ตวั อย่างโจทย์บวก ลบ คูณ หาร เศษสว่ นระคน 147 โจทย์ คำตอบ (������ ������+������ ) x ������ ������ ������ ������ ������ ������ ������������ ������ ������ - ������ ÷ ������ ������ ������������ ������ ������ ������ (������ ������x������ ) ÷ ������ ������ ������������ ������ ������������ ������ ������
148 บนั ทกึ หลงั สอน 1. ผลการจดั การเรยี นการสอน 1.1 ดา้ นความรูแ้ ละความเข้าใจ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 1.2 ดา้ นกระบวนการหรอื ทักษะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 1.3 ดา้ นคณุ ลักษณะอันพึงประสงคแ์ ละเจตคติ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. จดุ เด่นจุดดอ้ ยของนกั เรียน 2.1 จุดเด่น (strength) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.2 จดุ ด้อย (Weakness) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.3 แนวทางแก้ไขจดุ ด้อยของนักเรยี น ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงช่ือ……………………………………………………..ผสู้ อน (นายชวัลกร สังขเภศ)
149 แผนการจัดการเรียนรู้หนว่ ยที่ 3 การบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจำนวนคละ แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 2 เร่ือง โจทยป์ ญั หาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ นและจำนวนคละ กลุม่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ รหสั วิชา ค 16101 รายวิชา คณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 6 เวลา 5 ช่ัวโมง ครูผสู้ อน นายชวลั กร สังขเภศ 1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้วี ัด ค 1.1 ป.6/8 แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทย์ปญั หาการบวกการลบ การคณู การหารเศษส่วน 2-3 ขนั้ ตอน 2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1) วิเคราะห์โจทย์ และวางแผนแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจำนวนคละท่ี กำหนดให้ได้ (K) 2) แสดงวิธีแก้โจทย์ปญั หาการบวก ลบ คณู หารระคนของเศษส่วนและจำนวนคละท่ีกำหนดให้ได้ (P) 3) หาคำตอบโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คณู หารระคนของเศษสว่ นและจำนวนคละ พร้อมทั้งตรวจสอบ ความสมเหตสุ มผลของคำตอบได้ (P) 4) นำความรู้เก่ยี วกบั โจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ นและจำนวนคละไปใชใ้ นชีวติ จรงิ ได้ (A) 3. สาระการเรยี นรู้ การแกโ้ จทย์ปญั หาเศษสว่ นและจำนวนคละ 4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด การแสดงวธิ ที ำและหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ นและจำนวนคละต้อง เริ่มจากการวิเคราะห์โจทย์ปัญหา วางแผน แก้โจทย์ปัญหาโดยเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ แสดงวิธีทำเป็น ลำดับขั้นตอน แล้วจึงหาคำตอบ พร้อมท้ังตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคำตอบ 5. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียนและคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสือ่ สาร 1. มีวินัย 2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รียนรู้ 1) ทกั ษะการสงั เกต 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 2) ทกั ษะกระบวนการคดิ แก้ปญั หา 3) ทักษะการนำความรไู้ ปใช้ 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
150 6. กจิ กรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รปู แบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนิค : การเรียนรู้โดยใช้กจิ กรรมเป็นฐาน (Activity- Based Learning) ชั่วโมงที่ 1 ขั้นนำ 1. ครกู ล่าวทักทายนักเรียน จากนน้ั ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนความรเู้ ร่ืองการบวก ลบ คูณ หารระคน ของเศษส่วนและจำนวนคละ โดยครูแจกกระดาษ Post it ให้นักเรียนคนละ 4 สี แล้วให้นักเรียนเขียน โจทย์การบวกเศษส่วนและจำนวนคละลงใน Post it สสี ้ม เขยี นโจทยก์ ารลบเศษส่วนและจำนวนคละลง ใน Post it สีเหลือง เขียนโจทย์การคูณเศษส่วนและจำนวนคละลงใน Post it สีชมพู และเขียนโจทย์ การหารเศษสว่ นและจำนวนคละลงใน Post it สีฟ้า พร้อมท้ังเขยี นเฉลยไวด้ ้านหลงั 2. เมือ่ ทกุ คนทำเสรจ็ เรียบร้อยแล้ว ครใู ห้นกั เรยี นนำไปแลกกบั เพ่ือนคนอ่ืน ๆ จากน้ันเขียนแสดงวิธีการแก้ โจทย์ใหถ้ ูกต้อง แล้วนำไปติดลงบอร์ดทค่ี รเู ตรียมไว้ให้ เพอ่ื ใหเ้ ปน็ สือ่ การเรียนรใู้ นช้ันเรยี น 3. ครูสุ่มกระดาษ Post it ขึ้นมาจำนวนหนึ่ง จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของการ เขียนแสดงวิธีทำ หากไม่ถูกต้อง ครูให้นักเรียนช่วยกันแก้ไขให้ถูกต้อง ส่วนที่เหลือครูนำไปตรวจท้าย คาบเรียน 4. ครูเขยี นโจทยก์ ารบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ นและจำนวนคละบนกระดานดงั นี้ (ฝง่ั กระดานซา้ ยมือ) (ฝ่ังประดาษขวามือ) 2 1 ÷ (5 + 4)= ? 4 ÷ 6 ของ 1 1 = ? 3 57 3 6 5 5. ครูขออาสาสมัครตัวแทนนักเรียนชาย 2 คน และหญิง 2 คนออกมาแข่งขันกันแสดงวิธีการแก้โจทย์ ดังกล่าวหน้าชั้นเรียน โดยโจทย์ฝั่งซ้ายมือเป็นของนักเรียนหญิง และขวามือเป็นของนักเรียนชาย เม่ือ นักเรยี นแต่ละกลุ่มทำเสรจ็ ครูใหน้ ักเรียนในชั้นชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ต้องของคำตอบ (แนวตอบ 2 1 ÷ ( 5 + 4 ) = 7 ÷ ( 5 + 4 ) (แนวตอบ 4 ÷ 6 ของ 1 1 = 4 ÷ ( 6 × 4 ) 3 65 3 65 57 3 5 73 = 7 ÷ ( 5×5 + 4×6 ) = 4÷ 8 3 6×5 5×6 57 = 7 ÷ ( 25 + 24 ) = 4× 7 3 30 30 58 = 7 ÷ 49 = 7) 3 30 10 = 7 × 30 3 49 = 10 7 = 13) 7
151 6. ครูทำเช่นนี้ 2-3 ครั้ง จากนั้นครูเน้นย้ำกับนักเรียนว่าวิธีการหาคำตอบจากโจทย์การบวก ลบ คูณ หาร ระคนของเศษส่วนและจำนวนคละ หากมีเครื่องหมาย + , - , × และ ÷ อยู่ในประโยคสัญลักษณ์ เดียวกนั ซง่ึ มหี ลกั การ ดังน้ี - หากมีวงเล็บให้คำนวณหาผลลพั ธ์ในวงเลบ็ กอ่ น - หากมคี ำวา่ “ของ” อยู่ดว้ ยแสดงว่าจำนวนทีอ่ ยู่หนา้ และหลงั ของคำว่า “ของ” คือจำนวนเดยี วกนั ใหน้ ำมาหา ผลลพั ธ์ก่อน แล้วจงึ ดำเนินการกับเครื่องหมายอน่ื ในลำดับถัดไป - หากมีเคร่ืองหมายคณู และเครื่องหมายหารให้เปลยี่ นเคร่อื งหมายหารเป็นเคร่ืองหมายคูณ และเป็น ตวั หารเป็นตวั คูณกลับ แลว้ จึงคำนวณหาผลลพั ธ์พร้อมกนั ได้ 7. ครูและนกั เรยี นร่วมกันสรุปกิจกรรม และสรุปความรูท้ ี่ได้รับท้งั หมดในชว่ั โมง ชั่วโมงท่ี 2 8. ครูทบทวนความรู้ที่ได้เรียนในชั่วโมงที่แล้ว จากนั้นครูให้นักเรียนทำกิจกรรม “ชูป้ายตามใจโจทย์” มี ข้ันตอนดังน้ี 1) ครูแจกกระดาษสีขนาด 5x10 เซนติเมตร ให้นักเรียนคนละ 4 สี โดยกำหนดให้ สีแดง แทน เคร่ืองหมายบวก สขี าวแทนเคร่ืองหมายลบ สีฟา้ แทนเครือ่ งหมายคณู และสดี ำแทนเครอื่ งหมายหาร 2) ครูสมุ่ นักเรยี นให้ออกมาหยิบซองโจทย์ปัญหาพร้อมทัง้ อ่านให้เพื่อนฟัง เมอ่ื นักเรียนฟังคำถามแล้วให้ วเิ คราะหว์ า่ โจทย์ปัญหาดังกล่าวเป็นการ บวก ลบ คูณ หรอื หาร 3) เมื่อครูให้สัญญาณ ให้นักเรียนแต่ละคนยกกระดาษสีท่ีตรงกับเครื่องหมายที่วิเคราะห์ได้จากโจทย์ ปัญหาที่เพื่อนอา่ น 4) ครูและนักเรียนร่วมกันวเิ คราะห์โจทย์ปัญหาและตรวจสอบความถูกต้อง นักเรียนท่ตี อบถูกต้องได้รับ คะแนนสะสมขอ้ ละ 1 คะแนน 5) ครูทำกิจกรรมเช่นนี้อีก 9 ครั้ง เมื่อครบ 10 ข้อ ครูรวมคะแนน และมอบรางวัลให้นักเรียนที่ทำได้ คะแนนสูงสดุ 9. ครูตั้งคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียนว่า “การบวก การลบ การคูณ และการหารมีความหมายอย่างไร และคำใดบ้างทมี่ ักพบในโจทย์ปญั หาการบวก ลบ คณู หาร โดยให้นักเรียนรว่ มกันยกตัวอยา่ ง” (แนวตอบ พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพินจิ ของครผู ้สู อน) ข้ันสอน 1. ครตู ดิ แถบโจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจำนวนคละบนกระดาน ดงั น้ี ไมท้ ่อนหนึ่งยาว 6 3 เมตร ตดั ปลายด้านหนึง่ ออก 1 เมตร ทเ่ี หลือนำมาตัด 42 เปน็ 5 ท่อน ยาวท่อนละเทา่ ๆ กนั จะได้ไม้แตล่ ะทอ่ นยาวก่เี มตร
152 2. ครูใหน้ กั เรียนอา่ นโจทยป์ ญั หาพร้อมกนั จากนัน้ ครถู ามคำถามนกั เรียน ดงั น้ี • โจทยก์ ำหนดอะไร (แนวตอบ ไมท้ ่อนหนง่ึ ยาว 6 3 เมตร ตัดปลายดา้ นหนึง่ ออก 1 เมตร ท่ีเหลอื นำมาตัดเปน็ 5 42 ทอ่ น ยาวทอ่ นละเทา่ ๆ กัน) • โจทย์ถามอะไร (แนวตอบ จะไดไ้ มแ้ ต่ละทอ่ นยาวก่ีเมตร) • เขยี นประโยคสัญลกั ษณไ์ ดอ้ ยา่ งไร (แนวตอบ 6 3 - 1 ÷ 5 = ) 4 2 3. ครูสุ่มตัวแทนนักเรียนออกมาเขียนแสดงวิธีทำหน้าชั้นเรียนคนละ 1 ขั้นตอน จากนั้นให้นักเรียนในชั้น ร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง หากพบว่ามีจุดใดที่นักเรียนเข้าใจผิด ครูจะอธิบายบทเรียนเพิ่มเติม เพ่อื ใหน้ กั เรียนเขา้ ใจยงิ่ ขนึ้ (แนวตอบ ไมท้ ่อนหน่ึงยาว 6 3 เมตร 4 1 เมตร ตดั ปลายด้านหนึง่ ออก 2 คงเหลอื ไมย้ าว 6 3 - 1 = 6 + 3 - 1 เมตร 42 42 = 6 +( 3 - 1×2) เมตร 4 2×2 =6+1 4 เมตร = 6 1 เมตร 4 นำมาตดั เป็น 5 ท่อน ยาวทอ่ นละเทา่ ๆ กนั จะได้ไมแ้ ตล่ ะท่อนยาว 6 1 ÷ 5 = 25 ÷ 5 เมตร 4 41 = 25 × 1 เมตร 45 = 5 = 1 1 เมตร) 44 4. ครทู ำกิจกรรมตามขนั้ ตอนเดิมอกี คร้งั โดยติดแถบโจทย์ปัญหาบนกระดาน ดังนี้ ทด่ี นิ แปลงหน่ึง แบง่ ปลูกบ้าน 1 ของเนอ้ื ที่ทัง้ หมด ขุดบ่อนำ้ 2 ของเนื้อทท่ี ้ังหมด 53 และยงั มีเน้ือทีเ่ หลืออยู่อีก 4 ไร่ อยากทราบว่าทีด่ ินแปลงน้ีมเี นื้อท่ีก่ไี ร่ (แนวตอบ ท่ดี นิ แปลงหน่ึงมีเนื้อท่ีทง้ั หมดจำนวน 1
153 แบง่ ปลูกบ้าน 1 ของเน้อื ทีท่ ัง้ หมด 5 ขดุ บ่อนำ้ 2 ของเน้อื ที่ทัง้ หมด 3 คงเหลือเน้ือที่ 1 - 1 - 2 = 15 - 3 - 10 ของเนื้อที่ทั้งหมด 5 3 15 15 15 = 2 ของเนือ้ ท่ที ้งั หมด 15 ดังน้นั เนอื้ ท่ี 2 คอื ทดี่ ินท่ีเหลืออยู่ 4 ไร่ 15 2 = 2×2 = 4 แสดงวา่ 15 15 ×2 30 ดังน้นั ทีด่ ินแปลงนี้มีเน้ือท่ี 30 ไร่) 5. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปกจิ กรรม และสรุปความรูท้ ไ่ี ด้รับทั้งหมดในชว่ั โมง ช่วั โมงท่ี 3 6. ครูทบทวนความรู้ที่ได้เรียนในชั่วโมงที่แล้ว จากนั้นครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 4 กลุ่ม เท่า ๆ กัน (คละ ความสามารถทางคณิตศาสตร์) แล้วร่วมกันอภิปรายขั้นตอนการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หาร ระคนของเศษส่วนและจำนวนคละ ในหนงั สอื เรียน คณิตศาสตร์ ป.6 เลม่ 1 หนา้ 76-77 7. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปขั้นตอนในการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและ จำนวนคละ ดังนี้ “การแสดงวิธีทำและหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคนของ เศษส่วนและจำนวนคละ ต้องเริ่มจาก 1) การวิเคราะห์โจทย์ปัญหา 2) วางแผนแก้โจทย์ปัญหา 3) การ แก้ปัญหา ประโยคสัญลักษณ์ และ 4) ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบ” 8. ครูแจกบัตรโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจำนวนคละให้นักเรียนแต่ละกลมุ่ 1 โจทย์ จากนน้ั ให้นักเรียนร่วมกันอภิปราย วิเคราะหโ์ จทย์ปัญหา แลว้ เขียนประโยคสัญลกั ษณ์ 9. ครูตรวจสอบความถูกต้องของประโยคสัญลักษณ์ของแต่ละกลุ่ม กลุ่มที่เขียนประโยคสัญลักษณ์ได้ ถูกต้อง ครูแจกกระดาษฟลิปชาร์ต และปากกาเคมี ให้ช่วยกันเขียนแสดงวิธีทำและตรวจสอบความ สมเหตุสมผลของคำตอบ 10. ครใู หต้ วั แทนแตล่ ะกลมุ่ ออกมานำเสนอวิธกี ารวิเคราะหโ์ จทย์ และการแสดงวิธีทำหนา้ ช้ันเรียน ครูชนื่ ชม และคอยเพิม่ เตมิ ในจุดทีย่ งั มขี อ้ บกพรอ่ ง 11. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สรปุ กจิ กรรม และสรปุ ความรู้ที่ได้รบั ทงั้ หมดในช่ัวโมง ชัว่ โมงที่ 4 11. ครูทบทวนความรู้ที่ได้เรียนในชั่วโมงที่แล้ว จากนั้นครูให้นักเรียนเข้ากลุ่มเดิมจากชั่วโมงที่แล้วช่วยกัน ศึกษา ตวั อยา่ งที่ 7 และตัวอย่างที่ 8 ในหนงั สือเรียน คณิตศาสตร์ ป.6 เล่ม 1 หนา้ 77-80
154 12. ครูสุ่มนักเรียน 2-3 กลุ่ม ออกมานำเสนอขั้นตอนในการแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคนของ เศษส่วนและจำนวนคละจากตัวอย่างที่ 7 และตัวอย่างที่ 8 ที่ได้ศึกษามา โดยครูและนักเรียนกลุ่มท่ี เหลือรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้อง จากนน้ั ครอู ธิบายเพมิ่ เติมเพือ่ ให้นักเรียนเข้าใจมากยงิ่ ขน้ึ 13. ครูให้นักเรียนจับคู่กันทำกิจกรรมพัฒนาความรู้ ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.6 เล่ม 1 หน้า 80 โดย ครูแจกสลากประโยคสัญลักษณ์ และกระดาษ A4 ให้นักเรียนทุกคู่ จากนั้นให้ช่วยกันสร้างโจทย์ปัญหา จากสลากที่จับได้ลงในกระดาษ A4 แล้วส่งครู เพื่อสลับกับคู่อื่นโดยไม่ซ้ำคู่เดิม โดยแต่ละคู่จะต้อง ชว่ ยกนั วางแผนและหาคำตอบของโจทย์ปญั หา 14. เมื่อนักเรียนแต่ละคู่ทำเสร็จเรียบรอ้ ยแล้ว ให้ออกมานำเสนอที่หน้าชั้นเรียน โดยครูและคู่ที่เป็นเจ้าของ โจทย์ร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง ซึง่ ครูคอยให้คำแนะนำเพ่มิ เตมิ กบั นักเรียนทุกคูต่ ลอดท้ังกิจกรรม 15. ครใู หน้ กั เรยี นคูเ่ ดมิ ทำ “เพือ่ นชว่ ยเพ่อื น” ในหนงั สือเรียน คณติ ศาสตร์ ป.6 เลม่ 1 หนา้ 80 16. ครูสุ่มนักเรียน 2-3 คู่ ออกมาเฉลยคำตอบที่หน้าชั้นเรียน โดยครูและนักเรียนที่เหลือในห้องร่วมกัน ตรวจสอบความถูกต้อง แล้วครอู ธิบายเพม่ิ เติมเพ่ือให้นักเรยี นเข้าใจมากยิ่งข้นึ 17. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันสรุปขั้นตอนในการแก้โจทย์ปญั หาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและ จำนวนคละ จากนนั้ ครูใหน้ ักเรยี นแตล่ ะคนทำกิจกรรมฝึกทักษะ ในหนงั สอื เรียน คณิตศาสตร์ ป.6 เลม่ 1 หนา้ 81-82 เป็นการบ้าน เพื่อตรวจสอบความเข้าใจเปน็ รายบุคคล ชว่ั โมงที่ 5 ขนั้ สรปุ 1. ครูทบทวนความรู้ที่เรียนจากชั่วโมงที่แล้ว จากนั้นครูขออาสาสมัครนักเรียน 1-2 คน ออกมาเฉลย กิจกรรมฝึกทักษะ ที่เป็นการบ้านจากชั่วโมงที่แล้ว ที่หน้าชั้นเรียน โดยครูและนักเรียนที่เหลือในห้อง รว่ มกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง จากน้นั ครอู ธบิ ายเพิ่มเตมิ เพ่ือใหน้ ักเรยี นเข้าใจมากยิ่งข้นึ 2. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปหลักการวิเคราะห์ วางแผน และแสดงวิธีทำโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจำนวนคละ ดังนี้ “ขั้นที่ 1 วิเคราะห์ปัญหาโจทย์ ครูให้นักเรยี นร่วมกันบอก สิ่งที่โจทย์กำหนด และสิ่งที่โจทย์ถาม โดยครูชี้ให้นักเรียนเห็นว่าสิ่งที่โจทย์กำหนดจะมี 3-4 ประเด็น ส่วนที่โจทย์ถามมี 1 ประเด็น ขั้นที่ 2 วางแผนกำหนดขั้นตอน ครูขอตัวแทนนักเรียนออกมาสร้าง แผนภาพบาร์โมเดลหน้าชั้นเรียน จากนั้นให้นักเรียนร่วมกันเขียนประโยคสัญลักษณ์ โดยครูเป็นผู้ ตรวจสอบความถกู ต้อง ขนั้ ที่ 3 ปฏบิ ัติตามขัน้ ตอน และขนั้ ที่ 4 ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง” 3. ครูเลือกโจทย์ปัญหาที่สร้างขึ้นในชั่วโมงที่แล้วจำนวน 4 โจทย์ปัญหา จากนั้นนำมาเขียนลงในแถบ ประโยคโดยให้มีทัง้ โจทย์ปญั หาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจำนวนคละ 4. ครูให้นักเรียนช่วยกันจัดโต๊ะเป็น 4 กลุ่ม ไว้บริเวณมุมห้องทั้ง 4 มุม จากนั้นอธิบายกติกาของกิจกรรม “โจทยป์ ญั หา กร๊งิ กร๊งิ ” ให้นักเรียนฟังตามขน้ั ตอนดังนี้
155 1) ครูเตรยี มฐานกิจกรรมไว้ 4 ฐาน แตล่ ะฐานจะมีบัตรข้อความโจทยป์ ญั หาการบวก ลบ คณู หารระคน ของเศษสว่ นและจำนวนคละวางไว้ 5 ใบ (ใบละ 1 ประโยค) 2) ให้นักเรียนจับกลุ่ม 2-3 คน (คละความสามารถทางคณิตศาสตร์) โดยครูแจกใบบันทึกข้อมูลให้ นกั เรยี นกลุ่มละ 1 ชดุ จากนั้นครใู หน้ ักเรียนจบั สลากว่ากลุ่มใดจะไดเ้ รม่ิ ต้นจากฐานกิจกรรมใด 3) เมื่อได้ยินเสยี งสัญญาณ “เริม่ ” รอบท่ี 1 ใหน้ กั เรียนเรยี งบัตรข้อความในฐานนนั้ ๆ เป็นโจทย์ปัญหา ใหถ้ ูกตอ้ ง จากน้นั บนั ทึกสง่ิ ท่โี จทยก์ ำหนดให้ และสง่ิ ทีโ่ จทยถ์ ามลงในใบบันทกึ ข้อมูลใหเ้ รียบร้อย 4) เม่อื ไดย้ นิ เสียงสัญญาณ “เร่มิ ” รอบท่ี 2 ให้นักเรียนเปล่ียนกลมุ่ โดยย้ายไปฐานท่ีอยู่ทางขวามือของ ตัวนักเรียน จากนั้นเรียงบัตรข้อความในฐานนั้น ๆ เป็นโจทย์ปัญหาให้ถูกต้อง แล้วบันทึกสิ่งที่โจทย์ กำหนดให้ และสิ่งที่โจทย์ถามลงในใบบันทึกข้อมูลให้เรียบร้อยเช่นเดิม และครูทำเช่นนี้อีก 2 ครั้ง (สญั ญาณรอบที่ 3 และ 4) เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นได้บันทึกโจทย์ปญั หาในแต่ละฐานใหค้ รบถ้วน 5) ครูทำกิจกรรมเช่นน้ีอีก 9 ครั้ง เมื่อครบ 10 ข้อ ครูรวมคะแนน และมอบรางวัลให้นักเรียนที่ทำได้ คะแนนสงู สดุ 6) ครูให้นักเรียนมานั่งประจำท่ีโต๊ะตัวเอง จากนั้นร่วมกนั อภิปรายสิ่งที่โจทย์กำหนดและสิ่งที่โจทยถ์ าม ด้วยการถามตอบ หากนักเรียนค่ใู ดทำถูกต้องครบถ้วน ครจู ะใหค้ ะแนนสะสม 7) เมื่อครูให้สัญญาณรอบที่ 6 ครูให้นักเรียนช่วยกันเขียนแสดงวิธีทำพร้อมทั้งตรวจสอบความ สมเหตสุ มผลของคำตอบ ลงในใบบนั ทกึ ความรู้ 8) เมื่อหมดเวลา ครูสุ่มนักเรียน 4 กลุ่ม ออกมานำเสนอวิธีการแก้โจทยป์ ัญหาหน้าชั้นเรียน จากนั้นครู ใหน้ ักเรยี นแต่ละกลุ่มตรวจสอบความถูกต้องของผลงาน แล้วครูเปน็ ผู้ให้คะแนนสะสม 9) ครูให้ของรางวัลสำหรับกลุ่มที่มีคะแนนสะสมมากที่สุด พร้อมทั้งเน้นย้ำในสิ่งที่นักเรียนมักทำ ผิดพลาด 5. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปราย และตอบคำถามจาก “ความรู้ที่ได้” ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.6 เล่ม 1 หน้า 82 6. ครูให้นักเรียนทุกคนทำ “ตรวจสอบตนเอง” ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.6 เล่ม 1 หน้า 82 เพื่อให้ นกั เรียนไดป้ ระเมินระดับความสามารถของตนเองหลังจากเรียนจบหน่วย 7. ครูให้นักเรียนจับคู่กันทำกิจกรรม “สนุกคิดสนุกทำ” ในหนังสือเรยี น คณิตศาสตร์ ป.6 เล่ม 1 หน้า 83 โดยครูตรวจสอบความถกู ตอ้ ง และใหค้ ำแนะนำเพมิ่ เตมิ 8. ครใู ห้นักเรยี นทุกคนทำ “คำถามทา้ ทายการคดิ ขัน้ สูง” และ “เชอ่ื มโยงสชู่ วี ติ ประจำวัน” ในหนงั สือเรยี น คณติ ศาสตร์ ป.6 เลม่ 1 หนา้ 84 เพือ่ ตรวจสอบความเข้าใจเปน็ รายบุคคล 9. ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั เฉลยคำตอบ “คำถามทา้ ทายการคดิ ขั้นสูง” และ “เช่อื มโยงสชู่ ีวติ ประจำวนั ”
156 10. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสาระสำคัญเกี่ยวกับ การบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจำนวน คละ และโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจำนวนคละ ในหนังสือเรียน คณติ ศาสตร์ ป.6 เล่ม 1 หน้า 85 11. ครูให้นักเรียนทุกคนทำแบบฝึกหัด ในแบบฝึกหัดคณิตศาสตร์ ป.6 เล่ม 1 เป็นการบ้าน เพื่อตรวจสอบ ความเขา้ ใจเป็นรายบุคคล 12. ครูให้นักเรียนทุกคนทำแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคน ของเศษส่วนและจำนวนคละ 7. การวัดและประเมนิ ผล รายการวัด วิธกี าร เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมนิ 7.1 ประเมินระหว่าง การจดั กจิ กรรม การเรยี นรู้ 1) โจทย์ปญั หาการ - ตรวจใบงานที่ 3.2 - ใบงานท่ี 3.2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ บวก ลบ คณู - ตรวจกิจกรรมฝึก - กิจกรรมฝกึ ทักษะ - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ หารระคนของ ทักษะ - แบบฝึกหดั - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ เศษส่วนและ - ตรวจแบบฝึกหดั จำนวนคละ 2) การนำเสนอ - ประเมินการนำเสนอ - แบบประเมินการ - ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น ผลงาน/ผล ผลงาน/ผลการทำ นำเสนอผลงาน เกณฑ์ การทำ กิจกรรม กิจกรรม 3) พฤติกรรมการ - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น ทำงานรายบคุ คล การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล เกณฑ์ 4) พฤติกรรม - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน การทำงานกลุม่ การทำงานกลุ่ม การทำงานกลุ่ม เกณฑ์ 5) คุณลักษณะ - สงั เกตความมวี ินัย - แบบประเมิน - ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ น อันพึงประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ มน่ั คณุ ลักษณะ เกณฑ์ ในการทำงาน อนั พึงประสงค์ 7.2 การประเมินหลังเรียน - แบบทดสอบหลัง - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลังเรียน - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ เรยี น หนว่ ย หลังเรยี น การเรียนรู้ที่ 3
รายการวดั วธิ ีการ เครอ่ื งมือ 157 การบวก ลบ คูณ หารระคนของ เกณฑก์ ารประเมิน เศษสว่ นและ จำนวนคละ 8. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้ 8.1 สอื่ การเรียนรู้ 1) หนงั สือเรียน คณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 6 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 3 การบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจำนวนคละ 2) แบบฝกึ หัด คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 6 เลม่ 1 หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 3 การบวก ลบ คณู หาร ระคนของเศษสว่ นและจำนวนคละ 3) ใบงานท่ี 3.2 เร่ือง โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คณู หารระคนของเศษส่วนและจำนวนคละ 4) กระดาษ post it 5) กระดาษสขี นาด 5x10 เซนติเมตร จำนวน 4 สี 6) แถบโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คณู หารระคนของเศษสว่ นและจำนวนคละ 7) กระดาษฟลปิ ชาร์ต 8) ปากกาเคมี 9) ใบความรูส้ ำหรับกจิ กรรม “โจทยป์ ัญหา กรง๊ิ กร๊ิง” 10) สลากประโยคสัญลกั ษณ์ 11) กระดาษ A4 8.2 แหลง่ การเรียนรู้ - ห้องเรียน
158 ใบงานที่ 3.2 เรือ่ ง โจทยป์ ญั หาการบวก ลบ คณู และหารระคนของเศษสว่ นและจำนวนคละ คำชแ้ี จง : ใหน้ กั เรียนเขียนประโยคสัญลกั ษณ์จากโจทย์ปัญหาระคนต่อไปน้ี และเขียนแสดงวธิ ีทำลงในสมดุ 1. แพรวมีเงิน 5,600 บาท พลอยมเี งนิ เปน็ 1 3 เท่าของเงนิ แพรว และพราวมีเงินเป็น 4 ของเงนิ แพรว 45 สามคนมีเงินรวมกนั เทา่ ไร เขียนเปน็ ประโยคสัญลกั ษณ์ 2. สวนแหง่ หน่ึงมีพื้นท่ี 152 ไร่ เปน็ พ้ืนที่ปลูกมะม่วงอกรอ่ ง 3 ของพื้นทที่ ้ังหมด พน้ื ท่ีปลกู มะม่วง 8 เขียวเสวย 9 ของพืน้ ท่ีท้ังหมด พ้นื ท่ที เ่ี หลือปลกู มะพร้าว ปลกู มะพรา้ วกีไ่ ร่ 16 เขียนเปน็ ประโยคสัญลกั ษณ์ 3. ไมท้ ่อนหน่งึ ยาว 6 3 เมตร ตัดปลายดา้ นหน่งึ ออก 1 เมตร ท่ีเหลือนำมาตัดเป็น 5 ทอ่ น ยาวทอ่ นละ 42 เท่าๆกัน จะได้แตล่ ะท่อน ยาวก่เี มตร เขยี นเปน็ ประโยคสญั ลกั ษณ์ 4. ถนนเส้นหน่ึงยาว 56 กโิ ลเมตร ราดยางไปแล้ว 3 ของระยะทางทงั้ หมด เหลอื ถนนทีย่ ังไม่ราดยาง 4 เป็นระยะทางเท่าไร เขยี นเป็นประโยคสญั ลกั ษณ์ 5. ทด่ี นิ แปลงหนึ่ง แบง่ ปลกู บา้ น 1 ของเนอื้ ทท่ี ั้งหมด ขุดบ่อน้ำ 2 ของเนอ้ื ท่ที ง้ั หมด และยังมีเน้ือที่ 53 เหลอื อยู่อกี 4 ไร่ อยากทราบว่าที่ดินแปลงน้ีมเี นื้อที่ก่ีไร่ เขยี นเปน็ ประโยคสญั ลักษณ์
159 ใบงานที่ 3.2 เฉลย เรอ่ื ง โจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คูณและหารระคนของเศษสว่ นและจำนวนคละ คำช้แี จง : ให้นกั เรยี นเขียนประโยคสญั ลกั ษณ์จากโจทย์ปัญหาระคนต่อไปน้ี และเขยี นแสดงวิธีทำลงในสมุด 1. แพรวมเี งิน 5,600 บาท พลอยมีเงนิ เป็น 1 3 เทา่ ของเงินแพรว และพราวมเี งนิ เปน็ 4 ของเงินแพรว 45 สามคนมีเงินรวมกันเทา่ ไร เขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ (1 3 x 5,600) + [4x (1 3 x 5,600)] + 5,600 = 4 54 2. สวนแหง่ หนึ่งมีพน้ื ที่ 152 ไร่ เปน็ พ้ืนทีป่ ลกู มะมว่ งอกร่อง 3 ของพน้ื ทีท่ ้ังหมด พน้ื ท่ปี ลูกมะมว่ ง 8 เขียวเสวย 9 ของพืน้ ที่ทัง้ หมด พื้นทีท่ ่ีเหลือปลูกมะพร้าว ปลกู มะพร้าวก่ไี ร่ 16 เขียนเปน็ ประโยคสญั ลักษณ์ 152 –[ (3 x 152) + ( 9 x 152)] = 8 16 3. ไม้ท่อนหน่ึงยาว 6 3 เมตร ตดั ปลายดา้ นหนึง่ ออก 1 เมตร ทเี่ หลือนำมาตดั เปน็ 5 ทอ่ น ยาวท่อนละ 42 เทา่ ๆกัน จะไดแ้ ตล่ ะท่อน ยาวกเี่ มตร เขยี นเป็นประโยคสญั ลกั ษณ์ (6 3 - 1) ÷ 5= 42 4. ถนนเส้นหน่งึ ยาว 56 กิโลเมตร ราดยางไปแล้ว 3 ของระยะทางทัง้ หมด เหลอื ถนนทยี่ ังไม่ราดยาง 4 เปน็ ระยะทางเท่าไร เขียนเป็นประโยคสญั ลักษณ์ 56 − 3 56 = 4 5. ท่ีดินแปลงหนง่ึ แบ่งปลูกบา้ น 1 ของเน้ือท่ีทัง้ หมด ขุดบ่อนำ้ 2 ของเนอื้ ท่ที งั้ หมด และยังมเี น้อื ท่ี 53 เหลอื อยู่อกี 4 ไร่ อยากทราบวา่ ทีด่ ินแปลงนม้ี เี นื้อท่ีกี่ไร่ เขียนเปน็ ประโยคสัญลกั ษณ์ (6 3 - 1) ÷ 5 = 42
160 ใบความร้สู ำหรบั กจิ กรรม “โจทยป์ ญั หา กริ๊ง กร๊งิ ” ฐานท่ี 1 สง่ิ ทโ่ี จทยก์ ำหนดให้ ส่งิ ท่ีโจทยถ์ าม การวางแผนแก้โจทยป์ ญั หา แสดงวิธีทำ ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคำตอบ
161 ฐานท่ี 2 สิ่งท่ีโจทย์กำหนดให้ ส่งิ ท่ีโจทยถ์ าม การวางแผนแก้โจทย์ปญั หา แสดงวิธีทำ ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบ
162 ฐานท่ี 3 สิ่งท่ีโจทย์กำหนดให้ ส่งิ ท่ีโจทยถ์ าม การวางแผนแก้โจทย์ปญั หา แสดงวิธีทำ ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบ
163 ฐานท่ี 4 สิ่งท่ีโจทย์กำหนดให้ ส่งิ ท่ีโจทยถ์ าม การวางแผนแก้โจทย์ปญั หา แสดงวิธีทำ ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบ
164 บันทกึ หลงั สอน 1. ผลการจดั การเรยี นการสอน 1.1 ด้านความร้แู ละความเข้าใจ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 1.2 ดา้ นกระบวนการหรือทกั ษะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 1.3 ด้านคุณลักษณะอันพงึ ประสงคแ์ ละเจตคติ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. จดุ เด่นจดุ ดอ้ ยของนักเรยี น 2.1 จุดเด่น (strength) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.2 จุดด้อย (Weakness) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.3 แนวทางแก้ไขจดุ ด้อยของนักเรยี น ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชอื่ ……………………………………………………..ผสู้ อน (นายชวลั กร สงั ขเภศ)
165 แผนการจดั การเรยี นรู้ หน่วยท่ี 4 ทศนิยม จำนวน 15 ช่ัวโมง วิชาคณิตศาสตร์ ค 16101 ระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 6
166 แผนการจัดการเรียนรู้หนว่ ยที่ 4 ทศนยิ ม แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1 เรือ่ ง ความสัมพนั ธร์ ะหว่างเศษส่วนและทศนิยม กล่มุ สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ รหสั วิชา ค 16101 รายวชิ า คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 6 เวลา 3 ช่ัวโมง ครูผสู้ อน นายชวลั กร สังขเภศ 1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชี้วดั ค 1.1 ป.6/9 หาผลหารของทศนยิ มที่มตี ัวหารและผลหาร เปน็ ทศนิยมไม่เกนิ 3 ตำแหน่ง 2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1) อธิบายหลกั การเขียนเศษส่วนเปน็ ทศนิยมและทศนยิ มเปน็ เศษส่วนได้ (K) 2) เขียนแสดงการแปลงเศษสว่ นทีก่ ำหนดให้ ในรูปของทศนิยมได้ (P) 3) เขยี นแสดงการแปลงทศนิยมทกี่ ำหนดให้ ในรปู ของเศษสว่ น และเศษสว่ นอย่างตำ่ ได้ (P) 4) นำความรูเ้ ก่ยี วกบั ความสมั พันธ์ระหว่างเศษสว่ นกับทศนยิ มไปใช้ในชวี ิตจรงิ ได้ (A) 3. สาระการเรียนรู้ ความสมั พันธ์ระหวา่ งเศษสว่ นกบั ทศนยิ ม 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด เศษส่วนท่ีมีตัวส่วนเป็น 10 เทียบได้กับทศนิยมหนึ่งตำแหน่ง เศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็น 100 เทียบได้กับ ทศนิยมสองตำแหนง่ และเศษสว่ นทม่ี ตี ัวส่วนเปน็ 1,000 เทยี บได้กบั ทศนยิ มสามตำแหน่ง ในกรณที ี่ตัวส่วนไม่ เป็นตวั ประกอบของ 10 100 หรอื 1,000 จะใชก้ ารหารเขา้ มาชว่ ย หากได้ผลหารไปเรือ่ ย ๆ ไมม่ ีทส่ี ิน้ สุด จะใช้ การประมาณค่าในการแปลงเศษสว่ นเปน็ ทศนยิ ม 5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียนและคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มวี นิ ัย 2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 1) ทกั ษะการสังเกต 3. มุ่งม่นั ในการทำงาน 2) ทกั ษะการแปลความ 3) ทักษะการเช่ือมโยง 4) ทกั ษะการให้เหตผุ ล 3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
167 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนคิ : การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity- Based Learning) ชัว่ โมงท่ี 1 นักเรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 4 เรื่อง ทศนิยม ข้นั นำ กระตนุ้ และใหป้ ระสบการณ์ 1. ครูกล่าวทักทายนักเรียน จากนั้นครูและนักเรียนรว่ มกันทบทวนความรู้เรื่อง ความสัมพันธ์ของเศษส่วน และทศนิยม ทเ่ี ศษส่วนมตี ัวส่วนเป็น 10 100 และ 1,000 ท่ีเคยเรียนมาแล้วในระดับช้ันประถมศึกษา ปีที่ 5 โดยครูให้นักเรียนทำกิจกรรม “พิซซ่า หน้าเดียว” โดยครูอธิบายกตกิ าการเล่นเกมใหน้ ักเรียนฟงั ดงั นี้ - นักเรยี นแต่ละคนจะได้หยบิ รูปพซิ ซ่าที่ เขยี นเศษสว่ นหรือทศนยิ มหรอื รปู ภาพคนละ 1 ชิน้ - เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณให้นักเรียนช่วยกันหาพิซซ่าที่มีค่าของเศษส่วนหรือทศนิยมหรือรูปภาพ เทา่ กันมาวางเป็นพซิ ซ่าช้นิ ใหญท่ ่สี มบรู ณ์ - เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณอีกครั้งให้นักเรียนพลิกหน้าพิซซ่าดู หากหน้าพิซซ่าเหมือนกันแสดงว่า เศษส่วน ทศนิยม หรือรูปภาพนน้ั ๆ มีค่าเทา่ กนั - นักเรียนสลับรูปชิ้นส่วนพิซซา่ แลว้ ทำกิจกรรมน้ี 3-4 รอบ 2. ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนโดยให้นักเรียนพิจารณาภาพหน้าหน่วย ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.6 เลม่ 1 หน้า 86 จากน้ันครูให้นกั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายคำถามประจำหน่วย หมายเหตุ : ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั เฉลยคำถามประจำหน่วยการเรียนรู้ หลังเรยี นหนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 4 3. ครูให้นกั เรยี นทกุ คนทำ “เตรียมพร้อมกอ่ นเรยี น” ในหนังสือเรยี น คณิตศาสตร์ ป.6 เล่ม 1 หน้า 87 4. ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยคำตอบ “เตรียมพร้อมก่อนเรียน” และครูอธิบายเพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียน เขา้ ใจมากยิง่ ข้ึน 5. ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนวิธีการเปลย่ี นทศนิยมและเศษส่วนท่ีมตี ัวส่วนเป็น 10 100 และ 1,000 ดงั น้ี ทศนยิ มหน่งึ ตำแหน่ง เม่ือเขยี นในรปู เศษส่วนจะมตี ัวส่วนเปน็ 10 ทศนยิ มสองตำแหนง่ เมอื่ เขียนในรูปเศษส่วนจะมีตัวส่วนเปน็ 100 ทศนยิ มสามตำแหนง่ เมื่อเขยี นในรปู เศษสว่ นจะมตี วั สว่ นเปน็ 1,000
168 6. ครูตัง้ คำถามกระตุ้นความคิดนักเรียนวา่ หากเศษส่วนไม่มีตัวส่วนเป็น 10 100 และ 1,000 จะมีวิธกี าร แปลงเศษส่วนเป็นทศนิยมได้อย่างไร จากนั้นเขียนคำตอบของนักเรียนบนกระดาน โดยยังไม่เฉลย คำตอบทีถ่ กู ตอ้ ง (แนวตอบ คูณหรือหารดว้ ยจำนวนที่ทำให้ตวั ส่วนเป็น 10 100 และ 1,000 ทวั้ ตวั เศษและตัวส่วน) ข้นั สอน การให้ความร้แู ละลงมือปฏบิ ัติ 1. ครูเขียนเศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็นตัวประกอบของ 10 100 และ 1,000 บนกระดานประมาณ 3-5 ตวั อยา่ ง เชน่ 7 แลว้ ถามคำถามกระตนุ้ ความคดิ นักเรยี น ดงั นี้ 25 • นกั เรยี นสามารถเปลยี่ นเศษสว่ นเปน็ ทศนยิ มได้ เมอื่ สงั เกตส่วนเปน็ อย่างไร (แนวตอบ มตี วั ส่วนเป็น 10 100 หรอื 1,000) • เศษส่วนทค่ี รูเขยี นสามารถทำตัวส่วนให้เปน็ 10 100 หรอื 1,000 ไดห้ รอื ไม่ อย่างไร (แนวตอบ ทำได้ ซง่ึ ทำใหเ้ ป็น 100 โดยการ คณู ดว้ ย 4) • หลกั การทำส่วนให้ทำเท่ากนั ทำอย่างไร (แนวตอบ นำจำนวนมาคูณ หรอื หาร ท้งั เศษและสว่ น) 2. ครูขอตัวแทนนักเรียนออกมาเขียนแสดงวิธีทำตามขั้นตอนบนกระดาน โดยครูเป็นผู้ตรวจสอบความ ถูกตอ้ งทลี ะขน้ั ตอนอยา่ งละเอียด 3. ครูเขียนเศษส่วนที่มีตัวส่วนไม่เป็นตัวประกอบของ 10 100 และ 1,000 บนกระดานประมาณ 3-5 ตัวอย่าง เชน่ 6 แลว้ ถามคำถามกระตุน้ ความคิดนกั เรียน ดงั น้ี 15 • เศษส่วนที่ครูเขียนสามารถทำตัวส่วนให้เป็น 10 100 หรือ 1,000 ได้ดังตัวอย่างก่อนหน้าหรือไม่ อย่างไร (แนวตอบ ทำไมไ่ ด้ เนื่องจากไมใ่ ชต่ ัวประกอบของ 10 100 หรือ 1,000) • นกั เรยี นสามารถเปลย่ี นเศษสว่ นเป็นทศนิยมไดอ้ ย่างไร (แนวตอบ ใช้วธิ ีการหารเข้ามาช่วย โดยตวั เศษเปน็ ตวั ตงั้ และตัวส่วนเป็นตวั หาร) 4. ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายว่า หากนักเรียนได้ผลหารเป็นทศนิยมที่ไม่สิ้นสุด นักเรียนจะสามารถ แปลงทศนิยมเป็นเศษส่วนไดอ้ ยา่ งไร (แนวตอบ ใช้การประมาณคา่ เข้ามาชว่ ย) 5. ครูแสดงตัวอยา่ งให้นักเรียนดบู นกระดานเพิ่มเติมอีก 2-3 ตวั อย่าง โดยให้นักเรยี นชว่ ยกนั ทบทวนความรู้ เรือ่ งการประมาณค่าเปน็ ทศนยิ ม 1 ตำแหน่งและ 2 ตำแหน่ง 6. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันสรปุ วธิ ีการเปลย่ี นเศษส่วนให้มีตวั สว่ นเป็น 10 100 และ 1,000 เพ่ือแปลงเป็น ทศนยิ ม
169 ช่ัวโมงท่ี 2 7. ครูและนักเรียนรว่ มกันทบทวนวิธีการเปลีย่ นเศษส่วนให้มตี ัวส่วนเปน็ 10 100 และ 1,000 เพื่อแปลง เปน็ ทศนิยม ดงั นี้ “เศษสว่ นท่ีมตี ัวสว่ นเป็น 10 เทียบไดก้ บั ทศนยิ มหนงึ่ ตำแหนง่ เศษสว่ นทีม่ ีตวั สว่ นเปน็ 100 เทียบได้กับทศนิยมสองตำแหน่ง และเศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็น 1,000 เทียบได้กับทศนิยมสาม ตำแหน่ง ในกรณที ต่ี วั สว่ นไม่เปน็ ตัวประกอบของ 10 100 หรือ 1,000 จะใชก้ ารหารเข้ามาชว่ ย” 8. ครใู หน้ กั เรียนคดิ จำนวนท่ีมี 1 หลกั 1 จำนวนและจำนวนที่มี 2 หลกั ข้นึ ไปพรอ้ มทง้ั เปน็ ตัวประกอบของ 10 100 หรือ 1000 อีก 1 จำนวน จากนั้นแจกกระดาษการ์ดให้นักเรียนคนละ 1 แผ่น แล้วให้นักเรียน เขียนจำนวนที่นักเรียนคิดไว้ โดยเขียนให้เป็นเศษส่วนแท้ (ให้จำนวนที่มี 1 หลักเป็นตัวเศษ และอีก จำนวนเป็นตัวส่วนเปน็ ตัวสว่ น) และครูเดินตรวจสอบความถกู ตอ้ งของเศษส่วน 9. ครใู ห้นักเรียนนำกระดาษการ์ดสลับกบั เพ่ือนเพ่ือแปลงเศษส่วนที่เพ่ือนเขียนเป็นทศนิยม แลว้ เขียนไว้อีก ด้านหนึ่งของกระดาษการ์ด จากนน้ั ครใู ห้นักเรียนผลัดกนั ตรวจคำตอบ 10. ครูให้นักเรียนจับกลุ่มกับเพื่อนที่อยู่ใกล้เคียงกลุ่มละ 7 คน จากนั้นให้นักเรียนเรียงลำดับเศษส่วน หรือ ทศนิยมจากมากไปน้อย และออกมานำเสนอการเรียงลำดับหน้าชั้นเรียน พร้อมทั้งให้เพื่อนในชั้นเรียน รว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง 11. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมในขั้นตอนที่ 8-10 อีกครั้ง แต่เปลี่ยนจากจำนวนที่มี 2 หลักขึ้นไปและเป็นตัว ประกอบของ 10 100 หรือ 1000 เป็นจำนวนที่ไม่ใช่ตัวประกอบของ 10 100 หรือ 1000 หาก นักเรียนแปลงเศษส่วนได้เป็นทศนิยมไม่รู้จบ ครูอาจให้นักเรียนออกมาแสดงวิธีทำหน้าชั้นเรียน เพื่อให้ นกั เรยี นในช้ันเรียนไดเ้ รยี นรรู้ ่วมกันมากย่งิ ขึ้น 12. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมเหมือนข้างต้น แต่ให้เพิ่มจำนวนอีก 1 จำนวน โดยให้นักเรียนนำมาเขียนเป็น จำนวนคละ 13. ครูให้นักเรียนจับคู่กันศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเศษส่วนและทศนิยม ในหนังสือเรียน คณติ ศาสตร์ ป.6 เลม่ 1 หน้า 88-91 14. ครูขออาสาสมัครนักเรียน 2-3 คู่ ออกมานำเสนอความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเศษส่วนและ ทศนิยม ที่หน้าชั้นเรียน โดยครูและนักเรียนที่เหลือในห้องร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นครู อธบิ ายเพม่ิ เตมิ เพ่ือให้นักเรียนเข้าใจมากย่ิงขน้ึ 15. ครูอธบิ ายตวั อยา่ งที่ 1 และตวั อย่างท่ี 2 ในหนงั สอื เรียน คณิตศาสตร์ ป.6 เลม่ 1 หน้า 90 อยา่ งละเอียด บนกระดาน พรอ้ มเปิดโอกาสใหน้ ักเรียนซกั ถามในประเดน็ ทยี่ งั ไมเ่ ขา้ ใจ 16. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับวิธีการเปลี่ยนเศษส่วนให้เป็นทศนิยม ดังนี้ “เศษส่วนท่ีมีตัว ส่วนเป็น 10 เทียบได้กับทศนิยมหนึ่งตำแหน่ง เศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็น 100 เทียบได้กับทศนิยมสอง ตำแหน่ง และเศษส่วนทีม่ ีตัวส่วนเป็น 1,000 เทียบได้กับทศนิยมสามตำแหน่ง ในกรณีที่ตวั ส่วนไมเ่ ปน็
170 ตัวประกอบของ 10 100 หรือ 1,000 จะใช้การหารเข้ามาช่วย หากได้ผลหารไปเรื่อย ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด จะใชก้ ารประมาณคา่ ในการแปลงเศษส่วนเปน็ ทศนยิ ม” 17. ครูให้นักเรยี นทุกคนทำใบงานที่ 4.1 เร่อื ง ความสัมพันธ์ระหว่างเศษส่วนและทศนิยม เป็นการบ้าน เพื่อ ตรวจสอบความเข้าใจเปน็ รายบคุ คล ชว่ั โมงท่ี 3 18. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันทบทวนความร้เู กี่ยวกบั วธิ ีการเปลย่ี นเศษสว่ นให้เปน็ ทศนยิ มจากชวั่ โมงท่ีแลว้ 19. ครูขออาสาสมัครนกั เรียน 2-3 คน ออกมาเฉลยใบงานที่ 4.1 ที่เป็นการบา้ นจากช่ัวโมงที่แล้ว ที่หน้าช้นั เรยี น โดยครูและนักเรยี นทเี่ หลือในห้องร่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นครอู ธิบายเพิ่มเติมเพ่ือให้ นกั เรยี นเข้าใจมากยง่ิ ข้นึ 20. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 6 คน (คละความสามารถทางคณิตศาสตร์) แล้วให้นักเรียนเล่ม เกม “เปลยี่ นไปเปล่ียนมา” โดยครเู ขยี นเศษส่วน หรือทศนิยมบนกระดานดังตวั อยา่ งตอ่ ไปนี้ 5 12 7 16 9 53 16 9 3 26 6 30 89 50 13 250 40 13 80 0.05 12.0034 24.9301 34.29 56.930 4.74 9.145 21. ครูแจกปากกาไวท์บอร์ดให้นักเรียนกลุ่มละหนึ่งชุด พร้อมทั้งอธิบายกติกาในการเล่นเกมให้นักเรียนฟัง ว่าให้นักเรียนแต่ละกลุ่มตั้งแถวตอนลึก เมื่อได้ยินเสียงนกหวีดให้นักเรียนที่อยู่หัวแถววิ่งออกมาเลือก เปลี่ยนจำนวนบนกระดาน หากเป็นเศษส่วนให้เขียนเป็นทศนิยม หากโจทย์เป็นทศนิยมให้เขียนเป็น เศษส่วน โดยเขียนคำตอบไว้ข้าง ๆ โจทย์ เมื่อเขียนเสร็จให้นักเรียนวงกลมล้อมรอบข้อที่ตนเองทำ แล้ว เปลี่ยนให้เพื่อนคนถัดไปออกมาหาคำตอบอื่น ๆ อีก จนกว่าจะได้ยินเสียงนกหวีดหมดเวลา จากนั้นครู และนกั เรียนร่วมกันเฉลยคำตอบ กลุ่มทท่ี ำได้ถกู ต้องมากทส่ี ดุ เป็นฝ่ายชนะ 22. ครใู หน้ ักเรียนทกุ คนศกึ ษาการเขยี นทศนยิ มในรปู เศษส่วน ตวั อย่างที่ 3 และตวั อยา่ งที่ 4 ในหนงั สอื เรยี น คณิตศาสตร์ ป.6 เล่ม 1 หนา้ 91 23. ครูขออาสาสมัครนักเรียน 2-3 คน ออกมานำเสนอความรู้ที่ได้รับ ที่หน้าชั้นเรียน โดยครูและนักเรียนท่ี เหลือในหอ้ งร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง จากนนั้ ครูอธิบายเพม่ิ เติมเพอ่ื ใหน้ กั เรียนเข้าใจมากยง่ิ ข้ึน 24. ครูให้นักเรียนจับคู่กันทำกิจกรรมพัฒนาความรู้ ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.6 เล่ม 1 หน้า 92 โดย ครูแจกกระดานบิงโกและหมากสำหรับเดินให้นักเรียนทุกคู่ จากนั้นให้ฟังคำสั่งจากครู แล้ววางหมากท่ี กระดานบิงโก คใู่ ดวางหมากเรียงต่อกนั ในแนวตงั้ แนวนอน หรือแนวทแยงครบ 3 ตวั กอ่ น เปน็ ผชู้ นะ 25. ครูให้นักเรียนคู่เดิมทำกิจกรรม “เพื่อนช่วยเพื่อน” ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.6 เล่ม 1 หน้า 92 จากนั้นครแู ละนักเรยี นร่วมกนั เฉลยคำตอบ และครูอธิบายเพมิ่ เตมิ
171 ขนั้ สรปุ ผลสะท้อนกลับ 1. ครูและนักเรยี นรว่ มกันสรปุ ความรู้เกีย่ วกับความสมั พันธร์ ะหว่างเศษสว่ นและทศนิยม ดังน้ี “เศษส่วนท่ี มีตัวส่วนเป็น 10 เทยี บได้กับทศนยิ มหนงึ่ ตำแหน่ง เศษส่วนทม่ี ตี ัวส่วนเปน็ 100 เทียบไดก้ ับทศนิยมสอง ตำแหน่ง และเศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็น 1,000 เทียบได้กับทศนิยมสามตำแหน่ง ในกรณีที่ตวั ส่วนไม่เป็น ตัวประกอบของ 10 100 หรือ 1,000 จะใช้การหารเข้ามาช่วย หากได้ผลหารไปเรื่อย ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด จะใช้การประมาณคา่ ในการแปลงเศษสว่ นเป็นทศนยิ ม” 2. ครใู หน้ ักเรยี นทกุ คนทำกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ ในหนงั สือเรียน คณิตศาสตร์ ป.6 เลม่ 1 หน้า 93 ลงในสมดุ 3. ครูขออาสาสมัคร 2-3 คน ออกมาเฉลยคำตอบกิจกรรมฝึกทักษะท่ีหน้าชั้นเรียน โดยครูและเพื่อน ๆ ท่ี เหลอื รว่ มกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง แล้วครจู ึงกลา่ วช่นื ชมและอธบิ ายเพิ่มเติมในจดุ ทีบ่ กพรอ่ ง 4. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปราย และตอบคำถามจาก “ความรู้ที่ได้” ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.6 เล่ม 1 หนา้ 93 5. ครูให้นักเรียนทุกคนทำแบบฝึกหัด ในแบบฝึกหัด คณิตศาสตร์ ป.6 เล่ม 1 เพื่อตรวจสอบความเข้าใจ เปน็ รายบคุ คล 7. การวดั และประเมินผล รายการวัด วธิ กี าร เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ 7.1 การประเมินก่อน เรียน - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบก่อนเรยี น - ประเมนิ ตามสภาพจริง - แบบทดสอบ กอ่ นเรยี น ก่อนเรยี น หนว่ ย การเรียนรู้ท่ี 4 ทศนยิ ม 7.2 ประเมนิ ระหวา่ ง ตรวจใบงานที่ 4.1 - ใบงานที่ 4.1 - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ - กิจกรรมฝึกทักษะ - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ การจดั กจิ กรรม - ตรวจกิจกรรมฝึก - แบบฝึกหัด - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ การเรยี นรู้ ทักษะ 1) ความสมั พันธ์ - ตรวจแบบฝึกหดั ระหวา่ งเศษสว่ น และทศนยิ ม
172 รายการวัด วธิ ีการ เคร่อื งมอื เกณฑ์การประเมนิ - แบบประเมนิ การ - ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ น 2) การนำเสนอ - ประเมินการนำเสนอ นำเสนอผลงาน เกณฑ์ ผลงาน/ผล ผลงาน/ผลการทำ - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น การทำงานรายบุคคล เกณฑ์ การทำ กจิ กรรม กิจกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ น การทำงานกลุ่ม เกณฑ์ 3) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบประเมนิ - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน คุณลกั ษณะ เกณฑ์ ทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล อนั พึงประสงค์ 4) พฤติกรรม - สงั เกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม การทำงานกลุ่ม 5) คุณลกั ษณะ - สงั เกตความมวี นิ ัย อันพึงประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ ม่นั ในการทำงาน 8. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้ 8.1 สอ่ื การเรยี นรู้ 1) หนงั สอื เรียน คณติ ศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 เรือ่ ง ทศนิยม 2) แบบฝึกหัด คณิตศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 เลม่ 1 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 4 เรอ่ื ง ทศนยิ ม 3) ใบงานที่ 4.1 เรื่อง ความสัมพันธ์ระหวา่ งเศษสว่ นและทศนิยม 4) บัตรคำกจิ กรรม “พิซซา่ หน้าเดยี ว” 5) กระดาษการ์ด 6) ปากกาเคมี 7) กระดานบิงโก 8) หมากบงิ โก 8.2 แหลง่ การเรยี นรู้ - ห้องเรียน
173 ใบงานท่ี 4.1 เรอื่ ง ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งเศษส่วนและทศนยิ ม คำชี้แจง : ให้นกั เรียนเขยี นเศษสว่ นต่อไปนี้ให้อยู่ในรูปทศนิยม (1) 5 = (2) 7 = (3) 29 3 = 8 20 4 (4) 11 = (5) 14 = (6) 18 26 = 250 12 23 (7) 9 19 = (8) 3 = (9) 21 1 = 20 8 8 (10) 12 23 = (11) 5 8 = (12) 9 = 40 50 11 (13) 2 35 = (14) 17 = (15) 2 19 = 75 20 42 (16) 3 24 = (18) 17 = (17) 11 26 = 30 28 50
ใบงานท่ี 4.1 เฉลย174 เรอื่ ง ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งเศษสว่ นและทศนิยม คำชี้แจง : ให้นกั เรียนเขียนเศษส่วนต่อไปนใ้ี ห้อยู่ในรูปทศนิยม (1) 5 = 0.625 (2) 7 = 0.35 (3) 29 3 = 29.75 4 8 20 (4) 11 = 0.91 (5) 14 = 0.61 (6) 18 26 = 12 23 250 18.104 (7) 9 19 = 9.95 (8) 3 = 0.375 (9) 21 1 = 21.125 20 8 8 (10) 12 23 = 12.575 (11) 5 8 = 5.16 (12) 9 = 0.82 40 50 11 (13) 2 35 = 2.47 (14) 17 = 0.405 (15) 2 19 = 2.95 75 42 20 (16) 3 24 = 3.80 (17) 11 26 = 11.52 (18) 17 = 0.61 30 50 28
ตัวอยา่ งบัตรกจิ กรรม “พซิ ซ่า หนา้ เดยี ว” 175 ด้านหนา้ ดา้ นหลัง 0.8 8 10 1.25 1 25 100
176 ตัวอย่างกระดานบิงโก 6.3 13 2.60 4.4 2.45 16 14 0.75 31 9 55 5 20 4 8 5 33 3 3.5 1.20 50 4 8 12 35 5.05 8.1 11 15 80 2 4.25 32.75 2 7 7 40 1.50
177 บนั ทกึ หลงั สอน 1. ผลการจัดการเรียนการสอน 1.1 ด้านความรแู้ ละความเข้าใจ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 1.2 ดา้ นกระบวนการหรอื ทกั ษะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 1.3 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคแ์ ละเจตคติ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. จดุ เดน่ จุดด้อยของนกั เรยี น 2.1 จุดเดน่ (strength) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.2 จดุ ดอ้ ย (Weakness) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.3 แนวทางแกไ้ ขจุดดอ้ ยของนกั เรียน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงช่ือ……………………………………………………..ผสู้ อน (นายชวัลกร สังขเภศ)
178 แผนการจดั การเรียนรู้หนว่ ยที่ 4 ทศนิยม เรือ่ ง การหารทศนยิ ม แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2 กลมุ่ สาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์ รหสั วิชา ค 16101 รายวชิ า คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 เวลา 5 ชั่วโมง ครผู สู้ อน นายชวลั กร สังขเภศ 1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวชี้วัด ค 1.1 ป.6/9 หาผลหารของทศนิยมท่ีมีตัวหารและผลหาร เป็นทศนิยมไม่เกนิ 3 ตำแหนง่ 2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1) อธบิ ายหลักการหารทศนยิ มท่ีตวั หารและผลหารเป็นทศนิยมไมเ่ กิน 3 ตำแหนง่ ได้ (K) 2) แสดงวธิ ีหาผลหารทศนิยมท่ีตัวหารและผลหารเป็นทศนยิ มไมเ่ กิน 3 ตำแหน่งได้ (P) 3) นำความรเู้ กีย่ วกับการหารทศนยิ มไปใชใ้ นชีวิตจริงได้ (A) 3. สาระการเรียนรู้ การหารทศนยิ ม 4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด การหารทศนยิ มสามารถทำไดห้ ลายวิธี ไมว่ ่าจะเปน็ การเขียนทศนยิ มในรูปเศษสว่ นแล้วจงึ หาผลหาร หรือใช้ การตง้ั หารยาวเข้ามาช่วย 5. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียนและคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มวี ินัย 2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรยี นรู้ 1) ทกั ษะการสังเกต 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 2) ทักษะการแปลความ 3) ทักษะการเช่ือมโยง 4) ทักษะการใหเ้ หตุผล 3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
179 6. กจิ กรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รปู แบบการสอน/วธิ กี ารสอน/เทคนคิ : กระบวนการปฏิบตั ิ ชั่วโมงที่ 1 ขั้นนำ 1. ครูกล่าวทักทายนักเรียน จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนความรู้เรื่องการบวก การลบ การคูณ และการหารทศนิยมที่เคยเรียนมาแลว้ ในชั้นประถมศึกษาปที ี่ 5 โดยครูให้นักเรียนทำกิจกรรม “เกมต่อ ชอล์ก” โดยแบ่งนักเรียนออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน จากนั้นให้นักเรียนยืนเข้าแถวตอนลึก ครู แจกชอลก์ ให้นกั เรียนกลุ่มละ 1 แท่ง แลว้ อธบิ ายวิธีการเลน่ วา่ เมอื่ ไดย้ นิ เสียงนกหวดี ให้คนที่อยู่ข้างหน้า สุดของแถววิ่งออกมาเขียนคำตอบของโจทย์การบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ที่ติดไว้บนกระดานคน ละ 1 ขอ้ เมือ่ ทำเสร็จใหน้ ำชอลก์ สง่ ต่อใหค้ นถัดไปในแถวออกมาเขยี นคำตอบขอ้ ต่อไป วนไปเรอ่ื ย ๆ จน ครบสมาชิกทกุ คนในกลุ่ม 2. ครูทำกิจกรรมเกมต่อชอล์กทั้งหมด 4 รอบ ในรอบที่ 1 เป็นโจทย์การบวกทศนิยมไม่เกินสามตำแหน่ง ในรอบที่ 2 เป็นโจทย์การลบทศนิยมไม่เกินสามตำแหน่ง รอบที่ 3 เป็นการคูณทศนิยมกับจำนวนนับ หรือจำนวนที่เป็นพหุคูณของ 10 100 และ 1,000 รอบที่ 4 เป็นการหารทศนิยมกับจำนวนนับ หรือ จำนวนทเี่ ป็นพหคุ ูณของ 10 100 และ 1,000 3. เมอื่ ทำกจิ กรรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันสรปุ วธิ ีการบวก การลบ การคณู และการหาร ของทศนิยม ข้นั สอน สังเกตและรับรู้ 1. ครูให้นกั เรยี นแบง่ กล่มุ กลมุ่ ละ 3 คน (คละความสามาระทางคณติ ศาสตร์) โดยครใู ห้นกั เรยี นออกมาจับ สลากคำว่า การบวก การลบ การคูณ การหาร หน้าชั้นเรียน จากนั้นให้นักเรียนค้นหว้าหาข้อมูลจาก แหล่งความรู้ เช่น หนังสือ อินเทอร์เน็ต เพื่อเล่าสถานการณ์ที่ต้องใช้ความรู้เรื่องการบวก การลบ การ คูณ หรือการหารท่ีนักเรียนจับสลากได้ โดยให้เวลาประมาณ 15 นาที พร้อมทั้งเขียนเล่าสถานการณ์ พร้อมทั้งแสดงวิธีหาคำตอบลงในกระดาษ A4 หากนักเรียนกลุ่มใดทำไม่เสร็จ ให้ทำเป็นการบ้านและ นำมาส่งในคาบเรียนถัดไป
180 ชวั่ โมงท่ี 2 2. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั ทบทวนวิธกี ารบวก การลบ การคณู และการหารของทศนยิ ม 3. ครูให้ผลข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) เกี่ยวกับผลงานที่นักเรียนเขียนเล่าสถานการณ์การบวก การลบ การคูณ และการหารแก่นักเรียน หากนักเรียนกลุ่มใดทำถูกต้องให้กล่าวคำชื่นชม พร้อมทั้งยกตัวอย่าง ให้นักเรียนในชัน้ เรยี นฟังเพื่อเป็นการเรียนรู้ร่วมกัน ส่วนนักเรียนกลุม่ ใดทำไม่ถกู ต้อง ครูให้กำลงั ใจและ อธิบายแก้ไขเพ่มิ เติม 4. ครูให้นักเรียนกลุ่มที่ได้รับสถานการณ์การหารทศนิยมออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน จากนั้นให้ นักเรียนในชัน้ เรียนรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง 5. ครูเล่าสถานการณ์ให้นักเรียนฟังดังนี้ “ครูมีน้ำส้มอยู่ 1,049.25 ลิตร ต้องการเทน้ำส้มใส่แก้วแบ่งให้ นกั เรียนคนละ 1 แก้ว ถ้าแกว้ จุน้ำได้ 0.24 ลติ ร ครจู ะแบง่ น้ำให้นกั เรียนทกุ คนได้เพียงพอหรือไม่” 6. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายวธิ ีการแก้สถานการณ์ดงั กล่าว พรอ้ มทง้ั ให้นักเรียนชว่ ยกนั เขียนประโยค สัญลักษณ์ (แนวตอบ ใช้วิธกี ารหาร ไดป้ ระโยคสัญลักษณ์ 1,049.25 ÷ 0.24 = ) 7. ครูตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นความคิดนกั เรียนว่า “นักเรียนจะมีวิธกี ารหารทศนิยมกับทศนิยมอย่างไร” โดย ครูยังไมเ่ ฉลยคำตอบให้นักเรียน (แนวตอบ ข้ึนอย่กู ับดลุ ยพินิจของครผู ูส้ อน) ทำตามแบบ 1. ครูให้นักเรียนจับคู่กันศึกษาวิธีการหารทศนิยมกับทศนิยมจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เช่น ห้องสมุด อินเทอร์เน็ต โดยใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที จากนั้นให้นักเรียนจดบันทึกวิธีการหารทศนิยมกับ ทศนิยมลงในสมดุ 2. ครูให้นักเรียนแต่ละคู่ออกมานำเสนอวิธีการหารทศนิยมกับทศนิยมที่ได้จากการค้นคว้าที่หน้าชั้นเรียน โดยครูและนักเรียนคูอ่ ื่น ๆ ร่วมกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง และซักถามในประเด็นที่สงสัย จากนั้นครูจึง ให้คำแนะนำเพ่ิมเติมกบั แตล่ ะกลมุ่ 3. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปวิธีการหารทศนิยมกับทศนิยมที่ได้จากกิจกรรมการค้นคว้า ดังนี้ “วิธีที่นิยม ในการหารทศนิยมกบั ทศนิยม ประกอบด้วย วิธีที่ 1 ใช้การแปลงทศนิยมเป็นเศษส่วนและหาผลหาร วิธี ที่ 2 ใชก้ ารตงั้ หารยาว โดยใชต้ ัวเศษเป็นตวั ตั้ง และตวั สว่ นเปน็ ตัวหาร” 4. ครูขอตัวแทนนักเรียนออกมาแสดงวิธีการหาคำตอบ 1,049.25 ÷ 0.24 บนกระดานโดยใช้วิธีการเขียน เปน็ เศษส่วนกอ่ น และวิธีการหารยาวทีละขัน้ ตอนบนกระดานอย่างละเอียด โดยครคู อยช่วยแนะนำและ อธิบายใหน้ ักเรียนในช้ันเรยี นเข้าใจมากยงิ่ ขึ้น
181 5. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปวิธีการหารทศนิยมกับทศนิยมด้วยวิธีใช้การแปลงทศนิยมเป็นเศษส่วนและ หาผลหาร และการใช้การตง้ั หารยาว โดยใช้ตัวเศษเป็นตัวต้ัง และตัวสว่ นเป็นตวั หาร ช่วั โมงที่ 3 6. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั ทบทวนวธิ ีการหารทศนิยมกับทศนยิ มจากชัว่ โมงที่แล้ว 7. ครูให้นักเรียนคู่เดิมร่วมกันศึกษาสถานการณ์ และวิธีการหารทศนยิ ม ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.6 เล่ม 1 หนา้ 94 8. ครูขออาสาสมัคร 2-3 คู่ ออกมานำเสนอวิธีการหารทศนิยมที่ได้ศึกษา ที่หน้าชั้นเรียน โดยครูและ นกั เรยี นคูท่ เี่ หลอื รว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้อง และครูอธิบายเพ่ิมเติมเพือ่ ใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจมากยิ่งข้ึน 9. ครใู ห้นกั เรยี นคู่เดมิ ศึกษาตัวอย่างท่ี 5–7 ในหนังสอื เรียน คณติ ศาสตร์ ป.6 เล่ม 1 หน้า 95 10. ครูให้นักเรียนจับกลุ่มกัน 2 คู่ (กลุ่มละ 4 คน) แล้วให้ร่วมกันอภิปรายตัวอย่างที่ 5–7 จนได้ข้อสรุป ตรงกัน 11. ครูให้นกั เรียนทุกกลุ่มออกมานำเสนอวธิ กี ารหารทศนยิ มจากการศกึ ษาตวั อย่างที่ 5–7 ทีเ่ ปน็ ขอ้ สรุปของ กลุ่ม ที่หน้าชั้นเรียนทีละกลุ่ม โดยครูและนักเรียนกลุ่มที่เหลือร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง และครู อธิบายเพ่ิมเตมิ เพอื่ ให้นักเรียนเข้าใจมากยงิ่ ขน้ึ 12. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายวิธีการหารทศนิยม โดยเขียนประโยคสัญลักษณ์การหารในรูปเศษส่วน และทำตัวหารใหเ้ ป็นจำนวนนบั จากตัวอยา่ งที่ 8–10 ในหนังสือเรยี น คณิตศาสตร์ ป.6 เล่ม 1 หน้า 96 ทำเองโดยไมม่ ีแบบ 1. ครแู บง่ นกั เรียนออกเปน็ 2 ฝา่ ย คอื หญิง-ชาย ให้ตัวแทนหนึ่งฝ่ายออกมาเขียนโจทย์การหารทศนิยมกับ ทศนิยม แล้วเลือกเพื่อนฝ่ายตรงข้าม 1 คนออกมาแสดงวิธีทำครแู ละเพือ่ นรว่ มชั้นรว่ มกันตรวจคำตอบ แลว้ สลับฝ่ายกนั เปน็ ผูส้ รา้ งโจทย์ ประมาณ 7-8 ขอ้ (ขน้ึ อยกู่ ับเวลา) 2. ครูและนักเรียนร่วมกันสรปุ วิธีการหารทศนิยม โดยเขียนประโยคสัญลักษณ์การหารในรูปเศษส่วน และ ทำตวั หารใหเ้ ปน็ จำนวนนับ ชั่วโมงที่ 4 3. ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนวิธีการหารทศนิยม โดยเขียนประโยคสัญลักษณ์การหารในรูปเศษส่วน และทำตัวหารให้เป็นจำนวนนับจากชวั่ โมงที่แลว้ 4. ครูให้นักเรียนแบ่งเป็นกลุ่ม จำนวน 12 กลุ่ม (คละความสามารถทางคณิตศาสตร์) จากนั้นครูแจก กระดาษ A4 ใหน้ กั เรยี นกลมุ่ ละ 1 แผ่น โดยใหน้ ักเรยี นเขียนโจทย์การหารที่มผี ลหารไม่เกิน 3 ตำแหน่ง ลงในกระดาษแลว้ นำมาติดบนกระดาน
182 5. ครแู จกใบงานท่ี 4.2 เรอื่ ง การหารทศนิยมทมี่ ีตัวต้ังและตัวหารไมเ่ กิน 3 หลกั ให้นักเรียนทุกคน จากนั้น ให้นักเรียนเลือกเขียนโจทย์การหารบนกระดานลงในช่องต่าง ๆ ตามอัธยาศัย แล้วให้แสดงวิธีการหา คำตอบลงในสมดุ 6. ครูให้นักเรียน ออกมาช่วยกันแสดงวิธีการหาผลหารของกลุ่มตนเองหน้าชั้นเรียน ทีละ 3 กลุ่ม แล้วให้ เพอ่ื น ๆ กล่มุ อ่นื รว่ มกันตรวจสอบความถูกต้องของคำตอบ ทำเช่นนจี้ นครบทุกกลมุ่ 7. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม “เปลี่ยนกลับสลับคู่” โดยแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม (คละความสามารถ ทางคณิตศาสตร์) จากน้นั ครแู จกกระดาษ ขนาดคร่งึ A4 ให้นักเรยี นกลุ่มที่ 1 เขยี นจำนวนที่เป็นทศนิยม ไม่เกิน 3 ตำแหน่ง และให้นักเรียนกลุ่มที่ 2 เขียนจำนวนที่เปน็ ทศนยิ มไมเ่ กิน 2 ตำแหน่ง แล้วให้แต่ละ กลุ่มรอฟังเสียงสัญญาณนกหวีด เมื่อได้ยินสัญญาณให้วิ่งไปจับคู่กับเพื่อนกลุ่มตรงข้ามแล้วนำจำนวน ของตัวเองและเพื่อนมาหารกัน โดยเขียนแสดงวิธีการหาผลหารลงในกระดาษ แล้วช่วยกันตรวจสอบ ความถกู ต้องของกันและกนั 8. เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณอีกคร้ังให้สลับหาคู่ใหม่และทำกิจกรรมอีก 2 รอบ จากนั้นครูให้นักเรียนสลับ บัตรจำนวนกับเพื่อนในกลุ่มเดียวกัน แล้วทำกิจกรรมอีกครั้ง โดยระหว่างทำกิจกรรมครูเดินตรวจสอบ ความถกู ตอ้ งของนักเรียนอย่างใกล้ชดิ เมื่อจบกจิ กรรมครูให้นักเรียนนำกระดาษท่เี ขียนแสดงวิธีทำมาส่ง ใหค้ รตู รวจ 9. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ กิจกรรม และสรุปความรูเ้ กย่ี วกบั วธิ ีการหารทศนิยม ช่ัวโมงท่ี 5 ฝกึ ใหช้ ำนาญ 1. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันทบทวนความรเู้ ก่ียวกับวธิ กี ารหารทศนิยมโดยเขียนประโยคสัญลักษณ์การหารใน รูปเศษส่วน และทำตวั หารให้เป็นจำนวนนับ 2. ครูให้นักเรียนจับคู่กันทำกิจกรรมพัฒนาความรู้ ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.6 เล่ม 1 หน้า 97 โดย ครูวางบัตรทศนิยมควำ่ หนา้ ไวบ้ นโต๊ะ จำนวน 10 ใบ และแจกกระดาษ A4 ให้นักเรยี น คนละ 1 แผน่ 3. ครูให้นักเรียนแตล่ ะคนหยิบบัตรทศนิยมขึ้นมา คนละ 2 ใบ จากนั้นหาผลหารลงในกระดาษ A4 โดยให้ จำนวนที่มีค่ามากกว่าเป็นตัวตั้ง และจำนวนที่น้อยกว่าเป็นตัวหาร ให้แต่ละคู่สลับกันหยิบบัตรทศนิยม และหาผลหารจนครบทกุ ใบ โดยครูคอยตรวจสอบความถกู ตอ้ ง และใหค้ ำแนะนำกับนกั เรยี นทุกกลุ่ม 4. ครูให้นกั เรยี นคเู่ ดมิ ทำกจิ กรรม “เพ่อื นชว่ ยเพื่อน” ในหนังสือเรยี น คณิตศาสตร์ ป.6 เลม่ 1 หนา้ 97 5. ครูสุ่มนักเรียน 2-3 คู่ ออกมาเฉลยคำตอบจากกิจกรรม “เพื่อนช่วยเพื่อน” ที่หน้าชัน้ เรียน โดยครู และ นกั เรยี นคู่ทเี่ หลือร่วมกันตรวจสอบความถกู ต้อง 6. ครใู ห้นักเรียนจบั กลุม่ กนั 2 คู่ (กลุ่มละ 4 คน) แล้วให้ทำกจิ กรรม “ถามมาตอบไป … ทำไดใ้ ห้แต้ม” โดย ครูให้นักเรียนออกมาเขียนโจทย์การหารที่มีตัวตั้งและตัวหารไม่เกิน 3 ตำแหน่งหน้าชั้นเรียน แล้วให้ เลือกเพื่อนต่างกลุ่มออกมาหาคำตอบหน้าชั้นเรียน แล้วทำการเฉลย กลุ่มใดทำได้ถูกต้องได้รับคะแนน
183 สะสม สลับกันออกมาเป็นผู้สร้างโจทย์ ทำกิจกรรม 5-6 รอบ แล้วครูกล่าวชมเชยกลุ่มที่ชนะ และให้ กำลังใจกลุม่ ทแี่ พ้ ขั้นสรุป 1. ครูและนักเรียนร่วมกนั สรปุ ความรเู้ กย่ี วกับการหาผลหารของทศนิยมที่มีตัวหารและผลหาร เปน็ ทศนิยม ไม่เกิน 3 ตำแหน่ง ดังน้ี “การหารทศนิยมสามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเขียนทศนิยมในรูป เศษส่วนแล้วจงึ หาผลหาร หรอื ใช้การตัง้ หารยาวเข้ามาช่วย” 2. ครูใหน้ ักเรยี นทกุ คนทำกิจกรรมฝึกทักษะ ในหนงั สอื เรยี น คณติ ศาสตร์ ป.6 เลม่ 1 หน้า 98 3. ครสู ุ่มนักเรยี นออกมาเขียนแสดงวิธที ำหน้าชน้ั เรยี น ข้อละ 1 คน จากนั้นครูแจกไม้ถูก/ผิด ใหน้ กั เรียนใน ชั้นเรียนคนละ 1 ไม้ แล้วให้นักเรียนลองพิจารณาวิธีทำของเพื่อน เมื่อครูให้สัญญาณให้นักเรียนยกป้าย ถูกหรือผิดพร้อมกัน สำหรับนักเรียนที่มองเห็นจุดผิด ให้นักเรียนช่วยแก้ไขโดยมีครูตรวจสอบความ ถูกต้องอยา่ งใกลช้ ดิ และอธิบายเพมิ่ เตมิ เพอื่ ใหน้ กั เรยี นในชนั้ เรยี นเข้าใจ 4. ครใู หน้ กั เรียนจดวิธีทำทถี่ กู ต้องลงในสมดุ เพื่อนำกลับไปทบทวน 5. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปราย และตอบคำถามจาก “ความรู้ที่ได้” ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.6 เลม่ 1 หน้า 98 6. ครูให้นักเรียนทุกคนทำแบบฝึกหัด ในแบบฝึกหัด คณิตศาสตร์ ป.6 เล่ม 1 เพื่อตรวจสอบความเข้าใจ เป็นรายบคุ คล 7. การวัดและประเมนิ ผล รายการวดั วิธีการ เครือ่ งมอื เกณฑ์การประเมนิ 7.2 ประเมนิ ระหวา่ ง - ใบงานท่ี 4.2 - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ - กิจกรรมฝกึ ทักษะ - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ การจัดกจิ กรรม - แบบฝึกหดั - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ การเรยี นรู้ - แบบประเมินการ - ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ น นำเสนอผลงาน เกณฑ์ 1) การหารทศนยิ ม - ตรวจใบงานที่ 4.2 - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น - ตรวจกจิ กรรมฝึก การทำงานรายบุคคล เกณฑ์ ทักษะ - ตรวจแบบฝกึ หดั 2) การนำเสนอ - ประเมนิ การนำเสนอ ผลงาน/ผล ผลงาน/ผลการทำ การทำ กจิ กรรม กจิ กรรม 3) พฤติกรรมการ - สังเกตพฤติกรรม ทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล
184 รายการวดั วธิ กี าร เครอ่ื งมือ เกณฑ์การประเมนิ 4) พฤติกรรม - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น การทำงานกลุ่ม การทำงานกลุ่ม เกณฑ์ การทำงานกลุม่ - สงั เกตความมีวินยั - แบบประเมิน - ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน 5) คุณลกั ษณะ ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ ม่ัน คุณลกั ษณะ เกณฑ์ ในการทำงาน อันพงึ ประสงค์ อันพึงประสงค์ 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 ส่ือการเรียนรู้ 1) หนังสือเรยี น คณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 6 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 เร่ือง ทศนิยม 2) แบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 4 เร่อื ง ทศนยิ ม 3) ใบงานที่ 4.2 เร่ือง การหารทศนยิ มทม่ี ีตวั ตงั้ และตัวหารไมเ่ กนิ 3 ตำแหนง่ 4) นกหวีด 5) ฉลากคำวา่ “การบวก” “การลบ” “การคูณ” “การหาร” 6) บัตรทศนยิ ม 7) กระดาษ A4 8) ไมถ้ ูก/ผดิ 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) หอ้ งเรียน 2) ห้องสมดุ 3) อินเทอร์เน็ต
185 ใบงานที่ 4.2 เรอื่ ง การหารทศนิยมที่มตี ัวตงั้ และตัวหารไมเ่ กนิ 3 ตำแหนง่ คำชี้แจง : แสดงวธิ กี ารแกโ้ จทยก์ ารหารทศนยิ มที่มตี ัวตัง้ และตวั หารไม่เกนิ 3 ตำแหน่งลงในสมุด จากน้ันเล่นเกมบิงโก โจทย์การหาร โจทย์การหาร โจทยก์ ารหาร คำตอบ คำตอบ คำตอบ โจทยก์ ารหาร โจทยก์ ารหาร โจทย์การหาร คำตอบ คำตอบ คำตอบ โจทยก์ ารหาร โจทยก์ ารหาร โจทยก์ ารหาร คำตอบ คำตอบ คำตอบ โจทย์การหาร โจทยก์ ารหาร โจทยก์ ารหาร คำตอบ คำตอบ คำตอบ
ใบงานท่ี 4.2 186 เรือ่ ง การหารทศนยิ มและการประมาณผลหาร เฉลย คำชแี้ จง : แสดงวธิ กี ารแกโ้ จทยก์ ารหารทศนยิ มท่ีมตี ัวตัง้ และตวั หารไมเ่ กนิ 3 ตำแหน่งลงในสมดุ จากนั้นเลน่ เกมบงิ โก โจทยก์ ารหาร โจทยก์ ารหาร โจทย์การหาร คำตอบ คำตอบ คำตอบ คำตอบมหี ลากหลาย ขน้ึ อย่กู บั ดุลยพนิ ิจของผ้สู อน โจทยก์ ารหาร โจทย์การหาร โจทยก์ ารหาร คำตอบ คำตอบ คำตอบ คำตอบมหี ลากหลาย ขึ้นอยกู่ ับดุลยพินิจของผูส้ อน โจทย์การหาร โจทย์การหาร โจทยก์ ารหาร คำตอบ คำตอบ คำตอบ คำตอบมีหลากหลาย ขน้ึ อยกู่ บั ดุลยพนิ จิ ของผู้สอน โจทย์การหาร โจทย์การหาร โจทยก์ ารหาร คำตอบ คำตอบ คำตอบ คำตอบมหี ลากหลาย ขน้ึ อยกู่ บั ดุลยพินจิ ของผสู้ อน
ตวั อย่างบัตรทศนยิ ม 2.8 187 3.23 3.15 4.02 0.61 2.45 0.77 4.19 5.05 1.9 3.4 6.66
188 แผนการจัดการเรยี นรู้หน่วยท่ี 4 ทศนยิ ม แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 3 เรื่อง โจทย์ปัญหาเกี่ยวกบั ทศนิยม (1) กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ รหสั วชิ า ค 16101 รายวชิ า คณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 เวลา 4 ช่ัวโมง ครูผ้สู อน นายชวัลกร สังขเภศ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้วี ดั ค 1.1 ป.6/10 แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม 3 ขนั้ ตอน 2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1) วเิ คราะห์โจทยป์ ัญหาเก่ียวกับทศนิยมที่กำหนดให้ได้ (K) 2) วางแผนข้นั ตอนการโจทย์ปญั หาเก่ยี วกับทศนิยมที่กำหนดให้ได้ (K) 3) แสดงวธิ ีแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับทศนิยมไมเ่ กนิ สามตำแหน่งที่กำหนดให้ได้ (P) 4) หาคำตอบโจทย์ปัญหาเกยี่ วกับทศนยิ ม พร้อมทั้งตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบได้ (P) 5) นำความรูเ้ กี่ยวกบั โจทยป์ ัญหาทศนยิ มไปใชใ้ นชีวิตจรงิ ได้ (A) 3. สาระการเรียนรู้ การแกโ้ จทย์ปัญหาเก่ยี วกบั ทศนิยม 4. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด การแสดงวิธีทำและหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับทศนิยม ต้องเริ่มจากการวิเคราะห์โจทย์ปัญหา วางแผน แก้โจทย์ปัญหาโดยเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ แสดงวิธีทำเป็นลำดับขั้นตอน แล้วจึงหาคำตอบ พรอ้ มท้ังตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคำตอบ 5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียนและคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มีวินัย 2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรยี นรู้ 1) ทักษะการสังเกต 3. มุ่งมนั่ ในการทำงาน 2) ทักษะการใหเ้ หตุผล 3) ทักษะการประยกุ ตใ์ ช้ความรู้ 4) ทักษะการนำความรูไ้ ปใช้ 3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
189 6. กิจกรรมการเรยี นรู้ แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนคิ : การเรียนร้โู ดยใชก้ ิจกรรมเป็นฐาน (Activity- Based Learning) ชว่ั โมงท่ี 1 ข้นั นำ กระตุ้นและใหป้ ระสบการณ์ 1. ครูกล่าวทักทายนักเรียน จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนเรื่องการบวก การลบ การคูณและการ หารทศนยิ ม โดยครูจะมีสลากสีต่าง ๆ ท่เี ขียนโจทย์การบวก การลบ การคณู และการหารทศนิยมบรรจุ อย่ใู นขวดโหลแกว้ 1 โหล ครูจะเรียกนกั เรยี นออกมาจบั ฉลากหน้าช้นั เรยี น พร้อมทัง้ รบั กระดาษ A4 คน ละ 1 แผ่น เมื่อนักเรียนทุกคนได้รับเรียบร้อย ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่า ให้ทุกคนเขียนโจทย์การบวก การลบ การคณู และการหารทศนิยมทไ่ี ด้ลงในกระดาษ A4 พร้อมท้งั เขยี นแสดงวิธีหาคำตอบใหล้ ะเอียด เรยี บร้อย ดังตวั อย่าง ประโยคสัญลักษณ์ 0.0658 × 0.34 = 00658 × 034 ตง้ั ตวั ตงั้ และตวั คณู ให้ท้ายตรงกนั 2632 + 1974 ตำแหนง่ ทศนยิ มของตวั ตัง้ 4 ตำแหนง่ 0.022372 และตวั คูณอีก 2 ตำแหน่งรวมกันได้ 6 ตำแหนง่ 2. ครูสุ่มนักเรียนออกมานำเสนอวิธีการหาคำตอบหน้าชั้นเรียน จากนั้นครูให้นักเรียนจับกลุ่ม กลุ่มละ 3 คนเพื่อตรวจสอบความถูกต้องซึ่งกันและกัน โดยครูเป็นผู้จับกลุ่มให้แต่ละกลุ่มมีนักเรียนที่มี ความสามารถทางคณิตศาสตร์ระดับสูงอย่างน้อย 1 คน เพื่อให้คอยอธิบายหากมีเพื่อนคนใดทำไม่ ถูกต้อง 3. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนกลุ่มละ 1 คน ออกมานำเสนอว่าในการหาผลบวก ผลลบ ผลคูณ และผลหารของเพื่อนในกลุ่ม พบปัญหาใดบ้างที่ทำให้คำนวณคำตอบออกมาไม่ถูกต้อง เพื่อให้นักเรียน คนอื่นได้เรยี นรู้เพม่ิ เตมิ จากนั้นครจู ะคอยเนน้ ย้ำสง่ิ ทน่ี กั เรียนมกั ผดิ พลาดใหน้ ักเรียนฟงั อีกครั้ง 4. ครทู บทวนความรเู้ รื่องการวเิ คราะห์โจทย์ปัญหา โดยให้นักเรยี นทำกจิ กรรม ให้นงั่ เปน็ วงกลม จากน้ันครู จะเปิดเพลงและให้นักเรียนส่งลูกบอลต่อกันไปเรื่อยๆ หากเพลงหยุดที่นักเรียนคนใด จะต้องคิดและ บอกโจทย์ปัญหา เมื่อเพื่อนบอกโจทย์ปัญหาเสร็จ ครูจะให้นักเรียนในชั้นเรียนร่วมกันอภิปรายวิธีการ
190 เขียนประโยคสัญลักษณ์ และครูเขียนคำตอบของนักเรียนบนกระดาน โดยครูให้นักเรียนทำกิจกรรม 4 รอบ โดยรอบท่ี 1 ให้นักเรียนบอกโจทยป์ ัญหาการบวก รอบที่ 2 บอกโจทย์ปัญหาการลบ รอบที่ 3 บอก โจทย์ปญั หาการคูณ และรอบท่ี 4 บอกโจทยป์ ญั หาการหาร และในแตล่ ะรอบครเู ปิดปิดเพลง 3-5 ครง้ั 5. ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายวิธีการวิเคราะห์โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ และการหารว่ามี ความเหมือน และความแตกตา่ งกนั อย่างไร 6. ครูและนักเรียนร่วมกนั สรปุ กิจกรรม และสรปุ วิธีการวเิ คราะห์โจทย์ปญั หาการบวก การลบ การคูณ และ การหาร ข้นั สอน ชว่ั โมงท่ี 2 การใหค้ วามรู้และลงมอื ปฏบิ ตั ิ 1. ครูและนักเรยี นร่วมกนั ทบทวนวิธีการวิเคราะหโ์ จทยป์ ญั หาการบวก การลบ การคูณ และการหาร จาก ชัว่ โมงที่แลว้ 2. ครูให้นักเรียนจับคู่กันศึกษาสถานการณ์ และขั้นตอนการแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับทศนิยม ในหนังสือ เรียน คณติ ศาสตร์ ป.6 เลม่ 1 หนา้ 99 3. ครูให้นักเรียนจับกลุ่มกัน 2 คู่ (กลุ่มละ 4 คน) แล้วให้ร่วมกันอภิปรายขั้นตอนการแก้โจทย์ปัญหา เกย่ี วกับทศนิยมท่ไี ดศ้ กึ ษา จนไดข้ ้อสรุปตรงกัน 4. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาอธิบายขั้นตอนการแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับทศนิยม ที่เป็น ข้อสรุปของกลุ่มที่หน้าชั้นเรียน โดยครูและนักเรียนกลุ่มที่เหลือในห้องร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง จากนน้ั ครูอธบิ ายเพม่ิ เตมิ เพ่อื ให้นกั เรยี นเขา้ ใจมากยิ่งขึน้ 5. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายขั้นตอนต่าง ๆ ของการแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับทศนยิ ม โดยครูเน้นการ ใชค้ ำถามต่อไปน้ี - สง่ิ ท่โี จทย์กำหนดให้คืออะไร - ส่งิ ทีโ่ จทย์ถามคืออะไร - จะสามารถวาดแผนภาพบาร์โมเดลได้อยา่ งไร - เขยี นเป็นประโยคสญั ลกั ษณ์ได้อยา่ งไร - การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบทำได้อย่างไร 6. ครูตดิ โจทย์ปญั หาบนกระดาน ดังน้ี รปู ส่เี หลย่ี มจัตรุ สั มีความยาวรอบรูป 54.8 เซนติเมตร ให้นักเรยี นหาพ้ืนที่ของรปู สี่เหลี่ยมรูปนี้
191 จากน้ันครูใหน้ กั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายวธิ กี ารแกโ้ จทยป์ ัญหาข้อนี้ตามข้ันตอน ดงั นี้ - สิง่ ทโ่ี จทย์กำหนดใหค้ ืออะไร - สิ่งทโี่ จทย์ถามคืออะไร - จะสามารถวาดแผนภาพบารโ์ มเดลไดอ้ ย่างไร - เขยี นเปน็ ประโยคสญั ลกั ษณไ์ ด้อยา่ งไร - การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบทำได้อย่างไร 7. ครูให้นักเรียนกลุ่มเดิมช่วยกันระดมสมองแก้โจทย์ปัญหา และเขียนลงในกระดาษที่ครูเตรียมไว้ให้ เม่ือ นักเรียนแต่ละกลุ่มทำเสร็จ ครูขอตัวแทนนักเรียนออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนประมาณ 2-3 กลุ่ม โดยครูอาจพิจารณาเลือกนักเรียนที่ออกมานำเสนอที่มีแนวคิดและขั้นตอนการแก้โจทย์ปัญหาที่ แตกต่างกัน สำหรับนักเรียนที่ทำถูกต้อง ครูกล่าวทำชมเชย ส่วนนักเรียนที่มีข้อผิดพลาด ครูอธิบายให้ นกั เรียนเขา้ ใจยง่ิ ขึน้ 8. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า “ในการแก้โจทย์ปัญหาหลายขั้นตอน เราอาจมีขั้นตอนการแก้โจทย์ปัญหาที่ แตกต่างกนั ได้ แต่คำตอบทไ่ี ด้จะเทา่ กนั เสมอ” 9. ครแู ละนักเรียนร่วมกันสรุปข้ันตอนการแก้โจทยป์ ญั หาเก่ียวกับทศนยิ ม ชว่ั โมงที่ 3 10. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั ทบทวนส่งิ ทต่ี อ้ งพจิ ารณาในการแกโ้ จทยป์ ัญหาเกี่ยวกับทศนยิ ม ดงั น้ี - ส่ิงที่โจทย์กำหนดให้คอื อะไร - สิง่ ที่โจทยถ์ ามคอื อะไร - จะสามารถวาดแผนภาพบารโ์ มเดลไดอ้ ยา่ งไร - เขยี นเปน็ ประโยคสัญลักษณไ์ ด้อย่างไร - การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบทำไดอ้ ย่างไร 11. ครูให้นักเรียนจับกลุ่มเดิมจากชั่วโมงที่แล้ว จากนั้นครูแจกบัตรโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับทศนิยมให้นักเรียน แต่ละกลุ่ม 2 โจทย์ จากนั้นให้นักเรียนร่วมกันอภิปราย วิเคราะห์โจทย์ปัญหา แล้วเขียนประโยค สญั ลกั ษณ์ โจทย์ปัญหาต่าง ๆ มีดงั น้ี โต๊ะตวั หนึง่ ยาว 2.8 เมตร โตะ๊ ตัวท่สี องยาวกวา่ โตะ๊ ตัวทีห่ นึ่ง 1.2 เมตร ถ้านำโตะ๊ ทั้งสองมาวางต่อกัน จะมีความยาวทั้งหมดเท่าไหร่ พอ่ วง่ิ 1.7 กโิ ลเมตร ในวันจันทรต์ ่อมาในวันองั คารวงิ่ อีก 1.5 กิโลเมตร ในวนั พุธวง่ิ 2.2 กิโลเมตรและ ในวนั พฤหัสว่งิ 2.3 กิโลเมตร ในสีว่ นั พอวิ่งเป็นระยะทางเท่าไหร่
192 ร้านขายผลไม้แห่งหน่ึงมีมะม่วง 35.5 กิโลกรมั ถา้ มีมังคุดน้อยกว่ามะมว่ ง 12.5 กโิ ลกรัม และมี แอปเปิล น้อยกวา่ มังคดุ 8.5 กโิ ลกรัม รา้ นค้าจะมีแอปเปิลกีก่ ิโลกรัม. ฟา้ ซื้อยาสระผม 128.75 บาท ครีมนวดผมราคาถูกกว่ายาสระผม 19.25 บาท สบ่รู าคาถูกกวา่ ครมี นวดผม 56.25 บาท และยาสีฟนั ราคาถูกกว่าสบู่ 24.75 บาทยาสีฟนั ราคาเท่าไหร่ รา้ นคา้ แหง่ หนงึ่ ขายข้าวกล้อง 120.5 กิโลกรมั มีข้าวเหนยี วมากกว่าขา้ วกลอ้ ง 1.5 เท่า มีขา้ วหอม มะลิมากกว่าข้าวเหนียว 1.2 เทา่ มขี ้าวหอมมะลิกกี่ โิ ลกรัม มที ่อนไม้ 4 ท่อน. ทอ่ นแรกยาว 12.5 เมตร ทอ่ นที่สองยาวเป็น 1.5 เทา่ ของท่อนแรก ท่อนทีส่ ามยาว กว่าทอ่ นท่ีสอง 1.2 เทา่ และตอนทีส่ ย่ี าวเปน็ 2 เทา่ ของตอนท่ี 3 ท่อนไมท้ ่อนท่สี ่ียาวเทา่ ไหร่ 12. ครูตรวจสอบความถูกต้องของประโยคสัญลักษณ์ของแต่ละกลุ่ม กลุ่มที่เขียนประโยคสัญลักษณ์ได้ ถกู ต้อง ครูแจกกระดาษปรู๊ฟ และปากกาเคมี ใหช้ ่วยกันเขยี นแสดงวิธที ำตามขน้ั ตอนท่ีไดเ้ รยี นมา พร้อม ท้งั ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบ 13. ครูให้ตวั แทนแต่ละกลมุ่ ออกมานำเสนอวธิ กี ารวเิ คราะหโ์ จทย์และการแสดงวธิ ีทำหนา้ ช้ันเรียน ครูช่ืนชม และคอยเพิม่ เตมิ ในจุดทย่ี งั มขี อ้ บกพรอ่ ง 14. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมกลุ่มเพิ่มเติมเพื่อฝึกฝนการแก้โจทย์ปัญหาทศนิยมเพิ่มเติม โดยครูให้นักเรียน สลบั กลุ่มใหแ้ ตล่ ะกลุม่ มีสมาชกิ กลมุ่ ละ 4 คนเชน่ เดิม แตไ่ ม่ใหน้ ักเรยี นกล่มุ เดิมได้อยูด่ ้วยกนั จากนั้นครู แจกกระดานไวท์บอร์ดให้นักเรียนกลุ่มละ 1 อัน พร้อมปากกา แล้วครูจะติดแถบโจทย์ปัญหาบน กระดานครงั้ ละ 1 โจทย์ ดังน้ี แผงผลไม้แห่งหนึ่งมีแอปเป้ิล 52.5 กิโลกรมั ถ้าเจ้าของตอ้ งการแบง่ ใส่กล่องกลอ่ งละ 25 กิโลกรมั จะไดแ้ อปเปลิ้ ทั้งหมดกี่กล่อง ฟาร์มเลย้ี งกุ้ง 200.25 กิโลกรัม เล้ียงปลาน้อยกว่ากงุ้ 1.2 เทา่ เลย้ี งปลาหมกึ น้อยกว่าปลา 1.5 เทา่ และเล้ียงหอยน้อยกวา่ ปลาหมึก 1.25 เทา่ ฟารม์ แห่งนเี้ ลีย้ งหอยเท่าไหร่ แมซ่ อื้ องนุ่ แครอท มะเขือเทศ และผักชีเปน็ เงิน 220.75 บาท 78.25 บาท 54.25 บาท และ 12.15 บาทตามลำดับแม่จา่ ยเงนิ ซอ้ื ผกั และผลไม้ทั้งหมดเท่าไหร่ พ่อมีเชอื กยาว 350.5 เซนติเมตร ถ้าแม่ นอ้ งและป้าใช้ไป 120.2 เซนติเมตร 25.3 เซนตเิ มตร 36.5 เซนติเมตร และ 38.7 เซนติเมตรตามลำดับ จะเหลอื เชือกยาวเท่าไหร่ นิดมเี งิน 252.50 บาท หนอ่ ยมเี งินเปน็ 0.3 เทา่ ของนดิ แนนมเี งินเป็นสองเท่าของหนว่ ย นุน่ มีเงนิ 1.5 เทา่ ของแนน นนุ่ มเี งินเทา่ ไหร่ ฟารม์ นมแหง่ หน่งึ ต้องการแบ่งนม 85.5 ลิตร ลงในถงั ถา้ แต่ละถงั จุ 6.5 ลิตร จะแบ่งนมได้ท้ังหมดกี่ ถงั
193 13. เมื่อครูให้สัญญาณ ให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์โจทย์ภายในกลุ่มแล้วเขียนประโยคสัญลักษณ์ พร้อมทั้ง หาคำตอบลงในกระดานไวท์บอร์ด เมื่อครูบอกหมดเวลาให้นักเรียนชูคำตอบของตน จากนั้นครูและ นกั เรียนรว่ มกนั เฉลยคำตอบบนกระดาน กลมุ่ ที่เขียนประโยคสัญลกั ษณ์ถกู ต้องได้คะแนนสะสม 14. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมจนครบทุกข้อ จากนั้นสรุปคะแนนสะสม กลุ่มที่ชนะได้รับรางวัล และให้ กำลงั ใจกลุ่มทีไ่ มไ่ ด้รบั รางวัล 15. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรุปกิจกรรม และความรู้ทไี่ ด้รับในช่ัวโมง ชว่ั โมงท่ี 4 16. ครูและนกั เรียนร่วมกนั ทบทวนข้นั ตอนการแกโ้ จทยป์ ัญหาเก่ยี วกับทศนิยม จากช่ัวโมงทแ่ี ล้ว 17. ครูให้นักเรียนจับคู่กันศึกษาตัวอย่างที่ 11 และตัวอย่างที่ 12 ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.6 เล่ม 1 หน้า 100-102 แล้วแลกเปล่ียนความรกู้ ับคูข่ องตนเอง จนได้ขอ้ สรปุ ตรงกัน 18. ครูให้นักเรียนจับกลุม่ กัน 2 คู่ (กลุ่มละ 4 คน) แล้วให้ร่วมกันอภิปรายตัวอย่างที่ 11 และตัวอย่างที่ 12 จนไดข้ ้อสรปุ ตรงกัน จากน้นั ให้แตล่ ะกลมุ่ เขียนส่งิ ท่โี จทย์ถาม สง่ิ ท่โี จทย์กำหนดให้ การวางแผนแก้โจทย์ ปัญหาด้วยแผนภาพบาร์โมเดล การเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ วิธีการแก้ปัญหาพร้อมคำตอบที่ได้ และตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบ ลงในกระดาษปรู๊ฟท่คี รแู จกให้ 19. ครูให้นกั เรยี นทุกกลุ่มออกมานำเสนอวิธีการแก้โจทย์ปัญหาเก่ยี วกับทศนยิ มจากการศึกษาตวั อย่างท่ี 11 และตัวอย่างที่ 12 ที่เป็นข้อสรุปของกลุ่ม ที่หน้าชั้นเรียนทีละกลุ่ม โดยครูและนักเรียนกลุ่มที่เหลือ รว่ มกันตรวจสอบความถกู ต้อง และครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ เพ่อื ให้นกั เรียนเขา้ ใจมากย่งิ ขนึ้ ขั้นสรุป ผลสะทอ้ นกลับ 1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับการแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับทศนิยม ดังน้ี “การแสดงวิธีทำ และหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับทศนิยม ต้องเริ่มจากการวิเคราะห์โจทย์ปัญหา วางแผน แก้ โจทย์ปัญหาโดยเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ แสดงวิธีทำเป็นลำดับขั้นตอน แล้วจึงหาคำตอบ พร้อมทั้ง ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคำตอบ” 2. ครูให้นักเรียนทุกคนทำใบงานที่ 4.3 เรื่อง โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับทศนิยม เพื่อตรวจสอบความเข้าใจเป็น รายบุคคล 3. ครูขออาสาสมัครนักเรียน 4-5 คน ออกมาเฉลยใบงานที่ 4.3 โดยครูและนักเรียนที่เหลอื ในห้องร่วมกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง จากนั้นครอู ธบิ ายเพิ่มเติมเพอื่ ให้นกั เรียนเข้าใจมากย่งิ ข้นึ 4. ครูให้นักเรยี นทุกคนสร้างหรือค้นคว้าโจทยป์ ัญหาเก่ียวกับทศนิยม คนละ 1 ขอ้ จากแหล่งความรู้ต่าง ๆ เชน่ ห้องสมุด อนิ เทอร์เน็ต แลว้ เขียนอธบิ ายตามประเด็นตอ่ ไปนี้ - สิง่ ทีโ่ จทยก์ ำหนดให้
194 - สิง่ ทโ่ี จทย์ถาม - วาดแผนภาพบาร์โมเดล - เขยี นเปน็ ประโยคสัญลักษณ์ - แสดงวิธหี าคำตอบ - ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบ จากน้นั เขียนลงในกระดาษ A4 พรอ้ มตกแตง่ ใหส้ วยงาม ส่งครใู นช่วั โมงถดั ไป 7. การวัดและประเมนิ ผล รายการวัด วิธกี าร เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารประเมนิ ประเมนิ ระหว่างการ - ใบงานท่ี 4.3 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ - แบบประเมนิ การ - ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน นำเสนอผลงาน เกณฑ์ 1) โจทยป์ ัญหา - ตรวจใบงานที่ 4.3 - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่าน เก่ียวกบั ทศนิยม การทำงานรายบุคคล เกณฑ์ - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น (1) การทำงานกลุ่ม เกณฑ์ - แบบประเมนิ - ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่าน 2) การนำเสนอ - ประเมนิ การนำเสนอ คณุ ลักษณะ เกณฑ์ อนั พึงประสงค์ ผลงาน/ผล ผลงาน/ผลการทำ การทำ กจิ กรรม กิจกรรม 3) พฤติกรรมการ - สังเกตพฤติกรรม ทำงานรายบคุ คล การทำงานรายบุคคล 4) พฤติกรรม - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลมุ่ การทำงานกลุ่ม 5) คุณลักษณะ - สังเกตความมวี ินัย อนั พงึ ประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ และม่งุ มั่น ในการทำงาน
195 8. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้ 8.1 ส่ือการเรยี นรู้ 1) หนงั สอื เรยี น คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 6 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เร่อื ง ทศนิยม 2) ใบงานที่ 4.3 เรื่อง โจทย์ปัญหาเก่ียวกบั ทศนิยม 3) ฉลากคำว่า “การบวก” “การลบ” “การคูณ” “การหาร” 4) ขวดโหล 5) กระดาษ A4 6) เพลง 7) ลกู บอล 8) บัตรโจทยป์ ญั หา 9) กระดาษปรูฟ๊ 10) ปากกาเคมี 8.2 แหลง่ การเรียนรู้ 1) หอ้ งเรียน 2) หอ้ งสมุด 3) อนิ เทอรเ์ นต็
196 ใบงานที่ 4.3 เร่อื ง โจทยป์ ญั หาเก่ียวกบั ทศนิยม คำช้แี จง : เขียนประโยคสัญลกั ษณ์และหาคำตอบ 1. ประโยคสญั ลกั ษณ์ ________________________________ ตอบ ____________ 2. ประโยคสญั ลักษณ์ ________________________________ ตอบ ____________ 3. ประโยคสญั ลักษณ์ ________________________________ ตอบ ____________ 4. ประโยคสญั ลักษณ์ ________________________________ ตอบ ____________
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287