หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นเชียงดาว พุทธศกั ราช 2564 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน 2551 96 . ป.6/1 , ป.6/2 , ป.6/3 ,ป.6/4 ,ป.6/5 . ป.6/1 . ป.6/1 . ป.6/1, ป.6/2 , ป.6/3, ป.6/4 ,ป.6/5,ป.6/6 , ป.6/7 , ป.6/8 . ป.6/1, ป.6/2 . ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 ,ป.6/4 ,ป.6/5 ,ป.6/6 ,ป.6/7 ,ป.6/8 ,ป.6/9 4. ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3 ,ป.6/4
หลักสูตรโรงเรียนบ้านเชียงดาว พุทธศักราช 2564 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน 2551 97 คำ ิ ิ ิ 21101 ิ ิ ์ ิ ์ค ีค /ค ............................................................................................................................. ................................................................ เปรยี บเทียบรูปร่างลกั ษณะและโครงสรา้ งของเซลลพ์ ืช และเซลล์สัตว์ รวมทั้งบรรยายหน้าที่ของ ผนังเซลล์ เยื่อหุ้มเซลล์ ไซโทพลาซึม นิวเคลียส แวคิวโอล ไมโทคอนเดรีย และคลอโรพลาสต์ ใช้กล้อง จุลทรรศน์ใช้แสงศึกษาเซลล์และโครงสร้างต่าง ๆ ภายในเซลล์อธบิ ายความสัมพันธ์ระหว่างรูปร่างกับการ ทำหน้าที่ของเซลล์ อธิบายการจัดระบบของสิ่งมีชีวิตโดยเริ่มจากเซลล์ เนื้อเยื่อ อวัยวะ ระบบอวัยวะ จน เป็นสิง่ มีชวี ิต อธบิ ายกระบวนการแพรแ่ ละออสโมซิสจากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ และยกตวั อย่างการแพรแ่ ละ ออสโมซิสในชีวิตประจำวัน ระบุปัจจัยที่จำเป็นในการสังเคราะห์ด้วยแสงและผลผลิตที่เกิดขึ้นจากการ สังเคราะห์ด้วยแสง โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์อธิบายความสำคัญของการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชต่อ สง่ิ มชี วี ิตและสิง่ แวดลอ้ ม ตระหนักในคณุ ค่าของพืชที่มตี ่อส่ิงมชี วี ิตและสงิ่ แวดลอ้ ม โดยการรว่ มกันปลูกและ ดแู ลรักษาตน้ ไม้ในโรงเรียนและชุมชน บรรยายลักษณะและหนา้ ที่ของไซเล็ม และโฟลเอ็มเขียนแผนภาพท่ี บรรยายทิศทางการลำเลียงสารในไซเล็ม และโฟลเอ็มของพืช อธิบายการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ และไม่ อาศยั เพศของพชื ดอก อธิบายลกั ษณะโครงสร้างของดอกที่มีส่วนทำให้เกิดการถา่ ยเรณู รวมทงั้ บรรยายการ ปฏสิ นธิของพชื ดอกการเกิดผลและเมล็ด การกระจายเมล็ดและการงอกของเมล็ด ตระหนักถึงความสำคัญ ของสัตว์ที่ช่วยในการถ่ายเรณูของพืชดอก โดยการไม่ทำลายชีวิตของสัตว์ที่ช่วยในการถ่ายเรณู อธิบาย ความสำคัญของธาตุอาหารบางชนิด ท่ีมีผลตอ่ การเจริญเตบิ โตและการดำรงชวี ติ ของพชื เลอื กใชป้ ุ๋ยท่ีมธี าตุ อาหารเหมาะสมกบั พืชในสถานการณท์ ี่กำหนดเลือกวธิ กี ารขยายพันธพ์ุ ืชให้เหมาะสมกับความต้องการของ มนุษย์ โดยใช้ความรู้เกีย่ วกบั การสืบพันธุข์ องพืช อธิบายความสำคัญของเทคโนโลยีการเพาะเลีย้ งเนือ้ เยื่อ พืชในการใช้ประโยชน์ด้านต่าง ๆ ตระหนักถึงประโยชน์ของการขยายพันธุ์พืช โดยการนำความรู้ไปใช้ใน ชีวิตประจำวัน อธิบายสมบัติทางกายภาพบางประการของธาตุโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะโดยใช้หลักฐาน เชิงประจกั ษ์ทไี่ ด้จากการสังเกตและการทดสอบ และใช้สารสนเทศท่ีได้จากแหล่งข้อมูล ตา่ ง ๆ รวมท้ังจัด กลุ่มธาตุเป็นโลหะ อโลหะและกึ่งโลหะ วิเคราะห์ผลจากการใช้ธาตุโลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ และธาตุ กัมมันตรังสี ที่มีต่อสิ่งมีชีวิต สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคม จากข้อมูลที่รวบรวมได้ ตระหนักถึงคุณคา่ ของการใช้ธาตุโลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ ธาตุกัมมันตรังสีโดยเสนอแนวทางการใช้ธาตุอย่างปลอดภัย คุ้มค่า เปรียบเทียบจุดเดือด จุดหลอมเหลวของสารบริสุทธิ์ และสารผสม โดยการวัดอุณหภูมิ เขียนกราฟ แปล ความหมายข้อมูลจากกราฟ หรือสารสนเทศ อธิบายและเปรียบเทียบความหนาแน่นของสารบริสุทธิ์และ สารผสม ใช้เครื่องมือเพ่ือวัดมวลและปริมาตรของสารบริสุทธิ์และสารผสม อธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ ระหว่างอะตอม ธาตุ และสารประกอบ โดยใช้แบบจำลองและสารสนเทศ อธิบายโครงสร้างอะตอมท่ี ประกอบด้วยโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอนโดยใช้แบบจำลอง
หลักสูตรโรงเรยี นบ้านเชียงดาว พุทธศกั ราช 2564 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน 2551 98 โดยใชก้ ารสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละทักษะ การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การนำความรู้ไปใช้ใน ชวี ิตประจำวนั มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านยิ มท่ีเหมาะสม .2 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 , ม.1/5 , ม.1/6 , ม.1/7 , ม.1/8 , ม.1/9 , ม.1/10 , ม.1/11 , ม.1/12 , ม.1/13 , ม.1/14 , ม.1/15 , ม.1/16 , ม.1/17 , ม.1/18 2. ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 , ม.1/5 , ม.1/6 , ม.1/7 , ม.1/8 26
หลกั สูตรโรงเรียนบ้านเชียงดาว พทุ ธศกั ราช 2564 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน 2551 99 คำ ิ ิ ิ 1103 ิ ิ ์ ิ ์ค ีค /ค ............................................................................................................................. ................................................................ อธิบายและเปรียบเทียบการจัดเรียงอนุภาค แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคและการเคลื่อนที่ของ อนุภาคของสสารชนิดเดียวกันในสถานะของแข็งของเหลว และแก๊ส โดยใช้แบบจำลอง อธิบาย ความสัมพนั ธ์ระหว่างพลังงาน ความร้อนกบั การเปลยี่ นสถานะของสสารโดยใช้หลกั ฐานเชงิ ประจักษ์และ แบบจำลอง สร้างแบบจำลองที่อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความดันอากาศกับความสูงจากพื้นโลก วิเคราะห์ แปลความหมายข้อมูลและคำนวณปริมาณ ความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยนอณุ หภูมิและเปลี่ยน สถานะโดยใช้สมการ Q = mcΔt และ Q = mL ใช้เทอร์มอมิเตอร์ ในการวัดอุณหภูมิของสสาร สร้าง แบบจำลองที่อธิบายการขยายตัวหรือหดตัวของสสารเนื่องจากได้รับหรือสูญเสียความร้อน ตระหนักถึง ประโยชน์ของความรขู้ องการหดและขยายตัวของสสารเนื่องจากความร้อนโดยวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหา และเสนอแนะวิธกี ารนำความรู้มาแกป้ ัญหาในชวี ิตประจำวนั วเิ คราะห์สถานการณ์การถ่ายโอนความร้อน และคำนวณปริมาณความร้อนทถ่ี ่ายโอนระหวา่ งสสารจนเกิดสมดุลความร้อนโดยใช้สมการ Q สูญเสยี = Q ได้รับ สร้างแบบจำลองที่อธิบายการถ่ายโอนความร้อนโดยการนำความร้อน การพาความร้อน การแผ่รังสีความ ร้อน ออกแบบ เลอื กใช้และสรา้ งอุปกรณ์เพอ่ื แก้ปญั หาในชีวิตประจำวนั โดยใช้ความรูเ้ กย่ี วกับการถ่ายโอน ความร้อนสร้างแบบจำลองท่อี ธิบายการแบง่ ชั้นบรรยากาศและเปรียบเทียบประโยชน์ของบรรยากาศแต่ละ ชั้น อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ จากข้อมูลที่รวบรวมได้ เปรียบเทียบกระบวนการเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและพายุหมุนเขตร้อน และผลที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อมรวมทัง้ นำเสนอแนวทางการปฏิบตั ิตนให้เหมาะสมและปลอดภัย อธิบายการพยากรณ์อากาศ และพยากรณ์อากาศอย่างง่ายจากข้อมูลที่รวบรวมได้ ตระหนักถึงคุณค่าของการพยากรณ์อากาศโดย นำเสนอแนวทางการปฏิบัติตนและการใช้ประโยชน์จากคำพยากรณ์อากาศ อธิบายสถานการณ์และ ผลกระทบการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกจากข้อมูลที่รวบรวมได้ตระหนักถึงผลกระทบของการ เปลยี่ นแปลงภูมิอากาศโลกโดยนำเสนอแนวทางการปฏิบตั ติ นภายใต้การเปลีย่ นแปลงภูมอิ ากาศโลก โดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะ การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การนำความรู้ไปใช้ใน ชีวติ ประจำวนั มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมทเ่ี หมาะสม
หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นเชียงดาว พุทธศักราช 2564 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน 2551 100 2.1 ม.1/9 , ม.1/10 2.2 ม.1/1 2.3 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 , ม.1/5 , ม.1/6 , ม.1/7 3.2 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 , ม.1/5 , ม.1/6 , ม.1/7 17
หลกั สตู รโรงเรียนบ้านเชยี งดาว พทุ ธศกั ราช 2564 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน 2551 101 คำ ิ ิ ิ 101 ิ ิ ์ ิ ์ค ีค /ค ............................................................................................................................. ................................................................ ระบุอวยั วะและบรรยายหน้าท่ีของอวัยวะที่เก่ียวข้องในระบบหายใจอธิบายกลไกการหายใจเขา้ และออก โดยใช้แบบจำลอง รวมท้ังอธิบายกระบวนการแลกเปลย่ี นแกส๊ ตระหนักถงึ ความสำคญั ของระบบ หายใจโดยการบอกแนวทางในการดูแลรักษาอวัยวะในระบบหายใจให้ทำงานเป็นปกติ ระบุอวัยวะและ บรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบขับถา่ ย ในการกำจัดของเสียทางไต ตระหนักถึงความสำคัญของระบบ ขับถ่ายในการกำจัดของเสียทางไต โดยการบอกแนวทางในการปฏิบัติตนท่ีช่วยให้ระบบขับถ่ายทำหน้าท่ีได้ อย่างปกติ บรรยายโครงสร้างและหน้าที่ของหัวใจ หลอดเลือดและเลือดอธิบายการทำงานของระบบ หมุนเวียนเลือดโดยใช้แบบจำลอง ออกแบบการทดลองและทดลอง ในการเปรียบเทียบอัตราการเต้นของ หวั ใจ ขณะปกตแิ ละหลงั ทำกจิ กรรม ตระหนกั ถึงความสำคัญของระบบหมุนเวียนเลือดโดยการบอกแนวทาง ในการดูแลรักษาอวัยวะในระบบหมุนเวียนเลือดให้ทำงานเป็นปกติ ระบุอวัยวะและบรรยายหน้าที่ของ อวัยวะในระบบประสาทสว่ นกลางในการควบคุมการทำงานตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย ตระหนักถงึ ความสำคัญของ ระบบประสาทโดยการบอกแนวทางในการดแู ลรกั ษา รวมถงึ การป้องกันการกระทบกระเทือนและอันตราย ต่อสมองและ ไขสันหลัง ระบุอวัยวะและบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบสืบพันธุ์ของเพศชายและเพศ หญิงโดยใช้แบบจำลองอธิบายผลของฮอร์โมนเพศชายและเพศหญงิ ที่ควบคุมการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เมื่อเข้าสู่วัยหนุ่มสาว ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อเข้าสู่วัยหนุ่มสาว โดยการดูแลรักษา ร่างกายและจิตใจของตนเองในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงอธิบายการตกไข่ การมีประจำเดือนการปฏิสนธิ และการพัฒนาของไซโกตจนคลอดเป็นทารก เลือกวิธีการคุมกำเนิดที่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่กำหนด ตระหนักถึงผลกระทบของการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร โดยการประพฤติตนให้เหมาะสมออกแบบการ ทดลองและทดลองในการอธิบายผลของชนิดตัวละลาย ชนิดตัวทำละลายอุณหภูมิที่มีต่อสภาพละลายได้ ของสาร รวมทั้งอธิบายผลของความดันที่มีต่อสภาพละลายได้ของสาร โดยใช้สารสนเทศระบุปริมาณตัว ละลายในสารละลาย ในหน่วยความเข้มข้นเป็นร้อยละ ปริมาตรต่อปริมาตรมวลต่อมวล และมวลต่อ ปริมาตร ตระหนักถึงความสำคัญของการนำความรูเ้ รื่องความเขม้ ข้นของสารไปใช้ โดยยกตัวอย่างการใช้ สารละลายในชวี ิตประจำวนั อยา่ งถูกตอ้ งและปลอดภัย พยากรณ์การเคลอื่ นท่ขี องวัตถทุ ่เี ปน็ ผลของแรงลัพธ์ ทเี่ กดิ จากแรงหลายแรงทก่ี ระทำต่อวัตถุในแนวเดียวกนั จากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ เขยี นแผนภาพแสดงแรง และแรงลัพธท์ ่ีเกิดจากแรงหลายแรงทีก่ ระทำต่อวัตถุในแนวเดยี วกัน ออกแบบการทดลองและทดลองด้วย วิธีที่เหมาะสมในการอธบิ ายปัจจัยที่มีผลต่อความดันของของเหลววิเคราะห์แรงพยุงและการจม การลอย ของวัตถุในของเหลวจากหลักฐานเชิงประจักษ์ เขียนแผนภาพแสดงแรงที่กระทำต่อวัตถุในของเหลว อธบิ ายแรงเสียดทานสถิตและแรงเสียดทานจลน์จากหลักฐานเชิงประจักษ์ ออกแบบการทดลองและทดลอง
หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นเชยี งดาว พทุ ธศกั ราช 2564 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน 2551 102 ดว้ ยวธิ ที เ่ี หมาะสมในการอธบิ ายปัจจัยทมี่ ีผลต่อขนาดของแรงเสียดทาน เขียนแผนภาพแสดงแรงเสียดทาน และแรงอื่น ๆ ที่กระทำต่อวัตถุ ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้เรื่องแรงเสียดทานโดยวิเคราะห์ สถานการณ์ปัญหาและเสนอแนะวิธีการลดหรือเพิ่มแรงเสียดทานที่เป็นประโยชน์ต่อการทำกิจกรรมใน ชีวิตประจำวัน ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีท่ีเหมาะสมในการอธบิ ายโมเมนต์ของแรง เมื่อวัตถุ อยู่ในสภาพสมดุลต่อการหมุน และคำนวณโดยใช้สมการ M = Fl เปรียบเทียบแหล่งของสนามแม่เหล็ก สนามไฟฟ้า และสนามโน้มถ่วง และทิศทางของแรงที่กระทำ ต่อวัตถุที่อยู่ในแต่ละสนามจากข้อมูลที่ รวบรวมได้ เขียนแผนภาพแสดงแรงแม่เหล็ก แรงไฟฟ้าและแรงโน้มถ่วงที่กระทำต่อวัตถุวิเคราะห์ ความสมั พนั ธ์ระหว่างขนาดของแรงแมเ่ หล็ก แรงไฟฟา้ และแรงโน้มถว่ งทก่ี ระทำต่อวตั ถทุ ่อี ยู่ในสนามนัน้ ๆ กบั ระยะหา่ งจากแหล่งของสนามถงึ วัตถุจากข้อมูลทรี่ วบรวมได้ อธิบายและคำนวณอัตราเร็วและความเร็ว ของการเคลื่อนที่ของวัตถุ โดยใช้สมการ v =s/t และ v =s/t จากหลักฐานเชิงประจักษ์เขียนแผนภาพ แสดงการกระจัดและความเรว็ โดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ ละทักษะ การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การนำความรู้ไปใช้ใน ชีวิตประจำวัน มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมท่ีเหมาะสม .2 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3 , ม.2/4 , ม.2/5 , ม.2/6 , ม.2/7 , ม.2/8 , ม.2/9 , ม.2/10 , ม.2/11 , ม.2/12 , ม.2/13 , ม.2/14 , ม.2/15 , ม.2/16 , ม.2/17 2. ม.2/4 , ม.2/5 , ม.2/6 2.2 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3 , ม.2/4 , ม.2/5 , ม.2/6 , ม.2/7 , ม.2/8 , ม.2/9 , ม.2/10 , ม.2/11 , ม.2/12 , ม.2/13 , ม.2/14 , ม.2/15 35
หลักสตู รโรงเรียนบ้านเชยี งดาว พุทธศกั ราช 2564 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน 2551 103 คำ ิ ิ ิ 103 ิ ิ ์ ิ ์ค ีค /ค ............................................................................................................................. ................................................................ อธิบายการแยกสารผสมโดยการระเหยแห้งการตกผลึก การกลั่นอย่างง่ายโครมาโทกราฟีแบบ กระดาษ การสกัดด้วยตัวทำละลาย โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ แยกสารโดยการระเหยแห้ง การตกผลึก การกลนั่ อย่างงา่ ย โครมาโทกราฟีแบบกระดาษ การสกัดดว้ ยตวั ทำละลาย นำวิธกี ารแยกสารไปใชแ้ ก้ปัญหา ในชีวิตประจำวันโดยบูรณาการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ วิเคราะห์ สถานการณแ์ ละคำนวณเก่ียวกับงานและกำลงั ทเี่ กิดจากแรงท่กี ระทำตอ่ วัตถโุ ดยใช้สมการ W = Fs และ P =W/t จากข้อมูลที่รวบรวมได้ วิเคราะห์หลักการทำงานของเครื่องกลอย่างง่ายจากข้อมูลที่รวบรวมได้ ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของเครื่องกลอย่างง่าย โดยบอกประโยชน์และการประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวัน ออกแบบและทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบายปัจจัยที่มีผลต่อพลังงานจลน์และ พลงั งานศกั ยโ์ น้มถ่วง แปลความหมายข้อมูลและอธิบายการเปลี่ยนพลังงานระหว่างพลงั งานศกั ย์ โน้มถ่วง และพลังงานจลน์ของวตั ถุโดยพลังงานกลของวัตถมุ ีค่าคงตัวจากข้อมูลท่ีรวบรวมได้ วิเคราะห์สถานการณ์ และอธิบายการเปลี่ยนและการถ่ายโอนพลังงานโดยใช้กฎการอนุรักษ์พลังงาน เปรียบเทียบกระบวนการ เกิด สมบัติ และการใช้ประโยชน์ รวมท้ังอธบิ ายผลกระทบจากการใช้เชอื้ เพลงิ ซากดึกดำบรรพ์ จากข้อมูลท่ี รวบรวมได้ แสดงความตระหนักถึงผลจากการใช้เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ โดยนำเสนอแนวทางการใช้ เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ เปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดของพลังงานทดแทนแต่ละประเภทจากการ รวบรวมขอ้ มลู และนำเสนอแนวทางการใชพ้ ลงั งานทดแทนท่ีเหมาะสมในท้องถิ่น สร้างแบบจำลองท่ีอธิบาย โครงสร้างภายในโลกตามองคป์ ระกอบทางเคมีจากข้อมลู ท่รี วบรวมไดอ้ ธิบายกระบวนการผพุ ังอยู่กับที่ การ กรอ่ นและการสะสมตัวของตะกอนจากแบบจำลองรวมท้ังยกตวั อย่างผลของกระบวนการดังกลา่ วทีท่ ำให้ผิว โลกเกิดการเปลี่ยนแปลง อธิบายลักษณะของชั้นหน้าตัดดินและกระบวนการเกิดดิน จากแบบจำลอง รวมทั้งระบุปัจจัยที่ทำให้ดินมีลักษณะและสมบัติแตกต่างกันตรวจวัดสมบัติบางประการของดิน โดยใช้ เครื่องมือที่เหมาะสมและนำเสนอแนวทางการใช้ประโยชน์ดินจากข้อมูลสมบัติของดินอธิบายปัจจัยและ กระบวนการเกดิ แหล่งน้ำผิวดินและแหล่งนำ้ ใต้ดนิ จากแบบจำลองสร้างแบบจำลองทอ่ี ธบิ ายการใช้น้ำ และ นำเสนอแนวทางการใช้น้ำอย่างยั่งยืนในท้องถิ่นของตนเองสร้างแบบจำลองที่อธิบายกระบวนการเกดิ และ ผลกระทบของน้ำท่วม การกัดเซาะชายฝ่งั ดนิ ถล่ม หลมุ ยุบ แผ่นดนิ ทรดุ โดยใชก้ ารสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละทักษะ การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การนำความรู้ไปใช้ ใน ชีวิตประจำวัน มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มทีเ่ หมาะสม
หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นเชยี งดาว พทุ ธศักราช 2564 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน 2551 104 2.1 ม.1/1 , ม.1/2, ม.1/3 2.3 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 , ม.1/5 , ม.1/6 3.2 ม.1/1 , ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4 , ม.1/5 , ม.1/6 , ม.1/7 , ม.1/8 , ม.1/9 , ม.1/10 19
หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นเชยี งดาว พทุ ธศกั ราช 2564 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน 2551 105 คำ ิ ิ ิ 101 ิ ิ ์ ิ ์ค ีค /ค ............................................................................................................................. ................................................................ อธิบายความสมั พันธร์ ะหว่าง ยีน ดเี อ็นเอ และโครโมโซม โดยใช้แบบจำลองอธิบายการถ่ายทอด ลักษณะทางพันธุกรรมจากการผสมโดยพิจารณาลักษณะเดียวที่แอลลีลเด่นข่มแอลลีลด้อยอย่างสมบูรณ์ อธิบายการเกิดจีโนไทป์และฟีโนไทปข์ องลูกและคำนวณอัตราส่วนการเกิดจีโนไทป์และฟีโนไทป์ของรุ่นลูก อธิบายความแตกต่างของการแบ่งเซลล์แบบ ไมโทซิสและ ไมโอซิสบอกได้ว่าการเปลี่ยนแปลงของยีนหรอื โครโมโซมอาจทำใหเ้ กดิ โรคทางพันธุกรรม พรอ้ มท้งั ยกตวั อย่างโรคทางพนั ธุกรรมตระหนักถงึ ประโยชน์ของ ความร้เู รื่องโรคทางพันธกุ รรม โดยร้วู ่ากอ่ นแตง่ งานควรปรึกษาแพทย์เพ่ือตรวจและวินิจฉัยภาวะเส่ียงของ ลูกท่อี าจเกิดโรคทางพันธกุ รรมอธิบายการใช้ประโยชน์จากสงิ่ มชี ีวิตดัดแปรพันธกุ รรม และผลกระทบท่ีอาจ มีต่อมนษุ ย์และสิ่งแวดล้อม โดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมได้ตระหนักถึงประโยชนแ์ ละผลกระทบของสิ่งมีชีวิตดดั แปรพนั ธกุ รรมท่ีอาจมีต่อมนษุ ย์และสง่ิ แวดล้อมโดยการเผยแพร่ความรู้ท่ีได้จากการโตแ้ ย้งทางวิทยาศาสตร์ ซงึ่ มขี ้อมลู สนบั สนนุ สร้างแบบจำลองที่อธบิ ายการเกิดคล่นื และบรรยายส่วนประกอบของคลื่นอธิบายคลื่น แม่เหล็กไฟฟ้าและสเปกตรัมคลื่นแมเ่ หล็กไฟฟา้ จากข้อมูลท่ีรวบรวมได้ตระหนักถึงประโยชน์และอันตราย จาก คลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ โดยนำเสนอการใช้ประโยชนใ์ นด้านตา่ ง ๆ และอนั ตรายจากคล่นื แม่เหลก็ ไฟฟา้ ใน ชีวิตประจำวันออกแบบการทดลองและดำเนนิ การทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบายกฎการสะท้อน ของแสงเขียนแผนภาพ การเคลือ่ นที่ของแสง แสดงการเกดิ ภาพจากกระจกเงาอธิบายการหกั เหของแสงเมื่อ ผ่านตัวกลางโปร่งใสท่แี ตกต่างกัน และอธบิ ายการกระจายแสงของแสงขาวเมอื่ ผ่านปรซิ ึมจากหลักฐานเชิง ประจกั ษ์เขยี นแผนภาพการเคลื่อนท่ีของแสงแสดงการเกิดภาพจากเลนส์บางอธบิ ายปรากฏการณ์ที่เกี่ยวกับ แสง และการทำงานของทัศนอปุ กรณจ์ ากขอ้ มูลทร่ี วบรวมได้เขียนแผนภาพการเคลอ่ื นทขี่ องแสง แสดงการ เกิดภาพของทัศนอุปกรณ์และเลนส์ตาอธิบายผลของความสวา่ งท่มี ีต่อดวงตาจากข้อมูลท่ไี ด้จากการสืบค้น วัดความสว่างของแสงโดยใช้อุปกรณ์วัดความสวา่ งของแสงตระหนักในคุณค่าของความรูเ้ รื่อง ความสว่าง ของแสงที่มตี ่อดวงตา โดยวิเคราะห์สถานการณป์ ัญหาและเสนอแนะการจดั ความสว่างให้เหมาะสมในการ ทำกิจกรรมต่าง ๆอธิบายการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ด้วยแรงโน้มถ่วงจากสมการF= (Gm1m2)/r2 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิดฤดู และการเคลื่อนที่ปรากฏของดวงอาทิตย์สร้าง แบบจำลองที่อธิบายการเกิดข้างขึ้นข้างแรม การเปลี่ยนแปลงเวลาการขึ้นและตกของดวงจันทร์ และการ เกิดน้ำขึ้น น้ำลงอธิบายการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศและยกตัวอย่างความก้าวหน้าของโครงการ สำรวจอวกาศ จากขอ้ มลู ทีร่ วบรวมได้ โดยใชก้ ารสบื เสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะ การเรยี นร้ใู นศตวรรษท่ี 21 การสบื คน้ ขอ้ มูลและการอภปิ ราย เพื่อให้เกดิ ความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ
หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นเชยี งดาว พทุ ธศกั ราช 2564 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 106 สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การนำความรู้ไปใช้ใน ชีวิตประจำวัน มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นยิ มทเี่ หมาะสม .3 ม.3/1 , ม.3/2 , ม.3/3 , ม.3/4 , ม.3/5 , ม.3/6 , ม.3/7 , ม.3/8 2.3 ม.3/10 , ม.3/11 , ม.3/12 , ม.3/13 , ม.3/14 , ม.3/15 , ม.3/16 , ม.3/17 , ม.3/18, ม.3/19 , ม.3/20 , ม.3/21 3.1 ม.3/1 , ม.3/2 , ม.3/3 , ม.3/4 24
หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นเชียงดาว พทุ ธศกั ราช 2564 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน 2551 107 คำ ิ ิ ิ 103 ิ ิ ์ ิ ์ค ีค /ค ............................................................................................................................. ................................................................ อธิบายปฏิสัมพันธ์ขององค์ประกอบของระบบนิเวศที่ได้จากการสำรวจ อธิบายรูปแบบ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตรูปแบบต่าง ๆ ในแหล่งที่อยู่เดียวกันที่ได้จากการสำรวจ สร้าง แบบจำลองในการอธิบายการถ่ายทอดพลังงานในสายใยอาหาร อธิบายความสัมพันธ์ของผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์ในระบบนิเวศ อธิบายการสะสมสารพิษในสิ่งมีชีวิตในโซ่อาหาร ตระหนักถึง ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อมในระบบนิเวศ โดยไม่ทำลายสมดุลของระบบนิเวศ 9. เปรียบเทียบความหลากหลายทางชีวภาพในระดับชนิดสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศต่าง ๆ อธิบายความสำคัญ ของความหลากหลายทางชีวภาพท่ีมีต่อการรักษาสมดุลของระบบนเิ วศและต่อมนษุ ย์ แสดงความตระหนัก ในคุณค่าและความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาความ หลากหลายทางชวี ภาพ ระบุสมบัติทางกายภาพและการใชป้ ระโยชน์วัสดปุ ระเภทพอลิเมอร์ เซรามิก และ วสั ดผุ สมโดยใชห้ ลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ และสารสนเทศ ตระหนักถึงคุณค่าของการใชว้ ัสดปุ ระเภทพอลิเมอร์ เซรามกิ และวัสดุผสม โดยเสนอแนะแนวทาง การใชว้ สั ดอุ ย่างประหยัดและค้มุ ค่า อธบิ ายการเกิดปฏิกิริยา เคมี รวมถึงการจัดเรียงตัวใหม่ของอะตอมเมื่อเกิดปฏิกิริยาเคมีโดยใช้แบบจำลองและสมการข้อความ อธิบายกฎทรงมวล โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ วิเคราะห์ปฏิกิริยาดูด ความร้อน และปฏิกิริยาคายความ ร้อน จากการเปล่ียนแปลงพลังงานความร้อนของปฏกิ ิรยิ า อธบิ ายปฏกิ ริ ิยาการเกิดสนิมของเหล็ก ปฏกิ ิริยา ของกรดกับโลหะ ปฏิกิริยาของกรดกับเบส และปฏิกิริยาของเบสกับโลหะ โดยใช้หลักฐาน เชิงประจักษ์ และอธิบายปฏิกิริยาการเผาไหม้การเกิดฝนกรด การสังเคราะห์ด้วยแสง โดยใช้สารสนเทศ รวมทั้งเขียน สมการข้อความแสดงปฏิกิริยาดังกล่าว ระบุประโยชน์และโทษของปฏิกิริยาเคมีที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและ สง่ิ แวดลอ้ ม และยกตวั อย่างวิธีการป้องกนั และแก้ปัญหาที่เกิดจากปฏิกริ ิยาเคมีท่ีพบในชีวิตประจำวัน จาก การสืบคน้ ขอ้ มลู ออกแบบวธิ ีแก้ปญั หาในชวี ิตประจำวัน โดยใชค้ วามรู้เกี่ยวกับปฏิกิรยิ าเคมีโดยบูรณาการ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์ กระแสไฟฟ้า และความต้านทาน และคำนวณปริมาณที่เกี่ยวข้องโดยใช้สมการ V = IR จากหลักฐานเชิง ประจักษ์ เขียนกราฟความสัมพันธ์ระหว่างกระแสไฟฟ้าและความ ต่างศักย์ไฟฟ้า ใช้โวลต์มิเตอร์ แอมมิเตอรใ์ นการวดั ปริมาณทางไฟฟ้า วเิ คราะหค์ วามตา่ งศักยไ์ ฟฟ้าและกระแสไฟฟ้า ในวงจรไฟฟา้ เมอื่ ต่อ ตวั ตา้ นทานหลายตวั แบบอนุกรมและแบบขนานจากหลักฐานเชิงประจักษ์ เขียนแผนภาพวงจรไฟฟ้าแสดง การตอ่ ตัวต้านทานแบบอนุกรมและขนาน บรรยายการทำงานของชนิ้ ส่วนอิเล็กทรอนกิ สอ์ ย่างง่าย ในวงจร จากขอ้ มลู ที่รวบรวมได้ เขียนแผนภาพและตอ่ ช้ินสว่ นอเิ ล็กทรอนิกสอ์ ยา่ งงา่ ยในวงจรไฟฟ้า อธิบายและ
หลักสตู รโรงเรียนบ้านเชยี งดาว พทุ ธศกั ราช 2564 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน 2551 108 คำนวณพลังงานไฟฟ้าโดยใช้สมการ W = Pt รวมท้งั คำนวณคา่ ไฟฟ้าของเคร่ืองใช้ไฟฟา้ ในบ้าน ตระหนกั ใน คณุ ค่าของการเลือกใช้เครือ่ งใชไ้ ฟฟา้ โดยนำเสนอวธิ กี ารใชเ้ ครอื่ งใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและปลอดภัย โดยใชก้ ารสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะ การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การนำความรู้ไปใช้ใน ชวี ติ ประจำวัน มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมทเ่ี หมาะสม .1 ม.3/1 , ม.3/2 , ม.3/3 , ม.3/4 , ม.3/5 , ม.3/6 1.3 ม.3/9 , ม.3/10 , ม.3/11 2.1 ม.3/1 , ม.3/2 , ม.3/3 , ม.3/4 , ม.3/5 , ม.3/6 , ม.3/7 , ม.3/8 2.3 ม.3/1 , ม.3/2 , ม.3/3 , ม.3/4 , ม.3/5 , ม.3/6 , ม.3/7 , ม.3/8 , ม.3/9 26
หลกั สตู รโรงเรยี นบ้านเชียงดาว พุทธศกั ราช 2564 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน 2551 109 คำ ิ ิ ิ 11201 ิ ิ คำ ณ ิ ์ค ี 4 /ี ............................................................................................................................. ................................................................ สามารถ บรรยาย อธบิ าย บอกก สงั เกต การแก้ไขปญั หา หรอื สรา้ งสรรค์พัฒนางานในชีวติ จรงิ ได้ ซงึ่ เนน้ การเชอ่ื มโยงความรู้ทางเทคโนโลยี กับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และใหม้ ที ักษะสำคัญในการ ค้นคว้าและสรา้ งองคค์ วามรู้ แก้ปญั หาอย่างง่ายโดยใช้การลองผดิ ลองถูก การเปรยี บเทยี บ แสดงลำดับ ขนั้ ตอนการทำงานหรอื การแกป้ ญั หาอย่างง่ายโดยใชภ้ าพ สญั ลกั ษณ์ หรอื ขอ้ ความ เขียนโปรแกรมอย่างง่ายโดยใชซ้ อฟตแ์ วรห์ รือสอ่ื ใชเ้ ทคโนโลยีในการสร้าง จดั เก็บ เรียกใชข้ อ้ มลู ตามวัตถปุ ระสงค์ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย ปฏิบัติตามขอ้ ตกลงในการใช้คอมพวิ เตอร์ร่วมกัน ดูแลรกั ษาอุปกรณเ์ บ้ืองต้น ใช้งานอยา่ งเหมาะสม ตระหนักถึงความสำคญั ของเทคโนโลยี เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ มที ักษะการคดิ และมีส่วน รว่ มในการเรียนรู้ทกุ ข้นั ตอน รวมทงั้ สง่ เสริมให้ผ้เู รียนเกิดเจตคตทิ ี่ดีตอ่ การเรยี นเทคโนโลยี ผ 1.แก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใชก้ ารลองผิดลองถูก การเปรียบเทยี บ 2. แสดงลำดบั ขนั้ ตอนการทำงานหรอื การแก้ปญั หาอยา่ งงา่ ยโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์ หรือ ข้อความ 3 .เขยี นโปรแกรมอย่างงา่ ย โดยใช้ซอฟต์แวร์หรอื สื่อ 4. ใชเ้ ทคโนโลยใี นการสรา้ ง จดั เก็บ เรยี กใช้ขอ้ มูลตามวัตถปุ ระสงค์ 5. ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั ปฏิบัติตามขอ้ ตกลงในการใช้คอมพิวเตอรร์ ว่ มกนั ดแู ล รกั ษาอปุ กรณ์เบื้องตน้ ใช้งานอย่างเหมาะสม
หลักสตู รโรงเรยี นบ้านเชยี งดาว พุทธศักราช 2564 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน 2551 110 คำ ิ ิ ิ 12201 ิ ิ คำ ณ ิ ์ค ี 4 /ี ............................................................................................................................. ................................................................ ศึกษาและฝึกทักษะเกี่ยวกับลำดับขั้นตอนการทำงานหรือการแก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์ หรือข้อความ การเขียนโปรแกรมเป็นการสร้างลำดับของคำสั่งให้ คอมพิวเตอร์ทำงาน การ ตรวจหาข้อผิดพลาดทำไดโ้ ดยตรวจสอบคำสั่งที่แจง้ ข้อผิดพลาด หรือหากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ ให้ ตรวจสอบการทำงานทลี ะคำสงั่ ใช้ซอฟตแ์ วรเ์ บื้องตน้ เช่น การเข้าและออกจากโปรแกรม การสรา้ งไฟล์ การจดั เกบ็ การเรยี กใช้ไฟล์ การแกไ้ ขตกแต่งเอกสาร ทำได้ในโปรแกรม สร้าง คัดลอก ยา้ ย ลบ เปล่ียนชื่อ จัดหมวดหมู่ไฟล์ และโฟลเดอร์อย่างเป็นระบบจะทำให้เรียกใช้ ค้นหาข้อมูล ได้ง่ายและรวดเร็ว การใช้ เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภยั ขอความช่วยเหลือจากครูหรอื ผูป้ กครองเม่อื เกิดปญั หาจาก การใชง้ าน เมื่อพบข้อมูลหรือบุคคลที่ทำใหไ้ ม่สบายใจ และการปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้อินเทอร์เน็ตจะทำให้ ไม่ เกดิ ความเสียหายต่อตนเองและผู้อ่นื 1. แสดงลาดับข้ันตอนการทางานหรอื การแก้ปญั หาอยา่ งง่ายโดยใชภ้ าพ สัญลกั ษณ์ หรือข้อความ 2. เขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือส่ือและตรวจหาขอ้ ผดิ พลาด ของโปรแกรม 3. ใช้เทคโนโลยใี นการสร้างจัดหมวดหมู่ ค้นหา จัดเก็บ เรยี กใชข้ ้อมลู ตามวัตถปุ ระสงค์ 4. ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภยั ปฏิบัติตามขอ้ ตกลงในการใช้คอมพวิ เตอร์ร่วมกัน ดู รกั ษาอุปกรณเ์ บ้ืองต้น ใชง้ านอยา่ งเหมาะสม 4
หลกั สตู รโรงเรยี นบ้านเชียงดาว พุทธศกั ราช 2564 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน 2551 111 คำ ิ ิ ิ 13201 ิ ิ คำ ณ ิ ์ค ี 4 /ี ............................................................................................................................. ................................................................ ศึกษาและฝึกทักษะเกี่ยวกับการใช้อัลกอริทึมเป็นขั้นตอนที่ใช้ในการแก้ปัญหา การแสดง อัลกอริทึมทำได้โดยการเขียน บอกเล่า วาดภาพหรือใช้สัญลักษณ์ การเขียนโปรแกรมเปน็ การสร้างลำดับ ของคำสงั่ ให้ คอมพิวเตอรท์ ำงาน การตรวจหาขอ้ ผิดพลาดทำไดโ้ ดยตรวจสอบคำสง่ั ท่ีแจ้ง ขอ้ ผิดพลาด หรอื หากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่ต้องการให้ ตรวจสอบการทำงานทีละคำสั่งซอฟตแ์ วร์หรือสื่อที่ใช้ในการเขียน เว็บเบราว์เซอร์เปน็ โปรแกรมสำหรับอ่านเอกสารบนเว็บเพจ การสืบค้นข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตทำได้โดยใช้ เวบ็ ไซตส์ ำหรับสบื ค้นและตอ้ งกำหนดคำคน้ ท่เี หมาะสม จงึ จะไดข้ ้อมลู ตามตอ้ งการ การใช้อนิ เตอร์เนต็ อยา่ ง ปลอดภัยควรอยู่ในการดูแลของครู หรือผู้ปกครอง การรวบรวมข้อมูลทำได้โดยกำหนดหัวข้อที่ต้องการ เตรยี มอุปกรณ์ในการจดบนั ทกึ การประมวลผลอยา่ งง่าย การนำเสนอข้อมูลทำไดห้ ลายลักษณะตามความ เหมาะสม การใช้ซอฟต์แวร์ทำงานตาวัตถุประสงค์ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย ขอความ ช่วยเหลือจากครูหรือผูป้ กครองเมือ่ เกดิ ปัญหาจาก การใช้งาน เมื่อพบข้อมลู หรือบุคคลที่ทำใหไ้ ม่สบายใจ การปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้อินเทอร์เน็ตจะทำให้ ไม่เกิดความเสียหายต่อตนเองและผู้อื่น ข้อดีและ ขอ้ เสียในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร 1. แสดงอัลกอรทิ มึ ในการทางาน หรอื การแกป้ ัญหาอย่างงา่ ย โดยใช้ภาพ สัญลักษณ์ หรือ ขอ้ ความ 2. เขียนโปรแกรมอยา่ งงา่ ย โดยใชซ้ อฟต์แวร์หรือส่อื และตรวจหาขอ้ ผิดพลาด ของโปรแกรม 3. ใชอ้ นิ เทอรเ์ น็ตคน้ หาความรู้ 4. รวบรวม ประมวลผล และ นาเสนอข้อมูล โดยใช้ ซอฟตแ์ วร์ตามวตั ถปุ ระสงค์ 5. ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ อยา่ งปลอดภัย ปฏบิ ัติ ตามขอ้ ตกลงในการใช้ อินเทอรเ์ น็ต
หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นเชยี งดาว พทุ ธศกั ราช 2564 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน 2551 112 คำ ิ ิ ิ 14201 ิ ิ ์ิ ิ ิ ์ค ี 4 4 /ี ............................................................................................................................. ................................................................ ศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับการจำแนกพืชและสัตว์ จัดกลุ่มพืชและสัตว์ ความสัมพันธ์ระหว่าง ส่งิ มชี ีวิต สมบัติทางกายภาพของวัสดุ สถานะของสาร ความหนาแนน่ มวล นำ้ หนัก แรงเสียดทาน แสงและ สมบัติของแสง การเปลี่ยนแปลงของผิวโลกประเภทของดิน การจำแนกดาวเคราะห์และดาวฤกษ์ และ ระบบสุริยะ โดยม่งุ หวังใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ รียนรู้วทิ ยาศาสตร์ที่สามารถนำไปใชอ้ ธบิ าย แกไ้ ขปัญหา หรือสรา้ งสรรคพ์ ัฒนางาน ในชีวิตจริงได้ ซึ่งเน้นการเชื่อมโยงความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และกระบวนการทางวิทศวกรรม ศาสตร์ และใหม้ ที ักษะสำคัญในการคน้ คว้าและสรา้ งองค์ความรู้โดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้ และ การแก้ปัญหาทห่ี ลากหลาย เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะการคิดและมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ทุกขั้นตอน รวมทัง้ ส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนเกิดจิตวิทยาศาสตรแ์ ละมเี จตคตทิ ่ีดตี อ่ การเรียนวิทยาศาสตร์ ผค 1. สังเกต จำแนก และอธิบายการจัดกลุ่มพืชโดยใช้ลักษณะภายนอกเป็นเกณฑ์ และจัดกลุ่มสัตว์ โดยใชก้ ารมีกระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์ 2. สังเกต จำแนกและอธิบายความแตกต่างของพืชและสัตว์โดยใช้การเคลื่อนที่และการสร้าง อาหารเปน็ เกณฑ์ 3. สังเกตและระบุตำแหน่งของราก ลาต้น ใบ ดอก ผลและเมล็ด และสืบค้นข้อมูลเพื่ออธิบาย หนา้ ทข่ี องแต่ละอวยั วะและอธิบายเก่ยี วกบั การสร้างอาหารของพชื 4. สำรวจและบรรยายโครงสร้างหรอื รูปร่างของสงิ่ มีชวี ิตทเ่ี หมาะสมต่อการดารงชีวิตในแหล่งท่ีอยู่ และอธบิ ายความสัมพันธร์ ะหว่างสงิ่ มีชีวติ กับสิ่งมชี วี ิตและสง่ิ ไมม่ ีชวี ิตในแหล่งทีอ่ ยเู่ ดยี วกนั 5. สังเกต เปรียบเทียบ และอธิบายการเปลี่ยนการเคลื่อนที่ของวัตถุที่มีมวลแตกต่างกัน รวมทั้ง ทดลองความสัมพันธร์ ะหว่างแรงเสียดทานกบั การเคลอ่ื นท่ีของวัตถุ และยกตวั อย่างการนาความรู้เร่ืองแรง เสียดทานไปใชป้ ระโยชน์ 6. สังเกต วิเคราะห์และอธิบายผลของแรงโน้มถ่วงที่ทำให้วัตถุตกสู่พื้นโลกและมีน้ำหนกั รวมถึง การใช้เครื่องชงั่ สปริงหาน้ำหนกั ของวัตถุ
หลักสตู รโรงเรยี นบ้านเชยี งดาว พทุ ธศกั ราช 2564 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน 2551 113 7. สังเกตและระบุแนวการเคลอ่ื นท่ีของแสงจากแหลง่ กำเนิด และอธิบายการมองเห็นวัตถุ รวมทั้ง ทดลอง จำแนกและระบุวัตถุตามลักษณะการมองเหน็ แหล่งกำเนิดแสงผ่านวัตถนุ ัน้ และอธิบายการเกิดเงา มืดและเงามัว 8. กำหนดปัญหา ทดลอง เปรียบเทียบ และอธิบายสมบัติของวัสดุชนิดต่าง ๆ ในด้านความแข็ง ความเหนียว สภาพยืดหย่นุ การนำความร้อน และการนำไฟฟา้ รวมทง้ั ยกตวั อยา่ งและวเิ คราะห์การนาวัสดุ ที่มีสมบตั ดิ า้ น ตา่ ง ๆ มาใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวนั 9. ต้ังคำถาม สงั เกต วเิ คราะหแ์ ละเปรียบเทียบสมบัติของแข็ง ของเหลว และแก๊ส รวมทั้งอธิบาย ความหนาแนน่ ของสารต่างชนิดกันและของสารชนดิ เดยี วกันแต่ต่างสถานะ 10. สงั เกต จำแนกดินโดยใช้ลักษณะที่ปรากฏเป็นเกณฑ์ สบื ค้นข้อมลู และอธิบายการใช้ประโยชน์ ของดนิ แต่ละชนดิ และการใช้แบบจำลองเพอื่ อธิบายการเกิดดิน รวมทัง้ สบื ค้นขอ้ มูลเพอื่ อธบิ ายปัจจัยที่มีผล ต่อการเปลย่ี นแปลงต่อผวิ โลก 11. สงั เกต สืบคน้ ขอ้ มลู และจำแนกดาวออกเป็นดาวฤกษแ์ ละดาวเคราะห์ ใชแ้ บบจำลองเพื่อ อธบิ ายลกั ษณะและองคป์ ระกอบของระบบสรุ ิยะ ปรากฎการณด์ าวตกและอกุ กาบาต รวมทัง้ การมองเหน็ ดวงจันทรแ์ ละดาวเคราะห์ ผ
หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นเชยี งดาว พทุ ธศักราช 2564 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน 2551 114 คำ ิ ิ ิ 15201 ิ ิ ์ิ ิ ิ ์ค ี 4 /ี ................................................. ........................................................................................................ .................................... ศึกษา วิเคราะห์ โครงสรา้ งและลักษณะของสิง่ มชี วี ติ ทเี่ หมาะสมกับการดำรงชีวิต ซ่ึงเป็นผล มาจากการปรับ และความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัว ของสิ่งมีชีวิตในแต่ละแหล่งที่อยู่ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่าง สิ่งมีชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิต เพื่อประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต โซ่อาหารและบทบาทหน้าที่ของสิ่งมีชีวิตที่เป็น ผู้ผลิตและผู้บริโภคในโซ่อาหาร คุณค่าของสิ่งแวดล้อมที่มีต่อการดำรงชีวิตของสิง่ มีชีวิต โดยมีส่วนรว่ มใน การดูแลรักษาสิง่ แวดล้อม ลักษณะทางพันธุกรรมที่มีการถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกของพชื สัตว์ และมนุษย์ ลักษณะทีค่ ลา้ ยคลงึ กันของตนเองกับพ่อแม่ การเปล่ียนสถานะของสสารเมอื่ ทำให้สสารรอ้ นขึ้นหรือเย็นลง การละลายของสารในนำ้ การเปลย่ี นแปลงของสารเม่ือเกดิ การเปลี่ยนแปลงทางเคมี การเปล่ียนแปลงท่ีผัน กลบั ไดแ้ ละการเปลีย่ นแปลงท่ผี ันกลบั ไมไ่ ด้ วิธกี ารหาแรงลพั ธข์ องแรงหลายแรงในแนวเดียวกันทกี่ ระทำต่อ วัตถุอยู่นิ่ง แผนภาพแสดงแรงที่กระทำต่อวัตถุที่อยู่ในแนวเดียวกันและแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุ การใช้ เครอ่ื งชัง่ สปรงิ ในการวัดแรงทกี่ ระทำต่อวตั ถุ ผลของแรงเสียดทานท่ีมีต่อการเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนที่ของ วัตถุ การเขียนแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงที่อยู่ในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุ การได้ยินเสียง ผ่านตัวกลาง ลักษณะและการเกิดเสียงสูง เสียงต่ำ ออกแบบการทดลองและอธบิ ายลักษณะและการเกิด เสียงดัง เสยี งคอ่ ย การวดั ระดับเสยี งโดยใชเ้ คร่อื งมือวัดระดับเสียง แนวทางในการหลกี เล่ียงและลดมลพิษ ทางเสียง ความแตกต่างของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์จากแบบจำลอง การใช้แผนที่ดาวระบุตำแหน่งและ เส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า แบบรูปเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บน ทอ้ งฟ้าในรอบปี ปรมิ าณน้ำในแต่ละแหลง่ ปริมาณนำ้ ทมี่ นษุ ย์สามารถนำมาใช้ประโยชนไ์ ด้ แนวทางการใช้ น้ำอย่างประหยดั และการอนุรกั ษ์น้ำ แบบจำลองการหมุนเวียนของนำ้ ในวฏั จักรน้ำ กระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้ำค้าง และน้ำค้างแข็ง จากแบบจำลอง และกระบวนการเกิดฝน หิมะ และลูกเห็บ ใช้เหตุผลเชิง ตรรกะในการแกป้ ญั หา ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสบื ค้นข้อมูล การเปรียบเทียบข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์ และการอภิปรายเพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความ เข้าใจสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิต วทิ ยาศาสตรม์ ีจริยธรรม คณุ ธรรมและค่านยิ มท่เี หมาะสม
หลักสตู รโรงเรียนบา้ นเชยี งดาว พุทธศักราช 2564 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน 2551 115 ผค 1. นักเรยี นสามารถบรรยายโครงสร้าง และลกั ษณะของสง่ิ มีชวี ิตทเี่ หมาะสมกับการดำรงชีวติ ซึง่ เป็นผล มาจากการปรบั ตวั ของส่ิงมชี ีวติ ใน แต่ละแหล่งที่อยู่ 2. นักเรียนสามารถอธิบาย ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และ ความสัมพันธ์ ระหว่าง สิ่งมชี ีวิตกบั สิ่งไม่มีชีวติ เพ่อื ประโยชนต์ อ่ การดำรงชวี ิต 3. นักเรียนสามารถเขียนโซ่อาหารและระบุบทบาทหน้าที่ของสิ่งมีชีวิตที่เป็น ผู้ผลิตและผู้บริโภคในโซ่ อาหาร 4. นักเรียนสามารถอธิบายลักษณะทางพันธุกรรมที่มีการถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกของพืช สัตว์ และ มนุษย์ 5. นักเรียนสามารถอธิบายการเปลี่ยนสถานะ ของสสารเมื่อทำให้สสารร้อนขึ้นหรือเย็นลง โดยใช้ หลักฐานเชงิ ประจักษ์ 6. นกั เรยี นสามารถวิเคราะห์การเปลย่ี นแปลงของสารเม่อื เกดิ การเปลี่ยนแปลงทางเคมี โดยใช้หลักฐาน เชิงประจกั ษ์ 7. นกั เรยี นสามารถวเิ คราะหแ์ ละระบุการเปล่ยี นแปลงท่ผี นั กลบั ได้และการเปลยี่ นแปลงที่ผันกลับไม่ได้ 8. นกั เรียนสามารถเขียนแผนภาพแสดงแรงเสยี ดทานและแรงท่อี ย่ใู นแนวเดียวกนั ท่กี ระทำตอ่ วัตถุ 9. นักเรยี นสามารถอธิบายการไดย้ นิ เสยี งผ่านตัวกลางจากหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ 10. นกั เรยี นสามารถระบตุ วั แปร ทดลองและอธบิ ายลักษณะและการเกิด เสยี งสงู เสยี งตำ่ 11. นักเรียนสามารถออกแบบการทดลองและอธิบายลกั ษณะและการเกดิ เสียงดัง เสยี งค่อย 12. นักเรยี นสามารถเปรียบเทยี บความแตกต่างของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์จากแบบจำลอง 13. นกั เรยี นสามารถเปรยี บเทียบกระบวนการเกิดเมฆ หมอก นำ้ คา้ ง และนำ้ ค้างแข็ง จากแบบจำลอง 14. นักเรียนสามารถเปรียบเทียบกระบวนการเกดิ ฝน หิมะ และลกู เห็บ จากข้อมลู ทร่ี วบรวมได้ 14 ผ
หลักสตู รโรงเรียนบ้านเชียงดาว พุทธศกั ราช 2564 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน 2551 116 คำ ิ ิ ิ 16201 ิ ิ ์ิ ิ ิ ์ค ี 4 /ี ............................................................................................................................. ................................................................ ศึกษา วิเคราะห์ สารอาหารประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารที่ตนเองรับ ประทาน เลอื กรับประทานอาหารใหไ้ ด้สารอาหารครบถว้ นในสัดสว่ นที่เหมาะสมกับเพศและวัย สร้างแบบ จำลองระบบย่อยอาหาร หน้าที่ของอวัยวะในระบบย่อยอาหาร การย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหาร การแยกสารผสมโดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการ ตกตะกอน การแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับการแยกสาร การเกิดและผลของแรงไฟฟา้ ซึ่งเกิดจาก วัตถทุ ี่ผ่านการขัดถู ประโยชนข์ องความรขู้ องการตอ่ หลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน ขอ้ จำกดั และ การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน การเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาและจันทรุปราคาสร้างแบบจำลองที่ อธิบายการเกิด และเปรียบเทียบปรากฏการณ์สุริยุปราคาและจันทรุปราคา พัฒนาการของเทคโนโลยี อวกาศ ตัวอย่างการนำเทคโนโลยีอวกาศมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน กระบวนการเกิดหินอัคนี หิน ตะกอน และหินแปร การใช้ประโยชน์ของหินและแร่ในชีวิตประจำวัน การเกิดลมบก ลมทะเล และมรสมุ ผลท่มี ตี อ่ ส่งิ มีชวี ิตและส่ิงแวดล้อม การเกิดปรากฏการณ์เรอื นกระจกและผลของปรากฏการณ์เรือนกระจก ต่อสิง่ มีชวี ิต ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การเปรยี บเทยี บข้อมูลจากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ และการอภิปรายเพื่อให้เกิดความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ สามารถสื่อสำรวจสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในกำรตัดสินใจ นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิต วทิ ยาศาสตรม์ จี รยิ ธรรม คณุ ธรรมและคา่ นิยมที่เหมาะสม ผ ข้อที่ 1 ระบุสารอาหารและบอกประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารที่ตนเอง รบั ประทานได้ ข้อที่ 2 สร้างแบบจำลองระบบย่อยอาหาร และบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบย่อยอาหาร รวมท้ังอธิบาย การย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหารได้ ขอ้ ที่ 3 อธบิ ายและเปรียบเทียบการแยกสารผสมโดยการหยบิ ออก การร่อน การใชแ้ ม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน ได้ ข้อที่ 4 อธิบายการเกิดและผลของแรงไฟฟ้า ซึ่งเกิดจากวัตถุที่ผ่านการขัดถู โดยใช้หลักฐานเชิง ประจักษ์
หลักสูตรโรงเรียนบ้านเชยี งดาว พุทธศักราช 2564 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน 2551 117 ข้อที่ 5 ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของการตอ่ หลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน โดย บอกประโยชน์ ขอ้ จำกดั และการประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจำวันได้ ข้อที่ 6 เปรียบเทยี บกระบวนการเกิดหินอัคนี หนิ ตะกอน และหนิ แปร และอธบิ ายวัฏจักรหินจาก แบบจำลอง ข้อที่ 7 บรรยายและยกตัวอย่างการใช้ประโยชน์ของหินและแร่ในชีวิตประจำวันจากข้อมูลท่ี รวบรวมได้ ข้อที่ 8 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิด และเปรียบเทียบปรากฏการณ์สุริยุปราคาและ จันทรปุ ราคาสร้างแบบจำลองทีอ่ ธบิ ายการเกิด และเปรียบเทียบปรากฏการณส์ ุริยปุ ราคาและจันทรุปราคา ข้อที่ 9 อธิบายพัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศ และยกตัวอย่างการนำเทคโนโลยีอวกาศมาใช้ ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจำวนั ได้ ข้อที่ 10 เปรียบเทียบการเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุม รวมทั้งอธิบายผลที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและ สง่ิ แวดล้อมจาก แบบจำลองได้ ข้อที่ 11 สร้างแบบจำลองที่อธิบายกำรเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกและผลของปรากฏการณ์ เรอื นกระจกต่อส่ิงมชี ีวิต ผ
หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นเชียงดาว พทุ ธศักราช 2564 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน 2551 118 คำ ิ ิ ิ ิค ิ ์ค ีค /ค ............................................................................................................................. ................................................................ ศึกษาความหมาย ความสำคัญ ประโยชน์ของเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์ ระบบเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์ ลักษณะการเชื่อมต่อของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ประเภทของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ช่อง ทางการสื่อสารในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ความหมายของอินเทอร์เน็ต กำเนิดของอินเทอร์เน็ต อินเทอร์เนต็ ในประเทศไทย ขอ้ ดีและข้อจำกัดของอนิ เทอรเ์ น็ต เพ่อื ให้เกดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ และมีทักษะ อนิ เตอรเ์ น็ตเบอื้ งตน้ ใช้โปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ในการสืบค้นข้อมูล ใช้งานจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ใช้งานสังคม เครือขา่ ย เขยี นภาษา HTML เบือ้ งตน้ สรา้ งเว็บไซตข์ องตนเองจากผใู้ ห้บริการฟรี สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ เลือกใช้เทคโนโลยีและเทคโนโลยีสารสนเทศได้เหมาะสมกับงาน อย่างถูกต้อง มีคุณธรรม ทำงานด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ มีระเบียบ สะอาด ประหยัด ใช้พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างคุ้มค่าถูกวิธี ทำงานกลุ่มได้ แก้ไขปัญหาการทำงานได้ มี ความมุ่งมั่นในการทำงาน ทำงานอย่างมีความสุข นอกจากนี้ยังมุ่งปลูกฝังนิสัย การพึ่งตนเองและมี วัฒนธรรมในการอย่รู ว่ มกับผู้อื่น ผ 1. รแู้ ละเขา้ ใจความหมาย ความสำคญั ประโยชนข์ องอนิ เตอร์เนต็ 2. รู้และเขา้ ใจระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต 3. ร้แู ละเข้าใจ ขอ้ ดีและขอ้ จำกัดของอินเทอร์เน็ต กบั การสรา้ งเวบ็ 4. สร้างเว็บไซตเ์ บ่ืองตน้ 4
หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นเชยี งดาว พทุ ธศกั ราช 2564 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน 2551 119 คำ ิ ิ ิ ิค ิ ์ค ีค /ค ............................................................................................................................. ................................................................ ศึกษาความหมาย ความสำคัญ ประโยชนข์ องเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์ ระบบเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ ลักษณะการเชื่อมต่อของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ประเภทของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ช่อง ทางการสื่อสารในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ความหมายของอินเทอร์เน็ต กำเนิดของอินเทอร์เน็ต อินเทอรเ์ นต็ ในประเทศไทย ข้อดแี ละขอ้ จำกดั ของอนิ เทอร์เน็ต เพอ่ื ใหเ้ กิดความรู้ ความเขา้ ใจ และมีทักษะ อนิ เตอรเ์ นต็ เบอ้ื งต้น ใช้โปรแกรมเว็บเบาว์เซอร์ในการสบื ค้นข้อมลู ใชง้ านจดหมายอิเล็กทรอนกิ ส์ ใชง้ านสงั คมเครอื ข่าย เขยี นภาษา HTML เบ้ืองตน้ สรา้ งเวบ็ ไซตข์ องตนเองจากผใู้ ห้บรกิ ารฟรี สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ เลือกใช้เทคโนโลยีและเทคโนโลยีสารสนเทศได้เหมาะสมกับงาน อย่างถูกต้อง มีคุณธรรม ทำงานด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ มีระเบียบ สะอาด ประหยัด ใช้พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างคุ้มค่าถูกวิธี ทำงานกลุ่มได้ แก้ไขปัญหาการทำงานได้ มี ความมุ่งมั่นในการทำงาน ทำงานอย่างมีความสุข นอกจากนี้ยังมุ่งปลูกฝังนิสัย การพึ่งตนเองและมี วฒั นธรรมในการอยู่ร่วมกับผู้อืน่ ผ 1. รู้และเขา้ ใจ ส่วนประกอบของเว็บไซด์ 2. ร้แู ละเขา้ ใจ การสร้างหนา้ เว็บไซด์ 3. รู้และเขา้ ใจ โปรแกรม google site 4. การพัฒนาเวบ็ ไซด์ 4
หลกั สูตรโรงเรียนบ้านเชยี งดาว พุทธศกั ราช 2564 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน 2551 120 คำ ิ ิ ิ ิค ิ ์ค ีค /ค ............................................................................................................................. ................................................................ ศึกษาความหมาย ความสำคัญ ประโยชน์ของเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์ ระบบเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ ลักษณะการเชื่อมต่อของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ประเภทของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ช่อง ทางการสื่อสารในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ความหมายของอินเทอร์เน็ต กำเนิดของอินเทอร์เน็ต อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ขอ้ ดแี ละขอ้ จำกดั ของอนิ เทอรเ์ น็ต เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะ อินเตอรเ์ น็ตเบ้อื งต้น ใช้โปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ในการสืบค้นข้อมูล ใช้งานจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ใช้งานสังคม เครือขา่ ย เขียนภาษา HTML เบื้องต้น สรา้ งเว็บไซต์ของตนเองจากผ้ใู หบ้ รกิ ารฟรี สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ เลือกใช้เทคโนโลยีและเทคโนโลยีสารสนเทศได้เหมาะสมกับงาน อย่างถูกต้อง มีคุณธรรม ทำงานด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ มีระเบียบ สะอาด ประหยัด ใช้พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างคุ้มค่าถูกวิธี ทำงานกลุ่มได้ แก้ไขปัญหาการทำงานได้ มี ความมุ่งมั่นในการทำงาน ทำงานอย่างมีความสุข นอกจากนี้ยังมุ่งปลูกฝังนิสัย การพึ่งตนเองและมี วฒั นธรรมในการอย่รู ่วมกับผ้อู ื่น ผ 1. ร้แู ละเขา้ ใจความหมาย ความสำคญั ประโยชนข์ องเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเพอื่ การส่ือสาร 2. รแู้ ละเขา้ ใจระบบเครอื ข่ายอินเตอรเ์ นต็ 3. ร้แู ละเขา้ ใจความหมายของอินเทอรเ์ น็ต ข้อดีและขอ้ จำกัดของอนิ เทอรเ์ น็ต กบั การสร้างเวบ็ 4. สร้างเวบ็ ไซตด์ ้วย google site 4
หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นเชียงดาว พทุ ธศกั ราช 2564 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน 2551 121 คำ ิ ิ ิ ิค ิ ์ค ีค /ค ............................................................................................................................................................................................. ศึกษาความหมาย ความสำคญั ประโยชน์ของเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์ ระบบเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์ ลักษณะการเชื่อมต่อของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ประเภทของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ช่อง ทางการสื่อสารในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ความหมายของอินเทอร์เน็ต กำเนิดของอินเทอร์เน็ต อินเทอร์เนต็ ในประเทศไทย ขอ้ ดีและขอ้ จำกัดของอินเทอร์เน็ต เพื่อให้เกดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ และมีทักษะ อินเตอรเ์ นต็ เบ้อื งตน้ ใช้โปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ในการสืบค้นข้อมูล ใช้งานจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ใช้งานสังคม เครือขา่ ย เขียนภาษา HTML เบ้อื งต้น สรา้ งเว็บไซตข์ องตนเองจากผใู้ หบ้ รกิ ารฟรี สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ เลือกใช้เทคโนโลยีและเทคโนโลยีสารสนเทศได้เหมาะสมกับงาน อย่างถูกต้อง มีคุณธรรม ทำงานด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ มีระเบียบ สะอาด ประหยัด ใช้พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างคุ้มค่าถูกวิธี ทำงานกลุ่มได้ แก้ไขปัญหาการทำงานได้ มี ความมุ่งมั่นในการทำงาน ทำงานอย่างมีความสุข นอกจากนี้ยังมุ่งปลูกฝังนิสัย การพึ่งตนเองและมี วฒั นธรรมในการอยู่รว่ มกบั ผู้อน่ื ผ 1. รู้และเขา้ ใจ สว่ นประกอบของเวบ็ ไซค์ 2. ร้แู ละเข้าใจ การสร้างหน้าเว็บไซค์ 3. รู้และเข้าใจ โปรแกรมที่ชว่ ยในการออกแบบหน้าเว็บไซค์ google site 4. การพฒั นาเว็บไซค์ google site 4
หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นเชียงดาว พทุ ธศกั ราช 2564 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน 2551 122 คำ ิ ิ ิ ิค ิ ์ค ีค /ค ............................................................................................................................. ................................................................ ศึกษาความหมาย ความสำคญั ประโยชน์ของเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่ายคอมพวิ เตอร์ ลักษณะการเชื่อมต่อของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ประเภทของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ช่อง ทางการสื่อสารในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ความหมายของอินเทอร์เน็ต กำเนิดของอินเทอร์เน็ต อนิ เทอรเ์ นต็ ในประเทศไทย ขอ้ ดีและข้อจำกดั ของอินเทอรเ์ น็ต เพือ่ ให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะ อนิ เตอรเ์ นต็ เบื้องต้น ใช้โปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ในการสืบค้นข้อมูล ใช้งานจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ใช้งานสังคม เครอื ขา่ ย เขียนภาษา HTML เบอ้ื งตน้ สร้างเว็บไซต์ของตนเองจากผู้ใหบ้ รกิ ารฟรี สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ เลือกใช้เทคโนโลยีและเทคโนโลยีสารสนเทศได้เหมาะสมกับงาน อย่างถูกต้อง มีคุณธรรม ทำงานด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ มีระเบียบ สะอาด ประหยัด ใช้พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ อนุรกั ษส์ ่งิ แวดล้อมอย่างคุ้มค่าถกู วธิ ี ทำงานกลุม่ ได้ แกไ้ ขปญั หาการทำงานได้ มีความ มุ่งมั่นในการทำงาน ทำงานอยา่ งมีความสุข นอกจากนี้ยงั มุ่งปลกู ฝงั นิสัย การพึ่งตนเองและมวี ัฒนธรรมใน การอยรู่ ่วมกบั ผูอ้ ่นื ผ 1. รู้และเขา้ ใจความหมาย ความสำคัญ ประโยชนข์ องเครือข่ายอนิ เตอร์เน็ตเบอื้ งตน้ 2. รู้และเข้าใจระบบเครอื ข่ายอินเตอรเ์ น็ตในปัจจุบนั 3. รู้และเข้าใจความหมายของอนิ เทอรเ์ นต็ กำเนิดของอินเทอรเ์ น็ตอนิ เทอรเ์ น็ตในประเทศไทย ข้อดีและข้อจำกัดของอนิ เทอรเ์ นต็ กบั การสรา้ งเว็บ 4. สรา้ งเวบ็ ไซตด์ ้วยภาษา HTML เบอื้ งต้น 4
หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นเชยี งดาว พทุ ธศกั ราช 2564 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน 2551 123 คำ ิ ิ ิ ิค ิ ์ค ีค /ค ............................................................................................................................................................................................. ศกึ ษาความหมาย ความสำคัญ ประโยชน์ของเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์ ระบบเครือข่ายคอมพวิ เตอร์ ลักษณะการเชื่อมต่อของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ประเภทของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ช่อง ทางการสื่อสารในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ความหมายของอินเทอร์เน็ต กำเนิดของอินเทอร์เน็ต อินเทอรเ์ นต็ ในประเทศไทย ข้อดแี ละข้อจำกดั ของอินเทอร์เน็ต เพ่ือใหเ้ กิดความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะ อินเตอรเ์ นต็ เบ้ืองต้น ใช้โปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ในการสืบค้นข้อมูล ใช้งานจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ใช้งานสังคม เครอื ข่าย เขยี นภาษา HTML เบอื้ งตน้ สรา้ งเว็บไซตข์ องตนเองจากผูใ้ หบ้ ริการฟรี สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ เลือกใช้เทคโนโลยีและเทคโนโลยีสารสนเทศได้เหมาะสมกับงาน อย่างถูกต้อง มีคุณธรรม ทำงานด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ มีระเบียบ สะอาด ประหยัด ใช้พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างคุ้มค่าถูกวิธี ทำงานกลุ่มได้ แก้ไขปัญหาการทำงานได้ มี ความมุ่งมั่นในการทำงาน ทำงานอย่างมีความสุข นอกจากนี้ยังมุ่งปลูกฝังนิสัย การพึ่งตนเองและมี วฒั นธรรมในการอยรู่ ่วมกบั ผอู้ ื่น ผ 1. รู้และเข้าใจ สว่ นประกอบของเวบ็ ไซด์ 2. รแู้ ละเขา้ ใจ การสรา้ งหน้าเวบ็ ไซด์ 3. รูแ้ ละเขา้ ใจ โปรแกรมท่ีชว่ ยในการออกแบบหน้าเว็บไซด์ 4. การพฒั นาเวบ็ ไซด์ 4
หลักสตู รโรงเรียนบา้ นเชียงดาว พุทธศักราช 2564 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 124 คำ ิ ิ ิ ิค ิ ์ค ีค /ค ............................................................................................................................. ................................................................ ศึกษากระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบค้นขอ้ มูล ความสำคญั และประโยชน์ของ การสืบคน้ การเลอื กเคร่ืองมอื ในการสืบคน้ ข้อมูล การใช้ตรรกบลู ีน การกำหนดรูปแบบในการสืบค้นข้อมูล พระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จรรยาบรรณในการใช้คอมพิวเตอร์และ อนิ เทอรเ์ นต็ การอา้ งอิงขอ้ มูลจากเว็บไซต์ ปฏิบัติการเลือกเครื่องมือในการสืบค้นข้อมูล โดยการใช้ตรรกบูลีน การกำหนดรูปแบบในการ สืบค้นข้อมูล ปฏิบัติสร้างงานจากการสืบค้นข้อมูล โดยใช้กระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้วย กระบวนการกลมุ่ มที ักษะการทำงานอย่างเปน็ ระบบ ใชค้ อมพิวเตอรแ์ ละอนิ เทอรเ์ น็ตตามจรรยาบรรณ ใช้ อย่างมีจิตสำนึกและมีความรับผิดชอบและปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่อการใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต มีความซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่ เรียนรู้ มีความมุ่งมั่นในการทำงาน มีจิตสำนึก มีความรับผิดชอบ มีคุณธรรม จิรยธรรม และมีค่านิยมท่ี เหมาะสม ผ 1. อธิบายความหมาย ความสำคญั และประโยชน์ของการสืบคน้ ข้อมลู 2. ปฏบิ ัติการสืบคน้ ขอ้ มูลโดยใชต้ รรกบลู นี และการกำหนดรูปแบบในการสบื ค้นขอ้ มูล 3. อธิบายความหมายของโซเชียลเนต็ เวิร์คได้ 4. อธบิ ายความหมายของคณุ ธรรม จรยิ ธรรมในการใช้อินเทอร์เนต็ 5. สามารถใชโ้ ซเชยี ลเน็ตเวริ ค์ ได้อยา่ งมคี ณุ ธรรมและจิรยธรรม 5
หลักสตู รโรงเรียนบ้านเชยี งดาว พุทธศกั ราช 2564 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน 2551 125 คำ ิ ิ ิ 4ิ ค ิ ์ค ีค /ค ............................................................................................................................. ................................................................ ศกึ ษากระบวนการทางเทคโนโลยสี ารสนเทศในการสืบค้นข้อมูล การเลือกใชร้ ูปแบบในการสบื ค้น ใหไ้ ดข้ อ้ มลู ตรงกับความต้องการ แนวปฏิบตั ติ นตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ปี 2560 การอ้างอิงข้อมูล ทีไ่ ดจ้ ากการสืบคน้ จรรยาบรรณในการใช้คอมพิวเตอร์และอนิ เทอร์เน็ต ปฏิบัติการเลือกเครื่องมือในการสืบค้นข้อมูล การกำหนดรูปแบบในการสืบค้นข้อมูลให้ได้ตรง ความต้องการ ปฏิบัติสร้างงานจากการสืบค้นข้อมูล ปฏิบัติตนตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ปี 2560 โดยใชก้ ระบวนการทางเทคโนโลยสี ารสนเทศ ดว้ ยกระบวนการกลุ่ม มีทักษะการทำงานอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่อการใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต มีความซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มีความมุ่งมั่นในการทำงาน มีจิตสำนึก มีความรับผิดชอบ มีคุณธรรม จิรยธรรม และมีค่านิยมท่ี เหมาะสม ผ 1. บอกกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศในการสบื คน้ ข้อมลู 2. เลอื กใชร้ ปู แบบในการสืบค้นขอ้ มลู ให้ตรงความต้องการได้ 3. ปฏบิ ัตกิ ารสบื คน้ ขอ้ มูลโดยใชช้ อ่ งทางที่หลากหลายและเหมาะสมได้ 4. บอกและสามารถปฏบิ ตั ติ นตามพระราชบัญญัตคิ อมพวิ เตอร์ 2560 ได้ 5. สามารถใช้โซเชียลเนต็ เวิร์คได้อย่างมคี ณุ ธรรมและจิรยธรรม รวมทงั้ หมด 5
หลักสูตรโรงเรียนบ้านเชยี งดาว พทุ ธศักราช 2564 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน 2551 126 คำ ิ ิ ิ ิค ิ ์ค ีค /ค ............................................................................................................................. ................................................................ ศึกษาหลักการใช้อินเทอร์เนต็ ในการค้นควา้ หาความรู้ให้ตรงกับความต้องการ หลักการรวบรวม ขอ้ มูลสารสนเทศเพือ่ การนำมาใช้ให้เกดิ ประโยชน์ ปฏิบัติการใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นคว้าหาความรู้ให้ตรงกับความต้องการ ให้ถูกต้องการตาม หลักการรวบรวมข้อมูลสารสนเทศ และให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยใช้อย่างมีคุณธรรม และตระหนักถึง ประโยชน์ท่ีไดร้ ับจากการใช้อินเทอรเ์ นต็ เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่อการใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต มีความซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่ เรียนรู้ มีความมุ่งมั่นในการทำงาน มีจิตสำนึก มีความรับผิดชอบ มีคุณธรรม จิรยธรรม และมีค่านิยมที่ เหมาะสม ผ 1. ร้แู ละเข้าใจหลักการใชอ้ ินเทอร์เนต็ ในการคน้ หาความรู้ 2. ใชอ้ นิ เทอร์เน็ตในการสืบค้นขอ้ มูลไดต้ รงกับความต้องการ 3. รแู้ ละเข้าใจหลักการรวบรวมขอ้ มูลสารสนเทศเพอื่ การนำมาใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ 4. รวบรวมขอ้ มูลสารสนเทศและนำมาใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์ 5. ใช้อนิ เทอร์เน็ตอยา่ งมีคณุ ธรรม และตระหนักถึงการใชเ้ พอ่ื ให้เกดิ ประโยชนส์ งู สดุ รวมทั้งหมด 5
หลักสูตรโรงเรยี นบ้านเชยี งดาว พทุ ธศักราช 2564 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน 2551 127 คำ ิ ิ ิ 4ิ ค ิ ์ค ีค /ค ............................................................................................................................. ................................................................ ศึกษาการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารในยุคปัจจุบันในการค้นคว้าข้อมูล ด้วยแอปพลิเคชันหรือ บริการอน่ื ๆ ทหี่ ลากหลายใหไ้ ดข้ อ้ มลู ที่ตรงกับความต้องการและเกิดประโยชนส์ งู สุด พร้อมทงั้ การนำเสนอ ขอ้ มูลน้ันดว้ ยเทคโนโลยสี อื่ สาร ปฏิบัติการใช้แอปพลิเคชนั หรอื บรกิ ารอน่ื ๆ ท่หี ลากหลายจากเทคโนโลยีสือ่ สารในยุคปจั จบุ ัน ใน การค้นคว้าข้อมูลให้ตรงกับความต้องการและเกิดประโยชน์สูงสุดอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม และการ นำเสนอขอ้ มูลผา่ นเทคโนโลยีการสอื่ สารท่ีเหมาะสม เพื่อให้มเี จตคตทิ ี่ดีต่อการใช้งานเทคโนโลยสี ื่อสารในยุคปัจจุบัน มีความซือ่ สัตย์สจุ ริต มีวินัย ใฝ่ เรียนรู้ มีความมุ่งมั่นในการทำงาน มีจิตสำนึก มีความรับผิดชอบ มีคุณธรรม จิรยธรรม และมีค่านิยมที่ เหมาะสม ผ 1. บอกแอปพลเิ คชนั หรือบริการอน่ื ๆ ในการสืบคน้ ขอ้ มูลสารสนเทศ 2. สามารถสบื ค้นขอ้ มลู ด้วยแอปพลิเคชนั หรือบรกิ ารทหี่ ลากหลายและตรงกับความต้องการ 3. บอกความสัมพันธ์ของเทคโนโลยีการสื่อสารกับการค้นคว้าหาความรู้ในยุคปัจจุบันและ ประยุกต์ใช้ได้ 4. ใชเ้ ทคโนโลยีการสื่อสารในปจั จุบันใช้ในการนำเสนอขอ้ มูล 5. ใช้เทคโนโลยกี ารสื่อสารอยา่ งมคี ณุ ธรรมและเกดิ ประโยชนส์ งู สดุ รวมท้ังหมด 5
หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นเชยี งดาว พุทธศกั ราช 2564 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 128 คำ ิ ิ ิ ิค ิ ์ค ีค /ค ............................................................................................................................. ................................................................ ศึกษาความหมายและความสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญา การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง ปลอดภัย วิธีการเผยแพร่ผลงานโดยใช้สื่อเทคโนโลยีการปกป้องข้อมูลส่วนตัวบนโลกออนไลน์ และการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภยั ปฏิบัติการค้นคว้าและนำเสนอความสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญา ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ อยา่ งปลอดภัย เผยแพรผ่ ลงานโดยใชส้ ื่อเทคโนโลยี ปกปอ้ งข้อมูลสว่ นตัวบนโลกออนไลน์ เพอ่ื ใหม้ เี จตคติทีด่ ีตอ่ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย มีความซอ่ื สตั ยส์ ุจริต มีวินัย ใฝ่ เรียนรู้ มีความมุ่งมั่นในการทำงาน มีจิตสำนึก มีความรับผิดชอบ มีคุณธรรม จิรยธรรม และมีค่านิยมที่ เหมาะสม ผ 1. รู้และเขา้ ใจความหมายและความสำคญั ของทรพั ย์สินทางปญั ญา 2. บอกวธิ กี ารและปฏบิ ัติการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั 3. บอกวธิ กี ารและปฏิบตั กิ ารเผยแพรผ่ ลงานโดยใช้สื่อเทคโนโลยี 4. รู้ เขา้ ใจและสามารถปกปอ้ งขอ้ มลู ส่วนตวั บนโลกออนไลน์ 5. ตระหนกั ถึงการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภยั รวมทงั้ หมด 5
หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นเชียงดาว พทุ ธศักราช 2564 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน 2551 129 คำ ิ ิ ิ 4ิ ค ิ ์ค ีค /ค ................................................. ........................................................................................................ .................................... ศึกษากระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบค้นข้อมูล การเลือกใช้แอพลิเคชั่น ท่ี เหมาะสมและหลากหลายในการสืบค้นใหไ้ ด้ขอ้ มูลตรงกับความต้องการ การสร้างชิน้ งานท่ีได้จาการสืบค้น ข้อมลู การปฏบิ ัตติ นตามพระราชบญั ญตั คิ อมพิวเตอร์ 2560 ปฏิบัติการเลือกเครื่องมือในการสืบค้นข้อมูล แอพลิเคชั่นในการสืบค้นในรูปแบบที่เหมาะสม ปฏบิ ัติสรา้ งงานจากการสืบคน้ ข้อมูล โดยใชก้ ระบวนการทางเทคโนโลยสี ารสนเทศ ดว้ ยกระบวนการกลุ่ม มี ทักษะการทำงานอยา่ งเป็นระบบ ใช้คอมพวิ เตอร์และอินเทอรเ์ น็ตตามจรรยาบรรณ ใช้อยา่ งมจี ิตสำนึกและ มีความรบั ผดิ ชอบและปฏิบัตติ ามพระราชบัญญัติการกระทำความผดิ เกยี่ วกับคอมพวิ เตอร์ เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่อการใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต มีความซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่ เรียนรู้ มีความมุ่งมั่นในการทำงาน มีจิตสำนึก มีความรับผิดชอบ มีคุณธรรม จิรยธรรม และมีค่านิยมที่ เหมาะสม ผ 1. รู้ เข้าใจองคป์ ระกอบ กระบวนการทำงานของอุปกรณ์ไอโอที และประโยชนข์ องไอโอที 2. บอกแนวทางการพฒั นาแอปพลเิ คชนั ไอโอทีจากกรณีศึกษาท่ีกำหนด 3. ออกแบบและประยกุ ต์ใช้ Scratch ในการพฒั นางานอย่างง่ายอย่างมคี วามคิดสร้างสรรค์ 4. รเู้ ท่าทันเทคโนโลยีในยุคปจั จุบนั และใชเ้ ทคโนโลยีให้เกดิ ประโยชนส์ งู สดุ รวมทัง้ หมด 4
หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นเชยี งดาว พทุ ธศักราช 2564 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน 2551 130 คำ ิ ิ ิ 21103 ิ ค ิ ์ค ี ............................................................................................................................. ................................................................ ศึกษา ความหมายของเทคโนโลยี สาเหตุหรือปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี การทำงานของระบบทางเทคโนโลยี ประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ และทรัพยากร โดยวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และเลือกข้อมูลที่จำเป็นศึกษาการออกแบบวิธีการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน กระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรม รวมทั้งวิธีการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือในการแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และ ปลอดภยั อธบิ ายแนวโน้มเทคโนโลยีที่จะเกิดขน้ึ วเิ คราะห์สาเหตุหรือปัจจยั ที่ส่งผลต่อการเปล่ียนแปลงของ เทคโนโลยีและวิเคราะห์เปรียบเทียบ ตัดสินใจเลือกใช้เทคโนโลยีโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อชีวิต สังคมและสิ่งแวดล้อม ระบุปัญหาหรือความต้องการในชุมชนหรือท้องถิ่น สรุปกรอบของปัญหา รวบรวม วิเคราะห์ ข้อมูลและแนวคิด ที่เกี่ยวข้องกับปัญหา ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และตดั สินใจเลอื กขอ้ มูลท่ีจำเปน็ ภายใต้เง่ือนไขและทรัพยากรท่ีมีอยู่ นำเสนอแนวทางการแก้ปญั หาให้ผู้อ่ืน เข้าใจ วางแผนขั้นตอนการทำงานและดำเนินการแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนทดสอบ ประเมินผล และ อธิบายปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น ภายใต้กรอบเงื่อนไข พร้อมทั้งหาแนวทางการปรับปรุงแก้ไขและ นำเสนอผลการแกป้ ัญหา เพอื่ พัฒนาความรูแ้ ละทกั ษะเกี่ยวกับวัสดุ อปุ กรณ์เคร่ืองมือ กลไก ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ เพ่ือ แกป้ ัญหาหรอื พฒั นางานได้อย่างถกู ตอ้ ง เหมาะสม และปลอดภยั ว 4.1 ม.1/1 ว 4.1 ม.1/2 ว 4.1 ม.1/3 ว 4.1 ม.1/4 ว 4.1 ม.1/5 5
หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นเชียงดาว พทุ ธศกั ราช 2564 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน 2551 131 คำ ิ ิ ิ 22103 ิ ค ิ ์ค ี ............................................................................................... .......................................................... .................................... ศึกษาสาเหตุหรือปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ผลกระทบจากการ เปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีต่อมนุษย์และสังคม ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีต่อเศรษฐกิจ ผลกระทบจาก การเปล่ียนแปลงเทคโนโลยีต่อสิง่ แวดล้อม ประเภทของวัสดุ อปุ กรณ์ เพือ่ ให้สามารถสร้าง ชิ้นงานได้ตรงกับความต้องการ มีความปลอดภัย และใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า เครื่องกลในการสร้าง ชิ้นงาน ได้แก่ รอก คาน ล้อและเพลา พื้นเอียง ลิ่ม สกรู เครื่องมือในการสร้างชิ้นงาน เครื่องมือวัด เครื่องมือตัด เครื่องมือยึดติด เครื่องมือเจาะ เสียงและอุปกรณ์ที่ทำให้เกิดเสียง อุปกรณ์ ที่ทำให้เกิดเสียง ไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่ทำให้ เกิดแสง วงจรไฟฟ้า และการต่อตัวต้านทาน ประเภทและการต่อวงจรไฟฟ้ า ความสัมพันธ์ของกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และวศิ วกรรมศาสตร์ แนวคดิ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ระบบเทคโนโลยี การคิดเชิงออกแบบ แนวคิดหลักของการคิดเชิง ออกแบบ กระบวนการคิดเชงิ ออกแบบ และความคดิ เชงิ ออกแบบของพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมิ พลอดุลยเดช โดยอาศัยกระบวนการเรยี นรู้โดยใช้ปัญหาเปน็ ฐาน (Problem-based Learning) และการเรียนรู้ แบบใช้โครงงานเปน็ ฐาน (Project-based Learning) เนน้ ให้ผู้เรียนไดล้ งมือปฏบิ ัติ ฝึกทักษะการคิด เผชิญ สถานการณ์ การแกป้ ญั หาวางแผนการเรยี นรู้ และนำเสนอผา่ นการทำกิจกรรมโครงงาน เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ความสัมพันธ์ของความรู้วิทยาศาสตร์ที่มีต่อผลการพัฒนา เทคโนโลยีประเภทต่าง ๆ และการพัฒนาเทคโนโลยีท่ีสง่ ผลให้มกี ารคิดคน้ ความรทู้ างวิทยาศาสตร์ก้าวหน้า ผลของเทคโนโลยี ต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนนำความรู้ความเข้าใจในวชิ าวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและการดำรงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและ จินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและ การจัดการทักษะในการสื่อสาร ความสามารถในการ ตัดสนิ ใจ เปน็ ผทู้ ีม่ ีจิตวทิ ยาศาสตร์ มคี ุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม ในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่าง สร้างสรรค์
หลักสตู รโรงเรียนบ้านเชียงดาว พุทธศกั ราช 2564 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน 2551 132 ว 4.1 ม.2/1 ว 4.1 ม.2/2 ว 4.1 ม.2/3 ว 4.1 ม.2/4 ว 4.1 ม.2/5 5
หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านเชยี งดาว พุทธศักราช 2564 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน 2551 133 คำ ิ ิ ิ 23103 ิ ค ิ ์ค ี ............................................................................................... .......................................................... .................................... ศึกษาสาเหตุหรือปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ผลกระทบต่อมนุษย์ สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและอาชีพในชุมชน เพื่อสำรวจและระบุปัญหาที่เกิดขึ้นได้ตรงตามความจริง กระบวนการแก้ปญั หาโดยใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตรแ์ ละศาสตรอ์ น่ื ๆ รว่ มกนั ความรูค้ วามเข้าใจเกี่ยวกับ ประเภท และสมบัติของวัสดุต่าง ๆ เช่น ไม้ เหล็ก พลาสติก ยางพารา เครื่องมือในการสร้างชิ้นงาน เช่น ค้อน ประแจ สวา่ น คีมประเภทตา่ ง ๆ เพ่ือใหส้ ามารถตัดสนิ ใจเลือกแนวทางในการออกแบบการแก้ปัญหา ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-based Learning) วิธีการสอน โดยเน้นแบบสอนแบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-based Learning) วัฏจักรการเรียนรู้แบบสืบเสาะหา ความรู้ (5Es Instructional Model) และวธิ กี ารสอนโดยเน้นรปู แบบการสอนแบบอุปนัย (Induction) เพ่ือ เน้นให้ผเู้ รียนลงมอื ปฏิบัติ ฝกึ ทกั ษะการคดิ เผชิญสถานการณ์การแก้ปญั หา วางแผนการเรยี นรู้ ตรวจสอบ การเรียนรู้ และสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้วยตนเองผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติ โดยใช้กระบวนการทาง วทิ ยาศาสตร์ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะเกี่ยวกับการใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และศาสตร์ อื่น ๆ ในการออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีในด้านต่าง ๆ ที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างมี ประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อสังคมและการดำรงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและ จนิ ตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและจัดการทกั ษะในการสอ่ื สารและความสามารถในการตดั สินใจ และเป็นผทู้ ม่ี จี ิตวิทยาศาสตร์ มคี ุณธรรม จริ ยธรรม และค่านิยมในการใชว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่าง สรา้ งสรรค์ ว 4.1 ม.3/1 ว 4.1 ม.3/2 ว 4.1 ม.3/3 ว 4.1 ม.3/4 ว 4.1 ม.3/5 5
หลักสตู รโรงเรียนบ้านเชียงดาว พทุ ธศกั ราช 2564 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน 2551 134 คฒ
หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นเชยี งดาว พทุ ธศกั ราช 2564 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน 2551 135 คฒ ิ . รู้ และเข้าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือ ศาสนา ที่ตนนับถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมั่น และปฏิบัติตาม หลกั ธรรม เพือ่ อยูร่ ่วมกันอย่างสนั ตสิ ขุ . เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนกิ ชนที่ดี และธำรงรักษาพระพทุ ธศาสนา หรอื ศาสนาทีต่ นนับถือ ฒ ำิ ิ ค . เข้าใจและปฏบิ ัติตนตามหนา้ ทข่ี องการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมท่ดี ีงาม และ ธำรงรกั ษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชวี ิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทย และ สังคมโลกอย่างสนั ติสขุ . เขา้ ใจระบบการเมืองการปกครองในสงั คมปัจจุบนั ยึดมัน่ ศรัทธา และธำรงรักษา ไวซ้ ง่ึ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็ ประมุข ์ . . เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภคการใช้ ทรพั ยากรท่ีมีอยู่จำกดั ไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทง้ั เขา้ ใจ หลักการของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เพือ่ การดำรงชวี ติ อย่างมดี ลุ ยภาพ . . เข้าใจระบบ และสถาบนั ทางเศรษฐกิจต่างๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และความจำเป็นของการร่วมมือกนั ทางเศรษฐกจิ ในสงั คมโลก 4ิ ์ 4. เข้าใจความหมาย ความสำคัญของเวลาและยุคสมยั ทางประวัตศิ าสตร์ สามารถใช้ 4. วิธกี ารทางประวตั ิศาสตรม์ าวเิ คราะหเ์ หตกุ ารณต์ า่ งๆ อย่างเปน็ ระบบ เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถงึ ปัจจุบัน ในด้านความสัมพันธ์และ 4. การเปลี่ยนแปลงของเหตกุ ารณอ์ ยา่ งต่อเนอื่ ง ตระหนกั ถึงความสำคญั และสามารถ วเิ คราะห์ผลกระทบท่เี กิดขนึ้ เขา้ ใจความเป็นมาของชาติไทย วฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาไทย มีความรักความภมู ใิ จ และธำรงความเป็นไทย
หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นเชยี งดาว พทุ ธศักราช 2564 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน 2551 136 ิ์ . เข้าใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสมั พันธข์ องสรรพส่ิงซ่งึ มีผลต่อกันใช้ แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์ และสรุปข้อมูล ตาม กระบวนการทางภมู ิศาสตร์ ตลอดจนใช้ภูมสิ ารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ . เขา้ ใจปฏสิ มั พันธ์ระหว่างมนษุ ย์กบั สง่ิ แวดล้อมทางกายภาพที่กอ่ ให้เกิด การสรา้ งสรรคว์ ิถกี ารดำเนินชีวติ มีจติ สำนกึ และมสี ่วนร่วมในการจดั การทรัพยากร และสง่ิ แวดลอ้ มเพ่ือการพฒั นาทย่ี ัง่ ยืน
หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นเชยี งดาว พทุ ธศกั ราช 2564 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 137 ิิ ฒ ค ิ . -. ส 11101 สังคมศึกษา . ส 11102 ประวตั ศิ าสตร์ จำนวน 40 ชว่ั โมง จำนวน 40 ชว่ั โมง ส 12101 สังคมศกึ ษา ส 12102 ประวัตศิ าสตร์ . จำนวน 40 ชว่ั โมง ส 13101 สงั คมศกึ ษา จำนวน 40 ช่วั โมง ส 13102 ประวัติศาสตร์ . ส 14101 สงั คมศกึ ษา จำนวน 40 ชั่วโมง ส 14102 ประวตั ิศาสตร์ จำนวน 40 ชว่ั โมง ส 15101 สังคมศกึ ษา .4 ส 15102 ประวัติศาสตร์ จำนวน 40 ชั่วโมง จำนวน 40 ชัว่ โมง ส 16101 สังคมศึกษา ส 16102 ประวัตศิ าสตร์ . จำนวน 40 ชวั่ โมง จำนวน 40 ชั่วโมง . จำนวน 40 ชว่ั โมง จำนวน 40 ชวั่ โมง
หลกั สตู รโรงเรยี นบ้านเชียงดาว พุทธศกั ราช 2564 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน 2551 138 ิ . -. 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (1.5 หนว่ ยกิต) . 1 ชัว่ โมง/สัปดาห์ (0.5 หนว่ ยกติ ) ส 21101 (ภาคเรียนที่ 1) สงั คมศึกษา 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ (1.5 หน่วยกติ ) ส 21102 (ภาคเรียนท่ี 1) ประวตั ิศาสตร์ . 1 ชั่วโมง/สปั ดาห์ (0.5 หนว่ ยกติ ) ส 21103 (ภาคเรียนท่ี 2) สงั คมศึกษา ส 21104 (ภาคเรียนที่ 2) ประวตั ศิ าสตร์ . 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ (1.5 หนว่ ยกติ ) 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (0.5 หนว่ ยกติ ) ส 22101 (ภาคเรยี นท่ี 1) สงั คมศกึ ษา 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (1.5 หนว่ ยกิต) ส 22102 (ภาคเรียนท่ี 1) ประวัตศิ าสตร์ 1 ชั่วโมง/สปั ดาห์ (0.5 หนว่ ยกิต) ส 22103 (ภาคเรยี นที่ 2) สังคมศกึ ษา ส 22104 (ภาคเรียนท่ี 2) ประวัติศาสตร์ 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ (1.5 หน่วยกิต) 1 ชั่วโมง/สปั ดาห์ (0.5 หนว่ ยกติ ) ส 23101 (ภาคเรียนท่ี 1) สงั คมศกึ ษา 3 ช่วั โมง/สัปดาห์ (1.5 หน่วยกติ ) ส 23102 (ภาคเรยี นที่ 1) ประวตั ศิ าสตร์ 1 ช่วั โมง/สปั ดาห์ (0.5 หนว่ ยกิต) ส 23103 (ภาคเรียนที่ 2) สังคมศกึ ษา ส 23104 (ภาคเรียนที่ 2) ประวตั ิศาสตร์
หลักสตู รโรงเรยี นบ้านเชยี งดาว พุทธศักราช 2564 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน 2551 139 คำ ิ ิ ิ ิค คฒ ี 4 /ี ............................................................................................................................. .................................. ศึกษาเกี่ยวกับพุทธประวัติ หรือประวัติของศาสดาที่ตนนับถือโดยสังเขป ชื่นชมและบอก แบบอย่างการดำเนินชีวิตและข้อคิดจากประวัติสาวก ชาดก/เรื่องเล่า และศาสนิกชนตัวอย่าง บอก ความหมาย ความสำคัญ และเคารพพระรัตนตรยั ปฏิบัติตามหลักธรรมโอวาท 3 ในพระพุทธศาสนาหรือ หลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือตามที่กำหนด เห็นคุณค่าและสวดมนต์แผ่เมตตา มีสติที่เป็นพื้นฐานของ สมาธิในพระพุทธศาสนา หรือการพัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนาที่ตนนับถือ บำเพ็ญประโยชน์ต่อวัด หรอื ศาสนสถาน ของศาสนาทต่ี นนับถือ แสดงตนเป็นพทุ ธมามกะ หรือแสดงตนเปน็ ศาสนกิ ชนของศาสนา ที่ตนนับถือ ปฏิบัติตนในศาสนพิธี พิธีกรรม และวันสำคัญทางศาสนาตามที่กำหนดได้อย่างถูกต้อง บอก ประโยชน์และปฏิบตั ิตนเป็นสมาชิกทดี่ ีของครอบครัวและโรงเรียน ยกตัวอย่างความสามารถ และความดีของ ตนเอง ผู้อื่นและบอกผลจากการกระทำนั้น ศึกษาโครงสร้างบทบาท และหน้าที่ของสมาชิกในครอบครัวและ โรงเรียน ระบุบทบาท สิทธิ หน้าที่ของตนเองในครอบครัว และโรงเรียนมีส่วนร่วมในการตดั สินใจและทำ กิจกรรมในครอบครัวและโรงเรียนตามกระบวนการประชาธิปไตย ระบุสินค้า และบริการที่ใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจำวันยกตัวอย่างการใช้จ่ายเงินในชีวิตประจำวัน ที่ไม่เกินตัว และเห็นประโยชน์ของการออม ยกตัวอย่างการใช้ทรัพยากรในชีวิตประจำวันอย่างประหยัด อธิบายเหตุผลความจำเป็นที่คนต้องทำงาน อยา่ งสุจริต จำแนกส่งิ ตา่ ง ๆ รอบตวั ท่เี กิดขนึ้ เองตามธรรมชาตแิ ละที่มนษุ ย์สรา้ งข้นึ ระบคุ วามสมั พนั ธ์ของ ตำแหน่ง ระยะ ทิศของสิ่งต่าง ๆ ใช้แผนผังง่าย ๆ ในการแสดงตำแหน่งของสิ่งต่าง ๆ ในห้องเรียน สังเกต และบอกการเปลีย่ นแปลงของสภาพอากาศในรอบวัน บอกสิง่ ตา่ ง ๆ ทีเ่ กดิ ตามธรรมชาตทิ ่ีส่งผลต่อความเป็นอยู่ ของมนุษย์ สังเกตและเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเพื่อการปฏิบัติตนและมีส่วนร่วมใน การดูแลสิ่งแวดล้อมที่บา้ นและชัน้ เรียน การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตัวและส่วนรวม มีความ ละอายตอ่ การทุจรติ และเป็นพลเมอื งทดี่ ีมีความรับผิดชอบตอ่ สงั คม โดยใชก้ ระบวนการคิด วิเคราะห์ กระบวนการทางจริยธรรม กระบวนกลุ่ม กระบวนสบื ค้น กระบวนการทางประวัตศิ าสตร์ กระบวนการทางภูมิศาสตร์ กระบวนการทางประชาธปิ ไตยเพอ่ื ใหเ้ กิด ความรู้ ความเขา้ ใจ ความสามารถในการสือ่ สาร และเห็นคุณคา่ ของการนำความรู้ไปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชนใ์ น การดำเนนิ ชวี ิตประจำวนั มคี วามสอื่ สัตย์สุจรติ รักความเปน็ ไทยและมีจติ สาธารณะ สามารถนำความรไู้ ปใช้ ใหเ้ กดิ ประโยชน์โดยใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและสามารถนำไปประยกุ ต์ใช้กับชวี ิตประจำวันได้ อยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม
หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านเชียงดาว พทุ ธศกั ราช 2564 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน 2551 140 . ป.1/1 , ป.1/2 , ป.1/3 , ป.1/4 . ป.1/1 , ป.1/2 , ป.1/3 . ป.1/1 , ป.1/2 . ป.1/1 , ป.1/2 , ป.1/3 . ป.1/1 , ป.1/2 , ป.1/3 . ป.1/1 . ป.1/1 , ป.1/2 , ป.1/3 , ป.1/4 . ป.1/1 , ป.1/2 , ป.1/3
หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นเชยี งดาว พุทธศักราช 2564 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน 2551 141 คำ ิ ิ ิ ิค คฒ ี 4 /ี ....................................................... ..................................................................................................... ................................. ศึกษาและวิเคราะห์ความสำคัญของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ บอกความหมาย ความสำคญั และเคารพพระรัตนตรยั บอกช่ือศาสนา ศาสดาและความสำคัญของคมั ภีรข์ องศาสนาที่ตนนับ ถือและศาสนาอ่นื ๆ สรปุ พุทธประวตั ิตงั้ แตป่ ระสูตจิ นถึงการออกผนวชหรือประวัตศิ าสดาทต่ี นนับถือ บอก แบบอยา่ งการดำเนนิ ชีวติ ตามประวัตสิ าวก ชาดก เรอื่ งเล่าและศาสนกิ ชนตวั อยา่ ง ระบผุ ู้มบี ทบาทอำนาจใน การตัดสินใจในโรงเรียนและชุมชน อธิบายความสัมพันธ์ของตนเองและสมาชิกในครอบครัวในฐานะเป็น สว่ นหนึ่งของชุมชน บอกทม่ี าของรายไดแ้ ละรายจา่ ยของตนเองและครอบครัว บอกความสัมพนั ธ์ระหว่างผู้ ซื้อและผู้ขาย ระบุทรัพยากรธรรมชาติที่นำมาผลิตสินค้าและบริการที่ใช้ในชีวิตประจำวัน บันทึกรายรับ รายจ่ายและการออมของตนเอง สรุปผลดีของการใช้จ่ายที่เหมาะสมกับรายได้และการออม อธิบายการ แลกเปลี่ยนสินคา้ และบรกิ ารโดยวิธตี ่าง ๆ อธิบายความสัมพันธ์ของปรากฏการณ์ระหว่างโลก ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ ความสำคัญและคณุ คา่ ของส่ิงแวดลอ้ มทางธรรมชาตแิ ละทางสังคม ความสมั พันธข์ องฤดกู าล กับการดำเนนิ ชวี ติ ของมนษุ ย์ ระบุสิ่งต่าง ๆ ท่ีเปน็ ธรรมชาตกิ ับท่มี นุษย์สร้างขึน้ ซ่งึ ปรากฏระหว่างโรงเรียน กับบ้านระบุตำแหน่งอย่างง่ายและลักษณะทางกายภาพของสิ่งต่าง ๆ ที่ปรากฏในลูกโลก แผนที่ แผนผัง และภาพถ่าย แยกแยะทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วไม่หมดไปและที่ใช้แล้วหมดไป แยกแยะระหว่าง ผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจรติ รู้หน้าที่พลเมือง และหน้าทีค่ วามรับผดิ ชอบตอ่ สังคม ปฏิบัติตามหลักธรรมโอวาท 3 ในพระพุทธศาสนาหรือหลักธรรมของศาสนาท่ีตนนับถือ สวดมนต์ แผเ่ มตตา และฝกึ สมาธิด้วยการเคล่ือนไหวอย่างมสี ติหรือรูปแบบอนื่ ของศาสนาท่ีตนนบั ถอื ปฏบิ ตั ิตนอย่าง เหมาะสมต่อพระรัตนตรัย สาวกของศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตนในศาสนพิธี พิธีกรรมและวันสำคัญทาง ศาสนา แสดงพฤติกรรมในการยอมรับความคิด ความเชื่อและการปฏิบัติของบุคคลอื่นที่แตกต่างกันโดย ปราศจากอคติ ปฏิบัติตนตามมารยาทไทย เคารพในสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น มีส่วนร่วมในการฟื้นฟู ปรับปรุงสงิ่ แวดลอ้ มในโรงเรยี นและชมุ ชน ปฏิบตั ติ นเป็นผมู้ ีความละอาย ไมท่ นตอ่ การทุจรติ และปฏิบัติตน ตามหน้าท่พี ลเมืองและมคี วามรับผิดชอบตอ่ สังคม ช่นื ชมการทำความดีของสาวก ชาดก ศาสนกิ ชนตวั อยา่ ง รวมทงั้ ชื่นชมการทำความดีของตนเอง บคุ คลในครอบครัวและในโรงเรยี น เคารพพระรตั นตรัย แสดงตนเปน็ พทุ ธมามกะ เห็นคุณคา่ และประโยชน์ ของการฝกึ สติทเี่ ป็น พ้นื ฐานของสมาธิเพ่ือเจรญิ ปัญญาหรือเหน็ คณุ ค่าของการพฒั นาจติ ตามแนวทางของ
หลกั สตู รโรงเรียนบ้านเชยี งดาว พทุ ธศกั ราช 2564 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน 2551 142 ศาสนาท่ีตนนับถือ มีมรรยาทของความเปน็ ศาสนิกชนท่ีดีตามศาสนาท่ีตนนับถือ มีจิตพอเพียงและตระหนัก ถึงความสำคญั ของการตอ่ ตา้ นและการปอ้ งกนั การทุจริต . ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3 ป.2/4 ป.2/5 ป.2/6 ป.2/7 . ป.2/1 ป.2/2 . ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3 ป.2/4 . ป.2/1 ป.2/2 . ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3 ป.2/4 . ป.2/1 ป.2/2 . ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3 . ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3 ป.2/4 28
หลักสตู รโรงเรียนบา้ นเชียงดาว พุทธศักราช 2564 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน 2551 143 คำ ิ ิ ิ ิค คฒ ี 4 /ี ............................................................................................................................. ................................................................ สังเกต ศึกษาค้นคว้า รวบรวมข้อมูล อภิปราย แสดงความคิดเห็น สรุปใจความสำคัญ ความหมาย ความสำคัญ องค์ประกอบของศาสนา ประโยชน์ ประวตั ิศาสดาของศาสนา ภาษา ท่ใี ช้ในคัมภีร์ของ ศาสนาที่ตนนับถือ หลักจริยธรรมในการพัฒนาตน การบำเพ็ญประโยชน์ต่อครอบครัว โรงเรียน วิธีปฏิบัติ เกี่ยวกบั ศาสนพธิ ี พิธีกรรมในวันสำคญั ของศาสนา การบรหิ ารจิต การเจริญปญั ญา สติ สัมปชัญญะ ความรำลึก ได้ ความรู้ตวั ช่นื ชมการทำความดีของบุคคลในครอบครวั และโรงเรียน ศลี ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ มทีด่ งี าม การ เป็นพลเมืองดีในสังคม ประชาธิปไตย การเคารพสิทธิและหน้าที่ของ ตนเอง บทบาทสิทธิ เสรีภาพ หน้าท่ี สถานภาพ สิทธิของบุคคลที่พึงได้รับการคุ้มครอง การขัดเกลาของสังคม ค่านิยม ความเชื่อ ประเพณี การ อนรุ กั ษ์วฒั นธรรม และภูมปิ ัญญา ของท้องถ่นิ การสรา้ งความดี การแก้ปัญหาความขัดแย้ง กฎ กติกา ระเบียบ ในชมุ ชน ความสำคญั ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ รายรับ–รายจา่ ย ผลประโยชนท์ ผ่ี ู้บรโิ ภคได้รับการตัดสินใจเลือก อย่างเหมาะสม ระบบเศรษฐกิจพอเพียง อาชีพในชุมชนการแลกเปลี่ยน สินค้าและบริการความสำคัญของ ธนาคาร ภาษีที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวัน องค์ประกอบทางกายภาพ ลักษณะ ความเกี่ยวข้องแผนผัง แผนที่ ตำแหน่ง ระยะทิศทาง เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ การพึ่งพาอาศัยกัน สิ่งแวดล้อมทางสังคม การอนุรักษ์ การใช้พลังงาน การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม การรู้จักสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัวโดยใช้กระบวนการ ปฏบิ ตั ิ กระบวนการคดิ วเิ คราะห์ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปญั หา เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ รักความเป็นไทย มีจิต สาธารณะ สามารถดำเนินชีวิตอย่างสันติสุขในสังคมไทย และสังคมโลก ศึกษาเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่าง ผลประโยชนส์ ่วนตนกับผลประโยชนส์ ่วนรวม ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจริต STRONG / จติ พอเพียง ตอ่ ต้านการทุจรติ รหู้ น้าทีข่ องพลเมอื งและรับผิดชอบต่อสงั คมในการต่อต้านการทุจรติ โดยใชก้ ระบวนการคิด วเิ คราะห์ จำแนก แยกแยะ การฝึกปฏบิ ตั จิ รงิ การทาโครงงานกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแก้ปัญหา ทักษะการอ่านและการเขียน เพ่ือให้มีความ ตระหนกั และเห็นความสำคญั ของการต่อต้านและการป้องกนั การทุจริต
หลกั สตู รโรงเรยี นบ้านเชยี งดาว พุทธศกั ราช 2564 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน 2551 144 1.1 ป.3/1 ป.3/2 ป.3/3 ป.3/4 ป.3/5 ป.3/6 ป.3/7 1.2 ป.3/1 ป.3/2 ป.3/3 2.1 ป.3.1 ป.3/2 ป.3/3 ป.3/4 2.2 ป.3/1 ป.3/2 ป.3/3 3.1 ป.3/1 ป.3/2 ป.3/3 3.2 ป.3/1 5.1 ป.3/1 ป.3/2 ป.3/3 ป.3/4 ป.3/5 5.2 ป.3/1 ป.3/2 ป.3/3 ป.3/4 ป.3/5 31
หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นเชยี งดาว พทุ ธศักราช 2564 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน 2551 145 คำ ิ ิ ิ 4ิค คฒ ี 4 8 /ี ............................................................................................................................. ................................................................ ศึกษาความสำคัญของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาท่ีตนนับถือ สรุปพุทธประวตั ิ ตง้ั แตบ่ รรลุธรรม จนถึงประกาศธรรม หรือประวัติศาสดาที่ตนนบั ถือหรือปฏิบัติตนตามแบบอย่างการดำเนนิ ชวี ติ และขอ้ คดิ จากประวัติสาวก ชาดก เรื่องเล่า และศาสนิกชนตัวอย่าง แสดงความเคารพพระรัตนตรัย ปฏิบัติตาม ไตรสิกขาและหลักธรรมโอวาท 3 ในพระพุทธศาสนา หรือหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ ชื่นชมการทำ ความดีของตนเอง บุคคลในครอบครัว โรงเรียน และชุมชน ตามหลักศาสนา พร้อมทั้งบอกแนวปฏิบัติใน การดำเนินชีวิต สวดมนต์ แผ่เมตตา มีสติ มีสมาธิในพระพุทธศาสนา หรือการพัฒนาจิตตามแนวทางของ ศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือหรือปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถี ประชาธิปไตย เปน็ ผูน้ ำ ผ้ตู ามทด่ี ี วเิ คราะห์สทิ ธิพ้ืนฐานท่ีเด็กทกุ คนพึงไดร้ ับตามกฎหมาย ศึกษา วิเคราะหค์ วามแตกต่างทางวัฒนธรรมของกลุ่มคนในทอ้ งถ่ิน เสนอวิธีการท่ีจะอยูร่ ว่ มกนั อย่างสันติสุข อำนาจอธิปไตย ความสำคัญของระบอบประชาธิปไตย บทบาทหน้าที่ของพลเมืองใน กระบวนการเลือกตั้ง ความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ตามระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกซื้อสินค้าและบริการ สิทธิพื้นฐานและรักษา ผลประโยชน์ในฐานะผู้บริโภค หลักการของเศรษฐกิจพอเพียงและนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์ ทางเศรษฐกิจของคนในชุมชน หน้าที่เบื้องต้นของเงิน ใช้แผนที่และภาพถ่ายระบุลักษณะสำคัญทาง กายภาพ แหล่งทรัพยากรและสิ่งต่าง ๆ ในจังหวัดของตนเอง ความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในจังหวัด สภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิต การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมและผลที่เกิดจาก การเปล่ยี นแปลงนน้ั และมีสว่ นรว่ มในการอนุรักษส์ ่ิงแวดลอ้ มในจงั หวัด โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม กระบวนการกลมุ่ กระบวนการเผชิญสถานการณแ์ ละแก้ปัญหา เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถนำไปปฏิบัตใิ นการดำเนินชวี ิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ในดา้ นรกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซ่ือสัตย์สุจรติ มีวนิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ รกั ความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ สามารถดำเนนิ ชีวิตอยา่ งสนั ตสิ ขุ ในสังคมไทยและสงั คมโลก
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301