหมาย ลักษณะของการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทลไ์ ด้ 3.2 ดา้ นทักษะและกระบวนการ (Skill/Process) 2) ทำการทดลองหาแนวทางการเคลือ่ นท่ีแบบโพรเจกไทล์ได้ 3) เขียนกราฟระหว่างแนวทางการเคล่ือนทใ่ี นแนวระดบั และแนวด่ิงของการเคลอ่ื นท่แี บบโพรเจกไทล์ได้ 3.3 ด้านเจตคติ (Attitude) 4) มที ักษะการทำงานรว่ มกบั ผู้อืน่ และมเี จตคติทางวิทยาศาสตร์ 4. สาระการเรยี นรู้ 4.1 เน้อื หาสาระหลัก : Knowledge (ผ้เู รียนตอ้ งรอู้ ะไร) - การเคลื่อนที่แนวโคง้ พาราโบลาภายใต้สนามโน้มถ่วง โดยไม่คดิ แรงต้านของอากาศเป็นการเคล่ือนท่ีแบบ โพรเจกไทล์ วตั ถุมีการเปล่ียนตำแหน่งในแนวด่งิ และแนวระดับพร้อมกัน และเปน็ อิสระต่อกัน สำหรับการเคล่ือนที่ ในแนวดิง่ เปน็ การเคลอ่ื นท่ที ่มี ีแรงโน้มถ่วงกระทำจึงมีความเรว็ ไม่คงตวั ปริมาณตา่ ง ๆ มคี วามสมั พนั ธ์ตามสมการ vy = uy + ayt ∆y = (uy+vy) t 2 ∆y = uyt + 1 ayt2 2 vy2 = uy2 + 2ay∆y จดั ทำโดย นายธนพัฒน์ อิศรางกูร ณ อยธุ ยา ตำแหนง่ ครู กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 จงั หวัดเชียงใหม่
แผนการจดั การเรียนรู้ รายวชิ าฟสิ ิกส์ 1 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 245 ส่วนการเคลื่อนที่ในแนวระดับไม่มีแรงกระทำจึงมีความเร็วคงตัว ตำแหน่ง ความเร็ว และเวลา มี ความสัมพันธ์ตามสมการ ∆x = uxt 4.2 ทกั ษะ/กระบวนการ : Process (ผูเ้ รียนสามารถปฏิบตั อิ ะไรได)้ - ทักษะการวิเคราะห์ - ทักษะการสงั เกต - ทักษะการส่ือสาร - ทกั ษะการทำงานร่วมกนั - ทกั ษะการนำความรไู้ ปใช้ - ทกั ษะการคดิ อย่างมวี ิจารณญาณ 4.3 คณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ : Attitude (ผู้เรยี นควรแสดงพฤติกรรมการเรยี นอะไรบา้ ง) - มีวนิ ยั - ใฝ่เรยี นรู้ - มงุ่ มั่นในการทำงาน 5. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียนและคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสือ่ สาร 1. มวี นิ ัย 2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 1) ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 2) ทกั ษะการสังเกต 3) ทักษะการสอื่ สาร 4) ทกั ษะการทำงานร่วมกนั 5) ทกั ษะการนำความรูไ้ ปใช้ 6) ทักษะการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ 3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ 6. กจิ กรรมการเรยี นรู้ แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วธิ กี ารสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model) ชัว่ โมงที่ 1 ขน้ั นำ กระตนุ้ ความสนใจ (Engage) 1. ครตู รวจสอบความพร้อมของนกั เรียน โดยให้ทำแบบทดสอบก่อนเรียนจำนวน 10 ขอ้ แล้วแจง้ จดุ ประสงค์ การเรียนรู้ใหน้ ักเรียนทราบ ก่อนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ 2. ครกู ระตนุ้ ความสนใจของนกั เรยี นโดยพูดคุยสนทนาประสบการณ์เกี่ยวกบั การเคลอ่ื นที่ของวตั ถุต่าง ๆ ใน ชีวิตประจำวัน ทั้งทเ่ี ปน็ ไปโดยธรรมชาติ และทม่ี นษุ ย์ทำใหเ้ กดิ ขึ้น เชน่ ใบไมไ้ หว ลกู บาสบอลที่กำลังลอย จัดทำโดย นายธนพฒั น์ อิศรางกรู ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จังหวัดเชยี งใหม่
แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวิชาฟสิ กิ ส์ 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 246 เข้าห่วง สายน้ำที่พุ่งออกจากหัวฉีด รถเลี้ยวโค้งในถนนโค้ง การหมุนของพัดลม ล้อรถกำลังหมุน การ เคลอ่ื นทีข่ องดาวเทียม เปน็ ต้น 2. ครูถามคำถามกระตุ้นนักเรียนจากภาพหน้าหน่วย โดยถามคำถาม BIG QUESTION จากหนังสือเรียน หน้า 146 ว่า การยิงธนูไปยังเป้า เป็นการลักษณะการเคลื่อนที่แบบใด (เปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดง ความคิดเห็นโดยไม่เน้นถูกผิด) (แนวตอบ : เป็นลกั ษณะการเคลอื่ นท่ีเปน็ แนวโค้ง หรือเปน็ การเคลือ่ นที่แบบโพรเจกไทล)์ 3. นักเรียนช่วยกันอภิปรายและแสดงความคิดเห็นคำตอบจากคำถาม เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การจัดการเรียนรู้ เร่อื งการเคลอื่ นท่แี บบโพรเจกไทล์ ช่ัวโมงที่ 2 ขน้ั สอน สำรวจคน้ หา (Explore) 1. ครูถามคำถาม Prior Knowledge ว่า ลักษณะการเคลื่อนที่ของลูกบาสเกตบอลที่ถูกโยนลงห่วงเป็น อยา่ งไร โดยครใู หน้ กั เรียนดูภาพการเคลอ่ื นที่ของลกู บาสเกตบอล ในหนังสอื เรยี น หนา้ 147 (แนวตอบ : การเคลื่อนทขี่ องวัตถุในลักษณะเปน็ แนวโค้ง หรือแบบโพรเจกไทล)์ 2. ครูถามนักเรยี นดว้ ยคำถามต่อไปนี้ - เหตุใดเม่ือโยนลกู บาสเกตบอลออกไปแลว้ ลูกจึงโค้งตกลงมาเสมอ (แนวตอบ : มแี นวโน้มถว่ งของโลกกระทำ) - วตั ถุที่มีลักษณะการเคล่อื นท่เี ชน่ เดียวกับลกู บาสเกตบอลมอี ะไรอกี บ้าง (แนวตอบ : การรดนำ้ ตน้ ไม้ การโยนวตั ถุในแนวโค้ง และการเลน่ กฬี าหลายชนิด เชน่ วอลเลย์บอล ฟุตบอล เทนนิส แชรบ์ อล ฯลฯ) 3. ครูตรวจสอบความร้พู ื้นฐานเดิมของนักเรียน โดยให้ทำใบงานท่ี 4.1 เรื่อง ทบทวนความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ การเคลอ่ื นท่ี 4. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั เฉลยใบงาน เพื่อเปน็ การทบทวนความรู้พ้นื ฐานทเ่ี ก่ียวขอ้ งกับการเคล่อื นท่ี แล้วจัด กจิ กรรมการเรยี นตอ่ ไป ขน้ั สอน อธบิ ายความรู้ (Explain) 1. ครูอธิบายเพ่ิมเติมเกี่ยวกับการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ โดยชี้ให้เห็นว่า การเคลื่อนที่แบบโพรเจก ไทล์ คือ การเคล่ือนที่ของวัตถุในลักษณะเป็นแนวโค้งพาราโบลาตัวอย่าง เช่น การเคล่ือนที่ของลูกธนู การเคลื่อนที่ของลูกบาสเกตบอล เป็นต้น โดยเป็นการเคล่ือนท่ีในลักษณะ 2 มิติ คือเคลื่อนที่ในแนว ระดับและแนวดิ่งพร้อมกันและในเวลาที่เท่ากัน โดยการเคลื่อนที่ในแนวดิ่งเป็นการเคลื่อนที่ที่มี ความเร่งเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก ในขณะที่การเคลื่อนที่ในแนวระดับไม่มีความเร่ง 2. ครเู ปิดโอกาสใหน้ กั เรยี นได้สอบถามในส่วนท่ีมขี ้อสงสยั เก่ียวกับการเคลอื่ นทแี่ บบโพรเจกไทลใ์ นเบอ้ื งต้น จัดทำโดย นายธนพัฒน์ อิศรางกูร ณ อยธุ ยา ตำแหนง่ ครู กล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 จงั หวัดเชียงใหม่
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาฟสิ กิ ส์ 1 ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4 247 ขน้ั สรุป ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate) 1. ครนู ำนักเรียนอภิปรายและสรุปเกี่ยวกับการเคล่ือนทีแ่ บบโพรเจกไทล์ ดงั นี้ • การเคลื่อนท่แี บบโพรเจกไทล์ คอื การเคลื่อนท่ีของวัตถทุ ่ีเป็นแนวโคง้ พาราโบลา • การเคลื่อนที่สองแนวตั้งฉากกันและเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ได้แก่ การเคลื่อนที่ในแนวระดับและ การเคลือ่ นทีใ่ นแนวด่ิง • กิจกรรมหลายอยา่ งที่เห็นในชีวิตประจำวัน เช่น การโยนผลไม้ของชาวสวน การโยนและรับถังปนู ของช่างก่อสร้าง และการเล่นกีฬาหลายชนิด เช่น วอลเลย์บอล ฟุตบอล เทนนิส แชร์บอล หรือ กจิ กรรมที่ต้องมีการโยนหรอื ขวา้ งวัตถุ 2. ครูเปิดโอกาสใหน้ กั เรียนสอบถามเน้อื หาเรอ่ื ง การเคลอ่ื นทแี่ บบโพรเจกไทล์ วา่ มสี ว่ นไหนที่ยังไม่เขา้ ใจและ ให้ความรเู้ พิม่ เติมในสว่ นนั้น เพือ่ เป็นความรู้นำไปสกู่ ารศึกษาเก่ียวกบั เง่อื นไงของการเคล่ือนท่ีแบบโพรเจก ไทล์ 3. ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยคำถามจาก Unit Question 4 และทำแบบฝึกหัด เรื่อง การเคลื่อนที่แบบ โพรเจกไทล์ ชั่วโมงท่ี 3-4 3-4ขน้ั นำ กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครทู บทวนความรูเ้ ก่ยี วกบั ลักษณะของการเคล่อื นทีแ่ บบโพรเจกไทล์ 2. ครูให้นกั เรียนพจิ ารณาภาพแสดงลูกบอลทต่ี กในแนวระดับและในแนวด่ิง ตามรายละเอียดในหนังสือเรียน หนา้ 148 3. ครูตง้ั คำถาม ดงั ตอ่ ไปน้ี • การเคลอื่ นทข่ี องลกู บอลในแนวระดับและในแนวดงิ่ มีปริมาณใดใช้ร่วมกนั (เวลา) • การกระจัดในแนวระดับและในแนวดิ่ง แตกต่างกันหรอื ไม่อย่างไร (ลูกบอลที่ปล่อยในแนวดิง่ จะมี การกระจดั ในแนวดิ่งเพยี งแนวเดียว ลกู บอลที่ถกู ขว้างออกไปจะมีการกระจัดทง้ั ในแนวด่ิงและแนว ระดับ) • ลูกบอลทง้ั สองกรณี ถ้าไม่คำนึงถึงแรงต้านอากาศจะมคี วามเรง่ ในแนวดิ่งเทา่ กนั หรือไม่ อยา่ งไร (ลูก บอลท้งั สอง มีความเรง่ ในแนวด่งิ เทา่ กนั นน่ั คือ ���⃑���) 4. แจ้งใหน้ ักเรียนทราบว่า จะได้ศกึ ษาเก่ียวกบั เงือ่ นไงของการเคลอื่ นท่ีแบบโพรเจกไทล์ จัดทำโดย นายธนพัฒน์ อิศรางกรู ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 จงั หวัดเชยี งใหม่
แผนการจดั การเรียนรู้ รายวชิ าฟิสกิ ส์ 1 ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 4 248 ขน้ั สอน สำรวจคน้ หา (Explore) 1. ครูให้นักเรยี นแต่ละคนสืบคน้ ขอ้ มูลเพ่ือหาคำตอบจากรายละเอียดในหนงั สอื เรียน หน้า 148 เพ่อื สรุปเป็น ความเข้าใจของตนเอง 2. ครชู ีใ้ นนักเรยี นเห็นว่า การศึกษาปริมาณต่าง ๆ ของการเคลื่อนทแ่ี บบโพรเจกไทล์ โดยการปล่อยวตั ถใุ ห้ตก อย่างอิสระพร้อมกับการขว้างวัตถุออกไปในแนวระดับจากจุดเดียวกัน ซึ่งอยู่สูงจากพื้นระยะหนึ่ง แล้ว บันทกึ ภาพอย่างต่อเนอ่ื งนับตัง้ แต่เรมิ่ เคล่อื นท่ี ดังภาพประกอบลกู บอลสแี ดงและสเี หลอื ง หน้า 148 3. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันอภิปรายและสรุปเก่ียวกบั การเคลอ่ื นท่ขี องลูกบอล ขน้ั สอน อธิบายความรู้ (Explain) 1. ครูอธิบายเปรียบเทียบการเคล่ือนท่ีของลูกบอลท้ังสองกรณี ดังน้ี • ลกู บอลทั้งสองมีการกระจดั ในแนวดงิ่ เท่ากนั เพราะตกถงึ พ้ืนพร้อมกัน ในช่วงเวลาเดยี วกนั • ลกู บอลที่ปล่อยในแนวดง่ิ จะมกี ารกระจดั ในแนวดง่ิ เพียงแนวเดยี ว ลกู บอลท่ีถูกขว้างออกไปจะมกี าร กระจัดทั้งในแนวดิ่งและแนวระดับ • ลูกบอลท้ังสอง มีความเร่งในแนวดิ่งเทา่ กนั นั่นคอื ���⃑��� • ลูกบอลที่ตกในแนวดิ่งเคลื่อนที่เป็นเส้นตรง ลูกบอลที่ถูกขว้างเคลื่อนที่เป็นแนวโค้งในระนาบด่ิง แบบพาราโบลา เรียกว่า การเคล่ือนทแี่ บบโพรเจกไทล์ 2. ครูเปดิ โอกาสให้นักเรยี นสอบถามเนอื้ หาเร่อื ง เง่อื นไงของการเคลอื่ นที่แบบโพรเจกไทล์ วา่ มีส่วนไหนท่ียัง ไม่เขา้ ใจและให้ความรู้เพิ่มเติมในส่วนนั้น เพ่อื เปน็ ความรู้นำไปสู่การศึกษาเกี่ยวกับความแตกต่างของการ เคล่ือนทีใ่ นแนวระดับและแนวดง่ิ ของการเคล่ือนท่แี บบโพรเจกไทล์ ขน้ั สรปุ ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate) 1. ครใู หน้ ักเรียนศกึ ษาความรู้เพิ่มเติมจากกรอบ Physics Focus เรอื่ ง พาราโบลา 2. ครเู ปิดโอกาสใหน้ กั เรียนสอบถามเน้อื หาเร่ือง วา่ มีส่วนไหนท่ียงั ไม่เข้าใจและใหค้ วามรเู้ พิม่ เตมิ ในส่วนน้นั 3. ครูให้นักเรียนตอบคำถามจาก Unit Question 4 และทำแบบฝึกหัด เรื่อง เงื่อนไงของการเคลื่อนท่ีแบบ โพรเจกไทล์ ชว่ั โมงที่ 5-6 ขน้ั นำ กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครทู บทวนเกย่ี วกบั เงอ่ื นไงของการเคล่ือนทแ่ี บบโพรเจกไทล์ จดั ทำโดย นายธนพฒั น์ อิศรางกรู ณ อยธุ ยา ตำแหนง่ ครู กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 จงั หวัดเชียงใหม่
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาฟสิ ิกส์ 1 ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 4 249 2. ครเู นน้ ใหน้ ักเรยี นทราบวา่ การเคล่อื นท่ีแบบโพรเจกไทล์ เป็นการเคลื่อนทีแ่ นวพรอ้ มกันในแนวระดับและ แนวดิ่ง โดยการเคลื่อนที่ในแนวดิง่ เปน็ การเคลื่อนที่ที่มีความเร่งเนือ่ งจากแรงโน้มถ่วงของโลก ในขณะที่ การเคล่ือนที่ในแนวระดบั ไมม่ ีความเร่ง 3. ครถู ามคำถามกระตุ้นกับนกั เรยี นวา่ การเคลื่อนท่ใี นแนวระดับและในแนวดิง่ ของการเคลอื่ นท่ีแบบโพรเจก ไทล์ มคี วามแตกตา่ งกันอย่างไร (แนวตอบ : การเคลอื่ นท่ีแบบโพรเจกไทล์มีความเร็วเรม่ิ ตน้ ในแนวระดบั ไมเ่ ป็นศูนย์ และความเร็ว ต้นในแนวด่ิงเป็นศูนย์) 4. แจ้งใหน้ ักเรยี นทราบว่า จะไดศ้ ึกษาเก่ียวกบั ความแตกตา่ งกนั ของการเคล่ือนที่ในแนวระดับและในแนวดิ่ง ของการเคล่ือนที่แบบโพรเจกไทล์ ขน้ั สอน สำรวจค้นหา (Explore) 1. ครูให้ศึกษาเกี่ยวกับความแตกต่างของการเคลื่อนที่ในแนวระดับและในแนวดิ่งของการเคลื่อนที่แบบ โพรเจกไทล์ หนา้ 149-150 2. ครถู ามคำถาม H.O.T.S. กบั นกั เรยี นวา่ เมือ่ วัตถเุ คลื่อนท่ขี น้ึ ถงึ จุดบนสุดของแนววิธี ความเร็วของวัตถุท้ัง ในแนวระดบั และแนวด่งิ จะเปน็ อยา่ งไร (แนวตอบ : วัตถุเคลื่อนที่ขึ้นจุดสูงสุดของการเคลื่อนที่ ความเร็วของวัตถุจะเท่ากับความเร็วของ แนวระดับ เพราะของแนวดงิ่ เท่ากับศนู ย์) 3. นกั เรียนรว่ มกันสบื ค้นข้อมลู จากหนงั สอื เรียน อนิ เตอร์เนต็ หรอื จากแหล่งเรยี นรูต้ า่ ง ๆ เชน่ หอ้ งสมดุ ขน้ั สอน อธิบายความรู้ (Explain) 1. ครูสุ่มนักเรียนให้ออกมาอภิปรายร่วมกับครูเกีย่ วกับความแตกต่างของการเคลื่อนที่ในแนวระดับและใน แนวด่งิ ของการเคลอ่ื นทีแ่ บบโพรเจกไทล์ 2. ครูอธบิ ายเพมิ่ เติมดงั น้ี • กรณกี ารเคลอ่ื นทใี่ นแนวระดบั วัตถุเคลอ่ื นทีอ่ ยู่ในอากาศจะมีแรงดงึ ดดู ของโลก mg กระทำเพียง แรงเดยี วเทา่ นนั้ โดยในแนวระดบั แรงกระทำตอ่ วตั ถุมีคา่ เป็นศนู ย์ (∑Fx = 0) ซ่งึ จากกฎข้อที่สอง ของนวิ ตัน เมอ่ื ∑Fx = 0 จะไดก้ ารกระจดั ในแนวระดบั เปน็ ∆x = uxt • กรณกี ารเคล่ือนทใ่ี นแนวดงิ่ วตั ถเุ คลือ่ นทอ่ี ยู่ในอากาศจะมีแรงดงึ ดูดของโลก mg กระทำเพียงแรง เดียว ความเร่งของวัตถุในแนวดิ่ง คือ ความเร่งโน้มถ่วง โดยนักเรียนสามารถหาความเร็วใน แนวด่ิง และการกระจัดในแนวด่ิงไดจ้ ากสมการ ดงั นี้ vy = uy + ayt ∆y = (uy + vy) t 2 ∆y = uyt + 1 ayt2 2 จัดทำโดย นายธนพัฒน์ อศิ รางกรู ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหม่
แผนการจดั การเรียนรู้ รายวิชาฟสิ กิ ส์ 1 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 250 vy2 = uy2 + 2ay∆y • เม่ือวตั ถุเคลอ่ื นท่ีขนึ้ ไปในอากาศ ความเร็วในแนวดิ่งจะมีขนาดลดลง ซึง่ จะขนาดความเร็วลัพธ์ได้ จากสมการ v = √vx2 + vy2 3. ครยู กตัวอยา่ งท่ี 4.1-4.2 จากหนังสือเรยี น หนา้ 151-152 เพอื่ เสริมความเข้าในการใช้สมการที่ใช้คำนวณ ที่เรยี นมา 4. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามเนื้อหาเรื่อง การเคลื่อนที่ในแนวระดบั และในแนวดิ่งของการเคลื่อนท่ี แบบโพรเจกไทล์ วา่ มสี ว่ นไหนทย่ี ังไมเ่ ข้าใจและใหค้ วามรู้เพม่ิ เตมิ ในสว่ นนนั้ 5. ครูให้นักเรียนตอบคำถามจาก Unit Question 4 ขน้ั สรุป ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 1. ครูนำอภปิ รายและสรปุ เก่ยี วกบั การเคลือ่ นท่ีในแนวระดับและในแนวดิง่ ของการเคลอ่ื นที่แบบโพรเจกไทล์ โดยอภปิ รายร่วมกับนกั เรียน ดงั น้ี • การเคล่ือนทใี่ นแนวระดบั ความเร็วคงตัว ความเรง่ เทา่ กบั ศนู ย์ • การเคลอ่ื นท่ีในแนวดิง่ ความเรว็ ไม่คงตัว ความเรง่ คงตัวเทา่ กบั g • ที่จุดสูงสุดของการเคลื่อนที่ อัตราเร็วหรือความเร็ว จะเท่ากับอัตราเร็วหรือความเร็วของแนว ระดบั เพราะของแนวดงิ่ เท่ากับศูนย์ 2. ครูและนักเรยี นรว่ มกันเฉลยคำถามจาก Unit Question 4 ชว่ั โมงที่ 7-9 ขน้ั นำ กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครูทบทวนความรู้เดิมเกีย่ วกับเรื่อง สมการการเคลือ่ นท่ีในแนวระดบั และในแนวด่ิงของการเคลื่อนท่แี บบ โพรเจกไทล์ 2. ครนู ำเขา้ ส่บู ทเรยี น โดยครถู ามคำถาม ดงั น้ี • นกั เรียนสามารถคำนวณระยะทางสูงสุดทว่ี ัตถขุ ึน้ ไปไดต้ ามแนวระนาบได้อยา่ งไร • นักเรียนสามารถคำนวณระยะทางที่วัตถุเคลือ่ นท่ีได้ในแนวระดบั จากจุดเริม่ ตน้ ถึงจดุ สุดท้ายของ วตั ถไุ ด้อยา่ งไร 3. ครูแจ้งให้นักเรียนทราบว่า จะได้ศึกษาเกี่ยวกับการเคลื่อนที่แบบโพรเจคไทล์ที่มีแนววิถีเป็นแบบ พาราโบลาควำ่ จดั ทำโดย นายธนพัฒน์ อศิ รางกูร ณ อยธุ ยา ตำแหนง่ ครู กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จังหวัดเชยี งใหม่
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าฟสิ กิ ส์ 1 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 251 ขน้ั สอน สำรวจค้นหา (Explore) 1. ครใู ห้นักเรียนแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 4-5 คน เพือ่ ให้นักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายเก่ยี วการนำวิธีการทางคณติ ศาสตร์ มาพิสูจนใ์ หเ้ หน็ ว่า การเคล่ือนทแ่ี บบโพรเจกไทล์มีแนววิธเี ป็นรปู พาราโบลาควำ่ 2. ครูแนะนำใหน้ กั เรียนเริม่ ต้นจากสมการ ∆x = uxt และ ∆y = uyt + 1 ayt2 จนสามารถไดส้ มการ 2 H = u2y = u2sin2θ0 เพือ่ ใหน้ ักเรียนได้มีโอกาสฝึกคดิ โดยใช้วธิ ีการทางคณิตศาสตร์ 2g 2g 3. ครูให้นักเรียนแต่กลุ่มศึกษารายละเอียดการพิสูจน์สมการการเคลื่อนที่จากหนังสือเรียน หน้า 153-154 หรอื จากแหลง่ เรียนรูต้ า่ ง ๆ เช่น อินเตอร์เนต็ หอ้ งสมดุ เป็นต้น 4. นกั เรยี นนำขอ้ มลู ทไ่ี ดจ้ ากการสบื ค้นมาวเิ คราะห์และเรยี บเรยี งเนอื้ หาเพื่อใช้สำหรับการนำเสนอโดย แลกเปลยี่ นความคดิ เห็นกันภายในกลมุ่ จากนนั้ อธิบายซักถามกันภายในกลุ่มจนเข้าใจตรงกนั (หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมนิ นักเรยี น โดยใชแ้ บบสังเกตการณ์ทำงานกลุม่ ) 5. นักเรยี นนำข้อมลู เกย่ี วกบั การพิสูจนส์ มการ มาวิเคราะห์และนำเสนอหน้าช้ันเรียน ขน้ั สอน อธิบายความรู้ (Explain) 1. ครูสุ่มตัวแทนนักเรียนจากกลุ่มต่าง ๆ ประมาณ 1-2 กลุ่ม จากนั้นร่วมกันอภิปรายสรุปจนเป็นที่เข้าใจ ตรงกัน 2. ครูนำนักเรียนอภิปรายและสรุปเกีย่ วกบั การพิสูจน์สมการสำหรับการหาความสูงทข่ี ้ึนไปได้สูงสุด 3. ครใู หค้ วามรเู้ พิ่มเตมิ เกยี่ วกับการพิสูจนส์ มการ ดงั นี้ ท่ีตำแหนง่ สงู สดุ ความเรว็ ตามแนวด่ิงจะเปน็ ศูนย์ แต่ความเร็วของวตั ถุไมจ่ ำเป็นตอ้ งเป็นศูนย์ เพราะ มีความเร็วตามแนวนอน vx = u cos θ วัตถุมีความเร็วในแนวดิ่งลดลงจาก u sin θ เป็นศูนย์ที่จุดสูงสุด ดว้ ยอัตรา g จะไดเ้ วลาท่ใี ช้ขึน้ ไปจนถงึ ตำแหน่งสงู สุด คือ u sin θ g จากสมการของการกระจัดในแนวราบและแนวดิ่ง จะได้ว่าในช่วงเวลานี้ วัตถุมีการกระจัดตาม แนวด่งิ เท่ากบั 1 (u sin θ + 0) (usin θ) = u2sin2θ ซ่งึ จะเปน็ ระยะทางสงู สูงในแนวดง่ิ 2 g 2g 4. ครถู ามนักเรยี นต่อว่า นกั เรยี นสามารถหาระยะทางทีว่ ัตถุเคลื่อนทไี่ ปได้ตามแนวระดับได้อย่างไร (ท้ิงช่วง ให้นักเรยี นคิด) 5. ครูอธิบายวา่ เมื่อวตั ถุตกกลับลงมาท่ีความสูงเดิมตอนต้น การกระจดั ตามแนวดิ่งมคี ่าเป็นศูนย์ ดังนัน้ ถ้า ∆t เป็นเวลาท้งั หมดทวี่ ัตถเุ คลื่อนท่ีต้ังแตเ่ รม่ิ ตน้ จนกลับมาทส่ี งู เดิม จะได้ ∆y = uy∆t + 1 ay∆t2 2 ดังนัน้ 0 = u sin θ ∆t + 1 (−g)∆t2 หรือ ∆t = 2usin θ 2g 6. ครชู ีใ้ ห้นักเรียนเห็นวา่ เวลาทเี่ คลือ่ นทข่ี ้ึนไปแล้วกลับมาทคี่ วามสูงเดิมเป็นสองเท่าของเวลาที่วัตถุข้ึนไปถึง จุดสูงสุด ดังนั้น เวลาลงจากจุดสูงสุดกลับมาที่พื้นนานเท่ากับเวลาขึ้นไปถึงจุดสูงสุด ในระหว่างเวลา ∆t = 2u sin θ วัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเร็วตามแนวนอนคงตัว u cos θ จะได้ระยะตามแนวนอนท่ี g เคลอ่ื นทีไ่ ปได้เท่ากบั u cos θ × ∆t = 2u2 sinθ cosθ = u2 sin2θ gg จัดทำโดย นายธนพัฒน์ อิศรางกรู ณ อยธุ ยา ตำแหนง่ ครู กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 จงั หวดั เชียงใหม่
แผนการจดั การเรียนรู้ รายวิชาฟสิ ิกส์ 1 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 252 ขน้ั สรปุ ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 1. ครูอธิบายความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกบั กราฟแสดงความสมั พันธ์ระหว่างตำแหน่งในแนวดิ่งและแนวระดบั ของ วตั ถุท่ีทำมมุ θ ต่าง ๆ กับแนวระดบั 2. จากนน้ั ครูใหน้ กั เรียนศกึ ษาตัวอย่างการคำนวณจากโจทย์ปญั หา พร้อมทงั้ ใหน้ กั เรียนฝึกแกโ้ จทย์ปัญหาใน หนงั สอื เรยี น หน้า 156-157 ตามขน้ั ตอนการแก้โจทยป์ ัญหา ดงั นี้ • ขนั้ ที่ 1 ครใู หน้ กั เรยี นทกุ คนทำความเข้าใจโจทยต์ วั อย่าง • ขัน้ ที่ 2 ครูถามนกั เรยี นว่า สิ่งท่โี จทย์ต้องการถามหาคืออะไร และจะหาสิ่งท่ีโจทย์ต้องการ ต้องทำ อย่างไร • ขนั้ ท่ี 3 ครูใหน้ กั เรียนดวู ิธีทำในการคำนวณหาคำตอบ • ขั้นที่ 4 ตรวจสอบคำตอบของโจทยต์ วั อยา่ งวา่ ถูกตอ้ ง หรอื ไม่ 3. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั เฉลยคำถามจาก Unit Question 4 ช่วั โมงที่ 10-12 ขน้ั นำ กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครูทบทวนเก่ียวกับการเคล่ือนทีแ่ บบโพรเจกไทล์ ดงั น้ี • การเคล่ือนที่แบบโพรเจกไทล์ มแี นวโคง้ เปน็ รูปพาราโบลา • การเคลือ่ นทแ่ี บบโพรเจกไทล์ มีการเคลื่อนที่ทงั้ ในแนวด่ิง และแนวระดับพรอ้ ม ๆ กนั 2. ครูถามคำถามก่อนทำกิจกรรมการทดลอง เพื่อเปน็ การกระต้นุ นกั เรียน ดังนี้ • การเคลือ่ นทีแ่ บบโพรเจกไทลม์ ีลักษณะการเคล่อื นทีเ่ ปน็ อยา่ งไร • ความสัมพนั ธข์ องปริมาณการเคล่อื นที่ในแนวด่งิ และแนวระดบั สัมพนั ธ์กันหรือไม่ อย่างไร ขน้ั สอน สำรวจคน้ หา (Explore) 1. ครใู ห้นักเรียนแบง่ กลุ่ม ซง่ึ ครอู าจใชเ้ ทคนคิ การแบ่งกลุ่มผลสัมฤทธิ์ (STAD) คือ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ ทีม่ ีสมาชกิ กลุม่ 4–5 คน มีระดับสติปัญญาแตกตา่ งกนั คอื เกง่ 1 คน: ปานกลาง 2–3 คน: ออ่ น 1 คน พร้อมท้งั เลอื กประธานกลุ่ม รองประธานกลุ่ม เลขานุการกลุ่ม และสมาชิกกล่มุ โดยมีหน้าที่ ดังนี้ - ประธานกลุ่ม มีหนา้ ทีค่ วบคมุ การทำกิจกรรมการทดลอง - รองประธานกลุ่ม มีหน้าที่ วางแผนในการทำกจิ กรรมทดลอง - เลขานุการกล่มุ มีหนา้ ที่ อำนวยความสะดวกในการทำกิจกรรมการทดลอง - สมาชกิ กลมุ่ มหี น้าที่ นำเสนอผลการทำกิจกรรม - สมาชิกกลุ่ม มีหนา้ ที่ รวบรวมองค์ความรู้และผลงานกล่มุ 2. ครูชแ้ี จงจุดประสงค์การทดลองใหน้ ักเรยี นทราบ ดังนี้ จัดทำโดย นายธนพฒั น์ อิศรางกูร ณ อยธุ ยา ตำแหนง่ ครู กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวดั เชียงใหม่
แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวิชาฟิสกิ ส์ 1 ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4 253 • เพอ่ื ศึกษาลักษณะการเคลือ่ นทแ่ี บบโพรเจกไทล์ • เพ่อื ศกึ ษาความสัมพันธร์ ะหว่างการกระจดั ในแนวระดับและการกระจัดแนวดิ่ง 3. ครูใหส้ มาชิกภายในกลุม่ เปิดการระดมความคดิ ระบุปญั หาของกจิ กรรมการทดลอง ใหห้ น้าทีป่ ระธานเปิด การระดมความคิดระบปุ ัญหาของกิจกรรมตอนที่ 1 พร้อมต้งั สมมตฐิ านและกำหนดตัวแปรให้ชดั เจน และ ใหเ้ ลขานุการกลมุ่ จดั การความรูร้ วบรวมแลว้ บันทึกผล 4. ครูให้ความรู้ที่จำเป็นต่อการทดลอง จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทำการทดลองตามขั้นตอนและ รายละเอียดในในหนงั สอื เรียน หนา้ 158-159 (หมายเหตุ : ครเู รมิ่ ประเมนิ นักเรียน โดยใชแ้ บบสงั เกตการณท์ ำงานกลุ่ม) 5. ครอู าจถามกระตุ้นใหน้ ักเรยี นได้คิด ดว้ ยตวั อย่างคำถามตอ่ ไปนี้ • เหตใุ ดจงึ ต้องปล่อยลูกโลหะกลมจากตำแหนง่ เดยี วกันทุกครง้ั ที่ทำการทดลอง • ขณะทดลองแผ่นเป้าควรอยู่กับทีห่ รือไม่ เพราะเหตใุ ด • แนวการเคลื่อนที่ของลูกโลหะกลมจากกระดาษกราฟบนแป้นไม้หรือเม่ือนำค่าการกระจัดในแนว ระดับและการกระจดั ในแนวดิง่ มาเขยี นกราฟจะมลี กั ษณะใด 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มวิเคราะห์สรุปผลการทดลอง ครูและนักเรียนร่วมอภิปรายการทดลองตามแนวคำถาม ท้ายการทดลอง และสรุปผลการเรียนรู้จากการทดลอง ขน้ั สอน อธบิ ายความรู้ (Explain) 1. ครใู ห้สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มออกมานำเสนอผลการทดลอง และสรุปรว่ มกัน 2. ครูและนักเรียนจะสรุปผลการทดลองร่วมกันว่า การเคลื่อนที่ของลูกโลหะกลมที่เคลื่อนที่ในแนวโคง้ แบบ โพรเจกไทล์ มีแนวการเคลื่อนที่เป็นเส้นโค้งพาราโบลา โดยลูกโลหะกลมจะมีทั้งการกระจัดในแนวระดบั และแนวดิง่ พร้อมกนั ขน้ั สรปุ ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate) 1. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายยกตัวอย่างการใช้ประโยชน์ของการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ใน ชวี ติ ประจำวัน เช่น ดา้ นการกีฬา การทมุ่ นา้ หนกั การพุ่งแหลน การชทู ลกู บาสเกตบอล เป็นต้น 2. ครใู หค้ วามร้เู พ่มิ เติมเก่ยี วกบั การเคล่ือนทแ่ี บบโพรเจกไทล์ โดยใชส้ อื่ power point และสื่อ animation 3. ครูให้นักเรยี นสรุปเปน็ แผนผังมโนทัศน์ (Concept Mapping) เรอื่ ง การเคลือ่ นทแ่ี บบโพรเจกไทล์ 4. ครูและนกั เรียนร่วมกนั เฉลยคำถามจาก Unit Question 4 เรือ่ ง การเคลอื่ นทแี่ บบโพรเจกไทล์ 5. ครูใหน้ ักเรยี นตงั้ คำถามทีน่ กั เรียนอยากรู้เพมิ่ เตมิ หรอื ร่วมกนั สรุปเชื่อมโยงความคิดเก่ียวกับการเคลื่อนท่ี แบบโพรเจคไทล์ ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูตรวจสอบผลการทำแบบทดสอบก่อนเรยี น 2. ครูประเมินผล โดยการสังเกตการตอบคำถาม การร่วมกันทำผลงาน และจากการนำเสนอผลงาน 3. ครสู ังเกตความสนใจ ความกระตอื รือร้นในการเรยี นรขู้ องนกั เรยี น จดั ทำโดย นายธนพฒั น์ อศิ รางกรู ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวัดเชียงใหม่
แผนการจดั การเรียนรู้ รายวชิ าฟิสิกส์ 1 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 254 4. ครูตรวจใบงานที่ 4.1 เรื่อง ทบทวนความรู้พ้นื ฐานเก่ยี วกับการเคลื่อนท่ี 4. ครตู รวจจากใบงานท่ี 4.2 เรือ่ ง การเคลือ่ นทีแ่ บบโพรเจกไทล์ 5. ครตู รวจการทำแบบฝกึ หัดจาก Unit Question 4 เร่อื ง การเคลื่อนทีแ่ บบโพรเจกไทล์ 6. ครูตรวจแบบฝึกหดั เรือ่ ง การเคลอ่ื นที่แบบโพรเจกไทล์ 7. ครูประเมนิ ผลงานจากแผนผงั มโนทศั น์ (Concept Mapping) ที่นักเรยี นไดส้ ร้างขึน้ จากข้ันขยายความ เขา้ ใจของนกั เรยี นเปน็ รายบุคคล 7. การวดั และประเมนิ ผล รายการวัด วธิ วี ดั เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมิน แบบทดสอบก่อนเรยี น ประเมนิ ตามสภาพจรงิ 7.1 การประเมินก่อนเรยี น ตรวจแบบทดสอบ - ใบงานท่ี 4.1-4.2 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ - แบบทดสอบก่อน ก่อนเรียน เรยี น หนว่ ยการ เรียนรู้ท่ี 1 เร่ือง การเคลอื่ นทีแ่ นว โค้ง 7.2 การประเมินระหว่าง การจัดกิจกรรม 1) การเคลอ่ื นทแ่ี บบ - ตรวจใบงานท่ี 4.1-4.2 โพรเจกไทล์ 2) การนำเสนอ - ประเมนิ การนำเสนอ - ผลงานท่ีนำเสนอ ระดบั คุณภาพ 2 ผลงาน ผลงาน ผา่ นเกณฑ์ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม 3) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤตกิ รรม การทำงานรายบุคคล ระดับคณุ ภาพ 2 ทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์ 4) พฤติกรรมการ - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดับคณุ ภาพ 2 ทำงานกลมุ่ การทำงานกลุ่ม การทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์ 5) คณุ ลักษณะ - สังเกตความมีวนิ ัย - แบบประเมนิ ระดับคุณภาพ 2 อนั พึงประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ และม่งุ มั่น คณุ ลกั ษณะ ผ่านเกณฑ์ ในการทำงาน อนั พงึ ประสงค์ 8. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้ 8.1 สอ่ื การเรียนรู้ 1) หนงั สอื เรยี น รายวชิ าเพมิ่ เตมิ ฟิสิกส์ ม.4 เลม่ 1 2) ใบงานท่ี 4.1 เรื่อง ทบทวนความรู้พ้นื ฐานเก่ียวกบั การเคลอื่ นท่ี 3) ใบงานท่ี 4.2 เร่อื ง การเคลอื่ นที่แบบโพรเจกไทล์ 3) PowerPoint เรื่อง การเคลอื่ นที่แบบโพรเจกไทล์ จัดทำโดย นายธนพัฒน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวดั เชยี งใหม่
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าฟิสกิ ส์ 1 ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 4 255 8.2 แหลง่ การเรยี นรู้ 1) ห้องเรียน/ห้องสมดุ 2) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ 9. การบรู ณาการตามจุดเน้นของโรงเรยี น : ความหลากหลายทางชวี ภาพ หลักปรชั ญา ครู ผู้เรยี น ของเศรษฐกจิ พอเพียง 1. ความพอประมาณ พอดีดา้ นเทคโนโลยี พอดีดา้ นจติ ใจ 2. ความมเี หตุผล รจู้ กั ใช้เทคโนโลยมี าผลิตสอ่ื ที่ มจี ติ สำนึกท่ดี ี จิตสาธารณะรว่ ม 3. มภี มู คิ มุ กันในตวั ทด่ี ี เหมาะสมและสอดคลอ้ งเน้อื หาเปน็ อนรุ ักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและ 4. เงื่อนไขความรู้ ประโยชน์ตอ่ ผเู้ รียนและพฒั นาจากภมู ิ สง่ิ แวดลอ้ ม ปญั ญาของผเู้ รยี น - ยึดถอื การประกอบอาชีพด้วยความ ไม่หยุดนง่ิ ท่หี าหนทางในชีวิต หลุดพ้น ถูกต้อง สุจรติ จากความทุกขย์ าก (การค้นหาคำตอบ เพ่อื ใหห้ ลดุ พ้นจากความไม่รู)้ ภูมปิ ญั ญา : มีความรู้ รอบคอบ และ ภมู ปิ ัญญา : มีความรู้ รอบคอบ ระมดั ระวงั รับผิดชอบ ระมดั ระวัง สร้างสรรค์ ความรอบรู้ เร่อื ง การเคล่อื นท่แี บบ ความรอบรู้ เรื่อง การเคล่อื นที่ โพรเจกไทล์ ท่ีเก่ยี วขอ้ งรอบด้าน นำ แบบโพรเจกไทล์ สามารถนำความรู้ ความรมู้ าเชือ่ มโยงประกอบการ เหล่าน้ันมาพจิ ารณาใหเ้ กิดความ วางแผน การดำเนนิ การจดั กิจกรรม เชื่อมโยง สามารถประยกุ ต์ การเรยี นรู้ใหก้ ับผู้เรยี น ใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ได้ 5. เง่ือนไขคุณธรรม มีความตระหนกั ใน คุณธรรม มี มีความตระหนกั ใน คณุ ธรรม มคี วาม ซื่อสัตยส์ จุ รติ และมคี วามอดทน มี ความซอ่ื สัตยส์ ุจรติ และมคี วามอดทน ความเพียร ใช้สติปญั ญาในการดำเนิน ชีวิต มคี วามเพียร ใช้สติปัญญาในการ ดำเนนิ ชีวิต ผเู้ รยี น ความหลากหลายทางชีวภาพ สวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น ครู - สำรวจความหลากหลายทางชีวภาพ ในโรงเรยี น (ตามจุดทไี่ ด้รับมอบหมาย) ความหลากหลายทางชีวภาพ ความหลากหลายทางชีวภาพ ผ้เู รียน - ความหลากหลายทางชวี ภาพ - สำรวจความหลากหลายทาง ความหลากหลายทางชีวภาพ ชีวภาพในโรงเรียน (กำหนดจดุ ให้ - สืบคน้ ข้อมลู การอนุรักษ์ความ หลากหลายทางชวี ภาพ (ตามหวั ขอ้ ที่ ผู้เรียนสำรวจ) ไดม้ อบหมาย) สง่ิ แวดลอ้ ม ครู ความหลากหลายทางชีวภาพ ความหลากหลายทางชีวภาพ - การอนรุ กั ษค์ วามหลากหลาย - การอนรุ ักษ์ความหลากหลายทาง ทางชีวภาพ ชวี ภาพ (กำหนดหัวข้อใหผ้ ูเ้ รยี น สบื ค้น) จัดทำโดย นายธนพัฒน์ อิศรางกูร ณ อยธุ ยา ตำแหนง่ ครู กลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวัดเชียงใหม่
แผนการจดั การเรียนรู้ รายวชิ าฟสิ ิกส์ 1 ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 256 10. ความเห็น/ขอ้ เสนอแนะ ของผู้บรหิ ารสถานศึกษาหรอื ผทู้ ี่ไดร้ ับมอบหมาย 10.1 หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงช่ือ…………………………………………. (นางสาวณัฐธนัญา บุญถึง) ………./……………./…………. 10.2 รองผ้อู ำนวยการฝ่ายบรหิ ารวิชาการ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชือ่ …………………………………………. (นายวเิ ศษ ฟองตา) ………./……………./…………. 10.3 ผูอ้ ำนวยการสถานศึกษา …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชือ่ …………………………………………. (นายอดิศร แดงเรือน) ………./……………./…………. จดั ทำโดย นายธนพัฒน์ อิศรางกรู ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหม่
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาฟิสิกส์ 1 ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 4 257 11. บันทกึ ผลหลงั การสอน ดา้ นความรู้ ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ด้านความสามารถทางวทิ ยาศาสตร์ ดา้ นอื่น ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปญั หาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้าม)ี ) ปญั หา/อปุ สรรค แนวทางการแก้ไข ลงชอ่ื .........................................................ผู้สอน (นายธนพฒั น์ อิศรางกรู ณ อยุธยา) ตำแหน่ง ครู จัดทำโดย นายธนพัฒน์ อิศรางกรู ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวดั เชยี งใหม่
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาฟิสกิ ส์ 1 ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 4 258 ใบงานท่ี 4.1 เรื่อง ทบทวนความรู้พนื้ ฐานเกีย่ วกบั การเคลอ่ื นที่ คำชแี้ จง : ให้นักเรียนเตมิ คำลงในช่องว่างใหถ้ กู ตอ้ งสมบูรณ์ 1. ให้นักเรยี นเติมคำลงในช่องว่างให้ถกู ต้อง 1. ระยะทาง คือ ............................................................................................................... ใช้สัญลักษณ์ ............ เปน็ ปริมาณ ........................................หน่วยเอสไอ คือ ................... 2. การกระจัด คอื ............................................................................................................... ใชส้ ญั ลักษณ์ ............ เปน็ ปริมาณ ........................................หน่วยเอสไอ คือ ................... 3. อตั ราเร็ว คือ ............................................................................................................... ใชส้ ญั ลักษณ์ ............ เป็นปริมาณ ........................................หน่วยเอสไอ คือ ................... 4. ความเรว็ คือ ............................................................................................................... ใชส้ ญั ลักษณ์ ............ เป็นปริมาณ ........................................หนว่ ยเอสไอ คอื ................... 5. อัตราเร่ง คอื ............................................................................................................... ใช้สญั ลกั ษณ์ ............ เปน็ ปริมาณ ........................................หนว่ ยเอสไอ คอื ................... 6. ความเร่ง คอื ............................................................................................................... ใชส้ ญั ลกั ษณ์ ............ เป็นปริมาณ ........................................หน่วยเอสไอ คอื ................... 2. ใหน้ ักเรยี นเตมิ ตัวแปรในช่องวา่ งให้สมบูรณ์ ความเร็วคงท่ี ความเรง่ คงท่ี การเคลอ่ื นที่แนวระดบั (a คงท)่ี การเคล่ือนท่ีแนวด่ิง (a = g) v = u + ___ vy = uy + ___ x 1 1 u = ___ x = ___ + 2 ___ ∆y = ___ + 2 ___ v2 = ___ + 2a___ v2y = ___ + 2ay___ u + ___ ∆y = [uy + ___ ___ x = [ 2 ] ___ 2 ] จัดทำโดย นายธนพฒั น์ อิศรางกูร ณ อยธุ ยา ตำแหนง่ ครู กลุม่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวัดเชียงใหม่
แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวิชาฟิสิกส์ 1 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 259 ใบงานท่ี 4.1 เฉลย เรอื่ ง ทบทวนความรู้พ้นื ฐานเกี่ยวกบั การเคล่ือนท่ี คำชแี้ จง : ให้นักเรียนเตมิ คำลงในชอ่ งวา่ งใหถ้ กู ต้องสมบูรณ์ 1. ระยะทาง คือ ความยาวตามเสน้ ทางที่วตั ถเุ คลอ่ื นที่ไป ใชส้ ัญลักษณ์ ������ เป็นปริมาณ สเกลาร์ มีหน่วยเปน็ เมตร เมตร 2. การกระจัด คือ ความยาวของเส้นตรงทล่ี ากระหวา่ งจดุ เริม่ ต้นและจุดสุดทา้ ย เมตร/วินาที เมตร/วนิ าที ใช้สญั ลกั ษณ์ ���⃑��� เป็นปริมาณ เวกเตอร์ มีหน่วยเป็น เมตร/วนิ าที2 เมตร/วนิ าที2 3. อัตราเร็ว คอื ระยะทางทเี่ คลอื่ นท่ไี ด้ในหนง่ึ หน่วยเวลา ใช้สัญลกั ษณ์ v เปน็ ปรมิ าณ สเกลาร์ มีหน่วยเปน็ 4. ความเรว็ คือ ระยะกระจดั ท่ีเปลีย่ นไปในหนึง่ หนว่ ยเวลา ใช้สญั ลักษณ์ v⃑⃑ เป็นปริมาณ เวกเตอร์ มีหน่วยเปน็ 5. อัตราเร่ง คือ อตั ราเรว็ ที่เปลี่ยนไปในหนึ่งหน่วยเวลา ใชส้ ญั ลักษณ์ a เป็นปรมิ าณ สเกลาร์ มีหนว่ ยเปน็ 6. ความเรง่ คอื ความเรว็ ท่ีเปลีย่ นไปในหนึง่ หนว่ ยเวลา มีหน่วยเปน็ ใช้สัญลักษณ์ ⃑a⃑ เปน็ ปริมาณ เวกเตอร์ 2. ใหน้ กั เรียนเตมิ ตัวแปรในชอ่ งว่างให้สมบูรณ์ ความเร็วคงตัว ความเรง่ คงตวั การเคลอ่ื นท่แี นวระดับ (a คงตวั ) การเคล่ือนท่ีแนวดิง่ (a = g) vx = ux + at v������ = u������ + gt ∆x ∆x = uxt + 1 at2 ∆y = u������t + 1 gt2 ux = t 2 2 v2 = u2x + 2a∆x v2������ = u2������ + 2g∆y ∆x = [ux + vx] t ∆y = [u������ + v������ ] t 2 2 จดั ทำโดย นายธนพฒั น์ อิศรางกรู ณ อยธุ ยา ตำแหนง่ ครู กล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวดั เชยี งใหม่
แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ าฟิสกิ ส์ 1 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4 260 ใบงานที่ 4.2 เรอ่ื ง การเคลอื่ นที่แบบโพรเจกไทล์ คำชีแ้ จง : จงแสดงวิธที ำอยา่ งละเอยี ด 1. กอ้ นหินกอ้ นหนึ่งถกู ขวา้ งออกจากหน้าผาในแนวระดบั ดว้ ยความเร็วต้น 10 เมตร/วินาที ก้อนหนิ ตกถงึ พื้นดินใน เวลา 8 วนิ าที ก้อนหินจะตกห่างจากจดุ ขว้างในแนวระดบั เทา่ ใด 2. ลูกบอลลูกหนึ่งกลิ้งลงมาจากโต๊ะซ่ึงสูง 1.25 เมตร ถา้ ลกู บอลตกกระทบพน้ื ตรงจุดที่ห่างจากขอบโต๊ะ ตามแนว ระดับ 4.0 เมตร ความเร็วของลกู บอลขณะหลดุ จากขอบโตะ๊ มีคา่ เทา่ ใด 3. วตั ถถุ กู ข้างออกไปจากยอดตกึ ดว้ ยความเรว็ ตน้ 20 m/s ทำมุม 30 องศากบั แนวระดับ ขณะทว่ี ตั ถุหลดุ จากมืออยู่ สูงจากพ้นื 400 เมตร จงหาเวลาท่วี ตั ถุอยู่ในอากาศและระยะทางในแนวระดบั ของโพรเจกไทล์ จัดทำโดย นายธนพฒั น์ อิศรางกรู ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวัดเชียงใหม่
แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวิชาฟสิ ิกส์ 1 ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 4 261 ใบงานที่ 4.2 เร่ือง การเคลื่อนทแี่ บบโพรเจกไทล์ คำชแ้ี จง : จงแสดงวิธที ำอยา่ งละเอียด 4. ยิงจรวดขวดน้ำขน้ึ จากพ้นื หนา้ ผาสงู 80 เมตร ด้วยความเร็วระดับหนงึ่ และทามมุ 37 องศากบั แนวระดบั โดยจุด ยิงห่างจากขอบหน้าผา 240 เมตร พบว่าจรวดขวดน้าเฉียดขอบหนา้ ผาพอดี จงหาความเรว็ ของจรวดขวดน้ำและ จรวดขวดน้ำตกถงึ พนื้ ห่างจากตีนหนา้ ผาก่ีเมตร จดั ทำโดย นายธนพฒั น์ อศิ รางกูร ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 จงั หวัดเชียงใหม่
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาฟสิ กิ ส์ 1 ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 4 262 ใบงานท่ี 4.2 เฉลย เร่ือง การเคลอื่ นทีแ่ บบโพรเจกไทล์ คำชี้แจง : จงแสดงวธิ ีทำอย่างละเอยี ด 1. ก้อนหินกอ้ นหน่งึ ถกู ขวา้ งออกจากหนา้ ผาในแนวระดบั ด้วยความเร็วตน้ 10 เมตร/วนิ าที กอ้ นหนิ ตกถงึ พ้นื ดนิ ใน เวลา 8 วนิ าที กอ้ นหินจะตกหา่ งจากจุดขวา้ งในแนวระดบั เท่าใด จากสมการ x = uxt = (10)(8) = 80 m ดงั นน้ั กอ้ นหนิ จะตกห่างจากจดุ ขวา้ งในแนวระดับเทา่ กบั 80 เมตร 2. ลูกบอลลูกหนึง่ กลง้ิ ลงมาจากโต๊ะซึ่งสงู 1.25 เมตร ถา้ ลูกบอลตกกระทบพน้ื ตรงจุดที่ห่างจากขอบโต๊ะ ตามแนว ระดบั 4.0 เมตร ความเรว็ ของลกู บอลขณะหลดุ จากขอบโตะ๊ มคี ่าเท่าใด จากสมการ ∆y = uyt + 1 ayt2 2 1.25 = (0)t + 1 (10)t2 2 t = 0.5 s โจทย์ตอ้ งการหาความเร็วในแนวระดับ จากสมการ ∆x = uxt 4 = ux(0.5) ux = 8 m/s ดังนน้ั ความเร็วของลูกบอลขณะหลุดจากขอบโต๊ะมีค่าเท่ากับ 8 เมตรตอ่ วินาที 3. วตั ถถุ ูกขา้ งออกไปจากยอดตกึ ด้วยความเร็วต้น 20 m/s ทำมมุ 30 องศากับแนวระดับ ขณะที่วัตถุหลดุ จากมอื อยู่ สูงจากพ้นื 400 เมตร จงหาเวลาท่ีวัตถอุ ยู่ในอากาศและระยะทางในแนวระดบั ของโพรเจกไทล์ จากสมการ ∆y = uyt + 1 ayt2 2 (-400) = (10)t + 1 (−10)t2 2 t2 – 2t – 80 = 0 t = 10 วินาที จากสมการ ∆x = uxt = (10√3)(10) = 1,732 m ดังนน้ั เวลาทวี่ ตั ถลุ อยในอากาศ 10 วินาที ในระยะทาง 1,732 เมตร จดั ทำโดย นายธนพฒั น์ อิศรางกรู ณ อยุธยา ตำแหนง่ ครู กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวดั เชยี งใหม่
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาฟิสิกส์ 1 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 263 ใบงานที่ 4.2 เฉลย เรอ่ื ง การเคล่อื นที่แบบโพรเจกไทล์ คำชแี้ จง : จงแสดงวธิ ที ำอยา่ งละเอียด 4. ยิงจรวดขวดน้ำขึ้นจากพน้ื หน้าผาสงู 80 เมตร ด้วยความเรว็ ระดบั หนง่ึ และทามุม 37 องศากับแนวระดับ โดยจุด ยงิ ห่างจากขอบหน้าผา 240 เมตร พบวา่ จรวดขวดนา้ เฉยี ดขอบหนา้ ผาพอดี จงหาความเรว็ ของจรวดขวดน้ำและ จรวดขวดน้ำตกถงึ พนื้ ห่างจากตีนหน้าผากเี่ มตร 1) หาความเรว็ ของจรวดขวดน้ำ จากสมการ R = 2u2 sin θ cos θ g 240 = 2u2 sin 37 cos 37 g 240 = 2u2(315)(415) 10 u = √2500 = 50 ดงั นน้ั ความเร็วของจรวดขวดนำ้ เท่ากับ 50 เมตรต่อวนิ าที 2) หาห่างจากตนี หน้าผา จากสมการ ∆y = uyt + 1 ayt2 2 (-80) = (50) sin 37 t + 1 (−10)t2 2 (-80) = 30t − 5t2 t2 – 6t – 16 = 0 t = 8 วนิ าที จากสมการ ∆x = uxt = 50 cos 37 (t) = 50 (4/5)(8) = 320 m ดงั นน้ั จรวดขวดน้ำตกถงึ พืน้ หา่ งจากตีนหน้าผาเท่ากับ 320 – 240 = 80 เมตร จัดทำโดย นายธนพฒั น์ อิศรางกูร ณ อยธุ ยา ตำแหนง่ ครู กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 จงั หวัดเชยี งใหม่
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321