(พระมหาสมจนิ ต์ สมฺมาปญฺโญ) คณบดบี ัณฑติ วิทยาลยั ประธานคณะกรรมการประจำบณั ฑติ วทิ ยาลยั
หนา้ ๑๖ เลม่ ท่ี ๑๑๖ ตอนพเิ ศษ ๖๓ ง ราชกิจจานเิ บกษา ๑ กนั ยายน ๒๕๔๒ ประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง ปรญิ ญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชา พ.ศ. ๒๕๔๒ ___________________ โดยท่ีเปน็ การสมควรให้มปี ริญญาในสาขาวชิ าและอักษรย่อสำหรับสาขาวชิ า ในมหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยลัย เพอ่ื ใหส้ อดคลอ้ งกับความในมาตรา ๕๔ แห่งพระราชบัญญัติมหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบญั ญตั มิ หาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ สภามหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย ในคราวประชมุ คร้ังท่ี ๑/๒๕๔๒ เมอ่ื วันท่ี ๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๒ จึงมมี ติให้ประกาศ กำหนดปริญญา ในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของมหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัยไว้ ดงั ต่อไปน้ี ปริญญามีสามชนั้ คือ เอก เรียกวา่ “พทุ ธศาสตรดุษฎบี ณั ฑิต” ใช้อกั ษรย่อ “พธ.ด.” โท เรยี กว่า “พทุ ธศาสตรมหาบณั ฑติ ” ใช้อักษรย่อ “พธ.ม.” ตรี เรยี กวา่ “พุทธศาสตรบัณฑติ ” ใช้อกั ษรย่อ “พธ.บ.” ท้งั นี้ ตั้งแตบ่ ัดน้ีเป็นตน้ ไป ประกาศ ณ วนั ที่ ๑๒ กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๒ พระสเุ มธาธิบดี นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย
ประกาศบณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย เรื่อง กำหนดส่วนประกอบเพ่มิ เติมของโครงร่างวทิ ยานพิ นธ์ เพื่ออนุวัตให้เป็นไปตามความในข้อ ๔.๒ แห่งระเบียบบัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเก่ียวกับวิทยานิพนธ์ พ.ศ. ๒๕๔๒ จึงกำหนดส่วนประกอบของโครงร่าง วทิ ยานพิ นธ์เพิม่ เติม เพ่ือความสมบรู ณ์ ชัดเจน ดงั นี้ ๑. ให้มีลายเซ็นต์รับรองของผู้สมควรเป็นคณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ทุกคนบนปกของโครงร่าง ฯ จำนวน ๑ ฉบบั ๒. ใหม้ ปี ระวตั ยิ ่อของนสิ ติ ผ้เู สนอหัวขอ้ และโครงรา่ งวิทยานพิ นธแ์ นบในส่วนทา้ ยด้วย ๓. ระเบียบวิธีวิจัยและแบบสอบถามช่ัวคราว สำหรับวิทยานิพนธ์เชิงปริมาณนิสิตต้องส่งก่อนวัน พจิ ารณาหัวข้อและโครงรา่ งวิทยานพิ นธ์ ไม่น้อยกว่า ๓ วัน ให้นิสิตผู้ประสงค์จะสอบหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ เสนอหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ จำนวน ๑ ชุด เพื่อตรวจรูปแบบก่อน เม่ือผ่านการตรวจรูปแบบและแก้ไขแล้ว จึงเสนอขออนุมัติหัวข้อและ โครงร่างวิทยานิพนธ์ จำนวน ๘ ชุด ต่อบัณฑิตวิทยาลัย เพือ่ ขอสอบอนมุ ัติหัวขอ้ และโครงรา่ งวิทยานิพนธ์ ประกาศ ณ วนั ที่ ๑๐ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ (พระมหาสมจนิ ต์ สมฺมาปญฺโญ) คณบดบี ณั ฑิตวทิ ยาลยั
ประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรอื่ ง เกณฑ์มาตรฐานหลกั สูตรระดับบณั ฑิตศึกษา พ.ศ.๒๕๔๘ ----------------------------------- โดยท่ีเห็นเป็นการสมควรปรับปรุงเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิตและพุทธศาสตร ดุษฎีบัณฑิต ใหเ้ ป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสตู รระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ.๒๕๔๘ ของกระทรวงศกึ ษาธิการ เพ่ือประโยชน์ในการกำหนดมาตรฐานการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย มี ประสิทธิภาพ และบรรลุวตั ถปุ ระสงค์ตามนโยบายของมหาวิทยาลัย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วทิ ยาลยั พ.ศ. ๒๕๔๐ และมตสิ ภามหาวทิ ยาลัย ในคราวประชุมครัง้ ท่ี ๖/๒๕๔๘ เมอื่ วนั ท่ี ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ จึงออกประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เร่ือง เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับ บณั ฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ ไวด้ งั ตอ่ ไปน้ี ๑. ระดบั ประกาศนียบัตรบัณฑิต มจี ำนวนหนว่ ยกติ รวมตลอดหลักสตู รไม่นอ้ ยกว่า ๒๔ หนว่ ยกติ ๒. ระดบั ปริญญาโท มจี ำนวนหนว่ ยกติ รวมตลอดหลักสูตรไมน่ อ้ ยกวา่ ๓๘ หน่วยกติ โดยแบง่ การศึกษา เป็น ๒ แผน ดังนี้ ๑) แผน ก เปน็ การศึกษาทเ่ี น้นการวจิ ัย โดยมกี ารทำวิทยานพิ นธ์ ดังน้ี แบบ ก (๑) ทำเฉพาะวิทยานิพนธ์ซงึ่ มีคา่ เทยี บได้ ๓๘ หน่วยกิต และบัณฑิตวทิ ยาลัยอาจ จัดให้ศึกษารายวิชาเพมิ่ เตมิ โดยไมต่ ้องนับหน่วยกิต เพ่อื คุณภาพการศึกษาของผศู้ ึกษา แบบ ก (๒) ศึกษารายวิชาไม่น้อยกว่า ๒๖ หน่วยกิต และทำวิทยานิพนธ์ซึ่งมีค่าเทียบได้ ๑๒ หน่วยกติ จำแนกประเภทดังน้ี วชิ าบังคับ ไม่น้อยกว่า ๘ หนว่ ยกิต วชิ าเอก ไม่นอ้ ยกวา่ ๑๒ หนว่ ยกติ วชิ าเลอื ก ไมน่ ้อยกวา่ ๖ หน่วยกิต วทิ ยานิพนธ์ ๑๒ หนว่ ยกติ รวมท้งั สิ้น ไม่น้อยกวา่ ๓๘ หน่วยกิต ๒) แผน ข ศึกษารายวิชาไม่น้อยกว่า ๓๒ หน่วยกิต และทำการศึกษาอิสระซ่ึงมีค่าเทียบได้ ๖ หน่วย กติ จำแนกประเภท ดงั น้ี
วชิ าบังคบั ไม่น้อยกวา่ ๘ หน่วยกติ วิชาเอก ไม่นอ้ ยกวา่ ๑๒ หน่วยกติ วชิ าเลอื ก ไม่น้อยกว่า ๑๒ หนว่ ยกติ การศึกษาอสิ ระ ๖ หนว่ ยกิต รวมท้ังสน้ิ ไม่นอ้ ยกว่า ๓๘ หน่วยกติ ๓. ระดบั ปรญิ ญาเอก แบ่งการศึกษาเปน็ ๒ แบบ ดงั นี้ ๑) แบบ ๑ ผู้เข้าศึกษาตอ้ งทำวิทยานิพนธ์ ซ่งึ มีค่าเทียบได้ ๕๔ หน่วยกิต แบ่งการศกึ ษาเป็น ๒ แบบ โดยบัณฑิตวิทยาลัยอาจจัดให้ศึกษารายวิชาเพิ่มเติม โดยไม่ต้องนับหน่วยกิต เพื่อคุณภาพการศึกษาของผู้ ศึกษา แบบ ๑.๑ ผูเ้ ขา้ ศึกษาทส่ี ำเร็จปริญญาโทตอ้ งทำวทิ ยานพิ นธ์ ซ่ึงมคี า่ เทียบได้ ๕๔ หน่วยกติ แบบ ๑.๒ ผู้เข้าศกึ ษาทสี่ ำเรจ็ ปริญญาตรีหรือเปรียญธรรม ๙ ประโยค ซึง่ บัณฑติ วทิ ยาลยั อนุมัติ ให้เข้าศึกษาเป็นกรณพี เิ ศษ ต้องทำวิทยานพิ นธ์ ซงึ่ มีคา่ เทยี บได้ ๗๘ หนว่ ยกิต ๒. แบบ ๒ แบ่งการศึกษาเป็น ๒ แบบ ดงั น้ี แบบ ๒.๑ ผู้เข้าศึกษาท่ีสำเร็จปริญญาโท ต้องศึกษารายวิชาไม่น้อยกว่า ๑๙ หน่วยกิต และทำ วทิ ยานพิ นธ์ ซึ่งมีคา่ เทยี บได้ ๓๖ หน่วยกิต จำแนกประเภทดังนี้ วิชาบังคบั ไมน่ อ้ ยกว่า ๖ หนว่ ยกิต วิชาเอก ไม่นอ้ ยกว่า ๖ หน่วยกิต วิชาเลือก ไมน่ อ้ ยกว่า ๖ หนว่ ยกติ วทิ ยานิพนธ์ ๓๖ หนว่ ยกติ รวมท้ังสนิ้ ไมน่ ้อยกว่า ๕๔ หนว่ ยกิต ทง้ั น้ี ตงั้ แต่ปีการศกึ ษา ๒๕๔๙ เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันท่ี ๘ กันยายน พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๘ (พระราชรตั นโมลี) อุปนายกสภามหาวิทยาลยั ทำหน้าท่แี ทน นายกสภามหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั
ประกาศบณั ฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย เรอื่ ง กำหนดการพจิ ารณาหัวข้อและอนุมัตโิ ครงร่างวทิ ยานพิ นธ์ เพื่อการดำเนินการพิจารณาหัวข้อและอนุมัติโครงร่างวิทยานิพนธ์ มีช่วงระยะเวลาท่ีแน่นอน อันจะ ทำให้นิสิตผู้ประสงค์จะขออนุมัติหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์สามารถวางแผนจัดทำได้สอดคล้องกับช่วง ระยะเวลาท่ีประชุมคณะกรรมการ เพ่ือพิจารณาหัวข้อและโครงรา่ งวทิ ยานพิ นธ์ จงึ ประกาศกำหนดการไวเ้ ป็น แนวปฏบิ ตั ดิ งั น้ี ครง้ั ที่ ๑ วนั ท่ี ๒๐ – ๒๘ กุมภาพันธ์ ของทุกปี ครง้ั ท่ี ๒ วนั ที่ ๒๐ – ๓๑ พฤษภาคม ของทุกปี คร้งั ท่ี ๓ วนั ที่ ๒๐ – ๓๑ สงิ หาคม ของทกุ ปี ครง้ั ที่ ๔ วันท่ี ๒๐ – ๓๐ พฤศจิกายน ของทุกปี ท้ังนี้ ตง้ั แตบ่ ดั น้ีเปน็ ตน้ ไป ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ ตุลาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๙ (พระศรสี ิทธิมุนี) รกั ษาการคณบดี ประธานคณะกรรมการประจำบณั ฑติ วทิ ยาลัย
ประกาศบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย เรื่อง การสอบวดั คุณสมบตั ินิสติ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต พ.ศ. ๒๕๔๙ เพือ่ ใหก้ ารสอบวัดคุณสมบตั นิ สิ ิตท่ศี ึกษาหลักสตู รพุทธสาสตรดุษฎบี ณั ฑติ เป็นไปด้วยความ เรียบร้อย มปี ระสิทธิภาพ บรรลตุ ามวตั ถปุ ระสงคแ์ ละนโยบายของมหาวิทยาลัยและเพื่อเป็นไปตามความใน ขอ้ ๙.๒ (๓) แห่งระเบยี บบณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณณาชวิทยาลัย ว่าด้วยวิธปี ฏิบตั ิเกย่ี วกับ วทิ ยานพิ นธ์ พ.ศ. ๒๕๔๒ อาศยั มติทีป่ ระชมุ คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลยั ในคราวประชมุ ครั้งที่ ๓/ ๒๕๔๙ เมอื่ วันที่ ๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ จึงใหย้ กเลกิ ประกาศบัณฑิตวทิ ยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง กรณราชวทิ ยาลยั เรอื่ ง การสอบวัดคุณสมบัตินสิ ติ หลักสตู รพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ัณฑิต พ.ศ. ๒๕๔๖ ลงวนั ที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ และใหใ้ ช้ประกาศน้แี ทน ข้อ ๑ การเสนอโครงร่างสารนิพนธเ์ พือ่ การขอสอบวดั คุณสมบตั ิ ๑.๑ นิสิตผผู้ า่ นการศึกษาและไดร้ บั ผลประเมินในรายวชิ าทีบ่ ัณฑิตวิทยาลัย กำหนดให้มีการ สอบสารนิพนธ์เพ่ือวัดคุณสมบตั ิ เป็นผูม้ ีสทิ ธขิ อสอบวดั คุณสมบัติ ๑.๒ นิสติ ต้องเสนอโครงรา่ งสารนิพนธ์ พรอ้ มกบั ความเหน็ ชอบของอาจารย์ที่ปรึกษาสาร นิพนธ์ จำนวน ๑ รปู /คน คณุ สมบตั ขิ องอาจารย์ท่ปี รกึ ษาสารนพิ นธใ์ ห้เปน็ ไปตามข้อ ๗.๓ แห่งระเบียบบณั ฑติ วิทยาลัย มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั ว่าดว้ ยวิธีปฏบิ ตั ิเก่ียวกับวทิ ยานพิ นธ์ พ.ศ. ๒๕๔๒ ในกรณี ท่ีตรวจสอบแล้วพบวา่ มีเน้ือซ้ำซอ้ นกบั ประเดน็ ทไ่ี ด้เคยมีการศึกษาแล้ว บณั ฑิตวทิ ยาลัยมีสทิ ธิยับย้งั ได้ ๑.๓ ในกรณีที่นสิ ิตได้เสนอโครงร่างสารนพิ นธแ์ ล้ว แต่ไมส่ ามารถดำเนนิ การวจิ ัยตามโครง ร่างเดมิ การปรับเปล่ียนโครงรา่ งใหม่ย่อมเป็นสทิ ธิท่ีนิสติ จะกระทำได้ โดยความเหน็ ชอบของอาจารย์ทปี่ รึกษา สารนพิ นธ์ ข้อ ๒ การเสนอขอสอบวดั คุณสมบัติ ๒.๑ นสิ ิตต้องลงทะเบยี นชำระคา่ ธรรมเนยี มการสอบวดั คุณสมบัตติ ามท่ีมหาวิทยาลยั กำหนด ๒.๒ นิสติ ต้องยน่ื คำร้องขอสอบพร้อมกบั สารนิพนธ์ฉบับสมบรู ณ์ จำนวน ๔ เล่ม ผ่าน ความเหน็ ชอบจากอาจารย์ที่ปรกึ ษาสารนพิ นธ์ ๒.๓ รปู แบบสารนิพนธ์ ให้เป็นไปตามคู่มือการทำวทิ ยานิพนธข์ องบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย ขอ้ ๓ คณะกรรมการสอบวดั คุณสมบตั ิ
๓.๑ คณบดีบัณฑิตวทิ ยาลยั แต่งตง้ั คณะกรรมการตรวจสอบสารนิพนธ์ จำนวน ๓ รูป/คน ท้งั นี้ ต้องมีอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยหรอื เจ้าหน้าท่ีประจำมหาวทิ ยาลัยอย่างน้อย ๑ รูป/คน รายนาม คณะกรรมการตรวจสอบสารนพิ นธใ์ ห้ถือเป็นความลับสำหรบั ผู้สอบ ๓.๒ ในกรณที ี่กรรมการท่ีได้รบั การแต่งตงั้ ไมส่ ามารถมาประชมุ ตรวจสอบสารนิพนธ์ไดใ้ ห้ แจง้ ตอ่ บัณฑิตวทิ ยาลยั พรอ้ มทัง้ แจ้งผลการตรวจสอบด้วย ทง้ั น้ีตอ้ งมกี รรมการเข้าประชุมไม่น้อยกวา่ ๒ รูป/ คน ๓.๓ การแตง่ ตัง้ คณะกรรมการตรวจสอบสารนพิ นธใ์ หเ้ ปน็ ไปตามข้อ ๗.๓ แห่งระเบียบ บณั ฑิตวทิ ยาลัย ว่าดว้ ยวธิ ีปฏิบัตเิ กีย่ วกบั วิทยานิพนธ์ พ.ศ.๒๕๔๒ ขอ้ ๔ การสอบวัดคุณสมบัติ ๔.๑ในกรณีทนี่ สิ ติ สอบไมผ่ า่ น สามารถขอสอบวดั คุณสมบตั ิใหมไ่ ดต้ ามขน้ั ตอนในข้อ ๒ ๔.๒ ในกรณที ีน่ สิ ติ สอบผ่านใหแ้ กไ้ ขตามมติและคำแนะนำของคณะกรรมการก่อนนำสาร นิพนธฉ์ บบั สมบรู ณ์ส่งบัณฑิตวิทยาลยั ๔.๓ การแก้ไขเน้ือหาและรูปแบบตามมตคิ ณะกรรมการตรวจสอบสารนพิ นธ์ ตอ้ งใชเ้ วลา ไมเ่ กิน ๓๐ วัน นับต้ังแตว่ นั สอบจนถงึ วันส่งสารนิพนธฉ์ บับสมบูรณ์ ขอ้ ๕ การประเมนิ ผลการสอบวัดคุณสมบัติ การประเมินผลการสอบวดั คุณสมบตั ใิ ห้เป็นไปตามในข้อ ๑๑ แหง่ ระเบยี บบณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย ว่าด้วยวธิ ีปฏบิ ตั เิ กี่ยวกับวิทยานิพนธ์ พ.ศ. ๒๕๔๒ ข้อ ๖ การสง่ สารนิพนธ์ฉบบั สมบรู ณ์ ๖.๑ ใหน้ ิสติ ส่งสารนพิ นธ์ฉบับแก้ไขทีม่ ลี ายมือชื่อคณะกรรมการตรวจสอบสารนิพนธ์ ครบถว้ นทุกคน จำนวน ๔ ฉบบั ทง้ั นี้ วันท่ีนสิ ติ ส่งสารนิพนธฉ์ บับสมบรู ณถ์ ือวา่ ผ่านการสอบวัดคณุ สมบัติใน รายวิชานัน้ ๆ ๖.๒ สารนพิ นธ์ของนิสติ ให้เป็นลิขสทิ ธิข์ องบณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณ ราชวิทยาลัย กอ่ นนำไปพิมพ์เผยแพรต่ อ้ งไดร้ ับอนมุ ัติจากคณบดบี ณั ฑิตวิทยาลยั ท้งั น้ี ให้ใช้ประกาศนี้ สำหรับผขู้ ้ึนทะเบียนเปน็ นสิ ติ ต้ังแต่ปกี ารศึกษา ๒๕๔๘ เปน็ ต้นไป ประกาศ ณ วันท่ี ๙ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๙ (พระศรีสิทธิมุนี) รักษาการคณบดี ประธานคณะกรรมการประจำบณั ฑิตวทิ ยาลัย
ประกาศบัณฑติ วทิ ยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรอื่ ง กำหนดรายวิชาใหน้ ิสิตคฤหัสถศ์ กึ ษาเพิ่มเติม เพื่อให้การจัดการศึกษาหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สำหรับคฤหัสถ์ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มปี ระสิทธภิ าพ บรรลุตามวัตถุประสงคแ์ ละนโยบายของมหาวิทยาลยั จึงสมควรกำหนดรายวชิ าบาลี ให้ศึกษา เพิ่มเติม อาศัยมติที่ประชุมคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๔๙ เมื่อวัน อังคารท่ี ๒๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๙ จึงให้ยกเลิกประกาศบัณฑิตวิทยาลัย เร่ือง กำหนดรายวิชาให้นิสิต คฤหัสถศ์ ึกษาเพิ่มเติม ลงวันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ และกำหนดรายวชิ าบาลี ใหศ้ ึกษาเพ่มิ เติม ดังนี้ ๑. วิชา ๑๐๒ ๓๐๒ การใช้ภาษาบาลี ๑ (๓) (๓-๐-๖) Usage of Pali I ๒. วิชา ๑๐๒ ๓๐๖ การใช้ภาษาบาลี ๒ (๓) (๓-๐-๖) Usage of Pali II ให้รายวิชาเหล่าน้ีเป็นรายวิชาเรียนเสริมโดยไม่นับหน่วยกิตและแสดงผลการเรียนด้วยสัญลักษณ์ S หรือ U นิสิตท่ีสอบได้เปรียญธรรมหรือบาลีศึกษาตั้งแต่ประโยค ป.ธ.๓ ขึ้นไป หรือสำเร็จการศึกษาหลักสูตร ประกาศนียบัตรภาษาบาลี ไมต่ ้องลงทะเบียนเรยี น ทงั้ นี้ ตัง้ แต่ปีการศึกษา ๒๕๔๙ เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ มิถุนายน พทุ ธศักราช ๒๕๔๙ (พระมหาสมจินต์ สมมฺ าปญฺโญ) คณบดีบณั ฑิตวิทยาลัย
ประกาศมหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย เรอ่ื ง อนุมัตหิ ลักสตู รพุทธศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวิชาพระไตรปิฎกศึกษา (หลักสตู รใหม่ พ.ศ. ๒๕๕๖) --------------------- เพ่ือให้การบริหารงานและการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ดำเนินไป ดว้ ยความเรียบร้อย มปี ระสิทธภิ าพ บรรลวุ ัตถุประสงคแ์ ละนโยบายของมหาวทิ ยาลัย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) และ (๖) แหง่ พระราชบญั ญตั ิมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และมตสิ ภามหาวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งท่ี ๔/๒๕๕๖ เมื่อวนั พธุ ที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๖ นายกสภามหาวทิ ยาลัยจึงออกประกาศไว้ดังต่อไปน้ี “มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อนุมัติให้เปิดสอนหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระไตรปฎิ กศึกษา (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. ๒๕๕๖) ณ ภาควชิ าพระพทุ ธศาสนา คณะพุทธศาสตร์ ตั้งแต่ ปกี ารศึกษา ๒๕๕๖ เปน็ ต้นไป” ประกาศ ณ วนั ท่ี ๑๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖ (พระธรรมสธุ )ี นายกสภามหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย
ภาคผนวก ฆ โครงการเปดิ สอนหลักสูตรพทุ ธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา หลกั สตู รใหม่ พ.ศ.๒๕๖๔ สำหรับบรรพชติ และคฤหัสถ์ แบบ ๑.๑ และแบบ ๒.๑
๑๘๘ โครงการเปิดสอนหลักสูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา หลักสูตรใหม่ พ.ศ.๒๕๖๔ สำหรบั บรรพชิตและคฤหัสถ์ แบบ ๑.๑ และแบบ ๒.๑ ๑. ชอื่ โครงการ : โครงการเปิดสอนหลักสูตรพุทธศาสตรดษุ ฎีบัณฑติ ๒. ลกั ษณะโครงการ สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา (สำหรบั บรรพชิตและคฤหัสถ์) หลกั สูตรใหม่ ๒๕๖๔ แบบ ๑.๑ และแบบ ๒.๑ : โครงการหลกั สูตรใหม่ ๓. รหสั และช่อื หลักสตู ร : - ช่ือหลักสูตรภาษาไทย : พุทธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา ชื่อหลกั สูตรภาษาอังกฤษ : Doctoral Program in Buddhist Studies ๔. ชื่อปริญญาและสาขาวิชา ชื่อเต็มภาษาไทย : พุทธศาสตรดษุ ฎีบัณฑติ (พระพุทธศาสนา) ชอ่ื เตม็ ภาษาอังกฤษ : Doctor of Philosophy (Buddhist Studies) ชื่อยอ่ ภาษาไทย : พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) ชื่อยอ่ ภาษาอังกฤษ : Ph.D. (Buddhist Studies) ๕. ชือ่ หนว่ ยงาน : บณั ฑติ ศกึ ษา วิทยาลัยสงฆ์สรุ ินทร์ มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณ ราชวิทยาลยั วิทยาเขตสรุ ินทร์ เลขที่ ๓๐๕ หมู่ที่ ๘ ตำบลนอกเมือง อำเภอเมืองสุรนิ ทร์ จงั หวดั สรุ ินทร์ ๒๐๓๐๐ โทร ๐-๔๔๑๔-๒๑๐๗ ต่อ ๑๐๐ โทรสาร ๐-๔๔๑๔-๒๑๐๗ ตอ่ ๑๐๐ ๖. ผรู้ บั ผิดชอบ โครงการหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา วิทยาลัยสงฆ์สุรินทร์ มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย วทิ ยาเขตสุรนิ ทร์ ๗. โครงการเช่อื มโยงกับมาตรฐาน สกอ. องค์ประกอบที่ ๒ และ ๕ ๗.๑ เพ่อื ผลิตพุทธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑิตให้เปน็ ผู้เช่ยี วชาญด้านพระพุทธศาสนา มีความสามารถ ในการศกึ ษาวิจยั หลกั พทุ ธธรรมในเชิงวชิ าการ เพ่ือพฒั นาองค์ความรใู้ หมๆ่ ทางพระพุทธศาสนา ๗.๒ เพ่ือผลิตพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตให้มีความสามารถวิเคราะห์ และประยุกต์หลักธรรม เพอ่ื ประโยชน์ในการสอนและการเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาอย่างมปี ระสิทธภิ าพ ๗.๓ เพื่อผลิตพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตให้เป็นผู้มีศีลาจารวัตรงดงาม เป็นแบบอย่างที่ดีของ สังคม สามารถประยกุ ตห์ ลักพุทธธรรมเพื่อแกป้ ญั หาชีวติ ตนเองและสังคมได้อยา่ งเหมาะสม
๑๘๙ ๘. ปรัชญา ความสำคญั และวัตถุประสงคข์ องหลกั สตู ร ๘.๑ ปรชั ญาของหลักสตู ร เรียนรู้และเข้าใจพุทธศาสน์รอบด้าน บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ จิตใจสาธารณ์ ประสานประโยชนต์ นและคนอน่ื ๘.๒ ความสำคัญของหลกั สูตร เป็นหลักสูตรท่ีแสดงถึงความเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ จัดการศึกษาพระพุทธศาสนาด้าน ปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเวธ และประยุกต์พระพุทธศาสนาเพื่อพัฒนาจิตใจและสังคม และ พระพุทธศาสนาถือเป็นสถาบันหลักของประเทศไทย เป็นรากฐานวัฒนธรรมประเพณีของชาติ เป็น เบ้าหลอ่ หลอมจิตของประชาชน และพระพุทธศาสนาถือวา่ มนุษย์เป็นผู้ที่สามารถพัฒนาจิตปัญญาให้ เป็นคนประเสรฐิ ได้ หลกั สูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาพระพุทธศาสนา มีความจำเป็นต่อการ พัฒนาดังกล่าวเพื่อสร้างนักวิชาการด้านพระพุทธศาสนาสร้างนักวิจัยด้านพระพุทธศาสนา แสวงหา องค์ความรู้ใหม่โดยมีพระพุทธศาสนาเป็นฐานคิดให้ผู้เรียนเป็นผู้ที่ทันกับการเปล่ียนแปลงของสังคม และมคี ณุ ธรรมและจรยิ ธรรม ๘.๓ วัตถุประสงค์ของหลักสูตร ๘.๓.๑ เพื่อผลิตพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต ให้มีความรู้ความเข้าใจพระไตรปิฎกและ คัมภีรพ์ ระพุทธศาสนาอ่ืนอย่างละเอียดลึกซึ้งท้ังดา้ นทฤษฎีและการปฏิบัติ และสามารถบูรณาการเข้า กับศาสตร์สมัยใหม่ได้อยา่ งเหมาะสม ๘.๓.๒ เพื่อผลิตพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตให้มีความใฝ่รู้ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถ วิเคราะห์สังเคราะห์ ตัดสินใจในการศึกษาวิจัยหลักพุทธธรรมในเชิงวิชาการ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ ใหมท่ างพระพทุ ธศาสนา ๘.๓.๓ เพ่ือผลิตพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตให้เป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรมอันดีงาม มี ศรัทธาพร้อมอุทิศตนเพ่ือพระพุทธศาสนา สามารถประยุกต์พุทธธรรมเพ่ือพัฒนาชีวิตและสังคม และ ประสานประโยชนต์ นและคนอื่นอยา่ งถูกต้องเหมาะสม ๙. สถานการณภ์ ายนอกหรือการพฒั นาท่จี ำเปน็ ตอ้ งนำมาพิจารณาในการวางแผนหลักสูตร ๙.๑ สถานการณห์ รอื การพัฒนาทางเศรษฐกิจ เศรษฐกจิ ตามแนวพระพุทธศาสนาหรือพุทธเศรษฐศาสตร์กำลังเปน็ ที่ต้องการของสังคม เพราะสามารถนำมาประยุกต์แก้ปัญหาเศรษฐกิจในระบบทุนนยิ มในยุควัตถุนิยมได้ กรอปกับประเทศ ไทยได้พัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการพัฒนาประเทศเพ่ือเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ประกอบกับการไหลบ่าของวัฒนธรรมตะวันตก ทำให้สังคมไทยในปัจจุบันเป็นสังคมวัตถุนิยม ประชาชนแข่งขันกันในเร่ืองวัตถุอย่างเดียวไม่คำนึงถึงด้านจิตใจ วัตถุนิยมได้ลดทอนคุณค่าทางด้าน จิตใจของมนษุ ย์ทาให้การพัฒนาเศรษฐกิจไม่เสถียรการพัฒนามนุษยใ์ นสังคมจะต้องพัฒนาทั้งร่างกาย และจิตใจด้วยการนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปประยุกต์ใช้กับตนเอง องค์กร ชุมชน และ ประเทศชาติ ๙.๒ สถานการณ์หรอื การพัฒนาทางสงั คมและวัฒนธรรม
๑๙๐ ประเทศไทยและเพื่อนบ้านกาลังก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซี่ยนอย่างเต็มตัวในปี ๒๕๕๘ ซึ่งอาเซียนมีแผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ครอบคลุมถึงเร่ืองการ ปราบปรามยาเสพตดิ การพัฒนาชนบท การขจัดความยากจน สง่ิ แวดล้อม การศึกษา วฒั นธรรม สตรี สาธารณสุข โรคเอดส์และเยาวชนเป็นต้น ซ่ึงจะเป็นกลไกสำคัญเพ่ือการบรรลุจุดมุ่งหมาย ๔ ด้านคือ (๑) การสรา้ งประชาคมแห่งสังคมท่ีเอื้ออาทร (๒) แก้ไขผลกระทบต่อสังคมอันเนื่องมาจากการรวมตัว ทางเศรษฐกิจ (๓) ส่งเสริมความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม และการจัดการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้อง (๔) ส่งเสริมความเข้าใจระหว่างประชาชนในระดับรากหญ้า การเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม บัณฑิตวิทยาลัยได้พิจารณาเห็นความสำคัญในประเด็นดังกล่าว จึงได้พัฒนาหลักสูตร ให้มีเน้ือหาวิชา ท่สี ามารถประยุกต์หลักพุทธธรรมมาใช้ในการบริหารจัดการเพื่อรองรับความเป็นประชาคมสังคมและ วฒั นธรรม ในด้านพฒั นาสังคมมนษุ ย์ มนุษย์กบั สิ่งแวดลอ้ ม และวัฒนธรรมแห่งความเอื้ออาทรต่อกัน ของคนในสงั คม ๑๐. ผลกระทบจากข้อ ๙ ๑๐.๑ การพัฒนาหลกั สตู ร ระบบเศรษฐกิจตามแนวพระพุทธศาสนาหรือพุทธเศรษฐศาสตร์กำลังเป็นที่ต้องการ ทางสังคมเพราะสามารถแก้ไขปัญหาทางสังคมได้ และสถานการณ์ด้านสังคมและวัฒนธรรมแห่งการ พัฒนาในเชิงพุทธถูกลดคุณค่าและกาลังลืมเลือน ภายใต้สถานการณ์ของระบบโลกท่ีผันผวนและ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ทันต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมและ วัฒนธรรม และรองรับกับแนวคิด และหลักการพัฒนาสังคมในประชาคมอาเซียน ดังนั้น หลักสูตร พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาพระพุทธศาสนา จึงได้มุ่งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีความรู้เท่าทันต่อ การเผชิญสถานการณ์ใหม่ๆ ท่ีท้าทายต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ให้มีความเข้าใจเหตุและผล ทั้งนี้ เพื่อสรา้ งบคุ ลากรที่มคี วามรู้ความสามารถในการนำหลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนาไปใชก้ ับตนเองและ ผู้อื่นอย่างลึกซ้ึง และสามารถประยุกต์ใช้อย่างสอดคล้องกับเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและจิต วญิ ญาณ ในระดับสากล ๑๐.๒ ความเกี่ยวข้องกับพนั ธกิจของสถาบนั เป้าหมายของหลักสูตรเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยการพัฒนาระดับบุคคล ไปสู่ระดบั องค์กรและสังคมซ่ึงอย่บู นพ้ืนฐานของพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้า เจา้ อยู่หวั ซงึ่ เป็นพันธกจิ ของมหาวทิ ยาลัย คอื “ผลิตบัณฑิต วิจัยและพัฒนา ส่งเสริมพระพุทธศาสนา และบริการวิชาการแก่สังคมและทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม” และมุ่งผลิตบัณฑิตให้สอดคล้องกับ เอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยคือ บริการวิชาการด้านพระพุทธศาสนา และประยุกต์ พระพุทธศาสนาเพื่อพัฒนาจิตใจและสังคม และอัตลักษณ์บัณฑิตคือมีศรัทธาอุทิศตนเพื่อ พระพทุ ธศาสนา
๑๙๑ ๑๑. ความสัมพันธก์ ับหลักสูตรอ่ืนในสถาบัน ๑๑.๑ ความสมั พันธ์ระหวา่ งคณะ มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยทางพระพุทธศาสนา มีการศึกษาพระพุทธศาสนาเป็น แกนหลัก คณะต่างๆ จึงมีความสัมพันธ์ทั้งโครงสร้างหลักสูตรและเนื้อหาการศึกษา การบริหาร หลักสูตรได้มีการเชิญอาจารย์จากคณะพุทธศาสตร์ สังคมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ และคณะครุ ศาสตร์ มาพัฒนาพิจารณาปรับปรุงเนื้อหาให้เหมาะสม และเชิญบรรยายในรายวิชาที่เก่ียวกับพุทธ ศาสนากับศาสตร์สมัยใหม่ และการประยุกต์พุทธธรรมมาใช้ในการบริหารจัดการด้านรัฐศาสตร์ จติ วิทยา ศาสนาเปรียบเทยี บ และการบรหิ ารการศกึ ษา ๑๑.๒ การบริหารจดั การหลักสูตร หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต ไดต้ กลงและมีความรว่ มมือกับหลกั สตู รพุทธศาสตร มหาบัณฑิตสาขาวิชาศาสนาเปรียบเทยี บ และหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพุทธบริหาร การศึกษา โดยเชิญคณาจารย์มาบรรยาย เชิญเป็นกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์และกรรมการสอบ วทิ ยานิพนธ์ ตลอดจดั กจิ กรรมพัฒนานิสติ ร่วมกัน เชน่ โครงการปฏบิ ัติวิปัสสนากรรมฐาน ๑๒. แผนพัฒนาปรบั ปรงุ คาดวา่ จะดำเนินการให้แล้วเสรจ็ ครบถว้ นในรอบปกี ารศึกษา (๔ ปี) แผนการพัฒนา/เปลย่ี นแปลง กลยุทธ์ หลักฐาน/ตัวบ่งชี้ ๑. จดั ทำและปรบั ปรงุ หลกั สูตรให้ - พัฒนาหลักสูตรโดยมีพ้ืนฐานจาก - เอกสารปรับปรงุ หลักสตู ร มี ม าต รฐาน ไม่ ต่ ำก ว่าท่ี ส ก อ . หลกั สูตรมาตรฐานคณุ วุฒิระดับอดุ ม - รายงานผลการประเมนิ หลักสตู ร กำหนด และสอดคล้องกับกรอบ ศกึ ษาแห่งชาติ แผนอุดมศกึ ษาระยะยาว ๑๕ ปฉี บับ - กำกับติดตามประเมินหลักสูตร ที่ ๒ (๒๕๕๑-๒๕๖๕) อย่างสม่ำเสมอ ๒. ปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้อง - ติดตามความเปลี่ยนแปลงในความ - รายงานผลประเมินความพึงพอใจ กับความต้องการขององค์กรภาครัฐ ต้องการขององค์กรภาครัฐและ ของผู้เรียนต่อความรู้และความ และเอกชน รวมทง้ั คณะสงฆ์ เอกชน รวมถงึ คณะสงฆ์ ทนั สมัยของหลกั สตู ร - นำแนวคิด รวมท้ังเทคโนโลยีใหม่ๆ - รายงานผลการประเมินความพึง มาใช้ในการเรียนการสอนเพ่ือเพ่ิม พอใจของผใู้ ช้บณั ฑิตหรอื นายจา้ ง ศกั ยภาพของหลกั สตู ร - ติดตามความพึงพอใจ ของผู้ใช้ บณั ฑติ หรอื นายจา้ งอยา่ งสม่ำเสมอ ๓. พัฒนาบุคลากรด้านการเรียนการ - อาจารย์ทกุ คนโดยเฉพาะอาจารย์ - ร า ย ชื่อบุคลากร และอาจารย์ท่ี สอน การวิจัย และการบ ริการ ใหม่ต้องเข้าอบรมเก่ียวกับหลักสูตร เขา้ รบั การอบรม วิชาการสอดคล้องกับพันธกิจของ การสอนรูปแบบต่างๆ และการ - ปริมาณงานบริการวิชาการต่อ มหาวิทยาลัย วัดผลประเมินผล ท้ังนี้เพื่อให้มี อาจารยใ์ นหลกั สูตร ความรู้ความสามารถประเมินผลตาม - รายงานผลประเมินความพึงพอใจ กรอบมาตรฐานคุณ วุฒิ ท่ีผู้สอน ของผ้ใู ชบ้ ริการวชิ าการ
๑๙๒ จะต้องสามารถวัดและประเมินผลได้ - จานวนโครงการ/กิจกรรมท่ีเป็น เป็นอย่างดี ป ระโย ชน์ ต่ อชุ ม ชน แล ะค วาม - สนับสนุนบุคลากรด้านการเรียน บรรลุผลสาเร็จ การสอนให้ทางานบริการวิชาการแก่ - ใบรับรองวิชาชีพ (กรณีมีการส่ง องค์กรภายนอก เขา้ อบรม) - สง่ เสริมใหม้ ีการนาความรทู้ ้ังจาก ภาคทฤษฎี ปฏิบัติ และงานวิจัยไป ใช้จริงเพื่อทำประโยชน์ให้แก่ ชุมชน สงั คมและคณะสงฆ์ ๑๓. ระบบบรหิ ารจัดการหลักสตู ร ๑๓.๑ ระบบ ๑) หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา จัดการศึกษาระบบทวิภาค โดยแบ่งเวลาการศึกษาในแต่ละปีการศึกษาออกเป็น ๒ ภาคการศึกษาปกติ แต่ละภาคการศึกษามี เวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๕ สัปดาห์ และอาจจัดการศึกษาภาคฤดูร้อนได้อีก ๑ ภาค มีเวลาศึกษาไม่ น้อยกวา่ ๖ สปั ดาห์ กำหนดระเบียบวา่ ด้วยการศึกษาภาคฤดูร้อนตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับ บัณฑิตศึกษา และข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และ บณั ฑิตวิทยาลัย ๒) นิสิตต้องสอบผา่ นการสอบวดั คุณสมบตั ิตามข้อบงั คบั ระเบียบ ประกาศของมหาวทิ ยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย และบัณฑติ วิทยาลัย ๓) นิสิตต้องสอบผ่านภาษาอังกฤษจากสถาบันภาษามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย (LIMCU) หรือสถาบันภาษาอื่นที่มหาวิทยาลัยกำหนด และเลือกสอบภาษาต่างประเทศอีก ๑ ภาษา คือ ภาษาบาลี ภาษาสนั สกฤต ภาษาเยอรมนั ภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีน หรอื ภาษาฝร่ังเศส นิสิต ขาวตา่ งประเทศที่จบการศึกษาระดับปรญิ ญาโท จากสถาบันการศึกษาตา่ งประเทศ สามารถเลือกเป็น ภาษาไทยใชเ้ ป็นภาษาตา่ งประเทศได้ ๔) ระบบการศึกษาในเร่ืองอ่ืนๆ ให้นำข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วา่ ดว้ ยการศกึ ษาระดับบัณฑิตศกึ ษา พ.ศ.๒๕๔๑ และฉบับแก้เพ่ิมเติม พ.ศ.๒๕๔๙ (ภาคผนวก ข) มา ใชโ้ ดยอนโุ ลม ๑๓.๒ การจดั การศึกษาภาคฤดูรอ้ น การจัดการศึกษาภาคฤดูร้อน อาจจัดได้อีก ๑ ภาคการศึกษา มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อย กว่า ๖ สัปดาห์และจะกำหนดระเบียบว่าด้วยการศึกษาภาคฤดุร้อนที่ไม่ขัดแย้งกับข้อบังคับ มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั วา่ ดว้ ยการศกึ ษาระดับบัณฑิตศกึ ษา
๑๙๓ ๑๓.๓ การเทยี บเคียงหนว่ ยกิตในระบบทวิภาค ๑) รายวชิ าที่กำหนดให้นิสิตฟังการบรรยายสัปดาห์ละ ๑ ชั่วโมง และศึกษานอกเวลาอีก ไม่นอ้ ยกวา่ สัปดาห์ละ ๓ ชว่ั โมง ตลอดภาคการศึกษาให้มคี ่าเทา่ กบั ๑ หนว่ ยกิต ๒) รายวิชาที่นิสิตใช้เวลาปฏิบัติการอภิปรายหรือสัมมนาสัปดาห์ละ ๒ ชั่วโมงถึง ๓ ช่วั โมง และเม่ือรวมเวลาศึกษานอกเวลาแล้ว นิสิตใช้เวลาไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ ๓ ช่ัวโมง ตลอดภาค การศกึ ษาใหม้ ีค่าเท่ากับ ๑ หน่วยกติ ๓) รายละเอียดอ่ืนๆ ใดท่ีเก่ียวกับระยะเวลาการศึกษา ให้นำข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหา จฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั วา่ ดว้ ยการศกึ ษาระดับบณั ฑติ ศึกษา มาใชโ้ ดยอนโุ ลม ๑๔. การดำเนนิ การหลักสตู ร ๑๔.๑ วนั -เวลา ในการดำเนนิ การเรียนการสอน แบ่งเป็นภาคการศึกษา ดังนี้ ภาคการศกึ ษาท่ี ๑ เดือนมถิ ุนายน – ตุลาคม ภาคการศึกษาที่ ๒ เดอื นพฤศจกิ ายน – มีนาคม ภาคฤดรู อ้ น เดอื นเมษายน – พฤษภาคม ๑๔.๒ คุณสมบตั ิของผู้เขา้ ศึกษา ๑๔.๒.๑ คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษาในหลักสูตร แบบ ๑.๑(เน้นการวิจัยโดยมีการทำดุษฎี นพิ นธอ์ ยา่ งเดียว) ๑) ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญามหาบัณฑิต(ปริญญาโท)หรือ เทียบเทา่ จากมหาวิทยาลัยหรอื สถาบันท่ีสภามหาวทิ ยาลยั รับรอง ๒) ต้องได้รับค่าคะแนนเฉลยี่ สะสมในระดับปริญญาโท ไม่ต่ำกว่า ๓.๕๐ จาก ระบบ ๔ แต้ม ยกเว้นผู้มีประสบการณ์ทำงานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับแต่สำเร็จ การศึกษาหรอื มีผลงานทางวิชาการทค่ี ณะกรรมการประจำบณั ฑติ วิทยาลัยเหน็ ชอบ ๓) มีผลการสอนภาษาอังกฤษได้ตามเกณฑท์ ่ีมหาวทิ ยาลัยกำหนด และ ๔) คณะกรรมการบริหารหลักสูตรพิจารณาเห็นสมควรให้มีสิทธิเข้าศึกษาใน แบบ ๑.๑ ๕) ไม่เคยถูกลงโทษให้พ้นสภาพการเป็นนิสิตบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ๑๔.๒.๒ คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษาในหลักสูตร แบบ ๒.๑ (การทำวิจัยใช้เป็นดุษฎี นิพนธแ์ ละการศึกษารายวชิ า) ๑) ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญามหาบัณฑิต(ปริญญาโท)หรือ เทยี บเทา่ จากมหาวทิ ยาลัยหรอื สถาบนั ทีส่ ภามหาวิทยาลัยรบั รอง
๑๙๔ ๒) ต้องได้รับคา่ คะแนนเฉลย่ี สะสมในระดับปริญญาโท ไม่ต่ำกว่า ๓.๕๐ จาก ระบบ ๔ แต้ม ยกเว้นผู้มีประสบการณ์ทำงานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับแต่สำเร็จ ก า ร ศึ ก ษ า ห รื อ มี ผ ล งา น ท า ง วิ ช า ก า ร ท่ี ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ป ร ะ จ ำ บั ณ ฑิ ต วิ ท ย า ลั ย เห็ น ช อ บ แ ล ะ คณะกรรมการบริหารหลักสูตรพิจารณาเห็นสมควรใหม้ ีสทิ ธเิ ขา้ ศึกษาได้ ๓) มีผลการสอบภาษาอังกฤษได้ตามเกณฑ์ท่ีมหาวิทยาลยั กำหนด และ ๕) ไม่เคยถูกลงโทษให้พ้นสภาพการเป็นนิสิตบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ๑๔.๓ วิธคี ดั เลอื กผ้เู ขา้ ศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย จะดำเนินการคัดเลือกผเู้ ข้าศึกษา โดยพิจารณาแต่งตัง้ คณะกรรมการ สอบคดั เลือกผู้สมคั รเขา้ ศึกษา ในแตล่ ะปีการศกึ ษา โดยมหี ลักเกณฑด์ งั ต่อไปน้ี ๑) ผู้สมัครต้องเสนอหัวข้อและโครงร่างดุษฎีนิพนธ์ท่ีมีความเป็นไปได้ มีรายละเอียด เนื้อหาครอบคลุมประเดน็ ดงั นี้ ๑. ชอื่ หัวข้อดุษฎีนพิ นธ์ ๒. รายชอื่ คณะกรรมการควบคมุ ดุษฎีนพิ นธท์ ี่ตอบรบั แล้ว ๓. ความเป็นมาและความสำคญั ของปญั หา ๔. วัตถปุ ระสงคข์ องการวิจยั ๕. ทบทวนเอกสารและผลงานวจิ ยั ท่ีเกีย่ วขอ้ ง ๖. วธิ ีดำเนินการวจิ ยั ๗. ประโยชนท์ ค่ี าดว่าจะไดร้ ับ ๘. โครงสรา้ งดุษฎนี พิ นธ์ (สารบญั ชัว่ คราว) ๙. บรรณานุกรมและเชงิ อรรถ ๑๐.ประวตั ผิ วู้ ิจัย ๒) ผสู้ มัครต้องผ่านการสอบขอ้ เขียนวดั ความรู้ตามท่บี ณั ฑิตวิทยาลยั กำหนด ๓) ผู้สมัครต้องผ่านการสัมภาษณ์ในเน้ือหาโครงร่างดุษฎีนิพนธ์และความรู้ ความสามารถด้านอนื่ ๆ ตามท่ีบัณฑิตวิทยาลัย กำหนด ๔) ผู้สอบเข้าได้ตามประกาศของบัณฑิตวิทยาลัย ต้องเข้ารายงานตัวตามวัน เวลา และสถานทท่ี บ่ี ณั ฑิตวทิ ยาลยั กำหนด
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284