ศักยภาพและความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิน่ ในการสง่ เสริมการดาำ เนนิ งานศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชน 15 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) 1.1.8 ส�านักงานกิจการยุติธรรม มี “โครงการเยาวชนพลยุติธรรม” ซ่ึงเป็นการส่งเสริมการมีส่วน ร่วมในกลุ่มเยาวชน ให้มีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับกระบวนการยุติธรรมและมีส่วนร่วมในการเผยแพร่กระบวนการ ยุติธรรม การเปิดโอกาสให้ประชาชน ซ่ึงเป็นกลุ่มเป้าหมายท่ีมีความเข้าใจในปัญหาของชุมชนได้ดีที่สุดเข้ามามีส่วน รว่ มในการขับเคลอ่ื นกระบวนการยุตธิ รรมชมุ ชน คือแนวทางการขับเคลอื่ นทเ่ี ข้าถึงปัญหาชุมชนได้ดีทส่ี ดุ สง่ ผลใหก้ าร ด�าเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ข้างต้นจะต้ังอยู่บนพ้ืนฐานของข้อมูลที่ได้จากแหล่งท่ีน่าเช่ือถือได้อีกท้ังประชาชนผู้ เข้ามามีส่วนร่วมจะได้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของกระบวนการ จนกระทั่งเห็นความส�าคัญของการขับเคล่ือนยุติธรรม ชุมชนและมงุ่ ม่ันดา� เนินการใหป้ ระสบความส�าเรจ็ ไดใ้ นที่สุด โครงการน�าร่องพัฒนาระบบงานยุติธรรมชุมชน คณะท�างาน (2550) เสนอเพ่ิมเติมว่าแนว นโยบายในการขับเคลื่อนยุติธรรมชุมชน กระทรวงยุติธรรมถือว่าเป็นปัจจัยส�าคัญท่ีขับเคล่ือนความส�าเร็จของการ บริหารศูนย์ยุติธรรมชุมชน ตามหลักการ “ยุติธรรมชุมชน” เน่ืองจากเป็นแนวนโยบายท่ีมีมุ่งเน้นความใกล้ชิดกับ ปัญหาของชมุ ชนไดม้ ากทส่ี ดุ ตลอดจนเปิดโอกาสให้กลุ่มผมู้ สี ่วนได้ส่วนเสียทสี่ า� คัญที่สดุ คือ ประชาชนในชุมชนเขา้ มา มีส่วนร่วมในกระบวนการบริหารและพัฒนายุติธรรมชุมชนให้มุ่งสู่ทิศทางการขับเคลื่อนที่ถูกต้อง อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผลประโยชน์ในการขับเคล่ือนยุติธรรมชุมชนนี้ สุดท้ายแล้วจะเกิดขึ้นกับประชาชนตามแนวคิด “ยุติธรรมชุมชน โดยประชาชน เพือ่ ประชาชน” ดังน้ี 1. กระบวนการยุติธรรมชุมชนจะช่วยลดปริมาณคดีท่ีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยการ สร้างทางเลือกในการยุติข้อพิพาทหรือความขัดแย้งของประชาชนด้วยประชาชนเอง ตามแนวคิดยุติธรรมชุมชนและ หลักการยตุ ิธรรมเชงิ สมานฉันท์ 2. ประชาชนท่ียากจนและด้อยโอกาส สามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้โดยง่าย รวดเร็ว เสมอภาค และประหยัด ลดค่าใช้จ่ายในกระบวนการยุติธรรม โดยประชาชนจะไม่ส้ินเปลืองค่าใช้จ่ายในการต่อสู้ คดีและไม่เสียเวลาในการประกอบอาชีพ เพราะสามารถยุติความขัดแย้งหรือข้อพิพาทบางประการได้ก่อนเข้าสู่ กระบวนการยุตธิ รรม 3. เป็นการสร้างพลังของชุมชนให้สามารถดูแลความสงบเรียบร้อยของชุมชนได้ด้วยตนเอง และช่วยให้ชุมชนในท้องถ่ินของไทยได้หวนกลับมารื้อฟื้นภูมิปัญญาท้องถิ่นในการป้องกันอาชญากรรมและแก้ไข ปัญหาความขัดแยง้ เชงิ สมานฉันทต์ ามวิถชี ีวิตด้งั เดิมหรอื ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถ่ินอกี ครัง้ 4. ส่งเสริมให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ของประชาชน อันจะน�าไปสู่ความปรองดอง สมานฉันท์ในภาพรวมของประเทศที่มีความสงบเรียบร้อยและปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งจะเป็นรากฐานส�าคัญ ในการพัฒนาด้านเศรษฐกจิ สังคม และการเมอื งการปกครองของประเทศต่อไป 5. ช่วยลดช่องว่างระหว่างกระบวนการกระบวนการยุติธรรมกระแสหลักกับประชาชน ในปจั จบุ นั โดยกจิ กรรมของยตุ ธิ รรมชมุ ชนซง่ึ สง่ ผลใหเ้ จา้ หนา้ ทร่ี ฐั ในกระบวนการยตุ ธิ รรมและประชาชนมคี วามใกลช้ ดิ สนิทสนมกนั มากขน้ึ ซึง่ เป็นประโยชน์ต่อการตดิ ต่อประสานงานและการระดมทรพั ยากรชุมชนและรฐั ไปพร้อม ๆ กัน 6. ยุติธรรมชุมชนจะช่วยเสริมประสิทธิภาพการท�างานของกระบวนการยุติธรรมกระแส หลัก เนื่องจากเครือข่ายยุติธรรมชุมชนสามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างบุคคลได้ส่วนหน่ึง ด้วยการไกล่เกล่ีย ประนอมข้อพิพาทในคดีที่ยอมความได้ และความผิดเล็กน้อยบางลักษณะ ท�าให้ข้อพิพาทระงับไป และคดีความบาง
16 โครงการวจิ ยั อย่างได้รับการแก้ไขในระดับชุมชน ท�าให้ลดปริมาณคดีที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมกระแสหลักและสามารถช่วย ประหยัดงบประมาณรัฐได้อีกทางหน่ึง ส�าหรับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมเอง จะได้มีเวลาในการพิจารณาคดี อาญาแผ่นดินหรือคดสี �าคญั ๆ ได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ และรวดเรว็ ย่งิ ขน้ึ ต�ร�งที่ 2.1 ต�ร�งเปรียบเทียบกระบวนก�รยุตธิ รรมและกระแสหลักกบั กระบวนก�รยตุ ิธรรมชมุ ชน ยตุ ิธรรมกระแสหลัก ยุติธรรมชุมชน 1. มีพ้นื ฐานจากการใช้อา� นาจของรฐั ในการควบคุม 1. มพี น้ื ฐานจากการสร้างพลังของคนในชุมชนท่ี เพอ่ื ไม่ให้มกี ารท�าผดิ กฎเกณฑ์ หรอื กติกาท่ีก�าหนดไว้ ต้องการสร้างสรรค์สิ่งท่ีดีให้เกิดในชุมชนของตน เพื่อความสงบเรียบรอ้ ยของสงั คม จากความศรทั ธาความเช่ือมัน่ การให้อภัย การยกยอ่ ง ใหเ้ กยี รติและการค�านงึ ถึงศักด์ศิ รีความเปน็ มนุษย์ 2. มีกระบวนทัศนใ์ นการอ�านวยความยตุ ธิ รรมตาม 2. มกี ระบวนการทัศนใ์ นการอ�านวยความยตุ ิธรรมภาย กรอบความยุตธิ รรมทางอาญา (Criminal Justice) ใตก้ รอบความเป็นธรรมหรอื ความยตุ ิธรรมทางสงั คม (Social Justice) 3. พื้นที่ในการด�าเนนิ กจิ กรรมเพ่ือสร้างความสงบ 3. การด�าเนินกจิ กรรมจะใช้พน้ื ท่ขี องชุมชนที่เกิดปญั หา เรียบรอ้ ยจะเน้นในหนว่ ยท่ตี ้ังของภาครัฐเปน็ ส่วนใหญ่ อาชญากรรม ปัญหาความไมส่ งบ เปน็ พน้ื ที่รองรับใน การแกป้ ญั หาน้ันๆ โดยให้สอดคลอ้ งกบั วิถชี ุมชน 4. ระเบยี บ กฎเกณฑ์และกตกิ าในการดา� เนนิ การ 4. ระเบียบ กฎเกณฑแ์ ละกติกาในการดา� เนนิ การ จะเปน็ การก�าหนดโดยรฐั ตามตัวบทกฎหมาย หรอื จะเป็นการกา� หนดร่วมกันโดยประชาชนในชมุ ชนนน้ั กฎระเบียบท่ีเกีย่ วข้อง โดยคา� นงึ ถงึ ความสอดคลอ้ งตามประเพณี วฒั นธรรม และความรู้สึกถงึ ความเปน็ ธรรมร่วมกันของชุมชน 5. รปู แบบในการดา� เนินการเพื่อแก้ปัญหาอาชญากรรม 5. การแก้ไขปัญหาไม่เน้นการต่อสู้เพื่อแพ้ชนะ มีลักษณะเป็นการตอ่ สู้เพ่ือเอาชนะระหวา่ งผู้กระทา� แต่จะเน้นการหาทางออกท่ีทุกฝ่ายรับได้ ผดิ ฝ่ายหนงึ่ และรัฐอีกฝา่ ยหน่งึ โดยมผี เู้ สียหายเปน็ โดยให้ความส�าคัญผู้กระท�าผิดและผู้เสียหาย ตวั ประกอบ โดยมีชุมชนเข้ามาส่วนร่วม 6. การอา� นวยความยุตธิ รรมมลี กั ษณะเป็น 6. การอ�านวยความยตุ ธิ รรมเนน้ ท่ี “การแก้ “กระบวนการด�าเนนิ งานเชิงคด”ี (Case-processing) ปัญหา”(Problem-solving) ทเ่ี กดิ ขนึ้ จากอาชญากรรม 7. การจดั องคก์ รมลี ักษณะเปน็ ความสมั พันธแ์ นวด่ิง 7. การจัดองคก์ รใช้ความสมั พันธ์ในลักษณะเครอื ขา่ ยใน และมีรปู แบบทแ่ี นน่ อน แนวราบ และมรี ปู แบบที่มคี วามยืดหย่นุ สูง 8. มองความยุติธรรมเปน็ เรอ่ื งประสบการณ์ส่วนบุคคล 8. มองความยุตธิ รรมเป็นประสบการณ์ร่วมของกลุ่มชน เฉพาะตวั ทเ่ี กยี่ วข้องกับอาชญากรรมในคดหี นึ่ง ๆ ทีม่ าสามารถเข้าถึง เรยี นรู้ และรบั รู้ร่วมกันทัง้ ชมุ ชน (โครงการน�ารอ่ งพฒั นาระบบงานยตุ ธิ รรมชมุ ชน คณะทา� งาน, 2550)
ศกั ยภาพและความพรอ้ มขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ ในการสง่ เสรมิ การดำาเนนิ งานศูนยย์ ุตธิ รรมชุมชน 17 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) 2.5 กำรดำ� เนินกำรของกระทรวงยตุ ิธรรมผ่ำนองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิน่ การดา� เนนิ การของกระทรวงยุติธรรมผ่านองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น มผี ลการด�าเนินการ ดงั นี้ 2.5.1 ก�รให้บริก�รของศูนย์ยุติธรรมชุมชน แยกตามประเภทของเรื่องท่ีให้ประชาชนมารับบริการได้แก่ การเฝ้าระวังและป้องกนั ปญั หาอาชญากรรม การรับเรอื่ งรอ้ งเรยี นรอ้ งทุกข์ การไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท การเยียวยา เสริมพลังแก่เหยื่ออาชญากรรม และการรับผู้พ้นโทษหรือผู้ถูกคุมประพฤติกลับสู่ชุมชน ซึ่งผลการด�าเนินงานเป็นไป ตามภาพที่ 2.1 ผลการให้บริการของศูนยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชน ท่มี า : สว่ นนโยบายและยทุ ธศาสตร์ยตุ ิธรรมชุมชนและยตุ ิธรรมจงั หวัด กองยทุ ธศาสตรแ์ ละแผนงาน สา� นักงานปลดั กระทรวงยุตธิ รรม ภ�พที่ 2.1 ผลการให้บรกิ ารของศูนยย์ ตุ ิธรรมชมุ ชน 2.5.2 ก�รติดต�มและร�ยง�นผลก�รดำ�เนินง�น เจ้าหน้าท่ีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือ ผู้ท่ีเกี่ยวข้องจะด�าเนินการติดตามผลการด�าเนินงานของศูนย์ยุติธรรมชุมชนในพ้ืนที่ท่ีได้รับมอบหมาย และรายงาน ผลการดา� เนินงานไปยงั กระทรวงยุติธรรม ซง่ึ ผลการดา� เนนิ การเป็นไปตามตารางท่ี 2.2 และภาพท่ี 2.2
18 โครงการวิจยั ต�ร�งท่ี 2.2 ก�รติดต�มและร�ยง�นผลก�รดำ�เนนิ ง�นของศูนย์ยุตธิ รรมชมุ ชน ล�ำ ดับ ส�ำ นกั ง�นยุตธิ รรมจังหวดั จำ�นวนศนู ย์ยตุ ธิ รรมชมุ ชน รอ้ ยละ ผขลอกง�กร�ดร�ำ รเ�นยินงง��นน 1 สรุ าษฎรธ์ านี มกี �รร�ยง�นผล ไม่มรี �ยง�น 2 ขอนแก่น ก�รดำ�เนนิ ง�น ผลก�รด�ำ เนินง�น 101.57 3 ปัตตานี 100.00 4 สิงห์บรุ ี 129 -2 100.00 5 พระนครศรอี ยธุ ยา 100.00 6 เพชรบุรี 224 0 98.09 7 พษิ ณุโลก 96.43 8 ฉะเชิงเทรา 113 0 95.10 9 ภเู กต็ 94.44 10 สมุทรปราการ 41 0 94.44 11 เชียงใหม่ ฝาง 91.67 12 สมุทรสงคราม 154 3 90.48 13 ลพบุรี 80.00 14 สระแกว้ 81 3 76.61 15 ชยั ภมู ิ 73.85 16 ระยอง 97 5 71.83 17 สงขลา 71.64 18 นนทบรุ ี 102 6 71.43 19 หนองบวั ลา� ภู 71.11 20 ชลบุรี 17 1 68.66 21 สรุ าษฎร์ธานี เกาะสมุย 68.37 22 พะเยา 44 4 60.00 23 อา่ งทอง 56.34 24 ระนอง 19 2 53.85 25 อบุ ลราชธานี 50.00 28 7 49.57 95 29 47.31 35.09 48 17 34.72 33.33 102 40 32.98 32.35 48 19 30.00 100 40 32 13 46 21 67 31 64 40 31 35 30 15 15 116 118 26 นราธวิ าส 44 49 27 ลา� พูน 20 37 28 เชยี งราย 50 94 29 มกุ ดาหาร 18 36 30 เชียงใหม่ 62 126 31 ลา� ปาง 33 69 32 สุโขทยั 27 63
ศักยภาพและความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินในการส่งเสรมิ การดำาเนินงานศนู ย์ยตุ ิธรรมชุมชน 19 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) ล�ำ ดบั สำ�นักง�นยุติธรรมจังหวดั จ�ำ นวนศูนย์ยุติธรรมชมุ ชน ของกร�้อรยรล�ะยง�น ผลก�รด�ำ เนนิ ง�น 33 นครราชสีมา มกีก��รรดรำ��เยนงิน�งน�ผนล ผลไกม�ม่รีรด�ำ�ยเนง�นิ นง�น 34 นครสวรรค์ 96 237 28.83 35 อุดรธานี 40 102 28.17 36 พจิ ติ ร 46 134 25.56 37 ปราจีนบรุ ี 25 76 24.75 38 ยะลาและสาขาอา� เภอเบตง 17 52 24.64 39 รอ้ ยเอด็ 15 48 23.81 40 นครนายก 47 155 23.27 41 สุพรรณบุรี 10 35 22.22 42 สตูล 28 98 22.22 43 สมุทรสาคร 9 32 21.95 44 สกลนคร 8 29 21.62 45 มหาสารคาม 26 114 18.57 46 อุทยั ธานี 25 117 17.61 47 ศรีสะเกษ 10 53 15.87 48 นครศรีธรรมราช 34 182 15.74 49 น่าน 27 160 14.44 50 หนองคาย 14 85 14.14 51 ตาก 9 58 13.43 52 ตาก แม่สอด 4 26 13.33 53 แพร่ 5 33 13.16 54 ยโสธร 11 73 13.10 55 ชุมพร 11 76 12.64 56 ตรัง 8 70 10.26 57 แมฮ่ ่องสอน 10 88 10.20 58 กาฬสนิ ธ์ุ 5 44 10.20 59 กระบี่ 15 135 10.00 60 ปทมุ ธานี 5 56 8.20 61 นครปฐม 5 59 7.81 62 จนั ทบุรี 9 107 7.76 63 เลย 5 76 6.17 64 สุรนิ ทร์ รัตนบุรี 6 94 6.00 65 ชยั นาท 3 55 5.17 3 56 5.08
20 โครงการวจิ ัย ล�ำ ดบั ส�ำ นักง�นยุตธิ รรมจังหวัด จำ�นวนศนู ยย์ ุติธรรมชมุ ชน รอ้ ยละ ผขลอกง�กร�ดร�ำ รเ�นยินงง��นน 66 สระบรุ ี มีก�รร�ยง�นผล ไมม่ ีร�ยง�น 67 ก�าแพงเพชร ก�รด�ำ เนินง�น ผลก�รด�ำ เนินง�น 4.63 68 สุรินทร์ 4.49 69 อตุ รดติ ถ์ 5 103 4.39 70 บงึ กาฬ 4 85 3.80 71 กาญจนบรุ ี 5 109 3.39 72 อา� นาจเจรญิ 3 76 3.31 73 เพชรบูรณ์ 2 57 3.17 74 บุรรี มั ย์ 4 117 3.05 75 นครพนม 2 61 2.40 76 ประจวบครี ขี ันธ์ 4 127 1.94 77 พทั ลงุ 5 203 1.67 78 ราชบุรี 2 101 1.37 79 ตราด 1 59 0.90 80 พงั งา 1 72 1 110 - รวมท้ังสิน้ 0 43 - 0 51 34.47 2,683 5,100 การตดิ ตามและรายงานผลการด�าเนนิ งานของศูนยย์ ตุ ิธรรมชมุ ชน ภ�พท่ี 2.2 การตดิ ตามและรายงานผลการดา� เนนิ งานของศูนยย์ ุตธิ รรมชมุ ชน
ศักยภาพและความพรอ้ มขององค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ในการส่งเสริมการดาำ เนินงานศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชุมชน 21 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) 2.5.3 ก�รวเิ คร�ะหป์ ระสทิ ธิภ�พก�รจัดเก็บผลก�รด�ำ เนินง�น กระทรวงยุติธรรมมีกลไกในการขับเคลื่อนศูนย์ยุติธรรมชุมชนจ�านวน 7,783 แห่ง โดยจัดตั้งหน่วย งานส�านักงานยุติธรรมจังหวัดและส�านักงานยุติธรรมจังหวัดสาขา จัดตั้งครอบคลุมทุกจังหวัดท่ัวประเทศจ�านวน 81 แห่ง ดังน้ัน ส�านักงานยุติธรรมจังหวัดเป็นกลไกระดับภูมิภาคเชื่อมต่อการบริหารราชการของส่วนกลางไปยังภูมิภาค และการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในการบริหารราชการขับเคล่ือนจากราชการส่วนกลางรับผิดชอบโดยส่วนนโยบายและ ยุทธศาสตร์ยุติธรรมชุมชนและยุติธรรมจังหวัด ท�าหน้าท่ีสนับสนุนการด�าเนินงานส�านักงานยุติธรรมจังหวัดและศูนย์ ยตุ ธิ รรมชมุ ชน เมอ่ื วเิ คราะหข์ อ้ มูลการรายงานการดา� เนนิ งานประจา� ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 รอบ 6 เดือนแรกของ ปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 (ตุลาคม 2561 - มีนาคม 2562) 2.5.3.1 การสรุปผลงานและการจัดเกบ็ ขอ้ มูลไม่มีการแสดงผลรายเดอื น 2.5.3.2 จากตารางข้อมูลและภาพประกอบจะเห็นได้ว่ามีส�านักงานยุติธรรมจังหวัดที่ไม่มีการรายผล หรือรายงานผลของศูนย์ยุติธรรมชุมชนที่ไม่มีการรายงานผลการด�าเนินงาน 2 แห่ง และในข้อมูลดังกล่าวมีการใส่ผล ขอ้ มลู ผลงานจา� นวนศูนย์ยตุ ิธรรมชมุ ชนเกิดกวา่ ขอ้ มลู จา� นวนศูนย์ยตุ ธิ รรมชมุ ชนท่ีมี 2.5.3.3 ในการขับเคล่ือนยุติธรรมชุมชนในภาพรวมจ�านวน 7,783 ศูนย์ การด�าเนินงานในรอบการ ดา� เนินงาน 6 เดอื นแรกของปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 (ตลุ าคม 2561 - มีนาคม 2562) มกี ารรายงานผลการดา� เนินงาน จา� นวน 2,683 ศูนย์ คดิ เป็นร้อยละ 34.47 2.5.3.4 ในการลงพื้นท่ีวิจัยภาคสนามรับทราบว่าแม้จะเป็นศูนย์ยุติธรรมชุมชนที่มีความเข้มแข็งมี ศักยภาพแต่กไ็ ม่ไดม้ กี ารรายงานผลการด�าเนินงานประจา� เดือนแลว้ เมอื่ ตรวจสอบกับข้อมลู ทส่ี ว่ นกลางไดร้ ับปรากฏว่า มีการรายงานผลการดา� เนินงาน 2.5.3.4 ระบบการจัดเก็บข้อมูลในพื้นที่ระดับต�าบลเพื่อรวบรวมข้อมูลในระดับจังหวัด มีการจัดเก็บ ข้อมูลที่หลากหลายในการจัดเก็บข้อมูล เช่น การส่งข้อมูลระดับศูนย์ยุติธรรมชมชนในพื้นที่ต�าบลด้วยโทรสาร การ ส่งข้อมูลทาง e-mail การส่งข้อมูลทางแอพพลิเคชั่นไลน์ (ถ่ายรูปแบบรายงานกระดาษที่กรอกข้อมูลแล้วส่งทางกลุ่ม สนทนา ไลน์แชท) ไม่มีการใช้รูปแบบท่ีสามารถประมวลผลข้อมูลได้จึงมีความน่าเช่ือถือของข้อมูลไม่มากนัก และ ข้อมูลไม่สามารถแสดงผลรายต�าบลได้ว่าในพื้นท่ีระดับจังหวัดมีการรายงานผล มีผลการด�าเนินการอย่างไร ดังน้ัน ข้อมูลที่มีจึงเป็นขอ้ มูลภาพรวมระดบั จังหวดั และระบเุ พยี งจา� นวนศูนยท์ ี่ส่งขอ้ มลู และศูนยท์ ี่ไม่ส่งขอ้ มลู 2.5.3.5 ข้อมลู การจดั เก็บเปน็ การนบั จา� นวนปรมิ าณเร่อื งตอ่ ภารกิจ 5 ด้าน แตไ่ ม่มีการจัดเกบ็ ขอ้ มลู ท่มี มี ิติของผลส�าเร็จของเร่อื งท่ใี หบ้ ริการน้นั และนิยายของการจดั เก็บมคี วามเขา้ ใจคลาดเคลื่อนหรือเข้าใจไม่ตรงกัน 2.5.3.6 การรายงานผลการด�าเนินงานของศูนย์ยุติธรรมชุมชนจ�านวน 2,683 ศูนย์ คิดเป็นร้อยละ 34.47 สะท้อนให้เห็นได้ว่าในกลุ่มจ�านวนนค้ี ือศนู ย์ยุติธรรมชมุ ชนทีม่ ีการขบั เคลื่อนการด�าเนินงาน ซึ่งยังเป็นจ�านวนที่ ยังน้อย จึงต้องมกี ารสนับสนุนและเสริมศกั ยภาพอกี มากและความนา่ เชอื่ ถอื ของข้อมูล
22 โครงการวจิ ัย บทท่ี 3 ขอ้ มลู กำรสัมภำษณ์และกำรลงพื้นทีป่ ระชุมกลุม่ ในรายงานนี้การสัมภาษณ์และการลงพื้นที่ประชุมกลุ่มว่าด้วยศักยภาพและความพร้อมขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในการส่งเสริมในการด�าเนินงานศูนย์ยุติธรรมชุมชนได้มีการลงพ้ืนท่ีพูดคุยและสัมภาษณ์ ผู้เก่ียวข้อง รวม ถึงมีการจัดประชุมกลุ่มย่อยกับผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายเวที โดยรายละเอียดข้อมูลการสัมภาษณ์เป็นไปตามตาราง แสดงข้อมลู ดา้ นล่าง 3.1 กำรสัมภำษณแ์ ละกำรลงพ้นื ทป่ี ระชมุ กลุ่มในจังหวัดภำคใต้ ต�ร�งที่ 3.1 พ้ืนท่กี �รสมั ภ�ษณ์และก�รลงพืน้ ท่ปี ระชมุ กลุ่มในจังหวัดภ�คใต้ ล�ำ ดับ พนื้ ท่ีก�รสมั ภ�ษณ์และก�รลงพ้ืนที่ประชมุ กลุม่ 1 ประชุมทมี วิจยั ร่วมกบั ทมี ผู้รับผดิ ชอบการบริหารจัดการจังหวดั ชายแดนใต้ ของกระทรวงยุติธรรม ณ จงั หวัดปตั ตานี 2 ศูนย์ยุตธิ รรมชุมชน (ศยช.) ต�าบลตาชี จังหวดั ยะลา 3 ศูนย์ยตุ ธิ รรมชุมชน (ศยช.) ตา� บลปากบาง อา� เภอเทพา จังหวัดสงขลา 4 ศนู ย์ยตุ ิธรรมชุมชน (ศยช.) ต�าบลสายบุรี อ�าเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี 5 ศูนย์ยุตธิ รรมชมุ ชน (ศยช.) ตา� บลปะลกุ าสาเมาะ อ�าเภอบาเจาะ จังหวัดนราธวิ าส 6 สา� นักงานยตุ ิธรรมจงั หวดั นราธิวาส 7 ส�านักงานยตุ ิธรรมจังหวดั สงขลา 8 ศูนยย์ ตุ ิธรรมชมุ ชนต�าบลนาหม่นื ศรี อา� เภอนาโยง จังหวดั ตรงั 9 ศูนยย์ ตุ ธิ รรมชุมชนต�าบลในควน อา� เภอย่านตาขาว จงั หวดั ตรัง 10 ศนู ย์ยุติธรรมชุมชนตา� บลวงั ครี ี อา� เภอห้วยยอด จงั หวัดตรงั ประชุมทีมวิจัยร่วมกับทีมผู้รับผิดชอบก�รบริห�รจัดก�รจังหวัดช�ยแดนใต้ของกระทรวงยุติธรรม ณ จงั หวดั ปตั ต�นี การบริหารศูนย์ในเขตภาคใต้กับต่างเขตพ้ืนท่ีในภาคอ่ืน ๆ จะมีบริบทท่ีต่างกันศูนย์ในภาคใต้ท่ีมีการขับ เคลื่อนอย่างเข็มข้น 106 ศูนย์ กจ็ ะตา่ งกบั ศนู ย์อืน่ ๆ ท่วั ประเทศ เพราะสถานการณใ์ นเขตพ้นื ทีต่ า่ งกันและมีชุดของ เหตุผลคนละแบบแล้วแต่พ้ืนที่ การมีค�าสั่งให้จัดตั้งศูนย์ยุติธรรมโดยอาศัย อปท. น�าไปสู่การบริหารจัดการท่ีต้องมี ความหลากหลายเนื่องจากจะต้องบริหาร 2 แบบ ดังนี้ รปู แบบท่ี 1 การจดั ตงั้ ตามค�าสง่ั 332/2559 โดยมอี งค์ประกอบ แต่งต้ังปลัดอ�าเภอเป็นประธานศูนย์ยุติธรรมชุมชน และรูปแบบท่ี 2 มีองค์ประกอบจากภาคประชาชนแต่งตั้งผู้น�า ชุมชนเป็นประธานศูนย์ยุติธรรมชุมชน อนึ่ง นิยามของศูนย์ยุติธรรมชุมชนมีความหลากหลายของความหมายโดย ผบู้ รหิ ารกระทรวงยตุ ิธรรมหรอื กระทรวงอ่นื ๆ ยังมีนยิ ามและความเข้าใจศูนยย์ ุตธิ รรมชุมชนที่ตา่ งกัน
ศักยภาพและความพรอ้ มขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ในการสง่ เสริมการดาำ เนินงานศนู ย์ยุตธิ รรมชมุ ชน 23 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) ในส่วนของผู้ด�าเนินการรับผิดชอบในการก�ากับดูแลศูนย์ยุติธรรมชุมชนในพื้นที่พิเศษจังหวัดชายแดน ใต้ จะมีมุมมองว่าการขับเคลื่อนศูนย์ต้องเกิดจากการรวมกลุ่มของคนที่มีจิตส�านึกจริง จิตส�านึกท่ีว่าจะมีความ สามารถในการท่ีจะดูแลชุมชน ถ้าไม่มีจิตส�านึกในการรวมตัวเพื่องานยุติธรรมในชุมชน ศูนย์ก็จะอยู่ไม่ได้ โดย จากจ�านวน 106 ศูนย์ พ้ืนท่ีพิเศษจังหวัดชายแดนใต้ก็มีประมาณร้อยละ 20 ท่ีขาดประสิทธิภาพ หากศูนย์ใดไม่ ท�าก็ไม่ให้งบประมาณสนับสนุนซึ่งแตกต่างจากพื้นท่ีอื่นท่ัวประเทศที่ไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุนในการด�าเนิน งาน นอกจากนี้ยังมีการประกวดการท�างานของพื้นที่พิเศษจังหวัดชายแดนใต้ โดยประกวดด้านการประชาสัมพันธ์ ด้านการด�ารงความยุติธรรม แต่ก็จะมีการเปล่ียนไปให้เหมาะสมในแต่ละคร้ังของการประกวด การที่ผู้รับผิดชอบงาน จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เป็นหน่วยงานขับเคล่ือนจากส่วนกลางด�าเนินงานได้นั้นเกิดจากการยอมรับจากผู้บริหาร ระดับสูงเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนงานในยุติธรรมชุมชนในส่วนใต้ และในความเป็นจริงศูนย์ยุติธรรมเองท�าภารกิจ 5 ด้านของกระทรวงยุติธรรมมาก่อนที่จะมีการจัดตั้งศูนย์ตามค�าส่ังให้ต้ังที่ อปท. โดยเริ่มแรกนั้นศูนย์จะอยู่ภายใต้ การขับเคล่ือนของงานคุมประพฤติมากกว่า เพราะส่วนใหญ่เป็นเนื้องานของคุมประพฤติ อาทิ เป็นศูนย์ท่ีรับรายงาน ตัวอย่างตัวผู้ถูกคุมประพฤติ นอกจากน้ีจะเป็นงานเข้าชุมชนโดยการเดินเท้าเข้าไป แต่ในปัจจุบันมีงานเก่ียวกับการ คุ้มครองสทิ ธิใ์ หต้ ามคนหายโดยเพือ่ หาข้อเท็จจริงจากการเขา้ พน้ื ท่ี ในส่วนการมีส่วนร่วมของประชาชนจะไม่ได้เน้นเพียงภารกิจ 5 ด้าน แต่เน้นให้ประชาชนสงบสุข รวมถึงไม่ควรมีการแบ่งนับแบบเชิงคณิตศาสตร์ว่ามีการด�าเนินงานกี่ราย โดยเน้นการสร้างความส�านึกของประชาชน จะท�าให้มีการท�างานจากชุมชนโดยไม่ใช่การปฎิบัติตามค�าส่ัง ตัวอย่างของ 106 ศูนย์ในสามจังหวัดชายแดนใต้จะมี บางศูนย์ที่ท�างานด้านเฝ้าระวังภัยมากกว่า เพราะว่าเขาจะต้องออกไปตอนกลางคืนไปดูการตั้งด่าน โดยเกิดจากการ ร่วมกันของคนในชุมชน แต่มีงานไกล่เกล่ียน้อยมากจริง ๆ ซึ่งงานไกล่เกลี่ยมีน้อยจึงไม่ตอบตัวช้ีวัดของกระทรวงจาก การต้ังศูนย์ภายใต้ อปท. การเป็นอยู่ของชุมชนมันอยู่กันเป็น 10 ปี 50 ปี 100 ปี รู้จักกันท้ังหมู่บ้านการนับการไกล่ เกล่ียเป็นหลักจึงนับไม่ได้ แต่ก็เข้าใจว่าหน่วยงานกลางไม่รู้จะใช้วิธีการไหนในการวัดคะแนนหรือให้เกรดเลยต้อง ท�าตัวช้ีวัดแล้วไปเน้นที่การไกล่เกลี่ย อาจจะเป็นเพราะส่วนกลางมองจากมุมด้านบนแล้วเห็นภาพเพียงยุติธรรมชุมชน เป็นงานไกลเ่ กล่ยี เป็นหลัก ซ่ึงเป็นการมองทีไ่ ม่รอบด้านซะทีเดยี ว งานยุติธรรมชุมชนมีการขอให้ไปท�ากิจกรรมของชุมชน อาจจะไม่ใช่การจัดการความเป็นธรรมของชุมชนเอง แต่จะมีกิจกรรมท่ีข้ึนกับสถานการณ์ในพ้ืนท่ี เพราะฉะนั้นยุติธรรมชุมชนคือระบบจัดการความเป็นธรรมในพ้ืนที่ของ ชาวบ้านนัน้ บนกติกา หรอื บนอะไรกแ็ ลว้ แตช่ ุมชนเห็นควรโดยกจิ กรรมมีความหลากหลายภายใตพ้ หุสงั คมของชมุ ชน งานยุติธรรมชุมชนควร กลับมาสู่ แนวคิดพื้นฐานว่าด้วยการเป็นอยู่ของชาวบ้าน แบบไหนชาวบ้านและตอบความ ต้องการชาวบ้านให้ได้ประโยชน์ พร้อมกับการเน้นความย่ังยืน โดยเกี่ยวเนื่องกับการกระจายอ�านาจ คือลุกข้ึนมา จัดการตนเอง ในด้านต่างๆของชุมชนให้อยู่ร่วมกันและมีการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนตนเองกับรัฐอาทิการ จัดการเก่ียวกับทนุ ในพนื้ ที่ ในการท�าวจิ ัยเชิงปฎบิ ตั การของ สกว. กไ็ มไ่ ด้เขา้ ใจบรบิ ทพ้ืนทีล่ ะชมุ ชน แม้จะมีการทา� การพูดคยุ แตใ่ นการ พูดคุยก็เป็นโครงสร้างเชิงเครือข่ายการพูดคุยท่ีก�าหนดไว้และพยายามให้ชุมชนท�าตามโดยในส่วนความพยายามใน การสรา้ งยตุ ธิ รรมชุมชนที่ 106 ศูนย์ในส่วนความรบั ผดิ ชอบของทมี จังหวดั ชายแดนภาคใตไ้ ดพ้ ยายามสร้างความเช่ือม โยงกันมีใช้แอพพลิเคชั่นไลน์กลุ่มร่วมกันและมีการส่งไลน์เพ่ือแจ้งว่ามีการด�าเนินการอย่างไรบ้าง และไปเข้าร่วมกับ
24 โครงการวิจัย หน่วยงานน้ี ไปทา� กจิ กรรมอันนี้ แตไ่ มค่ อ่ ยมกี ารเก็บขอ้ มูลการด�าเนนิ งาน หรอื อาจจะมีนา� เสนอการด�าเนนิ งานในเฟส บคุ้ มกี ารกดไลค์ แชร์และดูคลิปเกี่ยวกบั งานของชมุ ชนในกลมุ่ ของแอพพลิเคชนั่ เฟสบุ้คจะมีประมาณ 200 กวา่ คน ซ่ึงศูนย์แบบนี้จะต่างกับศูนย์จัดตั้งแบบของภาครัฐ ไม่มีการก�าหนดอ�านาจหน้าท่ีในการรับเรื่องต่าง ๆ โดยจะรับเร่ืองต่าง ๆ จากส�านึกในชุมชน แต่ทว่ากระทรวงพยายามขับเคลื่อนยุติธรรมชุมชนขึ้นมา แต่ไม่สามารถ ที่จะลงไปท�าเองได้แล้วต้องพึ่งชุมชน ตัวอย่างท่ีศูนย์ยุติธรรมชุมชนสายบุรีมีการติดตั้งและให้บริการระบบ Video.Conference ส�าหรับเยี่ยมญาติได้ โดยสามารถเยี่ยมญาติได้ท่ีศูนย์ยุติธรรมชุมชนสายบุรี ท�าให้สามารถเย่ียม ผู้ต้องขังได้ในพ้ืนที่ชุมชนไม่ต้องเดินทางไปที่เรือนจ�า แต่ในปัจจุบันเครื่องที่ใช้ในการ Video.Conference เสียไป การซ่อมหรือจัดซ้ือใหม่ของราชการมีขั้นตอนยุ่งยากและใช้เวลานานมาก เม่ือคนในพื้นที่มาที่ศูนย์ยุติธรรมชุมชนแล้ว ไมส่ ามารถใช้เครือ่ งได้ ก็เสียใจ กรรมการและประธานของศนู ยฯ์ ก็สะเทือนใจอยากทจี่ ะชว่ ยชาวบา้ น ดงั น้นั จึงตัดสนิ ใจจะซื้อเคร่ืองเองเน่ืองจากราชการล่าช้าในงานยุติธรรมท่ีจ�าเป็นทางสังคม เพราะชาวบ้านเห็นว่ามีความส�าคัญในการ เยยี่ มญาติ คอื การท่ลี กู สามารถเยีย่ มพ่อของตนทอี่ ย่รู ะหวา่ งต้องขังด้วยการพดู คยุ ทางโทรทัศน์ ถือไดว้ า่ ระบบ Video Conference ชว่ ยเกดิ ความเชอื่ มโยงทางสังคมแตต่ ิดขัดกับระบบราชการ ศูนยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชนต�ำ บลต�ชี อำ�เภอยะห� จังหวัดยะล� 1. ประเด็นรูปแบบศักยภ�พและคว�มพร้อมขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ 1.1 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลตาชี ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงยุติธรรมในการจัดจ้าง ให้มีเจ้าหน้าท่ีเป็นคนในพ้ืนท่ีชุมชนท�าหน้าที่ประจ�าศูนย์ยุติธรรมชุมชน(กระทรวงยุติธรรมจัดจ้างเจ้าหน้าท่ีเป็นคนใน พ้ืนที่ชุมชนท�าหน้าท่ีประจ�าศูนย์ยุติธรรมชุมชน จ�านวน 106 แห่งในบางส่วนของพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้) โดยศูนย์ ยุติธรรมชุมชนตาชีเป็นรูปแบบโครงสร้างคณะกรรมการจากก�านัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้น�าชุมชน โดยที่ศูนย์ยุติธรรมชุมชน ตาชีเป็นที่พึ่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ให้ค�าปรึกษาแก่ประชาชน ทั้งนี้ เจ้าหน้าท่ีของกระทรวงยุติธรรมปฏิบัติงาน ประจ�าศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลตาชี สามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนในการอ�านวยความยุติธรรม เป็นท่ีปรึกษา ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในชมุ ชน 1.2 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลตาชี เป็นชุมชนพี่น้องไทยพุทธที่มีภูเขาล้อมรอบและล้อมด้วยชุมชน ของพี่น้องไทยมุสลิมโดยเป็นรูปแบบการจัดตั้งศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลตาชีจากภาคประชาชนและผู้น�าชุมชน เปน็ ประธานศูนยย์ ตุ ิธรรมชุมชน 1.3 อบต.ตาชี จดั ให้มีกจิ กรรมอบรมเก่ยี วกบั ให้ความรเู้ ก่ยี วกับกฎหมาย อบรมกฎหมายจราจร แสดงให้ เห็นถึงการให้ความสา� คญั ด้านกฎหมายและความเป็นธรรม 2. ประเดน็ คว�มตอ้ งก�รของชุมชนและเหตปุ ัจจยั ท่ีชว่ ยสง่ เสริมก�รด�ำ เนินง�นศนู ย์ยุติธรรมชุมชน 2.1 ด้านการพัฒนาชุมชนได้รับการสนับสนุนจาก อบต. นี้จะมีส่วนร่วมกับฝ่ายปกครอง มีการสนับสนุน เก่ียวกับโครงการด้านการพัฒนาของชมุ ชน 2.2 ชุมชนตาชีมีศักยภาพเข้มแข็งในการด�าเนินการของชุมชน ดังเช่น ในปัจจุบันในพื้นที่ต�าบลตาชีมี การจัดต้ังศูนย์ยุติธรรมชุมชน 2 แห่ง คือ ณ ท่ีท�าการ อบต. โดยโครงสร้างท่ีจัดตั้งในรูปแบบค�าสั่งกระทรวงยุติธรรม ท่ี 332/2559 โดยก�าหนดให้ปลัดอ�าเภอเป็นประธานศูนย์ยุติธรรมชุมชน และมีจัดตั้งศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลตาชี
ศกั ยภาพและความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินในการสง่ เสรมิ การดำาเนินงานศนู ยย์ ุติธรรมชุมชน 25 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) ในพื้นที่ของชุมชนเองและก�านันท�าหน้าท่ีประธานศูนย์ยุติธรรมชุมชน ทั้งน้ี หากแม้จะมีการสั่งการให้ยุบศูนย์ยุติธรรม ชุมชนภาคประชาชนแต่ชาวชุมชนตาชีก็จะยังด�าเนินกิจกรรมของชุมชนต่อไปช่วยเหลือซึ่งกันและกันเหมือนเดิม กลา่ วคอื ไมไ่ ดต้ ดิ ยดึ ชอ่ื ศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชน หากแตม่ คี ณะกรรมการทจ่ี ะชว่ ยเหลอื ชมุ ชน อนง่ึ ชมุ ชนไดส้ ะทอ้ นใหเ้ หน็ วา่ การดา� เนนิ การในพืน้ ทีช่ ุมชนใด ๆ ควรได้มีการสอบถามความตอ้ งการของชุมชนด้วย 2.3 กติกาหมู่บ้าน ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลตาชีมีการท�ากฎหมู่บ้านต�าบลเป็นลายลักษณ์อักษร โดยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในการสร้างกฎของหมู่บ้าน กติกาของชุมชน รวมท้ังทุกคนต้องเคารพกฎกติกา ดงั กลา่ ว หากครอบครัวใดไม่ให้ความรว่ มมือจะถกู ตดั ความสมั พนั ธ์ถกู โดดเด่ยี วในชมุ ชน 3. สถ�นก�รณก์ �รด�ำ เนินง�นในบทบ�ทของศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชุมชน 3.1 ชุมชนแก้ปัญหายาเสพติดของเยาวชนโดยความร่วมมือจากกอ�าเภอและชุมชน จ�าแนกกลุ่มเส่ียง จัดท�าค่ายเยาวชนป้องกันยาเสพติดท�าให้ผู้เสพลดลง ส่วนผู้ค้ายาเสพติดทางชุมชนจะไม่ไปยุ่งเกี่ยว รวมทั้งกิจกรรมให้ ความรเู้ ยาวชนและสรา้ งอาชีพใหแ้ ก่เยาวชนทต่ี อ้ งการหยดุ เสพยาใหเ้ ขามีรายได้ 3.2 ชุมชนตาชีไปมาหาสู่กับชุมชนมุสลิมอยู่เสมอ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ชาวชุมชนตาชีมีความสามัคคี ของคนในชุมชน เช่น สถานที่ตั้งของศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลตาชีเป็นของชาวบ้านร่วมกันซ้ือท่ีดินผืนนี้เพราะเจ้าของ ทีด่ ินทีน่ ่จี ะขายจึงรวบรวมเงินกนั ซอ้ื ท่ีดนิ จ�านวน 47 ไร่เพื่อให้เป็นพื้นที่ของชมุ ชน 3.3 สถานการณ์ความรุนแรงของพื้นที่ชุมชนตาชีจะไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นภายในต�าบลตาชี แต่มักจะเกิด เหตุการณ์ขึน้ ภายนอกพืน้ ที่ต�าบลตาชี รวมทง้ั เม่อื มีเหตุการณ์ความรนุ แรงเกดิ ความเข้าใจผิดตา่ ง ๆ ในพืน้ ทีข่ ้างเคียง ของพ่ีน้องไทยมสุ ลมิ ก็จะมกี ารพูดคุยกันของผู้น�าชุมชนหาทางแกไ้ ขปญั หาความเดอื ดร้อนร่วมกัน 3.4 การจัดการปัญหาความขัดแย้งไกล่เกล่ียข้อพิพาท ประชาชนในพ้ืนท่ีต�าบลตาชีเม่ือมีความเดือดร้อน จะไม่ไปขอความช่วยเหลอื ความเดือดรอ้ นในเร่อื งความขดั แย้งไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ณ อบต. แตจ่ ะไปขอให้ก�านนั ผ้ใู หญ่ บ้านด�าเนินการหรือไปศูนย์ยุติธรรมชุมชนตาชี(ศูนย์ภาคประชาชน) ถ้าเป็นเรื่องท่ีมีความรุนแรงใหญ่โต ก็จะไปขอ ความชว่ ยเหลือศูนยด์ �ารงธรรมอ�าเภอ เชน่ เรอื่ งโรงงานปลอ่ ยน้า� เสีย เนอื่ งจากสามารถประสานใหอ้ ตุ สาหกรรมจงั หวัด มาตรวจสอบได้ ศนู ยย์ ตุ ิธรรมชุมชนตำ�บลป�กบ�ง อำ�เภอเทพ� จังหวดั สงขล� 1. ประเดน็ รปู แบบศักยภ�พและคว�มพร้อมขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น 1.1 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลปากบาง ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงยุติธรรมในการจัด จ้างให้มีเจ้าหน้าที่เป็นคนในพื้นท่ีชุมชนท�าหน้าท่ีประจ�าศูนย์ยุติธรรมชุมชน (กระทรวงยุติธรรมจัดจ้างเจ้าหน้าท่ีเป็น คนในพื้นทชี่ มุ ชนท�าหน้าที่ประจ�าศนู ย์ยุติธรรมชุมชน จ�านวน 106 แหง่ ในบางสว่ นของพืน้ ทจ่ี งั หวดั ชายแดนใต้) โดย ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลปากบางเป็นรูปแบบโครงสร้างคณะกรรมการจากก�านัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้น�าชุมชน โดยที่ศูนย์ ยุติธรรมชุมชนต�าบลปากบางเป็นที่พึ่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ให้ค�าปรึกษาแก่ประชาชน ทั้งน้ี ที่ท�าการศูนย์ ยตุ ิธรรมชุมชนปากบางตัง้ อยใู่ นพืน้ ทีข่ องชมุ ชน ไมไ่ ด้ตัง้ อย่ใู น อบต. เนอื่ งจากคณะกรรมการศนู ยไ์ ดพ้ ิจารณาแล้วได้มี มตใิ หเ้ ป็นการดา� เนินการภาคประชาชน 1.2 อุปสรรคในการรับการสนับสนุนงบประมาณและการให้ความร่วมมือในการสนับสนุนกิจกรรม
26 โครงการวจิ ยั เนือ่ งจาก อบต.ปากบาง มแี ผนในการดา� เนนิ งานประจา� ปีตามบทบาทภารกิจอ�านาจหน้าที่ของ อปท. การมีคา� สัง่ ใหม้ ี การจัดตั้งศูนย์ยุติธรรมชุมชนในท่ีต้ังของ อบต. จะเป็นอุปสรรคในการด�าเนินงานของศูนย์ยุติธรรมชุมชน ดังน้ัน ศูนย์ ยตุ ธิ รรมชุมชนตา� บลปากบางจึงต้งั อย่ใู นชมุ ชน 2. ประเดน็ คว�มตอ้ งก�รของชมุ ชนและเหตุปัจจยั ที่ชว่ ยสง่ เสริมก�รดำ�เนนิ ง�นศนู ย์ยุติธรรมชมุ ชน 2.1 การจัดการปัญหาความขัดแย้งไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ประชาชนในพ้ืนท่ีต�าบลปากบางเม่ือมีความเดือด รอ้ นเร่อื งความขัดแยง้ ไกล่เกลยี่ ขอ้ พพิ าทจะไปขอให้ก�านนั ผู้ใหญบ่ ้านดา� เนนิ การ 2.2 การจดั การปญั หาความเดอื ดรอ้ นคณะกรรมการศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชนตา� บลปากบางจะดา� เนนิ การ โดย จดั ใหม้ ีการประชมุ ประจ�าเดอื นเพอื่ พูดคยุ ว่าปัญหาในแต่ละพืน้ ทีม่ ีอะไรบา้ งในแตล่ ะเดอื น รวมทั้ง เรอ่ื งความเดือดร้อน ที่ยังยุติไม่ได้ก็จะส่งไปยังศูนย์ด�ารงธรรมอ�าเภอ ทั้งนี้ จะเป็นปัญหาเรื่องท่ีดินสาธารณะประโยชน์ ซ่ึงมีพ้ืนที่จ�านวน สี่พันไร่และมีคนอาศัยอยู่ เมื่อมีปัญหาเรื่องบุกรุกพ้ืนที่ดินสาธารณประโยชน์หรือความขัดแย้งอื่น ๆ ก็จะมีการแก้ ปัญหาด้วยความสงบ ลดความขัดแย้งใช้กระบวนการพูดคุยอย่างสันติวิธีทา� ให้ลดคดีลงได้จ�านวนมาก รวมท้ัง คู่กรณี ก็สามารถอย่รู ว่ มกันในชุมชนได้ จะเอากฎหมายมาคยุ กนั ไม่ได้ เพราะไม่ถกู ตอ้ งตัง้ แต่ตอนเขา้ ไปอยู่ เลยมีการไกล่เกลย่ี ว่ารัฐบาลไม่ได้มาไล่ แต่เราต้องอยู่ด้วยความสงบ ไม่ก่อปัญหาไม่เช่นน้ันจุดที่ดินคืน อันน้ีเป็นแนวคิดของนายอ�าเภอ เหมือนเร่ืองอื่น ๆ ที่คุยกันท่ีนี่ได้ลดคดีลงได้เยอะ และการต่อสู้ทางศาลผลเป็นชนะกับแพ้ แต่ถ้าไกล่เกลี่ยมันมีแค่ จบกนั ไปและ มองหนา้ กนั ได้ ไมม่ คี นชนะคนแพ้ 2.3 จุดเด่นศูนย์ยุติธรรมชุมชนตา� บลปากบาง คือ คณะกรรมการทุกคนเป็นผู้น�าในท้องท่ี ปัญหาทุกเร่ือง ต้องถึงผู้ใหญ่บ้านก่อน คณะกรรมการต้องประชุมทุกเดือน ในวันศุกร์หลังจากที่มีการละหมาด คณะกรรมการได้มี โอกาสชแ้ี จงแก่ชาวบา้ น รวมทง้ั มีการเดนิ เท้าไปพบชาวบ้าน แจกเอกสาร แผน่ พบั และมกี ารจดั ตง้ั สภาซูรอ อนึง่ สภา ซรู อ หมายถงึ การประชมุ รว่ มกนั ซงึ่ มีปรากฏในค�าสอน หลงั จากนั้นเรม่ิ สร้างความกลมเกลียวในหมบู่ า้ น วา่ จะเดนิ ไป ทางไหน คอื เดินไปดว้ ยกันของคนสามกลุม่ ดังนี้ ผนู้ �าทอ้ งท่ี ผนู้ า� ทอ้ งถ่นิ และผนู้ า� ศาสนา (อาซรู อ เกดิ ขึ้นในสมยั นบี มีการขาดแคลนเรอ่ื งอาหาร จงึ ให้เอาอาหารท่ีแต่ละคนมีมารวมกนั ) 2.4 การใช้สภาซูรอในการจัดการความขัดแย้งกันในชุมชนในเร่ืองการเลือกต้ังเป็นผู้น�าท้องที่ เช่น เมื่อเกิดเหตกุ รณีผนู้ า� ทั้งสามฝา่ ยไดม้ กี ารแบ่งฝกั แบง่ ฝ่าย จงึ มกี ารเรียกประชุมสภาซูรอ ได้ขอ้ ยุติในความขัดแยง้ โดยไม่ ตอ้ งมีการเลอื กตง้ั ใหเ้ ปน็ การแต่งตง้ั จากมติเห็นชอบรว่ มกนั และสภาซูรอ มีบทบาท คือ การวางกฎในหมู่บา้ น 2.5 ทัศนคติจิตอาสา ในแต่ละพื้นที่มีจิตอาสาน้อย การเป็นจิตอาสาเป็นแกนน�าหลักของประเทศ ดังน้ัน ศูนย์ยุติธรรมชุมชนถ้าไม่มีจิตอาสาท�าไม่ได้ ทุกคนมีภาระงานของตัวเองของครอบครัว แต่เม่ือมีความเป็น จิตอาสาจะหาเวลามาท�ากิจกรรม รวมท้ัง เมื่อต้องเดินทางไปร่วมประชุมของราชการมักจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่า ทีร่ าชการเบิกให้ไดอ้ ย่เู สมอ ดงั นน้ั ผูม้ คี วามเป็นจติ อาสามคี วามสามารถชว่ ยเหลือชุมชนได้ท�าแล้วมคี วามภาคภมู ิใจ 3. สถ�นก�รณ์ก�รดำ�เนินง�นในบทบ�ทของศูนย์ยตุ ิธรรมชมุ ชน 3.1 ปัญหายาเสพติดเป็นอันดับหน่ึง ศูนย์ยุติธรรมชุมชนตา� บลปากบางจะเอาศาสนามาปรับใช้แก้ปัญหา แต่ก็ยังแก้ได้ไม่หมด มีการจัดกิจกรรมแก้ไขปัญหายาเสพติดทุกปีด้วยการจัดกิจกรรมจัดสี่วันสามคืนร่วมกับส�านักงาน คุมประพฤติจังหวัด กลุ่มเป้าหมายส่วนมากเป็นผู้เสพที่มีค�าพิพากษาแล้วและรอลงอาญา ดังน้ัน ต�าบลปากบาง จะมีศูนย์ท่ีท�าหน้าท่ีบ�าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดตาเสพติดโดยส�านักงานคุมประพฤติจังหวัดจะส่งตัวมาบ�าบัด ทั้งน้ี
ศกั ยภาพและความพรอ้ มขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ในการส่งเสริมการดำาเนินงานศนู ย์ยุตธิ รรมชมุ ชน 27 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) จะมีการบริหารจัดการรูปแบบคณะกรรมการและคณะกรรมการมัสยิดท่ีมาดูแลด�าเนินการ ในตอนกลางคืนต้องมีการ อยู่เวรป้องกันทุกทางเหมือนเป็นค่ายบ�าบัด เนื่องจากมักจะคนมาก่อกวน มาส่งยาเสพติดให้ อน่ึงน้�ากระท่อมเป็นยา เสพตดิ อนั ดบั แรกท่ใี ชเ้ สพในพื้นที่ 3.2 การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ใช้รูปแบบของกระทรงมหาดไทยและรูปแบบของส�านักงานยุติธรรมจังหวัดโดย การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทจะใช้ระยะเวลาพอสมควรไม่เร่งรีบรวบรัด จะพยายามใช้องคาพยพทุกอย่างสนับสนุนการ ด�าเนินการ จะเหน็ ไดว้ ่าเมอื่ มเี หตุพิพาททกุ คนเวลาโกรธแล้วไม่รู้จะหาทางออกอยา่ งไร แต่เมอ่ื ไดม้ กี ารเจรจาพดู คุยกนั ได้มโี อกาสคิดทบทวนสถานการณ์จะเปลีย่ นไป ศนู ยย์ ุตธิ รรมชุมชนตำ�บลส�ยบุรี อำ�เภอส�ยบรุ ี จงั หวดั ปัตต�นี 1. ประเดน็ รปู แบบศกั ยภ�พและคว�มพร้อมขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ 1.1 ศนู ย์ยตุ ธิ รรมชมุ ชนตา� บลสายบรุ ี ไดร้ บั การสนบั สนนุ งบประมาณจากกระทรวงยตุ ิธรรมในการจดั จ้าง ให้มีเจ้าหน้าท่ีเป็นคนในพื้นที่ชุมชนท�าหน้าที่ประจ�าศูนย์ยุติธรรมชุมชน (กระทรวงยุติธรรมจัดจ้างเจ้าหน้าที่ เป็นคนในพ้ืนท่ีชมุ ชนทา� หนา้ ที่ประจ�าศูนยย์ ตุ ธิ รรมชุมชน จ�านวน 106 แหง่ ในบางส่วนของพ้นื ทจ่ี งั หวดั ชายแดนใต้) 1.2 การจัดตั้งศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลสายบุรี เป็นรูปแบบการจัดต้ังแบบดั้งเดิม คือ การให้ภาค ประชาชน มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนศูนย์ยุติธรรมชุมชน รวมท้ังคัดเลือกกันเองเป็นประธานศูนย์ยุติธรรมชุมชน มลี ักษณะเด่น คอื เป็นศนู ยย์ ุตธิ รรมชมุ ชนในระดับอ�าเภอ ดงั นั้น บทบาทการท�างานร่วมกบั องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ไม่มากนกั 1.3 ความเข้มแข็งของชุมชน เม่ือมีการให้ความรู้แล้วสามารถขับเคลื่อนและจัดการได้เอง ในด้านการ ปอ้ งกนั อาชญากรรมมีการจัดทา� “ธรรมนูญชุมชน”ค้นหาสาเหตุความขดั แย้งท่เี กดิ ขนึ้ ในชมุ ชนวา่ มีอะไรบ้างเม่อื พบวา่ ในชุมชนน้ันมีปัญหา เช่น ด้านปัญหาเรื่องยาเสพติด จะมีการก�าหนดมาตรการให้ผู้น�าชุมชนในหมู่บ้านต้องไปเตือน ผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเสียก่อน ถ้าเตือนแล้วไม่สามารถจัดการได้ก็ให้ใช้มาตรการทางกฎหมาย ด้านปัญหาเรื่อง การลักขโมย กรณีมีทรัพย์สินหายในหมู่บ้าน ผู้น�าชุมชนต้องด�าเนินการหาตัวผู้กระท�าความผิดให้ได้ โทษปรับ 10 เท่าของทรัพย์สินน้ัน กรณีท่ีไม่สามารถหาตัวผู้กระท�าผิดได้ ให้ผู้น�าชุมชนในหมู่บ้านชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย ด้านปัญหาเร่ืองข้อขัดแย้งระหว่างเกษตรกรรม ผู้ปลูกพืชกับผู้ท�าปศุสัตว์ ซึ่งได้มีการวางมาตรการป้องกันเช่นกัน รวมท้ัง ในพื้นที่ของอ�าเภอสายบุรมี ีการใช้ธรรมนญู ชุมชน ทง้ั น้ี บางตา� บลมีการใช้ “ธรรมนูญชมุ ชน” เฉพาะในหมู่บ้าน ท่ีมคี วามพรอ้ มและเขม้ แขง็ 1.4 กลยุทธ์ของชุมชนโดยการท�า “น้�าชาสามัคคี” เดือนละหน่ึงครั้ง โดยพื้นฐานของประชาชนต�าบล สายบุรีมักชอบไปใช้บริการร้านน�้าชาแล้วมีการพูดคุยกันในเร่ืองการเมือง ปัญหาของชุมชน ซึ่งการคุยกันท่ีร้านน้�าชา ไมไ่ ด้ไปสู่การแกป้ ัญหาของชมุ ชน ดงั นนั้ จึงมกี ารท�า “น�า้ ชาสามคั คี” โดยใหค้ นในหมบู่ า้ นรวมตัวกนั มกี ารจ่ายคา่ น้�าชา ที่มากกว่าราคาปกติด้วยความสมัครใจของคนที่มารวมตัวกัน จึงท�าให้เกิดเงินส่วนต่างจากราคาปกติถือเป็นเงินก�าไร กลับไปสู่ชุมชน โดยต้ังเป็นกองทุนของหมู่บ้าน เพื่อเป็นธนาคารชุมชน สวัสดิการส�าหรับเด็กก�าพร้า หรือทุนส�าหรับ เด็กเรียนดี
28 โครงการวจิ ยั 1.5 การไกล่เกล่ียข้อพิพาทมีไม่มากนัก ซึ่งในชุมชนที่มีการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทต้องทราบข้อขัดแย้ง ของชาวบ้านว่ามีอะไรบ้าง ทั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องมรดกและไม่มีรูปแบบการไกล่เกล่ียข้อพิพาทท่ีชัดเจนใน การบันทึกเอกสาร กรณีมีข้อพิพาทที่เป็นเรื่องใหญ่ คนในชุมชนจะไม่ใช้การไกล่เกล่ียของศูนย์ยุติธรรมชุมชน แต่จะไปปรึกษาส�านักงานอัยการจังหวัด หากตกลงกันไม่ได้ก็จะฟ้องต่อศาล เนื่องจากไม่มี พ.ร.บ.การไกล่เกล่ียข้อ พิพาทฯ ท�าให้ไม่มีสภาพการบังคับของการไกล่เกลี่ยฯ ซ่ึงบางครั้งก�านันหรือผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ไกล่เกลี่ย แต่ไม่ได้มีการ บันทึกการไกล่เกล่ียฯเป็นลายลักษณ์อักษร จึงเกิดปัญหาเดิมอีก เมื่อเกิดปัญหาเดิมจึงส่งเรื่องไปยังส�านักงานยุติธรรม จังหวดั และสา� นักงานอัยการจังหวดั กรณีตวั อย่างเนอ่ื งจากในชุมชนมีโครงสร้างพืน้ ฐานของศนู ยย์ ุติธรรมชุมชนอยู่แล้ว เช่น มีธรรมนูญชุมชน แต่ไม่มีวิธีท่ีจะท�าให้มีธรรมนูญชุมชนท่ีสมบูรณ์ เช่น การไกล่เกลี่ยคดีครอบครัวหรือคดีมรดก อหิ ม่าม(ผ้นู �าศาสนาอิสลาม) จะเปน็ ผไู้ กล่เกลยี่ ตามกฎหมายอิสลาม และเมื่อการไกลเ่ กลยี่ ท�าใหข้ อ้ พิพาทระงบั ลงแลว้ อิหม่ามไม่ได้ท�าการบันทึกผลไกล่เกล่ียเป็นลายลักษณ์อักษร ท�าให้เกิดปัญหา คือ คู่กรณีเกิดข้อพิพาทในเรื่องเดิมอีก ครง้ั ทา� ใหต้ ้องมีการไกล่เกลี่ยข้อพพิ าทเดิมซ้�าอีก จะเหน็ ไดว้ ่า การไกลเ่ กลี่ยไม่ไดม้ แี บบฟอรม์ ท่ชี ัดเจน แนน่ อน ในรปู แบบเดียวกนั ซึง่ ต่างกับแบบฟอร์มการจดทะเบียนสมรสทมี่ ี 2 รปู แบบ คอื การจดทะเบยี น ณ ทท่ี �าการอา� เภอและ จดทะเบียนกับอิหม่าม ซ่ึงมีรูปแบบที่ชัดเจน แน่นอน และถือปฏิบัติโดยท่ัวไป ฉะน้ันจึงต้องการให้กระทรวงยุติธรรม และคณะกรรมการอิสลามร่วมกันก�าหนดแบบฟอร์มส�าหรับบันทึกการแบ่งมรดก พินัยกรรม โดยน�าแบบฟอร์มตาม กฎหมายแพ่งและพาณิชยม์ าปรับใช้ใหส้ อดคลอ้ งกับหลักศาสนาอสิ ลาม 1.6 ชุมชนบ�าบัดผู้ติดยาเสพติด ตา� บลบาราเฮาะ อ�าเภอสายบรุ ี จังหวัดปัตตานี แก้ไขปัญหาผตู้ ดิ ยาเสพตดิ ด้วยการท�าชุมชนบ�าบัดให้แก่ผู้ติดยาเสพติด โดยบ�าบัดในลักษณะปอเนาะบ�าบัด โดยมีก�านัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้ดูแล ซึ่งแตล่ ะวนั สลบั สบั เปลย่ี นกนั ให้แตล่ ะหม่บู า้ นเปน็ ผูร้ ับผิดชอบและคณะกรรมการมัสยดิ เป็นผฟู้ น้ื ฟจู ติ ใจและให้ความรู้ ต่าง ๆ ยาเสพติดส่วนใหญ่ คือ ยาบ้า ใบกระท่อม ซึ่งในปัจจุบันมีคนนอกชุมชนมาบ�าบัดด้วย เช่น จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดสงขลา 2. ประเดน็ คว�มตอ้ งก�รของชมุ ชนและเหตปุ จั จยั ทีช่ ่วยส่งเสริมก�รด�ำ เนนิ ง�นศูนยย์ ตุ ธิ รรมชุมชน 2.1 ชุมชนต้องการให้ส�านักงานยุติธรรมจังหวัดเข้าไปชี้น�าศูนย์ยุติธรรมชุมชนเพ่ือให้เกิดความยุติธรรม หรือเพื่อไมใ่ หเ้ กิดปญั หาซ�้าซาก 2.2 ผู้นา� ชุมชนมีทัศนคติทด่ี แี ละมคี วามพรอ้ มในการสง่ เสรมิ ภารกจิ การอ�านวยความยตุ ิธรรม 2.3 ต้องการให้ส�านักงานยุติธรรมจังหวัดมีบทบาทหลักในการน�าหลักศาสนาอิสลามมาผสมผสานกับ หลกั กฎหมายควบคูก่ ันไป โดยให้มีความสอดคล้องตอ่ ความตอ้ งการของชมุ ชน 3. สถ�นก�รณก์ �รดำ�เนินง�นในบทบ�ทของศูนย์ยุติธรรมชุมชน 3.1 โครงสร้างของคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะมีปัญหา คือ ผู้น�า 4 ฝา่ ยหลกั ไดแ้ ก่ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายท้องถ่นิ ฝ่ายผูน้ า� ศาสนา และฝ่ายผูน้ า� ธรรมชาติ ไม่มีการรว่ มกนั ทา� งานใหเ้ ปน็ ไป ในทศิ ทางเดียวกัน ทางศนู ยฯ์ จึงตอ้ งการให้ผนู้ �าท้งั 4 ฝ่ายร่วมกันทา� งาน เพอ่ื ให้เกิดความสามัคคีในชมุ ชนผู้นา� แตล่ ะ ฝ่ายมีผู้บังคับบญั ชาคนละคนและมงี บประมาณแยกกัน 3.2 เกณฑ์การประเมินผลศูนย์ยุติธรรมชุมชน เม่ือมีปัญหาข้อพิพาทเกิดข้ึนในชุมชนจะต้องให้มีการ รายงานทุกเดือน ทั้งนี้หากไม่มีปัญหาก็ไม่มีการรายงานเพราะไม่มีการไกล่เกลี่ยฯ รวมท้ัง การไกล่เกล่ียก็ไม่ได้มีการ
ศักยภาพและความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ในการส่งเสริมการดาำ เนินงานศูนยย์ ุติธรรมชุมชน 29 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) บันทึกไว้ บางคร้ังมีการบันทึกแต่ได้ส่งไปให้ศูนย์ด�ารงธรรม ซึ่งด�าเนินการเร่ืองน้ีเกิดความสับสนในการจัดการข้อมูลก็ ไม่ทราบถึงการบันทึก เมอ่ื บนั ทกึ ไว้ก็ไม่รูว้ ่าจะเก็บไวเ้ พ่ืออะไร 3.3 เจ้าหน้าท่ศี ูนยฯ์ และกรรมการยงั ไมท่ ราบถึงภารกจิ 5 ด้านของศนู ย์ยตุ ิธรรมชุมชน ต้องมกี ารทบทวนทุก เดือนและเป็นเร่ืองของนามธรรมด้วย เช่น การป้องกันอาชญากรรม ต้องป้องกันอย่างไรต้องมีการอธิบาย เนื่องจาก เจ้าหน้าทร่ี วู้ ่าท�าอะไรแตไ่ มร่ วู้ ่าสิง่ ทที่ �าเรียกวา่ อะไรของภารกจิ 5 ด้าน 3.4 การสา� รวจปัญหาในพื้นท่ี 115 ต�าบลในจังหวัดปัตตานี ปัญหามากท่ีสุด คือ 1. ปัญหายาเสพติดมีเพียง สองต�าบลเท่านั้นท่ีจัดการได้เอง คือ ต�าบลยาบีกับต�าบลบาราเฮาะ ส่วนพื้นท่ีอื่นไม่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง 2. ปัญหาเรื่องท่ีดิน การท�านิติกรรมท่ีดิน ท่ีดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ เมื่อสอบถามว่าท�าไมท่ีดินถึงไม่มีเอกสารสิทธิ์ ผล ปรากฏว่า เม่ือก่อนมีการประกาศให้ผู้ท่ีถือครองท่ีดินไปแจ้งท่ีอ�าเภอเพื่อท่ีเจ้าหน้าท่ีจะได้ออก ส.ค.1 หรือ น.ส.3 แต่ ชาวบ้านไปแจ้งจ�านวนท่ีดินน้อยกว่าที่มีอยู่จริง เช่น ท่ีจริงแล้วมีที่ดิน 10 ไร่ แต่แจ้งอ�าเภอเพียง 5 ไร่ เพราะว่าชาว บ้านกลัวเสียภาษี จึงเป็นที่มาของสาเหตุท่ีดินที่ไม่มีเอกสารสิทธ์ิ แต่ถึงแม้ว่าที่ดินจะไม่มีเอกสารสิทธิ์ชาวบ้านก็ยัง ครอบครองอยู่ 3.5 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในชุมชนจะเป็นท่ีพึ่งให้กับชาวบ้านได้ส่วนท้องถ่ินต้องสนับสนุนเร่ืองงบ ประมาณ ซ่ึงปัจจุบันไม่มีงบประมาณท่ีจะสนับสนุนงานส่วนน้ี รวมถึงงบประมาณในการให้ความรู้แก่ชาวบ้านถ้า เปลี่ยนรูปแบบการจัดสรรงบประมาณ โดยน�าความพร้อมของพื้นที่เป็นท่ีต้ังแล้วเอางบประมาณเข้ามาจะดีกว่าไม่ จา� เป็นต้องเอางบประมาณมาทุกพ้ืนท่ี 3.6 การพัฒนาศักยภาพศูนย์ยุติธรรมชุมชน การเชิญร่วมอบรมซ่ึงมีเน้ือหาเร่ืองเดิมท�าให้รู้สึกเบื่อหน่าย ต้องการท�าสิ่งท่ียังไม่ได้ท�า ท�าแล้วจะเกิดผลท่ีดีข้ึนมากกว่าการเข้าร่วมประชุม รวมท้ังหากศูนย์ยุติธรรมชุมชน ได้งบประมาณมาจากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเร่ืองของการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ซึ่งเป็นงบประมาณให้ เฉพาะส่วนของภารกจิ การไกล่เกล่ยี ข้อพิพาท แต่วา่ ในทางปฏบิ ตั คิ ณะกรรมการและผู้น�าชุมชนท�าหนา้ ที่หลายบทบาท ไม่สามารถแยกบทบาทได้ว่าท�าหน้าท่ีผู้ไกล่เกลี่ยฯของศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทหรือท�าหน้าท่ีกรรมการศูนย์ยุติธรรม ชุมชน ศูนยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชนตำ�บลป�ลกุ �ส�เม�ะ อำ�เภอบ�เจ�ะ จงั หวดั นร�ธวิ �ส 1. ประเด็นรปู แบบศักยภ�พและคว�มพร้อมขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ 1.1 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลปาลุกาสาเมาะ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงยุติธรรม ในการจัดจ้างให้มีเจ้าหน้าที่เป็นคนในพื้นท่ีชุมชนท�าหน้าที่ประจ�าศูนย์ยุติธรรมชุมชน (กระทรวงยุติธรรมจัดจ้าง เจ้าหน้าที่เป็นคนในพื้นที่ชุมชนท�าหน้าที่ประจ�าศูนย์ยุติธรรมชุมชน จ�านวน 106 แห่ง ในบางส่วนของพ้ืนที่จังหวัด ชายแดนใต้ 1.2 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลปาลุกาสาเมาะ เป็นรูปแบบการจัดตั้งร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้อง ถิ่น โดยใช้พ้ืนท่ี อบต.ปาลุกาสาเมาะ ในการเป็นท่ีตั้งด�าเนินการของศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลปาลุกาสาเมาะ ได้รับ การสนับสนุนสถานที่ เครื่องมือส�านักงาน องค์ประกอบคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนจะเป็นผู้ใหญ่บ้านเป็นหลัก เน่ืองจากระบบในการอ�านวยความเป็นธรรมของชุมชน ผู้ใหญ่บ้านของแต่ละหมู่บ้านจะท�างานในรูปแบบน้ีถึงแม้ว่า
30 โครงการวจิ ัย ผู้ใหญ่บ้านจะสวมหมวกหลายใบ หน้าของผู้ใหญ่บ้านแต่ละหมู่บ้านก็คืออ�านวยความเป็นธรรมไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้อง เรยี นรอ้ งทุกข์ และมีคณะกรรมการจากสมาชกิ อบต. โดยมคี วามเขม้ แข็งคือมกี ารประชมุ คณะกรรมการศูนย์ยุติธรรม ชุมชนเพื่อดา� เนินกจิ กรรมต่าง ๆ 1.3 ไม่มีงบประมาณสนับสนุนศูนย์ยุติธรรมชุมชน เนื่องจากศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลปาลุกาสาเมาะ อยู่ในสังกัดของส�านักงานยุติธรรมจังหวัด ดังนั้น อบต.ปาลุกาสาเมาะ ยังไม่สามารถสนับสนุนงบประมาณเพ่ือด�าเนิน กิจกรรมของศนู ย์ยุติธรรมชมุ ชน 1.4 จังหวัดนราธิวาสมีความหลากหลายของที่ตั้งศูนย์ยุติธรรมชุมชน เช่น ที่ต้ังศูนย์ยุติธรรมชุมชน ณ อบต. ท่ีตั้งศนู ย์ยตุ ธิ รรมชมุ ชน ณ บา้ นผู้ใหญ่/กา� นัน 1.5 ผู้น�าชุมชน/ผู้น�าองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินมีแนวทางการสานต่องานท่ีเป็นประโยชน์ต่อชุมชน เช่น โครงการรัว้ สีเขยี วบา้ นสีขาว เปน็ โครงการที่นายก อบต. ไดผ้ ลกั ดันใหเ้ กดิ ขน้ึ และมีการสานตอ่ ในผบู้ รหิ ารชุดถัดไปกย็ งั คงด�าเนินการ 1.6 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนมีการจัดกิจกรรมส�ารวจชุมชนโดยเป็นกิจกรรมเดินเท้าหาข้อมูลสถานการณ์ ของแต่ละหมู่บ้าน เช่น ได้เข้าไปช่วยเหลือประชาชนในเรื่องการไม่มีบัตรประจ�าตัวประชาชนของเยาวชนในพื้นที่ ท�าให้ไม่ได้รับสิทธิข้ันพื้นฐานซ่ึงสาเหตุมักเกิดจากบิดามารดาเพิกเฉยไม่ใส่ใจในการแจ้งเกิดของบุตรที่เกิดใน ขณะไปท�างานร้านอาหารในสหพันธรัฐมาเลเซีย แล้วน�าบุตรกลับเข้ามาเล้ียงในชุมชนการเลี้ยงดูเด็กเป็นหน้าท่ี ของตายาย ปู่ย่า ซ่ึงอาจจะขาดการดูแลเอาใจใส่ในเร่ืองเหล่าน้ี รวมท้ังผู้สูงอายุเมื่อจ�าเป็นต้องแสดงตนรับ สิทธิเบ้ียผู้สูงอายุจึงพบว่าไม่มีบัตรประจ�าตัวประชาชน และพบกรณีผู้ป่วยติดเตียงและผู้วิกลจริต ก็ได้ให้ความ ชว่ ยเหลอื สา� เร็จ 1.7 ความซ้�าซ้อนของภารกิจยุติธรรมชุมชนและหน้าที่ความรับผิดชอบของ อบต.ปาลุกาสาเมาะ หลายหน่วยงานมกี ารมอบหมายให้ อบต. เป็นศูนย์ด้านตา่ ง ๆ ของหนว่ ยงานและภารกิจศูนย์ยตุ ธิ รรมชมุ ชนซ�า้ ซอ้ นกับ ศนู ยด์ า� รงธรรม 2. ประเด็นคว�มตอ้ งก�รของชุมชนและเหตุปัจจยั ทีช่ ่วยส่งเสริมก�รดำ�เนนิ ง�นศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชน 2.1 ชุมชนมปี ญั หายาเสพตดิ และการวา่ งงาน ตอ้ งการใหภ้ าครัฐด�าเนินการแกไ้ ขความเดือดร้อนให้สา� เรจ็ เน่ืองจากปัญหาการว่างงานเป็นเร่ืองที่วนเวียนอยู่ในวิถีชีวิตแล้วน�าไปสู่ยาเสพติดและปัญหาอาชญากรรมลักทรัพย์ ดังน้ัน ชุมชนจะใช้วิธีระงับปัญหาไม่ให้เร่ืองบานปลายโดยการมอบหมายให้ผู้ใหญ่บ้านซ่ึงเป็นคณะกรรมการ ศูนย์ยุตธิ รรมชมุ ชนไปดา� เนนิ การประนปี ระนอมดที ี่สุด 2.2 ความส�าเร็จในการแก้ปัญหาโดยชุมชน เช่น ปัญหาระหว่างสองหมู่บ้านแย่งมัสยิดเป็นระยะเวลา ถึง 30 กว่าปี เม่ือเข้าสู่การแก้ปัญหาโดย สภาซูรอ ก็สามารถแก้ปัญหาได้ส�าเร็จ ท�าให้ปัจจุบันน้ีแยกมัสยิดกัน คนละหลงั 2.3 สภาซูรอ มีองค์ประกอบ ดงั นี้ อ�าเภอ อนามยั ตา� รวจ ทหาร ก�านนั ผใู้ หญ่บ้าน อหิ ม่าม สมาชิก อบต. ในพนื้ ทีต่ �าบล โดยมีการประชุมเดอื นละหน่งึ ครง้ั สาระสา� คัญของการประชุมผู้แทนหน่วยงานในแต่ละหน่วยงานจะนา� เสนอปญั หาทเ่ี กิดขน้ึ ในพ้นื ท่ี เชน่ เร่อื งของบตั รประจา� ตัวประชาชน เพอ่ื ใหป้ ระชาชนในพน้ื ที่ได้รบั การช่วยเหลอื ให้ได้ รบั สิทธิสวัสดกิ ารจากรัฐ ซ่ึงตอ้ งมีบัตรประชาชนเปน็ พน้ื ฐานของการได้รบั สทิ ธิต่าง ๆ
ศักยภาพและความพร้อมขององคก์ รปกครองส่วนท้องถิน่ ในการส่งเสริมการดำาเนินงานศนู ย์ยตุ ิธรรมชุมชน 31 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) 3. สถ�นก�รณก์ �รดำ�เนนิ ง�นในบทบ�ทของศูนยย์ ตุ ิธรรมชมุ ชน 3.1 ประชาชนในพนื้ ทีส่ ว่ นใหญ่ยงั ไม่รจู้ ักศนู ยย์ ุติธรรมชุมชนตา� บลปาลุกาสาเมาะ 3.2 สถานการณ์ในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของลักเล็กขโมยน้อย มีการจัดการอาชญากรรมดังกล่าวโดย ไม่ได้ส่งตัวให้ต�ารวจในทันทีเนื่องจากจะเป็นเรื่องใหญ่บานปลาย ชุมชนเรียนรู้ว่ามันจะเป็นเร่ืองใหญ่ คือระหว่าง ครอบครัวท่ีจะเกิดความขัดแย้งกัน ถึงแม้จะเป็นเร่ืองท่ีขโมยที่เป็นความผิดตามกฎหมายแต่สามารถคุยกับคนท่ีเป็น เจา้ ของทรพั ยแ์ ละผเู้ สียหายก็ยินดีทจ่ี ะร่วมพดู คยุ และพร้อมทีจ่ ะร่วมแกป้ ัญหา 3.3 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลปาลุกาสาเมาะ มีความเชื่อมั่นในบทบาทและโอกาสท่ีศูนย์ขับเคลื่อน ได้ดี แต่ที่เป็นห่วงก็คือศูนย์ในรูปแบบใหม่ท่ีก�าหนดให้ปลัดอ�าเภอเป็นประธานคณะกรรมการ ต�ารวจเป็น คณะกรรมการ เนื่องจากไม่ได้เกิดจากจิตอาสาในการท�างาน หากได้เปรียบเทียบระหว่างศูนย์แบบเก่ากับศูนย์ แบบใหม่ ศูนย์เก่าจะมีความเป็นจิตอาสามากกว่า เพราะเป็นคนในพ้ืนท่ีจริง ๆ และสามารถมองปัญหาอย่างเข้าใจ บริบทชุมชน ท้ังน้ี อ.บาเจาะ มีศูนย์แบบเก่ามีอยู่ 4 แห่ง และที่เหลือเป็นศูนย์แบบใหม่ซ่ึงไม่ได้มีการขับเคล่ือนเป็น รปู ธรรม 3.4 ปัญหาโครงสร้างองค์ประกอบคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชน ในพื้นท่ีชุมชนปาลุกาซาเมาะ มีสภาซูรอคือสภาสูงสุด หากมีการบังคับใช้โครงสร้างรูปแบบใหม่ท่ีก�าหนดให้ปลัดอ�าเภอเป็นประธานคณะกรรมการ ต�ารวจเป็นคณะกรรมการ เนื่องจากหลังจากที่สภาซูรอได้มีมติในเร่ืองใด ๆ แล้วก็จะแบ่งงานไปท�า ซ่ึงบางเร่ืองอยู่ใน ความรับผิดชอบของ อปท. บางเร่ืองอยู่ในความรับผิดชอบศูนย์ยุติธรรมชุมชน ดังนั้นถ้าใช้รูปแบบศูนย์แบบใหม่จะ สามารถคงสภาพการดา� เนินงานแบบการมีสว่ นรว่ มไดย้ าก 3.5 การมีเจ้าหน้าท่ีของกระทรวงยุติธรรมประจ�าศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลปาลุกาสาเมาะ สามารถช่วย สนบั สนนุ และแบ่งงานกันท�าร่วมกบั คณะกรรมการศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชุมชนตา� บลปาลุกาซาเมาะไดเ้ ปน็ อยา่ งดี 3.6 วงจรปญั หาของชุมชน คือ เยาวชนตดิ ยา ตดิ ยาเพราะไม่มีงานท�า ท่ไี ม่มงี านท�าเพราะขาดการศึกษา ขาดการศึกษาเพราะว่าไม่มีเงิน ท่ีไม่มีเงินเพราะติดยา ดังนั้น โอกาสทางการศึกษาในระดับท่ีสูง ทั้งระดับวิชาชีพหรือ สายสามัญมีตน้ ทุนค่าใชจ้ ่ายท่เี พม่ิ เขา้ มาในครวั เรอื น 3.7 การมอบหมายภารกิจให้ อบต. รับไปด�าเนินการกระทบปัญหาอ�านาจหน้าท่ีตามกฎหมาย คือ อบต. ท�างานด้วยจิตอาสา แต่หลายภารกิจท่ีได้รับมอบหมายมีผลกระทบต่อการท�างาน ไม่มีระเบียบรองรับ การเบกิ จา่ ยก็ได้รบั การทักทว้ งจาก สตง. ส�ำ นกั ง�นยุตธิ รรมจังหวดั นร�ธิว�ส การต้ังศูนย์ตามค�าส่ังมีค�าถามว่าท�าไมถึงท�าตามแบบท่ีก�าหนดมาทั้งที่ในแบบเดิมมันดีอยู่แล้วโดย การขับเคลื่อนส่วนใหญ่จากภาคประชาชนเป็นใหญ่ ท�าศูนย์ยุติธรรมชุมชนประชาชน แต่กลับกลายเป็นว่าให้ใครไม่รู้ ซึ่งเป็นปลัดอ�าเภอท�าหน้าที่ประธานศูนย์ มาส่ังว่าคนนี้ต้องเป็นประธานซึ่งท�าให้เกิดเป็นค�าถามจากพื้นท่ีขึ้นมา และ ทางส�านักงานยุติธรรมจังหวัดก็ถูกประชาชนในพื้นที่ตั้งค�าถาม การด�าเนินงานของศูนย์เท่าท่ีสัมผัส การใช้ท้องถ่ิน ดา� เนนิ การอาจมีประเด็นการเมืองและผลประโยชน์แต่ในการด�าเนนิ การจรงิ กม็ กี ารสรา้ งความร่วมมือทง้ั หมด58ศนู ย์ กบั อบต. แตก่ ค็ าดหวังใหม้ สี ัก 10 ศนู ย์ ทสี่ ามารถน�ารอ่ งได้
32 โครงการวจิ ยั กรอบยุทธศาสตร์ชองส�านักงานยุติธรรมเน้นการพัฒนาแต่สุดท้ายจะถูกตีกรอบด้วยก�าลังของเจ้าหน้าท่ี เพราะสามจังหวัดภารกิจ เยอะกว่าจังหวัดอ่ืน นักวิชาการก็ต้องท�างานหลากหลายด้าน และศูนย์ยุติธรรมชุมชน มีกจิ กรรม 10 ศูนย์ แต่ต่างกับสา� นักงานยตุ ธิ รรมนา� รอ่ ง จะมีบคุ ลากรครบ พอไม่ได้เป็นส�านักงานน�ารอ่ งก็ไม่มกี ารเปดิ ตัวและไม่เป็นหน่วยงานส่วนภูมิภาคด้วยแค่แยกออกจากระทรวงยุติธรรมกลาง ในประชุมกรมการจังหวัดก็ไม่มีอยู่ใน สาระบบ แต่ก็จะเข้าไปในฐานะ ผอ.คุมประพฤติ ท้ังนี้น่าจะเกิดจากความไม่พร้อมของกระทรวง ถ้าเกิดจะขับเคล่ือน งานยุตธิ รรมอาจจะท�าไดไ้ ม่ดเี ท่าศนู ยน์ �ารอ่ ง ในพื้นท่ี ประมาณร้อยละ 90 ของผู้กระท�าผิดมีปัญหาครอบครัวมีลูกเยอะ พ่อแม่ไม่เอาใจใส่ลูกมากนัก และมีค่านิยมคือชอบท�างานในมาเลเซียไม่ชอบทา� งานภายในประเทศ และเสพยาเสพติดยาวนานไม่คิดจะเลิก ศูนย์ก็ ต้องมาแกไ้ ข ปรบั ความคดิ ปรับทัศนคตหิ รือการทจี่ ะหาอาชีพให้แต่สว่ นใหญผ่ หู้ ญงิ จะท�างานหนกั ในการขับเคลื่อนงานของศูนย์ยุติธรรมชุมชนในพ้ืนที่ ถ้าเปรียบเทียบศูนย์เก่ากับศูนย์ใหม่ระบบตามนโยบาย จะมีการขับเคล่ือนคนละแบบเพราะว่าศูนย์เก่าที่ อบต. จะเป็นรูปแบบของภาคประชาชน การท�างานจะรวดเร็วเข้า ถึงประชาชนมากกว่า แต่ศูนย์ใหม่ท่ีต้ังตามนโยบายค่อนข้างท่ีจะช้าคือการขับเคล่ือนล�าบากถ้าไม่รู้จักคณะกรรมการ การประสานงานก็ค่อนข้างล�าบาก โดยทั่วไปเขาอยากให้ศูนย์จังหวัดเป็นตัวหลักในการขับเคล่ือนทุกศูนย์แต่ตามหลัก แล้วไม่ใช่เพราะว่าผู้น�าคือประธานศูนย์ต้องขับเคลื่อนในชุมชนเองก่อนในส่วนของเขา แต่ของศูนย์ดั้งเดิมเราไม่ต้อง ไปกังวลเลยเพราะไม่ต้องลงไปส่ังการใด ๆ เลย เขาจะเดินหน้าเป็นระบบในชุมชนเอง แต่ระบบใหม่ค่อนข้างท่ีจะยาก คอื ปลัดอา� เภอเปน็ ประธานและมีโครงสรา้ งอยหู่ ลายขยักอยู่ และในเขตนราธิวาสส่วนใหญ่จะเป็นนายกท่ตี ้องขับเลือ่ น งานแต่บางศนู ย์นายกไม่ขับเคลื่อนกไ็ ม่สามารถเดนิ หนา้ นอกจากนี้ในบางกรณีผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัดยังไม่รู้จักโครงสร้างใหม่ว่าด้วยศูนย์ ยุติธรรมชุมชนใน อปท. เนื่องจากค�าส่ังบังคับให้อยู่กับมหาดไทย ส่วนใหญ่จะประสานกับศูนย์ด�ารงธรรมเพราะมัน เปน็ งานที่จะให้ช่วยเหลือชาวบา้ นเหมอื น ๆ กัน เขาบอกวา่ ให้บูรณาการกบั ศนู ย์ดา� รงธรรมอ�าเภอและศนู ย์ดา� รงธรรม จังหวัด โดยศูนย์ยุติธรรมชุมชนเขาก็บูรณาการกับศูนย์ดังกล่าว เช่นกรณี ต�าบลตะมะยูง ไม่มีบัตรประชาชน ศูนย์ ยุติธรรมชุมชนก็ไปช่วยค้นช่วยเดินเรื่องต่าง ๆ และไปเชื่อมกับอ�าเภอให้อ�าเภอมีผลงานและอ�าเภอก็ช่วยด�าเนินการ นอกจากน้ี ทตี่ �าบลปะลกุ าสาเมาะ กเ็ หมอื นกนั เราก็ให้นโยบายกับเจา้ หน้าทศี่ นู ย์ชุมชนไป ซ่งึ ทา� งานได้ดรี ะหว่างศูนย์ ยตุ ธิ รรมชมุ ชนกับศนู ยด์ �ารงธรรม ในศูนย์แบบใหม่ถ้าหากกรรมการศูนย์ไม่เสนอไปท่ีนายกซ่ึงเป็นประธานอาจจะข้ามหน้าข้ามตากัน เพราะกรรมการอยากช่วยชาวบ้านแต่ว่าประธานไม่เห็นด้วยก็อาจจะไม่เชื่อมโยงกันทางกรรมการก็เลยมาปรึกษา ท่ียุติธรรมจังหวัด หากผู้น�าท้องถิ่นไม่ยอมขับเคล่ือนก็ท�าอะไรไม่ได้ แต่ในฐานะยุติธรรมจังหวัดไปขับเคลื่อนให้ อย่างเดียวก็ไม่ได้เพราะไม่ใช่กรรมการของศูนย์ยุติธรรมชุมชนถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้ผู้น�าหรือประธานศูนย์เป็นตัว หลักในศูนย์ยุติธรรมแบบเก่า เขาอาจไม่อยากย้ายไปที่ท�าการของท้องถ่ิน อาสาสมัครคุมประพฤติที่ท�าด้านยุติธรรม ชุมชนจะต้ังอยู่ตรงไหนที่สะดวกกับประธานเขาก็จะไปต้ังตรงนั้นก่อน ของเรายังมีปัญหาศูนย์อ�าเภอเมืองต้ังแต่ ปี 2548 จนถึงตอนนี้ ประธานก็รักศูนย์และที่ต้ังศูนย์เดิม ไม่อยากให้งานยุติธรรมชุมชนออกนอกบ้านแก และเคย มีการย้ายศูนย์ไปอยู่ที่เทศบาลตากใบ มาพักหนึ่งแล้วก็ต้องกลับมา เพราะว่ามีการเมืองของการปกครองท้องถิ่น อาทิ การเปลี่ยนข้ัวการเมือง หากเป็นที่ท้องถิ่น อบต. ปัญหามันจะเกิดเมื่อมีการเปลี่ยนนายก แต่ทว่าข้อดีของ
ศกั ยภาพและความพร้อมขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถิน่ ในการส่งเสริมการดำาเนนิ งานศนู ยย์ ุตธิ รรมชุมชน 33 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) ศูนย์ระบบใหม่นี่ตามนโยบายอยู่แล้วก็จะมีค�าส่ังเปลี่ยนตัวประธานตามต�าแหน่งโดยแบบเก่าไม่มีการเปลี่ยนแปลง ตามการเปล่ียนนายก ศูนย์ยุติธรรมที่ทีการขับเคลื่อนได้ดี อาทิ ที่นราธิวาสจะเกิดจากความสนใจของประชาชนและอยากให้มี ศูนย์ในชุมชนจริง ๆ ซ่ึงอาจไม่จ�าเป็นต้องมีค�าสั่งจัดตั้ง ซึ่งจะเป็นการท�าโดยใช้จิตอาสาแต่ภาครัฐอาจจะพยายามท�า มันให้เป็นหน้าท่ี ท�าตามหน้าที่ เช่น ต�าบลปาลุกาสาเมาะ ที่มีความเข้มแข็ง ในหลากหลายด้าน จากการร่วมมือกัน ทุกฝ่ายจริง ๆ มีสมาชิกในกลุ่มไลน์เป็นร้อยคน ถ้าจากการวิเคราะห์ศูนย์ท่ีแข็งจะเป็นศูนย์ที่มีคณะกรรมการเป็น ก�านันผู้ใหญ่บ้านในสัดส่วนท่ีเยอะ เพราะถ้าเกิดก�านันผู้ใหญ่บ้านมีจิตอาสาแกจะท�าให้เกิดความภาคภูมิใจว่าการช่วย เหลือมนุษย์คนหนึ่งสามารถท�าให้เขาต่อลมหายใจไปได้อีก อยู่ในจิตวิญญาณของคน ต�าบลไหนมีก�านันผู้ใหญ่บ้าน เยอะและมีจิตอาสาจะขับเคล่ือนไปได้เยอะแต่ว่าถ้าต�าบลไหนขับเคล่ือนโดยสมาชิกอบต.ส่วนใหญ่จะขับเคล่ือนยาก เพราะสมาชกิ อบต.จะเน้นเรอ่ื งโครงสรา้ งพน้ื ฐาน แต่ว่าความทุกข์ร้อนของประชาชนจะอยู่ท่กี า� นนั ผใู้ หญบ่ า้ นจะซมึ ซับ มาทง้ั หมดวา่ ความทกุ ขร์ อ้ นแตล่ ะวนั มอี ะไรบา้ งอบต.เขาจะเนน้ งานของเขางานทผ่ี า่ นสภาวา่ สภาเนน้ มาใหท้ า� อยา่ งนน้ั อย่างนี้ เขาก็เน้นเฉพาะเรื่องงานของเขา ที่ปาลุกาสาเมาะจะมีก�านันผู้ใหญ่บ้านเป็นหลักทุก ๆ หมู่บ้านใช้โครงสร้าง สงั คม โครงสร้างศาสนา โครงสร้างการเมืองท้องถิ่น โครงสรา้ งการปกครองท้องท่ี แต่ทงั้ หมดนี้จะถูกรอ้ ยโดยสภาซรู อ และไสใ้ นของสภาซรู อเป็นการส่อื สารสมยั ใหม่ และการส่ือสารสมัยใหมท่ �าให้ไม่ตอ้ งมานง่ั รอมีความเห็นก็ใสเ่ ลย ถ้าเกิดว่าเป็นเลขาศูนย์ตามค�าส่ังท่ีต้ังใหม่ จะให้นิติกรหรือว่าปลัดเป็นเลขาถ้าเขามีความศรัทธาต่อความ เป็นธรรมคือศรัทธาในงานยุติธรรม ศรัทธาในความทุกข์ร้อนของชาวบ้านหลายศูนย์ท่ีปลัดเขาท�างานของเราได้ดี อันน้ีก็สามารถเติบโตเป็นศูนย์ท่ีเข้มแข็งได้ นายกฯก็เก่ง ปลัดก็เก่งอย่างน้ีได้ คือมีจิตอาสาเหมือนกัน แต่ถ้าปลัดเก่ง แต่นายกฯ ไม่เอาอย่างนี้ก็ไปไม่รอด และนอกจากนี้หากได้คนที่ไม่มีจิตอาสาเข้ามาท�างานก็ไม่ได้งานอีก เสียเงิน ไปเปลา่ ๆ ส�ำ นักง�นยุติธรรมจังหวดั สงขล� ค�าสั่งที่แจ้งให้ปลัดอ�าเภอข้ึนมาเป็นประธานศูนย์ออกมาภายหลังจากที่ได้มีการจัดต้ังเสร็จส้ินไปก่อนแล้ว 140 ศนู ย์ แตห่ ลงั จากที่มีค�าส่งั ตัง้ ศนู ยอ์ อกมา ทางสา� นกั งานยุติธรรมจังหวัดสงขลาไดเ้ ขา้ หารอื กับอ�าเภอและในพืน้ ที่ ซึ่งในพื้นที่มองว่าในเม่ือเราจัดต้ังเขาข้ึนมาแล้วและเขามีจิตอาสาที่จะขึ้นมาเป็นประธานเป็นคณะกรรมการตรงนี้แล้ว หากไปปรับตา� แหน่งกจ็ ะส่งผลกระทบต่อการยอมรับ ถ้ามีปลัดอ�าเภอเปน็ ประธาน กรรมการและประธานเดมิ กค็ งอาจ จะต้องลดบทบาทลง และในส่วนของทางอ�าเภอก็ตกลงท่ีจะให้ศูนย์ยุติธรรมชุมชนเป็นผู้น�าชุมชนแบบนั้นเหมือนเดิม เน่ืองจากปลัดอ�าเภอเองก็มีหน้าท่ีหลายงานปลดั อ�าเภอคนหน่งึ กม็ หี นา้ ทีห่ ลายต�าบลไมใ่ ชแ่ คต่ �าบลเดียวอาจจะกระทบ เวลามกี ารประชมุ หรือมกี ิจกรรมต่าง ๆ ปลดั กอ็ าจจะไม่เตม็ ท่ี ซึ่งทางส�านักงานก็ได้หารือทงั้ 16 อา� เภอ ก็เหน็ พอ้ งกนั ว่าจะให้คงรูปแบบเดมิ นอกจากนี้ การประเมินศูนย์เป็นแบบ ABCD น่าจะไม่ตอบโจทย์ในการพัฒนาตัวศูนย์ยุติธรรมชุมชนไม่ สามารถใช้แบบประเมินตรงน้ันมาวัดได้ คือใช้แบบประเมินน้ันเร็วเกินไปท่ีจะมาใช้วัดศูนย์ยุติธรรมชุมชนที่เราเพิ่ง จัดต้ังขึ้นมา ในการประเมินมีรายละเอียดมีลักษณะหนึ่งก็เชิงบริหารจัดการ อย่างเช่น ศูนย์มีแผนหรือไม่ศูนย์ มีการ จัดประชุมทุกเดือนหรือไม่ ศูนย์มีกิจกรรมต่อเนื่องหรือไม่ ศูนย์มีการประชาสัมพันธ์ในพื้นที่มากน้อยแค่ไหน คณะ
34 โครงการวจิ ัย กรรมการทุกคนรู้จักบทบาทครบหรือยัง ส่วนที่สองก็คือบทบาทภารกิจ ด้านท่ี 1 มีกี่เรื่อง ด้านที่ 2 มีก่ีเร่ือง รวมถึง การเอาภารกจิ 5 ดา้ นมาเปน็ แบบประเมิน ทา� ใหส้ า� นักงานยุติธรรมจงั หวัดลา� บากใจทจ่ี ะประเมินตามเกณฑแ์ บง่ ระดบั บางศูนย์ก็ยังติดขัดในการส่งรายงานก็ยังไม่ชัดเจนนัก ไม่เหมือนกับทางศูนย์บางแห่งมีการจ้างเจ้าหน้าท่ีประจ�าศูนย์ มีหน้าท่ีรวบรวมทุกเร่ืองต้องเก็บสถิติในการประเมินศูนย์ยุติธรรมชุมชนข้อมูลในส่วนของส�านักงานยุติธรรมจังหวัด สงขลามีการส่งข้อมูลศูนย์ที่เข้าระดับ A แต่เราไม่ได้เอาตัวชี้วัดมาวัดอย่างเคร่งครัด เพราะมันเป็นไปไม่ได้ในทาง ปฏิบัติ ถ้าวัดอย่างเคร่งครัดแบบน้ันก็คงผ่านเกณฑ์ไม่มากนัก แต่ส�านักงานยุติธรรมจังหวัดสงขลาพิจารณาจากความ ตั้งใจ จากการท่ีเราได้ประสานงาน นอกจากน้ียังมีปัญหาเร่ืองงบประมาณที่ไม่สามารถกระจายไปที่ศูนย์ได้เพราะ ไม่มีการตัดงบประมาณมาให้ ทา� ใหก้ ารจัดต้งั และการดา� เนนิ นโยบายเกี่ยวกับศูนย์ยตุ ธิ รรมมีความล�าบาก ในบางพื้นท่ี มีการรายงานผลการด�าเนินงานของศูนย์ยุติธรรมค่อนข้างดี แต่ไม่น่าจะเป็นไปตามรายงานเพราะว่าตัวช้ีวัดนี้มีผลต่อ ยุตธิ รรมจงั หวดั ซง่ึ ส�านกั งานจะโดนก�าหนดให้ด�าเนินการให้ไดต้ ามตวั ชวี้ ดั ส�านักงานยุติธรรมจังหวัดสงขลามองว่าควรค่อย ๆ พัฒนาไป แต่พองบประมาณขาด กรรมการแต่ละคนเขา ก็มีบทบาทอย่างอื่นของเขา เพราะฉะน้ันโอกาสท่ีเขาจะมาเจอกันเองนัดประชุมกันเองมันก็น้อย ยิ่งเราไม่มีกิจกรรม อะไรในการขับเคลอื่ นเขากย็ งิ่ หา่ ง ๆ ไป ส�าหรบั ส�านกั งาน มเี จ้าทก่ี นั อยู่ 3 - 4 คน มีงานอนื่ เข้ามาด้วยเราก็ไม่ได้ลงพน้ื ท่ีครบทุกศูนย์ เพราะมีรถคันเดียวของสา� นกั งาน หากจ�าเป็นกต็ ้องใช้รถส่วนตัวไปเองและลงพืน้ ท่แี บบนี้ก็เสย่ี ง ส่วนใหญ่ศูนย์ยุติธรรมชุมชนจะดึง อบต.เข้ามาด�าเนินกิจกรรม โดยที่เราก็คงคณะกรรมการไว้เราไม่อยากไป ตง้ั เพิม่ อกี ศนู ยห์ นงึ่ มันจะทา� ให้เกิดความสบั สนในการทา� งาน การขอความร่วมมือก็ทา่ นนายก อบต. มาเป็นที่ปรกึ ษา ท่านก็ให้นิติกรลงมาเป็นเลขานุการศูนย์ฯ คือการขอความอนุเคราะห์ใช้ห้องประชุม ในแง่การที่จะขับเคล่ือนงาน ภารกิจตรงกพ็ อจะมี ทางส�านักงานพยายามสนบั สนุนใหอ้ ยา่ งตอ่ เนอื่ งแตบ่ างศูนย์อาจไมไ่ ดด้ า� เนินการขน้ึ อยกู่ บั ตน้ ทุน ของแตล่ ะคนแต่ละชมุ ชน ว่าจะรับข้อมูลแล้วไปขยายผลได้หรือไมม่ ากน้อยเพยี งใด หากเป็นไปได้จะต้องค่อย ๆ สร้างงานยุติธรรมชุมชน ค่อย ๆ เห็นผลสัมฤทธิ์ไปเร่ือย ๆ สร้างความเข้มแข็ง อยา่ งเปน็ ระยะ ๆ อย่าไดก้ ดดนั ให้มีการดา� เนนิ การแบบรวดเรว็ ให้ส่ิงทีไ่ ปปลกู มันออกดอกออกผลออกมาไม่ใชว่ ่าจะวัด ทนั ที ชุมชนทแ่ี บบระเบิดจากขา้ งในขึน้ มาเองแลว้ มาขอใหท้ างยตุ ิธรรมจงั หวดั เขา้ ไปช่วยพัฒนาช่วยอะไรตา่ ง ๆ แตก่ ็ ยงั ไม่มีชมุ ชนแบบนนั้ เพราะจะเนน้ ไปในการด�าเนนิ การตามนโยบาย ศูนย์ยุติธรรมชุมชนท่ีได้ท�าดีดีจนหมู่บ้านอื่นท่ียังไม่เข้มแข็งได้เข้ามาใช้บริการ มันก็เป็นขบวนท่ีเขาพูดกันใน ชาวบ้านก็เลยท�าให้ต�าบลหนึ่งอยากท�าแบบนี้ด้วย ก็เลยเข้ามาขอให้ทางส�านักงานยุติธรรมจังหวัดช่วยจัดสนับสนุนให้ เขาเขา้ มาเปน็ เครอื ข่ายเพราะมาเห็นตวั อย่าง อาทิ การจัดต้งั ศูนยย์ ตุ ิธรรมชุมชนทีห่ าดใหญ่ ศูนย์ยุตธิ รรมชุมชนตำ�บลน�หมนื่ ศรี อำ�เภอน�โยง จังหวัดตรงั 1. ประเดน็ รูปแบบศกั ยภ�พและคว�มพรอ้ มขององค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่ 1.1 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลนาหมื่นศรี เป็นรูปแบบการจัดต้ังโดยมีโครงสร้างคณะกรรมการ ศูนย์ยุติธรรมชุมชนจากผู้น�าชุมชนภาคประชาชนเป็นประธานศูนย์และมีความร่วมมือทุกภาคส่วนในการพัฒนา ชุมชน ซ่ึงเป็นการปรับปรุงโครงสร้างจากรูปแบบการจัดตั้งตามค�าส่ังกระทรวงยุติธรรมที่ 322/2559 ที่ได้ก�าหนดให้ ปลัดอ�าเภอท�าหน้าท่ีประธานศูนย์ยุติธรรมท�าให้การระบุผู้เป็นกรรมการโดยต�าแหน่งอาจจะไม่มีความจิตอาสาในการ
ศักยภาพและความพรอ้ มขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ ในการสง่ เสรมิ การดำาเนนิ งานศนู ย์ยุตธิ รรมชุมชน 35 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) ทา� งานมากนักส่งผลกระทบใหศ้ นู ย์ยุติธรรมชุมชนนาหมน่ื ศรีไมส่ ามารถขับเคลอ่ื นได้เท่าท่ีควร ดังนน้ั จงึ มีการปรับปรงุ โครงสร้างต้ังคณะกรรมการมาชุดใหมเ่ ปน็ ตัวแทนจากทอ้ งถ่นิ แล้วก็อาสาสมัครท่ีมีใจมาช่วยชมุ ชน 2. ประเด็นคว�มต้องก�รของชมุ ชนและเหตปุ จั จยั ท่ีช่วยส่งเสรมิ ก�รด�ำ เนนิ ง�นศูนยย์ ตุ ิธรรมชมุ ชน 2.1การไกลเ่ กลย่ี ขอ้ พพิ าท ด�าเนนิ การโดยข้อกฎหมายต้องวางไวก้ อ่ นแล้วใช้ความสัมพันธ์ของคนเปน็ ความ สัมพันธ์เชิงเครือญาติใช้การพูดคุย คู่กรณีให้ความเชื่อถือผู้หลักผู้ใหญ่ท�าให้สามารถยุติลงได้ แม้บางครั้งไม่ได้ยุติโดย เนือ้ หาของความขดั แยง้ เองแตว่ ่ามันยตุ ดิ ว้ ยว่าใหค้ วามเกรงอกเกรงใจกัน อนง่ึ หากมกี ารไกล่เกลยี่ ข้อพพิ าทในช้นั ตา� รวจ เมอื่ เรอื่ งถงึ พนกั งานสอบสวนแลว้ มคี วามยงุ่ ยากมากทสี่ ดุ บางทคี ดยี อมความไดค้ วามผดิ เลก็ ๆ นอ้ ย ๆ จะกลายเปน็ เรอ่ื งใหญ่ ขน้ึ มาทนั ทีหากเรอื่ งยตุ ไิ ดก้ อ็ าจจะตอ้ งมคี า่ ใชจ้ า่ ยทกุ คดีดงั นน้ั ชาวบา้ นกไ็ ดร้ บั บทเรยี นวา่ ตกลงตวั กนั เองดกี วา่ สบายใจ กว่า มีความเป็นมิตรกัน การไปที่สถานีต�ารวจโดยมีพนักงานสอบสวนเป็นเจ้าของส�านวนแต่มักจะปฏิบัติราชการ หนงึ่ ถงึ สองปกี โ็ ยกยา้ ยไมม่ คี วามตอ่ เนอื่ งหากเลอื กการไกลเ่ กลยี่ ขอ้ พพิ าทกบั ศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชนไมม่ คี า่ ใชจ้ า่ ยคา่ ปรบั ใดๆ และดา� เนนิ การภายใตก้ ารรบั รขู้ องนายก อบต. และกา� นนั ทา� ใหม้ คี วามตอ่ เนอื่ งจากความเปน็ คนทพ่ี กั อาศยั อยใู่ นพน้ื ที่ 2.2 รูปแบบวิธีการระงับข้อพิพาทหรือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน เมื่อเกิดเหตุการณ์เหตุเดือดร้อนข้ึน จะมีวิธีการจัดการปัญหาในรูปแบบคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนร่วมกันออกไปเป็นทีมหลายคนเพื่อให้เกิดความ เกรงใจต่อคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนซึ่งอาจจะน�าไปสู่สถานการณ์กดดันคู่กรณีเพื่อให้เกิดยุติเหตุพิพาทท่ีเกิด ขน้ึ จุดเนน้ ทเี่ ด่นชัดคือความขดั แย้งในชุมชนมักเปน็ เรอ่ื งที่ไมซ่ บั ซอ้ น หากแตเ่ ปน็ เรื่องเข้าใจผดิ เป็นเรื่องอารมณ์ช่ัววูบ จะเห็นได้ว่าไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนหรือหลอกลวงกัน ดังน้ัน แม้จะพิพาทถึงขั้นยิงปืนกัน ก็สามารถไกล่เกลี่ย ขอ้ พิพาทกันไดใ้ ห้เร่ืองยตุ ิ 2.3 ความเช่ือม่ันผู้น�าชุมชน/ผู้ใหญ่บ้านก�านัน มีความใกล้ชิดกว่ารู้ปัญหาดีกว่า เพราะบางทีบางกรณี เกิดความขัดแย้งกันในเรื่องแนวเขตที่ดิน กรรมการฯบางคนที่เป็นผู้ใหญ่บ้านเขารู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ใครลุกล้�า ใครเขารู้เพราะมนั อยกู่ บั พน้ื ที่ใกลช้ ดิ กับพนื้ ที่ 2.4 การจัดการปัญหาโดยการพูดคุยและให้โอกาส รูปแบบการจัดการปัญหาเยาวชนเสพยาเสพติด จะใช้กระบวนการพูดคุยกับผู้ปกครองโดยคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนจะด�าเนินการให้ค�าปรึกษาแก่ ผู้ปกครองเพื่อให้เยาวชนยังคงมีโอกาสของชีวิตต่อไปประวัติอาชญากรรมไม่ติดตัวท�าให้ไม่ปิดกันการท�างานต่าง ๆ ในอนาคต 3. สถ�นก�รณก์ �รด�ำ เนนิ ง�นในบทบ�ทของศนู ย์ยตุ ิธรรมชุมชน 3.1 ปัญหายาเสพติดในชุมชน ปัญหาอาชญากรรมที่มีความรุนแรงท่ีสุดคือปัญหายาเสพติดของเยาวชน คาดวา่ มากถึงรอ้ ยละ 80 ของอาชญากรรมท่เี กดิ ข้ึนในชุมชน 3.2 ปัญหาท่ีได้รับผลกระทบจากยาเสพติด ในปัจจุบันมีสถานการณ์เยาวชนท้องก่อนวัยอันควร คุณแม่ วัยใส ซึ่งเป็นปัญหาที่ต่อเนื่องจากปัญหายาเสพติดในครอบครัวที่ท�าให้บิดามารดากระท�าผิดแล้วถูกจับต้องโทษใน เรอื นจ�าจงึ ท�าให้เยาวชนไม่ไดร้ ับการอบรมเลยี้ งดูใกล้ชิดจากผ้ปู กครอง ปัญหาคณุ แม่วัยใสมีสถติ เิ พมิ่ สูงขึน้ ในอนั ดบั ต้น ของประเทศ
36 โครงการวจิ ัย ศนู ยย์ ุติธรรมชมุ ชนตำ�บลในควน อำ�เภอย�่ นต�ข�ว จังหวดั ตรัง 1. ประเด็นรูปแบบศกั ยภ�พและคว�มพร้อมขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ 1.1 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลในควน มีที่ตั้ง ณ อบต.ในควน เป็นรูปแบบการจัดตั้งโดยมีโครงสร้างคณะ กรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนจากผู้น�าชุมชนภาคประชาชนเป็นประธานศูนย์ คณะกรรมการประจ�าศูนย์เลือกจาก ตวั แทนชุมชนแต่ละหมบู่ ้าน ตัวแทนจากสตรีของหมบู่ า้ น การขบั เคลอ่ื นงานจะพิจารณาว่าปญั หาความเดอื ดร้อนเกีย่ ว กบั หนว่ ยงานใด เชน่ ถา้ เป็นเร่ืองของนา�้ ประปาไมพ่ อใช้ทางศนู ยย์ ุตธิ รรมชมุ ชนในควนจะแจง้ ไปยัง อบต. เพือ่ ร่วมกนั แก้ไขปัญหาความเดอื ดร้อน กรณสี ตรีและเยาวชนท่ีขาดรายไดข้ าดโอกาสทางการศกึ ษาก็จะด�าเนินการชว่ ยเหลือเขา้ สู่ กองทุน และเรื่องของการไกลเ่ กลี่ยข้อพิพาทกส็ ง่ เร่ืองใหก้ บั หน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง 1.2 ศักยภาพของศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลในควน ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนก่อนมีการจัดตั้ง ศูนย์ยุติธรรมชุมชนในควนชาวบ้านจะไปขอความช่วยเหลือท่ีศูนย์ด�ารงธรรมท่ีอ�าเภอแต่เม่ือภายหลังมีศูนย์ยุติธรรม ชุมชนท�าให้ชาวบ้านจะทราบว่ามีการช่วยเหลือมีการดูแลเบ้ืองต้นก่อนทา� ให้ได้บริการช่วยเหลือชาวบ้านมากข้ึน กรณี เกิดเหตุท่ีหมู่ใดก็มีกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนท่ีอาศัยอยู่หมู่บ้านดังกล่าวน้ันอยู่ด้วยก็จะไปลงพื้นท่ีร่วมการพอได้ รับการแจ้งเหตุคณะกรรมการก็รวมตัวลงพ้ืนท่ีดูแล ท�าให้สามารถแก้ปัญหาได้ทันที พี่น้องจะรู้สึกว่าอบอุ่นกว่าดูเป็น กนั เองมากกว่าเม่ือเปรยี บเทียบกับการที่ไปตดิ ต่ออา� เภอหรือจงั หวัด 2. ประเดน็ คว�มตอ้ งก�รของชมุ ชนและเหตุปัจจัยที่ชว่ ยส่งเสริมก�รด�ำ เนินง�นศูนย์ยตุ ิธรรมชมุ ชน 2.1 ท่ีพึ่งของประชาชนในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในการใช้ด�าเนินชีวิตในชุมชน เมื่อชาวบ้าน ได้รับความเดือดร้อนแจ้งไปยังศูนย์ยุติธรรมชุมชนในควน ขอความช่วยเหลือ น�้าประปาไม่ไหลน�้าไม่พอใช้ ดังน้ัน ศูนย์ยุติธรรมชุมชนในควนจึงได้ร่วมกับ อบต. ในควน แก้ไขปัญหาความเดือดร้อน จึงได้ขอความร่วมมือจากธนาคาร เพ่ือการเกษตรและมีการจัดหาถังน�้าขนาดใหญ่ และจัดน�้าไปให้เป็นการช่วยเหลือเบ้ืองต้น เป็นบทบาทศูนย์ยุติธรรม ชุมชนในควนได้ให้ความช่วยเหลือประชาชาชนท่ีได้มอบความไว้วางใน มีความเชื่อมั่นต่อศักยภาพท่ีจะสามารถ ประสานความช่วยเหลือแกไ้ ขความเดอื ดร้อนได้สา� เรจ็ 2.2 ทัศนคติของคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชน ความมุ่งม่ันตั้งใจของผู้มีจิตอาสาในการท�างาน เพื่อ ชุมชนคือปัจจัยสู่ความส�าเร็จ ดังนั้น ขอบเขตหน้าท่ีของศูนย์ยุติธรรมชุมชนไม่ใช่เพียงแค่เรื่องไกล่เกลี่ยข้อพิพาท แต่ควรเราเปิดกว้าง คือ ถ้าชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนก็เป็นหน้าท่ีของศูนย์ยุติธรรมชุมชนที่ต้องไปดูแลให้การ บริการแกป่ ระชาชนและบรรเทาความเดือดร้อนดว้ ย 3. สถ�นก�รณ์ก�รดำ�เนนิ ง�นในบทบ�ทของศูนยย์ ตุ ิธรรมชมุ ชน 3.1 การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท เน่ืองจากคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนในควนเป็นคนท่ีพักอาศัยในพื้นท่ี ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน ดงั นั้น มีรูปแบบการไกลเ่ กลี่ยขอ้ พพิ าทได้ในทนั ทไี มต่ อ้ งมานั่งโตะ๊ เจรจาไกล่เกล่ยี แต่สามารถไป ท่สี ถานทีเ่ กดิ เหตุได้ทนั ทแี ละอาจจะยุติปัญหาได้ 3.2 การบริหารจัดการพื้นที่ คณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนในควนจะท�าหน้าท่ีเฝ้าระวังปัญหาความ เดือดร้อนของชาวบ้านในทุกพ้ืนท่ีของหมู่บ้านและเมื่อมีความเดือดร้อนเรื่องใดก็จะมีกระบวนการให้ความช่วยเหลือ มีการแนะน�าประสานงานใหส้ ามารถบรรเทาความเดอื ดรอ้ น 3.3 ความเสียสละของจิตอาสา คณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนในควนเสียสละเวลาในการท�างานเพื่อ
ศกั ยภาพและความพร้อมขององค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่ ในการสง่ เสรมิ การดำาเนนิ งานศูนยย์ ุตธิ รรมชมุ ชน 37 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) ชุมชนและอาจจะตอ้ งเสียสละเงินสว่ นตวั ในการดา� เนนิ กิจกรรมตา่ ง ๆ เพอื่ ให้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านได้รับ การแกไ้ ข 3.4 การสนับสนุนงบประมาณให้ศูนย์ยุติธรรมชุมชน ควรมีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการด�าเนินงานของ ศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชุมชนเพื่อเปน็ การแบ่งเบาภาระของคณะกรรมการศนู ย์ยตุ ธิ รรมชุมชน ศูนย์ยุติธรรมชมุ ชนต�ำ บลวงั คีรี อำ�เภอหว้ ยยอด จังหวดั ตรงั 1. ประเด็นรปู แบบศักยภ�พและคว�มพร้อมขององคก์ รปกครองส่วนท้องถนิ่ 1.1 ศูนยย์ ุติธรรมชุมชนตา� บลวังคีรี จดั ต้งั มานานในยคุ เร่ิมแรกของการจัดตง้ั ศนู ย์ยตุ ธิ รรมชุมชน โดยเป็น ความร่วมมือแบบสามเสา้ ทอ้ งถ่นิ ท้องท่ี และกลุม่ ผู้น�าไม่เป็นทางการของชมุ ชน และในปจั จุบันได้รบั ความร่วมมือกบั อบต. วงั คีรี ในการสนบั สนุนภารกิจด้วยดี ท้ังน้ี ในระยะหลังมขี อ้ จ�ากัดจาก สตง. ในการดา� เนินงานของ อปท. จึงทา� ให้ การสนับสนนุ การด�าเนนิ งานใด ๆ ต้องอยูใ่ นอา� นาจหน้าทต่ี ามกฎหมายรอบรบั การดา� เนนิ งานของ อปท. 1.2 จิตอาสาและต้นแบบของความส�าเร็จ ผลงานส�าเร็จเป็นที่ประจักษ์ท�าให้ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบล วังคีรีมักต้องรับการศึกษาดูงานของหน่วยงานต่าง ๆ และได้สะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยส�าคัญคือ การเสียสละท�างานเพ่ือ ชุมชนมีความเป็นจิตอาสาสูง ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่อื่นจะเห็นได้ว่าเม่ือต้องเสียสละเวลาและทรัพย์ที่เป็นค่าใช้ จา่ ยตา่ งๆ เช่น ค่าน�า้ มันรถ คา่ ใชจ้ า่ ยท่ัวไป กอ็ าจจะท�าให้ศนู ยย์ ตุ ิธรรมชุมชนอน่ื ๆ ยงั ไม่อาจขับเคลอื่ นไดเ้ ทา่ ทค่ี วร 1.3 ความย่ังยืนศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลวังคีรี ประชาชนในพ้ืนท่ีชุมชนรับรู้ว่ามีศูนย์ยุติธรรมชุมชน ต�าบลวังคีรีให้บริการให้ความช่วยเหลือ จะเห็นได้ว่ามีการจัดตั้งมาเป็นระยะเวลา 10 ปี ดังน้ันจึงท�าให้ได้รับการ ยอมรับและเช่อื มั่นจากประชาชน 2. ประเด็นคว�มตอ้ งก�รของชมุ ชนและเหตปุ จั จยั ที่ช่วยส่งเสริมก�รด�ำ เนนิ ง�นศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชน 2.1 การไกล่เกล่ียข้อพิพาทในชุมชน การมีผู้น�าท่ีมีความเช่ียวชาญมีประสบการณ์และได้รับการยอมรับ จะท�าให้การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนมีโอกาสประสบความส�าเร็จสูง การใช้รูปแบบเครือญาติภายในชุมชนเข้าไป ช่วยในกระบวนการไกล่เกล่ียข้อพิพาทท�าให้ยุติปัญหาความเดือดร้อนได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันจึงท�าให้ไม่มีข้อพิพาทใน ชมุ ชน ดงั นั้น สามารถเรยี กได้ว่ามภี มู คิ ้มุ กนั ของชมุ ชน 2.2 การได้รับการสนับสนุนจาก อปท. โดยท่ีศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลวังคีรีจะได้รับการสนับสนุนให้ ด�าเนินงานร่วมกบั อปท. โดยมีวาระส�าคัญก็จะเข้าสูก่ ารพิจารณาของสภา อบต.วงั ครี ี ท้ังนี้ การแกไ้ ขปญั หาความเดือด ร้อนหรือการด�าเนินการใด ๆ อาจจะมีความก�้าก่ึงในอ�านาจหน้าที่ซ่ึงต้องรอบคอบพอสมควร ซ่ึงได้ด�าเนินงานร่วม กันมาโดยตลอดภายใต้ข้อจ�ากัดท่ีเกิดข้ึน รวมทั้ง กิจกรรมให้ความรู้แก่ประชาชนในพ้ืนท่ีและยังได้รับความสนใจจาก ประชาชนในพ้นื ที่ใกล้เคียง 3. สถ�นก�รณ์ก�รดำ�เนินง�นในบทบ�ทของศนู ย์ยตุ ธิ รรมชุมชน 3.1 ปัญหายาเสพติดในชมุ ชน ในชุมชนมปี ญั หายาเสพตดิ ไม่มากนกั เนอ่ื งจากมีการจัดการปญั หา โดยให้ แกนน�าในหมบู่ า้ น อบต. และผชู้ ว่ ยผูใ้ หญ่บ้าน ผ้ใู หญบ่ า้ น กา� นนั น�าผูต้ ิดตาเสพติดไปบา� บดั แกไ้ ข ฟน้ื ฟู และตดิ ตาม ประเมนิ ผลไดท้ ุกคน และตอนนท้ี �าร่วมกนั กบั ป.ป.ส. ผูผ้ า่ นการบ�าบดั แล้วจพไดท้ ุนประกอบอาชีพ 3.2 การด�าเนินกิจกรรมท่ีตอบสนองความต้องการของประชาชน ช่วงเช้าจะมีเสียงตามสาประชาสัมพันธ์
38 โครงการวิจยั เร่ืองส�าคัญต่าง ๆ กฎหมายท่ีควรรู้และจ�าเป็น และจัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องท่ีเป็นชีวิตประจ�าวันของประชาชน เช่น พ.ร.บ.ท่เี กย่ี วกบั จราจร ประกนั ภัย การได้รบั ผลกระทบจากอบุ ัตเิ หตุจราจรต่าง ๆ รวมทง้ั ประชาชนต่างพ้ืนท่ีกเ็ ข้ารว่ ม 3.3 บทบาทการป้องกันความขัดแย้งในชุมชนและการกระท�าผิด เน่ืองจากในปัจจุบันประสบความส�าเร็จ ในการจัดการปัญหาความขัดแย้งจึงท�าให้ไม่มีเร่ืองความเดือดร้อนในการเข้าสู่กระบวนการไกล่เกล่ียข้อพิพาท ดังนั้น ควรมุง่ ทา� ในเชงิ ป้องกันความขัดแย้งในชมุ ชน ป้องกนั อาชญากรรม ป้องกนั การกระท�าผิดตา่ ง ๆ 3.2 กำรสมั ภำษณแ์ ละกำรลงพื้นทป่ี ระชมุ กลุ่มในจงั หวัดภำคเหนือ ต�ร�งที่ 3.2 พนื้ ท่ีก�รสมั ภ�ษณแ์ ละก�รลงพ้นื ทีป่ ระชุมกลุ่มในจงั หวดั ภ�คเหนือ ลำ�ดับ พ้นื ทกี่ �รสมั ภ�ษณ์และก�รลงพนื้ ทป่ี ระชุมกลุม่ 1 ศนู ยย์ ุตธิ รรมชมุ ชนต�าบลลวงเหนือ อา� เภอดอยสะเก็ด จงั หวดั เชียงใหม่ 2 ศูนยย์ ตุ ธิ รรมชุมชนตา� บลหางดง อา� เภอหางดง จังหวัดเชยี งใหม่ 3 ศูนยย์ ุติธรรมชุมชนต�าบลหารแกว้ อา� เภอหางดง จงั หวัดเชยี งใหม่ 4 ศูนย์ยตุ ิธรรมชุมชน ต�าบลบา้ นกลาง อ�าเภอสนั ปา่ ตอง จงั หวัดเชยี งใหม่ 5 ศนู ย์ยตุ ธิ รรมชมุ ชนตา� บลขึง่ อา� เภอเวยี งสา จังหวัดน่าน 6 ศนู ย์ยุตธิ รรมชุมชนต�าบลน้�าเกี๋ยน อ�าเภอภเู พียง จังหวัดนา่ น 7 ศูนย์ยุติธรรมชมุ ชนต�าบลแมข่ ะนิง อา� เภอเวียงสา จงั หวดั น่าน ศูนย์ยุตธิ รรมชมุ ชนต�ำ บลลวงเหนอื อำ�เภอดอยสะเกด็ จงั หวดั เชยี งใหม่ 1. ประเด็นรูปแบบศักยภ�พและคว�มพร้อมขององคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ 1.1 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลลวงเหนือ เป็นรูปแบบการจัดต้ังตามค�าสั่งกระทรวงยุติธรรมที่ 322/2559 โดยมีโครงสร้างคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนก�าหนดให้ปลัดอ�าเภอท�าหน้าท่ีประธานศูนย์ยุติธรรมชุมชน มีท่ีต้ัง ณ เทศบาลต�าบลลวงเหนอื ท้งั น้ี ก่อนมกี ารจดั ตง้ั ศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชุมชนกไ็ ดม้ กี ารดา� เนนิ กจิ กรรมต่าง ๆ ของชุมชนต�าบล ลวงเหนือร่วมกบั เทศบาลตา� บลลวงเหนอื อยแู่ ล้ว 1.2 คณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลลวงเหนือส่วนใหญ่ไม่รู้กฎหมายที่จะช่วยเหลือประชาชน บางกรณีเป็นกฎหมายอาญาต้องรู้วิธีพิจารณาความอาญาหรือเป็นคดีแพ่ง รวมท้ังท�าหน้าท่ีในบทบาทการไกล่เกล่ียข้อ พิพาท จา� เปน็ ตอ้ งมกี ารให้ความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพ 1.3 การขับเคล่ือนศูนย์ยุติธรรมชุมชนยังไม่เต็มที่เท่าที่ควร เน่ืองจากขาดการอบรมหรือการให้ความรู้ท่ี จะให้คณะกรรมศูนย์ยุติธรรมชุมชนได้เรียนรู้ในด้านของกฎหมาย และ อปท. ไม่สามารถท่ีจะด�าเนินการในเร่ืองการ ปอ้ งกันคดีอาญาเนอื่ งจาก อปท. มีหน้าท่แี ตกต่างจากกา� นนั /ผใู้ หญบ่ า้ น (พ.ร.บ.ลกั ษณะปกครองทอ้ งที่) กา� นนั /ผใู้ หญ่ บ้านเป็นเจ้าหน้าที่โดยต�าแหน่งก็สามารถปฏิบัติการในส่วนต่าง ๆ เหล่านั้นได้ อปท.ไม่มีกฎหมายท่ีจะเชื่อมโยงให้ อ�านาจกระบวนการทางด้านอาญาหรือกระบวนการทางด้านอื่นจะไม่มีหรือมีน้อยมาก ดังนั้น อปท.บางแห่งใช้หน้าที่ ของทางของอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) เข้ามาด้วยในการดูแลปัญหาไม่ว่าจะเป็นอาชญากรรมหรือ
ศักยภาพและความพร้อมขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ในการส่งเสริมการดำาเนนิ งานศูนยย์ ตุ ิธรรมชมุ ชน 39 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) ยาเสพติด เทศบาลมหี นา้ ทก่ี ต็ ่อเม่อื มภี ัยพบิ ัตเิ ข้ามา ส่ิงตา่ ง ๆ เหลา่ นี้กฎหมายไมเ่ ออ้ื อ�านวยให้ผนู้ า� ทอ้ งถิ่นจะทา� อะไร ก็ไปติดขดั อยูท่ ่กี ฎหมายท้งั หมด 1.4 การด�าเนินงานศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลลวงเหนือ ไม่ค่อยประสบความส�าเร็จเนื่องจากการแต่งต้ัง ปลัดอ�าเภอซึ่งมีภาระงานหลักจ�านวนมากในการรับผิดชอบพ้ืนท่ีหลายต�าบลเป็นประธานศูนย์ยุติธรรมชุมชน ต�าบล ลวงเหนือ ดังนั้น ประธานควรจะเป็นคนในชุมชนเป็นแนวทางที่จะประสานงานได้คล่องตัวมากข้ึนและเรื่องท่ีทางท้อง ถ่ินประสบปัญหาเรื่องของการด�าเนินเก่ียวกับยุติธรรมชุมชน คือ ในพ้ืนที่เรื่องเดือดร้อนต่าง ๆ ก็อาจจะไม่ต้องเข้าสู่ กระบวนการยุตธิ รรม สศู่ าล ทา� ให้ไมเ่ สียเวลาในการด�าเนนิ คดี 1.5 บทบาท อปท. ในการสนบั สนนุ ชมุ ชน ดงั นนั้ ศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชนตา� บลลวงเหนอื จะมกี ารประชมุ กต็ อ่ เมอ่ื มเี รอ่ื งขอความชว่ ยเหลอื แกไ้ ขปญั หาความเดอื ดรอ้ น ทงั้ น้ี หากไมม่ เี รอื่ งความเดอื ดรอ้ นกจ็ ะมกี ารจดั กจิ กรรมคนดศี รสี งั คม กจิ กรรมรเู้ ทา่ ทนั เทคโนโลยี การปอ้ งกนั เดก็ ทอ้ งกอ่ นวยั อนั ควร สงิ่ ตา่ ง ๆ เหลา่ นใี้ ชง้ บประมาณของเทศบาลตา� บลลวงเหนอื 1.6 การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท หมู่บ้านมีคณะกรรมการหมู่บ้านและจะมีคณะกรรมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท โดยมีการแต่งต้ังไว้แล้วโดยเป็นผู้ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถืออย่างน้อยสองท่านมาเป็นคณะกรรมการไกล่เกล่ีย ข้อพิพาท ดังน้ันถ้าเกิดเหตุพิพาทชาวบ้านส่วนใหญ่ก็จะมาปรึกษา จะเห็นได้ว่าเป็นหน้าท่ีของผู้ใหญ่บ้านและคณะ กรรมการหมู่บ้าน ถ้าเกินกว่าเหตุท่ีทางหมูบ้านจะรับไหวหรือปัญหาที่ใหญ่เกินไปรวมทั้งในข้อกฎหมายก็จะปรึกษา ก�านนั และเจา้ หนา้ ท่ีต�ารวจในพ้นื ทหี่ รอื ผู้ที่รู้กฎหมาย 2. ประเด็นคว�มต้องก�รของชุมชนและเหตปุ ัจจัยทช่ี ว่ ยสง่ เสรมิ ก�รด�ำ เนนิ ง�นศนู ยย์ ตุ ิธรรมชุมชน 2.1 การปรับปรุงโครงสร้างคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชน เน่ืองจากโครงสร้างตามค�าสั่งกระทรวง ยตุ ิธรรมท่ี 322/2559 องคป์ ระกอบค่อนข้างจะใหญ่เกินไป อยากใหอ้ ยแู่ ค่คนในพนื้ ทชี่ ุมชน เพราะการการคัดเลอื กจะ ง่าย อยู่ในจุดท่ีใกล้กันมากที่สุดจะตัดสินใจและพูดคุยกันได้ไวท่ีสุดซ่ึง ดังน้ันควรออกแบบโครงสร้างในส่วนของต�าบล ให้เล็กลงมาขับเคล่ือนกันโดยใช้โครงสร้างเครือข่ายส่วนใหญ่จะเป็นผู้น�าชุมชนและมีโอกาสพูดคุยได้ง่าย ควรให้ผู้น�า ท้องถิ่น ผู้น�าท้องท่ี ในต�าบลนั้น ๆ เป็นประธานฯ และประกอบด้วยผู้น�าในพ้ืนท่ีไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภา อปท. หรือผู้บริหารเทศบาลและมอบหมายเจ้าหน้าที่ของเทศบาลเป็นเลขานุการ ในส่วนของปลัดอ�าเภอ นายอ�าเภอ กไ็ ปอยใู่ นส่วนของทป่ี รกึ ษา รูปแบบนี้การขบั เคลื่อนจะสา� เร็จผลมากและไม่ต้องไปรอวา่ ทางอา� เภอจะเรยี กประชุมเมอ่ื ไหรอ่ ะไรตา่ ง ๆ ซึ่งทา� ให้เกดิ การลา่ ชา้ ในการดา� เนนิ การ 2.2 การบริหารงบประมาณ อปท. ในปัจจุบันการท�างานต้องรับผิดชอบชี้แจง สตง. ควรผลักดันในเรื่อง การออกระเบียบโดยเฉพาะทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกับ อปท. ในเร่อื งการใชง้ บประมาณ ควรใหด้ �าเนนิ การอย่างปลอดภัย ทุกวนั นี้ อปท. ตอ้ งช้ีแจง สตง. ในหลายกิจกรรมไมใ่ ชอ่ �านาจหน้าทข่ี อง อปท. ส่งผลให้มีการเรยี กเงินคืน 2.3 การลดคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ศูนย์ยุติธรรมชุมชนเกิดข้ึนในทุกต�าบลเป็นการช่วยท�าให้ความ เดอื ดร้อน คดีความลดลงได้ สามารถไกล่เกลย่ี ขอ้ พิพาทได้ในระดบั ตา� บล 3. สถ�นก�รณก์ �รดำ�เนินง�นในบทบ�ทของศนู ย์ยุตธิ รรมชมุ ชน 3.1 ชุมชนมีความเข้มแข็งมีการสร้าวเครือข่ายจากผู้แทนของทุกหมู่ ชุมชนค้นพบปัญหาว่าจุดเริ่มต้น คือ เยาวชนที่จะเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต ถ้าปราศจากการหันเหการเบ่ียงเบนไปสู่ยาเสพติดซ่ึงจะน�าไปสู่อาชญากรรมต่อ ไป ดังน้ันชุมชนจึงแก้ปัญหาและด�าเนินงานมาตั้งแต่ปี 2548 อยู่ในสถานการณ์ท่ีควบคุมได้ในพ้ืนท่ีต�าบลลวงเหนือ
40 โครงการวจิ ัย กระบวนการหน่งึ ของหมู่บา้ นเกยี่ วกับการดูแลปกป้องคมุ้ ครองเดก็ ในพนื้ ท่ีต�าบลลวงเหนือต้งั แต่ปี 2548 ที่ผา่ นมา เพือ่ ไม่ให้เก่ียวข้องกับคดีอาชญากรรมหรือยาเสพติดซึ่งใช้กระบวนการของคณะกรรมการเครือข่ายในการดูแลภาพรวม ต่างๆ สามารถปกป้องเด็กเยาวชนเหลา่ นใี้ หไ้ ม่มพี ฤตกิ รรมติดยาเสพตดิ ไม่ก่อคดีอาชญากรรม 3.2 การใช้กระบวนการยุติธรรมทางเลือกในชุมชน เมื่อประมาณ 5 ปีท่ีผ่านมาได้มีเด็กนักเรียนซ่ึงสภาพ ครอบครวั คอื คณุ แมต่ ดิ คกุ เพราะคา้ ยาเสพตดิ พอ่ เปน็ คนตา่ งชาตหิ ยา่ รา้ งคณุ แมไ่ ปแลว้ ในครอบครวั ดงั กลา่ วมบี ตุ ร2คน ให้อยู่กันเองตามลา� พังให้ไปเรียนหนังสือ คาดว่าเด็กมีความเก็บกดเป็นเวลานาน จึงได้มีพฤติกรรมเข้าไปขโมยกระปุก ออมสินของเด็กท่ีโรงเรียน และเห็นสีท่ีเด็กนักเรียนวาดเขียนไว้ก็ท�าลาย เมื่อชุมชนได้รวบรวมหลักฐาน และรู้แล้วว่า เด็กคนนี้ท�า คณะกรรมการเครือข่ายคุ้มครองเด็กต�าบลลวงเหนือก็ลองเข้าไปพูดคุยกับเด็ก เด็กบอกว่า เด็กอยากได้ เงิน สาเหตุ ดงั น้ี 1. มาจากครอบครัวที่แตกแยก 2. เด็กมีความเกบ็ กดเหน็ เพ่อื นมโี ทรศพั ทแ์ ลว้ อยากมีบา้ ง ดังน้นั คณะ กรรมการเครือข่ายคุ้มครองเด็กต�าบลลวงเหนือด�าเนินการไปหารือกับทางต�ารวจ หากจับกุมเด็กคนน้ีเข้าไปสู่สถาน พินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเด็กอาจจะไปซึมซับสิ่งไม่ดีมากข้ึน ดังนั้น คณะกรรมการเครือข่ายฯจึงไม่ด�าเนินคดี กับเด็กและจัดการดูแล หลังจากนั้นเป็นต้นมาเด็กคนนี้กลายเป็นเด็กดีในชุมชน จะเห็นได้ว่าบางสิ่งบางอย่างกฎหมาย ไม่สามารถท่ีจะท�าให้เด็กเป็นคนดีได้ แต่การมีกระบวนการที่จะไกล่เกลี่ยฯ หรือจะท�าให้เด็กพูดระบายความในใจให้ เราได้รับรู้และเราสามารถท่ีจะแก้ปัญหาเบ้ืองต้นได้ กระบวนการต่างๆ เหล่านี้เป็นกระบวนการในการป้องกันไม่ใช่ การปราบปรามทา� ใหเ้ ดก็ ไมต่ ้องไปผา่ นสถานบา� บัดหรือสถานพนิ ิจฯ ศูนยย์ ุติธรรมชมุ ชนต�ำ บลห�งดง อำ�เภอห�งดง จังหวดั เชียงใหม่ 1. ประเด็นรูปแบบศักยภ�พและคว�มพรอ้ มขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน 1.1 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลหางดง เป็นรูปแบบการจัดต้ังตามค�าสั่งกระทรวงยุติธรรมท่ี 322/2559 โดยมีโครงสร้างคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนก�าหนดให้ปลัดอ�าเภอท�าหน้าท่ีประธานศูนย์ยุติธรรมชุมชนมีที่ตั้ง ณ เทศบาลต�าบลหางดง ท้งั น้ี ชมรมผูส้ งู อายเุ ทศบาลต�าบลหางดงซึง่ ถอื ว่าเปน็ ชมรมทม่ี ีความเหนี่ยวแน่นและมีพลงั ซึง่ เป็นรากฐานของชุมชนทหี่ างดงแหง่ น้ี 1.2 เทศบาลตา� บลหางดง มีบทบาทในการแก้ไขปัญหาของชุมชนสว่ นมากอยา่ งดา้ นยาเสพตดิ โดยก�านนั ผู้ใหญ่บ้านจะมีการรายงานทุกเดือน และร่วมกับเจ้าหน้าที่ต�ารวจในฝ่ายปกครองด�าเนินการ ส่วนมากผู้ท่ีติดยาหรือ เสพก็ต้องเอาเข้าบ�าบัด บางครั้งเทศบาลก็ได้ช่วยเหลือที่ให้นอนเข้าค่าย หากมีงบประมาณทางเทศบาลจะต้องดูแล เรื่องนี้เป็นโดยเฉพาะ ส�าหรับผู้ท่ีออกจากคุกมาแล้ว ก็ได้มี ป.ป.ส. ท่ีช่วยฟื้นฟูเก่ียวกับการท�างาน ผู้ที่ไม่มีงานท�าให้ รายละ 20,000 บาททกุ ปี เงินผา่ นสมาคมของจงั หวัดเชียงใหม่ ผา่ นบญั ชีสมาคม 2. ประเด็นคว�มตอ้ งก�รของชมุ ชนและเหตปุ ัจจัยท่ีช่วยส่งเสรมิ ก�รดำ�เนินง�นศนู ยย์ ตุ ิธรรมชมุ ชน 2.1 ปัจจัยส่งเสริมความเข้มแข้งชุมชนหางดง มีการจัดตั้งศูนย์ผู้สูงอายุชุมชน ผู้สูงอายุส่วนมากจะเข้า ร่วมกิจกรรม เช่น มีการออกก�าลังกายฟื้นฟูต่าง ๆ ท�าให้อารมณ์ดี เม่ืออารมณ์ดีก็จะท�าให้ไม่มีการทะเลาะวิวาทกัน หรือมีทะเลาะวิวาทน้อยมาก ๆ ในกลุ่มผู้สูงอายุ ท�าให้ผู้สูงอายุมีอารมณ์ดีเมื่อมาตรวจสุขภาพก็ได้พูดคุยกัน รวมท้ัง ศูนย์ยุติธรรมชุมชนได้ตั้งเป้าหมายไว้ โดยจะมีพระสงฆ์มาสอนในโรงเรียนไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนมัธยมหรือประถม โดย
ศกั ยภาพและความพรอ้ มขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ ในการส่งเสริมการดำาเนินงานศูนยย์ ุตธิ รรมชุมชน 41 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) การสนับสนุนจากเทศบาลทุกปี ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลหางดง มีการพูดคุยกันอยู่เสมอท�าให้เร่ืองที่ร้ายแรงมากไม่มี เพราะส่วนมากชาวบา้ นอารมณ์ดี 2.2 การจัดการปัญหาความเดือดร้อนเป็นระบบ มีการวางเครือข่ายมอบหมายให้สมาชิกสภาเทศบาล รับผิดชอบครอบคลุมพ้ืนท่ีท้ังหมดของชุมชน เม่ือมีปัญหาความเดือดร้อนสามารถแก้ไขได้ในทันที่ในพ้ืนท่ีรับผิดชอบ ที่มอบหมายไว้ เช่น เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันคู่กรณีต้องเลือกไปก�านันผู้ใหญ่บ้าน ถ้าหากก�านันผู้ใหญ่บ้านรับมือไม่ ไหวจึงจะไปเทศบาล หากปัญหาแก้ไขไม่ได้ก็ต้องไปหาเจ้าหน้าที่ต�ารวจ และหากเจ้าหน้าที่ต�ารวจแก้ไขไม่ได้ก็ไปศูนย์ ดา� รงธรรม เป็นขนั้ ตอนกระบวนการจดั การปญั หาดงั กล่าว ดังนน้ั การจัดต้ังศูนยย์ ุตธิ รรมชมุ ชนจะชว่ ยให้กระบวนการ ดังกลา่ วสามารถชว่ ยเหลือปญั หาความเดอื ดร้อนของประชาชนได้มากกขนึ้ 2.3 ปัจจัยความส�าเร็จในการดูแลความเดือดร้อนของประชาชน การท�างานของเทศบาลหางดง มีการมอบหมายสมาชิกสภาเทศบาลเข้าเวรประจ�าการ ณ ทีท่ �าการเทศบาลวันละ 2 ทา่ น 2.4 ผลงานความส�าเร็จของศูนย์ยุติธรรมชุมชนหางดงสามารถสร้างศรัทธาความเชื่อมั่นในการแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ความส�าเร็จของการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้ส�าเร็จ จะน�าไปสู่ผลกระทบที่ได้รับการยอมรับและเช่ือมั่นได้เป็นอย่างดี กรณีศึกษาของความเดือดร้อนของปัญหามรดก ในครอบครัว บุตรสาวอยู่ในวัยเรียนได้เข้าปรึกษาศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลหางดงจากกรณีบิดาเสียชีวิตโดยที่ไม่เคย ทราบมาก่อนว่าบิดาได้จดทะเบียนสมรสใหม่ เมื่อเกิดกรณีพิพาทในเร่ืองการฌาปนกิจโดนกีดกันจากภรรยาใหม่ของ บิดาและการแบ่งมรดกที่ภรรยาใหม่อ้างและขู่ว่าบุตรสาวไม่มีสิทธิในการเข้ามาเก่ียวข้อง จึงได้มีการด�าเนินการช่วย เหลือโดยศูนย์ยุติธรรมชุมชนหางดง มีความพยายามเจรจาคู่กรณีและสามารถให้ทายาทผู้สืบสันดานได้รับสิทธิตาม กฎหมาย จะเห็นได้ว่าประชาชนไม่มีความรู้ในสิทธิและกฎหมายจ�าเป็น กรณีดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่เชื่อ ม่นั ศนู ยย์ ตุ ิธรรมชมุ ชนหางดงเป็นอยา่ งมาก 2.5 การเสริมสร้างความรู้ให้แก่ประชาชนของเทศบาลต�าบลหางดง สามารถจะให้ความรู้แก่ประชาชน โดยท่ัวไป ซ่ึงชาวบ้านไม่มีความรู้ก็ย่อมกลัวการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ดังน้ัน เมื่อเทศบาลต�าบลหางดงสนับสนุน การจัดต้งั ศูนยย์ ตุ ธิ รรมชุมชนหางดงจะเป็นประโยชน์ให้กบั ชุมชน 3. สถ�นก�รณก์ �รด�ำ เนนิ ง�นในบทบ�ทของศูนย์ยุติธรรมชมุ ชน 3.1 การไกล่เกล่ียข้อพิพาท ชุมชนเช่ือมั่นว่าการน�าเร่ืองพิพาทไปฟ้องรวมอยู่ที่ในศาลไม่ใช่เรื่องที่ดีต่อ ชมุ ชนดังนนั้ พี่นอ้ งชาวบ้านก�านันผใู้ หญ่บา้ นจะต้องท�าศาลเตี้ยในแต่ละตา� บลศาลเตี้ยในท่ีนห้ี มายถงึ เมื่อมปี ัญหาอะไร กใ็ ห้มาไกลเกลยี่ กันท่บี า้ นก�านนั ผใู้ หญบ่ า้ น ถ้าหากเปน็ เรื่องเลก็ ๆ น้อย ๆ กด็ �าเนินการชว่ ยเหลือ แกไ้ ขความเดอื ดรอ้ น หากมีเรื่องกันหนักมากถึงกับจะฆ่ากันก็จะขอให้หยุดก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยให้มาคุยกันใหม่หรือสามีภรรยาทะเลาะวิวาท กันตอนกลางคืนก็ขอให้หยุดใจเย็นๆขอให้พรุ่งนี้เช้าค่อยมาคุยกัน จะเห็นได้ว่าคดีเล็กน้อยของชุมชนไม่ควรน�าไปสู่ การฟ้องศาล จะท�าให้มีปริมาณคดีมากมายและความเดือดร้อนได้รับการแก้ไขล่าช้าต้องใช้เวลานาน เราจึงต้องใช้วิธี ศาลเตี้ยในชมุ ชนนี้ เทศบาลกม็ ีสนับสนุนงบประมาณเกย่ี วกับเร่ืองยาเสพติด 3.2 ความส�าเร็จของการใช้กระบวนการยุติธรรมทางเลือกมาใช้ในการแก้ไขปัญหาในชุมชน คือ ท�าอย่างไรก็ได้ขอให้คู่กรณีท้ังสองฝ่ายยอมรับกันได้ซึ่งส่วนใหญ่ก็จบ หรือสามารถไกล่เกลี่ยข้อพิพาทให้ส�าเร็จได้ แมก้ ระทง่ั ว่าเพยี งแค่ไปพดู คุยที่เกดิ เหตโุ ดยไมจ่ �าเปน็ ตอ้ งมาคุยที่บา้ นทา่ นก�านันผใู้ หญบ่ า้ น
42 โครงการวิจยั 3.3 บทบาทในการจัดการป้องกันปัญหาของชุมชน การปราบปรามคนต่างด้าวหรือต่างชาติท่ีเข้ามาอยู่ ในพ้ืนที่ โดยมอบหมายให้ก�านันผู้ใหญ่บ้านส�ารวจว่าคนต่างด้าวนั้นเข้ามาพักอาศัยอยู่ในพ้ืนที่ให้ถ่ายรูปไว้และน�าส่ง อา� เภอ เนือ่ งจากหากวา่ เกิดมขี ้อพิพาทหรืออาชญากรรมจะได้ตดิ ตามคนกลมุ่ น้ไี ด้ และตอ้ งมกี ารดูแลควบคมุ ปจั จบุ นั ตา่ งด้าวมีท้งั ถูกต้องตามกฎหมายและไมถ่ กู ตอ้ งตามกฎหมายในอัตราส่วนรอ้ ยละ 50 ศนู ยย์ ุติธรรมชุมชนต�ำ บลห�รแก้ว อ�ำ เภอห�งดง จงั หวดั เชยี งใหม่ 1. ประเดน็ รปู แบบศกั ยภ�พและคว�มพรอ้ มขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ 1.1 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลหารแก้ว เป็นรูปแบบการจัดตั้งตามค�าสั่งกระทรวงยุติธรรมท่ี 322/2559 โดยมีโครงสร้างคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนก�าหนดให้ปลัดอ�าเภอท�าหน้าท่ีประธานศูนย์ยุติธรรมชุมชนมีท่ีตั้ง ณ เทศบาลต�าบลหารแกว้ 1.2 การรบั รขู้ องประชาชน การประชาสมั พนั ธบ์ ทบาทหนา้ ทภ่ี ารกจิ ของศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชนตา� บลหารแกว้ ยงั ไมท่ ่วั ถึงประชาชนมากนกั 1.3 ความเชื่อม่ันคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชน เนื่องจากคณะกรรมการของศูนย์ยุติธรรมชุมชนเป็น คนในชุมชนซึ่งเป็นพ่ีเป็นน้องกัน บางมุมมองอาจจะมองว่าถ้าข้อพิพาทเกิดกับญาติพ่ีน้องของคณะกรรมการศูนย์ฯ ที่เปน็ คู่พพิ าทอาจจะมองวา่ ไมย่ ตุ ธิ รรมสา� หรับคู่กรณี 1.4 บทบาทของปลดั อา� เภอในฐานะประธานศูนย์ยตุ ิธรรมชมุ ชน เมอื่ เกิดปญั หาความเดอื ดร้อนเกิดข้นึ ใน ชมุ ชนทุกครั้งจะได้รับการชว่ ยเหลือจากก�านัน ผใู้ หญบ่ ้านเป็นอันดับแรก จากก�านัน ผ้ใู หญ่บ้านแล้ว หากไกล่เกล่ียข้อ พิพาทในหมู่บ้านน้ัน ๆ ถ้าไม่สา� เร็จ เรื่องจะส่งไปยังประธานศูนย์ยุติธรรมชุมชน ท้ังน้ี ปลัดอ�าเภออยู่ในพื้นท่ีในต�าบล ทุกวันจึงท�าให้สะดวกในการด�าเนินการช่วยเหลือผู้ใหญ่บ้าน ก�านัน ในการไกล่เกลี่ยคดีความ หากมีปัญหาความเดือด ร้อนท่แี ก้ไขยงั ไม่ส�าเรจ็ ก็จะเขา้ ส่ทู ่ปี ระชุมคณะกรรมการศนู ย์ยุตธิ รรมชุมชน 1.5 การใช้งบประมาณของเทศบาลสนับสนุนภารกิจ จากปัญหาการใช้งบประมาณของ อปท. ในการจัดกิจกรรมที่ไม่อยู่ในอ�านาจหน้าที่ของ อปท. อาจจะต้องช้ีแจง สตง. และเรียกเงินคืนได้น้ัน เทศบาลหารแก้ว ได้มีการจัดโครงการกิจกรรมอบรมให้ความรู้กับประชาชน ผู้น�าชุมชน ในเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐาน มีการแทรกกฎหมายท่ี ประชาชนควรรแู้ ละได้เสริมเนอื้ หาบทบาทของศูนยย์ ุตธิ รรมชมุ ชนตา� บลเปน็ การประชาสมั พันธ์เบือ้ งตน้ เป็นการใช้งบ ประมาณในบทบาทหน้าท่ีหลักตามกฎหมายของ อปท. แล้วเสริมเนื้อหาท่ีเป็นประโยชน์ในการแจ้งให้ประชาชนได้รับ ทราบถึงการเขา้ ถงึ โอกาสจากการมศี นู ยย์ ุติธรรมชุมชน 2. ประเด็นคว�มตอ้ งก�รของชุมชนและเหตุปัจจัยท่ชี ่วยสง่ เสรมิ ก�รดำ�เนินง�นศนู ย์ยุตธิ รรมชมุ ชน 2.1 ผลกระทบจากการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ในปัจจุบันมีการเติบโตขึ้นของสังคมน�าไปสู่ ปัญหาต่าง ๆ เพิ่มมากข้ึนตามไปด้วย คนต่างถ่ินมาเข้ามาอาศัย ทั้งคนต่างด้าว ต่างชาติ แล้วบริบทของคนต่างถิ่น ท่ีมาอาศัยอยู่ในพ้ืนที่ ท�าให้ความประนีประนอมระบบเครือญาติถูกลดบทบาทลง ท�าให้พื้นที่ของความขัดแย้งก็จะ ขยายข้ึน เทศบาลหารแก้วพยายามท�ากิจกรรมเป็นเวทีเสริมสร้างความรู้ให้กับประชาชนคู่ขนานกับสถานการณ์ ท่ีเกิดข้ึน เพ่ือลดความขัดแย้งที่เกิดในพ้ืนที่ เพราะถ้าในพื้นที่เกิดความขัดแย้งจะท�าให้ทุกภาคส่วนเดือดร้อน เพราะฉะนั้นบทบาทของผู้น�าท้องถ่ินต้องอาศัยความร่วมมือในทุกมิติ โดยเฉพาะก�านัน ผู้ใหญ่บ้าน ท่ีจะต้องมี
ศกั ยภาพและความพร้อมขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ในการสง่ เสรมิ การดาำ เนนิ งานศนู ย์ยุตธิ รรมชมุ ชน 43 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) การไกลเ่ กลย่ี ในระดับพ้ืนที่ ซงึ่ เป็นกลไกระบบผู้น�าธรรมชาติ จะรสู้ กึ ดกี วา่ การใช้กลไกที่เป็นโครงสรา้ งหลกั ภาครฐั และ การเตรียมความพร้อมของบคุ ลากรในเร่อื งของการให้ความรู้ความเข้าใจภายในกรอบอา� นาจหนา้ ทข่ี องคณะกรรมการ 3. สถ�นก�รณ์ก�รดำ�เนินง�นในบทบ�ทของศูนยย์ ตุ ิธรรมชุมชน 3.1 การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทซ้�าซ้อนกับหน่วยงานอ่ืน บทบาทของปลัดอ�าเภอท�าหน้าที่ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ของศูนย์ด�ารงธรรมอ�าเภอซ่ึงเหมือนกับภารกิจของศูนย์ยุติธรรมชุมชน ทั้งนี้ ได้ช้ีแนะประชาชนถึงความส�าคัญและ ประโยชน์ในการเข้าสู่กระบวนการไกล่เกล่ียข้อพิพาทเพ่ือให้ยังอยู่ร่วมกันในชุมชนได้โดยไม่มีความบาดหมางในใจกัน ซ่ึงบทบาทของกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง โดยก�านัน ผู้ใหญ่บ้านมีหน้าท่ีดูแลรักษาความเรียบร้อยภายใน หมู่บ้าน รวมท้ังไกล่เกล่ียข้อพิพาทในส่วนของคณะกรรมการหมู่บ้านอยู่แล้ว บางครั้งก�านันผู้ใหญ่บ้านก็จะท�าไป โดยหน้าที่ซึ่งอาจจะไม่ได้คิดว่าท�าในบทบาทคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชน ดังนั้น จะเห็นได้ว่างานเกี่ยวพันกัน มีลักษณะคล้ายกันเป็นการแก้ไขปัญหาภายในชุมชนหรือหมู่บ้านอยู่แล้ว ท�าให้เอ้ือประโยชน์ให้ศูนย์ยุติธรรมชุมชน ด้วยและแก้ไขปัญหาภายในหมู่บ้านด้วย ซึ่งงานเหล่าน้ีประโยชน์สูงสุดก็ตกไปท่ีชาวบ้าน ประโยชน์สูงสุดในการแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนอยู่รว่ มกันภายในชมุ ชนอย่างมีความสขุ 3.2 บทบาทของศูนย์ยุติธรรมชุมชนกับศูนย์ด�ารงธรรม ภารกิจของทั้งสองหน่วยงานเม่ือพิจารณาแล้วจะ เห็นว่าศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลเปรียบเสมือนเป็นเครือข่ายของศูนย์ด�ารงธรรมอ�าเภอ ท�าหน้าที่เหมือนเป็นศูนย์ด�ารง ธรรมเล็ก ๆ ที่กระจายอยู่ตามต�าบล ซึ่งตอนนี้คือแค่ขาดการประชาสัมพันธ์ถ้ามีการประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านได้รับรู้ เพ่ิมเติมมากข้ึน ท่ีตั้งของ อปท. มีความใกล้ชิดกับประชาชนมากกว่าท่ีว่าการอ�าเภอ รวมทั้งการเข้าไปที่ว่าการอ�าเภอ ไปศูนย์ด�ารงธรรมอ�าเภอชาวบ้านคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่โตท่ีเทศบาลไม่สามารถแก้ไขได้ หรือว่าผู้น�าชุมชนไม่สามารถ แกไ้ ขได้ การไปศนู ยด์ �ารงธรรมอ�าเภอให้นายอ�าเภอเปน็ ผชู้ ว่ ยเหลอื เปน็ ทีพ่ ง่ึ สดุ ทา้ ย ดงั น้ันการมศี นู ย์ยตุ ธิ รรมชมุ ชนทกุ ต�าบลจะท�าให้ภารกิจของศูนย์ด�ารงธรรมอ�าเภอก็จะเบาบางลงหรือว่าช่วยเหลือให้ท่านนายอ�าเภอได้ท�างานได้ใกล้ชิด ขึ้น ซึ่งบทบาทการท�างานของศูนยย์ ุติธรรมชุมชนกับศนู ย์ดา� รงธรรมอ�าเภอก็จะคล้ายคลึงกัน คอื รับเร่อื งราวร้องทกุ ข์ ไกลเ่ กลย่ี ข้อพพิ าท ศนู ย์ยุตธิ รรมชุมชนต�ำ บลบ�้ นกล�ง อำ�เภอสันป�่ ตอง จงั หวดั เชยี งใหม่ 1. ประเด็นรูปแบบศักยภ�พและคว�มพรอ้ มขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน 1.1 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลบ้านกลาง เป็นรูปแบบการจัดตั้งโดยมีโครงสร้างคณะกรรมการศูนย์ ยุติธรรมชุมชนจากผู้น�าชุมชนภาคประชาชนเป็นประธานศูนย์ โดยมีความร่วมมือทุกภาคส่วนในการพัฒนาชุมชน ซึ่งหากใช้ค�านิยามของยุติธรรมชุมชนอาจเป็นทางวิชาการเกินไป ดังน้ัน ชุมชนบ้านกลาง จึงเปล่ียนใหม่เป็น “ชุมชน ซ่อมทุกขส์ รา้ งสุข” ซง่ึ ชัดเจนมากขนึ้ 1.2 ปัญหาความเดือดร้อนในพ้ืนที่ต�าบลจัดการได้ด้วยกลไกของต�าบล เม่ือมีปัญหาความเดือดร้อนใน พ้ืนที่ต�าบล หากมีการร้องเรียนข้าม อปท. ผ่านไปอ�าเภอหรือจังหวัด ไม่ว่าจะถึงหน่วยงานใดแต่สุดท้ายก็จะกลับมาที่ อปท. ท่ีได้รับมอบหมายให้จัดการปัญหาดังกล่าว และการส่งข้ามผ่าน อปท.จะท�าให้ใช้เวลานานท�าให้บางคร้ังกว่าจะ ย้อนกลับมาถึง อปท. ปัญหาดังกล่าวก็คล่ีคลายแล้ว จะเห็นได้ว่าปัญหาทุกสิ่งท่ีเกิดข้ึนเร่ิมต้นที่ชุมชน มีแนวคิดให้ทุก ปัญหาจบลงที่ศูนย์ยุติธรรมชุมชนเพราะมีความเป็นเครือญาติ พ่ีน้อง หากส่งเร่ืองเข้าสู่ศูนย์ด�ารงธรรมอ�าเภอ/จังหวัด
44 โครงการวิจยั สุดท้ายเรื่องก็ย้อนกลับมาท่ีศูนย์ยุติธรรมชุมชน เน่ืองจากมีบุคคลในพื้นท่ีที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ บางครั้งเป็นปัญหา เล็กน้อยที่ไม่จ�าเป็นต้องเข้าสู่กระแสหลัก ปัญหาในชุมชนคนในชุมชนสามารถเรียนรู้ท่ีจะแก้ไขปัญหาในชุมชนของ ตนเองได้หากใช้กระแสหลักความเป็นพ่ีน้องจะไม่เหลือเลย จะเป็นศัตรูเมื่อปัญหาจบ ศูนย์ยุติธรรมชุมชนน้ีที่เกิดจาก คนในชมุ ชนเพอื่ ชว่ ยแก้ไขปัญหาในชมุ ชนใหย้ ังคงความเป็นเครอื ญาติท่ีช่วยเหลือกันได้ 2. ประเดน็ คว�มต้องก�รของชุมชนและเหตุปจั จัยท่ีช่วยส่งเสริมก�รด�ำ เนนิ ง�นศูนยย์ ุตธิ รรมชุมชน 2.1 หน่วยงานช่วยเหลือความเดือดร้อนของประชาชน ก่อนจะมีการจัดต้ังศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลบ้าน กลางขึ้นในพ้ืนที่ต�าบล มักจะมีปัญหาร้องเรียนเก่ียวกับผู้ประกอบการเยอะมาก ในยุคนั้นชาวบ้านจะมาร้องเรียนกับ นิติกรของ อปท. ซ่ึงต้องท�าเรื่องการร้องเรียนตามระบบราชการซึ่งมีข้ันตอนมาก แล้วเม่ือมีการจัดต้ังศูนย์ยุติธรรม ชุมชนบ้านกลางท�าให้ชาวบ้านทราบว่ามีหน่วยงานให้ความช่วยเหลือก็จะมาร้องเรียนจากน้ันก็จะมีการเรียกผู้มี เกีย่ วข้องมาพูดคุยแก้ไขปญั หาความเดือดร้อน ขัน้ ตอนไม่ยุง่ ยาก ปญั หาลดลง แกนน�าสบายใจไม่เกดิ ขอ้ พพิ าทร่ ะหวา่ ง ชาวบา้ นกบั ผู้ประกอบการ 2.2 ปัจจัยความเช่ือม่ัน สิ่งส�าคัญคือบุคคลที่เข้ามาท�าในศูนย์ยุติธรรมชุมชนต้องเป็นผู้ที่ชาวบ้านยอมรับ นับถือ ต้องเป็นคนท่ีชาวบ้านไว้วางใจเมื่อไว้วางใจชาวบ้านจะเข้าสู่กระบวนการของศูนย์ฯเอง เหตุเกิดในพื้นท่ีดังน้ัน คนในชุมชนนั้นส�าคัญเพราะรู้มิติในชุมชน ความสัมพันธ์ของคนในชุมชน มีความไว้วางใจซึ่งกันและกันเป็นสิ่งส�าคัญ ท่สี ุด คณะกรรมการของศนู ย์ฯ ต้องมคี วามเป็นกลางเร่อื งตอ้ งจบแบบปรองดอง 2.3 การมีส่วนของชุมชน กระบวนที่ดีที่สุดคือกระบวนการมีส่วนร่วมโดยให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมนับต้ังแต่ ร่วมคิด ร่วมแรง ร่วมใจ และต้องมกี ารประเมนิ ผลว่าสงิ่ ท่ีได้ด�าเนนิ การไปน้นั มผี ลอย่างไร ปญั หาทีม่ ีในชุมชนน้นั คอื อะไร แสดงให้เห็นว่าชาวบ้านต้องการให้มีกระบวนการน้ีหรือไม่ พบว่ามีน้อย มีความสงสัยในตัวศูนย์ฯว่าคืออะไร จงึ ยอ้ นกลบั มาสจู่ ดุ เรมิ่ ตน้ ดว้ ยแนวคดิ ทว่ี า่ ปญั หาทเี่ กดิ ตอ้ งการใหจ้ บทชี่ มุ ชนแลว้ มกี ารทดลองทา� ใหช้ าวบา้ นไดป้ ระจกั ษ์ รวมทงั้ เมอื่ มกี ารขยายแนวคดิ จะมคี นพรอ้ มไดเ้ พยี งใดหากผนู้ า� เปลยี่ นจะมคี นทา� ตอ่ หรอื ไม่มกี ารสรา้ งแนวรว่ มเครอื ขา่ ย เม่ือพร้อมจึงด�าเนินการ พยายามยุติปัญหาก่อนที่จะมาถึง อปท. เน่ืองจากจะเห็นได้ว่าทุกปัญหาแก้ได้ด้วย อปท. เพ่ือลดความเช่ือที่ไม่ถูกต้องท่ีว่า อปท. มีความเข้มแข็งแต่ชาวบ้านอ่อนแอท�าให้กลไกชุมชนจะหายไป หากย้อนกลับ ไปภูมิปัญญาเดิมท่ีมีในชุมชนคือกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน แต่ละท้องที่ต่างมีทางออกของการไกล่เกลี่ย อาทิ พระสงฆ์ บุคคลที่ชาวบ้านนับถือ ก็ดึงมาร่วมสร้างศักยภาพแสดงให้เห็นว่าสามารถแก้ไขปัญหาได้จริง ดังนั้น การท่ปี ระชาชนเกดิ ศรทั ธาจะเป็นกลไกท่ที า� ใหเ้ กิดความส�าเรจ็ 3. สถ�นก�รณก์ �รดำ�เนินง�นในบทบ�ทของศนู ย์ยตุ ธิ รรมชมุ ชน 3.1 บทบาทของศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชนในกรณไี กลเ่ กลย่ี ขอ้ พพิ าท ปญั หาความเดอื ดรอ้ นระหวา่ งชาวบา้ นและ ผู้ประกอบการนั้นแก้ไขด้วยการตั้งตัวแทนจากผู้ท่ีได้รับผลกระทบ โรงงานท�าร่วมกับชุมชนโดยมี อบต.เป็นแกนกลาง ท�าให้เกิดข้อตกลงท้ายสัญญาเพื่อพยายามหาสภาพบังคับ สิ่งท่ีส�าคัญคืออ�านาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมี การกระท�าของ อบต. ต้องกระท�าภายในกรอบกฎหมายซึ่งบางอย่าง อบต. ไม่มีอ�านาจ กฎหมายไกล่เกล่ียข้อพิพาท ไม่รองรับอ�านาจของ อปท. การไกล่เกลี่ยไม่มีอ�านาจบังคับเหมือนกระบวนการยุติธรรมกระแสหลัก หรือหากไปต้ังใน หน่วยทไ่ี ม่ใชน่ ติ ิฐานะกจ็ ะขาดงบประมาณ ไมม่ ีอา� นาจหน้าท่ีและอาจโดนวนิ ัย 3.2 ความสา� เรจ็ จากการแกไ้ ขปญั หาของชมุ ชนโดยชมุ ชน ปญั หาความเดอื ดรอ้ นตา่ ง ๆ ทเ่ี กดิ ขนึ้ ในชมุ ชน
ศกั ยภาพและความพร้อมขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินในการส่งเสริมการดาำ เนนิ งานศนู ย์ยตุ ิธรรมชมุ ชน 45 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) เคยไดม้ คี วามพยายามแกไ้ ขปญั หาโดยทมี สหวชิ าชพี ผมู้ อี งคค์ วามรซู้ ง่ึ เปน็ บคุ คลภายนอกทง้ั หมดมกี ารดา� เนนิ คดขี นึ้ ศาล จนจบกระบวนการพิพากษา แต่เร่ืองไม่จบลุกลามเป็นเร่ืองอื่น ๆ เพิ่มเติม ดังเช่น กรณีเรื่องโรงงานเกิดมลพิษกล่ิน ในชุมชนต่อสู้คดี 2 ปี มีการจ่ายค่าปรับ ผลการด�าเนินคดีจบกระบวนการทางกฎหมายแต่ในความรู้สึกยังคงมีอยู่ ดังน้ัน แก้ไขโดยกระบวนการแบบใดจึงจะเหมาะสม จึงได้เร่ิมต้นโดยหาแกนน�าหมู่บ้านละ 2 คน มาร่วมกันทดลอง ท�าการแก้ไขให้แกนน�าช่วยกันคิด วิเคราะห์ โดยไม่ใช้หลักทางวิชาการมาแก้ไข ให้ผู้ประกอบการมามีส่วนร่วม มขี อ้ ตกลงรว่ มกบั คนในชมุ ชนอปุ สรรคการไกลเ่ กลยี่ คอื เมอ่ื เปรยี บเทยี บกระบวนการยตุ ธิ รรมกระแสหลกั มสี ภาพบงั คบั แต่กระบวนการยตุ ิธรรมทางเลอื กไม่มสี ภาพบังคับ 3.3 ยุวยุติธรรมชุมชน มีการท�ากิจกรรมขยายความรู้แก่เยาวชน สร้างแกนน�าเยาวชนให้ความรู้และ เผยแพร่ความรู้แก่กลุ่มสตรีและผู้สูงอายุ ยุวยุติธรรมชุมชนท�าหน้าที่เป็นประชาสัมพันธ์ของศูนย์ยุติธรรมชุมชน และมีความสนใจในเรื่องความยุติธรรม นับเป็นการส่งต่อความรู้ ปลูกจิตอาสาแก่เยาวชนที่จะมาสานต่อในอนาคต รวมท้ังมีโครงการเด็กดีมีสุข ร่วมกับโรงเรียนให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับท้องถิ่นและให้ความรู้เก่ียวกับศูนย์ยุติธรรม ชมุ ชน ศูนย์ยุตธิ รรมชมุ ชนตำ�บลข่ึง อ�ำ เภอเวยี งส� จงั หวดั น่�น 1. ประเด็นรปู แบบศกั ยภ�พและคว�มพรอ้ มขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ 1.1 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลข่ึง เป็นรูปแบบการจัดต้ังโดยมีโครงสร้างคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรม ชุมชนจากผู้น�าชุมชนภาคประชาชนเป็นประธานศูนย์ โดยมีความร่วมมือทุกภาคส่วนในการพัฒนาชุมชน ก่อนหน้าน้ี เป็นเครือข่ายการปกครองของต�าบล มีก�านันเป็นหลัก หากมีเหตุข้อพิพาท ทะเลาะวิวาท ก็จะมีการไกล่เกลี่ยที่บ้าน ผู้ใหญ่บ้าน และก�านัน หลังจากน้ันจึงมีการจัดตั้งเป็นศูนย์ยุติธรรมชุมชนโดยส�านักงานคุมประพฤติ ปัจจุบันมีที่ต้ัง ศนู ยย์ ุตธิ รรมชมุ ชนขง่ึ อยใู่ นชมุ ชน ไมไ่ ดจ้ ดั ตั้งและท�าการ ณ อบต.ข่งึ และได้เคยมีความพยายามเชญิ เจา้ หนา้ ที่ อบต. เขา้ รว่ มกิจกรรมแตย่ ังไม่ตอบรบั การเขา้ ร่วมกจิ กรรม 2. ประเด็นคว�มต้องก�รของชุมชนและเหตปุ จั จยั ทีช่ ว่ ยส่งเสรมิ ก�รด�ำ เนนิ ง�นศนู ย์ยุตธิ รรมชมุ ชน ศูนย์ยุติธรรมชุมชนเป็นที่พึ่งของประชาชน ชาวบ้านส่วนใหญ่เมื่อเกิดปัญหาความเดือกร้อนจะไม่ทราบว่า ตอ้ งทา� อะไร อยา่ งไร ตดิ ตอ่ หนว่ ยงานใดเพอ่ื ใหแ้ กไ้ ขปญั หาความเดอื ดรอ้ น ปญั หาการเขา้ ถงึ โอกาสและการเขา้ ถงึ การอา� นวย ความยตุ ธิ รรมจงึ ตอ้ งแกไ้ ขโดยเรว็ ดงั นน้ั การจดั ตงั้ ใหม้ ศี นู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชนจงึ เปน็ ประโยชนอ์ ยา่ งมากใหก้ บั ประชาชน 3. สถ�นก�รณ์ก�รดำ�เนนิ ง�นในบทบ�ทของศูนย์ยุติธรรมชุมชน 3.1 สภาวการณ์ที่ขาดการสนับสนุนทรัพยากรในการด�าเนินงาน ศูนย์ยุติธรรมชุมชนข่ึงได้รับการ สนบั สนุนด้วยการประสานงานของเจา้ หน้าท่คี ุมประพฤติเพ่ือสง่ งานมาให้ และกระทรวงไม่ไดส้ นับสนนุ เครอ่ื งมือ วสั ดุ ส�านักงาน งบประมาณ เช่น กระดาษ ค่าเดินทาง บางครั้งต้องยืมรถก�านันไปด�าเนินงานช่วยเหลือประชาชน พาไป ขอรับการช่วยเหลือจากส�านักงานยุติธรรมจังหวัดในตัวเมือง ต้องยืมวัสดุส�านักงานของลูกก�านันในการท�าเอกสาร ราชการ เม่ือเปรียบเทียบกับหน่วยงานอื่นเช่น อสม. มีวัสดุอุปกรณ์ครบในการสนับสนุนการท�างาน ถึงแม้คณะ กรรมการศูนย์ยตุ ิธรรมชมุ ชนข่งึ อยากท�างานให้ราชการ มีจิตอาสา อยากทา� งานให้เกดิ ผลสา� เรจ็ แตไ่ มม่ ีการสนบั สนุน จากหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง สะท้อนให้เห็นว่าการด�าเนินงานโดยภาคประชาชนจะมีปัญหาในเรื่องทรัพยากรในการ
46 โครงการวจิ ยั ด�าเนินงานมาก และแม้การด�าเนินงานภายใต้ อปท.อาจจะเก้ือหนุนได้บ้างแต่ก็ต้องระมัดระวัง การบริหารจัดการ เนือ่ งจากไม่มีกฎหมายระเบยี บการเบิกจา่ ยรองรบั 3.2 เปรียบเทียบรูปแบบศูนย์ยุติธรรมชุมชนข่ึงกับศูนย์ด�ารงธรรม เม่ือชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน หากไปขอรบั บรกิ ารศนู ยด์ า� รงธรรมโดยเจา้ หนา้ ทรี่ ฐั ดา� เนนิ การกข็ น้ึ อยกู่ บั ทกั ษะของเจา้ หนา้ ทร่ี ฐั แตล่ ะคนในการบรหิ าร จัดการปัญหาความเดือดร้อน หากชาวบ้านขอความช่วยเหลือให้ศูนย์ยุติธรรมชุมชนข่ึง ก็จะมีรูปแบบการด�าเนินการ ของคณะกรรมการผนู้ �าชมุ ชน ก�านัน ผู้ใหญบ่ า้ น ดงั นั้น ชาวบา้ นมักเลอื กจะขอรบั บริการของศูนยย์ ตุ ิธรรมชมุ ชน ศูนย์ยุตธิ รรมชุมชนต�ำ บลนำ้�เกี๋ยน อ�ำ เภอภูเพียง จงั หวัดน่�น 1. ประเดน็ รปู แบบศักยภ�พและคว�มพรอ้ มขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่น 1.1 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลน้�าเกี๋ยน เป็นรูปแบบการจัดตั้งโดยมีโครงสร้างคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรม ชุมชนจากผู้น�าชุมชนภาคประชาชนโดยก�านันท�าหน้าท่ีเป็นประธานศูนย์ยุติธรรมชุมชน มีความร่วมมือทุกภาคส่วน ในการพัฒนาชุมชน ปลัดอ�าเภอท�าหน้าที่ให้ค�าปรึกษาด้านกฎหมาย และศูนย์ยุติธรรมชุมชนน�้าเกี๋ยนมีการจัดตั้งมา นานและปรบั การบรหิ ารใหด้ า� เนินการร่วมกับ อบต.น้�าเก๋ยี น ในการสนบั สนนุ ภารกจิ การใหค้ วามชว่ ยเหลือประชาชน ท่ีไดร้ บั ความเดอื ดร้อนเป็นหน้าที่ของ อปท. ดงั น้ัน จึงเป็นการทา� งานร่วมกันสอดรบั กนั ได้ดี 1.2 ศักยภาพและความพร้อมของ อปท. และท้องท่ีในพื้นที่ต�าบลน้�าเกี๋ยนเป็นชุมชนเครือญาติ ซึ่งแตก ต่างจากชุมชนใกล้เคียงมีสภาพการณ์ต่างคนต่างอยู่ต่างคนต่างท�าโดยเฉพาะฝ่ายปกครองและท้องถ่ินท้องท่ีเข้ากันไม่ ได้มีการแยกกันท�างานในพ้ืนท่ีต�าบลน�้าเกี๋ยนได้สร้างความเช่ือมั่นให้ชาวบ้าน ประชาคม ถ้าจะท�าการใดต้องมีการท�า ประชาคมก่อน ต้องรับฟังเสียงชาวบ้านก่อน มแี ลกเปลย่ี นกบั ชมุ ชนขา้ งเคียงเหมือนกนั ดงั นน้ั ท้องถ่นิ และท้องทีข่ อง ตา� บลน�้าเก๋ียนประสบความสา� เรจ็ ในการทา� งานเพื่อชุมชน 2. ประเดน็ คว�มต้องก�รของชุมชนและเหตุปจั จยั ทชี่ ่วยสง่ เสรมิ ก�รดำ�เนินง�นศูนยย์ ตุ ิธรรมชุมชน 2.1 การไกล่เกล่ียข้อพิพาท ในพ้ืนท่ีต�าบลน�้าเก๋ียนมีรูปแบบการด�าเนินการโดยจัดการปัญหาท่ีท�าการ บ้านของผู้ใหญ่บ้านและจดบันทึกไว้และส่วนมากเรื่องยุติในชุมชน หากเป็นเร่ืองใหญ่โตจะไปยังศูนย์ยุติธรรมชุมชน ส่วนมากเร่ืองยุติได้ อนึ่ง ชุมชนมีการจ�าแนกการจัดการ ดังนี้ เรื่องพิพาทระหว่างชาวบ้านกับชาวบ้านจะไปรับบริการ ศนู ยย์ ตุ ิธรรมชมุ ชน และเร่อื งพิพาทระหวา่ งชาวบ้านกบั รฐั จะไปรบั บริการศูนย์ด�ารงธรรม 2.2 การท�างานภาคประชาชนของศูนย์ยุติธรรมชุมชน ควรให้มีการบริหารศูนย์ยุติธรรมชุมชน โดยปราศจากราชการเข้ามาเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวข้องน้อยที่สุด จะเห็นได้ว่าการเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยระงับ ข้อพิพาทโดยภาคประชาชนจะได้ข้อยุติและความเป็นเพื่อนบ้านและความเป็นเครือญาติยังอยู่ ที่ผ่านมาแก้ไขไม่ได้ สองกรณี คือ เรอื่ งฉอ้ โกงเงนิ วงเงินหลายล้านบาท อีกเรื่องเป็นปัญหาครอบครัว กรณตี ัวอย่าง เป็นคดอี บุ ตั ิเหตทุ ี่คู่กรณี มาจากสองพ้ืนที่ ดังนั้น คณะกรรมการสองพ้ืนท่ีต้องปรึกษาและวางกรอบการไกล่เกล่ียโดยไม่ยึดหลักกฎหมายเป็นที่ ตงั้ จะใช้การพูดคยุ กนั เจรจาให้ไดข้ ้อยุตริ ่วมกนั สุดท้ายกจ็ บลงได้ดว้ ยการผ่อนสง่ ยตุ ิเรอื่ งด้วยดี 2.3 ความต่อเนื่องและความยั่งยืนในการท�างานเพ่ือชุมชน เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของคนในชุมชน และคนในชุมชนได้เรียนร้ไู ปพรอ้ ม ๆ กัน แมจ้ ะไม่ใชก่ รรมการกต็ าม เชน่ รว่ มกบั ส�านักงานคมุ ประพฤตใชพ้ น้ื ท่ี อบต. นา้� เก๋ียน เป็นศนู ย์รายงานตัวผูถ้ ูกคุมประพฤติ เราใหเ้ ขามารว่ มท�ากจิ กรรมกบั ชมุ ชน ให้ผู้ใหญ่บ้านเปน็ คนดแู ล นายก
ศกั ยภาพและความพร้อมขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินในการส่งเสรมิ การดำาเนินงานศูนยย์ ุติธรรมชุมชน 47 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) จะเป็นผู้ติดตามข่าวสาร ดูว่ามีการปรับตัวหรือไม่ ท�าให้พ้ืนท่ีเราไม่เป็นท่ีน่ากลัว คือรู้สึกอบอุ่น มีการตรวจสุขภาพให้ ตรวจปัสสาวะ มีเวรยาม ต้องการให้ชุมชนอบอุ่นและเอื้ออาทร ไม่ค่อยมีปัญหามั่วสุม คณะกรรมการท�าอะไรก็จะคืน ขอ้ มูลให้ชมุ ชน เดก็ หรอื วัยกลางคน ผสู้ ูงอายุ กจ็ ะรับรู้ว่าก�าลงั ท�าอะไร 3. สถ�นก�รณก์ �รดำ�เนนิ ง�นในบทบ�ทของศูนย์ยตุ ธิ รรมชุมชน การสนับสนุนงบประมาณและการเบิกจ่าย กระทรวงยุติธรรมควรได้มีการด�าเนินการให้ชัดเจน ในเรื่องการบรหิ ารจดั การศูนยย์ ุตธิ รรมชมุ ชน เนื่องจาก อปท. ไมม่ ีอา� นาจหน้าที่ในการเบิกจ่ายงบประมาณขับเคลอ่ื น ศูนย์ยตุ ธิ รรมชมุ ชน ไม่มรี ะเบียบรองรับการเบกิ จ่าย ศนู ยย์ ุตธิ รรมชมุ ชนต�ำ บลแม่ขะนิง อ�ำ เภอเวียงส� จงั หวดั น่�น 1. ประเดน็ รูปแบบศกั ยภ�พและคว�มพรอ้ มขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน 1.1 ศนู ยย์ ุติธรรมชมุ ชนต�าบลแมข่ ะนงิ เปน็ รูปแบบการจัดตง้ั โดยมโี ครงสร้างคณะกรรมการศูนย์ยุตธิ รรม ชุมชนจากผู้น�าชุมชนภาคประชาชนโดยก�านันท�าหน้าที่เป็นประธานศูนย์ยุติธรรมชุมชน มีความร่วมมือทุกภาคส่วน ในการพัฒนาชุมชน 1.2 ศักยภาพของคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนและผู้น�าชุมชน การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชนในพื้นท่ีส่วนใหญ่ต้องใช้ความรู้กฎหมาย ต้องมีทักษะแม่นย�าในการให้ค�าปรึกษาและตัดสินใจ เพ่ือให้ เกิดความเชื่อมันในการปฏิบัติหน้าท่ีในบทบาทศูนย์ยุติธรรมชุมชน ดังน้ัน ถ้ามีปลัดอ�าเภอหรือนายอ�าเภอเข้ามาร่วม ปฏิบัติหน้าท่ีของศูนย์ยุติธรรมชุมชนจะท�าให้มีประสิทธิภาพมากข้ึน รวมท้ัง การด�าเนินงานของศูนย์ยุติธรรมชุมชน ควรท�างานเชิงรุกเชิงป้องกัน ไม่ควรรอให้เกิดปัญหาข้ึนในชุมชนจึงจะแก้ไขความเดือดร้อนเพื่อให้ชาวบ้านเกิดความ เช่ือม่ันศรัทธา กรณีตัวอย่างเกิดปัญหาความเดือดร้อนขึ้นในชุมชนจึงได้ดา� เนินการแก้ไขปัญหาโดยผู้ใหญ่บ้านแต่ไม่ สามารถจัดการได้จึงไปขอความชว่ ยเหลอื ก�านันก็ยงั ไมย่ ตุ ิ ชาวบ้านจึงส่งเรื่องไปทีศ่ นู ย์ด�ารงธรรมอา� เภอ เมื่อศนู ยด์ �ารง ธรรมอ�าเภอไดร้ ับเรือ่ งจึงสง่ ไปยัง อบต.แมข่ ะนิง จึงได้มีการดา� เนนิ การ โดยกา� นนั ก็ยังไมส่ ามารถยุติเรือ่ งได้ในทา้ ยทสี่ ดุ ย้อนกลับไปท่อี า� เภอและปลดั อ�าเภอสามารถจดั การปัญหาได้ยตุ เิ รอ่ื งดงั กล่าวด้วยดี 2. ประเด็นคว�มต้องก�รของชุมชนและเหตุปัจจยั ทีช่ ่วยส่งเสรมิ ก�รดำ�เนนิ ง�นศูนย์ยตุ ิธรรมชมุ ชน 2.1 เสริมสร้างความเข้าใจบทบาทและประโยชน์ที่จะได้รับของศูนย์ยุติธรรมชุมชน ควรใช้การให้ความรู้ กฎหมายใกล้ตวั สร้างภูมิคมุ้ กัน ป้องกันการเอารัดเอาเปรียบในการทา� มาหากนิ เมอื่ เกดิ ปัญหาความเดือดรอ้ นสามารถ ใช้บริการศนู ย์ยตุ ธิ รรมชุมชน 2.2 ความส�าเร็จในการอ�านวยความยุติธรรมโดยศูนย์ยุติธรรมชุมชนต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร บทบาท ของศูนย์ยุติธรรมชุมชนมีประโยชน์กับชาวบ้านเป็นรูปธรรมดังนั้นต้องพยายามขับเคล่ือนให้เกิดความส�าเร็จมี ประสทิ ธภิ าพ 2.3 การสนับสนุนงบประมาณ การท�างานจิตอาสาเพ่ือชุมชนเป็นการท�างานเสียสละของผู้มีความเป็นจิต อาสาเพื่อชุมชน แต่เมื่อเกิดมีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากข้ึนแล้วต้องส�ารองจ่ายเงินส่วนตัวท�าให้กระทบต่อการด�าเนินชีวิตของ จติ อาสาบางคนท่ีตง้ั ใจท�างานเพือ่ ชุมชนพอสมควร 3. สถ�นก�รณ์ก�รดำ�เนินง�นในบทบ�ทของศูนยย์ ตุ ธิ รรมชุมชน
48 โครงการวจิ ยั 3.1 สถานการณ์ของพ้ืนที่ชุมชนต�าบลแม่ขะนิง ในพื้นท่ีต�าบลแม่ขะนิงผู้น�าแต่ละคนศักยภาพและความ เชื่อมั่นของชาวบ้านไม่เหมือนกัน ผู้ใหญ่บ้านที่ลูกบ้านเคารพเชื่อถือก็ดีมันก็ฟังแต่ผู้น�าก็ไม่ได้มีประสิทธิภาพทุกคน และกรณีผูใ้ หญบ่ ้านบางท่านชาวบ้านไมเ่ กรงใจผนู้ า� ไม่เชอื่ มนั่ จงึ ท�าให้เรอื่ งขดั แยง้ พิพาทจะบานปลาย 3.2 ปัญหาความเข้าใจการปกครองของบ้านเมืองและความรู้กฎหมายท่ีจ�าเป็นในการด�ารงชีวิตในพ้ืนท่ี ต�าบลแม่ขะนิงมีพี่น้องชนเผ่าอาศัยอยู่มากพอสมควรในบางเร่ืองชนเผ่าไม่รู้ว่าสิ่งท่ีท�าน้ันผิดกฎหมาย โดยชนเผ่า จะแจ้งว่าผู้น�าชุมชนไปข่มขู่ แต่อาจจะเป็นเพียงการใช้ค�าพูดแรงเกินไปหรือตรงเกินไป ก็จะมีกรณีร้องเรียนว่าทาง หมบู่ ้านไมใ่ ห้ความเป็นธรรม แตเ่ มื่อตรวจสอบพบว่าเป็นเรือ่ งบุกรุกทสี่ าธารณะ เมื่อมกี ารร้องเรียนจากชนเผ่าทางส่วน กลางก็ส่งเรื่องมาท่ีจังหวัด ทางจังหวัดก็ส่งเรื่องมาที่อ�าเภอ ดังน้ันอ�าเภอก็เข้ามาด�าเนินการ โดยปลัดอ�าเภอ เม่ือพบ ข้อเท็จจริงแล้วก็ได้แจ้งชนเผ่าถ้าไม่ยอมต่อไปต้องติดคุก ขอให้ชนเผ่าร้ือถอนออกจากที่สาธารณะประโยชน์ แต่ยังไม่ ยอมรอื้ ถอน ในที่สดุ ปลัดอา� เภอจึงแจง้ ว่าถ้าไม่ยอมจะมคี วามผิดตดิ คุก ผ้รู อ้ งเรยี นชนเผ่าจงึ ยอมท่จี ะรอ้ื ถอน จะเห็นได้ วา่ การสอ่ื สารการจัดการปญั หามีความละเอยี ดออ่ นในแต่ละพื้นทีข่ องประเทศไทย 3.3 กำรสัมภำษณแ์ ละกำรลงพื้นท่ีประชมุ กลุ่มในจังหวัดภำคตะวันออกเฉยี งเหนือ ต�ร�งที่ 3.3 พ้นื ท่กี �รสัมภ�ษณแ์ ละก�รลงพ้นื ทป่ี ระชมุ กลมุ่ ในจังหวัดภ�คตะวันออกเฉียงเหนือ ลำ�ดบั พ้ืนท่กี �รสัมภ�ษณแ์ ละก�รลงพืน้ ท่ปี ระชุมกลุ่ม 1 ศูนยย์ ุติธรรมชมุ ชนต�าบลกันทรารมย์ อา� เภอกนั ทรารมย์ จงั หวัดศรสี ะเกษ 2 ศนู ย์ยตุ ิธรรมชุมชนตา� บลทาม อ�าเภอกันทรารมย์ จงั หวัดศรีสะเกษ 3 ศนู ย์ยุตธิ รรมชุมชนต�าบลส�าโรงตาเจน็ อา� เภอขขุ ันธ์ จงั หวดั ศรสี ะเกษ 4 ศูนย์ยตุ ธิ รรมชมุ ชนตา� บลบงุ่ หวาย อา� เภอวารินช�าราบ จงั หวดั อุบลราชธานี 5 ศูนยย์ ุตธิ รรมชุมชนตา� บลแสนสขุ อา� เภอวารินช�าราบ จังหวัดอุบลราชธานี 6 ศนู ย์ยตุ ิธรรมชมุ ชนต�าบลนิคมสงเคราะห์ อ�าเภอเมือง จังหวดั อุดรธานี 7 ศนู ย์ยุติธรรมชุมชนตา� บลยางชุม อา� เภอกดุ จับ จงั หวัดอดุ รธานี 8 ศูนย์ยตุ ธิ รรมชุมชนตา� บลแสงสวา่ ง อ�าเภอหนองแสง จงั หวดั อุดรธานี 9 ศูนย์ยตุ ธิ รรมชมุ ชนตา� บลเขอื่ นอบุ ลรัตน์ อา� เภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแกน่ 10 ศูนย์ยตุ ธิ รรมชมุ ชนตา� บลเมืองเก่าพัฒนา อา� เภอเวยี งเก่า จังหวดั ขอนแกน่ 11 ศูนย์ยุตธิ รรมชมุ ชนต�าบลหนิ ตัง้ อ�าเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น 12 ศูนย์ยตุ ิธรรมชมุ ชนตา� บลหนองโก อ�าเภอกระนวน จังหวัดขอนแกน่ ศนู ยย์ ุตธิ รรมชุมชนตำ�บลกันทร�รมย์ อำ�เภอกันทร�รมย์ จงั หวัดศรสี ะเกษ 1. ประเดน็ รูปแบบศักยภ�พและคว�มพร้อมขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่ 1.1 ศูนยย์ ุตธิ รรมชมุ ชนต�าบลกนั ทรารมย์ เป็นรปู แบบการจดั ต้งั ตามค�าสง่ั กระทรวงยุติธรรมที่ 322/2559 โดยมีโครงสร้างคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนก�าหนดให้ปลัดอ�าเภอท�าหน้าที่ประธานศูนย์ยุติธรรมชุมชนมีท่ีตั้ง ณ เทศบาลต�าบลกนั ทรารมย์ 1.2 พัฒนาการของศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลกันทรารมย์ สิ่งท่ีท�ามาตั้งแต่ก่อนท่ีจะมีศูนย์ยุติธรรมชุมชน
ศกั ยภาพและความพร้อมขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นในการสง่ เสริมการดาำ เนนิ งานศูนยย์ ุตธิ รรมชุมชน 49 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) ประจ�าในแต่ละ อปท. จะมีศูนย์ยุติธรรมชุมชนประจ�าต�าบล ซึ่งเกิดจากความร่วมมือกันของหมู่บ้านต่าง ๆ โดยมี ตวั แทนจาก 3 ฝา่ ย ดงั นี้ กา� นนั ผใู้ หญบ่ ้าน และชุมชนพฒั นาสิ่งแวดล้อมของเทศบาลกันทรารมย์ เป็นชุมชนทร่ี ว่ มกนั พฒั นาคน ดูแลเยาวชนและผูส้ ูงอายุ จากนั้นสองศูนยน์ จี้ งึ มารวมกัน ตอ่ มาปี พ.ศ. 2558 – พ.ศ. 2559 คณะกรรมการ แต่ละต�าบลมีการปรึกษาและวิเคราะห์ปัญหาของชุมชนว่าเป็นอย่างไร ซึ่งแต่ละหมู่บ้านจะมีศูนย์ยุติธรรมชุมชน โดย ให้ผู้ใหญ่บ้านเป็นประธานศูนย์ยุติธรรมชุมชนในหมู่บ้านและมีคณะกรรมการยุติธรรมชุมชนเป็นผู้ด�าเนินงาน เม่ือมี ปัญหาคณะกรรมการจะมีการพูดคุยปรึกษากันก่อน จากน้ันจึงลงพื้นท่ีไปส�ารวจและแก้ปัญหาทั้งหมดด้วยตนเอง เม่ือ รับทราบปัญหาแล้วจึงพยายามหาวิธีการแก้ไขปัญหาในชุมชนนั้น โดยไม่ต้องมีการมาประชุมกันอีก แต่อาจให้คู่กรณี ท่ีมีปัญหากันมาร่วมพูดคุยกันในสถานท่ี เช่น ท่ีท�าการผู้ใหญ่บ้านหรือบ้านของคู่กรณี เพราะฉะน้ันจึงใช้เวลาในการ ไกล่เกล่ียไม่นานนัก นอกจากชุมชนจะมีศูนย์ยุติธรรมชุมชนแล้วยังมีศูนย์ไกล่เกลี่ยและระงับข้อพิพาทของชุมชน ศูนย์ด�ารงธรรม ซึ่งได้ร่วมกันท�างานและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ จึงท�าให้ปัญหาลดลง แต่หากเกิดปัญหาที่หนักเกินไปก็จะ ส่งตอ่ ใหต้ �ารวจ ซง่ึ ทัง้ หมดเหล่าน้ีถอื ว่าประสบผลสา� เร็จมากพอสมควร 2. ประเด็นคว�มต้องก�รของชมุ ชนและเหตปุ จั จัยทช่ี ว่ ยส่งเสริมก�รด�ำ เนนิ ง�นศูนย์ยุตธิ รรมชมุ ชน 2.1 ศักยภาพของความร่วมมือทุกภาคส่วน ทุกวันศุกร์ท่ีโรงเรียนจะมีกิจกรรมจริยธรรม จะมี ป.ป.ส. ทีมแพทย์ ครอบครัวทูบีนัมเบอร์วัน เข้าไปให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด การต้ังท้องก่อนวัยอันสมควร หรือกฎจราจร เสมือนเป็นความรู้สัญจร ในส่วนของศูนย์ยุติธรรมชุมชนจะจัดกิจกรรมนอกสถานที่ คือ ไปให้ความรู้ในวัด แล้วมี หน่วยงาน ป.ป.ส. โรงพยาบาล เพื่อให้ความรู้ อย่างเช่น กิจกรรมของทูบีนัมเบอร์วันแต่ละชุมชนจะมีก่อตั้งทูบีนัม เบอร์วันเพอื่ ใหเ้ ดก็ และเยาวชนได้แสดงความสามารถและใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ ส่วนเดก็ ทตี่ ิดยาเสพตดิ ก็จะให้ ความรู้ว่าติดยาไม่ใช่นักโทษแต่จะมีการส่งไปบ�าบัด แต่ปัญหาคือผู้ปกครองไม่ยอมรับว่าลูกหลานของตนติดยาเสพติด ฉะนั้นจึงสามารถน�าความรู้เหล่านี้แทรกเข้าไปในการด�าเนินชีวิตประจ�าวันได้ การจัดกิจกรรมที่วัดก็เพ่ือให้ใกล้กับส่ิง แวดล้อมท่ีน่าจะขัดเกลาจิตใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยส�านักงานคุมประพฤติจังหวัดศรีสะเกษก็เห็นด้วยจึงอนุมัติให้ ด�าเนินการได้ และทุกเดือนผู้ถูกนัดหมายและพนักงานคุมประพฤติจะมารวมตัวกันท่ีวัด ชาวบ้านที่พบเห็นก็เริ่มสงสัย ว่าท�าอะไรกัน บางคนก็ไม่เข้าใจ ซึ่งส่วนนี้เป็นปัญหาว่าเมื่อคนไม่เข้าใจท�าให้เกิดความสงสัย ซ่ึงสถานท่ีนี้เป็นสถานที่ รับรายงานตัวผู้ถูกคุมประพฤติ ซึ่งเป็นลูกหลานในเขตอ�าเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นนโยบายของกรมคุม ประพฤติทใ่ี หม้ ีศูนย์ตามอา� เภอต่าง ๆ เพอื่ เปน็ การใหค้ วามสะดวกแกผ่ ูถ้ ูกคุมประพฤติ แตม่ ปี ญั หาคือปัญหายาเสพติด เมอ่ื อาสาสมคั รคุมประพฤตซิ ่งึ มีหนา้ ท่ีช่วยเหลอื พนกั งานคมุ ประพฤติไปเยยี่ มบ้านผ้ถู กู คมุ ประพฤติ เมอ่ื ผู้ปกครองของ ผู้ถูกคุมประพฤติเห็นอาสาสมัครผู้คุมประพฤติไป ก็เกิดความกลัวและบอกว่าลูกหลานของตนไม่ได้เสพยาเสพติด บาง คนก็ไม่ยอมออกมาจากบ้าน แตบ่ างคนก็รสู้ ึกดเี พราะว่าลกู หลานของตนจะได้ไมต่ อ้ งเดินทางไกล ลดค่าใช้จ่าย 2.2 อุปสรรคและผลกระทบของการด�าเนินงานตามค�าส่ังกระทรวงยุติธรรม 322/2559 เนื่องจากที่ผ่านมา มีการไกล่เกลี่ยบ้างในระดับหน่ึงของศูนย์ยุติธรรมชุมชน ผลปรากฏว่านายกเทศมนตรีไม่ได้แจ้งให้ปลัดอ�าเภอทราบ เม่ือน�าคดีขึ้นสู่ศาลจึงเกิดปัญหา คือ ผู้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับศูนย์ยุติธรรมยุติธรรมนั้นไม่เข้าใจเร่ืองการไกล่เกลี่ยของ ศูนย์ยุติธรรมชุมชน บางครั้งไปเจอผู้ท่ีมีวุฒิการศึกษาด้านกฎหมายซ่ึงเขามองว่าศูนย์ยุติธรรมชุมชนไม่ได้เป็นของ รัฐหรือไม่มีกฎหมายรองรับ และปัญหาอีกอย่างหนึ่งคือปลัดอ�าเภอหนึ่งคนรับผิดชอบหลายต�าบล ดังนั้น ต�าแหน่ง ประธานศูนย์ยุติธรรมชุมชนควรแต่งต้ังนายกเทศมนตรี หรือผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเป็นประธาน เพ่ือจะ
50 โครงการวิจัย ไดม้ อี �านาจในการสั่งหรอื แก้ไขข้อขัดแยง้ ตา่ ง ๆ เน่ืองจากในปจั จบุ นั เมือ่ เกดิ ปัญหาขอ้ ขัดแย้งในหม่บู า้ น หนว่ ยงานแรก ท่ีรับเร่ืองคือศูนย์ด�ารงธรรมหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านซ่ึงเป็นประธานโดยต�าแหน่งก็สามารถท่ีจะไกล่เกลี่ยได้ หากเป็นคดี แพง่ ศนู ยด์ �ารงธรรมของหมบู่ า้ นจะไกล่เกล่ียได้ไม่จ�ากัดทนุ ทรพั ย์ แตห่ ากเปน็ คดีอาญานนั้ ต้องเป็นคดที ย่ี อมความได้จงึ จะไกล่เกล่ียได้ ในกรณีของหมู่บ้านมีหลักเกณฑ์คือถ้าคู่กรณีเป็นคนในหมู่บ้านหรือฝ่ายใดฝ่ายหน่ึงเป็นคนของหมู่บ้าน แล้วมาขอให้ศูนย์ด�ารงธรรมหมู่บ้านท�าการไกล่เกล่ีย ผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการหมู่บ้านก็จะท�าการไกล่เกลี่ยก็ได้ ซ่ึงศูนย์ด�ารงธรรมของหมู่บ้าน เป็นศูนย์ย่อยของศูนย์ด�ารงธรรมระดับจังหวัด ศูนย์ยุติธรรมชุมชนอยู่สังกัดกระทรวง ยุติธรรมมีศูนยไ์ กลเ่ กลย่ี ซง่ึ ไดใ้ หฝ้ า่ ยท้องถ่นิ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเปน็ ประธานจึงมคี วามเปน็ ไปไดว้ า่ จะทา� งาน ได้สะดวกและรวดเรว็ กวา่ 3. สถ�นก�รณก์ �รดำ�เนนิ ง�นในบทบ�ทของศูนย์ยุตธิ รรมชุมชน การเพ่ิมศักยภาพศูนย์ยุติธรรมชุมชน การช่วยเหลือปัญหาความเดือดร้อนประชาชนเป็นงานท่ีช่วยในการ สนับสนุนงานของชุมชน เช่น ความผิดเล็กน้อยที่ยอมความได้ สามารถที่จะยุติได้ในระดับต�าบล ทุกปัญหาจะสอด แทรกความรู้ไปด้วย แต่เท่าที่เห็นมาส่วนใหญ่เรื่องเล็กน้อยน้ันบางหมู่บ้านบางชุมชนจะไม่ยอมความกันและสภาพใน การบังคับในระดับชุมชนของคนในชุมชนน้ันไม่เกรงกลัว ไม่ยอมกัน ต้องมีการแจ้งความขึ้นโรงพักไว้ก่อน จึงจะมาพูด คุยตกลงกันได้ และถ้าตกลงกันไม่ได้จึงเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนควรมีความรู้ทาง กฎหมายเพอื่ ประชาชนจะได้ยอมรับ เพ่ิมความเขม้ แข็งให้ชุมชน ศูนยย์ ุตธิ รรมชมุ ชนต�ำ บลท�ม อ�ำ เภอกันทร�รมย์ จังหวัดศรสี ะเกษ 1. ประเดน็ รูปแบบศกั ยภ�พและคว�มพร้อมขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิน่ 1.1 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลทาม เป็นรูปแบบการจัดตั้งตามค�าส่ังกระทรวงยุติธรรมที่ 322/2559 โดยมโี ครงสร้างคณะกรรมการศนู ย์ยุตธิ รรมชมุ ชนก�าหนดให้ปลัดอ�าเภอท�าหน้าที่ประธานศนู ย์ยุติธรรมชุมชนมีที่ตง้ั ณ อบต.ทาม 1.2 ศกั ยภาพ อบต.ในการชว่ ยเหลือประชาชนในพ้นื ท่ตี า� บลทาม ก่อนหน้าน้ีไม่มีชื่อหน่วยงานจะให้ความ ช่วยเหลือเป็นการเฉพาะเป็นทางการ แต่ว่าประชาชนรู้ว่าถ้ามีเหตุขัดหรือข้องข้อพิพาทต่าง ๆ เขาก็มาร้องเรียนที่ องค์การบริหารส่วนต�าบล และเมื่อปี พ.ศ. 2559 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลทาม เร่ิมจากส�านักงานยุติธรรมจังหวัดได้ เชิญให้ไปประชุมและได้มอบป้ายศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลทามและมีการประชาสัมพันธ์ไปทุกหมู่บ้านให้ทราบว่าทาง เรามีศูนย์ยุติธรรมชุมชนแล้วมีคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชน หลังจากนั้นก็มีพี่น้องประชาชนท่ีเดือดร้อน มาร้อง เรียน ขอความชว่ ยเหลือ ก็จะมีการชว่ ยเหลือประชาชนโดยมเี จ้าหน้าท่ี อบต. คอื นิตกิ รดา� เนินการ โดยในเร่อื งเลก็ ๆ ไม่ใช่เร่ืองใหญ่ก็ให้เจ้าหน้าท่ีองค์การบริหารส่วนต�าบลโดยมีนายกองค์การบริหารส่วนต�าบลหรือรองนายกองค์การ บริหารสว่ นตา� บลท�าหน้าทไี่ ปไกลเกล่ยี ข้อพพิ าท ทา� ใหม้ กี ารด�าเนนิ การโดยทนั ที ดังน้นั เรื่องความเดือดร้อน จะไม่ไป ถึงการจัดประชุมคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนเนื่องจากเร่ืองความเดือดร้อนต่าง ๆ อยู่ในชุมชนก็จะมีการจัดการ โดยชุมชนก่อน ในพ้ืนท่ีหมู่บ้านมีหลายกรณี เช่น การท�าฟาร์มเล้ียงหมูในหมู่บ้านมีผลกระทบคือกล่ินมูลสัตว์ กรณี แบบน้ี จะมกี ารแก้ไขปญั หาความเดือดรอ้ นทนั ที โดยใชก้ ลไกของผูใ้ หญ่บ้านดว้ ยการแนะนา� ให้ดา� เนินการตามขั้นตอน ขออนุญาตให้ถูกต้อง แนะน�าให้เขียนค�าร้อง ผู้ใหญ่บ้านก็จะแจ้งให้ทาง อบต.ไปด�าเนินการไกล่เกล่ียข้อพิพาทซ่ึงจะ
ศักยภาพและความพรอ้ มขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่นในการสง่ เสริมการดำาเนนิ งานศนู ยย์ ุติธรรมชมุ ชน 51 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) มอบหมายให้นิติกรซ่ึงเป็นเลขานุการศูนย์ยุติธรรมชุมชนไปด�าเนินการ ดังน้ัน จะเห็นได้ว่าการด�าเนินการจะไม่ถึงการ ประชุมแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่ต้องเข้าสู่วาระการประชุมของคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชน ก็เรียบร้อยทุก อย่างแก้ไขได้ยังไม่ถึงขั้นฟ้องศาล หลายกรณีข้อพิพาทเร่ืองที่ดิน เรื่องความเดือดร้อนพิพาทก็ยังไม่ถึงส�านักงานที่ดิน ผนู้ า� ชุมชนท้งั ฝ่ายการเมอื งท้องถ่ิน และทอ้ งที่ สามารถไปไกลเ่ กลย่ี ได้ทุกเรื่อง ส่วนกรณปี ระชาชนไปร้องขอความช่วย เหลือที่ศูนย์ด�ารงธรรมอ�าเภอ ทางอ�าเภอก็จะมีหนังสือแจ้งให้นายกองค์การบริหารส่วนต�าบลให้ไปช่วยไกล่เกล่ียข้อ พิพาทในเรื่องท่ีอยู่ในพ้ืนที่ความรับผิดชอบ เม่ือได้รับมอบหมายจากทางอ�าเภอทางองค์การบริหารส่วนต�าบลก็จะเชิญ ท่านก�านัน ท่านผู้ใหญ่บ้านไปไกล่เกลี่ยก็ตกลงกันได้ก็จบลงด้วยดี ผลดีของการมีการไกล่เกล่ียข้อพิพาทท�าให้ความ ขัดแย้งไปไม่ถึงศาล สามารถยุติเร่ืองได้ พ่ีน้องประชาชนส่วนใหญ่เร่ิมเข้าใจและรับทราบถึงการใช้วิธีการไกล่เกล่ียข้อ พิพาทก่อนจะไปถึงขน้ั ฟอ้ งศาล 2. ประเด็นคว�มต้องก�รของชมุ ชนและเหตปุ จั จยั ท่ชี ว่ ยส่งเสรมิ ก�รดำ�เนินง�นศูนย์ยตุ ิธรรมชมุ ชน 2.1 จุดเน้นส�าคัญของความส�าเร็จโดยใช้พลังของชุมชน คือ เป็นการท�างานที่ยืดหยุ่นในระบบราชการที่ ยดึ หลกั กฎหมายด้วยการใชค้ วามสมั พนั ธ์ของชุมชนในการแกป้ ญั หา มหี ลายกรณีทชี่ าวบ้านไมเ่ ข้าใจกันก็จะใช้รปู แบบ ดงั กลา่ วในการจดั การปัญหา 2.2 ปัจจัยท่ีมีผลกระทบในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ชุมชนท่ีไม่ยอมไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแก้ไขปัญหาความ ขดั แยง้ เนือ่ งจากเป็นชุมชนท่ีมีคนอาศยั ในชุมชนท่มี คี วามรู้สงู สว่ นมากคือร้มู าก ก็คอื เม่ือมปี ญั หาความเดือดร้อน กจ็ ะ ไปแจ้งความกบั ต�ารวจ แต่ในการปกครองการบรหิ ารชุมชนนน้ั แนวทางของผู้นา� ชมุ ชนจะใชก้ ารตกลงกนั เองว่าเม่ือเกิด มีปัญหาข้ึนมา หากคู่กรณีใช้หลักกฎหมาย แต่ผู้น�าชุมชนไม่ได้เรียนกฎหมายดังนั้นจะใช้หลักของเรื่องความสามัคคีใน ชุมชน 3. สถ�นก�รณ์ก�รด�ำ เนนิ ง�นในบทบ�ทของศนู ยย์ ุติธรรมชุมชน 3.1 ปญั หายาเสพติด เกือบทกุ หมบู่ ้านมปี ัญหายาเสพตดิ แตไ่ ม่ถงึ ขั้นรนุ แรงจนไมส่ ามารถแก้ไขได้ ทงั้ น้ี มี การขับเคล่ือนของเร่ืองความย่ังยืนในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซ่ึงก�าลังใช้วิธีการของวิทยากรเข้ามาแก้ไขปัญหาเร่ือง ของยาเสพตดิ 3.2 การมีส่วนร่วมของประชาชน ปัจจุบันนี้ให้ชาวบ้านออกมาเสนอความคิดว่าท�ายังไงให้สงบสุขช่วย กันคิดเรื่องเสนอโครงการเป็นเร่ืองของชาวบ้านเป็นเจ้าของโครงการ ซ่ึงแตกต่างจากเดิมผู้ใหญ่บ้านท�างานไม่ได้มีการ สร้างการมีส่วนรว่ มไมม่ กี ารประชุมในชุมชน 3.3 การจัดการปัญหายาเสพติด มีการประชาสัมพันธ์กระจายข่าวทุกวัน มีการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือน ว่าผู้ท่ีเอายามาขายในชุมชนเขาร�่ารวยจากการค้ายาเสพติดจากการขายให้ลูกหลานเสพ ซึ่งการออกมาเตือนแบบนี้ ก็อาจจะมีภัยต่อผู้น�าชุมชน และได้เตือนไปยังพี่น้องประชาชนว่าใครท่ีเสพยาโดยแม่ให้เงินไปเสพยาก็ดูแลกันไป แตอ่ ย่าลกั ขโมยของในชมุ ชน ถ้าลกั ของคนอน่ื มันเดือดร้อนพวกเราจะแจ้งความตา� รวจทนั ที ผู้ใหญบ่ า้ นเรากบ็ อกว่าถ้า ทา� ให้ประชาชนเดอื ดรอ้ นจะไล่ใหอ้ อกไปจากชุมชน 3.4 กติกาของชุมชน คาดว่าจะได้ผลเป็นอย่างดี คือ หมู่บ้านท่ีเราท�ากันไว้จะค่อนข้างท่ีมีความประสงค์ ร่วมกันกับชุมชนและหมู่บ้าน จะท�าเป็นเอกสารออกมาแจกจ่ายให้ทั่วทุกครัวเรือนและจะท�าเป็นป้ายใหญ่ติดไว้ที่บ้าน ผู้ใหญ่บ้าน บ้านก�านัน หรือว่าศาลาประชาคมหมู่บ้านเพ่ือให้ทุกคนได้รับรู้ว่ากติกาของชุมชนอันนี้พวกเราเป็นคนร่วม
52 โครงการวิจัย กันสร้าง เม่ือร่วมกันสร้างแล้วใครผิดกติกาก็ต้องว่าไปตามนั้นถ้าใครดื้อ ท�าผิดแล้วไม่ยอมเสียค่าปรับเม่ือผู้เคยท�าผิด กติกาชุมชนแล้วไม่อยู่ในกติกาไม่เสียค่าปรับแล้วเมื่อผู้น้ันต้องท�ากิจกรรมใด ๆ ก็แล้วแต่มันก็จะมีมาตรการถูกตัดการ ชว่ ยเหลอื วา่ จะไมช่ ว่ ยเหลอื เรอ่ื งนน้ั ๆ จะท�าให้อยูโ่ ดดเด่ียวเดียวดายในชุมชน ศูนย์ยุติธรรมชุมชนตำ�บลสำ�โรงต�เจ็น อำ�เภอขขุ นั ธ์ จังหวดั ศรีสะเกษ 1. ประเดน็ รปู แบบศกั ยภ�พและคว�มพร้อมขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ 1.1 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลส�าโรงตาเจ็น เป็นรูปแบบการจัดตั้งโดยมีโครงสร้างคณะกรรมการศูนย์ ยุติธรรมชุมชนจากผู้น�าชุมชนภาคประชาชนโดยนายกองค์การบริหารส่วนต�าบลเป็นประธานศูนย์ โดยมีความร่วมมือ ทุกภาคส่วนในการพฒั นาชุมชนมที ี่ตั้ง ณ อบต.ส�าโรงตาเจน็ 1.2 โครงสร้างองค์ประกอบศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลส�าโรงตาเจ็น มีการด�าเนินงานโดยอาศัยความร่วม มือจากภาคประชาชนเริ่มด�าเนินการจัดต้ังศูนย์ยุติธรรมชุมชนร่วมกับองค์การบริหารส่วนต�าบลและฝ่ายก�านันผู้ใหญ่ บ้านมาต้ังแต่เร่ิมต้นจากฐานท่ีมาดังกล่าวท�าให้รูปแบบของศูนย์ยุติธรรมชุมชนไม่สอดคล้องไปกับการให้ปลัดอ�าเภอ เข้ามาด�าเนินการ เนื่องจากฐานท่ีมาเริ่มต้นมีความแตกต่างกันในรูปแบบน้ีท�าให้การเข้าถึงประชาชนน้ันสามารถท�าได้ ง่ายและการด�าเนินงานที่ผ่านมามีการเผยแพร่ความรู้เก่ียวกับศูนย์ยุติธรรมชุมชนให้ชาวบ้านในพื้นที่เห็นบทบาทและ ความส�าคัญของศูนย์ยุติธรรมชุมชนทั้งโดยคณะกรรมการศูนย์และทางก�านันผู้ใหญ่บ้านโดยองค์การบริหารส่วนต�าบล เป็นฝ่ายสนับสนนุ ในทุกเร่ือง 2. ประเดน็ คว�มต้องก�รของชมุ ชนและเหตปุ ัจจยั ท่ชี ่วยส่งเสริมก�รดำ�เนนิ ง�นศูนย์ยตุ ธิ รรมชุมชน 2.1 การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลส�าโรงตาเจ็นเน้นเร่ืองชุมชนสงบสุขเป็นเรื่องหลัก ดังน้ันการด�าเนินการจึงเน้นเร่ืองการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ต้ังแต่การทะเลาะวิวาทของคนในหมู่บ้าน ที่ดนิ ตดั ไม้ ยาเสพตดิ ซึ่งกระบวนการไกลเ่ กลี่ยนน้ั เปน็ ระบบดัง้ เดมิ ของพ้ืนทีอ่ ยู่แลว้ โดยเร่ิมจากผูเ้ ฒา่ ผ้แู กท่ ่ีนับถอื จะ เริม่ ขึ้นตง้ั แต่ผู้ใหญบ่ ้านดา� เนนิ การไกล่เกลี่ย บางครัง้ กรรมการของศูนยย์ ตุ ิธรรมชมุ ชนกเ็ ข้าไปรว่ มกับกา� นันผู้ใหญบ่ ้าน แล้วแต่ความหนกั เบาของเร่อื ง 2.2 ผลกระทบจากการสนับสนุนกิจกรรมในบทบาท อปท. ประเด็นความร่วมมือของศูนย์ยุติธรรมชุมชน กับองค์การบริหารส่วนต�าบลยังเป็นไปด้วยดีเน่ืองจากฐานท่ีมาของการก่อต้ังศูนย์ยุติธรรมชุมชนมีองค์การบริหารส่วน ต�าบลเข้ามามีสว่ นรว่ มเก้อื หนุนกันมาโดยตลอดท้ังการสนับสนนุ ด้านงบประมาณ สถานที่ตา่ ง ๆ เชน่ เดียวกันการใชง้ บ ประมาณสนับสนุนกิจกรรมของศูนย์ยุติธรรมชุมชนยังเป็นข้อกังขาว่ากระท�าได้หรือไม่ที่จะจัดสรรงบประมาณอุดหนุน เรื่องการจัดท�างบประมาณจึงเป็นเร่ืองท่ียังมีความเส่ียงกับองค์การบริหารส่วนต�าบลอยู่ที่จะถูกตรวจสอบจาก สตง. เพราะดูแล้วเกรงว่าจะเป็นภารกิจของหน่วยงานอื่นไม่ใช่หน้าที่ของท้องถิ่นท่ีจะด�าเนินการ ดังน้ันถ้าหน่วยตรวจสอบ ตคี วามเขม้ งวดก็จะเกดิ ปัญหาข้นึ ได้ 2.3 ปัจจัยความเข้มแข็งของชุมชนใช้สังคมเครือญาติ ใช้จารีตประเพณีของสังคม ท�าสัญญาประชาคม ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลส�าโรงตาเจ็นใช้ประเพณีพ้ืนบ้านเป็นพี่เป็นน้องกัน แต่เม่ือมีปัญหาความเดือดร้อน ความโกรธ ความเสยี หายเกดิ ขน้ึ แลว้ กจ็ ดั การกบั ปญั หาดว้ ยกลไกดงั กลา่ ว เรอื่ งความขดั แยง้ ในชมุ ชนมเี ยอะ แตก่ ลไกของผใู้ หญบ่ า้ น ผเู้ ฒา่ ผแู้ ก่สว่ นใหญใ่ นหมบู่ า้ นจะเปน็ ผใู้ หญท่ จี่ ะเขา้ มาปรกึ ษาดงั นน้ั เมอื่ มเี หตเุ กดิ ขน้ึ จะขอความชว่ ยเหลอื กบั กลไกดงั กลา่ ว
ศกั ยภาพและความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการสง่ เสรมิ การดาำ เนนิ งานศนู ย์ยุตธิ รรมชมุ ชน 53 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) ถ้าไกลเ่ กลยี่ กันแล้ว แลว้ ถา้ เกดิ ใครผิด คนน้ันจะตอ้ งเสยี ค่าไกล่เกลี่ยบางสว่ นแลว้ กจ็ ะขอทรพั ยส์ นิ อะไรพวกน้ี ซง่ึ กจ็ ะ มกี ารเรยี กแบบนต้ี งั้ แตเ่ รมิ่ ตน้ กจ็ ะไมไ่ ปถงึ เจา้ หนา้ ท่ี เขาจะใชค้ วามเปน็ พน่ี อ้ ง ความเปน็ สงั คมบา้ น ๆ 3. สถ�นก�รณก์ �รด�ำ เนินง�นในบทบ�ทของศูนยย์ ุติธรรมชุมชน 3.1 ใช้กลยุทธ์สวัสดิการเป็นจุดสนใจดึงทุกเรื่องท่ีเก่ียวข้องกับชุมชนให้เกิดกระบวนการของการมีส่วน ร่วมพูดคุยกัน แล้วกิจกรรมที่เกิดขึ้นจากสวัสดิการน�าไปสู่เร่ืองการอยู่ดีกินดี น�าไปสู่เรื่องชุมชนเข้มแข็ง ดังนั้นจึงใช้ กลไกสภา อบต.เป็นเครื่องมือ แล้วใช้องค์ความรู้จากภาคีทั้งหมดมาช่วย อบต.คือศูนย์กลางการรับเรื่องทุกอย่าง ซงึ่ ยตุ ธิ รรมชมุ ชนคือเปน็ เครือ่ งมือ สวัสดิการชุมชนเป็นเคร่อื งมอื แม้กระท่ังพลงั งานชมุ ชนทเ่ี ขา้ มาร่วม ทา� ใหเ้ ปน็ ระบบ 3.2 ต้นแบบของความส�าเร็จ ความสามารถในการจัดการปัญหาความเดือดร้อนโดยให้ความส�าคัญกับราก เหตุของปัญหา ถ้าเกิดเข้าใจจะสามารถดึงเส้นปัญหาทุกเส้นก่อนท่ีจะเกิดปัญหา หรือถ้ามีกระบวนการเพื่อแก้ไขแล้ว ดึงภาคีทั้งหมดมามีส่วนร่วม ดังนั้น อยากจะท�าเรื่องจัดการเครือข่ายของต�าบลเพ่ือท�าต�าบลเข้มแข็ง แล้วจะสามารถ ชว่ ยต�าบลอ่นื ได้ แต่ยงั ขาดการสกัดให้เป็นกระบวนการเป็นชุดความรู้ การเปน็ หนังสอื ท่เี ขยี นโดยผู้รู้ ศนู ย์ยุตธิ รรมชมุ ชนตำ�บลบุ่งหว�ย อำ�เภอว�รนิ ชำ�ร�บ จงั หวัดอุบลร�ชธ�นี 1. ประเดน็ รูปแบบศักยภ�พและคว�มพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลบุ่งหวาย มีท่ีต้ัง ณ อบต.บุ่งหวาย เมื่อได้มีการสั่งการให้มีการจัดต้ัง ศูนย์ยุติธรรมชุมชนเป็นรูปแบบการจัดต้ังตามค�าส่ังกระทรวงยุติธรรมที่ 322/2559 โดยมีโครงสร้างคณะกรรมการ ศูนย์ยุติธรรมชุมชนก�าหนดให้ปลัดอ�าเภอท�าหน้าท่ีประธานศูนย์ยุติธรรมชุมชน ทั้งน้ี คณะกรรมการศูนย์ยุติธรรม ชุมชนต�าบลบุ่งหวายได้มีการประชุมในเร่ืองดังกล่าวและมีมติให้ใช้รูปแบบโครงสร้างเดิมที่ผู้น�าชุมชนและประธาน ศูนย์ยุติธรรมชุมชนฯ มาจากการคัดเลือกกันเองของคณะกรรมการที่เป็นผู้น�าชุมชน เนื่องจากมีความใกล้ชิดกับ ประชาชน สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน การไกล่เกล่ียข้อพิพาทก็สามารถแก้ไขได้อย่างเข้าใจปัญหาภายใน ชุมชนของตนเอง รู้ถึงสาเหตุของปัญหาพิพาท รู้ถึงความเป็นมาของปัญหา หากใช้โครงสร้างตามค�าสั่งของกระทรวง ยุติธรรมที่มีการแต่งต้ังปลัดอ�าเภอเป็นประธานศูนย์ฯ จะท�าให้การด�าเนินงานการขับเคล่ือนเป็นไปด้วยความยาก ล�าบากและมีเวลาท่ีจะมาประชุมค่อนข้างยาก การบริหารจัดการศูนย์ฯ หากเป็นปลัดอ�าเภอท�าหน้าที่ประธานศูนย์ฯ จะมีความยุ่งยากแม้แต่ในเร่ืองการออกหนังสือราชการก็จะเกิดความยุ่งยากในการลงนามเน่ืองจากปลัดอ�าเภอต้อง ท�างานลงพนื้ ท่ี จึงต้องรอใหป้ ลดั อ�าเภอสะดวกจงึ จะเสนอเรอื่ งไปได้ 2. ประเด็นคว�มต้องก�รของชุมชนและเหตปุ ัจจัยทช่ี ่วยส่งเสรมิ ก�รด�ำ เนินง�นศูนย์ยุตธิ รรมชมุ ชน 2.1 การด�าเนินงานของศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลบุ่งหวาย จะใช้โอกาสหารือร่วมกันในเวทีการประชุม สัญจรฝ่ายปกครองของอ�าเภอ ดังนั้น ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลบุ่งหวายจะไม่มีการประชุมประจ�าเดือนในทุกเดือน รวมทั้งการรายงานผลการด�าเนินงานของศูนย์ฯไปยังส�านักงานยุติธรรมจังหวัดจะมีการรายงานภายหลังจากประชุม สัญจรฝ่ายปกครองของอ�าเภอ เนื่องจากจะได้มีการมาร่วมประชุมของคณะกรรมการของศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบล บุ่งหวาย ในคราวเดียวกันจึงท�าให้ได้ข้อมูลสถานการณ์ของแต่ละชุมชน ดังน้ัน การรายงานผลการด�าเนินงานประจ�า เดือนไปยังส�านักงานยุติธรรมจังหวัดจะขึ้นอยู่กับข้อมูลจากการมาร่วมประชุมสัญจรฝ่ายปกครองของอ�าเภอซึ่งมี ก�าหนดการไม่แน่นอน ทั้งน้ี รูปแบบโครงสร้างให้ผู้น�าชุมชนเป็นประธานศูนย์ฯจะท�าให้หนังสือราชการสามารถ
54 โครงการวิจัย ด�าเนินการได้รวดเร็วมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบหากให้ประธานศูนย์ฯท�าหน้าที่โดยปลัดอ�าเภอ ซ่ึงจะท�าให้มี กระบวนการเสนอหนังสือและระยะเวลารอคอยในการลงนามในหนังสือราชการ รวมท้ังหากปลัดอ�าเภอไม่อยู่ก็ย่ิงจะ เป็นปัญหาลา่ ช้าเพ่มิ มากขนึ้ 2.2 ความส�าคัญและความใกล้ชิดของศูนย์ยุติธรรมชุมชน ต�าบลบุ่งหวายเป็นต�าบลขนาดใหญ่มีจ�านวน 20 หมแู่ ละอยใู่ กลช้ านเมือง ความเจริญและการเป็นอยู่ของประชาชนก็จะเยอะ ก็จะเป็นการไกลเ่ กลย่ี ในเรอื่ งรอ้ งเรยี น และช่วยเหลือเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ และรับในเร่ืองของการช่วยจัดการมรดกและส่งต่อไปท่ีอัยการคุ้มครองสิทธิ เช่น มีการเสียชีวิตของเจ้าของมรดกคดีนี้เป็นหลักก็จะดูในปัญหาต่าง ๆ ประชาชนจะเลือกเข้ามาขอความช่วยเหลือ ท่ีศูนย์ยุติธรรมชุมชนเป็นท่ีแรก โดยกระบวนการท�างานเร่ิมจากผู้น�าชุมชนที่ดูแลรับผิดชอบประชาชนในพ้ืนที่จะน�า เร่ืองความเดือนร้อนของประชาชนเข้าสู่การด�าเนินงานตามบทบาทของศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลบุ่งหวาย ทุกหมู่จะ รับทราบแนวทางปฏิบัติ เน่ืองจากมีการประชุมกันทุกเดือน มีการประชุมสัญจรผู้น�าของชุมชนในต�าบลตามหมู่บ้าน ทงั้ หมดจา� นวน 20 หมู่ 2.3 การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท การระงับเหตุ การบรรเทาความเดือดร้อน โดยส่วนมากมักจะไปท่ีบ้านผู้น�า ชุมชน มกี ารไปไกลเ่ กลีย่ ข้อพพิ าทในแต่ละหมบู่ า้ นท่เี กิดเหตุพพิ าทและทา่ นผู้นา� ชุมชนในหม่บู า้ นท่มี ปี ัญหา จะน�าผนู้ �า ชมุ ชนที่เปน็ ท่เี คารพนับถือของคูก่ รณีเขา้ มาช่วยไกลเ่ กลีย่ ผลของการดา� เนินงานส่วนมากก็จะยตุ ิเร่ือง อยูท่ ่ผี นู้ �าชมุ ชน ได้เข้าไปมีบทบาทไกล่เกล่ียข้อพิพาท ท้ังนี้ การไกล่เกล่ียระงับข้อพิพาทจะมีการบันทึกข้อมูลไว้เสมอโดยผู้ใหญ่บ้าน ทุกหมู่บ้าน 2.4 บทบาทของศูนย์ยุติธรรมชุมชนในการเป็นท่ีพ่ึงของชุมชน ในด้านการการสร้างการรับรู้ความเข้าใจ บทบาทของศูนย์ยุติธรรมชุมชนจะใช้วิธีการสอดแทรกในวาระกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน เช่น กิจกรรมเพ่ิมศักยภาพ อาชีพท่ีมีการร่วมประชุมของประชาชนในพ้ืนท่ีก็จะมีการสอดแทรกบทบาทศูนย์ยุติธรรมชุมชน เพ่ิมเติมในเร่ืองของ อ�านาจหน้าที่ของศูนย์ยุติธรรมชุมชน ส�านักงานยุติธรรมจังหวัดและกฎหมายที่ประชาชนควรรู้แทรกเข้าไป กรณี การด�าเนินงานท่ีผ่านมาบทบาทของเลขานุการคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนจะท�าหน้าที่แนะน�าให้คา� ปรึกษา ประชาชน ชว่ ยตรวจสอบเอกสารทจี่ า� เปน็ ในการขอความช่วยเหลอื ขอรับบริการตา่ ง ๆ ได้เป็นอยา่ งดี ทา� ให้ประชาชน ไม่เสยี เวลาไปกับการเตรียมการที่ผิดพลาดในกาติดตอ่ ราชการเพอ่ื รบั บรกิ ารตา่ ง ๆ เชน่ ตดิ ตอ่ กับสา� นักงานท่ดี นิ ก็จะ ช่วยแนะน�าประชาชนในการเตรียมเอกสารหรอื หากต้องมกี ารรบั รองเอกสารจากข้าราชการ ในตา� แหนง่ ระดบั ใดกจ็ ะ แนะนา� ใหไ้ ดอ้ ย่างถูกตอ้ ง 2.5 การเปลย่ี นแปลงทางการเมอื งทอ้ งถน่ิ ในการบรหิ ารราชการในวนั นที้ างองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตา� บลบงุ่ หวาย มีทางผู้บริหารท่ีอยู่ในชุมชนเก่าจนถึงปัจจุบัน แต่ถ้าหากในอนาคตมีการเปลี่ยนแปลงสิ่งใดที่ท่านผู้น�าเก่าท�าไว้ อย่าง การแก้ไขความขัดแย้งท่ีนี่ คาดว่าคณะท�างานทุกท่านคงจะเข้ากันได้และไปต่อได้ในลักษณะที่เป็นการท�างานต่อ คงจะไม่ล้ม และทีมงานที่น่ีกเ็ ข้มแขง็ โดยมนี ิติกร ของ อบต. ท่ีมคี วามเอาใจใส่รับผดิ ชอบภารกิจได้ดี 3. สถ�นก�รณก์ �รด�ำ เนนิ ง�นในบทบ�ทของศนู ยย์ ุตธิ รรมชุมชน 3.1 ปญั หาอาชญากรรมและปญั หายาเสพตดิ โดยสภาพพ้นื ทม่ี คี วามเจรญิ มหี มูบ่ ้านโรงงานตา่ ง ๆ กา� ลัง เข้ามา ก็จะมีสถานการณ์พิเศษเกิดข้ึนบ้าง คณะกรรมการก็ไปเตือนเขาก็จะแก้ไข ปัญหายาเสพติดมีทุกหมู่บ้าน ต้อง ยอมรับว่าเรื่องยาเสพติดเป็นปัญหาท่ีแก้ไขยาก แม้กฎหมายที่ใช้บังคับมีโทษแต่ก็มีกระท�าความผิดแล้วจะท�าซ�้าแล้ว
ศักยภาพและความพร้อมขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่นในการสง่ เสริมการดาำ เนินงานศนู ยย์ ตุ ิธรรมชมุ ชน 55 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) ซ�้าเล่า วิธีการลงโทษได้รับโทษไม่มากนักคนก็ไม่เข็ด หากได้เสพยาแล้วกลับออกมาก็จะวนเวียนอยู่ ไม่มีการปรับปรุง แก้ไขหรือการกลับเข้าไปสู่สังคมท่ีดี ดังนั้น การแก้ไขปัญหาเรื่องยาเสพติดที่มีเยอะ มีการส่งให้ต�ารวจด�าเนินการ รวมทัง้ มกี ารพดู คุยกนั มกี ารเข้าไปคุยกบั เด็กทเี่ ป็นกลุม่ เส่ียง มกี ารเข้าไปคยุ กบั ผูป้ กครองใชก้ ารค่อย ๆ คยุ ไมใ่ หร้ ้สู กึ วา่ ถูกกดดนั หรือถูกจบั จ้องและพยายามใหโ้ อกาส 3.2 การสนับสนุนงบประมาณให้กับศูนย์ยุติธรรมชุมชน ในการด�าเนินงานประจ�าปี อบต. ยังไม่ได้มีการ ตั้งงบประมาณไว้โดยตรง แต่มีตั้งไว้ในส่วนของส�านักปลัดฯในเร่ืองของการการให้ความรู้ด้านกฎหมาย และอีกส่วน หน่ึงท่ี อบต. สนับสนุนอยู่ก็คือ สนับสนุนงบประมาณการฝึกอบรมการต่อต้านยาเสพติดให้กับทางสถานีต�ารวจภูธร อ�าเภอ ซงึ่ ได้รบั ทุกปีเป็นงบประมาณสนับสนุนและได้จากการอบรมตามโรงเรียนในชมุ ชนทกุ ปี 3.3 อยากให้กระทรวงยุติธรรมลงพื้นท่ีบ่อยๆ เพ่ือจะได้ให้ความรู้มากข้ึนและหากมีปัญหาในหมู่บ้าน ก็สามารถแกไ้ ด้ทนั ท่วงที จดุ เน้นควรเปน็ เรอื่ งการท�างานกับชมุ ชนใหม้ ากแล้วถึงจะมาสร้างศกั ยภาพกบั อบต. 3.4 สถานการณ์ของศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลบุ่งหวายและเม่ือเปรียบเทียบกับชุมชนข้างเคียงในพ้ืนที่ ดงั นี้ ในพนื้ ทต่ี า� บลขา้ งเคยี งมีปัญหาขอ้ จ�ากัดในเร่ืองความรูเ้ ร่ืองของกฎหมาย เนอ่ื งจาก อบต. หลายแหง่ ไม่มตี า� แหนง่ นติ กิ ร เชน่ อ�าเภอหนึ่งมีนิติกรปฏบิ ตั ิหน้าที่ใน อบต. เพยี ง 3 แห่ง แหง่ ละ 1 อัตรา ซ่ึง อบต.บงุ่ หวาย เป็นหน่งึ ในนน้ั ที่ มีนิติกรบรรจทุ �าหนา้ ท่ี ในสว่ นของเทศบาลก็จะอยูเ่ ฉพาะในตวั เมือง และต�าบลใดทม่ี ีนติ กิ รกจ็ ะมีงานหลกั อยู่แลว้ และ ถ้า อบต.ใดไม่มีนิติกรก็จะยกภาระให้ทางผู้ใหญ่บ้าน ท�าให้บางคร้ังผู้ใหญ่บ้านก็ไม่อาจเข้าใจในตัวบทของกฎหมาย ไม่สามารถตีความได้ ท�าให้ประชาชนพลาดโอกาสไปพอสมควร อนึ่ง แม้จะมีการให้บริการหลายแห่ง เช่น ส�านักงาน ยุติธรรมจังหวัด ศูนย์ด�ารงธรรมท่ีจังหวัดก็มี ศูนย์ด�ารงธรรมอยู่ที่อ�าเภอก็มี ไปติดต่อก็ยาก การไปหาท่ีหน่ึงก็บอกให้ ไปอีกที่ น่ีคือเป็นปัญหาที่เจอ รวมท้ัง ต�าแหน่งนิติกร ไม่มีผู้ประสงค์จะมาบรรจุที่ อบต. ท�าให้เสียโอกาสในการได้ บคุ ลากรมาท�างาน อกี ทง้ั อาจจะมปี ัญหาของตัวผู้มาบรรจนุ ิติกรแล้วไม่ไดท้ ุ่มเทมากนัก บางคนกใ็ ชเ้ วลาไปกับการอา่ น หนงั สอื ใชเ้ วลาในการหาหนว่ ยงานโอนไปรบั ราชการที่อืน่ 3.5 ศูนย์ด�ารงธรรมหมู่บ้าน ส่วนมากประชาชนชาวบ้านจะไปหาผู้น�าชุมชนท่ีเป็นศูนย์ด�ารงธรรมของ แต่ละหมู่บ้าน แล้วเมื่อออกจากหมู่บ้านผู้น�าชุมชนก็จะไปหาผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ใกล้เขา แล้วแต่ละหมู่บ้านก็จะตัดสินใจ เลือกมาใช้บรกิ ารทกุ เร่อื ง ดังนน้ั ผู้นา� ชุมชนก็จะเลือกไปหาผู้ทชี่ ่วยแกไ้ ขปญั หาไดจ้ ะเลือกไปแล้วแตล่ ะกรณวี า่ เป็นเรื่อง ประเภทใด แมจ้ ะมกี ารไปขอความช่วยเหลือท่ที างอา� เภอ กจ็ ะมีการด�าเนนิ การโดยนายอา� เภอจะสัง่ ลงมา ตามต�าบล แลว้ เรือ่ งกเ็ ข้าไปท่ีหมบู่ ้านสงั่ ขึ้นไปแลว้ มคี า� สง่ั กลบั ไปกลับมา ดงั นนั้ ชาวบ้านเชือ่ ใจผู้นา� ชุมชน ศนู ยย์ ุติธรรมชมุ ชนต�ำ บลแสนสขุ อำ�เภอว�รินชำ�ร�บ จงั หวัดอบุ ลร�ชธ�นี 1. ประเดน็ รูปแบบศักยภ�พและคว�มพร้อมขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน 1.1 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลแสนสุข เป็นรูปแบบการจัดตั้งโดยมีโครงสร้างคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรม ชุมชนจากผู้น�าชุมชนภาคประชาชนเป็นประธานศูนย์ โดยมีความร่วมมือทุกภาคส่วนในการพัฒนาชุมชน ทั้งนี้ ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลแสนสุขเกิดจากใจและท�าด้วยใจ อยากให้บ้านเมืองอยู่ดีมีสุข สถานที่ต้ังของศูนย์ยุติธรรม ชุมชนท่ีต้องการให้ไปร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินไม่ใช่ปัจจัยท่ีส�าคัญท่ีมีผลต่อการท�างานของศูนย์ยุติธรรม ชมุ ชน ดังนนั้ จงึ มีศูนย์ 2 แหง่ ดงั น้ี ศูนยย์ ุติธรรมชมุ ชนแสนสขุ แบบด้งั เดิมจงึ ตัง้ อยู่ ณ พนื้ ทีช่ มุ ชน และมศี นู ยย์ ุตธิ รรม
56 โครงการวิจัย ชุมชนต้ังอยู่ ณ เทศบาลแสนสุข สาเหตุที่ท�าให้มีการจัดตั้งแยกจากกันเน่ืองจากนโยบายของกระทรวงยุติธรรมให้ย้าย ศูนย์ยุติธรรมชุมชนไปตั้งอยู่ที่เทศบาล ดังน้ัน เมื่อต้องด�าเนินการย้ายศูนย์ภาคประชาชนไปเทศบาล เทศบาลมีการ บริหารโดยการเมืองท้องถิ่นมีสมัยวาระการด�ารงต�าแหน่งท�าให้การสนับสนุนไม่ต่อเนื่อง ปัจจัยอยู่ท่ีผลการเลือกต้ังใน แตล่ ะคร้งั ด้านเวลาปฏบิ ัติงานของเทศบาลก็จ�ากัดในเวลาราชการ แตถ่ า้ ศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชุมชนเป็นของชุมชนเองกจ็ ะไม่ จา� กดั วา่ ในหรือนอกเวลาราชการ ทา� ใหเ้ กิดชอ่ งวา่ งขึ้นมา รวมท้ังเทศบาลก็ด�าเนินภารกิจไดไ้ ม่เตม็ ทีม่ ากนกั เนื่องจากมี ภาระงานประจ�าเยอะมากท�าใหช้ มุ ชนอาจจะไม่มีท่ีพงึ่ พิงได้ทนั ต่อความเดอื ดร้อนทเ่ี กดิ ข้ึน 1.2 เสาหลักของชุมชนคือการปกครองท้องที่ การปกครองส่วนท้องถ่ินในรูปแบบราชการท�าให้มีค่า ตอบแทนในต�าแหน่งทางการเมืองของผู้ปฏิบัติงานท้องถิ่นซึ่งแตกต่างจากผู้ท�างานคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชน ไม่ได้รับค่าตอบแทนท�าด้วยจิตอาสา ดังน้ัน การด�าเนินงานของชุมชนหากไม่มีค่าตอบแทนอาจจะส่งผลต่อการด�าเนิน งานของคณะกรรมการหากมาจากราชการท้องถน่ิ และปัญหาความเดือดร้อนความขัดแย้งต่าง ๆ บทบาทก�านันผูใ้ หญ่ บ้านก็ดูแลไกล่เกลย่ี อยู่แล้วแม้จะไม่มศี ูนยย์ ุติธรรมชมุ ชน 2. ประเดน็ คว�มต้องก�รของชมุ ชนและเหตุปจั จยั ท่ีชว่ ยส่งเสรมิ ก�รด�ำ เนนิ ง�นศนู ยย์ ตุ ิธรรมชมุ ชน 2.1 ศักยภาพของศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลแสนสุขในมิติภาคประชาชน โดยในอดีตมีตุลาการหมู่บ้าน ดูแลชุมชน มีแนวทางในการด�าเนินงานด้วยการขับเคลื่อนศูนย์ยุติธรรมชุมชนที่ต้องเกิดจากใจ การบังคับให้ศูนย์ ยุติธรรมชุมชนไปต้ังอยู่ที่หน่วยงาน อปท. อาจจะไม่เหมาะสม เนื่องจากชุมชนมีการพัฒนาการมายาวนานในการ จัดการปัญหาในชุมชนเองอยู่แบบวิถีชุมชน เมื่อก่อนหมู่บ้านปกครองด้วยตุลาการหมู่บ้าน เหมือนวัดบางวัดสร้าง ศรัทธา ดังน้ัน หากต้องการให้ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลแสนสุขมีความเจริญเติบโต การมีนโยบายมาจากกระทรวง ยุติธรรมไม่ควรบังคับการจัดตั้งและโครงสร้างองค์ประกอบของคณะกรรมการที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐในวิถีเดิมกรรมการ ศูนยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชนแตล่ ะคนท�าหน้าทใ่ี นหลายตา� แหน่งในหลายบทบาทในชมุ ชน 2.2 ความต่อเน่ืองยั่งยืนของภาคประชาชน ต้ังศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลแสนสุขซึ่งแต่เดิมกระทรวง ยุติธรรมมีความประสงค์ให้เป็นของชุมชนอย่างแท้จริงและจัดการปัญหาด้วยชุมชนเอง ซ่ึงเป็นไปตามเจตนารมณ์ ของกระทรวงทุกประการโดยไม่ต้องใช้งบประมาณ ปรากฏว่าผลงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนประสบผลสา� เร็จ ทุกคร้ังเป็นส่วนใหญ่ท่ีมีการขอใช้บริการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 ถึงปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่าผลงานเชิงปริมาณของศูนย์ ยุติธรรมชุมชนต�าบลแสนสุข มีเอกสารหลักฐานท่ีแสดงอย่างเป็นรูปธรรม เกิดจากความร่วมมือของเครือข่ายยุติธรรม ชุมชนท่มี าไกล่เกลีย่ ข้อพิพาทไดส้ �าเร็จทา� ใหป้ ระหยัดงบประมาณของราชการไดเ้ ป็นอยา่ งดี 3. สถ�นก�รณ์ก�รดำ�เนนิ ง�นในบทบ�ทของศนู ยย์ ตุ ิธรรมชุมชน 3.1 การพฒั นาศกั ยภาพของคณะกรรมการศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชนทผ่ี า่ นมากระทรวงยตุ ธิ รรมไมไ่ ดเ้ ขา้ มาดแู ล อยา่ งใกลช้ ดิ ดงั นนั้ จงึ ควรมกี จิ กรรมพฒั นาใหค้ วามรคู้ ณะกรรมการศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชนทกุ คนและผทู้ เี่ กย่ี วขอ้ งโดยเรว็ 3.2 ความสับสนภารกิจซ�้าซ้อนของศูนย์ยุติธรรมชุมชนกับศูนย์ด�ารงธรรม เนื่องจากฝ่ายปกครองของ กระทรวงมหาดไทยมีศูนย์ด�ารงธรรม ซึ่งก็มีหน้าท่ีคล้ายกัน ท�าให้เกิดความสับสนไม่รู้ว่าเป็นการแข่งขันกันหรือไม่ ควรจะคุยกันให้ชัดเจนเด็ดขาด ความยั่งยืนเกิดจากศรัทธาไม่ใช่นโยบายท่ีสั่งการลงมา ศูนย์ยุติธรรมชุมชนเกิดจาก ศรทั ธาอาจดีกว่าศูนย์ยุติธรรมชุมชนทเ่ี กิดจากนโยบายจากส่วนกลางส่งลงมาให้ผปู้ ฏบิ ัตดิ �าเนนิ การ
ศกั ยภาพและความพร้อมขององคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่นในการส่งเสรมิ การดำาเนนิ งานศูนย์ยตุ ธิ รรมชมุ ชน 57 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) ศูนยย์ ุติธรรมชมุ ชนต�ำ บลนคิ มสงเคร�ะห์ อ�ำ เภอเมอื ง จงั หวดั อุดรธ�นี 1. ประเด็นรูปแบบศักยภ�พและคว�มพร้อมขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ 1.1 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลนิคมสงเคราะห์ เป็นรูปแบบการจัดตั้งตามค�าส่ังกระทรวงยุติธรรมที่ 322/2559 โดยมีโครงสร้างคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนก�าหนดให้ปลัดอ�าเภอท�าหน้าท่ีประธานศูนย์ยุติธรรม ชุมชน ซ่ึงเป็นการปรับเปล่ียนจากเดิมนายก อบต. เป็นประธานศูนย์ยุติธรรมชุมชนจ�าบลนิคมสงเคราะห์ ท�าให้ตัว โครงสร้างองค์ประกอบคณะกรรมการมีปญั หาอยู่พอสมควร เพราะวา่ โครงสร้างใหม่แต่งตง้ั ปลัดอ�าเภอมาเป็นประธาน ซ่ึงในการดา� เนินงานในการออกหนังสือหรือวา่ ในการประชุมก็จะยุ่งยากเน่ืองจากภารกจิ หลกั ของปลดั อา� เภอมีมาก 1.2 อบต.สามารถจัดการปัญหาความเดือดร้อนในพื้น โดยจะมีการจ�าแนกดังน้ี ถ้าพิจารณาแล้วว่า เป็นเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เป็นเร่ืองอาชญากรรม หรือว่าเป็นเร่ืองทางแพ่ง จะมอบหมายให้ศูนย์ยุติธรรม ชุมชนด�าเนินการ แต่ถ้าเป็นเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ท่ัวไปไม่ได้รับความเป็นธรรม อาจจะแนะน�าให้ประชาชนไปขอ ความช่วยเหลอื ท่ีศูนย์ดา� รงธรรม 2. ประเด็นคว�มตอ้ งก�รของชุมชนและเหตุปัจจยั ทช่ี ่วยส่งเสริมก�รด�ำ เนนิ ง�นศูนยย์ ตุ ิธรรมชุมชน 2.1 การจัดการปัญหาด้วยเครือข่ายภาคีร่วมกัน ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลนิคมสงเคราะห์ใช้กลไกของ หน่วยงานท่ีเก่ียวข้องร่วมแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในชุมชนเมื่อได้รับผลกระทบจากปัญหาจะเข้าสู่กระบวนการ แก้ไข หากเป็นปัญหาใหญ่ไม่สามารถยุติได้ในชุมชนจะมีกระบวนการส่งเรื่องไปยังส�านักงานยุติธรรมจังหวัดและผู้ว่า ราชการจงั หวัด ดังเช่น กรณีการกอ่ สรา้ งบ้านจดั สรรสง่ ผลกระทบทางระบายน�้าในท่นี าของชาวบ้าน เม่ือมกี ารใชก้ ลไก ภาคเี จรจาให้มีการชดเชยเยียวยาซ่งึ ต้องดา� เนนิ การชดเชยทกุ ปีเป็นเร่อื งทย่ี ากในการเจรจาให้สา� เรจ็ ได้โดยง่าย 2.2 การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท จะใช้กลไกของก�านั้นผู้ใหญ่บ้านเป็นล�าดับแรกในการจัดการปัญหาระงับ ความเดอื ดรอ้ น 3. สถ�นก�รณก์ �รด�ำ เนินง�นในบทบ�ทของศูนยย์ ตุ ธิ รรมชุมชน 3.1 สถานะและความเข้าใจบทบาทของศูนย์ยุติธรรมชุมชน กรรมการแทบไม่ได้รู้มากว่าศูนย์ยุติธรรม ชมุ ชนคอื อะไร รู้แต่วา่ มกี ารจดั ต้ังตงั้ ข้ึนแล้ว การเข้ามาการแก้ปัญหาทุกอย่างคือผู้ใหญบ่ า้ น กา� นัน เรือ่ งภายในหมู่บา้ น ก็คือผู้ใหญ่บ้านดูแล หากรุนแรงก็จะให้ไปที่เจ้าหน้าท่ีต�ารวจช่วยกันไกลเกล่ียระงับเหตุ สุดท้ายแล้วไม่ได้เอาเหตุความ เดอื ดรอ้ นมาด�าเนนิ การทีศ่ ูนยย์ ุตธิ รรมชุมชน จะเหน็ ได้ว่าการท�างานไม่ชดั เจน กรรมการศนู ย์ยตุ ธิ รรมชุมชนแบง่ ไม่ได้ ว่าอะไรเป็นอะไร ผูใ้ หญบ่ ้านบันทึกที่บ้านผ้ใู หญบ่ า้ นเสรจ็ จบชดใช้ค่าไก่ไปตรงนัน้ กเ็ ลยไมไ่ ด้มาตรงน้ี ปัญหาก็คอื เราจะ ลากบทบาทตรงนน้ั มายังศูนย์ยุติธรรมตา� บลชุมชนเราจะทา� อย่างไร มันไม่ใชว่ า่ การแกป้ ญั หาแกอ้ ยู่แลว้ ปกตมิ อี ยแู่ ละ ขอ้ พิพาทท่ีดนิ จะมีผู้ใหญบ่ า้ นกา� นนั รบั ผิดชอบ แกไ้ ม่ได้ไปท่ตี �ารวจ เม่ือไปทีต่ �ารวจแกก้ ันไดจ้ ดบนั ทึกประจา� วนั ดังนน้ั เรื่องความเดอื ดรอ้ นจึงไมไ่ ดเ้ ขา้ มาศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชน 3.2 การด�าเนินงานในชุมชนควรมอบหมายผู้น�าชมุ ชน ผูน้ า� ของทอ้ งถ่ินคอื นายก อบต. หากเปน็ ประธาน ศูนย์ฯจะรู้สภาพในพ้ืนท่ี จะสามารถรู้ได้กันภายในหมู่บ้านมีความรับผิดชอบ ในระดับหมู่บ้านมันมีคณะกรรมการ หมบู่ า้ นอยแู่ ลว้ ในแต่ละพ้นื ท่จี ะไม่เหมอื นกนั และคณะกรรมการหมบู่ า้ นเขาเลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิทอ่ี าวุโสที่สามารถ พูดกบั ชาวบา้ น แลว้ ชาวบ้านเชอ่ื เพราะฉะนัน้ ปัญหาทเี่ ล็ก ๆ คงไมม่ าถึงตรงน้ี นอกจากมันจะมีปญั หาทแี่ ก้ไขไม่ได้ถงึ จะเข้ามาท่ี อบต. แลว้ ก็ใช้ระบบประชาสมั พันธ์ ถ้าจะมเี ร่ืองอะไรต่างๆ กใ็ ชห้ นังสอื จาก อบต. ถงึ ผู้ใหญ่บ้านทกุ หมู่บ้าน ใหป้ ระกาศ ใหใ้ ช้หอกระจายขา่ วใหเ้ ป็นประโยชน์จะมีความคลอ่ งตวั ในการจัดการปญั หา
58 โครงการวจิ ยั ศูนย์ยุตธิ รรมชมุ ชนตำ�บลย�งชุม อ�ำ เภอกุดจับ จังหวดั อุดรธ�นี 1. ประเด็นรูปแบบศักยภ�พและคว�มพรอ้ มขององค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ 1.1 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลยางชุม เป็นรูปแบบการจัดตั้งตามค�าส่ังกระทรวงยุติธรรมท่ี 322/2559 โดยมโี ครงสรา้ งคณะกรรมการศนู ย์ยุตธิ รรมชมุ ชนก�าหนดใหป้ ลดั อ�าเภอทา� หนา้ ทีป่ ระธานศนู ย์ยตุ ิธรรมชุมชน 2. ประเดน็ คว�มตอ้ งก�รของชมุ ชนและเหตุปจั จัยที่ชว่ ยส่งเสริมก�รด�ำ เนนิ ง�นศนู ย์ยุติธรรมชมุ ชน 2.1 การขับเคลื่อนศูนย์ยุติธรรมชุมชนให้เป็นรูปธรรม ควรเป็นการด�าเนินงานอย่างมีส่วนร่วมของผู้น�า ท้องถิ่นในชุมชน การร้องเรียนร้องทุกข์ในพ้ืนท่ีจะอยู่ในความรับผิดชอบของผู้น�าชุมชนคือก�านันหรือผู้ใหญ่บ้าน และ มีศูนย์ด�ารงธรรมของแต่ละจังหวัดอยู่เป็นที่พ่ึงในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ร้องเรียน ในส่วนของเทศบาลต�าบลยางชุมก็ ยังเป็นศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ซ่ึงเทศบาลพยายามแบ่งกรณีที่ไม่ได้เก่ียวกับเรื่องของคดีอาชญากรรม ส่วนมากก็จะ เป็นเร่ืองของข้อพิพาทในพื้นที่มากกว่า ในส่วนการด�าเนินงานของศูนย์ยุติธรรมที่ผ่านมาได้มีการติดตามผู้ต้องขังที่ได้ รบั การปล่อยตัวเพื่อนา� ไปคา่ ยบา� บดั ผูต้ ดิ ยาเสพติด 2.2 การสนับสนุนงบประมาณในการขับเคลื่อนศูนย์ยุติธรรมชุมชน เน่ืองจาก อปท. มีงบประมาณจ�ากัด และไม่สามารถสนับสนุนการด�าเนินงานของศูนย์ยุติธรรมชุมชนได้ การด�าเนินงานต้องมีค่าใช้จ่ายวัสดุส�านักงาน การ บริหารจัดการอ่ืนๆ รวมทั้งการท�างานเชิงปอ้ งกนั ปญั หายาเสพติดเพอื่ ใหเ้ ครอื ข่ายผตู้ ดิ ยาเสพตดิ ลดน้อยลง ภาระเหล่า น้ที ตี่ ้องไดร้ บั การสนบั สนนุ จากกระทรวงยตุ ิธรรม 2.3 ความเช่ือมั่นความศรัทธาศูนย์ยุติธรรมชุมชน ในปัจจุบันประชาชนมีระดับความเช่ือม่ันศูนย์ยุติธรรม ชุมชนในระดับน้อย เนื่องจากสภาพสังคมที่เติบโตเจริญมากข้ึน ระดับความรู้การศึกษาของประชาชนมีมากข้ึน เมื่อ ประชาชนมีความเดอื ดรอ้ นมีความขดั แย้งเกดิ ขนึ้ แต่ศนู ย์ยุติธรรมชุมชนยงั ไม่มศี ักยภาพเพียงพอ ท้ังในเรอ่ื งของความรู้ ที่จ�าเป็นในการไกล่เกล่ียข้อพิพาท กฎหมายที่จ�าเป็นเบื้องต้นเพื่อจะให้ความช่วยเหลือประชาชนและเกิดความเช่ือมัน ส่ิงเหล่านี้ศูนย์ยุติธรรมชุมชนยังต้องให้กระทรวงยุติธรรมจัดการเสริมศักยภาพอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม จริงจัง มากกวา่ นี้ รวมทงั้ ใหม้ กี ารตดิ ตามประเมนิ ผลอยา่ งใกลช้ ดิ รวมทงั้ ไมม่ กี ฎหมายรองรบั อา� นาจหนา้ ทขี่ องศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชน 3. สถ�นก�รณก์ �รด�ำ เนนิ ง�นในบทบ�ทของศูนยย์ ุตธิ รรมชมุ ชน 3.1 ปัญหาอาชญากรรมและปัญหายาเสพติดในชุมชน มีการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ในภาพรวมยงั มจี า� นวนคอ่ นขา้ งนอ้ ยและเจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ทด่ี แู ลรบั ผดิ ชอบกส็ ามารถดแู ลควบคมุ ได้ ปญั หาสว่ นใหญก่ เ็ ปน็ เรอื่ งปญั หาความเดอื ดรอ้ นของพนี่ อ้ งประชาชนจะมเี รอ่ื งของการทา� มาหากนิ เรอื่ งของความขดั แยง้ ภายในครอบครวั 3.2 การขับเคลื่อนศูนย์ยุติธรรมชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ควรมีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิดระหว่าง กระทรวงยุติธรรมหรือส�านักงานยุติธรรมจังหวัด ให้มีการลงพื้นท่ีประสานงานกับศูนย์ยุติธรรมชุมชน เพราะ ประชาชน ยังไม่เข้าใจว่าศูนย์ยุติธรรมชุมชนมีประโยชน์อย่างไร มีบทบาทอย่างไร ความใกล้ชิดเชิงพื้นที่ของศูนย์ ยุติธรรมชุมชนจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในการลดภาระการเดินทางไปยังอ�าเภอหรือจังหวัดเพ่ือขอรับบริการช่วย เหลอื ความเดอื ดร้อนตา่ งๆ 3.3 ความพร้อมและศักยภาพของ อปท. ควรปรับปรุงโครงสร้างศูนย์ยุติธรรมชุมชนให้ชัดเจนและแก้ไข ในเรอ่ื งของกฎหมายที่จะให้อา� นาจท้องถนิ่ เนือ่ งจาก อปท. มคี วามพร้อมและศักยภาพพรอ้ มทจี่ ะด�าเนนิ การทกุ เรือ่ งท่ี หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องคาดหวังจะมอบภาระงานให้ดา� เนินการในชุมชน ไม่ควรให้เกิดข้อทักท้วงจาก สตง.ในการด�าเนิน งานของ อปท. ในการขับเคลอ่ื นศูนยย์ ุติธรรมชุมชน
ศกั ยภาพและความพรอ้ มขององคก์ รปกครองส่วนท้องถิน่ ในการสง่ เสริมการดาำ เนนิ งานศนู ยย์ ตุ ิธรรมชุมชน 59 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) ศนู ย์ยุติธรรมชุมชนตำ�บลแสงสว่�ง อำ�เภอหนองแสง จงั หวดั อุดรธ�นี 1. ประเดน็ รปู แบบศกั ยภ�พและคว�มพรอ้ มขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลแสงสว่าง เป็นรูปแบบการจัดตั้งโดยมีโครงสร้างคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรม ชุมชนจากผู้น�าชุมชนภาคประชาชนเป็นประธานศูนย์ โดยมีความร่วมมือทุกภาคส่วนในการพัฒนาชุมชน มีการจัดต้ัง เมอื่ ปี2557โดยมอบหมายผใู้ หญบ่ า้ นเปน็ ประธานเนอ่ื งจากเปน็ งานหลกั ทที่ างผใู้ หญบ่ า้ นจะทา� งานกบั พนี่ อ้ งประชาชน และแต่งต้ังให้ก�านันและนายกฯเป็นท่ีปรึกษา เม่ือพิจารณาถึงการปฏิบัติงานหากแต่งตั้งปลัดอ�าเภอหรือนายกฯ ที่มีงานในความรับผิดชอบจ�านวนมาก การลงพื้นท่ีท่านอาจจะไม่ท่ัวถึง เพราะทุกเรื่อง ความเดือดร้อนจะต้องมาหา ก�านันผู้ใหญ่บ้านหรือมาที่กรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชน เพราะฉะน้ันการท�างานของศูนย์ยุติธรรมชุมชนแต่งตั้งให้ ก�านันผู้ใหญ่บ้านเป็นประธานและก็กรรมการรวมทั้งแต่งต้ังสมาชิกสภาท้องถิ่นจะท�าให้ครอบคลุมในเขตพ้ืนท่ีส�าหรับ คณะกรรมการ เพอื่ การท�างานสามารถกระจายและกเ็ ร็วข้ึน 2. ประเด็นคว�มต้องก�รของชุมชนและเหตปุ ัจจัยทีช่ ว่ ยสง่ เสรมิ ก�รด�ำ เนินง�นศูนยย์ ุตธิ รรมชมุ ชน 2.1 การตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างเข้าใจสถานการณ์ ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลแสง สว่างจะให้ค�าปรึกษาและให้ความช่วยเหลือประชาชนโดยจะสอบถามถึงความประสงค์ในการเข้าสู่กระบวนการให้ ความช่วยเหลือในระดับใด เช่น การให้ความชว่ ยเหลือความเดือดรอ้ นความขัดแยง้ โดยไม่ประสงคจ์ ะใชส้ ถานท่ีท�าการ ของศูนย์ยุติธรรมชุมชน ณ เทศบาลแสงสว่าง เน่ืองจากความเดือดร้อนบางกรณีไม่ต้องการให้เป็นเร่ืองใหญ่โต ดังน้ัน คณะกรรมการจะไปยงั ใชพ้ ้ืนท่ขี องหม่บู ้านชมุ ชนเป็นเวทใี นการทจี่ ะแกป้ ญั หาความเดอื ดร้อนร่วมกัน 2.2 กลยุทธ์การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชุมชน ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลแสงสว่างได้ออกแบบการเข้าสู่ กระบวนการจัดการปัญหาความขัดแย้งชัดเจนเป็นข้ันตอน เช่น เม่ือรับเร่ืองแล้วจะจัดท�าหนังสือเชิญคู่กรณีใช้ระยะ เวลา3วันในการนัดเขา้ สกู่ ารไกลเ่ กล่ียข้อพพิ าทการทิง้ ช่วงระยะเวลาจะช่วยใหร้ ะดับอารมณ์ความรนุ แรงลดลงได้รวม ทัง้ คณะกรรมการไดม้ โี อกาสแสวงหาขอ้ มลู สาเหตคุ วามขดั แยง้ ทเี่ กิดขึ้นเม่อื เข้าส่บู รรยากาศการไกล่เกล่ียฯณท่ีท�าการ ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลแสงสว่างจะสร้างให้บรรยากาศน่าเช่ือถือ เจ้าหน้าท่ีอัธยาศัยดี การจัดการห้องไกล่เกล่ีย เรียบร้อยเป็นมาตรฐาน กระบวนการไกล่เกลี่ยฯจะไม่เน้นข้อกฎหมายหากแต่ใช้ความน่าเช่ือถือ เพื่อหาข้อยุติร่วมกัน เนน้ ในเรอ่ื งของคณุ ธรรมจรยิ ธรรม ความเปน็ พเ่ี ปน็ นอ้ งรว่ มชมุ ชน จากรปู แบบดงั กลา่ วสามารถจดั การปญั หาความขดั แยง้ ของเยาวชนในพนื้ ทรี่ ะหวา่ ง 2 หมบู่ า้ น มเี หตวุ วิ าททา� รา้ ยรา่ งกายอยา่ งรนุ แรงสามารถจดั การยตุ คิ วามขดั แยง้ ลงไดแ้ ละนา� ไปสกู่ ารผกู เสย่ี วนบั ถอื กนั เปน็ พเี่ ปน็ นอ้ งของเยาวชนทม่ี เี หตทุ ะเลาะกนั นบั เปน็ การสน้ิ สดุ ความขดั แยง้ ลงไดด้ ว้ ยดี 2.3 ธรรมนูญหมู่บ้าน มาตรการของเทศบาลแสงสว่างและศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลแสงสว่าง เน่ืองจาก มีอยู่ 4 ชุมชน จะมีธรรมนูญหมู่บ้านที่ใช้ประชุมทุกปี เป็นการประชุมใหญ่สามัญประจ�าปีของ 4 ชุมชน เพ่ือเพ่ิม กฎระเบียบหรือตัดหรือลดกฎระเบียบท่ีเคยประกาศใช้มาแล้ว โดยพิจารณาข้อดีให้คงไว้ ข้อเสียตัดออกเป็นการ ประชุมทุกปีเพื่อแก้ไขในธรรมนูญหมู่บ้านและกฎระเบียบเดิมท่ีมีอยู่จะติดทุกหมู่บ้านทุกชุมชนทุกท่ีท�าการหรือศาลา ประชาคม ก็เป็นอกี ระเบียบหนึ่งที่ต้องปฏบิ ัตริ ว่ มกนั 3. สถ�นก�รณ์ก�รดำ�เนินง�นในบทบ�ทของศูนย์ยุติธรรมชมุ ชน 3.1 การสนับสนุนงบประมาณ การขับเคล่ือนของศูนย์มีปัญหาติดขัดในเรื่องของงบประมาณในการขับ เคล่อื นด้านสรา้ งการรบั รกู้ ารประชาสมั พนั ธ์ เสรมิ ศักยภาพของคณะกรรมการและการให้ความรแู้ ก่ประชาชนในชมุ ชน
60 โครงการวจิ ยั การสร้างโอกาสเรียนรู้ให้กับคนในชุมชนจะมีประสิทธิผลในการขับเคล่ือนภารกิจให้บรรลุเป้าหมายได้ดีมากกว่า การใช้การบอกต่อปากตอ่ ปากของคนในชุมชน 3.2 ผลงานการช่วยเหลือประชาชนเป็นรูปธรรมท�าให้ศรัทธาและความเชื่อม่ัน เม่ือศูนย์ยุติธรรมชุมชน ได้ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบในคดีอาญาโดยประสานงานจัดการทางเอกสารเพื่อยื่นขอรับเงินช่วยเหลือตามกฎหมาย เม่ือได้รับการอนุมัติวงเงินช่วยเหลือท�าให้ประชาชนในพื้นท่ีเห็นที่ประโยชน์ของศูนย์ยุติธรรมชุมชนที่ท�าหน้าที่ช่วย เหลอื ประชาชนไดอ้ ย่างเป็นรปู ธรรม 3.3 ผู้น�าของชุมชนมีความสามัคคีกลมเกลียว พ้ืนท่ีต�าบลแสงสว่างผู้น�าท้องที่และท้องถิ่นสามารถท�างาน รว่ มกันได้เป็นอยา่ งดี เข้าใจบทบาทหน้าที่ของกนั และกนั ส่งผลใหช้ ุมชนไดร้ ับการพัฒนาในดา้ นตา่ ง ๆ ได้อย่างรวดเรว็ มคี วามร่วมมอื ร่วมใจของผูน้ �าชมุ ชนเป็นจดุ แขง็ ดงั นนั้ เมอื่ ผู้น�าเปน็ แบบอยา่ งท่ีดีจงึ ทา� ใหเ้ กิดความสามคั คใี นชุมชน ศูนยย์ ุติธรรมชมุ ชนตำ�บลเข่อื นอุบลรัตน์ อ�ำ เภออบุ ลรัตน์ จังหวัดขอนแกน่ 1. ประเดน็ รปู แบบศักยภ�พและคว�มพร้อมขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น 1.1 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลเขื่อนอุบลรัตน์ เป็นรูปแบบการจัดตั้งโดยมีโครงสร้างคณะกรรมการ ศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชนจากผูน้ า� ชมุ ชนภาคประชาชนเป็นประธานศูนย์ โดยมคี วามรว่ มมือทุกภาคส่วนในการพฒั นาชมุ ชน 1.2 การให้ความช่วยเหลือประชาชน ก่อนหน้าน้ีถ้ามีการร้องทุกข์ร้องเรียนก็จะไปร้องทุกข์ที่ศูนย์ด�ารง ธรรมอ�าเภอ เม่ือมีการจัดต้ังศูนย์ยุติธรรมชุมชนเข่ือนอุบลรัตน์ก็ได้มีการสร้างเครือข่ายเพ่ือรับเรื่องร้องเรียนในการ แก้ไขปัญหาของชุมชนและเริ่มมีการประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านรู้บทบาทหน้าท่ีและการให้บริการ ท�าให้ชาวบ้านเร่ิม เข้าใจมากขึน้ และมกี ารลงพืน้ ท่รี ่วมกบั กา� นันผใู้ หญบ่ า้ น ท�าใหช้ าวบา้ นมที พี่ ึง่ ในการแกไ้ ขปญั หาความเดือดรอ้ น 1.3 ความร่วมมือกันท�าหน้าที่อย่างจริงจัง ในการลงพื้นท่ีชุมชนไม่ยึดติดช่วงเวลาราชการเท่านั้นท�าให้แม้ หลงั จากเลิกงานเสร็จแล้วแต่ถ้ามีความจา� เปน็ ตอ้ งการขอ้ มลู กส็ ามารถลงพืน้ ท่ี ค้นหาขอ้ มลู หาขอ้ เทจ็ จริงเพอ่ื น�าไปให้ คณะกรรมการได้พจิ ารณาดา� เนินการขับเคลือ่ นต่อไป 2. ประเดน็ คว�มต้องก�รของชุมชนและเหตุปัจจยั ทชี่ ว่ ยสง่ เสริมก�รด�ำ เนนิ ง�นศนู ยย์ ุติธรรมชุมชน 2.1 ความใกล้ชิดเชิงพื้นที่และความสัมพันธ์ เมื่อได้รับความเดือดร้อนชาวบ้านต้องการใช้บริการ ศูนย์ยุติธรรมชุมชน เน่ืองจากใกล้ชิดและมีความสัมพันธ์กับผู้ใหญ่บ้านและผู้น�าชุมชน จะได้พูดกันตรงไปตรงมา มปี ัญหาอย่างไรขอใหช้ ่วยไกลเ่ กลี่ยจดั การความขดั แย้งได้ ซึ่งแตกต่างจากศูนย์ดา� รงธรรมชาวบา้ นบางคนไม่กล้าเข้าไป หาในอ�าเภอด้วยความเป็นเจ้าหน้าท่ีรัฐด�าเนินการ เช่นคดีเรื่องทางเพศหรือมรดก ก็จะไม่ไว้ใจท่ีจะเล่าให้กับเจ้าหน้าที่ รัฐฟังแต่ถ้าเล่าให้กับคนในชุมชนหรือผู้น�าชุมชน เน่ืองจากมีที่มาที่ไปรากเหง้าของครอบครัว สามารถคุยหรืออธิบาย กันได้ เมื่อมีการจัดตั้งศูนย์ยุติธรรมชุมชนชาวบ้านเร่ิมมีทางเลือกที่จะมาปรึกษา เม่ือเข้ามาที่ศูนย์ยุติธรรมชุมชนถ้า จัดการได้ก็จะจดั การกันในหมบู่ ้านหรอื ไปยงั สถานทีเ่ กิดเหตุ โดยจะมีเจ้าหนา้ ทม่ี ตี �ารวจเขา้ มาชว่ ยเพื่อให้อุ่นใจไดว้ ่าได้ รบั ความเปน็ ธรรม นค่ี ือความแตกตา่ งทีช่ าวบ้านเริ่มรบั รู้ 2.2 ขอบเขตพน้ื ทกี่ ารใหค้ วามช่วยเหลือประชาชน เมอื่ มคี นในชมุ ชนไปท�างานทีต่ ัวเมอื งจังหวดั ขอนแกน่ แลว้ ไดร้ บั ความเดอื ดรอ้ นไมไ่ ดค้ า่ จา้ งแรงงาน จงึ ไดม้ ารอ้ งกบั ศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชนเขอ่ื นอบุ ลรตั น์ ดงั นน้ั จงึ ไดม้ กี ารตดิ ตามไป ชว่ ยเหลอื แกไ้ ขปญั หาดงั กลา่ วในตวั เมอื งมกี ารประสานความรว่ มมอื กบั สา� นกั งานยตุ ธิ รรมจงั หวดั เพอ่ื ดา� เนนิ การใหส้ า� เรจ็
ศักยภาพและความพร้อมขององค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่ ในการส่งเสริมการดำาเนนิ งานศนู ยย์ ุติธรรมชมุ ชน 61 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) 2.3 จิตอาสา ศูนย์ยุติธรรมชุมชนท�าเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ไม่มีค่าใช้จ่ายไม่มีงบประมาณโดยเป็นเจ้า หนา้ ทีท่ ่ีให้บรกิ ารอยูแ่ ลว้ ดว้ ยจิตอาสา การลงพืน้ ท่ีส่วนใหญจ่ ะเปน็ การใหค้ า� แนะน�า รับเรือ่ งร้องเรียนรอ้ งทกุ ขแ์ ละเผย แพร่ผลงานที่ได้ด�าเนินการแล้วประสบความส�าเร็จเพ่ือให้ชาวบ้านมีความม่ันใจว่าเข้ามาท่ีศูนย์ยุติธรรมชุมชนแล้วเรา สามารถทีจ่ ะชว่ ยเหลือได้และประสานงานส่งต่อเรื่องให้ทางจังหวัดและใหส้ ว่ นอื่นท่ีเกย่ี วขอ้ งได้ 2.4 ปัจจัยความส�าเร็จจากความเป็นมาของผู้น�าชุมชน การเลือกตั้งได้ผู้น�าชุมชนท่ีจะเป็นตัวแทนของ ชุมชนหากท�าให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมาจะส่งผลให้ผู้น�าชุมชนนั้นจะท�างานได้ยาก ชุมชนขาดความสามัคคีเป็นความ เชื่อมโยงไปส่พู ้นื ท่ีท�าให้การไกลเ่ กล่ียขอ้ พิพาทการด�าเนินภารกจิ ไมป่ ระสบความส�าเร็จเทา่ ท่คี วร ดงั น้ัน ความเข้มแข็ง ของผนู้ า� จะมีบารมีให้คนในชุมชนเกรงใจให้ความเคารพจะท�าใหช้ มุ ชนมีความสงบสุข 2.5 การจัดการปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนเป็นระบบการท�างานชัดเจน มีการท�างานอย่างมีส่วนร่วมของ ชุมชน ใช้ค�าว่าเครือข่าย มีท้ังชาวบ้านผู้น�าชุมชนและยุติธรรมจังหวัดที่คอยให้ค�าปรึกษาทางด้านกฎหมาย ท�างาน เป็นระบบคือ เม่ือมีปัญหาจะหาข้อมูลก่อนเบื้องต้น หลังจากได้ข้อมูลแล้วจะประสานคณะกรรมการ เพ่ือหาข้อยุติ หลังจากน้ันจะมีการประสานทั้งสองฝ่าย คือคู่กรณีที่มีการพิพาทเพื่อมาคุยถึงข้อยุติท่ีลดความขัดแย้งลงในชุมชน บางกรณีคุยในระดับหมู่บ้านแล้วยังตกลงกันไม่ได้ จึงน�าเรื่องมาเสนอต่อศูนย์ยุติธรรมชุมชนจึงเชิญคณะกรรมการ มารว่ มประชมุ เพื่อหาขอ้ ยตุ ิ 3. สถ�นก�รณก์ �รด�ำ เนินง�นในบทบ�ทของศูนยย์ ุติธรรมชมุ ชน 3.1 การจัดการและความคุมสถานการณ์ความขัดแย้ง เม่ือมีเหตุความเดือนร้อนท�าให้เกิดความเสียหาย ในทรพั ยส์ นิ สตั วเ์ ลย้ี งหรอื เยาวชนทะเลาะววิ าทเมอ่ื มกี ารไกลเ่ กลยี่ ขอ้ พพิ าทอาจนา� ไปสกู่ ารมากเรอ่ื งมากความกลายเปน็ เรื่องราวใหญ่โตทะเลาะกันขยายวงกวา้ งเพม่ิ ข้ึน 3.2 การพัฒนาศักยภาพชุมชนและการสนับสนุนงบประมาณ ควรมีการสนับสนุนให้มีกิจกรรมเสริมสร้าง ศักยภาพให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นท่ี การศึกษาดูงาน จัดสรรงบประมาณให้เพียงพออย่างน้อยปีละ 2 คร้ัง ควรมี เวทแี ลกเปลย่ี นประสบการระหวา่ งจงั หวดั 3.3 ควรมกี ฎหมายคุม้ ครองการทา� หนา้ ท่ใี นบทบาทคณะกรรมการยตุ ิธรรมชมุ ชน ศูนยย์ ุตธิ รรมชมุ ชนตำ�บลเมืองเก�่ พัฒน� อ�ำ เภอเวียงเก�่ จังหวัดขอนแก่น 1. ประเดน็ รปู แบบศักยภ�พและคว�มพรอ้ มขององคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน 1.1 ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลเมืองเก่าพัฒนา เป็นรูปแบบการจัดต้ังโดยมีโครงสร้างคณะกรรมการ ศูนย์ยุติธรรมชุมชนจากผู้น�าชุมชนภาคประชาชนเป็นประธานศูนย์ โดยมีคณะกรรมการกระจายอยู่ในทุกหมู่บ้านและ มีผู้น�าท่ีเข้มแข็งและท�างานโดดเด่น จึงได้มีการแบ่งโครงสร้างใหม่ ให้มีในส่วนของที่ปรึกษาเป็นคณะกรรมการชุด ใหญ่ประกอบด้วย ผู้บริหารท้องถ่ินจะมองทุกมิติ รวมถึงก�านัน ท้ังท้องท่ีและท้องถิ่นอยู่ด้วยกันโดยมีข้าราชการระดับ อา� เภอมาสนับสนุน มตี ัวแทนของส�านักงานยตุ ธิ รรมจงั หวดั มาเป็นทปี่ รึกษา 1.2 ท้องถิ่นและท้องที่ประสานความร่วมมือเพ่ือชุมชน ต�าบลเมืองเก่าพัฒนาประสบความส�าเร็จใน การท�างานเพ่ือชุมชนโดยปราศจากความขัดแย้งของผู้น�าจึงท�าให้เป็นการท�างานร่วมมือร่วมใจที่เข้มแข็ง เป็นปัจจัย ความส�าเรจ็ ของชมุ ชนเมือ่ สามารถทา� งานรว่ มกันได้อย่างดี
62 โครงการวจิ ัย 2. ประเดน็ คว�มต้องก�รของชุมชนและเหตปุ จั จัยทช่ี ่วยสง่ เสรมิ ก�รด�ำ เนนิ ง�นศนู ยย์ ุติธรรมชมุ ชน 2.1 ประชาชนคือศูนย์กลาง ศูนยย์ ตุ ธิ รรมชุมชนต�าบลเมอื งเก่าพฒั นามเี ปา้ หมายคือการบรกิ ารสาธารณะ ที่ประชาชนได้รับประโยชน์ ดังนั้น บทบาทหน้าที่ในมิติขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน คือ การช่วยเหลือประชาชน บางคร้ังต้องอาจจะต้องค�านึงถึงประชาชนท่ีจะได้รับความช่วยเหลือจากการด�าเนินงานแม้ว่าศูนย์ยุติธรรมชุมชน ยังไม่มีกฎหมายรบั รองสถานะ เมอื่ ประชาชนเดนิ ทางมารบั บริการจึงเปน็ หนา้ ท่ีของ อปท. และศนู ย์ยุตธิ รรมชุมชนต้อง ด�าเนินการช่วยเหลือประชาชน มีความเป็นจติ อาสาเพอ่ื ชมุ ชน 2.2 ศรัทธาและความเชื่อม่ันศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลเมืองเก่าพัฒนา การด�าเนินการเข้าไปช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้รับการยอมรับ ชาวบ้านเกิดความม่ันใจในการด�าเนินการของคณะ กรรมการและทีมงานของศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลเมืองเก่าพัฒนา รูปแบบวิธีการจะปฏิบัติงานลงพ้ืนที่เป็นทีม ประกอบไปดว้ ยผใู้ หญบ่ ้าน ปราชญ์ชาวบา้ น และเจ้าหน้าที่ อบต. ลงพื้นท่ีด้วยกนั หลายปญั หาความเดือดร้อนที่ไดไ้ ป ร้องขอใหศ้ นู ย์ด�ารงธรรมดา� เนนิ การช่วยเหลือมกั ถกู สง่ ต่อกลับมายังศนู ย์ยุตธิ รรมชุมชน ทกุ กรณีตอ้ งผ่านศูนย์ยุติธรรม ชุมชน ถือได้ว่าต�าบลเมืองเก่าพัฒนา มีความเข้มแข็ง ชาวบ้านรับรู้รับทราบศักยภาพของ อบต.เมืองเก่าพัฒนาและ ศูนย์ยตุ ิธรรมชุมชนตา� บลเมอื งเกา่ พัฒนา 2.3 ศักยภาพของ อปท.ในการสนับสนุนศูนย์ยุติธรรมชุมชน มีการจัดมุมส�าหรับบริการประชาชน อยู่ในพ้ืนที่อาคารส�านักงาน อบต.เมืองเก่าพัฒนา โดยมิได้ใช้งบประมาณเพ่ิมเติม และมีการวางแผน และการด�าเนินการตามภารกิจของ อบต. ซ่ึงส่วนนี้จะน�าในเร่ืองของศูนย์ยุติธรรมชุมชนรวมอยู่ด้วย เช่น การ จัดโครงการ อบต. พบประชาชน จัดอย่างน้อยปีละ 2 คร้ัง จะจัดให้มีแผ่นพับของศูนย์ยุติธรรมชุมชนน�าไป ประชาสัมพันธ์ด้วยว่าหากมีข้อร้องเรียน หรือร้องทุกข์ต่าง ๆ ไม่จ�าเป็นต้องไปยังศูนย์ด�ารงธรรมอ�าเภอ เพราะ พนักงานใน อบต. ก็รู้จักคุ้นหน้าคุ้นตา ส่วนใหญ่เป็นคณะกรรมการจากหมู่บ้าน จากผู้ใหญ่บ้าน และตัวแทน ของประชาชนซ่ึงเป็นส่วนหนึ่งที่ อบต. ด�าเนินภารกิจ อนึ่ง ได้มีการจัดสรรงบประมาณผลักดันให้อยู่ในแผนการ ใช้จ่ายงบประมาณในการสนับสนุนบทบาทศูนย์ยุติธรรมชุมชน แต่เม่ือมีกระแสการทักท้องจาก สตง. จึงได้ระงับ โครงการไว้ 3. สถ�นก�รณ์ก�รด�ำ เนินง�นในบทบ�ทของศนู ยย์ ุตธิ รรมชมุ ชน 3.1 ความสัมพันธ์แบบเครือญาติในชุมชน อ�าเภอเวียงเก่า มีต้นทุนจากท่ีอดีตเคยเป็นเมืองเก่า อายุมากกว่า 700 ปี รูปแบบการปกครองแตกต่างจากที่อื่น เคยถูกเรียกว่าเมืองคูเวียง เวียงเก่าในปัจจุบันน้ี มีรูปแบบการปกครองเหมือนกับ สปป.ลาว ปกครองแบบอาชญา 4 หรอื เรียกว่าอาญา 4 คือเจา้ เมอื งอุปราชราชวงศ์ เป็นการปกครองท่ีนับถือแบบเครือญาติ แบบพ่อปกครองลูก เพราะฉะน้ันปัญหาในชุมชนการแก้ไขปัญหาจึงยุติ ภายในครอบครัวตนเอง ภายในชุมชนของตนเอง ปัญหาท่ีเกิดขึ้นภายหลังมานี้เนื่องจากมีคนต่างถ่ินเข้ามา อาศัยอยู่ 3.2 ความแตกต่างระหว่างศูนย์ยุติธรรมชุมชนกับศูนย์ด�ารงธรรม จะเห็นได้ว่าศูนย์ยุติธรรมชุมชนแก้ไข ปัญหาได้ภายในชุมชน มีการพูดคุยเหมือนเครือญาติเดียวกัน ในกรณีของศูนย์ด�ารงธรรมนั้นเนื่องจากมีองค์ประกอบ เจ้าหน้าท่ีในระดบั อ�าเภอ นายอา� เภอ ปลดั อา� เภอ เจ้าพนักงานฝา่ ยปกครอง ซ่ึงบุคลกิ ภาพทเ่ี ข้ามาของกลุ่มข้าราชการ น้ันมาพร้อมกับการใช้อ�านาจหน้าท่ีราชการ เม่ือมาพร้อมกับอ�านาจแทนที่จะเกิดความปรองดองอาจจะกลายเป็น
ศักยภาพและความพรอ้ มขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถนิ่ ในการสง่ เสรมิ การดาำ เนนิ งานศูนยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชน 63 (Capacity and Preparedness of Local Administrative OrganizationTo Promote Community Justice Center) ความขัดแย้งขึ้นมาโดยทันที เพราะการแก้ไขปัญหาใด ๆ เมื่อมาพร้อมกับอ�านาจและกฎหมายน้ันมักมีความขัดแย้ง แทรกข้ึนมาโดยทันที ในกรณีของศูนย์ยุติธรรมใช้วิธีการจัดการกันเองมีกา� นัน ผู้ใหญ่บ้าน ซ่ึงมีบุคลิกที่ลูกบ้านมีความ เช่ือถืออยู่แล้ว มีเจ้าหน้าที่ของทางองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท่ีใกล้ชิดกับประชาชน ส่ิงเหล่านี้ไม่ได้ไปพร้อมกับ อ�านาจหน้าที่ราชการไม่ได้ไปพร้อมกับกฎหมาย แต่บุคลิกภาพของเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปแบบพ่ี แบบนอ้ งดังนน้ั การแก้ปญั หายอ่ มแตกต่างกนั 3.3 กลยุทธ์ของการด�าเนินงานศูนย์ยุติธรรมชุมชนในการด�าเนินงานในพื้นที่ อบต.เมืองเก่าพัฒนา มีการใช้หอกระจายข่าวในชุมชนเพ่ือการประชาสัมพันธ์บทบาทภารกิจหน้าท่ีและการให้บริการความช่วยเหลือ ในเร่ืองต่าง ๆ ของศูนย์ยุติธรรมชุมชน รวมท้ังเน้นย้�าให้เข้ามาใช้บริการเป็นล�าดับแรกหากมีปัญหาความเดือดร้อน และมีการสร้างเครือข่ายยุติธรรมชุมชน มีก�านัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต. กรรมการหมู่บ้าน รอบแรกมีเครือข่าย ท้ัง 10 หมู่บ้าน จ�านวน 93 ท่าน ดังน้ัน จึงมีระบบทีมส่ือสารกันอย่างง่าย เม่ือมีข้อพิพาทเกิดขึ้นในชุมชน จะท้ิงระยะเวลายังไม่เข้าไปจัดการในทันทีแต่จะแสวงหาข้อมูลและหลีกเล่ียงการเผชิญหน้า แล้วเร่ิมเชิญมาทีละ กลุ่ม และมีการชั่งน้�าหนักคือ การสอบถามไปยังเครือข่ายยุติธรรมชุมชน สอบถามไปยังก�านันว่าลูกบ้านบุคคลผู้นี้ เป็นอย่างไร เรื่องที่พิพาทกันนี้สมเหตุสมผลหรือไม่ หรือมีเง่ือนไขอ่ืนจะเก็บข้อมูลก่อนเพื่อชั่งน้�าหนักแล้วจึง น�าเข้าสู่คณะกรรมการว่าเร่ืองดังกล่าวจ�าเป็นต้องส่งมาโดยเร็วหรือมอบหมายทีมเข้าไปในพ้ืนท่ีก่อน หากเป็น ทัพหน้าจะเป็นการท�างานร่วมกันระหว่างเครือข่ายกับทางเจ้าหน้าท่ีอยู่แล้ว การเข้าไปถึงปัญหาอย่างรวดเร็ว และแกไ้ ขไดด้ ี ในรอบ 2 ปที ผ่ี ่านมาประชาชนเขา้ มาใชบ้ รกิ ารอยา่ งตอ่ เนอื่ งมีบรรยากาศเป็นกันเองระหว่างประชาชน และ อบต. 3.4 ผู้น�าท้องถิ่นที่มีทัศนคติเชิงบวกต่อภาระงานท่ีเพิ่มข้ึน ผู้บริหารสูงสุดคือนายกฯอบต.เมืองเก่าพัฒนา มักจะเปดิ โอกาสเม่ือมีโครงการใดเขา้ มาใน อบต. จงึ ทา� ใหใ้ นปัจจุบันมีมากมายหลายหนว่ ยงาน หลายกระทรวง ทบวง กรม และภารกจิ ซง่ึ หากได้ดา� เนินการไปแล้วอาจจะ ประสบปญั หาในเรอ่ื งขอ้ ทกั ท้วงต่างๆ จะไม่ด�าเนนิ การ เป็นการ ให้ก�าลังใจเบ้ืองต้นแก่พนักงาน บุคลากรในพ้ืนท่ี จึงท�าให้มีก�าลังใจที่จะด�าเนินงานโดยไม่ติดขัด และในส่วนของ บุคลากรในองค์กรมีความพร้อมในการท�างาน ศูนย์ยุตธิ รรมชมุ ชนตำ�บลหินตั้ง อ�ำ เภอบ�้ นไผ่ จังหวัดขอนแกน่ 1. ประเดน็ รปู แบบศกั ยภ�พและคว�มพร้อมขององคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลหินตั้ง เป็นรูปแบบการจัดต้ังโดยมีโครงสร้างคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชน จากผนู้ �าชุมชนโดยแต่งตง้ั ประธานสภา อบต.ท�าหน้าทเ่ี ป็นประธานศูนยศ์ ูนยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชน โดยมคี วามร่วมมอื จากทกุ ภาคส่วนในการพัฒนาชมุ ชน 2. ประเดน็ คว�มต้องก�รของชุมชนและเหตปุ ัจจัยทช่ี ่วยสง่ เสรมิ ก�รด�ำ เนินง�นศนู ย์ยตุ ิธรรมชมุ ชน 2.1 การไกล่เกล่ียข้อพิพาทในชุมชน เม่ือมีปัญหาความเดือดร้อนเกิดความขัดแย้งในชุมชนหมู่บ้าน ก็มผี ู้นา� ชุมชนคือผูใ้ หญบ่ ้าน กา� นนั ดา� เนนิ การในเบอ้ื งตน้ ทัง้ น้ี หากผเู้ ดอื ดร้อนไม่เช่ือม่นั หรอื คกู่ รณเี ปน็ ญาตกิ บั ผู้ใหญ่ บ้าน ก�านัน ซึ่งผู้ท�าหน้าท่ีไกล่เกลี่ยฯกรณีดังกล่าวท�าให้ผู้เดือดร้อนมาขอรับบริการศูนย์ยุติธรรมชุมชนหินต้ัง รวมทั้ง
64 โครงการวิจัย ในสว่ นของเรอ่ื งรบั เรื่องร้องทุกขร์ ับทกุ เร่ืองทผี่ า่ นมาเราก็สามารถไกล่เกลีย่ จากการรอ้ งทกุ ขส์ �าเรจ็ ทุกเรื่องไมว่ า่ จะเป็น เรื่องเล็กเร่ืองใหญ่ เร่ืองระดับโรงงานก็สามารถเข้าไปไกล่เกลี่ยได้ อน่ึง ปัญหาความเดือดร้อนบางเร่ืองที่ส่งข้ามไปให้ นายอ�าเภอและศูนย์ด�ารงธรรมอ�าเภอในทางปฏิบัติทางศูนย์ด�ารงธรรมอ�าเภอก็ย้อนกลับส่งให้ศูนย์ยุติธรรมชุมชนหิน ตง้ั ด�าเนินการไกลเ่ กล่ยี ข้อพพิ าท 2.2 รูปแบบกระบวนการการไกล่เกล่ียข้อพิพาทในชุมชน ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลหินต้ังจะไม่เน้น ในเร่ืองการบังคับใช้กฎหมาย โดยเรื่องกฎหมายจัดเป็นล�าดับสุดท้ายในการหยิบมาใช้ในการไกล่เกล่ียข้อพิพาท โดยจะเน้นให้ท้งั สองฝา่ ยมีความรกั ความสามัคคอี ยรู่ ่วมกันอย่างมีความสขุ อยูก่ นั อย่างปรองดองสมานฉนั ท์ ยดึ ในส่วน ของด้านสังคมประเพณที ่จี ะเขา้ มาไกลเ่ กล่ียให้คูก่ รณที ง้ั สองฝา่ ยสามารถอยูร่ ว่ มกันได้ ทง้ั นี้ คูก่ รณีต้องมคี วามสมคั รใจ ท่ีจะให้ศูนย์ยุติธรรมชุมชนเป็นส่วนหน่ึงหรือเป็นคนกลางที่เขาเห็นว่าน่าเช่ือถือได้ไกล่เกล่ียให้เขาได้ เป็นท่ีพ่ึงของ ประชาชนได้ 2.3 ศักยภาพของศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลหินตั้ง จากเดิมท่ีการจัดการปัญหาความเดือดร้อนของ ชาวบ้านเป็นหน้าท่ีของก�านัน ผู้ใหญ่บ้าน เมื่อมีกรณีพิพาทได้รับความเดือดร้อนระหว่างชาวบ้านกับโรงงานในพื้นท่ี ซึ่งเป็นเร่ืองใหญ่มีผลกระทบกับชาวบ้านโดยตรง การเกิดกรณีพิพาทกับนายทุนชาวบ้านมีความหวาดกลัว และก�านัน ผูใ้ หญ่บา้ น ก็ท�างานได้ยาก ดงั น้นั เมอื่ มกี ารจดั ตั้งศนู ย์ยุตธิ รรมชุมชนตา� บลหินตั้ง มีคณะกรรมการศนู ยย์ ุตธิ รรมชมุ ชน เข้าไปจัดการปัญหาดังกล่าว มีหนังสือราชการไปยังคู่กรณีส่งเข้าไปเป็นขั้นเป็นตอนอย่างถูกระบบท�าให้โรงงานคู่กรณี ต้องยอมรับ จึงท�าให้สามารถไกล่เกลี่ยปัญหาความเดือดร้อนได้ เห็นได้ชัดถึงความแตกต่างในระดับศักยภาพของ ผู้น�าชุมชนกับศูนย์ยุติธรรมชุมชนของการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในความรุนแรงหรือผลกระทบในแต่ละระดับความเสียหาย ทเ่ี กดิ ขึน้ 3. สถ�นก�รณก์ �รดำ�เนินง�นในบทบ�ทของศูนยย์ ตุ ธิ รรมชุมชน 3.1 บทบาทหน้าที่ของนิติกรหรือเจ้าหน้าท่ี อปท. ท่ีได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานศูนย์ยุติธรรมชุมชน รูปแบบกระบวนงานให้ความช่วยเหลือประชาชนจะก�าหนดให้มีขั้นตอนเขียนค�าร้อง มีข้ันตอนให้ค�าปรึกษาการรับ บริการตา่ งๆ มกี ารไกล่เกลีย่ ขอ้ พพิ าทในเรอ่ื งร้องทุกข์ในเบ้อื งต้นโดยนิตกิ รของ อปท. ท�าหนา้ ที่ศนู ยย์ ุตธิ รรมชุมชนอกี หน้าที่หน่ึง หากสามารถยุติความเดือดร้อนได้เร่ืองก็ไม่ได้ส่งไปยังคณะกรรมการเพ่ือนัดประชุมช่วยในเร่ืองความเดือด ร้อนดังกล่าว แต่ถ้าในกรณีที่คุยกันไม่ได้ตกลงกันไม่ได้จ�าเป็นต้องเชิญคณะกรรมการเข้ามาร่วมด�าเนินการด้วยเพ่ือให้ คณะกรรมการศูนย์ฯเป็นสักขีพยาน รวมทั้ง หากหยิบยกข้อกฎหมายเข้าสู่การไกล่เกลี่ยฯ จะท�าให้เกิดความล้มเหลว ในการพดู คยุ แตกต่างจากการพดู คุยฉนั พ่ฉี ันน้องท่ีมโี อกาสส�าเร็จยุติเรือ่ งได้ 3.2 การสนับสนุนงบประมาณและการด�าเนินงาน ในปัจจุบันคณะกรรมการส�ารองจ่ายเงินส่วนตัว เป็นค่าใช้จ่ายของศูนย์ยุติธรรมชุมชนหินต้ัง รวมทั้ง ท่ีตั้งศูนย์ฯ อุปกรณ์ เครื่องมือส�านักงาน เป็นของ อบต.หินตั้ง ควรมีการบริหารจัดการให้เป็นสัดเป็นส่วนท่ีชัดเจนพร้อมในการให้บริการประชาชนท่ีมารับบริการมากพอสมควร เม่ือประชาชนมีความคาดหวังและได้เดินทางเข้ามารับบริการของศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลหินต้ัง การบริการจะ ไม่สะดวกในการอ�านวยความช่วยเหลือเรื่องส�าเนาเอกสาร การพิมพ์หนังสือราชการ จึงควรพัฒนาส�านักงานที่ต้ังของ ศนู ย์เพื่อเปน็ การแกป้ ญั หาตอบสนองความคาดหวังของประชาชน
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232