44 4.11 การนาํ ความรเู รือ่ งทศนยิ มไปใชใ นการแกโจทยปญ หา ตวั อยางท่ี 1 เหลก็ เสน กลมขนาดเสนผานศนู ยก ลาง 1.75 เซนติเมตร ยาว 1 เมตร จะหนกั 3.862 กิโลกรมั ถาเหลก็ เสน ขนาดเดียวกนั น้ยี าว 1.25 เมตร จะหนกั กกี่ โิ ลกรมั วธิ ีทํา เหล็กเสน กลมมีขนาดเสน ผา นศนู ยกลาง 1.75 เซนติเมตร และยาว 100 เซนตเิ มตร หนัก 3.862 กโิ ลกรัม ถายาว 1 เซนตเิ มตร หนัก 3.862 0.03862 กโิ ลกรมั 100 ดังนัน้ เหลก็ เสนขนาดเดิมแตย าว 125 เซนติเมตร หนัก 0.03862125 = 4.8275กโิ ลกรัม เหลก็ เสน ขนาดเดิมยาว 1.25 เมตร หนกั 4.8275 กโิ ลกรมั ตวั อยา งที่ 2 รูปสีเ่ หล่ยี มผืนผา รูปหนง่ึ มีพืน้ ที่ 11.3364 ตารางเซนตเิ มตร ถา ดา นยาวเทากับ 4.23 เซนตเิ มตร ดา นยาวยาวกวาดา นกวางเทาไร วธิ ที ํา พน้ื ท่ีส่ีเหล่ียมผืนผา = กวาง × ยาว 11.3364 = กวา ง × 4.23 ดงั น้ัน กวาง = 11.3364 4.23 = 2.68เซนติเมตร ดานยาวยาวกวา ดา นขาง = 4.23 2.68 = 1.55เซนตเิ มตร ดานยาวยาวกวา ดา นกวาง = 1.55เซนตเิ มตร
45 แบบฝก หดั ท่ี 10 1. ใหนักศกึ ษาแกปญหาโจทยตอ ไปนี้ 1) เชอื กยาว 17.25 เมตร นาํ อีกเสนหนึ่งยาว 5.2 เมตร มาผูกตอ กนั ทําใหเ สียเชือกตรงรอยตอ 0.15 เมตร นาํ เชอื กทตี่ อ แลว มาวางเปน รปู สีเ่ หล่ียมผืนผา ใหด า นกวางยาวดานละ 1.5 เมตร ดานยาวจะ ยาวดา นละกี่เมตร .................................................................................................... ...................................................... ............................................................................................................................................ .............. .................................................................................................... ...................................................... ……………………………………………………………………………………………………… 2. น้าํ ตาลถงุ หนึ่งหนัก 9.35 กิโลกรมั จาํ นวน 16 ถงุ ใชท าํ ขนมเฉลี่ยแลว วนั ละ 4.4 กิโลกรัม จะใช นา้ํ ตาลไดท้งั หมดกี่วัน ........................................................................................................................................................... .................................................................................................... ...................................................... ........................................................................................................................ .................................. ……………………………………………………………………………………………………… 3. หองรปู สีเ่ หล่ียมผืนผา กวาง 4.8 เมตร ยาว 9.6 เมตร นาํ กระเบ้อื งรปู สเี่ หล่ยี มจตั รุ สั ขนาด 32 ตาราง เซนตเิ มตร มาปูหองจะตองใชก ระเบ้ืองกี่แผน .................................................................................................... ...................................................... .............................................................................................................................. ............................ .................................................................................................... ...................................................... ……………………………………………………………………………………………………… 4. มที องคําแทงหน่ึงหนัก 12.04 กรัม ซื้อเพม่ิ อีก 25.22 กรัม แบงขายไปสองคร้ัง หนักคร้ังละ 8.02 กรัม ท่เี หลือนาํ ไปทําแหวน 5 วง หนกั วงละ 3.45 กรัมเทาๆ กนั จะเหลือทองอีกกี่กรัม .................................................................................................... ...................................................... .................................................................................................... ...................................................... .................................................................................................... ...................................................... ………………………………………………………………………………………………………
46 บทที่ 3 เลขยกกําลัง สาระสาํ คญั สัญลกั ษณข องการเขยี นแทนการคณู จาํ นวนเดยี วกันซ้ํา ๆ หลาย ๆ คร้งั เขียนแทนดว ย an อานวา a ยกกาํ ลงั n และการเขียนแสดงจํานวนในรปู สัญกรณวทิ ยาศาสตรไ ด ผลการเรยี นรูทคี่ าดหวัง 1. บอกความหมายและเขยี นเลขยกกําลงั ทม่ี เี ลขชก้ี าํ ลังเปน จาํ นวนเตม็ แทนจาํ นวนทีก่ าํ หนดใหไ ด 2. บอกและนาํ เลขยกกําลังมาใชใ นการเขยี นแสดงจาํ นวนในรปู สัญกรณว ทิ ยาศาสตรไ ด 3. อธบิ ายการคณู และหารของเลขยกกําลังท่ีมีฐานเดยี วกัน และเลขช้ีกาํ ลังเปนจาํ นวนเตม็ ได ขอบขายเน้อื หา เร่อื งที่ 1 ความหมายและการเขยี นเลขยกกําลงั เร่อื งท่ี 2 การเขยี นแสดงจาํ นวนในรปู สัญกรณว ิทยาศาสตร เรอื่ งที่ 3 การคณู และการหารเลขยกกาํ ลงั ทม่ี ีฐานเดียวกนั และเลขชก้ี ําลังเปน จาํ นวนเตม็
47 เร่อื งที่ 1 ความหมายและการเขียนเลขยกกาํ ลงั เลขยกกําลงั หมายถงึ การใชส ญั ลกั ษณ เขียนแทนจาํ นวนทเ่ี กดิ ขนึ้ จากการคูณ ซํ้าๆ กนั หลายๆ ครงั้ เชน 3333 สามารถเขยี นแทนไดด ว ย 34 อานวา สามยกกําลังส่ี ซง่ึ มบี ทนยิ าม ดงั นี้ บทนยิ ามถา a แทนจํานวนใด ๆ และ n แทนจํานวนเตม็ บวก “a ยกกาํ ลัง n” หรือ “a กาํ ลงั n” เขยี นแทนดว ย an = aaa......a n เรยี ก an วาเลขยกกาํ ลงั ที่มี a เปน ฐานและ n เปนเลขช้ีกําลงั เชน 45 แทน 4 × 4 × 4 × 4 × 4 45 มี 4 เปน ฐาน และมี 5 เปนเลขช้ีกาํ ลงั สญั ลักษณ 45 อา นวา “สยี่ กกาํ ลังหา ” หรอื “สี่กาํ ลังหา” หรือกําลังหาของสี่ 26 แทน 2 × 2 × 2 × 2 × 2 × 2 26 มี 2 เปน ฐาน และมี 6 เปน เลขชีก้ ําลัง ในทํานองเดยี วกนั สัญลักษณ 26 อานวา “ลบสองทงั้ หมดยกกาํ ลังหก” หรือกําลงั หกของ ลบสอง จงพิจารณาตารางตอ ไปนี้ เลขยกกาํ ลัง ฐาน เลขชกี้ าํ ลงั เขียนในรูปของการคณู แทนจํานวน 33 3 3 333 27 4 5 44444 1,024 45 -2 4 (-2)(-2)(-2)(-2) 16 2 11 24 1 1 22 1 2 2 4 2 y x x x...( y ครัง้ ) x x x x...( y ครง้ั ) xy ตัวอยาง จงตอบคาํ ถามตอ ไปน้ี วธิ ีทํา 1. 83 อา นวา 8 ยกกําลัง 3 2. 103 มี 10 เปนฐาน 1. 83 อานวาอยา งไร 3. 115 มี 5 เปนเลขชก้ี าํ ลงั 2. 103 มจี ํานวนใดเปน ฐาน 4. 5 3 มีความหมายเทากบั 5 55 3. 115 มจี ํานวนใดเปน เลขชกี้ าํ ลงั 5. (-5)5 อานวา (-5) ลบหาทง้ั หมดยกกาํ ลงั หา 4. 5 3 มีความหมายอยางไร 5. 55 อานวา อยา งไร
48 แบบฝกหดั ที่ 1 1. จงเขยี นจํานวนตอ ไปนใ้ี นรูปเลขยกกําลังทมี่ เี ลขชก้ี ําลงั เปนจาํ นวนเตม็ ทมี่ ากกวา 1 พรอมทงั้ บอกฐาน และเลขชี้กาํ ลงั 1.1 25 = ……………………………….=………………………….. มี = ………………………….เปน ฐานและ.................................เปนเลขช้ีกาํ ลงั 1.2 64= ……………………………….=………………………….. มี = ………………………….เปน ฐานและ.................................เปนเลขชี้กําลงั 1.3 169= ……………………………….=………………………….. มี = ………………………….เปนฐานและ.................................เปนเลขชีก้ ําลงั 1.4 729 = ……………………………….=………………………….. มี = ………………………….เปน ฐานและ.................................เปน เลขชกี้ ําลัง 1.5 -32 = ……………………………….=………………………….. มี = ………………………….เปน ฐานและ.................................เปนเลขชก้ี าํ ลัง 1.6 -243 = ……………………………….=………………………….. มี = ………………………….เปน ฐานและ.................................เปน เลขชี้กาํ ลัง 1.7 0.125 = ……………………………….=………………………….. มี = ………………………….เปน ฐานและ.................................เปน เลขชก้ี าํ ลัง 2. จงเขยี นจาํ นวนทแี่ ทนดว ยสญั ลกั ษณตอไปนี้ 2.1 28 =…………………………………=……………………………… 2.2 34 =…………………………………=……………………………… 2.3 0.35 =…………………………………=……………………………… 2.4 0.02 6 =…………………………………=……………………………… 2.5 1 3 =…………………………………=……………………………… 3 2.6 2 3 =…………………………………=……………………………… =…………………………………=……………………………… 7 =…………………………………=……………………………… 2.7 54 2.8 23 2.9 1 5 =…………………………………=……………………………… =…………………………………=……………………………… 10 2.10 0.56
49 เรือ่ งท่ี 2 การเขยี นแสดงจํานวนในรูปสญั กรณวทิ ยาศาสตร การเขยี นจาํ นวนท่ีมคี า มากๆ ใหอยใู นรปู สญั กรณว ทิ ยาศาสตร มีรปู ทั่วไปเปน A × 10n เมอื่ 1 A < 10 และ n เปน จํานวนเต็ม พจิ ารณาการเขยี นจํานวนทม่ี คี า มาก ๆ ใหอยใู นรูปสัญกรณวทิ ยาศาสตรตอไปน้ี 1. 2,000 = 2 × 1,000 = 2 × 103 2. 800,000 = 8 × 100,000 = 8 × 105 ตัวอยางท่ี 1 จงเขียน 600,000,000 ใหอยใู นรปู สัญกรณว ิทยาศาสตร วิธีทาํ 600,000,000 = 6 × 100,000,000 = 6 × 108 ตอบ 6 ×108 ตัวอยา งที่ 2 จงเขียน 73,200,000 ใหอยใู นรปู สัญกรณว ทิ ยาศาสตร วธิ ีทํา 73,200,000 = 732 × 100,000 = 7.32 × 100 × 100,000 = 7.32 × 102 × 105 = 7.32 × 107 ตัวอยางที่ 3 ดาวเสารมีเสนผานศนู ยก ลางยาวประมาณ 113,000,000 เมตร จงเขียนใหอยใู นรปู สัญกรณ วิทยาศาสตร วธิ ีทาํ ดาวเสารม เี สน ผา นศนู ยก ลางยาวประมาณ 113,000,000 เมตร 113,000,000 = 113 × 1,000,000 = 113 × 100 × 1,000,000 = 1.13 × 102 × 106 = 1.13 × 108 ตอบ 1.13 × 108 เมตร
50 แบบฝก หดั ท่ี 2 1. จงเขยี นจาํ นวนตอไปนใี้ นรูปสญั กรณว ทิ ยาศาสตร 1. 400,000 =……………………………………………………………… =……………………………………………………………… 2. 23,000,000,000 =……………………………………………………………… =……………………………………………………………… =……………………………………………………………… =……………………………………………………………… 3. 639,000,000 =……………………………………………………………… =……………………………………………………………… =……………………………………………………………… =……………………………………………………………… 4. 247,500,000 =……………………………………………………………… =……………………………………………………………… =……………………………………………………………… =……………………………………………………………… 2. ดาวเสารอยูหา งจากดวงอาทิตยประมาณ1,430,000,000 กโิ ลเมตร จงเขยี นใหอยใู นรูปสญั กรณ วิทยาศาสตร 1,430,000,000 =……………………………………………………………… =……………………………………………………………… =……………………………………………………………… =……………………………………………………………… 3. สัญกรณว ทิ ยาศาสตรใ นแตล ะขอ ตอไปนแ้ี ทนจาํ นวนใด 3.1 2 ×106 =……………………………………………………………… =……………………………………………………………… 3.2 4.8 × 1013 =……………………………………………………………… =……………………………………………………………… 3.3 4.03 × 109 =……………………………………………………………… =………………………………………………………………
51 3.4 9.125 × 105 =……………………………………………………………… =……………………………………………………………… 3. การคูณและการหารเลขยกกําลังทม่ี ฐี านเดียวกัน และเปน เลขช้กี ําลงั เปนจาํ นวนเตม็ 3.1 การคูณเลขยกกาํ ลงั เมอ่ื เลขชกี้ าํ ลังเปน จํานวนเต็ม พิจารณาการคณู เลขยกกําลงั ที่มีฐานเปน จาํ นวนเดยี วกนั ตอไปน้ี 23 × 24 = 222 2222 = 2 × 2 × 2 × 2 ×2 × 2 × 2 = 2 7 หรือ 234 32 33 = 3 3 3 3 3 = 3 × 3 × 3 × 3 ×3 = 35 หรอื 323 1 3 1 2 = 1 1 1 1 1 3 3 3 3 3 3 3 = 1 1 1 1 1 3 3 3 3 3 = 1 5 หรอื 1 32 3 3 การคณู เลขยกกําลงั ทมี่ ีฐานเปนจาํ นวนเดยี วกันและมีเลขชก้ี ําลงั เปนจํานวนเต็มบวกเปนไปตาม สมบตั ขิ องการคณู เลขยกกาํ ลังดงั นี้ เมื่อ a แทนจํานวนใด ๆ m และ n แทนจาํ นวนเต็มบวก =am an amn
52 แบบฝกหดั ที่ 3 1. จงเขยี นจํานวนทแ่ี ทนดว ยสัญลักษณตอไปน้ี 1.1 25 26 =……………………………=………………………………… 1.2 25 32 =……………………………=………………………………… 1.3 2 33 =……………………………=………………………………… 1.4 0.75 2 =……………………………=………………………………… 1.5 12 32 =……………………………=………………………………… =……………………………=………………………………… 3 1.6 3 23 1.7 2 3 5 4 =……………………………=………………………………… 5 2 1.8 1 6 7 5 =……………………………=………………………………… 7 2 1.9 0.53 1 4 =……………………………=………………………………… =……………………………=………………………………… 2 1.10 112 113 2. จงเขียนผลคณู ของจํานวนในแตละขอ ตอไปนี้ในรูปเลขยกกาํ ลงั =……………………………=………………………………… 2.1 22 23 27 2.2 33 3 35 =……………………………=………………………………… 2.3 5 × 625 ×5 2 =……………………………=………………………………… 2.4 121 × 11 ×112 =……………………………=…………………………………
53 2.5 34 33 37 =……………………………=………………………………… 3.2 การหารเลขยกกําลงั เมอ่ื เลขชี้กําลังเปน จาํ นวนเตม็ การหารเลขยกกาํ ลงั ท่ีมีฐานเปนจาํ นวนเดียวกนั และฐานไมเ ทา กับศูนยมีเลขชก้ี าํ ลังเปนจาํ นวนเต็ม บวกในรูปของ am an จะพจิ ารณาเปน 3 กรณี คือ เม่อื m > n ,m = n และ m < nดังน้ี กรณที ี่ 1 am an เมื่อ a แทนจํานวนใด ๆ ทไี่ มใ ชศนู ย m,n แทนจํานวนเตม็ บวก และ m > n พจิ ารณาการหารเลขยกกําลังตอ ไปนี้ 1. 25 = 22222 22 22 = 222 = 23 หรอื 252 2. 37 = 3333333 35 3 3 3 3 3 = 3 2 หรอื 3 75 3. 58 = 5 5 5 5 5 5 5 5 53 5 5 5 = 5 5 5 5 5 = 55 หรือ 583 จากการหารเลขยกกาํ ลังขางตน จะเห็นวา ผลหารเปน เลขยกกําลงั ท่ีมฐี านเปนจํานวนเดิมและเลขชี้ กําลังเทากับเลขชกี้ ําลงั ของตวั ต้ังลบดว ยเลขชกี้ ําลงั ของตวั หาร ซึง่ เปน ไปตามสมบตั ิของการหารเลขยก กําลังดงั น้ี เมือ่ a แทนจาํ นวนใด ๆ ทีไ่ มใ ชศูนย m , n แทนจาํ นวนเตม็ บวก และ m > n =a m a n a mn =m n mn
54 ตัวอยา งท่ี 1 จงหาผลลัพธ 510 54 วิธที ํา 510 = 5104 54 = 56 ตอบ 56 ตวั อยา งที่ 2 จงหาผลลพั ธ 0.26 0.23 วิธที าํ 0.26 = 0.263 0.23 = 0.23 = 0.20.20.2 = 0.008 ตอบ 0.008 กรณที ่ี 2 a m a n เมือ่ a แทนจาํ นวนใด ๆ ทไี่ มใชศนู ย m , n แทนจํานวนเตม็ บวก และ m = n พิจารณา 54 54 ถา ใชบ ทนิยามของเลขยกกําลงั จะได 54 = 5555 54 5555 =1 ถาลองใชส มบัตขิ องการหารเลขยกกาํ ลัง a m a n = amn , a o ในกรณที ี่ m = n จะได =5 4 544 54 = 50 แตจ ากการใชบ ทนยิ ามของเลขยกกาํ ลงั ดงั ท่ีแสดงไวข างตน เราไดวา 54 54 1 ดงั น้นั เพื่อใหสมบัตขิ องการหารเลขยกกาํ ลงั a m a n = amn ใชไดใ นกรณีท่ี m = n ดว ยจงึ ตอ งให 50 1ในกรณที ่ัว ๆ ไปมบี ทนิยามของ a0 ดังน้ี บทนยิ าม เมอื่ a แทนจํานวนใด ๆ ท่ไี มใ ชศ ูนย a0 1
55 จะเห็นวา a m a n = amn , a o เปนจรงิ ในกรณที ี่ m = n ดวย ตัวอยา งที่ 1จงหาผลลัพธ 73 75 78 วิธีทํา 73 75 = 738 78 78 = 78 78 = 788 = 70 =1 ตอบ 1 กรณีท่ี 3 a m a n เมอ่ื a แทนจาํ นวนใด ๆ ทีไ่ มใ ชศ นู ย m , n แทนจาํ นวนเต็มบวก และ m < nพจิ ารณา25 28 ถา ใชบทนยิ ามของเลขยกกําลงั จะได 25 = 2 2 2 2 2 28 2 2 2 2 2 2 2 2 =1 222 = 1 23 ถาลองใชสมบัตขิ องการหารเลขยกกาํ ลัง a m a n = ,amn a 0 ในกรณีท่ี m < nจะได 25 = 2 58 28 2 3 = แตจากการใชบ ทนิยามของเลขยกกําลังขางตน เราไดวา 25 28 = 1 ดังนนั้ เพอ่ื ใหส มบตั ขิ อง 23 การหารเลขยกกาํ ลงั a m a n = amn ใชไดใ นกรณีท่ี m<n ดว ยจึงตอ งให 2 3 1 ในกรณที วั่ ๆ 23 ไปมบี ทนยิ ามของ an ดังนี้ บทนิยาม เมื่อ a แทนจํานวนใด ๆ ท่ไี มใชศ ูนยแ ละ n แทนจํานวนเต็มบวก =an 1 an
56 ตวั อยา งที่ 1 จงหาผลลพั ธ 116 114 117 ในรูปเลขยกกาํ ลังท่มี ีเลขชกี้ าํ ลงั เปน บวก 1113 113 112 วิธที ํา 116 114 117 = 11647 1113 113 112 111332 = 1117 1118 = = 1117 18 = 111 ตอบ 1 1 11 11
57 แบบฝกหดั ท่ี 4 1. จงหาผลลพั ธ 1.1 29 22 1.2 36 3 1.3 113 116 1.4 1 4 1 2 5 5 1.5 0.035 0.034 1.6 0.85 4 7 5 1.7 53 54 57 1.8 76 7 74 1.9 132 134 135 1.10 m6 m7 m4 เมื่อ m 0 2. จงหาผลลพั ธต อ ไปนใ้ี นรปู ที่มเี ลขช้กี ําลงั เปน จาํ นวนเตม็ บวก 2.1 53 54 2.2 38 36 32 2.3 46 4 2.4 26 21 20 2.5 1.52 1.53 2.6 x2 x5 เมอ่ื x 0 2.7 a3 a a0 a5 เมื่อ a 0 2.8 m 7 เมอ่ื m 0 m5
58 บทท่ี 4 อตั ราสวนและรอ ยละ สาระสําคญั 1. อัตราสว นเปนการเปรียบเทยี บปริมาณ 2 ปรมิ าณขนึ้ ไป จะมหี นว ยเหมอื นกัน หรือตางกนั กไ็ ด 2. รอยละเปนอตั ราสวนแสดงการเปรยี บเทียบปริมาณใดปรมิ าณหนง่ึ ตอ 100 ผลการเรยี นรูท ี่คาดหวงั 1. บอกและกําหนดอัตราสว นได 2. สามารถคาํ นวณสัดสว นได 3. สามารถหาคา รอยละได 4. สามารถแกโจทยปญ หาในสถานการณต างๆ เกีย่ วกับอัตราสวน สดั สว น และรอ ยละได ขอบขายเนอ้ื หา เรอ่ื งที่ 1 อัตราสว น เร่ืองที่ 2 สัดสว น เรอ่ื งท่ี 3 รอยละ เร่อื งท่ี 4 การแกโ จทยป ญหาเกย่ี วกบั อตั ราสว น สัดสวน และรอยละ
59 เรื่องที่ 1 อตั ราสว น อัตราสว น (Ratio) ใชเ ปรียบเทยี บปรมิ าณ 2 ปรมิ าณหรือมากกวา ก็ได โดยทีป่ รมิ าณ 2 ปรมิ าณท่ี นาํ มาเปรยี บเทียบกันนั้นจะมหี นวยเหมือนกัน หรือตา งกนั ก็ได บทนยิ าม อตั ราสว นของปรมิ าณ a ตอ ปริมาณ b เขยี นแทนดวย a : b หรอื a b เรยี ก a วา จาํ นวนแรกหรอื จํานวนท่หี นงึ่ ของอัตราสว น เรยี ก b วา จํานวนหลงั หรอื จํานวนทสี่ องของอตั ราสว น (อตั ราสวน a : b หรือ a อานวา a ตอ b ) b การเขยี นอัตราสวน มี 2 แบบ 1. ปรมิ าณ 2 ปรมิ าณมีหนว ยเหมือนกนั เชน โตะตวั หนึ่งมคี วามกวา ง 50 เซนตเิ มตร ยาว 120 เซนตเิ มตร เขียนเปนอตั ราสว นไดวา ความกวา งตอความยาวของโตะ เทากับ 50 : 120 2. ปรมิ าณสองปริมาณมหี นว ยตา งกัน เชน นมเปรี้ยว 4 กลอง ราคา 23 บาท เขยี นเปน อตั ราสว นไดวา อตั ราสวนของนมเปรยี้ วเปนกลอ งตอ ราคาเปนบาท เปน 4 : 23 ตวั อยางเชน ถาเปน ปริมาณทม่ี หี นวยเหมอื นกนั อตั ราสว นจะไมม ีหนวยเขียนกํากบั เชน มานะหนกั 25 กโิ ลกรัม มานหี นกั 18 กิโลกรมั จะกลาววาอตั ราสว นของนา้ํ หนกั ของมานะตอมานเี ทากับ 25: 18 หรือ 25 18 ถาเปนปริมาณท่ีมหี นวยตา งกนั อตั ราสว นจะตองเขียนหนวยแตล ะประเภทกาํ กับดว ย เชน สดุ าสูง 160 เซนตเิ มตร หนกั 34 กิโลกรมั อัตราสวนความสงู ตอนํ้าหนักของสุดา เทากับ 160 เซนติเมตร : 34 กโิ ลกรมั
60 แบบฝก หดั ท่ี 1 1. จงเขยี นอัตราสว นจากขอ ความตอ ไปนี้ 1). ระยะทางในแผนท่ี 1 เซนติเมตร แทนระยะทางจรงิ 100 กโิ ลเมตร ……………………………………………………………………………………………... 2). รถยนตแลน ไดร ะยะทาง 200 กิโลเมตร ในเวลา 3 ช่ัวโมง ……………………………………………………………………………………………... 3). โรงเรยี นแหง หนง่ึ มคี รู 40 คน นกั เรียน 1,000 คน ……………………………………………………………………………………………... 4). อตั ราการเตน ของหัวใจมนุษยเ ปน 72 ครั้งตอ นาที ……………………………………………………………………………………………... 2. สลากกินแบง รฐั บาลแตล ะงวดเปนเลข 6 หลัก เชน 889748 ซง่ึ มีหมายเลขตา งกันท้ังหมด 1,000,000 ฉบบั ในจํานวนทัง้ หมดนม้ี สี ลากที่ถกู รางวลั เลขทา ย 2 ตัวทั้งหมด 10,000 ฉบับ ถกู รางวัลเลขทาย 3 ตวั 4,000 ฉบบั และถกู รางวัลที่ 1 อกี 1 ฉบับ จงเขียนอตั ราสวนแสดงการเปรยี บเทยี บจํานวนตอ ไปน้ี 1) จาํ นวนท่ถี กู รางวลั ที่ 1 ตอทัง้ หมด ……………………………………………………………………………………………... 2) จํานวนทถ่ี กู รางวลั เลขทาย 3 ตวั ตอทงั้ หมด ……………………………………………………………………………………………... 3) จาํ นวนที่ถกู รางวลั เลขทาย 2 ตวั ตอ ท้งั หมด ……………………………………………………………………………………………... 4) อตั ราสว นของสลากท่ถี ูกรางวลั เลขทา ย 2 ตวั ตอ เลขทา ย 3 ตัว ……………………………………………………………………………………………... 3. พอคา จัดลูกกวาดคละสขี นาดเทากนั ลงในขวดโหลเดียวกัน โดยนบั เปน ชดุ ดงั น้ี “ลกู กวาดสแี ดง 3 เม็ด สี เขียว 2 เมด็ สีเหลอื ง 5 เม็ด” จงหา 1) อัตราสว นจาํ นวนลกู กวาดสแี ดงตอ ลกู กวาดทัง้ หมด ……………………………………………………………………………………………... 2) อตั ราสวนของจาํ นวนลกู กวาดสแี ดงตอลูกกวาดสเี หลอื ง ……………………………………………………………………………………………... 3) ถา สุม หยบิ ลูกกวาดขน้ึ มาจากโหลจาํ นวน 5 เม็ด นา จะไดลกู กวาดสใี ดมากท่ีสุด เพราะเหตใุ ด ……………………………………………………………………………………………... ……………………………………………………………………………………………...
61 อัตราสวนที่เทา กัน การหาอัตราสวนทเี่ ทา กบั อตั ราสวนทกี่ าํ หนดให ทําไดโ ดยการคณู หรือหารอัตราสว นทัง้ ตวั แรก และตวั ทส่ี องดว ยจาํ นวนเดียวกนั ตามหลักการ ดงั นี้ หลกั การคณู เม่อื คูณแตละจาํ นวนในอัตราสว นใดดว ยจํานวนเดียวกนั โดยทจ่ี าํ นวนน้ันไมเ ทา กบั ศนู ย จะไดอัตราสว นใหมทเ่ี ทากับอัตราสวนเดมิ น่ันคือ a a c a d เม่ือ c 0 และ d 0 b bc bd หลักการหาร เม่ือหารแตล ะจํานวนในอตั ราสว นใดดว ยจาํ นวนเดียวกนั โดยที่จาํ นวนนน้ั ไมเทา กับศูนย จะไดอตั ราสว นใหมเทา กบั อัตราสวนเดมิ น่ันคือ a a c a d เม่อื c 0 และ d 0 b bc bd ตวั อยาง จงหาอตั ราสว นอีก 3 อตั ราสว นทเี่ ทากับอัตราสว นทก่ี าํ หนด วิธที ํา 3:4 หรอื 3 4 3 3 4 12 4 4 4 16 3 3 9 27 4 4 9 36 3 311 33 4 411 44 ดงั นน้ั 1126 , 27 , 33 เปนอัตราสว นที่เทา กับอตั ราสว น 3 : 4 36 44 การตรวจสอบการเทากนั ของอตั ราสว นใดๆ ทําไดโดยใชล กั ษณะการคูณไขวไ ดโ ดยใชว ิธดี งั นี้ เมอ่ื a , b, c และ d เปน จาํ นวนนับ 1) ถา a d b c แลว a c bd
62 2) ถา a d b c แลว a c bd ตวั อยาง จงตรวจสอบวา อัตราสวนในแตล ะขอตอ ไปนเ้ี ทา กันหรอื ไม 1) 3 และ 5 46 2) 26 และ 39 30 45 1) พจิ ารณาการคณู ไขวข อง 3 และ 5 46 เนือ่ งจาก 36 = 18 45 = 20 ดงั นัน้ 36 45 นนั่ คอื 3 5 46 2) พจิ ารณาการคูณไขวข อง 26 และ 39 30 45 เนอ่ื งจาก 2645 = 1,170 = 1,170 30 39 ดังนน้ั 26 45 = 3039 น่นั คอื 26 = 39 30 45 แบบฝก หดั ที่ 2 1. ถา อัตราการแลกเปล่ียนเงินดอลลารตอ เงินหนึ่งบาทเทากบั 1 : 43 จงเติมราคาเงินในตาราง 2. จงเขยี นอตั ราสวนทเี่ ทากับอัตราสวนทกี่ ําหนดใหตอ ไปนี้มาอกี 3 อัตราสว น 1) 2 = .............................................................................................................................. 3 2) 5 = .............................................................................................................................. 9
63 3. จงตรวจสอบวาอตั ราสว นตอ ไปนเ้ี ทา กนั หรอื ไม อตั ราสว นทก่ี าํ หนดไว พิจารณาการคณู ไขว ผลการตรวจสอบ 5 10 5 12 = 10 6 5 10 1) 6 กบั 12 เพราะ 60 = 60 6 = 12 2) 3 กับ 4 3 5 4 4 3 4 4 5 เพราะ 15 16 4 5 3) 6 กกบักับับ 9711285600 4) 182 5) 100.3 10 4. จงทาํ ใหอตั ราสวนตอ ไปนมี้ หี นว ยเดียวกันและอยูในรูปอยางงาย ตวั อยาง อตั ราสว นความกวางตอ ความยาวของโตะ เปน 50 เซนติเมตร : 1.2 เมตร มคี วามหมายเหมอื นกบั 50 เซนติเมตร : 1.2 x 100 เซนตเิ มตร ดังน้นั อตั ราสว นความกวา งตอ ความยาวของโตะเปน 50 : 120 หรือ 5 : 12 1) อตั ราสว นของจํานวนวนั ทนี่ าย ก. ทาํ งาน ตอ ชัว่ โมงทนี่ าย ข. ทาํ งาน เปน 2 วนั : 10 ชั่วโมง ดังนน้ั อตั ราสวนเวลาท่ีนาย ก. ทาํ งาน ตอเวลาทนี่ าย ข. ทํางานเปน ……………………………………………………………………………………………... ……………………………………………………………………………………………... 2) อัตราสว นของระยะทางจากบา นไปตลาด ตอ ระยะทางจากบา นไปโรงเรยี นเปน 200 เมตร : 1.5 กโิ ลเมตร ดงั น้นั อัตราสวนของระยะทางจากบา นไปตลาด ตอระยะทางจากบานไปโรงเรยี นเปน ……………………………………………………………………………………………... ……………………………………………………………………………………………...
64 อัตราสว นตอ เนอ่ื ง(อตั ราสว นของจํานวนหลายๆจาํ นวน) ในสถานการณจรงิ ทเ่ี ก่ียวกบั ชีวิตประจาํ วนั เรามักจะพบความสมั พันธของจํานวนหลาย ๆ จํานวน เชน ขนมผงิ บา นคุณยาย ใชส วนผสมดังน้ี แปงขา วเจา 3 ถวยตวง นาํ้ กะทิเขมขน 1 ถวยตวง น้ําตาลมะพรา ว 1 ถว ยตวง 2 นน่ั คอื อตั ราสวนของจํานวนแปงขาวเจาตอ นาํ้ กะทิเปน 3 : 1 หรือ 6 : 2 อตั ราสวนของจํานวนนา้ํ กะทติ อนาํ้ ตาลมะพราวเปน 1 : 1 หรือ 2 : 1 2 อัตราสว นของจํานวนแปง ขา วเจาตอนาํ้ ตาลมะพรา วเปน 3 : 1 หรือ 6 : 1 หรือเขียนในรูปอัตราสวน 2 ของจาํ นวนหลาย ๆ จํานวน ดงั นี้ อัตราสว นของแปงขา วเจา ตอ นํา้ กะทิ ตอ นาํ้ ตาลมะพรา ว เปน 3 : 1 : 1 หรือ 6 : 2 : 1 2 ตวั อยาง หอ งเรียนหอ งหนง่ึ มอี ัตราสวนของความกวางตอความยาวหอ งเปน 3 : 4 และความสงู ตอความยาว ของหองเปน 1 : 2 จงหาอตั ราสวนของความกวา ง : ความยาว : ความสงู ของหอ ง วิธีทํา อัตราสวนความกวา ง : ความยาวของหอ ง เทากบั 3 : 4 อัตราสว นความสูง : ความยาวของหอ ง เทากับ 1 : 2 หรอื 1 x 2 : 2 x 2 เทา กับ 2 : 4 นั่นคอื อัตราสว นความกวางตอความยาว ตอความสงู ของหอง เทา กบั 3 : 4 : 2
65 แบบฝก หดั ท่ี 3 1. พอ แบง เงนิ ใหล ูกสามคนโดยกําหนด อัตราสวนของจํานวนเงนิ ลูกคนโต ตอคนกลาง ตอ คนเล็กเปน 5 : 3 : 2 จงหาอตั ราสว นตอไปนี้ 1) อตั ราสวนจาํ นวนเงนิ ทีล่ กู คนโตไดรบั ตอ ลูกคนเล็ก ……………………………………………………………………………………………... ……………………………………………………………………………………………... 2) อตั ราสว นจาํ นวนเงนิ ทลี่ กู คนเลก็ ไดรบั ตอ ลูกคนกลาง ……………………………………………………………………………………………... ……………………………………………………………………………………………... 3) อัตราสวนจํานวนเงนิ ทลี่ ูกคนกลางไดรบั ตอ เงนิ ท้งั หมด ……………………………………………………………………………………………... ……………………………………………………………………………………………... 4) อตั ราสว นจาํ นวนเงนิ ที่ลกู คนเลก็ ไดรับตอ เงินทั้งหมด ……………………………………………………………………………………………... ……………………………………………………………………………………………... 2. เศรษฐคี นหนึ่งไดเ ขยี นพนิ ัยกรรมไวก อ นจะเสยี ชวี ติ วา ถา ภรรยาทก่ี ําลังตงั้ ครรภคลอดลูกเปนชายใหแ บง เงินในพนิ ัยกรรมเปน อัตราสวนเงนิ ของภรรยาตอ บตุ รชายเปน 1 : 2 แตถ าคลอดลกู เปนหญิงใหแ บง เงนิ ใน พนิ ัยกรรมเปนอตั ราสวนเงนิ ของภรรยาตอบุตรหญงิ เปน 2 : 1 เมื่อเศรษฐีคนนเี้ สยี ชีวิตลงปรากฏวา ภรรยา คลอดลกู แฝด เปน ชาย 1 คน หญงิ 1 คน จงหาอัตราสวนของเงนิ ในพนิ ัยกรรมของภรรยาตอ บตุ รชาย ตอ บตุ ร หญงิ ............................................................................................................................................................. .................................................................................................... ........................................................ ...................................................................................................................... ...................................... .................................................................................................... ........................................................ .................................................................................................... ........................................................ ............................................................................................................................................................ .................................................................................................... ........................................................ .................................................................................................... ........................................................ .............................................................................................. .............................................................. .................................................................................................... ........................................................ ...................................................................................................................................... ......................
66 เรื่องที่ 2 สัดสว น สดั สว นเปนการเขียนแสดงการเทากนั ของอัตราสว นสองอตั ราสว น เชน a : b = c : d หรือ a c อา นวา เอตอ บี เทา กับซีตอ ดี bd ตวั อยา งท่ี จงหาคาm ในสดั สวน 3 5 m 12 วิธที ี่ 1 3 5 m 12 3 5 3 (ทาํ เศษใหเทากับ 3 โดยคณู ดว ย 3 ) m 5 5 12 3 5 3 3 m 7.2 ดงั นน้ั m มีคา เทา กับ 7.2 วิธที ี่ 2 3 5 แบบฝก หดั ที่ 4 m 12 3 5 (คูณไขว) m 12 3 12 m 5 ดังนนั้ m= 7.2 1. จงเขียนสดั สวนจากอตั ราสวนตอ ไปนี้ 1) 3 ตอ 4 เทากับ 6 ตอ 8 …………………………………………………….. 2) A ตอ 7 เทา กบั 9 ตอ 27 …………………………………………………….. 3) 12 ตอ 10 เทา กับ B ตอ 5 …………………………………………………….. 4) 5 ตอ 4 เทากบั 65 ตอ D …………………………………………………….. 2. จงหาคาตวั แปรจากสดั สว นทก่ี าํ หนดใหตอไปน้ี 1) A 12 3 15 ……………………………………………………..……………………………………………… 2) 3 21 B 28 ……………………………………………………..………………………………………………
67 การแกโจทยป ญ หาโดยใชส ดั สว น ในชีวติ ประจาํ วันเราจะพบสถานการณทตี่ องแกไ ขปญหาโดยการใชหลักการคดิ คาํ นวณ เชน กําหนดอัตราสวนของเครอ่ื งด่ืมโกโกสําเร็จรปู 1 ถว ย ตอผงโกโก 2 ชอ นโตะ ตอนาํ้ ตาล 1 ชอ นโตะ ตอนํ้าตมสกุ 1 ถว ย เทา กับ 1 : 2 : 1 : 1 ถา มผี งโกโกทงั้ หมด 30 ชอนโตะ สมมติวา ชงเครอ่ื งด่ืมได A ถว ย ใชน ้ําตาล B ชอนโตะ ครมี เทยี ม C ชอ นโตะ และนาํ้ ตม สกุ D ถวย ดังน้นั อัตราสวนของจํานวนถวยโกโกท ี่ชงไดต อ จํานวนผงโกโก เทากบั 1 ถวย ตอ 2 ชอ นโตะ หรอื A ถวย ตอ 30 ชอนโตะ นั่นคือ 1 : 2 = A : 30 หรอื 1 =A จะไดวา 2 30 1 x 30 = Ax2 A = 15 ดงั นั้น ผงโกโก 30 ชอนโตะ จะชงเคร่ืองดื่มได 15 ถวย ตัวอยา งซอ้ื สมโอมา 3 ลูก ราคา 50 บาท ถามีเงนิ 350 บาท จะซื้อสม โอในอตั ราเดิมไดก ี่ลูก วิธที าํ สมมติ มีเงนิ 350 บาท ซอ้ื สมโอได A ลกู ราคาของสมโอ 50 บาท ซ้อื ได 3 ลูก จะไดว า A 50 = 3 350 = A 50 = 3 350 50 50 A 21 จะซ้ือสม โอได 21 ลกู
68 แบบฝก หดั ที่ 5 1. ขายมะละกอ 3 ผล ราคา 50 บาท ถา ขาย มะละกอ 15 ผล จะไดเงนิ เทาไร ……………………………………………………..……………………………………………… ……………………………………………………..……………………………………………… ……………………………………………………..……………………………………………… ……………………………………………………..……………………………………………… ……………………………………………………..……………………………………………… 2. กศน.แหง หนงึ่ มนี กั ศกึ ษาทงั้ หมด 400 คน มีจาํ นวนนกั ศกึ ษาหญิงตอจาํ นวนนกั ศกึ ษาชาย เปน 5: 3 จงหาวา มีนกั ศึกษาชายกค่ี นและนกั ศกึ ษาหญิงกคี่ น ……………………………………………………..……………………………………………… ……………………………………………………..……………………………………………… ……………………………………………………..……………………………………………… ……………………………………………………..……………………………………………… ……………………………………………………..……………………………………………… ……………………………………………………..……………………………………………… ……………………………………………………..……………………………………………… ……………………………………………………..……………………………………………… 3. พอแบงมรดกใหล กู สองคน โดยอตั ราสว นของสว นแบงของลกู คนโตตอ สวนแบง ลูกคนเลก็ เปน 7: 3 ถา ลกู คนโตไดเ งนิ มากกวาลกู คนเลก็ 80,000 บาท จงหาสว นแบง ทแี่ ตละคนไดร บั ……………………………………………………..……………………………………………… ……………………………………………………..……………………………………………… ……………………………………………………..……………………………………………… ……………………………………………………..……………………………………………… ……………………………………………………..……………………………………………… ……………………………………………………..……………………………………………… ……………………………………………………..……………………………………………… ……………………………………………………..……………………………………………… ……………………………………………………..………………………………………………
69 เรือ่ งท่ี 3 รอ ยละ ในชีวติ ประจําวันผูเรยี นจะเห็นวา เราเกย่ี วของกบั รอ ยละอยเู สมอ เชน การซ้ือขาย กาํ ไร ขาดทนุ การลดหรือการเพิม่ ท่คี ดิ เปน รอยละ การคิดภาษมี ลู คา เพิ่ม ฯลฯ คาํ วา รอ ยละ หรือ เปอรเซน็ ต เปนอัตราสวนแสดงการเปรยี บเทยี บปรมิ าณใดปรมิ าณหน่ึง ตอ 100 เชน รอ ยละ 50 หรือ 50% เขยี นแทนดว ย 50:100 หรอื 50 100 รอยละ 7 หรือ 7% เขยี นแทนดว ย 7:100 หรือ 7 100 การเขยี นอัตราสว นใดใหอ ยใู นรูปรอ ยละ จะตอ งเขยี นอัตราสวนนัน้ ใหอยูในรปู ทมี่ ีจํานวนหลงั อัตราสว นเปน 100 ดังตวั อยางตอไปนี้ 4 80 80 % 5 100 0.2 2 20 20 % 10 100 การเขยี นรอยละใหเ ปน อัตราสว นทาํ ไดโ ดยเขยี นอตั ราสวนทีม่ ีจํานวนหลังเปน 100 ดงั ตวั อยาง ตอ ไปนี้ 33%= 33 100 25.75 % = 25.75 2575 103 100 10000 400 ตวั อยาง จงเขียน 3 ใหอ ยูใ นรปู รอยละ 7 วธิ ีทําวธิ ที ี่ 1 ทําใหอ ตั ราสว น 3 โดยมจี ํานวนหลงั ของอัตราสว นเปน 100 7 3 100 300 3= 7 =7 7 100 7 100 7 ดังนน้ั 3 คดิ เปนรอ ยละ 300 หรอื 300 % 7 77 วธิ ีที่ 2 สมมติ 3 = รอ ยละ A หรือ A = 7 100 3 x 100 Ax7 A= 3100 300 77
70 การคํานวณเกย่ี วกบั รอ ยละ ผเู รยี นเคยคํานวณโจทยปญ หาเกี่ยวกบั รอยละมาแลว โดยไมไดใ ชสดั สว นตอไปน้จี ะเปนการนําความรู เรือ่ งสดั สวนมาใชคํานวณเกี่ยวกับรอยละ ซึ่งจะพบใน 3 ลกั ษณะ ดงั ตัวอยา งตอไปนี้ 1. 25% ของ 60 เทา กบั เทา ไร หมายความวา ถามี 25 สวนใน 100 สว น แลว จะมกี ีส่ วน ใน 60 สวน ใหม ี a สวนใน 60 สว น เขยี นสดั สว นไดด ังน้ี a 25 60 100 จะได a 100 60 25 a 60 25 100 ดงั น้นั a 15 นน่ั คือ 25% ของ 60 คอื 15 2. 9 เปน กเี่ ปอรเ ซ็นตข อง 45 หมายความวา ถามี 9 สว นใน 45 สว น แลวจะมกี ่ีสวน ใน 100 สวน ให 9 เปน x% ของ 45 x% หมายถึง x 100 เขียนสัดสวนไดด ังน้ี 9 x 45 100 จะได 9100 45 x x 9 100 45 ดังนนั้ x 20 นนั่ คอื 9 เปน 20% ของ 45 3. 8 เปน 25% ของจํานวนใด หมายความวา ถา มี 25 สวนใน 100 สว น แลวจะมี 8 สว นในกี่ สวน ให 8 เปน 25% ของ y เขียนสัดสว นไดด งั น้ี 8 25 y 100 จะได 8100 y 25 y 8 100 25 ดงั นั้น y 32 นน้ั คือ 8 เปน 25% ของ 32
71 แบบฝกหดั ที่ 6 1. จงแสดงวิธีหาคาํ ตอบ 1) 15% ของ 600 เทา กบั เทาไร ……………………………………………………………………………………………...……… ……………………………………………………………………………………...……………… ……………………………………………………………………………...……………………… ……………………………………………………………………... 2) 120% ของ 40 เทา กับเทาไร ……………………………………………………………………………………………...……… ……………………………………………………………………………………...……………… ……………………………………………………………………………...……………………… ……………………………………………………………………... 3) 28 คิดเปน ก่ีเปอรเ ซ็นต ของ 400 ……………………………………………………………………………………………...……… ……………………………………………………………………………………...……………… ……………………………………………………………………………...……………………… ……………………………………………………………………... 4) 1.5 เปน ก่ีเปอรเ ซน็ ตของ 6 ……………………………………………………………………………………………...……… ……………………………………………………………………………………...……………… ……………………………………………………………………………...……………………… ……………………………………………………………………... 5) 180 เปน 30 % ของจาํ นวนใด ……………………………………………………………………………………………...……… ……………………………………………………………………………………...……………… ……………………………………………………………………………...……………………… ……………………………………………………………………... 6) 0.125 เปน 25% ของจาํ นวนใด ……………………………………………………………………………………………...……… ……………………………………………………………………………………...……………… ……………………………………………………………………………...……………………… ……………………………………………………………………...
72 เรือ่ งท่ี 4 การแกโจทยป ญหาเกยี่ วกบั อัตราสวน สดั สวน และรอยละ ใหนักเรยี นพจิ ารณาตวั อยา งโจทยปญหาและวิธแี กปญ หาเกีย่ วกับรอยละ โดยใชสดั สว น หรือ อัตราสว น ตอ ไปนี้ ตวั อยา ง 1 ในหมบู า นแหง หนึง่ มีคนอาศัยอยู 1,200 คน 6% ของจํานวนคนทีอ่ าศัยอยใู นหมูบา นทํางานใน โรงงานสบั ปะรดกระปอ ง จงหาจาํ นวนคนงานทีท่ าํ งานในโรงงานแหง น้ี วธิ ีทาํ ใหจ ํานวนคนทที่ ํางานในโรงงานสบั ปะรดกระปอง เปน s คน อัตราสวนของจํานวนคนท่ีทาํ งานในโรงงานตอจาํ นวนคนท้งั หมด เปน s 1,200 อัตราสว นดังกลาวคิดเปน 6% 6 100 เขยี นสดั สว นไดด ังน้ี s 6 1,200 100 จะได s 100 1,200 6 s 1,200 6 100 ดังน้ัน s 72 น่นั คือ จํานวนคนงานท่ที าํ งานในโรงงานสบั ปะรดกระปอ งเปน 72 คน ตอบ 72 คน ตัวอยา งท่ี 2 โรงเรียนแหง หนง่ึ มีนกั เรยี น 1,800 คน นกั เรียนคนทห่ี นักเกิน 60 กโิ ลกรมั มอี ยู 81 คน จงหาวา จาํ นวนนักเรยี นท่หี นกั เกนิ 60 กิโลกรัม คดิ เปน กี่เปอรเซน็ ตข องจาํ นวนนกั เรียนท้ังหมด วธิ ีทาํ ใหจ ํานวนนกั เรยี นทหี่ นกั เกนิ 60 กิโลกรมั เปน n% ของจํานวนนกั เรียนทงั้ หมด เขยี นสดั สวนไดด งั น้ี n 81 จะได 100 1,800 n1,800 10081 ดังนั้น n 100 81 1,800 n 4.5 น่นั คือ จํานวนนกั เรยี นที่หนกั เกิน 60 กิโลกรมั คิดเปน 4.5% ของจาํ นวนนกั เรียนท้งั หมด ตอบ 4.5 เปอรเซ็นต
73 แบบฝก หดั ที่ 7 จงแสดงวิธีหาคาํ ตอบ 1. นกั ศกึ ษา กศน. 500 คน สอบไดเ กรด 4 จํานวน 25% ของทงั้ หมด จงหาจาํ นวนนกั ศกึ ษาทสี่ อบได เกรด 4 ……………………………………………………………………………………………...……… ……………………………………………………………………………………... ……………………………………………………………………………………………...……… ……………………………………………………………………………………... 2. โรงเรียนแหงหนึง่ มนี กั เรียน 2,000 คน เปน ชาย 40% ของทงั้ หมด ในจาํ นวนนีม้ าจากตา งจังหวัด รอ ยละ60 จงหา 1) จํานวนนักเรยี นหญงิ ……………………………………………………………………………………………...……… ……………………………………………………………………………………... 2) จํานวนนกั เรยี นชายทีไ่ มไ ดม าจากตา งจงั หวดั ทง้ั หมด ……………………………………………………………………………………………...……… ……………………………………………………………………………………... 3. รานคา แหงหนึ่งประกาศลดราคาสนิ คาทกุ ชนดิ รอยละ 20 ถาคุณแมซอ้ื เครอ่ื งแกว มาไดร บั สว นลด 250 บาท จงหาวา รานคา ปด ราคาขายผลิตภัณฑน น้ั กอ นลดราคาเทา ไร ……………………………………………………………………………………………...……… ……………………………………………………………………………………... ……………………………………………………………………………………………...……… ……………………………………………………………………………………... ……………………………………………………………………………………………...……… ……………………………………………………………………………………... ……………………………………………………………………………………………...……… ……………………………………………………………………………………...
74 4. แผนผงั สนามหญาแหง หนึ่งกวา ง 5 เซนติเมตร ยาว 8 เซนตเิ มตร ใชมาตราสว น 1 เซนติเมตร : 50 เมตร จงหาวา สนามหญา แหงนมี้ พี น้ื ที่เทาไร ……………………………………………………………………………………………...……… ……………………………………………………………………………………... ……………………………………………………………………………………………...……… ……………………………………………………………………………………... ……………………………………………………………………………………………...……… ……………………………………………………………………………………... ……………………………………………………………………………………………... 5. นกนอ ยฝากเงนิ ไวก บั ธนาคารเปน เวลา 2 ป อตั ราดอกเบ้ียรอ ยละ 3 ตอป คิดดอกเบยี้ ทบตน ทุก 12 เดอื นและถกู หักภาษีดอกเบ้ีย 15% ถานกนอ ยฝากเงนิ ไว 10,000 บาท ครบ 2 ป จะมเี งนิ ในบญั ชี เทาไร ……………………………………………………………………………………………...……… ……………………………………………………………………………………... ……………………………………………………………………………………………...……… ……………………………………………………………………………………... ……………………………………………………………………………………………...……… ……………………………………………………………………………………... ……………………………………………………………………………………………... 6. วรี ะซอ้ื รถยนตม าคนั หนง่ึ ราคา 200,000 บาท นาํ ไปขายตอ ไดกาํ ไรรอยละ 20 ตอมาเอาเงนิ ท้งั หมด ไปเลน หุนขาดทนุ รอ ยละ 20 วรี ะจะมเี งนิ เหลอื จากการเลน หนุ เทา ไร ……………………………………………………………………………………………...……… ……………………………………………………………………………………... ……………………………………………………………………………………………...……… ……………………………………………………………………………………... ……………………………………………………………………………………………...……… ……………………………………………………………………………………... ……………………………………………………………………………………………...……… ……………………………………………………………………………………...
75 บทที่ 5 การวัด สาระสาํ คญั 1. การวดั ความยาวพืน้ ท่ี ท่ีมีหนวยตา งกันสามารถนาํ มาเปรยี บเทียบกันได 2. เครอ่ื งมือการวดั ตอ งเลือกใชใ หเ หมาะสมกับสง่ิ ท่จี ะวดั 3. การคาดคะเนเกิดจากประสบการณข องผูสงั เกตเปนสําคัญ ผลการเรยี นรทู ค่ี าดหวงั 1. บอกการเปรยี บเทียบหนว ยความยาวพน้ื ที่ในระบบเดยี วกนั และตางระบบได 2. เลอื กใชห นว ยการวดั เกีย่ วกับความยาวและพื้นทไ่ี ดอ ยางเหมาะสม 3. แสดงการหาพนื้ ท่ีของรปู เรขาคณติ ได 4. สามารถแกโจทยป ญหาเกย่ี วกับพน้ื ท่สี ถานการณตา ง ๆ ในชีวิตประจาํ วนั ได 5. อธิบายวธิ กี ารคาดคะเนและนําวธิ กี ารไปใชใ นการคาดคะเนเวลา ระยะทาง ขนาด นาํ้ หนกั ขอบขายเน้ือหา เรื่องที่ 1 การเปรียบเทยี บหนวยความยาวและพน้ื ที่ เรอ่ื งที่ 2 การเลือกใชหนว ยการวัด ความยาวและพืน้ ท่ี เรอื่ งท่ี 3 การหาพ้นื ทขี่ องรูปเรขาคณิต เรื่องท่ี 4 การแกโจทยป ญ หาเกย่ี วกับพน้ื ท่ีในสถานการณต า ง ๆ เรอ่ื งท่ี 5 การคาดคะเนเวลา ระยะทาง ขนาด น้ําหนกั
76 เรื่องท่ี 1 การเปรียบเทยี บหนว ยความยาวและพน้ื ที่ การวดั การวดั เปน เร่อื งทมี่ ีความสําคญั และจําเปนตอ ชวี ติ ประจาํ วนั อยางมากในทุกยุคทกุ สมยั ในแตล ะถิ่น ฐานแตละประเทศ จะมหี นว ยการวัดท่ีแตกตางกนั ออกไป และเมอ่ื โลกเจรญิ กา วหนา ทง้ั ดานเทคโนโลยีและ การส่อื สาร จึงมคี วามจาํ เปนท่ตี อ งมคี วามชัดเจนของการสื่อสารความหมายเกี่ยวกบั ปรมิ าณของการวดั หนว ยการวัด เพ่อื ใหเกดิ ความสะดวกในการนาํ มาเปรยี บเทยี บ และเพ่อื ประโยชนในการใชง าน โดยท่วั ไปคนเรามกั จะคนุ เคยกบั การวดั หมายถงึ การชั่ง การตวง การวัดความยาว การจบั เวลา เปน ตน ในความเปน จริงนน้ั การวดั มหี ลายอยา งเชน 1. การวดั ความยาว มหี นว ยเปน มิลลเิ มตร เซนติเมตร น้วิ ฟตุ เมตร กโิ ลเมตร 2. การวดั พืน้ ท่ี มหี นว ยเปน ตารางวา ตารางเมตร งาน ไร 3. การชั่ง มหี นว ยเปน กรัม ขดี ปอนด ตัน 4. การตวง มีหนวยเปน ลกู บาศกเ ซนตเิ มตร ลิตร ถัง 5. การวดั อุณหภูมิ มีหนว ยเปน องศาเซลเซยี ส องศาฟาเรนไฮต 6. การวดั เวลา มหี นว ยเปน วินาที นาที ชว่ั โมง วนั ป 7. การวดั ความเรว็ หรอื อตั ราเร็ว มหี นวยเปน กิโลเมตร/ช่วั โมง 1.1 การเปรียบเทยี บการวดั ความยาว หนว ยการวดั ความยาวที่นิยมใชก นั ในประเทศไทย หนว ยการวดั ความยาวในระบบองั กฤษ ฟุต 12 นว้ิ เทากับ 1 หลา 3 ฟตุ เทา กับ 1 ไมล 1,760 หลา เทา กับ 1 หนวยการวดั ความยาวในระบบเมตริก 10 มิลลิเมตร เทา กับ 1 เซนตเิ มตร 100 เซนตเิ มตร เทากบั 1 เมตร 1,000 เมตร เทากับ 1 กิโลเมตร หนวยการวดั ความยาวในมาตรไทย 12 นว้ิ เทากับ 1 คืบ 2 คบื เทากับ 1 ศอก
77 4 ศอก เทา กับ 1 วา 20 วา เทากบั 1 เสน 400 เสน เทากบั 1 โยชน กําหนดการเทยี บ 1 วา เทากบั 2 เมตร หนว ยการวดั ความยาวในระบบองั กฤษเทยี บกบั ระบบเมตรกิ ( โดยประมาณ ) 1 นิ้ว เทา กบั 2.54 เซนติเมตร 1 หลา เทากบั 0.9144 เมตร 1 ไมล เทา กบั 1.6093 กโิ ลเมตร ตัวอยาง การเปรียบเทยี บหนว ยการวดั ในระบบเดียวกนั และตา งระบบกนั 1. สุดาสงู 160 เซนติเมตร อยากทราบวาสดุ าสงู ก่ีเมตร เนื่องจาก 100 เซนตเิ มตร เทากบั 1 เมตร และสุดาสูง 160 เซนติเมตร ดงั นน้ั สดุ าสูง 160 = 1.60 เมตร 100 2. ความกวางของรวั้ บานดานตดิ ถนนเปน 1.05 กิโลเมตร อยากทราบวา ความกวา งของรัว้ บา นดาน ติดกับถนนเปน กีเ่ มตร เนอื่ งจาก 1 กโิ ลเมตร เทา กับ 1,000 เมตร และร้ัวบา นกวา ง 1.05 กิโลเมตร ดงั นน้ั ความกวางของรว้ั บา นเปน 1.05 x 1,000 = 1,050 เมตร 1.2 การเปรยี บเทยี บการวดั พืน้ ที่ หนว ยการวดั พ้นื ทท่ี ีส่ าํ คัญ ทค่ี วรรจู ัก หนว ยการวดั พ้นื ทใี่ นระบบเมตรกิ 1 ตารางเซนตเิ มตร เทากบั 100 หรือ 102 ตารางมลิ ลเิ มตร 1 ตารางเมตร เทา กบั 10,000 หรือ 104 ตารางเซนติเมตร 1 ตารางกโิ ลเมตร เทากับ 1,000,000 หรือ 106 ตารางเมตร ตารางน้วิ 1 ตารางฟตุ หนว ยการวดั พน้ื ทใี่ นระบบองั กฤษ ตารางนว้ิ 1 ตารางหลา เทา กับ 144 หรือ 122 1 เอเคอร เทากับ 9 หรือ 32 1 ตารางไมล เทา กับ 4, 840 ตารางหลา หรอื 1 ตารางไมล เทา กบั 640 เอเคอร เทา กับ 1, 7602 ตารางหลา
78 100 ตารางวา หนว ยการวดั พน้ื ทใี่ นมาตราไทย 4 งาน เทา กบั 1 งาน หรอื 400 ตารางวา เทา กบั 1 ไร เทา กบั 1 ไร 1 หนว ยการวดั พื้นทใ่ี นมาตราไทยเทยี บกบั ระบบเมตรกิ 1 ตารางวา เทา กบั 4 ตารางเมตร หรอื 1 งาน เทากบั 400 ตารางเมตร 1 ไร เทา กับ 1, 600 ตารางเมตร ตารางกโิ ลเมตร เทา กบั 625 ไร หนวยการวดั พื้นทใ่ี นระบบองั กฤษกบั ระบบเมตรกิ ( โดยประมาณ ) 1 ตารางนว้ิ เทา กับ 6.4516 ตารางเซนตเิ มตร 1 ตารางฟตุ เทากับ 0.0929 ตารางเมตร 1 ตารางหลา เทา กับ 0.8361 ตารางเมตร 1 เอเคอร เทากบั 4046.856 ตารางเมตร ( 2. 529 ไร ) 1 ตารางไมล เทากบั 2.5899 ตารางกิโลเมตร ตวั อยาง 1. ทด่ี ิน 12.5 ตารางกโิ ลเมตร คดิ เปนกต่ี ารางเมตร เนอื่ งจากพื้นท่ี 1 ตารางกโิ ลเมตร เทา กับ 106 ตารางเมตร ดงั นัน้ พ้ืนท่ี 12.5 ตารางกิโลเมตร เทากบั 12.5 x 106 = 1.25 x 107 ตารางเมตร ตอบ 1.25 x 107ตารางเมตร 2. พืน้ ทชี่ น้ั ลางของบานรปู สเี่ หลี่ยมผนื ผา กวา ง 6 วา ยาว 12 วา ผูรับเหมาปูพน้ื คดิ คา ปูพนื้ ตาราง เมตรละ 37 บาท จะตอ งเสยี คา ปพู น้ื เปน เงนิ เทาไร พ้ืนทชี่ ัน้ ลา งของบานมคี วามกวา ง 6 วา ความยาว 12 วา ดงั นัน้ พน้ื ที่ชนั้ ลา งของบานมพี ้นื ทเี่ ปน 6 x 12 = 72 ตารางวา พื้นที่ 1 ตารางวา เทากบั 4 ตารางเมตร ถาคดิ พน้ื ท่เี ปนตารางเมตร พืน้ ทีช่ น้ั ลา งของบา นมพี ื้นทีเ่ ปน 72 x 4 = 288 ตารางเมตร ดังนน้ั เสียคา ปพู นื้ เปนเงนิ 288 x 37 = 10, 656 บาท ตอบ 10, 656 บาท
79 แบบฝก หดั ท่ี 1 1. จงเตมิ หนว ยความยาวหรอื หนวยพนื้ ท่ีใหเ หมาะสมกับขอ ความตอ ไปนี้ 1) ไมอัดชนิดบางมคี วามหนาแผนละ 4 ......................................................................................... 2) สมุดปกออ นมคี วามกวาง 16.5 .....................ยาว 24......................หนา 4 ................................ 3) จังหวัดเชยี งใหมและจังหวดั เลยอยหู างกนั ประมาณ 1,600 ...................................................... 4) สนามฟุตบอลแหงหนึ่งมคี วามกวา ง 45 …………… มคี วามยาว 90 ..................... และถา ว่งิ รอบสนามแหงนี้สามรอบ จะไดระยะทาง 1 ............................... 5) แผนดสิ กมคี วามกวาง 9 ................... ยาว 9.4 ........................... และหนา 3 ......................... 6) กระดาษ A4 มีพืน้ ทีป่ ระมาณ 630 ......................................... 7) หอ งเรยี นมีพน้ื ท่ปี ระมาณ 80 ................................................ 9) การวดั ความยาวของทีด่ ินในประเทศไทยนยิ มใชห นว ยเปน ................... หรอื .................... และอาจบอกจํานวนพน้ื ทข่ี องทดี่ ินตามมาตราไทยเปน ..........................หรืออาจบอกโดยใช มาตรเมตรกิ เปน ........................ ก็ได 10) แมน าํ้ โขงชว งจังหวดั มุกดาหารมคี วามกวา งประมาณ 200 ............................ 2. จงเตมิ คาํ ลงในชองวา งทกี่ าํ หนดใหถ กู ตอง 1) พน้ื ที่ 1 ไร เทากับ ..................................... ตารางเมตร 2) พื้นที่ 17 ตารางเมตร คิดเปน พื้นที่ .................................. ตารางเซนตเิ มตร 3) ทด่ี ิน 3,119 ตารางวา เทา กับทดี่ ิน ............................... (ตอบเปนไร งาน ตารางวา) 4) กระดาษแผน หนง่ึ มพี ืน้ ท่ี 720 ตารางน้วิ กระดาษแผนนม้ี ีพน้ื ท่ี ............................ ตารางฟุต 5) พืน้ ที่ 2 ตารางกโิ ลเมตร คดิ เปน พน้ื ท่ี .................... ตารางเซนติเมตร (ตอบในรูป A10n เมอื่ 1 A 10 และ n เปนจาํ นวนเตม็ ) 6) สวนสาธารณะแหงหนึ่งมพี ื้นท่ี 5 ไร 2 งาน 22 ตารางวา แลวสวนสาธารณะแหงนี้จะมีพืน้ ที่ .................... ตารางวา 7) ทน่ี า 2,900,000 ตารางเมตร เทากับทีน่ า ................................ ตารางกิโลเมตร 8) โลหะแผนหนึง่ มพี ้นื ที่ 3 ตารางฟุต โลหะแผน นจ้ี ะมีพื้นท่ี ................... .. ตารางนว้ิ 9) พ้ืนท่ี 9.5 ตารางวา จะเทา กับ .......................... ตารางเมตร 10) ลงุ สอนมที ี่ดนิ อยู 2 งาน 68 ตารางวา คดิ เปน พ้นื ที่ ..................... ตารางเมตร แลวถา ลุงสอน ขายที่ดินไป ตารางเมตรละ 875 บาท ลงุ สอนจะไดรบั เงนิ ...................... บาท แสดงวา ท่ดี ิน ของลงุ สอน ราคาไรล ะ......................... บาท
80 3. จงตอบคาํ ถามตอไปนี้ พรอมแสดงวิธีทํา 1) สวนแหง หน่งึ มพี น้ื ที่ 4,800 ตารางเมตร คดิ เปน พ้ืนทกี่ ่ีไร 2) พนื้ ที่ 25 ตารางฟตุ คิดพนื้ ท่ีกต่ี ารางเซนติเมตร 3) ลุงแดงแบงท่ดี ินใหล กู ชาย 3 คน โดยแบงใหล กู ชายคนโตได 2 ไร ลูกชายคนกลาง 850 ตารางวา และลกู ชายคนเลก็ ได 3,000 ตารางเมตร อยากทราบวา ใครไดส วนแบงท่ีดนิ มากทสี่ ุด 4) พนื้ ท่ี 5,625 ไร คดิ เปน พื้นที่ กี่ตารางกโิ ลเมตร 5) สมเกียรติซือ้ โลหะแผนชนิดหนึ่ง 3 ตารางเมตร ราคา 456 บาท สมนกึ ซอ้ื โลหะแผนชนิดเดยี วกัน 4 ตารางหลา ราคา 567บาท อยากทราบวา ใครซือ้ ไดถกู กวากัน ตารางเมตรละกีบ่ าท (กําหนด 1 หลา =90 เซนติเมตร) เร่ืองที่ 2 การเลือกใชหนวยการวัดความยาวและพนื้ ท่ี การวดั ความยาว หรือการวดั พน้ื ท่ี ควรเลอื กใชห นว ยการวดั ที่เปน มาตรฐาน และเหมาะสมกบั สิ่งท่ี ตอ งการวดั เชน - ความหนาของกระเบอ้ื งหรอื ความหนาของกระจก ใชห นวยวดั เปน \"มลิ ลเิ มตร\" - ความยาวของกระเปาหรือความสงู ของนกั เรียน ใชห นวยวดั เปน \"เซนตเิ มตร\" - ความยาวของถนน ความสงู ของตกึ ใชห นวยวดั เปน \"เมตร\" - ระยะทางจากรุงเทพฯ ถงึ นครศรธี รรมราช ใชหนว ยวัดเปน \"กโิ ลเมตร\" 1.จงเติมหนว ยการวัดที่เหมาะสมลงในชองวาง แบบฝก หดั ที่ 2 1.ความยาวของรั้วโรงเรยี น ………………………………… 2.ความหนาของหนังสอื …………………………………. 3. ระยะทางจากกรงุ เทพฯ ถึงเชยี งใหม… ………………………….. 4. น้ําหนักของแตงโม ………………………………………….. 5. เวลาทนี่ กั เรียนใชใ นการว่งิ แขง ในระยะทาง 100 เมตร…………………….. 6. อุณหภมู ิหอ ง ..................................... 7. พ้นื ที่สวน ...................................... 8. ปริมาณของนาํ้ 1 เหยอื ก ...................................... 9. สวนสูงของนกั เรยี น ..................................... 10. น้าํ หนกั ของขา วสาร 1 ถงุ ....................................
81 เรอื่ งที่ 3การหาพน้ื ทขี่ องรูปเรขาคณิต 1. รปู สามเหลยี่ ม รูปสามเหลยี่ ม คือ รูปปด ที่มดี านสามดา น มุมสามมมุ เมือ่ กาํ หนดใหดานใดดา นหนึ่งเปน ฐานของ รูปสามเหล่ียม แลว มุมท่อี ยูตรงขามกบั ฐานจะเปน มุมยอด และถาลากเสน ตรงจากมมุ ยอดมาตงั้ ฉากกบั ฐาน หรอื สวนตอ ของฐานจะเรยี กเสน ต้ังฉากวา สว นสงู จากรปู สามเหล่ียม ABC ใหกาํ หนด BC เปน ฐาน เรียก A วา มมุ ยอด เรียก AD วา สว นสูง จากรปู ที่ 1 รปู ที่ 2 รูปท่ี 3 พืน้ ที่รูปสเ่ี หลีย่ มผืนผา ABCD แตล ะรปู เทา กับ 12 ตารางหนวย และพนื้ ท่ี สามเหลย่ี มแตละรปู เทากับครึ่งหนึ่งของพน้ื ทรี่ ูปสี่เหลย่ี มผนื ผา จากสูตร พนื้ ท่ีรูปส่เี หลยี่ มผืนผา = ฐาน x สงู ดังนน้ั พ้ืนทรี่ ูปสามเหล่ียม = 1 ฐาน สูง 2
82 ตัวอยาง รูปสามเหล่ยี มรูปหน่ึงพน้ื ท่ี 40 ตารางเซนตเิ มตร และมฐี านยาว 8 เซนตเิ มตร จะมคี วามสงู ก่ี เซนติเมตร วธิ ีทํา ใหความสงู ของสามเหลี่ยม h เซนติเมตร สูตร พ้นื ที่ = 1 ฐาน สงู 2 40 = 1 8 h 2 40 2 h 8 10 = h ดังนนั้ ความสูงของสามเหลยี่ มเทา กับ 10 เซนติเมตร แบบฝกหดั ท่ี 3 1. จงหาพื้นท่ีสวนทแี่ รเงาของรูปตอ ไปนี้ ตวั เลขทเ่ี ขยี นกํากับดานไวถ ือเปนความยาวของดา น และมีหนว ย เปนหนวยความยาว ............................................................................. ................................................................. ............................................................................ .................................................................. ............................................................................ .................................................................. ....................................................................... .................................................................... ........................................................................... ................................................................... ........................................................................... ................................................................... ..................................................................... .........................................................................
83 2. รปู สามเหลย่ี มหน่งึ รูปมีพนื้ ท่ี 90 ตารางเซนติเมตร มฐี านยาว 12 เซนติเมตร จะมคี วามสูง ก่เี ซนติเมตร .................................................................................................... ........................................................ .................................................................................................. .......................................................... .................................................................................................... ........................................................ .......................................................................................................................................... .................. .................................................................................................... ........................................................ .................................................................................................. .......................................................... .................................................................................................... ........................................................ .......................................................................................................................................... .................. .................................................................................................... ........................................................ 3. สามเหลีย่ มมมุ ฉาก ABC มีมุม BAC เปนมมุ ฉาก และกาํ หนดความยาวของดา นดงั รูป จงหาความยาวของ ดาน A .................................................................................................... ........................................................ .................................................................................................... ........................................................ ............................................................................................................................................................. .................................................................................................... ........................................................ ................................................................................................................... ......................................... .................................................................................................... ........................................................
84 4. จงหาพ้ืนท่ีของสวนทแ่ี รเงาของไมฉ ากรปู สามเหลี่ยม ซ่งึ มีขนาดตามรูป (ความยาวทก่ี าํ หนดมหี นวยเปน เซนติเมตร) 30 .................................................................................................... ........................................................ .................................................................................................. .......................................................... .................................................................................................... ........................................................ .......................................................................................................................................... .................. .................................................................................................... ........................................................ .................................................................................................... ........................................................ ............................................................................................................................................................. 2. รูปส่ีเหลยี่ ม 2.1 พื้นท่ีของรูปสีเ่ หลยี่ มมมุ ฉาก บทนยิ าม รูปสเ่ี หล่ยี มมมุ ฉาก คือ รูปสเี่ หลี่ยมทมี่ มี ุมแตล ะมุมเปน มุมฉาก รูปส่เี หลยี่ มมุมฉากมี 2 ชนิด คือ ก) รูปสเ่ี หล่ยี มจัตรุ ัส เปนรูปสีเ่ หลย่ี มมมุ ฉากทมี่ ีดานทกุ ดา นยาวเทา กัน ข) รปู ส่เี หล่ยี มผนื ผา เปนรูปสเี่ หลย่ี มมุมฉากที่มดี า นตรงขามยาวเทา กนั
85 ถาแบง รูปส่ีเหลีย่ มมมุ ฉากออกเปน ตาราง ๆ โดยแบงดานกวา งและดานยาวออกเปน สวนๆ เทา ๆ กนั แลว ลากเสนเชือ่ มจุดแบง ดังรปู จากรูปตารางเลก็ ๆ ทเ่ี กดิ จากแบงแตละรูป จะมีความกวาง 1 หนว ย และยาว1 หนวย คดิ เปน พน้ื ที่ 1 ตารางหนว ย การหาพืน้ ของสีเ่ หลย่ี มมมุ ฉากรปู ที่ 1 สี่เหลย่ี มมมุ ฉากรูปท่ี 1 มีดา นกวา ง 3 หนวย ดานยาว 3หนว ย เม่อื แบง แลว ไดจํานวนตาราง 9 ตาราง หรอื มพี ้ืนที่ 9 ตารางหนวย ส่เี หลีย่ มมมุ ฉากรูปที่ 2 มดี า นกวา ง 3 หนวย ดานยาว 4 หนว ย เมื่อแบงแลวไดจํานวนตาราง 12 ตาราง หรอื มีพนื้ ที่ 12 ตารางหนวย การหาพน้ื ท่ดี งั กลา ว สามารถคํานวณไดจากผลคณู ของดา นกวางและดา นยาว น่นั คอื พนื้ ทร่ี ปู สเ่ี หลี่ยมมมุ ฉาก = ดา นกวา ง x ดา นยาว ในกรณีทเ่ี ปนรูปสีเ่ หลีย่ มจัตรุ ัส จะมดี านกวางเทา กบั ดานยาว นนั่ คอื พืน้ ทร่ี ปู สี่เหลย่ี มมมุ ฉาก = ดาน x ดา น หรือ พ้ืนทีร่ ปู สีเ่ หล่ยี มมมุ ฉาก = (ดา น)2 ตัวอยา งจงหาพืน้ ทขี่ องรปู สีเ่ หลีย่ มตอ ไปน้ี
วธิ ีทาํ 86 (ก) พ.ท. ส่ีเหลย่ี มผืนผา = กวาง x ยาว = 5x8 ตอบ = 40 ตารางหนวย ตอบ ดงั น้ัน พ้นื ทส่ี ี่เหล่ยี มผนื ผา เทา กับ 40 ตารางหนว ย ตอบ (ก) พ.ท. ส่เี หลยี่ มผืนผา = ดา นx ดาน = 4x 4 = 16ตารางเซนตเิ มตร ดงั นน้ั พนื้ ท่สี ีเ่ หลี่ยมผนื ผา เทากบั 16ตารางเซนตเิ มตร (ก) พ.ท. สี่เหลยี่ มผืนผา = (2x3) + (4x7) = 6+28 = 34ตารางน้ิว ดังนัน้ พน้ื ท่สี ่เี หล่ยี มผืนผา เทา กบั 34ตารางนวิ้ 2.2 พน้ื ทขี่ องรปู สเี่ หลยี่ มดานขนาน บทนิยาม รูปสี่เหล่ียมดานขนาน คือ รปู สเ่ี หล่ียมทีม่ ดี านตรงขามขนานกนั สองคู
87 การหาพืน้ ทขี่ องรปู สเี่ หลี่ยมดา นขนาน ถารูปส่ีเหลยี่ มดา นขนาน ABCD กาํ หนด a แทนความยาวของดา น AB และ b แทนความสูง DE จากรปู ที่ 1 ลากเสน ทแยงมุม BD และลาก DE ใหตง้ั ฉากกับ AB ดังรปู ท่ี 2 เราสามารถใชพ ืน้ ท่ี ของรปู สามเหลย่ี มหาสตู รพน้ื ทขี่ องรูปสีเ่ หลยี่ มดานขนาน ABCD ไดดังน้ี พน้ื ทขี่ อง ABCD เทา กับผลบวกของพื้นที่ ABD และพน้ื ที่ CDB เนอ่ื งจาก พืน้ ท่ี ABD เทา กบั พน้ื ที่ CDB ดังนัน้ พนื้ ที่ ABCD = 2 เทา ของพน้ื ท่ี ABD = 2 1 a b 2 สตู รพ้นื ท่ี รูปสีเ่ หลย่ี มดานขนาน = ความยาวของฐาน x ความสูง รูปสีเ่ หลย่ี มดา นขนานที่มดี า นทกุ ดา นยาวเทากนั และมุมไมเ ปนมุมฉาก เรยี กวา รูปสีเ่ หลยี่ มขนม เปยกปูน ในกรณีเปนรปู สเี่ หลี่ยมขนมเปย กปูน ถาลากเสน ทแยงมุม แบง รปู สเี่ หล่ยี มออกเปน รูปสามเหลีย่ ม สองรปู และไดส ูตรดังน้ี สตู รพืน้ ท่ี ขนมเปย กปนู = 1 ผลคณู ของเสนทแยงมมุ 2 ตวั อยาง จงหาพนื้ ทข่ี องสี่เหล่ียมดา นขนาน ABCD วธิ ที ํา
88 รปู สี่เหล่ียมดา นขนาน = ฐาน สูง ตอบ = AB AB = 10 7 ตารางเซนติเมตร ดังน้ัน พ้นื ที่สีเ่ หล่ยี มดา นขนาน ABCD = 70 ตารางเซนตเิ มตร 2.3 พน้ื ทข่ี องรูปสี่เหล่ียมคางหมู บทนยิ าม รปู สี่เหลยี่ มคางหมู คอื รูปสเ่ี หลี่ยมท่ีมดี า นขนานกันหน่ึงคเู ทานัน้ รปู ส่ีเหลี่ยมท้งั สามรูป แตละรูปมีดา นขนานกันเพียง 1 คูเทา นนั้ รปู สามเหลี่ยมทงั้ สามรูปจึงเปน ส่ีเหลย่ี มคางหมู รปู ส่ีเหลี่ยมรูปที่ 2 มีดานท่ีไมขนานกัน 1 ดา น ตง้ั ฉากกบั ดา นคขู นาน เรียกรูปสเี่ หลี่ยมคางหมนู ้ีวา ส่เี หล่ียมคางหมมู มุ ฉาก รปู สีเ่ หลีย่ มรูปที่ 3 มดี า นทีไ่ มขนานกนั ยาวเทา กนั เรยี กรปู สเ่ี หลี่ยมคางหมูน้ีวา สี่เหลี่ยมคางหมหู นา จ่ัว รปู ส่ีเหล่ยี มคางหมู ABCD มดี าน AB ขนานกับดา น CD ลาก CE ใหต ง้ั ฉากกบั AB และ ลากเสนทแยงมมุ AC ดงั รูปท่ี 2 กําหนด a แทนความยาวของดา น AB b แทนความยาวของดานCD c แทนความสงู เราสามารถใชพ ้นื ทีข่ องรูปสามเหล่ยี มหาสตู รพ้นื ทีข่ องรปู ส่เี หลยี่ มคางหมู ABCD ไดด ังนี้
89 พ้นื ท่ี ABCD เทากบั ผลบวกของ พนื้ ที่ ABC และพ้นื ท่ี ACD จากพน้ื ที่ ABC = 1ac 2 พนื้ ที่ ACD = 1 bc 2 ดังนน้ั พนื้ ที่ ABCE = 1 a e 1 b e = 1 c (a b) 2 2 2 สูตร พน้ื ที่ คางหมู = 1 สงู ผลบวกดา นคูข นาน 2 ตวั อยา ง จงหาพ้นื ทข่ี องสเ่ี หลี่ยม ABCD วิธีทํา พืน้ ทสี่ ี่เหลี่ยมคางหมู ABCD = 1 สูง ผลบวกดานคขู นาน 2 = 1 DE AB DC 2 = 1 6 12 8 2 = 3 20 ตารางเซนติเมตร ดังนัน้ พ้ืนทส่ี ่ีเหลี่ยมคางหมู ABCD = 60 ตารางเซนติเมตร 2.4 พื้นทขี่ องส่ีเหลี่ยมรูปวาว บทนยิ าม รูปสีเ่ หล่ียมรูปวาว คือ รปู สีเ่ หลยี่ มท่ีมดี านประชดิ กันยาวเทา กนั สองคู เม่อื ลากเสน ทแยงมมุ ของรปู สเ่ี หลย่ี มรูปวา ว จะพบวา เสน ทแยงมมุ ตดั กนั เปน มุมฉาก และแบงครึ่ง ซึง่ กนั และกัน
การหาพนื้ ท่ีรูปสเี่ หลีย่ มรปู วาว 90 รูปส่เี หล่ียมรูปวาว ABCD มี AB AD และ BC CD กําหนด a แทนความยาวของเสนทแยงมมุ AC b แทนความยาวของเสน ทแยงมมุ BD เสนทแยงมุม AC และ BD ตดั กันท่ีจดุ E ทําให DE ตัง้ ฉากกบั AC BE ตั้งฉากกบั AC เราสามารถใชพ ื้นที่รปู สามเหลี่ยมหาสูตรพน้ื ท่ีสี่เหล่ยี มรูปวาว ABCD ไดดงั น้ี พืน้ ท่ี ABCD เทา กบั ผลบวกของ พ้นื ท่ี ACD และพ้ืนที่ ABC จาก ABC = 1 a 1 b ADC = 2 2 1 a 1 b 2 2 ดังนน้ั พ้นื ท่ี ABCD = 1 a 1 b 1 a 1 b 2 2 2 2 พนื้ ที่ ABCD= 1 a 1 b 1 b 2 2 2 = 1 a b b 2 2 2 = 1ab 2 สูตร พ้นื ท่สี ่ีเหลีย่ มรปู วา ว = 1 ผลคูณของเสน ทแยงมมุ 2
91 ตวั อยาง จงหาพ้ืนทีร่ ปู ส่ีเหล่ียมรูปวา ว ABCD ที่มี BD 10 เซนติเมตร และ AC 12เซนตเิ มตร วิธที ํา พ้นื ท่ีรปู วาว = 1 ผลคณู ของเสน ทแยงมมุ 2 = 1 AC BD 2 = 1 12 10 ตารางเซนตเิ มตร 2 ดังนน้ั พ้ืนทร่ี ปู ส่เี หลี่ยมรูปวาว ABCD = 60 ตารางเซนตเิ มตร 2.5 พน้ื ท่ขี องรูปสีเ่ หลีย่ มใดๆ รูปสีเ่ หลี่ยมใดๆ เปนรปู สเ่ี หลย่ี มทไี่ มเ ขา ลกั ษณะของรูปสี่เหลี่ยมขา งตน การหาพ้ืนที่อาจทาํ ไดโ ดย ลากเสน ทแยงมมุ แลว หาพน้ื ทข่ี องรปู สามเหลย่ี มทเ่ี กดิ ขน้ึ จากรปู ส่ีเหลี่ยม ABCD เปนรูปส่เี หล่ียมใดๆ จากเสน ทแยงมุม AC จากจดุ B ลากเสน BEใหตัง้ ฉากกับ AC D ลากเสน DF ใหตั้งฉากกับ AC ซึ่งเสน BE และ DF เรยี กวา เสนก่งิ พนื้ ท่ี ABCD เทา กบั ผลบวกของ พนื้ ที่ ABCและพ้ืนท่ี ADC จากพื้นที่ ABC = 1 AC BE 2 พืน้ ท่ี ABD = 1 AC DF 2 ดังน้นั พืน้ ที่ ABCE = 1 AC BE 1 AC DF 2 2 = 1 AC BE DF 2
92 สูตร พ้นื ทีส่ ีเ่ หลย่ี มใดๆ = 1 ความยาวของเสน ทแยงมุม ผลบวกของความยาวของเสนกิ่ง 2 ตัวอยาง จงหาพ้ืนทข่ี องรปู สีเ่ หลี่ยม ABCD มี AC = 10 เซนติเมตร เสนกิง่ DF = 7 เซนติเมตร และ EB = 5 เซนติเมตร วธิ ีทาํ พื้นที่ ABCD = 1 เสน ทแยงมุม ผลบวกของความยาวของเสนกิ่ง 2 = 1 AC BE DF 2 = 1 10 7 5ตารางเซนตเิ มตร 2 ดงั นนั้ พน้ื ที่ ABCD = 60 ตารางเซนติเมตร แบบฝกหดั ที่ 4
93
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297