Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รายงานการวิจัย-ศักยภาพและความพร้อมของ อปท. - อ.ไพสิฐ

รายงานการวิจัย-ศักยภาพและความพร้อมของ อปท. - อ.ไพสิฐ

Published by E-books, 2021-07-21 07:32:39

Description: ศราวุธ คงยืน พรชัย วิสุทธิศักดิ์ และบุญชู ณ ป้อมเพ็ชร. โครงการวิจัยศักยภาพและความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการส่งเสริมการดําาเนินงานศูนย์ยุติธรรมชุมชน . (กรุงเทพฯ: สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ,2562)

Search

Read the Text Version

ศกั ยภาพและความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการสง่ เสริมการดาำ เนนิ งานศูนยย์ ุติธรรมชุมชน 115 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) ตามที่ได้กล่าวมา เห็นได้ชัดว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวให้ความส�าคัญกับการวางรากฐาน ความยุติธรรมที่เริ่มต้นจากระดับหมู่บ้าน กลุ่มหมู่บ้าน โดยก�าหนดเป็นยุทธศาสตร์ของชาติที่มีผลบังคับทางปฏิบัติที่ กอ่ ใหเ้ กิดหนา้ ที่ในการดา� เนินการตามอย่างเข้มข้นและเข้มแข็ง ขณะที่ประเทศไทยยงั มขี ้อจ�ากัดในหลายดา้ น และไม่ สามารถยกระดบั เปน็ ยุทธศาสตร์ชาติได้ 2. วัตถปุ ระสงค์และภ�รกจิ ของร�กฐ�นง�นยตุ ิธรรมของส�ธ�รณรัฐประช�ธิปไตยประช�ชนล�ว วัตถุประสงค์ของการจัดต้ังปฏิบัติรากฐานงานยุติธรรมของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ไดก้ า� หนดวตั ถุประสงคข์ องการด�าเนินการไว้ 3 ด้าน ดงั นี้ 2.1. สร้างจิตส�านึกในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายให้แก่เจ้าหน้าที่รากฐานและประชาชนภายใน หมู่บ้านให้สูงข้ึน เพื่อสามารถยับยั้งและแก้ไขข้อขัดแย้งต่างๆ ด้วยสันติวิธี กล่าวคือการสร้างเง่ือนไขให้แก่ประชาชน สามารถเข้าถึงบรกิ ารทางดา้ นระเบียบกฎหมายและสามารถรบั รถู้ ึงสทิ ธิของตนตามทีก่ ฎหมายไดก้ า� หนด 2.2. ท�าให้รากฐานงานยุติธรรมกลายเป็นงานของมหาชนเพ่ือสืบต่อปรับปรุง เพิ่มความสามัคคีและความ เป็นเอกภาพระหว่างประชาชนด้วยกันบนพื้นฐานระเบียบกฎหมาย อีกทั้งรับประกันความเสมอภาคต่อหน้ากฎหมาย ในหมูบ่ ้าน 2.3. พัฒนาและปรบั ปรงุ แผนงานคมุ้ ครองบริหารของหมบู่ า้ นให้ไปตามเป้าหมายของประชมุ ใหญ่ คร้งั ที่ 8 ของพรรค เก่ียวกับการสรา้ งรัฐแหง่ กฎหมายทลี ะกา้ ว ต้ังแต่รากฐานหมู่บ้าน สว่ นภารกจิ ทตี่ อ้ งดา� เนนิ การเพอื่ ใหบ้ รรลวุ ตั ถปุ ระสงค์ สามารถแบง่ ภารกจิ ออกเปน็ 5 ดา้ น ดงั ตอ่ ไปนี้ 1. งานศกึ ษาอบรมโฆษณาเผยแพรเ่ พ่ือสร้างจิตสา� นกึ ในการเคารพกฎหมาย งานโฆษณาเผยแพรแ่ ละศกึ ษาอบรมกฎหมาย เพอื่ สรา้ งจติ สา� นกึ ในการเคารพกฎหมายเปน็ งานทส่ี า� คญั ในระดับต้น ๆ ของการปฏิบัติมติประชุมใหญ่คร้ังที่ 8 ของพรรค เก่ียวกับการสร้างรัฐแห่งกฎหมายทีละก้าว ของการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายของรัฐในแต่ระยะ ซึ่งหน่วยงาน องค์การระดับส่วนกลางการแกนน�า และองค์การปกครองท้องถิ่นต่าง ๆ จะต้องเพ่ิมการแนะน�าและคุ้มครองการปฏิบัติให้เป็นกระบวนการอย่างเข้มแข็ง กว้างขวาง และทว่ั ถึง ซึ่งบรรดากฎหมายและนิติกรรมตา่ ง ๆ ที่ไดป้ ระกาศใชต้ อ้ งรบั ประกนั ใหม้ ีการจดั พิมพ์ เผยแพร่ และโฆษณาให้สังคมรับรู้ ที่ส�าคัญประชาชนต้องรับรู้และเข้าใจเก่ียวกับความจ�าเป็นและความส�าคัญของการออก กฎหมายน้ัน ขณะเดียวกันต้องรับรู้และเข้าใจถึงสิทธิของตนที่ได้ก�าหนดไว้ในกฎหมาย อีกทั้งข้อห้าม นโยบาย และมาตรการต่อผู้ละเมิดกฎหมายดังกล่าว เพ่ือมุ่งเน้นการสร้างจิตส�านึกในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย ของพลเมืองใหม้ ากขึน้ หลกี เล่ยี งการกระท�าผดิ ต่อระเบียบกฎหมาย 2. งานสร้างหมูบ่ า้ นให้ปลอดคดี งานสร้างครอบครัวและหมู่บ้านให้ปลอดคดี ซึ่งมีเป้าหมายการสร้างครอบครัวและหมู่บ้านให้มี จิตส�านึกในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายให้เข้มงวด โดยท�าให้แต่ละครอบครัวและหมู่บ้านเป็นหน่วยงานในการ ปฏิบัติรากฐานของระบอบประชาธิปไตยประชาชน มีความหนักแน่นเข้มแข็ง สามารถส่งเสริมสิทธิของประชาชนใน ทุกด้าน เพื่อยับยั้ง และแก้ไขทุกเหตุการณ์ท่ีละเมิดต่อกฎหมาย ปัญหาข้อขัดแย้งที่ไม่ร้ายแรงภายในครอบครัวและ หมู่บ้านด้วยตัวเอง มุ่งเน้นในการรักษาและเพิ่มความสามัคคีปองดองของประชาชนภายในหมู่บ้าน อีกท้ังสร้างความ

116 โครงการวิจัย สงบ ความเป็นระเบยี บเรียบร้อย และความยุติธรรมใหแ้ ก่สังคมภายในหมูบ่ ้าน 3. งานแกไ้ ขขอ้ ขัดแย้งระดับหมูบ่ ้าน งานแก้ไขข้อขัดแย้งระดับหมู่บ้านมีบทบาทส�าคัญในการยับย้ังและแก้ไขข้อขัดแย้งต่าง ๆ อยู่ใน ระดบั หมู่บ้านต้ังแต่ระดบั รากฐานของปญั หาดว้ ยวิธปี ระนีประนอม ฉะน้ัน งานดังกล่าวจึงมคี วามจ�าเป็นท่จี ะตอ้ งมกี าร ปรับปรุงการปฏิบัติและการด�าเนินงานของหน่วยงานไกล่เกล่ียข้อขัดแย้งระดับหมู่บ้านให้มีความแข็งแกร่ง เข้มแข็ง เพื่อสามารถศึกษาอบรมประชาชนภายในหมู่บ้านให้มีจิตส�านึกในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเข้มงวด นอกจากน้ี ต้องรู้ปฏิบัติและแนะน�าแก้ไขข้อขัดแย้งต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพเพ่ือท�าให้หมู่บ้านมีความสงบและมี ความยุติธรรม ในท่ีน้ี ต้องตระหนักในการฝึกอบรมด้านกฎหมาย สิทธิ หน้าที่ วิธี ขั้นตอน และการไกล่เกลี่ยให้ แกห่ น่วยงานไกล่เกลยี่ เพอ่ื รบั ประกนั และสามารถทา� ใหก้ ารไกลเ่ กล่ียได้รบั ผลดี 4. งานยตุ ธิ รรมเด็ก งานยุติธรรมเด็กเป็นงานใหม่ แต่เป็นงานท่ีมีความส�าคัญเกี่ยวข้องกับการพัฒนาและสร้างขีด ความสามารถให้แก่บุคลากรรุ่นหลังของชาติ ฉะน้ันทุก ๆ หน่วยงาน องค์การของส่วนกลางแกนน�า และองค์การ ปกครองท้องถิ่นทุกภาคส่วนต้องเอาใจใส่แนะน�างานดังกล่าวให้เป็นปกติ อีกท้ังท�าให้องค์การปกครองหมู่บ้านและ หน่วยงานไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้งระหมู่บ้านต้องรับรู้และเข้าใจเป็นเอกภาพเกี่ยวกับความส�าคัญของข้ันตอนและวิธีการ ปฏิบัติงานยุติธรรมเด็ก ในขณะเดียวกันต้องให้เอาใจใส่โฆษณาเผยแพร่ให้ประชาชนท่ีอยู่ในพื้นที่รากฐานหมู่บ้าน ตลอดถึงตัวเด็กเองให้รับรู้และเข้าใจในการปฏิบัติงานดังกล่าว นอกจากน้ี ต้องมุ่งเน้นในการยับยั้งการกระท�าผิดของ เด็กในละเมดิ ตอ่ ระเบียบกฎหมายและการแก้ไขการกระท�าผิดของเดก็ อย่างเหมาะสม 5. งานพฒั นาศกั ยภาพเจา้ หน้าท่ีกฎหมายในแกร่ ากฐานหมูบ่ ้านและกลุ่มหมบู่ า้ น งานพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านกฎหมายให้แก่ท้องถิ่นมีความส�าคัญ ท้ังเป็นการปฏิบัติตามมติ ประชุมใหญ่ครั้งที่ 8 ของพรรค ด้านการสร้างรัฐแห่งกฎหมาย เพ่ือรับประกันการปฏิบัติงานยุติธรรมให้ประสบผล ส�าเร็จ อีกท้ังรับประกันการมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานรากฐานพัฒนาการเมืองอย่างรอบด้าน การก่อสร้างหมู่บ้าน และกลุ่มหมู่บ้านพัฒนาให้มีการพัฒนาศักยภาพด้านนักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับขบวนการตัวจริงของท้องถิ่นและ รากฐานตามทฤษฎี “ทง้ั เรยี น ทั้งท�างาน” หรอื เรียนทฤษฎีทเี่ ก่ียวข้องกบั พฤติกรรมตัวจริงเพอ่ื เป็นการฝึกอบรมทกั ษะ และจิตใจเพื่อรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริงตั้งแต่ต้นและการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ให้กลายเป็นนักกฎหมายประจ�า อยรู่ ากฐานหรอื อ�าเภอ และเปน็ ผสู้ บื ทอดในอนาคต ฉะนั้น ทุกหน่วยงาน องค์การส่วนกลางโดยเฉพาะหน่วยงานยุติธรรม องค์การแกนน�า และองค์การ ปกครองทอ้ งถ่ินทุกระดับต้องตระหนักตอ่ งานดงั กลา่ วใหม้ ีคณุ ภาพและประสทิ ธิผล 3. หน�้ ท่ตี �มวัตถปุ ระสงคแ์ ละภ�รกิจที่ตอ้ งด�ำ เนินก�ร ภายใต้วัตถุประสงค์และภารกิจรากฐานงานยุติธรรมของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว น�าไปสู่ หน้าที่ของหน่วยงานท่ีต้องด�าเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์และภารกิจ โดยค�าสั่งของนายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาวได้มอบหมายหน้าท่ีให้กับกระทรวงยุติธรรมเป็นแม่งานและกระทรวงและหน่วยงานอ่ืน

ศกั ยภาพและความพรอ้ มขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ในการส่งเสริมการดาำ เนินงานศนู ยย์ ุตธิ รรมชุมชน 117 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) เข้ามามีส่วนร่วมในการด�าเนินการ ซงึ่ มหี นา้ ทหี่ ลายดา้ นต้องปฏิบตั ิเพอ่ื ใหบ้ รรลุวัตถุประสงค์ ดงั น้ี 3.1. ใหก้ ระทรวงยุติธรรมตระหนกั ในการปฏิบตั ิบางงานส�าคญั ดงั น้ี 3.1.1. ค้นคว้าและออกค�าแนะนา� เกี่ยวกับการปฏิบัติคา� สง่ั ฉบบั นี้ เช่น งานโฆษณาเผยแพรแ่ ละศึกษา อบรมสร้างจิตส�านึกในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย งานพัฒนาหมู่บ้านปลอดคดี งานแก้ไขข้อขัดแย้งระดับ หมู่บ้าน งานยุติธรรมเด็ก และงานพัฒนาศักยภาพบุคลากรกฎหมายให้รากฐานเพื่อเป็นท่ีอ้างอิงให้แก่การปฏิบัติได้ ง่าย รวดเรว็ และมีประสทิ ธภิ าพ 3.1.2. ปรับปรุงหนังสือคู่มือเก่ียวกับรากฐานงานยุติธรรม พร้อมทั้งฝึกอบรมงานดังกล่าวให้ท่ัวถึง ขณะเดียวกัน ต้องท�าการทดลองเพ่ือสรุปถอดถอนบทเรียนแล้วค่อยพัฒนาต่อยอดไปยังหมู่บ้านและกลุ่มหมู่บ้านเป้า หมายของอ�าเภอ 3.1.3. ค้นคว้าและปรับปรุงหลักสูตรการสอนการเรียนในระดับช้ันต้นและช้ันกลางเพ่ือรับประกัน การพฒั นาศกั ยภาพบุคลากรด้านกฎหมายใหแ้ กร่ ากฐานหมู่บา้ น ขณะเดียวกนั ใหป้ รบั ปรุงหลักสูตรการสอนการเรียน ดา้ นกฎหมายของวทิ ยาลัยให้มคี ุณภาพสูงขึ้น 3.1.4. ค้นคว้าและข้ึนแผนงบประมาณในแต่ละปีเก่ียวกับรากฐานงานยุติธรรมเพ่ือเสนอให้กระทรวง ท่ีเก่ียวข้องและรัฐบาลพิจารณา ในขณะเดียวกันต้องเอาใจใส่แนะน�าหน่วยงานยุติธรรมระดับต่างๆ หันเอารากฐาน งานยุติธรรมเป็นแผนงาน โครงการ และกิจกรรมตัวจริง พร้อมท้ังหาแหล่งทุนเพื่อช่วยสนับสนุนท้องถ่ินในการปฏิบัติ งานดังกลา่ วใหเ้ กดิ ผลสา� เร็จ 3.1.5. ร่วมมือกับหน่วยงานการปกครอง ผู้ว่าราชการนครหลวงเวียงจันทน์ และผู้ว่าราชการจังหวัด ในท่ัวประเทศในปรับปรุงหน่วยงานยุติธรรมท้องถิ่น เป็นต้นระดับอ�าเภอให้มีความเข้มแข็งและรับประกันการปฏิบัติ รากฐานงานยตุ ธิ รรมใหร้ บั ผลดมี ากขึ้น 3.1.6. ร่วมมือกับสหพันธ์สตรีแห่งชาติลาว แนวลาวสร้างชาติ ศูนย์ชาวหนุ่มประชาชนปฏิวัติลาว กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เพ่ือปฏิบัติงานยุติธรรมเด็กและปรับปรุงหน่วย งานไกลเ่ กล่ยี ระดับหมบู่ ้านใหเ้ ข้มแข็ง 3.2. ให้กระทรวงแผนการและการลงทุน กระทรวงการคลังร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรมค้นคว้าและข้ึน แผนงบประมาณเกี่ยวกับรากฐานงานยุติธรรม อาทิ การจัดพิมพ์หนังสือเก่ียวกับกฎหมายในขอบเขตต่างๆ เพ่ือจัด จ�าหน่ายในราคาท่ีเหมาะสมและแจกจ่ายให้แต่ละหมู่บ้านและกลุ่มหมู่บ้านเพื่อเป็นท่ีอิงให้แก่พรรค องค์การปกครอง และเจา้ หน้าท่ีรากฐานได้ค้นคว้า เผยแพร่ และการปฏบิ ัติตามกฎหมาย ทั้งเป็นคน้ ควา้ ขึน้ แผนงบประมาณเกี่ยวกับการ พัฒนาศักยภาพบุคลากรกฎหมายให้แก่หมบู่ า้ นและกลุ่มหมบู่ า้ นในแตร่ ะยะ ขณะเดยี วกันให้แนะนา� หน่วยงานทีต่ นรับ ผิดชอบเอาใจใส่ในการร่วมมือกับหน่วยงานยุติธรรมระดับจังหวัด อ�าเภอในการค้นคว้าและข้ึนแผนงบประมาณเพ่ือ ปฏิบัตงิ านยตุ ธิ รรมตามความเหมาะสม 3.3. ให้บรรดากระทรวงและองค์การเทียบเท่ากระทรวงในระดับส่วนกลางมีการร่วมมือกับกระทรวง ยุติธรรมในการค้นคว้า จัดพิมพ์ โฆษณาเผยแพร่ และฝึกอบรมด้านกฎหมายให้แก่หน่วยงานและองค์กรของตนจนถึง รากฐานหมู่บ้านและกลุ่มหมู่บ้านเป้าหมายอื่นๆ ของนครหลวงเวียงจันทน์ จังหวัด และอ�าเภอเพื่อท�าให้กฎหมาย สามารถเข้าถึงประชาชน นอกจากน้ี ต้องเอาใจใส่ปฏิบัติและปรับปรุงเครือค่ายโฆษณาเก่ียวกับกฎหมายในหน่วย

118 โครงการวจิ ัย งานและองค์กรของตนให้เข้มแข็ง เพื่อสามารถท�าให้งานโฆษณากฎหมายมีสภาพปกติและต่อเน่ือง มุ่งเน้นการสร้าง จติ ส�านกึ ในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายของพลเมืองใหส้ งู ขน้ึ ทลี ะก้าว 3.4. ให้ผู้ว่าราชการนครหลวงเวียงจันทน์ ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอ�าเภอเอาใจใส่แนะน�าหน่วยงาน ยตุ ธิ รรมเพอื่ คน้ ควา้ และนา� เอาคา� สงั่ นเี้ ปน็ คา� แนะนา� แผนการโครงการของจงั หวดั และอา� เภอเพอื่ ปฏบิ ตั ใิ หป้ ระสบผลสา� เรจ็ นอกจากนี้ แนะน�าภาคส่วนรับผิดชอบงานพัฒนารากฐานของตนให้เป็นส่วนกลางในการร่วมมือกับหน่วยงานยุติธรรม หนว่ ยงาน และองค์การต่าง ๆ ในการปฏบิ ตั ริ ากฐานงานยตุ ธิ รรมและทา� ใหง้ านดงั กล่าวสามารถเขา้ กับทุก ๆ ขบวนงาน ของหน่วยงานและองค์การต่าง ๆ ที่อยู่ในระดับหมู่บ้านและกลุ่มหมู่บ้าน อีกทั้ง ยังเป็นการรับประกันและประหยัด การใช้งานในทุกด้านท่ีเกี่ยวกับงบประมาณ บุคลากร พาหนะ ฯลฯ ของงานพัฒนารากฐานและรากฐานงานยุติธรรม นอกจากน้ี ต้องเอาใจใส่แนะน�าในการปรับปรุงและการปฏิบัติงาน วิธีการท�างานและแบบแผนของหน่วยงานยุติธรรม ระดับจังหวัดและอ�าเภอให้สามารถเป็นฝ่ายสนับสนุนให้แก่องค์การปกครองจังหวัดเพื่อปฏิบัติรากฐานงานยุติธรรม อย่างมปี ระสิทธภิ าพ 3.5. มอบให้รัฐมนตรกี ระทรวงยุตธิ รรมเป็นผชู้ ว่ ยนายกรฐั มนตรีในการตดิ ตาม ตรวจตรา และผลักดนั 4. ก�รปฏบิ ัตกิ �รระดับกระทรวง จากนโยบายและค�าสงั่ นายกรฐั มนตรี ฉบบั ที่ 46/นย ลงวันที่ 29 กันยายน ค.ศ. 2009 นา� ไปสกู่ ารปฏิบัตกิ าร ระดับกระทรวงโดยมีข้อตกลงและค�าแนะน�าของรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมออกตามค�าสั่งนายกรัฐมนตรีและข้อตกลง ของนายกรฐั มนตรเี องตามมาอกี 4 ฉบับ คือ 1. ข้อตกลงของรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการสร้างครอบครัวและหมู่บ้านต้นแบบในการปฏิบัติ ตามกฎหมายท่ีรับดา� เนินการตามคา� สงั่ นายกรฐั มนตรี 2. ค�าแนะน�าของรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อตกลงของนายกรัฐมนตรี แหง่ สปป.ลาว ว่าดว้ ยการจดั ตั้งคณะแกไ้ ขข้อขดั แยง้ ระดับหมู่บ้าน 3. ขอ้ ตกลงนายกรฐั มนตรีว่าดว้ ยการก่อสร้างคณะแกไ้ ขขอ้ ขัดแยง้ ระดับหมูบ่ ้าน 4. ข้อตกลงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการปฏิบัติและการด�าเนินของคณะแก้ไข ขอ้ ขดั แย้งระดบั หมบู่ ้าน ข้อตกลงเหล่าน้ีจะเป็นการก�าหนดรายละเอียดเพิ่มเติมจากค�าสั่งนายกรัฐมนตรีที่ก�าหนดวัตถุประสงค์ และภารกิจเอาไว้ ซ่ึงมีรายละเอียดโดยสรุปของข้อตกลงและค�าแนะน�าของรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมออกตามค�าส่ัง นายกรัฐมนตรแี ละข้อตกลงของนายกรฐั มนตรีทั้ง 4 ฉบับ ดังน้ี 4.1. ข้อตกลงของรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการสร้างครอบครัวและหมู่บ้านต้นแบบในการปฏิบัติ ตามกฎหมายท่ีรบั ด�าเนินการตามคา� ส่งั นายกรฐั มนตรี เลขที่ 1099/กย ลงวันที่ 7 กันยายน ค.ศ. 2017 ข้อตกลงฉบับน้ีเป็นข้อตกลงท่ีได้ก�าหนดหลักการ ระเบียบการ และมาตรการเกี่ยวกับการคุ้มครอง ตรวจตรา การสร้างครอบครัวและหมู่บ้านต้นแบบปฏิบัติตามกฎหมายเพ่ือท�าให้งานดังกล่าวได้รับการปฏิบัติ อยา่ งเปน็ เอกภาพและมปี ระสทิ ธภิ าพมงุ่ เนน้ การศกึ ษาอบรมสมาชกิ ภายในครอบครวั และประชาชนภายในหมบู่ า้ นใหม้ ี ความรบั รเู้ ขา้ ใจตอ่ รฐั ธรรมนญู และกฎหมายอยา่ งถกู ตอ้ งมจี ติ สา� นกึ ในการเคารพและปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายนบั วนั ยงิ่ เขม้ งวด

ศกั ยภาพและความพรอ้ มขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถนิ่ ในการส่งเสรมิ การดาำ เนนิ งานศูนยย์ ตุ ธิ รรมชุมชน 119 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) ท้ังเป็นการส่งเสริมสามัคคีปรองดองภายในครอบครัวและภายในหมู่บ้านให้มีความเหนียวแน่น ยับย้ัง และก�าจัด ทุกเหตุการณ์ที่ละเมิดต่อกฎหมาย การมีส่วนในการพัฒนาครอบครัวและหมู่บ้านให้มีความเข้มแข็ง มีความเสมอภาพ มีความยตุ ธิ รรม และสร้างความม่ันคงใหแ้ ก่รัฐประชาธิปไตยประชาชนท่ปี กครองดว้ ยกฎหมาย ข้อตกลงนี้เป็นการก�าหนดและวางหลักการในการสร้างหมู่บ้านต้นแบบและครอบครัวต้นแบบในการ ปฏิบัติตามกฎหมาย เพ่ือเป็นการจัดตั้งและด�าเนินงานในการสร้างจิตส�านึกในการเคารพและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และระเบียบหมู่บ้านให้แก่สมาชิกครอบครัวและประชาชนภายในหมู่บ้าน โดยเร่ิมต้นจากการด�าเนินงาน ของแตล่ ะครอบครัว หมบู่ ้าน อา� เภอ จังหวดั นครหลวงเวียงจนั ทนไ์ ปถึงขอบเขตทั่วประเทศ โดยมหี ลกั การของสร้าง ครอบครัวและหม่บู า้ นตน้ แบบ ดงั นี้ 1. ตอ้ งเคารพและปฏบิ ัติตามรฐั ธรรมนูญ กฎหมาย และกฎระเบียบหมบู่ ้าน 2. ต้องมคี วามเสมอภาพ โปรง่ ใส และมคี วามยตุ ธิ รรม 3. ส่งเสริมจารตี ประเพณีอันดงี ามของประชาชนและของชาติ 4. ส่งเสรมิ สิทธิของแต่ละครอบครัวและประชาชนภายในหมู่บา้ น 5. เก่ียวข้องกับขบวนการสร้างรากฐานการเมืองและพัฒนาชนบทอย่างรอบด้านในการสร้างหมู่บ้าน และกล่มุ หมู่บา้ นพัฒนา 6. น�าพาและค้มุ ครองอย่างเป็นเอกภาพของพรรค องค์การปกครองทอ้ งถิ่น 7. มีการร่วมมอื กบั ภาคสว่ นทีเ่ กี่ยวขอ้ ง ในขอ้ ตกลงไดม้ ีการก�าหนดมาตรฐานของครอบครวั ตน้ แบบเชน่ สมาชิกครอบครัวประมาณร้อยละ95 ได้รับการศึกษาอบรมและเรียนรู้ทางด้านกฎหมายตามหนังสือคู่มือโฆษณาอบรมด้านกฎหมาย ที่กระทรวงยุติธรรม ได้วางออก ยกเว้นบุคคลที่ขาดความสามารถทางด้านการประพฤติ ส�าหรับสมาชิกครอบครัวที่อยู่ในวัยเด็กหรือเด็ก อายุต�่ากว่า 18 ปี ต้องได้รับการศึกษาทางด้านกฎหมายว่าด้วยการปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของเด็ก สมาชิก ครอบครัวประมาณร้อยละ 85 ต้องมีจิตส�านึกในการเคารพและปฏิบัติตามระเบียบกฎหมาย จารีตประเพณีอันดีงาม ของประชาชนภายในหมู่บ้าน มีจิตส�านึกในการปฏิบัติสิทธิและหน้าของพลเมืองตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่าง ครบถ้วน สมาชิกครอบครัว ประมาณรอ้ ยละ 95 มีความสามคั ครี กั ใคร่มคี วามอบอ่นุ และมคี วามเสมอภาพบนพื้นฐาน ของกฎหมาย ต้องเข้าร่วมในการพัฒนาครอบครัวและหมู่บ้านให้มีชีวิตใหม่ที่ดีข้ึน ข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นต้องอยู่ภายใน ครอบครัวและได้รบั การแกไ้ ขด้วยการประนีประนอมอยา่ งสนั ติวิธี ตลอดหลายปีสมาชิกในครอบครัวไม่มีบุคคลใดเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ท่ีละเมิดต่อกฎหมาย เช่น การลักเล็กขโมยน้อย การเป็นโสเภณี การค้าประเวณี การต้มตุ๋นหลอกลวงบุคคลอื่น การเกี่ยวข้องกับยาเสพติด การค้าของเถ่ือน ฯลฯ และตลอดหลายปีสมาชิกในครอบครัวไม่มีบุคคลใดถูกด�าเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม เนอื่ งจากมกี ารละเมดิ ตอ่ กฎหมายอย่างรา้ ยแรง และข้อตกลงได้มีการก�าหนดมาตรฐานของหมู่บ้านต้นแบบ เช่น ประชาชนภายในหมู่บ้านประมาณ ร้อยละ 95 ได้รับการศึกษาอบรมเรียนรู้ทางด้านกฎหมายตามหนังสือคู่มือโฆษณาอบรมด้านกฎหมายตามที่กระทรวง ยตุ ิธรรมไดก้ า� หนดไว้อยา่ งน้อยรอ้ ยละ 85 นอกจากนี้ ตอ้ งมจี ติ ส�านกึ สงู ในการเคารพกฎหมายและกฎระเบียบหมบู่ ้าน และต้องปฏิบัติตามสิทธิและหน้าท่ีของพลเมืองอย่างถูกต้องครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ประชาชนภายใน

120 โครงการวจิ ยั หมู่บา้ นประมาณร้อยละ 95 ตอ้ งมคี วามสามัคคีบนพนื้ ฐานตามระเบยี บกฎหมายและกฎระเบียบหม่บู ้านมกี ารเข้ารว่ ม ทุกงานในการพัฒนาหมบู่ า้ นใหเ้ ข้มแข็งอยา่ งทีละกา้ วประชาชนภายในหมูบ่ ้านประมาณร้อยละ95ไมม่ ีความเก่ยี วขอ้ ง กับการค้าของเถื่อน ยาเสพติด ลักเล็กขโมยน้อย เป็นโสเภณี ค้าประเวณี ฯลฯ ท่ีเป็นการละเมิดต่อกฎหมายและ จารตี ประเพณีอนั ดีงามของประชาชนภายในหมบู่ ้าน ประชาชนภายในหม่บู า้ นประมาณรอ้ ยละ 95 มีความรบั ผดิ ชอบ ในการยับย้ังมใิ ห้เกดิ ข้อขัดแย้งหรอื มีความรับผิดชอบในแกไ้ ขข้อขดั แยง้ ทีเ่ กิดขึ้นดว้ ยการประนีประนอมอยา่ งสันติวธิ ี อีกท้ังได้ก�าหนดวิธีการและขั้นตอนการสร้างครอบครัวและหมู่บ้านต้นแบบรวมถึงการคุ้มครองและ ตรวจตราการสร้างครอบครัวและหมู่บ้านต้นแบบ เช่น กรมส่งเสริมระบบยุติธรรม กระทรวงยุติธรรมต้องเป็นฝ่าย ติดตาม รวบรวมสภาพการปฏิบัติงานการสร้างครอบครัวและหมู่บ้านต้นแบบในการปฏิบัติตามกฎหมายตามท่ีได้ ก�าหนดไว้ในข้อตกลงฉบับนี้ในท่ัวประเทศเป็นแต่ละระยะ โดยมีการร่วมมือกับองค์การปกครองท้องถ่ิน ส�านักงาน ยุติธรรมจงั หวดั นครหลวงเวยี งจันทนเ์ พอื่ จะได้รายงานตอ่ รฐั มนตรกี ระทรวงยุติธรรม ส�านักงานยุติธรรมจังหวัด นครหลวงเวียงจันทน์ต้องเป็นฝ่ายติดตาม รวบรวมการปฏิบัติการสร้าง ครอบครัว และหมู่บ้านต้นแบบในการปฏิบัติตามกฎหมายของแต่ละอ�าเภอในจังหวัดของตนเพ่ือรายงานต่อพรรค องค์การปกครองจังหวัด นครหลวงเวียงจัน และกระทรวงยุติธรรมอย่างเป็นปกติ ส�านักงานยุติธรรมอ�าเภอต้องมีการ ติดตาม รวบรวมการปฏิบัติงานในการสร้างครอบครัวและหมู่บ้านต้นแบบในการปฏิบัติตามกฎหมายภายในขอบเขต อ�าผู้ของตนเพ่ือรายงานต่อพรรค องค์การปกครองอ�าเภอ และส�านักงานยุติธรรมจังหวัด นครหลวงเวียงจันทน์อย่าง เปน็ ปกติ องค์การปกครองหมู่บ้านต้องมีการติดตาม รวบรวมการสร้างครอบครัวและหมู่บ้านต้นแบบในการ ปฏิบัติตามกฎหมายภายในหมู่บ้านของตนเพ่ือรายงานต่อคณะพรรคและองค์การปกครองอ�าเภอโดยผ่านส�านักงาน ยุติธรรมอ�าเภออย่างเป็นปกติ คณะแก้ไขข้อขัดแย้งระดับหมู่บ้านต้องมีการร่วมมือกับหัวหน้าหมู่บ้านด้านการติดตาม รวบรวมการสร้างครอบครัวและหมู่บ้านต้นแบบในการปฏิบัติตามกฎหมายในหมู่บ้านของตนเพื่อรายงานต่อคณะ หนว่ ยพรรคและองคก์ ารปกครองหมู่บ้านอย่างเป็นปกติ 4.2. ค�าแนะน�าของรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อตกลงของนายกรัฐมนตรี แหง่ สปป.ลาว วา่ ด้วยการจดั ตัง้ คณะแก้ไขขอ้ ขัดแย้งระดับหมบู่ า้ น ค�าแนะน�านี้รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมได้มีถึงหัวหน้าส�านัก ปลัดกระทรวง บรรดากรม ศูนย์แก้ไข ข้อขัดแย้งทางด้านเศรษฐกิจ สถาบันยุติธรรมแห่งชาติ ส�านักงานยุติธรรมนครหลวงเวียงจันทน์ บรรดาจังหวัดใน ทั่วประเทศ เร่ือง การปฏิบัติข้อตกลงของนายกรัฐมนตรีแห่ง สปป.ลาว ว่าด้วยการสร้างคณะแก้ไขข้อขัดแย้งระดับ หมบู่ า้ นและขอ้ ตกลงของรัฐมนตรกี ระทรวงยุตธิ รรมว่าดว้ ยว่าด้วยการจัดตั้งและด�าเนินงานของคณะแกไ้ ข ขอ้ ขัดแย้ง ค�าแนะน�าน้ีเป็นเรื่องของการซักซ้อมความเข้าใจของผู้ปฏิบัติงานโดยการจัดอบรมให้กับผู้มีส่วน เกี่ยวขอ้ ง โดยก�าหนดการฝึกอบรม 2 รปู แบบ คือ 1. ฝึกอบรมให้เจ้าหน้าท่ีวิชาการภายในส�านักงานยุติธรรม นครหลวงเวียงจันทน์ บรรดาจังหวัด สา� นักงานอ�าเภอใหท้ ่ัวถงึ 2. ฝึกอบรมให้คณะแก้ไขข้อขัดแย้งระดับหมู่บ้าน พร้อมท้ังให้ด�าเนินการปรับปรุงโครงสร้างของ คณะแกไ้ ขข้อขัดแย้งระดับหมู่บ้านอกี ครงั้ ตามของตกลงของนายกรฐั มนตรี ฉบบั ท่ี 01/นย ลงวันที่ 6/1/2016 ว่าด้วย

ศักยภาพและความพร้อมขององค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่ ในการสง่ เสริมการดำาเนินงานศนู ย์ยุติธรรมชมุ ชน 121 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) การสร้างคณะแก้ไขข้อขัดแย้งระดับหมู่บ้านและข้อตกลงของรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ฉบับที่ 404/กย ลงวันท่ี 28 เมษายน ค.ศ. 2016 ว่าดว้ ยว่าด้วยการจดั ต้ังและด�าเนนิ งานของคณะแกไ้ ขขอ้ ขดั แยง้ ระดบั หมบู่ ้าน 4.3. ขอ้ ตกลงนายกรฐั มนตรีว่าด้วยการก่อสรา้ งคณะแกไ้ ขข้อขดั แยง้ ระดับหมบู่ า้ น เป็นข้อตกลงของนากรัฐมนตรีในการจัดตั้งคณะแก้ไขข้อขัดแย้งระดับหมู่บ้านขึ้นให้เป็นไปตาม เจตนารมณ์โดยก�าหนดให้มีการจัดตั้งคณะแก้ไขข้อขัดแย้งระดับหมู่บ้าน มุ่งเน้นในการขยายความสงบ ความสามัคคี ปรองดองระหว่างประชาชนภายในหมู่บ้าน ลดปริมาณคดีไม่ให้มีการฟ้องร้องในชั้นศาล การประกอบส่วนเข้าในการ รกั ษาความสงบ ความเป็นระเบียบเรียบรอ้ ย และความยตุ ิธรรมในสังคม โดยคณะแก้ไขข้อขัดแย้งระดับหมู่บ้านคือผู้ทรงคุณวุฒิ จะได้รับการคัดเลือกจากประชาชนภายใน หมู่บ้านและถูกแต่งต้ังโดยนายอ�าเภอและหัวหน้าเทศบาลตามการเสนอขององค์การปกครองหมู่บ้านโดยผ่าน ส�านกั งานยุตธิ รรมอา� เภอและเทศบาล และใหก้ ระทรวงยุติธรรมทา� หนา้ ที่ในการตรวจสอบการปฏบิ ตั ิหน้าที่ 4.4. ข้อตกลงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการปฏิบัติและการด�าเนินของคณะแก้ไขข้อขัด แย้งระดบั หม่บู า้ น เลขท่ี 404/นย ลงวนั ท่ี 28 เมษายน ค.ศ. 2016 ซ่งึ ข้อตกลงฉบับนี้ไดก้ �าหนด หลกั การ ระเบยี บการ และมาตรการเกย่ี วกับการปฏบิ ตั แิ ละการด�าเนนิ งานของคณะแก้ไขข้อขัดแย้งระดับหมู่บ้าน เพ่ือมุ่งเน้นในการส่งเสริมความสามัคคีปรองดองของประชาชนภายใน หมู่บ้าน เพ่ือลดปริมาณคดีไม่ให้มีการฟ้องร้องในชั้นศาล อีกยังเป็นการรักษาความสงบ ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และความยุติธรรมในสังคม จึงไดม้ ีการจดั ตัง้ คณะแกไ้ ขขอ้ ขดั แย้งระดบั หมู่บ้านขึ้นดว้ ยวธิ ปี ระนปี ระนอม ซ่งึ คณะแก้ไข ขอ้ ขดั แยง้ ต้องพยายามท�าใหค้ ู่กรณมี คี วามสา� นึกและสามารถตกลงแก้ไขข้อขดั แยง้ ทีเ่ กิดขนึ้ ด้วยความสมคั รใจ ข้อตกลงนี้ได้มีการจัดต้ังคณะแก้ไขข้อขัดแย้งระดับหมู่บ้านข้ึนโดยคณะแก้ไขข้อขัดแย้งระดับหมู่บ้าน คือ ผู้ทรงวุฒิ ซ่ึงได้รับการคัดเลือกจากประชาชนภายในหมู่บ้านและถูกแต่งตั้งโดยนายอ�าเภอและนายกเทศมนตรี ตามการเสนอขององค์การปกครองหมู่บา้ นโดยตอ้ งผ่านหนว่ ยงานยตุ ิธรรมอ�าเภอและเทศบาล โดยมีอา� นาจและหนา้ ที่ ดงั ต่อไปนี้ 1. โฆษณาเผยแพร่ ศึกษาอบรมดา้ นกฎหมายและระเบยี บการให้ประชาชนภายในหมู่บา้ น 2. ไกล่เกล่ียข้อขัดแย้งเก่ียวกับทางแพ่ง การค้า ครอบครัว ส่ิงแวดล้อม และข้อขัดแย้งอ่ืน ตามการเสนอ ของค่กู รณบี นพน้ื ฐานกฎหมายและระเบียบการ 3. ไกล่เกลี่ยการกระท�าผิดทางอาญาที่มีลักษณะเบาบาง (ตามที่ได้ก�าหนดไว้ในมาตรา 24 ของข้อตกลง ฉบับนี้ 4. ไกล่เกลี่ยการกระท�าผิดของเด็กตามท่ีได้ก�าหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ ของเดก็ กฎหมายวา่ การดา� เนินคดีเด็กและกฎหมายอืน่ ที่เกี่ยวขอ้ ง 5. ตดิ ตามและผลกั ดนั การปฏิบัติผลของการแก้ไขขอ้ ขดั แยง้ ระดับหมู่บา้ นทค่ี ู่กรณีได้ตกลงกัน 6. เก็บค่าบริการในการแก้ไขข้อขัดแย้งตามที่ได้ก�าหนดไว้ในรัฐบัญญัติของประธานประเทศว่าด้วยค่า ธรรมเนยี มและคา่ บริการทไี่ ดอ้ อกมาแต่ละระยะ 7. ไดร้ ับการยกระดับความรู้ การฝึกอบรมทางด้านวิชาการและการปกป้องตามกฎหมายและระเบยี บการ 8. ได้รับนโยบาย การยกย่อง ฯลฯ ตามการเสนอของผใู้ หญ่บา้ น

122 โครงการวจิ ยั 9. มกี ารรว่ มมือกับหน่วยงานต่างๆ ของหมูบ่ า้ นในการปฏบิ ตั ิหน้าที่ของตน 10. รวบรวมสถติ ิ สรปุ ถอดถอนบทเรยี น และรายงานเกี่ยวกบั งานดงั กลา่ วใหแ้ ก่สว่ นบนของตนอยา่ งปกติ 11. ใชส้ ทิ ธแิ ละปฏิบัตหิ นา้ ท่อี ืน่ ตามการมอบหมายของส่วนบน นอกจากนี้ ข้อตกลงน้ียังมีการก�าหนดรายละเอียดอื่นเพ่ิมเติม เช่น ผู้เข้าร่วมในการแก้ไขความขัดแย้ง (ผู้ร้องเรียน-ผู้ถูกร้องเรียน) ประเภทของข้อขัดแย้ง เช่น ข้อขัดแย้งทางแพ่ง ข้อขัดแย้งท่ีในทางอาญาท่ีมีความผิดเล็ก น้อยและความผิดเก่ียวกับเด็กเป็นผู้กระท�าความผิด ข้ันตอนการแก้ไขข้อขัดแย้งระดับหมู่บ้าน ข้อห้ามของคณะแก้ไข ความขัดแย้ง ข้อห้ามของผู้ร้องเรียนและผู้ถูกร้องเรียน การตรวจสอบการใช้อ�านาจหน้าท่ีของคณะกรรมการแก้ไขข้อ พพิ าท 5. ก�รจดั ทำ�หนงั สือคูม่ อื เกีย่ วกับก�รแก้ไขขอ้ ขัดแย้งระดบั หมบู่ ้�น ปจั จบุ นั ประเทศสาธารณรฐั ประชาธิปไตยประชาชนลาวโดยกรมส่งเสริมระบบยตุ ิธรรมไดด้ า� เนนิ การจัดท�า หนังสือคู่มือเก่ียวกับการแก้ไขข้อขัดแย้งระดับหมู่บ้านเพื่อเป็นคู่มือให้แก่เจ้าหน้าท่ียุติธรรมจังหวัดและอ�าเภอได้น�าไป อบรมคณะกรรมการแก้ไขข้อขดั แย้งระดับหมู่บ้าน โดยการกา� หนดกฎเกณฑ์ ระเบียบ วิธีการในการปฏบิ ัติหนา้ ทคี่ ณะ กรรมการแก้ไขข้อขัดแย้งซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างความเข็มแข็งให้กับคณะกรรมการแก้ไขข้อขัดแย้งระดับหมู่บ้านเพิ่ม มากขึน้ หนังสือคู่มือนี้ได้น�าเอาหลักการตามค�าสั่งนายกรัฐมนตรีและรับมนตรีทั้งหมดตามที่ได้กล่าวมาเบื้องต้นมา ก�าหนดรายละเอียดในการปฏิบัติหน้าท่ีของคณะกรรมการ แก้ไขข้อพิพาทรวมถึงหลักปฏิบัติต่างๆในการปฏิบัติหน้าท่ี ให้เกิดความเป็นเอกภาพในการปฏิบัติงานมากข้ึนอีกท้ังเป็นการรับรองมาตรฐานการท�าหน้าท่ีของคณะกรรมการ แกไ้ ขขอ้ ขัดแยง้ ระดับหมบู า้ นมากขึ้น หนงั สอื คูม่ อื น้สี ามารถแบ่งออกเปน็ 5 เรือ่ ง คอื 1. คว�มร้ทู ัว่ ไปเกี่ยวกบั ก�รแก้ไขข้อขดั แย้งระดับหมูบ่ ้�น กล่าวถึงพัฒนาการความเป็นมาของการแก้ไขข้อขัดแย้งระดับหมู่บ้าน ความหมายของการแก้ไขข้อขัดแย้ง ระดับหมู่บ้าน ความส�าคัญของการแก้ไขข้อขัดแย้งระดับหมู่บ้าน วัตถุประสงค์ของการแก้ไขข้อขัดแย้งระดับหมู่บ้าน ประโยชน์ของการแก้ไขข้อขดั แย้งระดับหมบู่ า้ น 2. คณะกรรมก�รแก้ไขข้อขัดแย้งระดบั หม่บู �้ น กล่าวถึง รูปแบบของคณะกรรมการแก้ไขข้อขัดแย้งระดับหมู่บ้าน คือ ผู้ทรงคุณวุฒิ ซ่ึงได้รับการคัดเลือก จากประชาชนภายในหมู่ท่ีบ้านและถูกแต่งตั้งโดยนายอ�าเภอและหัวหน้าเทศบาล ตามการเสนอขององค์การปกครอง หม่ทู บ่ี ้านโดยผา่ นหน่วยงานยุตธิ รรมอ�าเภอและเทศบาล บทบาทและอ�านาจหน้าที่คณะกรรมการแก้ไขข้อขัดแย้งระดบั หมู่บา้ น จรรยาบรรณของคณะกรรมการ แก้ไขข้อขัดแย้ง สิ่งที่ควรหลีกเล่ียงในการแก้ไขข้อขัดแย้งระดับหมู่บ้าน เทคนิคของคณะกรรมการแก้ไขข้อขัดแย้ง ระดับหมบู่ า้ น การปฏิบัตติ ัวในระหวา่ งการแกไ้ ขข้อขดั แยง้ 3. ขอ้ ขัดแย้งและประเภทขอ้ ขัดแยง้ ที่ส�ม�รถนำ�ม�แกไ้ ขในระดบั หมู่บ�้ น คู่มือได้ก�าหนดนิยามและประเภทของข้อขัดแย้งท่ีสามารถจะน�ามาสู่การวินิจฉัยของคณะกรรมการ

ศกั ยภาพและความพรอ้ มขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินในการสง่ เสริมการดาำ เนนิ งานศนู ยย์ ตุ ิธรรมชุมชน 123 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) แกไ้ ขข้อขัดแยง้ ไว้ วา่ “ขอ้ ขัดแย้งระดบั หมบู่ �้ น” ข้อขัดแย้งระดับหมู่บ้าน หมายถึง ความไม่สามัคคีปรองดองกัน ความไม่เข้าใจกัน ไม่สามารถตกลง กันได้ หรือไม่ลงรอยกันท่ีเกิดขึ้นระหว่างบุคคลกับบุคคลท่ีอยู่ภายในหมู่ที่บ้านเดียวกันหรืออาศัยอยู่หมู่ท่ีบ้านอ่ืน ระหวา่ งบคุ คลกับหนว่ ยงานเกยี่ วกบั ทางแพง่ การค้า ครอบครวั ส่งิ แวดลอ้ ม ฯลฯ ประเภทข้อขัดแย้งที่ส�ม�รถน�ำ ม�แก้ไขในระดบั หมูบ่ ้�น ประเภทข้อขดั แยง้ ทสี่ ามารถนา� มาแกไ้ ขในระดบั หมู่บ้านประกอบดว้ ย 1. ข้อขัดแย้งท่ีเก่ียวกับทางแพ่ง การค้า ครอบครัว และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการใช้ความรุนแรงต่อสตรี และเดก็ ทางด้านจิตใจ ทรพั ยส์ ิน และเศรษฐกิจ 2. การกระท�าผิดทางอาญาทมี่ ีลักษณะเลก็ นอ้ ยและเบาบาง 3. การกระทา� ผดิ ของเดก็ 4. หลักก�รและข้นั ตอนของก�รแก้ไขขอ้ ขัดแย้งระดับหมบู่ ้�น กล่าวถึง หลักการพื้นฐานของการแก้ไขข้อขัดแย้งระดับหมู่บ้าน ขั้นตอนของการแก้ไขข้อขัดแย้งระดับ หมู่บ้าน เช่น การย่ืนข้อร้องเรียน การรับข้อร้องเรียน การค้นคว้า การตระเตรียมและการด�าเนินการแก้ไข การเปิด ประชุมแก้ไขข้อขัดแย้ง การเสนอความเห็นของคู่กรณีและผู้เข้าร่วม การประนีประนอมคู่กรณี สรุปผลการแก้ไขและ การทา� บันทึก การจัดต้งั และตดิ ตามผลของการแก้ไขความขัดแย้ง 5. ส่งิ ท่คี วรตระหนกั และข้อห้�มในก�รแกไ้ ขขอ้ ขดั แย้งระดับหมบู่ ้�น กล่าวถึงสิ่งท่ีควรตระหนักในการแก้ไขข้อขัดแย้งท่ีเก่ียวข้องกับครอบครัว เช่น หลักเคารพความเสมอภาค ระหว่างหญิงและชายตอ่ หน้ากฎหมายและหลักปกปอ้ งสิทธิและผลประโยชนส์ ูงสดุ ของแม่และเดก็ เปน็ ส�าคัญ สงิ่ ท่คี วร ตระหนักในการแก้ไขการกระท�าผิดของเด็ก เช่น หลักถือเอาสิทธิและผลประโยชน์ของเด็กเป็นอันดับแรกในทุกขั้น ตอนของการแก้ไข รวมถึงข้อห้าม ได้แก่ ข้อห้ามส�าหรับคณะกรรมการแก้ไขข้อขัดแย้ง เช่น ห้ามฉวยโอกาสใช้หน้าท่ี เพ่ือหาผลประโยชน์ให้แก่ตัวเอง ครอบครัว ญาติพ่ีน้อง และเพ่ือน ห้ามใช้อ�านาจเกินขอบเขต บังคับ ข่มขู่ ขัดขวาง หรือตัดสนิ ปญั หาความขัดแยง้ โดยทไ่ี ม่ได้รับการยินยอมของคกู่ รณี ขอ้ ห้ามสา� หรับค่กู รณี เช่น การเสนอขอ้ มูลหรอื เอกสารท่ีไม่ตรงตามความเป็นจรงิ การแสดงกิรยิ ามารยาท ท่ีไม่สุภาพ ไม่เหมาะสม บังคับ ข่มขู่ ขัดขวาง ใช้ความรุนแรงต่อคณะกรรมการแก้ไขข้อขัดแย้งระดับหมู่บ้านและคู่ กรณี การเสนอผลประโยชนอ์ ย่างใดอยา่ งหนงึ่ ให้แก่คณะกรรมการแก้ไขขอ้ ขดั แยง้ ข้อห้ามสา� หรบั บคุ คลและหนว่ ยงานอ่นื เช่น การไม่ใหค้ วามรว่ มมอื หรือขัดขวางการปฏิบตั หิ นา้ ท่ขี องคณะ แก้ไขข้อขัดแย้งระดับหมู่บ้าน การยุยงมิให้คู่กรณีใช้บริการของการแก้ไขข้อขัดแย้งระดับหมู่บ้าน การเป็นสื่อกลางใน การทวงถามหรอื รบั เอาผลประโยชนจ์ ากการแก้ไขขอ้ ขดั แยง้ การใหข้ อ้ มูลทไี่ ม่ถูกต้อง สมรู้รว่ มคดิ ปลอมแปลงท�าลาย เอกสาร หรอื หลกั ฐานเกยี่ วกับการแก้ไขขอ้ ขดั แย้ง การบงั คับ ขม่ ขู่ ขดั ขวาง ใชค้ วามรุนแรง หรอื แทรกแซงการแกไ้ ข ข้อขดั แยง้ ระดับหมู่บา้ น

124 โครงการวจิ ัย บทที่ 4 วเิ ครำะห์รูปแบบและศักยภำพควำมพรอ้ ม องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ ในกำรดำ� เนินงำนศูนย์ยุติธรรมชุมชน ในบทท่ี 4 น้ีผู้วิจัยพยายามจะน�าเสนอการวิเคราะห์ประเด็นศักยภาพและความพร้อมขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถ่ินในการส่งเสริมการด�าเนินงานศูนย์ยุติธรรมชุมชนจากการที่ได้ไปเก็บข้อมูลเชิงพื้นที่และได้มีการจัด พูดคุยกับผู้เช่ียวชาญท่ีเกี่ยวข้องกับงานยุติธรรมชุมชน เพ่ือตอบวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 และ ข้อท่ี 2 ของงานวิจัย โดยจะแบง่ หัวขอ้ ในบทที่ 4 อนั ประกอบไปดว้ ย 4.1 การศึกษารูปแบบศักยภาพและความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการด�าเนินงานศูนย์ ยุตธิ รรมชมุ ชนที่เปน็ ศูนย์ยตุ ิธรรมชมุ ชน 4.2 การศึกษารูปแบบความต้องการของชุมชนและเหตุปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมการด�าเนินงานศูนย์ยุติธรรม ชมุ ชน 4.1 รูปแบบศักยภำพและควำมพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในกำรด�ำเนินงำน ศูนยย์ ุตธิ รรมชุมชนที่เป็นศูนย์ยตุ ธิ รรมชมุ ชน จากการศึกษางานเอกสารการลงพื้นที่เก็บข้อมูลและการจัดเวทีเสวนาที่ได้น�าเสนอในบทท่ี 3 สามารถสรุป ประเด็นของรูปแบบศักยภาพและความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินในการด�าเนินงานศูนย์ยุติธรรมชุมชนที่ เปน็ ศูนย์ยุตธิ รรมชุมชน กลา่ วคอื 4.1.1 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนท่ีจัดต้ังต�มคำ�สั่งกระทรวงยุติธรรม ท่ี 322/2559 โดยส�ระสำ�คัญคือมอบ หม�ยให้ปลัดอ�ำ เภอท�ำ หน�้ ที่ประธ�นศนู ย์ยุติธรรมชุมชน มที ตี่ ั้ง ณ ท่ที �ำ ก�รองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ตามค�าสั่งกระทรวงยุติธรรม ที่ 322/2559 เรื่องการบริหารงานศูนย์ยุติธรรมชุมชน ลงวันท่ี 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 น�าไปสู่การการจัดตั้งศูนย์ยุติธรรมชุมชนให้ครบทุกต�าบลให้เป็นรูปแบบที่ชัดเจนมากข้ึน ผ่านความร่วมมือกับทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายใต้การบูรณาการกับจังหวัดรวมทั้งส่วนราชการอ่ืน ๆ ท่ีเก่ียวข้อง ท�าให้เกิดการเคลื่อนตัวในการท�างานในเชิงการปรับโครงสร้างศูนย์ยุติธรรมชุมชนอันเป็นการใช้กลไก ท่ีเป็นทางการในการจัดตั้งศูนย์ ซ่ึงค�าส่ังดังกล่าวมีผลให้เกิดการขับเคล่ือนงานและสร้างความเช่ือมโยงงานยุติธรรม ชมุ ชนกับ อปท. โดยรายละเอียดในการจัดตง้ั สว่ นใหญจ่ ะประกอบด้วยโครงสร้างตามตารางด้านลา่ งกล่าวคือ

ศักยภาพและความพร้อมขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ินในการส่งเสริมการดาำ เนินงานศูนย์ยตุ ิธรรมชมุ ชน 125 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) ต�ร�งที่ 4.1 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนที่จัดตั้งต�มคำ�สั่งกระทรวงยุติธรรม ท่ี 322/2559 โดยส�ระสำ�คัญคือ มอบหม�ยให้ปลัดอำ�เภอทำ�หน้�ที่ประธ�นศูนย์ยุติธรรมชุมชน มีที่ตั้ง ณ ท่ีทำ�ก�รองค์กรปกครอง สว่ นทอ้ งถิน่ ทีต่ ง้ั ศูนยย์ ตุ ิธรรม องคก์ �รบริห�รส่วนตำ�บลต่�ง ๆ ช่องทางการติดต่อ โดยเข้าหาองคก์ ารบรหิ ารส่วนต�าบลตา่ ง ๆ คณะกรรมการประจ�าศนู ยย์ ตุ ธิ รรม - ปลดั อา� เภอประจ�าต�าบล เป็นประธานกรรมการ - พฒั นากรประจา� ตา� บลเป็นกรรมการ - ต�ารวจชุมชนประจา� ตา� บลเป็นกรรมการ - กา� นันท้องท่ปี ระจ�าต�าบลเปน็ กรรมการ - นายกองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ เป็นกรรมการ - ประธานศนู ยย์ ุติธรรมเดมิ เปน็ กรรมการ - อาสาสมัครแรงงาน หรอื อาสาสมัครพัฒนาสงั คมและความม่นั คงมนษุ ย์ กรรมการอาสาสมัครสาธารณสุขประจ�าหมบู่ า้ น เป็นกรรมการ - นติ ิกรหรือเจ้าหน้าท่ี อปท. เป็นกรรมการและเลขานุการ ศูนย์ยุติธรรมชุมชนในรูปแบบ 4.1.1 โดยแต่ละศูนย์ยุติธรรมชุมชนท่ีจัดต้ังตามโครงสร้างตามค�าสั่ง กระทรวงยุติธรรม ที่ 322/2559 จะมหี นา้ ท่ตี ามค�าสั่งในการด�าเนนิ การงานยุติธรรมอันประกอบด้วย 1. เฝ้าระวังและป้องกันปัญหาอาชญากรรม การทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐและการก ระท�าผิดกฎหมายตา่ ง ๆ 2. พจิ ารณาเร่อื งรอ้ งเรียน ร้องทุกข์ ปญั หาความไม่เป็นธรรมของประชาชน และรบั แจ้งเบาะแสข้อมูล การกระท�าผิดกฎหมายต่าง ๆตลอดจนการช่วยเหลือ ดูแล ให้ค�าแนะน�า และแก้ไขปัญหาแก่ผู้ท่ีได้รับความเดือดร้อน หรือผู้ทต่ี อ้ งการคา� แนะน�าทางด้านกฎหมายและกระบวนการยตุ ธิ รรม 3. ไกล่เกล่ียและประนอมข้อพิพาทที่คู่กรณีร้องขอเก่ียวกับความแพ่งหรือความอาญาที่เป็นความผิด อันยอมความได้ โดยใหด้ า� เนินการตามกระบวนการไกล่เกล่ียขอ้ พิพาท หรอื จัดการความขดั แย้งในชุมชน ทั้งนี้ การไกล่ เกลี่ยและประนอมขอ้ พิพาทใหเ้ ปน็ ไปตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสรมิ และประนอมขอ้ พิพาทในชมุ ชน 4. ให้ความช่วยเหลือ ดูแล ผู้ที่ได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการกระท�าความผิดและ อาชญากรรม และประสานหนว่ ยงานทเี่ กยี่ วขอ้ งเพอ่ื ด�าเนนิ การตามอ�านาจหนา้ ท่ี 5. ให้ความช่วยเหลือ และสนับสนุนการด�าเนินงานของหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องท่ีแก้ไขบ�าบัดฟื้นฟูผู้ กระท�าผดิ และผพู้ ้นโทษ รวมทงั้ ผูท้ ่ีถูกคุมความประพฤติหรือผ้ทู ไี่ ด้รับการปลอ่ ยตวั ชว่ั คราวให้กลับตนเป็นพลเมอื งและ ไม่หวนกลับไปกระท�าผดิ อีก การจัดตั้งศูนย์ตามค�าสั่งจึงถือเป็นการขับเคล่ือนงานโดยใช้ข้อก�าหนดของกระทรวงสร้างโครงสร้างศูนย์ ยุติธรรมชุมชนชุดใหม่ข้ึนมาเพ่ือให้เกิดศูนย์ได้อย่างแพร่หลายในทุกเขตพื้นท่ีโดยผ่านความร่วมมือในการจัดตั้งกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินและการร่วมกับฝ่ายปกครองท่ีเป็นส่วนงานในพ้ืนที่ภายใต้กระทรวงมหาดไทย เมื่อมีค�าสั่ง

126 โครงการวิจยั ดังกล่าวทา� ใหเ้ กิดการเคล่อื นตวั ในดา้ นการจัดตัง้ ศนู ยต์ ามความคาดหวงั ของกระทรวงยุติธรรม โดยสภาพการจัดต้ังจะอยู่ในรูปแบบเชิงทางการและสร้างกรอบความร่วมมืองานยุติธรรมท้องถ่ิน ผ่านงานทางปกครอง และสร้างการด�าเนินงานโดยใช้ อปท. เป็นปัจจัยหลักของงานยุติธรรมชุมชน ซึ่งในการจัด ตั้งดังกล่าวเป็นการสร้างองคาพยพการเคลื่อนงานของกระทรวงยุติธรรมผ่านการสั่งการให้แก่ อปท. ให้ด�าเนินการ ซึ่งหากพิจารณารูปแบบการการจัดต้ังศูนย์ในลักษณะน้ีจะเป็นการพยายามให้เกิดการเกิดศูนย์ยุติธรรมชุมชนแบบ โครงสร้าง การจัดการจากสว่ นกลางและท�าใหเ้ กิดฐานโครงสร้างของศูนยย์ ตุ ิธรรมชุมชนแบบเดยี วกนั และเปน็ ด�าเนิน การในรปู แบบศนู ยน์ ั้นจะต้องอาศยั การท�างานขององคก์ รปกครองทอ้ งถนิ่ ในการด�าเนินการศูนย์ยุติธรรมชุมชนตามโครงสร้างท่ีอาศัยค�าสั่งกระทรวงยุติธรรม ท่ี 322/2559 อาจมองได้ว่าเป็นการด�าเนินการตามแนวคิดทฤษฎีการมีส่วนร่วมของชุมชน (Community Empowerment and Participation) (Kurki,2000 อ้างถึงใน จุฑารัตน์ เอื้ออ�านวยและคณะ,2553) ท่ีเสนอให้ชุมชนร่วมกันมีส่วน ในการป้องกันอาชญากรรมและแสดงความพยายามฟื้นฟูสัมพันธภาพที่ดีระหว่างเพ่ือนบ้านของตนน้ันจะช่วยลด อาชญากรรมในชุมชน ทว่าในการด�าเนินการของรูปแบบศูนย์ลักษณะนี้จะเน้นการพยายามสร้างความมีส่วนร่วมของ ท้องถิ่นว่าในการด�าเนินการยุติธรรมชุมชนภายใต้โครงการการปกครองท้องถิ่น ซ่ึงหลักการจะมีการวางกรอบมาจาก ทางกระทรวงยุติธรรมและร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยในการขยายวงการท�างานยุติธรรมชุมชนโดยองค์กรปกครอง ท้องถิ่น หากพิจารณาเพ่ิมข้ึนจะเห็นได้ว่ากลไกของรัฐในระดับกระทรวงพยายามเช่ือมโยงการสั่งการให้เกิดความร่วม มือในระดับชุมชนว่าด้วยการด�าเนนิ การยุติธรรมชุมชน การด�าเนินการของศูนย์ภายใต้องค์กรปกครองท้องถิ่นถือว่าเป็นการดึงศักยภาพขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมาร่วมกับงานยุติธรรมชุมชน ซึ่งในภาพรวมพบว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินมีศักยภาพในการช่วย การด�าเนนิ งานของศนู ยย์ ุตธิ รรมชุมชนเนื่องจาก มีสถานที่ งบประมาณ บคุ ลากร โครงสรา้ งการจดั การ และมกี าร ด�าเนนิ งานทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั งานยุติธรรมอยแู่ ลว้ การท่ีองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินมีสถานที่ที่ท�าการในการเพื่อก�ากับ ปกครองและด�าเนินบริการ สาธารณะท่ีจ�าเปน็ กับคนในท้องถ่นิ นั้น ๆ โดยสอดคลอ้ งกับขนาดพนื้ ที่ของชุมชนทา� ใหส้ ามารถใช้สถานทท่ี ี่ท�าการของ อปท.ท่ีเป็นสาธารณะเปน็ ฐานในการด�าเนินการอาทิการประชุมการไกล่เกลยี่ และการชว่ ยเหลืองานยุตธิ รรมด้านต่างๆ รวมถึงเป็นท่ีประสานกับฝ่ายปกครองท่ีด�าเนินการร่วมกับระดับหมู่บ้าน ต�าบล อ�าเภอ และจังหวัด การมีสถานท่ี ของศูนย์ยุติธรรมชุมชนโดยมี อปท. เป็นฐานจึงถือเป็นการดึงเอาศักยภาพด้านกายภาพท่ีเป็นสถานท่ีสาธารณะ มาชว่ ยขับเคลอื่ นงานยุติธรรมชมุ ชน การทีท่ ้องถิน่ มงี บประมาณทา� ใหส้ ามารถดึงงบประมาณของทอ้ งถนิ่ ท่มี อี ยูม่ าเสริมสร้างการท�างานของ ยตุ ธิ รรมชมุ ชนซงึ่ แตเ่ ดมิ ไมม่ งี บประมาณสนบั สนนุ ในระดบั ศนู ยท์ วั่ ประเทศการจดั ตงั้ ศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชนในอปท.จงึ เปน็ การอาศยั งบประมาณของ อปท. บางสว่ นเพอื่ มาสนบั สนนุ งานยตุ ธิ รรมชมุ ชน ทงั้ นจ้ี ากขอ้ มลู การลงพนื้ ทท่ี ดี่ า� เนนิ การและ นา� เสนอในบทที่ 3 จะพบวา่ ทาง อปท. ใหก้ ารสนบั สนนุ ดา้ นงบประมาณแกง่ านของศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชน เพราะหากพจิ ารณา ในภาพรวม การด�าเนินการของศูนย์ยุติธรรมเท่ากับการท�าให้ท้องถ่ินมีความปกติสุข หากแต่ทว่าในการด�าเนินการ ใชง้ บประมาณทผ่ี า่ นมาของ อปท. อาจจะตดิ ประเดน็ ปญั หาเรอื่ งการใชง้ บประมาณจากการตคี วามของสา� นกั งานตรวจ เงนิ แผน่ ดนิ ซง่ึ ในประเดน็ การใชง้ บของทอ้ งถน่ิ เพอื่ งานยตุ ธิ รรมจะมกี ารอธบิ ายตอ่ ไปในขอ้ 4.2 ของบทนี้

ศักยภาพและความพร้อมขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินในการสง่ เสรมิ การดาำ เนินงานศูนยย์ ุตธิ รรมชุมชน 127 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) การที่ท้องถ่ินมีบุคลากรท้ังจากตัว นายก รองนายกและสภาของ อปท. และเจ้าหน้าที่ด้านต่าง ๆ ของทอ้ งถิน่ ท�าให้การท�างานของศูนย์ยตุ ิธรรมชุมชนท่จี ัดต้งั ใน อปท. ท�างานได้สะดวกขึ้นเพราะมกี ารติดตามงานโดย บุคลากรของ อปท. รวมถึงกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชน ใน อปท. สามารถท่ีจะประสานกับบุคลากรของ อปท. ใน การขับเคลื่อนงานเพ่ือท้องถ่ินซ่ึงบุคลากรของ อปท. โดยส่วนใหญ่จะพยายามช่วยสนับสนุนการด�าเนินการให้แก่งาน ยตุ ิธรรมชุมชน เท่ากับเปน็ การใชศ้ กั ยภาพดา้ นบคุ ลากรของ อปท. ของทอ้ งถน่ิ เขา้ ไปชว่ ยผลกั ดนั งานยตุ ิธรรมชุมชน การที่ท้องถ่ินมีโครงสร้างการจัดการและสามารถสั่งการได้ท�าให้สามารถที่จะด�าเนินการงานของศูนย์ ยตุ ธิ รรมชุมชนไดส้ ะดวกข้นึ จากการสั่งการของผูม้ ีอ�านาจใน อปท. ในกรณนี ี้หากผูน้ �าของ อปท. เห็นประโยชนข์ องการ ดา� เนนิ การศนู ย์ยุตธิ รรมจะทา� ใหผ้ ู้นา� อปท. ใชอ้ �านาจในการส่งั การตามโครงสรา้ งการปกครองของ อปท. ใหม้ กี ารขบั เคลื่อนงานช่วยเหลือชุมชนผา่ นทางศนู ย์ยตุ ิธรรมชมุ ชน นอกจากนี้ในการด�าเนินการทางการจัดการและปกครองของ อปท. เองก็ได้มีการด�าเนินการในทาง ปกครองและจัดการของท้องถ่ิน ซ่ึงมีส่วนทับซ้อนกันกับการด�าเนินงานตามความมุ่งหมายของยุติธรรมชุมชนของ กระทรวงยุติธรรม ท�าให้การอาศัยการจัดต้ังศูนย์ยุติธรรมชุมชนร่วมกับโครงสร้างของ อปท. น�าไปสู่การผสานการ ท�างานของสองสว่ นและเป็นการดึงศกั ยภาพที่มีอย่เู ดิมของ อปท. มาพัฒนางานของยตุ ิธรรมชมุ ชน 4.1.2 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนแบบด้ังเดิมภ�คประช�ชน โดยมีผู้นำ�ชุมชนทำ�หน้�ที่ประธ�นศูนย์ยุติธรรม ชุมชน มที ีต่ ั้ง ณ ในพ้ืนทช่ี มุ ชน ศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชนแบบดง้ั เดมิ ตงั้ อยทู่ พ่ี น้ื ทช่ี มุ ชน เปน็ ศนู ยท์ อ่ี ยใู่ กลช้ ดิ ประชาชนกบั ชมุ ชนนน้ั ๆ และเปดิ ชอ่ งทางใหม้ กี ารมสี ว่ นรว่ มภาคประชาชนในการขบั เคลอ่ื นงานการแกป้ ญั หาในชมุ ชนแบบเปดิ กวา้ งโดยศนู ยจ์ ะดา� เนนิ การ แกไ้ ขปญั หาในหลากหลายดา้ นทางสงั คมและความเปน็ อยู่ มกี ารรว่ มวางแผน รว่ มดา� เนนิ การและรว่ มรบั ประโยชนจ์ ากการ แกป้ ญั หารว่ มกนั ในลกั ษณะของการเปน็ หนุ้ สว่ นรว่ มของชมุ ชนอนั เปน็ การสรา้ งความสมานฉนั ทโ์ ดยชมุ ชนเปน็ หลกั ในการด�าเนินการของศูนย์จะใช้เครือข่ายทางสังคมของชุมชนและมีผู้น�าชุมชนเชิงธรรมชาติที่เป็นที่ ยอมรับในชุมชนและเปน็ ผทู้ ่ีดา� เนินงานดา้ นสังคมให้กับชุมชน ต�ร�งที่ 4.2 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนแบบดั้งเดิมภ�คประช�ชน โดยมีผู้นำ�ชุมชนทำ�หน้�ท่ีประธ�นศูนย์ยุติธรรม ชุมชน มีท่ีต้ัง ณ ในพื้นท่ชี ุมชน ที่ตั้งศูนย์ยตุ ิธรรม บ�้ นของผู้น�ำ ในชมุ ชนท่ีด�ำ เนินก�รยุตธิ รรมชมุ ชน ชอ่ งทางการตดิ ต่อ ประชาคมประจา� เดอื นหรอื สปั ดาหห์ รอื เรียกประชุมกรณเี รง่ ดว่ น คณะกรรมการประจา� ศูนย์ยุติธรรมดั้งเดมิ - ผู้นา� ในชุมชนที่ได้รบั การยอมรับ - ผูใ้ หญบ่ ้านทไ่ี ด้รับการยอมรับหรอื กา� นนั ท่ีได้รบั การยอมรบั ท้องที่ประจา� ต�าบลเปน็ กรรมการ - นายก อปท. และสมาชกิ อปท. - ผ้เู ขา้ รว่ มท�างานจากแต่ละบา้ น โดยสมัครใจภายในชมุ ชน

128 โครงการวจิ ยั ศูนย์ยุติธรรมชุมชนในรูปแบบ 4.1.2 ในรูปแบของศูนย์แบบด้ังเดิมคณะกรรมการประจ�าศูนย์ยุติธรรม จะรวมจากผู้น�าธรรมชาติหรือผู้ท่ีได้รับการยอมรับในชุมชนท่ีมักจะท�างานเชิงประชาสังคมอยู่เป็นประจ�า โดยส่วน ใหญ่จะเป็นผู้มีต�าแหน่งเป็นนายกฯ อปท. หรือ ก�านัน ผู้ใหญ่บ้านที่ได้รับการยอมรับจากประชาชนและได้รับการ เลือกจากท้องถ่ินกันเองเป็นประธาน และมีการรวบรวมกรรมการกันข้ึนมา ซ่ึงประธานจะไม่มีวาระ และกรรมการ ก็ไม่มีวาระจะมีการเปล่ียนแปลงประธานหรือกรรมการภายใต้ความเข้าใจซ่ึงกันและกันในศูนย์ยุติธรรมกันเองและ ร่วมท�าความเข้าใจกับชุมชน ประธานและกรรมการแต่ละคนส่วนใหญ่จะเข้ามาท�างานและมีการยอมรับกันเอง อัน น�าไปสู่การต้ังให้มีต�าแหน่งในศูนย์ แต่ละกรรมการก็ไม่ได้ยึดติดว่าตนจะอยู่ในต�าแหน่งใด เพียงแต่เข้ามาร่วมท�างาน ในศูนย์ ท้ังน้ี จะมีการพยายามยกให้ผู้ที่ท�างานมากและมีอาวุโสเป็นประธานของศูนย์ การท�างานในรูปแบบนี้จึง เป็นศูนย์ในลักษณะจิตอาสาไปในตัวที่มุ่งให้เกิดความสงบสุขโดยรวมในชุมชนหรือท้องถ่ินของศูนย์ยุติธรรมชุมชน ซ่ึงในทางราชการแล้วไม่มีอ�านาจจัดการมากนัก แต่ทว่าในทางสังคมสามารถที่จะช่วยประสานประเด็นขัดแย้ง ในสังคมได้ในระดับหนึ่ง รวมถึงภายใต้การรวมกลุ่มกันเองภายในศูนย์ยุติธรรมท�าให้สามารถท่ีจะพูดคุยหรือ ท�าความเขา้ ใจกับหนว่ ยราชการท่ีชมุ ชนมขี อ้ เรียกร้องได้ ท้ังนจี้ ะเห็นไดว้ า่ การด�าเนนิ การศูนยย์ ุติธรรมชุมชนแบบดงั้ เดิมภาคประชาชนจะเปน็ ไปตามทฤษฎีการ เสรมิ พลงั และการมีสว่ นร่วมของชมุ ชน (Community Empowerment and Participation) (Kurki,2000 อ้างถึงใน จฑุ ารตั น์ เอ้อื อา� นวยและคณะ,2553) ทกี่ ารท่ีชมุ ชนร่วมกนั มีสว่ นในการปอ้ งกันอาชญากรรมและแสดงความพยายาม ฟน้ื ฟูสัมพันธภาพทด่ี รี ะหวา่ งเพื่อนบา้ นและเป็นไปตาม ทฤษฎีการแกป้ ญั หา (problem.solving.theory) Goldstien เป็นผ้นู า� เสนอทฤษฎีการแก้ปัญหาเมอ่ื ปีค.ศ.1979ทีช่ มุ ชนรว่ มจัดตง้ั กันเองเพือ่ จดั การกับจากสถานการณป์ ญั หาต่างๆ เฉพาะหนา้ ทีเ่ กดิ ขึ้นในชมุ ชนอันรวมถึงการบงั คับใชก้ ฎหมายการปรามการส่งเสียงเอะอะอกึ ทกึ บริเวณชมุ ชนกฎหมาย ในการรักษาความสะอาด ซ่ึงในส่วนของภารกิจของศูนย์ยุติธรรมชุมชนท่ีจัดต้ังกันเองในชุมชนน้ันไม่ได้มีการก�าหนด ภารกิจไว้ตามแบบของศูนย์ยุติธรรมชุมชนที่ต้ังขึ้นมาตามค�าสั่งกระทรวงยุติธรรม แต่ศูนย์ยุติธรรมชุมชนจะเน้นการ ท�างานทุกด้านที่ท�าให้ประชาคมในพ้ืนที่ของตนอยู่ได้อย่างสงบสุข ศูนย์ยุติธรรมชุมชนท่ีต้ังข้ึนมานอกจากจะเข้าไป ท�างานตามภารกจิ ของศนู ย์ท่จี ัดต้ังตามคา� สงั่ กระทรวงยตุ ธิ รรมแลว้ ยงั เข้าไปดา� เนินงาน อาทเิ ชน่ การไกลเ่ กลีย่ ปญั หา ขัดแย้ง ปัญหาเรื่องการใช้น้�า การใช้พ้ืนที่ การจัดการขยะหรือปัญหาเรื่องเดือดร้อนอ่ืน ๆของชุมชน ดังน้ันภาพการ เคล่อื นงานของศูนย์ยตุ ิธรรมของชุมชนจงึ เป็นในรูปแบบไม่ตายตัวแต่เน้นตอบสภาพปญั หาของชุมชนท่ีเกิดข้ึน ศูนยจ์ งึ ด�าเนินงานทั้งภารกิจของกระทรวงยุติธรรมและงานทุกด้านโดยชุมชนเพื่อชุมชนรวมถึงประสานกับหน่วยงานรัฐให้มี ลกั ษณะเปน็ หนุ้ ส่วนรว่ มกับชมุ ชน ศูนย์ในรูปแบบนี้หากมองในแง่ของการเสริมพลังร่วมในชุมชนถือว่ามีศักยภาพในการรวบรวมการ ท�างานของชุมชนได้เป็นอย่างดี ซึ่งศูนย์รูปแบบนี้สร้างข้ึนจากการร่วมกันโดยชุมชนอันน�าไปสู่การเป็นที่ยอมรับโดย ธรรมชาติของชุมชน ผู้น�าของศูนย์จะมีสถานะเป็นผู้ขับเคล่ือนและกรรมการศูนย์จะร่วมในการด�าเนินงานยุติธรรม ชุมชน แต่ทว่าศูนย์ในรูปแบบนี้ ยังขาดศักยภาพในการขับเคล่ือนอย่างมีรูปธรรมและต่อเน่ือง เน่ืองจากการท�างาน ของศูนย์จะต้องอาศัยการประชุมของทุกฝ่ายท�าให้ล่าช้าและไม่สามารถสั่งการได้เพราะเป็นการขอให้ช่วยเหลือกัน เพื่อท�างานยุติธรรมของชุมชน นอกจากน้ีศูนย์ยังไม่มีทรัพยากรด้านการเงินและบุคลากรประจ�าท�าให้ไม่สามารถ ด�าเนินการได้อย่างต่อเน่ือง และในบางกรณีศักยภาพของศูนย์ขึ้นอยู่กับผู้น�าของศูนย์เพียงอย่างเดียวท�าให้ไม่สามารถ

ศักยภาพและความพร้อมขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ในการส่งเสรมิ การดาำ เนินงานศูนยย์ ุติธรรมชมุ ชน 129 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) ส่งต่องานของศูนย์ในระยะยาวได้ หากน�าไปเปรียบเทียบกับศูนย์ที่จัดตั้งภายใต้ อปท. โดยค�าส่ังกระทรวงยุติธรรม ท่ี 322/2559 แล้วศูนย์แบบดั้งเดิมภาคประชาชนโดยรวมมีประสิทธิภาพน้อยกว่าศูนย์ที่จัดต้ังภายใต้ อปท. โดยค�า สั่งกระทรวงยุติธรรม ท่ี 322/2559 ทว่างานวิจัยช้ินน้ีชี้ว่าในบางพื้นท่ีที่ชุมชนเข้มแข็งและมีผู้น�าตามธรรมชาติที่ดี ศูนย์แบบดั้งเดิมภาคประชาชนสามารถจัดการปัญหาในวงกว้างได้มากกว่าเพราะมิได้จ�ากัดเพียงภารกิจของยุติธรรม ชุมชนตามกรอบที่กระทรวงยุติธรรมก�าหนด ซึ่งศูนย์แบบด้ังเดิมจะเน้นการสร้างความสงบและสันติสุขโดยรวม ของชุมชน มิได้มุ่งหวังเพียงการท�าตามภารกิจท่ีวางไว้ตามกรอบค�าสั่งให้ท�าตามภารกิจของกระทรวงยุติธรรม ศูนย์แบบดั้งเดิมอาจเข้าไปด�าเนินการแก้ปัญหาความขัดแย้งในชุมชนเกี่ยวกับขยะ มลภาวะ หรือปัญหาทาง ส่ิงแวดล้อมต่าง ๆ ในรูปแบบนี้ศูนย์แบบดั้งเดิมเน้นการจัดการชุมชนแบบองค์รวม ซึ่งไม่มองแยกส่วนระหว่างงาน ตามภารกจิ ของกระทรวงต่าง ๆ แต่ท�างานในลักษณะจติ อาสาเพื่อชมุ ชน ทว่าอย่างทไี่ ด้น�าเสนอไปแลว้ ศนู ย์แบบด้ังเดิม มักจะไม่สามารถส่งผ่านการด�าเนินงานในเชิงสถาบันหรือโดยทางโครงสร้างได้เพราะมิได้มีการวางแผน ในระยะ เปลีย่ นผา่ นหากมกี ารเปล่ียนแปลงผนู้ �าศูนยย์ ุตธิ รรมชมุ ชน 4.1.3 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนที่มีโครงสร้�งผสมภ�คประช�ชนกับภ�ครัฐ โดยมีผู้นำ�ชุมชนเป็นประธ�นศูนย์ ยตุ ิธรรมชมุ ชน มีที่ต้ัง ณ ที่ท�ำ ก�รองคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ ศูนย์ยุติธรรมชุมชนในรูปแบบน้ีเป็นรูปแบบผสมกันระหว่างโครงสร้างภาครัฐตามค�าส่ังกระทรวง ยุติธรรม ท่ี 322/2559 ท่ีก�าหนดให้มีศูนย์ตามโครงสร้างราชการ แต่ศูนย์ในลักษณะผสมน้ีมีการจัดต้ังศูนย์ตามค�า สั่ง แต่ภายในการจัดการจะมีผู้น�าชุมชน นายกฯ อปท. หรือก�านัน เป็นประธานศูนย์ แทนที่ปลัดอ�าเภอประจ�าต�าบล ท่ีถูกก�าหนดในค�าส่ังให้เป็นประธานกรรมการ มากไปกว่าน้ันกรรมการภายในศูนย์อาจจะมิได้ต้ังให้เป็นไปตามค�าส่ัง กระทรวงยุตธิ รรม ที่ 322/2559 เพราะจะยึดโยงกบั อปท. และตัวผู้บรหิ าร อปท. ร่วมกบั กา� นันผู้ใหญบ่ ้านและชมุ ชน มากกว่าตามคา� สง่ั ของศูนย์ โดยรูปแบบโครงสรา้ งของศนู ย์เปน็ ไปตามตารางด้านล่าง ต�ร�งท่ี 4.3 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนที่มีโครงสร้�งผสมภ�คประช�ชนกับภ�ครัฐ โดยมีผู้นำ�ชุมชนเป็นประธ�น ศนู ย์ยุติธรรมชุมชน มที ตี่ ้ัง ณ ท่ีท�ำ ก�รองค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ ทตี่ ัง้ ศนู ยย์ ุติธรรม ทท่ี �ำ ก�รองค์กรปกครองส่วนทอ่ งถิน่ ชอ่ งทางการตดิ ต่อ ประชาคมประจา� เดือนหรอื สัปดาหห์ รือ เรียกประชุมกรณเี รง่ ด่วน คณะกรรมการประจ�าศนู ยย์ ตุ ิธรรม - ประธาน โดยมากจะเป็นนายก อปท. เพราะมกี ารใช้สถานทขี่ อง อปท. - มีปลัดอา� เภอประจา� ตา� บลร่วมเป็นกรรมการ - ผนู้ �าในชุมชนท่ีได้รบั การยอมรับรว่ มเป็นกรรมการ - ผใู้ หญ่บ้านทไี่ ด้รับการยอมรบั หรอื กา� นันทไี่ ดร้ ับการยอมรับท้องที่ ประจา� ต�าบลร่วมเปน็ กรรมการ - ผู้เขา้ ร่วมทา� งานจากแตล่ ะบ้าน โดยสมคั รใจภายในชุมชนร่วมเปน็ กรรมการ

130 โครงการวจิ ยั ศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชนในรปู แบบ4.1.3มโี ครงสรา้ งผสมเปน็ การอาศยั คา� สงั่ กระทรวงยตุ ธิ รรมที่322/2559 สร้างให้เกิดความเป็นทางการของศูนย์มากขึ้นและใช้สถานท่ีของราชการเป็นท่ีท�าการ แต่มีการจัดต้ังและด�าเนินการ ท่ีเป็นไปตามความต้องการของชุมชนต่างกับกรอบการจัดตั้งตามค�าสั่ง ดังน้ัน โดยรวมแล้วท�าให้งานของยุติธรรม ชุมชนสามารถขับเคล่ือนไปได้ตามสภาพชุมชนและสามารถสร้างความเป็นทางการของศูนย์ผ่านการจัดต้ังท่ี อปท. ในแต่ละพื้นที่ ทว่าในการจัดต้ังศูนย์ตาม อปท. น้ันจะต้องพึ่งพิงการยอมรับจาก อปท. โดยตัวนายกฯ และ กรรมการสภาของท้องถ่ินในการท่ีจะให้พื้นที่และให้การสนับสนุนการด�าเนินกิจกรรมของศูนย์ยุติธรรมชุมชน แบบน้ีโดยมากเป็นการให้ใช้อาคารสถานท่ี ให้มีเคร่ืองมือและท่ีท�างานของศูนย์รวมถึงให้ใช้ระบบสาธารณูปโภค ร่วมกับ อปท. ในบางกรณี ศนู ย์ในแบบผสมนจ้ี ะขอการสนับสนนุ จาก อปท. ในดา้ นงบประมาณในการขับเคลอื่ นงาน ต่างๆ ของศูนย์ ซึ่งการตัดสินใจในการให้การสนับสนุนจะข้ึนอยู่กับ นายกฯ อปท. หรือกลุ่มผู้บริหาร อปท. โดยจะมี การของบประมาณเพ่ือใช้ในการท�างานตามภารกิจท่กี ระทรวงยตุ ธิ รรมก�าหนดมา โดยมากศูนย์แบบผสมน้ีจะมีนายกฯ และ อปท. มาช่วยด�าเนินการท�าให้สามารถใช้งบประมาณ หรือ บุคลากรเพ่ิมเติมจาก อปท. ในรูปแบบน้ีจึงเป็นการท�างานศูนย์ท่ีพ่ึงพิงการท�างานของ อปท. และสร้างกลไกการขับ เคลื่อนงานยุติธรรมที่เป็นประโยชน์ต่องานของ อปท. ด้วย เช่นการป้องกันปราบปรามยาเสพติด การไกล่เกล่ียข้อ พิพาทในชุมชนของ อปท. โดยรวมแล้วในส่วนของภารกิจของศูนย์ลักษณะผสมนี้จะมีการด�าเนินงานโดยยึดหลัก ภารกจิ ตามประกาศค�าส่ังกระทรวงยตุ ิธรรม ท่ี 322/2559 ท้ัง 5 ด้าน แต่เพ่มิ เติมในประเด็นทช่ี ุมชนต้องการแก้ปัญหา เข้าไป ซงึ่ มักจะเปน็ การด�าเนนิ งานทีส่ นบั สนนุ งานของ อปท. เพราะมกี ารใช้ อปท. ในการร่วมดา� เนนิ งาน ท้ังน้ีศูนย์ในรูปแบบนี้เป็นการผสานศักยภาพของการรวมกลุ่มของชุมชนโดยธรรมชาติในการด�าเนิน การเกี่ยวกับงานยุติธรรมชุมชน เข้ากับการด�าเนินการแบบมีโครงสร้างและงบประมาณรองรับท�าให้เกิดการด�าเนิน การแบบเสริมแรงระหว่างกัน ซึ่งถือเป็นการด�าเนินการตาม ทฤษฎีการเสริมพลังและการมีส่วนร่วมของชุมชน (Community.Empowerment.and.Participation) (Kurki,2000 อ้างถึงใน จุฑารัตน์ เอ้ืออ�านวยและคณะ,2553) ท่ีเนน้ การมีส่วนรว่ มของพื้นท่ีเขา้ กับการดา� เนินการตามทฤษฎีการแก้ปญั หา (problem.solving.theory) Goldstien ค.ศ. 1979 ที่เสนอให้ใช้การร่วมกันแก้ข้อด้อยของศูนย์แบบดั้งเดิมโดยใช้ อปท. เข้ามาเป็นสถาบันและเครื่องมือใน การร่วมพัฒนาศักยภาพของการด�าเนินการงานยุติธรรมชุมชน นอกจากน้ียังเป็นไปตามแนวคิดการใช้ชุมชนพื้นท่ีร่วม กับหน่วยงานปกครองท้องถิ่นท�าให้เกิดหน่วยงานกระบวนการยุติธรรมระดับชุมชนที่ร่วมกับการบริหารจัดการท้องถ่ิน ดว้ ย ศนู ย์ในรูปแบบผสมน้ีจงึ มีศกั ยภาพเป็นอยา่ งมากในการขบั เคลอื่ นงานยตุ ธิ รรมชุมชน ทว่าการดา� เนนิ งานยุติธรรม ชุมชนจะต้องเข้าไปเก่ียวข้องกับประเด็นการเมืองท้องถิ่นซ่ึงอาจสร้างให้เกิดการยอมรับหรือต่อต้านการด�าเนินงาน ยุติธรรมชุมชนได้หากแต่ละฝ่ายในชุมชนมีความต้องการทางการเมืองในชุมชนที่ต่างกัน การใช้ อปท. ผสมผสานกับ ยุติธรรมชุมชนแบบด้ังเดิมจึงอาจเป็นการดึงยุติธรรมชุมชนเข้าสู่กระบวนการการเมืองท้องถิ่นไปโดยปริยาย อย่างไร ก็ตามหากพิจารณาโดยรวมแล้ว ศูนย์ในรูปแบบผสมผสานมีศักยภาพที่จะสร้างให้เกิดการขับเคล่ือนและการกระจาย ฐานงานยุติธรรมชุมชนในภาคท้องถ่ินในวงกว้างเพราะมีการยอมรับโดยชุมชนและมีโครงสร้างทางการเข้ามาสอดรับ เพือ่ ใหเ้ กดิ การผลักดันงานท่ีเปน็ ทางการ

ศักยภาพและความพรอ้ มขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นในการสง่ เสริมการดาำ เนนิ งานศนู ย์ยุติธรรมชมุ ชน 131 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) 4.1.4 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนในเขตพ้ืนที่เฉพ�ะจังหวัดช�ยแดนใต้ จำ�นวน 106 ศูนย์ มีท่ีตั้ง ณ ที่ทำ�ก�ร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือท่ีทำ�ก�รของชุมชน ศูนย์ยุติธรรมจัดตั้งในเขตพ้ืนท่ีเฉพาะจังหวัดชายแดนใต้ เป็นศูนย์ด�าเนินการตามค�าส่ังกระทรวง ยุติธรรมแต่มีความพิเศษ คือ มีการด�าเนินงานท่ีเฉพาะในเขตพ้ืนท่ีอย่างมาก โดยจะมีการผสมผสานกันระหว่างงาน ราชการกระทรวงยุติธรรม งาน อปท. และการรวมกลุ่มทางชุมชนผ่านการเข้าร่วมกันในเชิงศาสนา โดยรูปแบบ โครงสรา้ งของศูนยเ์ ปน็ ไปตามตารางดา้ นลา่ ง ต�ร�งท่ี 4.4 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนในเขตพื้นท่ีเฉพ�ะจังหวัดช�ยแดนใต้ จำ�นวน 106 ศูนย์ มีที่ตั้ง ณ ที่ทำ�ก�ร องคก์ รปกครองส่วนท้องถ่นิ หรอื ท่ีท�ำ ก�รของชมุ ชน ท่ีตั้งศูนย์ยตุ ธิ รรม ทท่ี ำ�ก�รองค์กรปกครองส่วนทอ่ งถ่ิน หรอื สถ�นทที่ �งศ�สน� ทชี่ ุมชนรวมกลมุ่ กัน ชอ่ งทางการตดิ ต่อ คณะกรรมการประจา� ศนู ย์ยุตธิ รรม ประชาคมตามก�าหนดศาสนา หรือการเรียกประชาคมประจา� เดอื นหรอื เรยี ก ประชุมกรณเี ร่งดว่ น ขอ้ สังเกตเพมิ่ เตมิ - ประธานโดยมากจะเปน็ ผ้เู คล่อื นงานยตุ ธิ รรมในชมุ ชนและท่เี ป็นทย่ี อมรับ ทางศาสนา - ในบางกรณีนายก อปท. จะเป็นประธานหากสามารถท�าความเข้าใจกับ กลมุ่ คนทข่ี ับเคลือ่ นงานชมุ ชน - ผูน้ า� ในชุมชนที่ไดร้ บั การยอมรับจากจิตอาสาร่วมเป็นกรรมการ - ผใู้ หญ่บ้านทไี่ ด้รับการยอมรบั หรอื กา� นันที่ไดร้ ับการยอมรบั ท้องท่ปี ระจา� ตา� บลรว่ มเป็นกรรมการ - ผ้เู ข้ารว่ มท�างานจากแตล่ ะบา้ น โดยสมัครใจภายในชมุ ชน รว่ มเป็นกรรมการ - มปี ลัดอ�าเภอประจ�าตา� บลไม่ค่อยมสี ว่ นรว่ ม ในศนู ยท์ างเขตพืน้ ที่สามจังหวัดชายแดนใต้ จะมีงบประมาณพเิ ศษสนับสนนุ ใหส้ ามารถจา้ งเจ้าหน้าทป่ี ระจา� ศูนยย์ ุติธรรมชุมชน 1 คน ศูนย์ยุติธรรมจัดต้ังในเขตพ้ืนท่ีเฉพาะจังหวัดชายแดนใต้น้ัน แม้จะด�าเนินการตามค�าสั่งกระทรวงโดย ได้ร่วมกับ อปท. แต่ก็ยังคงมีการด�าเนินการของศูนย์แบบดั้งเดิมตามสถานท่ีทางศาสนาด้วยเช่นกัน เป็นรูปแบบศูนย์ ที่ต้ังข้ึนจากค�าสั่งและศูนย์แบบดั้งเดิมตามประชาคมทางศาสนา ท้ังน้ีมีการด�าเนินการศูนย์ภายใต้ อปท. จะมีการ ดึงเอาผู้มีส่วนเก่ียวข้องในชุมชนเข้าร่วมด้วย โดยจะมีนายกและ อปท. เป็นผู้ด�าเนินการตามภารกิจของศูนย์ โดยใน โครงสร้างที่มีการจัดต้ังศูนย์ใน อปท. จะมีนายกเป็นผู้ด�าเนินการหลักร่วมกับสมาชิก อปท. มากไปกว่านั้นภายใน ศูนย์ดังกล่าวจะมีเจ้าหน้าท่ีท่ีได้รับค่าจ้างจากกระทรวงยุติธรรมที่จะคอยเป็นคนต้นเรื่องในการขับเคล่ือนงานของศูนย์ ยุตธิ รรมในการที่มเี จ้าหน้าทีป่ ระจ�าศูนยท์ �าให้มคี วามต่างกบั ศูนย์ยตุ ิธรรมในต่างพ้ืนทใ่ี นจังหวดั อ่ืน

132 โครงการวจิ ัย ทว่าในบางกรณีแม้ว่าจะมีการจัดต้ังศูนย์ใน อปท. แต่ศูนย์ยุติธรรมหรือการรวมกลุ่มชุมชนเพ่ือทา� งาน ด้านยุติธรรมชุมชนจะพยายามไม่เข้าไปในระบบโครงสร้างภายใต้ อปท. โดยศูนย์ยุติธรรมน้ีจะรวมกันท่ีสถานท่ี ทางศาสนาที่คนในชุมชนมาประชุมร่วมกันทุก ๆ สัปดาห์และจะมีการช่วยกันสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมในชุมชน ผ่านแนวคิดทางศาสนา ศูนย์เองในบางคร้ังต้องแก้ปัญหายาเสพติดหรือต้องไกล่เกลี่ยภายในชุมชน ก็อาศัยการ ร่วมกันพูดคุยภายในชุมชนกันเอง รวมทั้งอาศัยช่วงการท่ีคนในชุมชนมาประกอบพิธีทางศาสนาในการพูดคุยเพื่อ คงความสงบสุขในชุมชน ในบางกรณีศูนย์ยุติธรรมแบบเดิมในเชิงศาสนาสามารถปรับเข้าร่วมกับศูนย์ตามค�าสั่งของกระทรวง ยุติธรรมที่ต้องย้ายไปต้ังท่ี อปท. แต่ในบางกรณีศูนย์แบบเชิงศาสนาก็ไม่ยอมรับการปรับโครงสร้างตามค�าส่ังใหม่และ ยงั คงร่วมกนั ทา� กิจกรรมยุตธิ รรมชมุ ชนภายใต้ศนู ย์ท่เี ช่อื มโยงกับชุมชนศาสนาเชน่ เดิม บทบาทของ อปท. ในเขตพ้ืนท่ี ภาคใตจ้ ึงดดู อ้ ยลงไปเมอื่ เทยี บกบั เขตพ้ืนที่ อปท. อื่นในประเทศไทย และในทางเดยี วกันคอื ศักยภาพของศนู ยก์ ็ยังขาด การบรู ณาการกบั งานทางปกครองและ อปท. ท�าให้ไมส่ ามารถผลกั ดันงานยุตธิ รรมชุมชนได้อยา่ งเต็มที่ 4.1.5 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนในพ้ืนที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขน�ดใหญ่ กรุงเทพมห�นคร เมืองพัทย� และเทศบ�ลนคร มีท่ีตัง้ ณ ท่ที ำ�ก�รองคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่นหรือทท่ี �ำ ก�รของชุมชน ตามค�าส่ังกระทรวงยุติธรรม ที่ 322/2559 เร่ืองการบริหารงานศูนย์ยุติธรรมชุมชน ลงวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 น�าไปสู่การการจัดตั้งศูนย์ยุติธรรมชุมชนให้ครบทุก อปท. ให้เป็นรูปแบบท่ีชัดเจนมากขึ้นผ่าน ความร่วมมือกับทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายใต้การบูรณาการกับจังหวัดรวมทั้งส่วนราชการอื่น ๆ ท่ีเก่ียวข้อง ท�าให้เกิดการเคลื่อนตัวในการท�างานในเชิงการปรับโครงสร้างศูนย์ยุติธรรมชุมชนอันเป็นการใช้กลไกที่เป็นทางการ ในการจัดตั้งศูนย์ ซึ่งค�าสั่งดังกล่าวมีผลให้เกิดการขับเคล่ือนงานและสร้างความเช่ือมโยงงานยุติธรรมชุมชนกับ อปท. โดยรายละเอยี ดในการจัดตัง้ ส่วนใหญจ่ ะประกอบดว้ ยโครงสร้างตามตารางด้านลา่ งกล่าวคือ ต�ร�งที่ 4.5 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนในพ้ืนที่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินขน�ดใหญ่ กรุงเทพมห�นคร เมืองพัทย� และเทศบ�ลนคร มีทตี่ งั้ ณ ทีท่ ำ�ก�รองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ หรือที่ทำ�ก�รของชุมชน ที่ตั้งศนู ยย์ ตุ ิธรรม องคก์ �รบริห�รสว่ นต�ำ บลต่�ง ๆ ช่องทางการติดตอ่ โดยเข้าหาองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น คณะกรรมการประจ�าศนู ย์ยุตธิ รรม - ผู้บริหารฝา่ ยการเมืองทอ้ งถิน่ เปน็ ประธานกรรมการ - พฒั นากรประจา� ต�าบลเปน็ กรรมการ - ต�ารวจชุมชนประจา� ตา� บลเปน็ กรรมการ - กา� นันทอ้ งที่ประจ�าตา� บลเป็นกรรมการ - อาสาสมคั รแรงงาน หรือ อาสาสมัครพฒั นาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์ กรรมการอาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจ�าหมบู่ ้าน เป็นกรรมการ - นิตกิ รหรือเจ้าหนา้ ที่ อปท. เป็นกรรมการและเลขานุการ

ศักยภาพและความพร้อมขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นในการสง่ เสริมการดำาเนินงานศนู ยย์ ุตธิ รรมชุมชน 133 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) ศูนย์ยุติธรรมชุมชนในรูปแบบ 4.1.5 นั้นแต่ละศูนย์ยุติธรรมชุมชนท่ีจัดตั้งตามโครงสร้างตามค�าส่ัง กระทรวงยตุ ิธรรม ที่ 322/2559 จะมหี น้าท่ีตามคา� สั่งในการด�าเนินการงานยุติธรรม การจัดต้ังศูนย์ตามค�าส่ังจึงถือเป็นการขับเคลื่อนงานโดยใช้ข้อก�าหนดของกระทรวงสร้างโครงสร้าง ศูนย์ยุติธรรมชุมชนชุดใหม่ข้ึนมาเพื่อให้เกิดศูนย์ได้อย่างแพร่หลายในทุกเขตพ้ืนท่ีโดยผ่านความร่วมมือในการจัดต้ังกับ องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ และการร่วมกบั ฝ่ายปกครองท่เี ปน็ ส่วนงานในพื้นทีภ่ ายใต้กระทรวงมหาดไทย เม่อื มคี �าสง่ั ดงั กลา่ วทา� ให้เกดิ การเคล่ือนตวั ในดา้ นการจัดตงั้ ศนู ยต์ ามความคาดหวังของกระทรวงยุตธิ รรม การจัดต้ังจะอยู่ในรูปแบบเชิงทางการและสร้างกรอบความร่วมมืองานยุติธรรมท้องถิ่นผ่านงานทาง ปกครองและสรา้ งการด�าเนินงานโดยใช้ อปท. เปน็ ปจั จยั หลักของงานยุตธิ รรมชุมชน ซง่ึ ในการจัดตั้งดังกลา่ วเป็นการ สรา้ งองคาพยพการเคลอื่ นงานของกระทรวงยตุ ธิ รรมผา่ นการส่งั การให้แก่ อปท. ใหด้ า� เนนิ การ โดยสภาพของทอ้ งถนิ่ ขนาดใหญ่ท่มี คี วามเจริญมัง่ ค่ังทางเศรษฐกิจเป็นสงั คมเมืองสงู มีขนาดพื้นทีใ่ หญ่ มากและมีจ�านวนประชากรจ�านวนมาก มีชุมชนขนาดใหญ่เป็นจ�านวนมาก มีประชากรแฝง มีประชากรต่างถิ่นเข้ามา อยู่ในพ้ืนท่ีจ�านวนมาก ปัญหาสังคมจะมีมากตามความแออัดและความเจริญของสังคมเมืองท�าให้ อปท. ขนาดใหญ่มี ภารกจิ มุ่งไปท่กี ารพฒั นาคุณภาพชีวิต การพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานเพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ การจัดตั้งศูนย์ยุติธรรมชุมชนในที่ท�าการของ อปท. ที่มีขนาดใหญ่ พบว่าขาดศักยภาพการด�าเนิน งานเพราะไม่มีการขับเคล่ือนงานยุติธรรมชุมชน โดยโครงสร้างของคณะกรรมการที่เป็นสมาชิกสภาหรือผู้น�าชุมชน ก็ไม่มีการด�าเนินการใดๆ กลไกการขับเคล่ือนท่ีต้องมาจากเจ้าหน้าท่ี อปท. ซึ่ง อปท. ในเขตพื้นท่ีเมืองใหญ่ก็ยังไม่มี การผลักดันงานยุติธรรมมากนัก เน่ืองจากเจ้าหน้าท่ี อปท. มีภารกิจหลักที่ต้องรับผิดชอบจ�านวนมาก รวมทั้งใน โครงสร้างการบริหารของ อปท. ขนาดใหญ่จะมีหน่วยงานที่ท�าหน้าที่พัฒนาชุมชนอยู่แล้ว หน่วยงานพัฒนาชุมชน จะมีความใกล้ชิดกับชุมชนในพื้นที่ เช่น เมืองพัทยามีจ�านวน 42 ชุมชนที่มีการท�างานอย่างใกล้ชิดกับเมืองพัทยา ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับคนในชุมชน ซ่ึงหากมองถึงศักยภาพ อปท. ในพ้ืนเมืองน้ันมีค่อนข้างสูงทั้งในแง่ โครงสร้าง งบประมาณและบุคลากร แต่ทว่าการรวมตัวกันเพ่ือให้เกิดการเสริมพลังในชุมชนเขตเมืองในภารกิจ ว่าด้วยงานยุติธรรมชุมชนเป็นไปได้น้อยเพราะสภาวะของชุมชนเมืองไม่ได้เอ้ือให้คนในชุมชนเข้ามาร่วมกันด�าเนินการ งานยุติธรรมชุมชน อีกท้ังการที่มีความสามารถเข้าถึงข้อมูลหรือการที่ประชาชนในชุมชนสามารถติดต่อหน่วยงานรัฐ ที่ท�าหน้าที่เก่ียวกับงานยุติธรรมได้โดยง่าย ท�าให้ชุมชนในเขตเมืองค�านึงถึงการใช้ยุติธรรมชุมชนเป็นเคร่ืองมือแก้ไข ปัญหาในชมุ ชนนอ้ ยกวา่ ในเขตพืน้ ทอี่ ่นื ๆ 4.2 ประเด็นควำมท้ำทำยและรูปแบบควำมต้องกำรของชุมชนและเหตุปัจจัยท่ีช่วยส่งเสริม กำรดำ� เนินงำนศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชน จากการพิจารณารูปและศักยภาพแบบศูนย์ยุติธรรมชุมชนท่ีได้น�าเสนอในหัวข้อ 4.1 ข้างต้นในส่วนนี้ของ งานวิจัยจะพยายามอธิบายให้เห็นถึงประเด็นท้าทาย และรูปแบบความต้องการของชุมชนและเหตุปัจจัยที่ช่วย ส่งเสริมการด�าเนินงานศูนย์ยุติธรรมชุมชนในพ้ืนท่ีชุมชนต้นแบบจากการหาข้อมูลท้ังเชิงเอกสารและจากข้อมูล ท่ีสะท้อนจากพืน้ ทใ่ี นการดา� เนินงานยตุ ธิ รรมชมุ ชน

134 โครงการวจิ ยั 4.2.1 คำ�สั่งกระทรวงยุติธรรมกบั ก�รขับเคลอื่ นง�นยุติธรรม การขับเคล่ือนศูนย์ยุติธรรมชุมชนตามค�าส่ังกระทรวงยุติธรรมได้สร้างให้เกิดความเป็นทางการมากขึ้น และเป็นการยกระดับการด�าเนินการของศูนย์ยุติธรรมเน่ืองจากมีค�าสั่งทางราชการรองรับการเกิดข้ึนหรือการจัดตั้ง ศนู ยย์ ตุ ิธรรมชุมชนทท่ี า� การ อปท. ผา่ นความร่วมมือ โดยในบางพนื้ ท่ที เี่ คยมกี ารด�าเนินการศูนยห์ รือการรวมกลมุ่ เพ่ือ ท�างานยุติธรรมชุมชนในรูปแบบท่ีไม่ค่อยเป็นทางการ การมีค�าส่ังช่วยให้เกิดการต้ังศูนย์ในเชิงสถาบันในชุมชนร่วมกับ อปท. โดยให้ อปท. มีบทบาทอย่างมากในการสนับสนุนการเกิดของศูนย์ในลักษณะนี้ ค�าสั่งท่ีออกมาจากกระทรวง ยุติธรรมที่ให้มีการต้ังศูนย์ยุติธรรมกับ อปท. ถือเป็นเครื่องมือทางกฎหมายท่ีส�าคัญท่ีก่อให้เกิดความเป็นทางการ อัน น�าไปสู่การด�าเนินการในเชิงสถาบันได้สะดวกขึ้นส�าหรับในพื้นที่ท่ีคณะกรรมการศูนย์แบบชุมชนต้องการให้มีความ เปน็ ทางการเกดิ ขึ้น การออกค�าส่ังกระทรวงและการสร้างกรอบความร่วมมือระดับกระทรวงยุติธรรมและกระทรวง มหาดไทยในการต้ังศูนย์ยุติธรรมภายใต้ อปท. และผนวกกับการให้มีฝ่ายปกครองเข้าไปร่วมในศูนย์ถือเป็นการ เสริมแรงการท�างานระหว่างกัน ในขณะที่กระทรวงยุติธรรมมิได้มีโครงสร้างหรือหน่วยงานในระดับท้องถ่ินหรือท้อง ท่ี การท่ีกระทรวงยุติธรรมออกค�าส่ังการตั้งศูนย์ดังกล่าวและการสร้างกรอบความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย ผ่านการด�าเนินงานภายใต้ อปท. ช่วยให้เกิดการกระจายตัวแบบเป็นทางการของงานยุติธรรมชุมชนถือเป็นการ สนับสนุนซึ่งกันและกันระหว่างงานทางปกครองของกระทรวงมหาดไทยในพ้ืนท่ีของ อปท. และการด�าเนินงาน ยุติธรรมชุมชนเพ่ือความสงบของพื้นที่ท�าให้มีการลดปัญหาทางปกครองในพ้ืนที่ ความเป็นทางการจากการจัดต้ัง ศูนย์ จึงท�าให้ อปท. มีโอกาสเข้ามาด�าเนินงานในเชิงงานยุติธรรมมากข้ึนและในขณะที่ได้ด�าเนินงานทางยุติธรรมมาก ขึ้นก็น�าไปสู่การพัฒนาตัวงานยุติธรรมชุมชนที่เป็นเป้าหมายของกระทรวงยุติธรรม การมีค�าส่ังก็ให้ภาพชัดเจนข้ึน มีโครงสร้างเป็นยุติธรรมชุมชนที่สามารถส่งเร่ืองต่อไปให้ยุติธรรมจังหวัด ท่ีกระทรวง ท้ังเร่ืองกองทุนท่ีส�านักงานช่วย เหลอื ทางการเงิน ทว่าการด�าเนินงานยุติธรรมชุมชนโดยอาศัยศูนย์ท่ีจัดต้ังตามค�าส่ังภายใต้ อปท. ก็อาจจะประสบกับ อปุ สรรคในกรณีที่ อปท. นั้นยงั ไมส่ ามารถด�าเนินงานหลกั ของ อปท. ไดเ้ ตม็ ประสิทธิภาพ การเพิม่ กรอบการท�างานใน เชิงยุติธรรมเข้าไปก็อาจสร้างภาระมากขึ้นให้กับ อปท. อันน�าไปสู่การไม่สามารถขับเคล่ือนงานยุติธรรมชุมชนได้อย่าง เต็มประสทิ ธิภาพ และในบางกรณีหากเกดิ ความไมเ่ ขา้ ใจกนั ระหวา่ ง อปท. กบั คณะท�างานด้านยุตธิ รรมชมุ ชนในพ้นื ที่ ความไม่เข้าใจอาจน�าไปสู่ความไม่สามารถร่วมมือร่วมใจกันในการด�าเนินงานอันเก่ียวเนื่องกับภารกิจของกระทรวง ยุติธรรม ตัวอย่างท่ีเห็นได้ชัดคือกรณีท่ี นายกหรือสมาชิกสภา อปท. เป็นคู่ตรงข้ามกับคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรม ชมุ ชน ความไม่ลงรอยกันทางการเมืองท้องถ่นิ โดยมกี ารจดั ตงั้ ศูนยภ์ ายใต้ อปท. จึงนา่ จะเปน็ การสร้างอุปสรรคในการ ด�าเนินการแบบทางการแทนท่ีจะเปน็ การสร้างกรอบการท�างานร่วมมอื แบบเปน็ ทางการ นอกจากน้ีการให้ศูนย์ยุติธรรมข้ึนกับ อปท. เป็นสภาวะพ่ึงพิงของศูนย์กับ อปท. ภายใต้การพึ่งพิงนี้ จึงอาจสร้างความไม่เป็นอิสระในการด�าเนินงานของศูนย์หรือการไม่สามารถขอความร่วมมือในการด�าเนินงานได้จาก อปท. การท่ีต้องพึ่งพิง อปท. ในนัยยะหน่ึงสามารถพัฒนาตัวศูนย์ยุติธรรมชุมชนให้แพร่หลายเป็นท่ียอมรับ แต่ในอีก นัยยะหน่ึงเป็นการสร้างอุปสรรคในการด�าเนินการเพราะต้องอาศัยความร่วมมือจาก อปท. ซ่ึงในบางกรณีการด�าเนิน งานด้านยุติธรรมอาจตอ้ งมคี วามเป็นอิสระทางการเมืองท้องถ่นิ เพอื่ ให้สามารถน�าสกู่ ารสร้างความยุตธิ รรมในชมุ ชน

ศักยภาพและความพร้อมขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่นในการสง่ เสรมิ การดำาเนินงานศนู ยย์ ตุ ิธรรมชมุ ชน 135 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) 4.2.2 ก�รก�ำ กับศนู ยแ์ บบรวมศูนย์ต�มระบบร�ชก�ร จากการท่ีมีการออกค�าสั่งให้มีการจัดต้ังศูนย์ในรูปแบบท่ีมีเป็นทางการและมีโครงสร้างที่ชัดเจน มีการใช้ อปท. และฝ่ายปกครองเข้าไปร่วมการด�าเนินงานของศูนย์ที่จัดตั้ง ในแง่หนึ่งสร้างให้เกิดระบบการบริหาร งานเชิงคณะกรรมการแบบราชการที่ให้มีต�าแหน่งแน่นอน ตายตัว อันส่งผลให้มีความคล้ายคลึงกับการด�าเนินงาน ของราชการและการออกแบบโครงสร้างเดียวเพ่ือให้มีการใช้ในหลากหลาย อปท. ดูเสมือนเป็นการจัดสร้างความเป็น ราชการของตัวศูนย์ยุติธรรมชุมชน ในแง่นี้เป็นความยากที่ผู้บริหารกระทรวงยุติธรรมท่ีจะพยายามสร้างการด�าเนิน งานท่ีแพร่หลายโดยอาศัยบริบทเชิงการพัฒนาจากพื้นท่ี การออกค�าสั่งให้มีศูนย์ยุติธรรมชุมชนจึงเป็นวิธีการทาง ราชการท่ีสะดวกและรวดเร็วท่สี ดุ ในการท�างานแบบราชการ ในทางกลับกันการออกค�าสั่งในลักษณะมีค�าส่ังจัดตั้งตามโครงสร้างของราชการเป็นการบริหารงาน เพ่ือรวมศูนย์วิธีการจัดท�าโครงสร้างและวิธีการด�าเนินงานตามภารกิจท่ีก�าหนด จนอาจน�าไปสู่การด�าเนินงานเชิง ราชการของศูนย์ยุติธรรมชุมชนที่ขาดความยืดหยุ่นเพื่อสร้างให้เกิดความยุติธรรมองค์รวมของชุมชน การก�าหนด โครงสรา้ งใหท้ กุ ศูนย์ต้องจัดตั้งกรรมการเหมือนกนั ตามคา� สัง่ และการใหแ้ ต่ละศนู ยด์ �าเนนิ งานตามภารกิจ 5 ดา้ น อาจ ไม่สามารถตอบโจทย์การขับเคล่ือนงานยุติธรรมในท้องถ่ิน และอาจสร้างให้เกิดอุปสรรคจากระบบราชการ ตัวอย่าง ท่ีเห็นชัดคือการสั่งให้ปลัดอ�าเภอประจ�าต�าบลเป็นประธานศูนย์ยุติธรรมชุมชน ซ่ึงปลัดอ�าเภอมีภารกิจทางปกครอง ในพ้ืนที่อยู่เป็นปริมาณมากและต้องช่วยเหลืองานของอ�าเภอและจังหวัดตามการส่ังการของระบบราชการ การให้ ปลัดอ�าเภอมาเป็นประธานจึงเป็นการสร้างความเป็นราชการที่ไม่จ�าเป็นในการด�าเนินการของศูนย์ยุติธรรมชุมชน เพราะตัวปลัดอ�าเภอประจ�าต�าบลอาจไม่สามารถเข้าร่วมขับเคลื่อนงานได้อย่างจริงจัง รวมทั้งในระบบราชการที่มี การเปล่ียนแปลงพื้นท่ีหรือมีการเปล่ียนแปลงต�าแหน่งสม่�าเสมอ ท�าให้ปลัดที่ได้รับการแต่งต้ังเป็นประธานไม่สามารถ ด�าเนินงานได้อย่างต่อเน่ือง ซึ่งอาจถือได้ว่าการมีค�าสั่งและให้ปลัดประจ�าต�าบลเป็นประธานเป็นการรวมศูนย์ความ เข้าใจงานยุติธรรมชุมชนในแบบของราชการทางปกครอง แต่มิได้พยายามสร้างระบบที่เอื้อต่อการด�าเนินงานของ ยุติธรรมในชมุ ชน นอกจากน้ีการจัดตั้งโครงสร้างแบบราชการตามค�าส่ังอาจท�าให้เกิดความเข้าใจท่ีคลาดเคลื่อนในการ ท่ีจะมีการมอบงานยุติธรรมภายใต้กระทรวงยุติธรรมเป็นงานในเชิงปกครองของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งแม้ว่างาน ปกครองกับงานยุติธรรมจะมีความคล้ายคลึงกัน แต่การด�าเนินการทางปกครองของระบบราชการน่าจะไม่สามารถ เป็นงานเดียวกันกับการสร้างความยุติธรรมในชุมชนได้ ทั้งน้ีเพราะในมุมมองทางราชการทางปกครองเป็นการด�าเนิน การทางรวมศูนย์เพ่ือให้เกิดโครงสร้าง รูปแบบและการด�าเนินการเดียวกันเพื่อให้ง่ายต่อการอยู่ภายใต้การบริหาร ราชการ แต่งานในเชงิ การพัฒนางานยุติธรรมเปน็ การสรา้ งและอ�านวยความปกติสขุ ของชมุ ชนและสงั คมผ่านการสรา้ ง การยอมรบั ในความยตุ ธิ รรมและความสมานฉนั ทข์ องชุมชนมิใชก่ ารสั่งให้มคี วามสงบในชุมชน ฉะนน้ั ในเชงิ การมคี า� สงั่ และให้มีการจัดตั้งศูนย์ยุติธรรมจึงอาจมองได้ว่าเป็นการใช้ระบบราชการท่ีรวมศูนย์ในการปกครองผ่านตัว อปท. แต่ มิได้สร้างการขับเคลื่อนงานยุติธรรมชุมชนจากพื้นฐานฐานรากของชุมชนพื้นท่ี หรือในอีกนัยหนึ่งคือการมองแบบบน ล่างในระบบราชการแตข่ าดมุมการขบั เคลือ่ นจากลา่ งขน้ึ บน ทว่าอาจสามารถโต้แย้งได้ว่า ค�าส่ังจัดตั้งศูนย์ก็ให้มีการยกเว้นในการจัดต้ังศูนย์ให้เหมาะกับพ้ืนท่ีได้ โดยแต่ละพื้นท่ีจะไปด�าเนินการจัดการ ซึ่งจากข้อมูลเบ้ืองต้นมีบางพ้ืนที่จัดต้ังโครงสร้างท่ีไม่ตรงตามค�าส่ัง

136 โครงการวิจยั กระทรวงยุติธรรมที่ 322/2559 จริง แต่การมีค�าสั่งจากส่วนกลางราชการท่ีมีรูปแบบโครงสร้างชัดเจน ส่วนใหญ่ จะนา� ไปสู่การจดั ตง้ั ตามโครงสร้างท่สี ่วนกลางราชการได้กา� หนดมาเนอ่ื งจากหน่วย อปท. และหนว่ ยราชการมหาดไทย เป็นส่วนใหญ่ต้องถือหลักการและกรอบการส่ังการเป็นหลัก การท�าหรือสร้างกรอบของพื้นท่ีเองจึงเป็นไปได้ แต่โดย ส่วนใหญ่เป็นไปได้น้อย การรวมศูนย์แบบราชการสั่งการสู่ท้องถิ่นจึงมีผลอย่างมากต่อการด�าเนินการจัดตั้งโครงสร้าง และการดา� เนินการศนู ย์ยตุ ิธรรมภายใต้ อปท. 4.2.3 ก�รข�ดคว�มเข้�ใจในก�รดำ�เนนิ ก�รของศูนย์ยตุ ธิ รรมชุมชน การขาดความเข้าใจในการด�าเนินงานของศูนย์ยุติธรรมเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดข้ึนโดยทั่วไปเชิงพ้ืนที่ ในแง่ของความแพร่หลายหรือการรับรู้เก่ียวกับศูนย์ยุติธรรมชุมชนในส่วนกลางกระทรวงอาจจะมีความรู้ความเข้าใจ ตัวศูนย์ยุติธรรมชุมชนและภาระกิจการท�างาน รวมถึงคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนในแต่ละ อปท. ก็อาจจะมี ความเข้าใจในการดา� เนินงานของศูนย์ยุติธรรมชุมชน แต่จากข้อมูลในพ้ืนที่ที่ลงไปเก็บข้อมูลจะพบว่า ระดับของความ เข้าใจในการท�างานของศูนย์ยุติธรรมชุมชนในส่วนกลางกระทรวงหรือยุติธรรมจังหวัดจะต่างกับส่วนของพ้ืนท่ีในเขต อปท. ชุมชนในพ้ืนที่มีความเข้าใจในตัวยุติธรรมชุมชนน้อยมาก การที่ประชาชนในพ้ืนที่เข้ามาขอความช่วย เหลอื จากศูนยย์ ตุ ิธรรมชุมชน ประชาชนมไิ ดเ้ ข้าใจวา่ ประชาชนไดร้ ับการช่วยเหลือจากศูนย์ยตุ ิธรรมชมุ ชน แตเ่ ป็นการ มองว่าได้รับการช่วยเหลือจาก อปท. ความไม่ชัดเจนและความทับซ้อนของบทบาทในแง่น้ีเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไข ปัญหาในชุมชนของ อปท. แต่ไม่ได้สร้างให้เกิดการตระหนักหรือความเข้าใจความเป็นสถาบันหรือการด�าเนินงาน ของศูนย์ยุติธรรมชุมชนในเชิงงานท่ีเช่ือมโยงกับกระทรวงยุติธรรม ตัวอย่างท่ีเห็นได้ชัดคือหากมีข้อพิพาทหรือกรณี ปญั หาทางกฎหมาย สว่ นใหญป่ ระชาชนเมอ่ื เขา้ ไปที่ อปท. จะเนน้ การรอ้ งตอ่ อปท. หรือมุ่งไปท่ีศูนยด์ �ารงธรรมที่เป็น โครงสร้างการด�าเนินงานของรัฐในทางปกครอง แม้ว่าจะมีการใช้ศูนย์ยุติธรรมชุมชนเข้าไปช่วยแก้ปัญหาแก่ประชาชน แตค่ วามตระหนักและความเข้าใจตอ่ งานของศูนยเ์ ปน็ เพียงความเขา้ ใจวา่ เปน็ งานของฝ่ายปกครอง ซ่ึงอาจกล่าวได้ว่า ความเข้าใจในตัวศูนย์ยุติธรรมชุมชนมีมากในส่วนกลางในมุมมองจากกระทรวง แต่ ความเขา้ ใจในตัวศนู ยย์ ุตธิ รรมชุมชนมนี ้อยในการตระหนกั รู้ของชมุ ชนในชุมชนภายใต้พื้นท่ี อปท. ตา่ ง ๆ การที่มีค�าสั่ง ให้มีการต้ังศูนย์ยุติธรรมชุมชนท่ี อปท. จึงเป็นประโยชน์ในทางการขยายฐานความเข้าใจเก่ียวกับศูนย์ยุติธรรมชุมชน แต่อาจไม่น�าไปสู่การขยายฐานความเข้าใจว่าศูนย์ยุติธรรมชุมชนเป็นงานเชิงกระบวนการยุติธรรมภายใต้กระทรวง ยุติธรรม ในเชงิ นี้อาจกล่าวได้ว่าภาพจ�าของประชาชนในชมุ ชนอาจรู้วา่ มศี ูนยย์ ุติธรรมชมุ ชนแต่ประชาชนในชมุ ชนอาจ ไม่ตระหนักรู้ว่าเป็นงานในภารกิจของกระทรวงยุติธรรม ทว่าอาจกล่าวได้ว่าไม่มีความจ�าเป็นในการท�าความเข้าใจใน เชิงงานของศนู ยย์ ุติธรรมชมุ ชนทอี่ ย่ภู ายใตก้ ระทรวงยุตธิ รรมตราบเทา่ ทศ่ี นู ย์ยุติธรรมน�าไปสู่การแก้ปญั หา แต่ประเด็น ท่ีต้องตระหนักคือการตระหนักหรือการเข้าใจในงานเชิงพ้ืนท่ีของกระทรวงยุติธรรมจะน้อยลงไปเพราะเป็นการด�าเนิน งานยุติธรรมภายใตร้ ม่ เงาของ อปท. ท่เี ปน็ ในเชิงงานของกระทรวงมหาดไทย มากไปกว่าน้ันในเขตพื้นที่ท่ีเข้าไปเก็บข้อมูลมักจะพบว่าชุมชนไม่รู้จักกระทรวงยุติธรรม ไม่รู้จัก ส�านกั งานยุตธิ รรมจังหวดั และไม่รจู้ กั ศูนย์ยตุ ิธรรมชุมชน แต่ประชาชนรจู้ กั กระทรวงมหาดไทย จงั หวัด อ�าเภอ อปท. ในฐานะทพ่ี ่งึ พงิ ในทกุ ประเด็นปญั หาโดยเฉพาะปญั หาทีเ่ ป็นงานยุติธรรม

ศักยภาพและความพรอ้ มขององคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่นในการสง่ เสริมการดำาเนินงานศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชน 137 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) 4.2.4 ก�รต้งั เป�้ และตัวชีว้ ดั แบบก�รบริห�รองคก์ รต�มภ�รกิจกระทรวงยตุ ิธรรม กระทรวงยุติธรรมหลังจากที่มีการตั้งศูนย์ยุติธรรมตามค�าสั่งให้มีศูนย์ยุติธรรมภายใต้ อปท. แล้ว และ ได้มีการด�าเนินการเพ่ือขับเคล่ือนงานและการวัดประสิทธิภาพของงานยุติธรรมชุมชนท่ีจัดตั้งข้ึน การมีตัวชี้วัดการ ด�าเนินงานในเชิงตัวเลขสถิติการท�างานและการรายงานช่วยให้ส่วนกลางงานของกระทรวงยุติธรรมสามารถพิจารณา ภาพรวมการด�าเนินงานของศูนย์ยุติธรรมทั้งประเทศได้ การที่ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต้ังอยู่ที่ อปท. ทั้งสิ้น 7,783 ศูนย์ และมีการประเมินศกั ยภาพจา� แนกออกเป็นเกรด A จา� นวน 1,028 ศนู ย,์ เกรด B จา� นวน 3,609 ศูนย,์ เกรด C จ�านวน 2,791 ศูนยแ์ ละเกรด D จา� นวน 356 ศนู ย์ ในการแบ่งเกรดนนั้ ใชต้ ัวชีว้ ัด 7 ตัว อันประกอบดว้ ย สถานท่ตี ัง้ รูปแบบ คณะกรรมการ คณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชน ความเข้าใจต่อบทบาทและภารกิจของศูนย์ กฎหมายและระเบียบ ข้อปฏิบัติตา่ ง ๆ การจดั สรรงบประมาณ การดา� เนินงานและกิจกรรมภารกิจ ศนู ยย์ ตุ ธิ รรมทตี่ งั้ ใน อปท. จะสง่ ขอ้ มลู ทง้ั 7 ตวั ชวี้ ดั ใหแ้ กก่ ระทรวงยตุ ธิ รรมและมกี ารประมวลผลเพอ่ื แบ่งเกรดศูนย์ยุติธรรม ท�าให้เกิดการพัฒนาในเชิงระบบเพราะมีการวิเคราะห์ตัวชี้วัดในการพัฒนาศูนย์ยุติธรรมชุมชน แต่ทว่าข้อมูลท่ีส่งเข้าไปตามท่ีมีรายงานนั้นอาจขาดการตรวจสอบถึงความถูกต้องของข้อมูล เพราะในการรายงานผล ศนู ยบ์ างศนู ยก์ พ็ ยายามทจี่ ะสง่ ขอ้ มลู ในปรมิ าณทเี่ ปน็ ผลดตี อ่ การไดอ้ ยใู่ นเกรดทสี่ งู เพราะอาจมกี ารสนบั สนนุ จากสว่ น กลางต่างกันตามล�าดับเกรดของศูนย์ ในบางกรณีศูนย์เพียงแค่ส่งข้อมูลตามท่ีส่วนงานต้องการโดยไม่ได้ช้ีแจงข้อมูลให้ ครบถว้ นทา� ใหไ้ ดร้ บั การจดั ในกลมุ่ เกรดทดี่ อ้ ยลง การวางกรอบตวั ชว้ี ดั และนา� ไปสกู่ ารจดั เกรดจากขอ้ มลู ทสี่ ง่ เขา้ ระบบ อนั ขาดการตรวจสอบขอ้ มลู ทสี่ ง่ เขา้ ไปอาจไมส่ ามารถนา� ไปสกู่ ารสะทอ้ นการพฒั นาของศนู ยย์ ตุ ธิ รรมภายใต้ อปท. นอกจากน้ีการต้ังตัวช้ีวัดอาจไม่สามารถน�าไปสู่การพัฒนางานของศูนย์ยุติธรรม ท้ังนี้เน่ืองจากตัวชี้วัด บางตัวไม่เหมาะท่ีจะน�ามาใช้ในการสร้างการพัฒนา ตัวอย่างท่ีเห็นได้ชัดคือศูนย์ยุติธรรมต้องส่งปริมาณงานท่ีศูนย์ที่ ตนได้ท�าไป หากศูนย์ใดไม่ได้ท�างานไกล่เกล่ียหรืองานตามภารกิจท่ีกระทรวงยุติธรรมก�าหนดอาจจะไม่ได้รับคะแนน ตามตัวช้ีวัด ซึ่งในความเป็นจริงในพ้ืนท่ี อปท. ที่สงบสุขและประชาสังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุขเช่นชุมชนที่อยู่กัน มานานและรู้จักกันทง้ั พืน้ ท่ี อปท. กจ็ ะไม่จา� เปน็ ตอ้ งมงี านไกลเ่ กลี่ยขอ้ พพิ าทหรืองานดา้ นอน่ื ตามภารกิจของกระทรวง ท่ีก�าหนดให้แต่ละศูนย์ด�าเนินการ การท่ีชุมชนสงบสุขและไม่มีการด�าเนินงานน�าไปสู่การไม่มียอดตัวเลข เพ่ือรายงาน อันน�าไปสู่การจัดอันดับเกรดต่อศูนย์ยุติธรรมชุมชนได้ไม่ตรงกับความเป็นจริงในสังคม และหากค�านึงถึงบริบทใน ชมุ ชนทเ่ี ปดิ กวา้ ง การดา� เนนิ งานของศูนย์ยตุ ธิ รรมชมุ ชนทีเ่ ปิดกวา้ งอาทิ การแกไ้ ขปัญหาสิ่งแวดลอ้ ม การแก้ไขปญั หา การแบ่งปันทรัพยากร หรือเร่ืองทางสังคมอ่ืนที่ไม่สามารถใส่ในตัวชี้วัดที่วางไว้ตามกรอบภารกิจของกระทรวง การ ด�าเนินการของศูนย์ท่ีเปิดกว้างและสร้างสังคมท่ีปกติสุขเพ่ือการอยู่ร่วมกันในชุมชนก็ไม่สามารถถอดออกมาเป็นตัวบ่ง ชใี้ หห้ รือเป็นตัวชี้วัดตามท่กี ระทรวงยุตธิ รรมต้องการ การด�าเนินการของกระทรวงยุติธรรมที่ด�าเนินการในการบริหารศูนย์ยุติธรรมชุมชน ผลที่เกิดจากการ วิเคราะห์การลงพื้นที่ศึกษา พบว่า ความพร้อมของกระทรวงยุติธรรมในการท�าหน้าท่ีให้ความช่วยเหลือในการด�าเนิน การของศนู ย์ยตุ ิธรรมชมุ ชน เชน่ การใหค้ วามรู้ ทักษะทางดา้ นกฎหมาย การไกล่เกลย่ี ข้อพิพาท ฯลฯ การด�าเนนิ การ เพ่ือส่งเสริมความรู้ทางวชิ าการทจ่ี ะเขา้ ชว่ ยเหลอื ให้การปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ของศูนย์ยตุ ธิ รรมชุมชน เป็นเรือ่ งที่มคี วามจ�าเปน็ โดยเฉพาะองคค์ วามรทู้ างดา้ นกฎหมายเปน็ ขอ้ เรยี กรอ้ งของศนู ยย์ ตุ ิธรรมชุมชนทกุ ศนู ยท์ ต่ี ้องการให้กระทรวงยุตธิ รรม เข้ามาอบรมให้ความรกู้ บั กรรมการศนู ยย์ ตุ ิธรรมชุมชนและประชาชนในพนื้ ท่ี

138 โครงการวจิ ยั เครือ่ งมืออุปกรณ์ของกระทรวงยตุ ิธรรมส�าหรบั การตดิ ตามและตรวจสอบ (monitoring.system) การ ด�าเนินการของศูนย์ยังขาดประสิทธิภาพในการด�าเนินการติดตามและตรวจสอบ รวมถึงการรายงานและประเมินผล การปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่เอ้ืออ�านวยความสะดวกกับการด�าเนินการของศูนย์ยุติธรรมชุมชนในแต่ละพื้นท่ี โดยระบบการ รายงานผลการปฏิบัติงานโดยการใช้เคร่ืองโทรสารรายงานเป็นระบบที่ล้าหลัง สร้างภาระและเป็น การรายงานผล ด้านเดียว ส่ิงท่ีสะท้อนจากการลงพื้นที่วิจัยและบทสัมภาษณ์อีกประการหน่ึง แผนการบริหารจัดการของ กระทรวงยุติธรรมท่ีมีในแต่ละปีที่ส่งผ่านไปยังศูนย์ยุติธรรมชุมชนทั้งรูปแบบการด�าเนินการ การปรับปรุงแผนและ นโยบายในแต่ละปี เกือบทุกศูนย์ยุติธรรมชุมชนในพ้ืนที่ภาคเหนือและภาคอีสานท่ีสะท้อนในลักษณะท่ีตรงกันว่า บทบาทของกระทรวงยุติธรรมในฐานะกระทรวงหลักในการจัดการศูนย์ยุติธรรมชุมชนมีบทบาทในเรื่องนี้น้อยเกินไป ท่ีจะส่ือสารกับศูนย์ยุติธรรมชุมชนในแต่ละรอบปีว่าจะต้องด�าเนินการอย่างไร งานประจ�า งานที่ท�าเพ่ิมเติม รวมถึง ขอ้ ปรบั ปรุงแกไ้ ขของแตล่ ะศูนยย์ ุตธิ รรมชมุ ชน นอกจากนี้การมอบภารกิจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเข้ามาด�าเนินการสนับสนุนด้านงบ ประมาณ สถานท่ี เครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ ค่าใช้จ่ายในส่วนน้ีทางกระทรวงยุติธรรมไม่ได้วางแผนร่วมกับกระทรวง มหาดไทยให้ชัดเจน ท�าให้การจัดสรรงบประมาณเป็นปัญหาถูกตรวจสอบจากองค์กรตลอดจนเป็นปัญหาถูกเรียกเงิน คืน ซง่ึ ทางองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ แมพ้ ร้อมจะสนับสนุนภารกิจแต่กต็ ้องคา� นึงถงึ การถกู ตรวจสอบดว้ ยเชน่ กัน 4.2.5 ก�รไม่ยอมรับรปู แบบค�ำ ส่งั ใหมใ่ นก�รจดั ต้งั ศนู ย์ การมีค�าส่ังจากกระทรวงให้มีการตั้งศูนย์ยุติธรรมที่ อปท. ในเขตพ้ืนที่ในแง่หนึ่งเป็นการสร้างให้เกิด ความเป็นทางการและท�าให้เกิดผู้ท่ีเข้ามาร่วมด�าเนินงานหลักได้โดยให้ อปท. เป็นแกนน�าในการด�าเนินงานของ ศูนย์ยุติธรรม หากแต่ทว่าเม่ือมีค�าสั่งและมีการแต่งต้ังศูนย์ยุติธรรมชุมชนไปที่ อปท. ท�าให้ตัวศูนย์ยุติธรรม ประธาน และกรรมการศูนย์ที่ด�าเนินการโดยชุมชนและมีมาก่อน เกิดความรู้สึกไม่พึงพอใจเนื่องจากเป็นการดึงสถานะ ของศูนย์แบบเดิมที่ให้ชุมชนเป็นเจ้าภาพร่วมจัดการกัน เป็นการเปล่ียนไปท่ีให้ อปท. เป็นผู้จัดการให้ชุมชน ผู้น�า กลุ่มและกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนที่มีก่อนท่ีจะมีค�าส่ังจัดตั้งจึงไม่ค่อยมีความยอมรับการจัดต้ังศูนย์ตามแบบ ค�าสั่งที่ดึงความรู้สึกของการเป็นเจ้าภาพร่วมในชุมชนไปให้แก่ อปท. ท่ีเป็นหน่วยงานปกครองและเป็นหน่วย การเมืองท้องถ่ินซึ่งส่วนใหญ่ประธานและกรรมการศูนย์ก่อนที่จะมีค�าส่ังมักจะร่วมกันด�าเนินงานแบบจิตอาสา ไม่แสวงหาผลประโยชน์เมื่อมีการน�าเอาศูนย์ยุติธรรมเข้าไปใน อปท. ก็จะหลีกเลี่ยงความเป็นการเมืองในชุมชนได้ ล�าบากและน�าไปสู่การไม่ยอมรับจากฝักฝ่ายการเมืองภายในชุมชน ซ่ึงจะให้ความรู้สึกต่างกับการด�าเนินงานของศูนย์ ยุตธิ รรมในแบบเดมิ ท่ีเนน้ การรว่ มกนั ทางจติ อาสาที่ไมน่ �าไปสู่การเมอื งทีอ่ าจมีขอ้ ขัดแยง้ กันภายในชุมชน มากไปกว่านั้นการท่ีศูนย์แบบเดิมจะเน้นการให้มีผู้อาวุโสท่ีเป็นที่ยอมรับในชุมชน แต่การให้ศูนย์ไป ต้ังที่ อปท. แล้วให้ปลัดประจ�าต�าบลเป็นประธานน่าจะขัดกับหลักแนวคิดพ้ืนฐานของชุมชนที่เน้นให้มีผู้อาวุโสหรือผู้ท่ี ท�างานให้ชุมชนอย่างแท้จริงเป็นแกนนา� ศูนย์ยุติธรรมชุมชนแบบที่เกิดมาก่อนจึงไม่ค่อยยอมรับในการให้ปลัดประจา� ต�าบลที่เป็นฝ่ายปกครองและไม่ค่อยจะได้ด�าเนินงานเพื่อชุมชนในพื้นท่ีมาก่อนเข้ามาเป็นประธาน นอกจากนี้การท่ี ศูนยต์ ามค�าส่ังจัดต้งั ให้ไปอยใู่ น อปท. และให้ อปท. รว่ มสนับสนนุ งานแตท่ วา่ ในเชิงทางความยึดถือกนั ในระบบ อปท.

ศกั ยภาพและความพร้อมขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่นในการส่งเสรมิ การดำาเนินงานศูนย์ยตุ ธิ รรมชุมชน 139 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) นายกเทศบาลหรือ อบต. ควรที่จะเป็นผนู้ �าหรอื ประธานของศนู ย์ยตุ ธิ รรมเพอื่ ใหง้ านยตุ ิธรรมชุมชนท่ีจดั ตัง้ ขน้ึ สามารถ ได้รับการสนับสนุน ทว่าตามค�าส่ังที่ต้ังศูนย์ก�าหนดให้ปลัดประจ�าต�าบลเป็นประธาน ซึ่งอาจก่อให้เกิดการขาดการ ยอมรับจาก อปท. เน่ืองจากขาดการใหเ้ กียรติแก่ผนู้ �าของชมุ ชนหรือผู้น�า อปท. นอกจากนี้การย้ายศูนย์ยุติธรรมไปจัดตั้งที่ อปท. ท�าให้การใช้ศูนย์ยุติธรรมชุมชนตามบ้านแกนน�าการ ด�าเนินงานยุติธรรมชุมชนดูด้อยค่าไป ผู้ที่เคยด�าเนินการเร่ืองยุติธรรมชุมชนที่มาก่อนจึงสะท้อนว่า ค�าสั่งให้ตั้ง ศูนย์ท่ี อปท. นัน้ ไม่ยอมรับการเป็นและมีอยขู่ องศนู ย์แบบเดมิ โดยอาจอธบิ ายอีกนยั หน่ึงกล่าวคือ กระทรวงยุติธรรมโดยการ ออกค�าส่ังขาดการยอมรับศนู ย์ท่ีมอี ยู่กอ่ นในชมุ ชนแม้วา่ ค�าสง่ั จะให้โอกาสในการด�าเนินการต่อไป หากศูนยย์ ุติธรรมใด เคยด�าเนินการมาก่อนที่จะมีค�าส่ังและศูนย์ที่ตามความต้องการของชุมชน แต่โดยส่วนใหญ่มักจะยึดแบบแผนเดียวกัน กล่าวคือ สว่ นใหญย่ ึดตามค�าส่งั ของกระทรวงยุติธรรมเพอื่ ใหง้ า่ ยตอ่ การทา� รายงานหรอื ตรวจสอบ ซึ่งในรปู แบบนี้ศูนย์ แบบเดมิ ก็อาจจะไม่ยอมรับการต้งั อยขู่ องศนู ยย์ ุติธรรมท่ี อปท. 4.2.6 ก�รข�ดคว�มเข้�ใจในบรบิ ทภูมิภ�คและพ้นื ท่ีในก�รด�ำ เนนิ ก�รของศูนยย์ ตุ ิธรรมชมุ ชน เช่นเดียวกันกับประเด็นอ่ืน ๆต่อค�าสั่งกระทรวงยุติธรรมที่ให้มีการจัดต้ัง ศูนย์ยุติธรรมชุมชนท่ี อปท. ซึ่งการก�าหนดค�าสั่งออกมาให้ด�าเนินการกับ อปท. เหมือนกันหมดโดยมีโครงสร้างศูนย์เริ่มต้นจัดตั้งตามค�า สั่งกระทรวงท�าให้เกิดแบบแผนเดียวกัน ซึ่งง่ายต่อการก�ากับ ตรวจสอบ และมองภาพรวมซ่ึงเป็นการสร้างพัฒนา ประสิทธิภาพโดยรวมของศูนย์ยุติธรรมชุมชน อย่างไรก็ตามการก�าหนดแบบแผน โครงสร้างและการจัดตั้งศูนย์ใน อปท. ตามค�าสั่ง อาจไม่เอ้ืออ�านวยต่อความหลากหลายของศูนย์ยุติธรรมเชิงพื้นท่ี ในการจัดการโครงสร้างหรือการ จัดสร้างความสงบของชุมชนโดยศูนย์ยุติธรรมชุมชนตามแต่ละพื้นท่ี ตัวอย่างที่เห็นได้คือ กรณีประกอบไปด้วยศูนย์ ยตุ ิธรรมชมุ ชนท่อี ยู่ในพื้นที่ชายแดน ศูนยย์ ตุ ิธรรมในชมุ ชนเมือง ศูนยย์ ตุ ธิ รรมในเขตพื้นท่ตี ามวัฒนธรรมความเช่ือ ตัวอย่างกรณีศูนย์ยุติธรรมในเขตพ้ืนท่ีชายแดน คือกรณีท่ีพ้ืนที่ อปท. เขตแดนติดต่อหรือมีการติดต่อ ประสานกนั กับประเทศเพ่อื นบ้าน อาทิ ลาว กมั พชู า พมา่ มาเลเซีย ซงึ่ การจัดการยุตธิ รรมชมุ ชน หรือการจัดตงั้ ศูนย์ ยุติธรรมชุมชนก็น่าจะต้องมีความแตกต่างกับกรอบการตั้งศูนย์ยุติธรรมชุมชนตามท่ีกระทรวงวางกรอบไว้เดิม อาทิ ในเขต อปท. ในพื้นที่แม่สอดที่มีชาวพม่าเข้ามาอยู่อาศัย หรือ มีพ้ืนท่ีให้พักอาศัยแก่ผู้อพยพ การท่ีจะเสริมสร้างงาน ยตุ ิธรรมชมุ ชนผ่านทางศูนยย์ ตุ ิธรรม กม็ ีความจา� เปน็ ที่จะต้องมกี ารผสมผสานระหว่าง อปท. และผูน้ �าหรอื กลมุ่ คนท่ีมี ทั้งชาวไทยและชาวตา่ งประเทศในพื้นทีเ่ พ่อื ให้เกดิ ความเขา้ ใจในการร่วมกนั ดา� เนนิ งานดา้ นยุตธิ รรมชมุ ชน การต้ังศูนย์ ตามกรอบค�าสั่งกระทรวงหรือตามหลักการกลางของกระทรวงจึงไม่น่าจะตอบความต้องการของพ้ืนท่ีชายแดนหรือใน บางกรณีอาจไปเพ่ิมปัญหาความไม่ยุติธรรมในพ้ืนที่เพราะประชาชนที่เป็นชาวต่างชาติที่อาศัยอาจมิได้มีโอกาสเข้าร่วม งานยุตธิ รรมชุมชน การนา� ไปสู่ความขดั แยง้ ในอนาคต ในส่วนของศูนย์ยุติธรรมในเขตเมือง การวางกรอบการสร้างงานยุติธรรมชุมชนจากกระทรวงตาม ค�าสั่ง ดูเสมือนจะไปมุ่งเป้าที่เขตต่างจังหวัดแต่ขาดการตระหนักถึงการสร้างกรอบการต้ังหรือโครงสร้างศูนย์ที่มี ความแตกต่างกันในเขตพื้นที่เมืองใหญ่ที่มีลักษณะการใช้ชีวิตหรือด�ารงชีวิตที่ต่างกัน ปัญหาความขัดแย้งหรือความ ต้องการในชุมชนเมืองย่อมต่างกับชุมชนในเขตชนบท การจัดการในเขตมหานครย่อมต้องต่างกับการจัดการใน เขตต่างจังหวัด ดังน้ันการจัดต้ังศูนย์ยุติธรรมโดยค�าสั่งแล้วมุ่งเป้าไปท่ีเขต อปท. ในต่างจังหวัดท�าให้ไม่ค่อยมีการ

140 โครงการวจิ ยั ขับเคลื่อนงานยุติธรรมชุมชนในเขตพ้ืนท่ีเมือง ซ่ึงในสภาพความเป็นจริงพื้นท่ีเมือง อาทิ กรุงเทพและปริมณฑล เขตพัทยา หรือเขตตัวเมืองของแต่ละจังหวัดในประเทศไทยมีประชากรอาศัยอยู่แบบกระจุกตัวมากกว่าในเขตพื้นที่ อปท. ตามตา่ งจงั หวัด (World Bank, 2558) และหากมองไปท่ีสภาวะทางสังคม วัฒนธรรมหรือศาสนาแล้ว การต้ังข้ึนของศูนย์ยุติธรรมชุมชน ตามกรอบค�าสั่งให้อยู่ที่ อปท. แล้วมีโครงสร้างแบบปกครองอาจไม่สะท้อนสภาวะทางสังคม วัฒนธรรม ท่ีมีความ หลากหลาย ตัวอย่างเช่นในพ้ืนที่ อปท. ภาคเหนือ หากมีข้อพิพาทเกิดขึ้นจะมีการน�าเข้าพูดคุยกันกับแก่บ้านที่เป็นผู้ อาวุโส โดยคนในชมุ ชนกจ็ ะยกใหแ้ กบ่ ้านช่วยพจิ ารณาและช่วยไกล่เกล่ยี ประเด็นปัญหาที่เกดิ ข้นึ ในชุมชน หรือในกรณี ในชมุ ชน อปท. สามจงั หวดั ชายแดนกจ็ ะมีสภาสุเหร่าหรอื โตะ๊ ครู โตะ๊ อิหม่ามที่ชุมชนให้การยอมรับ และหากมีประเดน็ เชิงสังคมในกรณีใดก็จะใช้สภาและโต๊ะอิหม่ามในพ้ืนท่ีช่วยพูดคุยซึ่งจะใช้กรอบความเชื่อทางศาสนามาช่วยในการ แกไ้ ขปัญหาเชิงงานยุติธรรมในชมุ ชน ดงั นนั้ การมโี ครงสรา้ งหรือมศี ูนยต์ ามค�าส่ังใหต้ ้ังที่ อปท. จงึ นา่ จะขาดขอ้ ค�านึงถงึ สภาวะที่แตกต่างกนั ในแตล่ ะพื้นทท่ี ่ัวประเทศไทย 4.2.7 ก�รใชง้ บต�มแนวท�งส�ำ นกั ง�นตรวจเงนิ แผน่ ดนิ (สตง.) กับก�รใช้งบประม�ณของ อปท. ในก�ร สนบั สนุนก�รด�ำ เนินง�นศนู ย์ยตุ ิธรรมชมุ ชน ปัญหาประการหน่ึงที่เกิดข้ึนจากการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเป็นองค์กรท่ีเข้ามาสนับสนุนกา รด�าเนินงานของศนู ย์ยตุ ธิ รรมชุมชน คือ การตรวจสอบจากส�านกั งานตรวจเงนิ แผ่นดิน ซึ่งองคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ เป็นหน่วยงานรับตรวจของส�านักงานตรวจเงินแผ่นดินประเภทหน่ึงตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2561 มาตรา 4 ซงึ่ บัญญตั ิวา่ “หน่วยงานรับตรวจ” หมายความว่า (3) หน่วยงานของราชการสว่ นทอ้ งถ่นิ การตรวจสอบของส�านักงานตรวจเงินแผ่นดินไม่เพียงเฉพาะความถูกต้องตามกฎหมายระเบียบ ข้อบงั คบั มตคิ ณะรฐั มนตรี พระราชบัญญตั ิประกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยการตรวจเงินแผน่ ดิน พ.ศ. 2561 มาตรา 4 ยัง กา� หนดถงึ การเป็นไปตามวตั ถปุ ระสงค์ ประหยัด เกิดผลสมั ฤทธิ์ และมีประสิทธภิ าพ ตามท่ีบญั ญัตดิ งั ต่อไปนี้ “ตรวจเงินแผ่นดิน” หมายความว่า ตรวจสอบการเงินของหน่วยตรวจรับ ซึ่งรวมถึง ตรวจการจัดเก็บ รายได้ การรับ การใชจ้ า่ ย การใชป้ ระโยชน์ การเก็บรักษา และการบริหารซ่ึงเงนิ ทรัพย์สนิ สทิ ธิ และผลประโยชน์ของ หนว่ ยรบั ตรวจหรอื ทีอ่ ยูใ่ นความครอบครองหรืออ�านาจใชจ้ ่ายของหนว่ ยรบั ตรวจว่า เปน็ ไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อ บังคับ มติคณะรัฐมนตรี และแบบแผนการปฏิบัติราชการหรือไม่ และตรวจว่า การใช้จ่ายเงิน หรือการใช้ประโยชน์ นั้นเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ประหยัด เกิดผลสัมฤทธิ์และมีประสิทธิภาพหรือไม่ รวมตลอดถึงการตรวจสอบรายงาน การเงินของหน่วยรับตรวจและแสดงความเห็นต่อผลของการตรวจสอบ และการตรวจสอบอ่ืนที่ก�าหนดไว้ในพระราช บญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญน”ี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานทางปกครองซ่ึงมีหน้าที่ในการจัดท�าบริการสาธารณะใน เขตพื้นที่ของตนและมีการใช้งบประมาณในการด�าเนินภารกิจต่าง ๆ ท่ีต้องจัดท�าข้ึนตามอ�านาจหน้าที่จึงถูกตรวจ สอบ ในฐานะองค์กรท่ีเป็นหน่วยงานรับตรวจ ท่ีผ่านมาการด�าเนินภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินหลายเร่ือง

ศกั ยภาพและความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ในการสง่ เสรมิ การดาำ เนินงานศูนยย์ ตุ ธิ รรมชุมชน 141 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) ได้ถูกส�านักงานตรวจเงินแผ่นดินทักท้วงว่าไม่ใช่ภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและต้องถูกเรียกเงินคืน ในหลายกรณี เช่น กรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินใช้งบประมาณในการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า โดยส�านักงานตรวจเงินแผ่นดินได้ทักท้วงว่า ไม่ใช่ภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่เป็นภารกิจของกรม ปศุสัตว์ กรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินด�าเนินการจัดซื้อหรือเช่ารถพยาบาลมาเพ่ือให้บริการประชาชนในเขตพื้นที่ กรณีการจดั งานประเพณีของแต่ละท้องถน่ิ เชน่ กรณรี า� วงย้อนยุค หรอื กรณีอื่น ๆ อีกหลายกรณี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายกรณีข้างต้นซึ่งส�านักงานตรวจเงินแผ่นดินได้เข้ามาตรวจสอบและทักท้วง การด�าเนินภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินโดยการตรวจสอบในเบื้องต้นว่าเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อ บังคับ มติคณะรัฐมนตรี และแบบแผนการปฏิบัติราชการหรือไม่ เน่ืองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเป็นองค์กรใน ฝ่ายบริหาร (Executive) ในฐานะฝ่ายปกครอง (Administrative) ท�าหน้าที่ในการจัดท�าบริการสาธารณะ (Public. service) โดยด�าเนินกิจกรรมเชิงควบคุมและเชิงให้บริการในเขตพ้ืนท่ีของตัวเอง ในส่วนของกิจกรรมเชิงควบคุม ท่ีองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินด�าเนินการในการตรา “กฎ” หรือออก “ค�าสั่งทางปกครอง” ไม่มีปัญหาในเร่ืองการ ตรวจการใช้อ�านาจจากส�านักงานตรวจแผ่นดิน แต่กรณีการด�าเนินกิจกรรมเชิงให้บริการโดยการจัดท�าสาธารณูปโภค สาธารณูปการ และต้องมีการใช้งบประมาณย่อมถูกตรวจสอบจากส�านักงานตรวจเงินแผ่นดินอย่างหลีกเล่ียงไม่ได้ ซึ่ง กฎหมายขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินแต่ละประเภทจะก�าหนดภารกิจและอ�านาจหน้าท่ีให้กับองค์กรปกครองส่วน ทอ้ งถ่นิ ให้จดั ท�า เช่น พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 รวมทั้งแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 50 เทศบาลต�าบลมีหน้าที่ท่ีต้อง ดา� เนนิ การ ดังน้ี (1) รักษาความสงบเรยี บร้อยของประชาชน (2) ใหม้ แี ละบา� รงุ ทางบกและทางน�า้ (3) รักษาความสะอาดของถนน หรอื ทางเดินและทีส่ าธารณะ รวมทงั้ ก�าจดั มูลฝอยและสิ่งปฏิกูล (4) ปอ้ งกันและระงบั โรคติดต่อ (5) ให้มีเครื่องมือในการดบั เพลิง (6) ใหร้ าษฎรได้รับการศึกษาอบรม (7) ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เดก็ เยาวชน ผู้สงู อายแุ ละผู้พิการ (8) บา� รงุ ศิลปะ จารีตประเพณี ภมู ิปญั ญาท้องถ่นิ และวัฒนธรรมอันดีของท้องถ่ิน (9) หน้าทีอ่ น่ื ตามทก่ี ฎหมายบญั ญตั ิให้เป็นหน้าทข่ี องเทศบาล ส่วนพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 รวมท้ังแก้ไขเพ่ิมเติม มาตรา 51 ก�าหนดภารกิจที่เทศบาล ต�าบลสามารถจัดท�าเพ่มิ เตมิ ประกอบดว้ ย (1) ใหม้ นี ้า� สะอาดหรอื การประปา (2) ให้มโี รงฆา่ สัตว์ (3) ใหม้ ตี ลาด ทา่ เทยี บเรอื หรือท่าขา้ ม (4) ใหม้ สี ุสานและฌาปนสถาน (5) บา� รงุ และสง่ เสรมิ การท�ามาหากินของราษฎร

142 โครงการวจิ ยั (6) ให้มแี ละบา� รุงสถานท่ีทา� การพิทกั ษ์รกั ษาคนเจ็บไข้ (7) ให้มีและบ�ารงุ การไฟฟา้ หรือแสงสว่างโดยวิธอี น่ื (8) ให้มีและบา� รุงทางระบายน�า้ (9) เทศพาณชิ ย์ นอกจากน้ันยังมีภารกิจอีกสองประเภทที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องด�าเนินการจัดท�าคือ ภารกิจ ที่ได้รับมอบหมายตามกฎหมายเฉพาะต่าง ๆ และภารกิจที่มีการถ่ายโอนภารกิจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติก�าหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอ�านาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 จะเห็นได้ว่าภารกิจของเทศบาลต�าบลที่น�ามาเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท่ีเป็นตัวอย่างรวมถึงภารกิจเพิ่มเติม อกี สองประเภท สว่ นใหญเ่ ปน็ การใช้อา� นาจทางปกครองท้งั ส้นิ ปัญหาท่ีเกิดข้ึนก็คือ การด�าเนินการสนับสนุนภารกิจของศูนย์ยุติธรรมชุมชน 5.ภารกิจตามท่ีได้รับ มอบหมายมาจากกระทรวงยุติธรรม เช่น การสนับสนุนงบประมาณ เคร่ืองมืออุปกรณ์พ้ืนฐานที่มีความส้ินเปลือง จะ อยู่ในภารกิจและเป็นอ�านาจหน้าท่ีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือไม่ ซ่ึงประเด็นน้ีเป็นข้อกังวลและกังขาของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายพื้นที่ท่ีท�าการศึกษาท่ีจะสนับสนุนงบประมาณหรือการใช้วิธีหลีกเลี่ยงเพื่อให้การ ใช้งบประมาณสนับสนุน ท�าให้เกิดความไม่ม่ันใจในการด�าเนินการในส่วนนี้ ทั้งนี้เพราะภารกิจท่ีกระทรวงยุติธรรม มอบหมายมา เช่น การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินบางแห่งมีความเห็นว่า ถ้าส�านักงานตรวจ เงินแผ่นดินทักท้วงว่า การท�าหน้าที่ของศูนย์ยุติธรรมชุมชนเป็นการใช้อ�านาจทางตุลาการ ไม่ใช่การใช้อ�านาจทาง ปกครองจึงไม่ใช่ขอบเขตภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นท่ีจะเข้าไปสนับสนุน แม้ว่าองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นจะเห็นด้วยหรือประสงค์จะสนับสนุนภารกิจนี้ก็ตาม เมื่อมีการทักท้วงเกิดข้ึนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ต้องคืนเงินและค่าใช้จ่ายที่จ่ายออกไปและต้องน�าเงินมาคืนให้กับรัฐจะกลายเป็นปัญหายุ่งยากตามมา รวมถึง ประเดน็ ความผิดทางวนิ ยั ความผิดทางอาญา และความรับผิดทางละเมดิ ของเจ้าหน้าท่ี ปัญหาท่ีเกดิ ขน้ึ นจี้ งึ เปน็ ความ ไมม่ น่ั ใจขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ ทีจ่ ะสนบั สนุนภารกิจของศูนย์ยุติธรรมชมุ ชน ความชัดเจนในเรื่องขอบเขตของอ�านาจหน้าท่ีจึงเป็นเรื่องท่ีมีความส�าคัญต่อศูนย์ยุติธรรมชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน จากการศึกษาในพื้นท่ีวิจัยมีหลายองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินที่อยากให้กระทรวง ยุตธิ รรม และกระทรวงมหาดไทยดา� เนนิ การใหเ้ กิดความชดั เจนในทางกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับว่า เปน็ ภารกิจของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพ่ือไม่ให้เป็นปัญหาจากการถูกตรวจสอบจากส�านักงานตรวจเงินแผ่นดินและผลักให้เป็น ภาระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องเข้ามารับผิดชอบทั้งทางงบประมาณและยังต้องถูกตรวจสอบจากองค์กร ตรวจสอบอกี ด้วย 4.2.8 ก�รข�ดแคลนงบประม�ณและก�รใช้งบประม�ณ ข้อจ�ากัดเร่ืองงบประมาณในการด�าเนินการของศูนย์ยุติธรรมชุมชนท้ังสามรูปแบบ คือ ศูนย์ยุติธรรม ชุมชนตามคา� ส่งั กระทรวงยุตธิ รรม ที่ 322/2559 ศนู ยแ์ บบด้ังเดิม และศูนยท์ ่ตี ั้งอยูก่ ับองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ โดย มโี ครงสร้างแบบผสม ยังมีขอ้ จา� กดั ในการด�าเนินการเน่อื งจากติดขดั เรอื่ งงบประมาณด�าเนนิ การ จากการศึกษาบทสัมภาษณ์ของศูนย์ยุติธรรมของภาคเหนือและภาคอีสาน ปัญหาท่ีเกิดขึ้นเป็นส่วน

ศกั ยภาพและความพร้อมขององคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ ในการส่งเสรมิ การดำาเนนิ งานศนู ย์ยตุ ธิ รรมชุมชน 143 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) ใหญ่ คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท่ีรับภาระในการจัดตั้งศูนย์ยุติธรรมชุมชนส่วนใหญ่ต้องแบกรับภาระด้านงบ ประมาณด�าเนินการของศูนย์ยุติธรรมชุมชนท้ังในส่วนของการจัดการประชุม ค่าน้�า ค่าไฟ ค่ากระดาษ ฯลฯ ปัญหาที่ เกิดข้ึนนี้ไม่เพียงองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินจะต้องรับภาระแล้ว ยังเป็นปัญหาเรื่องการตรวจสอบจากฝ่ายตรวจสอบ เช่น ส�านักงานตรวจเงินแผ่นดิน ท่ีตรวจสอบการใช้เงินในส่วนนี้และอาจไม่สอดคล้องกับภารกิจขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถ่ินและข้อสังเกตที่ยกมาน้ีต้องยอมรับว่า ค่าใช้จ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการจัดสรรงบประมาณ ประจ�าปีที่จ�ากัด ระดับของค่าใช้จ่ายที่จ�าเป็นต้องใช้ในการบริหารศูนย์ยุติธรรมชุมชนมีระดับประมาณการเป็นจา� นวน เท่าใด เม่ือเทียบกับงบประมาณแผ่นดินประจ�าปีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีหน้าที่โดยตรงในการเข้ามา ด�าเนินการศูนยย์ ุติธรรมชมุ ชน บทสรุปจากการสะท้อนถึงปัญหาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในด้านงบประมาณท่ีเก่ียวข้องกับ การจัดการศูนย์ยุติธรรมชุมชนจึงไม่อาจด�าเนินการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การด�าเนินการของศูนย์ยุติธรรมชุมชน ท่ีต้ังอยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงเกิดจากความเข้าใจของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินนั้น ๆ เช่น กรณี บ้านกลางและหารแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ ท่ีผู้บริหารให้ความส�าคัญในการด�าเนินการอย่างจริงจัง พร้อมจะจัดสรรงบ ประมาณในการด�าเนินการ กระน้ันก็ดีการด�าเนินการของศูนย์ยุติธรรมชุมชนยังมีค่าใช้จ่ายอ่ืน ประกอบเข้ามา ค่าใช้ จ่ายส่วนนี้ส่วนใหญ่ยังเป็นภาระของกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนที่จะใช้เงินส่วนตัวในการด�าเนินการส่วนรูปแบบของ ศูนย์ยุติธรรมแบบด้ังเดิมส่วนใหญ่มีท่ีตั้งอยู่นอกองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน การด�าเนินการจึงเป็นการใช้งบประมาณ สว่ นบคุ คลเอง ข้อสงั เกตทีส่ า� คญั คอื ภารกจิ ของศูนย์ยุตธิ รรมชุมชน ใครคือผู้จัดสรรงบประมาณทีแ่ ท้จรงิ เพราะท้าย ทีส่ ุดแลว้ การด�าเนินการในลกั ษณะน้ตี ้องมีการวางแผนให้มีเจ้าภาพหลกั ในการจดั สรรงบประมาณบางสว่ นใหก้ บั ศูนย์ ยุติธรรมชุมชนในการด�าเนินงาน ความไม่ชัดเจนไม่ว่าจะเป็นกระทรวงยุติธรรมกระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครอง สว่ นท้องถ่ิน กลบั กลายเป็นการสรา้ งภาระส่วนน้ีจึงตกกบั องคก์ รปกครองทอ้ งถนิ่ และกรรมการของศูนย์ยตุ ธิ รรมชมุ ชน 4.2.9 ผลักดันให้นติ กิ ร อปท. มหี น�้ ทคี่ ว�มรับผดิ ชอบในก�รปฏิบตั ิง�นศนู ยย์ ุตธิ รรมชุมชน ศูนย์ยุติธรรมชุมชนขับเคลื่อนการด�าเนินงานโดยความร่วมมือกับ อปท. โดยสถานการณ์แก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นท่ีชุมชนส่วนใหญ่เป็นเร่ืองการอ�านวยความยุติธรรม การช่วยเหลือปัญหา ความเดือดร้อนไม่ได้รับความเป็นธรรม ปัญหาความขัดแย้งเกิดข้อพิพาทในชุมชน ภาระงานเหล่านี้เป็นทักษะของ บุคลากรท่ีมีความรู้กฎหมายและเป็นการช่วยเหลือประชาชนท่ีมีการด�าเนินการอยู่แล้วของ อปท. ดังนั้นควรได้มีการ ผลักดนั ใหต้ า� แหน่งนิตกิ รของ อปท. โดยผลักดันให้เพิม่ เติมหนา้ ท่ีความรับผดิ ชอบมาตรฐานการก�าหนดตา� แหนง่ นติ ิกร ของ อปท. ไปยังคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถ่ิน เพ่ือให้ศูนย์ยุติธรรมชุมชนมีกลไกเจ้า หนา้ ทใ่ี หค้ า� ปรึกษา ให้การสนับสนนุ การดา� เนินงานทชี่ ดั เจนและยั่งยืน

144 โครงการวจิ ัย บทที่ 5 กำรสังเครำะหก์ ำรพฒั นำศักยภำพและ ควำมพร้อมขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิน่ ในกำรบรหิ ำรจัดกำรศูนย์ยตุ ิธรรมชมุ ชน ในบทท่ี 5 น้ีผู้วิจัยพยายามจะน�าเสนอข้อสังเคราะห์การวิจัยจากการศึกษารูปแบบศักยภาพและท้าทาย ในการใหอ้ งค์กรปกครองสว่ นท้องถิน่ รว่ มการดา� เนนิ งานศูนยย์ ุติธรรมชุมชนทเ่ี ป็นศนู ย์ยตุ ิธรรมชุมชน โดยในบทท่ี 5 น้ี มุ่งตอบวัตถุประสงค์ของงานวิจัยข้อที่ 3 ที่เน้นให้มีการน�าแนวทางวิธีการด�าเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ในการบริหารจัดการศูนย์ยุติธรรมชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยในการน�าเสนอแนวทางและวิธีการปรับปรุงวิธีการ ดา� เนนิ งานขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ินในการบริหารจัดการศูนยย์ ุตธิ รรมชุมชนประกอบไปดว้ ย 1) การท�าความเข้าใจเก่ียวกับยุติธรรมชุมชนและบทบาทงานยุติธรรมชุมชนใหม่ระหว่างกระทรวงยุติธรรม ร่วมกบั กระทรวงมหาดไทยในส่วนงาน อปท. 2) การลดการรวมศนู ย์ของงานยตุ ธิ รรมชมุ ชนสทู่ อ้ งถน่ิ ใหม้ โี อกาสในการดา� เนนิ งานในหลากหลายดา้ นความสขุ ของชมุ ชนมากกวา่ ท่ีจะม่งุ ทเี่ ฉพาะภารกจิ ของงานกระทรวงยุติธรรม 3) การเข้าใจและเปิดรับความหลากหลายของสภาวะยุติธรรมในท้องถิ่นแบบทางการและแบบไม่เป็น ทางการ 4) การป รับการวัดผลเชิงสังคมแทนการใช้ตัวช้ีวัดจากส่วนกลางในการแบ่งจ�าแนกระดับศักยภาพ ศูนยย์ ุตธิ รรมชุมชน 5) การปรบั ปรุงขอ้ กา� หนดเก่ียวกับงบประมาณในการท�างานยตุ ธิ รรมชุมชนของ อปท. 6) การผลักดันให้เกิดรูปธรรมของบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการอ�านวยความยุติธรรม เพอ่ื ลดความเหลอื่ มล�า้ ในสงั คมไทยของ 4 หนว่ ยงาน เม่อื วนั ท่ี 8 ธันวาคม 2557 7) การเชอ่ื มโยงงานยตุ ิธรรมชมุ ชนกับยุทธศาสตรช์ าติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) 8) การใช้พระราชบัญญัติการไกล่เกล่ยี ขอ้ พพิ าท พ.ศ. 2562 กบั การดา� เนนิ การยตุ ธิ รรมชมุ ชน 5.1 กำรท�ำควำมเข้ำใจยุติธรรมชุมชน บทบำทงำนยุติธรรมชุมชนใหม่ระหว่ำงกระทรวง ยุตธิ รรมรว่ มกับกระทรวงมหำดไทยในสว่ นงำน อปท. ความหมายของยตุ ิธรรมชมุ ชน (Community justice) ท่ีเนน้ การด�าเนินกจิ กรรมชุมชนโดยชมุ ชนร่วมกันเอง หรอื รว่ มกบั ภาครฐั ในลักษณะของห้นุ สว่ นซึ่งอาศัยการนา� ทนุ ทางสงั คมท่ดี งี ามและศกั ยภาพของชุมชนมาใช้ เพ่ือสร้าง ภูมิคุ้ ม กันความปลอดภัยจากอาชญากรรมความเป็นธรรมและความสงบสุขของชุมชนด้วยการเสริมพลังการป้องกัน และสร้างภูมิคุ้มและจัดการปัญหาอาชญากรรมรวมถึงการเยียวยาและการจัดการความขัดแย้ง ท�าให้ประชาชน

ศักยภาพและความพร้อมขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นในการส่งเสรมิ การดำาเนินงานศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชุมชน 145 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) มีโอกาสเข้าถึงความยุติธรรมดีขึ้น โดยเป็นการสนับสนุนประสิทธิภาพและลดภาระของกระบวนการยุติธรรมหลัก (กิตตพิ งษ์ กิตยารกั ษ์ และจุฑารัตน์ เอือ้ อ�านวย,มปท,น.8) ในส่วนน้ีกระทรวงยตุ ิธรรมเองควรจะต้องดา� เนนิ การจดั การ ประชุมและประสานเพ่ือร่วมกันท�าความเข้าใจในนิยาม ขอบเขตและการด�าเนินการของยุติธรรมชุมชนใหม่ท่ีอาจจะ ต้องขยายภารกิจของยุติธรรมชุมชนให้มีความครอบคลุมที่กว้างข้ึนโดยเน้นให้มีการลดความขัดแย้ง และเกิดความ ปกติสุขในการชุมชนเปน็ หลัก นอกจากนี้การด�าเนินงานยุติธรรมชุมชนโดยอาศัย อปท. จึงมีความจ�าเป็นในการท�าความเข้าใจร่วมกันว่า งานยุติธรรมชุมชน มิใช่งานฝากจากกระทรวงยุติธรรมแต่เป็นงานร่วมระหว่างกันเพ่ือให้เกิดการอยู่ร่วมกันอย่างปกติ สุขในเขตพื้นท่ี หรืออีกนยั หนงึ่ เปน็ การเสรมิ พลงั ระหวา่ งกันของท้งั หนว่ ยงานราชการทุกส่วนและภาคประชาสังคม หากแต่ทว่าการด�าเนินการท่ีผ่านมามุมมองที่ อปท. มองงานที่กระทรวงยุติธรรมขอให้มีการตั้งศูนย์ที่ อปท. ในลักษณะงานฝากหรืองานขอให้ท�าโดยมิใช่หน้าที่ของ อปท. อปท. ด�าเนินการเนื่องจากมีการขอให้ท�าจากความ ร่วมมือจากส่วนบนคือกระทรวงยุติธรรมกับกระทรวงมหาดไทย ซ่ึงในส่วนน้ีกระทรวงยุติธรรมต้องปรับตัวในการท�า ความเข้าใจในบทบาทตนเองที่จะขอใช้ อปท. เป็นส่วนการด�าเนินการของตน กระทรวงน่าจะต้องชี้ให้เห็นว่างาน ยุติธรรมตามภารกิจท่ีวางไว้น้ันเป็นส่วนหน่ึงของงานท่ี อปท. ต้องท�าอยู่แล้ว การมีกรอบก�าหนดจากส่วนกลางท่ีให้มี ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต้ังอยู่ที่ อปท. จึงเป็นการสร้างภาพการท�างานด้านยุติธรรมให้ชัดเจนมากข้ึนแก่ อปท. หาใช่งาน ท่ีกระท รวงยุติธรรมขอให้ท�าหรือฝากให้ท�าในการด�าเนินการน้ีจึงจ�าเป็นต้องตั้งหน่วยท�างานเพื่อสร้างการขับเคลื่อน ภาพลักษณ์การท�างานร่วมระหว่างงานยุติธรรมกับ อปท. หน่วยท�างานดังกล่าวควรตั้งอยู่ท่ีส�านักงานยุติธรรมจังหวัด ท่ถี ือเป็นแกนท�างานหลักของกระทรวงยตุ ิธรรม แต่ทวา่ ภาพการส่ังการจากสว่ นกลางกระทรวงยตุ ธิ รรมไปทีส่ า� นักงาน ยุติธรรมจังหวัดและส่งผ่านไปท่ี อปท. ท่ีมีศูนย์ยุติธรรมชุมชนต้องเป็นในรูปแบบที่สร้างให้ อปท. เห็นว่างานยุติธรรม ชุมชนเป็นประโยชน์ต่อชุมชนและไม่ใช่ภาระที่ อปท. จะต้องท�าดังแผนภูมิภาพการท�างานด้านล่าง เนื่องจากเป็นการ ท�างานเดียวกนั เพยี งแตข่ น้ึ กบั กรอบการด�าเนนิ งานของกระทรวงที่ตา่ งกัน ง�นต�มภ�รกิจ ง�น ง�นยตุ ธิ รรมชมุ ชน ยตุ ิธรรม อปท. ชมุ ชน กระทรวงยตุ ธิ รรม ร่วม ฐ�นก�รทำ�ง�นแบบจิตอ�ส�ด้�นง�นยุติธรรมชมุ ชนภ�ยใต้เครือข�่ ย คว�มรว่ มมือในชมุ ชน ภ�พท่ี 5.1 บทบาทงานยตุ ธิ รรมชุมชนใหม่ระหว่างกระทรวงยตุ ิธรรมร่วมกบั กระทรวงมหาดไทยในสว่ นงาน อปท.

146 โครงการวจิ ยั ส่ิงที่จะเป็นไปได้ในการจัดสร้างบทบาทของงานยุติธรรม คือ การที่จะมีโครงสร้างส�านักงานยุติธรรมจังหวัด ที่เป็นการจัดต้ังให้ปรากฏในกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสา� นักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมจ�านวน 18 แห่ง ท�าให้มี ความเป็นไปได้ในการขยายฐานการท�างานยุติธรรมชุมชนผ่านการประสานงานของส�านักงานยุติธรรมจังหวัด ทว่า บทบาทท่ีชัดเจนในการให้ยุติธรรมจังหวัดส่งผ่านความเข้าใจในการท�างานยุติธรรมชุมชนนั้นมีความจ�าเป็น และ กระทรวงยุติธรรมเองต้องท�าให้เกิดความชัดเจนว่างานยุติธรรมชุมชนเป็นการเสริมพลังแก่ อปท. และมิใช่งานท่ีขอ ให้ท�าโดยอาจเน้นการเสริมแรงเร่ืองจิตอาสาร่วมกันผ่านเครือข่าย ซ่ึงงานจิตอาสาก�าลังเป็นบริบทท่ีส�าคัญในการ พัฒนาสังคมโดยรวมและเป็นการสร้างความร่วมมือสาธารณะให้เกิดการพัฒนาแบบยั่งยืน กระทรวงยุติธรรมจึงควร ขับเคลื่อนแบบเป็นกระบวนการเครือข่ายร่วมมือกับ อปท. โดยใช้นโยบายเสริมสร้างจิตอาสาร่วมศูนย์ยุติธรรมในการ ท�างานยุติธรรมให้ยั่งยืนและกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันกับงานของ อปท. ข้อเสนอเบื้องต้นว่าแผนการด�าเนินงานท่ี เสนอตามข้อ 5.1 เปน็ ไปตามตารางดา้ นลา่ ง ต�ร�งที่ 5.1 แผนก�รดำ�เนินง�นระหว�่ งกระทรวงยตุ ธิ รรมรว่ มกับกระทรวงมห�ดไทยในสว่ นง�น อปท. กิจกรรม ชว่ งเวล� งบประม�ณ 11 การร่วมกนั ท�าความเขา้ ใจ ก�าหนดนยิ าม 2564 - 2563 งบการด�าเนนิ การงานยตุ ิธรรมชุมชน และขอบเขตยตุ ธิ รรมชมุ ชนภายในกระทรวง 2564 - 2563 ยุติธรรมและคู่ความร่วมมือกบั กระทรวง 21 การท�าความเข้าใจรว่ มยตุ ธิ รรมชุมชนและ อปท. ทัว่ ประเทศ 5.2 กำรลดกำรรวมศูนย์ของงำนยุติธรรมชุมชนสู่ท้องถ่ินให้มีโอกำสในกำรด�ำเนินงำนใน หลำกหลำยดำ้ นควำมสขุ ของชมุ ชน มำกกวำ่ ทจ่ี ะมงุ่ ทเ่ี ฉพำะภำรกจิ ของงำนกระทรวงยตุ ธิ รรม จากท่ีได้กล่าวไปแล้วในบทที่ 4 ที่น�าเสนอว่างานยุติธรรมชุมชนส่วนใหญ่จะเน้นเป็นการเคล่ือนสั่งการจาก กระทรวงยุติธรรม และมีการรวมศูนย์การด�าเนินการเป็นอย่างมาก การพัฒนางานของยุติธรรมชุมชนจึงควรเน้นไปท่ี การปรับเปล่ียนการสั่งงานจากบนลงล่างแต่เน้นสร้างกรอบความร่วมมือให้แก่ อปท. ให้เป็นผู้ขับเคล่ือนตามลักษณะ ความต้องการของชุมชนเป็นหลัก เนื่องจากการท�าให้ทุกศูนย์ท�างานเหมือนกันแบบส่วนกลางส่ังให้ท�างานตามภารกิจ จงึ ไมน่ า่ จะตรงกับความตอ้ งการของชุมชน โดยอาจตอ้ งสร้างเครอื ข่ายเช่ือมโยงระหว่างศูนย์ยตุ ิธรรมชมุ ชนใน อปท. แลว้ สร้างความเช่ือมโยงใหเ้ ข้มแข็ง เพื่อขบั เคล่อื นการพัฒนางานยุตธิ รรมชุมชน ท้ังนี้ จะตอ้ งเน้นเสรมิ พลงั ชมุ ชนและอปท. มากกว่าไปสร้างบทบาทของ ตัวเองจากสว่ นกลางกระทรวงยุติธรรม ตอ้ งสรา้ งพัฒนารกั ษาภาคประชาชนศนู ย์ยุติธรรมชุมชนกันเอง (สัมภาษณ์ รอง ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายธวัชชยั ไทยเขียว วนั ที่ 1 พ.ค. 2562 ณ กระทรวงยุตธิ รรม) ในกา รลดการรวมศูนย์น้ัน อาจต้อ งก�าหนดนโยบายใหม่ของกระทรวงยุติธรรมในการให้แต่ละศูนย์พยายาม สรา้ งกรอบการทา� งานของศูนยเ์ องรว่ มกับ อปท. โดยไมไ่ ด้จ�ากดั อยู่ท่ีการทา� ตามภารกจิ ทีก่ า� หนด 5 ดา้ นจากกระทรวง ยุติธรรม โดยใหแ้ ตล่ ะศูนยใ์ นเขตพ้ืนทีเ่ รยี นรู้ซึง่ กนั และกนั เพราะจะมีบรบิ ทเชิงสังคมท่ีใกล้เคียงกันแล้วต้งั ขึน้ เป็นแบบ

ศกั ยภาพและความพร้อมขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถิน่ ในการส่งเสรมิ การดำาเนินงานศูนย์ยุติธรรมชมุ ชน 147 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) คร่าวๆในการสร้างกรอบการพัฒนาของศูนย์ยุติธรรม อปท. ในเขตพ้ืนท่ีของจังหวัด ทว่าการสั่งการจากกระทรวง ยุติธรรมน้ันยังมีความจ�าเป็นแต่การส่ังการนั้นควรเน้นการพัฒนาเครือข่ายการท�างานมากกว่าการส่ังให้ศูนย์ยุติธรรมที่ ตั้งข้นึ ใน อปท. เป็นผทู้ �างาน มุมมองการจดั สร้างการพัฒนางานของศนู ย์ยุตธิ รรมชมุ ชนจึงตอ้ งต่างไปจากเดมิ และเนน้ ไปที่การให้ศูนย์ยุติธรรมสร้างระบบงานที่เหมาะกับสภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมืองของชุมชนเอง ตัวอย่างนโยบายท่ี ใกล้เคยี งคอื หนึ่งผลติ ภณั ฑห์ นึ่งต�าบล ทีเ่ นน้ การสรา้ งการพัฒนาทางธุรกจิ จากความเปน็ จรงิ ในพืน้ ท่ี แลว้ ใช้เคร่อื งมอื รัฐเข้าไปสรา้ งคณุ ภาพและมาตรฐานท่ีสามารถต่อยอดได้ ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมเองจึงควรอาศัยการท่ีได้มีการริเร่ิมตั้งศูนย์ยุติธรรมใน อปท. แล้วนั้น สนับสนุนการเกิดขึ้นของการท�างานแบบล่างขึ้นสู่บนโดยให้ศูนย์ยุติธรรมชุมชนภายใต้ความร่วมมือกับ อปท. ร่วม กันออกแบบงานยุติธรรมชุมชนที่จ�าเป็นของท้องถิ่น อาทิ หากท้องถ่ินไหนมีปัญหาเรื่องยาเสพติด ศูนย์ยุติธรรม ชุมชนในท้องถ่ินนั้นควรชูเร่ืองการแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นหลัก แล้วใช้ความเป็นศูนย์ยุติธรรมชุมชนกับ อปท. ร่วมมือประสานกับหลากหลายหน่วยงานทั้งระดับชุมชน และระดับส่วนงานราชการต่างๆ เพ่ือร่วมกันแก้ปัญหา ยาเสพติดดังกล่าว การด�าเนินการแบบนี้จะเป็นการด�าเนินการที่ตรงเป้าความต้องการของชุมชนและตอบประโยชน์ การเคล่อื นงานยตุ ธิ รรมชุมชนของกระทรวงยตุ ิธรรม ความเป็นไปได้ในการท�างานแบบล่างสู่บนอีกส่วนหนึ่งคือการใช้รูปแบบการเคลื่อนงานยุติธรรมชุมชน โดยอาสายุติธรรมชุมชนซ่ึงจะช่วยงานด้านการเข้าพื้นท่ีมีความเข้าใจอันดีในชุมชนอยู่แล้ว งานเช่นการพัฒนาพฤติ นิสัย หรืองานยุติธรรมต่างๆ โดยสร้างภาพการท�างานร่วมกันกับอาสาสมัคร อปท. ศูนย์ยุติธรรมและหน่วยงา นอื่นๆ ตัวอย่างความเป็นรูปธรรม คือ การขอให้มีความร่วมมือระหว่างกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงสาธารณสุข ในการเคลื่อนงานอาสาสมัครยุติธรรมโดยควบรวมกับงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจ�าหมู่บ้าน (อสม.) ทั้งน้ี การขับเคล่ือนจากส่วนกลางกระทรวงยุติธรรมต้องมีความยืดหยุ่นให้กับการท�างานของ อสม. เพ่ือให้เกิดการตอบ โจทย์การด�าเนินงานด้านสาธารณสุขกับงานยุติธรรมจากฐานรากโดยอาศัย อสม. เป็นแกนและอาจรวมถึงการให้ อสม. ร่วมกา� หนดทศิ ทางการดา� เนินงานของศนู ยย์ ตุ ธิ รรมในพนื้ ที่ โดยให้ อสม. เปน็ ส่วนหน่งี ของศูนยย์ ตุ ิธรรมชมุ ชนท่ี เช่อื งโยงกับ อปท. ข้อเสนอเบือ้ งตน้ ว่าแผนการด�าเนินงานทเี่ สนอตาม ขอ้ 5.2 เปน็ ไปตามตารางด้านลา่ ง ต�ร�งท่ี 5.2 แผนก�รดำ�เนินง�นก�รลดก�รรวมศูนย์ ของง�นยุติธรรมชุมชนสู่ท้องถ่ินให้มีโอก�สในก�ร ดำ�เนนิ ง�นในหล�กหล�ยด้�นคว�มสุขของชุมชน กิจกรรม ชว่ งเวล� งบประม�ณ 1) การศึกทา� ความเข้าใจยุทธศาสตรช์ าติ 20 ปี วา่ ด้วยการ 2563 งบการดา� เนนิ การงานยตุ ธิ รรมชุมชน กระจายอ�านาจกบั การเสรมิ สร้างยตุ ธิ รรมชุมชน 2) กระจายอ�านาจการจดั ตง้ั และจดั การศนู ยย์ ุติธรรมชุมชน 2565 - 2563 งบการด�าเนินการงานยตุ ธิ รรมชุมชน โดยเปดิ ใหช้ มุ ชนรว่ มสร้างและกระทรวงยตุ ธิ รรม เสรมิ แรงผา่ นความร่วมมอื กบั อปท.

148 โครงการวจิ ัย 5.3 กำรเขำ้ ใจและเปดิ รบั ควำมหลำกหลำยของสภำวะยตุ ธิ รรมในทอ้ งถนิ่ แบบทำงกำรและแบบ ไม่เป็นทำงกำร จากก ารท่ีกระทร วงยุติธรรมได้มีกรอบการท�างานท่ีเป็นทางการท�าให้การด�าเนินงานทางยุติธรรมชุมชน อาจมีความคลาดเคลื่อนกับสภาวะของท้องถ่ิน ท้องทุ่งและท้องท่ี การด�าเนินการของกระทรวงยุติธรรมจึงควรมี การปรับนโยบายในการอาศัย อปท. ให้เข้าสู่รูปแบบที่เหมาะกับการด�าเนินงานของยุติธรรมชุมชน ไม่ว่าจะเป็น ในแบบทางการตามทีก่ ระทรวงก�าหนดหรือแบบกึ่งทางการตามท่ีชมุ ชนของ อปท. เคยด�าเนนิ การ นอกจ ากนี้ควรมี การปรับนโยบายของการด�าเนินการยุติธรรมชุมชนเป็นแบบหลากหลายโดยอาศัยการ ท�าความเขา้ ใจและการพัฒนาเชงิ พน้ื ท่ี อันประกอบด้วย - “การปรับเปลี่ยนท่าทีการยอมรับกันและกันมากขึ้นระหว่างกระทรวงยุติธรรม อปท. และประชาคมพื้นที่ โดยเนน้ สะทอ้ นการปฏริ ปู วธิ ีท�างานทม่ี มี ติ ิความเป็นมนษุ ย์มากขึน้ และลดรปู แบบการสั่งการตามแบบปฏิบัติลง - การเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น สะท้อนความมีธรรมาภิบาลของระบบการด�าเนินการบริหาร ศนู ย์ยตุ ิธรรม - การสร้างการเรียนรู้ของชุมชนที่เป็นเจ้าของปัญหาต่อสภาพปัญหา สาเหตุ และแนวทางแก้ไข ตลอดจน ตระหนกั ในบทบาทของ อปท. จะต้องมสี ว่ นส�าคญั ในการตอบสนองการแกป้ ญั หา สะทอ้ นการสรา้ งความเขม้ แข็งของ ชมุ ชนและประชาธิปไตยท่รี ะดับฐานราก - การใช้ข้อมูลความรู้ในการวางแผนและแก้ปัญหาสะท้อนความมีเหตุมีผลตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอ เพียง และการก้าวเขา้ สสู่ งั คมของการใช้ความรูแ้ ละเหตผุ ล - การบูรณาการทรัพยากรในพื้นท่ีเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน สะท้อนเคร่ืองมือใหม่ในการปฏิรูประบบราชการให้ มีประสิทธิภาพสูงข้นึ ” (สีลาภรณ์ บวั สาย,2557) หากกร ะทรวงยุติธรรมสามารถปรับการต้ังนโยบายและการด�าเนินนโยบายให้เป็นไปตามหลักการพัฒนาเชิง พ้ืนที่ จะช่วยให้สามารถเคลื่อนงานยุติธรรมชุมชนได้อย่างเป็นระบบเครือข่ายพ้ืนที่ท่ีตอบประเด็นความต้องการด้าน งานยุติธรรมชุมชนของพื้นท่ีที่มีความหลากหลาย ข้อเสนอเบื้องต้นว่าแผนการด�าเนินงานท่ีเสนอตามข้อ 5.3 จะร่วม กับขอ้ เสนอในส่วนของข้อ 5.1 และ 5.2 5.4 ก ำรปรับกำรวัดผลเชิงสังคมแทนกำรใช้ตัวชี้วัดจำกส่วนกลำงในกำรแบ่งจ�ำแนก ระดบั ศักยภำพศนู ย์ยุติธรรมชมุ ชน หากกระทรวงยุติธรรมมีความต้องการที่จะยกระดับศักยภาพของ อปท. ในการขับเคลื่อนงานยุติธรรมชุมชน และสามารถปรบั นโยบายรวมศนู ยใ์ หอ้ ยใู่ นรปู แบบการพฒั นาเชงิ พนื้ ทไี่ ดน้ น้ั จะตอ้ งมกี ารพจิ ารณาปรบั ปรงุ หรอื ยกเลกิ ตัวชี้วัดท่ีส่วนกลางตั้งขึ้นเพื่อให้มีการประเมินผลหรือแบ่งเกรดศูนย์ยุติธรรม การเป็นการท�างานของศูนย์ยุติธรรมใน อปท. นนั้ สามารถวดั คา่ การทา� งานไดจ้ ากประเดน็ ปญั หาทศี่ นู ยไ์ ปชว่ ยแกไ้ ขเพอื่ สรา้ งสงั คมทส่ี งบสขุ แตก่ ารทา� งานของ ศนู ย์ยตุ ธิ รรมชมุ ชนไมน่ า่ จะเหมาะหากตอ้ งถกู แบง่ เกรดทม่ี เี กณฑเ์ ดยี วทงั้ ประเทศ การดา� เนนิ งานของศนู ยใ์ นแตล่ ะพน้ื ท่ี ท่ีต่างกันไม่น่าจะใช้เป็นเคร่ืองมือชี้วัดว่าศูนย์ใดเป็นศูนย์ท่ีเหนือกว่ากัน ความหลากหลายที่มิได้ตอบเกณฑ์ที่ก�าหนด ตายตวั หากพจิ ารณาโดยรอบแลว้ จะพบวา่ ในบางกรณสี ามารถสรา้ งความปกตสิ ขุ ในสงั คมไดม้ ากกวา่ การตอบเกณฑ์

ศกั ยภาพและความพรอ้ มขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ในการสง่ เสรมิ การดำาเนนิ งานศนู ยย์ ุติธรรมชุมชน 149 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) ดังน้ันจึงมีความจ�าเป็นท่ีจะต้องมีการปรับปรุงหรือยกเลิกเกณฑ์กลางในการวัดศักยภาพของศูนย์ยุติธรรม ชมุ ชน ใน อปท. โดยอาจใช้ระบบช่วยกันมองเพ่อื พฒั นา (Peer Review) ซ่ึงหากมีการสรา้ งการพัฒนาในเชงิ ของพ้ืนท่ี ชุมชนเองแลว้ อาจจัดใหม้ ีการแลกเปลี่ยนเรียนรรู้ ะหวา่ งกนั ของศูนยย์ ตุ ิธรรมชมุ ชนใน อปท. แลว้ ขยายการแลกเปลี่ยน เรยี นรู้กนั เอง โดยกระทรวงยตุ ธิ รรมเข้าไปเปน็ แกนกลางในการเช่อื มต่อการประเมินกันเองอนั ทา� ใหก้ ระทรวงยุตธิ รรม สามาร ถได้ข้อมูลของการประเมินกันเองของศูนย์ยุติธรรมชุมชนและศูนย์ยุติธรรมชุมชนสามารถสะท้อนความต้องการ ประเด็นการท�างานและปัญหาที่เกิดของแต่ละชุมชนกันเอง ซึ่งการด�าเนินการในรูปแบบนี้จะเป็นการเสริมแรงการ ทา� งานของศนู ยย์ ุติธรรมชมุ ชนมากกว่าการสรา้ งเกณฑ์วัดท่แี บง่ แยกระดับของศูนย์ยุตธิ รรมซึง่ เกณฑเ์ องตอบโจทยก์ าร ประเมินแต่ไม่ตอบโจทย์การพัฒนาศักยภาพของศูนย์ยุติธรรมชุมชน ข้อเสนอเบื้องต้นว่าแผนการด�าเนินงานท่ีเสนอ ตามขอ้ 5.4 ตามตารางดา้ นล่าง ต�ร�งที่ 5.3 แผนก�รดำ�เนินง�นก�รปรับก�รวัดผลเชิงสังคมแทนก�รใช้ตัวช้ีวัดจ�กส่วนกล�งในก�รแบ่ง จำ�แนกระดบั ศกั ยภ�พศูนย์ยตุ ธิ รรมชมุ ชน กิจกรรม ชว่ งเวล� งบประม�ณ 11 การปรับเกณฑว์ ดั ผลวา่ ดว้ ยการยอมรบั 2564 งบการด�าเนนิ การงานยุตธิ รรมชุมชน และความพงึ พอใจในการด�าเนนิ งาน 2566 - 2564 งบการด�าเนนิ การงานยตุ ธิ รรมชุมชน ของศูนย์ยตุ ธิ รรมชมุ ชน 21 การใชร้ ะบบช่วยประเมนิ กนั เอง (Peer Review) ระหว่างศูนยย์ ุติธรรมชุมชน 5.5 กำรปรบั ปรงุ ข้อก�ำหนดเกย่ี วกบั งบประมำณในกำรทำ� งำนยตุ ธิ รรมชุมชนของ อปท. จากการที่กระทรวงยุติธรรมภายใต้ความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยในการที่ขอให้มีการจัดต้ังศูนย์ ยุติธรรมชุมชนใน อปท. และทาง อปท. เองก็ได้เข้ามาร่วมช่วยท�างานของศูนย์ยุติธรรมชุมชน แต่ทว่าได้ถูกท้วงติง จากส�านักงานตรวจเงินแผ่นดินว่าการท�างานของ อปท. ในการด�าเนินงานเพ่ืองานของศูนย์ยุติธรรมชุมชนเป็นการใช้ งบประมาณไม่เป็นไปตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทยเพราะมิใช่ภารกิจที่ก�าหนดไว้จากกระทรวงมหาดไทย และ ท�าให้มีการเรียกเงินคืนจาก อปท. ที่ได้ช่วยการทา� งานของศูนย์ยุติธรรมชุมชน ดังนั้น จึงมีความจ�าเป็นท่ีกระทรวง ยุติธรรมใ นฐานะสถาบันที่มุ่งด�าเนินการเร่ืองยุติธรรมชุมชนจะต้องประสานกับกระทรวงมหาดไทยให้แก้ไขข้อค�าส่ัง หรือประกาศเพื่อท�าให้ อปท. สามารถที่จะด�าเนินการใช้งบประมาณของท้องถ่ินที่สนับสนุนการท�างานของยุติธรรม ชุมชน ซ่ึงจะเป็นการช่วยให้เกิดการพัฒนางานยุติธรรมทั้งสองส่วนคือ การที่ อปท. สามารถด�าเนินงานเก่ียวกับ ยุติธรรมชุมชนและการท่ี อปท. สามารถใช้งบสนับสนุนการด�าเนินงานยุติธรรมชุมชนในการปรับปรุงข้อก�าหนดของ กระทรวงมหาดไทยจึงเป็นการบูรณาการงานยุติธรรมกับศักยภาพของ อปท. อย่างแท้จริงอันนา� ไปสกู่ ารยกระดับการ พัฒนาของศนู ย์ยุตธิ รรมชุมชนในระยะยาว

150 โครงการวจิ ัย แนวทางในการด�าเนินการให้มีความชัดเจนในการด�าเนินงานของ อปท. คือการผลักดันให้คณะกรรมการ การกระจายอ�านาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินได้พิจารณาบทบาทภารกิจของศูนย์ยุติธรรมชุมชนเพื่อออก ประกาศคณะกรรมการการกระจายอ�านาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินให้ อปท. มีอ�านาจหน้าท่ีศูนย์ยุติธรรม ชุมชน น�าไปสู่กระทรวงมหาดไทยออกระเบียบกระทรวงมหาดไทยรองรับ ซ่ึงจะท�าให้ อปท. สามารถด�าเนินการและ ให้การสนับสนุนภารกิจเพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมลดความเหล่ือมล�้าในการอ�านวยความยุติธรรมข้อเสนอ เบอื้ งตน้ ว่าแผนการดา� เนนิ งานที่เสนอตามขอ้ 5.5 ตามตารางด้านลา่ ง ต�ร�งที่ 5.4 แผนก�รดำ�เนนิ ง�นปรบั ปรุงข้อก�ำ หนดเก่ียวกบั งบประม�ณในก�รทำ�ง�นยตุ ิธรรมชมุ ชนของ อปท. กจิ กรรม ช่วงเวล� งบประม�ณ 11 การใช้หลกั การวิเคราะหผ์ ลกระทบจาก 2565 - 2564 งบการดา� เนนิ การงานยตุ ธิ รรมชมุ ชน กฎหมาย มาประเมินข้อติดขัดทางกฎหมาย วา่ ด้วยงบประมาณในการดา� เนนิ การยุตธิ รรม 2565 - 2564 งบการดา� เนนิ การงานยุติธรรมชุมชน ชุมชนร่วมระหวา่ งกระทรวงยตุ ธิ รรมและ อปท. 21 การท�าขอ้ เสนอยกเลกิ กฎระเบียบหรอื ปรับปรงุ กฎระเบยี บเพ่อื ให้เอ้อื ต่อการดา� เนิน งงานยุตธิ รรมชุมชนของ อปท. 5.6 กำรผลักดันให้เกิดรูปธรรมของบันทึกข้อตกลงควำมร่วมมือ (MOU) ว่ำด้วยกำร อ�ำนวยควำมยุติธรรมเพ่ือลดควำมเหล่ือมล�้ำในสังคมไทยของ 4 หน่วยงำน เมื่อวันท่ี 8 ธันวำคม 2557 ด้วยนโยบายรัฐบาลได้ให้ความส�าคัญในการปรับปรุงกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมได้ก�าหนดการ ปรับปรุงระบบการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและค่าใช้จ่ายแก่ประชาชนท่ีไม่ได้รับความเป็นธรรมให้เข้าถึง ความเป็นธรรมได้โดยง่าย ดังนั้นจึงได้มีความร่วมมือของส�านักนายกรัฐมนตรี ส�านักงานอัยการสูงสุด กระทรวง มหาดไทย และกระทรวงยตุ ธิ รรม ในการอา� นวยความยุตธิ รรมเพื่อลดความเหลือ่ มลา้� ในสังคมไทย เม่ือวนั ที่ 8 ธันวาคม 2557 ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการอ�านวยความยุติธรรมเพ่ือลดความเหล่ือมล�้า ในสังคมไทยของ 4 หน่วยงานดังกล่าว แต่ยังไม่ปรากฏความชัดเจนในการด�าเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ดังน้ัน จึงควรจัดท�า “แผนปฏิบัติก�รในก�รขับเคลื่อนบันทึกข้อตกลงคว�มร่วมมือ (MOU) ว่�ด้วยก�รอำ�นวย คว�มยุติธรรมเพ่ือลดคว�มเหล่ือมลำ้�ในสังคมไทย” เพื่อให้มีกรอบระยะเวลาชัดเจนในการปฏิบัติและมีการ ติดตามผลความส�าเร็จให้บรรลุเป้าหมายของภารกิจข้อเสนอเบ้ืองต้นว่าแผนการด�าเนินงานที่เสนอตามข้อ 5.6 ตาราง ดา้ นลา่ ง

ศกั ยภาพและความพรอ้ มขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิน่ ในการสง่ เสรมิ การดำาเนนิ งานศนู ย์ยุติธรรมชมุ ชน 151 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) ต�ร�งท่ี 5.5 แผนก�รด�ำ เนนิ ง�นก�รผลกั ดันใหเ้ กดิ รูปธรรมของบนั ทึกขอ้ ตกลงคว�มร่วมมือ (MOU) ว่�ดว้ ยก�ร อ�ำ นวยคว�มยตุ ธิ รรม เพอ่ื ลดคว�มเหลอื่ มล�้ำ ในสงั คมไทยของ 4 หนว่ ยง�น เมอ่ื วนั ท่ี 8 ธนั ว�คม 2557 หนว่ ยง�น ข้อเสนอแนะในอ�ำ นวยคว�มยุติธรรมเพ่ือลดคว�มเหลือ่ มลำ�้ ในสังคมไทย ปี พ.ศ. ส�านกั นายกรฐั มนตรี 11 ตั้งเปา้ หมายร่วมกันว่าดว้ ยงานยุตธิ รรมชมุ ชน 2563 สา� นักงานอัยการสูงสุด 21 สร้างระบบเชื่อมโยงข้อมูลเพ่ือให้มีการบูรณาการขา้ มหนว่ ยงานในการ 2564 กระทรวงมหาดไทย แก้ไขปญั หาขอ้ ติดขัดทางนโยบายและกฎหมาย เพอื่ สนับสนุนงานยตุ ธิ รรม กระทรวงยุติธรรม ชมุ ชน 31 รายงานผลการร่วมดา� เนินงานยุตธิ รรมชมุ ชนรายปี 2564 5.7 กำรเชอื่ มโยงงำนยุตธิ รรมชมุ ชนกบั ยทุ ธศำสตร์ชำติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580) ท่ีมีเป้าหมายการพัฒนาประเทศ คือ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสขุ เศรษฐกจิ พัฒนาอยา่ งต่อเน่ือง สังคมเป็นธรรม ฐานทรพั ยากรธรรมชาตยิ ง่ั ยนื ”และมแี นวทางการ ด�าเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ประกอบดว้ ยการด�าเนนิ การด้าน 1) ความอยดู่ ีมสี ขุ ของคนไทยและสังคมไทย 2) ขดี ความสามารถในการแขง่ ขัน การพัฒนาเศรษฐกิจ และการกระจายรายได้ การพฒั นาทรพั ยากรมนษุ ย์ ของประเทศ 3) ความเทา่ เทยี มและความเสมอภาคของสงั คม 4) ความหลากหลายทางชวี ภาพ คุณภาพสงิ่ แวดลอ้ ม และความย่ังยืนของทรพั ยากรธรรมชาติ 5) ประสิทธิภาพการบริหารจดั การและการเขา้ ถึงการให้บรกิ ารของภาครัฐ จะเห็นได้ว่า ด้านอยู่ดีมีสุขของคนไทยและสังคมไทย ด้านความเท่าเทียมและความเสมอภาคของสังคม และด้านประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการเข้าถึงการให้บริการของภาครัฐ มีส่วนเก่ียวข้องกับการพัฒนางาน ยุติธรรมชุมชนเป็นอย่างสูง และหากงานยุติธรรมชุมชนสามารถน�าไปสู่กระบวนการสร้างชุมชนที่สันติสุขได้ ก็จะ เป็นการน�าไปสู่เป้าหมายของแผนยุทธศาสตร์ มากไปกว่าน้ันกระทรวงยุติธรรมได้ด�าเนินการจัดท�าแผนยุทธศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) ซ่ึงแผนยุทธศาสตร์ก�าหนดด้านการอ�านวยความยุติธรรมโดย มุ่งสร้างให้การลดความเหล่ือมล�้าในการเข้าถึงกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และให้ประชาชนได้รับบริการ งานยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพ ซ่ึงการมีทั้งแผนยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580) และแผนยุทธศาสตร์กระทรวง ยุติธรรม ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) ทา� ใหเ้ กิดกรอบการดา� เนนิ การในภาพรวมซึ่งในสว่ นของงานยุตธิ รรมชมุ ชน ท่ีจะตอบโจทยย์ ุทธศาสตรช์ าติและยุทธศาสตรก์ ระทรวงยุตธิ รรม งานวิจัยเสนอให้สร้างกรอบความเช่ือมโยงการพัฒนางานยุติธรรมชุมชนกับ ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580) ยุทธศาสตร์กระทรวงยุติธรรม ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) โดยให้กระทรวงยุติธรรมเสนอให้การ ด�าเนินการยุติธรรมชุมชนเป็นยุติธรรมกระแสทางเลือกที่ตอบโจทย์การพัฒนาระบบยุติธรรมโดยเป็นไปตามแผนภาพ ด้านลา่ ง

152 โครงการวจิ ยั ภ�พที่ 5.2 กรอบความเช่อื มโยงการพฒั นางานยุตธิ รรมชมุ ชนกับยทุ ธศาสตรช์ าติ (พ.ศ. 2561 - 2580) ยทุ ธศาสตร์กระทรวงยุตธิ รรม ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) ข้อเสนอเบื้องตน้ วา่ แผนการด�าเนินงานทเ่ี สนอยทุ ธศาสตรง์ านยุติธรรมชุมชน ขอ้ 5.7 (ตารางท่ี 5.6) ต�ร�งท่ี 5.6 แผนก�รดำ�เนนิ ง�นก�รเชือ่ มโยงง�นยตุ ธิ รรมชุมชนกบั ยทุ ธศ�สตร์ช�ติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) กิจกรรม ชว่ งเวล� งบประม�ณ ● การผสานความรว่ มมอื การเคลอื่ นงายของชมุ ชน อปท. หนว่ ยงาน 2565 - 2563 งบการดา� เนนิ การงาน ยตุ ธิ รรมชมุ ชนและ รฐั ภาคเอกชน NGO และภาคการศกึ ษาการรว่ มกนั แบง่ ปนั ขอ้ มลู 2565 - 2563 งบ CSR ภาคเอกชน การพฒั นาและการดา� เนนิ งานของศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชนผา่ นการผสาน 2565 - 2563 ความรว่ มมอื ทกุ ฝา่ ย งบการดา� เนนิ การงาน ● การปอ้ งกนั ปญั หาของชมุ ขนควบคกู่ บั การแกไ้ ขปญั หาของชมุ ชน ยตุ ธิ รรมชมุ ชนและ งบ CSR ภาคเอกชน ● การใชร้ ะบบ IT และ Application มาดา� เนนิ การเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพ งบการดา� เนนิ การ งานยตุ ธิ รรมชมุ ชน งานยตุ ธิ รรมชมุ ชน 5.8 กำรใช้พระรำชบัญญัติกำรไกล่เกลี่ยข้อพิพำท พ.ศ. 2562 กับกำรด�ำเนินกำร ยุตธิ รรมชมุ ชน จากการท่ีมีการตราพระราชบัญญัติการไกล่เกล่ียข้อพิพาท พ.ศ. 2562 ท�าให้มีการพัฒนาข้อก�าหนดว่าด้วย การไกล่เกล่ียท่ีจะเป็นประโยชน์ต่อการด�าเนินการงานยุติธรรมชุมชนในแง่ของงานด้านการไกล่เกลี่ย ซึ่งมีส่วนส�าคัญ ในการลดข้อขัดแย้งในชุมชนผ่านการเจรจาไกล่เกลี่ยโดยศูนย์ยุติธรรมชุมชน และช่วยลดคดีเข้าสู่ชั้นศาล ซ่ึงพระราช บญั ญัติการไกลเ่ กลย่ี ข้อพพิ าท พ.ศ. 2562 มาตรา 9 และ 10 ก�าหนดวา่ มาตรา 9 “บคุ คลทป่ี ระสงคจ์ ะขนึ้ ทะเบยี นเปน็ ผไู้ กลเ่ กลย่ี ใหย้ นื่ คา� ขอตอ่ นายทะเบยี น ใหน้ ายทะเบยี น มอี า� นาจ

ศักยภาพและความพร้อมขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ ในการส่งเสรมิ การดาำ เนนิ งานศูนยย์ ตุ ธิ รรมชุมชน 153 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) สรรหาบคุ คลซง่ึ มคี วามเหมาะสมทจ่ี ะขน้ึ ทะเบยี นเปน็ ผไู้ กลเ่ กลย่ี ไดด้ ว้ ย แตต่ อ้ งไดร้ บั ความยนิ ยอมจากบคุ คลนน้ั การย่ืนค�าขอขึ้นทะเบียน การออกหนังสือรับรองการข้ึนทะเบียน การต่ออายุหนังสือรับรอง การข้ึนทะเบียน การออกใบแทนหนังสือรับรองการข้ึนทะเบียน การแจ้งรายการในการยื่นค�าขอขึ้นทะเบียน และแบบบัตรประจ�าตัวผู้ ไกลเ่ กลีย่ ใหเ้ ป็นไปตามหลักเกณฑว์ ธิ กี ารและเง่ือนไขทีน่ ายทะเบียนประกาศกา� หนด” มาตรา 10 “ผขู้ ึ้นทะเบยี นเป็นผูไ้ กล่เกลยี่ ตอ้ งเป็นผมู้ คี ุณสมบตั ิและไมม่ ลี ักษณะตอ้ งหา้ ม ดงั ตอ่ ไปน้ี ก. คณุ สมบัติ (1) ผ่านการอบรมการไกล่เกล่ียข้อพิพาทตามหลักสูตรที่คณะกรรมการพัฒนาการบริหาร งานยุติธรรมแห่ง ชาตติ ามกฎหมายวา่ ด้วยการพัฒนาการบรหิ ารงานยตุ ิธรรมแหง่ ชาติรับรอง (2) เป็นผ้มู ปี ระสบการณใ์ นดา้ นตา่ งๆ อันจะเปน็ ประโยชน์แกก่ ารไกลเ่ กล่ยี ขอ้ พพิ าท” จากมาตรา 10 – 9 ข้างต้น จะเห็นได้ว่ามีความจ�าเป็นท่ีจะการข้ึนทะเบียนผู้ไกล่เกลี่ยและผู้ไกล่เกล่ีย ต้อง ผ่านการอบรมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตามหลักสูตรที่คณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติรับรอง เพื่อให้เป็นการเตรียมพร้อมตามพระราชบัญญัติการไกล่เกล่ียข้อพิพาท พ.ศ. 2562 และเพ่ือให้งานไกล่เกล่ียของศูนย์ ยุตธิ รรมใน อปท. ทัว่ ประเทศสามารถดา� เนินการได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ กระทรวงยตุ ธิ รรมควรต้องเตรยี มการในส่วน ของหลักสูตรและภาคีเครือข่ายในการอบรมการไกล่เกล่ียข้อพิพาทแก่บุคลากรท่ีร่วมด�าเนินการในศูนย์ยุติธรรม ใน การน้ีกระทรวงยุติธรรมและ อปท. โดยภาพรวมอาจจะไม่สามารถด�าเนินการได้ด้วยส่วนงานเอง โดยจะต้องอาศัย ความรว่ มมอื กับสถาบันการศกึ ษาหรอื มหาวทิ ยาลยั ท่ัวประเทศในการรว่ มจัดการอบรม อันจะเปน็ การขยายการอบรม ให้แกศ่ นู ย์ยตุ ิธรรมชมุ ชน ข้อเสนอเบื้องต้นวา่ แผนการด�าเนนิ งานตาม ขอ้ 5.8 ตามตารางด้านล่าง ต�ร�งท่ี 5.7 แผนก�รดำ�เนินง�นก�รใช้พระร�ชบัญญัติก�รไกล่เกลี่ยข้อพิพ�ท พ.ศ. 2562 กับก�รดำ�เนินก�ร ยุตธิ รรมชมุ ชน กิจกรรม ช่วงเวล� งบประม�ณ 11 กระทรวงยุตธิ รรมจดั ท�าอบรมการไกล่เกลีย่ ข้อ 2563 งบการดา� เนินการงานยตุ ธิ รรมชุมชน พพิ าทตามหลกั สตู รท่ีคณะกรรมการพัฒนาการ บริหาร งานยุติธรรมแหง่ ชาติตามกฎหมายว่าด้วย 2565 - 2563 งบการด�าเนินการงานยุติธรรมชุมชน การพัฒนาการบรหิ ารงานยุตธิ รรมแหง่ ชาติรบั รอง 21 กระทรวงยตุ ิธรรมรว่ มกบั กระทรวงมหาดไทยและ 2565 - 2563 งบการด�าเนนิ การงานยุติธรรมชมุ ชน อปท. เจรจาความรว่ มมือกับสถานศึกษา ในการ ดา� เนนิ การจดั อบรมหลกั สตู ร การไกล่เกลยี่ ขอ้ พิพาทใหแ้ กศ่ ูนยย์ ุติธรรมชุมชนทว่ั ประเทศ 31 กระทรวงยุติธรรม ร่วมกบั ส�านักงานต�ารวจแหง่ ชาตเิ จรจาความรว่ มมือกบั สถานศกึ ษา ในการ ดา� เนนิ การ จดั อบรมหลักสูตรการไกล่เกล่ีย ขอ้ พิพาท ใหแ้ ก่เจ้าพนกั งานตา� รวจ

154 โครงการวจิ ยั บทท่ี 6 กำรริเรม่ิ กำรใช้ Application ในกำรพฒั นำงำนยตุ ธิ รรม 6.1 วเิ ครำะหส์ ถำนกำรณ์ การบริหารจัดการศูนย์ยุติธรรมชุมชนทั่วประเทศโดยมีพื้นท่ีครอบคลุมทุกต�าบลและส่วนใหญ่จัดตั้งใน ท่ีท�าการขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน อบต. เทศบาล เมืองพัทยา มีจ�านวน 7,783 แห่ง โดยมีการประสานความ ร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงยุติธรรม ใช้กลไกการขับเคล่ือนจากการด�าเนินงานของส�านักงาน ยุติธรรมจังหวัดทั่วประเทศและส�านักงานยุจิธรรมจังหวัดสาขา จ�านวน 81 แห่ง เพื่อให้มีการขับเคล่ือนภารกิจของ ศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชุมชนเปน็ ไปอย่างมีประสทิ ธผิ ล จากความส�าเร็จของการด�าเนินงานของศูนย์ยุติธรรมชุมชนและปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้น สามารถ ประเมินสถานการณ์ได้จากผลการด�าเนินงานของศูนย์ยุติธรรมชุมชน ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงยุติธรรมได้มีการ จัดเก็บข้อมูล ผลการด�าเนินงานรายเดือนและการประเมินผลโดยใช้เกณฑ์การประเมินเพ่ือจ�าแนกระดับ ดังน้ี ศูนย์ยุติธรรมชุมชนระดับ A B C และ D ดังนั้น การลงพื้นท่ีภาคสนามของการวิจัยได้ค้นพบว่า การจัดเก็บข้อมูล ผลการด�าเนินการประจ�าเดือนมีปัญหาอุปสรรคในการรวมรวมข้อมูลให้ครบทุกศูนย์ที่อยู่ในความรับผิดชอบ ในแต่ละจังหวัดซึ่งเป็นหน้าที่ของส�านักงานยุติธรรมจังหวัด และการประเมินผลส�าเร็จของศูนย์ยุติธรรมชุมชน โดยใช้เกณฑ์การประเมิน เพื่อจ�าแนกระดับ โดยไม่ได้ค�านึงถึงบริบทของศูนย์ยุติธรมชุมชนที่แท้จริงและรวมท้ัง ผู้ประเมินคือเจ้าหน้าที่ส�านักงานยุติธรรมจังหวัดมีวิธีการประเมินโดยใช้ประสบการณ์ในการท�างานควบคู่ไปกับ เกณฑ์มาตรฐานจากส่วนกลางซ่ึงมีการตีความตามประสบการณ์ที่มี รวมท้ังเจ้าหน้าที่ใช้การประเมินสถานการณ์ ของแต่ละศูนย์ยุติธรรมชุมชนจากการปฏิสัมพันธ์ การประสานงานทางโทรศัพท์ จากการส่ือสารต่าง ๆ เนื่องจาก มีข้อจ�าจัดในการลงพื้นที่จริงในการประเมินศักยภาพของศูนย์ยุติธรรมชุมชนในพื้นที่ความรับผิดชอบของส�านักงาน ยุติธรรมจังหวัด ดังนั้น เมื่อมีการรวบรวมผลการด�าเนินงานประจ�าปีหรือในแต่ละรอบการจัดเก็บข้อมูลจะเห็นได้ว่าจ�านวน ปริมาณผลการด�าเนินงานและความน่าเช่ือถือของข้อมูลเพื่อในไปสู่การวิเคราะห์สถานการณ์การอ�านวยความยุติธรรม หรือการใช้ข้อมูลเพื่อก�าหนดนโยบายในการผลักดันให้ภารกิจการขับเคล่ือนศูนย์ยุติธรรมชุมชนในช่วงที่ผ่านมายัง ไม่เกิดประสิทธิภาพเท่าท่ีควร การแก้ไขปัญหาอุปสรรคเร่งด่วนที่ส�าคัญท่ีเป็นอุปสรรคในการด�าเนินงานของคณะ กรรมการและเจ้าหน้าที่ อปท. ผู้ท่ีต้องรับผิดชอบด�าเนินงานกิจกรรมต่างๆ ของศูนย์ยุติธรรมชุมชนร่วมกับภาค ประชาชนยังไม่ได้รับการแก้ไข ท�าให้เกิดสภาวะหยุดนิ่งของศูนย์ยุติธรรมชุมชน หรือศูนย์ยุติธรรมชุมชนประคอง สถานการณ์การด�าเนินงานไปได้ตามข้อจ�ากัดท่ีเกิดขึ้นในลักษณะการให้บริการในท่ีต้ังของส�านักงาน ซ่ึงเม่ือน�าจ�านวน ของผลการด�าเนินงานและจ�านวนการให้บริการในภาพรวมของทั่วประเทศของศูนย์ยุติธรรมชุมชนจ�านวน 7,783 แห่ง มาเปรียบเทียบและเฉลี่ยปริมาณงานจะพบว่ามีค่าเฉล่ียปริมาณงานน้อยมากอย่างเห็นได้ชัด ในปีงบประมาณ

ศักยภาพและความพรอ้ มขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นในการส่งเสรมิ การดำาเนินงานศูนย์ยุติธรรมชมุ ชน 155 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) พ.ศ. 2560 มีค่าเฉลย่ี 2.1 ราย ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 มีคา่ เฉลย่ี 3.1 ราย และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 (6 เดือนแรก) มคี ่าเฉลย่ี 2.7 ราย สรปุ ผลการด�าเนินงานประจา� ปี พ.ศ. 2560 - พ.ศ. 2562 มคี า่ เฉลี่ยการดา� เนินงา นน้อยมากเพียง 2.6 ราย/ศูนย์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าจ�านวนการรายงานผลการด�าเนินงานในพื้นที่แต่ละจังหวัดไปยัง ส�านักงานยุติธรรมจังหวัดเป็นหน่วยงานรวบรวมผลของจังหวัดเพ่ือสรุปผลการด�าเนินงานส่งไปส่วนกลางไม่สามารถ เก็บผลการดา� เนินงานได้เต็มเม็ดเต็มหนว่ ยเนือ่ งมาจาก ดงั นี้ 1. รูปแบบการเก็บข้อมูลด้วยแบบรายงานท่ีก�าหนดรายละเอียดตามภารกิจ 5 ด้าน ซ่ึงพบว่าในพ้ืนท่ีของ หลายชุมชนไม่ได้มีการให้บริการหรือการด�าเนินกิจกรรมในภารกิจ 5 ด้านหลัก สะท้อนว่าไม่ได้สอดคล้องครอบคลุม บริบทของสังคมในชุมชนแต่ละพื้นที่ โดยชุมชนท่ีมีความสงบสุขหรือประชาชนไม่ได้เข้ามาขอรับบริการ จะท�าให้ไม่ สามารถลงบนั ทกึ ข้อมลู รายงานผลการดา� เนนิ งานได้ตามความเข้าใจผูจ้ ัดท�ารายงานประจ�าเดือน 2. นิยามความหมายของภารกิจ 5 ด้าน ความเข้าใจท่ีชัดเจนของผู้รับผิดชอบงานศูนย์ยุติธรรมชุมชนรับผิด ชอบภารกจิ 5ดา้ นซง่ึ มผี ลต่อการความเข้าใจตอ่ กิจกรรมหรอื งานบรกิ ารท�าใหห้ ลายภารกิจไมไ่ ดม้ กี ารดา� เนินงานเชงิ รกุ เป็นการท�างานเชิงรับเป็นส่วนใหญ่ตามข้อจ�ากัดของกฎหมายในการให้อ�านาจหน้าที่และงบประมาณท่ีไม่ได้รั บการสนับสนนุ รวมท้ัง การตีความภารกิจท่ีอาจจะยากในการดา� เนนิ งานหรือยากทจ่ี ะเกิดขนึ้ ในชมุ ชนทมี่ คี วามสงบสุข เชน่ การไกล่เกล่ียข้อพพิ าท หรอื การใหค้ วามรกู้ ฎหมายแก่ประชาชน 3. ความเขา้ ใจในการจดั สง่ รายงานผลงานประจา� เดอื น ผรู้ บั ผดิ ชอบในการจดั ทา� และจดั สง่ รายงานประจา� เดอื น วิธีการรายงานผลการด�าเนินงานซึ่งจะอาศัยเจ้าหน้าท่ี อปท.เป็นผู้จัดส่งรายงานผลการด�าเนินงาน ความเข้าใจในการ รายงานผลที่ถือปฏิบัติว่าไม่มีประชาชนมารับบริการหรือไม่มีการจัดกิจกรรมใด ๆ ไม่มีความเคลื่อนไหวจึงไม่รายงาน ผลการด�าเนนิ งานประจา� เดอื น 4. ภาระงานหลักส�าคัญตามกฎหมายของ อปท. เจ้าหน้าที่ อปท.ผู้รับผิดชอบมีภารกิจหลักส�าคัญตาม กฎหมายที่ต้องเร่งด�าเนินงานเป็นประจ�ามีภาระงานจ�านวนมาก จึงท�าให้การแบ่งเวลาให้กับการจัดท�ารายงานหรือ แม้แต่การขบั เคล่อื นกิจกรรมของศนู ย์ยตุ ธิ รรมชมุ ชนมคี วามเปน็ ไปได้ยากพอสมควร 5. จ�านวนปริมาณผลงาน ศูนย์ยุติธรรมชุมชนท่ีมีการรายงานผลการด�าเนินงานจริงและมีปริมาณงานจ�านวน มากก็จะถูกเฉล่ียผลงานไปกับศนู ยย์ ตุ ิธรรมชุมชนท่ไี มไ่ ดม้ ีการดา� เนินงานและไม่มีการรายงานผลการดา� เนนิ งาน 6. การตื่นตัวและด�าเนินงานของศูนย์ยุติธรรมชุมชน (Active) ข้อมูลการรายงานผลการด�าเนินงานเพ่ือ ติดตามสถานะของศูนย์ยุติธรรมชุมชนที่ยังมีการตื่นตัวและด�าเนินงานอยู่เสมอ พบว่า ศูนย์ยุติธรรมชุมชนหลายแห่ง แมจ้ ะมกี ารตนื่ ตวั กับภารกิจและให้ความสา� คญั กับศูนยย์ ุติธรรมชมุ ชนแตก่ ็ไมไ่ ดม้ ีการรายงานผลการดา� เนินงานประจา� เดือน จากภาระงานหลักของเจ้าหน้าที่ อปท.ท่ีมีจ�านวนมากจึงท�าให้การจัดล�าดับความส�าคัญของภารกิจที่ต้องเร่งรัด ด�าเนินงานเปน็ เรือ่ งทตี่ อ้ งให้ความส�าคญั 7. ความชัดเจนและความสมบูรณ์ของข้อมูล ข้อมูลผลการด�าเนินงานของศูนย์ยุติธรรมชุมชนยังไม่สามารถ ตอบสอบความถูกต้องและข้อเท็จจริงได้ ท�าให้ไม่สามารถน�ามาวิเคราะห์ความส�าเร็จได้และไม่สามารถน�าข้อมูลมา พยากรณส์ ถานการณ์การอ�านวยความยุตธิ รรมในระดับพน้ื ทชี่ มุ ชนได้

156 โครงการวจิ ยั 8. รอบระยะเวลาการจัดเก็บข้อมลู มีการจัดเก็บข้อมูลผลการด�าเนินงานรายเดือน ดังนัน้ การดา� เนนิ กิจกรรม หรือการให้บริการจะมีการสะสมข้อมูลเพื่อรายงานเดือนละหน่ึงคร้ังท�าให้มีโอกาสท่ีจะไม่ได้บันทึกข้อมูลไว้รายงาน ผลการด�าเนินงานหรือพิจารณาแล้วว่าเป็นผลงานเร่ืองเล็กน้อยจึงไม่ได้แจ้งให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบจดบันทึกเพื่อ รายงานผลประจา� เดือน ทา� ใหข้ อ้ มูลไม่อาจจะเป็นปัจจุบันได้ (Real time) 9. การประเมินผลศูนย์ยุติธรรมชุมชนตามเกณฑ์ 4 ระดับ การยกระดับการด�าเนินงานของศูนย์ยุติธรรม ชมุ ชนจ�านวน 7,783 แหง่ โดยมีเกณฑ์การประเมินทชี่ ัดเจนในการวดั ประสิทธิผลประจ�าปีและการกา� หนดเป้าหมายให้ มกี ารเพิ่มจ�านวนศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชุมชนในระดบั ทีอ่ ยใู่ นเกณฑส์ ูงข้นึ ซ่ึงเมื่อพิจารณาจากข้อจ�ากัดและปัญหาอปุ สรรคเดิม ยังคงไม่ได้รับการแก้ไขในรอบ 3 ปีท่ีผ่านมา โครงสร้างของคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนยังเป็นอุปสรรคของการ ด�าเนินงาน ปัญหาการใช้เงินงบประมาณในการสนับสนุนภารกิจของศูนย์ยุติธรรมชุมชนที่ยังไม่มีกฎหมายให้อ�านาจ อปท. ในการสนบั สนุนการด�าเนนิ งาน ทง้ั น้ี ได้มีโครงการพัฒนาศักยภาพของผู้แทนคณะกรรมการศูนยย์ ตุ ิธรรมชมุ ชน ในรอบ 2 ปีท่ผี ่านมาจ�านวน 4,586 แห่ง ท้งั นี้ การประเมินผลศูนยย์ ตุ ิธรรมชมุ ชนตามเกณฑ์ 4 ระดับ เป็นการด�าเนนิ การของส�านักงานยุติธรรมจังหวัดในการใช้เกณฑ์มาตรฐานกลาง ซ่ึงบริบทของชุมชนแต่ละพื้นท่ี จ�านวนปริมาณ การนับยอดผลงานท่ีมีการรายงานประจ�าเดือน และการเช่ือมโยงประสานงานอย่างต่อเน่ืองของศูนย์ยุติธรรมชุมชน รวมท้ังหลักฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ ข้อจ�ากัดเหล่าน้ีเป็นอุปสรรคในการประเมินของผู้รับผิดชอบในการประเมินศูนย์ ยุติธรรมชมุ ชนในแต่ละจังหวดั ผลก�รใหบ้ ริก�รของศูนย์ยตุ ธิ รรมชมุ ชนเปรียบเทยี บสถิติ ปีงบประม�ณ พ.ศ. 2560 – พ.ศ. 2562 ต�ร�งที่ 6.1 ผลก�รให้บรกิ �รของศนู ย์ยุตธิ รรมชมุ ชนเปรียบเทียบสถติ ิ ปีงบประม�ณ พ.ศ. 2560 – พ.ศ. 2562 ภ�รกจิ พ.ศ. 2560 พ.ศ. 2561 พ.ศ. 2562 (31 ม.ี ค. 2562) 1. เฝา้ ระวงั และปอ้ งกนั ปญั หาอาชญากรรม 5,062 2. รบั เรอื่ งรอ้ งเรยี นรอ้ งทกุ ข์ 4,213 9,681 6,349 3. ไกลเ่ กลย่ี ระงบั ขอ้ พพิ าท 1,516 4. การเยยี วยาเสรมิ พลงั แกเ่ หยอ่ื อาชญากรรม 1,266 6,468 6,252 5. การรบั ผพู้ น้ โทษหรอื ผถู้ กู คมุ ประพฤตกิ ลบั สชู่ มุ ชน 4,458 16,515 1,767 2,362 รวม 2.1 ราย/ศนู ย์ เปรยี บเทยี บเฉลย่ี กบั ศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชนจา� นวน 7,783 แหง่ 1,593 3,803 5,235 3,803 24,744 12,180 3.1 ราย/ศนู ย์ 2.7 ราย/ศนู ย์ ข้อมูลการรายงานการด�าเนินงานประจ�าปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 รอบ 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 (ตุลาคม 2561 - มนี าคม 2562) ของส่วนนโยบายและยทุ ธศาสตร์ยุติธรรมชมุ ชนและยตุ ิธรรมจงั หวัด ประจา� ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562

ศกั ยภาพและความพร้อมขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินในการสง่ เสรมิ การดาำ เนินงานศูนย์ยุติธรรมชมุ ชน 157 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) ผลก�รประเมินศูนย์ยตุ ิธรรมชมุ ชน ปงี บประม�ณ พ.ศ. 2561 – พ.ศ. 2562 ต�ร�งท่ี 6.2 ผลก�รประเมินศูนย์ยุติธรรมชุมชน ปีงบประม�ณ พ.ศ. 2561 – พ.ศ. 2562 ระดบั ผลก�รประเมินศนู ยย์ ตุ ิธรรมชุมชน พ.(ศศ.นู 2ย5)์ 60 พ.(ศศ.นู 2ย5์)61 ผลการประเมนิ ระดับ A 1,028 2,045 ผลการประเมนิ ระดบั B 3,609 3,496 ผลการประเมินระดบั C 2,791 2,057 ผลการประเมินระดบั D 356 185 ข้อมูลการรายงานการด�าเนินงานประจ�าปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 รอบ 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 (ตุลาคม 2561 - มนี าคม 2562) ของสว่ นนโยบายและยทุ ธศาสตรย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชนและยตุ ิธรรมจงั หวดั ประจา� ปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 6.2 กำรวิจยั เชิงเปรียบเทยี บสำเหตุ (Causal Comparative Research) การศึกษาเปรียบเทียบศูนย์ยุติธรรมชุมชนตัวอย่างที่มีการน�ารูปแบบการท�างานร่วมกับองค์กรปกครองส่วน ท้องถ่ิน รวมทั้งน�าผลท่ีได้จากการวิจัยเชิงเปรียบเทียบสาเหตุและการสังเกตการณ์ดังกล่าว เพื่อสรุปเป็นรายงานผล การดา� เนนิ งาน ปญั หาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ จงึ ไดพ้ ัฒนาเคร่ืองมอื ในการวจิ ยั โดยใช้เทคโลโลยสี ารสนเทศ ดงั นี้ 6.2.1 ร�ยง�นสรปุ ก�รออกแบบและพฒั น�ระบบร�ยง�นและแสดงสถติ กิ �รด�ำ เนนิ ง�นศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชน ผ�่ นแอพพลเิ คชนั ไลน์ : “ไลนศ์ นู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชน” ท่ีม�และคว�มส�ำ คญั เทคโนโลยีดิจิทัลและอินเตอร์เน็ตได้สร้างช่องทางการเข้าถึงและให้ข้อมูล ที่ทุกคนสามารถใช้ได้จาก ทุกพื้นท่ีท่ีมีสัญญาณอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะปัจจุบันท่ีคนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคล่ือนท่ี โดยในปี พ.ศ. 2561 ประเทศไทยมผี ู้ใชง้ านอินเตอร์เน็ต 57 ล้านคน หรอื รอ้ ยละ 82 ของประชากรทัง้ หมด (https:// www. brandbuffet.in.th/2018/02/global-and-thailand-digital-report-2018/) นอกจากนี้ เทคโนโลยีดิจิทัล ยังสามารถช่วยในการบริหารจัดการข้อมูลให้มีประสิทธิภาพ เช่น ความสะดวกและเป็นมิตรในการเป็นเครื่องมือให้ ข้อมูลหลากหลายประเภทจากทุกแห่ง การช่วยคัดกรองข้อมูล การรวบรวมหรือจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ เป็นต้น ซึ่งความสามารถดังกล่าวถูกจัดการโดยคอมพิวเตอร์ท่ีสามารถเข้าใจ จัดการ และประมวลผลข้อมูลได้อย่างอัตโนมัติ ด้วยความส�าคัญของเทคโนโลยีดังกล่าว จึงสามารถประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนกระบวนการรายงานการด�าเนินงาน ศูนย์ยตุ ธิ รรมชุมชนใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพมากขึ้นได้ แม้ว่าในปัจจุบันจะมีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการข้อมูลผ่านช่องทางต่างๆ เช่น เว็บไซต์ หรือ แอปพลิชัน อย่างไรก็ตามการพัฒนาเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันใหม่ ผู้ใช้งานจะต้องเรียนรู้ในการเข้าถึงและใช้งานท่ี เฉพาะทาง ซง่ึ พัฒนาการทางเทคโนโลยีดิจทิ ัล การออกแบบประสบการณ์การใช้งาน และส่วนตดิ ต่อผูใ้ ชง้ าน (UI หรอื User Interface) ท�าให้ผู้ให้บริการท่ีเก่ยี วขอ้ งกับเทคโนโลยีดิจิทลั หรือแอปพลิเคชันประเภทตา่ งๆ เชน่ ผใู้ หบ้ รกิ าร สอื่ สังคมออนไลน์ แอปพลิเคชันส�าหรับการสนทนาได้พัฒนาคุณสมบัติในการให้บริการให้มีความสามารถมากขึ้น รวมถึง

158 โครงการวจิ ยั ขยายการใช้งานแอปพลิเคชันด้วยการพัฒนาและเปิดส่วนต่อประสานโปรแกรม (API หรือ Application Protocol Interface) ให้นักพัฒนาภายนอกสามารถพัฒนาค�าส่ังในการส่ังงานหรือเข้าถึงผู้ใช้งานของแอปพลิเคชันได้ เช่น แอป พลเิ คชันไลน์ (LINE) เฟสบ๊คุ (Facebook) ทวติ เตอร์ (Twitter) กูเกิล แอสซิสแทนต์ (Google Assistant) เปน็ ต้น โดย ในปี พ.ศ. 2559 แอปพลิเคชนั สา� หรบั การสนทนาไลน์ ไดเ้ ปิดสว่ นตอ่ ประสานโปรแกรมใหน้ กั พัฒนาภายนอกสามารถ พัฒนาค�าสั่งอัตโนมัติในการแสดงผล ส่ง หรือรับข้อมูลประเภทต่างๆ เช่น ข้อความ รูปภาพ พิกัดต�าแหน่ง หรือส่วน ติดต่อผู้ใช้งานแบบอ่ืน เช่น ปุ่ม ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ได้ (https://linecorp.com/en/pr/news/en/2016/1294) หรือท่ีเรียกว่า “bot” ซ่ึงเป็นโปรแกรมอัตโนมัติท่ีท�างานแทนมนุษย์ เช่น ส่งข้อความ อ่านหรือจัดการข้อความท่ีผู้ใช้ งานสง่ มา เปน็ ตน้ ขณะทเ่ี ฟสบ๊คุ เมสเซนเจอร์ (Facebook Messenger) ไดเ้ ปิดให้นักพัฒนาใช้งานสว่ นต่อประสาน โปรแกรมในปีเดียวกัน (https://en.wikipedia.org/wiki/Facebook_Messenger).ประกอบกับแอปพลิเคชันดัง กลา่ ว มผี ู้ใช้งานจ�านวนมาก โดยในปี พ.ศ. 2561 มีผใู้ ช้งานไลน์ ในประเทศไทยประมาณ 42 ล้านคน ทา� ใหเ้ ป็นแอป พลิเคชนั บนอปุ กรณ์เคล่ือนที่ทีม่ ีผ้ใู ชง้ านมากทสี่ ุดในประเทศไทยขณะท่เี ฟสบคุ๊ เมสเซนเจอร์ มีผ้ใู ช้งานในประเทศไทย เป็นอันดับสาม (https://thestandard.co/7-years-line-thailand/,https://www.brandbuffet.in.th/2018/02/ global-and-thailand-digital-report-2018/) ทิศทางดังกล่าวได้สร้างความเป็นไปได้ในการพัฒนาการใช้งาน รปู แบบใหมบ่ นแอปพลเิ คชนั ทม่ี ฐี านผใู้ ชง้ านจา� นวนมากอยเู่ ดมิ และผใู้ ชง้ านมคี วามคนุ้ ชนิ ในการใชง้ านในชวี ติ ประจา� วนั การพัฒนาระบบรายงานและแสดงสถิติการด�าเนินงานศูนย์ยุติธรรมชุมชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล บนแอปพลิเคชันท่ีคนส่วนใหญ่ใช้งานจึงเป็นไปได้ ในการพัฒนาระบบต้นแบบ จึงพัฒนาให้ท�างานบนแอปพลิเคชัน ไลน์ หรือ “ไลน์ศูนย์ยุติธรรมชุมชน” ที่จะเป็นตัวอย่างหน่ึงในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพ่ือพัฒนาระบบรายงานการ ด�าเนินงานของศูนย์ยุติธรรมชุมชนให้มีประสิทธิภาพ มีการจัดการและคัดกรองข้อมูล สนับสนุนการมีส่วนร่วมและ ความสะดวกในการรายงาน ตลอดจนสามารถเป็นกระบวนการท่ีกรรมการศูนย์ฯ หน่วยงานก�ากับดูแลที่เก่ียวข้อง หรือบุคคลท่ัวไป รับรู้ข้อมูลของรายงานใหม่และเข้าถึงรายงานได้ทันที ซึ่งสนับสนุนความโปร่งใสจากการร่วมตรวจ สอบการด�าเนินงาน และเกิดการเรียนรู้จากการดา� เนินงาน ผา่ นการน�าเสนอข้อมูลในรปู แบบแผนภูมริ ปู ภาพและสือ่ ท่ี หลากหลายในการวิเคราะห์การด�าเนินงานและปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน เพื่อน�าไปสู่การแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชน บนฐานของขอ้ มลู จริงจากชุมชน วัตถปุ ระสงค์ 1) ออกแบบและพัฒนาฐานข้อมูลดิจิทัล รวบรวมข้อมูลรายงานและสถิติการด�าเนินงานของศูนย์ ยุติธรรมชุมชนแต่ละแห่งอย่างเป็นระบบ เพ่ือการติดตามผลการด�าเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถตรวจสอบ วเิ คราะห์ และประเมนิ ผลผ่านการค�านวณทางคอมพิวเตอร์ได้ 2) ออกแบบและพัฒนาระบบต้นแบบการรายงานและแสดงสถิติการด�าเนินงานศูนย์ยุติธรรมชุมชน ส�าหรับกรรมการของแต่ละศูนย์ ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ เพ่ือสนับสนุนการรายงานการด�าเนินงาน ผ่านรูปแบบการให้ ข้อมลู ในลักษณะถามตอบเป็นข้นั ตอน ส�าหรบั ส่งเสริมความเปน็ มติ รในการรายงานกับผใู้ ชง้ าน ข้อมลู และคณุ สมบตั กิ �รใชง้ �น ไลน์ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต้นแบบ ถูกออกแบบและพัฒนาเพ่ือเป็นเคร่ืองมือรายงานและดูข้อมูลสถิติ การด�าเนินงานของศูนย์ยุติธรรมชุมชนแต่ละศูนย์ ผ่านแอปพลิเคชันไลน์บนโทรศัพท์เคลื่อนท่ีท่ีใช้ส่วนติดต่อผู้ใช้งาน

ศักยภาพและความพรอ้ มขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ในการส่งเสรมิ การดาำ เนินงานศูนยย์ ุติธรรมชมุ ชน 159 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) แบบสนทนาเป็นขนั้ ตอน ซง่ึ เป็นรปู แบบท่ีผใู้ ชง้ านแอปพลิเคชนั ไลนใ์ ช้ในชีวติ ประจา� วนั ท้ังน้ีในการพัฒนางานต้นแบบ จ�ากัดการใช้งานส่วนรายงานเฉพาะกรรมการของศูนย์ยุติธรรมชุมชน น�ารอ่ ง โดยใช้การยืนยันตวั ตนกอ่ นการใช้งานด้วยรหัสผ่านแบบครง้ั เดยี ว (OTP หรอื One-Time Password) ภ�พที่ 6.1 ภาพไลน์ศูนยย์ ุตธิ รรมชมุ ชน เคร่ืองมือหลักของไลนศ์ นู ย์ยุติธรรมชุมชนตน้ แบบ มีรายละเอียด ดงั นี้ 1) เครื่องมือรายงานการด�าเนินงานและรายงานความคืบหน้า กรณีที่เป็นเหตุการณ์หรืองานต่อเนื่อง ของแต่ละศูนย์ยุติธรรมชุมชน ส�าหรับกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนรายงานเหตุการณ์ กิจกรรม หรือการด�าเนินงาน ในพืน้ ทท่ี รี่ บั ผิดชอบ ภาพไลน์ศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชน ภาพไลนศ์ ูนย์ยุติธรรมชมุ ชนสว่ นสรุปรายงาน ส่วนรายงานการด�าเนนิ งาน เพือ่ ตรวจสอบหรอื ให้ข้อมลู ใหมก่ อ่ นบนั ทกึ รายงาน ภ�พที่ 6.2 เครอื่ งมอื รายงานการดา� เนนิ งาน และรายงานความคืบหนา้ การรายงานแต่ละครงั้ กรรมการหรือสมาชิกผใู้ ช้งาน จะต้องใหข้ อ้ มลู ตามประเภทขอ้ มลู ผา่ นเครื่องมือ ของแอปพลิเคชนั ไลน์ และคา� ส่งั ตรวจสอบความถกู ต้องของขอ้ มูล ดังน้ี - ประเภทง�น ประเภทงานตามการจัดกลุม่ ประเภทงานของศนู ย์ยตุ ิธรรม จ�านวน 8 ประเภท ดังน้ี 1) ไกล่เกลีย่ ความขัดแยง้ 2) ให้ความรู้ดา้ นกฎหมาย 3) แนะนา� บรกิ ารงานยตุ ิธรรม 4) ปอ้ งกนั ยาเสพติด 5) ปราบปราม

160 โครงการวจิ ยั ยาเสพตดิ 6) บา� บัดผู้ตดิ ยาเสพตดิ 7) ชว่ ยเหลอื ดา้ นความเป็นธรรมอื่นๆ และ 8) ช่วยเหลือด้านอ่ืนๆ โดยกดปุ่มเลอื ก ประเภทงานที่จะรายงาน ท้ังนี้เลือกประเภทงานได้เฉพาะรายงานใหม่ ไม่รวมรายงานความคืบหน้าเน่ืองจากก�าหนด เป็นประเภทงานเดยี วกัน - วนั และเวล� ข้อมูลวนั และเวลาการเกดิ เหตกุ ารณ์ หรือจัดกจิ กรรม โดยเลอื กวันและเวลาจากเครอื่ ง มอื ของแอปพลเิ คชนั ไลน์ - พิกัดตำ�แหน่ง ข้อมูลต�าแหน่งการเกิดเหตุการณ์ หรือจัดกิจกรรม โดยเลือกพิกัดจากเคร่ืองมือของ แอปพลเิ คชันไลน์ - รปู ภ�พ รปู ภาพเหตกุ ารณ์ หรอื กจิ กรรม โดยถา่ ยภาพหรอื เลอื กภาพจากเครอ่ื งมอื ของแอปพลเิ คชนั ไลน์ - ร�ยละเอียดก�รดำ�เนินง�น ค�าอธิบายเหตกุ ารณ์ หรือกจิ กรรม โดยพิมพข์ อ้ ความ - สถ�นะก�รดำ�เนินง�น สถานะการด�าเนินงานของเรื่องท่ีรายงาน 3 ประเภท ดังน้ี 1) อยู่ระหว่าง การดา� เนนิ งาน 2) ส�าเร็จ และ 3) ไม่ส�าเรจ็ โดยกดป่มุ เลอื กสถานะการดา� เนนิ งาน เพ่ือให้รองรับประเภทของการด�าเนินงานที่มีความต่อเน่ือง อยู่ระหว่างการด�าเนินงาน หรือเป็นเรื่อง ทีย่ ังไม่สน้ิ สุด จงึ ไดอ้ อกแบบและพฒั นาใหส้ ามารถจัดการรายงานประเภทดังกล่าวได้ โดย 1.1) กรณีเรื่องท่ีรายงานมีสถานะการด�าเนินงาน ส�าเร็จ หรือไม่ส�าเร็จ หมายถึง เรื่องหรืองานน้ันได้ เสร็จสิน้ แล้ว จะไม่สามารถรายงานความคืบหน้าตอ่ ได้ เช่น กิจกรรมใหค้ วามรดู้ า้ นกฎหมายที่เสรจ็ สิน้ ภายในกิจกรรม ครั้งเดยี ว การไกล่เกลี่ยความขดั แย้งที่มีข้อสรปุ ภายในการช่วยเหลือครัง้ เดียว เป็นต้น 1.2) กรณีเร่ืองท่ีรายงานมีสถานะการด�าเนินงาน อยู่ระหว่างด�าเนินงาน หมายถึง เร่ืองหรืองานน้ัน ยังไม่ส้ินสุด หรือเป็นงานต่อเนื่อง เช่น กิจกรรมให้ความรู้ด้านกฎหมายที่ต่อเน่ืองประจ�าสัปดาห์ ไม่สามารถไกล่เกล่ีย ความขัดแย้งให้มีข้อสรุปได้ภายในคร้ังเดียว เป็นต้น ซึ่งสามารถดูสรุปรายงานการด�าเนินงานล่าสุดของเร่ืองน้ัน และ รายงานความคืบหน้าได้ผ่านไลนศ์ นู ยย์ ตุ ิธรรมชุมชน ตัวอย่�งเร่อื ง เริม่ ตน้ ทเ่ี สรจ็ สิ้น และสิ้นสุด ภ�ยในครั้งเดยี ว ร�ยง�น เรื่องใหม่ ปสถระานเภะทกงาารนด:�าไเนกลนิ เ่งกาลนย่ี : คสวา� าเรม็จขดัหแรยอื ง้ไมส่ �าเรจ็ ตัวอย่�งเรอ่ื ง เริ่มต้น ร�ยง�น ร�ยง�น รค�ยวง��มน ทีไ่ ม่เสร็จสิ้น ร�ยง�น คคบื วห�นม�้ คคบื วห�นม�้ คบื หน�้ ภ�ยในครั้งเดยี ว เรือ่ งใหม่ หรือเปน็ ง�นตอ่ เนอ่ื ง สา� เร็จ หรอื สปถระานเภะทกงาารนด:า� ไเนกลนิ ่เงกาลน่ีย: คอวยารู่ มะขหดั วแา่ ยงดง้ า� เนนิ งาน ไม่สา� เร็จ ภ�พที่ 6.3 ตวั อย่างล�าดบั การรายงานเรอื่ งใหม่และรายงานความคืบหน้า

ศักยภาพและความพร้อมขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ในการส่งเสรมิ การดาำ เนนิ งานศูนยย์ ุตธิ รรมชมุ ชน 161 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) ภาพไลน์ศูนยย์ ตุ ิธรรมชมุ ชนส่วนแสดงรายการ ภาพไลน์ศูนยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชนสว่ นสรปุ รายงาน เร่ืองทีอ่ ยรู่ ะหวา่ งการดา� เนนิ งานของ ที่อยู่ระหว่างการดา� เนินงาน ศูนยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชนของสมาชิก กอ่ นรายงานความคืบหน้า ภ�พท่ี 6.4 ไลนศ์ นู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชนสว่ นแสดงรายการเรอื่ งทอ่ี ยรู่ ะหวา่ งการดา� เนนิ งานของศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชนของสมาชกิ และไลนศ์ นู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชนสว่ นสรปุ รายงานทอี่ ยรู่ ะหวา่ งการดา� เนนิ งานกอ่ นรายงานความคบื หนา้ 186 2) 2เค)รื่อเคงมรือื่อดงูขม้อือมดูลูขส้อถมิติผูลลสกถาิตรดิผาลเนกินางราดน�าใเนนรินูปแงบานบแในผนรภูปูมแิรบูปบภแาพผนสภาหูมริรับูปกภรรามพกาสรศ�าูหนยร์ยับุตกิธรรรรมมชกุมาชรนศูนย์ยุติธรรม ชุมชแนละแคลนะทค่วั นไปทวั่ โดไปยในโดงายนใตน้นงแานบบต้นคแนบทบั่วไปคจนะทดูไั่วดไ้เปฉจพะาะดขไู ้อดมเ้ ฉลู พสถาิตะิภขาอ้ พมรูลวสมขถอติ งภิ ศานู พย์ยรุตวมธิ รขรอมงชศุมูนชนยเย์ ทุต่าธินรน้ั รมชุมชนเทา่ น้ัน ภาภพาไพลไนลศ์ นนู ศ์ ยูนย์ ยตุ ์ยธิ ตุรรธิ มรรชมมุ ชชุมนชน สสถถิตติ กิ กิ าารรรราายยงงาานนแแบบง่ง่ ตตาามมปปรระะเเภภทท สถติ เิ สรถ่ือติงเทิ รร่ีอ่ื างยทงร่ี าานยแงาบน่งแตบามง่ ตปารมะปเภระทเภท สว่สนว่ ดนขู ดอ้ ูขม้อลู มสลู ถสติ ถผิ ิตลิผกลากรดารา� เดนานิ เนงาินนงาน แสแดสงดจงา�จนานววนนคครรง้ั ง้ั ขขอองงกกาารรรราายยงางนาทนง้ัทหง้ั มหดมด แสดงแจสาดนงวจนา� เนรื่อวนงทเรีร่ อ่ื างยทงร่ี าานยทงาั้งนหทมง้ัดหมด (ไม่ร(วไมมจร่ วามนจวา�นนรวานยรงาายนงคาวนาคมวคาืบมหคนบื า้ห)นา้ ) ภ�พที่ 6.5 ไลนศ์ ูนยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชนสว่ นดูขอ้ มูลสถิตผิ ลการดา� เนนิ งาน ภาพท่ี 6.5 ไลน์ศนู ย์ยุตธิ รรมชมุ ชนส่วนดูขอ้ มลู สถิตผิ ลการดาเนนิ งาน

162 โครงการวจิ ยั สถิตกิ ารรายงานแบง่ ตามเดือน สถติ สิ ถานะการดา� เนินงาน สถติ สิ ถานะการดา� เนินงาน แสดงจ�านวนครง้ั ทีร่ ายงาน แสดงสถานะการดา� เนินงานทง้ั หมด แบ่งตามประเภท แบ่งตามประเภทในแต่ละเดอื น แสดงสถานะของจา� นวนเรอื่ ง ทรี่ ายงานแบง่ ตามประเภทงาน ภ�พท่ี 6.6 ไลน์ศนู ยย์ ุติธรรมชุมชนสว่ นดูข้อมลู สถติ ผิ ลการดา� เนินงานตา่ ง ๆ เทคโนโลยีส�รสนเทศ การออกแบบและพัฒนาระบบรายงานและแสดงสถิติการด�าเนินงานศูนย์ยุติธรรมชุมชนใช้การพัฒนา บนพื้นฐานการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันไลน์ผ่านส่วนต่อประสานโปรแกรมผ่านข้อความไลน์ (LINE Developer Messaging API) ทท่ี �าใหน้ กั พัฒนาสามารถพฒั นาค�าส่ังในการแสดงผลข้อมูล และค�าสั่งในการรับขอ้ มูลประเภทต่าง ๆ เช่น ข้อความ รูปภาพ พกิ ัดตา� แหนง่ หรอื สว่ นตดิ ตอ่ ผ้ใู ช้งานแบบอ่ืน เช่น ปุม่ ผา่ นแอปพลิเคชันไลน์ เข้าหรอื ออกจาก เครอ่ื งแม่ขา่ ย (Cloud Server) ทม่ี ีค�าสง่ั ควบคมุ การท�างานของระบบซ่ึงพัฒนาโดยนักพฒั นา นอกจากนี้ ระบบฯ ยังใช้ชุดเทคโนโลยีอ่ืนๆ ในการพัฒนา ทั้งส่วนเคร่ืองแม่ข่ายกลางในการควบคุม การท�างานของระบบ ฐานข้อมลู ในการรวบรวมขอ้ มูล และชดุ ค�าส่ังที่เกี่ยวขอ้ งโดยทา� งานประสานกนั

ศักยภาพและความพรอ้ มขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่ ในการส่งเสรมิ การดาำ เนนิ งานศูนย์ยตุ ิธรรมชุมชน 163 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) ภาพท่ี 6.7 การออกแบบและพัฒนาระบบรายงานและแสดงสถิตกิ ารดาำ เนนิ งานศูนยย์ ุตธิ รรมชมุ ชน

164 โครงการวิจยั คว�มเปน็ ไปได้ในก�รพัฒน�และต่อยอดในอน�คต การออกแบบและพัฒนาไลน์ศูนย์ยุติธรรมชุมชน เพื่อน�าเสนอตัวอย่างหนึ่งของการพัฒนาระบบ รายงานและแสดงสถิติการด�าเนินงานศูนย์ยุติธรรมชุมชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการจัดการ ข้อมูล รายงานการด�าเนินงานอย่างเป็นระบบ สามารถตรวจสอบ วิเคราะห์ และประเมินผล ผ่านการค�านวณทาง คอมพวิ เตอร์ได้ และเป็นมติ รกับผใู้ ช้งานในการรายงาน อย่างไรกต็ ามในการพัฒนาสูก่ ารใช้งานจรงิ ในวงกวา้ งและตอ่ ย อดในอนาคต สามารถพิจารณาประเด็นที่เก่ยี วข้องในการพฒั นาต่อยอดได้ ดงั นี้ 1) การจดั กระบวนการมีส่วนร่วมกับผู้ใช้งาน ในการออกแบบ พัฒนา และปรบั ปรงุ ระบบ รวมถึงการ ส่ือสารท�าความเข้าใจวัตถุประสงค์และการใช้งานระบบท่ีจะมีบทบาทในการสนับสนุนการท�างานของศูนย์ยุติธรรม ชุมชน เพ่ือให้ได้ระบบท่ีท�างานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตรงต่อความต้องการของชุมชนศูนย์ยุติธรรมชุมชน และหน่วยงานก�ากับดูแล ทั้งด้านกระบวนการท�างานของศูนย์ยุติธรรมชุมชน ขั้นตอนและข้อมูลที่เกี่ยวของกับการ รายงาน ประเดน็ ในการวิเคราะหแ์ ละน�าเสนอข้อมลู สถติ ผิ ลการดา� เนินงาน การประเมนิ การเรยี นรู้ และการรวบรวม เป็นองคค์ วามรู้ เพ่ือการพฒั นาชุมชน 2) การพัฒนาค�าส่ังเคร่ืองมือเผยแพร่หรือให้ข้อมูลผลการด�าเนินงานเมื่อมีการรายงานของศูนย์ ยุติธรรมชุมชน ไปยังกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชน สมาชิกในชุมชน หรือหน่วยงานกา� กับดูแลได้รับทราบ เพื่อให้เกิด ความโปร่งใสในการด�าเนินงาน ขยายความร่วมมือในการด�าเนินงาน หรือเกิดการเรียนรู้จากผลการด�าเนินงาน ท้ัง ระหว่างภายในชมุ ชน และหนว่ ยงานก�ากบั ดแู ล เช่น การสง่ สรุปรายงานการดา� เนินงานไปยงั สมาชิกภายในชมุ ชน เมอ่ื มีการรายงานการดา� เนินงานแบบทันที เวบ็ ไซต์รวบรวมรายงานการด�าเนินงาน เคร่อื งมอื บนั ทกึ ข้อมูลรายงานเป็นไฟล์ ตารางที่สามารถเปิดเพื่อศึกษาข้อมูล น�าเสนอ หรือวิเคราะห์ผ่านซอฟต์แวร์ตาราง เช่น Microsoft Excel ได้ หรือ เคร่ืองมือสืบคน้ หรือเข้าถึงรายงานท่ีสว่ นตดิ ต่อผูใ้ ชง้ านทีเ่ ปน็ มิตร 3) การรวบรวมกรณีศึกษาจากผลการด�าเนินงานศูนย์ยุติธรรมชุมชนท่ีอยู่ในฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบ ทา� ให้สามารถคดั เลอื กการด�าเนนิ งานที่ประสบความส�าเรจ็ หรือมปี ระเด็นทีน่ า่ สนใจ รวบรวมเปน็ องคค์ วามรู้ ประกอบ กับความรู้ด้านกฎหมายและยุติธรรม และเผยแพร่ให้ความรู้กับศูนย์ยุติธรรมชุมชนหรือชุมชนในการเป็นตัวอย่างการ แก้ไขปัญหาในกรณีที่ใกล้เคียง หรือวิธีการจัดกิจกรรมต่างๆ ท่ีเป็นประโยชน์ต่อชุมชน ผ่านช่องทางเว็บไซต์หรือไลน์ ศูนยย์ ุติธรรมชุมชน กิตตกิ รรมประก�ศ ไลนศ์ นู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชน อยภู่ ายใตโ้ ครงการวจิ ยั ศกั ยภาพและความพรอ้ มขององคก์ รปกครอง สว่ นทอ้ งถนิ่ ในการส่งเสริมการด�าเนินงานศูนย์ยุติธรรมชุมชน โดย หัวหน้าโครงการวิจัย นายศราวุธ คงยืน ท่ีปรึกษางานวิจัย อ.ไพสิฐ พาณิชย์กุล และผู้ร่วมวิจัย อ.พรชัย วิสุทธิศักดิ์ และอ.บุญชู ณ ป้อมเพ็ชร ออกแบบและพัฒนาโดย บริษัท มอ แอนด์ ฟาร์มเมอร์ จา� กดั 6.2.2 สรปุ ผลก�รใชเ้ ครอ่ื งมอื ผ�่ นแอปพลเิ คชนั ไลน์ : “ไลนศ์ นู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชน” คณะผู้วิจัยได้ด�าเนินการทดลองการใช้เครื่องมือผ่านแอปพลิเคชันไลน์ : “ไลน์ศูนย์ยุติธรรมชุมชน” โดยได้ก�าหนดกลุ่มตัวอย่างคัดเลือกศูนย์ยุติธรรมชุมชนที่มีศักยภาพจากการลงพ้ืนที่ชุมชนวิจัยภาคสนามระยะท่ีหน่ึง


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook