หนงั สือเรียนสาระความรู้พ้นื ฐาน รายวชิ า คณติ ศาสตร์ (พค11001) ระดบั ประถมศึกษา (ฉบบั ปรับปรุง 2560) หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 สานกั งานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ ห้ามจาหน่าย หนงั สือเรียนเล่มน้ีจดั พิมพด์ ว้ ยเงินงบประมาณแผน่ ดินเพื่อการศึกษาตลอดชีวติ สาหรับประชาชน ลิขสิทธ์ิเป็นของ สานกั งาน กศน. สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ เอกสารทางวชิ าการลาดบั ท่ี 10/2554
หนงั สือเรียนสาระความรู้พ้นื ฐาน รายวชิ า คณติ ศาสตร์ (พค11001) ระดบั ประถมศึกษา ฉบบั ปรับปรุง 2560 ลิขสิทธ์ิเป็นของ สานกั งาน กศน. สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ เอกสารทางวชิ าการลาดบั ท่ี 10/2554
คํานาํ กระทรวงศึกษาธิการไดประกาศใชหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 เมื่อวันท่ี 18 กันยายน พ.ศ. 2551 แทนหลักเกณฑและวิธีการจัดการศึกษานอกโรงเรียน ตามหลกั สตู รการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2544 ซึ่งเปนหลกั สูตรทพ่ี ัฒนาขึ้นตามหลักปรัชญาและความ เชือ่ พ้นื ฐานในการจัดการศึกษานอกโรงเรยี นที่มีกลมุ เปาหมายเปน ผูใ หญมีการเรียนรูและส่ังสมความรูและ ประสบการณอยางตอเน่ือง ในปงบประมาณ 2554 กระทรวงศึกษาธิการไดกําหนดแผนยุทธศาสตรในการขับเคลื่อนนโยบาย ทางการศกึ ษาเพือ่ เพ่ิมศักยภาพและขีดความสามารถในการแขงขันใหประชาชนไดมีอาชีพที่สามารถสราง รายไดที่มั่งค่ังและมั่นคง เปนบุคลากรท่ีมีวินัย เปยมไปดวยคุณธรรมและจริยธรรม และมีจิตสํานึก รับผิดชอบตอ ตนเองและผอู ่นื สาํ นักงาน กศน. จึงไดพจิ ารณาทบทวนหลักการ จุดหมาย มาตรฐาน ผลการ เรียนรูท่ีคาดหวัง และเนื้อหาสาระ ทั้ง 5 กลุมสาระการเรียนรู ของหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับ การศกึ ษา ขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 ใหมีความสอดคลอ งตอบสนองนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ซ่ึง สงผลใหตองปรับปรุงหนังสือเรียน โดยการเพ่ิมและสอดแทรกเน้ือหาสาระเกี่ยวกับอาชีพ คุณธรรม จริยธรรมและการเตรียมพรอม เพ่ือเขาสูประชาคมอาเซียน ในรายวิชาที่มีความเก่ียวของสัมพันธกัน แต ยังคงหลักการและวิธีการเดิมในการพัฒนาหนังสือท่ีใหผูเรียนศึกษาคนควาความรูดวยตนเอง ปฏิบัติ กจิ กรรม ทาํ แบบฝก หัด เพอื่ ทดสอบความรูความเขา ใจ มีการอภิปรายแลกเปลี่ยนเรียนรูก ับกลุม หรือศึกษา เพิม่ เตมิ จากภูมิปญ ญาทองถ่นิ แหลง การเรยี นรูและส่ืออน่ื การปรับปรุงหนงั สอื เรียนในคร้งั น้ี ไดรับความรว มมอื อยา งดยี ่ิงจากผทู รงคณุ วุฒิในแตละสาขาวิชา และผเู ก่ยี วของในการจดั การเรยี นการสอนทีศ่ กึ ษาคนควา รวบรวมขอมูลองคความรูจากส่ือตาง ๆ มาเรียบ เรียงเน้ือหาใหค รบถวนสอดคลอ งกบั มาตรฐาน ผลการเรียนรทู ี่คาดหวัง ตัวชี้วัดและกรอบเน้ือหาสาระของ รายวชิ า สํานักงาน กศน.ขอขอบคุณผมู สี วนเกยี่ วขอ งทุกทานไว ณ โอกาสนี้ และหวังวาหนังสือเรียน ชุด น้ีจะเปนประโยชนแกผูเรียน ครู ผูสอน และผูเก่ียวของในทุกระดับ หากมีขอเสนอแนะประการใด สาํ นักงาน กศน. ขอนอมรับดวยความขอบคุณย่ิง
สารบัญ หนา คํานํา 1 คาํ แนะนาํ การใชแ บบเรยี น 74 โครงสรา งรายวิชาคณิตศาสตร ระดบั ประถมศกึ ษา 101 บทที่ 1 จํานวนและการดาํ เนนิ การ 121 บทที่ 2 เศษสวน 130 บทท่ี 3 ทศนยิ ม 179 บทที่ 4 รอยละ 210 บทท่ี 5 การวดั 227 บทท่ี 6 เรขาคณติ 239 บทที่ 7 สถิตแิ ละความนา จะเปน เบอื้ งตน 243 เฉลย บทท่ี 1 จํานวนและการดาํ เนนิ การ 246 เฉลย บทท่ี 2 เศษสวน 248 เฉลย บทที่ 3 ทศนยิ ม 256 เฉลย บทท่ี 4 รอยละ 263 เฉลย บทท่ี 5 การวัด เฉลย บทท่ี 6 เรขาคณิต เฉลย บทที่ 7 สถิตแิ ละความนาจะเปน เบือ้ งตน
คําแนะนาํ การใชแบบเรยี น หนงั สือเรียนสาระความรพู ้ืนฐาน รายวชิ า คณิตศาสตร (พค 11001) ระดบั ประถมศกึ ษาเปน หนังสอื เรยี นทีจ่ ดั ทาํ ขนึ้ สําหรบั ผูเ รียนหลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 ในการศึกษาหนังสือเรยี นสาระความรูพ นื้ ฐาน รายวชิ า คณติ ศาสตร ผเู รียนควรปฏบิ ัตดิ งั น้ี 1. ศกึ ษาโครงสรางรายวิชาใหเ ขา ใจในหวั ขอสาระสาํ คัญ ผลการเรยี นรทู ี่คาดหวงั และ ขอบขา ยเนอ้ื หา 2. ศึกษารายละเอยี ดเนือ้ หาของแตละบทอยา งละเอยี ด และทํากิจกรรมตามทกี่ ําหนด แลว ตรวจสอบกบั แนวตอบกจิ กรรมท่ีกาํ หนด ถาผเู รียนตอบผิดควรกลบั ไปศกึ ษาและ ทาํ ความเขาใจในเนอ้ื หานน้ั ใหมใ หเ ขา ใจกอ นทจ่ี ะศกึ ษาเรอ่ื งตอ ไป 3. ปฏบิ ัติกิจกรรมทา ยเรื่องของแตละเรื่อง เพอ่ื เปนการสรปุ ความรคู วามเขาใจของเนอ้ื หา ในเร่อื งน้นั ๆอกี คร้ัง และการปฏิบตั ิกิจกรรมของแตละ เน้อื หาในแตละเร่อื ง ผเู รียน สามารถนําไปตรวจสอบกบั ครูและเพ่ือนๆทีร่ วมเรียนในรายวิชาและระดบั เดียวกนั ได 4. แบบเรียนเลมน้มี ี 7 บท คือ บทท่ี 1 จํานวนและการดาํ เนนิ การ บทท2่ี เศษสวน บทท3่ี ทศนิยม บทท่ี 4 รอยละ บทท่ี 5 การวดั บทที่ 6 เรขาคณติ บทท่ี 7 สถติ แิ ละความนาจะเปนเบอ้ื งตน
โครงสรา งรายวชิ าคณิตศาสตร ระดับประถมศึกษา (พค11001) สาระสาํ คญั มีความรคู วามเขาใจเกีย่ วกบั จาํ นวน และตวั เลข เศษสวน ทศนิยมและรอ ยละ การวดั เรขาคณติ สถติ ิ และความนา จะเปนไปไดเ บื้องตน ผลการเรียนรูทีค่ าดหวัง 1. ระบหุ รอื ยกตวั อยางเกย่ี วกบั จาํ นวนและตวั เลข เศษสว น ทศนิยมและรอ ยละ การวดั เรขาคณติ สถติ ิ และความนาจะเปนไปไดเ บ้ืองตน ได 2. สามารถคิดคาํ นวณและแกโจทยปญ หาเกย่ี วกบั จํานวนนับเศษสว น ทศนยิ ม รอ ยละ การวดั เรขาคณติ ได ขอบขา ยเนอ้ื หา บทที่ 1 จาํ นวนและการดาํ เนนิ การ บทท่ี 2 เศษสวน บทท่ี 3 ทศนยิ ม บทท่ี 4 รอ ยละ บทที่ 5 การวดั บทที่ 6 เรขาคณติ บทที่ 7 สถิตแิ ละความนา จะเปนเบื้องตน สอ่ื การเรยี นรู 1. ใบงาน 2. หนงั สือเรียน
1 บทท่ี 1 จํานวนและการดําเนนิ การ สาระสําคัญ 1. การอานและเขยี นตวั เลขแทนจํานวน การประมาณคา และการบวก ลบ คณู หาร การดาํ เนนิ การ เก่ยี วกบั จํานวน การนาํ มาใชใ นชวี ติ ประจําวนั และการบรู ณาการกับศาสตรอ ื่นได 2. สมบัตขิ องจํานวนนบั และศนู ย สมบัตกิ ารสลบั ทีข่ องการบวกและการคูณ สมบตั กิ ารเปล่ยี นหมู การบวก การคณู สมบตั กิ ารบวกดวยศนู ย สมบัตกิ ารคูณดวยหนงึ่ และสมบตั แิ ยกตวั ประกอบ สามารถนําไปใชประโยชนในการคดิ คาํ นวณได ผลการเรียนรทู ่ีคาดหวัง เมื่อศกึ ษาบทที่ 1 แลวผเู รียนสามารถ 1. อา นและเขยี นตวั เลขแทนจํานวนได 2. บอกคาประจําหลกั และคาของตวั เลขได 3. เขยี นจํานวนในรปู การกระจายได 4. เปรยี บเทยี บจาํ นวนนบั ได 5. ประมาณคา เปน จํานวนเต็มได 6. นาํ ความรแู ละสมบัติ เกย่ี วกับจํานวนนับ และศนู ย ไปใชได 7. บวก ลบ คณู และหาร จาํ นวนนับได 8. หาตวั ประกอบของจํานวนนับได 9. บอกจํานวนเฉพาะและตวั ประกอบเฉพาะได 10. แยกตัวประกอบของจํานวนนับได 11. หา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจาํ นวนนบั ที่กําหนดใหไ ด ขอบขา ยเนอื้ หา เรื่องท่ี 1 การอา นและเขียนตวั เลขแทนจํานวน เรือ่ งที่ 2 คาประจําหลักและคาของตวั เลข เรอ่ื งท่ี 3 การเขียนจาํ นวนในรปู การกระจาย เรอ่ื งที่ 4 การเรียงลาํ ดับจํานวน เรอื่ งที่ 5 การประมาณคา เรอื่ งที่ 6 สมบตั ิของจาํ นวนนับและศูนย และการนําไปใชใ นการแกปญหา เรื่องที่ 7 การบวก ลบ คูณ และหาร จํานวนนับและการแกปญหา
2 เร่ืองที่ 8 ตัวประกอบของจํานวนนบั และการหาตัวประกอบ เรอื่ งท่ี 9 จํานวนเฉพาะและตวั ประกอบเฉพาะ เรื่องท่ี 10 การแยกตวั ประกอบ เรอื่ งที่ 11 ห.ร.ม. และ ค.ร.น. เรือ่ งที่ 1 การอา นและเขียนตัวเลขแทนจาํ นวน จํานวน ใชในการบอกปรมิ าณของคน สัตว ส่งิ ของตาง ๆ วามมี ากหรอื นอยเทาไร ตวั เลข เปน สัญลักษณทใ่ี ชแ ทนจาํ นวน ตัวเลขโดด เรานิยมใชต วั เลขแทนจาํ นวนตาง ๆ ซึ่งประกอบดว ยตัวเลขโดดสิบตวั ไดแก 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 0 1.1 จํานวนที่เขียนแทนดวยตวั เลขหนง่ึ หลัก จาํ นวน ตวั หนงั สอื ตัวเลขไทย ตวั เลข ฮนิ ดอู ารบิก ศนู ย ๐ 0 หนึง่ ๑ สอง ๒ 1 สาม ๓ 2 สี่ ๔ 3 หา ๕ 4 หก ๖ 5 เจ็ด ๗ 6 แปด ๘ 7 เกา ๙ 8 9
แบบฝกหัดท่ี 1 3 ก. จงเขียนตัวเลขไทย และเลขฮินดอู ารบกิ แทนภาพจํานวนในแตล ะขอ ตัวเลข ตัวเลข ไทย ฮินดู จํานวน อารบิค (1) (2) (3) (4) (5) ข. จงฝกเขียนตวั เลขไทยและตวั เลขฮินดูอารบกิ แสดงจํานวน ตวั เลขไทย
4 1.2 จาํ นวนที่เขยี นแทนดว ยตวั เลขสองหลัก จาํ นวน ตวั หนงั สอื ตัวเลขไทย ตัวเลข สิบเอ็ด ๑๑ ฮนิ ดูอารบิก หาสิบ ๕๐ 11 เกา สิบเกา ๙๙ 50 99
แบบฝก หดั ที่ 2 5 ก. จงเขียนตวั เลขไทยและตวั เลขฮินดอู ารบกิ แทนภาพจํานวนในแตละครั้ง ตัวเลข ตวั เลขฮนิ ดู ไทย อารบิค จํานวน (1) (2) (3) (4) (5)
6 ข. จงฝก เขียนตวั เลขไทยและตัวเลขฮนิ ดูอารบกิ ลงในสมุด ๑๑ ๑๙ ๒๘ ๓๗ ๔๖ ๕๐ 11 19 28 37 46 50 ค. จงเขยี นตวั เลขสองหลักทเี่ รียงลาํ ดบั กันลงในชอ งวางท่เี วนไว ตัวเลขไทย ๑๐ ..... ๑๒ ๑๓ ...... ๑๕ ...... ....... ๑๘ ..... ..... ..... ๒๒ ...... ..... ...... ๒๖ ๒๗ ...... ...... ๓๐ ตวั เลขฮินดูอารบิก 31 32 ..... ....... ....... 36 ...... ...... 39 ...... ....... 42 ...... 44 ...... ....... 47 ...... ....... 50 ง. จงเขียนตวั เลขฮนิ ดอู ารบิกแสดงจํานวน (3) เจด็ สบิ เจ็ด ................ (1) สามสบิ แปด ................ (2) หกสิบหา ................ (4) แปดสบิ เอด็ ................ (5) เกา สบิ หก ................ (6) เกาสิบเกา ................ จ. จงเขยี นเปน ตัวหนังสอื (1) 35 ......................... (2) 53 ......................... (3) 68 ......................... (4) 86 ......................... (5) 79 ......................... (6) 97 ......................... 1.3 จํานวนทีเ่ ขยี นแทนดว ยตวั เลขสามหลกั เชน 238 2 อยใู นหลกั รอย 3 อยใู นหลักสิบ 8 อยูในหลกั หนว ย 2 3 8 อา นวา สองรอ ยสามสิบแปด ตวั เลขหนาสดุ หรือทางซายมอื สดุ คอื ตัวเลขหลักรอ ย ตวั เลขถดั ตวั หนามาทางขวามือ คือ ตัวเลขหลกั สบิ ตัวเลขสุดทายหรอื ขวามือสดุ คอื ตวั เลขในหลกั หนว ย 1.4 จาํ นวนที่เขยี นแทนดว ยตัวเลขสห่ี ลกั เชน 6,385 6 อยใู นหลักพัน 3 อยใู นหลักรอย 8 อยใู นหลักสิบ 5 อยใู นหลกั หนว ย 6 3 8 5 อานวา หกพันสามรอ ยแปดสิบหา เพือ่ สะดวกในการอาน นยิ มเขยี นเคร่ืองหมาย (,) คนั่ ระหวา งตวั เลขหลักรอ ยกบั ตวั เลข หลักพนั
7 1.5 จํานวนท่ีเขียนแทนดว ยตัวเลขหา หลกั หกหลกั เจ็ดหลัก และมากกวา เจด็ หลกั 1) ตัวเลขหา หลัก เชน 76,432 7 อยูใ นหลักหม่นื 6 อยใู นหลกั พนั 4 อยูใ นหลกั รอย 3 อยูในหลักสบิ 2 อยใู นหลักหนว ย 7 6 , 4 3 2 อา นวา เจด็ หมืน่ หกพนั สี่รอ ยสามสิบสอง 2) ตวั เลขหกหลัก เชน 278,647 2 อยูในหลกั แสน 7 อยูในหลักหม่ืน 8 อยใู นหลักพนั 6 อยูในหลักรอย 4 อยใู นหลักสิบ 7 อยูใ นหลักหนว ย 2 7 8 , 6 4 7 อา นวา สองแสนเจด็ หม่ืนแปดพนั หกรอ ยสี่สิบเจด็ 3) ตวั เลขเจด็ หลกั เชน 3,245,618 3 อยใู นหลกั ลาน 2 อยใู นหลกั แสน 4 อยใู นหลักหมน่ื 5 อยใู นหลักพนั 6 อยใู นหลกั รอ ย 1 อยูในหลกั สบิ 8 อยใู นหลักหนว ย 3 , 2 4 5 , 6 1 8 อานวา สามลา นสองแสนสี่หมื่นหาพันหกรอ ยสิบแปด 4) ตวั เลขที่มากกวาเจด็ หลัก เชน 15,340,796 อานวา สบิ หาลานสามแสนส่หี มน่ื เจด็ รอยเกา สิบหก 421,674,081 อานวา สรี่ อ ยยสี่ บิ เอด็ ลานหกแสนเจ็ดหมื่นสี่พันแปดสบิ เอด็
8 จะเห็นวา จํานวนนบั ที่เปน ตวั เลขมากกวา เจด็ หลกั ตัวเลขทอี่ ยูถดั จากหลักลา นทางซาย จะเปน ตวั เลขในหลกั สิบลา น รอยลา น พนั ลาน.......ตามลําดับ แบบฝกหัดที่ 3 จงเขียนคําอานจาํ นวนท่แี ทนดวยตวั เลขตอไปนี้ (1) 345 อา นวา ______________________________________________________ (2) 8,017 อา นวา ______________________________________________________ (3) 20,897 อา นวา ______________________________________________________ (4) 302,466 อา นวา ______________________________________________________ (5) 1,367,589 อานวา ______________________________________________________ (6) 703,970,500 อานวา ______________________________________________________
9 เรื่องท่ี 2 คา ประจําหลกั และคา ของตัวเลข 2.1 คาประจาํ หลกั ของตวั เลขทีอ่ ยถู ัดไปทางซายมอื ของตวั เลขแตละหลกั จะเพม่ิ ขึ้นเปน สิบเทาเสมอ และคาของตวั เลขแตละหลกั จะมีคา เทา กับผลคณู ของตัวเลขน้ัน ๆ กับคา ประจําหลักของตวั เลขนั้น 2.2 การอา นตวั เลขแทนจาํ นวน จะอานแทนคาประจาํ ตําแหนง เรียงตามลําดบั จากคา ประจําหลักทมี่ ี คามากทีส่ ดุ ไปจนถงึ คาประจําหลกั ทมี่ คี า นอยทส่ี ุด เชน ลาน จํานวน รอย สิบ หนว ย แสน หมนื่ พัน รอ ย สิบ หนวย 216,354,789 2 1 6 3 5 4 7 8 9 216,354,789 อา นวา สองรอยสบิ หกลานสามแสนหา หมืน่ สพ่ี นั เจด็ รอ ยแปดสิบเกา คา ประจาํ หลกั และคาของตวั เลขจํานวนดังกลา ว มีดังนี้ หลัก คาประจาํ หลัก ตัวเลขในแตละหลกั คา ของตัวเลขตามคาประจําหลกั หนว ย 1 9 9 x 1 = 9 สิบ 10 8 8 x 10 = 80 รอ ย 100 7 7 x 100 = 700 พัน 1,000 4 4 x 1,000 = 4,000 หมน่ื 10,000 5 5 x 10,000 = 50,000 แสน 100,000 3 3 x 100,000 = 300,000 ลา น 1,000,000 6 6 x 1,000,000 = 6,000,000 สิบลา น 10,000,000 1 1 x 10,000,000 = 10,000,000 รอ ยลา น 100,000,000 2 2 x 100,000,000 = 200,000,000 จากตาราง เชน 9 เปนหลักหนว ย จึงมคี าเปน 9 8 เปนหลกั สิบ จึงมีคาเปน 80 5 เปน หลักหมนื่ จงึ มีคา เปน 50,000 2 เปน หลกั รอยลา น จงึ มคี า เปน 200,000,000 ตวั อยาง 426,739 ตัวเลขทขี่ ดี เสนใตอ ยใู นหลกั ใด และมคี า เทา ไร วิธีคิด 426,739 2 อยูในหลักหม่ืน มคี า เปน 2 x 10,000 = 20,000
10 แบบฝกหดั ท่ี 4 จงบอกวา ตวั เลขทอ่ี ยใู น อยูในหลกั ใดและมีคาเทา ไร 1. 115,116 ______________________________________________________ 2. 765,908 ______________________________________________________ 3. 9,235,776 ______________________________________________________ 4. 12,456,789 ______________________________________________________ 5. 420,831,546 ______________________________________________________ เรื่องท่ี 3 การเขียนจํานวนในรูปกระจาย สามารถเขียนจํานวนในรปู ของการบวกของคาประจําหลกั ดังน้ี ตวั อยา ง จงเขยี น 9,521,364 ในรปู ของการกระจาย วธิ ีคดิ 9,521,364 = (9x1,000,000) + (5x100,000) + (2x10,000) (1x1,000) + (3x100) + (6x10)+(4x1) นัน่ คือ 9,521,364 = 9,000,000 + 500,000 + 20,000 + 1,000 + 300 + 60 +4 แบบฝก หดั ที่ 5 จงเขยี นจํานวนทีก่ ําหนดใหอยใู นรปู ของการกระจายลงในสมดุ 1. 504,120 3. 19,754,830 2 468, 793 4. 562,849,321 ขอยกเวน การอา นตวั เลขในชวี ิตประจาํ วนั ในชวี ติ ประจําวัน เราจะเหน็ วามกี ารนาํ ตวั เลขไปใชก บั สง่ิ ตา ง ๆ หลายแบบ แตล ะแบบมี วธิ กี ารอานแตกตา งกนั ไปตามแตหนวยงานท่เี กีย่ วของกาํ หนดไว หรือตามความนยิ มของคนสว นใหญ เชน 1) การอา นตามคาประจําหลกั (1) พุทธศักราช และครสิ ตศ กั ราช เชน พ.ศ. 2552 อานวา พทุ ธศักราชสองพันหารอยหาสิบสอง ค.ศ. 2009 อา นวา ครสิ ตศักราชสองพนั เกา (2) บา นเลขทอี่ านได 2 แบบ คือ 1. อา นตามคา ประจาํ หลกั สาํ หรับตัวเลขหนา เครื่องหมาย / เชน 377/18 อา นวา บา นเลขท่ีสามรอ ยเจ็ดสบิ เจ็ดทับหนึง่ แปด และ 2. อานแบบเรยี งตัว หลงั เครอื่ งหมาย / บา นเลขที่ 94/140 อา นวา บา นเลขท่ี เกาสีท่ ับหน่ึงสศ่ี ูนย
11 2) การอานแบบเรยี งตวั (1) รหัสไปรษณีย เชน 10510 อานวา หนึ่งศูนยห า หน่งึ ศนู ย 10300 อานวา หน่งึ ศูนยสามศนู ยศนู ย (2) ทะเบียนยานพาหนะ เชน ธศ 3041 อา นวา ทอสอสามศูนยสห่ี นง่ึ หมายเหตุ เพื่อปองกนั ความสบั สน มกั จะอา นช่ือของพยัญชนะไทยไปดว ย เชน ทอธงสอ สาลา สามศูนยส หี่ น่ึง (3) หมายเลขโทรศัพท เชน 02 – 571 – 4239 อานวา ศูนยส องหาเจด็ หนง่ึ ส่โี ทสามเกา 08 – 1480 – 3424 อา นวา ศนู ยแปดหนึ่งสี่แปดศนู ยส ามส่โี ทสี่ หมายเหตุ ตัวเลข 2 ในหมายเลขโทรศัพท นยิ มอานวา โท เพราะชว ยใหฟ งชัดเจนข้นึ (4) หนังสือราชการ เชน ที่ กท 2013.2/27 อานวา ที่ กอทอสองศูนยหน่ึงสาม จดุ สองทบั สองเจด็ เรือ่ งที่ 4 การเรียงลาํ ดับจาํ นวน การเรียงลาํ ดบั จํานวน โดยการนําจาํ นวนหลาย ๆ จํานวนมาเปรยี บเทียบกนั ทีละคู แลว เรียงลําดบั จากจํานวนนอยไปหาจํานวนมาก หรือจากจํานวนมากไปหาจาํ นวนนอย วิธกี ารเปรียบเทยี บ ใหด ูทีละหลกั วา ตวั เลขในหลักเดียวกนั จํานวนใดมีคามากกวา แตถ ามี คา ของหลกั เลขตัวแรกเทากนั กใ็ หด ตู วั เลขในหลักถดั ไป ทาํ เชน น้ไี ปจนครบทกุ หลัก ตวั อยาง จงเปรียบเทยี บวา 39,215 กับ 39,251 จาํ นวนใดมคี ามากกวา แลว เรยี งลาํ ดบั จากมากไปนอย วิธคี ดิ จาํ นวนท้ังสอง มคี าตวั เลขในหลกั หม่ืน หลกั พัน และหลกั รอยเทา กัน จึงใหพิจารณาตวั เลข ในหลกั ถัดไป คือ หลกั สบิ จะเหน็ วา หลักสบิ ของจํานวน 39,251 คือ 5 มีคาเปน 50 แตห ลักสบิ ของจาํ นวน 39,215 คือ 1 มีคา เปน 10 ดงั นั้น 39,251 มคี า มากกวา 39,215 จงึ เขยี นเรยี งลาํ ดบั ไดด ังน้ี 39,251 39,215 แบบฝก หดั ที่ 6 จงเรยี งลําดับจากจาํ นวนนอยไปหาจาํ นวนมาก 1. 956,420 965,204 659,024 69,594 69,945 2. 10,050 10,500 1,001,001 110,001 111,100 3. 769,386 1,001,900 972,142 893,013 100,119 4. 2,403,107 2,460,710 2,471,613 2,498,789 999,991
12 4.1 การเปรยี บเทียบจาํ นวนโดยใชเครอื่ งหมาย > (มากกวา), < (นอ ยกวา ), = (เทา กบั ), ≠ (ไมเ ทากบั ) (1) ถา จํานวนทอ่ี ยขู า งหนา มากกวา จาํ นวนทีอ่ ยขู างหลังใหใ ชเ คร่อื งหมาย > เชน 85 > 58 อา นวา แปดสบิ หามากกวา หาสบิ แปด 72 > 48 อานวา เจ็ดสิบสองมากกวาสี่สิบแปด (2) ถา จํานวนท่อี ยขู า งหนานอ ยกวาจํานวนขา งหลังใหใ ชเคร่ืองหมาย < เชน 58 < 85 อา นวา หาสบิ แปดนอยกวา แปดสบิ หา 48 < 72 อานวา สสี่ บิ แปดนอยกวา เจด็ สบิ สอง (3) ถา จาํ นวนสองจํานวนมีคา เทากนั ใหใ ชเครื่องหมาย = เชน 25 + 55 = 80 อา นวา ผลบวกของยสี่ ิบหากบั หาสิบหามีคา เทากบั แปดสิบ 120 + 40 = 160 อา นวา ผลบวกของหนึง่ รอยย่ีสบิ กับสีส่ บิ มีคาเทากบั หน่ึงรอยหกสบิ (4) ถา จํานวนสองจาํ นวนมคี าไมเ ทา กนั ใหใ ชเครอ่ื งหมาย ≠ เชน 1,031 ≠ 1,003 อา นวา หนง่ึ พันสามสบิ เอด็ มีคา ไมเทา กบั หนึ่งพนั สาม แบบฝกหดั ที่ 7 จงเปรียบเทียบจํานวนตอไปน้ี โดยเติมเครื่องหมาย > < หรอื = ลงในชองวา ง (1) 89 98 (2) 1,181 1,811 (3) 1,888 8,881 (4) 335 553 (5) 1,001 1,100 (6) 1,500 1,005 (7) 202 + 28 230 (8) 23,870 23,807 (9) 495 385 + 110 (10) 7,605 7,650 เรอื่ งที่ 5 การประมาณคา การบอกขนาด ปรมิ าณ หรือจํานวนสิง่ ของตาง ๆ ท่เี กยี่ วขอ งกับชีวติ ประจาํ วัน บางครง้ั ไมต องการความละเอยี ดมาก จึงใชก ารประมาณคาใกลเคยี งส่งิ น้ัน ๆ มากทสี่ ุด เพอ่ื การจดจําไดงาย 5.1 การประมาณคาใกลเ คยี งจํานวนเตม็ สิบ 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 122 114 อยรู ะหวาง 110 กับ 120 แตอยใู กล 110 มากกวา ดงั นน้ั คาประมาณใกลเ คยี งจํานวนเต็มสิบของ 114 คือ 110 และ 115 อยูกึง่ กลางระหวา ง 110 และ 120 คาประมาณใกลเ คียงจํานวนเต็มสบิ ของ 115 คอื 120
13 การประมาณคาใกลเ คียงจาํ นวนเตม็ สบิ ของจาํ นวนใด ๆ ใหพิจารณาตวั เลขในหลกั หนวยของ จํานวนนัน้ ถา หลกั หนวยมีคาตา่ํ กวา 5 ใหป ระมาณเปนจํานวนเตม็ สบิ ทม่ี คี านอ ยกวา และถา หลักหนว ย มีคา เท5า.ก2บั ก5ารหปรรอื ะหมนาวณยคสา ูงใกกวลาเ ค5ยี ใงหจปํานรวะนมเาตณ็มเรปอ น ยจพํานันวหนมเตนื่ ็มสแสบิ นทมี่ ีคามากกวา การประมาณคา ใกลเคียงจํานวนเตม็ รอ ย พัน หมนื่ แสน กใ็ ชหลักการเดียวกัน คอื ใหพิจารณา ตัวเลขในหลกั ถดั ไปที่ต่ํากวา - ลองพจิ ารณาคา ประมาณใกลเ คียงจาํ นวนเต็มรอยของ 2,440 และ 2,460 - คา ประมาณใกลเคยี งจํานวนเต็มรอยของ 2,440 คือ 2,400 - คา ประมาณใกลเ คยี งจํานวนเตม็ รอยของ 2,460 คือ 2,500 แบบฝก หดั ท่ี 8 ก. หาคาประมาณใกลเ คียงจํานวนเต็มสิบ 1) 54 _____________________________ 6) 718 ______________________________ 2) 129 ____________________________ 7) 895 ______________________________ 3) 381 _____________________________ 8) 919 ______________________________ 4) 562 _____________________________ 9) 1,045 ____________________________ 5) 675 _____________________________ 10) 2,655 ___________________________ ข. หาคาประมาณใกลเ คียงจาํ นวนเต็มรอย 1) 109 _____________________________ 6) 1,049 ______________________________ 2) 182 ____________________________ 7) 2,534 ______________________________ 3) 276 _____________________________ 8) 5,079 ______________________________ 4) 593 _____________________________ 9) 14,306 _____________________________ 5) 626_____________________________ 10) 203,148 ___________________________ ค. หาคาประมาณใกลเ คียงจํานวนเต็มแสนของพลเมอื งประเทศตา ง ๆ 1) ประเทศญ่ีปนุ 118,519,000 คน _________________________________________ 2) ประเทศฝรั่งเศส 55,239,000 คน ________________________________________ 3) ประเทศอินเดยี 688,600,000 คน ________________________________________ 4) ประเทศจนี 1,004,000,000 คน _________________________________________ 5) ประเทศรสั เซีย 279,900,000,000 คน ____________________________________
14 เรื่องท่ี 6 สมบตั ขิ องจํานวนนบั และศนู ย และการนาํ ไปใช ในการแกป ญ หา จํานวนนบั คอื จํานวนเต็มบวก ไดแก 1, 2, 3, 4, 5, ... เปน ตน ไป เรื่อย ๆ จํานวนนบั ที่มคี านอยที่สดุ คอื 1 จํานวนนบั ทีม่ คี า มากทีส่ ดุ ไมส ามารถบอกคา ได เพราะจํานวนนบั มมี ากมาย ไมสิ้นสดุ เราสามารถนบั ไปไดเ รอื่ ย ๆ สว น 0 เปนตัวเลข แตไมใ ชจ าํ นวนนับ 6.1 สมบัตขิ องหนงึ่ 1) การคูณจาํ นวนใด ๆ ดว ยหนง่ึ หรือคณู หน่งึ ดว ย จํานวนใด ๆ จะไดผลคูณเทา กับ จํานวนนับ เชน 4 1=4 หรอื 1 4 = 4 2) การหารจาํ นวนใด ๆ ดวยหนึ่ง จะไดผ ลหารเทากบั จาํ นวนน้นั เชน 3÷1=3 หรอื 7 ÷ 1 = 7 6.2 สมบัติของศนู ย 1) การบวกจาํ นวนใด ๆ ดว ยศนู ยห รอื การบวกศนู ยดว ยจํานวนใด ๆ จะไดผ ลบวกเทา กบั จํานวนนนั้ เชน 2+0=2 หรอื 0 + 2 = 2 2) การคณู จาํ นวนใด ๆ ดว ยศูนย หรอื การคูณศนู ยด วยจํานวนใด ๆ จะไดผลคณู เทา กบั ศนู ย เชน 2×0=0 หรอื 0 × 2 = 0 3) การหารศนู ยด ว ยจํานวนใด ๆ ที่ไมใชศนู ย จะไดผลหารเทา กบั ศูนย เชน 0÷6=0 หรือ 0 ÷ 8 = 0 หรือ 0 ÷ 15 = 0 หมายเหตุ ในทางคณติ ศาสตร เราไมใ ช 0 เปน ตวั หาร ดงั นน้ั การหารจํานวนใด ๆ ดว ย 0 ไมมี ความหมายทางคณติ ศาสตร เชน 5 ÷ 0 ไมมคี วามหมายทางคณติ ศาสตร หรือ 36 ÷ 0 ไมม คี วามหมายทางคณติ ศาสตร หรือ 790 ÷ 0 ไมมคี วามหมายทางคณิตศาสตร
15 ตองเปนศูนย 4) ถาผลคณู ของ 2 จํานวนใด ๆ เทากับศนู ย จํานวนใดจาํ นวนหนึ่งอยา งนอ ยหน่งึ จาํ นวน เชน 4×0=0 หรือ 0×9=0 หรอื 0×0=0
16 เรือ่ งท่ี 7 การบวก การลบ การคณู การหาร จํานวนนับ และการแกปญ หา 7.1 การบวก ความหมายของการบวก การบวก คอื การนาํ จาํ นวนตง้ั แต สองจาํ นวนขึน้ ไปมารวมกนั จํานวนทไ่ี ดจากการรวม จาํ นวนตาง ๆ เขา ดว ยกนั เรยี กวา “ผลรวม” หรือ “ผลบวก” และใชเ ครื่องหมาย + เปน สัญลกั ษณแ สดงการบวก รูปแบบของการบวก การบวกตามแนวนอน การบวกตามแนวตง้ั 5+2 = 7 5 + เรียกวา ตวั ตงั้ 2 เรยี กวา ตวั บวก 7 เรยี กวา ผลบวก หลกั หนว ย หลักสิบ หลักหนวย 5 0 50 + 10 = 60 1 + 0 + หลักสบิ 60 หลักสบิ หลกั รอ ย หลกั สิบ หลกั หนว ย หลกั หนวย 4 0 0 400 + 250 =650 2 5 0 + หลักรอย 650 การบวกกบั 0 1) จาํ นวนเลขที่เปน 0 บวกกบั 0 ไดผ ลบวกเปน 0 2) จํานวนเลขใด ๆ บวกกบั 0 จะไดผลบวกเทา กบั เลขจาํ นวนนน้ั เชน 5 + 0 ได 5 หรือ 0 + 5 ได 5 การบวกจํานวนสองจาํ นวนและสามจํานวนที่ไมม กี ารทด การบวกจาํ นวน 2 จาํ นวน การบวกจาํ นวน 3 จาํ นวน 123 + 543 = 6 6 6 2 , 3 1 2 + 2, 1 1 4 + 5, 3 2 1 = 9 , 7 4 7 123 + 2,3 1 2 54 3 2,1 1 4 + 6 6 6 5,3 2 1 9,7 4 7 การบวกจํานวนสองจาํ นวน หรอื สามจาํ นวนท่ีไมม กี ารทด เปน การนาํ จํานวนเลขสองจํานวน หรอื สามจาํ นวนมาบวกกัน แลวผลบวกของตัวเลขแตล ะหลักจะมีคาไมเกิน 9
17 เราสามารถหาผลบวกของการบวกจํานวนเลขตามแนวนอนได โดยมวี ธิ ีทาํ ดงั นี้ ตัวอยาง 423 + 215 มคี าเทา ไร วธิ ที าํ 423 + 215 = 638 ตอบ 638 วธิ ีคิด คอื 4 2 3 215 จาํ นวนท่ี หนึง่ จาํ นวนท่ี สอง ใหบ วกทีละหลกั โดยเรม่ิ จากหลกั หนว ยขวามือสดุ ของทงั้ 2 จาํ นวน ดังนี้ หลักหนว ย เลข 3 ของจาํ นวนที่ หนง่ึ บวกกับ เลข 5 ของจาํ นวนที่ สอง ไดเ ทา กบั 8 ใสล งไปในผลบวก ของหลักหนวย หลกั สิบ เลข 2 ของจํานวนท่ี หนงึ่ บวกกบั เลข 1 ของจํานวนที่ สอง ไดเ ทากับ 3 ใสล งไปในผลบวก ของหลกั สบิ หลักรอย เลข 4 ของจาํ นวนที่ หนงึ่ บวกกบั เลข 2 ของจาํ นวนท่ี สอง ไดเทา กบั 6 ใสลงไปในผลบวก ของหลักรอ ย ผลบวก รวมผลบวกเปน 638 การบวกโดยการกระจายจํานวนตามคาประจาํ หลัก ตวั อยา ง 310 + 423 + 236 มีคาเทาไร วิธที ํา 310 + 423 + 236 = (300 + 10 + 0) + (400 + 20 + 3) + (200 + 30 + 6) = (300 + 400 + 200) + (10 + 20 + 30) + (0 + 3 + 6) = 900 + 60 + 9 = 969 ตอบ 969
18 แบบฝก หดั ที่ 9 ก. ใหเ ติมเครอื่ งหมาย > , < หรือ = ลงใน (1) 98 80 + 9 (2) 138 + 821 959 (3) 999 + 101 1,101 (4) 11,312 10,000 + 1,213 ข. ใหห าผลบวกของจํานวนตอไปน้ี (1) 62 + 6 (2) 43 + 34 (3) 1,234 + 2,103 (4) 312 + 213 + 101 (5) 2,311 + 3,042 + 506 การหาผลบวกของจํานวนเลขตามแนวตง้ั มวี ิธที ําดงั น้ี วธิ ีท่ี 1 โดยการกระจายจํานวนตามคาประจําหลกั ตัวอยา งที่ 1 147 + 720 มีคา เทาไร วิธที ํา 147 + 100 + 40 + 7 + 720 700 + 20 + 0 800 + 60 + 7 = 867 ตอบ 867 ตวั อยางที่ 2 จงหาผลบวกของ 2,433 กบั 2,114 และ 5,322 วธิ ีทํา 2,433 + 2,000 + 400 + 30 + 3 + จาํ นวนท่ี 1 2,114 2,000 + 100 + 10 + 4 จาํ นวนท่ี 2 5,322 4,000 + 500 + 40 + 7 ผลบวก 5,000 + 300 + 20 + 2 + จาํ นวนที่ 3 9,000 + 800 + 60 + 9 = 9,869 ผลบวก ตอบ 9,869
19 วธิ ีท่ี 2 โดยใชว ธิ ีลัด ตวั อยา ง147 + 720 มคี า เทาไร วิธที าํ 147 + ตงั้ ตัวเลขแตละตวั ใหมหี ลักตรงกนั แลวบวกทลี ะหลกั 720 867 ตอบ 867 ตัวอยา ง จงหาผลบวกของ 2,433 กบั 2,114 และ 5,322 วธิ ีทํา 2, 4 3 3 + 2, 1 1 4 4, 5 4 7 5, 3 2 2 + 9, 8 6 9 ตอบ 9,869 แบบฝก หดั ท่ี 10 ก. ใหหาผลบวกของจํานวนตอไปนี้ โดยวธิ กี ระจายจาํ นวนตามคา ประจาํ หลัก (1) 140 + 123 (2) 210 + 304 + 63 (3) 11,200 + 3,504 + 23,183 (4) 210,250 + 454,104 + 33,141 ข. ใหหาผลบวกโดยใชต ารางหลักเลขและวิธลี ัด (1) 121 + 47 (2) 132 + 325 (3) 12,100 + 454,104 + 33,141 (4) 1,152,113 + 2,112,421 + 1,320,260
20 การบวกจํานวนสองจาํ นวนและสามจํานวนที่มกี ารทด การบวกจาํ นวน 2 จาํ นวน การบวกจาํ นวน 3 จาํ นวน 7,665 + 5,247 = 12,912 22,452 + 76,258 + 50,864 = 149,574 7, 6 6 5 2 2,4 5 2 + 5, 2 4 7 7 6,2 5 8 12, 9 1 2 5 0, 8 6 4 + 1 4 9, 5 7 4 การบวกจาํ นวนสองจํานวนและสามจํานวนที่มกี ารทด มวี ธิ ที ํา และวิธีคิดเชนเดียวกบั การบวกทไี่ ม มที ด แตเ มือ่ ผลบวกของตวั เลขในแตล ะหลกั ไดต ง้ั แต 10 ขน้ึ ไป จะตอ งทดเลขตวั หนาขน้ึ ไปบวกกับตัวเลข ในหลกั ที่สงู กวา ถัดไปขางหนา การหาผลบวกของการบวกจํานวนเลขท่ีมีการทดตามแนวนอน วิธที ี่ 1 โดยวธิ ีลดั ตวั อยา ง จงหาผลบวกของ 7,665 กบั 5,247 วิธที ํา 7,665 + 5,247 = 12,912 วิธีคิด คือ ตอบ 12,912 7,665 5,247 หลักหนว ย จาํ นวนท่ี หนง่ึ จํานวนท่ี สอง หลักสบิ 5 ของจํานวนท่ี หนง่ึ บวกกบั 7 ของจํานวนท่ี สอง เปน 12 ใหใ ส 2 ลงไปในผลบวกของ หลกั รอย หลักหนวย สว น 1 ซงึ่ เปนหลักสบิ ใหท ดขน้ึ ไปไวบ วกกับตวั เลขในหลักสิบตอไป โดยการ ทดไวกอ น 6 ของจาํ นวนท่ี หนึ่ง บวกกบั 4 ของจํานวนที่ สอง เปน 10 แลว บวกกบั 1 ท่ีทดไวเ ปน 11 ใหใส 1 ตวั หลังลงไปในผลบวกของหลกั สบิ สว น 1 ตัวหนาใหทดข้ึนไปไวบวกกบั ตวั เลข ในหลกั รอ ยตอ ไป 6 ของจาํ นวนที่ หนึง่ บวกกับ 2 ของจาํ นวนท่ี สอง เปน 8 แลวบวกกบั 1 ท่ีทดไวเ ปน 9 ใส ลงไปในผลบวกของหลักรอย
หลกั พัน 21 ผลบวก 7 ของจาํ นวนที่ หนึ่ง บวกกับ 5 ของจํานวนที่ สอง เปน 12 ใหใส 2 ลงไปในผลบวกของ หลักพนั และใส 1 ลงไปในผลบวกของหลักหม่นื ไดเ ลย เพราะไมมีเลขตวั หนาทจ่ี ะบวกอีก แลว ดงั นน้ั ผลบวกเปน 12,912 วธิ ีที่ 2 โดยการกระจายจํานวนตามคาประจําหลกั ตวั อยาง 7,665 + 5,247 มคี าเทา ไร วิธที ํา 7,665 + 5,247 = (7,000 + 600 + 60 + 5) + (5,000 + 200 + 40 + 7) = (7,000 + 5,000) + (600 + 200) + (60 + 40) + (5 + 7) = 12,000 + 800 + 100 + 12 = 12,000 + 900 + (10 + 2) = 12,000 + 900 + 10 + 2 = 12,912 ตอบ 12,912 การหาผลบวกของจาํ นวนท่มี กี ารทดตามแนวตง้ั วธิ ที ี่ 1 โดยการกระจายจํานวนตามคา ประจาํ หลกั ตวั อยา ง จงหาผลบวก 627,665 กับ 385,247 วิธีทํา 6 2 7, 6 6 5 600,000 + 20,000 + 7,000 + 600 + 60 + 5 3 8 5, 2 4 7 300,000 + 80,000 + 5,000 + 200 + 40 + 7 900,000 + 100,000 + 12,000 + 800 + 100 + 12 วิธีท่ี 2 โดยใชว ธิ ีลตดั อบ = 1,000,000 + (10,000 + 2,000) + 900 + (10 + 2) = 1,000,000 + 10,000 + 2,000 + 900 + 10 + 2 = 1,012,912 1,012,912
22 วิธีท่ี 2 โดยใชว ิธลี ดั ตัวอยา ง จงหาผลบวกของ 31,562 87,149 และ 60,975 วธิ ีทํา 3 1 ,5 6 2 8 7 ,1 4 9 6 0 ,9 7 5 + 1 7 9 ,6 8 6 ตอบ 179,686 แบบฝกหดั ท่ี 11 ก. ใหนกั ศกึ ษาหาผลบวกของจํานวนตอไปน้ี โดยการกระจายจํานวนตามคา ประจําหลกั ตาม แนวนอน (1) 54,623 + 93,545 (2) 871,496 + 247,308 ข. ใหน กั ศกึ ษาหาผลบวกของจาํ นวนตอไปนี้ โดยใชตารางหลกั เลข และวธิ ลี ดั ตามแนวตั้ง (1) 3,486,801 + 1,670,528 (2) 584, 169 + 958,782 + 321,456 โจทยป ญ หาการบวก ตัวอยาง สวนแรกเกบ็ มะพรา วได 2,355 ผล สวนที่สองเกบ็ ได 4,020 ผล สวนทส่ี ามเกบ็ ได 3,700 ผล รวมเกบ็ มะพราวไดก ่ีผล ประโยคสัญลักษณ คอื 2,355 + 4,020 + 3,700 = วิธีท่ี 1 สวนแรกเก็บมะพราวได 2,355 ผล สวนทีส่ องเก็บได 4,020 ผล สวนที่สามเก็บได 3,700 ผล รวมเก็บมะพรา วได 2,355 + 4,020 + 3,700 = 10,075 ผล ตอบ 10,075 ผล วิธที ี่ 2 สวนแรกเก็บมะพรา วได 2,355 ผล สวนท่ีสองเก็บได 4,020 + ผล สวนที่สามเก็บได 3,700 ผล รวมเกบ็ มะพรา วได 10,075 ผล ตอบ 10,075 ผล
23 การทาํ โจทยเ กี่ยวกบั การบวก มีวธิ กี ารบวกเชนเดยี วกับการบวกจํานวนเลขธรรมดา แลวแต จะเลือกทําวิธีใด แตท น่ี ยิ มมกั ทํา 2 วิธีขางบน โดยเฉพาะ วธิ ที ี่ 2 เหมาะสําหรบั โจทยทม่ี ตี ัวเลขมาก ๆ จะทาํ ใหก ารบวกตวั เลขงา ยและถูกตองมากขึ้น แบบฝก หดั ท่ี 12 ใหแสดงวิธีทํา (1) ในตาํ บลหน่ึงมีคนแก 1,323 คน คนวัยทาํ งาน 9,705 คน เด็ก 4,320 คน รวมมปี ระชากรทั้งหมดกคี่ น (2) นายชาลขี ายขาวครงั้ ที่หนงึ่ ไดเ งนิ 18,257 บาท คร้ังสองที่ขายได 16,540 บาท ครงั้ ท่ีสามขายได 13,050 บาท นายชาลีขายขาวรวมสามครั้งไดเงนิ ท้ังหมดเทาไร (3) สถานสงเคราะหเ ด็กแหง หนึ่งไดร ับบรจิ าคเงนิ จากผมู ีจติ ศรทั ธา ครง้ั ที่หนง่ึ ไดเงิน 351,279 บาท ครง้ั ที่สองไดเงิน 131,217 บาท รวมไดรับเงนิ บรจิ าคทง้ั หมดเทา ไร (4) ถานายปองซือ้ ตูเยน็ ผอ นสง เดือนละ 2,500 บาท ซือ้ โทรทัศนผอ นสงเดอื นละ 3,500 บาท และ ซื้อหมอ หงุ ขาวไฟฟา ผอ นสง อีกเดือนละ 500 บาท นายปองจะตองผอนสง เงินใหร า นคา ทัง้ หมด เดอื นละเทา ไร สมบัตกิ ารสลบั ทข่ี องการบวก ตัวอยางที่ 1 403 + 326 = 729 326 + 403 = 729 ดังนน้ั 403 + 326 = 326 + 403 ตวั อยา งที่ 2 2 3 4 + 641 + 6 4 1 234 875 875 จาํ นวนสองจาํ นวนทน่ี ํามาบวกกนั สามารถสลบั ที่กันได โดยทผ่ี ลบวกยังคงเทาเดิม ดงั เชน 12 + 36 = 36 + 12 เราเรียกคณุ สมบตั ิขอ นวี้ า “สมบัตกิ ารสลบั ทข่ี องการบวก”
24 สมบตั กิ ารเปลยี่ นหมู สมบัตกิ ารเปลย่ี นหมูข องการบวก 3 + 5+ 2 = (3 + 5) + 2 3 + 5 + 2 = 3 + (5 + 2) = 8 +2 = 3+7 = 10 = 10 ดงั นนั้ (3 + 5 ) + 2 = 3 + (5 + 2) 121 + 122 + 321 = (121 + 122) + 321 121 + 122 + 321 = 121 + (122+321) = 243 + 321 = 121 + 443 = 564 = 564 ดังนัน้ (121 + 122) + 321 = 121 + (122 + 321) ในการบวกจาํ นวนสามจํานวน ตอ งบวกทลี ะสองจํานวนกอ น โดยจะบวกสองจาํ นวนใดกอ นก็ได แลวจึงไปบวกกบั จาํ นวนทเี่ หลอื ผลบวกจะเทากัน เราเรยี กสมบัตขิ อ น้วี า “สมบตั กิ ารเปลีย่ นหมขู องการบวก” และ นยิ มใสเ ครื่องหมายวงเลบ็ ( ) คนั่ จํานวนสองจํานวนท่จี ะบวกกอ น เราสามารถแสดงคุณสมบตั ิการเปลี่ยนหมขู องการบวกได ดังน้ี ตวั อยาง 41 + 12 + 34 = (41 + 12) + 34 วิธที ี่ 1 41 + 12 + 34 = 53 + 34 วธิ ที ี่ 2 = 87 = 41 + (12 + 34) = 41 + 46 = 87 โดยทว่ั ไปนิยมนําสมบตั กิ ารเปลยี่ นหมขู องการบวก ไปใชบ วกจาํ นวนสองจํานวนทน่ี อย กอ นแลวจงึ ไปบวกกบั จาํ นวนทม่ี าก เชน วธิ ที ี่ 2 หรอื ถามีสองจํานวนใดทบ่ี วกกนั แลวไดผลบวกลงทา ยดว ย 0 กจ็ ะบวกสองจาํ นวนนน้ั กอ น แลวจงึ บวกดว ยจาํ นวนทเ่ี หลือ จะชวยใหค ดิ เลขงายขน้ึ
25 7.2 การลบ ความหมายของการลบ การลบ คอื การนําจาํ นวนหนงึ่ หกั ออกจากอกี จาํ นวนหน่งึ หรอื เปน การเปรยี บเทียบจาํ นวนสองจาํ นวน ซ่ึงจํานวนท่ีเหลอื หรอื จํานวนทีเ่ ปน ผลตางของสองจาํ นวนนี้เรยี กวา “ผลลบ” และใช เครอ่ื งหมาย – เปน สัญลักษณแสดงการลบ รูปแบบของการลบ การลบตามแนวนอน การลบตามแนวตงั้ 7- 2 = 5 7 – ตวั ตัง้ 2 ตัวลบ ตัวต้งั ตวั ลบ ผลลบ 5 ผลลบ 405 - 200 = 205 รอย สิบ หนว ย 40 5 20 0 – 20 5 1. การลบ มี 2 รูปแบบ เชน เดียวกับการบวก คือ การลบตามแนวนอน และการลบตามแนวตง้ั แตละ รูปแบบจะมวี ธิ ีคดิ และวธิ ีลบเหมอื นการบวก คือ ตอ งลบกันทลี ะหลัก โดยเร่ิมจากหลักหนวยกอน แลว จึงลบหลกั ถดั ไปขางหนา ตามลําดบั 2. การลบกับ 0 2.1 จํานวนเลขท่ีเปน 0 ลบกบั 0 ไดผลลบเปน 0 2.2 จาํ นวนใด ๆ ทีม่ ีตวั ลบเปน 0 จะไดผ ลลบเทากับเลขจํานวนนน้ั เชน 5 – 0 = 5 การลบทีไ่ มม กี ารกระจายขา มหลกั การลบท่ไี มม กี ารกระจายขา มหลัก เปน การลบกันของจํานวน สองจาํ นวน ซ่งึ ตัวเลขในแตล ะหลกั ของ ตัวลบไมเ กนิ ตวั ต้ังซ่ึงอยูในหลกั เดยี วกนั เราสามารถแสดงวิธีการลบทีไ่ มม กี ารกระจายขา มหลกั ได ดงั นี้ วธิ ีท่ี 1 โดยวิธลี ดั ตัวอยาง 465 หักออกเสีย 214 จะเหลือเทาไร วิธที าํ ประโยคสญั ลกั ษณ คือ 465 – 214 = 465 - 214 = 251 ตอบ 251
26 วิธคี ิด ขั้นท่ี 1 ลบหลกั หนวยกอน คอื 5 หกั ออกเสยี 4 เหลอื 1 ขน้ั ท่ี 2 ลบหลกั สิบ คอื 6 หักออกเสีย 1 เหลอื 5 ขั้นที่ 3 ลบหลกั รอ ย คอื 4 หกั ออกเสยี 2 เหลือ 2 ดังนน้ั ผลลบ คอื 251 วิธที ่ี 2 โดยการกระจายจํานวนตามคาประจาํ หลกั ตัวอยา ง มาลัยมีเงนิ 255 บาท ใชไป 120 บาท มาลยั เหลอื เงินเทาไร ประโยคสญั ลักษณ คือ 255 – 120 = วิธที ํา มาลัยมเี งนิ 255 บาท ใชไ ป 120 บาท มาลยั เหลือเงนิ 255 – 120 = (200 + 50 + 5) – (100 + 20 + 0) = (200 – 100) + (50 – 20) + (5 – 0) = 100 + 30 + 5 = 135 บาท วธิ ีคดิ ตอบ 135 บาท ข้นั ท่ี 1 กระจายตวั ตง้ั และตวั ลบตามคาประจาํ หลกั โดยใสว งเล็บไวและมเี ครื่องหมาย – คัน่ ระหวา ง 2 วงเล็บ ขัน้ ที่ 2 จับคใู หมโ ดยเอาคาประจาํ หลกั ทอ่ี ยใู นหลักเดียวกนั ใสไ วใ นวงเลบ็ เดียวกนั และมีเครื่องหมาย – ค่ันกลาง สวนนอกวงเล็บใสเ ครือ่ งหมาย + คน่ั (ดบู รรทดั ที่ 2) ข้นั ที่ 3 เอาจํานวนในแตละวงเล็บลบกัน ไดเทา ไร ใสเครอ่ื งหมาย + คั่นแตล ะจาํ นวน (ดูบรรทดั ท่ี 3) ขน้ั ท่ี 4 จะเห็นวา บรรทดั ที่ 3 ที่เหลอื แตละจาํ นวน คอื คา ประจําหลกั จึงมาบวกกนั ใหเ ปนจาํ นวน เดยี วกนั คือ 135 (ดูบรรทัดที่ 4) การลบจํานวนสองจํานวนตามแนวต้ังทไี่ มมกี ารกระจายขา มหลกั การลบจํานวนสองจาํ นวนตามแนวต้ังน้ี ตัวตั้งตองอยขู า งบนตัวลบเสมอ และตวั เลขแตละหลักตอ ง ตรงกนั ดว ย เราสามารถหาผลลบไดดงั นี้ วิธที ี่ 1 โดยการกระจายจํานวนตามคา ประจําหลกั ตวั อยาง 756 – 302 = วิธีทํา 756 – 700 + 50 + 6 – 302 300 + 0 + 2 400 + 50 + 4 = 454 ตอบ 454
27 วิธที ่ี 2 โดยวธิ ีลดั เน่อื งจากวธิ ีลัดนี้ มีแนวคดิ และวธิ ีการทาํ มาจากการใชตารางหลกั เลข ดังน้นั จะแสดงขั้นตอนการทําใหด ู ดังนี้ ตัวอยา ง จงหาผลลบของ 578 กบั 453 วธิ ที าํ ประโยคสญั ลกั ษณ คือ 578 - 453 = 5 7 8 – 4 5 3 125 ตอบ 125 การลบท่มี กี ารกระจายขา มหลัก การลบท่ีมกี ารกระจายขามหลัก ใชเมอ่ื ตวั เลขในแตล ะหลักของตวั ตง้ั นอยกวา ตวั ลบ ซ่งึ อยใู นหลกั เดียวกนั จงึ ตองมกี ารกระจายตัวตงั้ ขามหลกั โดยกระจายตวั ตง้ั ในหลกั ที่สูงกวา ซึง่ อยูถ ดั ไปขางหนาหนง่ึ หลกั มา รวมกบั ตวั ตัง้ ตวั ที่นอ ยกวา น้ี แลวจึงนาํ ตวั ลบมาหกั ออก ซง่ึ เราสามารถแสดงวธิ ีการลบทม่ี ีการกระจายหลักได ดงั น้ี การลบจาํ นวนสองจํานวนตามแนวนอนทีม่ กี ารกระจายขามหลกั การลบตามแนวนอนนี้ เรานยิ มใชว ธิ ีลัดมากกวาการกระจายจาํ นวนตามคา ประจําหลกั เพราะ ดไู มซบั ซอ น ดงั น้ันจะแสดงวธิ ีลดั อยางเดยี วดังนี้ ตัวอยา ง 56 – 38 = วธิ ที ํา 56 – 38 = 18 ตอบ 18 วธิ ีคดิ 56 – 50 + 6 – 38 30 + 8 ใชวิธีคดิ แบบการกระจายจํานวนตามคาประจาํ หลกั ตามแนวตง้ั จะเห็นวา ตวั ตงั้ คอื 6 นอยกวา ตวั ลบ คือ 8 ดงั นั้นตอ งกระจายจากหลักสบิ มา 1 สิบ หรือ 10 มารวมกัน 6 เปน 16 แลวจงึ นํา 8 มาหกั ออก ดังน้ี 50 + 6 40 + 16 30 + 8 – 30 + 8 – 10 + 8 = 18 สว นการลบของจํานวนที่มีเลขหลายหลักกใ็ ชว ธิ คี ดิ เดยี วกบั ตวั อยา งนี้ คือ ถา ตัวตัง้ ในหลกั สบิ นอยกวา ตวั ลบในหลกั สิบ กใ็ หก ระจายตัวตงั้ ในหลักรอ ยมารวมกบั ตัวตั้งในหลกั สิบแลวจึงนาํ ตวั ลบมาหกั ออก ถา ตวั ตงั้ ในหลักรอยนอยกวา ตวั ลบในหลกั รอย กก็ ระจายตวั ตัง้ ในหลกั พันมารวมแลวจึงนาํ ตวั ลบมาหักออก ทําเชนน้ี เรือ่ ยไปจนกวา จะหมด
28 วิธที ี่ 1 โดยการกระจายจํานวนตามคา ประจําหลกั ตัวอยา ง 724 - 467 = วธิ ที ํา 724 – 700 + 20 + 4 – 600 + 110 + 14 – 467 400 + 60 + 7 400 + 60 + 7 200 + 50 + 7 = 257 ตอบ 257 วธิ คี ิด 724 – 700 + 20 + 4 467 400 + 60 + 7 เน่อื งจากหลกั หนว ยตัวตัง้ คือ 4 นอ ยกวาตวั ลบคือ 7 จงึ ตองกระจายจากหลกั สบิ มา 1 สิบ หรอื 10 รวมกนั เปน 14 ดงั นี้ 700 + 20 + 4 – 700 + 10 + 14 – 400 + 60 + 7 400 + 60 + 7 สาํ หรับหลักสิบ ตัวตั้งถกู กระจายไปเสยี 10 เหลืออกี 10 ซึ่งนอ ยกวาตวั ลบ คือ 60 จึงตอ งกระจายจากหลกั รอยมา 1 รอ ย หรือ 100 รวมเปน 110 แลวจึงลบกนั ดงั นี้ 700 + 10 + 14 600 + 110 + 14 400 + 60 + 7 – 400 + 60 + 7 – 200 + 50 + 7 = 257 ในทาํ นองเดยี วกนั การลบของจาํ นวนทมี่ เี ลขเกนิ รอยขน้ึ ไป การกระจายจากหลกั อน่ื ๆ ก็ใชว ธิ ีเดยี วกนั กบั การกระจายจากหลักรอยมาหลกั สิบ หรอื จากหลกั สิบมาหลกั หนว ย วธิ ีที่ 2 โดยวธิ ลี ัด ตัวอยาง จงหาผลลบของ 7,151 – 6,249 วธิ ีทํา 6 117 4 11 7 15 1 6 24 9 – ตอบ 902 90 2 จงสังเกตผลลบของตัวเลขตวั หนาสดุ ที่เปน 0
29 แบบฝก หดั ท่ี 13 จงหาผลลัพธของจาํ นวนเลขตอไปนี้ (1) 900 - 400 (2) 888 - 727 (3) 15,280 - 10,270 (4) 63 (5) 6,248 (6) 27,648 25 – 41 – 9,806 – (7) 3,000 + 500 + 40 + 5 – (8) 50,000 + 4,000 + 500 + 60 – 1,000 + 400 + 30 + 2 20,000 + 3,000 + 300 + 30 ความสัมพันธระหวางการบวกและการลบ การลบ การบวก ตัวตงั้ – ตวั ลบ = ผลลบ ผลลบ + ตวั ลบ = ตวั ตง้ั 7– 2 = 5 5+ 2 =7 เนื่องจากการลบ คอื การนาํ จาํ นวนหนึง่ ออกจากอกี จํานวนหน่ึง จึงเปนการกระทาํ ที่กลับกนั กับ การบวก หรอื ตรงขา มกับการบวก กลา วคอื การบวกเปน การนําจาํ นวนสองจาํ นวนมารวมกนั ผลบวกจะมคี า มากขนึ้ แตการลบเปนการนาํ จํานวนสองจํานวนมาหกั ออกจากกนั ผลลบจะมคี านอ ยลง ดงั ตวั อยางขา งบน จะเหน็ วา ตวั ต้งั + ตวั ลบ = ผลลบ ในทางกลับกัน ผลลบ – ตัวลบ = ตัวตงั้ ดงั นัน้ จากความสมั พนั ธระหวา งการบวกและลบน้ี เราสามารถนาํ ไปใชตรวจสอบผลลบวาถูกตอง หรือไมโดยวิธกี ารบวกดงั น้ี ตัวอยา ง จงหาผลลบแลวตรวจคาํ ตอบ ตรวจคาํ ตอบ ตรวจคําตอบ 465 251 485 271 214 – 214 + 214 – 214 + 251 465 271 485 251 เปนคาํ ตอบท่ถี ูกตอ ง 271 เปน คําตอบทถ่ี กู ตอ ง
30 การบวกลบระคน นอกจากความสมั พันธด งั กลาวขางตน แลว บางครั้งโจทยอาจกาํ หนดประโยค สญั ลักษณท ม่ี ีท้ังการ บวกและลบจาํ นวนเลขตา ง ๆ ในขอเดยี วกนั มาใหทําในวงเล็บกอ น ตวั อยา ง (3,237,596 + 242,456) – 366,530 = วิธีทาํ 3 , 2 3 7, 5 9 6 + 2 4 2, 4 5 6 3 , 4 8 0, 0 5 2 3 6 6, 5 3 0 – 3 , 1 1 3, 5 2 2 ตอบ 3,113,522 วธิ ีคิด เน่อื งจากจํานวนหนาสดุ ทีก่ าํ หนดใหน ีเ้ ปนจํานวนเลขทมี่ คี า มากท่ีสุด เราจึงสามารถเลอื กทาํ ไดสองวธิ ี โดยจะนาํ จาํ นวนทสี่ องบวกกอนแลว จงึ ลบดว ยจาํ นวนทส่ี าม ดังวิธีที่ 1 กไ็ ด หรือจะนําจาํ นวนทส่ี ามไปลบกอ น แลวจงึ บวกดวยจาํ นวนทีส่ อง ดงั วิธีท่ี 2 กไ็ ด แตถ า จาํ นวนหนาและจาํ นวนทสี่ องซง่ึ เปนตวั บวกนอ ยกวาตัวลบ เราจะนําตวั ลบกอ นไมไดจ ะตองทําตามวธิ ที ่ี 1 เพยี งวธิ ีเดยี ว การบวกลบระคนนีย้ งั อาจมีโจทยป ญ หาท่เี ปนเรอ่ื งทเ่ี กย่ี วขอ งกับชวี ิตประจําวันของเราทั้งในแงบวก และลบพรอ ม ๆ กันดวย ซึง่ จะกลาวถึงในเรื่องตอไป
31 โจทยป ญ หา โจทยปญ หาการลบ เปน เรือ่ งท่เี ก่ยี วของกบั ชีวติ ประจําวนั เชนเดยี วกับการบวก ตวั อยางท่ี 1 แมคา ขายสมโอได 350 ผล ขายมังคดุ ได 270 ผล แมคา ขายสม โอมากกวามังคดุ กผ่ี ล ประโยคสญั ลักษณ คอื 350 – 270 = วธิ ีทํา แมคา ขายสม โอได 350 ผล ขายมังคุดได 270 – ผล แมค าขายสมโอมากกวา มงั คุด 80 ผล ตอบ 80 ผล ตัวอยา งที่ 2 เดือนท่แี ลว สมชายมีเงิน 3,456 บาท เดอื นนี้หาไดอกี 2,009 บาท แลว นําเงินไปซ้ือ ตูเสอื้ ผาราคา 1,750 บาท เขาจะเหลือเงนิ เทา ไร ประโยคสัญลกั ษณ คือ (3,456 + 2,009) – 1,750 = วธิ ีทาํ เดอื นท่แี ลวมเี งนิ 3,456 บาท เดอื นนี้หาไดอีก 2,009 บาท รวมมเี งนิ 5,465 + บาท ซอ้ื ตเู สอื้ ผา ราคา 1,750 – บาท เขาจะเหลือเงิน 3,715 บาท ตอบ 3,715 บาท วธิ คี ิด สําหรบั ตวั อยา งที่ 2 ในขน้ั ตอนแรกนํามาบวกกันเพราะตองรกู อนวา สมชายหาเงินได 2 เดอื นรวมกนั ไดเ ทาไรกอน สวนในข้ันตอนท่ี 2 ตองนําไปลบออกจากเงนิ ท้งั หมด เพราะเขาซือ้ ตูเ ส้ือผากต็ อ งใหเ งินพอคาไป เงนิ จะเหลือนอยลง จึงตอ งลบออก
32 7.3 การคณู ความหมายของการคณู การคณู คือ การบวกจํานวนทีเ่ ทา ๆ กัน หรอื เปนการนับเพมิ่ จาํ นวนครั้งละเทา ๆ กันและสามารถ แสดงไดโดยการคณู จํานวนเพียง 2 จาํ นวน คือ จาํ นวนทีเ่ ทา กันกับจาํ นวนครัง้ ทบี่ วกกนั จาํ นวนท่ไี ดจากการ คณู 2 จาํ นวนเขาดว ยกนั เรยี กวา “ผลคณู ” และใชเครือ่ งหมาย × เปน สญั ลักษณแสดงการคูณ ใชเขยี นอยู ระหวางตวั เลข 2 จํานวนทน่ี าํ มาคูณกนั การคณู จึงเปน วิธลี ัดของการบวก และประโยคท่ีแสดงการคณู ทางขวามือนัน้ เรียกวา ประโยค สัญลักษณข องการคณู เชน 2 × 9 = 18 เปน ประโยคสญั ลักษณของการคณู อานวา 2 คูณดว ย 9 เทา กบั 18 2 เรียกวา ตวั ตั้ง 9 เรยี กวา ตวั คณู 18 เรียกวา ผลคณู ดงั นน้ั ตวั ตั้ง × ตวั คณู = ผลคณู เน่ืองจากการคณู เปน วิธีลัดของการบวก จึงไดม ีการนํามาสรา งเปนตารางการคณู หรอื ทเี่ รียกวา สูตรคณู เพอ่ื ชว ยใหบวกจาํ นวนเลขทเี่ ทา ๆ กัน ไดรวดเร็ว และสะดวกขน้ึ และนยิ มทอ งจํากนั เชน สตู รคณู คูณกับ 2 คณู กับ 3 คณู กบั 4 คูณกับ 5 คูณกบั 6 2×1 = 2 3×1 = 3 4×1 = 4 5×1 = 5 6×1 = 6 2 × 2 = 4 3 × 2 = 6 4 × 2 = 8 5 × 2 = 10 6 × 2 = 12 2 × 3 = 6 3 × 3 = 9 4 × 3 = 12 5 × 3 = 15 6 × 3 = 18 2 × 4 = 8 3 × 4 = 12 4 × 4 = 16 5 × 4 = 20 6 × 4 = 24 2 × 5 = 10 3 × 5 = 15 4 × 5 = 20 5 × 5 = 25 6 × 5 = 30 2 × 6 = 12 3 × 6 = 18 4 × 6 = 24 5 × 6 = 30 6 × 6 = 36 2 × 7 = 14 3 × 7 = 21 4 × 7 = 28 5 × 7 = 35 6 × 7 = 42 2 × 8 = 16 3 × 8 = 24 4 × 8 = 32 5 × 8 = 40 6 × 8 = 48 2 × 9 = 18 3 × 9 = 27 4 × 9 = 36 5 × 9 = 45 6 × 9 = 54 2 × 10 = 20 3 × 10 = 30 4 × 10 = 40 5 × 10 = 50 6 × 10 = 60 2 × 11 = 22 3 × 11 = 33 4 × 11 = 44 5 × 11 = 55 6 × 11 = 66 2 × 12 = 24 3 × 12 = 36 4 × 12 = 48 5 × 12 = 60 6 × 12 = 72
33 จาํ นวนทคี่ ณู กบั 0 0 คอื 0 × 1 = 0 0 + 0 คอื 0 × 2 = 0 0+0+0 คือ 0 × 3 = 0 0+0+0+0 คอื 0 × 4 = 0 ดงั นั้น ทกุ จํานวนทค่ี ูณกับ 0 จะมผี ลคณู เทา กับ 0 จากตารางการคณู ทงั้ หมดทกี่ ลา วมานน้ั สามารถรวมเปนตารางการคณู แบบส้ัน ๆ เพ่ือชว ยใหค นที่ ทองจาํ ไมไ ดไ วใ ชหาผลคณู ดังนี้ ตารางการคูณ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 1 2 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 2 2 4 6 8 10 12 14 16 18 20 22 24 3 3 6 9 12 15 18 21 24 27 30 33 36 4 4 8 12 16 20 24 28 32 36 40 44 48 5 5 10 15 20 25 30 35 40 45 50 55 60 6 6 12 18 24 30 36 42 48 54 60 66 72 7 7 14 21 28 35 42 49 56 63 70 77 84 8 8 16 24 32 40 48 56 64 72 80 88 96 9 9 18 27 36 45 54 63 72 81 90 99 108 10 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100 110 120 11 11 22 33 44 55 66 77 88 99 110 121 132 12 12 24 36 48 60 72 84 96 108 120 132 144 วธิ ีใชต ารางการคณู มีวิธใี ชด ังนี้ 1. ตารางแถวบน นับจากซา ยไปขวา (แถวนอน) เปน ตวั ตัง้ 2. ตารางแถวซา ยหนาสดุ นับจากบนลงลา ง (แถวต้งั ) เปน ตัวคณู 3. การดผู ลคณู วา จะไดเ ทา ไร ใหนบั จากตวั ตง้ั แถวบนลงมา และนบั จากตวั คณู ทางซายไปขวาตัด กันทตี่ ารางไหน จาํ นวนเลขในตารางน้นั เปน ผลคณู ที่ตอ งการ เชน ตองการหารผลคูณของ 6 × 8 กใ็ หน บั จากตารางท่ี 6 แถวบนไลล งมา และนบั จากตารางที่ 8 ทางซา ย ไปทางขวา จะพบวามนั ไปตดั กันทีต่ าราง ซงึ่ มจี าํ นวนเลขเปน 48 ดังนั้น ผลคณู ของ 6 × 8 ก็คือ 48 ในทํานองเดียวกนั ถาจะหาผลคูณของจํานวนเลขอืน่ ๆ กใ็ หท าํ เหมอื นตัวอยา งขางบน เชน 3 × 7 = 21, 9 × 4 = 36
34 แบบฝกหดั ท่ี 14 ใหเติมผลคูณลงในตารางการคณู ตอ ไปน้ี (1) × 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 44 20 40 (2) × 9 10 11 12 ×3 4 5 6 7 13 45 67 6 54 66 2 8 12 7 70 84 39 15 21 8 72 88 4 16 24 9 90 108 5 15 25 35 10 90 110 รปู แบบของการคณู การคูณตามแนวตง้ั การคูณตามแนวนอน 7 × ตัวต้งั 7 × 5 = 35 5 ตวั คณู 86 × 4 = (80 + 6) × 4 35 ผลคณู = (80 × 4) + (6 × 4) = 320 + 24 86 × = 344 4 344 การหาผลคูณระหวางจํานวนทไ่ี มเ กนิ 3 หลกั มีหลายลักษณะ ดงั น้ี เมื่อตัวคณู เปน ตวั เลขหลกั เดยี ว เปน การคณู ของจาํ นวน 2 จํานวน ซ่ึงตวั ต้ังอาจเปนตัวเลขหลักเดียว สองหลกั หรอื สามหลกั กไ็ ด แตต วั คูณเปนจาํ นวนหลกั เดยี ว และเราสามารถหาผลคณู ได ดงั นี้ วธิ ีที่ 1 โดยวิธคี ณู อยา งงาย วิธนี ี้เหมาะสําหรับตัวตั้งท่เี ปน ตวั เลขหลกั เดียว เราสามารถหาผลคณู ไดโดยการเปด ตาราง การคณู หรือทองสูตรคูณแลว ตอบไดท ันที
35 ตัวอยาง 7 × 5 = วธิ ที ํา การคณู ตามแนวตงั้ การคูณตามแนวนอน วธิ ที ํา 7 × 5 = 35 7 × ตอบ 35 5 35 ตอบ 35 จงสงั เกตการณค ณู ตามแนวนอนเปน การคูณในรูปประโยคสัญลกั ษณ วธิ ที ่ี 2 โดยวธิ ีกระจายจํานวนตามคา ประจาํ หลกั วธิ ีนใ้ี ชก ับตัวต้ังที่เปนตัวเลขตงั้ แต 2 หลักขนึ้ ไป ตวั อยางจงหาผลคูณของ 37 กับ 4 การคูณตามแนวนอน การคูณตามแนวตงั้ วิธที าํ 37 × 4 = (30 + 7) × 4 วธิ ที ํา 37 30 + 7 4 4 = (30 × 4) + (7 × 4) × × = 120 + 28 = 148 120 + 28 = 148 ตอบ 148 ตอบ 148 ตัวอยา ง การคูณตามแนวนอน การคณู ตามแนวตง้ั วธิ ีทํา วิธีทํา 500 + 70 +8 578 × 6 = (500 + 70 + 8) × 6 578 6 = (500 × 6) + (70 × 6) + (8 × 6) 6 × × = 3,000 + 420 + 48 = 3,468 3,000 + 420 + 48 = 3,468 ตอบ 3,468 ตอบ 3,468
36 วิธีท่ี 3 โดยวธิ ีลดั โดยทัว่ ไปนิยมใชว ธิ นี ีก้ บั การคูณตวั ต้งั ท่ีเปน จาํ นวนเลขตัง้ แต 2 หลกั ข้ึนไปมากกวา วธิ ที ่ี 2 ตวั อยาง จงหาผลคณู ของ 45 กบั 9 การคณู ตามแนวนอน วธิ ที าํ การคูณตามแนวตง้ั วธิ ีทาํ 45 × 9 = 405 45 × ตอบ 405 9 405 ตอบ 405 แนวคดิ คือ คณู ทลี ะหลกั โดยเรมิ่ จากหลกั หนว ย ดังน้ี หลักหนวย 5 × 9 = 45 ใส 5 ลงในหลกั หนว ย สวน 4 ซงึ่ เปน หลกั สบิ ใหท ดขนึ้ ไปไว บวกกับตัวเลขในหลกั สบิ ตอ ไป หลักสิบ 4 × 9 = 36 แลว บวกอกี 4 ทีท่ ดไวร วมเปน 40 ใหใ ส 0 ลงในหลกั สิบ และ 4 ลงในหลกั รอยไดเลย เพราะไมม ีเลขตวั หนา ทต่ี อ งคณู อกี ผลคณู ดงั น้ันผลคณู เปน 405 ตัวอยา ง จงหาผลคณู ของ 578 กบั 6 การคูณตามแนวตง้ั การคูณตามแนวนอน วิธที าํ 578 × 6 = 3,468 วิธีทํา ตอบ 3,468 578 × 6 3,468 ตอบ 3,468 แนวคดิ สาํ หรบั ตวั อยางที่ 2 นจ้ี ะมวี ธิ ีคิดเชน เดียวกบั ตวั อยา งที่ 1 เพียงแตคูณหลักรอ ยเพิ่มอีก 1 ตวั ดังนี้ หลักหนว ย 8 × 6 = 48 ใส 8 ลงในหลกั หนว ย สวน 4 ซ่ึงเปน หลกั สิบใหทดขนึ้ ไปไว บวกกบั ตวั เลขในหลักสิบตอไป หลกั สบิ 7 × 6 = 42 บวกอีก 4 ทท่ี ดไวร วมเปน 46 ใหใ ส 6 ลงในหลกั สบิ สว น 4 ตัวหนา ใหทดขน้ึ ไปไวบ วกกับตวั เลขในหลกั รอ ยตอ ไป หลกั รอย 5 × 6 = 30 บวกอกี 4 ทท่ี ดไวร วมเปน 34 ใหใ ส 4 ลงในหลักรอยและ 3 ลงในหลกั พนั ไดเ ลย เพราะไมม เี ลขตวั หนาทจี่ ะตอ งคณู อกี ผลคณู ดงั นน้ั ผลคณู เปน 3,468
37 แบบฝก หดั ท่ี 15 ก. ใหผ เู รียนหาจาํ นวนทที่ าํ ใหประโยคเปนจรงิ (1) 5 × 37 = 5 × (30 + ) (2) 65 × 3 = (60 × 3) + (5 × ) (3) 47 × 8 = ( +)×8 (4) 123 × 7 = ( + 20 + ) × 7 (5) (300 + 40 + 6) × 9 = (300 × 9) + ( × 9) + (6 × ) ข. ใหผ เู รียนหาผลคูณตอ ไปนโ้ี ดยวธิ ลี ดั (1) 28 × 3 (2) 78 × 4 (3) 64 × 7 (4) 90 × 8 (5) 328 × 8 เม่อื ตัวคูณเปน ตัวเลขสองหลัก เปน การคูณของจํานวน ซึ่งตวั ต้ังอาจเปนตวั เลขหลกั เดียว สองหลกั หรือสามหลกั แตตวั คูณเปน ตัวเลขสองหลัก วิธคี ณู ใหน าํ ตวั คูณไปคูณตัวตง้ั ทีละตวั โดยเร่มิ จากหลกั หนวย กอน แลว นาํ ผลคณู ของตวั คณู แตล ะตวั มาบวกกนั กจ็ ะไดผ ลคูณทง้ั หมด เราสามารถหาผลคณู ไดหลายวธิ ี วิธีทน่ี ิยมใชก นั ไดแก วธิ ีท่ี 1 โดยวิธีลัด วธิ ีนนี้ ิยมใชค ณู ตวั เลขตามแนวตง้ั ไมน ยิ มคณู ตามแนวนอน เพราะการคณู ตามแนวต้ังจะตรวจสอบ ตวั เลขไดงาย เห็นชดั เจนกวา สว นการคณู ตามแนวนอนนน้ั จะมีวธิ ีคดิ เหมอื นแนวตงั้ แตไมแ สดงใหด ู จะใส เฉพาะผลคูณใหเหน็ เทา นนั้ ดังนัน้ จะใหต วั อยา งเฉพาะการคณู ตามแนวตั้ง ดงั น้ี ตวั อยา ง 234 × 36 แบบท่ี 1 แบบท่ี 2 วธิ ที ํา วิธีทาํ 234 234 36 × 30 + 6 36 × 1404 + 234 × 6 1404 + 7020 234 × 30 702 8,4 2 4 8,4 2 4 ตอบ 8,424 ตอบ 8,424 วธิ คี ดิ วิธีนใ้ี ชค า ประจําหลกั ของตวั คูณ วิธคี ิด วิธีนเ้ี ลขตัวหลังของผลคณู แตละตัว แตล ะตัว คณู กบั ตวั ตั้ง แลว นาํ ผลคณู มาบวกกนั จะอยูตรงหลกั เดียวกนั กบั ตัวคณู ตวั นั้น แลวนํา ผลคณู แตล ะตวั มาบวกกัน
38 วิธที ี่ 2 โดยการแยกเปน ตวั ประกอบของตวั คูณ ตัวประกอบของตวั คูณ คือ การเปล่ียนตวั คณู ใหเปนเลขหลกั เดียว โดยแยกตัวคูณใหเ ปน ผลคณู ของจาํ นวนเลขหลกั เดยี ว เชน 21 = 3 × 7 เราเรียก 3 และ 7 วา เปน ตวั ประกอบของ 21 วิธีนตี้ วั ตงั้ จะเปน เลขก่หี ลักกต็ าม ถา ตัวคณู เปน เลขหลักเดยี วจะทําไดสะดวกและงา ยขึน้ กวา ทีต่ วั คณู เปน เลขหลายหลกั เพราะไมต อ งนําผลคูณมาบวกกันอีก เพยี งแตใ ชตวั คูณคณู ตวั ต้ังทีละตวั จนหมด ตวั อยา ง จงหาผลคูณของ 274 กบั 21 การคูณตามแนวนอน การคูณตามแนวตงั้ วธิ ที ํา 21 = 3 × 7 วิธที ํา 21 = 3 × 7 274 × 21 = 274 × (3 × 7) 274 × 274 × = (274 × 3) × 7 21 3 = 822 × 7 822 = 5,754 7 × ตอบ 5,754 ตอบ 5,754 5,754 วธิ คี ดิ 1. แยกตวั คณู คือ 21 ออกเปน 3 × 7 2. นํา 3 ซง่ึ เปน ตัวคณู ทนี่ อ ย คณู กบั 274 กอ น จะได 822 (เหตทุ ่ีนําตวั เลขนอ ยคณู กอน เพอ่ื จะ ไดผ ลคณู เปน จาํ นวนเลขนอ ย ๆ งา ยแกก ารคณู เลขตัวตอ ไป) 3. นํา 7 ไปคณู 822 ดงั น้ันจะไดผ ลคณู เปน 5,754 วิธที ่ี 3 โดยการแยกตวั คณู ท่ีเปน พหุคณู ของ 10 วิธีนจ้ี ะใชเ มอื่ ตัวคณู เปนพหคุ ณู ของ 10 คอื ตวั คณู ท่ีลงทายดว ย 0 นน่ั เอง ตัวอยางจงหาผลคณู ของ 324 กบั 30 การคูณตามแนวนอน การคณู ตามแนวตง้ั วิธที าํ 30 = 3 × 10 วิธีทํา 30 = 3 × 10 324 × 30 = 324 × (3 × 10) 324 = (324 × 3) × 10 3 × = 972 × 10 972 × = 9,720 10 ตอบ 9,720 9,720 ตอบ 9,720
39 วธิ ที ี่ 4 โดยวิธกี ารกระจายจาํ นวนตามคาประจาํ หลกั วิธนี ีช้ ว ยใหการหาผลคณู งา ยขนึ้ สําหรับการคณู จํานวนทม่ี เี ลขหลาย ๆ หลักใหก ระจายจํานวนทม่ี ี หลักมากกวา ไมวาจาํ นวนนนั้ จะเปน ตวั ตั้งหรอื ตัวคูณ แลวจึงคณู กบั อีกจํานวนหนึ่ง จากน้ัน จงึ นําผลคณู แต ละตัวมาบวกกนั เหมือนวธิ ีท่ี 1 ของการคูณ โดยวิธลี ัดนนั่ เอง ตวั อยาง จงหาผลคณู ของ 382 กับ 23 การคูณตามแนวนอน การคูณตามแนวตงั้ วิธที ํา วธิ ีทาํ 382 300 + 80 + 2 382 × 23 = (300 + 80 + 2) × 23 23 × 23 × = (300 × 23) + (80 × 23) + (2 × 23) = 6,900 + 1,840 + 46 6,900 + 1,840 + 46 = 8,786 = 8,786 ตอบ 8,786 ตอบ 8,786 แบบฝกหดั ที่ 16 ก. ใหห าผลคณู ตอไปน้ี โดยวธิ ลี ัด (1) 36 × 17 (2) 45 × 22 (3) 55 × 40 (4) 79 × 30 (6) 123 × 21 ข. ใหหาผลคณู ตอ ไปน้ี โดยการแยกตวั ประกอบของตัวคณู (1) 54 × 20 (2) 63 × 21 (3) 154 × 24 (4) 583 × 32 ค. ใหหาผลคณู ตอไปน้ี โดยวธิ ีกระจายจํานวนตามคาประจําหลักตามแนวนอน (1) 78 × 60 (2) 98 × 72 (3) 825 × 56 (4) 999 × 80 เม่อื ตวั คูณเปนจํานวนเลข สามหลัก สาํ หรับตวั คณู ท่ีเปน จํานวนเลขสามหลักนี้ เราสามารถหาผลคณู ไดห ลายวธิ ี แตว ิธีท่เี หมาะสมและ สะดวกคอื
40 วิธีท่ี 1 โดยวิธีลดั วธิ นี น้ี ิยมใชคูณจํานวนเลขตามแนวตง้ั และมวี ิธีคดิ เหมอื นตัวคณู ทเ่ี ปน จาํ นวนเลขสองหลกั ดงั นนั้ จะใหตวั อยางเฉพาะการคณู ตามแนวต้งั ดงั นี้ ตวั อยา ง267 × 125 แบบท่ี 1 แบบที่ 2 วธิ ที าํ วธิ ที าํ 267 × 267 × 125 125 1335 267 × 5 1335 5340 + 267 × 20 534 + 26700 267 × 100 2 67 3 3,3 7 5 3 3,3 7 5 ตอบ 33,375 ตอบ 33,375 วิธีท่ี 2 โดยการแยกตวั คณู ทเี่ ปน พหคุ ณู ของ 10 วธิ ีนจ้ี ะใชเ ม่ือตัวคณู เปนพหคุ ณู ของ 10 เชนเดียวกบั ตัวคณู ที่เปนเลขสองหลักดังนี้ ตัวอยา งท่ี 1 จงหาผลคูณของ 372 × 250 การคูณตามแนวตงั้ การคณู ตามแนวนอน วิธที ํา วธิ ีทาํ 250 = 25 × 10 = 5 × 5 × 10 250 = 25 × 10 = 5 × 5 × 10 372 × 250 = 372 × (5 × 5 × 10) 372 = (372 × 5) × 5 × 10 5 × = (1,860 × 5) × 10 1,860 × = 9,300 × 10 5 = 93,000 9,300 ตอบ 93,000 10 93,000 ตอบ 93,000
41 ตัวอยา งท่ี 2 จงหาผลคณู ของ 362 กับ 100 การคูณตามแนวนอน วิธที าํ การคณู ตามแนวตงั้ วธิ ีทาํ 100 = 10 × 10 100 = 10 × 10 362 × 362 × 100 = 362 × (10 × 10) 10 3,620 = (362 × 10) × 10 10 × = 3,620 × 10 = 36,200 36,200 ตอบ 36,200 ตอบ 36,200 สาํ หรับตัวคูณทเ่ี ปน 100 ซงึ่ เปน พหคุ ูณของ 10 เราจะสงั เกตเห็นวา ผลคูณของจํานวน เลขใด ๆ ทคี่ ูณกับ 100 จะมคี าเทากับเลขจํานวนนน้ั ตอทายดวย 00 (ศนู ย 2 ตวั ) นัน่ เอง จากตวั อยางท่ี 2 เราสามารถหาผลคณู ของ 362 กบั 100 ไดใหมโ ดยวธิ ลี ดั ซง่ึ จะสะดวกกวาดังน้ี การคณู ตามแนวนอน วิธีทาํ การคูณตามแนวตงั้ วิธที ํา 362 × 100 = 36,200 362 × ตอบ 36,200 100 36,200 ตอบ 36,200 แบบฝกหดั ท่ี 17 (4) 764 × 491 ก. ใหหาผลคณู ตอ ไปน้โี ดยวิธลี ัด (4) 917 × 320 (1) 136 × 111 (ข) 275 × 165 (3) 398 × 234 ข. ใหห าผลคณู ตอ ไปน้ี โดยวธิ กี ารแยกตวั คณู ตามแนวตงั้ (1) 247 × 200 (ข) 624 × 120 (3) 879 × 240
42 โจทยปญ หา เนื่องจากการคณู เปนวธิ ีลัดของการบวก โจทยปญ หาเกย่ี วกบั การคณู จงึ เปน เร่อื งราวทเ่ี กยี่ วของกบั ชวี ติ ประจําวนั เชน เดยี วกับการบวก แตชว ยใหเกิดการคดิ แกป ญหาเร็วขึ้นกวา การบวก ตัวอยา งท่ี 1 กระเทยี มแหง กิโลกรัมละ 18 บาท ถา ขายได 9 กิโลกรมั จะไดเ งินเทา ไร วิธที ํา ประโยคสัญลักษณ คอื 18 × 9 = กระเทยี มแหง กิโลกรมั ละ 18 บาท ขายได 9 กิโลกรมั ดังนัน้ จะไดเ งิน 18 × 9 = 162 บาท ตอบ 162 บาท ตัวอยางที่ 2 ขาวสารถงั ละ 130 บาท น้ําปลาขวดละ 18 บาท ถาซื้อขาวสาร 4 ถัง นา้ํ ปลา 14 ขวด จะตองจา ยเงินทง้ั หมดเทาไร วิธีทํา ประโยคสัญลกั ษณ คือ (130 × 4) + (18 × 14) = ขาวสารถังละ 130 บาท ซ้อื 4 ถงั คิดเปน เงิน 130 × 4 = 520 บาท น้ําปลาขวดละ 18 บาท ซื้อนํ้าปลา 14 ขวด คิดเปน เงนิ 18 × 14 = 252 บาท ดังนนั้ จะตอ งจา ยเงนิ ทัง้ หมด 520 + 252 = 772 บาท ตอบ 772 บาท การทําโจทยป ญ หาท่เี ก่ียวกับการคณู น้ี ทําไดทัง้ แบบแนวนอนและแนวตั้ง แตส วนใหญจะทาํ ตาม แนวนอน ซง่ึ อยใู นรปู ของประโยคสัญลักษณ เพราะเหน็ วาสั้นดกี วา วธิ อี ่นื ๆ แบบฝกหดั ที่ 18 (1) สมกโิ ลกรมั ละ 15 บาท ซื้อ 10 กโิ ลกรมั จะตองจายเงนิ เทา ไร (2) ชาวบา นในหมบู า นหน่งึ แบง กลุมกันสรางถนนเขา หมูบาน กลุม ละ 9 คน รวม 8 กลุม จะตองใชคน ทงั้ หมดกคี่ น (3) ชาวสวนปลูกตน มะมว ง 9 แถว แถวละ 20 ตน และตน ฝรั่ง 7 แถว แถวละ 22 ตน ดงั นน้ั มตี น ไมในสวนทั้งหมดกี่ตน (4) ซอ้ื ขนมมาครงั้ แรก 15 ถุง ถุงละ 5 ช้นิ ครงั้ ทส่ี อง 20 ถุง ถงุ ละ 6 ชน้ิ นาํ ไปแจกเด็กคนละ 1 ชนิ้ เด็กจะไดร บั แจกกี่คน (5) ขายขา วเปลอื กได 43 เกวยี น ไดร าคาเกวียนละ 4,500 บาท จะไดเงินเทาไร
43 สมบตั กิ ารสลบั ทข่ี องการคูณ การคณู ตามแนวตง้ั การคูณตามแนวนอน 3×2 = 6 3 × 2 × 2×3 = 6 2 3 ดังนั้น 3 × 2 = 2 × 3 6= 6 10 × 9 = 90 10 × 9 × 9 × 10 = 90 9 10 ดงั นัน้ 10 × 9 = 9 × 10 90 = 90 จาํ นวนสองจาํ นวนทีม่ าคูณกัน สามารถสลับทก่ี นั ได กลา วคือ ตัวต้ังและตวั คูณสลับทกี่ นั ไดโ ดยทผี่ ลคณู ยงั คงเทาเดมิ ดังเชน 3 × 2 = 2 × 3 หรือ 10 × 9 = 9 × 10 เราเรยี กสมบัติ ขอนว้ี า “สมบัตกิ ารสลบั ท่ีของการคณู ” สมบตั ิการเปลยี่ นหมขู องการคูณ 3 × 5 × 6 = (3 × 5) × 6 3×5×6 = 3 × (5 × 6) = 15 × 6 = 3 × 30 = 90 = 90 ดังนนั้ (3 × 5) × 6 = 3 × (5 × 6) การนาํ จาํ นวนสามจํานวนมาคณู กนั จะคูณสองจาํ นวนใดกอ นแลว ไปคูณกบั จาํ นวนทเี่ หลอื ผลคูณจะเทา กนั เสมอ เราเรียกสมบตั ขิ อ นว้ี า “สมบัตกิ ารเปลีย่ นหมขู องการคณู ” ประโยชนข อ น้ีก็เพ่อื จะชว ยใหค ดิ เลขงา ยขึ้น โดยยึดหลักขอ ใดขอ หนึ่งดงั น้ี 1. คณู สองจํานวนทีน่ อ ยกอน แลวจึงคณู กับจาํ นวนที่เหลือ 2. คณู สองจาํ นวนทไ่ี ดผลคณู ลงทายดวย 0 กอน แลวจึงคูณกบั จํานวนที่เหลอื 3. ถา มีจาํ นวนที่ลงทายดว ย 0 อยูหนง่ึ จํานวนทไี่ มเกนิ 3 หลกั ใหค ูณสองจํานวนทไ่ี มลง ทายดว ย 0 กอ น แลว จงึ คณู จาํ นวนที่ลงทา ยดวย 0 สมบัตกิ ารแจกแจงของการคูณ (5 + 10) × 4 = 15 × 4 (5 + 10) × 4 = (5 × 4) + (10 × 4) = 60 = 20 + 40 = 60 ดงั น้นั (5 + 10) × 4 = (5 × 4) + (10 × 4)
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279