Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore มคอ.2-หลักสูตร พธ.ด (พระพุทธศาสนา)_(หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2564)_วิทยาลัยสงฆ์สุรินทร์

มคอ.2-หลักสูตร พธ.ด (พระพุทธศาสนา)_(หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2564)_วิทยาลัยสงฆ์สุรินทร์

Published by Thanarat MCU Surin, 2023-06-20 03:09:40

Description: มคอ.2-หลักสูตร พธ.ด (พระพุทธศาสนา)_(หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2564)_วิทยาลัยสงฆ์สุรินทร์

Search

Read the Text Version

หลักสตู รปริญญาพทุ ธศาสตรดุษฎบี ัณฑติ สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา สำหรับบรรพชิตและคฤหสั ถ์ หลักสตู รใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๔ แบบ ๑.๑ และแบบ ๒.๑ บัณฑิตศึกษา วิทยาลยั สงฆส์ ุรินทร์ มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั วิทยาเขตสุรินทร

คำนำ บัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยวิทยาลัยบัณฑิตศึกษา วิทยาลัย สงฆ์สุรนิ ทร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์ ได้ดำเนินการเปิดการเรียน การสอน ตามหลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา สำหรับบรรพชิต และสำหรับคฤหัสถ์ มาต้ังแต่ ปีการศึกษา ๒๕๕๒ เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน ได้เปิดดำเนินการตาม หลกั สตู รดังกลา่ ว โดยมีผูส้ ำเร็จการศึกษาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต จำนวนมากท้ังบรรพชิตและคฤหัสถ์ โดยเฉพาะบรรพชิตบางรูปได้สนองงานคณะสงฆ์ เป็นเจ้าคณะพระสังฆาธิการ ต้ังแต่ระดับเจ้าอาวาส เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ และรองเจ้าคณะอำเภอ บางรูปก็เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมแผนก ธรรม-บาลี และครูสอนศีลธรรมในโรงเรียนสำกัดสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน (สพฐ.) นอกจากน้ี มีจำนวนหน่ึงไปศึกษาต่อระดับดุษฎีบัณฑิต (ปริญญาเอก) ณ สถาบันอื่นๆ ทั้งในและ ต่างประเทศ เพราะบัณฑิตศึกษา วิทยาลัยสงฆ์สุรินทร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์ ยงั ไมไ่ ดจ้ ัดการศึกษาระดับดษุ ฎีบณั ฑิต(ปรญิ ญาเอก)ไว้รองรับ ดังนั้น บัณฑิตศึกษา บัณฑิตศึกษาวิทยาลัยสงฆ์สุรินทร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วทิ ยาลยั วิทยาเขตสุรินทร์ จึงเหน็ ควรดำเนนิ การขออนุมตั ิเปดิ การเรยี นการสอนตามหลักสตู รปรญิ ญา พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา เพื่อรองรับนิสิตที่สำเร็จการศึกษาระดับ มหาบัณฑิต (ปริญญาโท) จาก บัณฑิตศึกษาวิทยาลัยสงฆ์สุรินทร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์และบุคคลท่ัวไปท่ีมีความประสงค์จะศึกษาต่อในระดับดุษฎีบัณฑิต (ปริญญาเอก) ท้ังนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย บัณฑิตศึกษา วิทยาลัยสงฆ์สุรินทร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์ ใน สายท่ีเป็นปรัชญา ปณิธานของการจัดการศึกษา โดยมีเป้าหมายให้มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย บัณฑิตศึกษา วิทยาลัยสงฆ์สุรินทร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขต สุรินทร์ เป็นศนู ย์กลางการศึกษาวิจยั วชิ าพระพุทธศาสนาในภมู ภิ าคและประเทศเพื่อนบา้ น ต่อไป (พระธรรมโมล,ี ดร.) รองอธิการบดีมหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราช วิทยาลยั วทิ ยาเขตสุรนิ ทร์

สารบัญ เรื่อง ขอ้ มูลทว่ั ไป หนา้ ขอ้ มลู เฉพาะของหลักสูตร คำนำ ระบบการจัดการศึกษา การดำเนนิ การ และโครงสรา้ งหลักสตู ร ก สารบัญ ผลการเรยี นรู้ กลยุทธ์การสอนและการประเมินผล ข หมวดที่ ๑ หลกั เกณฑใ์ นการประเมินผลนสิ ิต ๑ หมวดที่ ๒ การพัฒนาคณาจารย์ ๖ หมวดที่ ๓ การประกันคณุ ภาพหลกั สตู ร ๘ หมวดท่ี ๔ การประเมนิ และปรบั ปรุงการดำเนินการของหลักสตู ร ๒๘ หมวดท่ี ๕ ๓๙ หมวดท่ี ๖ คำอธิบายรายวิชาหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา ๔๓ หมวดท่ี ๗ ประวตั ิและผลงานคณาจารย์ประจำหลักสตู ร ๔๔ หมวดท่ี ๘ ระเบียบข้อบังคับ และประกาศท่เี กย่ี วข้อง ๕๐ ภาคผนวก โครงการเปดิ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา ๕๓ ภาคผนวก ก แบบรายงานอาจารย์ประจำหลักสตู ร (สมอ.๐๘) ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๔ ๕๔ ภาคผนวก ข หลกั สตู รพุทธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ๖๑ ภาคผนวก ค แบบวเิ คราะห์ศกั ยภาพและคุณภาพของหลักสตู ร ๙๕ ภาคผนวก ฆ รายช่ือผแู้ จง้ ความประสงคเ์ ข้าศกึ ษาตอ่ ในหลกั สตู รพุทธศาสตรดุษฎีบณั ฑติ ๑๘๗ ภาคผนวก ง สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา วิทยาลยั สงฆส์ รุ ินทร์ ๒๐๗ มตทิ ่ปี ระชุมคณะกรรมการวิพากษ์หลักสตู ร ครั้งท่ี ๑/๒๕๖๔ ภาคผนวก จ มติที่ประชมุ คณะกรรมการวพิ ากษห์ ลกั สตู ร ครั้งที่ ๒/๒๕๖๔ ๒๔๑ ภาคผนวก ฉ มตทิ ปี่ ระชมุ คณะกรรมการวทิ ยาลยั สงฆส์ รุ นิ ทร์ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๔ ๒๔๙ มตทิ ปี่ ระชุมคณะอนุกรรมการบริหารงานบคุ คล ครั้งที่ ๑/๒๕๖๔ ภาคผนวก ช มติที่ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบความพร้อมโครงการขอเปิดหลักสูตรพุทธ ๒๕๒ ภาคผนวก ฌ ศาสตรดุษฎีบณั ฑติ สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราช ๒๕๖ ภาคผนวก ญ วทิ ยาลยั วิทยาลัยสงฆ์สรุ นิ ทร์ ๒๖๐ ภาคผนวก ฎ มตคิ ณะกรรมการบริหารหลกั สตู รบณั ฑติ ศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ๒๖๒ ภาคผนวก ฎ ราชวทิ ยาลัย วทิ ยาลยั สงฆ์สุรินทร์ครง้ั ที่ ๑/๒๕๖๔ ๒๖๔ คำสั่ง และบันทึกข้อความ เร่ืองขอความอนเุ คราะห์ผทู้ รงคุณวฒุ เิ พื่อให้ ภาคผนวก ฐ ขอ้ เสนอแนะการพัฒนารายวชิ า ๒๖๗ ภาคผนวก ฑ ๒๗๐

รายละเอยี ดของหลกั สูตรพุทธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา หลกั สตู รใหม่ พ.ศ.๒๕๖๔ สำหรับบรรพชติ และคฤหัสถ์ แบบ ๑.๑ และแบบ ๒.๑ ชอื่ สถาบนั อดุ มศกึ ษา มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขต/คณะ/ภาควชิ า บณั ฑติ ศึกษา วิทยาลยั สงฆส์ รุ ินทร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั วิทยาเขตสุรินทร์ ๑. รหสั และชอ่ื หลกั สูตร หมวดท่ี ๑ ข้อมูลทวั่ ไป ช่อื หลกั สตู รภาษาไทย : พุทธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑติ สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา ชื่อหลกั สูตรภาษาอังกฤษ : Doctoral Programme in Buddhist Studies ๒. ช่อื ปริญญาและสาขาวชิ า : พทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑิต (พระพุทธศาสนา) ชื่อเต็มภาษาไทย : Doctor of Philosophy(Buddhist Studies) : พธ.ด. (พระพทุ ธศาสนา) ชอื่ เต็มภาษาอังกฤษ : Ph.D.(Buddhist Studies) ชือ่ ย่อภาษาไทย ชือ่ ยอ่ ภาษาองั กฤษ ๓. วิชาเอก ๔. จำนวนหน่วยวชิ าท่เี รยี นตลอดหลักสูตร ๔.๑ หลักสตู รแบบ ๑.๑ จำนวน ๕๔ หน่วยกติ หลักสูตรทำดุษฎีนิพนธ์อย่างเดยี ว โดยต้อง ศกึ ษารายวิชาไมน่ บั หน่วยกติ อย่างน้อย ๕ รายวิชา ๔.๒ หลักสูตรแบบ ๒.๑ จำนวน ๕๔ หน่วยกิตหลักสูตรเน้นวิจัยเข้าห้องเรียนและทำดุษฎี นิพนธ์ โดยทำวิยานิพนธ์ ๓๖ หน่วยกิต ศึกษารายวิชา ๑๘ หน่วยกิต และรายวิชาไม่นับหน่วยกิตอย่าง น้อย ๕ รายวิชา ๕. รูปแบบของหลกั สตู ร ๕.๑ รูปแบบ หลักสูตรระดับปริญญาเอก หลักสูตร ๓ ปี เป็นหลักสูตรระดับดุษฎีบัณฑิต แบบ ๑.๑ และ แบบ ๒.๑ ให้มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๖ ภาคการศึกษาปกติ และไม่เกิน ๑๐ ภาคการศึกษาปกติ ในระบบทวิภาคหรือให้มีระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๖ ภาคการศึกษาปกติ และไม่เกิน ๑๕ ภาคการศึกษา ปกติในระบบไตรภาค ๕.๒ ภาษาทีใ่ ช้ ภาษาไทยหรือภาษาองั กฤษ ๕.๓ การรบั เขา้ ศึกษา รับนิสิตชาวไทยและนสิ ิตต่างประเทศ ๕.๔ ความรว่ มมือกบั สถาบนั อนื่ เป็นหลกั สูตรเฉพาะของสถาบัน

๒ ๕.๕ การใหป้ ริญญาแกผ่ สู้ ำเร็จการศกึ ษา ให้ปรญิ ญาเพยี งสาขาวิชาเดยี ว คอื พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา ๖. สถานภาพของหลกั สูตร ๖.๑ หลกั สตู รใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๔ เปดิ การศึกษาภาคการศึกษาท่ี ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔ เป็นตน้ ไป ๖.๒ คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย เหน็ ชอบในการประชุม ครัง้ ท่ี ……./๒๕๖๔ เมื่อวันท่ี ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔ ๖.๓ สภาวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เห็นชอบในการประชุมครั้งที่ ……../ ๒๕๖๔ วนั ท่ี ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ๖.๔ สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อนุมัติในการประชุมครั้งที่ ๕/๒๕๖๔ วันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ๗. ความพร้อมในการเผยแพรห่ ลกั สตู รทมี่ ีคุณภาพและมาตรฐาน หลกั สูตรมคี วามพร้อมในการเผยแพรว่ ่า เปน็ หลกั สูตรท่ีมีคุณภาพและมาตรฐานตามกรอบมาตรฐาน คณุ วุฒริ ะดับอุดมศึกษาแห่งชาติ ในปีการศกึ ษา ๒๕๖๔ (หลังจากเปิดสอนหลักสตู รเป็นเวลา ๒ ปี) ๘. อาชีพที่สามารถประกอบได้หลังสำเรจ็ การศึกษา ๘.๑ อาจารย์ประจำสาขาวิชาพระพุทธศาสนาและปรัชญา ในสถาบันอุดมศึกษาทั้งภาครัฐและ เอกชน ๘.๒ นักวิชาการดา้ นการศึกษาและพระพุทธศาสนา ๘.๓ นกั วิจัยทางพระพุทธศาสนา ๘.๔ ที่ปรกึ ษาทง้ั องคก์ รภาครัฐและเอกชน เชน่ ราชบัณฑิต นกั เจรจา เปน็ ต้น ๘.๕ นักพัฒนาสงั คม เช่น วปิ สั สนาจารย์ วทิ ยากรอบรมคณุ ธรรมจรยิ ธรรม ๘.๖ นักวชิ าการอิสระ ๘.๗ นกั พัฒนาด้านกิจการคณะสงฆ์ เช่น พระสงั ฆาธกิ าร ๘.๘ ประกอบอาชีพเดิมของตน เช่น แพทย์ นักธุรกิจ โดยนำแนวคิดและกระบวนการทาง พระพทุ ธศาสนาไปสร้างความเปล่ียนแปลงในวชิ าชีพน้นั ๆ

๓ ๙. ชื่อ สกุล เลขประจำตัวบัตรประชาชนตำแหน่งและคุณวุฒิของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรและ อาจารยป์ ระจำหลักสตู ร ๙.๑ อาจารย์ผู้รบั ผดิ ชอบหลักสูตร ตำแหนง่ ชอ่ื - นามสกลุ คุณวุฒ/ิ สาขาวชิ า สถาบันท่สี ำเร็จ ปีท่ี สำเรจ็ ผชู้ ่วยศาสตรา พระราชวิมลโมล,ี ดร. (มานพ พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) ม.มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย ๒๕๕๗ จารย์ ปยิ สโี ล/เจือจันทร)์ ม.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั ๒๕๔๑ อ.ม. (บาลี–สันสกฤต) ม.มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั ๒๕๓๖ ผ้ชู ว่ ยศาสตรา ID ๓-๓๒๐๙-๐๐๒๑๙-๒๓-๐ พ.ธ.บ. (สังคมวทิ ยา) กองบาลสี นามหลวง ๒๕๓๖ จารย์ ป.ธ.๙ (ภาษาบาลี) Banaras Hindu University, ๒๕๔๙ อาจารย์ India ๒๕๔๔ พระอธกิ ารเวียง Ph.D. (Pali & Buddhist Banaras Hindu University, ๒๕๓๙ India กติ ตฺ วิ ณฺโณ/(กติ ศรีรุ่งโรจน์), ผศ. Studies) ม.มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั ๒๕๕๖ ดร. ๒๕๕๑ ID ๓-๓๒๐๙-๐๑๑๗๙-๒๓-๑ M.A. (Pali Literature) University of Jammu, India ๒๕๕๐ พธ.บ. (การสอนสังคม University of Delhi, India ๒๕๔๖ University of Delhi, India ๒๕๔๖ ศึกษา) มหาวิยาลยั สุโขทยั ธรรมาธริ าช ม.มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั ดร.ธนรัฐ สะอาดเอย่ี ม Ph.D. (Buddhist Studies) ID ๓-๓๒๐๕-๐๐๘๑๐-๐๑-๑ M.Phil. (Buddhist Studies) M.A. (Buddhist Studies) ร.บ. (ทฤษฎีและเทคนิคฯ) พธ.บ. (สงั คมศึกษา) ๑๐. สถานท่ีจัดการเรยี นการสอน มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วทิ ยาลยั สงฆ์สรุ นิ ทร์ ทอ่ี ยู่ เลขท่ี ๓๐๕ ตำบลนอกเมือง อำเภอเมืองสรุ นิ ทร์ จงั หวดั สุรินทร์ ๑๑. สถานการณภ์ ายนอกหรอื การพฒั นาที่จำเปน็ ตอ้ งนำมาพจิ ารณาในการวางแผนหลักสูตร ๑๑.๑ สถานการณห์ รือการพฒั นาทางเศรษฐกิจ ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔) ได้กำหนด วิสัยทศั นห์ นึ่งในหลาย ๆ ข้อ คือ มุ่งสร้างคณุ ภาพชีวิตและสขุ ภาวะทีด่ สี ำหรบั คนไทย พฒั นาคนให้มีความเป็น คนที่สมบูรณ์มีวินัยใฝ่รู้ มีความรู้ มีทักษะ มีความคิดสร้างสรรค์ มีทัศนคติที่ดีรับผิดชอบต่อสังคม มีจริยธรรม และคุณธรรม เป็นต้น โดยกำหนดเป็นกรอบวิสัยทัศน์ว่า “ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศ พฒั นาแล้ว ดว้ ยการพฒั นาตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง” เศรษฐกจิ ตามแนวพระพทุ ธศาสนาหรือพทุ ธเศรษฐศาสตรก์ ำลงั เป็นท่ีต้องการของสังคม เพราะ สามารถนำมาประยุกต์แก้ปัญหาเศรษฐกิจในระบบทุนนิยมในยุควัตถุนิยมได้ กรอปกับประเทศไทยได้พัฒนา เศรษฐกิจควบคู่กับการพัฒนาประเทศเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสูป่ ระชาคมอาเซียน ประกอบกับการไหลบ่า ของวัฒนธรรมตะวันตก ทำให้สังคมไทยในปัจจุบันเป็นสังคมวัตถุนิยม ประชาชนแข่งขันกันในเรื่องวัตถุอย่าง เดียวไม่คำนึงถึงด้านจิตใจ วัตถุนิยมได้ลดทอนคุณค่าทางด้านจิตใจของมนุษย์ทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจไม่

๔ เสถยี ร การพัฒนามนษุ ย์ในสังคมจะต้องพัฒนาท้งั รา่ งกายและจติ ใจด้วยการนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ไปประยุกต์ใชก้ บั ตนเอง องค์กร ชุมชน และประเทศชาติ การพัฒนาหลักสูตรทั้งในและนอกระบบจึงมีความจำเป็นต้องทำให้หลากหลายมีเป้าหมาย สอดคล้องกับพัฒนาการและบูรณาการเรื่องศีลธรรม ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เป็นการสร้างความรู้ ความ เขา้ ใจใน รากเหง้าของวัฒนธรรมทีด่ ขี องชาติ และเรียนรู้การอยรู่ ่วมกันอย่างสงบสขุ ๑๑.๒ สถานการณห์ รือการพัฒนาทางสังคมและวัฒนธรรม การเลื่อนไหลของวัฒนธรรมต่างชาติที่เข้าสู่ประเทศไทยผ่านสื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้ประสบปัญหาวิกฤตค่านิยม จริยธรรม และพฤติกรรมเชื่อมโยงถึงการดําเนินชีวิต ความประพฤติ ความคดิ ทัศนคติและคุณธรรมของคนในสังคม ประกอบกับสถาบันทางสังคม เชน่ สถาบันครอบครวั สถาบัน ศาสนาและสถาบันการศึกษาได้ดำเนินบทบาทตามภาระหน้าที่ยังไม่ครอบคลุม สถาบันการศึกษา ให้ ความสําคัญกบั การพัฒนาคุณธรรมของผู้เรียนไม่มากเท่าทีค่ วรสถาบนั ศาสนายังไมส่ ามารถพัฒนาบุคลากรยัง ซึง่ มีอยู่มากมายไม่เตม็ ที่ และขาดความสอดคลอ้ งกบั ภาวะปจั จุบัน ดงั น้ันจงึ ควรมหี ลักสูตรการเรยี นการสอนที่ แสดงรากเหง้าวัฒนธรรมไทยที่มีความหลากหลายโดดเด่น พัฒนาบุคลากรทางศาสนาให้มีความรู้ครอบคลุม ทางดา้ นวัฒนธรรมศาสนาสามารถรักษาสบื ทอดเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ ประเทศไทยและเพื่อนบ้านกำลังก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซี่ยนอย่างเต็มตัวในปี ๒๕๕๘ ซึ่งอาเซียนมีแผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ครอบคลุมถึงเรื่องการ ปราบปรามยาเสพติด การพัฒนาชนบท การขจัดความยากจน สิ่งแวดล้อม การศึกษา วัฒนธรรม สตรี สาธารณสุข โรคเอดส์ และเยาวชนเป็นต้น ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญเพื่อการบรรลุจุดมุ่งหมาย ๔ ด้านคือ (๑) การสร้างประชาคมแห่งสังคมที่เอื้ออาทร (๒) แก้ไขผลกระทบต่อสังคมอันเนื่องมาจากการรวมตัวทาง เศรษฐกิจ (๓) ส่งเสริมความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม และการจัดการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้อง (๔) ส่งเสริม ความเขา้ ใจระหวา่ งประชาชนในระดบั รากหญา้ การเรียนรู้ประวตั ิศาสตร์และวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยได้พิจารณาเห็นความสำคัญในประเด็นดังกล่าว จึงได้พัฒนาหลักสูตร ให้มี เนื้อหาวิชาที่สามารถประยุกต์หลักพุทธธรรมมาใช้ในการบริหารจัดการเพื่อรองรับ ความเป็นประชาคมสังคม และวฒั นธรรม ในด้านพัฒนาสงั คมมนุษย์ มนษุ ยก์ ับสิ่งแวดล้อม และวฒั นธรรมแห่งความเอื้ออาทรต่อกันของ คนในสังคม ๑๒. ผลกระทบจากข้อ ๑๑ ต่อการพัฒนาหลกั สตู รและความเกี่ยวข้องกับพนั ธกิจของมหาวิทยาลัย ๑๒.๑ การพัฒนาหลักสูตร ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์ จำเป็นต้องวางแผนและพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับแผน ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพคนและสังคมไทยสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ ที่บูรณาการเรื่อง ศีลธรรม ประวัติศาสตร์ วฒั นธรรม เปน็ การสรา้ งความรู้ ความเขา้ ใจในหลักคำสอนทางพระพทุ ธศาสนาท่ีเป็น รากเหงา้ แห่งวฒั นธรรมของสงั คมไทย โดยการเรียนรแู้ ละวจิ ยั สรา้ งองคค์ วามรใู้ หมจ่ ากบาลีพระไตรปฎิ ก ระบบเศรษฐกิจตามแนวพระพุทธศาสนาหรือพุทธเศรษฐศาสตร์กำลังเป็นที่ต้องการทาง สังคมเพราะสามารถแก้ไขปัญหาทางสังคมได้ และสถานการณ์ด้านสังคมและวัฒนธรรมแห่งการพัฒนาในเชิง พุทธถกู ลดคุณค่าและกำลังลืมเลือน ภายใตส้ ถานการณ์ของระบบโลกท่ีผันผวนและเปล่ยี นแปลงอย่างรวดเร็ว

๕ อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ทันต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมและวัฒนธรรม และรองรับกับแนวคิด และ หลกั การพฒั นาสงั คมในประชาคมอาเซยี น ดังนั้น หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาพระพุทธศาสนาจึงได้มุ่งพัฒนาทรัพยากร มนุษย์ใหม้ คี วามร้เู ทา่ ทนั ต่อการเผชิญสถานการณใ์ หม่ๆ ท่ีทา้ ทายต่อการดำเนนิ ชวี ติ ของมนุษย์ให้มีความเข้าใจ เหตุและผล ทั้งนี้เพื่อสร้างบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปใช้กับ ตนเองและผอู้ ่ืนอย่างลึกซึ้ง และสามารถประยุกต์ใช้อย่างสอดคล้องกับเศรษฐกิจ สงั คม วฒั นธรรม และระดับ จิตใจของแต่ละบุคลคล ในระดับสากล ๑๒.๒ ความเกี่ยวขอ้ งกับพนั ธกิจของสถาบัน เป็นหลกั สตู รการเรยี นการสอนการวจิ ัยคมั ภีร์พระพทุ ธศาสนา พระไตรปิฎก โดยมุ่งเนน้ สรา้ ง องค์ความรู้ในการรักษาสืบทอดและเผยแผ่หลักพุทธธรรม มุ่งพัฒนาบุคลากรของสถาบันศาสนาให้มีความรู้ ความสามารถในการสอนธรรมนำปฏิบัติ จงึ สอดคล้องกับพันธกจิ ของสถาบันการศึกษา มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬา ลงกรณราชวิทยาลัย คือ ผลิตบัณฑิต วิจัยและพัฒนา ส่งเสริมพระพุทธศาสนาบริการวิชาการแก่สังคม และ ทำนุบำรุงศลิ ปวัฒนธรรม เป้าหมายของหลักสูตรเพือ่ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยการพฒั นาระดับบคุ คลไปสู่ระดับ องค์กรและสังคมซึ่งอยู่บนพื้นฐานของพระราชปณิธานของพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยูห่ ัว ซึ่งเป็น พันธกิจของมหาวิทยาลัย คือ “ผลิตบัณฑิต วิจัยและพัฒนา ส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการวิชาการแก่ สังคม และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม”และมุ่งผลิตบัณฑิตให้สอดคล้องกับเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของ มหาวทิ ยาลัยคือ บริการวิชาการดา้ นพระพุทธศาสนา และประยกุ ต์พระพุทธศาสนาเพื่อพัฒนาจิตใจและสังคม และอัตลกั ษณ์บณั ฑติ คือมีศรัทธาอทุ ิศตนเพื่อพระพทุ ธศาสนา ๑๓. ความสัมพันธ์กับหลักสตู รอนื่ ในสถาบนั ๑๓.๑ ความสัมพันธ์ระหว่างคณะ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยทาง พระพุทธศาสนา มีการศึกษาพระพุทธศาสนาเป็นแกนหลัก คณะต่างๆ จึงมีความสัมพันธ์ทั้งโครงสร้าง หลักสูตรและเนื้อหาการศึกษา การบริหารหลักสูตรได้มีการเชิญอาจารย์จากคณะพุทธศาสตร์ สังคมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ และคณะครุศาสตร์ มาพัฒนาพิจารณาปรับปรุงเนื้อหาให้เหมาะสม และเชิญบรรยายใน รายวิชาที่เกี่ยวกับพุทธศาสนากับศาสตร์สมัยใหม่ และการประยุกต์พุทธธรรมมาใช้ในการบริหารจัดการด้าน รัฐศาสตร์ จิตวทิ ยา ศาสนาเปรียบเทียบ และการบริหารการศึกษา ๑๓.๒ การบรหิ ารจัดการหลักสูตร ๑๓.๒.๑ โครงการหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต (พธ.ด.) สาขาวิชาพระพุทธศาสนา มี รูปแบบการบริหารหลักสูตร โดยการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการหลักสูตร ผู้อำนวยการหลักสูตร อาจารย์ผ้รู ับผดิ ชอบหลักสูตร อาจารย์ประจำหลกั สูตร และเลขานกุ ารหลักสตู ร ๑๓.๒.๒ มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต (พธ.ด.) สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ควบคุมการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้เป็นไปตาม ขอ้ กำหนดรายวิชา

๖ ๑๓.๒.๓ แต่งตั้งผู้ประสานงานหลักสูตร ทำหน้าที่ประสานงานกับอาจารย์จากคณะอื่น และ สาขาวิชาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดทั้งอาจารย์ผู้สอนเพื่อพิจารณาแนวสังเขปและรายละเอียดประจำวิชา การ จดั การเรียนการสอน การวดั ผลและการประเมินผลการเรียน ๑๓.๒.๔ การบริหารหลักสูตร เป็นไปตามมติ ประกาศ กฎ ระเบียบว่าด้วยการจัดการศึกษาระดับ บณั ฑิตศกึ ษา มติสภาวชิ าการ สภามหาวิทยาลยั สอดคลอ้ งกับเกณฑแ์ ละมาตรฐานการศึกษาแห่งชาติ หมวดท่ี ๒ ข้อมลู เฉพาะของหลักสูตร ๑. ปรชั ญา ความสำคญั และวตั ถปุ ระสงคข์ องหลักสตู ร ๑.๑ ปรัชญาของหลักสตู ร ผลิตดุษฎีบัณฑิตให้มีความรู้ความเข้าใจพระพุทธศาสนารอบด้าน ทั้งทฤษฎีและวิธีปฏิบัติ สามารถนำองค์ความรู้ไปบูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่อย่างเหมาะสม ประยุกต์พระพุทธศาสนาเพ่ือ พัฒนาจติ ใจของตนและคนอน่ื มีศรัทธาอทุ ิศตนเพ่ือพระพุทธศาสนาตลอดถึงเปน็ แบบอย่างแก่สังคมด้าน การครองตน ครองคน ครองงาน ๑.๒ วัตถุประสงคข์ องหลกั สูตร ๑.๒.๑ เพื่อผลิตพุทธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑิต ให้เป็นผมู้ ีความรคู้ วามเขา้ ใจพระไตรปิฎก และคมั ภรี ์พระพุทธศาสนาทีเ่ กีย่ วขอ้ ง และสามารถบูรณาการเขา้ กับศาสตรส์ มยั ใหม่ได้อย่างเหมาะส ๑.๒.๒ เพ่ือผลติ พทุ ธศาสตรดุษฎบี ัณฑติ ใหม้ คี วามใฝร่ ู้ใฝส่ รา้ งสรรค์ มีความสามารถ ในการศึกษาวจิ ยั หลกั พุทธธรรมในเชิงวิชาการ เพือ่ พฒั นาองค์ความรใู้ หม่ทางพระพทุ ธศาสนา ๑.๒.๓ เพื่อผลิตพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตให้เป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรมอันดงี าม มีศรัทธาพร้อมอุทิศ ตนเพื่อพระพุทธศาสนา และสามารถประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อแก้ปัญหาชีวิตตน และเพ่ือนร่วมสังคม ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ด้านการครองตน ครองคน ครองงาน ๒. แผนพฒั นาปรบั ปรงุ แผนการพฒั นา/ กลยุทธ์ หลกั ฐาน/ตัวบ่งชี้ เปลี่ยนแปลง ๑. จัดทำและปรับปรุงหลักสูตร - พัฒนาหลักสูตรโดยมีพื้นฐานจาก - เอกสารปรับปรุงหลกั สตู ร ให้มีมาตรฐานไม่ต่ำกว่าที่สกอ. ห ล ั ก ส ู ต ร ม า ต ร ฐ า น ค ุ ณ ว ุ ฒิ - รายงานผลการประเมนิ กำหนดและสอดคล้องกับ ระดบั อุดมศกึ ษาแห่งชาติ หลักสตู ร กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว - ติดตามประเมินหลักสูตรอย่าง สม่ำเสมอ

๗ ๑๕ ปี ฉบับที่ ๒ (๒๕๕๑- ๒๕๖๕) ๒ . ป ร ั บ ป ร ุ ง ห ล ั ก ส ู ต ร ใ ห้ - ติดตามความเปลี่ยนแปลงในความ - รายงานผลประเมินความ สอดคล้องกับความต้องการ ต้องการขององค์กรภาครัฐและ พึงพอใจของผู้เรียนต่อ ขององค์กรภาครัฐและเอกชน เอกชน รวมถึงคณะสงฆ์ รวมทัง้ คณะสงฆ์ ความรู้และความทันสมัย - นำแนวคดิ รวมทงั้ เทคโนโลยีใหม่ๆ ของหลักสตู ร มาใช้ในการเรียนการสอนเพื่อเพ่ิม - รายงานผลการประเมิน ศักยภาพของหลกั สตู ร ความพึงพอใจของผู้ใช้ - ติดตามความพึงพอใจของผู้ใช้ บณั ฑติ หรอื นายจา้ ง บัณฑติ หรือนายจา้ งอย่างสมำ่ เสมอ ๓. พัฒนาบุคลากรด้านการเรียน - อาจารย์ทุกคนโดยเฉพาะอาจารย์ - รายช ื่อบุ คล า กร แ ล ะ การสอน การวิจัยและการ ใหม่ต้องเข้าอบรมเกี่ยวกับ อาจารย์ท่ีเข้ารับการอบรม บริการวิชาการสอดคล้องกับ หลักสูตรการสอนรูปแบบต่างๆ - ป ร ิ ม า ณ ง า น บ ร ิ ก า ร พนั ธกจิ ของมหาวิทยาลัย และการวัดผลประเมินผลทั้งนี้ วิชาการต่ออาจารย์ใน เพื่อให้มีความรู้ความสามารถใน หลักสตู ร ก า ร ป ร ะ เ ม ิ น ผ ล ต า ม ก ร อ บ - รายงานผลประเมินความ มาตรฐานคุณวุฒิที่ผู้สอนจะต้อง พึงพอใจของผู้ใช้บริการ สามารถวัดและประเมินผลได้เป็น วชิ าการ อยา่ งดี - จำนวนโครงการ/กิจกรรม - สนับสนุนบุคลากรด้านการเรียน ที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน การสอนให้ทำงานบริการวิชาการ และความบรรลุผลสำเรจ็ แก่องค์กรภายนอก - ใบรับรองวิชาชีพ (กรณีมี - ส่งเสริมให้มีการนำความรู้ทั้งจาก การสง่ เข้าอบรม) ภาคทฤษฎีและปฏิ บัติ และ งานวิจัยไปใช้จริงเพื่อทำประโยชน์ ใหแ้ กช่ มุ ชน สงั คมและคณะสงฆ์

๘ หมวดที่ ๓ ระบบการจัดการศกึ ษา การดำเนนิ การ และโครงสรา้ งหลักสูตร ๑. ระบบการจดั การศึกษา ๑.๑ ระบบ ๑.๑.๑ หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา จัดการศึกษาระบบ ทวิภาคโดยแบ่งเวลาการศึกษาในแต่ละปีการศึกษาออกเปน็ ๒ ภาคการศึกษาปกติ แต่ละภาคการศึกษา มีเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๕ สัปดาห์ และอาจจัดการศกึ ษาภาคฤดรู ้อนไดอ้ ีก ๑ ภาค มีเวลาศึกษาไม่น้อย กว่า ๖ สัปดาห์ โดยกำหนดระเบียบว่าด้วยการศึกษาภาคฤดูร้อนตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับ บัณฑิตศึกษา และข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศของมหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั และบัณฑิต วทิ ยาลยั ๑.๑.๒ นิสิตตองสอบผานการสอบวัดคุณสมบัติตามขอบังคับระเบียบประกาศของ มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั และบณั ฑิตวทิ ยาลยั ๑.๑.๓ นิสติ ต้องสอบผ่านภาษาอังกฤษจากสถาบันภาษา มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราช วิทยาลัย (LIMCU) หรือสถาบันภาษาอื่นที่มหาวิทยาลัยรับรอง และเลือกสอบภาษาต่างประเทศอีก ๑ ภาษา คือ ภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต ภาษาเยอรมัน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีน หรือภาษาฝรั่งเศส นิสิตชาว ต่างประเทศที่จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ สามารถเลือก ภาษาไทยเปน็ ภาษาต่างประเทศได้ ๑.๑.๔ ระบบการศึกษาในเรื่องอื่นๆ ใหนําขอบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วทิ ยาลัยวาดวยการศึกษาระดับบณั ฑติ ศกึ ษา พ.ศ.๒๕๔๑ และฉบับแกไขเพิ่มเตมิ พ.ศ.๒๕๔๙ (ภาคผนวก ข) มาใชโดยอนุโลม ๑.๒ การจัดการศกึ ษาภาคฤดรู ้อน ขน้ึ อย่กู ับคณะกรรมการประจำหลกั สูตร อาจจัดการศึกษาภาคฤดูร้อนได้อีก ๑ ภาคการศึกษา มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๖ สัปดาห์ โดยปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการศึกษาภาคฤดูร้อนและข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วทิ ยาลยั ว่าดว้ ยการศึกษาระดับบณั ฑิตศึกษา ๑.๓ การเทียบเคียงหน่วยกิตในระบบทวิภาค ๑.๓.๑ รายวชิ าภาคทฤษฎีทกี่ ำหนดใหน้ ิสติ ฟงั การบรรยาย สัปดาหล์ ะ ๑ ชั่วโมง และศึกษานอก เวลาอีกไม่นอ้ ยกว่าสัปดาหล์ ะ ๓ ช่วั โมง ตลอดภาคการศึกษา ใหม้ คี ่าเทา่ กับ ๑ หน่วยกติ ๑.๓.๒ รายวิชาที่นิสิตใช้เวลาปฏิบัติการ อภิปรายหรือสัมมนา สัปดาห์ละ ๒ ถึง ๓ ชั่วโมงและ เมือ่ รวมเวลาศกึ ษานอกเวลาแล้วนสิ ติ ใช้เวลาไมน่ ้อยกวา่ สัปดาหล์ ะ ๑ ชวั่ โมง ตลอดภาคการศกึ ษาให้มีค่า เทา่ กบั ๑ หนว่ ยกิต ๑.๓.๓ รายละเอยี ดอน่ื ๆ ใดทเี่ ก่ียวกับระยะเวลาการศกึ ษา ให้นำข้อบงั คบั มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬา ลงกรณราชวทิ ยาลยั วา่ ด้วยการศกึ ษาระดับบณั ฑิตศกึ ษา มาใชโ้ ดยอนุโลม

๙ ๒. การดำเนนิ การหลกั สูตร ๒.๑ วัน-เวลาในการดำเนนิ การเรยี นการสอน แบ่งเป็นภาคการศกึ ษาดงั นี้ ภาคการศึกษาท่ี ๑ เดือนมถิ ุนายน – ตลุ าคม ภาคการศึกษาที่ ๒ เดอื นพฤศจกิ ายน– มนี าคม ภาคฤดูร้อน เดือนเมษายน - พฤษภาคม เรียนวันเวลาปกติ วันจันทร์ – ศุกร์ และวันเสาร์ – อาทิตย์ ทั้งนี้ให้เป็นไปตามประกาศ มหาวิทยาลยั ๒.๒ คุณสมบตั ิของผ้เู ข้าศึกษา ๒.๒.๑ คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษาในหลักสูตร แบบ ๑.๑ (เน้นการวิจัยโดยมีการทำดุษฎี นิพนธ์อยา่ งเดยี ว) ๑) ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญามหาบัณฑิตหรือเทียบเท่าจาก มหาวทิ ยาลัยหรอื สถาบันท่ีสภามหาวทิ ยาลยั รบั รอง ๒) ต้องได้รับค่าระดับเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาโท ไม่ต่ำกว่า ๓.๕๐ จากระบบ ๔ แต้ม ยกเว้นผู้มีประสบการณ์ทำงานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับแต่สำเร็จการศึกษาหรือ ผลงานทางวชิ าการทค่ี ณะกรรมการประจำบณั ฑติ วิทยาลัยเห็นชอบ ๓) มผี ลการสอบภาษาอังกฤษไดต้ ามเกณฑท์ ม่ี หาวิทยาลัยกำหนดและ ๔) คณะกรรมการบริหารหลกั สูตรพิจารณาเห็นสมควรใหมีสิทธเิ ขาศึกษาในแบบ ๑.๑ ได ๕) ไมเคยถูกลงโทษใหพนสภาพการเปนนสิ ติ บัณฑิตวิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ า ลงกรณราชวทิ ยาลยั ๒.๒.๒ คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษาในหลักสูตร แบบ ๒.๑ (เน้นการวิจัยโดยมีการทำดุษฎี นิพนธแ์ ละมกี ารเรยี นการสอน) ๑) ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญามหาบัณฑิตหรือเทียบเท่าจาก มหาวิทยาลยั หรือสถาบนั ท่ีสภามหาวิทยาลัยรับรอง ๒) ต้องได้รับค่าระดับเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาโท ไม่ต่ำกว่า ๓.๕๐ จากระบบ ๔ แต้ม ยกเว้นผู้มีประสบการณ์ทำงานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับแต่สำเร็จการศึกษาในระดับ ปริญญาโทหรือผลงานทางวิชาการที่คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยเห็นชอบ และคณะกรรมการ บริหารหลักสูตรพิจารณาเห็นสมควรใหมีสิทธเิ ขาศึกษาได ๓) มผี ลการสอบภาษาอังกฤษไดต้ ามเกณฑท์ ม่ี หาวทิ ยาลัยกำหนดและ ๔) ไมเคยถูกลงโทษใหพนสภาพการเปนนิสิตบณั ฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬา ลงกรณราชวทิ ยาลัย

๑๐ ๒.๓ วธิ ีคดั เลอื กผเู้ ข้าศึกษา บัณฑิตวิทยาลัยจะดำเนินการคัดเลือกผู้เข้าศึกษา โดยพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการสอบ คดั เลอื กผสู้ มคั รเข้าศกึ ษา ในแตล่ ะปกี ารศึกษา โดยมหี ลักเกณฑ์ดังตอ่ ไปน้ี ๑) ผู้สมัครต้องเสนอหัวข้อและโครงรา่ งวิทยานพิ นธ์ที่มีความเป็นไปได้ มีรายละเอียด เนื้อหา ครอบคลมุ ประเดน็ ดังต่อไปนี้ ๑. ช่ือหวั ข้อวทิ ยานพิ นธ์ ๒. รายชือ่ คณะกรรมการควบคมุ วิทยานพิ นธท์ ต่ี อบรบั แลว้ ๓. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ๔. วัตถุประสงค์ของการวจิ ยั ๕.ทบทวนเอกสารและงานวิจยั ทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง ๖. วธิ ดี ำเนนิ การวิจัย ๗. ประโยชน์ทีค่ าดว่าจะได้รับ ๘. โครงสรา้ งวทิ ยานพิ นธ์ (สารบญั ชัว่ คราว) ๙. บรรณานกุ รมและเชิงอรรถ ๑๐. ประวตั ิผู้วิจัย ๒) ผู้สมคั รตอ้ งผา่ นการสอบข้อเขียนวัดความรู้ตามทบ่ี ณั ฑติ วทิ ยาลยั กำหนด ๓) ผ้สู มัครตอ้ งผ่านการสอบสัมภาษณใ์ นเน้ือหาโครงรา่ งวิทยานิพนธ์และความร้คู วามสามารถ ดา้ นอ่นื ๆ ตามที่บัณฑติ วทิ ยาลยั กำหนด ๔) ผสู้ อบเข้าไดต้ ามประกาศของบณั ฑิตวทิ ยาลยั ตอ้ งเขา้ รายงานตวั ตามวนั เวลา และสถานที่ ท่บี ัณฑิตวิทยาลยั กำหนด ๒.๔ ปัญหาของนิสติ แรกเขา้ และ ๒.๕ กลยุทธ์ในการดำเนนิ การเพ่ือแกไ้ ขปญั หา/ข้อจำกัดของนิสิต ปญั หาของนสิ ิตแรกเขา้ กลยุทธใ์ นการดำเนินการแกไ้ ขปัญหา - ขาดความเข้าใจพนื้ ฐานในพระพุทธศาสนา - ส่งเสริมให้คณาจารย์แต่ละวิชา บูรณาการความรู้ด้าน - ขาดทักษะการวิจัยทั้งเชิงคุณภาพและเชิง พระไตรปิฎก พระพุทธศาสนา ภาษาอังกฤษ ภาษาบาลี ปรมิ าณ และการวจิ ัย เขา้ ในรายวิชาทีร่ ับผิดชอบ - ขาดทกั ษะการใช้ภาษาองั กฤษ - จัดโครงการคลินกิ วิทยานพิ นธ์ โดยการจัดอบรมพเิ ศษ - ขาดทักษะการใช้ภาษาบาลี เกย่ี วกับการเขียนโครงร่างการวิจัยและการจดั ทำเอกสาร - ขาดความเข้าใจเกี่ยวกับพระไตรปิฎกและ คมู่ ือเก่ยี วกับการเขียนงานวิจัยทางพระพุทธศาสนา - จัดให้มีการเรียนการสอนรายวิชาศึกษาเพิ่มเติม เพื่อ พระพุทธศาสนา - ขาดความเข้าใจเกี่ยวกับการเขียน ปรบั พื้นฐานความรู้ โครงการวิจยั โครงรา่ งวิทยานพิ นธ์

๑๑ ๒.๖ แผนการรบั นสิ ติ และจำนวนผู้สำเรจ็ การศึกษาในระยะเวลา ๕ ปี ๒.๖.๑ แผนการรับนสิ ิตแบบ ๑.๑ ชน้ั ปี จำนวนนิสติ (รูป/คน) ๒๕๖๘ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ ๒๕๖๖ ๒๕๖๗ ๕ ๕ ชน้ั ปที ่ี ๑ ๕๕ ๕ ๕ ๕ ๑๕ ชน้ั ปที ี่ ๒ -๕ ๕ ๕ ๕ ชน้ั ปที ี่ ๓ -- ๕ ๕ รวม ๕ ๑๐ ๑๕ ๑๕ จำนวนที่คาดว่าจะ สำเร็จการศึกษา - ๕๕ (รปู /คน) ๒.๖.๒ แผนการรบั นสิ ติ แบบ ๒.๑ จำนวนนิสติ (รูป/คน) ชนั้ ปี ชน้ั ปที ี่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ ๒๕๖๖ ๒๕๖๗ ๒๕๖๘ ๑๕ ๑๕ ๑๕ ๑๕ ๑๕ ชน้ั ปีท่ี ๒ - ๑๕ ๑๕ ๑๕ ๑๕ ช้นั ปที ี่ ๓ - - ๑๕ ๑๕ ๑๕ รวม ๑๕ ๓๐ ๔๕ ๔๕ ๔๕ จำนวนทีค่ าดว่าจะ สำเรจ็ การศึกษา (รูป/ - - ๑๕ ๑๕ ๑๕ คน) ๒.๗ งบประมาณตามแผน ๒.๗.๑ งบประมาณรายรบั หลักสูตรแบบ ๑.๑ (หน่วย : บาท) รายละเอียดรายรบั ประมาณรายรบั ในปีงบประมาณ(พ.ศ.) ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ ๒๕๖๖ ๒๕๖๗ ๒๕๖๘ คา่ ขน้ึ ทะเบียนนสิ ติ ใหม่ ๑๒,๕๐๐ ๑๒,๕๐๐ ๑๒,๕๐๐ ๑๒,๕๐๐ ๑๒,๕๐๐ ค่าธรรมเนียมการศึกษา ๑๓๔,๐๐๐ ๒๘๐,๕๐๐ ๔๒๗,๐๐๐ ๔๒๗,๐๐๐ ๔๒๗,๐๐๐ คา่ ลงทะเบยี นหน่วยกิต ๓๑๕,๐๐๐ ๖๓๐,๐๐๐ ๙๔๕,๐๐๐ ๙๔๕,๐๐๐ ๙๔๕,๐๐๐ ค่าบำรุงการศกึ ษา ๖๐,๐๐๐ ๑๒๐,๐๐๐ ๑๘๐,๐๐๐ ๑๘๐,๐๐๐ ๑๘๐,๐๐๐ เงินอดุ หนุนจากรฐั บาล(ตอ่ คน) -- - - - รวม ๕๒๑,๐๐๐ ๑,๐๔๓,๐๐๐ ๑,๕๖๔,๕๐๐ ๑,๕๖๔,๕๐๐ ๑,๕๖๔,๕๐๐

๑๒ ๒.๗.๒ งบประมาณรายรับหลกั สตู ร แบบ ๒.๑ (หน่วย : บาท) รายละเอยี ดรายรับ ๒๕๖๔ ประมาณรายรับในปงี บประมาณ (พ.ศ.) ๒๕๖๘ ๖๒,๕๐๐ ๒๕๖๕ ๒๕๖๖ ๒๕๖๗ ๖๒,๕๐๐ ค่าลงทะเบียนนิสิตใหม่ ๖๒,๕๐๐ ๖๒,๕๐๐ ๖๒,๕๐๐ ค่าลงทะเบียน (วทิ ยานิพนธ์ สาร ๗๕๐,๐๐๐ ๑,๕๐๐,๐๐๐ ๒,๒๕๐,๐๐๐ ๒,๒๕๐,๐๐๐ ๒,๒๕๐,๐๐๐ นิพนธ์) ค่าบำรุงการศกึ ษา ๑,๕๐๐,๐๐๐ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ๒,๗๐๐,๐๐๐ ๒,๗๐๐,๐๐๐ ๒,๗๐๐,๐๐๐ เงนิ อดุ หนนุ จากรัฐบาล (ตอ่ คน) - - - -- อนื่ ๆ รวมรายรบั ทั้งหมด ๔๕๒,๕๐๐ ๖๔๗,๕๐๐ ๘๔๒,๕๐๐ ๘๔๒,๕๐๐ ๘๔๒,๕๐๐ ๒,๗๖๕,๐๐๐ ๔,๖๑๐,๐๐๐ ๕,๘๕๕,๐๐๐ ๕,๘๕๕,๐๐๐ ๕,๘๕๕,๐๐๐ ๒.๗.๓ งบประมาณรายจา่ ยหลกั สูตร แบบ ๑.๑ และ แบบ ๒.๑ (หนว่ ย : บาท) รายละเอยี ดรายจา่ ย ประมาณรายรับในปงี บประมาณ(พ.ศ.) ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ ๒๕๖๖ ๒๕๖๗ ๒๕๖๘ งบดำเนนิ การ ๑,๒๗๘,๐๐๐ ๑,๗๒๒,๐๐๐ ๒,๐๖๖,๐๐๐ ๒,๐๖๖,๐๐๐ ๒,๐๖๖,๐๐๐ - ค่าตอบแทนบุคลากรประจำสาย สนับสนุน (๑ คน x ๑๒,๐๐๐ ๑๔๔,๐๐๐ ๒๘๘,๐๐๐ ๔๓๒,๐๐๐ ๔๓๒,๐๐๐ ๔๓๒,๐๐๐ บาท x ๑๒ เดอื น) - ค่าตอบแทนวิทยากร อาจารย์ พิเศษ ๕๐๐,๐๐๐ ๕๐๐,๐๐๐ ๕๐๐,๐๐๐ ๕๐๐,๐๐๐ ๕๐๐,๐๐๐ ค่าเดนิ ทาง คา่ ทีพ่ ัก - ค่าตอบแทนคณะกรรมการสอบ ดุษฎีนิพนธ์ ผู้ตรวจรูปแบบ ๓๓๔,๐๐๐ ๓๓๔,๐๐๐ ๓๓๔,๐๐๐ ๓๓๔,๐๐๐ ๓๓๔,๐๐๐ ผตู้ รวจบทคดั ย่อภาษาอังกฤษ - ค่าจดั ซ้อื หนังสอื และวารสาร ๑๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ - ค่าดำเนินการและบริหาร ๒๐๐,๐๐๐ ๔๐๐,๐๐๐ ๖๐๐,๐๐๐ ๖๐๐,๐๐๐ ๖๐๐,๐๐๐ หลกั สูตร งบลงทุน ๑๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ - ค่าครุภณั ฑ์ ๑๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ งบพฒั นาบคุ ลากร ๑๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ รวม ๑,๔๗๘,๐๐๐ ๒,๑๒๒,๐๐๐ ๒,๔๖๖,๐๐๐ ๒,๔๖๖,๐๐๐ ๒,๔๖๖,๐๐๐

๑๓ หมายเหตุ: มีบคุ ลากรสายสนบั สนนุ ประจำหลกั สูตร ๑ รปู หรอื คน ๒.๘ ระบบการศึกษา เป็นแบบชั้นเรียน ใช้ระบบทวิภาคโดยแบ่งเวลาการศึกษาออกเป็น ๒ ภาคการศึกษาปกติ คือ ภาคการศกึ ษาท่ี ๑ และ ภาคการศึกษาท่ี ๒ แตล่ ะภาคการศกึ ษามเี วลาศกึ ษาไม่นอ้ ยกว่า ๑๕ สัปดาห์ ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑติ ศึกษา พ.ศ.๒๕๔๑ และฉบับแกไ้ ขเพ่มิ เตมิ พ.ศ.๒๕๔๙ ๒.๙ การเทยี บโอนหน่วยกติ รายวิชา และการลงทะเบียนขา้ มสถาบัน สามารถเทยี บโอนผลการเรียนรู้ระหวา่ งสถาบันการศึกษาที่ข้ึนทะเบียนรับรองมาตรฐานผลการ เรียนรู้ตามกรอบมาตรฐานผลการเรียนรู้ระดับชาติ โดยให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง กรณราชวทิ ยาลัย ว่าดว้ ยการศึกษาระดบั บัณฑิตศึกษา พ.ศ.๒๕๔๑ และฉบับแกไ้ ขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๕๔๙ (ภาคผนวก ง เอกสารแยกเล่ม) ๓. หลกั สูตรและอาจารยผ์ ู้สอน ๓.๑ หลกั สูตร ๓.๑.๑ จำนวนหนว่ ยกิต จำนวนหนว่ ยกิตตลอดหลกั สูตร ๕๔ หน่วยกติ ใช้ระยะเวลาในการศึกษาตลอด หลักสตู ร อยา่ งนอ้ ย ๖ ภาคการศึกษาปกติ และอยา่ งมากไม่เกนิ ๑๒ ภาคการศึกษาปกติ (๖ ปี) ๑) หลักสูตรแบบ ๑.๑ ทำดุษฎีนิพนธ์จำนวน ๕๔ หน่วยกิต ตลอดหลักสูตร เป็นหลักสูตรทำดษุ ฎีนพิ นธ์อย่างเดียว โดยต้องศกึ ษารายวิชาไมน่ ับหนว่ ยกติ อย่างนอ้ ย ๕ รายวชิ า ๒) หลักสูตรแบบ ๒.๑ ศึกษารายวิชารวม ๑๘ หน่วยกิตและทำดุษฎีนิพนธ์ จำนวน ๓๖ หนว่ ยกิต ตลอดหลักสตู รและศกึ ษารายวิชาทีไ่ ม่นับหน่วยกติ อย่างน้อย ๕ รายวิชา

๑๔ ๓.๑.๒ โครงสรา้ งหลกั สตู ร โครงสร้างหลักสูตร เป็นแบบ ๑.๑ และแบบ ๒.๑ โดยแบ่งหมวดวิชาตามที่กำหนดไว้ในเกณฑ์ มาตรฐานหลักสูตรระดบั บณั ฑติ ศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๕๘ ดังน้ี ตารางแสดงรายละเอียดในแตล่ ะแผนการศกึ ษา จำนวนหนว่ ยกิต หมวดวิชา แบบ ๑.๑ จำนวนหน่วยกิต แบบ ๒.๑ ๑.หมวดวิชาบงั คับ ๑.๑ นบั หน่วยกิต ๖ ๑.๒ ไมน่ ับหนว่ ยกติ (๙) (๙) ๒.หมวดวิชาเอก ๒.๑ นับหน่วยกติ ๖ ๒.๒ ไม่นบั หนว่ ยกติ (๖) (๖) ๓. หมวดวิชาเลือก - ๖ ๔. ดษุ ฎีนิพนธ์ ๕๔ ๓๖ รวมทัง้ สนิ ๕๔ (๑๕) ๕๔ (๑๕) หมายเหตุ: รายวิชาใน ( ) นสิ ติ ต้องเรียนโดยไม่นบั หน่วยกิต ๓.๑.๓ รายวชิ าในหลักสูตร คำอธิบายรหสั วิชา ความหมายของเลขรหัสประจำรายวิชาในหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชา พระพทุ ธศาสนา ประกอบด้วยเลข ๖ หลกั มีความหมายดังน้ี ๑. เลข ๘ ตวั ทห่ี น่ึง หมายถึง หลักสูตรพุทธศาสตรดษุ ฎีบณั ฑิต ๒. เลขตัวที่ ๒ - ๓ หมายถึงสาขาวิชา เริ่มตั้งแต่ ๐๑ ไปถึง ๙๙ ในทุกหลักสูตรโดยใหน้ บั เลข ตามลำดับสาขาวิชา และเลข ๐๐ หมายถึง หลายสาขาวิชาในหลักสูตรนั้นบังคับให้ศึกษารายวิชา เหมือนกนั ๓. เลขตัวที่ ๔ หมายถงึ ชนั้ ปีท่จี ัดใหม้ กี ารศกึ ษา ตง้ั แต่ภาคการศึกษาท่ี ๑ เป็นต้นไป ๔. เลขตัวที่ ๕ และ ๖ หมายถึง ลำดับรายวิชาในแต่ละหลักสูตร เริ่มตั้งแต่ ๐๑ ไปถึง ๙๙ และเลข ๐๐ หมายถงึ ดษุ ฎนี ิพนธ์

๑๕ ๑) หลักสูตรแบบ ๑.๑ หลกั สตู ร แบบ ๑.๑ จำนวน ๕๔ หน่วยกิต หลักสตู รทำดุษฎีนิพนธอ์ ย่างเดยี ว โดยต้องศึกษา รายวิชาไมน่ ับหน่วยกิตอย่างน้อย ๕ รายวชิ า (๑) วชิ าบังคับ (แบบไมน่ บั หน่วยกิต) ๘๐๑ ๑๐๑ สัมมนาพระไตรปฎิ กและอรรถกถา (๓) (๓-๐-๖) Seminar on the Tipitaka and Its Commentaries ๘๐๐ ๑๐๒ พระพทุ ธศาสนากบั ศาสตรแ์ ห่งการตคี วาม (๓) (๓-๐-๖) Buddhism and Hermeneutics ๘๐๑ ๒๐๓ ระเบียบวิธีวจิ ยั ชน้ั สงู ทางพระพทุ ธศาสนา(๓)(๓-๐-๖) Advanced Research Methodology in Buddhism (๒) วิชาเอก (แบบไมน่ ับหนว่ ยกติ ) ๘๐๑ ๒๐๗ สัมมนาหลักพทุ ธธรรม (๓) (๓-๐-๖) Seminar on the on Buddhamma ๘๐๑ ๒๐๘ สัมมนาพระพทุ ธศาสนากับวิทยาการสมัยใหม่ (๓) (๓-๐-๖) Seminar on Buddhism and Modern Sciences ๘๐๑ ๓๐๙ พระพุทธศาสนากบั ศาสตรแ์ ห่งการใชเ้ หตผุ ล (๓) (๓-๐-๖) Buddhism and Reasoning Sciences (๓) ดุษฎีนิพนธ์ ๘๐๐ ๒๐๐ ดุษฎีนพิ นธ์ ๕๔ หนว่ ยกติ Dissertation ๒) รายวิชาหลักสูตร แบบ ๒.๑ หลกั สตู รแบบ ๒.๑ จำนวน ๕๔ หน่วยกิต เปน็ หลกั สูตรเนน้ วิจยั เขา้ หอ้ งเรยี นและทำดุษฎนี ิพนธ์ โดยทำวิยานิพนธ์ ๓๖ หน่วยกติ ศกึ ษารายวชิ า ๑๘ หนว่ ยกิต รายวิชาไมน่ บั หน่วยกิตอย่างนอ้ ย ๕ รายวชิ า (๑) วชิ าบงั คับแบบนับหน่วยกิต ๘๐๑ ๑๐๑ สมั มนาพระไตรปิฎกและอรรถกถา ๓(๓-๐-๖) Seminar on the Tipitaka and Its Commentaries ๘๐๐ ๑๐๒ พระพุทธศาสนากับศาสตร์แหง่ การตคี วาม ๓(๓-๐-๖) Buddhism and Hermeneutics (๒) วิชาบงั คบั แบบไมน่ บั หน่วยกิต ๘๐๑ ๒๐๓ ระเบียบวิธีวจิ ยั ชั้นสูงทางพระพทุ ธศาสนา (๓) (๓-๐-๖) Advanced Research Methodology in Buddhism ๘๐๑ ๑๐๔ สัมมนาพระพุทธศาสนากบั วชิ าชพี (๓) (๓-๐-๖) Buddhism and Profession ๘๐๑ ๑๐๕ สมั มนาพระไตรปฎิ กและงานนิพนธ์ (๓) (๓-๐-๖) Seminar on the Tipitakaand Literary Works

๑๖ ๘๐๐ ๓๐๖ วปิ สั สนากรรมฐาน (๓) (๓-๓-๖) Insight Meditation (๓) (๓-๐-๖) (๓) (๓-๐-๖) ๘๐๐๒๐๔ ภาษาอังกฤษ English ๘๐๐ ๔๐๑ สมั มนางานวจิ ัยและวทิ ยานิพนธ์ Seminar on Research and Thesis (๓) วชิ าเอก ๖ หนว่ ยกติ นิสิตต้องศึกษาวิชาเอกพระพุทธศาสนา ๖ หนว่ ยกติ และศึกษาวิชาท่ี กำหนดให้เพมิ่ เติมอกี ๑ รายวิชา คอื ก. วิชาเอกแบบนับหนว่ ยกิต ๘๐๑ ๒๐๗ สมั มนาหลกั พทุ ธธรรม ๓ (๓-๐-๖) Seminar on the on Buddhamma ๘๐๑ ๒๐๘ สมั มนาพระพทุ ธศาสนากบั วิทยาการสมัยใหม่ ๓ (๓-๐-๖) Seminar on Buddhism and Modern Sciences ข. วชิ าเอกแบบไมน่ บั หนว่ ยกิต ๘๐๑ ๒๑๒ สมั มนาพระพทุ ธศาสนากับการพัฒนาทยี่ งั่ ยนื (๓) (๓-๐-๖) ๘๐๑ ๓๐๙ Seminar on Buddhism and Sustainable Development พระพุทธศาสนากบั ศาสตร์แหง่ การใช้เหตุผล (๓) (๓-๐-๖) Buddhism and Reasoning Sciences (๔) วิชาเลือก นสิ ิตต้องเลอื กศกึ ษาจากรายวิชาทีก่ ำหนดใหไ้ ม่น้อยกว่า ๖ หน่วยกติ ๘๐๑ ๒๑๐ ศึกษาอสิ ระในศาสนศกึ ษา ๓ (๓-๐-๖) Independent Study in Religious Studies ๘๐๑ ๒๑๑ สัมมนาพทุ ธจรยิ ศาสตร์ประยุกต์ ๓ (๓-๐-๖) Seminar on Applied Buddhist Ethics ๘๐๑ ๒๑๓ สัมมนาพระพทุ ธศาสนากบั สตรีนยิ ม ๓ (๓-๐-๖) Seminar on Buddhism and Feminism ๘๐๑ ๒๑๔ พระพทุ ธศาสนาในวรรณคดีไทย ๓ (๓-๐-๖) Buddhism in Thai Literatures ๘๐๑ ๓๑๕ จิตรักษากบั การปรึกษาเชิงพทุ ธ ๓ (๓-๐-๖) Buddhist Psychotherapy and Counseling ๘๐๑ ๓๑๖ พระพุทธศาสนากับสังคมผูส้ ูงอายุ ๓ (๓-๐-๖) Seminar on Buddhism and Aged Society ๘๐๑ ๓๑๗ สัมมนาพระพุทธศาสนากบั เศรษฐกิจพอเพยี ง ๓ (๓-๐-๖) Seminar on Buddhism and Sufficiency Economy ๘๐๑ ๓๑๘ สัมมนาพระพุทธศาสนาเพ่ือสังคม ๓ (๓-๐-๖) Seminar on Socially Engaged Buddhism

๑๗ ๘๐๑ ๓๑๙ สัมมนาพระอภิธรรมปฎิ ก ๓ (๓-๐-๖) ๘๐๑ ๓๒๐ Seminar on AbhidhammaPitaka ๘๐๑ ๓๒๑ พระพทุ ธศาสนากับประชาคมอาเซียน ๓ (๓-๐-๖) ๘๐๑ ๓๒๒ Buddhism and ASEAN Community ๘๐๑ ๓๒๓ สมั มนาอารยธรรมทวารวดี ๓ (๓-๐-๖) ๘๐๑ ๓๒๔ Seminar on Civilization of Dvaravati (๕) ดษุ ฎีนิพนธ์ สวุ รรณภูมิศึกษา ๓ (๓-๐-๖) ๘๐๐ ๒๐๐ Suvarnabhumi Studies ๓.๑.๔ แผนการศึกษา ๑)แผนการศกึ ษาแบบ ๑.๑ สมั มนาอารยธรรมพนมดงรกั ๓ (๓-๐-๖) Seminar on Civilization of Phanom Dongrak ขอมศกึ ษา ๓ (๓-๐-๖) Khmer Studies ดุษฎีนิพนธ์ ๓๖ หนว่ ยกิต Dissertation ภาคการศึกษาท่ี ๑ ภาค รหัสวชิ า/รายวชิ า หนว่ ยกติ แบบ ๑.๑ การศึกษาที่ ทฤษฎี ปฏิบัติ ศกึ ษาดว้ ยตนเอง วชิ าบังคบั (๓) ๑ ๘๐๑ ๑๐๑ สัมมนาพระไตรปฎิ ก (๓) และอรรถกถา ๘๐๑ ๒๐๓ ระเบียบวิธีวิจัยชั้นสูงฯ ๓๐ ๖ ๓๐ ๖ ๘๐๐ ๑๐๒ พระพทุ ธศาสนากับศาสตร์ (๓) ๓ ๐ ๖ แห่งการตคี วาม วชิ าเอก วิชาเลอื ก รวมนบั หน่วยกิต - รวมไม่นับหนว่ ยกติ (๑๒) ภาคการศกึ ษาท่ี ๒ ภาค รหสั วชิ า/รายวิชา แบบ ๑.๑ การศกึ ษา วชิ าบงั คับ หน่วยกิต ทฤษฎี ปฏิบัติ ศึกษาดว้ ยตนเอง ๒

๑๘ วชิ าเอก (๓) ๓ ๒ ๖ ๘๐๑ ๒๐๗สมั มนาหลกั พุทธธรรม (๓) ๓ ๐ ๖ ๘๐๑ ๓๐๙ พระพุทธศาสนากับศาสตร์ แห่งการใช้เหตุผล วิชาเลือก ๖ ดษุ ฎีนพิ นธ์ ๘๐๐ ๒๐๐ดษุ ฎีนพิ นธ์ ๖ (๑๒) รวมนบั หน่วยกติ รวมไมน่ ับหน่วยกติ ภาคการศึกษาที่ ๓ ภาค รหสั วชิ า/รายวิชา แบบ ๑.๑ การศึกษา ดุษฎีนิพนธ์ หนว่ ย ทฤษฎี ปฏบิ ัติ ศกึ ษาด้วย ๓ ๘๐๐ ๒๐๐ ดษุ ฎีนิพนธ์ กิต ตนเอง รวมนับหน่วยกิต ๑๒ รวมไม่นับหนว่ ยกิต ๑๒ - ภาคการศึกษาท่ี ๔ ภาค รหัสวิชา/รายวิชา แบบ ๑.๑ การศกึ ษา ดุษฎีนพิ นธ์ ๘๐๐ ๒๐๐ ดษุ ฎีนพิ นธ์ หนว่ ยกิต ทฤษฎี ปฏบิ ัติ ศึกษาด้วยตนเอง ๔ ๑๒ รวมนับหน่วยกิต ๑๒ รวมไม่นบั หนว่ ยกติ - ภาคการศึกษาที่ ๕ ภาค รหสั วิชา/รายวิชา แบบ ๑.๑ การศึกษา หนว่ ยกติ ทฤษฎี ปฏบิ ัติ ศกึ ษาด้วยตนเอง ดษุ ฎีนพิ นธ์ ๕ ๘๐๐ ๒๐๐ ดษุ ฎีนพิ นธ์ ๑๒ ๑๒ รวมนบั หน่วยกิต - รวมไม่นบั หนว่ ยกิต

๑๙ ภาคการศกึ ษาที่ ๖ ภาค รหสั วชิ า/รายวิชา แบบ ๑.๑ การศกึ ษา หน่วยกติ ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ ศกึ ษาด้วยตนเอง ดษุ ฎีนพิ นธ์ ๖ ๘๐๐ ๒๐๐ ดษุ ฎีนิพนธ์ ๑๒ ๑๒ รวมนับหน่วยกติ - รวมไม่นบั หน่วยกิต ๒) แผนการศึกษาแบบ ๒.๑ ภาคการศกึ ษาท่ี ๑ ภาค รหสั วิชา/รายวิชา แบบ ๒.๑ ศึกษาด้วย การศึกษา หน่วยกติ ทฤษฎี ปฏบิ ัติ ตนเอง ๑ วชิ าบังคับ ๓๓ ๐ ๖ ๘๐๑ ๑๐๑ สัมมนาพระไตรปิฎก และอรรถกถา ๓๓ ๐ ๖ ๘๐๐ ๑๐๒ พระพุทธศาสนากับศาสตร์ (๓) ๓ ๐ ๖ แหง่ การตีความ ๘๐๑ ๒๐๓ ระเบียบวิธวี ิจยั ชัน้ สูงฯ ๓๓ ๐ ๖ วิชาเอก ๘๐๑ ๒๐๗ สมั มนาหลักพุทธธรรม ๙ วิชาเลือก (๓) รวมนบั หน่วยกติ รวมไมน่ บั หนว่ ยกติ

๒๐ ภาคการศึกษาท่ี ๒ ภาค รหัสวิชา/รายวิชา แบบ ๒.๑ การศกึ ษา หนว่ ยกิต ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ ศกึ ษาด้วยตนเอง วิชาบังคับ ๒ ๘๐๑ ๑๐๕ สัมมนาพระไตรปฎิ กและ งานนพิ นธ์ (๓) ๓ ๐ ๖ ๘๐๐ ๓๐๖ วปิ สั สนากรรมฐาน (๓) ๓ ๐ ๖ วิชาเอก ๓๓ ๐ ๖ ๘๐๑ ๒๐๘ สัมมนาพระพุทธศาสนา ๐ ๖ กบั วทิ ยาการสมัยใหม่ ๓๓ วชิ าเลอื ก ๖ (เลอื กจากหมวดวชิ าเลือก จำนวน ๑ วิชา) (๖) รวมนับหน่วยกิต รวมไมน่ ับหน่วยกิต ภาคการศกึ ษาท่ี ๓ ภาค รหสั วิชา/รายวิชา หน่วยกติ แบบ ๒.๑ ศึกษาด้วยตนเอง การศึกษา ทฤษฎี ปฏิบตั ิ วิชาบังคับ (๓) ๖ ๓ วชิ าเอก (๓) ๓๐ ๖ ๘๐๑ ๒๑๒ สัมมนาพระพุทธศาสนา ๓ ๓๐ ๖ กบั การพฒั นาทย่ี ั่งยนื ๖ ๓๐ ๘๐๑ ๓๐๙ พระพุทธศาสนากับศาสตร์ ๙ (๖) แห่งการใชเ้ หตผุ ล วชิ าเลือก xxx xxx เลอื กศึกษาจากหมวดวชิ าเลือก ๑ รายวิชา ดุษฎีนิพนธ์ ๘๐๐ ๒๐๐ ดษุ ฎีนพิ นธ์ รวมนบั หน่วยกติ รวมไม่นับหน่วยกิต

๒๑ ภาคการศกึ ษาที่ ๔ ภาค รหสั วชิ า/รายวชิ า แบบ ๒.๑ การศกึ ษา หน่วยกติ ทฤษฎี ปฏิบัติ ศกึ ษาด้วยตนเอง ดุษฎีนิพนธ์ ๔ ๘๐๐ ๒๐๐ ดษุ ฎีนิพนธ์ ๖ รวมนบั หน่วยกติ ๖ ภาคการศึกษาท่ี ๕ ภาค รหัสวิชา/รายวชิ า แบบ ๒.๑ ศึกษาดว้ ย การศึกษา หนว่ ยกติ ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ ตนเอง ๕ ดษุ ฎีนพิ นธ์ ๑๒ ๘๐๐ ๒๐๐ ดษุ ฎีนิพนธ์ ๑๒ รวมนบั หน่วยกติ ภาคการศกึ ษาท่ี ๖ ภาค รหสั วชิ า/รายวิชา หนว่ ยกิ แบบ ๒.๑ การศึกษา ๘๐๐ ๒๐๐ ดษุ ฎีนิพนธ์ ๑๒ ทฤษฎี ปฏิบัติ ศึกษาด้วยตนเอง ๑๒ ๖ รวมนบั หน่วยกติ ๓.๑.๕ คำอธบิ ายรายวิชา (ระบุไวใ้ นภาคผนวก ก)

๒๒ ๓.๒ อาจารย์ประจำหลักสูตร ช่อื นามสกลุ เลขประจำตัวประชาชน ตำแหนง่ และคณุ วฒุ ิของอาจารย์ประจำหลกั สตู รมีคณุ วุฒิตรง หรือสมั พนั ธก์ บั สาขาวชิ าท่ีเปิดสอน จำนวน ๕ รปู /คน ตำแหน่ง ชือ่ -ฉายา/นามสกุล คุณวฒุ ิ/สาขาวชิ า สถาบันทสี่ ำเร็จการศกึ ษา ปี พ.ศ. ทาง เลขประจาตัวบตั รประชาชน วิชาการ พระราชวิมลโมลี, ดร. (มานพ ปิย พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) ม.มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ๒๕๕๗ ผู้ชว่ ย สโี ล/เจอื จนั ทร์) * อ.ม. (บาลี–สนั สกฤต) ม.จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย ๒๕๔๑ ศาสตรา ID ๓-๓๒๐๙-๐๐๒๑๙-๒๓-๐ พ.ธ.บ. (สังคมวทิ ยา) ม.มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั ๒๕๓๖ จารย์ ป.ธ.๙ (ภาษาบาลี) กองบาลสี นามหลวง ๒๕๓๖ พระอธกิ ารเวียง ผ้ชู ่วย กิตตฺ วิ ณฺโณ/ Ph.D. (Pali & Buddhist Banaras Hindu University, India ๒๕๔๙ ศาสตรา (กิตศรีรุ่งโรจน์), ผศ.ดร.* ID Studies) Banaras Hindu University, India ๒๕๔๔ จารย์ ๓-๓๒๐๙-๐๑๑๗๙-๒๓-๑ M.A. (Pali Literature) ม.มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั ๒๕๓๙ พธ.บ. (การสอนสังคมศกึ ษา) อาจารย์ ดร.ธนรฐั สะอาดเอี่ยม* University of Jammu, India ๒๕๕๖ ID ๓-๓๒๐๕-๐๐๘๑๐-๐๑-๑ Ph.D. (Buddhist Studies) University of Delhi, India ๒๕๕๑ รอง M.Phil. (Buddhist Studies) University of Delhi, India ๒๕๕๐ ศาสตรา พระครูปริยัติวสิ ทุ ธคิ ณุ , ดร. M.A. (Buddhist Studies) มหาวิยาลยั สุโขทัยธรรมาธิราช ๒๕๔๖ จารย์ จกกฺ ธมโฺ ม/จำปาทอง ร.บ. (ทฤษฎีและเทคนคิ ฯ) ม.มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั ๒๕๔๖ ID ๓-๓๒๐๓-๓๗๔๓-๗๐-๑ พธ.บ. (สงั คมศกึ ษา) University of Madras, India รอง University of Madras, India ๒๕๔๐ ศาสตรา Ph.D. (Pali and Buddhism) ม.มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ๒๕๓๒ จารย์ M.A. (Philosophy) ๒๕๓๑ พธ.บ. (การบริหารการศกึ ษา) ม.มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ม.ศลิ ปากร ๒๕๕๗ ดร.ทวศี กั ดิ์ ทองทิพย์ พธ.ด.(พระพทุ ธศาสนา) ม.มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั ๒๕๓๖ ID ๓-๓-๒๐๒๐-๐๔๑๙-๒๘-๑ ศศ.ม.(ภาษาสนั สกฤต) พธ.บ.(ศาสนา) ๒๕๓๔ หมายเหต:ุ * อาจารยผ์ ูร้ ับผดิ ชอบหลักสตู ร ๓.๒.๑อาจารย์ผ้รู บั ผิดชอบหลักสูตร* ตำแหนง่ ชอ่ื - นามสกลุ คณุ วฒุ ิ/สาขาวชิ า สถาบนั ท่ีสำเรจ็ ปที ี่ ผ้ชู ่วยศาสตรา พระราชวมิ ลโมลี, ดร. พธ.ด. (พระพทุ ธศาสนา) สำเรจ็ จารย์ (มานพ ปยิ สีโล/เจือจันทร์) * อ.ม. (บาลี–สนั สกฤต) ID ๓-๓๒๐๙-๐๐๒๑๙-๒๓-๐ พธ.บ. (สงั คมวทิ ยา) ม.มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย ๒๕๕๗ ผูช้ ่วยศาสตรา ป.ธ.๙ (ภาษาบาลี) ๒๕๔๑ จารย์ พระอธกิ ารเวยี ง Ph.D. (Pali & Buddhist ม.จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั ๒๕๓๖ กิตฺติวณฺโณ/ Studies) ๒๕๓๖ อาจารย์ (กิตศรีรงุ่ โรจน)์ , ผศ.ดร.* ID M.A. (Pali Literature) ม.มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย ๓-๓๒๐๙-๐๑๑๗๙-๒๓-๑ พธ.บ. (การสอนสงั คมศกึ ษา) กองบาลีสนามหลวง ดร.ธนรฐั สะอาดเอ่ียม* Ph.D. (Buddhist Studies) ID ๓-๓๒๐๕-๐๐๘๑๐-๐๑-๑ M.Phil. (Buddhist Studies) Banaras Hindu University, ๒๕๔๙ India ๒๕๔๔ Banaras Hindu University, ๒๕๓๙ India ม.มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั University of Jammu, India ๒๕๕๖ University of Delhi, India ๒๕๕๑

๒๓ ตำแหนง่ ชอื่ - นามสกลุ คณุ วุฒ/ิ สาขาวิชา สถาบันทส่ี ำเรจ็ ปที ่ี สำเรจ็ M.A. (Buddhist Studies) University of Delhi, India ร.บ. (ทฤษฎีและเทคนคิ ฯ) มหาวยิ าลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช ๒๕๕๐ พธ.บ. (สังคมศกึ ษา) ๒๕๔๖ ม.มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั ๒๕๔๖ ๓.๒.๒อาจารย์บรรยายพเิ ศษ ตำแหน่งทางวชิ าการ/ ชอ่ื -ฉายา/นามสกุล คณุ วุฒ/ิ สาขาวชิ า สถาบนั ท่ีสังกดั ตำแหน่งบรหิ าร พระพรหมบัณฑติ Ph.D. (Philosophy) มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ศาสตราจารย์ พระเทพวชั รบัณฑิต Ph.D. (Pali and Buddhist มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั Studies) ศาสตราจารย์ อ.ด. (ปรัชญา) มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั อ.ด. (ปรัชญา) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศาสตราจารย์ สมภาร พรมทา Ph.D. (Philosophy) มหาวทิ ยาลยั มหามกฏุ ราชวทิ ยาลัย ศาสตราจารย์ วัชระ งามจิตรเจรญิ Ph.D. (Philosophy) จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย ศาสตราจารย์ ประยงค์ แสนบุราณ Ph.D. (Buddhist Studies) University of Delhi-India ศาสตราจารย์ โสรจั จ์ หงศล์ ดารมภ์ Ph.D. (Buddhist Studies) Navanalanda Mahavihara-India Ph.D. (Buddhist Studies) University of Lucknow-India Prof. Dr. K.T.S. Sarao Ph.D. (Philosophy) มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั Prof. Dr. B. Labh Ph.D. (Pali) มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย Prof. Dr. R.N. Singh พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั รองศาสตราจารย์ ดร. พระเทพปวรเมธี พธ.ด. (พระพุทธศาสนา) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั รองศาสตราจารย์ ดร. พระราชปริยัติมุนี รองศาสตราจารย์ ดร. พระสธุ ีรตั นบณั ฑติ Ph.D. (Pali and Buddhism) มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย รองศาสตราจารย์ ดร. พระมหาสมบรู ณ์ วุฑฺฒกิ Ph.D. (Sanskrit) มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั Ph.D. (Buddhist Studies) มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย โร อ.ด. (การอุดมศึกษา) มหาวิทยาลัยราชภฏั สุรนิ ทร์ รองศาสตราจารย์ ดร. พระครูปริยตั ิวิสทุ ธิคุณ พธ.ด. (พระพทุ ธศาสนา) มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั รองศาสตราจารย์ ดร. เอกฉทั จารเุ มธีชน Ph.D. (Philosophy) มหาวิทยาลยั ขอนแก่น รองศาสตราจารย์ ดร. ประพัฒน์ ศรีกลุ กจิ Ph.D. (Buddhist Studies) มหาวทิ ยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย รองศาสตราจารย์ ดร. อัจฉรา ภานุรัตน์ รองศาสตราจารย์ ดร. รัตนะ ปญั ญาภา รองศาสตราจารย์ ดร. พุทธรักษ์ ปราบนอก ผูช้ ่วยศาสตาจารย์ ดร. พระมหามฆวนิ ทร์ ปรุ สิ ตุ ตฺ โม ๔. องค์ประกอบเกยี่ วกบั ประสบการณภ์ าคสนาม (การฝกึ งาน หรอื สหกจิ ศกึ ษา) (ไม่ม)ี ๕. ขอ้ กำหนดเกย่ี วกบั การทำดุษฎีนิพนธ์ ๕.๑ คำอธบิ ายโดยยอ่ หลกั สูตรพุทธศาสตรดุษฎบี ัณฑิต แบบ ๑.๑ การทำดุษฎีนิพนธ์ในสาขาวิชาพระพุทธศาสนา แบบ ๑.๑ คือการศึกษาค้นคว้า การ แสวงหาความรู้ การประยุกต์ วิเคราะห์ และสังเคราะห์องค์ความรู้ใหม่ในรูปแบบการวิจัยอย่างเป็น ระบบตามหลักวิชาการความรู้ด้านพระพุทธศาสนา พระไตรปิฎกและศาสตร์สมัยใหม่ ภายใต้การ ควบคุมดูแลของคณะกรรมการและอาจารยท์ ี่ปรึกษา ซึ่งทำหนา้ ท่ีให้คำปรึกษาและควบคุมวทิ ยานพิ นธ์

๒๔ ของนิสิตแต่ละคน ให้เป็นไปตามข้อบังคับ ระเบียบฯ และประกาศของบัณฑิตวิทยาลัย จนกว่าจะแล้ว เสรจ็ หลักสูตรพทุ ธศาสตรดษุ ฎีบัณฑิต แบบ ๒.๑ การทำดุษฎีนิพนธ์ในสาขาวิชาพระพุทธศาสนา แบบ ๒.๑ คือการศึกษาค้นคว้า การ แสวงหาความรู้ การประยุกต์ วิเคราะห์ และสังเคราะห์องค์ความรู้ในรูปแบบการวิจัยที่มีคุณภาพสูง และก่อให้เกิดความก้าวหน้าทางวิชาการและวิชาชีพอย่างเป็นระบบตามหลักวิชาการความรู้ด้าน พระพุทธศาสนา พระไตรปิฎกและศาสตร์สมัยใหม่ ภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการและ อาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและควบคุมวิทยานิพนธ์ของนิสิตแต่ละคน ให้เป็นไปตาม ขอ้ บงั คบั ระเบียบฯ และประกาศของบัณฑติ วทิ ยาลัย จนกวา่ จะแลว้ เสรจ็ ๕.๒ มาตรฐานผลการเรียนรู้ นิสิตมีศักยภาพในการเรียนรู้ด้วยตนเอง สามารถคิดและวิเคราะห์ปัญหาเกี่ยวกับ พระพทุ ธศาสนาและหลักธรรมอย่างเปน็ ระบบ และมีหลักการ สามารถประยกุ ต์ใช้ศาสตร์ตา่ ง ๆ ทง้ั ทาง ภาคทฤษฎแี ละภาคปฏิบัติเพ่อื ใชใ้ นการทำดษุ ฎีนพิ นธ์ได้ ๑) มีคุณธรรม จรรยาบรรณ และความรบั ผดิ ชอบในการทำงานวิจัย ๒) มีความร้คู วามสามารถในการเรยี นรูด้ ว้ ยตนเอง ๓) สามารถคดิ และวเิ คราะหป์ ัญหาและแกไ้ ขปัญหาอยา่ งเป็นระบบ ๔) มหี ลกั การ วิธีการและประยุกต์ สังเคราะหแ์ ละบูรณาการพระพุทธศาสนาท้งั ภาคทฤษฎีและ ภาคปฏบิ ตั ิได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ๕) มผี ลการเรียนร้ตู ามมาตรฐานของการศึกษา (TQF) ๕ ดา้ น ๖) มลี กั ษณะบัณฑิตท่ีพงึ ประสงค์ท้ัง ๙ ดา้ น (MAHACHULA) ๕.๓ ชว่ งเวลา ๕.๓.๑ นิสติ แบบ ๑.๑ จะเสนอหวั ข้อและโครงร่างดุษฎีนิพนธ์เพอ่ื ขออนมุ ัติลงทะเบียนทำ ดุษฎีนิพนธ์ได้หลังจากขึ้นทะเบียนเป็นนิสิตแล้ว โดยนิสิตต้องทำดุษฎีนิพนธ์ไม่น้อยกว่า ๕๔ หน่วยกิต และต้องศึกษารายวิชาเพิ่มเติมที่ไม่นับหน่วยกิต จำนวน ๙ หน่วยกิต ตามที่ระบุไว้ในหลักสูตร และ อาจจะมีเรยี นรายวิชาเพม่ิ เติมได้ ตามคำแนะนำของคณะกรรมการบริหารหลกั สตู รหรอื คณะกรรมการที่ ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์ โดยไมน่ บั จำนวนหนว่ ยกติ ๕.๓.๒ นิสิตแบบ ๒.๑ จะเสนอหวั ข้อและโครงร่างดุษฎนี ิพนธ์เพ่อื ขออนมุ ัติลงทะเบียนทำ ดุษฎีนิพนธ์ได้เมื่อศึกษารายวิชามาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ภาคการศึกษาปกติ และมีหน่วยกิตสะสมใน รายวิชาไม่น้อยกว่า ๖ หน่วยกิต โดยนิสิตต้องทำดุษฎีนิพนธ์ไม่น้อยกว่า ๓๖ หน่วยกิต และต้องศึกษา รายวิชาอีกไมน่ ้อยกวา่ ๑๘ หน่วยกิต ๕.๓.๒ คณะกรรมการควบคุมดุษฎีนิพนธ์ต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า ๒ ท่าน แต่ไม่เกิน ๓ ท่าน ๕.๓.๓ นิสิตแบบ ๑.๑ มสี ิทธิขอสอบดุษฎีนพิ นธ์ไดต้ ่อเมื่อทำดุษฎนี ิพนธ์เสร็จสมบรู ณ์ โดย ใช้เวลาทำดษุ ฎีนิพนธ์ไมน่ อ้ ยกวา่ ๖ ภาคการศึกษาปกติ นับจากวนั ลงทะเบียนทำดุษฎนี พิ นธ์

๒๕ ๕.๓.๔ นิสิตแบบ ๒.๑ มีสิทธิขอสอบดุษฎีนิพนธ์ได้เมื่อศกึ ษารายวิชาครบตามกำหนด ได้ ค่าระดับเฉลี่ยสะสมในรายวิชาไม่น้อยกว่า ๓.๐๐ และทำดุษฎีนิพนธ์เสร็จสมบูรณ์ โดยใช้เวลาทำดุษฎี นพิ นธไ์ มน่ ้อยกว่า ๘ เดือน นบั จากวันลงทะเบยี นทำดษุ ฎนี ิพนธ์ ๕.๔ จำนวนหนว่ ยกติ ๕.๔.๑ หลักสูตร แบบ ๑.๑ จำนวน ๕๔ หน่วยกิต หลักสูตรทำดุษฎีนิพนธ์อย่างเดียว โดยตอ้ งศกึ ษารายวชิ าไมน่ บั หนว่ ยกิตอยา่ งน้อย ๕ รายวิชา ๕.๔.๒ หลกั สูตรแบบ ๒.๑ จำนวน ๕๔ หน่วยกิต เป็นหลกั สูตรเน้นวจิ ัยเข้าหอ้ งเรยี น และทำดุษฎีนิพนธ์ โดยทำดุษฎืนพิ นธ์ ๓๖ หน่วยกิต ศกึ ษารายวิชา ๑๘ หนว่ ยกติ และต้องศึกษา รายวชิ าไมน่ บั หนว่ ยกิตอย่างน้อย ๕ รายวิชา ๕.๕ การเตรยี มการ ๑) จดั เตรียมคณาจารย์ เจ้าหนา้ ท่ี ห้องเรยี น หอ้ งสมดุ และอปุ กรณ์การศึกษาให้พร้อมในแต่ละ ปีการศกึ ษาให้พรอ้ มที่ทำงาน ๒) เตรยี มคณาจารย์ผู้ใหค้ ำปรึกษา แนะนำแกน่ สิ ิต และให้นสิ ติ จดั ทำหวั ขอ้ และโครงรา่ งวิทยานิพนธ์ โดยความเหน็ ชอบของผู้ทจ่ี ะได้รบั แตง่ ตงั้ เป็นประธานหรือกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ ๓) อาจารย์จดั ทำตารางการเรียนการสอนและตารางสำหรบั ใหค้ ำปรึกษาแกน่ ิสติ ๔) จัดเตรยี มเจา้ หนา้ ทด่ี ูแลอุปกรณก์ ารเรียนการสอนให้มีความปลอดภยั และพร้อมใชง้ าน ๕) จดั เตรียมอปุ กรณ์การเรียนการสอน ห้องสมดุ และส่งิ เกี่ยวขอ้ ง ๕.๖ กระบวนการประเมนิ ผล ๑) ประเมินคุณภาพวิทยานิพนธโ์ ดยคณะกรรมการ เป็นไปตามระเบยี บบัณฑิตวิทยาลัย ๒) ประเมินความก้าวหน้าในระหวา่ งการทำงานวิจยั โดยอาจารยท์ ่ปี รึกษาจากการสังเกตและจาก การรายงานด้วยวาจา และเอกสาร ๓) ประเมนิ การนำเสนอผลงานวจิ ัยในรูปแบบต่างๆ จากกรรมการภายนอก ๔) ประเมนิ ผลการทำวิทยานิพนธข์ องนิสิตโดยภาพรวม จากการติดตามการทำงาน ผลท่ีเกิดขน้ึ ใน แต่ละขนั้ ตอน และรายงานโดยอาจารย์ทีป่ รึกษาและคณะกรรมการ ๕.๗ การวดั ผลและประเมนิ ผล ๑) ให้มีการวดั ผลทุกรายวชิ าทนี่ สิ ติ ลงทะเบยี นแตล่ ะภาคการศึกษาโดยวิธีการทดสอบทง้ั กอ่ นและหลังเรียน เขยี นรายงาน มอบหมายงานใหท้ ำผลการฝึกภาคสนามหรอื วธิ อี ืน่ ใดทเี่ หมาะสมกบั รายวชิ า ๒) นิสติ จะมีสทิ ธเิ ขา้ สอบไล่ หรอื ได้รับการวดั ผลในรายวิชาใดก็ต่อเมื่อมเี วลาศึกษาใน รายวิชานนั้ มาแลว้ ไมน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละ ๘๐ ของเวลาการศึกษาท้ังหมดในภาคการศกึ ษานั้น ๓) การประเมินผลการศึกษารายวิชา แบ่งเป็น ๗ ระดับ คือ A, A-, B+, B, C+,C และ F มีผลการศกึ ษา ระดบั คา่ ระดบั และเกณฑ์คะแนน แตล่ ะระดบั ดงั นี้ ๕.๗.๑ การสอบวดั คณุ สมบัติ

๒๖ นสิ ิตจะต้องสอบผ่านการสอบวัดคณุ สมบัติทั้งข้อเขียนและปากเปล่าภายหลังจาก ที่ศึกษารายวิชาครบถ้วน และได้เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรไม่ต่ำกว่า ๓.๐๐ ในการสอบวัด คุณสมบัติ ให้คณบดีบัณฑิตวิทยาลัยแต่งตั้งอาจารย์อย่างน้อย ๓ คน เป็นคณะกรรมการสอบวัด คุณสมบัติ ทั้งนี้ ให้มีกรรมการอย่างน้อย ๑ คน มาจากสาขาวิชาเดียวกันหรือเกี่ยวข้องกัน ซึ่งมิใช่ อาจารย์ที่ปรึกษา และให้คณะกรรมการสอบวัดคุณสมบัตดิ ำเนนิ การสอบให้เปน็ ไปดว้ ยวความเรียบร้อย เกณฑ์ในการสอบผ่านและการสอบแก้ตัวให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๕๔๘ และ ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ (ฉบบั ที่ ๓) แกไ้ ขเพิม่ เตมิ พุทธศักราช ๒๕๔๙ การสอบวัดคุณสมบัติประกอบด้วยหมวดวิชาบังคับ และหมวดวิชาเอกที่นิสิต เลือกเรียน นิสิตต้องสอบผ่านข้อเขียนทุกหมวดและสอบปากเปล่าจึงมีสิทธินำเสนอหัวข้อดุษฎีนิพนธ์ การประเมินผลการสอบข้อเขียนและปากเปล่าให้เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาและดุลพินิจของคณะ กรรมการบรหิ ารหลักสูตร ๕.๗.๒ การสอบปอ้ งกนั ดุษฎนี ิพนธ์ ๑) นิสิตต้องสอบป้องกันดุษฎีนิพนธ์ต่อคณะกรรมการที่ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์และ กรรมการสอบดษุ ฎนี ิพนธต์ ามทีโ่ ครงการกำหนดขึ้น ซงึ่ ประกอบดว้ ย (๑) ประธานกรรมการสอบต้องเปน็ ผทู้ รงคณุ วุฒิภายนอก (๒) คณะกรรมการควบคุมดุษฎีนพิ นธ์ (๓) กรรมการผ้ทู รงคณุ วฒุ จิ ากภายนอกมหาวิทยาลัย จำนวนไมเ่ กนิ ๓ ทา่ น ในกรณีที่คณะกรรมการที่ปรึกษาและกรรมการดุษฎีนิพนธ์มีมติให้นิสิตปรับปรุง แก้ไขดุษฎีนิพนธ์ภายหลังการสอบป้องกันดุษฎีนิพนธ์ ให้นิสิตดำเนินการแก้ไขและนำดุษฎีนิพนธ์ที่ได้ ปรับปรุงแก้ไขแล้วทั้งฉบับให้คณะกรรมการที่ปรึกษาและกรรมการสอบดุษฎีนิพนธ์พิจารณา หาก คณะกรรมการดังกล่าวให้ความเห็นชอบและลงนามผลการสอบผ่านจงึ จะถือว่านสิ ิตได้สอบป้องกันดุษฎี นิพนธ์และผ่านการสอบที่สมบูรณ์เพื่อนำออกเผยแพร่ต่อสาธารณะโดยตีพิมพ์ผลงานดังกล่าวใน วารสารวิชาการทีเ่ ปน็ ท่ยี อมรับในสาขาวชิ านัน้ ๒) ในการสอบดุษฎนี ิพนธน์ สิ ติ ต้องตอบขอ้ ซกั ถามต่าง ๆ เกย่ี วกับดษุ ฎนี พิ นธ์หรือ เรื่องที่เกี่ยวข้อง หลังจากสอบแล้วให้คณะกรรมการตรวจสอบดุษฎีนิพนธ์ประชุมพิจารณาประเมินผล ในขณะประเมินผลใหน้ สิ ติ ออกจากห้องสอบ ๓) ให้มีการจดบนั ทึกรายละเอยี ดเกีย่ วกบั การประเมนิ ผลดุษฎนี ิพนธท์ กุ ครงั้ ๔) หากคณะกรรมการตรวจสอบดุษฎนี ิพนธ์มีมติให้แก้ไขวทิ ยานิพนธ์ไม่ว่ากรณีใด ๆ นิสิตต้องแก้ไขดุษฎีนิพนธ์ให้ถูกต้องตามมติ และคำแนะนำนั้นก่อนที่จะนำวิทยานิพนธ์ ฉบับที่แก้ไข แล้วส่งบัณฑิตวิทยาลัย กรณีที่นิสิตไม่สามารถส่งดุษฎีนิพนธ์ได้ทันเวลาตามที่คณะกรรมการกำหนด จะต้องดำเนินการยื่นขอขยายเวลาการส่งวิทยานิพนธ์ต่อบัณฑิตวิทยาลัยโดยผ่านความเห็นชอบของ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบดุษฎีนิพนธ์ ทั้งนี้การขยายเวลา ต้องอยู่ภายในระยะเวลา ๖ เดือนนบั แต่วันสอบ หากเกินจากกำหนดนี้ให้ถือว่าสอบไม่ผ่านและจะต้องดำเนินการขอสอบใหม่ กรณีที่ยังคง สถานภาพนสิ ิตเท่านั้น

๒๗ ๕) ให้คณะกรรมการตรวจสอบดุษฎีนิพนธ์ทำการประเมินผลดุษฎีนิพนธ์โดย กำหนดเป็น ๔ ระดบั ดงั นี้ ผลการศกึ ษา ระดบั ดเี ย่ยี ม (Excellence) A ดี (Good) B+ ผ่าน (Passed) B ตก (Failed) F ส่วนดุษฎีนิพนธ์ที่อยู่ในระหว่างการเรียบเรียงให้แสดงสถานะด้วยสัญลักษณ์ IP(Inprogress) ทัง้ นี้ ให้เป็นไปตามระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วา่ ด้วยวิธปี ฏบิ ตั เิ กี่ยวกับวทิ ยานพิ นธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ หมวดท่ี ๖ ขอ้ ท่ี ๑๔ (ภาคผนวก) ๖) การลงนามของกรรมการตรวจสอบดุษฎีนิพนธ์ในหน้าอนุมัติ อาจกระทำได้ เมื่อเหน็ สมควรแตป่ ระธานคณะกรรมการตรวจสอบดุษฎีนิพนธ์จะลงนามได้ต่อเมื่อดุษฎีนิพนธ์นั้นได้รับ การแก้ไขทงั้ รปู แบบและเน้ือหาเรียบรอ้ ยแลว้ เท่าน้นั จากน้ันคณบดบี ัณฑิตวทิ ยาลยั จงึ ลงนามอนมุ ตั ิ ๗) ให้ประธานคณะกรรมการตรวจสอบดุษฎีนิพนธ์เสนอผลการประเมนิ ต่อคณบดี บัณฑิตวิทยาลัย หากมีมติไม่เป็นเอกฉันท์โดยคณะกรรมการเสียงข้างมากมีมติให้ผ่าน ให้รวบรวมใบ ประเมินผลของกรรมการทุกท่าน เพื่อส่งให้คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยพิจารณาชี้ขาด เมื่อ ทราบผลการประเมินและนิสิตส่งดุษฎีนิพนธ์ฉบับที่แก้ไขเรียบร้อย บัณฑิตวิทยาลัยจะประกาศผลให้ ทราบโดยทวั่ กัน ๕.๘ การสำเร็จการศึกษา คณุ สมบัตผิ ้สู ำเร็จการศกึ ษาตามหลกั สตู ร มีดังต่อไปนี้ ๑) นิสิตมีระยะเวลาการศกึ ษาตลอดหลักสตู รไมน่ ้อยกวา่ ๖ ภาคการศึกษาปกติ และไม่ เกิน ๑๐ ภาคการศึกษาปกตใิ นระบบทวภิ าค หรือให้มีระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๖ ภาคการศึกษาปกติ และไม่เกิน ๑๕ ภาคการศึกษาปกตใิ นระบบไตรภาค ๒) ศกึ ษารายวิชาครบถ้วนและถูกต้องตามเงื่อนไขทก่ี ำหนดไว้มีหน่วยกติ สะสมไม่น้อย กว่าทก่ี ำหนดไวใ้ นหลกั สูตร และไดค้ ่าเฉลยี่ สะสมไมต่ ำ่ กว่า ๓.๐๐ จากระบบ ๔ แต้ม โดยไม่ติดค้าง คา่ ธรรมเนยี มใดๆ ๓) สอบผา่ นสารนิพนธ์ในเน้ือหา ๓ รายวชิ าที่กำหนดให้ศกึ ษาสอบผา่ น ๔) การวัดความร้ภู าษาอังกฤษและความร้ภู าษาตา่ งประเทศอีก ๑ ภาษา ๕) ผา่ นการปฏบิ ตั ิวิปสั สนากรรมฐานตามท่ีบณั ฑติ วทิ ยาลัยกำหนด ๖) ไดน้ ำเสนอวิทยานพิ นธ์ในทปี่ ระชมุ ทางวิชาการหรอื บางสว่ นของวิทยานิพนธ์ได้รบั การพมิ พเ์ ผยแพรใ่ นวารสารทางวิชาการทบ่ี ัณฑติ วิทยาลยั รับรอง ๗) สอบผา่ นการประเมินผลวทิ ยานพิ นธ์และส่งวทิ ยานพิ นธฉ์ บบั สมบรู ณ์ตามท่ี มหาวิทยาลยั กำหนด

๒๘ หมวดท่ี ๔ ผลการเรียนรู้ กลยุทธก์ ารสอนและการประเมนิ ผล ๑. การพัฒนาคณุ ลักษณะพเิ ศษของนิสิต คณุ ลักษณะพเิ ศษ กลยุทธ์หรือกิจกรรมของนิสิต ๑ M – Morality มีมารยาททางกาย มีการฝึกฝนดา้ นระเบียบวินัยกริ ิยามารยาททั้งทางกายและวาจาท่ี และวาจาท่ีเหมาะสมตามกาลเทศะ เหมาะสม เชน่ การแต่งกาย การพดู ๒. A – Awareness รเู้ ทา่ ทนั ความ มีการส่งเสริมให้รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคม เปล่ียนแปลงทางสงั คม ปัจจบุ ันในด้านเศรษฐกจิ สังคม การเมอื ง และเทคโนโลยี ๓. H – Helpfulness มศี รัทธา อุทิศตน มีการส่งเสริมให้นิสิตมีศรัทธาอุทิศตนเพื่อทำงานเผยแผ่ เพ่ือพระพทุ ธศาสนา พระพทุ ธศาสนา โดยการใหอ้ อกคา่ ยบณั ฑติ อาสาพัฒนาชมุ ชน ๔. A – Ability มีความสามารถในการ มีการส่งเสริมให้นิสิตมีทักษะในการแก้ปัญหาตนเองและสังคม แก้ปัญหา โดยจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากกรณีปัญหา (Problem- Based Learning: PBL) เพื่อนำไปสู่การคิดแก้ไขปัญหานั้น ๆ ตามหลักพุทธธรรม ๕. C – Curiosity มคี วามใฝร่ ้ใู ฝ่คิด มีการส่งเสริมให้นิสิตแสวงหาความรู้รอบด้าน คิดสร้างสรรค์ ต่อ ยอดองค์ความรู้ ด้วยการศึกษาค้นคว้าวิจัย วิเคราะห์ สังเคราะห์ และวจิ ารณป์ ระเด็นปญั หาต่าง ๆ ท่เี กดิ ขึ้นในสังคม ๖. H - Hospitality มีน้ำใจเสียสละเพอ่ื มีการส่งเสริมให้นิสิตมีจิตอาสาในการเข้าร่วมกิจกรรมบำเพ็ญ ส่วนรวม สาธารณประโยชนต์ ่าง ๆ เช่น กิจกรรมสังคมสงเคราะห์ กิจกรรม ชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบภยั พิบตั ติ ่างๆ ๗. U – Universality มโี ลกทัศน์ มีการส่งเสริมให้นิสิตเข้าร่วมกิจกรรมทั้งในระดับชาติและ กวา้ งไกล นานาชาติ เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ด้านพระพุทธศาสนาและ สงั คม ๘. L – Leadership มีความเปน็ ผู้นำด้าน มีการสง่ เสรมิ ใหน้ สิ ิตวางตนเป็นแบบอย่างด้านจติ ใจและปญั ญา จติ ใจและปญั ญา ๙. A – Aspiration มคี วามมุง่ มน่ั พฒั นา มีการส่งเสริมให้นิสิตฝึกอบรมคุณธรรมจริยธรรม โดยการบูรณา ตนให้เพียบพรอ้ มดว้ ยคุณธรรมจริยธรรม การหลักคุณธรรมจริยธรรมไว้ในในรายวิชาต่างๆจัดกิจกรรมค่าย บัณฑติ อาสาพฒั นาชมุ ชน ๒. การพัฒนาผลการเรยี นรู้ในแต่ละด้าน ๒.๑ คณุ ธรรมจริยธรรม(Moral and Ethics)

๒๙ ๒.๑.๑ ผลการเรียนรดู้ ้านคุณธรรม จรยิ ธรรม นิสิตมีคุณธรรม จริยธรรม มีความตระหนักในคุณค่าของการดำเนินภารกิจ ที่ส่งผลต่อการ พฒั นาคุณภาพชีวิต การทำประโยชน์ การป้องกัน การแกไ้ ขปญั หา และการดำเนินชวี ติ ร่วมกับผอู้ ่นื ในสังคมได้ อย่างราบรืน่ โดยมคี ณุ สมบัตโิ ดยสงั เขปดงั น้ี (๑) มคี วามมงุ่ ม่ันพัฒนาตนให้เพียบพร้อมดว้ ยคุณธรรมจรยิ ธรรม ประกอบด้วยศีลาจารวัตร งดงามและเปน็ แบบอยา่ งทดี่ ีของสงั คม (๒) มีความรู้คู่คุณธรรม สามารถประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อแก้ปัญหาชีวิตตน และเพื่อน ร่วมสงั คมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ดา้ นการครองตน ครองคน ครองงาน (๓) เปน็ ผูม้ นี ำ้ ใจเสยี สละ มีจิตอาสาอุทิศตนเพอื่ พระพุทธศาสนาและสังคม (๔) มีความเป็นผู้นำด้านจิตใจและปัญญา และส่งเสริมให้มีการประพฤติปฏิบัติตามหลัก คณุ ธรรมจรยิ ธรรม (๕) เคารพสิทธิ รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รวมถึงเคารพในคุณค่าและศักดิ์ศรีของความ เป็นมนษุ ย์ (๖) การยอมรับประเด็นทางศีลธรรมและจริยธรรมอันเนื่องมาจากความหลากหลายทาง วฒั นธรรมและการอยรู่ ่วมกันอย่างสนั ติ ๒.๑.๒ กลยุทธ์การสอนทใ่ี ชพ้ ัฒนาการเรียนรู้ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม เพื่อให้เกิดผลการเรียนรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม หลักสูตรจึงใช้กลยุทธ์ในการสอนเพ่ือ พัฒนาการเรียนรู้ของผ้เู รียนดงั น้ี (๑) การจัดกิจกรรมในรายวิชาที่เน้นการปลูกฝังให้นิสิตมีระเบียบวินัยในตนเอง แต่งกาย เหมาะสมกบั สถานภาพนกั ศึกษา มคี วามรบั ผิดชอบในการเข้าเรียนและการสง่ งานตรงเวลา (๒) ฝกึ ฝนภาวะความเป็นผู้นำ ผตู้ าม รวมถึงการเคารพสทิ ธิ และการรับฟงั ความคดิ เห็นผู้อื่น ในการปฏบิ ตั งิ านเป็นทีมและการทำงานวิจยั (๓) การสอดแทรกความรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม ในการเรียนการสอน ทั้งในด้านการ ดำรงชีวิตอยใู่ นสงั คม และในการวจิ ยั ๒.๑.๓ กลยุทธ์การประเมนิ ผลการเรียนรดู้ า้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม มีการประเมินผลการเรียนรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม ทั้งระหว่างกำลังศึกษา และภายหลัง สำเร็จการศกึ ษา ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การสังเกต การสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม การใช้แบบสอบถาม แบบ ประเมิน และแบบวดั ผล โดยประเมนิ จากหลายๆ ด้าน ดังนี้ (๑) ประเมนิ จากการมวี นิ ยั ในการเรียน การตรงเวลา การทำงานเสร็จและสง่ งานตามกำหนด (๒) ประเมินจากความรับผิดชอบในการปฏิบัติงานเป็นทีม การทำงานวิจัย และการเข้าร่วม กิจกรรมในการใช้องค์ความรูท้ างการศกึ ษาทำประโยชนต์ ่อสงั คม (๓) ประเมินจากความซือ่ สัตย์ และจรรยาบรรณในการสอบ (๔) ผู้เรียนประเมินตนเองและประเมินโดยเพื่อนและอาจารย์ โดยใช้แบบประเมินและแบบ วัดผล (๕) ภายหลังสำเร็จการศึกษา ให้ดุษฎีบัณฑิตประเมินตนเอง โดยประเมินจากผู้ใช้บัณฑิต และประเมนิ จากผู้ปกครองของดษุ ฎีบัณฑติ โดยใช้แบบสอบถาม

๓๐ ๒.๒ ด้านความรู้ (Knowledge) ๒.๒.๑ ผลการเรียนรู้ด้านความรู้ นิสิตมีความรู้และเชี่ยวชาญทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติมีความสามารถในการเรียนรู้ด้วย ตนเอง สามารถคิดและวิเคราะห์ปัญหาอย่างเป็นระบบ มีความรู้ในการวิจัยสร้างนวัตกรรมใหม่ที่สามารถ นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสงั คมได้ และมีศักยภาพในการผลิตงานวิจัยเชิงบูรณาการเพื่อการพัฒนาประเทศ โดยมคี ุณสมบัตสิ รุปโดยสังเขปดังตอ่ ไปนี้ (๑) มคี วามรเู้ ชย่ี วชาญในพระไตรปิฎกและคมั ภีรท์ างพระพุทธศาสนา (๒) มีความใฝ่รู้ใฝ่คิดสร้างสรรค์ในงานวิชาการด้านพระพุทธศาสนา และสามารถบูรณาการ องคค์ วามรู้ในพระพุทธศาสนากับศาสตร์สมยั ใหมไ่ ด้ (๓) สามารถพัฒนาสร้างสรรค์องคค์ วามรู้ใหม่จากงานวิจัย เพื่อตอบสนองความต้องการทาง สงั คมในดา้ นวชิ าการพระพุทธศาสนา (๔) มโี ลกทรรศนก์ ว้างไกลและรู้เทา่ ทนั ความเปล่ียนแปลงทางสงั คม ๕) สามารถพฒั นาองค์ความรู้ จากงานวจิ ัยเพ่ือเช่ือมโยงกับการพฒั นาองค์กรเพ่ือตอบสนอง ความตอ้ งการของสังคม (๖) สามารถสังเคราะห์องค์ความรู้จากงานวิจัยเพื่อสร้างสรรค์งานด้านภาษาบาลแี ละคัมภรี ์ พทุ ธศาสนา ๒.๒.๒ กลยุทธก์ ารสอนทใ่ี ช้พฒั นาการเรียนรดู้ ้านความรู้ เพื่อให้เกิดผลการเรียนรู้ด้านความรู้ หลักสูตรจึงใช้กลยุทธ์ในการสอนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ของผู้เรียนดังนี้ (๑) การจดั การเรียนรู้โดยผูเ้ รียนเปน็ สำคัญ และมุ่งเน้นใหน้ ิสติ มคี วามรู้ความเข้าใจศาสตร์ใน เชิงลึก ผสมผสานให้นำไปสู่วิธีการดำเนินการที่เป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยใช้วิธีการเรียนการสอนที่เน้น หลักการทางทฤษฎี และปฏิบัติการวิจัยในสภาพแวดล้อมจริง เป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่กระตุ้นให้เกิดการคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจด้วยตนเอง เช่นให้มีการนำเสนองาน การร่วมแสดงความคิดเห็น การตอบคำถาม เพ่ือ สนบั สนนุ ให้นิสติ คดิ เปน็ และมีนิสัยใฝร่ ู้ (๒) การจัดการเรียนรู้ด้วยตนเอง มอี สิ ระในการแสวงหาความร้โู ดยไมย่ ึดติดกับการรับข้อมูล จากผูส้ อนเพยี งฝา่ ยเดียว (๓) การจดั การเรยี นรแู้ บบมีส่วนร่วม (๔) การจดั การเรยี นรจู้ ากสถานการณ์จรงิ มกี ารเรยี นรทู้ ง้ั ในช้ันเรียนและการศึกษาดูงาน (๕) การทำวจิ ยั ท้ังในรายวิชาที่เกี่ยวข้องและวิทยานิพนธ์ (๖) การเรยี นรทู้ ีเ่ นน้ การนำความรู้ไปประยุกตใ์ ช้ในงานวจิ ยั และงานการสอนท่ีเป็นประโยชน์ ต่อชมุ ชน ท้องถน่ิ และในระดับทส่ี งู ข้นึ ๒.๒.๓ กลยุทธ์การประเมินผลการเรยี นรู้ดา้ นความรู้ ประเมินจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการปฏิบัติของนิสิต ให้ครอบคลุมในทุกด้าน ด้วย วธิ ีการดงั ตอ่ ไปน้ี (๑) การทดสอบย่อย (๒) การสอบกลางภาคและปลายภาค

๓๑ (๓) การวดั ผลสำเร็จของการปฏิบัติงานเป็นทมี (๔) การนำเสนอผลงาน (๕) การนำความรไู้ ปประยุกต์ใช้ใหส้ ัมพนั ธก์ บั ศาสตร์สมัยใหม่ (๖) การสอบประมวลความรู้ (๗) การสอบวัดคุณสมบัติในรายวิชาที่หลักสูตรกำหนด และสอบความรู้ภาษาที่หลักสูตร กำหนด (๘) การสอบวทิ ยานพิ นธ์ ๒.๓ ทกั ษะทางปัญญา (Cognitive Skills) ๒.๓.๑ ผลการเรยี นรูด้ า้ นทักษะทางปญั ญา นสิ ิตมีวิจารณญาณในการคดิ วิเคราะห์อย่างเปน็ ระบบและสร้างสรรค์โดยใช้องค์ความรู้ทาง วิชาชีพที่เรียนมาทั้งภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติและประสบการณ์จริง มาบูรณาการใช้ในการแก้ไขปัญหาการ เรียนรู้ การประกอบอาชีพและการดำรงชีวิต เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่มีคุณภาพ และเป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเอง และสงั คม โดยมีคุณสมบตั ิสรุปโดยสังเขปดังตอ่ ไปน้ี (๑) สามารถเข้าใจทฤษฎีทางพระพุทธศาสนานำไปสู่การวิจัยอย่างสร้างสรรค์ (๒) สามารถวิเคราะห์และสังเคราะห์ผลงานวิจัยและทฤษฎีเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ด้าน พระพทุ ธศาสนา (๓) สามารถจัดการความรู้ทางด้านภาษาบาลแี ละคมั ภีร์พระพทุ ธศาสนาอย่างเป็นระบบ (๔) สามารถออกแบบและดำเนินการวิจัยในประเดน็ สำคัญทางพระพุทธศาสนา (๕) สามารถวางแผนและดำเนินการโครงการที่สำคัญหรือโครงการวิจัยค้นคว้าทางพระ พทุ ธศสนาและคมั ภีร์พระพุทธศาสนา ได้ด้วยตนเอง (๖) สามารถประยุกตใ์ ชห้ ลกั พุทธธรรมในการแก้ปญั หาทเี่ กิดขนึ้ ในสงั คมสมัยใหม่ ๒.๓.๒ กลยุทธ์การสอนท่ใี ชใ้ นการพัฒนาการเรียนร้ดู ้านทักษะทางปญั ญา เพื่อให้เกิดผลการเรียนรู้ด้านทักษะทางปัญญา หลักสูตรจึงใช้กลยุทธ์ในการสอนเพื่อ พัฒนาการเรียนรขู้ องผ้เู รียนดังนี้ (๑) เนน้ การฝกึ ทักษะด้านการคดิ และการสรา้ งสรรคง์ านวชิ าการ (๒) เน้นการเรยี นรูด้ ้วยตนเอง และการปฏิบัตงิ านวิจยั อย่างจริงจัง (๓) เน้นการเรียนรู้ที่สามารถประยุกต์ใชก้ ับการวจิ ยั คน้ คว้าในสถานการณ์จริง โดยใช้ปัญหา เป็นตวั กระตุ้นให้เกดิ การเรยี นรู้ (๔) เนน้ การอภปิ รายกลมุ่ ๒.๓.๓ กลยุทธ์การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ด้านทกั ษะทางปัญญา ประเมนิ ทักษะทางปัญญาด้วยวธิ ีการดังตอ่ ไปนี้ (๑) วดั ผลจากการแสดงออกทางกระบวนการคดิ และการแก้ไขปญั หา (๒) วดั ผลจากการปฏบิ ัตงิ านทไี่ ด้รับมอบหมาย (๓) วดั ผลจากการนำเสนอผลงาน (๔) วดั ผลจากการอธิบาย การถาม และตอบคำถาม

๓๒ (๕) วัดผลจากการโต้ตอบสื่อสารกบั ผอู้ ื่น (๖) วัดผลจากการอภปิ รายกล่มุ ๒.๔ ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ (Interpersonal Skill and Responsibilies) ๒.๔.๑ ผลการเรียนรดู้ ้านทกั ษะความสมั พันธ์ระหวา่ งบุคคลและความรับผดิ ชอบ นิสิตมีปฏิสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์ สามารถในการปรับตัวเข้ากับกลุ่มคนต่างๆ ได้ มีความ เคารพและยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคลและสังคม มีความรับผิดชอบในบทบาทหน้าที่ เรียนรู้และ พัฒนาตนเอง และสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยมคี ณุ สมบตั สิ รปุ โดยสังเขปดงั ต่อไปนี้ (๑) มีความสามารถในการแสดงความเหน็ ทางวิชาการด้านพระพุทธศาสนา (๒) มคี วามรับผิดชอบในการพฒั นาความรู้ของตนเอง องค์กร และสังคม (๓) สามารถใช้ความรดู้ ้านพระพุทธศาสนามาชีน้ ำสังคมในประเด็นที่เหมาะสม (๔) มภี าวะความเป็นผู้นำทโ่ี ดดเดน่ ในองค์กร บรหิ ารทำงานเป็นทมี และภาวะการเป็นผู้ตาม ในทีมไดอ้ ย่างเหมาะสมตามโอกาสและสถานการณ์ (๕) สามารถแสดงทักษะภาวะความเป็นผู้นำได้อย่างเหมาะสมตามโอกาสและสถานการณ์เพื่อเพิ่มพูน ประสทิ ธิภาพในการทำงานเปน็ กลุ่ม (๖) สามารถให้ความร่วมมือในการทำงานเป็นกลุ่มพร้อมทั้งสามารถชี้แจงแสดงเหตุผลเพื่อเพิ่มพูน ประสทิ ธภิ าพระหว่างกลมุ่ ๒.๔.๒ กลยุทธ์การสอนที่ใช้พัฒนาการเรียนรู้ ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และ ความรบั ผดิ ชอบ เพอื่ ให้เกดิ ผลการเรียนรู้ด้านทักษะความสมั พันธ์ระหว่างบุคคล และความรบั ผิดชอบหลักสูตร จึงใช้กลยุทธ์ในการสอนเพ่ือพัฒนาการเรียนรูข้ องผู้เรยี นดังนี้ (๑) การจัดกิจกรรมในรายวิชาที่เน้นการเรียนการสอนที่มีการปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้เรียน และผสู้ อน (๒) จัดให้มีกิจกรรมฝึกฝนภาวะความเป็นผู้นำ ผู้ตาม การแสดงออกถึงภาวะความเป็นผู้นำ และผู้ตามที่ดี การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ร่วมงาน และการรับฟังความคิดเห็นผู้อื่นในการปฏิบัติงานเป็นทมี และการทำงานวิจัย (๓) จดั ใหม้ กี จิ กรรมฝึกฝนการทำกจิ กรรมเพ่ือสังคม (๔) จัดให้มีกิจกรรมฝึกฝนการวางตวั ที่เหมาะสมต่อกาลเทศะ (๕) จดั ให้มกี จิ กรรมฝึกฝนการประสานงานกบั ผอู้ ื่นทง้ั ภายในและภายนอกสถาบนั การศึกษา ๒.๔.๓ กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และ ความ รับผิดชอบ ประเมนิ ทกั ษะความสัมพนั ธ์ระหว่างบคุ คลและความรบั ผดิ ชอบดว้ ยวธิ กี ารดังต่อไปนี้ (๑) สังเกตจากพฤติกรรมและการแสดงออกของนิสิตในหลายๆ ด้าน ระหว่างกิจกรรมการ เรยี นการสอน เช่น พฤตกิ รรมความสนใจ ตงั้ ใจเรียนรู้ และพฒั นาตนเอง

๓๓ (๒) สังเกตจากพฤติกรรมการแสดงบทบาทภาวะผู้นำและผู้ตามที่ดี ความสามารถในการ ทำงานร่วมกบั ผูอ้ น่ื (๓) สังเกตจากพฤติกรรมความรับผิดชอบในการเรียนและงานที่ได้รับมอบหมาย การ นำเสนอผลงาน การทำงานวิจัย และการร่วมทำกิจกรรมเพ่อื สังคม ๒.๕ ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (Numerical Analysis, Communication and Information Technology Skills) ๒.๕.๑ ผลการเรียนรู้ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศ นิสิตสามารถประยุกตใ์ ช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สถิติและคณิตศาสตร์ ใน การวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลหรือสถานการณ์ต่าง ๆ ในการเรียนการสอน การปฏิบัติงาน และการ ทำงานวิจัยได้ สามารถเรียนรู้ศาสตร์ทางด้านวิวัฒนาการทางเทคโนโลยี และรู้จักนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ ใหเ้ กดิ ประโยชนต์ ่อสังคม โดยมีคณุ สมบตั ิสรปุ โดยสงั เขปดงั ตอ่ ไปน้ี (๑) สามารถคดั กรองข้อมลู และใช้หลักตรรกะทางคณิตศาสตร์และสถิติ ในการศึกษาค้นคว้า ปัญหา สรุปปญั หาและเสนอแนะแก้ไขปัญหาในด้านต่างๆ ดว้ ยหลกั การทางพระพทุ ธศาสนา (๒) สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา เชิงตัวเลขและสถิติในการศึกษากำหนดประเด็น ปญั หาทส่ี ำคญั ได้อยา่ งถกู ต้อง (๓) สามารถนำเสนอรายงานการวิจัยดุษฎีนิพนธ์ ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็น ทางการ (๔) สามารถสือ่ สารโดยใช้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ และส่ือสารกับ กลมุ่ บคุ คลต่างๆ ท้งั ในวงการวชิ าการและวชิ าชพี รวมถึงชมุ ชนท่ัวไปได้อย่างเหมาะสม (๕) สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการนำเสนอรายงานการวิจัย วิทยานิพนธ์ หรือ โครงการคน้ คว้าท่สี ำคญั ท้ังในรปู แบบทีเ่ ป็นทางการและไม่เป็นทางการ รวมถงึ การตีพิมพ์ผ่านสื่อทางวิชาการ ได้อยา่ งเหมาะสม (๖) สามารถสื่อสารและสร้างสรรค์งานทางด้านภาษาบาลี ทั้งในวงวิชาการและวิชาชีพ ได้อย่าง เหมาะสม ๒.๕.๒ กลยุทธ์การสอนที่ใช้พัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ เพ่อื ให้เกิดผลการเรยี นรู้ดา้ นทักษะการวิเคราะห์เชงิ ตัวเลข การสอ่ื สาร และการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศ หลักสตู รจงึ ใชก้ ลยุทธใ์ นการสอนเพ่ือพัฒนาการเรียนรูข้ องผ้เู รียนดังนี้ (๑) จัดการเรียนรายวิชาสัมมนาให้นิสิตได้ฝึกทักษะทั้งด้านการวิเคราะห์ การวิจารณ์ การ สือ่ สาร และการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ ในการค้นควา้ และนำเสนองานท้ังเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (๒) จัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนทักษะการสื่อสาร และการ นำเสนอโดยใชเ้ ทคโนโลยีทงั้ ดว้ ยตนเองและร่วมกับผู้อน่ื การอภปิ ราย (๓) จดั กจิ กรรมการเรียนการสอนทีเ่ นน้ การวิเคราะห์ปญั หาทางปรชั ญาและการทำงานวิจยั (๔) จัดกิจกรรมเพ่ือใหเ้ กิดทักษะในการบรหิ ารจัดการข้อมลู ท่ีไดจ้ ากการศึกษาและวิจัย

๓๔ ๒.๕.๓ กลยทุ ธก์ ารประเมินผลการเรยี นร้ดู ้านทักษะการวเิ คราะหเ์ ชิงตวั เลข การสือ่ สารและการ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ ประเมินทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้วย วธิ กี ารดงั ต่อไปนี้ (๑) การทดสอบความรู้และเทคนิคการวเิ คราะห์และวจิ ารณท์ ฤษฎีหรอื แนวคดิ ใหม่ ๆ (๒) การทำงานวจิ ยั ตงั้ แตเ่ ริม่ ตน้ จนถึงข้นั ตอนการเขียนรายงาน และการนำเสนอผลงาน ๓. แผนที่แสดงการกระจายความรับผิดชอบต่อผลการเรียนรู้ จากหลักสูตรสู่รายวิชา (Curriculum mapping) หลกั สตู รรบั ผิดชอบต่อผลการเรยี นรู้ตามมาตรฐานการเรียนรู้ ๕ ด้าน ดังตอ่ ไปน้ี ๓.๑ ด้านคุณธรรม จริยธรรม (Moral and Ethics) ๓.๑.๑ มีความมุ่งมั่นพัฒนาตนให้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมจริยธรรม ประกอบด้วยศีลาจารวัตร งดงามและเปน็ แบบอย่างท่ดี ขี องสงั คม ๓.๑.๒ มีความรู้คู่คุณธรรม สามารถประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อแก้ปัญหาชีวิตตน และเพื่อนร่วม สงั คมได้อยา่ งเหมาะสม ดา้ นการครองตน ครองคน ครองงาน ๓.๑.๓ เป็นผู้มีนำ้ ใจเสียสละ มีจิตอาสาอุทิศตนเพ่อื พระพุทธศาสนาและสงั คม ๓.๑.๔ มีความเป็นผูน้ ำด้านจติ ใจและปัญญา และสง่ เสริมให้มกี ารประพฤติปฏิบัติตามหลกั คุณธรรม จรยิ ธรรม ๓.๑.๕ เคารพสทิ ธแิ ละเสรีภาพ รบั ฟงั ความคิดเหน็ ของผู้อื่น รวมถงึ เคารพในคุณคา่ และศักดิ์ศรีของ ความเป็นมนษุ ย์ ๓.๑.๖ การยอมรับประเด็นทางศีลธรรมและจริยธรรมอันเนื่องมาจากความหลากหลายทาง วัฒนธรรมและการอย่รู ว่ มกันอย่างสันติ ๓.๒ ดา้ นความรู้ (Knowledge) ๓.๒.๑ มคี วามรเู้ ชยี่ วชาญในพระไตรปิฎกและคัมภรี ์ทางพระพุทธศาสนา ๓.๒.๒ มีความใฝ่รู้ใฝ่คิดสร้างสรรค์ในงานวชิ าการดา้ นพระพุทธศาสนา และสามารถบูรณาการองค์ ความรูใ้ นพระพุทธศาสนากบั ศาสตรส์ มยั ใหมไ่ ด้ ๓.๒.๓ สามารถพัฒนาสร้างสรรค์องค์ความรู้ใหม่จากงานวิจัย เพื่อตอบสนองความต้องการทาง สงั คมในดา้ นวชิ าการพระพทุ ธศาสนา ๓.๒.๔ มีโลกทรรศนก์ วา้ งไกลและรเู้ ทา่ ทันความเปลย่ี นแปลงทางสงั คม ๓.๒.๕ สามารถพัฒนาองค์ความรู้ จากงานวิจัยเพื่อเชื่อมโยงกับการพัฒนาองค์กรเพื่อตอบสนอง ความตอ้ งการของสังคม ๓.๒.๖ สามารถสังเคราะห์องค์ความรู้จากงานวิจัยเพื่อสร้างสรรค์งานด้านภาษาบาลแี ละคัมภีร์พุทธ ศาสนา ๓.๓ ดา้ นทักษะทางปัญญา (Cognitive Skills)

๓๕ ๓.๓.๑ สามารถเขา้ ใจทฤษฎที างพระพทุ ธศาสนานำไปสกู่ ารวิจัยอยา่ งสร้างสรรค์ ๓.๓.๒ สามารถวิเคราะห์และสังเคราะห์ผลงานวิจัยและทฤษฎีเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ด้าน พระพุทธศาสนา ๓.๓.๓ สามารถจดั การความรู้ทางดา้ นภาษาบาลแี ละคัมภรี ์พระพุทธศาสนาอยา่ งเป็นระบบ ๓.๓.๔ สามารถออกแบบและดำเนินการวิจยั ในประเดน็ สำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา ๓.๓.๕ สามารถวางแผนและดำเนินการโครงการที่สำคัญหรือโครงการวิจัยค้นคว้าทางพระพุทธศส นาและคมั ภีรพ์ ระพุทธศาสนา ได้ด้วยตนเอง ๓.๓.๖ สามารถประยกุ ตใ์ ช้หลกั พุทธธรรมในการแกป้ ญั หาทเ่ี กดิ ข้นึ ในสังคมสมัยใหม่ ๓.๔ ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ (Interpersonal Skill and Responsibilies) ๓.๔.๑ มีความสามารถในการแสดงความเหน็ ทางวชิ าการด้านพระพุทธศาสนา ๓.๔.๒ มคี วามรับผดิ ชอบในการพัฒนาความร้ขู องตนเอง องคก์ ร และสงั คม ๓.๔.๓ สามารถใช้ความรดู้ า้ นพระพทุ ธศาสนามาช้ีนำสังคมในประเด็นที่เหมาะสม ๓.๔.๔ มภี าวะความเปน็ ผู้นำทโ่ี ดดเดน่ ในองค์กร บริหารการทำงานเป็นทีม และภาวะการเปน็ ผู้ตาม ในทีมไดอ้ ย่างเหมาะสมตามโอกาสและสถานการณ์ ๓.๔.๕ สามารถแสดงทักษะภาวะความเป็นผู้นำได้อย่างเหมาะสมตามโอกาสและสถานการณ์เพื่อเพิ่มพูน ประสทิ ธิภาพในการทำงานเป็นกลุ่ม ๓.๔.๖ สามารถให้ความร่วมมือในการทำงานเป็นกลุ่มพร้อมทั้งสามารถชี้แจงแสดงเหตุผลเพื่อเพิ่มพูน ประสทิ ธิภาพระหว่างกลมุ่ ๓.๕ ด้านทักษะการวิเคราะห์ การสื่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ (Numerical Analysis, Communication and Information Technology Skills) ๓.๕.๑ สามารถคัดกรองข้อมูลและใช้หลักตรรกะทางคณิตศาสตร์และสถิติ ในการศึกษาค้นคว้า ปญั หา สรปุ ปัญหาและเสนอแนะแกไ้ ขปัญหาในดา้ นต่างๆ ดว้ ยหลักการทางพระพทุ ธศาสนา ๓.๕.๒ สามารถวิเคราะหข์ ้อมูลเชิงเนื้อหา เชิงตัวเลขและสถิติในการศึกษากำหนดประเดน็ ปญั หาท่ี สำคัญได้อย่างถกู ต้อง ๓.๕.๓ สามารถนำเสนอรายงานการวิจยั ดษุ ฎนี พิ นธ์ ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ๓.๕.๔ สามารถสื่อสารโดยใช้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสื่อสารกับ กลมุ่ บคุ คลต่างๆ ทัง้ ในวงการวิชาการและวิชาชพี รวมถึงชุมชนทว่ั ไปได้อยา่ งเหมาะสม ๓.๕.๕ สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการนำเสนอรายงานการวิจัย วิทยานิพนธ์ หรือโครงการ ค้นคว้าที่สำคญั ทั้งในรูปแบบทีเ่ ป็นทางการและไม่เป็นทางการ รวมถึงการตีพิมพ์ผ่านสื่อทางวิชาการได้อย่าง เหมาะสม ๓.๕.๖ สามารถสื่อสารและสร้างสรรค์งานทางด้านภาษาบาลี ทั้งในวงการวิชาการและวิชาชีพ ได้ อยา่ งเหมาะสม ๔. ความคาดหวงั ของผลลพั ธ์การเรียนรู้เมอื่ สิ้นปีการศึกษา นสิ ิตเม่อื จบการศึกษาชนั้ ปีท่ี ๑

๓๖ ด้านคุณธรรม จริยธรรม: มีการยอมรับประเด็นทางศีลธรรมและจริยธรรมอันเนื่องมาจากความ หลากหลายทางวัฒนธรรมและการอยรู่ ว่ มกันอย่างสนั ติ ด้านความรู้: มโี ลกทรรศนก์ ว้างไกลและรเู้ ทา่ ทันความเปลย่ี นแปลงทางสังคม ด้านทกั ษะทางปญั ญา : สามารถเข้าใจทฤษฎที างพระพุทธศาสนานำไปสู่การวจิ ยั อย่างสร้างสรรค์ ดา้ นทกั ษะความสัมพันธร์ ะหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ: มีความสามารถในการแสดงความเห็น ทางวิชาการดา้ นพระพุทธศาสนา ด้านทักษะการวเิ คราะห์ การสอื่ สาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ :สามารถคัดกรองข้อมลู และใช้หลัก ตรรกะทางคณิตศาสตร์และสถิติ ในการศึกษาค้นคว้าปัญหา สรุปปัญหาและเสนอแนะแก้ไขปัญหาในด้าน ตา่ งๆ ดว้ ยหลกั การทางพระพทุ ธศาสนา นิสติ เมอื่ จบการศกึ ษาชั้นปีที่ ๒ ด้านคุณธรรม จริยธรรม: เป็นผู้มีน้ำใจเสียสละ มีจิตอาสาอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนาและสังคม ด้านความรู้: มีความใฝ่รู้ใฝ่คิดสร้างสรรคใ์ นงานวิชาการด้านพระพุทธศาสนา และสามารถบูรณาการ องคค์ วามร้ใู นพระพุทธศาสนากบั ศาสตรส์ มยั ใหม่ได้ ด้านทกั ษะทางปัญญา : สามารถออกแบบและดำเนินการวิจยั ในประเดน็ สำคัญทางพระพุทธศาสนา ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ: มีความรับผิดชอบในการพัฒนา ความรู้ของตนเอง องค์กร และสังคม ด้านทกั ษะการวเิ คราะห์ การส่ือสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ : สามารถวเิ คราะห์ข้อมูลเชงิ เน้ือหา เชงิ ตัวเลขและสถติ ใิ นการศกึ ษากำหนดประเด็นปญั หาท่ีสำคัญได้อยา่ งถกู ต้อง นิสิตเมื่อจบการศกึ ษาชั้นปีท่ี ๓ ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม: เคารพสิทธิ รบั ฟังความคิดเหน็ ของผอู้ ่ืน รวมถงึ เคารพในคุณคา่ และศักดิ์ศรี ของความเป็นมนุษย์ ด้านความรู้: สามารถพัฒนาสร้างสรรค์องค์ความรู้ใหม่จากงานวิจัย เพื่อตอบสนองความต้องการ ทางสงั คมในดา้ นวิชาการพระพุทธศาสนา ดา้ นทักษะทางปญั ญา: สามารถประยุกตใ์ ชห้ ลกั พทุ ธธรรมในการแก้ปญั หาที่เกิดขนึ้ ในสงั คมสมยั ใหม่ ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ: สามารถแสดงทักษะภาวะความเป็นผู้นำ ไดอ้ ย่างเหมาะสมตามโอกาสและสถานการณ์เพื่อเพ่ิมพูนประสทิ ธภิ าพในการทำงานเปน็ กลุ่ม ด้านทักษะการวิเคราะห์ การสื่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ : สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ในการนำเสนอรายงานการวจิ ยั วิทยานิพนธ์ หรอื โครงการค้นคว้าท่ีสำคัญ ทง้ั ในรูปแบบท่เี ป็นทางการและไม่ เป็นทางการ รวมถึงการตีพิมพผ์ า่ นสอ่ื ทางวชิ าการไดอ้ ย่างเหมาะสม

แผนที่แสดงการกระจายความรบั ผิดชอบมาตรฐานผลการ • ความรับผิดชอบหลกั รายวชิ า ๑. ดา้ นคณุ ธรรมจรยิ ธรรม ๒. ด้านความรู้ - หมวดวิชาบังคับ ๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕ •• ๘๐๐ ๑๐๒ พระพทุ ธศาสนากับ •• •• ศาสตร์แหง่ การตคี วาม •• •• ๘๐๐ ๔๐๑ สมั มนางานวจิ ัย •• •••••• และวิทยานพิ นธ์ ๘๐๑ ๑๐๑ สมั มนา พระไตรปิฎกและอรรถกถา ๘๐๑ ๑๐๔ สัมมนา พระพุทธศาสนากับวชิ าชพี ๘๐๑ ๑๐๕ สัมมนา พระไตรปิฎกและงานนพิ นธ์ ๘๐๑ ๒๐๓ ระเบยี บวธิ ีวจิ ยั ชัน้ สูง ทางพระพทุ ธศาสนา ๘๐๐ ๓๐๖วิปสั สนากรรมฐาน

รเรยี นรู้จากหลกั สูตรสรู่ ายวิชา (Curriculum mapping) ก ความรบั ผดิ ชอบรอง ๓. ดา้ นทักษะทางปญั ญา ๔. ด้านทักษะความสัมพนั ธ์ ๕. ดา้ นทกั ษะการวิเคราะห์ ระหวา่ งบุคคลและความ รบั ผิดชอบ การสอ่ื สารและเทคโนโลยี สารสนเทศ ๖๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖ ••• ••• ••• ••• ••• ••• ••••

รายวิชา ๑. ด้านคณุ ธรรมจรยิ ธรรม ๒. ดา้ นความรู้ - หมวดวิชาเอก ๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕ •• ๘๐๑ ๒๐๗ สัมมนาหลัก •• •• พุทธธรรม •• ๘๐๑ ๒๐๘ สัมมนาระพุทธศาสนา •• •• กบั วิทยาการสมัยใหม่ • ๘๐๑ ๒๑๒ สมั มนาพระพทุ ธศาสนา •• กับการพฒั นาท่ยี ง่ั ยนื ๘๐๑ ๓๐๙ พระพุทธศาสนากบั ศาสตร์แหง่ การใช้เหตุผล - หมวดวิชาเลอื ก ๘๐๑ ๒๑๐ ศึกษาอสิ ระในศา สนศึกษา ๘๐๑ ๒๑๑สัมมนาพุทธจรยิ ศาสตร์ประยุกต์ ๘๐๑ ๒๑๓ สัมมนา พระพุทธศาสนากับสตรีนยิ ม ๘๐๑ ๒๑๔ พระพทุ ธศาสนาใน วรรณคดีไทย

๓๖ ๓. ด้านทกั ษะทางปญั ญา ๔. ด้านทกั ษะความสมั พนั ธ์ ๕. ดา้ นทกั ษะการวเิ คราะห์ ระหวา่ งบุคคลและความ รับผิดชอบ การสื่อสารและเทคโนโลยี สารสนเทศ ๖๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖ ••• ••• •••• ••• ••• ••• •••• •••

รายวิชา ๑. ด้านคณุ ธรรมจริยธรรม ๒. ดา้ นความรู้ ๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕ ๘๐๑ ๓๑๕ จิตรกั ษากับการปรกึ ษา      •     • เชงิ พุทธ ๘๐๑ ๓๑๖ พระพุทธศาสนากับ •• สังคมผสู้ ูงอายุ ๘๐๑ ๓๑๗ สมั มนาพระพทุ ธศาสนา      •     • กับเศรษฐกิจพอเพียง ๘๐๑ ๓๑๘ สัมมนา      •     • พระพุทธศาสนาเพ่ือสังคม ๘๐๑ ๓๒๐พระพุทธศาสนากับ •• ประชาคมอาเซยี น ๘๐๑ ๓๒๑ สมั มนาอารยธรรมทวาร      •     • วดี ๘๐๑ ๓๒๒ สวุ รรณภูมศิ กึ ษา •• •• ๘๐๑ ๓๒๓ สมั มนาอารยธรรมพนม ดงรกั ๘๐๑ ๓๒๔ ขอมศึกษา •• - ดษุ ฎีนพิ นธ์ แบบ ๑.๑ และ แบบ ๒.๑ ๘๐๐ ๒๐๐ ดษุ ฎีนพิ นธ์ • • • • • • • • • • •

๓๗ ๓. ด้านทักษะทางปัญญา ๔. ดา้ นทกั ษะความสมั พันธ์ ๕. ด้านทกั ษะการวเิ คราะห์ ระหวา่ งบคุ คลและความ รบั ผิดชอบ การสอ่ื สารและเทคโนโลยี สารสนเทศ ๖๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖๑๒๓๔๕๖ ••• ••• ••• ••• ••• ••• ••• ••• ••• •••••••••••••••••••

หมวดท่ี ๕ หลักเกณฑ์ในการประเมนิ ผลนสิ ติ ๑. กฎระเบียบหรอื หลักเกณฑ์ในการให้ระดับคะแนน (เกรด) เปน็ ไปตามขอ้ บงั คับมหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย ว่าดว้ ยการศกึ ษาระดับบัณฑติ ศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ (ฉบับท่ี ๓) แก้ไขเพีมเติม พทุ ธศักราช ๒๕๔๙ ๑. ใหม้ ีการวดั ผลทุกรายวิชาท่ีนิสิตลงทะเบยี นแต่ละภาคการศกึ ษาโดยวิธกี ารทดสอบทง้ั กอ่ นและ หลงั เรียน เขยี นรายงาน มอบหมายงานใหท้ ำผลการฝึกภาคสนามหรือวธิ อี ่ืนใดท่ีเหมาะสมกบั รายวิชา ๒. นสิ ิตจะมสี ิทธิเขา้ สอบไล่ หรือไดร้ ับการวัดผลในรายวชิ าใดก็ตอ่ เม่อื มเี วลาศึกษาในรายวชิ าน้ัน มาแลว้ ไมน่ ้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาการศกึ ษาท้งั หมดในภาคการศึกษานนั้ ๓. การประเมินผลการศึกษารายวิชา แบ่งเป็น ๗ ระดับ คือ A, A-, B+, B, C+,C และ F มีผล การศึกษา ระดับ ค่าระดบั และเกณฑค์ ะแนน แตล่ ะระดบั ดังน้ี เกณฑ์คะแนน ผลการศกึ ษา ระดบั คา่ ระดบั วิชาเลือก วิชาบงั คบั เกณฑ์ และวิชาเอก เยยี่ ม (Excellent) A ๔.๐๐ ๙๕ - ๑๐๐ ๙๕-๑๐๐ เกณฑผ์ า่ นวิชา บังคับแลวิชาเอก ดีมาก (Very Good) A- ๓.๖๗ ๙๐ - ๙๔ ๙๐ - ๙๔ ” ดี (Good) B+ ๓.๓๓ ๘๕ - ๘๙ ๘๕ - ๘๙ ” ค่อนข้างดี (Quite B ๓.๐๐ ๘๐ – ๘๔ ๘๐ – ๘๔ ” Good) ปานกลาง (Moderate) C+ ๒.๕๐ ๗๕ - ๗๙ ตำ่ กว่า ๘๐ เกณฑผ์ ่านวิชา ผ่าน (Pass) C ๒.๐๐ ๗๐ - ๗๔ เลือก ตก (Failed) F ๐ ต่ำกว่า ๗๐ ” ๔. นิสิตต้องสอบไล่ได้ระดับ A, A-, B+ และ B หรือ S ในรายวิชาที่หลักสูตรกำหนดไว้เป็นวิชา บังคับ วิชาเอก หรือวิชาเลือก นิสิตที่ได้ระดับต่ำกว่า B ในรายวิชาบังคับหรือวิชาเอก ต้องลงทะเบียน รายวิชานั้นใหม่ และต้องสอบให้ได้ระดับไม่ต่ำกว่า B หรือ S แล้วแต่กรณี เงื่อนไขอื่นๆ ให้เป็นไปตาม ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยว่าด้วยเรื่องการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ.๒๕๔๑ และฉบบั แกไ้ ขเพม่ิ เติม พ.ศ.๒๕๔๙ ๕. การประเมินผลวิทยานิพนธ์ ให้เป็นไปตามระเบียบบัณฑิตวิทยาลัยว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับ วทิ ยานพิ นธ์ พ.ศ.๒๕๔๒ แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ พ.ศ.๒๕๕๐ ๖. ระบบการวดั ผลและประเมินผลในเร่ืองอ่ืน ๆ ใหน้ ำขอ้ บังคบั มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ.๒๕๔๑ และข้อบังคับของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย ฉบับแกไ้ ขเพ่ิมเติม พ.ศ. ๒๕๔๙ มาถือปฏบิ ัตโิ ดยอนโุ ลม

๗. การประเมินผลการศึกษารายวิชาที่กำหนดให้ศึกษาเพิ่มเติมโดยไม่นับหน่วยกิตให้ได้รับผล ประเมินเปน็ S (Satisfactory – ผ่าน) หรือ U (Unsatisfactory – ไมผ่ ่าน) ๒. กระบวนการทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธข์ิ องนิสิต การกำหนดระบบและกลไกการทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนรู้ เกดิ ขนึ้ เพ่ือแสดงหลักฐานยืนยันหรือ สนับสนนุ วา่ นสิ ติ และดุษฎีบัณฑติ ทุกคนมีมาตรฐานผลการเรยี นรทู้ ุกด้านเป็นไปตามท่ีกำหนดไว้ในมาตรฐาน คุณวุฒิ เปน็ อยา่ งนอ้ ย ๒.๑. การทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนรู้ขณะนสิ ติ ยงั ไมส่ ำเร็จการศึกษา การทวนสอบในทุกรายวิชา ทั้งภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ การสัมมนา การทำวิทยานิพนธ์ จะต้อง สอดคล้องกับกลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้โดยให้เป็นความรับผิดชอบของอาจารย์ผู้สอนในการออก ข้อสอบหรือกำหนดกลไกและกระบวนการสอบ และมีการประเมินแผนการสอนสัมพันธ์กับการประเมิน ข้อสอบ การประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการสอนจากผลการสอบ โดยคณะกรรมการประจำหลักสูตร และ/หรือ คณะกรรมการผู้ทรงคุณวฒุ ิทั้งจากภายในและภายนอกสถาบัน รวมถึงการประเมินอาจารย์ และ การประเมินผลการเรียนการสอนโดยนิสิตเอง ส่วนการทวนสอบในระดับหลักสูตร ให้มีระบบประกัน คณุ ภาพภายในของสาขาวิชาพระพุทธศาสนาเอง ระบบประกันคณุ ภาพภายในระดบั คณะ และระบบประกัน คณุ ภาพภายในระดับสถาบัน เพ่อื ดำเนินการทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนรูแ้ ละรายงานผล ๒.๒. การทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนร้หู ลังจากนสิ ิตสำเรจ็ การศึกษา การทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนรู้หลังจากนิสิตสำเร็จการศึกษา เน้นการทำวิจัยสัมฤทธิผล ของการประกอบอาชีพหรือการศึกษาต่อของดุษฎีบัณฑิต โดยทำการวิจัยอย่างต่อเนื่อง แล้วนำผลที่ได้มา เป็นขอ้ มลู ในการประเมนิ คุณภาพของหลักสูตร การพฒั นาหรอื ปรบั ปรุงหลักสูตร และกระบวนการเรียนการ สอน โดยมีหัวขอ้ การทวนสอบมาตรฐานผลการเรยี นรู้ ดงั ตอ่ ไปน้ี ๒.๒.๑ สภาวะการได้งานทำหรือศึกษาต่อของดุษฎีบัณฑิต ประเมินจากการได้งานทำหรือศึกษา ต่อตรงตามสาขาหรือในสาขาที่เกี่ยวข้อง และระยะเวลาในการหางาน โดยทำการประเมินจากดุษฎีบัณฑิต แตล่ ะรนุ่ ทีส่ ำเร็จการศึกษา ๒.๒.๒ ตำแหน่งงานและความก้าวหนา้ ในสายงานของดุษฎีบณั ฑิต ๒.๒.๓ ความพึงพอใจของดุษฎีบัณฑิต ต่อความรู้ความสามารถที่ได้เรียนรู้จากหลักสูตร ที่ใช้ใน การประกอบอาชีพหรือศึกษาต่อพร้อมกับเปิดโอกาสให้มีการเสนอข้อคิดเห็นในการปรับปรุงหลักสูตรให้มี ประสทิ ธิภาพยง่ิ ขน้ึ ๒.๒.๔ ความพึงพอใจของผู้ใช้ดุษฎีบณั ฑิตหรือนายจ้าง พร้อมกับเปิดโอกาสใหม้ ีข้อเสนอแนะต่อ สิง่ ท่คี าดหวังหรอื ตอ้ งการจากหลักสตู รในการนำไปใช้ในการปฏิบัตงิ านในสถานประกอบการ ๒.๒.๕ ความพึงพอใจของสถาบนั การศึกษาอื่น ซึ่งรับดุษฎีบัณฑติ ทีส่ ำเร็จจากหลกั สตู รเข้าศึกษา ต่อเพอ่ื ปริญญาท่สี งู ขนึ้ โดยประเมินทางด้านความรู้ ความพร้อม และคุณสมบตั ิอ่นื ๆ

๒.๒.๖ ความเห็นและข้อเสนอแนะจากอาจารย์พิเศษและผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ต่อผลสัมฤทธิ์ ทางการศึกษาของดุษฎีบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษา กระบวนการพัฒนาการเรียนรู้ องค์ความรู้ และการ ปรับปรงุ หลกั สูตร ให้มคี วามเหมาะสมกบั สถานการณ์ทางการศกึ ษา และสงั คมในปจั จุบันมากยง่ิ ข้ึน ๒.๒.๗ ผลงานของนสิ ิตและวทิ ยานพิ นธ์ทสี่ ามารถวัดเป็นรปู ธรรมได้ เช่น (๑) จำนวนผลงานวจิ ัยทเี่ ผยแพร่ (๒) จำนวนสทิ ธบิ ัตร (๓) จำนวนกิจกรรมเพ่ือสังคมและประเทศชาติ (๔) จำนวนกิจกรรมอาสาสมคั รในองคก์ รทีท่ ำประโยชน์เพื่อสังคม (๕) จำนวนรางวลั ผลงาน ประกาศเกยี รติคุณ ทไ่ี ด้รบั ระดบั ชาตแิ ละนานาชาติ ๓. เกณฑ์การสำเรจ็ การศกึ ษาของหลกั สตู ร ๓.๑ หลักสตู ร แบบ ๑.๑ ๑. มีเวลาการศกึ ษาไมน่ ้อยกว่า ๖ ภาคการศึกษาปกติ หรอื ไม่เกินกว่า ๑๒ ภาคการศกึ ษาปกติ ๒. สอบผ่านภาษาอังกฤษจากสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (LIMCU) หรือสถาบันภาษาอื่นที่มหาวิทยาลัยรับรอง และเลือกสอบภาษาต่างประเทศอีก ๑ ภาษา คือ ภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต ภาษาเยอรมัน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีน หรือภาษาฝรั่งเศส นิสิตชาวต่างประเทศท่ี จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ สามารถเลือกภาษาไทยเป็น ภาษาต่างประเทศ ๓. สอบผ่านการสอบวัดคุณสมบัติ (Qualifying Examination) ตามที่คณะกรรมบริหาร หลกั สตู รกำหนด ๔. นำเสนอดุษฎีนิพนธ์ (Public Hearing) ต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและสาธารณชน และสอบประเมินผลดุษฎีนิพนธ์ปากเปล่า โดยคณะกรรมการที่บัณฑิตวิทยาลัยแต่งตั้ง ซึ่งประกอบด้วย ผู้ทรงคณุ วฒุ จิ ากภายในและภายนอกมหาวทิ ยาลัย และเปน็ ระบบเปิดให้ผู้สนใจเข้ารบั ฟงั ได้ ๕. สอบผ่านการประเมินผลดุษฎีนิพนธ์ และส่งดุษฎีนิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ ตามที่มหาวิทยาลัย กำหนด ๖. ผลงานดุษฎีนิพนธ์หรือส่วนหนึ่งของดุษฎีนิพนธ์ต้องได้รับการตีพิมพ์หรืออย่างน้อย ดำเนินการให้ทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งของดุษฎีนิพนธ์ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารหรือสิ่งพิมพ์ทางวิชาการ ระดับชาติหรือนานาชาติที่มีคุณภาพตามประกาศคณะกรรมการการอุดมศึกษา เรื่อง หลักเกณฑ์การ พจิ ารณาวารสารทางวิชาการสำหรบั การเผยแพรผ่ ลงานทางวิชาการ ๗. เกณฑอ์ น่ื ๆ ตอ้ งปฏบิ ตั ิวปิ สั สนากรรมฐานตามท่ีมหาวทิ ยาลัยกำหนด (ภาคผนวก ) ๓.๒ หลกั สตู ร แบบ ๒.๑ ๑. มเี วลาการศกึ ษาไมน่ ้อยกวา่ ๖ ภาคการศกึ ษาปกติหรอื ไม่เกนิ กว่า ๑๒ ภาคการศึกษาปกติ

๒. สอบผ่านภาษาอังกฤษจากสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (LIMCU) หรือสถาบันภาษาอื่นที่มหาวิทยาลัยรับรอง และเลือกสอบภาษาต่างประเทศอีก ๑ ภาษา คือ ภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต ภาษาเยอรมัน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีน หรือภาษาฝรั่งเศส นิสิตชาวต่างประเทศท่ี จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ สามารถเลือกภาษาไทยเป็น ภาษาต่างประเทศ ๓. ศึกษารายวิชาต่าง ๆ ครบถ้วนและถูกตอ้ งตามเงื่อนไขท่ีกำหนดไวใ้ นหลกั สตู ร ๔. ไดห้ น่วยกิตสะสมไมน่ อ้ ยกว่าทีก่ ำหนดไวใ้ นหลักสูตร ๕. ไดค้ ่าระดับเฉลีย่ สะสมไมต่ ำ่ กวา่ ๓.๐๐ จากระบบ ๔ แต้ม ๖. ได้ระดับไม่ต่ำกว่า B ในรายวิชาบังคับและวิชาเอกทุกวิชาและได้รับ S ในกรณีที่หลักสูตร กำหนดให้วัดผลเป็น S หรือ U ๗. สอบผ่านประมวลผลรายวิชาพระไตรปิฎก (Comprehensive Examination) ตามที่คณะ กรรมบรหิ ารหลกั สตู รกำหนด ๘. นำเสนอดุษฎนี ิพนธ์ (Public Hearing) ตอ่ คณะกรรมการผ้ทู รงคณุ วฒุ แิ ละสาธารณชน ๙. สอบผ่านการประเมินผลดุษฎีนิพนธ์และส่งดุษฎีนิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ตามที่มหาวิทยาลัย กำหนด ๑๐. ผลงานดุษฎีนิพนธ์หรือส่วนหนึ่งของดุษฎีนิพนธ์ต้องได้รับการตีพิมพ์หรืออย่างน้อย ดำเนินการให้ทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งของดุษฎีนิพนธ์ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารหรือสิ่งพิมพ์ทางวิชาการ ระดับชาติหรือนานาชาติที่มีคุณภาพตามประกาศคณะกรรมการการอุดมศึกษา เรื่อง หลักเกณฑ์การ พิจารณาวารสารทางวิชาการสำหรบั การเผยแพรผ่ ลงานทางวชิ าการ ๑๑. เกณฑอ์ ืน่ ๆ ตอ้ งปฏิบตั วิ ปิ ัสสนากรรมฐานตามที่มหาวิทยาลยั กำหนด (ภาคผนวก ) หมวดที่ ๖ การพฒั นาคณาจารย์ ๑. การเตรียมการสำหรบั อาจารย์ใหม่ มีการปฐมนิเทศแนะแนวอาจารย์ใหม่ ให้มีความรู้และเข้าใจนโยบายของสถาบันอุดมศึกษา คณะและ หลักสตู รท่ีสอน โดยสาระประกอบดว้ ย ๑.๑ บทบาทหน้าที่ จรรยาบรรณของอาจารย์ในพนั ธกิจของสถาบัน ๑.๒ สิทธผิ ลประโยชน์ของอาจารย์และกฎระเบยี บตา่ งๆ ๑.๓ หลกั สตู ร การจดั การเรียนการสอน และกจิ กรรมตา่ งๆ ของสาขาวิชาฯ

และมีอาจารย์อาวุโสเป็นอาจารย์พี่เลี้ยงโดยมีหน้าที่ให้คำแนะนำและการปรึกษาเพื่อเรียนรู้และ ปรับตัวเองเข้าสู่การเป็นอาจารย์ในสาขาวชิ าฯ มีการนิเทศการสอนทั้งภาคทฤษฎแี ละภาคปฏิบัติท่ีต้องสอน และมีการประเมินและตดิ ตามความก้าวหนา้ ในการปฏิบัตงิ านของอาจารย์ใหม่ ๒. การพฒั นาความรูแ้ ละทกั ษะให้แก่คณาจารย์ ๒.๑ ส่งเสริมอาจารย์ให้มีการเพิ่มพูนความรู้ เพิ่มประสบการณ์ในงานที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาที่ รบั ผดิ ชอบ เพอื่ สง่ เสริมการสอนและการวจิ ัยอย่างต่อเนื่องทงั้ อาจารย์เก่าและอาจารย์ใหม่ โดยการสนับด้าน การศึกษาต่อ ฝึกอบรม ดูงานทางวิชาการและวิชาชพี ในองค์กรต่างๆ การประชุมทางวิชาการทั้งในประเทศ และ/หรอื ต่างประเทศ การลาเพ่ือเพิม่ พนู ความร้แู ละประสบการณ์ ๒.๒ การเพิ่มพูนทักษะการจดั การเรียนการสอนและการประเมินผลใหท้ ันสมยั ๒.๓ การมีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมบรกิ ารวิชาการแกช่ มุ ชนที่เก่ยี วข้องกบั การพัฒนาความรูแ้ ละคุณธรรม ๒.๔ มีการกระตุ้นอาจารยพ์ ฒั นาผลงานและตำแหนง่ ทางวิชาการ ๒.๕ ส่งเสริมการทำวิจัยสร้างองค์ความรู้ใหม่เป็นหลักและเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนและมีความ เชย่ี วชาญในสาขาวชิ าชีพเปน็ รอง หมวดที่ ๗ การประกนั คณุ ภาพหลกั สตู ร ๑. การบริหารหลักสตู ร บัณฑติ วทิ ยาลัยจัดให้มีคณะกรรมการผ้รู ับผิดชอบหลักสูตร (คณะกรรมการจัดทำรายวชิ า)แต่ละรายวิชาที่ เปิดสอนในหลักสตู ร พร้อมทัง้ มกี ระบวนการจดั การเรียนการสอนโดยดำเนินการตามรายละเอยี ดต่อไปนี้ ๑.๑ มกี ารจดั ทำรายละเอียดของรายวชิ า (มคอ.๓) ๑.๒ รูปแบบการจดั การเรยี นการสอนทหี่ ลากหลาย ๑.๓ มีอาจารย์ประจำหลักสูตรทั้งอาจารย์ประจำ อาจารย์พิเศษ (ผู้ทรงคุณวุฒิ) อาจารย์ที่ปรึกษา วิทยานิพนธ์ มีคุณสมบัติตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา พ.ศ.๒๕๔๘ (ของสำนักงาน คณะกรรมการการอุดมศึกษา) และข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษา ระดับบณั ฑติ ศกึ ษา ๑.๔ มกี ารพัฒนาทกั ษะการสอนและการให้คำปรึกษาวิทยานิพนธข์ องอาจารย์ ๑.๕ มีการประเมินและวิเคราะหข์ ้อสอบให้ไดม้ าตรฐาน ๑.๖ มรี ะบบฐานขอ้ มูลเกีย่ วกับรายวิชาในหลกั สตู ร ๑.๗ มีการประกันคุณภาพวิทยานิพนธ์โดยให้ดำเนนิ การตามข้อบังคับมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลยั ว่าดว้ ยการศึกษาระดบั บณั ฑิตศกึ ษา ดงั นี้ ๑.๗.๑ การทำวิทยานิพนธ์