Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore มคอ.2-หลักสูตร พธ.ด (พระพุทธศาสนา)_(หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2564)_วิทยาลัยสงฆ์สุรินทร์

มคอ.2-หลักสูตร พธ.ด (พระพุทธศาสนา)_(หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2564)_วิทยาลัยสงฆ์สุรินทร์

Published by Thanarat MCU Surin, 2023-06-20 03:09:40

Description: มคอ.2-หลักสูตร พธ.ด (พระพุทธศาสนา)_(หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2564)_วิทยาลัยสงฆ์สุรินทร์

Search

Read the Text Version

๙๕ ภาคผนวก ค ระเบียบ ขอ้ บงั คบั และประกาศท่เี ก่ียวขอ้ ง

ขอ้ บังคบั มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วา่ ดว้ ยการศึกษาระดบั บณั ฑิตศึกษาพ.ศ. ๒๕๔๑ เพื่อให้การบริหารงานในบัณฑิตวิทยาลัยบรรลุวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยจึงเห็นสมควรออก ขอ้ บงั คับมหาวทิ ยาลยั วา่ ดว้ ยการศึกษาระดับบณั ฑิตศกึ ษา อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ ๙/๒๕๔๑ เมื่อ วันท่ี ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ จงึ มมี ติให้ออกข้อบังคบั ไว้ ดงั ตอ่ ไปน้ี หมวดที่ ๑ บทท่ัวไป ขอ้ ๑ ขอ้ บังคับนี้เรียกวา่ “ ขอ้ บังคับมหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัยว่าด้วยการศึกษาระดับ บณั ฑิตศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๑” ข้อ ๒ ให้ใชข้ ้อบังคับนี้ตง้ั แต่วันถัดจากวันประกาศเป็นตน้ ไป ข้อ ๓ บรรดาข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ คำสั่งหรือมติอ่ืนใดซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้ ให้ใช้ ข้อบังคบั น้แี ทน ข้อ ๔ ในขอ้ บังคบั นี้ “นิสิต” ผู้ทไ่ี ด้ขึ้นทะเบยี นเปน็ นสิ ติ บณั ฑิตวทิ ยาลัยเรยี บร้อยแล้ว ข้อ ๕ ให้อธกิ ารบดีรกั ษาการให้เป็นไปตามข้อบังคับน้ี ข้อ ๖ คณุ สมบตั ขิ องผู้สมคั รเข้าศกึ ษาระดบั มหาบัณฑิต ๖.๑ ผู้สมัครเข้าเป็นนิสิตต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจาก มหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาท่ีสภามหาวิทยาลัยรับรอง และต้องมีคุณสมบัติอ่ืนตามท่ีมหาวิทยาลัย กำหนด ๖.๒ ต้องได้ค่าระดับเฉล่ียสะสมในระดับปริญญาตรี ไม่ต่ำกว่า ๒.๕๐ จากระบบ ๔ แต้ม ยกเว้นผู้มีประสบการณ์การทำงานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปีนับตั้งแต่สำเร็จการศึกษา และผู้จบ เปรียญธรรมเกา้ ประโยค และ

๖.๓ ไม่เคยถกู ลงโทษใหพ้ น้ สภาพการเป็นนสิ ิตบณั ฑิตวทิ ยาลัย ข้อ ๗ บัณฑิตวิทยาลัยจะดำเนินการเก่ียวกับการรับสมัครนิสติ ใหม่ โดยพิจารณาแต่งต้งั คณะกรรมการ สอบคัดเลือกผ้สู มัครเขา้ ศึกษาในระดบั บัณฑติ ศึกษาในแต่ละปีการศึกษา ๗.๑ ผู้สมัครเข้าเป็นนิสิตต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาขั้นปริญญาโท หรือเทียบเท่าจาก มหาวิทยาลัยหรอื สถาบันการศึกาท่สี ภามหาวทิ ยาลยั รับรองและต้องมคี ุณสมบตั อิ ื่นตามที่มหาวทิ ยาลยั กำหนด ๗.๒ ต้องได้ค่าระดับเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาโทไม่ต่ำกว่า ๓.๕๐ จากระบบ ๔ แต้ม ยกเว้นผู้มีประสบการณ์การทำงานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปีนับตั้งแต้สำเร็จการศึกษาหรือมีผลงาน ทางวิชาการท่คี ณะกรรมการบัณฑิตวิทยาลยั เห็นชอบ ๗.๓ ไมเ่ คยถกู ลงโทษให้พ้นจากการเป็นนสิ ติ บัณฑติ วทิ ยาลยั ขอ้ ๘ บัณฑิตวิทยาลัยจะดำเนินการเก่ียวกับการรับสมัครนิสติ ใหม่ โดยพิจารณาแต่งตัง้ คณะกรรมการ สอบคดั เลอื กผูส้ มคั รเข้าศกึ ษาในระดับบัณฑิตศึกษาในแต่ละปกี ารศึกษา หมวดที่ ๒ การจัดและวธิ ีการศึกษา ข้อ ๙ ระบบการศกึ ษา บัณฑิตวิทยาลัย จัดการศึกษาเป็นระบบหน่วยกิตทวิภาค โดยแบ่งเวลาการศึกษาในแต่ละปีการศึกษา ออกเปน็ ๒ ภาคการศกึ ษาปกติ แต่ละภาคการศึกษามีเวลาศกึ ษาไมน่ ้อยกว่า ๑๖ สปั ดาห์ บัณฑิตวิทยาลัยอาจจัดการศกึ ษาภาคฤดูรอ้ นได้อีก ๑ ภาคมีเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๖ สัปดาห์ และจะ กำหนดระเบียบว่าด้วยการศึกษาภาคฤดรู ้อนที่ไมข่ ัดกับข้อบังคับนโี้ ดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำ บัณฑติ วทิ ยาลัย ข้อ ๑๐ หลกั สูตร ๑๐.๑ หลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต ให้ศึกษางานรายวิชาไม่น้อยกว่า ๓๖ หน่วย กิต และวิทยานิพนธ์ ๑๒ หนว่ ยกติ จำแนกประเภทดงั นี้ วิชาบงั คบั ๑๒ หนว่ ยกิต วชิ าเอก ๑๘ หนว่ ยกิต วิชาเลอื ก ไม่น้อยกว่า ๖ หนว่ ยกติ วทิ ยานิพนธ์ ๑๒ หนว่ ยกิต รวมท้งั สนิ้ ๔๘ หน่วยกิต

๑๐.๒ หลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต ให้ศึกษางานรายวชิ าไม่น้อยกวา่ ๒๔ หน่วย กติ และวิทยานพิ นธ์ ๓๖ หน่วยกติ จำแนกประเภทดงั นี้ วชิ าบังคับ ๙ หน่วยกติ วชิ าเอก ๙ หน่วยกติ วิชาเลอื ก ไมน่ ้อยกว่า ๖ หน่วยกติ วิทยานพิ นธ์ ๓๖ หน่วยกติ รวมทัง้ สิน้ ๖๐ หน่วยกิต ข้อ ๑๑ ระยะเวลาการศึกษาตามหลกั สตู รระดบั บัณฑติ ศกึ ษามดี ังน้ี ๑๑.๑ หลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต ให้มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๔ ภาค การศกึ ษาปกติ และไม่เกนิ ๑๐ ภาคการศกึ ษาปกติ ๑๑.๒ หลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต ให้มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๖ ภาค การศกึ ษาปกติ และไมเ่ กนิ ๑๐ ภาคการศกึ ษาปกติ ในกรณีที่นิสิตไม่สามารถจบการศึกษาได้ในระยะเวลา ๑๐ ภาคการศึกษาปกติ ตามข้อ ๑๑.๑ และข้อ ๑๑.๒ คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลยั อาจอนุมัติให้ต่ออายสุ ภาพนิสติ ได้อกี แต่ทง้ั นี้ตอ้ งไม่เกนิ ๒ ภาคการศึกษาปกติ ๑๑.๓ การนับเวลาในข้อ ๑๑.๑ ให้นับรวมเวลาที่นิสิตได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษาด้วย ยกเว้นนสิ ติ ทไ่ี ด้รับอนุมัตใิ หล้ าพักการศกึ ษาตามข้อ ๑๓.๑.๑ ๑๑.๔ รายวชิ าทีก่ ำหนดใหน้ ิสิตฟังการบรรยายสปั ดาห์ละ ๑ ชั่วโมงและศึกษานอกเวลาอีกไม่ นอ้ ยกวา่ สปั ดาหล์ ะ ๓ ช่วั โมงตลอดภาคการศกึ ษา ให้มคี ่าเท่ากบั ๑ หน่วยกติ ๑๑.๕ รายวิชาที่นิสิตใช้เวลาปฎิบัติการ อภิปรายหรือสัมมนาสัปดาห์ละ ๒ ถึง ๓ ชั่วโมง และ เม่ือรวมเวลาการศกึ ษานอกเวลาแล้ว นิสิตใช้เวลาไม่นอ้ ยกวา่ สัปดาห์ละ ๓ ช่ัวโมง ตลอดภาคการศึกษา ให้มีค่า เทา่ กบั ๑ หน่วยกติ ขอ้ ๑๒ การเปลี่ยนสาขาวิชาจะกระทำได้ก็ตอ่ เมื่อไดร้ ับความเห็นชอบจากอาจารย์ทีป่ รึกษาทั่วไป และ คณบดีบณั ฑิตวิทยาลยั บัณฑิตวิทยาลัยอาจอนมุ ัติใหน้ ิสติ ทขี่ อเปล่ียนสาขาวิชาโอนหนว่ ยกิตของรายวชิ าในระดบั บัณฑิตศึกษา ท่ีได้ศึกษาไว้แล้วไม่เกิน ๕ ปีได้ตามที่เห็นสมควรแต่ต้องไม่เกิน ๙ หน่วยกิต โดยไม่ให้นำไปคำนวนค่าระดับ เฉลีย่ สะสมและรายวชิ านน้ั ต้องไดผ้ ลการศึกษาไมต่ ำ่ กวา่ B หรือ S ข้อ ๑๓ การลาพักร้อนและการกลบั เข้าศกึ ษาใหม่

๑๓.๑ นิสิตมีเหตจุ ำเป็น อาจลาพักการศึกษาภาคใดภาคหน่ึง เมื่อได้ศึกษาในบัณฑิตวิทยาลัย ไม่นอ้ ยกว่า ๑ ภาคการศึกษาปกติ โดยความเหน็ ชอบของอาจารยท์ ่ีปรึกษาทวั่ ไป นิสิตต้องยื่นคำร้องต่อคณบดีบัณฑิตวิทยาลยั ภายใน ๓๐ วันนบั จากวนั เปิดภาคการศกึ ษาใหม่ หากพ้น จากกำหนดการลาพักการศึกษาดังกล่าว นิสิตอาจขอลาพักการศึกษาเป็นกรณีพิเศษในกรณีใดกรณีหน่ึง ดังตอ่ ไปน้ี ๑๓.๑.๑ ถกู เกณฑห์ รือระดมเข้ารบั ราชการทหารกองประจำการ ๑๓.๑.๒ มีความจำเป็นต้องเดนิ ทางไปตา่ งประเทศ ๑๓.๑.๓ เจ็บปว่ ยต้องพกั รกั ษาตัวเปน็ เวลานานตามคำสง่ั แพทยโ์ ดยมใี บรบั รองแพทย์ มาแสดงตอ่ บัณฑิตวทิ ยาลยั ๑๓.๑.๔ มเี หตุจำเป็นสดุ วสิ ยั อืน่ ที่สำคัญ ในกรณีท่ีนิสิตได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษา ให้นับระยะเวลาท่ีลาพักการศึกษารวมอยู่ในระยะเวลา ศึกษาด้วย ยกเวน้ นิสิตที่ไดร้ บั อนุมัติใหล้ าพกั การศกึ ษาตามข้อ ๑๓.๑.๑ นิสิตท่ีได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษา ต้องชำระค่าธรรมเนียมเพ่ือรักษาสภาพการเป็นนิสิตทุกภาค การศึกษา ยกเว้นนิสิตท่ีได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษาหลังจากท่ีได้ลงทะเบียนรายวิชาแล้ว ในกรณีนี้ให้นิสิต ได้ w ในทกุ รายวชิ าทีไ่ ดล้ งทะเบยี นไวใ้ นภาคการศกึ ษาที่ได้รับอนุมตั ใิ ห้ลาพักการศึกษา ข้อ ๑๔ การพ้นสภาพการเปน็ นิสติ นิสิตพ้นสภาพการเปน็ นสิ ิตในกรณใี ดกรณีหนึ่งดงั ตอ่ ไปน้ึ ๑๔.๑ สอบได้ค่าระดับเฉล่ยี ประจำภาคการศึกษาท่ี ๑ ตำ่ กวา่ ๒.๕๐ ๑๔.๒ สอบไดค้ า่ ระดบั เฉลยี่ สะสมต่ำกว่า ๓.๐๐ ๑๔.๓ ไม่สามารถสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรภายในกำหนดเวลาตามข้อ ๑๑.๑ หรือข้อ ๑๑.๒ แลว้ แต่กรณี ๑๔.๔ มหาวทิ ยาลัยลงโทษให้พ้นสภาพการเปน็ นสิ ิตตามข้อ ๓๒.๕ ๑๔.๕ ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการลาพักตามข้อ ๑๓ หรือไม่ลงทะเบียนรายวิชาในภาค การศึกษาปกติตามข้อ ๑๗.๕ ๑๔.๖ ไดร้ ับอนมุ ัติให้ลาออกจากการเป็นนสิ ติ ข้อ ๑๕ นิสิตที่พ้นสภาพตามข้อ ๑๔.๕ และ ๑๔.๖ อาจขอกลับเข้าเป็นนิสิตใหม่ได้ภายในกำหนด ระยะเวลา ๒ ปี นับจากวันท่ีนิสิตพ้นสภาพการเป็นนิสิต และถ้าคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยโดยคำแนะนำของ คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย เห็นสมควรอนุมัติโดยให้คิดระยะเวลาท่ีพ้นสภาพการเป็นนิสิตนั้น

รวมอยู่ในระยะเวลาการศึกษาทั้งหมด ในกรณีเช่นนี้นิสิตต้องเสียค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เหมือนกับผู้ลาพัก การศกึ ษาท่ัวไป หมวดที่ ๓ การขน้ึ ทะเบยี นเปน็ นสิ ิตและการลงทะเบียนรายวชิ า ข้อ ๑๖ การขนึ้ ทะเบียนเปน็ นิสติ ๑๖.๑ ผ้ขู ้ึนทะเบียนเป็นนิสิตต้องนำหลกั ฐานทีบ่ ัณฑิตวิทยาลัยกำหนดมายื่นตอ่ กองทะเบียน และวัดผลด้วยตนเองตามวันเวลา และสถานที่ท่ีกำหนด พร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตามท่ี มหาวิทยาลัยกำหนด สำหรบั ภาคการศึกษาแรกท่ีเข้าศึกษาในบัณฑิตวิทยาลัย นิสิตต้องลงทะเบียนรายวิชาท่ี ตอ้ งศกึ ษาในภาคนน้ั ทัง้ หมดพรอ้ มกบั การข้นึ ทะเบียนเปน็ นิสิตด้วย ๑๖.๒ ผู้ไมส่ ามารถมายื่นคำรอ้ งขอขึน้ ทะเบียนเป็นนิสิตตามวันท่ีกำหนดต้องแจ้งเหตุขัดข้อง ให้กองทะเบียนและวัดผลทราบ เป็นลายลักษณ์อักษรภายใน ๗ วันหลังจากวันที่กำหนดไว้ มิฉะนั้นจะถือว่า สละสิทธ์ิ ในกรณีที่ได้แจ้งให้กองทะเบียนและวัดผลทราบตามความความในวรรคแรกแล้ว ต้องมาขึ้น ทะเบียนเป็นนิสิตด้วยตนเอง ยกเว้นกรณีที่มหาวิทยาลัยพิจารณาเห็นว่ามีเหตุจำเป็นอย่างย่ิง จึงอนุญาตให้ มอบหมายผู้แทนมาขนึ้ ทะเบยี นแทนได้ ทง้ั นี้ต้องทำให้เรยี บรอ้ ยภายใน ๗ วัน นับจากวันเปดิ ภาคการศึกษา ๑๖.๓ ผู้ท่ีได้รับอนุมัติให้เข้าศึกษาในสาขาวิชาใด ต้องข้ึนทะเบียนเป็นนิสิตของบัณฑิต วิทยาลัยในสาขาวชิ านน้ั และจะศึกษาเกินกวา่ ๑ สาขาวชิ าในขณะเดยี วกันไมไ่ ด้ ข้อ ๑๗ การลงทะเบียนรายวชิ า ๑๗.๑ นิสิตต้องลงทะเบียนรายวิชาทุกภาคการศึกษาตามกำหนดเวลาในปฏิทินการศึกษา โดยความเห็นชอบจากอาจารยท์ ี่ปรึกษาทวั่ ไป ๑๗.๒ นิสิตที่ไม่มาลงทะเบียนรายวิชาภายใน ๑๔ วันแรกของภาคการศึกษาปกตินับจากวัน เปิดภาคการศกึ ษา ไมม่ ีสทิ ธลิ งทะเบียนในภาคการศกึ ษานัน้ เวน้ แตจ่ ะไดร้ ับอนมุ ัติจากคณบดีบณั ฑติ วทิ ยาลัย ๑๗.๓ จำนวนหน่วยกิตที่กำหนดให้นิสิตลงทะเบียนแต่ละภาคการศึกษาต้องไม่น้อยกว่า ๖ หน่วยกติ และไมเ่ กิน ๑๕ หนว่ ยกิต ๑๗.๔ นิสิตท่ีลงทะเบียนล่าช้ากว่าท่ีกำหนด ต้องชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาตามที่ มหาวทิ ยาลัยกำหนด ๑๗.๕ นิสิตท่ีไม่ลงทะเบียนรายวิชาในภาคการศึกษาใดต้องลาพักการศึกษา ตามเง่ือนไขที่ ระบุไว้ในข้อ ๑๓ หากไมป่ ฏิบัตติ ามตอ้ งพน้ สภาพการเป็นนสิ ติ

๑๗.๖ นิสิตท่ีได้ศึกษารายวิชาครบตามหลักสูตรแล้ว แต่ยังไม่สำเร็จการศึกษาต้อง ลงทะเบยี นรกั ษาสภาพการเป็นนิสิตทุกภาคการศึกษา ข้อ ๑๘ อาจารย์ท่ีปรกึ ษาทั่วไป นิสิตต้องมีอาจารย์ท่ีปรึกษาทั่วไปหนึ่งท่านเป็นผู้แนะนำและช่วยวางแผนการศึกษาโดยคณบดีบัณฑิต วทิ ยาลยั เป็นผู้แตง่ ต้ังจากอาจารย์ที่มชี อื่ ในทำเนียบอาจารย์บัณฑิตวทิ ยาลัย ข้อ ๑๙ การถอน เพ่มิ และเปลี่ยนรายวชิ า ๑๙.๑ การถอนรายวชิ าจะกระทำไดภ้ ายใตเ้ ง่อื นไข และมผี ลสบื เนอื่ งดงั ตอ่ ไปนี้ ๑๙.๑.๑ ในกรณีท่ีขอถอนภายใน ๑๔ วันแรกของภาคการศึกษาปกติโดยได้รับ ความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาทว่ั ไป รายวิชาทีถ่ อนนน้ั จะไมป่ รากฎในระเบยี น ๑๙.๑.๒ ในกรณีท่ีขอถอนหลักจาก ๑๔ วันของภาคการศึกษาปกติแต่ไม่เกิน ๓๐ วันแรกของภาคการศึกษาปกติ โดยได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาท่ัวไป นิสิตจะได้รับ w ใน รายวชิ าทถี่ อน ๑๙.๑.๓ ถา้ นิสิตขอถอนรายวชิ าใด เม่ือพ้นกำหนดตามขอ้ ๑๙.๑.๒ นิสิตจะได้ F ใน รายวิชาน้ัน เว้นแต่กรณีที่มีเหตุผลพิเศษซึ่งคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยเห็นสมควรอนุมัติให้ถอนได้ ในกรณเี ชน่ น้นี ิสิตจะได้ w ในรายวิชานัน้ ๑๙.๒ การเพิ่มหรือเปล่ียนรายวิชา ให้กระทำได้ภายใน ๑๔ วันแรกของภาคการศึกษาปกติ โดยได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาท่ัวไป และหากพ้นกำหนดนี้ต้องไปรับอนุมัติจากคณบดีบัณฑิต วิทยาลัย ทั้งน้ีนิสิตผู้น้ันจะต้องมีเวลาศึกษาต่อไปไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาการศึกษาทั้งหมดในภาค การศกึ ษานัน้ หมวดที่ ๔ การวดั ผลและประเมินผลการศึกษา ขอ้ ๒๐ การวดั ผลการศึกษา ๒๐.๑ ให้มีการวัดผลการศึกษาทุกรายวิชาที่นิสิตลงทะเบียนในแต่ละภาคการศึกษา โดยอาจ ทำการวดั ผลระหว่างภาคด้วยวิธีการทดสอบ การเขียนรายงานการมอบหมายงานใหท้ ำหรอื วิธีอื่นใดทเี่ หมาะสม กับรายวชิ าน้นั เม่ือสิ้นภาคการศึกษา ให้มีการสอบไล่สำหรับแต่ละรายวิชาที่ศึกษาในภาคการศึกษาน้ันหรือ จะใชว้ ิธีการวัดผลอยา่ งอ่นื ทีเ่ หมาะสมกับลกั ษณะของวชิ านัน้ ๆ ก็ได้

บัณฑิตวิทยาลัยอาจกำหนดระเบียบที่ไม่ขัดกับข้อบังคับนี้ เพ่ือใช้ในการวัดผลตามความ เหมาะสมของแต่ละสาขาวิชาหรอื รายวิชาก็ได้ ๒๐.๒ เม่ือส้ินภาคการศึกษาแต่ละภาค นิสิตจะมีสิทธิเข้าสอบไล่หรือได้รับการวัดผลใน รายวิชาใดกต็ ่อเม่ือมีเวลาศึกษาในรายวชิ าน้ันมาแลว้ ไมน่ ้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาการศึกษาท้ังหมด ในภาค การศึกษานั้นและ/หรือมีผลการทดสอบระหว่างภาคการศึกษาหรืองานที่ได้รับมอบหมายเป็นที่พอใจของ อาจารยป์ ระจำวิชา ขอ้ ๒๑ การประเมินผลการศึกษา ๒๑.๑ ระบบการประเมินผลการศึกษารายวิชาของบัณฑิตวิทยาลัยใช้เพียง ๖ ระดับ มีผล การศกึ ษาระดับและค่าระดบั ดงั น้ี ผลการศึกษา ระดับ ค่าระดบั ดเี ยี่ยม (Excellent) A ๔.๐ ดมี าก (Very good) B+ ๓.๕ ดี (Good) B ๓.๐ คอ่ นขา้ งดี (Very Fair) C+ ๒.๕ พอใช้ (Fair) C ๒.๐ ตก (Failed) F๐ ๒๑.๒ ในรายวิชาใดท่ีหลักสูตรกำหนดให้เป็นรายวิชาท่ีไม่นับหน่วยกิตให้แสดงผลการศึกษา ในรายวชิ านั้นดว้ ยสญั ลกั ษณด์ งั นี้ สญั ลักษณ์ ผลการศกึ ษา S (Satisfactory) เป็นที่พอใจ U (Unsatisfactory) ไมเ่ ป็นทีพ่ อใจ ๒๑.๓ ในรายวิชาใดยังไม่ได้ทำการวัดผลหรือไมม่ กี ารวัดผล ให้รายงานการศกึ ษารายวชิ านั้น ดว้ ยสัญลกั ษณ์อย่างใดอยา่ งหน่ึง ดังต่อไปน้ี สัญลกั ษณ์ สภาพการศกึ ษา I (Incomplete) ไม่สมบรู ณ์ SP (Satisfactory Progress) กา้ วหน้าเป็นท่นี า่ พอใจ UP (Unsatisfactory Progress) ไม่กา้ วหน้าเป็นท่นี า่ พอใจ W (Withdrawn) ถอนรายช่ือวิชาทศ่ี กึ ษา

Au (Audit) ศึกษาโดยไมน่ บั หนว่ ยกิต ๒๑.๔ การประเมินผลวทิ ยานิพนธ์ ๒๑.๔.๑ ใหใ้ ช้ IP (In Progress) สำหรับวิทยานิพนธ์ท่ีอยรู่ ะหว่างการเรียบเรียง ๒๑.๔.๒ การประเมินผลวิทยานิพนธ์ท่ีเรียบเรียงเสร็จเรียบร้อยแล้วให้กำหนดเป็น ๔ ระดับดงั นี้ ผลการศึกษา ระดับ ดีเยี่ยม (Excellent) A ดี (Good) B+ ผา่ น (Passed) B ตก (Failed) F ๒๑.๕ การให้ F ใหก้ ระทำในกรณใี ดกรณีหนึง่ ดงั ตอ่ ไปน้ี ๒๑.๕.๑ นิสิตขอถอนรายวิชา เม่อื พ้นกำหนดตามขอ้ ๑๙.๑.๓ ๒๑.๕.๒ นิสิตเข้าสอบและสอบตกตามข้อ ๒๐.๑ ๒๑.๕.๓ นิสติ ไมม่ สี ทิ ธิเข้าสอบตามขอ้ ๒๐.๒ ๒๑.๕.๔ นสิ ติ ไมแ่ ก้ค่า I ตามขอ้ ๒๑.๖.๒ วรรคสุดท้าย ๒๑.๕.๕ นสิ ิตทำผิดระเบียบการสอบไล่และไดร้ บั การตัดสนิ ใหส้ อบตก ๒๑.๖ การให้ I จะกระทำไดใ้ นกรณีใดกรณีหนึ่งดงั ต่อไปน้ี ๒๑.๖.๑ นิสิตมีเวลาเรียนในรายวิชาไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ แต่มิได้สอบเพราะ ปว่ ยหรอื เหตุสุดวสิ ัย และได้รบั อนมุ ตั ิจากคณบดบี ัณฑติ วิทยาลยั ๒๑.๖.๒ อาจารย์ประจำวิชาและคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยเห็นสมควรให้รอผล การศึกษาเพราะนิสติ ยงั ปฏิบตั งิ าน ซง่ึ เป็นสว่ นประกอบการศึกษารายวชิ านนั้ ยงั ไมส่ มบรู ณ์ การแก้ค่า I นิสิตจะต้องสอบและ/หรือปฏิบัติงานท่ีได้รับมอบหมายจากอาจารย์ ประจำวิชาให้ครบถ้วน เพื่อให้อาจารย์ประจำวชิ าวัดผล และส่งผลการศึกษาของนิสิตผู้นั้นแก่บัณฑิตวิทยาลัย ภายในภาคการศึกษาถัดไป ๒๑.๗ การให้ S จะกระทำไดใ้ นกรณใี ดกรณีหนึง่ ดังต่อไปน้ี ๒๑.๗.๑ รายวิชาซ่ึงมีผลการศึกษาเป็นที่พอใจ และหลักสูตรกำหนดให้วัดผล การศกึ ษาโดยไม่มคี า่ ระดับ ๒๑.๗.๒ รายวิชาซ่ึงนิสิตได้ลงทะเบียนศึกษาในระดับบัณฑิตวิทยาลัยและได้รับ อนมุ ัตใิ ห้โอนหน่วยกติ ตามขอ้ ๑๒

๒๑.๘ การให้ U จะกระทำได้เฉพาะในรายวิชาที่หลักสูตรกำหนดว่าให้วัดผลโดยไม่มีค่า ระดับและมผี ลการศกึ ษาไม่เป็นท่ีพอใจ ๒๑.๙ การให้ IP จะกระทำเพื่อแสดงฐานะของวิทยานิพนธ์ท่อี ยู่ในระหว่างการเรียบเรียงเม่ือ ส้นิ ภาคการศกึ ษาปกติทกุ ภาค นบั แตภ่ าคทนี่ สิ ติ ลงทะเบยี นเพื่อทำวทิ ยานิพนธ์ ๒๑.๑๐ การให้ W จะกระทำได้เฉพาะในกรณีท่ีได้ระบุไว้ในข้อ ๑๓ ข้อ ๑๙.๑.๒ และข้อ ๑๙.๑.๓ ๒๑.๑๑ การให้ Au ในรายวชิ าใดจะกระทำได้ในกรณีท่ีนิสิตได้รับอนุมัติให้ลงทะเบียนเรียนเป็นพิเศษ โดยไมน่ ับหนว่ ยกติ ๒๑.๑๒ การให้ SP จะให้เฉพาะกรณีที่เป็นรายวิชาต่อเนื่องกับรายวิชาในภาคการศึกษาถัดไป และ ผลการศึกษาเมื่อสน้ิ ภาคการศึกษากา้ วหน้าเป็นที่นา่ พอใจ แตย่ ังมิได้วัดผล การวัดผลให้กระทำเม่ือนิสิตได้ศึกษารายวิชาต่อเน่ืองในภาคการศึกษาถัดไปตามหลักสูตรแล้ว แต่ถ้า นิสิตไม่ศึกษารายวิชาต่อเน่ืองในภาคการศึกษาถัดไปด้วยเหตุใดก็ตามให้ทำการวัดผล รายวิชาท่ีได้ SP เป็น ระดบั และใชผ้ ลนัน้ แทน ๒๑.๑๓ การให้ UP จะให้เฉพาะกรณีที่เป็นรายวิชาต่อเนื่องกับรายวิชาในภาคการศึกษาถัดไป และ ผลการศึกษาไมก่ ้าวหนา้ เปน็ ท่นี ่าพอใจแตย่ งั มิไดว้ ัดผล การวัดผลให้กระทำเมื่อนิสิตได้ศึกษารายวิชาต่อเนื่องในภาคการศึกษาถัดไปตามหลักสูตรแล้ว แต่ถ้า นิสิตไม่ศึกษารายวชิ าต่อเน่ืองในภาคการศึกษาถดั ไปด้วยเหตุใดก็ตาม ให้ทำการวัดผลรายวิชาทีไ่ ด้ UP นนั้ เป็น ระดบั และใชผ้ ลนน้ั แทน ข้อ ๒๒ การนบั หนว่ ยกติ และการลงทะเบียนรายวิชาซ้ำ ๒๒.๑ การนับหน่วยให้ครบหลกั สูตร ให้นับหนว่ ยกิตเฉพาะรายวชิ าที่นิสิตสอบไดร้ ะดบั A, B, C หรือ S เท่านั้น เว้นแต่รายวิชาท่ีหลักสูตรกำหนดไว้เป็นวิชาบังคับหรือวิชาเอก ซ่ึงนิสิตต้องได้ไม่ต่ำกว่า B หรอื S ๒๒.๒ นิสิตที่ได้ต่ำกว่า B หรือได้ U ในรายวิชาบังคับหรือวิชาเอกต้องลงทะเบียนศึกษา รายวชิ านน้ั อกี และสอบให้ได้ระดับไมต่ ำ่ กวา่ B หรือ S แลว้ แต่กรณี ๒๒.๓ ในกรณีที่นิสิตได้ต่ำกว่า B หรือได้ U ในวิชาเลอื ก นิสิตมีสิทธิลงทะเบียนรายวชิ าเดิม หรืออาจลงทะเบียนรายวชิ าอน่ื ในกลุม่ เดียวกนั ได้ ๒๒.๔ ในกรณีท่ีนิสิตลงทะเบียนรายวิชาซ้ำหรือแทนตามท่ีหลักสูตรกำหนดการนับหน่วยกิ ตตามข้อ ๒๒.๑ นบั จำนวนหนว่ ยกติ ได้เพยี งครงั้ เดียว

ข้อ ๒๓ ให้มีการประเมินผลการศึกษาเมื่อสิ้นภาคการศึกษาปกติทุกภาค โดยคำนวณหาค่าระดับ เฉลี่ยประจำภาคของรายวิชาที่นิสิตได้ลงทะเบียนไว้ในภาคการศึกษานั้น และคำนวณหาค่าเฉล่ียสะสมสำหรับ รายวิชาทง้ั หมดทกุ ภาคการศึกษา ตง้ั แต่เรม่ิ เข้าศกึ ษาจนถงึ ภาคการศกึ ษาปจั จบุ ัน ข้อ ๒๔ การคิดค่าระดับเฉลี่ยประจำภาค ให้คำนวณโดยคูณค่าระดับของแต่ละรายวิชาด้วยหน่วยกิ ตของรายวชิ านั้นแลว้ รวมผลคูณของแต่ละรายวิชาเข้าดว้ ยกัน และหารผลรวมนั้นด้วยจำนวนหน่วยกิตทั้งหมด ทลี่ งทะเบียนไวใ้ นภาคการศกึ ษานนั้ โดยคิดทศนิยมสองตำแหนง่ ไมป่ ัดเศษ ข้อ ๒๕ รายวิชาใดท่ีมีรายงานผลการศึกษาเป็นสัญลักษณ์ I S U W และ Au ไม่ให้นำรายวิชาน้ัน มาคำนวณหาคา่ ระดบั เฉลยี่ ตามข้อ ๒๔ หมวดที่ ๕ การทำวทิ ยานิพนธ์ ข้อ ๒๖ ให้บณั ฑติ วทิ ยาลยั วางระเบียบวา่ ด้วยการทำวิทยานิพนธ์และการสอบวิทยานิพนธ์ ข้อ ๒๗ การเสนอโครงรา่ งวทิ ยานพิ นธ์และลงทะเบยี นทำวทิ ยานิพนธ์ มีหลักปฏบิ ัติดงั นี้ ข้อ ๒๗.๑ ระดับปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต นิสิตที่ศึกษารายวิชามาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ภาคการศึกษาปกติ และมีหน่วยกิตสะสมไม่น้อยกว่า ๑๖ หน่วยกิต จึงจะมีสิทธ์ิเสนอโครงร่างวิทยานิพนธ์ เพื่อขออนุมัตลิ งทะเบียนทำวทิ ยานิพนธ์ ๒๗.๒ ระดับปรญิ ญาพุทธศาสตรดุษฎบี ณั ฑิต นิสติ ที่ศกึ ษารายวิชามาแลว้ ไมน้ ้อยกว่า ๒ ภาค การศึกษาปกติ และมีหน่วยกิตสะสมไม่น้อยกว่า ๑๒ หน่วยกิตจึงจะมีสิทธ์ิเสนอโครงร่างวิทยานิพนธ์ เพื่อขอ อนุมัติลงทะเบียนทำวทิ ยานิพนธ์ ๒๗.๓ นิสิตสามารถลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ได้หลังจากได้รับอนุมัติหัวข้อและโครงร่าง วิทยานิพนธแ์ ล้ว ข้อ ๒๘ รูปแบบของวทิ ยานพิ นธใ์ หเ้ ปน็ ไปตามทีบ่ ัณฑิตวทิ ยาลัยกำหนด ข้อ ๒๙ วิทยานิพนธ์ซึ่งผ่านการประเมินผลแล้ว ให้นับเป็นส่วนหน่ึงของการศึกษา เพ่ือรับปริญญา พุทธศาสตรมหาบณั ฑติ หรือปรญิ ญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑติ การนำวทิ ยานพิ นธ์ออกโฆษณาเผยแพร่ ต้องไดร้ บั อนุมตั จิ ากบัณฑติ วทิ ยาลัยกอ่ น หมวดท่ี ๖ การสำเร็จการศกึ ษา ข้อ ๓๐ คณุ สมบัตขิ องผู้สำเรจ็ การศึกษา

๓๐.๑ มเี วลาศกึ ษาไม่นอ้ ยกว่าหรือไม่เกินกวา่ ทีก่ ำหนดไว้ใน ข้อ ๑๑.๑ และขอ้ ๑๑.๒ ๓๐.๒ ไดศ้ ึกษารายวิชาตา่ ง ๆ ครบถว้ นและถูกต้องตามเงือ่ นไขท่ีกำหนดไว้ในหลักสตู ร ๓๐.๓ ได้หนว่ ยกิตสะสมไม่นอ้ ยกวา่ ทก่ี ำหนดไว้ในหลกั สูตร ๓๐.๔ ได้ค่าระดบั เฉล่ยี สะสมไมต่ ่ำกวา่ ๓.๐๐ จากระบบ ๔ แตม้ ๓๐.๕ ได้ระดับไม่ต่ำกว่า B ในรายวิชาบังคับและรายวชิ าเอกทุกวิชาและได้ระดับ S ในกรณี ที่หลักสตู รกำหนดใหว้ ดั ผลเปน็ S เปน็ U ๓๐.๖ สอบผ่านการประเมินผลวิทยานิพนธ์ และส่งวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ตามที่ มหาวิทยาลัยกำหนด ข้อ ๓๑ คุณสมบัติของผ้มู สี ิทธิรบั ปริญญา ๓๑.๑ มคี ณุ สมบตั ิตามขอ้ ๓๐ ๓๑.๒ ไมต่ ิดคา้ งคา่ ธรรมเนยี มใด ๆ ๓๑.๓ ไม่อยู่ระหว่างการถูกลงโทษใด ๆ หมวดที่ ๗ ความประพฤตแิ ละวนิ ัยนสิ ติ ข้อ ๓๒ ในกรณีท่ีนิสิตกระทำผิดเกี่ยวกับการสอบ ต้องได้รับโทษสถานใดสถานหน่ึงตามสมควรแก่ ความผดิ ดงั นี้ ๓๒.๑ ภาคทัณฑ์ ๓๒.๒ ใหส้ อบตกรายวชิ าใดวชิ าหนงึ่ หรือหลายรายวิชา ๓๒.๓ ให้สอบตกหมดทุกรายวิชาในภาคการศึกษานั้น ๓๒.๔ ใหพ้ ักการศกึ ษาตัง้ แต่ ๑ ภาคการศึกษา ถงึ ๓ ภาคการศึกษาแล้วแตก่ รณี ๓๒.๕ ให้พ้นสภาพการเปน็ นิสิต ข้อ ๓๓ นิสิตต้องมีความประพฤติเรียบร้อยดีงาม ในกรณีท่ีนิสิตกระทำผิดข้อบังคับ ระเบียบ คำส่ัง หรือประกาศของบัณฑิตวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัย และได้รับโทษนอกจากที่ระบุไว้แล้วใน ข้อ ๓๒ นิสิตต้อง ไดร้ บั โทษสถานใดสถานหนึ่งตามสมควรแก่ความผิดดังนี้ ๓๓.๑ ชดใช้ค่าเสยี หาย ๓๓.๒ ระงบั การใหป้ รญิ ญามกี ำหนดไมเ่ กนิ ๓ ปีการศึกษา ๓๓.๓ ระงบั การออกใบแสดงผลการศกึ ษามกี ำหนดไมเ่ กิน ๓ ปกี ารศึกษา

ข้อ ๓๔ ให้คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย เป็นผู้พิจารณาลงโทษนิสิตที่มีความประพฤติ เสยี หายหรอื กระทำผิดต่าง ๆ ตามเกณฑ์ทรี่ ะบุไวใ้ นขอ้ ๓๒ และขอ้ ๓๓ ตามสมควรแกก่ รณี เฉพาะกรณีท่ีนิสิตกระทำผิดระเบียบการสอบทุกประเภทของบัณฑิตวิทยาลัยให้คณะกรรมการประจำ บณั ฑิตวทิ ยาลัยร่วมกบั กรรมการควบคมุ การสอบ เป็นผู้พจิ ารณาลงโทษตามสมควรแก่กรณตี ามเกณฑ์ที่ระบไุ ว้ ในขอ้ ๓๒ บทเฉพาะกาล ข้อ ๓๕ ให้ใชข้ ้อบงั คับนกี้ บั นสิ ติ ระดบั บัณฑิตศึกษา ดงั ต่อไปน้ี ๓๕.๑ นิสิตท่ีเข้าศึกษาตามหลักสูตรปริญญามหาบัณฑิต ก่อนปีการศึกษา ๒๕๔๒ ยังคง ปฏิบัติตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ ว่าด้วยการศึกษาระดับ ปริญญาโท พุทธศักราช ๒๕๓๐ ๓๕.๒ นิสิตที่เข้าศึกษาตามหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา ต้ังแต่ปีการศึกษา ๒๕๔๒ เป็นต้นไป ให้ปฏิบตั ิตามขอ้ บงั คบั น้ี ประกาศ ณ วันท่ี ๒๔ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ (พระสุเมธาธิบดี) นายกสภามหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย

ข้อบังคับมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศกึ ษาระดับบัณฑิตศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๑ แก้ไขเพิม่ เติม พ.ศ. ๒๕๔๘ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และมติสภามหาวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งท่ี ๔/๒๕๔๘ เม่ือวันพฤหัสบดี ท่ี ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ จึงมีมติให้แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วย การศกึ ษาระดบั บณั ฑิตศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๑ ดงั น้ี ข้อ ๑ ข้อบังคับนเ้ี รยี กว่า “ขอ้ บังคบั มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยว่าดว้ ยการศึกษาระดับ บัณฑติ ศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๑ แก้ไขเพมิ่ เตมิ พ.ศ. ๒๕๔๘” ข้อ ๒ ใหย้ กเลกิ ข้อความในข้อ ๑๐.๑ และให้ใสช้ข้อความต่อไปน้แี ทน “๑๐.๑ หลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต ให้ศึกษางานรายวิชาไม่น้อยกว่า ๒๖ หน่วยกติ และวิทยานพิ นธ์ ๑๒ หนว่ ยกิจ จำแนกประเภทดงั นี้ วิชาบงั คบั ไม่นอ้ ยกว่า ๘ หนว่ ยกติ วิชาเอก ไมน่ ้อยกว่า ๑๒ หน่วยกิต วชิ าเลอื ก ไม่น้อยกวา่ ๖ หนว่ ยกิต วทิ ยานิพนธ์ ๑๒ หนว่ ยกติ รวมทั้งส้นิ ไม่นอ้ ยกว่า ๓๘ หน่วยกติ ประกาศ ณ วันที่ ๙ พฤษภาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๘ (พระราชรตั นโมลี) อุปนายกสภามหาวิทยาลยั ทำหนา้ ทแี่ ทน นายกสภามหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั

ข้อบังคบั มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วา่ ดว้ ยการศึกษาระดบั บัณฑิตศึกษา พทุ ธศักราช ๒๕๔๑ (ฉบบั ท่ี ๓) แกไ้ ขเพม่ิ เติม พุทธศักราช ๒๕๔๙ เพื่อให้การบริหารจัดการเกี่ยวกับการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของมหาวิทยาลัยดำเนินไปด้วยความ เรียบรอ้ ย มปี ระสิทธภิ าพ และบรรลวุ ัตถปุ ระสงค์ตามนโยบายของมหาวทิ ยาลยั อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และมติสภามหาวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งท่ี ๕/๒๕๔๙ เม่ือวันศุกร์ท่ี ๑ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๙ จึงให้แก้ไขเพ่ิมเติมข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับ บณั ฑติ ศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ ดงั ตอ่ ไปน้ี ข้อ ๑ คุณสมบัตขิ องผู้เข้าศึกษาระดบั ประกาศนยี บัตรบัณฑิตและมหาบัณฑติ ๖.๑ ผสู้ มัครเขา้ ศกึ ษาระดบั ประกาศนียบัตรบัณฑติ ๖.๑.๑ ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัย หรอื สถาบันการศกึ ษาที่สภามหาวิทยาลยั รบั รอง และ ๖.๑.๒ ไม่เคยถูกลงโทษใหพ้ ้นสภาพการเป็นนสิ ิตบณั ฑติ วิทยาลยั ๖.๒ ผู้สมคั รเขา้ ศกึ ษาระดับมหาบัณฑติ ๖.๒.๑ ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัย หรอื สถาบันการศกึ ษาที่สภามหาวิทยาลยั รบั รอง ๖.๒.๒ ต้องได้รับค่าระดับเฉล่ียสะสมในระดับปริญญาตรีไม่ต่ำกว่า ๒.๕๐ จากระบบ ๔ แต้ม ยกเว้นผู้มีประสบการณ์การทำงานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับแต่สำเร็จการศึกษาและผู้ จบเปรยี ญธรรมเก้าประโยค และ ๖.๒.๓ ไม่เคยถูกลงโทษใหพ้ น้ สภาพการเปน็ นสิ ิตบณั ฑิตวทิ ยาลยั ขอ้ ๗ ผู้สมัครเขา้ ศึกษาระดับดุษฎบี ัณฑิต ๗.๑ ระดบั ดษุ ฎบี ณั ฑติ แบบ ๑.๑ และแบบ ๒.๑

๗.๑.๑ ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัย หรอื สถาบนั การศึกษาท่ีสภามหาวทิ ยาลัยรบั รอง ๗.๑.๒ ตอ้ งได้ค่าระดับเฉล่ยี สะสมในระดับปริญญาโทไมต่ ำ่ กว่า ๓.๕๐ ระบบ ๔ แต้ม ยกเวน้ ผู้ มีประสบการณ์การทำงานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับแต่วันสำเร็จการศึกษาหรือมีผลงานทาง วชิ าการท่ีคณะกรรมการประจำบณั ฑติ วิทยาลัยเห็นชอบ และ ๗.๑.๓ ไมเ่ คยถูกลงโทษใหพ้ ้นสภาพการเป็นนสิ ติ บณั ฑติ วิทยาลยั ๗.๒ ระดับดุษฎีบณั ฑติ แบบ ๑.๒ และแบบ ๒.๒ ๗.๒.๑ ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัย หรือสถาบันการศึกษาท่ีสภามหาวิทยาลัยรับรองหรือเปรียญธรรมเก้าประโยค ซ่ึงบัณฑิตวทิ ยาลัยอนุมัติให้เข้า ศกึ ษาเปน็ กรณพี ิเศษ ๗.๒.๒ ต้องได้ค่าระดับเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาตรีไม่ต่ำกว่า ๓.๒๕ จากระบบ ๔ แต้ม ยกเว้นผู้มีประสบการณ์การทำงานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับแต่สำเร็จการศึกษาและผู้จบ เปรียญธรรมเกา้ ประโยค ๗.๒.๓ ไมเ่ คยถูกลงโทษใหพ้ น้ สภาพการเป็นนิสติ บัณฑติ วทิ ยาลยั ข้อ ๓ ให้ยกเลิกข้อความในข้อ ๙ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วย การศกึ ษาระดับบัณฑติ ศึกษา พ.ศ.๒๕๔๑ และใหใ้ ช้ข้อความตอ่ ไปนีแ้ ทน ข้อ ๙ การศึกษาในบัณฑิตวิทยาลัยใช้ระบบทวิภาคหรือไตรภาค ตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแต่ละ สาขาวิชา ระบบทวิภาค ๑ ปี การศึกษาแบ่งออกเป็น ๒ ภาคการศึกษาปกติ ๑ ภาคการศึกษาปกติ มี ระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๕ สัปดาห์ และอาจจัดการศึกษาภาคฤดูร้อนได้อีก ๑ ภาค มีระยะเวลาศึกษา ไม่น้อยกว่า ๖ สัปดาห์ และจะกำหนดระเบียบว่าด้วยการศึกษาภาคฤดูร้อน ที่ไม่ขัดกับข้อบังคับน้ีโดยความ เห็นชอบของคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยก็ได้ ระบบไตรภาค ๑ ปี การศึกษาแบง่ ออกเป็น ๓ ภาคการศกึ ษาปกติ ๑ ภาคการศึกษาปกติ มี ระยะเวลาไมน่ ้อยกวา่ ๑๒ สัปดาห์ ข้อ ๔ ให้ยกเลิกข้อความในข้อ ๑๐ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วย การศกึ ษาระดบั บัณฑติ ศกึ ษา พ.ศ.๒๕๔๑ แก้ไขเพมิ่ เติม พ.ศ.๒๕๔๘ และใหใ้ ชข้ อ้ ความต่อไปนแ้ี ทน “ขอ้ ๑๐ หลักสตู ร ๑๐.๑ หลกั สูตรประกาศนียบัตรบัณฑติ ๑๐.๒ หลกั สูตรระดบั มหาบณั ฑิต แผน ก แบบ ก (๑) และ แผน ก (๒)

๑๐.๓ หลักสตู รระดบั มหาบณั ฑิต แผน ข ๑๐.๔ หลักสตู รระดบั ดุษฎบี ัณฑิต แบบ ๑ และแบบ ๒ โครงสร้างของแต่ละหลักสูตร การศกึ ษารายวิชาและการทำวทิ ยานิพนธต์ ามจำนวน หน่วยกติ ให้เป็นไปตามประกาศของมหาวทิ ยาลัย ข้อ ๕ ระยะเวลาการศึกษาตามหลกั สูตร ๑๑.๑ หลักสูตรประกาศนียบัตร ให้มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๒ ภาคการศึกษาปกติ และไมเ่ กิน ๔ ภาคการศึกษาปกติ ในระบบทวิภาคหรือให้มรี ะยะเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ภาคการศึกษาปกติ และ ไม่เกิน ๖ ภาคการศึกษาปกติในระบบไตรภาค ๑๑.๒ หลักสูตรระดับมหาบัณฑิต ให้มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๔ ภาคการศึกษาปกติ และไม่เกิน ๑๐ ภาคการศกึ ษาปกติ ในระบบทวิภาคหรือให้มีระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๔ ภาคการศึกษาปกติ และ ไม่เกนิ ๑๕ ภาคการศกึ ษาปกตใิ นระบบไตรภาค ๑๑.๓ หลักสูตรระดับดุษฎีบัณฑิต แบบ ๑.๑ และ ๒.๑ ให้มีระยะเวลาศึกษามีน้อยกว่า ๖ ภาคการศึกษาปกติ และไม่เกิน ๑๐ ภาคการศึกษาปกติ ในระบบทวภิ าคหรือใหม้ ีระยะเวลาไมน่ ้อยกว่า ๖ ภาค การศึกษาปกติ และไมเ่ กนิ ๑๕ ภาคการศึกษาปกติในระบบไตรภาค ๑๑.๔ หลักสูตรระดับดุษฎีบัณฑิต แบบ ๑.๒ และ ๒.๒ ให้มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๘ ภาคการศึกษาปกติ และไม่เกิน ๑๔ ภาคการศึกษาปกติ ในระบบทวิภาคหรือให้มีระยะเวลาไมน่ ้อยกว่า ๘ ภาค การศึกษาปกติ และไมเ่ กนิ ๒๑ ภาคการศึกษาปกติในระบบไตรภาค ในกรณีที่นิสิตไม่สามารถสำเร็จการศึกษาในระยะเวลาตามท่ีกำหนดคณะกรรมการประจำ บณั ฑิตวิทยาลัย อาจอนุมัตใิ หต้ ่ออายุสภาพนสิ ติ ไดอ้ กี แต่ท้งั นีต้ อ้ งไมเ่ กิน ๒ ภาคการศึกษาปกติ ๑๑.๕ การนับเวลาในข้อ ๑๑ ให้นับรวมเวลาท่ีนิสิตได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษาด้วย ยกเว้นนิสติ ที่ไดร้ ับอนมุ ัตใิ ห้ลาพกั การศกึ ษาตามข้อ ๑๓.๑.๑ ข้อ ๖ ให้ยกเลิกข้อความในข้อ ๒๑.๑ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่า ดว้ ยการศกึ ษาระดบั บัณฑติ ศึกษา พ.ศ.๒๕๔๑ และใหใ้ ชข้ ้อความต่อไปน้ีแทน ขอ้ ๒๑.๑ ระบบการประเมินผลการศึกษารายวชิ า แบง่ เป็น ๗ ระดับและค่าระดับ ดังน้ี ระดบั A A- B+ B C+ C F ค่าระดบั ๔.๐๐ ๓.๖๗ ๓.๓๓ ๓.๐๐ ๒.๕๐ ๒.๐๐ ๐ ข้อ ๗ ให้ยกเลิกข้อความในข้อ ๒๗ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วย การศึกษาระดบั บัณฑติ ศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๔๑ และให้ขอ้ ความต่อไปน้ีแทน

ข้อ ๗ การเสนอโครงรา่ งวิทยานิพนธแ์ ละลงทะเบยี นทำวทิ ยานพิ นธ์ มหี ลักปฏิบัตดิ ังน้ี ๒๗.๑ นิสติ หลักสูตรระดบั มหาบณั ฑิต ท่ีศึกษารายวชิ ามาแลว้ ไม่นอ้ ยกว่า ๑ ภาค ๒๗.๒ นิสิตหลักสูตรระดับดุษฎีบัณฑิต แบบ ๑ มีสิทธิ์เสนอโครงร่างวิทยานิพนธ์ เพื่อขอ อนุมัตลิ งทะเบยี นทำวิทยานพิ นธ์ หลังจากขึ้นทะเบยี นเปน็ นิสิตแลว้ ๒๗.๓ นิสิตหลักสูตรระดับดุษฎีบัณฑิต แบบ ๒ ที่ศึกษารายวิชามาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ภาค การศึกษาปกติ และมีหน่วยกิตสะสมไม่น้อยกว่า ๖ หนว่ ยกิต มีสทิ ธิ์เสนอโครงรา่ งวทิ ยานิพนธ์ เพือ่ ขออนมุ ัติ ลงทะเบยี นทำวิทยานิพนธ์ ๒๗.๔ นิสิตสามารถลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ได้ หลังจากได้รับอนุมัติหัวข้อและโครงร่าง วิทยานพิ นธแ์ ล้ว ประกาศ ณ วันท่ี ๑๘ กนั ยายน พทุ ธศักราช ๒๕๔๙ (พระธรรมสุธ)ี นายกสภามหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั

ขอ้ บังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วา่ ด้วยการศึกษาระดับบณั ฑิตศึกษา พทุ ธศักราช ๒๕๔๑ (ฉบบั ท่ี ๔) แกไ้ ขเพ่ิมเติม พุทธศกั ราช ๒๕๕๓ --------------------- เพ่ือให้การบริหารจัดการเกี่ยวกับการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วทิ ยาลยั ดำเนินไปดว้ ยความเรียบร้อย มีประสทิ ธภิ าพ และบรรลุวตั ถปุ ระสงคต์ ามนโยบายของมหาวทิ ยาลยั อาศํยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และมติสภามหาวิทยาลัย ในคราวประชุมคร้ังที่ ๑/๒๕๕๓ เม่ือวันพฤหัสบดีท่ี ๑๘ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๕๓ จึงแกไ้ ขเพ่ิมเตมิ ข้อบังคับมหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั ว่าด้วยการศกึ ษา ระดบั บัณฑติ ศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ ดงั ตอ่ ไปน้ี ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้ เรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษา ระดบั บณั ฑติ ศกึ ษา พทุ ธศักราช ๒๕๔๑ (ฉบับที่ ๔) แกไ้ ขเพ่มิ เติม พุทธศักราช ๒๕๕๓” ขอ้ ๒ ใหใ้ ช้ขอ้ บงั คบั น้กี ับนสิ ิตที่รบั เข้าศึกษา ตัง้ แตป่ ีการศึกษา ๒๕๕๓ เป็นตน้ ไป ข้อ ๓ ให้ยกเลิกข้อความในข้อ ๓๐ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วย การศกึ ษาระดบั บณั ฑติ ศกึ ษา พทุ ธศักราช ๒๕๔๑ และใหใ้ ชข้ ้อความตอ่ ไปนแี้ ทน “ขอ้ ๓๐ คณุ สมบตั ิของผ้สู ำเรจ็ การศกึ ษา ๓๐.๑ มเี วลาศึกษาไม่น้อยกวา่ และไมเ่ กินกวา่ ทก่ี ำหนดไว้ในข้อ ๑๑ ๓๐.๒ ได้ศกึ ษารายวิชาต่าง ๆ ครบถ้วนและถกู ตอ้ งตามเงื่อนไขท่ีกำหนด ไวใ้ นหลักสตู ร ๓๐.๓ ได้หนว่ ยกติ สะสมไม่นอ้ ยกว่าทีก่ ำหนดไวใ้ นหลกั สตู ร ๓๐.๔ ได้คา่ ระดับเฉลี่ยสะสมไมต่ ำ่ กวา่ ๓.๐๐ จากระบบ ๔ แตม้ ๓๐.๕ ได้ระดับไมต่ ำ่ กวา่ B ในรายวิชาบังคบั และรายวชิ าเอกทกุ รายวิชา และได้ระดบั S ในกรณที ี่หลกั สูตรกำหนดให้วัดผลเป็น S หรอื U ๓๐.๖ สอบผ่านการประเมนิ ผลวิทยานิพนธ์ และส่งวิทยานพิ นธ์ฉบับสมบรู ณ์ ตามทมี่ หาวิทยาลยั กำหนด

๓๐.๗ วทิ ยานพิ นธ์ในหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑติ จะตอ้ งไดร้ ับการ ตพี มิ พ์ หรืออย่างนอ้ ยดำเนินการใหท้ ง้ั หมดหรือสว่ นหนึง่ ของ วิทยานพิ นธ์ได้รบั การยอมรบั ใหต้ ีพิมพใ์ นวารสารหรอื สงิ่ พมิ พ์ทาง วิชาการ หรอื เสนอต่อทปี่ ระชมุ วชิ าการท่มี ีรายงานการประชมุ (proceeding) ๓๐.๘ วทิ ยานพิ นธ์ในหลกั สตู รพุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑิต จะต้องไดร้ บั การ ตีพิมพ์ หรอื อย่างน้อยดำเนนิ การให้ทงั้ หมดหรือสว่ นหน่งึ ของ วทิ ยานพิ นธ์ไดร้ ับการยอมรบั ให้ตพี ิมพ์ในวารสารหรือส่ิงพิมพ์ทาง วชิ าการทีม่ กี รรมการภายนอกรว่ มกลน่ั กรองก่อนการตีพิมพ์ (Pre-review) และเป็นท่ยี อมรบั ” ประกาศ ณ วนั ท่ี ๒๖ มนี าคม พทุ ธศักราช ๒๕๕๓ (พระธรรมสธุ ี) นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ข้อบังคบั มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าดว้ ยการศึกษาระดบั บณั ฑิตศึกษา(ฉบบั ที่ ๕) พทุ ธศักราช ๒๕๕๓ ----------------------- โดยท่เี ปน็ การสมควรปรบั ปรุงบางส่วนของข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย วา่ ด้วย การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พุทธศักราช ๒๕๔๑ (ฉบับที่ ๔) แก้ไขเพ่ิมเติม พุทธศักราช๒๕๕๓ ให้มีความ เหมาะสมมากยงิ่ ขนึ้ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และมติสภามหาวิทยาลัย ในคราวประชุมคร้ังที่ ๔/๒๕๕๓ เม่ือวันพฤหัสบดี ที่ ๑๗ มิถุนายน จงึ ออกข้อบังคบั ไว้ ดงั ตอ่ ไปนี้ ข้อ ๑ ขอ้ บังคบั นี้เรียกวา่ “ ข้อบงั คบั มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั ว่าดว้ ยการศึกษาระดับ บัณฑิตศึกษา (ฉบบั ที่ ๕ แกไ้ ขเพิ่มเติม พุทธศกั ราช ๒๕๕๓” ขอ้ ๒ ใหใ้ ช้ขอ้ บังคับน้กี ับนิสิตเข้าศกึ ษา ต้งั แตป่ กี ารศกึ ษา ๒๕๕๓ เป็นต้นไป ข้อ ๓ ใหย้ กเลกิ ขอ้ ความในขอ้ ๒ แห่งข้อบังคับมหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดบั บัณฑิตศึกษา พทุ ธศักราช ๒๕๔๑ (ฉบบั ท่ี ๔) แกไ้ ขเพ่ิมเติม พทุ ธศักราช ๒๕๕๓ และให้ใช้ขอ้ ความต่อไปน้แี ทน “ขอ้ ๒ ให้ใชข้ อ้ บังคบั บ้กี บั นสิ ิตท่รี บั เข้าศกึ ษา ตัง้ แตป่ ีการศกึ ษา ๒๕๔๙ เปน็ ต้นไป” ประกาศ ณ วันที่ ๑๕ กรกฎาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๓ (พระธรรมสธุ )ี นายกสภามหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั







ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วา่ ด้วยคณะกรรมการประจำบณั ฑิตวิทยาลัยและคณะกรรมการประจำคณะ พ.ศ. ๒๕๔๑ เพื่ออนุวัตให้เป็นไปตามความในมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วทิ ยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ จึงเห็นสมควรออกข้อบังคับมหาวิทยาลยั ว่าด้วยคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย และคณะกรรมการประจำคณะ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในคราวประชุมคร้ังที่ ๘/๒๕๔๑ เม่ือ วันที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๑ จงึ มีมตใิ หอ้ อกบงั คบั ไว้ดังตอ่ ไปน้ี ขอ้ ๑ ข้อบังคับน้ีเรียกว่า “ข้อบงั คับมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ว่าด้วยคณะกรรมการ ประจำบณั ฑิตวิทยาลยั และคณะกรรมการประจำคณะ พ.ศ.๒๕๔๑” ข้อ ๒ ให้ใช้ขอ้ บงั คบั น้ตี ง้ั แต่วนั ถดั จากวันประกาศเป็นตน้ ไป ข้อ ๓ บรรดากฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด คำสั่ง หรือประกาศอื่นใดซ่ึงขัดหรือแย้งกับ ขอ้ บังคับนี้ ให้ใชข้ ้อบงั คบั นแี้ ทน ข้อ ๔ ให้มีคณะกรรมการประจำบณั ฑติ วทิ ยาลัย ประกอบดว้ ย (๑) ประธานกรรมการ ได้แก่ คณบดี (๒) รองประธานกรรมการ ได้แก่ รองคณบดีซง่ึ เปน็ พระภกิ ษุ (๓) กรรมการผู้เปน็ คณาจารยป์ ระจำบณั ฑติ วิทยาลัยจำนวนส่รี ปู หรือคนท่ี อธกิ ารบดีแตง่ ตงั้ โดยคำแนะนำของคณบดี (๔) กรรมการผ้ทู รงคุณวฒุ ิจำนวนไม่เกนิ ห้ารปู หรอื คนท่อี ธกิ ารบดีแตง่ ต้งั โดย คำแนะนำของคณบดี (๕) กรรมการและเลขานุการ ได้แก่ เลขานกุ ารบัณฑิตวิทยาลยั ขอ้ ๕ ให้มีคณะกรรมการประจำคณะ ประกอบดว้ ย (๑) ประธานกรรมการ ได้แก่ คณบดี

(๒) รองประธานกรรมการ ไดแ้ ก่ รองคณบดีซึง่ เปน็ พระภกิ ษุ (๓) กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ หัวหน้าภาควิชา (๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกินห้ารูปหรือคนท่ีอธิการบดีแต่งตั้งโยคำแนะนำ ของคณบดี (๕) กรรมการและเลขานุการ ไดแ้ ก่ เลขานกุ ารประจำคณะ ขอ้ ๖ คณะกรรมการประจำบัณฑิตวทิ ยาลัยและคณะกรรมการประจำคณะมวี าระ การดำรงตำแหนง่ เทา่ กับวาระการดำรงตำแหน่งของคณบดี ในกรณที กี่ รรมการตามข้อ ๔ และขอ้ ๕ พน้ จากตำแหน่งกอ่ นวาระและไดม้ ีการ แตง่ ตงั้ ผู้ดำรงตำแหนง่ แทนแลว้ ให้ผู้ที่ได้รับแต่งต้ังอยูใ่ นตำแหน่งเพียงเท่าวาระท่เี หลือของผู้ซง่ึ ตนแทน ในกรณีท่ีกรรมการพ้นจากตำแหนง่ ตามวาระแตย่ งั มิไดแ้ ตง่ ต้งั กรรมการขึน้ ใหมใ่ ห้ กรรมการซง่ึ พน้ จากตำแหนง่ ปฏิบตั ิหน้าทตี่ อ่ ไปจนกว่าจะได้แต่งต้งั กรรมการขนึ้ ใหม่ ทั้งนตี้ อ้ งไมเ่ กนิ หกสิบวัน ขอ้ ๗ คณะกรรมการประจำบณั ฑิตวิทยาลัยและคณะกรรมการประจำคณะมีอำนาจและ หนา้ ที่ ดงั นี้ (๑) วางนโยบายและแผนงานให้สอดคล้องกบั นโยบายของมหาวทิ ยาลยั (๒) พจิ ารณาหลกั สตู รเพ่ือนำเสนอตอ่ สภาวชิ าการ (๓) พิจารณาวางระเบยี บ ข้อบงั คบั ท่ีเกี่ยวกับการบริหารและการดำเนินงาน เพอ่ื เสนอต่อสภาวิชาการ (๔) ให้คำปรกึ ษาและเสนอความเห็นแกค่ ณบดี (๕) ปฏบิ ัตหิ นา้ ทอี่ ่ืน ๆ ตามท่สี ภาวิชาการหรืออธกิ ารบดมี อบหมาย ข้อ ๘ ให้มีการประชมุ คณะกรรมการประจำบัณฑิตวทิ ยาลัยและคณะกรรมการประจำคณะ อย่างน้อยปีละส่ีคร้ัง วิธีการประชุมให้นำข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการ ประชุมสภามหาวิทยาลัยมาใช้บงั คบั โดยอนโุ ลม ข้อ ๙ ใหอ้ ธิการดีรักษาการให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้ ประกาศ ณ วันท่ี ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ (พระสเุ มธาธบิ ด)ี นายกสภามหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั

















ระเบยี บบัณฑติ วิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย วา่ ดว้ ยวธิ ีปฏิบตั เิ ก่ียวกบั วิทยานพิ นธ์ พ.ศ.๒๕๔๒ เพ่ือให้การทำวิทยานิพนธ์ และการสอบวิทยานิพนธ์ของนิสิตระดับบัณฑิตศึกษาเป็นไปด้วยความ เรยี บรอ้ ย จึงเห็นสมควรวางระเบียบว่าด้วยวธิ ีปฏิบตั ิเกยี่ วกับวิทยานิพนธ์ อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๒๖ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วย การศึกษาระดบั บัณฑิตศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๑ บัณฑติ วทิ ยาลยั จึงวางระเบียบไวด้ ังต่อไปนี้ หมวดท่ี ๑ บททั่วไป ข้อ ๑ ระเบียบนีเ้ รียกว่า “ระเบียบบัณฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ว่าด้วย วิธปี ฏิบัติเกีย่ วกับวิทยานพิ นธ์ พ.ศ.๒๕๔๒ ขอ้ ๒ ใหใ้ ช้ระเบยี บนีต้ ้ังแต่วันถดั จากวนั ประกาศเปน็ ต้นไป ข้อ ๓ ใหค้ ณะบดบี ณั ฑิตวทิ ยาลยั รกั ษาการให้เป็นไปตามระเบยี บนี้ หมวดท่ี ๒ การอนมุ ตั ิหัวข้อและโครงร่างวทิ ยานิพนธแ์ ละการลงทะเบียน ขอ้ ๔ การอนุมัติหวั ขอ้ และโครงร่างวิทยานิพนธ์ ๔.๑ ใหน้ ิสิตจัดทำโครงร่างวิทยานิพนธโ์ ดยความเห็นชอบของผ้ทู ี่จะได้รับแต่งตั้งเป็นประธาน หรือกรรมการควบคมุ วทิ ยานิพนธ์ ๔.๒ โครงร่างวิทยานพิ นธ์ มีส่วนประกอบดังน้ี (๑) หวั ข้อวิทยานิพนธท์ ัง้ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (๒) รายชื่อคณะกรรมการควบคุมวทิ ยานิพนธ์ (๓) ความเป็นมาและความสำคญั ของปัญหา (๔) วัตถปุ ระสงคข์ องการวจิ ัย (๕) วิธีดำเนนิ การวิจัย (๖) ประโยชน์ท่คี าดวา่ จะไดร้ บั จากการวจิ ัย (๗) โครงสร้างของรายงานวิทยานพิ นธ์ (๘) บรรณานกุ รม

(๙) เชิงอรรถ ส่วนประกอบอื่น ๆ นอกจากน้ี ใหเ้ ปน็ ไปตามขอ้ กำหนดของบัณฑิตวิทยาลยั ๔.๓ การเสนอขออนุมัติหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ ให้นิสิตยื่นแบบคำร้อง บท ๘ พรอ้ มด้วยหวั ขอ้ และโครงร่างวิทยานิพนธ์ จำวน ๘ ชุดตอ่ บัณฑิตวิทยาลยั ๔.๔ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัยแต่งต้ังคณะกรรมการพิจารณาหัวข้อ และโครงร่างวิทยานิพนธ์ ในแต่ละปีการศึกษา คณะกรรมการท่ไี ด้รบั แตง่ ตั้งจะเป็นผพู้ ิจารณาหัวขอ้ และโครงร่างวิทยานิพนธ์ท่ีนสิ ติ เสนอ และในการประชุมพิจารณาแต่ละคร้ังประธานกรรมการอาจให้นิสิตเขา้ ช้ีแจงเก่ียวกับโครงร่างวทิ ยานิพนธ์ด้วยก็ ได้ ๔.๕ ให้ประธานคณะกรรมการพจิ ารณาหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์เสนอผลการพจิ ารณา หัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ของนิสิตท่ีผ่านความเห็นชอบแล้วพร้อมรายชื่อผู้สมควรเป็น คณะกรรมการ ควบคุมวิทยานพิ นธ์ ในหวั ข้อนนั้ ต่อคณบดบี ัณฑิตวิทยาลัยเพอ่ื พิจารณาอนมุ ตั ิ ๔.๖ เมื่อคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยอนุมัติหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์และเมื่อบัณฑิต วทิ ยาลัยประกาศรายช่อื นิสติ ละหัวข้อวิทยานิพนธ์ พร้อมทง้ั รายช่ือคณะกรรมการควบคุมวิทยานสิพนธท์ ไ่ี ด้รับ อนุมัตแิ ล้ว นิสติ จงึ มีสิทธลิ งทะเบยี นวิทยานิพนธ์ ข้อ ๕ การลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ ๕.๑ นิสิตระดับปริญญาโทท่ีมีสิทธิลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ ต้องศึกษารายวิชาในหลักสูตร ของบัณฑิตวทิ ยาลยั มาแล้วไม่น้อยกวา่ ๒ ภาคการศึกษาปกติ และมหี น่วยกติ สะสมไมน่ ้อยกว่า ๑๖ หนว่ ยกติ ๕.๒ นิสิตรตะดับปริญญาเอกที่มีสิทธิลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ ต้องศึกษารายวิชาในหลักสูตร ของบัณฑติ วิทยาลยั มาแล้วไม่นอ้ ยกวา่ ๒ ภาคการศึกษาปกติ และมีหน่วยกิตสะสมไมน่ อ้ ยกวา่ ๑๒ หนว่ ยกิต ๕.๓ ให้นิสิตลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ ภายใน ๓๐ วัน นับจากวันท่ีบัณฑิตวิทยราลัยประกาศ อนุมตั ิหวั ข้อวิทยานิพนธ์ โดยกรอกแบบการลงทะเบยี นวิทยานิพนธ์บท ๙ แลว้ ย่นื ตอ่ บัณฑิตวิทยาลยั พร้อมท้ัง ชำระเงินคา่ ลงทะเบียน ในสว่ นงานตามทม่ี หาวทิ ยาลยั กำหนด ข้อ ๖ การเปล่ยี นแปลงเกย่ี วกบั โครงรา่ งวิทยานิพนธ์ ๖.๑ การขอเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกี่ยวกับวทิ ยานิพนธ์ท่ีไม่ใชส่ าระสำคญั ให้นำสติ ยนื่ แบบคำรอ้ ง บท ๘ พร้อมท้ังชี้แจงเหตุผลที่ขอเปลี่ยนแปลงต่อคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยเพ่ือขออนุมัติโดยผ่านคณะกรรมการ ควบคุมวทิ ยานิพนธ์ ๖.๒ หากการเปล่ียนแปลงหัวขอ้ หรือโครงร่างวิทยานิพนธ์ทเี่ ป็นสาระสำคัญ นิสิตต้องปฏิบัติ เช่นเดียวกับการยน่ื ขออนุมัติหวั ข้อและโครงร่างวิทยานิพนธใ์ หม่แต่ไม่ต้องลงทะเบยี นวทิ ยานิพนธซ์ ำ้ อีก ๖.๓ ให้นิสิตตดิ ตามผลการขออนุมัติการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์หลงั จากที่ได้ยืน่ คำ รอ้ งแล้ว

หมวดท่ี ๓ คณะกรรมการควบคมุ วทิ ยานพิ นธ์ ขอ้ ๗ คณะกรรมการควบคมุ วิทยานพิ นธ์ ๗.๑ คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ต้องมีท้ังบรรพชิตและคฤหัสถ์จำนวนไม่น้อยกว่า ๒ ทา่ น แตไ่ มเ่ กนิ ๓ ท่าน ทั้งน้ีจะตอ้ งมีอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยอยา่ งนอ้ ย ๑ ทา่ น ๗.๒ คณะกรรมการผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ของนิสิตระดับปริญญาโท ต้องมีคุณสมบัติได้รับ ปริญญาชั้นใดชัน้ หนึ่งในสาขาวชิ าทน่ี สิ ิตทำวิทยานพิ นธ์หรือสาขาวิชาทีเ่ ก่ียวข้อง คณะกรรมการผู้มีคุณสมบตั ิได้รับปรญิ ญาตำ่ กวา่ ระดับปริญญาโท ตอ้ งมตี ำแหน่งทางวิชาการ ไม่ตำ่ กวา่ ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารยห์ รอื เปน็ ผู้เชี่ยวชาญ ๗.๓ คณะกรรมการผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ของนิสิตระดับปริญญาเอก ต้องมีคุณสมบัติได้รับ ปรญิ ญาช้นั ใดชัน้ หนง่ึ ในสาขาวิชาทีน่ ิสติ ทำวทิ ยานิพนธห์ รอื สาขาวชิ าที่เกยี่ วข้อง คณะกรรมการผู้มีคุณสมบัติได้รับปริญญาต่ำกว่าระดับปริญญาเอก ต้องมีตำแหน่งทาง วชิ าการไมต่ ่ำกว่ารองศาสตราจารยห์ รือเปน็ ผ้เู ช่ียวชาญ ๗.๔ คณะกรรมการควบคมุ วทิ ยานิพนธม์ ีหนา้ ทดี่ งั ต่อไปน้ี (๑) ให้คำปรึกษาแนะนำเก่ียวกับวิธีทำวิทยานิพนธ์ รวมท้ังตัดสินแก้ไขปัญหาที่ เกดิ ขึ้นขณะทำวิทยานพิ นธ์ (๒) ให้คำปรึกษาแนะนำเกย่ี วกับการเขียนวทิ ยานพิ นธ์ (๓) พิจารณาให้ความเห็นชอบในการขอสอบวทิ ยานพิ นธ์ของนสิ ิต ข้อ ๘ การเขียนวทิ ยานพิ นธ์ ให้นิสิตเรียบเรียงวิทยานิพนธ์โดยให้มีรูปแบบและขนาดวิทยานิพนธ์ ตามคู่มือการทำ วทิ ยานพิ นธข์ องบณั ฑิตวทิ ยาลยั หมวดท่ี ๔ การสอบวิทยานพิ นธ์ ขอ้ ๙ การขอสอบวิทยานพิ นธ์ ๙.๑ นสิ ติ ระดับปรญิ ญาโทมีสทิ ธขิ อสอบวิทยานิพนธ์ได้เมือ่ (๑) ใช้เวลาทำวิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า ๓ เดือน นับต้ังแต่วันที่ได้รับอนุมัติหัวข้อ และโครงรา่ งวทิ ยานพิ นธ์ และลงทะเบียนวทิ ยานพิ นธ์ (๒) สอบผ่านรายวิชาต่าง ๆ ครบถ้วนตามเงื่อนไขท่ีกำหนดไว้ในหลักสูตร และได้ คา่ ระดับเฉลีย่ สะสมในรายวิชาตลอดหลักสูตรไม่ต่ำกว่า ๓.๐๐ (๓) เขียนวิทยานิพนธ์เสร็จสมบูรณ์ตามคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุม วทิ ยานิพนธ์ และได้รบั ความเห็นชอบจากคณะกรรมการดังกล่าวให้ทำการขอสอบได้ ๙.๒ นสิ ติ ระดบั ปริญญาเอกมีสทิ ธิขอสอบวทิ ยานิพนธ์ได้เมอ่ื

(๑) ใชเ้ วลาทำวิทยานิพนธไ์ ม่นอ้ ยกว่า ๙ เดอื น นับต้ังแตว่ ันที่ได้รับ อนมุ ัติหวั ข้อและโครงร่างวทิ ยานพิ นธ์ และลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ (๒) สอบผา่ นรายวิชาตา่ ง ๆ ครบถ้วนตามเงอื่ นไขที่กำหนดไวใ้ น หลกั สตู รและได้รับค่าระดับเฉลีย่ สะสมในรายวิชาตลอดหลกั สูตรไมต่ ำ่ กว่า ๓.๐๐ (๓) สอบผ่านการสอบวัดคณุ สมบตั ิในรายวิชาตามท่บี ณั ฑติ วทิ ยาลยั กำหนด (๔) เขยี นวทิ ยานิพนธ์สำเรจ็ สมบรู ณ์ตามคำแนะนำของคณะกรรมกา ควบคมุ วิทยานิพนธ์ และไดร้ บั ความเห็นชอบจากคณะกรรมการดังกล่าวใหท้ ำการขอสอบได้ ๙.๓ ให้นิสิตยื่นคำร้องขอตรวจรูปแบบวิทยานิพนธ์ พร้อมทั้งแนบวิทยานิพนธ์ ๑ ฉบับ ต่อ บณั ฑิตวทิ ยาลัยกอ่ นวันสอบวิทยานิพนธไ์ มน่ อ้ ยกวา่ ๓๐ วนั ๙.๔ ให้นิสิตรับผลการตรวจรูปแบบวิทยานิพนธ์จากบัณฑิตวิทยาลัยหลังจากยื่นคำร้องแล้ว ๑๐ วันทำการ ๙.๕ ให้นิสิตย่ืนแบบคำร้องขอสอบวิทยานิพนธ์ บท ๘ ต่อบัณฑิตวิทยาลัยผ่านประธาน คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ พร้อมกับเสนอวิทยานิพนธ์ที่เรียบเรียงเสร็จแล้ว รวมทั้งบทคัดย่อ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อย่างละ ๖ ชุด ๙.๖ ใหบ้ ัณฑิตวทิ ยาลัยส่งวิทยานพิ นธ์และบทคัดย่อถึงคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ ก่อนวนั สอบไม่นอ้ ยกว่า ๒ สัปดาห์ ข้อ ๑๐ คณะกรรมการตรวจสอบวทิ ยานพิ นธ์ ๑๐.๑ คณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ มีจำนวนไม่น้อยกวา่ ๓ ท่าน แต่ไม่เกิน ๕ ทา่ น ประกอบดว้ ย (๑) ประธาน ไดแ้ ก่ คณบดีหรอื ผ้ทู ค่ี ณบดมี อบหมาย (๒) คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ (๓) กรรมการผู้ทรงคุณวฒุ จิ ากภายนอกมหาวทิ ยาลัย จำนวนไมเ่ กนิ ๓ ท่าน ๑๐.๒ เม่ือบัณฑิตวิทยาลัยติดต่อเชิญผู้ที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจสอบ วิทยานิพนธ์ได้แล้ว ให้เสนอรายนามกรรมการตรวจสอบวทิ ยานิพนธ์ต่อคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย เพ่ือพจิ ารณาแตง่ ตัง้ ๑๐.๓ เมื่อประธานคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย ลงนามแต่งต้ังคณะกรรมการ ตรวจสอบวิทยานิพนธ์แล้ว ให้บัณฑิตวิทยาลัยประกาศกำหนดวัน เวลาและสถานที่สอบให้ทราบโดยท่ัวกัน และมีหนังสือเชิญถึงกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธไ์ ม่สามารถมาตรวจสอบวิทยานิพนธ์ได้ ให้แจ้งต่อบัณฑิต วทิ ยาลยั โดยผา่ นประธานคณะกรรมการตรวจสอบวทิ ยานิพนธ์ พรอ้ มทง้ั แจง้ ผลการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ด้วย

หมวดท่ี ๕ การประเมนิ ผลวทิ ยานิพนธ์ ขอ้ ๑๑ การประเมนิ ผลวทิ ยานิพนธ์ ๑๑.๑ ในการสอบวิทยานิพนธ์ นิสติ ต้องตอบข้อซักถามตา่ ง ๆ เกี่ยวกับวิทยานิพนธห์ รอื เร่อื ง ที่เกี่ยวข้อง หลังจากสอบแล้วให้คณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ประชุมพิจารณาประเมินผล ในขณะ ประเมนิ ผลให้นิสิตออกจากห้องสอบ ๑๑.๒ ให้มีการจดบนั ทกึ รายละเอยี ดเก่ียวกับการประเมนิ ผลวิทยานิพนธ์ทุกครั้ง ๑๑.๓ หากคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์มีมติให้แก้ไขวิทยานิพนธ์ไม่ว่ากรณีใด ๆ นิสิตต้องแก้ไขวิทยานิพนธ์ให้ถูกต้องตามมติและคำแนะนำน้ัน ก่อนท่ีจะนำวิทยานิพนธ์ฉบับที่แก้ไขแล้วส่ง บณั ฑติ วทิ ยาลัย ๑๑.๔ ให้คณะกรรมการตรวจสอบวทิ ยานพิ นธ์ทำการประเมนิ ผลวทิ ยานิพนธ์โดยกำหนดเป็น ๔ ระดบั ดงั น้ี ผลการศกึ ษา ระดบั ดีเย่ยี ม (Excellence) A ดี (Good) B+ ผา่ น (Passed) B ตก (Failed) F สว่ นวิทยานิพนธท์ อี่ ยูใ่ นระหวา่ งการเรียบเรียงใหแ้ สดงสถานะดว้ ยสัญลักษณ์ IP ๑๑.๕ การลงนามของกรรมการตรวจสอบวทิ ยานิพนธ์ในหน้าอนุมัติวทิ ยานพิ นธ์ อาจกระทำ ได้เมื่อเห็นสมควร แต่ประธานคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์จะลงนามได้ต่อเม่ือวิทยานิพนธ์นั้นได้รับ การแก้ไขทั้งรปู แบบ และเนื้อหาเรยี บรอ้ ยแลว้ เท่านั้น จากน้ันคณะบดีบัณฑิตวทิ ยาลยั จงึ ลงนามอนมุ ัติ ๑๑.๖ ให้ประธานคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์เสนอผลการประเมินต่อคณบดี บัณฑิตวิทยาลัย หากมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ให้รวบรวมใบประเมินผลของกรรมการทุกท่าน เพ่ือส่งให้ คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยพิจารณาชี้ขาดเมื่อทราบผลการประเมิน และนิสิตส่งวิทยานิพนธ์ฉบับที่ แก้ไขเรยี บร้อยแลว้ บัณฑิตวทิ ยาลยั จะประกาศผลให้ทราบโดยทว่ั กนั ขอ้ ๑๒ การส่งวิทยานิพนธ์ฉบบั สมบรู ณ์ ๑๒.๑ เม่ือนิสิตแก้ไขเนื้อหาและรูปแบบ ตามมติคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์แล้ว ให้นิสิตส่งวิทยานิพนธ์ฉบับท่ีแก้ไขที่มีลายมือช่ือคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ครบถ้วนทุกคน จำนวน ๗ เล่ม โดยเย็บเล่มและเข้าปกแข็งเรียบร้อย ตามรูปแบบท่ีบัณฑิตวิทยาลัยกำหนดพร้อมด้วย บทคัดย่อ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษอีกอย่างละ ๒ ชุด ต่อบัณฑิตวทิ ยาลัย วันที่นิสิตส่งวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ถือว่า เป็นวนั ทนี่ ิสติ สำเรจ็ การศึกษา ๑๒.๒ ในกรณีที่นิสิตประสงค์จะเผยแพร่วิทยานิพนธ์หรือมอบให้แก่หน่วยงานใดตามข้อ ผูกพันหรืออื่น ๆ หลังจากที่ได้รับอนุมัติวิทยานิพนธ์ ให้นิสิตยื่นคำร้องพร้อมด้วยวิทยานิพนธ์ตามจำนวนที่

ต้องการเสนอต่อคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย เพ่ือพิจารณาลงนามในหน้าอนุมัติ ท้ังนี้ให้แนบวิทยานิพนธ์ฉบับซ่ึง คณบดีบัณฑติ วิทยาลัยลงนามไวแ้ ล้ว ๑ เลม่ พร้อมทงั้ แผ่นบันทกึ ข้อมลู วิทยานพิ นธฉ์ บบั สมบูรณ์จำนวน ๑ ชดุ ๑๒.๓ วิทยานิพนธ์และบทคัดย่อทั้งฉบับภาษาไทย และภาษาอังกฤษของนิสิตท่ีสำเร็จ การศกึ ษาให้เปน็ ลิขสิทธ์ขิ องบัณฑติ วิทยาลยั กอ่ นนำไปพิมพ์เผยแร่ต้องไดร้ ับอนุมัติจากคณบดีบณั ฑติ วิทยาลัย บทเฉพาะกาล ข้อ ๑๓ นสิ ิตท่ีได้รับอนุมัติหัวข้อและโครงการวิทยานิพนธ์และลงทะเบียนไว้แล้วก่อนท่ีจะประกาศใช้ ระเบียบน้ี ให้ปฏิบัติตามระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ว่า ดว้ ยวิธีปฏิบตั เิ ก่ยี วกบั วทิ ยานิพนธ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๓๓ ข้อ ๑๔ นิสิตที่ได้รับอนุมัติหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ และลงทะเบียนภายหลังท่ีประกาศใช้ ระเบียบน้ีแล้ว ให้ปฏบิ ัติตามระเบียบน้ี ประกาศ ณ วนั ที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ (พระมหาสมจนิ ต์ สมฺมาปญโฺ ญ) คณบดีบัณฑติ วทิ ยาลัย

ระเบยี บบัณฑติ วิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย ว่าด้วยวธิ ีปฏิบตั เิ กยี่ วกบั วิทยานพิ นธ์ พ.ศ.๒๕๕๐ อนุวัตให้เป็นไปตามความในข้อ ๒๖ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วย การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑จงึ เหน็ สมควรออกระเบียบบณั ฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลง กรณราชวิทยาลยั ว่าดว้ ยวธิ ีปฏบิ ตั ิเกยี่ วกบั วทิ ยานิพนธข์ องบัณฑติ วทิ ยาลยั อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๒๖ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วย การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ ๓/ ๒๕๕๐ เมือ่ วันที่ ๒๔ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๕๐ จึงมมี ตใิ หว้ างระเบยี บไวด้ ังตอ่ ไปน้ี หมวดท่ี ๑ บททั่วไป ขอ้ ๑ ระเบยี บนีเ้ รยี กว่า “ระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั ว่าด้วย วธิ ีปฏบิ ัตเิ กี่ยวกบั วิทยานพิ นธ์ พ.ศ.๒๕๕๐” ข้อ ๒ บรรดา กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือประกาศอ่ืนใดซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบน้ี ให้ใช้ ระเบียบนแ้ี ทน ขอ้ ๓ ใหย้ กเลกิ (๑) ระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับ วทิ ยานิพนธ์ พ.ศ.๒๕๔๒ (๒) ระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเก่ียวกับ วิทยานพิ นธ์ พ.ศ.๒๕๔๒ แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ พ.ศ. ๒๕๔๖ (๓) ประกาศบณั ฑติ วิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง กำหนดส่วนประกอบ เพ่มิ เตมิ ของโครงร่างวิทยานิพนธ์ พ.ศ. ๒๕๔๔ (๔) ประกาศบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เร่ือง การรายงาน ความกา้ วหน้าวิทยานพิ นธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ขอ้ ๕ ให้ใช้ระเบยี บนต้ี ง้ั แตว่ นั ถัดจากประกาศ เปน็ ต้นไป ขอ้ ๖ ใหค้ ณบดบี ัณฑิตวทิ ยาลยั รักษาการใหเ้ ปน็ ไปตามระเบยี บน้ี

หมวดที่ ๒ การอนมุ ัตหิ ัวข้อและโครงร่างวิทยานพิ นธ์และการลงทะเบียน ขอ้ ๖ การอนุมตั หิ ัวขอ้ และโครงรา่ งวทิ ยานิพนธ์ ๖.๑ ให้นิสิตจัดทำหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์โดยความเห็นชอบของผู้ท่ีจะได้รับแต่งต้ัง เป็นประธานหรือกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์และเสนอต่อบัณฑิตวิทยาลัย เพ่ือตรวจรูปแบบก่อน เม่ือผ่าน การตรวจรูปแบบและแก้ไขแลว้ จึงเสนอขอสอบอนุมัติหวั ขอ้ และโครงรา่ งวทิ ยานิพนธ์ ตามข้ันตอน ๖.๒ โครงรา่ งวทิ ยานพิ นธ์ มีสว่ นประกอบดังนี้ (๑) หวั ข้อวิทยานิพนธ์ทง้ั ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (๒) รายช่อื คณะกรรมการควบคุมวทิ ยานพิ นธ์ (๓) ความเปน็ มาและความสำคัญของปัญหา (๔) วัตถปุ ระสงค์ของการวิจัย (๕) ทบทวนเอกสารและงานวจิ ยั ทีเ่ กีย่ วข้อง (๖) วิธีดำเนินการวจิ ัย (๗) ประโยชน์ทีค่ าดวา่ จะไดร้ ับจากการวิจยั (๘) โครงสร้างของรายงานวิทยานิพนธ์(สารบัญชวั่ คราว) (๙) บรรณานุกรมและเชงิ อรรถ (๑๐) ประวตั ิผ้วู ิจยั ส่วนประกอบอ่ืน ๆ นอกจากนี้ ให้เป็นไปตามคู่มือการทำวิทยานิพนธ์ และข้อกำหนดอื่น ๆ ของ บณั ฑติ วิทยาลยั ๖.๓ การเสนอขออนุมัติสอบหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ ให้นิสิตยื่นแบบคำร้อง บฑ ๘ พร้อมด้วยหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ จำวน ๖ ฉบับ ในจำนวนน้ีต้องมีลายเซ็นรับรองของผู้สมควรเป็น กรรมการควบคมุ วทิ ยานพิ นธ์ทกุ คน บนปกของโครงรา่ งฯ จำนวน ๑ ฉบับ ต่อบัณฑติ วิทยาลัย ๖.๔ นิสติ ทปี่ ระสงค์จะเสนอหัวขอ้ และโครงรา่ งวิทยานพิ นธ์เชิงปรมิ าณ ท่มี ีเคร่ืองมือวิจัยหรือ แบบสอบถามชั่วคราว ตอ้ งสง่ ให้คณะกรรมการตรวจสอบ ในวันพจิ ารณาหัวขอ้ และโครงร่างวทิ ยานิพนธ์ ๖.๕ คณบดบี ัณฑิตวิทยาลัยแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาหัวข้อและโครงร่างวิทยานพิ นธใ์ น แต่ละปีการศึกษา คณะกรรมการท่ีได้รับแต่งต้ังจะเป็นผู้พิจารณาหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ที่นิสิตเสนอ และในการประชุมพิจารณาสอบแต่ละคร้ัง นิสิตต้องเข้านำเสนอและชี้แจงเกี่ยวกับหัวข้อและโค รงร่าง วทิ ยานิพนธ์ด้วย ๖.๖ เมื่อนิสิตแก้ไขหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ตามมติคณะกรรมการแล้วให้ยื่นแบบคำ ร้อง บฑ ๘.๑ พร้อมด้วยหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ จำนวน ๔ ชุด ต่อบัณฑิตวิทยาลัย ให้ประธาน คณะกรรมการพิจารณาหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ เสนอผลการพิจารณาหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ ของนิสิตที่ผ่านความเห็นชอบแล้วพรอ้ มรายช่ือ ผู้สมควรเป็นคณะกรรมการควบคุมวทิ ยานิพนธ์ในหัวข้อน้ันต่อ คณบดบี ณั ฑิตวิทยาลยั เพอ่ื พจิ ารณาอนมุ ตั ิ

๖.๗ เม่ือคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยอนุมัติหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์และเม่ือบัณฑิต วิทยาลัยประกาศรายช่ือนิสิตและหัวข้อวิทยานิพนธ์พร้อมทั้งรายชื่อคณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ที่ได้รับ อนุมัตแิ ลว้ นิสิตจึงจะมีสทิ ธลิ งทะเบยี นวิทยานิพนธ์ ข้อ ๗ การลงทะเบยี นวิทยานิพนธ์ ๗.๑ นิสิตระดับปริญญาโทท่ีมีสิทธิลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ ต้องศึกษารายวิชาในหลักสูตร ของบัณฑติ วิทยาลัยมาแลว้ ไมน่ อ้ ยกวา่ ๑ ภาคการศกึ ษาปกติ และมีหน่วยกิตสะสมไม่น้อยกวา่ ๙ หนว่ ยกติ ๕.๒ นิสิตระดับปริญญาเอก แบบ ๑ ที่มีสิทธิลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ ภายหลังจากขึ้น ทะเบียนเป็นนิสิตแล้ว นิสิตระดับปริญญาเอก แบบ ๒ ที่มีสิทธิลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ ต้องศึกษารายวิชาใน หลักสูตรของบัณฑิตวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ภาคการศึกษาปกติ และมีหน่วยกิตสะสมไม่น้อยกว่า ๖ หนว่ ยกติ ๗.๓ ให้นิสิตลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ ภายใน ๓๐ วัน นับจากวันท่ีบัณฑิตวิทยาลัยประกาศ อนุมัติหัวข้อวิทยานิพนธ์ โดยกรอกแบบการลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ บฑ ๙ แล้วย่ืนต่อบัณฑิตวิทยาลัยพร้อม ทัง้ ชำระเงนิ ค่าลงทะเบยี นในส่วนงานตามที่มหาวทิ ยาลยั กำหนดหากไม่สามารถชำระคา่ ลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ ภายในระยะเวลาท่ีกำหนด ต้องยื่นคำร้องขอชำระค่าลงทะเบียนล่าช้าต่อบัณฑิตวิทยาลัย ท้ังนี้ ต้องไม่เกิน ๓๐ วันทำการ หากเกินตอ้ งชำระเปน็ คา่ ปรับในอตั ราการลงทะเบียนลา่ ชา้ จำนวน ๕๐ บาท ต่อ ๑ วนั ทำการ ขอ้ ๘ การเปลีย่ นแปลงเก่ียวกับโครงร่างวิทยานิพนธ์ ๘.๑ การขอเปล่ียนแปลงใด ๆ เกี่ยวกับวิทยานพิ นธ์ที่ไม่ใช่สาระสำคญั ให้นิสิตยื่นแบบคำร้อง บฑ ๘ พร้อมท้ังช้ีแจงเหตุผลท่ีขอเปลี่ยนแปลงต่อคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยเพื่อขออนุมัติโดยผ่านคณะกรรมการ ควบคุมวทิ ยานพิ นธ์เม่ือได้รบั การอนุมัติให้เปลยี่ นแปลงให้นำสง่ หวั ข้อและโครงรา่ งที่เปลย่ี นแปลงใหมต่ อ่ บัณฑิต วทิ ยาลัย จำนวน ๔ ชดุ ๘.๒ หากการเปลี่ยนแปลงหัวขอ้ หรือโครงร่างวิทยานิพนธ์ทเ่ี ป็นสาระสำคญั นิสติ ต้องปฏิบัติ เช่นเดียวกับการยื่นขออนุมัติหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ใหม่โดยไม่ต้องลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ซ้ำอีก ยกเว้น หากการเปลี่ยนแปลงเป็นความประสงค์ส่วนตัวของนิสิต เม่ือคณะกรรมการพิจารณาแล้ว พบว่าไม่มี เหตุผลความจำเปน็ เพยี งพอ นิสติ ตอ้ งชำระค่าลงทะเบียนวิทยานพิ นธซ์ ้ำอกี ๘.๓ ให้นิสิตติดตามผลการขออนุมัติการเปลี่ยนแปลงเก่ียวกับวิทยานิพนธ์หลงั จากท่ีได้ย่นื คำ รอ้ งและไดเ้ ขา้ ช้ีแจงแล้ว หมวดท่ี ๓ คณะกรรมการควบคุมวิทยานพิ นธ์ ข้อ ๙ คณะกรรมการควบคมุ วิทยานิพนธ์ ๙.๑ คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ต้องมีท้ังบรรพชิตและคฤหัสถ์จำนวนไม่น้อยกว่า ๒ รปู คน แต่ไม่เกิน ๓ รปู /คน ทงั้ นี้จะตอ้ งมีอาจารยป์ ระจำมหาวิทยาลัยอย่างนอ้ ย ๑ รปู /คน ๙.๒ คณะกรรมการผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ของนิสิตระดับปริญญาโท ต้องมีคุณสมบัติได้รับ ปรญิ ญาชน้ั ใดชั้นหนึ่งในสาขาวิชาท่ีนิสิตทำวิทยานิพนธ์หรือสาขาวชิ าท่ีเกยี่ วข้อง

คณะกรรมการผู้มีคุณสมบัติได้รับปริญญาต่ำกว่าระดับปริญญาเอก ต้องมีตำแหน่งทาง วิชาการไมต่ ่ำกวา่ ผูช้ ว่ ยศาสตราจารยห์ รอื เป็นผ้เู ช่ยี วชาญ ๙.๓ คณะกรรมการผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ของนิสิตระดับปริญญาเอก ต้องมีคุณสมบัติได้รับ ปริญญาชนั้ ใดชั้นหนง่ึ ในสาขาวิชาท่นี ิสติ ทำวทิ ยานพิ นธห์ รอื สาขาวชิ าท่เี ก่ยี วข้อง คณะกรรมการผู้มีคุณสมบัติได้รับปริญญาต่ำกว่าระดับปริญญาเอก ต้องมีตำแหน่งทาง วชิ าการไมต่ ่ำกว่ารองศาสตราจารย์หรือเป็นผู้เชีย่ วชาญ ๙.๔ คณะกรรมการควบคมุ วทิ ยานิพนธ์มหี นา้ ที่ดังต่อไปน้ี (๑) ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับวิธีทำวิทยานิพนธ์ รวมทั้งตัดสินแก้ไขปัญหาที่ เกิดข้นึ ขณะทำวทิ ยานพิ นธ์ (๒) ใหค้ ำปรกึ ษาแนะนำเกี่ยวกับการเขียนวิทยานิพนธ์ (๓) พจิ ารณาใหค้ วามเห็นชอบในการขอสอบวทิ ยานิพนธข์ องนสิ ิต ข้อ ๑๐ การเขยี นวิทยานพิ นธ์ ให้นิสิตเรียบเรียงวิทยานิพนธ์โดยให้มีรูปแบบและขนาดวิทยานิพนธ์ ตามคู่มือการทำ วิทยานิพนธ์ของบณั ฑิตวทิ ยาลยั หมวดที่ ๔ การรายงานความกา้ วหนา้ วิทยานพิ นธ์ ข้อ ๑๑ การรายงานความกา้ วหนา้ วิทยานิพนธ์ ๑๑.๑ นิสิตระดับปริญญาโททุกสาขา ผู้ได้รับผลการศึกษา ต้ังแต่ ๙ หน่วยกิต ข้ึนไป และยัง ไม่ได้ย่ืนเสนอหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ ต้องมารายงานความก้าวหน้าในการจัดทำหัวข้อและโครงร่าง วทิ ยานิพนธ์ ต่อบณั ฑิตวิทยาลัยและอาจารย์ผู้ติดตามความก้าวหน้าวทิ ยานิพนธ์ ทุก ๑ เดือน ๑๑.๒ นิสิตระดับปริญญาเอก แบบ ๒.๑ (หลักสูตรภาษาไทย) ผไู้ ด้รับผลการศึกษาต้ังแต่ ๖ หนว่ ยกิตขนึ้ ไป และยงั ไมไ่ ด้ยื่นเสนอขอสอบหวั ขอ้ และโครงร่างวิทยานิพนธ์ต้องมารายงานความกา้ วหน้าในการ จดั ทำหัวข้อและโครงร่างวิทยานพิ นธ์ ต่อบณั ฑิตวทิ ยาลัยและอาจารย์ผู้ติดตามความกา้ วหน้าวิทยานิพนธ์ ทุก ๑ เดือน ๑๑.๓ นิสติ ระดับปริญญาเอก แบบ ๑.๑ (หลกั สตู รภาษาอังกฤษ) ผู้ผ่านรายวิชาที่กำหนดให้ ศึกษาเพิ่มเติมครบ ๓ รายวิชาแลว้ และยังไม่ได้ยื่นเสนอขอสอบหัวขอ้ และโครงร่างวทิ ยานิพนธต์ ้องมารายงาน ความก้าวหน้าในการจัดทำหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ ต่อบัณฑิตวิทยาลัยและอาจารย์ผู้ติดตาม ความก้าวหนา้ วทิ ยานิพนธ์ ทุก ๑ เดอื น ๑๑.๔ นิสิตผู้ลงทะเบียนทำวิทยานิพนธ์แล้ว ต้องมารายงานความก้าวหน้าในการทำ วิทยานพิ นธต์ อ่ บัณฑิตวทิ ยาลัยและอาจารยผ์ ู้ติดตามความกา้ วหนา้ วทิ ยานิพนธ์ ทกุ ๓ เดอื น หมวดท่ี ๕ การสอบวิทยานิพนธ์

ขอ้ ๑๒ การขอสอบวทิ ยานิพนธ์ ๑๒.๑ นสิ ติ ระดบั ปริญญาโท มสี ิทธิขอสอบวิทยานิพนธไ์ ด้เมือ่ (๑) ใช้เวลาทำวิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า ๓ เดือน นับตั้งแต่วันท่ีได้รับอนุมัติหัวข้อ และโครงร่างวิทยานพิ นธ์ และลงทะเบียนวทิ ยานพิ นธ์ (๒) สอบผ่านรายวิชาต่าง ๆ ครบถ้วนตามเง่ือนไขที่กำหนดไว้ในหลักสูตร และได้ คา่ ระดับเฉลยี่ สะสมในรายวิชาตลอดหลกั สูตรไม่ต่ำกวา่ ๓.๐๐ (๓) เขียนวิทยานิพนธ์เสร็จสมบูรณ์ตามคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุม วิทยานิพนธ์ และได้รบั ความเห็นชอบจากคณะกรรมการดังกล่าวให้ทำการขอสอบได้ ๑๒.๒ นิสติ ระดบั ปริญญาเอก มีสทิ ธิขอสอบวิทยานิพนธ์ไดเ้ มอื่ (๑) ใชเ้ วลาทำวทิ ยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า ๘ เดือน นบั ตงั้ แตว่ ันที่ไดร้ ับ อนมุ ตั ิหวั ขอ้ และโครงร่างวิทยานพิ นธ์ และลงทะเบียนวิทยานพิ นธ์ (๒) สอบผ่านรายวชิ าต่าง ๆ ครบถว้ นตามเง่ือนไขทกี่ ำหนดไว้ใน หลกั สูตรและไดร้ บั คา่ ระดับเฉลี่ยสะสมในรายวชิ าตลอดหลักสูตรไมต่ ่ำกวา่ ๓.๐๐ (๓) สอบผา่ นการสอบวัดคุณสมบตั ใิ นรายวชิ าตามทีบ่ ัณฑติ วทิ ยาลยั กำหนด (๔) เขยี นวิทยานพิ นธ์สำเรจ็ สมบรู ณต์ ามคำแนะนำของคณะกรรมกา ควบคมุ วทิ ยานพิ นธ์ และไดร้ บั ความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการดงั กลา่ วใหท้ ำการขอสอบได้ ๑๒.๓ ให้นิสิตยื่นคำร้องขอตรวจรูปแบบวิทยานิพนธ์ พร้อมท้ังแนบวิทยานิพนธ์ ๑ ฉบับ ตอ่ บณั ฑิตวทิ ยาลยั กอ่ นวนั สอบวิทยานิพนธ์ไมน่ ้อยกว่า ๓๐ วนั ๑๒.๔ ให้นิสิตรับผลการตรวจรูปแบบวิทยานิพนธ์จากบณั ฑติ วิทยาลัยหลังจากยื่นคำรอ้ งแล้ว ๑๐ วนั ทำการ ๑๒.๕ ให้นิสิตย่ืนแบบคำร้องขอสอบวิทยานิพนธ์ บท ๘ ต่อบัณฑิตวิทยาลัยผ่านประธาน คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ พร้อมกับเสนอวิทยานิพนธ์ท่ีเรียบเรียงเสร็จแล้ ว รวมทั้งบทคัดย่อ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อยา่ งละ ๖ ชดุ ๑๒.๖ ให้บัณฑิตวิทยาลัยส่งวิทยานิพนธ์และบทคัดย่อถึงคณะกรรมการตรวจสอบ วทิ ยานิพนธก์ ่อนวนั สอบไม่น้อยกว่า ๒ สัปดาห์ ขอ้ ๑๓ คณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ ๑๓.๑ คณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ มีจำนวนไมน่ ้อยกว่า ๓ ท่าน แตไ่ มเ่ กิน ๕ ทา่ น ประกอบด้วย (๑) ประธาน ไดแ้ ก่ คณบดหี รอื ผทู้ ค่ี ณบดมี อบหมาย (๒) คณะกรรมการควบคุมวิทยานพิ นธ์ (๓) กรรมการผูท้ รงคณุ วุฒิจากภายนอกมหาวิทยาลยั จำนวนไมเ่ กนิ ๓ ทา่ น

๑๓.๒ เม่ือบัณฑิตวิทยาลัยติดต่อเชิญผู้ที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจสอบ วทิ ยานิพนธ์ได้แล้ว ให้เสนอรายนามกรรมการตรวจสอบวทิ ยานิพนธ์ต่อคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย เพอื่ พจิ ารณาแต่งตง้ั ๑๓.๓ เม่ือประธานคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย ลงนามแต่งต้ังคณะกรรมการ ตรวจสอบวิทยานิพนธ์แล้ว ให้บัณฑิตวิทยาลัยประกาศกำหนดวัน เวลาและสถานท่ีสอบให้ทราบโดยทั่วกัน และมีหนงั สือเชิญถึงกรรมการตรวจสอบวิทยานพิ นธก์ ่อนวันสอบ ไม่นอ้ ยกว่า ๑๐ วัน รายนามคณะกรรมการ ตรวจสอบวิทยานพิ นธ์ให้ถือเป็นความลบั สำหรบั ผ้สู อบ ๑๓.๔ ในกรณีที่กรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ไม่สามารถมาตรวจสอบวิทยานิพนธ์ได้ ให้ แจ้งต่อบัณฑิตวิทยาลัยโดยผ่านประธานคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์พร้อมทั้งแจ้งผลการตรวจสอบ วิทยานพิ นธ์ด้วย หมวดที่ ๖ การประเมินผลวทิ ยานิพนธ์ ข้อ ๑๔ การประเมนิ ผลวิทยานิพนธ์ ๑๔.๑ ในการสอบวิทยานิพนธ์ นิสติ ตอ้ งตอบข้อซักถามตา่ ง ๆ เกี่ยวกบั วิทยานิพนธห์ รอื เรื่อง ที่เกี่ยวข้อง หลังจากสอบแล้วให้คณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ประชุมพิจารณาประเมินผล ในขณะ ประเมนิ ผลให้นสิ ติ ออกจากหอ้ งสอบ ๑๔.๒ ให้มกี ารจดบันทึกรายละเอียดเก่ียวกบั การประเมนิ ผลวทิ ยานิพนธท์ กุ ครั้ง ๑๔.๓ หากคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์มีมติให้แก้ไขวิทยานิพนธ์ ไม่ว่ากรณีใด ๆ นิสิตต้องแก้ไขวิทยานิพนธ์ให้ถูกต้องตามมติและคำแนะนำนั้น ก่อนท่ีจะนำวิทยานิพนธ์ฉบับที่แก้ไขแล้วส่ง บัณฑิตวิทยาลัยกรณีท่ีนิสิตไม่สามารถส่งวิทยานิพนธ์ได้ทันเวลา ตามท่ีคณะกรรมการกำหนด จะต้อง ดำเนินการย่ืนขอขยายเวลาการส่งวิทยานิพนธ์ต่อบัณฑิตวิทยาลัย โดยผ่านความเห็นชอบของประธาน คณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ ท้ังน้ี การขยายเวลาต้องอยู่ภายใต้ในระยะเวลา ๖ เดือน นับแต่วันสอบ หากเกินจากกำหนดนี้ ให้ถือว่าสอบไม่ผ่าน และจะต้องดำเนินการขอสอบใหม่ กรณีท่ียังคงสถานภาพนิสิตอยู่ เทา่ นนั้ ๑๔.๔ ให้คณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธท์ ำการประเมนิ ผลวทิ ยานิพนธ์โดยกำหนดเป็น ๔ ระดับ ดังนี้ ผลการศึกษา ระดบั ดีเย่ยี ม (Excellence) A ดี (Good) B+ ผา่ น (Passed) B ตก (Failed) F สว่ นวทิ ยานพิ นธท์ ่ีอยูใ่ นระหว่างการเรียบเรียงใหแ้ สดงสถานะด้วยสัญลกั ษณ์ IP (In progress)

๑๔.๕ การลงนามของกรรมการตรวจสอบวทิ ยานพิ นธใ์ นหน้าอนุมัตวิ ทิ ยานพิ นธ์ อาจกระทำ ได้เม่ือเห็นสมควร แต่ประธานคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์จะลงนามได้ต่อเม่ือวิทยานิพนธ์น้ันได้รับ การแก้ไขท้งั รูปแบบ และเน้อื หาเรยี บรอ้ ยแล้วเท่านนั้ จากนั้นคณะบดบี ัณฑติ วิทยาลยั จงึ ลงนามอนมุ ัติ ๑๔.๖ ให้ประธานคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์เสนอผลการประเมินต่อคณบดี บัณฑิตวิทยาลัย หากมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ให้รวบรวมใบประเมินผลของกรรมการทุกท่าน เพื่อส่ง ให้ คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยพิจารณาชี้ขาดเม่ือทราบผลการประเมิน และนิสิตส่งวิทยานิพนธ์ฉบับท่ี แกไ้ ขเรียบร้อยแล้วบณั ฑิตวทิ ยาลยั จะประกาศผลให้ทราบโดยทัว่ กนั ข้อ ๑๕ การสง่ วทิ ยานิพนธ์ฉบบั สมบรู ณ์ ๑๕.๑ เมื่อนิสิตแก้ไขเน้ือหาและรูปแบบ ตามมติคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์แล้ว ให้นิสิตส่งวิทยานิพนธ์ฉบับท่ีแก้ไขท่ีมีลายมือช่ือคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ครบถ้วนทุกคน จำนวน ๗ เล่ม โดยเย็บเล่มและเข้าปกแข็งเรียบร้อย ตามรูปแบบท่ีบัณฑิตวิทยาลัยกำหนดพร้อมด้วย บทคัดย่อ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษอีกอย่างละ ๒ ชุด และแผ่นซีดีบันทึกไฟล์หัวข้อวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ทั้งที่เป็น แบบไฟล์ Microsoft Word และไฟล์ Adobe PDF จำนวนไฟล์ละ ๑ แผ่น ต่อบัณฑิตวิทยาลัย วันที่นิสิต สง่ วิทยานพิ นธ์ฉบับสมบรู ณ์ถือวา่ เป็นวนั ทนี่ ิสิตสำเรจ็ การศกึ ษา ๑๕.๒ ในกรณีท่ีนิสิตประสงค์จะเผยแพร่วิทยานิพนธ์หรือมอบให้แก่หน่วยงานใดตามข้อ ผูกพันหรืออ่ืน ๆ หลังจากท่ีได้รับอนุมัติวิทยานิพนธ์ ให้นิสิตย่ืนคำร้องพร้อมด้วยวิทยานิพนธ์ตามจำนวนท่ี ต้องการเสนอต่อคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย เพื่อพิจารณาลงนามในหน้าอนุมัติ ท้ังนี้ให้แนบวิทยานิพนธ์ฉบับซ่ึง คณบดีบณั ฑติ วิทยาลัยลงนามไว้แลว้ ๑ เล่ม พร้อมทัง้ แผน่ บันทกึ ขอ้ มูลวทิ ยานพิ นธ์ฉบบั สมบรู ณจ์ ำนวน ๑ ชดุ ๑๕.๓ วิทยานิพนธ์และบทคัดย่อทั้งฉบับภาษาไทย และภาษาอังกฤษของนิสิตที่สำเร็จ การศึกษาใหเ้ ปน็ ลขิ สทิ ธข์ิ องบัณฑติ วทิ ยาลยั กอ่ นนำไปพมิ พเ์ ผยแรต่ อ้ งไดร้ ับอนมุ ัติจากคณบดีบัณฑติ วิทยาลยั บทเฉพาะกาล ข้อ ๑๖ นสิ ิตท่ีไดร้ ับอนุมัติหวั ข้อและโครงการวิทยานิพนธ์และลงทะเบียนไว้แล้วก่อนที่จะประกาศใช้ ระเบียบนี้ ให้ปฏิบัติตามระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ว่า ด้วยวิธีปฏิบัติเก่ียวกับวิทยานิพนธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๒และระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลง กรณราชวิทยาลยั ว่าด้วยวิธปี ฏิบตั ิวิทยานพิ นธ์ แกไ้ ขเพิ่มเตมิ พุทธศกั ราช ๒๕๔๖ ข้อ ๑๗ นิสิตที่ได้รับอนุมัติหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ และลงทะเบียนภายหลังที่ประกาศใช้ ระเบียบน้ีแล้ว ใหป้ ฏบิ ัตติ ามระเบยี บนี้ ประกาศ ณ วนั ที่ ๒๔ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๕๐ (พระศรีสิทธมิ ุนี) คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ประธานคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย

ระเบียบบัณฑติ วิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย ว่าด้วยการศกึ ษาภาคฤดูร้อน พ.ศ.๒๕๕๒ เพื่อให้การจัดการศึกษาในภาคการศึกษาฤดูร้อนในระดับบัณฑิตศึกษาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มี ประสิทธิภาพ บรรลุตามวัตถุประสงค์และนโยบาลของมหาวิทยาลัย เพละเพื่ออนุมัติให้เป็นไปตามความในข้อ ๙ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ โดยอาศัยมติท่ีประชุมคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลยัมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ใน คราวประชมุ คร้งั ที่ ๔/๒๕๔๒ เมอ่ื วันท่ี ๓๐ ตลุ าคม พ.ศ.๒๕๔๒ บัณฑติ วทิ ยาลยั จึงวางระเบยี บไว้ดงั ต่อไปนนี้ ข้อ ๑ ระเบียบนเี้ รียกวา่ ฎระเบยี บบัณฑิตวทิ ยาลยั ว่าด้วยการศกึ ษาภาคฤดรู ้อน พ.ศ. ๒๕๔๒” ข้อ ๒ ใหใ้ ชร้ ะเบยี บนี้ตัง้ แตว่ ัถัดจากวนั ประกาศเปน็ ต้นไป ข้อ ๓ ภาคการศึกษาฤดูร้อน ต้องมีเวลาการศึกษาไม่น้อยกว่า ๖ สัปดาห์ และมีจำนวนช่ัวโมง การศึกษาในแตล่ ะรายวชิ าเท่ากับการศกึ ษาภาคปกติ ข้อ ๔ จำนวนหน่วยกิตท่ีกำหนดให้นิสิตลงทะเบียนในภาคการศึกษาฤดูร้อนไม่น้อยกว่า ๓ หน่วยกิต และไมเ่ กิน ๖ หน่วยกติ โดยความเหน็ ชอบของอาจารยท์ ีป่ รึกษาท่วั ไป นสิ คิ ที่ประสงค์จะลงทะเบียนน้อยกว่าหรือมากกกว่าท่ีกำหนดไว้ในข้อ ๔ ให้ยน่ื คำร้องตอ่ คณบดีบณั ฑิต วิทยาลัย เพ่ือขออนุมัติเป็นกรณพี ิเศษ ขอ้ ๕ อัตราคา่ ธรรมเนยี มการศกึ ษาในภาคการศึกษาฤดรู อ้ นให้เป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด ขอ้ ๖ ใหใ้ ชร้ ะเบียบนส้ี ำหรบั นสิ ติ ท่ีเข้าศกึ ษาตัง้ แตป่ ี พ.ศ. ๒๕๔๒ ข้อ ๗ ให้คณบดบี ณั ฑิตวิทยาลยั รักษาการให้เปน็ ไปตามระเบยี บน้ี ประกาศ ณ วันที่ ๑ ธนั วาคม พ.ศ.๒๕๔๒

(พระมหาสมจินต์ สมฺมาปญโฺ ญ) คณบดีบัณฑิตวทิ ยาลัย ประธานคณะกรรมการประจำบัณฑิตวทิ ยาลยั

ระเบยี บบณั ฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย วา่ ด้วยการฝกึ ภาคปฏบิ ัติวปิ ัสสนากรรมฐาน พ.ศ. ๒๕๔๗ เพื่อให้การศึกษาวิชากรรมฐานของนิสิตบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นไปดว้ ยความเรียบรอ้ ย บรรลวุ ตั ถุประสงคต์ ามนโยบายของมหาวิทยาลยั โดยอาศัยมติท่ีประชุมคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย ในคราวประชุมคร้ังที่ ๒/๒๕๔๗ เม่ือ วนั ท่ี ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ บัณฑิตวิทยาลยั จงึ วางระเบียบไว้ดงั ตอ่ ไปนี้ ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรยี กวา่ “ระเบยี บบัณฑติ วิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วย การฝกึ ภาคปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน พ.ศ. ๒๕๔๗ ขอ้ ๒ ให้ใชร้ ะเบียบนีต้ ง้ั แต่วนั ถัดจากวนั ประกาศเปน็ ต้นไป ข้อ ๓ ให้คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย มีอำนาจหน้าท่ีเก่ียวกับการฝึกปฏิบัติวิปัสสนา กรรมฐาน ดังน้ี (๑) วางนโยบาย กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติเก่ียวกับวิธีการฝึกภาคปฏิบัติวิปัสสนา กรรมฐาน การวดั ผลและติดตามผลลัพธข์ องการฝกึ ภาคปฏบิ ัตวิ ปิ สั สนากรรมฐาน (๒) กำหนดวนั เวลาและสถานที่ สำหรับการฝกึ ภาคปฏิบตั ิวปิ สั สนากรรมฐาน (๓) รายงานผลการฝกึ ภาคปฏิบัตวิ ปิ ัสสนากรรมฐานตอ่ มหาวิทยาลัย ข้อ ๔ ให้นิสิตบัณฑิตวิทยาลัยฝึกภาคปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ในวัน เวลาและสถานท่ีตามท่ี คณะกรรมการประจำบณั ฑติ วิทยาลยั กำหนด ดังนี้ (๑) นิสติ ระดับประกาศนยี บัตรบณั ฑติ ตอ้ งฝกึ ภาคปฏิบัตวิ ิปัสสนากรรมฐานไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน (๒) นสิ ติ ระดบั มหาบณั ฑติ ต้องฝึกภาคปฏบิ ัติวปิ ัสสนากรรมฐานไม่นอ้ ยกวา่ ๓๐ วัน (๓) นสิ ติ ระดับดษุ ฎบี ัณฑิต ต้องฝึกภาคปฏบิ ัตวิ ปิ ัสสนากรรมฐานไม่น้อยกวา่ ๔๕ วัน โดยให้ ใช้กับนิสิตทเ่ี ข้าศกึ ษาตง้ั แต่ปกี ารศกึ ษา ๒๕๔๓ เปน็ ตน้ ไป ขอ้ ๕ ใหค้ ณบดบี ัณฑติ วทิ ยาลยั รกั ษาการใหเ้ ป็นไปตามระเบยี บนี้ ประกาศ ณ วันที่ ๒๕ สิงหาคม พุทธศกั ราช ๒๕๔๗