การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมนิ การอภปิ ราย เรื่อง แนวทางการธาํ รงรกั ษา และปกปองคมุ ครองพระพุทธศาสนา ลาํ ดับที่ รายการประเมนิ 4 ระดบั คะแนน 1 32 1 การอภปิ รายแนวทางการธํารงรกั ษา พระพุทธศาสนา 2 การอภิปรายแนวทางการปกปองคุมครอง พระพทุ ธศาสนาของพุทธบริษัทในสังคมไทย 3 การอภปิ รายแนวทางการปลกู จติ สาํ นึกและการมี สว นรว มในสงั คมพทุ ธ 4 การดาํ เนินการอภิปรายตามขั้นตอนและเราความ สนใจ รวม ลงชอื่ ...................................................ผปู ระเมนิ (นางสาวสดุ าพร อุดมสุข) เกณฑการใหคะแนน = 4 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ดีมาก = 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ดี = 2 คะแนน พอใช = 1 คะแนน 14 - 16 ดมี าก ปรบั ปรุง 11 - 13 ดี 8 - 10 พอใช้ ต่าํ กว่า 8 ปรบั ปรงุ
ใบความรู้ ความรทู ่วั ไปเก่ียวกับการสมั มนาพระพุทธศาสนา สมั มนา หมายถงึ การประชมุ แบบหนึง่ ซึง่ มีวตั ถุประสงคเ พือ่ แลกเปลยี่ นความรู ความคดิ เหน็ และหาขอ สรุปหรอื ขอเสนอแนะในเรือ่ งใดเร่อื งหนึ่ง ผลสรปุ ท่ไี ดถ อื วาเปนเพียงขอเสนอแนะ ผเู ก่ยี วของจะนาํ ไปปฏบิ ตั ติ ามหรอื ไมก ็ได (พจนานุกรมฉบับราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. 2542) การสัมมนาพระพทุ ธศาสนา เปน กจิ กรรมสาํ คญั ในภาคปฏิบตั ิโดยมุงที่จะกระตนุ ใหผ เู รยี นต่นื ตัวในการรว มมอื กัน แกปญ หาหรือพัฒนาโดยนาํ ความรทู ่ไี ดจากการศกึ ษาพระพทุ ธศาสนามาเปนฐานขอ มลู ผูเ รียนมีการแลกเปลยี่ นเรยี นรู ซึง่ กันและกนั มกี ารพดู คุย อภิปราย แสดงความคดิ เหน็ รว มกันอยางมีเหตผุ ล มีประสบการณร วมกันในการแกปญหา หรือพฒั นา โดยนาํ หลกั คาํ สอนของพระพทุ ธศาสนามาใชป ฏิบตั อิ ยา งเหมาะสม สภาพสังคมปจจบุ ันมีการเปลีย่ นอยตู ลอดเวลา ถา ผใู ดไมสามารถเรียนรแู ละปรับตนใหร ูเ ทาทนั ตอสภาวะตา งๆ ท่ี เกิดขึ้น ยอมจะทําใหเ กิดความทุกขหรอื เกิดปญ หา และไมส ามารถแกปญหาของตนเองและสว นรวมได ดังน้นั การ สัมมนาพระพุทธศาสนาจึงเปน การปรบั เปล่ยี นวธิ กี ารเรยี นรูข องนกั เรยี นทีเ่ นน การปฏิบัตจิ ริง จะทาํ ใหเ ขา ใจวธิ ีการ แกป ญ หาตา งๆ ซ่งึ แตละปญหายอ มเกิดมาจากมลู เหตทุ ี่แตกตา งกนั และมลู เหตุทแี่ ตกตางกนั น้นั จะสามารถดาํ เนนิ การ แกไขปญหาอยางเปนระบบไปพรอ มๆ กัน จึงบงั เกดิ ผล นอกจากนั้น การสัมมนาพระพทุ ธศาสนายังเปน การเช่ือมโยง ความรูเ กี่ยวกับพระพทุ ธศาสนา พระธรรม พระสงฆ เพ่ือนาํ มาเปน แนวทางการพัฒนาตน สงั คม และประเทศชาติ อยา งยง่ั ยนื ตลอดไป ประเภทของการสมั มนาพระพทุ ธศาสนา ซ่งึ เหมาะสมกับนกั เรยี น ไดแก 1. การสมั มนาเกีย่ วกับปญ หาที่เปนประเด็นหรือหวั ขอที่นาสนใจรวมกนั เปน กระแสขาวหรอื เหตุการณใ นชีวติ จรงิ ซงึ่ มลี กั ษณะ ดังน้ี - เปน การสมั มนายอย ใชเวลาไมน าน อาจเปนครึ่งช่ัวโมงถงึ หนึง่ ช่ัวโมง - หวั ขอในการสัมมนาเปน เร่ืองที่ครแู ละนกั เรียนมคี วามสนใจรว มกัน - หัวขอ ในการสัมมนาอาจเปน เรอ่ื งที่เรียนไปแลว แตมคี วามสงสยั ยังไมกระจา ยชัดจึงนาํ มาสมั มนากัน อกี ครั้งหนง่ึ 2. ในการสัมมนาเรอ่ื งที่เกี่ยวกับหัวขอ ตามสาระการเรยี นรทู ่กี าํ หนดไวใ นหลกั สตู ร เปน หัวขอใหญในแตละ ระดบั ช้ัน เชน - ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 เรื่อง พระพทุ ธศาสนากับการศกึ ษาทส่ี มบรู ณ - ชน้ั มัธยมศึกษาปท ่ี 5 เรอื่ ง พระพทุ ธศาสนากับการเมอื งและสันตภิ าพ - ชั้นมธั ยมศึกษาปท ี่ 6 เรอ่ื ง พระพทุ ธศาสนากบั การพัฒนาแบบยัง่ ยนื ลักษณะการสัมมนา 1. เปน การสมั มนาในชวงปลายภาคเรียน หรือเมอื่ จบหนวยการเรยี นรู 2. นกั เรียนมคี วามรพู ื้นฐานในสาระพระพุทธศาสนาเพียงพอตอ การสมั มนา 3. มงุ ใหน กั เรยี นรวมกันคดิ เพอ่ื ประมวลความรทู างพระพุทธศาสนาทกุ หวั ขอ เรอ่ื งทเี่ รยี นไป รวมทั้งประสบการณ และวธิ กี ารใชในการสัมมนา 4. ระยะเวลาในการสัมมนาข้ึนอยูกับการวางแผนรว มกนั ระหวา งนกั เรียนและครผู สู อน
ประโยชนของการสมั มนาพระพทุ ธศาสนา 1. สรางความกระจา งชัดในเร่ืองทเ่ี รียน และสามารถเช่อื มโยงความรูของเน้อื หาสาระตา งๆ ทเ่ี รียนไปแลว เขา ดวยกัน 2. ทําใหม กี ารแลกเปลย่ี นความรคู วามเขาใจ ความคิดเหน็ และผลของการปฏิบัตติ นแนวทางพระพุทธศาสนา ระหวา งกลมุ เพ่ือน ครผู สู อน ผูทรงคุณวฒุ ิ ผปู กครอง ชมุ ชน วทิ ยากร ฯลฯ มีผลทาํ ใหส ามารถนําผลการสัมมนาไป ประยกุ ตใ ชในการปฏบิ ตั ติ นไดอ ยา งถกู ตอง 3. ทําใหก ารเรยี นรูพระพุทธศาสนาสอดคลอ งกับเหตุการณแ ละสภาพสงั คมในปจจุบันผเู ขา รวมสมั มนา พระพทุ ธศาสนานาํ ขอ มลู ขา วสารในปจจบุ ันมาเปนหัวขอ เร่ืองในการสัมมนา และนําความรูท างพระพทุ ธศาสนาท่ไี ด ศึกษาแลว มาเปน พื้นฐานในการแกปญ หาหรือการพัฒนา เพอื่ ใหเ กดิ ผลดีตอ ตนเอง สังคม และประเทศชาติ 4. ทําใหผ เู รียนมคี วามเขา ใจและศรัทธาในพระพุทธศาสนา มคี วามรสู ึกทีด่ ตี อการเรยี นรพู ระพทุ ธศาสนา รจู ัก แสวงหาความรู วเิ คราะห และประเมินคาความรอู ยา งเปนระบบ สามารถนําไปสกู ารปฏบิ ตั ใิ หไ ดผ ลดี ขน้ั ตอนการสมั มนาพระพทุ ธศาสนา กําหนดหวั ขอ เรอ่ื งท่ตี องการพฒั นาหรือปญ หาทตี่ องการแกไ ข วเิ คราะหส าเหตทุ ี่ตองพัฒนาหรือสาเหตขุ องปญหา กาํ หนดเปา หมายของการพัฒนาหรือกําหนดปญหาและวางแผนการปฏิบัติ ดาํ เนนิ การตามแผน (การพฒั นาหรอื การแกปญ หา) ประเมนิ ผล ปรับปรงุ แกไข หมดปญหา หรือประสบผลสําเรจ็ ในการพัฒนา
ใบงานที่ 8.2 แนวทางการจัดกจิ กรรมเพือ่ แกปญ หาและพัฒนาสงั คม คาํ ชแี้ จง ใหนักเรยี นดูภาพ แลว วิเคราะหภาพและตอบคาํ ถาม ภาพชุดที่ 1
คาํ ถาม 1. ควรตั้งช่อื ภาพชุดน้ี วา อยา งไร 2. กิจกรรมในคา ยพุทธบุตรที่สาํ คัญ ไดแกอะไรบาง 3. การเขาคา ยพุทธบตุ รเปนการแกปญหาและพฒั นาสงั คมอยางไร
ภาพชุดท่ี 2
คาํ ถาม 1. ควรตั้งชอ่ื ภาพชดุ นี้ วาอยา งไร 2. การเขารว มกิจกรรมในภาพชุดนี้ มีประโยชนอ ยา งไร 3. กจิ กรรมในภาพนีม้ สี ว นสาํ คญั ตอการพัฒนาสังคมอยา งไร
เฉลยใบงานที่ 8.2 แนวทางการจดั กจิ กรรมเพอื่ แกปญหาและพฒั นาสงั คม คาํ ชี้แจง ใหนกั เรียนดภู าพ แลว วเิ คราะหภาพและตอบคาํ ถาม ภาพชุดที่ 1
คาํ ถาม (ตวั อยา่ ง) 1. ควรต้ังชอื่ ภาพชุดนี้ วา อยางไร 2. กิจกรรมในคา ยพุทธบตุ รท่สี ําคัญ ไดแ กอ ะไรบาง 1) การปลูกฝงคณุ ธรรม 2) การสรางความสามัคคี 3) ความรกั ในสถาบนั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย 4) กจิ กรรมกลมุ สัมพันธ 5) การทําตนเปนประโยชน 6) การฝกความอดทน 7) การฝกจติ ใหสงบ 3. การเขา คายพุทธบตุ รเปนการแกป ญ หาและพฒั นาสังคมอยางไร 1) การแกป ญ หาสงั คม เชน เยาวชนไดใ ชเวลาในการเขา คายพุทธบุตรใหเปนประโยชนตอ ตนเอง ไมทําสงิ่ ท่ี กอใหเ กิดปญหาตางๆ ซ่ึงอาจจะเนือ่ งจากความไมร ูเ ทา ทันตอเหตกุ ารณ เชน เสพยาเสพติด กอ อาชญากรรม เลนการพนัน ฯลฯ 2) การพัฒนาสงั คม คอื การรวมมือกนั ทาํ กจิ กรรมตา งๆ ใหเ ปน ประโยชนตอ สังคม เชน - การปลูกตน ไมร อบบริเวณวดั หรือชุมชนใกลเ คียง - การทําความสะอาดบริเวณวัด หรอื ชมุ ชนใกลเ คยี ง - การสรา งสรรคงานตา งๆ ทเี่ ปน ประโยชนต อ วดั หรอื ชุมชน เชน การทาํ ปา ยคตธิ รรมเตือนใจหรอื ปา ย โปสเตอร - การทาํ วารสาร สงิ่ พมิ พใ นการใหความรดู า นตา งๆ ที่เปน ประโยชนข องสงั คม (พิจารณาตามคําตอบของนกั เรียน โดยใหอ ยใู นดลุ ยพนิ จิ ของครูผสู อน)
ภาพชุดท่ี 2
คาํ ถาม (ตวั อยา่ ง) 1. ควรตั้งชอ่ื ภาพชดุ น้ี วาอยางไร 2. การเขารว มกิจกรรมในภาพชุดน้ี มีประโยชนอ ยางไร 1) เปนการสบื ทอดพระพุทธศาสนา 2) เปน การสรางความสามัคคี 3) ทาํ ใหเกิดความสบายใจ 3. กิจกรรมในภาพน้มี ีสว นสาํ คญั ตอการพัฒนาสงั คมอยางไร 1) ทําใหส ังคมอยรู ว มกนั ดว ยความสามัคคปี รองดองกนั 2) ทาํ ใหสังคมมีความเปน ระเบยี บเรยี บรอย 3) มกี ารเสยี สละแบง ปน ระหวางสมาชิก 4) เปน การสรางสรรคศลิ ปวฒั นธรรม 5) ทําใหจติ ใจสงบ ทาํ กิจกรรมตา งๆ อยางเปนระบบ (พจิ ารณาตามคําตอบของนักเรยี น โดยใหอยูในดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู อน)
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261